รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

เทอดพงษ์ ไชยนันทน์ หารือเรื่องนโยบายสาธารณสุข โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการป้องกันโรคและความจำเป็นในการปรับปรุงนโยบายสาธารณสุขเพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลสุขภาพที่ดีขึ้น

นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ผม เทอดพงษ์ ไชยนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กระผมใคร่จะขอพูดถึงนโยบายพัฒนาสาธารณสุขของประชาชน ซึ่งคงจะเกี่ยวข้องกับงานของกระทรวงสาธารณสุข ของงานสุขภาพอนามัย ว่ากันไป ตามจริงแล้วนั้นนโยบายสุขภาพอนามัยของกระทรวงสาธารณสุขนั้น ถ้าจะมีกันก็คงจะมี กันอย่างถาวรมาค่อนข้างจะเปึนระยะเวลายาวนาน ซึ่งก็พูดกันเพียงง่าย ๆ ไม่ได้ยืดยาว อะไรมากมายนัก ว่าทําอย่างไรที่จะทําให้พี่น้องประชาชนนั้นไม่เจ็บไข้ได้ป์วย ถ้าเจ็บไข้ ได้ป์วยขึ้นมาแล้วทําอย่างไรจะรักษาให้ได้ดีที่สุด คือพูดง่าย ๆ ว่าปัองกันไม่ให้เกิดโรคภัย ไข้เจ็บ มีการปัองกันจะทํากันอย่างไร ถ้าเจ็บไข้ได้ป์วยก็รักษา จะรักษาอย่างไรที่จะให้ ได้รับบริการที่ดีที่สุด ถ้าเปึนอย่างนี้คือนโยบายสําคัญของกระทรวงสาธารณสุขกันมา ทุกยุคทุกสมัย ช่วงหลังก็มีการเพิ่มเติมกันไปว่าอย่างน้อยให้มีการฟุ๋นฟูสุขภาพ ส่งเสริม สุขภาพที่จะเติมเข้ามากันอีก แต่ว่าอย่างไรก็ตามงานทั้งปัองกันและงานรักษานั้น จะยังเปึนแนวทางสําคัญ นโยบายที่เขียนไว้ ๔–๕ ข้อนี้ก็จะอยู่ภายในกรอบที่ได้กล่าว กันไว้นี้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นถ้ารัฐบาลใดมีการดําเนินการปัองกันกันอย่างดี มีกลวิธี ต่าง ๆ ที่จะทําอย่างไรที่จะให้มีการปัองกันกันได้มาก โรงพยาบาลหรือการรักษานั้น ก็จะลดน้อยถอยลงไปได้ พี่น้องประชาชนก็จะมีความสุขกันอยู่ได้ แต่ในปัจจุบันนี้นั้น ต้องเรียนว่างานปัองกันนั้นค่อนข้างจะได้รับการดูแลลดน้อยถอยลงไปมากไปกว่า แต่ก่อน ๆ มาก งานในด้านการรักษานั้นได้รับการเชิดชูกันขึ้นมาอย่างมากมายทําให้ การปัองกันนั้นค่อนข้างจะลดลงไป ส่วนนี้ที่เกิดขึ้นมาได้อย่างนี้นั้นอาจจะมาจากแนวทาง แนวนโยบายที่กําหนดเอาไว้ว่ามีการรักษาพยาบาล ๓๐ บาทรักษาทุกโรค อาจจะเริ่ม มาจากจุดตรงนั้น แล้วก็ระดมทรัพยากรทั้งหลายลงไปดําเนินการกันจุดนั้นเต็มที่ เพราะฉะนั้นเมื่อทํากันอย่างนี้ค่อนข้างมากแล้ว งานในด้านการปัองกันก็ลดน้อย ถอยลงไปกันอย่างนั้นจริง ๆ ผมต้องเรียนว่าที่เราได้พูดว่างานในด้านการปัองกันที่ มันลดน้อยถอยลงไปนั้น จริง ๆ จะมองเห็นได้ในหลายส่วน เช่น ในการให้บริการ ในการจัดการบริการงานสาธารณสุขที่ได้ดําเนินการกันไปนั้น งบประมาณทั้งหลายนั้น กระทรวงสาธารณสุขได้จัดสรรเปลี่ยนแปลงกันใหม่ งานบริหารงานสาธารณสุขเริ่มขาด ความชัดเจน หน่วยงานของภาครัฐในระดับประเทศนั้นที่รับผิดชอบการบริการสาธารณสุข แต่ก่อนนั้นมีกระทรวงสาธารณสุขได้ดูแลอย่างเดียว แต่ในปัจจุบันนี้ได้ขยายขอบข่ายงาน กันออกไปมีเปึน ๒ ส่วน กระทรวงสาธารณสุขในฐานะผู้ให้บริการ สํานักงานหลักประกัน สุขภาพก็เปึนเหมือนผู้ซื้อบริการ เพราะฉะนั้นงบประมาณทั้งหลายไปลงอยู่ที่สํานักงาน หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. แล้วกระทรวงสาธารณสุขก็รับจะเปึนผู้ดําเนินการ ดูแลในเรื่องการให้บริการทั้งหลาย ช่วงเหล่านี้ที่เน้นลงไปแล้วก็เน้นไปเพื่อจะให้โครงการ ๓๐ บาทรักษาทุกโรคนั้นเปึนจริงขึ้นมา แล้วก็ได้เร่งรัดดําเนินการก็ใช้เงินเปึนตัวกระตุ้นในการให้บริการงานสาธารณสุขกัน เปึนอันมาก ส่วนเหล่านี้ทําให้งานในด้านการปัองกันนั้นค่อนข้างจะลดลงไปไม่ใช่น้อย ถ้าเราไปดูในระดับจังหวัดเราจะเห็นว่าในระดับอําเภอ เราจะเห็นว่าเดี๋ยวนี้นั้นได้จัดสรรกัน งบประมาณลงไปในส่วนของคณะกรรมการกลุ่มหนึ่ง เรียกว่าจัดเปึนคัพ (Cup) แล้วก็ให้ โรงพยาบาลเปึนเจ้าภาพใหญ่ งานสาธารณสุขซึ่งเปึนงานปัองกันนั้นก็เข้ามามีส่วนร่วม กันอยู่ด้วย โรงพยาบาลไหนที่ให้ความสําคัญในเรื่องของการปัองกันเยอะดูแลอย่างนั้นดี งานปัองกันก็รอดตัวไป แต่ว่าส่วนใหญ่แล้วเนื่องจากงบประมาณมีค่อนข้างจะจํากัด จําเขี่ยเต็มทีก็อาจจะถูกบีบถูกกันในส่วนของการที่จะเอาไปในงานของงานสาธารณสุข ซึ่งใช้ในงานปัองกันนั้นค่อนข้างจะน้อยลงไป การพิจารณากันไปทําให้งานต่าง ๆ ที่ได้ ดําเนินงานกันไปในเรื่องงานปัองกันนั้นค่อนข้างจะน้อย สาธารณสุขอําเภอในหลายที่ หลายแห่งบ่นกันมากมายว่างานเหล่านี้นั้นค่อนข้างจะได้รับการดูแลน้อยแล้วกลายเปึน ส่วนประกอบที่เล็กน้อยไป ขาดความสําคัญ ขาดการเน้นการให้ความสําคัญไปค่อนข้าง จะมากทีเดียว เพราะฉะนั้นงานเหล่านี้ต้องเรียนว่าทําให้งานสาธารณสุข งานในเรื่องของ ด้านการปัองกันนั้นค่อนข้างจะลดหายไปเลยทีเดียว ค่อนข้างจะน้อยลงไปทีเดียว เพราะฉะนั้นเราจะมองเห็นนะครับ โรคระบาดต่าง ๆ เริ่มมากขึ้น เมื่อไม่ช้าไม่นานนี้ เมื่อวันสองวันนี้ท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุขเองก็ออกมาประกาศว่ามีโรคไข้เลือดออก กําลังระบาดใหญ่อีกแล้ว ประกาศอย่างนี้กันมาเกือบจะทุกป้ ในช่วงหลังนี้ค่อนข้าง จะมากขึ้น แล้วก็จะมีโรคอื่น ๆ เพิ่มเติมกันมาอยู่เปึนประจํา เราจะเห็นว่างานเหล่านี้นั้น มันลดหย่อนลงไปจริง ๆ ครับ ผมอยากจะเรียนว่าในสมัยแต่ก่อนเรามีงานสาธารณสุข มูลฐาน ตั้งแต่ทําโอ่ง ทําส้วมน้ําสะอาด ในขณะนั้นมูลฐานอย่างนั้นเปึนความเดือดร้อน ของชาวบ้านจริง ๆ ยังไม่มีอะไรเลยครับ แต่พอทําไปเสร็จเรียบร้อยงานมูลฐานเหล่านั้น ก็ยกเลิกกันไป มีน้ํากันเรียบร้อย มีส้วมกันทุกหมู่บ้านทุกหลังคาเรือน มียาจําเปึนใช้ มีการใช้วัคซีนครบถ้วนทุกอย่างสมบูรณ์แบบเรียบร้อย ก็ยกเลิกงานสาธารณสุขมูลฐาน ส่วนนั้นไป ว่ากันตามจริงแล้วถ้าเราใช้แนวทางที่แต่ก่อนนั้นใช้กันมาค่อนข้างจะได้ผลมาก ก็คืองานสาธารณสุขมูลฐาน เพียงแต่เรายกระดับกันขึ้นมานะครับ อย่างน้อยก็ความจําเปึน พื้นฐานในงานสาธารณสุขที่มันจะพึงมีนั้น ชีวิตคนเรามันควรจะมีสักเท่าไร ควรจะ ยกระดับขึ้นมาแล้วก็ถือเปึนความจําเปึนพื้นฐานในงานสาธารณสุข แล้วก็ใช้แนวทาง ของสาธารณสุขมูลฐานนั้นดําเนินการกันไปครับ ซึ่งการทําอย่างนี้เปึนการดําเนินการ ที่เคยประสบความสําเร็จอย่างดียิ่งมาแล้ว รณรงค์ดําเนินการกันมาอย่างประสบ ความสําเร็จ เพราะฉะนั้นงานปัองกันทั้งหลายเหล่านี้มันก็มีโอกาสจะดีขึ้นมาได้ ถ้าเรา ได้จัดดําเนินการดูงานกันใหม่ เดี๋ยวนี้ก็ได้เนื้องานสําเร็จไประดับหนึ่งแล้วก็เลยยุบหาย กันไป งานต่าง ๆ ก็เปลี่ยนแปลงกันไปค่อนข้างจะมากทีเดียว เราจะเห็นว่าความสําคัญ ที่กระทรวง ที่หน่วยงานที่ผู้ที่รับผิดชอบงานของสุขภาพอนามัยนั้นให้ความสําคัญ ในเรื่องของการปัองกันน้อย เราจะเห็นได้มาจาก แม้แต่ในนโยบายนี้ แม้แต่เดี๋ยวนี้นะครับ ซึ่งแต่ก่อนนั้นเราจะพูดกันเลยครับ ปัองกันแล้วก็รักษาฟุ๋นฟูสุขภาพ แล้วก็ส่งเสริมสุขภาพ เดี๋ยวนี้มาขึ้นใหม่ถ้าดูจากในหนังสือ แม้แต่ในนโยบายของรัฐบาลเราจะขึ้นมาว่า พร้อมจะปฏิรูปบริหารจัดการสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพทั่วถึงและครบวงจร ทั้งการรักษาพยาบาล ฟุ๋นฟูสุขภาพ การปัองกันโรค และการส่งเสริมสุขภาพ การปัองกัน โรคไปอยู่หลัง ๆ แล้ว เพราะถือว่าไม่ได้สลักสําคัญอะไร ซึ่งต่างกับแนวทางในสมัยก่อน ๆ ที่ทํามา แล้วก็เปึนผลสําเร็จทําให้งานสาธารณสุขสุขภาพอนามัยของพี่น้องชาวบ้าน ได้ดีกันขึ้นมาจนถึงขณะนี้ ที่ผมเรียนอย่างนี้นั้นอยากจะให้เน้นในเรื่องของการปัองกัน ให้มากยิ่งขึ้น ปรับปรุงเพื่อจะให้แนวทางเหล่านี้ได้ดําเนินการกันมาอย่างดียิ่งกว่าที่เปึนมา ในปัจจุบันนี้นะครับ จริง ๆ ปัญหาในงานสาธารณสุข ในสุขภาพอนามัย ยังมีอีกมากมายหลายอย่าง ที่ยังเปึนปัญหา ก็ค่อนข้างจะเยอะอยู่มากมายทีเดียว นโยบายพัฒนาสุขภาพให้ประชาชนมีการปฏิรูป งานสาธารณสุข จริง ๆ แล้วก็ยังมีที่น่าจะทํากันให้ชัดเจน เช่น เรายังมีปัญหาอีกเยอะครับ ปัญหาการขาดแคลนแพทย์ บุคลากรแพทย์ การขาดแพทย์ตามโรงพยาบาลชุมชน ปัจจุบันเกือบจะ ๒,๐๐๐ คน ก็ต้องเตรียมหากัน เพราะว่าการผลิตนั้นไม่ได้หมายความว่า ผลิตแป็ปเดียวจะได้เลยก็ต้องใช้เวลากันตามสมควร เพราะฉะนั้นน่าจะต้องจัดเตรียม แผนงานอะไรต่าง ๆ กันมา หรือว่าปัญหาต่าง ๆ ที่ยังมีอยู่คือการจะต้องส่งเสริมให้เกิด ความเปึนเอกภาพ มีวิสัยทัศน์ร่วมกัน เพราะหน่วยงานดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชน ตอนหลังนี้ได้แยกกระจัดกระจายกันไปเยอะทีเดียวนะครับ จะมีคณะกรรมการสุขภาพ แห่งชาติ สช. หรือว่าคณะกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ สสส.หรือว่าสํานักงานหลักประกัน สุขภาพ สปสช. นะครับ และยังมีกระทรวงสาธารณสุข ๓-๔ หน่วย อย่างนี้ทําอย่างไร ที่จะให้มีความเปึนเอกภาพในแนวคิด มีวิสัยทัศน์ร่วมกัน มันก็สามารถที่จะดําเนินการ ในงานเหล่านี้กันไปได้ แต่ว่าถ้ามีการขัดกัน มีการแย้งกัน การดําเนินการเหล่านั้น ก็เปึนอุปสรรคทําให้พี่น้องชาวบ้านนั้นเกิดความเดือดร้อนกันไปได้ ฉะนั้นก็อยากจะให้ ได้ตรวจสอบในเรื่องเหล่านี้กันดูด้วยแล้วก็ได้ช่วยกันปรับ แก้ไข หรือว่าพยายามจะ ดําเนินการเพื่อให้แนวทางเหล่านี้นั้นได้ดําเนินการกันไปได้ด้วยดี ผมต้องเรียนว่า จริง ๆ นั้นยังคงมีอีกหลายเรื่องที่เราจะมองเห็นในปัญหาของงานสาธารณสุขทั้งหลาย ในงานสุขภาพอนามัย แต่ว่าในส่วนหนึ่งนั้นที่ได้มีการเขียนว่า มีการเพิ่มคุณภาพของ หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ที่เขียนให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการอย่างไม่เปึนอุปสรรค ที่ท่านว่าอย่างนี้ ที่เขียนกันไว้อย่างนี้ ผมก็ค่อนข้างจะเปึนห่วง จริง ๆ ได้มีการอภิปราย ในเรื่องนี้แล้ว แต่ว่าในส่วนของพรรคที่อยู่ฝ์ายตรงข้ามกับรัฐบาลนั้น ผมเองก็คงจะต้อง ชี้กันให้เห็นด้วยเหมือนกันว่า แนวคิดที่เรามีนั้นเราคิดกันอย่างไร เมื่อวานมีการพูดถึงคือ การที่ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรยาหรือว่า ซีแอล (CL) ที่ว่านี้ ผมต้องเรียนว่าที่เอาเรื่องนี้ มาพูดกันจริง ๆ มันจะไม่ได้มาพูดกันมากมายอย่างนี้ ถ้าท่านรัฐมนตรีซึ่งจะเปึน คนถือนโยบายสําคัญ ท่านออกมาถึงแล้วก็คิดว่าจะมีการทบทวน จะมีการดูกันว่า จะทํากันอย่างไร การให้สัมภาษณ์ของท่านแต่ละครั้ง แนวโน้มก็คือไม่เห็นด้วยกับการที่ จะมีซีแอล หรือว่ามีสิทธิใช้สิทธิตามสิทธิบัตรยา เมื่อวานมีการพูดจาเปึนรายละเอียด ผมจะเพิ่มเติมในบางส่วนไปเท่านั้นเอง ก็คือเปึนที่ทราบกันว่ายาใหม่ ๆ หลายตัวนี่นะครับ เปึนยาที่ผลิตออกมา ผลิตออกมาแล้วบริษัทก็มีสิทธิบัตร คือมีสิทธิบัตรสามารถจะใช้ยานี้ ได้ไปอย่างน้อยก็ ๒๐ ป้ แล้วก็หลังจากนั้นก็ว่ากันไปนะครับ ก็เอามาดําเนินการกันได้ แต่ในช่วงระยะที่ยังมีสิทธิบัตรอยู่นั้น ยาจะซื้อจะขาย ตั้งราคากันอย่างไรแทบจะควบคุม กันไม่ได้เลยครับ เพราะฉะนั้นยาแต่ละตัวนั้นที่มีสิทธิบัตรมันจะมีราคาแพงกันค่อนข้าง จะมากไม่ใช่ว่าแพงมากธรรมดา มันจะมาก ๆ ขึ้นไป เพราะว่ามันสามารถจะตั้งกัน ได้เองว่ากันได้เอง ยาตัวไหนเปึนยาสําคัญยิ่งตั้งกันได้มากขึ้นไปอีกครับ ตั้งกันไปทุกคน ก็ต้องไปยอมซื้อกันมา แต่ว่าในกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิบัตร ไม่ว่าจะเปึนประเทศใด ในบ้านเราเองนั้นก็ตาม เราให้สิทธิพิเศษในบางส่วนในการที่จะให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรยานี้ คือสามารถที่จะเอายาเหล่านี้เมื่อมีความจําเปึนกันขึ้นมาจริง ๆ เอายาเหล่านี้นั้น มาดําเนินการเอามาใช้กันได้ เพราะฉะนั้นยาเหล่านี้เปึนยาจําเปึนก็สามารถดําเนินการใช้ได้ องค์การอนามัยโลก หรือว่าองค์การค้าระหว่างประเทศก็ไม่ได้ขัดข้อง ก็มีกฎเกณฑ์อย่างนี้ เอาไว้ให้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นยาชื่อสามัญเหล่านี้เราสามารถที่จะเอามาดําเนินการ แล้วก็เอามาใช้กันได้ โดยมีข้อแม้แต่เพียงว่ายานี้จะต้องใช้เปึนยาที่ไม่เอาไปเปึนการค้า และจะต้องไม่เอากําไรถ้าเอามาดําเนินการ และนอกจากนั้นจะต้องไปเสียค่าสิทธิบัตร ให้เขาด้วย เพียงแต่ว่ายานี้เอามาแล้ว อย่างกระทรวงสาธารณสุขถ้าดําเนินการกันมา ก็เอามาใช้กันอยู่ในกระทรวง ดําเนินการโดยองค์การเภสัชกรรม แล้วก็ให้หน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐเอาไปใช้ เพื่อใช้ประโยชน์ต่อพี่น้องชาวบ้านที่เดือดร้อน คนเหล่านั้นค่อนข้างจะ ไม่มีโอกาสที่จะเข้าถึงยาเหล่านี้หรอกครับ เพราะฉะนั้นยาเหล่านี้จึงเปึนยาจําเปึนที่จะ เอาไปใช้ ยาที่ทําตามสิทธิบัตรยานั้นจะเปึนยาเอดส์ (AIDS) เสีย ๒ ตัว เปึนยาหัวใจเสีย ๑ ตัว เปึนยามะเร็งเสีย ๔ ตัว เพราะฉะนั้นยาเหล่านี้เปึนยาจําเปึน เราก็ดูแล้วไม่ได้ผิดกฎ ผิดเกณฑ์ แล้วก็ต้องใช้กันเพื่อแต่ในงานอย่างนี้ เพื่อดูแลพี่น้องชาวบ้านอย่างนี้ ราคาก็จะ ถูกกว่ากันมากมายหลายเท่า เพราะฉะนั้นส่วนเหล่านี้นั้นจึงเปึนความจําเปึนที่จะเอามา ใช้ในงานด้านสาธารณสุข ในฐานะที่อยู่ในกระทรวงสาธารณสุขผมคิดว่าท่านรัฐมนตรี น่าจะให้การสนับสนุนเต็มทีเพราะว่าต้องดูในเรื่องของคนไข้ คนเจ็บ คนป์วย ส่วนการเจรจากัน อย่างไรนั้นก็ต้องไปว่ากัน ก็ไปดําเนินการกัน ผมคิดว่าเวลาคงจะหมด เพียงแต่ว่าก็ได้แสดง เอาไว้ว่าอย่างน้อยเราให้การสนับสนุนว่า ยาเหล่านี้ควรจะเอาไปใช้ดําเนินการโดยใช้ ซีแอลยาอย่างที่ว่านี้ ถ้ามีการถามว่าถ้าผมไปอยู่ในกระทรวงสาธารณสุขจะดําเนินการ อย่างนี้ไหม ผมทํานะครับ เพราะว่าอย่างน้อยเพื่อจะได้ดูแลชาวบ้านที่เดือดร้อน ที่ยังยากจนอีกมากมายนั้นได้ดําเนินการไปตามนี้ ส่วนการเจรจาอย่างไรนั่นว่ากัน อีกตอนหนึ่งว่าออกมาเปึนอย่างไร เพราะว่ามันยังมีขั้นตอนอีกเยอะแยะทีเดียวนะครับ แต่ผลประโยชน์ของกระทรวง ของคนไข้นั้นก็ต้องเปึนส่วนที่เรารับผิดชอบดูแล ที่พูด อย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าจะไปหาเสียง เพราะว่าคนเหล่านั้นก็เปึนผลงานของรัฐมนตรี หรือว่าคณะเก่า ๆ ที่เขาดําเนินการกันมา แต่ว่าสิ่งที่พูดนั้นอยากจะชี้ให้เห็นว่าอะไร ควรจะเปึนอย่างไร แสดงจุดยืนกันไว้เท่านั้นเอง ผมคงมีเวลาที่เกินเลยกันไปแล้ว ต้องขออภิปรายเพียงเท่านี้ละครับ