ธนิตพล ไชยนันทน์ หารือเรื่องนโยบายด้านแรงงาน โดยกล่าวถึงปัญหาการเก็บเงินกองทุนประกันสังคมที่ไม่มีนโยบายชี้ชัดในการใช้เงิน และเสนอแนะการแก้ไขปัญหาการหลอกลวงแรงงานไทยไปต่างประเทศ และการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวให้ประสบผลสําเร็จ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ในส่วนของนโยบายด้านแรงงานที่รัฐบาลได้แถลงไว้ ต่อสภาแห่งนี้ ส่วนที่ ๒ ที่เปึนนโยบายด้านสังคมและคุณภาพชีวิต นโยบายด้านแรงงาน ที่กระผมยังเห็นความบกพร่องคลุมเครือและยังมีบางส่วนที่ขาดหายไป
ประการแรก คือเรื่องนโยบายด้านประกันสังคม เรื่องเงินกองทุน ประกันสังคมที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกันตน คณะกรรมการกองทุนประกันสังคมและรัฐมนตรี ท่านประธานคงทราบครับว่าเงินกองทุนประกันสังคมที่เก็บจากนายจ้าง ลูกจ้างและรัฐ ที่อุดหนุนมีจํานวนมากถึง ๔๕๐,๐๐๐ ล้านบาท วัตถุประสงค์ในการดูแลสวัสดิการให้กับ เจ้าของเงินก็คือผู้ประกันตน ประเด็นที่กระผมต้องการอภิปรายก็คือว่ารัฐบาลควรเขียน ในคําแถลงนโยบายว่า จะนําเงินกองทุนประกันสังคมไปใช้ในด้านใดที่จะเกิดประโยชน์ ให้กับผู้ประกันตนบ้าง เพราะถ้าเกิดรัฐบาลไม่ได้ชี้ชัดไปว่าเงินกองทุนประกันสังคมนั้น จะนําไปช่วยเหลือผู้ประกันตนอย่างไร ก็มักจะมีผู้นําเงินกองทุนไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ อยู่เสมอ ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานฟังอย่างเช่นในอดีตที่ผ่านมา มีท่านรัฐมนตรี บางท่านได้ของบประมาณจากคณะกรรมการกองทุนประกันสังคมเพื่อไปโฆษณาตัวเอง แล้วก็พ่วงสํานักงานกองทุนประกันสังคมที่เห็นปัายอยู่ตามถนนเมื่อก่อนนี้ หรือแม้แต่ การขอเงินกองทุนประกันสังคมเพื่อไปจัดทําบัตรผู้ประกันตนที่มีปัญหาเกี่ยวกับ เรื่องของการซ้ําซ้อนในบัตรประชาชนที่ออกโดยกรมการปกครอง เพราะว่าหมายเลข ๑๓ หลัก กับหมายเลขผู้ประกันตนนั้นเปึนหมายเลขเดียวกัน หรือแม้แต่มีรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงานท่านหนึ่งพยายามที่จะขอเงินกองทุนเพื่อนําไปลงทุนในส่วนของหุ้น ที่ด้อยคุณภาพ ล่าสุดมีโครงการที่จะขอเงินกองทุนไปจัดซื้อคอมพิวเตอร์เพื่อพัฒนา ระบบไอทีของกระทรวงแรงงาน ซึ่งมีปัญหาอยู่ในเวลานี้ แล้วก็ผมดูเหมือนว่าท่านรัฐมนตรีเองก็ให้ความสนใจเปึนพิเศษด้วย ในกรณีที่ผมกล่าวถึง เปึนเหตุให้ผู้ประกันตนเขาเคลือบแคลงสงสัยแล้วก็ออกมาเรียกร้องความเปึนธรรม อยู่เสมอ เพราะในทางกลับกันนั้นผู้ประกันตนมีความต้องการที่จะได้รับความช่วยเหลือ จากเงินกองทุน อย่างเช่น ในกรณีของผู้ประกันตนที่เกิดอุบัติเหตุจําเปึนจะต้องได้รับ การผ่าตัดในโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด โดยส่งตัวไปที่โรงพยาบาลซึ่งไม่ใช่โรงพยาบาล ที่ระบุไว้ในบัตรประกันสังคม แล้วก็ปรากฏว่าหลังจากที่แพทย์ได้ช่วยชีวิตไปแล้ว โรงพยาบาลก็จะส่งตัวไปยังโรงพยาบาลที่ระบุไว้ในบัตรประกันสังคม แต่จะเรียกเก็บเงิน ค่ารักษาพยาบาลจากผู้ประกันตนซึ่งผู้ประกันเองก็จําเปึนจะต้องไปขอจากเงินกองทุน ประกันสังคม แต่ก็ไม่ได้รับความเปึนธรรม ส่วนใหญ่แล้วผู้ประกันตนจะต้องรับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ด้วยตัวเองแล้วก็บางคนก็ยอมเปึนหนี้ของโรงพยาบาล ผมอยาก กราบเรียนท่านประธานว่านี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นจากกองทุนประกันสังคมที่รัฐบาล ไม่ได้เขียนชี้ชัดลงไปว่ารัฐบาลมีนโยบายอย่างไรจะแก้ไขปัญหาเรื่องของการดูแล ผู้ประกันตนในด้านกองทุนประกันสังคม
อีกประเด็นหนึ่ง ในส่วนของกระทรวงแรงงานคือเรื่องของการหลอกลวง แรงงานไทยไปต่างประเทศ กระบวนการนี้เริ่มจากสายแรงงานที่มีความต้องการ หาแรงงานไปต่างประเทศ แล้วก็ไปเก็บค่าหัวคิว ค่าทําพาสปอร์ต (Passport) ตั๋วเครื่องบิน ค่าฝ๊กอบรมฝ้มือแรงงานต่าง ๆ ประมาณ ๕๐,๐๐๐ ถึง ๒ แสนบาท จากผู้ที่ต้องการ ไปทํางานต่างประเทศ หลังจากที่ได้เงินแล้วก็มักจะป่ดบริษัทเปลี่ยนชื่อแล้วก็หนี ซึ่งมีเรื่องร้องเรียนต่อกระทรวงแรงงานอยู่บ่อย ๆ บางเรื่องก็เกี่ยวข้องกับข้าราชการ ชั้นผู้ใหญ่ของกระทรวงแรงงานที่เคยเปึนข่าวให้เห็นอยู่ตามหน้าหนังสือพิมพ์ อย่างเช่น บริษัทเอสเอสเอ็ม ซึ่งมีมาเมื่อ ๔ ป้ที่แล้ว ถึงวันนี้ปัญหาการหลอกลวงแรงงานไทย ไปต่างประเทศยังไม่ได้รับการดูแล เรื่องเก่า ๆ ที่เปึนคดีเกิดขึ้นแถมแรงงานที่ถูกหลอก ก็ยังถูกตามทวงหนี้เงินกู้ ต้องขายที่ ขายนา หรือแม้แต่บางรายฆ่าตัวตายก็มี ผมยัง ไม่เคยเห็นรัฐบาลชุดไหนหรือท่านใดที่จะออกมาพูดหรือปกปัองติดตามเรื่องนี้อย่างจริงจัง กราบเรียนท่านประธานครับว่า ครั้งนี้ถือเปึนครั้งที่ ๒ ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ท่านได้เข้ามารับตําแหน่ง ดัชนีชี้วัดความสําเร็จของการบริหารงานในกระทรวงแรงงาน ชิ้นหนึ่งก็คือว่า จํานวนของผู้ที่ถูกหลอกลวงไปทํางานต่างประเทศลดลงหรือเปล่า คดีเก่า ๆ ได้ถูกแก้ไขบ้างหรือเปล่า
ท่านประธานครับ ประการที่ ๓ คือเรื่องของนโยบายแรงงานต่างด้าว ผมมีเวลาเหลืออยู่ ๑ นาทีครึ่ง เปึนเรื่องที่รัฐบาลพูดกันทุกยุคทุกสมัย แม้แต่ในรัฐบาล ชุดนี้ก็เขียนไว้ แต่ว่าก็ยังยืนยันที่จะใช้มติ ครม. เมื่อป้ ๒๕๔๔ ที่จัดให้มีการขึ้นทะเบียน แรงงานต่างด้าว ซึ่งได้กําหนดกรอบให้แรงงานต่างด้าวขึ้นทะเบียนตามสาขาอาชีพได้ ผมมีข้อสังเกตอยู่ ๒ ข้อที่อยากจะกราบเรียนกับรัฐบาลก็คือว่า
ข้อแรก ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔ จนถึงวันนี้ป้ ๒๕๕๑ จํานวนของผู้ที่ขึ้นทะเบียน แรงงานต่างด้าวมากขึ้นหรือลดลง เท่าที่ผมตรวจสอบลดลงทุกป้ ป้ละเยอะ ๆ ด้วย
ประการที่ ๒ กระผมยังพบว่าตามหน้าหนังสือพิมพ์ยังมีการจับกุมแรงงาน ต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองอยู่ตลอดเวลา
ข้อสังเกต ๒ ประการนี้ย่อมแสดงว่าการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว หลบหนีเข้าเมืองโดยวิธีการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวนั้นเปึนนโยบาย ที่ไม่ประสบผลสําเร็จ รัฐบาลควรจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขมติคณะรัฐมนตรี กระผมคิดว่ารัฐบาลควรจะจัดสํารวจความต้องการแรงงานต่างด้าวในภาคธุรกิจต่าง ๆ และการจัดระบบแรงงานต่างด้าวให้เข้าถึงธุรกิจด้านต่าง ๆ ได้สะดวก โดยเฉพาะนายจ้าง และลูกจ้าง หมดเวลา ต้องขออนุญาตสรุปนิดหนึ่งท่านประธานครับ ผมกราบเรียนว่า ในส่วนแรงงานต่างด้าวนั้นถ้ารัฐบาลทบทวนดี ๆ และสามารถที่จะลดต้นทุนการผลิต ให้กับภาคธุรกิจ อย่างเช่น ภาคอุตสาหกรรมการเกษตรหรือแม้แต่ภาคธุรกิจที่ต้องการ กรรมกร จะสามารถช่วยในส่วนของธุรกิจต่าง ๆ ฟุ๋นตัวได้อย่างรวดเร็วในเวลานี้ครับ ขอขอบคุณมากครับ