เฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ หารือเรื่องนโยบายการท่องเที่ยวของรัฐบาล โดยชี้ว่านโยบายที่รัฐบาลเขียนไม่ชัดเจน ทำให้ภาคเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สามารถช่วยกันพัฒนาการท่องเที่ยวไปในทิศทางเดียวกันได้ เฉลิมลักษณ์ เสนอแนะให้ประกาศจังหวัดอันดามันเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งชาติ และให้ความสำคัญกับแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ เช่น จังหวัดอีสาน เฉลิมลักษณ์ หารือเรื่องการท่องเที่ยว โดยเฉพาะโครงการบัตรอีลิท การ์ด (Elite card) หรือบัตรเทวดา ที่มีปัญหาการขายและไม่ได้ผลตามที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้ และเรียกร้องให้รัฐบาลชัดเจนในนโยบายการท่องเที่ยว
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน เฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันได้อ่านนโยบายของรัฐบาลแล้ว เห็นว่ามีหลายประเด็นที่จะต้องอภิปราย แต่ด้วยเวลาที่จํากัด ดิฉันก็จะขอใช้เวลาของ สภาแห่งนี้อภิปรายเฉพาะประเด็นในเรื่องของการท่องเที่ยวค่ะ ท่านประธานคะ รัฐบาล ได้เขียนนโยบายการท่องเที่ยวไว้ ๒ ส่วนค่ะ
ส่วนแรก อยู่ในนโยบายเร่งด่วนที่จะต้องทําให้เสร็จภายใน ๑ ป้ รัฐบาล บอกไว้ว่าในป้ ๒๕๕๑ ถึงป้ ๒๕๕๒ จะทําให้เปึนป้แห่งการท่องเที่ยวไทย แล้วก็ได้เขียน นโยบายการท่องเที่ยวไว้ในส่วนของนโยบายเศรษฐกิจในภาคของการท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งเท่าที่อ่านดูก็เปึนการเขียนโดยภาพรวม ๆ อ่านแล้วก็ไม่เห็นว่ารัฐบาลจะทําอะไร เปึนรูปธรรมที่ชัดเจน ดิฉันจึงเห็นว่าการเขียนนโยบายอย่างนี้จะทําให้ภาคเอกชนแล้วก็ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วก็ภาครัฐส่วนอื่น ๆ ไม่สามารถที่จะช่วยกันพัฒนาการ ท่องเที่ยวไปในทิศทางเดียวกันได้ ที่ดิฉันต้องพูดถึงเอกชนแล้วก็องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น วันนี้เปึนที่ทราบกันว่าการท่องเที่ยวไม่อาจที่จะพัฒนาไปได้โดยกระทรวง การท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยเอกชนซึ่งเปึนผู้ประกอบธุรกิจด้านนี้โดยตรง และต้องอาศัยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เขาเปึนผู้ดูแลรักษาแหล่งท่องเที่ยวนั้น ๆ เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้านโยบายรัฐบาลไม่ชัดเจน การจะผลักดันการท่องเที่ยวให้เปึนไป ในทิศทางเดียวกันก็เปึนไปไม่ได้ อย่าว่าแต่หน่วยงานเอกชนหรือท้องถิ่นจะเดินไป ทางเดียวไม่ได้เลย ดิฉันติดตามข่าวค่ะ ท่านรัฐมนตรีเคยให้สัมภาษณ์ว่าป้ ๒๕๕๑ ป้ ๒๕๕๒ ท่านจะทําให้เปึนป้แห่งการท่องเที่ยวไทย แต่ผู้ว่า ททท. ก็ออกมาให้สัมภาษณ์ เหมือนกันบอกว่าป้ ๒๕๕๑ ถึงป้ ๒๕๕๓ ท่านจะทําให้เปึนท่องเที่ยวอีสาน ททท. มีหน้าที่ ทําการตลาด แล้วก็ทําหน้าที่โปรโมท (Promote) ประชาสัมพันธ์ วันนี้ ททท. บอกจะทํา เฉพาะอีสาน แต่รัฐมนตรีบอกว่าจะทําทั้งประเทศ มันก็เลยไปคนละทิศละทาง ดิฉันไม่ใช้ เวลามากเพราะว่าเวลาจํากัด ดิฉันขอเสนอท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีเลย แล้วกันนะคะว่า ถ้าอยากให้ป้ ๒๕๕๑ ถึงป้ ๒๕๕๒ เปึนป้แห่งการท่องเที่ยวไทยอย่างที่ ท่านคาดหวังท่านจะต้องทําอะไรบ้าง ดิฉันคิดว่าวันนี้สิ่งแรกที่ท่านต้องทําก็คือทํานโยบาย เรื่องการท่องเที่ยวประเทศไทยทั้งประเทศให้ชัดเจน ให้เปึนไปในทิศทางเดียวกัน โดยเรื่องนี้ ต้องให้ความสําคัญกับคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติตามพระราชบัญญัติ นโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติฉบับใหม่ที่มีท่านนายกรัฐมนตรีเปึนประธานและมีรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้อง มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีภาคเอกชนเปึนคณะกรรมการตรงนั้นด้วย เพราะฉะนั้นข้อมูลเหล่านี้อยู่ในคณะกรรมการชุดนี้รู้หมดแล้ว ประกาศเสร็จก็ทํานโยบาย ทันทีนะคะ
ส่วนที่ ๒ ที่อยากจะเสนอแนะท่านก็คือถ้าต้องการให้ป้ ๒๕๕๑ เปึนป้ ท่องเที่ยวไทย นโยบายหนึ่งที่ท่านละเว้นไม่ได้ก็คือประกาศให้อันดามันเปึนวาระแห่งชาติ แห่งการท่องเที่ยวของประเทศไทย ดิฉันพูดอย่างนี้ไม่ใช่ว่าจะเปึนตัวแทนจากกลุ่มจังหวัด ภาคใต้กลุ่มอันดามันหรอกนะคะ แต่ว่าเราทราบกันดีจากสถิติว่ารายได้จากการท่องเที่ยว ของประเทศวันนี้ ๑ ใน ๓ ของรายได้มาจากกลุ่มอันดามัน เพราะฉะนั้นเลี่ยงไม่พ้นค่ะ ถ้าจะทําให้ประเทศไทยเปึนเมืองท่องเที่ยวแห่งชาติ เปึนการท่องเที่ยวแห่งชาติในป้หน้านั้น ต้องให้ความสําคัญกับกลุ่มอันดามัน ส่วนจะฟุ๋นฟู จะพัฒนากลุ่มอันดามันอย่างไร ดิฉันจะไม่พูดในรายละเอียด เพราะคิดว่าตรงนี้ก็คงจะต้องไปบรรจุอยู่ในแผนงบประมาณ ป้หน้า ซึ่งไม่กี่เดือนก็จะถึงแล้วนะคะ
ส่วนที่ ๓ นอกจากให้ความสําคัญกับกลุ่มอันดามันซึ่งเปึนแหล่งรายได้หลัก ของการท่องเที่ยวแล้วยังต้องให้ความสําคัญกับแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ วันนี้อย่างที่ทาง ททท. เขาบอกว่าจะให้ความสําคัญกับทางอีสานเปึนแหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรม ประเพณี เราก็ระบุไปให้ชัดนะคะว่าจะให้ความสําคัญกับจังหวัดไหนก่อนหลัง เพื่อที่ทุกองคาพยพ ของการท่องเที่ยวก็จะได้ดําเนินไปในทิศทางเดียวกัน
ส่วนที่ ๔ ทางรัฐบาลจะต้องประกาศให้ชัดในนโยบายในส่วนอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวโดยตรง แต่เปึนการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางอ้อมว่าท่านจะลงทุน ในโครงการไหน ที่ไหน อย่างไร ดิฉันยกตัวอย่างนะคะว่า ทางภาคตะวันออกท่านจะผันน้ํา ดูแล้วจะเปึนนโยบายของรัฐบาลด้วย จะผันน้ําจากแม่น้ําโขงมาสู่ภาคตะวันออก เพื่อรองรับการท่องเที่ยวในฝัืงนั้นอย่างไร จะทําระบบท่อส่งน้ําจากเขื่อนเชี่ยวหลานไปที่ จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต จังหวัดกระบี่ไหม หรือว่าจะขยายสนามบินในแหล่งท่องเที่ยว หลัก ๆ ไม่ว่าจะเปึนจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดภูเก็ต อําเภอหาดใหญ่ กรุงเทพฯ เพื่อที่จะ รองรับนักท่องเที่ยวอย่างเพียงพออย่างไร ตรงนี้เปึนเรื่องนโยบายที่รัฐบาลต้องชัดเจน เพราะถ้าท่านทําสิ่งเหล่านี้ชัดก็จะทําให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวกับการท่องเที่ยวได้วางแผน การท่องเที่ยวของเขาได้ถูก ท่านประธานคะ สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ดิฉันได้เสนอว่ารัฐบาล จะต้องทํา แต่ในขณะเดียวกันปัญหาของการท่องเที่ยวก็มี เพราะฉะนั้นเปึนเรื่องที่ ท่านก็จะต้องแก้ไขหลายเรื่อง แต่ดิฉันจะยกประเด็นที่ทําให้ลดความเชื่อมั่นทางการท่องเที่ยว ของเราลงไปในวันนี้ เรื่องแรกก็คือเรื่องโครงการบัตรอีลิท การ์ด (Elite card) หรือบัตรเทวดา ที่พวกเราเรียกกัน ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันทราบว่าโครงการนี้ไม่ได้เกิดในรัฐบาลนี้ เปึนโครงการที่เกิดตั้งแต่ในสมัยรัฐบาลนายกรัฐมนตรีทักษิณซึ่งท่านได้คิดแล้วก็ทําเลย ทันที โดยที่ไม่ได้มีการศึกษาความเปึนได้อย่างรอบคอบมันทําให้เกิดปัญหาในปัจจุบันนี้ ท่านประธานคะ โครงการนี้ทําให้รัฐต้องเสียงบประมาณในการลงทุนเบื้องต้นไปไม่ต่ํากว่า ๕๐๐ ล้านบาท แล้วยังต้องมีค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์ ค่าทําการตลาด ค่าเงินเดือน ลูกจ้าง ข้าราชการที่ต้องเสียไป แต่ถามว่าผลที่ได้มาสําหรับโครงการนี้คืออะไรคะ วันนั้น รัฐบาลวางเปัาไว้ว่า ๔ ป้ จะต้องขายให้ได้ ๑ ล้านสมาชิก สมาชิกบัตรหนึ่งราคา ๑ ล้านบาท ก็คือ ๔ ป้ให้ได้ ๑ ล้านล้านบาท แต่ถามว่าวันนี้ ๔ ป้แล้ว ขายบัตรสมาชิกได้ดิฉันดูแล้ว ตัวเลขสุดท้าย ๒,๐๐๐ กว่าสมาชิก ไม่เกิน ๓,๐๐๐ แต่เราต้องเสียอะไรบ้างคะ เราต้องเสีย อย่างที่บอกก็คือเงินในการลงทุน ค่าโฆษณา ค่าการตลาด เงินเดือนลูกจ้าง แต่สิ่งที่ได้ เท่านี้แล้วสิ่งที่ได้ที่รัฐบาลคาดหวังจากการขายบัตรสมาชิกนอกจากค่าสมาชิกตอนที่ ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณได้พูดตอนจะทําโครงการนี้ก็คือว่า หวังว่าจะได้เงินลงทุนจาก เศรษฐีต่างชาติ เพราะตั้งเปัาว่าบัตรนี้จะขายให้เฉพาะเศรษฐีต่างชาติ เพื่อให้คนเหล่านั้น นําเงินเข้ามาลงทุนในประเทศไทย เปึนการเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่ง เปึนรายได้นอกเหนือจาก ค่าบัตรสมาชิก แต่วันนี้จากการลงไปดูก็จะเห็นว่าจริง ๆ แล้วผิดเปัาหมาย สมาชิกส่วนใหญ่ ไม่ได้เปึนนักท่องเที่ยว ไม่ได้เปึนเศรษฐีจากต่างประเทศ แต่ส่วนใหญ่จะเปึนชาวต่างชาติ ที่พํานักอยู่ในประเทศไทยอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้ที่เราคาดหวังว่าจะได้รายได้จาก ต่างประเทศมาลงทุนในประเทศมันไม่ได้อย่างที่ต้องการ สิ่งนี้ก็คือ