รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

ประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย แสดงความยินดีกับคณะรัฐบาลที่ได้รับเสียงข้างมาก และเสนอแนวคิดในการปฏิรูปการศึกษา นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการรักษาโรค 30 บาท การสร้างโครงสร้างพื้นฐานแห่งชีวิตเพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุ และความสำคัญของเทคโนโลยีในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้มากขึ้น

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคพลังประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ก็ต้องขอแสดงความยินดีด้วยกับคณะรัฐบาลที่ได้เปึนไปตามระบอบ ประชาธิปไตย คือได้เสียงข้างมากของพี่น้องประชาชนมา ซึ่งกระบวนการที่ผ่านมา มีความพยายามที่จะแสดงให้เห็นว่าเสียงที่ไม่ใช่เสียงข้างมากก็สามารถเปึนรัฐบาลได้ แต่วันนี้ผมดีใจครับที่เสียงข้างมากสามารถเปึนรัฐบาลและเปึนนายกรัฐมนตรีได้ ตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๐ มาป้ ๒๕๔๔ มาจนถึงป้ ๒๕๔๙ แล้วก็มาป้นี้ ป้ ๒๕๕๑ มีบทเรียนสอนเรา เยอะแยะครับ ความเจ็บปวด สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในระบอบประชาธิปไตย ทุกสิ่งทุกอย่าง ผ่านมา ๑๐ ป้เศษ ๆ นี้เกิดความเปลี่ยนแปลงและเจ็บปวดมาอย่างยิ่ง แต่นั่นก็ถือเปึน กระบวนการเรียนรู้ในระบอบประชาธิปไตย วันนี้ท่านประธานครับ ในนโยบายเร่งด่วน ที่จะเริ่มดําเนินการในป้แรก การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติและฟุ๋นฟู ประชาธิปไตย วันนี้ผมคิดว่าเปึนเรื่องสําคัญอย่างยิ่งสําหรับประเทศไทย วันนี้แนวคิด วิธีคิด หลักการ เหตุผล อุดมการณ์ องค์ความรู้ในระบอบประชาธิปไตยรัฐบาลต้องเปึน คนสอนครับ รัฐสภานี้ก็ต้องเปึนคนสอนครับ วันนี้วัฒนธรรมทางการเมืองหลายอย่าง ถูกทําให้เห็น กระผมเข้าใจว่าตอนที่เราร่ําเรียนหนังสืออยู่ในสถาบันต่าง ๆ ก็สอนให้เรามีส่วนร่วม ในระบอบประชาธิปไตย สอนให้เรารักษาวัฒนธรรมทางการเมืองที่ดีไว้ รัฐสภาเมื่อป้ที่แล้ว เกือบ ๒ ป้ที่ผ่านมาก็มีการใช้จริยธรรมมาเปึนอาวุธ แต่วันนี้ท่านประธานครับ วันนี้ เกิดวัฒนธรรมหลายอย่าง อย่างเช่น อย่างแบบนักเรียนที่เขาพูดกันเล่นนะครับว่า สอบได้เปึนของตลก สอบตกเปึนของธรรมดา วันนี้ถ้าจะบอกว่าสอบได้เปึน ส.ส. เปึนของตลก สอบตกเปึนรัฐมนตรี ผมก็ว่าเปึนวัฒนธรรมที่ฝ๋นนะครับ เพราะฉะนั้น สิ่งนี้ครับ แต่ไม่เปึนไร เพื่อความสมานฉันท์ แต่อย่างไรก็แล้วแต่หลักการ อุดมการณ์ใน ระบอบประชาธิปไตยต้องมีครับ ไม่ใช่วันนี้เหมือนกับท่านผู้มีเกียรติบางท่าน ท่านได้ กล่าวถึง ส.ส. กระผมไม่เคยซื้อเสียงมาครับ แล้วก็เปึน ส.ส. สมัยที่ผ่านการเลือกตั้งมา ๔ สมัยแล้ว วันนี้ผมอยากจะฝากเรื่องไปถึงท่านคณะรัฐบาล วันนี้ไม่ว่าประชาชนจะมี ความสามารถแค่ไหน จะเก่งแค่ไหน เก่งอย่างไร ป้ ๒๕๔๐ สอนเราครับ และป้ ๒๕๔๔ ก็สอนเราว่าถ้าเราได้รัฐบาลที่ดี ที่เก่ง นายกรัฐมนตรีเฉลียวฉลาด คณะรัฐมนตรี เปึนหนึ่งเดียวและเฉลียวฉลาด เราจะสามารถพาประเทศเราก้าวกระโดดไปได้ นี่คือ เรื่องสําคัญครับ วันนี้พี่น้องประชาชนจะมีชีวิตอยู่รอดได้หรือไม่ อยู่ที่การบริหารราชการ แผ่นดินของรัฐบาล อยู่ที่ความเปึนหนึ่งเดียวของรัฐสภานี้ ความเข้าใจที่ดีต่อกัน กระผมเองอยากจะฝากแนวคิดก้าวกระโดด อย่างเช่นในกรณีของการปฏิรูปการศึกษา ที่ผ่านมามีการปฏิรูประบบการศึกษา แล้วก็มีการจัดแบ่งเขตการศึกษา แล้วก็เรายังมี การที่จะเพิ่มเงินประจําตําแหน่งของครูนั่นก็เปึนส่วนหนึ่งครับ แต่ในระบบการศึกษานี้ ผมขออนุญาตฝากไว้ที่สภานี้ครับ จากระบบ ๖ ๖ ๔ ประถมศึกษา ๖ มัธยมศึกษา ๖ อุดมศึกษา ๔ วันนี้ผมอยากเห็นการปฏิรูปการศึกษาที่แท้จริงครับ บุคลากร ในกระบวนการศึกษาสามารถที่จะสร้างระบบ ๕ ๕ ๔ ขึ้นมาได้หรือไม่ นั่นคือรวบรวม หลักสูตรแล้วสามารถสอนให้เด็กเข้าใจได้ในระดับประถม ๕ ป้พอ ในระดับมัธยม ๕ ป้ และในระดับอุดมศึกษา ๔ ป้ คือ ๕ ๕ ๔ คือ ๑๔ ป้ เรากําไร ๒ ป้ครับ ผมฝากไว้ เปึนประเด็นนะครับ เพราะว่ามีเรื่องต้องพูดมาก

ในเรื่องของ ๓๐ บาทรักษาโรค กระผมได้ยินเมื่อสักครู่ก็ถือว่าดีครับ การรักษา ๓๐ บาทรักษาโรค ผมคิดว่าต้องใช้ ๓๐ บาทรักษาโรคครับ เพราะตัว ๓๐ บาท หลักสําคัญคือทําให้ประชาชนที่ไปใช้รับการบริการไม่ถูกดูแคลน ไม่เปึนอนาถาครับ นี่คือหัวใจหลักสําคัญทําไมต้องเก็บเงิน ๓๐ บาท ถึงแม้ว่าจะน้อยนิด และตัว ๓๐ บาท ก็ยังเปึนบัฟเฟอร์ (Buffer) ทางการเงิน ยังเปึนตัวอินดิเคเตอร์ (Indicator) ในการตรวจสอบ การใช้เงิน ถ้าไม่มีการกําหนดใช้ ๓๐ บาท จะเกิดการคอร์รัปชันได้อย่างมโหฬารทีเดียว หลักการครับ ในระบอบประชาธิปไตยประเทศที่เปึนเสรีประชาธิปไตยนี่ฟรีไม่ได้ครับ ท่านต้องให้อย่างมีเงื่อนไข ๓๐ บาท ๑๒ ป้ลงมาก็ไม่ต้องเสีย ๓๐ บาท ๖๐ ป้ขึ้นไป ก็ไม่ต้องเสียอยู่แล้วครับ ๑๒ ป้ ถึง ๖๐ ถึงเสีย ๓๐ บาท วันนี้ก็ขอฝากครับว่า ๓๐ บาท รักษาโรคเปึนเครื่องวัดครับ และเปึนตัวการันตี (Guarantee) ว่าเราไม่ได้ให้รับการรักษา แบบอนาถาครับ เพราะฟรีหมดทุกอย่าง

ในเรื่องสุดท้าย ในขณะที่เวลาให้น้อยเหลือเกิน ผู้สูงอายุครับ วันนี้ผมก็ ขอพูดอยู่ในสภาแห่งนี้ครับ ขอฝากคําว่า โครงสร้างพื้นฐานแห่งชีวิต วันนี้เม็ดเงินทุกอย่าง ที่ท่านจัดสรรลงมานี่ไม่ใช่เพื่อวัตถุครับ ท่านต้องเอาไปสร้างเพื่อชีวิตด้วย การอัดเม็ดเงิน จํานวน ๓,๐๐๐ บาท เข้าสู่ผู้สูงอายุทั่วประเทศ ๖ ล้านคน เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับเงิน ๓,๐๐๐ บาทต่อเดือน จนกว่าจะจากโลกนี้ไป นี่คือแนวคิดของโครงสร้างพื้นฐานแห่งชีวิต เพื่อชีวิต มีงบประมาณเยอะแยะทํามาเพื่อชีวิตเถอะครับ และในกระบวนการตรงนี้ ถ้าต้องพูดกัน อธิบายกันยาว ๕ – ๗ ชั่วโมงครับ กระผมก็ขอฝากในประเด็นเรื่อง โครงสร้างพื้นฐานแห่งชีวิต ซึ่งเปึนเทคโนโลยีทางการเงิน เปึนโซซิโอ-อิโคโนมิค เทคโนโลยี (Socio-economy technology) ขอฝากท่านประธานไว้ด้วยครับ

ในท้ายที่สุด ขอฝากในประเด็นของในเรื่องเทคโนโลยีเปึนตัวนําของ ทุกประเทศ ในเพสท์ โมเดล โพลิทิค อีโคโนมิค โซเชียล เทคโนโลยี (PEST Model Politic Economic Social Technology) เทคโนโลยีเปึนตัวการที่สําคัญ ก็ขอฝากให้คณะรัฐมนตรีให้ความสนใจกับวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีให้มาก เปึนอาวุธในการแบคอัพ (Backup) ประเทศครับ ขอบคุณครับ