บัญญัติ เจตนจันทร์ หารือเรื่องนโยบายสุขภาพที่เขียนง่ายแต่ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน และเรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรีศึกษาและพิจารณาแก้ไขปัญหาทางด้านสุขภาพที่ซับซ้อน โดยเน้นย้ำถึงปัญหาการกระจายทรัพยากรไปในเมืองใหญ่ และไม่ไปในชนบท ซึ่งไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่ส่งเสริมให้ประชาชนได้รับบริการทางด้านสุขภาพอย่างทั่วถึง มีมาตรฐาน มีประสิทธิภาพ และเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหานี้ นอกจากนี้ บัญญัติ เจตนจันทร์ ยังหารือเรื่องการพัฒนาโรงพยาบาลที่ขาดเงินและทรัพยากร และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐให้โรงพยาบาลรัฐบาลไม่ถูกทอดทิ้งและให้ประชาชนที่ด้อยโอกาสได้รับการดูแล
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ และเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่รักทุกท่าน กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ฟังคําแถลงนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี และได้ศึกษาจากเอกสารโดยละเอียด ก็มีความสนใจที่จะอภิปรายในหัวข้อนโยบายทางด้านคุณภาพชีวิตนะครับ ในหมวด การแก้ปัญหาสุขภาพประชาชน ผมก็เช่นเดียวกับผู้อภิปรายของพรรคประชาธิปัตย์ ท่านก่อน ๆ นะครับ เมื่อได้อ่านนโยบายนี้แล้วผมคิดถึงสมัยผมเปึนแพทย์โรงพยาบาล ชุมชน เหมือนนโยบายที่ผมเขียนเองเลยครับ เวลาผมเขียนนโยบายของอําเภอ ผมก็เขียน อย่างนี้ ผมมานั่งอยู่ตรงจุดนี้ได้เห็นนโยบายระดับชาติแล้วผมเกือบจะคิดว่าผมก็คงเปึน รัฐมนตรีได้ตั้งแต่สมัยหลายป้ที่แล้ว เพราะว่านโยบายเขียนง่ายจริง ๆ เปึนนโยบายที่ เขียนอยู่บนพื้นฐานของนามธรรมหรือการเรียงความ ไม่ได้เปึนนโยบายที่อิงสถานการณ์ ปัจจุบันของระบบการแพทย์ การสาธารณสุข ซึ่งเปึนระบบ ที่ซับซ้อน ขอเน้นคําว่า ซับซ้อน ไม่มีกระทรวงไหนที่ซับซ้อนในเรื่องของปัญหาที่จะต้องบูรณาการ ต้องแก้ไข เพราะว่าผลพวงของการพัฒนาประเทศหากล้มเหลวแล้วก็จะไหลลงมาอยู่ที่ต่ําที่สุด ก็คือปัญหาคุณภาพชีวิตทางด้านสุขภาพอนามัย ไม่ว่าปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อม ถ้าเปึนพิษก็มาที่คน ปัญหาของการบริโภคอาหารก็มาที่คน เพราะฉะนั้นก็อยากจะ ถือโอกาสนี้กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ผมขอเน้น คําว่า นายกรัฐมนตรี เพราะว่าปัญหาทางด้านสุขภาพนั้นมิใช่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขแต่เพียงผู้เดียวในการดูแล แล้วก็การพัฒนาทางด้านสุขภาพนั้น ไปอยู่ในทบวงมหาวิทยาลัยก็มี ไปอยู่ในกระทรวงมหาดไทยก็มี กระทรวงกลาโหมก็มี ในรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ก็มีทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้มองภาพของระบบสุขภาพ ที่ใหญ่กว่ากระทรวงสาธารณสุข แต่ก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าหัวหน้าทีมนั้นก็คงจะต้องเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขนะครับ ขออนุญาตเสริมประเด็นภาพกว้างอีก สักนิดหนึ่งนะครับว่า อยากจะให้ท่านใช้เวลาสักนิดหน่อยในการศึกษา แล้วก็ครุ่นคิด ถึงงานทางด้านสุขภาพอนามัยให้ละเอียดลออ ละเมียดละไมกว่านี้สักนิดหนึ่ง ไม่ต้อง ใช้เวลามากหรอกครับ ใช้บทของความคิดสงสาร แล้วก็เมตตาสงเคราะห์อนุเคราะห์ด้วย เข้าไปในหลักวิชาการทั้งหลาย เพราะระบบงานทางสาธารณสุขนั้นเต็มไปด้วยวิชาการ และเทคโนโลยี และเต็มไปด้วยเมตตาธรรมที่จะต้องนํามาผสมผสานให้ได้ส่วน แล้วก็ ผนวกกับความเชี่ยวชาญละเมียดละไมในการบริหารจัดการบุคลากรทางด้านสาธารณสุข และการใช้จิตวิทยา หรือการโน้มนําของการที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลจากอาสาสมัคร สาธารณสุขและประชาชนทั่วไป ถ้าหากว่าทางกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวง ที่เกี่ยวข้องนั้นได้ร่วมกันคิดร่วมกันกําหนดนโยบายที่ละเอียดครอบคลุมกว่านี้ ผมเชื่อมั่นว่าไม่เกินกําลังความสามารถของรัฐบาลที่จะฟันฝ์าแก้ไขปัญหาทางสุขภาพ ไปได้ ผมไม่เชื่อว่าท่านจงใจที่จะไม่แก้ปัญหาสาธารณสุขหรอก ทุกท่านมีจิตสํานึก ของการช่วยเหลือคนทั้งสิ้น แต่ผมคิดว่าท่านอาจจะมีข้อมูลไม่เพียงพอ รีบด่วนในการ เขียนนโยบายเกินไป อันนี้เพียงแค่ ๒๐ บรรทัดเท่านั้นเอง ไม่ได้ลงไปในรายละเอียด ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๕ ว่าจะทําอะไร แล้วก็ในระยะเวลาใดไม่มี มีแต่ว่าทางด้าน นามธรรมเท่านั้น ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานฝากไปถึงรัฐมนตรีผู้เกี่ยวข้อง ผ่านนายกรัฐมนตรีว่า ปัญหาที่ผมตกตะกอนมาเพื่อฝากเปึนข้อแนะนําก็คือมีทั้งหมด ประมาณ ๔ ปัญหา ภายใต้เวลาที่จํากัด
อันที่ ๑ ปัญหาการกระจายทรัพยากรสุขภาพที่ไม่เหมาะสม อันนี้เพื่อนสมาชิก จากพรรคประชาธิปัตย์ได้พูดถึงมาแล้วก็คือเปึนปัญหาเรื้อรัง ปัญหาโลกแตก แก้ไม่ได้ ถึงแก้ไม่ได้ผมคิดว่าทางรัฐบาลก็ต้องมีการนับ ๑ ในการแก้ปัญหา ปัญหาการกระจาย ทรัพยากรสาธารณสุขหรือสุขภาพไม่เหมาะสม ทรัพยากรในที่นี้หมายถึงตัวบุคลากร คือคนตั้งแต่แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่อนามัย ทรัพยากรในที่นี้หมายถึงเงินหรือเม็ดเงิน ที่ได้จากงบประมาณก็ดี หรือจากการที่ผู้ป์วยประกันตนร่วมจ่ายก็ดี หรือจากของ กรมบัญชีกลางที่ให้สวัสดิการข้าราชการก็ดี ไปกระจุกตัวในเมืองใหญ่ ส่วนในชนบท หรือที่มีสาขาของโรงพยาบาลหรือหน่วยบริการสาธารณสุขที่อยู่ในชนบทนั้นก็จะได้รับ หาง ๆ ไป อันนี้เปึนเรื่องใหญ่มาก เพราะมันไปขัดกับรัฐธรรมนูญในมาตรา ๕๑ และมาตรา ๘๐ ที่ส่งเสริมให้ประชาชนได้รับบริการทางด้านสุขภาพอย่างทั่วถึง มีมาตรฐาน มีประสิทธิภาพ อยากจะให้ท่านคํานึงถึงประเด็นของการกระจายตัว ของทรัพยากรที่เหมาะสม ท่านต้องหาสาเหตุครับ ผมไม่มีเวลาลงไปถึงรายละเอียดว่า สาเหตุคืออะไร แต่อยากจะเรียนสั้น ๆ ว่าแรงจูงใจหรือขวัญกําลังใจของบุคลากร ทางสาธารณสุขตั้งแต่แพทย์ พยาบาลลงไปนั้นก็เปึนปัจจัยที่สําคัญปัจจัยหนึ่ง แต่ไม่ใช่ เปึนปัจจัยเดียว สําหรับตัวผมนั้นก็ออกมาจากระบบ ๓๐ บาท ผมนั้นเปึนผลพวง ที่แทรกซ้อนจาก ๓๐ บาท ผมต้องออกจากการเปึนแพทย์ เพราะ ๓๐ บาท เพราะว่า ผมจําเปึนจะต้องมาพูดบางสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับระบบบริการสุขภาพที่นําประชาชน เข้าไปสู่ความเสี่ยงและนําพาแพทย์ พยาบาลเข้าไปสู่ในความเสี่ยง คือระบบ ๓๐ บาท นั่นไม่ใช่ว่าไม่ดีทุกเรื่อง มีข้อดีหลายเรื่อง แต่มีข้อที่ยังต้องแก้ไขนะครับ นั่นก็คือ การกระจายของทรัพยากรไปสู่สถานบริการนั้นกระจายตามหัวประชากรครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นพื้นที่ใดที่มีประชากรแฝงมาก ยกตัวอย่าง จังหวัดระยองของผมนั้นมี ประชากรแฝงพอ ๆ กับประชากรที่อยู่ในจังหวัดระยอง งบประมาณที่ไหลไปที่จังหวัด ของผมนั้นก็ไหลไปตามหัวประชากร แต่ว่าเพื่อนพี่น้องประชาชนชาวไทยที่อพยพไปทํากิน เมื่อเจ็บไข้ได้ป์วยเขาก็ต้องไปใช้เตียง เขาก็ต้องไปใช้บุคลากร ใช้เครื่องไม้เครื่องมือ ในโรงพยาบาล ในท้องถิ่นจังหวัดระยอง ก็เลยทําให้อัตราการครองเตียงเกิน ร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับ คําว่า เกินร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็หมายความว่านอนเสริมนะครับ นอนเสริม อันนี้ก็คือเรื่องหนึ่ง ของปัญหา ๓๐ บาทที่จ่ายเงินตามรายหัวประชากร ซึ่งยังไม่เคยมีนโยบายข้อไหนที่เขียน ไว้ว่าจะแก้ไขปัญหาประชากรแฝงนะครับ ก็คือนําภาระนั้นไปให้ในพื้นที่เศรษฐกิจ
ต่อไปปัญหาทางด้านของการพัฒนาโรงพยาบาล เนื่องจากขาดเงิน ขาดทรัพยากร โรงพยาบาลต่าง ๆ ก็ล้าหลัง เมื่อย้อนไปเมื่อ ๑๐ ป้ที่แล้วโรงพยาบาล ต่าง ๆ เจริญก้าวหน้าไปอย่างมาก มีศูนย์มะเร็งมีเอคเซลเลนซ์ เซนเตอร์ (Excellence center) ต่าง ๆ เด่นชัดมาก แพทย์ต่าง ๆ พากันวิจัยดูแลผู้ป์วยนะครับ มีชื่อเสียง ปัจจุบันสิ่งเหล่านี้ ได้ไหลไปที่โรงพยาบาลเอกชน ไม่ทราบว่าไปตามนโยบายเมดิเคิล ฮับ (Medical hub) หรือไม่ พากันไปบริการชาวต่างชาติเสียหมด แพทย์ทั้งหลายจํานวนมากก็ไปบริการ ชาวต่างชาติ แต่ว่าประชาชนที่ด้อยโอกาสนั้นก็จะเปึนประชาชนชั้น ๒ ก็ฝากทบทวน เรื่องของเมดิเคิล ฮับ ด้วยว่าเมื่อได้ภาษี เม็ดภาษีจากรายได้ต่างชาติแล้วจะมาลงทุน ในโรงพยาบาลรัฐบาลชดเชยได้หรือไม่ ผมว่าอย่าให้มาตรการทางเศรษฐกิจ หรือภาษีนั้น ทําให้คนต้องบาดเจ็บล้มตายนะครับ
ปัญหาที่ ๓ รัฐบาลได้ปล่อยให้ประชาชนเผชิญกับโรคภัยไข้เจ็บโดยไม่รู้ตัว