นัจมุดดีน อูมา หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเสนอแนะให้รัฐใช้บุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจพื้นที่และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเต็มใจและไม่อคติ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการควบคุมการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม และกรณีที่เจ้าหน้าที่จับกุมครูสอนศาสนาและทาร้ายร่างกายในอําเภอจะนะ จังหวัดสงขลา และเรียกร้องให้รัฐบาลมีคําตอบอย่างชัดเจน และควบคุมข้าราชการทุกฝ่ายให้ปฏิบัติและบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะการศึกษานอกระบบ "ตาดีกา" และเรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนนโยบายปลอดอบายมุข
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายนัจมุดดีน อูมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคพลังประชาชนนะครับ สมาชิกรัฐสภา กระผมขออภิปราย สนับสนุนรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่คณะรัฐบาลได้ประกาศนโยบายเร่งด่วน ๑๙ ข้อ ซึ่งจะดําเนินการภายใน ๑ ป้ โดยเฉพาะนโยบายในข้อที่ ๑.๒ ในเรื่องเกี่ยวข้องกับ การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเปึนปัญหาที่ได้เรื้อรังและมี ความสลับซับซ้อนมาเปึนเวลาช้านาน ในอดีตนั้นปัญหาภาคใต้จะมีความรุนแรง เปึนช่วง ๆ จะทิ้งระยะ ๑๐ ถึง ๑๕ ป้ แต่นับตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ เปึนต้นมาจนถึงปัจจุบัน ปัญหาความไม่สงบก็ได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง การที่รัฐบาลชุดนี้ได้ประกาศนโยบาย เร่งด่วนตามข้อที่ ๑.๒ นั้นเปึนการถูกต้องแล้ว กระผมขอเสนอต่อท่านประธานเพื่อฝาก ไปยังรัฐบาลเพื่อจะเปึนการสนับสนุนนโยบายเร่งด่วน ดังต่อไปนี้
ประการที่ ๑ รัฐจะต้องใช้บุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจลักษณะ เฉพาะพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าราชการทุกฝ์ายที่จะลงไปปฏิบัติหน้าที่จะต้องมี ความเต็มใจที่จะลงไป ไม่มีอคติและมีความตั้งใจจริงที่จะปฏิบัติหน้าที่ เมื่อเขาสามารถ ทํางานได้ดีก็สมควรที่จะมีการปูนบําเหน็จความดีความชอบเปึนทวีคูณ
ประการที่ ๒ เปึนเรื่องที่มีความสําคัญอย่างยิ่งครับ รัฐจะต้องอํานวย ความเปึนธรรมและความยุติธรรม และจะต้องควบคุมการบังคับใช้กฎหมายอย่าง เปึนธรรม อย่างเช่น กรณีเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านไป ได้เกิดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่อําเภอจะนะ จังหวัดสงขลา กล่าวคือได้มีเจ้าหน้าที่กลุ่มหนึ่งได้จับกุมผู้ต้องสงสัย ที่เปึนครูสอนศาสนาอิสลาม ที่โรงเรียนรุ่งโรจน์วิทยา และได้มีการทําร้ายร่างกาย ในสถานที่ราชการแห่งหนึ่งจนกระทั่งชาวบ้านและกลุ่มนักศึกษาได้มีการออกมาเรียกร้อง เพื่อชุมนุมประท้วงต่อผลที่เกิดขึ้น ขอฝากเรื่องนี้ไปยังท่านประธานรัฐสภา เพื่อให้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้มีการแก้ไข และมีการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน เท่าที่ผมทราบนะครับ ต่อกรณีดังกล่าวที่เกิดขึ้นนั้น เปึนการกระทําของเจ้าหน้าที่ที่มาจากต่างพื้นที่ เพราะพื้นที่ อําเภอจะนะ อําเภอเทพา อําเภอนาทวี และอําเภอสะบ้าย้อย เปึน ๔ อําเภอพิเศษ ที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่มีการก่อปัญหาความไม่สงบ ก็จะมีหน่วยเฉพาะกิจสงขลาดูแลอยู่ แต่ต่อกรณีที่เกิดขึ้นดังกล่าวนี้ทราบว่าได้มีเจ้าหน้าที่จากต่างพื้นที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ มีการจับกุมครูสอนศาสนา และมีการทําร้ายเกิดขึ้น ซึ่งต่อเรื่องนี้พี่น้องประชาชนฝากมา ที่พวกผมและบรรดา ส.ส. ภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขอให้ฝากให้ท่านประธานรัฐสภาว่า รัฐบาลจะต้องมีคําตอบในเรื่องนี้อย่างชัดเจน และกรณีอย่างนี้จะต้องมีการควบคุม ข้าราชการทุกฝ์ายให้มีการปฏิบัติ บังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ท่านประธาน ที่เคารพ ผมก็มีความเห็นใจเจ้าหน้าที่นะครับ เพราะพื้นที่ตรงนั้น ปัญหาความไม่สงบก็ เกิดอย่างต่อเนื่อง อาจจะทําให้เจ้าหน้าที่มีความเครียด มีความกดดัน ดังนั้นเมื่อครบรอบ ๑ ป้ เราก็ควรสํารวจว่าเจ้าหน้าที่ท่านใดที่มีความเครียด มีความไม่อดทน ก็จะต้องมี การสับเปลี่ยนต่อไป
ประการที่ ๓ รัฐต้องถือว่าบุคคลผู้ต้องสงสัยในกรณีเหตุการณ์ ก่อความไม่สงบนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ต้องสงสัยตามพระราชกําหนดการบริหาร ราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ เปึนผู้ป์วยที่ต้องนําไปรักษา ถ้าเราไปคุมขัง รวมกับบุคคลที่ต้องหาคดีอาญาในเรือนจําทั่ว ๆ ไป ก็จะเปึนปัญหาต่อไปอย่างต่อเนื่อง ผมก็เลยมีความคิดว่ารัฐควรที่จะมีการจัดตั้งสถานบําบัด ฟุ๋นฟู ผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป
ประการที่ ๔ รัฐจะต้องฟุ๋นฟูบทบาทของกํานัน ผู้ใหญ่บ้านให้เข้มแข็ง เพราะ ณ ขณะนี้กํานัน ผู้ใหญ่บ้านเองจะมีความกดดันค่อนข้างมาก ฝ์ายกลุ่มผู้ก่อ ความไม่สงบ ก็จะหาว่ากํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เปึนเจ้าหน้าที่ของรัฐ วันดีคืนดีก็มีการป่ดล้อม ตรวจค้นอยู่บ่อย ๆ ทําให้กํานัน ผู้ใหญ่บ้านมีความกดดัน ผมก็เลยขอฝากว่าอยากจะให้ พนักงานฝ์ายปกครอง ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือว่าทางนายอําเภอก็ดีต้องหมั่นเอาใจใส่ และต้องให้กําลังใจกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อจะเปึนหลักประกันในการทํางานต่อไป
ประการที่ ๕ บุคคลที่กลับตัวต่อทางราชการ รัฐจะต้องคุ้มครองชีวิต และทรัพย์สิน
ประการที่ ๖ เนื่องจากเวลามีจํากัด ขอฝากไปยังท่านประธานรัฐสภาว่า ขณะนี้พระราชบัญญัติส่งเสริมกิจการฮัจญ์แห่งประเทศไทย ซึ่งเปึนกฎหมายที่บังคับใช้ เกี่ยวกับการไปประกอบพิธี ณ ประเทศซาอุดีอาระเบีย มีความล้าหลังค่อนข้างมาก สมัยรัฐบาล พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เมื่อป้ ๒๕๔๗ ได้มีการเสนอต่อที่ประชุม คณะรัฐมนตรีผ่านความเห็นชอบแล้ว อยู่ในระหว่างจะรอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ก็เลยอยากจะขอฝากท่านประธานรัฐสภาไปยัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีว่าในโอกาสนี้ เพื่อเปึนของขวัญกับพี่น้องประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลามควรที่จะมีการปรับปรุง พระราชบัญญัติส่งเสริมกิจการฮัจญ์ต่อไป
ประการสุดท้ายครับ เนื่องจากว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ อยู่ ณ ที่นี้ด้วย ขอฝากว่าเรื่องการศึกษา การศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษานอกระบบที่เรียกว่า ตาดีกา ขณะนี้การศึกษาตาดีกาอยู่ในความดูแลของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งเขตพื้นที่ การศึกษานั้นก็มีงานล้นมืออยู่แล้ว ทั้งมัธยม ทั้งประถม ก็เลยอยากจะฝากท่านว่า ในโอกาสต่อไปนั้นกิจการของโรงเรียนตาดีกาสมควรที่จะมาอยู่ในการกํากับดูแล ของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัด ซึ่งเขาก็มีความพร้อมที่จะรับ ผมได้พบปะ กับ กศน. หลายท่านเขาพร้อม ทีนี้อยู่ที่นโยบายของรัฐบาลว่าท่านจะดําเนินการได้รวดเร็ว แค่ไหน ซึ่งประเด็น ๔–๕ ประเด็นที่ผมฝากมานี้
และประเด็นสุดท้ายจริง ๆ ครับ ขอสนับสนุนนโยบายที่ ฯพณฯ รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ประกาศว่าจะให้จังหวัดชายแดนภาคใต้เปึนเขตปลอด อบายมุขเหมือนกับรัฐกลันตันประเทศมาเลเซีย ถ้าทําได้จริงตามนี้ผมเชื่อว่าปัญหา ทั้งหลายก็คงจะบรรเทาคลี่คลายลงไปอย่างเร็วที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้รัฐบาล ที่มี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ชื่อ สมัคร สุนทรเวช ต่อไป ขอขอบคุณครับ