รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

ธีระ สลักเพชร หารือเรื่องวัฒนธรรมไทยที่เสื่อมโทรมตั้งแต่ 3-4 ปีที่ผ่านมา โดยเน้นย้ำถึงผลกระทบของการบริโภคนิยมและระบบทุนนิยมที่ทำให้ประชาคมหมู่บ้านและชุมชนถูกทำลาย นอกจากนี้ยังชี้ชัดถึงปัญหาของหนี้ในชนบทและความไม่มีสติสัมปชัญญะ ความไม่มีวินัย และความไม่รับผิดชอบในหมู่เยาวชน และสุดท้ายเรียกร้องให้รัฐบาลหันมาดูแลและขยายบทบาทของสภาวัฒนธรรมทุกจังหวัดเพื่อเฝัาระวังทางวัฒนธรรม

นายธีระ สลักเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตราด

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ผม ธีระ สลักเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตราด พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ประเด็นที่ผมจะอภิปราย คือประเด็นในเรื่องของนโยบายศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ผมกล้าพูดนะครับว่า วัฒนธรรมของคนไทยในช่วง ๓–๔ ป้ที่ผ่านมานี้เสื่อมโทรม เสื่อมถอยลงเยอะนะครับ และกล้าพูดนะครับว่าต้นเหตุมาจากการบริหารของรัฐบาลชุดที่แล้วในช่วง ๔–๕ ป้ ที่ผ่านมา การบริหารประเทศในเรื่องของเศรษฐกิจ การเมืองและสังคม เปึนต้นเหตุที่ทําให้ สภาวะของวัฒนธรรมของคนไทยเสื่อมถอยลง สิ่งที่ปรากฏให้เห็นวัฒนธรรมเปึนปัจจัย สําคัญในการเสริมสร้างความสามัคคี ความสมานฉันท์ของคนในชาติ วันนี้สิ่งเหล่านี้ หายไปมาก ความไม่สงบใน ๓ จังหวัดภาคใต้ และสิ่งที่เกิดขึ้นสังคมไทยที่แตกแยกมาก ในช่วง ๒–๓ ป้ที่ผ่านมา จนนํามาให้เกิดการปฏิวัติรัฐประหารในป้ ๒๕๔๙ ผมกล้าพูดว่า ช่วงป้ ๒๕๔๙ กับ ๒๕๕๐ ชีวิตคนไทยความสุขหายไปเยอะ ทั้งโพลในประเทศ โพลต่างประเทศ ไม่ค่อยดีในเรื่องของความสุขของคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเปึนประเทศที่ไม่สงบสุขก็เช่นเดียวกันนะครับ โพลต่างประเทศของเราก็ไม่ค่อยดี

เรื่องที่ ๒ ที่ผมอยากชี้ให้เห็นวัฒนธรรมไทย ความจริงแล้วเปึนพลัง ที่สําคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต แต่ว่าสิ่งเหล่านี้ กลายเปึนว่าวัฒนธรรมไทยในเรื่องของการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม คุณภาพชีวิตถูกทําลายหายไปเยอะเลยครับ นโยบายเศรษฐกิจที่เน้นในเรื่องของ การบริโภคนิยมทําลายโครงสร้างในเรื่องของชุมชน ถ้าท่านประธานนึกภาพออกนะครับว่า เราเกิดวิกฤติเศรษฐกิจเมื่อป้ ๒๕๔๐ รัฐบาลช่วงของท่านชวน หลีกภัย เราพยายามเน้น เรื่องของการให้ใช้สินค้าไทย เที่ยวเมืองไทย ประหยัด หลังจากนั้นมาป้ ๒๕๔๔ รัฐบาลของพรรคไทยรักไทยก็ได้เข้ามาบริหารประเทศ ได้เน้น ในเรื่องของการบริโภคนิยม โครงสร้างสังคมที่เราอยู่กันเปึนกลุ่มตามชุมชนถูกทําลาย ไปเยอะ ประชาคมหมู่บ้าน ประชาคมตําบล การสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง งบประมาณ ที่ให้ไปไม่ว่ากองทุนหมู่บ้าน ธนาคารประชาชน การพักหนี้ได้ไปทําสิ่งที่รัฐบาลชุดนั้น สร้างไว้เสียหายมาก ไปสร้างสังคมเชิงเดี่ยว คนไทยเราอยู่รวมกันเปึนกลุ่มครับ งบที่ให้ไป เหล่านั้นจะแยกให้สังคมไทยในชนบทแยกออกไปเปึนปัจเจกบุคคล แล้วด้วยคนในชนบท ไม่พร้อม รัฐบาลเร่งรีบมากจนเกินไป เร่งรีบมองเรื่องของการเมืองมากกว่าบ้านเมือง ชุมชนไม่พร้อมขาดภูมิต้านทาน ในที่สุดคนไทยตามชนบทก็มีชีวิตไม่ต่างจากสังคมเมือง ซึ่งสังคมเมืองนี้เราเปึนสังคมเชิงเดี่ยว บ้านอยู่ใกล้ชิดกันยังไม่รู้จักกันนะครับ ในที่สุด คนในชนบทกลายเปึนคนที่ฟุังเฟัอฟุ์มเฟ๋อย แล้วในที่สุดก็ฟุังซ่าน เยาวชนของเราไปใช้ คอมพิวเตอร์ ใช้มือถือในทางที่ไม่ถูกต้อง พฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องก็ตามมานะครับ ในเรื่อง ของการเข้าหาอบายมุข มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ชอบความรุนแรง สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่ สะท้อนให้เราเห็นชัดเจนน แล้วปัญหาสิ่งเหล่านี้ถ้าท่านประธานได้ติดตามนะครับ เรื่องของหนี้ในชนบท เรื่องของการออม หนี้ครัวเรือน ซึ่งสูงขึ้นมากในช่วง ป้ ๒๕๔๕ ป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๙ ความจริงแล้วในช่วงป้ ๒๕๔๒ ป้ ๒๕๔๓ ป้ ๒๕๔๔ ตอนที่เรา เกิดวิกฤติผมดูตัวเลขแล้วตัวเลขไม่สูงเลยนะครับ ๖๙,๐๐๐ ในป้ ๒๕๔๑ ป้ ๒๕๔๒ ๗๑,๐๐๐ ป้ ๒๕๔๓ ๖๘,๐๐๐ แต่ป้ ๒๕๔๕ ขึ้นมา ๘๒,๐๐๐ แล้วป้ ๒๕๔๗ ขึ้นมาเปึน ๑ แสน ป้ ๒๕๔๙ ขึ้นมาเปึน ๑๐๖,๐๐๐ กว่าบาท สิ่งเหล่านี้ชี้ชัดนะครับว่ามันสร้าง ผลกระทบให้กับชีวิตคนไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในชนบท การออมก็ลดลงเยอะครับ สิ่งที่เปึนปัญหาประการที่ ๓ วัฒนธรรมเปึนยุทธศาสตร์ในการเสริมสร้างความเข้มแข็ง ในเรื่องของการสร้างจิตสํานึก ค่านิยม คุณธรรม จริยธรรมที่ดีงามของคน คนในชาติเรา แต่ปรากฏว่าจิตสํานึก ค่านิยม คุณธรรมและจริยธรรมอันดีงามของคนไทยถูกทําลาย สิ่งที่เห็นชัดมากคือโพลของเอแบค โพลล์ที่เราเห็นทั้งป้ในป้ ๒๕๕๐ ที่เขาพยายามทํามา ๓ ครั้ง ๔ ครั้ง คุณธรรมหลายด้านที่เขาได้ทํา ๕ ด้าน ในเรื่องของความมีวินัย ความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์สุจริต สติสัมปชัญญะ จิตอาสา ความขยันหมั่นเพียร ปรากฏว่าสิ่งเหล่านี้สิ่งที่เขาทํามาตลอด ๔ ครั้ง ครั้งสุดท้ายที่เผยแพร่เมื่อ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๑ ปรากฏว่ามีหลายตัวเลยครับ ทั้ง ๕ ตัวที่ศึกษานี้ผมสรุปสั้น ๆ เพราะจะมี ผู้อภิปรายหลังจากผมมาสรุปเปึนรายละเอียดในเรื่องของในแต่ละตัว ใน ๕ ประเด็นนี้ ผู้ใหญ่คนไทยในสังคม คุณธรรม ด้านสติสัมปชัญญะ ความมีวินัยอยู่ระดับที่ไม่น่าพอใจ แต่กลุ่มเยาวชนคนรุ่นต่อไปเปึนสิ่งที่น่าเปึนห่วงมาก ถือว่ามีคุณธรรมที่ต่ํากว่ากลุ่มคนอายุ อื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องไม่มีสติสัมปชัญญะ ความไม่มีวินัย ความไม่รับผิดชอบ และสิ่งที่น่าห่วงมาก ๆ ครับ คนที่มีกลุ่มอายุต่ํากว่า ๒๐ ป้ กับคนที่มีรายได้น้อยส่วนใหญ่ กําลังมีความเอนเอียงที่จะยอมรับรัฐบาลที่โกงกิน แต่ทําให้ตัวเองอยู่ดีกินดีนะครับ เขากลับมีความคิดว่าเขาเอนเอียงที่จะยอมรับ ในขณะเดียวกันยอมรับวัฒนธรรม ที่กินตามน้ํา กินหัวคิว องค์กรหลักที่เปึนสถาบันที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม ไม่ว่าครอบครัว สถาบันการศึกษา สถาบันศาสนา ในประเด็น ๓ เรื่อง ที่ผมพูดถึงเมื่อสักครู่นะครับ ผมกล้าพูดว่าองค์กรเหล่านี้ไม่สามารถต้านทานได้ครับ ผมกล้าพูดว่าเขาแพ้ระบบทุนนิยม เสรีแล้ว วันนี้วัฒนธรรมของเราเสื่อมถอยเนื่องจากว่ารัฐบาลที่แล้วนําระบบทุนนิยมเข้ามา เกินความพอเพียงครับ ประกอบกับภูมิต้านทานของเราต่ํา รัฐบาลเร่งรีบจนเกินไป วันนี้ผมอยากตั้งธงให้รัฐบาลนะครับว่า ผมอยากเห็นสังคมไทยมีวัฒนธรรมเหมือนก่อน ป้ ๒๕๔๓ ก่อนที่รัฐบาลชุดพรรคไทยรักไทยเข้าบริหารประเทศในป้ ๒๕๔๔ นะครับ หันมาดูนโยบายของรัฐบาลมีอยู่ ๔ ข้อนะครับ ข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๓ ผมคิดว่าเปึนนามธรรม ค่อนข้างจะมาก ข้อ ๔ นี่ผมชื่นชมว่าค่อนข้างจะเปึนรูปธรรม ท่านพูดถึงอยากขยาย บทบาทของสภาวัฒนธรรมทุกจังหวัดให้เปึนกลไกเฝัาระวังทางวัฒนธรรม เรื่องนี้ถือว่า เปึนเรื่องที่เห็นเปึนรูปธรรมครับ และผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง เราต้องยอมรับนะครับว่า ท่านรัฐมนตรีที่รัฐบาลจัดมาให้ดูแลกระทรวงนี้ผมชื่นชมว่าท่านเปึนคนที่มีประสบการณ์ เกี่ยวกับเรื่องวัฒนธรรม ผมขอนําเสนอท่านว่าความจริงแล้วสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ของประเทศไทยเรานี้มีขึ้นตั้งแต่ป้ ๒๔๘๕ แต่ว่าวันนี้เราไม่มีประธานสภาวัฒนธรรม ของประเทศไทยเราไม่มีครับ ท่านประธานจะนึกภาพว่าเรามีประธานหอการค้า ของประเทศไทย มีประธานสภาอุตสาหกรรม แต่เราไม่มีประธานสภาวัฒนธรรม แห่งประเทศไทย แต่เรามีประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัด ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ถ้าหากว่า เราไม่สร้างขึ้นมานี่เปึนสิ่งที่เราจะทานระบบทุนนิยมไม่ได้ หอการค้าสภาอุตสาหกรรม นั่นคือทุนนิยมเสรี เราไม่ปฏิเสธเขาครับแต่ว่าเราต้องสร้างความสมดุลตรงนี้ ไม่เช่นนั้นแล้ว วัฒนธรรมเราไม่สามารถคงอยู่ได้คู่ประเทศไทย ข้อเสนอแนะของผมนะครับ ต้องหยุด โครงการประชานิยมที่ไม่ยั่งยืน ต้องทบทวนในอดีต ๔–๕ ป้ที่ผ่านมา ต้องทบทวนว่า สิ่งไหนที่มันทําลายวัฒนธรรมที่ผมพูดถึงเมื่อสักครู่นี้นะครับ และนโยบายชุดนี้ที่เรา พูดกันมา ๒ วันนี้สิ่งไหนที่เปึนประชานิยมที่ไม่ยั่งยืนต้องหยุดแล้วครับต้องคิดถึง วัฒนธรรมของเรา และผมขอแนะนําให้เดินตามแผน ๑๐ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ ที่เราทําเสร็จสมบูรณ์ ตอนนี้แผน ๑๐ จะสร้างภูมิคุ้มกันให้กับวัฒนธรรมเรา เพราะแผน ๑๐ นี้เราเดินตามเราน้อมนําเศรษฐกิจพอเพียงของพระเจ้าอยู่หัวมาใช้ และจะทําให้เรามีภูมิคุ้มกันในเรื่องของทุนนิยมที่เข้ามาในประเทศไทยเรา แล้วผมย้ํา ตรงนี้นะครับ ทักษิโณมิค (Taksinomics) สวนทางกับเศรษฐกิจพอเพียงครับ สวนทางกับ วัฒนธรรมไทย ทักษิโณมิคทําลายวัฒนธรรมไทยครับ ๔–๕ ป้ที่ผ่านมา

ประการที่ ๓ วัฒนธรรมจังหวัดต้องทํางานเชิงลึกมากขึ้น ต้องเข้าหา ผู้นําท้องถิ่นและต้องไปหาผู้นําท้องถิ่นเปลี่ยนแนวคิดผู้นําท้องถิ่นนะครับ วันนี้รัฐบาล ชุดนี้โชคดีครับ รัฐบาลชุดท่านสุรยุทธ์ท่านออกพระราชบัญญัติบริหารราชการแผ่นดิน ชุดใหม่จังหวัดสามารถตั้งงบเองได้ครับ ให้วัฒนธรรมจังหวัดเข้าไปหาผู้นําท้องถิ่นแล้วให้ เขาใส่แผนในแผนจังหวัด ใส่โครงการ ที่ผมประทับใจมากคือโครงการวัฒนธรรมไทย สายใยชุมชน เข้าไปในแผนทุกตําบลของประเทศไทยนะครับ จะทําให้ชุมชนของเรา มีความเข้มแข็ง ที่ผมพูดตรงนี้ได้เพราะผมสัมผัสมาแล้วครับ ที่จังหวัดตราด ที่วัดท่าโสม ของเราได้เปึนรางวัลที่ ๒ ของกระทรวงวัฒนธรรม ที่ ๑ อยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการนี้ จะทําให้ชุมชนของเรากลับมาเข้มแข็ง

ประการที่ ๒ ผมอยากเห็นศูนย์วัฒนธรรมในสถานศึกษาเกิดขึ้นอีก ให้ลูกหลานเราทุกโรงเรียนได้มีศูนย์วัฒนธรรมขึ้นในโรงเรียน ในสถาบันการศึกษา และให้ลูกหลานของเราในตําบลไปดูของจริงในโครงการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน ในทุกตําบลที่จะเกิดขึ้น อยากให้วัฒนธรรมจังหวัดทํางานเชิงรุกมากขึ้น ถ้าทํางานเชิงรุก มากขึ้น ผมคิดว่าเราไม่จําเปึนต้องมีวัฒนธรรมอําเภอที่ท่านรัฐมนตรีท่านนําเสนอครับ แต่ถ้าทําได้ผมก็เห็นด้วยเพราะวัฒนธรรมมีความสําคัญครับ เราก็อย่าไปมองแค่ ขนบธรรมเนียมประเพณีของเราเท่านั้น เพราะทุนนิยมไปทุกอําเภอครับ ไปทุกตําบล เราจําเปึนที่ต้องสร้างองค์กรของวัฒนธรรมเราให้เข้มแข็ง เพื่อที่จะต้านทานสิ่งเหล่านี้ได้ เพื่อให้วัฒนธรรมเราอยู่คู่กับเมืองไทยตลอดไป

เรื่องต่อมาที่ผมอยากฝากถึงรัฐบาลชุดนี้ครับ เราเปึนนักการเมืองและสิ่งที่ ผมคิดว่าสําคัญมาก ๆ การปฏิรูปประชาธิปไตยของเราจะทําสําเร็จได้ครับ เราต้องปฏิรูป วัฒนธรรมการเมืองของเมืองไทยไปด้วยครับ วันนี้น่ากังวลนะครับว่า วัฒนธรรม ทางการเมืองของเรานิยมความรุนแรงมากขึ้น นิยมอํานาจนิยม การฆ่าตัดตอน ๒,๕๐๐ ศพ ในสงครามยาเสพติดเมื่อต้นป้ ๒๕๔๖ เปึนเรื่องหนึ่งที่เราต้องตระหนักว่า เปึนสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ผมดีใจมาก ๆ นะครับ มีโอกาสได้ฟังท่านอานันท์ ปันยารชุน พูดเมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ บทเรียนการเลือกตั้งเมื่อ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ ท่านได้พูดถึง คําพูดของท่านพุทธทาสที่พูดว่า