รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

วิเชียร ขาวขํา หารือเรื่องนโยบายรัฐบาลที่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ และเรียกร้องการดำเนินการแก้ไข

นายวิเชียร ขาวขํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิเชียร ขาวขํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคพลังประชาชน ท่านประธานครับ ผมได้รับทราบจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีว่า วันนี้เปึนการอภิปรายนโยบายรัฐบาลที่ไม่ต้องการให้สมาชิกรัฐสภาเยินยอ วันนี้จึงเปึน การท้วงติงแล้วก็ชี้แนะของสมาชิกรัฐสภา ผมเองในการอภิปรายวันนี้ก็จะไม่มีการชื่นชม และเยินยอรัฐบาลเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๖ ได้บัญญัติให้ คณะรัฐมนตรีต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาหลังจากเข้าทําหน้าที่ภายในสิบห้าวัน ท่านประธานครับ จากการที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้แถลงเมื่อวานนี้ ทั้งหมดทั้งสิ้น มี ๒๘ หน้า มีหัวข้อหลัก ๆ อยู่ ๘ หัวข้อ แล้วก็หัวข้อที่ ๑ เปึนหัวข้อที่รัฐบาลต้องการ ดําเนินนโยบายอย่างเร่งด่วน แล้วหัวข้อที่ ๒ ถึง ๗ เปึนนโยบายที่จะทําภายใน ๔ ป้ ถ้ารัฐบาลอยู่ครบ ๔ ป้ เพราะฉะนั้นผมได้อ่านและทําความเข้าใจจนกระทั่ง ๓ รอบ วันนี้ก็นั่งดูอีก แต่ว่าดูแล้วนโยบายรัฐบาลก็เปึนภาพที่ค่อนข้างกว้าง ๆ แต่ว่าในฐานะ ที่เปึนสมาชิกทางซีกรัฐบาล ก็พอจะแปลความหมายของนโยบายเร่งด่วนข้อที่ ๑ ที่มีอยู่ ๑๙ หัวข้อย่อยได้ เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า การที่ผมพูดในวันนี้ มันจะมีช่องอีกช่องหนึ่งที่คณะรัฐมนตรีสามารถนําไปดําเนินการได้ภายหลัง หลังจากที่ สมาชิกรัฐสภาซีกฝ์ายค้านได้ท้วงติงมา แต่ว่าทางซีก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ร่วมรัฐบาลยังไม่ได้ตอบ ยังไม่ได้บอก แต่ว่าผมจะชี้ช่องแล้วก็ท้วงติงให้สักนิดหนึ่งก็คือว่า เราในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มันเปรียบเสมือนหนังหน้าไฟ มันเปึนสากล ทั้งโลก เวลาเราไปหาพี่น้องประชาชนในการที่จะให้เขาเลือกเราเข้ามาเปึนผู้แทนราษฎร แต่ละพรรคจะต้องนําเสนอนโยบายของตัวเอง แต่ละพรรคจะต้องนําเสนอนโยบายที่เปึน รูปธรรมของพรรค เราก็เช่นเดียวกัน พรรคพลังประชาชนได้นําเสนอนโยบายหลัก ๆ อยู่ ๕๐ กว่าข้อ แต่ว่าที่สําคัญ ๆ นํามาเปึนนโยบายรัฐบาลวันนี้ยังไม่ครบถ้วน แต่ยังมีทางแก้ ไม่ครบถ้วนก็คือว่า นโยบายเรื่องกองทุนหมู่บ้านนํามาไว้ในป้แรก เรื่องเอสเอ็มแอล . ๓ แสนบาท ๕ แสนบาท ๗ แสนบาท เรื่องธนาคารประชาชน เรื่องเอสเอ็มอี เรื่องโอทอป เรื่องพักหนี้เกษตรกร เรื่องบ้านเอื้ออาทร เรื่องรถไฟฟัา ๙ สาย เรื่องระบบการถือครองที่ดิน เรื่องขยายระบบชลประทาน มีเท่านี้ครับของป้แรก แต่อีก ๔ ป้ มันมีทางแก้ แต่วันนี้ รัฐบาลไม่ได้บอกว่า อันไหนจะมาทําเร่งด่วนหรือไม่เร่งด่วน แต่ว่าผมกราบเรียนท่าน อย่างนี้ก็แล้วกันว่า นโยบายที่เหลือที่ท่านไม่ได้ใส่ลงไปในป้แรก ไม่ว่าจะเปึน เรื่องคอมพิวเตอร์โรงเรียน เรื่องกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกติดกับรายได้ในอนาคต หรือ กรอ. กรอ. นี่เราถูกรัฐบาลของคณะปฏิวัติที่ปกครองประเทศอยู่ ๑ ป้ กับ ๖ เดือน ยกเลิกไป ประชาชนเดือดร้อน เราก็ไปสัญญาว่าถ้าเรามาเปึนรัฐบาล เราจะนํากองทุน กู้ยืมหรือ กรอ. กลับคืนมา แต่ว่าในนโยบายป้แรกรัฐบาลไม่ได้เขียนไว้ เพราะฉะนั้น รัฐบาลจะต้องนําไปดําเนินการ เดี๋ยวตอนสุดท้ายผมจะกราบเรียนท่านประธานว่ารัฐบาลควรทําอย่างไร แล้วก็เรื่อง ๓๐ บาทรักษาทุกโรค เรื่องค่าตอบแทน อสม. เรื่องเบี้ยยังชีพของคนชรา เรื่องโคล้านตัว เรื่องเอฟทีเอ แล้วก็เรื่องถนนใยแมงมุมสู่ไร่นา เรื่องเพิ่มเงินเดือนข้าราชการและก็ลูกจ้าง พนักงานรัฐวิสาหกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดซีอีโอ ตลอดจนพันธะสัญญาที่เราบอกพี่น้อง ประชาชนว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ในหัวข้อหลัง ๆ ที่ผมกราบเรียน ท่านประธานนี้ก็คือพันธะสัญญาที่เราได้บอกไว้กับประชาชน รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๖ เขาได้เขียนต่อท้ายไว้อีกว่า เมื่อแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้วต้องจัดทําแผนการบริหาร ราชการแผ่นดิน เพื่อกําหนดแนวทางการปฏิบัติราชการในแต่ละป้ได้อีกครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้นผมจึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่า นโยบายใด นโยบาย ข้อไหนที่ยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ที่ดูแล้วยังขัดอยู่ ยังขาดตกบกพร่องอยู่ ขอให้รัฐบาลโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีไปทําแผนปฏิบัติราชการในแต่ละป้ขึ้นมาใหม่ ขึ้นมาอีก แล้วก่อน ที่จะมาประกาศต่อสาธารณชนให้ถามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เขาไปสัญญา กับประชาชนมาว่าเมื่อเปึนรัฐบาลแล้วเราจะต้องทําอย่างนั้นอย่างนี้ วันนี้เราเปึนรัฐบาล วันนี้พรรคพลังประชาชนเปึนแกนจัดตั้งรัฐบาล ถ้าเรากลับไปหาพี่น้องประชาชนแล้วตอบ คําถามประชาชนไม่ได้ เรื่องเอฟทีเอจะทําอย่างไร เรื่องโคล้านตัวทําอย่างไร เรื่อง กรอ. ทําอย่างไร เหล่านี้เราตอบไม่ได้เราอยู่ในพรรคไม่ได้ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้น ความเปึนไปเปึนมาทั้งหลายที่เราสัญญากับพี่น้องประชาชนต้องอยู่ที่รัฐบาล เราเปึนเพียง ส.ส. ของรัฐบาลเท่านั้น เมื่อรัฐบาลไม่ตอบสนองปัญหาเหล่านี้เรากลับไปหาประชาชน แรงกดดันมันจะเกิดขึ้นกับรัฐบาลภายในพรรคกันเองนี่ละ แรงกดดันมันจะถึงงบประมาณ รายจ่ายประจําป้ มันจะถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในอนาคต เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่า ถึงแม้จะเปึนซีกรัฐบาลด้วยกันเอง เราจะต้องท้วงติงแล้วก็ชี้แนะแนวทางให้กันและกันอย่างนี้ได้ เพราะฉะนั้นจึงกราบเรียน ท่านประธานอีกครั้งหนึ่งว่า โปรดระมัดระวังในการทํานโยบาย ทําแผนงบประมาณ รายจ่ายประจําป้อีกครั้งหนึ่งด้วยในวันข้างหน้า ขอบคุณครับท่านประธาน