วิทยา ชี้ชัดเพิ่มศักยภาพกองทุนหมู่บ้าน-ธนาคารประชาชน สนับสนุนโครงการ SML

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

วิทยา บุรณศิริ อภิปรายนโยบายรัฐบาลโดยเน้นย้ำความสำคัญของการเพิ่มศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองเพื่อพัฒนาเป็นธนาคารประชาชน และสนับสนุนโครงการ SML ที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรท้องถิ่นอย่างบูรณาการ วิทยา บุรณศิริ เสนอแนวทางแก้ไขโครงการแก้มลิงโดยเน้นการคืนระบบนิเวศผ่านการจัดโซนนิ่งพื้นที่นาปรังเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตจากธรรมชาติ แทนการใช้เงินชดเชย และเรียกร้องให้รัฐบาลศึกษาโครงการนี้อย่างจริงจังภายใต้กรอบนโยบายประกันความเสี่ยงสำหรับเกษตรกร

นายวิทยา บุรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พระนครศรีอยุธยา

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา กระผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฐานะสมาชิกรัฐสภา ก็ต้อขอขอบพระคุณ ท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้มีโอกาสอภิปรายในส่วนนโยบายของรัฐบาล ก็ขออนุญาต ขอมีส่วนร่วมว่าคําอภิปรายของผมมิใช่เปึนประเด็นที่จะสอนท่านรัฐมนตรี หรือว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี แต่ด้วยความจําเปึนที่พรรคพลังประชาชนที่ผมสังกัดอยู่เวลาออกไป พบประชาชนได้มีโอกาสพูดนโยบายไว้กับประชาชน จึงเปึนความจําเปึนที่ผมคงจะต้อง ขอสะท้อนและแสดงออกในสิ่งที่รัฐบาลได้แถลงไว้กับสภาแห่งนี้ ก็ถือว่าพูดแล้วทําจริง ในส่วนที่ตัวกระผมขอแสดงความคิดเห็นซึ่งเปึนประเด็นสําคัญก็คือ เรื่องของนโยบาย เร่งด่วนที่จะเริ่มดําเนินการในช่วงของป้แรก สิ่งนี้เปึนสิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือการเพิ่มศักยภาพของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ด้วยความเปึนห่วงในส่วนของสมาชิกหลาย ๆ ท่านนะครับว่า ภาพรวมของรัฐบาล จะไม่สนใจเรื่องการเงินหรือจะไม่กระจายเงินเข้าไปสู่ชุมชนหรือหมู่บ้าน อันนี้คงเปึนไป ไม่ได้นะครับว่าเปึนความโชคดีของรัฐบาลพรรคพลังประชาชน เนื่องว่ากรอบในเรื่องของ การเงินในระบบของราชการนั้นได้ถูกจัดทําไว้ในอดีตสมัย ขออนุญาตเอ่ยนามท่านก็คือ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ตรงนี้เปึนส่วนหนึ่งที่บังเอิญพรรคพลังประชาชน มีส่วนที่คิดแล้วเหมือนกัน และรับนโยบายบางส่วนในส่วนที่ดีที่เปึนประโยชน์กับประชาชน เพราะฉะนั้นการที่เราจะเพิ่มศักยภาพในเรื่องของกองทุนหมู่บ้านจนพัฒนาไปสู่ ของธนาคารประชาชนประจําหมู่บ้านนั้นเปึนเรื่องที่ดี เพราะว่าปัจจุบันนั้นเงินนอกระบบ ได้กลับคืนมาสู่สภาพของสังคมคนไทยมากแล้วครับ สิ่งนี้เปึนสิ่งสําคัญที่สุด กระบวนการ ประชาชนที่เราได้เคยให้แนวไว้และมีกรอบความคิดจนบัดนี้ประชาชนนั้นเขาพูดแทนเรา ได้หมดแล้วครับ ตรงนี้ต้องเร่งรัดครับ เรื่องโครงการเอสเอ็มแอล (SML) ก็เปึนสิ่งที่ดี หลาย ๆ แห่งไม่ได้รับการดูแลจากองค์กรปกครองท้องถิ่น ประชาชนขอไปแล้วไม่เคยได้ ผมกลับเห็นว่าเปึนสิ่งที่ดี เมื่อวานนี้มีเพื่อนสมาชิกได้กล่าวว่าอาจจะเปึนเรื่องไม่ดี แต่ผมมองอีกมุมหนึ่งก็คือเปึนเรื่องที่ดี ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ ทรัพยากรในท้องถิ่นของเขาโดยเงินที่คิดและมีกรอบ คณะกรรมการที่ร่วมกันคิด บูรณาการ จัดการงบประมาณที่จัดส่งไปให้ อันนี้เปึนเรื่องที่ดีนะครับ

สิ่งสําคัญต่อไปที่ผมอยากจะเรียนตามตรงว่า ในโครงการที่อยากจะให้ สานต่อจากธนาคารประชาชน สิ่งนี้ต้องอธิบายนะครับว่า ถ้าแม้นเงินทุนที่เราเคยจัดสรร ไปในอดีตมันไม่พอเพียงใดรัฐจะต้องจัดการให้ จัดการให้เขาแบบพอเพียง เนื่องจากว่า มีระบบบัญชีที่ประชาชนเริ่มเรียนรู้ได้เอง เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ผมอยากจะเรียนตามตรงว่า วันที่ผมได้รับให้มีโอกาสแถลงนโยบายในฐานะเปึนตัวแทนของพรรคการเมือง ได้รับ ๕ นาที วันนี้ ๗ นาที ผมก็ว่าเปึนเรื่องที่ยากครับ สิ่งที่อยากจะฝากไว้ในเรื่องของ การเร่งด่วนในข้อ ๑.๑๑ สร้างระบบประกันความเสี่ยงให้เกษตรกรเพื่อลดความเสี่ยง เกี่ยวกับเรื่องผลกระทบจากภัยธรรมชาติ ผมอยากจะฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ของรัฐบาลนะครับว่า มีแนวทางการศึกษาปัจจุบันนี้เรื่องของการทําแก้มลิง ที่จังหวัด ของผมเองครับ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บังเอิญผมก็ได้รับมอบหมายจากเพื่อนสมาชิก ในจังหวัดเดียวกันให้พูดเรื่องนี้ด้วย ผมขออนุญาตนําเสนออย่างเปึนระบบเพื่อเปึน แนวทาง มิได้สอนท่านรัฐมนตรีแต่บอกให้ท่านรัฐมนตรีในฐานะที่ท่านดําเนินการเรื่องของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือผู้เกี่ยวข้อง โครงการแก้มลิงนั้นนับว่าเปึนประโยชน์ครับ แต่ว่าปัจจุบันการศึกษาเรื่องโครงการแก้มลิงนั้นเปึนประโยชน์ทางเดียวคือเรื่องของ การบริหารเรื่องน้ํา แต่เรียนท่านประธานที่เคารพนะครับว่า การทําโครงการแก้มลิงนั้น ถ้าแก้ให้เปึนระบบก็คือมันสามารถคืนระบบนิเวศกลับมาด้วย ปัจจุบันนั้นปุิยเคมี เปึนปัญหาสําหรับเรื่องข้าว เรื่องปุิยราคาแพง เรื่องของพี่น้องเกษตรกร แต่การแก้ปัญหา นอกจากเรื่องเก็บน้ําไว้ทําแก้มลิงแล้วยังคืนระบบนิเวศกลับไปหาประชาชน นั่นหมายถึงว่า จัดโซนนิ่ง (Zoning) โดยเฉพาะพื้นที่นาปรังก็จะได้ประโยชน์สําหรับพี่น้องชาวบ้าน หรือชาวจังหวัดอ่างทอง จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดปทุมธานี จังหวัดสุพรรณบุรี นอกจากกักเก็บน้ํานะครับ ระบบนิเวศจะกลับคืนมา ลดค่าใช้จ่าย เรื่องครัวเรือน เมื่อท่านกักเก็บน้ําเสร็จ ผัก ปลา อาหาร กุ้ง หอย ปู ปลามันก็กลับมา สู่ระบบ ประชาชนก็สามารถลดต้นทุนในครัวเรือนได้ เพราะว่าได้จับอาหารจากผัก ปลากิน พลิกฟุ๋นดินกลับคืนมาสู่ธรรมชาติ เนื่องจากปัจจุบันปุิยเคมีที่เกษตรกรได้นําไปใช้ หรือการทํานาแบบนาปรังไม่มีการพักดินเลย ถ้าเราทําโครงการเหล่านี้เปึนแก้มลิงด้วย จัดโซน (Zone) แปลงนานั้นปล่อยน้ําเข้านาเสร็จดินก็จะได้พักตัว ระบบนิเวศก็จะได้กลับคืนมา ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนก็สามารถเปึนไปได้ เราก็จะได้ไม่ต้องไปทําเปึนโครงการ แก้ปัญหาเรื่องดิน สุดท้ายสําหรับประเด็นนี้ก็คือ เพิ่มผลผลิตโดยใช้กลไกของธรรมชาติ เพราะว่าจากที่น้ําหลากแล้วทําให้เกิดปุิยที่มาจากตามน้ํา สิ่งนี้ก็จะได้คืนกลับมา เพราะว่าปัจจุบันเริ่มไปศึกษาว่าทําโครงการแก้มลิงจะต้องจ่ายค่าชดเชยให้ไร่ละ ๔,๐๐๐ บาท อันนี้เปึนสิ่งที่ผิดครับ เพราะว่าโครงการนี้ไม่มีต้นทุนของการต้องไปหว่าน เมล็ดพันธุ์ข้าว ไม่ต้องปลูกข้าว ไม่ต้องใส่ปุิย เพราะฉะนั้นผมว่าโครงการนี้น่าจะให้มี การศึกษาโดยคืนระบบนิเวศ โดยการแก้ปัญหาในข้อ ๑.๑๑ คือสร้างระบบประกัน ความเสี่ยงให้เกษตรกร เพื่อลดความเสี่ยงอันเนื่องมาจากผลกระทบจากภัยพิบัติ ธรรมชาติ สิ่งนี้ผมอยากจะเสนอไว้ ก็เสียดายนะครับด้วยเวลามีน้อยซึ่งเตรียมเรื่องไว้เยอะ ขอขอบคุณครับท่านประธาน