รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

ณรงค์ โชควัฒนา หารือเรื่องนโยบายเศรษฐกิจ โดยเฉพาะนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรม โดยเน้นย้ำว่าประเทศไทยควรปรับเปลี่ยนนโยบายเพื่อให้เกษตรกรมีรายได้และไม่ขาดทุน หากต้องการผลิตอาหารเป็นศูนย์กลางการผลิตอาหารของโลก

นายณรงค์ โชควัฒนา สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณรงค์ โชควัฒนา สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทําหน้าที่วุฒิสภา ขออนุญาต อภิปรายในนโยบายข้อ ๓ เศรษฐกิจ โดยเฉพาะ ๓.๒ นโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ๓.๒.๑ ๓.๒.๒ เกี่ยวกับภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรมเท่านั้นนะครับ

ประเด็นแรก อยากจะขอให้ความเห็นคือเปัาหมายของการปรับโครงสร้าง ที่เขียนว่า ยุทธศาสตร์จะให้เปึนศูนย์กลางการผลิตอาหารของโลก เปัาหมายในลักษณะนี้ เคยมีหลายรัฐบาลได้พูดถึงการจะให้ประเทศไทยเปึนครัวของโลกก็ดี ผลิตอาหารเลี้ยง คนทั้งโลกก็ดี ขอกราบเรียนว่าถ้าเราจะผลิตอาหารเปึนศูนย์กลางการผลิตอาหารของโลกแล้ว เกษตรกรผู้ผลิตยังยากจนมีหนี้สินและมีความทุกข์จะมีประโยชน์อะไรครับ วันนี้ประเทศไทย ของเราผลิตแล้วก็ส่งออกข้าวเปึนอันดับ ๑ ของโลก แต่เกษตรกรก็ยังมีหนี้สินและมีปัญหา มากมาย ขออนุญาตที่จะเรียนว่าเปัาหมายการปรับโครงสร้างการเกษตรที่เคยทํากันมา ส่วนใหญ่ก็จะเน้นให้มีการผลิตได้มาก ๆ ผลิตผลผลิตต่อพื้นที่สูง ๆ เช่นจํานวนตันต่อไร่สูง ซึ่งการผลิตให้มีมากขึ้น ให้ได้มากขึ้น ผลผลิตต่อไร่สูงขึ้นนั้นไม่ยาก ถ้าใช้ปุิยแล้วลงทุน มากขึ้นในพื้นที่ แต่ว่าสุดท้ายแล้วต้นทุนต่อกิโลกรัมของผลผลิตที่ผลิตได้ ถ้าต้นทุนสูงกว่า ราคาตลาดเกษตรกรก็จะขาดทุน ยิ่งผลิตมากก็ขาดทุนมาก ประเทศอาร์เจนตินามีพื้นที่ การเกษตรเปึน ๕ เท่าของประเทศไทย มีประชากรแค่ ๓๘ ล้านคน มีศักยภาพในการผลิต อาหารเลี้ยงประชากรโลกถึง ๒๒๐ ล้านคนต่อป้ ในยุคซึ่งค่าเงินเปโซของอาร์เจนตินา แข็งมากคือ ๑ เปโซ เท่ากับ ๑ ดอลลาร์ สิ่งที่เกษตรกรชาวอาร์เจนตินาผลิตได้ทั้งหมด ไม่สามารถส่งออกได้เลยเพราะแพงกว่าตลาดโลก และขณะเดียวกันขายในประเทศก็ไม่ได้เพราะสินค้าอาหารที่นําเข้าจากต่างประเทศนั้น ถูกกว่าที่เกษตรกรจะผลิต อัตราแลกเปลี่ยนนั้นถ้าเงินตราของประเทศแข็งมากจะทําให้ ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรสูงแล้วก็ขายไม่ออก เพราะฉะนั้นอาร์เจนตินาเกษตรกร จึงไม่ทําการผลิต ประเทศซึ่งมีศักยภาพที่จะผลิตอาหารเลี้ยงคนถึง ๒๒๐ ล้านคน แต่คนอดอาหารครับ อันนี้คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ ๖–๗ ป้ที่แล้ว ประเทศล้มละลาย ล่มสลายทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะภาคเกษตรแต่เปึนภาคอุตสาหกรรมด้วย เพราะค่าเงินแข็ง ปัจจุบันนี้อาร์เจนตินาค่าเงินอ่อนลง ๓๐๐ เปอร์เซ็นต์ คือ ๓.๑ เปโซ ต่อ ๑ เหรียญอเมริกัน วันนี้คนอาร์เจนตินาผลิตอะไร เกษตรกรผลิตอะไรก็ขายได้ราคาและมีกําไรอย่างสูง เกษตรกรกลายเปึนคนขยันขันแข็งและมีรายได้ดี แล้วก็เลี้ยงคนบนโลกได้ ๒๒๐ ล้านคน ประเทศอาร์เจนตินา ๕ ป้หลังจากค่าเงินอ่อนลง วันนี้การขยายตัวทางเศรษฐกิจประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับ จีดีพี (GDP) และติดต่อกันมา ๕ ป้ หนี้ซึ่งติดไอเอ็มเอฟ (IMF) นั้นคืนหมด แล้วก็มีเงินทุนสํารองเงินตราต่างประเทศจากประเทศที่ล้มละลายกลายเปึนมีเงินตรา ต่างประเทศมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของอาร์เจนตินาคล้าย ๆ กับประเทศไทยวันนี้ครับ อันนี้จะเห็นว่าค่าเงินนั้นอย่างที่ท่าน ส.ส. ที่อภิปรายไปเมื่อสักครู่หนึ่งว่าค่าเงินนั้น มีผลมากกับรายได้ของประชาชนคนไทย ถ้าค่าเงินแข็งคนรวยได้ประโยชน์ครับ คนรวยนั้น มีทรัพย์สมบัติมากตีเปึนเงินตราต่างประเทศ คิดเปึนเงินตราต่างประเทศจะได้มากขึ้น แต่คนจนนั้นรายได้จะตกต่ําและเดือดร้อน อันนี้เปึนสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งโลก วันนี้ค่าเงินบาท ก็ค่อนข้างแข็งกว่าประเทศทุกประเทศในภูมิภาคนี้ และแข็งกว่าประเทศคู่แข่งและคู่ค้า ซึ่งทั้งหมดก็มีผลกระทบทั้งโครงสร้างทางเศรษฐกิจ กับทั้งภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรม สําหรับภาคอุตสาหกรรมนั้นการปรับโครงสร้าง มุ่งที่จะขยายการส่งออก ต้องการ การส่งออกขยายตัว มีตัวเลขที่เรียกว่า เอกซพอร์ต โกรธ (Export growth) ขออภัยที่พูด ภาษาอังกฤษครับ เน้นการขยายตัวของตัวเลขการส่งออก การส่งออกที่เพิ่มขึ้นแต่ผู้ส่งออก ขาดทุนเพราะต้นทุนสูงกว่าราคาขาย ไม่ขายก็ไม่ได้ไม่มีอะไรจะกิน ซื้อวัตถุดิบแล้ว จ่ายค่าแรงแล้วค่าเงินแข็งขาดทุนก็ต้องขายครับ ขายดีกว่าไม่ขาย ไม่ต้องเปึนห่วงค่าเงินแข็ง ไม่ต้องเปึนห่วงผู้ส่งออกหรอกครับ ผู้ส่งออกเปึนผู้ที่แข็งแรง เปึนภาคที่แข็งแรงในสังคม ถ้าค่าเงินแข็งมากส่งออกไม่ได้ผู้ส่งออกก็เปลี่ยนตัวเองเปึนผู้นําเข้าเอาสินค้าต่างประเทศ เข้ามาขายในประเทศได้ แต่ขอให้เปึนห่วงผู้ผลิต ผู้ผลิตทั้งภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะผู้ผลิตรายเล็ก ๆ เมื่อค่าเงินแข็งคนที่ส่งออกก็กดราคาสําหรับผู้ผลิต และเมื่อขาดทุนแล้วกู้เงินธนาคารก็ไม่ได้ ธนาคารให้กู้กับคนที่มีกําไรเท่านั้นครับ นอกจาก ไม่ให้กู้ก็ยังเรียกเงินคืนด้วย เพราะฉะนั้นความเดือดร้อนจึงเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นยุทธศาสตร์หรือเปัาหมายของการปรับโครงสร้างทั้งภาคเกษตรและ อุตสาหกรรมไม่ใช่ตัวเลขการส่งออก และไม่ใช่เน้นที่จะพยายามส่งออกตามความต้องการ ของตลาด พยายามจะผลิตสินค้าตามความต้องการของตลาด การผลิตสินค้าตาม ความต้องการของตลาดนั้นอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า ประเทศที่พัฒนาแล้ว ทั่วโลกต้องการสินค้าวัตถุดิบราคาถูก ๆ จากประเทศกําลังพัฒนา วัตถุดิบสินค้าที่ใช้ ทรัพยากรธรรมชาติราคาถูก ๆ แล้วก็ต้องการขายสินค้าอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีสูง ๆ ในราคาแพง เพราะฉะนั้นถ้าเรามุ่งผลิตสิ่งที่เปึนสินค้าราคาถูก ๆ ที่เรียกว่าไพรมารี โพรดักท์ (Primary product) หรือสินค้าปฐมภูมิเราจะได้เงินเพียงนิดเดียวครับ ยกตัวอย่าง เครื่องจักร ชุดหนึ่งราคา ๑๐ ล้านบาท เปึนแร่เหล็กสักกี่พันบาทครับ เปึนแร่เหล็กไม่กี่พันบาทนะครับ ถ้าเรามุ่งที่จะส่งออกสินค้าที่อาศัยทรัพยากรธรรมชาติซึ่งมีจํากัด ประเทศไทยของเรานั้น ก็จะเดือดร้อนในอนาคต อยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับ วันนี้มีการพูดกันมากว่าควรจะดู โลคัล คอนเทนท์ (Local content) ให้สูง ๆ ส่งออกโดยมีวัตถุดิบซึ่งใช้ทรัพยากรในประเทศ ไม่ใช่นําเข้าจากต่างประเทศ อยากจะกราบเรียนอย่างนี้ว่าประเทศญี่ปุ์นนั้นไม่มี ทรัพยากรธรรมชาติ ไม่มีแร่เหล็ก ไม่มีน้ํามัน ไม่มีถ่านหิน ไม่มีทองคํา ไม่มีทองแดง ไม่มียูเรเนียม ทุกอย่างนําเข้าทั้งหมด ประเทศญี่ปุ์นนั้นผลิตสินค้าขายไปทั่วโลกจากฝ้มือ และสติปัญญาของคนญี่ปุ์น ใช้ทรัพยากรบุคคลคือคนญี่ปุ์น ใช้ส่งออกฝ้มือแรงงาน และสติปัญญาของคนญี่ปุ์นซึ่งเปึนทรัพยากรที่ใช้ไม่มีวันหมด นอกจากไม่หมดแล้ว ยังดีขึ้นด้วยซ้ําไป เพราะฉะนั้นการมุ่งที่จะส่งออกสินค้าวัตถุดิบราคาถูก ๆ ตาม ความต้องการของตลาดโลกนั้นไม่ใช่เปัาหมายของการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ของประเทศไทยครับ เราควรจะมุ่งส่งออกสินค้าที่ผลิตจากสติปัญญาฝ้มือของคนไทย ควรจะสนับสนุนส่งเสริมการลงทุนในภาคการผลิตที่ใช้สติปัญญาและฝ้มือแรงงาน ของคนไทยมากกว่าภาคการผลิตที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติซึ่งมีจํากัดและมีวันหมด เปัาหมายทางยุทธศาสตร์ของการเกษตรก็ดี อุตสาหกรรมก็ดี ควรจะเปึนเปัาหมาย อยู่ที่คน อยู่ที่คนไทย โดยเฉพาะผู้ผลิตให้อยู่ดีกินดีและมีความสุขซึ่งจะทําได้ก็ต่อเมื่อ มีกําไรเท่านั้น การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมที่มักจะพูดกันเสมอคือให้ภาคเอกชน ให้ภาคผู้ผลิตทั้งเกษตรทั้งอุตสาหกรรมพยายามลดต้นทุนเพิ่มประสิทธิภาพ แล้วก็พัฒนา ทักษะฝ้มือแรงงานที่ปรับใช้เครื่องจักร เครื่องกลและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งทั้งหมดที่เปึน นโยบายในลักษณะนี้ภาคเอกชนเขาทําอยู่แล้วไม่ว่ารัฐบาลจะมีนโยบายหรือไม่มีนโยบาย เพราะว่าเราวันนี้เศรษฐกิจไทยนั้นอยู่ในเศรษฐกิจโลกที่ต้องแข่งขันกับทุกประเทศในโลก เพราะฉะนั้นภาคเอกชนต้องปรับปรุงด้วยเดิมพัน คือความอยู่รอดของธุรกิจของตัวเอง อยู่แล้ว รัฐบาลเองนั้นมีความเข้าใจในเรื่องนี้น้อยกว่าภาคเอกชนครับ แต่มีโครงสร้างทางเกษตรก็ดี อุตสาหกรรมก็ดี หลาย ๆ อย่างที่ภาคเอกชนไม่มีทางที่จะปรับ ให้ดีขึ้นด้วยตนเองได้ จําเปึนต้องพึ่งนโยบายของรัฐ เช่น โครงสร้างราคา ต้นทุนวัตถุดิบ ถ้าปล่อยให้มีการผูกขาดวัตถุดิบ มีการผูกขาดขึ้นราคามากเกินไป ไม่ว่าจะผลิตเพื่อขาย ในประเทศก็ดี หรือส่งออกก็ดี ก็จะทําไม่ได้ ไม่ว่าวัตถุดิบนั้นจะเปึนปุิยหรือจะเปึนวัตถุดิบ สําหรับสินค้าอุตสาหกรรมก็ดี ต้นทุนในเรื่องดอกเบี้ยซึ่งเปึนต้นทุนของการผลิต ทั้งภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรมต้องยอมรับว่าเปึนต้นทุนที่ค่อนข้างสูงครับ ถ้าประเทศไทยเรามีโครงสร้างดอกเบี้ยสูงกว่าประเทศคู่แข่งหรือประเทศคู่ค้ามาก ๆ ผู้ผลิตไทยทั้งเกษตรกรและผู้ประกอบการทางภาคอุตสาหกรรมก็จะเสียเปรียบ ประเทศไทยเรามีอัตราส่วนต่างของดอกเบี้ย ส่วนต่างของดอกเบี้ยคือส่วนต่างระหว่าง ดอกเบี้ยเงินฝากกับดอกเบี้ยเงินกู้ค่อนข้างสูงมาก เพราะธุรกิจธนาคารของเราเปึน ระบบธุรกิจผูกขาด ไม่มีการแข่งขัน ดอกเบี้ยเงินฝากวันนี้ประมาณ ๒.๕ เปอร์เซ็นต์ วันนี้คนที่จะกู้เงินจากธนาคารต้องกู้ในอัตรา ๗.๕ เปอร์เซ็นต์ ๘ เปอร์เซ็นต์ ๙ เปอร์เซ็นต์ ยิ่งผู้ผลิตรายย่อยต้องกู้ในอัตราที่สูงมากถึง ๑๒ เปอร์เซ็นต์ก็มี ส่วนต่างตรงนี้ละครับ ที่เปึนภาระอย่างยิ่งที่รัฐต้องเข้ามาดูแล ประเทศต่าง ๆ เขาไม่อนุญาตให้ธนาคารชักส่วนต่าง สูงขนาดนี้ เพราะอันนี้เปึนการเพิ่มต้นทุนและเพิ่มภาระกับผู้ผลิตโดยไม่จําเปึนทําให้ประเทศ ของเรานั้นไม่สามารถแข่งขันกับประเทศอื่น และสิ่งนี้เปึนสิ่งที่รัฐต้องทํา เอกชนผู้ผลิต ทําเองไม่ได้ ค่าเงินบาทก็เปึนอีกเรื่องหนึ่งที่รัฐต้องดูแล อย่างที่กราบเรียนนะครับ ถ้าค่าเงินบาทเราแข็งมากคนได้ประโยชน์คือคนรวยครับ ออกไปช้อปปุ่ง (Shopping) ต่างประเทศก็จะซื้อของได้ถูกหมด แต่คนจนนั้นรายได้จะลดลง เพราะฉะนั้นเปึนภารกิจ ที่รัฐต้องดูแลค่าเงินบาทในอัตราที่เหมาะสมคืออย่าให้แข็งค่าเกินกว่าประเทศคู่แข่ง และคู่ค้าในภูมิภาค อย่าทําเหมือนกับประเทศอาร์เจนตินาเมื่อ ๖–๗ ป้ ที่แล้ว ซึ่งเอา เงินเปโซไปผูกติดกับเงินดอลลาร์ ถึงขนาด ๑ เปโซ เท่ากับ ๑ ดอลลาร์ และตอนนั้น เงินดอลลาร์แข็ง ไม่ใช่เหมือนตอนนี้ ตอนนี้ผูกติดกับดอลลาร์ไม่เปึนไร แต่ว่าตอนนั้นไม่ได้ นอกนั้นก็คือค่าใช้จ่ายเรื่องค่าขนส่งค่าพลังงาน ซึ่งทั้งหมดนี้ถ้าจะปรับโครงสร้าง ถ้าจะช่วยให้ภาคการผลิตของประเทศไทย ให้คนไทยส่วนใหญ่มีรายได้ มีอนาคต รัฐบาลต้องดูแลตรงนี้รวมทั้งเรื่องของภาษีอากร การที่เก็บภาษีในอัตราสูงมาก ผู้ประกอบการ ที่เปึนผู้สุจริตเคารพกฎหมายบ้านเมืองก็จะเสียเปรียบผู้ประกอบการที่ทุจริต หลบเลี่ยง กฎหมาย ควรจะเก็บอัตราภาษีที่ต่ําแต่เก็บให้ทั่วถึงมากกว่าที่จะเก็บอัตราสูง ๆ แล้วก็ เก็บให้ทั่วถึงไม่ได้ มีค่าใช้จ่าย ๒ อย่างที่ไม่ควรจะกําหนดให้ต่ําในการผลิตทั้งภาคเกษตร และภาคอุตสาหกรรม ค่าใช้จ่าย ๒ อย่างคือค่าแรงกับค่าสิ่งแวดล้อม เพราะค่าแรงของ คนไทยนั้นคือเปัาหมายของการพัฒนา เราพัฒนาอุตสาหกรรม พัฒนาเกษตรก็เพื่อให้ ค่าแรงสูงขึ้น ค่าแรงคือการกินดีอยู่ดีของคนไทยไม่ควรจะกดให้ต่ํา และไม่ควรจะเอาแรงงานต่างชาติ เข้ามาทําหน้าที่แทน เพราะว่าเขายอมรับค่าแรงที่ผิดกฎหมายและต่ํา ๆ เข้ามา แรงงาน ต่างชาติควรจะสกัดไว้ที่ชายแดนด้วยการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ เอาโรงงานอุตสาหกรรม ไปใส่ตรงนั้น แล้วให้ค่าแรงลอยตัวอยู่ตรงนั้นไม่ควรจะให้เข้ามาถึงกรุงเทพมหานคร และเมืองใหญ่ ๆ แล้วแย่งงานของคนไทยซึ่งควรจะมีค่าแรงสูงกว่านี้ ค่าสิ่งแวดล้อม ก็เหมือนกัน เปึนค่าใช้จ่ายสําหรับสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม แต่เปึนสิ่งจําเปึน เพราะว่าสิ่งแวดล้อมนั้นคือคุณภาพชีวิตของลูกไทยหลานไทยในอนาคต เราทําลาย สิ่งแวดล้อมแล้วถ้าจะกลับฟุ๋นฟูในอนาคตต้องใช้เงินมากกว่านี้เปึน ๑๐ เท่าครับ มันไม่คุ้มกัน เพราะฉะนั้นค่าใช้จ่ายทั้งหมดยกเว้นค่าแรงและค่าใช้จ่ายในเรื่องการทํา สิ่งแวดล้อมให้ดีเปึนหน้าที่ของรัฐที่จะจัดโครงสร้างให้ต่ําที่สุด เพื่อจะให้ภาคการผลิต ไม่ว่าจะเปึนภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรมของไทย เราสามารถแข่งขันกับนานาประเทศ ในตลาดโลกได้ ขอกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า โดยเฉพาะภาคเกษตร ขอเวลาอีกสักนิดหนึ่ง เพราะว่าเศรษฐกิจเปึนเรื่องซับซ้อนแล้วก็ไม่สามารถที่จะอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ได้ ขออนุญาตท่านประธานครับ โดยเฉพาะภาคเกษตรวันนี้การปลูกพืชเพื่อให้ได้ผลนั้น มีปัจจัยเดียวคือมีพันธุ์พืชที่เหมาะสมกับสิ่งแวดล้อม ถ้าเราพยายามจะปรับสิ่งแวดล้อม ให้เข้ากับพันธุ์พืชจะใช้เงินมาก จะทําให้ต้นทุนการผลิตสูงมาก เช่น พื้นที่ที่ไม่มีปุิย เราขนปุิยไปใส่ต้นทุนการผลิตก็จะสูงขึ้น เช่น ถ้าเราจะปลูกข้าวซึ่งต้องการที่ราบลุ่ม มีน้ําขัง แต่เราอยากจะไปปลูกบนภูเขาเราสามารถฟันภูเขาเปึนขั้นบันไดแล้วสูบน้ําขึ้นไป ปลูกข้าวบนภูเขาได้ แต่แพงมากครับ การเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมให้เหมาะกับพันธุ์พืชจะทําให้ ต้นทุนเราสูง ในสภาพการแข่งขันปัจจุบันนี้คือการทําร้ายเกษตรกรของเรา เราจะต้อง พยายามปรับพันธุ์ให้เหมาะกับพื้นที่ แต่ละพื้นที่การเกษตรนั้นทั่วประเทศไม่มีที่ไหน เหมือนกันเลย ไม่ว่าจะเปึนคุณภาพของดิน น้ํา อุณหภูมิ ความสูง ต่ํา ลาด เอียง แม้กระทั่งในอําเภอเดียวกัน ตําบลเดียวกัน พื้นที่ก็ไม่เท่ากัน ถ้าเราสามารถปรับพันธุ์ ให้เหมาะสมกับพื้นที่ก็จะเปึนการปลูกที่ประหยัดและมีต้นทุนต่ํา และยังเปึนการที่ว่า ไม่มีใครเลียนแบบได้ เพราะไม่มีประเทศไหนสามารถจัดภูมิประเทศให้เหมือนกับ ภูมิประเทศในประเทศไทยได้ เพราะฉะนั้นถ้าเราอยากจะเห็นเกษตรกรมีรายได้ดี มีอนาคต ต้องปรับพันธุ์ให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมซึ่งเปึนของธรรมชาติของฟรีที่มีอยู่แล้ว ไม่ใช่ปรับ สิ่งแวดล้อมให้เข้ากับพันธุ์ พันธุ์นั้นเปึนการกําหนดมาของตลาดว่าต้องการพืชชนิดนั้น ชนิดนี้ แล้วเราก็มาฝ๋นธรรมชาติปรับปรุงสิ่งแวดล้อมให้เข้ากับพันธุ์พืชที่ตลาดต้องการ อันนี้คือการทําร้ายเกษตรกรของเราทางอ้อม การปรับพันธุ์พืชนั้นเปึนหน้าที่ของรัฐบาล ไม่ใช่หน้าที่ของภาคเอกชน ปรับปรุงพัฒนาพันธุ์ซึ่งจะเพิ่มผลผลิตได้เปึนเท่าตัวในพื้นที่ ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ไม่ควรให้เอกชนเปึนคนรับหน้าที่นี้เพราะเอกชนนั้นไม่สามารถลงทุน พัฒนาพันธุ์แล้วให้เกษตรกรไปปลูกแล้วนําไปปลูกซ้ําอีกเพราะว่าจะขาดทุน เอกชน ก็จะต้องทําไฮบริด (Hybrid) หรือทําเมล็ดพันธุ์ที่เรียกว่า เทอร์มิเนเตอร์ ยีน (Terminator gene) มียีนที่เปึนหมันให้เกษตรกรปลูกครั้งเดียวแล้วก็ปลูกต่อไม่ได้ต้องซื้อเขาเปึนทาสเขาตลอด เพราะฉะนั้นสิ่งนี้เปึนสิ่งจําเปึนถ้าอยากจะเพิ่มรายได้ให้กับคนไทย ถ้ายึดเอาเศรษฐกิจพอเพียงที่เอาคนไทยเปึนศูนย์กลางของการพัฒนา โดยเฉพาะ คนยากจนอยู่ในภาคเกษตรและภาคประกอบการเล็ก ๆ ทั้งหลายเปึนศูนย์กลางนั้น รัฐบาลต้องดูแลสนับสนุนเงินทุนในการวิจัยของภาครัฐในเรื่องพันธุ์พืชแล้วแจกจ่าย กับประชาชน ขอกราบขอบพระคุณอย่างยิ่งกับท่านประธานที่ให้โอกาสผม ขอบพระคุณ อีกครั้งครับ