รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

ประทุมพร วัชรเสถียร สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หารือเรื่องความขัดแย้งกับประเทศกัมพูชาเกี่ยวกับเขาพระวิหาร และขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาเพื่อให้เขาพระวิหารได้รับการยอมรับเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม

นางประทุมพร วัชรเสถียร สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

กราบเรียน ท่านประธาน ดิฉัน ประทุมพร วัชรเสถียร สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทําหน้าที่ สมาชิกวุฒิสภา ดิฉันจะขอกราบเรียนประเด็นทางด้านการต่างประเทศ ๒–๓ ประเด็น ดิฉันพยายามที่จะใช้เวลาให้น้อยที่สุดและให้ย่นย่อที่จะฟังไม่สับสนที่สุด เพราะว่าขณะนี้ ดิฉันค่อนข้างจะกังวลนิดหนึ่งว่าท่านผู้ที่จะรับฟังสิ่งที่ดิฉันจะขอกราบเรียนไปเปึนภาคปฏิบัติ มีน้อยมากทีเดียว เช่น ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ไม่ได้อยู่ที่นี่นะคะ แต่อย่างไรก็ตามดิฉันเชื่อว่าเรื่อง ๒–๓ อย่างซึ่งจะขอเรียนเตือนความจําและจะขอเรียน ให้ท่านได้คํานึงถึงก็คงจะออกไปเปึนนโยบายบ้าง คืออย่างในคําแถลงนโยบายของ คณะรัฐมนตรีในหน้า ๒๑ ข้อ ๖.๑ ที่ได้พูดถึงส่งเสริมและพัฒนาความสัมพันธ์กับประเทศ เพื่อนบ้านโดยส่งเสริมความร่วมมือภาครัฐ เอกชน ประชาชน และสื่อมวลชน เมื่อกี้ ท่านประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศของสภานิติบัญญัติ ขอเอ่ยนาม คุณพิชัย วาศนาส่ง ก็ได้พูดถึงประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ดิฉันอยากจะขอเรียนเตือนนิดเดียวเท่านั้นว่า ขณะนี้ประเทศไทยเรากําลังมีปัญหาเรื่องเขาพระวิหารกับประเทศกัมพูชา และในกลางป้นี้ คือในเดือนมิถุนายน สมาคมคณะกรรมาธิการมรดกโลกขององค์การยูเนสโก (UNESCO) จะได้มีการประชุมกันที่ประเทศแคนาดา และในเรื่องนี้องค์การยูเนสโกได้บอกเงื่อนเวลา ต่อประเทศไทยและประเทศกัมพูชาแล้วว่าข้อขัดแย้งระหว่าง ๒ ประเทศนี้ให้จัดการ ให้สําเร็จเพื่อที่จะได้นําผลไปพูดคุยกันที่แคนาดา เพื่อที่ว่าเขาพระวิหารนี้จะถูกนํามา บันทึกไว้เปึนมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรมหรือไม่ ในเรื่องนี้ก็เลยขอกลับไปถึงเปึนนโยบาย ต่างประเทศหรือว่าเปึนปฏิบัติการทางด้านการต่างประเทศของคณะรัฐบาลชุดปัจจุบันว่า จะทําอย่างไร ก็ขออย่าได้ช้า เพราะเวลานี้ก็เหลือเวลาอีกประมาณสัก ๔ เดือนเท่านั้นเอง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องนี้อยากจะขอให้พิจารณาถึงความเปึนมิตรของ ๒ ประเทศ ในอาเซียนคือไม่ควรที่จะเกิดความขัดแย้งกัน และถ้าบังเอิญเปึนความขัดแย้งทางด้าน เงื่อนประวัติศาสตร์ ดิฉันคิดว่าทางฝ์ายประเทศไทยอาจจะต้องยอม จะเรียกว่าเสียเปรียบ คงไม่เชิง แต่หมายความว่าอาจจะต้องยอมต่อความจริงบางอย่าง เพราะว่าอย่างหนึ่ง วัฒนธรรมทุกอย่างที่ได้ปรากฏบนปราสาทหินนั้นไม่ใช่เปึนวัฒนธรรมไทยแต่เปึน วัฒนธรรมดั้งเดิมของฝ์ายเขมรเก่า ฝ์ายขอมเก่า เพราะฉะนั้นในเรื่องที่จะไปอ้างอิง ความเปึนเจ้าของของตัวปราสาทคงทําไม่ได้ ประการที่ ๒ ก็คือว่าเรื่องนี้ได้ตกลงกันไป ต้องเรียกว่าเรียบร้อยแล้ว ซึ่งภาษากฎหมายระหว่างประเทศเขาใช้คําว่า เฟท แอคคอทพลิ (Fait accompli) คือศาลโลกได้ตัดสินไปแล้วตั้งแต่ ค.ศ. ๑๙๖๒ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะระมัดระวัง ก็คือในเรื่องของการที่ไม่เสียเนื้อที่ดินไปมากกว่าที่ได้ตกลงกันแล้วเท่านั้น แล้วนอกจากนี้ ในเรื่องที่ว่าใครจะเปึนเจ้าของสถานที่ทางวัฒนธรรมนี้คิดว่าก็คงไม่น่าจะเปึนเรื่องใหญ่ ในเมื่อในที่สุดแล้วมนุษยชาตินั่นเองที่เปึนเจ้าของมรดกทางวัฒนธรรมที่บรรพบุรุษ ได้สร้างกันมาไม่ว่าจะเปึนวัฒนธรรมใดก็ตาม ประการที่ ๒ ในคํานําของนโยบายเกี่ยวกับ การต่างประเทศและการเศรษฐกิจระหว่างประเทศนี้ได้มีการบันทึกไว้ในหน้า ๒๑ ว่า รัฐบาลจะดําเนินนโยบายต่างประเทศโดยจะดําเนินบทบาทเชิงรุกในการส่งเสริม ความร่วมมือและขยายความสัมพันธ์อันดีกับนานาประเทศในด้านต่าง ๆ ดิฉันอยากจะขอกราบเรียนในเรื่องซึ่งคิดว่ารัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศ ในหลายยุคหลายสมัยอาจจะมองข้าม หรืออาจจะลืม หรืออาจจะนึกไม่ถึงก็คือว่า ข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับของประเทศไทยเราที่ได้ปรากฏในสื่อต่างประเทศนั้น ซึ่งขณะนี้ ก็อาจจะผ่านทางสื่อที่เปึนหนังสือพิมพ์ ถ้าเปึนไปจากประเทศไทยก็เปึนหนังสือพิมพ์ ฉบับภาษาอังกฤษ ๒ ฉบับทุกเช้า หรือถ้าเปึนหนังสือพิมพ์ต่างประเทศนั้นก็เปึนสื่อชั้นนํา ในประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอังกฤษ แล้วก็คงจะมีประเทศฝรั่งเศส ประเทศอิตาลี ประเทศเยอรมันและประเทศจีน เท่าที่เราได้ยินชื่อหนังสือพิมพ์ที่สําคัญ ๆ ระดับโลก และเวลานี้สื่อทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ ทางด้านอินเทอร์เน็ต ทางด้านไซเบอร์ (Cyber) ก็ไปทั่วในเรื่องต่าง ๆ เหล่านั้นนอกเหนือจากหนังสือพิมพ์โพสต์และเดอะเนชั่นนั้น เปึนการมอง เปึนการตีความ และเปึนการเผยแพร่สื่อโดยนักเขียนชาวต่างประเทศ แม้ว่าเขาจะอยู่ที่เมืองไทยเปึนเวลานานก็ตาม แม้ว่าดิฉันสังเกตว่าภายในเวลาคับขัน ไม่ว่าจะเปึนในช่วงเดือน ๒ เดือนนี้ก็ดี หรือว่าในช่วงของการเกิดการเปลี่ยนแปลง การปฏิรูปเมื่อสัก ๑๕ เดือนที่ผ่านมาก็ดี และรวมทั้งกรณีในป้ ค.ศ. ๑๙๗๓ คือป้ ๒๕๑๖ ป้ ๒๕๑๙ ก็ดี ดิฉันเคยเช็กข่าวต่างประเทศการรายงานข่าวนั้นก็ไม่ได้ผิดจากความจริง เท่าไร แต่อย่างไรก็ตามดิฉันคิดว่านานาชาติน่าจะได้รับสื่อจากการเผยแพร่ของผู้ที่เปึน เจ้าของสื่อ พูดง่าย ๆ ก็คือว่าคนไทยน่าจะเขียนสื่อที่แพร่ไปทั่วโลกเปึนภาษาต่างประเทศ ให้เขาได้รู้เรื่องจริง เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะขอให้เปึนนโยบาย จะเรียกว่าเปึนวาระ ระดับชาติก็อาจจะเปึนคําซึ่งโก้หรูจนเกินไป แต่น่าจะเปึนเช่นนั้นว่าท่านที่สามารถเผยแพร่ ข้อมูลที่เปึนภาษาอังกฤษเปึนข้อมูลโดยตรงได้นั้นอยากจะขอให้กระทํา และถ้ากระทํา ไม่ได้นั้นอยากจะให้รัฐบาลโดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงการต่างประเทศก็ดี หรือกระทรวง วัฒนธรรมก็ดี ได้เห็นความจําเปึนของการแปล ไม่ว่าจะเปึนการแปลหนังสือซึ่งมิใช่เปึน วรรณกรรมโดยตรง จะเปึนแปลข่าว แปลงานเขียนร่วมสมัย หรือแม้กระทั่งเปึนงาน เปึนวรรณกรรมก็ตามนั้น อยากจะให้เปึนการแพร่ไปสู่ประชาชนทั่วไปเพื่อให้เขาเข้าใจว่า ภูมิปัญญาหรือว่าปฏิบัติการของประชาชนชาวไทยนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเท่าที่จะมีข่าวอยู่ใน สื่อต่างประเทศแล้วก็อินเทอร์เน็ตซึ่งฝรั่งเขียนเท่านั้น ดิฉันนึกถึงภาพที่ว่างานเขียนต่าง ๆ ของไทยนั้นไม่จําเปึนจะต้องเปึนนวนิยายเสมอไป เปึนงานเขียนอะไรก็ตาม ถ้าเปึน ภาษาต่างประเทศที่วางขายในต่างประเทศได้นั้น เหมือนกับว่าในร้านหนังสือใหญ่ ๆ ในประเทศไทยจะเปึนเอเชียบุ๊ค จะเปึนคิโนะคุนิยะอะไรก็ตามนั้น เรารู้จักชื่อนักเขียน ประเภทฟ่คชัน (Fiction) ก็ดี หรือว่านอน ฟ่คชัน (Non fiction) ก็ดีนั้น เราคนไทยไปรับอ่าน แต่ในร้านขายหนังสือที่ประเทศอังกฤษ ประเทศอเมริกาจะเปึนบอร์เดอร์ (Boarder) จะเปึนโฟลิโอ (Folio) ที่อังกฤษ บอร์เดอร์ทั่วไปหรืออะไรก็ตามนั้นไม่ค่อยมีงานเขียนที่เปึน ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับประเทศไทย ดิฉันเคยไปคุยกับพวกปริ้นเตอร์ (Printer) หรือพวก พับลิชเชอร์ (Publisher) ต่าง ๆ นั้นเขาก็ลังเลในเรื่องของการมองทางด้านรายได้ นอกจาก มีสํานักพิมพ์อยู่ ๒–๓ สํานักพิมพ์ ซึ่งก็เปึนฝรั่งอีกเหมือนกันที่ทําหนังสือฝรั่งขายเมืองนอกนั้น และโดยมากขณะนี้ก็ค่อนข้างจะเน้นไปทางด้านประวัติศาสตร์ เพราะฉะนั้นเวลานี้ งานเขียนของเรานั้นมันเปึนงานเขียนร่วมสมัยมีเยอะแยะทีเดียว ดิฉันนึกภาพว่าถ้างานเขียน ของเราไปวางขายในร้านขายหนังสือในประเทศอาเซียน เช่น ประเทศสิงคโปร์หรือ ประเทศมาเลเซีย ประเทศฟ่ลิปป่นส์ก็ตาม ที่ใช้ภาษาอังกฤษเปึนภาษาเอกนั้น ดิฉันคิดว่า จะทําให้พวกเขาได้สามารถหยั่งรู้ภูมิปัญญาของคนไทยร่วมสมัยโดยทั่ว ๆ ไปที่ไม่ใช่ เปึนคนไทยที่อยู่ ๆ ก็เปึนข่าวขึ้นมา และเวลาเปึนข่าวนั้นก็มักจะไม่ใช่ข่าวดีเสมอไป อีกอย่างหนึ่งก็ขอพูดในตอนนี้เลยซึ่งไม่ใช่เปึนเรื่องของการต่างประเทศโดยเฉพาะ อยากจะกราบเรียนว่าเปรียบเทียบคนสําคัญหรือว่าประมุข หรือว่าอดีตประมุขกับ ประเทศต่าง ๆ แล้วคนไทยในระดับนั้นเขียนเรื่องเกี่ยวกับตัวเองน้อยมาก ที่เขาเรียกว่า เปึนชีวประวัติก็ตาม หรืออัตชีวประวัติก็ตาม ดิฉันมีความจําเปึนที่จะต้องเขียนหนังสือ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์อังกฤษนั้น สามารถหางานเขียนในจําพวกอัตชีวประวัติหรือ ชีวประวัตินั้นได้เยอะเกินต้องการ แต่ปรากฏว่าท่านผู้นําของไทยแต่ละคนที่ได้ผ่านไปนั้น น้อยท่านที่จะเขียนอะไรไว้ให้ คนรุ่นหลังอ่าน และถ้าเขียนมาแล้วได้มีการแปลออกไปเปึนภาษาต่างประเทศ ดิฉันคิดว่า อันนี้พูดไปจริง ๆ คือการส่งเสริมความร่วมมือและขยายความสัมพันธ์อันดีในด้านที่ พวกเราไม่ค่อยจะคิด มันเปึนเหมือนกับว่าเปึนด้านซอฟท์ ดิโพลมาซี Soft Diplomacy) ซึ่งดิฉันคิดว่าจะได้ประโยชน์มากเท่า ๆ กับสิ่งซึ่งเปึนการทูตโดยตรง หรือจะเรียกว่า เปึนการโฆษณาจากฝ์ายรัฐบาลโดยตรง และดิฉันอยากจะขอจบลงด้วยเมื่อวานนี้ที่ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติได้พูดถึงเรื่องเอฟทีเอ (FTA) คือเรื่องการเจรจาการค้าเสรี ดิฉันจะ ไม่พูดไปถึงเรื่องโดยตรงเพราะว่าได้มีการพูดกันมาก และเมื่อได้พูดกันถึงเศรษฐกิจกัน ต่อไปก็คงจะมีการนําเรื่องนี้มาพูด แต่อยากจะขอกราบเรียนว่าเมื่อเราได้ไปทําข้อตกลง เอฟทีเอกับประเทศญี่ปุ์นก็ดี และที่ผ่านนั้นกับประเทศออสเตรเลีย ประเทศจีน ประเทศอินเดีย บางส่วนก็ดี และอนาคตอันไกลอาจจะเปึนกับประเทศสหรัฐอเมริกา และขณะนี้เราก็ อยู่ในกลุ่มของประเทศอาเซียนที่ได้ไปตกลงกับกลุ่มของอียู สิ่งเหล่านี้อยากจะขอ กราบเรียนให้รัฐบาลจัดตั้งเปึนคณะเฝัาระวังหรือเฝัาติดตามข้อมูลต่าง ๆ หรือข้อตกลง ต่าง ๆ ว่าให้เปึนไปตามนั้นเปึนทํานองเปึนกลุ่มเอฟทีเอ วอช (FTA Watch) หรืออะไรก็ตาม เพราะ ณ ขณะนี้เปึนเรื่องของเอ็นจีโอ (NGO) ข้างนอกทั้งนั้น แล้วเวลาที่เขาเตือนเรามา ทุกรัฐบาลมักไม่ค่อยพอใจบทบาทของเอ็นจีโอ กลายเปึนว่าไม่ได้มองความหวังดีของเขา เพราะฉะนั้นฝ์ายรัฐบาลเองตั้งเปึนกลุ่มเอฟทีเอ วอชเสียเลย ซึ่งน่าจะประกอบด้วยผู้แทน จากกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปึนอย่างน้อย ซึ่งก็แน่ละอาจจะมี กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงแรงงานอะไรเพิ่มขึ้น ดิฉันคิดว่าอันนี้ก็เปึนเรื่องเกี่ยวกับ นโยบายการต่างประเทศและเสริมด้วยเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ที่อยากจะขอกราบเรียน เปึนการเรียนเตือนมากกว่าจะเปึนการแนะนําหรือเปึนการบังคับ แต่เปึนการเรียนเตือนว่า เรามีอะไรหลายอย่างทีเดียวที่เราได้มองผ่านไป และบางครั้งมองเห็นทางด้านความสัมพันธ์ ทางด้านที่เขาเรียกกันว่า ไฮ โพลิติค (High politic) ไปเน้นเรื่องการเมือง การทหาร หรือความมั่นคงมากเกินไป แต่มิติทางด้านประชาชนต่อประชาชน หรือทางด้านวัฒนธรรม เราไม่ค่อยได้มองนะคะ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งดิฉันขอเน้นอีกทีหนึ่งว่างานแปล การแปล จากงานร่วมสมัยของไทยเรานี่จะเปึนนวนิยาย จะเปึนงานเขียนที่ได้รับรางวัลหรือไม่ได้รับ รางวัล แต่แสดงถึงจิตวิญญาณของคนรุ่นใหม่ที่จะได้รับการแปลออกไป ซึ่งนักแปลมีเยอะแยะ แล้วเขาบอกว่าเขาไม่มีงานที่จะแปลแล้วไม่มีสํานักพิมพ์ที่จะพิมพ์ให้ อยากจะขอให้รัฐบาล เปึนหัวหอกทางด้านนี้ ขอขอบพระคุณค่ะ