สังศิต พิริยะรังสรรค์ หารือเรื่องระบบงบประมาณของประเทศ พร้อมเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ตามหลักธรรมาภิบาลและเศรษฐกิจพอเพียง และเรียกร้องการแก้ไขปัญหาการทุจริตเชิงโครงสร้างในภาครัฐวิสาหกิจ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทําหน้าที่สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะที่ทํางานเปึนประธานคณะกรรมาธิการการคลัง การธนาคารและสถาบันการเงินของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ใคร่ขอกราบเรียน ท่านประธานให้ทราบว่า ทางกรรมาธิการได้ทํารายงานผลการศึกษาไว้หลายฉบับ ซึ่งผมและคณะกรรมาธิการมั่นใจว่าน่าจะเปึนประโยชน์กับรัฐบาลโดยตรง จึงใคร่ขอ กราบเรียนว่ามีรายงานการพิจารณาศึกษาระบบงบประมาณของประเทศ ฉบับที่ ๑ เรื่องสภาวะแวดล้อมทางเศรษฐกิจและข้อเสนอแนะในการจัดทํางบประมาณ ป้ ๒๕๕๑ และ ๒. รายงานการพิจารณาศึกษาระบบงบประมาณของประเทศ ฉบับที่ ๒ เรื่องการใช้ บังคับกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ ท่านประธานครับ รายงานทั้ง ๒ ฉบับนี้ เปึนการศึกษาเพื่อที่จะแก้ไขจุดอ่อนของกฎหมายพิจารณางบประมาณแผ่นดินของไทย ซึ่งได้ออกมาตั้งแต่ป้ ๒๕๐๒ หรือประมาณ ๕๐ ป้ล่วงมาแล้ว กฎหมายมีความล้าสมัย เนื่องจากมีองค์กรต่าง ๆ เกิดขึ้นเปึนจํานวนมาก เช่น องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น องค์กรอิสระ องค์กรมหาชนและหน่วยงานใหม่ ๆ จํานวนมากที่ พ.ร.บ. งบประมาณ แผ่นดิน ป้ ๒๕๐๒ ไม่สามารถที่จะเข้าไปทําหน้าที่ตรวจสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นรายงานการศึกษาทั้ง ๒ ฉบับจะเปึนประโยชน์กับรัฐบาล รัฐบาลสามารถ จะนําไปใช้ในการทํางานได้เปึนอย่างดี เนื่องจากในการศึกษารายงานทั้ง ๒ ฉบับ เราได้เชิญนักวิชาการทางด้านเศรษฐศาสตร์การคลังที่เปึนนักวิชาการชั้นเยี่ยม ของประเทศจํานวนมาก รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิที่เปึนนักบริหารจัดการจากกระทรวงต่าง ๆ เข้ามาร่วมในการจัดทํา จึงขอฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาลด้วยครับ
ในเรื่องที่ ๒ สิ่งที่ทางคณะกรรมาธิการการคลังได้ทําการศึกษาและได้ นําเสนอต่อรัฐบาลในชุดที่แล้วก็คือ เรื่องของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจตามแนวเศรษฐกิจ พอเพียง ซึ่งเปึนการทํางานร่วมกันระหว่าง ๔ ธนาคาร คือธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร ธนาคารเอสเอ็มอี (SME) ธนาคารออมสิน และธนาคาร อาคารสงเคราะห์ ในมาตรการเหล่านี้มีข้อที่สําคัญก็คือเปึนการใช้นโยบายทางเศรษฐกิจ ที่จะทําให้เกษตรกรและผู้ที่เข้าร่วมกับโครงการของ ๔ ธนาคารสามารถที่จะพึ่งตนเองได้ มากกว่าที่จะหวังเพียงแต่พึ่งรัฐบาล ผมคิดว่าโครงการนี้ซึ่งมียอดเม็ดเงินทั้งสิ้นกว่า ๑ แสนล้านบาท เปึนโครงการที่ทั้ง ๔ ธนาคารมีความพร้อมแล้วก็สามารถที่จะดําเนินการ ได้ทันที เพราะฉะนั้นเมื่อรัฐบาลได้นํามาพิจารณาแล้ว หากมีการนําไปปฏิบัติก็จะสามารถ ทําให้เม็ดเงินออกไปสู่ระบบเศรษฐกิจ โดยที่มีตัวทวีคูณทางเศรษฐกิจอย่างน้อยอีก ๓ หรือ ๔ เท่า ก็จะมีเม็ดเงินเข้าไปไหลเวียนในระบบเศรษฐกิจประมาณ ๓ – ๔ แสนล้านบาท ที่สําคัญก็คือโครงการต่าง ๆ เหล่านี้เปึนโครงการที่ผู้บริหารคือตัวกรรมการผู้จัดการใหญ่ และผู้อํานวยการได้เห็นพ้องร่วมกัน แล้วที่สําคัญก็เปึนการทํางานโดยมีการแบ่งงานกันทํา ระหว่างธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน ธนาคารเอสเอ็มอี ไม่เปึนการเข้าไปแข่งขันกันเอง อันนี้ก็จะเปึนประโยชน์กับทางรัฐบาลเปึนอย่างยิ่ง ในรายงานอีกฉบับหนึ่งก็คือ รายงานการพิจารณาศึกษาการดําเนินงานของธนาคาร อิสลามแห่งประเทศไทย ซึ่งทางคณะกรรมาธิการการคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน เห็นว่าน่าที่จะมีการปรับปรุงประสิทธิภาพของธนาคารแห่งนี้ เพื่อที่จะเพิ่มขีดความสามารถ ในการที่จะดึงทรัพยากรต่าง ๆ จากต่างประเทศให้สามารถที่จะเข้ามาในธนาคารแห่งนี้ ผมและคณะมีความมั่นใจว่าจะเปึนประโยชน์กับประชาชนเปึนอย่างยิ่ง แล้วที่สําคัญ ก็จะเปึนประโยชน์กับรัฐบาลและประเทศโดยตรง มีรายงานอีก ๓ ฉบับที่ผมคิดว่า จะเปึนประโยชน์กับรัฐบาลเช่นเดียวกัน ที่สําคัญก็จะเปึนการเพิ่มรายได้ให้แก่รัฐ เพราะว่า นโยบายของรัฐที่ได้แถลงมานั้นก็เปึนการเน้นในเรื่องของการใช้จ่ายเปึนหลักยังไม่ได้ พูดถึงเรื่องของหารายได้ เพราะฉะนั้นในรายงานฉบับแรกคือรายงานการพิจารณา ศึกษาร่างกฎหมายว่าด้วยภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งมีทั้งการทํารายงานขึ้นก่อน หลังจากนั้นจึงได้มีการร่างเปึนกฎหมายขึ้นมา ในตัวกฎหมายฉบับนี้จะช่วยลดช่องว่าง ระหว่างคนมีกับคนไม่มีในสังคมไทยได้ เนื่องจากว่าจะมีการเก็บภาษีอย่างเปึนธรรม นอกจากนี้รายได้ที่จัดเก็บในเรื่องของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะเต็มเม็ดเต็มหน่วย ยิ่งกว่ากฎหมายฉบับเดิมซึ่งเปึนกฎหมายที่ค่อนข้างล้าสมัยแล้วก็ไม่สามารถจะเก็บภาษี ได้อย่างเหมาะสม อย่างเช่น ภาษีคอนโดมิเนียมซึ่งเกิดขึ้นแล้วกฎหมายเก่าก็ไม่สามารถ จะไปเก็บภาษีจากที่พักเหล่านี้ซึ่งมีมูลค่าสูง เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับที่คณะกรรมาธิการ การคลังได้จัดเตรียมไว้ให้แก่รัฐบาลก็จะสามารถทําให้รัฐบาลมีเครื่องมือที่จะเก็บภาษี ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย และที่สําคัญก็คือจะเปึนการไปลดภาระทางการคลังของรัฐบาล ที่จะต้องไปหาเงินอุดหนุนให้แก่องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น เงินจํานวนหลายหมื่นล้าน ที่รัฐบาลสามารถจะเก็บได้จากภาษีฉบับนี้ นอกจากนี้ยังมีรายงานการพิจารณาศึกษา กฎหมายว่าด้วยสุราและภาษีเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ซึ่งทางคณะกรรมาธิการก็ได้เชิญ นักวิชาการชั้นเยี่ยมทางด้านการคลังจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย จากนิด้า จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แล้วก็จากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เข้ามาร่วมในการทําแล้วก็ได้มีข้อเสนอแนะ รวมทั้งยังมีพระราชบัญญัติในเรื่องนี้ที่ได้ผ่าน สภานิติบัญญัติแห่งชาติในวาระที่ ๑ ไปแล้ว แต่ไม่สามารถจะกลับเข้ามาได้ทันในวาระที่ ๒ ก็จะเปึนการพูดถึงเรื่องของการจัดเก็บภาษีแอลกอฮอล์ที่ให้ความสําคัญกับเรื่องของดีกรี (Degree) มากกว่าเรื่องของการให้อํานาจวินิจฉัยแก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และอธิบดีกรมสรรพสามิต ผมคิดว่าธรรมาภิบาลของกฎหมายฉบับนี้จะทําให้ผู้บริโภค ได้รับประโยชน์มากขึ้นจากการที่แอลกอฮอล์ที่มีดีกรีมากก็จะต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น แอลกอฮอล์น้อยก็เสียภาษีที่ต่ําลง ในขณะที่กฎหมายฉบับเก่านั้นให้อํานาจเพียงคน ๒ คน ก็คือตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกับอธิบดีกรมสรรพสามิตเท่านั้น เพราะฉะนั้น ภาษีฉบับนี้นอกจากจะเปึนการลดอุบัติเหตุของคนไทยจํานวนมากที่เกิดจากการดื่ม แอลกอฮอล์แรง ๆ แต่ว่ารัฐบาลเก็บภาษีในราคาถูก อันนี้ก็จะช่วยลดอุบัติเหตุแล้วก็ ความเจ็บป์วยต่าง ๆ ของผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ ผมมั่นใจว่าถ้าได้มีการทบทวนกฎหมาย ฉบับนี้ก็จะทําให้รัฐบาลมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกหลายหมื่นล้านต่อป้เช่นเดียวกัน
ในเรื่องที่ ๓ เปึนรายงานการพิจารณาการศึกษาเรื่องการค้าเกี่ยวกับยาสูบ คือเรื่องของโรงงานยาสูบ ซึ่งมีการผูกขาดในการค้าบุหรี่ของโรงงานยาสูบทําให้รัฐบาล สูญเสียรายได้ไปเปึนจํานวนมาก ในเรื่องนี้ทางคณะกรรมาธิการได้มีการตั้งคณะขึ้นมา ทําการศึกษาเปึนเอกสารเรียบร้อย รวมทั้งได้พยายามผลักดันกฎหมายสรรพสามิต ในเรื่องนี้ด้วย แต่ว่ายังไม่สามารถเอากลับเข้ามาในสภาในวาระที่ ๒ ได้ ก็ขอฝาก รัฐบาลด้วยว่าถ้าหากได้มีการไปปรับปรุงโครงสร้างของบุหรี่แล้วก็ไม่ได้ทําให้ยอดบุหรี่ ขายเพิ่มขึ้นนะครับ แต่เรื่องของความเปึนธรรม การกระจายรายได้ และผมมั่นใจว่ารายได้ ของโรงงานบุหรี่ก็จะเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม เพราะฉะนั้นในรายงานฉบับต่าง ๆ ที่ได้มี การศึกษาไปแล้วก็จะช่วยทําให้รัฐสามารถประหยัดงบประมาณต่าง ๆ ลงไปได้ รวมทั้ง เปึนการเพิ่มรายได้ให้แก่รัฐบาล สําหรับนโยบายของรัฐบาล ท่านประธานครับ ผมคิดว่า มีนโยบายต่าง ๆ เปึนจํานวนมาก อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่านโยบายจะเปึนเรื่องที่มีความสําคัญ แล้วเราเองก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปถึงกระบวนการกําหนดนโยบายเหล่านั้นได้ แต่ที่สําคัญ ที่สุดก็คือกรอบในการบริหารนโยบายจะเปึนอย่างไร ผมคิดว่ากรอบธรรมาภิบาล ควรจะเปึนหัวใจสําหรับการบริหารจัดการนโยบายของรัฐบาล เพราะว่าในประเทศไทย บางรัฐบาลก็บริหารงานด้วยความระมัดระวัง เพื่อให้เกิดความโปร่งใสแต่อาจจะไม่มี ประสิทธิภาพ สําหรับรัฐบาลปัจจุบันผมเกรงว่าจะเน้นเรื่องของประสิทธิภาพโดยขาด ความระมัดระวังเรื่องของความโปร่งใส เพราะฉะนั้นผมอยากจะเห็นรัฐบาลมีภูมิคุ้มกัน ในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยการใช้หลักธรรมาภิบาลมาเปึนเกราะปัองกันตัวเอง นโยบายประชานิยมเปึนนโยบายที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์และได้รับความชื่นชม ในเวลาเดียวกัน ผมใคร่ที่จะขอฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาลว่า ในการบริหารนโยบาย ประชานิยมนั้นมีกรอบอยู่ ๔ กรอบที่อยากจะฝากให้รัฐบาลช่วยดูแลก็คือ
กรอบที่ ๑ ในการบริหารนโยบายนั้นควรจะส่งเสริมให้ประชาชนสามารถ พึ่งตนเองได้มากกว่าที่จะหวังพึ่งรัฐบาลในระยะยาว
กรอบที่ ๒ ผมอยากจะเห็นนโยบายของรัฐบาลในเรื่องนี้สร้างความปรองดอง ระหว่างผลประโยชน์ระยะสั้นที่ประชาชนได้รับกับสิ่งที่ประเทศไทยโดยรวมจะได้รับ ในระยะยาว
กรอบที่ ๓ ผมอยากจะเห็นรัฐบาลนําเอาหลักธรรมาภิบาลมาเปึนการบริหาร จัดการทั้งในภาครัฐและภาคประชาชน
กรอบที่ ๔ อยากจะเห็นรัฐบาลนําเอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเรื่องของ การพึ่งตนเองมาให้ประชาชนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลนําไปใช้ประโยชน์ ท่านประธานครับ นโยบายของรัฐบาลเรื่องหนึ่งที่เปึนนโยบายที่ดีก็คือเรื่องของการบริหาร จัดการที่ดี อย่างไรก็ตามผมมีความเห็นอย่างนี้ครับว่า ในเอกสารที่รัฐบาลได้ทําไว้นั้น เน้นในเรื่องของการพัฒนาความรู้ความสามารถในการปฏิบัติราชการ พัฒนาคุณภาพชีวิต ของข้าราชการในลักษณะที่เปึนปัจเจกบุคคลมากกว่าที่จะมุ่งพัฒนาธรรมาภิบาล ในเชิงโครงสร้างและตัวระบบ ผมคิดว่าการพัฒนาตัวบุคคลก็เปึนเรื่องสําคัญ แต่เรื่องของ การพัฒนาโครงสร้างและระบบธรรมาภิบาลก็มีความสําคัญเช่นเดียวกัน จากเอกสาร ของรัฐบาลซึ่งมีอยู่ ๒๗ หน้า โดยเฉลี่ยประมาณหน้าละ ๒๘–๒๙ บรรทัด รวม ๆ แล้ว ก็ประมาณสัก ๗๘๐ กว่าบรรทัด มีนโยบายที่ว่าด้วยการปราบปรามทุจริตเพียง ๒ บรรทัด ข้อความเปึนอย่างนี้ครับท่านประธาน ปัองกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างจริงจัง เพื่อให้ภาคราชการเปึนที่เชื่อถือไว้วางใจ แก่ประชาชน ท่านประธานครับ จุดอ่อนของนโยบายแบบนี้ก็คือการที่รัฐบาลหวังที่จะไป ดูแลข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐมิให้กระทําการทุจริต แต่ข้าราชการนั้นจะสามารถ ทุจริตได้ก็มีแต่การทุจริตในขนาดเล็กและขนาดย่อมเท่านั้นเอง แต่จะไม่สามารถควบคุม การทุจริตขนาดใหญ่ซึ่งเปึนปัญหาของประเทศมากกว่าการทุจริตขนาดเล็กและขนาดกลาง ซึ่งการทุจริตขนาดใหญ่นั้นโดยทั่วไปก็จะเปึนการร่วมมือกันระหว่างนักการเมือง นักธุรกิจ และข้าราชการ
ประการที่สอง นโยบายนี้จะไม่สามารถปัองกันการทุจริตเชิงโครงสร้าง ซึ่งเปึนรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างพรรคการเมืองกับกลุ่มธุรกิจได้ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมคิดว่ารัฐบาลต้องระมัดระวังเปึนอย่างยิ่งก็คือเรื่องของการที่จะบริหารจัดการภาครัฐ และภาครัฐวิสาหกิจ มีข่าวที่ไม่ค่อยน่าสบายใจนักก็คือเรื่องของการที่จะมีการแต่งตั้ง บอร์ด (Board) รัฐวิสาหกิจ โดยที่รัฐบาลเพียงแต่กล่าวว่ารัฐบาลนั้น กฎหมายเพียงแต่ ห้ามบุคคลเหล่านี้ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่ไม่ได้ห้ามเปึนกรรมการรัฐวิสาหกิจ ท่านประธานครับ ใน พ.ร.บ. คุณสมบัติมาตรฐานสําหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่ออกโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ มีข้อหนึ่งที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า จะต้องไม่เคยถูก ไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากงานเพราะทุจริตต่อหน้าที่ของตัวเอง ท่านประธานครับ แม้กระทั่งพนักงานรัฐวิสาหกิจที่ถูกไล่ออก ปลดออกเพราะทุจริตต่อหน้าที่ ไม่ว่าจะเปึน การทุจริตทางด้านการเงิน คือ อีโคโนมิค คอร์รัปชัน (Economic corruption) ก็ดี หรือแอดมินิสเทรทีฟ คอร์รัปชัน (Administrative corruption) ก็ดี ก็ยังเปึนไม่ได้ เพราะฉะนั้น โพลิติคอล คอร์รัปชัน (Political corruption) หรือการทุจริตทางการเมืองมีความร้ายแรงกว่า ก็อยากจะให้ท่านได้คํานึงถึงเรื่องของคุณธรรมและจริยธรรมในการทํางานด้วย ท่านประธานครับ เรื่องของการบริหารจัดการที่ดีควรจะใช้กับทุก ๆ นโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของตํารวจซึ่งเปึนเรื่องที่รัฐบาลชุดที่แล้วได้แต่งตั้งคณะกรรมการ พัฒนาระบบงานตํารวจ มีการผลักดันพระราชบัญญัติ ๒ ฉบับคือ พระราชบัญญัติตํารวจ แห่งชาติ และพระราชบัญญัติคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์เกี่ยวกับตํารวจ แต่ว่า กฎหมายฉบับนี้ผ่านได้แค่วาระแรกแล้วก็ไม่สามารถที่จะผ่านวาระ ไม่ได้กลับเข้ามา อยู่ในสภา ผมอยากจะขอฝากเสนอรัฐบาลด้วยว่า กฎหมายฉบับนี้จะเปึนการแก้ปัญหา การทุจริตเชิงโครงสร้างของระบบตํารวจได้ดี แล้วก็จะเปึนหลักประกันให้แก่พี่น้อง ประชาชนมากกว่า สิ่งที่รัฐบาลชุดที่แล้วได้ทําไปโดยการเพิ่มจํานวนของนายพลตํารวจ ขึ้นอีกเปึนจํานวนมาก เปึนการขยายโครงสร้างของระบบตํารวจซึ่งจะไม่แก้ปัญหาอะไร ให้แก่ระบบตํารวจ รวมทั้งไม่แก้ปัญหาให้แก่พี่น้องประชาชนด้วย ท่านประธานครับ มีเรื่องที่ผมอยากจะฝากเรียนถามไปถึงทางพรรครัฐบาล เนื่องจากมีข่าว ออกมาว่าจะมีการทบทวนกฎหมายการเงิน การคลัง ที่ทาง สนช. ได้ออกไปแล้วจํานวน มากกว่า ๒๐ ฉบับ แล้วก็ยังค้างอยู่อีก ๖ ฉบับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านว่า วิธีการ ทํางานของคณะกรรมาธิการการคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงินนั้นก่อนที่จะมี การผลักดันกฎหมาย ก่อนที่จะมีการพิจารณากฎหมายนั้นถ้าอยู่ในวิสัยทําได้เราจะมี การตั้งคณะขึ้นมาพิจารณาให้มีการศึกษาเรื่องต่าง ๆ อย่างที่ผมได้เรียนท่านประธาน ไปแล้วว่า ไม่ว่าจะเปึนการศึกษาเรื่องงบประมาณของประเทศก็ดี เรื่องของการศึกษา กฎหมายภาษีที่ดินสิ่งปลูกสร้าง เรื่องภาษีแอลกอฮอล์ก็ดี เรื่องของยาสูบก็ดี เพราะฉะนั้น เราทํางานด้วยความระมัดระวังเปึนอย่างยิ่ง นอกจากนี้เราก็อาศัยนักวิชากาผู้ทรงคุณวุฒิ ที่เปึนอิสระและมีความเปึนกลางทางการเมืองเข้ามามีส่วนร่วม เราให้ภาคประชาชน ที่ไม่แสวงหากําไร เช่น สภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคาร แห่งประเทศไทย สมาคมประกันชีวิต สมาคมประกันวินาศภัย องค์การพัฒนาเอกชน สหภาพแรงงานและองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคได้เข้ามามีส่วนร่วม เราใช้การประชุม ทางวิชาการ การสัมมนาและการทําประชาพิจารณ์ และอาศัยสมาชิกสภานิติบัญญัติ แห่งชาติที่เปึนนักการเงิน การธนาคารที่มีอยู่จํานวนมากเข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณา เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมกังวลใจก็คือการพูดถึงว่าใน พ.ร.บ. ธนาคารแห่งประเทศไทย แล้วก็ พ.ร.บ. กบข. พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เปึนต้น ที่มีการอ้างถึงว่าจะถูกรื้อนั้น ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่าทุก พ.ร.บ. เราเน้นเรื่องของธรรมาภิบาลเปึนหัวใจ ในการพิจารณา ตัวอย่างเช่น พ.ร.บ. ธนาคารแห่งประเทศไทยนั้น พวกเรามีความมั่นใจว่า มีธรรมาภิบาลยิ่งกว่าเดิม เนื่องจากว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่เปึนอิสระจะมาทําหน้าที่ เปึนประธานกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทยแทนผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นอกจากนี้การแต่งตั้งประธานกรรมการและคณะกรรมการก็มาจากคณะกรรมการสรรหา เช่นเดียวกันครับ การพ้นจากตําแหน่งของผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยนั้นเราเห็นว่า ไม่จําเปึนว่าจะต้องถึงขั้นที่มีการทุจริต จึงควรที่จะให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปลดออกจากตําแหน่ง เราเห็นว่าเพียงแต่มีความไม่เหมาะสมคือมีการหย่อนสมรรถภาพ ในการทํางานก็ควรที่จะปลดออกจากตําแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย แต่แน่นอนครับรัฐมนตรีก็ต้องสามารถให้เหตุผลความจําเปึนถึงขั้นนั้นได้ เพราะฉะนั้น เราก็พยายามที่จะถ่วงดุลระหว่างอํานาจของฝ์ายการเมืองกับเทคโนแครท (Technocrat) คือ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เช่นเดียวกันใน พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เราได้มีการเปลี่ยนตําแหน่งของประธาน ก.ล.ต. จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปึนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่เปึนอิสระ เนื่องจากว่ามีข่าวอื้อฉาวมาตลอดว่า เมื่อเอา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไปเปึนประธานควบคุม กํากับดูแลตลาดหลักทรัพย์ ก็จะมีปัญหาเรื่องราคาหุ้นที่ถูกปัืนอยู่เปึนประจํา เพราะฉะนั้นต่างประเทศก็มีความกังวลใจ กฎหมายฉบับนี้ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันมาเปึนเวลากว่า ๑๐ ป้ก็ไม่ได้มีการแก้ไข เพราะฉะนั้นทาง สนช. ก็ได้มีการแก้ไขโดยการให้มีการเปลี่ยนแปลงตําแหน่งของประธาน จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไปเปึนกรรมการที่เปึนอิสระ ในกฎหมายฉบับอื่น ๆ ก็เช่นเดียวกันนะครับ เราก็ได้ระมัดระวังในการที่จะสร้างมาตรฐานของกฎหมายการเงิน ต่าง ๆ ให้มีมาตรฐานที่อยู่ในระดับเดียวกันเพื่อทําให้โครงสร้างพื้นฐานทางด้านการเงิน ของประเทศมีความแข็งแรง เรามีความมั่นใจว่ากฎหมายการเงินที่ออกไปจํานวนเกือบ ๓๐ ฉบับรวมทั้งกฎหมายที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการเงินอีก ๘ ฉบับจะเปึนโครงสร้างพื้นฐาน ทางการเงินที่สําคัญสําหรับรัฐบาลชุดปัจจุบันซึ่งเปึนรัฐบาลแรกที่จะได้รับประโยชน์ จากกฎหมายต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วก็ทําให้กฎหมายเหล่านี้เปึนเครื่องมือที่รัฐบาลจะสามารถ บริหารจัดการเรื่องของการเงิน การคลังของประเทศได้ดียิ่งกว่ารัฐบาลที่ผ่านมาโดยตลอด ก็ขอกราบเรียนท่านประธานครับ ขอบคุณครับ