ศิริโชค โสภา ระบุว่ารัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญกับนโยบายด้านไอซีที โดยอ้างรายงานขององค์การสหประชาชาติว่าเทคโนโลยีไอซีทีเป็นแรงผลักดันสำคัญต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังอ้างว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีทีไม่ได้ตั้งใจมารับตำแหน่งนี้และไม่มีความเชื่อมั่นในการบริหารกระทรวง
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภา กระผม นายศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมได้รับมอบหมายจากพรรคประชาธิปัตย์ให้อภิปรายนโยบาย ของรัฐบาลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับนโยบายเทคโนโลยี และสารสนเทศ ซึ่งต่อไปนี้ผมจะเรียก สั้น ๆ ว่า นโยบายไอซีที (ICT) ผมเองก็พยายามที่จะดูว่ารัฐบาลชุดนี้ให้ความสําคัญ กับนโยบายด้านไอซีทีแค่ไหนอย่างไร ก็พยายามพลิกอ่านในคําแถลงนโยบายของ คณะรัฐมนตรีก็พบว่ารัฐบาลได้บรรจุไว้ในหน้า ๑๗ แต่ก็บรรยายไว้ใน ๓ ห้วข้อสั้น ๆ ๓ ย่อหน้าก็คือ ๓.๕.๑ ๓.๕.๒ และ ๓.๕.๓ ซึ่งก็รู้สึกผิดหวังแล้วก็เสียดายว่ารัฐบาลนี้ ให้ความสําคัญกับนโยบายไอซีทีนี้น้อยมาก ซึ่งผิดกับขององค์การระหว่างประเทศ อย่างเช่นของคณะกรรมการการค้าและการพัฒนาขององค์การสหประชาชาติหรือที่ เรารู้จักกันในนามอังค์ถัด (UNCTAD) ซึ่งหน่วยงานนี้ให้ความสําคัญกับนโยบายในด้าน ไอซีทีเปึนอย่างมาก มีรายงานหนาถึงเกือบ ๔๐๐ หน้า แล้วก็สรุปได้ชัดว่าเทคโนโลยี ดังกล่าวจะเปึนแรงผลักดันที่สําคัญต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ นอกจากนี้ในรายงาน ก็ยังกล่าวไปถึง อันดับที่แต่ละประเทศประชาชนสามารถเข้าถึงเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้ สําหรับประเทศที่กําลังพัฒนาอย่างประเทศไทยก็สามารถเข้าถึงเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ความเร็วสูง หรือที่เรารู้จักกันในนามบอร์ด แบนด์ (Board band) นี้ก็คือที่อันดับประมาณ ๓ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็น่าเปึนห่วงครับ แต่ผมไม่แน่ใจครับว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที ได้อ่านรายงานของอังค์ถัดหรือยัง แต่ผมเชื่อว่าท่านยังไม่ได้อ่านหรอกครับ เพราะท่านเอง ก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะเข้ามาในกระทรวงนี้ตั้งแต่ต้น ผมคงจะไม่ย้อนอดีตว่ามีการต่อรอง ตําแหน่งรัฐมนตรีไอซีทีนี้ที่ฮ่องกงอย่างไร หรือมีการลงขันในประเทศไทยอย่างไร เพราะถือว่าเปึนเรื่องในอดีตไปแล้ว วันนี้เราจะมาพูดถึงปัจจุบัน เพราะปัจจุบันคนที่เปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกระทรวงไอซีทีก็คือท่านมั่น พัธโนทัย สิ่งที่ต่อไปท่านต้องทําคือ ท่านต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับแวดวงไอซีที สร้างความเชื่อมั่นให้กับข้าราชการ ในกระทรวงไอซีที ก็เปึนเรื่องที่น่าเสียดายเปึนอย่างมาก เพราะวันแรกที่ท่านมั่น พัธโนทัย เข้าไปรับตําแหน่ง เข้าไปทํางานในกระทรวง ท่านก็ได้ยอมรับสารภาพกับข้าราชการ ในกระทรวงไอซีทีแล้วก็ผู้บริหารในหน่วยงานที่อยู่ในการกํากับดูแลของกระทรวงไอซีทีว่า ท่านไม่ตั้งใจมารับตําแหน่งในกระทรวงไอซีที ยอมรับช่วยงานได้แค่บางส่วน ผมขออนุญาต ท่านประธานอ่านคําให้สัมภาษณ์ในหนังสือพิมพ์แนวหน้าในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ท่านให้สัมภาษณ์อย่างนี้ ตอนแรกตนไม่ได้เตรียมตัว เนื่องจากไม่คิดว่าจะมาอยู่กระทรวงนี้ แต่ในเมื่อตกลงกันไม่ได้ตนจึงมาเอง ท่านประธานครับ ช่วยกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่า วันนี้รัฐมนตรีไอซีทีชื่อ มั่น พัธโนทัย ไม่ว่าท่านจะชอบหรือไม่ชอบ จะถูกบังคับหรือไม่ ท่านต้องเก็บไว้ในใจ แต่ท่านกลับมายอมรับสารภาพต่อหน้าสื่อมวลชน ต่อหน้าสาธารณชน แล้วอย่างนี้ท่านจะสร้างความมั่นใจให้กับชาวไอซีทีอย่างไรครับ ซึ่งตรงนี้ผมเรียกว่า เปึนเวรกรรมของกระทรวงนี้ เพราะตั้งแต่ต้นเกิดมาก็ไม่ใช่เพื่ออะไร เพื่อผลประโยชน์ ของประเทศชาติ เกิดมาก็เพื่อจะไปแก้ปัญหาให้กับบริษัทมือถือบริษัทหนึ่ง ซึ่งผมเอง ก็ไม่มีอคติกับบริษัทมือถือแม้ว่าจะมีบริษัทในเครือฟัองร้องเรียกค่าเสียหายจากผม เปึนเงิน ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่สุดท้ายก็มีการยืดเยื้อคดีไป ๔–๕ ป้ แต่ก็เปึนเพียงแค่ ฟัองเพื่อแก้เกี้ยว เพราะสุดท้ายโจทก์ก็ถอนฟัองไปโดยไม่มีเงื่อนไข แต่ในข้อเท็จจริง กระทรวงนี้ตั้งขึ้นมาเพื่ออย่างนี้จริง ๆ ครับ ไปแก้กฎหมายในเรื่องของภาษีสรรพสามิตแล้ว ก็ประสบความสําเร็จ ถือว่าเปึนชิ้นงานโบแดงสําหรับกระทรวงไอซีทีนี้ และเจ้ากระทรวง คนเดิมก็ได้รับปูนบําเหน็จบํานาญได้เปึนถึงเลขาธิการพรรค ได้เปึนถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังควบรองนายกรัฐมนตรี ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนนี้ว่า ในเรื่องของภาษีสรรพสามิตเปึนเรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์ติติงมาตลอด เราไม่เห็นด้วย แล้วเราก็คัดค้าน แต่ว่าสรุปสุดท้ายวันนี้เกิดอะไรขึ้น ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าเมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๐ คณะรัฐมนตรีของ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้มีมติอย่างเปึนทางการให้ปรับลดภาษีสรรพสามิตกิจการโทรคมนาคมเหลือ ศูนย์เปอร์เซ็นต์ และเหตุผลที่ให้ก็เปึนอย่างนี้ เนื่องจากกระทรวงไอซีทีเล็งเห็นว่า ตลอดระยะเวลา ๔ ป้ที่ผ่านมา หน่วยงานทั้งสองหน่วยงานได้จ่ายภาษีสรรพสามิต ให้กับเอกชนเปึนเงินเกือบ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยการออกพระราชกําหนดภาษีสรรพสามิต ในครั้งนั้นเปึนมติ ครม. ของ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งทําให้ หน่วยงานของรัฐเสียเปรียบเปึนอย่างมาก ผมก็ต้องถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ไอซีทีนะครับว่าวันนี้ท่านกล้าลุกขึ้นยืนยันกลางสภาไหมว่าท่านจะยืนตามมติ ครม. ชุดนี้ หรือว่าท่านจะแก้อีกครับ แก้เพื่อเอื้ออํานวยผลประโยชน์ให้กับบริษัทมือถืออีกไหม ก็กราบเรียนท่านรัฐมนตรีช่วยยืนยันกับสภาแห่งนี้ด้วย แล้วเรื่องที่ผมต้องพูดต่อไปก็คือ เรื่องที่ทางกระทรวงไอซีทีนี้ได้ทําการส่งกฎหมาย ได้ทําการส่งสัญญาหลาย ๆ ฉบับ ให้กฤษฎีกาได้ตีความ แล้วกฤษฎีกาก็ได้ส่งกลับมาอยู่ ๒ เรื่องแล้ว ก็คือเรื่องสัญญา ร่วมทุนกับจัสมิน (Jasmin) แล้วอีกชุดหนึ่งก็คือสัญญาของบริษัททรู (True) ซึ่งทั้งสอง กฤษฎีกาเขาตีความหมายว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายนะครับ ก็ยังเหลืออีกหลาย ๆ สัญญาน ไม่ว่าจะเปึนสัญญาของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (Advance Info Service) หรือเอไอเอส (AIS) สัญญาของบริษัท โทเทิล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (Total Access Communication) ในเรื่องการแก้ไขอายุสัญญาสัมปทานและส่วนแบ่งของรายได้ ก็อยากถามท่านรัฐมนตรีครับว่าเรื่องเหล่านี้ท่านจะจัดการอย่างไร กระผมกราบเรียน ท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีว่ากระผมเปึนห่วงภาพพจน์ของกระทรวงไอซีทีเปึนอย่างมากค เพราะตั้งแต่ตั้งมามีแต่เรื่องฉาวโฉ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้ไปค้าความฟัองร้องกับเอกชน เปึนจํานวนมาก ทั้ง กสท. ทั้ง ทศท. นี่ฟัองกันดะไปหมด เหตุที่เปึนอย่างนี้ก็เพราะว่า ท่านไม่ได้ยึดหลักผลประโยชน์ของประเทศ ทุกโครงการส่วนใหญ่ที่ท่านลงทุนไปส่วนใหญ่ จะไม่คุ้มค่าแล้วก็ไม่โปร่งใส สุดท้ายแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือจะมีผู้รับเหมานี่แหละครับ มาล็อบบี้ (Lobby) มาวิ่งเต้นให้เกิดการล็อกสเปกขึ้น เมื่อล็อกสเปกแล้วก็ฮั้วการประมูล เมื่อฮั้วการประมูลเสร็จชนะการประมูลไปแล้ว ก็จะมีอีกฝ์ายหนึ่งมาร้องเรียนให้ล้ม การประมูล เมื่อล้มการประมูลเสร็จก็ฟัองร้องเกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้แหละครับซึ่งเปึนปัญหา ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีทีคงจะต้องเข้ามาแก้ไขให้มันเกิดความชัดเจน เราจะได้ พัฒนาระบบสารสนเทศของประเทศไปได้ ผมก็ขออนุญาตท่านประธายกตัวอย่างสด ๆ ร้อน ๆ ให้ท่านประธานได้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นกับกระทรวงไอซีที เกิดอะไรขึ้นกับ ทศท. ในมือผมเปึนเอกสารลับฉบับหนึ่ง เปึนเอกสารลงวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๐ เลขที่ ทีโอที ชน ๔/๕๘๔ กว่าจะได้เอกสารนี้ด้วยความยากลําบาก เรื่องรายงานผลการจัดหางาน จ้างเหมาติดตั้งระบบโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคม โครงการศูนย์ราชการกรุงเทพมหานคร ถนนแจ้งวัฒนะ ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีคงทราบสิครับว่าศูนย์ราชการแห่งนี้จะเปึน จุดศูนย์รวมของหน่วยงานราชการที่จะต้องเข้าไปทํางาน ศูนย์ราชการนี้การวางระบบ โครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคมต้องเสร็จภายในเดือนเมษายนนี้ เพราะว่าหน่วยงานแรก ที่จะเข้าไปใช้ก็คือศาลปกครอง ท่านทราบไหมครับว่าเกิดอะไรขึ้น คณะกรรมการจัดซื้อ จัดจ้างสรุปว่าจะต้องซื้อจากบริษัทบริษัทหนึ่งเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เดือนธันวาคม ป้ ๒๕๕๐ แต่ปรากฏว่ามันไปขัดผลประโยชน์กับผู้มีอํานาจ เขาก็เลยจ้องที่จะล้มการประมูล ก็เลยมีการยืดเยื้อจนถึงวันนี้ เดือนกุมภาพันธ์ก็ยังไม่มีการจัดซื้อจัดจ้าง ใครจะผิด ใครจะถูกไปว่ากันครับ แต่สิ่งที่ตามมาก็คือว่าโครงการนี้เกิดความล่าช้า โครงการนี้ เกิดความล้มเหลวขึ้น วันนี้ถามว่าศาลปกครองจะเข้าไปอยู่เดือนเมษายนจะใช้โทรศัพท์ อะไรครับ จะใช้อินเทอร์เน็ตอย่างไร เพราะผมถามเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องว่าหลังจากจัดซื้อ จัดจ้างแล้วท่านต้องใช้เวลาอีกกี่วันกว่าจะติดตั้งระบบเสร็จ เขาบอกว่าต้องใช้เวลา อีก ๑๒๐ วัน นับจากวันนี้บวกไป ๑๒๐ วัน ก็เกือบเดือนมิถุนายนไปแล้ว เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีทีว่าสิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่มีปัญหา เปึนอย่างมากกับการพัฒนาระบบสารสนเทศ เพราะฉะนั้นผมอยากให้ท่านตั้งสติให้มั่น เหมือนชื่อของท่าน มั่น พัธโนทัย วันนี้ท่านจะต้องวางนโยบายระบบสารสนเทศ เพราะถือว่าเปึนหัวใจหลักของประเทศ วันนี้ท่านจะต้องจัดการกับระบบความไม่โปร่งใส วันนี้แวดวงไอซีทีเขาขนานนามกระทรวงไอซีทีว่ามีมาตรการอยู่ ๒ อย่างครับ เขาเรียกว่า ๒ ต ต แรก ตัดตอน ต ที่ ๒ ตีกิน เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านต้องสร้างปรากฏการณ์ใหม่ ๒ ป โปร่งใสและปฏิบัติได้ ผมกราบเรียน ท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีทีครับ เรื่องข่าวลือมันมีเยอะ แล้วเยอะจริง ๆ เพราะหน่วยงานนี้เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์มากมายมหาศาล แล้วล่าสุด ก็มีข่าวมาถึงหูผมในฐานะที่เปึนฝ์ายค้านว่าจะมีการเซ็งลี้ตําแหน่งประธานบอร์ดกันครับ ทั้ง กสท. ทั้ง ทศท. ผมก็กราบเรียนท่านรัฐมนตรีช่วยไปดูหน่อยครับ เขาบอกมีมือที่ไม่เห็น เข้ามาจัด แล้วมือที่ไม่เห็นนี่ขอเงินด้วย แล้วขอเงินไม่ใช่น้อย ๆ ประธานบอร์ดก็บอกว่า ขอเงินตําแหน่งละ ๓๐ ล้านบาท ผมไม่ทราบว่าเปึนข้อเท็จจริงอย่างไร แต่เชื่อว่าภาพลักษณ์ อย่างนี้ท่านควรจะจัดการให้เรียบร้อยเสีย ผมก็กราบเรียนท่านประธานอีกครั้งว่าพวกเรา ที่อยู่ในพรรคประชาธิปัตย์ เราตั้งใจครับ เรายึดมั่นในหลักการเพื่อรักษาผลประโยชน์ ให้กับประเทศชาติ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนเลยว่าอันไหนที่ท่านทําดีเราก็สนับสนุน แต่อันไหนที่เราเห็นว่ามันส่อไปในทางทุจริตคอร์รัปชันเราติดตามแน่นอน แล้วก็หวัง เปึนอย่างยิ่งว่าผมกับท่านคงจะไม่เจอกันในงานอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขอบคุณครับ