ลาภศักดิ์ ลาภาโรจน์กิจ หารือเรื่องนโยบายการต่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของกระทรวงการต่างประเทศ และเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศใช้ความซื่อสัตย์ คุณธรรม และวุฒิภาวะในการบริหารงาน และให้ความสำคัญกับนโยบายที่มีเศรษฐกิจที่ดีของไทยแลนด์ เพื่อไม่ให้ไทยเสียเปรียบในด้านการค้าระหว่างประเทศ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการค้าขายระหว่างไทยกับจีน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภาคกลุ่มแม่น้ำโขง โดยเรียกร้องให้รัฐบาลสานต่อโครงการที่ดีและได้รับความสนใจเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายลาภศักดิ์ ลาภาโรจน์กิจ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออภิปรายเกี่ยวกับนโยบายที่ ๖ ของรัฐบาลที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงต่อที่ประชุม แห่งนี้ นั่นก็คือนโยบายการต่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ท่านประธานครับ คนที่จะมาเปึนเจ้ากระทรวงการต่างประเทศเปึนคนที่สําคัญและมีความหมายมาก กระทรวงการต่างประเทศนี้เปึนกระทรวงคือหน้าตาของประเทศ ผู้ที่จะมาอยู่ในด้านนี้ หรือจะมาทําในหน้าที่นี้นอกเหนือจากการบริหารกระทรวงแล้ว ต้องมีบุคลิก ต้องมี จริยธรรม ต้องมีคุณธรรม ต้องมีความซื่อสัตย์ต่อประเทศ เพราะฉะนั้นผมก็หวังว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่มารับตําแหน่งนี้ก็จะได้ฟังปัญหา ของพวกเราที่ประชุม โดยเฉพาะนโยบายเกี่ยวกับการต่างประเทศ และเศรษฐกิจ ต่างประเทศ สิ่งที่หวังที่สุดนั่นคือท่านรัฐมนตรีอย่าเลือกปฏิบัติเปึนอันขาด มิฉะนั้น จะเสื่อมเสียถึงประเทศชาติมาก ท่านต้องใช้วุฒิภาวะที่ท่านได้เรียนสูง และได้ทุน อันมีเกียรติ เพราะฉะนั้นผมก็หวังว่าประเทศชาติโดยเฉพาะหน้าตาเขาเหล่านี้กําลังฝาก ความหวังกับท่านครับท่านประธาน ในนโยบายของรัฐบาลโดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับทีมเศรษฐกิจ ทีมประเทศไทยนั้น ผมว่า เปึนนโยบายที่ดีมาก ถ้าท่านประธานจําได้ช่วงนั้นในป้ ๒๕๔๒ ท่านรัฐมนตรีปัจจุบันนั้น ก็เคยเปึนเลขานุการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ นั่นก็คือช่วงนั้นเปึนช่วงรัฐบาลชวน ๒ นโยบายนี้ได้นํามาปฏิบัติต่อเนื่องเปึนที่ค่อย ๆ แพร่หลาย โดยเฉพาะทางรัฐบาลพรรคไทยรักไทยก็ได้นํามาต่อยอดเปึนอย่างดีแต่ก็ ไปสะดุดไประยะหนึ่ง อย่างไรก็ตามทีมประเทศไทย หรือว่าทีมไทยแลนด์นี้ ผมก็หวังว่า ทางรัฐบาลต้องใช้ให้เปึนประโยชน์มาก ไม่ว่าจะเปึนการเจรจากรอบการค้าเสรีระหว่าง ประเทศเอฟทีเอหรืออื่น ๆ โดยเฉพาะเรื่องเอฟทีเอนั่นก็คือบางประเทศ ซึ่งเมื่อวานก็มี สมาชิกบางท่านก็ได้กล่าวไว้แล้ว นั่นก็คือความเสียเปรียบในด้านสินค้าทางด้านเกษตร เช่น เอฟทีเอระหว่างไทยกับออสเตรเลีย โคนม โคเนื้อนี้เราเสียหายไปมาก เกษตรกร ผู้เลี้ยงโค ผู้ผลิตโคนมเสียหายมาก เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากท่านคํานึงถึงทีมไทยแลนด์นี้ ให้ดีด้วย และให้มาดูแลผลักดันอย่าให้เราเสียเปรียบมากนัก
และอีกเรื่องหนึ่งที่ผมจะยกตัวอย่างให้เห็น นั่นก็คือแฮปปุ้ ไวเอท (Happy Wyeth) ระหว่างไทยกับจีน ความจริงเปึนเรื่องที่ดีครับเราได้ดุลมาจากประเทศจีน มากขึ้น แต่มันก็มีพืชเกษตรบางรายการ ถึงแม้จะไม่อยู่ในกรอบเอฟทีเอเราก็เสียหายมาก เช่น หอมแดงและกระเทียมราคาตกต่ํา ขณะเดียวกันช่วงตรุษจีน ถ้าท่านประธานสังเกต ผลไม้จากประเทศจีนทะลักเข้ามาสู่ประเทศไทยมาก ส่วนผลไม้ของเราที่จะขายเข้าสู่ ประเทศจีนนั้นต้องใช้เวลาขนส่งเปึนระยะเวลานาน บางครั้งเมื่อไปถึงแล้วเสียหายครับ แล้วก็โดนการกีดกันถึงแม้จะเปึนเอฟทีเอระหว่างประเทศแต่ก็ยังโดนการกีดกันทาง มาตรการต่าง ๆ เพราะฉะนั้นทีมไทยแลนด์นี้ หรือทีมประเทศไทยก็จะต้องทําการบ้าน ให้มากหน่อย โดยเฉพาะทราบว่าป้ ๒๕๕๐ นี้ ทางสํานักงบประมาณได้ให้งบประมาณ ถึง ๒,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเงินนี้สามารถจะทําเชิงรุกให้กับประเทศไทย ได้อย่างดี อีกอย่างหนึ่งก็ต้องฝากด้วยครับเรื่องสินค้าโอทอปซึ่งไม่ได้บรรจุไว้อยู่ในนโยบาย แต่ก็ได้บรรจุในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล เพราะทางรัฐบาลได้เขียนชัดเจนเลยครับว่า จะเข้าสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพราะฉะนั้นหน้าที่ของทีมไทยแลนด์ ก็จะต้องผลักดันสินค้าโอทอปไปด้วย ความจริงสินค้าโอทอปนี้เปึนนโยบายที่พอใช้ได้ ที่ผมว่าพอใช้ได้เพราะทําบางส่วนก็ขาดทุน บางส่วนก็มีกําไร แต่ส่วนมากสิ่งที่ขาดทุน ก็เพราะการตลาดไม่ดีครับ
ท่านประธานครับ ด้วยเวลาจํากัดผมก็ขอเข้ามาสู่นโยบายเรื่อง ๖.๑ ก็คือ นโยบายส่งเสริมความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน ผมว่าเปึนนโยบายที่ถูกต้อง โดยเฉพาะกรอบยุทธศาสตร์ความร่วมมือเศรษฐกิจอิระวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง หรือความร่วมมือเศรษฐกิจในอนุภาคกลุ่มแม่น้ําโขง และความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ระหว่างอินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย หรือที่เราเรียกว่า ไอเอ็มที-จีที (IMT-GT) เพราะเปึน เรื่องที่ดีมาก โครงการเหล่านี้เปึนโครงการที่ดีและได้รับความสนใจ แต่ขอโทษครับ ไม่ได้รับความสนใจจากรัฐบาลชุดที่แล้วโดยเฉพาะรัฐบาลพรรคไทยรักไทยเท่าที่ควร เช่น โครงการสามเหลี่ยมเศรษฐกิจอินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทยนี้ ความจริงเกิดขึ้น เมื่อป้ ๒๕๓๖ ช่วงนั้นท่านประธาน ประทานโทษครับ ก็เปึน ส.ส. สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกับผม เพราะท่านคงจะจําได้ดี โครงการนี้เกิดขึ้นก็เพราะเรามีปัญหาเขตแดนทับซ้อน ไม่ว่าจะเปึนทางพื้นดินหรือทางทะเล นั่นก็คือทางภาคใต้นะครับ ผลที่สุดด้วยความเข้าใจ ทั้ง ๓ ประเทศ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ก็ได้ไปพบปะหารือกับท่านอดีต นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ดอกเตอร์มหาธีร์ และอดีตประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ท่านซูฮาร์โต ทั้ง ๓ ท่านนี้ได้ตกลงกันเลยจัดตั้งองค์กรไอเอ็มที-จีที หรือว่าความร่วมมือสามเหลี่ยม เศรษฐกิจระหว่างประเทศขึ้น ประกอบด้วยภาคใต้ ๕ จังหวัด ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา สตูล และ ๔ รัฐจากทางมาเลเซีย ประกอบด้วย รัฐเคดาห์ รัฐเปอร์ลิส รัฐเปรัก แล้วก็รัฐป้นัง และอีก ๒ เกาะของอินโดนีเซีย นั่นคือเกาะอาเจะห์และเมดาน โครงการนี้ ที่ผมชี้ให้เห็นชัดที่สุดที่ได้ผลนั่นก็คือท่อก๊าซ เรามีแหล่งก๊าซธรรมชาติที่อยู่ในเขตทับซ้อน ทางทะเลระหว่างไทยกับมาเลเซีย ด้วยโครงการนี้การเจรจาระหว่างไทยกับมาเลเซีย ก็ได้ผลเปึนอย่างดี ปัจจุบันแหล่งก๊าซธรรมชาติที่อยู่ในละแวกนี้ ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า เจดีเอ (JDA) นี้ ได้นําออกมาใช้เปึนประโยชน์มหาศาลกับประชาชนชาวไทยและประชาชน ชาวมาเลเซีย ท่านประธานครับ โครงการดี ๆ นี้ผมก็อยากฝากทางท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศให้สานต่ออย่างต่อเนื่อง และท่านก็พอรู้ว่าโครงการนี้ทําให้เกิด มิติต่าง ๆ ขึ้น ไม่ว่ามิติทางด้านเศรษฐกิจ มิติทางด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม สังคม และความมั่นคง ถ้าท่านจําได้ช่วงรัฐบาลชวน ๑ นั้นเหตุก่อการร้าย เหตุไม่สงบในภาคใต้ มีประมาณ ๗๐ กว่าครั้ง แต่ด้วยโครงการนี้