ปวีณ แซ่จึง หารือเรื่องนโยบายของรัฐบาล โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการด้านการปฏิรูปที่ดิน การขยายพื้นที่ชลประทาน และสนับสนุนเกษตรกรภาคอีสานในการประกอบอาชีพทางการเกษตร
ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพครับ ผม ปวีณ แซ่จึง เขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัดศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน กระผมขอสนับสนุนนโยบายที่รัฐบาลได้เขียนไว้อย่างครอบคลุมทุกด้านและเปึนประโยชน์ ต่อประชาชนทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และขอเสนอแนะในเรื่องนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ในข้อ ๑.๑๑ ที่ท่านได้เขียนว่า การสร้างระบบประกันความเสี่ยงให้แก่เกษตรกรและลด ความเสียหายจากภัยธรรมชาติ และการสร้างกลไกในการสร้างเสถียรภาพเรื่องราคา ของสินค้าให้เปึนธรรม กระผมอยากจะกราบเรียนว่าเกษตรกรนั้นเปึนผู้ที่ด้อยโอกาสอยู่แล้ว การที่ได้ให้ความช่วยเหลือในขณะที่เกิดภัยธรรมชาติขึ้นก็ดี ควรจะให้ความช่วยเหลือ อย่างเร่งด่วนและทันต่อเหตุการณ์และตรงเปัาหมายที่เกษตรกรต้องการที่จะให้ ความช่วยเหลือในเรื่องของการสร้างเสถียรภาพของราคาสินค้านั้น เนื่องจากว่าภาคเกษตร เกษตรกรนั้นเปึนผู้ที่จะเสียเปรียบในเรื่องของการกําหนดราคาอยู่เปึนประจํา เพราะฉะนั้น รัฐบาลควรจะได้เข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกษตรกรผู้ที่มีส่วนที่จะต้องได้รับประโยชน์ จากรัฐบาลในเรื่องนี้ เช่น เรื่องข้าว เรื่องอ้อย เรื่องกระเทียมและพืชเศรษฐกิจตัวอื่นที่ เกษตรกรควรจะได้รับการดูแล และสิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือควรจะได้มีการคํานึงถึงต้นทุน ในการผลิตที่เกษตรกรได้ลงทุนไป
ข้อ ๑.๑๗ คือวางระบบการถือครองที่ดินและกําหนดแนวเขตในการใช้ที่ดิน ให้ทั่วถึงและเปึนธรรม ในเรื่องนี้ถือว่าเปึนเรื่องสําคัญอย่างยิ่ง ผู้ที่มีโอกาสจะเข้าถึง ในเรื่องนี้ เกษตรกรส่วนหนึ่งก็คือเกษตรกรที่อยู่ในเขตการปฏิรูปที่ดิน นอกจากนั้นก็จะเปึน คนอีกกลุ่มหนึ่งที่ถือครองที่ดินโดยไม่มีเอกสารสิทธิ และไม่ได้อยู่ในเขตที่สาธารณะ และผู้ที่มีเอกสารสิทธิที่เปึน น.ส. ๓ ที่ต้องการจะเปลี่ยนเปึนโฉนดที่ดิน เราต้องยอมรับว่า การที่ได้มีโอกาสได้มีกระดาษสักแผ่นหนึ่ง ได้ถือเปึนกรรมสิทธิ์ของตัวเองว่าเรามีกรรมสิทธิ์ เหนือพื้นดินนี้ก็เกิดความภูมิใจ นอกจากนั้นแล้วเอกสารสิทธิเหล่านี้ก็นําไปเปึนหลักประกัน ในการที่จะเป่ดโอกาสและในการที่จะนําไปเพื่อที่จะให้มีทุนในการประกอบอาชีพของ ตัวเองต่อไป กระผมอยากจะกราบเรียนว่าการปฏิรูปที่ดินในจังหวัดศรีสะเกษนั้นได้ปฏิรูป ที่ดินไปเปึนจํานวนประมาณ ๑ ล้านไร่เศษ จึงจะเหลืออยู่ประมาณ ๗๐,๐๐๐ กว่าไร่ และนอกจากนั้นก็ยังมีเขตพื้นที่ที่ได้เตรียมการไว้แล้วหลายป้ ได้ผ่านกระบวนการ ของท้องถิ่นและจังหวัด ยังรอการประกาศพระราชกฤษฎีกาอยู่ ๖ โครงการด้วยกัน ก็คือ ป์าโนนลาน อี (E) ป์าดงใหญ่ อี ป์าโนนทราย อี ป์ายางชุมน้อยและทุ่งมั่ง อี ป์าแดงแซง อี และป์าดงใหญ่ อี ซึ่งอยู่ในเขตของอําเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ อําเภอบึงบูรพ์ อําเภอยางชุมน้อย อําเภอกันทรารมย์ อําเภอเมือง อําเภออุทุมพรพิสัย ซึ่งมีเกษตรกรที่ยังรอที่จะได้มีโอกาส เข้าไปใช้พื้นที่ มีโอกาสที่จะได้รับแจกเอกสารเข้าไปประกอบอาชีพทางการเกษตร ซึ่งมี หลายตําบลด้วยกัน ก็คือตําบลอีเซ ตําบลเสียว ตําบลเป็าะ ตําบลลิ้นฟัา ตําบลเมืองชุมน้อย ตําบลคูซอด ตําบลรังแร้ง ตําบลอีปาด ตําบลบึงบอน ตําบลคอนกาม และลิ้นฟัา ยางชุมใหญ่ ซึ่งพื้นที่เหล่านี้เท่าที่ทราบขณะนี้เกษตรกรได้เข้าไปประกอบอาชีพในการปลูกหอม กระเทียม ซึ่งเปึนแหล่งที่ผลิตหอมกระเทียมที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดศรีสะเกษ ก็อยากจะกราบเรียน รัฐบาลว่าควรจะได้เร่งรัดติดตามโครงการเหล่านี้เพื่อให้เกษตรกรเหล่านี้ได้มีโอกาส ที่จะได้รับการแจกเอกสารสิทธิและเอกสารที่เข้าไปประกอบอาชีพในที่ดินเหล่านั้น
ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนั้น ข้อ ๑.๑๘ การขยายพื้นที่ ชลประทานและเพิ่มประสิทธิภาพระบบชลประทาน ซึ่งผมเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งในเรื่องนี้ เพราะว่าทุกสิ่งทุกชีวิตน้ําเปึนประโยชน์ และสิ่งที่จําเปึนและสําคัญที่สุดแก่เกษตรกรก็คือน้ํา ซึ่งถือว่าน้ําเพื่อการเกษตรก็เปึนสิ่งที่จําเปึนเหมือนกัน ลุ่มน้ําทั่วประเทศไทยมีทั้งหมด ๒๕ ลุ่มน้ําขนาดใหญ่ ลุ่มแม่น้ํามูลก็เปึนอีกลุ่มน้ําหนึ่งที่ไหลพาดผ่านหลายจังหวัด ในจังหวัดภาคอีสาน เริ่มตั้งแต่จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งในตัวลําน้ํามูลเองได้มีการจัดระบบการเก็บกักน้ํา ไว้เรียบร้อยยังเหลืออยู่เพียงโครงการเดียวก็คือ โครงการฝายหัวนา ซึ่งได้ก่อสร้างเสร็จไป ประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียงการป่ดกั้นลําน้ําเดิมเท่านั้นก็สามารถที่จะเก็บกักน้ํา เพื่อการเกษตรและเพื่อการบริโภคได้อย่างเพียงพอ เนื่องจากว่าอําเภอที่อยู่เหนือเขต ฝายหัวนาที่ตั้งอยู่ที่อําเภอกันทรารมย์นั้น มีอําเภอเมือง อําเภอกันทรารมย์ อําเภอยางชุมน้อย อําเภอราษีไศล และอําเภออุทุมพรพิสัย ซึ่งก็อยากจะกราบเรียนฝากทางรัฐบาลว่า ควรที่จะได้เร่งรัดในการที่จะป่ดฝายหัวนาแห่งนี้ เพื่อที่จะให้เกษตรกรได้ใช้พื้นที่ เพื่อการเกษตรและเปึนการขยายเขตพื้นที่ชลประทาน ซึ่งถือว่าในภาคอีสานของเรานั้น เรามีพื้นที่เพื่อการเกษตรในพื้นที่ที่ได้รับการพัฒนาจากชลประทานแล้วเพียง ๖ ล้านไร่เศษ ถือเปึนเพียง ๒๑ เปอร์เซ็นต์แค่นั้นเอง ภาคเกษตรที่เปึนเกษตรกรของภาคอีสานทั้งหมด ๑๔ ล้านคนเศษ ถ้าเทียบกับ ๖ ล้านไร่ก็ถือว่าคนหนึ่งจะมีพื้นที่ชลประทานที่พัฒนาให้ได้ ใช้น้ําอย่างสมบูรณ์เพียงคนละ ๐.๔๓ ไร่แค่นั้นเองไม่ถึงคนละ ๑ ไร่ เพราะฉะนั้นโอกาส ที่เกษตรกรจะได้มีรายได้เพื่อที่จะได้ดูแลตัวเองได้นั้นก็คงจะเปึนเรื่องของน้ําเปึนใหญ่ เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะฝากในเรื่องของการพัฒนาก็คือการขยายเขตไฟฟัาเพื่อการเกษตร เปึนการลดต้นทุนการผลิต