ประกอบ รัตนพันธ์ หารือเรื่องนโยบายการศึกษาของรัฐบาล พูดว่าไม่เห็นด้วยกับนโยบายของรัฐบาล เนื่องจากไม่มีอะไรที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม ในเรื่องของคุณภาพการศึกษา และไม่ได้ให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษาที่ส่งผลต่อความสุขของผู้ปกครอง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ เมื่อวานผมได้นั่งฟังท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบาย แล้ว ๒ วันนี้ผมได้ศึกษานโยบาย ของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายด้านการศึกษา กระผมเศร้าใจมากครับ เพราะว่า เรื่องการศึกษานั้นเปึนเรื่องใหญ่ พวกเรารู้ว่าการศึกษาสร้างคน เพื่อให้คนไปสร้างชาติ แต่แล้วน่าเสียดายนโยบายการศึกษาของรัฐบาลชุดนี้ไม่มีอะไรบ่งชี้ที่เปึนรูปธรรม ทั้งนโยบายเร่งด่วน ๑ ข้อ นโยบายปกติที่ต้องทําภายใน ๔ ป้ ๖ ข้อ ๗ ข้อ ท่านดูครับ กําปัุนทุบดิน คลุมเครือไม่นําไปสู่การปฏิบัติที่เปึนรูปธรรม ท่านประธานครับ เรื่องการศึกษา มันเปึนเรื่องใหญ่มากถ้ารัฐบาลไม่ใส่ใจ ไม่ให้ความสําคัญ ผมคิดว่าประเทศเราคงไป ไม่รอด นโยบายที่ทางรัฐบาลเขียนมาทั้งหมดมันไม่นําไปสู่การคลี่คลายปัญหาของชาติ และไม่นําไปสู่การเสริมสร้างศักยภาพทางการศึกษาที่ไปรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ผมดูนโยบายทั้ง ๗ ข้อไม่มีอะไรเลยที่เปึนแนวปฏิบัติของการศึกษา ทั้งระดับปฐมวัย อนุบาล การศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา และอุดมศึกษาทั้ง ๗ ข้อ พูดคลุม ๆ และคลุมเครือ มีปัญหามาก ผมเลยตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ให้ ความสําคัญเรื่องการศึกษาของชาติอย่างแน่แท้ นโยบายที่ดีจะต้องคลี่คลายปัญหา ที่กําลังประสบ วันนี้ปัญหาการศึกษาของชาติมากมายเหลือเกินทั้งระดับพื้นฐาน ระดับอาชีวศึกษา และระดับอุดมศึกษา นอกจากคลี่คลายปัญหาของชาติแล้วต้องนําไปสู่ การเสริมสร้างศักยภาพ กําหนดทิศทางการพัฒนาประเทศชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ นี่คือนโยบายที่ดี แต่หลังจากได้วิเคราะห์ได้ดูนโยบายแล้ว ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ผิดหวังครับ ผมขออนุญาตวิเคราะห์ให้ท่านดูการศึกษาหลัก ๆ ทั้ง ๓ ระบบ เริ่มจาก การศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาขั้นพื้นฐานนี่ปรัชญาในการจัดการศึกษา ผมเข้าใจว่า ท่านประธานก็ทราบ เพื่อนสมาชิกก็ทราบ คือการศึกษาที่ให้ความรู้คู่คุณธรรม สอนเด็ก ให้เก่ง ดี มีความสุข นี่คือหลักการที่สําคัญ ถ้าเราได้ดูสถิติการวิจัย การศึกษาค้นคว้า พบว่าระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของเราทั้งในเรื่องของความรู้ ทั้งในเรื่องของคุณธรรม ย่ําแย่ ผมมีตัวเลขที่ให้ท่านประธานได้รับทราบ และผมคิดว่า ท่านตกใจครับ มีผลงานวิจัยชิ้นหนึ่ง ไม่ใช่ผลงานวิจัยครับท่านประธาน เปึนผลการทดสอบ ระดับชาติ คือสอบเอ็นที (NT) เมื่อป้ ๒๕๔๙ ของนักเรียนระดับ ป. ๖ กับระดับ ม. ๓ ปรากฏอย่างนี้ครับ คะแนนเฉลี่ยของวิชาแกนวิชาหลักทั้ง ๔ วิชา ในระดับ ป.๖ คือ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ คะแนนเฉลี่ยไม่ถึงครึ่ง มีตัวเลข ที่ปรากฏชัด ในระดับ ป. ๖ ภาษาไทยคะแนนเฉลี่ยได้ ๔๒.๗๔ เปอร์เซ็นต์ คะแนนคณิตศาสตร์ ๓๘.๘๔ เปอร์เซ็นต์ วิชาวิทยาศาสตร์ได้เพียงร้อยละ ๔๓.๑๗ วิชาภาษาอังกฤษร้อยละ ๓๔.๕๑ แล้วที่น่าตกใจครับ วิชาภาษาไทยคนที่ต่ําสุดได้ ๑ คะแนน คณิตศาสตร์ ๐ คะแนน วิทยาศาสตร์ ๐ คะแนน อังกฤษ ๐ คะแนน ถ้าดูในระดับชั้น ม. ๓ ปรากฏว่าคะแนนเฉลี่ย ภาษาไทยได้ร้อยละ ๔๓.๙๔ คะแนนคณิตศาสตร์ ๓๑.๑๕ วิทยาศาสตร์ ๓๙.๓๔ คะแนน ภาษาอังกฤษ ๓๐.๘๕ สังคม ๔๑.๖๘ ตกหมดทุกวิชา สอดรับกับที่ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ ได้กราบเรียนเมื่อสักครู่ครับว่าเมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศ ศักยภาพการแข่งขัน ของเรานั้นอยู่ที่โหล่ น่าห่วงมากท่านประธาน ในระดับมัธยมศึกษาป้ที่ ๓ คะแนน ภาษาไทย คนได้น้อยสุดได้ ๒ คะแนน คณิตศาสตร์ ๑ คะแนน วิทยาศาสตร์ได้ ๑ คะแนน ภาษาอังกฤษได้ ๒ คะแนน สังคมได้ ๑ คะแนน รัฐบาลไม่ได้เขียนเรื่องคุณภาพการศึกษา ในนโยบายไว้อย่างชัดเจน เพียงแตะนิดหนึ่งกว้าง ๆ พูดทั้งระดับปฐมวัย พื้นฐาน อาชีวศึกษา อุดมศึกษา เหมือนกับว่าไม่ใส่ใจในเรื่องของคุณภาพ น่าเปึนห่วงมาก ดูในเรื่องของคุณธรรมจากผลงานวิจัย ผมกราบเรียนท่านประธานว่ามันเปึนที่ประจักษ์ ของสังคม ไม่ว่าในเรื่องของยาเสพติด ชู้สาว การแต่งกาย เปึนเรื่องที่น่าเปึนห่วง แต่ว่า ทําไมรัฐบาลชุดนี้ซึ่งได้รับเสียงข้างมากจากพี่น้องประชาชนไม่ดูแลบุตรหลานของท่าน ไม่กําหนดในนโยบายไว้อย่างชัดเจนว่าจะกําหนดทิศทางในการจัดการศึกษาสนองตอบ ให้ผู้ปกครองมีความสุขได้อย่างไร ถ้ามาดูการศึกษาอาชีวศึกษา ผมกราบเรียนว่า ท่านไปเอานโยบายรองของอาชีวศึกษามาเปึนนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล คือเรื่อง ฟ่กอิท เซนเตอร์ (Fix–it Center) ศูนย์สร้างซ่อม ที่จริงเรื่องนี้เปึนเรื่องรองของอาชีวศึกษา แต่ประเด็นหลักของอาชีวศึกษาท่านไม่ให้ความสําคัญ ท่านถือว่าเปึนเรื่องปกติ ไม่ว่า เรื่องการยกทักษะฝ้มือแรงงานในระดับ ปวช. ที่เราเรียกว่าช่างฝ้มือ ระดับ ปวส. ที่เรียกว่า ช่างเทคนิค ระดับปริญญาตรีที่กําลังจะเป่ดตาม พ.ร.บ. ใหม่ ระดับเทคโนโลยีไม่ได้เขียน ไว้เลย ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี เสียดายที่ท่านลุกขึ้นไปแล้ว อยากให้ท่านได้ให้ความสําคัญกับอาชีวศึกษา เพราะว่าอาชีวศึกษานั้นมีความสําคัญ ต่อการพัฒนาประเทศชาติอย่างมาก รัฐต้องวางแผนผลิตฝ้มือแรงงานเพื่อสอดรับกับ ตลาดแรงงานของประเทศ และส่งนักเรียนของเราไปสู่แรงงานต่างประเทศ ถ้าเกิดว่า อาชีวศึกษาสามารถที่จะวางแผนพัฒนาการศึกษาอาชีวศึกษาให้ประสบความสําเร็จ ตามที่ผมกราบเรียน ผมคิดว่าอาชีวศึกษาคงจะก้าวหน้า เรื่องที่ ๒ เรื่องอาชีวศึกษา วันนี้ พ.ร.บ. อาชีวศึกษาได้คลอดแล้ว ผ่านสภาแห่งนี้ไปแล้ว แต่ยังไม่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่ผมเข้าใจว่าในป้การศึกษาหน้าคงจะผ่านและใช้ได้กลายเปึนสถาบันอาชีวศึกษา ผมถามว่าวันนี้กระทรวงศึกษาธิการได้คิดที่จะรองรับ วางแผน ตั้งงบประมาณ บริหาร จัดการรองรับเพื่อที่จะให้อาชีวศึกษานี่ได้เป่ดปริญญาตรีอย่างไร เพราะว่าถ้าปล่อย ตามยถากรรมเหมือนอุดมศึกษาจะมีปัญหามาก ในเรื่องของผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ที่เกิดบัณฑิตทั้งสองจากผลงานวิจัย ผมเสียดายเวลากําลังจะหมด ที่จริงผมเอา อุดมศึกษาให้ท่านดูว่าวันนี้ระดับอุดมศึกษาเราก็ย่ําแย่เหมือนกับมัธยมศึกษาจาก การประเมิน สมศ. ปรากฏว่าหลายมหาวิทยาลัยอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ผ่านการประเมิน เปึนเรื่องที่น่าตกใจมากครับ ผมเลยฝากรัฐบาลชุดนี้ให้ดูแลเอาใจใส่ในเรื่องการศึกษา เปึนพิเศษ เพราะว่าการศึกษาสร้างชาติครับ ขออภัยครับ การศึกษาสร้างคนเพื่อที่จะให้ คนไปสร้างชาติครับ ขอบพระคุณอย่างสูงครับ