รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ แถลงว่า รัฐบาลควรแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดของประเทศไทย โดยเฉพาะปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในหลายปีที่ผ่านมา และยังทำให้เกิดปัญหาสังคม เช่น ความขัดแย้งระหว่างประชาชนในพื้นที่

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สิงห์บุรี

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสิงห์บุรี พรรคชาติไทย ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า วันนี้หลังจากได้ฟัง แถลงนโยบายของรัฐบาล ผมรู้สึกดีใจที่ในที่สุดการเมืองไทยก็มีทางออก มีรัฐบาลที่มาจาก การเลือกตั้ง มีนโยบายที่จะมาแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ซึ่งหลังจากรัฐบาลได้แถลงนโยบาย ก็จะได้เริ่มทํางาน ทําหน้าที่แก้ไขปัญหาของชาติบ้านเมืองของเราต่อไป และเร่งดําเนินการ ตามนโยบายเหล่านี้ให้ดีที่สุดเพื่อประโยชน์ของประชาชน แต่อย่างไรก็ดีผมได้ศึกษา นโยบายหลายข้อพบว่ามีบางเรื่องที่เขียนไว้แล้วผมไม่สบายใจจึงอยากจะฝากทาง ท่านประธานผ่านไปทางรัฐบาล โดยเฉพาะนโยบาย ข้อ ๑.๑๑ เปึนเรื่องการสร้างระบบ ประกันความเสี่ยงให้เกษตรกร ความเสี่ยงคือ ความสูญเสีย ความเสียหายที่เกิดขึ้น อย่างไม่แน่นอน ซึ่งวันนี้ผมคิดว่าความเสี่ยงมันเริ่มจะเปึนความแน่นอนแล้ว เพราะ ๓–๔ ป้ที่ผ่านมาเปึนตัวอย่าง เกษตรกร พี่น้องชาวไร่ ชาวนาที่บ้านนี่ผมเจ๊งทุกป้ เพราะน้ําท่วมทุกป้ ป้ ๒๕๔๙ ก็น้ําท่วม ป้ ๒๕๕๐ ก็น้ําท่วม ไร่นาเสียหายหมดนะครับ ถึงไม่ท่วมก็มีปัญหาภัยธรรมชาติ เช่น เพลี้ยระบาด หนูนาระบาด ผลผลิตไม่ได้ ตามเปัาหมาย ขาดทุนทุกคนครับ ตอนนี้ทุกคนรอแต่พักหนี้ อยากพักหนี้ อยากแก้ปัญหา เรื่องหนี้สินเพราะว่าไปไม่รอดแล้ว ผมคิดว่าการใช้คําว่า ประกันความเสี่ยง ให้กับพี่น้อง เกษตรกรเปึนคําที่น่าเปึนห่วง เพราะการประกันความเสี่ยงหมายความว่า เราต้องให้มี ความเสียหายเกิดขึ้นรัฐบาลก็จะมาประกัน มาช่วยเหลือ แต่เกษตรกรไม่ต้องการสิ่งนั้น ต้องการการปัองกันปัญหา ปัองกันความเสียหายที่จะเกิดกับพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะ ปัญหาหลัก ๆ บางเรื่องเปึนปัญหาที่ถ้ารัฐบาลตั้งใจทําเปึนนโยบายแห่งชาตินี่แก้ปัญหาได้ ผมยกตัวอย่าง เช่น ปัญหาน้ําท่วม เปึนภัยธรรมชาติที่เกิดเกือบทุกป้แล้วนะครับ ไม่ใช่เฉพาะ ที่ราบลุ่มแม่น้ําเจ้าพระยาหรือแม่น้ําภาคกลางหรือที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ปัญหาน้ําท่วม จริง ๆ คนที่อยู่ในที่ลุ่มริมแม่น้ําเขาทราบดีครับ น้ํามันก็เอ่อล้นตลิ่งเปึนประจําทุกป้ เปึนธรรมชาติของมัน แต่ในช่วงหลังมานี่ เอาว่า ๑๐ กว่าป้หลังมานี่มันผิดธรรมชาติ ผิดธรรมชาติทั้งเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป ซึ่งนักวิชาการก็บอกว่าเปึนภาวะ โลกร้อน ความร้อนของโลกก็ทําให้ไอน้ําในทะเลระเหยขึ้นมามาก เกิดความชื้นในอากาศมาก ทําให้ฝนตกมากเวลามีช่วงฤดูกาลของมรสุมในฤดูฝน เพราะไอน้ําในอากาศมาก แต่อีกปัจจัยหนึ่งผมคิดว่านอกจากน้ําฝนที่มากแล้วมันเปึนเรื่องของโครงสร้างระบบ ชลประทาน ถนนหนทาง รวมถึงบ้านเมืองของเราที่มีการพัฒนาแล้วไปบิดเบือนระบบ ธรรมชาติ หลายพื้นที่ไม่เคยน้ําท่วมเดี๋ยวนี้ก็น้ําท่วม หลายพื้นที่น้ําท่วมประจํากลับไม่ท่วม เพราะมีการสร้างระบบชลประทาน มีการสร้างถนน สร้างประตูระบายน้ํา สร้างคันกั้นน้ํา เต็มไปหมดแต่ไม่เปึนระบบ พื้นที่ที่ไม่ได้อยู่ในแนวคันกั้นน้ําก็จะน้ําท่วมซ้ําซาก ท่วมจนคนอยู่ไม่ได้ ส่วนพื้นที่ที่อยู่ใน แนวปัองกันก็ท่วมบ้างไม่ท่วมบ้าง อย่างไรก็ดีปัญหารุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะวันนี้เนื่องจาก ระบบการปัองกันน้ําท่วมที่ไม่มีการวางแผนอย่างบูรณาการทําให้น้ําทั้งหมดถูกบีบจาก ภาคเหนือทั้งหมด ถูกบีบลงมาสู่เขื่อนเจ้าพระยาแล้วไหลลงสู่แม่น้ําเจ้าพระยา ถูกบีบด้วย ระบบชลประทาน ด้วยคันกั้นน้ํา ด้วยสิ่งต่าง ๆ ที่ผมได้กล่าวมานี้ เพราะฉะนั้นปริมาณน้ํา ที่ไหลผ่านแม่น้ําเจ้าพระยา ผ่านลุ่มเจ้าพระยาก็เพิ่มขึ้นทุกป้ จากเมื่อก่อนน้ําท่วม ๑๐ ป้ครั้ง ๕ ป้ครั้ง ทีนี้ท่วมทุกป้ครับ ท่วมจนวันนี้คนที่อยู่ริมแม่น้ําเจ้าพระยาเวลาน้ําท่วมเสร็จ เขาต้องปรับปรุงบ้านกัน เดี๋ยวนี้เขาไม่ปรับปรุง เขาไม่ทาสี เขาไม่ดูแลบ้านแล้ว เพราะเขา กะว่าป้หน้าก็ท่วมอีก เปึนปัญหาใหญ่ครับ แต่ปัญหาที่หนักกว่านั้นคือว่าวันนี้เมื่อเกิด น้ําท่วมนี่มันไม่ได้ท่วมเฉพาะบ้านเรือนราษฎร ท่วมพื้นที่นาด้วย พื้นที่การเกษตร เพราะว่า เมื่อระดับน้ําในเจ้าพระยาสูงขึ้นน้ําในพื้นที่นาซึ่งเมื่อมีฝนตกหรือมีน้ําจากทางเหนือไหลลง มาก็จะต้องไหลระบายลงสู่แม่น้ํา แต่วันนี้ก็มีปัญหาอีกเพราะว่าเมื่อมีการสร้างคันกั้นน้ํา และมีปัญหาว่าน้ําในระดับแม่น้ําเจ้าพระยาสูงมากน้ําก็ไม่สามารถระบายออกจาก พื้นที่นาได้ สุดท้ายพื้นที่นาก็เสียหายอีก เสียหายทั้งหมดไม่มีการบริหารจัดการ แล้วปัญหาที่ผมเปึนห่วงมากตอนนี้คือปัญหาทางสังคม เปึนความขัดแย้งของประชาชน ในพื้นที่ เพราะว่าวันนี้ทุกจังหวัดไปถามดูเวลามีปัญหาน้ําท่วมจะมีคนอยู่ ๒ กลุ่ม กลุ่มที่อยู่ในคันกั้นน้ําหรือคนที่น้ําไม่ท่วมก็จะมาปัองกันไม่ให้น้ําออกไปท่วมพื้นที่เขา แต่คนที่อยู่นอกคันกั้นน้ํา เช่น อยู่ริมแม่น้ําแล้วไม่มีการปัองกันนี่น้ําจะท่วมมาก บางที ท่วมสูง ๒–๓ เมตร มิดหัวนะครับ ซึ่งปกติไม่เคยเกิดเหตุการณ์อย่างนั้น แต่เนื่องจาก ระดับน้ําขึ้นมาสูงเท่ากับคันกั้นน้ํานั่นแหละครับ น้ําจะขึ้นมาสูง ๒–๓ เมตร ก็เกิด ความเครียดความตึงเครียด อีกคนหนึ่งก็พยายามกันน้ําไม่ให้ออกไป คนที่อยู่ในพื้นที่ น้ําท่วมก็อยากจะให้น้ําออกไปเพราะคิดว่าจะบรรเทาความเดือดร้อนเขาบ้าง หลายพื้นที่ มีการยิงกันนะครับ มีการฆ่าฟันกันนะครับ เจ้าหน้าที่ตํารวจต้องมาคุมครับ มาคุมพื้นที่ ที่เปึนคันกั้นน้ําที่เปึนจุดวิกฤติ เพราะประชาชนยิงกันฆ่ากันเพราะเรื่องน้ําท่วม ผมจึง คิดว่าปัญหาน้ําท่วมนี่ไม่ใช่ปัญหาเล็ก ๆ นะครับ เปึนปัญหาที่ตอนนี้รัฐบาลต้องเข้ามา ดูแลแล้วครับ ต้องมีคณะกรรมการเข้ามาบริหารจัดการปัญหาน้ําท่วมในทุกลุ่มน้ํา อย่างเปึนระบบ พื้นที่ไหนที่เปึนพื้นที่ชุมชนที่ต้องสร้างคันกั้นน้ํา โดยเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ํา เจ้าพระยาริมตลิ่งต่าง ๆ นี่ต้องทําไหมครับ ต้องทําก็รีบทํา ศึกษา อย่างเช่นผมยกตัวอย่าง บางที่เปึนเขตชุมชน เปึนเทศบาล เปึนตลาด มีอําเภอ มีที่ว่าการอําเภอ มีโรงพยาบาล มีธนาคาร มีศูนย์การค้าต่าง ๆ มากมาย มีคนเปึนหมื่น อย่างเช่นที่เทศบาลตําบลอินทร์บุรี น้ําท่วมทุกป้ ทุกครั้งที่ท่วมแล้วท่วมหนัก เมื่อ ๒ ป้ที่ผ่านมา ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา ท่านก็ไปเยี่ยมน้ําท่วมที่อินทร์บุรีไปกับผมท่านยังตกใจว่าทําไมเมืองที่เปึนเมือง เปึนตึก เปึนห้างร้านมากมายนี่น้ําท่วมเหมือนเมืองใต้บาดาลเลย อยู่กันได้อย่างไร ทุกคนก็เรียกร้องว่า ถ้ารัฐบาลจะมีนโยบายได้ไหมในการทําระบบปัองกันน้ําท่วมในพื้นที่ชุมชน พื้นที่ที่มี ความสําคัญทางเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกันพื้นที่ที่เปึนพื้นที่ทางด้านการเกษตร รัฐบาลจะดูแลอย่างไร วันนี้พี่น้องเกษตรกรเดือดร้อนเพราะน้ําท่วมอย่างไม่มีระบบ ไม่มีการปัองกัน ผมว่าถึงเวลาแล้วที่เราต้องมาคุยกันว่าเมื่อน้ํามาน้ําจะไปที่ไหนได้บ้าง พื้นที่ลุ่ม พื้นที่ที่ต้องน้ําท่วม รัฐบาลจะดูแลอย่างไร จัดเงินชดเชยอย่างไร วันนี้ประชาชน ไม่รู้เลยว่ารัฐบาลจะจ่ายเงินชดเชยอย่างไร ไม่มีระบบ ถ้าเราประกาศให้เขาทราบว่าพื้นที่ ที่น้ําจะท่วมให้เขาหยุดการทํานาได้ไหมในช่วงนี้ ให้เงินชดเชยเขาครับ ชดเชยรายได้ ผมว่าพี่น้องเกษตรกร พี่น้องชาวนาเข้าใจครับ แล้วเขาจะไม่ทํานาด้วย เขาจะยินดีรับน้ํา แต่เราต้องมีการพูดคุยกัน มีการวางแผนอย่างเปึนระบบ ที่สําคัญผมคิดว่านอกจาก เราดูแลเรื่องปัญหาน้ําท่วมเพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรแล้ว ปัญหาปัจจุบันเรื่องหนึ่ง ซึ่งเปึนเรื่องใหญ่มากคือปัญหาต้นทุนการผลิตของพี่น้องเกษตรกร เราพูดถึงราคาน้ํามัน เชื้อเพลิง ราคาแก๊สหุงต้มแพงเปึนห่วงกันทั้งประเทศ แต่รัฐบาลยังไม่พูดถึงราคาปุิยเคมี ราคาสารเคมีที่ใช้ของเกษตรกรนี่เยอะมาก คนหนึ่งใช้ต่อไร่หลายพันบาท ปัจจุบันราคาปุิยขึ้นมาเท่าตัวในช่วงเวลา ๒–๓ ป้ แล้วเมื่อไม่กี่ป้นี้ปุิยยูเรียลูกละ ๕๐ กิโลกรัม อยู่ที่ประมาณ ๓๐๐–๔๐๐ บาท พี่น้องชาวนาบ่นกันแล้วว่าแพงเหลือเกิน วันนี้ขึ้นไป ๘๐๐ บาทแล้ว ขึ้นมาเท่าตัว อัตราการขึ้นนี่ขึ้นมากกว่าน้ํามันเชื้อเพลิงอีก ผมคิดว่า ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องเข้ามาดูแลเรื่องราคาปุิยเคมี ช่วยเหลือเกษตรกรทั้งประเทศ จริงอยู่เราอาจจะพึ่งปุิยอินทรีย์หรือสารอื่น ๆ เข้ามาใช้ แต่ว่าอย่างไรก็ตามมันหนีไม่พ้น ผมได้ข่าวมาว่ารัฐบาลก็คิดอยู่ว่าจะเข้ามาแทรกแซง ฝากไปทางรัฐบาลว่าเราต้องดูแล เรื่องปุิยให้มีแทรกแซงกลไกตลาด วันนี้ผู้นําเข้าปุิยเคมีมีอยู่ไม่กี่รายเอง ซึ่งอาจจะมี การสมยอมราคาค้ากําไรเกินควรหรือไม่ รัฐบาลต้องเข้าไปดู หามาตรการในการดูแล เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ก็ขอฝากนโยบายในการดูแลพี่น้องชาวไร่ ชาวนา เกษตรกร แล้วก็ขอให้รัฐบาลตั้งใจดูแลเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ําท่วมให้ดีที่สุด ขอบคุณครับ