รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายของคณะรัฐมนตรีในหมวดว่าด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการศึกษาพิจารณาและวิจัยก่อนการตัดสินใจ และเสนอแนะให้ทบทวนชนิดพันธุ์ไม้ที่ปลูกบนคันนาเพื่อให้มีความหลากหลาย และสนับสนุนการวิจัยผลกระทบการปลูกยูคาลิปตัส นอกจากนี้ยังพูดเรื่องการพัฒนาองค์ความรู้เทคโนโลยีและนโยบายที่ช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในแปลงปลูกยูคาลิปตัสขนาดใหญ่ และเรียกร้องให้รัฐมนตรีปฏิบัตินโยบายอย่างถูกต้องตามวิสัยทัศน์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออภิปรายแสดงความคิดเห็น ต่อนโยบายของคณะรัฐมนตรีในหมวดว่าด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ท่านประธานคะ ปกติวิทยาศาสตร์คงจะไม่ค่อยมีคนสนใจเท่าไร แต่ว่าในป้นี้ครั้งนี้คงจะมี ผู้ที่ให้ความสนใจมากค่ะ เปึนที่น่าสังเกตว่าเมื่อครั้งที่ เมื่อวันที่นายกรัฐมนตรีแถลง หรืออ่านนโยบายของรัฐบาลนั้น จริง ๆ แล้วในกรอบของแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐนั้น ตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ รัฐบาลจะต้องชี้แจงหรือแจ้งนโยบายพร้อมแผนการทํางาน ระยะเวลางบประมาณจะเริ่มเมื่อไร จะจบเมื่อไร แล้วงบประมาณนี้จะเอามาจากไหน รัฐบาลไม่ได้ทํา ทําให้เราไม่ทราบแล้วก็ไม่สามารถที่จะติดตามได้ แต่ท่านประธานคะ รัฐมนตรีของกระทรวงนี้ดิฉันต้องขอพูดอย่างตรงไปตรงมาว่ามีรัฐมนตรีหลายท่านนะคะ เริ่มคลอดนโยบายของกระทรวงเองแล้วก็คลอดแผนทํางานอย่างมากมายสู่สาธารณชน ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลยังไม่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเลย ดิฉันเห็นแต่เพียงท่านเดียวค่ะ ท่านรัฐมนตรีที่เพิ่งจบดอกเตอร์ทางกฎหมาย ท่านเฉลิม อยู่บํารุง ขออภัยที่ต้องเอ่ยนาม ออกมาบ่นว่ารู้สึกอึดอัดมากเลยทําอะไรไม่ได้ เพราะรัฐบาลยังไม่ได้แถลงนโยบาย ก็เพราะท่านผู้นี้ท่านรู้กฎหมายนี่คะ ท่านประธานคะ ที่ดิฉันเกริ่นไว้ว่าปกติวิทยาศาสตร์ ไม่ค่อยมีคนสนใจ แต่ครั้งนี้ขึ้นหน้า ๑ ค่ะท่านประธาน เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ รัฐมนตรี ปลุกผีสวนป์ายูคาลิปตัส มีคนตั้งข้อสังเกตประโยชน์ทับซ้อน ตรงนี้กระมังคะที่ทําให้ กระทรวงวิทยาศาสตร์ในป้นี้และครั้งนี้เปึนที่น่าสนใจมาก ดิฉันเห็นใจท่านรัฐมนตรีนะคะ เพราะว่าท่านรัฐมนตรีสนใจแล้วท่านเองก็มีสวนป์าอยู่ด้วย สําหรับตัวดิฉันเองในช่วง ๒๐ ป้ที่ผ่านมา ดิฉันได้มีโอกาสปลูกต้นไม้ทั่วประเทศในชุมชนริมทางหลวง และตาม สถานที่สาธารณะต่าง ๆ ตลอดจนการฟุ๋นป์าต้นน้ําลําธารหลายแห่งภายใต้นโยบาย ของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย และท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในขณะนั้น ป้ ๒๕๓๗ ได้กําหนดนโยบายโครงการ ปลูกป์าถาวรเฉลิมพระเกียรติพื้นที่ ๕ ล้านไร่ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ป้ ในป้ พ.ศ. ๒๕๓๙ โครงการนี้จะสิ้นสุดป้ ๒๕๕๐ ท่านประธานคะ โครงการปลูกป์าถาวรเฉลิมพระเกียรตินี้ ทําให้พื้นที่ป์าของประเทศไทยเพิ่มขึ้นประมาณ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ เปึนครั้งแรก ในประวัติศาสตร์ไทยค่ะ ป์าไม้ของไทยมีแต่ลดลง แต่เพราะเนื่องจากโครงการที่ดีอย่างนี้ ทําให้พื้นที่ป์าของประเทศไทยในขณะนี้รวมแล้วประมาณ ๓๒ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ทั้งหมดของประเทศไทยจากนโยบายของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีชวน ที่เน้นผลประโยชน์ของประชาชนต้องมาก่อน ผลประโยชน์ของประเทศชาติเปึนที่ตั้งทําให้ ดิฉันเองมีโอกาสได้ร่วมปลูกต้นไม้ฟุ๋นป์าต้นน้ําลําธาร แม่น้ําน่าน แม่น้ําป์าสัก แม่น้ําเลย เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้แผ่นดินไทยกว่า ๑๐ ล้านไร่ ที่ดิฉันต้องกราบเรียนท่านประธาน ค่อนข้างยืดยาวเล็กน้อยก็เพราะว่าอยากจะบอกกับท่านประธานว่านโยบายดี ๆ จากรัฐบาลของนายชวน หลีกภัย ทําให้หลายภาคส่วนของคนไทยมีโอกาสที่จะร่วมกัน ตอบแทนคุณแผ่นดิน ร่วมกันเฉลิมฉลองแล้วก็ทําให้ความอุดมสมบูรณ์ของประเทศ กลับคืนมาที่ยั่งยืนอีกครั้งหนึ่งเปึนเวลากว่า ๑๕ ป้ ท่านประธานคะ ดิฉันตระหนักดีแล้วก็ ทราบว่าต้นไม้ทุกต้นมีประโยชน์รวมทั้งต้นยูคาลิปตัส จากการที่ท่านรัฐมนตรีเสนอให้ ปลูกต้นไม้ ดิฉันไม่เคยคัดค้าน เพราะดิฉันเปึนคนปลูกต้นไม้มากว่า ๒๐ ป้แล้ว แต่ว่า หลายฝ์ายจากการปลูกต้นยูคาลิปตัสก็คงได้ประโยชน์ไปแล้วเชิงพาณิชย์และเศรษฐกิจ แต่บางคนบางพื้นที่ก็ได้รับผลกระทบแล้วก็ถูกไล่ที่ ได้รับความลําบากก็มากเช่นเดียวกัน ในมือของดิฉันท่านประธานคะ มีผลงานวิจัย มีทั้งคัดค้าน มีทั้งสนับสนุน มีทั้งแสดง ความห่วงใย ดิฉันคิดว่านโยบายที่ท่านรัฐมนตรีเสนอมาแล้วก็แผนงานที่ท่านได้เสนอ ให้กับสาธารณชนนั้นยังน่าเปึนห่วงมากค่ะ เพราะว่าต้นยูคาลิปตัสเปึนไม้แปลกถิ่น เปึนต้นไม้ที่นํามาจากต่างประเทศ เพราะฉะนั้นการปลูกต้นไม้ที่มาจากต่างประเทศนั้น จะต้องศึกษาพิจารณาให้รอบคอบรอบด้านก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะปลูกที่ไหนจึงจะ เหมาะสมและเปึนประโยชน์กับประเทศชาติมากที่สุด นอกจากนี้ท่านรัฐมนตรีก็ยังมี ความคิดอะไรมากมาย แต่อย่างไรก็ตามดิฉันก็อยากจะฝากให้ท่านช่วยศึกษาวิจัยพัฒนา ให้เปึนวิทยาศาสตร์ค้นคว้าเพิ่มเติมให้เรียบร้อยเสียก่อน ดิฉันได้อ่านบทความของ ดอกเตอร์เพิ่มศักดิ์ มกรารมย์ ก็อยากจะนําฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า

๑. ขอให้ทบทวนชนิดพันธุ์ไม้ที่จะปลูกบนคันนาให้มีความหลากหลาย ทางชนิดพันธุ์และเหมาะสมกับแต่ละท้องถิ่นโดยเกษตรกรเปึนผู้เลือกเอง

๒. ขอให้สนับสนุนงานวิจัยผลกระทบการปลูกต้นยูคาลิปตัสเชิงเดี่ยว ในพื้นที่ขนาดใหญ่ทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดการถกเถียงกันด้วยความรู้และนําไปสู่ข้อยุติ ความขัดแย้งทางสังคม

๓. ขอให้สนับสนุนพัฒนาองค์ความรู้เทคโนโลยีและนโยบายที่ช่วยลด ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในแปลงปลูกยูคาลิปตัสขนาดใหญ่ที่มีอยู่แล้วทั่วประเทศ รวมทั้งผลกระทบของอุตสาหกรรมต่อเนื่องด้านเยื่อและกระดาษด้วยค่ะ ท่านประธานคะ ก่อนแถลงนโยบายไม่กี่วันท่านรัฐมนตรีก็มีไอเดีย (Idea) กระฉูดอีกเช่นเดียวกัน ซึ่งดิฉัน คงจะไม่ลงรายละเอียด แต่อย่างไรก็ตามดิฉันก็อยากจะกล่าวถึงนโยบายและวิสัยทัศน์ ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อเปึนพื้นฐานแนวความคิดให้ท่านรัฐมนตรี ได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง วิสัยทัศน์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเปึนองค์กรหลัก ในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสร้างปัญญาในสังคม สนับสนุน เศรษฐกิจพอเพียงและสร้างความสามารถของประเทศอย่างยั่งยืนค่ะ ดิฉันคงจะ ไม่อภิปรายในทุก ๆ หัวข้อของหมวดวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีซึ่งจะมีสมาชิกของ พรรคประชาธิปัตย์ที่จะได้กล่าวในโอกาสต่อไป ดิฉันจะขอยกตัวอย่าง เพียงตัวอย่างเดียวค่ะว่า การพัฒนานโยบายที่เขียนในหน้า ๒๐ มีอยู่ ๔ หัวข้อด้วยกัน ดิฉันสํารวจแล้วพบว่าประเด็นที่เขียนนโยบายโดยภาพรวมแล้ว ไม่ได้สํารวจความต้องการ ของสังคม ไม่ได้ใช้วิทยาศาสตร์เพื่อประโยชน์ของสังคมอย่างแท้จริง ไม่ได้เอาสังคม เปึนพื้นฐานในการพิจารณา ไม่มีแผนการดําเนินงาน ระยะเวลาและงบประมาณ ไม่มีดัชนีชี้วัดผลสัมฤทธิ์ของนโยบาย ดิฉันขอพูดเฉพาะหัวข้อ ๕.๓ ค่ะ พูดถึงการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีให้มีคุณภาพและมีปริมาณที่พอเพียง พอกับความต้องการ ท่านประธานคะ ท่านทราบไหมคะว่าท่านจัดลําดับความสามารถ ในการแข่งขันของสถาบันนานาชาติ หรือตัวย่อที่เรียกว่า ไอเอ็มดี เขาจัดความสามารถ โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีของประเทศไทยไว้ลําดับที่เท่าไร แล้วจากป้ ๒๕๔๕ ถึงป้ ๒๕๔๙ ลําดับโครงการพื้นฐานด้านเทคโนโลยีของเรานี่ตกต่ําลงจาก ๖๑ ประเทศ ประเทศไทยอยู่ที่ ๔๓ ในป้ ๒๕๔๕ แล้วก็เพิ่มมาเปึนลําดับที่ ๔๘ จาก ๖๑ ประเทศ ในป้ ๒๕๔๙ สําหรับด้านวิทยาศาสตร์ ในป้ ๒๕๔๕ อยู่ลําดับที่ ๔๖ แล้วก็เพิ่มขึ้น เปึนลําดับที่ ๕๓ จาก ๖๑ ประเทศ การที่เขียนนโยบายจะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีนั้น จึงมองไม่เห็นว่าจะสัมฤทธิผลได้ภายในกี่ป้ แล้วจะทํา อย่างไรบ้าง เปัาหมายในการเพิ่มงบประมาณเพื่อการวิจัยและพัฒนานั้นจะเพิ่มขึ้น อย่างไรบ้างหรือเปล่า แล้วการกําหนดสัดส่วนงานวิจัยทางด้านพื้นฐานและด้านประยุกต์ เปึนอย่างไรบ้าง ก็ไม่ได้กล่าวไว้นะคะ

ประการสุดท้าย ดิฉันมี ๔ ประเด็นเร่งด่วนที่ขาดหายไปจากในนโยบาย หมวดวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ดิฉันอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลให้นําไป พิจารณาทบทวนเพื่อเพิ่มลงไปในนโยบาย และจัดการทําแผนการทํางานต่อไปค่ะ

เรื่องที่ ๑ เรื่อง จีเอ็มโอ (GMO) รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาปนเปุ๋อนของการทดลอง จีเอ็มโอในไร่นาได้อย่างไร

เรื่องที่ ๒ เรื่องโรงงานไฟฟัานิวเคลียร์ ซึ่งยังเปึนปัญหาอยู่มากมาย หลายด้าน รัฐบาลนี้จะต้องหาข้อยุติแล้วก็บอกกับประชาชนว่ารัฐบาลนี้จะเอาอย่างไร กับโรงไฟฟัานิวเคลียร์

เรื่องที่ ๓ เปึนเรื่องที่ค่อนข้างสําคัญมาก แม้ว่าในนโยบายเร่งด่วน ข้อ ๑.๑๙ นั้นได้กล่าวไว้เพียงเล็กน้อยว่าขอให้ทุกภาคส่วนของประเทศไทยได้ร่วมกัน ฟุ๋นฟูพัฒนาต้นไม้ เพิ่มจํานวนต้นไม้ ลด ประหยัดการใช้พลังงาน แล้วตามนโยบายแค่นั้น ไม่เพียงพอที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศในอนาคต โดยเฉพาะ ๔ ประเด็น ที่ดิฉันจะได้กราบเรียนว่าให้รัฐบาลช่วยรับไปพิจารณาด้วยค่ะ

๑. การสูญเสียพื้นที่และระบบนิเวศชายฝัืงทะเล

๒. ภัยพิบัติจากความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ เช่น มีพายุรุนแรงขึ้น บ่อยขึ้นและเกิดความแห้งแล้งอย่างรุนแรง

๓. การเกษตรทั้งในแง่ของความมั่นคงทางอาหารและพลังงานทดแทน ที่สมดุลและมีความหลากหลายด้วย

ประการที่ ๔ คือสุขอนามัย สุขภาพของคนไทยจะต้องได้รับ การกระทบกระเทือนจากภาวะโลกร้อนที่ทําให้น้ําแข็งขั้วโลกละลายเร็วกว่าที่คาดคิด มีนักวิทยาศาสตร์ประเมินทํานายไว้ว่าอาจจะละลายทั้งหมดภายในป้ ๒๕๕๕ หรือป้ ๒๕๖๐ เพราะฉะนั้นจึงเปึนการเร่งด่วนที่รัฐบาลควรจะพิจารณาเรื่องนี้เพื่อรับมือ ไม่ใช่เฉพาะลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เท่านั้น

ประการสุดท้าย การใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อโครงการ ตามแนวพระราชดําริของสมเด็จพระเทพฯ ได้นําร่องไปตั้งแต่ป้ ๒๕๓๘ เพื่อช่วย ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ แต่รัฐบาลจะดําเนินโครงการอย่างนี้หรือไม่อย่างไร โครงการต่อมา เมื่อเร็ว ๆ นี้เองเปึนโครงการสถานการณ์ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้กับการนําวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีเข้าช่วยแก้ไขปัญหาตามแนวพระราชดําริของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งได้จัดการสัมมนาไปเมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ กราบเรียน ท่านประธานผ่านไปทางรัฐบาลว่า รัฐบาลจะให้ความสําคัญเกี่ยวกับการนําวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีมาส่งเสริม สนับสนุนโครงการในพระราชดําริเพื่อช่วยประชาชน เพื่อช่วยลด ความยากจนและความทุกข์ยากของประชาชนมากน้อยแค่ไหนค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ