พรสิทธิ์ ศรีอรทัยกุล เสนอแนะให้รัฐบาลพิจารณาแก้ไขปัญหาการค้าและการโลจิสติกส์ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย
กราบเรียน ท่านประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่เคารพ กระผม นายพรสิทธิ์ ศรีอรทัยกุล สนช. ทําหน้าที่วุฒิสภา ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้ผมได้ฟัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีแถลงนโยบาย ของรัฐบาล มีหลาย ๆ เรื่องที่ผมได้ฟังแล้วก็รู้สึกดีใจที่ได้ให้ความสนใจนโยบายเกี่ยวกับ เรื่องพัฒนาบุคลากรทรัพยากรบุคคลแล้วก็เกี่ยวกับเรื่องของการเสริมสร้างคุณภาพชีวิต และสุขภาพด้านที่อยู่อาศัย แล้วก็องค์ความรู้ต่าง ๆ ที่จะให้กับทรัพยากรมนุษย์ตลอดจน ขยายโอกาสที่จะให้ประชาชนได้เข้าถึงแหล่งทุนเกี่ยวกับเรื่องของการพัฒนาทางด้าน การศึกษา อาชีพ แม้กระทั่งพูดถึงเรื่องของการสนับสนุนเอสเอ็มแอลแล้วก็ยังมีนโยบาย ต่างประเทศเรื่องการเงินแล้วก็การคลัง แล้วก็ยังสร้างสรรค์ถึงเกี่ยวกับเรื่องการดูแล เรื่องค่าเงินบาทเพื่อให้นักลงทุนต่าง ๆ ได้เกิดความมั่นใจในการลงทุนและทําธุรกิจการค้า ด้านการผลิตก็ยังพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องของการจะสนับสนุนให้ผลิตสินค้าที่มีคุณค่ามากขึ้น แล้วก็การตลาดก็จะหาแหล่งตลาดใหม่ ๆ มากมาย แต่หลังจากที่ผมได้รับใช้ สนช. มาป้เศษ ๆ แล้วในฐานะที่อยู่ในกรรมาธิการการพาณิชย์ได้รับมอบหมายให้ทําการศึกษา เกี่ยวกับเรื่องของอุปสรรคและกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องของการทําการค้า หลังจาก การศึกษามา ๑ ป้เศษ ๆ นั้นก็ได้มีการประชุมกันหลายครั้งแล้วก็รวบรวมปัญหามากมาย สิ่งที่สามารถทําได้ลุล่วงไปก็มี ยังไม่ลุล่วงไปก็มีนะครับ ประเด็นสําคัญที่ผมเปึนห่วงมาก ก็คือเรื่องของนโยบายต่าง ๆ นั้น เมื่อเรานําไปสู่ภาคปฏิบัติก็จะเกิดประเด็นปัญหาเกิดขึ้น ยกตัวอย่างเช่นสิ่งที่สําคัญๆ นั้นเกี่ยวกับเรื่องของการวางแผนตั้งแต่ระบบจากทางหนึ่ง ไปอีกทางหนึ่ง หรือต้นน้ําสู่ปลายน้ํานั้นบางเรื่องก็ต้องอาศัยหลายกระทรวงหลายหน่วยงาน ด้วยกันที่จะต้องบูรณาการในการที่จะทําให้เกิดขึ้น แผนงานต่าง ๆ ที่วางไว้จะไม่สัมฤทธิผล ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือ และจากประสบการณ์นั้นที่ทํางานมาใน ๑ ป้ แล้วได้เกิด การแลกเปลี่ยนกับผู้บริหารระดับสูง ก็เข้าใจว่าถ้ามีโอกาสเข้าใจและผู้นําที่ดีในแต่ละ องค์กรเข้าใจสิ่งนั้นก็เกิดขึ้นแล้วก็ทําได้สัมฤทธิผล สิ่งหนึ่งที่ผมได้ศึกษาและดูแล้วนั้น เรื่องของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่มีการวางแผนการพัฒนาประเทศชาติ ก็มีมากพอสมควร แต่มีเรื่องหนึ่งที่กําลังอ่านดูแล้วก็มีประสบการณ์ แล้วก็เห็นว่า ยังไม่สามารถหาเจ้าภาพได้ หรือผู้ที่จะดําเนินตรงนี้ได้ก็คือเรื่องของการค้า การขาย การค้านี่เราพูดกันมามากพอสมควร เพราะก็เปึนปัจจัยสําคัญเกี่ยวกับเรื่องของเศรษฐกิจ โดยส่วนตัวแล้วก็อยู่ในสายอาชีพการค้ามาตลอด แล้วก็รู้ว่าปัญหาต่างๆ พวกนั้น จะเกิดขึ้นถ้าเราไม่มีการบูรณาการ โลกเรานี้เปลี่ยนแปลงไปมาก วิธีการ กฎเกณฑ์ ที่เขียนไว้ก็จําเปึน สําหรับการค้าที่ผมกําลังจะกล่าวถึงนั้น คือเรื่องของหัวข้อที่บอกว่าเรื่องอํานวยความสะดวก ในการค้า คําว่า อํานวยความสะดวกในการค้าหมายถึงเรื่องอะไรครับ หมายถึงเรื่อง กฎระเบียบหรือวิธีการปฏิบัติหรือในสิ่งต่าง ๆ พวกนี้เอื้ออํานวยและสะดวกต่อทั้งการค้า ระหว่างประเทศ ในประเทศ ต่อพ่อค้าต่าง ๆ หรือหน่วยงานของภาครัฐและเอกชน กฎเกณฑ์ที่จะเขียนขึ้นมาต่าง ๆ เหล่านั้นให้เกิดความสะดวก เพื่อเปึนการลดต้นทุน อย่างที่ผมกําลังศึกษาอยู่นั้นคือเรื่องที่เขาเขียนกันพูดกันเยอะ เรื่องต้นทุนทางโลจิสติค โลจิสติคนั้นเราพูดกันมาก ทีนี้โลจิสติคเมื่อวานนี้ผมก็มีโอกาสได้ฟังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้อภิปรายหลาย ๆ เรื่อง เกี่ยวกับเรื่องของโลจิสติค โลจิสติคในความหมายนี้มันมี หลาย ๆ อย่าง โลจิสติคเรื่องของการท่องเที่ยว โลจิสติคเรื่องการค้า เรื่องการขนส่งต่าง ๆ พวกนี้มันก็คือโลจิสติคอย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้นดูจากจีดีพีของเราเมื่อป้ที่แล้วก็ออกมา เกือบ ๘ ล้านล้านบาท ๘ ล้านล้านบาทนั้น ๒๓ เปอร์เซ็นต์ ๑.๘ ล้านล้านนั้นใช้ใน กิจกรรมของโลจิสติค แต่แน่นอนก็แบ่งออกมาเปึน ๓ ส่วนใหญ่ ๆ เรื่องของการขนส่ง เรื่องของการบริหารจัดการ รูปแบบของการบริหารนั้น ก็เกี่ยวกับเรื่องเปเปอร์ (Paper) ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในการใช้นั้น ถ้าเราคิดจริง ๆ แล้วออกมาเปึนเกือบ ๔ เปอร์เซ็นต์ เท่ากับ เกือบ ๓ แสนล้านบาท พวกนี้ก็เปึนตัวเลขที่ใหญ่มากแล้วก็เปึนต้นทุนอย่างหนึ่งที่ทําให้ เรานี้ความสามารถในการแข่งขันการค้ากับต่างประเทศ เราสามารถทําได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่ ในสิ่งเหล่านี้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นผมใคร่ขอฝากจากการศึกษาของผมนั้น แล้วก็ได้ทํา สรุปรูปเล่มส่งทางสภาไปแล้ว แล้วก็หวังเปึนอย่างยิ่งที่คณะรัฐบาลชุดใหม่นี้กระผมมี ความเชื่อมั่นต่อการที่เขียนนโยบายออกมา อ่านดูแล้วคิดว่าคงจะทําได้ ถ้าเกิด ความประสานร่วมมือ แล้วก็กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เขียนไว้ก็สามารถนําไปปฏิบัติจริงได้ ยกตัวอย่างที่ผมประสบระหว่างที่ทํางานนั้นก็คือ อย่างเปึนต้นว่า อุตสาหกรรมของ การส่งออกของประเทศไทย เดิมทีเราส่งกึ่งวัตถุดิบออกไปหรือเปึนวัตถุดิบออกไปเฉย ๆ ซึ่งขณะนี้นักธุรกิจไทยได้พัฒนาในการส่งออกไปนั้นเกี่ยวกับเรื่องของสําเร็จรูปที่สามารถ ขึ้นสู่ห้างได้เลย เพราะฉะนั้นการขึ้นสู่ห้างได้เลยนั้น ถ้าเรายกตัวอย่าง ซึ่งผมเคย ยกตัวอย่างในสภาแห่งนี้ เมื่อคราวที่แล้วโดยการอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องของบาร์บีคิว (Barbecue) ไม้บาร์บีคิว ๑ ชิ้นนี้ องค์ประกอบก็มีเกี่ยวกับเรื่องของเนื้อสัตว์ เนื้อกุ้ง ผัก ผลไม้ ไม้ที่เสียบอยู่ ท่านเข้าใจไหมครับว่ากว่าจะขออนุญาตในการส่งออกได้นั้นอาจจะต้องใช้เวลาเปึนอาทิตย์ เปึนเดือนเพื่อจะขอผ่านหลายกระทรวง แม้กระทั่งกระทรวงเดียวกันเองก็ยังต้องใช้กระดาษ ในการที่จะขออนุญาตนั้นก็ใช้เวลามาก สิ่งเหล่านี้เปึนต้นทุนในการค้า ถ้าเกิดเราจะส่งเสริม การค้าส่งออกแล้ว เราจําเปึนที่จะต้องพัฒนาในเรื่องกฎระเบียบเหล่านี้ให้เกิดความสะดวก ก็หวังเปึนอย่างยิ่งที่การศึกษาของผมที่ทําไว้ ๑ ป้เศษ ๆ นั้น แล้วผมก็เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้ ก็สะท้อนภาพเห็นถึงเรื่องของการวางแผน สิ่งใดที่วางแผนที่ดีนั้นแต่เมื่อนําไปปฏิบัติแล้ว ติดด้วยกฎเกณฑ์อื่น ๆ นั้น และหลาย ๆ ครั้งถ้าเปึนพระราชบัญญัติก็จําเปึนจะต้องให้ สมาชิกสภานั้นเปึนผู้กลั่นกรอง แต่ถ้าเปึนกฎระเบียบนั้นผมเชื่อว่าก็สามารถที่จะแก้ไข ในกระทรวงต่าง ๆ ได้อย่างเปึนต้นว่า เรื่องของการขนส่งคอนเทนเนอร์ (Container) ซึ่งความจริงแล้วตู้คอนเทนเนอร์นี้ประเทศไทยก็ไม่ได้ผลิต ก็ผลิตมาจากต่างประเทศ แล้วทั่วโลกเขาใช้ลักษณะสแตนดาร์ด (Standard) เดียวกัน แต่มันจะต่างกันตรงที่ว่า ความสูงจากที่เรากําหนดไว้ทางพระราชบัญญัติการจราจร เรากําหนดไว้เท่าไรก็อยู่ที่ แต่ละประเทศเขาจะกําหนดกัน แต่ตู้นั้นสูงเกือบเท่ากัน ๒.๔๐ เมตร หรือ ๒.๗๐ เมตร แล้วแต่สินค้าที่จะบรรจุ แต่อยู่ที่คัสซี (Chassis) ของรถ ความสูงของรถที่เปึนคัสซี ที่จะใส่ตู้ขึ้นไปก็วัดจากพื้นแล้ว ตามกฎหมายกําหนดไว้ ๔.๒ เมตร ซึ่งดูคัสซีแล้ว มันสูงกว่าปกติ เมื่อการวัดนี้บางครั้งเราใส่ตู้ของ ๒.๗ เมตรขึ้นไปก็เกินความสูงไป ผมเห็นรัฐบาลเขียนว่า อุตสาหกรรมที่ได้รับการส่งเสริมสนับสนุน ก็มีรถยนต์อยู่ด้วย ในนั้นที่ผมอ่านดู แต่ไปอ่านแล้วก็ไปติดขัดที่เรากําลังทําเรื่องอยู่เหมือนกัน บังเอิญ เวลาหมดเสียก่อน แต่ก็เขียนเรื่องเปึนข้อสังเกตเอาไว้ที่จะให้รัฐบาลลองศึกษาดูว่าถ้าเผื่อ เราสนับสนุนรถยนต์ส่งออกนี้ ลองคิดดูนะครับ รถยนต์ที่ถูกขนถ่ายจากโรงงานไปสู่ ท่าเรือนั้นถ้าวัดความสูงแล้วมันสูงแค่ไหน สูงเกินนะครับ พวกเหล่านี้ผิดกฎหมาย ถ้าเผื่อ สมมุติว่าจะแก้ไขได้เรื่องนี้มันก็จะเปึนการอํานวยความสะดวกได้ ผมคงใช้เวลาของผม ๒๐ นาทีนี้ ผมขออนุญาตใช้ ๑๐ นาที เพราะว่าสิ่งที่ผมพูดนั้นก็อย่างที่ได้เรียนไว้ว่า ไม่ว่าอะไรก็ตามแต่ ถ้าการทํางานแล้วเขียนกฎเขียนเกณฑ์ไว้ดี แต่ถ้าเอาไป อิมพลีเมนท์ (Implement) แล้วไม่สามารถเกิดความร่วมมือประสานความเชื่อมโยงระหว่างกระทรวง ต่าง ๆ นั้นแล้วผมก็เชื่อว่าสิ่งที่เขียนไว้ก็คงจะเกิดความลําบาก ขอบคุณครับ