รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

อารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ หารือเรื่องนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายเกี่ยวกับปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเรียกร้องการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล และเสนอนโยบายเพิ่มเติมเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะการขจัดเงื่อนไขความไม่ยุติธรรมในกระบวนการยุติธรรม และการปฏิบัติตามกฎหมายและหลักนิติธรรม

นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม อารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน กลุ่มจังหวัด ที่ ๘ พรรคพลังประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมได้อ่านนโยบาย ของรัฐบาลที่ได้แถลงต่อสภาเมื่อวานนี้แล้ววันนี้เปึนการอภิปรายวันที่ ๒ วันนี้ทาง พรรคพลังประชาชนได้แบ่งเวลาให้กับผู้ที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้อภิปรายคนละ ๗ นาที แต่ผมขออนุญาตจากท่านประธานวิป (Whip) เมื่อกี้นี้ว่าจะขอใช้เวลาสัก ๑๐ นาที เพราะว่าสิ่งที่อยากจะพูดในวันนี้ถ้าใช้เวลาสั้น ๆ พูดไปขาดใจความทําให้ ประชาชนไม่มีความเข้าใจก็ถือว่าเปึนการอภิปรายที่ไม่มีประโยชน์ วันนี้ผมอยากจะ อภิปรายในแง่ของการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายเกี่ยวกับ ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งผมคิดว่าหลังจากนี้ไปก็จะมีอีกหลายท่านที่จะได้ อภิปรายในเรื่องนี้อาจจะพูดเข้าในรายละเอียดอีกหลายเรื่องนะครับ ผมขอชื่นชมว่า รัฐบาลนี้ได้เอานโยบายจังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมาเปึนนโยบายเร่งด่วนที่จะเริ่ม ดําเนินการภายใน ๑ ป้แรก ซึ่งถ้าเราอ่านนโยบายนี้ เขียนสั้น ๆ กะทัดรัด แต่ความหมายนั้น คลุมมากมายหลายประการทีเดียว อย่างเช่นนโยบายที่ ๘ นโยบายเกี่ยวกับการบริหาร การจัดการที่ดี ๘.๒ กฎหมายและการยุติธรรม ซึ่งมา ๘.๒.๔ เรื่องเสริมสร้างความยุติธรรม ในจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยมุ่งพัฒนากฎหมายและระบบงานยุติธรรมที่สอดคล้อง กับพื้นที่ วิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่น บังคับการใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ขจัดเงื่อนไข ความไม่ยุติธรรมและพัฒนาระบบการพิสูจน์การกระทําความผิดที่มีประสิทธิภาพ ผมอยากจะแยกเพื่อที่จะอภิปรายให้เห็นในภาพ เพื่อที่อยากจะให้ผู้ที่จะรับนโยบาย ไปสู่การปฏิบัติ และอยากจะให้พี่น้องประชาชนที่ได้ฟัง ได้คาดหวังว่าการอภิปรายในวันนี้ จะหยิบยกเรื่องที่ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนมาพูดให้สภาฟังเพื่อถ่ายทอดไปยัง ทั่วประเทศ จาก ๘.๒.๔ ผมได้แยกออกมาเปึนประเด็น ๆ ดังนี้

เรื่องที่ ๑ พัฒนากฎหมายและระบบงานยุติธรรมที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต และวัฒนธรรมท้องถิ่นนี้ ซึ่งเราเปึนนักการเมืองมาหลายสิบป้ชาวบ้านในจังหวัดชายแดน ภาคใต้ มีความต้องการเหลือเกินที่อยากจะมีศาลชารีอะห์ ซึ่งเปึนศาลศาสนาที่พิจารณา คดีมรดกและครอบครัวตามบทบัญญัติศาสนาอิสลาม ในนโยบายข้อนี้มันสามารถที่จะ เสนอนโยบายเกี่ยวกับการที่ตั้งจะศาลชารีอะห์ขึ้นมาได้ ซึ่งอยากจะให้ท่านผู้ฟังที่อ่านแล้ว อาจจะไม่เข้าใจแต่จะขยายความให้เข้าใจมากขึ้นนะครับ

เรื่องที่ ๒ บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เรื่องนี้เปึนเรื่องหัวใจสําคัญ ของการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งจากการศึกษาของคณะกรรมการอิสระ เพื่อความสมานฉันท์ที่รัฐบาลชุด ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ได้แต่งตั้ง เมื่อป้ ๒๕๔๘ ได้สรุปประเด็นสําคัญว่าความไม่ยุติธรรมนั้นเปึนส่วนหนึ่งที่ทําให้ปัญหา ในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นรุนแรงมากขึ้น การใช้บังคับอย่างเคร่งครัดนี้หมายความว่า อยากจะให้การใช้กฎหมายที่นั่นใช้ให้เปึนไปตามกระบวนการยุติธรรม ใช้ตามหลักนิติธรรม ใช้ตามที่กฎหมายรัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม เพราะว่าขณะนี้ ต้องยอมรับว่ามีการละเมิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างมากมาย ซึ่งผมอยากจะให้ผู้ที่ปฏิบัติ ในขณะนี้ไม่ว่าจะเปึนเจ้าหน้าที่ฝ์ายใดขอให้เราคํานึงถึงว่าขณะนี้เราอยู่ในระบอบ ประชาธิปไตยซึ่งยึดถือรัฐธรรมนูญ ถึงแม้ว่าจะเปึนกฎหมายที่สภา สสร. ที่ตั้งโดย คณะปฏิวัติตั้งขึ้นมา แต่ก็ถือว่ากติกาของบ้านเมืองที่ใช้อยู่ในขณะนี้ให้ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เกี่ยวกับกฎหมาย

เรื่องที่ ๓ ขจัดเงื่อนไขความไม่ยุติธรรม เงื่อนไขของความไม่ยุติธรรมนี่แหละ ที่ให้เหตุการณ์มันบานปลาย เหตุการณ์มันรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมได้รับ การร้องเรียนจากคณะองค์กรอิสระหลายเรื่อง นับตั้งแต่เดือนตุลาคม ป้ ๒๕๔๙ หลังจาก ที่มีการปฏิวัติแล้ว ๑ เดือน จนถึงวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ป้นี้ มีคดีเกี่ยวกับการซ้อมทรมาน ผู้ต้องหา ผู้ที่ต้องสงสัย ๓๐ กว่าราย ซึ่งเอกสารนี้ได้ทําเปึนหมวดเปึนหมู่ ผมอยากจะเสนอ ให้กับท่านประธานสภาเพื่อที่จะให้ท่านแจกไปยัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี แจกให้กับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แจกให้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเกี่ยวข้อง ๓ กระทรวงนี้เพื่อรับไปพิจารณาตามความต้องการของคณะผู้ที่ทํางาน เปึนผู้ที่ต้องการที่จะพิทักษ์สิทธิมนุษยชน อย่างเช่น มูลนิธิประสานวัฒนธรรม คณะทํางาน ยุติธรรมเพื่อสันติภาพ มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา สมาคมยุวมุสลิม แห่งประเทศไทย ศูนย์ทนายความมุสลิม คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้เสนอต่อรัฐบาล ประเด็นปัญหากระบวนการยุติธรรม กับการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ยุติการทรมาน การซ้อม ให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดและยึดหลักนิติธรรม เดี๋ยวผมจะส่งให้ท่านประธาน

เรื่องที่ ๔ พัฒนาระบบการพิสูจน์การกระทําความผิดที่มีประสิทธิภาพ นี่ก็คือปัญหาที่กําลังประสบอยู่ในปัจจุบันเช่นกัน เพราะว่าขณะนี้เครื่องไม้เครื่องมือ ที่จะพิสูจน์การกระทําความผิดของผู้ที่กระทําความผิดนั้นรู้สึกว่ายังขาดประสิทธิภาพ เท่าที่ควร อย่างเช่น เครื่องมือที่ใช้ตรวจเขม่าดินป๋นหรือสารวัตถุระเบิดที่ติดกับผู้ที่ถูก สงสัยว่ากระทําความผิดหลายรายว่าถูกเครื่องมือนี้สามารถที่จะทําให้เอาไปถูกสอบถาม แล้วก็ถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว ๒–๓ วัน ทั้ง ๆ ที่ผู้ที่ถูกนําไปควบคุมตัวนั้นไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ใด ๆ กับที่กระทําความผิด สิ่งเหล่านี้ผมถือว่าเปึนเรื่องของเครื่องมือที่เรานําไปพิสูจน์นั้น ยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ท่านประธานที่เคารพ นี่ก็คือในเรื่องเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนซึ่งผมก็ได้รับการร้องเรียน มาจากเครือข่ายการเมืองภาคประชาชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งมีประมาณ ๓๐ เครือข่าย ได้เสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาเช่นกัน แล้วผมจะเสนอหนังสือนี้ ยังท่านประธานสภาเพื่อที่ให้ท่านมอบให้กับนายกรัฐมนตรีเช่นกัน เพราะว่าผมจะพูด ในรายละเอียดนั้นเวลาคงจะไม่ทัน ซึ่งผมอยากจะเรียนท่านประธานว่าการแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นถ้าเราจะพูดใช้เวลาชั่วโมง ๒ ชั่วโมงหรือเปึนป้ก็พูดไม่หมด แต่ผมอยากจะให้ข้อคิดว่าการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่จะให้มันครบวงจร รัฐบาลต้องยึดหลัก ๔ แนวทาง ๔ นโยบาย นโยบายที่ ๑ ท่านจะต้องทําอย่างไรเกี่ยวกับ นโยบายการเมืองการปกครอง นโยบายที่ ๒ ในเรื่องของการศึกษา นโยบายที่ ๓ เรื่องของ เศรษฐกิจ เรื่องปากเรื่องท้อง นโยบายที่ ๔ เรื่องการต่างประเทศ ซึ่ง ๔ นโยบายหลักนี้ ถ้ารัฐบาลมีความมั่นคงแล้วก็มีเจตนารมณ์แน่วแน่ในการที่จะแก้ไขแล้วก็ที่จะทําให้ ๔ แนวทางนี้ให้ปรากฏเปึนรูปธรรม ผมเชื่อว่าการแก้ไขปัญหาในระยะยาว ตลอด ๔ ป้ ของรัฐบาลชุดนี้น่าที่จะทําให้เหตุการณ์ต่าง ๆ นั้นคลี่คลายไปในทางที่ดีได้ อย่างเช่น การเมืองการปกครอง ต้องเข้าใจว่าปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้แท้จริงนั้นคือ เรื่องการเมืองการปกครอง สมัยท่าน จอมพล ป. พิบูลสงคราม หลังจากที่มีกบฏดุซงญอ ป้ ๒๔๙๑ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อที่ต้องการ ศึกษาวางรูปแบบการปกครองในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่เปึนที่น่าเสียดายนะครับ ท่านอยู่ไม่นานท่านก็ถูกโค่นล้มจนกระทั่งออกไปสู่ต่างประเทศ นั่นคือแนวคิดของ จอมพล ป. ซึ่งใคร ๆ ก็คิดว่าท่านคือเผด็จการ แต่ท่านก็เริ่มที่จะเข้าใจในการที่จะแก้ไข ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ อันนี้เรื่องด้านการศึกษานะครับ ท่านประธานครับ ขณะนี้ การศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีปัญหา ใคร ๆ ก็มักจะปรามาสว่านักเรียนที่จบ จากจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือว่าคนที่นั่นมีความรู้น้อย ปัญญาสู้คนอื่นไม่ได้ ผมอยากจะเรียนว่าแท้ที่จริงแล้วคนที่นั่นไม่ใช่ว่าปัญญาเขาจะน้อยกว่าที่อื่น แต่ว่า เขาขาดโอกาส เขาขาดหลายสิ่งหลายอย่างที่จะทําให้เขานั้นพัฒนาด้านการศึกษาดีขึ้น ผมอยากจะให้ท่านเข้าใจในคําว่าจากสถานการณ์ที่เปึนอยู่ ตําแหน่งครูที่ขาดแคลน หรือการศึกษาที่ยังไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของเขา ขณะนี้ท่านทราบไหมว่าในจังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้นมีการศึกษาในระบบเอกชนสอนศาสนา มีเปึนร้อย ๆ โรงนะครับ ทั่วประเทศมีประมาณ ๕๕๐ กว่าโรง ผมอยากจะเรียนว่าในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น คนที่เรียนที่นี่ส่วนใหญ่นั้นเขาเรียนในเรื่องศาสนาและสายสามัญ คนในจังหวัดชายแดน ภาคใต้ร้อยเปอร์เซ็นต์ในหมู่บ้านที่เปึนมุสลิม ตั้งแต่เล็กจนกระทั่งโตเรียนออกสู่ต่างประเทศ ความใกล้ชิดกับสังคมเพื่อนร่วมชาติซึ่งต่างศาสนิกนั้นมีน้อยมาก ผมเองยังดีที่เกิด ในเขตเทศบาล ครอบครัว ๓ ครอบครัวที่อยู่ในเขตเทศบาลยังคลุกคลีกับคนต่างศาสนิกได้ ยังมีความรักความเข้าใจในฐานะที่เพื่อนร่วมชาติแม้จะต่างศาสนา แต่คนอีกร้อยกว่าเปอร์เซ็นต์ ที่อยู่ตามหมู่บ้านชนบทเรียน ป. ๑ ถึง ป. ๖ เรียนกับมุสลิมล้วน ๆ จบ ป. ๖ ม. ๑ ถึง ม. ๖ ก็เรียนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนามุสลิมล้วน ๆ อีก จบ ม. ๖ ไปเรียนต่อ ต่างประเทศมีบ้างประมาณ ๓๐๐–๔๐๐ คน แต่สิ่งที่ไม่ได้เรียนต่างประเทศมีเปึนหมื่น จบ ม. ๖ ของเอกชนสอนศาสนานั้นมีนับเปึนหมื่น คนที่สามารถเรียนต่อต่างประเทศ มีประมาณ ๒๐๐–๓๐๐ คน เพราะฉะนั้นคนอีกเปึนหมื่นคนนี้เปึนสิ่งที่รัฐบาลจะต้อง เอาใจใส่ จะต้องวางระบบการศึกษาอย่างไรที่จะให้คนเหล่านี้มีโอกาสที่จะศึกษาแล้วก็ สามารถที่จะร่วมและเข้าใจกับพี่น้องผู้ที่เปึนเพื่อนต่างศาสนิกได้นะครับ