พิกิฏ ศรีชนะ ขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีสำหรับนโยบายที่ตอบสนองความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะคนจนและคนในฐานะสมาชิกพรรคเพื่อแผ่นดิน และสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล 2-3 เรื่อง พิกิฏ ศรีชนะ เสนอแนะนโยบายเพิ่มศักยภาพของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหาความยากจนของคนอีสาน โดยเฉพาะการเพิ่มวงเงินสำหรับหมู่บ้านและชุมชนเมือง และเสนอโครงการประกันความเสี่ยงให้กับเกษตรกร และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการดูแลกลุ่มอสม. ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีส่วนช่วยในการส่งเสริมการทําการเกษตร แต่ไม่มีหลักประกันในชีวิต
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายพิกิฏ ศรีชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยโสธร เขต ๒ พรรคเพื่อแผ่นดิน ผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ทุกท่านแทนพี่น้องชาวอีสานทุกคน ที่ท่านได้ร่างนโยบายออกมาแถลงต่อสภาในวันนี้ ซึ่งผมได้อ่านดูแล้วว่านโยบายที่ท่านร่างออกมาเปึนนโยบายที่ตอบสนองและตรงตาม ความต้องการของพี่น้องประชาชนคนส่วนมากของประเทศ โดยเฉพาะคนจนและในอีก ฐานะหนึ่งที่ผมเปึนสมาชิกพรรคเพื่อแผ่นดิน ต้องกราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรี อีกครั้งที่ได้นํานโยบายส่วนหนึ่งของพรรคเพื่อแผ่นดินบรรจุเปึนนโยบายของรัฐบาล ไม่ว่าจะเปึนนโยบายโครงการชลประทานระบบท่อ เพื่อแก้ไขปัญหาความแห้งแล้งของ คนอีสาน การเปลี่ยนกองทุนหมู่บ้านเปึนธนาคารหมู่บ้าน โครงการหมู่บ้านเอสเอ็มแอล และอีกหลาย ๆ โครงการ ท่านประธานครับ วันนี้กระผมมีเรื่องที่จะอภิปรายสนับสนุน นโยบายของรัฐบาลอยู่ ๒ – ๓ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ เปึนนโยบายเร่งด่วนที่จะต้องดําเนินการภายในป้แรกของรัฐบาล โดยเฉพาะข้อที่ ๑.๕ เรื่องการเพิ่มศักยภาพของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองให้เปึน แหล่งเงินหมุนเวียนในการลงทุน และสร้างงาน สร้างอาชีพ การพัฒนากองทุนหมู่บ้าน และชุมชนเมืองที่มีการบริหารจัดการที่ดี ให้สามารถยกระดับเปึนธนาคารหมู่บ้าน และชุมชน ท่านประธานครับ ที่ผมบอกว่าผมดีใจในเรื่องนี้ ผมต้องกราบเรียนนะครับว่า คนอีสานเปึนคนจน นโยบายนี้เปึนการแก้ไขปัญหาเรื่องหนี้สิน ความยากจนของคนอีสาน ซึ่งแต่ก่อนที่ผ่านมารัฐบาลก็มีนโยบายเรียกว่ากองทุนหมู่บ้านให้กับทุกหมู่บ้าน แต่ความต้องการของคนแต่ละหมู่บ้านยังไม่เพียงพอ เงินที่จะใช้ในการกู้ยืมเพื่อแก้ไข ปัญหาในครอบครัวไม่พอ หมู่บ้านละ ๑ ล้านบาท ไม่พอแน่นอน ซึ่งรัฐบาลนี้มีนโยบาย เร่งด่วนที่จะเพิ่มปรับปรุงงบประมาณในการอุดหนุนกองทุนหมู่บ้าน ผมอยากจะเสนอแนะอย่างนี้นะครับว่าการที่เราจะแก้ไขปัญหาความยากจนได้ต้องให้ เกษตรกรหรือประชาชนในพื้นที่เขามีเงินหมุนเวียนเพียงพอ แต่ปัจจุบันนี้เงินเหล่านี้ ไม่พอกู้ยืมก็ต้องไปกู้ยืมเงินนอกระบบ ซึ่ง ณ วันนี้ประชาชนคนจนตามชนบทยืมเงินอยู่ ๓ ทางครับ ทางที่ ๑ ยืมจากกองทุนหมู่บ้าน ทางที่ ๒ ยืมจาก ธ.ก.ส. และทางที่ ๓ ยืมจาก นายทุนนอกระบบ ดอกเบี้ยรายวัน ซึ่งปัจจุบันนี้กําลังระบาดหนักโดยเฉพาะแม่ค้าตลาด ต้องยืมดอกเบี้ยรายวันร้อยละ ๒๐ บาท แล้วก็ต้องจ่ายทุกวัน เปึนนายทุนจากต่างจังหวัด หลายจังหวัด แล้วถ้าไม่จ่ายก็ต้องโดนทําร้าย อันนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมบ้านเมืองเรา ในปัจจุบัน ก็อยากฝากให้รัฐบาลช่วยแก้ไขในส่วนนี้ด้วยโดยการเพิ่มวงเงินสําหรับหมู่บ้าน ที่มีครัวเรือนไม่เกิน ๑๐๐ หลังคาเรือน น่าจะเพิ่มเปึน ๓ ล้านบาท หมู่บ้านไหนที่เกิน ๑๐๐ หลังคาเรือน แต่ไม่เกิน ๒๐๐ หลังคาเรือน น่าจะเพิ่มเปึน ๔ ล้านบาท ถ้าหมู่บ้านไหน ที่เกิน ๒๐๐ หลังคาเรือนขึ้นไปน่าจะเพิ่มเปึน ๔ ล้านบาท อันนี้ก็อยากกราบเรียน ท่านผู้บริหารประเทศต่อไปนะครับ
อีกส่วนหนึ่งที่อยากเสนอเกี่ยวกับโครงการนโยบายที่ ๒ เกี่ยวกับการสร้าง ระบบประกันความเสี่ยงให้กับเกษตรกร ในส่วนนี้เขียนง่ายแต่ทํายาก ผมต้องกราบเรียนว่า ปัจจุบันเกษตรกรชาวไร่ชาวนามักจะโดนหลอกลวงมาตลอดในเรื่องการส่งเสริมการทํา การเกษตร ไม่ว่าจะเปึนเรื่องยางพารา ไม่ว่าจะเปึนเรื่องมัน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องอ้อยนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมยังชอบที่ท่านรัฐมนตรีหลายท่านมีโครงการที่จะส่งเสริมให้ปลูกมัน ซึ่งใช้ระยะเวลาอันสั้น แล้วปลูกยูคาลิปตัส ซึ่งจริง ๆ แล้วคนอีสานบางทีการปลูกพืช ที่มันเปึนประโยชน์และขายได้ในระยะเวลาอันสั้นก็จะช่วยแก้ไขปัญหาในส่วนนี้ได้นะครับ ขออย่างเดียวว่าให้รัฐบาลศึกษาแล้วก็ประกันในเรื่องของราคาไม่ให้ราคาของพี่น้อง เกษตรกรตกต่ําก็จะแก้ไขปัญหาเรื่องความยากจนในส่วนหนึ่งได้ ซึ่งก็จะเชื่อมโยงกับ โครงการชลประทานระบบท่อที่รัฐบาลต้องการที่จะสนับสนุนเปึนโครงการนโยบายหลัก ของรัฐบาลในส่วนนี้ด้วยนะครับ
ท่านประธานครับ นโยบายอีกนโยบายหนึ่งเกี่ยวกับการพัฒนาสุขภาพ ของประชาชน ซึ่งข้อ ๒.๓ เพิ่มคุณภาพของการสร้างระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และให้ประชาชนเข้าถึงการบริการอย่างไม่เปึนอุปสรรค ซึ่งในส่วนนี้ผมอยากกราบเรียน ท่านประธานนะครับว่ากลุ่ม อสม. ซึ่งเปึนกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังของหน่วยงานสาธารณสุข ที่ทํางานแทนตลอดก็อยากให้ท่านรัฐบาลช่วยดูแลด้วยนะครับ อย่างน้อย ๆ น่าจะมี สวัสดิการส่วนหนึ่งเปึนการดูแล อสม. หรือไม่ก็จะเปึนค่าตอบแทนเปึนรายเดือนเพื่อให้ เขามีขวัญกําลังใจในการทํางาน เพราะว่า อสม. ทั่วประเทศประมาณ ๘ แสนคน เขาไม่มีหลักประกันอะไรเลยในชีวิต ถ้าเปึนไปได้นี่ถ้าจะออกเปึนพระราชบัญญัติ เพื่อรับรองในส่วนนี้ก็จะเปึนประโยชน์สูงสุดครับท่านประธานครับ ขอกราบขอบคุณครับ