กิตติกร จี้รัฐบาลเร่งแก้ระบบชลประทานเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจเกษตรฯ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

กิตติกร โลหสุนทร หารือเรื่องการพัฒนาและประสิทธิภาพของระบบชลประทานเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคเกษตรกรรม พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลเน้นคุณภาพและความทั่วถึงในการศึกษา โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลที่ขาดแคลนทรัพยากร กิตติกร โลหสุนทร เสนอมาตรการภาษี 30% เพื่อปกป้องค่าเงินบาท โดยเสนอให้รัฐบาลประชาสัมพันธ์ล่วงหน้าเพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ และชี้แนะว่าควรขยายฐานภาษีโดยดึงธุรกิจนอกระบบและแรงงานต่างด้าวเข้าสู่ระบบแทนการเก็บจากผู้ประกอบการรายย่อย

นายกิตติกร โล่ห์สุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลําปาง

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายกิตติกร โล่ห์สุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลําปาง พรรคพลังประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมเองก็คงขอเริ่มที่หัวข้อที่ ๑ ในเรื่องนโยบายเร่งด่วน ซึ่งก็เปึนที่น่ายินดีที่ทางรัฐบาลให้ความสําคัญกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น แล้วก็จัดลําดับความสําคัญในการที่จะแก้ไขปัญหาต่าง ๆ อย่างในเรื่องของ การสมานฉันท์ เพราะว่าประเทศเราหยุดนิ่งอยู่กับที่มาเปึนเวลาป้ถึง ๒ ป้ ก็เพราะว่า เรามีความแตกแยกทางความคิด การที่รัฐบาลจะเปึนผู้นําในการสร้างความสมานฉันท์ แล้วก็นําพาประเทศที่จะพัฒนาต่อไปเปึนเรื่องที่เร่งด่วน หรือว่าในเรื่อง ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ก็เปึนเรื่องที่สะสมมานาน คงต้องให้ความสําคัญ ความพิเศษ แล้วก็ทุ่มเท กําลังกายกําลังใจต่าง ๆ ที่จะเข้าไปแก้ไข เพราะว่าพี่น้องของเราที่อยู่ใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้นก็ถือว่าเปึนคนไทยของเราเหมือนกัน หรือเรื่องยาเสพติดที่เราเอง อาจจะได้เห็นหรือเราอาจจะได้ข่าวว่าในระยะหลัง ๆ มีการระบาดเพิ่มมากขึ้น เปึนงานที่ดี ที่รัฐบาลจะได้ใช้มาตรการที่เข้าไปจัดการขั้นเด็ดขาด เพราะว่ายาเสพติดจะเปึนตัวที่ บั่นทอนอนาคตของลูกหลานเรา ถ้าลูกหลานเราที่จะโตขึ้นในอนาคตจะเสียอนาคต ตั้งแต่วัยอันไม่สมควร อนาคตของประเทศไทยก็คงจะไม่ได้พัฒนาไปถึงไหน

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะพูดก็คือ เรื่องงบประมาณเอสเอ็มแอลที่ผมคิดว่า มันเปึนงบประมาณที่มีประสิทธิภาพ เพราะในพื้นที่ผมเองผมได้มีการสังเกตว่าการใช้ งบประมาณต่าง ๆ ไม่ว่าจะผ่านส่วนราชการมาจากทางไหนก็ตาม จะเปึนส่วนกลาง ทบวง กรม หรือว่าองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่มีงบประมาณไหนสู้งบประมาณ เอสเอ็มแอลได้ เพราะว่างบประมาณเอสเอ็มแอลเปึนงบประมาณที่ คนที่ได้รับไปมีความรู้สึกเปึนเจ้าของ ไม่มีการรั่วไหล เงินเท่ากันสามารถสร้างสิ่งของได้ ในมูลค่าที่มากกว่า และงบเอสเอ็มแอลนี้ก็ยังเปึนงบประมาณที่ช่วยอุดช่องว่าง ระบบงบประมาณของเรา บางครั้งคนที่อยู่ในชนบทมีความต้องการในสิ่งขั้นพื้นฐาน ที่ทางทบวง หรือว่าทางกรมต่าง ๆ ไม่ได้มีความสนใจ ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บางครั้งเขาก็ละเลย อย่างเช่น เมรุเผาศพ หรืออย่างเช่น การขยายระบบประปา ซึ่งบางครั้งไม่มีใครที่จะเข้าไปดูแลเขา การที่เขาได้งบเอสเอ็มแอลเข้ามามันก็เปึนคําตอบ ที่ทําให้เขาสามารถที่จะนํามาปรับปรุงเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของพวกเขาเหล่านั้น ให้ดียิ่งขึ้น

อีกเรื่องหนึ่งที่รัฐบาลให้อยู่ในลําดับความเร่งด่วนก็คือเรื่องการพัฒนา ระบบชลประทาน ซึ่งผมคิดว่าระบบชลประทานเปึนสิ่งที่สําคัญกับประเทศเรา เพราะประเทศเราเองยังคงต้องพึ่งพาภาคการผลิตที่เกี่ยวกับการเกษตรกรรม การพัฒนา ระบบชลประทานให้มีประสิทธิภาพให้ทั่วถึงจะเปึนกําลังสําคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ ภาคเกษตรกรรมของประเทศไทยต่อไป กระผมขอพูดถึงในเรื่องต่าง ๆ ที่ไม่ได้เปึน เรื่องเร่งด่วน อย่างเช่น เรื่องการศึกษา เราจะเห็นว่ามีการเน้นพูดกันว่าเรียนฟรี เรียนฟรี กี่ป้ แต่ผมอยากให้รัฐบาลช่วยเน้นถึงคุณภาพและความทั่วถึง เพราะจากจังหวัด ที่ผมเปึนผู้แทนราษฎรอยู่ มีหลาย ๆ อําเภอ หลาย ๆ ตําบลที่อยู่ห่างไกลจากความเจริญ มาตรฐานของโรงเรียนแต่ละที่ยังไม่สามารถทัดเทียมกับโรงเรียนที่อยู่ในตัวเมืองได้ ครูบางท่านต้องรับภาระสอน ๒–๓ วิชา บางครั้ง ๒–๓ ชั้นเรียน ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ไม่มีใครพูดถึง มีมาพูดถึงห่วงกันว่าจะเรียนฟรี เรียนฟรีจริงหรือเปล่า แต่ผมอยากให้ รัฐบาลช่วยเน้นเรื่องคุณภาพ พยายามให้มันมีมาตรฐานที่อยู่ใกล้เคียงกัน แล้วก็ให้มี การศึกษาที่ได้ไปทั่วถึง

เรื่องต่อไปก็อยากจะขอพูดเรื่องการเงินการคลังสักเล็กน้อย มาตรการ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คงเปึนที่วิพากษ์วิจารณ์กันว่ามีความจําเปึนมากน้อยแค่ไหน ซึ่งเราเอง ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ถ้าเราต้องการปกปัองค่าเงินบาท เพื่อที่จะส่งเสริมการส่งออก มาตรการ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คงมีความจําเปึน ถือว่าเปึนมาตรการที่ค่อนข้างเด็ดขาด และรุนแรง กระผมคิดว่าการใช้มาตรการที่ค่อนข้างเด็ดขาดและรุนแรงนี้ อยากจะให้ ทางรัฐบาลเน้นการประชาสัมพันธ์ เน้นให้ทุกภาคส่วนได้รับความเข้าใจ มีการรู้ตัว ล่วงหน้าผลกระทบอิมแพคท์ (Impact) ที่ตามมาก็จะไม่เหมือนกับตอนที่เราประกาศใช้ เมื่อป้ที่แล้วที่ทุกคนต่างไม่มีการเตรียมตัวจะไม่มีการระมัดระวังตัว แล้วพอมีการประกาศ มาตรการ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ออกมา มันทําให้ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ทําให้เกิดภาวะช็อก ขึ้นมา ซึ่งทําให้มีปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ก็ขอให้รัฐบาลได้ช่วยพิจารณาว่าถ้าต้องใช้ มาตรการที่ขั้นเด็ดขาดหรือขั้นรุนแรง ก็ขอให้เน้นการประชาสัมพันธ์ให้ทุกคนได้รับทราบ รับรู้ มีการเตรียมตัว มีการทําการบ้านกันล่วงหน้าเพื่อที่จะปัองกันสิ่งต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น จากมาตรการที่เราคิดว่ามีความจําเปึน

อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะพูดในส่วนของการเงินการคลังก็คือ เรื่องการจัดเก็บ ภาษี ซึ่งสิ่งที่ดีในระบบการจัดเก็บภาษีของเราก็คือว่า เราน่าจะเน้นไปการขยายฐานภาษี แต่ว่าที่ผ่านมากรมสรรพากรจะใช้วิธีการขยายฐานภาษีที่ไปเอากับผู้ประกอบการรายเล็ก รายย่อย ซึ่งผมคิดว่าเราน่าจะเน้นการขยายฐานภาษีไปกับธุรกิจที่อยู่นอกระบบ ดึงเข้ามา ให้อยู่ในระบบ ยกตัวอย่างเช่น แรงงานต่างด้าว ที่เปึนแรงงานที่ทํางานอยู่ในประเทศเรา พอสมควร ถ้าเราดึงสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เข้ามาอยู่ในระบบ เราก็จะสามารถขยายฐานภาษี เพิ่มขึ้น แล้วก็เปึนการนํารายได้เข้ามาสู่ภาครัฐได้ต่อไป

ขอพูดเรื่องภาคการผลิต แล้วก็รวมทั้งเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม เราเอง ควรจะมีนโยบายที่พัฒนาภาคการผลิตของเราให้เรามีความได้เปรียบทางเศรษฐศาสตร์ หรือเราเรียกกันว่าคอมเพททิทิฟว แอดวานทิจ (Competitive advantage) ถ้าจะพูดเปึน ภาษาชาวบ้านก็คือจุดขาย ลองดูตัวอย่างของประเทศเพื่อนบ้านเรา สิงคโปร์เปึนประเทศ เกาะเล็ก ๆ ทรัพยากรแทบไม่มี พื้นที่แทบไม่มี แต่เขาก็หาจุดขายของเขา โดยการที่เปึน คนกลาง โดยการที่ขายบริการ โดยการที่ขายความรู้ อันนี้คือจุดขายของเขาที่ทําให้ ประเทศเขาสามารถพัฒนาได้ ประเทศไทยเรามีความพร้อมมากกว่าหลายด้าน พื้นที่ มากกว่า ทรัพยากรมากกว่า ประชากรมากกว่า แรงงานมากกว่า ถ้าเราได้เน้นว่าเรามี ความชํานาญด้านไหนเปึนพิเศษ ประเทศเรามีจุดขายเรื่องอะไร เราเน้นตรงจุดนั้น รัฐบาล ก็เปึนผู้นําในการหาจุดขายของประเทศเรา แล้วก็เปึนผู้ที่จะริเริ่มนํามาแล้วก็เผยแพร่สู่ ภาคการผลิตต่าง ๆ ซึ่งผมก็คิดว่าแนวทางการพัฒนาประเทศน่าจะมีผลทําให้เกิด การพัฒนาประเทศได้รวดเร็วขึ้นต่อไป กระผมก็ขอขอบคุณนะครับ