รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

ยงยุทธ ติยะไพรัช หารือเรื่องนโยบายรัฐบาลในปีงบประมาณ 2551 โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างความปรองดองและความสามัคคีของประชาชน และการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีจุดยืนที่ให้ความสำคัญกับความทุกข์สุขของประชาชน และขอกราบเรียนประธานสภาให้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ในกระทรวง ทบวง กรม เพื่อเกิดกุศลและความสมานฉันท์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างขวัญและกําลังใจให้กับข้าราชการและประชาชน โดยเฉพาะข้าราชการที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ที่เสี่ยง และเรียกร้องการส่งกําลังบํารุงและงบประมาณให้เพียงพอ รวมถึงการให้สวัสดิการและตอบแทนที่น่าพอใจ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ลําดับต่อไป ในส่วนของสนช. พลตํารวจโท สมศักดิ์ แขวงโสภา เชิญครับ

พลตํารวจโท สมศักดิ์ แขวงโสภา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ : กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา กระผม พลตํารวจโท สมศักดิ์ แขวงโสภา สมาชิกสภานิติบัญญัติ แห่งชาติ ทําหน้าที่วุฒิสมาชิกและสมาชิกรัฐสภา ในช่วงนี้ผมขออภิปรายในนโยบายเร่งด่วน ที่จะดําเนินการในป้แรก คือป้งบประมาณ ๒๕๕๑ ของรัฐบาลใน ๒ หัวข้อด้วยกันครับ ข้อที่ ๑ ก็คือการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติและฟุ๋นฟูประชาธิปไตย และข้อที่ ๒ ก็คือการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จริง ๆ แล้ว ในข้อที่ ๑ กับข้อที่ ๒ มีความเกี่ยวข้องกัน ถ้าเผื่อว่ายังไม่มีความรัก ความสามัคคี ยังไม่มี ความเปึนอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่มีทางที่จะแก้ไขปัญหาวิกฤติของชาติได้ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งปัญหาวิกฤติในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ประเด็นที่ ๑ ในเรื่องของการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดน ภาคใต้ ผมยินดีเปึนอย่างยิ่งที่ทางรัฐบาลได้น้อมนําเอาแนวทางพระราชทานในเรื่องของ การเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนามาปฏิบัติภารกิจในด้านของความมั่นคงในด้านการพัฒนา โดยมีความสอดคล้องในเรื่องของลักษณะพื้นที่ วิถีชีวิต วัฒนธรรมและความเชื่อของ ประชาชนในพื้นที่

ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องของการอํานวยความเปึนธรรมและความยุติธรรม โดยเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สิน

ประเด็นที่ ๓ ก็คือการสร้างความสมานฉันท์และสันติสุขให้เกิดขึ้น ในจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเร็วที่สุด อันนี้ก็นับว่าเปึนการกําหนดนโยบายและแนวทาง ในการทํางานค่อนข้างจะครอบคลุม

แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ผมมีความไม่ค่อยจะมั่นใจสักนิดหนึ่งก็คือในเรื่องของ ความสมานฉันท์ อาจจะเปึนเรื่องใหม่ในการที่กําหนดศัพท์นี้ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะว่าผมอยู่ที่นั่นมา ๒๐ กว่าป้ก็ยังไม่เคยได้มีคํานี้แต่เปึนคําที่มีความหมายมาก เพราะฉะนั้นแนวทางในการสร้างความสมานฉันท์นี่นะครับ ผมขอเรียนว่าจะมี ๙ เรื่อง ที่มีความสําคัญ ๆ แล้วแต่ละเรื่องนี้ผมคิดว่าไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับ

ประเด็นที่ ๑ คือการเป่ดเผยความจริงและการทําความจริงให้ปรากฏ ถ้าไม่มีตรงนี้ก็สมานฉันท์กันไม่ได้

ประเด็นที่ ๒ คือความยุติธรรม ซึ่งก็มีเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายกันไปบ้างแล้ว ในเรื่องของความไม่เปึนธรรม ซึ่งเปึนปัญหาที่ค่อนข้างสําคัญ

ประเด็นที่ ๓ คือความพร้อมรับผิด

ประเด็นที่ ๔ คือการให้อภัย

ประเด็นที่ ๕ คือการเสริมสร้างการเสวนาระหว่างกันเพื่อให้เกิดความเข้าใจ

ประเด็นที่ ๖ คือต้องใช้แนวทางสันติวิธีเปึนแนวทางในการแก้ไขปัญหา จะไม่ใช้ความรุนแรง

ประเด็นที่ ๗ คือความทรงจํา ความทรงจําในอดีตก่อให้เกิดอคติอะไร ทั้งหลายนี่ต้องลดลงไป

ประเด็นที่ ๘ คือการใช้จินตนาการในการแก้ไขปัญหา ไม่ใช่จะใช้วิธีการ เดิม ๆ ต้องมีแนวคิดใหม่ ๆ ในการที่จะแก้ไขปัญหา

ประเด็นที่ ๙ ประเด็นสุดท้ายของการสมานฉันท์นี้ก็คือการยอมรับความเสี่ยง ใด ๆ ที่อาจจะต้องร่วมรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นใน ๙ ประเด็นนี้ ถ้าดูแล้วผมเห็นว่ามันเปึน เรื่องที่ค่อนข้างใหญ่ เพราะฉะนั้นสมานฉันท์ในข้อ ๑.๑ ของนโยบายเร่งด่วนนี้ก็บอกว่า จะสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ และการฟุ๋นฟูประชาธิปไตย สมานฉันท์ ๑ แล้วนะครับ สมานฉันท์ ๒ นี้ก็คือสร้างความสมานฉันท์และสันติสุขให้เกิดขึ้นในจังหวัด ชายแดนภาคใต้โดยเร็วที่สุด เพราะฉะนั้นตรงนี้เปึนนโยบายที่ผมชื่นชม แต่ก็คิดว่าไม่ง่าย ในการที่จะสู่การปฏิบัติ เพราะฉะนั้นก็คงเปึนการบ้านของทางรัฐบาลในการที่จะต้อง ดําเนินการต่อไปนะครับ

เรื่องที่ ๒ ผมเรียนว่าในการกําหนดนโยบายคราวนี้นั้นมีประเด็นที่ยังขาด ความสําคัญอยู่อีกเรื่องหนึ่งซึ่งนับว่ามีความสําคัญยิ่ง ซึ่งก็คือในเรื่องของหลัก รัฐประศาสโนบายของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ ๖ ซึ่งท่านได้เขียนเปึนพระราชหัตถเลขา ที่ ๓/๗๘ ลงวันที่ ๖ กรกฎาคม ป้ ๒๔๖๖ ตรงนี้ มีความชัดเจนในประเด็น ๖ ข้อด้วยกัน ผมคงไม่พูดในรายละเอียดครับ

ข้อที่ ๑ อย่างสรุป ๆ ก็คือการจะต้องละเว้นในการที่จะกดขี่ศาสนาอิสลาม

ข้อที่ ๒ คือการเก็บภาษี ต้องมีความเปึนธรรม และถ้าถัวกันนี้จะต้องไม่สูงกว่า ที่รัฐบาลอังกฤษเก็บ

ข้อที่ ๓ พยายามที่จะไม่ให้มีการกดขี่ข่มเหงพี่น้องประชาชนพลเมืองในพื้นที่

ข้อที่ ๔ ต้องบริการ ดูแล อํานวยความสะดวกแก่ประชาชน อย่าให้ต้องเสียเวลา การปฏิบัติในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในขณะนี้ ผมคิดว่าเจ้าหน้าที่ ข้าราชการ รวมทั้งข้าราชการ ในกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ซึ่งไม่ได้สังกัดในกองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายใน เปึนหน่วยปกติที่อยู่ในพื้นที่ มีความเข้าใจครับ ผมคิดว่าตรงนี้ข้อผิดพลาดแทบจะไม่ค่อยมี เพราะว่ามีการประชุมอบรมสัมมนากันอยู่ตลอดเวลา แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บังคับหน่วย ยิ่งผู้บังคับหน่วยทหาร ผู้บังคับหน่วยตํารวจ อาสาสมัครก็จะมีการกวดขันกันอยู่เสมอครับ

แต่ที่สําคัญก็คือในข้อที่ ๕ กําหนดไว้ว่าในการที่จะส่งข้าราชการไป ปฏิบัติงานในมณฑลปัตตานี พึงเลือกเฟันแต่คนที่มีนิสัยซื่อสัตย์สุจริต สุขุม เยือกเย็น สงบเสงี่ยม มิใช่ส่งไปให้เต็มตามอัตราหรือส่งไปให้เพราะเลว อันนี้เปึนในรัฐประศาสโนบาย เปึนพระราชหัตถเลขาเลยนะครับ และก่อนจะส่งไปนั้นต้องอบรมให้เข้าใจในขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรมความเชื่อของพี่น้องในมณฑลปัตตานี และเมื่อส่งไปแล้วเปึนหน้าที่ ของทุกกระทรวง ทบวง กรม จะต้องเข้าไปกํากับดูแลชี้แนะ ถ้ายังขาดตกบกพร่องหรือ ขาดตกบกพร่องมาก ๆ ก็จะต้องมีการลงโทษ ลงทัณฑ์กัน นี่ละครับตรงนี้ผมคิดว่ายังขาด แทบทุกกระทรวง ทบวง กรม ส่งไป เคยมีข่าวนะครับ ผมยังนึกยิ้ม ๆ มีอธิบดีท่านหนึ่ง ท่านบอกว่าลูกน้องท่านไม่ค่อยเอาไหนเลยเดี๋ยวจะส่งไปจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าอย่างนี้นั่นคือการไปซ้ําเติมให้เกิดความบอบช้ํา ให้เกิดความเสียหายในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ซึ่งตรงนี้จะต้องระมัดระวังอย่างมากนะครับ

และในประการที่ ๖ ผมก็เรียนให้จบเสียเลยว่าก็เปึนลักษณะของการที่จะ กําหนดกฎเกณฑ์อะไรก็แล้วแต่ ถ้าเปึนเรื่องเกี่ยวข้องกับความทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน ให้ปรึกษากับสมุหเทศาภิบาลเสียก่อน เมื่อเห็นแล้วชอบจึงประกาศใช้ลงไปได้ อันนี้ผมคิดว่า เปึนพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวง รัชกาลที่ ๖ ที่ทรงเห็นปัญหานี้ตลอด แล้วในปัจจุบันนี้ก็ยังมีอยู่ เพราะฉะนั้นผมขอกราบเรียนตรงนี้ เลยครับว่า ในข้อที่ ๕ นั้นก็อยากจะฝากท่านประธานไปยังคณะรัฐมนตรีว่าช่วยกรุณา ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ของกระทรวง ทบวง กรมของท่านช่วยพิจารณาตรงนี้เถอะครับ จะเกิดกุศลและจะเกิดความสมานฉันท์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ทีนี้ประเด็นต่อไปผมขอกราบเรียนก็คือว่า ในขณะนี้ก็ต้องยอมรับกําลัง ตํารวจ ทหาร เจ้าหน้าที่อาสาสมัครต่าง ๆ ที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่นี่นะครับ ผมคิดว่า มากพอเพียงครับ ในการที่จะปฏิบัติงาน แต่ไม่ค่อยแน่ใจว่าข้าราชการที่อยู่ในพื้นที่จะขาด อัตราแค่ไหน อย่างไร โดยเฉพาะครูนี่ขาดแน่นอนครับ เพราะว่าพี่น้องครูก็ประสบภัย ในการระเบิดบ้าง ยิงบ้าง บังคับขู่เข็ญบ้างอะไรต่าง ๆ นี้เสียชีวิตกันไปมากมายผมเห็นใจ แต่อย่างไรก็ถือว่าขาด และหน่วยอื่น ๆ ก็คิดว่าขาดเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หน่วยพลเรือน ตรงนี้ก็คงจะต้องดูแลให้ครบถ้วน เพราะมิฉะนั้นแล้วเสียหาย เสียชีวิต ไปแล้วไม่มีคนมาทดแทน ผมคิดว่าในการทํางานทําไป ๆ คนก็จะท้อถอย แล้วก็ ไม่สามารถที่จะปฏิบัติภารกิจที่สําคัญ ๆ ได้ เพราะว่าได้พูดกันว่ามันจะต้องใช้การมี ส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการที่จะแก้ไขปัญหาในการรักษาความสงบเรียบร้อย การพิทักษ์ทรัพย์สินและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนนะครับ ตรงนี้ผมคิดว่า ฝ์ายทหาร ฝ์ายที่ปฏิบัติในสังกัดของกองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในถือว่า เพียงพอ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ก็ต้องมีการระดมกันทั้งประเทศในการที่จะต้องส่งตํารวจ ทหารต่าง ๆ ลงไป เพราะฉะนั้นสิ่งที่เปึนห่วงของกระผมก็คือเรื่องเอกภาพในการบังคับ บัญชา ผมเองก็ต้องฝากทางรัฐบาลไปด้วยช่วยดูเอกภาพในการบังคับบัญชา ส่วนในเรื่องอื่น เดี๋ยวผมจะค่อยกราบเรียนต่อไปนะครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องของแนวทางที่จะต้อง แก้ปัญหาผมคิดว่ามันเปึนทั้งข้อคิด ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของผมรวม ๆ ไปเลย เรื่องแรกพูดไปแล้วก็คือในเรื่องของเอกภาพในการบังคับบัญชา

เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องการข่าวที่มีความแม่นยํา ถูกต้อง ทันเวลา เปึนสิ่งสําคัญ อย่างยิ่งในการที่เราจะแยกมิตร แยกศัตรู แยกคนดี คนไม่ดี ในการที่จะป่ดล้อม ล้อมจับ หรือการเข้าปฏิบัติการต่าง ๆ ที่ใดก็แล้วแต่ ถ้าเผื่อว่าข่าวที่มีความแม่นยํา ชัดเจนแล้ว มันก็จะทําให้ทํางานได้ไม่ผิดพลาด มันก็ไม่มีเสียงออกมาว่าเปึนการจับผิดตัวหรืออะไร ก็แล้วแต่ อันนี้ผมขอเรียนฝากไว้ด้วยนะครับ

ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าอย่าประเมินขีดความสามารถของผู้ก่อความไม่สงบ ต่ํากว่าที่เปึนจริงโดยเด็ดขาดครับ เพราะว่าไม่ว่าจะเรื่องยุทธวิธีการวางระเบิด การแทรกซึม เข้าไปในหน่วยราชการต่าง ๆ ความแนบเนียนในการที่สร้างข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือน ที่เปึนเท็จหลอกลวง ประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่จะเกิดความสับสน ผมคิดว่า มีอยู่ตลอดแล้วก็ทําได้อย่างแนบเนียน อย่างที่ท่านก็คงจะมีข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ มาแล้ว เพราะนั้นอย่างไรก็แล้วแต่ในข้อนี้ผมเห็นว่าอย่าประมาท ขาดวินัย ไร้ยุทธวิธี โดยเด็ดขาด อย่าประเมินขีดความสามารถของฝ์ายตรงข้ามต่ําจนเกินไปนะครับ

ประเด็นที่ ๓ ผมขอเสนอว่าอย่าเชื่อคําซัดทอดของผู้ต้องหา หรือผู้ต้องสงสัย ให้มากนัก อาจถูกหลอกลวงแล้วก็อย่าซ้อมหรือทรมานผู้ต้องสงสัย หรือผู้ถูกกล่าวหา ให้รับสารภาพโดยเด็ดขาดนะครับ ต้องยึดถือหลักกฎหมาย อันนี้ผมคิดว่ามีความจําเปึนอย่างยิ่งเลยนะครับ เพราะว่าตรงนี้ก็คือศัตรูของความสมานฉันท์ และสันติวิธี อย่าทําเลยครับ ซ้อมไปอย่างนี้ ปล่อยออกมาคนอาจจะเข้าไปอยู่กับ ผู้ก่อความไม่สงบอีกเปึนสิบเปึนร้อย เพราะว่าในความผูกพันในเครือญาติในองค์กรอะไร ก็แล้วแต่ผมคิดว่ามีอยู่ เพราะฉะนั้นอันนี้ต้องกําชับกันอย่างเปึนเรื่องที่สําคัญเลยนะครับ

ประเด็นที่ ๔ ข้าราชการกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ที่ส่งไปปฏิบัติในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ขอให้คัดหน่อยครับ คัดคนที่ดี มีความรู้ มีความประพฤติดี และยิ่งถ้าเปึนคนที่มีประสบการณ์ ไม่ใช่ว่าส่งไปโดยเพราะว่าสมัครใจจะไป พอเสร็จแล้ว ก็เลื่อนยศ ไม่รู้ว่าติดใจอันนี้ไปด้วยหรือเปล่า ต้องเปึนความเสียสละ เปึนความที่จะเห็น แก่ชาติบ้านเมือง แล้วถ้ามีประสบการณ์ด้วยยิ่งดี แต่ไม่เปึนไรครับ เรื่องประสบการณ์นี้ ถ้ามีความตั้งใจดีอยู่แล้ว ถ้ามีสถาบันการฝ๊กอบรมอย่างดีมีขั้นมีตอนแล้ว แล้วมี การตรวจสอบ มีการประเมินผลก็สามารถที่จะส่งลงไปปฏิบัติงานได้ และอีกประการหนึ่ง ก็คือว่าข้าราชการเหล่านี้ต้องมีการกวดขันกําชับไม่ให้ก่อเงื่อนไข หรือปัจจัยอันเปึน เงื่อนไขที่จะก่อให้เกิดความไม่สงบ เพราะว่าแค่ข้าราชการที่ไม่รับผิดชอบเพียงคนเดียวนั้น อาจก่อให้เกิดความเสียหายทั้งประเทศได้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเขาทําในทาง ตรงกันข้ามก็จะทําให้พี่น้องประชาชนเกิดความอบอุ่น เกิดความรัก เกิดความเชื่อถือ ไว้วางใจไม่หวาดระแวง เพราะประเด็นก็คือความไม่เข้าใจ และความหวาดระแวง เพราะว่าถ้ามีข้าราชการดี ๆ แล้วผมมีความมั่นใจครับ ตรงนี้ก็จะเปึนไปในหลักข้อที่ ๕ ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งผมได้กราบเรียนไปแล้ว แล้วก็ต้องเรียน เปึนคําเตือนครับว่า ถ้าผู้หลักผู้ใหญ่ ทางคณะรัฐมนตรีหรือท่านรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรี เดินทางไปตรวจเยี่ยมในพื้นที่ ถ้ามีใครรายงานว่าหน่วยใดก็แล้วแต่ในสถานการณ์ ในจังหวัดชายแดนดีขึ้นเรามาถูกทางแล้ว อะไรทํานองนี้ ท่านก็ฟังหูไว้หูนะครับ อย่าเพิ่ง เชื่อทั้งหมด จะต้องมีการตรวจสอบกัน เพราะว่าปัญหานี้เปึนปัญหาที่ละเอียดอ่อนซับซ้อน แล้วก็เกี่ยวเนื่องกันด้วยหลายปัญหา ผมเรียนว่าปัญหาในเรื่องของ ผู้ก่อความไม่สงบ ในการที่จะแบ่งแยกสังคมมันก็เกี่ยวเนื่องเรื่องยาเสพติด มันก็เกี่ยวเนื่องผู้มีอิทธิพล มันต้องแยกแยะกันให้ชัดเจน บางทีมันผสมกลมกลืนอยู่ในตัวตนคนเดียวกัน เพราะฉะนั้น อันนี้ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบนะครับ

ทีนี้ในเรื่องของขวัญกําลังใจ ขวัญกําลังใจของข้าราชการที่ปฏิบัติงานอยู่ใน พื้นที่รวมทั้งพี่น้องประชาชนต่าง ๆ เหล่านี้ ผมคิดว่ามันจะต้องสร้างขวัญสร้างกําลังใจ และโดยเฉพาะข้าราชการที่ทํางานที่เสี่ยง อันนี้ผมหมายถึงข้าราชการทุกส่วนเลยนะครับ ทุกกระทรวง ทบวง กรม จะต้องมีการให้สวัสดิการ มีการตอบแทน ที่ค่อนข้างจะเปึนที่ น่าพอใจ

ประเด็นต่อไปก็คือในเรื่องของการส่งกําลังบํารุงและงบประมาณ โดยเฉพาะหน่วยที่ปฏิบัติต้องใช้กําลังมาก ๆ ต้องใช้งบประมาณนี่ ก็มีคํากล่าวทาง การทหารเขาบอกไว้นะครับว่า การส่งกําลังบํารุงนี่ไม่ใช่ปัจจัยชี้ขาดในชัยชนะหรือ ความพ่ายแพ้ แต่ถ้าหน่วยใดขาดการส่งกําลังบํารุงนี่แพ้ทันที เพราะฉะนั้นอันนี้ผมก็ ขอฝากเรียนท่านประธานไปยังผู้รับผิดชอบด้วยว่าอย่างไรก็แล้วแต่งบประมาณ เงินทอง เครื่องมือเครื่องใช้ วัสดุอุปกรณ์ น้ํามันรถอะไรอย่าให้ขาดแคลน ให้ไปเถอะครับ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเบี้ยเลี้ยงของทหาร ตํารวจ เจ้าหน้าที่ที่อยู่ในพื้นที่ หรือเงิน ตอบแทนพิเศษอะไรก็แล้วแต่ พวกนี้ไม่เอาไปไหนหรอกครับ เวลาตั้งฐานปฏิบัติการ ก็ไปซื้อข้าวของของพี่น้องประชาชนในพื้นที่นั่นล่ะครับ ถึงรากหญ้าเลย และน้ํามันก็แพง ไม่ขับรถออกมาซื้อข้างนอกที่ตลาด ที่อําเภอ ที่อะไรหรอกครับ ขับรถออกมาเผลอ ๆ ถูกดักซุ่มยิงอีก เพราะฉะนั้นเขาจะซื้อแล้วก็ใช้จ่ายในผลผลิตในพื้นที่ของพี่น้องประชาชน นั่นเอง เพราะฉะนั้นอันนี้ผมก็ขอกราบเรียนไว้ด้วยครับ

ในเรื่องของข้อเสนอแนะต่อไปในการแก้ปัญหา ผมเรียนว่าในคณะกรรมาธิการ ความมั่นคงของผม ซึ่งมีทางท่าน พลเอก โชคชัย หงส์ทอง ท่านเปึนประธานคณะกรรมาธิการ ความมั่นคงสามัญประจําสภานี้นะครับ ท่านก็จัดทํารายงานการศึกษาการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งผมคิดว่า เปึนรายงานที่น่าสนใจอย่างยิ่ง มันจะมีเรื่องที่หลัก ๆ อยู่ ๒ ประเด็นครับ ๑. นโยบาย ระดับชาติที่ชัดเจนและต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นตรงนี้นโยบายแห่งชาติจะต้องมีความชัดเจน อย่างไรก็แล้วแต่ตั้งแต่ผู้บริหารจนผู้ปฏิบัติระดับรากหญ้า ถ้าเปึนหน่วยปฏิบัติการก็บอก ระดับผู้บังคับหมู่ หมู่นี่สามารถเข้าใจตรงนี้ต้องมีความชัดเจน แล้วต้องมีการทํางาน อย่างต่อเนื่องไม่ใช่เปลี่ยนบ่อย ๆ เมื่อทําไประยะหนึ่งก็ต้องมีการตรวจสอบติดตามผล และมีการประเมินผลแล้วก็กลับเข้ามาในการที่จะแก้ไขปรับปรุงนโยบายให้มันสอดคล้อง ต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ตรงนี้ขอกราบเรียนในประเด็นที่ ๑ ที่เปึนเรื่องหลัก ๒. เรื่องยุทธศาสตร์ ๓ ประสานก็จะมีในเรื่องของการสร้างเสริมความเข้มแข็งของฝ์ายเรา ๒. ก็เปึนการเอาชนะฝ์ายก่อความไม่สงบทางด้านความคิด การทหาร และยุทธศาสตร์ที่ ๓ การขจัดปัจจัยที่เปึนเงื่อนไขของปัญหา ผมทิ้งไว้แค่นี้ครับ เอกสารมีความสมบูรณ์แล้ว ท่านประธานคณะกรรมาธิการของกระผมก็จะแจกจ่ายแล้วก็ให้รัฐบาลด้วยครับ

อีกอันหนึ่งเปึนรายงานการศึกษา การสอบสวนและศึกษาสถานการณ์ ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งตรงนี้ก็มี พลเอก ปานเทพ ภูวนารถนุรักษ์ ท่านเปึนประธาน แล้วต่อมาท่านลาออกไปก็จะมี พลเอก สนั่น มะเริงสิทธิ์ เปึนประธาน ซึ่งมีข้อเสนอแนะที่สําคัญ ๆ อยู่ ๘ ข้อด้วยกัน ผมเอาย่อ ๆ เพราะเวลาใกล้หมด ก็คือ ในเรื่องของการพัฒนาอํานวยความยุติธรรมในเรื่องของการฟุ๋นฟู ความไว้วางใจ ด้วยกระบวนการการมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม การพัฒนาคุณภาพชีวิต การพัฒนา ทรัพยากรบุคคล การสร้างความสามัคคีและสันติสุขตามแนวทางของอิสลาม การเสนอ ร่างพระราชบัญญัติเพื่อลดเงื่อนไขความรุนแรงและพัฒนาการใช้สันติวิธี อันนี้มี ๘ ประการ รายละเอียดอยู่ในเอกสาร เอกสารสมบูรณ์น่าสนใจเช่นเดียวกันเหมือนกับฉบับที่แล้ว

อีกเรื่องหนึ่งผมอยากจะเสนอก็คือว่าการที่จะต้องจัดตั้งโรงเรียนสมานฉันท์ ดีกว่าครับ เพราะผมก็ชอบใจนโยบายของรัฐบาลว่ามีสมานฉันท์ ๒ ข้อ มี ๒ ข้อเลย อันนี้ก็เปึนจัดตั้งโรงเรียนสมานฉันท์แล้วกัน โรงเรียนสมานฉันท์นี้ก็คือการสร้างความเข้าใจ ให้กับประชาชนในเรื่องของความคิดความเชื่อเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์ ศาสนา และวัฒนธรรมเพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนคนไทยซึ่งมีวัฒนธรรมที่หลากหลายอยู่ร่วมกัน อย่างมีความสุขแบบในอดีตที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นตรงนี้อาจจะไปเรียกว่าโรงเรียนการเมือง แต่ผมว่าไม่ถนัด ผมว่าโรงเรียนสมานฉันท์นี้เข้าท่า ก็ขอเสนอไว้นะครับ

ประการสุดท้าย การที่จะอยู่ร่วมกันบนวัฒนธรรมที่หลากหลายโดยไม่ถือเขา ถือเราแต่มีความเอื้อเฟุ๋อเผื่อแผ่ มีความเมตตาต่อกัน ผมคิดว่ามันเปึนวัฒนธรรมไทย โดยรวมของบ้านเรา ผมคิดว่าวัฒนธรรมตรงนี้หายไปควรจะต้องทวงกลับคืนมานะครับ

ในท้ายที่สุดผมเรียนเลยนะครับว่า ผู้ก่อความไม่สงบเที่ยวได้ฆ่าผู้บริสุทธิ์ เด็กเล็ก ผู้หญิง ครูบาอาจารย์ ผมเรียนว่าไม่มีสงครามที่ใดแล้วที่จะฆ่าผู้บริสุทธิ์แล้วจะ ประสบชัยชนะ ขอขอบคุณท่านประธานครับ

ต่อไปในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ท่านลาภศักดิ์ ลาภาโรจน์กิจ เชิญครับ ผมขออภัยครับท่านลาภศักดิ์ ผมลืม ๒ ครั้งแล้ว ผมขออภัยด้วยนะครับวันนี้