สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๔ · ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๘๙ คน
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขออนุญาต ดำเนินการตามระเบียบวาระเลยนะครับ ทราบว่าที่ประสานมามีท่านนริศ เชิญครับ

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาต ท่านประธานเปลี่ยนแปลงกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจ บัตรเครดิตจากอาจารย์ผุสดี ตามไท เป็นคุณอัศวิน วิภูศิริ ขอผู้รับรองด้วยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอผู้รับรอง อีกครั้งครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)

ถือว่ายังไม่เข้าสู่ ระเบียบวาระนะครับ แล้วก็ให้ท่านนริศได้เสนอเปลี่ยนกรรมาธิการวิสามัญนะครับ

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

เสนอเปลี่ยนจากอาจารย์ผุสดี ตามไท เป็น คุณอัศวิน วิภูศิริ ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรอง ถูกต้อง ไม่มีท่านใดเห็นเป็นอื่นนะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถือว่าที่ประชุม เห็นชอบตามนี้ครับ ท่านครูมานิตย์เชิญครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนเข้าบรรยากาศของการประชุมครั้งที่สำคัญวันนี้ ก่อนอื่นผมต้องกราบเรียน กับท่านประธานว่าตอนเช้าเข้ามาสู่สภาแห่งนี้ด้วยบรรยากาศแห่งการมีความสุขจริง ๆ เพราะว่าเมื่อวานเป็นเรื่องของวิกฤตินี่ผมไม่พูดถึงนะเพราะว่าไม่ใช่หน้าที่ของผม แล้วก็ไม่เกี่ยวกับผมด้วย ผมพูดเฉพาะในบริเวณของเรามันเป็นบรรยากาศที่ดูแล้วนี่ น่ารักมาก ผมต้องไม่ชมเชยท่านประธาน แล้วก็ฝ่ายบริหาร ทั้งรองทั้ง ๒ ท่าน ก็คงที่จะไม่มี คนให้กำลังใจท่าน ผมก็อยากให้บรรยากาศในการตรวจสอบ ในการดูแลสมาชิกรัฐสภาก็ดี ผู้ที่เข้ามาในสภาแห่งนี้ขอให้ตรวจค้นอย่างจริงจังอย่างนี้ตลอดไปครับ เพราะบรรยากาศ ของบ้านเมืองนั้นมันดูเสมือนว่ามันอึมครึมอยู่ตลอดนะครับ แล้วผมก็ขอชื่นชมจริง ๆ แล้วก็ขอให้ดำเนินการอย่างนี้ต่อไปเรื่อย ๆ เพราะตอนเช้าแม้กระทั่งว่าท่านรองเจริญก็ดี ท่านวิสุทธิ์ก็ดี ท่านประธานเองก็ยังยอมให้ตรวจ แล้วก็ฝากไปยังเพื่อนสมาชิกเราด้วย ขอบคุณครับ แล้วก็ขอชมเชยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ก็เป็นนโยบายของผมที่ได้มอบให้ดำเนินการอย่างเคร่งครัด ก็ต้องขออภัยท่านสมาชิก ในความไม่สะดวกนะครับ แต่เพื่อไม่ชะล่าใจก็จะขอใช้มาตรการอย่างนี้ตลอดไปนะครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระครับขออนุญาตชี้แจงกับท่านสมาชิกสักเล็กน้อยนะครับ

ประเด็นแรก ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีนะครับที่ม็อบ (Mob) ได้ยุติการชุมนุม ก็ถือว่าเป็นบรรยากาศที่ดี แล้วก็ส่งผลให้การทำหน้าที่ของสมาชิกของเราไม่ถูกกดดันอะไร ก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี นั่นประการที่ ๑ นะครับ

ประการที่ ๒ ก็ต้องขอขอบคุณท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ที่เมื่อวานท่านให้เกียรติผมเจอกันในที่ตอนเข้าเฝ้าได้หารือซึ่งได้ข้อยุติที่ดูแล้วก็น่าชื่นใจ ซึ่งก็ได้ข้อสรุปว่าเราเห็นตรงกันนะครับว่าการอภิปรายครั้งนี้เราจะใช้หลักการแบบสร้างสรรค์ ซึ่งฝ่ายค้านจะอภิปรายแบบสร้างสรรค์นะครับ แล้วก็เป็นนิมิตหมายที่ดีที่ท่านผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรก็ได้รับปากว่าจะส่งญัตติที่ยื่นถอดถอนให้ในช่วงเช้านี้นะครับ เพราะฉะนั้นก็ขออนุญาตนะครับ ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเรื่องที่ได้รับปากไว้ว่า จะยื่นให้ในเช้านี้ก็ไม่ทราบว่าได้ยื่นหรือยัง เพื่อให้ประธานได้ดำเนินการกำกับการประชุม ได้อย่างมีประสิทธิภาพนะครับ ก็ต้องขออนุญาตได้ส่งญัตตินี้ด้วยนะครับ

แล้วอีกเรื่องหนึ่งในเรื่องของการแบ่งเวลาในการอภิปรายซึ่งตามที่วิป (Whip) ๒ ฝ่ายได้ตกลงกัน ฝ่ายค้าน ๓๐ ชั่วโมง ฝ่ายรัฐบาลโดยท่านรัฐมนตรี ๑๒ ชั่วโมง ซึ่งผมก็ได้เสนอความเห็นและได้ข้อยุติร่วมกันนะครับว่า ๒ วันแรกเราจะยุติการอภิปราย ช่วงประมาณสักตีหนึ่ง แล้วก็วันที่ ๓ แน่นอนครับก่อนเที่ยงคืน แต่ทีนี้ถึงอย่างไรก็แล้วแต่ ในวันที่ ๓ วิป ๒ ฝ่ายก็จะบริหารร่วมกัน ซึ่งท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ก็ให้ความกรุณาก็เห็นตรงกันว่าถึงแม้ว่าในช่วงเวลานั้นการอภิปรายของฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาลยังขาดไม่ครบตามจำนวน ๓๐ ชั่วโมง หรือ ๑๒ ชั่วโมงอาจจะขาดบ้างเล็กน้อย ก็คงไม่ถือสากัน เอาว่าให้มันจบลงในช่วงก่อนเที่ยงคืน ก็ถือว่าเป็นความเห็นตรงกันตามนี้นะครับ เพื่อให้บรรยากาศการประชุมดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยนะครับ

อีกประเด็นหนึ่งครับ ก็ต้องขอขอบคุณทางวิปรัฐบาลด้วยนะครับที่ได้บอกกล่าว กับผมว่าการประท้วงก็จะประท้วงแบบสร้างสรรค์ ก็ถือว่าโดยรวมแล้วเป็นบรรยากาศ ที่น่าจะเป็นข้อสรุปที่ดี

อีกเรื่องหนึ่งครับที่คงต้องหารือที่ประชุมด้วยนะครับเพราะเท่าที่ผ่านมา แนวทางปฏิบัติของเรานั้นจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อตรวจสอบเอกสาร เพราะเรื่องนี้ จะใช้เอกสารต้องขออนุญาตจากท่านประธานก่อน ประธานก็จะใช้ดุลยพินิจ แต่ทีนี้ ก็เป็นเรื่องที่จะต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลเรื่องนี้ซึ่งในประเพณีที่เราปฏิบัติมา คราวที่แล้วก็จะมีตัวแทนของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านเข้ามาเป็นคณะกรรมการร่วมกัน โดยที่มีท่านรองวิสุทธิ์เป็นประธานนะครับ อย่างนั้นคราวนี้ผมขออนุญาตดำเนินการตามที่ได้ ปฏิบัติกันมาครับ ขอตั้งคณะกรรมการชุดนี้มีท่านใดขัดข้องหรือเปล่าครับ ท่านจุรินทร์ ท่านประธานวิปฝ่ายค้านเชิญครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กรณีของการที่จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจเอกสารแล้วก็ตรวจคลิป (Clip) ก่อนที่จะมี การอภิปรายนั้น ความจริงเรื่องนี้ได้มีข้อตกลงแล้วก็มีข้อยุติเสร็จสิ้นแล้วในที่ประชุมร่วม ระหว่างวิปฝ่ายค้านกับวิปรัฐบาล โดยท่านเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภา เป็นผู้นัดประชุมเมื่อประมาณสัก ๒-๓ สัปดาห์ที่ผ่านพ้นมา ข้อยุติที่ว่าก็คือการอภิปราย ไม่ไว้วางใจเที่ยวนี้นั้นจะไม่มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ ที่จะไม่มี การตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบก็เพราะว่าเอกสารแล้วก็คลิปที่ว่านั้นน่าจะถือว่า เป็นเอกสารที่ไม่ควรที่จะล่วงรู้เป็นการล่วงหน้าโดยไม่จำเป็น ทั้งหมดนี้ก็คงจะต้องขึ้นอยู่กับ ความรับผิดชอบแล้วก็การควบคุมการประชุมของท่านประธานสภา โดยได้ตกลงกันว่า สำหรับการที่จะใช้เอกสารและใช้คลิปนั้นขอให้ได้มีการหารือกับท่านรองวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาเป็นผู้รับผิดชอบ และจะไม่มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา เพราะฉะนั้น ขอความกรุณาท่านประธานได้โปรดดำเนินการให้เป็นไปตามข้อตกลงที่ได้มีข้อยุติ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และสำหรับพวกกระผมในการอภิปรายนั้นก็จะรับผิดชอบ ต่อการใช้เอกสารและการใช้คลิป อย่างไรก็ตามในเรื่องการใช้คลิป ก่อนใช้ในข้อเท็จจริง จะต้องมีการประสานงานกับห้องโสตทัศนูปกรณ์อยู่แล้ว แล้วก็จะมีการประสานงานกราบเรียน ให้ท่านวิสุทธิ์ รองประธานสภา ได้รับทราบเป็นการล่วงหน้าแต่ไม่จำเป็นต้องมี การตั้งคณะกรรมการ ขอความกรุณาท่านประธานได้โปรดดำเนินการให้เป็นไปตามนี้ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวรชัย ประท้วงหรือเปล่าครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ผมยกมือ ไม่ได้ประท้วงครับ ผมนั่งยกมือแล้วผมก็ลุกขึ้นยืนครับ ท่านประธานที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการครับ ท่านประธานครับ ประเพณีปฏิบัติเราจะเห็นว่าตอนยุคที่ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เป็นรัฐบาลนั้นก็มีการตรวจสอบเรื่องการใช้คลิปครับ ตอนนั้นบอกว่าห้ามเพราะกลัวมีการตัดต่อ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมว่าต้องมีการตรวจสอบ ต้องมีการตั้งกรรมการตรวจสอบเพราะว่าคลิปนี้อาจจะมีการตัดต่อได้ครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณหมอสุกิจ เชิญครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็เป็นผู้หนึ่งที่อยู่ในห้องประชุมวิป ๒ ฝ่าย แล้วก็ท่านรองประธานเจริญ จรรย์โกมล ด้วย ขอยืนยันว่าข้อตกลง ที่ท่านประธานวิปได้พูดไปเมื่อสักครู่นี้เป็นความจริงทุกประการ ก็คือครั้งนี้เราจะไม่มี การตั้งคณะกรรมการที่จะประกอบด้วย ส.ส. ทั้ง ๒ ฝ่าย แต่ว่าจะให้เป็นดุลยพินิจ ของท่านรองประธานวิสุทธิ์ แล้วก็ในที่ประชุมยังบอกด้วยว่าส่งคลิปก่อนจะพูด สักประมาณ ๑๕ นาทีหรือ ๒๐ นาทีก็จะได้แล้ว เพราะว่าการตรวจก็คงจะสำเร็จเรียบร้อย ในช่วงนั้น ส่วนเรื่องที่ท่านไปอ้างตอนประเด็นพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าช่วงนั้นเป็นช่วงที่มีการอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องของการชุมนุม เพราะฉะนั้น จะมีภาพของผู้ที่บาดเจ็บ ผู้ที่เสียชีวิตซึ่งเป็นภาพที่หวาดเสียวไม่น่าดู ก็เลยมีการตั้ง คณะกรรมการขึ้นมา แต่ครั้งนี้รัฐบาลไม่ต้องกลัวหรอกครับ ไม่มีอะไรหรอกครับ แล้วทุกคนที่พูด ก็จะรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองนำมาแสดงครับ เพราะฉะนั้นผมขอให้ท่านประธาน อย่าให้เสียเวลาครับ ดำเนินการตามที่ประชุม ไม่อย่างนั้นแล้วการประชุมครั้งต่อไป ไม่มีความหมายอีกเลยถ้าเราไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างวิป ขอให้ดำเนินการตามนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสุนัย เชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย ว่ากันจริง ๆ ได้ฟังความคิดเห็นของท่านประธานวิป ขอประทานโทษเอ่ยนามท่าน คือท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจและมีเหตุผลในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คำอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ยื่นญัตติเข้ามานี้ไม่มีเนื้อหาอะไรเลย ดังนั้นถ้าไม่มีหลักฐาน มาประกอบมันจะทำให้เนื้อหาตามญัตตินี้หมดค่าทันที แต่ด้วยเหตุผลที่เราอยู่ใน ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เราต้องให้ความสำคัญ แก่ระบบรัฐสภาในการที่จะนำเสนอหลักฐาน แต่ท่านประธานครับ เมื่อครั้งที่ท่านเป็นรัฐบาล ผมก็เคยเสนออย่างนี้ครับแต่ท่านก็ไม่ให้ แต่ว่าพอดำเนินการไปสักระยะหนึ่งเราได้เห็น ความเป็นจริงว่าท่านประธานชัย ชิดชอบ นี้ในส่วนตัวท่านจะเป็นอย่างไรผมก็ไม่ทราบ แต่ท่านได้วางหลักเกณฑ์เรื่องนี้ไว้ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นนายกรัฐมนตรี ได้เกิดบรรทัดฐานอันหนึ่งครับ ซึ่งทำให้ความศักดิ์สิทธิ์แห่งการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น มีความหมายมากขึ้น ที่ผ่านมาผมเป็น ส.ส. มาหลายสมัยครับท่านประธาน เวลาจะยื่น หลักฐานนี่ไม่มีใครรู้อะไรทั้งนั้นเลย ไม่ว่าจะเป็นเอกสาร ไม่ว่าจะเป็นเทป (Tape) และเดี๋ยวนี้มีวิดีโอ (Video) วีดิทัศน์เยอะแยะไปหมด มันง่ายกว่าการว่าความในสภาเสียอีก ดังนั้นผมจึงเห็นว่าการที่ท่านประธานชัยได้วางแนวบรรทัดฐานไว้แล้วท่านนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้นก็เห็นชอบด้วย จึงทำให้หลักฐานการนำเสนอในสภาเหมือนศาลมากขึ้นคือ ต้องมีการยื่นเอกสารก่อน และในที่สุดมันก็ได้พิสูจน์ความจริงว่ามันไม่ได้มีทางที่จะอภิปราย อะไรนอกเหนือได้ และในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลนั้นปรากฏว่าเอาเอกสารให้ดูแล้ว ยังไม่ให้ออกอีกก็มีนะครับ ดังนั้นในวันนี้ผมคิดว่าเพื่อให้เกิดความเข้าใจทั้ง ๒ ฝ่าย เพื่อให้หลักฐานเป็นกลาง หลักฐานได้มีการพิสูจน์ทั้ง ๒ ฝ่ายได้ กระผมจึงคิดว่า

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสุนัยครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญคุณหมอสุกิจครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมเกรงว่า จะเสียเวลามากนะครับท่านประธาน ท่านอภิปรายใช้เวลานานเหลือเกิน ผมขอเรียนว่า เรารวบรัด เราต้องใช้คนมากทีเดียวครับ แล้วขอเรียนกับท่านประธานว่าท่านสุนัย ก็อยู่ในที่ประชุมวิปวันนั้นด้วย ขอให้ท่านยืนยันสิครับว่าข้อตกลงเป็นอย่างที่ผม กับท่านประธานวิปพูดหรือเปล่าแค่นั้นละก็จบครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านสุนัยต่อ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมจะใช้เวลาสั้น ๆ แล้วก็คิดว่าเพื่อให้ท่านประธานได้เห็นว่าท่านประธานได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นกลางแล้วก็คือ ให้ฝ่ายละครั้ง ๆ เมื่อท่านให้ฝ่ายค้านไป ๒ ท่านแล้ว ก็ให้ฝ่ายรัฐบาล ๒ ท่าน และเพื่อให้ชัดเจน ที่มีการตกลงเฉพาะเรื่องนี้ผมไม่ได้อยู่ตรงนั้นครับ ที่ไม่อยู่นั้นไม่ใช่ว่าเป็นวิปแล้วไม่อยู่ แต่ผมเห็นว่าบางข้อบางอย่างโดยหลักเหตุและผลนี่ท่านประธานชัยได้วางแนวทางเรื่องนี้ดีแล้ว และท่านรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ในขณะนั้นก็ทำในทางปฏิบัติอย่างนั้นแล้ว แต่ถ้าท่าน จะอ้างว่าขณะนั้นมีการชุมนุม ขณะนี้ก็มีชุมนุมครับเมื่อวานนี้ และผมยังไม่แน่ใจว่าจะมี การนำเรื่องในการชุมนุมเอามาอภิปรายรัฐบาลด้วยหรือไม่ด้วยซ้ำไป ดังนั้นเหตุและผล ถ้าเราใช้แนวทางของการยื่นเอกสารในศาลมาประกอบในสภาจึงเป็นเรื่องที่เหมาะที่ควร จึงขอสนับสนุนประเด็นที่ท่านประธานควรจะได้ตั้งคณะกรรมการที่ไม่มีความได้เปรียบ เสียเปรียบดูร่วมกันครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขออย่างนี้ ได้ไหมครับ เอาตามที่เมื่อกี้ท่านฝ่ายค้านได้เสนอว่าจะยื่นเอกสารก่อนสัก ๑๕ นาทีหรือ ๒๐ นาทีนะครับ ทีนี้ถ้าจะให้ท่านรองประธานวิสุทธิ์มาดูแลท่านเดียวผมว่าคงดูไม่ทัน แล้วท่านรองประธานวิสุทธิ์ก็ต้องมาทำหน้าที่เป็นประธานด้วยในบางโอกาสก็จะไม่มีเวลา ที่จะไปดู เพราะฉะนั้นในทางปฏิบัติมันก็จะขัดแย้งกับความเป็นจริง ผมว่าท่านวิสุทธิ์คนเดียว คงไม่ไหว เพราะฉะนั้นขอเป็นทางออกอย่างนี้ได้ไหมครับ ตั้งเป็นรูปคณะกรรมการ ช่วยท่านรองประธานวิสุทธิ์ดูอีกที ซึ่งจะให้ดีก็เอาจาก ๒ ฝ่าย ฝ่ายละ ๒ ท่าน ถ้าเป็น ท่านวิสุทธิ์คนเดียวก็เท่ากับเป็นฝ่ายรัฐบาลฝ่ายเดียวที่จะมาดูเดี๋ยวฝ่ายค้านก็จะแย้งกันอีก เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมผมว่ารูปแบบเดิมมันดีอยู่แล้ว ตั้งเป็นรูปคณะกรรมการจากตัวแทน ของฝ่ายละ ๒ ท่านแล้วก็ยื่นเอกสารให้ดูก่อนหน้านั้นสัก ๑๕ นาทีหรือ ๒๐ นาที ผมว่าจะเป็นทางออกที่ดีครับ ในทางปฏิบัติก็สามารถดำเนินการไปได้ ก็ดีกว่าจะให้ท่านวิสุทธิ์ ท่านเดียวมาดูนะครับ ซึ่งในทางปฏิบัติก็คงไม่มีเวลาไปดูได้ถึงขนาดนั้นเพราะท่านมา ทำหน้าที่ประธานด้วยก็เป็นทางออกร่วมกันที่ดีครับ ท่านจุรินทร์ครับ ขอความกรุณาครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ เพื่อให้เป็นไปตาม ข้อตกลง ผมกราบเรียนว่าถ้าสมมุติว่าถ้าท่านรองประธานวิสุทธิ์ติดที่จะต้องขึ้นมา เป็นประธานในที่ประชุมก็ขอให้ท่านประธานได้มอบหมายให้ท่านรองประธานท่านอื่น หรือแม้แต่ตัวท่านประธานจะช่วยดำเนินการก็ได้พวกกระผมยินดี ไม่มีข้อขัดข้อง แต่ว่า ไม่จำเป็นต้องตั้งกรรมการแล้วละครับ ระหว่าง ๓ ท่าน คือ ท่านประธาน ท่านรองประธานวิสุทธิ์ ท่านรองประธานเจริญ ก็ผลัดเปลี่ยนกันทำหน้าที่ได้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมเชื่อว่า เอกสารคงเยอะ แล้วก็ผม ๓ คนคงไปทำไม่ไหวหรอกครับ มันต้องมีคณะกรรมการมาช่วยกันดู มีกันเป็นหลายท่าน แต่ถ้าจะเอาอย่างที่ท่านจุรินทร์พูดผมก็คงจะตั้งคณะกรรมการของผมกันเอง ดูแทนผมนะครับ ในทางปฏิบัติควรต้องเป็นอย่างนั้นครับ ผมขอตามนี้เลยได้ไหมครับ เอาตามที่ท่านจุรินทร์ได้เสนอนี่แหละครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานจะตั้งคณะกรรมการ ก็ขอให้เป็นเจ้าหน้าที่ที่เขาเป็นกลางก็แล้วกันครับ ท่านจะมอบหมายให้ใครก็ถือเป็นหน้าที่ ของท่านก็แล้วกัน เพื่อให้ข้อตกลงจะได้มีความหมาย ไม่เช่นนั้นต่อไปประชุมวิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน แล้วก็กลับมาไม่ได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้นก็จะเป็นปัญหา กระผมไม่ตั้งใจที่จะ โยกโย้หรอกครับเพราะเวลามันก็ใกล้เข้ามาทุกที แล้วพวกผมก็อยากที่จะได้ทำหน้าที่ครับ ขอความกรุณาให้เป็นไปตามนี้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอฟังความเห็น ท่านประธานวิปรัฐบาลครับ เชิญครับ

นายอุดมเดช รัตนเสถียร นนทบุรี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อุดมเดช รัตนเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคเพื่อไทย จริง ๆ แล้วในข้อตกลง ที่ได้มีการหารือกันระหว่างวิปฝ่ายค้านและวิปรัฐบาลก็ได้มีการพูดคุยกันถึงประเด็น ในเรื่องของคณะกรรมการที่จะตรวจสอบเอกสารที่จะใช้ในการอภิปรายในสภา เพียงแต่ว่า ทางฝ่ายค้านนั้นไม่อยากจะให้มีคณะกรรมการที่จะตรวจเอกสาร เพราะเกรงว่าข้อสอบจะรั่ว นั่นหมายความว่าถ้าหากว่ามีการที่จะนำเอกสารต่าง ๆ มาตรวจก่อนก็จะทำให้มีโอกาสที่จะรู้ ว่าจะนำสื่ออะไรเข้ามาใช้ในสภา ในส่วนของตัวแทนวิปรัฐบาลไม่ได้ติดใจในเรื่องนี้นะครับ เพราะว่าในข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรยังคงมีข้อบังคับ ข้อ ๖๑ เป็นตัวกำหนดอยู่ อันนั้นเป็นอำนาจของท่านประธานเลยครับ ข้อ ๖๑ ที่บอกว่า การอภิปรายต้องอยู่ในประเด็น หรือเกี่ยวกับประเด็นที่กำลังปรึกษากันอยู่ ต้องไม่ฟุ่มเฟือย วนเวียน ซ้ำซาก หรือซ้ำกับผู้อื่น และห้ามไม่ให้นำเอกสารใด ๆ มาอ่านในที่ประชุมฟังโดยไม่จำเป็น และห้ามไม่ให้นำวัตถุใด ๆ เข้ามาแสดงในที่ประชุม เว้นแต่ประธานจะอนุญาต มันมีข้อ ๖๑ ตรงนี้อยู่ ในกรณีที่เคยมี คำสั่งของท่านประธานชัยผมเชื่อว่าเป็นการให้ความยุติธรรมกับผู้ที่ทำหน้าที่ประธาน และประธานเองก็จะให้ความยุติธรรมกับทั้ง ๒ ฝ่าย ท่านประธานไม่อยากจะใช้อำนาจนี้ ด้วยตนเอง เพราะไม่ว่าท่านประธานจะมีคำว่าวินิจฉัยว่าให้เปิดหรือไม่เปิดนั้นก็จะต้อง ถูกตำหนิจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นกรณีที่ท่านประธานชัยเคยออกคำสั่ง เอาไว้นั้นเป็นอำนาจและดุลยพินิจของท่านประธานผู้เดียวครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทางวิปได้ไปตกลงกันเอาไว้ว่าไม่ควรที่จะมีคณะกรรมการนั้นเป็นเรื่องที่ ตกลงกันได้ แต่เมื่อมาตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ เป็นอำนาจของท่านประธานแล้วก็อยู่ใน ดุลยพินิจของท่านประธานที่จะตั้งคณะทำงานมาช่วยท่านประธานในการที่จะวินิจฉัย อันนี้เป็นอำนาจของท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เห็นตรงกันนะครับ สรุปแล้วก็เอาตามนี้ครับ ผมจะตั้งคณะกรรมการจากฝ่ายข้าราชการประจำเรานี่ละครับ แล้วก็เอาตามที่ท่านจุรินทร์ได้เสนอว่าเอาข้าราชการที่เป็นกลางนะครับ เพราะฉะนั้น ก็ถือโอกาสสั่งการทางท่านเลขาธิการได้ตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมาจากฝ่ายข้าราชการประจำ แล้วเน้นเลือกข้าราชการที่เป็นกลาง ๆ นะครับ ท่านบุญยอดมีอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ มีประชาชนจำนวนมาก โทรศัพท์มาบอกว่าจนถึงเวลานี้กรมประชาสัมพันธ์ยังไม่ได้ถ่ายทอดการอภิปรายในวันนี้ แต่อย่างใด ท่านนายกรัฐมนตรีนั่งอยู่ที่นี่ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกกับเราว่าจะเคารพสภา จะเคารพระบอบประชาธิปไตย ท่านต้องสั่งการไปยังรัฐมนตรีนะครับให้ทำการถ่ายทอดสด

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เป็นไรครับ ก็เชื่อว่าเป็นความตั้งใจอยากให้มีการถ่ายทอดกันทุกฝ่ายอยู่แล้ว ก็ขอบคุณท่านบุญยอด ที่ได้ท้วงติงนะครับ ก็กำชับท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบเพื่อให้กำชับไปที่ทางช่อง ๑๑ ด้วยนะครับ ช่อง ๑๑ เขามีหนังสือมาครับเขาจะเริ่มช่วง ๑๐ โมง ก็อีก ๒ นาทีนี้นะครับ ตอนนี้ถ่ายทอดแล้วครับ

ท่านสมาชิกครับ ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ ต้องขออนุญาตทำความเข้าใจกับสมาชิกโดยรวมเพื่อให้การประชุมดำเนินไป อย่างมีประสิทธิภาพนะครับ การที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติ ไม่ไว้วางใจก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ฝ่ายค้านจะต้องกล่าวหา และการกล่าวหาตรงนั้นก็กล่าวหา อยู่ในกรอบของญัตติที่ฝ่ายค้านได้ยื่นนะครับ แล้วที่สำคัญการกล่าวหานั้นจะต้องกล่าวหา แล้วมีเหตุผลและข้อมูลประกอบ ไม่ใช่การกล่าวหาแบบลอย ๆ ถ้ากล่าวหาแบบลอย ๆ ไม่มีเหตุผลและข้อมูลประกอบมันก็จะเข้าข่ายใส่ร้าย เพราะฉะนั้นเน้นนะครับเป็นเรื่องที่ ฝ่ายค้านต้องกล่าวหา แต่เป็นการกล่าวหาที่มีเหตุผลและข้อมูลประกอบเพื่อผู้ที่ถูกกล่าวหา เขาจะได้ชี้แจง ประชาชนก็จะได้ฟังนะครับ แต่ถ้าการกล่าวหานี้คนที่จะตอบชี้แจง ก็ตอบชี้แจงได้เฉพาะรัฐมนตรีที่ถูกกล่าวหาเท่านั้น แต่ถ้าการกล่าวหานั้นไปกระทบ ทำให้รัฐมนตรีท่านอื่นหรือสมาชิกท่านอื่นเสียหายก็เป็นสิทธิตามข้อบังคับที่ท่านสมาชิก หรือท่านรัฐมนตรีจะใช้สิทธิที่ถูกพาดพิง เน้นนะครับต้องเสียหายด้วย ใช้สิทธิตรงนั้น เพื่อที่จะชี้แจง ก็เป็นสิ่งที่ชอบด้วยข้อบังคับ เพราะฉะนั้นก็ขอย้ำนะครับว่าถ้าเป็นการพาดพิง ไปถึงรัฐมนตรีซึ่งไม่ได้ถูกอภิปรายและทำให้เกิดความเสียหายก็เป็นเรื่องชอบที่ท่านรัฐมนตรี จะใช้สิทธิตรงนั้นชี้แจงเฉพาะในประเด็นที่ทำให้ตนเองเสียหาย แล้วก็ให้ทุกท่านได้สบายใจ ผมจะทำหน้าที่ตรงนี้อย่างเป็นกลางที่สุด เพื่อให้การประชุมดำเนินไปด้วยความมี ประสิทธิภาพ โดยยึดถือข้อบังคับอย่างเคร่งครัดนะครับ ขอเน้นนะครับ ขออนุญาตใช้ ข้อบังคับอย่างเคร่งครัดเพื่อให้การประชุมดำเนินไปด้วยดีครับ ท่านพีรพันธุ์มีอะไรครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดยโสธร ตามที่ท่านประธานได้กรุณาแจ้งพวกเรา เกี่ยวกับการอภิปรายและประเด็นที่จะอภิปรายนะครับ เพื่อให้มีความชัดเจนขึ้น และการอภิปรายนี้ได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการควบคุมตรวจสอบรัฐบาล เมื่อกี้ท่านประธานได้บอกว่าในญัตตินี้มีการยื่นถอดถอนด้วย แล้วก็ในญัตติของ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรก็บอกว่าได้ยื่นหลักฐานการยื่นคำร้องขอถอดถอน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ตามมาตรา ๒๗๑ มาด้วยแล้ว พวกผมก็ไปดูหลักฐาน หลักฐานที่ได้มาก็คือหนังสือรับรองจากวุฒิสภาว่าได้ยื่นถอดถอนแล้ว ท่านประธานครับ ถ้าไปดู

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านพีรพันธุ์ อย่างนี้นะครับ ผมได้รับหนังสือที่ท่านพูดถึงนี้อยู่ในมือผมแล้วครับ ซึ่งท่านผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรก็ได้ส่งมาให้ผมแล้วนะครับ แล้วก็เพื่อให้การประชุมดำเนินไปอย่าง มีประสิทธิภาพผมขออนุญาตแจกเอกสารเหล่านี้ให้กับสมาชิกด้วยครับ ตามนี้นะครับ ท่านพีรพันธุ์จบนะครับ ผมอนุญาตให้แจกกับสมาชิกด้วยแล้วนะครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ท่านประธานครับคือ ในประเด็นคำร้อง ขอถอดถอน เนื่องจากรัฐธรรมนูญบอกว่าการยื่นคำร้องขอถอดถอนต้องระบุเป็นข้อ ๆ ให้ชัดเจน เพราะฉะนั้นพวกผมถึงแม้จะอยู่ฝ่ายรัฐบาลเองก็อยากจะทราบเหมือนกันครับว่า ท่านจะยื่นคำร้องขอถอดถอนในเรื่องประเด็นใด แล้วเมื่อยื่นคำร้องถอดถอนไปแล้วนะครับ การอภิปรายไม่ต้องรอการตรวจสอบของ ป.ป.ช. ก็ให้ดำเนินการกันต่อไปได้ แต่ผมก็มี ข้อสงสัยต่อไปอีกเหมือนกันว่าเมื่อมีการอภิปรายเฉพาะใน ๓ ประเด็น ก็คือ การร่ำรวยผิดปกติ ส่อว่าทุจริต หรือทำผิดกฎหมาย ผู้ร้องต้องยื่นขอถอดถอนและต้องระบุข้อกล่าวหา เป็นข้อ ๆ ให้ชัดเจน ที่เป็นเช่นนี้เพราะอะไรครับ เพราะว่าทั้งหมดนี้มันนำไปสู่ประเด็น การถอดถอน เมื่อถอดถอนเสร็จแล้วถ้าไปปรากฏว่ามีการกระทำผิดทางอาญานะครับ ก็อาจจะต้องมีการดำเนินคดีทางอาญาต่อไปด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้ในเรื่องของคดีอาญาผมก็คิดว่า เป็นเรื่องของผู้ต้องหาทุกคนที่จะต้องมีโอกาสในการต่อสู้คดี สามารถตรวจสอบ พยานหลักฐานได้ก่อนที่จะดำเนินการ ผมคิดว่าในทางปฏิบัติที่ผ่านมานะครับ เมื่อยื่นถอดถอนมา เขายื่นต่อประธานว่ามีหลักฐานการยื่นคำร้องมาแค่นี้มันไม่พอครับ ที่จริงแล้วต้องบอกออกเอกสารนี้คำร้องขอถอดถอนไปให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ทราบกันทุกคนก่อนด้วย เพราะพวกผมอยู่ฝ่ายรัฐบาลก็อยากจะทราบเหมือนกันว่า จะถอดถอนในเรื่องอะไร ประเด็นอะไร ใน ๓ เรื่องที่ต้องระบุมาเป็นข้อ ๆ ไม่ใช่เขียน เป็นญัตติครอบคลุมกันไปหมด ซึ่งก็ไม่รู้เป็นเรื่องอะไรต่ออะไรนะครับ โดยเฉพาะในเรื่องของ การบอกว่ามีการทุจริตในญัตติก็เขียนไว้บอกว่ามีการโกงกันทั้งแผ่นดิน เอ๊ะ อย่างนี้มันไม่ได้ หรอกครับ โกงตรงไหนเพราะในมาตรา ๒๗๑ ก็ระบุไว้ชัดเจนในรัฐธรรมนูญว่าต้องระบุ ออกมาเป็นข้อ ๆ ตรงนี้แหละที่ผมคิดว่าท่านประธานต้องมอบเอกสารนี้ให้กับอย่างน้อย ผู้จะถูกอภิปรายก็ต้องเห็นก่อน พวกผมที่อยู่ซีกรัฐบาลเองก็ต้องมีโอกาสเห็นด้วย ไม่ใช่ว่า เปิดอภิปรายไปแล้วแล้วก็ไปยื่นมาให้ในภายหลัง ซึ่งอันนี้มันไม่เป็นไปตามกฎระเบียบ ที่ควรจะถูกต้องนะครับท่านประธาน ถ้าจะอภิปรายโดยเฉพาะใน ๓ ประเด็น โดยเฉพาะในเรื่องของการทุจริตเพื่อให้อยู่ในประเด็นที่จะอภิปราย ผมก็คิดว่าจะต้องเป็น การอภิปรายในประเด็นที่ยื่นถอดถอนไว้เท่านั้น ถ้าไม่ได้ยื่นถอดถอนไว้ท่านจะไปอภิปราย มันก็จะมีประเด็นปัญหาว่าการอภิปรายนั้นอยู่นอกประเด็น ปัญหาก็จะเกิดขึ้น ก่อนที่จะเริ่ม ทำการอภิปรายคำร้องขอถอดถอนพวกผมก็อยากจะได้ แล้วอยากจะได้ก่อนเริ่ม ทำการอภิปรายด้วยซ้ำ ถ้าไม่อย่างนั้นพวกผมเองก็จะพิจารณาต่อไปได้ยากครับท่านประธาน อยากจะขอให้เรื่องนี้ให้มีความชัดเจนก่อนครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ เมื่อกี้ผมได้ สั่งการแล้วนะครับ อนุญาตให้ทางเจ้าหน้าที่ได้แจกเอกสารอย่างที่ท่านพีรพันธุ์ได้ขอให้กับ สมาชิกทุกท่านนะครับ ก็ให้ดำเนินการตามนี้เลยฝ่ายเลขาธิการครับ แล้วก็ญัตติถอดถอน ก็ยื่นมาเป็นข้อ ๆ อย่างที่อาจารย์พีรพันธุ์พูดถึงนะครับ เชิญท่านจุรินทร์ครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ เอกสารการยื่นถอดถอนเป็นเอกสารที่ผู้ที่ร่วมลงชื่อ ได้ยื่นต่อประธานวุฒิสภาเพื่อให้ประธานวุฒิสภาส่งไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อไต่สวน ถือเป็นเอกสารลับ ที่ต้องเป็นเอกสารลับก็เพราะว่าก็จะต้องเป็นไปตามกฎหมาย ประการที่ ๑

ประการที่ ๒ เพื่อป้องกันการเผยแพร่ที่อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อ บุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่กรณีที่พวกกระผมได้สำเนายื่นให้ต่อท่านประธานเมื่อสักครู่ก็ด้วยเหตุที่ เพราะท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรมีหน้าที่ควบคุมการประชุมให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และข้อบังคับ ถ้าท่านประธานไม่ทราบว่าข้อกล่าวหาที่ยื่นถอดถอนเป็นเรื่องอะไรบ้าง ท่านก็ไม่สามารถทำหน้าที่ควบคุมการประชุมให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญได้ จึงเป็นที่มาที่ต้อง ยื่นเอกสารให้ต่อท่านประธาน แต่ท่านประธานต้องใช้ดุลยพินิจว่า เอกสารลับที่ว่านี้ท่านจะสั่งการให้นำไปเผยแพร่หรือไม่ อย่างไร และเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ในฐานะที่เอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารลับหรือไม่ ซึ่งในการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ครั้งที่แล้วมีปัญหามาแล้วครั้งหนึ่งที่เอกสารลับนี้รั่วไหลไปถึงมือสมาชิกท่านหนึ่ง แล้วก็นำมา อภิปรายแล้วก็เป็นปัญหาในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ส่วนกรณีที่เพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่ เป็นห่วงว่าพวกกระผมจะไม่ได้ระบุความผิดเป็นข้อ ๆ ท่านไม่ต้องกังวลเลยครับ พวกผมรู้รัฐธรรมนูญดี แล้วก็ปฏิบัติทุกอย่างครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ ระบุความผิดเป็นข้อ ๆ ทุกประการ จนถึงขณะนี้ก็ไม่ได้มีผู้ใดที่เขามีอำนาจตามกฎหมายทั้งประธานวุฒิสภา และคณะกรรมการ ป.ป.ช. ท้วงติงมาแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นขอความกรุณาท่านประธาน ได้กรุณาดำเนินการให้เป็นไปตามข้อบังคับและรัฐธรรมนูญ และกรุณาดำเนินการรักษา ความลับของเอกสารลับของทางราชการด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านขจิตรครับ

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๔ ท่านประธานครับ เรื่องการอภิปราย ไม่ไว้วางใจรัฐบาล ผมได้ท้วงติงทุกครั้งครับ ในครั้งที่แล้วผมก็ท้วงติงกรณีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในการที่จะพิจารณาว่าการอภิปรายสมเหตุสมผลหรืออยู่ในประเด็นหรือไม่ พวกผมต้องนั่ง โดยเดาเอาหรือครับ วันนี้ก็มีแผ่นเดียวอีกเหมือนกัน จะถอดถอนใคร ยื่นว่าอย่างไร นี่มันลับจนกระทั่งเจ้าตัวก็ไม่ต้องรู้ ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ไม่ต้องรู้ ให้นั่งฟังตอนนี้ แล้วผมจะรู้ได้อย่างไรว่าเขาพูดอยู่ในประเด็น เขายื่นถอดถอนใคร ในประเด็นอะไร แล้วผมตรัสรู้ได้หรือครับ ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นี่ละครับวันนี้มาอีกแผ่นเดียว เหมือนกัน ท่านประธานเพิ่งดำริวันนี้ ท่านประธานเพิ่งได้รับวันนี้แล้วก็จะแจกผม แล้วเจตนา ของรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างนี้หรือครับ เอกสารลับคือลับจนไม่มีใครรู้ ใครบกพร่องอะไร จะถอดถอนอะไร ลับจนรู้เฉพาะผู้ยื่นหรือครับ นี่คือเจตนารัฐธรรมนูญประเทศนี้หรือครับ แล้วประชาชนอยู่ทางบ้านจะเป็นอย่างไร ตัวแทนประชาชนทั้งสภาก็ไม่รู้ ไม่รู้ว่าเขาจะ ถอดถอนรัฐมนตรี รัฐบาลที่ตัวเองสนับสนุนมานั่งฟังโดยไม่มีข้อสิ่งที่ฝ่ายค้านกล่าวหาเลยหรือครับ จะเอากันอย่างนี้ต่อไปใช่ไหม แล้วจะต้องให้นั่งฟัง ผมเห็นว่าควรจะแจกเอกสารนี้ แล้วผมไม่ทราบว่าท่านประธานจะทำผิดข้อบังคับ ข้อ ๑๔ หรือ ข้อ ๑๕ บ้างหรือเปล่า เพราะว่าเวลาส่งระเบียบวาระผมต้องส่งเอกสารแนบ แล้วเอกสารการถอดถอนเป็นเรื่องสำคัญ เป็นเรื่องที่จะไม่ไว้วางใจ เป็นเรื่องที่พวกผมจะนั่งฟังว่าสมเหตุสมผลมีหลักฐานหรือไม่ แล้วเวลาฝ่ายค้านอภิปรายผมจะรู้ได้อย่างไรว่าประเด็นที่เขายื่นถอดถอนมันมีข้ออะไร แล้วอยู่ในประเด็นหรือเปล่าตามข้อบังคับพวกผมจะรู้ได้อย่างไร ช่วยอธิบายด้วย ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมจะขออนุญาต ให้ฝ่ายละ ๑ ท่าน แล้วผมจะวินิจฉัยนะครับ เชิญท่านสุทัศน์ครับ

นายสุทัศน์ เงินหมื่น บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระผมต้องขอทำความเข้าใจ กับท่านประธานเบื้องแรกก่อนว่าการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนี้เป็นไปตามบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญ และเป็นการยื่นอภิปรายรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรี รวมทั้งยื่นถอดถอน ท่านรัฐมนตรีบางท่าน ไม่ได้ยื่นอภิปรายสมาชิกครับ เพราะฉะนั้นการตอบก็ดี การชี้แจงก็ดี ต้องเป็นเรื่องของท่านรัฐมนตรีและท่านนายกรัฐมนตรี ประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เอกสารที่ทางฝ่ายค้านยื่นต่อ ประธานวุฒิสภาก็เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและประธานวุฒิสภาก็ส่ง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตก็เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเอกสารลับของทางราชการ พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการกำหนดไว้ ชัดเจนครับว่าชั้นความลับเอกสารแต่ละฉบับนั้นอยู่ในชั้นความลับระดับใด เอกสารนี้ ก็เช่นเดียวกัน เป็นเอกสารที่กำหนดชั้นความลับ บุคคลที่จะมีหน้าที่เปิดเผยนั้นกฎหมาย ก็กำหนดไว้ชัดเจนครับ แต่ประเด็นที่ทางประธานวิปฝ่ายค้านเสนอท่านประธานนั้นก็เพื่อจะ เป็นข้อประกอบในการที่ประธานจะควบคุมการอภิปราย ไม่ต้องห่วงครับ ประเด็นต่าง ๆ เกี่ยวพันกับใคร มีประเด็นอะไรบ้าง มีเอกสารอะไรประกอบบ้าง ชัดเจนที่สุด คอยตอบเมื่อมี การพูดถึงก็แล้วกันครับตรงนั้น เพราะฉะนั้นการที่ท่านประธานจะมาวินิจฉัยเปิดเผยให้กับ สมาชิกนั้นท่านประธานจะต้องรับผิดชอบ เพราะท่านประธานไม่มีอำนาจในการเปิดเผย ความลับของทางราชการ ผู้ที่จะมีอำนาจเปิดเผยนั้นจะมีกฎหมายกำหนดไว้ชัดเจน ในกฎหมาย พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของทางราชการว่าผู้ใดจึงจะมีอำนาจเปิดเผยเอกสาร ซึ่งท่านประธานที่เคารพครับ ญัตติของฝ่ายค้านนั้นก็เปิดเผยชัดเจนครับ ส่วนข้อความ พูดกว้าง ๆ นั่นก็คือคำฟ้อง คำฟ้องจะมีรายละเอียดตามมา แน่นอนครับ ๓๐ ท่านของฝ่ายค้าน มีเอกสารพร้อมชัดเจน ชัดเจนที่สุดครับ ๓ วันนี้คอยตอบก็แล้วกันครับ ผมจึงขอเตือน ท่านประธานว่าถ้าท่านจะเปิดเผยนั้นท่านต้องคำนึงว่าท่านมีอำนาจเปิดเผยหรือไม่ เพราะไม่ใช่เอกสารที่อยู่ในชั้นความลับที่ท่านประธานจะมามีอำนาจเปิดเผยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเป็น อีกท่านเดียวนะครับ ผมจะได้ใช้ดุลยพินิจครับ เชิญท่านสามารถครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สามารถ แก้วมีชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ประเด็นเกี่ยวกับ คำร้องขอถอดถอน อยากจะกราบเรียนท่านประธาน ถ้าเราอ่านรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๘ วรรคสอง ให้ชัดเจนและดูเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ท่านก็จะเห็นได้ชัดว่าเขาเจตนาจะให้มี การยื่นถอดถอนก่อนที่จะมายื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจใน ๓ เรื่อง ถ้าจะกล่าวหา ท่านนายกรัฐมนตรีหรือท่านรัฐมนตรี คือ ๑. ร่ำรวยผิดปกติ ๒. ทุจริตต่อหน้าที่ และ ๓. ปฏิบัติผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายอื่น มี ๓ เรื่องนะครับ ถ้าจะกล่าวหา ๓ เรื่องนี้ ต้องไปยื่นถอดถอนก่อนแล้วถึงมายื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ วันนี้เราไม่ทราบว่าท่านไป ยื่นถอดถอนเรื่องอะไรบ้าง แต่เรามาอ่านญัตติที่มีอยู่ในมือ เอกสารที่มี ผมดูที่ท่านยื่น นายกรัฐมนตรี มีเรื่องส่อว่ากระทำผิดกฎหมาย มีเรื่องบอกมีพฤติกรรมบริหารส่อไปในทาง ทุจริตต่อหน้าที่ ก็อยากทราบครับว่าได้มีการถอดถอนประเด็นเหล่านี้หรือไม่ ถ้าท่านไม่ได้ยื่น ถอดถอนแต่ท่านมายื่นญัตติกล่าวหาในเรื่องทุจริตด้วย ผิดกฎหมายด้วย ผมเข้าใจว่าจะผิด รัฐธรรมนูญ ผมเกรงอย่างนั้นนะครับ ผมเคารพสิทธิในการตรวจสอบ แต่ถ้าจะตรวจสอบ ก็ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ทีนี้ท่านบอกว่าเรื่องนี้เป็นความลับไม่สามารถเปิดเผยได้ แล้วก็กล่าวไปถึงประธานว่าถ้าท่านเปิดเผยท่านต้องรับผิดชอบ ผมมีรายงานการประชุม เมื่อครั้งที่ ๑๕ เป็นการประชุมเมื่อวันอังคารที่ ๑๕ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔ ที่ท่านมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ และคณะ ตอนนั้นเราเป็นฝ่ายค้านยื่นถอดถอน ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ท่านอภิสิทธิ์และคณะ ในรายงานการประชุม หน้า ๒๔ พูดชัดนะครับ ท่านมิ่งขวัญบอกว่า ได้ยื่นคำร้องถอดถอนต่อประธานวุฒิสภาและได้แนบสำเนาคำร้องถอดถอนอย่างละเอียดมาด้วย ท่านประธานครับ ท่านประธานมีหน้าที่ควบคุมการอภิปราย ถ้ากรณีมีการไปถอดถอน แล้วไม่ครบ ๓ เรื่องดังกล่าว แต่เอา ๓ เรื่องนั้นมาพูดในสภามันพูดไม่ได้ ไม่ถอดถอนเรื่องทุจริต แต่จะมาพูดเรื่องทุจริตกับท่านนายกรัฐมนตรีก็พูดไม่ได้นะครับ เพราะรัฐธรรมนูญเขียนชัดเจนว่าถ้าไม่ได้ไปยื่นถอดถอนก่อนจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในประเด็นนั้นไม่ได้ พวกผมเคารพรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๓ ของรัฐธรรมนูญเราได้กล่าว ปฏิญาณว่าเราจะรักษาไว้และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญนี้ ฉะนั้นก็อยากจะให้ทุกอย่างมันเป็นไป ตามครรลองที่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ และที่สำคัญต่อไปจะเป็นบรรทัดฐานที่ต้องนำมา ปฏิบัติ ผมถือว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องความลับ ท่านไปดูประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๗๓/๑ โจทก์ จำเลย จะขึ้นศาลเขายังเชิญให้มาตรวจสอบพยานหลักฐานดูกันก่อน แล้วก็ไปขึ้นศาล ฉะนั้นเรื่องนี้ถ้าเราจะตรวจสอบกันมันไม่ใช่ความลับเลย วันนี้เรากำลังจะ ตีแผ่ต่อสาธารณะว่าใครทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ทำไมจะต้องเป็นความลับด้วยครับ ก็ขอความกรุณาท่านประธานไม่อย่างนั้นผมว่าถ้าท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรอ่าน ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเกิดไปพูดเรื่องกล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรีว่าส่อไปในทางทุจริตแล้ว ท่านไม่ได้ยื่นถอดถอน ผมถือว่าญัตติของท่านไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ ขออนุญาตได้ใช้ดุลยพินิจนะครับ ตามที่ฝ่ายค้านได้ยื่นถอดถอนต่อประธานวุฒิสภา แล้วเอกสารตามที่อยู่ในมือผม จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่เฉพาะตัวประธานเท่านั้นที่จะต้องใช้ ดุลยพินิจว่ามีการดำเนินการผิดข้อบังคับหรือไม่ สมาชิกทุกท่านทั้งฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาล ก็สามารถใช้ดุลยพินิจตรงนั้นได้ด้วยถึงได้มีการทักท้วงหรือประท้วง แล้วท่านประธานก็จะใช้ ดุลยพินิจ เพราะฉะนั้นสมาชิกทุกท่านมีส่วนร่วม ผมเห็นว่าการที่ฝ่ายค้านบอกว่าเอกสารนี้ เป็นเอกสารลับ แล้วได้ยื่นถอดถอนมาเป็นข้อ ๆ ซึ่งก็เป็นแค่ระดับหัวข้อเท่านั้นเอง ซึ่งต่อไปนี้ฝ่ายค้านก็ต้องหยิบยกประเด็นเหล่านี้ที่เป็นหัวข้อเป็นข้อ ๆ ขึ้นมาอภิปราย แล้วอภิปรายลงไปในรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนทั้งประเทศได้ฟัง แล้วมันจะลับ ตรงไหนล่ะครับ มันไม่ใช่เรื่องลับหรอกครับ เพราะท่านต้องอภิปรายได้พูดถึงเรื่องนี้ทั้งหมด ให้ประชาชนทั้งประเทศฟังอยู่แล้ว ฉะนั้นผมเห็นว่าเอกสารนี้น่าจะแจกให้กับสมาชิก ทุกท่านได้ เพื่อได้ช่วยกันกำกับดูแลว่าที่ประชุมได้ดำเนินการตามระเบียบข้อบังคับหรือไม่ ซึ่งจริง ๆ ผมได้ใช้ดุลยพินิจไปก่อนหน้านั้นแล้ว แต่เพื่อให้เกียรติสมาชิกผมก็ได้เปิดรับฟัง ความคิดเห็น ซึ่งได้แสดงความเห็นฝ่ายละ ๓ ท่าน ผมก็ได้ใช้ดุลยพินิจยืนยันว่าจะขออนุญาต แจกเอกสารให้กับสมาชิกทุกท่านตามนี้นะครับ ผมขออนุญาตดำเนินการต่อเลยนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม

ซึ่งในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลในครั้งนี้ นอกจากจะมี การถ่ายทอดทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงรัฐสภา ตามปกติแล้ว ผมได้อนุญาตให้มีการถ่ายทอดทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑ วรรคสอง จนเสร็จสิ้นการประชุมนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาแล้วเสร็จ ไม่มี

ต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องด่วนครับ

๑. ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี (นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับคณะ จำนวน ๑๕๗ คน เป็นผู้เสนอ)

เนื่องจากมีญัตติอีก ๑ ฉบับ คือ ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติ ไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล (นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับคณะ จำนวน ๑๕๗ คน เป็นผู้เสนอ)

ตามระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๒ ซึ่งผมเห็นว่าเป็นเรื่องทำนองเดียวกัน น่าจะนำมาพิจารณารวมกัน ไม่มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถือว่าที่ประชุม เห็นชอบตามนี้นะครับ

ก่อนที่ผมจะเสนอญัตติแถลงเหตุผล ผมขออนุญาตเพื่อทำความเข้าใจกับ สมาชิกครับ การเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายมีการยื่นถอดถอนทั้งหมด ๓ ท่าน ก็คือ

๑. ท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

๒. ท่าน พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

๓. ท่าน พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ส่วนรัฐมนตรีที่ถูกขออภิปรายไม่ไว้วางใจโดยไม่มีการยื่นคำร้องขอถอดถอน คือท่าน ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีนะครับ

ซึ่งในการอภิปรายผมจะอนุญาตให้ผู้เสนอได้อภิปรายก่อนแล้วการอภิปราย ในลำดับต่อไปไม่จำเป็นต้องเป็นการอภิปรายสลับระหว่างฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลนะครับ ขอเชิญท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้เลยครับ ท่านจุรินทร์มีอะไร เชิญครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผม ได้รับมอบหมายจากผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฝ่ายค้าน จำนวน ๑๕๗ ท่าน อันประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจาก พรรคประชาธิปัตย์และพรรครักประเทศไทยได้ร่วมกันเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลและญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติ ไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๙ และมาตรา ๑๕๘ ตามลำดับ

สำหรับญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๙ นั้น พวกกระผมผู้มีรายนามท้ายญัตติขอเสนอญัตติ ขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๙ โดยมีรัฐมนตรีที่ถูกเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ดังนี้

๑. ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

๒. พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

๓. พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ทั้งนี้ ได้แนบหลักฐานการยื่นคำร้องต่อประธานวุฒิสภาเพื่อขอให้วุฒิสภามีมติ ถอดถอนรัฐมนตรีออกจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๑ มาด้วยแล้ว

ทั้งนี้ เนื่องจากรัฐมนตรีผู้มีรายนามข้างต้นได้มีพฤติกรรมการบริหารราชการ แผ่นดินบกพร่อง ผิดพลาด ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ ขาดความรู้ความสามารถ ลุแก่อำนาจ ขาดคุณธรรม จริยธรรม เล่นพรรคเล่นพวก เลือกปฏิบัติ มุ่งสนองผลประโยชน์ผู้มีบุญคุณ ทางการเมืองมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวมที่แท้จริงของประชาชนและความสงบสุข ของบ้านเมือง ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตโดยไม่คำนึงถึงหลักนิติธรรมและระบบนิติรัฐ

ทั้งรัฐมนตรีบางคนยังมีพฤติกรรมทุจริต จงใจกระทำผิดกฎหมายและ รัฐธรรมนูญ หากปล่อยให้บริหารราชการแผ่นดินต่อไปก็จะเกิดความเสียหายต่อประเทศและ ประชาชนไม่มีที่สิ้นสุด จึงไม่สมควรดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่อไป

สำหรับญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีนั้น พวกกระผมผู้มีรายนามท้ายญัตตินี้ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกจากพรรคประชาธิปัตย์และ พรรครักประเทศไทย ขอเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๘ โดยได้แนบหลักฐาน การยื่นคำร้องขอถอดถอนนายกรัฐมนตรีออกจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๑ มาด้วยแล้ว

ทั้งนี้ เนื่องจาก นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีพฤติกรรม การบริหารราชการแผ่นดินบกพร่อง ล้มเหลว ผิดพลาด ไร้ความสามารถ ไร้ประสิทธิภาพ ไม่ปฏิบัติตามนโยบายที่แถลงไว้ต่อรัฐสภาและประชาชน มีพฤติการณ์พูดอย่างทำอย่าง นโยบายป้องกันและปราบปรามการทุจริต เป็นแค่เครื่องมือสร้างภาพ เอื้อพวก มีการเลือกปฏิบัติ ละเว้น เป็นหลายมาตรฐาน ทั้งมีพฤติกรรมปล่อยปละละเลย ให้มีการทุจริต การใช้จ่ายเงินแผ่นดินกระจายไปในกลุ่มบุคคลและหน่วยงานต่าง ๆ ท่ามกลางความเดือดร้อนแสนสาหัสของคนไทยทั้งประเทศ จนมีคำกล่าวว่า รัฐบาล ภายใต้การบริหารราชการแผ่นดินของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นอกจาก น้ำท่วม หนี้ท่วม แพงทั้งแผ่นดินแล้ว ยังเกิดการทุจริตเป็นทำนองโกงทั้งแผ่นดินด้วย

นายกรัฐมนตรียังบริหารราชการโดยไม่คำนึงถึงคุณธรรม จริยธรรม รังแกข้าราชการประจำ ทำลายระบบนิติรัฐ เห็นประเทศเป็นบริษัท ขัดหลักนิติธรรม มีพฤติกรรมลอยตัว เลี่ยงความรับผิด เอื้อพวก เอื้อญาติ เอื้อตัว ปล่อยปละละเลยให้ผู้มี อำนาจเหนือตัว เหนือรัฐธรรมนูญ ลักลอบควบคุมกำกับการบริหารราชการแผ่นดิน โดยมิชอบ

ทั้งมีพฤติกรรมการบริหารโดยจงใจไม่รับผิดชอบต่อรัฐสภา ขาดวุฒิภาวะ นายกรัฐมนตรีในระบอบประชาธิปไตย ปิดหูปิดตาประชาชน ปิดบังข้อมูล หลีกเลี่ยง การตรวจสอบเพื่อประโยชน์พวกพ้องและวงศ์วานว่านเครือ อีกทั้งนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรียังมีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ราชการ จงใจฝ่าฝืนบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมายตลอดจนมีพฤติกรรมกระทำการอันไม่บังควร หากปล่อยให้ บริหารราชการแผ่นดินต่อไปก็จะเกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติไม่มีที่สิ้นสุด จึงไม่สมควร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป

และเพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๘ พวกกระผม ขอเสนอชื่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป

จึงกราบเรียนมาเพื่อท่านประธานได้กรุณาโปรดดำเนินการต่อไป ให้เป็นไปตามญัตติและรัฐธรรมนูญ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านสมาชิก ที่จะอภิปรายต่อครับ ท่านวิรัตน์

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กระผมเป็นผู้หนึ่งในจำนวน ๑๕๗ ท่าน ที่ได้ยื่นถอดถอนท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรัฐมนตรีอีก ๒ คน ก็คือ พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก และได้ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี รายละเอียดปรากฏอยู่ ชัดเจนแล้วนะครับ ต้องเรียนท่านประธานว่ากรณีที่นายวิรัตน์ กัลยาศิริ จะได้อภิปราย ต่อไปนี้ได้ถอดถอนไว้อย่างชัดเจนเป็นข้อ ๆ ซึ่งคำถอดถอนท่านผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรได้ลงนามเสนอท่านประธานสภาและประธานสภาก็ได้แจกจ่ายให้ บรรดาเพื่อนสมาชิกเรียบร้อยแล้ว ต้องเรียนว่ากรณีถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต เป็นกรณีที่กระทำผิดกฎหมาย กระทำผิด รัฐธรรมนูญ กฎหมายอื่น และข้อบังคับของกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้อง ยื่นถอดถอนด้วย และพวกกระผม ๑๕๗ คน ก็ได้ยื่นถอดถอนเรียบร้อยแล้ว กระผมขออนุญาตเข้าเรื่องนะครับเพื่อไม่ให้เสียเวลา กรณีการแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล ของกระทรวงกลาโหมมีข้อบังคับ มีกฎหมาย มีระเบียบบังคับไว้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ เพราะอะไรครับ เพราะว่าการที่กองทัพดำรงความเข้มแข็งอยู่ได้ก็เพราะกองทัพปราศจาก นักการเมืองที่เข้าไปล้วงลูก ที่เข้าไปต้องการแทรกแซง ที่ต้องการเอาคนที่สั่งได้ ซ้ายหัน ขวาหันเข้ามาทำหน้าที่ ใครที่สั่งไม่ได้ก็ย้ายนะครับ และสำคัญที่สุดเผอิญว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมท่านก่อน ๆ ท่านคงรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับบ้านนี้เมืองนี้ ท่านจึงได้มีการประชุมออกข้อบังคับ มีการออกพระราชบัญญัติซึ่งได้บัญญัติไว้อย่างชัดเจนครับ ผมขออนุญาตลงรายละเอียดนะครับว่าข้อบังคับการแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล พ.ศ. ๒๕๕๑ นั้นได้ออกข้อบังคับนี้โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๕ และมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ปี ๒๕๕๑ นะครับ ซึ่งในข้อบังคับนี้ การแต่งตั้งนายพลบัญญัติไว้ในข้อ ๕ เลยครับว่าการแต่งตั้งนายพลให้แต่งตั้งในตำแหน่ง ที่มียศชั้นเดียวกันหรือสูงกว่า ข้อ ๕ นะครับท่านรัฐมนตรีช่วยดูตาม ซึ่งคณะกรรมการที่มีอำนาจ พิจารณานั้นคือใครครับ ประกอบด้วย รัฐมนตรีเป็นประธาน ใช่ ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นกรรมการและเลขานุการ เจ้ากรมเสมียนตราเป็นผู้ช่วย แต่คณะกรรมการที่ว่านี้ ทำอะไรได้บ้าง ไม่ใช่ว่าพอเป็นกรรมการ เป็นประธานแล้วกูจะทำอะไรก็ได้ไม่ใช่หรอกครับ เขาบัญญัติไว้ชัดเจนครับว่าคณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ใน ๘.๒ กลั่นกรอง ผู้ที่คณะกรรมการตามข้อ ๑๑ เสนอเพื่อพิจารณาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งและชั้นยศ ของส่วนราชการ เห็นหรือยังครับว่ามีแค่อำนาจกลั่นกรองตามที่ใครเสนอครับ ตามที่ข้อ ๑๑ เสนอ ข้อ ๑๑ คืออะไร ข้อ ๑๑ คือให้แต่ละส่วนราชการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้น เพื่อพิจารณาแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพลของส่วนราชการ ซึ่งประกอบด้วยหัวหน้าส่วนราชการ เป็นประธาน ทำให้ชัดขึ้นหน่อยนะครับ หัวหน้าส่วนราชการท่านดูครับ ส่วนราชการในข้อ ๔ หมายความว่าสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ อันนี้คือส่วนราชการ ส่วนหัวหน้าส่วนราชการหมายความว่าใครครับ ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ เห็นไหมครับว่าจะต้องเริ่มจากหัวหน้าส่วนราชการประชุม ในส่วนราชการนั้น ๆ ขึ้นมาก่อน คณะกรรมการชุดใหญ่ที่มีท่านสุกำพลเป็นประธานนั้น มีอำนาจแค่พิจารณากลั่นกรองผู้ที่คณะกรรมการตามข้อ ๑๑ คือคณะกรรมการ หัวหน้าส่วนราชการซึ่งปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นประธานพิจารณาก่อน ชัดเจนนะครับ ซึ่งได้กำหนดคุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการไว้ชัดเจนครับว่าการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง นายทหารชั้นนายพลในข้อ ๑๓ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

๑๓.๑ ตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงกลาโหมครับ ไม่เยิ่นเย้อเข้าประเด็น ต้องแต่งตั้งจากข้าราชการทหารยศชั้นพลเอก พลเรือเอก พลอากาศเอก ที่ครองอัตราจอมพล จอมพลเรือ จอมพลอากาศ เห็นหรือยังครับ หรือพลเอก พลเรือเอก หมายถึงว่าต้องเอาคนที่เป็นพลเอก พลเรือเอก พลอากาศเอกที่ครองอัตราจอมพล จอมพลเรือ หรือจอมพลอากาศก่อน

ข้อ ๑๔ หัวหน้าส่วนราชการโดยความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ในส่วนราชการ ก็คือปลัดกระทรวงกลาโหมปัจจุบัน โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ส่วนราชการ ก็คือคณะกรรมการในส่วนปลัดกระทรวงกลาโหมเสนอรายชื่อ ไม่ใช่รัฐมนตรี คิดเองสั่งเอง และยังบอกต่อไปในข้อ ๑๔ วรรคสองว่า การแต่งตั้งข้าราชการ ให้ดำรงตำแหน่งตามวรรคหนึ่งจากส่วนราชการอื่นไปอีกส่วนราชการหนึ่ง ให้ส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้องทำความตกลงกัน ท่านตามไปนะครับ ผมเริ่มเปิดให้พี่น้องประชาชน ได้ติดตามด้วย

ในข้อ ๑๘ การพิจารณาตามข้อ ๑๔ ข้อ ๑๕ ให้คำนึงถึงอาวุโสทางทหาร

ข้อ ๑๙ การแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพลให้พิจารณาจากผู้ที่ดำรงตำแหน่ง ของส่วนราชการนั้น ๆ

ท่านประธานครับ ส่วนราชการเสนอใครครับ ใครเป็นหัวหน้าส่วนราชการครับ ท่าน พลเอก เสถียร เพิ่มทองอินทร์ เป็นปลัดกระทรวงกลาโหม ท่านเสนอใครครับ ท่านเสนอ พลเอก ชาตรี ทัตติ รองปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งอาวุโสสูงสุดเป็นพลเอกในอัตรา จอมพล ขึ้นมาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม และที่ประชุมส่วนราชการได้มี การประชุมส่วนราชการแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพลตามบันทึกลับมาก บันทึกข้อความ ส่วนราชการ สม (สำนักงานผู้บังคับบัญชา สม) ที่ กห ๐๒๐๑/๒๒ เห็นหรือยังครับว่า ส่วนราชการเสนอ พลเอก ชาตรี ทัตติ ซึ่งดำรงตำแหน่งอัตราจอมพล ผลเป็นอย่างไรครับ ปรากฏว่าท่านได้เรียกประชุม ในฐานะประธานได้เรียกประชุมเมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๕ เรียกใครมาครับ เรียกผู้บัญชาการทหารสูงสุด เรียกผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการ ทหารเรือ และปลัดกระทรวงกลาโหมเข้าพบ ท่านพูดนะครับ ช่วยเปิดคลิปที่ ๑

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปเสียง)

“............... : ไม่ต้องให้ใครเข้ามานะ จะขอคุยกันเรื่องโยกย้ายนิดหนึ่ง เรื่องปรับย้ายนี่ ถือว่าเป็นคณะกรรมการเลย คือผมก็อยากเสนอทนงศักดิ์เขา ผู้ช่วย ผบ.ทบ. เสถียรก็เสนอรองปลัดก็คือชาตรีขึ้นมานะครับ ซึ่งเป็นตามอาวุโสอยู่”

ฉายเรียงคลิปไปครับ ขอใหม่นะครับ เรียงคลิปไป แล้วผมจะบอกเองว่าอยู่ตรงไหน เชิญ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปเสียง)

“…………… : ไม่ต้องให้ใครเข้ามานะ ก็ขอคุยกันเรื่องโยกย้ายนิดหนึ่ง เรื่องปรับย้ายนี่ ถือว่าเป็นคณะกรรมการเลย คือผมก็อยากเสนอทนงศักดิ์เขา ผู้ช่วย ผบ.ทบ เสถียรก็เสนอรองปลัดก็คือชาตรีขึ้นมานะครับ ซึ่งเป็นตามอาวุโสอยู่”

“............... : ที่จริงต้องผ่านกระบวนการของกรรมการของหน่วยก่อน ถึงจะให้กรรมการใหญ่เห็นชอบ”

ชัดเจนนะครับว่าท่าน พลอากาศเอก สุกำพล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมบอกว่าไม่ต้องให้ใครเข้ามานะ ก็ขอคุยเรื่องโยกย้ายนิดหนึ่ง ถือว่าเป็นคณะกรรมการ ผมก็อยากเสนอทนงศักดิ์เขา ผู้ช่วย ผบ.ทบ. เสถียร หมายถึง พลเอก เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ก็เสนอรองปลัดคือ พลเอก ชาตรี ทัตติ ขึ้นมาซึ่งอาวุโสอยู่ ท่านรู้ว่าส่วนราชการเสนอ พลเอก ชาตรี ทัตติ ซึ่งอาวุโสสูงสุด แต่ท่านบอกว่าท่านอยากเสนอ ทนงศักดิ์ พลเอก ชาตรีเป็นพลเอกอัตราจอมพล แต่ทนงศักดิ์เป็นพลเอกอัตราพลเอก อาวุโสน้อยกว่า ท่าน พลเอก เสถียร ปลัดกระทรวงกลาโหมซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการ ในหน่วยงานก็บอกว่ามันต้องผ่านกระบวนการของหน่วยก่อนจึงค่อยให้กรรมการใหญ่เห็นชอบ เห็นหรือยังครับ ซึ่งเรื่องนี้ผมต้องขออนุญาตพาดพิงท่าน ผบ.ทบ. ท่านบอกกติกาไว้ว่า เป็นจอมพลก็ต้องเอาจอมพล เห็นนะครับ กติกาไว้ว่าต้องเป็นจอมพลก็ต้องเอาจอมพล เปิดต่อครับ พลเอก เสถียร เพิ่มทองอินทร์ พูดต่อ ดูเจตนารมณ์ของข้อบังคับในข้อ ๔

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปเสียง)

“............... : ประเด็นที่ ๒ ต่อไปมาถึงความเหมาะสม กติกาว่าไว้ต้องเป็น จอมพล เอาจอมพลมาก็จอมพลทั้งหมดมาดูกันก่อนถูกไหมครับ แต่ถ้าจอมพลของกลาโหม เหมาะสมก็ให้กลาโหมขึ้นไป ถ้าของเหล่าทัพเหมาะสม ดูความเหมาะสม”

“............... : ผมดูเจตนารมณ์ของข้อบังคับหรือว่า พ.ร.บ. เราก็ให้อำนาจ แต่ละแท่งคือส่วนราชการกับหัวหน้าส่วนราชการเท่านั้นเองนะครับ”

เห็นหรือยังว่ามีการพูดคุย ปลัดกระทรวง กลาโหมชี้แจงชัดเจนว่าต้องดูเจตนารมณ์ ข้อบังคับ หรือ พ.ร.บ. เขาให้อำนาจแต่ละแท่ง ปลัดกระทรวงกลาโหมเป็น ๑ แท่ง กองทัพก็เป็นแต่ละแท่ง แต่ละแท่ง อย่างที่ผมเรียน ตั้งแต่ต้นว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในฐานะประธานแท่งใหญ่ทำได้อย่างเดียวก็คือ พิจารณากลั่นกรองผู้ที่คณะกรรมการตามข้อ ๑๑ เสนอ คณะกรรมการตามข้อ ๑๑ ก็คือ พลเอก เสถียรกับคณะกรรมการในสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมซึ่งเสนอ พลเอก ชาตรี ทัตติ อัตราจอมพล เชิญต่อครับ เปิดคลิปต่อครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปเสียง)

“............... : พี่เสถียรก็ต้องดูคนของพี่เสถียรเอง ดูคนภายในเหล่าทัพก่อน”

“............... : ในเรื่องนี้นะ ถ้าเฉพาะหน่วยที่ส่งมาให้รับทราบไม่ต้อง มีรัฐมนตรีหรอกก็จบไป”

นี่ละครับ เห็นชัดเจนหรือยังว่าถ้าเรื่องนี้ ถ้าเฉพาะหน่วยที่ส่งมาให้รับทราบก็ไม่ต้องมีรัฐมนตรีหรอก เห็นหรือยัง อำนาจบาตรใหญ่ที่มี แล้วกฎหมาย ข้อบังคับ อยู่ตรงไหนล่ะครับท่านรัฐมนตรี หรือว่าคนที่ไม่พอใจเอาออก มีอีกครับ ยังมีต่อ คนที่อยากได้ สั่งได้ ซ้ายหัน ขวาหันได้ เอามาอย่างนั้นหรือ เพราะฉะนั้น ชัดเจนว่าในเรื่องนี้ถ้าเฉพาะหน่วยที่ส่งมาให้รับทราบก็ไม่ต้องมีรัฐมนตรีหรอก ก็จบไป ฉายซ้ำอีกทีก็ได้พี่น้องประชาชนจะได้ยิน

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปเสียง)

“............... : ในเรื่องนี้นะ ถ้าเฉพาะหน่วยที่ส่งมาให้รับทราบไม่ต้อง มีรัฐมนตรีหรอกก็จบไป”

เห็นหรือยังครับ ในเรื่องนี้ถ้าเฉพาะหน่วย ที่ส่งมาให้รับทราบก็ไม่ต้องมีรัฐมนตรีหรอก ท่านพยักหน้าแล้วยอมรับว่าใช่ เสียงท่าน พูดจริง ก็คืออะไรครับก็คือเมื่อข้อบังคับในการแต่งตั้งนายพลเขาให้ส่วนราชการเป็นผู้เสนอ ท่านเพียงแต่รับทราบ เห็นชอบ ก็เสนอนายกรัฐมนตรี ปรากฏว่าบอกไม่เอาอยากจะเอา ทนงศักดิ์ซึ่งเป็นพลเอก แต่ชาตรีจอมพลไม่เอา ต่อครับคลิป ๗ ครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปเสียง)

“............... : ในกฎหมายเขาเขียนให้เห็นชอบเฉย ๆ เพราะว่าจริง ๆ เจตนารมณ์ก็คือไม่ให้การเมืองล้วงลูก จริง ๆ คือ”

เห็นหรือยังครับว่า พลเอก เสถียรก็บอกว่า ในกฎหมายเขียนให้เห็นชอบเฉย ๆ เจตนารมณ์คือไม่ให้การเมืองล้วงลูกจริง ๆ ท่านเห็นหรือยังครับว่าถ้าล้วงลูกแล้วก็จะเป็นกองทัพสีอื่น แล้วก็ซ้ายหัน ขวาหัน ต่อครับ คลิป ๘ ครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปเสียง)

“............... : แต่จริง ๆ แล้วผมก็อยากตัดนี่ปลัดก็จะเอาทนงศักดิ์นี่ เสถียรต้องเข้าใจ เอาทนงศักดิ์เพราะไม่อย่างนั้นมันจบไม่ได้”

ผมขออนุญาตตัดสินใจก็จะเอาทนงศักดิ์ ต้องเข้าใจนะครับ ผมขออนุญาตตัดสินใจก็จะเอาทนงศักดิ์ต้องเข้าใจ เพราะไม่อย่างนั้น มันจบไม่ได้ นี่คือการแทรกแซงที่ชัดเจน พลเอก เสถียรว่าอย่างไรครับ ในฐานะที่เป็นหัวหน้า คณะกรรมการในหน่วยงาน เชิญต่อคลิปที่ ๙ ครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปเสียง)

“............... : แต่ผมก็ต้องเสนอกี๋ขึ้นมา ผมดูระบบครับผมไม่ได้ดูว่าเพื่อน หรืออะไร”

พลเอก เสถียรบอกว่าแต่ผมก็ต้อง ขอเสนอกี๋ กี๋เป็นชื่อเล่นของท่าน พลเอก ชาตรี ทัตติ ผมดูระบบ ผมไม่ได้ดูว่าเพื่อนหรือว่าอะไร เห็นหรือยัง เขายืนยันตามหลักการที่ถูกต้อง พลเอก ชาตรี มาจากการประชุมของ ส่วนราชการ มีบันทึก ผมจะแสดงให้ท่านเห็นว่ามีบันทึกชัดเจนของส่วนราชการ กระทรวงกลาโหม ต่อไปคลิปที่ ๑๐ ครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปเสียง)

“............... : ต้องอยู่หัวแถว ผมขึ้นอีกหลายปีแล้วกี๋อยู่ที่เดิมไม่ได้ย้าย ไปไหน หรือถ้าระบบการเมืองล้วงลูกเลยนะไม่ได้เซ็นให้แม่งเลยดีกว่า”

เอาอย่างนี้สาระที่พูดเขาอยู่หัวแถวหมายถึง เสียงของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เขาอยู่หัวแถวไม่ล้วงลูกเลยนะ ไม่ต้องเซ็น แม่งดีกว่า ขอประทานโทษพูดขนาดนี้ แต่ว่าคลิปอาจจะเกรงใจตัดคำว่า แม่ง ออก เขาอยู่ หัวแถวถ้าไม่ล้วงลูกเลยนะ ไม่ต้องเซ็นแม่งดีกว่านะครับ ผมได้นำเสนอคลิปทั้งหมดเต็มแผ่น ให้กับคณะกรรมการตรวจแล้ว แต่ว่าเพื่อความสะดวกเพื่อประหยัดเวลาของสภาก็จะตัดต่อมา ซึ่งทั้งหลายผู้พูดก็รู้ว่ามันคืออะไร พลเอก เสถียรก็บอกครับว่าพลเอกมีถึง ๑๓๐ คน แต่จอมพลมีแค่ ๖ คน ทำไมจึงเลือกทนงศักดิ์

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปเสียง)

“............... : กี๋ไม่ต้องตอบก็ได้ว่าพลเอกมี ๑๓๐ คน แต่จอมพลมีแค่ ๖ คน ทำไมถึงเลือกทนงศักดิ์ แล้วนิพัทธ์ยังอาวุโสกว่าทนงศักดิ์อีกสมมุตินะครับ แล้วอีกหลาย ๆ คน อาวุโสกว่า”

ในฐานะหัวหน้าหน่วยงาน ท่านปลัดกระทรวงกลาโหมก็พยายามชี้แจงครับว่าที่ถูกต้องควรจะทำอย่างไร ในคลิปที่ ๑๓ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่าอย่างไรครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปเสียง)

“............... : โอเคถ้าเถียรจะเสนอมาพี่ก็ต้องแก้เป็นทนงศักดิ์ แล้วพี่ต้องตอบข่าวต้องตอบได้ เท่านั้นเองก็ต้องปรึกษาทางข้างบนเขา ผมไม่ใช้อำนาจ ของท่านนายกรัฐมนตรีที่จะอะไร ไม่เอา เราไม่ยุ่งกับท่านหรอกนะครับ”

ถ้าเถียรเสนอมาเถียรก็คือ พลเอก เสถียร พี่ก็ต้องแก้เป็นทนงศักดิ์ คำว่าเถียรเสนอมาก็หมายถึงว่าส่วนราชการเสนอ พลเอก ชาตรี ทัตติ มา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมก็จะต้องแก้เป็นทนงศักดิ์ตามที่ต้องการ คลิป ๑๔ ครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปเสียง)

“............... : พี่ก็ขอเปลี่ยนเป็นทนงศักดิ์ ก็บอกอย่างนี้เลยนะ แล้วอยากให้เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อยู่แค่นี้ ไม่ต้องมีหนังสือหนังหา เรา ๕ คนลูกผู้ชายทั้งนั้น”

นี่แหละชัดเจน พี่ก็ขอเปลี่ยนเป็นทนงศักดิ์ ก็บอกอย่างนี้เลยนะ อยากให้เรื่องนี้อยู่แค่นี้ ไม่ต้องมีหนังสือหนังหา เรา ๕ คนลูกผู้ชายทั้งนั้น ท่านรัฐมนตรีนะครับ ข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล ปี ๒๕๕๑ ซึ่งท่าน พลเอก บุญรอด สมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ประกาศไว้ เมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ยังมีผลบังคับอยู่ ให้คำนึงถึงอาวุโสทางทหาร ก็คือ พลเอก ชาตรี อาวุโสกว่า ให้พิจารณาจากผู้ดำรงตำแหน่งในหน่วยงานนั้น ๆ พลเอก ชาตรี อยู่ในหน่วยงาน ให้ตั้งจากอัตราพลเอก อัตราจอมพล พลเอก ชาตรี อัตราจอมพล ให้หัวหน้าส่วนราชการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการส่วนราชการ หัวหน้า ส่วนราชการคือ พลเอก เสถียร เห็นชอบจากส่วนราชการก็คือสำนักงานปลัดกระทรวง และหากเป็นพลเอก ทนงศักดิ์ ต้องมาจากหน่วยอื่น จะต้องมีการให้หัวหน้าส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้องทำความตกลงกัน ซึ่งในวันที่ท่านหารือเรื่องนี้ ท่านยังไม่เคยไปปรึกษาหารือกับผู้ใด เห็นหรือยังครับว่าในวันที่ ๑๗ สิงหาคมนั้นมีการประชุมเรียบร้อย ท่านบอกว่าจบ ไม่ต้องทำหนังสือ นั่นก็คือการประชุมที่สมบูรณ์ เพราะฉะนั้นเรียนท่านว่าเรื่องนี้ พลเอก เสถียรทำอย่างไรครับ ได้ชี้แจงแล้ว ท่านก็บอกว่าประชุมแล้ว แทนที่ ท่านจะดำเนินการฟังความเห็นของคุณเสถียร หรือดำเนินการ หรือการประชุมใหม่เสียให้ถูกต้อง ไม่ครับ ท่านได้มีคำสั่งย้ายคุณเสถียรกับคณะรวม ๓ คน เป็นคำสั่งกระทรวงกลาโหมเฉพาะ ที่ ๓๘๓/๕๕ ลงวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๕ พลเอก เสถียร พลเอก ชาตรี แล้วก็ พลเอก พิณภาษณ์ เจ้ากรมเสมียนตรา ทำให้ชัดนะครับ เห็นหรือยังครับ เหตุผลที่ย้ายเพื่ออะไรครับ เพื่อไม่ต้องการให้ พลเอก เสถียรเข้ามาร่วมประชุม ท่านอาจจะเกรงว่า พลเอก เสถียร อาจจะเข้ามาขัดขวางการประชุมที่ท่านจะตั้ง พลเอก ทนงศักดิ์ ท่านก็สั่งย้ายด่วนเลยครับ ลงวันที่ ๒๗ ให้ไปทำหน้าที่ที่สำนักนายกรัฐมนตรี ให้นายทหารสัญญาบัตรสังกัด สป. ก็คือสำนักงานปลัดกระทรวง ช่วยปฏิบัติราชการที่ สร. ก็คือสำนักนายกรัฐมนตรี ทีนี้เพื่อให้ชัดขึ้น ในวันที่ ๒๗ วันเดียวกัน ท่านก็ได้แต่งตั้งให้ พลเอก วิทวัส ตามคำสั่งกลาโหม ที่ ๘๙๕/๒๕๕๕ ตั้งผู้รักษาราชการแทน ตั้งให้ พลเอก วิทวัส รชตะนันทน์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงกลาโหม ในคำสั่งบอกว่าจนกว่า พลเอก เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหมจะได้รับคำสั่งให้กลับมาปฏิบัติราชการตามเดิม ตรงนี้สำคัญ สำคัญคือแปลว่าท่านก็ทราบว่าตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นตำแหน่งโปรดเกล้าฯ เมื่อยังไม่ได้โปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากหน้าที่ พลเอก เสถียรก็ยังเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม ท่านจึงบอกว่าให้วิทวัสทำหน้าที่รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงกลาโหม จนกว่า พลเอก เสถียรกลับมารับหน้าที่ จะกลับมารับหน้าที่เมื่อไรครับ เพราะว่าจนกว่าจะกลับมารับหน้าที่ก็ต่อเมื่อท่านได้ดำเนินการ เรื่องทนงศักดิ์เรียบร้อยใช่หรือไม่ อันนี้เป็นหนังสือลงวันที่ ๒๗ สิงหาคม เพื่อให้ดูดีครับ ท่านก็มีหนังสือคำสั่งสำนักงานรัฐมนตรีเฉพาะ ที่ ๑๘๘/๕๕ ลงวันที่ ๒๘ สิงหาคม ให้พลเอก วรวิทย์ ชินะนาวิน เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นคนลงนาม สั่งให้ พลเอก เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ไปปฏิบัติหน้าที่ให้คำปรึกษา ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการใช้ทหารพัฒนาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ พลเอก ชาตรี ซึ่งควรจะขึ้นเป็นปลัดกระทรวงกลาโหมเสนอปรึกษาเรื่องยุทธศาสตร์การป้องกันและ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ พลเอก พิณภาษณ์ เจ้ากรมเสมียนตรา ให้ปฏิบัติหน้าที่ ให้คำปรึกษาด้านจัดการเพื่อแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เห็นหรือยังครับ เพราะฉะนั้นเมื่อท่านย้ายบุคคลเหล่านี้ พลเอก เสถียรก็ทำหนังสือยืนยันว่าท่านขอเข้าร่วม ประชุมในฐานะที่ท่านยังเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม ท่านยังเป็นเลขานุการคณะทำงานอยู่ ขอเข้า เป็นหนังสือลงวันที่ ๔ ในหนังสือบอกว่าทราบจากข่าวไทยรัฐออนไลน์ ก็ขอบคุณ ไทยรัฐออนไลน์ครับ บอกว่าจะมีการประชุมเรื่องนี้ในวันที่ ๕ วันรุ่งขึ้น มีหนังสือ มีลงเลขที่รับเรียบร้อยนะครับ มีเจ้าหน้าที่รับเรียบร้อย ท่านไม่อนุญาตให้เขาเข้าประชุม และท่านก็แต่งตั้งคนที่ท่านต้องการเรียบร้อย ที่สำคัญไปกว่านั้นครับ ที่น่ากังวลก็คือว่า ในวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ก่อนที่ท่านจะดำเนินการประชุมที่ผมนำเรียนตั้งแต่ต้น ท่าน พลเอก สุกำพล ได้นำ พลเอก ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน และ พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง เข้าพบนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล จะเข้าไปคุยอะไรกันสุดวิสัยผมไม่มีทางที่จะทราบ และหลังจากที่กระบวนการของท่านเรียบร้อยสมบูรณ์ เรียบร้อยโรงเรียนจีน โรงเรียนอะไร ของท่านก็แล้วแต่นะครับ ท่านกับคณะได้เดินทางไปประเทศอังกฤษ ในข่าวบอกว่า ไปพบกับบุคคลสำคัญเพื่อขอบคุณการพิจารณาแต่งตั้งทหารชั้นนายพลโดยวิธีแยกกัน เช็ก อิน (Check in) เพื่อไม่ให้เป็นที่เตะตาของนักข่าวหรือผู้รู้เห็น เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี แค่นี้หรือครับ ไม่ใช่หรอกครับ ในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านมีหน้าที่ต้องบริหารทุกกระทรวงต้องรับรู้รับทราบทุกเรื่อง และสำคัญที่สุดนะครับ พระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยทหาร พ.ศ. ๒๔๗๖ ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๐ หน้า ๔๗๓ เมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๔๗๖ ยังมีผลบังคับใช้อยู่ทุกวันนี้มีอยู่ ๒ มาตรา ที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องรับรู้รับทราบ ในฐานะที่ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด ของทุกหน่วย รวมทั้งกระทรวงกลาโหม ในมาตรา ๒๐ บัญญัติไว้ครับ พ.ร.บ. วินัยทหาร พ.ศ. ๒๔๗๖ บอกว่า ในการที่จะรักษาวินัยทหารให้เป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่เสมอ ย่อมเป็นการจำเป็นที่ผู้บังคับบัญชาจะต้องมีอำนาจในการบังคับบัญชาหรือลงทัณฑ์อยู่เอง เป็นธรรมดา แต่ผู้บังคับบัญชาบางคน เห็นหรือยัง เขาอาจจะรู้เขียนไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ปี ๒๔๗๖ แล้วครับ แต่ผู้บังคับบัญชาบางคนอาจใช้อำนาจในทางที่ผิดยุติธรรม เป็นภาษาเมื่อปี ๒๔๗๖ ซึ่งเป็นการสมควรที่จะให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีโอกาสร้องทุกข์ได้ เป็นระเบียบ ไม่ก้าวก่าย มาตรา ๒๙ ท่านนายกรัฐมนตรีดูตาม ผู้บังคับบัญชาได้รับเรื่องร้องทุกข์เมื่อใด อันนี้คือ พ.ร.บ. ว่าด้วยวินัยทหาร พ.ศ. ๒๔๗๖ ทีมงานขึ้นจอได้ครับ ถ้าผู้บังคับบัญชาได้รับเรื่อง ร้องทุกข์เมื่อใดต้องรีบไต่สวนและจัดการแก้ไขความเดือดร้อน หรือชี้แจงให้ผู้ยื่นใบร้องทุกข์ เข้าใจ จะเพิกเฉยเสียไม่ได้เป็นอันขาด ผู้ใดเพิกเฉยนับว่ากระทำผิดต่อวินัยทหาร ท่านนายกรัฐมนตรีปฏิเสธไม่ได้ว่าท่านเป็นผู้บังคับบัญชา เพราะคนที่ไปแกล้งเขา คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม คนที่ใหญ่กว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีคนเดียวนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นเมื่อนายกรัฐมนตรี เป็นผู้บังคับบัญชาได้รับเรื่องร้องทุกข์จาก พลเอก เสถียร ต้องรีบไต่สวนและจัดการแก้ไข ความเดือดร้อนจะเพิกเฉยไม่ได้เป็นอันขาด ผู้ใดเพิกเฉยนับว่ากระทำผิดต่อวินัยทหาร เรื่องนี้นะครับ พลเอก เสถียรได้มีหนังสือถึงท่านนายกรัฐมนตรี ๒ ครั้ง ครั้งแรกเป็นหนังสือ ที่ กห ๐๒๐๑/๑๓๕๗ ลงวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๕ ท่านนายกรัฐมนตรีลองทวนเรื่องดู ทำให้ชัดนะครับ เป็นเรื่องที่ปลัดกระทรวงกลาโหม ไม่ใช่ นาย ก นาย ข มาม็อบ มาร้อง มาเรื่องเยียวยา ไม่ใช่ครับ ปลัดกระทรวงกลาโหมยศพลเอก ยศจอมพล ขอพบโดยอ้างว่า มีการเสนอชื่อ พลเอก ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก อัตราพลเอก มาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม อัตราจอมพล กระผมพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่เป็นไป ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ พลเอก เสถียรก็เจตนาดีนะครับ เพราะว่านับถือคนที่อยู่ นอกประเทศ ก็บอกว่าเพื่อเป็นการป้องกันมิให้เป็นการแทรกแซงในการแต่งตั้งนายทหาร ชั้นนายพล เห็นหรือยัง เขายังรักรัฐบาล ยังรักนายกรัฐมนตรี แต่เขาอึดอัดกับท่านรัฐมนตรี สุกำพล บอกว่าเพื่อไม่ให้เป็นการแทรกแซงในการแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพลจึงใคร่ขอพบ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีชี้แจงด้วยตนเองเกี่ยวกับการแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล ท่านแนบ กฎหมายเยอะเลย แนบ พ.ร.บ. จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๗ ว่าจะต้องดำเนินการตามหลักบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี กู๊ด กัฟเวิร์นแนนซ์ (Good Governance) มาตรา ๒๕ แนบข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล ผมเคยอ่าน ในที่ประชุมแล้ว ผลเป็นอย่างไรครับ ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุด ของกระทรวงกลาโหมเพิกเฉยครับ เพราะฉะนั้นเมื่อเพิกเฉย มาตรา ๒๙ บอกว่าจะเพิกเฉย เสียไม่ได้เป็นอันขาด แปลว่านายกรัฐมนตรีละเลยการปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่ แค่นั้นหรือครับ ไม่ครับ ท่าน พลเอก เสถียรได้ขออนุญาตเข้าพบอีกครั้งหนึ่ง ตามหนังสือ ที่ กห ๐๒๐๑/๓๕ ลงวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๕ ซึ่งในหนังสือนี้ก็บอกว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้สั่งการด้วยวาจาในที่ประชุมเมื่อกี้ ให้เสนอรายชื่อ พลเอก ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก มาดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงกลาโหม คุณเสถียรก็บอกว่ากระผมได้เรียนด้วยวาจาให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมทราบว่าการแต่งตั้งนายทหารทุกตำแหน่งต้องดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับของกระทรวงกลาโหมที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมหาได้มีอำนาจตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องแต่ประการใด ในการแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล ระเบียบและข้อบังคับกำหนดให้ปลัดกระทรวงกลาโหม ต้องมาจากนายทหารชั้นนายพลที่ครองยศจอมพลหรือพลเอกอาวุโส เขียนไว้ชัดนะครับ ซึ่งปัจจุบันนายทหารที่มีอาวุโสสูงสุดของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมคือ พลเอก ชาตรี ทัตติ รองปลัดกระทรวงกลาโหม และมีอาวุโสสูงกว่า พลเอก ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ผู้ช่วย ผบ.ทบ. ชัดเจนครับ ยังบอกต่อไปครับว่าจากข้อเท็จจริงข้างต้นจะเห็นได้ว่าพฤติการณ์ของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั้นเป็นการก้าวก่ายแทรกแซงและใช้อำนาจที่ไม่ชอบด้วย รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาตรา ๒๖๖ มาตรา ๒๖๘ มาตรา ๒๗๙ มาตรา ๒๘๐ ความจริงผมเอาคำร้องนี้ถอดถอนได้เลยไม่ต้องมาเรียงใหม่ด้วยซ้ำ พระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ และสรุปว่าในฐานะที่นายกรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของราชการ ทุกส่วนราชการได้ปฏิบัติตามกฎหมาย จึงเรียนมายังท่านเพื่อทราบและขอเข้าพบเพื่อชี้แจง ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายพร้อมด้วยเจ้ากรมเสมียนตราตามกำหนดเวลาสุดแท้แต่ท่าน จะนัดหมายโดยเร่งด่วนต่อไป ท่านนายกรัฐมนตรีจะว่าอย่างไรนะครับ มาเฉย ๆ ไหมครับ ไม่ครับ ได้แนบหนังสือ ลับมาก หนังสือ ลับมาก ด่วนมาก บันทึกข้อความ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๕ ซึ่งก็มาจากรายละเอียดที่ชัดเจนแล้วว่าจะต้องแต่งตั้งจากจอมพล จะต้องแต่งตั้ง จากในหน่วยงาน จะต้องแต่งตั้งจากผู้อาวุโส และจะต้องผ่านจากหน่วยงานนั้น ๆ ท่านรัฐมนตรีคิดเองไม่ได้ สำคัญที่สุด พลเอก ชาตรี ได้ผ่านการพิจารณาเห็นชอบของ ปลัดกระทรวงกลาโหมกับคณะกรรมการในหน่วยงานแล้ว บอกด้วยครับ หนังสือที่ว่านี้ นายกรัฐมนตรีจะบอกว่าไม่ทราบไม่ได้นะครับ มีใบตอบรับครับ ใบตอบรับ เจ้าหน้าที่ ผมไม่อ่านเดี๋ยวท่านจะไปไล่บี้เขา เอาว่ามีใบตอบรับในวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๕ เวลา ๑๖.๓๐ นาฬิกา ท่านนายกรัฐมนตรีรับทราบแล้วและเป็นอย่างไร ท่านได้ทำอะไรบ้างครับ ไม่เลย เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จึงเป็นกรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จึงเป็นการสมรู้ร่วมคิด กับการใช้อำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่ไปก้าวก่ายแทรกแซง การทำหน้าที่ของข้าราชการ ซึ่งในหนังสือก็ได้เรียนชัดเจนว่าเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๖ มาตรา ๒๖๘ มาตรา ๒๗๙ มาตรา ๒๘๐ เพราะฉะนั้นเมื่อกฎหมาย ไม่เป็นกฎหมายท่านไม่พอใจใคร ใครสั่งไม่ได้ ซ้ายหันไม่ได้ ขวาหันไม่ได้ท่านก็ให้เปลี่ยน เป็นการเปลี่ยนโดยอำเภอใจ ก็เหมือนกับอาจจะมีวันดีคืนดีตั้งข้อหาว่าไม่ชอบขี้หน้า ก็สามารถจับได้ ถ่ายรูปบางรูปก็สามารถจับได้ เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่มีธรรมาภิบาลที่ดี เราไม่มีนิติรัฐ เราไม่มีนิติธรรม บ้านเมืองอยู่ไม่ได้ กองทัพก็จะกลายเป็นกองโจร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะภูมิใจไม่ได้เพราะว่าถ้ากองทัพเป็นกองทัพท่านก็เป็น หัวหน้ากองทัพ แต่ถ้าเป็นกองโจรท่านก็คือหัวหน้ากองโจรซึ่งบ้านเมืองอยู่ไม่ได้ เพราะฉะนั้นเรียนด้วยความเคารพครับว่าพวกกระผมจึงไม่สามารถไว้วางใจให้ พลอากาศเอก สุกำพล ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไม่สามารถไว้วางใจ ให้นางสาวยิ่งลักษณ์เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะว่าละเลยเพิกเฉยสมรู้ร่วมคิดในการแต่งตั้ง บุคคล ก้าวก่าย แล้วก็ทำให้กิจการบ้านเมืองที่ดีได้รับความเสียหาย เพราะฉะนั้นกระผม จึงไม่สามารถให้ความไว้วางใจกับท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ เพื่อให้การประชุมดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพนะครับ ผมขอความร่วมมืออภิปราย ท่านรัฐมนตรีเป็นราย ๆ ไปนะครับ ซึ่งท่านแรกก็เป็นท่านสุกำพลนะครับ ทีนี้ถ้าหาก เป็นไปได้ขอความกรุณาท่านจุรินทร์ส่งรายชื่อที่จะอภิปรายท่านสุกำพลให้ผมด้วยนะครับ แต่ถ้าไม่สะดวกก็แจ้งจำนวนก็ได้นะครับ แล้วก็ขอทำความเข้าใจในเรื่องของเวลา ซึ่งวิปทั้ง ๒ ฝ่ายได้ไปหารือและเป็นข้อตกลงร่วมกันนะครับ ฝ่ายค้านใช้เวลา ๓๐ ชั่วโมง ฝ่ายรัฐบาลหมายถึงท่านรัฐมนตรีและท่านนายกรัฐมนตรีมีเวลาแค่ ๑๒ ชั่วโมงนะครับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้ทางรัฐบาลช่วยบริหารเวลานะครับ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะมีปัญหา ในตอนท้าย ๆ นะครับ ช่วยบริหารเวลาตรงนี้ด้วยนะครับ เชิญท่านจุรินทร์ครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และยินดีให้ความร่วมมือกับท่านประธานครับ เพียงแต่ว่า จะต้องขอความกรุณาเนื่องจากเป็นการรวมญัตติ ๒ ญัตติ มันอาจจะมีการคาบเกี่ยวกันบ้าง ในบางกรณีซึ่งอันนี้ต้องขออนุญาตไว้ล่วงหน้าครับ ไม่ได้แปลว่าเมื่อจบรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงกลาโหมแล้วต่อไปนี่จะคาบเกี่ยวพาดพิงมาไม่ได้เลย ซึ่งอันนี้ ต้องขอความกรุณาไว้ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็เอาเป็น หลักการเพื่อท่านรัฐมนตรีจะได้ชี้แจงในจังหวะที่เห็นว่าพอเหมาะพอสม ไม่อย่างนั้น ก็พูดตลอดทั้ง ๓ วันก็เลยไม่รู้จะชี้แจงกันตอนไหนนะครับ ท่านพิเชษฐ์เชิญครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ จากที่มีผู้อภิปรายแล้วได้นำคลิปเสียงเข้ามาแสดงต่อสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ผมอยากจะให้ท่านผู้อภิปรายได้บอกที่มาที่ไปของคลิปเสียงว่าท่านได้มาจากตรงไหน วิธีการได้มาได้มาอย่างไร เพราะอันนี้คือข้อกล่าวหาต่อรัฐมนตรีผู้ปกครองสูงสุด ในกระทรวงกลาโหม เพราะฉะนั้นขอให้ท่านประธานช่วยวินิจฉัยว่าสมควรหรือไม่จะต้อง บอกที่มาของคลิปและการได้มา ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครับ คงไม่ต้องถึงขนาดนั้นนะครับ เรามีคณะกรรมการตรวจสอบถ้าเห็นคลิปมันพอที่จะอนุญาต ก็อนุญาตซึ่งทำหน้าที่ตรงนี้แทนประธานอยู่แล้วครับ ถ้าไปอย่างนั้นเราจะวุ่นวายกันไปใหญ่

(นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท ได้ยืนและยกมือขึ้น)

มีอะไรครับ ท่านกุสุมาลวตี

นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน กุสุมาลวตี ศิริโกมุท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม ท่านประธานคะ ดิฉันขอใช้สิทธิประท้วงเนื่องจากเมื่อสักครู่นี้ท่านผู้ที่อภิปรายได้ทำผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ กล่าวด้วยกิริยาวาจาไม่สุภาพ ใส่ร้าย เสียดสี และพูดถึงรัฐมนตรีว่าเป็นหัวหน้ากองโจร ซึ่งคำคำนี้เป็นคำที่ไม่เหมาะสม ไม่สุภาพสำหรับผู้ที่เป็นรัฐมนตรี ท่านประธานที่เคารพคะ ท่านประธานได้โปรดวินิจฉัยด้วยว่าให้ผู้ที่อภิปรายนั้นได้ถอนคำพูดตามข้อบังคับ ข้อ ๖๔ ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ผมก็นั่งฟังอยู่เป็นการเปรียบเทียบซึ่งก็คงอาจจะไม่เหมาะสมก็ถือโอกาสเตือนไม่ถึงกับต้อง ถอน แต่ขอเตือนว่าต้องระมัดระวังนะครับ ทีนี้ท่านรัฐมนตรีขอชี้แจงก็ทำความเข้าใจ กับท่านรัฐมนตรีนิดหนึ่งนะครับ ถ้าอภิปราย ๑ ท่าน แล้วเราชี้แจง ๑ ที เวลา ๓๐ ชั่วโมง กับ ๑๒ ชั่วโมงมันคนละเรื่อง ท่านต้องบริหารครับ ตกลงท่านจะรอให้ท่านอื่นขึ้นพูด หลาย ๆ ท่าน แล้วท่านอธิบายตอบทีเดียวจะดีไหมหรือท่านจะใช้สิทธิเลยแล้วแต่ เชิญครับ

พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม ก็เป็นผู้ที่ถูก

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรี ขออภัยครับ ผมเป็นห่วงอยู่นิดเดียว มีฝ่ายค้านที่จะอภิปรายท่านอาจจะหลายท่าน แล้วท่านตอบทีละคนแล้วต่อไปมันก็อาจจะซ้ำประเด็น

พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

เข้าใจครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรื่องการบริหารเวลา ที่ผมเป็นห่วงเท่านั้นครับ

พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ผมตอบสั้น ๆ แล้วชัดเจน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 🔗

แล้วก็ชัดเจนว่าในเรื่องนี้เป็นเรื่องฮอต (Hot) เพิ่งถามมาครั้งแรกคนก็ยังดูอยู่ก็จะตอบเสีย ไม่อย่างนั้นก็จะหายไป ถ้าท่านกล่าวหาผมซ้ำผมคงจะไม่ตอบอีก แต่เนื่องจากประเด็น ที่ไม่ซ้ำผมก็จะตอบให้ ท่านประธานครับ ผมจะตอบอย่างสุภาพไม่เสียดสีอะไรตามข้อบังคับ ของสภา แต่อาจจะเสียงดังบ้างเพราะว่าเป็นทหาร ในเรื่องการแต่งตั้งทหารชั้นนายพล ที่ผ่านมาเป็นเรื่องที่ลงในเรื่องราวหนังสือพิมพ์เยอะแยะ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่คนสนใจก็ขอบคุณ ที่ไม่ไว้วางใจผมในเรื่องนี้ และจะถอดถอนผมเรื่องนี้ก็ไม่ว่ากันก็ฟังเหตุผลกันทั้ง ๒ ฝ่าย ให้ทางท่านที่อยู่ในที่นี้และท่านผู้ชมทางบ้านได้ฟังด้วยว่าเป็นอะไร ผมจะชี้แจงนิดหนึ่งว่า แนวทางดำเนินการในเรื่องนี้ทำอะไรบ้าง ตาม พ.ร.บ. จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ปี ๒๕๕๑ และข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล พ.ศ. ๒๕๕๑ มีขั้นตอนที่ปฏิบัติง่าย ๆ ๒ ท่านเท่านั้นเอง ท่านแรก คือหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อ กระทรวงกลาโหมก็คือผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และปลัดกระทรวง กลาโหม จะต้องแต่งตั้งคณะกรรมการของตัวเองมาชุดหนึ่งที่จะมาพิจารณาทำบัญชีโยกย้าย ในส่วนตัวเอง ซึ่งขั้นตอนนี้ผมไม่มีสิทธิไปเกี่ยวข้องอะไร รับทราบนะครับ อันที่ ๒ เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็ต้องส่งมาให้คณะกรรมการอีกชุดหนึ่งซึ่งเป็นชุดใหญ่สุด ซึ่งมีผมเป็นประธานคือคณะกรรมการพิจารณาการแต่งตั้งโยกย้ายในระดับกระทรวงกลาโหม ซึ่งมีผมเป็นประธาน และมีหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงทั้งหลายเป็นกรรมการอยู่ด้วย รวมทั้งมีเจ้ากรมเสมียนตราซึ่งเป็นเหมือนคนที่ดูแลกฎระเบียบต่าง ๆ ของกองทัพ ทำหน้าที่เป็นเลขานุการไม่มีสิทธิออกเสียงใด ๆ ทั้งสิ้น ทุกท่านใน ๗ ท่านนั้น แต่เวลานี้มี ๖ ท่านเพราะไม่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการ มีเสียงคนละ ๑ เสียงเท่านั้น และผมไม่สามารถที่จะไป บังคับเขาได้ว่าต้องออกเสียงตามนี้อย่างนี้ ๆ นี่คือกติกาสำคัญ กรรมการชุดนี้จะเห็นด้วยหรือ เรื่องการเปลี่ยนแปลงอะไรนั้นเป็นสิทธิของกรรมการชุดนี้ ไม่ใช่อย่างที่ผมเรียนให้ทราบว่า หรือท่านกล่าวหาผมว่าส่งมาแล้วก็ทบทวนแล้วสแตมป์ (Stamp) ไป อย่างนั้นมีทำไมครับ ไม่ต้องมีก็ส่งไปเลยสิ้นเรื่องสิ้นราว ชุดนี้ถ้าเห็นต่างกรรมการทั้ง ๗ ท่าน ตอนนี้มี ๖ ท่าน สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงได้เป็นสิทธิของกรรมการชุดนี้ ชัดเจนที่จะไตร่ตรองและพิจารณา นี่คือข้อเท็จจริงโดยใช้วิธีการโหวต ทีนี้เรื่องก็มีอยู่ว่าเมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกานั้น ผมได้เชิญคณะกรรมการเพื่อประชุมในเรื่องนี้ ถูกต้องที่ท่านว่าไว้ ผมเรียนให้ท่านทราบเลยว่าในการอัดเทปเสียงที่อยู่ในการประชุมนั้นไม่ถูกต้อง ผมทราบดี ว่าใครอัด ท่านก็รู้ว่าใครอัด เป็นการกระทำที่ผิดวินัยทหารอย่างร้ายแรงและผม ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว สิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่กระทรวงกลาโหมเคยมีมา คนระดับนี้ ทำอย่างนี้ ผมตั้งคณะกรรมการสอบสวนไปเรียบร้อยแล้ว เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องเลย แต่เอาละ ท่านว่ามาผมจะบอกให้ว่าอย่างไร ในการประชุมครั้งนั้นมีเหลือแค่ ๕ ท่าน ซึ่งครบองค์ประชุม เพราะว่าต้อง ๒ ใน ๓ คือ ๔ ท่านใน ๖ ท่าน มี ๕ ท่านที่ขาดไปคือท่านผู้บัญชาการทหารอากาศ เนื่องจากไปราชการที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อไม่อยู่ผมก็เลยมาพิจารณาว่าหัวหน้าส่วนราชการ ที่ต้องเกษียณอายุราชการในเดือนตุลาคมที่ผ่านมานี้มีอยู่ ๒ ท่าน คือ ปลัดกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารอากาศ เรามาคุยกันสิว่าจะเอาใครดี อย่างไร ในคณะกรรมการชุดนี้ ทำไมผมถึงไม่ต้องรอจากคณะกรรมการชุดเล็กมา ก็ให้ทราบว่าเป็นอย่างไร เพราะว่ากติกา ไม่ได้บอกไว้ว่าจะต้องประชุมชุดเล็กก่อนแล้วมาชุดใหญ่อะไรอย่างนี้ จะประชุมก่อนก็ได้ ไม่ได้บอกไว้ว่าต้องอย่างนี้ ๆ แต่ชื่อมาจากประชุมชุดเล็ก มาชุดใหญ่ มาพิจารณาถูกต้อง ในการนี้ก็เลยประชุมแค่ตำแหน่ง ปลัดกระทรวงกลาโหมอย่างที่ท่านได้ทราบแล้ว ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารอากาศไม่พูดถึง เพราะว่าผู้บัญชาการท่านที่เกี่ยวข้องโดยตรงไม่อยู่ ในที่ประชุมอย่างที่ท่านกล่าวไว้ถูกต้องครับ ท่าน พลเอก เสถียรได้เสนอรองชาตรีขึ้นมาเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม แต่กรรมการในที่นั้น มีเห็นต่าง ท่านเปิดเทปไม่หมด ท่านเปิดสิครับว่าเขาออกเสียงกันว่าอย่างไร กรรมการเห็นว่า อย่างไร ที่เหลือท่านเสถียรเสนออย่างนี้ เมื่อการเสนอตรงนี้ท่านชาตรีตกไปแล้ว ผมก็เสนอ พลเอก ทนงศักดิ์ขึ้นมา กรรมการในนั้นส่วนมากก็เห็นด้วยตามที่ผมว่านั้นแทน ทีนี้ประเด็นที่ ท่านว่าผมตรงนี้ กล่าวหาว่าอาวุโสกว่าเป็นจอมพล มองง่าย ๆ ครับปีที่แล้ว พลเอก วิทวัส ซึ่งครองอัตราจอมพล เป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหมคนที่หนึ่ง ท่านเสถียรอยู่ไหนครับ ประธานที่ปรึกษาพิเศษอยู่กองทัพไทยมาเป็น ท่านคิดดูเองครับว่าอย่างไร ท่านวิทวัส เป็นลูกผู้ชายไม่โวยวายเลย เมื่อมติที่ประชุมทั้ง ๖-๗ คนเมื่อคราวที่แล้วโน้นเห็นว่าเสถียร เหมาะสมเขาก็ยอม นี่คือความเป็นลูกผู้ชาย ความเป็นทหาร เพราะฉะนั้นเมื่อออกมาอย่างนี้แล้ว เมื่อเป็นมติที่ประชุมชัดเจนแล้ว ผมจะเสนอคนอื่นได้อย่างไรครับ ในเมื่อที่ประชุมบอกว่า ให้เอา พลเอก ทนงศักดิ์ แล้วผมจะไปเสนอคนอื่นได้อย่างไร จะเอาคนอื่นได้อย่างไร เสถียรบอกว่าอย่างไรก็แล้วแต่ถ้าผมประชุมชุดเล็กแล้ว ซึ่งข้อเท็จจริงพอกลับไปช่วงบ่าย เข้าประชุมชุดเล็กแล้วเสนอ พลเอก ชาตรีมา ผมบอกถ้าเสนอมผมก็ต้องเปลี่ยนนะ เพราะมติ ที่ประชุมเป็นอย่างนี้ มันบีบผมอยู่ว่ามติที่ประชุมเป็นอย่างนี้ แล้วผมจะเสนอคนอื่นได้อย่างไรล่ะ เสนอมาไม่ว่ากัน ผมไม่ว่า ก็เป็นสิทธิของเขาอย่างที่ท่านว่า นี่คือข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างนี้ ต่อมาเมื่อที่ประชุมเป็นอย่างนี้แล้ว วันที่ ๒๔ สิงหาคมคือเป็นวันศุกร์ พลเอก เสถียร ได้มีหนังสือถึงผม กล่าวหาอย่างที่ท่านว่าว่าไม่ถูกต้องอย่างนี้นะครับ และยังมีหนังสือ กราบเรียนประธานองคมนตรีเพื่อขอเข้าพบในลักษณะเดียวกันนี้ด้วยว่าผมไม่ถูกต้อง ในขณะเดียวกันก็มีหนังสือกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีอย่างที่ท่านว่าไว้ พร้อมกับแนบบัญชี ที่เขาเสนอขึ้นมา สิ่งเหล่านี้ยังทำไม่เสร็จสิ้น การประชุมยังไม่เสร็จสิ้นเพิ่งผ่านไปครั้งเดียวเอง หน่วยต่าง ๆ ยังไม่เสนอขึ้นมาเลย แล้วต้องประชุมอีก จริง ๆ ผมเรียนให้ท่านทราบว่า ในการประชุมเรื่องนี้ ที่ผ่าน ๆ มาหลายปีไม่เคยมีบันทึกการประชุม ก็คุยกันแบบพี่น้อง แล้วก็จบกัน วันนี้มีปัญหาก็ต้องทำให้ถูกต้อง นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ถ้าท่านไม่เป็นทหาร ท่านไม่ทราบหรอกครับว่าเป็นอย่างไร พูดกันรู้เรื่อง ผมบังคับเขาไม่ได้หรอกครับ เขาเป็นผู้บัญชาการเหล่าทัพ เขามีอำนาจ ๑ เสียงเท่าผม ผมบังคับเขาไม่ได้เด็ดขาด เขารู้กฎกติกาดีเหมือนกัน ต่อมาเมื่อวันเสาร์ก็มีการไปพบท่านองคมนตรีท่านหนึ่ง ผมไม่เอ่ยนาม ไปยืนยัน ไปทั้ง ๓ คน ผมทราบได้อย่างไรว่าไปทั้ง ๓ คน มีรูปครับ ก็ชัดเจนทั้ง ๓ คน นี่คือสาเหตุหลักเหมือนกันทำไมผมถึงต้องดำเนินการโยกย้ายออกทั้ง ๓ คน ซึ่งจะเรียนทีหลัง ให้ทราบ และให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนด้วยว่าผมไม่ถูกต้องอย่างโน้นอย่างนี้ ผมเป็นผู้ร้ายอยู่ ๒ วัน คือวันเสาร์ วันอาทิตย์ ว่าผมไม่ถูกต้องอย่างนั้นเลย เพราะวันเสาร์ วันอาทิตย์พอดี พอวันจันทร์ทางสำนักงานเลขานุการของผมก็ได้ทำหนังสือขึ้นมาฉบับหนึ่งถึงผมว่า นายทหารทั้ง ๓ นายที่ท่านทราบดีอยู่แล้วนี้กระทำผิดวินัยทหารอย่างร้ายแรงชัดเจน คือเอาความลับของราชการ ท่านไม่ได้อภิปรายไว้เมื่อกี้นี้ไปให้บุคคลภายนอกซึ่งยังไม่เสร็จสิ้น นายทหารระดับอย่างนี้ ระดับจอมพลถึง ๒ คน พลเอกอีกคนหนึ่ง ผมจะนิ่งดูดายได้อย่างไรครับ อันนี้ผมก็ต้องดำเนินการให้เด็ดขาด วันจันทร์ผมก็สั่งย้ายอย่างที่ว่าโดยถูกต้อง ถามผมว่าผมมี อำนาจสั่งย้ายไหม มีครับ มีแน่นอน อำนาจสั่งย้ายผมมีอำนาจแน่นอน ผมใช้อำนาจ โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ. จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ปี ๒๕๕๑ มาตรา ๕ มาตรา ๙ และมาตรา ๒๔ มีชัดเจน มาช่วยราชการที่สำนักงานรัฐมนตรีของผม และให้ ส่งมอบหน้าที่โดยเด็ดขาด แล้วผมแต่งตั้งท่าน พลเอก วิทวัสเป็นแทน ท่านผิดหวังอยู่เป็นปี ก็เรียกว่าเหลืออีกประมาณ ๓๕ วันท่านก็ได้มารักษาการเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม ด้วยเหตุที่เรียกว่าฟลุค (Fluke) หรืออะไรก็แล้วแต่ อันนี้คือสิ่งที่ผู้บังคับบัญชาอย่างผมต้องทำ ผมเป็นผู้บังคับบัญชา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่ดูแลทั้งหมด ไม่ใช่หัวหน้ากองโจร อย่างท่านว่าครับ ผมทำถูกต้อง ความที่ผมทำอย่างนี้แล้วมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงที่ผ่าน ๆ มา โทรมาแสดงความดีใจกับผม แม้กระทั่งผู้บังคับบัญชาเก่า ๆ ที่อยู่ในกองทัพบกซึ่งผมไม่รู้จัก ว่าทำถูกแล้ว นอกจากนั้นประเด็นสำคัญคือว่า ๑ ใน ๓ ที่ผมสั่งลงโทษนั้นคือพลเอกซึ่งเป็น ผอ. เสมียนตรา ผมไม่เอ่ยชื่อแล้วกัน เจ้ากรมเสมียนตรานั้นเป็นผู้ที่ดูแลระเบียบข้อบังคับ ทั้งหมด มาหาผมวันรุ่งขึ้น มาขอโทษผมเอาพวงมาลัยมาให้ผม ขอโทษผม แล้วบอกว่าพี่ครับ พี่ทำถูกต้องแล้ว ท่านต้องคิดตรงนี้ครับ ๓ คนที่ผมลงโทษไป คนหนึ่งมาหาผม แล้วไม่เคย ไปฟ้องผมอะไรทั้งสิ้น นี่คือทหารที่แท้จริง เขารู้ระเบียบรู้วินัยว่าอย่างไร ๑ ใน ๓ นั้นมาขอโทษผม ผมให้อภัยครับ แต่ว่าการดำเนินการตามระเบียบก็ต้องมี แทนที่ผมจะให้เขาอยู่ตำแหน่งเดิม ในที่ประชุมก็คุยกันแล้วว่าต้องเอาออกไปก่อน อันนี้คือสิ่งที่ผมจะเรียนให้ทราบ ในประเด็นนี้

ส่วนที่ท่านบอกว่า พลเอก เสถียรขอเข้าประชุมในวันที่ ๕ กันยายน ที่ผมประชุมอีกครั้งหนึ่งครั้งสุดท้ายนั้น ท่านส่งหนังสือมาที่ผมทราบทีหลังเมื่อวันที่ ๔ กว่าจะถึงผมช้าแล้ว แล้วกระผมไม่ให้ พลเอก วิทวัส ซึ่งรักษาการปลัดกระทรวงมีอำนาจเต็ม เหมือนปลัดกระทรวง ถ้าท่านดูระเบียบจะบอกเลยว่าผู้ที่รักษาการแทนตำแหน่งนายนั้น สามารถทำได้เหมือนตัวเองที่อยู่ตำแหน่งนั้นทุกประการ ผมก็ไม่ให้เข้า ก็ประชุมกัน มีบันทึก การประชุมชัดเจนซึ่งผมจะให้ท่านประธานต่อไปว่าบันทึกการประชุมออกมาว่าอย่างไร ชัดเจนในเรื่องการประชุมในครั้งวันที่ ๑๗ และวันที่ ๕ กันยายน อันนี้คือสิ่งที่ผมจะต้องเรียน ให้ท่านทราบว่าผมไม่ใช่คนที่ทำอะไรไม่มีกติกานะครับ

ส่วนอีกประเด็นหนึ่งที่ท่านบอกว่ากลายเป็นปลัดกระทรวงนั้นจะต้องเอาที่มี ยศจอมพลก่อน แล้วพันเอกทีหลัง แล้วคนที่อาวุโสสูงสุด เขาจะเขียนว่าอย่างนี้ครับ ในข้อบังคับกระทรวงกลาโหม ข้อ ๑๘ กำหนดให้การพิจารณาคำนึงถึงอาวุโสทางทหาร ท่านพูดถูก ประวัติรับราชการ ผลการปฏิบัติงาน ความประพฤติ จริยธรรม และความรู้ความสามารถประกอบกัน ไม่ใช่อย่างใดอย่างหนึ่งครับ คนที่ทำอย่างนี้ท่านว่า จะให้เป็นหรือครับ ผมคิดอย่างนี้ คนที่ทำอย่างนี้ ความประพฤติอย่างนี้ ผลการปฏิบัติงาน อย่างนี้แล้ว ผมทำไม่ได้หรอกครับ เพราะฉะนั้นแล้วนี่คือสิ่งที่ผมได้เรียนให้ท่านทราบคร่าว ๆ เป็นอันแรกก่อน และคลิปเสียงก็มีบอกว่าที่ท่านมานั้นเป็นคลิปเสียงของการตัดต่อ นอกจากไม่ถูกต้องตามระเบียบแล้วยังตัดต่อไม่สมบูรณ์ ผมประชุมอย่างลูกผู้ชาย ทุกคนเขา เรสเปคท์ (Respect) ผม เพราะฉะนั้นไม่มีปัญหาอะไรอย่างนี้

อีกเรื่องหนึ่งในการพิจารณานั้น เรื่องรุ่นก็สำคัญครับ พลเอก ทนงศักดิ์ นั้นเป็นรุ่นเดียวกับท่านเสถียร หลังผมรุ่นเดียว การยืน ผมเจอรุ่นพี่ ขออนุญาตเอ่ยนามครับ พี่เฟีย พีเฟียที่ว่านี่ ผมเจอท่านเป็นพันเอก ผมต้องไหว้ท่านก่อน เพราะท่านรุ่นก่อนผม ผมมีซีเนียริตี (Seniority) ครับ ตรงนี้ก็เรียนให้ท่านทราบว่าในการดำเนินการของผมนั้น ถูกต้องตามระเบียบทุกประการ มีการพิจารณาที่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นท่านผู้ฟังทั้งหลาย ที่ฟังอยู่ก็ได้เรียนให้ท่านทราบว่าผมพิจารณาอย่างไรถูกต้องไหม ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีค่ะ จากข้อที่ทางผู้อภิปรายที่ได้กล่าวหาว่า ท่านปลัดกระทรวงกลาโหม พลเอก เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ได้ส่งหนังสือราชการมาร้องเรียน ที่สำนักนายกรัฐมนตรี ก็กราบเรียนว่าข้อเท็จจริงในการบริหารราชการแผ่นดินนั้น ก็มีระเบียบแล้วก็ขั้นตอนการปฏิบัติอยู่แล้ว ซึ่งในขั้นตอนนั้นก็มิให้มาก้าวข้ามในขั้นตอน แต่ละขั้น รวมถึงการแต่งตั้ง เมื่อแต่งตั้งนี่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะเป็นผู้ที่ ควบคุมดูแล ตาม พ.ร.บ. ในการจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๑ และ รวมถึงข้อบังคับของกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล พ.ศ. ๒๕๕๑ ที่กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการในการที่จะพิจารณาแต่งตั้งนายทหาร ชั้นนายพลของกระทรวงกลาโหม ซึ่งถือว่ามีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธานค่ะ สำหรับหนังสือที่ส่งมายังสำนักนายกรัฐมนตรีนั้นเลขาธิการนายกรัฐมนตรีก็ได้มีหนังสือ แจ้งไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเพื่อให้ตรวจสอบและดำเนินการแต่งตั้งให้ถูกต้อง เป็นไปตามการจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๑ และรวมถึงข้อระเบียบ ต่าง ๆ ด้วย ซึ่งถือว่าดิฉันเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจหลังจากที่ได้รับก็ถือว่าได้ส่งไปและหนังสือ ฉบับนั้นก็ได้แจ้งให้กับ พลเอก เสถียรได้ทราบด้วยนะคะ สำหรับการพิจารณาเรื่องของ การแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล ถือว่าในขั้นตอนการปฏิบัติอย่างที่ได้เรียนว่านายกรัฐมนตรี ไม่สามารถเข้าไปดำเนินการแทรกแซงได้ ขอบคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อสักครู่ ทางฝ่ายค้านแจ้งว่าจะมีสมาชิกอีก ๒ ท่านที่จะอภิปรายท่านสุกำพลครับ

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านพิเชษฐ์ ประท้วงหรือครับ เชิญครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมอยากจะประท้วงท่านประธานในข้อบังคับ ข้อ ๘ ท่านประธานครับ จากคลิปที่ท่านผู้อภิปรายได้นำมาเสนอในที่ประชุม ปรากฏว่าไม่ตรงกับความเป็นจริง มีการตัดต่อเสียงของคณะกรรมการที่ร่วมกัน ๕ ท่านออกไป แล้วมีการนำเสนอคลิปบางตอน เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อภิปราย ท่านประธานครับ คณะกรรมการที่ท่านประธานได้แต่งตั้ง ๕ ท่านเพื่อตรวจคลิปเป็นข้าราชการทั้งหมด ไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในฝ่ายรัฐบาลและ ฝ่ายค้านร่วมพิจารณาด้วย ท่านประธานทราบได้อย่างไรครับว่าจุดไหนสำคัญ จุดไหน ไม่สำคัญ จุดไหนที่ไม่เหมาะสมหรือเหมาะสม ท่านประธานครับ ประธานตรวจคลิป เป็นข้าราชการ เป็นเจ้าหน้าที่ตำแหน่งไหนครับ ลำดับไหนครับ เหมาะสมหรือไม่ที่จะมาเป็น ประธานในการตรวจคลิป ผมอยากจะให้ท่านประธานใช้ข้อบังคับ ข้อ ๖๑ แก้ไขคำสั่ง ให้มีกรรมการโดยมี ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล ๒ ท่าน และฝ่ายค้าน ๒ ท่าน เพื่อความยุติธรรม ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านพิเชษฐ์ครับ เรื่องนี้เราหารือมาก่อนหน้านี้และได้ข้อสรุปชัดเจนแล้ว ไม่อยากให้เสียเวลาครับ แล้วการจะไป พิสูจน์ว่าคลิปของแท้หรือไม่แท้นี่เจ้าหน้าที่หรือกรรมการเราคงจะไปพิสูจน์ลำบากนะครับ ก็เอาว่าท่านรัฐมนตรีก็ได้ชี้แจงแล้วประชาชนก็ฟังอยู่เอาอย่างนั้นนะครับ ท่านพิเชษฐ์ครับ สมควรแล้วนะครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ตกลงท่านประธานจะไม่มี การเปลี่ยนแปลงเลยใช่ไหมครับ ใช้กรรมการชุดนี้ไปจนตลอด ๓ วันเลยใช่ไหมครับ ถ้าเกิดการผิดพลาดแล้วสร้างความเสียหายโดยที่ไม่เป็นความจริงนี่ท่านประธาน จะรับผิดชอบไหมครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เป็นข้อยุติ ที่ได้หารือกันแล้วครับ ไม่อย่างนั้นก็หาข้อยุติไม่ได้มันก็ไม่จบสักที ผมว่ามันสมควรแล้วครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

มันเป็นมาตรฐานใหม่แล้ว ใช่ไหมครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ใช่ครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

สมัยที่แล้วก็มีคณะกรรมการ ซึ่งมาจากสภาผู้แทนราษฎร มาจาก ส.ส. ช่วยกันตรวจก็ไม่มีปัญหาอะไรนี่ครับท่านประธาน วันนี้ท่านประธานใช้ข้าราชการทั้งหมด เขาสามารถที่จะตัดได้หรือครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านพิเชษฐ์ครับ จริง ๆ แล้ววิป ๒ ฝ่ายไปตกลงกันไว้ว่ามอบหมายให้ท่านรองประธานวิสุทธิ์ท่านเดียวด้วยซ้ำ แต่ผมแก้ปัญหาหารือที่ประชุม ฝ่ายค้านก็กรุณาแล้วก็ให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ผมว่าทางออกที่ดีที่สุดแล้วครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธาน คือผมไม่ทราบว่า ประธานคณะตรวจสอบคลิป คุณพรรณิภานี่ตำแหน่งอะไรครับ ทำไมท่านไม่ตั้ง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง เป็นประธานจะได้มีความยุติธรรม จะได้พิจารณาได้ถูกต้องด้วยครับท่านประธาน ผมคิดว่า ท่านประธานสมควรจะแก้ไขนะครับ เพราะว่าอีกหลายวันนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาว่าอย่างนี้ ผมเพิ่มอีกท่านหนึ่ง ท่านรองประธานวิสุทธิ์มาเป็นประธานแทน เพิ่มเติม เอาอย่างนั้นนะครับ ท่านบุญยอดมีอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ผมกำลังจะทักท้วงท่านว่า คำวินิจฉัยของท่านประธานนั้นเป็นที่สุดแล้ว ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าท่านรัฐมนตรี พลอากาศเอก สุกำพล ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านก็หยิบยกเป็นภาพถ่าย ไม่ทราบว่าท่านไป ผ่านกรรมการแล้วหรือยัง และท่านประธานเองก็ต้องควบคุมด้วยนะครับว่ารัฐมนตรีก็ไม่ควร จะกล่าวหาบุคคลภายนอก เขาไม่สามารถที่จะมาอธิบายเรื่องต่าง ๆ ได้ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ส่วนคลิปอะไรต่าง ๆ เอกสารของท่านวิรัตน์นี่คนที่ตรวจคือท่านรองประธานวิสุทธิ์ เพราะก่อนหน้านั้นยังไม่ได้ตั้งคณะกรรมการ และตอนนี้ตั้งคณะกรรมการเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นเอกสารทั้งหมดส่งไปที่คณะกรรมการ เพียงแต่ฝ่ายเลขาธิการเมื่อกี้ผมกำชับ ให้ตั้งกรรมการเพิ่มเติมคือตั้งท่านรองประธานวิสุทธิ์มาเป็นประธานเพิ่มอีก ๑ ท่านเท่านั้นเอง ไม่ให้เสียเวลาผมขออนุญาตต่อเลย มีฝ่ายค้านที่จะอภิปรายท่านรัฐมนตรีอีก ๒ ท่าน ท่านวิรัตน์ครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

สั้น ๆ ท่านประธาน ขอบคุณนะครับ ผม วิรัตน์ กัลยาศิริ ต้องขอบคุณรัฐมนตรีที่ยอมรับว่ามีคลิป ผมได้นำคลิปทั้งหมดไปให้ ฝ่ายตรวจสอบตรวจสอบแล้ว แล้วก็นำเรียนแล้วว่าเพื่อประหยัดเวลาในสภา เพราะว่าผมมีเวลา แค่ ๓๐ นาที ก็เลยเอามาที่จำเป็น แต่ผมจะเอาคลิปและคำถอดทั้งหมดให้ได้รับรู้รับทราบกัน ส่วนกรณีที่ท่านบอกว่าเป็นหน้าที่ ผมก็เรียนแล้วว่าทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ต้องมาจาก ส่วนราชการ แล้วก็ต้องเรียนไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่าการที่ท่านให้คนที่ทำผิดตรวจสอบเองนี่ ท่านก็รู้แล้วว่าเขาไม่มีทางตรวจสอบ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีจึงไม่สามารถ พ้นกรณีละเลย เพิกเฉย สมรู้กับรัฐมนตรีในการปฏิบัติผิดต่อรัฐธรรมนูญ ผมยืนยันครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ทำความเข้าใจนิดหนึ่ง เรื่องเอกสาร เรื่องคลิปอะไรต่าง ๆ เรามีคณะกรรมการโดยที่มีท่านรองประธานวิสุทธิ์ เป็นประธาน แล้วก็จะเป็นฝ่ายตรวจสอบแล้วก็เก็บเอกสารเหล่านี้ไว้ ถ้าใครมีปัญหาอะไร อย่างไรก็สามารถที่จะใช้ประโยชน์จากคลิปตรงนี้ได้ เอาอย่างนั้นนะครับจะได้สบายใจทุกฝ่าย ผมว่าต่อเลยดีกว่ากระมังครับ เชิญครับ

นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน กุสุมาลวตี ศิริโกมุท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม ท่านประธานคะ ในกรณีเรื่องคลิปนั้นดิฉันมองเห็นว่ามันเป็นคลิปที่นำมาตัดต่อไม่ทั้งหมด เพื่อที่จะ เป็นประโยชน์ต่อผู้อภิปรายเท่านั้น ท่านประธานคะ เพราะฉะนั้นกรณีที่คลิปที่ ผบ. สูงสุด

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านกุสุมาลวตีครับ ประเด็นนี้ผมวินิจฉัยไปแล้ว ไม่อย่างนั้นก็จะมีผู้ประท้วงกันอยู่อย่างนี้ มันพิสูจน์ไม่ได้หรอก ตอนนี้ ก็ต้องส่งฝ่ายผู้เชี่ยวชาญเขาตรวจสอบ แล้วเราในขณะนี้มันไม่มีผู้เชี่ยวชาญ ที่จะมาดูแลเรื่องนี้อยู่แล้ว ในระยะเวลาที่ยื่นก่อนกำหนด ๑๕ นาที แต่เราได้เก็บรวบรวมไว้ เมื่อกี้ผมชี้แจงแล้ว รวบรวมไว้ ถ้ายังติดใจก็สามารถขอตรงนี้ไปพิสูจน์ได้ในภายหลัง ไม่มีปัญหาครับ จะได้ดำเนินการต่อนะครับ ผมว่าจบแล้วกระมังครับ ผมว่าอภิปรายต่อดีกว่า จบแล้วครับ คุณหมอมีอะไรครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วง ท่านประธาน ข้อบังคับ ข้อ ๘ ท่านต้องควบคุมการประชุมให้ชัดเจนกว่านี้ ไม่อย่างนั้นแล้ว จะมีคนประท้วง ท่านประธานโปรดสังเกตบางคนที่ประท้วงซ้ำซาก วินิจฉัยไปแล้วก็ประท้วงซ้ำ อะไรอย่างนี้ ผมไม่อยากให้เกิดภาพอย่างนี้ ถ้าฝ่ายเรานี่เราพยายามจะไม่ประท้วง เพราะฉะนั้นท่านประธานควบคุมด้วย เรื่องคลิปจบแล้ว ท่านประธานวินิจฉัยเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นเดินหน้าเหมือนเดิมเลยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญผู้อภิปรายต่อครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนที่ กระผมจะเข้าสู่การอภิปรายท่านรัฐมนตรีดาวเด่นขวัญใจฝ่ายค้านคือ พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขออนุญาตท่านประธานที่จะใช้ขาตั้งและ ภาพประกอบซึ่งได้ผ่านการเซนเซอร์ (Censor) โดยกรรมการที่ท่านประธานแต่งตั้ง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ๒. ก็คือขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปราย ได้ติดตามการนำเสนอข้อมูลข้อเท็จจริงพฤติกรรมที่ไม่สมควรได้รับความไว้วางใจ ทั้งท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมตลอดการอภิปราย และขออนุญาตพูดเสียงดังครับ เพราะว่าผมเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร เช่นกัน ก่อนอื่นต้องเรียนท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีว่าประสิทธิภาพของประเทศจะเกิดขึ้นจากประสิทธิภาพของรัฐบาลและรัฐสภา การใช้อำนาจในการถ่วงดุลตรวจสอบของระบบรัฐสภานั้นจะทำให้ประเทศก้าวหน้า ประชาชนได้ประโยชน์ โดยเฉพาะปัญหาความไร้ประสิทธิภาพของรัฐมนตรี ปัญหาการทุจริต คอร์รัปชัน (Corruption) ซึ่งในญัตติที่ฝ่ายค้านได้ร่วมกันเสนอนั้นได้ระบุชัดเจนว่านอกจาก เป็นยุคแพงทั้งแผ่นดินแล้วยังเป็นยุคโกงทั้งแผ่นดิน ประเด็นนี้คือที่มาของการชุมนุม และมีเหตุผล ๑ ใน ๓ ก็คือการที่รัฐบาลปล่อยให้มีการทุจริตคอร์รัปชันและเอื้อประโยชน์ ให้พวกพ้อง รวมทั้งรัฐมนตรีหรือท่านนายกรัฐมนตรีนั้นมีพฤติกรรมที่ไม่น่าไว้วางใจ ความจริงเราต้องการรัฐมนตรีที่มีคุณสมบัติ มีความรู้ความสามารถ มีความซื่อสัตย์เพื่อนำพา ประเทศก้าวไปสู่ห้วงเวลาของการเปลี่ยนแปลง เรากำลังก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และจะเกิดประชาคมความมั่นคงอาเซียน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั้นจะเป็น ตัวแทนประเทศไทยในการร่วมกับอีก ๙ ประเทศอาเซียนในการสร้างประชาคมความมั่นคง อาเซียน ผมไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แต่ท่านเป็น รัฐมนตรีออฟ สเปก (Off spec) ครับ ท่านเป็นรัฐมนตรีที่ไม่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งนี้ ต่อไป ผมจะมีการกล่าวโทษตั้งข้อกล่าวหาพฤติกรรมที่ไม่น่าไว้วางใจ เอื้อประโยชน์เอกชน ไม่รักษาผลประโยชน์ของชาติบ้านเมือง และถ้าท่านนายกรัฐมนตรีจะได้กลับมาที่บัลลังก์ ท่านฟังแล้วท่านอาจจะย้ายท่านก่อนที่ท่านจะไปย้ายข้าราชการครับ ผมเรียนท่านประธานว่า ท่านรัฐมนตรี พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั้น มีพฤติกรรมการบริหารราชการแผ่นดินบกพร่อง ผิดพลาด ไร้ประสิทธิภาพ ปล่อยปละละเลย ให้มีการทุจริตประพฤติมิชอบและส่อพฤติกรรมการกระทำความผิดกฎหมาย หากปล่อยให้ บริหารราชการแผ่นดินต่อไปในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมก็จะก่อให้เกิด ความเสียหายต่อประเทศและประชาชนไม่มีที่สิ้นสุด จึงไม่สมควรดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ต่อไป ท่านรัฐมนตรีผู้นี้มีพฤติกรรมกระทำการในสิ่งที่ควรทำแต่ไม่ทำ สิ่งที่ไม่ควรทำกลับทำ โดยใช้ตำแหน่งหน้าที่ราชการอนุมัติโครงการว่าจ้างสร้างเรือรบ ๓ ลำ ๕๕๓ ล้านบาท กระผมได้ขออนุญาตท่านประธานที่จะได้เห็นภาพของโครงการจัดหาเรือสนับสนุน การปฏิบัติการทางเรือ จำนวน ๓ ลำ เรือดังกล่าวนั้นเป็นเรือรบประเภทตรวจการณ์ลาดตระเวน ก็ขอเรียกสั้น ๆ ว่า เป็นเรือลาดตระเวน มีภารกิจในการที่จะดำเนินการดูแลชายฝั่งทะเลของเรา ๒,๔๐๐ กิโลเมตร ดูแลให้ความคุ้มครองป้องกันในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ ประสานกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงถือว่ามีประโยชน์อย่างยิ่งที่กองทัพเรือได้นำเสนอ และคณะรัฐมนตรี ชุดที่แล้วได้อนุมัติเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี ๒๕๕๓ โครงการที่ดีอย่างนี้ซึ่งตั้งงบประมาณ ก่อหนี้ผูกพันข้ามปี ปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ และปี ๒๕๕๖ เป็นโครงการที่จะเป็นประโยชน์ต่อ กองทัพเรือแล้วก็ต่อประเทศของเรา โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่ทำมาค้าขายและประกอบ อาชีพในทะเล แต่ด้วยพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใสทำให้โครงการนี้เกิดความล่าช้า ซึ่งนอกจากที่ กระผมจะได้ตั้งประเด็นการกล่าวโทษไปแล้วก็จะเป็นประเด็นของข้อกล่าวหา ท่านรัฐมนตรี มีสิทธิที่จะชี้แจงว่าข้อกล่าวหาของกระผมนั้นเป็นจริงหรือไม่ และท่านจะรับผิดชอบอย่างไร ในฐานะที่เป็นชายชาติทหาร ท่านได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่ในการอนุมัติโครงการนี้เป็นการเอื้อ ประโยชน์ให้กับเอกชนบางราย ๒. การอนุมัติของท่านเข้าข่ายการกระทำความผิดกฎหมาย ทั้งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ และพระราชบัญญัติความผิดว่าด้วยการเสนอราคา ต่อหน่วยงานของรัฐหรือที่เรียกสั้น ๆ ว่ากฎหมายฮั้ว ความจริงท่านมีเวลามากพอ เพราะโครงการนี้ต่อเนื่องมาตั้งแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมท่านที่แล้วคือ พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ได้มีการดำเนินการร้องเรียน ร้องทุกข์ มีการตรวจสอบ โดยองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อเปลี่ยนรัฐมนตรีเหตุการณ์ก็เปลี่ยนไป ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะนำเสนอภาพรวมโดยสังเขปเพื่อง่ายต่อการที่จะเข้าใจ เมื่อผมได้ลงลึกไปสู่ประเด็นของข้อกล่าวหาว่าโครงการนี้นั้นทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ได้ยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการ และท่านรัฐมนตรีก็จะตกเป็นจำเลยไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ป.ป.ช. ได้เริ่มการสอบสวนตั้งแต่วันที่ ๒๙ มิถุนายน เป็นต้นมา แต่ในสภาแห่งนี้มีหน้าที่ในการที่จะได้นำเสนอข้อเท็จจริง และการนำเสนอ ประเด็นพฤติกรรมของท่านว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลนั้น จะยังคงให้ความไว้วางใจท่านได้หรือไม่ ก็เป็นหน้าที่ของท่านที่จะต้องตอบข้อชี้แจง ในสภาแห่งนี้นอกเหนือที่ท่านจะต้องไปพบกับ ป.ป.ช. ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาต ที่จะลำดับเหตุการณ์ความเป็นมาโดยสังเขปครับ โครงการนี้นั้นได้มีการเริ่มออกหนังสือ เชิญชวนเมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๔ หลังจากนั้นก็มีการยื่นซองวันที่ ๒ พฤษภาคม และมีการประกาศผลการพิจารณาในวันที่ ๖ มิถุนายน ปีที่แล้ว กองทัพเรือได้เห็นชอบ เสนอกองทัพไทยเพื่อเห็นชอบ ในวันที่ ๑๕ สิงหาคม ถัดมาบริษัทที่เข้าแข่งขันคือบริษัท ซี เครสท์ มารีน จำกัด ได้มีหนังสือขอความเป็นธรรมต่อคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกแบบ และผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง ในวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๔ หลังจากนั้นกระบวนการ ในฝ่ายของทางกองทัพเรือมายังกระทรวงกลาโหม แล้วก็มาถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมท่านที่แล้ว ท่านได้อนุมัติเห็นชอบให้กองทัพเรือจ้างสร้างเรือรบดังกล่าวในวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๕๔ ท่านประธานก็จะแปลกใจว่าแล้วทำไมมันเกี่ยวข้องอะไรกับรัฐมนตรีในเมื่อโครงการนี้อนุมัติ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมท่านที่แล้ว ติดตามต่อมาเรื่องนี้เป็นหนังยาว วันที่ ๓ ตุลาคม บริษัท ซี เครสท์ มารีน จำกัด ได้ขอความเป็นธรรมเป็นครั้งที่ ๒ หลังจากนั้น อะไรเกิดขึ้น วันที่ ๑๘ ตุลาคม ในอีกไม่กี่วันต่อมาครับ เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านที่แล้ว และสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงกลาโหมนั้น ได้รับทราบถึงประเด็นของการร้องเรียนและเห็นว่ารับฟังได้ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมท่านที่แล้วจึงให้มีการชะลอการลงนามในสัญญาไปก่อน หลังจากนั้น กระบวนการตรวจสอบภายในทั้งในส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ทั้งกองทัพเรือ ก็ได้มีการดำเนินการตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมท่านที่แล้วได้มีการตรวจสอบ เพื่อให้ความเป็นธรรมและถูกต้อง ในระหว่างนั้นเองสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินก็ได้เริ่มเข้าไป หลังจากมีการร้องเรียน ร้องทุกข์ และมีการตรวจสอบตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ๒๕๕๔ คือหลังจากมีการประกาศผลการพิจารณาว่าบริษัท มาร์ซัน จำกัด นั้นเป็นบริษัทที่ชนะ ในการประมูลครั้งนี้ เหตุการณ์ผ่านมาจนกระทั่งข้ามปีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้มีหนังสือ ไปถึงทั้งปลัดกระทรวงกลาโหม ทั้ง ผบ.ตร. ทั้งท่านรัฐมนตรี ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนใหม่ครับ พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต มีหนังสือไปขอให้ทบทวนการจัดหาให้ถูกต้องและขอให้ส่งเอกสารชี้แจงเพิ่มเติม เพราะที่นำเสนอชี้แจงมายังอธิบายไม่ได้ในพฤติกรรมที่ส่อว่าจะมีการกระทำผิดกฎหมาย เท่านั้นไม่พอครับ ๖ มีนาคมเดือนถัดมา องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญอีกองค์กรหนึ่งคือ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งผมได้มีโอกาสลงไปอ่านรายงานดังกล่าว ท่านได้มี การให้โอกาสอย่างเต็มที่ในการที่จะให้ทางกองทัพเรือ ให้กรรมการบริหารโครงการจัดหา เรือลาดตระเวนดังกล่าว กรรมการให้คะแนนตัวแทนจากกระทรวงกลาโหมไปชี้แจง ท้ายที่สุดแล้วก็ได้มีหนังสือถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและปลัดกระทรวงกลาโหม บอกว่าให้กำกับติดตามการจัดหาเรือรบครั้งนี้ให้เป็นไปตามกฎหมาย หลังจากนั้นวันที่ ๑๒ เมษายน ท่านประธานครับ ก่อนสงกรานต์ปีนี้ครับ ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม คงจะต้องจดจำไปอีกนานครับ เมื่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้สรุปว่าการเลือก แบบสนับสนุนการปฏิบัติการทางเรือหรือเรือลาดตระเวนดังกล่าวเป็นการแข่งขัน โดยไม่เป็นธรรม และอาจมีการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง กรณีจึงเป็นไปตาม มาตรา ๑๓ (๓) (ข) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๕๒ จึงให้กองทัพเรือพิจารณาทบทวนการคัดเลือกแบบเรือสนับสนุนการปฏิบัติการ ทางเรือเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อไป ซึ่งไม่สมควรที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะละเลยในเรื่องนี้ อีก ๑๐ วันถัดมาครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เสียงดังฟังชัดชายชาติทหาร พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต ท่านนี้ก็ได้อนุมัติให้มี การยกเลิกการชะลอการลงนามในสัญญา และให้กองทัพเรือดำเนินการจ้างสร้างเรือรบดังกล่าว กับบริษัท มาร์ซัน จำกัด ทันที รวดเร็วครับวันรุ่งขึ้นมีการลงนามในสัญญาทันที นั่นก็เป็น ข้อพิรุธประการหนึ่ง ซึ่งกระบวนการต้องเรียนว่าการลงนามวันที่ ๒๔ เมษายน ได้ผ่านหน่วยงานต่าง ๆ ภายในวันเดียวครับ ท่านรัฐมนตรีได้ให้การอนุมัติ วันรุ่งขึ้นก็มีการลงนามในสัญญาผูกพันไปเรียบร้อย แล้ววันที่ ๑๘ กรกฎาคมถัดมา สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. นี่แหละครับ โดยผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินได้สรุปดังนี้ครับ เมื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้วเห็นว่าการจัดหา เรือลาดตระเวนดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิด เกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ จึงเสนอให้ ป.ป.ช. ดำเนินการต่อไป นี่คือลายเซ็นอนุมัติของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมท่านก่อนอนุมัติเมื่อเดือนกันยายน ปี ๒๕๕๔ แต่หลังจากได้รับรู้รับทราบ ว่ามีการตรวจสอบ มีความเห็นขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญที่เขาต้องดูแลปกป้อง เงินของแผ่นดิน เงินหลวงตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้คนโกงเงินแผ่นดินตายทุกคนครับ เพราะฉะนั้นเมื่อท่านได้อนุมัติซึ่งท่านคงไม่ปฏิเสธเพราะว่าเอกสารเหล่านี้เป็นเอกสาร ที่ท่านลงนามด้วยตัวเอง แล้วผมก็ได้นำเสนอท่านประธานตามกติกาครับ

(นายขจิตร ชัยนิคม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านอลงกรณ์ มีผู้ประท้วงครับ

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี ผมประท้วงผู้ที่กำลังอภิปราย การอภิปรายนี้ เป็นการอภิปรายไม่สอดคล้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๘ วรรคสอง ซึ่งเขียนไว้ชัดเจนว่า ถ้าหากพบพฤติกรรมของนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีที่มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติส่อไป ในทางทุจริตต่อหน้าที่ราชการ หรือจงใจฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ต้องเสนอถอดถอนก่อน เมื่อผมมาดูหนังสือถอดถอนของฝ่ายค้านทั้งหมดซึ่งเพิ่งแจก ในที่ประชุมก็ดูทั้ง ๔ หน้าแล้วไม่มีเรื่องนี้ครับ เพราะว่าผมฟังมาตลอดเวลา ๑๐ กว่านาที เป็นการพูดถึงว่ารัฐมนตรีท่านนี้ทำผิดกฎหมายแล้วก็มีการทุจริต ประเด็นนี้ไม่ได้มีในหนังสือ ถอดถอนครับ ผิดรัฐธรรมนูญอภิปรายไม่ได้ครับถ้าวรรคแรกพอได้ครับ ถ้าวรรคสอง ในหนังสือของท่านบอกว่าผิดกฎหมาย มีพฤติกรรมทุจริตนี่ท่านต้องยื่นถอดถอนก่อน เพราะฉะนั้นการอภิปรายของผู้อภิปรายขณะนี้ไม่สอดคล้องหรือขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๘ วรรคสอง อภิปรายไม่ได้ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านอลงกรณ์ครับ ท่านได้ยื่นถอดถอนตรงนี้ด้วยหรือเปล่าครับ ประเด็นที่อภิปราย

นายอลงกรณ์ พลบุตร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ กระผมเป็นผู้ที่ร่วม ยื่นญัตติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ท่านผู้ประท้วงอาจจะ ไม่ได้นั่งฟังว่าที่กระผมได้กล่าวโทษท่านรัฐมนตรีนั้นด้วยถ้อยคำว่าปล่อยปละละเลย ให้มีการทุจริต กระทำผิดกฎหมาย เพราะฉะนั้นท่านก็อาวุโสนะครับผมก็จะทำหน้าที่ แต่ท่านสั่งไม่ให้ผมพูดไม่ได้หรอกครับ แล้วผมไม่คิดว่าทางรัฐบาลจะปิดปากผม ปิดปากฝ่ายค้าน โดยเฉพาะประเด็นที่ท่านเห็นว่ามันเป็นประโยชน์หรือไม่ต่อประชาชนและประเทศชาติ ถ้ากรณีนี้ท่านปิดปากไม่ให้ผมพูดท่านก็ต้องตอบประชาชนทั้งประเทศว่ารัฐบาลนี้ กลัวการตรวจสอบ รัฐบาลนี้เป็นไปตามข้อกล่าวหา ท่าน ส.ส. ที่ลุกประท้วงท่านกำลังปิดกั้น การทำหน้าที่ในการปกป้องประโยชน์ของแผ่นดิน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านอลงกรณ์ครับ คงไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ เรากำลังปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ถ้ารัฐธรรมนูญได้ระบุไว้ อย่างนั้น เราก็ต้องปฏิบัติตามนั้นครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร บัญชีรายชื่อ

กระผมจะปฏิบัติตามที่ท่านประธาน เสนอแนะครับ

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านอรรถพร มีอะไรครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถพร พลบุตร

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวครับ ทีละท่านครับ ท่านอรรถพรเชิญครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอประท้วงท่านประธานตามข้อ ๘ ครับ ในเรื่องการควบคุม การอภิปรายในญัตติไม่ไว้วางใจตรงนี้ ท่านประธานต้องอย่าปล่อยให้มีการประท้วง ที่ไม่มีความจำเป็นหรือเป็นการขัดจังหวะในการทำหน้าที่ตรวจสอบเพื่อค้นหาความจริง ให้ปรากฏต่อสาธารณชน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครับ ผมต้องตัดบทเลยตรงนี้ ท่านจะประท้วงผมตามข้อ ๘ ผมได้ดำเนินการตามข้อ ๘ อยู่แล้วนะครับ มีผู้ประท้วงผมก็ให้สิทธิ ทีนี้ประท้วงแล้วผมก็ใช้ดุลยพินิจเท่านั้นเอง ถ้าไม่มีเหตุผลผมก็ใช้ ดุลยพินิจเอง ไม่เป็นไร ท่านขจิตรเชิญครับ

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๔ การกล่าวของผู้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ ผมเสียหายครับ ผมไม่ได้มีเจตนาจะหยุดยั้งการอภิปราย ถ้าผมมีเจตนาจะหยุดยั้ง การอภิปราย ผมขออภัยว่าเฉพาะข้อบังคับ ข้อ ๑๖๙ ท่านก็ไม่ได้ทำ นี่ผมกำลังให้อภิปราย โดยอนุโลมนะ เพราะว่าตอนส่งให้ท่านประธานไม่ได้ส่งคำขอถอดถอนแนบไป เพิ่งมาส่ง ในที่ประชุมวันนี้ นี่มันอนุโลมให้กันมากแล้วนะ เสร็จแล้วผมก็อยากให้ที่นี่เป็นบรรทัดฐาน เรื่องการอภิปรายว่ารัฐมนตรีทุจริต ท่านย้ำว่าทุจริต ผิดกฎหมาย ป.ป.ช. ท่านอ้างไปหมดเลย เพราะฉะนั้นเรื่องการเน้นผิดกฎหมายหรือทุจริตต้องยื่นถอดถอน ประเด็นที่ไม่ยื่นถอดถอน อภิปรายว่าละเลยอะไรอย่างนั้นได้ ตามวรรคหนึ่งที่ท่านยื่น ผมอ่านเข้าใจครับ ขอความกรุณา ท่านประธานได้โปรดวินิจฉัย แล้วย้ำอีกครั้งหนึ่งนะ ที่ผมเป็นสมาชิกฝ่ายรัฐบาล ผมยอมให้อภิปรายโดยอนุโลม ถ้าข้อ ๖๙ ถ้าประธานเคร่งครัด หลักฐานไม่ส่งท่านประธาน ต้องแจ้งเขาคืนไปให้แจ้งภายใน ๗ วัน อภิปรายไม่ได้ด้วยวันนี้ถ้ายึดตามข้อบังคับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ผมได้วินิจฉัยแล้ว นี่เป็นเรื่องของรัฐธรรมนูญได้กำหนดเอาไว้ คงไม่ใช่เป็นเรื่องของ การไปปิดกั้นอะไร ท่านอลงกรณ์ก็คงทราบดี เพราะฉะนั้นขอความกรุณาท่านอลงกรณ์ครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๖ สมัย จังหวัดเพชรบุรีครับ เป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพราะฉะนั้นผมเข้าใจการทำหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ และเคารพรัฐธรรมนูญ และกฎหมาย และข้อบังคับ ขออนุญาตท่านประธานครับ เพราะว่า ผมได้สร้างความชัดเจนแล้วว่ากระผมอภิปรายกล่าวโทษท่านรัฐมนตรีอย่างไร ก็ขอให้ ท่านรัฐมนตรีเป็นผู้ชี้แจงเมื่อผมได้อภิปรายจบลง และในวาระโอกาสที่ท่านคิดว่าเหมาะสม กระผมใคร่ขอที่จะเข้าสู่ข้อกล่าวหาว่าทำไมจากการตรวจสอบของกระผมในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาธิปัตย์ ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน สตง. หรือว่าผู้ตรวจการแผ่นดินจึงมีข้อสรุปตรงกันว่าท่านได้ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต เอื้อประโยชน์และส่อว่ากระทำผิดกฎหมายฮั้ว อันนี้คือข้อความที่ผมยกมาจากที่ทาง สตง. สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเขาได้สรุปแล้วครับ แล้วก็ผู้ตรวจการแผ่นดิน เพราะฉะนั้น ในประเด็นข้อกล่าวหาเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อท่านรัฐมนตรีนั้น ท่านก็จะต้องชี้แจง ในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดและผู้ที่อนุมัติยกเลิกการชะลอการลงนาม จนกระทั่ง มีการลงนามดังกล่าว การจัดหาเรือลาดตระเวนดังกล่าวนั้น ตามที่กระผมได้ลำดับเวลา โดยสังเขปเพื่อให้ได้เห็นภาพรวมว่ามีความเป็นมาอย่างไร ตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้วจนกระทั่ง มาสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง เป็นการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ ข้อแรกในกระบวนการ จัดหาที่มีการตั้งคณะกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือลาดตระเวนดังกล่าวนั้น

๑. รวบรัดการประมูล

๒. ซื้อซองน้อยราย

๓. ผิดเงื่อนไขทีโออาร์ (TOR)

๔. ยื่นเอกสารภายหลังรับซอง

๕. เสนอราคารายเดียว ราชการเสียประโยชน์

นี่ที่ผมกล่าวโทษท่านว่าท่านไม่ปกป้องผลประโยชน์ของแผ่นดินอย่างไรครับ ข้อแรกนั้นคือรวบรัดการประมูล การจัดหาครั้งนี้ถูกทักท้วงครับว่าประกาศเชิญชวนเมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม เป็นประกาศออกมาเชิญชวนโดยการที่เชิญเข้ามาเพราะเป็นการจัดหาจัดจ้าง จัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีพิเศษครับ ปรากฏว่ามีเวลาสั้นมากครับ ประกาศเชิญชวนออกไปนี่ เพียงแค่รับรู้นะครับ แต่ว่าเชิญมารับฟังในเรื่องของรายละเอียด ทั้งสเปก (Spec) ทั้งเรื่องของ รายละเอียดเงื่อนไขต่าง ๆ นี่ ในเดือนถัดมาครับคือวันที่ ๑-๘ เมษายน ช่วง ๑-๘ เมษายนนี้ ให้มารับเอกสารนะครับ แล้วก็หลังจากนั้นถัดมาอีก ๒ สัปดาห์จึงให้มารับฟังเรื่องของทีโออาร์ และเงื่อนไขต่าง ๆ ในวันที่ ๑๙ เมษายน แล้วให้ยื่นภายในวันที่ ๒ พฤษภาคมครับ มีเวลา ๒ สัปดาห์ครับ ต่อเรืออย่างอื่นท่านเป็นนายพลแล้วก็เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมย่อมทราบครับ ซื้อเรือลำเดียว ให้ต่อเรือลำเดียว ยังมีช่วงเวลาพิจารณา ยาวกว่านี้เลยครับ อันนี้ให้เวลา ๒ สัปดาห์ในการที่รับฟังรู้แล้วมายื่น เพราะฉะนั้น ๗ รายนี้ มารับฟังเหลือ ๓ ราย พอยื่นจริงเหลือ ๒ รายครับ ฮั้วกันหรือเปล่า ท่านรัฐมนตรีต้องใช้ดุลยพินิจ ในฐานะท่านบังคับบัญชา แต่การที่รวบรัดการจัดหาการประมูลโดยวิธีพิเศษเช่นนี้จึงเป็นพิรุธ ข้อที่ ๑

ข้อ ๒ ซื้อซองน้อยราย ยื่นซองน้อยราย ก็เหลือ ๒ รายครับ บริษัท ๒ บริษัทนี้ ก็วนไปเวียนมา บริษัทที่ชนะก็วนไปเวียนมาอยู่ในกองทัพนี้ครับ ก็ต้องยอมรับว่าเป็นบริษัทไทย ที่ประกอบธุรกิจด้านนี้ แต่มีข้อสังเกตว่ามีอดีตผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นกรรมการ และมีอดีตรองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณเป็นกรรมการบริษัท และที่สำคัญ หุ้นร้อยละ ๒๕ อยู่ในเกาะเคย์แมนและประเทศมอริเชียส เบื้องหน้าเบื้องหลัง เป็นอย่างไร เป็นเรื่องที่จะต้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบทางกฎหมายโดยตรงได้ดำเนินการ แต่ในฐานะที่ท่านเป็นรัฐมนตรีเรื่องนี้ยาวนานมาข้ามปี มีการร้องเรียนตรวจสอบ ท่านปฏิเสธ ความรับผิดชอบไม่ได้ว่าศักยภาพของท่านสามารถจะให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้ได้ดีกว่าที่ผ่านมา ไม่อย่างนั้นท่านจะไม่พลาดหรอกครับ

ข้อ ๓ ผิดเงื่อนไขทีโออาร์ เงื่อนไขทีโออาร์นั้นมี ๓ ข้อใหญ่ ๆ เป็น ๓ ข้อ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเครื่องยนต์หลักดีเซลเรือ ก็แข่งกันแค่ ๒ ราย ๒. ก็คือระบบควบคุม การขับเคลื่อน พูดง่าย ๆ คือยี่ห้อเดียวกับตัวเครื่องยนต์หลักกับตัวระบบควบคุมคอนโทรล (Control) ทั้งหลาย อีกรายหนึ่งเสนอตามเงื่อนไขทีโออาร์ อีกบริษัทหนึ่งเสนอเครื่องยนต์ ยี่ห้อหนึ่ง เสนอระบบควบคุมอันหนึ่ง แม้แต่ประธานกรรมการคัดเลือกแบบเรือ ที่เป็นเหมือนกับการจัดซื้อจัดจ้างนี่ยังระบุเลยว่าไม่มีความชัดเจนในการเชื่อมโยงเชื่อมต่อ ของระบบดังกล่าว แต่บริษัทที่ร้องเรียนไม่ได้รับความเป็นธรรมเขาบอกเขาเสนอตามทีโออาร์ ทุกประการ ปรากฏว่าแพ้ แพ้ไม่ถึงคะแนนนะครับ ให้คะแนนกัน ๗๘ คะแนน กับ ๗๗ คะแนน ห่างกันแค่ ๐.๗ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ทั้งที่เสนอได้ตรงตามทีโออาร์ทุกประการ ๓. ก็คือสมรรถนะของเรือ สมรรถนะของเรือดังกล่าวนั้นจะต้องอย่างน้อยฝ่าฟันคลื่นลม เผชิญมรสุมได้ในคลื่นที่เรียกว่าระดับ ๕ คือความสูง ๔ เมตรต่ำลงมา แต่ในทีโออาร์นั้นกำหนดชัดเจน แต่ในการยื่นเอกสารยื่นซองของผู้ชนะปรากฏว่า ไม่มีความชัดเจนตรงนี้ ตรงนี้เป็นข้อร้องเรียนแล้วก็ขอความเป็นธรรม รับฟังได้ระดับหนึ่ง แต่ที่รับฟังได้มากกว่านี้ก็คือเมื่อองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญที่ไม่เข้าใครออกใครไม่ว่าจะเป็น ผู้ตรวจการแผ่นดินหรือว่าสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเขาก็ได้พิจารณาประเด็นเหล่านี้ เป็นเวลาปีกว่าไม่สามารถชี้แจงได้ชัดเจน จนกระทั่งสรุปว่าเข้าข่ายมีการกระทำผิด กฎหมายฮั้วเกิดขึ้น

ข้อ ๔ ยื่นเอกสารภายหลัง พฤติกรรมอย่างนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรครับ เมื่อกำหนดว่าวันที่ ๒ พฤษภาคมคือวันที่จะต้องยื่นซองพร้อมกันเพื่อความเป็นธรรมให้เกิด การแข่งขันที่เป็นธรรม แต่ปรากฏว่ามีการยื่นเอกสารเพิ่มเติม แล้วก็มาชี้แจงบอกว่า ไม่ใช่สาระสำคัญ เอกสารดังกล่าวผมยกตัวอย่างในทีโออาร์กำหนดว่าจะต้องใช้เครื่องยนต์ ดีเซลเรือ ๒. คือระบบขับเคลื่อนเชื่อมโยงในการควบคุมทั้งการขับเคลื่อนแล้วก็ระบบควบคุมนั้น จะต้องเป็นยี่ห้อเดียวกันหรือถ้าต่างยี่ห้อต้องได้รับการรับรองจากบริษัทผู้ผลิตเท่านั้น แต่ท่านรัฐมนตรีท่านกลับยอมรับให้มีการยื่นเอกสารภายหลัง เพราะว่าการยื่นมาครั้งแรก เป็นแค่ตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยครับ ไม่ใช่ผู้ผลิต คนอ่านหนังสือออก ดูหนังสือเป็น ก็ย่อมรู้ว่ามันเป็นการกระทำที่ผิดต่อเงื่อนไขและเป็นการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม นี่เป็นเหตุผล อย่างไรว่าทำไมองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญเขาถึงไม่ยอม ส่งหนังสือท้วงแล้วท้วงอีกไม่รู้กี่รอบ ทั้งผู้ตรวจการแผ่นดิน ทั้งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน และเป็นเหตุผลว่าทำไม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมท่านที่แล้วแม้ว่าได้เซ็นอนุมัติแต่พอได้ทราบข้อเท็จจริง อีกไม่กี่วันจึงได้มีคำสั่งให้ชะลอการทำสัญญา พอเปลี่ยนม้ากลางน้ำเท่านั้นแหละนารีขี่ม้าขาวมา ไม่ฟังเลยครับ ท่านรัฐมนตรีเข้ามาท่านก็ยกเลิกการชะลอ วันรุ่งขึ้นก็ลงนามในสัญญา นั่นคือข้อสุดท้ายครับ เป็นข้อกล่าวหาข้อสุดท้าย ท่านบกพร่องต่อหน้าที่ทำให้ราชการ เสียหาย เสียเปรียบเพราะอะไรทราบไหมครับ เพราะว่าเมื่อมีการยื่นน้อยรายและเมื่อเลือก ๑ รายให้เป็นผู้ชนะเขาก็ยื่นซองราคาครับ มัดมือชก ท่านยอมให้กองทัพเรือถูกมัดมือชก คือเมื่อผ่านคุณสมบัติขั้นตอนที่ ๑ ผ่านซองเทคนิคให้คะแนนไป ๗๘ คะแนน ๗๗ คะแนน ชนะกัน ๐.๗ เปอร์เซ็นต์จึงจะมีสิทธิที่จะยื่นซองราคา ทำไมไม่ยื่นซองราคาพร้อมกันล่ะครับ ท่านกำหนดกฎเกณฑ์ยอมรับกติกาอย่างนี้ได้อย่างไร เขาท้วงแล้วท้วงอีกท่านก็ไม่ฟัง ท้ายที่สุดยื่นซองราคาก็เหมือนอย่างที่คาดหมายครับ งบประมาณแผ่นดินที่กำหนดไว้ ๕๕๓,๕๐๐,๐๐๐ บาท เสนอราคามา ๕๕๓,๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ท่านเอาเครื่องคิดเลขไปไหม จะได้รู้ว่ามันต่างกันกี่เปอร์เซ็นต์ กรรมการเจรจาต่อรองไปท้ายที่สุดตัวเลขกลม ๆ แล้วก็แถมนิดหน่อย เต็นท์ โต๊ะหลังเล็ก ๆ มูลค่าไม่กี่สตางค์ก็มาลงตัวที่ ๕๕๓ ล้านบาท ต่างจากงบประมาณที่ตั้งไว้ ๐.๐๙ เปอร์เซ็นต์ครับ ผมสรุปท้ายที่สุดว่าถ้าท่านไม่บกพร่องต่อหน้าที่ ไม่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เห็นประโยชน์ส่วนร่วม ไม่เอื้อประโยชน์ เอกชน ดูแลกำกับหน่วยงานรับผิดชอบด้วยความรอบคอบในฐานะที่ท่านมีทั้งคุณวุฒิ วัยวุฒิ ท่านเหนือกว่ารัฐมนตรีอีกหลายคน เพราะท่านเคยรับราชการจนมีตำแหน่งเป็นนายพล ท่านมีประสบการณ์ และท่านกำกับดูแล เป็นรัฐมนตรีหน่วยงานที่ท่านเติบโตในชีวิตราชการ แต่เมื่อท่านมาเป็นรัฐมนตรี ท่านทำในสิ่งไม่ควรทำ ท่านไม่ทำในสิ่งที่ควรทำ แทนที่จะปกป้องในเรื่องของงบประมาณแผ่นดิน ถ้ามีการแข่งขันเป็นธรรม โปร่งใส มีผู้เสนอเข้ามามากกว่านี้ และเงื่อนไขกติกานั้น ให้มีการยื่นซองพร้อมกันมาประกอบกับคุณสมบัติของตัวแบบเรือ เราจะไม่โดน การเสนองบประมาณผูกพันสัญญาในลักษณะเช่นนี้ เพราะฉะนั้นนั่นคือประเด็นที่กระผม ใคร่ขอกราบเรียนท่านประธานเป็นข้อกล่าวหา ท่านมีสิทธิชี้แจงครับ และผมขอเรียนว่า ท่านนายกรัฐมนตรีก็มีส่วนเกี่ยวข้องครับ หลังจากที่ท่านได้ให้มีการทำสัญญา ท่านอนุมัติ ๒๕ เมษายน รวดเร็วมากครับ อยากให้รัฐบาลนี้ทำงานเร็วแบบนี้แต่ต้องโปร่งใสนะครับ ไม่ใช่ส่อพฤติกรรมที่ทุจริตหรือว่าทำให้ราชการเสียหายอย่างนี้ หลังจากนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ให้รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมืองแจ้งหลังจากมีรายงาน จากกระทรวงกลาโหมในเรื่องการจัดหาเรือลาดตระเวนดังกล่าวชุดนี้ครับว่า ให้กระทรวงกลาโหมได้ปฏิบัติตามกฎหมายและให้ฟังข้อเสนอแนะของ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินและสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน สายไปเสียแล้วครับ ผมมีคำถามถึงท่านนายกรัฐมนตรีคือท่านนายกรัฐมนตรีรู้เห็นเป็นใจหรือเปล่าครับ ตั้งรัฐมนตรีของตนใหม่ แล้วก็เขาร้องเรียนมาจนกระทั่งถึงเดือนกรกฎาคมนี่ เซ็นสัญญาไปหมดแล้ว ท่านรัฐมนตรีอนุมัติไปเรียบร้อยแล้ว เกิดความเสียหายแล้ว ผมถามท่านรัฐมนตรีด้วยว่าท่านได้ให้มีการทบทวนไหมครับ

ประการที่ ๑ เมื่อนายกรัฐมนตรีมีบัญชาอย่างนี้ท่านรัฐมนตรีทบทวนหรือเปล่า แก้ไขหรือเปล่า

ประการที่ ๒ ท่านนายกรัฐมนตรีเมื่อเห็นว่ารัฐมนตรีไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ปรับ ครม. ที่ผ่านมาทำไมไม่เปลี่ยนตัว ผมไม่ได้กล่าวเลยเถิดนะครับ ท่านรัฐมนตรี เราไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว ไม่ได้มีอะไรโกรธเคืองกัน ผมสนิทรักใคร่กับดอกเตอร์ปรีชา สุวรรณทัต เป็นเพื่อนผู้อาวุโสที่รักมากที่สุดคนหนึ่ง แต่ผมทำตามหน้าที่ และผมต้องการให้ ประเทศไทยนั้นเราก้าวไปข้างหน้าครับ ปัญหาใหญ่คือคอร์รัปชันหรือการที่เราไม่พยายาม สร้างกติกาที่เป็นธรรมให้กับทั้งภาคเอกชนหรือการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ ของส่วนราชการและรัฐมนตรี ผมถึงบอกว่าท่านเป็นรัฐมนตรีออฟ สเปกครับ ขอบคุณครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธาน สภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปท่านใดครับ ท่านจะตอบก่อนใช่ไหมครับ เชิญครับ เดี๋ยวนั่งก่อนนะครับ ท่านรัฐมนตรี จะขอตอบครับ

พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม ตามที่ท่านผู้อภิปรายได้ชี้แจงประเด็นในเรื่องของการจัดหา ไม่ใช่เรือลาดตระเวนนะครับ เป็นเรือสนับสนุนการปฏิบัติการทางเรือ ๓ ลำ มูลค่า ๕๕๓ ล้านบาท ประมาณนั้นนะครับ ผมขอชี้แจงอย่างนี้ครับ ในเรื่องนี้เป็นเรื่อง ในรัฐบาลที่ผ่าน ๆ มาแล้ว เสร็จแล้วเมื่อมาถึงผมสมัยท่านก่อนท่านก็ได้อนุมัติ เรียบร้อยหมดแล้วอย่างที่ท่านว่าถูกต้องครับ เสร็จแล้วก็มีการระงับ อย่าเพิ่งให้เซ็น เพราะมีการร้องเรียน ถูกต้องอย่างท่านว่า คือร้องเรียนหมายความว่ามีการทุจริต อย่างที่ว่านะครับ หน้าที่ของผมก็คือว่าผมจะต้องมาทำให้ได้ว่าเรื่องนี้ต้องปลดล็อกคำสั่ง ที่ท่านเดิมได้บอกไว้ว่าอย่าเพิ่งเซ็นสัญญานะ การอนุมัติเรียบร้อยหมดแล้วผมรับช่วงพอดี ประเด็นของผมอยู่ตรงนี้คือว่าผมจะทำความถูกต้องตรงนี้ได้อย่างไร เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รู้กัน ทั่วไป เพราะฉะนั้นผมต้องทำด้วยความรอบคอบ ที่ผมปลดล็อกไปในคำสั่งที่ท่านว่านั้น ก็ต้องมีเหตุผลที่ผมจะชี้แจงให้ท่านทราบนะครับ

เรื่องแรก คือเรื่องที่บอกว่ามีตราอักษรที่บริษัท ซี เครสท์ มารีน จำกัด ได้ร้องเรียนมาที่ท่านว่ามี ๓-๔ ข้อนะครับ สรุปเรื่องแรกคืออย่างนี้ เรื่องของเครื่องจักรใหญ่ ก็คือถ้าในทีโออาร์ระบุว่าถ้าเครื่องจักรใหญ่กับเครื่องระบบควบคุมการขับเคลื่อนนี่เป็นยี่ห้อ เดียวกันแล้วไม่มีปัญหา แต่ถ้าคนละยี่ห้อจะต้องมีหนังสือรับรองว่าใช้กันได้นะครับ ตรงนี้ต้องเรียนเลยว่ากรรมการให้คะแนนเป็นข้อ ๆ ไป ต้องบอกว่าข้อกำหนดที่ผมได้เรียน ให้ทราบเมื่อกี้นี้ไม่ได้อยู่ในสาระสำคัญของหนังสือเชิญชวนครับ ไม่ได้ประเด็นต้องถูกตัดสิทธิ การพิจารณา แต่ต้องเอามาพิจารณานะครับ คือบริษัท มาร์ซัน จำกัด ได้เสนอแบบเรือ เมื่อ ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๔ บริษัท มาร์ซัน จำกัด ได้ยื่นหนังสือของบริษัท คัมมิ่นส์ ซึ่งเป็นบริษัทที่ยืนยันให้ทราบว่าระบบควบคุมการขับเคลื่อนที่ระหว่างบริษัท คัมมิ่นส์ กับที่ระบบควบคุมยี่ห้อโคเบลสามารถใช้งานกับบริษัท คัมมิ่นส์ได้ ก็คือมีหนังสือมาชัดเจนว่า เครื่องจักรใหญ่กับเครื่องระบบควบคุมการขับเคลื่อนนั้นคนละยี่ห้อจริง คือคัมมิ่นส์กับโคเบลนั้น ใช้งานกันได้ก็ถูกต้องตามทีโออาร์นะครับ เราก็ให้คะแนนตามหลักเกณฑ์ไปนะครับ ซึ่งเรื่องนี้เมื่อมีการร้องเรียนแล้วกองทัพเรือก็ได้ตรวจสอบยืนยันความถูกต้องในเรื่องนี้ อีกครั้งหนึ่งโดยเมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๔ บริษัท คัมมิ่นส์ ดีเซล ของสิงคโปร์ซึ่งเป็น ตัวแทนที่ถูกต้องก็มีหนังสือยืนยันในเรื่องดังกล่าวนะครับ เป็นที่มาว่ารับหนังสือทีหลัง ก็คือเป็นเพื่อการตรวจสอบความถูกต้องเท่านั้นเองนะครับ อันนี้ก็เรียนท่านให้ทราบว่า สาระสำคัญของบริษัท มาร์ซันนั้นในเรื่องระบบควบคุมการขับเคลื่อนและเครื่องจักรใหญ่นั้น เป็นไปตามทีโออาร์ที่ได้เขียนไว้นะครับ

เรื่องที่ ๒ ที่บริษัทร้องเรียนมาแล้วท่านได้ชี้แจงในที่นี้คือเรื่องการปฏิบัติงาน ในทะเลในสภาพทะเลต่าง ๆ ถูกต้องครับ บริษัท มาร์ซันได้เสนอว่าเรือของเขานั้นสามารถ ทนได้ในที่ซี สเตท ๕ (Sea State5) ก็คือที่เรือคลื่นประมาณ ๔ เมตร ถูกต้องครับท่านทราบ บริษัท ซี เครสท์ซึ่งเป็นผู้ร้องเรียนของเขาบอกว่าของเขาได้ซี สเตท ๖ มากกว่า แต่ในทีโออาร์ บอกว่าซี สเตท ๕ คือจุดที่พอใจแล้วนะครับ ซึ่งเรื่องนี้ถ้าเป็นซี สเตท ๖ ก็ได้คะแนนมากกว่า ตรงนี้ทางกองทัพเรือก็ให้คะแนนในเรื่องของบริษัท ซี เครสท์มากกว่าบริษัท มาร์ซัน เพราะ ทนได้ถึง ๖ บริษัท มาร์ซันได้แค่ ๕ แต่ต้องการแค่ ๕ เหมือนรถยนต์บอกต้องการความเร็ว ๑๒๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมงไม่ต่ำกว่านี้ อันนี้วิ่งได้ ๑๒๐ กิโลเมตรอีกอันวิ่งได้ ๑๓๐ กิโลเมตร ๑๓๐ กิโลเมตรก็ได้คะแนนมากกว่า แต่ผ่านทั้งคู่ คะแนนไม่เท่ากันนะครับคงเคลียร์ (Clear) เรื่องนี้นะครับตรงนี้

อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องที่ว่ากองทัพเรือรับเอกสารเพิ่มเติมภายหลังจากที่ได้มี การเสนอแบบเรือไปแล้วนะครับ ตรงนี้ต้องเรียนว่าในการเสนอแบบเรือบริษัท มาร์ซันได้ยื่น หนังสือของบริษัท คัมมิ่นส์ ลงวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๕๔ ที่ว่าไว้ว่าถูกต้องแล้ว หนังสือนี้ เป็นเพียงการยืนยันความถูกต้องว่า ๒ อันนี้เหมือนกัน ไม่ใช่เป็นเรื่องของการยื่นข้อเสนอใหม่ ที่มีปัญหาโดยตรงในเรื่องของการจัดหาเรือลำนี้นะครับ เพราะฉะนั้นแล้วประเด็นต่าง ๆ ที่ท่านว่าไว้ผมก็ได้แต่ชี้แจงนะครับ

ส่วนการที่ท่านบอกว่ากระผมได้ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตนะครับ ก็เรียนให้ท่านทราบอย่างนี้ครับ คือท่านรัฐมนตรีท่านเดิมได้มีหนังสือให้ชะลอการลงนาม เมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๔ เพื่อให้ สตง. ตรวจสอบ หลังจากนั้นแล้วกองทัพเรือได้ชี้แจง สตง. ถึง ๖ ครั้ง ไปพบด้วย ๖ ครั้ง วันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๕ สตง. มีหนังสือถึง ทร. ถึงได้ตอบมาว่าแม้ว่ายังมีประเด็นต้องตรวจสอบ แต่ความล่าช้าในการจัดหาเป็นเรื่องของ กองทัพเรือต้องรับผิดชอบ ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบและมติ ครม. ต่อไปเอง คือไม่รับผิดชอบอะไรเลย บอกว่าเรื่องล่าช้ากองทัพเรือบอกว่า สตง. ว่าอย่างไร ตอบไป ๖ ครั้งแล้วนี่ไม่เห็นมีอะไรขึ้นมาเลย ไม่ตอบอะไร ช้าก็เป็นเรื่องของช้า สตง. ไม่เกี่ยว ต้องทำ ตามระเบียบ เราก็บอกว่าทำตามระเบียบเสนอไปว่าทำตามระเบียบแล้วทุกอย่าง ก็ไปตอบว่า ตรงนี้ยังผิดอยู่อะไรอยู่ นี่เรื่องหนึ่ง อันนี้คือเรื่องจริงว่าเป็นอย่างนั้น สตง. แล้วผมเองได้เชิญ ผู้แทนกองทัพเรือ ทั้งผู้บัญชาการทหารเรือ และผู้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้มาที่ห้องผมถึง ๓ ครั้ง ก็ทีมงานของผมทั้งหมดรวมทั้งท่านปลัดกระทรวงอะไรทั้งหมดด้วยมาพิจารณาประเด็นต่าง ๆ ที่บริษัท ซี เครสท์ได้แต่บริษัท มาร์ซันได้ร้องเรียนไว้ถึง ๓ ครั้ง ทีมงานทั้ง ๒ ทีมได้คุยกัน ทุกประเด็นแล้ว มั่นใจ ผมต้องมาปลดล็อกให้กองทัพเรือไม่ใช่มารีบหาผลประโยชน์ เพราะว่ากองทัพเรือเรื่องนี้ล่วงเลยมานานแล้ว ล่วงเลยมานานทำอะไรไม่ได้เลยเพราะว่า ติดอยู่ตรงนี้เราก็แก้ไข ในขณะเดียวกันผู้ร้องเรียนก็ต้องร้องเรียนไปหลายที่ มีที่หนึ่งที่เขาร้องเรียนไปคือที่คณะกรรมาธิการการทหาร วุฒิสภา ซึ่งได้มีหนังสือลง ที่ สว (กมธ ๒) ๐๐๑๐/๘๔๔ ลงวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๔ ว่าคณะกรรมาธิการการทหาร วุฒิสภา ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ปรากฏว่าผลการพิจารณา การชี้แจง ของกองทัพเรือมีพยานบุคคลและพยานเอกสารประกอบการชี้แจงถูกต้องด้วยกฎหมาย กฎระเบียบและสอดคล้องกับหลักเกณฑ์การปฏิบัติของทางราชการแล้ว และมีความเห็น ยุติเรื่องร้องเรียนดังกล่าวนี้ อย่างที่ผมเรียนให้ทราบว่ามีหนังสือดังกล่าวนะครับ ส่วน สตง. จะส่งไปที่นั่นที่ ป.ป.ช. ก็เป็นเรื่องที่ทางกองทัพเรือพร้อมที่จะดำเนินการชี้แจง ให้ ป.ป.ช. ทราบต่อไป ส่วนเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีพิเศษนั้นเป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว ผมไม่ได้ยุ่งเกี่ยวตรงนั้นด้วยแต่ว่าผมจะชี้แจงให้ทราบว่าอันนี้เป็นดุลยพินิจของ ทร. ที่จะซื้อเรือ ส่วนมากต้องเป็นดุลยพินิจพิเศษ เพราะเรือ ๑ ลำนั้นประกอบด้วยระบบหลายระบบมาก ไม่ใช่ซื้อเรือที่อยู่ในท้องตลาดต้องมาเอาอย่างนี้ อย่างนี้ อย่างนี้ แมทช์ (Match) กับที่เรามีอยู่ไหม สามารถที่จะเข้ากับระบบที่เรามีอยู่เดิมได้หรือเปล่า อันนี้มันหลายอย่างที่ต้องพิจารณา เพราะฉะนั้นวิธีพิเศษเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่ต้องใช้กับตรงนี้ ซึ่งก็เคยปฏิบัติมาแล้วในรัฐบาลที่ผ่าน ๆ มา เช่น การปรับปรุงเรือหลวงชุดเจ้าพระยา ๒ ลำ เรือนเรศวร ๒ ลำ ก็ใช้วิธีพิเศษเช่นกัน อันนี้ก็เหมือนกันเชิญชวนมา ๙ ราย ที่ผมเล่าให้ฟังนี่ละครับ ก็ผ่านแค่ ๒ รายแล้วก็เหลือ แบบเดียวที่ได้มากที่สุดก็เท่านั้นเอง ไม่ใช่ว่าไปเอื้อประโยชน์ใครครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทุกคน ทราบหมด เป็นเรื่องที่กล่าวขานกันทั่วผมไม่ทำอย่างนั้นหรอกครับ เรื่องที่ฮอต ๆ อย่างนี้ ไม่ทำหรอกครับ แต่ผมต้องการให้กองทัพเรือของผมนั้นได้มีเรือใช้ถูกต้องตามกติกาเพราะมัน นานแล้ว มันดึงไว้นานแล้วจนจะแย่อยู่แล้ว ผมต้องกล้าหาญที่จะทำตรงนี้ ต้องเสี่ยงตรงนี้ แต่ผมไม่เสี่ยงครับ เพราะผมทำโดยชัดเจนอย่างที่ผมเรียนให้ท่านทราบ สามารถตอบ ข้อกล่าวหาบริษัทที่ร้องเรียนได้ทั้งหมด โดยทีมกองทัพเรือถึง ๓ ครั้งที่ผมเรียนให้ทราบแล้ว ผมถึงได้เซ็นลงไป ต้องใช้ความกล้าหาญเซ็น ไม่มีหรอกครับ เรื่องทุจริตไม่มี เรียนให้ท่าน ทราบเลย แล้วในหนังสือก็เขียนชัดเจนว่าเรื่องนี้ถ้ามีกองทัพเรือรับผิดชอบทุกอย่างในเรื่องนี้ ไม่ใช่โยนให้เขานะครับ เพราะเป็นเรื่องรายละเอียดทางเทคนิค ผู้บัญชาการทหารเรือ ผมจำได้ว่าวันที่ผมเซ็นหนังสือเรื่องนี้ผมขอยืมปากกาผู้บัญชาการทหารเรือเซ็นให้เขาไป เพราะว่าบริษัทที่เขาได้เขาจะฟ้องกองทัพอยู่แล้วเนื่องจากว่าไม่ได้ทำต่อไปเลย ต้องรับทราบ ตรงนี้ด้วยว่าผมต้องทำอย่างนั้น อันนี้ก็คือสิ่งที่เรียนให้ท่านทราบ เพราะฉะนั้นการดำเนินการ จัดหาเรือสนับสนุน ๓ ลำตรงนี้ ผมเป็นคนถอดสลักใช่ครับ โดยการที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้มี หนังสือถึงผมมาให้ตรวจสอบนั้น ผมก็ทำหนังสือตอบท่านไปครับว่าชัดเจนเรายืนยันในเรื่อง ความถูกต้องทุกอย่างครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ ท่านสมาชิกครับ ขอแจ้งนิดหนึ่ง ท่านประธานสภาได้มีคำสั่งเรื่องการตรวจ เอกสารประกอบการอภิปรายแล้วก็ทางเครื่องเสียงอะไรต่าง ๆ ที่พวกเราได้ถกเถียงกัน ได้แต่งตั้งให้ผมเป็นประธานแล้วก็ท่านรองประธานวิสุทธิ์ พร้อมข้าราชการอีก ๕ ท่าน ฉะนั้น เพื่อขอความร่วมมือฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลที่จะมีเอกสารประกอบการซักถามและชี้แจง และอภิปรายไม่ไว้วางใจ ช่วยกรุณาส่งก่อนล่วงหน้าที่ห้องท่านวิสุทธิ์นะครับ ประมาณ ๑ ชั่วโมงจะรีบดำเนินการให้กับท่าน ท่านศิริโชค โสภา ๔๐ นาที เชิญครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาต มีความคลาดเคลื่อนที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบครับ กระผมขออนุญาต ๒ นาทีเท่านั้นครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ท่านอลงกรณ์ครับ ท่านก็อภิปรายไป รัฐบาลก็ตอบไป ส่วนจะตรงกับใจท่านหรือไม่ เดี๋ยวท่านสมาชิกท่านจะใช้ดุลยพินิจในการที่จะต้องลงมติในวันที่ ๒๘ อยู่แล้ว ถ้าหากเรา โต้กันไปว่าไม่ตรงกับท่าน คลาดเคลื่อน

นายอลงกรณ์ พลบุตร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ไม่ใช่ความคิดเห็น แต่ว่าเป็นข้อเท็จจริงครับ ผมขออนุญาต ๒ นาทีเท่านั้นครับ เพื่อประโยชน์ของท่านรัฐมนตรี เวลาที่ไปชี้แจงกับ ป.ป.ช. ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอสั้น ๆ นะครับ เชิญครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร บัญชีรายชื่อ

กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กราบเรียนท่านประธานผ่านถึงท่านรัฐมนตรีนะครับ ผมคาดแล้วละครับว่า ท่านก็ต้องตอบอย่างนี้ครับ ท่านไม่คิดทบทวนหรือครับว่าทำไม ทร. ไปชี้แจง สตง. ๖ ครั้ง ๗ ครั้ง ๘ ครั้ง เขาก็ยังยืนยันว่าไม่ถูกต้อง ท่านใช้ความกล้าในทางที่ผิดแล้วครับ คนกล้ามี ๒ แบบ กล้าในทางที่ถูก ในทางที่ผิด แต่ถ้ากล้าเพื่อประโยชน์ประเทศชาติ ปกป้อง ผลประโยชน์ สมควรได้รับการยกย่องครับ ท่านจำหนังสือฉบับนี้ได้ไหมครับ ก่อนที่ท่าน จะอนุมัติเพียงแค่ไม่กี่วันครับ เป็นส่วนหนึ่งของการที่กองทัพเองได้ให้มีการตรวจสอบ หลังจากมีการร้องเรียนต่าง ๆ ขึ้นมา แล้วไปชี้แจง สตง. ไม่ตรงประเด็นก็เลยให้มีกรรมการ ซึ่งเป็นทหารของท่านเองนั่นแหละครับ วันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๕ รายงานผลการตรวจสอบ เอกสารโครงการจัดหาเรือลาดตระเวน ๓ ลำดังกล่าว เขาสรุปอย่างนี้สั้น ๆ เลยครับ สรุปว่า คณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารข้อเสนอแบบเรือและข้อเสนอด้านเทคนิคของบริษัท มาร์ซัน จำกัด ทั้งหมดแล้ว ไม่มีเอกสารหรือข้อความใดที่ระบุชัดเจนว่าเครื่องจักรใหญ่ ตราอักษรคัมมิ่นส์ รุ่นเค ๕๐ เอ็ม สามารถออกเรือเร่งด่วนฉุกเฉินได้ทันที ซึ่งเป็นสาระสำคัญ ของทีโออาร์ด้วย ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ครับ ผมและพวกเราสนับสนุนกองทัพเรือและรัก กองทัพเรือครับ แต่ไม่ต้องการที่จะให้กองทัพเรือนั้นมัวหมองด้วยคนบางคนบางพวก ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองหรือข้าราชการประจำ อยากให้ทำให้ถูกต้องตามกติกา รักษาประโยชน์แผ่นดิน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านใช้สิทธิครบแล้วนะครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร บัญชีรายชื่อ

อีกฉบับสั้น ๆ ครับท่านประธาน ๒. ก็คือหนังสือวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ นี่ระดับรองเจ้ากรมที่ได้รับมอบหมายว่าให้ไป ตรวจสอบสิว่าที่ท่านชี้แจงเมื่อสักครู่มันตรงหรือเปล่า ข้อร้องเรียนดังกล่าวเรื่อง การผิดเงื่อนไขทีโออาร์ หรือการยื่นเอกสารหลังวันที่ ๒ พฤษภาคม โดยมีตั้งประเด็นว่าคณะกรรมการคัดเลือกแบบเรือยังไม่ได้รับเอกสารยืนยันอำนาจ ในการรับรองจากบริษัทผู้ผลิตเครื่องจักรใหญ่ บริษัท คัมมิ่นส์เป็นเพียงตัวแทนจำหน่ายครับ เงื่อนไขเขาเขียนชัดเจนว่าถ้ากรณีที่เครื่องยนต์กับระบบควบคุมคนละยี่ห้อจะต้องได้รับ การรับรองยืนยันจากบริษัทผู้ผลิตใหญ่เท่านั้นซึ่งอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่ใช่เอาตัวแทน จำหน่ายในประเทศไทยมารับรอง อันนี้มันผิดเงื่อนไขชัดเจน ท่านไม่มีการไตร่ตรองในเรื่องนี้ เลยว่าทำไมท่านพูดเองว่า สตง. ทร. ชี้แจง ๖ ครั้งก็ยังไม่ยอมรับ ผมถึงบอกว่าท่านบกพร่อง ในการปฏิบัติหน้าที่อย่างไรครับ ปล่อยปละละเลย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอลงกรณ์ครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร บัญชีรายชื่อ

ก็แค่นี้ครับท่านประธาน ผมเพียงแต่ ขอให้ท่านรัฐมนตรีได้ไปอ่านเอกสารลงนามโดยรองเจ้ากรม ทร. ซึ่งรักษาการเจ้ากรม ทร. ตอบเป็นทางการหมดทุกอย่างวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ฉบับวันที่ ๒๐ นี่ลงลึกไปเลยที่ท่านชี้แจง แก้ตัวมา ไม่เป็นความจริงทั้งสิ้นครับ เพราะฉะนั้นก็ฝากท่านว่าลองไปตรวจสอบ แล้วถ้าท่านต้องรับผิดชอบอย่างหนึ่งอย่างใดก็แสดงความรับผิดชอบมาด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านศิริโชค ๔๐ นาทีนะครับ ที่โน้ตขึ้นมา เชิญครับ

นายศิริโชค โสภา สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้รับมอบหมายจากพรรคประชาธิปัตย์ให้อภิปรายไม่ไว้วางใจ ท่านรัฐมนตรีลูกผู้ชายครับ พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต ด้วยข้อหาที่ว่าท่านบริหาร ราชการผิดพลาดบกพร่อง ปล่อยปละละเลยทำให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน ในกระทรวงกลาโหม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกองทัพเรือ เป็นการทุจริตคอร์รัปชัน เป็นการโกงกิน โดยไม่คำนึงถึงชีวิตของลูกเรือในกองทัพเรือ ท่านประธานที่เคารพครับ มีความพยายาม ที่จะปรามาสฝ่ายค้านมาโดยตลอดว่าใช้ข่าวหนังสือพิมพ์ตัดแปะ กระผมเรียนท่านประธาน ไปจนถึงพี่น้องประชาชน แล้วก็สื่อมวลชนที่เคารพว่าการอภิปรายในครั้งนี้เป็นการอภิปราย ข้อมูลที่ไม่เคยปรากฏในสื่อมวลชน ไม่ว่าจะเป็นในอินเทอร์เน็ต (Internet) ในทีวี (TV) หรือในหน้าหนังสือพิมพ์ครับ ผมเชื่อเหลือเกินว่าหลังจากผมอภิปรายแล้วสิ่งที่ประชาชนจะตัดแปะ ก็คือชื่อของ พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต ว่าจะเป็นคนที่ก่อให้เกิดโศกนาฏกรรม ครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของกองทัพเรือ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมพยายามที่จะบอกใบ้ พลอากาศเอก สุกำพล ก็หลายครั้งครับในรายการสายล่อฟ้าว่าผมจะอภิปรายในเรื่องของ คมนาคม แต่ถ้าเกิดท่าน พลอากาศเอก สุกำพลได้ไปดูในรัฐธรรมนูญครับ มาตรา ๑๕๙ มันเป็นไปไม่ได้หรอกครับที่ผมจะอภิปรายในเรื่องของคมนาคม เพราะท่านออกจากการเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมาเกิน ๙๐ วันแล้วครับ สิ่งที่ผมบอกท่านก็คือเป้าลวงครับ และคำว่าเป้าลวงนี่ละครับที่ผมจะมาอภิปรายท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในครั้งนี้ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้ชาร์ท (Chart) ซึ่งมีอยู่ ๕๒ แผ่น เพราะคนอย่าง พลอากาศเอก สุกำพลครับ จับไม่ได้ไล่ไม่ทันไม่ยอมรับหรอกครับ เพราะฉะนั้น ต้องมีหลักฐานมากพอ แล้วผมมั่นใจว่าถ้าท่านเป็นลูกผู้ชายเพียงพอนี่พอฟังผมอภิปรายแล้ว ถ้าคิดว่าผิดจริงลาออกได้นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตใช้ชาร์ทบวกกับ เพาเวอร์พอยท์ (PowerPoint) ซึ่งได้ขออนุญาตแล้ว

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะ ผมสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนได้อนุญาตหรือยัง เดี๋ยวเขากำลังประสาน คณะกรรมการอยู่ เชิญท่านอภิปรายไปก่อนนะครับ

นายศิริโชค โสภา สงขลา 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ในมือผมเป็นชาร์ท แล้วก็จะมีปรากฏในเพาเวอร์พอยท์ที่จะปรากฏบนจอ ท่านประธานครับ ภาษาอังกฤษ ดีคอย (Decoy) ครับ ภาษาไทย เป้าลวง ครับ ท่านประธานคงสงสัยว่าแล้วผมนี่ไปพูดเกี่ยวกับเป้าลวงมันคืออะไร กระผมเรียน ท่านประธานครับว่าสิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้ก็คือเรื่องของเรือ ๒ ลำนี้ครับ เรือหลวงนเรศวร กับเรือหลวงตากสิน ซึ่งทั้ง ๒ ลำนี้อยู่ในคลาส (Class) นเรศวร ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจ ของคนไทย แม้ว่าประวัติที่ผ่านมาของเรือนั่นจะเป็นอย่างไรไม่เป็นอะไรครับ แต่ปัจจุบันนี้ เรือ ๒ ลำนี้คือเรือฟริเกต (Frigate) เป็นสมบัติของไทยและเป็นความภาคภูมิใจของ กองทัพเรือ ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องของเรือนี่มันจะมีความสลับซับซ้อนพอสมควร กระผมขออนุญาตอธิบายเจาะลึกถึงแต่ละส่วนของเรือว่าเรือนี้มีหน้าที่ทำอะไรและต้องใช้ อะไรบ้าง เรือฟริเกต ๒ ลำนี้แบ่งออกเป็น ๒ ส่วนครับ ส่วนแรกก็คือเรื่องของการอำนวยการรบ อำนวยการรบในที่นี้ก็หมายถึงว่าจะต้องมีระบบโจมตีที่ดีครับ เช่น ผมยกตัวอย่าง ที่ผมถืออยู่แล้วก็ปรากฏบนจอครับ ระบบอำนวยการรบของเรือครับ เช่น มีจรวดนำวิถี ที่มีคุณภาพ มีประสิทธิภาพและสามารถโจมตีเป้าได้อย่างแม่นยำ รูปต่อไปครับ นี่อีกมุมหนึ่งครับ เป็นการยิงจรวดนำวิถีที่ชื่อว่าฮาร์พูน (Harpoon) ออกจากเรือรบลำหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ แต่แค่ระบบอำนวยการรบนั้นไม่พอหรอกครับ เพราะถ้าเกิด เรือฟริเกตนี่ไม่มีระบบป้องกันภัยคุกคามของเรือ เวลาออกไปรบก็เปรียบเสมือน เศษเหล็กที่ลอยน้ำ เพราะเมื่อออกไปรบแล้วไม่สามารถป้องกันตัวเอง ก่อนที่จะยิงเขา ก็ถูกข้าศึกโจมตีเสียก่อน เพราะฉะนั้นไม่ว่าประเทศไหนเขาก็จะมีการปรับปรุงระบบ การป้องกันภัยคุกคามเรือให้ดีที่สุด เพราะถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของเรือ เพราะถ้าหาก ปราศจากระบบนี้แล้วทั้งทรัพย์สินที่เป็นเรือทั้งลูกเรือก็จะต้องจมลงสู่ก้นมหาสมุทรครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านอาจจะสงสัยว่าแล้วเรือนี่เขาป้องกันภัยคุกคามอย่างไร เพราะเรือนี่ไม่เหมือนรถนะครับ เรือนี่มันมีขนาดใหญ่ ใช้เหล็ก มีน้ำหนัก แล้วก็อยู่ในทะเล เวลาจะขับเคลื่อนจะเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวานี่มันยากครับจะเลี้ยวแต่ละทีก็ลำบาก เพราะฉะนั้น ก็เลยมีความจำเป็นที่ต้องใช้ระบบที่เราเรียกว่าแท่นยิงเป้าลวง ผมเรียนท่านประธานเพื่อให้ เกิดความเข้าใจ ให้พี่น้องประชาชนเข้าใจว่าผมพูดถึงอะไร เวลาที่มีจรวดนำวิถีโจมตีเรือ เรือไม่ต้องเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวาครับ เรือจะยิงจากแท่นยิงเป้าลวงยิงลูกจรวดลวงออกมา แล้วมันก็จะลวงเป้า แทนที่จรวดนำวิถีจะมุ่งชนมาที่เรือก็ถูกหลอกให้ไปที่เป้า อย่างเช่นในรูป ที่ผมโชว์ครับ นี่คือระบบป้องกันภัยคุกคามเรือ แทนที่เรือจะระเบิดกลายมาเป็นไปยิงเป้าลวงแทน นี่ก็อีกรูปหนึ่งครับหลังจากที่เป้าลวงได้ถูกยิงออกไป และจรวดนำวิถีก็ถูกหลอกให้ไปยิง เป้าลวงนั้นครับ ท่านประธานอาจจะสงสัย แล้วระบบนี่มันทำงานอย่างไรครับ ผมเรียนว่า ผมไปศึกษาเรื่องนี้มาอย่างดีครับ แม้ว่าจะไม่ได้เป็นทหารนะครับ แต่ก็ใช้เสียงดังได้ครับ เพราะเป็นคนที่พูดดังอยู่แล้ว ท่านประธานดูรูปนี้ครับ นี่เป็นรูปไดอะแกรม (Diagram) ของ ระบบเป้าลวง จะยิงมาจากแท่นยิงเป้าลวง ลูกลวงก็ถูกยิงออกไปนะครับ เสร็จแล้วพอถึง ระยะหนึ่งหัวมันก็จะเปิดออกแล้วก็จะปล่อยบรรดาที่ใช้ในการลวงจรวดนำวิถี ไม่ใช่เฉพาะ ในอากาศ ถ้าท่านดูภาพต่อไปในใต้น้ำระบบลวงก็สามารถสกัดตอร์ปิโดได้ เวลาเขายิงตอร์ปิโด เพื่อมุ่งทำลายเรือของเรานี่เราก็จะยิงลูกพรางออกไป ลูกลวงออกไปแล้วลูกลวงก็จะแตก เป็นสเตรทช์ (Stretch) แต่ละสเตรทช์ สุดท้ายนี่ตอร์ปิโดก็จะพุ่งไปที่เป้าลวงของเราครับ ท่านประธานครับ ถ้าเรือลำนั้นไม่มีเป้าลวงที่ดีพอ ไม่มีระบบยิงเป้าลวงที่ดีพอจะเกิดอะไรขึ้น ผมเรียนให้ท่านประธานได้ดูภาพนี้ครับ นี่เป็นภาพของเรือที่กำลังจะจมสู่ท้องทะเลครับ ชอต (Shot) ที่ ๑ จรวดนำวิถีบินมาแล้ว ชอตที่ ๒ ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จริง ๆ ถ้าเรือมีระบบยิงเป้า พรางที่ดีเหตุการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้น ชอตที่ ๓ แล้วชอตที่ ๔ เรือระเบิดแล้วก็จมลงสู่ใต้ทะเล เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่าระบบป้องกันภัยคุกคามเรือนั้นคือหัวใจของเรือ ทั้ง ๒ ลำนี้ ท่านประธานที่เคารพ เรื่องนี้มันเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างไร ก็คือกองทัพเรือ มีโครงการปรับปรุงเรือฟริเกต ชุดเรือหลวงนเรศวร ระยะที่ ๑ ผมกราบเรียนท่านประธาน อย่างนี้ว่าการปรับปรุงเรือฟริเกตนี้จริง ๆ มันแบ่งเป็น ๒ ระยะ ระยะที่ ๑ เป็นเรื่องของการปรับปรุง ระบบอำนวยการรบเป็นหลัก ส่วนระยะที่ ๒ เป็นเรื่องของการปรับปรุงระบบป้องกัน ภัยคุกคามเรือ ผู้ที่ชนะการประมูลจะได้ทั้งระยะที่ ๑ และระยะที่ ๒ ระยะที่ ๑ ต้องเสนอราคา เป็นไปตามสเปก ระยะที่ ๒ แค่เสนออุปกรณ์ให้ตรงตามสเปกนั้นก็พอ เสร็จแล้วก็จะมีการ จัดซื้อแบบวิธีพิเศษ โครงการปรับปรุงเรือฟริเกต ชุดเรือหลวงนเรศวร ระยะที่ ๑ ใช้งบประมาณ ๒,๙๕๑ ล้านบาทเศษ ๆ ปรากฏว่าบริษัทที่ได้ไปก็คือบริษัท ซาบ เอบี (พับลิก) ลงนามกันตั้งแต่วันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๕๔ มีอยู่ ๓ สัญญา ซึ่งตรงนี้ผมได้ไปตรวจสอบแล้วนะครับ ก็ต้องขอชมเชยกองทัพเรือ แล้วก็ต้องขอชมเชยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนที่แล้ว พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา เพราะสเปกอาวุธยุทโธปกรณ์ ราคาถือว่าใช้ได้ แม้ว่าอาจจะมี การถกเถียงกันประเด็นว่าควรจะถอดเรดาร์ที่ชื่อว่าสเตอร์หรือไม่ สุดท้ายแล้วก็ลงนาม แล้วก็ได้ยุทโธปกรณ์ที่ดีครับ แต่ในการประมูลสาเหตุที่บริษัท ซาบ เอบี (พับลิก) ชนะการประมูล เพราะเวลาประมูลมันประมูลทั้งระยะที่ ๑ ระยะที่ ๒ ทางฝ่ายเสนาธิการ เป็นผู้กำหนดที่ภาษาของกองทัพเรือเรียกว่าสตาฟ รีไควร์เมนท์ เอสอาร์ (Staff Requirement SR) แต่ผมเรียกให้เข้าใจง่าย ๆ ภาษาชาวบ้าน ก็คือทีโออาร์นั่นเอง มีการกำหนดสเปกทั้งระยะที่ ๑ และระยะที่ ๒ ไว้ชัดเจน แล้วผู้ที่ชนะก็ชนะเพราะจากการที่ ส่งอุปกรณ์ตามสเปกทั้งระยะที่ ๑ และระยะที่ ๒ ท่านประธานดูหนังสือนี้ครับ เป็นหนังสือและ เป็นเอกสารของกองทัพเรือ ผมขยายให้เห็นรูปนี้ เขียนว่าคุณลักษณะเฉพาะตามความต้องการ ของฝ่ายเสนาธิการ (สตาฟ รีไควร์เมนท์ เอสอาร์) ก็คือทีโออาร์นั่นเองครับ สำหรับโครงการปรับปรุง เรือฟริเกตชุด ร.ล. นเรศวร นั่นก็หมายถึงว่าเป็นสเปกทั้งระยะที่ ๑ และระยะที่ ๒ ทีนี้เรามาให้ ความสนใจกับระยะที่ ๒ เป็นหลัก ระยะที่ ๑ เขาเซ็นสัญญากันเรียบร้อยตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ ระยะที่ ๒ ระบุในสเปกตั้งแต่ต้นตอนที่ประมูลระยะที่ ๑ ว่าระบบเป้าลวง ท่านประธานดูครับ ระบบเป้าลวง หน้า ๑๘ อยู่ในเอกสารที่เราเรียกว่าทีโออาร์ ไปดูหน้า ๑๘ ไม่มีการตัดต่อ ของจริงล้วน ๆ เอกสารหน้า ๑๘ ที่ผมวงเป็นสี่เหลี่ยม ขยายให้ดู ระบบ ๓.๕.๔ ในสเปก เขียนชัดเจน ท่านรัฐมนตรีฟังให้ดี แล้วก็ดูให้ดี ระบบเป้าลวงดีคอย ซิสเต็ม (Decoy System) จัดหาระบบเป้าลวง (ดีคอย ซิสเต็ม) อย่างน้อย ๒ แท่น ๒ แท่นเพราะเรือ ๒ ลำ ลำละ ๒ แท่น พร้อมลูกสำหรับทดสอบ ทดแทนระบบเป้าลวงเดิมเพื่อให้สามารถ ต่อต้านลวง/รบกวน การตรวจจับของเรดาร์ อาวุธปล่อยนำวิถี และตอร์ปิโด รวมทั้งลด ขีดความสามารถในการติดตามเป้า จากการตรวจจับด้วยการแพร่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า คลื่นอินฟราเรด และคลื่นเสียง แล้วในข้อ ๓.๕.๔.๔ ระบุชัดเจนเป็นภาษาไทย ง่ายต่อความเข้าใจ แท่นยิงต้องสามารถทำให้การยิงเป้าลวงได้ครอบคลุมพื้นที่รอบตัวเรือ และสามารถยิงเป้าลวงได้หลายแบบ เช่น แบบเรดาร์และอินฟราเรด รวมทั้งเป้าลวงตอร์ปิโด โดยแท่นยิงเป้าลวงเรดาร์และอินฟราเรด ผมหยุดครับ ต้องเป็นแบบแท่นหมุน ผมขีดเส้นใต้นะครับว่าต้องเป็นแบบแท่นหมุนครับ เพราะแบบแท่นหมุนเป็นเทคโนโลยี ที่ทันสมัยที่สุดที่ปัจจุบันเรือส่วนใหญ่ใช้กันครับ แล้วก็ต้องขอชมเชยฝ่ายเสนาธิการ ของกองทัพเรือที่ระบุสเปกไว้อย่างนั้น ต่อมาเมื่อระบุสเปกว่าอย่างนั้นบริษัท ซาบ เอบี (พับลิก) ก็เสนออุปกรณ์ตรงตามสเปกเลยครับ แล้วก็ได้คะแนนสูงสุดจนเป็นที่มาของการชนะ การประมูลครับ ท่านประธานดูนี่ครับ นี่คือหนังสือของบริษัท ซาบ เอบี (พับลิก) เขียนว่า สโคป ออฟ ซัพพลาย (SCOP OF SUPPLY) นะครับ เสนอตั้งแต่วันที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ เขาเสนออุปกรณ์เป็นอะไรท่านประธานดูครับ เขาเสนออุปกรณ์ท่านประธานดู ในบล็อก ไดอะแกรม (Block Diagram) นี้นะครับ อันนี้เป็นบล็อก ไดอะแกรม ผมขยายใหญ่ ตรงที่ผมขีดเป็นเส้นสีแดง ๆ เขาเสนอระยะเฟส ๒ (Phase2) ภาษาอังกฤษแปลว่าระยะที่ ๒ เขาใช้ยี่ห้อเลยครับ เฟส ๒ ซาเจม เอ็นจีดีเอส ดีคอย ลอนเชอร์ ซิสเต็ม (Phase2 Sagem NGDS Decoy Launcher System) เราระบุยี่ห้อเพราะยี่ห้อนี้เป็นยี่ห้อที่ดีที่สุดสำหรับระบบ แท่นแบบหมุนได้ครับ เราไปดูต่อไปครับ เมื่อเราพลิกไปหน้าต่อไป เขาเขียนว่า เฟส ๒ คอนฟิกกูเรชัน (Phase2 Configuration) ก็ไปดูว่าระยะที่ ๒ มันประกอบไปด้วยอุปกรณ์ อะไรที่มันชนะการประมูลครั้งที่ ๑ ผมขยายใหญ่นะครับ ซาเจม ดีคอย ลอนเชอร์ ซิสเต็ม ระบุชัดนะครับยี่ห้อซาเจม เอ็นจีดีเอสของประเทศฝรั่งเศสครับ คอมไพรซิง (Comprising) ประกอบไปด้วย ๔ เอ็นจีดีเอส ยูนิต อย่างที่ผมบอกแล้วครับ เรือหนึ่งลำติด ๒ ยูนิต เพราะฉะนั้นเรือนเรศวรติด ๒ ยูนิต เรือตากสินติด ๒ ยูนิต แล้วนอกจากนั้นก็มีระบบ คอนโทรลอีก ๒ ยูนิต เรือละ ๑ ยูนิตครับ และนั่นก็คือเหตุผลที่บริษัท ซาบ เอบี (พับลิก) ชนะการประมูลได้คะแนนสูงสุด เนื่องจากว่าในระยะที่ ๒ นั้นเสนออุปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุด เป็นไปตามสเปกของฝ่ายเสนาธิการ กระผมกราบเรียนท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีว่า เวลาฝ่ายเสนาธิการเขากำหนดสเปกไม่ใช่เป็นของเล่นนะครับ เขาไม่ใช่มีคน ๒ คน เขามีคณะ เป็นสิบครับ ประกอบไปด้วย ดอกเตอร์ พีเอชดี (Doctor PHD) หน่วยจัดซื้อยุทโธปกรณ์ ผู้ใช้ แล้วก็ไปเดินสำรวจเรือครับ สุดท้ายใช้เวลาหลายเดือนกำหนดสเปกแต่ละชนิดออกมาว่า อำนวยการรบต้องใช้ยุทโธปกรณ์แบบไหน ระบบป้องกันภัยคุกคามเรือต้องใช้ยุทโธปกรณ์ แบบไหน สุดท้ายถึงออกมาเป็นทีโออาร์ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ อันนี้ผมเอามาจาก เว็บไซต์ (Web site) ของสำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์ทหารเรือ ชื่อย่อ สยป.ทร. ครับ พูดถึงโครงการปรับปรุงเรือฟริเกต ชุดเรือหลวงนเรศวร ระยะที่ ๒ ครับ ความเป็นมา พูดง่าย ๆ ก็คือเพื่อให้เรือฟริเกตมีสมรรถนะสูงสามารถรองรับภัยคุกคามทั้ง ๓ มิติได้นะครับ ก็มีการดำเนินการตั้งแต่ต้นตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ ก็บรรจุงบประมาณไป ๓,๓๐๐ ล้านบาท ซึ่งในส่วนของชุดเป้าลวงก็คือราคาประมาณ ๒,๗๐๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ ลำดับเหตุการณ์ก็มาจนถึงเมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๕ ครับ บริษัท ซาบ เอบี (พับลิก) ของราชอาณาจักรสวีเดนก็ได้ยื่นหนังสือเสนอราคาต่อคณะกรรมการจัดซื้อ ทุกสิ่งทุกอย่าง ดูเหมือนราบรื่นปกติไม่มีอะไรเกิดขึ้นครับ ๑ มิถุนายน ๒๕๕๕ กฟน. กฟน. นี่คืออะไรครับ กฟน. ก็คือกรรมการบริหารโครงการปรับปรุงเรือฟริเกต ชุด ร.ล. นเรศวรครับ เราเรียกย่อ ๆ ว่า กฟน. กฟน. ก็เสนอ ทร. ขอความเห็นชอบการจัดซื้อระบบการรบสำหรับโครงการ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ทร. เห็นชอบการจัดซื้อและเสนอ ทท. ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ผบ.ทสส. เห็นชอบการจัดซื้ออันนี้เริ่มสนใจนะครับ ๓๐ กรกฎาคม รองเสนาธิการทหาร ทำการแทน ผบ.ทสส. ลงนามเสนอ สป. ขณะนี้เรื่องการอนุมัติที่อยู่ในอำนาจของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอยู่ระหว่างการพิจารณาของกองการพัสดุ สป.กห. วันที่ ๑๗ สิงหาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนนี้แหละครับที่นั่งอยู่ในสภา ได้มีหนังสือเรียนเลขาธิการ ครม. เพื่อนำเรื่องเข้าที่ประชุม ครม. อนุมัติให้ ทร. ก่อหนี้ผูกพัน ข้ามปีงบประมาณแล้วคาดว่าเรื่องจะเข้าที่ประชุม ครม. ในวันที่ ๑๑ กันยายน แต่เข้าจริง ๆ เข้าวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๕๕ ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธานคงสงสัยว่า แล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมครับ มันเกี่ยวครับ เพราะ ครม. มีมติเมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๕๕ เมื่อไม่กี่เดือนนี้เลยครับ ถ้าเป็นพิซซ่าครับ เพิ่งออกมาจากตู้ร้อน ๆ เลยครับ สด ๆ ร้อน ๆ กำลังจะกินกันเลยครับ ครม. มีมติเมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๕๕ อนุมัติงบประมาณปรับปรุงระบบการรบสำหรับโครงการปรับปรุง เรือฟริเกตชุด ร.ล. นเรศวร ระยะที่ ๒ โดยวิธีพิเศษ วงเงิน ๒,๖๙๙ ล้านบาท อันเป็น งบผูกพันข้ามปีจากโครงการปรับปรุงเรือระยะที่ ๑ เสนอโดย พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต (ลูกผู้ชายของกระทรวงกลาโหม) แล้วเหตุที่รัฐมนตรีต้องเสนอครับ ท่านดูตรงนี้เลยครับ อันนี้ อยู่ในเอกสารแนบท้าย ครม. นะครับ ทร. ได้ดำเนินการจัดซื้อระบบการรบ และเนื่องจาก วงเงินในการจัดซื้อระบบการรบอยู่ในอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้อนุมัติตามคำสั่ง กห (เฉพาะ) ที่ ๕๐/๕๐ ลงวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๕๐ เรื่องการพัสดุ เนื่องจากมันมีงบประมาณเกิน ๑,๐๐๐ ล้านบาทครับ ทุกสิ่งทุกอย่าง ควรจะเป็นไปตามปกติ กองทัพเรือควรจะได้ระบบที่ดีครับ จนกระทั่งเกิดความอึมครึม เมฆหมอกของความชั่วร้าย ได้เข้ามาปกคลุมกระทรวงกลาโหม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทัพเรือ เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๕ บุคคลคนนี้ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต มาดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมตั้งแต่วันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๕ ท่านประธานที่เคารพครับ โครงการนี้เป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับชีวิตลูกเรือหลวงนเรศวรกับ เรือหลวงตากสิน เพราะฉะนั้นผมขอสาปแช่งครับ ใครที่หากินกับโครงการนี้ขอให้อยู่ไม่เป็นสุข และถ้าคนคนนั้นมียศเป็น พลอากาศเอก ก็ขอให้บั้นปลายชีวิตถูกถอดยศเป็น สามัญชนธรรมดา ท่านประธานที่เคารพครับ ดูชาร์ทนี้ให้ดีครับ ลำดับเหตุการณ์โครงการ ปรับปรุงเรือฟริเกต ชุด ร.ล. นเรศวร ระยะที่ ๒ ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินการมาอย่างปกติครับ วันที่ ๓๑ สิงหาคม บริษัท ซาบ เอบี (พับลิก) เสนออุปกรณ์เป็นระบบแท่นยิงเป้ารวมแบบ หมุนได้ตามสเปก ซึ่งเป็นคุณลักษณะเฉพาะตามความต้องการของฝ่ายเสนาธิการ ทร. โครงการระยะที่ ๒ วันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๕๔ บริษัท ซาบ เอบี (พับลิก) ได้ลงนามในสัญญา ในระบบซื้อขายอำนวยการรบ โครงการระยะที่ ๑ กับ ทร. และได้สิทธิในการปรับปรุง โครงการระยะที่ ๒ โดยอัตโนมัติ เอาละครับ วันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๕ ดูให้ดีนะครับ พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ๑๒ วันต่อมา เกิดอะไรขึ้นครับ พอลงนั่งเก้าอี้ยังไม่ทันแห้งเลยครับ วันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๕ อยู่ดี ๆ มีไอ้โม่งไปสั่งให้บริษัท ซาบ เอบี (พับลิก) ยื่นหนังสือเสนอราคาและเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญ ที่ไม่สอดคล้องกับทีโออาร์ นั่นก็คือเปลี่ยนระบบแท่นยิงเป้าลวงแบบหมุนได้มาเป็นแท่นยิง เป้าลวงแบบอยู่กับที่หรือที่เราเรียกว่าฟิกซ์ (Fix) ผมไม่คิดไม่ฝันนะครับว่าคนที่เป็นระดับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมซึ่งต้องอนุมัติงบประมาณ จะพากองทัพเรือย้อนยุค เทคโนโลยีแท่นยิงเป้าลวงแบบหมุนได้นี่เป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด แต่แท่นยิงเป้าลวง แบบอยู่กับที่ครับ ฟังก็รู้ว่าเป็นเทคโนโลยีสมัยสงครามโลก ครั้งที่ ๒ ท่านประธานดูต่อมาครับ วันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๕ ที่ประชุม กฟน. มีมติให้รับข้อเสนอการเปลี่ยนแปลงระบบแท่นยิง เป้าลวงแบบหมุนได้ จากซาเจม เอ็นจีดีเอส ซึ่งบริษัท ซาบ เอบี (พับลิก) ชนะเพราะระบบนี้ครับ มาเป็นแท่นยิงเป้าลวงแบบหมุนไม่ได้ ยี่ห้อเทอร์มา เอสเคดับเบิ้ลยูเอส (Terma SKWS) วันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเสนอเลขาธิการ ครม. วันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๕๕ ครม. อนุมัติโครงการตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเสนอ วันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๕ ทร. ลงนามสัญญาซื้อขายระบบการรบ โครงการระยะที่ ๒ กับบริษัท ซาบ เอบี (พับลิก) ครับ ผมเอาเอกสารจะจะให้ท่านประธานดู เป็นเอกสาร ที่ผมได้รับมาจาก ไม่ใช่บริษัทที่เขาชนะการประมูลหรอกครับ เพราะบริษัทนี้ชนะมาตั้งแต่ต้นครับ แต่คนที่ส่งเอกสารให้ผมเป็นระดับพลเอกในกองทัพเรือ ที่เขาไม่ได้มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องอะไรเลย แต่เขาทนไม่ได้ที่เห็นกองทัพเรือโดนปู้ยี้ปู้ยำ ท่านประธานที่เคารพครับ นี่เป็นเอกสารแนบท้ายเสนอ ครม. ในวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๕๕ ผมขยายให้ใหญ่นะครับ เสนอเปลี่ยนอุปกรณ์ตามข้อเสนอของบริษัท ซาบ เอบี (พับลิก) บริษัท ซาบ เอบี (พับลิก) ได้ยื่นข้อเสนอทางด้านเทคนิค รายละเอียด ตามข้อเสนอทางด้าน เทคนิค สิ่งที่ส่งมาด้วย ๑๓ รายการ โดยเป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ จำนวน ๑๑ รายการ อันนี้ยอมรับเลยนะครับ และไม่ตรงตามข้อกำหนดและเงื่อนไข จำนวน ๑ รายการ ยอมรับเลยว่าไม่ตรงตามทีโออาร์ คือระบบแท่นยิงเป้าลวง บริษัท ซาบ เอบี (พับลิก) ได้เสนอแบบเอสเคดับบลิวเอส (SKWS) ตราอักษรเทอร์มา (Terma) ซึ่งเป็นเป้าลวงแบบหมุนไม่ได้ครับ แทนแบบเอ็นจีดีเอส (NGDS) ตราอักษรซาเจม ซึ่งเป็นเป้าลวงแบบหมุนได้ ในการนี้คณะกรรมการจัดซื้อได้พิจารณาตรวจสอบการเสนอ ดังกล่าว โดยประสานบริษัท ซาบ เอบี (พับลิก) ซึ่งเป็นบริษัทคู่สัญญาโครงการระยะที่ ๑ และ ทำหน้าที่เป็นคอมแบท ซิสเต็ม อินติเกรเตอร์ (Combat System Integrator) แล้ว ท่านประธานครับ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๕ และที่ประชุมมีมติอนุมัติให้รับข้อเสนอการเปลี่ยน ระบบแท่นยิงเป้าลวงแบบเอ็นจีดีเอสตราอักษรซาเจมเป็นระบบแท่นยิงเป้าลวง แบบเอสเคดับบลิวเอสตราอักษรเทอร์มาครับ ผิดทีโออาร์ครับ ก็ยังพยายามที่จะเปลี่ยนให้ได้ เพราะถ้ายึดตามทีโออาร์เดิมไม่มีเงินทอนครับ เงินทอนมันไม่มีครับ ท่านเข้าใจไหมครับ ทีนี้มาดูข้ออ้างครับ ผมนี่เบ็ดเสร็จเด็ดขาดครับ ไม่ต้องให้ท่านรัฐมนตรีมาชี้แจงเรื่องเทคนิค ให้เสียเวลาเพราะผมศึกษามาหมดแล้วครับ ข้ออ้างในการเปลี่ยนระบบที่ไม่ตรงกับทีโออาร์ ดูให้ดี ๆ นะครับ แล้วอย่าไปลอกการบ้านมาจากกองทัพเรือนะครับ เพราะคนที่เอาเอกสาร ให้ท่านพูดเท็จ บริษัท ซาเจม ได้เสนอตำแหน่งติดตั้งระบบแท่นยิงเป้าลวงแบบเอ็นจีดีเอส จำนวน ๗ ตำแหน่ง โดยเสนอตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดสามารถติดตั้งได้คือบริเวณดาดฟ้า เหนือโรงเก็บเฮลิคอปเตอร์ของเรือ และต่อมาเสนอตำแหน่งที่เหมาะสมรองลงมาเพิ่มอีก ๔ ตำแหน่ง ซึ่งบริษัท ซาบ เอบี (พับลิก) ได้พิจารณาตำแหน่งการติดตั้งระบบแท่นยิงเป้าลวง ที่บริษัท ซาเจม เสนอทุกตำแหน่งแล้วเห็นว่าไม่เหมาะสม จึงเสนอระบบแท่นยิงเป้าลวงแบบ เอสเคดับบลิวเอสแทนแบบเอ็นจีดีเอส ซึ่งจะทำให้ระบบการรบมีประสิทธิภาพสูงกว่า ในการนี้คณะกรรมการจัดซื้อได้พิจารณาเหตุผลและความจำเป็นสำหรับการเสนอ ระบบแท่นยิงเป้าลวงดังกล่าว โดยได้สอบถามหน่วยหรือผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องได้แก่ กร. สพ.ทร. อร. และ อร.ทร. ผมไปดูในเอกสาร กร. สพ.ทร. อร. และ อร.ทร. ไม่เห็นมีเอกสารแนบเลยว่าเห็นด้วยกับสิ่งที่ท่านพูด แต่ไม่เป็นไรครับ คณะกรรมการ บูรณาการการรบสำหรับโครงการปรับปรุงเรือฟริเกต ชุด ร.ล. นเรศวร แล้วสรุปได้ว่า ระบบแท่นยิงเป้าลวงแบบเอ็นจีดีเอสมีข้อจำกัดในการติดตั้งบนเรือฟริเกต ชุด ร.ล. นเรศวร เนื่องจากเป็นระบบใหญ่ เขาอ้างนะครับ มีน้ำหนักมาก ใช้เทคโนโลยีระดับสูงและ มีความซับซ้อน ซึ่งหากเลือกดำเนินการติดตั้งระบบตามตำแหน่งที่บริษัท ซาเจม เสนอนั้น จะทำให้ขีดความสามารถของตัวระบบลดลง ผลการติดตั้งและใช้งานจะทำให้ ลดทอนประสิทธิภาพของระบบควบคุมการยิงและระบบการรบ ซึ่งส่งผลกระทบ ต่อความสามารถในการป้องกันตนเองของเรือ นอกจากนี้จะต้องมีค่าใช้จ่ายในการปรับปรุง สถานที่ติดตั้ง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงตำบลอุปกรณ์อื่น ๆ ที่อยู่บริเวณใกล้เคียง นี่คือข้ออ้างต่าง ๆ นานาของความพยายามที่จะหาเงิน หาผลประโยชน์ แต่ผมได้ไปถาม ผู้เชี่ยวชาญทางกองทัพเรือ กระผมขอไม่เอ่ยชื่อนะครับ เพราะเขายังรับราชการอยู่ แล้วเขาก็ มีความเป็นลูกผู้ชายครับ เมื่อมีการหากินในกองทัพเรือเขากล้าแอ่นอกออกมาพูดข้อเท็จจริง ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือคำของเขาเลยนะครับ จากข้อสรุปเรื่องพื้นที่การติดตั้ง เอ็นจีดีเอสว่าไม่เหมาะสมโดยกล่าวอ้างว่าทางบริษัท ซาเจม เสนอตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุด คือบริเวณดาดฟ้าเหนือโรงเก็บเฮลิคอปเตอร์ของเรือว่าไม่เหมาะสม ในข้อเท็จจริงแล้ว ท่านฟังให้ดี ๆ นะครับ ทางบริษัท ซาเจม ได้มีการสำรวจบริเวณดังกล่าวร่วมกับ บริษัท ซาบ เอบี (พับลิก) และตัวแทนจาก ทร. มีการพิจารณาในห้องประชุม เพราะเขาอยู่ในห้องประชุมด้วยครับว่า ณ ตำแหน่งนั้นสามารถติดตั้งได้ รวมถึง ทางบริษัท ซาเจม ได้มีการนำเสนอจุดติดตั้งเพิ่มขึ้นอีกถึง ๔ จุด ดังนั้นหากมีการพิจารณาด้วยความเป็นธรรม ข้อมูลและความเหมาะสมจากตำแหน่ง ที่เป็นไปได้ทั้ง ๑๑ จุด ซึ่งนำเสนอโดยทีมผู้มีความเชี่ยวชาญต้องมีตำแหน่งที่สามารถติดตั้งได้ นอกจากนี้การกล่าวอ้างว่าตำแหน่งดังกล่าวจะทำให้ขีดความสามารถของระบบลดลง และจะทำให้ลดทอนประสิทธิภาพของระบบควบคุมการยิงและระบบการรบ ซึ่งคำกล่าวอ้าง เหล่านี้ไม่เป็นความจริงครับ เพราะระบบเอ็นจีดีเอส ท่านประธานครับ โปรดให้รัฐมนตรี ได้ดูใกล้ ๆ นะครับ เป็นภาษาอังกฤษนะครับระบบเอ็นจีดีเอสมีใบรับรองเรียบร้อยครับ ผ่านการรับรองเอ็มไอแอล สแตนดาร์ด (MIL Standard) ย่อมาจาก มิลิทารี สแตนดาร์ด (Military Standard) ซึ่งเป็นการรับรองมาตรฐานระดับสูงว่าไม่มีการรบกวนคลื่น และระบบการทำงานด้านออปโทรนิก (Optronic) ต่าง ๆ ของเรือ ท่านประธาน ยังไม่พอครับ ถ้าไม่เชื่อเอกชนจะเชื่อกระทรวงกลาโหมของประเทศฝรั่งเศสไหมครับ ผมนี่ไปเอาเอกสาร ของกระทรวงกลาโหมของประเทศฝรั่งเศสมาให้ดูเลยนะครับเผื่อรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมจะไม่เชื่อครับ เอกสารนี่ครับหน่วยงานดีจีเอ (DGA) นี่ธงประเทศฝรั่งเศส เซ็นอนุมัตินะครับ เอกสารรับรองจากดีจีเอ ซึ่งเป็นหน่วยงานของกระทรวงกลาโหม ของประเทศฝรั่งเศสได้ให้คำรับรองถึงลูกลวงที่ใช้กับระบบเอ็นจีดีเอสว่าเป็นเทคโนโลยี ที่เหนือกว่าระบบเป้าลวงที่ใช้ชาฟ (Chaff) เช่นของระบบเทอร์มา เอสเคดับบลิวเอส เดี๋ยวพอผมอภิปรายเสร็จก็จะมีกองทัพเรือมาบอกท่านว่า เออ เดี๋ยวเอารุ่นนี้เดี๋ยวมันจะบัง วิถีกระสุนของจรวดนำวิถีอย่าไปเชื่อนะครับ ผมเอารูปเรือให้ดูครับท่านประธาน ขึ้นหน้าจอเลยครับ นี่คือเรือหลวงนเรศวรกับเรือหลวงตากสิน ท่านประธานครับ ที่อยู่ข้างใต้และเป็นระบบแท่นยิงเป้าลวงแบบหมุนได้ก็ติดตรงดาดฟ้า ๒ ที่ครับ แล้วองศา อย่างไร ที่กลม ๆ นี่คือระบบอำนวยการรบครับมันบังกันอย่างไรกันครับ มันห่างกันเยอะมากครับ เรือลำใหญ่ยิงอย่างไรก็ไม่มีทางไปบังครับ ที่บังคืออะไรรู้ไหมครับ เงินมันบังตาครับ มันบังตา ทำให้เห็นความชั่วนี่ออกมาครับ นอกจากนี้ผมชอบค้นคว้าครับ ในอินเทอร์เน็ต ผมไปเปิดในเว็บไซต์ของ สยป.ทร. เน้นนะครับ สยป.ทร. ครับ เพราะเป็นผู้ที่จัดซื้ออุปกรณ์ ปรากฏว่าเรือฟริเกตที่ทันสมัยปัจจุบันใช้ระบบแท่นยิงเป้าลวงแบบหมุนได้เกือบทั้งหมดครับ แต่ผมจะอธิบายว่าเป็นเพราะอะไร ไม่ว่าจะเป็นเรือของประเทศซาอุดีอาระเบีย ไม่ว่าจะเป็น เรือของประเทศสิงคโปร์ เรือฟอร์มิดาเบิล (Formidable) ไม่ว่าจะเป็นเรือลาฟาเยท (Lafayette) ของประเทศฝรั่งเศส ท่านประธานครับ ดูเอกสารแนบท้ายต่อไปครับ อนุมัติจัดซื้ออุปกรณ์ที่ต่างจากทีโออาร์นะครับ ตรงนี้นี่ก็เป็นทีเด็ดเลยครับ ท่านรัฐมนตรี ดูให้ดีนะครับ พี่น้องประชาชนดูให้ดีท่านจะเกิดความตกใจว่าเป็นไปได้อย่างไรที่ลูกผู้ชาย ที่ชื่อสุกำพล สุวรรณทัต กล้าอนุมัติอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ผมเปิดตรงนี้ให้มันใหญ่ขึ้น พูดง่าย ๆ คือเขาเสนอระบบแท่นยิงเป้าลวงแบบเอสเคดับบลิวเอสตราอักษรเทอร์มาครับ ทดแทนระบบเป้าลวงแบบหมุนได้ แล้วก็มีการขอเจรจาต่อรองแล้วบริษัทเสนออุปกรณ์เพิ่มเติม แล้วก็ลดราคาลงเหลือ ๒,๖๙๙ ล้านบาท สิ่งที่ผมจะเรียนท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีครับ ให้ชาวบ้านเข้าใจ เดิมเขาเสนอรถเบนซ์ เอสคลาส (S-class) ออปชัน (Option) เพียบครับ หลังคาแก้ว แม็กซ์ (Max) เพียบ เนวิเกเตอร์ (Navigator) พร้อม วันนี้ลดสเปกมาเหลือ ฮอนด้า ซิตี้ รุ่นโบราณครับ แล้วบอกว่าแถมฟิล์ม แถมเคลือบสี แล้วสุดท้ายบอกว่าอะไรรู้ไหม ลดให้อีก ๑,๐๐๐ บาท ท่านประธานดูรูปต่อไปครับ ท่านเชื่อไหมครับว่าโครงการ ๒,๗๐๐ ล้านบาท ต่อรองราคาลด ๑,๐๐๐ บาทครับ ลูกผู้ชายจริง ๆ ครับ ฝ่ายการเมือง ผมคำนวณให้เลยนะครับ ฝ่ายการเมืองสยายปีกเขมือบ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ จริง ๆ ผมรู้ว่า คนที่เขาบงการคนนี้เขาไม่ได้เป็นคนในสภาหรอกครับ เป็นเจ๊คนหนึ่งที่สนิทกับท่าน แต่ไม่เป็นไรผมจะไม่พูดถึง ฝ่ายการเมืองสยายปีกเขมือบ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ โครงการมูลค่า ๒,๗๐๐ ล้านบาท แต่มีการเปลี่ยนอุปกรณ์จากเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในโลกมาเป็น เทคโนโลยีสมัยสงครามโลก ครั้งที่ ๒ ครับ ผิดเงื่อนไขทีโออาร์ชัดเจนครับ มติ ครม. เสนอโดย พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต ยอมรับส่วนลดครับ โอ้โฮ พูดแล้วตกใจ ๑,๐๐๐ บาทครับ ผมพูดย้ำอีกทีนะครับ ๑,๐๐๐ บาทครับ มีเงินทอนให้ฝ่ายการเมืองไม่รู้ใครรับนะครับ ประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท เพราะถ้าไม่เสนอ เปลี่ยนอุปกรณ์เงินทอนมันไม่มาหรอกครับ ทีนี้เพื่อลดเวลาไม่ต้องเอาฝ่ายเทคนิคของ ฝ่ายกองทัพเรือมาพูด ผมพูดได้เลยครับ ผมศึกษามาเรียบร้อยครับ เปรียบเทียบระหว่าง แท่นยิงเป้าลวงแบบหมุนกับไม่หมุน นี่ครับดูรูปแรกครับ แท่นนี่ฟิกซ์อยู่กับที่มันเงยไม่ได้ มันหมุนไม่ได้ครับ เวลาข้าศึกมาทำอย่างไรครับ ต้องเลี้ยวเรือครับ แต่ถ้าเป็นเป้าหมุน หมุนได้ทุกองศา ไม่ต้องเลี้ยวเรือเลยครับ อุปกรณ์นี้ท่านจะให้กลับไปสมัยสงครามโลก ครั้งที่ ๒ เวลามีจรวดนำวิถียิงมา กัปตันบอกน้องเลี้ยวเรือ เลี้ยวเรือ แถมลดให้อีก ๑,๐๐๐ บาท ดูภาพต่อไปครับ อันนี้จะเทคนิคหน่อยนะครับ ผมไม่แน่ใจว่าท่านอยู่ทหารอากาศ จะเข้าใจหรือเปล่า คุณลักษณะแท่นยิงครับ ซาเจม เอ็นจีดีเอส เปรียบเทียบกับเทอร์มา เอสเคดับบลิวเอส หมุนได้กับหมุนไม่ได้ครับอย่างที่ผมบอกครับ ระบบเทอร์มา เอสเคดับบลิวเอสจำเป็นต้องหันเรือเพื่อปรับองศาการยิงเนื่องจากแท่นยิงหมุนไม่ได้ ทำให้ความสามารถในการลวงเป้าช้าครับ ต่อไปครับความแม่นยำระบบของซาเจม เอ็นจีดีเอส คือระบบแบบหมุน ไม่เกิน ๑ องศา ขณะที่เทอร์มา เอสเคดับบลิวเอสมีจำกัด ต้องหันเรือ ให้ตรงองศา เพราะของแท่นหมุนมันเงยมันก้มได้ครับ แต่ของที่ท่านซื้อเงยก็ไม่ได้ ก้มก็ไม่ได้ หันก็ไม่ได้ครับ เพียงแต่ว่าถูกกว่า ๑,๐๐๐ บาท นอกจากนั้นแล้วถ้าจรวดมีหน้าต่าง การจับเป้าที่แคบ เพื่อการจับเป้าหมายที่ชัดเจน ดังนั้นความแม่นยำของระบบเป้าลวง ต้องมีความแม่นยำสูงมากและต้องปรับองศาด้วยตัวเองถึงจะทำการตรวจจับที่ยิงเข้ามาหา เรือได้ ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนี้อย่างที่ผมบอกว่าเนื่องจากระบบแท่นหมุนมันก้ม มันเงย มันหันได้ เพราะฉะนั้นมันสามารถที่จะลวงเป้าระยะไกล ใกล้ ล่อเป้า บังเป้า ขณะที่ที่ท่านซื้อที่ได้ส่วนลด ๑,๐๐๐ บาทลวงเป้าแบบระยะใกล้ได้อย่างเดียวครับ เมื่อกี้ผมพูดถึงเรื่องแท่นหมุนไปหมุนมา ก้ม เงย ตอนนี้ผมมาพูดถึงลูกลวงครับ ลูกลวงคือลูกที่ใช้กับแท่นนี้ครับ เนื่องจากซาเจมเป็นระบบที่ทันสมัยที่สุดในโลกแล้ว เพราะฉะนั้นระบบของเทอร์มาไม่สามารถใช้ลูกลวงที่ทันสมัยได้ เพราะฉะนั้น มันจะมีปัญหาทันทีครับ เพราะลูกลวง ท่านดูภาพต่อไปการต่อต้านอาวุธปล่อยนำวิถียุคที่ ๑ ถ้าเป็นจรวดนำวิถียุคที่ ๑ ทั้ง ๒ อย่างสามารถลวงเป้าได้ จรวดนำวิถียุคที่ ๑ ประกอบไปด้วย อะไรบ้าง ผมยกตัวอย่างอาวุธปล่อยนำวิถียุคที่ ๑ เช่น สไตซ์ (STYX) เอสเอสเอ็นทู (SS-N-2) นี้ ทั้ง ๒ อย่างลวงเป้าได้ครับ แต่พอมาตัวอย่างอาวุธปล่อยนำวิถียุคที่ ๒ ท่านประธานดูครับ ฮาร์พูน ซี ๘๐๑ (C801) ก็สามารถลวงได้แต่ว่าเริ่มมีปัญหาแล้วเพราะว่าถ้าเกิดเป็นจรวด ที่มีหน้าต่างการตรวจจับเป้าที่แคบ เทอร์มาเริ่มมีปัญหาแล้วครับ ระบบแบบหมุนไม่ได้ครับ ทีนี้ครับท่านประธานช่วยสะกิดรัฐมนตรีดูอันนี้ให้ชัด ๆ เลยนะครับ เจเนอเรชันที่ ๓ (Generation 3) ยุคที่ ๓ ครับ ระบบเดิมที่ทางฝ่ายเสนาธิการได้สเปกไว้สามารถลวงได้ ขณะที่อันที่รัฐมนตรีซื้อนี้ลวงไม่ได้ครับ อาวุธปล่อยนำวิถียุคที่ ๓ มีอะไรบ้างครับ ของประเทศรัสเซียมีเทอร์มิ (Termi) มียาคอนท์ (Yakhont) มียูแรน (Uran) ซึ่งจรวดเหล่านี้ ถ้ากองทัพเรือประเทศอื่นใช้เรือของเรานี้สู้ไม่ได้เลยครับ จมน้ำอย่างเดียวเพราะไม่มีระบบ ยิงเป้าลวงไปแก้เป้าลวงเขาครับ ท่านประธาน จากประเทศจีนครับ ซาย ๑ (SY1) เอฟแอล ๑ (FL1) เอฟแอล ๓ (FL3) วายเจ ๑ (YJ1) วายเจ ๒ (YJ2) ใช้ไม่ได้หมดเลยครับ อื่น ๆ ครับ เอกโซเซท ๒ (Exocet2) เพนกวิน (Penguin) แกเบรียล (Gabriel) ฮาร์พูน ๒ นี้ ถ้าซื้อของที่รัฐมนตรีซื้อ พวกนี้ใช้ไม่ได้หมดเลยครับ ก็หมายความว่าถ้าข้าศึกยิงอาวุธ ปล่อยนำวิถียุคที่ ๓ เข้ามา เรือหลวงนเรศวรกับเรือหลวงตากสินจมแน่นอนครับ ท่านประธานครับ เทคนิคนะครับ อันนี้ก็เป็นเรื่องของคลื่นความถี่ไฟฟ้าซึ่งก็แสดงให้เห็น ว่าสเปก เดิมที่เขากำหนดสเปกก่อนที่ท่านจะไปเปลี่ยนอุปกรณ์เขานี่ครับ มันเป็นระบบที่ใช้ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในระนาบเดียวกันแบบเสมือนจริง เพราะฉะนั้นจะทำให้จรวดนำวิถี ที่ยิงเข้ามาคิดว่าเป็นเรือจริง ๆ แล้วก็สามารถลวงได้ ขณะที่เทคโนโลยีของเทอร์มา เอสเคดับบลิวเอสเป็นลูกลวงแบบสะท้อนเรดาร์ ไม่สามารถต่อต้านลวงอาวุธปล่อยนำวิถี ในยุคที่ ๒ และยุคที่ ๓ ได้นะครับ

ภาพต่อไป แรงถีบขณะยิงลูกลวง เมื่อสักครู่ในมติ ครม. ในเอกสารแนบท้าย บอกว่าจะต้องไปปรับปรุงพื้นที่ต่าง ๆ นานา แต่ในข้อเท็จจริงไม่ใช่เลยครับ ท่านประธานครับ แรงถีบขณะยิงลูกลวงนะครับ ระบบแท่นยิงแบบหมุนได้ของซาเจม นี่น้อยกว่า ๓๐ เคเอ็น (KN) แต่ของเทอร์มา เอสเคดับบลิวเอสมากกว่า ๙๕ เคเอ็น เพราะฉะนั้น ท่านก็ต้องไปปรับปรุงเพื่อให้แรงถีบขณะยิงลูกลวงที่มากกว่านั้นทำให้การกระจายลงสู่เรือ มีมากกว่า ซึ่งทำให้ต้องมีการสร้างความแข็งแรงให้กับเรือเพิ่มขึ้น

ท้ายที่สุดครับ เมื่อเราพูดถึงพื้นที่อันตรายครับ ระบบเอ็นจีดีเอส แบบเป้าหมุนติดแค่ ๒ ตัวก็สามารถครอบคลุมได้หมด แต่ของเทอร์มา เอสเคดับบลิวเอส ต้องติดถึง ๖ ชุดครับ เพราะมันหัน ก้ม เงย ไม่ได้ครับ ต้องติด ๖ ชุดครับ เพราะฉะนั้น ในการติดระบบเป้าลวงนั้นนอกจากจะต้องมีพื้นที่ในการติดตั้งฐานแท่นยิงแล้วจะต้องมีพื้นที่ ที่ใช้สำหรับเก็บลูกลวงด้วย ซึ่งระบบเอ็นจีดีเอสใช้เพียง ๒ ลอนเชอร์ส (Launchers) ก็สามารถครอบคลุมเรือได้ทั้งลำ ในขณะที่ระบบเทอร์มา เอสเคดับบลิวเอสต้องใช้ถึง ๖ ลอนเชอร์สถึงจะครอบคลุมเรือได้ จึงทำให้พื้นที่ติดตั้งฐานแท่นยิงและพื้นที่ในการจัดเก็บ ลูกลวงกระจายอยู่เต็มพื้นที่เรือครับ เป็นภัยต่อชีวิตลูกเรือมากครับ

สุดท้ายครับ ถ้าเป็นไปตามที่รัฐมนตรีได้อนุมัติ ครม. เหตุการณ์นี้ ก็จะเกิดขึ้นกับเรือหลวงนเรศวรกับเรือหลวงตากสินครับ ท่านดูรูปนี้เป็นอุทาหรณ์ครับ เรือลำหนึ่งราคาเป็นหมื่นล้านต้องจมสู่ท้องทะเล จากความโลภ จากการไปเป็นอุปกรณ์ ในการป้องกันภัยคุกคามเรือครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเรียนท่านประธานว่าทั้งหมดทั้งหลายที่ผมได้ อภิปรายไปแล้วนั้นคือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และผมเรียนท่านประธานว่ากรณีนี้เป็นกรณีที่มี การทุจริตคอร์รัปชันแล้วมีผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของกองทัพเรือ ผมเรียนท่านประธาน ด้วยความเศร้าใจว่าทหารหาญเหล่านี้ผมเชื่อครับว่าวันหนึ่งเมื่อเขาต้องถูกเรียกให้ไปรบ แล้วเขารู้ว่าเขาต้องยอมเสียสละชีพเพื่อแผ่นดินนี่ผมเชื่อว่าทหารเหล่านี้เขาไม่ลังเลใจเลยครับ ที่จะยอมสละชีพเพื่อชาติเพื่อปกป้องราชอาณาจักรไทย แต่ถ้าความตายที่มันเกิดขึ้น เกิดขึ้นจากมีกลุ่มคนที่โลภแล้วไปเปลี่ยนระบบอุปกรณ์ในการป้องกันภัยคุกคามเรือ แล้วทำให้ชีวิตเหล่านั้นถูกแขวนบนเส้นด้าย ผมถือว่าเป็นโศกนาฏกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่ต้อง จดจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ชีวิตลูกเรือนี่ มันลำบากครับ เวลาออกเรือแต่ละหนต้องอยู่บนเรือเป็นแรมเดือน ไม่พบกับภรรยา ไม่พบกับลูก เป็นชีวิตที่ยากลำบาก แต่เหนือสิ่งอื่นใดครอบครัวที่อยู่บนฝั่งเขาเฝ้ารอ การกลับมาของสามี ของพ่อของลูกครับ แล้วก็ยังมีปู่มีย่า เพราะฉะนั้นชีวิตของทหารคนหนึ่ง มันเกี่ยวโยงไปกับชีวิตอีกมากมาย กระผมอยากจะกราบเรียนไปถึงท่านประธาน แล้วก็ขอวิงวอนสมาชิกฝ่ายรัฐบาลครับ วันนี้ที่ผมพูดถึงนั้นก็คือชีวิตของลูกเรือหลวงนเรศวร กับลูกเรือหลวงตากสิน ถ้าสมาชิกในซีกรัฐบาลเห็นว่าชีวิตลูกเรือหลวงตากสินและ ลูกเรือหลวงนเรศวรไม่มีค่า เปรียบเสมือนกับผักกับปลา ท่านไม่ต้องลังเลเลยครับ วันที่ ๒๘ กดปุ่ม ไว้วางใจ พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต แต่ถ้าท่านฟังสิ่งที่ผมอภิปรายไปแล้วท่านคิดถึงลูกเรือ คิดถึงครอบครัวเขา แล้วท่าน ยังมีความเมตตา ความกรุณา เพราะว่าครอบครัวลูกเรืออาจจะเป็นคนใดคนหนึ่งที่เคยเลือกท่าน เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระผมขอเถอะครับ เพราะเรื่องนี้มันเกี่ยวโยงไปถึงชีวิต ของคนเหล่านั้น วันที่ ๒๘ ชีวิตของลูกเรือหลวงนเรศวรและเรือหลวงตากสิน อยู่ในอุ้งมือของท่านแล้ว ท่านโปรดกดปุ่ม ไม่ไว้วางใจ พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต สำหรับผมแล้วผมก็ไม่อาจที่จะปล่อยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่ชื่อ พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต ได้บริหารราชการแผ่นดินสร้างความเสียหายให้กับ กองทัพเรือ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านต่อไปอภิปรายครับ ท่านสามารถเชิญครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สามารถ แก้วมีชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย อยากกราบเรียนท่านประธานว่าฟังท่านผู้อภิปรายที่อภิปรายท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม ท่านสุกำพลเกี่ยวกับเรื่องการจัดซื้ออุปกรณ์ของเรือซึ่งดูเหมือนว่า ไปกล่าวหาว่าท่านทุจริต แต่ผมมาดูรายละเอียดคำร้องถอดถอนที่มีไปถึงประธานวุฒิสภา ไม่มีเรื่องกล่าวหาทุจริตอยู่ ฉะนั้นขอความกรุณาท่านประธานได้วินิจฉัยว่าไม่เป็นไป ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๙ วรรคสองหรือเปล่าครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ ฝ่ายค้านได้ยื่นอภิปรายท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แล้วก็ยื่น ถอดถอนอยู่ ๔ เรื่อง

เรื่องแรก คือขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๘

เรื่องที่ ๒ คือผิดพระราชบัญญัติจัดระเบียบบริหารราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๕

เรื่องที่ ๓ ขัดข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล พ.ศ. ๒๕๕๑

เรื่องที่ ๔ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมตามระเบียบ สำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยประมวลจริยธรรมข้าราชการ

ประเด็นที่ท่านผู้อภิปรายอภิปรายนั้นท่านกำลังลำดับข้อเท็จจริงว่า ในความเห็นของท่านลำดับข้อเท็จจริงมาว่าการจัดซื้อครั้งที่ ๑ และครั้งที่ ๒ ได้มี การกำหนดสเปกและมีการแก้ไขสเปก ประเด็นที่จะต้องฟังก็คือว่าสิ่งที่ท่านนำเสนอนั้น ท่านรัฐมนตรีได้มีการปล่อยปละละเลยหรือไม่ แต่ส่วนที่จะบอกว่าใครทุจริตหรือใครจะได้ ผลประโยชน์ท่านก็กล่าวหาลอย ๆ ว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร อันนั้นเป็นข้อกล่าวหา ฉะนั้นยังอยู่ในประเด็นที่ว่าท่านรัฐมนตรีจะปล่อยปละละเลยหรือไม่ เดี๋ยวท่านก็จะมาตอบในประเด็นนี้นะครับ เชิญท่านอภิปรายต่อไป ท่านต่อไปท่านใดครับ ท่านชูวิทย์ถ้าเป็นท่านอย่างนี้นะครับ ท่านจะใช้สิทธิอะไรครับ

นายศิริโชค โสภา สงขลา

เวลาฝ่ายค้านยังมีอยู่ครับ คือเห็นทุกครั้ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมตอบคำถามของฝ่ายค้าน ทำไมคราวนี้หนีไปไหนครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวท่านมาตอบนะครับ

นายศิริโชค โสภา สงขลา

ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านชูวิทย์ครับ วิปฝ่ายค้านแจ้งมาว่าท่านได้ ๔๐ นาที แล้วก็ท่านขอนำเสนอคลิปวิดีโอ จำนวน ๓ คลิป ท่านประธานอนุญาต ใน ๓ คลิปผมไม่เห็นภาพว่าเรื่องอะไร แต่หมายความว่า จะเป็นเรื่องบ่อน เรื่องคลิปคอร์รัปชัน แล้วก็คลิปที่โรงแรม ๓ คลิปนี้ถูกต้องนะครับ เชิญครับ

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ บัญชีรายชื่อ 🔗

ผม ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครักประเทศไทย ร้อยตำรวจเอก เฉลิมหนีไปไหนแล้วล่ะครับ เมื่อกี้เห็นอยู่แวบ ๆ กลับมาแล้วหรือยัง หรือไปห้องน้ำ ถ้าไปห้องน้ำก่อนที่ผมจะอภิปราย ผมขอเชิญ ร้อยตำรวจเอก เฉลิมมาสาบานด้วยกัน สาบานตรงนี้ละครับไม่ต้องไปสนามหลวง เสียเวลา พระแก้วมรกต พระทรงเมือง สยามเทวาธิราช หลวงปู่ทวด หลวงปู่โต หลวงพ่อเงิน หลวงพ่อมุ่ย หลวงพ่อแช่ม หลวงพ่อเดิม สาบานเลยครับว่าวันนี้ผมไม่พูดเรื่องส่วนตัวใคร ไม่พูดครับ จะเอาข้อกฎหมายล้วน ๆ ให้คนระดับรองนายกรัฐมนตรีซึ่งมีดอกเตอร์ เป็นดอกเตอร์ทางกฎหมายว่าท่านบกพร่องอย่างไร ใช้อำนาจในทางที่ผิดอย่างไร เล่นพรรคเล่นพวกอย่างไร และไร้ความสามารถ ปล่อยปละละเลย ขี้ลืม ท่านรองนายกรัฐมนตรี ร้อยตำรวจเอก เฉลิมได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี ให้กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การมอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับ บริหารราชการ และสั่ง และปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรีกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ท่านประธานครับ ผมดีใจ ดีใจที่ได้โอกาสในการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน อย่างสมบูรณ์แบบ ผมดีใจที่เมื่อคืนม็อบจบเสียได้ผู้คนจะได้มาฟังการอภิปรายของผมในสภา ผมใช้เวทีที่สภานี่ละครับ ผมเป็นนักมวยต่อยบนเวทีครับ ต่อยข้างเวทีไม่เป็น ผมขอใช้อำนาจ ที่ผมมีอย่างน้อยนิดอย่างเต็มที่ และที่สำคัญผมเป็นฝ่ายค้านไม่ใช่ในสภาเท่านั้นนะครับ ผมเป็นฝ่ายค้านความอยุติธรรมในสังคมด้วยครับ ท่านประธานครับ นโยบายของรัฐ นโยบายหนึ่งคือการปราบปรามอบายมุข ผมเป็นองคุลีมาลครับ เป็นองคุลีมาลที่รู้เรื่อง อบายมุข รู้ดีครับ ผมเชื่อว่าโลกเรานี้มีสีเทา ไม่ได้มีสีขาวกับสีดำเท่านั้น และผู้คนในสังคม ก็อยู่สีเทา วันนี้ผมอยากจะให้ท่าน ร้อยตำรวจเอก เฉลิมมีความจริงใจ อย่าร้อนรน ค่อย ๆ ตอบโต้ข้อกฎหมายผม ผมมันผู้ต้องหาเก่าครับ ผมเป็นจำเลยเก่า ถ้ายาเสพติด ไม่มีคนซื้อ ไม่มีคนขาย ไม่มีคนผลิต กระบวนการยาเสพติดมันไม่เกิดครับ มันมีผู้สนับสนุน การสนับสนุนหรือการใช้อำนาจในทางที่ผิดเอื้อประโยชน์ เลือกที่รักมักที่ชัง ใช้กฎหมาย ฉบับเดียวกัน มาตราเดียวกัน ๒ อย่างมีทั้งขาวและทั้งดำ หน้าที่ของ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม ในการกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติอันเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้อำนาจในทางที่ผิด เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ อบายมุขเป็นเรื่องสำคัญ หากผู้ควบคุมดูแลใช้อำนาจในทางที่ผิดไปส่งเสริมในสิ่งที่ไม่ควรที่จะ ส่งเสริม ไปปิดบัง ไปซ่อนเร้น แล้วไปเอาประโยชน์ ผมไม่มีใบเสร็จครับท่านประธาน อย่าไปถามหาใบเสร็จผม แต่สิ่งที่ผมจะอภิปรายผมจะทำให้ท่านประธานและประชาชน ที่ฟังอยู่ที่บ้านเข้าใจว่ามันมีการช่วยเหลือกันอย่างไร ท่านประธานครับ ทุก ๆ ครั้ง ผมอภิปรายผมมีคลิปประกอบ ผมมีคลิปประกอบให้ดูทุก ๆ ครั้งไม่เคยพูดปากเปล่าครับ ผมมีคลิปประกอบ ทำไมผู้คนในสังคมเชื่อชูวิทย์มากกว่า ก็เพราะคลิปประกอบของผมนั้น ถ่ายมาด้วยความยากลำบากและเป็นจริง ผมไม่มีเทคนิคครับ ผมไม่มีเทคนิค อย่าง ร้อยตำรวจเอก เฉลิมที่ลูกชายแกแพ้ในเขตบ้านแกเองแล้วแกบอกเทคนิคหาเสียง เวลาเป็นรัฐมนตรีขอพี่ก่อน แกบอกแกแพ้แล้วแกก็ไม่เป็นรัฐมนตรี แต่ท้ายที่สุดแกบอก เทคนิคหาเสียง เอาละครับผมยอม ผมยอมท่านครับ เพราะความจำท่านสั้น ท่านสัมภาษณ์บ่อย ท่านอาจจะลืม ไม่เป็นไรครับ แต่คุณเฉลิมต้องจำให้ดีว่าคุณเฉลิมให้สัมภาษณ์ไว้อย่างไร ผมได้เอาคำสัมภาษณ์ของคุณเฉลิมมาตรอง มาคิด แล้วก็มาดู เวลาดูผมก็สับสนครับ และเดี๋ยวผมจะให้ท่านประธานดูว่าถ้าผมสับสน ท่านประธานสับสน ประชาชนที่บ้าน สับสนหรือเปล่า เมื่อคืนผมนอนไม่หลับ ผมนอนไม่หลับครับ ผมไม่รู้จะเอาคลิปบ่อนที่ไหนมาเปิดดี เพราะมันเยอะครับ ๗๗ จังหวัด เลือกเอาเลยครับ ร้อยตำรวจเอก เฉลิมจะเลือกเอา จังหวัดไหน ผมนอนไม่หลับผมก็หลับตาครับ ผมหลับตาแล้วผมก็หยิบมาเอาที่ไหนดีวะ จังหวัดภูเก็ต จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดนครสวรรค์ เอ๊ะ มันที่ไหน หยิบไปหยิบมาเดี๋ยวผมให้ประธานดูครับผมไปหยิบถูกจังหวัดไหน แต่การอภิปรายและ การประกอบคลิป ผมจะเกริ่นนำให้ท่านประธานเข้าใจว่ามันมีคำสัมภาษณ์ของ ร้อยตำรวจเอก เฉลิมอยู่ด้านหน้า แล้วก็มีเรื่องของบ่อน แล้วก็มีเรื่อง ร้อยตำรวจเอก เฉลิม สัมภาษณ์ตอนท้าย เพื่อให้เห็นความแตกต่างของการใช้กฎหมาย การใช้กฎหมาย ที่ไม่เป็นธรรมเล่นพรรคเล่นพวก แล้วใช้กฎหมาย ๒ มาตรฐาน เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญครับ เพราะระดับรองนายกรัฐมนตรีจบปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก กฎหมายหมด คนเขา ชื่นชมครับเขาบอกว่าไปทะเลต้องเจอฉลาม มาสภาต้องเจอเฉลิม ชูวิทย์ก็จะจับเฉลิมโยนให้ ฉลามละครับ วันนี้มาสภาเจอเฉลิมคนเดียวไม่ได้ครับ ต้องเจอชูวิทย์ด้วย ท่านประธานครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลาผมขอเปิดคลิปชุดแรกครับ เชิญเจ้าหน้าที่เปิดคลิปชุดแรก

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“…………… : การลักลอบเล่นจะมีคนร้าย เพราะคลิปที่ผมมีนี่บานเบอะ แล้วผมอยู่ทางฝ่ายการเมืองปิดผมไม่ได้หรอก บ่อนเตาปูน บ่อนลอยฟ้า บ่อนยายโห้ บ่อนอ๊อดใต้ บ่อนนายหวิน ลูกน้องนายเหลียง ลูกน้องแป๊ะตี๋ ผมไม่ได้ทำเพื่อตัวผมนะ แต่จะต้องมีคนรับผิดชอบ ฝากบอกจเรตำรวจตรวจสอบเลยผมไม่เชื่อ ก็คลิปเขาชัด ๆ ว่าเล่น จะไปหาอุปกรณ์ทำไม”

ประธานครับ เขาบอกว่าคลิปเขา ชัด ๆ คลิปชัด ๆ คลิปคือหลักฐานประจักษ์พยานชั้นหนึ่ง ร้อยตำรวจเอก เฉลิม เป็นนักกฎหมายคงจะทราบ เดี๋ยวลองดูสิครับว่าผมหลับตาแล้วหยิบบ่อนที่จังหวัดใดมา ลองดูสิครับว่าบ่อนนี้เปิดคลิปอย่างนี้ใช้ได้หรือไม่ แล้วเพราะอะไรคลิปคือภาพเคลื่อนไหว คือซีซีทีวี (CCTV) ที่ตำรวจมักจะเอาไปใช้เวลาจับโจรใต้ เวลาจับปล้นร้านทองก็อ้างว่า เอาซีซีทีวีนี้เป็นหลักฐาน ตอนนี้ ร้อยตำรวจเอก เฉลิมกำลังจะย้าย ผบ.ตร. ท่านวิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เป็น ผบ.ตร. เพรียวพันธ์ ท่านก็บอกแหละครับว่าคลิปผมชัด กฎหมายนี่มันใช้ อย่างตรงไปตรงมามันไม่ได้ใช้แบบความหมายให้ความกะล่อนในทางกฎหมาย ลองดูสิครับว่า บ่อนนี้ อย่าไปสนใจครับเรื่องบ่อน อย่าไปสนใจเจ้าของบ่อน บ่อนที่ไหน อย่าไปสนใจว่า โรงพัก ผู้กำกับ ผู้การ เรื่องมันเล็กเพราะระดับรองนายกรัฐมนตรีบอกว่าคลิปชัด ๆ ตอนนี้ ท่านบอกว่าชัดท่านตีกฎหมายแบบหนึ่ง เชิญครับ ขอให้เจ้าหน้าที่เปิดคลิป

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

จังหวัดพิษณุโลกครับ โมเดล (Model) ๑ ใน ๗๗ จังหวัดครับ จังหวัดพิษณุโลก ผมหลับตาหยิบจังหวัดพิษณุโลกขึ้นมาเป็นตัวอย่างหนึ่ง เท่านั้น เป็นทางเข้า คลิปผมไม่ชัดตรงไหนตำรวจเอาเป็นหลักฐานไม่ได้อย่างไร รองนายกรัฐมนตรีสนับสนุนเวลาที่จะใช้ประโยชน์ เห็นคนเล่นไหมครับ มันมีอุปกรณ์ อย่างเดียวที่ไหนล่ะครับ มันมีเงินวาง มีคนเล่น มีไพ่ ครบองค์ประกอบของกฎหมาย องค์ประกอบของกฎหมายมันไม่ได้มีอุปกรณ์ ปืนอย่างเดียวก็ใช้ไม่ได้ ก็ปืนมันเอาไปจี้ ร้านทอง ซีซีทีวีก็เอาไปใช้เป็นหลักฐานในการออกหมายจับ นี่อย่างไรวางก็วาง เขาพูดอยู่ จังหวัดพิษณุโลกครับ แต่อย่าไปคิดว่าทำไมต้องจังหวัดพิษณุโลก ผมไม่มีอะไรกับจังหวัด พิษณุโลกแต่หลับตาหยิบขึ้นมา จังหวัดอื่นมีอีกเยอะครับ ทางออกก็ไปดูสิครับว่าผมถ่ายไว้ เมื่อวันไหน หนังสือพิมพ์ก็เป็นหลักฐานอีก เปิดหนังสือพิมพ์ดูหน่อย ๙ พฤศจิกายนนี้เองครับ ๒๐ กว่าวัน จังหวัดพิษณุโลกเป็นตัวอย่างหนึ่งที่ผมนำเสนอในสถานะฝ่ายค้าน ซึ่งผมจ้องดู การทำงานของ ร้อยตำรวจเอก เฉลิมอยู่ตลอดแกพูดว่าคลิปมันชัดตอนแกจะย้ายคน แกจะย้าย ผบ.ตร. หลังจากนั้นแล้วแกใช้ระบบแกยืนอยู่บนระบบตำรวจที่ล่มสลาย ซากปรักหักพังของระบบตำรวจนี่ละครับ ดูสิครับว่าแกพูดอย่างไรต่อไป เจ้าหน้าที่เปิดคลิป ต่อเลยครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............... : การที่เอาคลิปการพนันมาเปิดนี่นั่นมันไปจับเขาไม่ได้ก็มีแต่คลิป และอุปกรณ์การพนันที่คุณบอกว่าเขาขนตรงนั้นตรงนี้ผมไม่ได้แก้ตัวแทนใคร อุปกรณ์ ในการเล่นการพนันอย่างเดียวมันไม่เป็นความผิด อุปกรณ์ในการเล่นการพนันอย่างเดียว มันไม่เป็นความผิด”

นี่มันอุปกรณ์อย่างเดียวที่ไหน ท่านเป็นรองนายกรัฐมนตรี ท่านจบดอกเตอร์ทางกฎหมาย เยส (Yes) โน (No) โอเค (OK) โคคา-โคลานี่แอคท์อาร์ตนะ ดราม่า (Drama) นี่ ผมจะสอนท่านอีกคำนะภาษาอังกฤษ เขาเรียกว่าแทรจิดี (Tragedy) โศกนาฏกรรมในสิ่งที่ท่านทำ ตอนแรกท่านบอกว่าคลิป มันชัดเจนเวลาจะเล่นงานเขา พอตอนหลังบอกคลิปมันใช้ไม่ได้ มันเป็นอุปกรณ์อย่างเดียว แล้วมันอุปกรณ์ที่ไหน มันครบองค์ประกอบความผิดมันสำเร็จแล้ว ท่องไว้ความผิดมันสำเร็จแล้ว จดไว้ที่กระดานเลย แปะไว้ข้างฝา เห็นมีการเล่นไพ่ เห็นมีเงิน เห็นมีผู้คน มีการละเล่น แล้วบอกว่าคลิปมันใช้ไม่ได้ ก็ถ้าเกิดผมเป็นเจ้าของบ่อนละก็ผมสบายใจ รองนายกรัฐมนตรี ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง แกรับผิดชอบการันตี (Guarantee) ให้ เปิดช่องให้เสร็จว่า อุปกรณ์นี่มันไม่ผิด ผมยังไม่เห็นเลยว่าในคลิปนี่มันมีอุปกรณ์แล้วมันไม่มีคน มันมีคนครบ มีคนเล่น มีเงินวาง ทุกอย่างครบองค์ประกอบความผิดสำเร็จ แต่ท่านก็ไปบอกว่ามันเป็นคลิป อย่างเดียว ทีท่านไปจับร้านทอง ทีตำรวจไปจับโจรใต้ก็ใช้คลิปไม่ได้หรือ ใช้ซีซีทีวีหรือเรียกว่า ภาพเคลื่อนไหว ไม่ถูกหรือครับ ตอนหนึ่งท่านจะย้ายท่านก็ยืนอยู่บนกฎหมายอีกฝั่งหนึ่ง ท่านบอกว่าคลิปมันชัดมันต้องย้าย มันต้องมีคนรับผิดชอบ ผบ.ตร. ต้องโดน อ้าว พอเรียบร้อยท่านบอกคลิปมันไม่ชัด คลิปอย่างเดียวมันจับเขาไม่ได้ มันเป็นอุปกรณ์ เอาละครับเมื่อท่านตีกฎหมายแบบนี้ผมก็บอกว่าเอาละเมื่อโมเดลของจังหวัดพิษณุโลกผมเปิดให้ดู ผมก็จะเปิดให้ท่านเห็น ให้ท่านเห็นว่าท่านทำอย่างไร ปลาหมอก็ตายเพราะปากละครับ ร้อยตำรวจเอก เฉลิมก็ตายเพราะคำพูดตัวเอง แกใช้ฐานอำนาจอย่างไร เอ ตัวนี้มันนิสัยขี้ข้านะครับ นิสัยสุนัขมันชอบดมขี้ตัวเอง มันดมครับ แล้วแกสัมภาษณ์ไว้แกลืมหรือเปล่า แกต้องดู เพราะเขาบอกว่าดูช้างให้ดูที่หาง ดูนางให้ดูที่แม่ ดูให้แน่นี่ให้ดูที่ยาย แต่ถ้าจะดูเฉลิมต้องดู คลิปชูวิทย์ครับท่านนายกรัฐมนตรี ถ้าจะดูเฉลิมดูที่คลิปชูวิทย์นี่ละครับ แล้วคลิปนี้มันทำอย่างไร เอาละครับผมขอให้ท่านดูตรงที่ตำรวจส่งมามันแปลกประหลาดมาก ตำรวจโดย บช.น. จเรตำรวจ บช.น. ส่งว่าอย่างไรครับ เรื่องคลิปรัชดา วันที่ ๒๓ สิงหาคมวันแถลงนโยบาย ของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีปูจำได้ไหมครับ ผลการสืบสวนข้อเท็จจริงฟังอันเป็นยุติ ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนข้อเท็จจริงมีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวข้องได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสนใจ เอาใจใส่ตามสถานะภารกิจ อย่างนี้มันเอาใจใส่หรือเปล่าครับ มีคลิปแบบนี้ชัดเจนอย่างนี้ ท่านไม่ดำเนินการ ท่านสั่งให้ยุติเรื่อง เอาละครับ บช.น. สั่งยุติเรื่องคดีบ่อนรัชดาเพิ่งส่งมา ให้ผมสด ๆ ร้อน ๆ ที่ภาค ๙ ขอให้ยุติเรื่อง จเรตำรวจบอกให้ยุติเรื่อง เพราะรับฟังได้ว่า เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบไม่ได้ปล่อยปละละเลย ไม่ได้สนใจ ท่านครับ ท่านยุติเรื่องแต่ท่าน รู้อะไรไหมว่าตาม พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ ๒๕๔๗ และกฎ ก.ตร. มาตรา ๘๐ เมื่อปรากฏว่า มีผู้กล่าวหา ข้าราชการตำรวจผู้ใดกระทำความผิดวินัยให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัย ทันที การดำเนินการทางวินัยทันทีตามมาตรา ๘๐ ของ พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ ๒๕๔๗ วรรคสี่ ระบุไว้ค่อนข้างที่จะชัดเจน ให้ดำเนินการผู้บังคับบัญชา ผู้ใดละเลยไม่ปฏิบัติตามมาตรานี้ และตามหมวด ๖ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยไม่สุจริตให้ถือว่า ผู้นั้นกระทำผิดวินัย เอาละครับ ผมจะพูดให้ฟังสั้น ๆ ง่าย ๆ คดีนี้ที่บ่อนรัชดา จำได้ไหมครับ เรื่องนี้ ท่าน ร้อยตำรวจเอก เฉลิมท่านคงจะจำได้ลูกน้องท่าน ท่านไปสั่งไว้ว่าทำอย่างไร เรื่องบ่อนการพนันที่รัชดาที่ผมพูดไว้เมื่อปีที่แล้ว เชื่อไหมครับท่านประธานที่รักและเคารพ เชื่อไหมครับว่าบ่อนนี้เขาดำเนินคดีอาญา ผมแทบไม่เชื่อ เพราะเมื่อมีการร้องเรียน มีการพูดในสภา ตำรวจไปเอาการดำเนินคดีออกหมายจับครับ ท่านฟังดี ๆ นะครับ เมื่อกี้ยุติเรื่อง แต่ตำรวจ ไปออกหมายจับนายเหวย หมายจับเลขที่ ๑๐๗๒/๒๕๕๔ ลงวันที่ ๒ กันยายน ๒๕๕๔ นายเหวยถูกออกหมายจับ นายเหวยไม่ทราบนามสกุลหลบหนี มีความผิดอะไรครับ ความผิด ตามมาตรา ๑๒ จัดให้มีการเล่นการพนัน ชักชวนให้มีการเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต จากเจ้าพนักงาน ข้อหาที่ ๒ พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร เลขที่ ๔๐/๒๕๕๕ ส่วนข้อหาที่ ๑ เลขที่ ๒๔๐๘/๒๕๕๔ คดีมีมูลดำเนินคดีอาญา แล้วเชื่อไหมครับยังไม่จบ ตำรวจเห็นสมควร สั่งฟ้อง เมื่อเห็นสมควรสั่งฟ้องเพิ่งฟ้องไปวันไหนรู้ไหมครับ วันศุกร์ที่ผ่านมานี้เองครับ วันที่ ๒๔ พฤศจิกายน เรื่องนี้อยู่ในกระบวนการพิจารณาของอัยการ เมื่อคดีมีมูล มีคดีอาญา มีหมายจับ เชื่อว่าสมควรสั่งฟ้อง เรื่องอยู่ที่อัยการแต่ตำรวจเขายุติเรื่อง เมื่อกี้บอกปฏิบัติหน้าที่ โดยชอบ เมื่อกี้นี้ที่ผมอ่านให้ท่านฟัง สืบสวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวข้างต้นเสร็จสิ้น ผลสืบสวนรับฟังได้ว่าเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบไม่ได้ปล่อยปละละเลย ไม่สนใจสืบสวนสอบสวน จับกุม สรุปแล้วว่าคดีทางอาญาดำเนินการไป มีการออกหมายจับ มีเลขคดี จำนวน ๙๐๕ แผ่น มีผู้กระทำความผิด ส่วนคดีวินัย แทนที่ท่านจะดำเนินการคดีวินัย ให้สืบสวนสอบสวน ตามมาตรา ๘๔ มีมูล ก็ให้ดำเนินการตามมาตรา ๗๙ มีมูลก็วินัยร้ายแรง ร้ายแรงได้อย่างไรครับ ท่านยุติเรื่อง เห็นไหมล่ะครับว่าตอนนี้เขาช่วยกันอย่างไร ร้อยตำรวจเอก เฉลิมการันตีครับ การันตีบอกคลิปมันใช้ไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่คลิปมันเป็นซีซีทีวีชนิดหนึ่งที่ตำรวจใช้อยู่เป็นประจำ เวลาจะไปจับอะไรเป็นหลักฐาน แต่พอผมเปิดคลิปบ่อนบอกใช้ไม่ได้มันไม่ชัด แต่ตอนแรก บอกชัด ตอนหลังบอกมีอุปกรณ์อย่างเดียวจะไปจับเขาได้อย่างไร เห็นหรือยังครับว่า ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง ผู้ที่จบดอกเตอร์ทางกฎหมายใช้กฎหมาย ๒ ฉบับ ฉบับเดียวกันแต่ใช้ ๒ ทาง ทั้งขาวและดำ เมื่อท่านดำเนินการอย่างนี้ ยังไม่จบครับ เพราะผม ร้องเรียนไปทั่ว ทั้งแถลงข่าว ทั้งร้องเรียน ปรากฏว่าตำรวจรับคลิปผมไปทุกเรื่อง แต่ไปดำเนินการ ๒ ทาง ทางหนึ่งไปสืบสวนข้อเท็จจริง สืบสวนข้อเท็จจริงต้องเรียน ให้ท่านประธานทราบก่อนนะครับว่าตามกฎหมาย กฎ ก.ตร. การสืบสวนข้อเท็จจริง มีกฎหมายรองรับครับ กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง ปี ๒๕๔๗ รองรับไว้ชัดเจน สามารถออกเป็นคำสั่ง มีตราครุฑ อันนี้ของ บช.น. เขาแจ้งกลับมาโดย พลตำรวจตรี คนดังครับ อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ แกบอกยุติเรื่อง การสืบสวนข้อเท็จจริงยุติเรื่อง แล้วนี่เป็น การตรวจสอบข้อเท็จจริงครับ มีทางภาค ๙ และจเรใช้การตรวจสอบข้อเท็จจริง มันต่างกันนะครับ ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงกับสืบสวนข้อเท็จจริง การตรวจสอบข้อเท็จจริงไม่มีกฎระเบียบ รองรับ ไม่จำเป็นต้องออกเป็นตราครุฑ ไม่มีระยะเวลา เจ้าหน้าที่ไม่มีฐานะเป็นเจ้าพนักงาน เห็นไหมครับ เขาช่วยกันอีกแล้วโดยการออกลูกเป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริง การตรวจสอบ ข้อเท็จจริงมันใช้ไม่ได้ พื้นฐานเดียวกัน คลิปเดียวกัน การร้องเรียนคนเดียวกัน ที่สำคัญ ท่านทราบไหมครับว่าเขาไม่เคยสอบผมครับ เขาไม่เคยสอบชูวิทย์แม้แต่ครั้งเดียว มันเป็นไปได้ อย่างไรครับว่าผมในฐานะผู้กล่าวโทษว่ามีการเล่น มีการจัดให้มีการพนัน มีคลิป มีหลักฐาน แต่ไม่เคยสอบผู้กล่าวโทษอย่างชูวิทย์แม้แต่ครั้งเดียว เขาช่วยกันยุติเรื่อง เก็บเรียบ สงบ โดยที่รองนายกรัฐมนตรีประทับตรารับรองให้ คลิปอย่างเดียวมันใช้ไม่ได้ อุปกรณ์มันอย่างเดียวมันได้ที่ไหน ท่านประธานเห็นหรือยังครับว่า แกใช้ ๒ มาตรฐานเวลาที่แกจะจัดการย้าย ผบ.ตร. แกบอกว่าคลิปชัดเจน เอาละครับ ผมอยากจะให้ท่านเห็นไว้ว่าประโยชน์ที่ไม่สมควรจะได้ที่ ร้อยตำรวจเอก เฉลิมกระทำ ให้ประโยชน์กับผู้ที่ไม่สมควรจะได้ก็คือบรรดานายตำรวจซึ่งบกพร่อง การยุติเรื่องอย่างนี้ ไม่ชอบครับ มีการสั่งยุติเรื่องโดยที่ไม่ชอบ แล้วท่านประธานทราบไหมครับ ในมือผมเป็น รถเบนซ์ รถเบนซ์รุ่นใหม่ครับ หลังจากยุติเรื่องแล้วมันมีรถเบนซ์นี่ขับไปวนเวียนอยู่ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซื้อจากเบนซ์พระราม ๙ มูลค่า ๓,๘๐๐,๐๐๐ บาท ผมเรียนให้ท่านประธานทราบว่าเรื่องพรรค์นี้คนอย่างชูวิทย์รู้ดีครับ เขาจะใช้สิ่ง ที่เป็นประโยชน์ เขาสนับสนุนสิ่งที่ไม่สมควรจะได้ เขาใช้ตำรวจชุดนี้เมื่อจำเป็น ระบบตำรวจ ถึงล่มสลายอย่างไรครับ เมื่อบุคคลที่ไม่สมควรที่จะมาดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้วจัดการกับระบบที่ล่มสลายโดยใช้มือถือจอบถือเสี้ยมเข้าไปขุดมันกลายเป็นขุมทรัพย์ครับ ผมถึงไม่ได้พูดถึงตำรวจคนใดคนหนึ่งแม้แต่คนเดียว ผมกำลังพูดถึงระบบตำรวจครับ ท่านประธาน ระบบตำรวจที่เราถูกเอารัดเอาเปรียบมีการซื้อขายตำแหน่ง มีการโยกย้าย มีการเล่นพรรคเล่นพวก มีการใช้อำนาจอย่างไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม เห็นไหมครับ ๒ ทางครับ เมื่อมี ๒ ทางแล้วตำรวจที่ควรจะไปช่วยเหลือเขาล่ะครับ ลองไปดูสิครับตำรวจที่เราควร จะไปช่วยเหลือเขาเป็นอย่างไร เอาเปิดคลิปที่ ๒ ดูสิว่าร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง ไปช่วยเหลือตำรวจที่ควรจะช่วยไหม ตำรวจที่ไม่ควรจะช่วยก็ไปช่วยมัน เพราะว่ามันมี เรื่องผลประโยชน์ ตำรวจที่ควรช่วย เชิญครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

โรงพักทดแทน ๓๙๖ โรงทั่วประเทศ ส.ส. ในสภานี้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยครับ เกี่ยวข้องด้วยอย่างไรครับ เพราะว่าอยู่ในพื้นที่ท่าน เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ ๒๖ มีนาคม ปี ๒๕๕๔ สิ้นสุด ๑๗ มิถุนายน แต่ได้รับการขยายเวลา เนื่องจากน้ำท่วมอีก ๑๘๐ วันไปเสร็จวันที่ ๑๓ มกราคม ปี ๒๕๕๖ อีก ๔๓ วันนับจากวันที่ ๒๕ พฤศจิกายนนี้ ๔๓ วัน ลองดูสิครับระยะเวลาก่อสร้างตำรวจนี่ละครับเป็น ตำรวจที่ท่าน ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง ต้องเข้าไปดูแลเขา แต่ไม่ดูครับ ที่เมื่อกี้ไม่ต้อง ไปดูแลดันไปดู ดูสิครับโครงการนี้มันเริ่มตั้งแต่ ๒๖ มีนาคม ปี ๒๕๕๔ ในสมัย พรรคประชาธิปัตย์ เริ่มสมัยพรรคประชาธิปัตย์เขาทำงานรวดเร็ว ๓ เดือนเขาเซ็นสัญญา เรียบร้อยตั้งแต่ริเริ่มโครงการยันเซ็น แล้วอยู่ในระยะเวลาของพรรคประชาธิปัตย์สีฟ้าข้างล่าง ๑๕๐ วัน ๑๕๐ วันมันจะทำอย่างไรได้ แต่ ๕๑๐ วันดูอยู่ในช่วง ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รวมทั้งหมดทั้งสิ้น ๖๖๐ วัน อยู่พรรคประชาธิปัตย์ ๑๕๐ วันเท่านั้น ๕๑๐ วันอยู่พรรคเพื่อไทยของ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง ๕๑๐ วันมีสักวันหนึ่งไหม ที่ท่านไปเยี่ยมเขา มีไหม ไม่มี ไม่มีเพราะอะไร อย่างภาคใต้ท่านคงกลัว ผมเอานี่มาให้ครับ ธงเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ธงเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวทางภาคใต้ท่านจะได้ไม่กลัวเดินถือเป็นหัวหน้า ทัวร์ (Tour) เลย เดินถือเป็นหัวหน้าทัวร์ แล้วเดินลงไปที่ภาคใต้เสียหน่อย ภาคใต้เขามี ปัญหา อ้าวลองดูคลิปทางภาคใต้สิ เปิดโรงพักให้ดูที่ภาคใต้หน่อย ไล่ตั้งแต่จังหวัดชุมพร ยันไปทางอำเภอสุไหงโก-ลกเลย ผมไปเยี่ยมมาเอง ชูวิทย์นี่ละครับคนที่ว่าถึงระบบตำรวจ ที่ล่มสลายเป็นคนไปเยี่ยมสถานีตำรวจทั่วประเทศครับ เริ่มที่ภาคใต้เลยครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ภาคที่ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม ไม่เคยไปเลยครับ ดูที่ สภ. เมืองชุมพรทิ้งงาน ดูที่ สภ. เมืองสุราษฎร์ธานียังไม่เริ่มสร้าง อีก ๔๓ วันนะครับ โผล่แต่เสาสนิมเขรอะที่ สภ. พุนพิน ที่ สภ. สะเดาไม่คืบหน้า โผล่แต่เสา ไปดูที่ สภ. หาดใหญ่มีแต่โครง ไปที่ สภ. รัตภูมิ จังหวัดสงขลา ผู้รับเหมาหนีอีก อย่าลืมนะครับอีก ๔๓ วันมันต้องเสร็จ ๑๓ พฤศจิกายน ร้อยตำรวจเอก เฉลิมเคยไปดู บ้างไหม เคยเอาใจใส่เรื่องนี้ไหม ทีเรื่องตำรวจที่มีผลประโยชน์ โอ้โฮ มันดูแลเหลือเกิน ภาคกลาง ไปดูภาคกลางหน่อย ไปดูที่จังหวัดนครนายก จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดชัยนาท จังหวัดอ่างทอง จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดนครสวรรค์ไปดูเลย อ้าว เป็นอย่างไร ที่ไหน สภ. เมืองนครนายก สภ. หนองหญ้าไซ ของหัวหน้าเก่าที่รักของผม จังหวัดสุพรรณบุรี สภ. เมืองชัยนาทล่ะ ยังไม่คืบมีแต่เสาอีก อ้าว ไอ้นี่หนีเลยคนงานหนีที่ สภ. ไชโย จังหวัดอ่างทอง ที่ สภ. ทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี อ้าว ดูไปเลยครับจังหวัดนครสวรรค์ สภ. หินซ้อน อาทิตย์ที่แล้วเองนะครับ อันนี้ไปถ่ายมาอันนี้ ๑๘๐ วันได้เวลา ภาคเหนือล่ะ นึกว่าภาคเหนือจะเสร็จรวดเร็วของพื้นที่ท่านนายกรัฐมนตรี อ้าว ดูยังไม่เริ่ม งานเลย สภ. เมืองเชียงใหม่ อีก ๔๓ วันมันจะเสร็จได้อย่างไร ที่ สภ. พร้าวล่ะ จังหวัดเชียงใหม่ผู้รับเหมาหาย อันนี้เพิ่งตอกเข็ม สภ. เมืองลำพูน ไปกันใหญ่ สภ. สบปราบล่ะ อ้าว ไปดู สภ. แม่สลิดที่จังหวัดตากสิ ทิ้งอีก ผมถึงบอกว่าไม่ใช่เฉพาะผม ผมไปมาทั่ว ขอสักครั้งได้ไหมว่า ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง ไปช่วยตำรวจที่สมควรจะช่วยเขา ไปดูที่ ภาคตะวันออกหน่อย จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง ยังไม่ได้เริ่มงานเลย เอาอีกแล้วที่จังหวัดฉะเชิงเทรา สภ. หนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี ไปอีก สภ. พลูตาหลวง จังหวัดชลบุรี นี่กี่โรงแล้วนี่ สภ. มาบตาพุด จังหวัดระยอง เอา สภ. บางฉาง จังหวัดระยอง ฐานรากทำแล้วหนี สภ. คลองน้ำใส โครงการนี้ ๕,๘๔๘ ล้านบาท ไปที่บรรดาเสื้อแดง เพื่อนร่วมสภาของผมหน่อย สภ. แวงใหญ่ จังหวัดขอนแก่น ทำแต่ฐานแล้วหนี อ้าว ทุบแล้วทิ้ง ยังไม่สร้างเลย สภ. ไชยวาน จังหวัดอุดรธานี ใครอยู่ครับ จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดเชียงใหม่ สภ. เมืองเชียงใหม่ จังหวัดร้อยเอ็ด สภ. ธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด มันเยอะมากครับ ที่ผมถ่ายมานี่ผมไปเยี่ยมเขามานะครับ ชูวิทย์นี่แหละครับที่จะช่วยระบบตำรวจที่ล่มสลาย ระบบตำรวจที่ถูกนำเอาผลประโยชน์ไปใช้โดยนักการเมืองที่ไปขุดทรัพย์ ใครรับผิดชอบครับ ระบบนี้มันไม่ควรช่วยก็ไปช่วยเขา ไอ้ที่ควรช่วยแบบนี้อีก ๔๐ กว่าวันจะต้องเสร็จ ๑๓ มกราคม ๒๕๕๖ สภ. ส่องดาว จังหวัดสกลนคร จังหวัดมหาสารคาม ไม่เสร็จครับ ไม่เคยไปดู รู้อย่างเดียวครับ ๓๙๖ โรง มีโรงพักขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก งบประมาณ ๕,๘๔๘ ล้านบาท ๕,๘๔๘ ล้านบาท โครงการนี้ระยะเวลาจะสิ้นสุดอีก ๔๐ กว่าวัน แต่ดูสิเปิดคลิปต่อเลยครับ ห้อง ร้อยตำรวจเอก เฉลิม รวดเร็วครับ ดูห้องท่านสิครับ เดือนเดียวเสร็จครับ นี่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นห้องเดิมของ พลตำรวจเอก ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา เอาไปเลยครับเอาไปตกแต่ง ปิดก่อน ปิดปุ้ง ปิดแต่ชูวิทย์มีทีเด็ดครับ ผมใช้ตำรวจไปถ่ายมาครับ

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณชูวิทย์เดี๋ยวครับ มีผู้ประท้วง เชิญประท้วงครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องขอใช้สิทธิในการพาดพิง กรณีที่ผู้อภิปรายได้พาดพิงถึงพรรคเพื่อไทย ในฐานะที่ผมเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยและผมก็เป็นกรรมาธิการการตำรวจ เกี่ยวกับประเด็น เรื่องนี้มันอยู่ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตั้งแต่สมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ผมสงสาร ตำรวจทั้งประเทศผมเห็นด้วยที่ท่านอภิปราย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ เดี๋ยวนะท่านประสิทธิ์ครับ เอาอย่างนี้ ท่านขอใช้สิทธิพาดพิงใช่ไหม

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ใช่ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวให้ท่านพูดจบก่อนแล้วเดี๋ยวท่านค่อยบอกว่าพาดพิงท่านเสียหายอะไรแล้วผมจะวินิจฉัย

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ได้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณชูวิทย์ครับ

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ บัญชีรายชื่อ

ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ของท่านยังเหลืออีกคลิปหนึ่งเดี๋ยวจะไม่ทันนะครับ สตช. หรือเปล่า ขอไปดูหน่อยสิ หรือใช้งบนักเลง ใช้งบนักเลงให้คนอื่นสร้าง รับของเกิน ๓,๐๐๐ บาท ไม่ได้นะ ก็กฎหมายอีกนะ ผมไม่ได้พูดเอง เห็นไหมครับเรื่องที่ควรจะช่วยเขาไม่ช่วย เรื่องที่ไม่ควรช่วยเขาไปช่วย เอาละครับ เวลาผมนี่ใช้อย่างมีค่าครับท่านประธาน เรื่องนี้ตำรวจสอบ ตำรวจชงเอง กินเอง คดีอาญามันไป แต่คดีวินัยช่วยกัน จบยุติเรื่อง แถมที่บ่อนรัชดา เจ้าของพื้นที่ สน. สุทธิสาร ไม่โดนสอบครับ เจ้าของพื้นที่ไม่โดนสอบ ท่านประธานครับ ผมเศร้าใจ มันยุติเรื่องหมด ผมเบื่อแล้ว ผมเอียนแล้ว ผมยอมแพ้ครับ ผมไม่อ่อนแอ แต่ผมสู้ระบบเขาไม่ได้ เขามีการช่วยเหลือกันแบบนี้ วันนี้โหวตก็ชนะ แต่ผมจำเป็นต้องพูดให้ฟังว่าไปช่วยเขาทำไม ท่านไปช่วยเขาทำไม คลิปบอกชัด คลิปบอกไม่ชัด แล้วแต่โอกาสที่ท่านจะเอาประโยชน์ ส่วนที่ควรช่วยเหลือเขา ตำรวจทั่วประเทศ ๓๙๖ โรง อีก ๔๐ กว่าวันจะเสร็จ ท่านไม่เคยไปดู ที่สุดท้าย ผมรู้แล้วว่าผมไปเป็นฝ่ายค้าน มันเป็นอย่างไร เชิญคลิปที่ ๓ ครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............... : ยุคนี้อันตรายนะ ผมไม่ได้ข่มขู่นะ ผมนอนไม่หลับตั้งแต่ เมื่อวานนี้ นึกอยู่ในใจว่าเกิดเขาเป็นอะไรขึ้นมานี่ตำรวจเสียหายเลยนะ ก็ไปทำอย่างนี้ แล้วเขาไปไหนมาไหนคนเดียว ผมก็เป็นห่วง แต่ผมไม่กล้านั่งรถด้วยนะตอนนี้บอกตามตรง ผมไม่กล้าหรอก อันตราย ไม่ใช่ ไม่ไช่ไม่ไว้ใจ กลัวพลาดไปด้วยสิ กลัวโดนไปด้วย ผมไม่กล้า”

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ บัญชีรายชื่อ

ชอบ หัวเราะ แม่นจริง ๆ ครับ ท่านประธาน แม่นอย่างไรครับ ก็หลังจากที่ท่าน ร้อยตำรวจเอก เฉลิมพูดอย่างนี้ปุ๊บ ผมโดนอะไรลองดูสิครับ ผมเองก็มีโรงแรมเล็ก ๆ ไว้ทำมาหากินรับฝรั่ง รับญี่ปุ่นอยู่สุขุมวิท โดนอะไร

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ครั้งที่ ๑ วันที่ ๒๖ สิงหาคม ผมถูกปากระจก ยังไม่ใช่นะครับ ท่านอย่าไปคิดว่า โอ้โฮ โดนปาครั้งเดียว เสธ. อ้าย โดนหลายครั้ง ครั้งที่ ๒ ทุบแม่งไปเลย ครั้งที่ ๒ ยังไม่จบ ครั้งที่ ๓ เอากับมันสิ ผมเป็นฝ่ายค้านนะ ผมเป็น ส.ส. ในสภาแห่งนี้ ตำรวจปกป้องผมไม่ได้ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง ปกป้อง ผมไม่ได้ ปกป้องประชาชนไม่ได้ ปกป้องตำรวจเองก็ไม่ได้ ครั้งที่เท่าไรแล้ว โดนแล้วประทัดยักษ์ โดนลูกเปตองเลยเที่ยวนี้ ยังไม่จบ ครั้งที่ ๖ อันนี้มาทุบเลย ไม่แตก กระจกผมแข็งครับ ทุบอีกที ยังไม่จบ ครั้งที่ ๖ ใช้ลูกดัมเบล (Dumbbell) เลยกลางวันแสก ๆ เป็นอย่างไรหน้าที่ของ ฝ่ายค้านอย่างผมที่ต้องให้รัฐบาลดูแล นี่ครับมากันเป็นทีม หัวค่ำ ๓ ทุ่ม โยนประทัดยักษ์ เข้าไป ดูคนที่นั่งอยู่สิครับวิ่งหนี เห็นไหมครับ ผมเศร้าใจ ผมเป็นฝ่ายค้าน ผมไม่ได้เป็น ฝ่ายแค้น ท่านเฉลิมผมไม่เคยไปทำอะไรท่านนะ ผมเป็นนักมวยชกตามเกม ตามเวที โดนไปทั้งหมด ๘ ครั้ง ท่านเชื่อไหมใน ๒ เดือน ใน ๒ เดือน ๘ ครั้ง ผมน่าจะเชื่อคำเตือนของ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม ว่าบุคคลคนนี้อย่าได้เป็นศัตรูกับท่าน เป็นศัตรูกับท่านแล้วผมโดนแบบนี้ ถามสิครับ แล้วอย่างนี้จะไปปกป้องประชาชนได้อย่างไรครับ ผมในสถานะ ส.ส. ฝ่ายค้าน เสนอคลิปไปเขาก็ว่าคลิปมันชัดบ้าง บางทีไม่มีประโยชน์ก็บอกไม่ชัด ทั้ง ๆ ที่คลิปมันคือหลักฐาน ประจักษ์พยานชั้นหนึ่งตามกฎหมาย ใช้ซีซีทีวีเป็นภาพเคลื่อนไหว แต่ไม่หรอกครับ พอท่านใช้ประโยชน์ท่านก็บอกว่าชัด พอไม่ใช้ประโยชน์บอกไม่ชัด เรียงลำดับมาถึงปัจจุบันนี้ ผมเป็นฝ่ายค้านที่ช้ำใจ ช้ำใจจริง ๆ ก่อนที่จะจบผมไม่อยากให้เครียดหรอกครับ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม ท่านอย่าเครียดเลยครับ อย่าเครียดเพราะผมจะเปรียบเปรยสถานที่นี้ เหมือนท้องทะเล ท้องทุ่งทะเลที่มีพญาฉลาม พญาฉลามนี่มีนิสัยดุร้าย ชื่อเรื่องนี้ผมขอพูด แค่นาทีเดียว นาทีสุดท้าย เป็นท้องทุ่งทะเลมีพญาฉลาม พญาฉลามนี่นิสัยดุร้ายแยกเขี้ยว พาลเขาไปทั่ว แล้วก็มีไก่บ้าน ไก่บ้านนี่ยังขันไม่เก่งตอนแรก ๆ พญาฉลามก็อ้างว่าจะต้อง ดูแลไก่บ้าน ปกป้องไก่บ้านเพราะว่าเคยอยู่ที่ท้องทุ่งทะเลแห่งนี้มาก่อน นอกจากนั้นแล้ว มีเฒ่านกกระทุง เฒ่านกกระทุงนี่มีถิ่นกำเนิดจากภาคใต้ เฒ่านกกระทุงก็จะรองับไก่บ้าน เฒ่านกกระทุงเวลาจะงับปลานี่จะอมอยู่ในปากไม่คาย นอกจากนั้นแล้วท่านรู้ไหมไก่บ้านนี่ เป็นญาติกับพญานกเค้าแมว นกเค้าแมวนะครับ ไม่ใช่นกเค้าแม้ว แต่วันก่อนผมชื่นชมครับเพราะไก่บ้านเราไปยืนคู่กับพญาอินทรี ไปยืนคู่กับพญามังกร กลายเป็นไก่บ้านยกระดับเป็นพญาระกาครับ พญาระกายืนคู่กับพญาอินทรี พญามังกร เอาอย่างไร แล้วจะต้องไปพึ่งพญาฉลามทำไม ทั้งกินจุ ทั้งกินไม่แบ่ง ทั้งกินเลอะเทอะ ทั้งกินสด ๆ ร้อน ๆ ไม่ต้องไปแบ่งแล้ว นิทานเรื่องนี้ก่อนจบสอนให้รู้ว่าอย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจเฉลิม เอ้ย อย่าวางใจฉลามจะจนใจเอง ก็บอกฝากนายกรัฐมนตรีปูไว้นะครับ ตอนนี้ท่านเป็นพญาระกาแล้ว ไม่ต้องไปพึ่งหรอกครับพญาฉลาม การอภิปรายครั้งนี้ผมจบลง ด้วยความไม่ไว้วางใจ ร้อยตำรวจเอก เฉลิมให้อยู่ปฏิบัติหน้าที่รับมอบหมายคำสั่งดูแล สำนักงานตำรวจแห่งชาติไปไม่ได้เพราะเลือกที่รักมักที่ชัง ฝนตกไม่ทั่วฟ้า ใช้กฎหมาย หลายประเภทในมาตรฐานมาตราเดียวกัน อะไรที่เป็นประโยชน์ท่านใช้อย่างหนึ่ง อะไรที่ ไม่เป็นประโยชน์ท่านใช้อีกอย่างหนึ่ง ตำรวจโดยทั่วประเทศตำรวจชั้นผู้น้อยไม่ได้รับการดูแล ผมขอจบการอภิปรายครั้งนี้ไว้เพียงเท่านี้ ขอขอบคุณครับ

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญจ่าประสิทธิ์

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องประท้วงผู้อภิปรายตามข้อบังคับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ ท่านบอกว่ามีการพาดพิง แล้วก็ผมบอกว่าให้ท่านชูวิทย์อภิปรายจบก่อน แล้วก็ท่านต้องบอกประธานว่าพาดพิงท่านเสียหายอะไรก่อน ผมจะวินิจฉัยประเด็นนี้จะให้ ท่านใช้สิทธิหรือไม่ เชิญ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพ ผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ผมใช้สิทธิในการพาดพิงเนื่องจากว่าผมเป็นสมาชิกคนหนึ่ง ในพรรคเพื่อไทย ท่านชูวิทย์ได้อภิปรายว่าในช่วงการดำเนินการในการก่อสร้างโรงพักทั้งหมด ๓๙๖ แห่งทั่วประเทศ โดยอายุในการดำเนินการอยู่ในส่วนของพรรคเพื่อไทยมากกว่า พรรคประชาธิปัตย์ ผมในฐานะที่เป็นกรรมาธิการการตำรวจคนหนึ่งท่านชูวิทย์ก็เป็น รองประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอานะครับ ผมเข้าใจแล้ว เดี๋ยวท่านนั่งลงผมจะได้วินิจฉัยครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ท่านประธานให้ผมพูดจบก่อนสิ ท่านจะวินิจฉัย ประเด็นผมยังไม่จบ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ ผมจะฟังว่าท่านเสียหายหรือไม่นะครับ ผมฟังแล้วท่านนั่งลงก่อนนะครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ท่านประธานนิดเดียว

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่นิดเดียวละครับเพราะผมได้ตกลงกับวิปทั้ง ๒ ฝ่ายแล้วนะครับ ประธานจะต้อง ควบคุมโดยเคร่งครัดเรื่องนี้ นั่งลงก่อนนะครับ ผู้อภิปรายเขาอภิปรายว่าการก่อสร้าง สถานที่ก่อสร้างของโรงพักทั่วประเทศเริ่มตั้งแต่สมัยนั้นสมัยนี้มา แล้วก็แต่ละสมัยนี้ ก็ของพรรคนั้นพรรคนี้ ผมมองแล้วไม่ได้เสียหายนะครับ ส่วนความบกพร่องขาดการดูแล เดี๋ยวท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมท่านจะตอบเองนะครับ เชิญผู้อภิปรายท่านต่อไป มีไหมครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีจะตอบก่อนใช่ไหมเชิญครับ เดี๋ยวท่านรองนายกรัฐมนตรี จะตอบก่อน

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผมต้องยืนยันต่อผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและ พรรคประชาธิปัตย์ว่าผมกับนายชูวิทย์ไม่มีส่วนรับรู้หรือรู้เห็นในกรณีที่นายชูวิทย์หยิบยก ประเด็นเรื่องสร้างสถานีตำรวจ แต่ก่อนจะไปถึงประเด็นนั้นผมอยากจะเรียนตอบไป ทีละประเด็น ๆ คุณชูวิทย์อ้างว่าทำไมคลิปบ่อนรัชดาผมเชื่อ หาเหตุย้ายท่าน พลตำรวจเอก วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ไม่ใช่ คลิปที่คุณชูวิทย์เอามาเปิดมีไม่เท่า ๑ ใน ๑๐ ที่ผมมี เพราะบ่อนรัชดา มันไม่เหมือนบ่อนที่อื่น แอบอ้างเล่นกันเหมือนลาสเวกัส เล่นเหมือนมาเก๊า เล่นเหมือน เซนโตซ่า ผมปล่อยให้มีไม่ได้หรอกครับ ยอมไม่ได้เด็ดขาดเพราะเปิดเผยเปิดเว็บ (Web) ดูได้ แต่บ่อนการพนันที่อื่นถามว่ามีไหมครับ ผมยอมรับว่ามี แล้วเราก็ดำเนินการสั่งการสืบสวน จับกุม ผมอยากจะเรียนท่านประธานเพื่อสอนนายชูวิทย์ นายชูวิทย์มีอาชีพอะไรมาก่อน แต่ผมไม่รังเกียจ ชอบกัน เคยถูก ปปง. ฟ้องยึดทรัพย์ฐานค้าประเวณี รื้อบาร์เบียร์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุกแล้ว ๕ ปี ก็เป็นอย่างนี้ แต่ผมก็เชื่อ ในฐานะคุณชูวิทย์ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน บ่อนอื่น ๆ เราก็จับ แต่บ่อนรัชดามันแอบอ้าง ผมยอมไม่ได้ เล่นมาสมัยไหนผมไม่ทราบ แต่ทันทีที่ผมรับผิดชอบ โดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี มอบหมาย ๓ วัน คุณชูวิทย์อาจจะเข้าใจผิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีพึ่งผม ไม่ใช่ มีผมนะ พึ่งท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีไม่เคยพึ่งผม ท่านเป็นผู้นำประเทศ ไม่เคย แต่อะไรที่จะเสื่อมเสียผมยอมให้เปิดไม่ได้ และคุณชูวิทย์เอาพระมานะดีแล้ว ผมอธิษฐาน ต่อหน้าพระที่คุณชูวิทย์เอามา ถ้านักการเมืองอย่างผมรับเงินจากบ่อนการพนันให้พบกับ ความวิบัติ หายนะ แล้วถ้าไอ้นักการเมืองคนไหนที่อยู่ในสภาไปรับเงินจากบ่อนการพนัน ขอให้พบกับความหายนะในเร็ววันนี้ ท่านประธานครับ บ่อน หวย ซ่อง ๓ สิ่งนี้เป็นอบายมุข เริ่มมาสมัยไหนครับ ซ่องเป็นคำง่าย ๆ ที่ผูกติดกับคำว่า คณิกา หรือ นางโลม ส่วนหวย มารู้จักก็ครั้งสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เรียกกันว่า หวย ก ข นักการเมืองบางคนในสภานี้ครับ ขออนุญาต เขาอนุญาตเป็นโรงน้ำชา แต่ไปเปิดเป็นสถานบริการอาบ อบ นวด ผมมีหลักฐาน ครบ ผมเรียนท่านประธานต่อ บ่อน หวย ซ่อง เลวที่สุดคือเจ้าของซ่อง ชั่วที่สุดคือ บังคับผู้หญิงในสถานอาบ อบ นวด ค้าประเวณี การพนันมันมีมานานครับ ผมไม่ปฏิเสธ ถามว่าผมทำอย่างนายชูวิทย์พูดไหม ไม่ใช่ครับ ผมได้สั่งการเน้นย้ำในทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น ยาเสพติด สถานบริการ การพนัน ตู้ม้า การพกพาอาวุธ ลักลอบค้าน้ำมันเถื่อน และการค้ามนุษย์ มีบันทึกเป็นระยะ ๆ ไม่มั่วครับ ไม่เกเร มีบทพิสูจน์ได้ชัดว่าตั้งแต่ผมมารับผิดชอบปีเศษ ๆ ได้มีการติดตามกำกับนโยบายใช้ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ศปก.ตร. ขับเคลื่อนการปฏิบัติทุกวัน และเฝ้าพึงระวังเหตุการณ์ สถิติการจับกุมในรอบปีงบประมาณ ๒๕๕๕ บ่อนการพนันที่สำคัญจำนวนทั้งหมด ๔๘,๕๐๑ ราย ไหนล่ะไม่ปราบ ไหนไม่จับ เอาข้อมูลมั่ว ๆ พูดเอามัน ไม่รับผิดชอบ ต่อมาก็ได้ผู้ต้องหา ๑๒๐,๐๒๕ คน การพนัน ต่อมาก็ความผิดเกี่ยวกับสถานบริการจับกุม ๑,๕๕๐ ราย ผู้ต้องหาทั้งหมด ๑,๔๔๓ คน แหล่งอบายมุขที่มีผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือชักนำเด็กและเยาวชนไปในทางเสื่อมเสีย ผมไม่เคยเอาผู้หญิงมากักแล้วบังคับ ให้ค้าประเวณี ผมมีแต่จับ ต่อมาก็ความผิดการค้าประเวณี จับได้ทั้งหมด ๒๗,๔๗๓ ราย ได้ผู้ต้องหา ๒๘,๐๕๙ คน เรียนกับท่านประธานและท่านผู้ชมทางบ้าน ความชั่วอื่น ๆ บางครั้งยังหายโกรธได้แต่คนชั่วโดยบังคับคนค้าประเวณีเป็นความผิดไม่ให้อภัย ผิดศีลธรรม ผิดกฎหมาย นี่แหละครับที่คุณชูวิทย์ว่าผมไม่ได้ดำเนินการ ผมดำเนินการ และคุณชูวิทย์บอกว่าเวลาคุณชูวิทย์แฉคลิปอะไรที่เป็นประโยชน์ผมเอามาใช้ คนอย่างผม เติบโตมาจากเป็นนายตำรวจกองปราบ อาจจะไม่ร่ำรวยเหมือนคุณชูวิทย์ ไอ้เบนซ์สีดำ ที่ขับมาให้ดูระบุสิครับใคร ระบุสิครับ ผมไม่ได้นั่งเบนซ์ ผมนั่งเบนท์เลย์ของลูก และนั่งโรลส์-รอยซ์ของลูก ผมไม่ได้นั่งเบนซ์ และผมไม่ได้มีการที่จะเอาประโยชน์อะไร จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ห้องที่คุณเปิด ผมก็เอาโต๊ะ เก้าอี้จากบ้านมาวาง ผมผิดอะไร ไม่เคยเบิกเงินของสำนักงานตำรวจแห่งชาติแม้แต่บาทเดียว นายชูวิทย์ นายชูวิทย์ต้องเช็ก (Check) ตั้งแต่ผมเล่นการเมืองมาผมเคยเบิกเบี้ยเลี้ยงทางราชการไหม รถประจำตำแหน่ง ไม่เอา คนขับไม่เอา น้ำมันไม่เอา ที่มาใช้ส่วนตัว เดินทางไปต่างจังหวัดเขามีสิทธิเบิกเงิน ผมใช้สิทธิเฉพาะตั๋วเครื่องบินในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๆ ที่ผมไปราชการ เดินทางไปต่างจังหวัดบ่อย ๆ ลองถามตำรวจในต่างจังหวัดสิครับ ใครเคยมาเลี้ยงผมไหม ใครเคยต้องมาหาสุภาพสตรีให้มานอนกับผมไหม ไม่มีครับ เพราะการที่นายชูวิทย์ไม่มีความรู้ อุปกรณ์เล่นการพนันอย่างเดียวมันไม่ผิด ผิดกฎหมายอะไร การพนันมันต้องจับได้ ขณะลักลอบเล่นการพนัน พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต ชื่นชมผมดีแล้วครับ ตรีกฎหมาย โทกฎหมาย เอกกฎหมาย ก็ใช่สิครับ แล้วผมไม่มีหลุด คำพิพากษาศาลฎีกา เหตุเกิดจังหวัดเพชรบุรี ตำรวจเข้าไปจับเวลากลางคืน เข้าไปแล้วเขาเลิกแล้วเขาบอก เขาไม่ได้เล่น ตำรวจก็บอกว่าได้ยืนดูข้างนอกเห็นว่าขณะกำลังลักลอบเล่นการพนัน ศาลเผชิญสืบที่เกิดเหตุปรากฏจุดที่ตำรวจบอกว่ายืนอยู่แล้วเห็นไม่มี แล้วคลิปที่คุณชูวิทย์ เอามาเปิด ท่านผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๖ พลตำรวจโท วันชัยถ้าเห็นแล้วไปจับ วันนี้เลิก วันหน้าจับ ถามว่าผมเชื่อคุณชูวิทย์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ไหม ไม่เชื่อ แต่ก็สั่งการ คุณชูวิทย์พูดถึง เรื่องบ่อนกิ่งเพชร พลตำรวจตรี พชร บุญญสิทธิ์ ฟ้องนายชูวิทย์ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๖ ศาลประทับรับฟ้องคดีมีมูล นายชูวิทย์ไปกล่าวหา สน. สายไหม พันตำรวจเอก หาญ เลิศทวีวิทย์ ว่ามีบ่อนการพนัน ปรากฏว่า พันตำรวจเอก หาญแจ้งความฐานหมิ่นประมาท อัยการหรือศาลประทับรับฟ้องไปแล้ว ก็คุณมีคดีอย่างนี้ครับ ผมต้องฟังหูไว้หู และในความเป็นจริงผมโตมาจากโลกของความเป็นจริง ผมเป็นตำรวจตั้งแต่อายุน้อย ๆ สิบตำรวจเอก ผมเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ๆ เป็นสิบเอก จากประสบการณ์ผมอยู่กองปราบ ๑๑ ปี ไอ้คลิปบ่อนการพนันในเมืองไทยเข้าไปถ่ายยาก แต่ก็มีคนแอบถ่าย แต่วันนี้ประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงเรามีบ่อนการพนันที่ถูกกฎหมายทั้งนั้น แล้วผมจะรู้ไหมคลิปที่คุณถ่ายมันที่ไหน เมืองปอยเปต เมืองตราด เมืองไพลิน ช่องบก ผมไม่รู้ และคุณเข้าใจผิดตลอด ท่านนายกรัฐมนตรีหรือผมไม่ได้เป็นเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา ผมมีหน้าที่ไปจับใครได้ครับ นอกจากสั่งตามนโยบาย แล้วคุณไปพูดข้างนอกพูดแล้วพูดอีก พูดแล้วพูดอีก พูดแล้วพูดอีก ต้องสั่งได้เท่านั้น แล้วคุณบอกคุณเป็นฝ่ายค้าน ถูกทุบโรงแรมเดวิส ๘ ครั้ง แล้วฝ่ายค้านคนอื่นมีใครถูกทุบบ้าง มีใครถูกยิงรถไหมครับ ผมจะไปรู้ได้อย่างไร เพราะคุณกับผมอยู่คนละบ้าน ก็ในเมื่อคุณถูกทุบคุณก็ไปแจ้งความร้องทุกข์ ถ้าตำรวจไม่รับแจ้งความ ตำรวจไม่ดำเนินคดี คุณก็มาร้องท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ คุณมาร้องผมก็ได้ ผมจะได้สั่งการให้ เรื่องอย่างนี้ เขาไม่เอามาอภิปรายในสภานะครับ นอกจากอยากเด่น อยากดัง ไม่มีความจำเป็นอะไรเลยครับ นี่มันคดีอาญานะครับ มันไม่ใช่เรื่องผมบริหารผิดพลาด บกพร่อง ก็คดีมันเกิดขึ้น เป็นหมื่นเป็นแสน ผมก็สั่งดำเนินการนั่นหมด คุณบอกว่ามีการตั้งกรรมการสอบ ไอ้นั่นดำเนินคดีอาญาออกหมายจับ ก็เพราะคุณไม่เคยรับราชการอย่างไร คุณจึงไม่มีความรู้ น่าสงสาร เพราะคดีวินัยนั่นส่วนหนึ่ง คดีอาญาผู้ต้องหามันทำผิด วินัยนี่เขาบอกว่าเจ้าหน้าที่ ไม่ผิดพลาด บกพร่อง ไม่ใช่อำนาจผม แล้วทำเอารถออกมาสีดำอยู่นั่นอยู่นี่ทำให้คนเข้าใจผิด เก่งไม่จริง ผมเรียนต่อนะครับ ผมไม่เข้าใจผมจะเอาของที่บ้านผมมาตั้งไว้ในห้องทำงาน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มันไปหนักหนาสาหัสอะไร แล้วคุณก็มาบอกว่ายาเสพติด ผมไม่ดำเนินการ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร กรุณามอบหมายให้ผมรับผิดชอบ สตช. และทำหน้าที่ ผอ. สปส. ในระยะเวลาที่ผมทำงานมา ๑. การจับกุมคดียาเสพติด ๔๘๕,๗๖๒ คดี ได้ผู้ต้องหา ๔๗๓,๑๓๕ ราย ของกลางยาบ้าได้ ๑๐๑ ล้านเม็ด มีเศษ ๘๘๗,๑๓๖ เม็ด ยาไอซ์นรกมีจับได้ทั้งหมด ๑,๘๙๓ กิโลกรัม เฮโรอีน ๒๙๗.๙๑ กิโลกรัม กัญชา ๒๕,๑๒๑ กิโลกรัม โคเคน ๒๔ กิโลกรัม ยาแก้หวัดซูโดอีเฟดรีน ซึ่งเป็นสารตั้งต้น ๔,๕๖๘,๗๐๐ เม็ด ผมเรียนอย่างนี้ครับ บำบัดรักษาตั้งใจว่า ๔๐๐,๐๐๐ ราย ท่านนายกรัฐมนตรีเอางบพิเศษมาให้บำบัดรักษาไปได้ทั้งหมด ๖๑๓,๓๘๕ ราย ท่านประธานที่เคารพครับ จากนโยบายที่ชัดเจนของท่านนายกรัฐมนตรี ผมเจรจา กับทางการของประเทศจีนเอาข้อมูลนายหน่อคำคนร้ายคดีสำคัญราชาค้ายาเสพติด ที่เมืองหกไปให้ผู้นำจีนแล้วชี้เบาะแสให้เขาจับหน่อคำได้ประหารชีวิตแล้วนายหน่อคำ กับพวก ๔ คน จนเป็นเหตุให้ผู้บัญชาทหารสูงสุดพม่า ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของพม่าเรียก โกกั้ง เหว่ย เซียะ กัง ยี่เซ ไปบอกให้เลิกผลิตยาเสพติดภายใน ๓ ปีเพราะจะเป็นประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน คุณเอาส่วนไหนของสมองมาคิดว่าผมไม่ทำงานเรื่องนี้

ผมเรียนต่อนะครับกรณีท่านพูดถึงเรื่องการสร้างโรงพัก ผมต้องย้ำ กับท่านประธานอีกทีนะครับ ผมไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับนายชูวิทย์ที่นำเรื่องนี้มาเสนอ แล้วผมต้องขอโทษพรรคประชาธิปัตย์ถ้าผมไม่ชี้แจงชาวบ้านจะเข้าใจผิดว่าผมมีผลประโยชน์ ปล่อยระยะเวลามาช้านานอย่างไร ไม่ได้ครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานก็เห็นผมมานาน เอาละใครจะกล่าวหาผมอะไรก็ได้แต่เรื่องทุจริตในชีวิตของผมไม่มี ท่านรองนายกรัฐมนตรี ของพรรคประชาธิปัตย์ขณะนั้นปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรีได้เซ็นเห็นชอบอนุมัติ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๒ ผมเป็นอะไรครับ ฝ่ายค้าน และนี่จากการล่าช้าผมได้ตั้งกรรมการสืบสอบ ปรากฏว่ามีพ่อตานักการเมืองอนุมัติได้ไปรายเดียวแล้วไปซับคอนแทรคท์ (Subcontract) กันทีหลัง และมีรายงานข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติแอบมากระซิบผมว่ามันมีนักการเมืองชั่ว ๆ เก็บต๋งไปแล้ว ตั้งแต่เริ่มดำเนินการกัน ผมเรียนท่านประธานว่าการก่อสร้างสถานีตำรวจ ทั่วประเทศเริ่มครั้งแรกสมัย พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ต่อมา พลตำรวจเอก ปทีป ตันประเสริฐ ๓. พลเอก วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผมอยู่เดือนเดียวคุณวิเชียรก็มา เลขาธิการ สมช. ที่มาของการก่อสร้างที่ทำการสถานีตำรวจ จำนวน ๓๙๖ หลัง และอาคารที่พักอาศัยตำรวจ จำนวน ๑๓๖ หลัง เกิดขึ้นในปี ๒๕๕๒ ตอนนั้นพรรคประชาธิปัตย์กำกับดูแลสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ ไม่ใช่ผม โดยมีนักการเมืองไปขอร้องสำนักงานส่งกำลังบำรุงให้ สตช. ทำเรื่องเสนอ ครม. ได้จัดทำโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจและอาคารที่พักอาศัย ทั่วประเทศ ผมบอกท่านประธานและท่านผู้ชมทางบ้าน ไม่มีหรอกครับที่จะทอป ดาวน์ (Top down) ไม่มีบนลงล่าง มันต้องบอททอม อัพ (Bottom up) ผู้ปฏิบัติเขาต้องแจ้ง ความจำนง ต้องแจ้งความต้องการ เขาต้องการสถานีตำรวจแบบไหน เขาต้องการผู้รับเหมา ในพื้นที่ การขนส่งวัสดุ อุปกรณ์ ครุภัณฑ์ มันเร็ว แต่นี่ไม่ครับ เรียกเขามาแล้วบอกคุณไปทำ เรื่องมาขอผมจะให้ ต่อมาครับ ผบ.ตร. ขณะนั้นคือ พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ได้มีหนังสือ ที่ ๐๐๙.๖/๐๑๕๘ ลงวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๕๒ นายชูวิทย์ ผมเป็นอะไรตอนนั้น ผมยังไม่มีตำแหน่ง ผมไปเกี่ยวอะไรด้วย จึงได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเสนอโครงการ ดังกล่าวผ่านรองนายกรัฐมนตรีนำเสนอ ครม. พิจารณาอนุมัติในหลักการให้ดำเนินการ ได้ตามมติ ครม. วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ต่อมา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๒ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ทำบันทึกเสนอรองนายกรัฐมนตรีโดยอ้างว่าโครงการดังกล่าว เป็นโครงการที่รัฐบาลให้ความอนุเคราะห์เป็นกรณีพิเศษจึงขอความเห็นชอบให้ดำเนินการ จัดจ้างในส่วนกลางแบบรวมกันครั้งเดียว โดยให้แยกราคาภาค ๑ ถึงภาค ๙ ไม่มีครั้งไหนหรอก นายชูวิทย์ ที่เขาจะอนุมัติเป็นแพคเกจ (Package) มันหากินอย่างไร ได้สตางค์ไปแล้ว พอได้แล้วทำสัญญาแล้วก็ไปซับคอนแทรคท์ ซับคอนแทรคท์เหมือนไอศกรีมครับ ดูดไปดูดมา ดูดมาดูดไปพอถึงปลายทางมันหมด และผมได้ตั้งกรรมการสอบครั้งใหญ่ แล้วก็อภิปรายเสร็จผมจะแอบขอบคุณคุณลึก ๆ ที่เอาเรื่องนี้มาอภิปราย ไม่อย่างนั้น ก็หาว่าผมไปตามล้างตามเช็ดไปกลั่นแกล้งพรรคฝ่ายค้าน ผมเรียนต่อครับท่านประธาน ในกรณีวิธีปฏิบัติโดยหลัก สตช. จะแยกการจัดทำสัญญาเป็นกองบัญชาการภาค แต่กรณีโครงการนี้จัดทำทั่วประเทศทำให้บริษัทเดียวเป็นผู้จัดทำมันถึงเกิดปัญหา แต่เมื่อการสอบสวนยังไม่ได้ข้อยุติเราจะไปกล่าวหาว่าใครทุจริตคิดมิชอบไม่ได้ และผมยืนยัน ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแม้แต่นิดเดียว แต่ผมให้โอกาสเจ้าหน้าที่เขาสืบสวน สอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน ปรากฏว่าใครทำผิดจะให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เขาเป็นคนดำเนินการ ผมมีหลักฐานครบครับ และอีกเรื่องหนึ่งผมเรียนท่านประธานครับว่า ที่คุณชูวิทย์ไม่ไว้วางใจผมเป็นสิทธิผมสิควรไม่ไว้วางใจนายชูวิทย์ ผมต่างหาก ผมย้ำอีกครั้งครับท่านประธานครับ พูดสองแง่สองง่ามเดี๋ยวเอารถออกมา เดี๋ยวก็สบถสาบานคนมีผลประโยชน์กับบ่อน ผมย้ำกับท่านประธานผมสาปแช่ง ถ้าไอ้นักการเมืองในสภาคนไหนรับเงินจากบ่อนการพนัน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็แล้วแต่ ขอให้หายนะทั้งวงศ์ตระกูล ให้อย่าได้ผุดได้เกิด ให้มีอันเป็นไป ที่ผมบอกว่าผมไม่สามารถ ไว้วางใจคุณชูวิทย์ได้ ศาลมีคำพิพากษาแล้ว ๒ คดี คำพิพากษาศาลฎีกา

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ เอาเฉพาะที่เขาอภิปรายนะครับ ท่านก็ตอบเรื่องที่อภิปราย

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

คือที่อภิปรายผมนี่ ใช้อารมณ์ ไม่มีเหตุมีผล ผมเป็นรองนายกรัฐมนตรีอย่างน้อยๆ ต้องมีเกียรติในฐานะ รองนายกรัฐมนตรี

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อันนั้นเป็นลีลาของคุณชูวิทย์ครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

อ๋อ หรือครับ ได้ ส่วนคดีที่ ๒ ก็เรื่องบาร์เบียร์ ๕ ปี

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมว่าอย่าไปถึงเรื่องส่วนตัวกันนะครับ เอาเฉพาะประเด็นที่คุณชูวิทย์บอกว่าบกพร่องไม่ดูแล ขาดคุณธรรมนะครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ผมเชื่อท่านประธาน เพราะฉะนั้นขออนุญาตท่านประธานครับ ข้อมูลที่นายชูวิทย์พูดเท็จ แน่จริงไปให้สัมภาษณ์ ต่อสภาสิ ผมจะได้แจ้งจับได้ รถเบนซ์ใครมาให้ใคร ของใคร ไปแถลง พูดสองแง่สองง่าม เก่งคนเดียว มนุษย์ไม่มีใครกลัวใครหรอก แล้วผมไม่มีแผล นี่เพราะไม่เข้าบ้านริมคลอง ถึงเป็นอย่างนี้อย่างไร

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาว่าท่านได้ตอบแล้วนะครับ อย่าเพิ่งท้าทายกันเลยนะครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ไม่ใช่ เรื่องนี้ไปถาม ที่บ้านเขาเลยก็เคยกินข้าวด้วยกันบ่อย ๆ ทำเป็นคนอื่น ทำไปทำมาก็จะกล่าวหาผมด้วยนะนี่ หาว่ารู้กับคุณให้คุณเอาเรื่องสร้างสถานีตำรวจมาอภิปราย ผมย้ำท่านประธานและเพื่อนสมาชิก อีกครั้งหนึ่ง ข้อมูลที่นายชูวิทย์อภิปรายเท็จทุกเรื่อง ขอชี้แจงด้วยนะครับท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านต่อไปครับ มีอะไรท่านชูวิทย์ครับ

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ บัญชีรายชื่อ

สักเล็กน้อยครับ เพราะว่าเมื่อกี้ พาดพิงเรื่องคดีผม นิดเดียวครับ คือท่าน ร้อยตำรวจเอก เฉลิมนี่ข้อมูลผิดครับ ข้อมูลผิด จริง ๆ แกเป็นตำรวจเก่า เป็นพนักงานสอบสวนเก่า คดีที่ พลตำรวจตรี พชร ฟ้องผมนี้ ศาลยกฟ้องครับ ศาลไม่รับฟ้องครับ ผมเป็นทนายเองครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ท่านได้ชี้แจงแล้วก็จบครับ

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ บัญชีรายชื่อ

วันที่ผมไปผมไม่มีทนายและผมไปพูดเอง ท่าน ร้อยตำรวจเอก เฉลิมฟังมาผิดครับ ข้อมูลผิด ทราบไว้ด้วยนะครับ จดบันทึกไว้หน่อยว่า คดีนี้ศาลไม่รับฟ้องครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ท่านได้ชี้แจงจบแล้วครับ ขอบคุณมากครับ เชิญท่านต่อไปครับ ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย วิปแจ้งมา ๔๕ นาทีนะครับ เชิญครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้รับมอบหมาย จากฝ่ายค้านให้ทำหน้าที่ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติ ไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี นั่นคือการอภิปราย ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เหตุผลที่ผมจะอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านรองนายกรัฐมนตรีนั้นความจริงได้เขียนไว้ในญัตติ เรียบร้อยแล้ว ผมจะขออนุญาตท่านประธานอ่านบางตอนเพื่อให้เห็นข้อหาที่ตั้งกับ ท่าน ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง ดังต่อไปนี้ครับ

ลุแก่อำนาจ ขาดคุณธรรมจริยธรรม เล่นพรรคเล่นพวก เลือกปฏิบัติ มุ่งสนอง ผลประโยชน์ผู้มีบุญคุณทางการเมืองมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวมที่แท้จริงของประชาชน และความสงบสุขของบ้านเมือง ความจริงการอภิปราย ร้อยตำรวจเอก เฉลิม เป็นเรื่องที่ ลำบากใจนะครับ เพราะถือว่าท่านเป็นคนที่เป็นจอมพลิกพลิ้วคนหนึ่ง และเวลาตอบนี่ สามารถที่จะตอบวันหนึ่งเรื่องหนึ่ง วันรุ่งขึ้นก็ไปอีกเรื่องหนึ่งได้หน้าตาเฉย และท่านเป็นคนที่ ทำให้มาตรฐานของคำว่าคนไม่ดีกลายเป็นเรื่องปกติของสังคมไป แต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ท่านได้ตอบกระทู้ถามสดของเพื่อนสมาชิกในสภาและผมคิดว่าท่านพูดถูกเรื่องหนึ่ง นั่นก็คือท่านใช้คำว่า สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล คลิปที่ผมจะเปิดต่อไปนี้แม้จะเป็น คลิปเก่าครับแต่พฤติกรรมไม่เปลี่ยน เพื่อจะบอกว่าสำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล นี่เป็นอย่างไร ผมขอให้เปิดดูคลิปนี้ก่อนครับ เป็นคลิปที่ถ่ายไว้ตั้งแต่ในคืนวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๔๓ เมื่อเวลาประมาณตีสาม ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง เดินทางไปที่ สน. ทองหล่อเพื่อตรวจสอบ ติดตามคดีที่ลูกชายคนเล็กมีเหตุทะเลาะวิวาทกับกลุ่มวัยรุ่นคู่อริ ผมเข้าใจว่าคลิป ตรวจเสร็จเรียบร้อยแล้วซึ่งควรจะฉาย เพราะว่าคณะกรรมการก็ผ่านมาแล้ว แต่พฤติกรรม ที่ท่านแสดงออกบน สน. ทองหล่อในขณะนั้นเป็นพฤติกรรมของการลุแก่อำนาจ แล้วท่าที ของท่านที่อยู่บน สน. ทองหล่อในขณะนั้นตามรายงานของผู้สื่อข่าวนั้นก็คือมีลักษณะของ คนที่ไม่น่าจะมีสติปกตินักอันอาจจะเกิดจากอาการเมามีการข่มขู่เจ้าหน้าที่ตำรวจ มีการคุกคามสื่อมวลชน พฤติกรรมที่เดินไปเดินมาบน สน. ทองหล่อปรากฏชัดในคลิป เจ้าหน้าที่ ไม่ทราบว่าพร้อมหรือยังครับ อุปกรณ์ขัดข้องหรือมีปัญหาอะไรไหมครับท่านประธาน

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมให้ตรวจสอบอยู่ครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

แต่ที่ผมจะเรียนท่านประธานก็คือว่า พฤติกรรมเช่นที่ว่านั้นผ่านมาแล้วเป็นเวลานานครับ ปีนี้ปี ๒๕๕๕ แต่พฤติกรรมท่าน ไม่เปลี่ยนเลยครับ แล้ววันนี้ ร้อยตำรวจเอก เฉลิมคนที่ไปอาละวาดบน สน. ทองหล่อ เมื่อปี ๒๕๔๓ มาเป็นรองนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พฤติกรรม ที่ท่านแสดงออกมาโดยตลอดนั้นมันเป็นพฤติกรรมที่นำไปสู่คำถามว่าคนอย่างท่านเหมาะสม จะรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีซึ่งไปกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือไม่ ที่ต้องไม่ไว้วางใจก็เพราะว่าพฤติกรรมของท่านนั้นมันไม่เหมาะสมที่จะไปกำกับดูแล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะตำรวจเป็นต้นธารของความยุติธรรม เป็นกระบวนการ ยุติธรรมขั้นต้น ในพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติได้เขียนเอาไว้ชัดครับ นอกเหนือจาก อำนาจแล้วตำรวจก็มีหน้าที่ที่ต้องดูแลเรื่องความสงบสุข ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชน รวมทั้งความมั่นคงของชาติด้วย ที่สำคัญตำรวจ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน งานที่ทำ เกี่ยวพันกับสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ๖๐ กว่าล้านคนในประเทศ หากบุคคลเช่นท่าน ซึ่งมีพฤติกรรมดังที่จะบรรยายต่อไปนี้ไปกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสาทิตย์มีผู้ประท้วง เชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงท่านผู้อภิปรายขณะนี้เกี่ยวกับประเด็น ที่ท่านนำเสนอและจะดำเนินการต่อไป เพื่อให้การอภิปรายนั้นเป็นไปโดยราบรื่นตามกฎเกณฑ์ ตามข้อบังคับและตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ท่านจะเห็นได้ว่าฝ่ายรัฐบาล พยายามไม่มีการประท้วงเลยนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็ต้องกราบขอบพระคุณฝ่ายค้าน ที่พยายามเจาะเฉพาะเข้าเรื่อง ไม่ออกนอกประเด็น ไม่ผิดข้อบังคับ แม้ที่ผ่านมาเมื่อเช้า จะมีผิดบ้างเราก็ปล่อยไปครับ ที่พูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าปกป้องท่านรองนายกรัฐมนตรี แต่การที่นำเสนอเรื่องตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ มันเป็นเรื่องที่ท่านไม่ได้อยู่ภาวะการบริหารราชการ ขณะนี้ถ้าท่านจะเอาเป็นบันไดเชื่อมเพื่อจะมากล่าวหาท่านผมก็มองดูว่ามันก็น่าจะเกินเหตุเกินผล พอสมควร ดังนั้นผมอยากจะให้ท่านประธานได้วินิจฉัยในเรื่องนี้ครับ การอภิปรายตาม มาตรา ๑๕๘ ตามรัฐธรรมนูญนี้มันน่าจะหมายถึงการทำงานในขณะนี้ ถ้าไม่อย่างนั้น เรามักจะอ้างบรรทัดฐานกันเรื่อยนะครับ ถ้าเป็นอย่างนี้เดี๋ยวกลายเป็นบรรทัดฐาน ผมถามหน่อยเถอะครับพรรคประชาธิปัตย์ไม่คิดจะเป็นรัฐบาลอีกแล้วใช่ไหมในชีวิตนี้ ถ้าวันหนึ่งท่านมาเป็นผมทำอย่างนี้อีกมันก็เกิดปัญหาอีก ในระบอบประชาธิปไตย ก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา หรือว่าท่านเชื่อว่าท่านจะไม่ได้เป็นรัฐบาลอีกแล้วจึงทำอย่างนี้อีก ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วยว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ครับ ท่านสาทิตย์อ้างคลิปอะไรนี่ แต่เวลาผมขึ้นทำหน้าที่บนบัลลังก์แล้ว ผมไม่ได้ตรวจสอบเอง ที่ท่านสาทิตย์พูดนี่ต้องไปให้ท่านเจริญได้ตรวจสอบกับคณะกรรมการ เพราะฉะนั้นก็ให้พูดเรื่องอื่นก่อน เรื่องปี ๒๕๔๓ อะไรนี่ผมไม่ทราบผมไม่ได้เห็น ท่านสาทิตย์ ขอเชิญต่อเอาเรื่องอื่นก่อนครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ผมขอเรียนท่านประธานครับว่า คลิปนี้ก็ผ่านการตรวจสอบแล้วนะครับเพื่อที่จะให้เห็นถึงพฤติกรรมของท่าน และวันนี้ ท่านขึ้นมากำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถ้าพร้อมแล้วเปิดนะครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............... : ขออนุญาตผู้กำกับเห็นว่าที่นี่แถวตรงนี้มีมั่วยาเสพติด ใช่ไหมครับ”

“............... : มั่วยา ผู้กำกับไปปล่อยเปิดเกินเวลาเยอะใช้ไม่ได้ สน. ทองหล่อวันนี้บัดซบ มันเกะกะระราน เขาร้องผมไว้เยอะ เดี๋ยวผมจะให้สัมภาษณ์ หนังสือพิมพ์ ผู้กำกับต้องรู้ไว้เราเป็นตำรวจด้วยกัน เขาโทรบอก ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์”

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านสุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ต้องขออภัยจริง ๆ ไม่ใช่เป็นการปกป้อง แต่ประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ แล้วทีนี้ เมื่อข้อเท็จจริง มันไม่ได้เกี่ยวกับการบริหารราชการในขณะนี้จะหยิบเหล่านี้มาอธิบายมันเป็นการกระทำ ที่ผมคิดว่ามันไม่เป็นธรรมและไม่เป็นตามข้อบังคับครับ ดังนั้นผมคิดว่าเรื่องอย่างนี้ ถ้าเราไม่รักษากฎเกณฑ์ในที่สุดกฎเกณฑ์มันก็จะเป็นต้นธารแห่งความสงบเรียบร้อยนะครับ ท่านประธานครับ เมื่อครั้งผมเป็นฝ่ายค้านเหตุการณ์ฆ่าประชาชนที่ราชประสงค์สด ๆ ร้อน ๆ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านครับ เอาเรื่องนี้ก่อน ท่านเอาแต่เรื่องนี้ก่อนครับ เอาเรื่องนี้ก่อนครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ อันนี้มันเปิดไม่ได้ครับ ไม่ใช่ว่าไม่ได้รับอนุญาต แต่ว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวกับการบริหารราชการในขณะนี้

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านครับ คืออย่างนี้ ท่านสาทิตย์ครับ เรื่องคลิปนี่ผมยังไม่ได้เซ็น ตอนนี้จะกลับไปที่ท่านเจริญ เดี๋ยวให้ท่านเจริญตรวจสอบก่อนค่อยลงมา

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านอรรถพรไม่ต้องหรอกครับ เชิญท่านสาทิตย์ต่อเลยครับ เอาเรื่องอื่นต่อ ท่านอรรถพร ไม่ต้องประท้วงแล้วครับ เชิญท่านสาทิตย์ต่อเลยครับ ท่านประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านผู้ประท้วงเมื่อสักครู่นี้นะครับที่ผมขาว ๆ แล้วก็ประท้วงท่านประธาน ตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ด้วยในการควบคุมไม่ให้สมาชิกผู้หนึ่งผู้ใดมากระทำการในลักษณะของ การกีดขวางการทำหน้าที่ตรวจสอบความสุจริตหรือไม่สุจริตหรือนิติภาวะของคนที่จะเป็น รัฐมนตรี

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านประท้วงผมข้อไหนท่านบอกมาเดี๋ยวผมวินิจฉัย ท่านไม่ต้องอภิปรายต่อว่าใครมีความผิด อะไร

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

ผมประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ครับ ท่านต้องควบคุมอย่าให้มีการประท้วงที่ไร้สาระ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจะไปพูดไร้สาระไม่ได้ครับ เดี๋ยวก็จะมีการประท้วงกลับคืนขึ้นมาอีก เพราะฉะนั้น ท่านนั่งลงครับผมควบคุมอยู่ ผมกำลังฟัง ทุกคนลุกขึ้นมาประท้วงนี่ผมต้องให้โอกาส ยกมือนี่ประธานต้องฟัง ในเมื่อท่านประท้วงแล้วบอกผมไม่ควบคุม ผมควบคุมอยู่ครับ ท่านนั่งลงครับ ไม่ ไม่ครับ ผมไม่ให้ท่านพูดแล้ว ถือว่าท่านได้พูดแล้ว ผมวินิจฉัยแล้วครับ

(นายวรชัย เหมะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านวรชัยมีอะไรครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ การอภิปรายต้องอยู่ในประเด็นครับ ถ้าจะเอาเรื่องในอดีตมาพูดผมก็จะมาพูดเรื่องการ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอย่างนี้ไม่ได้ครับ ท่านไปพูดอย่างนั้นไม่ได้ครับท่านวรชัย ท่านประท้วง ท่านก็บอกประท้วงตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ผมทำอะไร ท่านไปอภิปรายกลับมาเรื่องอื่นไม่ได้ ผมวินิจฉัย ท่านนั่งลงก่อนครับ ท่านนั่งลงผมจะวินิจฉัย ผมจะวินิจฉัยท่านต้องนั่งลงก่อนครับ ผมฟังแล้วตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ผมทราบแล้วครับ สภากำลังมีบรรยากาศดีมาตั้งวันหนึ่งแล้วครับ ให้ประชาชนดูอยู่ ตอนนี้คลิปอะไรนี่ผมต้องให้ท่านเจริญได้ตรวจสอบ ผ่านคณะกรรมการ ไปถึงท่านเจริญ ผมยังไม่ได้ดูเลย ตอนนี้ให้ท่านสาทิตย์พูดเรื่องอื่นไปก่อน เชิญครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ท่านประธานครับ ความจริงคลิปนี้ ผ่านการตรวจสอบแล้ว แต่ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าในคลิปเมื่อสักครู่นี้เปิด ผมเข้าใจว่าพวกเราคงได้เห็นชัดแล้ว ตีสามของกลางดึกนี่ท่านขึ้นไปบน สน. ทองหล่อ มีผู้สื่อข่าวอยู่เต็มครับ แล้วก็ไปด่ากราดตำรวจบน สน. ทองหล่อว่าทำไม่ถูก ไล่ทุกเรื่องครับ คำพูดเมื่อสักครู่นี้ใช้คำว่า สน. ทองหล่อ บัดแล้วดูต่อครับ หลังจากนั้นเดินไปที่ห้องต่าง ๆ แล้วก็ไปแทรกแซงการทำงานเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อหน้าสื่อมวลชนนะครับ มีหนังสือพิมพ์ ถามท่านเกี่ยวกับเรื่องคดีนี่ชี้หน้าเลยครับว่าคุณมาจากฉบับไหน แล้วก็ด่าหนังสือพิมพ์ ฉบับนั้นด้วยถ้อยคำที่เสียหาย ความจริงคลิปนี้เป็นคลิปที่ดูกันเยอะครับ ในยูทูบ (YouTube) ก็มีผมจะผ่านไปก็ได้ แต่ผมเรียนท่านประธานว่าพฤติกรรมอย่างนี้ครับ วันนี้ ขึ้นมากำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติดูแลตำรวจ ๒๐๐,๐๐๐ กว่านาย เราจะไว้ใจให้ คนที่มีพฤติกรรมอย่างนี้ลุแก่อำนาจอย่างนี้ ขาดคุณธรรมจริยธรรมแบบนี้มากำกับดูแล สำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือครับ มี ๒ เรื่องครับท่านประธาน ความจริงเรื่อง ท่านรองนายกรัฐมนตรีคนนี้ฉาวโฉ่เยอะครับ ท่านก็พลิกพลิ้วเอาตัวรอดไปวัน ๆ เรื่องเมาไวน์ ในสภาผู้แทนราษฎรบ้าง เรื่องโกหกหลายเรื่องครับ แต่เรื่องที่ผมเห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่สุด และขณะนี้เป็นการยืนยันว่าพฤติกรรมท่านไม่เหมาะสมจะดำรงตำแหน่งนี้อีกต่อไป คือกรณี เรื่องการถอดยศ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยตรงครับท่านประธาน พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ได้ถูกศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาตามคดีหมายเลขดำ ที่ อม ๑/๒๕๕๐ คดีหมายเลขแดง ที่ อม ๑/๒๕๕๐ เมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม ปี ๒๕๕๑ โดย พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร จำเลยที่ ๑ ศาลให้ลงโทษจำคุก ๒ ปี ไม่รอการลงโทษตาม ความผิดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต คดีถึงที่สุดโดยผู้ต้องคำพิพากษามิได้ยื่นอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่มีคำพิพากษาตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสาทิตย์กรุณารอสักครู่ ท่านประสิทธิ์มีอะไรครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องประท้วงผู้อภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ กล่าวพาดพิงถึงชื่อ บุคคลภายนอกที่ไม่ได้อยู่ในสภา ท่านประธานต้องวินิจฉัยและไม่ให้เขาพูด เรื่องบุคคลภายนอกถ้าจะพูดถึงอภิสิทธิ์หนีทหาร

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนั่งลงครับ ผมวินิจฉัยนะครับคือท่านสาทิตย์นี่ในข้อบังคับบอกว่าอย่ากล่าวถึง บุคคลภายนอกโดยไม่จำเป็น แต่นี่ท่านพูดถึงการบริหารงานของท่านเฉลิม การที่กล่าวหา บุคคลภายนอกไม่ได้อยู่ในห้องประชุมนี่ถ้ามีคดีเกิดขึ้นต้องรับผิดชอบเอง เพราะฉะนั้น ก็เชิญคุณสาทิตย์ต่อ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

เมื่อศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด ให้จำคุกแล้วกรณีเช่น

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุนัย จุลพงศธร ครับ ผมเชื่อในคำวินิจฉัยของท่านประธานที่ว่ากรณีเฉพาะจำเป็น แต่ผม ขอให้ท่านประธานได้จับกระบวนการอภิปรายว่าตกลงจะอภิปราย ร้อยตำรวจเอก เฉลิม หรือจะอภิปราย พันตำรวจโท ทักษิณกันแน่ เพราะพฤติกรรมอย่างนี้มีมาตลอด ผมเชื่อ คำวินิจฉัยของท่านนะครับ ดังนั้นผมจะไม่ประท้วงท่านอีกเพียงแต่ขอฝากให้ท่านจับ พฤติกรรมก็แล้วกันครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญนั่งลง ท่านสาทิตย์ต่อได้ครับ ก็อย่าโห่ในสภานะครับ ประชาชนดูทั้งประเทศตัดสิน เชิญต่อครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

เมื่อศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุด ให้จำคุก ๒ ปี โดยไม่รอลงอาญากับ พันตำรวจโท ทักษิณแล้ว เมื่อไม่มีการอุทธรณ์ก็แปลว่า คดีถึงที่สุด การดำเนินการต่อไปนั้นจะต้องเป็นไปตามระเบียบตำรวจว่าด้วยการถอดยศ ตำรวจปี ๒๕๔๗ ซึ่งเป็นการออกตามมาตรา ๒๘ ในพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ โดยการเสนอถอดยศจะต้องมีการดำเนินการในระเบียบปี ๒๕๔๗ ของตำรวจเขียนไว้ว่า การเสนอขอถอดยศตำรวจทั้งแก่ผู้ที่อยู่ในราชการตำรวจ และที่พ้นจากราชการตำรวจไปแล้ว ให้กระทำได้เมื่อมีเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ ใน (๒) ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุด ให้ลงโทษจำคุก หรือโทษที่หนักกว่าจำคุก เว้นแต่ความผิดลหุโทษ อะไรก็ว่ากันไป เมื่อศาลฎีกา มีคำพิพากษาแล้วก็มีการส่งเรื่องมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อปลายปี ๒๕๕๑ ถ้าท่านประธานจำได้ในเวลานั้นเพิ่งมีการเปลี่ยนแปลง

(นายขจิตร ชัยนิคม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสาทิตย์มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับท่านขจิตร

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๔ การอภิปรายไม่ไว้วางใจจะต้องอภิปราย ถึงกรณีซึ่งอยู่ในเวลาที่รัฐบาลหรือรัฐมนตรีผู้นั้นดำรงตำแหน่ง ท่านประธานครับ ถ้าไปตามดู เรื่องนี้กำลังอภิปรายอยู่นี่มันยุติเสร็จสิ้นไปแล้ว มาตรการต่าง ๆ เรื่องต่าง ๆ ที่ท่านเล่านี่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านไม่ต้องตอบแทนครับ ท่านบอกว่าประท้วงผมข้อไหน ท่านตอบแทนไม่ได้ ท่านประท้วงได้ ไม่ต้องอภิปรายครับ ท่านประท้วงได้ครับ ข้อบังคับข้อไหน ผมผิดตรงไหน ถ้าท่าน จะอภิปรายไม่ได้ครับ ไม่ต้องตอบแทนท่านรัฐมนตรีหรอก ถ้าท่านจะอภิปรายไม่ได้ครับ ไม่ใช่คิวท่านอภิปราย ท่านประท้วงได้ ท่านนั่งลง เดี๋ยวผมวินิจฉัยครับ เชิญนั่งลงครับ คืออย่างนี้ผมฟังอยู่นะครับ ผมควบคุมตามข้อบังคับอย่างเต็มที่ ผมฟังอยู่ ทีนี้ท่านสาทิตย์ พยายามกล่าวหาท่านเฉลิมว่าไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ แต่เรื่องเก่าเรื่องอะไรเดี๋ยวจะให้ท่านเฉลิมตอบ ผมฟังอยู่นะครับ เชิญท่านสาทิตย์ต่อครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

เมื่อศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุด ให้จำคุก ๒ ปีแล้ว ก็มีการส่งเรื่องมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ ๘ มกราคม ๒๕๕๒ หลังจากศาลมีคำพิพากษาเมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๕๑ เป็นช่วงต้นรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ในขณะนั้น ซึ่งมีท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีพอดี มีกระแสเสียงคัดค้าน จากหลายฝ่ายครับ ที่ผมต้องหยิบขึ้นมาพูดถึงเรื่องนี้เพราะจะโยงกับการทำหน้าที่ของ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง ในปัจจุบัน ในวันนั้นวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๕๒ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม ออกมามีหนังสือพิมพ์พาดหัวไว้ว่าโวยลั่นบอกทักษิณถูกกลั่นแกล้งอัดไม่ถึงคุกไม่ควรถอดยศ ร้อยตำรวจเอก เฉลิมได้บอกว่ายอมรับนะครับ แม้ว่าในระเบียบเรื่องการถอดยศ สามารถกระทำได้ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเพราะจะกระทำได้ต่อเมื่อตำรวจ ที่ยังรับราชการอยู่ และประพฤติชั่วร้ายเป็นเรื่องทุจริตต้องจำคุกเท่านั้น แต่กรณี พันตำรวจโท ทักษิณได้ออกจากราชการมานานแล้วกว่า ๓๐ ปี นอกจากนั้นยังกล่าวหา รัฐบาลในขณะนั้นว่าถ้าจะดำเนินการถอดยศเป็นการเลือกปฏิบัติ ใช้อารมณ์กลั่นแกล้ง และยังพูดอีกว่ารัฐบาลในขณะนั้นใช้ตำรวจเป็นเครื่องมือ บอกตำรวจตกเป็นเครื่องมือ ของฝ่ายรัฐ ผมเรียนท่านประธานเลยว่ากระบวนการถอดยศในเวลานั้นต้องเดินต่อครับ แต่หลังจากที่เรื่องส่งไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้นมันมีประเด็นข้อกฎหมายเกิดขึ้น ที่ต้องเล่าเพราะประเด็นข้อกฎหมายที่เกิดขึ้นในขณะนั้นบัดนี้คณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัย จบแล้ว มาถึงยุคคุณเฉลิมนี่วินิจฉัยจบ ครบหมดสิ้น ครบถ้วนทุกประเด็นแล้ว และวันนี้ ที่สงสัยกันว่าจะเกี่ยวกับคุณเฉลิมไหม เกี่ยวกับรัฐบาลนี้ เพราะคำวินิจฉัยสุดท้ายว่าสามารถ ดำเนินการถอดยศได้ทั้งหมดนั้นตกมาถึงมือรัฐบาลนี้นับแต่วันแรกที่ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ให้เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรี และเป็นรัฐบาล ๑ ปี ๓ เดือนเก็บดองเรื่องนี้ไม่ทำอะไร ทำไมครับ เมื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะดำเนินการ มีคนออกมาค้านกันเยอะ วันนั้น คุณเฉลิมจะออกมาพูดอะไรก็ได้ในฐานะที่เป็น ส.ส. คนหนึ่ง เป็นประธาน ส.ส. พรรคเพื่อไทย

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสาทิตย์ครับ ท่านพิเชษฐ์ประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กล่าวเท็จ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านบอกประท้วงเรื่องอะไรครับ ข้อไหน ท่านไม่ต้องไปบอกคนอื่นกล่าวอย่างไรครับ ท่านประท้วงมา

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ผมประท้วงท่านสาทิตย์ ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ใส่ร้ายเสียดสีพูดไม่เป็นความจริงต่อสภา และประท้วงท่านประธานด้วย ในข้อบังคับ ข้อ ๘ ว่าท่านประธานไม่ดำเนินการในทางที่ถูกต้อง ท่านประธานครับ ผมจะให้ เหตุผลว่าทำไม

(นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมบูรณ์ให้ประท้วงทีละคนครับ ผมให้พูดพร้อมกัน ๒ คนไม่ได้ ท่านนั่งลงก่อนครับ เดี๋ยวผมให้สิทธิ เชิญท่านพิเชษฐ์ต่อ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ทำไมนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ถึงกล่าวเท็จในสภา เพราะว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีมติไม่เสนอถอดยศ พันตำรวจโท

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพิเชษฐ์ท่านอย่าตอบแทนท่านรัฐมนตรีสิครับ ท่านประท้วงได้ครับ ท่านอย่าไป ตอบแทนครับ เดี๋ยวให้รัฐมนตรีเฉลิมตอบเอง ท่านนั่งลงครับ ผมวินิจฉัยแล้วท่านต้องนั่งลงครับ ท่านอย่าไปอธิบายแทนรัฐมนตรีสิครับ เดี๋ยวให้รัฐมนตรีตอบครับ ผมฟังอยู่ครับ เดี๋ยวให้ รัฐมนตรีตอบสิครับ ท่านนั่งลงครับ ท่านพิเชษฐ์พอแล้วครับ พอสมควรแล้ว เอกสารท่านยื่น มาให้ที่ผมครับ เดี๋ยวประชาชนวินิจฉัยผมจะดูด้วย ส่งมา ท่านครับ ท่านพิเชษฐ์ ผมได้วินิจฉัยแล้ว ท่านนั่งลงครับ ท่านพิเชษฐ์ หลักฐานเดี๋ยวให้ท่านเฉลิมตอบ ไม่ใช่ท่านไปตอบแทนรัฐมนตรี เดี๋ยวให้รัฐมนตรีตอบครับ ผมวินิจฉัยให้ท่านนั่งลง ท่านนั่งลงครับ เชิญท่านสมบูรณ์ครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ก็คงขออนุญาตประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ในการควบคุมการอภิปราย โดยเฉพาะญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล รัฐมนตรีแล้วก็ ท่านนายกรัฐมนตรี สิ่งแรกก็คือชื่นชมท่านประธานครับที่เข้าใจว่าหลายท่านไม่มีสิทธิที่จะชี้แจง เขายังไม่ตั้งเป็นรัฐมนตรีใจเย็น ๆ ครับ แต่เรื่องที่ ๒ ที่สำคัญก็คือท่านประธานจะเห็นว่า ขณะนี้มีขบวนการสกัดกั้นการทำหน้าที่ จะมีการเบรกการอภิปรายตลอดเวลา เรื่องจะไม่ ต่อเนื่องครับ เราจะไม่รู้ว่าทำไม ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง ถึงได้กระทำผิด เหตุผลทำไม ถึงไม่ถอดยศ พันตำรวจโท ทักษิณ เราไม่รู้ครับ ขอนิดเดียวครับ ให้ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ได้อภิปราย

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับท่านสมบูรณ์ ผมเข้าใจแล้วครับ คืออย่างนี้ คนประท้วงประธานก็ต้องให้สิทธิ เพราะข้อบังคับเขียนไว้ชัดเจน พอยกมือลุกขึ้นผมก็ต้องฟัง แต่ผมก็พยายามวินิจฉัย ตามข้อบังคับ ท่านสมบูรณ์พอแล้วครับ มีผู้ประท้วงต่อ ผมจะเชิญท่านวรชัยแล้ว ผมฟังท่านแล้วครับท่านสมบูรณ์

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธานครับ คือผมฝาก ท่านประธานนิดเดียวครับ ท่านประธานจะเห็นว่าพอมีการอภิปรายที่มันต่อเนื่อง และมี ฝ่ายรัฐบาลยกมือท่านประธานก็น่าจะอ่านออกเห็นชัดครับว่าขณะนี้เป็นการสกัดกั้น เพราะฉะนั้นท่านประธานไม่ควรจะอนุญาตให้มีการประท้วง เพียงแต่ท่านอาจจะส่งสัญญาณว่า รอสักครู่ให้เขาอภิปรายเสร็จสิ้นแล้วท่านสามารถที่จะพาดพิงหรือมีข้อเสียหายตรงไหนได้นะครับ ขออนุญาตฝากท่านประธานไว้ครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ท่านสมบูรณ์ครับ ข้อบังคับเขียนไว้ชัดเจน ในเมื่อมีผู้ยกมือประท้วงผมจำเป็น ต้องให้สิทธิแต่ผมก็บอกแล้วว่าไม่ควรประท้วง ผมวินิจฉัยอย่างถูกต้องแล้วครับ เชิญท่านวรชัยครับ ท่านขจิตรนั่งลงก่อน ทีละท่านครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธาน ผมขอให้ท่านใช้ดุลยพินิจ แค่นั้นเองครับ ผมรู้แล้วว่าท่านประธานต้องปฏิบัติตามข้อบังคับครับ แต่ท่านใช้ดุลยพินิจ ของการเป็นประธานแค่นั้นเอง ขอบคุณครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านวรชัยครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อกี้ ผู้ประท้วงได้บอกว่ามีขบวนการขัดขวางการอภิปราย ท่านจะเห็นครับว่า ให้ผมพูดก่อนนะครับ ท่านอย่าเพิ่งปิดไมโครโฟน จะเห็นว่าตั้งแต่เช้ามาถึงตอนนี้พวกผมนั่งนิ่งหมดครับ การประท้วงมีเหตุ มีผล มีขอบเขต เราไม่ได้ประท้วงผิดข้อบังคับเลย ประท้วงตามข้อบังคับ ถ้าผู้อภิปรายทำถูกต้องตามข้อบังคับเราก็ไม่ประท้วงครับ ช่วยถอนคำพูดด้วยครับว่า พวกเราขัดขวาง พวกเราไม่ได้ขัดขวางครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านสาทิตย์ต่อเลยครับ

(นายขจิตร ชัยนิคม ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านขจิตรมีอะไรครับ ท่านสาทิตย์รอสักครู่ครับ เชิญครับ

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงผู้อภิปรายกับ ประธานที่กล่าวบอกว่าการที่พวกผมประท้วงนี่เป็นการขึ้นมาสกัดกั้นการอภิปราย ผมเป็นคนประท้วงตรงตามข้อบังคับ ผมไม่ได้มีเจตนาจะสกัดกั้น ผมบอกแล้วว่าถ้าผมมี เจตนาจะสกัดกั้น ผมไม่อนุโลมหรอกครับ การส่งเอกสารไม่ครบก็อภิปรายไม่ได้แล้ว ประธานต้องมาเรียกเอกสารในที่ประชุมนี้ก็ไม่ได้แล้ว ข้อบังคับ ข้อ ๑๖๙ ไม่อนุญาตให้ทำ แต่ผมอยากจะกราบเรียนกับประธานว่าที่ผมลุกขึ้นประท้วงทุกครั้งด้วยการเห็นว่า ผู้อภิปรายได้ทำผิดข้อบังคับ ผมไม่มีเจตนาหรอกครับ ไม่ต้องมาเสียดสีว่าผมยังไม่ได้ เป็นรัฐมนตรีอย่าเที่ยวมาอธิบาย ผมไม่เคยคิดที่จะอธิบายแทนรัฐมนตรี แต่ผมกำลังจะบอกว่า คนที่กำลังอภิปรายไม่ได้รู้ข้อมูล เมื่อเรื่องยุติก่อนที่รัฐบาลจะเกิดนี่จะนำมาอภิปรายได้ หรือครับ โดยมารยาทก็ไม่ควรมาอภิปรายอยู่แล้ว โดยข้อบังคับก็ไม่ควรอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น การที่กล่าวหาว่าผมลุกขึ้นประท้วงเพื่อสกัดกั้นการอภิปราย เพื่อที่จะปิดปากฝ่ายค้านอะไร ผมไม่มีสิทธิที่จะทำหรอกครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับ ผมเข้าใจแล้วครับ ท่านพอแล้วครับ พอสมควรแล้วครับ ท่านอรรถพร ไม่ต้องประท้วงหรอกครับ ก็ทั้ง ๒ ฝ่าย แล้วก็การอภิปรายเดินหน้าไม่ได้ ไม่แล้วครับนั่งทั้งคู่ ผมเชิญท่านสาทิตย์นะครับ พอแล้วครับ ก็ตอบโต้กันไปมาไม่เอาแล้วครับ เชิญท่านสาทิตย์ครับ เสียเวลาอภิปราย เชิญครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง 🔗

ท่านประธานครับ เมื่อศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก พันตำรวจโท ทักษิณ ๒ ปี ไม่มีการอุทธรณ์คดีถึงที่สุด ผมกำลังลำดับความให้ท่านประธาน เห็นว่าต้องดำเนินการไปตามระเบียบเรื่องการถอดยศของสำนักงานตำรวจแห่งชาติครับ แต่ผมบอกต่อว่าคุณเฉลิมในขณะนั้นออกมาคัดค้าน แล้วตั้งประเด็นข้อกฎหมายว่า ไม่เคยมีเรื่องนี้เกิดขึ้นกับตำรวจนอกราชการมาก่อน ประเด็นนี้ประเด็นข้อกฎหมายที่ตามมา ภายหลังและบัดนี้มีการวินิจฉัยกระจ่างชัดไปแล้ว แต่ประเด็นที่ผมยกให้ท่านประธาน เห็นต่อก็คือว่าพฤติกรรมของท่าน ร้อยตำรวจเอก เฉลิมนี่มีมาตั้งแต่ต้นในการไม่ยอมรับเรื่องนี้ ถ้าในฐานะส่วนตน ร้อยตำรวจเอก เฉลิม ใครจะมีบุญคุณถือเป็นอะไรกันก็แล้วแต่ ในฐานะส่วนตัวท่านทำได้ แต่วันนี้ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปล่อยปละละเลยเรื่องนี้ ละเว้นไม่ปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ครับ หลังจากคุณเฉลิมออกมาค้าน เมื่อวันที่ ๙ มกราคม ปี ๒๕๕๒ แล้วช่วงนั้นครับ มีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง มาล้อมรอบทำเนียบรัฐบาลในตอนต้นปี ๒๕๕๒ มีการหยิบยกเรื่องนี้ไปเป็นเงื่อนไขหนึ่ง ในการปลุกระดมครับ แล้วกล่าวหาว่ารัฐบาลพยายามจะเร่งดำเนินการถอดยศบ้าง กลั่นแกล้งอะไรบ้างต่าง ๆ นานา แต่รัฐบาลในขณะนั้นก็บอกว่าเป็นเรื่องสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติรัฐบาลไม่เข้าไปแทรกแซง และต้องดำเนินการตามกฎหมาย นี่เป็นประเด็นที่สำคัญที่สุดครับ หลังจากนั้นแล้วสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ออกมายืนยันว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย แต่ในช่วงขณะนั้นเองประมาณช่วงเดือนมีนาคม ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง ได้มีการออกมาแถลงอีกครั้งหนึ่ง ในการแถลงในครั้งนั้น มันมีประเด็นที่น่าสนใจ นั่นก็คือว่าเมื่อประมาณเดือนกันยายน ปี ๒๕๕๒ มีประเด็นเรื่อง ของการโต้แย้งเกิดขึ้นครับ ความจริงก่อนหน้านั้นมันมีการโต้แย้งกันมาแล้วครั้งหนึ่ง ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีการตั้งประเด็นขึ้นมาว่ากรณีของ พันตำรวจโท ทักษิณ ซึ่งเป็นตำรวจนอกราชการ ถ้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะดำเนินการให้มีการถอดยศและริบ เครื่องราชอิสริยาภรณ์นั้น มีประเด็นที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติตั้งเป็นประเด็นข้อกฎหมายว่า ๑. เป็นการพิพากษาโดยศาล ซึ่งเป็นศาลที่เกี่ยวข้องกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่ใช่เป็นศาลอาญาปกติซึ่งใช้พิพากษาตำรวจทั่วไป แล้วก็มีการถอดยศกัน กับประการที่ ๒ เป็นเรื่องที่กระทำกับตำรวจนอกราชการจะมีปัญหาอะไรหรือไม่ ในที่สุดแล้วครับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการส่งเรื่องไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ครั้งที่ ๑ ให้มีการวินิจฉัยประเด็นข้อกฎหมายใน ๒ ข้อนั้น ในประเด็นแรกก็ถามว่า ในระเบียบ สตช. นั้น คำว่าศาลพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกหมายถึงศาลที่รวมถึงศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วยหรือไม่ และรวมถึงตำรวจนอกราชการด้วย หรือไม่ กับถามเรื่องของกรณีริบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ซึ่งต้องทำควบคู่กันไปกับ การถอดยศ คณะกรรมการกฤษฎีกาตอบมาชัดเจนครับในเดือนตุลาคม ปี ๒๕๕๒ ในเวลานั้น คณะกรรมการกฤษฎีกาตอบกลับมาง่ายมากครับ ตอบกลับมาบอกว่าตัวระเบียบนี้ มุ่งหมายถึงสถานะของบุคคล คำว่าศาลพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกนั้นไม่จำเป็นว่าต้องเป็นศาลใด แปลว่าไม่ว่าศาลใดพิพากษาล้วนแต่เข้าระเบียบต้องถอดยศทั้งสิ้น ประเด็นที่ ๑ ทางข้อกฎหมายที่คุณเฉลิมยกขึ้นมาต่อสู้ขณะนั้นจบครับ ในประเด็นที่ ๒ เรื่องริบ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ก็เช่นเดียวกัน ในคำวินิจฉัยคณะกรรมการกฤษฎีกาก็บอกไว้ชัดครับว่า ต้องดำเนินการคู่กันไปเลยและดำเนินการไปตามระเบียบว่าด้วยการริบ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ เรื่องไม่จบครับ คุณเฉลิมคนนี้ครับตั้งแต่ก่อนเป็นรองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติออกมาค้านอีกครับ ค้านบอกว่าปกติแล้วความเห็น คณะกรรมการกฤษฎีการัฐบาลจะฟังหรือไม่ฟังก็ได้ อันนี้คือศรีธนญชัยแน่นอน เพราะปัจจุบันนี้ท่านก็ฟังแต่ที่ท่านได้ประโยชน์ ไอ้ที่ไม่ได้ประโยชน์ก็ไม่ฟัง แต่วันนี้ เป็นรัฐบาลต้องฟังครับ ท่านบอกว่าเท่าที่ตนเคยรับราชการตำรวจแล้วตั้งแต่เป็นกรมตำรวจมา จนเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติกรณีถอดยศเช่นนี้ไม่เกิดขึ้น เพราะการถอดยศที่ผ่านมา จะเป็นการถอดยศข้าราชการตำรวจที่ยังอยู่ในราชการ และตั้งประเด็นอีกว่ากรณี พันตำรวจโท ทักษิณนั้นลาออกจากราชการมานานแล้ว กำลังสร้างประเด็นเงื่อนไขใหม่ว่า ในคำวินิจฉัยคณะกรรมการกฤษฎีกานั้นยังมีประเด็นข้อกฎหมายอีก รัฐบาลจะไปถอดไม่ได้ ในเวลานั้นก็ไปสร้างเงื่อนไขให้มีการประท้วงกันวุ่นวายมากครับ แต่คำพูดที่ท่านบอกว่า ตั้งแต่เป็นตำรวจมาไม่เคยเห็นการถอดยศนี่ ปรากฏว่ามีการประกาศข้อมูลอย่างชัดเจนจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าเดือนตุลาคม ปี ๒๕๕๒ มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอดยศตำรวจและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ นายตำรวจชั้นสัญญาบัตร ๒๒ ราย ที่ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกและกระทำผิดวินัย อย่างร้ายแรงถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ นอกจากนั้นในอดีตที่ผ่านมามีการถอดยศ ตำรวจเกิดขึ้นตลอดเวลา มีข้อมูลว่าตั้งแต่ประกาศระเบียบเมื่อวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๔๗ มีตำรวจชั้นสัญญาบัตรถูกถอดยศไปแล้วทั้งสิ้น ๖๒ นาย เฉลี่ยปีละกว่า ๑๐ นาย เป็นนายตำรวจระดับพันตำรวจโท ๑๖ นาย ขาดแต่พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร หลังจากนั้นแล้วทีมกฎหมายของพรรคเพื่อไทยในขณะนั้นซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านออกมา ตั้งประเด็นข้อกฎหมายใหม่ ที่ผมยกตรงนี้เพื่อชี้ให้ท่านประธานเห็นว่าข้อกฎหมายที่คุณตั้ง ตลอดเวลาที่คุณกล่าวหารัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์เขาให้ความเป็นธรรมนั้น บัดนี้คณะกรรมการกฤษฎีกาเคลียร์ข้อกฎหมายจนครบแล้ว คราวนี้ไปยื่นหนังสือสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติครับ แยกออกเป็น ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งเป็น ส.ส. ของพรรคเพื่อไทยในขณะนั้น ๒ คนครับ ไปยื่นหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติผมมีสำเนาหนังสือในมือ อันที่ ๒ มีบุคคลซึ่งบอกว่าเป็นข้าราชการบำนาญของตำรวจไปยื่นเอกสารถึงสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติด้วยข้อความเดียวกัน มีหลายคนครับแต่ชื่อหนึ่งที่เอ่ยได้ เพราะบัดนี้ท่านเป็น รัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย นั่นคือท่าน พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก ในขณะนั้น ก็บอกว่าเป็นตำรวจนอกราชการ เป็นข้าราชการบำนาญ ไปยื่นหนังสือถึงสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติหลังจากคณะกรรมการกฤษฎีกามีคำวินิจฉัยออกมาแล้วเที่ยวนี้ขอให้เลิก ระเบียบว่าด้วยการถอดยศครับ โดยอ้างว่าระเบียบว่าด้วยการถอดยศนี่ขัดรัฐธรรมนูญ มีการอ้างเหมือนกับทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยในขณะนั้นว่าเกี่ยวเนื่องด้วยเรื่องของ พระราชอำนาจ ไม่ครอบคลุมถึงตำรวจนอกราชการ ทั้ง ๆ ที่ระเบียบเขียนไว้ชัด โฆษกพรรคเพื่อไทยในขณะนั้นไปเลยครับ นี่ก็ยื่นเป็นซองที่ร้อยเท่าไรก็ไม่ทราบ ก็ไปยื่นด้วย รัฐบาลในขณะนั้นก็ถูกกดดันละครับ ในที่สุดประมาณปลายปี ๒๕๕๒ ต่อเนื่องต้นปี ๒๕๕๓ คนที่ไปยื่นเหล่านั้นไปยื่นเดือนพฤศจิกายน ปี ๒๕๕๒ สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็หยิบ เอาประเด็นเหล่านี้ขึ้นมาเอาเข้าคณะกรรมการ ก.ตร. ตรงนี้สำคัญเพราะบัดนี้คุณเฉลิม ไปทำหน้าที่เป็นประธานประชุม ก.ตร. อยู่ ถ้าทัศนคติแบบคุณเฉลิมไม่ได้คุม ก.ตร. ไม่มีปัญหา แต่ทัศนคติประเภทแบบว่าไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น ถ้าไม่มีตำแหน่ง ไม่เป็นอะไร แต่วันนี้มีตำแหน่ง ท่านไปขัดกับกฎหมาย ระเบียบไม่ได้ครับ ก.ตร. ก็ดี ปี ๒๕๕๓ ไปตั้งคณะอนุกรรมการอยู่ในคณะอนุ ก.ตร. เป็นคณะอนุกรรมการกฎหมาย ขึ้นมาพิจารณาข้อร้องเรียนของบุคคลดังกล่าวที่ยื่นไป พิจารณากันเสร็จครบถ้วน ตัวนี้สำคัญที่สุด บันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่อง อำนาจในการออกระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการถอดยศตำรวจ พ.ศ. ๒๕๔๗ เรื่องเสร็จ ที่ ๕๗๕/๒๕๕๔ ลง มิถุนายน ๒๕๕๔ แปลว่าอะไร วันที่ ๒๐ เมษายน ปี ๒๕๕๔ คณะอนุ ก.ตร. มีมติยื่นเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกา ตีความรอบ ๒ ตามที่กลุ่มพรรคเพื่อไทยซึ่งคุณเฉลิมอยู่ด้วยนี่แย้งข้อกฎหมายเอาไว้ เสียดายรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ยุบสภาเดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๕๔ พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ วินิจฉัยเสร็จกลับมาเดือนมิถุนายน ๒๕๕๔ ท่านชนะการเลือกตั้ง ท่านกลับไปเป็นรัฐบาล เดือนสิงหาคมโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี หลังจากนั้นแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี คุณเฉลิมเป็นรองนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติย่อมรับทราบเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น ว่ากรณีถอดยศบัดนี้ประเด็นข้อกฎหมายที่ตนเองเคยตั้ง คนอื่นเคยตั้งนั้นคณะกรรมการ กฤษฎีกาวินิจฉัยครบถ้วนแล้ว ไม่เดินเรื่องต่อครับ ผ่านเดือนมิถุนายน ๒๕๕๔ เดือนสิงหาคม มาเป็นรัฐบาลจนสิ้นปี ๒๕๕๔ มาทบเดือนมิถุนายน ปี ๒๕๕๕ ครบ ๑ ปี จากเดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม เดือนกันยายน เดือนตุลาคม วันนี้เดือนพฤศจิกายน ท่านทำอะไรครับ เก็บซุกเก็บงำเรื่องนี้ไว้ไม่ดำเนินการ ไม่ทำตามระเบียบ ไม่ทำตามข้อกฎหมาย เพราะอะไร สนองบุญคุณคนที่มีบุญคุณส่วนตัวกับท่าน มันเอามาใช้กับหน้าที่ราชการ ไม่ได้ครับ ถ้าท่านประธานดูคลิปที่ ๒ จะเห็นพฤติกรรมของคุณเฉลิม ในคลิปที่ ๒ นี้จะพูดถึง ความพยายามของ ร้อยตำรวจเอก เฉลิมอีกเรื่องหนึ่งในช่วงปลายปี ๒๕๕๔ แล้วมันจะตอบคำถามว่าทำไมไม่ดำเนินการเรื่องถอดยศ ซุกเอาไว้ กดเอาไว้ เพราะท่าน พยายามทำเรื่องพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษอย่างไรครับ ลับ ๆ ล่อ ๆ ไปประชุมลับ พอข่าวแตกออกมาก็ทำเป็นพลิกพลิ้วไม่มีอะไร โดนถาม ความจริงคลิปนี้กะเปิดยาว แต่โดนตัดไปเสียก่อนบางส่วน เพราะเกี่ยวพันกับคำถามที่กล้าหาญมาก แล้วนักข่าวคนนี้คือ ประทานโทษที่เอ่ยนาม เขาไม่เสียหาย คุณสมจิตร นักข่าวช่อง ๗ ถึงเป็นที่มาว่าท่านทำไม ไปคุกคามเขา ดูคลิปที่ ๒ ครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปเสียง)

“............... : จึงชี้แจงให้มากที่สุด แต่ว่าลงรายละเอียดนี่ยังไม่ได้ เพราะถ้าผมชี้แจงไปแล้วสุดท้ายบทสรุปไม่เป็นอย่างที่ผมชี้แจงก็จะเกิดความเสียหายกับ ทุกภาคส่วน แต่ผมยืนยันได้ว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ทำอะไรที่ผิดกฎหมาย และไม่ทำอะไร เพื่อคนคนเดียวโดยเด็ดขาด กรอบกฎหมายเป็นอย่างไรต้องเป็นไปตามนั้น”

ตรงนี้สำคัญ ทีนี้โดนคุณสมจิตรถาม

“............... : และวันนี้สิ่งที่ยังไม่ชัดเจนอาจจะทำให้กลายเป็นปัญหา น้ำผึ้งหยดเดียว จนกระทั่งอาจเกิดการปะทะกัน”

“............... : น้ำผึ้งที่ไหนหยดเดียว”

เอาตรงนี้ก่อนครับ นักข่าวเขาถามว่า เอ๊ะ ทำไมไปทำเรื่องพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ ท่านตั้งท่าตอบดีครับ แต่หลักที่ท่านตั้งนี่ ฟังให้ดีนะ ๑. ไม่ทำผิดกฎหมาย ๒. ไม่ทำอะไรเพื่อคนคนเดียว ๓. กรอบกฎหมาย เป็นอย่างไรต้องเป็นไปตามนั้น เอาตรงนี้ก่อน หลังจากนั้นนักข่าวถาม แล้วเรื่องพระราชกฤษฎีกา อภัยโทษนี่จะมีเรื่องคุณทักษิณอยู่ด้วยไหม แล้วถามไปถึงเรื่องถ้ารัฐบาลเสนอไปถือเป็นแนวทางที่จะถวายคำแนะนำต่อไปอย่างไร คำถามนี้ละครับที่ทำให้คุณเฉลิมไปไม่ถูกวันนั้นตามคลิปนี้ แต่เนื่องจากมีการเอ่ยถึงสถาบัน โดยไม่จำเป็นคลิปนี้มีการตัดออก สุดท้ายครับคุณเฉลิมซึ่งถูกซักมากว่าทำไมต้องทำเรื่องนี้ เป็นเรื่องลับอะไรต่อมิอะไร ไปไม่ถูกก็เลิกสัมภาษณ์ดื้อ ๆ เรื่องพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษก็เป็น กระแสครับ ประชาชนก็ไม่เห็นด้วยเพราะไม่เคยมีการอภัยโทษในกรณีที่มีการต้องโทษทุจริต และมีประเด็นปัญหาอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ในที่สุดยอมครับ แต่พอยอมแล้วคำพูดท่าน จำได้ไหมครับในคลิปเมื่อครู่นี้บอกว่าไม่ทำผิดกฎหมาย ไม่ทำอะไรเพื่อคนคนเดียว โดยเด็ดขาด กรอบกฎหมายเป็นอย่างไรต้องเป็นไปตามนั้น นั่นคือปลายปี ๒๕๕๔ มาถึง ปี ๒๕๕๕ เรื่องดำเนินการถอดยศรออยู่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีการเสนอเรื่องขึ้นมา อะไรเกิดขึ้นครับ ในวันอาทิตย์ที่ ๒๕ พฤศจิกายน ปี ๒๕๕๕ โดยประมาณมันมีข่าวครับ ต่อเนื่องกันมาแล้วท่านมาตอบเอาวันที่ ๑๑ ตุลาคมที่รัฐสภา มีนักข่าวถามเรื่องกรณี เกี่ยวกับการถอดยศ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินให้มีความผิดทำไมไม่ถูกถอดยศ เป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่ คุณเฉลิมตอบว่าเหตุที่ไม่ถอดยศ พันตำรวจโท ทักษิณ เพราะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สตช. บอกว่าไม่เข้าหลักเกณฑ์ นี่คือโกหกครับ คนโกหก แล้วเป็นโกหกระดับที่เป็นรองนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วย ไม่เข้าหลักเกณฑ์ตรงไหน สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำเรื่องถึงคณะกรรมการกฤษฎีกา ๒ ครั้งถามประเด็นหลักของข้อกฎหมายที่เป็นปัญหาในทางปฏิบัติ คณะกรรมการกฤษฎีกา ยืนยัน ๒ ครั้งชัดเจน ๑. ไม่ว่าศาลไหนพิพากษาถือว่าจำคุกถึงที่สุดแล้วต้องถอดยศทั้งสิ้น ๒. ถึงเป็นตำรวจนอกราชการเข้าตามระเบียบ ๓. ระเบียบว่าด้วยการถอดยศตาม พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ๔. กรณีริบเครื่องราชอิสริยาภรณ์นั้น เมื่อเสนอไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะต้องเสนอนายกรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรี จะใช้ดุลยพินิจในการตัดสินใจว่าจะริบเครื่องราชอิสริยาภรณ์เฉพาะที่ได้ตอนเป็นตำรวจ หรือตอนที่ได้เป็นรัฐมนตรี เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว เป็นดุลยพินิจของนายกรัฐมนตรี ซึ่งอันนี้ จะมีปัญหาต่อแน่นอนในอนาคต เพราะนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันก็เกี่ยวพันเป็นน้องสาว ของ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ด้วย ประเด็นที่ผมตั้งตรงนี้ว่าท่านโกหกก็เพราะว่าท่าน บอกว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้นบอกว่าไม่เข้าหลักเกณฑ์ ที่สำคัญท่านบอกว่าคดี พันตำรวจโท ทักษิณ ไม่ใช่คดีปกติตามระบบ แล้วไปอ้างว่าเกิดจากการรัฐประหาร ไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ ในระเบียบว่าด้วยการถอดยศ ไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ ในพระราชบัญญัติ ตำรวจแห่งชาติที่จะให้ท่านใช้ดุลยพินิจส่วนตัว ไม่ยอมรับศาลนั้นศาลนี้แล้วมาหักล้าง คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพราะเป็นศาล ที่มาจากรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด ดอกเตอร์ทางกฎหมายไม่น่าจะโง่ขนาดนี้

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสาทิตย์ครับ โง่ผมว่าถอนดีกว่านะครับ เดี๋ยวคนอื่นเขาประท้วงครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

จะไม่ฉลาดหรือฉลาดน้อยดีครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านถอนดีกว่าครับ ท่านเป็นผู้ใหญ่แล้วถอนเถอะ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

เอาเป็นว่าผมไม่เชื่อว่าคนระดับ ดอกเตอร์ทางกฎหมายไม่เข้าใจเรื่องเหล่านี้ แต่นี่ส่อเจตนาครับ ไม่มีอำนาจครับ แต่ลุแก่อำนาจ นี่แหละเลือกปฏิบัติ นี่แหละช่วยพวกพ้อง

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสาทิตย์ครับ เชิญครับท่านประสิทธิ์ประท้วงผมเรื่องอะไรครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ เมื่อกี้ท่านประธานวินิจฉัย ให้เขาถอนคำว่า โง่ เขาลักไก่ยังไม่ถอนเลยแล้วท่านให้เขาอภิปรายทำไมครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสาทิตย์กรุณาเถอะครับจะได้ไม่มีใครประท้วงอีก นิดเดียวครับท่าน ท่านประสิทธิ์นั่งลงครับ พอแล้วเดี๋ยวผมจะพูดกับท่านสาทิตย์ ผมฟังท่านแล้วครับ ท่านสาทิตย์ท่านเป็นผู้ใหญ่แล้ว เอาละครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง 🔗

ครับ ผมถอนคำว่า โง่ และจะบอกว่า ผมไม่เชื่อว่าคนระดับดอกเตอร์ทางกฎหมายที่อ้างมาโดยตลอดจะไม่เข้าใจเรื่องนี้ แต่ท่าน ท้าทายสังคมนี่ครับ ที่ผมบอกว่าอันนี้แหละครับมุ่งสนองคุณผู้มีบุญคุณทางการเมืองมากกว่า ผลประโยชน์ที่แท้จริงของประชาชน ความจริงท่านทำไว้หลายเรื่องนะครับ แต่ท่านท้าทาย สังคม ซึ่งอันนี้ผมถือว่าเป็นเรื่องที่ขาดคุณธรรมจริยธรรมอย่างร้ายแรง ท่านบอกว่า นอกจากไม่ถอดยศแล้ว มีแต่จะเพิ่มให้เป็นพลตำรวจเอก เป็นใครครับจะไปเพิ่มยศให้ ท่านเป็นใคร ไอ้ที่ท้าบอกถ้าไม่พอใจผมก็ให้อภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ใช่อภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะไม่พอใจ แต่อภิปรายไม่ไว้วางใจเพราะคนอย่างท่านเป็นรองนายกรัฐมนตรีไม่ได้ ถ้าเขามีถอด ส.ส. ก็ควรต้องทำด้วย นี่คือเรื่องถอดยศ พันตำรวจโท ทักษิณ ประเด็นหลังสุด ขณะนี้ครับมันมีข่าวในสำนักงานตำรวจแห่งชาติหลังจากท่านพูดออกไปแล้วว่าตำรวจ ระดับล่างไม่มีใครกล้าเลยครับที่จะเสนอขึ้นมา เพราะฝ่ายนโยบายอย่างท่านพูดออกไป ชัดเจนว่าจะไม่เสนอถอดยศ แต่เรื่องนี้ครับ ท่านวัชระ เพชรทอง ไปยื่นเรื่องไว้กับสำนักงาน ผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว ประเด็นไม่จบแน่ครับ และถ้าโดนละเว้นนะครับ ไล่ไปตั้งแต่ สำนักงานกำลังพล กองวินัย ไปถึงผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ รองนายกรัฐมนตรี รวมถึงนายกรัฐมนตรีด้วยในที่สุด แต่การเลือกปฏิบัติที่ชัดเจนมันมี ด้วยครับ ผมอยากให้ตำรวจทั่วประเทศฟังนะครับ ท่านประกาศไม่ถอดยศ พันตำรวจโท ทักษิณ ทั้งที่เข้าตามกฎหมายทุกประการ แต่มีหนังสือจากรองผู้บัญชาการ สำนักงานกำลังพลและโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีหนังสือด่วนที่สุด หมายเลข ที่ ๐๐๐๙.๒๕๔/๑๐๕๙๒ ลงวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ เรื่องกำชับการปฏิบัติเกี่ยวกับ การดำเนินการถอดยศตำรวจ ถึงผู้บัญชาการหรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าผู้บังคับการ ในสังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ เสร็จสิ้นภายในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๕ คนอื่นถอด แต่คนมีบุญคุณทางการเมืองของท่าน ไม่ถอด ท่านไม่มีสิทธิเลือกครับ กฎหมายไม่เปิดโอกาสให้ท่านเลือก นี่อย่างไรละครับ พฤติกรรมที่ลุแก่อำนาจ แล้วเห็นแก่พวกพ้องแล้วก็เลือกปฏิบัติ สนองบุญคุณของผู้มีบุญคุณ ทางการเมืองโดยละเลยผลประโยชน์ของประเทศชาติ ความจริงเท่านี้ครับ ผมว่าท่านก็ ไม่ทราบว่าจะอยู่ในตำแหน่งได้ต่อไปหรือไม่ อย่างไร แล้วก็ไม่รู้จะลุกขึ้นมาโมเมตอบเรื่องอะไรอีก เพราะเห็นทำหน้ากริ่มแบบนี้ทุกครั้ง แล้วก็บิดเบือนทุกครั้ง แต่ที่ร้ายไปกว่านั้นบุคคลท่านนี้ ในฐานะเป็นรองนายกรัฐมนตรีซึ่งกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ผมบอกท่านประธาน ตั้งแต่ต้นว่าเป็นต้นธารของกระบวนการยุติธรรม ตำรวจ ๒๐๐,๐๐๐ กว่านายกินเงินเดือน ภาษีของประชาชนทั่วทั้งประเทศ และอย่างที่ท่านนิพิฏฐ์ ประทานโทษเอ่ยนาม พูด ตำรวจเป็นข้าราชการหน่วยเดียวที่มีตราแผ่นดินติดที่ศีรษะ เพราะมีความหมายถึงการเตือน ว่าจะต้องกระทำการเพื่อประชาชน ปกป้องสิทธิเสรีภาพและความมั่นคงในราชอาณาจักร แต่รองนายกรัฐมนตรีท่านนี้บังอาจครับ ไปให้นโยบาย ๓๔๗ นายพลตำรวจ โดยอ้างว่า เป็นเรื่องปราบยาเสพติด แก้ปัญหา ๓ จังหวัดภาคใต้ เรื่องนั้นเรื่องนี้ เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ที่ผ่านมาที่สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต ไอ้เรื่องยกตัวเองเขาคงจะแกล้งทำเป็นหูทวนลม ไม่ฟังกันได้ แต่คำพูดของท่านตอนหลังครับ ร้อยตำรวจเอก เฉลิมกล่าวว่าเมื่อคืนวันศุกร์ที่ ๒๘ กันยายนที่ผ่านมา พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีโทรหาตน ให้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอีกตำแหน่งหนึ่ง โดย พันตำรวจโท ทักษิณพูดเสมอว่าท่านเป็นรองผู้กำกับสั่งสารวัตรได้คนเดียว โดยในเร็ววันนี้ จะเชิญนายตำรวจระดับผู้กำกับมาประชุมมอบนโยบายต่อไป คำพูดท่านยังพูดต่อไปว่า ผมเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะอยู่เป็นรัฐบาลยาว ฉะนั้นตำรวจที่ไปอยู่ข้างพรรคประชาธิปัตย์ ทำใจเถอะน้อง น้องแทงไฮโลผิด แทงผิดเจ้ามือกินรวบ ตำรวจบางคนไม่ไหวจริง ๆ เกินเหตุ ผมขอให้ตำรวจเป็นกลาง แต่อยู่ข้างพรรคเพื่อไทย โดยมีภารกิจคือเอาพี่กลับบ้าน แล้วก็ บอกว่าใครเห็นด้วยปรบมือขึ้น มีเสียงปรบมือจริงครับ คนที่ยังหัวเราะได้กับประเด็นเหล่านี้ไม่มีคุณสมบัติเลยที่จะเป็นรองนายกรัฐมนตรี ตำรวจซึ่งเป็นต้นธารแห่งความยุติธรรมนั้นถูกรองนายกรัฐมนตรีใช้อำนาจของตนเอง ในอำนาจหน้าที่ที่ต้องไปมอบนโยบายให้เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนทั้งแผ่นดิน บอกว่าให้ตำรวจเลือกข้าง เป็นกลางแต่เลือกข้างพรรคเพื่อไทย ก็แปลว่าอะไรครับ ท่านให้นโยบายตำรวจทำงานโดยเอาใจพวกท่าน พรรคพวกท่าน คนที่มีประโยชน์ มีบุญคุณกับท่าน แล้วใช้อำนาจทางกฎหมายกลั่นแกล้งคนซึ่งไม่ใช่พวกของท่าน อย่างนี้ถูกต้องหรือครับ หรือประชาชนคนอื่นในแผ่นดินเป็นประชาชนชั้นสอง เพราะไม่ใช่ คนของพรรคท่าน แล้วบอกตำรวจ ๒๐๐,๐๐๐ กว่านายว่าต้องทำงานเอาใจท่าน คนอื่นก็ไม่ต้อง วิญญูชนสามารถพิจารณาได้ว่าบุคคลเช่นนี้ยังเหมาะที่จะทำหน้าที่ เป็นรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไปหรือไม่ ผมมี ๒ เรื่อง เท่านี้ครับท่านประธาน แต่ประเด็นที่ผมกังวลในเวลานี้ก็คือว่าด้วยความที่ท่านทำอย่างนี้ ซ้ำ ๆ ซาก ๆ มันถึงไม่แปลกครับ โพลล์ (Poll) ที่ออกมาบอกว่าคนเริ่มรับกับเรื่องทุจริต คอร์รัปชันได้ ไม่รู้สึกถึงเรื่องดี เลว แต่นักการเมืองมีจริยธรรมกำกับครับ อย่างน้อยต้องมีสำนึก คนเราเป็นนักการเมืองมันต้องมีสำนึกครับ สำนึกรับผิดชอบชั่วดี ร่ำเรียนมาก็สูงครับ อ้างตัวจบเป็นดอกเตอร์ ความจริงมีลูกมีหลานแล้ว ผมเรียน ท่านประธานในเรื่องนี้ แล้วผมคิดว่าพฤติกรรมที่ผมอภิปรายทั้งหมดมานี้มันตอบคำถาม ในตัวเองว่าบุคคลผู้นี้ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง ไม่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรีอีกต่อไปครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี โบราณเขาว่าไว้ไม่ผิดหรอกครับ สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล การอภิปรายไม่ไว้วางใจ รองนายกรัฐมนตรีท่านต้องเอาเรื่องที่ผมบริหารราชการผิดพลาด บกพร่อง มาอภิปราย ที่ใส่อารมณ์นี่เพราะม็อบเลิกเร็วหรืออย่างไรถึงมีอารมณ์ มันต้องอภิปรายกันด้วยเหตุผล ผมเรียนอย่างนี้ ผมเป็นคนตรงไปตรงมาและผมเป็นคนท้าทาย คุณสาทิตย์เพิ่งรู้ว่าผมโง่หรือ ผมโง่มานานแล้ว โง่มานาน ไม่ฉลาดครับ คุณเรียนจบชั้นไหน หรือเป็นดอกเตอร์แล้วไม่ใส่ อย่างดีก็ปริญญาตรี ปริญญาโท ผมจบปริญญาตรี นิติศาสตร์ ปริญญาโท นิติศาสตร์ ปริญญาเอก นิติศาสตร์ ดอกเตอร์ ออฟ ลอว์ (Doctor of Law) คนแรกจาก มหาวิทยาลัยรามคำแหง คุณอย่ามาดูถูกมหาวิทยาลัยผม ผมไม่โง่หรอกครับ ผมมีสติสัมปชัญญะพอสมควร ถ้าคุณอยากจะปลดผมออกจากรองนายกรัฐมนตรี เอาไว้คุณมาเป็นนายกรัฐมนตรีก่อน ไม่มีฝ่ายค้านหรอกครับเห็นรัฐบาลเหมาะสม ผมเรียนอย่างนี้ ท่านบอกผมลุแก่อำนาจ เมื่อวานนี้ขนาดผู้ชุมนุมขับรถชนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตัดลวดหนาม เอาคอนกรีตออก โยนแก๊สน้ำตาใส่ตำรวจก่อน แล้วก็ขับรถ การขับรถเข้าชน เจ้าหน้าที่ตำรวจขณะปฏิบัติการตามหน้าที่ ถึงไม่ประสงค์ต่อผลให้ตายแต่ย่อมเล็งเห็นผลได้

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอรรถพรประท้วงอะไรครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีกรุณารอสักครู่

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านรองนายกรัฐมนตรีที่กำลังอภิปรายในข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ท่านได้พูดจาเกินเลยจากเนื้อหาที่ท่านต้องตอบครับ ไม่มีใครพูดถึงเรื่องม็อบเมื่อวาน แม้แต่นิดเดียว แต่ว่าท่านก็โยงไปไม่ทราบเพื่อระบายอารมณ์อะไรของท่านหรือไม่ อย่างไร ท่านต้องตอบในประเด็นที่ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ได้อภิปรายว่าปี ๒๕๔๓ ท่านไปเมา อะไรบน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอรรถพรครับ พอแล้วครับเดี๋ยวผมจะวินิจฉัย ท่านนั่งลงครับ ท่านนั่งลงครับ ผมฟังอยู่นะครับว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีนี่พูดย้อนไปเพื่อจะได้บอกว่าไม่ได้ลุแก่อำนาจ ผมฟังอยู่ ผมควบคุมอยู่ เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีต่อครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี 🔗

แหม ถูกต้องที่สุด ท่านประธานที่เคารพ ก็บอกว่าผมลุแก่อำนาจ ผมบอกสถานการณ์เมื่อวานนี้มีเหตุการณ์ ผมนี่สั่งเองห้ามตี ห้ามใช้อาวุธโดยเด็ดขาด ส่วนการใช้แก๊สน้ำตาก็เป็นดุลยพินิจของ ผบ. สถานการณ์ในพื้นที่ ผมไม่ได้สั่งและเขาปฏิบัติตามหลักสากล เพราะฉะนั้นท่านเลอะเทอะ ที่บอกว่าผมลุแก่อำนาจไม่มีครับ

เรื่องที่ ๒ ท่านบอกว่าผมขาดคุณธรรมตรงนี้ก็เถียงกันไปกันมาไม่จบหรอกครับ วันหนึ่งผมว่าคุณไม่มีคุณธรรม คุณบอกคุณมี คุณบอกผมขาดคุณธรรม ผมบอกเต็มร้อย ก็เถียงกันไปเถียงกันมา แต่สุดท้ายเลยนี่ประชาชนเขาจะตัดสินว่าระหว่างนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กับ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง เวลาปราศรัยเขาจะฟังใครมากกว่า ประชาชนจะตัดสิน ลำพังคุณไปตามหลังเขาไปปราศรัยไม่มีใครฟังหรอก ผมเรียนต่อนะครับ บอกว่าผมไป สน. ทองหล่อ ไปจริงครับ ไปทำไมครับ เพราะมีการแจ้งความกล่าวหาลูกชายผม แล้วตำรวจตอนนั้นก็ดำเนินการไม่เหมาะสม เอาผู้เสียหายกับพยานไปปรึกษากัน ผมว่าทำอย่างนี้ได้อย่างไร ผู้เสียหายก็สอบไป พยานก็สอบไป เอาไปปรึกษากันในห้องเดียว กลุ่มเดียวคนเดียว คุณสอบสวนไม่เป็นนี่ ไม่มีความรู้นั่นมันผิดกฎหมาย สอบผู้เสียหาย ต้องอันหนึ่ง สอบพยานต้องอันหนึ่ง แล้วพอดี พันตำรวจเอก มันทาร อภัยวงศ์ เขาเป็นผู้กำกับ เขาเคารพผม เขารุ่นเดียวกับท่านทักษิณนี่แหละ แต่เขาเป็นสารวัตรหลังผม เจอผมก็เดินมาหามาไหว้ พี่มีอะไร บอกน้องทำอย่างนี้มันไม่ถูก แล้วผมจะไปแทรกแซงอย่างไร ผมเป็นฝ่ายค้าน แทรกแซงมันต้องมีอำนาจหน้าที่สั่งการให้ดำเนินการ ทีหลังเตรียมตัวมาดี ๆ อย่าอย่างนี้ แล้วหาว่าผมไปข่มขู่นักข่าว เมืองไทยนี่นักข่าวคนไหนที่นักการเมืองข่มขู่ได้ คุณสาทิตย์ยกมาสิ ก็มันจะมีถามไปเถียงกันก็ของธรรมดาปกติ ผมไม่มีนิสัยอย่างนั้น ผมขี้กลัว ท่านประธานจำได้ไหมครับ ผมไปจังหวัดกระบี่เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยถูกล้อมด้วยคน ๓,๐๐๐ คน จะทุบจะตีผม ผมก็หนี แล้วผมลุแก่อำนาจ ตรงไหน ตั้งแต่ผมมีหน้าที่เป็นรัฐมนตรี ๖ ครั้ง รองนายกรัฐมนตรี ๑ ครั้ง ผมเคยทำร้าย ทำลายประชาชนคราวไหนบ้าง พลิกปูมก็ได้ผมเป็นนายตำรวจกองปราบตั้งแต่คุณยังใส่ รองเท้าผ้าใบ ผมเคยเกเรใคร เคยทุจริตคิดมิชอบอะไร ไม่มีหรอกครับ คุณเข้าใจผิด ผมไม่ใช่คนอย่างนั้น มาต่อว่ามาถึงท่านทักษิณว่าผมเป็นพวก ถูกต้อง อ้าว คุณสาทิตย์ เพิ่งรู้หรือ ท่านเป็นนักเรียนนายร้อย รุ่น ๒๖ ผมสอบได้จากนายสิบอบรมสามพราน ฝึกที่ลานศรียานนท์ด้วยกันออกมาฝึกงานใกล้เคียงกัน ท่านฝึกพญาไท ผมฝึกจักรวรรดิ ก็รู้จักกันอย่างไร ท่านสอบได้ที่ ๑ ผมจากสายประทวนสอบได้ที่ ๕ ผมก็เลือกฝึกทุกโรงพักได้ เพราะจักรวรรดิก็ใกล้กับกองปราบปรามสามยอด ก็รู้จักกันมาครับ กินข้าวกันนับพันมื้อก็พวกตำรวจ ทหารเขารักกันครับ อิจฉาหรือเป็นพวกกัน จริง ๆ แล้วที่นักข่าวเขาถามผมว่าผมเป็นขี้ข้าท่านทักษิณ ผมบอกหนูเพิ่งรู้หรือลูก อาเป็นขี้ข้ามาตั้งนานแล้ว แล้วผมขู่ตรงไหน ข่มขู่ตรงไหน แล้วจะไปแจ้งความจับผม ผมบอกว่าหนูถามอย่างนี้มันฝักใฝ่พรรคประชาธิปัตย์ ตามพจนานุกรม ฝักใฝ่ แปลว่าชอบ ก็แจ้งจับผมไม่ได้ แต่ด่าผมว่าเป็นขี้ข้านี่เขาเรียกดูหมิ่นซึ่งหน้า แต่ผมก็ไม่เอาเรื่องก็ธรรมดา ๆ ผมไม่ใจแคบหรอกครับ ใจกว้าง ผมโตมาจากความเป็นทหาร ตำรวจ ไม่คิดเล็กคิดน้อย ไม่หยุมหยิม ไม่คิดแบบเอาแต่ใจตัวเอง ผมเรียนอย่างนี้ว่าท่านไว้ใจผมไม่ได้หรือ ถูกแล้ว อย่ามาไว้ใจผมเลย แต่ประชาชนเขาไว้ใจผม เขาไว้ใจพรรคเพื่อไทย ผมไปปราศรัยที่ไหน คนตรึม ผมหาเสียงให้พวกท่านทุกครั้งนะว่าถ้าต้องการคนนี้เป็นนายกรัฐมนตรี ให้เลือกพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย ถ้าต้องการให้ท่านยิ่งลักษณ์ เป็นนายกรัฐมนตรีให้เลือกพรรคเพื่อไทย ผมไม่มีเครดิตอย่างไรถึงหาเสียงให้พรรคทั่วภาคอีสาน ไม่ใช่ได้เพราะผมครับ ได้เพราะท่านทักษิณคิด พรรคเพื่อไทยทำ เปิดเผย ไม่โกหก ไม่อ้อมค้อม แน่วแน่ ท่านก็มาต่ออีกว่าท่านทักษิณถูกจำคุก ๒ ปีเพราะทุจริต คนไม่มีความรู้ทางกฎหมาย ถึงอภิปรายอย่างนี้ ทุจริตคือการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้สำหรับตนเองหรือผู้อื่น คดีท่านนะเพราะเซ็นยินยอมให้คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ไปซื้อที่ดิน พูดให้ครบ อย่าฉายหนังครึ่งม้วน ก่อนซื้อถามกองทุนฟื้นฟูแล้ว ซื้อได้ ถามแบงก์ชาติแล้ว ซื้อได้ พอมีการปฏิวัติรัฐประหารเมื่อ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ แก้กฎเกณฑ์ ระเบียบ ตั้ง คตส. ซึ่งเป็นปรปักษ์กับท่านมาสอบ ไม่ใช่ผมปฏิเสธอำนาจนอกระบบอย่างเดียว ยูเอ็น (UN) เขายังไม่เห็นด้วยเลยเรื่องมีศาลเดียวในนี้เขาไม่เห็นด้วย ไม่เป็นไปตามกติกาสากล และท่านพูดไม่หมด ๑. ไม่ได้ทุจริตแต่เมื่อมีการแก้ไขระเบียบนำไปใช้ ป.ป.ช. มาตรา ๑๐๐ แล้วออกกฎหมายย้อนหลังในทางเป็นโทษ มีบ้างไหมที่ไหนในโลกนี้ที่ออกกฎหมายย้อนหลัง ในทางเป็นโทษ เขามีแต่ออกกฎหมายแล้วย้อนหลังในทางเป็นคุณ คุณสาทิตย์กับผม ไม่ได้เกลียดกันนะ เจอก็ทัก ถ้าอยากจะรู้ว่ายูเอ็นเขาปฏิเสธศาลเดี่ยว เดี๋ยวแวะไปผมจะหาให้อ่าน แล้วมาพูดอย่างนี้มันเสียเวลาสภา แล้วจะล้มรัฐบาลได้อย่างไรล่ะพูดอย่างนี้ ผมเรียนต่อว่าศาล ๙ คน ๕ คนบอกผิด ๔ คนบอกไม่ผิด ก็เป็นอันยุติเพราะไม่ได้อุทธรณ์ ต่อศาลฎีกาโดยองค์ประชุมใหญ่ถูกต้อง แต่ปัญหาก็คือว่าทั่วโลกเขาไม่ยอมรับ ขอตัวตลอด ที่เขาไม่ส่งตัวเพราะอะไรครับ ด้วยเหตุผล ๒ ประการ ๑. เป็นเรื่องการเมืองเพราะเกิดจาก การปฏิวัติ ๒. ความผิดอย่างนี้ ภรรยาซื้อที่ดินแล้วสามีต้องมีความผิด บอกคุณสาทิตย์เอาบุญ ทั่วโลกไม่มีครับ มีเมืองไทยแห่งเดียว ผมเรียนต่อ เมื่อไม่นานมานี้ศาลแพ่งรัชดา เรียกว่าแพ่งใหญ่ เอาสัญญาที่คุณหญิงพจมานซื้อที่ดินจากกองทุนฟื้นฟูไปพิจารณาแล้วศาลบอกว่ามีคำวินิจฉัย สัญญาเป็นโมฆะ ให้คุณหญิงคืนที่ดินและกองทุนฟื้นฟูคืนเงิน เรื่องอย่างนี้ครับ ถ้าศาลแพ่งรัชดาพิจารณาก่อนที่คดีท่านจะสู่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง คดีมันก็ไม่มี ผมเรียนท่านประธานต่อไปนะครับว่า คำก็ละเว้น สองคำก็ละเว้น จำเอาไว้แล้วทีหลังอย่าพูดอีก คำว่าละเว้นมันต้องมีหน้าที่ ถ้าไม่มีหน้าที่จะไปละเว้นได้อย่างไร ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ปฏิบัติหรือ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต มันต้องมีหน้าที่ โอ๊ย ออกข่าวโซเชียล เน็ตเวิร์ก (Social network) เฉลิมตายแล้ว พบท่านทักษิณที่ฮ่องกงไม่จับ ก็พบตั้งแต่ปลายปี ๒๕๕๐ ก็ชนะเลือกตั้งก็ไปพบพรรคพวกเก่า เอาละครับ สมมุติพบจริงจะจับอย่างไรผมไม่มีหน้าที่ นอกราชอาณาจักร ก็ละเมิดอธิปไตยของฮ่องกงเขาสิ เรียนต่อนะครับว่าท่านบอกตลอด เดือนมกราคม ๒๕๕๒ เดือนกรกฎาคม ๒๕๕๒ เดือนตุลาคม ๒๕๕๒ ผมพูดเรื่อง ออกพระราชกฤษฎีกาช่วยเหลือ ไหนล่ะเอกสารอยู่ไหน มีไหม ไม่มี ผมสับขาหลอก ก็เป็นสิทธิของผม คุณเป็นรองนายกรัฐมนตรีหรือ นี่ผมรักท่านนะ ยังอุตส่าห์เลือกห้องท่าน เป็นห้องทำงานเลย ไม่รู้ตัว ไม่มีการออกพระราชกฤษฎีกาช่วยคนคนเดียว ไม่มีหรอกครับ ท่านบอกว่าผมไม่เห็นด้วยกับการถอดยศ ใช่ครับผมไม่เห็นด้วย แล้วผมบอกว่า ตอนผมเป็นตำรวจนี่ไม่เคยมี ก็ไม่เคยมีครับ ตำรวจที่ออกไปแล้วอะไรแล้วนี่เพราะมันยัง ไม่ผิดวินัยร้ายแรง เพราะเป็นพลเรือน ผมบอกว่านับตั้งแต่ตอนผมอยู่ตำรวจ ก็ผมออกมา ตั้งแต่ปี ๒๕๒๔ ๓๑ ปี สมัยนั้นมันไม่มีแล้ว ผมโกหกตรงไหน เอามาออกตอนหลังผมไม่รู้ ผมไม่ใช่เสมียนที่ต้องไปตรวจสอบคำสั่ง ผมบริหารแบบนักบริหารไม่บริหารแบบหลงจู๊ ผมเรียนท่านประธานต่อนะครับว่าผมเคยยืนยันว่าผมไม่เห็นด้วยกับการถอดยศ แล้วนี่ ผมก็ปล่อยให้ท่านพูด แป๊บ แป๊บ แป๊บ ละเว้น ละเว้นอย่างไร เมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ผมถวายสัตย์ต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๔ ทำงานได้ไหม ไม่ได้ แถลงนโยบายต่อรัฐสภาวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ปรากฏว่า พลตำรวจโท เจตน์ มงคลหัตถี ได้มีความเห็น สาระสำคัญคือว่าจากข้อเท็จจริง ระเบียบ และความเห็นดังกล่าว ในข้อ ๑ ถึงข้อ ๔ เห็นว่าการที่ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาลงโทษจำคุก ๒ ปี คดีถึงที่สุด ถึงแม้จะเข้าเหตุที่จะ พิจารณาเสนอขอถอดยศได้ แต่ปัญหาคือว่าจะทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ เป็นดุลยพินิจของเขาไม่ใช่ผม ต่อมาก็บอกว่าคดีถึงที่สุดและเข้าเหตุที่พิจารณาเสนอถอดยศ พันตำรวจโท ทักษิณ ได้ ตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการถอดยศ พ.ศ. ๒๕๔๗ ข้อ ๑ (๒) ก็ตาม ผมเรียนอย่างนี้ ผมเป็นตำรวจครับ คุณไม่ใช่ เขาจะเกลียดที่สุดคือปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ ทุจริตในหน้าที่ ผิดวินัยร้ายแรงเฉพาะที่เป็นอยู่ กฎหมายเขียนไว้ว่าในทางปกครอง เขาเรียกว่าอำนาจและดุลยพินิจ เขาอาจจะมีอำนาจแต่ดุลยพินิจเขาบอกไม่ถอด ก็เรื่องของเขา และที่เขาให้เหตุผลต่อไปนะครับ การกระทำของ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ที่เป็นเหตุ ให้ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกดังกล่าวเป็นเพียงการลงชื่อในหนังสือยินยอมให้คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ผู้เป็นภรรยา เข้าประมูลซื้อที่ดินในการขายทอดตลาด ซึ่งเป็นการกระทำที่ต้อง กระทำตามกฎเกณฑ์ของทางราชการ จึงไม่อาจถือว่าเป็นการนำความเสื่อมเสียมาสู่หมู่คณะ ผู้มียศตำรวจตามเจตนาของระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการถอดยศตำรวจ พ.ศ. ๒๕๔๗ ประกอบกับ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้ทำคุณประโยชน์และสร้างชื่อเสียงให้กับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงดำเนินการดังนี้ ๑. ไม่ถอดยศ พันตำรวจโท ทักษิณครองอยู่ วันที่ ๑๕ กรกฎาคม ผมมาทีหลังถามว่าทำไมเขาถึงบอกว่ามีคุณประโยชน์ ท่านเป็นนักเรียน เตรียมทหารสามพราน ๔ ปี ตอนผมเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีท่านยัง ไม่เล่นการเมือง มาทำหนังสือถึงผมในฐานะรักกันบอกว่าโรงเรียนนายร้อยแย่แล้ว สภาพชำรุด ทรุดโทรม ผมขอท่านนายกรัฐมนตรีชาติชาย งบเบื้องต้น ๕๐ ล้านบาท ตอนหลังได้งบไปสร้าง อาคารโรงเรียนนายร้อยทั้งหมดประมาณ ๑,๒๐๐ ล้านบาท สถาบันตำรวจรู้ พี่น้องตำรวจรู้ ลูกเมียตำรวจก็รู้ ผมนี่จบนายสิบไม่อายหรอก แต่ผมอยู่ทหารมา ๘ ปี มาเป็นตำรวจก็เป็น สารวัตรประเทศไทย ที่สำคัญที่สุด พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร เกษียณลาออกมาแล้ว ยังได้รางวัลเตรียมทหารจักรดาว เขาถือว่าสุดยอดของนักเรียนเตรียมทหาร ปกติจะต้อง ดำรงตำแหน่ง ผบ. หน่วย ผบ.ตร. ส่วนกองทัพเขาได้ และนายตำรวจอีกคนหนึ่งที่ได้รางวัล จักรดาวของทหารคือ พลตำรวจเอก ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา น้องรักของผมซึ่งเป็น รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ถ้าผมจะบอกว่า ๒ ปี ๘ เดือน ท่านพยายามแล้วปัญหา มันเดี๋ยวก็ทะเลาะกัน แต่ย้ำอีกครั้งหนึ่ง ตอนผมมาเขาได้ข้อยุติแล้ว เมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ท่านก็บอกว่าเดี๋ยวผมก็ฟังคณะกรรมการกฤษฎีกา เดี๋ยวฟังบ้างไม่ฟังบ้างก็เป็นสิทธิ ของผม เป็นสิทธิของรัฐบาล รัฐบาลของท่านฟังบ้าง หรือไม่ฟัง หรือฟังทั้งหมดก็เป็นสิทธิ ของท่าน แล้วทั้งหมดกติกาประชาธิปไตย มันก็จบลงที่ถึงเวลาการเลือกตั้งใหม่ เอาละ ท่านทำหน้าที่ค้านดี พวกผมไม่มีอะไรดีเลย แล้วผมก็ออกปราศรัยพรรคคนก็ไม่เลือก พรรคเพื่อไทย แต่ถ้าพวกผมทำหน้าที่รัฐบาลดี เลือกตั้งรอบหน้าชนะตรึม ยังหวังว่า ๓๐๐ บาทนี่ ไม่ได้คุยเขื่อง เพราะพี่น้องประชาชนเขาชื่นชมชื่นชอบอะไรต่ออะไรเยอะแยะ มุ่งมั่น ทุ่มเท คืนความสุขสู่คนไทย ๑ ปีกับความสำเร็จ นโยบายที่สัญญาให้ไว้กับประชาชน ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส ชะลอเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล พักหนี้ครัวเรือนต่ำกว่า ๕๐๐,๐๐๐ บาทเป็นเวลา ๓ ปี ค่าแรงขั้นต่ำ ๓๐๐ บาท จบปริญญาตรี ๑๕,๐๐๐ บาท จำนำข้าว ๑๕,๐๐๐ บาท เพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุแบบขั้นบันได ๖๐ ปี เดือนละ ๖๐๐ บาท ๗๐ ปี เดือนละ ๗๐๐ บาท ๘๐ ปี เดือนละ ๘๐๐ บาท ๙๐ ปี เดือนละ ๑,๐๐๐ บาท หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ โอทอป (OTOP) สร้างรายได้ให้กับคนที่มีรายได้น้อยของประเทศ ให้มีรายได้เพิ่มขึ้น บัตรสินเชื่อเกษตรกรเพื่อเกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีรายได้ที่เพิ่มขึ้น ก็บอกแล้วว่าอย่าใส่ชื่อผม ให้มาแถลงผลงานเสียตัวนั้น แท็บเล็ต (Tablet) นักเรียน อาจารย์สุชาติให้ไป กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดละ ๑๐๐ ล้านบาท

(นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรองนายกรัฐมนตรีกรุณาสักครู่ครับ คุณหมอสุกิจประท้วงครับ เชิญครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ท่านประธานที่เคารพ ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ประท้วงตามข้อ ๖๑ ครับ ท่านพูดนอกประเด็น ท่านรองนายกรัฐมนตรีไปไกลแล้วครับ ที่เขากล่าวหาถูกต้องทุกอย่างเลย เพราะว่าไม่รู้ไปไหน แล้วท่านประธานฟังดูท่านพูดสิลักษณะเหมือนกับว่าคุมสติไม่อยู่แล้วนะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านครับอย่าไปกล่าวหาท่านอื่น ท่านประท้วงพอแล้วครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรี กรุณาสรุปได้แล้วครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

เมื่อกี้หยิบกระดาษผิด เตรียมมาพูดตอนท้ายหยิบขึ้นมาก็ไปเลย คืออย่างนี้ครับ สไตล์ (Style) คนเราคุณหมอ มันไม่เหมือนกันหรอก ไอ้ผมก็เป็นคนอย่างนี้มาตลอดไม่ใช่เพิ่งมาพูดเสียงดัง ถ้าญาติผู้ใหญ่ ของท่านขึ้นมาพูดอย่างนี้บ้างก็ไม่ใช่สไตล์ท่าน ส่วนผมถ้าไปนุ่มนิ่มอย่างนั้นก็กลายเป็นคนป่วย หรือเมียดุมา วันนี้เฉลิมเรียบร้อยเหลือเกิน มันก็สไตล์ใครสไตล์มันครับ อย่างผู้นำฝ่ายค้านท่านก็นุ่มนิ่ม ก็เป็นสิทธิของท่าน ไอ้ผมสไตล์อย่างนี้ก็เป็นสิทธิของผม ผมไม่มีขาดสติ ผมมีสติตลอด และข้อกล่าวหาของคุณสาทิตย์ไม่เป็นจริงครับ เหลวไหลว่าผมไม่ทำนี่ผมไม่ทำนั่น แล้วย้ำอีกครั้งครับมันจะได้เลิกพูดกันเสียทีคำว่าละเว้น คนจะถูกกล่าวหาว่าละเว้นได้นั้น ๑. ต้องเป็นเจ้าพนักงานและมีหน้าที่ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้เป็นเจ้าพนักงาน ผมก็ไม่ได้เป็น เจ้าพนักงาน เป็นผู้บริหาร ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และคนเป็นรองนายกรัฐมนตรีนี่ไม่มีน้ำยาครับ ไม่มีอำนาจ จะมีอำนาจได้ ต้องท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมาย และเมื่อมอบหมายแล้วผมก็ไม่ได้เป็นเจ้าพนักงาน นายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้เป็นเจ้าพนักงาน ผมเห็นมันมีไม่กี่คนครับ เดี๋ยวแจ้งจับละเว้น แจ้งจับละเว้น เมื่อกี้คุณสาทิตย์ก็เอาเองถ้าหากไม่ดำเนินการตามคุณบอกจะแจ้งจับผม ละเว้น ระวังเถอะวันหนึ่งจะสวนให้แจ้งเท็จ ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านสาทิตย์ครับ ใช้สิทธิพาดพิงใช่ไหมครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

สั้น ๆ เท่านั้นเองครับ ความจริง ท่านไม่ได้ตอบคำถามผมนะครับ ท่านก็ไปพูดเรื่องอะไรก็ไม่ทราบ แต่ว่าประเด็นที่ท่าน บอกว่าเหลวไหลนี่เป็นประเด็นที่ผมคิดว่าเสียหาย ความจริงแล้วที่ผมพูดเป็นเรื่องของ เอกสารหลักฐานทางราชการถูกต้องนะครับ ท่านก็พยายามจะแย้งในภายหลังโดยยกเรื่องที่ ตำรวจเขามีความเห็นมายังท่าน จริง ๆ นั้นเป็นการโต้แย้งคำพิพากษา และในระเบียบว่าด้วย การถอดยศนี่ไม่มีเหตุอันควรยกเว้นหรือให้ดุลยพินิจใครไว้เลย เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ ยิ่งเป็นพยานที่มัดตัวท่านและผู้ที่เกี่ยวข้องมากขึ้นไปอีกนะครับ แต่ผมเข้าใจครับ ที่ตอบไปแล้วทั้งหมด เพราะมันตอบแล้วครับ นี่ละครับขี้ข้าก็ต้องเป็นอย่างนี้

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านเฉลิมครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ครับ ผมเป็นขี้ข้า แต่เสียใจหน่อยคุณสาทิตย์รู้ช้า ก็เป็นมานานแล้วครับ แต่ผมไม่เห็นเสียหายเลย ผมเต็มใจนะครับ ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าท่านผู้ชมทางบ้านติดตามมาตลอดเพราะมีคน ไปออกข่าวว่า ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง จะไปกลั่นแกล้งจับกรณีเสื้อแดงตาย ๙๘ ศพ ไม่มีครับ ถ้าพยานหลักฐานไม่ถึงใครไม่โดน แต่ถ้าพยานหลักฐานถึงใครนี่ดีเอสไอ (DSI) ก็จะสรุปหลังสภาปิดก็สรุปไป ถ้าดีเอสไอสรุปแล้วไปจับคนบริสุทธิ์ดีเอสไอก็เข้าคุก เรื่องบีทีเอส (BTS) กทม. ผมก็ไม่ได้แกล้ง ผมเป็นประธานคณะกรรมการคดีพิเศษเขาเสนอมา กรรมการทุกคนเห็นควรรับเป็นคดีพิเศษ เป็นคดีพิเศษไม่ได้แปลว่าผิด ก็บอกเพียงเท่านี้ครับ คนชมทางบ้านจะได้รู้ว่า ๒ สถานการณ์

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับมีผู้ประท้วง เชิญท่านบุญยอดครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ก็เมื่อท่านยุติบทบาทแล้ว ผมคิดว่าก็คงจะไม่ได้ประท้วงแล้วครับ เมื่อกี้จะประท้วงว่าท่านก็พูดนอกเรื่อง ไม่ได้อยู่ในญัตติหรือไม่ได้อยู่ในประเด็นที่ได้มีการอภิปรายกันครับ ถ้าท่านยุติแล้วก็จะจบครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรองนายกรัฐมนตรีสรุปจบเลยครับ ท่านอื่นจะได้ต่อแล้วครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

เห็นไหม ท่านบอกว่า ไม่อยู่ในประเด็นที่อภิปราย แล้วคำที่คุณสาทิตย์บอกผมเป็นขี้ข้านี่อยู่ในประเด็นหรือเปล่า อยู่ในประเด็นไหม อยู่ในประเด็นในญัตติไหม ไม่ได้เขียนไว้ในญัตติ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านครับ ต้องพูดกับประธานเท่านั้นนะครับท่านบุญยอด ทุกท่าน ทั้ง ๒ ฝ่ายครับ ตอบโต้กัน ไม่ได้ครับ ต้องพูดกับประธานเท่านั้น

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ผมก็มานั่งฟังท่านในห้องประชุม ท่านก็พูดเองครับว่าท่านเป็นขี้ข้าทักษิณ และท่านก็ยอมรับกับนักข่าว

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านครับ ท่านพูดกับผมสิครับท่านบุญยอด ผมจะเป็นคนวินิจฉัย ท่านประท้วงนะครับ ท่านไม่ได้อภิปราย ท่านประท้วงใช่ไหม ท่านประท้วงผมนี่ครับ ประท้วงคุยกับประธาน จะไปพูดตรงไม่ได้ตามข้อบังคับครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

เมื่อสักครู่ท่านพูดทำนองว่า ผมมาประท้วงท่านนอกเรื่อง มันอยู่ในเรื่องครับ ท่านก็วินิจฉัยเอาเองแล้วกันนะครับว่า มันอยู่ในเรื่องหรือไม่ได้อยู่ในเรื่อง ประชาชนก็วินิจฉัยได้ครับ ขอบคุณครับ

(นางชมภู จันทาทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับ

นางชมภู จันทาทอง หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทยค่ะ ดิฉัน ขอประท้วงตามข้องบังคับ ข้อ ๖๑ ของท่านอดีตที่เคยเป็นรัฐมนตรีค่ะ ท่านน่าจะถอนคำว่า เป็นขี้ข้าของท่านทักษิณนี่มันไม่เหมาะสมและไม่สุภาพค่ะ เป็นการใส่ร้ายป้ายสี ดิฉันถือว่า ขัดตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ดิฉันขอให้ท่านอดีตรัฐมนตรีนั้นถอนคำว่าขี้ข้าเถอะค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนั่งลงครับ ผมวินิจฉัยครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านเต็มใจครับ ต่อไปท่านถาวร เรื่องของท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมหรือเปล่าครับ ไม่ใช่ ผมขอให้ท่านสุกำพลได้ตอบก่อน

พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อก่อนที่จะอภิปรายถึงท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมนั้นก็มีผู้อภิปรายคือคุณศิริโชค ได้อภิปรายผมในเรื่องโครงการปรับปรุงเรือฟริเกตชุดเรือหลวงนเรศวรก็ได้มีการกล่าวหากันว่า ผมนี่โกงกินไม่รักทหารเรือเอาของไม่ดีมา สุดท้ายยังอาจจะต้องมาถอดยศผมนะครับ อันนี้ เป็นสิ่งที่ต้องเรียนให้ทราบครับ แล้วตอบไว้ว่าอย่างไรผมตอบดังนี้ โครงการปรับปรุงเรือฟริเกต ชุดเรือหลวงนเรศวรนะครับ ต้องเข้าใจก่อนว่าเรือฟริเกตชุดเรือหลวงนเรศวรมี ๒ ลำ คือ เรือหลวงนเรศวรกับเรือหลวงตากสิน ซึ่งมีอายุก็ ๑๘ ปี ๑๗ ปีประมาณนั้นแล้ว ที่จะมีโครงการปรับปรุงเนื่องจากว่ามันใช้มาประมาณครึ่งอายุแล้วก็ต้องปรับปรุง ในการปรับปรุงกองทัพเรือก็ปรับปรุงให้เป็น ๒ ระยะ ระยะแรกเรียบร้อยไปแล้วไม่พูดถึง ในระยะที่ ๒ เป็นสิ่งสำคัญเพราะต้องทำต่อเริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ ถึงปี ๒๕๕๗ อย่างที่ ท่านผู้อภิปรายได้อภิปรายไว้หลักใหญ่ใจความก็คือเป็นการปรับปรุงและติดตั้งระบบ อำนวยการรบใหม่ให้ทันสมัยเพราะเก่าใช้มาเกือบ ๒๐ ปีแล้วที่ผมได้เรียนไว้นะครับ ซึ่งก็รวมถึงระบบที่ท่านอภิปรายมาคือระบบเป้าลวงนะครับ ที่เรียกว่าเป็นระบบดีคอย นี่ด้วยนะครับ เมื่อจะทำระบบเป้าลวงตรงนี้ในโครงการนี้เงินประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทั้งระบบในระยะที่ ๒ แต่ป้องกันระบบอำนวยการรบเป็นเงินประมาณ ๒,๗๐๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นระบบใหญ่นะครับ ดังนั้นเมื่อกองทัพเรือจะดำเนินการในระยะที่ ๒ แต่ในระยะที่ ๑ บอกไว้ว่าเมื่อใครได้ทำระยะที่ ๑ ระยะที่ ๒ ก็ต้องทำด้วยนะครับก็เป็นสิ่งที่ต้องทำต่อมา ซึ่งบริษัท ซาบ เอบี (พับลิก) ได้มา กองทัพเรือเมื่อดำเนินการระยะที่ ๒ กองทัพเรือก็จึงได้ เรียกบริษัท ซาบ เอบี (พับลิก) มาพิจารณาการติดตั้งระบบเป้าลวงที่เคยเสนอไว้คือของ บริษัท ซาเจมอย่างที่ท่านว่าไว้ใช่ครับระบบนี้ดีมาก ระบบใหม่ของประเทศฝรั่งเศสนะครับ แต่ว่าที่ดีก็มีข้อเสียเหมือนกันในหลาย ๆ เรื่องตรงนี้ ถ้าเป็นเรือใหม่แล้ววางแผนติดตั้งเลย เหมือนเรือรบชั้นลาฟาเยทของประเทศฝรั่งเศสที่เขาขายให้ประเทศสิงคโปร์มันดีไซน์ (Design) และติดตั้งอันนี้เลยมันชัดเจน การติดตั้งนั้นจะต้องติดตั้งในที่สูง ๆ ของตัวเรือเพื่อให้ ครอบคลุมนะครับ อันนี้ที่ท่านว่าไว้ ซึ่งในเรื่องตรงนี้ทางกองทัพเรือก็บอกว่าไม่อยากจะให้พูด ในที่นี้มากเพราะเป็นเรื่องของจุดอ่อนจุดแข็งของเรือ แต่ผมก็จะพูดให้น้อยลง ไม่พูด เอาที่ท่านพูดนะครับ อันนี้เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วก็มีการสำรวจเพื่อจะหาจุดติดตั้งเรือ ถูกต้องครับ ก็มีรายงานว่ามีทั้งหมด ๑๑ จุดที่น่าจะติดตั้งได้ในเรือชุดเรือหลวงนเรศวรนี่ ก็ปรากฏว่าไปดูกันแล้วถ้าติดด้านข้างก็บัง ถ้าติดด้านขวาด้านซ้ายก็บัง ด้านซ้ายด้านขวาก็บัง อยู่อย่างนี้ ฉะนั้นจุดที่ดีที่สุดใน ๑๑ จุดนี้คือบนหลังคาโรงเก็บ ฮ. ที่ท้ายเรือเพราะมันจุดสูง น่าจะติดได้ พอเราไปดูแล้วปรากฏว่าจุดที่ดีที่สุดตรงนั้นก็ไม่ดีที่สุดเสมอไปนะครับ ปรากฏว่าน้ำหนักอุปกรณ์ชิ้นนี้มันหนักมากติดตั้งไม่ได้

ประการที่ ๒ ถึงแม้ติดตั้งจุดที่ดีที่สุดตรงนี้แล้วก็ยังทำประสิทธิภาพ ได้แค่ครึ่งหนึ่ง ป้องกันได้แค่ครึ่งหนึ่งของระบบที่เขาออกแบบมา เพราะผมบอกแล้วว่าเรือนี้ มันเรือเก่าไม่ใช่เรือใหม่ที่ดีไซน์เพื่อจะติดระบบนี้เลย เพราะฉะนั้นตรงนี้จุดที่ดีที่สุดที่ผมว่าไว้ ติดตั้งแล้วก็ยังไม่ดี กองทัพเรือโดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่เขาเรียนมา ผมคิดว่าเขาคงจะ รู้มากแล้วชำนาญมากกว่าท่านผู้อภิปราย ซึ่งพลทหารเป็นหรือเปล่าผมไม่แน่ใจ ตรงนี้ ได้เป็นหรือเปล่าหรือเป็นขนาดไหน เขาก็บอกว่าตำแหน่งนี้ที่ตั้งไปแล้วน้ำหนักมันเกินไป ไม่ได้นะครับ แล้วประสิทธิภาพในการป้องกันได้เพียงครึ่งเดียวของที่ดีไซน์ไว้คือ ๓๖๐ องศา เท่านั้นเอง ด้วยเหตุนี้กองทัพเรือถึงได้โดนคณะกรรมการบริหารโครงการซึ่งรับผิดชอบตรงนี้ เขาก็ได้ปรึกษาหารือกัน ตรงนี้ผมดีใจที่เขาไม่เอาของใหม่จริง ๆ แต่ไม่เหมาะกับเรือที่เก่า เขาดูประสิทธิภาพเป็นเกณฑ์ เขาไม่ได้ดูว่าใหม่หรือเก่า เขาเลยพิจารณาระบบเป้าลวงของ บริษัทเทอร์มาที่ท่านว่าไว้ แม้เป็นระบบเก่าแต่ถ้าหากติดตั้งครบ ๔ ตำบลบนเรือแล้ว จะครอบคลุมได้ ๓๖๐ องศาหรือ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ที่อธิบายแล้วดีกว่าระบบใหม่ที่ท่านว่า แน่นอน ฉะนั้นผมภูมิใจกองทัพเรือว่าเขาตัดสินใจถูกตรงนี้ ใครก็อยากได้ของใหม่ ไม่มีใคร อยากได้ของเก่า เรื่องสินบนที่ตามมาไม่มีหรอกครับ ซึ่งระบบนี้ราคา ๔ ชุดนี่เขาก็ชดเชยให้ด้วย เพราะว่าเมื่อติดตั้งระบบใหม่แล้วเขาชดเชยให้ด้วย โดยติดตั้งระบบแท่นยิงเป้าลวงตอร์ปิโด ให้อีก ๔ แท่น ระบบที่ติดตั้งนั้นเป็นการลวงเป้าอากาศจากยุทธวิถีที่อยู่เหนือผิวน้ำแค่นั้นเองจบ ไม่มี แต่วันนี้เขาได้แถมระบบเป้าลวงตอร์ปิโดที่มาจากใต้น้ำได้ด้วย ครบทุกมิติของ กองทัพเรือ ด้วยเหตุนี้เมื่อกองทัพเรือดูแล้วว่าได้ระบบป้องกันตนเอง ระบบเป้าลวง ทั้งเครื่องบินและใต้น้ำด้วย ก็ดีกว่าเอาระบบใหม่ที่ท่านว่านั้นแต่ไม่ครอบคลุมถึง ๓๖๐ องศา เพราะฉะนั้นแล้วเอาอันนี้ดีกว่า เขาถึงได้พิจารณาอันนี้มา ซึ่งระบบนี้ติดตั้งในเรือของประเทศ ออสเตรเลีย และประเทศนิวซีแลนด์ และในกลุ่มประเทศนาโต้ (NATO) ด้วย เรื่องนี้ ทางกองทัพเรือก็บอกว่าในอาทิตย์หน้าจะแถลงข่าว จะชี้แจงสื่อทั้ง ๒ ประเด็นถึงเรื่องโครงการ ปรับปรุงเรือฟริเกตชุดเรือหลวงนเรศวรที่ผมว่าไว้นี้ และโครงการจัดหาเรือสนับสนุนปฏิบัติการ ทางเรือที่ได้อภิปรายไปแล้วต่อสื่อให้ชัดเจน นี่คือความกล้าหาญของกองทัพเรือ นี่คือ ความกล้าหาญที่จะกล้าเปลี่ยนระบบที่ใหม่จริง ทันสมัยจริง แต่ว่ากับเรือชุดนี้แล้วไม่แมทช์กัน เอาระบบเก่าที่มันใช้ได้ครบเหมือนกัน ตัวนี้อยู่ที่ตัวลูกครับ ลูกแชฟที่จะยิงออกมาเท่านั้นเอง ว่าจะกันอะไรได้เท่านั้นเอง ขอยิงมาให้ครบทุกทิศทางมันก็กันได้ แต่ถ้าระบบนั้นระบบใหม่ ที่ไปติดตั้งคือชุดเดียวมันก็มีที่เดียวพอ อันนี้มี ๔ ทิศมันก็เหมือนโบราณหน่อย แต่ว่าใช้ได้และ ยังใช้กันอยู่ ผมก็ขอเรียนให้ทราบ

สุดท้ายท่านสมาชิกที่อภิปรายกันไว้ว่าผมไม่ห่วงใยชีวิตของทหารเรือ ไม่เป็นความจริงครับ ผมเป็นทหารมาค่อนชีวิต แม้เป็นทหารอากาศ ผมรักทุกเหล่านะครับ เมื่อสักครู่นี้ผู้บัญชาการทหารเรือได้โทรศัพท์มาคุยกับผมเองเลยเรื่องนี้ท่านยืนยันนะครับ แล้วผมทราบดีว่าทหารลำบากอย่างไร เพราะฉะนั้นผมจะไม่เบี่ยงเบนประเด็น ท่านที่ไม่เคย เป็นทหารมาก่อน หรือเป็นทหารอย่างไม่ถูกต้องท่านยังรู้ไม่จริงในเรื่องนี้ ด้วยเหตุนี้ผมถึงได้ อนุมัติให้กองทัพเรือเปลี่ยนแปลงระบบดีคอยจากบริษัท ซาเจมเป็นบริษัท เทอร์มา เพราะเห็นชอบว่ากองทัพเรือนั้นทำได้ดี ระบบนี้ก็สามารถทำได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ในเรื่อง ต่าง ๆ นั้นผมก็ได้มอบหมายให้กับทางกองทัพต่าง ๆ ได้ดูแลเรื่องความโปร่งใสต่าง ๆ ด้วย หลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าในเรื่องของการเกณฑ์ทหารก็ดี หลาย ๆ เรื่องคงต้องทำ เรื่องสวัสดิการ ของกองทัพต้องทำหมด เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมก็เรียนให้ทราบว่าผมรักทหาร ตำรวจทุกคน แล้วผมจะเชื่อเขาว่าเขาตัดสินใจได้ถูกต้องในเรื่องการเลือกระบบนี้ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านศิริโชคมีอะไรครับ

นายศิริโชค โสภา สงขลา

ท่านประธานครับ ผม ศิริโชค โสภา นะครับ ขอใช้สิทธิในการพาดพิงเพราะว่าผมได้อภิปรายในเรื่องนี้ไป และท่านรัฐมนตรีก็หนีไปตั้งนาน แล้วตอนนี้กลับมาผมก็นึกว่าจะมีอะไรเด็ด ๆ ก็พูดในสิ่งที่ผมพูดไปแล้ว ผมก็เลยต้องการ ชี้แจงให้ท่านรัฐมนตรีได้เห็นอีกครั้งหนึ่ง

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ครับ ท่านใช้สิทธิพาดพิงในเฉพาะที่ท่านเสียหาย ถ้าท่านจะชี้แจงต่อไม่ได้ครับ ท่านต้องบอกท่านเสียหายตรงไหนก็ชี้แจงตรงนั้น เฉพาะประเด็นที่ท่านเสียหาย แต่จะใช้สิทธิ ไม่ได้

นายศิริโชค โสภา สงขลา

คือนอกจากผมเสียหายแล้วนะครับ กองทัพเรือก็ยังเสียหาย เพราะว่าลูกเรือ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาในส่วนที่ท่านเสียหาย ท่านไม่ต้องชี้แจงแทนกองทัพเรือครับ เอาเฉพาะที่ท่านเสียหายพอ ตามข้อบังคับ

นายศิริโชค โสภา สงขลา

ท่านประธานครับ ผมเรียนว่าเมื่อสักครู่ ที่ท่านรัฐมนตรีพูดไปทำให้ดูเสมือนว่าผมพูดเรื่องที่ไม่เป็นจริง ผมก็เลยมีความจำเป็นต้อง อธิบายให้ท่านประธานได้เข้าใจว่าสเปกของเรือไม่ใช่คิดกันเล่น ๆ เขามีสิ่งที่เราเรียกว่า ฝ่ายเสนาธิการ และฝ่ายเสนาธิการประกอบไปด้วยบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเป็นสิบครับ จบดอกเตอร์มาจากหลาย ๆ หน่วยงาน เขามานั่งประชุมกัน เขาไปตรวจที่เรือทั้ง ๒ ลำครับ แล้วไปเอาข้อมูลมา แล้วสุดท้ายทำออกมาเป็นสเปกครับ ที่เราเรียกว่าทีโออาร์ ผมเรียน ให้ท่านประธานเห็นอีกครั้งหนึ่ง คุณลักษณะเฉพาะความต้องการของฝ่ายเสนาธิการ สตาฟ รีไควเมนท์ เอสอาร์ ทีโออาร์ ให้ท่านรัฐมนตรีได้ดูอีกทีครับ ระบบเป้าลวงเขาสเปกมาไว้เป็น แท่นหมุนตั้งแต่ต้น ท่านจะบอกว่าฝ่ายเสนาธิการของทหารเรือไม่มีความสามารถหรือครับ กำหนดสเปกที่ผิดพลาดตั้งแต่ต้นอย่างนั้นเลยหรือครับ ผมไม่เชื่อว่าท่านจะดูถูก ความรู้ความสามารถของฝ่ายเสนาธิการของ ทร. ถึงขนาดนี้นะครับ แต่ไม่เป็นไรครับ สิ่งที่ท่านพูดมาก็ไม่เป็นจริงอีกครับ เพราะว่าในเอกสาร ครม. ท่านกำลังจะบอกผมว่าเอกสาร ครม. นี่เป็นเท็จหรือครับ เพราะว่าคนที่เสนอเปลี่ยนปรากฏว่าไม่ใช่ ทร. ในเอกสารบอกว่า บริษัท ซาบได้ยื่นข้อเสนอทางด้านเทคนิคเป็นคนขอเปลี่ยน วันนี้ท่านมาโกหกสภาบอกว่า ทร. ไปพิจารณาร่วมกับเขาแล้วก็เลยคิดว่าตรงนี้ดีกว่า แต่นี่ผมอ่านด้วย ๒ ตานะครับ เอกสาร ครม. เขียนว่าบริษัทเสนอครับ บริษัทยื่นข้อเสนอ แล้ววันนี้ท่านมาบอกว่าตกลง บริษัทไม่ได้ยื่นข้อเสนอ ท่านไปตกลงกันเองหรือครับ ผมกราบเรียนท่านประธาน ประเด็นสุดท้ายครับ แล้วท่านรัฐมนตรีเองก็ยอมรับว่าระบบนี้ดีกว่าเยอะครับ ทันสมัย กว่าเยอะ แล้วก็แพงกว่าเยอะครับ แต่ทำไมล่ะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านศิริโชคครับ เอาเฉพาะที่ท่านเสียหาย ท่านอภิปรายซ้ำไม่ได้ครับ ที่ท่านเสียหาย ประเด็นไหนบอกมา

นายศิริโชค โสภา สงขลา

แล้วเวลาเจรจาต่อรองราคา ทำไมลดต่ำกว่า ราคากลางแค่ ๑,๐๐๐ บาท จากเบนซ์รุ่นออปชันเต็ม มาเป็นฮอนด้าร้าย ๆ นี้ครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านศิริโชคครับ ท่านใช้สิทธิอภิปรายซ้ำไม่ได้ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ที่ท่านพูด ๒ ประเด็นนะครับ

๑. บอกว่าฝ่ายเสนาธิการบอกดี แล้วบริษัทเป็นคนเสนอ บริษัทจะเสนอ ได้อย่างไรครับ ต้องผ่านกองทัพเรือเสนอมา ไม่มีบริษัทเสนอหรอกครับ นั่นเป็นเพียงแต่ ใบเฉย ๆ ว่าอันที่เสนอมาไม่ได้ก็ขออันนี้ ต้องผ่านกองทัพเรือพิจารณามา เขาไม่โง่เสนอ มาถึงผมหรอกครับ เป็นไปไม่ได้หรอกครับ หนังสือทั้งหลายต้องมาจากกองทัพเรือ มาถึงผม แล้วไปถึง ครม. เป็นไปได้อย่างไร

เรื่องที่ ๒ ที่บอกว่าราคาต่ำกว่า ๑,๐๐๐ บาท นั่นมันราคาทั้งระบบ ไม่ใช่ ราคาเฉพาะตรงนี้ เขาบอกเลยว่าระบบของบริษัท ซาเจมน่าจะประมาณสัก ๓๐๐ ล้านบาท ประมาณนะครับ แต่ระบบของบริษัท เทอร์มาน่าจะประมาณสัก ๒๐๐ ล้านบาท ถูกกว่ากัน ๑๐๐ ล้านบาท เฉพาะตรงนี้ แต่ที่ต่างกัน ๑,๐๐๐ บาท เรื่องของระบบทั้งระยะทั้งโครงการ อันนั้นไม่เกี่ยวกัน มันรวมอีกหลาย ๆ สิบระบบที่อยู่ในเรือนั้น ยังพูดไม่จบ เรียนให้ทราบครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านถาวร เสนเนียม ท่านศิริโชคไม่ให้ตอบโต้กันไปมาท่านขอใช้สิทธิพอแล้วครับ ท่านบอกท่านไม่ได้อ่านก็พอแล้วครับ

นายศิริโชค โสภา สงขลา

ขอให้ท่านประธานดูครับ ท่านประธานนี่คือ เอกสารแนบท้ายเสนอ ครม. ดูนะครับ ข้อ ๒.๖.๑ บริษัท ซาบครับได้ยื่นข้อเสนอ ทางด้านคุณสมบัติมันชัดเจนอยู่แล้วครับ ท่านไปดูสิครับก่อนที่มาตอบผม ลองไปอ่านเองครับ ไปอ่านเองครับ แล้วค่อยมาตอบใหม่ครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านถาวรครับ เชิญครับ

นายถาวร เสนเนียม สงขลา 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายถาวร เสนเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสงขลา สิ่งที่ผมจะกราบเรียนท่านประธานเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทยในขณะที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมต่อไปนี้ เป็นเรื่องของการส่อทุจริต ส่อผิดกฎหมาย และผมขออนุญาตท่านประธาน สิ่งที่ผมจะใช้ประกอบการอภิปรายก็คือฟลิป ชาร์ท (Filp chart) ประมาณ ๔๕ แผ่น แล้วก็จะภาพฉายขึ้นบนจอตามระบบ ท่านประธานครับ ผมกล่าวหาท่านว่าท่านส่อทุจริต ส่อผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อ หน่วยงานของรัฐ มาตรา ๑๐ บัญญัติเอาไว้ว่า เจ้าหน้าที่รัฐรู้หรือมีพฤติการณ์ปรากฏแจ้งชัด ว่าควรรู้ว่าการเสนอราคาในครั้งนั้นมีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ละเว้น ไม่ดำเนินการเพื่อให้มีการยกเลิกการดำเนินการเกี่ยวกับการเสนอราคาในครั้งนั้นถือว่า เป็นความผิด มาตรา ๑๒ เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มี การแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็น ผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ มีความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ มาตรา ๑๓ ผู้ดำรง ตำแหน่งทางการเมืองกระทำการอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ถือว่าให้เป็นความผิด ดังที่กล่าวมาแล้วต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่เจ็ดปีถึงยี่สิบปีหรือจำคุกตลอดชีวิตและปรับ ตั้งแต่หนึ่งแสนสี่หมื่นบาทถึงสี่แสนบาท ท่านประธานครับ เอกสารที่วางกองอยู่บนโต๊ะหน้าผม ซึ่งกำลังอภิปรายนั้นเป็นเอกสารสัญญาที่ ฯพณฯ เห็นชอบตามเสนออนุมัติตามระเบียบ นั่นคือให้จัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ ท่านเห็นชอบทั้งหมด ๑๖ สัญญา รองปลัดกระทรวงคมนาคม เห็นชอบจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ ๑๐ สัญญารวม ๒๖ สัญญา การอภิปรายครั้งนี้กราบเรียน ไปยังท่านรัฐมนตรีว่าไม่ใช่เป็นการแก้แค้น แต่เป็นการทำหน้าที่แทนพี่น้องประชาชน ในการตรวจสอบสิ่งที่ท่านพูดถึงบางเรื่องว่าท่านเคยร้องเรียนอดีตรัฐมนตรีท่านหนึ่งต่อ ป.ป.ช. กราบเรียนว่าท่านอาจจะติดตามข้อมูลผิดพลาด เพราะ ป.ป.ช. ได้มีมติเอกฉันท์ ว่าไม่มีมูลไปแล้ว สิ่งแรก ท่านประธานครับ หลักฐานที่วางกองอยู่นี้เป็นหลักฐาน มัดการทุจริต มัดทุจริตอย่างไร เอกสารทั้ง ๒๖ แฟ้มเป็นสัญญาจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ ในการขุดลอกร่องน้ำ ๑ โครงการ ๒๖ สัญญา ๒๖ รายการเป็นการอนุมัติเห็นชอบ ด้วยวิธีพิเศษ ถามว่าการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษหมายถึงไม่ได้มีการประมูลหรือไม่ ได้มีการประกวดราคาตามปกติ แต่ทั้ง ๒๖ สัญญา กรมเจ้าท่าที่ท่านกำกับดูแลได้ดำเนินการ เชิญนิติบุคคลผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องให้มาเสนอราคาด้วยวิธีพิเศษทั้งหมด ๑๔ นิติบุคคล มีทั้งบริษัทและห้างหุ้นส่วนจำกัด การดำเนินการดังกล่าวถามว่าทำไมเชิญชวนแค่ ๑๔ นิติบุคคล ทำไมไม่เป็น ๒๐ ทำไมไม่เป็น ๓๐ ท่านอาจจะตอบว่าก็เพื่อให้เกิดความรวดเร็วและมีอีกหลายบริษัทที่เขาร้องมาเขาบอกว่า เขาอยู่ในพื้นที่เขาก็เคยเป็นคู่สัญญากับกรมเจ้าท่าเขาไม่ได้รับโอกาสให้เข้ามาเสนอราคา เพราะไม่ได้รับการเชิญชวน และไม่ได้ใช้ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารเพื่อให้ทราบโดยทั่วกัน ท่านประธานครับ ในการดำเนินการดังกล่าวนี้เป็นการหลีกเลี่ยงการแข่งขันอย่างเป็นธรรม เพื่อประโยชน์ของผู้เสนอราคาทั้ง ๑๔ เจ้าของธุรกิจ เพื่อประโยชน์ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในกรมเจ้าท่าและกระทรวงคมนาคมและเพื่อประโยชน์ของท่านรัฐมนตรี ท่านประธานครับ นอกจากนั้นมีการล็อกพื้นที่เอื้อประโยชน์แก่พวกพ้องและประกบกันเพื่อผลัดเปลี่ยนกัน เป็นผู้ได้งาน ผลัดเปลี่ยนกันเสนอประกบเพื่อให้ดูดี ดังนั้นเมื่อเอกสารขออนุมัติมาที่ท่านทั้ง ๆ ที่ ท่านรู้ก่อนแล้วท่านก็อนุมัติเห็นชอบไปโดยไม่สั่งการยกเลิก ท่านประธานครับ คลิปต่อไปครับ การดำเนินการดังกล่าวนี้เป็นการยกเหตุแห่งความเสียหายมาอ้าง ความเสียหายอะไรครับ ท่านประธาน เป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นจากมหาอุทกภัยเมื่อปี ๒๕๕๔ ทุกคนทราบว่า พื้นที่ ๖๕ จังหวัดโดยประมาณที่ได้รับความเสียหายอย่างมาก ครัวเรือน ๔,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ที่ได้รับผลกระทบ พี่น้องประชาชน ๑๓ ล้านคนโดยประมาณได้รับผลกระทบ ประชาชน ถึงแก่ความตาย ๗๐๐ กว่าคน เป็นข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขและเป็นข้อมูลจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ความเสียหายทางเศรษฐกิจ ๑.๔ ล้านล้านบาทและอีกมากมาย ที่สำคัญที่สุดก็คือการยกเหตุแห่งความสูญเสียมาอ้างว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน เป็นเรื่องจำเป็น เป็นเรื่องฉุกเฉิน ท่านประธานครับ มาดูว่าหนังสือพิมพ์เดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัลได้ลงตีพิมพ์ ว่ารัฐบาลนี้ได้รู้ล่วงหน้าถึง ๒ เดือนแต่แก้ไขเพียงเล็กน้อย จะอ้างเหตุสุดวิสัยไม่ได้ ผมให้ท่านประธานดูภาพที่จังหวัดนครสวรรค์ซึ่งได้รับความเสียหาย จังหวัดกำแพงเพชร นี่คือบางตัวอย่างที่พี่น้องประชาชนต้องทนทุกข์ทรมานที่ ฯพณฯ ได้อ้างว่าเป็นเหตุจำเป็น เร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูเยียวยาให้กับพี่น้องประชาชนเหล่านี้ ท่านประธานครับ หลังจากอ้างเหตุ แล้วดำเนินการอย่างไรต่อไป ได้วางแผนทุจริตครับ การวางแผนทุจริตทำผิดกฎหมาย ของรัฐบาลนี้ก็คือได้ขอเงินงบกลาง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อบอกว่านำไปแก้ไขเยียวยา อันเป็นเหตุผลเร่งด่วนในการจัดซื้อเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนไม่ให้ได้รับอุทกภัย ถ้ามีน้ำหลาก แล้วที่สำคัญก็คือถ้าขุดลอกร่องน้ำจะได้กักเก็บน้ำไว้ใช้ในยามหน้าแล้ง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท พรรคประชาธิปัตย์ของผมที่นั่งอยู่ที่นี่ได้อภิปรายในคราวพิจารณา งบประมาณคราวที่แล้วบอกว่าให้รัฐบาลช่วยดำเนินการแจกเอกสารว่าท่านจะทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ท่านบอกว่าไม่ได้ ๆ เพราะเหตุอะไรครับ เพราะเหตุว่าจะเกิดความยาก ต่อการตรวจสอบเมื่อไม่ให้และที่สำคัญนำไปสู่การทุจริตได้ง่ายด้วย ท่านประธานครับ หลังจากนั้นการดำเนินการตามแผนที่วางเอาไว้ทำอย่างไร วันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๔ ฯพณฯ ชัจจ์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมได้เสนอของบประมาณต่อ คณะรัฐมนตรีเพื่อขุดลอกร่องน้ำ ๗ ร่องน้ำ คือ แม่น้ำปิง แม่น้ำวัง แม่น้ำยม แม่น้ำน่าน แม่น้ำชี แม่น้ำมูล แม่น้ำป่าสัก ๑ โครงการ ๒๖ รายการ ครม. ได้อนุมัติให้ในวงเงิน ๑,๒๑๕ ล้านบาท ตัวเลขเต็ม ๆ ครับ หลังจากนั้นวันที่ ๓๑ มกราคม การปล่อยทิ้งห้วงระยะเวลาจาก ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๔ ซึ่ง ครม. อนุมัติวงเงินให้ไปแล้ว โดยอ้างว่าจำเป็นเร่งด่วน อ้างกรณีฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือ พี่น้องประชาชน แต่กลับปล่อยปละละเลยห้วงเวลาไว้ถึง ๕๐ วัน แล้วหลังจากนั้นจนกระทั่ง วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๕ กรมเจ้าท่าซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับของท่านได้ทำหนังสือถึง สำนักงบประมาณเพื่อที่จะขอใบจัดสรร สำนักงบประมาณให้ความร่วมมือเต็มที่ครับ ท่านประธาน วันรุ่งขึ้นคือวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ สำนักงบประมาณก็ออกใบจัดสรร และใบจัดสรรดังกล่าวก็ส่งไปที่กรมบัญชีกลาง และ สตง. ท่านประธานครับ เมื่อได้รับ ใบจัดสรรแล้วปล่อยปละละเลยเวลาไว้ถึงวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ กรมเจ้าท่าท่านเปิดไฟเขียว ให้ขออนุมัติจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ วันที่ ๘ อธิบดีกรมเจ้าท่าก็อนุมัติให้จัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ โดยอ้างหนังสือของกรมบัญชีกลางว่าออกเมื่อวันที่ ๖ เปิดโอกาสให้หน่วยราชการสามารถ ใช้วิธีพิเศษได้ถ้าไม่สามารถจัดซื้อหรือจัดจ้างได้ทันเวลา แต่อย่างไรก็ตามในหนังสือดังกล่าว ได้ระบุไว้ว่าส่วนราชการจะต้องควบคุม กำกับดูแลให้ได้ผู้รับจ้างที่มีคุณภาพ มีความพร้อม เพื่องานแล้วเสร็จตามวัตถุประสงค์ ท่านประธานครับ ในช่วงนี้มีการลือกันให้แซดว่า คนของ ฯพณฯ ด้วยความเห็นชอบของ ฯพณฯ ได้นำงานไปขาย ถ้างาน ๕๕ ล้านบาท รอรับเงินทอนมา ๒๕ ล้านบาท และผู้ที่ได้งานก็จะได้ในราคา ๓๐ ล้านบาท การปล่อยทิ้ง ช่วงระยะเวลาดังกล่าวนี้เป็นการปล่อยทิ้งช่วงอย่างมีเลศนัย ผิดหลักการที่เคยขอไว้ ต่อคณะรัฐมนตรี สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือในหนังสือดังกล่าวขออนุมัติ จัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ และหลังจากนั้นท่านถวัลย์รัฐ อ่อนศิระ อธิบดีกรมเจ้าท่าได้อนุมัติตามเสนอ มีเอกสารหลักฐานยืนยัน ส่วนการอ้างวันที่ ๖ ก็คือคณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ ได้ระบุเอาไว้ว่าจะต้องหาผู้รับจ้างที่มีคุณภาพและเลือกที่มีศักยภาพ มีความพร้อม เพื่อดำเนินการตามโครงการให้แล้วเสร็จตามวัตถุประสงค์ แต่อย่างไรก็ตามในหนังสือฉบับนี้ ยังบอกอีก ในช่วงเวลาที่ยังสามารถจัดจ้างด้วยวิธีธรรมดา หรืออีออกชัน (e-Auction) ได้ เขาร่นระยะเวลาให้กับส่วนราชการที่ท่านกำกับดูแลว่าให้ใช้เวลา ๒๘ วันก็สามารถ ที่จะจัดจ้างด้วยวิธีธรรมดาได้ นั่นคือหนังสือของกรมบัญชีกลาง ฉบับลงวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ท่านประธานครับ หลังจากนั้นกระบวนการทุจริตก็เริ่มทันทีเมื่อได้รับอนุญาต ได้รับอนุมัติ วางแผนเรียบร้อยว่าได้มีโอกาสจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ กรมเจ้าท่า ก็มีหนังสือเชิญชวนไปยังนิติบุคคลหรือผู้ประกอบการ ๑๔ รายเท่านั้น จริง ๆ แล้วยังมี นิติบุคคลอีกเยอะแยะใน ๗ ลุ่มน้ำที่สามารถเข้ามาแข่งขันได้แต่ไม่เชิญชวน นี่มันส่อทุจริต ส่อฮั้ว ส่อล็อกบริษัท ส่อล็อกพื้นที่เพื่อเปิดโอกาสให้คนของฝ่ายการเมืองได้มีโอกาสได้งาน ๑๖ กุมภาพันธ์มีหนังสือเชิญชวน ๑๗ กุมภาพันธ์ระบุว่าให้มารับเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อยื่นเอกสารเสนอราคา และ ๒๐ กุมภาพันธ์เวลาช่วงเช้าให้มีการเสนอราคาแข่งขันกัน ห้วงระยะเวลาวันที่ ๑๗ ถึงวันที่ ๒๐ มีระยะเวลาเพียง ๓ วัน ถ้าไม่มีการรู้กันมาก่อน ไม่มีการฮั้วกันมาก่อน การเตรียมความพร้อมในเรื่องเอกสารในเรื่องหลักฐาน ในเรื่องไปดูพื้นที่ ที่จะขุดเพื่อที่จะเอาดินไปวางกองตรงไหน อย่างไร ที่กำหนดไว้ในทีโออาร์ ไม่สามารถทำได้ นอกเหนือจากรู้กัน ท่านประธานครับ การจัดการล่วงหน้าเช่นนี้มันส่อว่าจะฮั้วและท่านรู้แล้ว ท่านประธานครับ ผมชี้ให้เห็นอีกที ได้รับอนุมัติเงินงบประมาณ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๔ แล้วได้รับอนุมัติจัดจ้าง ด้วยวิธีพิเศษเมื่อ ๘ กุมภาพันธ์ เป็นระยะเวลา ๕๘ วัน ถ้านับ ๑๒ ธันวาคมถึง ๒๐ กุมภาพันธ์วันที่ยื่นซองประกวดราคาและเห็นชอบในการจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ ๗๐ วัน ถ้านับมาถึงวันที่ ๒๒ มีนาคมวันที่ ฯพณฯ เห็นชอบให้จัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ ๙๙ วัน ทั้ง ๓ ตัวเลขนี้เกิน ๒๘ วันที่ท่านสามารถจัดจ้างด้วยวิธีอีออกชันได้ ท่านประธานครับ เมื่อมีการเอางานไปขายผู้รับจ้างได้รับงานไปมีเงินค่าจ้างซึ่งหักออกไปประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เหลือเนื้อเงินสำหรับผู้รับจ้างจริง ๆ ประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์งานจึงออกมา ไม่มีคุณภาพและทำไม่เสร็จ ถัดไปครับ ข้อบ่งชี้ในการทุจริตด้วยการกำหนดทีโออาร์ ท่านประธานมาลองดู ๒๖ สัญญาดังกล่าวนี้ ๑. ปริมาณดินที่จะขุดหรือทรายที่จะขุดมีอยู่ ๓ ตัวเลข ตัวเลขแรกก็คือ ๘๐๐,๐๐๐ คิว ตัวเลขที่ ๒ ๑,๖๐๐,๐๐๐ คิว ตัวเลขที่ ๓ ๑,๘๐๐,๐๐๐ คิว ถ้าเอาตัวเลขนี้มาดูผมหยิบเอาที่ตัวเลขกลาง ๆ คือ ๑,๖๐๐,๐๐๐ คิว ซึ่งวงเงินที่จัดจ้างประมาณ ๕๕ ล้านบาทเศษ ท่านประธานครับ ถ้าเอาดินหรือทราย ๑,๖๐๐,๐๐๐ คิวมาวางกอง ถ้ากองสูง ๑ เมตรจะต้องใช้พื้นที่วางทรายหรือวางดิน ๑,๐๐๐ ไร่ ถ้าวางกองสูง ๒ เมตรใช้พื้นที่ ๕๐๐ ไร่ ถ้าวางกองสูง ๓ เมตรใช้พื้นที่ ๓๓๓ ไร่ ถ้าวางกอง ๔ เมตรนั่นจะต้องใช้พื้นที่ ๒๕๐ ไร่ ถ้าวางกองสูง ๕ เมตรใช้พื้นที่ ๒๐๐ ไร่ อยากให้ ฯพณฯ ไปดูครับ อยากให้ท่านประธานไปดูด้วย และอยากให้ ส.ส. ในพื้นที่ ๗ ลุ่มน้ำไปดูว่าการอ้างอิงเพื่อประโยชน์พี่น้องประชาชน เพื่อประโยชน์แก่ทางราชการนั้น การดำเนินการดังกล่าวนี้ ฯพณฯ คิดอย่างไรจึงไม่มีเนื้องานที่ผมจะยอมรับได้ ท่านประธานครับ นอกนั้นการดำเนินการดังกล่าวนี้ปรากฏว่าในหนังสือเชิญชวน ลงวันที่ ๑๖ ให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด เสนอราคาเพื่อแข่งขันกันตามการจ้างด้วยวิธีพิเศษ บางบริษัทเอาบริษัทบีแล้วนะครับตั้งอยู่ที่ จังหวัดนครสวรรค์ไปทำสัญญาเช่าเครื่องจักร ลงวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ซึ่งเป็นการตรงกับ วันที่ได้รับเอกสาร เอาละอาจจะมีความรวดเร็วในการทำงาน ดูอีกบริษัทหนึ่งบริษัท เอส เอกสารอยู่ในนี้หมดครับ ไปทำสัญญากันไว้ฉบับลงวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ เพื่อที่จะเอา เครื่องจักรนั้นมาขุดลอกร่องน้ำให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ถ้าไม่รู้กันล่วงหน้าจะทำสัญญา ล่วงหน้าได้อย่างไร และที่สำคัญที่สุดทั้งวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ของบริษัท บีและวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ของบริษัท เอสระบุร่องน้ำได้ถูกต้องตามที่ยื่นซองเสนอราคาในการจัดจ้างพิเศษ ปรากฏว่าบริษัท บีบอกว่าจะเอาไปขุดลอกแม่น้ำปิงตอนที่ ๓ ก็ได้งานตามนี้ บริษัท เอส บอกว่าจะไปขุดร่องน้ำที่แม่น้ำปิงตอนที่ ๑ ก็ได้ตามนี้ นั่นคือสิ่งที่บ่งชี้อีกประการหนึ่ง และบางข้อบางประการ เช่นห้างหุ้นส่วนจำกัด สิน ชื่อย่อนะครับ หจก. สินบอกว่า เอาเครื่องจักรที่เช่านี้ไปขุดลอกร่องน้ำ ๓ ตอน คือ จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดบุรีรัมย์ นั่นคือแม่น้ำมูล ปรากฏว่าก็ได้งานทั้ง ๓ จังหวัดนี้ และที่สำคัญ ท่านรองปลัดกระทรวงคมนาคมคือท่านศิลปชัย จารุเกษมรัตนะ ท้วงติงว่าบริษัทดังกล่าวนี้ ได้งานไปมากกว่า ๑ งานมีเครื่องจักรอยู่เพียงชุดเดียวจะทำทันหรือ ขอให้ไปดำเนินการแก้ไข ปัญหาในเรื่องนี้ ฯพณฯ ในฐานะเป็นผู้กำกับจะอ้างว่าเป็นเรื่องของข้าราชการประจำไม่ได้ เพราะท่านเป็น ผู้รับผิดชอบเม็ดเงินงบประมาณ ท่านประธานครับ ที่สำคัญที่สุดเป็นการสับขาหลอก ต้มพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ สตง. และ ป.ป.ช. ๒๖ สัญญา กำหนดราคากลางไว้อย่างนี้ สูงมาก วงเงินงบประมาณแถวนี้ทั้งหมด การที่กำหนดราคากลางให้สูงกว่าเงินงบประมาณ เป็นเรื่องผิดปกติ ตัวเลขที่แตกต่าง นั่นคือราคากลางสูงกว่าเม็ดเงินงบประมาณคือตัวแดง ทั้งหมด ตั้งแต่ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ลงไปทุกรายการ ๒๖ รายการ เป็นการสับขาหลอกเพราะเหตุว่า เมื่อมีการยื่นซองประกวดราคาก็จะได้อ้างว่าต่ำกว่าราคากลาง ถ้าสูงกว่าเม็ดเงินงบประมาณสักนิด หรือเท่ากับเม็ดเงินงบประมาณสักนิดก็จะได้จัดจ้างหรือต่อรองได้ นั่นเป็นการสับขาหลอก ไม่ให้พี่น้องประชาชนสงสัย เอ๊ะ หมายความว่าอย่างไร ไม่มีที่ไหนหรอกครับ กำหนดราคากลางให้สูงกว่าเงินที่ตัวเองมีอยู่ในกระเป๋าที่จะไปจ้างใครสักคนหนึ่งมาขุดลอก ร่องน้ำ มีรายการนี้ละครับ ทีนี้มาดูว่าการจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ เช่นโครงการแม่น้ำปิงตอนที่ ๒ ๕๕,๒๐๐,๐๐๐ บาท อันนี้ปรากฏว่าลดให้ ๘,๐๐๐ บาท จ้างในวงเงิน ๕๕,๑๙๒,๐๐๐ บาท และอยากจะชี้ให้เห็นว่าจำนวนที่ลดไปทั้งหมดนี้ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าบาทจากเม็ดเงิน ๑,๒๐๐ กว่าล้านบาท รายละเอียดเดี๋ยวผมจะส่งให้ ป.ป.ช. แต่อยากกราบเรียน พี่น้องประชาชนทางบ้านว่าทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้เป็นการสับขาหลอก แต่ สตง. เขามี ความฉลาดพอ ผมได้มีโอกาสไปพบ สตง. เขาบอกตรวจไม่ค่อยทันแล้วท่าน ส.ส. โดยเฉพาะ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เกือบจะทุกสัญญาเกือบทุกรายการมีการฮั้วมีการกินมีการทุจริตกัน ทั้งหมด ท่านประธานครับ ทีนี้ผมจะเปรียบเทียบให้แลเห็นว่าเมื่อปี ๒๕๕๔ ก็เคยมีจัดจ้าง โดยกรมเจ้าท่า อย่างเช่นมีการจัดจ้างขุดแม่น้ำเลยที่วังสะพุงด้วยปริมาณงาน ๘๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร หรือ ๘๐๐,๐๐๐ คิว มีการทำอีออกชัน ปรากฏว่าแข่งกันทั้งหมด ๑๓ บริษัท จากวงเงินงบประมาณที่มีอยู่ ๒๘,๘๐๐,๐๐๐ บาท อีออกชันสู้ราคากันไป สู้ราคากันมา คนที่เสนอราคาต่ำสุดคือ ๑๕ ล้านบาท จาก ๒๘ ล้านบาท นั่นคือราคาคิวละ ๑๙.๗๔ บาท ตามเอกสารเปรียบเทียบ สำหรับการจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๕๕ หลังจากปีที่แล้วเพียงไม่กี่เดือน งาน ๘๐๐,๐๐๐ คิวเหมือนกัน จัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ ๒๗,๖๐๐,๐๐๐ บาท นั่นคือคิวละ ๓๔.๕๐ บาท ส่วนต่าง ๑๔ บาทเศษ ๆ เขาลือกันว่า ไปอยู่ที่ ฯพณฯ ไปอยู่ที่เจ๊คนหนึ่งมีอิทธิพลในภาคเหนือ และไปแบ่งกันกับข้าราชการ ภายใต้การกำกับของท่าน ท่านจะชี้แจงอย่างไร ถ้าจะเปรียบเทียบกับ ๑,๖๐๐,๐๐๐ คิว กับ ๘๐๐,๐๐๐ คิว ก็ได้ตัวเลขเท่ากัน สิ่งสำคัญที่สุดคือท่านเห็นชอบตามเสนอ อนุมัติ ตามระเบียบ เอกสารทั้งหมดที่ท่านอนุมัติเห็นชอบอยู่ในนี้ ท่านประธานครับ ไปข้อ ๗ ชัดยิ่งกว่าชัดในการสมยอมเพื่อเสนอราคา เราไปดูกันที่โครงการขุดลอกแม่น้ำปิงตอนที่ ๒ จังหวัดนครสวรรค์ เอาบริษัท บีครับ บริษัทที่เสนอประกบ เห็นไหมครับเสนอประกบราคา เท่ากันหมด ๖๐,๗๙๓,๐๐๐ บาท บริษัทที่ ๒ เสนอประกบ ๖๐,๗๙๓,๐๐๐ บาท บริษัทที่ ๓ ๖๐,๗๙๓,๐๐๐ บาท เอ๊ะ มันนัดกันมาอย่างไร มันนัดกันมาอย่างไรที่เขียนตัวเลขประกบเท่ากัน และผู้ที่ได้ ในการเซ็นสัญญาครั้งนี้เสนอต่ำกว่าคนอื่นไป ๓,๐๐๐ บาท หลังจากนั้นก็ต่อรองให้ดูดี ก็จัดจ้างกันเหลือ ๕๕,๑๙๒,๐๐๐ บาท แม่น้ำปิงตอนที่ ๓ ผู้เสนอประกบราคา ๕๙,๕๘๔,๐๐๐ บาท ทั้ง ๓ บริษัท และบริษัทที่จะได้คือบริษัท บีเหมือนกัน แม่น้ำปิงตอนที่ ๒ แล้วมาแม่น้ำปิงตอนที่ ๓ ต่อเนื่อง เสนอ ๕๙,๕๘๔,๐๐๐ บาท ตัด ๔,๐๐๐ บาทออกไป หลังจากนั้นก็มีการต่อรองราคาเหลือ ๕๕,๑๙๒,๐๐๐ บาท ไม่เนียนเลย ท่านประธานครับ ถ้าจะจัดฮั้วต้องให้เนียนกว่านี้อย่าให้เขาจับได้ ถัดไป ท่านประธานครับ แม่น้ำปิงตอนที่ ๔ ได้ห้างหุ้นส่วนจำกัด เล็ก ผู้ที่ประกบก็คือบริษัท บี หมายความว่าถ้าบริษัท บีได้ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เล็กเสนอประกบ ถ้าห้างหุ้นส่วนจำกัด เล็กได้ บริษัท บีเสนอประกบ ผลัดกันไปผลัดกันมาไอ้นี่มันชัดยิ่งกว่าชัด เพื่อรวดเร็วนะครับ แล้วไปดูที่น่าเกลียดยิ่งกว่านี้ ๖ สัญญาต่อไปนี้น่าเกลียดมาก สีแดงเป็นบริษัทที่ได้ห้างหุ้นส่วนจำกัด สินเจริญสนม ผู้ที่ประกบก็คือห้างหุ้นส่วนจำกัด วัชรขจร ได้หมด ๓ สัญญา อันนั้นแม่น้ำมูล พอมาถึง แม่น้ำป่าสักผู้ที่เสนอประกบซึ่งได้งานไปแล้วในตอนนี้นั่นคือห้างหุ้นส่วนจำกัด วัชรขจรได้ ห้างหุ้นส่วนจำกัด สินเจริญสนมประกบ ห้างหุ้นส่วนจำกัด วัชรขจรได้ ห้างหุ้นส่วนจำกัด สินเจริญสนมประกบ เห็นไหมครับ ผิดปกติไหมครับ ท่านตรวจแฟ้ม ท่านดูเอกสารรายละเอียดจะบอกว่าลูกน้องต้มไม่ได้ครับ ท่านจะอ้างว่ารู้เฉพาะในเรื่องของ นโยบายก็ไม่ได้ ท่านประธานที่เคารพ นั่นคือสิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานให้แลเห็นว่า ฮั้วกันชัด ๆ ไปข้อ ๘ ปฏิบัติ ละเว้นการปฏิบัติโดยมิชอบ เห็นชอบตามเสนอ อนุมัติตามระเบียบ ที่ผมกราบเรียนท่านประธาน รู้หรือควรรู้ไหม ไม่ต้องอมพระมาพูด ส่วน (ตรวจ) แฟ้ม ที่วางอยู่หน้าผมนี่ถ้าบอกว่าไม่รู้ซึ่งเอกสารทั้งหมดนี้อยู่ในแฟ้มนี้ ฟังไม่ขึ้น รู้แล้วเพิกเฉยไหม ทำไมไม่สั่งยกเลิก พ.ร.บ. ที่ผมอ้างถึงตั้งแต่ต้นนั้นเป็นพระราชบัญญัติเกี่ยวข้องกับ การต่อต้านการฮั้วในมาตรา ๑๐ เขาเขียนว่าถ้ารู้แล้วไม่ยกเลิกท่านมีความผิด มีโอกาสติดคุก ถึงตลอดชีวิต ท่านประธานที่เคารพ ดูสัญญาทั้งหมด ๑๖ สัญญาที่ท่านเห็นชอบอนุมัติ ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ตัวเลขน่าสนใจ หจก. บีผู้เสนอประกบเท่ากันหมดแม่น้ำปิงตอนที่ ๒ ๖๐,๗๙๓,๐๐๐ บาท ก็เหมือนกันเท่ากัน ผู้ที่จะได้งานลดราคาให้ต่ำกว่าคนอื่นไป ๓,๐๐๐ บาท จาก ๖๐ ล้านบาท แล้วที่สำคัญที่สุดสับขาหลอก หลอกต้มพี่น้องประชาชน ต่อรองให้ต่ำกว่าเม็ดเงินงบประมาณหน่อยก็ได้งานไป แม่น้ำปิงตอนที่ ๓ บริษัท บีได้ ผู้ที่เสนอต่ำสุดคือ ๕๙,๕๘๐,๐๐๐ บาท ผู้ที่เสนอประกบ ๕๙,๕๘๔,๐๐๐ บาททั้ง ๓ บริษัท ตรวจแฟ้มไม่เจอใช่ไหมครับท่านรัฐมนตรี ตรวจให้ละเอียดกว่านี้ถ้าอยากจะเป็นรัฐมนตรีต่อ แม่น้ำปิงตอนที่ ๔ ทีนี้ห้างหุ้นส่วนจำกัด เล็กได้ หลังจากห้างหุ้นส่วนจำกัด เล็กประกบแล้ว ห้างหุ้นส่วนจำกัด เล็กได้ก็ต่ำกว่าเล็กน้อย แม่น้ำปิงตอนที่ ๕ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เล็กก็ได้ไป แล้วที่สำคัญที่สุดประกบกันอย่างนี้ แม่น้ำป่าสักตอนที่ ๑ ห้างหุ้นส่วนจำกัด วัชรขจร แม่น้ำป่าสักตอนที่ ๒ ห้างหุ้นส่วนจำกัด วัชรขจรได้ แม่น้ำป่าสักตอนที่ ๓ ห้างหุ้นส่วนจำกัด วัชรขจรได้ ห้างหุ้นส่วนจำกัดที่เสนอประกบก็คือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด สินเจริญสนม แม่น้ำน่านตอนที่ ๑ ได้บริษัท เอ พี ซัพพลาย เสนอ ๕๕,๒๐๐,๐๐๐ บาท บริษัทที่เสนอประกบ ๖๐,๑๔๐,๐๐๐ บริษัทที่เสนอประกบบริษัทที่ ๒ ๖๐,๑๔๐,๐๐๐ บาท เอ๊ะ มันเท่ากันอีกไม่ฉุกใจคิดบ้างหรือ ต่อไปครับ แม่น้ำยมตอนที่ ๑ เสนอต่ำ บริษัท เอ พี ซัพพลายได้ ผู้เสนอประกบ ๗๒,๒๕๙,๐๐๐ บาท ประกบตัวที่ ๒ ๗๒,๒๕๙,๐๐๐ บาท ผิดปกติมากทีหลังอย่าทำเดี๋ยวเจอคุก แม่น้ำปิงตอนที่ ๗ ผู้ที่ได้งานเสนอ ๕๖,๐๑๔,๒๐๐ บาท ผู้ที่เสนอประกบทั้ง ๓ บริษัท เสนอเท่ากันหมด ๖๒,๖๔๐,๐๐๐ บาท ๖๒,๖๔๐,๐๐๐ บาท ๖๒,๖๔๐,๐๐๐ บาท ถัดไปครับ สัญญาที่ ๑๑ แม่น้ำปิงตอนที่ ๖ ห้างหุ้นส่วนจำกัด กรุงไทยสถาปัตย์ได้ เสนอ ๕๕,๑๙๐,๐๐๐ บาท ผู้ที่เสนอประกบ ๓ บริษัทก็ ๖๑,๖๓๐,๐๐๐ บาทเท่ากันอีก แม่น้ำยมตอนที่ ๔ ผู้ที่เสนอได้ ๕๕,๒๐๐,๐๐๐ บาท เสนอประกบ ๕๙,๔๘๘,๐๐๐ บาท ๕๙,๔๘๘,๐๐๐ บาท แม่น้ำยมตอนที่ ๒ บริษัท ศักดาพรได้ เสนอต่ำสุด ๕๕,๒๐๐,๐๐๐ บาท เสนอประกบ ๖๐,๓๖๒,๐๐๐ บาท เสนอประกบ ๖๐,๓๖๒,๐๐๐ บาท มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ไม่ต้องพูด ทุกสัญญา ๑๖ สัญญาอยู่ในลักษณะเดียวกัน อีก ๑๐ โครงการที่รองปลัดกระทรวง เห็นชอบอนุมัติก็อยู่ในลักษณะนี้ นี่เห็นไหมครับ ตัวเลขเท่ากัน ๔ บริษัทเสนอประกบผู้ที่ได้ ก็ต่ำมา แม่น้ำน่านตอนที่ ๓ ผู้ที่ได้ ๒๗,๖๐๐,๐๐๐ บาท ผู้ที่เสนอประกบใกล้เคียงกันมาก เท่ากัน ๓ บริษัท อีก ๔ บริษัทต่างไป ๓๐๐ บาท แม่น้ำน่านตอน ๔ ท่านประธานครับ เห็นไหมครับ นี่ที่ผมกล่าวตั้งแต่ต้นว่าถ้าห้างหุ้นส่วนจำกัด สินเจริญสนมได้ ห้างหุ้นส่วนจำกัด วัชรขจรประกบ เห็นไหมครับ แม่น้ำยมตอนที่ ๓ บริษัท ศักดาพรได้ ๒๗,๖๐๐,๐๐๐ บาท ผู้เสนอประกบ ๓๑,๓๕๙,๐๐๐ บาท นี่แตกต่างกันเล็กน้อย ส่วนตัวนี้แม่น้ำวังตอนที่ ๑ ห้างหุ้นส่วนจำกัด บัวแดงก่อสร้าง ได้ในวงเงิน ๔๕,๕๔๐,๐๐๐ บาท ผู้เสนอประกบ ทั้ง ๔ บริษัท ๕๑,๔๖๑,๐๐๐ บาทเท่ากันหมด ผมจะเป็นลมเลยครับ ๙ แม่น้ำชีตอนที่ ๑ บริษัทที่ได้ บริษัท ส. บรรทัดไทย ๔๕,๓๙๐,๐๐๐ บาท บริษัทที่เสนอประกบก็คือ ๔๙,๗๓๒,๐๐๐ บาทเท่ากันหมดอีก ท่านประธานที่เคารพ ถ้าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ ชอบอย่างไรกรุณาช่วยอธิบาย แต่ผมยืนยันว่ารู้แล้วหรือสมคบว่ารู้จึงไม่ดำเนินการ ให้มีการยกเลิก ถัดไปข้อ ๙ โครงการไม่ได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ผมลงพื้นที่แค่แม่น้ำปิง แม่น้ำเดียวสงสารคนจังหวัดนครสวรรค์และจังหวัดกำแพงเพชร และจังหวัดที่ต่อเนื่อง ในเหตุผลของการจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษบอกว่าจะขุดลอกส่วนที่ตื้นเขิน ปรากฏว่าข้างหลังผม นี่คือสันดอนกลางแม่น้ำ ข้างหลังผมกว้างประมาณ ๑๐ เมตร นี่คือขุดแล้วก็เอาดิน มากองไว้ตรงนี้ไม่ได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ข้อ ๑ และที่สำคัญผมยืนอยู่บนสะพาน นี่คือส่วนที่ตื้นเขินก็ไม่ได้ขุดลอก ๒ ภาพนี้เป็นพื้นที่ที่บริษัทบอกว่าจะไปขุดตามทีโออาร์ แต่ไม่ได้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ ตรงนี้ก็ตื้นเขินครับ ตรงนี้ก็ตื้นเขิน วัตถุประสงค์ข้อ ๒ เพื่อขุดขยายแม่น้ำให้มีความกว้างและลึกมากขึ้น จากการลงพื้นที่ของผมนี่คือจุดที่เขาขุด เอาดินมากองแล้วตรงนี้ก็ไม่ได้ขุด แล้วน้ำจะไหลได้อย่างไร น้ำจะไหลผ่านได้อย่างไร จุดนี้ครับผมยืนอยู่ตรงนี้นี่ก็ไม่ได้ขุด ที่สำคัญที่สุดก็คือบอกว่าให้มีการขุดเกาะกลางออกในร่องน้ำเพื่อให้น้ำไหลได้เมื่อน้ำหลากมา ทั้งหลายทั้งปวงทั้ง ๒ ภาพนี้ฟ้องชัด ๆ วัตถุประสงค์ข้อ ๓ เพื่อฟื้นฟูสภาพลำน้ำให้มีพื้นที่ รับน้ำได้เพิ่มขึ้นในฤดูน้ำหลากและกักเก็บน้ำในฤดูแล้ง ปรากฏว่าไม่ได้ทำตามวัตถุประสงค์ ผมไปตรวจเมื่อปลายเดือนตุลาคม ปรากฏว่าหน้าแล้งพี่น้องประชาชนไม่มีน้ำทำนา พี่น้องประชาชนในลำน้ำปิงที่เคารพ เมื่อท่านได้ดูรายละเอียดตามนี้ ได้โปรดใช้ดุลยพินิจ ในการเลือกตั้งครั้งหน้าว่าเงิน ๑,๒๑๕ ล้านบาท ซึ่งเป็นภาษีที่ท่านจ่ายมานั้น เขาอ้างฟื้นฟู เยียวยาลำน้ำไปขุดร่องน้ำให้ท่านเพื่อใช้ในหน้าแล้ง ท่านไม่มีสิทธิ ท่านไม่มีโอกาส ผมจะเป็นตัวแทนบอกท่านต่อไป ภาพฟ้องชัด ๆ ครับ นี่ผมไปยืนอยู่กลางลำน้ำนะครับ กลางลำน้ำที่เอารถแบคโฮ (Backhoe) รถขุด เดินไปเดินมานิดหน่อยให้เห็นว่าขุดแล้ว นี่คือแม่น้ำปิง จังหวัดกำแพงเพชร ล่างจังหวัดนครสวรรค์ นี่คือกลางลำน้ำนะครับ ที่สำคัญที่สุดในทีโออาร์บอกว่าจะปรับปรุงภูมิทัศน์เมื่อเอาดินไปวางกอง ณ จุดที่น้ำกัดเซาะ หรือเมื่อเอาดินไปวางกองที่ขุดแล้ว ไปวางทำคันดินให้สูงขึ้นไม่ให้น้ำท่วม แต่ถ้าดินเหลือ ทรายเหลือให้เอาไปวางที่จุดอื่นตามที่คณะกรรมการตรวจรับการจ้างอนุญาต นี่คือวางกองไว้ ที่จุดที่น้ำกัดเซาะขนาดน้ำไม่มาปีนี้ ฝนชะล้างเล็กน้อยพังลงมาแล้ว ฝนชะล้างเล็กน้อย พังลงมาแล้ว ๑,๒๑๕ ล้านบาทสูญเปล่า นี่ครับเขาบอกว่าจะปลูกหญ้าแฝก แต่การเขียนทีโออาร์ บอกว่าเมื่อผู้รับจ้างเห็นสมควรจะปลูกหญ้าแฝกเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ เพื่อไม่ให้ดินที่ขุดขึ้นไปกอง สไลด์ (Slide) ลงมาอีก ไม่มีหญ้าแฝกสักต้น การเขียนทีโออาร์อย่างนี้ ถ้าไม่เข้าด้วยช่วยเหลือ ผู้รับจ้างแล้วเขียนไว้ทำไม ถัดไปครับ สิ่งสำคัญที่สุด จำเป็นเร่งด่วนฉุกเฉินต้องรีบเอาเงินมา ไม่ให้ไม่สามารถบริหารงานได้ ท่านมาดูครับ ผมตามไปที่กรมบัญชีกลาง เมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ เงินทำสัญญาผูกพัน ก่อหนี้ผูกพัน ๑,๒๑๕ ล้านบาท ทำสัญญา จัดจ้างไปแล้ว ๑,๒๑๕ ล้านบาท เบิกจ่ายไปเพียง ๙๔ ล้านบาท นับเป็นวงเงิน ๗ เปอร์เซ็นต์ เป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือครับ เพราะฉะนั้นข้าราชการที่เป็นกรรมการตรวจรับการจ้าง อย่าเอาขาไปเข้าคุก เปิดโอกาสให้รัฐมนตรีซึ่งกำกับดูแลได้รับเงินทอนไปแล้ว ได้โปรดเสี่ยงเอาเอง ป.ป.ช. ตามให้ดี สตง. ตามให้ดี พี่น้องประชาชนในพื้นที่ออกไปดู ถ้าดูทีวีอยู่เดี๋ยวนี้ ถ้าผมพูดเท็จไปดูเลย ถัดไปครับ ใครเสียหาย ถามว่าใครเสียหาย เงินนี้เป็นเงินของพี่น้องประชาชน เวลาจะจัดซื้อจัดจ้างบอกว่าเพื่อประโยชน์ของทางราชการ ผู้ที่เสียหายคือรัฐไทย ประเทศไทย พี่น้องประชาชน ๖๕ ล้านคน ๑,๒๑๕ ล้านบาท บอกได้เลยไม่ได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ที่สำคัญที่สุดก็คือไม่สามารถแก้ไขปัญหาในหน้าแล้งได้ เห็นไหมครับเมื่อขุดเสร็จน้ำหมดเลย พี่น้องประชาชนไปเอารถแบคโฮคันเล็ก ๆ ขุดไว้ เพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง ให้รัฐมนตรีลงไปดูแลผลงานของท่านเถอะครับ ตรงนี้ก็กำลังแล้งครับ น่าจะหมดแล้ว เมื่อสักครู่นี้สอบถาม ส.ส. จังหวัดนครสวรรค์บอกว่าแล้งจัด ไม่มีน้ำใช้ ท่านประธานครับ ถามว่าเมื่อพี่น้องประชาชนเสียหาย เสียหายเมื่อไร เสียหายอย่างไร เสียหายเมื่อปลายปี ๒๕๕๔ เห็นแต่หลังคา เสียหายเมื่อปลายปี ๒๕๕๔ น้ำท่วมทุ่ง เสียหายเมื่อปลายปี ๒๕๕๔ แย่งอาหาร ถุงยังชีพ เสียหายเมื่อปี ๒๕๕๔ ต่างคนต่างก็แย่ง หนีน้ำท่วมยังทำได้ลงคอ ท่านประธานครับ ถามหน่อยสิว่าใครนั่งอยู่ที่นี่ยกมือขึ้นสิว่าทำได้ลงคอทำได้อย่างไร ต้องการอ้างว่าช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ต้องการอ้างความเร่งรีบ รีบด่วนฉุกเฉินจึงตั้งงบกลาง และขอจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ วิธีการอย่างนี้พี่น้องประชาชนผู้ฟังทางบ้านโปรดจำเอาไว้ ใครได้ประโยชน์ ๑๔ บริษัทซึ่งเป็นบริษัทพวกพ้อง ยืนยันว่าอย่างน้อยที่สุดธุรกิจเจ้าของ ผู้ประกอบการที่จังหวัดกำแพงเพชรชื่อว่า ต ได้ประโยชน์ ที่จังหวัดนครสวรรค์ชื่อว่า บ ถามว่ามีชื่ออยู่ในห้าง อยู่ในบริษัทไหมซึ่งเป็นอดีตนักการเมืองและเป็นนักการเมือง ใช้นอมินี (Nominee) ครับ ใช้ลูก ใช้น้องครับ ไปเปิดดูเอาเอง และที่สำคัญที่สุดก็คือรัฐมนตรี ลือกันมากเพราะไปจัดจ้างในพื้นที่จริง ๆ หลังจากรับงานไปแล้วคิวละ ๑๘ บาท ๑๙ บาท ส่วนต่าง ๑๔ บาทแบ่งกันอยู่ในพุงใครไม่ทราบ นี่คือ บ นี่คือเล็ก นี่คือบริษัทในพื้นที่ซึ่งเป็น บริษัทของนักการเมือง ท่านประธานครับ รัฐบาลสร้างภาพในการปราบปรามทุจริต วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีแถลงว่ามียุทธศาสตร์ในการป้องกันและปราบปราม การทุจริตเพราะเหตุว่าเป็นมะเร็งร้ายของประเทศ แค่นั้นไม่พอ วันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ประกาศยุทธศาสตร์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน เน้น ๔ แผนงานเชิงรุก ปลูกจิตสำนึก ฯพณฯ รัฐมนตรีท่านมีจิตสำนึกไหม พัฒนาองค์กร กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ได้มีการพัฒนา ต่อต้านการทุจริตไหม ตรวจสอบ เฝ้าระวังเชิงรุก มีสายร้องเรียน ๑๒๐๖ ผมโทรไปไม่ต่ำกว่า ๒๐ ครั้ง มีแต่ฝากข้อความ ที่สำคัญที่สุดก็คือการปราบปรามอย่างจริงจังลงโทษที่เข้มงวด ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาลเปิดเกมให้ ป.ป.ช. เปิดเกมให้ สตง. กวาดล้าง การทุจริตนะครับ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๕ รวมพลเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชัน ตั้งโครงการ ๑ กรม ๑ โครงการป้องกัน สายด่วน ๑๒๐๖ เน้นอีก การจัดตั้งศูนย์ต่อสู้กับการทุจริต แต่ปรากฏว่าวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๔ ป.ป.ช. เสนอมาว่าขอให้รัฐบาลมีมติสั่งการไปยัง ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ขอให้เปิดเผยข้อมูลราคากลาง รายละเอียดของการทำราคากลาง และรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อเป็นการให้มีการจัดซื้อจัดจ้างที่โปร่งใส ปรากฏว่าคณะรัฐมนตรีชุดนี้ ปฏิเสธไม่ดำเนินการตามข้อเสนอของ ป.ป.ช. พิจารณาเอาเองแล้วกันว่าสร้างภาพหรือทำจริง นี่คือภาพที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีไปสตอป คอร์รัปชัน (Stop Corruption) นี่คือภาพที่เรียนเชิญ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ไปสร้างภาพด้วย ถามว่าถ้า ฯพณฯ ผู้นำฝ่ายค้านจะป้องกัน จะปราบปรามทุจริตในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ โปรดพิจารณาตัวเองกับคนที่ ฝืนนโยบายและหลอกลวงพี่น้องประชาชน สตอป คอร์รัปชัน สตอป คอร์รัปชัน

ท่านประธานที่เคารพ ต่อไปนี้ผมจะกล่าวโทษแล้วละ แต่ก่อนที่จะกล่าวโทษ อยากกราบเรียน ฯพณฯ ว่าเส้นทางการคอร์รัปชันเม็ดเงินไปอยู่ที่ไหนนี่ผมไม่มีอำนาจ ผมไม่มีอำนาจจริง ๆ ต้องให้ ป.ป.ช. และ ปปง. เพราะนักการเมืองเมื่อทุจริตแล้วก็จะเอาเงิน ไปฝากไว้กับนอมินี การเอาเงินไปฝากไว้กับนอมินีก็ตรวจยาก แต่บุญกรรมมี เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ที่ผมจะยกตัวอย่าง มีคดีเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว ปีก่อนโน้น มีนักการเมืองคนหนึ่ง มีเงินเยอะ ปล่อยเงินให้เจ้าของธุรกิจรายหนึ่งกู้ ๒๓๒ ล้านบาท บริษัทนั้นทำท่าจะเจ๊ง ก็เรียกมาทำสัญญารับสภาพหนี้ ปรากฏว่าผู้ที่รับสภาพหนี้ไม่จ่ายสตางค์ ก็มีการฟ้องศาลกัน ปรากฏตามหมายเลขคดี ที่ ๘๕๓/๒๕๕๓ ซึ่งอยู่ในมือผมนี่ เดี๋ยวผมขอดูเพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าคดีเลขที่เท่าไร หมายเลขคดี ๘๓๐ พ.ศ. ๒๕๕๓ ที่ศาลแพ่ง ผลปรากฏในการเบิกความในคราวนั้นนอมินีของนักการเมืองบอกว่าเงินที่ให้กู้ยืมนั้น เป็นเงินของสามีด้วยและของดิฉันด้วย ๒๓๒ ล้านบาท ปรากฏว่ากลุ่มจำเลยก็กลับไปดู การแจ้งบัญชีทรัพย์สินของ ฯพณฯ นักการเมืองท่านนั้น ปรากฏว่าที่ ป.ป.ช. มีการแจ้งบัญชี ทรัพย์สินอันเป็นเท็จ หลังจากนั้นกลุ่มที่ต่อสู้คดีกับท่านผมขออนุญาตเอ่ยนาม พลตำรวจเอก สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร้อง ฯพณฯ ซึ่งเป็นเจ้าของเงินปกปิด บัญชีทรัพย์สินไปที่ ป.ป.ช. ตามเอกสารนี้ ท่านประธานที่เคารพ การติดตามเม็ดเงิน ที่ได้จากการทุจริตจะมอบหมายให้กับ ป.ป.ช. ไปตรวจสอบเพราะผมไม่มีอำนาจ สิ่งที่ผม ยกอย่างนี้ถ้าไม่จริงลุกขึ้นมาเถียง ท่านประธานที่เคารพ ขอกล่าวหาว่า ฯพณฯ ซึ่งผม ไม่ไว้วางใจแล้วถอดถอนนั้นมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเสนอราคา ต่อหน่วยงานของรัฐ มาตรา ๑๐ รู้แล้วไม่ยกเลิก ปล่อยให้มีการจัดฮั้ว ผู้ได้รับประโยชน์ คือบริษัทและไม่เป็นการแข่งขันที่เป็นธรรม จึงเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติดังกล่าวนี้ ในมาตรา ๔ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๓ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ มาตรา ๑๕๗ มีโอกาสติดคุกกระทงละตลอดชีวิต ปรับอีกครับ ไม่พอ ๑๔๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ บาท จึงกราบเรียนท่านประธานว่าการที่ประเทศของเรามีเงินงบประมาณอยู่ไม่มากนัก การอ้างแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนขอให้จริงใจครับ พี่น้องประชาชนเดือดร้อน จากน้ำท่วมเมื่อปีที่แล้ว นี่ปีนี้ดีน้ำไม่ท่วม ฝนตกน้อย ปล่อยน้ำในเขื่อนออกไปก่อนแล้ว จึงส่งผลให้ประชาชนไม่ได้รับความเดือดร้อน ถ้าฝนตกหนักเหมือนปีที่แล้ว น้ำมามาก เหมือนปีที่แล้ว ภาพที่ท่านปรากฏในจอ ภาพที่ในฟลิป ชาร์ทของผมก็จะทำให้พี่น้องประชาชน เดือดร้อนและล้มตายอีกนับเป็น ๗๐๐-๘๐๐ คน ดังนั้นการดำเนินการดังกล่าวของท่าน ท่านจะอ้างว่าไม่รู้เรื่องแล้วก็การเสนอราคาดังกล่าวนั้นเป็นไปตามระเบียบทางราชการ เป็นไปตามหนังสือของกรมบัญชีกลาง กรมบัญชีกลางไม่เปิดโอกาสให้จัดฮั้ว ไม่เปิดโอกาส ให้ทุจริต ผมจึงไม่สามารถไว้วางใจท่านได้ครับ

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุนัย จะประท้วงหรือครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร ด้วยความเกรงใจท่านที่อภิปราย แล้วก็ไม่อยากให้ขัดจังหวะตอนที่ท่านพูดไปตลอดเวลา เพื่อผู้ฟังทางบ้านที่กำลังติดตามเรื่องเดี๋ยวจะขัด เข้าใจผิด ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ใช้สิทธิประท้วงและใช้สิทธิพาดพิงเพื่อให้ความเข้าใจเท่านั้นเองครับ อันที่ ๑ ผมเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ ผมอยู่ที่นั่นทั้งเลือกตั้ง ส.ส. เขตก็มี เลือกตั้ง ส.ส. บัญชีรายชื่อก็ยังอยู่ที่นั่น พูดทีไรก็บอกจังหวัดนครสวรรค์ทุกที ท่านครับ ท่านผู้อภิปราย ได้กล่าวถึงจังหวัดนครสวรรค์เยอะเหลือเกินจนผมไม่กล้าประท้วงเลย เดี๋ยวจะเข้าใจว่า ผมไปเอี่ยวด้วย ผมไม่มีส่วนใด ๆ เลย แล้วไม่เคยประกอบอาชีพรับเหมาอะไรทั้งนั้นไม่มี ถ้าท่านบอกได้ว่าไม่ใช่สุนัยนะ มีชื่อย่อสุนัยหรือเปล่า หรือ ส ไม่มีนะครับ แต่ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเหมือนทุกคนซึ่งจะต้องลงคะแนน ลงคะแนนไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจ ท่านประธานครับ แต่เอกสารที่อ้างว่าเป็นเอกสารลับ ตั้งแต่การอภิปรายตั้งแต่เมื่อเช้านี้มี ๒ ฉบับเรื่องการถอดถอน ท่านประธานขอความกรุณา ท่านดูนะครับ ผมถือว่าเรามี ๒ ฉบับเท่านั้นที่ส่งให้เรา ที่ส่งให้ในสภานี้คือฉบับหนึ่งถอดถอน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมพร้อมกับท่านนายกรัฐมนตรีกับอีกฉบับหนึ่ง ถอดถอนท่าน พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก ท่านประธานครับ ดูหน้า ๒ สิครับ คำอภิปราย ของท่านนั้นท่านประธานอาจจะไม่ได้อ่านในรายละเอียด แต่ผมขอยืนยันว่าคำอภิปราย ของท่านนั้นเป็นเท็จหมดเลยครับ ดูข้อ ๓ สิครับ วัน เวลา คำอภิปรายนี่เหมือนคำฟ้องนะครับ ท่านเองก็เป็นอัยการ ปรากฏว่าวัน เวลา ทั้งหมดนี่ผิดหมดเลยครับ

(นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณหมอสุกิจเดี๋ยวให้ท่านสุนัย ท่านจะประท้วง ให้ท่านพูดหมดก่อนแล้วผมจะฟังคุณหมอสุกิจ ทีละคนครับ ทีละคน ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมฟังก่อน ให้เขาจบแล้วผมจะวินิจฉัย ไม่อย่างนั้น ผมวินิจฉัยไม่ได้

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ นี่คือปัญหาที่เราพูด ตั้งแต่ต้นที่ฝ่ายค้านบอกว่าเป็นเอกสารลับแจกไม่ได้ ผมก็นั่งเกาะติดตลอดว่าผมจะต้องยกมือ อย่างไร ท่านประธานดูข้อ ๓ สิครับที่อภิปรายมาทั้งหมดนี่ผิดหมดเลย เพราะวัน เวลานั้น ไม่ตรงกันเลย เพราะเริ่มต้นก็บอกว่าความผิดเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๕ ก็ถือว่าเป็นฟ้องเท็จหมดแล้วครับ ก็ขออนุญาตประท้วงไว้ตรงนี้ละครับ ขอบคุณครับ

(นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณหมอสุกิจครับ เอาให้ท่านถาวรดีกว่ากระมังครับ คุณหมอสุกิจนั่งลงครับ ให้ท่านถาวร ดีกว่าครับ

นายถาวร เสนเนียม สงขลา

ท่านประธานที่เคารพ ด้วยความรักต่อน้องสุนัย ความผิดพลาดบกพร่องพลความอย่าเอามาโต้แย้งผมเลย ให้รัฐมนตรีแก้ดีกว่า ขอบคุณมาก พิมพ์ พ.ศ. ผิดเป็นเรื่องทางธุรการ ถ้าน้องจะโต้แย้งพี่ขอให้โต้แย้งในสาระว่าพี่เท็จตรงไหน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ให้ท่านชัจจ์ตอบดีกว่าครับท่านสุนัย

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

คือเรื่องนี้ถือว่าเอกสารนี้เป็นเรื่องสำคัญ ท่านมีให้เรา ๒ ฉบับแล้วเราจะเกาะติดเรื่องนี้ดูตามท่าน ถ้าท่านพูดมีเหตุผลน่าเชื่อ เราก็จะได้ใช้สิทธิวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๒ อันเป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส. แต่บังเอิญ ถ้าท่านยืนยันว่านี่คือท่านเขียนผิด ยังอีกหลายจุดที่มีความผิดอีก ดังนั้นถ้าเราจะต้องโหวต ด้วยความไว้วางใจให้แก่ท่านรัฐมนตรีก็ไม่ใช่เป็นเรื่องผิดแปลกอะไรเพราะเอกสารของท่าน ขัดแย้งกับข้อเท็จจริงเท่านั้นละครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญนายแพทย์สุกิจครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ท่านประธานที่เคารพ ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ที่จริงไม่อยากจะนั่นละครับ แต่เพื่อเป็นบรรทัดฐานต่อไปครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านประท้วง ผมผิดข้อบังคับข้อไหนท่านพูดเลยครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ว่าจะไม่กล่าวหาท่านประธานแล้วก็กล่าวหา เสียเลยครับ ท่านผิดข้อบังคับ ข้อ ๘ ครับ ที่ปล่อยให้ท่านสมาชิกใช้สิทธิพาดพิง ในส่วนที่ไม่ได้เสียหายเลยแล้วมาพูดยืดยาว แถมยังไปพูดถึงเรื่องของการถอดถอน ซึ่งเมื่อเช้านี้ ท่านประธานก็ได้วินิจฉัยเรียบร้อยแล้วด้วยครับ อย่างนี้เสียเวลาแล้วก็ผิดข้อบังคับครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนั่งลงครับ เสียเวลาเหมือนกันครับ เชิญท่านชัจจ์ตอบเลยครับ

พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ถูกกล่าวหาจากผู้ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจว่าทุจริตให้ถอดถอนเสีย ท่านประธานที่เคารพ ผมเป็นข้าราชการตำรวจ มาจนกระทั่งอายุ ๖๓ ปีจึงได้ปลดเกษียณ ไม่เคยมัวหมองเรื่องทุจริตเลยครับ มาอยู่การเมือง ๑ ปีกับ ๒ เดือนก็เจอมลทินมัวหมองอย่างหนักในชีวิต เสียเกียรติประวัติ เสื่อมเสียวงศ์ตระกูล ว่าทุจริต ผมเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รับใช้อาณาประชาราษฎร์ ตามหน้าที่ ไม่เคยคิดครับ ยืนยัน เรื่องนี้เป็นเรื่องไม่ยากนะครับเรื่องกรมเจ้าท่านี่ แต่ว่าอภิปรายฟังดูแล้วเหมือนกับว่ามีขั้นตอนที่ทุจริตจนกระทั่งจด ๒ หน้ากระดาษ จดแทบไม่ทัน ท่านครับ นโยบายรัฐบาลนั้นได้ออกมาชัดเจนว่าจะต้องฟื้นฟูเยียวยาและ ป้องกันเนื่องจากเกิดมหาอุทกภัย ถูกนะครับตามที่ท่านว่ามีประชาชนเดือดร้อนเยอะแยะ ก็เนื่องจากเหตุนี้แหละจึงจะต้องฟื้นฟูแม่น้ำซึ่งเป็นหน้า ที่ของกรมเจ้าท่า แม่น้ำซึ่งเป็นต้นน้ำ ๗ สาย เวลาฝนตกปุ๊บต้นน้ำนี่จะต้องรับน้ำทันที น้ำท่วมทันที ไม่เคยมีการแก้ไขกันมาอย่างจริงจังประชาชนก็เดือดร้อน รัฐบาลนี้ตระหนักจึงได้มีนโยบาย ว่าจะต้องฟื้นฟูเยียวยาและป้องกันไม่ให้ท่วมต่อไปก็คือการขุดลอกแม่น้ำตามสมควร คือเท่าที่จะทำได้ในขอบเขตที่จะให้น้ำนั้นไหลไปเร็ว ๆ ไม่เอ่อล้นเนื่องจากสภาพแม่น้ำนั้น ปล่อยทิ้งมาบางแห่งนั้นนับเวลาเป็นร้อย ๆ ปี เป็นสันดอนเป็นคันเมื่อน้ำบ่ามาไหลไปไม่ทัน ก็เอ่อล้นตลิ่งท่วมเรือกสวนไร่นาราษฎรเสียหาย ดังนั้นจึงได้กำหนดเงินที่ลงมาที่จะให้ ช่วยเหลือเอามาทำวิธีการจัดจ้างผู้ที่มาทำงานเฉพาะต้นน้ำที่ท่านกล่าวมาทั้ง ๒๖ สัญญานี้ ส่วนมากเป็นต้นน้ำทั้งสิ้น งบประมาณที่ได้รับแบ่งสันปันส่วนมานั้นตัดไปตัดมาก็คงเหลือ ๑,๒๑๕ ล้านบาท กรมเจ้าท่าซึ่งมีหน้าที่ในการขุดลอกร่องน้ำ มีหน้าที่ในการดูแล จริง ๆ แล้ว มีหน้าที่ในการดูแลการสัญจรทางน้ำ หน้าที่พิเศษมาภายหลังคือดูแลรักษาแม่น้ำ ก็ได้จัดการ วางแผนตามงบประมาณที่ได้รับและเนื่องจากว่าขณะที่ได้รับงบประมาณนั้น ถึงเดือนกุมภาพันธ์แล้ว และได้มีการกำหนดเวลามาด้วยว่าจะต้องจัดซื้อจัดหาจัดจ้างให้เสร็จ ภายในเดือนเมษายน แล้วภายใน ๑๘๐ วันโดยประมาณคือเดือนกันยายนต้องให้เสร็จ เพราะว่าหลังจากนั้นน้ำจะท่วมใหญ่ จึงกำหนดด้วยกรอบเวลาและกรอบงานภารกิจที่มีอยู่ ที่จะต้องดำเนินการขุดลอกก็จะต้องวางแผนก็แบ่งเป็น ๒๖ สัญญา ๒๖ ตอน เมื่อ ๒๖ ตอน แบ่งเสร็จแล้วก็ต้องหาผู้มาทำงานชิ้นนี้ แต่เนื่องจากกำหนดเวลาที่จำกัดภายใน ๒๘ วันตามที่ คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุของกระทรวงการคลังกำหนดมานั้นมันไม่เพียงพอ ซึ่งคณะกรรมการกลางก็ได้กำหนดมาใหม่ว่าขอให้ดำเนินการให้ภายใน ๗-๑๔ วัน กรมเจ้าท่า ก็รีบดำเนินการทันที ในกรณีเช่นนี้ไม่มีทางที่จะไปทำการประกวดโดยใช้วิธีการทาง อิเล็กทรอนิกส์ และคณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุของกระทรวงการคลังก็ได้สั่งการมาแล้วว่า ให้รีบดำเนินการ กรมเจ้าท่าจึงดำเนินการเพราะเขามีหน้าที่ทำอยู่แล้วครับ ตรงนี้รัฐมนตรีเพียงแต่กำกับดูแล ว่าให้เรื่องราวลงไปถึงกรมเจ้าท่าแล้วก็ดำเนินการ ซึ่งกรมเจ้าท่านี้ตั้งมา ๑๕๖ ปีแล้วบวกอีก ๑ ปีที่ผมมาดูแลเป็น ๑๕๗ ปี ขุดลอกคลอง แม่น้ำ มานักต่อนักแล้ว ไม่ว่ารัฐบาลไหน ๆ แม้แต่รัฐบาลพวกท่านเป็นท่านก็เคยใช้วิธีการต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านอย่าแกล้งว่าไม่รู้ การจัดจ้าง ด้วยวิธีพิเศษนั้นมีกำหนดอยู่ในระเบียบราชการ ไม่ใช่ว่าพอจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษแล้ว ก็หมายความว่าจะต้องทุจริต ท่านชี้ให้เห็นว่าการจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษนั้นเป็นการทุจริต ผมมารับงานกรมเจ้าท่านั้นเดือนมกราคม งานนี้เริ่มมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ ผมมารับงานกรมเจ้าท่า ปี ๒๕๕๕ เดือนมกราคม เมื่อโครงการนี้มีเป็นเรื่องเป็นราวมาอยู่แล้วตามนโยบาย เป็นขั้นเป็นตอน และพวกกระผมมาถึงก็ไปขั้นตอนที่กรมเจ้าท่ากำลังจะต้องทำสัญญาจัดหา ผู้มารับจ้างในการจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษนี้ วิธีการจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษนั้นก็ย่อมรู้กันทั่วไป แต่ต้องอธิบายนิดหนึ่งว่าเพื่อความเข้าใจกับผู้ที่ได้รับฟัง ท่านผู้อภิปรายว่าการจัดจ้าง ด้วยวิธีพิเศษนั้นจะจ้างใครก็ได้ เมื่อผู้ต้องการจะจ้างแล้วผู้รับจ้างมีศักยภาพเพียงพอ ๒ ฝ่ายนี้จะตกลงกันเพียงรายเดียวก็ได้ ผมได้ตรวจสอบการทำงานของกรมเจ้าท่าอยู่ กรมเจ้าท่านั้นเรียกมาโครงการละ ๓ รายอย่างน้อยเรียกมาให้ลองยื่นเสนอราคาทั้งนี้ทั้งนั้น เพื่อความโปร่งใส เพื่อประหยัดเวลา และเพื่อคุณภาพในการทำงาน วิธีการจะจ้างใครนั้น ๑. ต้องคำนึงถึงขีดความสามารถของผู้ที่จะมารับจ้าง แล้วก็ต้องคำนึงถึงห้วงเวลาและ เงินงบประมาณที่มีอยู่ ที่ท่านเห็นที่ท่านยกตัวอย่างมาตั้งหลายรายนั้น ความจริงแล้ว ที่เสนอราคาเท่า ๆ กันถ้าเผื่อท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ยินก็อาจจะว่าเป็นเรื่องที่ไม่ชอบมาพากล แท้ที่จริงนั้นเขาเสนอตามราคากลาง ราคากลางนี้กำหนดโดยระเบียบและวิธีการของ กรมบัญชีกลางว่าการขุดลอกแม่น้ำลำคลองต่าง ๆ นี้ใช้ราคาเท่าไร มีหลักเกณฑ์ในการ คำนวณ ในการคิด และเขาก็คิดมาได้ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ ๓๔.๕๐ บาทต่อคิวบิกเมตร แล้วก็มีการบวกเพิ่มบวกลดนิดหน่อยในกรณีที่การขุดลอกตรงนั้นเข้าถึงยาก ไม่สามารถมีรถเข้า ไม่มีเรือเข้าแล้วจะเข้าไปขุดลอกตรงนั้นก็ต้องเพิ่มให้เขา ค่าน้ำมันตรงนั้นแพงกว่าค่าน้ำมัน ที่จังหวัดเลย ที่จังหวัดน่าน แพงกว่ากรุงเทพมหานครแน่นอนก็ต้องบวกราคาเพิ่มไป อันนี้ มีอัตราส่วนคิดอยู่แล้ว โดยเฉลี่ยนั้น ๓๔.๕๐ บาท เพราะฉะนั้นการที่ผู้รับเหมาต่าง ๆ บริษัทต่าง ๆ เขามารับจ้างเมื่อตกลงราคากันกับกรมเจ้าท่าได้ อย่างรายที่ท่านเสนอมาเป็นตัวอย่างว่าที่ไม่ชอบมาพากลนั้นก็คือเขาเสนอตามราคากลาง แต่งบประมาณของรัฐบาลที่จัดสรรปันส่วนนั้นมามีไม่ถึง อาจจะขาดโครงการหนึ่ง ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท กรมเจ้าท่าจำเป็นต้องทำงานให้เสร็จ จึงได้เรียกในบรรดาผู้ที่เข้ามาเสนอราคานั้นลงมาต่อรองว่าหลวงมีเงินอยู่เท่านี้ ท่านทำได้ไหม หรือบางครั้งก็บอกให้ช่วยทำทีเถอะ เพราะคนอื่นเขาไม่เอาแล้ว นี่ผมได้รับการชี้แจงจาก ผู้ปฏิบัติงาน ข้าราชการที่ปฏิบัติงานอย่างนี้ ผมก็ไม่เห็นมันผิดระเบียบอะไร แล้วก็เป็นการดีด้วย ทำให้งานของทางราชการบรรลุวัตถุประสงค์มีคนมาทำงานเป็นอย่างนี้ ส่วนที่ผมอนุมัติไป ๑๖ รายนั้น ความจริง ๒๖ สัญญา ๒๖ โครงการ เขามีระเบียบของทางราชการไว้ ถ้าเผื่ออธิบดีเขาอนุมัติได้ภายใน ๒๕ ล้านบาท เขาเซ็นได้เลย จัดจ้างได้เลย เซ็นสัญญาได้เลย ถ้า ๕๐ ล้านบาทก็ปลัดกระทรวง ถ้าเกิน ๕๐ ล้านบาทก็มาถึงรัฐมนตรี ผมตรวจดูแล้ว มีการติดต่อ มีการทำตามระเบียบทุกอย่างผมก็ต้องอนุมัติ ผมก็อยากให้งานของราชการ เสร็จเหมือนกัน ถ้าไม่อนุมัติก็อาจจะเกิดเรื่องด้วย อาจจะมีไปอะไรหรือเปล่า อาจจะมองไป ในแง่ที่ไม่ดีได้ ผมอนุมัติไป ผมตรวจดู ๑๖ รายนี้จำได้ ดูแล้วไม่ผิดอะไรก็อนุมัติไปครับ การทำงานคราวนี้นะครับ ความจริงผมก็เตรียมมาหลายอย่างที่จะชี้แจง เพราะผมทราบ อยู่แล้วครับว่าเรื่องนี้ฝ่ายค้านต้องติดใจแน่ ๆ ความจริงผมเกรงว่าจะเป็นครหาทีแรก ก็เนื่องจากงานเร่งด่วนแล้วก็มีคนมาร้องเรียนกับผมอยู่บ้างเหมือนกัน ผมก็ได้ให้คนไป สอดส่องดูแลแล้วก็กำกับ ผมในฐานะที่เคยเป็นตำรวจผมก็ได้ขอไหว้วานข้าราชการตำรวจภาค ๕ คือผู้บัญชาการตำรวจภาค ๕ ที่จังหวัดเชียงใหม่ให้ช่วยดูผมด้วย แล้วเขาก็รายงาน และนอกจากนั้น ยังให้ข้าราชการตำรวจ ป.ป.ป. ไปช่วยสอดส่องดูแลด้วย แล้วผมก็มีการติดต่อจนกระทั่ง ทุกวันนี้ งานของอันนี้ความจริงไม่ใช่เรื่องมากมาย คือมีงานว่าจะต้องขุดลอกแม่น้ำ จำนวนเท่านี้ ๆ ๗ สาย มีเงินอยู่ ๑,๒๑๕ ล้านบาท ก็คือหาคนมาทำงาน ทำงานของทางราชการนั้น ก็ทำตามระเบียบวิธีการของกระทรวงการคลัง มีข้อกำหนดต่าง ๆ ไว้เรียบร้อย ทำกันมาอย่างนี้ หลายสิบปีแล้ว เมื่อได้ผู้รับจ้างมาก็ควบคุมงานหรือถ้าเรียกเป็นวิชาการหน่อยก็คือการบริหาร สัญญา ดูงานให้เป็นไปตามสัญญา เนื่องจากในสัญญานั้นกรมเจ้าท่ามีความชำนาญเพียงพอ เพราะว่าจัดจ้างกันทุกปีเป็นประจำ แล้วก็มีข้อกำหนด ควบคุมข้อกำหนดกันเรียบร้อยที่เรียก ทีโออาร์หรือข้อกำหนดต่าง ๆ นั้นเรียบร้อย เพียงแต่ว่าคอยควบคุมงานให้เป็นไปตามสัญญา เริ่มขุดตรงนี้ ๆ ทรายจะต้องขุดตรงนี้ งานโครงการนี้เป็นเงินเท่านี้ ๔๐ ล้านบาท จะต้องขุดทราย กี่หมื่นคิว กี่แสนคิวให้ขึ้นมาเท่านั้น นี่คือการบริหารสัญญา เมื่อบริหารสัญญาพอเขาขุดได้ เรียบร้อยก็มีการรับงานตรวจรับเรียบร้อย รับงาน จ่ายเงิน จบ ขั้นตอนที่ว่าทั้งหลายทั้งปวงนี้ มันอยู่ที่ว่าการควบคุมงานให้เป็นไปตามสัญญาที่ว่าตรงนั้นไม่ได้ตรงนี้ไม่ได้ ผมก็จะขอตอบ เป็นบางเรื่อง ท่านไม่ต้องห่วงครับ พรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นกรรมาธิการ ๔-๕ คณะนั้น ได้เรียกกรมเจ้าท่าไปสอบทุกอาทิตย์ ส่งหนังสือมาให้ผมสั่งให้กรมเจ้าท่าไปชี้แจง ชี้แจง รวมแล้วตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม เดือนเมษายน ตั้งแต่เดือนเมษายนมาจนถึง ปัจจุบันนี่ ๕๗ ครั้ง ขนาดยื่นถอดถอนผมแล้ว ยื่นอภิปรายแล้ว กรรมาธิการพวกท่าน ก็ยังเรียกบอกให้กรมเจ้าท่าเอาหลักฐานไปเลยตั้ง ๖-๗ รายการ แต่ละรายการนั้นยุบยิบ แน่นอนครับผมไม่ให้พลาดหรอกครับ ตัวผมก็ตรวจงานนี้อยู่อย่างเข้มงวดอยู่แล้ว เดี๋ยวผม จะแสดงให้ดูว่าผมทำอะไร ท่านจะได้เห็นท่านจะได้หายข้องใจ ตัวท่านก็คิดว่าโครงการนี้ มันไม่ชอบมาพากล ท่านก็ไปตรวจผมก็ทราบมีผู้หลักผู้ใหญ่ของในพรรคประชาธิปัตย์ ท่านไปตรวจลงไปวัดไปอะไรผมก็ว่าดี แต่ที่ไม่ดีอย่างหนึ่งคือพบแล้วแทนที่จะมาบอกผม หรือช่วยกันทักท้วงมันจะได้ไม่เสียหาย ไม่ได้เสียหายกับบ้านเมือง อย่ารอให้เสียหาย แล้วค่อยมาเอะอะมันก็ไม่มีประโยชน์ แต่โชคดีเคราะห์ดีที่เรื่องนี้ยังไม่เกิดถึงกับเสียหาย ไม่มีอะไรเสียหายนะครับ มีแต่เพียงผมถูกท่านพูดผมเสียหาย ท่านประธานที่เคารพ ตามที่ผมได้เรียนให้ทราบแล้ว ผมได้กวดขันตรวจติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด โดยที่ผมได้สั่งให้ ปลัดกระทรวง ผมก็สั่งได้เฉพาะปลัดกระทรวงระดับสูงไปคอยควบคุมดูแลแทนผม จัดการอย่างนั้นอย่างนี้ ผมจะแสดงเอกสารอันแรกให้เห็น ขอกล้องช่วยจับใกล้ ๆ หน่อยครับ จะได้เห็นว่าเป็นความจริง ผมเริ่มตั้งแต่วันที่ ๒ พฤษภาคม ความจริงมีก่อนหน้านี้ แต่เป็นหลักเป็นฐานแล้วก็เอาวันที่ ๒ พฤษภาคมนี่ เรื่องขอให้แต่งตั้งคณะทำงาน เพื่อตรวจสอบการจ้างงาน เรียนท่าน ปกค. คือปลัดกระทรวงคมนาคม โดยที่ จท. คือกรมเจ้าท่า มีงานจะต้องขุดลอกแม่น้ำ คูคลอง ต้องใช้จ่ายงบประมาณสูงเกรงว่า จะเกิดการทุจริตหรือไม่ได้ปริมาณตามที่มีการจ้างงาน ดังนั้นเพื่อให้เกิดประโยชน์ แก่ทางราชการให้พิจารณาแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบการจ้างงาน โดยให้ นายสรศักดิ์ แสนสมบัติ ผมระบุตัวเลยนะครับ ท่านผู้นี้เป็นรองปลัดกระทรวงคมนาคม เพราะผมเห็นว่าท่านว่าง งานน้อยแล้วก็คุมงานด้านนี้อยู่ให้เป็นประธาน โดยพิจารณา ประกอบในการตรวจจ้างงาน โดยเชิญข้าราชการกระทรวง เช่นฝ่ายตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ผู้ชำนาญ เป็นชุดตรวจราชการและสดับตรับฟังเป็นการ สนองนโยบายรัฐบาล ลงชื่อ พลตำรวจโท ชัจจ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม คืออย่างนี้ครับ ผมอยากให้มีคนเขามาช่วยดูกันหลายหูหลายตาเพื่อความโปร่งใส แล้วกระทรวงคมนาคมก็แต่งตั้งครับ แต่งตั้งรองปลัดกระทรวง ผู้ตรวจราชการ ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการสำนัก ล้วนแล้วแต่ข้าราชการระดับสูงทั้งนั้น แล้วก็มีระดับชั้นผู้น้อยประกอบคณะ ไปตรวจเรื่องนี้ เพราะว่างานนั้นกว้างขวางถึง ๗ สายงาน นั่นคือวันที่ ๒ พฤษภาคมนะครับ พอมาวันที่ ๖ มิถุนายน เดือนเดียวนะครับ เท่าที่สดับตรับฟังจากตำรวจบ้าง จากคนที่ผม รู้จักกันบ้าง แล้วมีคนมาร้องเรียนบ้าง ผมก็กลัวว่าอาจจะเกิดเรื่องไม่ดีไม่งามหรือไม่เรียบร้อย ไม่ได้ผลงานตามเป้าคราวนี้เรียนอธิบดีกรมเจ้าท่าเลยครับ ตามมติคณะรัฐมนตรีที่ให้กรมเจ้าท่า ขุดลอกแม่น้ำสายหลักเพื่อป้องกันอุทกภัยระยะเร่งด่วน ขณะนี้กำลังเข้าฤดูฝนจึงขอให้เร่งรัด การดำเนินงานดังกล่าว ขอให้รายงานความคืบหน้าผลการดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายเงิน ให้ทราบโดยด่วนที่สุด พลตำรวจโท ชัจจ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ นั่นคือเดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน มาเดือนสิงหาคมมีหนังสือฉบับที่ ๓ เร่งรัดการดำเนินงานจ้างเหมาขุดลอกคลอง บำรุงรักษาร่องน้ำในประเทศและชายฝั่งทะเลทั้งหมดเลย เรียนปลัดกระทรวงคมนาคม ตามที่กรมเจ้าท่าได้รับงบประมาณฟื้นฟูเยียวยาสถานการณ์อุทกภัย จ้างเหมาขุดลอก บำรุงรักษาร่องน้ำทั้งประเทศและชายฝั่ง บัดนี้ระยะเวลาล่วงเลยมาจนเข้าไตรมาสที่ ๔ ของปีงบประมาณ ๒๕๕๕ ปรากฏว่ามีโครงการขุดลอกฟื้นฟูสภาพลำน้ำหลายโครงการ ที่ล่าช้ากว่าแผน เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุดจึงให้ท่านเร่งรัดการดำเนินงานของกรมเจ้าท่าให้เป็นไปตามแผนงาน นี่ครับเดือนสิงหาคม เดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน แล้วก็มาเดือนสิงหาคม พอมาถึง วันที่ ๑๗ ตุลาคม เดือนสิงหาคม เดือนกันยายน เดือนตุลาคมนะครับ เดือนกันยายนนี่ ถ้าท่านจำได้ก็คือวันสิ้นสุดสัญญาของทั้ง ๒๖ โครงการ ผมนี่ติดตามตลอดมีคนไปดูตลอดว่า แต่ละโครงการนั้นไม่เรียบร้อยส่งงานไม่ได้ ด้วยความเป็นห่วงเกรงว่าเจ้าหน้าที่อาจจะละเลย เลินเล่อ จึงได้มีคำสั่งถึงอธิบดีกรมเจ้าท่าอีกในวันที่ ๑๗ ตุลาคม กำชับการอนุมัติเบิกจ่ายเงิน ของโครงการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย ด้วยกรมเจ้าท่าได้รับอนุมัติให้ดำเนินการขุดลอก แม่น้ำสายหลักเพื่อป้องกันอุทกภัยระยะเร่งด่วนรวม ๒๘ โครงการ จริง ๆ แล้วมี ๒๘ โครงการ ที่มันบวกอย่างอื่นอีก ๒ โครงการ ๒๖ นี้คือเฉพาะอันนี้ที่คุยกันนี่ ทั้งหมดได้ ครบกำหนดสัญญาของการดำเนินงานแล้ว เดือนกันยายน ๒๕๕๕ ครบแล้ว เพื่อเป็นการป้องกัน ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินงานและการตรวจรับงาน ขอให้อธิบดี กรมเจ้าท่าเร่งรัดตรวจสอบก่อนการอนุมัติการเบิกจ่ายให้เป็นไปตามผลงานและตามแบบ สามารถตรวจสอบได้ แล้วรายงานให้ทราบทั้ง ๒๘ โครงการ เคร่งครัดตรวจสอบครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นนะครับท่านประธาน ผมเกรงว่ามันจะเกิดความเสียหายต่อทางราชการ ก็จึงได้มีคำสั่งวันที่ ๑๗ ตุลาคม แล้ววันที่ ๒๘ ตุลาคม ผมก็ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ไปอยู่กระทรวงมหาดไทย ก่อนหน้าจากนั้นเพียง ๑๐ กว่าวันเองนะครับ นี่ผมให้ดูเพียง ที่ท่านผู้อภิปรายได้พูดถึงว่าการทำงานนั้นทรายไปไหนอะไรไปไหนนะครับ ผมฉายตัวอย่างให้ดู นี่คือสภาพก่อนขุดนะครับ นี่คือแม่น้ำมูลตอนที่ ๑ จังหวัดศรีสะเกษ นี่คือสภาพก่อนขุด ตื้นเขินอย่างนี้น้ำจะไหลได้อย่างไร เมื่อน้ำมามันก็ท่วมไป ๒ ข้างมันก็ตื้นเขินมากเหลือเกิน สภาพพื้นที่หลังขุดลอกบริเวณจุดที่ ๑ จุดเดียวกันนะครับ ต้นไม้นี่ยังเหมือนกัน นี่เขาขุดมาเป็นลำน้ำแล้ว แล้วก็เอาทรายขึ้นมาทำเป็นคัน ส่วนหนึ่ง ที่ทำเป็นคัน ส่วนหนึ่งประชาชนที่ต้องการทราย เป็นวัดวาอาราม อบต. สาธารณกุศล ที่ต้องการจะใช้ทรายถ้ามีทรายเหลือจากทำคัน ทำหนังสือถึงกรมเจ้าท่ามีสิทธิให้ไป เป็นไปตามระเบียบ ส่วนที่เหลือก็กองไว้เพื่อการตรวจสอบ เพราะฉะนั้นท่านไปตรวจไปอะไรนี่ อาจจะเห็นบ้าง ไม่เห็นบ้าง นี่คือสภาพก่อนขุด นี่สภาพหลังขุด นี่กรมเจ้าท่าได้ดำเนินการดังนี้ เป็นแม่น้ำ เอาทรายขึ้นมาทำเป็นคันตลิ่ง ชัดเจนนะครับ นี่คือบริเวณน้ำที่ท่วมมาจาก การขุด ผมก็ได้คิดว่าในช่วงนี้คงจะอธิบายความไว้เพียงเท่านี้ว่าผมเป็นรัฐมนตรีนั้น มีหน้าที่กำกับดูแลงานของทางราชการในหน่วยงานที่ผมรับผิดชอบเมื่อมีงาน มิได้มีการไปรับรู้ ไม่ได้ไปรู้เห็นว่าจะต้องเอาคนนั้นคนนี้ผมไม่เคยรู้จักกับบริษัททั้ง ๑๔ บริษัทที่มารับเหมานี้เลย แม้แต่บริษัทเดียว เพราะว่ามันเป็นต่างจังหวัดไกล ๆ ทั้งนั้น ผมไม่ทราบ ไม่เคยรู้จัก แล้วก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่เขาทำไป เมื่อผมตรวจสอบแล้วมันเป็นไปตามระเบียบแบบแผน ของทางราชการทุกประการผมจะไปทำอะไร จะไปสงสัยผมยังไม่กล้า ทั้ง ๆ ที่ผมก็ได้รับข่าว มีคนแข่งอะไรกัน ผมหูหนัก ผมต้องฟังมีเหตุมีผล แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทั้ง ๒๖ โครงการนี้ จนกระทั่งบัดนี้ท่านรัฐมนตรีประเสริฐ จันทรรวงทอง ท่านเป็นรัฐมนตรีที่มารับดูแล ควบคุมกำกับกรมเจ้าท่าต่อจากผม ยังยืนยันได้ว่า เพิ่งรับทราบกันว่ายังไม่สามารถที่จะ จ่ายเงินให้กับผู้รับเหมาได้แม้แต่รายเดียว มีผู้รับเหมาที่มายื่นบอกว่างานเสร็จแล้วขอให้ ตรวจรับงาน ๒ ราย แต่ปรากฏว่าหลักฐานอะไรต่าง ๆ ก็ไม่เรียบร้อย แล้วก็รู้สึกจะมี การวางแผนการในการต้องปรับกันแล้วเนื่องจากบางรายที่ส่งงานไม่ทัน และอาจจะมีบางราย ที่จะต้องยกเลิกงาน ต้องขอเรียนยืนยันกับท่านประธานและท่านสมาชิกว่าผมไม่มีแน่นอน เรื่องทุจริต เรื่องช่วยเหลือ

ต่อมาอีกนิดหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพ ท่านผู้อภิปรายท่านได้แลบมานิดหนึ่งว่า ภรรยาผมไปถูก ป.ป.ช. ดำเนินการอะไรก็ไม่ทราบพูดไม่ชัด แต่เรื่องนี้ผมเป็นคนโปร่งใส แล้วก็พูดได้อย่างเต็มปากว่าภรรยาผมจริง ๆ อยู่กันมาเป็นสิบปีแล้ว ๒๐-๓๐ ปีแล้ว แต่เพิ่งจดทะเบียนสมรสครับ เนื่องจากอยากเป็นภรรยารัฐมนตรีเพื่อมีเกียรติ จดทะเบียนสมรส เมื่อปีนี้เองปี ๒๕๕๕ ท่านครับ นักการเมืองนั้นมีแต่ว่าเมื่อมาทำงานการเมืองแล้ว จดทะเบียนเลิกกับเมีย ผมพอมาทำงานการเมืองแล้วเมียมาแต่งงานด้วย จดทะเบียนสมรส ท่านคิดดูสิว่าผมจะมีเรื่องทุจริตคิดมิชอบบ้าบอเหล่านี้หรือไม่ ภรรยาผม ถูกโกงก็ว่ากันไปตามคดีความ ขึ้นศาลก็ขึ้นไป ท่านถาวร เสนเนียม ถ้าท่านถามอีกนิดหนึ่ง ท่านจะรู้ว่าอะไรคือจริงอะไรคือเท็จ เพราะท่านก็เป็นนักกฎหมายที่ยิ่งใหญ่อยู่ ขอขอบคุณครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธาน สภาผู้แทนราษฎร ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีท่านสมาชิก ที่จะอภิปรายต่อเชิญครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตากครับ ท่านประธานครับ ผมขอได้อภิปราย ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมนะครับ ซึ่งปัจจุบันท่านเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านธนิตพลครับ ขออภัยครับ ขอความร่วมมือจากท่านวิปฝ่ายค้านด้วยนะครับ รายชื่อที่จะอภิปรายท่านชัจจ์ ยังมีอยู่สักกี่ท่านจะได้บริหารได้ถูก ช่วยแจ้งด้วยนะครับ เชิญท่านธนิตพลครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ท่านประธานครับ ในฐานะวิปฝ่ายค้าน ท่านประธานไม่ต้องห่วงครับ อย่าเพิ่งนับเวลาผมนะ ผมเรียนท่านประธานว่าทางวิปฝ่ายค้าน บริหารเวลากันเองได้ดีอยู่แล้วครับ ไม่จำเป็นต้องส่งรายชื่อครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หมายถึงว่า บริหารเวลาให้รัฐมนตรีจะตอบในช่วงไหนจะได้ทราบ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

เชิญตอบได้เลยครับท่านประธาน สิทธิของ รัฐมนตรีอยากจะตอบเมื่อไรตอบได้เลยครับ ไม่ต้องห่วงครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มันมีปัญหาเรื่อง เวลา ฝ่ายค้านมี ๓๐ ชั่วโมง รัฐบาลมี ๑๒ ชั่วโมง อยากให้ได้บริหารเวลาเท่านั้นเอง แล้วก็ เหลือกี่ท่าน ท่านจะได้รู้ว่าท่านควรจะให้พูดสักกี่ท่านแล้วจะตอบทีหนึ่ง เพื่อบริหารเท่านั้น ไม่มีอะไร เชิญท่านอภิปรายต่อครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก 🔗

กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ เหตุผลที่ผมต้องอภิปรายท่านรัฐมนตรีชัจจ์ก็เพราะว่าผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการ ติดตามการบริหารงบประมาณครับ คนที่ท่านพูดถึงว่าเรียกท่านไปสอบ เรียกกรมเจ้าท่า ไปสอบหลายครั้งนั่นละครับ และท่านไม่ต้องแปลกใครครับว่าทำไมเรียกหลายครั้ง เรียกทุกกรมครับ เหตุผลที่เรียกทุกกรมเพราะว่าผมขอท่านประธานนี่ละครับ ตั้งอนุกรรมาธิการที่มีท่านนิพนธ์ บุญญามณี เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ ตรวจสอบ เกี่ยวกับเรื่องของการทุจริตเรื่องของการบริหารงบประมาณที่จะแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ซึ่งมีข่าว การทุจริตมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่มีมหาอุทกภัยนั่นละครับท่านประธาน นี่คืออำนาจหน้าที่ ที่ผมต้องทำเพื่อรักษาประโยชน์ของการใช้จ่ายงบประมาณของพี่น้องประชาชนที่เขาเสียภาษี ผมต้องเรียนท่านประธานครับว่าสิ่งที่ผมรับไม่ได้กับพฤติกรรมของท่านรัฐมนตรีและ จำเป็นจะต้องลุกขึ้นอภิปรายก็เพราะว่าท่านรัฐมนตรีมีพฤติกรรมที่จะไม่รับผิดชอบ ในเงินงบประมาณที่พี่น้องประชาชนเขาได้จ่ายให้ท่านไปบริหารครับ และ ๒. ประเด็นที่ผม จะพูดถึงท่านรัฐมนตรีก็คือพฤติกรรมของท่านมันส่อว่าอาจจะมีการทุจริต ซึ่งเดี๋ยวผมจะพูด ในรายละเอียดต่อไปครับ ๒ ประเด็นนี้ละครับ ท่านประธานครับ ในส่วนแรกครับ เมื่อสักครู่ ท่านรัฐมนตรีท่านชี้แจงพอดีเลยครับ เพราะข้อมูลที่ผมต้องการอภิปรายก็เรื่องนี้ครับ ท่านรัฐมนตรีบอกว่าในส่วนที่เป็นเรื่องของการตรวจสอบของคณะกรรมาธิการนั้น ท่านไม่ทราบว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีการทุจริตตั้งแต่ตอนต้น แล้วพอท่านทราบท่านจึงตั้ง คณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ ผมเรียนครับว่ารายละเอียดต่าง ๆ เหล่านี้เป็นรายละเอียด ที่เขาเรียกว่าการเสนอเอกสารแบบตามโพยครับ เพราะว่ามติคณะรัฐมนตรีที่อนุมัติ กรอบวงเงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ พอดีผมติดมติคณะรัฐมนตรีมาด้วยครับ อนุมัติเมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ตรงนี้ครับเขียนไว้ชัดเจนครับว่าอนุมัติวงเงินในกรอบเพื่อแก้ไข ฟื้นฟูเยียวยาผู้ประสบปัญหาอุทกภัย วันที่ ๑๒ ธันวาคม ตัวเลขนี้ท่านรัฐมนตรีท่านจำดี ๆ นะครับ พอวันที่ ๑๒ ธันวาคม พอได้รับรู้แล้วว่ากรมเจ้าท่าจะได้รับการอนุมัติเงิน กรอบวงเงินของ ครม. ทำอะไรครับ ผมก็คิดว่าวันที่ ๑๓ ๑๔ ๑๕ กรมเจ้าท่าจะหาทางขอใบจัดสรรจากสำนักงบประมาณ ปรากฏว่าไม่มีครับ ท่านรัฐมนตรีครับ กรมที่ท่านรับผิดชอบนะครับ ที่ท่านควรจะบอกว่า เร่งรัดนี่ ท่านควรจะเร่งรัดตั้งแต่ตอนต้น คำว่า ตั้งแต่ตอนต้น คือเมื่อมติ ครม. ออกมาปุ๊บว่า กรมเจ้าท่าได้รับเงิน ท่านก็ควรที่จะเร่งให้กรมเจ้าท่านั้นทำหนังสือถึงสำนักงบประมาณ ขอเงินครับ แต่ไม่ได้ทำ กรมเจ้าท่าเอ้อระเหยลอยชายไปจนกระทั่งถึงวันที่ ๓๑ มกราคม ผ่านมาเดือนกว่าครับ ๓๑ มกราคม กรมเจ้าท่าจึงมีหนังสือขอรับการจัดสรรงบประมาณ รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เรียนผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ลงวันที่ ๓๑ มกราคม แล้วเดือนกว่าทำอะไรครับ ทำไมท่านไม่เร่งรัดล่ะครับ ต่อมาครับ ท่านประธานครับ ผมก็มานั่งนึกว่าทำไมกรมเจ้าท่าท่านรัฐมนตรีท่านไม่เร่งรัด มาถึงบางอ้อว่า อ๋อ เพราะว่ามติ ครม. ก็ดี ทางสำนักงบประมาณก็ดี กรมบัญชีกลางก็ดี พร้อมใจกันบอกว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่จะต้องเร่งทำสัญญาให้แล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน ตอบกรมเจ้าท่า กลับมาหลังวันที่ ๓๑ มกราคม ตอบกลับมาเสร็จ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านเร่งทำสัญญา โดยอ้างมติ ครม. อ้างคำสั่งสำนักงบประมาณและคำสั่งของทางกรมบัญชีกลางบอกว่า ต้องให้มีการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ ถ้าทำก่อนหน้านี้ไม่จำเป็นที่จะต้องจัดซื้อจัดจ้าง ด้วยวิธีพิเศษ และวันนี้ผมรับรองเลยว่าเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ แต่มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นครับ พอกรมเจ้าท่าประวิงเวลาในการจัดทำเอกสารไปจนถึงวันที่ ๓๑ สุดท้ายแล้วถูกบีบด้วย มติ ครม. ถูกบีบด้วยคำสั่งของสำนักงบประมาณ และผมไม่แน่ใจว่าอันนี้แอบจงใจให้บีบกัน หรือเปล่า แต่สุดท้ายแล้วผลออกมาคือจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษทั้งหมด ๒๖ โครงการ ผมนี่สงสัยมาตั้งแต่ต้นครับท่านประธาน โครงการแต่ละโครงการ ๕๐ ล้านบาท ๖๐ ล้านบาท ตั้งแต่เสนอเข้าคณะรัฐมนตรีทำไมไม่เสนอ ๒๖ โครงการ ทั้ง ๆ ที่เป็นโครงการที่น่าจะ เปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบจากภาคส่วนต่าง ๆ ไม่ทำ แต่ท่านรัฐมนตรีท่านเสนอรวบเลย มุมมิบ ๆ เสนอเข้าไป ๑ โครงการ ๑,๒๑๕ ล้านบาท ๑,๒๑๕ ล้านบาท ท่านประธาน เงินมหาศาลขนาดนี้เสนอไป ๑ โครงการ ๒๖ รายการ ใครตรวจสอบรายละเอียดไม่ได้เลย เท่านั้นยังไม่พอครับ พอเสนอเข้าไปเสร็จปุ๊บ ปรากฏว่าผมก็มาดูตามที่ท่านรัฐมนตรีชี้แจง การจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษที่กรมเจ้าท่าทำลงนามในสัญญาวันแรกครับ วันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๕๕ และสัญญาสุดท้าย สัญญาที่ ๒๖ วันที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๕ ผมเรียนท่านประธานครับ ถ้าดำเนินการโดยวิธีปกติที่เราเรียกว่าการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ใช้เวลา ๒๘ วันทำการ ๒๘ วันทำการนะครับ จะเสร็จสิ้นในวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๕ เท่านั้นเอง เร็วกว่าจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษอีก ท่านรัฐมนตรี แล้วจะไม่ให้ผมคิดได้อย่างไรล่ะว่านี่คือการจงใจ เพราะการจัดซื้อจัดจ้าง ด้วยวิธีพิเศษนั้นเป็นการเรียกผู้รับเหมามาเจรจา แล้วก็น่าสงสัยที่ท่านถาวรอภิปราย เมื่อสักครู่นี้ก็คือว่าการที่เรียกผู้รับเหมามาเจรจามีโครงการที่ต้องรับจ้าง ๒๖ โครงการ แต่เรียกมาเพียง ๑๔ ผู้รับเหมา นี่หมายความว่าอะไรครับ ทำไมไม่เรียกมา ๕๐ ผู้รับเหมา ๖๐ ผู้รับเหมาล่ะครับ หรือในประเทศไทยมันไม่มีใครมีความสามารถแล้วในการขุดลอก มันมีแค่ ๑๔ รายหรือครับ แล้วพอเรียกมาเสร็จปุ๊บมันมีความรู้สึกเหมือนแบ่งเค้ก แต่ปัญหาคือเค้กก้อนนี้มันเป็นเงินภาษีที่พี่น้องประชาชน ผมก็จ่าย ญาติพี่น้องผมก็จ่าย คนจังหวัดตากจ่ายกันหมด ท่านเอามาทำอย่างนี้กันได้อย่างไร เอาผู้รับเหมา ๑๔ คน มาทำสัญญา ๒๖ สัญญา ผู้รับเหมาคนหนึ่งทำ ๒ สัญญาบ้าง ๓ สัญญาบ้าง และที่สำคัญที่สุด วันนี้สัญญาต่าง ๆ ที่ท่านรัฐมนตรีบอกว่ายังไม่สามารถเบิกจ่ายเงินได้ จริงครับ เพราะผมนี่ ตรวจเองครับ แล้วผมก็เสียใจว่าจริง ๆ แล้วควรจะเบิกจ่ายเงินกันได้ตั้งนานแล้วจะได้ แก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน แต่ที่ยังไม่สามารถเบิกจ่ายเงินได้เพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะว่าคนที่จะต้องเซ็นอนุมัติเขารู้ว่าถ้าเขาเซ็นการเบิกจ่ายเงินติดคุกแน่ท่านรัฐมนตรี ใครจะกล้าเซ็น โทษกันไม่ได้ครับ ติดคุกครับ แม้แต่ตัวอธิบดีไม่กล้าเซ็น จะไปบังคับ ให้เขาเซ็น ลาออกเลย ถ้าท่านมั่นใจว่าโครงการนี้ไม่มีการทุจริตเซ็นเลยครับ เซ็นเลยครับ ท่านรัฐมนตรี ผมกราบเรียนท่านประธานครับ กระบวนการทั้งหมดนี้อย่างแรกที่ผมต้องให้ ท่านรัฐมนตรีรับผิดชอบก็คือเรื่องของความรับผิดชอบในฐานะผู้กำกับดูแลกระทรวง กรมนี้ท่านเป็นผู้กำกับตามพระราชบัญญัติระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน เขียนไว้ชัดเจนว่าท่านต้องกำกับข้าราชการ ต้องดำเนินงานในการติดตาม ตรวจสอบ ให้เป็นไปตามนโยบาย รวมไปถึงดูเรื่องของผลสัมฤทธิ์ของงาน กระดาษแผ่นเดียวมาโชว์ ในสภาบอกนี่อย่างไรตั้งคณะกรรมการแล้ว ไม่ใช่ครับท่านประธาน ถ้าท่านรัฐมนตรี ทำได้แค่นั้นผมคิดว่าวันนี้ใครก็เป็นรัฐมนตรีได้ครับ ท่านประสิทธิ์ ไชยศรีษะ วันนี้เป็น รัฐมนตรีได้ครับ ถ้าเซ็นได้อย่างนี้นะครับ ผมเรียนท่านประธานว่าเรื่องต่อมาที่อยากจะให้ ท่านประธานได้ดู ขออนุญาตท่านรัฐมนตรี ขออนุญาตท่านประธานครับ ลงรายละเอียด ในโครงการต่าง ๆ ที่อยู่ในจังหวัดที่ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่คือจังหวัดตากและ จังหวัดใกล้เคียงคือจังหวัดกำแพงเพชร ผมทราบดีว่าท่านรัฐมนตรีท่านรู้ข้อสอบผมดีอยู่แล้ว เพราะว่าผมเรียกข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้มาจากหน่วยงานของท่านครับ

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอโทษครับ มีผู้ประท้วง

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ท่านประสิทธิ์ครับ ไม่อยากเป็นรัฐมนตรี หรือครับ หรืออยากเป็น

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องขอประท้วงผู้อภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ จริง ๆ แล้ว เป็นความน่ารัก ฝ่ายค้านวันนี้อภิปรายอย่างสุภาพอย่างมีเหตุมีผล ผมเองไม่อยากจะ ขัดจังหวะตรงนี้ เพียงแต่เดี๋ยวประชาชนเข้าใจผิดว่าผมอยากเป็นรัฐมนตรี ก็เลยต้องขอชี้แจง ตรงนี้ก่อนนะครับ ขอบคุณท่านประธานที่ได้ให้เกียรติ ขอบคุณผู้อภิปรายด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ไม่ได้เสียหายอะไร เชิญต่อเถอะครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก 🔗

จบแล้วนะครับท่านประธาน ผมขออนุญาตนะครับได้ลงรายละเอียดของงานครับ ท่านประธานครับ นี่คือแบบ ของโครงการขุดลอกและฟื้นฟูร่องน้ำที่ประสบภัยแม่น้ำวัง จังหวัดตากครับ จุดเริ่มต้น โครงการอยู่ตรงนี้ครับ และจุดสิ้นสุดโครงการอยู่ตรงนี้ครับ ทั้งหมด ๔๔ กิโลเมตร งบประมาณที่จะต้องใช้จ่ายคือ ๔๕ ล้านกว่าบาท ต้องเอาคิวดินออกทั้งหมด ต้องเอาดินออก ทั้งหมดนี่นะครับ ๑,๓๒๐,๐๐๐ คิว ๒๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ทั้งหมดนี้ครับท่านรัฐมนตรี อ้าวไปไหนล่ะครับท่านประธาน รัฐมนตรีหายครับ ท่านประธานครับ ทั้งหมด ๔๔ กิโลเมตร ที่จะต้องเอาคิวดินออกทั้งหมด ๑,๓๒๐,๐๐๐ คิว มีทั้งพื้นที่ที่ต้องการแก้ปัญหาคันดิน เพื่อไม่ให้น้ำกัดเซาะมีทั้งเกาะกลางและมีทั้งลำน้ำที่แคบครับ ครบเลยในจังหวัดตาก แม่น้ำวัง ผลปรากฏว่าอย่างไรครับ ผมเอาให้ท่านประธานดูรูปของจังหวัดตากที่ผมไปถ่ายมา เอาอันนี้ก่อนรูปบนสุดครับจุดเริ่มต้นโครงการ ท่านประธานเห็นนะครับ เขียนชัดเจน ของกรมเจ้าท่า จุดเริ่มต้นโครงการดูฝั่งตรงข้ามขนาดเริ่มต้นโครงการนี่ครับยังไม่มีการแตะ ในริมตลิ่ง ไม่มีรูปของการขุดลอกเลยแม้แต่นิดเดียว ช่างกล้องช่วยรบกวนซูม (Zoom) ภาพให้เห็นครับ ที่ตรงลูกศรนี่ครับ ไม่มีการขุดลอกไม่มีการเข้าไปดำเนินงาน ของหน่วยงานหรือแม้แต่ผู้รับเหมาเลยแม้แต่นิดเดียวครับ รูปที่ ๒ ที่ผมเขียนลูกศรไว้นี่ ให้เห็นว่าลำน้ำตรงนี้เป็นลำน้ำที่มันแคบและประชาชนในเขตพื้นที่จังหวัดตากบอกว่า ไอ้ตรงนี้แหละถ้าขุดให้มันกว้างขึ้นทำคันดินสวย ๆ อย่างที่ท่านรัฐมนตรีได้นำเสนอรูป เมื่อสักครู่นี้จะทำให้สามารถรองรับน้ำได้มากขึ้น และน้ำจะไม่ท่วมในเขตพื้นที่อำเภอสามเงา และอำเภอบ้านตาก ปรากฏว่าผมเพิ่งไปถ่ายมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้วครับ เหมือนเดิม ท่านรัฐมนตรีครับเหมือนเดิม นี่ครับเขียนว่าสะพานวังหวายถ่ายให้เห็นชื่อสะพานด้วย จะได้รู้ครับดูเหมือนสวยนะครับอย่างที่ท่านรัฐมนตรีแอบเอามาโชว์นี่ครับ แต่ว่าพอน้ำลด เห็นอะไรครับ ตะกอนทรายที่ไม่ได้ขุดเลยแต่ว่าผู้รับจ้างไปตกแต่งริมตลิ่งเฉย ๆ แล้วก็ถ่ายรูป เพื่อจะมารับสตางค์ครับ นี่คือจังหวัดตากครับ ทำอะไรครับ ๔๕ ล้านบาท ท่านประธานครับ ๔๕ ล้านบาท สิ่งที่คนจังหวัดตากเสียภาษีไปและได้รับกลับคืนมาจาก ผลงานการบริหารงบประมาณของท่านรัฐมนตรีชัจจ์คือไม่ทำอะไรเลย ลำน้ำยังเหมือนเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลยครับ ยังมีรูปด้านหลังครับท่านประธาน นี่ครับ เห็นสภาพตลิ่ง ที่บอกว่างบประมาณ ๔๕ ล้านบาท คิวดิน ๑,๓๒๐,๐๐๐ คิว ผมยังหาไม่เจอว่า ทำไม ๑,๓๒๐,๐๐๐ คิวนี้มันจึงไม่มาโปะอยู่ริมตลิ่ง แก้ปัญหาน้ำกัดเซาะตลิ่ง ให้พี่น้องประชาชน ผมก็มานั่งสงสัยว่า ๑,๓๒๐,๐๐๐ คิวนี้มากขนาดไหน ท่านประธานดูนี่ครับ ท่านรัฐมนตรีครับ รบกวนดูทางนี้ครับ ปริมาณดิน ๑,๓๒๐,๐๐๐ คิว ที่ท่านถาวรพูด เมื่อสักครู่นี้ก็คือว่าผมให้เกียรติผู้รับเหมา ให้เกียรติกรมเจ้าท่าบอกว่าเอาปริมาณดิน มาทั้งหมดเลยให้กอง ๔ ชั้น คือ ๔ เมตร ปริมาณดินคือ ๑ คิว เท่ากับ ๑ ลูกบาศก์เมตร ๑ เมตร คูณ ๑ เมตร และคูณ ๑ เมตร กว้างคูณยาวคูณสูง ปริมาณดินทั้งหมด ๑,๓๒๐,๐๐๐ คิว ปรากฏว่าถ้าตั้งสูง ๔ เมตรจะเท่ากับ ๓๓๐,๐๐๐ ตารางเมตรครับ ผมก็มานึกว่า ๓๓๐,๐๐๐ ตารางเมตรนี้มันขนาดไหน ต้องตั้งอยู่สูง ๔ เมตรในพื้นที่ ๒๐๐ ไร่กับอีก ๖ ไร่ครับ กองดินมหาศาลท่านประธาน ๒๐๐ กว่าไร่ ถ้าจะต้องการใช้รถบรรทุกขนดินทั้งหมดนี้ ต้องใช้เฉลี่ย ๘๘,๐๐๐ เที่ยว ขนวันละ ๑๐ เที่ยว ระยะเวลา ๒ เดือน ต้องใช้รถถึง ๑๔๗ คันครับ ปัญหาคือไม่เห็นครับ ทั้งรถ ทั้งกองดินและผลงานที่ผมให้ดูว่าไม่ได้ทำริมตลิ่ง ไม่ได้ขุดอะไรเลยครับ นี่ถ้าเปรียบเทียบว่ามันใหญ่ขนาดไหน ผมเปรียบเทียบ ให้เห็นภาพอีกครับ สนามฟุตบอลถ้าเอาดินไปกองสูง ๔ เมตร เท่ากับต้องใช้สนามฟุตบอล ถึง ๔๗ สนามต่อกันครับท่านประธาน มันเยอะขนาดนั้น แต่ริมตลิ่งในเขตพื้นที่แม่น้ำวัง ในอำเภอสามเงา ในอำเภอบ้านตาก ไม่มีการแก้ไขเลย นี่หรือครับที่ท่านบอกว่าท่านควบคุม กำกับดูแลอยู่ตลอดเวลา ขออนุญาตรวบรัด นี่คือแม่น้ำปิงตอนที่ ๓ ครับ วัดพรหมประดิษฐ์ อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชรถึงคลองขลุงเช่นเดียวกันครับ ผมไปถ่ายป้ายมาด้วย ป้ายสวยงาม โครงการจ้างเหมาขุดลอก ผู้รับจ้างต้องเปรียบเทียบรูปนี้กับรูปของท่านรัฐมนตรี ตลิ่งพังหมดครับ นี่ครับไม่มีการทำตลิ่งเลยแม้แต่นิดเดียวครับ ท่านอาจจะบอกว่าน้ำท่วม ทำไม่ทัน บ้านเรือนพี่น้องประชาชนที่อำเภอขาณุวรลักษบุรีพังลงมาเลยครับ ท่านรัฐมนตรี นั่งอยู่ได้อย่างไร บ้านเขาพัง โชคดีไม่ใช่บ้านท่าน บ้านท่านป่านนี้ท่านเข้าไปดูแลแล้ว นี่ก็เป็นอีกรูปหนึ่งที่พี่น้องประชาชนเขาเรียกร้อง เขาร้องเรียนมาบอกว่าท่านรัฐมนตรีชัจจ์ ช่วยกรุณาไปกำกับดูแลหน่อย ผลที่ได้รับกระดาษแผ่นเดียวครับ ตั้งคณะกรรมการ ผมเรียนท่านประธานนะครับกระดาษแผ่นเดียวตั้งคณะกรรมการ ผมยังมีอีก ๒ ที่ เดี๋ยวผมขออนุญาตอภิปรายเรื่องนี้ให้จบเลย นี่แม่น้ำปิงตอนที่ ๔ จุดเริ่มต้นโครงการ จุดสิ้นสุด โครงการอยู่ข้างบนครับ ระยะทาง ๔๖ กิโลเมตรเหมือนกัน ความต้องการพี่น้องประชาชน ให้ทำคันตลิ่ง ให้ทำลายเกาะกลาง ไม่มีครับ ที่รูปด้านหลัง ผมเรียนท่านประธานว่า รูปนี้เห็นชัด เพราะไปถ่ายมาตอนน้ำลด นี่คือถ่ายมาตอนน้ำลดครับ เห็นอะไรไหม ท่านรัฐมนตรีครับ รูปที่ท่านมีนี่แน่นอนครับว่าต้องเป็นรูปที่สวยครับ แต่ในขณะเดียวกัน ผมในฐานะผู้ตรวจสอบรัฐบาลผมก็ไปหารูปมาได้เหมือนกัน ไม่สวยเท่าท่านครับ เพราะว่า ไม่ได้มีการขุดลอกเลย พอน้ำลดเห็นไหมครับผลงานมันออกมาครับ เช่นเดียวกันครับ ริมตลิ่งไม่มีการทำ นี่น้ำลด เห็นเลยครับว่าไม่มีการขุดลอก รูปสุดท้ายครับ โครงการตอนที่ ๕ เหมือนกัน จุดเริ่มต้นโครงการครับ วัดอมฤต อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร จุดสิ้นจุดโครงการสะพานข้ามแม่น้ำคลองวังเจ้า ติดกับจังหวัดตากผมไปถ่ายรูปมา เหมือนกันครับ รูปข้างบนเป็นชื่อโครงการ รูปข้างล่างตรงนี้ขอโทษพอดีไปถ่ายมาค่ำหน่อย แต่เห็นครับว่าไม่มีการขุดลอก ไม่มีการปรับแต่งริมตลิ่งสวยอย่างที่ท่านรัฐมนตรีเอามาโชว์ ตรงนี้เห็นชัดเจน รูปนี้สว่าง กองไม้ยังอยู่ที่เดิม ท่านบอกสิครับงบประมาณ ๕๐ กว่าล้านบาท ที่จะต้องเอาคิวดินออกและตกแต่งริมตลิ่ง ๑,๖๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ๑,๖๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร มันหายไปอยู่ในกระเป๋าใครครับท่านประธาน ท่านรัฐมนตรี ลองเอามือล้วงกระเป๋าออกมามีดินอยู่ไหม เท่านั้นยังไม่พอ ผมยังมีเรื่องที่ตรวจสอบ ในสัญญาอีกครับ ท่านประธานยังไม่เห็นสัญญา ผมเห็นแล้วครับ ในสัญญานี่ครับ ผมยกตัวอย่างเพราะผมเหลือเวลาอีก ๔ นาที สัญญาไม่ให้เรียกว่าฮั้วแล้วให้เรียกว่าอะไร ตอบ ๑. บริษัท สิน .... เสนอราคา ๕๑,๔๖๑,๐๐๐ บาท บริษัท ศักดา .... ๕๑,๔๖๑,๐๐๐ บาท บริษัท กรุงไทย .... เสนอ ๕๑,๔๖๑,๐๐๐ บาท นี่ญาติกันไหมท่านประธาน บริษัท สิน .... บริษัท ศักดา .... บริษัท วัชรขจร อ้อเผลอพูดไป นี่เขาเป็นญาติกันหรือเปล่าท่านรัฐมนตรี เสนอราคามาเท่ากันเป๊ะ แต่บริษัทที่ได้เสนอมาต่ำกว่าหน่อยครับ ๔๕,๕๔๐,๐๐๐ บาท นี่ครับไม่ให้เรียกว่าฮั้วแล้วเรียกว่าอะไร สมยอมราคาหรือ ท่านประธานครับ ยกอีกตัวอย่างหนึ่ง เป็นอย่างนี้เยอะมากที่ท่านถาวรอภิปราย ห้างหุ้นส่วนจำกัดที่รายงานผลการพิจารณาราคาจ้างเหมา กำแพงเพชรตอนที่ ๓ ห้างหุ้นจำกัด เล็กเจริญ ๕๙,๕๘๔,๐๐๐ บาท พอมาถึงบริษัท ไทย .... วิศวการทาง ๕๙,๙๕๘,๔๐๐ บาท บริษัทนี้ได้ ที่เหลือ บีดับเบิลยูบี หรือ เอสอาร์ โปรเฟสชันนอล เสนอเท่ากัน ๕๙,๕๘๔,๐๐๐ บาท ผมว่า ๓ บริษัทนี้ต้องเป็นญาติพี่น้องกันแน่ท่านประธาน เสนอเท่ากันเลย เด็กอมมือดูเขาก็รู้ว่าอย่างนี้เขาเรียกว่าฮั้ว เพื่อนข้างหลังผมยังบอกเลยว่า อย่างนี้เรียกโกง ผมไม่ได้พูดเองนะท่านประสิทธิ์ไม่ต้องประท้วง ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ท่านประธานอภิปรายต่อเกี่ยวกับเรื่องของสัญญาครับ ผมจะให้ท่านประธานและท่านรัฐมนตรีดู การเขียนสัญญา

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประสิทธิ์ คงไม่ต้องประท้วงกระมังครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ท่านประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ขึ้นมาอีกแล้ว

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครับ อย่าประท้วงเลยครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ผมกำลังอภิปรายอยู่ท่านครับ นั่งก่อน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อย่าประท้วงเลย เสียเวลา ไม่เสียหายหรอกครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ความจริงไม่อยากประท้วง แต่เมื่อผู้อภิปรายพาดพิงถึงผม ผมนั่งอยู่เฉย ๆ และนั่งฟังอยู่ดี ๆ เมื่อกี้ผมก็ชมท่านนะท่านอภิปรายอย่างสุภาพบอกว่าฝ่ายค้านวันนี้ทำหน้าที่ ได้ดีมากและสุภาพมากก็ไม่มีใครประท้วง แต่อยู่ ๆ มาพูดถึงอย่างนี้เดี๋ยวท่านผู้ชมที่ชม อยู่ทางบ้านเข้าใจว่าผมประท้วง ผมไม่ได้ประท้วงนะครับ โอเคครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาละครับ พอแล้วครับ ชวนแวะข้างทางชมวิว ท่านต่อเถอะครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ท่านประธานครับ ผมย้อนกลับมานิดหนึ่ง ที่ผมบอกท่าน นี่แหละครับการฮั้วอย่างนี้คือใบเสร็จ ใบเสร็จที่จะนำไปสู่การถอดถอน ท่านรัฐมนตรีครับ และเท่านั้นยังไม่พอ นี่คือรายงานผลการพิจารณานะครับ มาถึงสัญญา ท่านประธาน สัญญาผมนี่เรียนท่านประธานตรง ๆ ครับ คือเรื่องสัญญาผมก็พอมีความรู้อยู่บ้าง เคยทำสัญญา สัญญาที่ทำระหว่างกรมเจ้าท่ากับบริษัทรับจ้างหรือที่เรียกว่าผู้รับเหมา เขาเรียกว่าสัญญาจ้างทำของไม่ใช่สัญญาจ้างทำงาน คำว่าจ้างทำของคืออะไร คือทำของให้เสร็จ แล้วคุณรับเงินไป ผมดูว่าของนั้นดีหรือไม่ดีดูผลสัมฤทธิ์ของงานครับ แต่สัญญาจ้างทำงาน ไม่ได้ห่วงในเรื่องของผลสัมฤทธิ์ของงานแต่ดูเรื่องของว่าคนมาทำงานมาทำหรือไม่ แล้วดูครับ สัญญากรมเจ้าท่าเขียนมาได้อย่างไร ผู้ว่าจ้างตกลงจ่ายและผู้รับจ้างตกลงรับเงินค่าจ้าง ท่านประธาน แล้วนี่จะไม่บอกเลยหรือว่าจะจ้างทำอะไรครับ ผู้ว่าจ้างตกลงเอาเงินจ่าย ให้เขาแล้วครับ แล้วผู้รับจ้างก็คือผู้รับเหมาตกลงรับเงิน คนจ้างตั้งใจจ่ายและคนที่รับจ้างรับเงิน ท่านรัฐมนตรีถ้าสัญญานี้ท่านว่าถูกเรามาทำสัญญากันอย่างนี้บ้างไหม ท่านตกลงจ่ายเงินให้ผม ผมตกลงรับเงินท่านโดยที่ผมไม่ต้องบอกว่าผมจะทำอะไรให้ สัญญาอย่างนี้ทำให้รัฐสูญเสีย ประโยชน์เพราะว่าเป็นสัญญาที่เสียเปรียบครับ ปล่อยออกมาได้อย่างไร ผมสอบเรื่องนี้ ในคณะกรรมาธิการครับ ผมเรียนว่าในบันทึกการประชุมของคณะกรรมาธิการมีเขียนไว้ด้วยว่ารู้ว่าสัญญาก็เสียเปรียบ รู้ว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น แต่สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันเกินอำนาจหน้าที่ของข้าราชการ มันต้องเป็นอำนาจหน้าที่ของผู้กำกับดูแลนโยบาย เพราะท่านคือคนที่พี่น้องประชาชน เขาให้ไปดูแลเรื่องของการบริหารงบประมาณตัวนี้ แต่ท่านรัฐมนตรีไม่ได้ทำ

ผมเรียนท่านประธานนะครับ นอกเหนือจากเรื่องของการขุดลอกต่าง ๆ แล้ว สิ่งที่ผมพบในขณะที่ไปตรวจงาน คำตอบที่ได้รับเสมอก็คือว่างานขุดลอกที่ไปตรวจนั้น ได้ทำการขุดลอกเรียบร้อยแล้ว แต่ว่าพอดีไม่ทันกับฤดูน้ำหลากก็เลยทำให้ดินทราย ที่ขุดอยู่ริมตลิ่งพัดกลับลงไปหมด ผมไม่เข้าใจครับว่าเขาคิดกันอย่างไรที่เอาทรายร่วน ๆ ไปแปะอยู่ข้างริมตลิ่ง พอน้ำมาทรายกลับไปกองที่เดิม งบประมาณ ๑,๒๑๕ ล้านบาท เงินภาษีพี่น้องประชาชนเอาไปแปะ ๆ อยู่ริมตลิ่งเพื่อให้กลับไปอยู่ที่เดิม ๑,๒๑๕ ล้านบาท ผมคิดว่าเรื่องนี้ท่านรัฐมนตรีครับท่านต้องรับผิดชอบมากกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้ มากกว่าการตั้งคณะกรรมการของท่าน และทั้งหมดนี้ที่ผมได้นำเสนอท่านรัฐมนตรี ท่านอย่าเพิ่งดีใจว่ามันมีแค่ ๒-๓ โครงการที่ผมนำเสนอ มีทั้งหมด ๒๖ โครงการ และผมก็ขออนุญาตบอกข่าวดีท่านรัฐมนตรีว่าถึงท่านจะย้ายไปแล้ว ท่านประเสริฐ ผมจะขออนุญาตเรียนเชิญท่านในคณะกรรมาธิการสอบต่อครับ ผมไม่ยอมหรอกครับ ที่จะให้ท่านรัฐมนตรีปล่อยปละละเลยกับเงินงบประมาณของพี่น้องประชาชน และถ้าส่อว่าทุจริตอีกเดี๋ยวโดนด้วย กราบเรียนท่านประธานครับ ผมหมดเวลาอภิปรายพอดี แต่ทั้งหมดที่ผมได้อภิปรายไปนั้นคงเป็นสิ่งที่ท่านรัฐมนตรีจะเข้าใจได้ครับว่าเป็นเรื่อง ที่มันรับไม่ได้จริง ๆ และเป็นพฤติกรรมที่ผมคิดว่าวันนี้ตามพระราชบัญญัติระเบียบว่าด้วย การบริหารราชการแผ่นดินท่านต้องรับผิดชอบ

ก่อนจะจบมีรูปให้ท่านดูนิดเดียว ขอความเห็นงานจ้างเหมาตามโครงการขุดลอก ท่านลงชื่อแล้วบอกว่าเห็นชอบตามเสนอ อนุมัติตามระเบียบ คำว่าอนุมัติตามระเบียบ ลงชื่อ พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มีอย่างนี้หลายโครงการ ท่านครับ ถ้าท่านบอกว่าอนุมัติตามระเบียบ พระราชบัญญัติระเบียบว่าด้วย การบริหารราชการแผ่นดินกำหนดให้ท่านกำกับดูแลตรวจสอบ รวมไปถึงดูเรื่องของ ผลสัมฤทธิ์ให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่พี่น้องประชาชนเขาเสียภาษีไป ท่านคิดว่า ผมจะไว้วางใจท่านได้ไหมครับ เป็นไปไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมขึ้นมาอภิปรายในวันนี้ ผมต้องการชี้แจงให้ประชาชนได้ทราบว่าโครงการนี้ผมไว้วางใจให้ท่านรัฐมนตรีอยู่อย่างนี้ต่อ ไม่ได้ครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรี

พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ตามที่ท่านผู้มีเกียรติได้อภิปรายเมื่อสักครู่ จำเป็นต้องขึ้นมาตอบ เล็กน้อย จริง ๆ แล้วก็เป็นเรื่องซ้ำประเด็นอย่างที่ท่านถาวรได้อภิปรายไว้ แต่มีบางประเด็น ที่มีรายละเอียดจำเป็นต้องชี้แจง เป็นต้นว่าที่ท่านกล่าวถึงว่าโครงการที่เอารูปมาดูว่าชายตลิ่ง ริมแม่น้ำนั้นที่ไม่เสร็จ ไม่เสร็จนะ มันก็เป็นอย่างนั้นไม่เรียบร้อยตามรูปที่ผมแสดงให้ดู ก็มันยังไม่เสร็จนะครับ ตามที่ท่านกล่าวมาถึง ๔ ตอนในลุ่มแม่น้ำปิงเป็นเรื่องที่ยังไม่เสร็จ ทั้งสิ้นนะครับ มันยังไม่เสร็จครับ และมันเสร็จแล้วก็ค่อยมาว่ากันอีกที เดี๋ยวจะเข้าใจผิด ว่าเสร็จแล้ว

เรื่องต่อไปก็คือบอกว่าสัญญาท่านก็พูดไม่ตรงกับข้อเท็จจริง บอกสัญญา ไม่มีแบบ บอกจะให้คนซื้อกับคนรับจ้างมาตกลงกันแล้วก็เอาสตางค์ให้โดยที่ไม่มีสัญญา เขาก็ไม่เรียกสัญญาสิครับ เขามีแบบ ผมได้เรียนแล้วนะครับว่ากรมเจ้าท่า ๑๕๗ ปีแล้วครับ ในการจ้าง เขามีระเบียบแบบแผน ผมตรวจสอบ ถ้าเผื่อท่านตรวจสอบเจออย่างนี้ ท่านก็ชูสัญญาอยู่ แต่ท่านไม่พูดให้ตรงข้อเท็จจริง ในสัญญานั้นมีแบบครับ แบบคือแผนที่ คือแผนที่ของกรมแผนที่ทหาร แล้วก็ยังกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรแบบรายละเอียดว่า จะต้องมีข้อกำหนดรายละเอียดว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร ๆ ขุดตอนไหนเป็นตอนไหน ทรายจำนวนกี่คิว ๆ ท่านก็พูดถูกหมด และท่านก็บอกว่าตกลงกันเดี๋ยวจะเข้าใจผิด ท่านอาจจะพูดไปเรื่อย แล้วก็ทำให้คนอื่นเขาเข้าใจผิด โครงการหลายโครงการที่ยังไม่เสร็จ ๆ ก็กำลังดำเนินการอยู่ ผมขอชี้แจงเพียงเท่านี้ก่อนครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพ ท่านประธานและท่านรัฐมนตรีครับ ขออนุญาตให้ถอนคำว่าพูดไปเรื่อยครับ ผมศึกษางาน ของกรรมาธิการติดตามงบประมาณมาปีกว่าครับท่านประธาน ข้อมูลทุกอย่างอยู่ในหัวครับ และเอกสารทุกอย่างมีหมด ถ้าพูดไปเรื่อยขอให้ถอนครับ ไม่ใช่แน่ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เล็กน้อยครับ คงไม่ต้องถอน ต่อเลยดีกว่าครับ มีท่านใดจะอภิปรายต่อ เชิญครับ

นายวิฑูรย์ นามบุตร บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิฑูรย์ นามบุตร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านถาวรปูพื้น ท่านธนิตพลลงรายละเอียด บางรายการ ต่อไปนี้ท่านประธานช่วยเชิญท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้ามา รับฟังด้วย ผมจะลงลึกที่บ้านนายกรัฐมนตรีคือที่จังหวัดเชียงใหม่ และผมขอความกรุณาจาก ท่านประธานครับ ถ้าท่านรัฐมนตรีชัจจ์ตอบแค่นี้ ไม่ใช่ครับ ท่านตั้งสติดี ๆ สิครับ ท่านไม่ทำ การบ้านเลยครับ ท่านถาวรถามอะไร ถามไปไหนมา ท่านตอบสามวาสองศอกเลยครับ และ ผมก็จับโกหกท่านได้เยอะครับ ท่านครับ ที่ท่านบอกว่าเร่งรัดให้มีการเบิกเงินนะครับ มันก็ไม่จริงครับท่าน เพราะโครงการต่าง ๆ มันยังไม่มีการเบิกเงินหลังจากมีรายงานแล้วว่า ทำงานเสร็จ ที่เบิกไปแล้วเฉพาะเบิกเงินล่วงหน้า ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เดี๋ยวผมจะชี้ให้เห็นว่าเงินล่วงหน้า ๑๕ เปอร์เซ็นต์มันไปอยู่ที่กระเป๋าใคร เซ็นสัญญางานยังไม่ได้ทำ ยังไม่ได้ลงมือครับ มีการเร่งรัดให้เบิกล่วงหน้า ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านบอกว่ารูปที่ท่านธนิตพลเอามาโชว์ งานไม่เสร็จ ผมจะโชว์งานที่เสร็จให้ท่านดู ข้อมูลทั้งหลายเป็นเอกสารที่กรมเจ้าท่าเอามาให้ทั้งนั้น ๒๖ โครงการนี่รายงานแล้วว่าเสร็จเรียบร้อย ๑๕ โครงการ สัญญาสิ้นสุดเดือนกันยายนครับ งานเสร็จตั้งแต่เดือนกันยายนรายงานของราชการทั้งนั้น ของเจ้าหน้าที่ทั้งนั้น และมี ในบันทึกการประชุมของคณะกรรมาธิการทุกเรื่อง ท่านครับ ล่วงเลยมานี่เกือบ ๒ เดือนแล้ว ไม่เบิกเงิน ไม่จ่ายเงิน ผิดปกติไหมครับ มีโครงการไหนบ้าง มีสัญญาไหนบ้างในประเทศไทย ถ้าบอกทำงานเสร็จแล้วทำไมไม่จ่ายสตางค์ มันจะต้องมีอะไรมีพิรุธ มันจะต้องมีอะไร เป็นพิเศษ ผมกราบเรียนกับท่านประธานต่อเลยท่านตอบไม่ถูกหรอกครับ แล้วท่านชัจจ์ ตอบอย่างนี้ตอบไม่ได้ครับ ท่านตอบเหมือนคนไม่รู้เรื่องเลยครับ ต่อไปผมจะลงลึกเลย ขนาดท่านถาวรปูพื้นแค่นั้นท่านยังไปไม่เป็นแล้ว เดี๋ยวต่อไปลงลึก ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอภิปรายรัฐมนตรีชัจจ์ กุลดิลก ที่บริหารงานผิดพลาด ล้มเหลว มีการทุจริต และ ทำผิดกฎหมาย งานนี้ขอใช้วาทกรรมของ ร้อยตำรวจเอก เฉลิมครับ ปล้นกลางแดด ใส่เสื้อแดง กลางวันแสก ๆ นี่ละครับ ปล้นกลางแดด ผมขอให้พี่น้องเสื้อแดง ผมเชิญชวนพี่น้อง จังหวัดเชียงใหม่และพี่น้องคนไทยทั้งประเทศตามดูตามฟังครับ และเอกสารหลักฐาน ทุกอย่างเป็นของจริง เป็นความจริง ไม่มีใส่สีตีไข่ เป็นเอกสารของทางราชการล้วน ๆ ที่ได้มาจาก คณะกรรมาธิการ แต่เอกสารบางชิ้นไม่ได้หรอกครับ กรมเจ้าท่าไม่ให้ แต่ก็มีข้าราชการ กรมเจ้าท่านี่ละครับให้ผมมา ท่านตอบบอกว่ารัฐบาลที่ผ่าน ๆ มาก็ทำเหมือนกัน ทำเหมือน ท่านนี่แหละ ไม่จริงครับ ผมอยู่สภาแห่งนี้มา ๒๐ ปี เอาแค่ ๒๐ ปีพอ ดูเหมือนท่านพยายาม จะบอกว่าตอนพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลก็ทำอย่างนี้ละครับ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นรัฐบาลอยู่ ๓ รอบ ไม่ได้ดูแลกระทรวงคมนาคมหรอกครับ มีช่วงปี ๒๕๔๐ เข้าไปกำกับดูแล ที่กระทรวงคมนาคมโดยท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ผมเป็นที่ปรึกษาท่านเอง และท่านสุเทพ ก็ไม่ได้กำกับดูแลกรมเจ้าท่า ใครจะกำกับใครจะดูแลก็ตามถ้าท่านรัฐมนตรีชัจจ์มีหลักฐาน เอามาโชว์สิว่ารัฐบาลก่อน ๆ ๒๐ ปี ๓๐ ปีทำเหมือนท่าน จ้างพิเศษเหมือนท่านครับ จ้างวิธีพิสดารเหมือนท่านนี่ไม่มีครับ ถ้ามีเอามาโชว์เลยจะเป็นรัฐบาลไหนก็ตาม ท่านประธานครับ งานนี้จะแสดงให้เห็นความใจกล้าไม่อายฟ้าดินของท่านรัฐมนตรีชัจจ์ และการรู้เห็นและเป็นใจของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะปฏิเสธความรับผิดชอบ ตรงนี้ไม่ได้ ผมจะพูดถึงบุคคลภายนอกเท่าที่จำเป็นและเกี่ยวข้องเท่านั้น ผมจะมีอักษรย่อ แต่พร้อมที่จะเปิดเผยชื่อจริง สกุลจริง เมื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและ ป.ป.ช. ท่านไม่ต้องห่วงกังวลในเรื่องนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐมนตรีชัจจ์มาเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมอยู่ปีหนึ่งโดยประมาณ หน่วยงานในกำกับของท่านจ้างพิเศษและเตรียม จ้างพิเศษไม่เฉพาะกรมเจ้าท่าเท่านั้น ทำไมล่ะครับท่านประธาน กระทรวงเดียวกัน ท่านรัฐมนตรีว่าการผมชมบ้างก็ได้ ท่านจารุพงศ์ หน่วยงานของท่านก็มีงบน้ำท่วม มีงบกลาง มีงบเงินกู้ ทำไมท่านรัฐมนตรีว่าการไม่จ้างพิเศษ ชมท่านชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ด้วยก็ได้ครับ หน่วยงานของท่านไม่จ้างพิเศษ แต่พอมาถึงหน่วยงานของชัจจ์ กุลดิลก เตรียมจ้างพิเศษ จ้างพิเศษ แล้วก็จ้างพิเศษ ท่านครับ มีทั้งการเตรียมการจ้าง จับได้ไล่ทันชะลอไว้ก่อน โครงการลักษณะนี้เรียกว่าก้างติดคอ บางหน่วยงานที่ท่านกำกับดูแล ไม่ใช่กรมเจ้าท่าครับ มีงบแบบนี้ครับ มีงบกลางนี่แหละครับ มีงบเงินกู้นี่แหละครับ ท่านจ้างพิเศษไปได้ครึ่งทาง ความผิดสำเร็จปล้นไปได้ครึ่งหนึ่ง พอเขาจับได้เอาของกลางมาคืน มีทั้งโครงการ ที่อ้อยเข้าปากช้างและก้างติดคอ เอาโครงการแรกก่อนครับที่เตรียมการ งบเงินกู้เอาของ กรมเจ้าท่าก่อน ไม่เพียงแต่ ๑,๒๑๕ ล้านบาท ยังมีเงินอีกก้อนหนึ่งครับเป็นงบเงินกู้ ๓,๒๘๒ ล้านบาท ท่านสั่งการให้จ้างพิเศษ ท่านประธานครับ แต่ข้าราชการเขาไม่ร่วมมือด้วย ทำไมเขาไม่ร่วมมือด้วย เขากลัวผิดครับ เขาจะผิดทั้งทางอาญา เขาจะผิดทั้งทางวินัย นักการเมืองเราอย่างมากก็รับผิดชอบทางการเมือง พอท่านจ้างพิเศษสั่งการไปเขาไม่เอาด้วย ถวัลย์รัฐ อ่อนศิระ ไม่ได้ลาออกเพราะ ๑,๒๑๕ ล้านบาท ลาออกเพราะ ๓,๒๘๒ ล้านบาท เขาไม่ยอมทำตามท่าน มีที่ไหนครับ คนเป็นอธิบดี ข้าราชการกว่าจะไต่เต้าขึ้นมาสู่ ระดับสูงสุดของกรมลาออกก่อนครบวาระ แปลกไหมท่าน มันไม่ธรรมดาหรอกครับ ต้องมีอะไรผิดปกติ ทุกวันนี้ผ่านมากี่เดือนแล้วครับ เดือนกันยายน เดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน หาอธิบดีกรมเจ้าท่าไม่ได้ กรมอื่นมีแต่คนอยากเป็นอธิบดี แต่พอกรมเจ้าท่า ไปไหนหมดครับ คนจะมาเป็นอธิบดีมาทำงานต่อสิครับ มีเผือกร้อนครับ ๓,๒๘๒ ล้านบาท ทำไมครับ ท่านชัจจ์มาอยู่ปีหนึ่ง หน่วยงานของเขา องค์กรของเขา กรมเจ้าท่ามีแต่เรื่อง ฉาวโฉ่ ถูกกล่าวหาเรื่องทุจริต ถูกกล่าวหาเรื่องร้องเรียน ถูกเชิญมาตรวจสอบใน คณะกรรมาธิการผมก็เห็นใจ ผมก็กรรมาธิการการคมนาคมเรียกเขามาตรวจสอบเหมือนกัน ท่านครับ เมื่อข้าราชการไม่ร่วมมือด้วยปรบมือข้างเดียวมันไม่ดัง ท่านก็เลยชะลอไว้โครงการนี้ ชะลอและมีการสั่งการด้วยครับว่าให้ไปกำหนดราคากลางใหม่ ๒. ในเมื่อข้าราชการ ไม่กล้าร่วมมือด้วยแยกข้าราชการออกต่างหากครับ ข้าราชการไม่ต้องมายุ่ง ไปจ้าง บริษัทที่ปรึกษามาสำรวจ ออกแบบ และให้บริษัทที่ปรึกษาควบคุมงานโดยข้าราชการลอยตัว ไม่ต้องรับผิดชอบ พอบริษัทที่ปรึกษามาเป็นคู่สัญญา มาจ้างคุมงาน อย่างมากเอกชน ก็รับผิดชอบทางแพ่ง ไม่มีเรื่องวินัย ไม่มีเรื่องอาญาเหมือนข้าราชการ สิ่งที่ผมพูดนี่ครับ ผมไม่ได้พูดลอย ๆ ผมพูดจากรายงานของคณะกรรมาธิการ ผมเอาบันทึกรายงานมาชัดครับ ท่านรองอธิบดีพงษ์วรรณท่านมาชี้แจง ท่านรักษาการอธิบดี ท่านพงษ์วรรณ ท่านบอกว่าโครงการนี้ยังไม่ได้จัดซื้อจัดจ้าง กำลังจะปรับราคากลางใหม่ และจะเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินการให้บริษัทที่ปรึกษาเข้ามา ดำเนินการแทน จริงไม่จริงอยู่ในบันทึกรายงานการประชุมวันที่ ๓๑ ตุลาคม หน้า ๑๑ ท่านบันทึกไว้อย่างนี้ โครงการนี้ยังไม่เดินครับ ผมเรียนไปยังท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรียังไม่มาใช่ไหมครับ อยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีมาฟังจังเลยครับ ไหนล่ะครับว่างบน้ำท่วม งบเงินกู้เร่งด่วนต้องตราเป็นพระราชกำหนด พวกเราอยากให้ ออกเป็นพระราชบัญญัติครับ จะมีการตรวจสอบจะได้รู้ว่าทำที่ไหน ราคาเท่าไร ท่านบอกไม่ทันต้องเร่ง ต้องด่วน ครม. ออก พ.ร.ก. เงินกู้วันที่เท่าไรครับ ๒๖ มกราคมครับ วันนี้ ๒๕ พฤศจิกายน ๑๐ เดือนเต็มแล้วท่านครับ ๑๐ เดือนเต็ม ๆ แล้วที่บอกว่าด่วนนัก เร่งนัก ไปทำอะไรอยู่ครับ อันนี้มันก้างติดคอ เอาว่าปล้นครึ่งหนึ่งเอาของกลางมาคืนได้ไหม เอาไปเรื่องการรถไฟแห่งประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านรัฐมนตรีชัจจ์นี่ ใหญ่มาก ยิ่งใหญ่ไม่ค่อยสนใจยิ่งลักษณ์หรอกครับ ตัวจริงของจริงถือว่าเป็นสายตรงนายใหญ่ ไม่ได้สนใจเจ๊ ด หรอกครับ ใหญ่ไม่ใหญ่ดูที่การแต่งงานครับ มีปัญหาที่กระทรวงคมนาคม ที่ผ่านมากับรัฐมนตรีว่าการสุกำพล รัฐมนตรีว่าการ พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต อยู่ไม่ได้ครับ โดนเด้ง พี่ชายผมกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ ปรับออกครับ แต่ชัจจ์ยังอยู่ อยู่และใหญ่กว่าเดิม ใหญ่ไม่ใหญ่ดูที่การแบ่งงานครับ ดูแลกระทรวงไหน กรมไหนครับ กรมทางหลวงชนบทปีหนึ่งมีงบประจำ ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มีงบเงินกู้ มีงบกลางด้วยครับ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท และมีงบเตรียมจะกู้ต่อไปอีก ๑๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านครับ ดูกรมไหนอีกครับ ดูการรถไฟแห่งประเทศไทย แดนสนธยา งบปกติกับงบ เงินนอกงบประมาณปีหนึ่งมากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท การรถไฟแห่งประเทศไทย มีโครงการเงินกู้ต่อรถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่อีก ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ใหญ่ไหมครับ งานในกำกับของท่าน กรมเจ้าท่าแต่ก่อนหน้านี้ไม่ค่อยมีงบหรอกครับ แต่พอรัฐมนตรีชัจจ์ มากำกับดูแลสิครับ งบประมาณไหลมาเทมาไม่ว่างบกลาง ไม่ว่างบเงินกู้ ท่านครับ ไปดูการรถไฟแห่งประเทศไทยที่ท่านกำกับ งบการรถไฟแห่งประเทศไทยที่ท่านได้รับไป มีงบประมาณอยู่ที่ ๑,๘๔๐ ล้านบาท ส่อทุจริตตั้งแต่เริ่มต้นเลยครับ คำของบประมาณ ของการรถไฟแห่งประเทศไทยขอไป ๒,๘๓๘ ล้านบาท เดชะบุญครับกรรมาธิการตรวจสอบ สำนักงบประมาณเช็ก ปรากฏว่าขอไป ๒,๘๐๐ ล้านบาท ท่านได้มา ๑,๘๐๐ ล้านบาท เตรียมการทำราคาเกินกว่าความเป็นจริง ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ท่านครับ ในจำนวนที่ได้รับมา ๑,๘๔๐ ล้านบาทเรียบร้อยรัฐมนตรีชัจจ์ครับ ทำการจ้างด้วยวิธีพิเศษไปเรียบร้อยแล้วครับ ๘๐๐ กว่าล้านบาท ๘๐๐ กว่าล้านบาทจ้างด้วยวิธีพิเศษทำที่ไหนบ้างครับ ซ่อมรางรถไฟ สถานีแก่งหลวง บ้านปิน ซ่อมอาณัฐสัญญาณ ๑๔๐ ล้านบาท ทำหมอนคอนกรีตโมโนบล็อก (Mono Block) หัวหมาก หัวตะเข้ ปรับปรุงสถานีท่านจ้างด้วยวิธีพิเศษเรียบร้อยแล้ว วิธีพิเศษอย่างไรท่านถาวรลงลึกปูพื้นไปแล้วผมไม่เอาอีก แต่ท่านครับ พอจับได้ไล่ทันครับ เอาเข้ามาในคณะกรรมาธิการคมนาคมและคณะกรรมาธิการอื่น ๆ มี ๑,๘๐๐ ล้านบาท ใช้แล้ว ๘๐๐ กว่าล้านบาท เหลือเท่าไรครับ เหลือ ๙๕๖ ล้านบาท ที่จะซ่อมรางรถไฟ โรยหินรางรถไฟ ท่านเตรียมไว้เลยครับ แทนที่จะขอเงินแค่ ๙๐๐ ล้านบาท ท่านขอไปที่ ๑,๒๖๙ ล้านบาท แต่ได้มาตอนนี้ ๙๕๖ ล้านบาท และการคิดราคากลางผมเรียนท่านรัฐมนตรีชัชชาติที่ท่านกำกับดูแลต่อไป ท่านไปดูแล ราคากลางของการรถไฟแห่งประเทศไทย พวกเราตรวจสอบอยู่ครับ พวกเรากำลังเช็กกันอยู่ครับ เพราะฉะนั้นท่านรัฐมนตรีชัจจ์ทำไมชอบกันนักกันหนา ถ้าตรวจสอบไม่ทัน อีก ๙๕๖ ล้านบาทไปแล้วครับจ้างด้วยวิธีพิเศษแล้ว แต่นี่ความผิดไปแค่ครึ่งเดียวครับ สำเร็จไปแล้วแค่ ๘๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ เอาต่อ ผมลงลึกแล้วทีนี้ ลงลึกโครงการอ้อยเข้าปากช้าง ๒๖ โครงการ ๑,๒๑๕ ล้านบาท ผมจะซ้ำกับท่านถาวร กับท่านธนิตพลน้อยที่สุด ท่านบอกว่าจ้างด้วยวิธีพิเศษของท่านนี่รวดเร็วจะต้องให้ทัน เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม แต่ของจริงครับท่านธนิตพลยังไม่ลงลึกมาก ผมบอกว่าท่านโกหก การจ้างด้วยวิธีพิเศษของท่านนี่เรื่องฮั้วเรื่องสมยอมเรื่องอะไรท่านว่าไป แต่ผมจะบอกว่า การจ้างด้วยวิธีพิเศษของท่านมันไม่เร็วครับ มันช้ากว่าวิธีอีออกชันปกติครับท่าน ครม. กรมบัญชีกลางนี่ยกเว้นระเบียบเร่งรัดให้กับพวกท่านเยอะมากแล้วครับ ลดเวลาจาก ขั้นตอนการอีออกชันปกติจาก ๘๕ วันนี่ครับ ลดเหลือ ๒๘ วันครับ ประชาพิจารณ์ไม่ต้องทำ ทีโออาร์เอาแค่ ๗ วันพอ ซื้อแบบ ๗ วันพอ เสนอราคา ๗ วันพอ เอาว่ากระบวนการปกติ ที่ต้องเปิดให้มีการแข่งขันกันใช้เวลา ๒๘ วัน จบครับ บวกลบนิดหน่อย แต่วิธีพิเศษของท่าน ที่อ้างว่าเร็ว ที่อ้างว่าด่วนนี่มันไม่เร็วครับ กระบวนการจ้างด้วยวิธีพิเศษของท่านนับจาก วันที่ ๖ กุมภาพันธ์ กว่าจะได้เซ็นสัญญา กว่าจะได้ดำเนินการนี่ทุกโครงการเกิน ๕๐ วัน แล้วมันเร็วตรงไหนล่ะท่านประธาน เร็วที่ไหน ตอบข้าง ๆ คู ๆ ท่านรู้ไม่จริงกระบวนการนี้ ประการต่อมาผมชี้ให้ท่านเห็นเลยว่าท่านหลีกเลี่ยงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย การพัสดุ ท่านทำผิดมติคณะรัฐมนตรีเรื่องมาตรการป้องกันการสมยอมในการเสนอราคา บอกต่อเลยท่านยกเว้นการประกันชำรุดบกพร่อง ๒ ปี เป็นหน่วยงานเดียวของประเทศไทย ภายใต้การกำกับดูแลของชัจจ์ กุลดิลก ที่ไม่ต้องมีหลักประกันผลงาน ทำงานเสร็จ ไม่ต้องประกันความชำรุดบกพร่อง หน่วยงานอื่น ๆ ในประเทศไทยไม่มี ยืนยันว่าไม่มี ยกเว้นกรมเจ้าท่าที่ท่านชัจจ์กำกับดูแล ท่านประธานครับผมรู้ว่าท่านจะตอบอย่างไร เดี๋ยวโพยในมือของท่านกับของผมจะตรงกันคอยดู เพราะเจ้าหน้าที่บอกแล้วว่าจะเขียนโพย อย่างนี้ให้ท่านตอบ ท่านครับ การประกันความชำรุดบกพร่องที่จริงเยอะนะครับ มติคณะรัฐมนตรีเยอะหลายหน้า แต่ผมเอามาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ การประกันความชำรุด บกพร่องครับ เห็นสมควรให้กำหนดระยะเวลาประกันความชำรุดบกพร่องของงานก่อสร้าง ไม่น้อยกว่า ๒ ปี หมายความว่างานจ้างเหมาทำสัญญากันทั้งประเทศครับ ทำงานเสร็จแล้ว ต้องประกันผลงาน ต้องประกันความชำรุดบกพร่อง ๒ ปี เว้นแต่งานก่อสร้างที่โดยสภาพ ควรยกเว้นให้ การขุดมันถึงมีทั้งการขุดลอก มีทั้งการขุดหลอก โกงเงินภาษีของพี่น้องประชาชนเยอะครับ ผมลงอำเภอในจังหวัดเชียงใหม่จังหวัดเดียวพอ ท่านนายกรัฐมนตรีมาดูบ้านตัวเองบ้างครับ โครงการที่จังหวัดเชียงใหม่อยู่ที่อำเภอจอมทอง อยู่ที่อำเภอสันป่าตอง อยู่ที่อำเภอฮอด อำเภอสันป่าตองห่างจากบ้านนายกรัฐมนตรีไม่ถึงครึ่งชั่วโมง กลับบ้านฝากท่านนายกรัฐมนตรี ไปดูงานที่บ้านท่านไปดูของจริงครับ และโครงการนี้ที่ผมเอ่ยถึงตามรายงานของกรมเจ้าท่า ทำงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ก่อนจะทำงานเสร็จเรียบร้อยไปดูตอนทำงานหน่อยได้ไหม ผมไปจังหวัดเชียงใหม่ ๔ ครั้ง ผมอยากรู้ว่าจังหวัดเชียงใหม่บ้านนายกรัฐมนตรีเป็นอย่างไร เปิดคลิปที่ ๑ ให้ดูหน่อยครับ ห้องโสตครับเปิดคลิปที่ ๑ ครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

อันนี้เดือนพฤษภาคมไปกับ กรรมาธิการครับเยอะ ไปอย่างเปิดเผยครับ อันนี้ที่บ้านสบเตี๊ยะ อำเภอจอมทอง วิธีการขุด ขุดอย่างไรครับท่าน เขาก็ขุดดินจากข้าง ๆ นั่นแหละครับเอามากองไว้ที่ริมตลิ่ง ขุดอย่างนี้ครับ ตรงกลางไม่ได้ขุดหรอกครับ ขุดริม ๆ ขอบ ๆ มันแล้วก็เอามาแปะไว้ พวกผมเดินดูหมดครับ ทุกคนทำอย่างเปิดเผยครับ ผมถึงบอกว่าช่างไม่อายฟ้าดินกันเลยครับ เอาดินมากองอย่างนั้นละครับ โน่นตลิ่งท่านเห็นตลิ่งไหมสูง ๆ นั่น แต่ท่านเอามากองไว้ตรงนี้ครับ มาแปะไว้ตรงนี้ครับ นี่กำลังก่อสร้างช่วงเดือนพฤษภาคมครับ มาดูภาพนิ่งก่อนก็ได้ครับ ภาพนิ่งที่บ้านสบเตี๊ยะ อำเภอจอมทอง ดินที่ขุดขึ้นมาขุดมาไว้แถวนี้ละครับ ตลิ่งอยู่ข้างบนครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ นี่จังหวัดเชียงใหม่ ที่อื่นเหมือนกันละครับแต่ผมเพียงแต่อยากยกตัวอย่างจังหวัดเชียงใหม่ ให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้เห็นครับ ขุดตรงนี้แหละครับมาแค่นี้ละครับ เอามากองไว้ แถว ๆ นี้ละครับ เอาละทีนี้ นั่นคือเดือนพฤษภาคมผมไปดู ผมไปดูอีกรอบใกล้ ๆ กัน อำเภอจอมทองกับอำเภอสันป่าตองครับ เดือนสิงหาคมน้ำขึ้นเลยครับฝนเยอะ ขุดไม่ได้เลยครับ พอขุดไม่ได้ทำอย่างไรครับ มาขุดริม ๆ เอาแถวตลิ่งนี้ท่านเห็นแม่น้ำไหม นี่คือแม่น้ำครับ อันนี้แม่น้ำปิงนะครับ เวลาขุดนี่ขุดตรงไหน มาขุดข้างบนขุดแค่นี้ ผลของการทำงานอย่างนี้ที่บอกว่างานเสร็จเรียบร้อยแล้วผมมีคลิปครับ ไปถ่ายทำ วันพฤหัสบดีกับวันศุกร์ ๒-๓ วันที่ผ่านมาของจริงเลยท่านนายกรัฐมนตรีครับ ของจริงเลย ท่านรัฐมนตรีชัจจ์ครับ เปิดคลิปที่ ๒ ให้ดูหน่อยครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

งานเสร็จแล้วนะครับ ส่งงานแล้ว เสร็จแล้วใช่ไหมครับ ท่านลองดูดูแต่ละจุดดินโผล่มาแล้วครับ น้ำลดตอผุดครับ แต่งานนี้ ตอไม่ผุดดินผุดครับ ท่านดูสันกำแพงสิครับเมื่อ ๓ วันที่แล้วอันนี้อยู่ ผมบอกเลยครับ ห้วยมะควัด ตำบลแม่สอย อำเภอจอมทอง เมื่อกี้บ้านสบเตี๊ยะ อำเภอจอมทองเช่นกัน ตรงนี้ครับลำแม่น้ำแจ่ม อำเภอฮอด อันนี้บ้านกลาง อำเภอฮอด อันนี้บ้านหนองกลาง อำเภอสันกำแพง ท่านครับ ของจริงใหม่ ๆ สด ๆ มันมีอะไรชัดกว่าใบเสร็จล่ะ ขุดเสร็จแล้ว นี่ครับเสร็จแล้ว ท่านดูกลางน้ำสิ ท่านดูกลางแม่น้ำสิครับ ฟังเสียงชาวบ้านบ้างก็ได้นะครับ นี่คือโครงการที่เสร็จ ตรงนั้นท่านจำได้ไหมครับตอนขุดก็ตรงนี้แหละครับ แต่พอวันสองวันมันเป็นอย่างนี้ละครับ เพราะภาพแรกที่ผมบอกตอนขุดนี่ท่านเห็นสะพาน มีอะไรครับ หญ้าแฝกใช่ไหมครับนั่น ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่หญ้าแฝก ไม่ใช่หญ้าแพรก อันนี้ ขุดเสร็จแล้วครับ ชัดไหมครับท่านชัจจ์ครับ นี่กลางแม่น้ำมีหลักกิโลเมตรบอกด้วยว่า ตรงไหน ๆ ไม่มีโมเมครับ ของจริงล้วน ๆ ท่านรัฐมนตรีชัจจ์เอาขุดหลอกไหม เขาบอกว่า โครงการขุดลอกของกรมเจ้าท่าขุดหลอกครับ ไอ้เมื่อกี้นี้ภาพนิ่ง มีหลักกิโลเมตรหมดครับ ที่บ้านไหน บ้านไหน บ้านไหนนี่ครับ ถ่ายมา ๒-๓ วันนี้ครับ ใหม่ ๆ สด ๆ ครับ นี่อำเภอฮอด นี่อำเภอสันกำแพง นี่ตำบลสบเตี๊ยะ นี่อำเภอจอมทองครับ โครงการของท่านทั้งนั้นละครับ ตลกครับท่านประธาน ดูโครงการขุดหลอก คลิปที่ ๓ ครับเปิดให้ดูหน่อยครับ เขาขุดหลอก ทำอย่างไร

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

แม่น้ำทั้งสายนี่ไม่ได้ขุดตลอดนะครับ ช่วงนี้ของอำเภอฮอดไม่ได้ขุด ท่านจะสังเกตเห็นครับ ไม่มีรายการขุดขอบตลิ่งอะไรต่าง ๆ พอน้ำขึ้นมันขุดไม่ได้ ท่านมาขุดบนโคกเลยครับ ไม่รู้ภาษาจังหวัดเชียงใหม่เขาเรียกอะไร แต่บ้านผมบอกโคก ที่ดอนครับ ขุดอย่างนี้ละครับ มาขุดข้างบนเลยครับ

“............... : ด้านนายวิทยา ชัยเทพ นายก อบต. สบเตี๊ยะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่า ณ ขณะนี้วิธีการดำเนินงานในการขุดลอกตะกอนดิน เพื่อเปิดทาง น้ำไหล และนำดินมาสร้างตลิ่งของกรมเจ้าท่านั้นไม่ใช่วิธีการแก้ไขปัญหาในระยะยาว เพราะวิธีการดังกล่าว เขื่อนกั้นน้ำ”

“............... : แน่นอนครับ ต้องการที่สุดคืออยากได้ถาวรเลย เราจะได้ ไม่ต้องมาพะวักพะวงเรื่องน้ำจะพังอะไรจะพังอีก ที่เขานอนกันไม่หลับกันเพราะว่าน้ำมา น้ำมาไม่ใช่ มาดูอะไรอย่างนี้มันธรรมดา ๆ แต่มันมาแล้วมัน โอ้โฮ มันน่ากลัว จากที่เรา ขุดดินมาแล้วต่อไปจะทำอย่างไรให้มันแข็งแรง จะใช้หลักหรือใช้ไม่เรียงหินก็ใช้ แท่งคอนกรีต”

ท่านครับ ฝากท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านอยู่ไหนก็ช่าง ผมไปสัมภาษณ์ ผมไปถามคนจังหวัดเชียงใหม่ เขาไม่เห็นด้วยหรอกครับ ที่จะต้องใช้งบประมาณขนาดนี้ แต่คนจังหวัดเชียงใหม่เขารักนายกรัฐมนตรี คนจังหวัดเชียงใหม่เขาเลือกพรรคของท่าน เขาก็ตอบได้แค่นี้ละครับ ไปถามชาวบ้าน จริง ๆ ครับ ดูภาพของการขุดหลอกชัด ๆ ครับ ท่านเห็นแม่น้ำไหมครับ นี่คือแม่น้ำปิง ช่วงอำเภอจอมทอง ที่บ้านมะควัด ตำบลแม่สอย อำเภอจอมทอง ภาพนี้ผมถ่าย ช่วงเดือนสิงหาคม ช่วงเดือนสิงหาคมน้ำขึ้นครับ มันไปขุดในน้ำไม่ได้ครับ ก็เลยมาขุดบนโคกครับ ขุดบนโคกครับ ขุดบนโคกครับ ผลของการขุดหลอกเป็นอย่างไรครับ ภาพนี้ครับ กับภาพ ที่เห็นเมื่อสักครู่นี้ครับ เป็นภาพที่ถ่ายเมื่อ ๓ วันที่แล้วนี้ครับ ของจริงเป็นอย่างนี้ครับ ทำเสร็จแล้วครับ เสร็จแล้ว ส่งงานแล้ว เสร็จแล้วครับท่านรัฐมนตรี เป็นอย่างนี้แหละครับ มีแต่หญ้าขึ้นมาเลยครับ แม่น้ำอยู่ไหนครับ โน่นครับแม่น้ำ อยู่ทางโน้น มาขุดที่ไหนครับ มาขุดบนดอนนี่ครับ เหมือนกันครับมีแต่หญ้า น้ำอยู่ไหนครับ จะระบายน้ำไปทางไหนครับ จะเปลี่ยนทางน้ำหรือครับ เปลี่ยนก็ไม่ได้เพราะท่านขุดตื้นแค่นี้เองครับ ท่านขุดลึกไป สักเมตรสองเมตรเองครับ แต่แม่น้ำอยู่ฝั่งโน้นครับ ท่านครับ ท่านคิดอะไรกันอยู่ของท่าน มีการบอกเลยนะครับว่า ท่านรัฐมนตรีตอบใช่ไหมครับเมือกี้ว่าดินที่ขุดไว้นี้เอามาที่ตลิ่งและ ขนเอาไปทิ้งบ้าง วัดอยากได้ โรงเรียนอยากได้ ใครอยากได้ก็ขนไปทิ้ง ของจริงไม่มีครับ ท่านครับ ของจริงไม่มี พวกผมลงลึกถึงขนาดว่าเอาระดับผู้บริหารไม่เพียงพอครับ ผมเอาช่างควบคุมงานมาคุยเลย และมาบันทึกไว้ในคณะกรรมาธิการนี่ครับ ท่านครับ ช่างควบคุมงานซึ่งรับผิดชอบเขามาตอบ ในคณะกรรมาธิการเองว่าดินที่ได้จากการขุดทั้งหมดนำไปไว้ที่ข้างตลิ่งเท่านั้น ไม่ได้ขนไปไหน ไม่ได้เอาไปทิ้งที่ไหนครับ ใครมาตอบครับ นายศุภเนตร เล็กสิงห์โต นายช่างควบคุมงาน อยู่ในบันทึกการประชุมของคณะกรรมาธิการ วันที่ ๓๑ ตุลาคม อยู่หน้า ๑๑ ของจริงครับ ถ้าบอกว่าไม่มีการเอาออกนอกตลิ่งเลย มีครับท่าน มีบ้าง มีบ้างตรงที่ไปขุดแล้วมันเจอทราย เจอทรายที่จะไปผสมคอนกรีต เจอแล้วเอาไปขายได้ เอามากองไว้อย่างนี้ ทรายพวกนี้ ไปใช้ประโยชน์ได้ครับ เอามากองไว้อย่างนี้เอาไปขายต่อ นี่คือกรมเจ้าท่าทำรุนแรง มากไปกว่านั้น เจ็บใจมากไปกว่านั้น ท่านครับ พี่น้องประชาชนคนเสียภาษีทั้งหลายครับ กำหนดราคากลางเอื้อประโยชน์ให้กับผู้รับจ้าง นอกจากขุดหลอกแล้วครับ ราคากลาง ก็เอื้อประโยชน์ให้กับผู้รับจ้าง เอาที่ไหน เอาที่จังหวัดเชียงใหม่นี่ละครับ ท่านประธานครับ แม่น้ำปิง ลำน้ำแม่แจ่ม อำเภอฮอดถึงอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ นี่คือราคากลาง ของกรมเจ้าท่า มาดูแค่ไม่ต้องกี่ตัว เอาข้อ ๑.๒ งานสำรวจหยั่งน้ำจัดทำแผนที่ เท่าไรครับ ๓,๒๐๐,๐๐๐ บาท เงินตรงนี้ใครได้ครับ ผู้รับจ้างครับ ผู้รับเหมาได้ครับ มันไม่ใช่ครับ มันเป็นหน้าที่ของกรมเจ้าท่า จะไปทำแผนที่ จะไปสำรวจอะไร แต่นี่จ่ายให้ผู้รับเหมา โครงการเดียวนะครับ แค่จัดทำแผนที่ท่านต้องจ่ายเงินให้เขา ๓,๒๐๐,๐๐๐ บาท เป็นหน้าที่ ของเขาอยู่แล้วครับ พูดภาษาชาวบ้านอย่างนี้ก็ของฟรี อันนี้ของแถม ๓,๒๐๐,๐๐๐ บาท มาดูพิลึกกึกกือมากกว่านั้นอีกครับ ท่านมาดูรายการขุดลอกครับ ๔.๑ ค่าขุดลอก ๑,๖๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ๓๕,๕๐๐,๐๐๐ บาทเศษ โอเคตรงนี้ถูกต้อง เพราะเป็นงาน ที่ต้องจ้างขุด แต่ท่านมาดู ๔.๒ สิครับ ๔.๒ ค่าลำเลียงวัสดุที่ขุดลอกไปทิ้ง ค่าลำเลียงวัสดุ ที่ขุดลอกไปทิ้ง ขุดลอกเท่าไร ขุดลอกก็ ๑,๖๐๐,๐๐๐ คิว ลำเลียงวัสดุไปทิ้งเท่าไร ๑,๖๐๐,๐๐๐ คิว เป็นเงินเท่าไรยอดนี้ ๑๑,๙๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ก็มาบอกแล้วอย่างไรว่า ไม่มีการขุดขนไปทิ้งไหนครับ คิดราคากลางให้ได้อย่างไร อันนี้ก็ของฟรี เอาเฉพาะ ๒ รายการนี้แค่นั้นครับ ค่าทำแผนที่ ๓,๒๐๐,๐๐๐ บาท ค่าขุดไปขนทิ้ง ๑๑,๙๐๐,๐๐๐ บาท ๒ รายการรวมกันแล้ว ๑๕ ล้านบาท ยังไม่พอ บวกแฟคเตอร์ เอฟ (Factor F) ให้อีก ๑.๒ เปอร์เซ็นต์ รวมเบ็ดเสร็จได้ของไปฟรี ๆ ๒๐ ล้านบาท เงินมันไปไหน เดี๋ยวจะบอกว่า เงินไปไหน ท่านประธานที่เคารพครับ ดูต่อไปอีกก็ได้ครับ ท่านเอื้อประโยชน์ขนาดนี้นะครับ ท่านถาวรบอกว่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ทำไมมีการบอกว่าโครงการน้ำท่วม งบฟื้นฟู งบกลาง ทั้งหลายมีการลือกันมาก พูดกันมากว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีชัจจ์อยู่กระทรวงคมนาคมวางระบบไว้ดีครับ วางระบบไว้ดีครับ เคยได้ยินส่วยทางหลวงไหมครับ เรามาดูส่วยคมนาคม ท่านวางระบบเลยครับ ถ้าเป็นงบปกติ จ่าย ๘ เปอร์เซ็นต์ ท่านไม่ได้กินรวบครับ ท่านกินแบ่งครับ ๘ เปอร์เซ็นต์ ข้าราชการเอาไป ๓ เปอร์เซ็นต์ครับ ข้าราชการที่สมรู้ร่วมคิดกับท่าน รัฐมนตรี ๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเป็นงบน้ำท่วม ใช้วิธีจ้างแบบปกติอีออกชันมีการแข่งขันกัน แต่ท่านไปบวกราคากลางเพิ่มให้จ่ายเท่าไรครับ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ แบ่งอย่างไรครับ ข้าราชการเอาไป ๕ เปอร์เซ็นต์ รัฐมนตรี ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเป็นโครงการที่พูดเมื่อกี้จ้างวิธีพิเศษ เอื้อประโยชน์ราคากลางปรับเพิ่มเติมให้ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ๓๕ เปอร์เซ็นต์นี่แบ่งอย่างไรครับ ข้าราชการ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ รัฐมนตรี ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เดี๋ยวจะบอกว่าใครบอกเรื่องจริงไหม และที่สำคัญบริษัทไหนมีเงิน ไม่ต้องเบิกล่วงหน้า เอา ๑๕ เปอร์เซ็นต์มาจ่ายก่อน แต่ถ้าบริษัทไหนไม่มีสภาพคล่อง บังคับเร่งรัดให้เขาเบิกล่วงหน้า ๑๕ เปอร์เซ็นต์ งานไม่ต้องทำครับเอาเงินล่วงหน้าไปก่อน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เดี๋ยวท่านก็จะตอบว่าท่านไม่รู้ ท่านไม่เห็น ผมจะทำให้ท่านรู้ ผมจะทำให้ ท่านเห็นครับ ท่านรัฐมนตรีชัจจ์ครับ ผู้รับเหมาที่รับงานน้ำท่วมที่จดทะเบียนนี่ เขารู้หมดละครับ เขารู้กันทั้งนั้นละครับ แต่บางคนอาจจะอยู่ในสภาพน้ำท่วมปากพูดไม่ได้ ท่านพยายามนะครับ ๒๖ โครงการนี่ต้องการ ๒๖ บริษัท บริษัทละ ๑ โครงการเท่านั้น แต่พอท่านไปเร่ขายโครงการแล้วนี่ครับบริษัทอื่นเขาไม่สู้ราคา มีสู้แค่ ๑๔ บริษัท รู้ทั้งรู้ว่ารับงานไปแล้วทำงานไม่เสร็จหรอกครับ เส้นทางการเงิน ท่านครับ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เป็นประธานโครงการครับ ท่านชัจจ์เป็นผู้อนุมัติ ร่วมมือกับ ข้าราชการบางคนเท่านั้นละครับ และมิสเตอร์เอ็กซ์ มิสเตอร์เอ็กซ์จะมีบทบาทมาก ไม่ต้องถามครับมิสเตอร์เอ็กซ์เป็นใครบอกแน่ มิสเตอร์เอ็กซ์ไปถามบรรดาผู้รับเหมา ที่รับงานน้ำท่วมครับทุกหน่วยงานด้วย ไม่เฉพาะกรมเจ้าท่ารู้จักมิสเตอร์เอ็กซ์ดี มีชื่อจริง มีสกุลจริง ขึ้นสู่ศาลยุติธรรมและ ป.ป.ช. มิสเตอร์เอ็กซ์จะปรากฏตัว ท่านครับ ท่านชัจจ์ ข้าราชการ มิสเตอร์เอ็กซ์ไปถึงดูไบเลยครับเส้นทางการเงิน นี่คือสิ่งที่อยากเรียนกับท่านครับ สิ่งที่ผมเรียนกับท่านมามันค่อนข้างชัดเยอะแล้วนะครับ เอาหน่วยงานอื่นบ้างไหมครับ ของทางราชการเอาของ ป.ป.ป. บ้างครับ เอาของ ป.ป.ป. หน่อยครับ ป.ป.ป. ก็ตรวจสอบ เรื่องนี้ครับมีหนังสือชัดเจนครับว่า ป.ป.ป. เข้ามาตรวจสอบตั้งแต่วันที่ ๑๗ พฤษภาคม ป.ป.ป. มาตรวจสอบแล้วทำรายงานเลยครับหน่วยงานราชการนะครับนี่ครับ การตรวจสอบ โครงการดังกล่าวไม่โปร่งใสพบพิรุธหลายอย่างเกี่ยวข้องกับผู้มีอำนาจและเจ้าหน้าที่ กรมเจ้าท่าในราบสูงรวมทั้งบุคคลที่วิ่งเต้นนำงานไปให้บริษัทต่าง ๆ ที่เป็นไอ้โม่ง การกระทำโยงใยเป็นขบวนการ อาทิ การกำหนดทีโออาร์ การจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ เพื่ออ้างความเร่งด่วน ของราชการนะครับนี่ครับ ป.ป.ป. พบพิรุธ ๕ ข้อด้วย หนังสือทางราชการครับท่าน พิรุธข้อที่ ๑ วิธีการขุดลอกทิ้งดิน ทำได้อย่างไรเนื่องจากปริมาณงานดินขุด ๓๕ ล้านลูกบาศก์เมตร ต้องใช้รถแบคโฮ ๑,๖๐๐ คัน ถึงจะทำงานเสร็จตามสัญญา ท่านครับ ผมไม่ได้ตำหนิผู้รับเหมานะครับ ผมไม่อยาก ให้ผู้รับเหมาเสียหาย ถ้าใช้รถแบคโฮ ๑,๖๐๐ คัน ตามที่ ป.ป.ป. ว่า ๑๔ บริษัท แสดงว่า แต่ละบริษัทต้องมีรถแบคโฮไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ คันต่อ ๑ งาน แต่บางบริษัทรับ ๒ รับ ๓ ล่ะครับ ถ้าจะทำงานนี้ให้เสร็จ ต้องมีรถแบคโฮ ๒๐๐-๓๐๐ คันใช่ไหมครับ ผมไม่ได้พูดเองครับ ป.ป.ป. เป็นคนพูด ประเด็นที่ ๒ การกำหนดทีโออาร์ทำไม่ถูกต้องครับ ประเด็นที่ ๓ การแต่งตั้งกรรมการชุดต่าง ๆ ที่กำกับดูแลโครงการพบว่ามีการแต่งตั้งข้าราชการกลุ่มหนึ่ง ๓-๔ คน หมุนเวียนกระจายกันเป็นกรรมการ และข้อ ๔ เรื่องราคากลาง ประเด็นที่ ๕ ที่เขาพบพิรุธก็คือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิไม่เหมาะกับตำแหน่ง รวม ๑๐ คน ผมชี้ให้ท่านชัจจ์ เห็นได้เลยครับ กรรมการครับลุกลี้ลุกลนมากตั้งแต่กรรมการไปตรวจสอบครับ งานของกรมเจ้าท่านี่ยุ่งเหมือนยุงตีกันครับ เหมือนลิงแก้แหครับ ยิ่งแก้ยิ่งผิด ยิ่งแก้ยิ่งผิด เอารายการแรกครับ ช่างคุมงานไม่เหมาะตาม ป.ป.ช. อย่างไรครับ ปกติขนาดงาน ระดับ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๑๐ ล้านบาท หน่วยงานอื่นเขามีวิศวกร เขามีนายช่าง เป็นผู้ควบคุมงาน แต่กรมเจ้าท่ามาแปลกครับ งาน ๕๕ ล้านบาทที่จังหวัดเชียงใหม่ ใครคุมงานครับ ชื่อนายอินกอง บัวทุม เป็นผู้ควบคุมงาน เป็นใครครับนายอินกอง ผมเชิญมาคณะกรรมาธิการเลย ดูประวัติเรียบร้อยแล้วครับ ไม่ใช่ข้าราชการครับ เป็นลูกจ้างชั่วคราวคุมงาน ๕๕ ล้านบาท ลูกจ้างชั่วคราวครับ ผมสงสารนายอินกองมาก คนนี้แหละครับจะเป็นแพะรับบาป ท่านทำร้ายเขาทำไมครับ เราไปดูงานครับ เขียนป้ายบอกอย่างดีผมไม่จุกจิกเล็กน้อยครับ แต่ผมจับพิรุธว่ามันมีพิรุธเยอะ สัญญานี้แหละครับ ๕๕,๑๐๐,๐๐๐ บาทนี้ครับ ในสัญญาจริง ๆ บอกว่าปริมาตรดินขุด ๑,๖๐๐,๐๐๐ คิว มาบอกเราว่าอย่างไรครับ ๑๖๐,๐๐๐ คิวครับ ไม่ได้เขียนผิด หรือเขาขุด แค่ ๑๖๐,๐๐๐ คิวแค่นั้นก็ไม่รู้นะครับจาก ๑,๖๐๐,๐๐๐ คิว ท่านครับ ผู้ควบคุมงานลักไก่ มาอีกครับเอานายสรรเพชญ เยาวนิตย์ ที่จริงไม่ใช่ นายสรรเพชญ เยาวนิตย์ ไปคุมตอนที่ ๗ ครับ คุมอยู่ที่ตอนที่ ๗ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านกำกับดูแลอย่างไรครับ นายสรรเพชญเป็นเด็ก ๆ ครับ ผมเจอมาแล้ว เป็นใครครับนายสรรเพชญ เป็นข้าราชการไหมครับ ไม่ใช่อีกแล้ว เป็นใครครับ พนักงานราชการยังไม่ได้บรรจุครับ พิลึกกึกกือไปกว่านั้นอีก ท่านครับ กรรมการ ที่ท่านแต่งตั้งขึ้นมาไม่กี่คน ๓ ๔ ๕ คนหมุนเวียนกันอย่างนี้ใน ๒๖ โครงการครับ มี ผอ. คนหนึ่งครับเป็นเจ้าภาพ ระยะนี้ ผอ. ดังครับ ไม่ใช่ ผอ. ในแรงเงานะครับ ผอ. ที่กรมเจ้าท่าชื่อว่า ผอ. เพทาย คนนี้จะเป็นพระเอกครับ เป็นกรรมการทุกอย่างครับ ทุกโครงการ ๒๖ โครงการนี้ ผอ. เพทายเป็นหมด

(นายวรชัย เหมะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวิฑูรย์ครับ

นายวิฑูรย์ นามบุตร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ขอโทษครับ ทางวิปบอกว่าพวกเรารักษาเวลาของเรา

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วงครับ

นายวิฑูรย์ นามบุตร บัญชีรายชื่อ

ขออีกนิดหน่อยครับ จะจบแล้วครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านวรชัย

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ วันนี้ผมขึ้นประท้วงแค่ครั้งสองครั้งเองครับ ท่านประธาน ผมไม่อยากใช้เวลาในการอภิปรายมาประท้วงหรอกครับ แต่ว่าผมนั่งฟังมานาน ท่านประธานครับ มีการพาดพิงถึงข้าราชการ มีการพาดพิงถึงดูไบ แล้วก็ตามข้อ ๖๑ บอกว่า ห้ามเสียดสีบุคคลภายนอกนะครับ เรื่องนี้ถึงจะไม่เอ่ยชื่อโดยตรงแต่ว่าความหมาย คือใครครับ เพราะฉะนั้นท่านบอกให้ชัดสิครับว่าเป็นใครที่ดูไบครับ บอกให้ชัดครับ ไม่อย่างนั้นเป็นการพาดพิง พี่น้องประชาชนเข้าใจผิดครับท่านประธาน ขอให้ชัดสิครับ แล้วก็ผู้อภิปรายนี่หลายครั้งครับผมได้ทราบว่าเข้าไปฝั่งโน้นครั้งหนึ่งเสียเป็นสิบล้านครับ ท่านประธานครับขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวิฑูรย์ครับ การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนี่พวกเราก็เข้าใจตรงกันนะครับ เป็นการยื่นกล่าวหานะครับ แต่การกล่าวหานี่อยากจะให้มีข้อมูลเหตุผลประกอบ อย่าไปพาดพิงแบบลอย ๆ ซึ่งตรงนั้น ก็ต้องระมัดระวังนะครับ เชิญท่านต่อเถอะครับ

นายวิฑูรย์ นามบุตร บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่ต้องการ เสียเวลาครับ เพราะท่านประธานวิปบริหารเวลาดีอยู่แล้ว ผมต่อครับ กรรมการข้าราชการ ที่ร่วมมือกับท่าน ส่วนใหญ่ของกรมเจ้าท่า ข้าราชการเขาคนใช้ได้ครับ แต่มีไม่กี่คนครับ มาร่วมมือกับท่านนี่ จะมีตัวละครเอก ๆ ครับ เพทาย สมชาย สิริโชค แต่ละคนเป็นทั้ง กรรมการกำหนดราคากลาง เป็นทั้งกรรมการจ้างด้วยวิธีพิเศษ เป็นทั้งกรรมการ ตรวจการจ้าง ชื่อจะซ้ำ ๆ นี่ครับ ที่จังหวัดสุโขทัยก็ชื่อนี้แหละครับ เอาโครงการอื่นครับ ที่จังหวัดแพร่บ้าง มาอีกแล้วครับเพทาย มาอีกแล้วครับสิริโชค มาอีกแล้วครับสมชาย เป็นกรรมการไขว้ไปไขว้มา บางคนเป็นทุกกรรมการเลยครับ ดูอีกครับ เอาจังหวัดกำแพงเพชรก็ได้ครับ มาอีกแล้วครับ กรรมการราคากลาง เพทาย สมชาย กรรมการจ้างด้วยวิธีพิเศษ สิริโชค กรรมการตรวจการจ้าง เพทาย เอาละแค่นี้พอ เอาอีกสักเรื่องครับ จะไขว้กันไปอย่างนี้ครับ ตัวละครมีไม่กี่ตัวหรอกครับ เอาที่จังหวัดแพร่ครับ กรรมการกำหนดราคากลาง เพทาย สมชาย สิริโชค กรรมการจ้างด้วยวิธีพิเศษมาอีกแล้วสมชาย กรรมการตรวจรับมาอีกแล้วครับเพทาย สิริโชค ท่านครับ มันยุ่งเหมือนลิงแก้แหจริง ๆ ครับ พอคณะกรรมาธิการเรียกมาตรวจสอบนี่ ผอ. เพทายมารายงานล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในคณะกรรมาธิการ บอกว่าท่านเป็นกรรมการหลายตำแหน่งในงานเดียวกัน ดังนั้นท่านเลย ลาออกจากกรรมการตรวจการจ้างทุกโครงการ จะลาออกจากกรรมการจ้างด้วยวิธีพิเศษนี่ ก็ยังไม่ได้เพราะจ้างเรียบร้อยแล้ว จะลาออกจากกรรมการราคากลางก็ไม่ได้เพราะมันเสร็จแล้ว เหลืออันเดียวที่ท่านลาออกคือกรรมการตรวจการจ้าง ท่านบอกครับว่าท่านลาออกแล้ว พอท่านลาออกจากกรรมการตรวจการจ้างเอาใครมาเป็นแทนครับ เอานายสิริโชค สุขกันต์ ท่านลาออกเพราะบอกว่าเพื่อไม่ให้เกิดการซ้ำว่าเป็นกรรมการหลายชุดในงานเดียว แต่ขว้างงูไม่พ้นคอครับท่านประธาน ทำไม่เนียนเลยครับ เพราะว่าอะไรครับ ทั้งเพทาย ทั้งสิริโชคเป็นกรรมการกำหนดราคากลางอยู่แล้ว และเพทาย สิริโชคนี่ก็มาเป็น กรรมการตรวจรับ ตอนนี้กรรมการตรวจรับนี่ลาออกเฉพาะเพทาย ตั้งใครเป็นประธานแทนครับ ให้สิริโชคมาเป็นประธานแทนครับ ลืมไปว่าสิริโชคก็เป็นกรรมการอยู่แล้ว ดังนั้นสิริโชคควบหลายตำแหน่งมาก ควบหลายตำแหน่ง จริง ๆ ครับ เป็นทั้งกรรมการราคากลาง เป็นทั้งกรรมการจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ ตอนแรก เป็นแค่กรรมการตรวจการจ้าง พอเพทายออกเป็นทั้งประธานตรวจการจ้าง เป็นทั้งกรรมการ ตรวจการจ้าง สิริโชคเป็นใครทีนี้ เมื่อกี้ผมเห็นหลังเวทีนี่ครับ เคยเจอกันมาก่อน ท่านครับ เป็นข้าราชการตัวเล็ก ๆ ตอนนี้ผู้หลักผู้ใหญ่หนีนะครับ อธิบดีไปก่อนเลยครับ ระดับ ผอ. เริ่มไปแล้วครับ ตอนนี้ระดับ ผอ. เหลือแต่ ซี. ๖ ซี. ๗ ข้าราชการเล็ก ๆ ครับ ซี. ๖ ซี. ๗ เองครับ และที่สำคัญสิริโชคคนเดียวมาเป็นประธานกรรมการตรวจการจ้าง ๙ โครงการ เขาจะวิเศษวิโส มาจากไหนหรือเด็กคนนี้ ท่านครับ สิ่งที่ผมกราบเรียนกับท่านประธานมันชัดมากครับ ผมบอกกับท่านประธานต่อเลยครับ ไม่มีแค่ ป.ป.ป. ครับ ขอดู สตง. หน่อยครับ งานนี้ สตง. ก็เข้าครับ สตง. ก็ตรวจสอบครับ สตง. รายงานมายังท่านประธานแล้วเกี่ยวกับโครงการ ๒๖ โครงการนี้แหละครับ สตง. สรุปจากข้อเท็จจริงพิจารณาได้ว่าการคำนวณราคากลาง ไม่ถูกต้อง ประมาณการครั้งนี้เป็นการจ้างงบลงทุนแต่เอาไปทำงบครุภัณฑ์บ้าง สตง. บอกว่า ข้อ ๓ กรมเจ้าท่ากำหนดในรายละเอียดประกอบแบบซึ่งเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ให้ผู้รับจ้างดำเนินการทำแผนที่ สรุปว่าไม่ต้องมี ครอส เซคชัน (Cross section) อันนี้ ป.ป.ป. ราชการ อันนี้ สตง. ลงชื่อโดยนางสาวประพีร์ อังกินันทน์ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน รักษาการแทนผู้ว่าการ ท่านครับ ขนาดนี้พอหรือยังครับ มันตลกมากกว่านั้นอีกครับ นิดเดียว ท่านชัจจ์ครับ งานที่ว่าผมมีรายงานเป็นปึ๊ง ๆ เลยครับ รายงานการทำงานแต่ละวัน เป็นลังเลย ผมยกตัวอย่างให้ท่าน ผมมีปริมาณน้ำฝนด้วยครับ ช่างคุมงานรับเต็ม ๆ เลย รายงานเท็จทั้งนั้นครับ ผมมีปริมาณน้ำฝนของทุกเดือนที่มีโครงการเหล่านี้กรมอุตุนิยมวิทยา เขาเอามาให้ รายละเอียดมีเลยตั้งแต่เดือนเมษายนถึงเดือนกันยายนฝนตกวันไหน ๆ ไม่ใช่ ที่จังหวัดนะครับ ผมขอข้อมูลระดับอำเภอเลยครับ อำเภอสอง จังหวัดแพร่ เดือนพฤษภาคม ฝนตก ๑๕ วัน ๒๘๓ ลูกบาศก์เมตร วันที่ ๓ ก็ตก วันที่ ๔ ก็ตก วันที่ ๕ ก็ตก วันที่ ๖ ก็ตก แล้วมาตกวันที่ ๘ วันที่ ๙ อำเภอปัว จังหวัดน่าน ช่วงเดือนสิงหาคมพายุเข้าครับ ฝนตก ๑๐ กว่าวันเหมือนกัน วันที่ ๑ วันที่ ๒ วันที่ ๓ วันที่ ๔ วันที่ ๕ ตกทุกวันครับ จังหวัดเชียงใหม่ ก็ตกเช่นกันครับ แต่รายงานของช่างคุมงาน ท่านประธานครับ รายงานของช่างคุมงาน มันไม่สอดคล้องกับดินฟ้าอากาศครับ ผมบอกว่าเอาที่จังหวัดพิษณุโลกเดือนกรกฎาคม ฝนตกครับ ฝนตก ๑๐ กว่าวัน ทุกวันเลยครับ ท้องฟ้าแจ่มใส อากาศร้อน เดือนกรกฎาคม ทำงานได้ ๑๒,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ขุดขนทิ้งได้ ๑๒,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร เอาละ วันต่อมาวันที่ ๘ กรกฎาคม เมื่อกี้ฝนตกใช่ไหมครับ ท้องฟ้าแจ่มใสอากาศร้อน เอาที่ จังหวัดเชียงใหม่ชัดกว่านั้นอีกครับ จังหวัดเชียงใหม่วันไหน ๆ ฝนตกบ้างพวกเรามีข้อมูล และตกในอำเภอนั้นด้วยนะครับ ตกในอำเภอที่ทำงานด้วย เอาเดือนกรกฎาคมเช่นกันครับ จังหวัดเชียงใหม่ช่างรายงานละเอียดเลยครับ ขุดลอกได้ ๑๐,๗๕๐ ลูกบาศก์เมตร ขุดไปขนได้ ๑๐,๖๐๐ ลูกบาศก์เมตร ฝนสภาพท้องฟ้าแจ่มใส ท้องฟ้าปลอดโปร่ง ฝนมันตก กรมอุตุนิยมวิทยาไม่โกหกแน่เพราะไม่มีประโยชน์ และทุกวันครับ เกือบทุกวันครับไม่ใช่ทุกวัน ฝนตกสัก ๑๕ วันนี่ครับในรายงานนี้มีฝนตกอยู่ สัก ๒-๓ วันเพราะอะไรครับ ถ้าไม่รายงานอย่างนี้มันจะไม่สอดคล้องกับการปฏิบัติงาน ผมจบอย่างนี้ครับ ทุกอย่างมันชัดจริง ๆ ชัดยิ่งกว่าชัดครับ ผมกว่าจะหาลายมือชื่อ ของท่านชัจจ์ได้ยากมาก เอกสารที่กรมเจ้าท่าส่งมาให้คณะกรรมาธิการ ท่านชัจจ์ต้องขอบคุณ เจ้าหน้าที่เขา ไม่มีลายเซ็นของรัฐมนตรีชัจจ์หรอก หายากมากครับเอกสารเป็นตั้ง ๆ ไม่มี เขาลบออกหมดครับ แต่เจ้าหน้าที่ของกรมเจ้าท่าเขาก็เอามาให้ ท่านปฏิเสธความรับผิดชอบ ไม่ได้ครับท่านรัฐมนตรีชัจจ์ เพราะทุกโครงการท่านชัจจ์เห็นชอบ ยกตัวอย่างแค่ตอนที่ ๖ นี่ครับ ท่านชัจจ์เห็นชอบ ท่านชัจจ์อนุมัติ วันที่ ๑๖ มีนาคม เอาตอนที่ ๖ ครับ ท่านชัจจ์เห็นชอบ ท่านชัจจ์อนุมัติ ๑๔ มีนาคม มากกว่าใบเสร็จครับ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เอาอย่างไร กับท่านชัจจ์ครับ มันชัดมากกว่าชัดครับ อย่ามาถามใบเสร็จ การโยกจากกระทรวงคมนาคม ไปกระทรวงมหาดไทยนี่ไม่พอครับ งานนี้จะพิสูจน์ภาวะผู้นำของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ครับ งานนี้จะพิสูจน์ระหว่างนายกรัฐมนตรีตัวจริงกับนายกรัฐมนตรีนอมินี งานนี้จะพิสูจน์ว่า นายกรัฐมนตรีที่อยู่ดูไบกับนายกรัฐมนตรีที่อยู่เมืองไทยใครจริงครับ สำหรับท่านรัฐมนตรีชัจจ์ ผมไม่ได้รักท่าน ผมก็ไม่ได้เกลียด ท่านโดยส่วนตัวไม่ค่อยรู้จักท่านด้วย เจอท่านไม่กี่ครั้ง ผมไม่ได้เรียกร้องให้ท่านลาออกนะครับ แต่ท่านทำร้ายประเทศ ท่านโกงเงินงบประมาณ ท่านกินเงินหลวง ท่านกินสินบาทคาดสินบน คนไทยทั้งประเทศต้องรับภาระภาษี พอเถอะครับท่าน ท่านได้มากเกินพอแล้ว ๑ ปีที่กระทรวงคมนาคมเขาบอกว่ากี่ร้อยล้านบาท แล้วครับ กี่พันล้านบาทแล้วครับ อย่าอยู่เมืองไทยเลยครับ ไปอยู่กับเพื่อนของท่านเถอะครับ ท่านมีวันนี้ที่เพื่อนให้โปรดไปอยู่ดูไบกับเพื่อนรักท่านครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประสิทธิ์ มีอะไรครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมขอประท้วงผู้อภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ กล่าวเสียดสี ถึงบุคคลภายนอก โดยเฉพาะพูดถึงบุคคลที่อยู่ดูไบ ความจริงการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่เกี่ยวกับคนดูไบ และผมเชื่อว่าคนดูไบก็ไม่เคยหนีทหารครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมก็ฟังอยู่ ก็ขอเตือนท่านวิฑูรย์นะครับ ที่จริงท่านอภิปรายตั้งแต่ต้นมาก็ดีโดยตลอด ในช่วงท้าย ๆ ก็เข้าข่ายดูจะเป็นการประชด เสียดสี ก็ขอเตือนท่านวิฑูรย์ แต่ไม่เป็นไรครับจบแล้ว

(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)

มีอะไรครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ แล้วเหตุใดท่านประธานถึงไม่ควบคุมการประชุมโดยตักเตือนจ่านกเอี้ยง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครับ ผมได้ดำเนินการตามข้อบังคับ ข้อ ๘ แล้วก็ใช้ดุลยพินิจ แล้วก็วินิจฉัยไปแล้วครับ แล้วท่านจ่าประสิทธิ์ประท้วงเมื่อกี้ก็มีเหตุผลนะครับ แล้วผมก็วินิจฉัยตามที่ท่านประท้วง ทุกอย่างจบแล้วครับ มาด้วยดีแล้ว จะได้ต่อกัน ท่านจะอภิปรายต่อหรือเปล่าครับ จะอภิปรายต่อใช่ไหมครับ ไม่เป็นไรครับ จบแล้วครับ เชิญครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องประท้วงผู้ลุกขึ้นประท้วงตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ กล่าวหาว่าผม เป็นจ่านกเอี้ยง ท่านประธานต้องให้เขาถอนนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมถือว่าเป็น เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ครับ ว่ากันไปว่ากันมา อย่าไปถือสาเลยครับ เอาสาระของเราดีกว่า เชิญท่านนคร มาฉิม ครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ไม่เป็นไรครับ เรื่องเล็กน้อย เอาเป็นสาระเรื่องสำคัญของเราดีกว่า เชิญครับ ท่านนคร มาฉิม ขออภัยครับ ท่านรัฐมนตรีขอเวลาชี้แจง

พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ผมใคร่จะหารือท่านประธานสักนิดหนึ่งว่าถ้าเผื่อเรื่องกรมเจ้าท่า ถ้าหมดแล้วผมจะตอบ ถ้าเผื่อยังไม่หมด ยังมีจะอภิปรายกรมเจ้าท่าอีก ผมจะรวมตอบทีเดียวครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เพราะฉะนั้น เรื่องของกรมเจ้าท่าหมดหรือยังครับ ถ้ายังไม่หมดก็จะได้ หมดนะครับ ตกลงหมดนะครับ ท่านจุรินทร์ครับ ประเด็นของกรมเจ้าท่าจบหมดแล้วนะครับ

พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 🔗

ถ้าอย่างนั้นผมขออนุญาตตอบโต้ประเด็นที่ได้อภิปรายเรื่องที่กล่าวหาผมไว้นะครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติทุกท่าน รู้สึกเป็นการกล่าวหาที่มาก เกินความจริงไปมากมาย ผมไม่เคยประพฤติปฏิบัติเช่นนั้น การกล่าวหาจนกระทั่ง ไร้มูลความจริง โดยที่หลักฐานหลายอันผมจะได้ชี้ให้ชัดว่าท่านได้พูดเท็จ บอกว่ามีการจ้าง ด้วยวิธีพิเศษนั้นคือเป็นการทุจริตแล้ว ท่านก็ต้องเคยรู้ว่าการจ้างด้วยวิธีพิเศษนั้น มันเป็นวิธีการของทุกหน่วยงานภาครัฐบาลซึ่งทำกันอยู่ประจำทุกหน่วยงาน คนอื่นทำไม่ทุจริต ผมมาควบคุมดูแลเท่านั้นทุจริต แล้วจริง ๆ ผมก็บอกแล้วว่าผมมารับงานควบคุมดูแล กรมเจ้าท่า เมื่อเดือนมกราคมมาเมื่อกลางเดือน และท่านก็ยังบอกว่าเดือนธันวาคมผมก็ไป ทุจริตแล้ว ไปวางแผนแล้ว และผมไม่เร่งรัดไม่สั่งการ มันสั่งไม่ได้ครับ ยังไม่ได้รู้เลยว่า จะมาดูแลอันนี้หรือเปล่า นั่นคือเรื่องของท่านธนิตพลที่กล่าวหาไว้ เรื่องอื่นก็คงซ้ำ ๆ และมาถึงคุณวิฑูรย์ก็ได้กล่าวหาว่าผมได้ดูแลการจ้างด้วยวิธีพิเศษของกรมเจ้าท่านั้น ช้ากว่าปกติ ๒๘ วัน ซึ่งปกติต้องใช้ ๒๘ วันนั้นก็เพียงพอแล้ว แต่นี่จ้างไปเกินตั้ง ๕๐ วัน ผมได้ดูหลักฐานแล้ว ท่านบอกว่าเริ่มตั้งแต่ ๑ กุมภาพันธ์ ทุกสัญญาเกิน ๕๐ วัน แต่ปรากฏว่าคัดเลือกได้ผู้ว่าจ้างตามแผนงานปลายเดือนกุมภาพันธ์ทุกราย ซึ่งนี่ก็ไม่ตรงตาม ข้อเท็จจริงนะครับ เรื่องมีประกันสัญญา ๒ ปีท่านก็อ้างถึงเรื่องการทำถนน ผมได้ตรวจดูตามระเบียบแล้ว เขาก็ไม่มีระเบียบที่บังคับว่าเขาผิดระเบียบที่ไม่ทำประกันสัญญา ๒ ปี แล้วเขาก็อธิบาย ให้ผมฟังว่ามันทำประกันจะไม่มีผู้มารับจ้าง เนื่องจากแม่น้ำโดยเฉพาะต้นน้ำนี่น้ำท่วมทุกปี กระแสน้ำมันก็จะเปลี่ยนแปลงก็ไม่มีใครกล้ามาทำงาน เพียงแต่เอาโครงสร้างที่กำหนดกันนั้น ว่าต้องทำตามแบบอย่างนี้ อย่างนี้ อย่างนี้ เขาก็ทำตามนี้ แล้วต่อไปมีอะไรก็ค่อยว่ากัน ก็ต้องซ่อมไปดูแลกันไป กรมเจ้าท่าเองก็มีเครื่องไม้เครื่องมืออยู่กรมเจ้าท่าก็ซ่อมดูแลรักษา ต่อไป เขาก็ชี้แจงอย่างนี้ซึ่งมันก็มีเหตุผลมันก็เป็นไปตามระเบียบ ไม่มีระเบียบอ้างจะให้ผม ไปทำอะไรกับข้าราชการเขาล่ะครับ แม่น้ำปิงที่ท่านบอกว่าเสร็จแล้ว นี่ ๆ เอารูปมาให้ดู ว่าเสร็จแล้ว ๆ ก็ไม่รู้มันเสร็จตั้งแต่เมื่อไร วันที่เท่าไร เดือนอะไรที่ท่านบอกว่าเสร็จ แล้วใคร บอกกับท่านว่ามันเสร็จ ผู้รับจ้างบอกหรือกรมเจ้าท่าเขาบอก หรือนักการเมือง เขาบอก กรมเจ้าท่าที่เขาเป็นผู้จ้างงานเขายังไม่ได้บอกเลยว่างานเสร็จ ท่านก็บอกเสร็จแล้ว ๆ ท่านก็เอารูปมาชี้แจงมาแสดงอย่างนี้คนที่พบเห็นเขาก็เข้าใจผิดว่าผมไม่กำกับดูแล บอกงานเสร็จแล้วงานมันไม่เสร็จ ท่านประธานครับ ถึงแม้ว่าจะงานเสร็จแล้วยังเป็นอย่างนั้นอยู่ ผมว่ายังจะไปเล่นงานเจ้าหน้าที่เขาไม่ได้เลย เพราะงานบางทีทำไปแล้วเมื่อครบเวลา สัญญาจ้างแล้วมันก็เป็นอย่างนั้น อาจจะเป็นอย่างนั้น ที่ท่านเอารูปมาผมไม่ทราบว่า ท่านเอารูปมาจากไหน มาจากประเทศพม่าหรือจากประเทศ สปป. ลาว แต่เชื่อว่าท่านเอามา ตรงนี้ แต่ถ้าเผื่อเสร็จแล้วครบวันที่ ๒๘ กันยายนครบสัญญาจ้างมันยังเป็นสภาพนั้นอยู่ กรมเจ้าท่าเขาก็ต้องดำเนินการกับผู้รับเหมาครับ เขาก็ต้องตัดคิวตัดอะไรว่ากันไป ตามสัญญา ในสัญญามีข้อบังคับอยู่แล้ว มันไม่ได้เกิดความเสียหายอะไร ทางราชการไม่ได้ เสียหาย ไม่ได้จ่ายเงินจ่ายทองอะไรต่ออะไรไป ท่านว่าเสร็จแล้วคนฟังเขานึกว่าจ่ายเงิน ไปแล้ว จริง ๆ ไม่ใช่มันยังไม่เรียบร้อย จนกระทั่งวันนี้ยังไม่เรียบร้อยเลยครับ เพราะว่า ผมเปลี่ยนงานไปทันทีผมก็ไม่ทราบติดตามงานให้ท่านได้ทราบรายละเอียดมากนัก แต่ก็บอก คร่าว ๆ ได้ว่ามันยังไม่เรียบร้อย ท่านว่าเสร็จผมว่ายังไม่เสร็จก็คงจะเอากันแน่ไม่ได้ ที่แม่เตี๊ยะ นายก อบจ. ที่ท่านไปถ่ายมานั่นละครับผมก็ดูก็เห็นประชาชน ตัวท่านนายก อบจ. ประชาชนที่เขามาพูด ก็นั่นละคือประชาชนที่อยู่ในท้องถิ่นนั้น ๆ ท่านเห็นหรือยัง ว่าการออกแบบนั้นมันออกแบบแน่นอนไม่ได้ ถ้าท่านออกแบบว่าจะขุดอย่างนี้ไปถึง ประชาชนเขาไม่ยอม เขาบอกว่าไม่ได้อย่างนี้ท่านต้องเปลี่ยนแผน ทางกรมเจ้าท่า กับผู้รับเหมาต้องมาบอกกันว่าต้องเปลี่ยนแล้ว เพราะฉะนั้นแผนต้องเปลี่ยนไปแล้วท่านจะ เอาแบบอะไรที่มันแน่นอน แบบนั้นปรับปรุงแก้ไขได้ตลอดเวลา นี่แหละจะเห็นเป็นตัวอย่างหนึ่ง ก็น่าเห็นใจเจ้าหน้าที่ของกรมเจ้าท่าที่เขาก็ต้องทำแบบนี้คือก็ต้องออกแบบคร่าว ๆ ไปก่อน สำรวจปริมาณทรายที่จะทำได้ก่อน พอจะทำจริง ๆ พอคำนวณทรายได้ ระยะทางได้ เวลาได้ เขาก็มาจัดจ้าง พอจัดจ้างเสร็จก็มาตกลงออกแบบกันอีกทีหนึ่ง สัญญาเป็นอย่างนี้ เกือบจะทุกสัญญา เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วเขาก็จะออกแบบกันไป มีเป็นข้อตกลงร่วมกันระหว่างผู้รับเหมา ผู้รับจ้าง กับกรมเจ้าท่า เจ้าหน้าที่ว่ามาถึงตรงนี้เอาอย่างนี้ พร้อมทั้งบอกให้ทางประชาชนที่อยู่ริมฝั่ง มาช่วยดูด้วย แล้วก็บอกเอากันอย่างนี้นะ แล้วก็ออกแบบกันอย่างนี้ นี่คือรูปแบบที่เขาทำกัน ก็ไม่ได้ผิดระเบียบตรงไหน ผมเป็นรัฐมนตรีกำกับดูแล ทางปลัดกระทรวงอะไรต่ออะไร เขาก็ตรวจตราดูก็เป็นที่ยอมรับกันว่าวิธีนี้ไม่ได้ผิดระเบียบ ถูกต้องตามระเบียบการ แบบแผน และกฎหมายทุกประการ การกำหนดราคากลางท่านบอกว่าเอื้อประโยชน์ให้กับผู้รับจ้าง นี่เป็นเรื่องที่ซ้ำประเด็นกัน แต่ผมขอย้ำอีกทีว่ากำหนดราคากลางนี้กรมบัญชีกลาง เป็นผู้กำหนด กรมเจ้าท่าจะมาดูว่าพื้นที่ตรงนั้นควรจะบวกเข้าไปอีกสักเท่าไร มันยากขึ้นแค่ไหน น้ำมันตรงนั้นมันแพงแค่ไหนในการที่จะเข้าไปถึงพื้นที่ที่จะทำงานนั้นถ้าเผื่อจะเป็นทาง ทุรกันดารที่ต้องเข้าไปอีกจะต้องใช้เรือแพล่องขึ้นไปขุด ผู้รับเหมา ผู้รับจ้างเขาก็ต้องมีเรือแพ เข้าไป เพิ่มค่าใช้จ่ายอันนี้ก็จะต้องเพิ่มบวกเข้าไป แต่ก็มีราคากำหนดอีกนั่นแหละ เป็นราคา ที่เขามีแบบมีวิธีคิด แล้วก็ไม่ได้ผิดแปลกจากนั้น ถ้าผิดแปลกจากนั้นวิธีคิดของกรมบัญชีกลาง ก็ผิดครับ เราตรวจแล้วก็ไม่ผิด เจ้าหน้าที่รายงานขึ้นมา เจ้าหน้าที่ของกระทรวงก็ไม่ผิด แล้วบอกว่าจะไปเอื้อแก่ผู้ได้ประโยชน์ ท่านก็ไม่มีอะไรเลย เพียงแต่ท่านบอกว่าเอื้อกัน เอาเงินนี้ไปให้ผู้รับเหมา ผู้รับจ้าง ผมก็อยากได้หลักฐานเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าเราจะไป ดำเนินการเขาง่าย ๆ ท่านก็พูดบอกว่าเขาไปเอื้อไปให้ แล้วก็มาว่าผมบอกทุจริต ๆ ผมยังไม่รู้เลย ท่านก็พูดมาผมทุจริตสักกี่บาท ทุจริตรับเงินจากคนไหน เจ้าไหน ยังไม่เห็นเลย ก็พูดตลอด ไม่รู้ว่าเอื้อประโยชน์ให้ใคร เป็นเงินเท่าไร บอกรายละเอียดสิครับว่ามากมาย แต่ก็ไม่ได้ตรงประเด็น บอกว่าผมใช้มิสเตอร์เอ็กซ์ไปทำอะไรก็ไม่รู้ แต่บอกว่าผมมีการบังคับ เร่งรัดให้ไปเอาเงินมาให้ผม ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านพูดอะไร คนอย่างผม กรมเจ้าท่ามีสักบาท ไหมครับ ท่านเอาหลักฐานมาเลยครับ พูดเรื่อยไป แล้วก็มาให้ผมถอนคำพูด ท่านพูดอย่างนี้ แล้วจะให้ผมตอบว่าอย่างไร ก็ผมไม่ทราบว่าผมเอาเงินจากใคร ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ใช้ใคร มิสเตอร์เอ็กซ์ผมก็ไม่รู้จัก จะเป็นบริษัทรอที่ทำถนนอยู่แถวจังหวัดอุบลราชธานีแถวโน้น ก็ไม่ทราบ ผมไม่ทราบ พูดเพียงให้เกิดข้อสงสัย ข้อผูกพันอะไรผมก็ไม่ทราบ กรรมการ กำหนดราคากลางเมื่อกี้บอกนายเพทาย นายสมชาย นายสิริโชค ผมจดได้ ๓ คนนะครับ ผมตรวจดูแล้วครับ ๒๖ สัญญา ๒๖ สัญญา กรมเจ้าท่านี่นะครับมีกองขุดลอกอยู่กองเดียว มีหน้าที่ขุดลอกมีอยู่กองเดียว มันก็มีนายเพทายเป็นผู้อำนวยการกอง ผมก็ไม่รู้ว่ากรรมการ เขาจะเปลี่ยนนายเพทายได้อย่างไร มันก็ติดนายเพทายตลอด นายสิริโชค นายสมชาย ผมก็ไม่รู้จักว่าเป็นใคร ก็รู้จากเจ้าหน้าที่ได้ยินว่าสิริโชค แต่สมชายผมไม่รู้จัก คือเจ้าหน้าที่ มีน้อยกองขุดลอกนี่ มันก็ต้องใช้ตรงนี้ไปอย่างนี้ ผมก็ถามไม่ใช่ผมไม่สงสัยอะไรมีแต่เจ้าหน้าที่ ชื่ออย่างนี้หลาย ๆ คน เขาก็บอกว่าที่จริงมันมีคนอื่นมาร่วมด้วย แต่ ๓ คนนี้ มันเป็นยาดำอยู่ในนี้ เพราะว่าเขารับราชการอยู่ในกองนี้ ผมไม่ทราบว่าคนไหนเป็นเจ้าหน้าที่ พัสดุซึ่งอยู่ในนี้ แล้วก็มักจะต้องแจกจ่ายไปอยู่ตรงโน้นตรงนี้ ไปตรวจงานนี้ แต่ไม่ใช่ซ้ำกัน เขาพยายามไม่ให้ซ้ำกัน ผมตรวจดูด้วยตัวเองคร่าว ๆ ผมไม่มีเวลาไปตรวจดูทุกสัญญา สัญญาจ้าง ๒๖ สัญญา แล้วมีสัญญาตรวจการจ้างอีก ๒๖ ราย อีกรายหนึ่งไม่รู้ว่า กี่กรรมการ กี่กรรมการ ผมเป็นรัฐมนตรีต้องรับสารภาพ ผมไม่มีเวลาไปตรวจถึงขนาดนั้น แต่ผมก็ได้มอบหมายตามที่ผมได้มีเอกสารที่ผมสั่งการบอกว่าให้ตรวจโดยเคร่งครัด ต้องเคร่งครัดก่อนจ่ายเงินจ่ายทอง ผมก็ทำได้อย่างนั้น แล้วผมก็คอยดู แล้วผมก็สอดส่องดู แต่ว่าเรื่องอย่างนี้ผมไม่ได้ตรวจ ท่านพูดเรื่องรถไฟเดี๋ยวเอาไว้รถไฟ ท่านพูดเรื่องน้ำไป เป็นเรื่องรถไฟผมยังงงอยู่

เรื่องน้ำอีกอันหนึ่งมีการกำหนดในข้อกำหนดว่าเวลาไปโครงการ ทั้ง ๒๖ โครงการมันมีอยู่หลายโครงการที่กำหนดให้มีรถยนต์อยู่ในนั้นด้วย ให้ไปขุดลอก แรก ๆ ผมก็สงสัยท่านจะบอกว่า สตง. ได้มีหนังสือแจ้งมา ความจริงผมทราบแล้ว ท่านเป็นคนทำหนังสือไปถาม สตง. สตง. เขาก็แนะนำมาบอกว่าลองไปดูแล้วกันว่าถ้าเผื่อซื้อ รถยนต์ไปอยู่ในนั้นแล้วจะไปทำรถประจำตำแหน่ง ผมก็ไม่รู้ว่าคำว่าประจำตำแหน่ง มันก็น่าจะผิด อยู่ ๆ ไปจ้างเขามาขุดลอกร่องแม่น้ำ เสร็จแล้วมีรถยนต์เข้ามาอยู่ในนี้ว่า ผู้รับจ้างต้องซื้อรถยนต์ด้วย ซื้อคอมพิวเตอร์ด้วย ผมยังไม่ทราบว่ามีโทรศัพท์มือถือด้วย หรือเปล่า ผมก็พยายามดู แต่ดูไม่ทุกโครงการ แต่ สตง. ก็แนะนำว่าถ้าเจตนาจะไปเอารถเขา ไปทำเป็นรถประจำตำแหน่งมันย่อมไม่ได้ ถูกครับ สตง. ท่านก็แนะนำถูก แต่ท่านพูดคลุม ๆ เหมือนกับมันมีการทุจริต แต่แท้ที่จริงนั้นท่านรู้เรื่องการทำถนนดี ท่านต้องรู้การทำถนน ประมูลถนนนั้นผมบังเอิญว่าถ้าได้คุมกับกรม กอง ที่ทำถนนด้วย ในการจ้างทำถนนนั้นเขา บังคับให้ทำที่ทำการชั่วคราวด้วย มีที่ต้องทำที่ทำการชั่วคราวด้วย ซึ่งไม่เกี่ยวกับทำถนนเลย แต่ว่าอันนั้นเป็นสำนักงาน สำหรับคนที่คอยควบคุมงาน คอยพัก คอยเป็นออฟฟิศ เป็นที่ทำงาน ให้มีรถยนต์ด้วย อันนี้ก็ทำนองเดียวกัน เพราะบางแห่งนั้นไม่มีถนนหรือ ถนนทุรกันดาร เขาก็บังคับว่ากำหนดไว้ให้มีรถยนต์ด้วย เพื่อในการตรวจตรา เข้าไปตรวจงานตรวจอะไรสั่งการไปทำแผนที่ไปทำแผนผังในการที่จะต้องดำเนินการ ในการจ้างเหมานี่ ซึ่งผมได้สอบถามแล้วตั้งแต่โน่นแหละครับเขาก็บอกทางราชการเขามีสิทธิทำได้ไม่ผิดอะไร ไม่ผิดระเบียบ ไม่ผิดกฎหมาย แล้วท่านจะให้ผมทำอะไรครับ ท่านจะให้ผมไปทำอะไรเขาล่ะ มันก็ทำถูกต้องนะครับ อันนี้ก็ขอชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ท่านพูดถึงรถไฟแต่ก็เป็นเรื่องซ่อมทาง และสะพานด้วยวิธีพิเศษ ๘๐๐ ล้านบาท ผมนึกได้เลา ๆ ว่ามีการซ่อมทางด้วยวิธีพิเศษ อยู่คราวหนึ่งไม่ทราบว่ารายเดียวกันหรือเปล่าน่าจะเป็นรายเดียวกันเพราะเจ้าหน้าที่บอกว่า มันเป็นเรื่องจากสภาพทางเสียหายต้องซ่อมเป็นการเร่งด่วนให้ทันฤดูน้ำหลาก ในเดือนกันยายนเลยจะต้องซ่อมทางและสะพานด้วยวิธีพิเศษ ซึ่งรถไฟก็มีเหตุการณ์เช่นนี้ เกิดขึ้นเนือง ๆ จะเห็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์หลายครั้ง ซึ่งน้ำป่าหลากมาถึงกับรางแขวน ต่องแต่งก็มี กรณีเช่นนี้ก็ต้องทำเป็นการเร่งด่วนในเมื่อมีหลักฐานมีกฎมีเกณฑ์มา แล้วก็ เนื่องจากทางเสียหายจากน้ำในคราวที่น้ำท่วมน้ำหลากคราวที่แล้ว เขาก็ขอมาในงบฟื้นฟู ซ่อมทางและสะพานแล้วก็ได้ดำเนินการไปแล้ว แต่บางสัญญามีอยู่อีก ๑ สัญญาที่ไม่ได้ จัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ ได้จัดจ้างอีออกชันในงบ ๑,๘๐๐ ล้านบาทที่การรถไฟเขาได้รับงบไป ผมขอเรียนเท่านี้ก่อนครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธาน สภาผู้แทนราษฎรได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวจะให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการคนใหม่ท่านช่วยตอบ เชิญท่านประเสริฐครับ เดี๋ยวท่านชัจจ์ยังมีอีกหลายรายการอยู่นะครับ เชิญครับ เดี๋ยวให้ท่านรัฐมนตรีตอบ แล้วก็เดี๋ยวผมจะให้ท่าน เชิญครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ

(นายสาธิต ปิตุเตชะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสาธิตมีอะไรไหมครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมประท้วงท่านประธาน คือด้วยความเคารพท่านประเสริฐนะครับ เพราะท่านเพิ่งได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีมาใหม่ แต่ว่าโดยระเบียบข้อบังคับแล้วท่านไม่ได้ถูกอภิปรายนะครับ เพื่อนสมาชิกขณะนี้อภิปราย ท่านชัจจ์ ไว้รอสมาชิกฝั่งนี้อภิปรายท่านประเสริฐแล้วค่อยมาชี้แจงผมว่าจะเป็นประโยชน์ อันนี้เป็นข้อตกลงที่ชัดเจนนะครับ ท่านประธานเราตกลงกันแล้วนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวท่านนั่ง คืออย่างนี้ครับผมก็ยังไม่รู้ว่าท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม จะพูดอะไร ให้ท่านชี้แจงก่อน ผมจะได้กำชับท่าน อยู่ ๆ ท่านมาขอผมก็ต้องให้สิทธิท่าน แต่ยังไม่รู้ว่าท่านจะตอบอะไร ให้ท่านพูดก่อนได้ไหม

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ไม่ใช่ครับท่าน ท่านกำลังจะฝ่าฝืนข้อบังคับ ท่านเป็นผู้ควบคุมระเบียบข้อบังคับของที่ประชุมแห่งนี้นะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ ตามข้อบังคับนี่ในเรื่องของการอภิปรายไม่ไว้วางใจนี่ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๐ กว่า เท่าที่ผมจำได้

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ข้อ ๑๗๑ ครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เขามาใช้ในหมวด ๓ ส่วนที่ ๓ ตามข้อบังคับของเรา ประธานก็เป็นผู้ที่จะต้องอนุญาต ทีนี้ผมจะอนุญาตให้ท่านประเสริฐพูด แต่ผมยังไม่รู้ว่าท่านประเสริฐจะพูดอะไรผมกำลังจะ ถามท่านอยู่ท่านก็ลุกขึ้นมาพูดนะครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ไม่ ผมประท้วงอย่างไรครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็นี่ผมวินิจฉัยประเด็นท่านประท้วงให้เห็นอย่างไรครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ซึ่งรัฐมนตรีที่ไม่ได้เกี่ยวข้องที่ไม่ถูกอภิปราย นี่ไม่มีสิทธิชี้แจงนะครับ เว้นเสียงแต่ว่ารัฐมนตรีท่านนั้นถูกพาดพิงและเป็น การเสียหาย ถ้ากรณีอย่างนี้ถ้าเสียหายแล้วท่านลุกขึ้นมาชี้แจงไม่มีปัญหาเลยครับ คือผมไม่อยากเสียเวลาของสภาแล้วก็วิปทั้ง ๒ ฝ่าย เพียงแต่ว่าอยากจะให้ท่านประธาน ได้กำชับให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับเท่านั้นเองครับท่านประธาน ให้ตรงไปตรงมาครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒ ในการอภิปรายและลงมติไม่ไว้วางใจของสมาชิก ในวรรคสอง เขาให้เอาในหมวด ๓ ส่วนที่ ๓ มาใช้โดยอนุโลม ยกเว้นข้อบังคับ ข้อ ๕๙ อันนี้ประธานจะต้องดูว่าสิ่งซึ่งท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องท่านขอใช้สิทธิผมก็ขออนุญาต แต่ผมยังไม่รู้ว่าท่านจะใช้สิทธิอะไร ให้ท่านพูดก่อน ยังไม่พูดท่านประท้วงแล้วนี่นะครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ไม่ใช่ ก็ไม่มีสิทธิพูดอย่างไรท่าน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ใช่ ๆ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ท่านวินิจฉัยอย่างไรท่านประธาน ด้วยความเคารพท่านครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีประเสริฐครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

คือเขาไม่ได้เกี่ยวข้อง ไม่ได้ถูกอภิปราย แล้วก็ไม่ได้เสียหาย เพื่อนสมาชิก ๓ ท่านก็ไม่ได้พาดพิง แล้วท่านจะให้ท่านพูดอะไรครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนั่งลงฟังก่อนนะครับ คือหลังจากที่ในหมวด ๓ ส่วนที่ ๓ มาใช้นี่ ถ้าจะใช้สิทธิ ประธานก็อนุญาต แต่ผมกำลังจะให้ท่านอภิปรายว่าประเด็นอะไร ท่านยังไม่พูดเลย

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ท่านประธานครับ ท่านต้องตรงไปตรงมา ท่านดูข้อบังคับ ท่านต้องตรงไปตรงมาครับ แล้วก็เพื่อนสมาชิกก็ไม่ได้อภิปราย กระทรวงคมนาคม

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างนั้นผมวินิจฉัยแล้วท่านนั่งลงก่อน

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

อภิปรายรายบุคคล

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวท่านนั่งลงก่อนครับ ท่านประเสริฐจะใช้สิทธิอะไรครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

ขอบคุณท่านประธานครับ

(นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวฟังท่านก่อนสิครับ ทีละท่านก่อน

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประท้วงใช่ไหม เชิญครับ ประท้วงว่าผมฝ่าฝืนข้อบังคับข้อไหน เชิญครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ท่านประธานทำผิดข้อบังคับ ข้อ ๘ และในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีต้องชี้แจง สำหรับท่านรัฐมนตรีที่กำลังจะชี้แจงท่านไม่ได้โดนพาดพิง ไม่ได้โดน กล่าวหาใด ๆ ท่านรอสักครู่ครับ ท่านบริหารราชการไปอีกสักพักหนึ่ง ท่านประธานต้องฟังว่า ในการอภิปรายของฝ่ายค้านวันนี้มีประเด็นใดบ้าง ถ้าเกิดมีประเด็นใดที่เกี่ยวข้อง ท่านประธานก็คงอนุญาตให้ได้ แต่วันนี้ไม่มีการพูดถึงรัฐมนตรีท่านใหม่เลยครับ ท่านยังไม่ได้ ทำการทุจริตกระมังครับ แต่ว่าไม่แน่ เพราะฉะนั้นรอใจเย็น ๆ ผมรู้ว่าท่านอยากจะ โดนอภิปราย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

นั่งลงครับ เชิญนั่งลงครับ ผมจะได้วินิจฉัยก่อน เดี๋ยวให้วินิจฉัยก่อนสิครับ ใจเย็น ๆ จะให้ประท้วงทุกท่าน คือเมื่อกี้ที่ผมบอกว่าตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒ พูดถึงข้อบังคับของเรา พูดถึงเรื่องของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แล้วก็นำหมวด ๓ ส่วนที่ ๓ มาใช้โดยอนุโลม ยกเว้นข้อบังคับ ข้อ ๕๙ ทีนี้ประธานอาจจะอนุญาตให้รัฐมนตรีมอบหมายหรือบุคคลใด ๆ ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมก็ได้ คราวนี้ท่านลุกขึ้นมาผมกำลังจะถามท่านอยู่ ให้ผมได้ถามก่อน ได้ไหม ใจเย็น ๆ เดี๋ยวนะ ให้ผมได้ถามก่อนว่าท่านจะพูดอะไร ประเด็นอะไร เรื่องอะไร พาดพิงอะไรก่อนนะครับ ก็ผมได้วินิจฉัยไปแล้วนี่เมื่อกี้ท่านประท้วงผมข้อบังคับ ข้อ ๘

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

อยากให้ท่านสมาชิกได้ฟังเหตุผลผมก่อนครับท่านประธาน

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวให้ฟังท่านก่อน ฐานะไหนก็ไม่ได้ ต้องตามข้อบังคับ เชิญข้างหน้าก่อน เชิญครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ผมประท้วงท่านตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๑ ดูเหมือนว่าท่านอาจจะมองข้ามไปข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒ ผมให้ท่านกลับมาอ่านข้อบังคับ ข้อ ๑๗๑ ก่อน นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีต้องเข้าร่วมประชุมสภาเพื่อชี้แจงด้วยตนเอง ถ้าไม่อย่างนั้นก็ต้องทำจดหมายมา ข้อนี้ว่าอย่างนี้ ต้องชี้แจงด้วยตนเอง ท่านประเสริฐ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านลุกขึ้นมาเราก็รู้ความหมาย ท่านพยายามจะชี้แจงแทน ท่านไม่ต้อง ขยับปากเราก็รู้ว่าท่านจะทำอะไร เพราะว่าท่านไม่ได้ถูกพาดพิง ท่านไม่ได้อยู่ในหน้าที่ ท่านไม่ได้ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ท่านไม่มีสิทธิลุกขึ้นมาชี้แจงแต่อย่างใดครับ ท่านประธาน ต้องไม่มองข้ามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๑ ไม่อย่างนั้นผมจะมองว่าท่านตั้งใจมองข้ามนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือเดี๋ยวข้อวินิจฉัยประเด็นของท่านก่อน ข้อบังคับ ข้อ ๑๗๑ นั้นมันจะไปสอดคล้องกับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๘ โดยหลักเขาก็ต้องให้ผู้ที่ถูกอภิปรายหรือผู้ถูกกระทู้มาชี้แจงนะครับ แล้วก็มาเขียน ในข้อบังคับ ข้อ ๑๗๑ นะครับ แต่เนื่องจากว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจเขาก็เขียนเป็น ข้อ ๑๗๒ แล้วเอาหมวด ๓ ส่วนที่ ๓ มาใช้โดยอนุโลมนะครับ คราวนี้ประเด็นของท่าน ท่านเข้าใจว่าจะต้องมาชี้แจง ผมกำลังจะถามท่านรัฐมนตรีว่าท่านจะใช้สิทธิอะไร ท่านก็ยัง ไม่ให้ผมถามเลย ให้ผมได้ถามก่อนสิครับ เรายังไม่รู้เลยว่าท่านยืนขึ้นจะใช้สิทธิอะไร เชิญท่านไตรรงค์ครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

ท่านประธานผมอยากชี้แจงเหตุผลครับ ขออนุญาตท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะ ให้ท่านไตรรงค์ก่อนครับ

นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ไตรรงค์ สุวรรณคีรี พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานกับผมก็สนิทกันนะครับ และผมก็ให้ความเคารพท่านประธานโดยตลอด ที่จริงวันนี้ผมก็นั่งฟังว่าทั้ง ๒ ฝ่ายว่า มีเหตุมีผลโต้กันอย่างไร ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานนิดเดียว ผมไม่โต้เถียง ท่านประธานเรื่องกฎข้อบังคับ ผมคิดว่าท่านประธานคงจะแม่นกว่าผม แต่ประเพณีปฏิบัติ มันมี ยกตัวอย่างเช่นว่าเมื่อสมัยท่านอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี แล้วก็ทางฝ่ายค้านก็คือ พรรคพวกเราพรรคเพื่อไทยได้อภิปรายไม่ไว้วางใจคุณพรทิวา รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์ แล้วก็ผมเห็นว่าทั้ง ๒ ฝ่ายอาจจะเข้าใจข้อมูลผิดพลาด ผมก็ยกมือว่าจะช่วยชี้แจง ข้อมูล แต่ว่าน้องสุนัยกระมังถ้าจำไม่ผิดก็ลุกขึ้นบอกว่าเขาไม่ได้อภิปรายพี่ไตรรงค์ จะลุกขึ้นมาทำไม ไม่มีสิทธิจะชี้แจงนะ ท่านประธานชัยก็บอกว่าท่านไม่มีสิทธิจะชี้แจง ผมก็เลยไม่ได้ชี้แจง เพราะผมคิดว่าเป็นประเพณีที่ปฏิบัติกันอย่างนั้นนะครับ ผมคิดว่า เมื่อทำกันมาอย่างนั้นแล้วท่านประธานก็น่าจะรักษาประเพณีอันนี้นะครับจะได้ไม่วุ่นวายกัน ขอบพระคุณท่านครับ

(นายวรชัย เหมะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านผู้ประท้วงครับ ข้างหลังก่อน ท่านวรชัยครับ เดี๋ยวประท้วงทีละท่าน ท่านประท้วงแล้วนะ เดี๋ยวให้ฝั่งนี้เขาประท้วงบ้าง

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการครับ ท่านประธานครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๘ ประธานอนุญาตให้รัฐมนตรีมอบหมายให้บุคคลใด ๆ ชี้แจงข้อเท็จจริง ต่อที่ประชุมประกอบการอภิปรายของรัฐมนตรีก็ได้ครับ แล้วเรื่องนี้ท่านรัฐมนตรีประเสริฐ มาแทนท่านชัจจ์ในเรื่องดูแลกรมเจ้าท่า มันต่อเนื่องครับ เพราะฉะนั้นท่านรัฐมนตรีประเสริฐ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้เอาอย่างนี้ดีกว่านะครับเพื่อสบายใจทั้ง ๒ ฝ่าย ผมจะถามท่านรัฐมนตรีก่อนว่า ท่านจะขอใช้สิทธิอะไร ถ้าหากไม่พาดพิงผมก็ไม่ให้พูดนะครับ เชิญท่านประเสริฐครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ให้ประเสริฐโน้นก่อนครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

ท่านประธานครับ บอกรัฐมนตรี ใจเย็น ๆ ครับ ชื่อเหมือนกันใจเย็น ๆ ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอประทานโทษครับเผอิญประเสริฐเหมือนกัน ประเสริฐทางไกลก่อนครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

วันหลังท่านประธานต้องบอก ประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ส.ส. จังหวัดยะลาสิครับท่านรัฐมนตรีจะได้หยุดฟัง สักหน่อย ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมหยิบเอกสาร ๒ ชุดนี้ที่ของท่านประธานเอามาแจกสมาชิกในห้องประชุม ฉบับที่ ๑ เป็นฉบับปกสีชมพู ฉบับที่ ๒ เป็นปกสีเขียวอ่อนนี่นะครับ ท่านประธานดูนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือท่านประท้วงอะไรครับ คือไม่ต้องมาสอนข้อบังคับนะ ท่านประท้วงอะไรครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

ผมจะประท้วงท่านประธาน ตามข้อ ๘ และจะชี้แจงให้ท่านประธานฟังว่า

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ข้อ ๘ เชิญครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

เนื่องจากฝ่ายค้านได้ยื่นญัตติ อภิปรายเพื่อเป็นการไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีแล้วก็รัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ทีนี้เอกสาร ที่ท่านแจก มาตรา ๑๖๒ นี้เขาบอกไว้ว่าในกรณีที่มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา เพื่อตั้งกระทู้ถามในเรื่องใดเกี่ยวกับงานในหน้าที่ หรือการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีผู้ใดให้เป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีผู้นั้นต้องเข้าประชุม สภาผู้แทนราษฎรเพื่อชี้แจงในเรื่องนั้นด้วยตนเอง แปลว่ารัฐมนตรีที่ไม่เกี่ยวข้องไม่เกี่ยวเลย แล้วท่านประธานฟังสิครับ วันนี้แต่ละท่านอภิปรายได้กล่าวพาดพิงไปถึงรัฐมนตรีประเสริฐ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างนี้ท่านประท้วงผมตามข้อ ๘ ใช่ไหมครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

ใช่ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญนั่งครับ คืออย่างนี้ท่านประเสริฐครับ เมื่อมีการอภิปรายผมก็ยังไม่ทราบเลยว่า ท่านรัฐมนตรีนี่ ให้ผมถามก่อนสิครับว่า คือเขาจะใช้สิทธิตามข้อ ๖๓ วรรคท้ายหรือไม่ ผมยังไม่ทราบเลย ท่านก็ยกมือ ผมก็จะถามท่านอยู่นี่ว่า ถ้าบอกว่าพาดพิงนี่ ผมก็จะถามว่า พาดพิงประเด็นอะไร เสียหายหรือไม่ อันนี้ยังไม่ได้ถามกันเลยนะครับ ให้ถามกันก่อนนะครับ ใจเย็น ๆ นะครับ ผมจะไม่อนุญาต ผมจะถามท่านรัฐมนตรีก่อน เพราะมันจะเสียเวลานะครับ ให้ผมถามก่อนสิครับ ท่านยังไม่ให้ผมถามเลยว่าเรื่องอะไร ท่านอย่าตอบแทนผมสิครับว่า ผมต้องทราบทุกเรื่องนะครับ เดี๋ยวให้ผมถามก่อน เชิญท่านสุนัย เดี๋ยวให้ท่านสุนัยก่อนครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมใช้สิทธิพาดพิงครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับ เพื่อความเรียบร้อย ขอความกรุณานั่งก่อนครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

เมื่อสักครู่ท่านไตรรงค์ สุวรรณคีรี

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุนัยครับ ขอความร่วมมือทุกท่านก่อน เราก็ได้อภิปรายด้วยบรรยากาศดีมาตลอด อันนี้ต้องขอชมเชยพวกเรา ประเด็นอยู่ที่ว่าอย่างนี้ครับ ผมเข้าใจท่านประท้วงว่าไม่อยากให้ ท่านรัฐมนตรีมาตอบแทน แต่ท่านต้องเข้าใจคนเป็นประธานนะครับว่าจะต้องถาม ท่านรัฐมนตรีก่อน ก็ไม่ถามได้อย่างไร ท่านลุกขึ้นประท้วง ผมก็ต้องถามท่านสิครับ ท่านจะตอบแทนผมได้อย่างไรว่าผมรู้ นั่งครับ ขอความกรุณาครับ ถ้าท่านยังใช้เสียงอย่างนี้ ผมถือว่าไม่มีมารยาทนะครับ เราประชุมกันด้วยดี ท่านใช้เสียงอย่างนี้กับคนเป็นประธาน ที่ประชุมนี่นะครับ ผมมีอำนาจนะครับ นั่งลงครับ ท่านจะนั่งลงไหมครับ เชิญท่านสุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ต้องขอประทานโทษ นิดเดียวครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านผู้อาวุโส ท่านไตรรงค์ได้กล่าวพาดพิงถึงผม อาจจะทำให้ผม เสียหายได้ ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียน ๒ ประเด็นสั้น ๆ เท่านั้นละครับ ในวันนั้น ประเด็นที่ ๑ ผมเป็นคนที่นำเสนอไม่ให้ท่านไตรรงค์พูดจริงครับ แต่ ณ เวลานั้นท่านไตรรงค์ ไม่ได้ดำรงตำแหน่งเดียวกับคุณพรทิวา แต่ขณะนี้คุณประเสริฐดำรงตำแหน่งเดียวกัน ดังนั้น ถ้าคุณประเสริฐจะพูดถึง ที่ท่านพูดมาบอกว่ามีนายสมชาย มีนายสิริโชค ผมก็ไม่รู้ว่า ศิริโชค โสภา หรือเปล่า ดังนั้นอาจจะชื่อเล่น ชื่ออะไร เขาจะได้ตอบได้ครับว่าใช่น้ำเต้าไหม ปู ปลา หรือเปล่า ก็ไม่รู้อีก นี่ประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ณ เวลานั้นอย่างที่พี่ไตรรงค์บอก จริงครับ แต่เราให้เกียรติท่านประธานชัยในวันนั้นครับ เราให้เกียรติด้วยกัน คือให้ท่านประธานชัย ถามก่อนว่าอย่างไร วันนี้ผมก็อยากให้เราให้เกียรติท่านประธาน ถ้าท่านประธานบอกแล้วว่า เมื่อถามแล้วไม่เกี่ยวท่านก็จะไม่ให้ ดังนั้นผมก็คิดว่าถ้าเราไม่ให้เกียรติท่านประธานเลย เราทำเป็นหมอดูที่รู้ล่วงหน้าหมดว่าอะไรเป็นอะไร เสร็จเรียบร้อยแล้วเมื่อวานก็เลย ผิดคาดไปเลยอารมณ์มันเสียครับ เพราะ เสธ. อ้าย ผิดคาดไปหน่อยอารมณ์มันเลยเสีย ผมว่าให้ท่านประธานถามก่อนครับ ขอบคุณครับ

(นายสาธิต ปิตุเตชะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ทีละท่านครับ เดี๋ยวผมยังไม่ชี้ครับ คืออย่างนี้ครับ ขอความร่วมมือวิปทั้ง ๒ ฝ่ายนะครับ คือถ้าท่านประท้วงไม่จบ เดินหน้าไม่ได้ ให้ผมได้ถามเขาก่อนไม่ได้หรือครับ เดี๋ยวนะครับ ท่านเข้าใจว่าข้อบังคับข้อไหนของท่านครับที่ท่านพูดท่านสาธิต

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ข้อ ๑๗๑ ชัดเจนว่าเขาไม่ให้อำนาจ หรือไม่ให้รัฐมนตรีที่ไม่ได้ถูกอภิปรายลุกขึ้นมาอภิปราย ยกเว้นถูกพาดพิง แล้วก็ไม่มี ข้อบังคับไหนเขียนไว้ว่าอนุญาตให้รัฐมนตรีลุกขึ้นมาช่วยรัฐมนตรีที่หมดสภาพแล้ว ในการชี้แจงในสภานะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ ท่านอธิบายได้ แต่คำว่าหมดสภาพท่านถอนเถอะครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ผมถอนได้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือประเด็นนี้ไม่ได้เกี่ยวกับท่านชัจจ์เลยนะครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ก็ไม่เกี่ยว

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

กำลังจะเรื่องของท่านรัฐมนตรีประเสริฐนะครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ผมกำลังจะบอกกับท่านว่าท่านต้องรักษา กติกาของที่ประชุม

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ อย่างนั้นผมฟังแล้วท่านนั่งลงครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ครับ

(นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ใช่ไหมครับ เชิญครับ

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธาน ในข้อบังคับ ข้อ ๘ ในเรื่องของการควบคุมการประชุม ท่านประธานจะบอกว่าต้องรอถาม ท่านรัฐมนตรีก่อน ผมคิดว่าไม่ใช่ครับ จริงอยู่ผู้ที่จะลุกประท้วงหรือลุกขึ้นชี้แจงนั้นเราไม่อาจ ทราบเหตุผลได้ แต่ว่าผมเชื่อว่าดุลยพินิจของท่านประธานหรือวิจารณญาณท่านประธาน ท่านทราบ เพราะว่าท่านประธานที่ผ่านมาท่านทราบว่าช่วงที่มีการประท้วงจากเพื่อนสมาชิก ท่านก็รู้ว่าจะเป็นการประท้วงในประเด็นเดิม ๆ ท่านก็ไม่ให้มีการประท้วง การประชุม ก็เป็นไปด้วยความราบรื่น ทีนี้ถ้าท่านประธานจะอ้างตรงนี้ว่าไม่ทราบว่าผู้ประท้วงจะประท้วง อะไร หรือไม่ทราบท่านรัฐมนตรีจะชี้แจงอะไร ผมคิดว่าไม่ใช่ ๑. เนื่องมาจากว่า ตัวท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องโดยตรงท่านยังนั่งอยู่ตรงนี้ครับ เพราะฉะนั้นตามข้อ ๑๗๑

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวผมจะวินิจฉัยครับ

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร

ในกรณีนี้ถ้าท่านรัฐมนตรี ท่านไม่อยู่ท่านอาจจะมอบหมายนั่นอีกเรื่องหนึ่งครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ ผมเข้าใจประเด็นของท่านว่าให้ผมควบคุมตามข้อบังคับ

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร

เดี๋ยวครับท่านประธาน ผมยังไม่จบครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ท่านณัฏฐ์ครับ คือเวลาท่านประท้วงท่านก็เอาเฉพาะประเด็นประท้วงนะครับ ไม่อยากให้อภิปรายนะครับ

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร

ใช่ครับ ผมก็เอาประเด็น ที่ประท้วงว่าผมเห็นว่าท่านไม่ควรต้องถามเนื่องมาจากว่าท่านรัฐมนตรีที่เป็นเจ้าของเรื่อง ท่านนั่งอยู่อันนั้นประเด็นที่ ๑ ส่วนประเด็นที่ ๒ ในเรื่องของการควบคุมการประชุม ผมคิดว่า ท่านประธานต้องเคารพพวกเราด้วยเช่นเดียวกันนะครับ จะบอกพวกเรามีมารยาท ไม่มีมารยาท ตามวิจารณญาณของท่านผมคิดว่าไม่เหมาะ แล้วผมเชื่อว่าพวกผมมีมารยาท แน่ ๆ แล้วก็มีวิจารณญาณด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ เหมือนกับท่านเวลาพวกเราอภิปรายท่านยืนและยกมือขึ้นเป็นไปตาม ข้อบังคับ ข้อ ๖๒ ผมไม่ทราบหรอกครับ แต่รู้ว่าท่านขอใช้สิทธิตามข้อบังคับ ผมก็พยายาม ถามหลายท่านนะครับ ผมก็ถามว่าท่านประท้วงหรือท่านอะไร ท่านก็บอกว่าขอใช้สิทธิพาดพิง ผมก็บอกว่าอย่างนั้นก็ให้ท่านผู้อภิปรายได้อภิปรายจบก่อนได้ไหม อย่างเมื่อเช้า ที่ท่านจ่าประสิทธิ์ท่านได้ขอใช้สิทธิ แต่ถ้าท่านประท้วงผมก็จะให้ท่านประท้วง อันนี้เราก็ ปฏิบัติกันมาอย่างนี้ตลอด อันนี้ผมยังไม่อนุญาตให้ท่านรัฐมนตรีได้ตอบแทนใด ๆ ทั้งสิ้นเลย ผมเห็นบอกว่าท่านยกมือขึ้นมาผมก็จะถามท่านก็เท่านั้นเอง ท่านให้ผมถามก่อนสิครับ มันไม่มีข้อไหน เป็นเรื่องอำนาจของประธานนะครับ เกิดท่านบอกว่าขอใช้สิทธิพาดพิง ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ล่ะ แล้วจะไม่ให้ผมถามท่านหรือว่าใช้สิทธิพาดพิงอะไร เสียหายอะไร ผมก็ต้องมีสิทธิถาม ไม่ใช่ท่านเอาความรู้สึกของท่านแล้วมาตอบแทนประธานไม่ได้ ให้ผมได้ถามก่อนสิว่าเรื่องอะไรนะครับ ถ้าหากว่าไม่เกี่ยวข้องผมก็จะไม่ให้พูดก็เท่านั้นเอง เดี๋ยวเชิญท่านประเสริฐแล้วท่านจะพูดเรื่องอะไรครับ เดี๋ยวเอาท่านประเสริฐก่อนมันจะได้จบ ถ้าไม่อย่างนั้นท่านประเสริฐถ้าไม่ใช้สิทธิก็จะเป็นท่านชัจจ์นะครับ ท่านประเสริฐเชิญครับ ท่านจะปรึกษากันก่อนนะครับ เชิญท่านชัจจ์ ท่านประเสริฐไม่ใช้สิทธินะครับ

พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ เมื่อสักครู่นี้ระหว่างที่ผมอภิปรายข้อมูลที่ผมบอกผมเชื่อว่า สมาชิกที่อยู่ในสภาก็ต้องได้ยินว่าข้อมูลนี้ผมได้ย้ายไปแล้วผมมีข้อมูลแค่นี้ นี่ท่านประเสริฐ ที่มาอยู่นี่มีข้อมูลอยู่ อันนี้ผมไม่มี นี่ก็คือให้ท่านอธิบายต่อผมอีกนิดเดียว แล้วอย่างนี้ ผมมีสิทธิไหมครับ ผมมีสิทธิให้ท่านอภิปรายต่อให้ผมอีกนิดเดียวเพื่อจบสิ้นกระบวนความ ในวันนี้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

นั่งลงครับ เชิญครับ

พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

จริง ๆ ในนี้ก็มีคนได้ยินอยู่

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ ใจเย็น ๆ ครับ เดี๋ยวนั่งก่อนครับ เชิญท่านเชนครับ

นายเชน เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม เชน เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เมื่อกี้ถ้าท่านประธานชี้ให้ท่านชัจจ์ซึ่งยกมือประท้วงถูกไหมครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ อนุญาตให้สมาชิกประท้วงแต่ไม่อนุญาตให้รัฐมนตรีประท้วงนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ท่านผมว่าอย่าเอาเป็นอย่างนี้เลย เดี๋ยวนะท่านเชนครับ คือไม่หรอกครับ ถ้าเป็นอย่างนี้คือผมว่าเรื่องเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยนี่นะครับเราเอาสาระ คืออย่างนี้ครับ

นายเชน เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

นิดเดียวจบเลย ผมพูดไม่ยาว ท่านประธานทราบอยู่ ที่จริงถ้าท่านชัจจ์ประสงค์ที่จะได้ข้อมูลนี่หรือให้ท่านรัฐมนตรีอื่นนี่ รัฐมนตรีที่รักษาการตอนนี้ก็ส่งข้อมูลให้ท่านชัจจ์ซึ่งเป็นรัฐมนตรีที่ถูกไม่ไว้วางใจ เพราะอย่างนั้นอย่างนี้ตอบได้จบ แต่ถ้าไปโดยผิดวิธีการตามข้อบังคับผมว่าไม่ถูก ท่านประธานก็วินิจฉัยให้ท่านชัจจ์ประท้วง ผมคิดว่าผิดด้วยข้อบังคับครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ท่านเชนครับ เรื่องอย่างนี้เราก็รู้กันอยู่นะครับ คือระหว่างที่เรากำลังหาทางออก ในเรื่องนี้ก็มีบุคคลหลายคนนี่นะครับอยากจะขอแสดงความคิดเห็น บางครั้งเราก็ฟังบ้างก็คือ เราอย่าไป มันก็รู้ ๆ กันอยู่ในสภานี้นะครับ เอาอย่างนี้ครับเพื่อที่จะให้การประชุม เดินหน้าต่อ เดี๋ยวผมถามวิปฝ่ายค้านก่อนว่ามีท่านใดจะอภิปรายท่านชัจจ์อีกไหมครับ เชิญท่านประเสริฐจากภาคใต้ เชิญครับ ให้ท่านประเสริฐก่อนครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประเสริฐนั่งผมประท้วงอยู่ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ใช่ ท่านประเสริฐก่อนครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

สมบูรณ์ครับท่าน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ให้ท่านประเสริฐก่อนครับ คืออย่างนี้ครับ นั่งก่อนครับท่านสมบูรณ์นั่งก่อนครับ ผมขอปรึกษาทางวิปฝ่ายค้านก่อน เชิญครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

ว่าอย่างไรครับ ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจะมีผู้อภิปรายของท่านรัฐมนตรีชัจจ์อีกหรือไม่ครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

ยังมีครับท่านครับ แต่ว่าเมื่อสักครู่นี้ ท่านชัจจ์พูดชัดเจนแล้วว่า

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่มีใช่ไหมครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

มีครับ มีผู้อภิปรายครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับพอแล้วครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

เดี๋ยวผมต่อนิดเดียวครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่แล้วครับ เชิญต่อครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

อ้าวแล้วเมื่อสักครู่ผมประท้วงท่าน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็นไรครับ เชิญท่านอภิปรายท่านชัจจ์ต่อครับ ท่านใดประสงค์จะอภิปราย เชิญครับ ท่านนคร มาฉิม ใช่ไหมครับ เชิญครับ เดี๋ยวค่อยตอบทีเดียวนะครับให้จบท่านชัจจ์ ก่อนนะครับ เชิญครับ เชิญท่านนคร มาฉิม ครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมเป็น ๑ ในผู้ร่วมยื่นญัตติเพื่อเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีอีก ๓ ท่าน รวมทั้งเป็น ๑ ที่ได้ร่วมในการยื่นถอดถอนรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรี รวม ๓ ท่าน ต่อท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ประธานวุฒิสภา เหตุผลที่ผมจำเป็น ที่จะต้องอภิปรายและได้รับมอบหมายจากทางพรรคร่วมฝ่ายค้านให้เป็นผู้อภิปรายรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรีก็เนื่องจากมีกระบวนการในการกระทำผิดกฎหมาย มีกระบวนการที่เป็น การกระทำแล้วส่อไปในทางทุจริตและประพฤติมิชอบ มีข้อเท็จจริงและเอกสาร ในเชิงประจักษ์ที่ผมจะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ การรถไฟแห่งประเทศไทยนั้นได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้นจากพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ พระองค์ท่านมีวิสัยทัศน์ที่ยาวไกล ปีหนึ่ง ๆ ต้องเสียชีวิตไม่น้อยกว่า ๘,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ คนต่อ ๑ ปี สูญเสียทรัพย์สิน ทั้งบาดเจ็บ เสียชีวิต แล้วก็ทรัพย์สินอื่น ๆ รวมกันแล้วปีหนึ่งไม่น้อยกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ขาดดุลงบประมาณมากมายมหาศาล อันนี้คือข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่ในประเทศของเรา เพราะรัฐบาลไม่เคยให้ความสำคัญต่อการพัฒนาระบบราง ตรงกันข้ามประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศที่เจริญแล้วเขามีพัฒนาการในระบบรางเป็นระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ ท่านประธานที่เคารพครับ ไม่ว่าจะเป็นประเทศเกาหลีใต้ ไม่ว่าจะเป็นประเทศจีน ไม่ว่าจะเป็น ประเทศญี่ปุ่น หรือว่าประเทศในสหภาพยุโรป เขามีรถไฟทางคู่เป็นสแตนดาร์ด เกรด (Standard grade) ก็คือ ๑.๔๓๕ เมตรในความกว้างของระบบสแตนดาร์ด เกรด แต่ของเรา ยังเหลืออยู่ไม่กี่ประเทศ อาจจะมีประเทศเพื่อนบ้านก็คือประเทศมาเลเซียที่ใช้ระบบราง ๑ เมตร หรือมีเตอร์ เกรด (Meter grade) ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนั้นในขณะที่ประเทศต่าง ๆ พัฒนาระบบรางรุดหน้าไปอย่างน่าชื่นชม แต่ประเทศของเราการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นแดนสนธยา นอกจากนั้นยังไม่พอ หนี้สินที่การรถไฟแห่งประเทศไทยมีอยู่ผมเช็กข้อมูล หลังสุดของการรถไฟแห่งประเทศไทยมีหนี้อยู่ประมาณ ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จำเป็น ที่จะต้องเป็นภาระของงบประมาณแผ่นดินที่จะต้องเอาเงินภาษีอากรของพี่น้องคนไทย ทั้งประเทศมาจ่ายชดเชยการขาดทุนและภาระหนี้สินที่ไม่มีพัฒนาการ ที่สำคัญที่สุดถ้าเกิดว่า ระบบรางของประเทศเราพัฒนาเหมือนอารยประเทศ ท่านประธานครับ ความตรงต่อเวลา ก็จะเกิดขึ้น ประหยัดก็จะเกิดขึ้น และการสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินก็จะน้อยลงสำหรับ ชีวิตของคนไทยและชนชาวไทย ท่านประธานที่เคารพครับ พอรัฐบาลนี้เข้ามาบริหาร ราชการแผ่นดิน ผมเองยังให้กำลังใจท่านนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมในขณะนั้นคือ พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก ว่าท่านเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินแล้วจะพัฒนา จะเสริมสร้าง จะแก้ไขปัญหา เพื่อให้ การรถไฟแห่งประเทศไทยหลุดพ้นจากแดนสนธยาและพัฒนาความเจริญก้าวหน้าให้กับ รถไฟไทย เพื่อให้เป็นที่ภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ แต่น่าใจหายครับว่ามีขบวนการ ที่ท่านได้ร่วมกันฝ่าฝืนต่อกฎหมาย นำไปสู่มติคณะรัฐมนตรีที่ขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ และกฎหมายการรถไฟแห่งประเทศไทย รวมไปถึงกฎหมายมาตรฐานกรรมการและพนักงาน รัฐวิสาหกิจดังที่ผมจะกราบเรียนท่านประธานต่อไปนี้ครับ

ที่ผมบอกว่าดีใจเป็นเบื้องต้นก็เพราะว่าเห็นแผนในการที่จะมาพัฒนา กม. ๑๑ หลัง ปตท. ติดกับถนนวิภาวดีรังสิต โครงการประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท

อันที่ ๒ โครงการที่การรถไฟแห่งประเทศไทยจะพัฒนาพื้นที่บริเวณมักกะสัน ประมาณเกือบ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่เพราะอันนี้ใช่หรือไม่ทำให้ท่านจะต้องล็อก สเปก (Lock spec) ในส่วนของบุคคลที่จะมาเป็นผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย เพราะเหตุนี้ หรืออย่างไรทำให้ท่านรู้อยู่แล้วว่าคนที่จะสมัครเป็นผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย ขาดคุณสมบัติและไม่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมาย แต่ท่านยังฝ่าฝืนและนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี จนคณะรัฐมนตรีโดยการนำ ของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร อนุมัติและให้ความเห็นชอบซึ่งถือว่าเป็นความผิดสำเร็จ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านรัฐมนตรีชัจจ์ กุลดิลก ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมกำกับดูแลการรถไฟแห่งประเทศไทยในขณะนั้น และสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องแต่งตั้งประธานคณะกรรมการและกรรมการอื่น ในคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๔ ได้แต่งตั้ง บอร์ด (Board) การรถไฟแห่งประเทศไทยมีนางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ เป็นประธาน ซึ่งท่านเป็นรองปลัดกระทรวงคมนาคม และมีกรรมการอื่นอีกรวมเป็น ๗ ท่านเป็นบอร์ด การรถไฟแห่งประเทศไทยโดยประธานบอร์ดนางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ได้มีคำสั่ง คณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่ ๕๐/๒๕๕๕ เรื่องตั้งคณะกรรมการสรรหา ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย ก็ได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทั้งหมด ๕ ท่าน ใน ๕ ท่าน มี ๑. พลตำรวจตรี สันติ วิจักขณา เป็นประธานคณะกรรมการและมีกรรมการอื่นรวมเป็น คณะกรรมการในการสรรหา ๕ ท่าน หลังจากนั้น ท่านประธานที่เคารพ ท่านประธาน คณะกรรมการสรรหาได้มีประกาศคณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย ฉบับที่ ๑/๒๕๕๕ เรื่องรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการการรถไฟ แห่งประเทศไทย โดยกำหนดคุณสมบัติจะกราบเรียนท่านประธานสั้น ๆ เพื่อไม่เป็นการรบกวน เวลาของสภา คุณสมบัติของผู้สมัครตามข้อ ๓ ข้อ ๓.๑ คุณสมบัติทั่วไป ๑.๑.๑ มีสัญชาติไทย และมาถึง ๑.๑.๘ ไม่เป็นข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ท่านประธานที่เคารพครับ อันนี้คือคุณสมบัติทั่วไป และได้มีคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งสำหรับคนที่จะมาดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าการการรถไฟ แห่งประเทศไทย ๓.๒ คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง ๓.๒.๒ เป็นผู้ที่มีความรอบรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์ในการบริหารองค์กรขนาดใหญ่ ดังนี้

(๑) ในกรณีที่เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการจะต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่า รองอธิบดีหรือรองหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่ารองอธิบดี

(๒) ในกรณีที่เป็นหรือเคยเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจหรือเป็นผู้บริหาร ภาคเอกชนจะต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองผู้บริหารสูงสุดขององค์กรนั้น และองค์กร ดังกล่าวจะต้องมีรายได้ไม่น้อยกว่าห้าพันล้านบาทต่อปี โดยมีเอกสารรับรอง การดำรงตำแหน่งและรายงานประจำปีมาแสดงด้วย

(๓) การดำรงตำแหน่งตามข้อ ๓.๒.๒ (๑) และ ๓.๒.๒ (๒) จะต้องมี ระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งและปฏิบัติงานในตำแหน่งนั้นมาแล้วรวมกันไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ถึงวันที่ยื่นใบสมัคร

ท่านประธานที่เคารพ ท่านประธานคณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการการรถไฟ แห่งประเทศไทยได้ประกาศซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ. การรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๙๔ และ พ.ร.บ. คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ หลังจากนั้น นายประภัสร์ จงสงวน ก็ได้เป็นคนหนึ่งในการสมัครเป็นผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งในขณะที่สมัครมีปัญหาข้อกฎหมายตามที่ผมได้กราบเรียนต่อท่านประธาน

ข้อ ๑ ในขณะนั้นนายประภัสร์ จงสงวน ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงคมนาคมซึ่งกำกับดูแลการรถไฟแห่งประเทศไทยอยู่ด้วย แต่นายประภัสร์ จงสงวน ก็ได้แสดงความจำนงและยื่นหนังสือลาออกเมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๕ ท่านประธานที่เคารพ ยื่นหนังสือลาออกจากกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำกระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๕ หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีลาออกจาก ตำแหน่ง เมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๕ แต่กำหนดในการสมัครการเป็นผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทยนั้นกำหนดว่าตั้งแต่วันที่ ๑๑ ถึงวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๕ ซึ่งก็คาบเกี่ยวว่าสถานะของนายประภัสร์ จงสงวน ดำรงสถานะเป็นข้าราชการการเมือง ต้องห้ามตามประกาศกระทรวงคมนาคม ซึ่งออกตามกฎหมายในข้อ ๓.๑.๘ ไม่เป็นข้าราชการการเมือง อันนี้เป็นประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับท่านนคร วิปส่งมาบอกว่าให้ท่าน ๒๐ นาทีอันนี้หมดไปแล้ว เดี๋ยวท่านบริหาร กันเองนะครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

ครับท่าน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ทีนี้เดี๋ยวผมขอถามท่านนิดหนึ่ง ท่านใช้เวลามา ๒๐ นาทีนี่ประเด็นของท่านคือประเด็นอะไรครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

เดี๋ยวผมจะกราบเรียนท่านประธานต่อไปนี่ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือที่ผมถามท่านก็เพราะว่าผมดูตามเอกสารที่ส่งมาให้เรื่องการถอดถอนนี่นะครับ ในประเด็นนี้ มันไม่มี ผมกลัวว่าจะไปพูดถึงเรื่องการผิดกฎหมายหรือเปล่าเพราะว่ามันไม่มีประเด็นถอดถอน ดังนั้นผมจึงแจ้งเตือนท่าน เชิญครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก 🔗

กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ผมจะอยู่ในกติกาแล้วก็จะอยู่ในข้อบังคับ รวมไปถึงข้อกฎหมายในการที่จะอภิปราย บนความรับผิดชอบครับ ผมเข้าไปตรวจสอบโดยการไปตรวจสอบว่านอกเหนือจากการผิด ประกาศ ๓.๑.๘ แล้วนี่นายประภัสร์ จงสงวน จะมีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อ ๓.๒ หรือไม่ ผมก็ไปเช็กประวัติตรวจสอบประวัติเรียกเอกสารที่ท่านเคยบริหารมาว่าเคยมีองค์กรใด ที่มีรายได้มากกว่าหรือว่าไม่น้อยกว่า ๕,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีหรือไม่ ผมก็ได้รับรายงาน ประจำปี ๒๕๔๙ และรายงานประจำปี ๒๕๕๐ ของ รฟม. ซึ่งท่านเคยเป็นผู้บริหารอยู่ ในขณะนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ปรากฏว่าเมื่อปี ๒๕๔๙ รฟม. มีรายได้ทั้งสิ้น ตามรายงานในปี ๒๕๔๙ รฟม. มีรายได้ ๙,๖๐๕ ล้านบาทเศษ ท่านประธานที่เคารพ แต่ว่าในปี ๒๕๔๙ ท่านประภัสร์ จงสงวน ดำรงสถานะเป็นที่ปรึกษาของ รฟม. ไม่ได้อยู่ในสถานะ เป็นผู้ว่าการ รฟม. จึงไม่เข้าข่ายเพราะท่านไม่ได้ถือว่าเป็นผู้บริหารสูงสุดหรือรองอันดับ ๑ ขององค์กรนั้นเพื่อความแน่ใจผมก็ขอรายงานประจำปีของ รฟม. มาเมื่อปี ๒๕๕๐ นายประภัสร์ จงสงวน ดำรงสถานะเป็นผู้ว่าการ รฟม. จริงในปี ๒๕๕๐ แต่ในปี ๒๕๕๐ รฟม. ไม่มีรายได้ถึง ๕,๐๐๐ ล้านบาท รฟม. มีรายได้แค่เพียง ๔,๗๕๗ ล้านบาทเศษเท่านั้น จึงไม่ครบตามเงื่อนไขที่ทางคณะกรรมการสรรหาได้ประกาศในข้อ ๓.๒.๒ และ ๓.๒.๓ ท่านประธานที่เคารพ และเพื่อความชัดเจนเองผมจึงตรวจสอบไปยังผู้ตรวจสอบบัญชี ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ท่านประธานที่เคารพ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ได้ส่งข้อมูลการตรวจสอบมาให้กับผม ซึ่งปรากฏชัดว่าในปี ๒๕๔๙ มีรายได้ ๙,๐๐๐ ล้านบาทเศษ แต่ท่านประภัสร์ไม่ได้อยู่ในสถานะเป็นผู้ว่าการอยู่ในสถานะเป็นที่ปรึกษา ในปี ๒๕๕๐ และปี ๒๕๕๑ รายได้ปี ๒๕๕๐ รฟม. มีรายได้ ๔,๗๕๗ ล้านบาท ซึ่งตรงกันกับรายงานของ รฟม. ที่เสนอไป และปี ๒๕๕๑ มีรายได้แค่เพียง ๕๒๙ ล้านบาทเศษเท่านั้น เพราะฉะนั้น ท่านประภัสร์ จงสงวน จึงมีคุณสมบัติไม่ครบตามที่ประกาศกำหนดของ รฟม. และ คณะกรรมการสรรหา ท่านประธานที่เคารพครับ ทั้ง ๆ ที่คณะกรรมการสรรหาเองก็ได้ พยายามที่จะหาทางที่จะช่วยเพื่อให้นายประภัสร์ครบคุณสมบัติให้ได้ ในก่อนหน้านี้นะครับ ปี ๒๕๔๙ ก็เคยมีประกาศในทำนองเดียวกัน คนที่จะมาดำรงตำแหน่งจะต้องมีคุณสมบัติ บริหารองค์กร ๕,๐๐๐ ล้านเหมือนกัน แต่ไม่น้อยกว่า ๒ ปี แต่ตอนนี้ลดลงมาเหลือ ๑ ปี แต่คุณสมบัติก็ยังไม่ครบถ้วน ท่านประธานที่เคารพ คณะกรรมการสรรหาแม้ว่าจะถูกผู้ที่ ตรวจสอบรวมไปถึงคณะกรรมการรวมไปถึงผู้สมัครหลายคนได้ทักท้วงว่าคุณสมบัติ ไม่ครบถ้วนไม่เป็นไปตามกฎหมาย คณะกรรมการสรรหาก็ยังฝ่าฝืนกฎหมาย ฝ่าฝืนกฎหมายโดยการให้คะแนนซึ่งมีทั้งหมด ๕ ท่าน ดังนี้ คนที่ ๑ ที่ได้รับความเห็นชอบและผ่านการพิจารณาก็คือหมายเลข ๑ นายกฤต ธนิศราพงศ์ หมายเลข ๒ นายภากรณ์ ตั้งเจตสกาว หมายเลข ๓ นายกมล ตั้งกิจเจริญชัย หมายเลข ๔ นายวิโรจน์ เตรียมพงศ์พันธ์ และหมายเลข ๕ นายประภัสร์ จงสงวน คณะกรรมการสรรหาทราบอยู่แล้วว่าคุณสมบัติไม่ครบอยู่ ๔ คน แต่ครบแค่เพียง ๑ คน แต่ยังฝ่าฝืนที่จะเสนอต่อบอร์ดการรถไฟแห่งประเทศไทย บอร์ดการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ให้ความเห็นชอบว่านายประภัสร์ได้คะแนนมาเป็นที่ ๑ และนายภากรณ์ได้คะแนน มาเป็นที่ ๒ แต่งตั้ง ท่านประธานที่เคารพ พอแต่งตั้งก็เสนอต่อท่านรัฐมนตรี ปรากฏว่ามีการปรับรัฐมนตรีก่อน ท่านรัฐมนตรีชัจจ์ในฐานะผู้กำกับดูแลการรถไฟ แห่งประเทศไทยได้ถูกปรับมาเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยแทน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมท่านปัจจุบันจึงได้มีหนังสือเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ และคณะรัฐมนตรีได้มีมติคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเสนอ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านรัฐมนตรีชัจจ์ ก็อาจจะถามว่าอ้าวแล้วผมเกี่ยวอะไรล่ะถึงได้อภิปรายไม่ไว้วางใจ เกี่ยวครับ เพราะว่า ในขณะนั้นท่านดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมผลักดัน ทราบ และกำกับดูแลเรื่องนี้โดยตรง และแม้ว่าท่านจะพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมแล้วมาเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านได้ร่วมเป็น คณะรัฐมนตรีที่ให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ตามที่รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงคมนาคมเสนอ เพราะฉะนั้นมาตรา ๓๑ ของพระราชบัญญัติการรถไฟ แห่งประเทศไทย ให้คณะกรรมการเป็นผู้แต่งตั้งผู้ว่าการก็คือให้บอร์ดเป็นผู้แต่งตั้งผู้ว่าการ ให้ผู้ว่าการได้รับเงินเดือนตามที่คณะกรรมการกำหนด และอยู่ในตำแหน่งได้จนกว่า คณะกรรมการจะได้ออกจากตำแหน่งเพราะบกพร่องหรือไม่สุจริตต่อหน้าที่ หรือหย่อน สมรรถภาพ มติให้ผู้ว่าการออกจากตำแหน่งต้องประกอบด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่ง จำนวนกรรมการทั้งหมดนอกจากผู้ว่าการ และการแต่งตั้ง การกำหนดเงินเดือน และการให้ ออกจากตำแหน่งตามมาตรานี้จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก็คือการแต่งตั้ง ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทยนั้นจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ ท่านในฐานะอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมไปถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลทราบมาแต่ต้นว่าคุณสมบัติของผู้ที่จะ เข้ามาดำรงตำแหน่งผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทยนั้นขัดและไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ท่านยังคงฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติทางกฎหมาย ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องอภิปรายท่านแล้วก็ไม่ไว้วางใจท่าน กราบขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านพีรพันธุ์ครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ท่านประธานที่เคารพ ผม พีรพันธุ์ พาลุสุข พรรคเพื่อไทย จังหวัดยโสธร เมื่อกี้นี้ท่านประธานได้ถามผู้อภิปรายตรงประเด็นที่จะ อภิปรายในเรื่องนี้คืออะไร ผมเองก็นั่งฟังอยู่ ระหว่างฟังก็คิดตามไป สุดท้ายผู้อภิปราย มีข้อสรุปว่ารัฐมนตรีทำผิดกฎหมาย ไปตั้งบุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติเป็นผู้ว่าการการรถไฟ แห่งประเทศไทย กฎหมายที่ว่านี้ก็คือ พ.ร.บ. การรถไฟแห่งประเทศไทยและพระราชบัญญัติ ว่าด้วยคุณสมบัติมาตรฐานของพนักงานรัฐวิสาหกิจ แต่ว่าถ้าไปดูญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ประเด็นทำผิดกฎหมายในเรื่องนี้ตรวจสอบดูแล้วของรัฐมนตรีช่วยว่า การกระทรวงคมนาคมไม่มีครับท่านประธาน เมื่อกี้ท่านประธานก็ได้ถามไปแล้ว เมื่อไม่มี พวกผมก็ทนฟังมาอย่างนี้จนกระทั่งแน่ใจว่าประเด็นนี้ไม่ได้ยื่นถอดถอนไว้ แต่เราก็ฟังจนจบ แล้วเมื่อชัดเจนว่าเป็นประเด็นที่ไม่ได้ยื่นถอดถอนไว้จึงเห็นว่าไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๑ วรรคสอง จะอภิปรายในประเด็นนี้ไม่ได้ เพราะไม่ได้ยื่นถอดถอนไว้ ขอให้ประธานซึ่งก็นั่งฟังพร้อมกับพวกผมนั้น ชัดเจนอยู่แล้วว่าประเด็นนี้จะอภิปราย ได้หรือไม่ ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือเมื่อกี้ผมก็ถามท่านนคร มาฉิม ผมนั่งฟังอยู่ ๒๐ นาที ท่านก็ลำดับเหตุการณ์ขึ้นมา ผมก็ถามท่านว่าประเด็นของท่านคืออะไร ตอนสุดท้ายท่านสรุปว่ารัฐมนตรีช่วยว่าการท่านนี้ ทำผิดตามมาตรา ๓๑ ตาม พ.ร.บ. การรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งอย่างนี้ท่านไม่ได้ยื่นนะครับ ท่านยื่นเฉพาะในเรื่องของทุจริตเกี่ยวกับเรื่องน้ำที่ท่านพูดไป อันนี้พูดไม่ได้ ผมจึงถามท่าน ท่านก็บอกว่าให้ฟังก่อน ผมก็ต้องฟังนะครับ เชิญท่านนครครับ ต่อไปผมจะเข้มงวดนะครับ ผมจะถามก่อนในประเด็น อย่างนั้นจะเสียเวลาตั้งเกือบ ๔๐ นาที เชิญครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ผมทราบครับว่า เรื่องนี้มันหมิ่นเหม่ว่าจะขัดต่อกฎหมายหรือไม่ แต่ว่าที่ผมยืนยันที่จะกราบเรียน เพราะว่าในญัตติเพื่อเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นกระผมได้ร่วมลงนามและยื่นถอดถอน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีด้วย เมื่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาลและนั่งหัวโต๊ะ ครม. ในการรับรองความไม่ชอบของกระทรวงคมนาคมจึงจำเป็นที่จะต้องรับผิดชอบร่วมด้วย สำหรับตัวท่านนายกรัฐมนตรี และความผิดเริ่มกระบวนการมาตั้งแต่การสรรหาและมา ผิดสำเร็จเมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ แต่ว่าญัตติได้ยื่นไปก่อนแล้วเพราะกระบวนการ มันเริ่มมาแล้ว

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ครับท่านนคร มาฉิม ผมเข้าใจประเด็นทางท่านแล้ว อย่างนั้นเดี๋ยวผมขอถาม ท่านประธานวิปฝ่ายค้าน เมื่อเช้าหลังจากที่ท่านประธานได้ขอความร่วมมือจากท่านผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ได้ส่งเอกสารคำร้องยื่นถอดถอนมา ทีนี้ประเด็นอยู่ที่ว่า ผมได้ตรวจสอบจากเอกสารแล้วไม่มีประเด็นที่ท่านนคร มาฉิม พูด มีเอกสารที่ยื่นถอดถอน อีกไหมครับ เอาทีเดียวเลย อย่างนั้นผมไม่รู้ประเด็น ประธานไม่รู้ประเด็นจึงควบคุมกำกับไม่ได้ อย่างที่ท่านนคร มาฉิม พูด ท่านมีเอกสารไหมครับ ขอเอกสารหน่อยครับจะได้จบ ถ้าท่านพูดอย่างนี้ผมไม่มีนะครับ ผมได้เฉพาะเอกสารเมื่อเช้าที่ท่านผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรส่งมาตามนี้ผมก็ดูไม่มี แล้วท่านบอกว่าท่านได้ยื่นมันอยู่ที่ไหนครับ อย่างนี้ผมเป็นประธานผมไม่สามารถที่จะควบคุมตามข้อ ๖๑ ได้ ท่านก็พูดไปตั้งเกือบ ๔๐ นาที ผมก็ทักท้วงอยู่ ท่านจุรินทร์มีไหมครับเรื่องนี้ เมื่อกี้ท่านนคร มาฉิม ท่านบอกว่ามี ผมก็เลยสงสัย เอาอย่างไรครับ เอาให้จบทีเดียวจะได้ไม่ต้องมาถามกันอีก เดี๋ยวนะครับ ท่านประสิทธิ์ให้ผมถามเรื่องนี้ให้จบเป็นเรื่อง ๆ ก่อน อย่างนั้นจะสับสน เดี๋ยวอาจารย์พีรพันธุ์รอนิดหนึ่ง ผมถามท่านนคร มาฉิม ก่อน

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมได้ถือตามญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล แล้วก็ญัตติเพื่อเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ท่านประธานที่เคารพครับ ก็คือถ้าเกิดว่า ท่านประธานได้พิจารณา ในญัตติลงวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ นี่นะครับบอกว่า พวกข้าพเจ้าผู้มีรายนามท้ายญัตตินี้ขอเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามบทบัญญัติ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือประเด็นของท่านนคร มาฉิม ผมเข้าใจ เพียงแต่ผมถามว่าเมื่อกี้ท่านบอกว่าท่านได้ยื่น ถอดถอนท่านนายกรัฐมนตรีด้วย ผมก็เห็นเอกสาร เมื่อเช้าผมก็ขึ้นมาครั้งหนึ่ง ผมก็บอกว่า ในประเด็นของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกับท่านนายกรัฐมนตรีผมก็อ่านมีอยู่ ๔ เรื่องที่ผิดกฎหมาย คราวนี้ท่านก็บอกว่าถอดถอนนายกรัฐมนตรีผมไม่เห็นมีเลยนะครับ มีแต่เฉพาะประเด็นของท่าน พลตำรวจโท ชัจจ์ ในเรื่องของ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เรื่องของกรมเจ้าท่า แล้วท่านก็บอกว่าได้ยื่นแล้ว ยื่นแล้วยื่นที่ไหนครับ ผมไม่รู้ประเด็นท่าน อาจารย์พีรพันธุ์ก็ทักท้วงขึ้นมา สรุปสุดท้ายคือท่านบอกว่าท่านอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมท่านชัจจ์ผิดมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย ผมก็เลยสงสัยว่าประเด็นนี้ไม่มีในนี้แล้ว แล้วท่านบอกว่าท่านได้ยื่นถอดถอนไปแล้ว แล้วอยู่ที่ไหนครับเอกสาร ผมจึงถามท่านจุรินทร์บอกว่ามีไหมครับเรื่องนี้ ถ้ามีก็ส่งมา ก็ไม่มีปัญหาหรอกครับเราจะได้อภิปรายต่อก็เท่านั้นเอง ท่านจุรินทร์เชิญครับเอาอย่างไรครับ ไม่ต้องเสียเวลามาถามกันมากนะครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาต กราบเรียนกับท่านประธานว่าเอกสารที่ได้มีการยื่นถอดถอนมีด้วยกันทั้งหมด ๓ ชุด ชุดที่ ๑ ก็คือถอดถอน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แล้วชุดที่ ๒ ก็คือถอดถอน พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก ชุดที่ ๓ ก็คือถอดถอนนายกรัฐมนตรี มีด้วยกัน ทั้งหมด ๓ ชุด สำหรับประเด็นที่ท่านนคร มาฉิม ได้อภิปรายนั้นเป็นประเด็นของข้อกล่าวหา ที่ระบุไว้ในญัตติชัดเจนว่าบริหารราชการแผ่นดินในกรณีการแต่งตั้งผู้ว่าการการรถไฟ แห่งประเทศไทยบกพร่อง ผิดพลาด ลุแก่อำนาจ เล่นพรรคเล่นพวก มุ่งสนองผลประโยชน์ ผู้มีบุญคุณทางการเมืองมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวมที่แท้จริงของประชาชน เพราะเป็น กรณีของการแต่งตั้งพวกพ้องที่เคยลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สังกัดพรรคเดียวกัน แล้วก็หางานให้ทำ โดยส่งมาเป็นผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย แล้วก็หมิ่นเหม่กับการที่อาจจะกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งเมื่อสักครู่ท่านนคร มาฉิม ได้พูดชัดเจนแล้ว ว่าหมิ่นเหม่สำหรับการที่จะกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องกลไกที่เกี่ยวข้องจะต้องพิสูจน์ ต่อไปในอนาคต แต่อย่างน้อยพิสูจน์ให้เห็นว่าสิ่งที่ท่านกระทำนั้นเป็นเรื่องของ การเล่นพรรคเล่นพวก

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ท่านจุรินทร์ครับ ตอนสรุปสุดท้ายท่านนคร มาฉิม บอกว่าผิดกฎหมาย มาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย ผมก็ถามท่านนคร มาฉิม ว่าเรื่องนี้ประเด็นนี้ ท่านได้ยื่นไหม ท่านบอกได้ยื่นแล้ว แล้วท่านจุรินทร์ก็รับว่ามียื่นอยู่ ๓ เรื่อง ฉะนั้นผมว่าให้ส่ง เรื่องที่ ๓ มาเถอะครับ แล้วเราจะได้อภิปรายต่อไปได้ เชิญอาจารย์พีรพันธุ์ครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ท่านประธานที่เคารพ ผม พีรพันธุ์ พาลุสุข พรรคเพื่อไทย จังหวัดยโสธร เมื่อกี้นี้ผมก็ฟังท่านนคร มาฉิม พูดตั้งแต่ต้นบอกว่า ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมทำผิดกฎหมาย พูดหลายครั้งครับ และผม ก็ทนฟังอยู่ตลอด แล้วสุดท้ายท่านก็ยังสรุปว่าทำผิดกฎหมายการรถไฟแห่งประเทศไทย และกฎหมายว่าด้วยคุณสมบัติมาตรฐานของพนักงานรัฐวิสาหกิจชัดเจนครับ แต่พอท่านประธานถามท่านนครกลับบอกว่ามีลักษณะเป็นการหมิ่นเหม่ พอเป็นอย่างนี้มันไม่ได้ อยู่ในญัตติขอถอดถอน ท่านนครก็บอกว่าก็ได้เข้าชื่อยื่นถอดถอนร่วมไปกับนายกรัฐมนตรีแล้ว อยู่ไหนล่ะครับ ก็เมื่อกี้ท่านจุรินทร์เองก็บอกว่าฉบับที่ ๓ ฉบับที่ ๓ ยื่นถอดถอน นายกรัฐมนตรีนี่ พวกผมยังไม่เห็นเลย อยู่ไหนล่ะครับถ้ามันมีจริง ๆ ใช่ไหมครับ ท่านให้มา ๒ ชุด ก็นี่แหละพอบอกขอดู ๆ เพราะยื่นถอดถอนนี่ผู้ที่ถูกกล่าวหาเขาจะต้องต่อสู้ป้องกันตัวด้วย เพราะมันนำไปสู่การถอดถอนเป็นกฎหมายอาญานะครับ ก็ต้องบอกมา นี่ท่านกลับไปบอกว่า เมื่อเช้าให้กับท่านประธานไปแล้วก็เป็นเรื่องความลับระหว่าง ๒ คนระหว่างผู้ยื่นกับ ประธานสภา ถ้าอย่างนั้นถ้าเป็นเรื่องลับมันก็ต้องอภิปรายลับ แต่นี่ไม่ใช่ เขาบอกให้ยื่น ถอดถอนมาให้ระบุเป็นข้อ ๆ เมื่อระบุเป็นข้อ ๆ มาแล้วอย่างน้อยผู้ถูกอภิปรายก็จะได้รู้ว่า ถูกถอดถอนอะไร พวกผมที่นั่งอยู่ข้างล่างเองด้วยก็จะได้ฟังว่ารัฐมนตรีที่จะถูกถอดถอน ถูกถอดถอนเรื่องอะไรบ้าง แต่นี่มันไม่มีครับ เมื่อไม่มีเมื่อกี้ท่านก็บอกว่าได้ยื่นถอดถอน ร่วมกับนายกรัฐมนตรีไปแล้ว อยู่ไหนล่ะญัตติยื่นถอดถอน ยังไม่เห็นครับ ที่ไปยื่นถอดถอน ท่านนายกรัฐมนตรีกับท่านรัฐมนตรีสุกำพลไว้ก็เป็นเรื่องอื่นครับ เรื่องของท่านชัจจ์นี่ เป็นเรื่องของกรมเจ้าท่าอย่างเดียว ไม่ได้เป็นเรื่องการรถไฟแห่งประเทศไทยเลย พอพูดไปพูดมา ก็บอกว่ามันก็เป็นเรื่องนี่อย่างไร ท่านบอกว่าเป็นเรื่องเล่นพรรคเล่นพวก แต่งตั้งคุณสมบัติเข้ามาเป็น แต่ว่าเนื้อหาของการอภิปรายนี่ท่านพูดหลายครั้งว่าทำผิดกฎหมายการรถไฟแห่งประเทศไทย และกฎหมายว่าด้วยพนักงานรัฐวิสาหกิจ อย่างนี้ต้องยื่นถอดถอนไว้ก่อนจึงจะอภิปรายต่อไปได้ครับ ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนครครับ ส่งเอกสารได้ไหมครับท่านอื่นจะได้อภิปรายต่อ ผมนั่งฟังท่านตั้งเกือบ ๔๐ นาที ผมก็พยายามทักท้วงท่าน ถามประเด็นท่านอยู่ พอเปิดมาแล้วเพิ่งมาทราบตอนหลังว่า ท่านได้ยื่นแล้ว ท่านจุรินทร์ก็ได้พูดแล้ว แล้วมันอยู่ไหนล่ะเอกสาร เชิญครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ที่ผมได้ยื่น แล้วก็กราบเรียนท่านประธานก็คือได้ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ แล้วก็ตามญัตติระบุไว้ชัดนะครับท่านประธาน ทั้งนี้ เนื่องจากรัฐมนตรีผู้มีรายนามข้างต้น ได้มีพฤติการณ์บริหารราชการแผ่นดินบกพร่อง ผิดพลาด ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ ขาดความรู้ ความสามารถ ลุแก่อำนาจ ขาดคุณธรรม จริยธรรม เล่นพรรคเล่นพวก เลือกปฏิบัติ มุ่งสนองผลประโยชน์ผู้มีบุญคุณทางการเมืองมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม ที่แท้จริงของประชาชน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ท่านนคร เข้าใจครับประเด็นนี้

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

ขอกราบเรียนท่านประธานเลยว่า เป็นการหมิ่นเหม่ คือพฤติการณ์เป็นการหมิ่นเหม่อย่างไรครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ เอาอย่างนี้เข้าใจแล้วละครับ คือในความเป็นจริงนี่เราก็ผู้ใหญ่กันแล้ว ผมก็ถามท่านตอน ๒๐ นาทีที่ท่านได้นี่ ผมก็ฟังท่าน ท่านก็สรุปมาแล้วท่านก็บอกว่า ท่านได้ยื่นแล้ว ผมจึงถามท่านประธานวิปฝ่ายค้าน ท่านประธานวิปฝ่ายค้านก็มี ๓ ฉบับ ทีนี้ในมือผมนี่ที่ได้มามีอยู่ ๒ ฉบับ ฉบับหนึ่งก็คือท่านนายกรัฐมนตรีกับท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม ฉบับที่ ๒ ก็คือ พลตำรวจโท ชัจจ์ แล้วฉบับที่ ๓ นี่จะส่งให้กับประธานได้ไหม ก็เท่านั้นเอง ถ้าท่านส่งมาผมก็ดำเนินการต่อไปไม่ได้ซีเรียส (Serious) อะไรเลยนะครับ เพราะว่าท่านอภิปรายว่าผิดกฎหมาย ท่านก็พูดไปแล้วผมก็ถาม อย่างนี้ผมก็ต้อง ถูกท่านสมาชิกประท้วง ท่านอภิปรายไปใช้เวลาเกือบ ๔๐ นาทีแล้วก็บอกว่าผิดกฎหมายอย่างนี้

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญท่านประท้วงให้เสร็จครับ เอาท่านก่อนท่านยืนมานานแล้ว

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องประท้วงท่านประธานตามข้อ ๘ ในเมื่อไม่มีเอกสารในการยื่นไป แล้วท่านประธานยังอนุญาตให้เขาอภิปรายจนจบ แล้วความเสียหายมันเกิดแล้วมาปรึกษากันทีหลัง ก็ตีกินสิครับอย่างนี้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ ผมก็ได้ถามท่านผู้อภิปรายแล้ว แล้วท่านก็บอกให้ฟังก่อน ท่านก็เป็นนักกฎหมาย ท่านก็บอกว่าพอมาสรุปสุดท้ายนี่ผิดมาตรา ๓๗ พระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย อย่างนี้ประธานต้องคุมให้อยู่ในประเด็น เมื่อท่านไม่ได้ยื่นถอดถอนท่านก็พูดไม่ได้ ทีนี้ท่านผู้อภิปราย ท่านบอกได้ยื่นแล้วยื่นพร้อมนายกรัฐมนตรี ผมก็ถามท่านประธานวิปฝ่ายค้านบอกได้ยื่น ๓ ฉบับ ผมเองได้รับอยู่ ๒ ฉบับ ผมจึงสงสัยอย่างไรว่าประธานจะต้องควบคุมให้เป็นไปตาม ข้อ ๖๑ อยู่ในประเด็นที่กำลังอภิปราย แล้วท่านต้องใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ในการยื่นถอดถอน ฉะนั้นถ้าเป็นไปอย่างนี้ขอให้ท่านส่งมาเถอะครับ มันจะได้เดินหน้าได้

(นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เอาทางโน้นก่อนครับ ท่านประสิทธิ์ไม่ให้ประท้วงแล้วครับ ผมวินิจฉัยแล้ว เชิญครูมานิตย์ครับ คือท่านประท้วงไม่ได้อธิบายนะครับ ท่านประท้วงว่าผมผิดข้อบังคับ ข้อ ๘ ผมก็ชี้แจงไปแล้ว เชิญครูมานิตย์ครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธาน ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกพรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งถ้าจะมองว่าอยู่ซีกรัฐบาลก็ไม่ผิดนัก แต่ใช้สิทธิ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันนี้พยายามนั่งฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจมาตั้งแต่เช้า แล้วก็ดูบรรยากาศมันดีมาตลอดครับท่านประธาน ก็มาช่วงหนึ่ง ผมประท้วงท่านประธาน ข้อบังคับ ข้อ ๘ (๓) ผมว่าตั้งแต่นี้ต่อไปท่านต้องควบคุม เพราะว่าผมดูบรรยากาศแล้ว มีแต่จะเอาเปรียบกัน แล้วก็พูดไม่หมด เหมือนเมื่อกี้ที่ผมประท้วงท่านประธาน ที่ดอกเตอร์พีรพันธุ์ ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านไปท้วงติงในเรื่องของการใช้กฎหมายของการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือของรัฐวิสาหกิจ ซึ่งไม่ได้ยื่นถอดถอนไว้หรือไม่อะไรไว้ แล้วท่านประธานก็ไปถาม ประธานวิป ประธานวิปฝ่ายค้านครับท่านประธาน อย่าให้คิดแต่ ๑๒ ชั่วโมงเลย เอา ๑๓ ชั่วโมง ๑๘ ชั่วโมงก็ไม่เห็นดีกับฝ่ายรัฐบาลหรอกครับ ฉะนั้นท่านประธาน ต้องวินิจฉัยเลย ท่านก็เป็นนักกฎหมาย อ่านกฎหมายออกบอกกฎหมายเป็น ต้องชัดเจน ถ้าไม่อย่างนั้นเหลาะแหละไปเหลาะแหละมานี่เสร็จครับ ตีกินเล็กตีกินน้อยกันตลอด

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ การอภิปรายถ้ายื่นไม่ไว้วางใจแล้วก็ถอดถอนจะต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ท่านก็บอกแล้ว คือข้อเท็จจริงฟังยุติแล้วในขณะนี้ว่ามีการถอดถอนอยู่ ๓ ท่าน คราวนี้เอกสารปรากฏมาอยู่ที่ผมนี่มีอยู่ ๒ ฉบับเท่านั้นเอง

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานผมยังไม่จบ ผมเข้าใจครับ ท่านประธานจะแลเห็นตั้งแต่เช้ามาผมชมเชย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ ใจเย็น ๆ ครับ คือเรื่องนี้มันไม่ใช่นั่นมากหรอก ก็ถ้าหากว่าท่านประธานสภากับ ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรก็ได้พูดคุยกันตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้วที่เข้าเฝ้านี่นะครับ ผมก็เข้าใจว่าเอกสารนี้ส่งมาหมดแล้ว ผมก็เลยถามท่านผู้อภิปราย และท่านเองถ้ามีก็ส่งมา เราจะได้ดำเนินการต่อก็เท่านั้นเอง เชิญท่านสาธิตครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธาน ผมยังไม่จบ ผมก็อยากให้ ท่านประธานวินิจฉัยไปเลย เช่นเมื่อกี้ท่านเห็น ๒ ฉบับ พอฉบับที่ ๓ ท่านยังไม่เห็น ที่ถอดถอนท่านบอกว่าไม่ได้มันก็จะได้จบ ไม่อย่างนั้นก็แหย่กันไปก็แหย่กันมา ผมก็นั่งฟัง ประโยคบางประโยคนี่มันเหมือนกับว่าพวกผมนี่มันไร้ความรู้ มันไม่ได้ครับท่านประธาน

(นายสาธิต ปิตุเตชะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ นั่งก่อนครับ เดี๋ยวทีละท่านครับ เชิญท่านสาธิตครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมเข้าใจว่า ท่านประธานได้วินิจฉัยปัญหาเมื่อสักครู่จบไปแล้ว แต่ประเด็นที่เพื่อนสมาชิกลุกขึ้นมา

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประท้วงอะไรครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ผมประท้วงเพื่อนสมาชิกลุกขึ้นมาแล้วก็พูด ประชด เสียดสี ใส่ร้ายท่านประธานวิปฝ่ายค้าน และใช้คำพูดที่ไม่สุภาพ คำว่าหลอกแดก จริง ๆ ไม่อยากพูดซ้ำ คำพูดนี้ต้องถอนครับ ตีกินด้วย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนั่งลงครับ เดี๋ยวผมจะได้ถามครูมานิตย์

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ท่านประธานต้องวินิจฉัย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ท่านนั่งลงสิครับ เชิญครูมานิตย์พอถอนได้กระมังครับ ถอนเถอะ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ จริง ๆ ผมกับคุณสาธิต เราก็ผู้แทนมารุ่นเดียวกัน ท่านตกครั้งหนึ่ง ผมตกครั้งหนึ่ง ผมไม่ได้พูดคำว่าหลอกแดกนะ ผมให้เกียรติท่านรัฐมนตรีจุรินทร์อยู่ แต่ตีกินนี่ผมพูด เพราะมันเป็นกิจวัตรอยู่แล้ว เรื่องนี้ใคร ๆ ก็มองเห็น ถ้าจะให้ผมถอนคำว่าตีกิน ผมถอน แต่ถ้าหลอกแดกผมไม่ได้พูด

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละท่านไม่ได้พูด

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

หรือจะให้ผมถอนคำว่าตีกิน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

นั่งครับ ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะครับ เหลือคำร้องขอถอดถอน อยู่อีกเรื่องหนึ่งท่านจะให้จัดส่งมาได้ไหมครับ ผมจะได้ให้การอภิปรายต่อเนื่องได้ เชิญท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เดี๋ยวครับใจเย็น ๆ ครับ ผมถามท่านผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรก่อนครับ ท่านครูมานิตย์นั่งก่อนครับ เอาเป็นประเด็น ๆ นะครับ เชิญท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ ท่านอภิสิทธิ์เอาอย่างไรครับเรื่องนี้ เพราะว่า ทางสภาทำหนังสือถึงท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เชิญครับผมจะได้ดำเนินการต่อ ท่านประธานวิปหรือว่าท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ ท่านจุรินทร์

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงกราบเรียนกับท่านประธานตั้งแต่เช้าแล้วว่า เรื่องการส่งเอกสารการยื่นถอดถอนพวกผมยินดีให้ความร่วมมือ แล้วก็ได้ส่งให้ท่านประธาน เป็นลำดับ ทั้งหมดมีด้วยกัน ๓ ชุด ชุดที่ ๑ ก็คือการถอดถอนนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก่อนที่ท่านประธานจะได้เริ่มต้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมพวกกระผมก็ได้ส่งให้ท่านประธานเสร็จไปเรียบร้อยแล้ว อีกชุดหนึ่งก็คืออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก ก่อนอภิปรายพวกผมก็ยื่นให้ท่านเรียบร้อยแล้ว เหลืออีกชุดเดียวคืออภิปราย ไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีซึ่งยังไม่ถึง ถ้าถึงพวกกระผมก็จะยื่นให้ท่านประธานเพื่อใช้ประกอบ ในการควบคุมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ความจริงเมื่อกี้ผมกราบเรียนท่านประธานชัดแล้วครับว่า ๓ ชุดมีใครบ้าง ไม่จำเป็นต้องทวงหลายรอบหรอกครับท่านประธานครับ พวกผมยินดีปฏิบัติตาม สิ่งที่ได้พูดไว้ เมื่อถึงเวลาอภิปรายนายกรัฐมนตรีเมื่อไรเดี๋ยวจะส่งกราบเรียนให้ ท่านประธานทราบครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ท่านจุรินทร์ครับ ผมเองก็เข้าใจว่าท่านยื่นมาครบแล้ว แล้วกระผมก็พยายามถาม ท่านผู้อภิปราย ท่านผู้อภิปรายบอกว่าท่านไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรีด้วย เพราะนายกรัฐมนตรีเป็นการควบคุม แล้วก็ผิดกฎหมายมาตรา ๓๗ ผมก็เลยถามว่า ในรายการนี้ของท่านไม่มีนะ ท่านก็เลยบอกว่าได้อภิปรายท่านนายกรัฐมนตรีด้วยนะครับ ฉะนั้นท่านอภิปรายท่านนายกรัฐมนตรีแล้ว แล้วผมก็ไม่สามารถที่จะรู้ประเด็นนี้ได้ ผมจึงถาม ทางผู้อภิปรายอย่างไรบอกว่าของท่านไม่มีนะครับในประเด็นนี้ ฉะนั้นผมว่าถ้าส่งมา มันก็อภิปรายต่อไปได้เท่านั้นเองนะครับ เพราะว่าในประเด็นของท่านนคร มาฉิม จะมี ประเด็นของท่านสมาชิกฝ่ายรัฐบาลกำลังประท้วงอยู่ว่าถ้าหากไม่มีก็ต้องวินิจก่อนนะครับว่า ที่อภิปรายมาถูกต้องหรือไม่ เป็นไปได้ไหมครับ ก็เท่านั้นเองไม่เห็นมีปัญหาเลยเราก็ร่วมมือกัน มาตลอดนะครับ ผมเข้าใจว่ามีเท่านี้นะครับ มาทราบจากท่านนคร มาฉิม เองนะครับ บอกว่าได้ยื่นอีกฉบับหนึ่ง ผมเป็นประธานแท้ ๆ ผมยังเข้าใจว่ามีตามนี้เลยนะครับ ก็ส่งมา ผมก็จะได้ดำเนินการต่อก็เท่านั้นเอง เชิญท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ผมกราบเรียน ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกนะครับ ที่จริงเมื่อวานนี้อย่างที่ท่านประธานได้กล่าว ในตอนเช้า บังเอิญเราในฐานะที่เป็นกรรมการสภาสถาบันเข้าเฝ้าเพื่อรับเข็ม แล้วก็ผมเอง โดยที่ท่านประธานยังเอ่ยปากเลยว่าความจริงท่านยังไม่ได้มาเอ่ยปากว่าจะขอความร่วมมือ อย่างไร ก็ตกลงกันไว้อย่างนี้ครับว่าประเด็นเรื่องของหนังสือถอดถอน ท่านประธานเจริญ กรุณาทำหนังสือมาถึงผม แต่มันมาถึงช่วงน่าจะเป็นช่วงค่ำของวันศุกร์แล้วนะครับ ผมก็ไม่ได้ มีโอกาสที่จะไป คือผมได้รับทางแฟกซ์ (Fax) ในช่วงค่ำของวันศุกร์ แล้วก็วันเสาร์ ผมก็มีภารกิจอยู่ตามงานต่าง ๆ พอผมพบท่านประธานผมก็บอกว่าไม่ต้องห่วงนะครับ เพราะว่าเมื่อท่านขอมาผมก็ให้ความร่วมมือ แล้วก็กราบเรียนท่านประธานว่าจะขอว่าก่อนที่จะ มีการอภิปรายในเรื่องใดที่อยู่ในคำถอดถอนก็จะยื่นหนังสือถอดถอนนั้นให้ เพราะฉะนั้นถ้ามีประเด็นอะไรซึ่งไปเข้าข่ายเรื่องของการถอดถอนแล้วอภิปรายไป โดยที่ท่านประธานยังไม่มีเอกสารอยู่ ก็ต้องบอกตรง ๆ ว่าก็ไม่สามารถที่จะอภิปรายได้ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ผมขอกราบเรียนท่านประธานว่าอันนี้เป็นสิ่งที่กระผมได้ตกลง กับท่านประธานรัฐสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทีนี้ประเด็นของท่าน ส.ส. นคร ก็กราบเรียนท่านประธานครับว่าไม่ได้อยู่ในเอกสารฉบับที่ ๓ ซึ่งเราจะให้ท่านประธาน เมื่อเราจะอภิปรายในประเด็นนั้น ๆ แล้วผมเข้าใจว่าถ้าเพื่อนสมาชิกเข้าใจว่าคุณนคร กล่าวหาว่าท่านรัฐมนตรีหรือใครก็ตามทำผิดกฎหมายซึ่งเข้าข่ายในการที่จะต้องยื่นเอกสาร ก่อนนั้น ก็กราบเรียนว่าคุณนครก็ต้องยืนยันว่าไม่ได้หมายความอย่างนั้น ไม่ได้กล่าวหา อย่างนั้น เพียงแต่กล่าวหาในกรณีของการที่ผู้สมัครผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย ขาดคุณสมบัติ ไม่ได้กล่าวหาในเรื่องของการกระทำผิดกฎหมายครับ ถ้าอยู่อย่างนี้ ทุกอย่างก็เดินไปได้ตามญัตติครับ

(นายขจิตร ชัยนิคม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านขจิตรครับ

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ผมขอประท้วงท่านประธาน ตามข้อ ๑๖๙ แล้วประท้วงผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรด้วย ข้อ ๑๖๙ เขาเขียนว่า อย่างนี้ เมื่อประธานสภาผู้แทนราษฎรได้รับญัตติตามข้อ ๑๖๘ แล้ว ให้ทำการตรวจสอบ หากมีข้อบกพร่องให้ประธานแจ้งให้ผู้เสนอทราบภายในเจ็ดวัน นับแต่วันที่ได้รับญัตติ เมื่อประธานสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบความถูกต้องของญัตติแล้ว ให้บรรจุระเบียบวาระ การประชุมเป็นเรื่องด่วน และแจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบ ที่ผมประท้วงมีคำอธิบายอย่างนี้ครับ การส่งญัตติของผู้นำฝ่ายค้าในสภาผู้แทนราษฎรและคณะไม่ได้ยื่นคำถอดถอนมาด้วย ทั้ง ๓ ฉบับไม่ได้ยื่น ได้ยื่นเฉพาะหลักการรับคำขอให้ถอดถอน ผมถึงบอกแล้วอย่างไร ว่าการที่ผมให้อภิปราย ผมให้โดยอนุโลม ถ้าเคร่งครัดตามข้อบังคับคืออภิปรายไม่ได้ วันนี้ ในมือผมมีคำถอดถอน ๒ ฉบับ ฉบับที่ ๑ ถอดถอนผู้ถูกกล่าวหาคนที่ ๑ คือรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม คนที่ถูกถอดถอน คนที่ ๒ คือท่านนายกรัฐมนตรี ฉบับนี้อยู่ในมือผมครับ ผมได้มาเมื่อเช้านี้ครับ แล้วส่งไม่ถูกต้องตามข้อบังคับด้วย ฉบับที่ ๒ คือหนังสือถอดถอน ท่านรัฐมนตรีชัจจ์ ขณะที่ปฏิบัติงานเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นอกนั้นไม่มี ผมไม่ได้รับ ใครได้รับบ้างครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายรัฐบาล เมื่อไม่มีส่ง ปกติแล้ว ถ้าตามข้อบังคับ ข้อ ๑๖๙ ท่านประธานต้องไม่บรรจุ ต้องบอกเขาส่งก่อน เขาส่งเฉพาะ คำขอรับ คำได้รับหนังสือหลักฐานการได้รับคำรองขอให้ถอดถอน มันไม่ได้หมายความว่า กระดาษชิ้นนี้ ฝ่ายค้านยื่นญัตติมาหลักฐานไม่สมบูรณ์ การให้อภิปรายผมบอกว่าผมให้ โดยอนุโลมเท่านั้น เดี๋ยวจะหาว่ากีดกัน ถ้าเอาตามตัวหนังสืออภิปรายไม่ได้ ณ วันนี้ ณ นาทีนี้ หนังสือถอดถอนท่านนายกรัฐมนตรียังไม่ได้รับ ผมยังไม่ได้รับ ท่านประธานยังไม่ได้รับ แล้วที่บอกว่าเวลาจะอภิปรายถึงจะยื่นให้ ข้อบังคับข้อไหนอ้างมาสิ ขอบคุณครับ ท่านประธานวินิจฉัยด้วย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ใจเย็น ๆ ครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ประเด็นแรกครับ ท่านสมาชิกที่เพิ่งประท้วงนี่ไม่มีสิทธิจะมาประท้วงอะไรผมเลยครับ ที่ท่านอ่านข้อบังคับ ถูกต้องครับเป็นอำนาจของท่านประธานสภา พวกกระผมมีหน้าที่ก็คือ ผมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก่อนที่ผมจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีประเด็น ที่จะอภิปรายเรื่องการกระทำผิดกฎหมายหรือการทุจริต ผมมีหน้าที่ไปยื่นคำร้องถอดถอน ต่อประธานวุฒิสภา เมื่อท่านประธานวุฒิสภาได้รับเอกสารแล้ว บังเอิญผมพบท่านด้วยครับ ท่านก็บอกว่าท่านก็ส่งหนังสือรับรองไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎรว่าได้มีการยื่นคำร้อง ถอดถอนอย่างถูกต้อง แล้วก็แจ้งกลับมาที่พวกกระผม ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรท่านรับหนังสือของท่านประธานวุฒิสภาและญัตติของ พวกกระผมแล้ว ท่านก็ได้ใช้ดุลยพินิจและอำนาจของท่านตามข้อบังคับ ข้อ ๑๖๙ ว่าญัตติ เรียบร้อยแล้วท่านก็บรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุม ไม่มีประเด็นอะไรเกี่ยวกับผมเลยครับ จะประท้วงก็ต้องไปประท้วงท่านประธานสภา แล้วผมก็คิดว่าประท้วงท่านประธานสภา ก็ไม่ได้ เพราะผู้ประท้วงไม่ใช่ประธานสภาที่จะมาวินิจฉัยว่ามันถูกต้องหรือยัง มันเป็นอำนาจ ของท่านประธาน ท่านเห็นว่ามันไม่บกพร่องท่านก็บรรจุระเบียบวาระเข้ามา แล้วกระผมก็รับ กติกาเหมือนกับที่กราบเรียนท่านประธานเมื่อสักครู่ว่าถ้ามีประเด็นอะไรล้ำเข้าไปสู่ลักษณะ ของการถอดถอนแล้วท่านไม่มีหนังสืออยู่ท่านประธานก็สามารถที่จะบอกไม่ให้มีการอภิปราย ในประเด็นนั้น ๆ ได้ แล้วกระผมก็กราบเรียนว่าดีที่สุดขณะนี้ก็ให้ท่าน ส.ส. นคร ทำความกระจ่างว่าท่านไม่ได้กล่าวหาว่ามีการกระทำผิดกฎหมาย แต่เป็นเรื่อง การผิดคุณสมบัติ ก็เท่านั้นเองครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ เอาอย่างนี้ครับ ผมว่าไม่ต้องไปโต้เถียงกันในประเด็นนี้ เพราะว่าหลังจาก ที่ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้ยื่นแล้วท่านประธานก็บรรจุระเบียบวาระการประชุม ก็ส่งมาที่ผมตรวจอีกครั้งหนึ่งเพื่อที่จะให้การทำงานในสภาเราเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แล้วก็ให้ทางฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่สมบูรณ์แบบ ผมก็ได้ตรวจดูแล้วว่ายังมีเอกสาร ที่จะต้องประกอบในคำร้องยื่นถอดถอน ผมก็ให้เจ้าหน้าที่ทำบันทึกไปถึง ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อาจจะเป็นเย็นวันศุกร์เท่าที่ผมจำได้ เพราะว่า ในสภาเองก็มีหลายเรื่องอยู่ในขณะนั้น หลังจากนั้นท่านก็ไปเข้าเฝ้า ผมก็บอกท่านประธานว่า ให้ขอความร่วมมือกันและกัน เพราะว่าเรื่องอย่างนี้มันก็ไม่น่าจะมีปัญหา ทีนี้ประเด็น ที่เราพูดกันไปพูดกันมาคือข้อเท็จจริงไม่ต้องปฏิเสธกันหรอก เมื่อกี้นี้ผมเป็นคนถามเอง ในที่ประชุมเพราะผมดูแล้วมันไม่มี ผมก็เข้าใจว่าเอกสารนี่ส่งมาหมดแล้ว ผมจึงถามท่านนคร ผมเชื่อด้วยความสุจริตใจเพราะท่านนครเป็นนักกฎหมายผมอ่านแล้วก็เข้าใจ เหมือนท่านนครว่าทำไมมันไม่มีในประเด็นที่ท่านนครอภิปรายในเรื่องประเด็นนี้ สรุปท่านก็บอกว่าผิดกฎหมาย เอาอย่างนี้ครับ เมื่อท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านบอกมาเมื่อกี้นี้บอกว่ามันไม่มีในประเด็นยื่นถอดถอนนี้ ฉะนั้นประเด็นที่ท่านนครพูดไป ถ้าไม่มีถอดถอนก็ถือว่าเราจะลบการอภิปรายครั้งนี้ออกไปทั้งหมดนะครับ เพราะว่า ท่านบอกว่าผิดกฎหมาย ฉะนั้นมันจะต้องเป็นตามข้อบังคับ ฉะนั้นท่านนคร มาฉิม ท่านก็ยืนยันเมื่อกี้ว่าได้ยื่นแล้วผมจึงถามท่านเอง ถ้ายื่นแล้วก็ส่งมาก็จบเท่านั้นเอง เชิญท่านนครจะเอาอย่างไรครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ที่ผมได้กราบเรียน ท่านประธานว่าได้ยื่นไปแล้วก็คือยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรีด้วย ซึ่งในวรรคห้าซึ่งระบุไว้ชัดว่าอีกทั้งนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยังมีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ราชการ จงใจฝ่าฝืนบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ตลอดจนมีพฤติกรรมกระทำการอันไม่บังควร หากปล่อยให้ บริหารราชการแผ่นดินต่อไปก็จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติไม่มีที่สิ้นสุด จึงไม่สมควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ส่วนเนื้อหาในการอภิปรายนั้น ท่านประธาน ที่เคารพ ผมกราบเรียนท่านประธานย้ำอีกครั้งว่าพฤติการณ์นั้นผมกราบเรียนท่านว่าน่าจะ หรือว่าอาจจะหมิ่นเหม่ต่อการกระทำผิดกฎหมายได้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างนี้ท่านนครครับ ผมนั่งฟังอยู่ ผมจะไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

ผมขออนุญาตถอนคำว่าผิดต่อกฎหมาย ท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาตถอนคำว่าผิดต่อกฎหมาย แต่ใช้คำว่าน่าจะหมิ่นเหม่ ต่อการกระทำผิดต่อกฎหมายครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ท่านนครครับ ท่านอภิปรายไปจนหมดแล้วถึงกระบวนการในการที่จะสรรหาบุคคล ที่จะมาเป็นผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย ผมก็นั่งฟัง ผมถามท่านใช่ไหมว่าประเด็นอะไร คืออย่างนี้ครับ ที่ผมพยายามอยากจะให้ท่านส่งมาเพราะว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๘ เขาระบุไว้ ถ้าท่านไม่ได้ยื่นคำอภิปรายของท่านมันจะไม่ได้ผูกพันอะไรเลย เพราะกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๘ ท่านบอกว่าถ้าหากว่าท่านนายกรัฐมนตรีทุจริต หรือรัฐมนตรีตามมาตรา ๑๕๙ นี่นะครับ ถ้าทุจริตผิดกฎหมายแล้วก็ร่ำรวยผิดปกติ กฎหมาย รัฐธรรมนูญบังคับว่าต้องยื่นก่อน เมื่อท่านบอกไม่ยื่นนี่นะครับมันไม่ได้ ฉะนั้นผมจึงบอกว่า ถ้าเป็นไปอย่างนี้ท่านก็ยืนยันแล้ว เมื่อกี้ก็ท่านประธานวิปฝ่ายค้านก็ยืนยัน ถ้าท่านส่งมา มันก็จบเท่านั้นเอง ผมว่าไม่จำเป็นจะต้องไปอะไรมากมาย ผมว่ามันจะเดินหน้าได้นะครับ ถ้าท่านยืนยันอย่างนี้เดี๋ยวฝ่ายรัฐบาลบอกขอถอดเทปแล้วจะทำอย่างไรคราวนี้นะครับ ผมฟังอยู่ผมรู้อย่างไรครับ เดี๋ยวนะครับ เชิญท่านวิชาญก่อนครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ สักครู่ผมยกมือเพื่อที่จะหารือท่านประธาน ขออนุญาตครับท่านประธาน คือที่เรากำลัง อภิปรายกันนี่ ผมคิดว่าขณะที่มีเพื่อนสมาชิกท้วงตั้งแต่แรกก่อนที่จะเข้าญัตติในการอภิปราย ถอดถอนวันนี้ว่าเรื่องญัตติครั้งนี้เป็นการอภิปรายเพื่อที่จะมีมติในสภาแห่งนี้ในการยื่นญัตติ เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบตัวท่านนายกรัฐมนตรีกับคณะรัฐมนตรี แต่วันนี้ตั้งแต่เช้ามานะครับ ท่านประธาน มันมีปัญหาก็คือเรื่องเอกสาร เพราะฉะนั้นพวกผมนี่นั่งฟังตั้งแต่เช้าก็อยากจะให้ ท่านประธานนี่ทำหน้าที่ท่านประธานเองนั้นได้สมบูรณ์ครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ เสนอผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านบอกว่าเอกสารท่านยื่นที่วุฒิสภาผมก็ทราบครับ ว่ามีการยื่นไปแล้ว โดยเฉพาะมีการให้รองเลขาธิการวุฒิสภานี่รับ แต่เอกสารนี่เนื้อหา มันไม่ครบครับ ยื่นทางโน้นแต่ทางนี้ไม่มีเนื้อหา ตัวท่านเองเป็นคนพูดเมื่อเช้านี้ท่านจุรินทร์ บอกว่าเอกสารทั้งหมดนี้จะทยอยยื่นให้เมื่อถึงคำอภิปรายต่อแต่ละคน แต่นี่ยื่นไปแล้ว มันยื่นอย่างนี้ไม่ได้ครับท่านประธาน คนที่เป็นประธานคือตัวท่านเองท่านก็ไม่สามารถ ทำหน้าที่ได้ เพราะท่านเองนั้นไม่รู้เนื้อหาปล่อยให้เพื่อนสมาชิกอภิปรายจนเกิดปัญหาเกิดขึ้น แล้วเพื่อนสมาชิกเมื่อเกิดปัญหาแล้วก็ไปใช้คำอภิปรายที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรเองก็ออกมาพูดบอกว่าให้ถอนในคำพูดที่พูดไปแล้วเพราะเป็นเนื้อหา ซึ่งไม่ชอบตามรัฐธรรมนูญที่ยื่นไป ท่านประธานครับ ผมคิดว่าถ้าท่านประธานจะให้ การดำเนินการในเรื่องการอภิปรายในวันนี้เป็นไปด้วยดี ผมคิดว่าท่านประธาน ต้องเรียกเอกสารจากผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร จะไปบอกว่ายื่นให้กับในส่วนของ วุฒิสภานั้นคนละส่วนกันครับ เพราะเมื่อเช้าบอกว่าเป็นเอกสารลับกลัวหลุด แต่ในข้อบังคับ ของการถอดถอนตามข้อบังคับของรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๖๘ เขาเขียนไว้ชัดครับ จะต้องมีการยื่นเอกสารให้ก่อนล่วงหน้า นี่ทำผิดข้อบังคับหมด ตัวท่านประธานเอง ข้อบังคับการประชุม ข้อ ๘ ท่านประธานต้องทำหน้าที่ในการเป็นประธานในที่ประชุม ให้เคร่งครัด ฉะนั้นผมขอท่านประธานครับว่าทางที่ดีท่านประธานหารือเสียให้จบก่อนที่จะ เริ่มอภิปรายต่อ มิฉะนั้นก็จะเกิดปัญหาอย่างนี้ครับ ขออนุญาตท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เมื่อกี้ผมได้หารือทางฝ่ายค้านแล้วนะครับว่าการอภิปรายถอดถอนนี่นะครับจะต้องปฏิบัติตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๘ ถ้าหากว่าเป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าเป็นรัฐมนตรี มาตรา ๑๕๙ อันนี้จึงมีสิทธิที่จะอภิปรายในประเด็นนี้ได้ ผมจึงบอกว่าได้ถามไปแล้ว แล้วก็ข้อเท็จจริง ฟังยุติแล้วละ ผมก็นั่งฟังผมเป็นคนถามเอง ฉะนั้นเอาอย่างนี้ได้ไหมครับ ฝ่ายค้านเหลืออยู่ กี่ท่านครับสำหรับท่านชัจจ์ เดี๋ยวนะครับให้ผมถามสิครับ ใจเย็น ๆ สิครับ รู้ได้อย่างไรว่า ผมจะข้ามครับ ผมมีหน้าที่ที่จะบริหารในการประชุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่ใช่ว่า แต่ละฝ่ายจะต้องเอาชนะคะคานกัน เพียงแต่ผมอยากจะปรึกษาทางฝ่ายค้านเองว่า เรื่องนี้ผมเป็นห่วงว่าถ้าท่านไม่มีนี่นะครับ ประเด็นของท่านมันไม่สามารถที่จะดำเนินการ ได้เลยนะครับ ผิดรัฐธรรมนูญนะครับ ฉะนั้นเอาอย่างนี้ครับผมจะขอเอาอย่างนี้ครับ ขอปรึกษานะครับ เหลือท่านอรรถวิชช์ท่านเดียวใช่ไหมครับ แล้วก็ของท่านนายกรัฐมนตรี เอาวันไหนครับ วันนี้หรือพรุ่งนี้ ท่านจุรินทร์ครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สำหรับ พลตำรวจโท ชัจจ์ยังเหลืออีกท่านหนึ่งครับคือท่านอรรถวิชช์ แล้วถัดจากนั้นก็จะเป็นนายกรัฐมนตรี

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เป็นพรุ่งนี้ใช่ไหมครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

คงจะเป็นวันนี้ครับ เพราะว่า พวกกระผมก็ต้องการที่จะให้กระชับแล้วก็ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ที่สุด ความจริงกังวลนะครับ เสียเวลาไปเป็นชั่วโมง ไม่เช่นนั้นผมกังวลว่าเดี๋ยวมันจะไปบีบเอาวันสุดท้าย ต้องบังคับ ให้เสร็จก่อนเที่ยงคืนแล้วพวกผมอภิปรายยังไม่จบ เพราะฉะนั้นวันนี้เดี๋ยวจะไป อีกช่วงระยะเวลาหนึ่งครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ครับ ให้ท่านส่งมาแล้วกันนะครับ ผมจะให้อภิปรายต่อถ้ามีในประเด็นของ ท่านนคร มาฉิม ถ้าไม่มีผมจะให้ลบออกจากรายงานการประชุมไปนะครับ เพราะว่าอย่างไร เดี๋ยวท่านก็อภิปรายนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว แล้วก็ส่งมาเถอะครับ ผมจะได้ดูว่ามันเข้าหลัก หรือเปล่า เดี๋ยวท่านฝ่ายค้านก็ประท้วงผม ฝ่ายรัฐบาลก็ประท้วงผม เชิญท่านสุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร ผมเองอยากจะให้การอภิปรายราบรื่นเป็นไปตามที่ท่านประธานว่า แต่ผมเกรงว่าการที่ ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรซึ่งท่านก็รู้แล้วว่าข้อเท็จจริงมันผิดกฎหมาย แล้วก็ไม่มีการเสนอคำร้อง ยื่นถอดถอนฉบับที่ ๓ ในขณะที่ท่านพูดมานั้นก็ขัดแย้ง กับท่านนคร มาฉิม ท่านครับดูมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญหน่อยเถอะครับ ผมอยากจะให้ ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเราไม่ต้องชิงไหวชิงพริบอะไรหรอกครับ พูดกันแฟร์ (Fair) แฟร์ ก็ยื่นเท่านั้นเอง แต่ถ้าท่านไม่ยื่นนี่มันจะเข้าสู่พฤติกรรมที่ปฏิบัติ ต่อหน้าที่โดยไม่ชอบครับ ซึ่งจะเป็นความผิดตามมาตรา ๒๗๐ ครับท่าน ดังนั้นการที่ ท่านปกปิดเอกสาร

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่าถึงขั้นปกปิดเลยนะครับ ท่านก็ยืนยันว่ามีนะครับ เมื่อสักครู่ท่านยืนยันแล้ว

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

เมื่อมี ผมคิดว่าการที่นำเสนอยื่นขอ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เพียงแต่จะขอเฉย ๆ นะครับ ขณะนี้ขอมาเพื่อประกอบ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ทีนี้มาตรา ๒๗๐ ท่านอ่านดูสิครับ ว่าเป็นการกระทำต่อตำแหน่งหน้าที่

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ครับท่านสุนัยครับ ผมขอพักการประชุม ๑๐ นาที เชิญประธานวิปฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลหารือห้องประธานเดี๋ยวนี้เลยนะครับ

พักประชุมเวลา ๒๑.๒๕ นาฬิกา

เริ่มประชุมต่อเวลา ๒๑.๕๘ นาฬิกา

ท่านถอนแล้ว เชิญครับ จะได้ต่อท่านอรรถวิชช์ได้

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ท่านนคร มาฉิม ได้อภิปรายในเรื่องที่ไม่ได้ถอดถอนรัฐมนตรี ไม่ได้อยู่ ในเรื่องที่จะถอดถอน ท่านนคร มาฉิม ได้ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญในมาตรา ๒๗๐ เรียบร้อยแล้ว

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ได้ไหมครับ ผมว่าอย่าไปถึงนั่น

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานครับ ท่านฟังผมก่อน ความผิดสำเร็จแล้ว ดังนั้นการที่ท่านจะถอนนี่ท่านนครจะถอนอย่างไร ท่านพูดไป ๔๐ นาที พี่น้องคนไทยทั้งประเทศได้รับฟังข้อกล่าวหาของท่านนานเกือบชั่วโมง ถ้าผู้ถูกกล่าวหาคือ รัฐมนตรีมีอันเป็นไปหรือเป็นโรคหัวใจ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านแข็งแรงอยู่ครับเมื่อกี้ลงไป เอาอย่างนี้ครับคือเนื่องจากเราจะต้องกำหนดเวลา ท่านพิเชษฐ์ครับ คือวิป ๒ ฝ่ายได้ตกลงกันแล้ว แล้วก็ให้ท่านนคร มาฉิม ถอนเฉพาะเรื่องที่ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีผิดกฎหมายออกไป ฉะนั้นประเด็นมันก็น่าจะฟังเป็นในลักษณะว่า เล่นพรรคเล่นพวกนะครับ จึงได้เข้าญัตตินะครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านต้องให้ผมพูดอีกนิดหนึ่ง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอุดมเดชช่วยประสานงานให้หน่อยถ้าอย่างนั้นจะไม่จบนะครับ คือเมื่อตกลงกันแล้ว ก็ต้องปฏิบัติ ตอนนี้ ๔ ทุ่มแล้วเหลืออีกหลายท่านนะครับ ท่านอาจารย์พีรพันธุ์เชิญครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข พรรคเพื่อไทย จังหวัดยโสธร ผมทราบว่าได้มีการพูดคุยกันนอกรอบเพื่อหาทางออก แล้วก็สุดท้าย เมื่อกี้นี้ก็ได้ยินว่าท่านนคร มาฉิม ยินดีที่จะถอนคำกล่าวหาว่ารัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมและนายกรัฐมนตรีทำผิดกฎหมาย ทีนี้แต่ว่าเมื่อถอนคำตรงนี้ออกไป เนื้อหาที่ท่านนครอภิปรายมาเกือบร่วมชั่วโมงจะสรุปว่าอย่างไร เพราะท่านไม่ได้บอกว่า เล่นพรรคเล่นพวก มีคนอื่นมาบอกตอนหลัง ถอนคำนี้ออกไปในรายงานแต่ว่าการอภิปราย มันยังอยู่ แล้วถ้าท่านอ่านไปแล้วก็ยังไม่รู้ว่าคืออะไร ทางที่ถูกผมเห็นด้วยกับท่านประธาน ที่วินิจฉัยตั้งแต่แรกว่า

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

วิธีนี้ได้ไหมครับ ให้ท่านนคร มาฉิม สรุปสุดท้ายสิครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ให้ท่านนคร มาฉิม ถอนคำอภิปรายของท่าน ทั้งหมดออกจึงจะถูก ไม่อย่างนั้นเนื้อหามันฟังไม่ได้หรอกครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าอย่างนั้นเราจะเสียเวลาให้วิปทั้ง ๒ ฝ่ายไปตกลงกันทำไมครับ เดี๋ยวทางวิปรัฐบาลลองคุยกับ ฝ่ายรัฐบาลดูสิครับ ถ้าไม่อย่างนั้นก็จะมีข้อตกลงกันทำไม พอแล้วครับท่านพิเชษฐ์ ถ้าอย่างนั้นเชิญท่านนคร มาฉิม

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนครให้ทางนี้เขาก่อน เดี๋ยวท่านสรุปตอนสุดท้ายแล้วกัน เชิญ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานครับ เพื่อให้เป็นมาตรฐาน สำหรับสภาผู้แทนราษฎร ท่านรัฐมนตรีก็ทนฟังนะครับ ความดันขึ้น ถ้าท่านเป็นอะไรไป แล้วท่านนครรับผิดชอบไหม อยากจะให้ลบคำอภิปรายของท่านนครทั้ง ๔๐ นาทีทั้งหมดนั้น ทั้งเนื้อหาและสาระทั้งหมดลบออกจากรายงานของสภาผู้แทนราษฎรเสมือนว่าไม่ได้พูดในนี้ พี่น้องประชาชนทางบ้านจะได้เข้าใจว่าการอภิปรายในครั้งนี้ผิดรัฐธรรมนูญ ต้องถอนทั้งหมด แล้วขอโทษต่อพี่น้องประชาชนด้วยถึงจะสาสมครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอุดมเดชเชิญครับ ท่านไพจิตก็ได้เชิญครับ ท่านไปตกลงกันอย่างไร แล้วก็เอาอย่างไร เชิญครับ ผมไม่ได้ตกลงด้วย

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ตามที่หารือกับ ทางท่านประธานวิปฝ่ายค้านและคณะ ก็เพื่อไม่ให้มีปัญหาในการผิดต่อบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญ ทางผู้อภิปรายท่านนคร มาฉิม ยินดีที่จะขอถอนต่อสภาในประเด็น ที่เป็นคำอภิปรายที่จะผูกพันในบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและถ้อยคำอื่น ๆ ซึ่งจะให้ ดำเนินการในชั้นของการพิจารณาตอนพิจารณารายงานการประชุมโดยกระผมทำหน้าที่ เป็นประธานคณะกรรมาธิการตรวจรายงานการประชุมนี้อยู่ครับ ซึ่งก็เห็นว่าเป็นทาง ที่เป็นประโยชน์ทำให้การประชุมสามารถเริ่มดำเนินการได้ กราบเรียนท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านที่อยู่ด้านหลังครับ ขอประทานโทษผมมองไม่ค่อยเห็นนะครับ

นายพิชิต ชื่นบาน บัญชีรายชื่อ

ผม พิชิต ชื่นบาน บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยครับ เรื่องนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องจะถอนคำพูดเพราะไม่ใช่เรื่องผิดข้อบังคับ มันเป็นเรื่องผิดรัฐธรรมนูญครับ ท่านประธานต้องวินิจฉัยให้ดีนะครับ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่อง ถอนคำพูด การถอนคำพูดคือการทำผิดข้อบังคับ แต่เรื่องนี้ทำผิดรัฐธรรมนูญครับ ผมเห็นด้วยกับท่านพิเชษฐ์ผิดรัฐธรรมนูญเลยครับ ถ้าไม่ลบหมดถือว่าท่านประธานทำผิดครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านไพจิตครับ วิปคุยกันได้ไหมครับกับทางพรรค

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เดี๋ยวท่านประสิทธิ์เอาทีละเรื่องก่อนครับ ประท้วงจะให้ประท้วง ประท้วงจนถึงวันพรุ่งนี้ ก็จะให้ประท้วง เอาเรื่องนี้ก่อนครับ ท่านไพจิตครับเชิญ เดี๋ยวนะครับ ใจเย็น ๆ ครับ ใจเย็น ๆ ครับ คือเรื่องนี้ผมว่าจะเดินหน้าต่อไปได้อยู่แล้ว แล้วก็ผมเข้าใจว่าวิป ๒ ฝ่าย ก็ตกลงกันแล้ว ผมไม่ได้ไปตกลงผมก็เอาตามวิปทั้ง ๒ ฝ่ายนั่นแหละมันจะเดินหน้าได้นะครับ แต่ถ้าหากว่าได้ถอนคำพูดถอนในเรื่องของผิดกฎหมายของท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยปัจจุบัน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในขณะที่เกิดเหตุนั้นมันก็จะไม่มี แล้วก็วิปทั้ง ๒ ฝ่ายก็ไปตกลงกันเรียบร้อย ผมว่าเดินหน้าได้ กระมังครับ

(นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ได้ยืนและยกมือขึ้น)

โอ้โฮ ๓ ท่านเลยหรือครับ เอาท่านประสิทธิ์ก่อนนะครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ท่านประธานครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องของการทำผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ และความผิดได้สำเร็จไปแล้ว และท่านประธานให้ไปถามประธานวิป ประธานโน่นประธานนี่ มันไม่ได้นะครับ ถ้าจะถอนก็ต้องถอนทั้งหมด เราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต้องฟังเราด้วย ไม่ใช่ว่าไปฟังเฉพาะท่านประธานวิปมันไม่ได้ ความผิดสำเร็จแล้ว ท่านประธานไม่ได้เลยนะครับตรงนี้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับท่านประสิทธิ์ คือเราอยากจะให้การประชุมเดินหน้าต่อไปได้ก็พยายามจะให้ ทั้ง ๒ ฝ่ายปรึกษากัน เชิญครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมเห็นใจท่านประธานครับที่อยากให้มันเดินไปข้างหน้าได้ แต่มันเป็นเรื่องของการผิดรัฐธรรมนูญ แล้วการกระทำนี่มันสำเร็จไปแล้ว จริง ๆ ผมก็อยากจะถ้อยทีถ้อยอาศัย แต่ท่านประธานเห็นไหมครับที่รัฐมนตรี ขออภัยที่เอ่ยนาม

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจะเสนออย่างไรครับ เชิญครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

อีกนิดเดียว ท่านประธานครับ ขอนิดเดียว

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ พูดมาเลยครับจะเสนออย่างไรให้มันจบ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ต้องให้ลบออกให้หมดครับ บันทึกถ้อยคำของท่านนคร มาฉิม เสมือนยังไม่ได้อภิปรายอะไรขึ้นมา ส่วนจะใช้สิทธิ อภิปรายในช่วงหลังก็อีกเรื่องหนึ่งครับ แต่ที่อภิปรายผ่านมานั้นเสมือนไม่ได้อภิปราย มันก็จะได้จบครับ มันจะได้ไม่ผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ แค่นี้ก็ถือว่าโอเคแล้วครับ ท่านประธาน ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างนั้นจะเสียเวลาพักประชุมเพื่อไปเจรจาทำไม แล้วก็ไม่ฟังกันเลยจะให้ทำอย่างไรครับ ท่านนคร มาฉิม ขอความร่วมมือท่านเถอะครับจะได้จบ ๆ พวกเราก็นักกฎหมายรู้กันแล้ว เชิญครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ อันที่จริง ในญัตติครอบคลุมทุกประเด็น แล้วก็ข้อกล่าวหาก็สมบูรณ์หมดทุกอย่าง เพียงแต่ในการยื่น ถอดถอนนั้นผมเองเข้าใจว่าทางวิปได้สรุปไปแล้ว พอมาตรวจดูแล้วผมจึงเห็นว่า ในประเด็นที่ผมอภิปรายมันเกี่ยวพันกับข้อกฎหมาย ในเมื่อเกี่ยวพันกับข้อกฎหมายนี่ ผมเองก็ไม่ต้องการที่จะให้ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ผมเองนะครับถ้าถ้อยคำอันใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับการกล่าวหาว่าขัดหรือแย้งกับกฎหมาย อยากจะให้ท่านสมาชิกให้คงอยู่เพื่อจะได้มองเห็นนะครับ แต่ถ้าเกิดว่าทุกถ้อยคำที่ไม่ครบ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญผมเองก็ขออนุญาตที่จะถอนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้น ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ กราบขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

หมายความว่าถอนทั้งหมดใช่ไหมครับที่อภิปรายมานะครับ ทั้งเอกสารด้วยนะครับ เพราะว่า เราจะต้องไม่ส่งไปที่ ป.ป.ช. ต่อไป เชิญท่านอรรถวิชช์ท่านสุดท้ายแล้วก็จะให้ท่านชัจจ์ตอบ และต่อไปจะเป็นเรื่องของท่านนายกรัฐมนตรี เชิญครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับท่านอรรถวิชช์ครับ แจ้งท่านนิดหนึ่ง ท่านมีเอกสารแล้วก็วัตถุประกอบการอภิปราย ได้อนุญาตนะครับ ฟิวเจอร์บอร์ด (Future board) ประมาณ ๔ แผ่น เพาเวอร์พอยท์ ๙ แผ่น แล้วก็แผ่นซีดี (CD) และเสียง ๑ แผ่นที่ท่านได้ขอมานะครับ เชิญครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อสักครู่ก็ได้เป็นการพูดกันอยู่นานนะครับเรื่องเกี่ยวกับกรณีถอดถอน ของท่าน พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก ในกรณีของการทุจริตต่อหน้าที่ในประเด็นเรื่องของ การขุดลอกคูคลองต่าง ๆ ที่สังกัดกรมเจ้าท่าที่ท่านเป็นคนดูแลอยู่ หลายต่อหลายงานซึ่งก็ได้ พูดไปแล้วว่ามีลักษณะที่เป็นการที่สมยอมราคาและอยู่ในลักษณะของการฮั้วประมูล นั่นเป็น เรื่องของประเด็นในการถอดถอนครับ ประเด็นของกระผมนั้นเป็นประเด็นของการอภิปราย ไม่ไว้วางใจและอยู่ในหัวข้อว่าท่านเล่นพรรคเล่นพวกและเป็นการเลือกปฏิบัติ แถมยังเป็น การทำงานที่ไร้ประสิทธิภาพด้วย ก่อนอื่นครับผมไม่ค่อยสบายใจนักที่ต้องอภิปรายท่าน ด้วยความอาวุโสของท่าน พลตำรวจโท ชัจจ์ ถ้ามีข้อความใดที่ต้องผิดหูท่านไปสักนิดหนึ่ง ก็กราบประทานอภัยท่านด้วยนะครับ เพราะว่าอาวุโสผมน้อยครับ แต่อย่างไรก็ดีครับต้องทำ ตามหน้าที่ที่มีอยู่ แล้วก็ต้องเรียนว่าพฤติการณ์ของท่านนั้นเป็นการบริหารที่ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ เล่นพรรคเล่นพวก เลือกปฏิบัติในกรณีของตลาดนัดจตุจักรครับ ผมเป็นผู้แทนในเขตนี้ต้องขออนุญาตเล่าและเท้าความสักนิดเถอะว่าตลาดนัดจตุจักร พูดง่าย ๆ ครับ เมื่อปี ๒๕๒๕ คือเมื่อ ๓๐ ปีที่แล้ว ย้ายผู้ค้ามาจากสนามหลวง มาอยู่ที่ตลาด ตรงถนนพหลโยธิน ซึ่งปัจจุบันก็คือตลาดนัดจตุจักร บริหารงานโดยกรุงเทพมหานคร ซึ่งผมเองไม่ได้มีวัตถุประสงค์จะมาพูดเพื่อให้กลับไปบริหารโดยกรุงเทพมหานครอีกนะครับ ต้องบอกแบบนี้ไว้ก่อน ที่ต้องเล่าครับเพราะเนื่องจากว่าการบริหารงานภายใต้การรถไฟ แห่งประเทศไทยของคุณชัจจ์เองที่ดูแลอยู่ในขณะนั้น ท่านยืนยันนะครับว่าจะทำรายได้ ในที่ดินแปลงนี้ให้ได้ถึง ๔๒๐ ล้านบาท วันนี้ เวลานี้ เมื่อปีที่แล้วคุณชัจจ์ก็พูดแบบนี้ ๔๒๐ ล้านบาท แต่วันนี้ตัวเลขนั้นไม่เห็นนะครับ นั่นคือที่มาที่ไป และผมก็ไม่เคยกล่าวครับว่า ท่านชัจจ์นั้นเล่นพรรคเล่นพวก ดำเนินการแบบไร้ประสิทธิภาพ ขาดสภาวะความเป็นผู้นำ ในการตัดสินใจ เพราะผมเชื่อครับว่าในขณะเมื่อปีที่แล้วท่านมีความประสงค์ที่จะแก้ไข ตลาดนัดแห่งนี้ให้มีความทันสมัย แต่ว่าผมไม่เชื่อแล้วครับ ดูเหมือนกับว่าท่านมีเจตนา แอบแฝงเสียแล้ว เพราะเวลาผ่านไป ๑ ปีไม่มีอะไรคืบหน้า และเป้า ๔๒๐ ล้านบาท ก็ไม่ได้ตามนั้น ผมอยากให้แสดงถึงชาร์ทแผ่นแรกนะครับที่ผมบอกว่าท่านมีเจตนาแอบแฝง เล่นพรรคเล่นพวกอย่างไรครับ ขอสไลด์แผ่นแรกครับ สไลด์แผ่นแรกครับห้องโสต ส่งมาหน่อยครับ ผมจะอธิบายอย่างนี้ครับ ที่ผมบอกว่าในกรณีนี้เมื่อปลายปีที่แล้ว วันที่ ๒๗ ธันวาคม ท่านขออนุมัติ ครม. ไป ๒ เรื่อง ในเรื่องเกี่ยวกับตลาดนัดจตุจักร ขอไป ๑ ครับ บอก ครม. ให้รับทราบเพาเวอร์พอยท์ช่วยขึ้นหน่อยนะครับ วันนี้ทั้งวันเลยนะครับ เรื่องของเพาเวอร์พอยท์ ผมพยายามที่จะให้พี่น้องประชาชนทางบ้านได้เห็นชัดที่สุด โดยใช้ทีวีนะครับ ท่านประธานช่วยดูเวลาด้วยนะครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เจ้าหน้าที่ ช่วยดูเพาเวอร์พอยท์ให้ท่านด้วยครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานดูเวลา ให้ด้วยนะครับ เพาเวอร์พอยท์พร้อมไหมครับ ให้ได้อย่างนี้นะครับ อุตส่าห์ที่จะใช้ เพาเวอร์พอยท์แล้วให้มันชัด ถ้าอย่างนั้นกลับมาใช้แผ่นภาพก็แล้วกันนะครับ ถ้าเพาเวอร์พอยท์พร้อมเมื่อไรก็เอาขึ้นครับ เอากล้องมาใกล้ ๆ เลยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กล้องโคลส (Close) ไปที่แผ่นภาพด้วยครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร 🔗

นี่คือเจตนาแอบแฝง ที่ผมบอกว่าท่านเล่นพวกอย่างไรนะครับ ท่านดูนะครับว่าโครงการนี้ล็อก สเปกให้พวกท่าน อย่างไร เพาเวอร์พอยท์นะครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

ครม. ขอไป ๒ เรื่อง เรื่องแรก ขอให้รับทราบผลการดำเนินงานว่าจะย้ายจากการดูแลของ กทม. ไปอยู่ที่ การรถไฟแห่งประเทศไทย เรื่องที่ ๒ ขอตั้งบริษัทลูก การรถไฟแห่งประเทศไทยใช้ชื่อว่า บริษัท ตลาดนัดจตุจักร ขอ ๒ เรื่อง เมื่อปลายปีที่แล้ววันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๔ ครม. อนุมัติเรื่องเดียว สไลด์ที่ ๒ ครับ ครม. อนุมัติเรื่องเดียวก็คือเรื่องรับทราบว่าจะมีการย้ายที่ การดูแลจาก กทม. ไปอยู่ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย แล้วปรากฏว่า ครม. ไม่ได้อนุญาต เรื่องการให้ตั้งบริษัทลูกครับ ทำไมทราบไหมครับ เรื่องนี้ผมไม่ตำหนิท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์เลยครับ ผมไม่ตำหนิท่าน พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต ในฐานะเป็นรัฐมนตรี ที่เสนอเรื่องนี้แต่อย่างไร แต่ผมตำหนิคุณชัจจ์ กุลดิลก ทำไมครับ ไปดูสไลด์ที่ ๓ ครับ นี่คือ สิ่งที่ควรทำและสิ่งที่ไม่ควรทำในความโปร่งใสคราวนี้ ถ้าเกิดว่าจะทำตลาดนัดเองหรือจะให้ เอกชนเช่าตัดสินใจให้แน่ครับ ถ้าจะให้เอกชนเช่าท่านมีอำนาจอยู่แล้วตามมาตรา ๙ (๒) พ.ร.บ. การรถไฟแห่งประเทศไทยทำได้เลย แต่ต้องเปิดประมูลเป็นการทั่วไปให้ทุกบริษัท มีส่วนร่วมในการเข้ามาบิด (Bid) งานได้ แต่เอาครับประเด็นนี้คุณชัจจ์ไม่ได้ตัดสินใจทำ เขาบอกว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยจะทำเอง และวิธีการทำเองที่ถูกต้องนั้นมีเพียงวิธีเดียว ต้องแก้ไข พ.ร.บ. การรถไฟแห่งประเทศไทย มาตรา ๙ เพิ่มให้การรถไฟแห่งประเทศไทยนั้น มีอำนาจในการที่จะทำตลาดนัดได้ครับ แบบนี้สิครับแก้มาตรา ๙ มาตราเดียว เราอยู่ใน สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้แก้กฎหมายมาตราเดียว ๓ เดือนก็เสร็จครับ อยู่ในสมัยประชุม ๓ เดือนเสร็จครับ เวลาผ่านไป ๑ ปีคุณชัจจ์ไม่ได้ดำเนินการ ถ้าการรถไฟแห่งประเทศไทยทำเอง แก้มาตรา ๙ วันนี้ท่านได้เข้าไปทำแล้วตั้งบริษัทลูกเรียบร้อย แม้กระทั่งสภาพัฒนา การเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตอนทำหนังสือเข้า ครม. สภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติยังไม่ได้เห็นด้วยกับการตั้งบริษัทลูกเพื่อจะทำตลาดนัดจตุจักร เป็นการเฉพาะเลยครับ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเห็นด้วยว่าต้องตั้งบริษัทลูก เพื่อบริหารกิจการการรถไฟแห่งประเทศไทยในเรื่องของที่ดินทั้งหมด ไม่ใช่แค่ตลาดนัดที่เดียว เห็นไหมครับหมิ่นเหม่ต่อการผิดกฎหมาย แล้วไปดูสิว่าคุณชัจจ์เลือกวิธีไหน ท่านไปเลือก วิธีการที่ไม่ควรปฏิบัติอย่างยิ่งและเป็นการเลี่ยงการดำเนินการตามกฎหมาย ท่านทำแบบนี้ครับ ท่านไปอาศัย พ.ร.บ. การรถไฟแห่งประเทศไทย มาตรา ๙ (๒) เดี๋ยวคุณชัจจ์ ก็ต้องพูดแบบนี้เพราะคนหลังบัลลังก์เขียนให้พูดแบบนี้ มาตรา ๙ (๒) บอกให้ การรถไฟแห่งประเทศไทยสามารถเอาที่ดินออกให้เช่าได้ ปรากฏว่าท่านก็ใช้วิธีการนี้ครับ แต่มีการลักไก่เกิดขึ้นคือการเปิดให้บริษัทเอกชนเข้าดำเนินการในโครงการนี้ ท่านมีการจ้าง บริษัทเอกชนเข้าทำโครงการนี้โดยที่ไม่ได้มีการเปิดประมูล ขีดเส้นใต้ครับ ไม่ได้มีการเปิดประมูล เป็นวิธีการจัดซื้อจัดจ้างเป็นกรณีพิเศษอีกแล้วครับ เมื่อสักครู่เขาถอดถอนท่านไปเรื่องกรมเจ้าท่า ราคาฮั้วกันเกือบทุกที่ นั่นท่านโดนถอดถอนครับ กรณีนี้ท่านก็เอาอีกแล้ววิธีพิเศษ เมื่อสักครู่นี้ ก็วิธีพิเศษโดนถอดถอน คราวนี้โดนอภิปรายไม่ไว้วางใจก็วิธีพิเศษอีก ปรากฏว่ามาดูบริษัท ที่ถูกหวยและโชคดีโดยที่ว่าไม่ต้องมีการประมูลเป็นการทั่วไป เขาเรียกว่าวิธีการพิเศษ ผมเล่าให้พี่น้องฟังสักนิด เล่าให้ท่านประธานฟังสักนิดว่าวิธีการพิเศษเขาทำกันแบบนี้ครับ ตั้งกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง พูดง่าย ๆ กรรมการชุดนี้ก็ลูกน้องคุณชัจจ์อยู่ในกระทรวงละครับ อยู่ในกระทรวง อยู่ในกรม หรืออยู่ในรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ที่ท่านกำกับดูแล แล้วก็จิ้มชี้เอาเลย ว่าเอาบริษัทนี้แหละ แล้วบริษัทนี้ก็โชคดีครับ สไลด์หน้าต่อไปบริษัทที่โชคดีนี้ชื่อว่าบริษัท ที เอ เอ็ม (๒๐๐๑) เมเนจเมนท์ จำกัด บริษัทนี้ได้ไปบริหารตลาดนัดจตุจักรโดยวิธีการพิเศษ อีกแล้วครับ ท่านรู้ไหมทำไมผมไม่ยื่นถอดถอนท่าน เพราะเรื่องนี้เขาฟ้องร้องกันอยู่ใน ศาลปกครอง เดี๋ยวท่านได้ว่ากันในศาลปกครองแน่ครับ บริษัท ที เอ เอ็ม (๒๐๐๑) เมเนจเมนท์ จำกัด บริษัทนี้แปลกครับ ใช้วิธีการพิเศษ ผมก็คิดว่าวิธีการพิเศษมันคงต้องเก่งครับบริษัทนี้ ไปดูครับ ปรากฏว่าเพิ่งเปลี่ยนชื่อครับ เพิ่งเปลี่ยนชื่อเมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๕ ดูกันหน่อยครับอาชีพเก่ามันทำอะไร เชิญครับ บริษัทนี้นะครับท่านประธาน แล้วก็ท่านผู้ชมทางบ้านดูให้ดีนะครับ เพิ่งเปลี่ยนชื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๕ เมื่อก่อนเป็น โรงสีข้าวทองมหาสารคาม บริษัท โรงสีข้าวทองมหาสารคาม โรงสีข้าวไปบริหารตลาดนัดได้ครับ ช่างเลือกได้ ผมบอกว่าท่านเล่นพวกครับ แล้วผมบอกว่าท่านไร้ประสิทธิภาพ ให้บริษัทอย่างนี้ รับกระบวนการโดยวิธีการพิเศษไปได้อย่างไร เอาไปแล้วครับบริษัทเอกชน ไม่ต้องใช้วิธีการ ประมูล ผมก็ซนครับ ผมไปดูต่อครับใครถือหุ้น สไลด์ต่อไปครับ คน ๒ คนนี้นะครับ เป็นกรรมการ เป็นผู้ถือหุ้น คนแรก ผมให้น้ำหนักน้อยแต่ไม่พูดก็ไม่ได้เพราะนามสกุล มันติดใจครับ นายกฤษฏิ์ ขาวขำ ก็เป็นนามสกุลของพรรคท่านที่อยู่ในพรรคเพื่อไทย แล้วขอประทานโทษนะครับผมไม่ได้มีเจตนาที่จะกล่าวพาดพิงในทางเสียหาย ถ้าจะทำตลาด คงไม่เป็นอะไรและไม่ว่ากัน แต่ต้องไม่ใช่วิธีการพิเศษและทำแบบนี้ครับ แค่นามสกุล เหมือนกัน ญาติพี่น้องหรือเปล่าผมไม่ทราบ ท่านคงต้องตอบผมเอาเองครับ และผมไม่ติดใจครับ ไม่ได้เสียหายครับ แต่วิธีการแบบนี้ท่านทำไม่ครบตามกฎหมาย ไม่โปร่งใสพอ คนที่ ๔ น่าสนใจครับ คนนี้มันครับ นายธรรมนัส พรหมเผ่า เขียนชื่อแบบนี้อาจจะจำกันไม่ได้ คนคนนี้จริง ๆ รู้จักในนามของ ร้อยเอก มนัส พรหมเผ่า เขาเป็นใครครับ ร้อยเอก มนัส พรหมเผ่า ท่านรู้จักตลาดคลองเตยไหมครับ มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นกับตลาดคลองเตย ไม่ต้องพูดกันอีกแล้วครับ นี่ครับผู้บริหารตลาดนัดคลองเตย ท่านรู้จักบริษัท ไทยเมล่อนไหมครับ ที่สลัมเข้าไปอยู่แล้วมีเผาเกิดขึ้น นั่นครับ ท่านธรรมนัส พรหมเผ่า ประมูลซื้อไปครับ จริง ๆ แล้วไม่อยากกล่าวพาดพิง ยังมีอีกหลายคนนะครับ ถ้าบอกว่าชุดนี้ทั้งชุด แล้วก็เกี่ยวกับเรื่องบาร์เบียร์ยังมีอีกครับ แต่อย่าพูดเยอะเลยครับ แค่นี้พอครับ เพราะไม่ได้เป็น สาระสำคัญของเรื่อง สาระสำคัญของเรื่องมันอยู่ที่ว่าท่านเล่นพรรคเล่นพวก ท่านดำเนินการ แบบล็อก สเปกกันมาแล้วไปดูสิว่านายธรรมนัส พรหมเผ่า ให้สัมภาษณ์เรื่องเกี่ยวกับท่าน ไว้ว่าอย่างไร สไลด์ต่อไปครับ เดี๋ยวจะรู้นะครับ มติชนครับ ท่านผู้ชมทางบ้านเห็นชัดกว่าเรา เขาถามคุณธรรมนัส พรหมเผ่า หรือ ร้อยเอก มนัส ถามว่าบริษัทของท่านมีโอกาสไหมครับ ที่จะได้งาน ท่านดูที่ผมขีดสีเหลืองไว้สิครับ จริง ๆ นี่ของผมนอนมา แต่ผมไม่อยากได้ เขาอยากให้ยื่นก็ยื่นไปอย่างนั้นแหละครับ เขาให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่เท่าไรครับ ท่านดูให้ดีนะครับ มติชนหน้านี้ท่านไปเปิดได้ วันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๕ วันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๕ ท่านเพิ่งอนุมัติให้เขาทำภายในเดือนสิงหาคมไม่ใช่หรือครับ ดูสิครับ ร้อยเอก มนัสรู้ตั้งแต่ ไก่โห่เลยครับ จริง ๆ นี่ของผมนอนมา แต่อันนี้เด็ดกว่าครับ มองข้างบน นักข่าวถามว่า เป็นเรื่องการเมืองไม่ใช่หรือ ร้อยเอก มนัสตอบว่าผมก็คุยท่านรัฐมนตรีว่าไม่เห็นด้วยที่จะให้ การรถไฟแห่งประเทศไทยบริหาร อย่าให้การรถไฟแห่งประเทศไทยบริหารแล้วการคอร์รัปชัน จะมากกว่านี้อีก รัฐมนตรีที่ว่านี้คนเดียวครับ ชัจจ์ กุลดิลก ตอบผมมาครับ ไปฮั้วกันมาตั้งแต่ เดือนมกราคม เดือนสิงหาคมเซ็นสัญญาให้ธรรมนัส พรหมเผ่า บริษัทนี้ครับ เอาไปเลยครับ นี่คือความไร้ประสิทธิภาพ นี่คือสิ่งที่ผมบอกว่าท่านเล่นพรรคเล่นพวก ผมว่าชัดเจนนะครับ ท่านตอบผมไม่ได้หรอกครับวันนี้ มาดูความเสียหายครับ เกิดอะไรขึ้น สไลด์ต่อไปครับ ท่านประธานครับ ขณะนี้มีการฟ้องร้องคดีนี้อยู่เป็นคดีปกครอง ท่านขึ้นค่าเช่าสมัยเขาอยู่ กทม. ๓๖๐ บาทต่อแผงโดยเฉลี่ยครับ วันนี้ท่านขึ้นเกือบ ๑๐ เท่า เป็นที่ ๓,๕๐๐ บาท ไร้ประสิทธิภาพ เล่นพรรคเล่นพวก ขูดรีดคนทำมาหากิน เรื่องนี้เรื่องไป ถึงไกลแล้วคนดูไบก็รู้ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ทราบรีบปฏิบัติการครับ เพราะนี่คือการขูดเลือด ขูดเนื้อคนหาเช้ากินค่ำ ตอบผมสิครับ ๓๖๐ บาทเป็น ๓,๕๐๐ บาท ๑๐ เท่าใครบริหารได้ครับ ปิดหมดร้านค้าถ้าเล่นแบบนี้ มาดูต่อครับสไลด์ต่อไปครับ มาไม่ครบนะครับ สไลด์นี้ถูกแล้วครับ ท่านครับ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านจะเอารัฐมนตรีคนนี้ ไว้อีกหรือเปล่าตัดสินใจครับ การรถไฟแห่งประเทศไทยฟ้องร้องถูกอยู่นะครับ ๙๒๗ รายเป็นคดีปกครอง ทำไมกระผมถึงไม่ยื่นถอดถอนท่านชัจจ์ครับ ทั้ง ๆ ที่ผมบอกว่า ท่านอาจจะทำไม่ได้ทางกฎหมาย ที่ไม่ยื่นเพราะศาลปกครองเขารออยู่ครับ แล้วท่านไม่ต้อง ห่วงครับ มีคนผู้ค้ารอท่านอีกหลายรายครับ ๙๒๗ รายนี่คือผู้เดือดร้อนครับ แล้วคดีนี้ศาลสั่ง คุ้มครองไปแล้ว ๖๒๐ รายขีดเส้นใต้ ๕๐๐ ครั้ง ศาลปกครองเขาคุ้มครองไปแล้วครับ ทำไมเขาคุ้มครอง คุ้มครองเพราะท่านหมิ่นเหม่ นี่คือความเสียหายของการบริหาร ราชการแผ่นดิน นี่คือการเล่นพรรคเล่นพวก นี่คือการขูดรีดคนทำมาหาได้จากท่านชัจจ์ครับ ไปดูครับเปิดคลิปกันหน่อยครับ เกิดอะไรขึ้นกับตลาดนัดจตุจักรในวันนี้ภายใต้ การบริหารงานที่ไร้ประสิทธิภาพของท่านครับ เปิดคลิปนี้ครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

นี่โครงการ ๑๖ ขายสินค้าแฟชั่น ร้านปิดทั้งนั้นละครับ ไปถ่ายตอนเที่ยงวันเสาร์ที่แล้ว ซ้ายขวาเมื่อกี้ปิดไปแล้ว เดินต่อไปนี่ก็ปิด นี่ก็ปิด ขวาก็ปิด นั่นก็ปิด ต่อเลยครับ นั่นก็ปิดครับ มองไป ทางไกล ๆ นะครับ โครงการ ๑๖ เคยเป็นโครงการที่ฮอตฮิต (Hot Hit) มาก เพราะขาย สินค้าวัยรุ่นเรื่องเสื้อผ้าปิดหมดครับ เหลืออยู่ไม่กี่ร้าน ใครจะไปอยู่ได้ครับ ๓๖๐ บาทต่อแผง ท่านมาเป็นรัฐมนตรีขึ้นเป็น ๓.๕๐๐ บาท ศาลปกครองก็คุ้มครองอยู่ ตอนนี้ นี่อย่างไรประสิทธิภาพท่าน นี่คือการขูดเลือดขูดเนื้อคนทำมาหาได้ นี่คือการทำลาย วัฒนธรรมตลาดนัดจตุจักรที่สร้างสมกันมากว่า ๓๐ ปี ถ้านี่เรียกว่าการบริหารที่มี ประสิทธิภาพก็แย่แล้วครับ ท่านชัจจ์ครับ วันนี้พูดแล้วไม่โกธรกันท่านต้องยิ้ม หน่อยนะครับ ท่านบริหารงานในตลาดนัดจตุจักรที่ผมได้เรียนท่านแล้วว่าท่านหมิ่นเหม่ ต่อการผิดกฎหมาย ประเดี๋ยวท่านก็อ่านตามโพยที่ข้าราชการส่งขึ้นมาว่าท่านดำเนินการได้ แต่ท่านต้องตอบผมนะครับทำไมถึงเลือกใช้วิธีการพิเศษ ทำไมบริษัท ที เอ เอ็ม (2011) เมเนจเม้นท์ จำกัด ได้ไปโดยวิธีการพิเศษ ทำไมครับ ทำไมคนอย่างท่านธรรมนัส พรหมเผ่า บอกตั้งแต่ไก่โห่เลยว่าบริษัทเขานอนมา แล้วเขาบอกว่ามีรัฐมนตรีเขาไปคุยกันเรียบร้อยแล้ว รัฐมนตรีคนนั้นมีท่านคนเดียวดูเรื่องนี้ครับ ตอบสังคมให้ได้ครับ เพราะคนเดือดร้อน เมื่อสักครู่นี้ เฉพาะที่เป็นคดี ๙๐๐ กว่าราย คนที่เดือดร้อนเขาทำมาหาได้โดยสุจริต เขาทำงานในตลาด เป็นการขูดเลือดขูดเนื้อพี่น้องประชาชน ตอบสังคมให้ได้ แล้วยืนให้ดีครับ ผมไม่สามารถไว้วางใจท่านให้เป็นรัฐมนตรีต่อไปได้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรี

พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้กำกับดูแลงานรถไฟแห่งประเทศไทย แล้วก็ตลาดนัดจตุจักรนั้นเป็นที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย อันที่จริงนั้นการเมือง นักการเมืองที่ไปเป็นรัฐมนตรีไกลจากจตุจักรเหลือเกินคือหมายถึงสายงาน เพราะว่า การรถไฟแห่งประเทศไทยนั้นมีที่ดินที่ว่างเปล่าสำหรับการให้เช่าหารายได้มาทะนุบำรุง การรถไฟแห่งประเทศไทยนั้นถึง ๔๐,๐๐๐ กว่าไร่ ตลาดนัดจตุจักรเป็นแห่งหนึ่ง ตลาดทั้งหมดสวนจตุจักรทั้งหมดรวมทั้งสถานีรถไฟและสนามกอล์ฟต่าง ๆ ที่อยู่ตรงนั้น ๒,๐๐๐ กว่าไร่ เป็นตลาดนัดเสีย ๖๗ ไร่เศษ ตลาดนัดจตุจักร ไม่คิดรวมตลาดนัดรอบ ๆ มีแผงค้าอยู่ในนั้น ๘,๘๐๐ กว่าแผง ไม่รวมแผงย่อย ๆ อีกต่างหาก เมื่อปี ๒๕๒๕ รัฐบาล ได้มอบหมายให้ กทม. ย้ายตลาดนัดจากสนามหลวงไปอยู่ที่นั่นโดยให้การรถไฟแห่งประเทศไทย ช่วยเหลือ กทม. เช่าการรถไฟแห่งประเทศไทยตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาโดยประมาณ ๕ ปี ก็ปรับขึ้นค่าเช่าทีหนึ่ง การบริหารตรงนั้นผมหยุดไว้ตรงนี้ การบริหารที่ดินทั้งหมดนี่ และรวมทั้งการรถไฟแห่งประเทศไทยทั้งหมดนั้นกระทำโดยคณะกรรมการ คณะกรรมการ การรถไฟแห่งประเทศไทยและมีผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นกรรมการบริหาร อีกต่อหนึ่ง ตลาดนัดจตุจักรนี้เป็นตลาดนัดเก่าแก่เป็นที่รู้จักเป็นตลาดคู่โลก เป็นตลาดโลก และชื่อเสียงกระฉ่อนโลก ใครมา ชาวต่างชาติทั่วโลกมาจะต้องมาเที่ยวตลาดนัดจตุจักร แต่เดิมนั้นผมไม่ทราบมีเท่าไร แต่เมื่อมาตอนหลัง ๆ นี่ที่ผมได้เข้าไปกำกับดูแลนั้นมีวันละ ประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ คนในเฉพาะวันเสาร์กับวันอาทิตย์ วันเสาร์ ๑๕๐,๐๐๐ คน วันอาทิตย์ ๑๕๐,๐๐๐ คน เป็นชาวต่างชาติประมาณ ๔๐,๐๐๐ กว่าคนทุกวันเสาร์กับวันอาทิตย์ วันธรรมดาเป็นตลาดต้นไม้มีชาวเกษตรกรนำต้นไม้มาขาย เฉพาะวันเสาร์ วันอาทิตย์ขายของ ให้ประชาชนไปจับจ่ายใช้สอย ต่อมาเมื่อปี ๒๕๔๐ กว่า ๆ เกือบปี ๒๕๕๐ การรถไฟแห่งประเทศไทย รู้สึกว่าสัญญาที่ กทม. เช่านั้นจะสิ้นสุดลงในปี ๒๕๕๕ จึงอยากจะรู้ว่าตลาดนัดจตุจักรนี้ จะทำอย่างไรกับตลาดนี้ จะให้ กทม. เช่าต่อ หรือใครเช่าต่อ ให้ กทม. เช่าต่อในราคาเท่าไร ก็ได้ให้บริษัทข้างนอกมาศึกษา บริษัทในเครือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาศึกษา ปรากฏว่าได้มูลค่าตลาดนัด แล้วก็ได้คำนวณมูลค่าออกมาซึ่งจะต้องให้เช่าต่อปีหนึ่งประมาณ ๔๐๐ กว่าล้านบาท ก็ได้มีการเจรจากับ กทม. มีการคุยกันมาตลอดก่อนที่พวกผมจะเข้ามาดูแล ก็ไม่เป็นที่ตกลงกันเสียที จนกระทั่งผมได้เข้ามาเป็นรัฐบาลและมาดูแลนั้น เมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๕๔ ก็มีการเจรจาตลอด แต่ก็ไม่ตกลง การรถไฟแห่งประเทศไทยก็หนักใจเพราะบริหารตลาด ไม่เป็น จะเลิกก็ไม่ได้เพราะเป็นตลาดนัดซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานชื่อ แล้วก็เป็นตลาดคู่ประเทศไทยไปเสียแล้ว จึงหาวิธีการจัดการกับตลาดนี้โดยอยากให้ กทม. เช่า แต่ กทม. ให้ค่าเช่าเพียงเดือนละ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ปีละ ๒๔ ล้านบาท เพิ่มขึ้นมาเป็น ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท เป็น ๓๖ ล้านบาท และครั้งสุดท้ายในปี ๒๕๕๔ ก็คุยกัน ก็ตกลงว่าให้สูงสุดคือ ๗๙ ล้านบาท ในขณะที่ได้มีการสำรวจกันไว้แล้ว คำนวณกันไว้แล้วว่า ปีหนึ่งจะต้องได้ ๔๒๐-๔๖๐ ล้านบาท จึงไม่ตกลงกัน เมื่อถึงเวลาครบกำหนดคือวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๕ ตลาดนัดนี้ก็ไม่มีผู้บริหาร การรถไฟแห่งประเทศไทยจำเป็นต้องตั้ง กรรมการแล้วก็เข้าไปบริหารพลาง ๆ เพื่อไม่ให้ตลาดนัดนี้ล่ม ผมจะคิดให้ดูว่ารายได้ การรถไฟแห่งประเทศไทยเขาได้ทำตารางไว้เสนอให้ผมดู ขอเชิญให้กล้องเข้ามาดู ในรายการนี้ชัด ๆ กทม. เช่าตั้งแต่ปี ๒๕๒๕ ถึงปี ๒๕๓๐ ปี ๒๕๓๐ ถึงปี ๒๕๔๔ ปี ๒๕๔๔ ถึงปี ๒๕๕๕ รวมแล้ว ๓๐ ปี เฉลี่ยได้ปีละ ๒๒ ล้านบาท รวม ๓๐ ปี เป็นเงิน ๒๙๐ ล้านบาท เฉลี่ยได้ค่าเช่าปีละ ๙๖ ล้านบาท คือเช่า ๕ ปีแรกแค่ ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ว่าปีหลัง ๆ นี่ เช่าปีละ ๒๒ ล้านบาท ๓๐ ปี ได้ ๒๙๐ ล้านบาท ขณะนี้ผมไม่ทราบว่าจะเป็นที่น่ายินดี หรือน่าเสียใจ การรถไฟแห่งประเทศไทยได้เอามาทำเสียเอง แล้วก็พยายามจะบริหารเอง ก็ได้ค่าเช่ารวมปีละ ๔๖๔ ล้านบาท ปีเดียวนะครับ ๔๖๔ ล้านบาท ๓๐ ปีได้ ๒๙๐ ล้านบาท แล้วท่านว่าอะไรมันเกิดขึ้นกับตลาดนัดจตุจักรตั้งแต่ที่แล้ว ๆ มา ปีหนึ่ง ๒๒ ล้านบาท ปีหนึ่ง ๔๖๔ ล้านบาท ๔๔๒ ล้านบาทมันหายไปไหน ๔๔๒ ล้านบาท ปีหนึ่งเงินเหล่านี้ หายไปไหนครับ ไปอยู่ในมือของใคร ที่บอกว่าตลาดนัดจตุจักรมีมาเฟีย (Mafia) มีคนสูบเลือดสูบเนื้อจริงหรือเปล่า อย่าไปเท้าความหลังให้หมองใจ เพราะว่าเดี๋ยวนี้ผมก็มา ดูแลงาน กทม. ด้วย เปรียบเทียบอัตราค่าเช่าของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่ท่านได้บอกว่า มันแพงเหลือเกิน ขูดเลือดขูดเนื้อ เปรียบเทียบตลาดนัดจตุจักรการรถไฟแห่งประเทศไทย เดือนละ ๓,๑๕๗ บาท เจริญพลาซ่าอยู่ติดกัน เขาเช่าที่การรถไฟแห่งประเทศไทยไป แล้วก็ไปทำตลาด เขาให้เช่าเดือนละ ๘,๐๐๐-๒๔,๐๐๐ บาท แถมยังมีค่าเงินกินเปล่า ๔๐๐,๐๐๐-๘๐๐,๐๐๐ บาท ศรีสมรักษ์ติดกันเหมือนกันได้ค่าเช่าแผงละ ๔,๐๐๐-๖,๐๐๐ บาท อินสแควร์ซึ่งเป็นตึก ๕ ชั้น ใครจะซื้อของอาจจะต้องขึ้นไปชั้น ๒ ชั้น ๓ ปีนขึ้นไปถึง ๕ ชั้น อันนี้รวดเดียวเลย ค่าเช่าเดือนละ ๒๔,๐๐๐ บาท สัญญา ๓ ปี ท่านคิดที่ ๓,๑๕๗ บาททำไมจึงว่าขูดเลือดขูดเนื้อ ทางกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทยเขาเป็นคนกำหนดราคานี้ไม่ใช่ผม เขาก็เอื้อเฟื้อกับ ชาวตลาดที่อยู่ ก็มีอยู่ประมาณ ๖๐๐ กว่าแผงที่ไม่ยอมจ่ายค่าเช่าเพราะการเมืองหนุนหลัง ตั้งแก๊งตั้งก๊วน พยายามจะต่อรองขูดเลือดขูดเนื้อ นี่แหละครับมาต่อรองกับการรถไฟ แห่งประเทศไทย ไม่ทราบจะเอาไปถึงไหนก็ไปฟ้องขออำนาจศาลปกครองให้คุ้มครอง คือไปจ่ายเดือนหนึ่งเพียง ๖๐๐ บาท ๘๐๐ บาทแล้วแต่จะตั้งราคากันเองไปประกันไว้ แล้วก็เดี๋ยวศาลก็คงจะตัดสิน แล้วผมก็คิดว่าอะไรมันจะเกิดขึ้นฟังผมต่อนะครับ ก็มีการบอกว่า การรถไฟแห่งประเทศไทยเขาไม่มีอำนาจที่จะมาทำตลาดไม่มีอำนาจอย่างที่ท่านได้บอก แนะนำไว้ ขอบคุณครับที่แนะนำ พอดีผมไม่ได้อยู่เสียแล้ว ตามที่ท่านแนะนำผมไม่ทราบว่า การรถไฟแห่งประเทศไทยเขาจะเห็นพ้องด้วยหรือเปล่า เพราะว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ก็ทำมาหากินอย่างนี้มา ๑๑๕ ปีแล้วครับ ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ ได้พระราชทานที่ดินให้ การรถไฟแห่งประเทศไทยไว้เป็นเนื้อที่ประมาณ ๑๖๐,๐๐๐ กว่าไร่ ที่เหลืออีก ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ไร่ พระองค์ท่านให้เอาไปหาผลประโยชน์ไว้มาเลี้ยงการรถไฟ แห่งประเทศไทย การรถไฟแห่งประเทศไทยมีอาชีพทำมาหากินในด้านการให้เช่าที่จนกระทั่ง มีกองทรัพย์สินขนาดนี้ใหญ่โตเก็บค่าเช่าไม่ไหว กำลังจะต้องหาหน่วยงานทางวิชาการสมัยใหม่ มาดูแลทรัพย์สิน ทั้งใช้ระบบไอที (IT) เข้ามาจับนะครับซึ่งยังทำไม่เสร็จ เขาก็ให้เช่าที่ เมื่อเขามาดูตลาดนัดจตุจักรเขาก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเขาก็มีประชุมกัน คณะกรรมการเขาบอกว่า ลองเสนอก็ขอเสนอเป็นบริษัทลูกมาทำดีกว่า แล้วก็ให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติ เสนอเป็นบริษัทลูก คณะรัฐมนตรีก็เห็นชอบแล้วก็ให้ทุน ๕๐ ล้านบาท แต่ว่าในการจัดตั้งบริษัทลูกมันจะต้องใช้ กฎหมายก็ยังดำเนินการอยู่ แต่ระหว่างนี้ตลาดนัดจตุจักรต้องทำแล้ว ทำอย่างไร จะปล่อยทิ้ง ก็ไม่ได้เพราะเป็นสมบัติของชาติ แล้วก็ทำไปทำเล่น ๆ ทำง่าย ๆ ที่ท่านบอกว่ามีเล่นพวก เล่นพ้องอะไรยังเหลืออีก ๔๐๐ กว่าล้านบาทต่อปีนะครับ ก็คิดดูเอาเองแล้วกันนะครับ คือก็ว่ากันไปจะว่ากันจะมองว่ากันให้เสียหายก็ว่ากันไป ผมรับรองครับเอาเพียงเท่านี้ คงจะพอเข้าใจนะครับ ในการบริหารตลาดนัดเมื่อท่านบอกว่าจะไม่พัฒนา ท่านดูนะครับ ขณะนี้ในตลาดนัดจตุจักรเริ่มทดลองติดตั้งพัดลมไอน้ำเพื่อระบายอากาศ เย็นขึ้น แต่ก่อนที่นั่งกันค้าขายเดินเหินกันหน้าเหลืองนะครับเป็นอย่างนี้แล้ว รูปภาพต่อไป นี่เขาวางแผนกันแล้วครับว่าต่อไปจะมีซุ้มประตูสวยงามอย่างนี้ ทางเดินที่เคยร้อน ๆ จะเป็นอย่างนี้ มีพรางแสงไม่ถึงกับทึบ ออกแบบไว้สวยงาม ทางที่เดินทางนี้พื้นซึ่งดำ เลอะเทอะเปรอะเปื้อนก็จะเป็นปูกระเบื้องอย่างสวยงามเพราะว่ามีสตางค์แล้ว ปีหนึ่งได้ ๔๐๐ ล้านบาท รถไฟจะพัฒนาแล้วมีเงิน ข้างล่างน้ำจะไม่ท่วมมีท่ออุโมงค์ใหญ่โต เขาคิดไว้แล้วนะครับ นี่เขาทำกันไว้ จะมีโลโก้ (Logo) จตุจักรนะครับ เริ่มมีการทดลองเอาไปใช้แล้ว ผมได้ให้นโยบายบอกว่าให้ไปจดทะเบียนลิขสิทธิ์เสียเป็นของ จตุจักร ตึกอันนี้คือที่จอดรถ ที่จอดรถดูสิครับ ผมก็ยังไม่รู้เขาจะเอาไปจอดอย่างไร แต่สวยงามเหลือเกิน มีโชว์ต่าง ๆ ขายสินค้าต่าง ๆ มีการออกแบบออกอะไรไว้ นี่คือ การพัฒนาตลาดนัดจตุจักรในอนาคตซึ่งอยู่ในมือการรถไฟแห่งประเทศไทย และการรถไฟ แห่งประเทศไทยก็กำลังจ้างที่ปรึกษาเข้ามา ตามที่ท่านบอกนะครับเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ถ้าเผื่อใครไม่ทราบ ท่านไปกล่าวถึงชื่อเขา ร้อยเอก ธรรมนัส ความจริงเขาก็เป็นคนมีฐานะ แล้วก็เป็นนายทหาร แล้วก็กำลังก้าวขึ้นสู่สังคมอย่างมั่นคง ผมรู้จักนายทหารหลายคนในชีวิต ที่ผมเป็นข้าราชการตำรวจ ไม่ว่านายทหารที่อยู่ในท้องตลาดหรือที่ไหน ๆ ก็แล้วแต่สัมผัสกันมาและ ผมก็ไม่เคยไปข่มเหงรังแกหรือว่าผมจะไปทำอะไร ผมก็ได้เป็นที่เคารพรักของ พวกน้อง ๆ เขา ผมก็ไม่เคยมีค้าขายหรือไปมีสิทธิ หรือไปให้สิทธิให้อะไร ผมก็ไม่ทราบ ท่านไป เอาเรื่องอะไรมาผมก็ไม่ทราบ เขามาทำอะไรที่ตลาดนัดจตุจักรผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน ผมเพียงแต่ตอนที่การรถไฟแห่งประเทศไทยจะเข้าไปดำเนินการที่ตลาดนัดจตุจักร ในวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๕๕ ผมเกรงว่าจะเกิดเรื่อง ผมก็บอกพวกน้อง ๆ พวกทหารทั้งหลาย พวก เสธ. ทั้งหลายบอกพี่ดูแลตลาดนัดจตุจักรนะ ช่วยดู ๆ กันหน่อยอย่าให้มีเรื่องมีราวนะ แล้วมันก็เรียบร้อยนะครับ ผมก็อาศัยเขาเป็นหูเป็นตาหลาย ๆ คน ไม่ว่าใครก็ต้องพึ่งพาเขา ผมกลัวอย่างเดียวคือมาเฟียแปลงโฉม มาเฟียแต่ก่อนนี้เที่ยวเดินรีดเดินไถ เดี๋ยวนี้ไม่มีครับ เพราะในนั้นมีตำรวจ มีข้าราชการทหารที่มามีอาชีพพิเศษไปช่วยเป็นยามเป็นอะไร มาเฟียที่จะ ไปรีดไถเก็บโน่นนี่ไม่มี มีมาเฟียอีกประเภทหนึ่งอาศัยหัวหมอไม่จ่ายเงิน อาศัยไปต่าง ๆ เปิดไฮปาร์ค (Hi park) บ้างอะไรบ้าง ที่ท่านเห็นแผงปิด ๆ นั่นนะครับ ก็ถูก ขอบคุณครับ ที่เอาภาพมาเปิด ผมได้รับรายงานว่าพวกนี้เป็นพวกที่อาศัยสิทธิในการมีชื่อลูกหลานอะไรมีชื่อ อยู่ในตลาดนัดจตุจักรเยอะแยะก็ปิด ขายไม่ไหวก็ปิดเอาไว้ เอาไว้เซ้งให้คนอื่นเขามาเช่าแพง ๆ ที่ปิด ๆ นะลองถามสิครับ ให้เช่าเดือนหนึ่ง ๕,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐๐ บาท ใช่ไหมครับ ๑๐,๐๐๐ บาทก็น่าจะมีคนเช่าใช่ไหมครับ ไม่มีละครับ ผมเคยบอกก็ไปตั้งกองทุนเลย เพราะว่า ฟัง ๆ ดูแล้วแผงที่ไม่มีคนไปเดินลึกที่สุด ร้อนที่สุด ขายไม่ค่อยดีเลย แผงให้เช่าเดือนละ ๗,๕๐๐ บาท มาให้การรถไฟแห่งประเทศไทยเดือนละ ๓,๑๕๗ บาท เขาก็ไม่ว่าอะไร เพราะว่า มีคนที่ไม่ยอมจ่ายอยู่ ๖๐๐ แผง แต่ว่าคนจ่ายนั้น ๘,๐๐๐ กว่าแผง ผมเรียนแล้วว่า ๘,๘๐๐ แผงนั้นมีแผงย่อย ๆ อีกรวมแล้ว ๙,๐๐๐ กว่าแผง ๖๐๐ แผงนี้ไม่จ่ายไม่เป็นไร แผงอื่นเขาจ่ายเขายังเก็บสตางค์ได้ เพราะคนอื่นเขาทำมาหากินกันอย่างเดียว แล้วเราก็พยายาม เจรจากับกลุ่มนี้นะครับ เพราะถือว่าไม่ใช่คนร้ายคนอะไรที่ไหน คนไทยด้วยกัน ก็ให้คนที่เขา เกี่ยวข้องบอกเจรจากันไป สักวันหนึ่งฟ้องศาลก็ไม่เป็นอะไร ดีกว่าเขามาหาเรื่องหาราว แล้วสักวันหนึ่งเดี๋ยวก็จะทราบว่า ศาล กฎหมายนั้นทำไม เพราะการรถไฟแห่งประเทศไทย ให้เช่าที่เป็นประจำ ให้มีแผงกว้าง ๒ เมตร ลึก ๒.๕๐ เมตร เขาให้เช่าเดือนละ ๓,๑๐๐ บาท เขาผิดอะไรผมก็ไม่ทราบ ผมไม่อยากจะก้าวล่วงไป ก็ลองคิดดูแล้วกันครับ มันก็เป็นเรื่องราวถ้าเผื่อทำด้วยความบริสุทธิ์ผุดผ่อง ผมไปกำกับดูแล คอยดูมันก็ไม่มีอะไร บริษัททำก็เหมือนกันค่าจ้างเดือนละ ๒๐,๐๐๐ บาท ตัวคนเดียว ก็เคยทำตลาดไทมาก่อนเขาบอกว่าไม่มีคนมาทำงานหรอกครับ ตลาดนัดจตุจักรหาคนยาก กลัวจะบาดหมางกับพวกที่ทำงานอยู่ในตลาดเก่า ๆ ก็ไม่ค่อยมีใครมาก็ต้องให้กำลังใจกัน ให้เขามาเพราะเขาเคยทำตลาดก็มากันแค่ไม่กี่คน บริษัท ที เอ เอ็ม (2011) เมเนจเม้นท์ จำกัด ทำ เขาจะใช้โรงสีข้าวที่ไหนผมก็ไม่ทราบเขามีบริษัท การรถไฟแห่งประเทศไทยเขาเป็นคนจ้าง กันเอง เขาดูทดลองความเหมาะสม จ้างกันสัญญารู้สึกจะสั้น ๆ ถ้าเผื่อไม่ดีเขาก็เล็งหา คนใหม่บริหาร สัญญาไม่ยาว สัญญาประมาณ ๓-๔ เดือน ผมจำไม่ได้แน่ ถ้า ๓-๔ เดือน ไม่ค่อยดีมีคนใหม่เขาเอาคนใหม่ แล้วท่านจะว่าตรงไหนอีกผมมีทุกมุมที่จะตอบท่านได้ครับ มีมุมที่จะตอบท่าน ชี้แจงท่านได้ ไอ้ที่ท่านบอกขาวขำอะไรนั่นนะครับ ผมรู้จักแต่ วิเชียร ขาวขำ รู้จักครับเคยเป็น ส.ส. ที่สภานี้ แล้วก็ยังรู้จักนายตำรวจอีก ๒-๓ คน ที่เป็นนายตำรวจระดับนายพลนามสกุลขาวขำ แต่ถามว่ารู้จักกับวิเชียรไหม บอกไม่รู้จัก ขาวขำนี่เยอะนะครับ ผมก็ไม่ทราบชื่ออะไรขาวขำนี่นะครับ ผมก็ไม่ควรจะเอ่ยชื่อเขา เพราะว่าถ้าเผื่อเขาทำมาหากินเป็นพลเมืองดีก็เรียบร้อยแล้วกันครับ รับรองไม่เกี่ยวอะไร กับผมเลย รับรองด้วยเกียรติก็คงจะยืนยันได้ว่าผมทำไปกำกับดูแลงาน ตลาดนัดจตุจักรนั้น ผมด้วยซ้ำที่พยายามไม่ให้เกิดการขูดเลือดขูดเนื้อเอารัดเอาเปรียบในตลาดนัดจตุจักร หวังว่าจะเป็นตลาดนัดเช่นเดียวกับตลาดโลกเขาที่ผมเคยเห็นเป็นต้นว่าตลาดโบโรห์ ซึ่งอายุ ๔๕๐ ปีอยู่ในกรุงลอนดอนหนังโบราณเขาจะไปถ่ายกันที่นั่น ตลาดนัดจตุจักร เหมือนกันจะสร้างให้เป็นอย่างนี้แล้วผมคิดว่าแนวทางนี้พรรคเราจะดำเนินการตามนี้ เท่าที่ทำได้อย่างนี้เพราะว่าต้องการแสดงให้เห็นว่าพรรคของผมนั้นมาบริหารตลาดนัดจตุจักร ด้วยมือบริสุทธิ์ แล้วจะได้ทำให้ประชาชนเขาเห็น ต้องการได้ชื่อได้เสียงแก่พรรคว่าได้ทำงาน ชิ้นนี้ให้กับบ้านกับเมืองกับประชาชน เพราะว่าเป็นหน้าเป็นตาด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอรรถวิชช์ครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ จริง ๆ ผมก็เห็นใจท่านคงเหนื่อยทั้งวัน แต่ว่าประเด็นที่ผมถามท่านจริง ๆ เป็นประเด็นหลัก ๆ ว่าการจัดซื้อจัดจ้างเป็นกรณีพิเศษ ผมไม่ได้ติดใจอะไรนะครับ แต่ว่าตัวท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า เอง เขาบอกว่าเขาคุยกับรัฐมนตรีมาครับ แล้วเขารู้ล่วงหน้าว่า บริษัทเขานอนมา เมื่อสักครู่ผมก็อ่านตามหนังสือพิมพ์มติชนที่ได้สัมภาษณ์ ร้อยเอก ธรรมนัส ให้ท่านฟังครับ คือท่านยังไม่ตอบผมเลยว่าทำไมจัดซื้อจัดจ้างเป็นวิธีพิเศษ เจ้าตัวเขา ก็บอกแล้วว่าเขานอนมา ท่านก็ไม่ได้ตอบผม แล้วผมบอกท่านนะครับ ข้อมูลที่อยู่ข้างหลัง ของท่านที่บอกว่าปีหนึ่งได้ ๔๐๐ กว่าล้านบาท ระวังเขายัดไส้มานะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอรรถวิชช์ครับ ท่านต้องใช้สิทธิพาดพิงเท่านั้นครับ ท่านอภิปรายซ้ำไม่ได้

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ไม่ซ้ำครับท่านประธาน เพราะเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงของผมครับ ผมเรียนท่านอีกทีนะครับ ที่บอกว่า ๔๐๐ กว่าล้านบาทข้างหลังวิธีการคิดของการรถไฟแห่งประเทศไทยเขาไปคิดจากตัวเลขว่า ถ้าทุกแผงค้าให้ท่านในราคา ๓,๕๐๐ บาททั้งหมด ท่านต้องเข้าใจไม่ใช่ตัวเลขนั้นนะครับ ท่านชัจจ์เข้าใจผิด นี่คือการบริหารงานนะครับ ซึ่งผมคิดว่าท่านต้องรู้นะครับ แล้วค่าแผงค่าเช่านี่ ๓,๕๐๐ บาทนะครับนี่สัญญาเช่าครับ ๓,๑๕๗ บาท บวกกับค่าภาษีเดือนละ ๓๙๕ บาทนี่คือสิ่งที่เขาจัดเก็บรวมแล้ว ๕,๕๐๐ บาท ขอโทษทีครับรวมแล้ว ๓,๕๕๒ บาท อันนี้ท่านชัจจ์ไปดูสัญญาเช่านะครับสัญญาเช่าอยู่นี่ คือข้อมูลท่านนี่กับข้อมูลที่มันยื่นตรง ๆ มันไม่ถูกกัน แล้วผมบอกท่านนะครับว่า ตลอดคำอภิปรายของท่านก็ยังคงยืนหยัดอยู่เหมือนเดิมในการบริหารแบบเดิม แล้วก็ยังคง ขูดรีดอยู่เหมือนเดิมครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรี ผมว่าชัดเจนแล้วกระมังครับท่านไม่ต้องตอบแล้วกระมังหรือจะตอบอีกครับ เชิญครับ

พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ต้องตอบอีกนิดครับ ผมไม่ได้ตอบจริง ๆ ว่าวิธีจัดจ้างวิธีพิเศษนั้นก็ขออภัยครับ ก็เป็นบริษัท ที่เขาจัดจ้างมาวิธีพิเศษนะครับ ก็เป็นการจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษจริง ๆ เพราะว่าเขาไม่มีใคร มารับจ้าง ก็เมื่อสักครู่นี้รู้สึกผมจะเรียนแล้วว่าที่ตลาดนัดจตุจักรไม่ใช่ธรรมดานะครับ คนที่จะมารับจ้างทำความสะอาดอะไรนี้ก็หายาก แล้วผู้ที่จะมาบริหารแรก ๆ เขาก็เสี่ยงพอดู เขาอันตรายเวลาเขาไปพูดจากับแม่ค้าซึ่งเป็นขาใหญ่ ขาเก่า ก็ไม่ค่อยมี ทางการรถไฟ แห่งประเทศไทยเขาก็จัดจ้าง แล้วจะไปจัดจ้างทำสัญญาอะไรก็หายาก เพราะฉะนั้น ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยก็เห็นความจำเป็นว่าจำเป็นจะต้องมีคนมีความรู้ ในด้านการทำตลาด เขาก็ต้องจ้างด้วยวิธีพิเศษ เหมือนกับจ้างคนทำความสะอาดนี้คงจะ จัดจ้างด้วยวิธีพิเศษเหมือนกันครับ ก็ต้องขอเรียนอย่างนี้ครับ แล้วรายการที่บอกว่า คงไม่ผิดหรอกครับ คือผมเคยถามเขาว่าทำไมได้เยอะ เป็นค่าอะไรบ้าง เขาบอกว่าค่าเก็บ แผงเช่าเดือนหนึ่งเขาก็ได้ ๓๐ กว่าล้านบาท ๑๒ คูณ ๓ ก็ ๓๖ ก็ ๓๐๐ กว่าล้านบาท นอกจากนั้นเขายังเก็บอย่างอื่นได้อีก ค่าโฆษณา เขามีอะไรต่ออะไรในตลาดผมจำไม่ได้ แล้วเขายังมีวันธรรมดามีคนมาขายต้นไม้ ค่าจอดรถ ค่าอะไรเขาผมจำไม่ได้จริง ๆ ครับ ผมขออภัย แต่ว่ารายงานนี้การรถไฟแห่งประเทศไทยทำมาให้ผม ผมไม่ได้ทำเอง รายการทุกอันนี้ผมบอกว่าทำให้ผมทีเอกสารผมหายหมด แล้วเขาก็ทำมาให้ ๔๖๔ ล้านบาท เชื่อว่าไม่ผิดครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ วันนี้เราประชุมกันมา ๑๓-๑๔ ชั่วโมงแล้ว ผมเห็นควรพักการประชุมนะครับ ประชุมต่อพรุ่งนี้เช้า ๐๙.๓๐ นาฬิกาครับ

พักประชุมเวลา ๒๒.๕๙ นาฬิกา

เริ่มประชุมต่อเวลา ๐๙.๓๒ นาฬิกา

(เนื่องจาก นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ติดราชการ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง จึงปฏิบัติหน้าที่แทน)

ผมขอเปิดการอภิปรายต่อจากเมื่อวานนะครับ เชิญท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ก่อนเลยครับ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ครับ ไม่จำกัดเวลาครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่าการอภิปราย ไม่ไว้วางใจที่เรากำลังพิจารณาญัตติอยู่ในขณะนี้เป็นการรวมพิจารณาญัตติไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรีกับการไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ซึ่งเมื่อวานนี้ก็ได้มีการดำเนินการ ในการอภิปรายในญัตติเป็นรายบุคคลไปแล้ว แต่อาจจะมีประเด็นสืบเนื่องเกี่ยวกับรัฐมนตรี ทั้ง ๓ ท่านที่ถูกอภิปราย ที่อาจจะได้มีการดำเนินการต่อไปอีก

(นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรสักครู่ครับ อาจารย์ประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดยโสธร ท่านประธานครับ เนื่องจากวันนี้เข้าใจว่า ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรจะอภิปรายท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็ท่านได้ยื่นคำร้อง ขอถอดถอนไว้ด้วย ยังไม่มีเลยครับ พวกผมยังไม่มีครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมได้รับแล้วครับเดี๋ยวจะแจกให้ ท่านดอกเตอร์พีรพันธุ์ผมได้รับแล้ว

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ก็ท่านประธานได้รับคนเดียว

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวผมจะดำเนินการให้ครับ ผมเพิ่งได้รับเมื่อเช้านี้

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

แปลว่าท่านประธานจะให้แจกก่อนใช่ไหมครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ เดี๋ยวผมดำเนินการให้ครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

คือเอกสารการถอดถอนมันต้องถึงพวกผมด้วย

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อยู่ที่ไหนครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ถ้ายังไม่ถึงพวกผมก็ยังเริ่มอภิปรายไม่ได้ เพราะคำร้องขอถอดถอนต้องยื่นมา

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ อาจารย์ผมเข้าใจประเด็นของอาจารย์แล้วครับ อาจารย์นั่งลงก่อนครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต เมื่อท่านสมาชิกประท้วงก็ดีแล้วครับ จะขออนุญาต ทำความเข้าใจผ่านไปยังพี่น้องประชาชนด้วยนะครับ ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของ การยื่นถอดถอนกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจนี่ครับท่านประธาน ผมเป็นผู้หนึ่งซึ่งเป็นคน ร่วมกันเสนอความคิดนี้ในช่วงที่มีการจัดทำรัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ประเด็นมันมีนิดเดียวครับท่านประธาน เขาบอกว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจในอดีตก่อนหน้านั้น มักจะมีการกล่าวหากันว่าคนนั้นทุจริต คนนี้ทำผิดกฎหมาย แล้วเสร็จแล้วก็พูดจากันในสภา ลงมติแล้วก็จบกันไป เขาก็บอกว่าเพื่อความเป็นธรรมกับทั้ง ๒ ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งก็คือว่า ฝ่ายเสียงข้างน้อยซึ่งพูดไปแล้วก็มักจะแพ้ในการลงมติก็จะได้มีโอกาสไปพิสูจน์ ในกระบวนการทางอาญาต่อไปก็มีการกระทำเช่นนั้นจริงหรือไม่ อีกด้านหนึ่งก็ให้ความเป็นธรรม กับผู้ถูกอภิปรายครับ เพราะว่าการลงมติในสภาจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ แต่การกล่าวหา การแก้ข้อกล่าวหาเกิดขึ้นในสภาแล้ว เมื่อเป็นเรื่องที่มีความร้ายแรงถึงขั้นผิดรัฐธรรมนูญ ผิดกฎหมายหรือทุจริตก็สมควรจะมีกระบวนการในการพิสูจน์ด้วย นี่คือที่มาของบทบัญญัติ ในมาตรานี้ครับ เพราะฉะนั้นจริง ๆ กระผมอภิปรายไปกระผมได้ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญหมดแล้ว คือกระผมได้ไปยื่นเรื่องต่อประธานวุฒิสภาแล้ว ท่านประธานสภาได้รับญัตติแล้ว พิจารณาแล้วว่า ญัตติสมบูรณ์ บรรจุระเบียบวาระเข้ามาแล้ว ท่านประธานขอความร่วมมือให้ผมส่งเอกสาร ถอดถอนให้ กระผมก็ดำเนินการแล้วครับ ถ้าผมพูดอะไรที่เห็นว่าเข้าข่ายเป็นเรื่องการถอดถอน แล้วก็ไม่ได้อยู่ในคำถอดถอน ท่านประธานซึ่งทราบประเด็นอยู่แล้วสามารถที่จะให้ผม หยุดการอภิปรายได้ เพราะฉะนั้นผมจะได้ทำความเข้าใจแล้วก็จะได้ดำเนินการ ในการอภิปรายต่อไปนะครับ ส่วนที่ท่านประธานจะดำเนินการแจกให้สมาชิกนั้นก็ดำเนินการ ได้เลยครับ ผมก็จะเดินหน้าในการอภิปราย ยังไม่เข้าประเด็นตรงนั้นแหละครับ จะได้ไม่เสียเวลาที่ประชุมของสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนว่าจริง ๆ แล้ว ผมจะทำหน้าที่ในการที่จะปูพื้นฐานกับการอภิปรายที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอีก ๒ วัน แล้วก็คงต้องถือโอกาสนี้เนื่องจากว่าในช่วงเมื่อวานนี้เป็นการอภิปรายเฉพาะประเด็น เฉพาะบุคคล ได้กล่าวอะไรเล็กน้อยเกี่ยวกับการเปิดอภิปรายในครั้งนี้ครับ ต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าผมเองแล้วก็เพื่อน ๆ หลายคนอยู่ในสภา

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอภิสิทธิ์สักครู่ครับ คืออย่างนี้ท่านพีรพันธุ์ก็พูดกันชัดเจนแล้ว ในขณะที่เริ่มต้นก็ให้ท่าน พูดทั่วไปก่อนยังไม่ได้ลงรายละเอียดขนาดนั้น ผมใช้เวลาไม่กี่นาทีถ่ายเอกสารก็จะถึง ท่านแล้วครับ ลงรับเรียบร้อยแล้วครับ เป็นที่เข้าใจเหมือนกัน เดี๋ยวก่อนจะไปถึงประเด็น ที่ท่านอาจารย์เป็นห่วง ก็กำลังถ่ายเอกสารเดี๋ยวก็ถึงมือท่านภายใน ๒-๓ นาที ก็ให้ท่านพูดทั่วไปไปก่อน เอาอย่างนี้นะครับอาจารย์ครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ท่านประธานครับ คือมาตรา ๑๕๘ ของรัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจนครับท่านประธาน จะเสนอโดยไม่มีการยื่นคำร้อง ตามมาตรา ๒๗๑ ก่อนมิได้

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ก็ผมยื่นแล้วครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ท่านประธานครับ ได้ยื่นไปแล้ว แต่ว่าฝ่ายสมาชิกยังไม่มีเลย ท่านยื่นแล้วอยู่ที่ไหนล่ะครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ก็ผมยื่นตามที่รัฐธรรมนูญบอกให้ยื่นครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านครับเรื่องอยู่ที่ผมแล้วครับ ยื่นมาถึงผมแล้วลงเลขรับอะไรเรียบร้อย ถูกต้อง แต่ตอนนี้ ผมกำลังดำเนินการก็คือให้ถ่ายเอกสารที่ท่านอยากได้ก็ให้ไปแจกทั่วไป แต่ผมได้รับเรียบร้อย ลงเลขรับเรียบร้อยแล้วอาจารย์ครับ ก็ถือว่าให้ท่านพูดเรื่องทั่วไปเดี๋ยวจะไปถึงมืออาจารย์เอง แต่จะขอเวลาถ่ายเอกสารนิดหนึ่งจะได้ทั่วถึงครับ ผมว่าประเด็นนี้พอไปได้แล้วครับ ก็เป็นที่เข้าใจกันทั่วไปละครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ท่านประธานครับ คือเอกสารที่ว่านี้ เมื่อวานพวกผมก็ทวงแล้ว ท่านก็ให้มา ๒ ฉบับ เมื่อคืนก็ทวงอีก ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมฉบับที่ ๓ ไม่ให้

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ตอนนี้ อยู่ในมือผมแล้ว ลงเลขรับอะไรถูกต้องแล้วอาจารย์ครับ ประเด็นเมื่อวานไม่พูดถึงแล้วครับ วันนี้ผมได้รับเรียบร้อยแล้ว ถูกต้องแล้ว ผมได้รับเรียบร้อยลงเลขรับแล้ว เพียงแต่ยัง ไม่ถึงมือท่าน อาจจะต้องช้านิดหนึ่งเดี๋ยวประมาณ ๒-๓ นาทีก็ไปถึงมือท่านอยู่แล้ว เจ้าหน้าที่ กำลังดำเนินการ มันไม่ใช่ประเด็นอะไรสำคัญหรอกครับ แต่ว่ายังไม่เข้าเรื่องที่จะต้องลงลึก ไปเรื่องรายละเอียดตรงนั้นนะครับ ท่านไพจิตจะเอาอย่างไรครับ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวให้ผม พักการประชุมสัก ๑๐ นาทีได้ไหม ถ้าจะรอ เอาอย่างนั้นไหมครับจะได้ไม่เสียเวลา

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ประเด็นเรื่องยื่นถอดถอนท่านนายกรัฐมนตรีนี่คือหัวใจที่ท่านจะต้องให้เอกสาร กับท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งได้ท้วงกันตั้งแต่เมื่อวานนี้นะครับ ในการปรึกษากัน ก็ยืนยันในหลักการนี้ว่าจะต้องส่งเอกสาร ผมทราบว่าท่านประธานได้รับแล้ว แต่ว่า องค์ประกอบของการประชุมคือท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรีที่ถูกยื่นถอดถอน แล้วบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นองค์ประชุมที่จะทำให้ภารกิจอันนี้สำเร็จครับ ท่านประธานครับ ต้องขอความกรุณาว่าผมไม่ทราบว่าก็ตกลงกันว่าจะต้องให้เอกสารนี้ ก่อนการอภิปรายท่านนายกรัฐมนตรีวันนี้ครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ท่านไพจิตครับ ก็ตอนนี้ท่านอภิสิทธิ์ยังไม่ลงรายละเอียดไปลึกถึงเรื่องการทั้งหลายแหล่ แล้วเป็นขั้นตอนที่ผมกำลังให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการ ก็คงจะใช้เวลาอีก ๒-๓ นาทีก็ทั่วถึงแล้ว เชิญท่านประเสริฐก่อนครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าท่านประธาน จะเห็นว่าวันนี้เป็นวันที่พวกผมซีกฝ่ายค้านทำหน้าที่แทนพ่อแม่พี่น้องประชาชนตรวจสอบ นายกรัฐมนตรีครับ พอเริ่มเปิดประชุมเราจะเห็นเลยมีขบวนการขัดขวางการทำหน้าที่

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านประเสริฐครับ ไม่ต้องไปถึงขั้นนั้นหรอกครับ ก็ผมบอกแล้วผมกำลังดำเนินการ ให้ดำเนินการให้เรียบร้อยที่สุดครับ บรรยากาศตอนเช้าให้มันดี ๆ หน่อยนะครับ ยังมีบรรยากาศถึงเที่ยงคืน ก็ขอให้ฟังกันด้วยเหตุด้วยผล ท่านประเสริฐพอแล้วครับ ท่านพูดได้แต่อย่าไปพาดพิงผู้อื่นเดี๋ยวจะมีการตอบโต้

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

ท่านประธานครับ มีรัฐธรรมนูญ ข้อไหนบัญญัติให้ฝ่ายค้านยื่นถอดถอนให้กับสมาชิก จบดอกเตอร์มาครับ มีข้อไหนที่บัญญัติ ในรัฐธรรมนูญลองบอกหน่อยสิครับ ถ้าบอกแล้วฝ่ายค้านไม่ได้ปฏิบัติฝ่ายค้านยินดีรับผิดครับ เขาให้ยื่นประธานวุฒิสภา เขาไม่ได้ให้ยื่นสมาชิกครับ จบดอกเตอร์มาจบอย่างไรครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาแล้วครับ พอสมควรแล้วครับ ฉะนั้นท่านสุนัยก่อนครับ เดี๋ยวครูมานิตย์สักครู่ครับ ให้ดอกเตอร์สุนัยก่อน

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร ขอประทานโทษท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรนิดเดียวครับ ไม่ได้ขัดจังหวะอะไร ท่านเลย แล้วก็ขอให้ท่านประเสริฐสบายใจ เพื่อนฝ่ายค้านสบายใจว่าเราไม่ได้ทำหน้าที่ ขัดขวางเลยครับท่านประธาน แต่เรากำลังดำเนินการตามกระบวนการของข้อบังคับ แล้วผมไม่อยากมาถกเถียงข้อกฎหมาย เพราะเมื่อวานนี้เราเถียงกันไปนานพอสมควรแล้ว ท่านประธานครับ เพียงแต่ว่าเราทั้ง ๒ ฝ่าย เราทำหน้าที่ของเรา ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ การอภิปรายต้องอยู่ในประเด็นและเกี่ยวกับประเด็นที่กำลังปรึกษาหารือกันนี้ ถ้าเราไม่มี หลักฐานเลยเราควบคุมไม่ได้ เราทำหน้าที่ไม่ได้ครับท่านประธาน ดังนั้นสิ่งที่ท่านประธาน มีเจตนาดีอยากให้ทุกอย่างเดินไปเร็ว อยากให้พี่น้องประชาชนไม่ติดขัดอารมณ์ ผมว่าท่านทำถูกแล้วครับท่านประธาน เพียงแต่ว่ามันทำให้การปฏิบัติหน้าที่ในสภาของเรา เราทำไม่ได้ทั้ง ๒ ฝ่าย ท่านอภิปราย ผมก็มีหน้าที่ก็ต้องฟังว่าคำพูดของท่านถูกต้องไหม ผิดถูกอย่างไร อยู่ในประเด็นหรือไม่ มันไม่มีเอกสารซึ่งเป็นเอกสารสำคัญและเป็น การอภิปรายผู้นำของรัฐบาลฝ่ายบริหาร ผมว่าอันนี้มันเป็นเรื่องสำคัญมากครับท่านประธาน ถ้าท่านจะพัก ๑๐ นาทีทำเสีย ไม่เสียเวลามากครับ แจกเอกสารเสร็จเราก็มานั่งดู แล้วท่านประธานผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรก็จะได้ดำเนินการอย่างราบรื่นไปเลยครับ

(นายพายัพ ปั้นเกตุ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพายัพอย่าเพิ่งประท้วง ท่านสุนัยกำลังประท้วงอยู่ กำลังพูดอยู่ ให้ทีละท่านครับ ครูมานิตย์ก่อนครับ ทีละท่านครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ จริง ๆ แล้วด้วยเจตนาบริสุทธิ์ ไม่ได้มีความจำเป็นต้องขัดขวางทั้งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็เพื่อนสมาชิก ฝ่ายค้าน เพราะเราก็อยากจะตั้งใจฟังอยู่เหมือนกัน ดูจากญัตติมันครอบจักรวาล แล้วการยื่นญัตติเที่ยวนี้มันหมดคำพูดแล้วครับ แต่ทีนี้เราก็อยากเห็นว่าอันไหนมันผิดจริง ๆ ของท่านนายกรัฐมนตรีเราก็จะได้นั่งดู เพราะผมก็เป็นสมาชิกผมก็ต้องลงมติในวันที่ ๒๘ แล้วจะดูว่านายกรัฐมนตรีผิดจริงหรือไม่ นี่ประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมก็อยากให้ทำหน้าที่เหมือนเมื่อวาน จริง ๆ เมื่อวานถ้าแจกหมดทั้ง ๓ ฉบับมันก็จบ อ้ายนี่ก็ขยักไว้ ๆ ผมก็ไม่เข้าใจ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านครับเขามอบแล้ว ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังแจก เขากำลังแจก เอาไปให้ท่านครูมานิตย์ก่อน เชิญท่านประเสริฐ ท่านอื่นได้แล้วให้ครูมานิตย์ก่อนรีบตามครับ ท่านเลขาธิการเร่งเจ้าหน้าที่หน่อย เชิญท่านประเสริฐครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ท่านประธานก็พูดชัดเจนแล้วว่ากำลังดำเนินการแจก ก็น่าจะจบแล้วครับ ทำไมยังมาประท้วงอะไรกันวุ่นวายครับขัดขวางเสียเวลา

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมดูแลอยู่ท่านประเสริฐไม่วุ่นวายครับ ท่านพายัพ ปั้นเกตุ ท่านสามารถรอก่อนครับ ทีละท่าน

นายพายัพ ปั้นเกตุ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๘ ในการทำหน้าที่ ของท่านประธานเอง ผมต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าเหตุการณ์เมื่อคืนนี้เป็นสิ่งที่ สะท้อนให้เห็น

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาวันนี้ท่านพายัพครับ ไม่เอาเมื่อคืนแล้วครับจะกลับไปทำไมครับ หลายท่านก็ได้รับแล้ว เจ้าหน้าที่ก็แจกแล้วครับ ไม่เอาเมื่อคืนแล้วครับ จะได้เริ่มใหม่ ผมจะได้เริ่มทำหน้าที่ แล้วครับ ผมก็คุมตามข้อ ๘ ถ้ากลับไปเมื่อวานผมไม่อนุญาตท่านละครับ นั่งลง ผมไม่เอาครับ เมื่อวานไม่พูดละครับ ผมลืมเรื่องอะไร

นายพายัพ ปั้นเกตุ บัญชีรายชื่อ

พูดมาทำไม เพื่ออะไร ไม่มีประโยชน์ เพราะผมต้องเคารพท่านประธาน แต่ผมมาทักท้วงท่านประธานในการทำหน้าที่ของ ท่านประธานผมกราบเรียนท่านอย่างไรครับ เราไม่ได้หวาดหวั่นเลยในการที่จะอภิปราย ท่านนายกรัฐมนตรีผมก็อยากฟังท่านนายกรัฐมนตรีของผมตอบ ผมเชื่อมั่นของผม แต่ว่าในหลักเกณฑ์มันมีอยู่ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ไม่ต้องจบดอกเตอร์ ท่านประธานครับ ดูกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๘

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพายัพตอนนี้กำลังแจกอยู่ครับ กำลังดำเนินการ

นายพายัพ ปั้นเกตุ บัญชีรายชื่อ

ก็แจกให้เสร็จสิครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านก็รอไปสิครับ ท่านนั่งลงครับ ผมไม่อนุญาต ท่านอย่าเถียงประธานสิครับ

นายพายัพ ปั้นเกตุ บัญชีรายชื่อ

ผมเถียงประธานอยู่แล้ว

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเลขาธิการเร่งแจกเอกสารให้ครบทุกท่าน ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรกรุณา รอสักครู่ครับเพื่อบรรยากาศ นั่งลงครับท่านไม่ประท้วงกันแล้วครับพอ เอาไปให้ท่านพายัพก่อน ยังมีท่านใดไม่ได้ครับยกมือหน่อยครับ เรียบร้อยนะครับ ท่านขจิตรได้หรือยังครับ เอาให้ท่านขจิตรก่อนครับ ท่านขจิตรยังไม่ได้ครับ เรียบร้อยนะครับเชิญท่านผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรเลยครับ เอา ครม. ด้วยครับจะได้ทั่วถึง เดี๋ยวท่านณัฐวุฒิจะประท้วง ผมอีกครับ เรียบร้อยนะครับทุกท่าน เชิญท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเลยครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร 🔗

ท่านประธาน ยิ้มได้แล้วนะครับ ผมกลัวท่านนายกรัฐมนตรีจะตกใจท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร ที่จริงผมกำลังจะกราบเรียนท่านประธานอยู่พอดีเลยครับว่าพวกกระผม ซึ่งอยู่ในสภากันมาเป็นเวลายาวนานพอสมควร พบว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ดูมันมีอุปสรรค มีความยากลำบากเหลือเกิน เป็นครั้งแรกนะครับที่สื่อมวลชน ประชาชน ต้องมาถามอยู่ตลอดเวลาว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะมาฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมไม่อยากเห็นว่ากระบวนการทางการเมืองของเรา ยังจะต้องตั้งคำถามในเรื่องเหล่านี้และผมอยากเห็นกระบวนการทางการเมืองนั้นเปิดโอกาส ให้ทุกฝ่ายได้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ เพื่อประโยชน์ในการรักษาระบอบประชาธิปไตย นี่ละครับ และเพื่อทำให้สังคมของเราสามารถเดินไปได้อย่างสงบสุข เพราะถ้าเราปิดกั้นพื้นที่ ทางการเมืองมากเท่าไรความอึดอัดในสังคมก็จะมีมากขึ้นเท่านั้น แล้วสุดท้ายก็จะทำให้เกิด ปัญหากับระบบการเมืองของเรา ผมทราบดีครับว่าการอภิปรายครั้งนี้พวกเราก็ถูกปรามาส ถูกสบประมาทเยอะครับ บอกว่าเป็นเรื่องของการเอาข้อมูลจากสื่อมาตัดแปะอะไรทำนองนั้น แต่ผมคิดว่าท่านประธานก็ดี ท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี ถ้าท่านได้ติดตามการอภิปรายเมื่อวาน ผมคิดว่าเราได้พิสูจน์ให้เห็นนะครับว่าการทำงานของเพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านได้ทำงาน อย่างละเอียด ศึกษาทั้งเอกสาร ไม่ว่าจะเป็นเอกสารของราชการ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจาก แหล่งต่าง ๆ รวมไปจนถึงการลงไปในพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลจริงมาเสนอต่อท่านประธาน ต่อรัฐบาลและต่อพี่น้องประชาชน แล้วก็ต้องกราบเรียนครับว่าถ้าท่านนายกรัฐมนตรี ฟังอยู่เมื่อวาน ผมเชื่อว่าท่านต้องคิดแล้วละครับว่ารัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องการทุจริต กรณีของท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะที่ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านต้องคิดจริง ๆ ครับว่าคำตอบ ของท่านรัฐมนตรีเมื่อคืนมันเป็นคำชี้แจงที่ตอบสาธารณชนได้จริงหรือไม่ เมื่อพรรคฝ่ายค้าน สมาชิกหลายท่านโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขออนุญาตเอ่ยนาม คือคุณวิฑูรย์ นามบุตร ได้ชี้ให้เห็น ถึงกระบวนการความไม่ชอบมาพากลที่กำลังเกิดขึ้นและเป็นเรื่องที่จะท้าทาย ภาวะความเป็นผู้นำของนายกรัฐมนตรีต่อไป เช่นเดียวกันกับกรณีของท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม ซึ่งเมื่อวานถ้าท่านนายกรัฐมนตรีติดตามฟังอยู่จะทราบว่าตอบมาว่า ที่ไปเปลี่ยนระบบเป้าลวงในกองทัพเรือเอาของเก่าหรือรุ่นเก่ามาแทนรุ่นใหม่ ซึ่งราคาถูกกว่ากัน ท่านพูดเองนะครับเป็นร้อยล้านบาท แต่ลดราคาจริง ๑,๐๐๐ บาท มันเป็นคำตอบ ให้กับพี่น้องประชาชนได้หรือยัง สิ่งเหล่านี้ที่ผมอยากจะยืนยันกับท่านประธานและกับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็คือกระบวนการการอภิปรายไม่ไว้วางใจมันเป็นการทำหน้าที่ ในการตรวจสอบ และการทำหน้าที่ในการตรวจสอบของฝ่ายค้านมันมีประโยชน์กับสังคม วันที่พวกผมเป็นรัฐบาลพวกผมไม่เคยตั้งแง่ตั้งเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้นครับ ผมถูกอภิปราย ไม่ไว้วางใจ ๓ ครั้ง ไม่มีครั้งไหนเลยครับที่จะต้องมาตั้งคำถามว่าผมจะมาฟังการอภิปราย จะมาตอบการอภิปรายในสภาหรือไม่ เพราะผมถือว่านั่นคือหน้าที่สำคัญ และผมกราบเรียนครับว่าไม่ใช่เฉพาะการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ละครับ การที่รัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีจะต้องรับผิดชอบต่อผู้แทนปวงชนชาวไทยคือหัวใจ ของการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา กระทู้ถามสดเราแทบ ไม่เห็นนายกรัฐมนตรีมาตอบกระทู้ถามสดเลยครับ แล้วระยะหลังถือโอกาสกราบเรียน ท่านประธานฟ้องไปยังท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ คนที่ท่านมอบหมายก็ไม่มาตอบ และตอนหลัง ยิ่งกว่านั้นอีกครับ กฎหมายของกระทรวงหนึ่งให้รัฐมนตรีอีกกระทรวงหนึ่งซึ่งไม่ได้ รักษาการแทนมาตอบ เพราะเป็นคนเดียวที่อยู่ในสภา ผมกราบเรียนว่าผมได้ยิน ท่านนายกรัฐมนตรีเวลาไปกล่าวปาฐกถาบรรยายในต่างประเทศ เวลาพยายามชี้แจงกับ พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในวันที่จะมีมวลชนมาชุมนุมว่าขอให้ทุกอย่างนั้นดำเนินการอยู่ใน ระบบรัฐสภา ผมเห็นด้วยครับ แต่ท่านต้องทำตัวเป็นตัวอย่างก่อนในการใช้ระบบรัฐสภา และผมหวังว่าปิดสมัยประชุมนี้ไปอย่างน้อยที่สุดท่านนายกรัฐมนตรีก็จะได้มีโอกาสทบทวน ท่าทีแนวทางการทำงานของรัฐบาลที่มีต่อกระบวนการของรัฐสภาเมื่อเปิดสมัยประชุมต่อไป ถ้าสภานี้ยังให้ความไว้วางใจท่านอยู่ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนว่าที่จริงแล้ว แม้กระทั่งการเปิดอภิปรายท่านนายกรัฐมนตรียังมีข้อหาซึ่งบางทีมีคนไปพูดกันอีกว่า เสมือนกับว่าพรรคฝ่ายค้านรังแกท่าน ไม่มีละครับ และผมอยากจะกราบเรียน เป็นเบื้องต้นว่า ที่จริงผมถือว่าท่านนายกรัฐมนตรีเป็นคนที่โชคดีคนหนึ่ง คือเมื่อชนะ การเลือกตั้งมามีเสียงในสภามีความมั่นคง ยังมีโชคดีอีกหลายด้าน ด้านแรกครับ สถานะของประเทศในวันที่มีการส่งมอบงานกัน เมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๕๔ หลายประเทศ ยอมรับเลยครับว่าเราอยู่ในสถานะที่ดี

ประการที่ ๑ เราผ่านพ้นวิกฤติเศรษฐกิจมาได้ อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เริ่มขยายตัวเร็วขึ้น เราไม่มีปัญหาการว่างงานเหมือนอีกหลายภูมิภาคในโลก สำคัญที่สุด ก็คือเราผ่านพ้นมาได้โดยมีสถานะทางการเงินและการคลังที่ถือว่าแข็งแกร่งพอสมควร ทำให้รัฐบาลมีช่องทาง มีเครื่องมือ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการเงินการคลังในการรับมือ กับความผันผวนทางเศรษฐกิจหรือการที่จะตั้งหน้าตั้งตาในการพัฒนาประเทศ

ประการที่ ๒ ที่ผมอยากจะกราบเรียนว่าที่ท่านนายกรัฐมนตรีโชคดีกว่าผม คือท่านมีฝ่ายค้านที่ยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติและไม่ขัดขวางการทำงานของท่าน ท่านนายกรัฐมนตรีไปให้สัมภาษณ์นะครับว่าท่านเดินทางไปได้ทั่วทุกภูมิภาค ก็ถูกต้องครับ ในพื้นที่ซึ่งท่านไม่มีผู้แทนราษฎร มีผู้สนับสนุนไม่มาก มีผู้ที่สนับสนุนฝ่ายค้านมาก ฝ่ายค้านนี่แหละครับเป็นคนยืนยันกับพี่น้องประชาชนมาโดยตลอดว่าจะชอบใครไม่ชอบใคร แต่ทุกคนต้องปฏิบัติหน้าที่ของตนเองได้ และพวกผมก็ยืนยันครับว่าพวกเราทำงานกันตาม วิถีทางของประชาธิปไตย เคารพกฎหมาย และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการทำงาน ในสิ่งที่เป็นวิกฤติของประเทศ ผมไม่เคยเกี่ยงเลยครับ วันที่สภาหอการค้าเครือข่ายต่อต้าน คอร์รัปชันบอกอยากเห็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อยากเห็นนายกรัฐมนตรี ไปร่วมกันเดินรณรงค์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันผมก็ไป ท่านก็คงจำได้ วันที่รัฐบาลบอกว่า อยากจะเชิญฝ่ายค้าน ส.ส. ในพื้นที่ไปให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของปัญหาความไม่สงบ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พวกผมก็ไป แต่วันนี้สิ่งที่ผมจำเป็นจะต้องมาอภิปรายไม่ไว้วางใจท่าน ก็เพราะการบริหารราชการแผ่นดินของท่านกำลังสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงให้กับ ประเทศชาติและอนาคตของลูกหลานคนไทย แล้วผมกราบเรียนว่าที่เจาะจงอภิปรายนายกรัฐมนตรีในหลายเรื่อง ก็เพราะมันเป็น ความรับผิดชอบของท่านจริง ๆ ไม่สามารถปฏิเสธได้ และวันนี้หลังจากที่เราไม่ได้มีโอกาสฟัง ผู้นำประเทศนายกรัฐมนตรีอธิบายกับประชาชนถึงแนวคิดที่แท้จริงของนายกรัฐมนตรี ในเรื่องที่เป็นเรื่องใหญ่ ๆ จะเป็นเรื่องข้าว จะเป็นเรื่องการปราบปรามการทุจริตหรือเรื่องอื่น ๆ วันนี้แหละครับฝ่ายค้านให้โอกาสท่านในการที่จะมาชี้แจงถึงแนวคิดของท่าน ต่อเรื่องเหล่านี้ เราอภิปรายท่านเพราะท่านคือประธานในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เราอภิปรายท่านในเรื่องที่ท่านมีความรับผิดชอบตามกฎหมาย นี่คือสิ่งที่ผมยืนยันว่าเราไม่ได้ มีการเฉพาะเจาะจงว่าจะต้องอภิปรายนายกรัฐมนตรี แต่เป็นไปตามสภาพของเนื้องานของ การบริหารราชการแผ่นดินที่สร้างความเสียหายที่เกิดขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอเริ่มต้นว่าในขณะที่กระผมบอกว่าท่านรับมอบงานในเดือนสิงหาคม ๒๕๕๔ ประเทศ อยู่ในสถานะที่ดีพอสมควร ถามว่าวันนี้สถานะของประเทศเป็นอย่างไร ภาวะความเป็นอยู่ ของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างไร เมื่อตอนครบรอบ ๑ ปี และในญัตติไม่ไว้วางใจที่กระผม เขียนมาเราก็เขียนชัดครับ เราเจอปัญหาน้ำท่วม หนี้ท่วม แพงทั้งแผ่นดิน ถ้าเป็นพืชผล การเกษตรก็ถูกทั้งแผ่นดินหรือมีปัญหาทั้งแผ่นดิน ไฟใต้ท่วม ความขัดแย้งในสังคม ยังดำรงอยู่ และที่สำคัญที่สุดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันเลวร้ายลง แต่ผมจะพูดอย่างนี้แล้ว ไม่มีอะไรอ้างอิงก็คงจะดูกระไรอยู่ ผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าจะไปหาคนที่เป็นกลางที่จะมา ประเมินได้อย่างไร ผมก็ลองไปหยิบดูการสำรวจและจัดทำดัชนีความเจริญหรือภาษาอังกฤษ ใช้คำว่าพรอสเพอริตี้ อินเดกซ์ (Prosperity Index) ของหน่วยงานซึ่งอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ในการทุ่มอินสติติว (Institute) ซึ่งได้มีการประเมินสำหรับปี ๒๕๕๕ ใน ๑๔๒ ประเทศ เรียบร้อยครับ ปรากฏว่าประเทศไทยอยู่อันดับที่ ๕๖ แล้วในการประเมินของเขาเขาจะแยก ออกเป็นด้าน ๆ ครับ ด้านที่ประเทศไทยยังไปได้ดีก็คือภาพรวมของเศรษฐกิจ และการที่ คนไทยนั้นมีทุนทางสังคม ความหมายก็คือเรามีความเข้มแข็งและคนไทยมีน้ำใจไมตรี เกื้อกูลกันซึ่งเป็นทุนทางสังคม ซึ่งจะเอื้อต่อการทำให้ประเทศมีความเจริญก้าวหน้า ในหมวดเหล่านี้เราจะอยู่อันดับ ๑๘ อันดับ ๑๙ ครับ ซึ่งถือว่าสูงทีเดียว แต่พอมาดูประเด็น ที่เกี่ยวข้องกับธรรมาภิบาล เราจะอยู่ที่อันดับ ๖๔ พอเรามาดูปัญหาระยะยาวซึ่งต้อง ได้รับการแก้ไข เช่น การศึกษา สาธารณสุข เราจะอยู่อันดับที่ ๗๐ อันดับที่ ๗๑ แต่ว่าสิ่งที่น่าตกใจก็คือว่าในส่วนของความมั่นคงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเรา อยู่อันดับที่ ๙๙ และน่าตกใจที่สุดพอเขาประเมินเรื่องของสิทธิและเสรีภาพของประชาชน เราอยู่ที่อันดับ ๑๒๙ จาก ๑๔๒ ประเทศ เราไม่จำเป็นต้องเชื่อเขาหรอกครับ แต่มันก็เป็น ตัวสะท้อนตัวหนึ่ง บังเอิญเป็นดัชนีที่มันจัดทำกันล่าสุดที่ผมหยิบมาได้ก็หยิบมา แล้วถ้าท่านประธานถามว่าอันดับที่ ๕๖ นี่มันมีความเป็นมาเทียบไปแล้วมันเป็นอย่างไร ผมก็เทียบย้อนหลังให้ดูเพราะว่าเขาจัดทำมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ ในปี ๒๕๕๒ เราอยู่อันดับที่ ๕๔ พอปี ๒๕๕๓ เราขยับขึ้นมาที่ ๕๒ ครับ ปี ๒๕๕๔ เราก็ขยับขึ้นมาที่ อันดับ ๔๕ แต่ปีนี้เราตกรวดเดียว ๑๑ อันดับไปอยู่อันดับที่ ๕๖ เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าต้องการ ที่จะตั้งประเด็นไว้เท่านั้นเองครับว่าที่พวกกระผมพูดว่า การบริหารราชการแผ่นดินบ้านเมืองขณะนี้สถานะของประเทศขณะนี้ยังมีความน่าเป็นห่วงนี่ พวกกระผมไม่ได้คิดเองฝ่ายเดียว แต่คนที่เขาประเมินจากข้างนอกเขามองเห็น หลายสิ่งหลายอย่างซึ่งกำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย ทีนี้ประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนว่า เวลาที่เราจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรีเราเจอคำถามแปลกอยู่เหมือนกันครับยุคนี้ คือเขาถามว่าท่านนายกรัฐมนตรีทำผิดอะไร แต่มีแปลกกว่านั้นก็คือว่า ท่านนายกรัฐมนตรีทำอะไร ความหมายก็คือว่าบทบาทของนายกรัฐมนตรีที่เราเห็นในขณะนี้ กระผมทราบดีครับว่าฝ่ายยุทธศาสตร์ทางการเมือง คนรอบ ๆ ตัวท่านกันบทบาทของท่าน ออกจากการที่มาแสดงความคิดเห็น หรือถ้าเป็นเรื่องการเมืองพูดง่าย ๆ ก็คือมาปะทะตอบโต้ แต่ความจริงมันคือการชี้แจงเกี่ยวกับปัญหาสำคัญ ๆ ของประเทศ เป็นยุทธศาสตร์ ซึ่งผมทราบครับว่าเขาก็ใช้กันหลายที่เพื่อให้นายกรัฐมนตรีลอยตัว ที่จริงคนที่เป็นพยาน ที่ดีที่สุดก็ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร เพราะว่าเคยมีคลิปเสียงท่านที่ออกมาบรรยายว่า นั่นนะเป็นยุทธศาสตร์ที่ถูกต้องแล้ว ผมไม่ติดใจละครับว่าทำแล้วท่านได้เปรียบ หรือเสียเปรียบทางการเมือง เพราะถือว่าถ้าเป็นเรื่องที่ไม่ผิดกฎหมายท่านก็มีสิทธิที่จะทำ ท่านได้เปรียบทางการเมืองก็เป็นประโยชน์กับท่านเป็นการแข่งขันกันผมไม่ติดใจ แต่ถ้าการลอยตัวและบทบาทของนายกรัฐมนตรีเป็นเช่นนี้แล้วมันเกิดความเสียหายต่อ การบริหารราชการแผ่นดิน มันก็จำเป็นที่จะต้องอภิปรายว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะไม่ทำอะไรไม่ได้ เพราะบ้านเมืองกำลังเสียหายจากการบริหารงานของท่าน เพราะท่านเป็นหัวหน้ารัฐบาล ตรงนี้แหละครับมีตัวอย่างที่สืบเนื่องมาจากการอภิปรายเมื่อวานง่าย ๆ ครับ กรณีของ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอีกนั่นแหละครับ ที่ท่านได้กระทำการที่ผิดต่อ เจตนารมณ์ของกฎหมายและข้อบังคับเกี่ยวกับการโยกย้ายแต่งตั้งไม่เป็นไปตามขั้นตอน สรุปสั้น ๆ ง่าย ๆ นะครับ ประการแรก ตามกฎหมายขั้นตอนการแต่งตั้งกรรมการของ แต่ละหน่วยเขาจะเป็นผู้เสนอเข้ามา กรรมการที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานร่วมกับผู้นำเหล่าทัพแล้วก็มีท่านปลัดกระทรวงเป็นเลขานุการ กฎหมายและ ระเบียบเขียนชัดครับว่ามีหน้าที่ในการกลั่นกรอง คำว่ากลั่นกรองก็หมายความว่า ท่านจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ กระผมไม่ได้บอกว่าท่านต้องเห็นชอบนะครับ คือท่านพยายามจะชี้แจงเหมือนในคลิปบอกว่าถ้าต้องเห็นชอบก็ไม่ต้องมีรัฐมนตรีก็ได้ ไม่ต้องมีกรรมการก็ได้ ความหมายมันไม่ใช่อย่างนั้นละครับ ความหมายคือเขาไม่ต้องการให้ การเมืองไปล้วงลูกในองค์กรซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องดำรงความเป็นกลางทางการเมือง เพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของชาติ เพราะฉะนั้นการพิจารณากลั่นกรอง ถ้าท่านไม่เห็นด้วยท่านก็อาจจะทักท้วงตั้งข้อสังเกตแล้วก็ย้อนกลับไปให้คนที่เขามีอำนาจ ในการเสนอชื่อคือจากข้างล่างขึ้นมาเสนอครับ ไม่ใช่บอกว่าถ้าคุณเสนอคนนี้ผมก็จะเปลี่ยนเป็น คนนี้ นั่นไม่ใช่กลั่นกรองครับ ชัดเจนครับ ประการที่ ๒ ระเบียบเขาก็เขียนชัดในข้อ ๑๓ ว่า ตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมนั้นจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากข้าราชการทหาร ชั้นยศพลเอก พลเรือเอก พลอากาศเอก ที่ครองอัตราจอมพล จอมพลเรือ จอมพลอากาศ หรือพลเอก พลเรือเอก พลอากาศเอก มีการเรียงลำดับต่าง ๆ ชัดเจน แต่ก็ไม่ได้ปฏิบัติตามนี้ สิ่งที่สำคัญครับท่านประธาน เมื่อเห็นได้ชัดว่าคนที่เขาพยายามจะยึดตามกฎระเบียบนี้ เขาทักท้วงก็ยังมีกระบวนการคือจะโยกย้ายเขาก็ยังทำไม่ได้ก็สั่งให้ไปปฏิบัติราชการ เพื่อเปลี่ยนองค์ประกอบของคณะกรรมการ ทำให้การประชุมครั้งถัดมาปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นตำแหน่งที่โปรดเกล้าฯ ไม่ได้เข้าประชุม แต่เอาบุคคลซึ่งท่านสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่แทน ปลัดกระทรวงมาเป็นกรรมการแทน ถ้าเราอนุญาตอย่างนี้นะครับ ต่อไปนี้กรรมการ ทุกกรรมการนะครับ ถ้ากรรมการคนไหนดำรงตำแหน่งมีตำแหน่งทางราชการอยู่ ไม่ถูกใจผู้มีอำนาจก็สั่งให้ไปทำอย่างอื่นหมดครับ แล้วก็เอาคนที่เห็นด้วยกับตัวเองบอกว่า ขอให้ปฏิบัติหน้าที่นั้นเฉพาะวันนั้นมาประชุมก็ได้ เราจะวางระบบอย่างนี้หรือครับ ทีนี้ของท่านรัฐมนตรีท่านก็ชี้แจงไปแล้วนะครับ แต่ว่าทุกอย่างก็ยื่นถอดถอนไปแล้วก็ คลิปเสียงผมเข้าใจว่าท่านไม่ได้ปฏิเสธนะครับว่าเป็นคลิปจริง แล้วก็ที่ยื่นให้ท่านประธาน ก็คือครบทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะที่มาเปิดในนี้ก็ไปพิสูจน์กัน แต่ผมติดใจที่ท่านนายกรัฐมนตรี ตอบเมื่อวาน เพราะว่าท่านตอบก็ตามสูตรว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับท่าน ท่านปลัดกระทรวง ไปร้องเรียนต่อท่านมีหลักฐานเรียบร้อยว่าไปขอพบท่านเมื่อไร อย่างไร มีการรับเอกสาร เรียบร้อย ท่านนายกรัฐมนตรีชี้แจงเพียงแค่ว่าเมื่อรับเรื่องแล้วก็ส่งกลับไป แจ้งให้ทางกระทรวงกลาโหมทราบเพื่อไปทบทวนพิจารณาสุดแล้วแต่ แต่ท่านไม่ได้บอกต่อ นะครับว่าการแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล ขั้นตอนสุดท้ายไปที่ไหนครับ เมื่อทางกระทรวง พิจารณาเสร็จส่งให้ใครครับ ส่งให้นายกรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการในการทูลเกล้าฯ ครับ ผมยืนยันว่าหน้าที่ตรงนั้นไม่ใช่หน้าที่ของการเป็นไปรษณีย์ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อนายกรัฐมนตรีเคยได้รับเรื่องร้องเรียนและสามารถตรวจสอบได้ง่าย ๆ ว่าการดำเนินการนี่ เป็นไปตามข้อบังคับหรือไม่ อย่างไร ความรับผิดชอบที่จะต้องดูแลแก้ไขเรื่องนี้มันมีมากกว่านี้ ผมไม่มาเถียงละครับว่าระหว่างบุคคล ๒ ท่านที่จะมีการเสนอชื่อหรือไม่เสนอชื่อนี่ ใครเหมาะสมกว่ากัน ผมไม่ก้าวล่วงครับ เพราะกระผมไม่ทราบจริง ๆ แต่อย่างน้อยที่สุด สิ่งที่พวกเราบอกก็คือว่าต้องดูแลว่าการปฏิบัติตามกฎหมาย ตามระเบียบนี่มันเกิดขึ้น และรัฐมนตรีทุกท่านก็เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านนายกรัฐมนตรี นี่อย่างไรครับตัวอย่าง ที่ผมบอกว่าถ้ายุทธศาสตร์บอกว่าจะต้องลอยตัวจะได้ไม่เป็นปัญหา ถ้าในทางการเมือง มันจะส่งผลอย่างไรผมไม่ติดใจ แต่ในทางการบริหารราชการแผ่นดินการไม่ดำเนินการ เข้ามาแก้ไขตรงนี้มันส่งผลต่อความเป็นธรรม มันส่งผลต่อการเคารพกฎหมาย กฎระเบียบ และมันก็จะกลายเป็นเยี่ยงอย่างบรรทัดฐานให้เกิดปัญหากับกฎระเบียบอื่น ๆ ต่อไป เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นตัวอย่างนะครับที่กระผมกราบเรียนว่าท่านจะลอยตัว อยู่เหนือปัญหาไม่ได้ เช่นเดียวกันกับอีกปัญหาหนึ่งซึ่งจะมีเพื่อนสมาชิกท่านอื่น พูดในรายละเอียดครับ ก็คือปัญหาของชายแดนภาคใต้ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีเอง โดยโครงสร้างจะต้องดูแลงานที่เป็นงานสำคัญ ๒ ขาคือความมั่นคงกับการพัฒนา กฎหมายความมั่นคงก็ดี กฎหมาย ศอ.บต. ก็ดี จึงเป็นกฎหมายที่ให้นายกรัฐมนตรีเป็น ผู้บังคับบัญชาสูงสุดตรงนี้ แต่ผมให้ความเป็นธรรมกับท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรี คงจำได้ว่าวันที่ผมไปทำเนียบรัฐบาลผมก็บอกว่าผมเข้าใจดีครับ นายกรัฐมนตรีจะมาทำ ทุกเรื่อง รู้ทุกเรื่องเป็นไปไม่ได้ แต่ผมกราบเรียนในขณะนั้นว่าสิ่งเดียวที่พวกเรา ชาวประชาธิปัตย์อยากเห็นก็คือถ้าท่านนายกรัฐมนตรีเห็นว่าจำเป็นจะต้องมอบหมาย บุคคลใดก็ขอให้มีความชัดเจน เราแนะว่าเอาคนหนึ่งระดับรองนายกรัฐมนตรี ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีจะไม่ดูแลเอง รองนายกรัฐมนตรี ๑ คนดูแล แล้วก็มีรัฐมนตรีอีกสัก ๑ ท่านครับที่ไปอยู่ในพื้นที่ เพราะพื้นที่มีเงื่อนไขเยอะจะเกิดปัญหาบ่อย ต้องมีรัฐมนตรี สักคนเกาะติดพื้นที่ คอยรายงาน คอยแก้ปัญหาในฝ่ายนโยบาย แต่ ๑ ปีกว่า ๆ ที่ผ่านมาครับมีการมอบหมายรองนายกรัฐมนตรี ๓ คน ๔ คนจนสับสน กันไปหมดว่าใครเป็นผู้ดูแล วันนั้นไปที่ทำเนียบรัฐบาลที่สุดท่านให้คำตอบผมว่าคนที่ เป็นหลักจริง ๆ ถือว่ามีสถานะเหนือกว่ารองนายกรัฐมนตรีคนอื่นก็คือรองนายกรัฐมนตรี ยุทธศักดิ์ครับ ผมก็ดีใจ หลังจากนั้นผมคุยกับรองนายกรัฐมนตรียุทธศักดิ์หลายครั้งนะครับ เช่นเกิดปัญหาว่าชาวบ้านค้าขายวันศุกร์ไม่ได้ ผมก็ยังไปคุยกับท่าน เจอท่านทีไรก็คุย เพื่อช่วยกัน สุดท้ายท่านนายกรัฐมนตรีปรับเขาออกนะครับ และปรับออกเสร็จ ก็เกิดปรากฏการณ์ที่แปลกมากก็คือว่าไม่มีรองนายกรัฐมนตรีคนไหนอยากจะรับงานนี้ไปทำ เกี่ยงกันครับ ก็เป็นเรื่องที่ดีที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าจะมาดูแลเองครับ แต่ว่า เดี๋ยวเพื่อนสมาชิกที่จะอภิปรายจะชี้ให้เห็นนะครับว่าท่านมาดูแลเองแล้วมันน่าจะเกิดปัญหา อะไร อย่างไร หรือไม่ นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างของการที่นโยบายที่มีปัญหามันมาจากการที่ ผู้นำรัฐบาลขาดความชัดเจน แต่เรื่องหลัก ๆ ที่ผมจะต้องอภิปรายในวันนี้มี ๒ เรื่องครับ ที่ในฐานะที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีและกำลังบริหารบ้านเมืองในขณะนี้กำลังนำพาประเทศ ไปสู่ความเสียหาย

เรื่องแรก ก็คือเรื่องข้าวครับ เรื่องข้าวเป็นเรื่องที่ผมเชื่อว่าอยู่ในใจ พี่น้องคนไทยทุกคน เราเติบโตมากับข้าวทั้งนั้นนะครับ คนส่วนใหญ่ที่เป็นเกษตรกรเติบโต มากับการปลูกข้าว พวกเราทุกคนเติบโตมาก็กินข้าว มีประเทศไทยประเทศเดียวนี่แหละครับ ที่ทักทายกันคือกินข้าวหรือยัง มันอยู่ในวิถีชีวิตของพวกเราจริง ๆ แต่วันนี้ข้าวโดยเฉพาะ ข้าวไทยกำลังถูกทำลายอนาคตจากนโยบายที่ผิดพลาด และที่ผมต้องอภิปราย ท่านนายกรัฐมนตรีเพราะท่านนายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่ง ที่ ๑๕๓/๒๕๕๔ แต่งตั้ง คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ โดยแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ และสิ่งที่พวกกระผมจะชี้ให้เห็นก็คือว่าวันนี้เราต้องไม่หลงประเด็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นกับ นโยบายรับจำนำข้าวนั้นเป็นเรื่องของปัญหาในทางปฏิบัติ ความหมายคือนโยบายดี เดินหน้าไป ไปปรับปรุงการปฏิบัติแล้วจะแก้ไขได้ วันนี้สิ่งที่พวกกระผมจะชี้และพิสูจน์ให้เห็น ก็คือนโยบายนี้คือที่มาของปัญหา และคนที่จะเปลี่ยนนโยบายนี้ได้ก็คือนายกรัฐมนตรี ผมฟังรัฐมนตรีท่านอื่นชี้แจงมาเยอะแล้วครับ รู้ว่าท่านไม่เปลี่ยนความคิดท่านแล้วละครับ แต่วันนี้พวกกระผมจะอภิปรายเพื่อบอกกับนายกรัฐมนตรีว่าท่านนำพาประเทศโดยการใช้ นโยบายอย่างนี้ต่อไปไม่ได้ ผมขออนุญาตที่จะเข้าเรื่องให้เห็นว่าปัญหาของมันคืออะไร การรับจำนำข้าว และคำว่า การรับจำนำข้าว ที่จริงมันไม่ใช่เรื่องใหม่ มันเคยทำกันมาแล้วในอดีต และการรับจำนำข้าวที่แท้จริงต้องเป็นการรับจำนำครับ วันที่เขาเริ่มต้นนโยบายนี้ ประมาณเกือบ ๒๐ ปีแล้วละครับเขารับจำนำจริง ๆ รับจำนำคืออะไรครับ รับจำนำก็คือว่า รับของของคนเข้าไปและให้เงินต่ำกว่าราคาตลาด และผู้ที่เอาของมาฝากไว้ จะมาไถ่คืนเมื่อไรก็เป็นสิทธิ นั่นรับจำนำครับ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีไม่เชื่อผม ลองหาอะไรไปจำนำที่โรงรับจำนำสิครับ และดูสิว่าเขาให้เงินท่าน มากกว่าราคาของชิ้นนั้นที่ขายกันอยู่ในตลาดไหม ถามว่ารับจำนำในราคาต่ำกว่าตลาด ทำทำไม ทำเพื่อดึงผลผลิตออกจากตลาด ไม่ให้ผลผลิตมันล้นตลาด ให้เกษตรกรมีโอกาส ในการรอจังหวะลืมตาอ้าปาก ราคาดีขึ้นค่อยมาเอาคืน แล้วไปขายเข้าสู่ตลาด นั่นคือ โครงการรับจำนำครับ แต่โครงการนี้ตอนหลังถูกบิดมาเป็นโครงการรับซื้อข้าวโดยรัฐบาล แต่ใช้ชื่อรับจำนำ ซึ่งเริ่มต้นมาสมัยปี ๒๕๕๑ และพวกกระผมตอนเข้าไปเป็นรัฐบาล ปลายปี ๒๕๕๑ ก็จึงต้องทำโครงการนั้นต่อจนเสร็จสิ้นฤดูกาล แล้วเราเห็นมาแล้วครับว่า มันเสียหายอย่างไร การประกาศรับซื้อของที่แพงกว่าราคาที่เขาซื้อขายกันโดยปกติทั่วไป ก็หมายความว่าในที่สุดคนรับซื้อนั้นจะต้องซื้อของเข้ามาทั้งหมด เพราะคนขาย ต้องการขายที่ที่ขายได้แพงที่สุด เมื่อคนอื่นเขาซื้อขายกันในราคาหนึ่ง แต่รัฐบาลบอกให้ เขาไปอีก ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เขาก็ต้องมาขายรัฐบาล เพราะฉะนั้นโดยการออกแบบของนโยบายนี้ คือนโยบายที่จงใจให้รัฐบาลเป็นผู้ซื้อและ ขายข้าว ในช่วงที่ทำกันปี ๒๕๕๑ ต่อเนื่องมานั่นนะครับ ยังเป็นโครงการซึ่งทำจำกัด คือมีโควตา แล้วสุดท้ายก็เกิดจุดอ่อนอย่างไรครับว่าคนเข้าร่วมโครงการมีโควตาเข้าได้ ก็ได้ประโยชน์ แต่มีเกษตรกรจำนวนมากเข้าไม่ได้ พวกผมถึงได้เปลี่ยนโครงการรับจำนำข้าว ไปเป็นโครงการประกันรายได้เพื่อให้เกษตรกรทุกรายได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาล ด้วยการได้รับเงินส่วนต่าง พอโครงการนี้ดำเนินการไปท่านจึงไปคิดนโยบายว่าอยากจะ กลับไปรับจำนำ แต่คราวนี้เพื่อแก้จุดอ่อนว่าเดิมรับจำนำแล้วมีโควตา ท่านก็เลยบอกว่า รับจำนำทุกเมล็ด เพราะฉะนั้นนโยบายนี้เป็นนโยบายรับซื้อข้าว และเป็นนโยบายที่นำไปสู่ การผูกขาดการค้าข้าวของรัฐบาลครับ มันจึงเป็นโครงการซึ่งทำลายกลไกของการซื้อขาย ตามปกติโดยสิ้นเชิง การอภิปรายของพวกกระผมจึงมุ่งมาสู่ตรงนี้ครับ เรื่องการทุจริต ที่เกิดขึ้นตลอดทางมันเป็นปลายเหตุครับ ต้นเหตุอยู่ที่นโยบาย เป็นนโยบายที่ออกแบบ มาแล้วเอื้อให้เกิดการทุจริตขึ้น แล้วก็ไม่ใช่ว่าเป็นสิ่งที่พวกผมคิดแล้วไม่มีคนอื่นคิดหรือ เตือนรัฐบาล วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๔ ป.ป.ช. ทำหนังสือถึงท่านนายกรัฐมนตรีครับ เตือนไว้แล้วว่านโยบายรับจำนำข้าวมีความสุ่มเสี่ยงอย่างยิ่งต่อการทำให้เกิดการทุจริต อย่างกว้างขวาง แล้วประเดี๋ยวพวกกระผมก็จะไล่ไปทีละขั้นตอนเลยนะครับว่าการทุจริต มันเกิดขึ้นในขั้นตอนไหน อย่างไรบ้าง แต่ผลที่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะผมจะไม่ลงรายละเอียด มากนะครับ เดี๋ยวจะมีผู้ที่มาวิเคราะห์ให้ท่านเห็นได้ละเอียดกว่านี้ ที่เกิดขึ้นและจะเกิดขึ้น ต่อไปกับข้าวของประเทศไทย และการบริหารราชการแผ่นดินคืออะไร

ข้อแรกครับ เมื่อรัฐบาลจะเป็นผู้ผูกขาดซื้อขายข้าวทั้งประเทศ ด้วยนโยบาย ซื้อแพงแล้วต้องขายถูก การขาดทุนเกิดขึ้นแน่นอน การขาดทุนเกิดขึ้นเท่าไรครับ เถียงกัน เยอะมาก แล้วก็มักจะมีการมาตอบโต้ว่าใช้เงินมากกว่าน้อยกว่าโครงการนั้นโครงการนี้ ผมไม่อยากให้สับสนนะครับ เราใช้ตัวเลขเดียวกันก็แล้วกันครับ ผมใช้ตัวเลขของรัฐบาลครับ ตัวเลขของรัฐบาลบอกเลยครับว่าการบริหารจัดการในเรื่องข้าว ผมถือเอาตามหนังสือของสภาพัฒน์ที่ส่งถึง ครม. ที่ผ่านมาต้องใช้วงเงินไปแล้ว ๕๑๗,๙๕๘ ล้านบาท อันนี้คือวงเงินที่ใช้นะครับ แน่นอนในส่วนนี้เมื่อท่านขายข้าว ก็จะได้กลับมาส่วนหนึ่ง ผมก็ไปดูต่อว่าขายกลับมาจะสักเท่าไร อย่างไร ผมก็ถือเอาตาม หนังสือของกระทรวงการคลังถึง ครม. เช่นเดียวกัน ลงวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๕ เขียนไว้ชัดครับ ตามสมมุติฐานของท่านเลยนะครับ เขียนว่าหากกรณีระบายผลิตผลที่รับจำนำได้ใน ๓ ปี จะมีภาระการบริหารการปรับโครงสร้างหนี้เฉลี่ยปีละ ๒๒๔,๕๕๓ ล้านบาท ปีละ ๒๒๔,๕๕๓ ล้านบาท เยอะแค่ไหนครับ เรากำลังพูดถึงการขาดทุนในโครงการเดียวประมาณ ร้อยละ ๑๐ ของงบประมาณทุกปี ๆ นะครับ จึงได้มีการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญว่า ถ้าทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ อีก ๗ ปี หนี้สาธารณะก็จะไปแตะอยู่ที่ร้อยละ ๖๐ ของรายได้ ประชาชาติ ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่เข้าสู่ภาวะที่มีความสุ่มเสี่ยง มีความเป็นอันตราย นอกจากอะไรล่ะครับ นอกจาก ๑. ท่านไปเก็บภาษีเพิ่มจากประชาชน หรือ ๒. ท่านก็ต้องไป ลดการใช้จ่ายอื่น ๆ ในโครงการต่าง ๆ ซึ่งความจริงนักวิชาการเขาก็ชี้ให้เห็นแล้วว่า มีหลายโครงการที่จะต้องได้รับผลกระทบในเรื่องของการเงินการคลังต่อไป นี่คือผลกระทบ ข้อแรกครับ เพราะเราไม่เคยมีโครงการไหนที่รัฐบาลดำเนินการแล้วขาดทุนปีละ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในประวัติศาสตร์

ความเสียหายประการที่ ๒ ที่เกิดขึ้นคือฐานะของประเทศ เพราะเมื่อรัฐบาล เป็นผู้ผูกขาดการค้าข้าว ซื้อขายข้าว แล้วซื้อมาในราคาที่สูงกว่าตลาดหลายสิบเปอร์เซ็นต์ ท่านจะขายไปอย่างไรครับ ถ้าท่านขายถูกกว่าที่ท่านซื้อมาเขาไปร้องดับเบิ้ลยูทีโอ (WTO) อยู่นะครับ ปีที่แล้วเลี่ยงไปชี้แจงเขาว่ายังไม่มีปัญหาเพราะว่าน้ำท่วมไม่มีข้าว เพราะฉะนั้น จึงไม่แปลกละครับว่ามาถึงวันนี้ที่เราเคยพยากรณ์ทำนายทายทักกันไว้ตั้งแต่ต้นว่า ประเทศไทยจะสูญเสียแชมป์ (Champ) การส่งออกข้าวจึงเกิดขึ้นแล้ว ปีนี้ขณะนี้เราคงเป็น อันดับ ๓ แล้วก็คนที่เขาแซงเราไปรัฐมนตรีเขาออกมาขอบคุณเรียบร้อยว่าที่เขาแซงเราได้ เพราะนโยบายของเรา การส่งออกตัวเลขที่พวกผมใช้อยู่จะใช้ตามปีปฏิทิน ปีนี้ปริมาณน่าจะ ลดลงประมาณร้อยละ ๓๕ แต่ถ้าท่านเอานับตั้งแต่เริ่มต้นโครงการรับจำนำข้าวปีที่แล้ว บวกไปอีก ๒-๓ เดือนมาเทียบการส่งออก ๑ ปีก่อนหน้านั้นจะลดไปประมาณครึ่งหนึ่งครับ แล้วท่านไม่ต้องมาชี้แจงผมบอกว่าไม่เป็นไรปริมาณข้าวที่ออกไปน้อยลงแต่ว่าเราได้เงินมากขึ้น เพราะข้าวไทยแพงขึ้น เพราะมูลค่าครับ คือเอาราคาไปคูณกับปริมาณที่ส่งออกก็ลดลงไป ประมาณร้อยละ ๒๕ ถ้าเอาตามปีปฏิทิน ถ้าเอาตามตั้งแต่เริ่มต้นโครงการรับจำนำข้าวขึ้นมา ก็ประมาณร้อยละ ๔๐ พูดง่าย ๆ ก็คือว่าเงินที่เข้าสู่ประเทศจากการขายข้าวของประเทศไทย วันนี้ลดลงไปเกือบครึ่งครับ ที่สำคัญก็คือว่าการสูญเสียตลาดไปแบบนี้ท่านนายกรัฐมนตรีน่าจะทราบดีกว่าผม เพราะเคยอยู่ภาคเอกชนนะครับ เสียตลาดไปแล้วไม่ใช่เอาคืนมาง่าย ๆ นะครับ สมมุติท่านทำโครงการนี้ไปอีกกี่ปีก็แล้วแต่แล้วไปยกเลิกอย่าไปคิดนะครับว่า มันจะหวนกลับคืนมาว่าข้าวไทยจะสามารถกลับไปแข่งขันได้เหมือนก่อนมีนโยบายนี้ และนี่ผมพูดถึงเฉพาะเรื่องปริมาณนะครับ เวลานี้ปัญหาเกิดขึ้นกับเรื่องคุณภาพด้วย เพราะนโยบายนี้เป็นนโยบายที่จูงใจให้เกษตรกรต้องปลูกข้าวให้ได้มากที่สุด เร็วที่สุด เพราะฉะนั้นเราจะมีข้าวคุณภาพ ข้าวไทยที่ได้รับผลกระทบในเชิงลบต่อเนื่อง ต่อเนื่อง ต่อเนื่องมาและจะรุนแรงมากยิ่งขึ้นครับ นี่คือความเสียหายประการที่ ๒ ที่เกิดขึ้นจาก นโยบายนี้

ประการที่ ๓ นอกจากฐานะการเงินการคลังถูกกระทบ การส่งออก ขีดความสามารถ การแข่งขันของข้าวไทยถูกกระทบ การทุจริตคอร์รัปชันที่เกิดขึ้น กับวงการข้าวทั้งหมดขณะนี้รุนแรงมากครับ โกงทุกขั้นตอนนะครับ จริง ๆ ในญัตติ เขียนโกงทั้งแผ่นดิน แต่เมื่อวานผมดูแล้วไม่ครอบคลุมเพราะว่าเดี๋ยวนี้มันไปร่องน้ำกับทะเลด้วย การโกงที่เกิดขึ้นในทุกขั้นตอนของข้าวนี่ครับ เริ่มตั้งแต่ท่านสามารถไปถามเกษตรกร ได้เกือบทุกพื้นที่ว่าขั้นตอนความยุ่งยากของการรับจำนำข้าวทำให้เกษตรกรที่เอาข้าวไปจำนำ ถูกโกงหรือถูกกดสารพัด ผมตระเวนไปพบเกษตรกรนี่ครับไปจังหวัดไหนพบกับเกษตรกร จะถามครับว่าจำนำข้าวนี่หลายคนเข้าโครงการไม่ได้ หลายคนเดี๋ยวจะมีคนพูดเข้าไปแล้ว เงินยังไม่ได้ คนที่เข้าได้แล้วผมยังไม่เจอสักรายเดียวที่บอกว่าได้ ๑๕,๐๐๐ บาท ที่มีได้ ๑๕,๐๐๐ บาทคือ ๑๐,๕๐๐ บาท ไม่ใช่ ๑๕,๐๐๐ บาท นี่คือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แล้วปัญหาการทุจริตตรงนี้เดี๋ยวจะมีสมาชิกให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้เห็นนะครับ ว่ามีใบประทวน มีเอกสารต่าง ๆ ซึ่งบ่งบอกถึงการทุจริตที่เกิดขึ้น

ประการที่ ๒ โดยที่รัฐบาลกลายมาเป็นผู้ค้าข้าวแล้วกำกับการเคลื่อนย้าย ของข้าวทั้งประเทศนี่ครับ ขณะนี้ธุรกิจที่เกี่ยวกับข้าวเช่นธุรกิจโรงสี ใครที่มีเส้นสาย กับรัฐบาลชอบมากครับ แต่ใครที่เคยประกอบธุรกิจโดยสุจริตไม่มีเส้นสายสู้ไม่ได้แล้วครับ มันจึงเป็นการทำลายกลไกการแข่งขัน กลไกของการส่งเสริมผู้ประกอบการที่ดีถูกทำลาย หมดครับ แล้วก็นำมาสู่ความเสียหายที่จะสะสมในระบบการค้าข้าวของทั้งประเทศ ผู้ส่งออก เขาคงไม่ร้องแล้วละครับ คงไม่เหลือเสียงไม่เหลือกำลังที่จะร้องแล้วเพราะเขารู้แล้วครับว่า เขาจะค้าข้าวไทยไปต่างประเทศได้นี่เขาต้องวิ่งหารัฐบาลอย่างเดียว แต่ใครไม่อยากที่จะต้อง วิ่งเต้นวันนี้เขาทำอะไรครับ เขาไปทำการค้าข้าวของเขมร ของประเทศปากีสถาน ของประเทศอินเดีย นี่คือความสูญเสียยิ่งใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้นกับข้าวของประเทศไทย และสุดท้ายล่ะครับ การทุจริตที่รุนแรงที่สุดซึ่งยังไม่มีการตรวจสอบเลยก็คือ เวลาท่านระบายข้าวจะขายข้าว เพราะท่านขายอย่างไรท่านก็ขาดทุน ไม่มีทางขายได้กับ ราคาที่ซื้อเข้ามา แล้วก็เลยทำให้การขายข้าวตรงนี้ครับเป็นปริศนามาตลอด ตัวเลขการส่งออกข้าวที่เป็นทางการของรัฐแทบไม่มีเลย แต่ท่านนายกรัฐมนตรีเองก็ยืนยัน ว่ามีจีทูจี (G to G) เท่านั้นเท่านี้ล้านตัน แต่จากเดิมบอกว่าปลายปีนี้เห็นข้าวออกไป ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้วครับเป็นปลายปีหน้า แต่ว่าที่วันนี้ต้องพูดกันยาวหน่อยก็คือ จีทูจีของท่านคืออะไร มันจีเจี๊ยะ จีเจ๊ง จีเจ๊ จีจีน จีโจ๊ก หรือจีอะไรครับ เดี๋ยวจะมีสมาชิก ชี้ให้เห็นนะครับ หรือถ้าพวกที่ฝรั่งหน่อยบอกว่าจี วิล โกสท์หรือเปล่า บริษัทผีคืนชีพ เดี๋ยวท่านดูมันจะบ่งบอกให้เห็นถึงกระบวนการการทุจริตที่เป็นระบบทั้งหมด ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าการทุจริตไม่ควรจะมี ถ้าไม่มีการทุจริตแล้วท่านบอกกับผมว่าต้องยอมขาดทุน เพื่อให้ชาวนาลืมตาอ้าปากขึ้น อย่างนี้ฟังได้ครับ แล้วพวกผมที่อภิปรายไม่มีใครคัดค้านเลย ว่าอย่างไรรัฐบาลจะทำโครงการไหนก็ต้องขาดทุนเพราะต้องเอาเงินไปให้ชาวนา ตรงนี้พวกกระผมเห็นด้วย เพียงแต่ว่าท่านไปคำนวณตัวเลขดูสิครับ ผมเอาหนังสือของท่าน รู้ลึก รู้จริง จำนำข้าวเป็นตัวเลขที่ใช้จะได้ไม่ต้องโต้เถียงกันแล้วท่านลองไปคำนวณสิครับ ว่าที่ท่านบอกต้องขาดทุน ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเพื่อชาวนา มันจริงหรือเปล่า ชาวนาได้ประโยชน์คำนวณจากอะไรครับ คำนวณจากคนที่เข้าโครงการรับจำนำได้ ปรากฏว่ามีข้าวที่เข้าสู่โครงการรับจำนำตามตัวเลขของท่าน ๑๘ ล้านตันโดยประมาณ คนกลุ่มนี้ผมตีให้ด้วยว่าได้ตามราคาที่โฆษณาเลย ๑๕,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๐ บาท เขาจะได้ตันละประมาณ ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ บาท แล้วผมก็ยังบวกให้อีกตามที่ท่านโฆษณาไว้ ว่าแม้แต่คนที่เข้าโครงการไม่ได้ซึ่งมีข้าวอีกจำนวน ๑๙ ล้านตัน ท่านบอกว่าพวกนี้ ก็ได้ประโยชน์เพราะโครงการรับจำนำข้าวทำให้ราคาข้าวขึ้นมาประมาณ ๘ เปอร์เซ็นต์ ก็เอาง่าย ๆ ว่าได้ไปตันละ ๑,๐๐๐ บาท ท่านบวกออกมาสิครับว่าสรุปแล้วชาวนา ที่ท่านบอกว่าได้ประโยชน์จากตัวเลขของท่านเองได้เงินไปเท่าไร ประมาณครึ่งเดียวครับ ของเงินที่ขาดทุนเงินภาษีอากร ๒๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วผมจะบอกว่าจริง ๆ ตัวเลขท่าน ก็ไม่จริงอยู่แล้วละครับเพราะคนได้ ๑๕,๐๐๐ บาทก็น้อยมาก และเป็นปีแรกที่ข้าวในประเทศไทย มีสูงถึง ๓๗ ล้านตันในอดีตเข้าใจว่าสถิติคือ ๓๔ ล้านตันครับ แล้วผมเชื่อด้วยว่า ๓,๐๐๐,๐๐๐ ตันที่โป่งขึ้นมามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ถ้าท่านบอกท่านอยากทำให้ชาวนา ถ้าท่านบอกท่านอยากทำให้ชาวนานะครับ แล้วท่านพร้อมจะใช้เงินมากมายมหาศาลขณะนี้ ขนาดนี้คือ ๒๒๔,๐๐๐ ล้านบาท ผมคำนวณง่าย ๆ เลยครับเอาข้าว ๓๔ ล้านตัน ไปหารเงิน ๒๒๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ต้องใช้ ปรากฏว่าท่านสามารถแจกเงินให้กับชาวนา ได้ตันละ ๖,๐๐๐ บาททุกคนทั่วประเทศ แปลว่าทุกคนได้ ๑๕,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๐ บาท ทุกคนครับ ไม่ใช่เฉพาะที่มาเข้าโครงการรับจำนำ ผมกำลังจะฟ้องประชาชนว่ารัฐบาลนี้ เอาเงินประชาชนไป ๒๒๐,๐๐๐ ล้านบาท อ้างว่าช่วยชาวนา แต่ช่วยจริงอย่างเก่ง คือครึ่งเดียว อีกครึ่งหนึ่งอยู่กับพ่อค้าโรงสี นักการเมืองทุจริต ตรงนี้ครับที่พวกผมไม่ยอม ไม่ใช่ไม่ยอมเอาเงินไปให้ชาวนา แต่ไม่ยอมให้ ให้ชาวนาแค่ครึ่งเดียว นี่คือสิ่งที่ผมกราบเรียนว่าท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ และมีคนท้วง มีคนติงสารพัดมาโดยตลอดในทุกขั้นตอน การเพิกเฉยของท่านทำให้กระผม ไว้วางใจท่านไม่ได้

ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องที่ ๒ ที่จะต้องอภิปรายท่านนายกรัฐมนตรี เป็นการเฉพาะคือเรื่องที่ยื่นถอดถอนครับ หวังว่าทุกท่านได้เอกสารแล้วนะครับ เรื่องที่กระผม ถอดถอนท่านนายกรัฐมนตรีเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับมาตรการของการป้องกันและปราบปราม การทุจริตเป็นการเฉพาะ ซึ่งก่อนจะไปถึงตรงนั้นต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับ หลังจากวันที่ ท่านไปเดินรณรงค์เรื่องการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน มาตรการของรัฐบาล ที่เป็นระบบจริง ๆ ที่จะแก้ปัญหาหรือป้องกันการทุจริตนี่ไม่มีครับ และคนที่เขาพยายาม ที่จะร่วมมือกับรัฐบาลในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตนี่เขาไม่เคยได้รับการตอบสนอง ผมยังตกใจเลยครับว่าหลังน้ำท่วมนี่ผมก็เดินสายพบกับองค์กรต่าง ๆ เพื่อไปสอบถามว่า ความเสียหายเขาคืออะไร มีอะไรที่พวกผมจะมาช่วยบอกรัฐบาลให้ดำเนินการได้ ผมตกใจ แล้วก็ดีใจครับว่าองค์กรหลักทางธุรกิจนี่สิ่งแรกที่เขาพูดกับพวกผมก็คือว่าสิ่งหนึ่งที่อยากให้ พวกผมทำคือช่วยตรวจสอบงบเยียวยาน้ำท่วมและงบฟื้นฟูทั้งหลาย เพราะเขากังวลว่า จะเกิดการทุจริตอย่างมโหฬาร อย่างมหาศาล พอท่านนายกรัฐมนตรีมาของบประมาณ ในเรื่องนี้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท บวกกับเงินกู้อีก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านไม่ได้ให้ รายละเอียดกับสภา ผมจำได้ว่าผมก็ได้อภิปรายว่าความจริงแล้วมันไม่ได้เกินเลยวิสัยเลยครับ ที่จะให้รายละเอียดกันหรือไปทำกันในชั้นของคณะกรรมาธิการ เพราะสมัยรัฐบาลผม ในช่วงน้ำท่วมแม้จะไม่ใช่น้ำท่วมใหญ่เขาก็เสนออย่างนี้ครับว่านายกรัฐมนตรีจัดเป็นงบกลาง ก้อนเดียวไป ผมบอกไม่เอา คุณไปถ่ายรูปมาเลยที่ไหนเสียหาย ทำขอมาเป็นรายโครงการ และผมเอารูปให้สภาดูทั้งสภานะครับ ตรวจสอบกันไปเลยตรงไหนเสียหายจริงไม่จริง มีซ้ำซ้อนไหม แต่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าขอเป็นเงินก้อน เอาละเร่งด่วน เราก็ทวงกันว่า แล้วจะตรวจสอบอย่างไร ท่านรับปากนะครับบอกว่าสุดท้ายจะมีรายละเอียดสำหรับ ที่ตรวจสอบได้ สมัยงบไทยเข้มแข็งนี่ขึ้นเว็บไซต์ โครงการตั้งที่ไหน มีรูปถ่าย มีพิกัด มีราคากลาง มีรายละเอียดว่าใครประมูลได้ ราคาเท่าไร ต้องทำงานเสร็จเมื่อไร เชิญชวนให้ ประชาชนตรวจสอบอีกทางหนึ่งร้องเรียนเข้ามาได้ แต่เว็บไซต์ของรัฐบาลเกี่ยวกับเงินน้ำท่วม ไม่มีใครเข้าได้เลยครับ คณะกรรมาธิการงบประมาณพยายามเข้าอยู่ ๗ อาทิตย์ เข้าไม่ได้ แล้วสุดท้ายผลที่เกิดขึ้นก็อย่างที่เราเห็นเมื่อวานอย่างไรครับ ขุดลอก ขุดหลอก อ้อยเข้าปากช้าง ก้างติดคออะไรนี่ครับ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีฟังอยู่เห็นภาพชัดว่าเกิดอะไรขึ้น นั่นก็คือสิ่งที่ บ่งบอกว่าความจริงใจในการที่จะป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันนี่มันมีปัญหา มาตั้งแต่ต้น แต่จุดที่เป็นปัญหาหลักกระผมกราบเรียนว่ามันเป็นเรื่องที่พวกเราในอดีต พยายามทำงานกันมา ผมเป็นคนพูดเสมอครับทุกรัฐบาลมีการทุจริต ไม่มีข้อยกเว้นละครับ แล้วก็ไม่มีนายกรัฐมนตรีคนไหนละครับจะเก่งกาจสามารถไปป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตได้ แม้แต่นิดเดียว เป็นไปไม่ได้ แต่เราต้องพยายามมาศึกษาวิเคราะห์ปัญหาว่าการทุจริตที่มันรุนแรงในระยะหลังจะแก้กัน อย่างไร ๑. เรื่องที่เราเคยสรุปกันไปนะครับ สัมมนากับ ป.ป.ช. ก็คือบอกจะทำนโยบายอะไร ให้ดูผลกระทบด้วยว่านโนบายนั้นออกแบบมาแล้วโอกาสการทุจริตมีมากหรือไม่ นั่นคือที่มา ของการเสนอว่านโยบายอย่างรับจำนำข้าวอย่าทำรูปแบบนี้ นั่นรัฐบาลก็เพิกเฉย แต่ประเด็นที่ ๒ ที่พูดกันมากก็คือว่าการทุจริตคอร์รัปชันระยะหลังมี ๒ เรื่องหลักที่เป็นปัญหา ๑. คือราคากลาง เพราะการทุจริตมักจะเกิดจากการฮั้วและการฮั้วก็ฮั้วอยู่โดยอาศัยราคากลางเป็นจุดที่ทำให้ ฮั้วกันติด แต่ถ้าราคากลางมันเป็นไปตามต้นทุนที่แท้จริงมันก็หากำไรกันยาก เราจึงต่อสู้ว่า กระบวนการการจัดทำราคากลางใหม่ เปิดเผยราคากลางต้องเกิดขึ้น ครม. ชุดนี้ก็ยังดีครับ สานต่อเรื่องการคำนวณราคากลางใหม่ต่อจากรัฐบาลที่แล้วมอบหมายไว้มีมติไป เมื่อเดือนมีนาคม แต่การเปิดเผยราคากลางและการคำนวณราคากลางให้ตรวจสอบนี่สิครับ นั่นคือปัญหา นั่นคือที่มาว่าทำไมก่อนยุบสภานี่ครับ สภาแห่งนี้จึงได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ แล้วก็มีการเพิ่มบทบัญญัติมาตรา ๑๐๓/๗ กับมาตรา ๑๐๓/๘ เข้าไป กฎหมายนี้ ป.ป.ช. เป็นผู้รักษาการ ประธาน ป.ป.ช. เป็นผู้รักษาการ มาตราที่เพิ่มเข้าไป มาตรา ๑๐๓/๗ คือบอกว่าให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการจัดทำข้อมูลรายละเอียดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ การจัดซื้อจัดจ้าง โดยเฉพาะราคากลางและการคำนวณราคากลางไว้ในระบบข้อมูล ทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าตรวจดูได้ แล้วก็มาตรา ๑๐๓/๘ ป.ป.ช. เขาก็จะมีหน้าที่ในการรายงานต่อ ครม. ที่จะให้ดำเนินการตามมาตรา ๑๐๓/๗ วรรคหนึ่ง ที่อ่านไปเมื่อสักครู่ครับ โดยจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๑๘๐ วันนับแต่วันที่ คณะรัฐมนตรีมีมติ แล้วเขาก็บอกต่อนะครับ หน่วยงานของรัฐใดฝ่าฝืนหรือไม่ดำเนินการ ตามวรรคหนึ่งให้ถือว่าผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องมีความผิดทางวินัยหรือเป็นเหตุที่จะถูกถอดถอน จากตำแหน่งหรือต้องพ้นจากตำแหน่งแล้วแต่กรณี นี่คือสาระสำคัญว่าจะต้องมีการทำเรื่องนี้ กฎหมายออกเดือนเมษายนครับ ตามกฎหมาย ป.ป.ช. เขามีเวลา ๑๒๐ วันทำเรื่องนี้ ให้รัฐบาลได้ดำเนินการ เขาก็ทำเสร็จต้นเดือนสิงหาคมครับ ครั้งแรกก็คือทำเรื่องเสนอ ครม. ไปวันที่ ๑ สิงหาคมปีที่แล้ว แต่ว่าวันที่ ๑ สิงหาคมปีที่แล้วเพิ่งเลือกตั้งเสร็จ ยังไม่ได้โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งท่านนายกรัฐมนตรี ผมเองก็ไม่สามารถทำอะไรได้หลังวันที่ท่านถวายสัตย์ปฏิญาณ ก็เกิดช่องว่างขึ้น ก็ไม่เป็นไร ป.ป.ช. เขาก็ทำเรื่องเสนอ ครม. มาใหม่ วันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๔ เสนอ ครม. ให้ดำเนินการตามกฎหมายฉบับนี้ในเรื่องของการเปิดเผยราคากลาง และการคำนวณราคากลางเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เอาละครับเกิดปัญหาน้ำท่วม ไม่ว่ากันช่วงเดือนสิงหาคม เดือนกันยายน เดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน วุ่นวายกันอยู่ เรื่องน้ำท่วม สุดท้ายเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีวันที่ ๑๓ ธันวาคมครับ การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีแน่นอนครับก็ขอความเห็นของฝ่ายต่าง ๆ มาประกอบ แต่ว่าหน่วยงานอย่างสำนักงบประมาณเขาเห็นด้วยนะครับ แต่สุดท้ายท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งรับเรื่องจาก ป.ป.ช. เสนอเรื่องนี้เข้าสู่ ครม. เป็นประธาน ในที่ประชุม ครม. มีมติว่าอย่างไรครับ ง่าย ๆ สั้น ๆ ก็คือว่าไม่เห็นชอบหรือไม่อนุมัติครับ แต่กลับบอกว่าให้หน่วยงานของรัฐจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างให้สอดคล้องกับ กฎระเบียบที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันโดยเคร่งครัด คือถ้าเจตนาจะต่อสู้กับการทุจริตคอร์รัปชัน แล้วเขาทำงานกันมาเป็นเวลาหลายปีบอกว่ามันถึงเวลาที่ต้องปรับปรุงกฎระเบียบ การเปิดเผยตรงนี้ แล้วพอ ป.ป.ช. เสนอมาท่านกลับมีมติบอกว่าไม่ต้อง ใช้กฎระเบียบเดิม นั่นแหละ แต่ทำให้มันเคร่งครัดขึ้น รัดกุมขึ้น นี่แหละครับที่เป็นการเอาจริงเอาจังกับ การทุจริตคอร์รัปชัน แล้วก็ยังเป็นการฝ่าฝืนเจตนารมณ์ของมาตรา ๑๐๓/๗ มาตรา ๑๐๓/๘ ของ กฎหมาย ป.ป.ช. อย่างชัดเจน ท่านเพียงรับทราบรายงานของ ป.ป.ช. แล้วก็ส่งให้ หน่วยงานต่าง ๆ ไปพิจารณาดู จากมติวันนั้นทำให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เขาเสนอเรื่อง กลับมาที่ท่านนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง หนังสือลงวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ให้ท่านนายกรัฐมนตรีนำเรื่องเสนอเข้าสู่ ครม. เพื่อให้ ครม. มีมติ ทบทวนมติ ครม. ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๔ เพราะเขาบอกชัดเจนว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่ในกฎหมายที่เป็นมาตรการใหม่ ที่ควรจะมีที่จะป้องกันการโกงมันเป็นเรื่องที่เป็นคนละเรื่องกับมาตรการที่มีอยู่แล้ว ในฝ่ายบริหารครับ แล้วมติของ ครม. ที่บอกให้ไปยึดกฎระเบียบของฝ่ายบริหาร เขาเขียนชัดเจนว่าไม่ครอบคลุมตามเจตนารมณ์ของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่กระผม อ้างถึงนี่แหละครับ แต่อะไรที่ท่านท้วงติงไปมีเหตุมีผล เช่นควรจะกำหนดวงเงินขั้นต่ำว่า ที่ต้องเปิดเผยราคากลางต้องวงเงินตั้งแต่ ๕,๐๐๐ บาทขึ้นไป เขาก็บอกว่าตรงนั้น เขาก็เห็นด้วย แต่สาระสำคัญก็คือว่าต้องทบทวนมติ ครม. เพื่อที่จะให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ ของกฎหมาย ถามว่าท่านนายกรัฐมนตรีทำอะไรครับ ท่านนายกรัฐมนตรีเลยส่งเรื่องไปให้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความครับว่าต้องทำตามที่ ป.ป.ช. เสนอหรือไม่ ตรงนี้อย่างไรครับที่ผมไม่ไว้วางใจท่าน เพราะถ้าท่านอยากจะต่อสู้กับการทุจริต แล้วคนเสนอ มาตรการมาแทนที่ท่านจะพยายามทำ ท่านกลับพยายามจะไปถามคนว่าไม่ทำได้ไหม สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาก็ส่งกลับมาบอกว่าไม่จำเป็นต้องทำตามที่ ป.ป.ช. เสนอ เขาไม่ได้บอกไม่ให้ทำนะครับ เขาบอกไม่จำเป็นต้องทำตามที่ ป.ป.ช. เสนอ แล้วเรื่องนี้ ก็เลยวนเวียนอยู่นี่ครับ วนเวียนอยู่กับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา วนเวียนอยู่กับ กระทรวงการคลัง วนเวียนอยู่กับสำนักงบประมาณซึ่งยังทำหนังสือยืนยันความเห็นเดิมว่า เขาเห็นด้วยที่จะให้ปฏิบัติตามข้อเสนอของ ป.ป.ช. สุดท้ายส่งไปให้คณะกรรมการกฤษฎีกา คือเมื่อกี้ความเห็นสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาก็ส่งไปให้ตีความอีกเพื่อจะให้ยืนยันว่า ป.ป.ช. ไม่มีอำนาจมาบังคับ ครม. พูดง่าย ๆ จากนั้นเมื่อมีความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว ท่านจึงเสนอเรื่องกลับไปให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้งหนึ่งในเดือนกรกฎาคม ผมกราบเรียนให้พี่น้องเห็นภาพนะครับ นี่ถ้า ครม. อนุมัติตั้งแต่เดือนธันวาคม งบน้ำท่วมทั้งหลายที่ละเลงกันอย่างที่พวกกระผม อภิปรายเมื่อวานนี้ครับ มันคงไม่เป็นอย่างนี้ครับ แต่นี่นอกจากไม่รับมาตรการ ป.ป.ช. นะครับ ยังไปล่นขั้นตอนอีออกชัน ร่นขั้นตอนอีออกชันยังไม่สะใจท่านรัฐมนตรีชัจจ์ต้องวิธีพิเศษ แล้วอีก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านปลอดประสพก็บอกว่าคงจะต้องใช้วิธีพิเศษ ๆ หรือ พิสดารผมไม่ทราบนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เจตนาตรงนี้มันก็ชัดครับ พอส่งเรื่อง มาถึง ครม. ในเดือนกรกฎาคมนะครับ ครม. ประชุมในวันที่ ๑๐ กรกฎาคมเห็นว่าโดยที่เรื่องนี้ คณะกรรมการกฤษฎีกาได้มีความเห็นประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี โดยเห็นว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่มีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติตามมาตรา ๑๐๓/๗ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม การทุจริตนะครับ ดังนั้นคณะรัฐมนตรีย่อมมีดุลยพินิจที่จะรับข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช. ไปดำเนินการทั้งหมดหรือบางส่วนได้ตามที่เห็นสมควร จึงได้ลงมติเห็นชอบให้หน่วยงาน ของรัฐถือปฏิบัติตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา และตามมติของคณะรัฐมนตรีเดิม คือ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๔ ปิดประชุมเลยครับ แต่ว่าหลังจากนั้นก็เป็นเรื่องแปลกครับ พอปิดประตูไปอย่างนี้ ป.ป.ช. เขาเริ่มส่งเสียงว่าเขาจะไม่ยอมนะ ปรากฏว่าอาทิตย์ถัดมา ครม. ประชุมใหม่ครับ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ก็คงจะกลัวว่าจะเป็นปัญหาก็เลยบอกว่า คณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้วเห็นว่าตามที่มีมติไปเมื่อวันที่ ๑๐ ๗ วันก่อนหน้าโดยแจ้ง ความเห็นทางกฎหมายของคณะกรรมการกฤษฎีกาให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบแล้วนั้น โดยที่รัฐบาลมีนโยบายและให้ความสำคัญในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบเป็นเรื่องเร่งด่วนโดยได้ประกาศยุทธศาสตร์และแผนงานเชิงรุกของ รัฐบาลในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันและมอบนโยบายแก่ส่วนราชการในการพัฒนา องค์กรเพื่อสร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ ดังนั้นเพื่อประโยชน์ในการบริหาร ราชการแผ่นดินจึงมีมติให้กระทรวงการคลังเป็นหน่วยงานหลักร่วมกับสำนักงบประมาณ สำนักงาน ก.พ.ร.ไปหารือร่วมกับ ป.ป.ช. เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลหาวิธีการและแนวทาง ในการปฏิบัติเพื่อตอบสนองมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลและคณะกรรมการ ป.ป.ช. ผมไม่ถือว่านี่เป็นการปฏิบัติ ตามกฎหมายหรอกครับ พยายามหาทางออก แล้วผมก็ทราบครับว่า ป.ป.ช. เขาก็ไม่มา ร่วมกับท่าน เขายังยืนยันว่าท่านต้องทำตามกฎหมายปราบโกง แม้ต่อมาเดือนสิงหาคม กระทรวงการคลังจะเริ่มมีการออกหนังสือไปบอกว่าให้มีการเปิดเผยข้อมูลมากขึ้น ในงานก่อสร้างแต่ก็ไม่เหมือนของ ป.ป.ช. นะครับ ป.ป.ช. นี่เขาไม่ได้มีงานเฉพาะก่อสร้าง งานที่ไม่ใช่ก่อสร้างก็ต้องเปิดเผย การควบคุมงานก็ต้องเปิดเผย ที่สำคัญฟังตรงนี้ครับ การจ้างที่ปรึกษาก็ต้องเปิดเผย รวมไปถึงงานอื่น ๆ เช่น การพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ อะไรต่าง ๆ ที่พูดตรงนี้เพราะเมื่อวานนี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยชี้แจงครับ แล้วพวกผมก็อภิปรายไปแล้วว่ากำลังจะมีการปรับรูปแบบโครงการอีกใช้วิธีเอาที่ปรึกษา มาคุมงานก็หนีออกไปอีก นี่แหละครับคือสิ่งที่ได้ยื่นถอดถอนและอภิปรายท่านนายกรัฐมนตรี ว่าท่านต้องรับผิดชอบกับเรื่องนี้ถึงจะทำให้การต่อสู้กับการทุจริตคอร์รัปชันนั้นมันเป็นจริง มีอีกหลายประเด็นที่เพื่อน ๆ ผมจะลงในรายละเอียดนะครับว่าเวลาคนที่เขาไปทำงาน ตรวจสอบในเรื่องของการทุจริตเขาก็ถูกย้ายไปเรียบร้อย คณะรัฐมนตรีท่านนายกรัฐมนตรี ก็ทราบดีครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้คือประเด็นที่กระผมยืนยันครับว่าไม่สามารถไว้วางใจ ท่านนายกรัฐมนตรีได้

สุดท้ายครับ ก่อนที่จะจบการอภิปราย ยังมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเลือกปฏิบัติ ๒ มาตรฐาน และความห่วงใยที่พวกกระผมมีต่อแนวโน้มความขัดแย้งในสังคมและ ทางการเมือง การเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้องให้กับญาติ การบั่นทอนความน่าเชื่อถือ หรือการไม่ยอมรับองค์กรอิสระ องค์กรศาล เรื่องเหล่านี้นายกรัฐมนตรีจะปฏิเสธ ความรับผิดชอบไม่ได้ เมื่อวานรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมหัวเราะชอบใจคำพูดตัวเองนะครับ ที่ไปบอกให้ตำรวจเลือกข้าง จริง ๆ ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นคนมอบให้รองนายกรัฐมนตรี เฉลิมไปดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ท่านช่วยตอบพวกผมได้ไหมครับว่าตำรวจ ต้องเลือกข้างหรือเปล่า แล้วก็ไหน ๆ พูดเรื่องนี้แล้วเมื่อวานท่านก็ชี้แจงคลาดเคลื่อนไปแล้ว เรื่องแก๊สน้ำตา ตำรวจเขาออกมายอมรับแล้วนะครับว่าที่ท่านไปกล่าวหาว่าผู้ชุมนุมใช้รุ่นนั้น มีอยู่ในรถตำรวจ และคำชี้แจงท่านเรื่องการถอดยศ พันตำรวจโท ทักษิณ ปกติท่านอ่าน เสียงดังฟังชัดนะครับ แต่เอกสารวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ไม่รู้ส่งให้ท่านประธานหรือยัง อ่านรัวเลยครับวันนั้น เพราะผมฟังที่ท่านอ่านรัวเขายังยืนยันว่าเข้าหลักเกณฑ์ เพียงแต่เขาอ้าง ซึ่งน่ากลัวนะครับ ต่อไปนี้ศาลตัดสินแล้วจะมีองค์กรอย่างตำรวจไปวินิจฉัย อีกว่าความผิดที่ศาลตัดสินแล้วมันเป็นความผิดที่ร้ายแรงหรือเปล่า ศาลตัดสินลงโทษก็จะไป เถียงศาลต่ออีกนะครับว่าลงโทษไปทั้ง ๆ ที่เขาไม่น่าจะผิดอะไรทำนองนั้น เราจะใช้ระบบนี้ หรือครับ ไม่นับหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นกับพวกผมนะครับ ทุกอาทิตย์สมัยประชุมแท้ ๆ ดีเอสไอส่งหนังสือขู่ผมทุกอาทิตย์ในคดีเรื่องน้ำท่วม เป็นพยานด้วยนะครับไม่ใช่ผู้ถูกกล่าวหา จะบังคับให้เซ็นเอกสารเป็นลังเป็นคอนเทนเนอร์ (Container) ส่งให้ได้ก่อนปิดสมัยประชุม ผมไม่อยากจะให้การเมืองของเราวนเวียนอยู่กับความขัดแย้ง แต่ว่าถ้าท่านนายกรัฐมนตรี ไม่พร้อมที่จะมาทำงานโดยการเปิดพื้นที่ทางการเมืองให้กับทุกฝ่าย ปัญหานี้จะดำรงต่อไป ผมเคยพูดในช่วงหาเสียงครับ ผมบอกว่าถ้าท่านนายกรัฐมนตรีได้รับเลือกตั้งเป็น นายกรัฐมนตรีก็จะเป็นบุคคลที่น่าสงสาร

สงสารข้อ ๑ ก็คือมันมีคนที่ยังคิดว่าใหญ่กว่าท่าน และปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ในปีที่ผ่านมา นักการทูตบางคนเวลาเขาพบผมเขาก็บอกว่าเขาไม่เคยเห็นในประเทศอื่น ว่าตกลงอำนาจอยู่ที่ไหน อย่างไร อยู่ในประเทศหรือเปล่า

และผมบอกสงสารประการที่ ๒ ก็คือว่าท่านจะอยู่ในภาวะที่ลำบากใจมาก ในหลาย ๆ เรื่อง เพราะถ้าท่านทำตรงไปตรงมา กระทบกระเทือนพี่ชายท่าน ญาติท่าน และวันนี้ที่บ้านเมืองยังคุกรุ่นอยู่ ไม่จบ ก็เพราะรัฐบาลยังไม่สามารถที่จะละวางวาระส่วนตัว ในเรื่องของการนิรโทษกรรมได้ การตัดสินใจตรงนี้ครับผมทราบดีไม่มีทางง่ายละครับ แต่ว่าวันนี้ผมต้องสงสารประเทศ มากกว่า ผมไม่อยากเห็นบ้านเมืองผมเดินหน้าไปอย่างนี้ครับ ข้าว สินค้าที่อยู่คู่กับประเทศไทย คนไทยกำลังถูกทำลายอนาคต ผมไม่อยากเห็นปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันลุกลามบานปลาย อย่างที่พวกเราได้อภิปราย อย่างที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง และผมไม่อยาก เห็นว่าถ้าท่านคิดว่าเสียงข้างมากก็ดี กลไกรัฐก็ดี เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงก็ดี ถูกนำมาใช้ ให้เลือกข้างทำงานให้กับรัฐบาลในทางการเมืองได้แล้วบ้านเมืองจะสงบ ผมยืนยันว่าท่านคิดผิด ความอึดอัดจะสะสม ความไม่เข้าใจ ความโกรธจะมีมากขึ้นในสังคม แล้วสุดท้ายไม่มีพวกเรา แม้แต่คนเดียวที่นี่ครับจะมีความสุข ผมไม่ต้องการให้บ้านเมืองเดินไปในทิศทางนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีมีเวลาปีกว่าแล้วที่จะพิสูจน์ว่าจะไม่เดินไปในทิศทางนั้น แต่ท่านไม่ได้ทำ ผมไม่สามารถไว้วางใจท่านได้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุนัยครับ เดี๋ยวให้ท่านนายกรัฐมนตรีก่อนได้ไหมครับ เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี 🔗

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก่อนอื่นตามที่พรรคฝ่ายค้านและ ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้ยื่นอภิปรายญัตติถอดถอนแล้วก็อภิปรายไม่ไว้วางใจ ตัวดิฉันต่อท่านประธาน ดิฉันขอถือโอกาสนี้ในการตอบข้อซักถามแล้วก็ขอถือโอกาสนี้ ในการที่จะตอบข้อกล่าวหาที่ว่าดิฉันบริหารราชการบกพร่อง ล้มเหลว แล้วก็ยังมี หลาย ๆ หัวข้อด้วยกันนะคะ ก็ขออนุญาตเริ่มด้วยหลักการในการทำงาน หลักการบริหาร แล้วก็นโยบายในการบริหารราชการแผ่นดิน รวมถึงในการที่จะขออนุญาตตอบถึงสถานะของ ประเทศไทยหลังจากที่ดิฉันได้รับตำแหน่งมานะคะ ก่อนอื่นก็ต้องเรียนว่าตลอดเวลาประเทศไทย ๖-๗ ปีที่ผ่านมา ประเทศของเรานั้นไม่ได้ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เดินไปที่ไหน หลาย ๆ คน อยากมีบรรยากาศที่จะลงทุน พ่อแม่พี่น้อง ผู้ปกครองอยากเห็นลูกหลานเรามีอนาคต แต่สิ่งที่เขาเห็นก็คือบรรยากาศที่แตกแยก การบริหารบ้านเมืองที่ไม่สามารถจะต่อเนื่องตลอด ๖-๗ ปีที่ผ่านมา ต่างประเทศอยากมาลงทุน ขาดความมั่นใจ นี่คือสิ่งที่เราเห็น ความขัดแย้ง ทางการเมือง เกิดความเหลื่อมล้ำ เกิดการเลือกปฏิบัติ เกิดการที่ไม่มีมาตรฐานที่เท่าเทียมกัน นี่คือสิ่งที่ดิฉันเอง ก็เจตนารมณ์ของดิฉันเองที่เข้ามาทำงานนี้อยากเห็นประเทศของเรานั้น ก้าวไปข้างหน้า อยากเห็นประเทศของเรานั้นมีแต่ความรัก ความสามัคคี ให้อภัยกัน แล้วก็อยากเห็นความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันภายใต้พระบรมโพธิสมภารของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว การเคารพในกติกา การเคารพในกฎหมายระบอบประชาธิปไตยซึ่งเป็น ระบอบที่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ การที่จะทำอย่างไรนั้นในการช่วยกันแก้ไข สิ่งที่ไม่ถูกต้องให้ได้รับความเป็นธรรมอย่างเสมอภาค ไม่มีแบ่งแยกพื้นที่ จังหวัด ไม่มีแม้กระทั่งสีเสื้อ ดังนั้นสิ่งที่ดิฉันได้เคยมุ่งหวังแล้วก็ได้เคยกราบเรียนพี่น้องประชาชน ตั้งแต่วันแรกว่าดิฉันปวารณาตัวเองในการทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน ต้องการที่จะมาแก้ไข แต่ไม่ได้แก้แค้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทำวันนี้การทำงานทั้งหมดก็ต้องยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย ยึดมั่นการทำงานแบบมืออาชีพ แล้วก็การทำงานที่มีความซื่อสัตย์ ยุติธรรม และสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ การทำงานก็ต้องเป็นทีม แล้วก็การที่ทำอย่างไรให้ประชาชนมีส่วนร่วมและดิฉันยินดี ในการที่จะเปิดรับฟังความคิดเห็น และดิฉันยินดีที่จะรับฟังกับท่านสมาชิกทุกท่าน รวมถึง ข้อเรียกร้องของพี่น้องประชาชนและหน่วยราชการทุกท่านนะคะ

สิ่งแรกก็ขออนุญาตเรียนว่าหลักการในการทำงานนั้นเรายึดมั่นเป็นทีม เราทำงานถือว่าเราจะยึดหลักในการทำงานร่วมกันกับคณะรัฐมนตรี ซึ่งถือว่า เป็นหลักความรับผิดชอบภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ดิฉันขออนุญาตใช้เวลาเพียง เล็กน้อยว่าวิธีการทำงานของคณะรัฐบาลนี้ก็คือว่านายกรัฐมนตรีมีหน้าที่ในฐานะกำกับ พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน กำกับโดยทั่วไปในการมอบนโยบายต่าง ๆ แล้วก็ กำกับทั่วไป สำหรับรองนายกรัฐมนตรีก็จะมีหน้าที่ในการกำกับบริหารราชการของ กระทรวงต่าง ๆ รวมถึงกระทรวงที่ได้รับมอบหมายด้วย ส่วนรัฐมนตรี รัฐมนตรีถือว่ามีหน้าที่ ในการเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบในการกำหนดนโยบายเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ ของงานในกระทรวง จากที่เห็นอย่างนี้ดิฉันไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบค่ะ ดิฉันไม่ได้ละเลย ดิฉันทำงานในการติดตามความสำเร็จของงานและติดตามในการทำงานในทุกระยะ แต่แน่นอนการทำงานมอบหมายก็ต้องมีการแบ่งขั้นตอนในความรับผิดชอบ การมอบหมาย ไม่ใช่การก้าวก่าย แต่ต้องเป็นการให้เกียรติซึ่งกันและกันในการทำงาน อย่างที่ท่านสมาชิก ได้กล่าวว่าดิฉันมีการเลือกปฏิบัติ อย่างเช่นบอกว่าตำรวจไม่เลือกข้าง ตำรวจจริง ๆ แล้ว ต้องเลือกประชาชน เลือกความถูกต้องและไม่เลือกปฏิบัติ สำหรับในเรื่องต่าง ๆ การทำงาน ดิฉันเองก็ยึดมั่นในหลักประชาธิปไตย และยึดมั่นในงานทางด้านของงานบริหาร และเคารพใน ๓ เสาหลัก ก็คือทางด้านของงานนิติบัญญัติ งานบริหารราชการแผ่นดิน และตุลาการ ทั้ง ๓ อำนาจนี้ก็ต้องทำงานอย่างสมดุลกันและให้มีเสถียรภาพ ฉะนั้นในส่วน ของงานนิติบัญญัติ ดิฉันในฐานะนายกรัฐมนตรีก็พร้อมที่จะผลักดันกฎหมายที่สำคัญ ที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน และก็เคารพต่อสภาในการที่จะเข้ามา แต่กราบเรียนว่า ลักษณะของการทำงานนั้นเป็นการทำงานที่เราได้มีการมอบหมาย ทุกครั้งที่มีการตั้งกระทู้ถาม ดิฉันก็ได้มอบหมายให้ผู้ที่เกี่ยวข้องนั้นมาตอบคำถามกับสมาชิกโดยตรง ส่วนงานสภาดิฉันเองก็มีภาระในการทำงานในฐานะผู้นำประเทศในงานบริหารก็ต้องทำงาน บริหารด้วย ขณะเดียวกันดิฉันก็พยายามที่จะทำงานให้เกียรติสภา แล้วก็ทำงานอย่างเต็มที่ ก็ต้องกราบเรียนว่างานบริหารราชการแผ่นดินวันนี้นอกจากจะต้องแก้ปัญหาหลังจากที่ ได้รับมอบหมายแล้วในเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา ก็ต้องมาดูเรื่องของการแก้ปัญหาอุทกภัย การวางแผนบริหารราชการแผ่นดินที่จะเตรียมอนาคตของประเทศไทย การที่จะทำอย่างไร ในการเร่งรัดนโยบายที่มีการแถลงไว้ต่อรัฐสภา ดิฉันทำงานไม่ได้หยุดค่ะ ทำงานตลอด ๗ วัน ก็ต้องเรียนว่าทุกอย่างก็ต้องทำงานอย่างเต็มที่ ยืนยันค่ะว่าดิฉันมีความตั้งใจในการทำงาน แล้วก็ให้เกียรติทั้งในส่วนของนิติบัญญัติและระบบรัฐสภาค่ะ

สำหรับในเรื่องของสถานะของประเทศ เมื่อเข้ามาก็ตามที่ท่านผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรได้เรียนว่าดัชนีความมั่งคั่งของประเทศก็จะเป็นข้อมูลของปี ๒๕๕๓ กับปี ๒๕๕๔ ซึ่งก็แน่นอนก็ต้องเรียนว่าสถานการณ์ตั้งแต่ที่เข้ารับตำแหน่งมา สืบเนื่องจาก รัฐประหารปี ๒๕๔๙ การเมืองก็มีความขัดแย้งที่รุนแรง การเปลี่ยนรัฐบาลบ่อยครั้งก็ต้อง มีผลกับโครงการต่าง ๆ ที่หยุดชะงักลง นโยบายโดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ก็ไม่ถูก ต่อเนื่อง ความขัดแย้งที่เกิดจากความเหลื่อมล้ำในสังคมจากพื้นที่ต่าง ๆ ความเป็นอยู่ของ พี่น้องประชาชนก็ทำให้มีความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราก็ต้องเข้ามาแก้ไข ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เราก็จะเห็นว่าจากการที่เราไม่ได้รับการยอมรับ จากต่างประเทศเท่าที่ควร งานต่าง ๆ ข้อกฎหมายต่าง ๆ ก็มีงานค้างที่จะต้องเข้ามาทำงาน ในการแก้ไขกฎระเบียบต่าง ๆ ให้มากขึ้น รวมถึงความไม่สมดุลของเศรษฐกิจโลก และความไม่สมดุลของเศรษฐกิจในประเทศ ความไม่สมดุลของเศรษฐกิจโลกวันนี้ไม่ใช่ เป็นแค่การเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจต่าง ๆ แต่เหตุการณ์ทุกอย่างความไม่สมบูรณ์นั้นเข้ามา เร็วกว่าที่เห็น ทางด้านสมาชิกก็คงจะเห็นว่าความผันผวนทางเศรษฐกิจทั้งเศรษฐกิจในยุโรปและ สหรัฐอเมริกาก็มีผล แต่ในขณะเดียวกันก็มีโอกาสของการเคลื่อนย้ายมาสู่ภูมิภาค เอเซียแปซิฟิก มีโอกาสและมีสิ่งที่เราต้องฉกฉวย แต่ขณะที่ประเทศยังไม่ได้มีการพัฒนา และเตรียมพร้อมตลอด ๖-๗ ปีที่ผ่านมา เราจะทำอย่างไรในการที่จะฉกฉวยโอกาสนี้ให้เต็มที่ นั่นก็คือมาตรการต่าง ๆ ที่เราต้องมาเตรียมรองรับ บางครั้งโอกาสมาถ้าเราไม่ได้เตรียม พื้นฐานสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะเป็นสิ่งที่เราก็ต้องเร่งในการดำเนินงานทุกอย่าง รวมถึงความ เปลี่ยนแปลงของสภาวะภูมิอากาศหรือความขัดแย้งที่รุนแรงของภูมิภาค การที่ทรัพยากร มีจำกัดในขณะที่จำนวนประชากรเพิ่มขึ้นทุกวัน นั่นก็มีผลถึงความผันผวนทางด้านของสินค้า ราคาหรือแม้กระทั่งความมั่นคงของพลังงาน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่เราต้องมาวาง อนาคตให้กับประเทศ เราต้องวางว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้โดยเฉพาะการที่จะทำอย่างไร ให้เศรษฐกิจในประเทศมีความเข้มแข็ง เราจะเห็นว่ารายได้ของประเทศส่วนใหญ่แล้วพึ่งพา การส่งออกถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ประเทศไทยมีพื้นฐานทางเกษตรกรรมต้องมานั่ง ปรับปรุงในส่วนของการเพิ่มผลผลิต ทำอย่างไรให้พี่น้องเกษตรกรนั้นลืมตาอ้าปากได้ ทำอย่างไรให้เขามีรายได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ในขณะที่สังคมไทยก็พบว่าปัญหายาเสพติด เติบโตมากขึ้นทุกวัน การศึกษาที่จะเป็นความหวังของเยาวชนที่จะเป็นความหวังของพ่อแม่ เราจะทำอย่างไรในการรองรับ และในปี ๒๐๑๕ การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เราจะเตรียมตัวบุคลากรของเราได้อย่างไร ภาครัฐ ภาคเอกชน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือ สิ่งที่รัฐบาลต้องเข้ามาเตรียมพร้อม ในขณะที่รัฐบาลวันแรกที่เข้ามาก็ต้องเผชิญกับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่เราไม่เคยคาดคิดมาก่อน ท่านสมาชิกคงจะจำได้ช่วงปลายปี ๒๕๕๔ วิกฤติอุทกภัยที่ไม่เคยเห็นพายุ ๕ ลูกมาติดต่อกัน ปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ ๖๐ ปี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่มีใครเคยคาดคิด เพราะวันที่ดิฉันเข้ามารับตำแหน่งทุกคนก็คงทราบดีว่า น้ำได้เต็มเขื่อนแล้ว น้ำเต็มทุ่ง ในขณะที่ระดับน้ำทะเลหนุนสูงจะระบายไปทางไหน นั่นจึงเป็นที่มาของการที่น้ำต่าง ๆ นั้นไหลทะลักเข้าเขตเศรษฐกิจ ซึ่งตรงนี้แหละค่ะ เป็นสิ่งที่เราต้องมาเตรียมพร้อม แม้กระทั่งวันนั้นไม่มีใครที่จะมีอุปกรณ์ต่าง ๆ ขาดแคลน อุปกรณ์ต่าง ๆ ในการรองรับ การบริหารราชการก็ไม่ได้ถูกรองรับในยามวิกฤติ ข้อกฎหมาย ข้อบังคับต่าง ๆ ก็ต้องเตรียมพร้อมสำหรับงานต่าง ๆ ระบบบริหารจัดการน้ำที่ต้องเตรียมทั้ง ในส่วนของวิกฤติก็ไม่ได้ถูกเตรียมพร้อม นี่คือสิ่งที่ทำไมรัฐบาลถึงตัดสินใจ สิ่งที่ต้องทำ อย่างเร่งด่วนก็คือ ณ วันนั้นเราไม่มีงบประมาณ เราทำได้อย่างเดียวค่ะก็คือการตัดสินใจ ในการตัดงบจากปกติมาเป็นงบกลาง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะทราบอย่างเดียวว่า สิ่งที่รัฐบาลใหม่ต้องเข้ามาคือจะทำอย่างไรต้องเยียวยาชีวิตและทรัพย์สินพี่น้องประชาชน จะทำอย่างไรต้องใช้เงินก้อนหนึ่งในการปกป้องจังหวัดอื่นที่ยังไม่ได้ น้ำท่วมให้เสียหายน้อยลง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่เร่งด่วนที่เราต้องตัดสินใจเข้ามา ขณะเดียวกันงบประมาณปกติ ที่เกิดจากการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลไม่สามารถเบิกจ่ายได้ รัฐบาลนี้มีเวลาในการเบิกจ่ายเพียง ๘ เดือนในการใช้จ่ายงบประมาณ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือสิ่งที่รัฐบาลนี้ประสบ แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยความพร้อมเพรียงกัน ด้วยความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องประชาชน หน่วยงาน ทุกหน่วยงาน ภาครัฐ ภาคเอกชนในการทำงาน ก็จะเห็นว่าจากผลของจีดีพี (GDP) ที่เราเห็น ตามที่ท่านสมาชิกได้เห็นนั้นสามารถที่จะพลิกฟื้นเศรษฐกิจกลับมาภายใน ๖ เดือน จะเห็นว่า แน่นอนค่ะถ้าสำรวจอยู่ในช่วงนี้สิ่งที่เป็นความมั่นใจของทุกประเทศก็ต้องตกไป เพราะว่า จากสถานการณ์ต่าง ๆ ในมหาอุทกภัยที่เกิดขึ้น แต่ขณะเดียวกันจากไตรมาส ๑ เราก็ทำให้ เศรษฐกิจจีดีพีกลับมาอยู่ที่ ๐.๔ เปอร์เซ็นต์และ ๔.๔ เปอร์เซ็นต์ในไตรมาส ๒ นั่นคือ ใช้เวลาเพียง ๖ เดือนในการที่จะพลิกฟื้นเศรษฐกิจกลับมา นอกจากนี้ถ้าดูในเรื่องของ ในการทำงานต่าง ๆ นั้น รัฐบาลก็ได้มีการปรับปรุงในส่วนอื่น ๆ นอกเหนือจากงบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็คือการตั้งศูนย์ซิงเกิล คอมมานด์ (Single Command) เพื่อที่จะบูรณาการการสั่งงาน แบบรวมจุดเพื่อเตรียมพร้อมที่จะรองรับในเรื่องของวิกฤติต่าง ๆ และประกาศศูนย์ส่วนหน้า ในทุกจังหวัด ซึ่งในส่วนของ กบอ. นั้นก็จะมีรองนายกรัฐมนตรีปลอดประสพ เป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งในส่วนนี้เองเราก็ได้มีการปรับปรุงระเบียบขั้นตอนตาม พ.ร.บ. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขึ้นใหม่ และระเบียบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้รองรับสภาวะปกติ แล้วก็บนสภาวะยามวิกฤติ ก็ขออนุญาตใช้เวลานี้ในการถือโอกาสชี้แจงในส่วนของ งบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ทางท่านสมาชิกได้ตั้งข้อสงสัยว่ากระบวนการต่าง ๆ นั้น หลังจากที่เราได้ตัดงบประมาณจากงบปกติเข้ามา ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ดิฉันก็ได้ให้ หน่วยงานกระทรวงการคลังโดยคณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุในการที่จะทำอย่างไรให้ดู เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการทำงาน ก็ได้มีการเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ในการยกเว้นการตั้งคณะกรรมการร่างทีโออาร์และยกเว้นการอุทธรณ์ผลการพิจารณา เสนอราคาโดยลดระยะเวลาในการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบพัสดุทุกประการ จาก ๘๕ วัน เหลือ ๒๘ วัน นอกจากนั้นดิฉันเองก็ได้มีหนังสือแทนที่จะจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ ก็แทนด้วยวิธีการจัดหาพัสดุโดยใช้อีออกชันด้วยเช่นกัน ขั้นตอนต่าง ๆ ในการขออนุมัติ โครงการก็ต้องมีการผ่านการกลั่นกรอง เราได้มีการตั้งอนุกรรมการ ๓ อนุกรรมการด้วยกัน ในการที่จะกลั่นกรองข้อมูลทั้งหมดเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีก็จะมีตั้งแต่อนุกรรมการ ของด้านคุณภาพชีวิตโครงสร้างพื้นฐานและด้านเศรษฐกิจ จากนั้นก็ไปผ่านคณะกรรมการ ที่หลาย ๆ ท่านคงจะคุ้นเคยคือ กฟย. คณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือฟื้นฟู เยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ซึ่งมีท่านรองนายกรัฐมนตรียงยุทธ เป็นผู้ที่รับผิดชอบในขณะนั้น ซึ่งวันนี้ได้เปลี่ยนไปหลังจากที่มี กบอ. ตั้งก็จะอยู่ ในการกลั่นกรองของคณะกรรมการของ กบอ. ซึ่งจะประกอบไปด้วยสำนักงบประมาณ และสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่ทางด้านของกรมชลประทาน เพื่อที่จะประสานงานตรงนี้ ซึ่งในการทำงานก็จะมีการผ่านการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี และรายงานผลให้กับคณะรัฐมนตรีติดต่อกันวันนี้ ๓๓ สัปดาห์แล้วค่ะ ซึ่งวงเงินทั้งหมด จาก ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท จากวงเงินที่ขอจริง ๆ แล้ว ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท คณะรัฐมนตรีก็มีการอนุมัติ ๑๒ ครั้งด้วยกัน ประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท และจัดสรร งบประมาณทั้งหมดประมาณ ๑๑๙,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งในการติดตามตรวจสอบเร่งรัด ทุกสัปดาห์นี้ก็ทำให้มีเงินเหลือส่งคืนกลับเข้าสู่คลังด้วยอีก ๖,๒๐๐ ล้านบาท ในจำนวนนี้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นเงินที่ใช้ในการเยียวยาประชาชนและเกษตรกร ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท นอกจากนั้นดิฉันยังไม่ได้ไว้วางใจ ดิฉันเองก็พยายามในการที่จะทำอย่างไรให้การจัดซื้อนั้น เป็นไปอย่างมีการติดตามประสิทธิภาพประสิทธิผลและโปร่งใส เราก็ได้มีการจัดทำ ระบบพีม็อก (PMOC) ซึ่งจริง ๆ แล้วจะเป็นระบบในการรายงานข้อมูล ณ พื้นที่ โดยเราได้ ว่าจ้างมหาวิทยาลัยทั้งหมด ๑๖ มหาวิทยาลัยทั่วประเทศในการสุ่มตรวจสอบและใช้ ระบบจีพีเอส (GPS) รายงานเข้ามาในพีม็อก ก็ขออนุญาตเรียนท่านผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรผ่านท่านประธานว่าเว็บไซต์ ไม่ทราบว่าท่านได้ใช้เว็บไซต์นี้หรือเปล่า เว็บไซต์นี้จะมีข้อมูล ๑๒๐,๐๐๐ ล้านทั้งหมด รวมถึงภาพถ่ายแล้วก็การติดตาม การเคลื่อนไหวตลอดเวลาว่า ณ วันนี้สถานะของงานก่อสร้างความคืบหน้าอย่างไร ตามเป้าหมายที่เราตั้งไว้ ก็คือเว็บไซต์ เวิลด์ ไวด์ เว็บ พีม็อก ฟลัด ดอท คอม (www.pmocflood.com) ตรงนี้ก็สามารถที่จะเข้าดูข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ได้ จากนั้นก็ได้มี การแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการตรวจสอบอีก โดยท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมที่จะให้ เข้าไปตรวจสอบในเรื่องของงบประมาณในการใช้จ่ายของ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทด้วยเช่นกัน ส่วนนี้ก็เรียนว่าจากสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้สิ่งที่เห็นก็คือสิ่งที่ดิฉันได้รายงานว่าทุกอย่างนั้นเราก็ทำ อย่างเต็มที่ แล้วก็มีการติดตาม นี่คือส่วน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท และสิ่งที่เราได้มี ประสบการณ์ต่าง ๆ จากที่ผ่านมาเราก็ได้มีการเสนอออกพระราชกำหนดให้อำนาจ กระทรวงการคลังในการกู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ต้องกราบเรียนว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นว่าประเทศไทยเรายังไม่มีระบบบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ซึ่งจริง ๆ แล้วก็อยู่ในส่วนของนโยบายของรัฐบาลในการเชื่อม ๒๕ ลุ่มน้ำในการที่จะ บริหารจัดการน้ำ ซึ่งเราอยากเห็นการบริหารจัดการน้ำของประเทศนั้นได้สามารถที่จะ ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ดูแลทั้งในส่วนของน้ำท่วมและน้ำแล้ง จะเห็นว่าความไม่สมดุล ของทรัพยากรธรรมชาติบางพื้นที่อาจจะพูดถึงน้ำท่วม อีกบางพื้นที่พูดถึงน้ำแล้ง สิ่งนี้ละค่ะ ด้วยงบประมาณ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้จะได้ช่วยกันในการที่จะทำอย่างไรแก้ปัญหา อย่างยั่งยืน ซึ่งภายใต้งบประมาณนี้ก็มีท่านรองนายกรัฐมนตรีปลอดประสพเป็นประธาน คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ หรือ กบอ. แล้วก็มีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ดอกเตอร์ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในฐานะเป็นรองประธานคณะกรรมการในการพิจารณาคัดเลือก กรอบแนวคิดเพื่อออกแบบการบริหารงานทั้งหมดในส่วนของการบริหารจัดการน้ำ อย่างยั่งยืนค่ะ เรียนท่านประธานที่เคารพ นอกจากนี้ดิฉันเองก็ขออนุญาตได้เรียนว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่รัฐบาลได้ดำเนินการไปในส่วนตลอดระยะ ๑ ปีนั้นภายใต้ยุทธศาสตร์ ต่าง ๆ ที่ดิฉันเรียนว่าปัญหาต่าง ๆ ที่ได้รับมาอย่างแรกเราได้เริ่มในการที่จะสร้าง ความเชื่อมั่นให้กับนานาประเทศ ระหว่างที่ดิฉันเข้ารับตำแหน่งจนถึงวันนี้ดิฉันได้เดินทาง ไปเยือนต่างประเทศแล้วถึง ๒๓ ประเทศค่ะ ซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มอาเซียน ๑๐ ประเทศ แล้วก็กลุ่มเอเชียแปซิฟิก ได้แก่ ประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลี ประเทศอินเดีย ประเทศออสเตรเลีย แล้วก็มหาอำนาจอีก ๓ ประเทศในยุโรป แล้วก็ได้มีการเปิดตลาดใหม่ ๆ ในตะวันออกกลางอีกด้วยนะคะ ซึ่งผู้นำก็ได้มาเยือนประเทศไทยทั้งหมด ๑๑ ประเทศ ด้วยกัน แล้วก็มีการประชุมนานาชาติถึง ๑๒ ครั้งค่ะ นั่นแสดงให้เห็นว่านานาประเทศนั้น เชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย แล้วก็ให้ความไว้วางใจในฐานะของประเทศไทยนั้นเป็น ศูนย์กลางในการเชื่อมโยงสู่ภูมิภาคอาเซียน นั่นคือสิ่งที่เราเคยพูดกันว่าคอนเนคทิวิตี้ (Connectivity) และบทบาทของประเทศไทยเราได้รับการยอมรับในการมีบทบาทในเวทีโลก มากขึ้น เช่น เราเป็นผู้ประสานงานความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนจีน เราเป็นผู้ประสานงาน กรอบความร่วมมือเอเชียหรือเอซีดี (ACD) และยังมีบทบาทที่เราได้มีการร่วมคิด ร่วมส่งเสริม บทบาท ริเริ่มในบทบาทระดับภูมิภาค เช่นการปราบปรามยาเสพติดซึ่งเป็นวาระแห่งชาตินั้น เราได้ยกระดับความร่วมมือเป็นวาระของภูมิภาคซึ่งรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม ท่านเป็นผู้รับผิดชอบเช่นกัน แล้วก็งานบริหารจัดการลุ่มแม่น้ำโขงค่ะ เป็นสิ่งจำเป็นว่า เราบริหารจัดการน้ำของเราประเทศเดียวเราก็ควรจะมีการประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้าน ด้วยเช่นกันนะคะ เราก็มีการสร้างความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ในทุกระดับ รวมถึง การส่งเสริมภาคเอกชนค่ะ มีการลงนามต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความคืบหน้า แล้วก็จากการที่เรา ได้มีการส่งเสริมและสร้างความเชื่อมั่นในต่างประเทศก็จะเห็นว่าตัวเลขซึ่งเป็นตัวเลข คำขอรับการส่งเสริมการลงทุนระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนตุลาคมนะคะ จะเห็นว่าตั้งแต่ ปีที่ผ่านมานั้นอยู่ที่ประมาณ ๖๓๘,๐๐๐ ล้านบาท ณ วันนี้ตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงเดือนตุลาคมมีคำขอประมาณ ๘๖๒,๐๐๐ ล้านบาท นั่นจะเห็นว่าหลาย ๆ ประเทศ ให้การยอมรับประเทศไทย ดิฉันถึงเรียนว่าเราอยากเห็นบรรยากาศของประเทศไทยนั้น ก้าวไปข้างหน้า วันนี้เราต้องมาเรียกรวมกันในการที่จะเรียกความเชื่อมั่นค่ะ

แล้วดูในส่วนของตัวเลขการท่องเที่ยวบ้าง การท่องเที่ยวซึ่งตัวเลข การท่องเที่ยวนั้นวันนี้มีนักท่องเที่ยวเพิ่มจาก ๑๙.๒ ล้านคนในปี ๒๕๕๔ เป็น ๒๐.๘ ล้านคน นั่นก็คือตัวเลข แม้ว่าการท่องเที่ยวนี้เราจะมีปัญหาช่วงของอุทกภัยก็ตามแต่เราได้ร่วมกัน ในการเร่งฟื้นฟูแก้ไขต่าง ๆ แล้วสร้างความเชื่อมั่นให้กับต่างประเทศ ก็จะเห็นว่าจำนวน นักท่องเที่ยวนั้นเพิ่มขึ้นค่ะ ก็เชื่อมั่นว่าเป้าหมายที่เรามีการตั้งไว้ก็เชื่อว่าตรงนี้ก็น่าจะ เป็นไปได้อย่างที่วางไว้นะคะ

ส่วนเรื่องของแผนการลงทุน อย่างที่ดิฉันได้เรียนว่าประเทศไทย ๖-๗ ปี ขาดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จะเห็นจากตัวดัชนีนะคะ ตัวเลขจากไอเอ็มดี เวิลด์ คอมเพททิทีฟเนส เยียร์บุค (IMD World Competitiveness Yearbook) ก็จะเห็นว่า ที่ผ่านมาในประเทศไทยเราอยู่ที่ลำดับที่ ๓๙ จาก ๕๙ ประเทศที่เขาเทียบมาทั้งหมด วันนี้เราตกอยู่ลำดับที่ ๔๙ แล้วค่ะ ซึ่งรองจากประเทศมาเลเซียและประเทศสิงคโปร์ นั่นคือทำไมรัฐบาลถึงมีแผนงานในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งสิ่งนี้แหละค่ะเป็นสิ่งที่จะเรียกความเชื่อมั่น แล้วสิ่งนี้แหละค่ะจะเป็นการแก้ไขปัญหา เศรษฐกิจในระยะยาว

สำหรับมาตรการอื่น ๆ ดิฉันเองก็ขออนุญาตเน้นย้ำลงไปในบางนโยบาย ที่ท่านสมาชิกได้กล่าวถึง ก็คือเรื่องของระบบรับจำนำข้าว ก็เรียนว่าระบบรับจำนำข้าวนั้น เป็นนโยบายที่ต้องการสร้างความมั่นคงของรายได้ให้แก่เกษตรกรให้มีรายได้มากขึ้น แน่นอน ระบบรับจำนำข้าวนั้นเป็นทางเลือกของเกษตรกรค่ะ เพราะว่าถ้าเกษตรกรสามารถที่จะ ไปขายยังร้านค้าหรือขายที่อื่นทั่วไปได้ราคาดีกว่าก็เป็นทางเลือก แต่รัฐบาลมีทางเลือก ในการที่จะมีโครงการรับจำนำข้าว นั่นก็จะเห็นว่าทำไมเราตั้งงบประมาณไว้ต่อข้าวทุกเมล็ด ๔๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่จริง ๆ แล้ววันนี้มารับจำนำอยู่ประมาณ ๒๑ ล้านตัน ซึ่งก็ต้อง เรียนว่าจะเห็นว่าด้วยโครงการนี้ทำให้สามารถที่รักษาเสถียรภาพของราคาได้ ณ วันนี้ ราคาข้าวเปลือกในตลาดได้ปรับตัวสูงขึ้นถึง ๘ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอันนี้เป็นภาพรวมค่ะ เพราะว่า ราคาต่าง ๆ นั้นก็ขึ้นอยู่กับระดับความชื้นที่จะมีการวัด แล้วก็จากที่เรียนว่าวงเงินนะคะ ซึ่งวงเงินที่ใช้ต่อการรับจำนำต่อ ๑ รอบปี ก็คือนาปีและนาปรัง เป็นวงเงินที่รวมทั้ง มันสำปะหลังและยางพาราด้วย อยู่ใน ๔๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ณ วันนี้ใช้จริง ๓๕๙,๑๖๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นวงเงินที่รวมพืชผลเกษตรอื่น ๆ ด้วย แล้วก็ต้องเรียนว่ายังคงมีการทยอยในการที่จะรับ รายได้ตั้งแต่ปลายไตรมาสนี้ แล้วก็จะจบตามรอบเอ็มโอยู (MOU) ที่ได้มีการคุยกันนั้น ต่อ ๑ รอบปี ณ สิ้นปี ๒๕๕๖ ก็คาดว่าจะมีเงินนำส่งเข้าระบบอยู่ที่ประมาณ ๒๔๐,๐๐๐-๒๖๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือเป็นวงเงินที่จะเป็นวงเงินที่หมุนรอบเข้ามาค่ะ นี่เรียกว่าเป็นวงเงินต่อรอบนะคะ ซึ่งก็จะมีรายได้เข้า ซึ่งก็อยากเรียนว่าเราต้องดูในส่วนของ รายได้เข้าซึ่งกำลังจะทยอยเข้ามา ซึ่งตรงนี้ตัวเลขจะอยู่ที่ทางกระทรวงการคลัง อย่างไรก็ตามดิฉันก็ได้ให้นโยบายกับทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในฐานะที่ ดิฉันมอบหมายให้เป็นประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติทุกครั้งว่าการทำงาน ทุกอย่างนั้นโดยเฉพาะในส่วนของการระบายข้าวต้องเป็นไปอย่างตรงไปตรงมาและโปร่งใส และที่สำคัญต้องไม่ให้ขาดทุนเกินกว่าการประกันราคาข้าวในปีที่ผ่านมาค่ะ อันนี้ก็ได้เน้นย้ำไป แล้วก็นอกจากนี้เองต้องให้เป็นธรรมและตรวจสอบได้ ก็ต้องเรียนว่าสำหรับนโยบายนี้ นอกจากเรามองว่าเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรแล้ว ก็อยากให้มองอีกมุมหนึ่งว่านโยบายนี้ นอกจากจะช่วยเหลือเกษตรกร เพราะว่าจริง ๆ แล้วเกษตรกรถ้ามีรายได้เพิ่มขึ้น ส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นนั่นเขาก็สามารถที่จะเอาเงินตรงนี้แหละค่ะไปจุนเจือครอบครัว ไปใช้จ่าย ถามว่าถ้าผู้ที่มีรายได้น้อย จากรับมา ๑๐๐ บาท ก็ต้องใช้หมด ๑๐๐ บาท ท่านสมาชิก ลองคิดดูนะคะว่าจาก ๑๐๐ บาทที่ใช้ไปทั้งหมดนั้นจะหมุนเวียนกลับเข้ามาสู่ระบบเศรษฐกิจ อย่างไร จะกลับมาเป็นภาษีคืนกับประเทศอย่างไร นั่นคือสิ่งที่ดิฉันเรียนว่าเราต้องสร้าง ความแข็งแรงให้กับประเทศ สร้างความยั่งยืนให้แก่เกษตรกร สุดท้ายแล้วมีเงินเหลือ เกษตรกรก็จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ให้เถอะค่ะ พี่น้องชาวนาถือว่าเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ถ้าเราไม่ส่งเสริมภาคการเกษตร เราไม่สามารถทำให้เกษตรกรของเราได้ยั่งยืน นี่คือรายได้ ที่เราจะต้องสร้างขึ้นมาในอนาคต สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็ต้องเรียนว่าหลาย ๆ ท่านอาจจะมี ข้อกังวลมากมายว่าการตรวจสอบเป็นอย่างไร จริง ๆ แล้วดิฉันเองก็ได้ให้มีการติดตาม การตรวจสอบต่าง ๆ ว่าต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส ก็มีการปรับระบบในจุดโรงสีต่าง ๆ มีการปรับด้วยว่าอย่างไรต้องมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตลอด ๒๔ ชั่วโมง ปรับคณะกรรมการ มีภาคประชาชนเข้ามากขึ้น แล้วในระยะยาวก็จะมีการติดตั้งกล้องซีซีทีวี ณ จุดรับจำนำเพื่อให้สาธารณชนได้ตรวจสอบ รวมถึงการที่จะส่งเสริมให้มีการสร้างระบบไซโลในการเก็บรักษาข้าวสามารถที่จะเก็บไว้ นานขึ้น แล้วก็ยังจะให้นำเอาระบบไอทีหรือระบบเทคโนโลยีมาใช้ในการเก็บข้อมูล ทุกขั้นตอน ซึ่งตรงนี้เราจะเก็บตั้งแต่ขั้นตอนของการขึ้นทะเบียนที่เกษตรกร การออกใบรับรอง หรือแม้กระทั่งการที่อยู่ที่จุดโรงสี ธ.ก.ส. แล้วก็คลังสินค้ากลาง หรือว่ากรมการค้าต่างประเทศ และรวมถึงผู้ส่งออก ถ้าเราเก็บทุกขั้นตอนมีการตรวจตามหลักบัญชีที่เรียกว่าการตรวจ เรคคอนไซล์ (Reconcile) ต่าง ๆ นั้นเราจะลดความซ้ำซ้อน เราจะลดการทุจริตได้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้รัฐบาลก็อยู่ในแผนในการที่จะปรับปรุงในการเพิ่มความเข้ม แล้วก็เราเอง ในส่วนของเชิงรุกก็ได้มอบให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมในการที่จะร่วมกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ และในโครงการของรัฐบาลเรื่องของการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน ก็ได้เปิดให้กับพี่น้องประชาชนที่จะแจ้งแหล่งเบาะแส แล้วเราก็ส่งเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบ ตลอดเวลาค่ะ จากตรงนี้เองก็เรียนว่าผลการสำรวจ ถามว่าหลาย ๆ ท่านก็อาจจะบอกว่า นโยบายดีหรือไม่ดี สิ่งที่เราอยากถามก็คือผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงก็คือพี่น้องประชาชน จากผลสำรวจของสถาบันต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นนิด้าโพลล์ (Poll) เองก็ดี สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยหอการค้า อีสานโพลล์ พบว่าส่วนใหญ่แล้วพี่น้องประชาชนพึงพอใจกับ นโยบายรับจำนำข้าว ซึ่งทุกโพลล์เป็นไปในทิศทางเดียวกัน แล้วก็แน่นอนถ้าให้ประชาชน มีความสุขรัฐบาลก็ต้องมีความสุขนั่นคือความกินดีอยู่ดีของพี่น้องประชาชน

มีคำถามอีกคำถามหนึ่งบอกว่าประเทศไทยจะเสียแชมป์หรือเปล่า ก็ขออนุญาตใช้ชาร์ทนี้ก็จะได้เห็นว่าจากชาร์ทนี้แน่นอน ถ้าเราดูจากปริมาณการส่งออกข้าว ช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนตุลาคม ประเทศไทยเป็นที่ ๓ รองจากประเทศเวียดนาม และประเทศอินเดีย ประเทศไทยเราเป็นที่ ๓ แต่ถ้ามาดูในราคาเฉลี่ยที่หลายท่านกังวลว่า เราจะขายราคาถูกหรือเปล่า ราคาเฉลี่ยของประเทศไทยอยู่ที่ ๖๗๙ เหรียญสหรัฐอเมริกาต่อตัน ในขณะที่เบอร์ ๑ ก็คือประเทศเวียดนามอยู่ที่ ๔๔๕ ถ้ามาดูมูลค่าการส่งออกก็อยู่ที่ ๓,๘๙๗ เราเป็นที่ ๑ ถ้าถามในฐานะที่เป็นคนไทยดิฉันคงอยากเห็นจำนวนเงินมากกว่า จำนวนตันค่ะ

ในส่วนประเด็นอื่น ๆ ที่ได้มีความกังวลในเรื่องของการแต่งตั้งก็ดี ในส่วนของ งานราชการก็ดีว่าดิฉันเองละเลย หรือดิฉันเองให้ผู้อื่นมาแทรกแซง ก็ต้องกราบเรียนว่า ตามนโยบายในการบริหารราชการแผ่นดินซึ่งเราถือว่ามีการมอบหมายเป็นขั้นตอน แล้วก็เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้ปฏิบัตินั้นต้องปฏิบัติตามหน้าที่ของตนเอง อย่างในกรณีของ ท่านสุกำพล จริง ๆ แล้วดิฉันเองก็ต้องเรียนว่าได้เน้นย้ำในส่วนของท่านส่งข้อมูลไปทาง ท่านสุกำพลแล้วในการที่จะดูให้ความเป็นธรรมอย่างเต็มที่ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อผลออกมาจาก คณะกรรมการ คณะกรรมการมีอำนาจของคณะกรรมการ และกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจกับ นายกรัฐมนตรีในการเข้าไปแทรกแซง แน่นอนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมีเพียง ๑ เสียง ดิฉันก็ต้องเคารพการตัดสินใจของคณะกรรมการค่ะ

แล้วก็ประเด็นในเรื่องของข้อมูลทางด้านข้อเสนอของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรผ่านทางสภา ดิฉันขออนุญาตเรียนว่ารัฐบาลก็ได้รับ หนังสือจากทาง ป.ป.ช. ก็ต้องเรียนว่าเราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะว่าจริง ๆ แล้ว ทางคณะกรรมการ ป.ป.ช. นั้นมีจุดมุ่งหมายอยากเห็นในเรื่องของการแก้ไขปัญหาทุจริต ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้วเรายินดี แล้วก็สิ่งไหนที่จะเป็นประโยชน์ต่าง ๆ เหล่านี้คณะรัฐมนตรีก็ได้มีการพิจารณาข้อเสนอของ ป.ป.ช. ในวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๔ คณะรัฐมนตรีมีมติเร่งรัดให้ทุกหน่วยงานทำข้อมูล จัดซื้อจัดจ้าง โดยเฉพาะราคากลางและการคำนวณราคากลางทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้เป็นไปตามระเบียบ อันนี้คือข้อที่เสนอส่งมาของทาง ป.ป.ช. นะคะ ซึ่งปัจจุบันนี้จากการที่ มตินี้คณะรัฐมนตรีก็ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่อยู่ภายใต้การบริหารราชการแผ่นดินนั้น รับเรื่องนี้ไปพิจารณา แล้วก็แต่เนื่องจากมันมีปัญหาในส่วนของข้อคิดเห็นของทาง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพิ่มเติมในเรื่องของประเด็นข้อกฎหมาย ซึ่งอาจจะเป็น ปัญหาและอุปสรรคในการบริหารราชการแผ่นดินหรืออาจจะต้องไปปรับแก้ข้อกฎหมาย ก็จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กระทรวงการคลังเพื่อที่จะ รับไปพิจารณา ต่อมานะคะได้มีการนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ในวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ก็เห็นว่าสิ่งไหนที่เป็นประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน และสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลก็จึงมีมติในการที่จะมอบหมายให้กระทรวงการคลัง และหน่วยงานหลักก็คือหน่วยงานสำนักงบประมาณและ ก.พ.ร. ไปหารือร่วมกับ ป.ป.ช. เพื่อที่จะแลกเปลี่ยนข้อมูล รวมถึงหาวิธีการแนวทางในการปฏิบัติเพื่อที่จะป้องกัน และปราบปรามการทุจริตตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลและ ป.ป.ช. ค่ะ และยังได้กล่าวว่า หากมีความจำเป็นที่จะแก้ไขกฎระเบียบต่าง ๆ ก็ให้นำกลับมาเสนอคณะรัฐมนตรีค่ะ ก็จะขอกราบเรียนท่านประธานสภาว่ารัฐบาลไม่ได้ละเลยในการที่จะป้องกัน แล้วก็ปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันหรือปฏิเสธข้อเสนอของ ป.ป.ช. ก็ถือว่าการทำงานนี้ ยังอยู่ในกระบวนการที่ยังไม่สิ้นสุดค่ะ

สำหรับมาตรการในเรื่องของการเน้นย้ำในส่วนของการป้องกันการทุจริต คอร์รัปชันนั้น ดิฉันเองก็ได้มีการตั้งคณะทำงานแล้วก็มีการทำงานหลาย ๆ ส่วนด้วยกัน ก็ขออนุญาตกราบเรียนดังนี้ค่ะ

เรื่องแรก ก็คือการพัฒนาองค์กร ซึ่งรัฐบาลก็มองว่าการที่เราจะต่อต้าน โครงการคอร์รัปชันต่าง ๆ นั้นต้องมองว่าการที่เราจะรับจากข้างนอกมา แต่ขณะเดียวกัน ในบ้านของเราเรายังไม่ได้เตรียมความพร้อมเลย นั่นจึงเป็นที่มาของโครงการภายใต้ชื่อว่า ๑ กรม ๑ ป้องกันการโกง ก็คือเป็นส่วนริเริ่มให้หน่วยราชการคิดริเริ่มแก้กระบวนการต่าง ๆ ที่เป็นช่องว่าง ที่เป็นจุดเสี่ยงของการทุจริตนั้นให้ดีขึ้น เพื่อที่จะได้ปรับปรุง ถ้าบ้านเรา มีความแข็งแรงสิ่งไหนกลับมาแล้วก็รวมถึงการที่จะรณรงค์สร้างจิตสำนึกในส่วนภายใน ก็เชื่อว่าตรงนี้จะทำงานร่วมกับภาคเอกชนนะคะ แล้วก็สิ่งนี้เราก็ได้มองว่าเราก็ทำงาน ถือว่าการทำงานนั้นต้องสะท้อนจากข้างในได้น้อมนำหลักการทรงงานของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่เรียกว่าต้องระเบิดจากข้างใน ก็คือการทำสิ่งใดต้องสร้างฐาน แล้วก็การพัฒนาของระบบราชการให้ปลอดภัยและโปร่งใสอย่างยั่งยืน สิ่งนี้เราก็ได้มาเป็น ที่มาของโครงการ ๑ กรม ๑ ป้องกันการโกง แล้วก็รวมถึงการรณรงค์ปลูกจิตสำนึก ในการสร้างความตระหนักเรียนรู้ แล้วก็รวมถึงโครงการในการสร้างเสริมคุณธรรม จริยธรรม เพื่อจังหวัดใสสะอาด ในการสนับสนุนคนดีนะคะ แล้วก็ยังมีการประสานงานกับเครือข่ายค่ะ เครือข่ายทุกเครือข่ายที่มีการทำงาน ทางรัฐบาลโดยท่านรัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรง ก็ได้ประสานงานกับทุกหน่วยงานในการทำความร่วมมือนี้ ในการจัดตั้งศูนย์ต่อต้านทุจริต คอร์รัปชันแบบบูรณาการขึ้น ซึ่งเราก็จะรับเรื่องราวร้องทุกข์ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ผ่าน ๓ ช่องทาง ช่องทางแรกก็มีสายฮอตไลน์ (Hotline) เป็นสายด่วน ๑๒๐๖ แล้วก็มี ตู้รับเรื่องราวร้องทุกข์ ๗๖ จังหวัด แล้วก็ยังมีเว็บไซต์ สตอป คอร์รัปชัน ดอท จีโอ ดอท ทีเอช (Web site stop corruption.go.th) ด้วย ตั้งแต่เราได้เปิดศูนย์นี้วันนี้เราได้รับร้องเรียน ทั้งหมด ๑,๕๕๕ ราย มีทั้งส่วนของการแจ้งเบาะแสด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ในส่วนของ การตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ยังให้มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านทุจริต คอร์รัปชันในทุกกระทรวงเป็นลักษณะของการบูรณาการเรื่องราวข้อมูลจากทุกกระทรวงนั้น ก็มีหลายโครงการทีเดียวที่เราได้รับเรื่องราวจากของกระทรวงศึกษาธิการก็ดี จากหลาย ๆ กระทรวงก็ดี อันนี้ก็ได้รับเรื่องราวทั้งหมดอยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบซึ่งการตรวจสอบนั้น ก็มีท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมเป็นประธาน แล้วก็ภายใต้การกำกับของกระทรวงยุติธรรม ก็คือท่านประชา พรหมนอก นอกจากนี้เราก็ยังมีการตั้งคณะอำนวยการพิเศษขึ้นมา ในหลาย ๆ เรื่องที่พี่น้องประชาชนห่วงใยก็คือการที่ให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม เป็นประธานอำนวยการในการตรวจสอบเรื่องป้องกันทุจริตเกี่ยวกับรับจำนำข้าว มีคณะกรรมการเยียวยาฟื้นฟูแล้วก็ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และการใช้จ่าย เงินงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยค่ะ อันนี้ก็เป็นกระบวนการทั้งหมด ที่เรามีทั้งเตรียมพร้อมแล้วก็ตั้งรุก

ส่วนสุดท้าย ก็ขออนุญาตเรียนในส่วนของนโยบายเรื่องของ การสร้างความปลอดภัยในส่วนของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ต้องเรียนว่าการแก้ปัญหา ชายแดนภาคใต้นั้น วันนี้เราได้น้อมนำกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ก็รวมถึงการสร้างความเข้าใจอันดีของหน่วยราชการ แล้วก็ประชาชน เราเองก็มีการส่งเสริมการเรียนรู้ ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนอัตลักษณ์ แล้วก็ส่งเสริมกิจกรรมต่าง ๆ ของทุกศาสนาแล้วรวมถึงภาคประชาชน องค์กร แล้วก็เอกชนต่าง ๆ ก็ต้องเรียนว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่รัฐบาลทำเราได้รับการสะท้อน จากประชาชนผ่านประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ๕ จังหวัด ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่สนับสนุนรัฐบาลว่าเราได้มีการขับเคลื่อนนโยบายยุทธศาสตร์ ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดได้อย่างรวดเร็ว แล้วก็ตอบสนองความต้องการของประชาชน ซึ่งก็มีจดหมายว่าเราได้มีการน้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา แล้วก็เกิดการสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างภาครัฐกับประชาชน แล้วก็รวมถึง การลดเงื่อนไขของความไม่ยุติธรรมในสังคม การส่งเสริมกิจกรรมศาสนา กิจการฮัจญ์ แล้วก็การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ผู้นำศาสนา องค์กร แล้วก็เครือข่ายศาสนา วัฒนธรรมต่าง ๆ รวมถึงการสร้างโอกาสการศึกษาให้กับเยาวชนและการดูแลเยียวยา ประชาชนที่ประสบความเดือดร้อน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ดิฉันขออนุญาตนำหนังสือนี้ ส่งมอบผ่านทางท่านประธานสภาค่ะ

สำหรับการบริหารจัดการที่ท่านมองว่าเกรงว่าการทำงานนั้น จะเกิดการสับสนหรือเปล่า จริง ๆ แล้วเรามีการบูรณาการในการจัดตั้ง ศปก.กปต. คือ ศูนย์ปฏิบัติการคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัด ชายแดนภาคใต้ วันนี้ดิฉันเป็นประธานค่ะ แล้วก็มีท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม ท่านรองนายกรัฐมนตรีพงศ์เทพ แล้วก็ทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมร่วมด้วย ถามว่าจัดตั้งศูนย์นี้เพื่ออะไร ศูนย์นี้จะเป็นศูนย์ในการบูรณาการการทำงาน เพื่อที่จะเสริมต่อและขับเคลื่อนงานต่าง ๆ ซึ่งวันนี้อย่างไรสายการบังคับบัญชายังอยู่ค่ะ กอ.รมน. ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี ศอ.บต. ก็อยู่ในส่วนของนายกรัฐมนตรีซึ่งตรงนี้แหละค่ะ ที่ทุกหน่วยงานนั้นต้องการการบูรณาการในการทำงานที่เกิดเอกภาพ แทนที่ทุกหน่วยงาน จะลงไปที่ทาง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งจะทำให้การทำงานนั้นต้องเกิดการพะวักพะวง สิ่งต่าง ๆ คณะกรรมการชุดนี้จะช่วยกันในการขับเคลื่อนโดยเฉพาะเน้นในเรื่องของ การพัฒนา ก็จะเห็นว่ารัฐบาลนี้ได้มีการจัดสรรงบประมาณในการแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราเพิ่มจำนวนเงินงบประมาณในการพัฒนาเพิ่มขึ้น จะสังเกตเห็นว่า ถ้าดูจากด้านพัฒนา ในปี ๒๕๕๔ งบประมาณอยู่เพียง ๓,๖๙๖ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๕ เราเพิ่มงบประมาณส่วนนี้ไปเป็น ๗,๖๕๑ ล้านบาทค่ะ แล้วก็ ๗,๙๓๘ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๖ ค่ะ อันนี้ก็เป็นภาพในส่วนของงบประมาณเกี่ยวกับงานพัฒนา แล้วก็ยังเน้น ในเรื่องของการสร้างความมั่นคงและปลอดภัย ก็มีการเพิ่มกล้องซีซีทีวีตามจุดสำคัญต่าง ๆ แล้วก็ด่านตรวจ ถ้าดูจากภาพรวม จำนวนสถิติการเสียชีวิตก็จะเห็นว่าจำนวนสถิติ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ก็มีการเพิ่มขึ้นแล้วก็เริ่มอยู่ในระดับ ณ วันนี้อยู่ที่ ๑.๔๙ คนต่อวันก็คือ สถิติการเสียชีวิตค่ะ สิ่งที่เราต้องเร่งก็คือว่าเร่งลดการสูญเสีย การเสียชีวิตของผู้คน แล้วก็ขณะเดียวกัน ก็เพิ่มกระบวนการในการสร้างความเข้าใจ การมีส่วนร่วมของชุมชน แล้วก็การที่ทำอย่างไร ให้ชุมชนนั้นดูแลตัวเอง แล้วก็งบการพัฒนาต่าง ๆ ให้ลงไปให้เร็วที่สุด นอกจากนี้ก็มี การตั้งคณะกรรมการในการเยียวยาผู้รับผลกระทบจากความไม่สงบอย่างเป็นธรรม โดยมีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน ซึ่งส่วนนี้ก็ได้มีการใช้งบประมาณ ไปแล้วทั้งสิ้น ๒,๐๘๐ ล้านบาท ก็ขออนุญาตเรียนเพื่อทราบนะคะ ทั้งหมดนี้ก็ขออนุญาต เรียนท่านประธานคร่าว ๆ ว่านี่คือส่วนหนึ่งของการทำงานของรัฐบาล ก็เรียนว่าทางรัฐบาลเอง ก็ยินดีที่จะทำงานเพื่อให้เกิดความเข้าใจ แล้วก็ทำงานเพื่อให้เกิดการยอมรับในการมีส่วนร่วม แล้วก็การทำงานเพื่อให้เกิดความเสมอภาคอย่างเท่าเทียมกัน และที่สำคัญเราต้องช่วยกัน แก้ปัญหาในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่ถูกก็ขอให้ได้รับความยุติธรรมอย่างเท่าเทียมกันและมีมาตรฐาน เดียวกันค่ะ ก็ขออนุญาตชี้แจงทางที่ประชุมนะคะ นอกเหนือจากนี้ในส่วนของรายละเอียด ซึ่งก็มีทางรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องและรองนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ ก็ขออนุญาตท่านประธาน ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๘ ที่จะมอบหมายให้รัฐมนตรีในการที่จะช่วยตอบข้อซักถามเพิ่มเติมค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตใช้สิทธิตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ประกอบกับข้อ ๖๑ เรื่องประเด็นของการอภิปราย และประกอบกับรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๕๘ วรรคสอง ก่อนอื่นผมขออนุญาตที่จะ กราบขอบพระคุณท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและท่านนายกรัฐมนตรีที่ทั้ง ๒ ท่าน ได้ทำหน้าที่อย่างดียิ่งและเตรียมการอย่างพร้อมมูลที่สุด ในฝ่ายที่ตรวจสอบและฝ่ายที่ชี้แจง ในสภานี้มีความสำคัญอยู่ ๓ คนครับที่เราต้องให้เกียรติคือนอกจากท่านประธานแล้ว ก็คือท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและท่านนายกรัฐมนตรี ดังนั้นตัวผมเอง จึงให้เกียรติท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรโดยไม่ประท้วงท่านในขณะที่ท่านอภิปราย แล้วก็ขอให้ทางฝ่ายค้านได้รับคำขอบคุณจากผมที่ท่านไม่ได้ทำการคัดค้านใด ๆ ในระหว่างที่ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิปราย ผมว่าสิ่งนี้เป็นความงดงามที่จะต้องให้ประชาชนได้เห็น ความงดงามของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข หรือที่เราเรียกว่าระบบรัฐสภา เพื่อไม่ให้ประชาชนถูกชักจูงไปในทางอื่นว่าไปสู่ระบบเผด็จการต่าง ๆ ท่านประธานครับ สิ่งที่ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรกระทำไม่ถูกต้อง

(นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ให้ท่านสุนัยว่าให้จบเดี๋ยวจะให้ท่านสมบูรณ์พูดครับ ก็เขายกมือขอหารือผมก็ให้โอกาส เดี๋ยวให้ท่านสมบูรณ์ต่อ เชิญนั่งลงก่อนครับ ให้จบประเด็นก่อนครับ ท่านสุนัยเร่งรัดด้วยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านครับผมประท้วงครับ ผมประท้วง ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แต่ให้เกียรติไม่ขัดจังหวะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ให้ท่านได้ชี้แจง ก็ดีแล้วครับไม่ได้ประท้วงขณะที่ท่านผู้นำฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่ ก็ฟังท่านก่อนครับ อดทนนิดหนึ่งนะครับ ท่านสมบูรณ์กรุณานั่งลงครับ เดี๋ยวผมให้โอกาสท่าน เขาประท้วงก่อน แล้วก็ขอยกมือลุกขึ้นเหมือนท่าน ผมกำลังฟังอยู่ว่าประเด็นคืออะไร ท่านสมบูรณ์ก็ต่อนะครับ นั่งลงก่อนเดี๋ยวผมให้โอกาสท่านนะครับ ทีละท่านครับ เดี๋ยวให้โอกาสท่านสมบูรณ์ เชิญท่านสุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ขออนุญาตแป๊บเดียวครับ เป็นการประท้วงที่สร้างสรรค์เพราะเหตุการณ์เมื่อวานนี้เป็นคำอภิปรายของเพื่อนสมาชิกท่านหนึ่ง แล้วปรากฏว่ามันไม่สอดคล้องกับข้อบังคับ ดังนั้นคำอภิปรายนั้นมีประโยชน์ในการตรวจสอบ รัฐบาลแต่ต้องถูกลบออกจากรายงานการประชุม ผมไม่อยากเห็นการอภิปรายของฝ่ายค้าน วันนี้ที่จะถูกลบอีก ท่านประธานครับ เพื่อให้เข้าใจชัดเจนว่าเราให้ความสำคัญกับ การอภิปรายในฐานะสมาชิกรัฐสภาฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ใช่ว่าเราจะไปยกมือสนับสนุนรัฐบาล เป็นฝักเป็นฝ่าย ไม่ใช่ครับ ผมฟังท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรอภิปรายตั้งแต่ต้น ผมจดไว้เลยท่านครับ ประมาณเกือบครึ่งชั่วโมงท่านเพิ่งมาพูดถึงเรื่องข้าวมีการทุจริต แต่ว่าประชาชนอาจจะไม่เข้าใจในคำร้องถอดถอนนี้ไม่มีเรื่องทุจริตข้าวเลยครับ มีแต่เรื่อง ของการตำหนิรัฐบาลในเรื่องของการมิออกข้อบังคับตามพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญเรื่องว่าด้วย ป.ป.ช. มาตรา ๑๐๓/๗ ดังนั้นถ้ามีการทุจริตจริงต้องใส่ไว้ในนี้ ท่านครับถ้าไม่มีข้อทุจริตจริงไม่ยากละครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ต้องถูกอภิปรายแล้ว ดังนั้นเมื่อไม่มีข้อทุจริตเรื่องข้าว ไม่มีข้อทุจริตเรื่องอื่น มีแต่เรื่องว่า รัฐบาลมิได้ปฏิบัติตามมาตรา ๑๐๓/๗ เท่านั้น ผมจึงขอประท้วงว่าสิ่งที่ท่านผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรได้กล่าวอย่างน่ารักมากครับ เกรงว่าถ้าคำกล่าวต่อไปของเพื่อนสมาชิก ขัดกับข้อบังคับนี้ขัดกับคำร้องนี้เกรงว่าคำอภิปรายนั้นจะสูญเสียไปอย่างเช่นเมื่อวานนี้ จึงขอประท้วงท่านไว้ตรงนี้เท่านั้นเองครับ แต่ก็ขอถือว่าให้เกียรติท่านที่สุดไม่ประท้วงท่าน ในขณะนั้นครับ ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กระผมไม่ได้ทำผิดข้อบังคับเลยนะครับ สิ่งที่กระผมอภิปรายในส่วนที่ท่านนายกรัฐมนตรีทำผิดกฎหมายถูกถอดถอนก็เป็นไปตาม คำยื่นถอดถอน สิ่งที่กระผมอภิปรายแล้วบอกว่ามีการทุจริตทั้งระบบในนโยบายข้าว ท่านต้องเข้าใจนะครับ โรงสีโกงผมจะไปบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีโกงได้อย่างไรครับ แต่ผมระบุไว้ในญัตติไม่ไว้วางใจทั้งท่านนายกรัฐมนตรี ทั้งท่านรัฐมนตรีว่ามันเกิดการออกนโยบาย และการปล่อยปละละเลยให้ทุจริต ทุกอย่างก็เป็นไปตามข้อบังคับ เป็นไปตามกติกาทุกประการ ไม่มีอะไรที่ต้องไปลบออกจากคำอภิปราย ส่วนกรณีของเพื่อน ส.ส. เมื่อวานนะครับ ขออนุญาตชี้แจงท่านประธานนิดหนึ่ง ที่จริงสิ่งที่เขาอภิปรายทั้งหมดมันไม่ได้ผิดข้อบังคับ อะไรเลย ยกเว้นประโยคเดียวที่ไปพูดว่ามันผิดกฎหมาย เขาไม่มีสิทธิพูดว่ามันผิดกฎหมาย แต่ข้อเท็จจริงที่เขานำเสนอทั้งหมดมันไม่ได้เป็นปัญหากับข้อบังคับครับ อันนี้ผมคิดว่า เป็นหลักที่อยากให้ทุกฝ่ายเข้าใจ ทีนี้ผมก็กราบเรียนว่าเมื่อสักครูผมก็ไม่อยากให้ ท่านนายกรัฐมนตรีเข้าใจผิดด้วยนะครับเรื่องข้าว ผมก็จะชี้แจงสั้น ๆ เท่านั้นว่า

ประการที่ ๑ ที่ท่านขอบอกว่าให้เงินชาวนาเถอะ ประเด็นการอภิปรายของพวกผม ก็คือว่าถ้าจะให้เงินชาวนาอย่าแบ่ง ถ้าจะให้ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ให้ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อย่าแบ่งไป ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท อย่างนี้เป็นต้น

ประการที่ ๒ ท่านบอกว่าอยากเห็นเงินมากกว่าเห็นตัน ถูกต้องครับ แต่ขณะนี้เงินที่เข้ามาก็ลดลงประมาณร้อยละ ๓๐ เพราะฉะนั้นก็อยากทำความเข้าใจ จะได้ตรงกันครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมบูรณ์เมื่อกี้ยกมือไว้ก่อน เชิญท่านประธานวิปฝ่ายค้านดีกว่าครับ ท่านจุรินทร์ครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตกราบเรียนทำความเข้าใจกับท่านประธานเพื่อให้การประชุมเป็นไปตามข้อบังคับ ที่จำเป็นต้องขอเวลากับท่านประธานสั้น ๆ ก็เพราะเหตุว่าเมื่อสักครู่ตอนที่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงก่อนจะจบ ท่านได้ทิ้งท้ายไว้ว่าถัดจากนี้ไปก็จะขออนุญาตต่อท่านประธานให้ใช้ ข้อบังคับ ข้อ ๖๘ เพื่อเปิดโอกาสให้รัฐมนตรีได้ชี้แจงต่อไป เจตนารมณ์นี้ก็คือประสงค์ว่า ถัดจากนี้ไปซึ่งจะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีโดยเฉพาะนั้น นายกรัฐมนตรี มีความประสงค์ที่จะให้รัฐมนตรีตอบแทน ซึ่งกระผมขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานว่า ท่านต้องกรุณาช่วยวินิจฉัยว่าสามารถทำได้ตามข้อบังคับหรือไม่ เพราะเหตุว่าท่านนายกรัฐมนตรี อ้างข้อบังคับ ข้อ ๖๘ ข้อบังคับ ข้อ ๖๘ ก็คือกรณีที่ระบุว่าประธานอาจอนุญาตให้รัฐมนตรีมอบหมายให้บุคคลใด ๆ ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมประกอบการอภิปรายของรัฐมนตรีก็ได้ กรณีที่รัฐมนตรี จะมอบให้บุคคลใด ๆ ชี้แจงต่อที่ประชุมประกอบการอภิปรายของรัฐมนตรีก็ได้เช่น ในกรณีของการประชุมปกติเมื่อมีเจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้ชำนาญการเฉพาะเรื่อง รัฐมนตรี สามารถที่จะขออนุญาตต่อท่านประธานเพื่อขอให้เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงในที่ประชุมเพิ่มเติมได้ ถ้าประธานอนุญาต และข้อบังคับ ข้อ ๖๘ ระบุไว้ชัดว่าเป็นข้อบังคับที่อยู่ในส่วนที่ ๓ ในเรื่องของการอภิปรายทั่วไป แต่ไม่ใช่เรื่องของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งการอภิปราย ไม่ไว้วางใจนั้นระบุไว้เป็นการเฉพาะชัดเจนในหมวด ๑๐ ของข้อบังคับ ซึ่งระบุไว้ เป็นเรื่องของการเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ และข้อที่เกี่ยวข้องกับการชี้แจง ของนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีนั้นระบุไว้ในหมวดนี้ชัดเจนในข้อบังคับ ข้อ ๑๗๑ ข้อบังคับ ข้อ ๑๗๑ ระบุไว้ว่านายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีต้องเข้าร่วมประชุมสภาเพื่อชี้แจง ด้วยตนเอง คำว่าชี้แจงด้วยตนเองก็คือชี้แจงญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วยตนเอง หากมีเหตุจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ทำให้ไม่อาจชี้แจงก็ต้องแจ้งเป็นหนังสือ ต่อประธานสภาก่อนหรือในวันประชุมสภา คำว่าอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ซึ่งเป็นเหตุจำเป็น มิใช่เหตุจำเป็นเพราะนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีตอบข้อชี้แจงไม่ได้ หรือไม่มีความประสงค์ จะชี้แจงจึงมอบคนอื่นชี้แจงแทน แต่เหตุจำเป็นอาจจะหมายถึงเช่นมีภารกิจสำคัญ เหนือเกล้าเหนือกระหม่อมที่จำเป็นจะต้องทำ หรือภารกิจสำคัญที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้ ในลักษณะเกิดกรณีฉุกเฉินซึ่งอาจจะต้องวินิจฉัยเป็นกรณีไป การชี้แจงตามวรรคหนึ่งจะชี้แจง คำอภิปรายของสมาชิกทีละคนเป็นลำดับไป หรือจะรอรวมชี้แจงครั้งละหลาย ๆ คนก็ได้ แต่แปลว่านายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีต้องเข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงด้วยตนเอง นี่คือสิ่งที่ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานเพื่อให้ควบคุมการประชุมให้เป็นไปตาม ข้อบังคับทุกประการด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ดอกเตอร์พีรพันธุ์ครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดยโสธร เมื่อกี้นี้ที่ประธานวิปฝ่ายค้าน ได้กรุณาให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้กล่าวไปเมื่อสักครู่บอกว่าในบางเรื่อง ถ้าประสงค์จะขอให้รัฐมนตรีได้ชี้แจงแทนซึ่งก็จะเป็นอำนาจของท่านประธานเอง ที่จะอนุญาตหรือไม่อนุญาต ผมอยากจะเรียนท่านประธานได้เข้าใจอย่างนี้ครับ เพื่อที่จะเป็น แนวทางในการประชุมร่วมกันเพื่อให้เรื่องนี้มันมีข้อยุติที่ชัดเจน กล่าวคือเมื่อกี้นี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดในตอนต้นท่านได้อธิบายถึงระบบการทำงานของคณะรัฐมนตรีว่า แต่ละท่านมีหน้าที่รับผิดชอบอย่างไร ระบบของเราเป็นระบบคณะรัฐมนตรี ซึ่งรัฐบาล จะต้องรับผิดชอบร่วมกัน ท่านประธานลองดูมาตรา ๑๗๑ ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็จะระบุไว้ ชัดเจนว่าคณะรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบร่วมกันในการบริหารราชการแผ่นดินโดยมี นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้า นอกจากมาตรา ๑๗๑ แล้วยังมีมาตรา ๑๗๘ อีกระบุไว้ชัดเจนอีกว่า ในการบริหารราชการแผ่นดินนั้นรัฐมนตรีต้องดำเนินการตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและ กฎหมายตามที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา รวมทั้งต้องรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎรในหน้าที่ของตน รวมทั้งต้องรับผิดชอบร่วมกัน ต่อรัฐสภาในนโยบายทั่วไปของคณะรัฐมนตรี นี่ก็คือระบบของการรับผิดชอบร่วมกันของ คณะรัฐมนตรี ท่านประธานครับ นอกจากนี้ถ้าเราไปดูพระราชบัญญัติระเบียบบริหาร ราชการแผ่นดินก็ระบุไว้ชัดเจนว่านายกรัฐมนตรีมีหน้าที่อะไร รัฐมนตรีมีหน้าที่อะไร ในฐานะ ของนายกรัฐมนตรีจะมีอยู่ ๒ สถานะ

สถานะที่ ๑ ก็คือเป็นผู้บังคับบัญชาสำนักนายกรัฐมนตรีซึ่งจะต้องรับผิดชอบ เรื่องทั้งหมดของคณะรัฐมนตรี

สถานะที่ ๒ ก็คือในฐานะที่เป็นหัวหน้ารัฐบาล ในการที่เป็นหัวหน้ารัฐบาลนะครับ กฎหมายก็กำหนดไว้ชัดเจนว่านายกรัฐมนตรี

(นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านดอกเตอร์พีรพันธุ์ครับ ท่านสมบูรณ์ฟังก่อนดีไหมครับ ผมก็ฟัง วิปฝ่ายค้านก็ฟัง วิปฝ่ายรัฐบาลบ้าง ให้สลับกันนะครับเดี๋ยวผมให้โอกาสทุกท่านครับ ท่านสมบูรณ์ประท้วง เรื่องอะไรเชิญครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับก็เข้าใจท่านประธานนะครับ แต่ว่าท่านประธานก็ต้องเข้าใจว่าวันนี้ฝ่ายค้าน ของเรากำลังทำหน้าที่ก็คือการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีแล้วก็รัฐมนตรี เป็นรายบุคคล ขณะนี้ทางพรรคฝ่ายค้านกำลังทำหน้าที่นะครับ ขณะนี้เราใช้เวลากัน พอสมควรแล้ว แล้วก็ทางท่านประธานวิปฝ่ายค้านก็ชี้แจงให้ทราบแล้วว่าเราอภิปราย นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพราะฉะนั้นขณะนี้ผู้อภิปรายในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับ กำลังรอที่จะอภิปราย เราจะเสียเวลามากไม่ได้หรอกครับท่านประธาน ขออนุญาตได้ ดำเนินการในเรื่องการอภิปรายตรงตามญัตติด้วยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมบูรณ์ครับ ได้มีการทักท้วงทั้ง ๒ ฝ่าย ประธานจะวินิจฉัย ผมต้องฟังทั้ง ๒ ฝั่ง แล้วก็ เวลาประท้วงนี่ผมให้หักไว้ต่างหากไม่ไปรวมเวลาของฝ่ายค้าน แยกแยะไว้พอสมควร เชิญอาจารย์พีรพันธุ์ต่อเลยครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ท่านประธานครับ ผมขอให้ข้อคิดเห็น เพิ่มเติมต่อไปบอกว่านายกรัฐมนตรีมีหน้าที่กำกับโดยทั่วไปซึ่งการบริหารราชการแผ่นดิน ในการนี้อาจจะมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีปฏิบัติการในหน้าที่สั่งแทนได้ ส่วนรัฐมนตรี ก็จะเป็นหัวหน้าของแต่ละกระทรวงรับผิดชอบงานระบบก็เป็นอย่างนี้นะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นเมื่อมันเป็นอย่างนี้แล้วผมคิดว่าในการอภิปรายที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้พูดไปบอกว่าข้อบังคับ ข้อ ๖๘ จริงครับท่านประธานครับว่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต้องมาตอบ ถ้าไม่ตอบก็ต้องแจ้งประธานถึงข้อเหตุขัดข้อง แต่ในข้อต่อไปก็ยังบอกว่าในการอภิปรายและลงมติไม่ไว้วางใจสมาชิกมีอิสระจาก พรรคการเมือง ในการอภิปรายตามวรรคหนึ่ง นอกจากที่กำหนดไว้ในส่วนนี้แล้วให้นำความ ในหมวด ๓ ส่วนที่ ๓ มาใช้บังคับโดยอนุโลม ยกเว้นข้อ ๕๙ ก็คือในเรื่องของการอภิปราย ก็เขียนไว้ชัดว่าในมาตรา ๖๘ นั้น ถ้ารัฐมนตรีร้องขออาจจะมอบหมายให้ผู้อื่นแทนได้ โดยประธานจะเป็นผู้อนุญาต ฉะนั้นการที่จะมาให้ข้อคิดเห็นว่านายกรัฐมนตรีต้องมาตอบเอง รัฐมนตรีต้องมาตอบเอง จะมอบหมายให้ตอบแทนไม่ได้นั้นคงไม่ถูกต้องทั้งหมด หมายความว่า ถ้าเป็นเรื่องทั่วไปที่เป็นเรื่องของการบริหารราชการแผ่นดินสามารถที่จะมอบหมายแทนได้ เหมือนกับเป็นตามกฎหมายที่เป็นอย่างนี้ เว้นแต่เป็นเรื่องของบุคคลนั้นโดยตรงที่ไปเกี่ยวกับ หน้าที่นั้นโดยตรง ฉะนั้นผมจึงยืนยันว่านายกรัฐมนตรีสามารถที่จะขอให้ท่านประธาน อนุญาตให้รัฐมนตรีตอบแทนได้ในเรื่องที่เป็นเรื่องนโยบายทั่ว ๆ ไปของรัฐบาลเป็นเรื่องที่ จะต้องรับผิดชอบร่วมกัน แม้กระทั่งในเรื่องเมื่อกี้นี้ที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้อภิปรายพูดถึงเรื่องญัตติขอถอดถอนนะครับ ถ้าท่านประธานดูให้ดีในญัตติขอถอดถอน รัฐมนตรีที่นั่งอยู่ข้างบนถูกกระทบหมดนะครับ ท่านลองดูสิครับ ในคำร้องขอถอดถอน ก็ระบุไว้ชัดเจนว่า ขอถอดถอนนายกรัฐมนตรีผู้ถูกร้อง ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีและเป็น ๑ ในคณะรัฐมนตรีมีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินที่รับผิดชอบร่วมกันท่านก็ยืนยันอีก ท่านก็ยังบอกว่าข้อไหนเป็นผู้ถูกร้องและคณะรัฐมนตรีที่นั่งอยู่ข้างบนนะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพีรพันธุ์เอาเรื่องที่เราหารือกันก่อน เอาเรื่องนี้ก่อนครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ผมกำลังจะบอกว่าแม้แต่เรื่องที่ถอดถอน ไม่ใช่เรื่องของนายกรัฐมนตรีคนเดียว ท่านก็บอกว่านายกรัฐมนตรีเป็น ๑ ใน ครม. ทั้งหมดนี้ ก็บอกว่าร่วมกัน ไม่ทำตามกฎหมาย ป.ป.ช. นั่งอยู่ทั้งหมดถูกกระทบกระเทือนครับ เพราะฉะนั้นผมก็คิดว่าท่านเหล่านี้สามารถที่จะลุกขึ้นมาพูดได้ ชี้แจงได้ ก็อยากจะให้ ประธานได้วินิจฉัยเมื่อมีการขอร้อง เมื่อท่านนายกรัฐมนตรีขอร้องว่าขอมอบเรื่องนี้ ให้รัฐมนตรีท่านนี้เป็นผู้ชี้แจง ก็อยู่ที่ดุลยพินิจของท่านประธาน ผมคิดว่าสามารถที่จะ มอบหมายให้ตอบแทนได้ถ้าเป็นเรื่องนโยบายของรัฐบาล เป็นเรื่องความรับผิดชอบร่วมกัน ของคณะรัฐมนตรีครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมขอฟังฝ่ายละ ๑ ท่านนะครับ อีก ๑ ท่าน เชิญท่านนายแพทย์สุกิจก่อนครับ ท่านยกมือนานแล้ว

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าในการประชุมสภาเราไม่ได้ยึดหลักกฎหมายอื่นใดทั้งสิ้นนะครับ สิ่งที่สำคัญที่สุด ในการประชุมสภาที่เรายึดถือกันก็คือข้อบังคับแล้วก็รัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นกฎหมาย บริหารราชการแผ่นดินที่ทางฝ่ายรัฐบาลได้อ้างมานั้นนำมาใช้ไม่ได้ครับ ในกรณีของการใช้ มาตรา ๖๘ ซึ่งเมื่อกี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้หยิบยกมา ท่านประธานวิปฝ่ายค้านก็ได้ชี้แจง ผมเชื่อว่าเป็นที่กระจ่างแล้วนะครับในเรื่องของข้อบังคับ คือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นการยื่นอภิปรายที่แตกต่างจากการอภิปรายอย่างอื่น นี่เป็นส่วนที่สำคัญเฉพาะ ที่รัฐธรรมนูญแล้วก็ข้อบังคับนี่เขียนไว้โดยเฉพาะนะครับ เพราะฉะนั้นเมื่อกี้ท่านประธานวิป ได้ชี้แจงถึงข้อบังคับ ข้อ ๑๗๑ ไปแล้วนะครับว่ารัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีต้องชี้แจง ต้องมาตอบด้วยตนเอง ตอนนี้ผมอยากจะอ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๒ ท่านโปรดรับฟังนะครับ ในกรณีที่มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาเพื่อตั้งกระทู้ถามในเรื่องใดเกี่ยวกับงาน ในหน้าที่ วรรคต่อไปนะครับ หรือการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีผู้ใด ให้เป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีผู้นั้นต้องเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎรหรือ วุฒิสภาเพื่อชี้แจงหรือตอบกระทู้ถามในเรื่องนั้นด้วยตนเอง แล้วก็เขียนต่อว่าเว้นแต่ มีเหตุจำเป็นอะไรก็ว่ากันไป อันนี้ผมว่าชัดเจนแล้วครับ เราประชุมสภา เราใช้ข้อบังคับ เราใช้รัฐธรรมนูญครับ กฎหมายอื่นจะมาเหนือกว่ารัฐธรรมนูญและข้อบังคับในที่ประชุมสภานี้ ไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นขอให้ท่านประธานอย่าเสียเวลาการอภิปรายเลยครับ ท่านตัดสินใจ ได้ทันทีครับว่าให้เป็นไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๑ และตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๒ ที่เป็นเรื่องเฉพาะของการอภิปรายไม่ไว้วางใจครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอฟังทางซีกรัฐบาล ท่านสามารถ แก้วมีชัย

นายสามารถ แก้วมีชัย เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สามารถ แก้วมีชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ก็อยากจะขอแลกเปลี่ยน ทำความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิก เพราะผมว่าถ้าเราได้ข้อยุติเรื่องนี้แล้วการอภิปรายต่อไปก็คง จะได้ราบรื่นไม่จำเป็นจะต้องมีปัญหามาถกเถียงกันในข้อกฎหมาย ก็อยากจะกราบเรียน ท่านประธานโดยหยิบยกรัฐธรรมนูญ ซึ่งเวลาเราดูรัฐธรรมนูญก็คงต้องดูหลายมาตรา ประกอบกัน ผมยืนหลักมาตรา ๑๖๒ ที่เพื่อนสมาชิกได้พูดเมื่อสักครู่นะครับ คือมาตรานี้ จะบัญญัติบังคับชัดเจนว่าเมื่อมีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี ท่านก็จะต้องมาตอบเอง ซึ่งท่านทั้งหลายก็ประจักษ์ด้วยสายตานะครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านก็มายืนตอบด้วยตนเอง ทีนี้ท่านก็ต้องดูมาตราอื่นต่อไป เพราะว่านายกรัฐมนตรีในฐานะ เป็นหัวหน้ารัฐบาล ท่านได้แบ่งภารกิจ แบ่งงานตามนโยบายให้รัฐมนตรีหลายกระทรวงรับผิดชอบดูแล ในรายละเอียดต่าง ๆ ก็ขอความกรุณาท่านไปดูในหมวด ๙ ว่าด้วยคณะรัฐมนตรี ในมาตรา ๑๗๑ มาตรา ๑๗๑ จะพูดถึงว่าคณะรัฐมนตรีประกอบด้วยนายกรัฐมนตรี ๑ รัฐมนตรีอีก ๓๕ และรัฐมนตรีทั้งหลายมีความรับผิดชอบร่วมกันในการปฏิบัติหน้าที่ อันนี้ ก็แสดงว่าการกระทำต่าง ๆ ของนายกรัฐมนตรีก็ดี ของรัฐมนตรีก็ดี ในนโยบายต่าง ๆ ก็รับผิดชอบร่วมกัน โดยท่านก็แบ่งงานให้ร่วมกันรับผิดชอบ และท่านก็ข้ามไปดูมาตรา ๑๗๘ อันนี้เป็นหลักความรับผิดชอบเฉพาะตัวของรัฐมนตรีแต่ละท่านที่รับผิดชอบงานนั้น ๆ ในกฎหมายมาตรา ๑๗๘ ถ้าท่านอ่านชัด ๆ ท่านจะเห็นเขาบอกว่าในการบริหารราชการแผ่นดิน รัฐมนตรีต้องดำเนินการตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ กฎหมายและนโยบายที่ได้แถลงไว้ ตามมาตรา ๑๗๖ และต้องรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎรในหน้าที่ของตน รวมทั้งต้อง รับผิดชอบร่วมกันต่อรัฐสภาในนโยบายทั่วไปของคณะรัฐมนตรี ผมยกตัวอย่างว่าเมื่อสักครู่ มีการอภิปรายเรื่องนโยบายรับจำนำข้าว ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็ปูพื้นนโยบายในภาพกว้าง ไปแล้ว ส่วนรายละเอียดทั้งหลายผู้รับผิดชอบในการไปรับจำนำก็จะมีท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ที่ท่านรับผิดชอบโดยเฉพาะ ฉะนั้นท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านก็มีหน้าที่ตามมาตรา ๑๗๘ ในฐานะที่ท่านเป็นผู้ต้องรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎร ในงานที่ท่านรับผิดชอบ เดี๋ยวสักครู่ท่านก็จะมาช่วยทำความเข้าใจในรายละเอียด หรือท่านพูดถึงสถานการณ์ภาคใต้ก็มีรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลเรื่องความมั่นคง มีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่เกี่ยวข้องในเรื่องแก้ปัญหาภาคใต้ ท่านก็จะมาให้ รายละเอียด ผมกราบเรียนเพื่อนสมาชิกครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางฝ่ายผู้เสนอญัตติ ไม่ไว้วางใจ วันนี้เรามายื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเพื่อให้การตรวจสอบเกิดคุณภาพ เพื่อให้ มีการปรับปรุงแก้ไขสิ่งที่ขาดตกบกพร่องหรือเพื่อรับฟังข้อเสนอแนะของท่าน เพื่อฟังคำชี้แจง ของฝ่ายที่ถูกกล่าวหา ฉะนั้นผมคิดว่าถ้าเราไม่มีเจตนาอื่น การดำเนินการตามกระบวนการ ที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ที่ผมได้กล่าวไปแล้ว ก็จะทำให้การอภิปรายญัตติในวันนี้มีคุณภาพ และจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อชาติบ้านเมืองครับท่านประธาน ฉะนั้นก็กราบเรียน เพื่อโปรดพิจารณาครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวให้ผมนั่งให้เรียบร้อยก่อนค่อยประท้วงครับ เชิญคุณหมอวรงค์ครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก จริง ๆ แล้ว ประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานก็คือสิ่งที่เราเถียงกันมา ๒ วัน เราเถียง ตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๑๗๑ และเราก็มาถกเถียงกันตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๒ เรื่องการชี้แจงในที่ประชุมสภา ผมเข้าใจดีว่าเพื่อนสมาชิกที่ท่านได้พูดไปมันคือหมวดอื่นครับ มันคือหมวดว่าด้วยการบริหารราชการแผ่นดินซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะมีคณะรัฐมนตรี ที่ร่วมรับผิดชอบ แต่ครั้งนี้เราปฏิบัติในหมวดที่ว่าด้วยการตรวจสอบ คือเขียนไว้ชัดเจนว่า เป็นการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินคือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พวกผม ยื่นตัวนายกรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรีในมาตรา ๑๕๘ เราไม่ได้ ไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรี คนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องใช้มาตรา ๑๕๙ การลงรายชื่อพวกผมสัดส่วน ก็ต่างกัน ลำพังท่านนายกรัฐมนตรีผมต้องใช้ชื่อ ๑ ใน ๕ แต่ถ้าจะใช้ชื่อที่จะถึงท่านรัฐมนตรี ใช้ชื่อ ๑ ใน ๖ ดังนั้นเจตนามันชัดเจนครับเราอย่าเอามาปนกัน อันนี้ว่าด้วยการควบคุม การบริหารราชการแผ่นดิน และธรรมเนียมปฏิบัติที่ผ่านมาผมว่าไม่น่ากังวลเลยครับ ท่านประธานที่จะให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงกับพวกเราในฐานะท่านเป็นหัวหน้าของ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีทั้งหมด แล้วท่านก็รับทราบเรื่องเหล่านี้ดี และผมก็เชื่อว่า ท่านก็น่าจะต้องชี้แจงพวกเราได้ ดังนั้นชัดเจนครับท่านประธานว่ารัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ชัดเจนว่าใครที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจคนนั้นก็ควรจะต้องเป็นคนชี้แจงในมาตรา ๑๖๒ และไม่อยากให้เอาหมวดอื่นเข้ามาสับสนกับหมวดว่าด้วยการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน ก็ขอให้ท่านประธานช่วยวินิจฉัย เพื่อไม่ให้เสียเวลาครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวก่อนผมวินิจฉัยฝั่งนี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวรัฐบาลอีกทีหนึ่ง เอาฝั่งนี้ก่อน เชิญท่านขจิตร

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ต่อข้อถกเถียงนี้ ผมอยากจะเรียน จากข้อบังคับ หมวด ๑๐ ว่าด้วยการเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ ข้อ ๑๗๒ ระบุไว้ชัดเจนในวรรคสองว่าการอภิปรายนี้นอกจากจะกำหนดไว้ในส่วนนี้แล้ว ให้นำความ ในหมวด ๓ ส่วนที่ ๓ มาใช้บังคับโดยอนุโลม หมวด ๓ ส่วนที่ ๓ ว่าด้วยการอภิปราย ข้อ ๖๘ ประธานอาจอนุญาตให้รัฐมนตรีมอบหมายให้บุคคลใด ๆ ชี้แจงข้อเท็จจริง ต่อที่ประชุมประกอบการอภิปรายของรัฐมนตรีก็ได้ อันนี้โดยข้อบังคับชัดเจนแล้วว่าทำได้ ทีนี้ข้อสงสัยของท่านคือสงสัยว่ารัฐธรรมนูญจะเปิดโอกาสให้ทำได้ไหม เจตนาของ ฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรีที่บริหารบ้านเมือง มาร่วมกัน นายกรัฐมนตรีไม่ได้บริหารราชการคนเดียว หลายมาตราสมาชิกหลายท่านได้อ้างแล้ว นี่คือเจตนาของรัฐธรรมนูญ ก็อยากจะถามเจตนาฝ่ายค้านว่าจะอภิปรายการบริหารราชการ หรือว่าอยากฟังแค่เสียงนายกรัฐมนตรี ถ้าบอกว่าอยากจะตอบปัญหาอยากจะรู้ปัญหา จากคนที่เขาบริหารอยู่ก็ต้องสามารถอธิบายแทนได้ตามข้อบังคับและกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีหลายท่านอ่านแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ท่านประธานครับ วันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๔ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจเหมือนกันรัฐธรรมนูญฉบับเดียวนี่แหละ ฝ่ายที่อภิปรายท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เรื่องปัญหาภาคใต้ ในวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๔ อภิปรายกัน ๔ วัน ท่านอภิสิทธิ์ได้ให้ท่านถาวร เสนเนียม ชี้แจง มีคนลุกขึ้นประท้วงว่า ตอบชี้แจงแทนไม่ได้ แต่ประธานที่ประชุมสภาได้อนุญาต คำอนุญาตของท่านประธาน พูดดังนี้ ผมวินิจฉัยอย่างนี้นะครับ

เนื่องจากว่าท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งขณะนั้นหมายถึงท่านอภิสิทธิ์ท่านได้มอบ ภารกิจให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านถาวร เสนเนียม เป็นผู้รับผิดชอบ เรื่องนี้โดยตรง เพราะฉะนั้นเมื่ออภิปรายถึงเรื่องการแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมก็เปิดโอกาสให้ท่านได้ชี้แจงนะครับ แต่ต้องขอความกรุณารวบรัดด้วยนะครับ ก็อภิปรายเดียวกันนี่นะครับ กฎหมายเดียวกัน เวลาเปลี่ยนข้างท่านบอกชี้แจงไม่ได้ มันไม่ถูกหรอกครับ เพราะฉะนั้นด้วยเหตุผลและการกระทำที่ผ่านมายืนยันได้ว่าสามารถ ชี้แจงได้ครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะอีกท่านหนึ่ง เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตอบกรณีที่กำลังถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่เวลานี้ เพื่อให้กระบวนการของสภาเดินหน้า ต่อไปได้ แล้วก็เพื่อให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน แล้วก็การทำหน้าที่ ของฝ่ายรัฐบาลประจักษ์แก่สายตาประชาชน ผมคิดว่าบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ข้อบังคับของการประชุมสภา เพื่อนสมาชิกทั้ง ๒ ฝ่ายกล่าวอ้างกันครบถ้วนแล้วละครับ ทีนี้ผมจะกล่าวอ้างในมุมของข้อเท็จจริงบ้าง ผมว่าประเด็นที่มีความกังวลและวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่เวลานี้ก็คือเพื่อนสมาชิกพรรคฝ่ายค้าน ไปเข้าใจเอาว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะไม่ตอบคำถามในการอภิปรายนี้ อีกแล้ว ซึ่งผมยืนยันว่าไม่ใช่ เป็นไปไม่ได้ เมื่อท่านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีก็จะอยู่ในบริเวณสภานี้รับฟัง แล้วเมื่อเห็นว่าต้องตอบก็ตอบ จะตอบทีละคน หรือทีละหลายคนก็เป็นสิทธิตามข้อบังคับ ไม่ได้หมายความว่านายกรัฐมนตรีชี้แจงรอบนี้ แล้วก็บอกว่าพอ หลังจากนี้ไม่ชี้แจง ไม่ใช่ครับ เพียงแต่ที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดนี่หมายความว่า ก็สิ่งที่ท่านกำลังจะอภิปรายนี่มันครอบจักรวาล มันรับจำนำข้าว มันปัญหาภาคใต้ ไม่ทราบอะไรต่อมิอะไรที่หยิบยกอภิปรายกัน ๒ วันหลังจากนี้ ก็ถ้ามันเกี่ยวเนื่องกับภารกิจ ที่รัฐมนตรีเขารับผิดชอบโดยตรงนี่ รัฐมนตรีเขาก็ต้องได้สิทธิในการชี้แจง ท่านพูดเรื่อง รับจำนำข้าวไม่ให้กระทรวงพาณิชย์ชี้แจงแล้วประชาชนที่ดูอยู่เขาจะรู้สึกอย่างไร เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมว่าก็ว่ากันไปตามกระบวนการครับ แล้วถึงเวลารัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เขาจะลุกขึ้นชี้แจงก็เป็นดุลยพินิจของประธานสภา ณ ขณะนั้นว่าจะอนุญาตให้ชี้แจงหรือไม่ ประเด็นที่อภิปรายมานี่มันคาบเกี่ยวเชื่อมโยงหรือเปล่า ถ้าเห็นว่าไม่เกี่ยวประธานก็บอกว่า ท่านรัฐมนตรีไม่ได้เกี่ยวกับงานท่าน ท่านไม่เสียหายไม่ต้องชี้แจง แต่ถ้าเห็นว่าเกี่ยวก็จะเป็น อย่างที่ท่านขจิตรบอกนะครับ ก็จะใช้แนววินิจฉัยเดิมกับที่เคยอนุญาตท่านถาวร เสนเนียม ชี้แจงแทนนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ในประเด็นเกี่ยวกับ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่มีอะไร น่าวิตกกังวลเลยครับ ท่านไปเข้าใจกันเอาเองว่านายกรัฐมนตรีกลัวการอภิปราย ท่านไปเข้าใจกันเอาเองว่านายกรัฐมนตรีจะไม่กล้าตอบก็เห็นมาวันครึ่งแล้วไม่มีอะไรน่ากลัวนี่ครับ เพราะฉะนั้นผมว่าท่านประธานเอาอย่างที่ผมว่านี่แหละแล้วก็เดินหน้ากันต่อ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ เดี๋ยวนะครับ เมื่อฟังทุกฝ่ายแล้วผมจะซักซ้อมอย่างนี้เพื่อให้ทุกฝ่ายได้สบายใจ ในการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายค้านก็ดี ของคณะรัฐมนตรีก็ดี คืออย่างนี้ท่านนครนั่งก่อนครับ เพื่อที่จะทำความเข้าใจให้เข้าใจกันทั้งสภาอย่างนี้นะครับ ผมจะลำดับข้อเท็จจริง แล้วก็ข้อกฎหมายให้พวกเราได้ทราบให้เป็นแนวเดียวกันก่อนแล้วก็จะได้ปฏิบัติได้ถูกต้อง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๒ ที่ท่านหยิบยกขึ้นมา อันนี้เป็นหลัก คือนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีต้องมาตอบข้อซักถามเองนะครับ กฎหมายในมาตรานี้เขาเขียนไว้ว่าถ้าไม่มา อันนี้หลักก็คือเราต้องเข้าใจว่าต้องมานะครับ ถ้าไม่มาก็ต้องแจ้งแถลงข้อเหตุจำเป็น แห่งการไม่มา แล้วก็ในรัฐธรรมนูญมาตรานี้ก็มาบัญญัติไว้ในข้อบังคับ ข้อ ๑๗๑ ของข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร อันนี้ในข้อ ๑๗๑ และข้อ ๑๗๒ เราต้องอ่าน ประกอบกันว่าการอภิปรายเขาเน้นเฉพาะการอภิปรายไม่ไว้วางใจ มาที่ข้อ ๑๗๒ ว่าให้ใช้ หมวด ๓ ส่วนที่ ๓ ของข้อบังคับนี้นะครับ ฉะนั้นเมื่ออ่านประกอบในข้อบังคับแล้ว แล้วก็ข้อบังคับ ข้อ ๒๓ ก็เป็นอำนาจและดุลยพินิจของท่านประธาน ประเด็นต่อมา เพื่อที่จะให้การประชุมนี้เดินหน้าต่อไปได้เราต้องยอมรับว่าตามกฎหมายบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งกำหนดให้นายกรัฐมนตรีและเลขาธิการนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ ตามกฎหมายอย่างไร มอบอำนาจอย่างไร อันนี้ผมก็เคยได้ตอบข้อซักถามพวกเราในที่ประชุม ในหลายครั้งที่ผ่านมาว่าการที่นายกรัฐมนตรีไม่มาตอบกระทู้ถามของท่านนี่ ถ้าหากว่า ได้มอบหมายมาแล้วติดภารกิจและท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็มีสิทธิตามกฎหมาย บริหารราชการแผ่นดินก็ตอบได้ ประเด็นต่อมาอย่างนี้ครับ ผมว่าไม่ต้องไปวิตกกังวล ท่านอภิปรายไป แล้วจะเป็นดุลยพินิจของท่านประธาน แล้วก็ในส่วนที่ท่านรัฐมนตรี จะขอใช้สิทธิพาดพิงท่านก็ต้องเสียหายผมจะวินิจฉัยเอง ถ้าไม่เสียหายก็ไม่ให้ ถ้าหากว่า อภิปรายไปเป็นเรื่องของข้อเท็จจริงในการบริหารราชการแผ่นดินของกระทรวงไหน รัฐมนตรีท่านใด ก็ให้ท่านนั้นชี้แจงในรายละเอียด แต่นายกรัฐมนตรีจะต้องรับผิดชอบต่อการชี้แจง ของคณะรัฐมนตรีด้วยนะครับ ฉะนั้นรัฐมนตรีที่นั่งอยู่ต้องเข้าใจ สิ่งที่ท่านชี้แจงจะนำไปสู่ ในการที่จะมีการยื่นถอดถอนหรืออะไรก็ตามในสิ่งที่ท่านอภิปรายและจะผูกพัน นายกรัฐมนตรีด้วย ฉะนั้นผมขอเชิญฝ่ายค้านที่จะอภิปรายต่อไปเลยครับ เมื่อกี้ท่านนคร ขอก่อน ให้ท่านนครก่อนได้ไหม ใจเย็น ๆ เชิญครับ ท่านนครก่อน ท่านยกมือ เดี๋ยวผมให้ ชี้แจงจะได้เป็นรูปแบบ จะไม่ต้องมาเถียงกัน แล้วก็ประเพณีเราเคยปฏิบัติมาก็เอาให้ ท่านประธานนี่แหละจะเป็นคนวินิจฉัยเอง เชิญท่านนครครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาต ที่จะใช้สิทธิพาดพิงต่อท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้พาดพิงถึง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าท่านพาดพิงเดี๋ยวรอนิดหนึ่งได้ไหม เอาประเด็นที่ผมพูดก่อน เดี๋ยวจะไม่จบ ท่านสาธิตก่อน จะพาดพิงเดี๋ยวให้ท่าน ผมว่าเวลาเราเดินมาแล้วเดี๋ยวมันจะเสียเวลาพวกเรา

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงท่านประธาน วินิจฉัยก็เกือบถูกครับ แต่มีความแตกต่างนิดหนึ่ง ผมเรียนอย่างนี้ว่าความจริงไม่ใช่เป็น ความเข้าใจ แล้วก็ไม่ใช่เป็นเรื่องจินตนาการ แต่เป็นเรื่องความคิดเห็นที่แตกต่างกัน เรื่องข้อกฎหมาย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ผมวินิจฉัยผมอ้างสิทธิตามกฎหมายรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ ส่วนความเห็น ของท่านสมาชิกที่ออกแต่ละท่านผมก็พยายามที่จะทำให้พวกเราสามารถดำเนินการประชุม ไปได้ ผมขอความร่วมมือ ท่านใดเห็นอย่างไรที่จะกระทบกระทั่งเอาไว้ก่อน เอาเวลาที่ พวกเรามีอยู่นี่ใช้ในการบริหาร เชิญครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ผมกำลังจะอธิบายว่าคือการกำหนด ข้อบังคับแยกออกมาอย่างชัดเจนในหมวด ๑๐ เขาเขียนเรื่องการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติ ไม่ไว้วางใจ ก็เป็นการกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าในส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจนี่ต้อง ปฏิบัติอย่างไร ก็มีอยู่ข้อ ๑๖๘ ข้อ ๑๖๙ ข้อ ๑๗๐ ข้อ ๑๗๑ ส่วนที่กำหนดไว้ที่ ข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒ ในวรรคท้ายนี่ อันนี้ก็หมายความว่ากรณีอภิปรายทั่วไปก็หยิบยกมาใช้ แต่กรณีที่เขียนไว้อย่างชัดเจนในหมวด ๑๐ นี้ ท่านประธานก็ต้องวินิจฉัยอย่างเคร่งครัด ยกตัวอย่างเช่น ข้อ ๑๗๑ อันนี้ก็เป็นกรณีกำหนดไว้เฉพาะกรณีอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็จะเป็นเฉพาะข้อนี้เท่านั้น อันนี้ก็มีความชัดเจนอยู่เองแล้ว เพราะฉะนั้นผมคิดว่าที่ผมเห็นต่าง กับท่านประธานก็คือว่าการหยิบยกข้อ ๑๗๒ วรรคท้าย มาใช้นี่ อันนี้ต้องเป็นกรณีทั่วไป แต่ถ้ากรณีการชี้แจงของท่านนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องต้องยึดข้อ ๑๗๑ เป็นหลักครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวผมจะใช้อำนาจตามข้อบังคับ ข้อ ๖๘ และข้อ ๒๓ เอง เชิญท่านนคร มาฉิม เชิญครับ เอาให้จบ แล้วก็เดี๋ยวท่านต่อไปจะได้อภิปราย เสียเวลา เชิญครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาต ใช้สิทธิพาดพิง เพราะว่าการอภิปรายปรึกษาหารือของท่านสมาชิกทำให้ผมเสียหาย ท่านประธานที่เคารพครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ชี้แจงเฉพาะประเด็นเสียหายนะครับ เชิญครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

ใช่ครับท่านครับ ท่านประธานที่เคารพ ประเด็นที่ผมได้อภิปรายแล้วก็ได้ร่วมลงชื่อเพื่ออภิปรายในญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลนั้น ยืนยันต่อท่านประธาน และพี่น้องคนไทยทั้งประเทศว่าครอบคลุมทุกประเด็น ครบถ้วนตามข้อกล่าวหาที่ผม ได้นำเรียนต่อท่านประธานเมื่อวานนี้ แต่เทคนิคที่มันตกหล่นไปก็คือผมเห็นว่ากระบวนการ ในการกระทำความผิดนั้นต่อเนื่องมาตั้งแต่ท่านอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ข้ามมาที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และวิปฝ่ายค้านได้ยื่นขอถอดถอนในวันที่ ๘ พฤศจิกายน และได้ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจต่อประธาน สภาผู้แทนราษฎรในวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ แต่ความผิดต่อเนื่องมาจากก่อนแล้วก็มาสำเร็จเอาช่วงวันที่ ๑๒ ซึ่งเป็นวันที่คณะรัฐมนตรี ได้อนุมัติ เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ เดี๋ยวนะครับท่านครับ ญัตติครอบคลุม แต่ที่บอกว่ามันตกหล่นไปในสาระสำคัญก็คือในหนังสือยื่นถอดถอนตัวนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องต่อท่านประธานวุฒิสภาตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้น ข้อเท็จจริงทุกประเด็นที่ผมได้อภิปรายไปก่อนหน้านี้ครบถ้วนแล้วก็เป็นข้อเท็จจริงซึ่งผมคง จะต้องใช้เวทีในการที่จะยื่นไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช. สตง. หรือองค์กรอื่น ๆ ส่วนกระบวนการนี้ ผมเคารพแล้วก็เห็นว่าแม้ว่าในญัตติในหนังสือยื่นถอดถอนนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ถูก พาดพิง และกระบวนการในการกระทำความผิดนั้นได้ล่วงเลยผ่านมา ผมเคารพต่อกฎหมาย จึงได้ถอนคำอันนี้นะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ ผมว่าพอแล้วนะท่านได้ชี้แจง เชิญท่านเกียรติครับ เดี๋ยวครับท่านเกียรติ ท่านขอใช้แผ่นฟิวเจอร์ บอร์ด จำนวน ๑๑ แผ่นนะครับ

นายเกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ

ใช่ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

แล้วก็ที่ตามขอนะครับท่านประธานอนุญาต เชิญครับ

นายเกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธานครับ ผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมเป็นคนหนึ่งที่ได้ร่วมลงชื่อ ในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีนะครับ วันนี้ก็ขออภิปรายไม่ไว้วางใจท่านในส่วน ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายรับจำนำข้าว ในฐานะที่ท่านเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ตอนที่ท่านหาเสียงไว้ท่านบอกกับประชาชนทุกคนละครับว่าท่านจะรับจำนำทุกเมล็ด และท่านพูดไว้มี ๒ ราคาครับ ๑๕,๐๐๐ บาทกับ ๒๐,๐๐๐ บาทนะครับ ตอนท่าน แถลงนโยบายต่อสภาแห่งนี้ท่านพูดว่าท่านจะยกระดับราคาสินค้าเกษตร และให้เกษตรกร เข้าถึงแหล่งเงินทุน ดูแลสินค้าเกษตรให้มีเสถียรภาพที่เหมาะสม คำนึงถึงกลไกตลาดโลก ท่านพูดไว้นะครับชัดเจน ตอนนั้นผมก็อภิปรายตักเตือนไว้อยู่บ้าง ก็ไม่เป็นไรครับ ในวันนี้ ท่านได้ออกเอกสารนะครับ เอกสารนี้ของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาตินะครับ ซึ่งอยู่ในกำกับดูแลของท่านโดยตรง เอกสาร รู้ลึก รู้จริง จำนำข้าว เขียนไว้วัตถุประสงค์มีอยู่ ๔ ข้อนะครับ ข้อแรกคือยกระดับรายได้และชีวิตความเป็นอยู่ชาวนา ข้อ ๒ เศรษฐกิจ เจริญเติบโตจากการบริโภคภายใน เพราะชาวนาจะมีรายได้สูงจับจ่ายมากขึ้น ข้อ ๓ ดึงผลผลิตข้าวมาอยู่ในความควบคุม อันนี้แปลกมากนะครับ เป็นครั้งแรกที่ท่านยอมรับว่า จะดึงผลผลิตข้าวมาอยู่ในความควบคุมของรัฐบาลทำให้สร้างเสถียรภาพราคาข้าวได้ และข้อ ๔ ยกระดับข้าวไทยให้สูงขึ้นทั้งระบบส่งออกราคาสูงขึ้น ๔ ข้อนี้นะครับท่านทำได้ ข้อเดียวครับ ข้อเดียวก็คือว่าสามารถดึงผลผลิตข้าวมาอยู่ในความควบคุมได้ เพราะรัฐบาล คือผู้ค้ารายเดียวของประเทศไทย ณ วันนี้ ผมขอพูดแทนชาวนานะครับที่ท่านรับปากไว้ ๑๕,๐๐๐ บาทกับ ๒๐,๐๐๐ บาท ชาวนาหลายคนท่านไม่ได้รับจำนำทุกเมล็ดครับ อันนี้ตัวเลขทุกตัว รายงานทุกฉบับ ข้อมูลจากทุกกระทรวง และข้อมูลให้สัมภาษณ์ ของท่านเองก็ชัดเจนนะครับว่าไม่ได้รับจำนำทุกเมล็ด เข้าโครงการทั้งหมดนะครับ เอกสาร ของคณะกรรมการเอง เข้าโครงการทั้งหมดได้ ๑๘.๒ ล้านตัน อันนี้เป็นตัวเลขที่มาจาก เอกสารของท่านคงไม่ต้องมีการตรวจสอบ ใช้เงินไปทั้งหมดเท่าไร ๓๓๔,๐๙๙ ล้านบาท อันนี้เป็นข้อมูลล่าสุดที่ทาง ธ.ก.ส. เป็นคนให้นะครับ เมื่อกี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้ตัวเลขไว้ว่า ใช้ไปแล้ว ๓๕๙,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขไม่ตรงกันไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมจะอ้างอิงเอกสาร ของทางราชการทุกฉบับครับ ถ้ารวมค่าดอกเบี้ย ค่าเช่า รวมไปอีก ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านใช้ไปแล้วเกือบ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ณ วันนี้นะครับ แล้วท่านก็เขียนไว้ในเอกสารฉบับเดียวกัน ว่ามีเกษตรกรที่ไม่เข้าโครงการทั้งสิ้น ๑๙ ล้านบาท อันนี้คือปริมาณ ๑๙ ล้านตันที่ไม่เข้า โครงการ อันนี้ชี้ให้เห็นนะครับว่าท่านไม่ได้ทำที่รับปากไว้ก็คือรับจำนำทุกเมล็ด ชาวนาทั้งหมดในประเทศไทยมีทั้งหมด ๕.๗ ล้านครัวเรือนครับท่านนายกรัฐมนตรี ๕.๗ ล้านครัวเรือนได้อานิสงส์จากโครงการท่าน ๑.๗ ล้านเท่านั้น อีก ๔,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ไม่ได้รับผลจากโครงการของท่าน ท่านอาจจะพูดว่าราคาข้าวขยับขึ้น ๘ เปอร์เซ็นต์ก็ได้คนละ ๑,๐๐๐ บาทคนที่เหลือ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือนอันนี้ท่านทำไม่ได้ ผมว่าเกษตรกร โดนหลอกเต็ม ๆ ครับ ที่บอกว่าโดนหลอกนี่นะครับ ผมก็จะใช้ข้อมูลที่เป็นข้อมูลทางการ เพื่อจะชี้ให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้เห็นในฐานะประธานดูแลเรื่องข้าวของประเทศไทยว่า ราคาที่เกษตรกรได้นี่ไกลจากที่ท่านรับปากไว้มากครับ ข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ท่านประธานเห็นไหมครับ ขอให้กล้องช่วยซูมด้วยนะครับ ข้อมูลนี้สำคัญมากครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

กล้องซูมเข้าไปหน่อยครับ

นายเกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ 🔗

แล้วอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรี ตั้งใจฟังประเด็นนี้ให้ดีนะครับ เพราะท่านจะต้องชี้แจงให้ได้ว่าทำไมข้อมูลมันขัดแย้ง กับที่ท่านพูด ข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ชัดเจนนะครับ มีการบันทึกข้อมูล ของราคาสินค้าเกษตรที่เกษตรกรขายได้ที่ไร่นาแต่ละเดือนทุกเดือน เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม จนถึงเดือนธันวาคม สำหรับปี ๒๕๕๔ ท่านทราบไหมครับ ท่านเห็นไหมครับว่าข้าวเปลือกเจ้าความชื้น ๑๔-๑๕ เปอร์เซ็นต์ ราคาเฉลี่ยทั้งปีเลย ๙,๑๔๕ บาทต่อตัน ถ้าเป็นข้าวเปลือกหอมมะลิ ๑๓,๐๓๔ บาทต่อตัน นี่ปี ๒๕๕๔ นะครับ ลองมาดูปี ๒๕๕๕ ครับ มีข้อมูล ๑๐ เดือนครับ รายเดือนเหมือนกันนะครับ ข้อมูลรายเดือน ชัดเจนนะครับ ต่ำสุดก็อยู่ ๙,๔๐๐-๙,๕๐๐ บาท สูงสุดก็คือ ๑๐,๕๐๐ บาท เฉลี่ย ๑๐ เดือนหรือครับ ๑๐,๐๘๒ บาท นี่คือราคาที่เกษตรกรขายได้ที่ไร่นา ในหนังสือท่านบอกเขาได้ ๑๕,๐๐๐ บาท กับ ๒๐,๐๐๐ บาท ท่านโกหกเขาหรือเปล่า เอกสารนี้เป็นเท็จหรือเปล่า เป็นโฆษณาชวนเชื่อ หรือเปล่า แต่อันนี้เป็นข้อมูลทางการนะครับ ข้อมูลทางการครับ ท่านก็ต้องอธิบายให้ได้ว่า ทำไมข้อมูลทางการมันต่างกับที่ท่านใช้ในการเผยแพร่ให้สังคมรับทราบ ข้าวเปลือกหอมมะลิ ๑๔,๙๗๐ บาท แปลกไหมครับ ท่านนายกรัฐมนตรีทราบไหมครับว่าจริง ๆ แล้ววันนี้ราคาข้าว ในต่างประเทศเท่าไรครับ ไปเปิดเว็บไซต์ดูก็ได้ครับ มีราคาข้าวชัดเจน ที่ผมเสียใจที่สุด ก็คือว่าท่านใช้เงินไปเยอะแยะมากมาย ถามว่าเกษตรกรราคาที่ได้ที่ไร่นามันได้ราคาอะไร ท่านนายกรัฐมนตรีทราบไหมครับว่าราคาตลาดวันนี้ถ้าทอนจากดอลลาร์ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดเองเมื่อกี้ครับ ท่านอธิบายว่าราคา ๖๗๙ เหรียญใช่ไหมครับ ท่านทอนมาสิครับ ๖๗๙ เหรียญท่านทอนมาเป็นราคาข้าวเปลือกที่ไร่นาสิครับ มันก็คือ ๑๑,๐๐๐ บาท ท่านใช้เงินไป ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มีการขาดทุนเยอะแยะ แต่เกษตรกร ที่ไร่นาได้เท่าราคาตลาดเป๊ะเลยครับ ไม่ได้ราคาตามที่ท่านรับปากไว้ ที่หนักไปกว่านั้นข้าวหอมมะลิ ท่านไปดูสิครับ ราคาข้าวหอมมะลิที่ประกาศ ณ วันนี้เลยครับ ๑,๐๐๐ กว่าเหรียญสหรัฐอเมริกาครับ ๑,๐๐๐ กว่าเหรียญสหรัฐอเมริกาอันนี้ข้าวสารที่สีแล้ว หมายความว่าอย่างไรครับ ทอนมาเป็นข้าวเปลือกครับ ราคาตลาดควรจะอยู่ที่ประมาณ ๑๘,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ อยู่แล้ว แต่เพราะท่านไปดำเนินโครงการของท่านนี่ละครับ ใช้เงินไป ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กดราคาตลาดที่มีการซื้อที่ไร่นาเหลือ ๑๔,๐๐๐ ข้าวหอมมะลิ แปลกไหมครับ แปลกมากเลยครับ จริง ๆ ในกระบวนการถ้าไม่ยุ่งเลยแค่ดูแลว่าอย่าให้มี การเอาเปรียบเรื่องความชื้น สิ่งปลอมปน อย่าโกงน้ำหนักกัน เกษตรกรต้องขายได้ที่ไร่นา ๑๘,๐๐๐ แต่พอรัฐบาลเข้าไปทำโครงการเหลือ ๑๔,๐๐๐ คำถามก็มีอยู่ว่าไอ้ส่วนต่าง มันหายไปไหน ถามว่าชีวิตเกษตรกรมีความเป็นอยู่ดีขึ้นไหม ทุกสำรวจแม้กระทั่งสำรวจล่าสุด ของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเขาบอกชาวนาหนี้เพิ่มครับ จาก ๑๐๓,๐๐๐ บาทต่อครัวเรือน ตอนนี้ ๑๑๐,๐๐๐ บาท ขึ้นไป ๗ เปอร์เซ็นต์ การส่งออกข้าวท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พูดชัดเจนว่าถดถอยรุนแรง ผมคงไม่พูดซ้ำในประเด็นนั้น ตัวเลขค่อนข้างชัดเจนนะครับ ที่ผมสงสัยผมก็เข้าไปตรวจสอบนะครับ มีการบอกว่าขายจีทูจีไป ๑.๔ ล้านตัน ขายของเอกชน ๕,๐๐๐,๐๐๐ ตัน ๕.๗ ล้านตัน ของเอกชนผมไม่ติดใจ จีทูจีผมติดใจครับ ผมไปไล่ดูตัวเลขของกรมศุลกากร ท่านประธานถ้าอยากเห็นนะครับ ผมมีตัวเลขหมดเลย รายเดือน แล้วตัวเลขที่ดีที่สุด ที่ตรงที่สุด ที่เชื่อถือได้มากที่สุดคือตัวเลขของกรมศุลกากร ไม่ใช่ตัวเลขของกระทรวง ในอดีตตัวเลขของกระทรวงพาณิชย์และทุกกระทรวงล้อกับตัวเลข ของกรมศุลกากรทั้งนั้น แต่ปีนี้ไม่ใช่อย่างนั้นครับ ปีนี้ตัวเลขของกรมศุลกากรไม่ตรงกับ ตัวเลขที่ประกาศโดยกระทรวงอื่น ๆ ท่านประธานทราบไหมครับว่าเราบอกว่าขายข้าวไป ก็ชื่อ ๔-๕ ประเทศ จีทูจีมีประเทศจีน มีประเทศโกตดิวัวร์ มีประเทศอินโดนีเซีย มีประเทศฟิลิปปินส์ มีประเทศบังกลาเทศ รวมแล้วจนถึงสิ้นเดือนกันยายนมีส่งออกไป เท่าไรท่านประธานทราบไหมครับ ๖๔๙,๐๐๐ ตัน ๖๔๙,๐๐๐ ตัน ทั้ง ๆ ที่ท่านประกาศ แถลงข่าว ๑,๔๐๐,๐๐๐ ตันไปแล้ว นี่ตัวเลขกรมศุลกากรนะครับ ถ้าไม่เชื่อกรมศุลกากร แล้วจะไปเชื่อตัวเลขใคร อันนี้ท่านก็ต้องอธิบายให้ได้ว่าจีทูจีของท่านมันเกิดอะไรขึ้น แล้วตัวเลขการส่งออกข้าวทั้งระบบของกรมศุลกากร ณ สิ้นเดือนกันยายน ๔,๗๐๐,๐๐๐ ตัน ไม่ใช่ ๕,๐๐๐,๐๐๐ กว่าตันอย่างที่พูดครับ แล้วตัวเลขกรมศุลกากรต้องเป็นตัวเลขจริง เพราะเขาจะบันทึกเมื่อมีใบขนเท่านั้น ข้อสันนิษฐานอาจจะเป็นไปได้ว่าอาจจะมีการบอกว่า ส่งออกครับ แต่ข้าวนั้นมันวิ่งเที่ยวเล่นในประเทศไทยเสียก่อนไปท่าเรือ ไปเวียนเทียน ในบางคลัง ๒-๓ รอบก่อนไปท่าเรือเป็นไปได้ไหมครับ เดี๋ยวผมจะพิสูจน์ให้ดูว่า มันเกิดอย่างนั้น ท่านบอกว่ามีการให้สัมภาษณ์โดยท่านนายกรัฐมนตรีเองพูดในหลายครั้ง บอกว่าการที่จะไปขายจีทูจีนั้นจะทำให้ราคาดีขึ้น ท่านให้สัมภาษณ์เองครับ ในเมื่อท่านบอกว่าเรื่องราคาเป็นเรื่องลับผมจะไม่พูดเรื่องราคา แต่ผมกำลังจะบอกท่านว่า มันไม่เป็นจริงอย่างที่ท่านพูดครับ ทุกสัญญาที่ท่านไปเจรจาจีทูจีอยู่นี่ราคาต่ำกว่าราคาตลาด ราคาตลาดท่านบอกเอง ๖๐๐ กว่าเหรียญสหรัฐอเมริกา เอาเป็นว่ามีอยู่สัญญาหนึ่ง ผมไม่บอกประเทศ ไม่บอกปริมาณ ๔๐๐ กว่าเหรียญสหรัฐอเมริกา ท่านพูดท่านให้สัมภาษณ์ ชัดเจนท่านบอกทำจีทูจีต้องได้ราคาดี ผมก็ต้องถามเจ้าหน้าที่ บางท่านบอกว่าทำไมราคา มันถึงแย่กว่าราคาตลาดด้วยซ้ำ เขาบอกเป็นราคามิตรภาพ ใครให้สิทธิครับ ให้ท่านนายกรัฐมนตรีไปขายในราคามิตรภาพต่ำกว่าราคาตลาด ทั้ง ๆ ที่ท่านรับปากเองว่า จะต้องได้ราคาสูงกว่าราคาตลาด อันนี้ท่านต้องอธิบายให้ได้

ประการต่อไป ท่านบอกว่าท่านดึงผลผลิตข้าวมาควบคุมโดยรัฐบาลแต่ผู้เดียว อันนี้เป็นสิ่งที่ปรากฏอยู่ในหนังสือนะครับคือเป้าหมาย ท่านทำได้จริงนะครับ วันนี้ท่านทราบไหมครับว่าทั้งตลาดถ้าใครอยากจะได้ข้าว แม้กระทั่งเป็นโรงสี ถ้าอยากจะได้ข้าว ติดต่อคนเดียวเจ๊ ด แล้วบริษัทที่เป็นตัวละครที่ใกล้ชิดกับเจ๊ ด คือบริษัท ส วันนี้ถึงมี คำศัพท์ใหม่ในวงการข้าวครับ ท่านไปถามพ่อค้าข้าวทุกคน ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ทราบรู้จัก คำนี้หรือเปล่า ท่านนายกรัฐมนตรีรู้จักคำว่าเปาเกาไหมครับ ถ้าท่านจะเป็นประธานดูแลข้าว ท่านไม่รู้จักคำว่าเปาเกา ท่านไม่รู้จริงครับ ตอนนี้เปาเกาไปทั่วประเทศไทยแล้ว หมายความว่าอย่างไรครับ โรงสีโรงไหน พ่อค้าคนไหนอยากได้ข้าวไปติดต่อเพียง ๒-๓ บริษัท เท่านั้น แล้ว ๒-๓ บริษัทนี้ใกล้ชิดกับเจ๊ ด เขาทำอย่างไรครับ ทำหน้าที่ร่วมส่งมอบ ให้เสร็จเลยนะครับ จัดการหาข้าวให้ ไม่ต้องสีข้าวส่งคลังหลวงทำแทนให้กำไรโรงสี ๑ บาทต่อกิโลกรัม เป็นอย่างนี้ครับ ท่านไปพูดกับพ่อค้าคนไหน โรงสีโรงไหน เป็นจริงอย่างนี้ ท่านคงต้องอธิบายให้ได้ ถ้าถามว่าผมทราบหรือเปล่าว่าความสัมพันธ์ของท่านกับเจ๊ ด เป็นอย่างไร ผมทราบแต่ผมไม่พูดเพราะวันนี้ผมไม่ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจเจ๊ ด ผมอภิปราย ไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ที่สำคัญในช่วง ๑ ปีกว่าเกือบ ๒ ปีที่ผ่านมาคนเตือนท่าน เยอะมากเลยครับ เตือนแล้วไม่ฟังครับ บทความสื่อสิ่งพิมพ์ที่เตือนท่านนายกรัฐมนตรี มีทั้งหมด ๓,๕๐๐ กว่าบทความในประเทศครับ ๓,๕๐๐ กว่าบทความ ต่างประเทศ ๓๕๖ บทความ ถ้าท่านอยากเห็นผมมีหมดเลยครับว่าเขาเขียนไว้อย่างไรบ้าง เตือนทั้งนั้น เตือนด้วยความหวังดีด้วยนะครับ ไม่กระแนะกระแหนเตือนว่าจะเกิดอะไรขึ้น กับประเทศไทย ตัวอย่างบางตัวอย่างเท่านั้นนะครับ ทุกคนไปในทิศทางเดียวกันบอก ใช้เงินมาก เสียหายมาก หนี้ประเทศจะเพิ่ม เกษตรกรไม่ได้ประโยชน์อย่างที่ตั้งใจไว้ ไอเอ็มเอฟ (IMF) กองทุนการเงินระหว่างประเทศบอกโครงการล้มเหลวคอร์รัปชันสูง เตือนท่านไว้ตั้งแต่ต้นละครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประเทศสหรัฐอเมริกาพูดไว้เลยนะครับ บอกว่านโยบายนี้จะนำไปสู่หายนะข้าวไทย นักวิชาการในประเทศไทยไม่ต้องพูดถึง เพราะท่านไม่ฟังเขาอยู่แล้ว เตือนหลายรอบท่านก็ต่อว่าต่อขานเขา ลิ่วล้อท่านก็ออกมา ต่อว่าต่อขานเขาอย่างไม่เป็นธรรมเท่าไร แต่ผมอยากจะยกตัวอย่างท่านหนึ่งซึ่งผมคิดว่า ให้ทัศนคติที่น่าสนใจอย่างมาก ท่านพูดไว้ ๓ ข้อ บุคคลท่านนี้คืออดีตประธานธนาคารโลก ประจำประเทศไทย อยู่เมืองไทยหลายปี ปัจจุบันไปอยู่สถาบันคาร์นิกกี้ นี่ครับท่านพูดไว้ ผมสรุปให้ฟังนะครับ อันนี้มันเป็นภาษาอังกฤษแต่มาจากสถาบันคาร์นิกกี้ที่ผมอ้างถึง และมีการพูดไว้ข้อเตือนใจมีอยู่ ๓ ข้อ

ข้อ ๑ รัฐบาลจะสูญเสียงบประมาณเกือบ ๕ เปอร์เซ็นต์ของรายได้ ทั้งประเทศ คำพูดเขาชัดเจนนะครับ

ข้อ ๒ อันนี้น่าสนใจนะครับ สมาชิกในสภาฟังดี ๆ นะครับ แล้วเดี๋ยวจะมี ของแถมต่อมาอีก แทบจะไม่แปลกใจเลยที่มีโรงสีเกิดขึ้นใหม่หลายแห่งในประเทศไทย เขาเขียนนะครับ เขาเขียนนะครับ ผมไม่ได้พูดนะครับ ผมแปลให้ฟังเฉย ๆ นะครับ สมาชิกหลายคนของพรรคเพื่อไทยในสภาเป็นเจ้าของโรงสี ซึ่งอาจจะอธิบายถึงการสนับสนุน นโยบายนี้อย่างกระตือรือร้น เขาพูดอย่างนั้นนะครับ ข้อความอยู่ตรงนี้ครับ แล้วเดี๋ยว มันก็จะโยงต่อ

ข้อ ๓ เขาบอกว่าคนไทยที่เสียภาษีด้วยอภินันทนาการของรัฐบาล กำลังช่วยสร้างราคาให้ผู้ผลิตข้าวในประเทศอื่น ตรงกับที่ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้อภิปรายไปชัดเจน น่าเสียดายครับว่า ๑ ใน ๕ ของเงินอุดหนุนถึงมือเกษตรกรที่ยากจน เขาบอก ๑ ใน ๕ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ครับถึงมือเกษตรกรที่ยากจน ที่เหลือตกอยู่กับโรงสี เจ้าหน้าที่รัฐที่โกงกินและชาวนารายใหญ่ หน่วยงานรัฐเองเตือนท่านไหม เตือนชัดเจนครับ นี่คือเอกสารของกระทรวงการคลัง ลงวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๕ เป็นเอกสารที่ใช้ประกอบการ พิจารณาการขอวงเงินในการรับจำนำในปีต่อไปที่ ครม. นำไปพิจารณาด้วย ข้อมูลนี้ชัดเจน หากกรณีระบายผลผลิตที่รับจำนำได้ใน ๓ ปีจะมีภาระการบริหารการปรับโครงสร้างหนี้ เฉลี่ยปีละ ๒๒๔,๕๕๓ ล้านบาท แล้วเขาบอกต่อไปด้วยครับ ซึ่งกระทบต่อการระดมทุน ในตลาดเงินที่มีสภาพคล่อง ตึงตัว ทั้งในด้านต้นทุนการกู้เงินที่สูงขึ้น และเป็นภาระ งบประมาณเพิ่มสูงขึ้นต่อไป ถามว่าท่านละลายได้ใน ๓ ปีหรือเปล่าที่ท่านทำเข้ามา จนถึงวันนี้ยังไม่มีความมั่นใจเลยว่า ๓ ปีท่านจะทำได้ เพราะจนถึงวันนี้ตัวเลขกรมศุลกากร ก็ไม่ตรงกับที่ท่านพูดแล้วตัวเลขที่ดีที่สุดที่ท่านพูดออกมาก็คือว่าที่เป็นสัญญาแล้ว คือ ๗.๓ ล้านตัน ๗.๓ ล้านตันส่งปีหน้าครับ ทั้งหมดนี้ส่งถึงปีหน้า สิ้นปี ๒๕๕๖ หมายความว่าความสามารถในการที่ท่านจะส่งมอบและชำระเงิน ขาย ส่งมอบ และได้รับเงินเข้ามาใน ๒ ปีครับปีละ ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าตันเท่านั้นเอง นั่นคือขีดความสามารถที่ท่านแสดงให้เห็น ณ วันนี้ ป.ป.ช. เตือนท่านด้วย ป.ป.ช. เตือน ซึ่งผมอยากจะแค่อธิบายข้อสำคัญ ๆ ที่ ป.ป.ช. เตือนข้อ ๑ บอกว่าการกำหนดราคา รับจำนำข้าวเปลือกแต่ละชนิดให้เหมาะสมสอดคล้องกับต้นทุนการผลิตที่เกษตรกร รับภาระอยู่ โดยอยู่บนพื้นฐานของความสมเหตุสมผลและไม่บิดเบือนกลไกตลาด นี่ข้อเตือนข้อที่ ๑ เรื่องการขึ้นทะเบียนและการรับรองเกษตรกรบอกให้ใช้เทคโนโลยี สารสนเทศมาเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการให้ความช่วยเหลือกับเกษตรกรที่ไม่ได้ปลูกข้าวจริง และสุจริต และต้องมีการกำหนดบทลงโทษที่เหมาะสมจริงจังกับเกษตรกรที่ไม่สุจริต การระบายข้าวต้องเป็นระบบ การปิดบัญชีโครงการต้องชัดเจน หลักเกณฑ์ วิธีการ รายละเอียดในการระบายข้าวหรือจำหน่ายข้าวต้องประกาศโดยเปิดเผย เป็นที่ทราบแก่บุคคลทั่วไป และดำเนินการด้วยความโปร่งใส ถามว่าท่านทำแต่ละเรื่องหรือไม่ ไม่มีเลยครับ ก็ไม่เป็นไรครับ เพราะในที่สุด ป.ป.ช. อาจจะเป็นผู้เช็กบิล (Check bill) ท่าน แต่วันนี้ถ้า ป.ป.ช. เป็นครูตรวจข้อสอบ ที่บอกให้ทำการบ้าน ๓-๔ ข้อ ไม่ทำสักข้อ ก็ไม่เป็นไรครับ ในที่สุด ป.ป.ช. มีอำนาจตรวจสอบทุกคน รวมทั้งนายกรัฐมนตรี ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ นอกจากนั้นที่ผ่านมาท่านนายกรัฐมนตรีเอง และบุคคลที่เกี่ยวข้องในเรื่องข้าวมีพฤติกรรมที่ปกปิดบิดเบือนข้อมูลไม่ให้ความร่วมมือ ต่อการตรวจสอบเลย ที่ผมพูดอย่างนี้ได้ผมยกตัวอย่างเลยนะครับ ผมเป็นประธาน คณะอนุกรรมาธิการของคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา ยื่นหนังสือ ไปกรมการค้าต่างประเทศ ๕ ครั้ง เชิญมา ๕ ครั้ง มาครั้งที่ ๕ อันนั้นไม่เป็นไร ยังพอไหว มาครั้งที่ ๕ แต่ผมว่าแย่มากครับ เหตุผลไม่ดีเลย ที่สนุกกว่านั้นครับ องค์การคลังสินค้า อคส. เชิญไปทั้งหมด ๗ ครั้ง ไม่มาแม้แต่ครั้งเดียว ผมสอบถามผ่านเจ้าหน้าที่นะครับว่าเหตุผลเป็นอย่างไรกันแน่ ก็ไม่ต้องดูเอกสารที่ตอบมา อันนั้นมันตอบเพื่อเลี่ยงบาลีครับ แต่คำตอบของเจ้าหน้าที่บอกว่าผู้ใหญ่สั่งไม่ให้มา ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานกำกับดูแลนโยบายข้าวเคยมีคำสั่งไหมครับ ว่าไม่ต้องให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของสภา องค์กรที่เกี่ยวข้องอย่าไปยุ่ง อย่าไปให้ความร่วมมือ อย่าไปให้ข้อมูล เคยมีไหมครับ ตอบให้ชัดครับ ทำไมเจ้าหน้าที่หลายครั้งหลายหน ก็บอกชัดเจนว่าผู้ใหญ่สั่ง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเกียรติครับ ประเด็นที่ท่านกล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรีว่าขัดขวางเพื่อที่จะไม่ให้ เจ้าหน้าที่มาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการนี่กฎหมายว่าด้วยคำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการ ถ้าใครขัดขวางไม่ปฏิบัติตามคำสั่งก็มีความผิดจำคุก ๑ ปี ท่านไม่ได้ยื่นถอดถอนในเรื่องนี้ ด้วยนะครับ เอาเฉพาะประเด็นที่ท่านบอกว่าผิดพลาดบกพร่องอะไรของท่านนี่นะครับ อย่าเอาไปถึงเรื่องผิดกฎหมายเลยนะครับ เพราะของท่านผมดูแล้วมีประเด็นเดียว เรื่องเกี่ยวกับ ป.ป.ช. นะครับ

นายเกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ

ยังไม่เคยออก พ.ร.บ. คำสั่งเรียกของ คณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาครับ ผมแค่ชี้แจงเฉย ๆ ครับ ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เมื่อกี้ท่านกล่าวหาแล้วท่านก็ถาม

นายเกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ

ผมถามว่าท่านเคยมีหรือไม่ ผมถามท่าน ผมไม่ได้กล่าวหาท่านครับ เคยมีคำสั่งหรือเปล่าครับ ท่านประธานฟังผมให้ชัดสิครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญต่อครับ เพียงแต่ผมเตือนไว้นะครับ เชิญครับ

นายเกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านเตือนในประเด็นที่ผมไม่ได้พูดนี่ครับ ท่านประธานครับ ถ้าท่านพูดในประเด็นที่ผมพูดผมก็จะยอมรับนะครับ ผมเป็นลูกผู้ชายพอ ผมคุยกับหลาย ๆ ฝ่ายนะครับ คือท่านยืนยันตลอดเลยว่าเรื่องค้าข้าวจีทูจีเรื่องลับ ผมก็เห็นด้วย ถ้าอยู่ระหว่างการเจรจา ๒ ฝ่าย ยังไม่สรุปเป็นสัญญาใช่ครับเรื่องลับ แต่ถ้าเมื่อลงนาม ในสัญญาล่ะครับ ไม่ใช่เอ็มโอยูนะครับไม่ต้องมาเถียงกัน แล้วไม่ต้องสับสนด้วยครับ เอ็มโอยูกับสัญญาคนละเรื่องนะครับ เอ็มโอยูไม่ผูกพันครับท่านไม่ต้องเอาเอ็มโอยูมาขายว่า ท่านไปเซ็นเอ็มโอยูกับกี่ประเทศ กี่ล้านตัน ไม่มีประโยชน์ครับ ทุกเอ็มโอยูที่ท่านลงนามไป เขียนชัดเจนว่าเปลี่ยนแปลงได้ภายใน ๑ เดือน เอ็มโอยูอย่าเอามาเล่าอย่าเอามาหลอก ให้ประชาชนฟัง สัญญาเท่านั้นละครับ วันนี้เท่าที่ผมทราบท่านมีสัญญา ๗.๓ ล้าน ทำไมเปิดเผยไม่ได้ผมไม่เข้าใจครับ ผมอยากจะบอกนะครับ ถ้าท่านอยากทราบว่าประเทศอื่น เขาทำอย่างไร เปิดเผยหมดครับท่านประธาน ทุกประเทศครับ มีประเทศไหนบ้าง ประเทศจีน ประเทศอินเดีย ประเทศกัมพูชา ประเทศปากีสถาน ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศฟิลิปปินส์ อันไหนที่ลงนามไปแล้วเปิดเผยหมดครับ ซื้อข้าวจากประเทศไหนเป็นจำนวนกี่ตัน ท่านเอาที่ไหนมาอ้างครับ แล้วผมตรวจสอบในคณะกรรมาธิการบอกว่าทำไมให้ข้อมูลไม่ได้ ผมไม่เข้าใจ เขาอ้างบอกว่าประเทศคู่ค้าร้องขอครับ ท่านประธานครับ เราไปเซ็นสัญญา กับประเทศใดก็แล้วแต่บอกประเทศคู่ค้าร้องขอปิดบังเถอะ ปิดไว้ ทั้ง ๆ ที่เขาประกาศ ในเว็บไซต์ครับ ผมไม่เชื่อครับ ผมก็เลยไปพบทูตหลายประเทศนะครับ ไม่ทราบว่า ท่านนายกรัฐมนตรีเคยคุยกับทูตเหล่านั้นหรือไม่ ผมไปพบเขานะครับ ทุกคนยืนยัน ไม่เคยร้องขอครับ รัฐบาลไทยเอาอะไรมาพูด นายกรัฐมนตรีเอาอะไรมาเป็นการให้ข้อมูลว่า เรื่องนี้ต้องเป็นเรื่องลับ อย่าสับสนนะครับ ผมยืนยันครับลับเฉพาะช่วงเจรจา เซ็นสัญญาแล้ว ต้องเปิดเผย ต้องให้ข้อมูลกับทุกฝ่ายเพื่อสามารถตรวจสอบได้และทุกประเทศเขาก็ทำกัน นอกจากนั้นขอข้อมูลไป แม้กระทั่งข้อมูลที่ใช้ในการประมูลและประมูลไปแล้วปิดบังครับ ผมขอข้อมูลไป มี ๒ ฉบับไม่ยอมให้ แต่โชคดีผมเก็บไว้เดี๋ยวผมจะกลับเวียนมาที่ทีโออาร์ ๒ ฉบับนี้ซึ่งมันจะเป็นประเด็นกับประเทศไทยต่อไป ตอนนี้ท่านประธานทราบไหมครับว่า ประเทศสหรัฐอเมริการ้องเรียนไปที่องค์การการค้าโลก ประการแรกครับ ข้อมูลในเว็บไซต์ ของทุกหน่วยงานของรัฐบาลไทยมันเริ่มที่จะหาย เขาร้องเรียนไปนะครับ เขาบอกเปิดไม่เจอแล้ว ขายข้าววันละเท่าไร เมื่อก่อนมีรายงานเป็นรายวันเดี๋ยวนี้เปิดเข้าเว็บไซต์ไม่ได้ เว็บไซต์ของเอกชนบางตัวก็หายไป เขาร้องไปที่องค์การการค้าโลกแล้ว ท่านก็เตรียมรับมือให้ดีนะครับ ตอนนี้เขาบอกเรื่อง ส่งข้าวรายวันไม่ต้องพูดถึงเลย เพราะฉะนั้นกลับมาที่เอกสารฉบับนี้ ผมอยากกลับไป ที่เอกสารฉบับนี้ ท่านเขียนไว้ครับ เขียนไว้ด้านบนนี่นะครับ เกษตรกรได้รับประโยชน์และ มีรายได้เพิ่มขึ้นทั้งระบบ ๑๘๔,๗๘๙ ล้านบาท ท่านคำนวณมาอย่างไรครับ ท่านคำนวณว่า เกษตรกรทุกคนได้รับ ๑๕,๐๐๐ บาทกับ ๒๐,๐๐๐ บาท ทั้ง ๆ ที่ตัวเลขของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ที่ผมชี้ให้เมื่อกี้เกษตรกรได้ไม่ถึง ๑๑,๐๐๐ บาทและไม่ถึง ๑๕,๐๐๐ บาท ท่านต้องอธิบายให้ได้ว่าเอกสารชุดนี้มาจากไหนครับ ถ้าท่านคำนวณอย่างนี้ท่านหลอก เกษตรกรทุกคน ท่านหลอกประชาชนคนไทยทุกคน แล้วท่านก็รู้ดีเองว่าจริง ๆ ไม่มีเกษตรกร คนไหนได้ ๑๕,๐๐๐ บาทแต่ท่านเอา ๑๕,๐๐๐ บาทมาคำนวณเป็นตัวเลขแล้วเอาไปบวก แล้วบอกว่าเกษตรกรได้ ๑๘๔,๗๘๙ ล้านบาท ท่านทำได้อย่างไรครับ ในฐานะประธาน คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ท่านปล่อยให้มีเอกสารที่เป็นเท็จอย่างนี้ออกมา สู่สายตาประชาชนได้อย่างไร ท่านบิดเบือนข้อมูลในประเทศไม่พอ ตอนนี้มีการบิดเบือน ข้อมูลไปยังต่างประเทศด้วยในองค์การการค้าโลก เราโดนถามโดนเรียกไปให้ข้อมูลตั้งแต่ ครั้งแรกวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๔ ครั้งที่ ๒ วันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ คำถามง่าย ๆ สั้น ๆ ขอข้อมูลว่าท่านรับจำนำข้าวเท่าไร ถามเดือนพฤศจิกายนถามว่าท่านรับจำนำข้าวเท่าไร เจ้าหน้าที่ตอบไปว่าอย่างไรรู้ไหมครับท่านประธาน บอกรัฐบาลแล้วแต่ข้อมูลนี้อาจจะช้าหน่อย เพราะว่าน้ำท่วม ตลกไหมครับท่านประธาน ราคารับจำนำประกาศไว้ตั้งแต่หาเสียง วันที่เขาซักถามเดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายนก็เริ่มโครงการแล้วครับ รู้ชัดเจนว่าราคารับจำนำ เป็นราคาเท่าไร ท่านไปตอบเขาอย่างนั้นนะครับ นี่คือคำตอบของประเทศไทยเลยนะครับ บอกว่าข้อมูลที่ร้องขอนั้นส่งให้รัฐบาลแล้วแต่คงจะตอบช้าหน่อยเนื่องจากปัญหาน้ำท่วม ในประเทศไทย ท่านพูดได้อย่างไรครับ

ประการที่ ๒ เขาถามชัดเจนว่าจะมีมาตรการอะไรที่ให้ความมั่นใจว่าราคา ที่รัฐบาลจะขายในการระบายข้าวจากสต็อก (Stock) ของรัฐบาลนั้นจะไม่ต่ำกว่าราคาที่ซื้อเข้า ผมกำลังจะชี้ว่าเขามีธงแล้วนะครับ คำถามอย่างนี้ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีไม่ฟังอยู่ ผมหวังว่า ท่านฟังอยู่เวลาอยู่นอกห้องนะครับ แต่ต้องฟังให้ดี เรื่องนี้ คำถามอย่างนี้มีนัยชัดเจน เขาถามว่า มีมาตรการอะไร ให้เขามั่นใจว่าราคาที่ระบายข้าวออกจากสต็อกของรัฐบาลนั้นจะไม่ต่ำกว่า ราคาที่ซื้อเข้า เราตอบว่าอย่างไรรู้ไหมครับ เราตอบว่าการระบายสต็อกของรัฐบาลนั้น สามารถขายในประเทศก็ได้หรือขายในต่างประเทศก็ได้ ไม่ได้บังคับ และบังคับไหมว่าต้อง ไปส่งออก บอกไม่บังคับ ถามด้วยนะครับ บังคับไหมในการประมูลว่าจำเป็นต้องไปส่งออกหรือไม่ บอกว่าไม่บังคับ ผมกำลังจะให้ดูในฉากต่อไปเลยนะครับ แล้วนี่ครับคือข้อมูลที่ปกปิด ทีโออาร์ ๒ ฉบับนี้ท่านหาไม่ได้อีกแล้ว ในเว็บไซต์ไม่มี ๒ ฉบับนี้ขอโดยกรรมาธิการไม่ให้ ๒ ฉบับนี้นะครับ แต่ประมูลไปแล้วครับ ทั้ง ๒ ฉบับ มีการประมูลอยู่ ๒ ครั้ง คือในวันที่ ๑๕ มิถุนายนและ ๒๐ สิงหาคม ปีนี้ครับ มีการกำหนดว่า ต้องส่งออกเพียงอย่างเดียว ผู้ซื้อต้องดำเนินการส่งออกข้าวสารที่ซื้อทั้งหมดไปต่างประเทศ ภายใน ๔๕ วันนับแต่วันที่รับมอบข้าว บังคับเลยครับ ประการแรกท่านให้ข้อมูลที่เป็นเท็จ กับองค์การการค้าโลก ประการที่ ๒ การที่มีการบังคับให้ส่งออก เขากำลังจะเล่นงาน ประเทศไทยครับ ตราบใดที่ท่านซื้อมาแพงขายออกไปถูก ซื้อโดยรัฐบาลขายออกไปถูกกว่า ราคาที่ซื้อเข้ามาอุดหนุน อุดหนุนการส่งออกโดนเล่นงานแน่นอนครับ ผมพบนายปาสกาล ลามี ผอ. องค์การการค้าโลกเมื่อ ๒ อาทิตย์ที่แล้ว พบกันโดยบังเอิญในเวทีประชุม ระหว่างประเทศ เขาเตือนประเทศไทยเขาส่งสัญญาณมาให้ผม ๓ ข้อ ผมฝากไปที่รัฐบาลด้วย

ข้อแรก เรื่องข้าวของประเทศไทยอยู่ในจอเรดาร์ของดับบลิวทีโอ (WTO) เรียบร้อยแล้ว

ข้อ ๒ การส่งออกในราคาต่ำกว่าราคาจำนำเท่ากับการอุดหนุนส่งออก แล้วท่านไปโกหกเขานะครับ อย่าบอกว่าเขาไม่รู้นะครับ เขามีเจ้าหน้าที่ติดตาม การเคลื่อนไหวของราคาข้าวของประเทศไทยรายวันครับ มีการส่งรายงานรายวันครับ

ข้อ ๓ การแทรกแซงตลาดของประเทศไทย โดยเฉพาะตลาดสินค้าเกษตร เกินข้อกำหนดที่ประเทศไทยผูกพันไว้ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าถามว่าวันนี้ประเทศไทยต้องแพ้ เพราะนโยบายนี้ที่ผิดกฎระเบียบ ที่เขาเข้าใจว่าผิดกฎระเบียบ ถ้าท่านคิดว่าไม่ผิด ท่านก็ไปต่อสู้ ไม่เป็นไรครับ แต่ผมเคยเตือนไว้แล้วครับ แต่ถ้าผิดขึ้นมากระทบกับ ประเทศไทยอย่างไร ประเทศที่เสียผลประโยชน์สามารถเรียกร้องเงินชดเชยได้ ถ้าไม่จ่าย ถ้าไม่ทำตามกฎระเบียบที่ถูกต้องเขาสามารถตอบโต้ทางการค้าได้ และตอบโต้ ในรายการสินค้าอื่นก็ได้ครับ เขาอาจจะบอกว่าต่อจากนี้ไม่ต้องซื้อยาประเทศเขาได้ไหมครับ ได้ครับ เดือดร้อนกับวงการอื่นทั้งหมด ก็ต้องถามว่าท่านพร้อมที่จะทำอย่างนั้นหรือเปล่า นอกจากนี้ผมกำลังจะบอกว่าท่านปล่อยให้มีการสวมสิทธิ์เวียนเทียนกันอย่างไม่เคยมีมาก่อน ที่ผมบอกอย่างนั้นนะครับ ท่านทราบดีผลผลิตประเทศไทยถ้าไปถามนักสถิติ ไปดูสถิติ ของทุกกระทรวง ทุกกรม ทุกกอง ถามว่าผลผลิตประเทศไทยปีหนึ่งกี่ตัน ทุกคนตอบตรงกัน ปีที่ดีที่สุดก็ประมาณปี ๒๕๓๔ ปีที่แย่ที่สุดคือปี ๒๕๒๙ มองย้อนไป ๑๐ ปีย้อนหลัง ก็ไม่เคยเกิน ๓๓-๓๔ ล้านตัน วันนี้ในข้อมูลของท่านเองระบบข้าวในประเทศไทย ท่านจำนำมา ๑๘ ล้านตัน ไม่ได้เข้าร่วมโครงการอีก ๑๙ ล้านตัน มี ๓๗ ล้านตัน แปลกไหมครับ ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรบอกว่าเกินไป ๓,๐๐๐,๐๐๐ ตัน ท่านใจดีมากเลยครับ ผมว่ามันเกินเยอะกว่านั้น ที่ผมบอกว่าเกินเยอะกว่านั้นเพราะอะไรครับ รัฐบาลเอง เคยแถลงบอกว่าผลจากน้ำท่วมทำให้นาจม ๑๐ ล้านไร่ และกระทบต่อผลผลิต ๘,๐๐๐,๐๐๐-๙,๐๐๐,๐๐๐ ตันข้าวเปลือก ฟังให้ดีนะครับ ฉะนั้นท่านต้องอธิบายผมให้ได้ว่า อยู่ดี ๆ น้ำท่วม ๓-๔ เดือน ข้าวเสียหาย ๘,๐๐๐,๐๐๐-๙,๐๐๐,๐๐๐ ตันข้าวเปลือกเอาข้าว มาจากไหนจำนำ ๓๗ ล้านตัน ที่เข้าโครงการ ๑๘ ล้านตัน แต่ที่มีทั้งระบบ ๓๗ ล้านตัน เป็นไปได้ อย่างไรครับ ก็หมายความว่าง่าย ๆ นะครับ ถ้าเสียหาย ๘,๐๐๐,๐๐๐-๙,๐๐๐,๐๐๐ ตัน แสดงว่ามีการเวียนเทียนกันนี่ครับ คือเอาสต็อกเก่ามาเข้าโครงการบ้างก็ได้ เอาข้าวของ เพื่อนบ้านมาเข้าโครงการบ้างก็ได้ หรือข้าวจำนวนเดียวกันเวียนเทียนมันหลายรอบก็ได้ รวม ๆ แล้วมันเกินไปประมาณ ๑๐ ล้านตันนะครับ ๑๐ ล้านตันตอบให้ได้ครับ มาจากไหนครับ ถ้าอย่างนั้นประเทศไทยเพราะน้ำท่วมข้าวมันล้นตลาดเลยครับ ปูมัน ๓๗ ล้านตันเลยครับ เป็นไปได้อย่างไรครับเอกสารของท่านเอง เอกสารของทางราชการทุกฉบับครับ ผมไม่ต้อง โต้แย้งครับ ในแง่ข้อเท็จจริงครับ แต่ต้องตอบให้ได้ท่านคำนวณให้ดีเทียบบัญญัติไตรยางศ์ ดูให้ดีนะครับ ข้าวมันโผล่มาเกินไป ๑๐ ล้านตัน หลาย ๆ คนถามผมครับ รู้อยู่แล้วว่า ใช้เงินมาก สร้างหนี้ ขาดทุนสูง เงินไม่ถึงชาวนา คนเตือนไม่ฟัง ทำไมรัฐบาล ทำไมนายกรัฐมนตรียังผลักดันโครงการนี้ ใครได้ใครเสีย หมดเงินไป ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รับจำนำได้ ๑๘ ล้านตันช่วยเกษตรกรได้ ๑.๗ ล้านครัวเรือน ทั้ง ๆ ที่มีทั้งหมด ๕.๗ ล้านครัวเรือนนะครับ ผมก็ต้องถามท่านนายกรัฐมนตรีครับท่านเทียบบัญญัติไตรยางศ์ ดูได้ไหมครับว่ามันมีเงินหายไปไหนจากระบบครับ ผมบอกแล้วนะครับชาวนาไม่ได้นะครับ ได้ ๑.๗ ล้านครัวเรือนอีก ๔,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือนไม่ได้ ผมไปดูโรงสี ฟังให้ดีมันย้อนกลับมา ประเด็นที่เมื่อกี้มีในข่าวนะครับ บอกว่าโรงสีส่วนใหญ่สมาชิกเป็นเจ้าของเป็นคำอธิบายว่า ทำไมกระตือรือร้นที่จะสนับสนุนโครงการนี้นัก ผมไปดูโรงสีครับ ไม่ต้องตกใจนะครับ คนที่เป็นเจ้าของโรงสีผมไม่เอ่ยชื่อเพราะผมไม่ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจโรงสี ผมอภิปราย ไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี แต่โรงสีทั้งประเทศครับถามว่ามีเท่าไร ๓๘,๐๐๐ กว่ารายครับ ร่วม ๔๐,๐๐๐ รายครับโรงสีทั้งประเทศทุกจังหวัด ๔๐,๐๐๐ ราย เข้าร่วมโครงการกี่รายครับ เข้าร่วมโครงการจริง ๆ ๖๕๒ ราย ในจำนวนโรงสีทั้งหมดเป็นรายใหญ่ประมาณ ๓,๐๐๐ โรง แต่เข้าร่วมโครงการ ๖๕๒ ราย ท่านประธานทราบไหมครับ โรงสีแห่งหนึ่งในจังหวัด ทางภาคกลางตอนบนแล้วกัน ปี ๒๕๕๓ มีรายได้ ๑๙ ล้านบาท ปี ๒๕๕๔ ๔๔ ล้านบาท บางโรงสีมีเครือข่ายครอบคลุมทั่วทั้งภาคกลางและภาคอีสานเป็นกลุ่มใหญ่ครับ มีรายได้ เพิ่มขึ้นเท่าตัวมีโรงสีโรงหนึ่งน่ารักมากอยู่จังหวัดภาคกลางติดกับกรุงเทพมหานคร ปี ๒๕๕๓ มีรายได้ ๓๐,๐๐๐ บาทครับ ปี ๒๕๕๔ รายได้เท่าไรรู้ไหมครับ ๑๑๔ ล้านบาท อย่าไปอิจฉาเขานะคนที่ไม่ได้ จาก ๓๐,๐๐๐ บาทเป็น ๑๑๔ ล้านบาท ท่านลองคิดดูนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่รู้ไม่ได้นะครับ ท่านบริหารทั้งโครงการท่านเป็นเจ้าของคุมนโยบาย ทั้งหมดท่านต้องรู้เรื่องพวกนี้ โรงสีอีกแห่งหนึ่งในภาคอีสานก็มีรายได้เพิ่มขึ้น ๓๐ ล้านบาท ๔๐ ล้านบาท ๕๐ ล้านบาท มีอีกแห่งหนึ่งในภาคอีสานรายได้เพิ่มขึ้น ๗๓๐ ล้านบาท ท่านประธานครับปีเดียวครับ ๗๓๐ ล้านบาทเป็นไปได้อย่างไรครับ อีกบริษัทหนึ่งภาคอีสานเหมือนกันครับ ปี ๒๕๕๓ มี ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท รายได้ทั้งปีครับ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ปี ๒๕๕๔ ๑๒๒ ล้านบาท อีกจังหวัดหนึ่งครับเป็นตระกูลใหญ่ครับ ตระกูลดังด้วยครับ ปี ๒๕๕๓ รายได้ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ปี ๒๕๕๔ ๗๑ ล้านบาท อย่างนี้ ผมไล่ได้ทั้งวันเลยครับท่านประธาน ผมก็ต้องตั้งคำถามว่านายกรัฐมนตรีบอกว่าเงินมันไปถึง เกษตรกร นี่เงินมันไปถึงโรงสีครับ แล้วไปถึงโรงสีเฉพาะพรรคพวกหรือเครือข่ายไม่กี่โรงครับ ๖๐๐ กว่าโรงใน ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ โรงนี่ครับ อธิบายหน่อยครับ นี่ใครได้ใครเสียนะครับ นำชาวนาก็แฉขั้นตอนทุจริตทุกขั้นตอน โกดังสร้างใหม่เป็นของนักการเมืองหรือญาติ นักการเมืองหรือไม่ ไม่เป็นไรครับ แต่ที่ผมกำลังตั้งข้อสังเกตอีกข้อหนึ่ง ซึ่งผมคิดว่าสำคัญมาก เวลาทุกหน่วยงานทำเรื่อง ของบประมาณไปที่ ครม. อ้างอิงตัวเลขตัวเดียวกันครับ บอกว่าใช้เงิน ๔๐๕,๐๐๐ ล้านบาท จะต้องรับจำนำข้าวได้ ๒๖ ล้านตัน ข้อมูลตรงกันหมดนะครับ ๔๐๕,๐๐๐ ล้านบาท ต้องรับจำนำได้ ๒๖ ล้านตัน ซึ่งหมายความว่าอย่างไร ถ้ารับจำนำได้ ๒๖ ล้านตัน ต้องช่วยเกษตรกรได้อย่างต่ำ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ปีที่แล้วท่านใช้ไปแล้วครับ ท่านใช้ไปแล้วร่วม ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านบอก ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ของท่าน ตัวเลขของท่านนะครับ บวกค่าบริหารจัดการ บวกค่าดอกเบี้ย ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ต้องได้ ๒๖ ล้านตัน แต่ทำไมท่านทำได้ ๑๘ ล้านตันล่ะครับ ทำไมช่วยได้ ๑.๗ ล้านครัวเรือนล่ะครับ ทั้ง ๆ ที่ควรจะช่วยได้ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีเทียบบัญญัติไตรยางศ์ อันนี้สูตรคูณแบบง่าย ๆ เทียบบัญญัติไตรยางศ์แบบง่าย ๆ ลองดูสิครับว่าเงินกี่บาทต่อตัน ท่านคำนวณกลับไปกลับมา ท่านอธิบายให้ผมหน่อยได้ไหมครับว่าเงินมันหายไปจากระบบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เงินหายไปไหนครับ เงินภาษีประชาชนทุกคนนะครับ รวมทั้งทุกคนที่นั่ง รวมทั้งของประธานด้วย ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขมันไม่ชนกันครับ ก็ในเมื่อเป็นที่ยอมรับ และเป็นบรรทัดฐานที่ ครม. อนุมัติอยู่แล้วว่า ๔๐๕,๐๐๐ ล้านบาทต้องรับจำนำได้ ๒๖ ล้านตัน ท่านใช้ไป ๔๐๕,๐๐๐ ล้านบาท รับจำนำได้ ๑๘ ล้านตัน เทียบบัญญัติไตรยางศ์ครับ เงินหายไป ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท หนักไปกว่านั้นนะครับ ผมพยายามหาข้อมูลที่แน่นอนหน่อยว่า เงินที่ใช้ไปจริง ๆ มันเท่าไร เพราะบางครั้งเงินบางก้อนมันไปกระจายตามกรม กองต่าง ๆ ตามกระทรวงต่าง ๆ ผมพยายามรวบรวม แหมโชคดีครับมีหน่วยงานรวบรวมให้ผมเรียบร้อยแล้ว สภาพัฒน์ครับ สภาพัฒน์พูดชัดเจนว่าในปีที่ผ่านมาใช้วงเงินในการดำเนินโครงการ รับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต ปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ และนาปรัง ปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ ไปแล้ว ๕๑๗,๐๐๐ ล้านบาท ๕๑๗,๐๐๐ ล้านบาท สภาพัฒน์รวบรวมให้เสร็จ แล้วคำพูด ที่เขาใช้คือใช้วงเงินไปแล้วนะครับ ไม่ใช่ตั้งวงเงินไว้ให้นะครับ ใช้วงเงินไปแล้ว ใช้ไปแล้ว เวลาท่านไปกู้แบงก์ กู้ ๑๐๐ บาทใช้วงเงินไปแล้ว เขาตั้งวงเงินให้ ๑๐๐ บาท ใช้วงเงินไปแล้ว ๗๐ บาทคือใช้ไปแล้วครับ คำว่าใช้ไปแล้ว ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าผมเอาตัวเลข ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทมาคำนวณเทียบบัญญัติไตรยางศ์กับสูตรที่ว่า ๔๐๕,๐๐๐ ล้านบาท ต้องได้ ๒๖ ล้านตัน เงินมันหายไป ๑๘๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ อธิบายผมให้ได้หน่อยครับ ตัวเลขอันนี้มันคูณตรงไปตรงมาครับ ใช้เครื่องคิดเลขธรรมดาก็สามารถคำนวณได้ครับ แต่เงินมันหายไปจากระบบ ๑๒๐,๐๐๐-๑๘๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ เพราะฉะนั้น ประเทศไทยเองต้องกู้อย่างต่ำปีหนึ่ง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ารัฐบาลทำโครงการ ๔ ปี จะเกิดอะไรขึ้น ๔ ปีต้องกู้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ผมคำนวณให้เสร็จแล้วครับ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วจะเสียหายเท่าไร ๖๐๐,๐๐๐-๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วถ้า รัฐบาลมีขีดความสามารถในการขายได้ปีละ ๗.๓ ล้านตันอย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้ ก็คือ ๗.๓ ล้านตันนี้ส่งมอบ ๒ ปีนะครับ คือท่านขายได้จริง ๆ ครับ ถ้าท่านอยู่ภาคธุรกิจ เขาไม่ให้ ท่านระบุว่าท่านขายได้ ๗.๓ ล้านตันหรอกครับ เพราะท่านส่งมอบปีหน้า ท่านขายได้ ๓,๖๐๐,๐๐๐ ตันครับ ถ้าความสามารถท่านขายได้ ๓,๖๐๐,๐๐๐ ตันจะเกิดอะไรขึ้นกับ ประเทศไทยครับ สต็อกล้นครับ ตอนนี้บอกว่าจะไปขอให้กองทัพหาที่เก็บสต็อกให้ สนามบินดอนเมืองจะเอาไปเก็บสต็อกข้าว ไปกันใหญ่แล้วครับท่านประธาน สภาพัฒน์ ก็พูดเองนะครับ ข้าวเปลือกจะสะสมสูงเกิน ๕๐ ล้านตัน แค่ปีนี้ปีหน้า ๕๐ ล้านตันครับ ไปถามสภาพัฒน์ครับ เขาเอาตัวเลขมาจากไหน ผมคำนวณ ๔ ปีท่านอยู่สูงกว่านี้แน่นอนครับ เพราะฉะนั้นคนสงสัยจริง ๆ แล้วว่าเข้าใจหรือเปล่า แล้วทำได้อย่างไร ผมก็ตอบครับ จริง ๆ ผมเชื่อว่านายกรัฐมนตรีเข้าใจดี ไม่โง่ครับ จบมาจากมหาวิทยาลัยเคนทักกี ไม่โง่ ปริญญาโทครับ แต่ปัญหามันอยู่ตรงนี้ครับท่านประธาน ทุกบาททุกสตางค์ที่ประเทศเสียหาย มันมีคนได้ มันไม่ใช่เกษตรกรที่ได้ครับ มีคนได้ และคนได้สงสัยจะเป็นพรรคพวกเครือข่าย เครือญาติหรือเปล่าผมไม่ทราบ แต่เป็นหน้าที่นายกรัฐมนตรีต้องชี้แจง ผมเชื่อว่าจริง ๆ แล้ว ท่านอาจจะจำนนด้วยหลักฐาน ผมก็ไม่ทราบว่าท่านจะอธิบายอย่างไร ตัวเลขที่ผมใช้ทั้งหมด เป็นตัวเลขทางการทั้งสิ้น แต่ผมเชื่ออย่างนี้ครับ ถามว่าโครงการลักษณะนี้เป็นเงินของ นายกรัฐมนตรีเองทำไหม

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเกียรติครับ มีผู้ประท้วง ประท้วงอะไรครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ การที่จะมาอภิปรายบอกว่าเครือญาติ ของนายกรัฐมนตรีมีส่วนได้เสียอย่างนี้เขาเสียหายครับ ท่านประธานต้องวินิจฉัยแล้วก็ ตักเตือนผู้อภิปรายด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือตามญัตตินะครับ แล้วก็ที่ท่านนำเสนอมาทั้งหมด ท่านกำลังพูดถึงเรื่องของการบริหาร ผิดพลาด ล้มเหลว แล้วก็ไม่ปฏิบัติตามนโยบาย อันนี้ท่านยังอยู่ในประเด็นตามข้อ ๖๑ อยู่ เชิญอภิปรายต่อครับ

นายเกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ

ที่ผมพูด ก็ผมบอกให้อธิบายว่าใช่หรือไม่

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมชี้แจงจบถือว่าวินิจฉัยแล้วยุติแล้วนะครับ เชิญครับ

นายเกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธาน ผมใกล้จบแล้วครับ ผมคิดอย่างนี้ครับ ถ้าเป็นเงินของนายกรัฐมนตรีเองท่านไม่ทำโครงการ อย่างนี้ ไม่มีบอร์ดของบริษัทไหนจะยอมให้ทำโครงการลักษณะนี้ แต่เป็นเงินคนอื่นยอมทำครับ แต่ยอมทำเพราะมันมีคนได้ประโยชน์จากการเสียประโยชน์ของประเทศไทย ที่จริงอ้างว่า ช่วยชาวนา ข้อมูลของทางราชการเองบอกเกษตรกรไม่ได้นะครับ เกษตรกรไม่ได้นะครับ รับจำนำทุกเมล็ดก็ไม่ได้รับจำนำทุกเมล็ด ผมกำลังจะบอกว่าท่านกำลังทำลายกระดูกสันหลัง ของประเทศชาติ และกำลังทำลายข้าวทั้งระบบ ปัญหาโกงกินในเรื่องของการรับจำนำ เป็นส่วนหนึ่ง เดี๋ยวมีเพื่อนสมาชิกหลายคนจะอธิบายว่าในแต่ละกระบวนการมีการโกงกินกัน อย่างไร แต่นโยบายนี้ผมไม่เรียกว่าเป็นโครงการที่เป็นทุจริตเชิงนโยบาย ผมเรียกว่าโครงการนี้ เป็นการทุจริตด้วยนโยบาย เพราะว่านโยบายเองทำให้เกิดการทุจริตได้ทั้งระบบแต่ชาวนา ไม่ได้ครับ ประเทศเสียหายช่างมัน ฉะนั้นจากนโยบายที่ต้องการชนะถล่มทลายท่านถึง ออกแบบนโยบายนี้มา ท่านกำลังจะทำให้ประเทศนี้ล้มละลาย จากนโยบายที่ท่านประกาศว่า รับจำนำทุกเมล็ด สิ่งที่เกิดขึ้นคือทุจริตทุกเมล็ด เรื่องนี้ผมอยากเห็นท่านนายกรัฐมนตรี ตอบผมชัดเจน ผมตั้งเป็นข้อ ๆ นะครับ คือท่านเวลาตอบขอความกรุณาท่านประธาน ช่วยดูนิดหนึ่ง อย่าให้คนถามรู้สึกว่าผมถามไม่ตรงคำตอบ ท่านประธานต้องควบคุมคนตอบ ผมถามชัดเจนมากแต่ละข้อ แต่ละข้อ แต่ละข้อ ขอให้คนตอบ ตอบตรงคำถาม ไม่อย่างนั้น ฟังดูเหมือนผมถามไม่ตรงคำตอบ ที่ผมยอมไม่ได้ก็คือว่าท่านยอมสร้างหนี้ให้ประเทศนี้ ปีหนึ่งกว่า ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ต้องกู้นะครับ ปีหนึ่งกว่า ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เสียหายแน่ ๆ ๒๒๕,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขทางการ เกษตรกรได้หรือไม่ ตัวเลขของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เกษตรกรไม่ได้ ขายข้าวเจ๊งไหม เจ๊ง ส่งออกเสียหาย คุณภาพข้าวเสียหาย แล้วทั้งหมดนี้เกษตรกรตาดำ ๆ โดนโกงแล้วโกงอีก โดนกดแล้วกดอีก แต่มันมีกลุ่มหนึ่งครับ โกยแล้วโกยอีก ผมก็เหลืออยู่แค่ว่าต่อมสำนึกของท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ที่ไหนครับ ต้องพึ่งแค่นั้นครับ คนอื่นเตือนท่านมาหมดแล้ว วันนี้สภาขอเตือนท่านอีกรอบหนึ่ง ต่อมสำนึกท่านอยู่ตรงไหนครับ ขอพึ่งตรงนั้นนะครับ แล้วด้วยเหตุผลนี้ครับ ผมจึงไม่สามารถ ไว้วางใจให้ท่านดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านต่อไปครับ

(นายวรชัย เหมะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ประท้วงอะไรครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทยจังหวัดสมุทรปราการครับ ผมนั้นด้วยความเคารพผู้อภิปราย ผมไม่อยากประท้วงตอนที่ท่านกำลังอภิปรายอยู่ เพราะว่าจะทำให้ท่านเสียสมาธิครับ ผมขอประท้วงตาม ข้อ ๖๑ ท่านประธานครับ หลายเนื้อหาหลายข้อความมีการพาดพิง ใส่ร้ายถึงคนอื่น โดยเฉพาะโรงสี โรงสีเขาไม่ใช่เป็นพ่อค้า ไม่ใช่คนซื้อครับ โรงสีเป็นที่เก็บข้าว เป็นที่เก็บสต็อกครับ แล้วไปกล่าวหาว่าเขารวยขึ้น ๆ เขาไม่ได้มีส่วนได้เสียตรงนี้เลย แล้วอีกเรื่องหนึ่งท่านประธานครับ เรื่องชาวนาไม่ได้รับเงินครับ ชาวนาได้รับเงินครับ ใส่ร้ายว่าชาวนาไม่ได้รับเงิน ไปใส่ร้ายเขามันเป็นสิทธิ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมจะได้วินิจฉัย เชิญนั่งลงก่อนครับ ผมจะได้วินิจฉัยประเด็นของท่าน ประเด็นที่ท่านประท้วงตาม ข้อ ๖๑ ผมยังเห็นว่าท่านผู้อภิปรายยังอยู่ในประเด็นอยู่นะครับ คือข้อกล่าวหาของท่านผู้อภิปรายท่านกำลังอธิบายข้อเท็จจริงว่าการบริหารที่ผิดพลาด ล้มเหลวแล้วก็ไม่ปฏิบัติตามนโยบายท่านมีความเชื่ออย่างนี้ เดี๋ยวรัฐมนตรีที่บริหาร ท่านโดนกระทบ เดี๋ยวท่านมาชี้แจง อดทนนะครับ อดทน ต้องฟังให้จบก่อนนะครับ ท่านได้ชี้ให้เห็นแล้วว่าสิ่งที่ท่านเชื่อคืออย่างนี้ นี่คือความล้มเหลวนี่คือความผิดพลาด ไม่ปฏิบัติตามนโยบาย ท่านเชื่อว่าความเสียหายมันเกิดอย่างนี้ เมื่อกี้ท่านยุพราชใช่ไหมครับ เชิญท่านต่อครับ ผมว่ารัฐบาลรอตอบทีเดียวเลยได้ไหมครับ เพราะข้าวยังอีกเยอะเลย เรื่องข้าวนะครับ อีกหลายท่านเรื่องข้าว คือผมอยากจะให้ฟังให้จบ เพราะว่าท่าน ได้อธิบายความแล้วก็มีท่านสมาชิกอีกหลายท่านที่จะอภิปรายในประเด็นต่าง ๆ ของข้าวอยู่ ให้จบแล้วก็ตอบทีเดียว แล้วท่านมีอะไรค่อยพูดกันอีกทีหนึ่ง ผมว่าอย่างนั้นจะดีกว่านะครับ แต่เมื่อกี้ผมบันทึกไว้แล้วประมาณ ๑๒ ประเด็นของท่านเกียรติ หรือท่านจะใช้สิทธิก่อน เดี๋ยวฟังท่านก่อน

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

ผมเพียงแค่อยากจะทราบว่ามีอภิปรายอีกกี่ท่าน ผมจะได้กะเวลาผมถูก อันนั้นประเด็นที่ ๑ ประเด็นที่ ๒ ผมขออนุญาตรักษาสิทธิผม เพราะว่าที่พูดมานี่มันทำให้สิ่งที่ผมดำเนินการ มันเกิดความเสียหายนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ได้ครับ เดี๋ยวให้ท่านอภิปรายให้จบทุกท่านก่อนแล้วค่อยตอบทีเดียวดีกว่า เชิญท่านยุพราชครับ

นายยุพราช บัวอินทร์ เพชรบูรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยุพราช บัวอินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคประชาธิปัตย์

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านยุพราชเดี๋ยวนะครับ ท่านขอใช้วีซีดี (VCD) และเสียง ๒ แผ่น อนุญาตแล้วนะครับ แล้วฟิวเจอร์บอร์ดอีก ๑๓ แผ่นนะครับ เชิญครับ

นายยุพราช บัวอินทร์ เพชรบูรณ์

ท่านประธานที่เคารพ วันนี้ผมสงสาร ชาวนาครับท่านประธานที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือหากิน เครื่องมือหาผลประโยชน์ จากคนบางกลุ่มในสังคมจากนโยบายรับจำนำข้าว ท่านประธานที่เคารพ วันนี้ผมมาอภิปราย เพื่อต้องการรักษาผลประโยชน์ให้พี่น้องชาวนาของผม ซึ่งพี่น้องชาวนาของผมนั้น อยู่ทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านไม่อยู่นะครับ มีแต่เก้าอี้เปล่า

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือท่านฟังอยู่ที่ห้องด้วย ผมได้ตรวจสอบแล้วเมื่อกี้นี้ เชิญต่อครับ

นายยุพราช บัวอินทร์ เพชรบูรณ์

ท่านประธานที่เคารพครับ ในฐานะ ที่ท่านเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ หรือ กขช. ผมไม่ไว้วางใจท่าน และกล่าวหาท่านว่าท่านมีพฤติกรรมบริหารราชการแผ่นดินบกพร่อง ล้มเหลว ผิดพลาด ไร้ความสามารถ และมีพฤติกรรมปล่อยปละละเลยให้ชาวนาถูกโกง ท่านประธานที่เคารพ ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะที่ท่านเป็นประธาน กขช. ผมอยากเรียนถามว่าเมื่อไรท่านจะเลิก พฤติกรรมทำนาบนหลังคนเสียที ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอย้ำนะครับ ขอย้ำว่า ข้อกล่าวหาของผมคือท่านนายกรัฐมนตรีท่านทำนาบนหลังคน เหตุผลประกอบดังนี้ครับ ผมได้แบ่งพี่น้องประชาชนออกเป็น ๒ กลุ่มด้วยกัน ก็คือ กลุ่มแรกคือพี่น้องประชาชนทั่วไป ที่ต้องเสียภาษีให้กับประเทศนี้ ที่ต้องเสียภาษีให้กับรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพ พี่น้องประชาชนที่ว่านี้มีใครบ้าง มีพี่น้องที่เป็นพ่อค้าแม่ขาย

(นายวรชัย เหมะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับท่านยุพราช คือผมไม่อยากให้ประท้วง ให้ท่านอภิปราย อดทดหน่อยไม่ได้หรือครับ เชิญครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการครับ ถ้าท่านอภิปรายตามญัตติผมไม่ว่าครับ ผมขอประท้วงตามข้อ ๖๑ ครับว่าการพาดพิงบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีทำนาบนหลังคนนี่ เป็นการเอาเปรียบคนนะครับ อย่างนี้เท่ากับว่านายกรัฐมนตรีเสียหายอย่างมากครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวผมวินิจฉัยนะครับ คือผู้อภิปรายนี่ท่านกำลังจะลำดับข้อเท็จจริง ท่านเกริ่นหัวข้อให้ฟัง อดทนหน่อยสิครับ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีท่านตอบเอง หรือท่านนายกรัฐมนตรีถ้าเกี่ยวข้องกับ ท่านรัฐมนตรีพาดพิงท่านตอบเอง เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรีท่านมาตอบนะครับ ผมควบคุม การประชุมอยู่นะครับ วินิจฉัยแล้วครับเชิญท่านยุพราชต่อครับ

นายยุพราช บัวอินทร์ เพชรบูรณ์ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ พี่น้องประชาชน ทั้ง ๒ กลุ่มนั้น ก็คือ กลุ่มแรกคือพี่น้องประชาชนที่ต้องเสียภาษีให้กับรัฐบาล อันได้แก่พี่น้อง ที่มีอาชีพทุกอาชีพในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องที่ขายส้มตำไก่ย่างอยู่หน้าสภา ขายก๋วยเตี๋ยว ขายอาหารตามสั่ง พี่น้องที่ทำงานรับจ้างขายแรงงาน พี่น้องเหล่านี้ ล้วนเสียภาษีให้กับรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพ การที่พี่น้องเสียภาษีนั้นหากเงินไปถึงมือ ของพี่น้องชาวนาจริง พวกเรายินดีครับ แต่ถามว่าวันนี้รัฐบาลนำเงินที่มาจากภาษีของ พี่น้องประชาชน ๑๕,๐๐๐ บาท ไปถึงมือชาวนาจริงหรือไม่ เงิน ๑๕,๐๐๐ บาทจ่ายออกจาก กระเป๋าของรัฐบาลจริง แต่ไม่ถึงมือชาวนาครับ ท่านประธานที่เคารพ นี่คือชาร์ทครับ ไม่ได้เครียดอะไรครับ แสดงให้เห็นว่าพี่น้องประชาชนทุกคนในประเทศไทยยินดีที่จะเสียภาษี ให้กับรัฐบาล แล้วให้รัฐบาลนำเงินภาษีที่มาจากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศไปดูแล พี่น้องชาวนา ท่านประธานครับ แต่วันนี้ราคาที่พี่น้องชาวนาขายข้าวได้นั้นไม่ใช่ ๑๕,๐๐๐ บาท นี่คือตัวอย่างครับที่จังหวัดพิษณุโลก ๙,๐๐๐ บาท ๙,๕๐๐ บาท ๑๐,๕๐๐ บาท ดีหน่อยครับที่จังหวัดเพชรบูรณ์ครับมีอยู่ ๒ ตัวอย่างข้างบน ๑๑,๗๐๐ บาท แต่ ๑๑,๗๐๐ บาท จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้เงิน ซึ่งผมจะอภิปรายในขั้นตอนต่อไป ท่านประธานที่เคารพ วันนี้คนอีก กลุ่มหนึ่งที่ผมกล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่านทำนาบนหลังคนนั้นก็คือพี่น้องชาวนา ซึ่งพี่น้องชาวนาในประเทศของเรานั้นมีอยู่ด้วยกันทั้งสิ้นประมาณ ๕,๗๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน แบ่งออกเป็น ๒ กลุ่มอีกเช่นเดียวกันครับ พี่น้องชาวนาที่ไม่ได้รับประโยชน์จากโครงการ รับจำนำข้าว นั่นก็คือพี่น้องชาวนาที่มีพื้นที่จำกัด มีที่ดินในการทำนาน้อย ปลูกข้าวเอาไว้กินเอง ที่เหลือบ้างก็เอาแบ่งปันให้กับญาติพี่น้องหรือขายให้กับพ่อค้าท้องถิ่น อีก ๑,๐๐๐,๐๐๐ เศษ ๆ ซึ่งเป็นชาวนาอีกกลุ่มหนึ่ง เป็นชาวนาที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำ แต่ไม่ได้หมายความว่า ชาวนากลุ่มนี้จะได้รับประโยชน์จากโครงการรับจำนำข้าวของทางรัฐบาล วันนี้รัฐบาล พยายามที่จะแสดงให้เห็นว่าชาวนาทุกคนในประเทศไทยล้วนเห็นดีเห็นงามกับโครงการ รับจำนำ วันนี้ผมกำลังจะแสดงให้เห็นว่ามีชาวนาอีกหลายกลุ่มทั่วประเทศไทย ที่มีความเดือดร้อนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากโครงการนี้ จากโครงการรับจำนำข้าวของทางรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้เงินที่รัฐบาลจ่ายออกไป ๑๕,๐๐๐ บาท ถามว่าถึงมือชาวนา เท่าไร อย่างชาร์ทสักครู่นี้ที่ผมแสดงให้เห็นว่ามีชาวนาขายข้าวได้ ๙,๐๐๐ บาท ๙,๕๐๐ บาท ๑๐,๕๐๐ บาท ๑๑,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ ผมขอยกตัวอย่างครับ ไม่เอาเปรียบรัฐบาล ไม่เอาเปรียบท่านนายกรัฐมนตรี ผมกำหนดว่าข้าวที่ชาวนาขายได้โดยประมาณอยู่ที่ ๑๑,๐๐๐ บาท เท่ากับว่าวันนี้ชาวนามีต้นทุนในการเพาะปลูก ต้นทุนในการเพาะปลูกต่อตันผมนำมาจากเล่มนี้ครับ รู้ลึก รู้จริง จำนำข้าว จากคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ หรือ กขช. หน้า ๓ ท่านประธานที่เคารพ จากข้อมูลหนังสือเล่มนี้ทำให้เห็นว่าพี่น้องชาวนาของเรามีต้นทุนการเพาะปลูก ๙,๐๗๔ บาท ต่อเกวียน ถ้าชาวนาขายข้าวได้เกวียนละ ๑๑,๐๐๐ บาท ท่านประธานที่เคารพ เท่ากับว่า ชาวนาลำบากทำนา ๓-๔ เดือน ลงทุนเสี่ยงกับดินฟ้าอากาศ เสี่ยงกับอีกหลาย ๆ อย่าง ได้กำไร ๒,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ กลุ่มที่หาประโยชน์จากชาวนา กลุ่มที่หาช่องว่าง ในการทำกำไรจากโครงการรับจำนำข้าวนี้ได้กำไรไปเหนาะ ๆ นั่งกระดิกนิ้วอย่างเดียวได้ ๔,๐๐๐ บาท ท่านประธานที่เคารพ ดังนั้นโครงการนี้จึงไม่ส่งผลดีต่อชาวนาอีกส่วนหนึ่ง ท่านประธานครับ ผมอยากเรียนอย่างนี้ว่าพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกภาคส่วน ทุกกลุ่ม หลังจากที่มีการเลือกตั้งและท่านได้รับการเลือกตั้งให้มาบริหารราชการแผ่นดิน พี่น้องทุกส่วนละครับ พี่น้องบางส่วนบางกลุ่มต้องเอาความลำบาก ต้องเอาจิตวิญญาณ ต้องเอาอิสรภาพเข้าแลกเพื่อให้ท่านได้เข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ท่านได้มา บริหารราชการแผ่นดิน โดยที่พวกเขาหวังว่าท่านและพรรคพวกของท่านจะบริหารราชการ แผ่นดินด้วยความสุจริต โปร่งใส เป็นธรรม รักษาผลประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทย ทั้งประเทศ รวมทั้งมุ่งหมายให้ท่านรักษาผลประโยชน์ให้กับพี่น้องเกษตรกรที่เป็นชาวนา ที่ปลูกข้าวให้พวกเรากิน ท่านประธานที่เคารพ วันนี้ผมอยากเรียนท่านประธาน ความจริง ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ด้วย ผมอยากให้ท่านมาติดตามข้อมูลที่ชาวนาของผม ถูกเอารัดเอาเปรียบ ถูกโกง ในฐานะที่ท่านเป็นประธาน กขช. ท่านประธานที่เคารพ ข้อมูล ที่เรามักจะได้ยินว่าชาวนาถูกเอาเปรียบอยู่เสมอ นั่นก็คือการโกงความชื้น ท่านประธานครับ มีสมาชิกหลายท่านครับ ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกวุฒิสภา นักวิชาการ หรือแม้แต่ผู้มีความเชี่ยวชาญเรื่องข้าว เรื่องการเกษตร ท่านประธานครับ แต่วันนี้เรามาร่วมกันพิจารณาช้า ๆ ชัด ๆ เกี่ยวกับเรื่องการคำนวณค่าความชื้นของนโยบาย รับจำนำข้าวของรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพ วิธีการคำนวณความชื้นในการรับจำนำข้าว ของรัฐบาลนี้ก็คือว่าทางรัฐบาลได้กำหนดหลักเกณฑ์ให้ข้าวเปลือกที่พี่น้องเกษตรกร นำมาเข้าโครงการรับจำนำที่มีความชื้นไม่เกิน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ รัฐบาลไม่หักความชื้น ไม่หักน้ำหนัก ไม่ตัดลดน้ำหนักของพี่น้องเกษตรกร ท่านประธานที่เคารพ แต่ทุกความชื้น ที่เกิน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ทุก ๑ เปอร์เซ็นต์ที่เกินไปชาวนาจะถูกหักน้ำหนักออกไป ๑๕ กิโลกรัม ท่านประธานครับผมขอยกตัวอย่างดังนี้ สมมุติว่ามีชาวนานำข้าวมาเข้าโครงการรับจำนำ จำนวน ๑ ตัน ข้าวนั้นมีความชื้นไม่เกิน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ โรงสีก็จะคำนวณน้ำหนักให้ที่ ๑ ตันเต็ม ๆ ท่านประธานครับ แต่ในข้าวจำนวน ๑ ตันเท่ากัน หากมีความชื้น ๒๕ เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่าความชื้นเกินจากเกณฑ์มาตรฐานไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ชาวนาท่านนั้นจะถูกหักลดน้ำหนักไปทันที ๑๕๐ กิโลกรัมจาก ๑ ตัน ท่านประธานที่เคารพ แล้วสมมุติว่าความชื้นที่ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ล่ะครับ ความชื้นที่ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เท่ากับความชื้น เกินมาตรฐานไป ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านก็เอา ๑๕ เปอร์เซ็นต์คูณ หลายร้อยกิโลกรัมครับ ท่านประธานที่ชาวนาจะต้องถูกหักลดความชื้น แต่อย่างไรก็ดีทางรัฐบาลในมติที่ประชุม คณะอนุกรรมการกำกับดูแลการรับจำนำข้าว ท่านก็ได้มีมติในการกำหนดหลักเกณฑ์ การตัดลดความชื้นข้าวเปลือกนาปี ๒๕๕๔/๒๕๕๕ ข้อ ๖ (๒) อันมีใจความว่า การกำหนด เปอร์เซ็นต์ความชื้น กรัม/ตันข้าว เห็นชอบแนวทางปฏิบัติกรณีที่ข้าวเปลือกที่มีความชื้นเกิน ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ให้คิดความชื้นที่ไม่เกิน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานที่เคารพ แต่ในทางปฏิบัติจริง ๆ แล้วมีพี่น้องประชาชนจากหลายพื้นที่ ทั่วประเทศไทยถูกเอารัดเอาเปรียบ ถึงแม้ว่าจะมีมติของที่ประชุมของคณะรัฐมนตรีออกมา อย่างนี้ก็ตาม ยังมีพี่น้องประชาชนถูกโกงครับ ถูกโกงโดยซึ่ง ๆ หน้า ท่านประธานที่เคารพ การถูกโกงซึ่งหน้านั้นไม่รวมเทคนิคพิเศษของโรงสี เช่นเทคนิคพิเศษในการตรวจวัดความชื้น วันนี้ต้องยอมรับกันตรง ๆ ครับว่ามาตรฐานการตรวจวัดความชื้นนั้นไม่แน่นอน ท่านประธานครับ ความชื้นการที่เอาข้าวออกมาจากกระสอบใช้ภาชนะหรือใช้มือของผมจับ ความชื้นก็แตกต่างกัน ใช้มือของท่านประธานกับมือของผมก็แตกต่างกัน ท่านประธานครับ การตรวจวัดความชื้นนอกห้อง อากาศโล่ง ๆ โปร่ง ๆ กับในห้อง ความชื้นก็แตกต่างกัน และที่สำคัญมีเทคนิคพิเศษครับซึ่งเจ้าของโรงสีแห่งหนึ่งได้บอกผมว่าทำงานเหนื่อย ๆ ก็เอามือปาดหัวล้านเลย ส.ส. แล้วไปหยิบข้าวมาตรวจวัดความชื้น ความชื้นก็เพิ่มสูงขึ้น นี่คือเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ชาวนาของเราถูกโกง ถูกเอารัดเอาเปรียบ แต่ชาวนานั้น ก็ยอมรับเพราะพวกเราเป็นผู้เล่น พวกเราไม่ใช่ผู้กำหนดกติกา รัฐบาลเป็นผู้กำหนดกติกา ให้เราเล่น ท่านประธานครับ พี่น้องชาวนาหลายพื้นที่น้อยเนื้อต่ำใจแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ไม่มีทางออก ขออนุญาตให้ทางห้องโสตเปิดคลิปชาวนาที่มีความน้อยเนื้อต่ำใจเรื่อง การถูกตัดความชื้น

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปเสียง)

“............... : มีเครื่องวัดความชื้นทุกโรงสีหรืออะไรอย่างนี้มันจะได้มั่นใจ ชัวร์ทั้ง ๒ ฝ่ายครับ อย่างนี้ถ้าเราไม่พอใจขายแล้วก็มันขายที่ไหนไม่ได้ เขาบอกเอาไหม ลงไหมเราก็ต้องลง เพราะเราต้องการอยู่ใกล้ ๆ ไม่ต้องวุ่นวายไปที่อื่น เพราะที่อื่นก็ไม่รู้ว่า โดนโกงอย่างนี้เหมือนกันหรือเปล่า”

“............... : เขาวัดความชื้นเราไหมอันนี้”

“............... : ไม่ได้วัด”

“............... : เขาทำอย่างไรบ้างเป็นอย่างนี้”

“............... : ไปถึงก็แทงออกมาแล้วก็เทใส่กระจาดเกลี่ยดูมีเมล็ดเขียวไหม อะไรอย่างนี้ แล้วก็กะว่าความชื้น ๓๐ เปอร์เซ็นต์กว่าอะไรอย่างนี้”

“............... : แล้วก็ให้เราเท่าไรอันนี้”

“............... : ก็ให้ ๑๐,๕๐๐ บาท”

“............... : เมื่อกี้เห็นว่าวัดความชื้นก่อนไปวัดได้เท่าไร”

“............... : ก็วัดได้ ๒๓ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ ไปบอกเขานะ เขาก็บอกว่า ไม่มีหรอก เขาบอกอย่างนี้”

“............... : ให้เรา ๑๐,๕๐๐ บาท”

“............... : ๑๐,๕๐๐ บาทเอาไหมเขาถามอย่างนี้”

“............... : แล้วทำอย่างไรล่ะ”

“............... : เราก็ต้องเอาเพราะว่ามันไม่มีมาตรฐานรองรับว่าต้องเท่านี้ ๆ มันต้องมีเป็นเกณฑ์มาตรฐานออกมา”

“............... : วันนี้วันที่เท่าไรนะ”

“............... : วันนี้วันที่ ๑๙”

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวให้ภาพเสร็จก่อนแล้วค่อยประท้วงครับ

“............... : ให้ไปบอกนายกรัฐมนตรีแก้ไขด่วนเลยนะ”

นายยุพราช บัวอินทร์ เพชรบูรณ์

ท่านประธานที่เคารพ นั่นคือ เสียงสะท้อนของชาวนาจากอีกมุมหนึ่งของประเทศไทยที่ท่านนายกรัฐมนตรีควรจะฟัง ควรจะรับทราบเอาไว้ว่ายังมีชาวนาที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ ท่านประธานที่เคารพ นอกจากนั้น ยังมีหลักฐานที่ชาวนาถูกเอารัดเอาเปรียบจากการถูกโกงความชื้น หลักฐานที่ผมจะแสดง ให้ท่านประธาน ให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้เห็นไปนี้เป็นตัวอย่างหลักฐานจากพี่น้องเกษตรกร ที่ถูกเอารัดเอาเปรียบแล้วเกิดขึ้นจริง

กรณีที่ ๑ นายดิเรก สังข์ขำ ได้นำข้าวมาเข้าโครงการรับจำนำ ๑๒.๓ ตัน วัดความชื้นที่ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ตัดลดน้ำหนักไป ๓,๖๙๙ กิโลกรัม ท่านประธานที่เคารพ สักครู่นี้เรายังดูอยู่เลยครับว่าคิดความชื้นที่ไม่เกิน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่นี่เห็นชัด ๆ ครับ นี่คือหลักฐานครับว่าชาวนาถูกโกง ถูกเอารัดเอาเปรียบ ท่านประธานครับแล้วที่ถูกต้อง เป็นอย่างไร กรณีเดียวกันครับ นายดิเรก สังข์ขำ จำนวนข้าวเท่ากันครับ ๑๒.๓ ตัน ถ้าคิดความชื้นที่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์เท่ากับนายดิเรก สังข์ขำ จะถูกหักความชื้นแค่ ๒,๗๐๐ กิโลกรัม ไม่ใช่ ๓,๘๐๐ กิโลกรัมนะครับ เมื่อคิดคำนวณเบ็ดเสร็จแล้วเงินของ นายดิเรก สังข์ขำ หายไปกับโครงการนี้ ๑๓,๖๘๖ บาท ท่านประธานครับอย่างเช่นกรณีที่ ๒ ก็เช่นเดียวกัน

กรณีที่ ๒ คุณปิยณัฐ ท่านประธานครับ น้ำหนักข้าวก็ ๘,๗๖๐ กิโลกรัม ตัดลดความชื้นเขาที่ ๓๓ เปอร์เซ็นต์ ทำได้อย่างไรครับ ไหนตกลงว่าจะตัดที่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานที่เคารพ แล้วถ้าถูกต้องแล้วถ้าคิดน้ำหนักที่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เงินของคุณปิยณัฐ หายไป ๕,๘๐๐ บาท ท่านประธานครับ นี่คือหลักฐานที่ชี้ชัด ๆ ว่าพี่น้องเกษตรกรชาวนา ถูกโกง ถูกเอารัดเอาเปรียบจากคนที่หาช่องทางในการทำมาหากินจากโครงการนี้ ในฐานะ ที่ท่านเป็นประธาน กขช. ท่านประธานที่เคารพ ก่อนหน้านี้ผมก็ได้ยินข่าวเหมือนกับ พี่น้องประชาชนทั่วประเทศไทยว่ามีพี่น้องถูกเอารัดเอาเปรียบจากหลาย ๆ พื้นที่ หลาย ๆ จังหวัด ไม่ว่าจะเป็นที่จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิจิตร จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดนครราชสีมา ผมก็ยกมือ สาธุครับท่านประธาน ว่าอย่าให้เกิดขึ้นกับจังหวัดเพชรบูรณ์บ้านผมเลย ท่านประธานครับ สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริงครับ เมื่อฤดูการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ๒๕๕๔/๒๕๕๕ ไม่ปรากฏว่า พี่น้องชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ถูกโกงเรื่องรับจำนำข้าวเลย ท่านประธานที่เคารพ ผมก็มัวแต่ ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน ลืมอธิษฐานเผื่อนาปรัง เมื่อถึงฤดูข้าวนาปรัง ๒๕๕๕ โดนเลยครับ จังหวัดเพชรบูรณ์ มีพี่น้องชาวนาถูกโกง ๒๒๘ คน จากอำเภอหล่มสักและอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ ท่านประธานที่เคารพ ชาร์ทนี้ผมตั้งหัวข้อว่าโกงหน้าด้าน ๆ โรงสีนี่ผมก็ไม่ได้เอ่ยชื่อเขานะครับ ผมกลัวเขาจะเสียหาย ผมเลยตั้งชื่อเขาว่าโรงสีจิ้งจอกสังคม ท่านประธานที่เคารพ โรงสีแห่งนี้ ได้เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวนาปีกับทางรัฐบาล ปี ๒๕๕๔/๒๕๕๕ นั่นหมายความว่า ในสายตาในมาตรฐานของทางราชการ โรงสีแห่งนี้เป็นโรงสีชั้นดีที่รัฐบาลได้คัดสรร มีมาตรฐานว่าผ่านหลักเกณฑ์ พี่น้องประชาชนเอาข้าวมาเข้าโครงการรับจำนำได้ แต่ในหลักเกณฑ์ที่ทางโรงสีจะเข้ารับจำนำเข้าโครงการกับทางรัฐบาลได้นั้น โรงสีแห่งนี้ ก็ได้วางเงินค้ำประกันกับทาง อ.ต.ก. ไว้ ๑๘ ล้านบาท เมื่อถึงฤดูกาลข้าวนาปี ชาวนา ก็นำข้าวมาขายกับโรงสีแห่งนี้ถูกต้องตามกระบวนการทุกอย่าง ได้รับเงินกันครบทุกคน แต่เมื่อถึงฤดูกาลข้าวนาปรัง โรงสีแห่งนี้ก็แอบอ้างว่าโรงสีแห่งนี้ได้เข้าร่วมโครงการ รับจำนำข้าวกับทางรัฐบาลอีก

(นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านยุพราช มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ

นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข เลย

ท่านประธานคะ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอประท้วง ท่านประธานผ่านไปยังผู้อภิปรายนะคะว่า ท่านได้อภิปรายใส่ร้ายป้ายสี ข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ซึ่งห้ามผู้อภิปรายแสดงกิริยาหรือใช้วาจาอันไม่สุภาพ ใส่ร้าย หรือเสียดสีบุคคลใด ๆ ถ้าว่าท่านรู้ว่าเขาโกงทำไมท่านไม่แจ้งตำรวจจับล่ะคะ ก็อยากให้ท่านประธานช่วยวินิจฉัย และให้ถอน หรือนำภาพป้ายที่แสดงการใส่ร้ายป้ายสีที่เขียนเอาไว้ ก็ให้เขาเอาลงด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือเมื่อกี้ท่านได้เอาแบบของท่านเพื่อที่จะอธิบายความว่าการที่รัฐบาลมีการรับจำนำข้าว ท่านมีความเชื่อว่านโยบายนี้ไม่เป็นไปตามที่ปฏิบัติไว้ ส่วนความเห็นของท่านจะบอกว่า การจะรับจำนำข้าวจะมีการทุจริตอย่างไรนั้นก็เป็นความเห็นของท่านนะครับ เป็นรูปแบบ และวิธีการ อันนี้เดี๋ยวให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการปฏิบัติท่านจะชี้แจงเองนะครับ อันนี้เดี๋ยวฟังท่านไปก่อนนะครับ เชิญต่อครับ

นายยุพราช บัวอินทร์ เพชรบูรณ์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกำลัง ทำหน้าที่ในการปกป้องผลประโยชน์ให้พี่น้องชาวนาของผมทั้งประเทศ ท่านประธานที่เคารพ เมื่อเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคมพี่น้องชาวนาอำเภอหล่มสัก และอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ ก็ได้หลงเชื่อโรงสีแห่งนี้ว่าโรงสีได้เข้าร่วม โครงการรับจำนำจริง ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของชาวนา ท่านประธานที่เคารพ เรื่องมาแดงเมื่อเดือนมิถุนายน ทางคณะอนุกรรมการติดตามการรับจำนำข้าว ระดับจังหวัดเพชรบูรณ์ก็ได้ประกาศออกมาว่าโรงสีแห่งนี้ไม่ได้เข้าร่วมโครงการรับจำนำ ท่านประธานที่เคารพ ชาวนาก็มาร้องขอความเป็นธรรมกับทางจังหวัดกับ ทางหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเมื่อเดือนกรกฎาคม ท่านประธานครับ ขณะที่โรงสีแห่งนี้ มีพฤติกรรมส่อไปในทางฉ้อโกงทรัพย์ของชาวนาอยู่นั้น เป็นที่รู้กันทั่วไปของจังหวัดเพชรบูรณ์ เพราะพี่น้องมาร่วมกันชุมนุมเรียกร้องความเป็นธรรมหลายต่อหลายครั้ง ท่านประธานที่เคารพ ในขณะที่โรงสีแห่งนี้มีพฤติกรรมไปในทางทุจริตฉ้อโกงชาวนานั้น อ.ต.ก. ได้คืนเงินค้ำประกัน ให้โรงสีแห่งนี้ ๑๖.๕ ล้านบาท ท่านประธานครับ แล้วหลังจากนั้นชาวนาก็มาขอความเป็นธรรม จากท่านนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑ สิงหาคมที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ชาวนา ๒๒๘ ราย ก็ยังไม่ได้รับการดูแลการเยียวยาจากรัฐบาลนี้ ท่านประธานที่เคารพ ขอย้อนกลับมา นิดหนึ่งครับ ตรง อ.ต.ก. ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีท่านอยู่ด้วยผมจะเรียนถามท่านว่า อ.ต.ก. ไม่ได้พิจารณาเลยใช่หรือไม่ว่าข้าวเปลือกที่ทางโรงสีนำมาสีเป็นข้าวสารคืนให้ท่าน เป็นข้าวที่มาจากการทำนาปีหรือนาปรัง ถ้าท่านตอบว่าตรงนั้นไม่ได้พิจารณาก็ไม่เป็นไรครับ เหมือนคำตอบของเจ้าหน้าที่ อ.ต.ก. ที่ตอบกับผม แต่คำถามต่อจากนี้ไปท่านต้องรับทราบ และท่านต้องรับผิดชอบ ผมขอถามท่านว่าทาง อ.ต.ก. ลูกน้องในการกำกับดูแล ของท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะที่ท่านเป็นประธาน กขช. ท่านพิจารณาที่มาของข้าว หรือไม่ว่าข้าวที่ทางโรงสีนำมาสีแล้วส่งคืน อ.ต.ก. เป็นข้าวที่ได้มาโดยสุจริต หรือเป็นข้าว ที่ได้มาจากการฉ้อโกงประชาชน ท่านประธานที่เคารพ ผมขอยกตัวอย่างว่าสมมุติ นาย ก ไปขโมยข้าวของชาวนามา ๑ ถัง เอาไปขายให้ นาย ข นาย ก มีความผิดตามประมวล กฎหมายอาญา ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๓ ปีและปรับไม่เกิน ๖,๐๐๐ บาท ส่วน นาย ข มีข้อหาความผิดฐานรับของโจร ท่านประธานที่เคารพ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๕ ปีหรือปรับไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ ย้อนกลับมากรณีเดียวกันเหตุนี้เจ้าของโรงสีนั้น ท่านประธานครับ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็มีจริงครับ ตำรวจในจังหวัดเพชรบูรณ์ควานจับตัวจนได้ทั้งเจ้าของโรงสีและผู้ร่วมขบวนการ ขณะนี้ ติดคุกครับ เจ้าของโรงสีเป็นโจรครับวันนี้ ผมถามว่า อ.ต.ก. มีความผิดข้อหารับของโจร หรือไม่ แล้วท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะที่ท่านเป็นประธาน กขช.

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านประสิทธิ์ครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องประท้วงผู้อภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ กล่าวพาดพิงเจ้าของโรงสีโกง จริง ๆ เหตุทั้งหมดที่อธิบายเกิดที่จังหวัดเพชรบูรณ์ แล้วท่านก็เป็น ส.ส. จังหวัดเพชรบูรณ์ ทำไมไม่แจ้งความตำรวจให้ดำเนินคดีล่ะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประท้วงประเด็นอะไรครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ประเด็นที่กล่าวเสียดสี เจ้าของโรงสีโกงนะครับ ข้อ ๖๑ ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวผมวินิจฉัย อย่าส่งเสียงครับ คืออย่างนี้ท่านสมาชิกครับ ฟังก่อนนะครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

เดี๋ยวจะมองว่ารัฐบาลนี่

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ ผมจะได้วินิจฉัยประเด็นของท่านก่อน นั่งลงก่อนครับให้วินิจฉัยทีละท่าน ท่านจากจังหวัดกาญจนบุรีนั่งลงก่อนครับ คือท่านก็ไม่ได้กล่าวถึงชื่อโรงสีอะไรนี่นะครับ ผมก็นั่งฟังอยู่ ผมเพียงแต่กำลังจะดูประเด็นว่า เอ๊ะ ท่านจะไปอภิปรายโรงสีหรือท่านจะ อภิปรายนายกรัฐมนตรีอยู่ ผมก็พยายามนั่งฟังเพื่อท่านจะโยงมาถึงที่รัฐบาลนะครับ เอาว่าขอให้โยงมาถึงรัฐบาลแล้วกันนะครับ ท่านอย่าไปอภิปรายโรงสีนะครับ

(นางมุกดา พงษ์สมบัติ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญอีกท่านหนึ่งประท้วง ท่านมุกดาจะใช้สิทธิประท้วงไหมครับจะได้จบทีเดียว เอาทีละท่านครับ

นางมุกดา พงษ์สมบัติ ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางมุกดา พงษ์สมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น ท่านประธานคะ ดิฉันประท้วงผู้อภิปรายในข้อ ๖๑ ท่านประธานคะ ข้อ ๖๑ วรรคสอง ถ้าท่านประธานดูกิริยาที่ท่านอภิปราย สภาแห่งนี้เราเข้าใจว่าท่านอภิปรายในสิ่งที่ถูกต้อง ในสิ่งที่ท่านคิดว่าไม่ถูกต้องตามความเห็นของท่าน แต่กิริยาที่พูดในที่ประชุมแห่งนี้ ขอให้ผู้อภิปรายใช้วาจาตามข้อ ๖๑ วรรคสองด้วยนะคะท่านประธานที่เคารพคะ ห้ามอภิปรายใช้กิริยาหรือใช้วาจาอันไม่สุภาพค่ะ ท่านประธานโปรดพิจารณา ขอบคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับใจเย็น ๆ ครับ ให้ผมวินิจฉัยประเด็นนี้ก่อนนะครับ ก็เดี๋ยวผมจะบอก ท่านผู้อภิปรายก็ขอให้อภิปราย คือลีลาของแต่ละท่านอาจจะไม่เหมือนกันนะครับ เชิญท่านยุพราชต่อครับ คือไม่ต้องประท้วงเวลาเราอภิปรายมีน้อยนะครับ ถ้าเราประท้วงไป เสียเวลา ผมควบคุมเองนะครับ เชิญท่านยุพราชต่อนะครับ เวลามันมีน้อยนะครับพวกเรา ท่านอาคมมานั่งรอนานแล้วนะครับ เชิญต่อครับ

นายยุพราช บัวอินทร์ เพชรบูรณ์

ท่านประธานที่เคารพ ผมก็ยัง ยืนยันนะครับว่าผมทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ให้พี่น้องชาวนาทุกคน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอภิปรายของท่านต่อไปว่ามันผิดพลาด ล้มเหลว แล้วก็ไม่ปฏิบัติตามนโยบายอย่างไร ต่อเลยครับ เชิญครับ

นายยุพราช บัวอินทร์ เพชรบูรณ์

ท่านประธานที่เคารพ ผมก็ยัง ยืนยันนะครับว่าผมกำลังทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ให้พี่น้องชาวนาของผมทั่วประเทศ รวมทั้งชาวนาจังหวัดสุรินทร์ที่ปลูกข้าวเปลือกได้ปี ๒๕๕๔ ที่ ๔๘๐,๐๐๐ ตัน

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะท่านยุพราชมีผู้ประท้วง เชิญครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ จริง ๆ ผมก็ไม่อยากประท้วงนะครับ ผมประท้วงในข้อ ๖๑

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่อยากประท้วงนั่งลงครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

คืออย่างนี้ครับท่านประธาน มีนิดเดียวครับ ผมเห็นว่าเป็นคนรุ่นใหม่นะครับผมก็ไม่อยากประท้วงแต่ว่าคืออย่างนี้ มันผิดข้อมูลครับกล่าวเท็จในสภา ท่านประธานครับ เขาเอาชาร์ทขึ้นมาแสดงบอกว่าราคาข้าว ๙,๐๐๐-๙,๕๐๐ บาท แต่ในคลิปชาวบ้านบอกว่าเขาขายข้าวเขาถูกโกง เขาได้รับเงิน ๑๐,๕๐๐ บาท ตกลงว่าราคาข้าวสูง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

นั่งลงครับ ผมจะได้วินิจฉัยครับ เดี๋ยวท่านนั่งลงก่อนครับ คือผู้อภิปรายนี่ท่านกำลังนำเสนอ ประเด็นของท่านว่านโยบายนี่ท่านบอกไว้ว่า ๒๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ ๑๕,๐๐๐ บาท ท่านกำลังอธิบายข้อเท็จจริง ในส่วนของท่านนี่มันไม่เป็นอย่างที่ตามนโยบายวางไว้ ท่านก็มี เอกสารแล้วก็มีรูปบุคคลชาวนาที่เกี่ยวข้องมาประกอบในการอธิบาย เพื่ออะไรครับ เพื่อโน้มน้าวให้ท่านสมาชิกทั้งหลายให้มีความรู้สึกว่าเป็นไปอย่างท่านหรือเปล่า เพราะจะต้องมีการลงมติ ฉะนั้นถึงแม้ไม่ตรงกับความรู้สึกของท่าน ท่านก็ต้องรับฟังนะครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ไม่ใช่ครับท่านประธาน ข้อมูลที่เขา นำเสนอ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ได้ครับ ผมวินิจฉัยแล้วครับ ท่านยังอยู่ในประเด็นอยู่นะครับ เชิญท่านต่อครับ

นายยุพราช บัวอินทร์ เพชรบูรณ์

ท่านประธานที่เคารพ เพื่อไม่ให้ เป็นการเสียเวลา ผมว่าจะไม่เปิดคลิปที่ ๒ แต่เมื่อท่านต้องการหลักฐานว่าโรงสีแห่งนี้ ผมได้กล่าวหาเขาจริง ๆ หรือไม่ หรือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ ถ้าท่านอภิปรายบุคคลภายนอกแล้วกล่าวหาอย่างนี้ ผมในฐานะประธาน อยากจะให้อภิปรายเฉพาะในประเด็นที่ท่านยื่นญัตตินะครับ ถ้าเป็นบุคคลภายนอก คือถึงแม้ว่าท่านจะได้หลักฐานมาอย่างไร เราก็ไม่อยากให้สภาแห่งนี้นะครับ ผมในฐานะ ผู้ควบคุมการประชุมจะไปละเมิดสิทธิบุคคลภายนอก ท่านเอาเฉพาะเรื่องว่ามันล้มเหลว ผิดพลาดของท่านไม่เป็นตามนี้ แล้วถ้าทุจริตอย่างไรเดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรีจะมาตอบ เชิญเอาประเด็นของท่านไม่ต้องถึงบุคคลภายนอกนะครับ เชิญครับ

นายยุพราช บัวอินทร์ เพชรบูรณ์

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม ยุพราช บัวอินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคประชาธิปัตย์ ถ้าข้อมูลที่ผมกล่าวในสภาไม่เป็นข้อมูลที่ตรงกับความเป็นจริง ผมขอรับผิดชอบเองครับ ขอให้ทางห้องโสตทัศนูปกรณ์เปิดคลิปอันที่ ๒ ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวอย่าเพิ่งเปิดครับ ต้องทำความเข้าใจก่อนที่ท่านจะใช้สิทธิอภิปราย คือการนำเสนอ ท่านจะอภิปรายหรือเอกสารหรือรูปภาพหรืออะไรประกอบการอภิปราย ห้ามแสดง โดยไม่จำเป็น ส่วนมากท่านก็จะบอกว่าผมรับผิดชอบ คำว่าผมรับผิดชอบก็คือผู้อภิปราย ทีนี้ในฐานะซึ่งผมเป็นประธานจะต้องวินิจฉัยว่าจำเป็น ไม่จำเป็น คราวนี้ประเด็นต่อมา ก็ต้องถามท่านต่อไปว่าที่ท่านบอกรับผิดชอบ คนทำหน้าที่ประธานจะปล่อยให้ท่านสมาชิก อีก ๕๐๐ คนเที่ยวพูดละเมิดบุคคลภายนอกโดยไม่จำเป็นไม่ได้ อย่างนั้นทุกท่านก็ละเมิด บุคคลภายนอก เดี๋ยวท่านจะไปบอกว่าถ้าหากละเมิดท่านก็ใช้สิทธิฟ้องร้อง กว่าจะมี การฟ้องร้องกัน อย่างเขาไม่ได้อยู่ในห้องประชุมเพราะท่านได้รับเอกสิทธิ์ในการคุ้มครอง ฉะนั้นผมจะให้ท่านอภิปรายก็ในเรื่องที่ท่านอยู่ในญัตติแล้วก็ได้ตรวจคลิปของท่านแล้ว ก็เชิญต่อครับ จะได้เข้าใจในรูปแบบเดียวกันนะครับ

นายยุพราช บัวอินทร์ เพชรบูรณ์

ท่านประธานที่เคารพ คลิปที่ผม จะให้ทางห้องโสตทัศนูปกรณ์เปิด ผมได้ผ่านการตรวจแล้ว ขอเชิญห้องโสตทัศนูปกรณ์ครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ท่านประธานที่เคารพ นี่คือตัวอย่าง ของความล้มเหลว ความผิดพลาดของโครงการรับจำนำที่มีท่านนายกรัฐมนตรี ท่านเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติที่ผมพยายามจะเรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้ ก็คือผมไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดกับพี่น้องชาวนาทั่วประเทศ ผมขอให้เหตุการณ์แบบนี้ เกิดขึ้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์เป็นที่สุดท้าย เพราะปัจจุบันนี้พี่น้องชาวนาทั้งอำเภอหล่มสัก และอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ ๒๒๘ คน ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยา ทั้งหมดนี้สุดท้ายแล้ว ผมไม่สามารถไว้วางใจให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ดำรงตำแหน่งต่อไปได้ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ การเป็นนายกรัฐมนตรีตรงนี้ก็สำคัญครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีอีกไหมครับ เดี๋ยวนะครับ ผมถามท่านเฉลิมก่อนท่านใช้สิทธิอะไรครับ เชิญครับ ประเด็นไหนครับ ประเด็นก่อนนะครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย รองนายกรัฐมนตรี ผมใช้สิทธิ ในฐานะที่ ครม. มีมติเมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน แต่งตั้งให้ผมเป็นประธานอำนวยการตรวจสอบ การทุจริต ลักษณะอย่างที่ท่านผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเพชรบูรณ์อภิปราย ผมจะบอก ท่านผู้แทนราษฎรว่าข้อมูลที่ท่านมีนี้ให้เอามาให้เลยเดี๋ยวผมจะเรียกนายตำรวจเพื่อมารับ คำร้องทุกข์ และดำเนินการจับกุมผู้ทุจริต

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับท่านเฉลิม ท่านจะอภิปรายเฉพาะประเด็นเรื่องทุจริตใช่ไหมครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ใช่ครับ

(นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวผมให้เฉพาะประเด็นทุจริตที่จังหวัดเพชรบูรณ์ก่อนนะครับ เดี๋ยวท่านนั่งลงครับ ให้อภิปรายก่อนครับ เชิญท่านประท้วงอะไรครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ผู้อภิปรายเขาอภิปรายนายกรัฐมนตรีครับ อภิปรายท่านเฉลิมผ่านไปแล้วเมื่อวานนี้ครับ วันนี้เวลาของท่านหมดแล้วครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ใช่ ท่านประท้วงอะไรครับ ใครฝ่าฝืนข้อบังคับอะไรครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

ประท้วงว่าท่านประธานอนุญาตให้ ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมตอบไม่ได้ วันนี้เป็นวันที่พวกผมอภิปรายนายกรัฐมนตรี ฟังชัดไหมครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ เดี๋ยวผมจะวินิจฉัยเชิญท่านนั่งลงครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

แล้ววันนี้เกี่ยวอะไรกับท่านเฉลิมครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนั่งลงครับผมจะได้ชี้ประเด็นครับ ท่าน ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง ขอใช้สิทธิ ในฐานะที่ท่านได้รับมอบหมายในเรื่องของการควบคุมเกี่ยวกับเรื่องการทุจริตเรื่องนี้ เมื่อกี้ท่านผู้อภิปรายนี่อภิปรายว่ามีการทุจริต ว่ามีการเอื้อพวกพ้องเรื่องเกี่ยวกับงบประมาณ ที่ไปใช้จ่าย ประเด็นต่อมาก็คือว่าผมก็อาศัยอำนาจตามข้อ ๒๓ และข้อ ๖๘ เอาเฉพาะ ประเด็นที่เกี่ยวกับท่านยุพราชนี่นะครับ ผมก็อนุญาตเท่านั้นเอง เชิญท่านเอาเฉพาะ ประเด็นนี้นะครับผมอนุญาตแล้วครับ ไม่ให้แล้วครับ เชิญท่านเฉลิมครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ ผมต้องขอขอบคุณท่าน ส.ส. จากจังหวัดเพชรบูรณ์ เดี๋ยวหลังจากผมชี้แจงสั้น ๆ ข้อมูล ที่ท่านมีถ้าจะกรุณาเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือผมวินิจฉัยแล้วนะครับ ฟังท่านให้จบก่อนนะครับ ท่านฟังให้จบก่อนสิครับ ท่านกำลัง จะขอหลักฐานก็เท่านั้นเอง ก็ไม่เห็นมีอะไรนะครับ ก็ผมอนุญาตแล้วครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

ท่านประธานครับผมประท้วงครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ผมชี้แจงไปแล้วนี่ครับ วินิจฉัยก็ถือว่ายุติไปแล้ว

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

ผมประท้วงครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ผมวินิจฉัยของท่านไปแล้วอย่างไรครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

ผมประท้วงที่รับไม่ได้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ได้หรอกครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

ทำไม เพราะอะไรครับ ข้อไหนครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ผมวินิจฉัยไปแล้ว ชี้ขาดไปแล้วครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

ท่านรู้ได้อย่างไรว่าผมจะประท้วง อะไรต่อ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมไม่อนุญาตครับเพราะเป็นอำนาจของประธานครับ เดี๋ยวนะครับ ท่านอื่นอย่าเพิ่งพูดครับ ของท่านประเสริฐจบแล้วนั่งลงครับ เพื่อความเรียบร้อยของการประชุมครับ เดี๋ยวท่านอื่น อย่าเพิ่งครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

ผมกำลังจะอภิปรายต่อ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมวินิจฉัยไปแล้วถือว่ายุติแล้วในประเด็นของท่าน นั่งลงครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

แล้วผมประท้วงเรื่องอื่นได้ไหมครับ

(นายเจะอามิง โตะตาหยง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ได้ครับผมไม่อนุญาต ท่านเจะอามิง โตะตาหยง ครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตประท้วงท่านประธานว่าที่ได้อนุญาตให้ท่านรัฐมนตรีซึ่งมาตอบนี่มันไม่ตรงกับ ญัตติที่พวกผมได้ยื่นไว้ต่อสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ลองไปดูในข้อบังคับ ข้อ ๑๗๑ การอภิปรายไม่ไว้วางใจวันนี้ คือการอภิปรายต่อนายกรัฐมนตรี ข้อ ๑๗๑ นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีต้องมาชี้แจงด้วยตัวเอง หมายถึงว่าบุคคลที่ถูกอภิปรายต้องมาชี้แจงด้วยตัวเองครับ ไว้ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี แล้วค่อยมาชี้แจงครับ ขอประธานได้กรุณาวินิจฉัย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวผมวินิจฉัยประเด็นข้อนี้ก่อนครับ เชิญนั่งลงครับ คืออย่างนี้ครับ ข้อบังคับ ข้อ ๑๗๑ ล้อมาจากรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๘ เขาก็เขียนในหลักการว่านายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ต้องมาชี้แจงนะครับ ในกรณีที่ไม่สามารถมาได้ก็ต้องทำหนังสือแจ้ง ประเด็นมันอยู่เท่านี้ ทีนี้วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีท่านมาชี้แจง ท่านเฉลิมขอใช้สิทธิว่าที่เกี่ยวข้องกับการบริหาร การจัดการมีการทุจริต ผมก็ถามท่านว่าเมื่อกี้ท่านมาเกี่ยวข้องกับประเด็นนี้อย่างไร ท่านก็บอกว่า ท่านมีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องนี้ ผมก็อนุญาต เชิญท่านอาจารย์รัชฎาภรณ์ครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ถ้าท่านบอกว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีจะมาขอข้อมูล เรื่องทุจริต ที่จริงต้องออกไปขอทีหลังก็ได้ค่ะ ไม่ใช่มาตัดช่วงขณะนี้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ให้ประท้วงครับ เชิญอีกท่านหนึ่งครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

ประท้วงว่าท่านทำไม่ถูกอย่างไร ข้อ ๘ ว่าท่านต้องจัดการดูเรื่องการประชุม เพราะว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีอยู่ ๆ ก็พรวดพราด เข้ามาในขณะที่เขากำลังอภิปราย แล้วก็อ้างสิทธิว่าท่านได้รับการมอบหมายให้ดูแลเรื่องทุจริต ท่านก็ต้องไปขอทีหลังให้เขาอภิปรายเสร็จก่อนค่ะ ไม่ใช่มาขอในช่วงนี้ค่ะท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับท่าน

นายเจือ ราชสีห์ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายเจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธานตามข้อ ๘ ผมต้องขออนุญาตเรียนกับท่านประธานเสียก่อน จะทำความเข้าใจกันเสียก่อนว่าวันนี้เรายื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และเมื่อสักครู่ ท่านประธานกำลังจะอนุญาตให้รองนายกรัฐมนตรีมาตอบซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องเลยครับ อันที่ ๒ ท่านรองนายกรัฐมนตรียังไม่ได้พูดอะไรเลย ท่านประธานรู้ใจไปเสียหมด ว่าจะมาตอบแทนเรื่องนั้นเรื่องนี้ รีบร้อนเกินไปครับท่านประธาน ท่านไม่ต้องรีบหรอกครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรียังไม่ได้พูดอะไรเลย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ ท่านเจือครับ คือขอความกรุณานะครับ ผมเป็นคนถามท่านรองนายกรัฐมนตรีว่า ท่านจะใช้สิทธิเรื่องอะไร ไม่ใช่ว่าผมจะรีบร้อนอะไรเหมือนอย่างที่ท่านกล่าวหา ท่านก็บอกว่า ท่านรับผิดชอบงานด้านเกี่ยวกับเรื่องการตรวจ แล้วก็จะขอใช้สิทธิเฉพาะประเด็นที่ ท่านยุพราชอภิปราย ผมก็อนุญาต ก็เป็นอำนาจของผม ผมไม่ได้รีบร้อนเหมือนอย่างที่ ท่านเข้าใจ ท่านฟังให้จบก่อน ก็มันมีเท่านี้ แล้วก็กำลังจะถามกันอยู่แล้วท่านก็ลุกขึ้นมา ประท้วง ผมก็ให้ท่านประท้วงนะครับ ฉะนั้นผมวินิจฉัยตามข้อ ๘ ว่าผมยังอยู่ในข้อบังคับอยู่ นั่งลงครับ เชิญท่านประท้วงฝั่งนี้ครับ

นายอนันต์ ศรีพันธุ์ อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อนันต์ ศรีพันธุ์ ส.ส. พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี ขอประท้วงท่านยุพราชเมื่อกี้ ซึ่งผมเป็น คณะกรรมาธิการด้านการเกษตร ในเรื่องนี้ได้เข้าสู่คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์แล้ว ในเรื่องที่เกี่ยวกับเรื่องของการรับจำนำ แล้วปัญหาคือโรงสีโรงนี้เป็นโรงสีที่นาปีรัฐบาล รับจำนำ โดยเฉพาะนาปรังรัฐบาลไปรับมันก็เลยเกิดปัญหา

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวผมถามท่านก่อนว่าท่านยุพราชฝ่าฝืนข้อบังคับข้อไหน ผมจะได้วินิจฉัยได้ถูกครับ

นายอนันต์ ศรีพันธุ์ อุดรธานี

คือพูดไม่จบทั้งหมดทั้งกระบวนความ ข้อ ๖๑ ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ คือผู้อภิปรายท่านจะไปบังคับให้เขาพูดทั้งหมดอย่างที่เราต้องการไม่ได้ ท่านพยายามโน้มน้าวท่านสมาชิกอยู่ คือผมขออธิบายอย่างนี้ ท่านกำลังโน้มน้าวท่านสมาชิกว่า เพื่อที่จะขอลงมติไม่ไว้วางใจ จะให้ท่านไปพูดทั้งหมดก็ไม่ได้ เดี๋ยวให้ผู้เกี่ยวข้องเขาพูดเองนะครับ

นายอนันต์ ศรีพันธุ์ อุดรธานี

คือผมเห็นคลิปแล้วผมไม่สบายใจครับ เพราะว่าบอกว่าเอาไปจ่ายเงินผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่ใช่ มันมีข้อตกลง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ ภาพผมได้ตรวจแล้วเมื่อเช้านี้ เรามีคณะกรรมการ แล้วเราก็ได้ดูแล้วนะครับ แล้วก็ท่านพยายามที่จะอธิบาย ก็เมื่อคณะกรรมการได้พิจารณาแล้วก็ต้องให้เปิดนะครับ

นายอนันต์ ศรีพันธุ์ อุดรธานี

ก็อยากจะกราบเรียนว่ามันเป็นเรื่องที่ ไม่เป็นไปตามความจริงเพราะว่าเป็นการที่ทำให้เสียหายได้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ เอาละครับนั่งลง ในขณะนี้ยังไม่รู้หรอกว่าข้อเท็จจริงมันเป็นอย่างไร คืออย่างนี้ครับ ท่านอภิปรายไม่ไว้วางใจพวกเราก็ต้องฟังสิครับ ส่วนท่านจะเชื่อ ไม่เชื่อ เป็นเรื่องของท่าน เพราะท่านจะต้องลงมติในวันที่ ๒๘ ส่วนข้อเท็จจริงอีกฝั่งหนึ่งท่านก็มี หน้าที่ต้องมาตอบ ถึงท่านอาจจะไม่เชื่อก็เป็นเรื่องของท่าน นั่งลงครับ

นายอนันต์ ศรีพันธุ์ อุดรธานี

ก็ชี้แจงไม่หมดนี่ครับ เพราะว่าเรื่องของ การประชุมไปแล้ว

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือท่านไม่มีหน้าที่มาชี้แจงนะครับ

(นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญครับ ท่านครับ

นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร กาญจนบุรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอประท้วงท่านประธานในการทำหน้าที่ตามข้อบังคับ ข้อ ๘ หลายครั้งหลายคราว ที่ท่านประธานปล่อยให้ผู้ไม่มีหน้าที่ในการชี้แจงยกมือแล้วก็ลุกขึ้นมาตอบข้อซักถาม ของฝ่ายค้าน รวมทั้งท่านเฉลิม อยู่บำรุง ฟังแล้วดูดีครับ ที่ท่านบอกว่าท่านมีหน้าที่รับผิดชอบ ตรวจการทุจริตเรื่องโครงการข้าวหรือโครงการรับจำนำ แต่ประเด็นนี้ท่านยุพราช บัวอินทร์ ไม่ได้กล่าวถึงท่านเฉลิม อยู่บำรุง ในทางเสียหาย ถ้าเสียหายสิครับ ถ้าท่านเฉลิม อยู่บำรุง เสียหาย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวผมจะวินิจฉัยประเด็นท่านประท้วงผมก่อนตามข้อบังคับ ข้อ ๘ นะครับ เชิญท่านนั่งลง ผมจะวินิจฉัยประเด็นของท่านก่อน นั่งลงครับ เหมือนกันทั้ง ๒ ฝ่ายละครับ คือเรื่องนี้ ผมได้คุยกับวิปทั้ง ๒ ฝ่าย ผมอยากจะให้เวลาในการบริหารการอภิปรายได้ดี ไม่อยากเสียเวลา ในการประท้วง เชิญท่านนั่งลงผมจะได้วินิจฉัยในประเด็นของท่านตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ที่กล่าวหาว่าประธานไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับ ข้อ ๘

นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร กาญจนบุรี

ให้ผมประท้วงให้จบก่อนสิครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมฟังพอเข้าใจแล้วว่าท่านประท้วงผมตามข้อบังคับ ข้อ ๘ นั่งลงครับ

นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร กาญจนบุรี

ถ้าเข้าใจแล้วเรื่องของ การไม่ปฏิบัติในการยับยั้งการประท้วงขัดขวางการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็พวกเรานะครับ ผมก็ได้รับความร่วมมือจากทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลเรามีข้อตกลง ร่วมกันว่าเราอยากจะให้ท่านใช้สิทธิในการอภิปรายได้เต็มที่ เราก็ดูจากประวัติศาสตร์ ของพวกเรามีการประท้วงกันยาวนาน ผมก็พยายามที่จะทำอย่างไรก็ได้ที่จะให้การประท้วง น้อยลง แล้วก็ให้แต่ละฝ่ายมีความอดทน อย่างเมื่อกี้ผมก็วินิจฉัยไปแล้วบอกว่า ท่านจะอภิปรายอย่างไรก็เป็นเรื่องของท่านผู้อภิปราย แต่ท่านจะเชื่อ ไม่เชื่อ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เอาประเด็นกลับคืนมาว่าในข้อบังคับ ข้อ ๘ ผมอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๒๓ และข้อ ๖๘ ที่ท่านบอกว่าผมไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ผมก็อาศัยข้อนี้เป็นอำนาจของประธาน ก็เท่านั้นเองครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีกำลังจะชี้แจง กำลังจะขอเอกสารเท่านั้นแหละนะครับ

(นายถาวร เสนเนียม ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญท่านประท้วง ผมวินิจฉัยไปแล้วตามข้อบังคับ ข้อ ๘ เชิญท่านประท้วงครับ

นายถาวร เสนเนียม สงขลา

ท่านประธานที่เคารพ เนื่องจากขณะนี้ เรากำลังใช้เหตุผลกันว่าการควบคุมการประชุมของท่านประธานนั้นเป็นไปตามบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ แล้วก็เป็นไปตามข้อบังคับของการประชุมหรือไม่ แล้วก็เมื่อเช้า มีการพาดพิง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประท้วงอะไรครับ

นายถาวร เสนเนียม สงขลา

ท่านควบคุมการประชุมไม่ได้เป็นไปตาม ข้อบังคับแล้ววินิจฉัยผิดพลาดเมื่อเช้า

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือเดี๋ยวเอาประเด็นของท่านก่อน การวินิจฉัยเมื่อประธานวินิจฉัยแล้วถือว่ายุติ เอาเรื่องที่ท่านบอกว่าไม่ควบคุมดีกว่าครับ เชิญครับ

นายถาวร เสนเนียม สงขลา

การไม่ควบคุมให้การประชุมเป็นไปอย่าง เรียบร้อยนั้นเกิดจากการยกเอาตัวอย่างของผมเมื่อคราวอภิปรายไม่ไว้วางใจกรณี ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถูกไม่ไว้วางใจ แล้วก็ผมถูกพาดพิง นำไปสู่การ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ เดี๋ยวนะครับท่านถาวร เมื่อเช้าผมจำได้ว่ามีท่านสมาชิกฝั่งนี้ ผมไม่ได้พูด เอาเรื่อง ที่ท่านประธานอนุญาตในสมัยที่แล้วมาพูดว่าในกรณีที่ท่านประธานได้วินิจฉัยแล้วว่า เนื่องจากท่านกำกับดูแลด้านนี้ ประธานในขณะนั้นจึงอนุญาตให้ผู้อภิปรายใช้สิทธิได้ เชิญท่านต่อครับ

นายถาวร เสนเนียม สงขลา

ทีนี้ผมจะขอชี้แจงว่าคำวินิจฉัยของ ท่านประธานที่เป็นแนวปฏิบัติและเป็นไปตามข้อบังคับกรณีของผมนั้นเป็นอย่างไรเพื่อให้ ทุกท่านที่อยู่ในห้องประชุมนี้และท่านประธานที่ควบคุมการประชุมได้ใช้ประกอบ การอภิปรายไม่ไว้วางใจคราวนั้นเกิดเมื่อวันที่ ๑๕-๑๖ มีนาคม ๒๕๕๔ เหตุการณ์มีอยู่ว่า อย่างนี้ ในรายงานการประชุมที่อยู่ในมือผม หน้า ๙๒๔ ในคราวประชุมคราวนั้น ท่านซูการ์โน ขออนุญาตที่เอ่ยนาม พูดว่าท่านประธานที่เคารพครับ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดยะลา

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะท่าน คืออย่างนี้ได้ไหมครับ ให้ท่านพูดเสร็จเป็นทีละท่านก่อนได้ไหมครับ ก็ผมกำลัง อนุญาตเรื่องลำดับความอยู่ท่านก็มาประท้วง มันก็ไม่จบนะครับ ผมเอาอย่างนี้ได้ไหมครับ ให้ฟังท่านถาวรให้จบก่อน ขอความร่วมมือท่านประธานวิปรัฐบาลด้วยนะครับ เชิญครับ

นายถาวร เสนเนียม สงขลา

“วันนี้ผมอภิปรายตัวนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะการแก้ปัญหาความล้มเหลวในการแก้ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วก็อยากให้ท่านใช้ข้อบังคับให้เคร่งครัดด้วย เพราะว่าท่านเปิด ประเด็นให้ผู้อื่นที่ไม่ได้ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคเพื่อไทยนี้ ปัญหาภาคใต้ไม่ใช่เฉพาะ ปัญหา ศอ.บต. เท่านั้นที่เข้าไปแก้ปัญหา ๑๓ กระทรวง รัฐมนตรี ๑๓ คน รัฐมนตรีช่วยว่าการทุกคน ก็สามารถตอบปัญหาการอภิปรายของพวกเราสมาชิกในวันนี้ วันนี้ญัตติเราอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรีที่ชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถึงความล้มเหลวของการแก้ไขปัญหาความรุนแรง ผมไม่ได้เกรงใจ รู้สึกไม่สบายใจที่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยจะตอบ แต่ผมไม่ได้อภิปรายท่าน แล้วเมื่อสักครู่ท่านนายกรัฐมนตรีก็ตอบประเด็นที่พวกเราได้ อภิปรายไปแล้ว ผมอยากให้ท่านประธานได้เคร่งครัดในข้อบังคับการประชุมสภาด้วยครับ ขอขอบคุณมาก” หลังจากนั้นผมก็ยกมือ ท่านประธานครับ ยกมือเพื่อที่จะตอบ แต่ปรากฏว่า คนที่อยู่ในห้องประชุมซึ่งเป็นฝ่ายค้านในขณะนั้นก็บอกว่าผมผิดข้อบังคับ ผมก็ไม่ได้มีโอกาส ชี้แจงต่อไป ดังรายงานในหน้า ๙๒๘ ที่อยู่ในมือผมครับ “นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านประธานครับ เพื่อตัดปัญหานะครับ จริง ๆ แล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรองนายกรัฐมนตรีสามารถตอบคำถามและชี้แจงได้อยู่แล้ว แต่เนื่องจากความรู้สึกของผม ความคิดของผมอย่างที่ท่านประธานวินิจฉัย แต่ไม่เป็นไรครับ ต้องขอขอบคุณเพื่อนที่เป็นห่วงเป็นใยอย่างน้อยที่สุด ๒ ท่านที่เห็นความสำคัญของ การแก้ไขปัญหาภาคใต้ แล้วก็หยิบยกเอาคำถามรวมทั้งการเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ ผมยังคงดูแลพื้นที่ภาคใต้อยู่ ถ้าท่านทั้งหลายอยากจะไปแก้ปัญหากับผม ไม่ว่าจะอยู่ใน สถานะใด ซึ่งหลายท่านที่อยู่ในพรรคเพื่อไทยเคยลงไปบ่อย ๆ ก็ขอเชิญนะครับ ขอบคุณมากครับ” นั่นหมายความว่าผมไม่ได้มีโอกาสชี้แจง เป็นการปฏิบัติหน้าที่ของท่านประธาน อย่างเคร่งครัดไม่ให้คนที่ไม่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ชี้แจงแทน จึงกราบเรียนท่านประธาน ได้โปรดวินิจฉัยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือเมื่อเช้าผมได้ชี้แจงไปแล้วนะครับ ผมก็จะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ ผมก็ลำดับข้อเท็จจริง แล้วก็ลำดับข้อกฎหมายและข้อบังคับให้ฟังหมดแล้วนะครับ ผมว่าเอาอย่างนี้ครับ เพื่อที่จะให้การทำหน้าที่ของฝ่ายค้านได้มีประสิทธิภาพแล้วก็สมบูรณ์แบบ ผมขอให้ทางวิป ๒ ฝ่ายไปตกลงกันว่าเอาแค่ไหนเพียงใดนะครับ ผมจะได้กำกับการประชุมต่อไป ถ้ามาเถียงกันอย่างนี้ไม่จบนะครับ ถ้าไม่จบผมก็ต้องใช้ ข้อบังคับนี้ต่อไป ขอความร่วมมือวิปทั้ง ๒ ฝ่ายคุยกันให้จบนะครับ ถ้าเถียงกันอย่างนี้ ไม่จบหรอกครับ ข้อความเห็นของแต่ละท่านก็ไม่ใช่ธรรมดาทุกคนนะครับที่จะมานั่ง ในที่นี้ได้นะครับ ทีนี้ผมถามต่อไปว่าฝ่ายค้านมีท่านใดอีกไหมครับเรื่องนี้ เชิญครับคุยเรื่องนี้ เชิญวิปทั้ง ๒ ฝ่ายหารือกัน เชิญท่านอรรถพรครับ เดี๋ยวท่านเฉลิมรอนิดหนึ่งครับ เชิญครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสได้อภิปรายในญัตติไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งมีพฤติการณ์การบริหารราชการแผ่นดิน บกพร่อง ล้มเหลว ผิดพลาด ไร้ความสามารถ ไร้ประสิทธิภาพ ไม่ได้ปฏิบัติตามนโยบาย ที่แถลงไว้ต่อรัฐสภาและประชาชน ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายรัฐบาลว่าผมขอโอกาสที่จะอภิปรายอย่างสุดกำลัง ความสามารถอย่างเต็มที่ พวกผมอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ไม่ได้กระทำในนาม ส.ส. ของพรรคฝ่ายค้านเพียงลำพัง แต่หน้าที่การตรวจสอบคุ้มครองภาษีอากรของ พี่น้องประชาชนเป็นหน้าที่ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล เป็นภารกิจอันศักดิ์สิทธิ์ร่วมกัน ที่เราต้องร่วมมือกันตรวจสอบเพราะเราไม่ใช่เป็นขี้ข้าของใครครับ แต่เราคือขี้ข้าของ ประชาชนและพี่น้องประชาชน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ ท่านครับ เราอภิปรายเมื่อออกไปผมจะต้องกำกับเพื่อที่จะให้ใช้คำสุภาพนะครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

นี่ผมพูดสิ่งที่เป็นความจริงเลยครับ เราเป็นขี้ข้าประชาชน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือท่านจะพูดความจริงอย่างไรก็ตามนะครับ เราต้องใช้คำสุภาพ แล้วก็เดี๋ยวผมแจ้งท่าน มีคลิปของท่านในคลิปที่ ๙ ท่านประธานไม่อนุญาต ท่านจะได้ทราบนะครับ ขอให้ใช้ คำสุภาพนะครับ เชิญครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

ผมก็ยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าผมเป็นขี้ข้า ของประชาชน มันไม่ใช่คำไม่สุภาพตรงไหน เป็นคำที่ไพเราะที่สุดในความรู้สึกของ พี่น้องประชาชน เราฟังการอภิปรายมาจากท่าน ส.ส. เกียรติ สิทธีอมร จากท่าน ส.ส. ยุพราช บัวอินทร์ แล้วเราก็จะเกิดความรู้สึกว่าที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบาย เรื่องโครงการรับจำนำข้าว ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม บอกว่าโครงการนี้เป็นโครงการ ที่จะสร้างชีวิตใหม่ อนาคตใหม่ให้กับชาวนา เป็นครั้งแรกที่ชาวนาจะประกาศชัยชนะ เหนือโรงสี เหนือพ่อค้าข้าว เหนือพ่อค้าส่งออก เราจะพบอนาคตใหม่แล้ว แต่ความเป็นจริง โลกที่เราเข้าไปสัมผัสมันไม่ใช่ ความเป็นจริงที่เข้าไปสัมผัสก็คือความวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่งว่า ขณะนี้วงการข้าวไทยมันกำลังวิบัติ ตลาดข้าวส่งออกกำลังล่มสลาย การกู้หนี้ยืมสินปีละกว่า ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเกือบเท่างบลงทุนของประเทศเพื่อเอามาใช้ในโครงการนี้ มันเกิดประโยชน์ให้กับพี่น้องชาวนา หรือโรงสี หรือพ่อค้าคนกลาง ผู้ร้ายรายเก่ารายเดิม นั่นคือสิ่งซึ่งเป็นที่หวาดวิตก สังคมตั้งข้อสงสัย ท่านอาจจะบอกว่าฝ่ายค้าน ก็ต้องพูดอย่างนี้แหละครับ รัฐบาลทำอะไรก็ไม่ดีสักอย่าง มันมีคำพูดของคนซึ่งเป็นกลาง คนที่ไม่สวมใส่เสื้อสีอะไรทั้งสิ้น คนซึ่งไม่เป็นขี้ข้าของใคร คนซึ่งไม่มีผลประโยชน์ ทางการเมืองกับใครทั้งสิ้น ที่ผมอยากจะนำเสนอต่อสภาแห่งนี้อย่างน้อย ๓ ท่านด้วยกันครับ ทำไมเขาจึงพูดอย่างนี้มา เขาได้กลิ่นอะไร เขาสัมผัสถึงข้อมูลอะไร เขาห่วง เขากังวลอะไรครับ

คนแรกหม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เขาบอกว่าอย่างไร ท่านบอกว่าเลิกนโยบายแบบนี้และหยุดสร้างหนี้ได้แล้วเพื่อให้ประเทศไทย อยู่ต่อไปได้ เพราะจากประวัติศาสตร์แล้วเป็นนโยบายที่สร้างความเสียหายแก่ประเทศสูงที่สุด อีกท่านหนึ่งครับ ท่านนี้ไม่มีสีเสื้อครับ และท่านนี้อยู่เบื้องหลังการอุปถัมภ์ค้ำชูรัฐบาลนี้ ด้วยซ้ำครับ ดอกเตอร์วีรพงษ์ รามางกูร ประธานที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พูดว่าอย่างไรครับ นโยบายรับจำนำสินค้าเกษตรเป็นนโยบายที่ล้มเหลวที่สุด ตั้งแต่ทำกันมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๙ สูญเสียเงินละลายน้ำไปมากมาย โดยประโยชน์ไม่ได้ตกถึงมือ เกษตรกรอย่างที่คิด ผลประโยชน์ส่วนใหญ่อยู่กับโรงสี ผู้ส่งออก รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง พรรคพวกของนักการเมืองจึงไม่ยอมมีใครยอมเลิกโครงการนี้ครับ มันไม่ใช่เรื่องของฝ่ายค้าน พูดเพียงฝ่ายเดียวครับ แต่คนที่เขารักบ้านรักเมืองรักประเทศไทยเขาก็พูดอย่างนี้ เป็นเสียงเดียวกัน ผมกราบเรียนท่านประธานครับ จากข้อมูลที่พวกเราเข้าไปสัมผัส ไปตรวจสอบ เดินทางไกลหลายร้อยกิโลเมตร เราพบว่าโครงการรับจำนำข้าว ถ้าเป็นคน ก็ไม่มีชีวิตไปแล้วครับ กลายเป็นซากศพไปหมดแล้วครับ แตะตรงไหนเจอแต่รอยแผล เจอแต่น้ำหนอง เจอแต่เลือด เจอแต่หนอนทุกจุดครับ กลิ่นมันคลุ้งไปหมดละครับ ก็มีในสภาแห่งนี้ กระมังครับที่มีดอกไม้เต็มไปหมดมันก็กลบกลิ่นไม่ได้ กลิ่นทุจริต กลิ่นความบกพร่อง กลิ่นความล้มเหลวของโครงการนี้ คนที่ไม่ได้กลิ่นมีอยู่ ๓ ประเภท ๑. พวกสมองไม่รับไม่รู้ ๒. คนที่คุ้นเคยกับกลิ่นสกปรกของเน่าเหม็นพวกนี้ กับ ๓. คนที่หากินกับศพ เพื่อไม่ให้ เสียเวลาอีกต่อไป ผมจะพาท่านประธานและเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งฝ่ายค้านและ ฝ่ายรัฐบาลไปชันสูตรพลิกศพกันครับ ผมจะเริ่มจากที่ไกลก่อนเลยครับ แล้วมันจะใกล้เรื่อย ๆ แล้วสุดท้ายจะมีสมาชิกคนต่อไปพิสูจน์ศพในทำเนียบรัฐบาลครับ เริ่มต้นกันเลยครับ ชายแดนสระแก้ว อำเภอตาพระยา ท่านดูคลิปครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ตรงนี้เขาเรียกด่านบึงตะกวน อำเภอตาพระยา ติดชายแดนเขมรจังหวัดบันเตียเมียนเจย เห็นวิ่งนะครับ ข้าวเขมรทั้งนั้น ตันละ ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ บาท ขนกันอย่างเปิดเผยครับ ขนไปไหนครับ ขนมาจำนำในประเทศไทย อย่างไรครับ มาควักเงินในกระเป๋าของพวกเราในสภาแห่งนี้และพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ กำไรเกวียนหนึ่ง ตันหนึ่งมากกว่า ๑๐,๐๐๐ บาท เดี๋ยวดูกลางวันให้ชัด ๆ ไปเลยครับ ด่านบึงตะกวน ด่านทับเซียม หมู่ ๑๐ อำเภอตาพระยา ตำบลคลองน้ำใส ตลาดโรงเกลือ ดูครับ พี่น้องที่ฟังการถ่ายทอดสดอยู่ทั้งประเทศ

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอให้ภาพเสร็จก่อนได้ไหมค่อยประท้วง ประธานกำลังดูภาพอยู่ครับ เดี๋ยวให้เสร็จก่อนครับ ให้ภาพจบก่อนได้ไหม เดี๋ยวหยุดก่อนครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

จ่าประสิทธิ์ให้ผมทำหน้าที่ปกปักรักษา ประโยชน์ชาวนาเถอะครับ ให้ผมทำหน้าที่เถอะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญประท้วงครับ เดี๋ยวภาพหยุดไว้ก่อนครับ ท่านประท้วงอะไรครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ ภาพที่นำมาเสนอต่อสภาไม่รู้เรื่องเลย และพูดเอาเองเป็นภาพดำ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

นั่งลงครับ ขอวินิจฉัยนะครับ ภาพนี้ท่านมาประกอบเรื่องการบริหารการดูแลการควบคุม กำกับในเรื่องของข้าวของท่านอยู่ ฟังให้จบก่อนนะครับ ใจเย็น ๆ ยังอยู่ในประเด็นอยู่ ฉายภาพต่อครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

ขอบคุณครับท่านประธาน คลิปเหล่านี้ ผ่านการตรวจสอบเรียบร้อย เดี๋ยวมีชัดกว่านี้เยอะครับ มีจังหวัดสุรินทร์ด้วยครับ จ่าประสิทธิ์ ให้ผมทำหน้าที่เถอะครับคุณจ่าครับ เชิญต่อไปครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ก็เจ็บปวดร่วมกันครับ ไม่ว่ารัฐบาลหรือ ฝ่ายค้าน เงินของเราครับ กลางคืนไม่ค่อยชัดใช่ไหมครับ เดี๋ยวเราไปกลางวัน ผมกราบเรียน ท่านประธานครับ คนที่นั่นเขาทนไม่ไหว เขามาร่วมกับเราไปแฝงตัวอยู่ตรงชายแดน ๓ วัน จึงจะได้ภาพนี้มานะครับ ดูกลางวันบ้างจะได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ด่านบึงตะกวน ฝั่งโน้นก็ตำบลทมอปวก จังหวัดบันเตียเมียนเจย ขอให้ดูด้วยความเป็นธรรม คำพูดสุดที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดของคนที่นั่นครับ เขาเสียดายเงินภาษีของเขาครับ อย่างนี้อย่างไรครับที่ปริมาณข้าวปีนี้มันขึ้นไป ๓๗,๐๐๐,๐๐๐ ตันจาก ๓๓,๐๐๐,๐๐๐ ตัน อีก ๓,๐๐๐,๐๐๐ ตันมันมาจากข้าวพวกนี้ครับกี่หมื่นล้านตัน เอา ๑๕,๐๐๐ คูณเข้าไปเถอะครับ ๓,๐๐๐,๐๐๐ ตัน คูณด้วย ๑๕,๐๐๐ แล้วมันเป็นข้าวคุณภาพต่ำกินไม่ได้หรอก นั่นศพแรกครับ มันไม่ได้มีที่เดียวนะครับ ตำบลคลองน้ำใส จังหวัดสระแก้ว

(นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ได้กลับมาขึ้น บัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านอรรถพรครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านชูวิทย์ครับ

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

ท่านประธานครับ ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ จังหวัดอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ขอประท้วงผู้ที่กำลังฉายหนังอยู่ครับ รู้ได้อย่างไรว่าเป็นรถข้าว ถึงจะเป็นรถข้าวมันก็ไม่เกี่ยวกับนโยบายรับจำนำข้าว ข้าวเขมร ข้าวลาวหรือข้าวพม่านี่ไม่ได้เกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวเลยครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

ท่านชูวิทย์อยู่จังหวัดอุบลราชธานี พูดมาพอดีอย่างนั้นเราไปจังหวัดอุบลราชธานีกันเลยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครับ มีผู้ประท้วงครับ เป็นเรื่องที่ประธานจะต้องวินิจฉัย ที่จริงการอภิปรายญัตติไม่ไว้วางใจ เป็นเรื่องที่ฝ่ายค้านจะกล่าวหา นี่ก็เป็นการกล่าวหาด้วยภาพ ส่วนจะมีเหตุผลไม่มีเหตุผล ก็เป็นเรื่องของฝ่ายค้านเป็นหน้าที่อยู่แล้วครับ แล้วผู้ถูกกล่าวหาก็จะชี้แจงเอง ท่านดำเนินการต่อเลยครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

เมื่อท่านชูวิทย์ได้ประท้วงผม ผมก็จะพา ท่านประธานไปชันสูตรพลิกศพที่จังหวัดอุบลราชธานีบ้านท่านชูวิทย์เลยครับ ขอเชิญคลิป ต่อไปครับ ภาพนี้จากข่าว ๓ มิติ ช่อง ๓ ครับ นายจตุรงค์ สุขเอียด รายงานอำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานีครับ ขนเป็นโรงงานอุตสาหกรรมเลยเงินคนไทยทั้งนั้นนะครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“.............. : วันที่ ๑๒ ตุลาคมที่ผ่านมา เรากลับมาอีกครั้งหนึ่งนี่คือภาพที่ดู ไม่ต่างจากโรงงานจัดแยก ภาพที่เห็นคือข้าวที่บรรจุในกระสอบสีขาวกำลังไหลลงมาตามราง คล้ายสายพานการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม เมื่อส่งไปจะเห็นคนงานคอยลำเลียงให้ กระสอบลงไปสู่ปลายทางที่ริมน้ำ ด้านบนจะเห็นรถบรรทุกสิบล้อจอดอยู่ แต่ไม่เห็นว่ามีกี่คัน ส่วนที่ริมน้ำจะเห็นคนงานกำลังขนข้าว และเมื่อลำหนึ่งกลับเข้ามาก็จะมีเรือลำใหม่ วิ่งสวนทางเข้าไป สายที่อยู่ฝั่งลาวระบุว่าวันนี้น่าจะมีปริมาณข้าวไม่ต่ำกว่า ๕,๐๐๐ กระสอบ กระสอบหนึ่งหนักประมาณ ๕๐ กิโลกรัม และเพื่อให้เห็นว่าพวกเขานำข้าวไปขึ้นที่ไหน ทีมข่าว ๓ มิติจึงอ้อมไปทางหมู่บ้านสามพันโบกซึ่งอยู่ปลายของหมู่บ้าน แล้วว่าจ้างเรือ นำเที่ยววิ่งทวนกระแสน้ำขึ้นไป วันนี้ที่ท่าข้าวที่เราเคยเข้าไปไม่มีการขนข้าว มีเพียงชาวบ้าน บางส่วนกำลังปรับดินเพื่อใช้เป็นบันไดขึ้นลง แต่เมื่อเลยหาดสองสลึงไปก็จะเห็นภาพนี้ เจ้าหน้าที่บางหน่วยงานยอมรับว่าแม้จะรู้กันทั้งจังหวัดว่ามีการลักลอบนำเข้าข้าวจากลาวเข้า มานานแล้ว แต่ไม่มีการเข้าไปแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ หากมีหน่วยงานใดเข้าไปเพียงลำพัง ก็จะถูกกล่าวหาว่าไปหาประโยชน์จากข้าวเถื่อนกับชาวบ้านเหล่านี้ด้วย”

มาฟังบทสรุปกันนะครับ

“............. : ตัวเลขการนำเข้าข้าวที่แท้จริงนั้นไม่สามารถประเมินได้นะครับ เพราะว่าแต่ละเที่ยวก็ไม่เท่ากัน ที่ชาวบ้านร้องเรียนมาก็คือจะมีข้าวลาวนั้นผ่านเข้ามา เกือบทุกวัน ซึ่งถ้าเป็นข้าวเปลือกก็จะส่งตรงไปให้กับโรงสีที่สั่งซื้อผ่านตัวแทนของกลุ่ม แต่ว่าถ้าเป็นข้าวที่สีแล้วส่วนหนึ่งจะเปลี่ยนถุงบรรจุใหม่ แล้วก็ส่งให้พ่อค้าข้าวตามตลาด และที่มากก็คือจะส่งไปที่โรงสี ซึ่งถ้าเป็นโรงสีที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำกับรัฐบาล เมื่อครบกำหนดสีแล้วก็จะนำข้าวเหล่านี้ไปสวมแทนข้าวที่รับจำนำมา เพราะว่ามีราคาถูกกว่า ดูราคาข้าวเปลือกเหนียวที่เมืองเพ็ง แขวงสะหวันนะเขต จะอยู่ที่กิโลกรัมละ ๖-๖.๕๐ บาท ต่อกิโลกรัม เฉลี่ยตันละ ๖,๐๐๐ บาท ถึง ๖,๕๐๐ บาท ขณะที่โครงการรับจำนำข้าวเปลือกเหนียว อยู่ที่ตันละ ๑๖,๐๐๐ บาท ข้าวสารเหนียวรวมค่าขนส่งมาที่ท่าริมแม่น้ำโขงราคาประมาณ ๑๓-๑๔ บาทต่อกิโลกรัม ขายปลีกตามท้องตลาดในบ้านเราประมาณ ๒๒-๒๕ บาทต่อกิโลกรัม ส่วนข้าวเปลือกหอมมะลิราคาที่ฝั่งประเทศ สปป. ลาวอยู่ที่กิโลกรัมละ ๙ บาท หรือประมาณ ๙,๐๐๐ บาทต่อตัน ขณะที่รัฐบาลกำหนดราคารับจำนำข้าวเปลือกหอมมะลิราคา ๒๐,๐๐๐ บาทต่อตัน ซึ่งราคาก็ลดลงตามค่าความชื้นที่มากขึ้น นี่เป็นเพียงตัวอย่างที่เรา พยายามให้เห็นนะครับว่านอกจากปัญหาการสวมสิทธิ์เกษตรกรและเอาเปรียบชาวนา ของกลุ่มผู้ประกอบการโรงสีบางรายแล้วก็ยังมีความพยายามลักลอบนำเข้าข้าวจาก ประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาสวมในโครงการรับจำนำแบบนี้ครับ ข้าวนอกระบบเหล่านี้ก็เป็น ส่วนหนึ่งที่ทำลายกลไกตลาดข้าวของไทยด้วย เราเสนอเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมานะครับ เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างจริงจังเพื่อประโยชน์สูงสุดกับงบประมาณที่จ่ายไปและชาวนา ที่ควรจะได้รับประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วยด้วยเช่นเดียวกัน”

เราคงเจ็บปวดร่วมกันนะครับ ผมกราบเรียนย้ำกับท่านประธานครับ ข้าวเปลือกเหนียวลาวกำไรเมื่อเข้าโครงการรับจำนำ ตันละ ๑๐,๐๐๐ บาท ถ้าข้าวสารเหนียวลาวกำไร ๘,๐๐๐-๙,๐๐๐ บาททุกตันครับ และ ข้าวเปลือกหอมมะลิกำไร ๑๑,๐๐๐ บาททุกตัน ซึ่งมาจากภาษีอากรของคนไทยทุกคน รวมทั้งพี่น้องประชาชนที่รับฟังการถ่ายทอดสดอยู่ทั้งประเทศ นั่นคือส่วนของ ข้าวต่างประเทศที่มาสวมสิทธิ์โกงเงินภาษีของเราครับ แต่ข้าวในประเทศเขาโกงกันอย่างไร เขาทำกันอย่างไร

(นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วง ท่านชูวิทย์เชิญครับ

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

ท่านประธานครับ ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ประท้วงผู้ที่กำลังอภิปรายครับ ซึ่งบอกว่าเมื่อกี้ชวนไปที่จังหวัดอุบลราชธานี เราก็ได้ดูภาพยนตร์เรื่องจังหวัดอุบลราชธานีเมื่อกี้

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านชูวิทย์ ประท้วงประเด็นไหน ข้อบังคับข้อไหนครับ

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

ประเด็นพาดพิง จังหวัดอุบลราชธานีว่ามีการโกงรับจำนำข้าว

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

โกงทั่วประเทศนะครับ เห็นอยู่กับตาครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าอย่างนั้น ผมคงไม่อนุญาตนะครับ ท่านนั่งเถอะครับ ผมย้ำแล้วนะครับเป็นเรื่องที่ฝ่ายค้านเขากล่าวหา ตามญัตติที่เขายื่นไม่ไว้วางใจ ส่วนจะเป็นเรื่องเท็จหรือไม่เท็จผู้ที่ถูกกล่าวหาก็จะได้ชี้แจงอีกที ท่านคงไม่มีสิทธิที่จะมาชี้แจงแทนนะครับ ท่านชูวิทย์ครับท่านไม่มีสิทธิที่จะชี้แจงแทนนะครับ ท่านนั่งเถอะครับไม่เสียหายหรอกครับผมวินิจฉัยแล้ว นั่งเถอะครับ ท่านชูวิทย์นั่งเถอะครับ ท่านครับนั่งเถอะครับไม่เสียหายหรอกครับ เชิญท่านอรรถพรต่อเลยครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

ขอบคุณท่านประธานครับ ผมจะได้ชวน ท่าน ส.ส. ชูวิทย์ไปร่วมกัน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านต่อของท่าน เถอะครับ ผมปิดไมโครโฟนแล้วไม่มีอะไรครับ นั่งเถอะครับ คงไม่อนุญาตหรอกครับ ท่านต่อของท่านเลยครับ เชิญครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

นั่นคือในภาคส่วนของการสวมสิทธิ์ โดยข้าวจากประเทศ สปป. ลาว จากประเทศกัมพูชา ซึ่งทำให้ปริมาณข้าวในประเทศเพิ่มขึ้น ไปถึง ๓๗ ล้านตัน และเราต้องใช้เงินกับสิ่งเหล่านี้เป็นหมื่น ๆ ล้านบาท ซึ่งมาจากภาษีอากร ของประชาชน คุณชูวิทย์ไม่ยอมเลิกครับ อย่างนั้นเดี๋ยวผมอยู่จังหวัดอุบลราชธานีต่อ

(นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านชูวิทย์ ผมดูแลอยู่นะครับ ปล่อยให้เขาได้ทำหน้าที่ของเขาเถอะครับ ท่านนั่งเถอะครับ ผมไม่อนุญาตครับ ท่านนั่งเถอะครับ การที่เขาพูดถึงจังหวัดอุบลราชธานีไม่ได้หมายถึงว่าเราจะใช้สิทธิ ตรงนั้นพาดพิงแล้วทำให้เสียหาย มันไม่เข้าข่ายครับ ผมคงไม่อนุญาตครับ

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านประสิทธิ์ครับ นั่งเถอะครับ เชิญครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ เมื่อกี้ผู้อภิปรายได้พาดพิง ถึงคุณชูวิทย์

(นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครับ ผมฟังอยู่ แล้วผมก็ดำเนินการตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ทุกประการ ผมไม่ได้ทำผิดข้อบังคับ ข้อ ๘ หรอกครับ เป็นหน้าที่ของประธานที่ต้องควบคุมการประชุมให้มีประสิทธิภาพอยู่แล้ว ท่านนั่งเถอะครับ นั่งเถอะครับ ท่านชูวิทย์นั่งเถอะครับ เข้าใจครับ ท่านเป็นผู้แทนราษฎร จังหวัดอุบลราชธานี ผมเข้าใจ ทีนี้เขาพูดถึงจังหวัดอุบลราชธานีไม่ได้หมายความว่าท่านจะ ใช้สิทธิพาดพิงที่ทำให้เกิดความเสียหาย มันไม่ใช่ ถ้าอย่างนั้นมันก็พาดพิงกันไปทั้งหมด ไม่เป็นอะไรผมคงไม่อนุญาตแล้วครับ ท่านปล่อยให้เขาทำหน้าที่ของเขาดีกว่า ท่านครับ เชื่อเถอะครับ ผมดูแลอยู่ครับ นั่งเถอะครับ

(นายวรชัย เหมะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านครับ นั่งเถอะครับ เชิญครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการครับ ท่านไม่ให้พาดพิงผมขอประท้วงตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ท่านประธานครับ ใส่ร้ายป้ายสีครับ เพราะว่าจังหวัดของท่านกุ่ยไม่มีการรับจำนำข้าวเหนียว แล้วมาพูดถึงเรื่องข้าวเหนียวมันไม่ใช่ ใส่ร้าย

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมได้ชี้แจงแล้ว เป็นเรื่องที่เขากล่าวหา จะจริงหรือไม่จริงเดี๋ยวท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบจะได้ชี้แจงครับ ท่านวรชัย ผมวินิจฉัยแล้ว ท่านนั่งเถอะครับ ผมวินิจฉัยแล้วว่าท่านไม่ได้เสียหาย เขาไม่ได้ พาดพิงถึงท่านชูวิทย์นี่ครับ นั่งเถอะครับ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านบุญยอด จบแล้วครับ ให้ท่านอรรถพรได้อภิปรายต่อ ท่านอรรถพรเชิญเลยครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี 🔗

นั่นคือภาพการทุจริตด้วยการขนข้าว จากต่างชาติเข้ามาใช้ภาษีอากรของคนไทย ต่อไปเรามาดูในประเทศกันบ้างว่าเขาทำมาหากิน อย่างไร และรัฐบาลนี้บกพร่องในการตรวจสอบดูแลไร้ประสิทธิภาพในการใช้มาตรการ ควบคุมไม่ให้มีการปล้นภาษีอากรของคนไทยอย่างไร ผมยังอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานีต่อ เราไปดูสิ่งที่เขาเรียกกันว่าการเวียนเทียนข้าวกันว่าเขาทำกันอย่างไร

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

อำเภอพิบูลมังสาหารครับ อะไรเกิดขึ้นที่นั่น มีโรงสีอยู่แห่งหนึ่ง เดี๋ยวชื่อจะปรากฏในภาพครับ โรงสีนี้ใครเป็นเจ้าของไม่ทราบ ใส่หมวกยืนอยู่นั่นครับ ตั้งขบวนรถมุ่งหน้าจากโรงสีนี้ไปไหน ไปจังหวัดสุรินทร์ เป้าหมาย อยู่ตรงไหนเดี๋ยวติดตาม เลี้ยวเข้าไปนะครับ โรงสีแห่งแรกเป็นจุดรับจำนำในโครงการของ รัฐบาล เลี้ยวเข้าไปแล้วครับ เอากันตรง ๆ ดื้อ ๆ อย่างนี้ครับ ก็ระบบมันเปิดช่อง มันไร้ประสิทธิภาพครับ ดูชื่อนะครับ โรงสีนี้ครับ เป็นจุดรับจำนำข้าวในโครงการนี้ของ รัฐบาลเช่นเดียวกัน อยู่จังหวัดสุรินทร์ นี่เขาเรียกเวียนเทียน เอาข้าวจากจุดรับจำนำของ จังหวัดหนึ่งไปเวียนเทียนเข้าไปจำนำซ้ำอีกจังหวัดหนึ่งครับ เจ็บปวดไหมครับ เขาทุจริตกัน อย่างนี้ ความบกพร่องในมาตรการควบคุมต่าง ๆ ของรัฐบาลทำให้สิ่งนี้มันเกิดขึ้น ผมขออนุญาตเดินหน้าต่อไป คราวนี้เราลงมาทางภาคใต้ ผมอยากชวนท่านประธาน ไปชันสูตรพลิกศพว่านอกจากเขาจะเวียนเทียนข้าวกันอย่างนี้แล้วมันมีการเวียนเทียน ในระบบอย่างไรอีกบ้าง แล้วเราจะได้ร่วมกันตรวจสอบ ร่วมกันรักษาเงินภาษีของคนไทยทั้งประเทศเอาไว้ครับ โรงสีแห่งนี้ โกดังแห่งนี้ผมไม่บอกชื่อนะครับ เพราะภาพที่ได้มาเกิดจากคนในโรงสีในโกดังนี้ เขาทนไม่ไหว เขาเห็นพฤติกรรมการโกงชาติต่อหน้าต่อตาเขาทนไม่ไหว เขาเอาภาพนี้มาให้เรา แล้วเราตรวจสอบแล้วเป็นภาพจริงทุกประการ เดี๋ยวเรามาดูร่วมกันว่ามันจริงหรือไม่จริง ขอเชิญคลิปต่อไปครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............... : นี่คือที่เทข้าวที่เถ้าแก่ผมได้รับซื้อโครงการจากโครงการหลวง นี่ดูหลักฐานมันมีกระสอบอยู่นะครับ”

ดูกระสอบให้ดีนะครับ

“............... : “เดี๋ยวเราจะเดินดูที่เทข้าว นี่ครับมีข้าวหลงเหลืออยู่ก็จะขึ้นไป ขึ้น ขึ้น สังเกตให้ดีนะครับ เดี๋ยวผมจะคลี่ให้ดูนะครับว่ากระสอบนี่มีหลักฐานด้วยครับ สังเกตดูดี ๆ อันนี้คือข้าวโครงการหลวง สังเกตดูที่เส้นด้ายนะครับ นี่คือเส้นด้ายของปีที่แล้ว จะสีส้มกับสีขาวนะครับ”

A1 เลิศนาปีครับ เทออกมาบรรจุใหม่ เป็นข้าวนาปรังครับ

“............... : เดี๋ยวเราไปดูการที่เขาส่งไปที่บรรจุ กำลังลำเลียงนะครับ อันนี้ เข้าโครงการที่บรรจุเรียบร้อยแล้วครับ สังเกตให้ดีนะครับ มันจะมีส้ม ส้มของปีนี้นะครับ แล้วเราก็ดูต่อมานะครับ เราจะดูนี่คือข้าวที่จะบรรจุเข้าส่งโกดังเก่าอีกรอบหนึ่งนะครับ”

เขาโกงกันอย่างนี้ครับท่านประธาน กลางวันแสก ๆ นะครับ ด้วยกลไกที่ไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลนี้ เอาปลายข้าวเอวันเลิศนาปี เทออกจากกระสอบบรรจุใหม่ไปจำนำต่อเป็นนาปรัง อย่างนี้อย่างไรครับปริมาณข้าวจาก ๓๓ ล้านบาทมันจึงขึ้นไป ๓๗ ล้านบาท ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาทตรงนี้เงินเราทั้งนั้นนะครับ ท่านประธานอาจจะสงสัยว่ามันทำกันอย่างนี้แล้วเวลาไปตรวจสอบตามโกดัง ตามโรงสี มันไม่เจอข้าวด้อยคุณภาพอย่างนี้บ้างหรือไม่ เจอหรือไม่เจอท่านประธานเดินทางไปกับผมครับ เดี๋ยวเราไปจังหวัดสระบุรีกันครับว่ามันเจออะไรตรงนั้น เชิญคลิปต่อไปครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

คณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร คือท่าน ส.ส. ชนินทร์ รุ่งแสง ส.ส. นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม เข้าตรวจโรงสีนี้โดยไม่บอกล่วงหน้า จู่โจมเข้าตรวจ เจออันนี้ครับ

“............... : เห็นไหมครับ คือสำหรับคนที่ไม่มีประสบการณ์เรื่องการดูแลข้าว อันที่คล้ำมันดูรู้เลยว่ามันเป็นข้าวที่มันไม่สดใสมันไม่ใหม่ อันนี้คือข้าวใหม่ ๒ กองนี้จะเห็นถึง ความแตกต่างกัน เห็นไหมครับ อันนี้ที่เราจับดู เวลามาตรวจมันก็เห็นเลยครับ นี่คือข้าวใหม่ โอเคมันก็ต้องมีของดีล้อมอยู่ข้างนอก แต่ของที่อยู่ข้างในมันมีโอกาสที่จะไม่ใช่ของดี เมื่อกี้เราเถียงกันตั้งนานแต่สุดท้ายเราไปเปรียบเทียบ อันนี้คือของเก่า อันนี้คือของใหม่ เราเปรียบเทียบกันอย่างนี้”

ภาษีอากรของคนไทยทั้งชาติ ก็ไปจ่ายเงินเพื่อแลกกับข้าวบูดพวกนี้ครับ แล้วข้าวที่เห็นอยู่ในจอก็อยู่หน้าผม ณ ขณะนี้ครับ ถ้าท่านประธานได้เห็นใกล้ ๆ ท่านก็จะสลดใจเจ็บปวดเหมือนผม อยู่ในมือผมนี่ครับ คนกินไม่ได้ครับ ไปหุงให้หมูกินหมูมันยังเดินหนีเลยครับ แต่ถ้าใครกินแล้วมันไม่โกงก็หุงให้ มันกินสัก ๑๐ หม้อนะครับ มันเจ็บปวดจริง ๆ ครับ ท่านประธานครับคนที่รักบ้านรักเมือง มีอยู่มากครับ เขาแจ้งเบาะแสเขาจูงมือเราไปตรวจสอบ เขาร่วมในกระบวนการตรวจสอบ เยอะแยะไปหมดครับ น่าแปลกใจที่สิ่งเหล่านี้ไม่ถึงหูไม่ถึงตาของนายกรัฐมนตรี ถ้าจะสงสัยว่า แล้วมันโกงกันขนาดนี้มันตรวจสอบไม่เจอหรืออย่างไร ผมจะพาท่านประธานไป จังหวัดนครสวรรค์แล้วไปเจอว่าขบวนการโกงที่เขาบอกวันนี้ชาวนาได้ชัยชนะแล้วโรงสี มันตายแล้ว ใครมันรวยกว่าชาวนา ใช่โรงสีผู้ร้ายคนเดิมหรือไม่ วงการข้าวมันเป็นอย่างไร ชาวนา ชนะแล้วจริงหรือไม่ เราไปดูคลิปต่อไปที่จังหวัดนครสวรรค์กันครับ เขาทำกันอย่างไรดูครับ เห็นแล้วจะน่าตกใจมากครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............... : ๘ สิงหาคม ๒๕๕๕ เราจะมาเก็บหลักฐานทำการคลุกข้าวเหลือง มาแอบเข้าโครงการจำนำ เดี๋ยวจะแทงออกมาให้ดูนะครับว่าข้าวมันเหลือง นี่ครับ ภาพที่เห็นนี่เป็นข้าวเหลืองล้วน ๆ เลยนะครับ อันนี้เขาจะเรียกว่าเอาข้าวไปหยอด หยอดลงหลุม คำว่าหยอดลงหลุมนี่ก็คือข้าวเหลืองไปซ่อนไว้ตรงกลางล้อมรอบด้วย ข้าวขาว เวลาเจ้าหน้าที่มาขอเปิดตรวจก็จะไม่เห็น คือก็เห็นเป็นข้าวขาว”

“............... : เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา น่าน แพร่”

เห็นไหมครับท่านประธานครับ วิธีโกงเขาทำอย่างนี้ครับ เขาเอาข้าวที่มันเสื่อมสภาพ มันเหลือง มันหุงกินไม่ได้แล้ว อยู่ในมือผมนี่ครับ ที่แอบไปเจาะมาเมื่อกี้ในรถที่รอเข้าโกดัง ไปหยอดไว้ตรงกลางครับ แล้วเอาข้าวดีล้อมเป็นกองไว้ด้านนอก ไอ้หลุมนี้ก็หยอดเข้าไป ๆ จนเต็มครับ เวลาไปตรวจ บอกตรง ๆ มันก็ส่งสัญญาณบอกกันล่วงหน้า เจาะเท่าไรก็ไม่เจอครับ เจาะไปมาเจอแต่ข้าวดี ซึ่งเป็นกำแพงล้อมอยู่ข้างนอก ตรงกลางข้าวเน่า ข้าวเสีย ข้าวเหลืองในมือผมทั้งนั้น หุงกินไม่ได้เลย โกงกันอย่างนี้ครับ ทั้งหมดที่เห็นเป็นเรื่องของการเอาข้าวซึ่งมีอยู่จริง มาเวียนเทียนมาปลอมปน แต่มันมีอีกแบบที่ร้ายยิ่งไปกว่านั้นอีกครับ อันนี้ไม่มีข้าวเลยครับ แต่มันก็สร้างเงินจากไม่มีข้าวเลยขึ้นมาได้ด้วยมาตรการที่มันหย่อนยานไร้ประสิทธิภาพของ รัฐบาลนี้ ไปใกล้บ้านผมจังหวัดนครปฐมหน่อยครับ ผมได้รับการร้องเรียนจาก พี่น้องประชาชนที่เขาทนไม่ไหว คนที่หมู่บ้านนี้ครับ เขาส่งชื่อมาอยู่ในมือผมนี่ครับ แต่ผมไม่อ่าน เพราะเดี๋ยวจะเกี่ยวพันกับบุคคลภายนอก ให้ชื่อมาหมดครับ หลายสิบรายครับ ไม่ว่าจะนายณัฐวุฒิ อ้าวชื่อพ้องโดยบังเอิญนะครับ นายจักรพันธุ์ นายอภิวัฒน์ นายหัสนัย เอาแค่นี้ครับ อยู่ในมือผมนี่ครับ เดี๋ยวผมจะมอบให้ท่านเฉลิม อยู่บำรุง คนเหล่านี้เขามีนาอยู่ ๑ ไร่ ๒ ไร่ ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำบ่อปลา ทำสวนผัก แต่วันหนึ่งก็จะมีคนไปชักชวน คนเหล่านี้ให้ไปขึ้นทะเบียนเกษตรกรผ่านการรับรองสอดไส้เรียบร้อยประชาคม แล้วก็ไปชั่ง น้ำหนักออกใบประทวนปลอม กลายเป็นถือครองที่ดินที่นา ๓๐ ไร่ ๔๐ ไร่ ๕๐ ไร่ ได้กันคนหนึ่ง ๕๐๐,๐๐๐-๖๐๐,๐๐๐ บาท โรงสีจ่ายให้ ๓,๐๐๐ บาท ที่เหลือ ๑๒,๐๐๐ บาท ก็แบ่งกันหมดตั้งแต่ระดับล่างสุดจนถึงระดับสูงสุด ไปตรงไหนบ้างเราจะไปติดตาม ตรวจสอบกัน ผมไปดูที่เกิดเหตุเลยครับ ผมไปชันสูตรพลิกศพที่ที่แห่งนี้เลยว่า ที่ถือที่ไร่ที่นา กันอยู่ ๕๐ ไร่ ๓๐ ไร่ จริง ๆ มันเป็นอย่างไรครับ ขอเชิญดูคลิปต่อไปครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

อำเภอดอนตูม บ้านใครก็ไม่ทราบ หมู่ที่ ๑ บ้านลาดสะแก นี่ครับ ปลูกข้าวกันอยู่เท่านี้ ๒ ไร่ ๓ ไร่ ๑ ไร่ บางทีก็ปลูกแค่ งานเดียวครับ แล้วเป็นสวนผัก ออกใบประทวนกัน ๓๐ ไร่ ๔๐ ไร่ คนเหล่านี้ตอนน้ำท่วม ก็ไปขอค่าชดเชยบ่อกุ้ง บ่อปลากันมา วันนี้ได้เงินกันหลาย ๆ แสนบาทโรงสีแบ่งให้เศษ ๆ ตันละ ๓,๐๐๐ บาท ที่เหลือก็แบ่งกันทั้งระบบครับ บ่อปลาครับ อันนี้ไม่มีข้าวเลยนะครับ ยังเสกสรรปั้นแต่งออกมาเป็นเงินเป็นทองได้ด้วยระบบที่มันไร้ประสิทธิภาพครับ ภาษีเราทั้งนั้น ที่ไปหล่อเลี้ยงระบบและกระบวนการเหล่านี้ น่าสงสารคนไทยและชาวนาไทยมากนะครับ บ่อปลาทั้งนั้น คนที่ไม่ทำนาก็จ่ายภาษีเป็นหนี้ร่วมกันปีหนึ่ง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่รู้โรงสีอะไรอยู่แถวนั้น ผมสงสัยว่าทำไมแถวนั้นมันเกิดเรื่องแบบนี้ถูกร้องเรียน ถูกแจ้งความดำเนินคดีหลายครั้งหลายหน ก็ไปเจอเข้าอีกเรื่องหนึ่งครับ อันนี้ไม่มีข้าว ไม่มีอะไรทั้งนั้น แต่ว่ามันมีการเพิ่มปริมาณ มันมีการโกงน้ำหนักครับ สิ่งที่อยู่ในมือผม เขาเรียกใบตาชั่งซึ่งจะออกโดยโรงสีเวลาชาวนาเอาข้าวไปให้เพื่อจะออกเป็นใบประทวน ต่อไป ไอ้ใบ ๒ ใบนี้มันเลขที่เดียวกัน แต่มันมีความแตกต่าง แตกต่างอย่างไร ขอเชิญดูคลิป ให้มันชัดเจนลงไปเลยครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............... : กระผมได้ทำนาที่อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม เป็นเนื้อที่ ๘ ไร่ วันที่ ๑๘ เดือนมิถุนายน ๒๕๕๕ ได้เกี่ยวข้าวและนำข้าวไปขึ้นที่โรงสีในอำเภอบางเลน น้ำหนักสุทธิของข้าวที่เกี่ยวได้ก็คือ ๒,๖๗๐ กิโลกรัม โรงสีให้เป็นเงินเกวียนละ ๑๑,๔๗๐ บาท รวมทั้งสิ้น ๓๐,๖๒๔ บาท แล้วก็โรงสีทำใบน้ำหนักอีก ๑ ใบ คือเลขที่ เดียวกัน วันที่ ๑๘ เดือน ๖ ปี ๒๕๕๕ เลขที่เดียวกันทั้งหมดคือดับบิวบี (WB) ๑๐๐๓๐๗๗๒ น้ำหนักที่โรงสีทำมาให้ก็คือ ๙,๓๗๐ กิโลกรัม”

เลขที่เดียวกันแต่มี ๒ ใบ

“............... : รวมเป็นเงิน ๑๐๐,๔๗๓ บาท เท่ากับว่าโรงสีส่งที่เกษตรกร ไปประมาณ ๗๐,๐๐๐ กว่าบาท”

“............... : ลองเทียบกันดู ๒ ใบเหมือนกันทุกอย่าง”

“............... : ๒ ใบ เลขที่เดียวกันทั้งหมด แต่แตกต่างที่น้ำหนักและตัวเงิน เกษตรกรได้เงินจริง ๓๐,๖๒๔ บาท โรงสีสวมสิทธิ์ไปประมาณ ๗๐,๐๐๐ กว่าบาท”

น้ำหนักจริงใช้เงิน ๓๐,๐๐๐ บาท แต่ในใบเลขที่เดียวกันก็ออกมาอีกใบหนึ่งน้ำหนักเพิ่มขึ้นได้เงินไป ๑๐๗,๐๐๐ บาท เงินตรงนี้ ส่วนหนึ่งก็ทอนกลับให้ชาวนา ส่วนใหญ่โรงสีก็เอาไปครับ โรงสีชื่ออะไร ดิลก อินเตอร์ไรซ์ อยู่แถวนั้นครับ วน ๆ อยู่แถวนั้นครับ ผมก็ว่าชื่อมันคุ้น ๆ แปลก ๆ ก็ลองแวะไปดูสิว่าโรงสีนี้ มันของใคร ผมไม่เอ่ยชื่อจะเสียหายต่อบุคคลภายนอกครับ มีหุ้นส่วนอยู่ ๒ คน นามสกุล กุลดิลก ก็คงเป็นเรื่องของท่านรัฐมนตรีชัจจ์ที่จะต้องไปชี้แจงต่อสาธารณชนในโอกาสต่อไป กราบเรียนท่านประธานครับ ด้วยเวลาที่จำกัดผมก็ชันสูตรพลิกศพได้บางแผลบางช่วง บางตอน แต่ศพนี้มันเน่าไปทั้งตัวครับ เราจะโทษโรงสีก็ไม่ถนัดครับ โรงสีก็แสวงหาค้ากำไร แต่มาตรการที่มันออกแบบมาให้มีการโกงทั้งระบบนี่ช่างคิดจริง ๆ นะครับ มันทำให้ชาวนา ซึ่งคิดว่าตัวเองเป็นผู้ชนะ ไม่ใช่ครับ ชาวนาก็กลายเป็นเหยื่อชิ้นเล็ก ๆ ที่ถูกคนมา กินเหยื่อชิ้นใหญ่กว่าก็คือกระบวนการอย่างเดิมแล้วปลายสุดมันก็ไปตกอยู่ที่นักการเมือง เดี๋ยวจะมีผู้อภิปรายท่านต่อไปที่จะได้ชันสูตรพลิกศพใกล้เข้ามา ใกล้เข้ามา ใกล้เข้ามา แล้วดูสิว่าศพสุดท้ายมันอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาลหรือไม่ ท่าน ส.ส. ยุพราช บัวอินทร์ เวลาหมดไปก่อนนะครับ ท่านต้องการจะสรุปให้เห็นว่ามีชาวนาอย่างน้อยหลายคน ที่ยิงตัวตาย ผูกคอตายด้วยหนี้สินที่เกิดจากโครงการนโยบายนี้ ผมไม่อยากให้ชาวนาไทย ต้องมาตายแม้แต่อีกศพเดียว มาแขวนคอตายแม้แต่อีกศพเดียวด้วยความด้อยประสิทธิภาพ ด้วยความบกพร่องหรือสมรู้ร่วมคิดไม่ทราบของรัฐบาลนี้ ถ้าจะแขวนคอตายนะครับ เชือกเส้นนี้ครับผมก็ขอมอบผ่านท่านประธานสภาไปยังนายกรัฐมนตรีหรือรัฐบาล ท่านจะเลือกใช้ประโยชน์จากเชือกเส้นนี้อย่างไร เลือกไปครับ จะไปดูเล่น จะไปแขวนคอ จะไปมอบให้ใครเลือกไปครับ แต่อย่าแขวนคออนาคตของประเทศและวงการข้าวไทย ให้พบกับความ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

รักษามารยาทด้วยครับ ท่านอรรถพรครับ ผมยังไม่ได้อนุญาตเลยนะครับที่นำวัสดุสิ่งของ เข้ามา ท่านเก็บเถอะครับ ท่านเก็บไว้เลยครับ ไม่อย่างนั้นผมไม่อนุญาตให้อภิปรายนะครับ อย่างนั้นท่านต่อของท่านเลยครับ ผมได้ตักเตือนและท่านเก็บแล้วครับ จบแล้วครับ เชิญต่อเถอะครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

ด้วยเหตุผลและข้อมูลทั้งหมด ที่จะอภิปรายมาจนถึงขณะนี้และที่จะอภิปรายต่อไปผมจึงไม่สามารถจะไว้วางใจ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้บริหารประเทศและนำประเทศไทยไปสู่ความวิบัติได้ อีกต่อไป ขอบพระคุณครับ

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครับ ผมวินิจฉัยแล้วแล้วเขาก็ได้ปฏิบัติตามที่ผมวินิจฉัยก็น่าจะจบแล้วนี่ครับ เชิญท่านพิเชษฐ์ครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ท่านประธานมีคณะกรรมการตรวจสอบ คลิปต่าง ๆ ตรวจสอบอุปกรณ์ที่จะนำเข้ามาห้องประชุม แล้วอุปกรณ์นี้เอาเข้ามาได้อย่างไร มันมากเกินไปสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ท่านประธานครับ ถ้าเป็นอาวุธปืน ถ้าเป็นสิ่งของที่เป็นอันตรายต่อสมาชิกล่ะครับ แล้วท่านประธานจะรับผิดชอบไหม อย่างนี้ต้องมีการดำเนินการทางจริยธรรมด้วย ไม่ใช่ว่าเอามาแสดงแล้วได้โอกาสไปแล้ว ได้คะแนนไปแล้ว ประชาชนเข้าใจผิดไปแล้วถึงมายอมรับได้หรือครับท่านประธาน มันต้องมีมาตรการอย่างใดอย่างหนึ่งที่จะจัดการกับเขา เอาหนังเอาอะไรมาแสดงก็ไม่ว่า แต่เอาอุปกรณ์ที่มันไม่น่าจะเอาเข้ามา เด็ก ๆ ก็ดูนะครับ แนะนำให้ไปแขวนคอ แขวนคอตัวเองสิครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมวินิจฉัยแล้วนะครับ แล้วก็ควรจบ ต้องขออภัยท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม ถ้าจะขอ ใช้สิทธิชี้แจงนี่ผมคงอนุญาตไม่ได้ ท่านบุญทรงใช้สิทธิอะไรครับ

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

ท่านประธานครับ เมื่อตอนก่อนหน้านี้ หลังจากที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายไปคือท่านเกียรติ สิทธีอมร ต้องขออภัยที่เอ่ยนามท่านนะครับ ผมได้เรียนท่านประธานในขณะนั้นว่า ผมถูกพาดพิง แล้วก็ทำให้เกิดความเสียหายก็อยากจะขอใช้โอกาสในตอนนี้ได้พูดถึงกรณี ที่โดนพาดพิงในบางประการครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร 🔗

ท่านรัฐมนตรีขอความกรุณานั่งลงก่อนครับ เดี๋ยวผมจะทำความเข้าใจกับกรณีนี้ กับสมาชิกโดยรวม เพื่อจะได้เป็นแนวทางปฏิบัติในช่วงเวลาที่เหลือนะครับ

กรณีการยื่นญัตติไม่ไว้วางใจเป็นเรื่องที่ผมย้ำหลายทีแล้วนะครับ เป็นเรื่องที่ ฝ่ายค้านเขายื่นกล่าวหารัฐบาล เพราะฉะนั้นเป็นหน้าที่ที่เขาจะต้องกล่าวหา แต่การกล่าวหานั้น จะต้องมีเหตุผลและข้อมูลประกอบ ถ้ากล่าวหาลอย ๆ ก็จะเข้าข่ายใส่ร้าย ทีนี้ก็เป็นเรื่องที่ รัฐมนตรีที่ถูกยื่นญัตติไม่ไว้วางใจจะเป็นคนตอบ ตอบชี้แจงปัญหาต่าง ๆ เหล่านั้นนะครับ ท่านรัฐมนตรีท่านอื่นที่ไม่ได้ถูกยื่นญัตติไม่ไว้วางใจไม่มีสิทธิมาตอบแทนอันนี้ชัดนะครับ แต่ แต่นะครับ ถ้าการอภิปรายตรงนั้นไปพาดพิงทำให้คนอื่นเสียหาย คนอื่นในที่นี้หมายถึง สมาชิกทุกท่านที่อยู่ที่นี่ รวมถึงท่านรัฐมนตรีด้วย ถ้าไปทำให้ท่านอื่นเสียหายก็ชอบ ที่ท่านเหล่านั้นจะใช้สิทธิที่ถูกพาดพิงและทำให้เสียหาย ชี้แจงเฉพาะประเด็นที่ตัวเองเสียหายเท่านั้น ตรงนี้ชัดเจนนะครับ ที่พูดมาทั้งหมดชัดเจนนะครับ ไม่มีอะไรสับสน แล้วก็ปฏิบัติกันมาอย่างนี้โดยตลอด แต่กรณีที่ยังเห็นขัดแย้งกันอยู่ เท่าที่ผมติดตามการประชุมมาโดยตลอด ก็มีประเด็นกรณีที่ผู้ที่ถูกยื่นญัตติไม่ไว้วางใจ ได้ตอบคำถามและชี้แจงสิ่งที่ท่านสมาชิกข้องใจ ชี้แจงไปโดยเป็นภาพรวมทั้งหมดแล้ว แล้วสามารถที่จะมอบหมายให้รัฐมนตรีที่รับผิดชอบเรื่องนั้น ๆ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติม ในรายละเอียดได้หรือไม่ ประเด็นนี้ที่ยังถกเถียงกันอยู่ ผมในฐานะประธานในที่ประชุม ก็เป็นหน้าที่ที่ผมต้องใช้อำนาจในการวินิจฉัย เป็นเรื่องที่ผมต้องใช้อำนาจวินิจฉัย ได้หรือไม่ได้ เป็นสิ่งที่ผมต้องวินิจฉัย แต่ให้สบายใจนะครับ ผมวินิจฉัยผมไม่มองว่าจะเป็นฝ่ายไหน เป็นท่านใดทั้งนั้นนะครับ ผมวินิจฉัยตามข้อบังคับ ตามตัวอักษร ซึ่งจะผิดจะถูกก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ผมมีความเข้าใจว่ามันควรจะเป็นแบบนั้นตามที่ผมได้วินิจฉัย เพราะฉะนั้นขออนุญาต ท่านสมาชิกวินิจฉัยตามอำนาจของประธาน แล้วการวินิจฉัยของประธานต้องขอความกรุณา ท่านสมาชิกทุกท่านด้วยนะครับ เพราะข้อบังคับก็เขียนโดยพวกเรานี่แหละครับ เขียนไว้ชัดเจนว่า คำวินิจฉัยของประธานถือว่าเป็นที่สุด ถ้าวินิจฉัยแล้วยังไม่ถึงที่สุด ยังไม่จบ มันก็ไม่รู้จะไปจบ ตรงไหน มันก็ไม่สามารถที่จะประชุมต่อได้ เพราะฉะนั้นต้องขอความกรุณาตรงนี้ด้วย แล้วคำวินิจฉัยจะให้ถูกใจทุกฝ่ายเป็นไปไม่ได้ครับ แต่ต้องเข้าใจนะครับผมต้องวินิจฉัย เพราะฉะนั้นประเด็นคือรัฐมนตรีที่ถูกญัตติไม่ไว้วางใจจะต้องเป็นผู้ตอบ ตรงนี้ชัดนะครับ รัฐมนตรีท่านอื่นตอบแทนไม่ได้ อันนี้ก็ชัด แต่กรณีที่รัฐมนตรีที่ถูกยื่นญัตติไม่ไว้วางใจ ได้ตอบแล้วได้ชี้แจงไปแล้วจะสามารถใช้ข้อบังคับ ข้อ ๖๘ มอบหมายให้รัฐมนตรีท่านอื่น ซึ่งรับผิดชอบเรื่องนั้น ๆ ดูแลเรื่องนั้นแล้วก็ทำเรื่องนั้น สามารถชี้แจงลงในรายละเอียด ประกอบได้หรือไม่ ประเด็นที่ขัดแย้งกันมีอยู่ประเด็นนี้ประเด็นเดียวเท่านั้นครับ เพราะฉะนั้นผมดูตามข้อบังคับแล้ว โดยอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒ วรรคสอง กับข้อ ๖๘ ก็เขียนไว้ชัดเจนว่ารัฐมนตรีสามารถมอบให้บุคคลอื่นสามารถมาชี้แจงในรายละเอียด ที่ท่านเหล่านั้นรับผิดชอบได้แต่จะมาตอบแทนไม่ได้ เพราะฉะนั้นกรณีที่เรายื่นญัตติ ไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีเท่านั้นที่จะต้องตอบ รัฐมนตรีท่านอื่น ตอบแทนไม่ได้ แต่หลังจากที่นายกรัฐมนตรีตอบแล้วยังขาดเหลือลงในรายละเอียดปลีกย่อย ท่านนายกรัฐมนตรีก็อาจจะร้องขอต่อประธานเพื่อให้ท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบเรื่องนั้น ๆ ได้ชี้แจงในรายละเอียดเพิ่มเติม ถ้าอย่างนี้เป็นดุลยพินิจของประธาน ประธานจะอนุญาตหรือไม่ ก็อยู่เป็นดุลยพินิจของประธาน เพราะฉะนั้นกรณีอย่างนี้ก็ชอบที่ประธานจะอนุญาต หรือไม่อนุญาต เพราะฉะนั้นก็เรียนกับสมาชิก เมื่อสักครู่ผมยืนยันแล้วว่าผมต้องวินิจฉัย แล้วขอคำวินิจฉัยให้เป็นที่สุดตามข้อบังคับ เพราะฉะนั้นถ้าท่านนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจง ในประเด็นที่ท่านได้อภิปรายกล่าวหาครอบคลุมประเด็นแล้ว แต่ในส่วนของรายละเอียด ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีจะร้องขอมาที่ประธานเพื่อให้ท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบเรื่องนั้น ๆ ได้พูดชี้แจงลงไปในรายละเอียดผมก็จะอนุญาต เอาตามนี้นะครับ ท่านอื่นสามารถใช้สิทธิพาดพิง แล้วทำให้เสียหายเท่านั้นนะครับ จะมาตอบแทนไม่ได้ครับ ผมวินิจฉัยตามนี้นะครับ

(นายขจิตร ชัยนิคม ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านขจิตร มีอะไรครับ

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี ผมขอประท้วงท่านประธาน ตามข้อบังคับ ข้อ ๘ (๖) และข้อบังคับ ข้อ ๑๗๗ เมื่อมีความเห็นในสภาแห่งนี้ไม่ตรงกัน มีความขัดแย้ง ข้อบังคับไม่ได้บอกว่าให้ท่านประธานวินิจฉัย คือพวกผมมีความเห็นว่า ท่านนายกรัฐมนตรีได้ร้องขอต่อท่านประธานให้รัฐมนตรีท่านอื่นตอบในรายละเอียดในการปฏิบัติ ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๘ มีความเห็นชัดเจน แล้วการวินิจฉัยของประธานในอดีต ผมยกแล้วนะครับ เมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคมนี้ ท่านประธานในอดีตก็วินิจฉัยว่าให้ดำเนินการได้ ทีนี้ท่านประธาน มาบอกว่าท่านเด็ดขาด ไม่ได้ครับ ข้อบังคับ ข้อ ๑๗๗ เขียนอย่างนี้ครับ ถ้าหากภายใต้บังคับ มาตรา ๑๕๕ ของรัฐธรรมนูญว่าด้วยการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร ถ้ามีปัญหาจะต้อง ตีความข้อบังคับนี้ ให้เป็นอำนาจของสภาที่จะวินิจฉัย และเมื่อที่ประชุมได้ลงมติวินิจฉัย โดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกในที่ประชุมเป็นประการใดแล้ว ให้ถือว่า คำวินิจฉัยนั้นเป็นเด็ดขาด ไม่ได้เขียนให้ประธานวินิจฉัยครับ กรณีที่ความเห็นของสมาชิก ฝ่ายหนึ่งบอกว่าชี้แจงได้ ฝ่ายหนึ่งบอกว่าชี้แจงไม่ได้ เขาไม่ได้ให้ท่านประธานวินิจฉัยครับ ข้อบังคับ ข้อ ๑๗๗ ท่านอ่านครับ ต้องที่ประชุมนี้เป็นผู้วินิจฉัย เสียงส่วนใหญ่เกินกว่ากึ่งหนึ่ง ได้วินิจฉัยแล้วถือเป็นเด็ดขาด ข้อบังคับเขียนอย่างนี้ครับ ผมถือในมือ ท่านประธานคงมีครับ เพราะฉะนั้นผมขอให้ท่านประธานได้วินิจฉัยว่าสิ่งที่ผมประท้วงนี่มีกฎหมาย กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๕ ข้อบังคับ ข้อ ๑๗๗ อ้างอิงรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๕ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๕ พูดถึงเรื่องการประชุมของสภา ถ้ามีปัญหาให้ใช้ข้อบังคับข้อ ๑๗๗ เพราะฉะนั้น ถ้าท่านไม่ดำเนินการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๗ พวกผมจะเสนอ เพราะว่าถ้าท่านไม่ทำ สมาชิกมีสิทธิทำ ไปอ่านข้อบังคับ ข้อ ๑๗๗ ครับ แล้วคนที่เสนอญัตติก็มีคนรับรอง ๒๐ คน สภานี้ก็ดำเนินการได้ ขอให้ประธานได้วินิจฉัยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมได้วินิจฉัย ไปเรียบร้อยนะครับ แล้วชี้แจงชัดเจนแล้วครับ เป็นอำนาจของประธานที่จะวินิจฉัยอยู่แล้ว ผมขออนุญาตดำเนินการตามนี้เลยนะครับ ท่านถาวรเชิญครับ

นายถาวร เสนเนียม สงขลา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายถาวร เสนเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ขอกราบเรียนท่านประธานอีกครั้งหนึ่งนะครับว่าจากการที่เพื่อนสมาชิกได้พูดถึงผมเมื่อช่วงเช้า และระบุว่าผมได้รับมอบหมายให้ชี้แจงแทน ฯพณฯ อดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในคราวที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อเดือนมีนาคม กราบเรียนว่าในช่วงนั้นมีผู้ที่อภิปราย ๒ ท่าน คือ ท่าน พลตำรวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน แล้วก็นายซูการ์โน มะทา ผมซึ่งได้รับ มอบหมายให้ดูแล ศอ.บต. หรือภาคใต้ผมก็ถือโอกาสยกมือขึ้นเพื่อขอชี้แจงแทน ปรากฏว่า ท่านอภิวันท์ดูเหมือนว่าจะทำให้ผมได้มีโอกาสพูด สุดท้ายท่านวิรุฬห์ พื้นแสน ก็คัดค้าน ท่านซูการ์โนก็คัดค้านประท้วงว่าผมชี้แจงแทนไม่ได้ สุดท้ายผมก็ไม่มีโอกาสชี้แจง และท่านอภิวันท์ก็ไม่อนุญาตให้ผมชี้แจงแทน ดังนั้นการที่ท่านประธานได้กรุณาวินิจฉัยว่า เมื่อผู้ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจอภิปรายตอบคำถามข้อซักถามเสร็จเรียบร้อย หลังจากนั้น ถ้าจะมอบหมายให้รัฐมนตรีท่านใดได้ตอบ ได้ชี้แจง ได้อภิปรายในรายละเอียด จะอยู่ในดุลยพินิจ ของท่านอีกครั้งหนึ่งว่าจะอนุญาตให้อภิปรายหรือไม่ ผมขอกราบเรียนว่าในข้อบังคับ ข้อ ๑๗๑ เมื่อเช้าเราพูดกันชัดเจนว่าผู้ที่ถูกอภิปราย ไม่ไว้วางใจนั้นจะต้องมานั่งฟังแล้วตอบคำถามชี้แจงเองในวรรคสอง ดังนั้นท่านประธานครับกลัวว่า ท่านจะวินิจฉัยผิด ผมก็เคยถอดถอนท่านไปครั้งหนึ่งแล้วในคราวที่ท่านได้เอากฎหมาย ฉบับหนึ่งบรรจุโดยที่ทำผิดรัฐธรรมนูญ ผมไม่อยากทำซ้ำครับท่านประธานครับ ไม่อยากทำซ้ำจริง ๆ ดังนั้นขอให้ท่านยึดถือข้อบังคับและรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด คนอื่นจะรับมอบหมาย มาชี้แจงแทนไม่ได้เด็ดขาดครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครับ ผมวินิจฉัยตามตัวอักษร ผมไม่ได้วินิจฉัยโดยยึดหลักอื่นเลย แล้วก็วินิจฉัยโดยสุจริต ไม่มีเจตนาอะไรแอบแฝงทั้งนั้น แล้วในยุคสมัยที่ผมทำหน้าที่รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ ๑๕ ปีที่แล้ว โดยที่มีท่านประธานคือท่านวันมูหะมัดนอร์ก็มีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น เหมือนกัน ซึ่งท่านประธานวันมูหะมัดนอร์ก็ได้อนุญาตให้ท่านรัฐมนตรีซึ่งตอบข้อกล่าวหา เสร็จแล้วได้ขอร้องกับประธานได้ขอให้รัฐมนตรีที่รับผิดชอบเรื่องนั้น ๆ ได้ชี้แจง ลงในรายละเอียด ท่านประธานวันมูหะมัดนอร์ก็ได้อนุญาต ในยุคที่ผมทำหน้าที่เป็น รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ผมก็จำเหตุการณ์ตรงนั้นได้ แต่ไม่ได้เอาเหตุการณ์ตรงนั้นมา เป็นตัวตัดสิน แต่ผมใช้ดุลยพินิจจากตัวลายลักษณ์อักษรเพื่อวินิจฉัยเรื่องนี้ ท่านขจิตร ผมว่าจบแล้วกระมัง ผมย้ำนะครับ ผมย้ำอีกทีคำวินิจฉัยของผมหมายถึงรัฐมนตรีที่ถูกยื่นญัตติ ไม่ไว้วางใจเท่านั้นที่จะมีสิทธิตอบ รัฐมนตรีคนอื่นไม่มีสิทธิตอบแทน แต่จะสามารถใช้สิทธิ ที่ถูกพาดพิงทำให้เสียหาย ตรงนั้นผมก็จะอนุญาต ถ้าเสียหายจริง ๆ ผมก็อนุญาต หรือรัฐมนตรีท่านนั้นได้ตอบข้อกล่าวหาจบแล้ว แต่เนื่องจากขาดในเรื่องของรายละเอียด ของข้อมูลอะไรต่าง ๆ ก็อาจจะขอต่อท่านประธานเพื่ออนุญาตให้ท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ เรื่องนั้น ๆ ได้ชี้แจงเรื่องนั้นแทนตรงนี้ได้ แต่จะให้ท่านรัฐมนตรีนั้นตอบแทนเลยไม่ได้นะครับ ดำเนินการตามนี้นะครับ ท่านเฉลิมครับผมคงไม่อนุญาต แต่ถ้าท่านจะใช้สิทธิถูกพาดพิงทำให้ เสียหายในฐานะเป็นผู้ที่ดูแลเรื่องการทุจริตผมก็จะอนุญาตเฉพาะกรณีตรงนี้เท่านั้น เชิญครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

เฉพาะเรื่องนี้ครับ เรื่องที่เขากล่าวหา ไม่ทำตามขั้นตอน สวมสิทธิ์โรงสีอะไรต่าง ๆ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรื่องทุจริต ท่านดูแลเรื่องทุจริตท่านรู้สึกว่าท่านเสียหาย ซึ่งถ้าไม่ชี้แจงจะทำให้เกิดความเสียหาย ผมจะอนุญาตให้ท่านใช้เวลาสัก ๑ นาที ๒ นาทีเพื่อชี้แจงประเด็นนี้เท่านั้นนะครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ กรณีที่ผมขออนุญาตชี้แจงเพื่อให้เพื่อนสมาชิกมีความสบายใจว่ารัฐบาลได้มีมาตรการ แล้วดำเนินการแก้ไขปัญหามาตลอด มีการตั้งคณะกรรมการโดยมติคณะรัฐมนตรีมอบหมาย ให้ผมเป็นประธานอำนวยการตรวจสอบทุจริตโครงการรับจำนำข้าวเปลือก แล้วท่านไม่อยากรู้ กันหรือครับว่าอย่างกรณีผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ที่ท่านอภิปรายเป็นเรื่องจริง แต่ตำรวจได้ดำเนินการจับกุมแล้ว คดีอาญา สภ. หล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ ๓๘๘/๒๕๕๕ ลงวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๕ พันตำรวจโท จำเนียร คำวิเศษ พนักงานสอบสวน สภ. หล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ผู้กล่าวหาคดีนี้ นางจรูญ คำสุข กับพวก ผู้ต้องหาโรงสีมานะยิ่งเจริญ ๒. นายโอฬาร จันทร์ศรี ๓. นางสุวรรณ ผิวผ่อง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ขออนุญาตทำความเข้าใจอย่างนี้นะครับ ที่จริงก็มีผู้ประท้วง ที่ผมให้สิทธิท่านรองนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงผมให้สิทธิในฐานะที่ท่านมีหน้าที่ได้รับผิดชอบ เรื่องการดูแลเรื่องทุจริต ทีนี้ฝ่ายค้านกล่าวหาเรื่องทุจริต ถ้าท่านไม่ได้ขึ้นมาชี้แจง ก็อาจจะทำให้ท่านเสียหาย ผมถึงได้อนุญาต เพราะฉะนั้นคงต้องใช้เวลาสั้น ๆ เฉพาะที่ถูกพาดพิง อย่าลงรายละเอียดเลยครับ สักนาทีหนึ่งก็น่าจะพอแล้วครับ ท่านขอความกรุณาเถอะครับ ท่านคงสักนาทีเดียวก็จบแล้วเราจะได้อภิปรายต่อ เชิญครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ การดำเนินการทั้งหมดมีการดำเนินการทั้งสิ้น ๘๑ คดี ศาลตัดสินแล้ว ๒ คดี อยู่ระหว่าง การพิจารณาของอัยการ ๓ คดี ส่งสำนวนสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริต ในภาครัฐ ๔ คดี สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ๗ คดี อยู่ระหว่าง การดำเนินการสอบสวนของพนักงานสอบสวน ๕๕ คดี ผู้เสียหายเป็นเกษตรกรรวม ๗๖๖ คน ผู้ต้องหารวม ๑๒๓ คน ติดตามตัวมาดำเนินคดีแล้วจำนวน ๙๘ คน หลบหนี ๒๕ คน มูลค่าความเสียหาย ๓๒๕ ล้านบาท และที่เพื่อนสมาชิกอภิปรายท่านมีหลักฐานเอามาให้ผม เดี๋ยวผมจะเปิดห้อง ๓๓๐๑ รอท่าน จะเรียกนายตำรวจที่เขารับผิดชอบเรื่องนี้ ผมรับกลางสภานี่ครับมันก็มีบ้าง ระดับโรงสี ระดับความชื้น เจ้าหน้าที่ร่วมกับเขา อคส. บวกชาวนาก็โกงมีครับ แต่ก็จับหมด ท่านไม่ชอบหรือครับว่ารัฐบาลจริงใจ แล้วที่ท่าน อภิปรายมาเมื่อสักครู่นี่เรียนด้วยความเคารพ คุณอรรถพรกับผมก็ชอบกันเอาหลักฐานมาสิครับ แล้วถ้ารัฐบาลไม่ดำเนินการท่านค่อยกล่าวหาว่ารัฐบาลนี้เป็นตัวการร่วมกันกับผู้ทุจริต จับทุกคดีครับ จังหวัดพิษณุโลกก็มีจับ หนองกี่ก็มีจับ และเพื่อความเข้าใจตรงกันครับ รัฐบาลนี้รับจำนำข้าวเปลือกนะครับ ไม่ได้รับจำนำข้าวสาร และไม่เคยรับจำนำข้าวเหนียว เพราะไม่ใช่นโยบายของรัฐบาล ถ้าเพื่อนสมาชิกมีหลักฐานเอาไปส่งเลยครับ ผมรอที่ห้อง ๓๓๐๑ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าอภิปราย ต่อเลยดีกว่ากระมังครับ เชิญท่านประธานวิปฝ่ายค้าน เชิญท่านจุรินทร์ครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ขอความกรุณาท่านประธานได้อนุญาตให้พวกกระผมได้ทำหน้าที่ เรื่องรับจำนำข้าวให้ครบถ้วนครับ ยังเหลืออีก ๓ ท่าน ถ้าได้ดำเนินการโดยต่อเนื่อง ก็จะเป็นประโยชน์กับการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายค้านในการตรวจสอบรัฐบาลในสภา ขอความกรุณาทุกฝ่ายให้ความร่วมมือด้วยความราบรื่นเถอะครับเหลืออีก ๓ ท่าน แล้วที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมตอบเมื่อสักครู่เดี๋ยวจะชี้ให้เห็นครับ ๓๐ คดี ๓๐๐ กว่าล้านบาท ปาหี่อย่างไร จัดฉากกันอย่างไร ท่านกรุณารอฟังเถอะครับพวกผมจะได้ทำหน้าที่ให้ต่อเนื่อง ขอความกรุณาท่านประธานด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ เรียนท่านรัฐมนตรีจุรินทร์ผมไม่ได้ปาหี่ ก็พนักงานสอบสวนเขาสอบสวนสืบสวนได้แค่นี้ ต่อไปจะมีมากกว่านี้เอาหลักฐานมาสิครับแล้วผมก็ดำเนินคดีให้ต่อไป ผมไม่ปาหี่ ไม่มีความจำเป็นด้วย ท่านก็ไม่อยากให้ผมชี้แจง ผมก็อยากจะชี้แจงเพราะผมเสียหายนี่ครับ ผมเป็นประธานอำนวยการ ที่ท่านพูดไอ้นี่ก็เสียหาย นี่ก็เสียหาย แล้วใครรับผิดชอบครับ ก็ผมรับผิดชอบ ย้ำอีกครั้งหนึ่งถ้าฝ่ายค้านมีหลักฐานเอามาผมดำเนินการให้หมด โปร่งใส ตรงไปตรงมา จะปาหี่ได้อย่างไรครับมันเป็นตัวเลขทางราชการ มีบันทึกการจับกุม มีพนักงานสอบสวน มีอัยการส่งไปศาล ศาลตัดสินรอระหว่างพิจารณาคดี ปาหี่อย่างไรครับ ไม่ปาหี่นะครับ ของแท้ ของจริง ออริจินัล (Original)

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าต่อดีกว่านะครับ ท่านอาคมมีอะไรครับ อภิปรายต่อใช่ไหมครับ เชิญเลยครับ

นายอาคม เอ่งฉ้วน บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อาคม เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ตลอดระยะเวลาที่ใช้ชีวิต อยู่ในสภานี้ ๓๐ ปี ท่านประธานกับผมก็อยู่ในสภาใกล้เคียงกัน ผมคิดว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรก ในประวัติศาสตร์ของสภาไทยที่ฝ่ายนิติบัญญัติทำหน้าที่ยากมาก แต่บังเอิญท่านประธาน ขึ้นมาสรุปเมื่อสักครู่ก็พอจะไปได้ว่านี่เป็นมาตรการขั้นสุดท้ายของฝ่ายนิติบัญญัติ ที่จะตรวจสอบรัฐบาล ญัตติก็บอกอยู่แล้วว่าญัตติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี คนที่เป็นนายกรัฐมนตรีที่ชื่อยิ่งลักษณ์ ก็มาตอบสิ แล้วนอกจากไม่ไว้วางใจแล้วนะครับเขายังถอดถอนด้วย ท่านประธานครับ ผมก็ทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ การตัดสินของสภานี้อีก ๒ วันก็จะรู้ว่าไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจ และเมื่อสภาจบลงไปแล้วพี่น้องประชาชนที่เป็นผู้ใช้ประชาธิปไตยรัฐสภานี้เขาจะได้ตัดสินใจ ต่อไปว่ารัฐบาลควรจะได้ทำนโยบายนี้ต่อไปหรือไม่ นี่เป็นข้อดีที่สุดของระบบรัฐสภา ผมเข้าใจว่าสภากับผมคิดตรงกัน เพื่อให้การทำหน้าที่ของผมในวันนี้ซึ่งใช้เวลาเพียง ๒๐ นาที ไม่เปิดคลิปใช้แบบเดิมพูดเข้าใจได้ คนในสภานี้มีความฉลาดพอสมควร บางเรื่องเข้าใจได้ไม่ต้องเปิดคลิป แต่เปิดคลิปก็ดีทำให้ยืนยันได้ ผมจะใช้ระบบเดิมคือว่า ใช้คำพูดแล้วคนในสภาวินิจฉัยเอาเองว่าสิ่งที่ผมนำเสนอนั้นน่าเชื่อถือหรือไม่น่าเชื่อถือ ถ้าน่าเชื่อถือก็ลงคะแนนให้ผม ถ้าไม่น่าเชื่อถือก็ลงคะแนนให้รัฐบาล ท่านประธานครับ ญัตตินี้เปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีที่ชื่อยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในข้อกล่าวหามันยาว ผมเอาเฉพาะข้อกล่าวหาที่ตรงกับเหตุผลที่ผมจะพูด คือมีพฤติกรรม ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต นี่ในญัตตินะครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องพฤติกรรมทั้งหมด ท่านประธานครับ ผมมีสิทธิกล่าวหาเหมือนที่ท่านสรุปนะครับ พวกผมเป็นผู้กล่าวหา รัฐธรรมนูญ ข้อบังคับ บังคับให้ผมกล่าวหานายกรัฐมนตรีได้ แต่ต้องมีพฤติกรรมและต้องมี เหตุผลมาสนับสนุน นอกจากนั้นฝ่ายค้านยังยื่นถอดถอนด้วย ในเหตุผลที่ผมจะพูดต่อไปนี้ ในเรื่องของถอดถอนเขียนไว้ชัดครับ ได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน พฤติการณ์ของผู้ร้อง หมายถึงนายกรัฐมนตรี จึงเป็นมูลเหตุที่มีการทุจริตกันหลายโครงการ และเป็นผลทำให้เกิดความเสียหายต่อรัฐและประชาชนอย่างมาก เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเรื่อง ถอดถอนหรือเรื่องไม่ไว้วางใจผมมีสิทธิที่จะพูด ท่านประธานครับ ผมมีหลักฐาน ๓ อย่างเท่านั้นง่าย ๆ หลักฐาน ๓ อย่างนี้จะเรียกว่าเป็นใบเสร็จก็ได้ คุณอรรถพรเรียกว่า เป็นการพิสูจน์ศพ แต่ผมเรียกว่าเป็นใบเสร็จดีกว่าครับ ท่านประธานครับ โครงการ รับจำนำข้าวที่มันไปยาก ไปไม่ได้นี่นะครับ มีหลักฐานในเชิงวิชาการนี่ของคณะกรรมาธิการ วุฒิสภาเขียนไว้หลายข้อครับ แต่ว่าผมจะนำมาเสนอสัก ๓ ข้อ เพื่อให้ประชาชนทางบ้าน ได้เห็นว่าแม้กระทั่งวุฒิสมาชิกซึ่งมีทีดีอาร์ไอ (TDRI) สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย เป็นที่ปรึกษา มีดอกเตอร์วีรพงษ์ รามางกูร เป็นที่ปรึกษา เขามีความเห็นไว้ทั้งหมด ๘ ข้อ ว่านโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เขาเน้นเฉพาะรัฐบาลยิ่งลักษณ์นะครับ เพราะในอดีตที่ผ่านมาก็มีรัฐบาลดำเนินนโยบายรับจำนำข้าวเหมือนกัน แต่ว่าไม่เหมือนรัฐบาลนี้ รัฐบาลนี้เขาบอกว่าเป็นนโยบายที่รัฐบาลรับจำนำข้าวทุกเมล็ด เห็นไหมครับ ในราคาสูงกว่า ราคาตลาดประมาณร้อยละ ๔๐ จึงไม่มีชาวนามาไถ่ถอนคืน มันจะรับจำนำได้อย่างไรไม่มาไถ่ถอนคืน อันนี้เป็นนโยบายซื้อข้าว ต้องเปลี่ยนใหม่เป็นนโยบายซื้อข้าวของชาวนา เท่ากับรัฐบาล รับซื้อข้าวไว้ในมือเป็นส่วนใหญ่ ใช้งบประมาณแผ่นดินมากกว่า ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และจะใช้งบประมาณในปีต่อไปอีก ๔๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นภาระงบประมาณที่เป็นภาษี ของประชาชน จึงทำให้มีหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น นั่นละมันจะกระทบประเทศไทยแล้ว หนี้สาธารณะ ข้อที่ ๒ นโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์เปิดช่องทางทุจริตคอร์รัปชัน ในกระบวนการรับจำนำข้าว โดยเฉพาะการสวมสิทธิ์จากเจ้าของจริงและการสวมสิทธิ์ ข้าวจากเพื่อนบ้าน เมื่อกี้คุณอรรถพรพูดชัด ข้อ ๓ ครับ ทำลายกลไกตลาด ระบบเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมข้าวและทำลายความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยในตลาดโลก เพราะราคาสูงกว่าคู่แข่งขัน เช่น ประเทศอินเดีย ประเทศเวียดนาม ทำให้ขาดรายได้จากการส่งออก ลดลงประมาณร้อยละ ๓๕ หรือเดือนละ ๖,๐๐๐-๗๒,๐๐๐ ล้านบาท เห็นไหมครับ ข้อสุดท้ายที่ผมอยากจะยกก็คือว่าชาวนาถูกเอารัดเอาเปรียบจากโรงสี โกงตาชั่ง ความชื้น และสิ่งปลอมปน เฉลี่ยแล้วจำนำได้ราคาประมาณ ๙,๕๐๐-๑๑,๐๐๐ บาทต่อตัน แต่ว่าประกาศว่า ๑๕,๐๐๐ บาท ทั้งหมดทั้งสิ้นที่ผมเอามาเสนอท่านประธานนี้เป็นเหตุผล ที่เขาคัดค้านโครงการนี้ทั้งสิ้น ท่านประธานครับ ผมมีใบเสร็จใบที่ ๑ ทำไมโครงการนี้มันจึงโกงกันได้ง่าย ทำไมโครงการนี้ จึงเสียหายหนัก ข้าวเปลือกที่ชาวนาเอาไปจำนำมันต้องไปที่โรงสี ผ่านกระบวนการประชาคม มาจากหมู่บ้าน มีใบประทวน ยังไม่ได้ใบประทวน ไปขึ้นทะเบียน ขึ้นทะเบียนเสร็จ ตัวเองเป็นชาวนา พอมีข้าวก็พาไปที่โรงสี พาไปที่โรงสีเสร็จโรงสีก็ชั่งน้ำหนักเหมือนที่ หลายคนอภิปรายมีการโกงกันทุกระบบ เสร็จแล้วข้าวนั้นเป็นของรัฐบาลแต่จะไม่เป็นของ รัฐบาลจนกว่าโรงสีที่เข้าร่วมโครงการต้องสีเป็นข้าวสารแล้วเอาไปฝากเก็บไว้ที่คลังกลาง ของรัฐบาลซึ่งจะเป็นข้าวสาร ถามว่าทำไมจึงเก็บข้าวสารเพราะข้าวสารจะเก็บได้ยาวกว่า ข้าวเปลือก รัฐบาลก็คิดว่าถ้าเป็นอย่างนั้นลงทุนไปเท่าไรก็อาจจะมีโอกาสไถ่คืนได้ หรือเมื่อเวลาข้าวมันราคาสูงขึ้นรัฐบาลก็สามารถที่จะขายข้าวเอาทุนคืนได้ แต่กระบวนการ มันใช้เงินมาก ทั้งดอกเบี้ย ทั้งกระบวนการรับจำนำมันขั้นตอนเยอะมากและประกอบกับ รับจำนำในราคาที่สูงเกินกว่าราคาตลาด ๔๐ เปอร์เซ็นต์ นี่แหละเป็นโครงการที่ มันเกิดความวิบัติ ล้มเหลว ท่านประธานครับผมไปได้หลักฐานมาเรื่องหนึ่ง หลักฐานชิ้นนี้ มันจะบอกกับคนที่ฟังอยู่ทั้งประเทศว่าข้าวของรัฐบาลที่ไปอยู่ที่คลังกลาง ที่โรงสีเอาไปส่ง ในอดีต ผมใช้คำว่าในอดีต ท่านประธาน ในอดีตที่ผ่านมาทุกรัฐบาลเขาต้องไปเจรจากับ เจ้าของคลังกลางที่จะเก็บข้าวว่าข้าวที่รัฐบาลจะเอาไปเก็บเมื่อคุณรับฝากแล้ว คุณต้องรับผิดชอบคุณภาพด้วย คุณต้องรับผิดชอบคุณภาพสตางค์ของประชาชน ซื้อข้าวมาแล้วรัฐบาลมาเช่าคลังคุณ คุณต้องรับผิดชอบ เขาจึงต้องมีเซอร์เวเยอร์ (Surveyor) เวลาเอาข้าวเข้าไปต้องตรวจสอบคุณภาพข้าว แล้วเวลาเอาข้าวออกก็ต้องตรวจสอบคุณภาพข้าว อย่างนี้มันเป็นความปลอดภัยโรงสีหรือคลังมันก็ไม่ค่อยกล้าโกง เพราะรัฐบาลเอาจริง และเคยมีคนติดคุกมาแล้ว

ท่านประธานครับ ในอดีตนะครับ สัญญาที่ผมไปได้มานี้ในอดีตเขาเรียกว่า สัญญาฝากเก็บ คือต้องรับรองไม่เช่นนั้นคลังไม่สามารถมาร่วมมือกับรัฐบาลในการรับจำนำข้าวได้ แต่ข้อน่าสังเกตใบเสร็จใบแรก รัฐบาลนี้เปลี่ยนแปลงสัญญาเป็นสัญญาเช่า ผมพูดเสียงดัง ไปนิดหนึ่งท่านประธานครับ เมื่อกี้ฝากเก็บใช่ไหมครับ ฝากเก็บต้องรับผิดชอบคุณภาพ ต้องรับผิดชอบสินค้าของรัฐบาลที่เอาไปฝากเก็บ แต่ว่ารัฐบาลนี้เปลี่ยนเป็นสัญญาเช่า เป็นสัญญาเช่าหมายความว่าคุณมีโกดังแล้วมาให้รัฐบาลเช่าก็จบกัน ข้าวส่งเข้าไป ข้าวส่งเข้าไปนะครับ แล้วที่ตลกที่สุดไม่มีการตรวจคุณภาพขาออก ไม่มีการเซอร์เวเยอร์ขาออก ตอนขาเข้ามีเซอร์เวเยอร์ ทำให้ดูเหมือนว่าตรวจสอบเอาจริงเอาจังแต่วันที่ไปเอาข้าวออก เวลาใครประมูลข้าวได้ เอาออกได้โดยไม่ต้องมีเซอร์เวเยอร์ นี่คือความวิบัติของข้าวไทย ใครจะเก็บรักษาไว้อย่างไร เมื่อขายข้าวออกไปก็ไม่ต้องรับผิดชอบ ได้ค่าเช่าเรียบร้อย นี่เป็นใบเสร็จใบที่ ๑ ครับท่านประธาน ผมจึงอยากจะกราบเรียนว่าการใช้นโยบายเช่นนี้ เป็นครั้งแรกนะครับในทุกรัฐบาลไม่เคยมีสัญญาแบบนี้ ต้องเป็นสัญญาฝากเก็บคลังสินค้า แต่เที่ยวนี้มาเปลี่ยนเป็นสัญญาเช่า เพราะฉะนั้นท่านเฉลิมก็จะตรวจไม่พบ เดี๋ยวผมจะชี้ให้เห็นว่าตรวจไม่พบอย่างไร ใบเสร็จใบที่ ๒ เซอร์เวเยอร์ที่ผมพูดเมื่อกี้นี้ นี่ผมไปถ่ายเอกสารมา เป็นทะเบียนรับรองของบริษัทเซอร์เวเยอร์ทั้งประเทศไทย มีประมาณ ๕๒ บริษัทที่ขึ้นทะเบียน สมอ. ที่ตรวจข้าวได้นะครับ มีอยู่ ๓๒ บริษัท ตรวจคุณภาพข้าวนะครับ แต่ว่าน่าแปลกใจครับ ๑๗ บริษัท ๑๗ บริษัทนี้มาร่วมกับโครงการนี้ครับ ท่านประธานครับ ที่น่าตลกก็คือว่าบริษัทที่มีมาตรฐานโลก บริษัทที่เขาตรวจข้าว เป็นแสนแสนตันเวลาส่งข้าวออกนอกประเทศไม่มาร่วมโครงการเลย ตลกไหมครับ เขามีหน้าที่เป็นบริษัทตั้งขึ้นมาเพื่อจะตรวจคุณภาพข้าว แต่ไม่ร่วมกับรัฐบาลนี้ มี ๑๗ บริษัท ใน ๑๗ บริษัทนี้ ท่านประธานครับ ผมเรียกว่าเป็นบริษัทกำมะลอ อยู่ในท้องถิ่นหมดเลย ผมไม่กล้าไปกล่าวหาว่าเป็นบริษัทของพรรคพวกนักการเมืองท้องถิ่น ผมไม่กล้า เพราะหลักฐานยังไม่ชัด แต่พวกโรงสีพวกที่ธุรกิจค้าข้าวที่เขาหวังดีต่อประเทศบอกผมว่า บริษัทพวกนี้เป็นบริษัทกำมะลอ เป็นบริษัทกำมะลออย่างไรครับท่านประธาน นี่ผมลงทุนนะท่านประธาน ผมเบิก ที่ท่านประธานได้ไหม ผมลงทุนต้องไปถ่ายเอกสารนะครับ ไปขอจากกระทรวงพาณิชย์ ๑๗ บริษัท ผมจ่ายเงินไปเยอะนะครับ แต่ว่าเพื่อการทำหน้าที่ในสภานิติบัญญัติแห่งนี้ ในหนังสือบริคณห์สนธิที่ไปจดทะเบียนมาผมเปิดดูวัตถุประสงค์เพิ่งมาเพิ่มวัตถุประสงค์ เอาเร็ว ๆ นี้ครับ เพิ่งมาเพิ่มวัตถุประสงค์เอาเร็ว ๆ นี้ เพื่อจะได้เข้ากับโครงการนี้ได้ เพราะฉะนั้นจะอยู่ข้อสุดท้าย ผมเป็นนักการเมืองโบราณไม่มีคลิป แต่เดี๋ยวผมจะให้ ท่านประธานนะครับ นี่มาเพิ่มวัตถุประสงค์เอาตอนสุดท้าย เพิ่มวัตถุประสงค์เอาเพื่อจะมา ร่วมกับโครงการนี้ เพื่อจะตรวจคุณภาพข้าว และที่ตลกครับท่านประธาน บริษัทนี้ จดทะเบียนมาเป็นสิบปีแล้วก็มีหนี้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ทุนจดทะเบียน มาตรวจข้าวเป็น หมื่นล้านบาท จดทะเบียน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท อาจารย์ประกอบดูสิ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท อันนี้บริษัท ยูนิตี้ อะกรี อินสเปกชัน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งเล่มนี้นะครับ ๑๗ บริษัท ที่มาร่วมรัฐบาลนี้ มี ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาทกับ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาทอยู่ ๒ บริษัท นอกนั้น ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท และที่สำคัญที่สุดนะครับท่านประธาน บริษัทที่เขาเป็นบริษัท ตรวจสอบจริง ๆ ผมจะยกตัวอย่างให้ท่านฟังสักบริษัท บริษัท เอสจีเอส (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท อินเตอร์เทค เทสติ้ง เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด (ไอทีเอส) บริษัท แพนเอเซีย อุตสาหกรรม จำกัด บริษัทพวกนี้ซึ่งเป็นบริษัทใหญ่ในโลก ตรวจสินค้าเป็นหมื่น ๆ ล้านบาท ท่านทราบไหมครับ อย่างบริษัท อินเตอร์เทค เทสติ้ง เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ปี ๒๕๕๔ เขากำไรจากการทำธุรกิจนี้ ๖๘,๗๑๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๕ เขาทำธุรกิจนี้ เขาตรวจสินค้า ๘๗,๔๗๐ ล้านบาท เขากำไร ๖,๙๔๐ ล้านบาท นั่นเป็นบริษัทมืออาชีพ ที่เขาจะตรวจคุณภาพข้าว แต่เขาไม่มาร่วมกับรัฐบาลเลย ท่านประธานครับ เราได้บริษัท กำมะลอพวกนี้มาร่วม เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจเลยว่าจึงมีความไม่น่าเชื่อถือ และที่สำคัญที่สุดในปี ๒๕๕๔ ใครเป็นรัฐบาลครับ ปี ๒๕๕๔ บริษัท แพนเอเชียอุตสาหกรรม จำกัด บริษัท เอสจีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ตรวจพบทุจริตข้าวทำให้โรงสีและ อ.ต.ก. ขณะนั้น ถูกดำเนินคดีทั้งหมด ๖ คดี เห็นไหมครับ ถ้าเขาเป็นบริษัทมาตรฐานเขาไม่ยอมเขาเสียชื่อ เขาไม่ยอม ในที่สุดดำเนินคดี ๖ คดี เอ่ยชื่อก็ได้ครับ เช่น บริษัท เพรสซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด ซึ่งมีนายอภิชาติ แล้วก็ถูกจับที่ทำธุรกิจเรื่องนี้ และนี่คือเหตุผลหนึ่งที่ อคส. ไม่กล้าเอา บริษัทมาตรฐานเหล่านั้น เอาบริษัท ๑๗ บริษัทพวกนี้ซึ่งเป็นบริษัทกำมะลอ ท่านประธานครับ ที่เป็นบริษัทกำมะลอทำไมจึงเป็นเช่นนั้นครับ ผมได้ข้อมูลทุกสารทิศ ท่านประธานจะเห็นว่าผมชอบพูดเรื่องยาง เรื่องปาล์ม แต่วันนี้ผมขอพูดเรื่องข้าว เพราะฉะนั้นข้อมูลผมกว่าจะได้มามันยากมาก เพราะว่าผมต้องไปศึกษา ผมต้องไปทดสอบ ผมต้องไปพิสูจน์ ท่านรู้ไหมครับ บริษัทเซอร์เวเยอร์พวกนี้นะครับเขาบอกว่าที่เป็นเจ้าหน้าที่ ตรวจสอบคุณภาพที่คลังข้าว เพราะฉะนั้นโรงสีใดจะเอาข้าวไปส่งที่คลัง ค่าเหยียบแผ่นดิน เขาเอากระสอบละ ๗ บาท เพราะฉะนั้นค่าจ้างก็ไม่ต้องการ ข้าวเป็นล้าน ๆ ตันอย่างนี้ ค่าเหยียบแผ่นดินเขาเอากระสอบละ ๗ บาท เพื่อให้เขาเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ อย่าตรวจเข้ม เขาก็รับไป ๗ บาท ถ้าข้าวข้ามเขต ข้ามเขตหมายถึงว่าภาคอีสานมาภาคกลางกระสอบละ ๒๐ บาท นี่ต้องจ่ายให้เซอร์เวเยอร์ ถ้าข้าวหอมมะลิข้ามเขต ข้าวหอมมะลิราคาแพง และถ้าข้ามเขตด้วยเขาคิดกระสอบละ ๕๐ บาท ตันละ ๕๐๐ บาท ท่านลองคิดดูสิครับ กระสอบละ ๑๐๐ กิโลกรัม ตันหนึ่งก็ ๑๐ กระสอบ เอาจำนวนที่ผมพูดคูณเข้าไป เพราะฉะนั้นพวกนี้รวยเป็นกอบเป็นกำ เพราะฉะนั้นเงินค่าจ้างที่รัฐบาลจ้างมันไม่สนใจหรอก มันสนใจค่าเหยียบแผ่นดิน ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่าผมได้ข้อมูลว่าโรงสี ที่จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดชัยนาท ซึ่งเป็นโรงสีภาคกลาง แต่ว่ารัฐบาลสั่งให้ไปรับข้าว ในภาคอีสาน โดยเฉพาะข้าวขาวหอมมะลิ ข้าวขาวดอกมะลิอยู่ในภาคอีสาน เพราะว่า ภาคอีสานมีทุ่งกุลาร้องไห้ปลูกข้าวหอมมะลิได้ แล้วก็ในภาคอีสานตอนบนที่ จังหวัดอุบลราชธานีพวกนี้ปลูกข้าวหอมมะลิได้ แต่มีข้าวบางชนิดเหมือนข้าวหอมมะลิเลย ถ้าตรวจขี้โกงสามารถเอามาสวมสิทธิ์ได้เลย เอามาแทนข้าวหอมมะลิเลยคือข้าวปทุมธานีกับข้าวพิษณุโลก ๒ ถ้าดูแค่เมล็ดอย่างนี้ ไม่มีทางรู้เลย เหมือนข้าวหอมมะลิเลย แล้วผมถามว่าจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นข้าวหอมมะลิ เขาบอกว่าต้องไปหุง พอหุงแล้วมันมีกลิ่นหอมนั่นละรู้เลยว่าข้าวหอมมะลิหรือไม่ใช่ข้าวหอมมะลิ เพราะฉะนั้นข้าวพิษณุโลก ๒ กับข้าวปทุมธานีพวกนี้จะมาแทนข้าวหอมมะลิ ตรงนี้ รัฐเสียหายมาก เพราะรัฐไปรับจำนำข้าวหอมมะลิตั้ง ๒๐,๐๐๐ บาทต่อตัน ข้าวพวกนี้ มันไม่ถึง เพราะฉะนั้นท่านประธานลองพิสูจน์ดูก็ได้ว่าโรงสีจังหวัดสิงห์บุรีกับโรงสี จังหวัดชัยนาทที่รัฐบาลนี้อนุญาตให้ไปนำข้าวมาจากภาคอีสาน มีพ่อค้าหน้าไหนบ้างจะไปซื้อ ข้าวหอมมะลิที่โรงสีจังหวัดชัยนาทกับจังหวัดสิงห์บุรี เพราะมันไม่ใช่ข้าวหอมมะลิ ไม่ใช่ข้าวหอมดอกมะลิมันเป็นข้าวมาจากจังหวัดพิษณุโลก ๒ และจังหวัดปทุมธานี นี่คือสิ่งหนึ่งที่เซอร์เวเยอร์เขาจึงได้เป็นกอบเป็นกำ ผมกราบเรียนกับท่านประธานว่า บริษัทพวกนี้นอกจากเป็นบริษัทเล็ก ๆ เป็นบริษัทกำมะลอแล้วตรวจไม่จริงแล้ว รับสินบนจ่ายกันเป็นธรรมเนียมเป็นที่รู้กันเลย ท่านนายกรัฐมนตรีถ้าฟังผมอยู่ก็สามารถที่จะ ไปตรวจสอบได้ไม่ยาก ผมยกตัวอย่างให้เลยให้ท่านไปตรวจสอบที่จังหวัดอ่างทอง กระทรวงพาณิชย์หาโรงสี ๓ โรงให้ไปรับข้าวที่ภาคอีสานที่จังหวัดอ่างทอง หาโรงสี ๓ โรง เพราะว่าโกดังมันเต็มแล้ว ให้ไปรับข้าวเปลือกที่จังหวัดร้อยเอ็ด ๓ โรงไปรับที่จังหวัดร้อยเอ็ด แต่นี่ข้าวข้ามเขตนะ ท่านประธานครับ ผมได้รับการยืนยันตอนแรกผมก็ไม่เชื่อว่ามันจะเป็น อย่างนั้นได้อย่างไร ผมได้รับการยืนยันเขาบอกว่าเขายอมคุณอาคมทุกอย่างจะให้ ไปเป็นพยานที่ไหนก็ไป วันหลัง ป.ป.ช. เรียกก็จะไป เขาบอกว่าโรงสีที่ได้รับการอนุมัติ ต้องจ่ายค่าการเมือง ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท จ่ายค่าการเมือง ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผมถามว่า ค่าการเมืองคุณจ่ายให้นายกรัฐมนตรีหรือ เขาบอกเป็นไปไม่ได้ นายกรัฐมนตรีรวยขนาดนั้น คงไม่มาเอา ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทหรอก แล้วคุณจ่ายให้ใครล่ะ จ่ายให้รัฐมนตรีหรือ ไม่ใช่ แล้วคุณจ่ายให้ใคร เขาบอกว่าจ่ายให้ดอกเตอร์คนหนึ่งเป็นหมอเก็บเข้าไปโรงสีละ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท โรงที่ ๓ ไม่ยอมจ่ายให้ก็เลยไม่ได้รับอนุญาต นี่ตัวอย่างของเซอร์เวเยอร์ ที่ร่วมมือกันให้มีการทุจริตทุกระบบ เรื่องสุดท้ายเห็นไหมครับ ท่านประธานครับ ผมพยายาม จะพูดง่าย ๆ ชัด ๆ ว่าที่มันมีกระบวนการทุจริตมันเริ่มมาจากโกดังคลังสินค้านี่แหละ และประการที่ ๒ มันเริ่มมาจากเซอร์เวเยอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน และประการที่ ๓ กรมการค้าภายใน กรมการค้าภายในเจ้าของเรื่องจัดฉากให้ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง ตรวจข้าวในคลังกลางเพื่อแหกตาคนทั้งประเทศว่าโครงการนี้มีทุจริตเล็กน้อย และ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง ไปรายงานนายกรัฐมนตรีว่าไม่พบความผิดปกติ แหกตา นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์อีกต่อหนึ่ง ผมพูดเฉย ๆ ไม่ได้ มีหลักฐานครับ และหลักฐานนี้ เดี๋ยวจะให้ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม ผมทำไว้ ๒ แผ่นครับ แผ่นเล็กนี่ผมไว้อ่านเอง แผ่นที่ ๒ ผมให้ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม เลย ผมขยายใหญ่ เอาอาจารย์ประกอบเก็บไว้ก่อน ทำไมจึง แหกตาท่านประธาน ท่านประธานตลกไหมครับ มันมีหนังสือฉบับหนึ่งจากกรมการค้าภายใน กว่าผมจะได้มาผมก็แสนลำบากครับ เพราะเป็นหนังสือที่ออกจากกระทรวงพาณิชย์ ออกในนามผู้อำนวยการสำนักบริหารกิจการการค้าในภูมิภาค เห็นไหมครับ เป็นผู้อำนวยการกองกองหนึ่ง ผู้อำนวยการกองเอ่ยชื่อได้ไม่เสียหาย เพราะว่าเป็น ซี. ๘ นางวัชรี รังสิพัชราวุฒิ เผื่อจะได้เป็นอธิบดีเที่ยวนี้แหละ ทำหนังสือไปถึงกรมการค้าภายใน จังหวัด ผมก็ไปหาเลขอีก เพราะว่าต้นฉบับมามันไม่มีเลขที่ กลัวว่าผมจะไปเอากระดาษอะไร มาให้ประธานดูต้องไปค้นอีก คือต้องโทรไปหาพรรคพวกที่เป็นกรมการค้าภายในจังหวัดว่า หนังสือที่ลงวันที่เท่านี้เลขอะไร มันไม่รู้ว่าผมเอาไปทำไม มันก็บอกผมมาหมดเลย ที่ พณ ๐๔๑๒ อันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีจดทันนะ ที่ พณ ๐๔๑๒/ว ๔๐๐๒ ลงวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๕ และท่านดูข้อความนะตลกไหม ร้อยตำรวจเอก เฉลิมไม่น่าเลย เป็นร้อยตำรวจเอกจากกองปราบไม่น่าเลยปล่อยให้พวกนี้แหกตาได้อย่างไร เรียน การค้าภายในจังหวัด ด่วนที่สุดนะ ด่วนที่สุด เรียน การค้าภายในจังหวัด (ที่มีคลังกลางเก็บข้าวสารตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือก) วงเล็บชัดเจน เพราะฉะนั้น จังหวัดที่ไม่มีคลังกลางไม่ต้องส่งไปเดี๋ยวความจะรั่วไปถึงมือ อาคม เอ่งฉ้วน แต่มันก็มาจนได้ ท่านอธิบดี มันขึ้นต้นอย่างนี้เลยนะ อ้างอธิบดีอีก ด้วยท่านอธิบดีได้มอบหมายนโยบาย เร่งด่วนให้สำนักงานบริหารกิจการการค้าในภูมิภาคประสานกับสำนักงานการค้า ภายในจังหวัดที่มีคลังกลางเก็บข้าวสารตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือกคัดเลือกคลังกลาง จะเป็นปีไหนก็ได้ แต่เน้นขอให้ตรวจสอบแล้วว่ามีข้าวสารในคลังกลางตามบัญชีของ อคส. และ อ.ต.ก. จังหวัดละ ๓ คลัง ตลกไหมครับ บอกให้การค้าภายในจังหวัดไปหามาเอาคลัง ที่มันดี ๆ ๓ คลังพอ และมีสภาพดีแจ้งให้ผู้อำนวยการทราบในวันพฤหัสบดีที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๕ ก่อนเวลา ๑๒ นาฬิกา วงเล็บด้วยนะ เพื่อให้ส่งให้หน่วยงานร่วมของรัฐที่จะมี การระดมตรวจสอบเมื่อคณะเปิดคลังตรวจสอบต้องมีข้าวสารอยู่ครบตามบัญชี นี่ท่านเฉลิม เพราะฉะนั้นท่านเฉลิมคึกคัก แอคท์ อาร์ต (Act Art) ใหญ่ ทำคึกคักเรียกทีวีมาจะไปตรวจ คุณจะไปตรวจได้อย่างไรเขาจัดฉากไว้ให้คุณตรวจแล้วจังหวัดละ ๓ โรง คุณเข้าโรงไหนก็ได้ เขาชี้ให้เลย อธิบดีก็ส่งแฟกซ์เข้ามาที่กรมนี่เสร็จเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นคุณอย่าไปทำ ตัวบางทีมันเกินไปจนถูกกรมการค้าภายในเจ้าของโครงการนี้ที่ดำเนินการโครงการนี้แหกตา ประชาชน ท่านเฉลิมนี่แหกตาประชาชนนะ แหกตาอย่างไรครับ เพราะไปตรวจอย่างไร ไปตรวจเสร็จ แถลงว่าไม่มี ไม่มีทุจริตเลยโครงการนี้ แหม ใช้ได้ เวิร์ก (Work) เล็กน้อย แล้วก็รายงาน นายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้น ร้อยตำรวจเอก เฉลิมแหกตาประชาชน โดยมีกรมการค้าภายใน จัดฉากให้ ตรวจเฉพาะคลังที่มีข้าวสารถูกต้อง โกดังข้าวสารปี ๒๕๔๕ มีทั้งหมด ๓๑๙ โครงการ ๑๙ หลัง ปี ๒๕๕๔ มี ๔๑๘ หลัง จะมีคลังที่ถูกระเบียบสักกี่หลังครับ ร้อยตำรวจเอก เฉลิมจึงไปรายงานนายกรัฐมนตรีว่าไม่พบความผิด แล้วนายกรัฐมนตรี ก็ปล่อยให้ ร้อยตำรวจเอก เฉลิมแหกตา นี่คือหลักฐานทั้งหมด

(นายนิยม เวชกามา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านอาคมครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับท่านนิยม

นายอาคม เอ่งฉ้วน บัญชีรายชื่อ

ดีเหมือนกันได้หยุดหน่อยครับ

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ ท่านต้องถอนด้วย คำว่าท่านเฉลิมแหกตาประชาชนครับ ยังไม่มีอะไรพิสูจน์ให้เห็นว่าใครแหกใครครับ ท่านเฉลิมได้รับมอบหมายให้ดูแลในเรื่อง การทุจริตโดยเฉพาะ เพราะฉะนั้นท่านใช้ภาษาที่ไม่สุภาพครับ แหกตาประชาชนไม่สุภาพครับ ท่านต้องถอนนะครับ ต้องถอนด้วย

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ

นายอาคม เอ่งฉ้วน บัญชีรายชื่อ

เบิกเนตร แต่ผมไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรีนะ เพราะนายกรัฐมนตรีมอบหมายคนให้ไปทำงาน แล้วก็คนที่ไปทำงานนั้น ถูกหลอก ถูกเบิกเนตร ไม่ใช่แหกตา เพราะฉะนั้นผมก็เลยไม่รู้จะใช้คำไหน แต่ว่าเอาละ เพื่อนให้ถอนก็ถอนครับ เพื่อให้เดินหน้าได้ จบแล้วครับท่านประธาน จบเลย

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อย่างนี้ ท่านอาคมครับผมไม่ให้ถอนนะครับ เพียงแต่เดี๋ยวสักครู่ท่านเฉลิม

นายอาคม เอ่งฉ้วน บัญชีรายชื่อ

อ๋อ ท่านเข้าใจว่านี่มันเป็นญัตติ ไม่ไว้วางใจ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เป็นอะไรครับ ก็รับฟังได้ไม่เป็นอะไร

นายอาคม เอ่งฉ้วน บัญชีรายชื่อ

เพราะฉะนั้นใช้คำ บางครั้งมันเป็น คำที่ชาวบ้านเขาเข้าใจ เบิกเนตรนี่เขาไม่เข้าใจครับ แต่ถ้าแหกตานี่เขาจะรู้เรื่องเลยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอเถอะครับ

นายอาคม เอ่งฉ้วน บัญชีรายชื่อ

ก็ไม่ให้แหกตาได้อย่างไรครับ เตรียมคลังไว้ให้ตรวจมันก็แหกตาชัด ๆ อยู่แล้ว ผมจบเลยครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เป็นอะไรครับ เดี๋ยวท่านรองนายกรัฐมนตรีก็คงมาใช้สิทธิพาดพิงครับ เดี๋ยวก็คงได้ชี้แจง เชิญครับ

นายอาคม เอ่งฉ้วน บัญชีรายชื่อ

ท่านนายกรัฐมนตรีที่เคารพครับ ป.ป.ช. ทำหนังสือถึงท่าน ๒ ฉบับ ตอนที่นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ป.ป.ช. ได้มีจดหมายไป ๒ ฉบับ ๒ ครั้งว่านโยบายนี้ ป.ป.ช. มีอำนาจตามมาตรา ๑๙/๑๑ ป.ป.ช. มีหน้าที่เสนอนโยบายหรือ มาตรการเพื่อป้องกันการทุจริต แต่รัฐบาลก็ยังดำเนินการต่อ ป.ป.ช. ท่านฟังให้ดีนะครับ ท่านประธาน เขาจึงมีหน้าที่ถอดถอนครับ ป.ป.ช. กำลังปรึกษาหารือกันว่าในเมื่อไม่ปฏิบัติตาม และเกิดความเสียหาย ซึ่งเราเห็นกันอยู่ว่าจะผิดมาตรา ๑๕๗ ละเว้นไม่ปฏิบัติหน้าที่ นี่เป็นคำพูดของ ป.ป.ช. ที่ถึงนายกรัฐมนตรี ผมขอสรุปว่าญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนี้นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ จะต้องรับผิดชอบทางการเมือง เพราะกำหนดนโยบายผิดพลาด และลงนามในคำสั่ง ดำเนินการให้มีรับจำนำข้าว ๒. รัฐเสียหายทั้งเม็ดเงินที่เป็นงบประมาณ เสียหายทั้งด้าน ความเชื่อถือในเรื่องของการค้าข้าวไทยประเมินเป็นเงินไม่ได้ อันที่ ๓ หมิ่นเหม่ ขัดต่อรัฐธรรมนูญและผิดมาตรา ๑๕๗ สุดท้าย รัฐบาลเอาภาษีของประชาชนไปติดสินบน ชาวนา อันนี้รับไม่ได้ครับท่านประธาน ผมจึงไม่สามารถไว้วางใจนายกรัฐมนตรีที่ชื่อยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมจะใช้สิทธิพาดพิงที่ทำให้เกิดความเสียหาย คงใช้เวลาไม่มากครับ ผมให้สิทธิท่านก่อน เมื่อกี้ผมไม่ได้อนุญาต ผมไม่ได้ให้ถอนคำว่าแหกตานะครับ เพราะฉะนั้น ก็เหลือเอาไว้ให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีโดยเฉพาะอยู่แล้ว เชิญครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธาน ที่เคารพ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ รองนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่การพาดพิงแบบเฉี่ยว ๆ แต่เป็นการตั้งใจพาดพิงรีเฟอร์ (Refer) ถึงผม ๔-๕ ครั้ง และท่านรัฐมนตรีอาคมกับผมนี่รักกันครับ สมัยอยู่พรรคประชาธิปัตย์ จะออกไปปราศรัยต่างจังหวัดด้วยกัน แล้วนั่งรถคุยมา ต้องขอบคุณที่ให้โอกาสผมได้ชี้แจง ผมไม่เคยแหกตาท่านนายกรัฐมนตรี และผมไม่เคยลงไปตรวจโกดังโรงสี ไม่ว่าโรงข้าวสาร ข้าวเปลือกด้วยตนเอง เพราะผมบริหารแบบผู้บริหาร ผมไม่ได้ทำงานแบบหลงจู๊ ที่จริงก็คือว่า ป.ป.ช. มีหนังสือถึงรัฐบาลจริง รัฐบาลก็ห่วงใยครับ ป.ป.ช. มีอำนาจหน้าที่ห่วงใยโครงการใด ที่คิดว่าทุจริต ป.ป.ช. ก็มีอำนาจบอกเสนอแนะ แต่ไม่มีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญมาตราใดที่บอกว่าเมื่อ ป.ป.ช. แจ้งแล้วรัฐบาลต้องทำตาม มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลทำไมต้องหารือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทุกรัฐบาล ต้องหารือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แล้วหารือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คราวนี้เป็นการตอบไม่ใช่จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นการตอบจาก คณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ ๑ ซึ่งผู้เป็นประธานคือท่านมีชัย ฤชุพันธุ์ ผมเรียน ท่านสมาชิก ท่านประธาน และท่านผู้ชมทางบ้าน การที่คณะกรรมการกฤษฎีกาเขาให้ คำแนะนำมันมี ๒ นัย นัยหนึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกาให้คำแนะนำเอง นัยที่ ๒ ถ้าเรื่องใด เป็นเรื่องสำคัญและสมควรต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเขาจะไปเข้าคณะกรรมการ คณะหนึ่งคณะใด แต่เรื่องนี้เข้าคณะที่ ๑ มีท่านมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน สุดท้ายเลยเขาก็มี บทสรุปว่า โดยสรุปคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่มีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการปฏิบัติ ตามมาตรา ๑๐๓/๗ วรรคหนึ่งได้ ซึ่งสิ่งที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เป็นเพียงมาตรการที่เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีตามอำนาจ ป.ป.ช. มาตรา ๑๙ (๑๑) เท่านั้น ประเด็นที่ ๒ เมื่อได้ให้ความเห็นในประเด็นที่ ๑ แล้ว คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่มีอำนาจ กำหนดหลักเกณฑ์ตามมาตรา ๑๐๓/๗ วรรคหนึ่งได้ จึงไม่จำเป็นต้องพิจารณาในประเด็นอื่นอีก เมื่อส่งเรื่อง แล้วคุณมาพาดพิงผมทำไม

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านอาคม เชิญครับ

นายอาคม เอ่งฉ้วน บัญชีรายชื่อ

จะได้จบได้ง่าย ๆ ท่านประธานครับ ผมพูดถึงท่านในกรณีที่ ป.ป.ช. ทำหนังสือไปถึงรัฐบาลเตือนเรื่องทุจริตข้าว คนละเรื่องกับที่ ท่านตอบเลย ท่านตอบเรื่อง ป.ป.ช. เตือนว่ารัฐบาลให้แก้ไขปัญหาทุจริต ผมไม่ได้พูด ผมพูด ว่า ป.ป.ช. ทำจดหมายไปเรื่องข้าวนี่ ๒ ครั้งว่ารัฐบาลทบทวนใหม่นะเพราะว่า มันมีการทุจริตกันเยอะเท่านั้นเอง และในหลักฐานผมก็อ่านชัด ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องที่ว่า ท่านจะแก้ปัญหาเรื่องทุจริตจาก ป.ป.ช. ท่านชี้แจงยาวไปแล้วเหมือนเมื่อเช้าแล้ว นั่นไม่ใช่ครับ ผมไม่ได้พูดประเด็นนั้น ขอบคุณครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ฟังผมสิครับ ท่านฟังผมก่อนสิครับท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เริ่มแรกนี่ ป.ป.ช. ก็มีหนังสือมา เรื่องโครงการรับจำนำข้าวนี่แหละ ถูกต้อง พอนำมารัฐบาลก็ส่งให้กฤษฎีกาหารือ กฤษฎีกาก็หารือแล้วแจ้งมายังที่ผมบอกโครงการจำนำข้าว ท่านนายกรัฐมนตรีก็ห่วง จึงมีการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อ ๑๙ มิถุนายนที่พัทยา เรื่องนี้ครับเมื่อเราไม่ได้รับฟัง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เพื่อป้องกันการทุจริตเรื่องเดียวกัน ท่านอาคม เอ่งฉ้วน เรื่องเดียวกันนายกรัฐมนตรีก็มีมติคณะรัฐมนตรี แล้วออกคำสั่ง สำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ๑๕๖/๒๕๕๕ มอบผมเป็นประธานอำนวยการ ผมก็ตั้งคณะทำงาน ขึ้นมา ๑๑ ชุดมีทั้งหมด ๑๑ กองบัญชาการรับผิดชอบ กำหนดมาตรการทั้งหมด จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจทำหน้าที่รับแจ้งเบาะแสและรับเรื่องราวร้องทุกข์ผ่านโทรศัพท์สายด่วน ๑๗๖๘ ตลอด ๒๔ ชั่วโมงให้เห็นนะครับว่ารัฐบาลก็ระวัง รัฐบาลก็ห่วงใย แล้วคำอภิปราย ของท่านทั้งหลายวันนี้ผมจะสั่งเจ้าหน้าที่ถอดเทปนำไปเป็นหลักฐานในการติดตามจับกุม ต่อไป ผมชี้แจงเรื่องเดียวกัน ป.ป.ช. เขาห่วงใย เอาละตั้งผมเป็นประธานอำนวยการแล้ว นายกรัฐมนตรียังเกรงว่าจะถูก ป.ป.ช. ตำหนิจึงได้มีมติคณะรัฐมนตรีมอบหมายให้ กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ และ กพร. ให้บูรณาการแล้วไปปรึกษาหารือกับ ป.ป.ช. ว่ามีมาตรการอื่นอีกไหมที่จะทำให้รัฐบาลดำเนินการ ผมเรียนท่านประธานเพื่อเพื่อนสมาชิก ฝ่ายค้านและรัฐบาลจะได้รับทราบ ท่านผู้ชมทางบ้านจะได้รับรู้ เราเปิดตู้ ปณ. ๑๒๓๔ เพื่อรับแจ้งเบาะแสและรับเรื่องราวร้องทุกข์ จัดทำเว็บไซต์ จัดตั้งชุดปฏิบัติการ สืบสวนสอบสวนส่วนกลางเพื่อสนับสนุนพื้นที่ที่ท่านอาคมบอก ว่าผมแอคค์ อาร์ท (Act Art) เราก็สมาร์ท (Smart) ด้วยกันแหละหนุ่ม ๆ ไม่อ้วนนี่ เดี๋ยวนี้อ้วน ผมยังรักษาทรงไว้ได้ ก็ลักษณะผมก็ทึกทักอย่างนี้ สมัยอยู่ไหนท่านก็เดินเร็วอย่างนี้ ผมไม่มีอำนาจครับ เพราะอำนาจเป็นของพี่น้องประชาชน ทีนี้เราตำรวจไม่มีทักษะก็ต้องให้กระทรวงพาณิชย์ แล้วเมื่อกี้ท่านบอกว่าการค้าจังหวัด ไม่ใช่ เขาเรียกพาณิชย์จังหวัด รีบพูด เลยพูดผิด เขาเรียกพาณิชย์จังหวัด ข้อมูลดีใช้ได้ แล้วเมื่อสักครู่คุณอรรถพร พลบุตร ได้เอาซีดีไปให้ผม เดี๋ยวผมก็จะถ่ายออกมาเป็นรายละเอียดแล้วสั่งดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด ที่ท่านอภิปรายเรื่องนี้ท่านนายกรัฐมนตรีชอบครับเพราะเป็นนโยบายของรัฐบาล จะได้เป็นมาตรการรู้ว่ามันบกพร่องตรงไหน ๆ แล้วเราจะได้แก้ไข รัฐบาลไม่เคยบอกเลยว่า ไม่มีข้อบกพร่อง ผมเรียนเพิ่มเติมอีกนิดนะครับว่าผมได้จัดโครงการฝึกอบรมสัมมนา เพิ่มประสิทธิภาพเจ้าพนักงานเมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๕๕ ณ สโมสรตำรวจ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับมีผู้ประท้วงครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ประท้วงทำไม แล้วพูดถึงผมทำไมล่ะ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อครับ ถ้าถูกพาดพิงก็ต้องอภิปราย เฉพาะส่วนที่ถูกพาดพิงให้เสียหายครับ ท่านประธานต้องควบคุมผู้อภิปรายด้วยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ก็บอกผมแหกตา นายกรัฐมนตรี

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีเอาเฉพาะประเด็นที่ถูกพาดพิง ท่านก็ได้ชี้แจงไปครบถ้วนแล้วครับ ผมว่าพอแล้วกระมังครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

อีกนิดหนึ่ง ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครับ พอแล้วกระมังครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานอย่างนี้ ผมเสียหาย

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ประเด็นที่ ท่านเสียหายท่านได้ชี้แจงแล้วครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

มันไม่ได้พูดแค่ ๓ โกดัง พูดตั้ง ๓๐๐ กว่าแห่ง แล้วอย่างนี้ผมไม่เสียหายหรือ ท่านประธานอย่ารวบรัด เลยครับ อะไรที่มันเป็นเรื่องที่พอจะต้องทำกันได้มันก็ต้องทำไปนะครับ ผมเรียนอย่างนี้นะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสัก ๑ นาทีนะครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ผมจับ เจ้าหน้าที่ตำรวจไปประจำจุดรับจำนำทั่วประเทศ ๖๙๙ จุด ใช้กำลัง ๓,๑๗๖ นาย ช่วยเหลือ เกษตรกรไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ จำนวน ๙๑,๙๙๗ ราย และย้ำยืนยันนะครับว่า ไม่ได้ไปตรวจเฉพาะ ๓-๔ โกดังที่มีการจัดฉาก ท่านอาจจะคิดได้ไม่ผิด แต่ถ้าตรวจสอบพบว่า เจ้าหน้าที่คนไหนไปรู้กับเจ้าของโรงสี และถ้าท่านอาคมมีเอาหลักฐานมาให้ผม ผมก็จะดำเนินการสืบสวนสอบสวนและพบ การทำผิดก็ดำเนินการทางวินัยและทางคดีอาญาต่อไป ผมย้ำอีกครั้งหนึ่ง ไม่ใช่ ๓ แห่ง หลายแห่ง ตรวจเกือบครบ ในจำนวนที่มีขึ้นทะเบียนไว้ เรียนท่านประธานเท่านี้ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร เชิญครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร คือกลัว จะเกิดโรคระบาด คือตอบไม่ตรงคำถามครับ ประเด็นเรื่อง ป.ป.ช. ท่านรองนายกรัฐมนตรี สับสนจริง ๆ ครับ เขาทำหนังสือเกี่ยวกับเรื่องรับจำนำข้าว ๒ ครั้ง ๗ ตุลาคม ๒๕๕๔ กับ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๕ เป็นเรื่องการใช้อำนาจตามมาตรา ๑๙ (๑๑) ของกฎหมาย ป.ป.ช. ว่าในกรณีที่ ป.ป.ช. เขาเห็นว่ามีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายต่อรัฐบาลที่มี ความสุ่มเสี่ยงต่อการทุจริตคอร์รัปชันเขาจะเสนอแนะ ส่วนประเด็นที่ท่านพูดเรื่อง คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความนั้นเป็นเรื่องที่พวกกระผมยื่นถอดถอนว่า ป.ป.ช. เขาทำหน้าที่ตามมาตรา ๑๐๓/๗ มาตรา ๑๐๓/๘ เกี่ยวกับเรื่องของการเปิดเผยราคากลาง เป็นคนละเรื่องกันครับ อันนั้นเป็นประเด็นที่อยากจะทำความเข้าใจให้ตรงกัน หนังสือทั้งหมดของ ป.ป.ช. มี ๔ ครั้ง ๒ ครั้งเรื่องข้าว อีก ๒ ครั้งเรื่องราคากลาง ที่ส่งไปตีความประเด็นหลักคือเรื่องราคากลางที่เขาพยายามจะตอบมาว่า ป.ป.ช. ไม่มีอำนาจ ประเด็นที่พวกกระผมอภิปรายก็คือว่า ป.ป.ช. จะมีอำนาจหรือไม่ก็อาจจะเป็นความเห็น ที่ต่างกันทางกฎหมาย แต่ถ้ารัฐบาลจริงใจทำไมไม่ทำตามที่ ป.ป.ช. เสนอ นั่นคือประเด็น ที่ผมกราบเรียนอภิปรายไปเมื่อตอนเช้า

ประเด็นที่ ๒ ที่พวกเราพูดทั้งหมดและอภิปรายท่านนายกรัฐมนตรี แล้วถึงบอกว่ารัฐมนตรีท่านอื่นไม่เกี่ยว ก็เพราะเรากำลังบอกว่าการทุจริตที่เกิดขึ้นทั้งหมด มันไม่ใช่เรื่องมาไล่จับกันในเรื่องปัญหาการปฏิบัติ แต่มันเป็นการทุจริตที่เกิดขึ้น เพราะนโยบายมันถูกออกแบบมาที่เอื้อต่อการทุจริต นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน กขช. จึงต้องมาชี้แจงว่าทำไมออกแบบนโยบายอย่างนี้ จะมีอีกกี่เฉลิมกี่ฉลามจับไม่หมดละครับ ถ้านโยบายเป็นอย่างนี้จะมีทุจริตมากกว่านี้

สุดท้ายครับ ผมดีใจที่ท่านบอกว่าเรื่องสำคัญ ๆ คณะกรรมการกฤษฎีกาคณะนั้น คณะนี้เขาชี้มานี่ศักดิ์สิทธิ์ กรุณาไปถอดยศ พันตำรวจโท ทักษิณด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ที่จริงบรรยากาศ มันดีมาตลอดนะครับ เชิญท่านเฉลิมครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ดี ไม่ดี ผมเป็นนักการเมืองที่ทำการบ้าน ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ผมไม่ได้พูดในสภา เพราะสนุกหรืออยากดัง ผมทำการบ้าน นัยสื่อสารถึงกันนะเป้าหมายเดียวกัน นี่ละผมมานั่ง เขียนเอง ที่ท่านพูดนะถูก แต่ว่าไม่ปะติดปะต่อ เพราะฉะนั้นอย่าว่าเสียเวลา ท่านหาว่า ผมสร้างความสับสน คนอย่างผมไม่สับสนโดยเฉพาะเรื่องกฎหมาย เรื่องเศรษฐกิจ การค้า การเงิน การคลัง ผมสู้ท่านไม่ได้ ภาษาอังกฤษก็สู้ไม่ได้ เพราะผม เอ็มไอที (MIT) เมด อิน ไทยแลนด์ (Made in Thailand) แต่เรื่องกฎหมายพอได้ ผมจะเรียน ท่านประธานนะครับ สำนักงาน ป.ป.ช. มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ ป.ป.ช. ๐๐๒๘/๐๐๙๓ ลงวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ เสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบหลักเกณฑ์ รายละเอียด ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างโดยเฉพาะราคากลางและการคำนวณ ราคากลางไว้ในระบบข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อประชาชนเขาตรวจสอบดูแลได้ และให้พิจารณากรณีนโยบายรับจำนำข้าวให้เป็นไปตามบทบัญญัติกฎหมายประกอบ ป.ป.ช. มาตรา ๑๐๓/๗ และมาตรา ๑๐๓/๘ ใช่ไหมครับ โดย ป.ป.ช. อาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๙ (๑๑) ที่ส่งให้รัฐบาลดำเนินการ กฎหมายนี้ออกสมัยรัฐบาลท่านนะครับ ปี ๒๕๔๒ ต่อมาก็โดย มาตรา ๗๒ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ พ.ศ. ๒๕๕๐ กำหนดให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ต้องดำเนินการกำหนดหลักเกณฑ์ตามมาตรา ๑๐๓/๗ และดำเนินการตาม มาตรา ๑๐๓/๘ ให้เสร็จภายใน ๑๒๐ วัน เรื่องนี้ที่ท่านพูด ถูก ผมไม่ได้ปฏิเสธ เพราะ ป.ป.ช. เป็นหน่วยงานที่ตรวจสอบเรื่องทุจริต เขาเห็นว่าการรับจำนำข้าวจะนำไปสู่การทุจริต เขาก็แนะนำรัฐบาลมา รัฐบาลเมื่อได้รับ เรื่องแล้วก็ห่วงใย แล้วก็ได้หารือกันหลายหน่วย จนกระทั่งเมื่อยังไม่ได้ปฏิบัติรัฐบาลก็มีมติ คณะรัฐมนตรีให้ผมเป็นผู้ดำเนินงาน ต่อมาภายหลังก็หารือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เมื่อสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาบอกว่าไม่ต้อง ก็ไม่เป็นไร เราก็ส่งกระทรวงการคลัง แล้วเราก็บอกสำนักงบประมาณ เราให้ ก.พ.ร. ก็ ๓ หน่วยนี้ไปปรึกษาหารือกับ ป.ป.ช. การที่ยังไม่ได้ทำไม่ได้หมายความว่าจะไม่ทำเลย ตรงกัน ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ไม่ได้สับสน ถ้าท่านยังคิดว่าสับสนอีกผมจะชี้แจงต่อ ถ้าท่านยังคิดว่าเอาละพอไปกันได้ เมื่อวานท่านถาวรก็พูดดี บางครั้งบางเรื่องมันเป็นพลความ มันไม่ใช่เนื้อหาสาระ ไม่ใช่สารัตถะ เป็นพลความ เป็นเรื่องธุรการ ถ้าท่านคิดว่ายังสับสน อ้าวท่านขึ้น ผมขึ้น ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานครับ สั้น ๆ ครับ คนละเลขหนังสือกันครับ อันนั้นเรื่องที่ผมอภิปรายเมื่อเช้า แต่ที่ท่านอาคม อภิปรายมันหนังสือวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๕ ที่ ปช ๐๐๐๓/๐๑๙๘ เพราะฉะนั้นก็เป็น ความสับสนจริง ๆ ครับ นอกจากท่านมีหนังสือฉบับนี้มาให้ผมดู ท่านทำการบ้านมาครับ แต่ส่งผมผมเป็นครูผมให้ตกครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ผมเป็นแต่เพียงบอก เพื่อนสมาชิกครับ แล้วก็ท่านผู้ชมทางบ้าน คนเรียนกฎหมายมาด้วยกันก็มาอย่างนี้ เห็นไม่ตรงกัน ตอนดูหนังสือเถียงกันทั้งคืน ท่านประธานครับ ก็ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา ยังเห็นไม่ตรงกันเลย บางทีศาลชั้นต้นลงโทษ ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ลงโทษ ศาลฎีกายกฟ้อง ไม่มีปัญหาครับ เดี๋ยวผมใช้เวลามามากแล้ว เดี๋ยวเพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านจะหาว่าผมแย่งเวลา ก็เพราะตูมตามคนเดียวแท้ ๆ ให้ผมต้อง กลับมา ไม่กล้าประท้วงหรอก ตูมตามผมเรียกเขามาตั้งแต่ปี ๒๕๒๖ เพราะตูมตาม คนเดียวแหละ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรองนายกรัฐมนตรีสมควรแล้วครับ พอแล้วนะครับ มีท่านรัฐมนตรียุทธพงศ์ จรัสเสถียร ขอชี้แจง ทีนี้เมื่อกี้ผมทำความเข้าใจแล้วนะครับคงจะไม่อนุญาตนะครับ เพราะฉะนั้น รัฐมนตรีจะชี้แจงได้ก็ต่อเมื่อท่านนายกรัฐมนตรีได้ตอบ ตอบเสร็จแล้วถ้าจะมอบหมายให้ รัฐมนตรีที่รับผิดชอบโดยตรงชี้ลงในรายละเอียดก็ร้องขอมาเป็นกรณีไปอย่างนั้นนะครับ ไม่ใช่รัฐมนตรีอยากชี้แจงก็ขอชี้แจงเลยไม่ใช่ครับ นอกจากใช้สิทธิพาดพิงทำให้เสียหาย ก็ชี้ประเด็นว่าเสียหายประเด็นไหน ถ้าเห็นว่าเสียหายก็อาจจะอนุญาตเฉพาะประเด็นนั้น เท่านั้นนะครับ พาดพิงตรงไหนครับ ประเด็นไหนครับ

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ท่านประธานครับ ท่าน ส.ส. จังหวัดเพชรบูรณ์บอกว่าโรงสีเป็นจิ้งจอกสังคม แล้ว อ.ต.ก. รับของโจรครับ คราวนี้ อ.ต.ก. ขึ้นกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มันเสียหายในหน้าที่ครับ คราวนี้ท่านไม่ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรีนี่ครับ ท่านอภิปรายบอกว่า อ.ต.ก. รับของโจร แล้วคราวนี้ผมเป็นรัฐมนตรี ดูแลหน่วยงานให้ไปรับของโจรได้อย่างไร มันเสียหายครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครับ ผมวินิจฉัยถือว่าเป็นเรื่องของการกล่าวหาก็เป็นเรื่องที่เดี๋ยวนายกรัฐมนตรีก็คงชี้แจงครับ คงยังไม่อนุญาตนะครับ เชิญท่านประเสริฐต่อครับ

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ผม ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีครับ ผมคงไม่อนุญาตนะครับ ไม่อย่างนั้นถ้าอย่างนี้รัฐมนตรีทุกคนก็พูดได้หมด

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ท่านประธานครับ ตรงนี้มันเสียหายในหน้าที่นะครับท่านประธาน เพราะว่าผมเป็นรัฐมนตรี

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครับ นั่งเถอะครับ เชิญท่านประเสริฐครับ เชิญครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้กระผมในฐานะที่เป็นตัวแทนชาวจังหวัดยะลา จะขอทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลแทนพ่อแม่พี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ กระผม จะขออภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีในฐานะที่นายกรัฐมนตรีเป็นนายกรัฐมนตรีและเป็น ประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติตามเอกสารที่ผมนำมาแสดงนี่นะครับ คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ๑๕๓/๒๕๕๔ ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ แล้วก็ลงนามโดยท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ เมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๕๔ ท่านประธานครับ นายกรัฐมนตรีเข้ามาบริหารประเทศเพียงไม่กี่วันก็เริ่มขายข้าวค้างเก่าจากรัฐบาล ของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นการขายข้าวแบบจีทูจีให้กับบูล็อก (BULOG) ประเทศอินโดนีเซียจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ ตัน ข้าวจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ ตันนี้ ท่านรองนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในขณะนั้น เคยทำท่าทำทางออกลีลาว่าจะยกเลิก โดยอ้างว่าไม่ได้เป็นสัญญาเป็นแค่เอ็มโอยู แล้วก็อ้างต่อครับว่าขั้นตอนการเสนอขายผ่าน อคส. ไม่ถูกต้อง แล้วก็อ้างต่ออีกครับว่า ราคาต่ำเกินไปจะขอพิจารณาใหม่ ท้ายที่สุดครับก็แอบประมูลกันไปเมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๔ มีบริษัทที่เสนออยู่ ๒ รายครับยื่นซอง ๑๒.๐๐ นาฬิกา เปิดซอง ๑๔.๐๐ นาฬิกา นกกระจอกยังไม่ทันกินน้ำเลยครับ รู้แล้วครับว่าข้าว ๓๐๐,๐๐๐ ตันใครได้ ไม่เกินความคาดหมายครับ เรียบร้อย บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ช่วงนั้นน้ำกำลังท่วมครับ ท่านประธานครับ ประชาชนกำลังเดือดร้อน แต่รัฐบาลก็ปล้นข้าวกันท่ามกลาง น้ำท่วมนี่ละครับ เป็นการเปิดประมูลที่ผิดธรรมเนียมปฏิบัติครับ ไม่เป็นปกติทั่วไป โดยปกติต้องทำหนังสือเชิญชวนเป็นการทั่วไปครับ และต้องแจ้งสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เหมือนตัวอย่างนี้นะครับ กระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าต่างประเทศก็จะทำหนังสือ เรื่องการจำหน่ายข้าวสารตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนะครับ ก็บอกปีการผลิต เพื่อส่งออกต่างประเทศโดยวิธียื่นซองเสนอราคา เรียนผู้สนใจเสนอราคา อันนี้เป็นรูปแบบ ที่เชิญชวนทั่วไป แม้แต่ อคส. ก็ทำเรื่องจัดทำข้าวสารถุงเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย ในประเทศ เรียนสมาคมผู้ส่งออกข้าวต่างประเทศ เขาก็จะต้องทำหนังสือแจ้งเพื่อให้มี การเปิดประมูลเป็นการทั่วไปและเพื่อความโปร่งใส แต่ครั้งนี้กลับทำกันแบบเงียบ ๆ แบบลับ ๆ ไม่มีใครรู้เลยครับนอกจากรัฐบาลกับ ๒ บริษัทเท่านั้น หรือจะพูดอีกนัยหนึ่งก็ได้ครับว่า มีเฉพาะรัฐบาลกับเพียงบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด เท่านั้นก็ได้ครับ เรื่องมันแดงครับ เพราะสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยเขารู้ครับเขาทำหนังสือ ลงหนังสือฉบับนี้ละครับ ฉบับวันเดียวกันที่มีการเปิดประมูล วันที่ ๑๔ ธันวาคม บอกว่าเรื่องการขายข้าว ให้รัฐบาลอินโดนีเซีย เรียน ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แล้วเขาบอกต่อครับว่าแต่ทั้งนี้สมาคมได้รับทราบจากสมาชิกว่าองค์การคลังสินค้าได้จัดให้มี การยื่นซองเสนอราคาส่งมอบข้าวให้ประเทศอินโดนีเซียแล้วในวันที่ ๑๔ ธันวาคม ก็คือวันที่ เขาทำหนังสือนี่แหละครับ ซึ่งสมาคมไม่ได้รับทราบข้อมูลใดมาก่อน สมาคมจึงใคร่ขอทราบ ข้อเท็จจริงและความคืบหน้าของการประมูลดังกล่าวครับ เมื่อสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เขาทำหนังสือถึงรองนายกรัฐมนตรีแล้วเขาก็คิดต่อครับว่าเวลาเศษข้าว ปลายข้าวก็มีหนังสือ มาเชิญชวนเขาครับ เหมือนตัวอย่างฉบับนี้ละครับ การจำหน่ายข้าวสารที่ได้รับความเสียหาย เรียนสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยฉบับนี้ครับ การจำหน่ายข้าวท่อนและปลายข้าว เขาก็เรียนสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย แม้แต่ อคส. การจัดทำข้าวสารถุงเขาก็ต้องแจ้งสมาคมผู้ส่งออกข้าวต่างประเทศ เขาทำหนังสือ ถึงรองนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีก็เงียบครับ ไม่ตอบหนังสือให้กับสมาคมผู้ส่งออกข้าว ทำไปฉบับแรกเงียบ เขาห่างกัน ๗ วัน เขาทำต่อครับ วันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ ตามหนังสือ ฉบับนี้มีด้วยกัน ๒ หน้า ผมจะไม่ลงรายละเอียดมาก เขาถามว่า ๑. สถานภาพของสัญญา ฉบับนี้เป็นอย่างไร ๒. การเปิดประมูลที่ผ่านมาเป็นการประมูลเพื่อปรับปรุงคุณภาพข้าว หรือประมูลสัญญาส่งมอบ ประการที่ ๓ เขาถาม ถ้าใช้ข้าวในคลังรัฐบาลย่อมต้องเป็น การเปิดประมูลครับ อันนี้ใช้ข้าวใครกันแน่ ประการที่ ๔ ไม่มีการเชิญชวนให้มีการประมูล เขาก็ขอให้ยกเลิกและมีการเปิดประมูลใหม่ รองนายกรัฐมนตรีก็เงียบอีกตามสูตร ไม่ตอบหนังสือ ของสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย แต่กลับไปจ้ออยู่ในหน้าหนังสือพิมพ์ รองนายกรัฐมนตรี บอกว่าจะไม่เข้าไปทบทวนกรณีที่สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยทำหนังสือร้องเรียนไป อคส. เพื่อเปิดประมูลข้าวจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ ตัน เพื่อส่งมอบข้าวให้กับรัฐบาลอินโดนีเซีย เพราะเรื่องดังกล่าวทำไปตามสัญญาที่ทำไว้ก่อน สมาคมผู้ส่งออกเขาขอให้ทบทวน ไม่มีการประกาศเชิญชวนเป็นการทั่วไป ไม่ใช่เพราะทำไปตามสัญญาที่ทำไว้ก่อน รองนายกรัฐมนตรีไม่เข้าใจ กลับพูดต่ออีกครับว่าหากสามารถขายข้าวได้ในราคาที่ไม่ขาดทุน ก็ไม่ขัดข้องเพราะ อคส. เป็นรัฐวิสาหกิจทำธุรกิจได้ และการขายข้าวครั้งนี้ก็ไม่ได้นำสต็อกข้าว ในรัฐบาลมาดำเนินการ แต่ อคส. ต้องไปซื้อข้าวในตลาดมาส่งมอบเอง สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เขาถามทำไมไม่ตอบเป็นหลักฐานล่ะครับ นี่แสดงว่ารองนายกรัฐมนตรีโกหกจนเคยชิน กลืนน้ำลายตัวเองจนหมด ไม่เอาข้าวรัฐบาลส่งแล้วจะไปเอาข้าวที่ไหนครับ ข้าวปริมาณมาก ๆ อย่างนี้ ๓๐๐,๐๐๐ ตัน มีใครมีข้าวในสต็อก ๓๐๐,๐๐๐ ตัน นอกจากข้าวรัฐบาล รัฐบาลซื้อข้าวในท้องตลาดหมดแล้ว แล้วก็ซื้อราคาแพงด้วย แพงกว่าราคาท้องตลาดที่ควรจะเป็น ถ้าเอาข้าวของเอกชนไปส่งก็ส่งได้แต่ข้าวเปลือก เป็นไปไม่ได้ครับ ถ้าได้เปรียบเทียบ กับยุคคุณทักษิณ ท่านประธานจะเห็นว่ายุคคุณทักษิณที่ว่าหนักแล้ว ยุคนี้หนักกว่าครับ หนักกว่ายุคคุณทักษิณ หนากว่า หนักกว่า แล้วก็กล้ากว่าครับ ยุคคุณทักษิณสมัยที่คุณอดิศัย เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ปี ๒๕๔๕ มีเรื่องอื้อฉาว ประมูลข้าวของ อคส.

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครับ เอายุคนี้เลยดีไหมครับ

(นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ได้ยืนและยกมือขึ้น)

มีผู้ประท้วงครับ เอายุคนี้แหละครับ ไม่อย่างนั้นก็ประท้วงกัน ท่านจะได้อภิปรายได้สบาย ๆ ท่านครูมานิตย์ครับ ผมได้ทักท้วงแล้วครับ เชิญท่านต่อเถอะครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

ท่านประธานครับ ผมอภิปราย ไม่ไว้วางใจ ผมต้องยกเหตุผลว่าผมกล่าวหาว่ายุคนี้หนากว่า หนักกว่าแล้วก็กล้ากว่า ผมก็จะเทียบให้ดูว่ากล้ากว่าอย่างไร ผมก็ถอยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครับ ไม่อย่างนั้นก็ประท้วง เอายุคปัจจุบันดีกว่าครับ ก็อาจจะเปรียบเทียบเล็กน้อย อย่าไปเลยเถิดถึงกัน

เชิญครับ ท่านครูมานิตย์

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย จริง ๆ ด้วยความเคารพต่อท่านประธาน ท่านประธานคงจะอ่านใจผมออก ผมก็เลยนั่งให้ แต่นี่ผมประท้วงท่านประธานผ่านไปยังผู้อภิปรายว่าท่านประธานปล่อยปละละเลย จริง ๆ ยุคท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณมันเลยมาถึงยุคท่านสมัคร ท่านสมชาย ท่านอภิสิทธิ์ กว่าจะมาถึงยุคนี้มันห่างกันมาก แล้ววันนี้มันไม่น่าจะเกี่ยวข้อง จริง ๆ พวกผมไม่ได้ขัดขวาง หรอกครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

ท่านประธานครับ ผิดข้อบังคับครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ผมยังพูดไม่จบครับ ผมพูดกับประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาละครับ พอแล้ว ผมเข้าใจแล้วครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

เพราะผมต้องการพูดกับคนมีวุฒิภาวะ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

ท่านประธานครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ผมอยากพูดกับประธานครับ ผมกำลัง ประท้วงกับประธานครับ จริง ๆ ผมก็ไม่ได้ไปใส่ใจอะไรมากมายหรอกครับ แต่ผมฟังแล้ว เดี๋ยวก็หาว่าผมขัดขวาง ผมนี่อยากฟังคำอภิปราย คำอภิปรายที่ไม่ไว้วางใจ เห็นไหมผมไม่ค่อย ลุกขึ้นมาประท้วงหรอกครับ ท่านประธานเห็นไหมครูมานิตย์นี่ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ จะไม่ลุกขึ้นมาเลยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาเข้าประเด็นเลย ท่านเข้าประเด็นท่านครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

เพราะเป็นคนมีสาระ ฉะนั้นผมอยากให้ ท่านประธานควบคุม อันไหนที่มันตรงกับญัตติ ตรงกับกระบวนการท่านก็ปล่อย อันไหนไม่ตรง ผมอยากให้ท่านได้ตำหนิติเตียน ยุติ เขาก็จะได้อภิปรายสบาย ผมก็อยากฟังสะดวก จะได้บันทึก ท่านประธานมาดูว่าผมบันทึกไว้เยอะแยะมากมายเลยครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประเสริฐครับ พยายามอย่าไปไกลนัก เอาปัจจุบันนี้ครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา 🔗

เอาอย่างนี้แล้วกันครับ ผมจะกราบเรียน ท่านประธานว่าปี ๒๕๔๕ มีเรื่องอื้อฉาวแล้วครับ มีการประมูลข้าวของ อคส. ๑.๒ ล้านตัน โดยปกติ อคส. ต้องประกาศเชิญชวนเป็นการทั่วไปไปยังสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยครับ นี่เป็นปกติของการทำข้าวในประเทศไทยครับ แต่ อคส. กลับเลือกส่งประกาศไปยัง ผู้ประกอบการเพียงบางรายครับ สุดท้ายเรื่องแดงต้องยกเลิกการประมูลครับ แต่ยุคนี้ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยเขาจับได้ไล่ทัน เขาทำหนังสือไปให้รองนายกรัฐมนตรี เรื่องแดงแล้ว แต่ยังไม่ยกเลิกครับ ยังเดินหน้าต่อไป ผมกล่าวหาได้ไหมครับว่ายุคนี้ไม่บางแล้วก็ไม่เบา ที่ผ่านมาประเทศไทยไม่ใช่ไม่เคยขายข้าวจีทูจี ประเทศไทยเคยขายข้าวจีทูจีมาแล้วหลายครั้ง ยุคคุณทักษิณก็ขายครับ ขาย ๕๐๐,๐๐๐ ตันครับ ขายเสร็จได้มาแล้วก็ยกให้ บริษัท เพรสซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด ทำทั้งหมดครับ ยุคคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ขายครับ ขาย ๕๐,๐๐๐ ตันครับ ขายเสร็จแล้วทำอย่างไรครับ ได้มาแล้วรัฐบาลส่งเองครับ รับเงินเอง ทำเองทั้งหมดครับ ไม่ได้ยกให้ใครทำ มายุคคุณยิ่งลักษณ์ทำเหมือนกับยุคคุณทักษิณ ราวกับแกะเลยครับ ได้ข้าวมา ๓๐๐,๐๐๐ ตัน ยกให้บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ทำ อย่างนี้ ผมเปรียบเทียบให้เห็นครับ เวลาเจรจาซื้อขายข้าวใช้ยี่ห้อประเทศไทยไปเจรจาไหมครับ ใช้ยี่ห้อ คนไทยไหมครับ ใช้ยี่ห้อชาวนาไทย ใช้ยี่ห้อข้าวไทยไปเจรจาไหมครับ ข้าวทุกเมล็ดของรัฐบาล ใช้เงินภาษีของประชาชนครับ เวลาเจรจาสำเร็จกลับเอาเงินประเทศ เอาเงินประชาชน ยกให้เอกชนทำ อย่างนี้ถูกไหมครับ พวกท่านก็ทำอย่างนี้จนเคยตัวแล้วครับ ข้าว ๓๐๐,๐๐๐ ตัน ลอตนี้ แม้แต่กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทยซึ่งเป็นเจ้าของเงินของบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ยังไม่รู้เรื่องนี้เลยครับ ตามเอกสารแผ่นนี้ครับ หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ ๒ สิงหาคม กรุงไทยจี้ติดหนี้สยามอินดิก้า นายอดิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่ากรณีที่บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ผู้ประกอบการค้าข้าว ที่อยู่ระหว่างปรับโครงสร้างหนี้ของธนาคารเข้าร่วมประมูลข้าวของรัฐบาลนั้น หากเป็นการ ประมูลลับธนาคารไม่ทราบเรื่อง นี่ก็เป็นอีกบทหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความไม่โปร่งใส ท่านประธานครับ มีเอกสารอยู่ชุดหนึ่งของธนาคารกรุงไทยอีกเหมือนกันครับ ธนาคารกรุงไทย กับบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด เอกสารชุดนี้จะเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า ท่านไม่ได้พูดอย่างที่พูดครับ ท่านเอาข้าวรัฐบาลไปให้เอกชนขาย หนังสือฉบับนี้เขาพูดต่อครับ ว่าธนาคารกรุงไทย เขามีการปล่อยเงินให้กับบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ก็ทำสัญญาซื้อขายข้าวกับ อคส. บริษัทได้ทำสัญญาซื้อขายข้าว ๑๕ เปอร์เซ็นต์กับองค์การคลังสินค้าเพื่อส่งออกไปยังประเทศอินโดนีเซียภายใต้สัญญา ระหว่าง อคส. และบูล็อกของรัฐบาลอินโดนีเซียจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ ตัน ตรงกันไหมครับ จำนวนตรงกันไหมครับ ไปเอาข้าวของ อคส. ไปส่ง และเขาก็พูดต่อครับ มีแอล/ซี (L/C) จากบูล็อกมาที่เขา ปัจจุบันบริษัทมีแอล/ซี ๓๓๗,๐๐๐ ตัน รวมของบูล็อก ๓๐๐,๐๐๐ ตันแล้ว รัฐบาลก็ไปให้บูลล็อกเปิดแอล/ซีแทนที่จะไปเปิดให้ อคส. หรือกรมการค้าต่างประเทศ กลับไปเปิดให้เอกชนครับ แล้วเขาก็พูดต่อครับ แอล/ซีใบนี้เป็นใบละ ๑๐๐,๐๐๐ ตัน และ ๒๐๐,๐๐๐ ตัน แอล/ซีที่มีมูลค่าสูงสุดเป็นแอล/ซี ๑๐๐,๐๐๐ ตัน และ ๒๐๐,๐๐๐ ตัน ตันละ ๕๕๙ ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงิน ๑๖๗.๗ ล้านดอลลาร์สหรัฐ เขาบอกหมดครับ แอล/ซีมีอยู่ ๒ ใบ ใบที่ ๑ ๑๐๐,๐๐๐ ตัน ใบที่ ๒ ๒๐๐,๐๐๐ ตัน และราคาบอกมาด้วย ตันละ ๕๕๙ เหรียญสหรัฐ เขาพูดต่อครับ บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ได้เอาหนังสือค้ำประกัน จากสถาบันการเงินไปค้ำประกันสัญญาซื้อขายข้าวกับ อคส. เพื่อส่งข้าวให้กับบูล็อก ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕ บริษัทแจ้งความประสงค์จะขอใช้วงเงิน แอลจี (LG) เพื่อค้ำประกันสัญญากับ อคส. ในการซื้อขายข้าวให้บูล็อกจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ ตันตามที่ กล่าวข้างต้น ไม่เพียงเท่านั้นรัฐบาลทำให้เขาจับเสือมือเปล่าครับ เขาเอาแอล/ซีไปค้ำประกัน ไปกู้เงิน แล้วเอาเงินนั้นครับ เบิกเงินจากธนาคารกรุงไทยนี่แหละไปจ่ายค่าข้าวให้กับ อคส. ตามเอกสารฉบับนี้ครับ สำหรับการเบิก พี/ซี (P/C) เพื่อไปจ่ายค่าข้าวให้แก่ อ.ต.ก. หรือ อคส. หรือหน่วยงานราชการอื่น ธนาคารได้กำหนดเงื่อนไขไว้แล้วว่าให้สามารถจ่าย เป็นแคชเชียร์ เช็ค (Cashier Cheque) ได้ ขีดคร่อมและห้ามเปลี่ยนมือ สั่งจ่ายองค์การ คลังสินค้าหรือหน่วยงานราชการอื่นหรือรัฐวิสาหกิจโดยให้อยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้า หน่วยราชการ และเมื่อบริษัทรับมอบข้าวจาก อคส. แล้วให้ส่งรายงานรับสินค้าประจำวัน ที่ออกโดยซีเอ็มเอ (CMA) ให้ธนาคารเพื่อตรวจสอบ อย่างนี้ชัดไหมครับ เอาเงินจากธนาคารกรุงไทย ไปจ่ายให้กับ อคส. แล้วเมื่อรับข้าวจาก อคส. แล้วก็ต้องส่งมาให้ธนาคารกรุงไทยตรวจสอบ เขาบอกต่อครับ ปัจจุบันบริษัทนี้ได้เบิกเงินจากธนาคารกรุงไทยไปแล้ว ๑๕๐,๐๐๐ ตันครับ

๔.๕.๒ บริษัทได้ทำสัญญาซื้อขายข้าวให้กับบูล็อก ๓๐๐,๐๐๐ ตัน โดยได้รับแอล/ซีมาเรียบร้อยแล้วและได้ทยอยเบิกไปแล้ว ๑๕๐,๐๐๐ ตัน ส่วนที่เหลือ ๑๕๐,๐๐๐ ตันบริษัทชะลอเอาไว้ก่อนเพื่อรอให้ข้าวที่ส่งออกไปแล้วได้รับเงินมาชำระหนี้ พี/ซี บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ไม่เพียงเท่านั้นครับ เขารู้อีกว่าหลังจากส่งมอบข้าว ๓๐๐,๐๐๐ ตันแล้วจะมีคำสั่งซื้อจากบูล็อกประเทศอินโดนีเซียเข้ามาอีก ๒๐๐,๐๐๐ ตัน ภายในปี ๒๕๕๕ รวมเป็น ๕๐๐,๐๐๐ ตันตามเอกสารของธนาคารฉบับนี้เหมือนกันครับ หลังจากนี้จะมีคำสั่งซื้อเข้ามาอีก ๒๐๐,๐๐๐ ตัน เป็นเงินประมาณ ๑๑๑.๘ ล้านเหรียญสหรัฐ ฉะนั้นในปี ๒๕๕๕ บริษัทจะขายข้าวให้กับบูล็อกทั้งหมด ๕๐๐,๐๐๐ ตัน ไหนว่าจีทูจีล่ะครับ ไหนว่าเป็นความลับล่ะครับ ท่านอ้างทุกอย่างเพื่อปิดหู ปิดตา ปิดบังประชาชนครับ จีทูจีของ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์มีไม่จริง ปี ๒๕๕๔ ยุคที่ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี มีการส่งข้าวออกจีทูจีอยู่ ๒ ครั้ง ครั้งที่ ๑ ส่งไปประเทศอินโดนีเซียให้กับบูล็อก ๕๐,๐๐๐ ตัน ครั้งที่ ๒ ส่งไปให้กับรัฐบาลบังกลาเทศ ๒๐๐,๐๐๐ ตัน การเจรจาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐนี่ ขายข้าว ๕ เปอร์เซ็นต์ ๕๐,๐๐๐ ตัน การชำระเงินจ่ายโดยแอล/ซีเป็นเงินสดเพิกถอนไม่ได้ ใช้ข้าว ๕ เปอร์เซ็นต์ในคลังสินค้ากลางของรัฐบาลเพื่อส่งมอบข้าวตามสัญญาให้กับ รัฐบาลอินโดนีเซีย นี่ครับขาย ๕๐,๐๐๐ ตันให้กับประเทศอินโดนีเซีย พอมาขาย ๒๐๐,๐๐๐ ตันให้กับประเทศบังกลาเทศ เนื่องจากเป็นข้าวนึ่งครับในคลังสินค้า รัฐบาลไม่มี แต่สมัยนั้นยุคท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ใช้วิธีเชิญชวนเปิดประมูลครับ วันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๔ เชิญชวนให้เสนอขายข้าวนึ่ง ๕ เปอร์เซ็นต์ในเทอม ซีเอฟอาร์ (Term CFR) คอสท์ แอนด์ เฟรจท์ ไลเนอร์ เอาท์ (Cost and Frieght Liner Out) เพื่อส่งมอบให้กับ รัฐบาลบังกลาเทศ เรียนนายกสมาคมผู้ส่งออกข้าว ปริมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ตัน เพิ่มลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีอะไรลับนะครับ ไม่มีอะไรปิดบังครับ ต้องทำกันแบบเปิดเผย ต้องทำกันแบบโปร่งใส เพราะเงินมหาศาลและใช้เงินของประชาชนครับ ทีนี้จะทำอย่างไรต่อ เวลาเป็นข้าวรัฐบาลต้องไปขอใบอนุญาตให้ส่งสินค้าออกไปนอกราชอาณาจักร ไปขอที่ไหนครับ จากกรมการค้าต่างประเทศครับ แล้วเขาจะจั่วหัวตรงข้างบนว่าเป็นข้าวรัฐบาล ผู้ส่งออก จะเป็นกรมการค้าต่างประเทศ ผู้รับสินค้าบูล็อก ประเทศอินโดนีเซีย นี่สมัยท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นตัวอย่างนะครับ หลังจากนั้นก็ต้องไปให้คณะกรรมการตรวจข้าว คณะกรรมการตรวจข้าวนี้อยู่ที่ไหนครับ อยู่ที่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย มีหน้าที่ ๒ อย่างครับ ๑. ตรวจคุณภาพข้าว และ ๒. ตรวจจำนวนข้าว พอตรวจเสร็จเขาก็จะต้อง ลงในรายการ การตรวจนี่เขาก็ต้องตรวจให้ตรงกับใบอนุญาตที่เมื่อสักครู่ผมกล่าวถึงที่ได้มาจาก กรมการค้าต่างประเทศ พอลงรายการเขาก็จะลงรายการไว้เป็นอย่างนี้นะครับ เขาก็บอกนะครับ นี่ตัวอย่างยุคท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปี ๒๕๕๔ เขาบอกว่า ไรซ์ เอกซ์ปอร์ต บาย กัฟเวิร์นเมนท์ ดิวริง ดีเซมเบอร์ ๒๐๑๑ แอนด์ แจนยัวรี ทู ดีเซมเบอร์ ๒๐๑๑ (Rice export by government during December 2011 and January to December 2011) ข้าวส่งออก ของรัฐบาล ปี ๒๕๕๔ มี ๒ อันแค่นั้นเองครับ เขาบันทึกไว้ว่ามีของประเทศบังกลาเทศ ๒๑๗,๘๐๐ ตัน ตรงไหมครับ เมื่อกี้ ๒๐๐,๐๐๐ ตัน บวกลบ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ก็คือ ๒๒๐,๐๐๐ ตัน ทีนี้เขาส่งออกได้ ๒๑๗,๘๐๐ ตัน ของประเทศอินโดนีเซีย ๕๐,๐๐๐ ตัน แต่ส่งออกจริง ๕๐,๐๗๐ ตัน นี่เขาบันทึกไว้อย่างนี้ครับ แล้วเขาก็ต่อข้างล่างว่า โทเทิล เอกซ์ปอร์ต บาย เจเนอรัล เอกซ์ปอร์ตเตอร์ (Total export by general exporter) ก็แปลว่าข้าวเอกชนมีส่งออกเท่าไรในปี ๒๕๕๔ แล้วก็ส่งออกโดยรัฐบาลมีเท่าไรเขาจะใส่ไว้หมด เราจะเห็นครับว่าส่งออกโดยรัฐบาล ๒๖๗,๘๗๐ ตันเพราะเอาของประเทศอินโดนีเซีย กับของประเทศบังกลาเทศมาบวกมารวมกัน เขาก็จะแสดงรายงานออกมา มีผู้รับรอง รายงานเสร็จครับเป็นหัวหน้าส่วนกลางลงชื่อเรียบร้อย นี่เป็นเอกสารทางการถูกต้องครับ แต่มายุคคุณยิ่งลักษณ์ท่านพูดถึงตามหนังสือนี้นะครับ รู้ลึก รู้จริง จำนำข้าว ท่านก็บอกว่าท่านพิมพ์แจก ๕๐๐,๐๐๐ เล่มบ้าง ๕๐,๐๐๐ เล่มบ้าง นี่ยังไม่เห็นสักเล่มเลยครับ ไม่เห็นเอามาแจกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีอยู่ ๔๐๐ กว่าคน ๕๐๐ คน ไม่มีครับ และยังไม่รู้อีกเหมือนกันว่าใช้งบอะไรไปทำ ท่านพูดเอาไว้ในหน้า ๑๕ ครับ รัฐบาลส่งมอบแล้วบางส่วนตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนกันยายน ปี ๒๕๕๕ จำนวน ๑.๔๖ ล้านตัน อันนี้เขียนในเล่มนี้ครับ แสดงไว้ในเล่มที่กระทรวงพาณิชย์แจก ว่าตั้งแต่ เดือนมกราคมถึงเดือนกันยายน ปี ๒๕๕๕ ส่งออกในระบบจีทูจี ๑.๔๖ ล้านตัน แต่ของ สภาหอการค้ากรรมการตรวจข้าวครับ ท่านดูครับ ปี ๒๕๕๕ เดือนตรงกันนะครับ ไรซ์ เอกซ์ปอร์ต บาย กัฟเวิร์นเมนท์ ดิวริง แจนยัวรี ทู เซพเทมเบอร์ 2012) (Rice export by government during January to September) ตรงกันไหมครับ โทเทิล (Total) ๐๐๐๐๐๐ ไม่มีสักตันครับ แล้วของท่านก็บอกว่ามี ๑.๔๖ ล้านตัน อันนี้เขาก็เขียนข้างล่างต่อว่า เอกซ์ปอร์ต บาย เจเนอรัล เอกซ์ปอร์ต (Export by general export) ก็แปลว่าพ่อค้าทั่วไป ส่งออกได้ ๖,๐๐๐,๐๐๐ ตัน รัฐบาลส่งไม่ได้สักตัน เขาก็ลงชื่อต่อครับ หัวหน้าส่วนกลาง รับรองเอกสาร เชื่ออันไหนครับ อันนี้เอกสารทางการ อันนี้เอกสารพิมพ์แจก เชื่ออันไหนครับ ท่านประธาน ตรงกับคำพูดของข้าราชการผู้หนึ่งที่เขามาให้ข้อมูลกับคณะกรรมาธิการ ผมคงไม่ต้องเอ่ยชื่อ เอ่ยตำแหน่ง เพราะเดี๋ยวท่านไปเล่นงานเขาครับ เขาบอกไว้อย่างนี้ครับ ว่าถ้าที่มาเป็นจีทูจีนะครับ แต่ไปมอบให้ใครดำเนินการ เป็นเอกชนดำเนินการแล้วไม่ได้เป็น จีทูจีครับ แต่ถ้าถามว่าที่มาคืออะไร คือจีทูจี ก็แปลว่าขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่ พอถ้าเหลาลงไป กลายเป็นบ้องกัญชา ไม่นับไม้ไผ่ครับ นับเป็นบ้องกัญชาครับ เพราะฉะนั้นตรงกันกับ ใบอนุญาตส่งออกข้าวของบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ออกโดยกระทรวงพาณิชย์อีกครับ กรมการค้าต่างประเทศ ฉบับนี้นะครับ วันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๕ เขาตีจั่วหัว กรมการค้าต่างประเทศพิมพ์เองนะครับว่าข้าวเอกชน บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด เป็นผู้ส่งออก ผู้รับสินค้าคือบริษัท บูล็อก ประเทศอินโดนีเซีย แล้วเป็นจีทูจีตรงไหนครับ เวลาท่านขายข้าวให้กับเขา ท่านดูนะครับ เวลาไปเจรจา เอกสารทางการเงินนะครับ รีจิสเตอร์ เดท (Register date) ๒๒ ธันวาคม อิมปอร์ตเตอร์ (Importer) เป็นบูล็อก เอกซ์ปอร์ตเตอร์ (Exporter) เขียนไว้ว่า พับลิก แวร์เฮาส์ ออร์กะไนเซชัน พีดับบลิวโอ คอนแทรคท์ (Public warehouse organization PWO Contract) คนนี้คือใครครับ สุรศักดิ์ ศรีประภา เขาบอก เดี๋ยวดูเลขที่ ๔ เวลาไปเจรจาเจรจากับ อคส. คนที่ไปเจรจา เขาบอกว่าให้ติดต่อสุรศักดิ์ ศรีประภา นี่ครับ นายสุรศักดิ์ ศรีประภา รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า แต่เวลาท่านเอาข้าว ๓๐๐,๐๐๐ ตันเอาไปให้เอกชนทำ อย่างนี้เอารัฐบาลไปขายครับ ขายเสร็จเอาให้เอกชนทำเพราะอะไรครับ มีปัญหาอะไรครับ เพียงระยะเวลาที่ท่านไปเซ็นเพียงวันเดียวแก้ไขแล้วครับเอกสาร รีจิสเตอร์ เดท วันที่ ๒๒ ธันวาคม รีไวน์ด (Rewind) ครั้งที่ ๑ วันที่ ๒๓ ธันวาคม วันเดียวครับแก้ไขเอกสาร เรียบร้อยแล้ว ท่านประธานครับ สมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพื่อให้ดูง่ายนะครับ กรมการค้าต่างประเทศทำสัญญาขายข้าวให้กับบูล็อกแล้วก็กรมการค้าต่างประเทศ ก็ส่งข้าวเองให้กับบูล็อก เงินของบูล็อกจ่ายก็จ่ายตรงมาให้กรมการค้าต่างประเทศเลย ไม่มีอะไรซิกแซ็กไม่มีอะไรยุ่งยาก ง่าย ๆ เวลายุคของรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ องค์การคลังสินค้าทำสัญญาขายข้าวกับบูล็อกแล้วก็มาทำสัญญาขายข้าว ให้กับเอกชนอีกครับ แล้วก็ให้เอกชนส่งข้าวไปให้กับบูล็อก เวลารับเงินเหมือนกันแทนที่จะให้ บูล็อกจ่ายตรงมาให้องค์การคลังสินค้า ไม่ครับ ต้องเอาแอล/ซี ๑๖๗.๗ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเท่ากับประมาณ ๕,๒๘๙ ล้านบาทมาพักไว้ที่บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ก่อน แล้วหลังจากนั้น ก็ให้บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด จ่ายเงินให้กับ อคส. ทำไมถึงต้องทำอย่างนี้ คำถาม เพราะอะไรครับ เมื่อสักครู่ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรบอกว่าข้าวเสียหาย ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไอ้นี่ก็จำนวนหนึ่ง ๕,๒๘๙ ล้านบาท ทุจริตครับ เพราะถ้าไม่มาพักไว้ที่ บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ไม่มีเงินทอนครับ เพราะ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทบวกเพิ่มเข้าไปครับ ว่าตัวเงินที่หายไปไปอยู่ที่ไหน ท่านประธานครับ บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด มาจากไหนครับ น่าแปลกใจครับว่าบริษัทนี้อยู่ ๆ เกิดมาได้อย่างไร ผมเอาให้ท่านประธานดูครับ สมัยก่อน เมื่อสักครู่ผมเท้าความถึงบริษัท เพรสซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด วันนี้พูดถึง บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด เอาที่อยู่ก่อนนะครับ ที่เคยปรากฏตามเอกสารของ กระทรวงพาณิชย์นี่แหละครับ ที่อยู่ที่ ๑ ก็คือ ๕๕๗/๑ ซอยสุทธิพร ตรงกันครับ ที่อยู่ที่ ๒ ๔๘/๗-๘ ก็ตรงกันครับ ตัวละครที่อยู่ในบริษัททั้ง ๒ บริษัทนี้ใกล้เคียงกันมากครับ มีนางสาวกรองทองนี่ก็มีกรองทองครับ มีกิ่งแก้วนี่ก็มีกิ่งแก้ว มีเรืองวัลย์นี่ก็มีเรืองวัลย์ มีอนุนี่ก็มีอนุ มีนายอภิชาติก็มีอภิชาติ มีฉัตรพรก็มีฉัตรพรครับ นี่เพื่อแสดงให้ท่านประธาน เห็นว่า ๒ บริษัทนี้เป็นอะไรกัน ยุคคุณทักษิณ บริษัท เพรสซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด ได้ข้าว ๕๐๐,๐๐๐ ตันขายให้กับบูล็อกแล้วก็ได้ข้าวอีก ๖๓๔,๐๐๐ ตันจากการประมูลนะครับ ไม่ว่ากัน แต่ที่ผิดก็คือไปให้ราคาเขาต่ำกว่าผู้ประมูลรายอื่นตันละ ๖ เหรียญ นี่ก็ช่วยพวกพ้อง แล้วก็ต่อมาบริษัทนี้แหละครับก็ประมูลข้าวอีก ๑.๗๘ ล้านตันได้ยกลอตครับ พอได้ยกลอตเสร็จให้ผลประโยชน์เขาอีก ๓ เรื่องครับ

เรื่องที่ ๑ ให้ค่าการตลาดตันละ ๔.๕ เหรียญสหรัฐ

เรื่องที่ ๒ ให้ค่าปรับปรุงข้าวตันละ ๖๕๐ บาท

เรื่องที่ ๓ ลดหนังสือการันตีจาก ๕ เปอร์เซ็นต์เหลือ ๑ เปอร์เซ็นต์ นี่อยู่ ๆ พอคุณวัฒนา เมืองสุข ไปอยู่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ บริษัทนี้ ค้าข้าวอยู่ดี ๆ กระโดดไปหากินที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ด้วยครับ มีตัวละครที่ไปเกี่ยวข้องก็นางสาวกรองทอง อันเดียวกันครับ อภิชาติอันเดียวกันครับ รัตนาซึ่งต่อมาก็มาอยู่ที่ บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด รุ่งเรืองต่อมาก็มาอยู่เป็นเครือข่ายของ คุณสุดาที่ บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ไปอยู่ในโครงการหมู่บ้านเอื้ออาทร เขาพิสูจน์มาแล้วครับ ผมคงไม่ต้องบอกว่าใครพิสูจน์ ๑๘ เดือนมีเงินเข้าบริษัทนี้ ๕,๐๐๐ ล้านบาท เงิน ๕,๐๐๐ ล้านบาทที่เข้าบริษัทนี้เขาเอาไป พิสูจน์หาเส้นทางการเงิน มีเส้นทางการเงินที่มาจากเงินของผู้รับเหมาเรียกรับสินบน มาจากโครงการบ้านเอื้ออาทร ๑,๔๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ๑,๔๐๐ ล้านบาท นี่ครับ บ้านเอื้ออาทร บริษัทที่ได้ตรวจสอบและพบว่ามีหลักฐานการจ่ายสินบน บริษัทที่ ๑ จ่ายไป ๑๐๒ ล้านบาท บริษัทที่ ๒ จ่ายไป ๒๖๓ ล้านบาท บริษัทที่ ๓ จ่ายไป ๗๑ ล้านบาท บริษัทที่ ๔ จ่ายไป ๓๐๐ ล้านบาท บริษัทที่ ๕ จ่าย ๑๔๙ ล้านบาท บริษัทที่ ๖ จ่าย ๔๗ ล้านบาท บริษัทที่ ๗ จ่าย ๓๑ ล้านบาท บริษัทที่ ๘ จ่าย ๑๘๐ ล้านบาท บริษัทที่ ๙ จ่าย ๘๒ ล้านบาท บริษัทที่ ๑๐ จ่าย ๑๓๕ ล้านบาท บริษัทที่ ๑๑ จ่ายมา ๕๐ ล้านบาท เขารวม ๑๑ บริษัทจ่ายค่าสินบน ๑,๔๑๕ ล้านบาท เขาไล่เส้นทางการเงินหมดครับ จากบริษัทนี้ไปสู่ใคร ๆ เขาไล่หมด ไล่ให้เห็นครับ บริษัทนี้จ่ายไปตรงไหนเขาบอกหมดครับ เข้าไปหมดครับ รุ่งเรือง รุ่งเรือง กรองทอง สยามอินดิก้า เบิกเป็นเงินสดก็มีครับ บริษัทที่เกื้อกูลกันมาตั้งแต่กระทรวงพาณิชย์แล้วก็มากระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ แล้วมาถึงยุคนายกรัฐมนตรีคุณยิ่งลักษณ์ก็ต่อมา เอื้อประโยชน์ ๓๐๐,๐๐๐ ตัน ข้าวให้กับบูล็อก อย่างนี้เขาเรียกว่าอุ้มกันมาตั้งแต่เหย้าตั้งแต่เรือน ตั้งแต่เกิดจนโต ท่านประธานครับ เวลาที่ท่านให้เปิดประมูลข้าวเขาต้องมีการกำหนด คุณสมบัติของผู้ประมูลไว้เบื้องต้นนะครับ

ประการที่ ๑ ก็ต้องไม่มีประวัติละทิ้งการเสนอราคาซื้อแล้วก็ละทิ้งสัญญา ซื้อขายข้าวสารกับทางราชการ

ประการที่ ๒ ไม่เป็นผู้ทิ้งงาน ปรากฏตามรายชื่อผู้ทิ้งงานของกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง

ประการที่ ๓ ต้องไม่มีพฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นว่ามีความสมยอมกัน ในการเสนอราคา

ประการที่ ๔ ต้องไม่มีการขัดขวางการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม

อันนี้เป็นคุณสมบัติทั่วไปในการเปิดประมูล แต่ท่านประธานครับ บริษัท เพรสซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด เดินเข้าเดินออกที่กระทรวงพาณิชย์ ค้าขายอยู่กับ กระทรวงพาณิชย์ ได้ข้าวในโกดังจากรัฐบาลไป ๓ ลอตในยุคคุณทักษิณ ชินวัตร ๕๐๐,๐๐๐ ตัน ๖๐๐,๐๐๐ ตัน ๑,๗๐๐,๐๐๐ ตัน ได้สิทธิพิเศษมากมายครับ รวมทั้งจีทูจี ได้ข้าวราคาถูกกว่าบริษัทอื่น ได้ค่าการตลาดอีก ได้ค่าปรับปรุงข้าวอีก ได้ลดค่าประกัน สัญญาอีก ต่อมาบริษัท เพรสซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด ทำให้ อคส. เสียหายครับ อคส. ฟ้องบริษัทเรียกร้องค่าเสียหาย ๔,๘๐๐ ล้านบาท ตามเอกสารนี้ครับ ศาลล้มละลาย อ่านตามหนังสือนี้ครับ แสดงให้เห็นว่าบริษัท เพรสซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด ทำให้ อคส. เสียหายไป ๔,๘๐๐ ล้านบาท วันนี้ อคส. ไม่มีทางได้รับเงิน ๔,๘๐๐ ล้านบาทนี้คืนแม้แต่ แดงเดียวครับ เพราะบริษัท เพรสซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด ล้มละลายเรียบร้อยแล้วครับ ก็พวกท่านอีกนั่นแหละครับทำให้ อคส. เสียหาย เมื่อบริษัท เพรสซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด ล้มแล้วครับ เขาก็ตั้งบริษัทขึ้นมาใหม่ เมื่อสักครู่ที่ผมให้ท่านประธานดู จากบริษัท เพรสซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด ก็มาเป็นบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด คนชุดเดียวกันครับ เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ไปจดทะเบียนตั้งบริษัท ไปจดที่ไหนครับ ที่กระทรวงพาณิชย์ใช่ไหมครับ ไปติดต่อค้าขายที่ไหนครับ ก็ที่กระทรวงพาณิชย์ อคส. ฟ้อง อคส. อยู่ที่ไหนครับ ก็อยู่ที่ กระทรวงพาณิชย์ อคส. เสียหาย ๔,๘๐๐ ล้านบาทอยู่ที่ไหนครับ อยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ครับ เป็นไปได้อย่างไรครับที่กระทรวงพาณิชย์ไม่รู้ วันนี้พฤติกรรมของท่านยังเป็นฟาสท์ฟูด (Fast-food) ส่งมอบข้าว ๓๐๐,๐๐๐ ตันไปให้เขาถึงบ้าน ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แล้วว่ารัฐเสียหาย แล้วรู้อยู่แล้วว่าเอาเงินไปพักที่บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ต้องมีเงินทอน เป็นไปไม่ได้ครับ ไม่มีใครโง่ครับ ไม่มีเงินทอนเอาไปพักไว้ทำไม นายกรัฐมนตรีรู้ยิ่งกว่ารู้อีกครับ เพราะนายกรัฐมนตรีมาจากนักธุรกิจ รู้อยู่แล้วว่าบริษัท ๒ บริษัทนี้โคลนนิ่ง (Cloning) กันมา รู้อยู่แล้วว่าคุณสมบัติไม่ชอบครับ คุณสมบัติมัวหมอง พวกท่านก็ยังทำกันได้ ต่างฝ่ายต่างอาศัยช่องว่างหลบเลี่ยงนิตินัยเพื่อไปสู่เป้าหมายเดียวกันคือการทุจริตคอร์รัปชัน เพราะฉะนั้นอยากให้นายกรัฐมนตรีเปิดเผยครับ เรารู้อยู่แล้วที่มาของเงิน ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ข้าวขายให้ประเทศอินโดนีเซียรู้อยู่แล้วครับ ๕,๒๐๐ กว่าล้านบาท มาอยู่ที่บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ต้องจ่ายให้ อคส. เปิดเผยครับว่า อคส. รับเศษเงินมาเท่าไร ส่วนที่หายไปไปตกหล่นอยู่ที่กระเป๋าใครครับ เรื่องอย่างนี้ปิดบังไม่ได้หรอกครับ นายกรัฐมนตรีเอามาเปิดเผยในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เลยครับ ท่านประธานครับ การทุจริตไม่ใช่เรื่องงดงาม ผมมีความภูมิใจที่หัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ของผมบอกว่าถ้า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อชาวนาไม่เป็นไรครับ แต่ผมคิดว่าสตางค์แดงเดียวเพื่อกระเป๋าใคร เพื่อพ่อค้าคนหนึ่งคนใด เพื่อนักการเมือง คนหนึ่งคนใดย่อมไม่ได้ครับ ท่านประธานครับ วันนี้เป็นวันที่ผมทำหน้าที่แทนพ่อแม่พี่น้อง ชาวจังหวัดยะลาด้วยความภาคภูมิใจครับ แต่ผมเสียใจที่ไม่อาจให้นายกรัฐมนตรี อยู่ในตำแหน่งนี้ต่อไปได้ครับ ขอบคุณครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธาน สภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เหลือท่านอภิปรายกระทรวงพาณิชย์อีกกี่ท่านครับ เกี่ยวกับกระทรวงพาณิชย์ ไม่มี เดี๋ยวผมจะให้ท่านสุกำพลใช้สิทธิที่ถูกพาดพิง มีอยู่ใช่ไหม เชิญครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก วันนี้ผมเป็น ผู้หนึ่งที่ได้ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรีในข้อหาที่ถือว่าสาหัสสากรรจ์ เราประกาศไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรีในข้อหาที่มีพฤติกรรมปล่อยปละละเลย ให้มีการทุจริต ผมต้องย้ำนะครับ พฤติกรรมของท่านนายกรัฐมนตรีมีพฤติกรรม ที่ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตเป็นทำนองโกงทั้งแผ่นดินเอื้อพวกเอื้อญาติและ ปล่อยปละละเลยให้มีบุคคลอื่นมีอำนาจเหนือตัวเอง ผมเสียดายว่าทำไมท่านนายกรัฐมนตรี ไม่เข้ามา คือผมเข้าใจดีว่าท่านนายกรัฐมนตรีถ้าจะอยู่ที่นี่ได้ทั้งวันท่านก็คงมีภารกิจบ้าง ในการที่เข้าแล้วออก แต่เท่าที่ผมสังเกตมาทั้งวันเมื่อเช้าเห็นท่านเข้ามาในช่วงระยะเวลาหนึ่ง และหลังจากนั้นท่านก็หายไปครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณหมอวรงค์ครับ พอดีเมื่อกี้ผมเดินผ่านหน้าห้องท่านนั่งดูทีวีที่ท่านพูดอยู่

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านอยู่นะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อยู่ครับ นั่งฟังอยู่ครับ เชิญท่านอภิปรายต่อได้

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ผมอภิปรายไม่ไว้วางใจ ท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็ถือว่าท่านนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ถูกกล่าวหาโดยพวกผม ประเด็นต่าง ๆ ที่ผมจะพูดจากนี้ไปถ้าท่านนายกรัฐมนตรีไม่มาฟังแล้วท่านจะแก้ปัญหา ประเทศชาติได้อย่างไร อย่างน้อยวันนี้ผมฟังคำท่านชี้แจง มีโพยให้ท่านพูดว่าในการแก้ปัญหาโครงการทุจริตรับจำนำข้าวรอบหน้าจะมีการติดตั้ง โทรทัศน์วงจรปิด ท่านก็เข้าใจผิดแล้วครับ ถ้าท่านมีโอกาสได้มาฟังผม ท่านหัวหน้าพรรคผม ให้ทีมงานข้าวของพรรคประชาธิปัตย์ทำงานมาติดต่อ ๑ ปี ข้อมูลที่จะสื่อออกไปเป็นข้อมูล ที่ถูกต้องทั้งหมด ที่ท่านบอกว่าโครงการปี ๒๕๕๕/๒๕๕๖ จะมีการติดตั้งโทรทัศน์วงจรปิด ท่านเข้าใจผิด เหตุผลที่ท่านนายกรัฐมนตรีเข้าใจผิดเพราะว่าในช่วงปี ๒๕๕๔/๒๕๕๕ ในเงื่อนไขหลักเกณฑ์ดำเนินการโครงการ

(นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณหมอวรงค์มีผู้ประท้วง เชิญท่านวิชาญครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ท่านประธานกรุณาควบคุมการประชุมด้วยครับ ในเมื่อท่านประธานเองได้ชี้แจงกับเพื่อนสมาชิกไปแล้วว่าท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ แล้วก็ฟังอยู่ ผมคิดว่าการอภิปรายนี่เขาไม่ได้เขียนว่าคนที่ถูกอภิปรายจะต้องมานั่งฟัง ทั้ง ๆ ที่อยู่ ในที่ประชุมและอยู่ในสภาแห่งนี้ใครก็ทราบ เพราะฉะนั้นขอท่านประธานว่าคุณหมอ ด้วยความเคารพ ท่านอภิปรายไปเถอะครับ ส่วนเรื่องการตอบนั้นเดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรี ก็คงจะมาทำหน้าที่ แล้วก็การตอบนั้นพวกเราก็นั่งฟังอยู่ตั้งแต่เช้า ไม่ใช่ท่านไม่ได้ตอบนะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาอย่างนี้ครับ พอแล้วครับผมวินิจฉัยครับ ท่านนั่งลงก่อนครับ คืออย่างนี้เมื่อกี้ผมได้เรียน คุณหมอวรงค์แล้ว ผมเดินไปข้างล่างก็ผ่านห้องนายกรัฐมนตรีก็เห็นนั่งพร้อมทีมงาน ที่เตรียมการตอบการชี้แจงอยู่ ก็อยู่กับทีมงานกระทรวงพาณิชย์ครับ เชิญท่านหมอวรงค์ พูดต่อเลยครับ อยู่ในนี้แล้วฟังอยู่

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ไม่เป็นอะไรครับ ถ้าท่านประธาน ยืนยันว่าท่านนายกรัฐมนตรีอยู่บริเวณนี้ อยากจะกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็ทีมงาน ของท่านต้องจดคำถามผมเป็นระยะ แล้วเวลาท่านเข้ามาชี้แจงมาตอบต้องตอบให้ตรง คำถามนะครับ เพราะเมื่อเช้าผมเห็นใจหัวหน้าผมทุกคนงงครับ เพราะว่าท่านตอบกับคำถาม ที่ถามไปไม่ตรงกัน แต่ผมจะอธิบายให้ท่านนายกรัฐมนตรีฟังครับว่าท่านนายกรัฐมนตรีเข้าใจผิด อยู่หลายประเด็นครับ เช่น เมื่อเช้านี้ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าโครงการรับจำนำ ปี ๒๕๕๕/๒๕๕๖ ท่านจะให้โรงสีติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดเพื่อสะดวกในการตรวจสอบ ซึ่งไม่จริง เนื่องจากเงื่อนไขโครงการรับจำนำปี ๒๕๕๔/๒๕๕๕ ที่ผ่านไป ๑ ปีที่ผ่านมานี่ ในรายละเอียดโครงการเขียนเอาไว้ชัดเจนว่าทุกโรงสีต้องติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดเพื่อใช้ ตรวจสอบตลอดระยะเวลาโครงการ แต่ไม่ค่อยมีคนทำกัน ผมไปกับท่าน ส.ส. ชนินทร์ครับ คณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจไปตรวจสอบตามโรงสีต่าง ๆ ๗-๘ โรงสีไม่เจอสักโรงหนึ่ง ที่ติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดให้ถูกต้อง แล้วท่านนายกรัฐมนตรีมาชี้แจงอย่างนี้ ถูกทีมงาน ภาษาท่านอาคมครับ ถูกทีมงานแหกตาครับ โกหกครับ แล้วถ้าท่านอยู่อย่างนี้ประเทศชาติ ไปไม่รอดแน่ ๆ

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณหมอวรงค์ครับมีผู้ประท้วง เชิญท่านประสิทธิ์ครับมีอะไร

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ นำข้อความอันเป็นเท็จมาอภิปราย ในสภา ผมเป็น ส.ส. จังหวัดสุรินทร์ไปตรวจที่จังหวัดสุรินทร์ก็เจอกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ทุกโรงสีครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านไม่ต้องตอบ เดี๋ยวให้ท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็พาดพิงไปถึงกระทรวงพาณิชย์ก็ให้ กระทรวงพาณิชย์ตอบ อันไหนเสียหายไปตอบเองท่านไม่ต้องตอบแทน เชิญคุณหมอวรงค์ครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีอีก ประเด็นหนึ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดแล้วก็ผมคิดว่าคนเข้าใจผิด แล้วถ้าปล่อยทิ้งไว้คนจะ เข้าใจผิดแล้วก็สับสน เมื่อเช้าท่านนายกรัฐมนตรีได้บอกว่าต้องการจำนวนเงินมากกว่า จำนวนตัน ภาษาของท่านนายกรัฐมนตรีหมายความว่าท่านหัวหน้าพรรคผมได้ตำหนิมาว่า นโยบายนี้ทำให้การส่งออกข้าวลดน้อยลง แต่ท่านนายกรัฐมนตรีก็บอกว่าเรายังขายข้าวได้ เป็นอันดับ ๑ ของโลก ท่านก็เลยบอกว่าต้องการจำนวนเงินมากกว่าจำนวนตัน ซึ่งความจริงท่านเข้าใจผิดครับ ผมสรุปตัวเลขให้ฟังสั้น ๆ ครับ เพราะผมเชื่อว่าในสภาวันนี้ ผมกล้าสู้ทุกคนครับในเรื่องข้าว ๑๐ เดือนที่ผ่านมาเดือนมกราคมถึงเดือนตุลาคม ปีที่ผ่านมา เราส่งออกได้ ๙.๖ ล้านตัน แต่ปีนี้เราเหลือแค่ ๕.๗ ล้านตัน หายไป ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ขณะนี้ เราอยู่ที่ ๓ ของโลก จากเดิมเป็นที่ ๑ ของโลกในตลอดช่วง ๓๐-๔๐ ปีที่ผ่านมา แต่ปัญหาคือ มูลค่าการส่งออกตอนนี้เราเหลือแค่ ๑๒๑,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเทียบกับปีที่แล้วเรามีมูลค่า ส่งออก ๑๖๘,๐๐๐ ล้านบาทครับ ถ้าพูดกับชาวบ้านให้พี่น้องชาวบ้านเข้าใจว่าเมื่อวานนี้ เคยขายของได้ ๑๖.๘๐ บาท แต่วันนี้ขายของได้ ๑๒.๑๐ บาท ถามว่าจะอยู่ได้หรือครับ ฉะนั้นสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดแสดงว่าท่านนายกรัฐมนตรียังเข้าใจไม่ถูกต้อง ผมต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ท่านแปลกใจไหมว่าโครงการนี้ คนคัดค้านเยอะมาก มีนักวิชาการหลายท่านที่คัดค้านโครงการนี้ รวมทั้งเป็นทั้งนักวิชาการ และที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีก็คือท่านดอกเตอร์วีรพงษ์ ที่ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน เพราะท่านบอกว่าโครงการนี้จะทำให้ประเทศมีปัญหา ดีไม่ดีรัฐบาลชุดนี้อาจจะล่ม เพราะโครงการรับจำนำข้าว ไม่เพียงแต่ภายในประเทศที่คัดค้าน ทั้งกระทรวงเกษตรของ รัฐบาลสหรัฐอเมริกา สื่อสำนักต่าง ๆ หลาย ๆ สำนัก แม้แต่ไอเอ็มเอฟทุกหน่วยงานคัดค้าน บังเอิญผมเห็นเอกสารชิ้นนี้ครับท่านประธาน ขออนุญาต เพราะทุกคนรับทราบดี นี่คือเอกสารที่พรรคเพื่อไทยแจกไว้ ทุกครั้งที่ผมยกเอกสารให้ตากล้องช่วยซูม ด้วยนะครับ เอกสารนี้เขียนไว้ว่า ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ ผมก็เชื่อว่าโครงการนี้คนระดับ อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณต้องคิดออกว่ามันจะได้ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนจริงหรือไม่ แม้แต่ท่านนายกรัฐมนตรีท่านเป็นนักธุรกิจผมก็เชื่อว่าด้วยสำนึกลึก ๆ แล้วท่านคิดออกว่า สุดท้ายแล้วประเทศจะเป็นอย่างไร ผมพยายามพูดคุยกับหลาย ๆ คน จนกระทั่งได้บทสรุปว่า อ๋อ การที่ผลักดันโครงการนี้อย่างมุ่งมั่นตั้งใจแสดงว่าต้องมีแรงบันดาลใจ และแรงบันดาลใจ จะมีอยู่แค่สิ่งเดียวเท่านั้นที่ทำให้ท่านนายกรัฐมนตรีผลักดันนโยบายรับจำนำข้าวในราคาที่สูง มาก ๆ นั่นคือการทุจริต เพราะว่าถ้าท่านไปทำโครงการอื่นท่านหาโอกาสทุจริตยาก แต่ถ้าทำ โครงการรับจำนำข้าวนี่มีโอกาสทุจริตได้ง่ายมาก และคำถามถามว่าจะทุจริตอย่างไร ผมจะสรุปให้ฟังครับ บังเอิญวันนี้ในทีมข้าวของพรรคประชาธิปัตย์มีหลายท่านได้พูด แล้วพี่น้องประชาชนฟังแล้วอาจจะงง ผมจะสรุปให้เห็นภาพ

(นายพิชิต ชื่นบาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวครับ มีผู้ประท้วง เชิญครับ ท่านพิชิตประท้วงเรื่องอะไร เชิญครับ

นายพิชิต ชื่นบาน บัญชีรายชื่อ

ผม พิชิต ชื่นบาน บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ประท้วงผู้อภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ นอกประเด็น เรื่องทุจริตนี่นะครับ ไม่ได้ยื่นถอดถอนท่านนายกรัฐมนตรี เมื่อกี้ท่านพูดชัดเจนว่าทำนโยบายรับจำนำข้าว เพื่อทุจริต ท่านต้องถอนคำพูดนี้ ไม่มีครับ ท่านอภิปรายไม่ได้ ขอให้ประธานวินิจฉัยด้วยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อีกครั้งนะครับ ผมฟังไม่ชัด ท่านว่าอะไรนะครับ ท่านพิชิตช้า ๆ หน่อยครับ

นายพิชิต ชื่นบาน บัญชีรายชื่อ

ผู้อภิปรายบอกว่าที่นายกรัฐมนตรี มีนโยบายจำนำข้าวเพื่อทุจริตครับ เอาเทปมาเปิดได้เลยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณหมอครับ ให้ราบรื่น ถอนสักนิดจะได้เดินหน้าต่อ เพื่อความรวดเร็ว เชิญครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพ ผมคิดว่า เพื่อนของผมคงฟังไม่ถนัด ผมกำลังชี้ให้เห็นว่าเพราะเหตุใดท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ภายใต้หลัก ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ในฐานะนักธุรกิจน่าจะคิดได้ว่า นโยบายนี้มันสร้างปัญหากับประเทศอย่างไร ผมใช้คำว่ามีแรงบันดาลใจอยู่สิ่งเดียวเท่านั้น นั่นคือการทุจริต แต่ผมยังไม่ได้บอกว่าใครทุจริต ผมมีสิทธิที่จะกล่าวหาเนื่องจากว่าในญัตติ ผมเขียนไว้ชัดเจนว่านายกรัฐมนตรีมีพฤติกรรมปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต ผมไม่ได้ระบุว่า ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นคนโกง แต่ท่านบริหารปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตเกิดขึ้น อย่างนั้นในเงื่อนไขของญัตติผมอภิปรายได้ครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อภิปรายได้ ท่านพิชิตผมได้วินิจฉัยแล้วครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพ ผมต่อเลยนะครับ คือเนื่องจากว่าการพูดถึงเรื่องข้าว

(นายพิชิต ชื่นบาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณหมอครับ ท่านพิชิตมีอะไรครับ

นายพิชิต ชื่นบาน บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ เอาเทปมารีไวน์ดเลยครับ อย่าพยายามบิดพลิ้ว เราตรงไปตรงมา ผมก็ตั้งใจฟังท่านอยู่ครับ ท่านขึ้นต้นบอกว่าละเลย ละเว้น แต่ท่านพูดถึงแรงจูงใจในการทำนโยบาย แล้วท่านก็พูดคำว่า นายกรัฐมนตรี ชัดเจนครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

จริงหรือเปล่าครับคุณหมอ ถ้าจริงกรุณาได้ถอน ท่านเลขาธิการฟังอยู่ไหมถามเจ้าหน้าที่สิ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพ ผมว่าเรื่องนี้

นายพิชิต ชื่นบาน บัญชีรายชื่อ

ชัดเจนครับ เอาเทปมาเปิดดูดีกว่า

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านต้องพูดกับผม อย่าเถียงกันครับ เดี๋ยวผมถามเจ้าหน้าที่ก็รู้ครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพ เรื่องนี้ไม่ใช่ สาระสำคัญ

นายพิชิต ชื่นบาน บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวครับ รอให้ผมวินิจฉัยก่อนคุณหมอ ท่านพิชิตนั่งลงครับ ผมวินิจฉัยก่อน เจ้าหน้าที่ได้ฟังไหม คือไม่อยากให้รีไวน์ดเสียเวลา คุณหมอครับ ถอนแป๊บเดียวก็ไปแล้ว เดินหน้าดีกว่า

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ผมกราบเรียนท่านประธานแล้ว อย่างไรว่าประโยคที่พูดไม่ใช่สาระสำคัญ ให้ผมถอนก็ได้

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านถอน ก็แล้วกันจะได้ต่อไปเลยไม่ต้องรีไวน์ดเทป ถอนนะครับ ตกลงคุณหมอถอนนะครับจะได้จบ จะได้เดินไปข้างหน้าต่อ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ฟังต่อนะครับท่านประธานครับ เพราะว่ายังมีเรื่องอื่นอีกเยอะครับ ผมขออนุญาตสรุปในภาพ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ หมอครับ เดี๋ยวทางโน้นก็ประท้วงต่อก็ไม่ให้อภิปรายต่อเสียเวลาท่านครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ผมก็บอกท่านประธานแล้วครับว่า ผมถอนแล้ว

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถอนแล้วเดินหน้าต่อครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

เจตนาผม ผมก็พยายามอธิบาย ให้ท่านเข้าใจ ถ้าคนฟังผิดถ้าเข้าใจผิดไม่เป็นไรครับผมถอนให้ แต่ผมจะพูดต่อไปเรื่อย ๆ ให้กับท่านประธานได้ฟัง

(นายพิชิต ชื่นบาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพิชิต เขาถอนแล้วครับ เขาขอถอนแล้วก็จบแล้วครับ เขาเอ่ยคำว่าถอนก็ถือว่าจบแล้วครับ พอแล้วครับมันเรื่องหยุมหยิมให้เดินหน้าเถอะเสียเวลา ท่านคุณหมอเชิญครับ เขาถอนแล้ว ถือว่าจบแล้ว

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ผมขออนุญาตอภิปรายให้กับ ท่านประธานเพิ่มเติม เพราะว่าแม้แต่รัฐมนตรีบางท่านยังไม่เข้าใจว่าโครงการรับจำนำนี้ เป็นโครงการ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณหมอครับกรุณาสักครู่

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านประสิทธิ์มีอะไรอีกครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ด้วยความเคารพท่านประธานผมต้องประท้วงท่านประธานตามข้อ ๘ มันเป็นเรื่องของความเสียหายไม่ใช่เป็นเรื่องของความหยุมหยิมนะครับ ท่านประธาน ต้องวินิจฉัยให้ตรงประเด็นครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เขาถอนแล้วก็เดินหน้าต่อไปมันก็ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาโต้เถียงอะไรนิด ๆ หน่อย ๆ มันก็เสียเวลาสภาครับ ถ่ายทอดให้คนดูทั้งประเทศนะครับท่านประสิทธิ์ เชิญครับ คุณหมอวรงค์

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมขออนุญาตปูพื้นสั้น ๆ นิดเดียว ท่านประธาน เพราะว่ารัฐมนตรีบางท่านยังเข้าใจผิดว่าโครงการรับจำนำของรัฐบาลชุดนี้ คือการรับจำนำข้าวเปลือก แล้วก็มีเพื่อน ส.ส. ได้พูดถึงเรื่องข้าวเหนียวแล้วบอกไม่ใช่ ซึ่งไม่จริงนะครับ รัฐบาลรับจำนำข้าวเปลือกเจ้า ๑๕,๐๐๐ บาท ข้าวหอมมะลิ ๒๐,๐๐๐ บาท มีข้าวเหนียวด้วยนะครับ แล้วก็มีข้าวพันธุ์หอมจังหวัด ข้าวหอมปทุมธานี หลายอย่างมาก แต่ที่เราพูดส่วนใหญ่จะเป็นข้าวเปลือกเจ้าทั่วไป ๑๕,๐๐๐ บาท ถ้ารัฐมนตรี บางท่านไม่เข้าใจบอกว่าไม่มีการรับจำนำข้าวเหนียวแสดงว่าไม่รู้จริงนะครับ ต้องขออนุญาต อธิบายให้เข้าใจด้วย ผมต้องขออธิบายในภาพรวมนิดหนึ่งเพื่อให้ท่านประธานได้เห็นภาพ ของโครงการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวโดยเฉพาะในขั้นตอนสุดท้าย ถ้าหลังจากที่ท่าน ได้รับฟังแล้วผมเชื่อว่าท่านอาจจะมีความรู้สึกอื้อฮือ ส.ส. ของพรรคเพื่อไทยที่มาเป็นรัฐมนตรี เป็นนายกรัฐมนตรีปล่อยปละละเลยขนาดนี้เชียวหรือ เส้นทางทางเดินข้าวผมจะแบ่ง ออกเป็น ๓ ส่วน ส่วนที่ ๑ ก็คือข้าว พี่น้องชาวนาเวลาเกี่ยวแล้วจากนามาที่โรงสี อันนี้คือ ตอนที่ ๑ และตอนที่ ๒ เมื่อข้าวอยู่ที่โรงสีถูกสีเป็นข้าวสารภายใน ๗ วันก็เอาข้าวสารมาเก็บ ไว้ที่โกดังของรัฐบาล และส่วนที่ ๓ ก็คือขั้นตอนการระบายข้าว มีอยู่แค่นี้ครับท่านประธาน และเพื่อนผมได้พูดชัดเจนไปแล้วว่าในขั้นตอนที่ ๑ ที่ข้าวจากมือชาวนามาถึงโรงสี ชาวนาถูกโกง ชาวนาถูกเอาเปรียบ ทั้งความชื้น ทั้งตาชั่ง แล้วก็ทั้งสิ่งเจือปน และสิ่งที่พี่น้องชาวนา เจ็บหัวใจมากที่สุดก็คือการได้เงินช้า แล้วสิ่งเหล่านี้เพื่อนผมได้พูดไปแล้ว ทั้ง ๆ ที่ผม มีความรู้สึกว่าที่ผ่านมาจำได้ว่ามีคนพยายามบอกว่าชาวนาเป็นไพร่ และมีคนพยายามที่จะ บอกว่าขณะนี้มีอำมาตย์มาเอาเปรียบไพร่ กดขี่ไพร่ ผมอยากจะถามผ่านท่านประธานไปว่า เมื่อพี่น้องชาวนาเป็นไพร่เอาข้าวไปที่โรงสีซึ่งถือว่าเป็นโรงรับจำนำของทางรัฐบาล ตกลงใคร กันแน่ที่เอาเปรียบไพร่ครับ ตกลงเป็นนายทุนเอาเปรียบไพร่หรือว่าอำมาตย์เอาเปรียบไพร่ ผมแกล้งถามชาวนามีอำมาตย์ไหมไปเอาเปรียบไพร่ พี่น้องชาวนาบอกไม่รู้จัก พี่น้องชาวนา ก็บอกมีแต่โรงสี ผมบอกโรงสีนั่นแหละก็คือโรงรับจำนำของรัฐบาล ถ้ามีการเอาเปรียบชาวนา เกิดขึ้นรัฐบาลต้องรับผิดชอบ และผมพูดได้อย่างเต็มปากว่าคนที่เอาเปรียบชาวนา ไม่มีอำมาตย์มีแต่นายทุนครับ ภายใต้การดูแลของรัฐบาลทุนนิยมสามานย์ด้วย เพราะถ้ารัฐบาลจริงใจจริง ๆ ปัญหาเหล่านี้ต้องไม่เกิดขึ้น ไม่ใช่ว่าเวลาเกิดปัญหาทีมาท้าส่ง เอกสารที ท้าส่งข้อมูลที ท้าส่งทีมันจับได้ไม่กี่ราย แต่ในข้อเท็จจริงมันเกิดทั้งแผ่นดินครับ นี่คือประเด็นที่ ๑ ที่ผมสรุปครับ

ประเด็นที่ ๒ ก็คือเมื่อข้าวสีแล้วเป็นข้าวสาร เอาข้าวสารมาเก็บไว้ในโกดัง ของทางรัฐบาล มันมีตัวแปรที่เรียกว่าเซอร์เวเยอร์ขึ้นมาครับซึ่งท่านอาคมได้พูดไปแล้ว และท่านประธานทราบไหมครับว่าปัญหาที่เกิดขึ้นการเก็บข้าวสารเข้าโกดังรัฐบาลก็คือ ข้าวเสื่อมสภาพ เพื่อนสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์ได้เอาหลักฐานมาแฉให้กับพี่น้องประชาชนได้เห็นว่า ขณะนี้ข้าวเสื่อมสภาพได้อยู่กระจัดกระจายในพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งพื้นที่ภาคเหนือ พื้นที่ภาคกลาง แล้วก็พื้นที่ภาคอีสาน ผมจึงอยากกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่า ผมขอท้าท่านกลางสภาครับ ผมประกาศขอท้าท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีด้วยครับ ไปตรวจโกดังข้าวด้วยกันครับ เพื่อบอกให้กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศได้รับรู้ว่าขณะนี้ สมบัติของแผ่นดินที่เป็นข้าวสารมันมีสภาพอย่างไรบ้าง และด้วยเกียรติศักดิ์ศรีของ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ถ้านายกรัฐมนตรีไปกับผม แต่ต้องตรวจแบบ หลักที่ถูกต้อง ไม่ใช่ตรวจแบบดีเอสไอหรือตำรวจ ไปถึงไปเจาะรอบนอกไม่ได้เจออะไรครับ มันต้องผ่ากอง ถ้าผ่ากองเข้าไปเหมือนกับผ่าเค้ก ให้ผ่าผ่านชั้นครีมจะเจอไส้ข้างใน นั่นแหละ คือข้าวเสื่อมสภาพ ผมจึงขออนุญาตย้ำกับท่านประธานว่าผมกล้าประกาศท้า ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีครับ ไปกับผมครับ ไปตรวจโกดังข้าวของทางรัฐบาล เอาสื่อมวลชนไปถ่ายทอดสดเลยครับ เพราะว่าเวลาจะรื้อโกดังประมาณสัก ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ กระสอบใช้เวลาหลายชั่วโมง แล้วเจาะ ถ้าเจาะเจอข้าวปกติผมรับผิดชอบครับ ท่านจะลงโทษอะไรผมก็ได้ ให้ผมลาออกจาก ส.ส. ผมกล้ารับเลยครับ ผมมั่นใจในข้อมูลที่ผมมีอยู่ ถ้าเจาะดูแล้วเจอของเสื่อมสภาพขึ้นมา ก็ให้ท่านนายกรัฐมนตรีตัดสินใจเอาเอง อย่างน้อย พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศจะได้รู้สึกว่าไว้ใจรัฐบาลชุดนี้มาทำโครงการรับจำนำข้าว นึกว่าทุกอย่างจะดีขึ้น แต่ปรากฏว่าของเสื่อมสภาพอยู่ในโกดังรัฐบาลกระจัดกระจาย ไปทั้งประเทศ นี่คือประเด็นที่ ๒ ที่ผมถือว่าต้องการจะย้ำให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบ

และประเด็นสุดท้ายนี่คือหัวใจครับ นั่นคือขั้นตอนการระบายข้าว ซึ่งผมถือว่า ที่ผ่านมารัฐบาลเองพยายามทำให้พี่น้องประชาชนสับสน มันจึงเป็นข้อกังขาของ พรรคประชาธิปัตย์ต้องทำงานอย่างหนัก ผมขอพูดการระบายข้าวของรัฐบาลอยู่ ๒ กรณี จริงอยู่รัฐบาลได้พูดถึงการระบายข้าวไว้ ๕ กรณี แต่ผมขอพูดแค่ ๒ กรณี

กรณีแรกที่พูดถึงก็คือการเปิดประมูลแบบทั่วไป ผมขออนุญาตให้กล้อง เข้ามาด้วยครับ รัฐบาลชุดนี้ได้เปิดระบายข้าวแบบทั่วไปถือว่าถูกต้องตามขั้นตอนทั้งหมด ๕ ครั้ง ครั้งแรกระบายไม่ได้ครับ และครั้งที่ ๒ ระบายได้ ๓๔,๓๐๐ ตัน ส่วนใหญ่เป็นพวกปลายข้าว ครั้งที่ ๓ ระบายไม่ได้ ครั้งที่ ๔ ครั้งนี้เป็นการประกาศใหญ่โตในช่วงประมาณเดือนสิงหาคม รัฐบาลประกาศระบายข้าว เชิญพ่อค้ามาประมูล ๗๕๓,๐๐๐ ตัน ยิ่งใหญ่มากครับ แล้วต้องถือว่ารัฐบาลทำได้ดีครับ ผมชมครับ แต่ท่านประธานเชื่อไหมว่าในการประกาศ ๗๕๓,๐๐๐ ตัน มีพ่อค้าไทยมาซื้อ ๒๒๙,๐๐๐ ตัน คิดแล้วประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่จุดที่น่าสนใจในครั้งนี้คือครั้งที่ ๔ ที่ประกาศใหญ่โต มีบริษัทยักษ์ใหญ่ที่โตมาพร้อมกับ รัฐบาลชุดนี้คือบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ร่วมประมูลด้วย ถ้าท่านประธานได้มีโอกาส ไปอ่านบทความทุกคนวิเคราะห์ว่า บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด น่าจะกินรวบ แต่ปรากฏว่าไม่ใช่ กลายเป็นบริษัททั่ว ๆ ไปที่ได้ไป และครั้งสุดท้ายคือครั้งที่ ๕ เป็นการระบายข้าวหอมมะลิ ๕๘๐,๐๐๐ ตัน แต่ปรากฏว่ามีพ่อค้ามาซื้อเพียง ๕๗,๐๐๐ ตัน ดังนั้นในภาพรวม การระบายข้าวของรัฐบาล รัฐบาลขายไปได้ประมาณ ๓๒๐,๐๐๐ ตัน แต่สิ่งหนึ่งที่รัฐบาล ไม่พูดครับ ในครั้งที่ ๕ มีพ่อค้าไม่มารับข้าวประมาณสัก ๒๐,๐๐๐ ตันเศษ ๆ ก็เหลือประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ตัน เหตุผลที่ไม่มารับข้าวเพราะว่าไปตรวจรายละเอียดแล้ว ข้าวมันเสื่อมสภาพเยอะ ข้าวมันไม่ได้มาตรฐาน ผมอยากกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า ก็ขนาดคนไทยด้วยกัน พ่อค้าไทย เวลารัฐบาลไทยประกาศระบายข้าวยังไม่ค่อยมีคนมาซื้อเลย เมื่อคนยังไม่ค่อยมาซื้อแล้วอะไรจะเกิดขึ้น ต่างชาติจะมีใครกล้ามาซื้อ ผมจึงย้ำนะครับ ท่านประธานว่านี่เป็นเหตุผลที่ข้าวในรัฐบาลของประเทศเราขณะนี้มีของเสื่อมสภาพ ไม่ได้มาตรฐานกระจัดกระจายจนทำให้พ่อค้าไม่กล้ามาซื้อ

ประเด็นถัดมาที่ผมจะต้องพูดก็คือเรื่องจีทูจี แล้วเดี๋ยวเรื่องจีทูจีเป็นหนังยาว ซึ่งเมื่อถึงตอนไหนที่ผมต้องย้ำ ผมจะต้องบอกพี่น้องประชาชนว่าช่วงนั้นอย่าขยับไปไหน ขณะนี้ผมจะปูพื้นทั่วไปนิดหนึ่ง เป็นการให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจว่าจีทูจีที่เราพูดถึง มันเป็นอย่างไร หลักการของจีทูจีก็คือการขายข้าวรัฐต่อรัฐ ซึ่งเป็นหลักการที่ดีและเป็นสิ่งที่ น่าภาคภูมิใจ รัฐบาลทุกรัฐบาลก็มีการขายข้าวจีทูจีมาตลอด ถือว่าเป็นเงื่อนไขของ ความร่วมไม้ร่วมมือกัน เหมือนเป็นราคามิตรภาพ ดังนั้นในความเห็นส่วนตัวผมรัฐบาลจะขายจีทูจีในราคาเท่าไรผมไม่ว่า เพราะถือว่าเป็น ความร่วมมือระหว่างรัฐต่อรัฐ แต่หัวใจสำคัญคือเงินนั้นต้องเป็นเงินของรัฐบาลผู้ซื้อจ่ายตรง มาให้รัฐบาล ผู้ขายก็คือประเทศเรา นี่คือหลักการของจีทูจีทั่ว ๆ ไปครับ ผมขออนุญาต ขยายอีกนิดเดียวครับ ถ้าในขั้นตอนการขายข้าวแบบจีทูจีโดยทั่วไปเขาจะมีวิธีการขายอยู่ ๒ ราคา คือราคาเอฟโอบี (FOB) หรือราคา ณ ท่าเรือของประเทศไทยเรา สมมุติเราเป็น ผู้ขาย แต่ถ้าราคาซีไอเอฟ (CIF) ก็คือราคา ณ ท่าเรือของประเทศผู้ซื้อ ดังนั้นการขายข้าว จีทูจีจึงไม่ต้องมีการประมูล แล้วก็กรมการค้าต่างประเทศจะเป็นหน่วยราชการของรัฐ ที่ทำหน้าที่ในการดำเนินการเรื่องนี้ หัวใจสำคัญผมต้องย้ำอีกครั้งหนึ่งนะครับ การชำระเงิน ต้องผ่านแอล/ซี (L/C) หรือเลตเตอร์ ออฟ เครดิต (Letter of credit) ที่รัฐบาลต่างประเทศให้มา นี่คือหัวใจนะครับ ดังนั้นผมจำเป็นต้องย้ำตรงนี้เพราะผมเกรงว่าสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้พูดถึงเดี๋ยวจะขยายรายละเอียด พูดถึงจีทูจีเงินจะต้องเป็นเงินของรัฐบาลต่างประเทศ จ่ายมาที่รัฐบาลเรา ไม่ใช่ว่าจีทูจีนั้นเงินจ่ายผ่านบริษัทบริษัทหนึ่ง บริษัทนี่เอาข้าว ไปส่งให้แล้วเงินจ่ายผ่านบริษัทบริษัทหนึ่งอันนี้ไม่ใช่จีทูจี อันนี้เขาเรียกว่า ขายข้าวผ่านนายหน้า อยู่ ๆ วันดีคืนดีท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นทีมงานของ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าขายข้าวจีทูจี ๗.๓๒ ล้านตัน แล้วขณะนี้ส่งออกไปแล้ว ๑.๔๖ ล้านตัน ประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วแถมมีคุยด้วยว่าได้เอาเงิน ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท ไปชำระค่าข้าวให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หลายคนก็ออกมา ทักท้วง แต่ข้อความที่สื่อกับสาธารณชนคือเป็นการขายข้าวจีทูจีแบบราคา ณ หน้าคลัง เมื่อกี้ผมพูดราคาเอฟโอบีคือราคา ณ ท่าเรือของประเทศเรา ราคาซีไอเอฟราคา ณ ท่าเรือของประเทศผู้ซื้อ แต่วันนี้มีศัพท์ใหม่เป็นการขายข้าวจีทูจีราคา ณ หน้าคลัง เราอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าในวงการค้าข้าวเขาบอกว่าตั้งแต่มีประเทศไทยมา ไม่รู้ตั้งแต่กี่ยุคไหนก็แล้วแต่ ๓๐-๔๐ ปี ๕๐ ปีที่ผ่านมาไม่เคยมีการซื้อขายข้าวจีทูจี ณ ราคาหน้าคลัง ส่วนใหญ่จะเป็น ณ ท่าเรือประเทศเรา หรือ ณ ท่าเรือประเทศเขา เพราะคงไม่มีรัฐบาลชุดไหนของประเทศไหนที่มีความรู้สึกว่าต้องมาขนข้าวเอง ไปปรับปรุง ข้าวเอง และดำเนินการเอง แล้วยิ่งมาเจอข้าวไม่ได้มาตรฐานในโกดังรัฐบาลเยอะแยะอย่างนี้ ไม่มีที่ไหนเขาทำ แต่รัฐบาลชุดนี้ทำครับ ซึ่งไม่ว่ากัน ถ้าสมมุติว่าจีทูจีที่รัฐบาลพูดเป็นจริง ในราคา ณ หน้าคลัง มันจะต้องเป็นแบบนี้ครับท่านประธาน ก็คือรัฐบาลจะต้องมีการ ทำสัญญาซื้อขายพวกนี้ไม่ต้องมีการประมูล แล้วจุดสำคัญที่สุดคือเป็นการซื้อขาย ณ ราคาหน้าคลัง กรมการค้าต่างประเทศเบิกของแล้วก็ให้บริษัทเอกชนที่รัฐบาลต่างประเทศ แต่งตั้งมา จุดสำคัญที่สุดคือเงินค่าชำระสินค้าต้องเป็นเงินจากรัฐบาลต่างประเทศ โอนผ่านแอล/ซีมายังรัฐบาลประเทศเรา นี่คือจีทูจีของจริงครับ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมต้องพยายามอธิบายให้มันง่ายขึ้นแล้วผมต้องการจะย้ำว่าคำว่าจีทูจีนอกจากมันมี เอ็มโอยูเป็นพื้นฐานแล้วจะต้องมีสัญญาซื้อขาย เมื่อมีสัญญาซื้อขายแล้วของที่ส่งออกไป จะให้ใครส่งก็แล้วแต่เงินที่โอนมาจะต้องเป็นเงินของรัฐบาลที่ซื้อของเราผ่านแอล/ซีมายัง รัฐบาลของประเทศไทย ไม่ใช่ผ่านไปที่บริษัทเอกชนจึงเป็นจีทูจีของแท้ ผมจึงไม่แน่ใจว่า สิ่งที่อาจจะมีรัฐมนตรีบางคนพูด ความหมายท่านกับผมตรงกันไหม แต่ถ้าความหมาย ของท่านกับผมไม่ตรงกันเท่ากับว่าท่านเข้าใจผิดก็คือท่านจงใจโกหกประชาชน คำว่าจีทูจี จะต้องเป็นเงินของรัฐบาลต่างประเทศชำระมายังรัฐบาลของประเทศเราครับ แล้วท่านประธานจำได้ไหมว่าหลังจากมีข่าวนี้ขึ้นมาแล้ววงการต่าง ๆ มีกระแสข่าวมาเยอะว่า ไม่เชื่อรัฐบาลชุดนี้ว่ามีการขายข้าวจีทูจี ๗.๓๒ ล้านตัน แล้วส่งออกไปแล้ว ๑.๔๖ ล้านตัน เหตุผลที่ไม่เชื่อประเมินคร่าว ๆ ดังนี้

๑. เขาบอกว่าตรวจสอบวงการถุงบรรจุข้าวหรือกระสอบบรรจุข้าวปริมาณ เป็นล้าน ๆ กระสอบในวงการข้าวเขาตรวจสอบดูแล้วว่าไม่มีความเคลื่อนไหวเรื่องนี้ นี่คือประเด็นที่ ๑ เขาถึงไม่เชื่อ

๒. ข้าวเป็นล้านตันเวลาบรรทุกลงเรือต้องใช้กองเรือเขาเรียกว่ากองเรือเล็ก หรือไลท์เตอร์ (Lighter) เป็นเรือเล็กเวลาบรรทุกข้าวเข้ามาต้องไปส่งเรือใหญ่ เพราะเรือใหญ่ เข้ามาไม่ถึงฝั่ง เขาบอกว่าตรวจสอบดูแล้วเงียบกริบเลยเขาบอกไม่มีคนติดต่อ นี่เงื่อนไขที่ ๒

เงื่อนไขที่ ๓ จากการตรวจสถิติการส่งออกข้าวของกรมการค้าต่างประเทศ ในช่วง ๑๐ เดือนที่ผ่านมากรมการค้าต่างประเทศไม่เคยมีรายงานส่งออกข้าวจีทูจีครับ ก็คือไม่มีรายงานว่าเป็นข้าวรัฐบาล เขาบอกว่ามีแต่ข้าวเอกชน

แค่ ๓ ข้อนี้ข้อท้วงติงต่าง ๆ คนก็เริ่มรู้สึกว่าไม่เชื่อรัฐบาล แต่ท่านประธาน เชื่อไหมครับว่าหลังจากมีกระแสข่าวพวกนี้ข้อมูลของกรมการค้าต่างประเทศ เรื่องการส่งออกข้าวต่าง ๆ ถูกปิดครับ ทุกคนเช็กไม่ได้ ยิ่งถูกปิดทุกคนเช็กไม่ได้ยิ่งเป็นข้อกังขา และล่าสุดครับท่านประธาน บางครั้งคนโกหกเวลาพูดหลาย ๆ ครั้งมันจะเหมือนกันครับ ท่านประธานจำได้ไหมครับว่าเมื่อวันที่ ๒๑ ที่ผ่านมาท่านนายกรัฐมนตรีเวิน เจียเป่า มาที่ทำเนียบรัฐบาล วันนั้นท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ท่านได้มายืนเป็นสักขีพยาน ในการทำเอ็มโอยูระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีนในการซื้อขายข้าว แล้วก็มีเงื่อนไข บางอย่างที่ในวงการเขาหัวเราะเยาะรัฐบาล ซึ่งผมจะไม่พูดประเด็นนี้ แต่หลังจากที่ มีการเซ็นเอ็มโอยูเรียบร้อยแล้วปั๊บมีข่าวออกมาครับ ในหนังสือพิมพ์หลายฉบับ เป็นความภูมิใจของรัฐบาลไทยที่บอกว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีการเซ็นเอ็มโอยู ซื้อขายข้าวระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีน ในขณะที่ก่อนหน้านี้เคยมีการขายข้าวกัน หลายรอบแล้วแต่ไม่มีการเซ็นเอ็มโอยูมาเลย มันก็เลยขัดแย้งกับเอกสารของทางรัฐบาล ท่านประธานครับ ในหน้า ๑๕ ถ้าได้อ่านนะครับ เขาก็เขียนไว้ชัดเจนว่าตั้งแต่ ๑ มกราคม เป็นต้นมาถึงวันที่ ๑๘ มีการทำเอ็มโอยู ๗.๓๒ ล้านตันกับ ๓ ประเทศ คือ ประเทศจีน ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศโกตดิวัวร์ อย่างนั้นชื่อประเทศจีนในเอกสารฉบับนี้ ที่บอกมีการทำเอ็มโอยูกับที่เพิ่งเซ็นเมื่อวันที่ ๒๑ ที่บอกว่าเป็นครั้งแรกมันก็ขัดแย้งกันสิ ก็เมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน นายกรัฐมนตรีเวิน เจียเป่า มาเพิ่งมีการเซ็นแล้วบอกภูมิใจมาก เพิ่งเป็นการเซ็นเอ็มโอยูครั้งแรกกับประเทศจีน ขนาดค้าขายข้าวกันมาเยอะแล้วเพิ่งเป็น การเซ็นครั้งแรก แต่ในเอกสารฉบับนี้เขียนไว้ชัดเจนว่ามีการทำเอ็มโอยูกับทางรัฐบาลจีน ขายข้าว ๗.๓๒ ล้านตัน โกหก ดังนั้นสิ่งที่พวกผมต้องตรวจสอบ ผมต้องเอาความจริงมาแฉครับ จากนี้ไปที่อยากจะบอกกับพี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้านครับ ทุกคนจากนี้ไปไม่ต้อง ขยับไปไหนแล้วนะครับ สาระสำคัญเป็นการฉีกหน้ากากรัฐบาลครับ ที่พวกเราต้องทำงาน อย่างหนักในการหาข้อมูลเพื่อบ่งบอกว่ารัฐบาลชุดนี้โกหกพี่น้องประชาชน สมรู้ร่วมคิด ให้ประโยชน์กับคนใกล้ชิด ขั้นตอนจากนี้ไปผมจับความได้ว่าจีทูจีที่ท่านพูดไว้ ๑.๔๖ ล้านตัน รวมกับภาพรวม ๗.๓๒ ล้านตันนั้นโกหก ผมติดตามดูผมพบ ๒ บริษัทครับ เป็นบริษัทจีน ๑ บริษัท ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่ทางรัฐบาลเคยพูดว่ารัฐบาลต่างประเทศแต่งตั้งบริษัทมา เพื่อมารับของมีเจอบริษัทจีน ๑ บริษัท และเจอบริษัทของคนไทยอีก ๑ บริษัทในการรับข้าว ของทางรัฐบาลในเงื่อนไขจีทูจีครับ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าทุกคนต้องใช้สติ และใช้สมาธิเหตุผลมันซับซ้อน เนื่องจากว่าผมจำได้ว่าตอนที่มีการตามเรื่องการซุกหุ้น เศรษฐียุคหนึ่งเอาหุ้นไปซุกกับคนขับรถ ซุกกับคนใช้กว่าจะตามต่อตัวละครแต่ละตัว ไปถึงเศรษฐีนี่ผมว่ามันใช้ความพยายามพอสมควร วันนี้รูปแบบเหมือนกันเป๊ะเลย ท่านประธานครับ ผมต้องกว่าจะต่อตัวละครแต่ละตัวจนกระทั่งมาเจอว่านี่คือบริษัท คนใกล้ชิดของทางท่านนายกรัฐมนตรีของทางรัฐบาลและเจอจริง ๆ ครับท่านประธาน เพราะว่าผมภูมิใจกับโทรศัพท์ของคนไทยหลายคนที่บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์จะไม่ถูก โดดเดี่ยว คนไทยที่ยังรักความเป็นธรรม รักประเทศชาติ ไม่ต้องการให้ประเทศชาติ ล่มจมเยอะ เขาจึงส่งข้อมูลมา ข้อมูลเรามาหลายสายครับ และสิ่งที่เราดีใจคือข้อมูล หลายสายนั้นมันตรงกันโดยบังเอิญ ท่านประธานดูนะครับ นี่คือบริษัทจากประเทศจีนครับ ที่ทางรัฐบาลได้พูดถึงมารับข้าวจีทูจีจากรัฐบาลไทย ชื่อว่าบริษัท จีเอสเอสจี อิมปอร์ต แอนด์ เอกซ์ปอร์ต คอร์เปอเรชัน ช้า ๆ นะครับ นี่คือชื่อบริษัทจากประเทศจีนเป็นหลักฐาน ให้ทุกคนจำไว้ ในขั้นตอนขายข้าวจีทูจี กรมการค้าต่างประเทศจะเป็นเจ้าภาพในการเบิกข้าว จากองค์การคลังสินค้าหรือ อ.ต.ก. แต่ส่วนใหญ่แล้วข้าวอยู่ในโกดังองค์การคลังสินค้า กรมการค้าต่างประเทศจะออกมาเป็นเจ้าภาพในการเบิกข้าว ดูต่อนะครับ บังเอิญชุดนี้เป็นเอกสารที่สมบูรณ์ที่สุด ครบชุดครับ เราได้เอกสารมาเยอะมาก บางชุดไม่สมบูรณ์ ขอกล้องเข้ามานะครับ ผมจะชี้ให้เห็นว่านี่คือเป็นเอกสารในการเบิกข้าว ของกรมการค้าต่างประเทศ ลงวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ข้าวชุดนี้เป็นปลายข้าวเอวันเลิศ หรือพวกปลายข้าว ปริมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ตัน เมื่อกรมการค้าต่างประเทศให้เบิกข้าว กรมการค้าต่างประเทศจะมีเอกสารมีหนังสือมาเบิกข้าวจากคลังขององค์การคลังสินค้า ตามเงื่อนไขจีทูจี ถ้าไม่ใช่จีทูจี บริษัทประมูลเสร็จเข้าไปรับของด้วยตัวเขาเอง อย่างเช่น ที่รัฐบาลเปิดประมูล ๗.๕๓ แสนตัน หรือประมูลไป ๕๗,๐๐๐ ตัน บริษัท ก รับประมูลได้ ก็ไปรับของด้วยบริษัทตัวเองก็จบไปถือว่าเป็นการประมูลแบบทั่วไป แต่ถ้าเป็นจีทูจีเมื่อไรปุ๊บ มันจะตัดขั้นตอน ตัดการประมูลทุกอย่างเพราะถือว่าเป็นการเจรจาตกลงราคาร่วมกัน กรมการค้าต่างประเทศจะมีบทบาทในการเบิกข้าว ครั้งนี้เบิกข้าวมา ๕,๐๐๐,๐๐๐ กิโลกรัม หลังจากที่กรมการค้าต่างประเทศเบิกข้าว บริษัทจากประเทศจีนก็มารับข้าวจากกรมการค้า ต่างประเทศ นี่คือหลักฐานหนังสือของบริษัทจากประเทศจีนเป็นช่วงวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ปี ๒๕๕๕ ที่ผ่านมาเหมือนกัน ผมจำเป็นต้องขออนุญาตอ่านให้กับท่านประธานแล้วก็ พี่น้องประชาชนได้ฟัง จะได้เห็นภาพวิธีการทำงานที่ซับซ้อนของคนใกล้ชิดรัฐบาลในการปล้นชาติ ปล้นแผ่นดิน เป็นอย่างไรบ้าง ในเอกสารฉบับนี้เขียนไว้ว่า ข้าพเจ้า บริษัท จีเอสเอสจี อิมปอร์ต แอนด์ เอกซ์ปอร์ต คอร์เปอเรชัน ตั้งอยู่ที่เมืองกวางเจา ประเทศสาธารณรัฐ ประชาชนจีน โดยนายรัฐนิธ โสจิระกุล จดชื่อคนนี้ไว้นะครับ เดี๋ยวผมขยายความให้ฟังว่า เขาเป็นใคร โดยนายรัฐนิธ โสจิระกุล ผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท จีเอสเอสจี อิมปอร์ต แอนด์ เอกซ์ปอร์ต คอร์เปอเรชัน โดยมอบอำนาจให้กับนายนิมล รักดี จดชื่อคนนี้ไว้ อีกคนนะครับ เป็นผู้รับมอบอำนาจเมื่อสักครู่นี้ผู้มีอำนาจคือนายรัฐนิธ โสจิระกุล มอบอำนาจ ให้กับนายนิมล รักดี สัญชาติไทย เชื้อชาติไทย อยู่ที่อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร ให้มารับมอบปลายข้าวเอวันเลิศ ๕,๐๐๐,๐๐๐ กิโลกรัมตามเอกสาร ตลอดจนลงนามและ รับรองเอกสารที่เกี่ยวข้องแทนข้าพเจ้าได้จนแล้วเสร็จ การใดที่นายนิมล รักดี ผู้รับมอบอำนาจได้กระทำไปตามหนังสือมอบอำนาจฉบับนี้ ข้าพเจ้าขอรับผิดชอบ โดยถือเสมือนว่าข้าพเจ้าเป็นผู้กระทำเองทั้งสิ้นเพื่อเป็นหลักฐานได้ลงลายมือชื่อและ พิมพ์ลายนิ้วมือไว้เป็นหลักฐานแล้ว ลงชื่อ นายรัฐนิธ โสจิระกุล ลงชื่อนายนิมล รักดี อาจจะจางนิดหนึ่งเนื่องจากเป็นภาพขยาย ประทับตราบริษัท คำถาม ถามว่าถ้าสิ่งเหล่านี้ เป็นบริษัทจากประเทศจีนเองเราต้องดูว่านายนิมลและนายรัฐนิธเป็นใคร ผมได้ติดตาม ตรวจสอบดูปรากฏว่านายรัฐนิธเป็นผู้มีอำนาจจากบริษัทจากประเทศจีน อายุประมาณ ๓๒ ปีครับ ผมดูแล้วบริษัทข้ามชาติทำธุรกิจเป็นพัน ๆ ล้านบาท เอาเด็กไทยอายุ ๓๒ ปี ไม่น่าเป็นไปได้ผมก็เลยสืบต่อ จากการสืบนี่คือบ้านของนายรัฐนิธ ท่านประธานเชื่อไหมครับ ว่าคนที่ทำธุรกิจเป็นร้อยล้านพันล้านบ้านเป็นอย่างนี้ ต่อนะครับ นี่เป็นอีก ๑ ภาพ ของบ้านนายรัฐนิธซึ่งทำธุรกิจเป็นร้อยล้านพันล้านในนามของบริษัทจากเมืองกวางเจา ประเทศจีน ที่อ้างว่าเป็นตัวแทนไปทำสัญญาจีทูจีกับรัฐบาลไทย ปรากฏว่าสืบไปสืบมา มาจ๊ะเอ๋ครับท่านประธาน ผมไม่แน่ใจว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริงมาเจอว่านายรัฐนิธเป็นผู้เข้าเรียน หลักสูตรวุฒิบัตรผู้ช่วยผู้ปฏิบัติงานของสมาชิกรัฐสภารุ่นที่ ๖ ที่มีการอบรมเมื่อวันที่ ๑๑-๑๗ มิถุนายนที่ผ่านมาและจากการตรวจสอบไปที่สถาบันพระปกเกล้า รับรู้ว่านายรัฐนิธ เป็นนักศึกษาในหลักสูตรนี้ลำดับที่ ๓๖ นี่คือนายรัฐนิธครับ หลังจากเช็กไปเช็กมา เราจึงอ๋อเลยครับท่านประธาน ปรากฏว่านายรัฐนิธไม่ใช่ใครที่ไหน ชื่อเล่นว่าไอ้ปาล์มครับ คนที่ไปอบรมหลักสูตรผู้ช่วย ส.ส. ต้องวนเวียนอยู่ในสภาแห่งนี้ครับ พบว่าเป็นผู้ช่วย ส.ส. อันดับที่ ๓ ของคุณระพิพรรณ พงศ์เรืองรอง ภรรยาของคุณอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำเสื้อแดง ผมจำเป็นต้องเอ่ยนามครับเพราะว่าตามเอกสารที่ผมตรวจสอบที่สภา ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลไทยขายข้าวให้กับรัฐบาลจีนผ่านบริษัทที่อ้างว่ามาจาก ประเทศจีน แต่คนที่มีอำนาจในการลงนามดำเนินการทั้งหมดคือไอ้ปาล์ม อายุ ๓๒ ปีครับ เป็นผู้ช่วย ส.ส. ของคุณระพิพรรณ พงศ์เรืองรอง ส.ส. บัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทยครับ แล้วท่านคิดว่ารัฐบาลจะขายข้าวให้คนอย่างนี้หรือครับ เราคิดด้วยสามัญสำนึกว่าถ้าเราเป็น รัฐบาลเราจะตรวจสอบบริษัทนี้ไหม เราจะตรวจสอบที่มาที่ไปของคนเหล่านี้ไหมว่าคนคนนี้ ควรจะขายข้าวไหม บังเอิญผมได้ข้อมูลเพิ่มเติมครับท่านประธาน มีคนเอาข้อมูลบัญชีเงิน ของนายรัฐนิธ เลขที่บัญชี ๙๘๐-๗-๖๒๔๒๗-๔ ธนาคารกรุงไทย ข้อมูล ณ วันที่ ๑ เดือนตุลาคมที่ผ่านมา เดือนที่แล้ว นายรัฐนิธมีเงินอยู่ในบัญชี ๖๔.๖๓ บาทครับ นี่ครับท่านประธาน ๖๔.๖๓ บาท แต่เป็นผู้มีอำนาจจากบริษัทจากประเทศจีน รัฐบาลจีน มาติดต่อกับรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ยิ่งใหญ่มากเลยท่านประธาน แล้วท่านประธาน จะเชื่อไหมครับว่ารัฐบาลจะขายข้าวให้กับเด็กคนนี้ครับ สามัญสำนึกของเราเหมือนกันครับ ไม่เชื่อ สืบต่อครับท่านประธาน เราตามต่อไปจนพบว่านายรัฐนิธได้มอบอำนาจในการซื้อข้าว ของลอตรัฐบาลจีทูจีนี้ให้กับนายนิมล รักดี ตามไปพบว่านายนิมล รักดี เป็นคนจังหวัดพิจิตร อยู่ที่อำเภอบางมูลนาก ช่วงนั้นพวกผมก็เดินทางไปหลายพื้นที่ครับเพราะเรารู้ว่าเรื่องข้าว มีอะไรไม่รู้ดีเท่ากับเถ้าแก่โรงสี แล้วก็ทางพวกกลุ่มพ่อค้าส่งออก เขาก็บอกว่าไอ้คนนี้หรือ นิมลนี่เขาเรียกว่าเสี่ย ถ้าโกดังแถวภาคกลางเขาเรียกว่าเสี่ยโจ เสี่ยโจนี่เป็นคนใกล้ชิดกับ เสี่ยเปี๋ยง เสี่ยเปี๋ยงเป็นใครผมก็ไม่รู้จักตอนนั้น เขาบอกว่า อ้าว คุณไม่รู้จักบริษัท เพรสซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด หรือครับ แต่ก่อนคือเจ้าของบริษัท เพรสซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด สมัยที่ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นคนผูกขาดการส่งออกข้าวรายใหญ่ ในยุคนั้น วันนี้แปลงร่างมาเป็นบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด เขาบอกไอ้โจนี่คือมือขวา ของเสี่ยเปี๋ยง เขาบอกผมอย่างนี้ครับ ผมก็มีความรู้สึกว่าถ้าผมจะมาพูดอย่างนี้ลอย ๆ ในสภา มันไม่ได้ครับท่านประธาน ต้องเป็นการสืบค้นข้อมูลเพื่อเชื่อมโยงให้เห็นได้ว่าใช่แน่ว่า นิมล รักดี หรือไอ้โจนี่เป็นคนใกล้ชิดของเสี่ยเปี๋ยงหรือคนของบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด เจอจริง ๆ ครับท่านประธาน นี่คือหนังสือของสำนักงาน ป.ป.ช. ป.ป.ช. ได้ชี้มูลนายโจ หรือนายนิมล รักดี เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๒ เพิ่งแค่ประมาณ ๓ ปีที่ผ่านมาครับ ป.ป.ช. ชี้มูลนายนิมล รักดี ว่าเป็นผู้ต้องหาคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวตอนปี ๒๕๔๖ ปี ๒๕๔๗ ถามว่าตอนปี ๒๕๔๖ ปี ๒๕๔๗ เป็นอย่างไร ก็คือตอนที่ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ขณะนั้นในนามของบริษัท เพรสซิเดนท์ อะกริ ถ้าชื่อเต็มคือบริษัท เพรสซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด ก็เท่ากับว่ามีการโกงมาตั้งแต่ยุคโน้นเลยครับ ยุคปี ๒๕๔๖ ปี ๒๕๔๗ ตอนนั้นเท่าที่อ่านสำนวนดูเป็นการโกงเอาข้าวเก่ามาเวียนเทียน แล้วท่านประธานคงจำได้นะครับ เมื่อกี้ท่านประเสริฐได้พูดแล้วว่าบริษัท เพรสซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด ยิ่งใหญ่มากตอนยุคทักษิณ ประมูลข้าวทีหนึ่งประมาณ ๑.๗๘ ล้านตัน ผูกขาดการส่งออกข้าวรายเดียว และแล้วแก๊งสยามอินดิก้า ซึ่งแปลงร่างจากบริษัท เพรสซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัดครับ ผมขออนุญาตทวนนิดหนึ่งว่าบริษัท เพรสซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด มาล้มตอนปี ๒๕๕๐ หลังจากการปฏิวัติ ก่อนหน้านั้นเสี่ยเปี๋ยง ได้จดทะเบียนตอนปี ๒๕๔๗ ในนามของบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ดังนั้นบริษัท เพรสซิเดนท์ อะกริ หรืออะกริ เทรดดิ้ง จำกัด กับบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด จึงเป็นบริษัทเดียวกันครับ แล้ว ณ วันนั้นตอนที่ ป.ป.ช. ชี้มูล นายนิมล รักดี ก็ชี้มูลในข้อหาทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ตอนปี ๒๕๔๖ ปี ๒๕๔๗ เรื่องนี้ยังอยู่ใน ป.ป.ช. อยู่ ผมจึงถือว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ รัฐบาลอ้างจีทูจีจากประเทศจีน ที่แท้ยอมไปหาหัวบริษัทประเทศจีนมา ๑ บริษัท ขายข้าวให้กับ บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด แล้วขายให้กับบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด เล่นขายในรูปแบบนี้ ท่านประธาน ถ้าเป็นการประมูลแบบทั่วไปพวกผมก็ไม่ต้องไปตรวจสอบอะไรเพราะมีการ แข่งขันตามปกติ แต่เอาจีทูจีมาอ้างเพื่อหลีกเลี่ยงการประมูล ตกลงราคาได้อย่างตามใจชอบ ส่วนต่างเท่าไร รวยกันไม่รู้เท่าไรแล้วครับ ผมคุยกับคนในวงการเขาบอกว่า โอย ต่ำ ๆ กระสอบละ ๓๐๐ บาท พวกเราอาจไม่เข้าใจว่าข้าวกระสอบหนึ่ง ๑๐๐ กิโลกรัม ถ้าเป็นข้าวสารทั่วไปกระสอบละ ๑,๗๐๐ บาท อย่างปลายข้าวประมาณ ๑,๕๐๐-๑,๕๕๐ บาท ถ้าส่วนต่าง ๓๐๐ บาท ตันละ ๓,๐๐๐ บาท ถ้า ๗.๓๒ ล้านตันเอา ๓,๐๐๐ คูณก็เป็น ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วเขาบอกว่ามากกว่านั้นเพราะว่าข้าวมีหลายลอต แล้วคำถามถามว่าข้าวที่บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด โดยไอ้ปาล์มกับไอ้โจซื้อไปเอาไปไหนครับ นี่คือโกดังของโรงสีเพรสซิเดนท์ ที่อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร ข้อมูลได้รับการยืนยันว่าข้าวลอตเหล่านี้ เมื่อซื้อเสร็จแล้วผ่าครับ ของเพื่อนผมที่ฉายไปนี่เขาซื้อเป็นกระสอบแล้วไปเปลี่ยนกระสอบ แต่เฉพาะโกดังนี้เขาเรียกเป็นบัลค์ (BulK) บัลค์ไม่ต้องใช้กระสอบ เก็บเอาข้าวไปเทเก็บเลย เขาผ่าใส่หลังรถบรรทุกแล้วเอาข้าวมาเทเข้าบัลค์ เวลาเทเสร็จแล้วมันจะมีระบบ ในการเก็บข้าวที่โรงสีเพรสซิเดนท์ครับ โอ้โฮ นี่กินทั้งขึ้นทั้งล่องครับท่านประธาน แล้วจาก การตรวจสอบข้อมูล ผมตรวจสอบข้อมูล เอกสารมันมาหลายทางแล้วมันตรงกันหมด ปรากฏว่าในโกดังที่จังหวัดนครสวรรค์แห่งหนึ่งขายข้าวให้กับบริษัท เพรสซิเดนท์ในนาม ของจีทูจีช่วงวันที่ ๕ พฤษภาคมถึงวันที่ ๑๖ กรกฎาคมทั้งหมด ๔๑๒,๒๒๐ กระสอบครับ เฉพาะโกดังนี้โกดังเดียว แล้วในวงการเขาบอกว่าหลายโกดังมากที่โรงสีเพรสซิเดนท์ หรือบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ณ วันนี้เข้าไปจัดการตามใจชอบ ผมอยากจะกราบเรียนว่า ผมไม่เข้าใจว่าท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ท่านคิดอย่างไรบ้าง เพราะจำได้ว่าท่านเป็นคนพูดเองว่า เรื่องจีทูจีท่านได้เห็นสัญญา เห็นเอกสาร ก่อนที่จะเอาอีกบริษัทหนึ่งมาเปิดเผย ขออนุญาต เอาคลิปที่ผมเตรียมไว้ช่วยฉายให้กับทุกท่านได้เตือนความทรงจำด้วยครับ ขออนุญาต เปิดคลิปด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปเสียง)

“…………… : คือต้องเรียนว่าวิธีการขายจีทูจีอย่างที่เรียนว่าอันนี้เป็นตัวเลขขาย ที่มีสัญญา แต่ว่าในการส่งมอบนั้นก็จะรับรู้เงิน เพราะฉะนั้นการรับรู้เงินก็จะทยอย การส่งมอบ ซึ่งจากข้อสัญญาก็จะมีการส่งมอบจนจบสิ้นปี ดังนั้นการที่จะเห็นตัวเลขปิด ก็คือต้องรอตัวเลขส่งมอบนะคะ”

“…………... : ประเทศอะไรบ้าง”

“…………... : หลายประเทศ อย่างในกลุ่มอาเซียนก็มีนะคะ”

“…………... : ธุรกิจของการซื้อขาย”

“.............. : เป็นเอ็มโอยูค่ะ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทราบค่ะ”

“…………… : เป็นเซล คอนแทรคท์”

“.............. : เป็นเอ็มโอยูหรือเป็นสัญญาซื้อขายครับ”

“……………. : เป็นสัญญาซื้อขายครับ ไม่ใช่เอ็มโอยู”

“............... : กี่สัญญาครับ”

“............... : ๖ สัญญาครับ ผมชี้แจงไปแล้วนะครับ”

ท่านประธานที่เคารพครับ คลิปนี้ เป็นคลิปที่ยืนยันว่าท่านนายกรัฐมนตรีร่วมรับรู้กับรัฐมนตรีในการขายข้าวจีทูจี ๑.๔๖ ล้านตัน ที่ส่งไปแล้ว และส่วนที่เหลืออยู่อีกประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ตันเศษ ๆ แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่ นายกรัฐมนตรีปฏิเสธไม่ได้เลยในการที่จะไม่รับผิดชอบในการระบายข้าวลอตจีทูจีลอตนี้ นายกรัฐมนตรีโกหก ใครปฏิเสธบ้างว่านายกรัฐมนตรีไม่โกหก ผู้นำประเทศ หมายเลข ๑ โกหกคนไทยทั้งประเทศจะอยู่ได้อย่างไรครับ ผมเชื่อว่าถ้าท่านนายกรัฐมนตรีได้มีโอกาสเจอ ท่านบารัก โอบามา ในช่วงที่ท่านโอบามามา ถามว่า เอ๊ะ ถ้าฉันเป็นนายกรัฐมนตรีเบอร์ ๑ ถ้าฉันโกหกไปแล้วฉันจะทำอย่างไรดี ใช้เสียงข้างมากช่วยได้ไหม เสียงข้างมากไม่ควรจะช่วย การโกหกได้ มันเป็นสำนึกของนักการเมืองถ้าคุณตั้งใจโกหกประชาชน ท่านนายกรัฐมนตรี โกหกประชาชนครับ แล้วขณะนี้ท่านนายกรัฐมนตรีก็ร่วมรู้เห็นเป็นใจในการเอื้อให้กับบริษัท ผู้ใกล้ชิด ซึ่งเดี๋ยวผมจะโยงให้ดูว่าบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ใกล้ชิดกับพวกท่านอย่างไรบ้าง และสำคัญที่สุดคือต้องการหลีกเลี่ยงการประมูล เพราะถ้าหลีกเลี่ยงการประมูลแล้วก็จะได้ ราคาพิเศษ ผมให้ดูบริษัทที่ ๒ ครับ เมื่อกี้เป็นบริษัทจีน ต่อไปนี้เป็นบริษัทชื่อคนไทยครับ

(นายพิชิต ชื่นบาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านคุณหมอวรงค์สักครู่ครับ ท่านพิชิตมีอะไรครับ

นายพิชิต ชื่นบาน บัญชีรายชื่อ

ผม พิชิต ชื่นบาน บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขอประท้วงผู้อภิปราย ก็อย่างที่ผมบอกแล้วนะครับว่าพฤติการณ์ที่พูด โดยรวมกำลังกล่าวหาว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ ถ้าละเว้นคุณก็พูด ให้ละเว้น นี่พูดเฉี่ยวไปเฉี่ยวมาฟังแล้วก็ได้ความว่ากำลังกล่าวหาว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ ร่วมรับรู้ แล้วเมื่อกี้ก็บอกหลีกเลี่ยงต่าง ๆ มันชัดเจนอยู่แล้วนะครับ ให้ถอนคำพูดครับ ชัดเจนนะครับ เอามาเปิดดูใหม่มันชัดเจนอยู่แล้วว่ากำลังกล่าวหา ทั้งที่ไม่ได้ยื่นคำร้องถอดถอนนะครับ ท่านประธานได้โปรดวินิจฉัยครับ พูดดีมาตลอดนะครับ ผมก็นั่งฟังอยู่ แต่ควรจะมีข้อจำกัดบ้าง ขอให้ท่านประธานได้โปรดวินิจฉัยครับ เพราะไม่ได้ ยื่นคำร้องถอดถอนในประเด็นเรื่องปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบหรือทุจริต ขอให้ท่านประธาน ได้โปรดวินิจฉัยครับ

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร ผมเองอยากให้การอภิปรายนี้ราบรื่น ขอประทานโทษนะครับ ผมเองไม่เห็นตรงกับท่าน ที่ประท้วงเมื่อสักครู่ แต่ว่ากรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา ภาษาที่ท่านใช้นี่มันเป็นการกล่าวหา เรื่องทุจริตที่เข้าข้อกฎหมายแล้ว ผมคิดว่าท่านไม่ต้องถอนคำพูดหรอกครับ พูดต่อไป แต่เราจะจดบันทึกไว้แล้วสุดท้ายเราจะทำการประท้วงเป็นทางการ ถ้าท่านยังต้องการทำ อย่างนี้อยู่ต่อไปท่านจะกล่าวหาเราไม่ได้นะครับ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเกิดขึ้นเมื่อวานนี้แล้วครับ แต่ที่ผมกราบเรียนอย่างนี้ว่าจริง ๆ ถ้าเราต้องการจะลบคำอภิปรายของท่านเราจะนิ่งครับ แต่นี่ด้วยเจตนาอยากให้ท่านพูดให้เต็มที่เลยครับ ใช้สิทธิตรวจสอบรัฐบาลเต็มที่แต่ให้อยู่ใน ข้อบังคับกฎหมาย ท่านประธานครับ กราบเรียนว่าแล้วเราจะสรุปทำการประท้วงเรื่องนี้ ถ้าไม่ถอนไม่เป็นไรครับ ขอบพระคุณครับ

(นายวิทยา แก้วภราดัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านวิทยาครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็เข้าใจว่าท่านประธานกับผมนั่งฟังด้วยความตั้งใจโดยตลอด ผมขออนุญาตประท้วง ท่านประธานด้วยความเกรงใจครับ ผมคิดว่าบางครั้งการพยายามขัดจังหวะ โดยไม่รู้ว่าประท้วง หรือขึ้นมาแนะนำ หรือขึ้นมาชี้แนะอะไรนี่ท่านจะปล่อยให้เกิดอย่างนี้ เรื่อย ๆ ไหมครับ คือทุกคนกำลังฟังทั้งประเทศแล้วก็เป็นเรื่องใหญ่ แล้วก็อย่าวินิจฉัยตีความเอง ข้อเท็จจริงผู้อภิปรายกำลังบรรยายเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในแผ่นดินให้รับรู้ แล้วปรากฏ ยกมือประท้วงแล้วมาแสดงความคิดเห็น ผมว่าท่านต้องคุมนิดหนึ่งครับ แม้นประชาชน ทั้งประเทศเขาจะเสียความรู้สึกกับสภาครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาอย่างนี้นะครับ คุณหมอวรงค์อันไหนที่ไม่สบายใจอีกฝ่ายหนึ่งก็พยายามหลีกเลี่ยงนะครับ พอแล้วครับคุณพิชิต มันพอฟังได้อยู่ พอแล้วครับ พอฟังได้อยู่ครับ แต่คุณหมอก็ระวังหน่อยครับ ประเดี๋ยวก็มีการประท้วง ผมก็อยากให้มันราบรื่นไป เชิญครับ เชิญต่อ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมกำลังชี้ให้ท่านประธานเห็นว่ามันมีความไม่ชอบมาพากล ในการอ้างขายข้าวจีทูจี ๗.๓๒ ล้านตัน

(นายพิชิต ชื่นบาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณหมอวรงค์มีผู้ประท้วงครับ

นายพิชิต ชื่นบาน บัญชีรายชื่อ

ผม พิชิต ชื่นบาน บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย การอภิปรายผมเข้าใจว่ามีประโยชน์ มีข้อมูลที่ดี แต่การกล่าวหาว่า ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ ปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เนื้อหาการอภิปรายมันชัดเจนอยู่แล้วครับ เนื้อหามันจูงมาเสร็จแล้วก็มาเหมือนสรุปว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีกำลังปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ เรื่องอย่างนี้ปล่อยให้ผ่านไปไม่ได้ครับ เราก็ต้องปฏิบัตินะครับ การอภิปรายก็ต้องอยู่ในประเด็น ในเมื่อการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ การปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตมันไม่มี คำร้องก็ไม่มี แล้วมาปล่อยให้อภิปรายไม่ได้นะครับท่านประธาน ผมไม่ยอมครับ ไม่ได้ครับ

(นายบุญเลิศ ไพรินทร์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านบุญเลิศครับ

นายบุญเลิศ ไพรินทร์ ฉะเชิงเทรา

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม บุญเลิศ ไพรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอประท้วงคนที่ประท้วงกันบ่อย ๆ นี่ครับ ผมฟังมาตลอดครับว่ากำลังชี้แจงอะไร และถ้าไม่พูดความจริงกันแล้วจะให้ไปพูดอะไรตอนไหนกันครับ ก็ไม่ใช่โกหกหรือครับ ไม่ใช่สมรู้ร่วมคิดกันพูดความไม่จริงให้แก่ประชาชนใช่ไหมครับ บอกว่าจีทูจีนี่มันไม่ใช่จีทูจี มันจริงไหม ก็แค่นั้นเอง ผมอยากจะฟังต่อครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมรู้ครับท่านบุญเลิศ แต่บางครั้งมันไปเข้าข้อที่ยื่นถอดถอน เพราะฉะนั้นหมอวรงค์ ก็หลีกเลี่ยงหน่อยครับ พอแล้วครับท่านพิชิตพอไปได้แล้วครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก เมื่อสักครู่ที่ผมกราบเรียนท่านประธานเป็นบริษัทจาก ประเทศจีน จากนี้ไป

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านคุณหมอวรงค์ทางโน้นเขาไม่ยอมครับ ท่านถอนแล้วจะได้พูดต่อให้จบ ก็ประท้วงกันไปมา อย่างนี้ครับ ท่านบุญยอดอย่าเพิ่งประท้วงผมวินิจฉัยเรื่องนี้ก่อน เดี๋ยวจะคุยกับหมอวรงค์ ตกลงกันหน่อยครับ ท่านบุญยอดนั่งลงก่อนครับ ก็มันไม่จบคุณบุญยอดก็ดูสิครับ พอแล้วครับข้างหลังก็อย่าเพิ่ง เอาทีละรายครับท่าน ถ้าอย่างนี้ทุกรายประท้วงหมดผมก็ไม่รู้ ชี้ให้พูด ท่านดูสิครับ อะไรที่มันพอจะผ่านพ้นไปได้ผมก็อยากให้มันราบรื่นเข้า มาตั้งนานแล้ว ผมขอร้องท่านนั่งลงด้วยท่านบุญยอด เชิญท่านพิชิตต่อก่อนครับ คุณหมอเหวงนั่งก่อนครับ

นายพิชิต ชื่นบาน บัญชีรายชื่อ

ผม พิชิต ชื่นบาน บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงชัดเจนว่าไม่ได้ยื่นคำร้องถอดถอนในประเด็นเรื่องปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบ ปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต สิ่งที่ผู้อภิปราย อภิปรายนี่กล่าวหาชัดเจนแล้วผมก็บอกให้ ประธานวินิจฉัยท่านประธานอย่ามาหยวน ท่านก็บอกว่าปัดผ่านไป การกล่าวหาคนทุจริต มันเป็นเรื่องร้ายแรงที่จะผ่านไม่ได้นะครับ ผมยืนยันให้ท่านประธานวินิจฉัย ผมเคารพ ถ้ายื่นคำร้องถอดถอนมาให้เป็นเรื่องเป็นราวแล้วท่านจะกล่าวหาว่านายกรัฐมนตรีทุจริตอะไรนี่ ผมเป็นนักกฎหมายผมรู้ ผมไม่ขัดขวางหรอกครับมันเป็นประโยชน์กับประชาชนผมรู้ แต่ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญนะครับ ขอบคุณครับ ประธานวินิจฉัยด้วยนะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ท่านพิชิตครับ มันมีข้อ ๓.๔ ที่พูดถึงการควบคุมการบริหารงานที่เป็นสาเหตุของ การทุจริตก็พูดอาจจะมีพลาดในการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรมันก็มีการเกี่ยวพันไปบ้าง แต่ว่าไม่ยอมเลยคงไม่ได้ เอาละครับ ผมว่าพอสมควร เชิญหมอวรงค์ครับ อย่าประท้วงกัน หลายคนเลยครับ พอแล้วครับ เดินหน้าต่อครับ เชิญหมอวรงค์ครับ

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านอรรถพรไม่ต้องประท้วงครับ พอแล้วครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมปะติดปะต่อ ไม่ได้เลยครับท่านประธาน สรุปแล้วเมื่อสักครู่เป็นบริษัทจากประเทศจีนใช้ชื่อไอ้ปาล์ม เป็นผู้ช่วย ส.ส. ของคุณระพิพรรณ พงศ์เรืองรอง ส.ส. บัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย ขณะนี้เป็น ส.ส. ระดับที่ ๒๘๓ และไอ้ปาล์มนี่เป็นผู้ช่วยอันดับที่ ๓ มีเงินอยู่๖๔ บาทเศษ ๆ ในบัญชี แต่เป็นลูกค้าของรัฐบาลไทยในการซื้อข้าว นี่คือประเด็นถัดมาไอ้ปาล์มก็มอบอำนาจ ให้กับไอ้โจ เช็กไปเช็กมาไอ้โจนี่คือคนใกล้ชิดของบริษัท เพรสซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด เก่า ซึ่งขณะนี้แปลงร่างมาเป็นบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด และไอ้โจนี่ถูกหมายจาก ป.ป.ช. ชี้มูล เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาปี ๒๕๕๒ ว่าร่วมทุจริตโครงการรับจำนำข้าวสมัยทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี และวันนี้ไอ้ปาล์มกับไอ้โจก็มีอีกเงื่อนไขหนึ่งครับฟังต่อนะครับ เมื่อกี้เป็น บริษัทจีนครั้งนี้กลายเป็นการซื้อข้าวสาร ๕ เปอร์เซ็นต์ ก็คือข้าวเจ้าที่เรารับประทาน เมื่อสักครู่นี้คือปลายข้าว อันนี้เป็นข้าวเจ้าที่เรารับประทาน องค์การคลังสินค้าส่งมอบข้าว ให้กับกรมการค้าต่างประเทศ เมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคมที่ผ่านมาครับ ลอตนี้ประมาณสัก ๑,๐๐๐,๐๐๐ กิโลกรัม แต่ทราบข่าวว่ามีหลายลอตมาก เอกสารเหมือนกันนะครับ อันนี้ อีกประมาณ ๙๐๐,๐๐๐ กิโลกรัมรวมกันแล้วประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ กิโลกรัม แต่จุดนี้ เป็นจุดที่น่าแปลกใจอย่างยิ่งท่านครับประธาน ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ผมจะถาม ท่านนายกรัฐมนตรีทำไมปล่อยให้รัฐบาลชุดนี้ทำอย่างนี้ เพราะว่าการขายข้าวตรงนี้ ไม่ได้ขายให้กับบริษัทนิติบุคคล เมื่อสักครู่บริษัทจีนยังดูว่าเป็นบริษัทผีดำน้ำมาทำจีทูจี แต่ครั้งนี้เป็นการขายให้กับตัวบุคคลครับ ท่านประธานฟังนะครับ หนังสือฉบับนี้เป็นหนังสือ มอบอำนาจลงวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๕ หนังสือนี้เขียนว่าโดยหนังสือฉบับนี้ ข้าพเจ้า นายรัฐนิธ โสจิระกุล ชื่อเดิมเป๊ะเลยครับท่านประธานฟังต่อนะครับ ขอมอบอำนาจให้นายนิมล รักดี ชื่อเดิมอีกแล้วท่านประธานครับ สัญชาติไทย เชื้อชาติไทย อยู่ที่ตำบลบางมูลนาก อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร มารับมอบข้าวจากคลังสแตนดาร์ด แวร์เฮ้าส์ที่จังหวัดนครสวรรค์ จำนวนเท่านี้กิโลกรัม ตลอดจนการลงนามและรับรองเอกสาร ที่เกี่ยวข้องแทนข้าพเจ้าได้จนแล้วเสร็จ การใดที่นายนิมล รักดี ผู้รับมอบอำนาจได้กระทำไป ตามหนังสือมอบอำนาจฉบับนี้ ข้าพเจ้าขอรับผิดชอบโดยถือเสมือนว่าข้าพเจ้า เป็นผู้กระทำเองทั้งสิ้น เพื่อเป็นหลักฐาน ข้าพเจ้าได้ลงลายมือชื่อและพิมพ์ลายนิ้วมือให้ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ลงชื่อ รัฐนิธ กับลงชื่อ นิมล รักดี

คำถามจึงถามว่า ท่านประธานครับ ทำไมรัฐบาลชุดนี้อาจหาญขนาดนี้ครับ ขายข้าวให้กับไอ้ปาล์ม ไอ้รัฐนิธ แล้วไม่ใช่เป็นบริษัทนะครับ ถ้าจดทะเบียนเป็นชื่อบริษัท อะไรขึ้นมา ผมอาจจะตามยากขึ้น อันนี้มันตามง่ายเกินเพราะว่ามันชื่อเดียวกันเป๊ะเลย หรือว่าตัวละครในการเล่นของบริษัทผู้ใกล้ชิด คือบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด เช็กดูแล้ว เหลือตัวละครแค่ ๒ ตัวในการเล่น คนหนึ่งลงนามมีอำนาจ อีกคนหนึ่งมีหน้าที่เบิกข้าว ท่านไม่รู้สึกบ้างหรือว่าท่านปล่อยให้แก๊งที่เคยทุจริตโครงการรับจำนำข้าว สมัยพี่ชายนายกรัฐมนตรีเป็นนายกรัฐมนตรีวันนั้น ชุดนี้ก็โกงอยู่ มีหมาย ป.ป.ช. ตามหลักฐาน และวันนี้ไอ้ชุดนี้ก็กลับมาโกงในยุคน้องสาวเป็นนายกรัฐมนตรี

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเอาเรื่องนี้ก็แล้วกันครับ อย่าไปเรื่องย้อนหลังเดี๋ยวก็มีประท้วงอีก ท่านก็รู้อยู่ คุณหมอวรงค์ครับ ท่านวรงค์ครับก็มีผู้ประท้วงเยอะแยะอีกแล้ว

(นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ซึ่งจริง ๆ จะกล่าวหาผมอีกคนว่าอยู่ในฐานะรัฐบาลก็ไม่ผิดนะครับ เพราะว่าผมอยู่พรรคเพื่อไทย แล้วก็ ผู้อภิปรายจริง ๆ กับผมนั้นก็ไม่ได้มีเรื่องที่จะต้องมาโกรธเคืองอะไรกันมาก่อน แต่ต่างคน ก็ต่างทำหน้าที่ แต่ผมกำลังจะบอกท่านประธานผ่านไปยังผู้อภิปรายว่าท่านนั้นล่วงล้ำ ของกระบวนการ ผิดข้อ ๖๓ ครับ ก็คือไปพาดพิงถึงคนอื่น ซึ่ง ๑. เป็นบุคคลภายนอก ๒. เมื่อเป็นรัฐบาลของยุคนายกรัฐมนตรีทักษิณ ผมบอกมาแล้วว่าตั้งแต่ยุคนายกรัฐมนตรีทักษิณ มาถึงนายกรัฐมนตรีสมัคร นายกรัฐมนตรีสมชาย มาในท่านอภินิหาร ท่านอภิสิทธิ์ แล้วก็มา ท่านยิ่งลักษณ์ มันหลายยุคหลายสมัย แล้วก็เจาะจงอยู่กับตระกูลชินวัตรนี่เอง ก็เอาให้มันชัด เอาให้มันตรงประเด็นเลยครับท่านประธาน แล้วก็อยากให้กล่าวถึงสมัยนี้ที่คุณยื่น เอกสารของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์มานี่ เอาให้มันชัดว่าตรงไหน เอาให้คาหนังคาเขา วันที่ ๒๘ นี้ผมจะได้ตัดสินใจครับท่านประธาน เพราะผมกำลังรออยู่

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ รอไว้ก่อน เอาละครับเดี๋ยวผมวินิจฉัย คุณหมอครับ ก็ให้ผมวินิจฉัย พอแล้ว ผมเข้าใจแล้ว คุณหมอครับในเรื่องเก่าอย่าพูดถึงเลยครับ ก็เอาเฉพาะตรงนี้เดี๋ยวก็มีผู้ประท้วงท่านก็จะมีอีก หลายประเด็น ผมก็อยากฟังใครเป็นใคร เอาเฉพาะเรื่องใหม่ ๆ ท่านอย่าพูดถึงคนเก่าเลยครับ แล้วเขาจะได้หยุดหัวข้อประเด็น คนอื่นก็ประท้วงผมไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเขาก็ว่าผม ไม่ควบคุมท่านอีก ก็ต้องเห็นใจผมด้วยนะท่านคุณหมอครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ผมต่อนะครับท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถอนเสียหน่อยเมื่อกี้ที่ว่าล้ำไปอันเก่าก็ถอนเสียไม่เสียหาย

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

มันถูกเชื่อมโยงครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวก็มีผู้ประท้วงผมอีก ท่านวิทยาท่านต้องเห็นใจผมด้วยนะครับ ท่านสาธิตนั่ง ผมให้ท่านอาวุโสท่านวิทยา ท่านสาธิตนั่งลงครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ คือผมฟังทั้งหมดแล้วนะครับ ที่เกี่ยวพันก็คือชื่อตัวบุคคลที่มาพัวพันกับการทุจริตคราวนี้ ผู้อภิปรายก็โยงว่าพฤติกรรมนี้ได้เคยกระทำมาครั้งหนึ่ง แต่ถ้าเดือดร้อนเจ็บแค้นทนไม่ไหว ก็ถอนคำว่าทักษิณออกไปแค่นั้น แต่ว่าพฤติกรรมเหล่านี้ได้กระทำเมื่อปี ๒๕๔๖ ส่วนใคร จะเป็นนายกรัฐมนตรี ประชาชนคิดเอาเอง

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

โอเค เอาอย่างนี้ครับ คุณหมอวรงค์ทำตามท่านอาวุโสแนะนำถูกต้อง แล้วท่านจะอภิปรายได้ ถ้าท่านกลับไปอีกเดี๋ยวก็มีประท้วงมาอีก ต้องถอนตรงนั้นออก ที่ท่านทักษิณถอนออก

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ผมยินดีให้ถอนชื่อ คุณทักษิณออกครับ แล้วก็ผมขอระบุเป็นว่าในอดีตตอนสมัยปี ๒๕๔๖ ปี ๒๕๔๗ แต่ใคร จะเป็นนายกรัฐมนตรีในยุคนั้นประชาชนคงจะทราบ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

จะได้เดินหน้าได้ อย่าพูดถึงใครนะครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ผมต้องการจะย้ำนะครับว่าเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ของรัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ในปัจจุบันนี้ ผมไม่ไว้วางใจ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุนัย อะไรครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ คนมันมีเถยจิตครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านประท้วงเอาเรื่องนี้ดีกว่า ท่านอรรถพรนั่งลงก่อนครับ เอาทีละท่าน ท่านนั่งลง อย่าเพิ่ง ประท้วงเลยครับ หลาย ๆ คนไม่ได้ ท่านสุนัยครับ เอาเป็นเรื่องเป็นราว เชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมประท้วง ท่านผู้อภิปรายที่ทำผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ และรัฐธรรมนูญมาตราที่ผมกราบเรียนไปแล้ว มาตรา ๑๕๘ ท่านครับ ถ้ารัฐบาลนี้ทุจริตจริงท่านก็พูดแล้วครับ มันชัดเจนหมดแล้ว ถ้าท่านหมายถึงว่ามีการทุจริต ท่านเป็นพรรคการเมืองมา ๖๐ ปี ท่านลืมใส่ไปได้อย่างไร ในคำร้องถอดถอนครับ ก็เพราะมันไม่มีแต่ท่านกำลังจะตีกินอย่างไรละ อย่างนี้มันปฏิบัติหน้าที่ ไม่ชอบนะครับ ต้องหยุดได้แล้วครับ การกระทำที่ผิดชัดเจนอย่างนี้รัฐธรรมนูญมีเขียนไว้ ผมก็อยากจะให้ท่านตรวจสอบตามข้อบังคับ ตามข้อกฎหมายครับ ถ้ามีการทุจริตจริงไฉนเลย ท่านไม่ใส่ไว้ล่ะ ของง่าย ๆ แค่นี้คำเดียว ก็เพราะมันไม่มีอย่างไร

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับ ท่านสุนัยนั่งลงครับ ผมเข้าใจ คุณหมอก็เข้าใจประเด็นเหมือนกันครับ ท่านอรรถพร ไม่ต้องยกมือแล้วครับ คุณหมอก็หลีกเลี่ยง และเอาตามที่ได้ผิดกฎหมาย ไม่สามารถควบคุม การบริหารรัฐบาลได้ก็ว่าไปตามที่ท่านยื่นมา เราจะอภิปรายได้ ท่านอรรถพรนั่งลงครับ ให้คุณหมอท่านมีสิทธิได้อภิปรายต่อ เชิญครับ แล้วก็หลีกเลี่ยงเอาคำที่ว่า เชิญท่านวิทยาครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

ท่านประธานครับ คือติงกัน หลายรอบ ท่านประธานลองอ่านดูนะครับ ข้อ ๓.๒ จงใจกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหาย แก้ผู้หนึ่งผู้ใด เขาหมายความว่าอย่างไรท่าน ผมเข้าใจว่าที่คุณหมอวรงค์พูดมาก็ไม่ได้เกินข้อนี้ แล้วก็อยู่ในญัตติ อยู่ในเรื่องที่ไปถอดถอนเรียบร้อยหมดแล้ว แล้วก็โวยวายทุกทีครับ ก็เขาบอกแล้วว่าจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อประโยชน์ ของผู้หนึ่งผู้ใด มันชัดครับโดยข้อกฎหมาย ท่านต้องปล่อยเถอะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมอ่านอยู่ครับ ข้อ ๓.๒ ข้อ ๓.๓ ผมก็ดูอยู่ เชิญครับคุณหมอวรงค์

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมเกรงว่าพี่น้องประชาชน มาถึงตอนนี้สะดุดไปแล้วอาจจะไม่เข้าใจ ผมขอสรุปภาพให้เห็นสั้น ๆ นะครับว่ามีอยู่ ๒ บริษัทครับท่านประธาน

(นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ ท่านดอกเตอร์

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ท่านประธานที่เคารพ ผม พีรพันธุ์ พาลุสุข เมื่อกี้นี้ท่านสมาชิกที่นี่ได้ประท้วงไปหลายหนว่าประเด็นที่คุณหมอวรงค์กำลังพูดนั้นไม่มี ในญัตติขอถอดถอนครับท่านประธาน แล้วก็มีสมาชิกท่านหนึ่งได้บอกว่าอยู่ในข้อ ๓.๒ ก็ญัตติท่าน ท่านก็เลือกอ่านเฉพาะข้อ ๓.๒ ไม่ได้ เพราะท่านอธิบายมาต่อเนื่องกันตั้งแต่ ข้อ ๓.๑ เรื่องอะไร ข้อ ๓.๒ เรื่องอะไร ก็คือเรื่อง ป.ป.ช. ครับ จากข้อเท็จจริงและ ข้อกฎหมายดังกล่าวข้างต้นที่บอกว่าข้อ ๓.๒ จงใจกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ก็คือ เรื่อง ป.ป.ช. ไม่ใช่เรื่องนี้ ผมพูดอยู่หลายครั้ง อย่าไปเลือกอ่านเฉพาะข้อเดียว อ่านทั้งหมด จนถึงข้อสุดท้าย จึงเรียนมาเพื่อโปรดดำเนินการ ผมอ่านกี่รอบ ๆ ก็ยังเป็นเรื่อง ป.ป.ช. อย่างเดียว ไม่มีเรื่องข้าว เรื่องทุจริตในเรื่องนี้ครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขออนุญาต เรียนหารือท่านประธานนะครับ ใช้เวลาสั้น ๆ เพื่อให้กระบวนการปฏิบัติหน้าที่ของทั้ง ๒ ฝ่าย เดินหน้าต่อไปได้ ผมว่ามีประเด็นสำคัญเรื่องหนึ่งที่ประชาชนผู้ติดตามการอภิปรายต้องเข้าใจ ให้ชัดตรงกันว่าขณะนี้ฝ่ายค้านกำลังทำหน้าที่อภิปรายนายกรัฐมนตรี

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านบุญยอด ผมให้โอกาสท่านได้หารือ ไม่ ๆ ครับ ผมอนุญาตท่านบุญยอด ให้เกียรติ ทุกฝ่ายครับ เขาก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่งก็ให้โอกาสเขา ท่านบุญยอด นั่งลงก่อนครับ เดี๋ยวผมให้ท่านประท้วงท่านนั่งลงก่อนครับ ต้องให้ฟังทุกคนท่านบุญยอด จะไม่ฟังคนอื่นไม่ได้เลยครับ ท่านยกมือหลายรอบผมก็ให้ท่านทุกครั้ง แต่ว่าผมต้องให้สิทธิคนอื่น ท่านนั่งลงเถอะครับ ท่านบุญยอดครับนั่งลง ใจเย็น ๆ ท่านอย่าชี้หน้าสิครับ ไม่ได้ ท่านบุญยอดใจเย็น ๆ นิดหนึ่งครับ ใจเย็น ๆ นั่งลงก่อน ท่านอย่าไปชี้หน้ากันไม่ดี ๆ ใจเย็น เชิญครับ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

คือผมเรียน หารือท่านประธานอย่างนี้ พรรคประชาธิปัตย์ยื่นญัตติถอดถอนโดยไม่ระบุว่ามีพฤติการณ์ ทุจริตจากการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี ในญัตติมีแต่เพียงว่าโดยสรุปคือรัฐบาลไม่ได้ เดินหน้าร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. เพราะฉะนั้นทั้งญัตตินี่มีถอดถอน ด้วยเหตุนี้เหตุเดียวเท่านั้น หากฝ่ายค้านจะอภิปรายเรื่องจำนำข้าวเรื่องอะไรต่าง ๆ ก็ว่าไป แต่กล่าวหาว่านายกรัฐมนตรีทุจริตมิได้ เพราะหากทุจริตต้องถอดถอน ประเด็นอยู่ตรงนี้ เพราะฉะนั้นถ้านายแพทย์วรงค์ด้วยความเคารพ ขออนุญาตเอ่ยนาม ถ้าท่านอภิปราย โดยไม่มีการกล่าวหาว่าทุจริต ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกพรรครัฐบาลก็ไม่มีใครประท้วง ผมก็รอฟังครับ ไอ้ปาล์ม ไอ้โจ้เป็นอย่างไร แต่ไอ้มั่วนี่ไม่เอา

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรีนั่งลงครับพอแล้วครับ อย่าโห่ครับท่าน กรุณารักษามารยาทมีการถ่ายทอดสด ประชาชนดูอยู่นะครับ เดี๋ยวผมฟังท่านหมอวรงค์คู่กรณีก่อน ท่านอื่นนั่งลงครับ ฟังหมอวรงค์ก่อน ท่านสมบูรณ์นั่งลงครับ ท่านยกมือทีละ ๕ คนผมจะให้ใครพูดล่ะครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมไม่แน่ใจว่าใครมั่วกันแน่ครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็อย่าพูดเลยท่าน

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ผมกำลังจะชี้แจงจะได้จบเลยครับ จะได้เข้าใจประเด็นตรงกัน เพราะว่าผมพยายามพูดตามกรอบของญัตติตลอด ผมเรียนกับท่านประธานว่าผมปรึกษากับท่านประธานวิปของผมเรียบร้อยแล้วว่าผมควรจะใช้ ภาษาคำพูดอย่างไรเพื่อไม่ให้มีปัญหา เนื่องจากว่าในญัตติเขียนไว้ชัดเจนว่านายกรัฐมนตรี มีพฤติกรรมปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต ผมไม่ได้บอกว่าตัวนายกรัฐมนตรีทุจริต แต่เหตุการณ์นี้มันมีทุจริตเกิดขึ้น แต่ไม่ได้บอกว่านายกรัฐมนตรีทุจริต เท่ากับนายกรัฐมนตรี ปล่อยปละละเลย ใครมั่วกันแน่ครับท่านประธาน

(นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวท่านก็กล่าวหากันไปมา ผมอนุญาตท่านสมบูรณ์ท่านอื่นนั่งลงให้หมด ทีละท่านครับ ถ้าท่านยกมือ ๔ ท่านผมไม่ให้พูดหรอกครับ ท่านต้องนั่งลงก่อนท่านวัชระ ท่านก็ดูข้างหลัง ยกมือก่อนท่านอีก ท่านต้องให้สิทธิคนอื่นด้วยสิครับ ผมไม่อนุญาตให้พูดทีละ ๔-๕ ท่าน ไม่มีไมโครโฟนถึงขนาดนั้น นั่งลงก่อน เชิญท่านสมบูรณ์ก่อน รอสักครู่ท่านนิพนธ์ท่านนั่งลงก่อน เดี๋ยวท่านสมบูรณ์ก่อนแล้วท่านครับ หรือท่านสมบูรณ์จะให้ท่านนิพนธ์พูด ท่านใดท่านหนึ่ง ผมอนุญาตทีละ ๒ ท่านไม่ได้ ท่านตกลงกันเองครับ แต่ผมเห็นท่านสมบูรณ์ยกมือก่อน ท่านนิพนธ์ นั่งลงก่อน ทีละท่านสิครับ ท่านอย่าประท้วงทีละ ๒ ท่านไม่ได้ มันพูดไม่ได้ครับ ท่านนิพนธ์นั่งลงก่อนครับ เชิญท่านสมบูรณ์ครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานก็คงจะเห็นว่าเมื่อสักครู่คนเป็นรัฐมนตรีกลับกระทำ ผิดข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ผมเชื่อว่าคำอย่างนี้ไม่ควรจะออกจากคนที่เป็น รัฐมนตรี ผมขอให้ท่านรัฐมนตรีถอนคำพูดนะครับ จริง ๆ แล้วท่านคงรู้เวทีนี้คือ สภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่ข้างถนน คำว่าไอ้มั่ว ท่านต้องถอนนะครับ เพราะนี่มันเป็นศักดิ์ศรี ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เรากำลังอภิปรายด้วยข้อเท็จจริง ท่านอย่าเอานิสัยข้างถนน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอย่าไปกล่าวหาอย่างนั้นไม่ได้ครับ ประท้วงแค่นั้นก็พอแล้วครับท่านสมบูรณ์ ถ้าท่านไปพาดพิงก็ไม่จบ ท่านรัฐมนตรีครับลูกผู้ชายนิดเดียวจะได้เดินหน้าต่อ เชิญครับ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผมยืนยันว่า เจตนาคืออยากให้ท่านทำหน้าที่ต่อ เพียงแต่ว่าต้องตามให้ถูกต้องตัวบทกฎหมาย ท่านประสงค์จะให้ถอนคำว่า ไอ้มั่ว จริง ๆ คำว่า ไอ้มั่วก็ไม่ได้ถือว่าเป็นคำหยาบคายอะไร แต่ถ้าหากท่านให้ถอนคำว่าไอ้มั่วเพื่อไม่ให้เกิดการมั่วขึ้นอีกผมถอนครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านนิพนธ์ครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี สงขลา

ท่านประธานที่เคารพ ที่จริงผมคิดว่า ท่านสมบูรณ์ประท้วงนี่จบแล้ว แต่ว่าท่านบอกว่าไม่ผิดข้อบังคับไม่ได้ มันเสียดสีครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เขาถอนแล้ว พอแล้วครับท่านนิพนธ์ เขารีบถอนแล้ว เขาถอนแล้วครับจบไปแล้ว เขาถอนแล้วพอแล้วครับ

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านอรรถพรจะประท้วงเรื่องอะไร ถ้าประเด็นเดียวกันผมไม่ให้พูด เรื่องอะไร เรื่องใหม่ หรือเปล่าครับ

นายอรรถพร พลบุตร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านรัฐมนตรีตามข้อ ๖๑ วรรคสอง ท่านเสียดสีครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ประเด็นนี้ผมได้วินิจฉัยแล้ว พอแล้วครับ เชิญหมอวรงค์ต่อครับ จะไปพูดว่านายกรัฐมนตรี ทุจริตนั้น ให้พูดถึงว่าปล่อยปละละเลยได้ ประเด็นไหน ท่านอรรถพรนั่งลง ไม่ได้ประเด็นนี้ ผมไม่อนุญาตแล้ว ประท้วงในข้อบังคับเขียนไว้ชัดเจนครับประท้วงต้องไม่ซ้ำประเด็นกัน ท่านอรรถพรนั่งลงก่อนครับ ก็เขาถอนแล้ว ผมฟังอยู่ครับ

(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านวัชระไปบอกเพื่อนท่านนั่งลง ไม่อย่างนั้นท่านก็ไม่ได้พูด

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

คนละประเด็นครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คนละประเด็น เชิญท่านวัชระครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ท่านต้องควบคุมการประชุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและท่านโปรดอย่าให้รัฐมนตรี ฉวยโอกาส

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาฉวยโอกาสอีกแล้ว ท่านครับท่านอย่าไปกล่าวหาผู้อื่น ท่านให้ตามข้อ ๘ เดี๋ยวผม จะควบคุม ท่านอย่าไปกล่าวหาผู้อื่นสิครับ ถ้าให้ผมควบคุมตามข้อ ๘ ผมจะทำตาม ที่ท่านแนะนำ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

อธิบายสั้น ๆ ครับ ผมขออธิบายบ้าง ในฐานะเป็นฝ่ายค้าน ท่านประธานครับผมเข้าใจดีครับว่าทุกคนกำลังสะสมแต้ม ผมกราบเรียนท่านประธานว่าท่านรัฐมนตรีไม่ใช่โอบาร์มาครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวัชระไม่เอาครับ ผมให้เกียรติท่านตลอดแต่ท่านอย่าทำอย่างนี้อีกครับ เชิญคุณหมอวรงค์ครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ก็ต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ฟังเพื่อน ๆ ประท้วงเยอะแยะแล้วก็งงเหมือนกันครับ แต่โชคดีที่ทำการบ้านมาดีครับ เพราะซ้อมมา ๕ ครั้งครับเมื่อเช้า ผมทวนอีกครั้งหนึ่งนะครับว่ารัฐบาลอ้างจีทูจี ๗.๓๒ ล้านตัน แล้วก็บอกขายไปแล้ว ๑.๔๖ ล้านตัน ปัญหาคือตอนนี้เอา ๒ บริษัทเข้ามา มีบริษัทจีน ๑ บริษัท และบริษัทไทย ๑ บริษัท ตัวละครที่มีอำนาจตัวเดียวกันเป๊ะเลย คือไอ้โจ กับไอ้ปาล์ม ไอ้ปาล์มเป็นคนซื้อเป็นผู้มีอำนาจ แต่ไอ้ปาล์มเป็นผู้ช่วย ส.ส. คุณระพิพรรณ ของพรรคเพื่อไทย แต่ไอ้โจเป็นผู้รับมอบอำนาจ ไอ้โจนี่เคยมีปัญหาเรื่องทุจริตตอนสมัย ปี ๒๕๔๖ ปี ๒๕๔๗ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ท่านประธานครับหลังจากที่ตรวจสอบดูแล้วไอ้โจ ยังมีคดีอยู่ใน ป.ป.ช. แล้วก็คนในวงการค้าข้าวเรียกไอ้โจว่า โจเพรสซิเดนท์พิจิตร แต่ขณะนี้ บริษัท เพรสซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด ได้เปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ดังนั้น พฤติกรรมที่เกิดขึ้น ณ วันนี้ไอ้โจมีความใกล้ชิดกับบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ถือว่าเป็นคนของ บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ผมจึงอยากจะถามท่านนายกรัฐมนตรีว่าถามจริง ๆ เถอะครับว่า ท่านตั้งใจจะขายข้าวให้กับบริษัทจีน ๑ บริษัท กับตั้งใจจะขายข้าวให้กับไอ้ปาล์มและ เพื่อส่งออกไปในฐานะจีทูจีจริงหรือ แต่จากการดูแล้วมันไม่ใช่ เพราะท่านมีส่วนในการโกหก ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ท่านถลุง

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขออนุญาตนิดหนึ่งครับคุณหมอวรงค์ ท่านนริศครับตกลงให้ต่อเวลาไหม เมื่อกี้ก็หักไปแล้ว ท่านจะต้องรีบสรุป ถ้าอย่างนั้นผมจะให้โอกาสท่านสรุป

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานครับ เรื่องนี้พวกผมดูแลกันเอง อยู่แล้วครับ คำถามถามว่าโครงการจีทูจีที่อ้างขึ้นมาเพราะเจตนาเราจับได้แล้วว่า ท่านต้องการหลีกเลี่ยงการประมูล เพราะถ้าท่านประมูลราคามันจะได้ค่อนข้างจะสูง อย่างเช่น ตอนประมูลข้าว ๕ เปอร์เซ็นต์ ๗.๕๓ ล้านตัน ราคาซื้อขายตกตันละ ๑๖,๓๐๐ บาท ซึ่งราคา ขณะนั้นมันก็ยังต่ำกว่าราคาตลาดประมาณตันละ ๑,๐๐๐ บาท ถ้าเอาจีทูจีมาอ้างให้ ๒ บริษัทนี้ ท่านประธานลองคิดดูนะครับว่าราคามันจะต่ำลงเท่าไร แล้วส่วนต่างที่เหลือมันจะรวยเท่าไร แล้วผมไม่รู้ว่าใครจะไปแบ่งกันบ้าง แล้วคูณกันแล้วกัน เพราะผมคุยในวงการเขาบอกว่า อย่างต่ำตันละ ๓,๐๐๐ บาท ในวงการคุยกันทั่ว ๆ ไป เขาบอกว่าข้าวบางลอตเป็นข้าว ปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ ฟัดไปสิ ๕,๐๐๐ บาทต่อตัน คูณ ๗.๓๒ ล้านตัน ไม่รู้กี่หมื่นล้านบาทครับ ไม่รู้เข้ากระเป๋าใคร ต่อนะท่านประธาน คำถามถามว่าขณะนี้เป็นบริษัทไทยที่ว่าชื่อไอ้ปาล์มกับไอ้โจเป็นการขายให้กับตัวบุคคล หลายคนอยากจะรู้ว่าข้าวชุดนี้ ข้าวลอตนี้ไปไหน ผมโชคดีที่มีคนให้ข้อมูลว่าขณะนี้ข้าวลอตนี้ ที่ผมมีเอกสารกำลังขนอยู่ที่โกดังจังหวัดนครสวรรค์ เขาบอกให้ผมรีบมาดูเพื่อจะได้เป็น หลักฐานโดยประจักษ์ว่าเขาเอาข้าวไปส่งในโรงสี ถ้าข้าวส่งออกมันต้องส่งลงภาคใต้ โดยหลักการของคนค้าข้าวเขาเล่าว่าถ้าของจะส่งออกถ้าจะปรับปรุงนี่ถ้าแถว จังหวัดนครสวรรค์ต้องขนลงมาแถว ๆ จังหวัดปทุมธานี แถวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพราะว่าโกดังในการปรับปรุงนี่เวลาส่งต่อนี่ส่งต่อลงเรือง่าย ถ้าส่งขึ้นภาคเหนือเมื่อไร เท่ากับเวียนเทียน อันนี้คือหลักการของวงการค้าข้าว ปรากฏว่าข้าวลอตนี้ที่ไปตาม ผมส่งคนไปแอบถ่าย สถานการณ์นี้เป็นบัญชีเดียวกันเป๊ะเลย ข้าวลอตนี้ส่งไปที่โรงสี จังหวัดพิษณุโลกเป็นโรงสีข้าวนึ่งขออนุญาตเอาคลิปมาฉายให้ดูหน่อยครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............... : วันนี้วันที่ ๑ กันยายน ๒๕๕๕ มาตามดูการแอบลักลอบ ขนข้าวจากโกดังเก็บข้าวสแตนดาร์ด แวร์เฮ้าส์ ซึ่งเป็นโกดังเก็บข้าวที่เข้าร่วมโครงการ รับจำนำของรัฐบาล รถสิบล้อซึ่งได้ขึ้นข้าวเรียบร้อยแล้ว ข้าวกำลังรอชั่งน้ำหนัก เดี๋ยวเรา จะมาตามดูว่าข้าวเหล่านี้จะขนไปลงที่โรงสีไหนหรือโกดังไหน เดี๋ยวเราตามไปดูกันนะครับ จากโกดังสแตนดาร์ด แวร์เฮ้าส์ ไปลงที่ไหน ได้มาถึงโรงสีตำบลมะต้อง เลี้ยวเข้าแล้วนะครับ”

ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือหลักฐานของการแอบขายข้าวของรัฐบาล ผมใช้คำนี้เลยนะครับ โดยผ่านบริษัท ไม่ว่าจะเป็นบริษัทจีนหรือบริษัทไทย และตัวละครที่มาเล่นเรารับรู้แล้วว่าคนเหล่านี้ เป็นคนของบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ข้าวเมื่อออกมาแล้วไม่ได้เอาส่งออกไปต่างประเทศใด ๆ ทั้งสิ้น เท่ากับว่าไปเร่ขายตามโรงสี เมื่อเร่ขายตามโรงสีเสร็จแล้วก็เอาข้าวเหล่านี้ไปส่งโรงสี ข้อมูลที่ผมได้รับโรงสีแห่งนี้เป็นโรงสีข้าวนึ่ง โดยปกติแล้วข้าวนึ่งจะราคาดีกว่าข้าวสารทั่วไป โรงสีข้าวนึ่งก็จะเอาข้าวเปลือกของโครงการรับจำนำข้าวไปทำข้าวนึ่งแล้วขาย แต่เวลาจะเอา ข้าวสารส่งเข้าโครงการรับจำนำก็ต้องมาซื้อจากโกดังรัฐบาล และสุดท้ายก็มาเปลี่ยนกระสอบ ก็เวียนเทียนกลับเข้าโครงการรับจำนำของรัฐบาลเหมือนเดิม คำถามถามว่าแล้วประเทศชาติ ประชาชนจะอยู่ได้อย่างไรครับท่านประธาน ผมถือว่าเป็นพฤติกรรมของทางรัฐบาล ที่ท่านนายกรัฐมนตรีปล่อยปละละเลย รู้เห็นเป็นใจเอื้อให้กับบริษัทผู้ใกล้ชิด ต้องย้ำว่า หลีกเลี่ยงการประมูล แล้วพฤติกรรมพวกนี้ทำลายชาติหมด เพราะข้าวพวกนี้เป็นพฤติกรรม เวียนเทียนที่เกิดขึ้นในประเทศทั้งสิ้น ท่านประธานเชื่อไหมว่าลำพังเอกสารหรือข้อมูล ที่ผมชี้ให้กับท่านประธานเห็น ประธานก็เชื่อตามผมแล้วว่าโยงแล้วคือคนของ บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด แต่ปรากฏว่าการปิดฟ้าด้วยฝ่ามือไม่ได้ฉันใด

(นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณหมอวรงค์มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านวราภรณ์ครับ

นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอประท้วงท่านผู้กำลังอภิปรายในข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ใส่ร้าย เพราะจากที่ดิฉัน ดูคลิปวิดีโอภาพที่ท่านผู้กำลังอภิปรายได้พูดถึงว่าการขายข้าวจีทูจีของรัฐบาลมิได้นำไปขาย ที่ควรจะต้องส่งไปทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและออกทางท่าเรือ แต่กลับเป็นการขายข้าวแล้วก็ขนส่งและมีคลิปวิดีโอประกอบว่าไปส่งที่จังหวัดพิษณุโลก ดิฉัน ในฐานะคนจังหวัดนครสวรรค์ด้วยนะคะ ดิฉันอยากให้ท่านคุณหมอวรงค์เอาหลักฐาน ให้ชัดกว่านี้ว่าโรงสีนั้นเป็นโรงสีชื่ออะไร เพื่อจะได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปแจ้งความ ดำเนินคดีว่ามีการขนข้าวไปสวมสิทธิ์ในโกดังที่จังหวัดพิษณุโลก และเป็นการกล่าวหา ซึ่งก่อให้เกิดผลเสียกับรัฐบาลด้วยนะคะ ขอให้ท่านประธานวินิจฉัย แล้วก็ให้คุณหมอ ขอประทานโทษที่เอ่ยนามให้มีความชัดเจนในข้อมูลมากกว่านี้

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาละครับไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวให้คนอื่นตอบ ท่านสงสัยได้ว่าข้อมูลไม่จริงไม่เป็นไร คุณหมอวรงค์เชิญครับ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณบุญยอดไม่ต้องประท้วงครับเสียเวลา คุณหมอมีข้อมูลชาวบ้านฟังอยู่เรื่องดี ๆ ท่านนั่งลงเถอะ ท่านประท้วงใครครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ผมประท้วงประธานเพราะประธานปล่อยให้บรรยากาศ แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก วิธีการและเหตุผลเดิม ๆ กลับมาครั้งแล้วครั้งเล่า ฝ่ายวิป ของฝ่ายค้านมี ๓๐ ชั่วโมงนะครับ ถ้าทำกันอย่างนี้ผมก็ต้องเรียนท่านประธานว่าท่านต้อง ควบคุมการประชุม ถ้าเราใช้ ๓๐ ชั่วโมงไม่หมดในวันพรุ่งนี้ท่านต้องรับผิดชอบ ด้วยตัวท่านเอง

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านบุญยอดผมจะรับผิดชอบ ไม่เป็นไรครับ คือทุกคนยกมือผมต้องให้สิทธิ ท่านยกมือ ผมก็ให้ ท่านอรรถพรขอก็ให้ ท่านวัชระก็จะยกมือผมก็ให้หมดนะครับ แต่ว่าต้องหักเวลาออก ไม่รบกวนเวลาท่านหรอกครับ เชิญคุณหมอวรงค์ต่อครับ ท่านบุญยอดเสียเวลา เชิญครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก เมื่อสักครู่ผมชี้ให้ท่านประธานเห็นว่า ๒ บริษัทที่ผมโยงนั้นคือคนของบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด มาจากบริษัท เพรสซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด เป็นบริษัทผู้ใกล้ชิดได้รับการเอื้อประโยชน์ ไม่ต้องประมูลเอาจีทูจีมาอ้าง แต่ลำพังหลักฐานแค่นั้นที่จะบอกว่าบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ทันทีเป๊ะเลย ผมว่ามันก็เหมือนกับกล่าวหาแบบไม่มีหลักฐานที่มัดมากกว่านี้ ผมโชคดีครับ ท่านประธาน บังเอิญผมได้ข้อมูลในระบบขาเบิกข้าวมีคนของกระทรวงพาณิชย์ให้ผมครับ เขาเอาทัมบ์ ไดรฟ์ (Thumb Drive) ไปเซฟ (Save) ข้อมูลของคลังแห่งหนึ่งมาให้ผมว่า เวลาจ่ายข้าวจีทูจีคลังจะตัดบัญชี เช่นวันนี้กรมการค้าต่างประเทศมาเบิกข้าวและ กรมการค้าต่างประเทศก็จะมีบริษัทไหนมารับต่อ เขาจะเขียนกรมการค้าต่างประเทศ แล้วพวกนี้ก็จะอำพรางครับเพื่อไม่ให้คนรู้ว่าเป็นบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด เขาเขียนอย่างนี้ว่า ที่คลังแห่งนี้วันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๕ จ่ายข้าวให้กรมการค้าต่างประเทศ แล้วเว้นวรรค สยามเอริก้า ต่อนะครับ วันที่ ๑๓ ก็ผู้รับ กรมการค้าต่างประเทศ และเว้นวรรค สยามเอริก้า ผมก็ไปเช็กดูบริษัท สยามเอริก้า ในสารบบการจดทะเบียนบริษัทมีไหม ไม่มีนะครับ แต่ปรากฏว่าเช็กไปเช็กไปโชคดีมากเลย ปิดฟ้าด้วยฝ่ามือไม่มิดฉันใด หลักฐานมันก็จะปรากฏ ปรากฏว่าตอนปลาย ๆ เจ้าหน้าที่พิมพ์แทนที่จะพิมพ์คำว่าสยามเอริก้า ลืมไปเพราะว่า ของพวกนี้คือของบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด เขาเลยพิมพ์คำว่าสยามอินดิก้าติดต่อมาอีก หลายวันในฐานะผู้รับเข้า ผมให้ดูคลิปนี้ครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

คลิปนี้เป็นคลิปที่ผมถ่ายขึ้นมาจาก ข้อเท็จจริงเอกสารจริงครับ ท่านเห็นมุมขวาบนไหมครับ ผู้รับข้าวคือกรมการค้า และสยามเอริก้า ในวันถัดมา ๑๓ กรกฎาคม กรมการค้าคือกรมการค้าต่างประเทศและ สยามเอริก้าก็จะไล่วันมาเรื่อย ๆ ก็เป็นกรมการค้ามารับข้าว ก็คือกรมการค้าต่างประเทศ และสยามเอริก้าก็ไปเรื่อย ๆ เขาเขียนชื่อสยามเอริก้ามาเพื่ออำพรางเจ้าหน้าที่ทุกคนจะได้ ไม่รับรู้ว่าเป็นสยามอินดิก้า คนจะได้งง ๆ ไป แต่เวลาทำไปเรื่อย ๆ คนโกหกมันจะพูด ไม่ค่อยเหมือนเดิมครับ ปิดฟ้าด้วยฝ่ามือไม่ได้ฉันใด สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริงที่เขาเอาเอกสารมาให้ผม แล้วมันปะติดปะต่อกันเป๊ะเป็นเรื่องเดียวกัน วันที่ ๒๐ นะครับ สังเกตวันที่ ๒๓ ครับ แม้จะอำพรางอย่างไรกรมการค้าต่างประเทศกับสยามเอริก้าก็มีร่องรอยให้ได้เห็น สยามเอริก้าก็คือสยามอินดิก้า เห็นไหมครับท่านประธานวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ลูกค้ากลายเป็นสยามอินดิก้าเป็นคนรับข้าว ต่อจากกรมการค้าต่างประเทศ สยามเอริก้าก็คือสยามอินดิก้า บริษัทพวกพ้องของ พวกท่านนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นนี่คือบทสรุปแล้วครับ ในการพิสูจน์เรื่องจีทูจีครับ ที่ท่านประกาศว่าจีทูจี ๗.๓๒ ล้านตัน ทำไมตัวเลขส่งออกโควตารัฐบาลไม่มี ก็เพราะว่า ที่แท้แล้วมันไม่มีจริง เป็นการขายข้าวให้กับบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ตั้งบริษัทผีขึ้นมาอยู่ ๒ บริษัท ซึ่งในข้อเท็จจริงผมเชื่อว่ามีมากกว่านั้น แต่บังเอิญข้อมูลที่ผมได้รับมา มันได้รับมาแค่นี้ ท่านประธานครับ ยังมีต่อนะครับ บังเอิญผมก็ได้ข้อมูลมาอีกสายหนึ่ง มันเป็นข้อมูลที่ผมมีความรู้สึกว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริงครับท่านประธาน พูดจากใจท่านประธาน เป็นข้อมูลของสายการเงินเขาส่งเข้ามาให้ผมที่พรรคประชาธิปัตย์ แล้วผมก็ไม่คิดว่า มันจะเป็นเรื่องเดียวกัน ปรากฏว่าข้อมูลชุดนี้มาจากคน ๒ ทีมที่ส่งมา ข้อมูลชุดนี้มาอีกชุดหนึ่ง เรื่องปะติดปะต่อกลายเป็นเรื่องเดียวกันเลยครับ ผมฉายให้ดูต่อ เมื่อสักครู่ ผมปูพื้นท่านประธานว่าจีทูจีจะต้องเป็นการขายข้าวให้กับรัฐบาล เงินจะต้องมาจากรัฐบาล ต่างประเทศถึงจะเป็นจีทูจี ถ้าเงินผ่านบริษัทเขาเรียกว่าขายผ่านนายหน้า ส่วนใหญ่รัฐบาล ต่างประเทศก็จะเป็นแอล/ซี ถ้าท่านประธานจำได้ว่าช่วงนั้นรัฐบาลประมาณสัก ต้นเดือนตุลาคม บอก ๗.๓๒ ล้านตัน ออกไปแล้ว ๑.๔๖ ล้านตัน มีเงินขณะนี้แล้ว ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท ส่งไปให้ ธ.ก.ส. เรียบร้อยแล้ว นี่คือบัญชีข้าวของรัฐบาล ผมคิดไม่ถึงว่า จะมีคนเอาข้อมูลที่เป็นบัญชีข้าวของรัฐบาลมาให้เรา เขาบอกว่าทนไม่ได้ที่เห็นรัฐบาล โกหกประชาชนแบบหน้าตาเฉย อันนี้เป็นบัญชีออมทรัพย์ ท่านจดตัวเลขบัญชีไว้ได้เลยครับ เดี๋ยวโทรไปที่ธนาคารให้เช็กได้เลยว่ามันตรงกันไหม บัญชีของกรมการค้าต่างประเทศ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี ๓๘๕๐๐๙๕๐๔-๕ เขาแกะมาให้เรียบร้อย เพราะเขาบอกว่า ถ้าส่งเป็นสเตทเมนท์ (Statement) ดูแล้วมันเข้าใจยาก เขาเลยถอดออกมาเป็นภาษา ให้ชาวบ้านดูเข้าใจ ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลช่วงที่มีข่าวเรื่องจีทูจีที่รัฐบาลกำลังคุยโม้ประชาชน เป็นตัวเลขบัญชีของกรมการค้าต่างประเทศ ณ วันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๕ ถึงวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๕ ในข้อมูล ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านลองจดไว้ครับ แล้วไปตรวจเช็กดูสิว่า ข้อมูลผมถูกต้องไหม ท่านถอนเงินก้อนแรกในโครงการรับจำนำข้าว ๑๑,๙๕๒ ล้านบาท เมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๕ นี่คือเงินก้อนที่ ๑ และเงินก้อนที่ ๒ ที่รัฐบาลถอนออกมา คือวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๕ ๓๐,๑๘๗ ล้านบาท เบ็ดเสร็จ ๒ ครั้งที่มีการถอนก็คือ ตรงกันเป๊ะเลยครับ ๔๒,๐๐๐ ล้านบาทที่ท่านให้กับ ธ.ก.ส. นี่คือหลักฐานเงินของแผ่นดิน ในโครงการรับจำนำข้าว แต่ปรากฏว่าอะไรรู้ไหมครับ เพราะผมย้ำนะครับว่าเงินโครงการ รับจำนำข้าวจีทูจีจะต้องเป็นเงินแอล/ซีจากรัฐบาล มันต้องเป็นเงินก้อนใหญ่ เช่น ๒,๐๐๐ ล้านบาท ๓,๐๐๐ ล้านบาท ๕,๐๐๐ ล้านบาท และจากแอล/ซี เลตเตอร์ ออฟ เครดิตจากต่างประเทศ แต่ปรากฏว่าเงินพวกนี้มาจาก ๔ ธนาคารใหญ่ จากข้อมูลที่มีคนส่งมาให้ เขาบอกว่า ณ ในช่วงประมาณ ๒ อาทิตย์เศษ ๆ มีเงินเข้า ในภาพรวมทั้งสิ้น ๗๒ รายการ ๗๒ รายการนี้เป็นแคชเชียร์ เช็ค หรือเป็นเช็ค เคลียร์ริ่ง เกือบทุก ๗๒ รายการ มาจากของธนาคารกสิกรไทย ๑๓ รายการ เป็นเงิน ๑,๖๙๕ ล้านบาท มาจากของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ๒๔ รายการ เป็นเงิน ๑,๗๖๓ ล้านบาท มาจาก ธนาคารที่เขาตรวจสอบไม่ได้ว่าธนาคารอะไร ๖ รายการ ๑๒๖ ล้านบาท มาจากธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ๑๘ รายการ ๕๐๔ ล้านบาท และมาจากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ๑๑ รายการ ๘๖๙ ล้านบาท ภาพรวมแค่ ๒ อาทิตย์เศษ ๆ มีเงินจ่ายให้กับ กรมการค้าต่างประเทศเฉพาะค่าข้าวทั้งสิ้น ๔,๙๖๐ ล้านบาท แค่นั้นไม่พอนะครับ ถ้าท่านประธานจำได้ว่าหลังจากมีการถอนเงินช่วงหลังวันที่ ๑๐ ตุลาคมแล้ว ช่วงนั้นรัฐบาล คุยว่ายังเหลือข้าวค้างส่งอีกประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ตัน และถึงสิ้นปีนี้จะมีเงินจ่ายให้กับ ธ.ก.ส. เบ็ดเสร็จในภาพรวม ๘๕,๐๐๐ ล้านบาท ท่านจ่ายไปแล้วประมาณ ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท เหลืออีกประมาณ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ คนมือดีก็เลยแอบเอาข้อมูลเพื่อมาย้ำว่า รัฐบาลโกหกประชาชนว่าเงินพวกนี้ไม่ใช่เป็นแอล/ซีจากต่างประเทศ มาจากในประเทศ ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลของวันที่ ๘ ตุลาคมถึงวันที่ ๙ พฤศจิกายน ก็เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งตรงกัน เป๊ะเลยครับ มาจาก ๔ ธนาคารใหญ่ ถ้าผมจะสรุปนะครับว่าเป็นของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ๑๒ รายการ ๑,๒๐๐ กว่าล้านบาท เป็นของบีบีแอล (BBL) คือธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ๓๐ รายการ ๕๐๙ ล้านบาท เป็นของเคแบงก์ (KBank) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ๒,๘๐๕ ล้านบาท เป็นของ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ๓๐ รายการ ๑,๙๔๔ ล้านบาท และไม่ทราบธนาคาร ๑๒ รายการ ๒๐๐ กว่าล้านบาท รวมทั้งหมด ๑๐๕ รายการ เฉพาะเดือนที่ผ่านมา ปลายเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายนที่รัฐบาลคุยว่าขายข้าวจีทูจีอีก ๓๐๐,๐๐๐ ตัน ได้เงินเข้ามาบัญชีข้าวของรัฐบาลอีก ๖,๗๔๓ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ ลำพังหลักฐานแค่นี้ก็แทบจะชี้ได้เลยว่าจีทูจีทุกสิ่งทุกอย่างโกหกทั้งสิ้น แต่ก็โชคดีมีข้อมูล อีกสายหนึ่งมา มันชนอีกแล้วครับท่านประธาน กลายเป็นเช็ค เขาเอาแคชเชียร์ เช็คที่สั่งจ่าย กรมการค้าต่างประเทศส่งมาให้เราครับ

(นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณหมอวรงค์สักครู่ครับ เชิญท่านวราภรณ์ครับ

นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ดิฉันต้องขออนุญาตประท้วงในข้อบังคับ ข้อ ๖๑ วรรคสอง ใส่ร้ายป้ายสีค่ะท่านประธาน ดิฉันตั้งใจฟังท่านผู้กำลังอภิปรายตั้งแต่ต้นจนถึงขณะนี้นะคะ ดิฉันติดตามไม่ว่าจะเอกสาร ที่ผู้อภิปรายได้ยกขึ้นมาแสดง ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อคส. หนังสือมอบอำนาจ ตัวเลขเกี่ยวกับการค้าจีทูจี

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาละครับ ท่านวราภรณ์ผมเข้าใจแล้วครับ ทีนี้ผมจะวินิจฉัยให้ท่านฟังว่าฝ่ายค้านมีหน้าที่ กล่าวหารัฐบาล นายกรัฐมนตรี หรือรัฐบาล นี่ฝ่ายค้านเขากล่าวหา จะเท็จ จะจริง ผมก็ไม่ทราบ ท่านก็ไม่ทราบ ให้ประชาชนตัดสิน เดี๋ยวก็ให้ท่านนายกรัฐมนตรีกับใคร ที่ถูกพาดพิงท่านได้ชี้แจง ท่านนั่งลงครับ ท่านคุณหมอวรงค์ต่อ

นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานคะ ขออนุญาตค่ะ ดิฉันให้กล่าวหาได้ แต่การกล่าวหานั้นต้องไม่เป็นเท็จ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมไม่ทราบว่าเอกสารใดเท็จ ไม่เท็จ ไม่มีใครรู้ครับ

นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานฟังดิฉันสักนิดหนึ่ง ได้ไหมคะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมฟังแล้วครับ มันธรรมดาฝ่ายค้านต้องเป็นฝ่ายกล่าวหารัฐบาล ธรรมดา ผมให้คุณสั้น ๆ สรุปมาผมพอจะเข้าใจแล้ว

นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ บัญชีรายชื่อ

สั้น ๆ ได้ค่ะ ดิฉันต้องขอพูดว่า ในฐานะที่ดิฉันกับคุณหมอวรงค์อยู่ในคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา ด้วยกัน ตัวเลขที่คุณหมอวรงค์ได้กับที่ดิฉันมีอยู่มันไม่ถูกต้อง ถ้าเป็นไปได้ในฐานะ ที่ท่านมีกรรมการในการตรวจสอบเอกสารขอให้มาให้พวกเราดูค่ะ เพราะที่จอที่ท่านขึ้น มองไม่ชัดเลย ท่านพูดฝ่ายเดียว

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่เป็นไรครับ พอแล้วครับ นั่งลงครับ ท่านวราภรณ์พอแล้วครับ ผมวินิจฉัยแล้วครับ ไม่ขัดขวางครับ ท่านนั่งลงครับ เสียเวลาท่านหมอวรงค์ ผมจะให้หมอวรงค์พูดแล้วครับ ผมได้วินิจฉัยแล้วอย่างไรผมไม่ให้ประท้วง ท่านก็ให้เกียรติผมสิ ผมก็ทำหน้าที่ให้แล้วครับ คืออย่างนี้ผมต้องฟังก่อน ท่านสาธิตลุกขึ้นมาผมก็ต้องฟัง ทุกคนลุกขึ้นมาผมพยายามจะฟัง แต่ว่าประเด็นผมบอกว่าไม่ต้องประท้วง ผมก็บอกว่าไม่ให้ประท้วง แต่ว่าห้ามประท้วงมันไม่มี ข้อบังคับไหนห้ามประท้วงไม่มีใช่ไหมครับ พอประท้วงมาก็ให้พูด เอาละครับ อย่าเลยครับ เอาให้หมอวรงค์ต่อเลยครับ เอาเป็นเรื่องเป็นราวดีกว่า คือเท็จ ไม่เท็จ เดี๋ยวก็ไปพิสูจน์ที่ ป.ป.ช. เลยส่งไปอยู่แล้วไม่มีปัญหา รู้แล้วครับ ไม่ขัดขวางเขาก็มีสิทธิประท้วง ก็ไม่เป็นไร เขามีสิทธิประท้วง เป็นสิทธิของเขาประท้วง พอแล้วครับ ผมต้องฟัง ประท้วงผมต้องฟัง นิดหนึ่ง พอแล้วครับให้หมอวรงค์ พอเถอะอาจารย์รัชฎาภรณ์ ด้วยความเคารพท่านครับ ให้คุณหมอว่าต่อเวลากำลังดีประชาชนติดตามอยู่ครับ เชิญครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมอาจจะต้องบอกกับ เพื่อนสมาชิกที่อยู่คณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญาด้วยกันว่า ผมไม่ได้เอาข้อมูลจากคณะกรรมาธิการครับ เป็นข้อมูลของประชาชนคนไทยที่หวังดีเขาบอก เขารักชาติ เป็นห่วงชาติ เขาเลยเอาข้อมูลมาให้พวกผม ผมมีโอกาสได้เจอคนเหล่านี้ครับ แล้วผมดูแล้วเขาให้ผมด้วยใจจริง ๆ เพราะเขาเชื่อว่าพวกเราจะทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียง แทนเขาเลยส่งข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้มาครับ แล้วขออนุญาตขอบคุณเขาด้วยนะครับ ขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้ข้อมูลมาว่าขณะนี้ผมได้เอาข้อมูลที่พี่น้องทุกท่านเป็นห่วง ประเทศมาทำหน้าที่แทนพี่น้องแล้ว ผมทวนประธานนิดหนึ่งตรงนี้ เพราะว่าเมื่อสักครู่ ผมได้พูดการขายข้าวขาออกผ่านบริษัท ๒ บริษัท ซึ่งถือว่าที่แท้เป็นการขายให้กับ บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด แล้วก็ขณะนี้เรากำลังมาดูเส้นทางการเงิน เราเริ่มต้นจากเส้นทาง การเงินของรัฐบาลก็คือบัญชีข้าวกรมการค้าต่างประเทศ ซึ่งเลขที่บัญชีเท่าไรบอกไปแล้ว ผมมีสันนิษฐานนะครับท่านประธาน

(นายขจิตร ชัยนิคม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านขจิตรมีอะไรครับ

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ผมลุกขึ้นประท้วงท่านประธาน ตามข้อบังคับ ข้อ ๘ (๖) ท่านประธานตั้งสติให้ดีฟังผมอธิบายนะครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๘ (๖) ท่านประธานต้องใช้อำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดและข้อบังคับ ท่านประธาน กำลังทำผิดข้อกฎหมายข้ออะไรครับ ท่านประธานกำลังทำผิดข้อกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๘ วรรคสอง มาตรา ๑๕๘ วรรคสอง เขาเขียนไว้ว่าอย่างไรครับ การเสนอญัตติ อภิปรายไม่ไว้วางใจนี่ถ้ามีไม่ไว้วางใจในพฤติกรรมของนายกรัฐมนตรีที่มีพฤติกรรมร่ำรวย ผิดปกติ นี่ประการที่ ๑ ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ราชการ ประการที่ ๒ ฝ่าฝืนบทญัตติ ในรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ประการที่ ๓ ฝ่ายค้านยื่นญัตติทั้งหมดมี ๓ ฉบับ ฉบับที่ ๓ ได้มา ครั้งสุดท้ายนี่เป็นการยื่นว่านายกรัฐมนตรีทำผิดกฎหมาย ป.ป.ช. เรื่องอื่นไม่มี ในที่ประชุม แห่งนี้ได้พิจารณาไปแล้วกรณีคุณนคร มาฉิม พูด ไม่ได้ส่งถอดถอนพูดไม่ได้ ต้องถอนคำพูด ในที่ประชุมนี้ ที่ประชุมนี้ต้องใช้มาตรฐานเดียวกัน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คนละประเด็นครับท่านขจิตรครับ

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

หมอวรงค์นี่พูดถึงการทุจริตไหมครับ ถ้าพูดถึงการทุจริตไม่ให้พูดว่าดำเนินการทางกฎหมายไม่ได้นะครับ แต่อภิปรายไม่ไว้วางใจ ครั้งนี้ไม่ได้ ความผิดพลาดเกิดจากพรรคฝ่ายค้านเอง เวลายื่นมานี่เขาไม่ได้ยื่นถอดถอนเรื่องนี้ คุณนคร มาฉิม ผิดพลาดมาแล้ว

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับ ผมเข้าใจ กรุณาอยู่ในความสงบด้วยครับ คืออย่างนี้ท่านขจิตร ก็พูดกันมา หลายรอบแล้วประเด็นนี้ครับ พอแล้วครับ นั่งลงครับพอแล้วครับ ก็เขาไม่ได้กล่าวหา นายกรัฐมนตรี แต่เขาบอกว่าปล่อยปละละเลยในการปฏิบัติหน้าที่ ผมก็อ่านตามนี้นะครับ ท่านวรงค์เขาไม่ได้ว่านายกรัฐมนตรีทุจริต พอแล้วครับเสียเวลาเวลากำลังดี ผมกำลังติดตามอยู่นี่ เงินไปที่ไหน ท่านวัชระนั่งลงครับ พอแล้วครับ อย่าโห่ครับ ไม่ได้รักษากติกามารยาท เชิญครับ ท่านนครไว้รอบหลัง ผมให้สิทธิท่านพาดพิงให้สิทธิทีหลัง แต่ว่าเอาเรื่องข้าว ให้จบก่อน

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก 🔗

ผมต่อนะครับท่านประธาน เมื่อสักครู่ ตอนแรกเป็นข้าวขาออกที่ผ่านบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด แล้วเมื่อสักครู่นี้เป็นเอกสาร ที่ผมชี้ให้เห็นว่าสเตทเมนท์ของกรมการค้าต่างประเทศที่เป็นบัญชีข้าวของรัฐบาล เป็นเงินมาจาก ๔ ธนาคารใหญ่ ไม่ใช่เป็นเงินมาจากต่างประเทศ ดังนั้นจึงไม่ใช่เป็นการ ขายข้าวแบบจีทูจีเป็นการโกหกประชาชนคนไทยทั้งประเทศ เมื่อผมได้หลักฐานนี้แล้ว ผมตั้งสมมุติฐานครับท่านประธาน ตอนแรกแต่เดิมผมคิดว่าผมจะจบแค่นี้ แค่นี้ก็รัฐบาลตายแล้วไม่รู้จะชี้แจงอย่างไรแล้ว ไปไม่รอดแน่ ปรากฏว่าได้ข้อมูลมาเพิ่มครับ มันทำให้ผมและคณะตั้งสมมุติฐานว่า เอ๊ะ ก็ในเมื่อขายข้าวจีทูจีเอื้อให้กับ บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด เงินต่าง ๆ เหล่านี้มา จริงอยู่มันอาจจะมีบริษัทอื่นบ้าง แต่เงินเหล่านี้ มันน่าจะต้องเกี่ยวข้องกับแก๊งบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด นี่คือสมมุติฐานครับ บังเอิญผมได้ หลักฐานนี้มาอีกแล้วครับ หลักฐานนี้เป็นเช็คครับท่านประธาน เช็คที่สั่งจ่าย กรมการค้าต่างประเทศ ซึ่งผมคาดเดาคือค่าข้าว อย่างใบแรกเป็นธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ลงวันที่ ๑๙ เดือนตุลาคม เมื่อไม่นานครับ ๑๒๖ ล้านบาท เช็คใบที่ ๒ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เหมือนกันครับ ๑๙ ตุลาคม ๑๙๕ ล้านบาท เช็คใบนี้เป็น แคชเชียร์ เช็ค ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สั่งจ่ายกรมการค้าต่างประเทศ ๑๘๒ ล้านบาท เช็คใบนี้ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กรมการค้าต่างประเทศ ๒๕ ตุลาคม ๒๘๗ ล้านบาท ดูต่อนะครับ เช็คใบนี้สอดคล้องกันและกันนะครับท่านประธาน ส่วนใหญ่เป็นเช็คของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งผมเอาตัวเลขของเช็คมาดู กับสเตทเมนท์ที่เขาทำมาให้ดูเอามาเทียบกันตัวเลขมันตรงกัน ผมก็เลยเกิดคำถามว่าถ้าเราสืบต่อไปเงินนี้น่าจะต้องมาจากแก๊งสยามอินดิก้า อันนี้เป็นสมมุติฐานของผม มันจะครบวงจรเป๊ะเลยว่ารัฐบาลปล่อยปละละเลย โดยท่านนายกรัฐมนตรี ปล่อยปละละเลยให้คนที่เกี่ยวข้องไปสมรู้ร่วมคิดกับ บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ค้าข้าวโดยที่ไม่มีการประมูล เสร็จแล้วข้าวพวกนี้ก็ไปเร่ขายตาม โรงสี รูปแบบการค้าอย่างนี้เป็นการค้า เมื่อข้าวมา เงินไป ก็เหมือนกับการค้าข้าวเถื่อน เมื่อเงินเหล่านี้มาแล้วถ้าเป็นบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด จริงมันจะต้องมีแก๊งที่ไม่ปกติเกิดขึ้น เพราะปริมาณเงินมันมหาศาลและปรากฏว่าเจอจริง ๆ ครับ ผมมาเจอเช็ค ๒ ใบนี้ เช็คใบนี้ ลงวันที่ ๑๑ ตุลาคมเป็นเช็คของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เงิน ๕๒๗ ล้านบาท เช็คอีกใบหนึ่งก็คือลงวันที่ ๑๑ ตุลาคมก็คือปี ๒๕๕๕ นี้เป็นเงิน ๑๗๗ ล้านบาท ผมกับเพื่อน ก็เกิดความรู้สึกว่ามันต้องสืบให้ได้ว่าคนซื้อเช็คใบนี้เป็นใคร มันถึงจะโยงไปถึงที่มาที่ไปได้ ปรากฏว่าเจอครับคนซื้อเช็คใบนี้ชื่อว่านายสมคิด เอื้อนสุภา เป็นคนซื้อเช็คจากธนาคาร กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ผมก็คุยกับเพื่อนว่ามันต้องตามดูว่านายสมคิดเป็นใคร มันเชื่อมโยงกับบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด หรือไม่ ปรากฏว่าท่านประธานดูนะครับ เราตรวจสอบประวัติของนายสมคิด เอื้อนสุภา เกิด ๒๔ กันยายน ๒๕๒๒ อายุ ๓๐ ปีเศษ ๆ ครับ อยู่บ้านเลขที่ ๑๙๙ ซอยดำเนินกลางเหนือ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เมื่อถึงตรงนี้แล้ว ก็มีคนลองไปสืบที่บ้าน ขอให้กล้องโคลสภาพนี้ให้กับประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ว่านักธุรกิจค้าข้าวร่วมกับรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซื้อเช็คใบหนึ่ง ๕๐๐ กว่าล้านบาทอยู่อย่างนี้ครับ ท่านประธานเชื่อไหมครับ เมื่อสักครู่ตอนขาออก ไอ้ปาล์ม มีเงินอยู่ ๖๔ บาท เป็นคนซื้อข้าว แต่ตอนนี้เงินขาเข้ารัฐบาลคนซื้อเช็คชื่อนายสมคิด เอื้อนสุภา บ้านเลขที่ ๑๙๙ ซอยดำเนินกลางเหนือ บ้านอยู่อย่างนี้ครับซื้อเช็คใบหนึ่งเป็นร้อย ๆ ล้านบาท ผมเชื่อว่าท่านประธานก็ไม่เชื่อ คนไทยทั้งประเทศก็ไม่เชื่อ ต่อนะครับ ปรากฏว่าหลังจาก ส่งคนไปสืบได้ข้อมูลเขาบอกว่าช่วงหลังนายสมคิดชื่อเล่นว่าไอ้คิดไม่กลับมานอนบ้านหลังนี้ เขาบอกกลับไปอยู่กับภรรยาที่แถว ๆ เขตบางแคผมก็เริ่มฉงนใจว่าถ้าไปอยู่แถวเขตบางแค เกิดถ้าไปเป็นคฤหาสน์เขาอาจจะเป็นนักธุรกิจจริง ๆ ก็อาจจะถือว่าการสืบของเราครั้งนี้ อาจจะฟาวล์ (Foul) ไป แต่ก็ถือว่ามันไม่ใช่จีทูจีแน่นอน ปรากฏว่านี่คือบ้านนายสมคิด ที่อยู่แถวเขตบางแคครับ ขอกล้องช่วยโคลสเข้ามาให้ประชาชนได้เห็นนักธุรกิจค้าข้าว กับรัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ครับ นี่คือบ้านของนายสมคิดครับแล้วปรากฏว่าและแล้ว เราก็ได้หลักฐานสำคัญชิ้นหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่าไป ๆ มา ๆ นายสมคิดไม่ใช่ใครที่ไหนครับ คือคนของบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด เมื่อเราได้เอกสารที่ยืนยันว่านายสมคิด ได้รับมอบอำนาจจากนายอภิชาต จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยงให้เป็นคนไปจดทะเบียน บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด เมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๗ จบเลยไหมครับ ท่านประธาน ข้าวออกก็บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด เงินเข้ามาก็คือแก๊งสยามอินดิก้า แต่พวกเราก็มีความรู้สึกว่าเงินมันเยอะมาก ลองตามต่อดูสิว่าเป็นอย่างไรบ้าง เพราะว่า มีคนหวังดีกับเราเยอะมาก ข้อมูลหลายสาย ท่านประธานเห็นแล้วจะตกใจว่ารัฐบาลชุดนี้ ทำได้ขนาดนี้เชียวหรือ ข้อมูลที่เราตามลงไปเพราะว่าเราเอานายสมคิดเป็นตัวตั้งครับ เราไปเจอนายสมคิดในบัญชีธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ครับ ตรงนี้ต้องช้า ๆ นะครับ พี่น้องประชาชนใครประท้วงผมจำชื่อคนนี้ไว้ เพราะว่าครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ของแผ่นดิน ที่แผ่นดินจะถูกปล้นโดยใครก็ติดตามต่อไป สีเขียว ๆ นี่คือธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) บัญชีธนาคาร เลขที่ ๐๐๑-๐-๐๓๗๙๖-๙ ผมจำเป็นต้องอ่านเลขที่บัญชีเพื่อยืนยันว่ามีจริง เพราะผมเชื่อว่าระดับรัฐมนตรีตรวจสอบได้ครับ บัญชีกสิกรไทยเลขที่ ๐๐๑-๐-๐๓๗๙๖-๙ ปรากฏว่าบัญชีนี้มีผู้มีอำนาจลงนามอยู่ ๔ คน และผมมาทราบตอนหลังนี่เพิ่มเป็น ๕ คน คนหนึ่งคือนายนิมล อ้าวมาแล้ว นิมล รักดี จำได้ไหมครับ ผู้ต้องหา ป.ป.ช. ที่เคยทำงานอยู่ บริษัท เพรสซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด ตอนนี้ก็อยู่บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด นิมล รักดี จากที่ไปเบิกข้าวตอนข้าวขาออก ไอ้โจก็มีชื่ออยู่ในบัญชีนี้เป็นผู้มีอำนาจลงนาม สมคิด คนซื้อเช็คให้กับกรมการค้าต่างประเทศก็มีชื่ออยู่ในบัญชีนี้ มีตัวละครเพิ่มอีก ๒ ตัว คือชื่อเรืองวันกับชื่อกฤษณา ผมให้จำชื่อเรืองวันไว้อีก ๑ คน เนื่องจากเช็คแล้วปรากฏว่า ตามเอกสารของบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด เรืองวันเป็นกรรมการของบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด และเรืองวันนั้นเป็นผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท สยามอินด้า จำกัด ปรากฏว่าตรวจสอบดู นิมลมีอยู่หลายบัญชีมาก มีบัญชีธนาคารกรุงไทยของนิมลอื่น ๆ หลายบัญชี มีบัญชีของนิมล ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาโชคชัยสี่ ขออนุญาตประกาศเลขที่นิดหนึ่งเผื่อตรวจสอบ รัฐบาลจะได้ตรวจได้ง่าย ๐๐๑-๐-๐๐๐๐๒-๑ และอีกบัญชีของนิมลเท่าที่มีคนตรวจสอบ แล้วแจ้งข้อมูลให้ผมคือบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาราชดำริ เลขที่บัญชี ๐๙๑-๐-๒๔๒๐๘-๙ อันนี้เฉพาะนิมล เรามาดูตัวละครสำคัญก็คือเรืองวันซึ่งเป็นกรรมการของบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ปรากฏว่าเรืองวันมีบัญชีที่เงินไหลเวียนเยอะที่ธนาคารกรุงไทย สาขารัชดาภิเษก เลขที่บัญชี ๐๙๑-๐-๒๔๘๖๔-๘ และยังมีอีก ๑ บัญชีของเรืองวัน สาขารัชดาภิเษก และ เรืองวัน สาขารัชดาภิเษกยังแตกออกเป็นเรืองวันประมาณ ๑๐๐ บัญชี ยังมีบัญชีของเรืองวัน ธนาคารกรุงไทยที่สาขาป่าโมก และที่สำคัญที่สุดครับท่านประธาน มีกองทุนกองทุนหนึ่ง ชื่อว่าเคแทม (KTAM) และเท่าที่ทราบก็คือเงินมาแล้วไปซุกไว้ในกองทุน เมื่อจำเป็นต้อง ใช้เงินจากกองทุนก็กลับเข้ามาที่บัญชีนี้ รูปแบบที่น่าตกใจอย่างยิ่งครับท่านประธาน เป็นการโอนเงินของนิมลจากธนาคารกสิกรไทยมาที่นิมลสาขาราชดำริ ประเภทโอนเข้าเช้า บ่ายหาย ตัวเลขโอนเช้าบ่ายหาย เท่าที่มีคนให้ข้อมูลผมมานี้จะประกาศให้ทราบ ฟังแล้วน่าตกใจครับท่านประธาน จะได้รับรู้ว่าขณะนี้โครงการรับจำนำข้าวรัฐบาลกำลัง พัวพันอะไรอยู่ครับ ผมสรุปสั้น ๆ ว่าวันที่ ๒๗ กันยายน นิมลจากธนาคารกสิกรไทยโอนไปที่ นิมลธนาคารกรุงไทย สาขาราชดำริ คู่นี้เลยนะครับ ๒๖๐ ล้านบาทตอนเช้า ตอนบ่าย เงินเหล่านี้หายไปหมดเลย วันที่ ๒๘ กันยายน นิมลจากธนาคารกสิกรไทยโอนมาที่นิมล สาขาราชดำริ ๙๙ ล้านบาท วันที่ ๓ ตุลาคม นิมลธนาคารกสิกรไทยโอนไปที่นิมล ธนาคารกรุงไทย สาขาราชดำริ ๔๘๕ ล้านบาท วันที่ ๕ ตุลาคม นิมลธนาคารกสิกรไทย โอนไปที่นิมลธนาคารกรุงไทย สาขาราชดำริ ๓๐๖ ล้านบาท วันที่ ๙ ตุลาคม นิมลเหมือนเดิมครับโอนไปที่นิมลธนาคารกรุงไทย ๔๐๕ ล้านบาท อันนี้คือภาพของนิมล และยังมีนิมลจากธนาคารไทยพาณิชย์โอนจากนี่มานี่ ๖๓ ล้านบาท ยังมีอีกนะครับ จะได้เห็นกระบวนการทำงานของแก๊งที่ทำมาหากินกับทางรัฐบาลโดยเฉพาะเรื่องเงิน วันที่ ๒๑ กันยายน เรืองวันโอนเงินจากเรืองวันธนาคารกสิกรไทยไปที่เรืองวัน สาขารัชดาภิเษก ๑๕๘ ล้านบาท และวันที่ ๒๙ ก็เหมือนเดิมครับ ๑๖๐ ล้านบาท และยังมีสมคิดและมีกฤษณาโอนจากธนาคารกรุงเทพมาที่บัญชีนี้ รูปแบบที่น่าสนใจคือ โอนเช้ามาบ่ายหาย ขนาดคนในวงการธนาคารพอบอกช่วยแอบดูให้ผมหน่อย เขาบอกเขาเช็คไม่ได้ เพราะรับรู้มาว่ามันเป็นวิธีการโอนที่แยบยลมากเพราะว่า ถอนเงินสดหมด แล้วเขาบอกว่าโดยพฤติกรรมแล้วการถอนเงินสดมันเป็นไปไม่ได้ หายไปที ๔๐๐ ล้านบาทนี่ เอาคน เอารถมาขนของมันเป็นไปไม่ได้ มันต้องเป็นวิธีการ ที่ไม่ธรรมดาในการโอนเงิน ผมถามท่านประธานว่าท่านคิดว่าสิ่งเหล่านี้เรียกว่าฟอกเงิน หรือไม่ครับ ท่านคิดว่าสิ่งเหล่านี้ กระบวนการของแก๊งสยามอินดิก้านี่เรียกว่าฟอกเงินหรือไม่ ครับท่านประธาน ถ้าผมมาดู พ.ร.บ. ป.ป.ง. หรือ พ.ร.บ. การฟอกเงิน มาตรา ๓ (๕) เขียนไว้ชัดเจนว่ามูลฐานความผิดหนึ่งในการฟอกเงินนั้นคือกรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐเอื้อทุจริตครับ ถ้าเรามาดูย้อนทั้งหมดนี้กลายเป็นว่าเจ้าหน้าที่รัฐเอื้อการทุจริตได้ข้าวเอามา ข้าวเอาไป เร่ขายข้าวเถื่อน เมื่อได้ข้าวเถื่อนคนของบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ได้เงินมา เมื่อได้เงินมาแล้วก็เอาเงินมาผ่านกระบวนการจนกระทั่งฟอกเงินขึ้นมา เสร็จแล้วคนหนึ่ง ที่เรามีหลักฐานคือนายสมคิดเป็นคนซื้อเช็ค เมื่อซื้อเช็คเสร็จเอาไปจ่ายกรมการค้าต่างประเทศ ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้นก็เท่ากับว่าขณะนี้บัญชีข้าวของรัฐบาลเป็นบัญชีของ แผ่นดินของคนไทยทุกคนกำลังพัวพันกับกระบวนการการฟอกเงินใช่ไหม นอกจาก ปล่อยปละละเลย ท่านนายกรัฐมนตรีท่านได้ฟังอยู่หรือเปล่า ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต โครงการรับจำนำข้าว ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตเรื่องการระบายข้าวที่อ้างจีทูจี ซึ่งไม่จริงที่แท้เอื้อให้กับบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด และสุดท้ายมีกระบวนการฟอกเงินเกิดขึ้น และบัญชีของรัฐบาลก็มาพัวพันกับการฟอกเงิน ต่อนะครับท่านประธาน สุทท้ายพวกผม ก็พยายามสืบต่อครับท่านประธาน สิ่งเหล่านี้ผมคงไม่พูดรายละเอียดแล้ว ผมพยายาม ถามต่อว่าทำไมบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ถึงมีอิทธิพลสูงมากกับการค้าข้าวของรัฐบาลครั้งนี้ ผมไปที่ไหนคนพูดแต่เสี่ยเปี๋ยง บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ท่านประธานเชื่อไหมครับ เขาเล่าให้ผมฟังว่าเสี่ยเปี๋ยงยิ่งใหญ่ขนาดไหน ขนาดที่มีพ่อค้าส่งออกต้องการข้าว โทรศัพท์ ติดต่อเจ้าหน้าที่หรือผู้บริหารของกระทรวงพาณิชย์ เขาบอกว่าผู้ใหญ่บอกว่าให้ติดต่อ เสี่ยเปี๋ยงคนเดียว ผมฟังผมก็เฉย ๆ ครับ บังเอิญไปเจอพ่อค้าส่งออกอีกท่านหนึ่งเขาเล่า ให้ผมฟังว่าเขาไปประเทศมาเลเซีย ช่วงนั้นท่านก็ทราบว่าใครไปประเทศมาเลเซีย เขาได้คุย กับเจ้าหน้าที่รัฐของรัฐบาลมาเลเซียที่เกี่ยวข้องกับการซื้อข้าว เขาก็หวังว่าจะเอาข้าวไปขาย เขาบอกว่าคนคนนั้นที่มาประเทศมาเลเซียบอกว่าถ้าต้องการข้าวจากประเทศไทย ควักนามบัตรให้ติดต่อคนนี้คนเดียวคนนี้จะเป็นคนจัดการให้ได้ทั้งหมด เขาเลยหยิบนามบัตร ให้กับพ่อค้าข้าวคนไทยปรากฏชื่ออภิชาต จันทร์สกุลพร คือเสี่ยเปี๋ยงครับ เราก็แปลกใจว่า ทำไมเสี่ยเปี๋ยงยิ่งใหญ่มากในวงการค้าข้าว ปรากฏว่าฟ้ามีตาครับท่านประธาน เราได้เห็น หลักฐานสำคัญอีกชิ้นหนึ่งในการเชื่อมโยงตัวละครสำคัญของการมีส่วนในการทุจริต โครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าว ขออนุญาตคลิปสุดท้ายครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............... : หลังจากเว็บไซต์สื่อออนไลน์ของฮ่องกงรายงานข่าว ความเคลื่อนไหวของอดีตนายกรัฐมนตรีไทย ทุ่มหนึ่งจัดปาร์ตีกับเหล่าคนสนิทเป็นเวลา ๒ คืนบริเวณริมสระน้ำของโรงแรม”

ท่านประธานครับ ฟ้ามีตาที่บ่งบอกว่า เขาใกล้ชิดกัน ไม่อย่างนั้นผมก็ไม่กล้าพูดสิ่งเหล่านี้ครับ แต่ภาพหลักฐานที่เกิดขึ้น เป็นหลักฐานที่สื่อต่างประเทศเอามาลงครับ แล้วก็สื่อในประเทศไทยก็เอามาเป็นข่าว แล้วผมเห็นโดยบังเอิญผมก็ยังเฉย ๆ มีคนในวงการค้าข้าวโทรศัพท์มาบอกผมว่ารู้ไหม นั่นคือไอ้เปี๋ยง นั่นผู้ใหญ่คุยกัน แต่ถ้าผมเรียกเขาว่าเสี่ยเปี๋ยง แล้วไปพบนายที่ฮ่องกง ทำให้ผมคิดได้ว่าเจ้าหน้าที่รัฐ ตำรวจ นักการเมืองถ้าจะเป็นใหญ่เป็นโตมีวันนี้เพราะพี่ให้ หรือมีวันนี้เพราะนายให้ต้องไปประเทศดูไบหรือไปฮ่องกง คนที่ทำธุรกิจในวงการค้าต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลก็ต้องไปฮ่องกง เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่ฮ่องกงเมื่อวันที่ ๔-๕ เดือนตุลาคมที่ผ่านมา หลังจากภาพรวมทั้งหมดเกี่ยวกับการทุจริตในการระบายข้าว ของรัฐบาล โครงการรับจำนำข้าวผมต้องย้ำกับท่านประธานว่าผมเจอตัวละครอีก ๑ ตัว คือเจ๊ ด แต่ผมบอกกับท่านประธานเลยว่าแค่นี้ผมอภิปรายไม่ไหวครับ เพราะเสี่ยเปี๋ยง มันเยอะมาก พื้นที่การกินพื้นที่ข้าวของเขาเยอะมาก แต่เจ๊ ด ก็เข้ามามีส่วนร่วมในการ แบ่งกันทำมาหากิน เพราะขณะนี้บอกกับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศว่าวันนี้ไม่ใช่ บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด เสี่ยเปี๋ยงบริษัทเดียวที่รับข้าวจากรัฐบาลยังมีบริษัทอื่นด้วย เนื่องจากว่าข้าวในสต็อกรัฐบาลมันเยอะมาก ใครมีปัญญาระบายถ้ามีเส้นสายนักการเมือง ก็ไปเข้าหา บทสรุปของภาพรวมครับ ผมจำเป็นต้องโยงถึงคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพราะหลักฐานมันพาดพิงไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายข้าว แห่งชาติแต่งตั้งรัฐมนตรีขึ้นมาคนหนึ่ง ท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็รัฐมนตรีอีกท่านหนึ่งถือว่า นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งมา แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นนายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติต้องรับผิดชอบทั้งหมด และนายกรัฐมนตรีอาจจะใกล้ชิดกับคนแดนไกล เพราะภายใต้นโยบายทักษิณคิดเพื่อไทยทำ และสุดท้ายคิดกันไปคิดกันมาคนที่มีอำนาจเต็มในการดำเนินการทั้งหมดเกี่ยวกับข้าว ก็คือเสี่ยเปี๋ยงจากบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด เมื่อเสี่ยเปี๋ยงดำเนินการแล้ว

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณหมอวรงค์ครับท่านพิเชษฐ์ประท้วง

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงผู้อภิปรายที่นำเอกสารต่าง ๆ มาแสดง ท่านประธานครับ ท่านมีรูปของรัฐมนตรี บุญทรง เตริยาภิรมย์ อยู่ในชาร์ทด้วยแล้วกล่าวหามาร่วมชั่วโมง ท่านประธานจะต้องให้ ท่านบุญทรง

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพิเชษฐ์อันนี้ผมวินิจฉัยเอง เป็นหน้าที่ผมครับ เป็นหน้าที่ผม เขาพาดพิงใคร ผมให้ชี้แจงหมดละครับ ท่านนคร มาฉิม ก็อยู่ในคิวหนึ่ง ท่านพิเชษฐ์เดี๋ยวผมดำเนินการ ตามหน้าที่ผมครับ ท่านนั่งลงเถอะ ประเด็นนี้ผมรับผิดชอบ พาดพิงใครผมจดไว้หมดในนี้ ผมก็ต้องให้พาดพิง ท่านนคร มาฉิม เมื่อกี้ก็ยกมือผมก็ต้องให้สิทธิท่าน ท่านนั่งลงเถอะครับ ผมต้องให้สิทธิอยู่แล้ว พอแล้วครับท่านพิเชษฐ์ ประเด็นนี้ผมจัดการเองครับ เป็นหน้าที่ผม จะต้องให้ท่านใช้สิทธิพาดพิงครับ ท่านพิเชษฐ์พอแล้วครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานครับ การอภิปราย ของคุณหมอวรงค์จะถูกวิเคราะห์และวินิจฉัยว่าผิดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้าผิดรัฐธรรมนูญ ต้องรับผิดชอบร่วมกัน ท่านประธานต้องรับผิดชอบด้วย

(นายก่อแก้ว พิกุลทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ยินดีครับผมรับผิดชอบ เชิญท่านก่อแก้วครับ ผมให้ตามยกมือ ท่านวัชระพอแล้วครับ เมื่อกี้ท่านก็หลายรอบแล้ว นั่งลงก่อนครับ นั่งก่อนมันจะจบแล้ว เวลาของคุณหมอวรงค์ กำลังจะจบดี ๆ แล้วครับ

นายก่อแก้ว พิกุลทอง บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขออนุญาต ประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ นะครับ ผมได้นั่งฟังการอภิปรายของคุณหมอ ที่เชี่ยวชาญเรื่องการคลอดบุตรที่วันนี้บอกว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องข้าว ก็พยายามนั่งฟัง มาโดยตลอดนะครับ แต่ว่าหลักฐานที่ท่านได้นำมาโชว์ทั้งหลาย หลายเรื่องนี่ผมก็เกิด ความสงสัยเหมือนกันครับว่าผ่านการตรวจสอบจากท่านประธานทั้งหมดหรือยัง ประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ท่านประธานปล่อยให้ผู้อภิปรายได้กล่าวอภิปรายในหลายเรื่อง ที่ไม่ถูกต้อง อย่างเช่นเมื่อกี้ก็มีการพูดถึงบัญชีการเงินส่วนบุคคลของหลาย ๆ คน ทั้งที่เรื่องนี้ เป็นเรื่องความลับส่วนบุคคล เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายนะครับ ท่านปล่อยให้ผู้อภิปรายกล่าวหา รัฐบาลว่าทำการฟอกเงิน ทั้ง ๆ ที่ผู้อภิปรายพรรคฝ่ายค้านก็ไม่ได้ยื่นญัตติเรื่องนี้เข้ามา ในการขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนะครับ รวมทั้งท่านประธานเองได้ให้ เอาชาร์ทเมื่อกี้ขึ้น

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เขากล่าวหาผมครับเดี๋ยวผมจะตอบเขา รอสักครู่

นายก่อแก้ว พิกุลทอง บัญชีรายชื่อ

การโยงถึงบุคคลที่ ๓ บุคคลภายนอก แล้วทำให้สังคมเข้าใจผิดว่าบุคคลเหล่านั้นเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ฝ่ายค้านกำลังกล่าวหาอยู่นะครับ รวมทั้งท่านประธานเองได้ปล่อยปละละเลยผู้อภิปรายเรื่องอื่น ๆ หยุมหยิมไปหมด ตอนที่ท่านณัฐวุฒิขึ้นอภิปรายบอกว่าไอ้มั่ว

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับ พอแล้วครับท่าน เรื่องนั้นมันจบไปแล้วครับท่านก่อแก้ว ท่านก่อแก้วครับ คุณหมอวรงค์จะจบแล้ว ท่านพอแล้วครับ ผมวินิจฉัยครับ ผมควบคุมครับผมรับผิดชอบ เอกสารทุกอย่างผ่านคณะกรรมการก่อนจะมาถึงผม ท่านเจริญเป็นประธาน ก็มีคณะกรรมการข้าราชการ ๕ ท่านเป็นคนพิจารณา คุณหมอวรงค์เวลากำลังดี ชาวบ้านกำลังติดตามเอาเลยครับ พาดพิงถึงใครก็ให้เขาตรวจสอบเอง เดี๋ยวก็ให้พาดพิงไป เขาจะได้ใช้สิทธิพาดพิง รวมทั้งท่านนครรอสักครู่นะครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมจะสรุปให้ท่านประธานฟังครับ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมาทั้งหมดที่รัฐบาลอ้างขายข้าวจีทูจี ๗.๓๒ ล้านตัน ส่งออกไปแล้ว ๑.๔๖ ล้านตัน เป็นการโกหกครับ โกหกครับท่านประธาน มิหนำซ้ำเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัท ผู้ใกล้ชิดนั่นคือบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด และวิธีการที่เกิดขึ้นผมเชื่อว่าเป็นอิทธิพลของ คนต่างประเทศ และคนคนนี้ที่เป็นคนที่ไว้วางใจชื่อเสี่ยเปี๋ยงเป็นคนรับจ็อบ (Job) มาดำเนินการหากิน ทั้งหมด และประธานคำนวณเอานะครับว่า ๗.๓๒ ล้านตัน ตันละเท่าไร ท่านประธาน ถามพ่อค้าโรงสีเขาจะรู้ครับไม่รู้กี่หมื่นล้านบาทครับ วิธีการทำงานเดี๋ยวนี้ แยบยลขึ้น ทุกทีใช้บริษัทชื่อนั้นหากิน วันนี้ตั้งบริษัทผีขึ้นมา บริษัทจีนเป็นบริษัทผีครับ จีเอฟจี (GFG) และของคนไทยโดยใช้ตัวละครคือรัฐนิธหรือไอ้ปาล์ม แล้วก็คนเข้ามา ดำเนินการต่อคือนิมล รักดี หรือไอ้โจ และสุดท้ายเงินต่าง ๆ เหล่านี้ก็ถูกไปฟอก เมื่อฟอกผ่านกระบวนการต่าง ๆ ที่ผมอธิบายให้ท่านประธานแล้วจึงเกิดเป็นแคชเชียร์ เช็ค สั่งจ่ายกรมการค้าต่างประเทศ คำถามที่ผมจะต้องถามท่านนายกรัฐมนตรีต้องตอบผมว่า ทำไมท่านต้องโกหกครับ ทำไมท่านต้องปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตเกิดขึ้นจนมี คนเขากล่าวหากันว่าปล่อยให้มีการทุจริตทั้งตระกูลครับ และที่สำคัญที่สุดคือบัญชีข้าวของ กรมการค้าต่างประเทศเป็นบัญชีเงินของแผ่นดินครับ เป็นความภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ ในเรื่องข้าว แต่ท่านนายกรัฐมนตรีปล่อยให้เอาบัญชีข้าวมาพัวพันกับแก๊งฟอกเงินครับ ท่านประธาน แล้วประเทศจะอยู่อย่างไรครับ รัฐบาลพัวพันพวกฟอกเงินเองก็เจ๊งกันไปใหญ่ และสุดท้ายหัวใจสำคัญที่สุดคือชาวนาครับ วันนี้ผมเห็นใจชาวนามากครับ ชาวนา มีความคาดหวังว่าพวกเราเลือกพรรคเพื่อไทย เลือกท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ มาเป็นนายกรัฐมนตรีหวังว่าชีวิตเราจะอยู่ดีกินดี ซึ่งวันนี้ท่านโกหกชาวนาครับ ชาวนาไม่ได้มี คุณภาพชีวิตที่ดีจริงขึ้นตามที่พวกท่านได้พูดครับ สุดท้ายคนที่รวยที่สุดคือนักการเมืองครับ แล้วรองลงมาก็คือเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและคนที่ใกล้ชิด และแท้ที่จริงผมสงสารคนที่เสียภาษี ท่านประธาน คนไทยทุกคนที่เสียภาษีเขาหวังว่ายอมเสียสตางค์ถ้าคิดว่าเงินเหล่านั้นถึงมือ พี่น้องชาวนา แต่สุดท้ายมันไม่ถึงครับ แล้วผมจะบอกพี่น้องคนไทยที่เสียภาษีทุกคน จะยอมหรือครับที่ปล่อยให้รัฐบาลพวกนี้หาคนมาปล้นชาติบ้านเมือง ผมคิดว่านายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีเวลาสั้น ๆ ผมเสนอท่านไถ่บาปนิดหนึ่งครับ ท่านจำเป็นต้องปลด รัฐมนตรีบางคนออกไป และข้าราชการประจำเท่าที่ผมตามดูปลัดกระทรวง อธิบดี กรมการค้าต่างประเทศ ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้าและ อ.ต.ก. ต้องปลดครับ แต่ตัวท่านนายกรัฐมนตรีเองครับ เนื่องจากว่าถึงไถ่บาปผิดนี้มันใหญ่หลวงนัก ท่านนายกรัฐมนตรีสมควรขึ้นสู่หลักประหาร ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เราใช้สิทธิพาดพิงก่อนครับ ท่านสุกำพลรายแรก ท่านบุญทรง แล้วก็มาท่านนคร มาฉิม ๓ ท่านครับเชิญครับ เดี๋ยวผมขอให้ใช้สิทธิพาดพิงก่อนดีกว่าครับ ท่านนายอำเภอนั่งลงก่อนครับ เอาละครับเวลาท่านรัฐมนตรีอยากใช้สิทธิพาดพิงเต็มที่แล้ว

พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม ก็ขอใช้สิทธิพาดพิงเมื่อเช้านี้ที่ท่านผู้นำฝ่ายค้านได้อภิปรายในช่วงเช้า ในเรื่องที่เกี่ยวกับผม ๒ เรื่องนะครับ ความจริงเรื่องนี้ผมคิดว่าจะจบไปแล้วแต่ไม่จบ แล้วผมได้ชี้แจงได้เคลียร์ไปตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้วนะครับ ท่านกล่าวหาผมว่า อันแรกคือ ในเรื่องของการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพลประจำปี ๒๕๕๕ ท่านกล่าวว่า คณะกรรมการตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๕ วรรคสาม ให้อำนาจผมเพียงกลั่นกรองอย่างเดียว

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านครับกรุณาอยู่ในความสงบด้วยครับ เงียบ ๆ หน่อยครับ เชิญรัฐมนตรีครับ

พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ท่านต้องไปอ่านมาตรา ๒๕ วรรคสาม ของพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการ กระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๑ ใหม่นะครับ เขาบอกไว้ชัดเจนว่าคณะกรรมการ กระทรวงกลาโหมมีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล แล้วต่อไปนะครับ มีอำนาจกลั่นกรองเพียงอย่างเดียว เรียนให้ทราบนะครับ

อันที่ ๒ ก็คือท่านอภิปรายว่าผมออกคำสั่งให้อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม มาช่วยราชการ

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพิเชษฐ์ครับ ให้ท่านรัฐมนตรีท่านได้ใช้สิทธิพาดพิงก่อนเถอะครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ขออนุญาตประท้วงครับ ท่านประธาน ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ท่านประธานมีคณะตรวจสอบเอกสาร ที่จะมาอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร วันนี้ผมไม่ไว้วางใจคณะตรวจสอบเอกสารอยากจะให้ ท่านประธานเก็บเอกสารทุกชิ้นที่ท่านหมอวรงค์

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาละครับท่านพิเชษฐ์ ผมขอให้รัฐมนตรีได้ใช้สิทธิพาดพิง เดี๋ยวให้ประท้วงหมดครับ จบจากพาดพิงแล้วให้ประท้วง ท่านหมอวงรค์ ผมเก็บไว้แล้ว ผมถ่ายเอกสารไว้หมด ขอบคุณครับ ผมพิจารณาแล้วครับท่านพิเชษฐ์ เชิญนั่งลงครับ เชิญรัฐมนตรีครับ

พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรอภิปรายประเด็นนี้ว่าผมได้ออกคำสั่งให้ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหมไปช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรีของผมนั้นเพื่อกีดกันและ กลั่นแกล้งให้อดีตปลัดกระทรวงกลาโหมไม่เข้าประชุมกับคณะกรรมการที่ผมเป็นประธานอยู่ แล้วให้พลเอก วิทวัส ซึ่งรักษาการเข้าประชุมแทน ผมบอกแล้วครับว่าอันนี้มันเป็นเท็จ เพราะเหตุผลสำคัญในการออกคำสั่งของผมคือว่าเนื่องจากเขาผิดวินัยทางทหารอย่างร้ายแรง ในการเอาความลับราชการไปเปิดเผย ซึ่งสอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลปกครองกลาง ซึ่งระบุไว้ในคราวที่ พลเอก เสถียร ร้องขอให้ศาลทุเลาคำสั่งที่ผมได้ย้ายเข้าประจำนั้น ซึ่งศาลไม่อนุญาตให้ทุเลา โดยศาลได้ให้เหตุผลว่าเพื่อให้การระงับยับยั้งการเปิดเผยความลับ ของทางราชการ และมิให้การแตกความสามัคคีในคณะทหารขยายออกไป เพราะฉะนั้น ผมก็สอดคล้องกับคำสั่งของศาลด้วยนะครับ ไม่ใช่ว่าผมไปกลั่นแกล้ง ท่านกล่าวเท็จ ในประเด็นนี้นะครับ

อีกประเด็นหนึ่ง คือเรื่องโครงการปรับปรุงเรือฟริเกตชุดเรือหลวงนเรศวร ท่านบอกว่าเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงระบบเป้าลวงจากของบริษัท ซาเจม ดีเฟนด์ ซีเคียวริตี้ จำกัด เป็นของเธอร์มาแล้วราคาลดไปแค่ ๑,๐๐๐ บาท ในขณะที่ราคาของระบบ ทั้ง ๒ ระบบนั้นต่างถึง ๑๐๐ ล้านบาท ผมต้องเรียนให้ทราบครับว่าจริง ๆ แล้วการปรับปรุง ระบบทั้งหลาย ๓-๔ ระบบ เงินทั้งหมดประมาณ ๒,๗๒๕ ล้านบาท เมื่อดำเนินการจัดซื้อแล้ว กองทัพเรือจัดซื้อเรียบร้อยแล้ว บริษัท ซาบ เอบี (พับลิก) ได้ลดราคาให้แล้ว ๒๕ ล้านบาท ๑,๐๐๐ บาทเขาลดให้ทีหลังเพื่อให้เศษมันหายไป ไม่ใช่ลดแค่ ๑,๐๐๐ บาท ต้องเข้าใจตรงนี้ ด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นผมขออธิบายให้เข้าใจนะครับ ท่านอาจจะเข้าใจน้อยหน่อย เพราะว่าท่านก็เป็นทหารด้วยเวลาน้อย แล้วท่านก็มีปัญหาในการเป็นทหารอย่างที่เราทราบกันอยู่ เพราะฉะนั้นผมขอชี้แจงให้ท่านเข้าใจตรงนี้ครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ สั้น ๆ ครับ เชิญท่านบุญทรงที่ใช้สิทธิพาดพิงครับ เดี๋ยวทีละท่านดีไหมครับ ผมให้ใช้สิทธิพาดพิงเรียงกันไปเลยครับ เดี๋ยวขอท่านบุญทรงแล้วก็ไปหาท่าน เดี๋ยวขออนุญาตนิด เอาสั้น ๆ นะครับท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

นิดเดียวครับ ๒ ประเด็นครับ ประเด็นแรก กระผมก็ยืนยันนะครับว่าท่านปลัดที่ท่านได้มีคำสั่งให้ ไปช่วยราชการ เขาทำหนังสือยืนยันที่จะเข้าประชุม ท่านก็ไม่ให้เข้าประชุม มันก็เป็น การแสดงเจตนาที่ชัด

ประเด็นที่ ๒ ท่านเป็นคนพูดเองครับว่าระบบราคาต่างกันร้อยล้านบาท ท่านพูดเมื่อวานนี้ ส่วน ๒๕ ล้านบาทที่ลดนั้น ท่านอย่าลืมนะครับ ถ้าเป็นระบบเดิม ท่านก็ต้องเจรจาให้ลงมาที่ราคากลางครับ สุดท้ายลดลงมาให้ต่ำกว่าราคากลางแค่ ๑,๐๐๐ บาท ผมดูเอกสารละเอียดครับ ขอบพระคุณครับ

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีบุญทรงครับ ท่านประสิทธิ์ไม่ต้องประท้วง ผมเชิญท่านรัฐมนตรีบุญทรง เสียเวลาครับ นั่งลงก่อนครับ เดี๋ยวผมจะให้ประท้วง ขอให้ท่านรัฐมนตรีก่อนครับ เรียงไป ตามลำดับก็แล้วกันครับ

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก่อนอื่น ต้องขอขอบพระคุณท่านประธานที่ได้กรุณาให้โอกาสผมลุกขึ้นมาใช้สิทธิในการชี้แจง กรณีที่ท่านสมาชิกวันนี้ทั้งวันก็ได้อภิปรายพาดพิงมาถึงผม ก็จะบอกว่าไม่ใช่ก็คงไม่ได้นะครับ เพราะว่าในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แล้วก็คนทั่วประเทศเขาก็รู้ว่า ผมรับผิดชอบเรื่องนโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาล โดยมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ แล้วทุกครั้งเมื่อมีการดำเนินการ ประชุมเกี่ยวกับเรื่องข้าว ท่านนายกรัฐมนตรีก็จะมอบหมายผมเป็นผู้ดำเนินการ ในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีว่าการ แล้วก็เป็นรองประธานของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ดังนั้นหลีกไม่พ้นที่ผมจะต้องขึ้นมาชี้แจง ก็มีหลายประเด็นตั้งแต่เช้ามาที่พาดพิงมาแล้ว ก็เกิดความเสียหาย พี่น้องประชาชนผู้ฟังทางบ้านก็อาจจะมีความเข้าใจผิดไปได้ เรื่อยมาจนกระทั่งถึงเมื่อสักครู่ ก็มีการกล่าวหาค่อนข้างจะรุนแรงว่าการดำเนินการตามนโยบายนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต เอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้อง ผมก็เสียดายที่ท่านไม่ได้ยื่น ประเด็นนี้กับ ป.ป.ช. แต่ก็มีการเอามาอภิปราย ในเมื่อมีการอภิปรายพาดพิงมาแล้ว ผมในฐานะที่เป็นผู้ที่ได้รับความเสียหายโดยตรงก็จะขออนุญาตใช้เวลานี้ในการชี้แจง ให้ครอบคลุมเนื้อหาให้มากที่สุดเท่าที่จะดำเนินการได้ ที่กระทบถึงตัวกระผมโดยตรงนะครับ

ประเด็นแรก ท่านได้หยิบยกเอาเรื่องเอกสารที่มีการแจกไปโดยทาง คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ แล้วก็มีการเอาข้อมูลเหล่านี้ในเอกสารฉบับนี้มาเป็น ข้อมูลอภิปรายในเบื้องต้น แล้วก็บอกว่าเอกสารฉบับนี้มีข้อมูลอันเป็นเท็จ ไม่ตรงกับ ความเป็นจริง เหตุที่ต้องชี้แจงเอกสารฉบับนี้ก็เพราะว่าในฐานะที่ผมเองได้รับมอบหมาย จากท่านนายกรัฐมนตรีให้รวบรวมข้อมูลแล้วก็ทำเอกสารฉบับนี้เป็นการประชาสัมพันธ์ โครงการให้กับประชาชนก็จะขอชี้แจงในบางประเด็นเสียก่อน เอาประเด็นหลังสุด ที่ท่านผู้อภิปรายที่เพิ่งอภิปรายเสร็จไปนะครับ ยกขึ้นมาในประเด็นหน้า ๑๕ ที่บอกว่า มีการลงนามเจรจาขายแบบรัฐต่อรัฐ จีทูจี แล้วก็อ่านเป็นคำว่าเอ็มโอยู ก็ขออนุญาต ชี้แจงนะครับว่าอ่านผิดนะครับ เป็นการลงนามในสัญญาซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐในปริมาณ ๗.๓๒๘ ล้านตัน ซึ่งก็ปรากฏอยู่ในเอกสารฉบับนี้ อ่านอย่างไรก็ยังอ่านอย่างที่ผมกล่าวไป ตัวเลขก็ไม่ได้ผิดนะครับ แล้วก็ยังยืนยันว่าเป็นการระบายข้าวในระบบจีทูจี ซึ่งสักครู่ผมจะได้ อธิบายต่อไปว่าแนวการทำงานในระบบจีทูจีของรัฐบาลในขณะนี้เรามีวิธีการตรวจสอบ ประเทศคู่ค้าแล้วก็ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้มาเป็นผู้เจรจากับรัฐบาลไทยอย่างไรบ้าง ก่อนอื่นผมมีเอกสารที่ได้ขออนุมัติจากท่านประธานเอาไว้ที่จะใช้ประกอบในการชี้แจง ในบางประเด็นซึ่งเป็นฟิวเจอร์บอร์ด ขอให้เจ้าหน้าที่ได้นำเข้ามาให้ด้วยนะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ท่านบุญทรงชี้แจงประเด็นที่ท่านเสียหาย ผมจดไว้มี ๙ ประเด็น ท่านใช้ได้แค่ ๙ ประเด็น เกินนั้นผมไม่อนุญาต เชิญเอาอุปกรณ์มาครับ

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

ก็ ๙ ประเด็นนั้น ก็จะมีเอกสารที่จะต้องใช้แสดงด้วยนะครับ ในประเด็นที่มีการกล่าวหาในเรื่องของการที่บอกว่า กระทรวงพาณิชย์ไปดำเนินการผิดดับบลิวทีโอ ก็จะขอกราบเรียนว่าการดำเนินการ ของกระทรวงพาณิชย์ในขณะนี้เป็นการรับจำนำข้าวจากเกษตรกรชาวนาทั่วประเทศ แล้วมีการกำหนดราคาที่ชัดเจนว่าถ้าเป็นข้าวเปลือกเจ้าก็ ๑๕,๐๐๐ บาท ถ้าเป็น ข้าวเปลือกหอมมะลิก็ ๒๐,๐๐๐ บาท อันนี้ประกาศโดยชัดเจนทั่วไป พี่น้องประชาชน ทั่วประเทศรับรู้รับทราบแล้วก็มีกระบวนการในการรับข้าวเข้าโครงการ โดยมีขั้นตอน ที่ชัดเจน มีราคาที่ชัดเจนว่ากรณีถ้าหากว่ามีความชื้นแตกต่างไปจากที่กำหนดไว้ จะมีการหักน้ำหนัก จึงจะคำนวณเป็นเม็ดเงินที่ชาวนาจะได้รับ แต่ทั้งนี้ทั้งหลายทั้งปวง ท่านประธานครับ ขอชี้แจงในประเด็นเรื่องของดับบลิวทีโอว่าหลักคิดง่าย ๆ ของดับบลิวทีโอ ก็คือกรณีที่รัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่งของประเทศใดจะมีการอุดหนุนสินค้าเกษตรโดยใช้เงินของ รัฐบาลหรือเงินงบประมาณนั้น หมายความว่าต้องทำให้การเอาสินค้านั้นไปจำหน่ายถูกกว่า ราคาตลาดโลกโดยทั่ว ๆ ไป แล้วทำให้ประเทศคู่ค้าอื่นได้รับผลกระทบ แต่กรณีของรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ กราบเรียนอย่างนี้นะครับว่าตั้งแต่เริ่มต้นโครงการมา ในเดือนตุลาคม ปี ๒๕๕๔ ถ้าหากว่าจะมีการติดตามตัวเลขราคาซื้อขายในตลาดโลก สำหรับข้าว ไม่ว่าจะเป็นข้าวหอมมะลิก็ดี ข้าวเจ้าขาวก็ดี เห็นชัดเจนว่าตัวเลขในตลาดโลก ของประเทศไทยที่ขายสูงกว่าประเทศคู่แข่งทั้งสิ้น แล้วสูงกว่าในอัตราที่ค่อนข้างสูงจนกระทั่ง ฝ่ายค้านเอามาอภิปรายว่าเก็บข้าวในราคาแพงแล้วขายไม่ออก นี่ก็เป็นหลักฐานที่เห็น ชัดเจนครับว่ารัฐบาลไทยมิได้ดำเนินการอุดหนุนสินค้าเกษตรแล้วทำให้ราคาขายถูกกว่า ประเทศคู่แข่ง ดังนั้นหลักคิดเช่นนี้ผมยืนยันว่ารัฐบาลไทยมิได้มีเจตนาที่จะดำเนินการใด ๆ แล้วทำให้มีการอุดหนุน แล้วทำให้มีการระบายข้าวถูกกว่าในประเทศคู่แข่ง

ประเด็นที่ ๒ ที่ไม่เข้าค่ายดับบลิวทีโอก็คือว่าราคาที่เราขายก็เห็นอยู่ชัดเจนว่า ราคาของประเทศไทยสูงกว่าราคาของประเทศเวียดนาม สูงกว่าราคาของประเทศอินเดีย แล้วท้ายที่สุดแล้วถ้าหากย้อนกลับไปดูในช่วง ๒-๓ เดือนที่ผ่านมา ๒ ประเทศดังกล่าว ยังมีการขายข้าวในราคาเฉลี่ยสูงขึ้นอีกด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นการดำเนินนโยบาย รับจำนำข้าวของรัฐบาลขณะนี้นอกจากยกระดับราคาข้าวในประเทศ ซึ่งท่านผู้อภิปราย จากฝ่ายค้านก็พูดชัดเจนแล้วว่าราคาหน้าไร่สูงขึ้น ขณะนี้ผมกำลังบอกท่านว่าราคาขาย ต่างประเทศก็สูงขึ้น เพราะฉะนั้นก็ขออนุญาตชี้แจงชัดเจนว่าการดำเนินการของ กระทรวงพาณิชย์ที่ผมรับผิดชอบ แล้วท่านพาดพิงมานี่เสียหายในประเด็นเรื่องของดับบลิวทีโอ ก็ขออนุญาตชี้แจงว่าเรามิได้กระทำการใด ๆ ที่ผิดหลักของดับบลิวทีโอ แล้วแม้นว่ามีการไป

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านบุญยอด ท่านบุญทรงหยุดสักครู่ ท่านบุญยอดมีอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ คิดว่าข้อตกลงที่เราพูดกัน อย่างชัดเจนแล้วว่าท่านรัฐมนตรีถ้าจะใช้สิทธินั้นก็คงจะเป็นเรื่องพาดพิงที่เสียหาย ฉะนั้นท่านบรรยายอภิปรายมา ๗ นาทีแล้ว ผมคิดว่ามันไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องพาดพิง ตัวท่านแล้วเสียหายตรงไหนครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ที่พาดพิงไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ผมก็ฟังอยู่ผมจดมี ๙ ประเด็น ผมอนุญาตท่านแค่ ๙ ประเด็นเกินกว่านั้นผมก็ไม่อนุญาต ผมให้เครดิตทุกคนครับ ก็เสียหาย ที่ว่าทุจริตอะไรอย่างนี้ปล่อยปละ เอาละครับท่านบุญยอด ผมได้วินิจฉัยแล้วครับ ขอให้ความเป็นธรรมผมด้วย ผมตรงไปตรงมาผมไม่เข้าข้างใคร เชิญครับ

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 🔗

ขอบพระคุณท่านสมาชิกที่ได้ลุกขึ้นมาประท้วง ผมเป็นคนที่เสียหายมากที่สุดในเรื่องนี้ เพราะท้ายที่สุดแล้วนี่ท่านสมาชิกผู้อภิปรายคนสุดท้ายของฝ่ายค้านบอกว่า ให้ท่านนายกรัฐมนตรีปลดผม ถ้าผมไม่ชี้แจงแล้วท่านนายกรัฐมนตรีไปเข้าใจเหมือนที่ ท่านอภิปรายผมก็ซวย เพราะฉะนั้นขออนุญาตให้เวลาผมได้ชี้แจงนิดหนึ่งเถอะครับ เห็นใจหน่อย ไม่นานนะครับ ก็จะพยายามใช้เวลาให้ประหยัดมากที่สุด

ในประเด็นถัดไปกราบเรียนว่าผมจดให้ท่านไป ๙ เรื่อง ผมจำไม่ได้แล้ว แต่ผมจะค่อย ๆ ทยอยไป ในประเด็นเรื่องของการที่ไปกล่าวว่าโครงการรับจำนำนั้นใช้เงินไป แล้วผลประโยชน์เอื้อให้กับโรงสี ซึ่งก็กล่าวหาผมอีกว่าผมไปดำเนินการแล้วโรงสีได้ประโยชน์ ชาวนาไม่ได้ประโยชน์ก็จะขออนุญาตชี้แจงสั้น ๆ ในประเด็นนี้โครงการนาปี ๒๕๕๔/๒๕๕๕ ใช้เงินไป ๑๑๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท นาปรังปี ๒๕๕๕ ใช้ไปอีกเกือบ ๆ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมทั้งสิ้นใช้ไป ๓๓๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท เป็นเงินที่ ธ.ก.ส. กู้กระทรวงการคลังค้ำประกัน แล้วก็จ่ายให้กับเกษตรกรชาวนาตามใบประทวนที่มาจำนำเข้าบัญชีเกษตรกรชาวนา โดยตรง ไม่ผ่านมือโรงสี ไม่ผ่านมือเจ้าหน้าที่ ไม่ผ่านมือใครใด ๆ ทั้งสิ้น เงินผ่านไปโดย ระบบอิเล็กทรอนิกส์โอนบัญชีจาก ธ.ก.ส. เข้ากับบัญชีชาวนา เพราะฉะนั้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ที่จ่ายไปก็ถึงชาวนา ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ไม่มีการเอื้อประโยชน์ให้ใครใด ๆ ทั้งสิ้น กรณีที่ยกมา อ้างว่าโรงสีนั้นโรงสีนี้รับจ็อบรับงานได้มากขึ้นมีกำไรมากขึ้นในช่วงระยะเวลา ๑๒ เดือน ที่ผ่านมาก็เรียนว่าก็คงจะจริง เพราะว่าโรงสีเหล่านั้นเป็นคู่สัญญากับทาง อคส. กับ อ.ต.ก. แล้วคู่สัญญามีหน้าที่ทำอะไรครับ มีหน้าที่รับสีแปรสภาพ แล้วแต่ละโรง ก็มีคาพาซิตี้ (Capacity) ในการที่จะสีแปรสภาพแตกต่างกันไป ตัวเลขที่ท่านให้มา ก็อาจจะสอดคล้องไปกับคาพาซิตี้ของโรงสีนั้น ๆ ดังนั้นค่าดำเนินการในการสีแปรสภาพ ก็จะเป็นรายได้ของโรงสีคือตันละ ๕๐๐ บาท ซึ่งอันนี้โรงสีทุกโรงที่เข้าโครงการ ๖๐๐ กว่าโรง ๙๐๐ กว่าโรง ๗๐๐-๘๐๐ โรงก็จะมีรายได้จากส่วนนี้ ดังนั้นก็กราบเรียนว่าเงินที่จ่ายให้เกษตรกรชาวนาเป็นเงินที่จ่ายให้โดยตรง ส่วนค่าสีแปรสภาพ โรงสีจะได้จากคู่สัญญาคือ อ.ต.ก. กับ อคส. โดยไม่ได้จ่ายเป็นเงินสดนะครับ ให้หักเป็นข้าวที่สีได้ ซึ่งอันนี้ก็จะมีกระบวนการในการคำนวณ แล้วก็มีการประกาศที่ชัดเจน ซึ่งท่านก็สามารถที่จะ ตรวจสอบตรงนี้ได้ กรณีที่กล่าวหาว่ามีข้าวเพิ่มขึ้นมาโดยไม่รู้มาจากไหน แล้วบอกว่า มีการรับแค่ ๑๘ ล้านตัน ก็กราบเรียนว่าข้อมูลเอกสารฉบับนี้อาจจะเป็นข้อมูลที่เก่าไป สักนิดหนึ่ง เพราะว่าตอนที่เตรียมข้อมูลเอกสารฉบับนี้เราเตรียมไว้ในช่วงเดือนสิงหาคม ดังนั้นในท้ายที่สุดแล้วเงิน ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ใช้ในการรับจำนำข้าวทั้งสิ้น ๒๑.๔ ล้านตัน ทั้ง ๒ ฤดูกาล ๒ ครอพ (Crop) ดังนั้นตัวเลข ๑๘ ล้านตันก็อาจจะไม่สอดคล้อง ท่านยกขึ้นมา อภิปรายก็ไม่ว่ากันท่านได้พูดไปตรงนั้น ผมก็จะขอชี้แจงว่าตัวเลขไม่ตรงนะครับ แล้วก็กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการโครงการนี้อย่างตรงไปตรงมาชาวนาได้รับประโยชน์ อย่างเต็มที่ กรณีที่มีข้อมูลว่าข้าวผลผลิต ๓๔ ล้านตันในปีที่ดีที่สุด ในปีที่แย่ที่สุด ๒๙ ล้านตัน แต่ผมไปเช็กดูตัวเลขของ ธอส. ที่มีการจ่ายเงินให้กับเกษตรกรเมื่อปี ๒๕๕๓ ปรากฏว่า จ่ายเงินชดเชยเกษตรกรในโครงการประกันรายได้คิดออกมาแล้ว ๔๑ ล้านตัน ก็ไม่ทราบว่า มาจากไหนได้เหมือนกัน เพราะว่าในโครงการของผมรัฐบาลที่ผ่านมานี่เรารับจำนำมา ๒๑ ล้านกว่าตัน แล้วผลผลิตมัน ๓๐ กว่าล้านตัน ไม่ถึง ๔๑ ล้านตัน ก็ต้องกราบเรียนว่า สิ่งที่ท่านได้อภิปรายนี่ทำให้ผมเกิดความเสียหายก็ต้องชี้แจงนะครับ

มาถึงกรณีเรื่องของการระบายข้าว กราบเรียนว่าแนวทางที่กระทรวงพาณิชย์ ได้รับมอบจากรัฐบาลให้ดำเนินการระบายนี่ ๔ รูปแบบ รูปแบบก็คือ จีทูจีขายให้กับผู้สนใจ ซื้อโดยผ่านการประมูล ซึ่งท่านก็อภิปรายไปแล้ว แล้วก็มีการขายให้กับหน่วยงานของรัฐ หรือขายผ่านตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า ทีนี้สิ่งที่ท่านอภิปรายกันมากที่สุดก็คือ ระบบ จีทูจี ผมก็จะกราบเรียนชี้แจงว่าเรื่องนี้จริง ๆ แล้วมันไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไรเลย ผมคิดว่าการดำเนินการอภิปรายก็อาจจะเป็นการจินตนาการแล้วก็ข้อมูลที่ท่านให้มาทั้งหมด ก็ต้องขอขอบคุณนะครับ เพราะว่าผมก็ไม่เคยรับรู้มาก่อนเลยเช่นกัน แต่วิธีการ ที่ผมไปตรวจสอบในกระทรวงพาณิชย์ที่ผมรับผิดชอบนี่ในอดีตที่ผ่าน ๆ มาไม่ว่าจะเป็น รัฐบาลใดก็แล้วแต่ ตั้งแต่รัฐบาลท่านทักษิณ รัฐบาลใครต่อใครเรื่อยมาจนกระทั่งถึงรัฐบาล อดีตนายกรัฐมนตรีท่านอภิสิทธิ์ ก็มีการบอกว่าวิธีการระบายข้าวต้องคำนึงถึงตลาดภายใน และตลาดโลก เพราะประเทศไทยเป็นประเทศผู้ค้ารายใหญ่ จึงต้องเลือกวิธีการที่แตกต่าง ช่วงเวลาที่เหมาะสม ต้องขอเป็นความลับทางการค้า ต้องขอเป็นความลับทางการค้า แม้กระทั่งคนในพรรคของท่านเองก็มีความคิดไม่ต่างจากผมนะครับในการระบาย เราก็ดำเนินแนวทางการค้าเสรีแต่เรามีคู่แข่งสินค้าชนิดเดียวกันในโลก เราจะไปเปิดเผย ข้อมูลต่าง ๆ นานาให้กับคู่ค้าเรารู้มันก็เป็นการเผยไต๋นะครับ ผมจึงกราบเรียนว่า ผมไม่ได้ทำอะไรที่ผิดแปลกไปจากที่ผ่าน ๆ มาเลย เพราะผมก็ไปตรวจสอบมาว่า ในการดำเนินการทำทีโออาร์ในช่วงฤดูการซื้อขายใน ๓ ปีที่ผ่านมาทีโออาร์ก็เหมือนกับ ที่ผมทำแหละครับเหมือนกันเลย ขายโดยมีคุณสมบัติของผู้ซื้ออย่างไร ต้องเป็นผู้ส่งออก มาแล้วอย่างไร จะต้องมีการขึ้นทะเบียนกับกรมการค้าต่างประเทศมาอย่างไร การขายไปต่างประเทศจะต้องขายในราคาอย่างไร แล้วยังมีด้วยนะครับ ท่านก็ขาย เอ็กซ์แวร์เฮาส์มาเช่นเดียวกัน ขายที่หน้าคลัง เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนนะครับว่า การอภิปรายของท่านทำให้ผมเกิดความเสียหาย ผมจึงต้องลุกขึ้นมาชี้แจงนะครับ แล้วการอภิปรายของท่านในช่วงปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ โดยเฉพาะปี ๒๕๕๓ นี่ ๑๐ กว่าครั้ง ไม่มีการประกาศนะครับ ของผมยังมีการประกาศเปิดให้ประมูลนะครับ อันนี้ไม่มีการประกาศเลยนะครับ เพราะฉะนั้นผมทำดีกว่าของท่านด้วย ประกาศให้มี การประมูลเข้ามา แล้วทุกครั้งมีการประกาศประมูลท่านก็เอามาอ่านเองนะครับว่าประมูลไป แต่ละครั้งมีผู้เข้าประมูลเท่าไร แต่ในอดีตที่ผ่านมา ๒ ปี ๓ ปีนี้ไม่มีการประมูลครับ เปิดให้คน มาเสนอแล้วก็ซื้อขายตกลงกันได้เลย ก็คนในพรรคท่านนะครับที่เป็นผู้รับผิดชอบ คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติก็เป็นผู้อนุมัติ ดังนั้นก็ขออนุญาตกราบเรียนนะครับว่า เรื่องของการระบายข้าวตรงไปตรงมาครับไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง แล้วการที่เปิดให้ หน่วยงานของรัฐบาลต่างประเทศมาเสนอซื้อก็กราบเรียนนะครับว่าเราเอง ผมให้นโยบาย กรมการค้าต่างประเทศไปว่าทุกครั้งนี่ต้องตรวจสอบนะ เพราะว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องของ ความละเอียดอ่อน แล้วก็มีการติดตามทั้งจากฝ่ายค้าน ติดตามจากประชาชนทั่วไป นักวิชาการ แล้วก็ประชาชนว่าการดำเนินการต้องให้โปร่งใส เอกสารหลักฐานก็มีมาแสดง ให้เห็นว่าเรามีการตรวจสอบ ตรวจสอบไปถึงรัฐบาลของจีน ตรวจสอบผ่านสถานทูตจีน ก็ยืนยันว่าหน่วยงานที่มาติดต่อกับกระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าต่างประเทศนั้น เป็นหน่วยงานที่เป็นหน่วยงานของรัฐบาลจริง ๆ คำว่าหน่วยงานของรัฐบาลท่านก็คงจะ เข้าใจนะครับว่าเป็นรัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลจีนถือหุ้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อมีหลักฐานมาเช่นนี้ เราจึงไม่สามารถที่จะไปปฏิเสธการเจรจากับเขา ดังนั้นเมื่อมีการตกลงซื้อขายโดย กรมการค้าต่างประเทศ ซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นผู้เจรจาในรายละเอียด ทั้งเรื่องของ ตัวสินค้า ทั้งเรื่องราคา ระยะเวลาการส่งมอบ วิธีการชำระเงิน ก็เป็นผู้ที่มีหน้าที่จะไปลงนาม สัญญา ส่วนประเทศที่ซื้อไปแล้วเขาจะมอบหมายให้ใครมาเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการ รับสินค้าจากกรมการค้าต่างประเทศ หรือ อคส. หรือรัฐบาลไทย ก็เป็นสิทธิของเขา กราบเรียนว่าผมไม่มีสิทธิไปก้าวก่าย ฉะนั้นก็ต้องขออนุญาตกราบเรียนชี้แจง ผ่านท่านประธาน เผื่อท่านผู้ฟัง ท่านผู้ชมก็จะได้เข้าใจว่าวิธีการปฏิบัตินั้นเราไม่มีสิทธิ จะไปก้าวก่ายในกรณีที่ผู้ซื้อรับทำสัญญาซื้อขายไปแล้ว แล้วก็จะมอบหมายให้ผู้ใด เป็นผู้ดำเนินการ ดังนั้นการที่จะไปสืบเสาะหาข้อมูลในทำนองอย่างนั้นก็ไม่ใช่หน้าที่ของผม ที่กระทรวงพาณิชย์

เรื่องของการทำทีโออาร์เอื้อประโยชน์ เอื้อพวกพ้อง ผมได้ชี้แจงไปแล้ว เรื่องของการเอื้อประโยชน์ให้กับโรงสีก็ชี้แจงไปแล้ว ทีนี้ข้อมูลของเกษตรกรครับ ท่านประธานที่ได้อภิปรายมาเมื่อตอนเช้าบอกว่าข้อมูลเกษตรกรในขณะนี้ มันมีความแปลกว่ามันมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ผมก็ได้ให้ทางหน่วยงาน ธ.ก.ส. ไปเอาหลักฐาน มาให้ผมว่าการดำเนินการที่ผ่านมามีการดำเนินการชำระเงินไปอย่างไร ในปี ๒๕๕๒ มีเกษตรกรอยู่ ๔,๐๙๐,๐๐๐ ราย ในปี ๒๕๕๓ มี ๔,๗๐๐,๐๐๐ กว่าราย แล้วพอมา ปี ๒๕๕๔ เหลืออยู่ประมาณ ๓,๗๐๐,๐๐๐ กว่าราย ฉะนั้นไม่ว่าใครนะครับ ตัวเลขมันเคลื่อนไปเคลื่อนมา การขึ้นทะเบียนก็เคลื่อนไปเคลื่อนมา แต่ผมขออนุญาต กราบเรียนว่าขั้นตอนของกระทรวงพาณิชย์เป็นขั้นตอนที่อยู่ตรงกลาง ต้นน้ำคือกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อาจจะช่วยชี้แจงนะครับ เพราะว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้ดำเนินการสำรวจแล้วก็ขึ้นทะเบียนเกษตรกร ที่จะเข้าโครงการทั้งหมด เมื่อขึ้นทะเบียนแล้วมีการดำเนินการประชาคมแล้วเกษตรกร จึงสามารถจะนำข้าวพร้อมกับใบรับรองนั้นมาเข้าโครงการรับจำนำ โดยการมาติดต่อกับโรงสี ที่อยู่ในโครงการ โรงสีในโครงการก็จะต้องถือเอาหลักฐานทางราชการซึ่งกระทรวงเกษตร และสหกรณ์เป็นผู้ออกให้ เป็นเกณฑ์ในการรับ ไม่สามารถที่จะไปโต้แย้งหลักฐานทางราชการ อันนั้นได้ แล้วก็ไม่มีสิทธิที่จะไปตรวจสอบหรอกครับเพราะว่าพี่น้องเกษตรกรเป็นจำนวน เป็นล้าน ๆ นะครับ เมื่อเอาหลักฐานมาแล้ว เอาข้าวมาแล้วต้องรับทุกเมล็ด ความหมาย ของคำว่าทุกเมล็ดในโครงการนั้นมิได้หมายความว่าผลผลิตมี ๓๓ ล้านตัน ก็จะต้องไป ขวนขวายเอาเข้ามาให้หมด ๓๓ ล้านตัน เกษตรกรท่านมีสิทธิเลือกนะครับ พี่น้องประชาชน ชาวนามีสิทธิเลือก บางท่านอาจจะมีความประสงค์ที่จะเอาไปขายในตลาด เอาขายให้กับโรงสีโดยตรง หรือขาย ให้กับพ่อค้าผู้ส่งออกใด ๆ ก็เป็นสิทธิของชาวนานั้น ๆ ดังนั้นความหมายของรับจำนำ ทุกเมล็ดจึงหมายความว่าเมื่อเกษตรกรชาวนานำข้าวในความรับผิดชอบ หรือว่า ในครอบครองของตนเองตามใบทะเบียนรับรองของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มา ณ จุดรับจำนำ ไม่มีสิทธิที่จะไปปฏิเสธที่จะรับจำนำ ดังนั้นเราต้องรับทุกเมล็ด แล้วในปีนี้ เราดำเนินโครงการในปีที่ ๒ นะครับ กราบเรียนว่าประมาณการของกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ก็จะมีข้าวเปลือกอยู่ประมาณ ๓๔ ล้านตัน แล้วในช่วงเบื้องต้น ฤดูกาลเริ่มต้นตั้งแต่ เดือนตุลาคมเป็นต้นมา ครม. ก็ได้มีมติอนุมัติให้เริ่มดำเนินการรับจำนำก่อนจำนวน ๑๐ ล้านตัน แล้วก็จะใช้วงเงินอีกประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยวงเงินส่วนที่เหลือ ที่จะดำเนินการต่อไปจนกระทั่งครบฤดูกาลในปีหน้าก็จะใช้วงเงินหมุนเวียนจากเงิน ที่จำหน่ายข้าวสารในสต็อกรัฐบาลออกไปได้นะครับ

ในประเด็นที่พาดพิงว่ามีการสั่งไม่ให้เจ้าหน้าที่ไปชี้แจงต่อสภา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมการค้าต่างประเทศ หรือองค์การคลังสินค้า นั่นก็หมายความว่า อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกระทรวงพาณิชย์ เมื่อท่านบอกว่าผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ที่สุด ในกระทรวงพาณิชย์ก็คงเป็นผมนะครับ ก็จะขอกราบเรียนว่าทุกครั้งที่มีหนังสือมาถึงกระทรวง ผมก็จะมีการสั่งการ แล้วผมก็ได้มอบเป็นนโยบายนะครับว่าทุกหน่วยงานหากได้รับการร้องขอ หรือว่าเรียก หรือว่าเรียนเชิญจากคณะกรรมาธิการทุกคณะในรัฐสภา ทุกหน่วยงาน ต้องให้ความร่วมมือ แล้วอย่างน้อยถ้าเป็นข้าราชการก็ต้องส่งในระดับที่ต่ำสุดคือระดับ ผอ. ซี. ๙ อันนี้ให้เป็นแนวทางไว้ชัดเจนทุกกรม ทุกหน่วยงานภายใต้กระทรวงพาณิชย์จะทราบ นอกเสียจากว่าการเรียก หรือว่าเชิญไปนั้นมีการดำเนินการในลักษณะที่กระชั้นชิด เจ้าหน้าที่ อาจจะติดภารกิจอาจจะไปไม่ทัน หรืออาจจะมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ที่ระดับต่ำกว่านั้นไป ก็ต้องกราบเรียนว่าไม่มีคำสั่งใด ๆ ที่จะไม่ให้เจ้าหน้าที่ของกระทรวงไปชี้แจง เพราะฉะนั้น ในระยะเวลาที่ผ่านมาก็จะมีคนไปชี้แจงโดยตลอด อาจจะไปช้าบ้างเร็วบ้างนะครับ

ส่วนกรณีกล่าวหาที่บอกว่าการดำเนินโครงการนั้นเงินเพียงแค่ ๑ ใน ๕ ถึงมือเกษตรกร ที่เหลือไปตกในมือเจ้าหน้าที่รัฐหรือนักการเมือง นักการเมืองก็คงจะหมายถึง พวกผมอีกนะครับ อาจจะหมายถึงพวกผมฝั่งนี้ด้วย แล้วก็ไปอ้างว่ามีโรงสีเกิดขึ้นมากมาย ในขณะที่โรงสีมีชื่อนักการเมืองเป็นเจ้าของ อันนี้ผมก็ต้องกราบเรียนว่าเป็นข้อมูลที่ใหม่นะครับ โรงสีเกิดขึ้นมาก แล้วก็มีนักการเมืองเป็นเจ้าของ อันนี้เดี๋ยวจะต้องไปตรวจสอบดูว่า เป็นอย่างนั้นจริงหรือไม่ แต่ถ้ากรณีอย่างนั้นจริง นักการเมืองเหล่านั้นถ้าทำธุรกิจโรงสี ตรงไปตรงมาก็ต้องเข้าสู่ระบบกระบวนการละครับ ไม่มีใครที่จะมาได้สิทธิพิเศษในโครงการนี้ นะครับ อันนี้ชัดเจน แล้วก็ต้องกราบเรียนว่าเงินตกถึงมือเกษตรกร ๑ ใน ๕ ก็ไม่จริงนะครับ ข้อมูลของทีดีอาร์ไอ (TDRI) อาจจะเป็นข้อมูลที่ค่อนข้างจะเก่านิดหนึ่ง ท่านอาจจะไปเห็น ข้อมูลตรงนั้นและเอามาอภิปราย หรือแม้กระทั่งท่านเอ่ยถึง ผมต้องขออภัย ที่เอ่ยถึงบุคคลภายนอกนะครับว่าท่านหม่อมอุ๋ยก็ได้มีการพูดว่าโครงการนี้จะเจ๊งปีละ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าทำต่อไปอีก ๗ ปีจะเจ๊ง ๑.๒ ล้านล้านบาทนะครับ ก็ต้องขอขอบคุณ ในเบื้องต้นว่าท่านยังมีความมั่นใจว่าพวกผมจะอยู่ทำ ๗ ปี ก็กราบเรียนว่าอาจจะไม่ทำ ในลักษณะอย่างนี้ยาวมากนักนะครับ โครงการนี้เป็นโครงการที่เราต้องเข้ามาฉุดรายได้ ของพี่น้องเกษตรกรให้ได้รับในปริมาณที่เพียงพอ ใช้จ่ายได้สมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ของชาวนา ของเกษตรกร แล้วเขาควรจะได้รายได้อย่างเป็นธรรม ได้ในสิ่งที่เขาควรจะได้ ตามสิทธินะครับ ดังนั้นกราบเรียนว่ากรณีที่อ้างว่าการใช้จ่ายทั้งหมดไปถึงมือชาวนาเพียงแค่ ๑ ใน ๕ ไม่เป็นความจริงนะครับ แล้วก็โครงการจะไม่ใช่ขาดทุนถึง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตามที่ท่านกล่าวหานะครับ โครงการนี้กราบเรียนว่าใช้เงินไป ๓๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทในกรณีของปี ๒๕๕๔ แล้วก็ นาปรัง ปี ๒๕๕๕ ทั้งโครงการเรามีข้าวเปลือกที่เราจะระบายออกไปได้นี่แล้วประมาณการว่า เราจะได้เม็ดเงินเข้ามาทั้งสิ้นจนถึงปลายปี ๒๕๕๖ คือการระบายจะเป็นการต่อเนื่องไป แล้วก็ประมาณการว่าเราจะมีเม็ดเงินอยู่ประมาณ ๒๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้นถ้าเราเอา บวก ลบ คูณ หาร ง่าย ๆ ก็จะขาดทุนประมาณสัก ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท บวกค่าใช้จ่ายอีกสัก ๑๐,๐๐๐ บาท ก็ประมาณ ๘๐,๐๐๐ บาท ก็คงใกล้เคียงกับสิ่งที่พวกท่านทำมาในช่วง ๒-๓ ปีที่ผ่านมาในช่วงโครงการประกันรายได้ กราบเรียนว่าการดำเนินการตามโครงการ รัฐบาลนี้เรามิได้คำนวณบัญชีในลักษณะบวก ลบ คูณ หาร แต่เราดูว่าหลักของมันก็คือว่า เงินที่ใช้จ่ายให้กับพี่น้องเกษตรกรลงไปนั้น พี่น้องเกษตรกรจะไม่มีทางเก็บเอาไว้โดยไม่ใช้จ่าย แน่นอน ดังนั้นเม็ดเงินทุกบาททุกสตางค์ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเมื่อลงไปถึงมือ เกษตรกรตรง ๆ ก็จะลงไปหมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจ ถ้าหากว่าระบบเศรษฐกิจทั่วไป หมุนเวียนสัก ๔ รอบ ก็จะเป็นการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย ๑.๓ ล้านล้านบาท ซึ่งท้ายที่สุดแล้วก็จะแปรสภาพกลับคืนมาเป็นรูปแบบรายได้ของ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเราก็คำนวณว่าน่าจะได้มาประมาณ ๘๐,๐๐๐-๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้น ถ้าเราคิดแบบนี้ แล้วพวกผมคิดอย่างนั้น มันก็จะซ้ายขวาชั่งน้ำหนักแล้วไม่ต่างกันสักเท่าไร ดังนั้นเวลาเราจะดูโครงการในทำนองที่เป็นโครงการนโยบายทางสังคมที่จะช่วยเหลือ พี่น้องเกษตรกรชาวนาให้มีโอกาสลืมตาอ้าปาก มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้เหมาะสม เราต้องดูทั้ง ๒ ข้างให้รอบด้าน แล้วก็จะไม่ขาดทุนถึงปีละ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแน่นอน แล้วโครงการนี้ก็กราบเรียนว่าจะไม่เป็นภาระต่องบประมาณของรัฐบาลในปีต่อ ๆ ไป ซึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านกิตติรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านเองก็ได้ยืนยัน แล้วว่าในอีก ๓-๔ ปี ๕ ปีข้างหน้าตามที่มีการกล่าวหาว่าหนี้สินสาธารณะของประเทศ จะเกินร้อยละ ๖๐ ท่านก็ออกมายืนยันแล้วว่าจะไม่เป็นเช่นนั้นแล้วจะไม่เกินอัตรา ร้อยละ ๕๐ อันนี้ผมก็ยืนยันซ้ำอีกทีหนึ่งว่ากรณีที่กล่าวหาอย่างนั้นก็ทำให้ผมเสียหาย ก็จึงจำเป็นต้องชี้แจง

ท้ายที่สุด ผมคิดว่าในเรื่องของเงินที่ใช้ไปมีการกล่าวหาว่าใช้เงินไปตั้ง ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ไปกดราคาข้าวในตลาดเหลือไม่ถึง ๑๔,๐๐๐ บาท อันนี้ ก็กราบเรียนยืนยันว่าไม่เป็นจริงเช่นกัน การใช้เงินไปทั้งสิ้นจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็ราคาข้าวในขณะนี้ชาวนาเอามาเข้าโครงการก็ได้ ๑๕,๐๐๐ บาท ไม่ใช่ ๑๑,๐๐๐ บาท หรือ ๙,๐๐๐ บาทตามที่กล่าวหา เพราะถ้ากล่าวหาเช่นนั้นโครงการก็ได้รับความเสียหาย และพี่น้องประชาชนเข้าใจผิด ไปถามชาวนาที่ไหนก็ได้ว่าเขาเข้ามาแล้วได้รับเงินต่อตัน ต่อกิโลกรัมมันเป็นไปตามที่ได้มีการประกาศเอาไว้หรือไม่ กรณีที่ไม่ได้ ผมยืนยันว่า เป็นการเข้าใจผิด เมื่อชาวนาเอาข้าวมาแล้ว มาชั่งแล้วหักความชื้นหักสิ่งเจือปนแล้ว เขาไปหักที่น้ำหนักข้าว ไม่ได้ไปหักที่ราคา เอาข้าวมา ๑ ตัน มีท่านสมาชิกท่านหนึ่ง จากจังหวัดเพชรบูรณ์อภิปรายไปในเรื่องนี้ก็ชี้แจงเป็นกราฟออกมาก็ดูเข้าใจดี แต่ว่าตอนสรุป แล้วไม่ค่อยถูกต้อง อภิปรายว่า ๑ ตัน ๑,๐๐๐ กิโลกรัม เอามาแล้วถ้ามีความชื้น ๑๕ สิ่งเจือปนไม่เกินร้อยละ ๒ ได้ ๑๕,๐๐๐ บาทเต็ม ๆ แต่ถ้าเอามาแล้ว ๑ ตัน ๑,๐๐๐ กิโลกรัมถ้ามีสิ่งเจือปนเกินร้อยละ ๑๕ อย่างเช่นสูงสุดที่เราบอกว่าไม่เกิน ร้อยละ ๓๐ นั้น ก็จะถูกหักน้ำหนักไปตามอัตราความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ๑ เปอร์เซ็นต์ ๑๕ กิโลกรัมก็คูณเข้าไป ดังนั้นจึงเอาจำนวนที่คูณได้ไปหักออกจากจำนวน ๑,๐๐๐ กิโลกรัม แล้วจึงจะเอาไปคูณ ๑๕,๐๐๐ บาท นั่นคือวิธีการคำนวณที่ถูกต้อง แล้วก็เป็นวิธีการอธิบาย ที่ถูกต้องนะครับ ไม่ใช่ว่าไปลดราคาข้าวตันละ ๑๕,๐๐๐ บาทลงมาเหลือ ๑๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ไปจ่าย ไม่ใช่นะครับ ต้องขออนุญาตชี้แจงเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจนนะครับ แล้วก็กราบเรียนว่าเรื่องของการโกงความชื้น ที่บอกว่ามีเจ้าหน้าที่มีส่วนรู้เห็น ซึ่งทำให้ เกษตรกรชาวนาได้รับปัญหาความเดือดร้อน ผมกราบเรียนว่าเรามีกระบวนการตรวจสอบ คณะอนุกรรมการตรวจสอบของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติที่ได้ตั้งไป มีการดำเนินการตรวจสอบ แล้วมีสายตรวจอยู่ ๒๐ กว่าชุด แล้วจะไปตรวจในพื้นที่ต่าง ๆ โดยที่ไม่มีการบอกกล่าว แล้วก็ไปตรวจตามที่มีการร้องเรียน เข้ามา หลายครั้งได้รับการร้องเรียนแล้วไปตรวจวัดแล้วก็เจอการกระทำความผิดจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการโกงน้ำหนักกับความชื้น ยกตัวอย่างเช่นที่จังหวัดอุดรธานี เราก็มีการดำเนินคดี แล้วก็ทางผู้ที่ถูกร้องเรียนก็คือตัวโรงสีเองก็มายอมรับ แล้วท้ายที่สุดแล้ว ก็มีการตกลงไปจ่ายเงินเพิ่มให้กับเกษตรกรชาวนาที่ได้รับความเสียหายเหล่านั้น อันนี้ก็เป็น ตัวอย่างอันหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าพวกกระผมไม่มีการปล่อยปละละเลยในการดำเนินการใด ๆ ที่ให้มีการทุจริตในโครงการ ทุกครั้งมีการร้องเรียนเข้ามาเราจะส่งคนไปตรวจสอบ แล้วในหลายกรณีเราไปตรวจสอบแล้วก็มีการพบเอง แล้วก็หลายเรื่องมีการส่งไปให้กับทาง ดีเอสไอดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดกับผู้กระทำความผิดเรียบร้อยทั้งหมด ๓๐ กว่าคดีตามที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม อยู่บำรุง ในฐานะที่ท่านเป็นหัวหน้าคณะทำงาน

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีเดี๋ยวนะครับ มีผู้ประท้วง เชิญครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ผมเรียนท่านประธานว่า ท่านประธานให้สิทธิท่านรัฐมนตรีใช้สิทธิพาดพิงที่เสียหาย ๓๑ นาทีไปแล้วครับ สิทธิพาดพิง ที่เสียหายไม่ควรที่จะไปกระทบสิทธิของการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับ ซึ่งเราใช้สิทธิกัน ตามรัฐธรรมนูญ ท่านได้อภิปรายมาพอสมควร ผมก็ขอให้ท่านประธานได้กำชับ ต่อท่านรัฐมนตรีครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือผมดูแล้วนะครับ เมื่อกี้ผมถามเจ้าหน้าที่ว่าเหลืออยู่ประเด็นเดียวคือของคุณหมอวรงค์ ที่มีภาพประกอบแล้วก็มีท่านรัฐมนตรีที่ควบคุมกำกับ เมื่อกี้ผมถามเจ้าหน้าที่ว่าประเด็น ที่บอกว่ากระทรวงพาณิชย์ทำผิดกฎดับบิวทีโอตอบหรือยัง ผมถามเจ้าหน้าที่บอกตอบแล้ว ฉะนั้นเหลืออยู่ประเด็นเดียวครับ แป๊บเดียวครับ เชิญครับ ขอบคุณมากครับ เดี๋ยวให้ ท่านตอบเลยจะไม่เสียเวลา เหลืออยู่ประเด็นเดียวครับ ๙ ข้อ เหลืออยู่ข้อเดียว

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ท่านกำหนดเวลาดีไหมว่าจะให้ท่านรัฐมนตรีตอบสักชั่วโมงหรือ ๒ ชั่วโมง หรือจะอย่างไร ก็กำหนดมาเลยดีไหมครับ จะได้เป็นธรรมกับพวกเรา

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวผมควบคุมกำกับเองครับ ท่านเหลืออยู่ประเด็นเดียวก็จบแล้วนะครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

ประเด็นสุดท้ายควรจะพอสมควร ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ของคุณหมอวรงค์ เชิญครับ

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

ท่านประธานครับ ต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิกที่ลุกขึ้นมาเตือนเรื่องเวลานะครับ ก็อย่างที่ผมกราบเรียนไปว่าท่านพูดถึงเรื่องของผมมาตั้งแต่เช้าแล้วจะไม่ให้ผมพูดอะไรเลย ก็ใจร้ายไปสักนิดหนึ่ง แล้วก็คนทั่วไปก็ทราบว่าผมรับผิดชอบในเรื่องนี้โดยตรง

ประเด็นสุดท้าย ที่ผมจะขออนุญาตชี้แจงก็คือเรื่องวิดีโอที่ท่านคุณหมอได้ฉาย ขึ้นมาในตอนท้าย ๆ ที่มีภาพท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็มีผมยืนอยู่ข้างหลัง ต่างกรรมต่างวาระกัน ๒-๓ กรณี แล้วก็อภิปรายว่าท่านนายกรัฐมนตรีทราบ แล้วก็บอกว่าท่านนายกรัฐมนตรี เอาเรื่องนี้ไปพูดแล้วก็เป็นการโกหกหลอกลวงกับพี่น้องประชาชน ผมก็จะขออนุญาตชี้แจง เพราะว่าอันนี้ผมเสียหายจริง ๆ เลย ถ้าเกิดคุณหมอบอกว่าให้ท่านนายกรัฐมนตรีปลด ผมก็อาจจะโดนไปด้วยจริง ๆ ก็ได้ เรื่องนี้ท่านสมาชิกครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาต ชี้แจงสั้น ๆ เท่านั้นเองว่าการดำเนินการทั้งหมดแม้ท่านนายกรัฐมนตรีจะเป็นประธาน คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน สำนักนายกรัฐมนตรี แต่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งผมเป็นรองประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ แล้วการดำเนินการทุกครั้งในการประชุมทุกเรื่องที่เกี่ยวกับกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ท่านนายกรัฐมนตรีจะมีหนังสือมามอบหมายให้กระผมเป็นผู้ดำเนินการทุกครั้งไป เมื่อมีการดำเนินการต่าง ๆ เป็นประการใดกระผมก็จะมีบันทึกรายงานการประชุมของ คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติรายงานผ่านเลขาธิการนายกรัฐมนตรีขึ้นไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็รายงาน ครม. กรณีที่ท่านนายกรัฐมนตรีกล่าวนั้นมิได้เป็นการกล่าว แล้วทำให้ประชาชนเข้าใจผิด หรือเป็นการกล่าวหลอกลวงหรือโกหกพี่น้องประชาชนใด ๆ ทั้งสิ้น กระผมเองควรจะเป็นผู้กล่าวในเรื่องเหล่านั้น แต่ในบางครั้งผมต้องกราบเรียนว่า ในฐานะที่ท่านเป็นผู้นำ แล้วท่านเป็นผู้กำกับเรื่องนโยบายท่านจึงต้องตอบในเรื่องนั้น เป็นบางครั้งบางกรณี แล้วทุกครั้งที่ท่านตอบก็เป็นข้อมูลข้อเท็จจริงทั้งสิ้น ตามที่กระผมได้เป็นผู้รายงาน แล้วผมก็เรียนยืนยันนะครับว่าการดำเนินการทั้งหมด การระบายข้าวทั้งหมดเป็นไปตาม กระบวนการถูกต้องตามทำนองคลองธรรม ถูกต้องตามระเบียบราชการทั้งสิ้น มีการตรวจสอบทุกขั้นตอนอย่างสมบูรณ์โดยเจ้าหน้าที่จากกรมการค้าต่างประเทศ ของกระทรวงพาณิชย์ แล้วก็มีการตรวจสอบสถานะของความเป็นตัวแทนของรัฐบาล ที่มาเจรจาจากประเทศนั้น ๆ ผ่านกระบวนการทางสถานทูตทุกครั้งไป ผมยืนยันนะครับว่า สิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีกล่าวไปเหล่านั้นเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วนและสมบูรณ์ แล้วผมเองเป็นผู้ที่นำไปสู่การปฏิบัติทั้งสิ้น ดังนั้นขอเรียนยืนยันอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้ พี่น้องประชาชนได้สบายใจนะครับว่าการดำเนินการปฏิบัติหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน ของท่านนายกรัฐมนตรีเป็นไปโดยความถูกต้อง ชอบธรรม แล้วก็ข้อมูลทั้งหมด เป็นข้อมูลที่ถูกต้องตรงตามความเป็นจริงครับ ขอขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนครครับ เดี๋ยวรอคิวก่อนนะครับ ท่านนครก่อนนะครับ เมื่อกี้ท่านวิสุทธิ์บอก ของท่านนครพาดพิงก่อน นั่งก่อนครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะใช้สิทธิพาดพิงสั้น ๆ ที่ท่านสมาชิกบอกว่าที่ผมได้ถอนไปนั้นเพราะยอมรับผิด อันที่จริงแล้วไม่ใช่ครับ ผมไม่ต้องการให้สภาแห่งนี้เกิดความวุ่นวายเลย ต้องการให้สภาแห่งนี้ เดินหน้าต่อไป แล้วก็ผมยังยืนยันในข้อเท็จจริงที่ผมได้กราบเรียนท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็น การแต่งตั้ง การเอื้อพวกพ้อง เพียงแต่ว่ามันมีอยู่คำเดียวที่หมิ่นเหม่ เพราะฉะนั้นผมก็เรื่องว่า ผิดหรือไม่ผิดกฎหมายเท่านั้น ท่านประธานที่เคารพ ถ้าเกิดว่าสภาแห่งนี้มีอุปสรรค ในการที่จะตรวจสอบแทนพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ ผมจะนำเรื่องดังกล่าวไปยื่นทั้งต่อ ป.ป.ช. ต่อศาล ต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อยืนยันข้อเท็จจริงว่าข้อเท็จจริงที่ผมได้อภิปราย ผมต้องการที่จะปกป้องรักษาผลประโยชน์ให้กับแผ่นดินและตรวจสอบ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านได้ ชี้แจงแล้วว่าประเด็นที่ท่านถอนนี่นะครับ ถอนเพื่อที่จะให้การประชุมเดินหน้าต่อไปได้ ก็เท่านั้นเองนะครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

แต่ยังยืนยันข้อเท็จจริงทุกกรณี

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อันนั้นเดี๋ยวท่านไปปฏิบัติครับ ผมนั่งอยู่เมื่อวานนี้ผมทราบนะครับ พอแล้วครับ ชี้แจงพอแล้ว เดี๋ยวท่านเกียรติครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเกียรติมีประเด็นของท่านอยู่เรื่องหนึ่งเดี๋ยวผมจะถามท่านรัฐมนตรีจะตอบทีเดียวไหม ท่านจะได้จบทีเดียวแล้วก็ท่านจะได้ถามคือประเด็นที่ท่านพาดพิงกระทรวงพาณิชย์ว่า มีข้าวอยู่ประมาณ ๓๗ ล้านตัน แล้วก็ส่งออก ๑๙ ล้านตัน แล้วก็หมุนเวียนภายใน ๑๘ ล้านตัน แล้วก็มีข้าวเวียนเทียนกันอยู่ ๑๐ ล้านตันนี่จะให้ตอบก่อนไหมครับ แล้วท่าน จะได้ถามทีเดียวเลยดีไหมครับ

นายเกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับ ผมกำลังให้ท่านเกียรติอยู่

นายเกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ

พอดีเมื่อกี้ท่านตอบอยู่หลายข้อ แล้วเป็นประเด็นที่ผมได้อภิปรายไปเมื่อเช้า

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ใช่ เหลืออยู่ประเด็นเดียวของท่านที่กล่าวหากระทรวงนี้ ให้ตอบประเด็นนี้ก่อนได้ไหมครับ

นายเกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ

ไม่เป็นไรครับ ผมอยากจะขอชี้แจง บางประเด็นก่อนนะครับที่เขาพาดพิงกลับมานะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายเกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ

๒-๓ นาที เท่านั้นละครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายเกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ

ประเด็นแรก ผิดดับเบิลยูทีโอหรือไม่ ผมบอกว่าเขากำลังจะทำเรื่องฟ้องประเทศไทยร้องเรียนประเทศไทย ท่านก็ไปว่ากันเองครับ ถ้าท่านเชื่อว่าไม่ผิดผมบอกไปต่อสู้ แต่ที่ท่านอธิบายมาว่าต้องทำให้ราคาถูกกว่าราคา ตลาดโลกถึงจะผิดนี่ ท่านกลับไปเรียนดับเบิลยูทีโอใหม่เลยครับ ประเทศไทยอาจจะผิดได้ ๓ กรณีครับ อยากรู้ว่า ๓ กรณีเป็นอย่างไรบ้างมาคุยกับผมก็ได้ครับ ตรงนี้ท่านเข้าใจไม่ถูก แล้วท่านเองจะต้องไปศึกษาข้อตกลงแกตต์ (GATT) ที่ประเทศไทยไปเป็นภาคีปี ๒๕๓๗ เซ็นไว้ชัดเจนครับว่าการแทรกแซงจะทำได้เป็นเงินเท่าไร ท่านไม่พูดถึงเรื่องเหล่านั้น ประเด็นที่บอกว่างบเอื้อโรงสีท่านก็อธิบายมาเพียงแค่ว่าโรงสีได้ ๕๐๐ บาทต่อตัน ท่านก็อธิบายผมสิครับว่าทำไมบางโรงสีนี่ปี ๒๕๕๓ มีเงินอยู่ ๓๐,๐๐๐ บาท ปี ๒๕๕๔ มีรายได้ ๑๒๒ ล้านบาท ท่านไม่พูดล่ะครับ ตรงนั้นก็เป็นความเข้าใจกันนะครับ

ประการที่ ๓ ท่านพูดถึงตัวเลขที่ใช้ในการรับจำนำ ท่านบอกว่า ๓๓๔,๐๐๐ ล้านบาท อันนั้นเป็นตัวเลขเฉพาะ ธ.ก.ส. ครับ นายกรัฐมนตรีพูดเองเมื่อเช้านี้ ๓๕๙,๐๐๐ ล้านบาทตัวเลขไม่เคยตรงกับนายกรัฐมนตรีเลยครับ ท่านก็ไปเถียงกันเอง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ท่านได้ชี้แจงแล้วนะครับ

นายเกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ

ผลผลิตท่านอ้างว่าเป็นปกติที่ ๓๗ ล้านตัน ผมก็บอกว่าท่านไปดูข้อมูลกระทรวงท่านเองครับ ข้อมูลที่ผมมี ๓๔ ล้านตัน คือข้อมูลของกรมการค้าต่างประเทศ ไปดูสิครับ ท่านไม่ดูข้อมูลของกระทรวงท่าน ท่านมาตอบผมอย่างนี้ แล้วท่านก็บอกว่าข้อมูลเรื่องเป็นความลับทางการค้าไม่ผิดจากที่ผ่านมาเลย ผมก็บอกว่าที่ผ่านมาระหว่างเจรจาเป็นความลับ แต่เจรจาเสร็จเปิดเผย เซ็นสัญญาเสร็จ เปิดเผย ผิดกันเยอะเลยครับ ข้อมูลเกษตรกรท่านมาบอกผมปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ ๓,๗๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน นั่นข้อมูลที่ไปขึ้นทะเบียนครับ แต่เกษตรกรทั้งประเทศท่านไปดู ข้อมูลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มี ๕.๗ ล้านครัวเรือน ท่านสับสนมากเลยครับ ข้อมูลของท่านนี่นะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอแล้วกระมังครับเพราะว่าข้อเท็จจริงแต่ละท่าน

นายเกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานนิดเดียวเท่านั้นเองครับ ไม่เกินนาทีเดียวครับ ถ้าท่านบอกว่าเจ้าหน้าที่ท่านไม่เคยสั่งไม่ให้มาชี้แจง ถ้าอย่างนั้น ท่านอธิบายผมสิครับ เรียกไป ๗ ครั้ง ไม่มาทั้ง ๗ ครั้ง ท่านไม่อธิบายนะครับ เงินก็บอกถึงมือ เกษตรกรแน่ ท่านก็ไปเถียงกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์สิครับ ข้อมูลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บอกเกษตรกรราคาที่ขายได้ที่ไร่นามันอยู่ ๑๑,๐๐๐ บาท กับ ๑๔,๐๐๐ บาท ถูกไหมครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมว่าท่านเกียรติครับ

นายเกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ

เพราะฉะนั้นท่านเองตอบอย่างนี้ เสียหายผมครับเพราะผมใช้ข้อมูลของทางราชการทั้งหมด ท่านเองต้องชี้แจงแล้วท่านบอก ไม่เสียหายแน่นอน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ไปดู ไปเถียงกับกระทรวงการคลังเองสิครับ กระทรวงการคลังเป็นคนทำหนังสือแจ้งนายกรัฐมนตรีว่าจะมีภาระหนี้สินเสียหาย ต้องปรับโครงสร้างหนี้ ๒๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทต่อปี

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมว่าเสียหายเท่าไร อย่างไร เดี๋ยวให้ท่านสมาชิกวินิจฉัยเพื่อที่จะลงมตินะครับ ฉะนั้นข้อเท็จจริงของท่านกับข้อเท็จจริงของผู้ชี้แจง ท่านก็ได้ตอบไปแล้วนะครับ

นายเกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ

ครับท่านประธาน ผมแค่อยากจะย้ำ แค่นั้นว่าข้อมูลทุกอันที่ผมใช้เป็นข้อมูลทางราชการครับ

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ได้ย้ำแล้วครับ ขอบคุณมากครับ มีผู้ประท้วงผมอยู่นะ เชิญผู้ประท้วงก่อนครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุนัย จุลพงศธร ผมขออนุญาตใช้สิทธิตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ทำการประท้วงคุณหมอวรงค์ ที่อภิปรายไปและประท้วงท่านประธานประกอบกับใช้สิทธิในข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ประกอบกับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๘ ผมได้ขอสิทธิในการประท้วงกับท่านประธานวิสุทธิ์ที่นั่งเป็นประธานอยู่ เพื่อให้การดำเนินการประชุมเป็นไปโดยสามารถราบรื่นได้และไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด ว่า ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลนั้นขัดขวางการทำงานของฝ่ายค้าน แต่เราคิดว่าการทำงานที่ผิดกฎหมาย รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๘ นี้เป็นเรื่องสำคัญ และเมื่อวานนี้ได้มีการพิจารณาจากท่านประธาน เป็นบรรทัดฐานแล้วในการลบคำอภิปรายนั้น พวกกระผมไม่ต้องการที่จะให้เกิดปัญหา ถึงขั้นจะต้องดำเนินคดีกับถอดถอนตามมาตรา ๒๗๐ ซึ่งจะต้องยื่นต่อวุฒิสภา เราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยกัน เราจึงทำข้อเสนอเป็นทางการต่อท่านประธาน เพื่อให้ท่านประธานทั้งสามนั้นได้ประชุมพิจารณาและท่านประธานจะตัดสินอย่างไร เราก็จะขอน้อมรับ แต่ว่าทั้งหมดนี้เพื่อให้เกิดบรรทัดฐานในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นไปตามกฎหมาย กระผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเป็นข้อความดังนี้ครับ ท่านประธานขออนุญาตอ่านครับ เรื่องการกระทำผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญในการอภิปราย กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ด้วย นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ได้อภิปรายเรื่องทุจริต ในโครงการรับจำนำข้าว โดยกล่าวหาคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างนี้ได้ไหมครับ ท่านสุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ครับผม

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านยื่นมาเลยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ว่ามีการกระทำผิด มีผู้ลงลายมือชื่อ มากกว่า ๓๐ คนครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็นอะไร คือยื่นมาเพราะว่าเดี๋ยวประธานจะวินิจฉัยตามข้อร้องเรียนของท่าน

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ขอให้ท่านประธานนำไปวินิจฉัย แล้วถ้ามีการดำเนินการผิดอีก เราก็จะทำการประท้วงทำหนังสือถอดถอนอย่างนี้อีกนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ไปเอามาเลยนะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

เพราะว่าไม่ต้องการให้เกิดบรรยากาศ ประชาชนเข้าใจผิดว่าเรามาทะเลาะกันครับ แต่เราทำตามกฎหมาย จึงขออนุญาตนำเสนอ หนังสือนี้โดยรายชื่อของ ส.ส. ครบถ้วนครับ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ไปเอามาเลยนะครับ ผมเพิ่งขึ้นมายังไม่มีผิดอะไรเลย ท่านจะประท้วงอะไรครับ เชิญครับ ประท้วงทีละท่านครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมใช้สิทธิประท้วงตั้งแต่ท่านประธานวิสุทธิ์ได้ทำหน้าที่

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจะประท้วงอะไรครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ผมประท้วงท่านประธาน ในข้อ ๘ มีอยู่ ๒ ประเด็น

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ประเด็นแรก กรณีที่หมอวรงค์ ได้อภิปรายในสภาแล้วได้ใช้เอกสารพร้อมคลิปวิดีโอในการประกอบการอภิปราย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ เอกสารนี้ผมตรวจดูเมื่อเช้าแล้วกับเจ้าหน้าที่ ผมอนุญาตแล้วครับ ถือว่าเป็นที่ยุติ แล้วครับ ท่านประท้วงข้อบังคับ ข้อ ๘ ผมนี่เรื่องอะไรครับ ว่าประธานเป็นอะไร

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ท่านฟังต่อ เรื่องคลิปแล้วก็ หลักฐานที่ใช้ในการอภิปรายท่านประธานต้องเรียกเก็บจากผู้อภิปรายเพื่อตรวจสอบ ข้อเท็จจริง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ นั่งลงครับ คือเอกสารแล้วก็คลิปทั้งหมดทางฝ่ายข้าราชการเขาจะเก็บไว้ชุดหนึ่ง แล้วผมเองก็มาตรวจสอบเพราะผมถามว่าเมื่อเช้าท่านใดจะรีบพูดก่อนก็เร่งรัดให้กับท่านก่อน อันนี้ตรวจแล้วคือยุติแล้วนะครับ นั่งลงครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ละครับ พอแล้วครับ ผมวินิจฉัยแล้วไม่ได้ผิดตามข้อบังคับ ข้อ ๘ อย่างที่ท่านว่านั่งลงครับ เดี๋ยวท่านอื่นจะได้อภิปราย มีท่านอื่นอภิปรายไหมครับ ท่านจุรินทร์ เดี๋ยวผมถามท่านจุรินทร์ก่อน จบประเด็นนี้แล้วจะมีท่านอื่นไหมครับ เชิญครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมไม่ทราบว่า ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่คืออะไรเพราะไม่ทราบรายละเอียด แต่ขออนุญาตกราบเรียน กับท่านประธานสั้น ๆ ไว้เป็นหลักฐาน ว่านี่คือรูปแบบหนึ่งของการข่มขู่ คุกคามการปฏิบัติหน้าที่ ของฝ่ายค้าน ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในการตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายบริหารโดยชอบ รัฐบาลเผด็จการในอดีตผมยังไม่เห็นรูปแบบที่ทำในลักษณะนี้เลยครับ เพราะฉะนั้นขอความกรุณา นายกรัฐมนตรีอ้างเมื่อเช้าว่าจะยึดมั่นศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย ประชาธิปไตยที่เรา ใช้กันอยู่คือประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา มีฝ่ายบริหาร มีสภา ฝ่ายบริหารบริหารราชการแผ่นดิน ฝ่ายค้านมีหน้าที่ตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน พวกกระผมทำหน้าที่โดยสุจริต ตามรัฐธรรมนูญเพื่อรักษาผลประโยชน์ของบ้านเมือง ผมไม่เคยเจอรูปแบบอย่างนี้มาก่อน ผมอยู่ในสภานี้มาหลายสิบปีแล้วนะครับ นี่คือรูปแบบหนึ่งของการข่มขู่ คุกคามการปฏิบัติ หน้าที่ของตัวแทนประชาชนในสภาในการตรวจสอบฝ่ายบริหารเพื่อรักษาผลประโยชน์ของ ประชาชน ผมกราบเรียนเท่านี้ครับเพื่อจะได้บันทึกไว้เป็นหลักฐานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ เดี๋ยวท่านสุนัยชี้แจงในประเด็นเรื่องข่มขู่ก็พอแล้วครับ ท่านมีเจตนาอะไร ก็พูดสั้น ๆ มา แล้วก็เดี๋ยวท่านอื่นเตรียมอภิปรายต่อนะครับ เดี๋ยวครับคุณหมอวรงค์ให้จบ ประเด็นนี้ก่อนเราจะได้เดินหน้าได้

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมคิดว่าสิ่งที่เราทำนี้ ไม่ใช่การข่มขู่เลยครับ แล้วก็เกิดขึ้นแล้วเมื่อวานนี้ ทั้ง ๒ ฝ่ายก็ตกลงเห็นตรงกัน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอธิบายเลยนะครับที่ท่านพูดแล้วก็ส่งมาที่ผมนี่ท่านจุรินทร์บอกว่าพฤติกรรมอย่างนี้ เป็นอย่างนี้ ท่านก็อธิบายให้เข้าใจมันจะได้ผ่านไปได้นะครับ เชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ก็ข้อเท็จจริงการอภิปรายของท่านนี่ ผิดกับกฎหมายรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๑๕๘ วรรคสอง เรื่องการทุจริตข้าวนั้น การถอดถอน ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็ไม่ใส่ไว้ เตือนแล้ว ผมก็บอกแล้วว่าท่านครับอันนี้เป็นการกระทำที่ผิด ถ้าท่านจะตรวจสอบอย่างไรเชิญเลยครับ จะตรวจสอบเลยไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์เราก็ไม่เคยประท้วงครับ จะบอกว่าผิดอะไร ๆ ท่านก็พูดไป แต่ว่าการกระทำ ของท่านกล่าวชัดเจนหลายครั้ง การประท้วงในสภาเราก็เกรงใจท่านประธาน เห็นใจท่านประธาน และเห็นใจประชาชนไม่อยากให้เกิดอย่างนั้น ผมจึงขอสิทธิไว้กับท่านรองวิสุทธิ์ว่าผมจะขอ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ เดี๋ยวผมจะรับเรื่องไปแล้วก็เดี๋ยวประชุม

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

และเพื่อให้เข้าใจชัดเจนครับ ท่านประธาน เมื่อกี้ผมจะอ่านก็หาว่าปกปิด ผมไม่มีปกปิดอะไร รัฐบาลไม่มีปกปิดอะไร แต่ว่าฝ่ายค้านต่างหาก ผมขออนุญาตอ่าน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอแล้วครับ ได้ชี้แจงเรียบร้อยแล้วครับ มันจะไม่จบครับ เดี๋ยวผมจะสำเนาให้ฝ่ายค้านแล้วกัน เราจะไม่ต้องเสียเวลา แล้วทางฝ่ายค้านมีท่านใดจะอภิปรายต่อไหมครับ ไม่อนุญาตนะครับ ท่านจะอภิปรายท่านต่อไปเชิญครับ คืออย่างนี้ครับเพื่อที่จะให้การประชุมราบรื่นเอาอย่างนี้ครับ ท่านนั่งลงก่อนครับ ใจเย็น ๆ เดี๋ยวผมจะได้อธิบายข้อกฎหมายแล้วก็ข้อบังคับ คือฝ่ายค้าน ท่านใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๘ มาตรา ๑๕๙ เสร็จแล้วถ้าหากว่ายื่นถอดถอน ท่านก็ต้องยื่นต่อประธานวุฒิสภา แล้วก็ขณะนี้ก็ได้แจ้งกับทางสภาเรียบร้อยแล้วว่ามีการถอดถอน แล้วก็มีประเด็นอะไรบ้าง ประเด็นที่ท่านสงสัยประเด็นเดียวก็คือว่าสิ่งซึ่งคุณหมอวรงค์ ได้นำเสนอข้อเท็จจริงเพื่อที่ท่านจะโยงให้เห็นถึงว่าการดำเนินการในการรับจำนำข้าวมีบุคคล ที่เกี่ยวข้องมากมาย ในทัศนะของผู้อภิปรายท่านก็พยายามอภิปรายว่านี่แหละคือ การปล่อยปละละเลย แต่เมื่อท่านฟัง อย่างนี้คือการอภิปรายว่านายกรัฐมนตรีทุจริต เพราะปล่อยให้มีการทุจริต ประเด็นนี้ผมได้ปรึกษาหารือกันมาครั้งหนึ่งแล้วว่า คำว่า ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตจะถือว่าร่วมกันทุจริตหรือไม่มันก็ต้องอยู่ที่ข้อเท็จจริง ในการนำเสนอในที่ประชุม ฉะนั้นประธานจะต้องวินิจฉัยฉะนั้นประเด็นที่ท่านนำเสนอเข้ามา เดี๋ยวผมจะนำกราบเรียนต่อท่านประธานเพื่อทำการวินิจฉัยต่อไป

(นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ประท้วงเชิญครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากเมื่อกี้ท่านประธานวิปท่านจุรินทร์ได้ใช้คำพูดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ หาว่าพวกผมไปข่มขู่ คุกคามการทำหน้าที่ของอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งกำลังทำหน้าที่อภิปราย ผมขออนุญาตท่านประธานให้ถอนคำพูด เพราะว่าพวกผมเองนั้นเมื่อกี้ยื่นหนังสือ โดยเจตนารมณ์เพื่อที่จะให้ถูกต้องตามข้อบังคับการประชุมและรัฐธรรมนูญ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ท่านวิชาญครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานฟังก่อนสิครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ มันจะจบอยู่แล้วผมก็ให้สิทธิท่านสุนัยชี้แจงแล้วก็ไม่มีการข่มขู่ ถ้าอย่างนั้น ท่านว่ามาเดี๋ยวผมจะวินิจฉัยก่อนครับ เชิญครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ ท่านประธานก็ได้ยิน เพื่อนสมาชิกในสภาก็ได้ยิน การกล่าวหาอย่างนี้แสดงว่าพวกผม ไม่ได้ทำหน้าที่ในส่วนของการตรวจสอบและการฟัง เพราะว่าการยื่นญัตติครั้งนี้ยื่นตาม รัฐธรรมนูญ เมื่อฝ่ายค้านทำหน้าที่อภิปรายพวกเราก็ฟังแล้วก็ตรวจสอบ แต่เมื่อ ผิดรัฐธรรมนูญพวกเราก็ลงชื่อแล้วให้ท่านสุนัยทำหนังสือยื่นต่อท่านประธาน แต่ท่านจุรินทร์เอง ขึ้นมาพูดเสมือนว่าพวกผมทำหน้าที่ในการข่มขู่ ท่านประธานช่วยวินิจฉัยด้วยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมจะวินิจฉัยครับ เข้าใจแล้วครับ ท่านจะบอกว่าใช้คำพูดไม่สุภาพใช่ไหมครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ไม่ใช่ไม่สุภาพครับ พูดจาคล้าย ๆ ว่าพวกผมทำหน้าที่ ใส่ร้ายพวกผมละพูดง่าย ๆ คุกคามการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ พอแล้วเดี๋ยวผมวินิจฉัยครับ ผมจะวินิจฉัยครับ นั่งลงก่อน ผมยังไม่วินิจฉัยเลย ที่ท่านสุนัยได้ยื่นมาแล้วก็ท่านจุรินทร์ได้ออกความเห็น เป็นการแสดงความเห็นของ ท่านจุรินทร์แล้วผมก็ให้ทางท่านสุนัยนำเสนอแล้ว ผมว่าเรื่องนี้ผมถือว่ายังไม่เป็นการใส่ร้าย เชิญต่อครับ เชิญท่านจะอภิปรายครับ เชิญฝ่ายค้านครับ ไม่ให้ประท้วงแล้ว จบแล้วครับ เชิญท่านอภิปรายในประเด็นอื่นต่อ เชิญครับ ท่านมีเอกสารแสดงประกอบแล้วใช่ไหมครับ เดี๋ยวขอดู ขอให้เจ้าหน้าที่ส่งมาก่อน คือฟิวเจอร์บอร์ดของท่าน ๔ แผ่น แล้วก็ภาพและเสียง ๑ แผ่น ถูกต้องนะครับ เชิญครับ

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ จากนี้ต่อไปผมก็จะเข้าญัตติที่ได้มีการอภิปรายกันมาตลอด วันนี้เป็นวันที่ ๒ แต่ผมขอเน้นท่านประธานไปถึงทางรัฐบาลครับว่าผมจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มีพฤติกรรมการบริหารราชการแผ่นดิน ที่บกพร่อง ล้มเหลว ผิดพลาด ไร้ความสามารถ ไร้ประสิทธิภาพ ไม่ปฏิบัติตามนโยบาย ที่ได้แถลงไว้กับรัฐสภาและพี่น้องประชาชน มีพฤติกรรมปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต การใช้จ่ายเงินแผ่นดินกระจายไปในกลุ่มและหน่วยต่าง ๆ ท่ามกลางความเดือดร้อน แสนสาหัสของคนไทยทั้งประเทศ ที่ผมมีความจำเป็นที่จะต้องเรียนในเรื่องนี้ไว้ในเบื้องต้น เพราะเนื่องจากว่าสิ่งที่ผมจะอภิปรายนั้นแน่นอนครับผมจะชี้ให้เห็นว่าพฤติกรรม ในการปล่อยปละละเลยของท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลชุดนี้นั้นเป็นอย่างไร และสร้างความเสียหายให้กับประเทศนี้ งบประมาณ รวมถึงพี่น้องประชาชนอย่างไร ผมขออนุญาตท่านประธานเลยครับเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา จริง ๆ ผมจะอภิปราย ท่านนายกรัฐมนตรีแต่ท่านก็ไม่ได้อยู่ในห้องนี้นะครับ แล้วก็เรื่องที่ผมจะอภิปรายนั้น ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับโครงการรับจำนำมันสำปะหลังของรัฐบาล ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีคงจะได้ฟังอยู่ที่ไหนสักแห่งหนึ่ง แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ก็คงจะมอบหมายให้กับใครได้หรือไม่ผมไม่ทราบนะครับ แต่ว่าผมเรียนอย่างนี้ครับ โครงการรับจำนำมันสำปะหลังของรัฐบาลนั้นจริง ๆ แล้วไม่ได้แตกต่างอะไรกับโครงการ รับจำนำข้าวเมื่อสักครู่ แต่รายละเอียดและวิธีการในการที่จะมีการซิกแซ็ก มีระบบในการซุก ปิดบัง ปกปิด และกระทบโดยตรงถึงพี่น้องเกษตรกรชาวไร่คล้าย ๆ กันครับ ผมเรียนว่าโครงการในการรับจำนำมันสำปะหลังของรัฐบาลในครั้งนี้รัฐบาลได้ประกาศเอาไว้ ในปีที่แล้วคือปี ๒๕๕๔ ว่าตั้งงบประมาณไว้ที่ ๓๓,๐๐๐ ล้านบาทครับ และผมเรียน ท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่านจะบอกว่าท่านไม่รับทราบคงไม่ได้ และผมเรียนว่า ผมจะไม่อ้อมค้อมนะครับ ผมรู้ว่าเวลามีไม่มาก ผมอยากให้รัฐบาลและท่านนายกรัฐมนตรี ได้เข้าใจครับว่าโครงการที่ท่านได้พูดเอาไว้กับพี่น้องประชาชนตั้งแต่ตอนหาเสียง แล้วก็ประกาศว่าเป็นนโยบายของรัฐบาลที่จะแก้ไขปัญหาในเรื่องของราคามันสำปะหลัง ให้กับพี่น้องเกษตรกรจะเร่งทำ ท่านทราบไหมครับ เรื่องที่ ๑ ที่รัฐบาลทำ แล้วส่งผลกระทบโดยตรงกับพี่น้องเกษตรกรคืออะไร มีการประกาศออกมาว่าจะมี การรับจำนำมันสำปะหลัง ในปีที่แล้วคาดว่าจะเริ่มได้ในเดือนพฤศจิกายนของปี ๒๕๕๔ โดยฤดูกาลของพี่น้องชาวไร่ที่ปลูกมันสำปะหลังนั้นในช่วงปลายฝนเขาก็จะรีบในการที่ ปลูกให้เสร็จแล้วก็มีการขุดหัวมันสำปะหลังออกมาให้ทันในเดือนพฤศจิกายนเพื่อจะได้เตรียม ในการปลูกรอบต่อไป เมื่อรัฐบาลมีนโยบายออกมาว่าจะมีการรับประกันและดูแลจำนำ ยกเลิกการประกัน จำนำมันสำปะหลังในเดือนพฤศจิกายนพี่น้องเกษตรกรก็เริ่มขุดครับ ขุดหัวมันสำปะหลังออกมาเพื่อจะเอาเข้าไปในโรงสีแล้วก็ลานมันสำปะหลังที่รัฐบาล ได้เตรียมเอาไว้ แล้วก็ต้องเรียนว่าราคามันสำปะหลังในปีที่แล้วในช่วงปลาย ๆ ปีก็คือ ก่อนเดือนพฤศจิกายนนั้นราคามันสำปะหลังต่อกิโลกรัมตกดิ่งลงมาเหลือบาทกว่า ๆ ๑.๙๐ บาท เพราะฉะนั้นเขาก็หวังใจครับว่าโครงการรับจำนำของรัฐบาลนั้นที่จะประกาศว่า จะเริ่มในเดือนพฤศจิกายนก็คงจะช่วยให้พี่น้องเกษตรกรได้ลืมตาอ้าปากขึ้นมาบ้าง ผมเชื่อว่าในสภาแห่งนี้มีหลายจังหวัดครับที่มีชาวไร่มันสำปะหลังอยู่ในจังหวัดของตัวเอง ท่านคงจะจำได้ว่ามีม็อบ มามากมายในช่วงปลายปีที่แล้ว แล้วก็ร้องเรียนไปถึงยัง ส.ส. ในสภาแห่งนี้ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน รวมถึงหน้าทำเนียบรัฐบาล ว่าช่วยแก้ไขปัญหา ราคามันสำปะหลังให้ด้วยตามนโยบายของรัฐบาลที่ได้ประกาศเอาไว้ ผมก็ติดตามไปดูครับว่าในเดือนพฤศจิกายนที่ประกาศไว้ตกลงราคามันสำปะหลังแล้วรัฐบาล จะประกาศรับจำนำในราคาเท่าไร พี่น้องเกษตรกรก็รอคอยพร้อม ๆ กันครับ บางส่วนได้ขุด หัวมันสำปะหลังมาใส่รถเตรียมที่จะเข้าลานมันสำปะหลังแล้วก็ลงแป้งเพื่อจะไปเข้าโครงการ รับจำนำของรัฐบาล แต่ท่านทราบไหมครับว่าอะไรเกิดขึ้น อยู่ดี ๆ เดือนพฤศจิกายนก็แล้ว เดือนธันวาคมก็แล้ว จนขึ้นปีใหม่ ๒๕๕๕ ก็แล้ว จนปลายเดือนมกราคมครับ ๓ เดือน เดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคมแล้วก็เดือนมกราคมในปี ๒๕๕๕ ๓ เดือน โครงการ รับจำนำของรัฐบาลในส่วนของมันสำปะหลังยังไม่สามารถดำเนินการได้ แล้วท่านประธาน ทราบไหมครับว่าพี่น้องเกษตรกรเขาต้องทำอย่างไร เขาต้องยอมขุดหัวมันสำปะหลังของเขา ขึ้นมาแล้วก็ขายเท่าที่จะขายได้ กิโลกรัมหนึ่งไม่ถึงบาทก็มีครับ ๑.๑๐ บาทถือว่าดีที่สุดแล้ว ทั้ง ๆ ที่ราคาต้นทุนอย่างน้อยต้อง ๒ บาทต่อกิโลกรัม แต่สิ่งที่มันเกิดขึ้นแล้วผมจะเรียน ท่านประธานไปถึงพี่น้องเกษตรกรที่ปลูกมันสำปะหลังในทุกจังหวัดนะครับว่าผมก็ไป สอบถามมาว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับนโยบายแล้วก็โครงการของรัฐบาลที่ต้องเลื่อนไปถึง ๓ เดือน ผมก็นึกว่าเป็นเรื่องความไม่พร้อมของรัฐบาลแล้วของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผมขออนุญาตพูดฝากไปยังชาวไร่มันสำปะหลังทั่วประเทศนะครับว่าผมไปสืบมาแล้วครับ ว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้นนั้นไม่ได้เกี่ยวกับการบริหารจัดการของรัฐบาลไม่ทันเลย มันเกี่ยวข้องกับ รัฐมนตรีท่านหนึ่ง ในเดือนตุลาคมได้มีโอกาสไปเปิดงานที่จังหวัดนครราชสีมาหรือโคราช แล้วได้ไปเจอผู้มีพระคุณของท่านรัฐมนตรีท่านนั้น แล้วที่ผมพูดนี่ยืนยันได้เพราะมีนักข่าว แล้วก็มีผู้ที่เข้าไปร่วมงาน แล้วก็ผู้ที่อยู่ในหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องในเรื่องเกี่ยวกับ มันสำปะหลังเยอะแยะเลยครับ ท่านรัฐมนตรีท่านนั้นได้ลงไปคุกเข่าแล้วก็ลงไปกราบสวัสดี กับผู้มีพระคุณท่านนั้น แล้วทุกคนหลาย ๆ คนแถวนั้นก็ได้ยินครับว่าผู้มีพระคุณท่านนั้น ได้พูดกับท่านรัฐมนตรีว่าราคามันสำปะหลังกำลังจะขึ้นอย่าเพิ่งรีบแล้วผู้มีพระคุณท่านนั้น ชื่อขึ้นต้นด้วย ส. ครับ นามสกุลขึ้นต้นด้วย ห. ครับ เดี๋ยวจะหาว่าผมพูดไม่มีตัวตนครับ แล้วก็มีพยานหลายคนเห็นครับ แล้วบุคคลที่มีพระคุณท่านนั้นกับรัฐมนตรีเป็นเจ้าของ โรงแป้งครับ หลังจากนั้นโครงการรับจำนำของรัฐบาลก็เลื่อนออกไปเดือนพฤศจิกายนก็แล้ว เดือนธันวาคมก็แล้ว เดือนมกราคมปี ๒๕๕๕ ก็แล้วก็ยังไม่เริ่มครับเพราะเกรงใจผู้มีพระคุณ ของท่านรัฐมนตรีท่านนั้น นั่นคือเหตุผลที่ผมวันนี้ต้องมาอธิบายแล้วฟ้องให้กับ พี่น้องประชาชนได้ฟังอย่างไรครับว่าที่ท่านต้องขาดทุนขายมันสำปะหลังในราคาตกต่ำ รอที่จะเข้าโครงการรับจำนำของรัฐบาล ๓ เดือนเข้าไม่ได้เพียงเพราะความต้องการจะดูแล แล้วก็เกรงใจผู้มีพระคุณของรัฐมนตรีแค่นั้นเองครับ ไม่ได้เกี่ยวอะไรเลยครับกับโครงการ ที่เตรียมเอาไว้แล้วก็ไม่มีความพร้อม นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะเรียนว่า ๓ เดือนพี่น้องประชาชน ทนทุกข์ขนาดไหน แล้วสิ่งที่ผมพูดผมเชื่อว่าสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้หลายจังหวัด ที่มีพี่น้องเกษตรกรปลูกมันสำปะหลังอยู่ในจังหวัดท่าน ท่านลองกลับไปถามดูสิครับ ว่าปลายปีที่แล้วเดือนที่ผมบอกก่อนที่จะปีใหม่เข้าเดือนมกราคมนี่เขาขายหัวมันสำปะหลังกัน ได้ถึงบาทไหม หรือ ๑.๑๐ บาทได้ไหม ทั้ง ๆ ที่ราคาต้นทุนอย่างที่ผมเรียนไปว่า อย่างน้อยต้อง ๒ บาท นี่คือประเด็นแรกครับว่ายังไม่ทันไรก็หลอกประชาชนทำให้เขา เดือดร้อนนะครับ แล้วก็เลื่อนไป ๓ เดือน คราวนี้เพื่อความเป็นธรรมครับก็กระเถิบมา นิดหนึ่งในเดือนกุมภาพันธ์ รัฐบาลก็เปิดโครงการรับจำนำมันสำปะหลังตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ จนถึง ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ไหน ๆ ก็เลื่อนมา ๓ เดือนแล้ว ตอนนี้เข้ามาในช่วงของเวลา ที่มีการเริ่มโครงการรับจำนำมันสำปะหลัง รัฐบาลก็ประกาศครับว่าจะเริ่มโครงการรับจำนำ มันสำปะหลังในวันที่ ๑ กุมภาพันธ์จนถึง ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕ โดยเดือนกุมภาพันธ์ จะรับจำนำมันสำปะหลังในราคา ๒.๗๕ บาท ท่านประธานแล้วก็เพื่อน ๆ สมาชิก แล้วก็พี่น้องประชาชนจำเลขนี้ไว้ให้ดีนะครับ เข้าโครงการเดือนกุมภาพันธ์ รัฐบาลประกาศว่าจะรับจำนำในกิโลกรัมละ ๒.๗๕ บาท ในเดือนมีนาคมถัดไปอีกเดือนหนึ่งจะเพิ่มให้อีกเป็น ๒.๘๐ บาท ในเดือนเมษายน ๒.๘๕ บาท และในเดือนสุดท้ายคือเดือนพฤษภาคมจะได้ ๒.๙๐ บาทต่อกิโลกรัม ท่านประธานตามผมทันนะครับ ๒.๗๕ บาทแล้วก็ ๒.๙๐ บาท อันนี้คือมากที่สุด เดี๋ยวผม จะเรียนท่านประธานครับแล้วก็ทุกท่านให้เข้าใจว่าเกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลังทั้งหลาย เขาทนทุกข์เพราะอะไร ท่านทราบไหมครับหลังจากนั้นเกษตรกรก็พยายามเอามันสำปะหลัง เข้ามาจำนำกับโครงการของรัฐบาลเพราะหวังใจว่าจะได้ราคาอย่างที่ผมบอกนี่แหละครับ อย่างน้อย ๒.๗๕ บาทถึง ๒.๙๐ บาทต่อกิโลกรัม ปรากฏครับปัญหาที่เจอตั้งแต่แรกเลย ยังไม่ทันเข้าไปชั่งน้ำหนักแล้วก็รับจำนำ ตีเป็นราคาเลย ปรากฏบางจังหวัดมีพี่น้องเกษตรกร หลายพันคนหลายหมื่นคนที่จะต้องเข้าโครงการแล้วก็เอาไปจำนำ บางจังหวัดมี ลานมันสำปะหลังที่รับจำนำอยู่ ๑ ลานครับ บางจังหวัดมีอยู่ ๑ ลานกับอีก ๑ โรงแป้ง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้พี่น้องเกษตรกรที่เขาขุดมันสำปะหลังขึ้นมาแล้วใส่หลังรถ เตรียมจะมาจำนำ ปัญหาของเขาคืออะไรท่านประธานทราบไหมครับ เดี๋ยวคนจะนึกว่า ก็คอยได้ นอกจากมันไม่ครบแล้วผมไปคุยกับเกษตรกรที่ทำเรื่องมันสำปะหลัง แล้วขุดมันสำปะหลังมาว่าเหตุผลมันคืออะไร เขาบอกถ้าเขาขุดขึ้นมาแล้วเขาไปคอย หน้าโรงแป้งหรือลานมันสำปะหลังที่รับจำนำถ้าเขาคอยเกิน ๒ หรือ ๓ วันยิ่งเวลานานเข้าไป กว่าเขาจะได้เข้าไปชั่งตราชั่งแล้วก็ตีมาเป็นราคา เชื้อมันสำปะหลังก็จะถูกลดลง หมายถึงว่า ราคาที่เขาจะได้นั้นก็ต้องถูกตีต่ำลงไปด้วย เขายกตัวอย่างให้ผมว่ารถบรรทุกคันหนึ่งที่เขาขน หัวมันสำปะหลังเข้าไปในโรงมันสำปะหลังเพื่อจะเข้าไปจำนำ เขาบอกเขาขนเข้าไป รถบรรทุกคันหนึ่งประมาณ ๑๐ ตัน เขาบอกเขาก็ตีราคาออกมาเวลาเขาออกมาเขาได้แค่ ๖ ตัน แต่ต้นทุนไม่ว่าจะเป็นค่าขุด ค่าดำเนินการ ค่าอะไรของเขาทั้งหมด พื้นฐานอยู่ที่ ๑๐ ตัน นั่นก็เป็นเหตุผลหนึ่งคือรัฐบาลไม่มีความจริงใจครับ หน่วยงานไม่มีความพร้อมเลยที่จะไป เตรียมการให้พี่น้องเกษตรกรได้เข้าไปจำนำ แล้วก็มีความพร้อมตามที่รัฐบาลได้ประกาศเอาไว้ นี่คือประเด็นแรก ทีนี้กลับมาดูประเด็นที่มีความสำคัญก็คือว่าราคาที่รัฐบาลประกาศไว้กับ เกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลังทั้งหลายที่เขาขุดหัวมันสำปะหลังเพื่อจะเข้าไปจำนำ เขาก็หวังใจอย่างที่ผมบอกว่าเดือนกุมภาพันธ์ก็จะได้ ๒.๗๐ บาทต่อกิโลกรัม สิ่งที่เกิดขึ้นครับ ท่านประธาน เดี๋ยวจะหาว่าผมโกหก ก็เป็นความยากลำบากเล็กน้อยที่ผมก็ต้องไปหาข้อมูล แล้วก็ไปดูสิว่าเกษตรกรที่มาในเดือนต่าง ๆ ในช่วงจำนำของโครงการของรัฐบาลนั้นเกษตรกร เขาได้จริง ๆ เท่าไร แล้วงบประมาณที่ตั้งไว้ตั้ง ๓๓,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเขาได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ที่เหลือมันหายไปไหน ผมขออนุญาตท่านประธานนะครับ ผมพยายามจะทำให้มันใหญ่หน่อย เผื่อใครที่ไม่เคยเห็นก็จะได้เห็น โดยเฉพาะทางรัฐบาลนะครับ

สิ่งที่ผมนำมานี้เขาเรียกว่าใบชั่งน้ำหนัก ซึ่งพี่น้องเกษตรกรที่ใส่รถบรรทุก ก่อนที่จะเข้าไปในโรงมันสำปะหลังหรือลานมันสำปะหลังก็ดีหรือว่าโรงแป้งก็ดี ที่จะไปจำนำ เมื่อเข้าไปเขาจะมีเลยว่าอันนี้ที่ผมเรียนให้ดูนะครับ จะเห็นว่าวันที่ ๒๒ มีนาคม ซึ่งจะเห็นว่าอยู่ในช่วงของการรับจำนำโครงการของรัฐบาลทั้งนั้นนะครับ เขาบอกเลยครับว่า ตอนเข้าเวลา ๑๓.๕๙ นาฬิกา ตอนออก ๑๔.๐๙ นาฬิกา น้ำหนักที่เข้าไป สาระสำคัญ ไม่ได้อยู่ตรงนี้หรอกครับ มันอยู่ที่เวลาเขาออกมาแล้วเขาก็บอกมาเลยครับว่าราคาต่อตัน ๒,๒๕๐ บาท นั่นหมายความว่ากิโลกรัมหนึ่งเขาได้ ๒.๒๕ บาท ผมถามว่าท่านจำได้ไหมครับ เมื่อกี้ที่ผมบอก ถ้าในเดือนมีนาคมที่เขาเข้าอย่างน้อยที่รัฐบาลประกาศไว้ต้อง ๒.๘๐ บาทต่อกิโลกรัม นี่เขาเข้าไป ๒.๒๕ บาท ก็หายไปอีกหลายสตางค์อยู่ เมื่อคูณออกมาจะเป็นเท่าไร อันต่อไปครับ ยังไม่หมด ในช่วงของวันเดียวกัน เอาอีกครับ เข้าไปในเวลา ๒๐.๐๐ นาฬิกา ออกมา ๒๐.๑๕ นาฬิกา ผ่านตาชั่ง ออกมาเช่นกันครับ ได้เงินหักทั้งหมดแล้วราคาต่อตัน ๒,๒๕๐ บาทต่อตัน เพราะฉะนั้นต่อกิโลกรัมก็ ๒.๒๕ บาท รัฐบาลประกาศไว้ ๒.๘๐ บาท เมื่อสักครู่วันที่ ๒๒ เดี๋ยวท่านจะบอกว่าผมไปเอามาวันเดียว นี่วันที่ ๒๓ ครับ ในเดือนเดียวกัน คือเดือนมีนาคม ๒๕๕๕ เช่นกันครับ เข้าไปเวลา ๒๐.๐๐ นาฬิกา ออกมา ๒๐.๐๙ นาฬิกา ๒,๒๕๐ บาทต่อตัน ก็เท่ากับ ๒.๒๕ บาท นี่แหละครับทำให้ผม มีความจำเป็นจริง ๆ เดี๋ยวมีอีกแผ่นหนึ่งนะครับ ช่วงระยะเวลาที่ผมนำเรียนเป็นช่วง เดือนมีนาคม ทีนี้ผมก็ไปหามาอีกครับว่านี่คือใบชั่งแต่ของอีกบริษัทหนึ่ง แต่อันนี้เป็นในช่วง เดือนสุดท้ายของการรับจำนำก็คือเดือนพฤษภาคมต่อเดือนมิถุนายน อันนี้เขียนไว้ชัดเจน เลยครับว่าราคาที่ชั่งที่ได้ของมันสำปะหลังทั้งหมดเป็นราคา ๒.๔๘ บาท ซึ่งเดือนสุดท้าย ควรจะได้ ๒.๙๐ บาท อันนี้เป็นประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากจะเรียนว่านี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง แล้วผมเชื่อว่าพี่น้องเกษตรกรที่ทำมันสำปะหลังวันนี้เขารู้ดีกว่าผมครับ บางคนได้น้อยกว่านี้ อันนี้ผมพยายามให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลนะครับ ไปเอาในส่วนที่คิดว่าพอรับได้ สูงที่สุด เท่าที่จะหาได้ แล้วผมกล้าท้าเลยครับว่าถ้าท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งผมอภิปรายไม่ไว้วางใจท่าน ท่านมีข้อมูลแล้วมาตอบผมสิครับว่ามีชาวไร่มันสำปะหลังสัก ๑ คนไหม ที่ในช่วงเดือน ที่กำหนดไว้นั้นได้เต็มราคาที่รัฐบาลประกาศ ๒.๗๕ บาทต่อกิโลกรัม หรือ ๒.๙๐ บาทต่อ กิโลกรัม ลองหามาให้ดูหน่อยครับ พี่น้องชาวไร่ที่ผมไปคุยบางคนได้ ๒.๑๐ บาทก็มี แต่ผมเรียนท่านประธานว่าผมก็ให้ความเป็นธรรมอย่างไรครับ ผมก็พยายามไปหาที่มากที่สุด เท่าที่จะหาได้แล้วที่สอบถามก็เท่านี้ครับ ซึ่งก็ยังน้อยกว่าราคาที่รัฐบาลประกาศไว้ แล้วยังมี เรื่องอื่น ๆ อีกนะครับ ยังมีเรื่องของการใช้วิธีเอาเรียกว่าสิ่งเจือปน ซึ่งหลาย ๆ คนฟัง ก็จะบอกว่าทำไมผมไม่พูดถึงสิ่งเจือปน สิ่งเจือปนก็หมายถึงว่าเขามีกำหนดไว้ครับว่า นอกจากเชื้อแป้ง ๒๕ เปอร์เซ็นต์แล้วจะได้ในราคาเต็ม ก็ยังมีสิ่งเจือปน อย่างเช่นถ้าชั่ง เข้าไปแล้วมีหิน ดิน ทราย เขาก็ให้หักในราคาตามสัดส่วนที่มันมีสิ่งเจือปน ก็พยายาม ให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลทุกอย่างครับ ลองดูสิว่าถ้ามันได้มากที่สุดเต็มที่เท่าไร ก็ได้แค่นี้จริง ๆ ผมถามว่าแล้วที่รัฐบาลประกาศออกมาแล้วให้พี่น้องเกษตรกรเขามี ความตั้งใจที่เขาอยากได้ราคาที่รัฐบาลประกาศก็ไม่จริงครับ ผมถึงจะเรียนครับว่า นอกเหนือจากความไม่พร้อม นอกเหนือจากการเลื่อนโครงการมา ๓ เดือน ทำความเสียหายให้กับพี่น้องเกษตรกร พอเข้าโครงการราคาที่ประกาศไว้ในแต่ละเดือน ที่รับจำนำก็ไม่ได้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น แล้วเดี๋ยวผมจะทำให้ท่านประธานดู แล้วใครได้ประโยชน์จากส่วนต่างที่เกิดขึ้น

ในอีกเรื่องหนึ่งนอกเหนือจากราคาครับ เรื่องนี้ผมขออนุญาตท่านประธาน เลยครับว่าเป็นเรื่องที่ต้องตั้งใจดี ๆ แล้วพี่น้องประชาชนจะต้องถึงขั้นตกใจครับว่าเงินภาษี ของท่านวันนี้ไม่ได้ดูแลเฉพาะพวกเราคนไทยนะครับ เราใจกว้างครับท่านประธาน รัฐบาล ชุดนี้ใจกว้าง ถามว่าไปดูแลใคร เดี๋ยวผมจะบอกให้ครับ เราได้เคยสอบถามในสภาแห่งนี้ โดยพรรคฝ่ายค้านนี่แหละครับตั้งกระทู้ถามรัฐบาลว่าได้ยินข่าวว่ามีการสวมสิทธิ์ มันสำปะหลังจากเพื่อนบ้านจริงหรือไม่ ท่านรัฐมนตรีได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี ในวันนั้น เราถามนายกรัฐมนตรีนะครับ แต่ท่านนายกรัฐมนตรีมอบให้รัฐมนตรีมาตอบ ในวันนั้น ท่านรัฐมนตรียอมรับครับว่าการสวมสิทธิ์หรือการนำมันสำปะหลังข้ามมาจาก ประเทศเพื่อนบ้านนั้นมีจริง ทีนี้เพื่อความเป็นธรรมอีกครั้งหนึ่งครับ แล้วก็อยากให้ พี่น้องประชาชนที่ดูอยู่ทางบ้านได้เห็นว่าการสวมสิทธิ์และการนำมันสำปะหลังข้ามมาจาก ประเทศเพื่อนบ้านมีจริง จะเห็นว่าการสวมสิทธิ์และการนำมันสำปะหลังข้ามมาจากประเทศ เพื่อนบ้านมีจริง ผมขออนุญาตท่านประธานเปิดคลิปที่ ๑

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

อันนี้ก็จะให้เห็นครับว่า วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ซึ่งอยู่ในช่วงของการรับจำนำที่รัฐบาลประกาศไว้ครับ ภาพสโล โมชัน (Slow motion) ตรงนี้นิดหนึ่งเพื่อจะได้เห็นทะเบียนรถ จะได้เห็นว่ามันไม่ได้เป็นการตัดต่อ ภาพของใครมา ในรถเต็มไปด้วยมันสำปะหลังครับ แล้วเดี๋ยวจะเห็นด่านครับ ใจเย็น ๆ ทะเบียนรถครับ ฝั่งข้างหลังนั้นเป็นฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน กำลังวิ่งผ่านด่านเข้ามาใน ประเทศไทยครับ วิ่งมาเรื่อย ๆ ครับ เสร็จลองไปดูอีกวันครับ เมื่อสักครู่เป็นเดือนกุมภาพันธ์ อันนี้วันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๕ ครับ มาอีกแล้วครับ มาเป็นคันรถ มันสำปะหลังอยู่เต็มคันรถ มาจากประเทศเพื่อนบ้านครับ มาอีกคันหนึ่งครับ ซึ่งภาพพวกนี้เป็นสิ่งที่พวกเราก็พยายาม เพื่อจะทำให้เห็น เพื่อทุกท่านจะได้เห็น นี่ก็เป็นอีกด่านหนึ่งครับ ด่านนี้เรียกว่าด่านตาพระยา อยู่จังหวัดสระแก้ว ก็ผ่านแนวชายแดนของประเทศไทยแล้วก็ประเทศเพื่อนบ้านมาครับ มีตำรวจ ตชด. เดินอยู่ข้างหลัง ถ้าใครตาดีจะเห็นนะครับ ทีนี้นอกจากเห็นขบวนรถแล้ว เพื่อความเป็นธรรม จากนี้เดี๋ยวเราจะตามไปดูว่ารถ ๒-๓ คันนี้เขาไปไหนกัน ก็จะพยายาม ตามไปครับท่านประธาน จำรถ ๒ คันนี้ไว้นะครับ มีทั้งทะเบียนแล้วก็ด้านหลัง ทางซ้าย เห็นป้ายไหมครับ ทางซ้ายไปจังหวัดอรัญประเทศ ทางขวาจะไปอำเภอตาพระยา นี่มาที่ทำการอำเภอ เลี้ยวซ้ายแล้วครับ ไม่ไกลจากด่านเลยครับท่านประธาน เดี๋ยวท่าน จะเห็นว่ารถทั้ง ๒ คันนี้เลี้ยวเข้าไปที่ไหน เดี๋ยวผมจะบอกสถานที่ให้ เพราะผมทราบว่า รัฐบาลก็อยากทราบว่าสิ่งที่ผมพูดนี่มันอยู่ที่ไหน พอเราตามรถคันนี้ไป รถเลี้ยวครับ ๒ คัน คันแรกเข้าไปแล้ว เพื่อเป็นการกระชับผมก็ตามคันที่ ๒ มาด้วยเพราะวิ่งตามกันมา ๒ คัน ข้างหน้าที่เลี้ยวเข้าไปนั้นคือลานมันสำปะหลังที่อยู่ห่างจากด่านประมาณ ๑ กิโลเมตรครับ เป็นลานมันสำปะหลังที่อยู่ในอำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว

“............... : อยากได้ประกันรายได้แล้วจ้ะ จำนำนี่พ่อค้ามันรวย มันไม่ได้ผล เพราะว่าพ่อค้าเขาก็เอาแต่ลูกน้องเขานั่นแหละ เห็นทีจะได้อะไรเล่า ตาสีตาสาก็ฝากให้ รัฐบาลนั่นแหละมาช่วยดูแลว่าถ้าจะมีโครงการอย่างนี้อย่าเอาเลย บ่อยากได้”

นั่นเป็นเสียงของ พี่น้องเกษตรกรแถวนั้นละครับ ผมก็ไปถามว่าเป็นอย่างไร เห็นทุกวันไหม เขาบอกมีมาทุกวันครับ ภาพที่เห็นขนข้ามแดนมาจากประเทศเพื่อนบ้าน สิ่งที่ผมต้องนำเรียนแบบนี้ครับ ท่านประธาน แล้วก็ท่านสมาชิกฝากไปถึงทางท่านนายกรัฐมนตรีก็คือว่ามันสำปะหลังที่เห็น ส่วนใหญ่พอเข้ามาในลาน แล้วในช่วงเวลาที่มันเกิดขึ้นคือช่วงที่ท่านรับจำนำอยู่ ผมไม่ได้บอกหรอก ว่าทั้งหมดเป็นมันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน หมายถึงว่าทั้งหมดจำนวนที่รัฐบาล รับจำนำทั้งหมด แต่ผมบอกว่ามีส่วนใหญ่พอสมควรเลยครับที่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน แล้วมาสวมสิทธิ์ แล้วก็มารับเงินจำนำของภาษีพี่น้องประชาชนคนไทยนั่นละครับ ผมถึงบอก ประเทศไทยวันนี้ใจกว้างครับ รับจำนำดูแลเกษตรกรปลูกมันสำปะหลังในประเทศไทย ยังน้ำตาตกอยู่เลยแต่ใจกว้างไปรับจำนำดูแลเกษตรกรประเทศเพื่อนบ้านด้วย แล้วภาพทะเบียน แล้วผมเชื่อว่าท่านรัฐมนตรีก็ยังมีข้อมูลนะครับว่ามันเกิดขึ้นจริง ผมถามว่าพี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้านวันนี้ไม่รู้สึกหรือครับว่าเงินภาษีของท่านวันนี้ เอาไปช่วยประเทศเพื่อนบ้านด้วยนะครับ มันสำปะหลังให้เขาปลูกที่เขาแล้วก็มาจำนำ ที่เราได้ ผมก็ยังสงสัยอยู่ครับว่าอีก ๒-๓ ปีถึงจะเข้าเออีซี (AEC) หรือว่าอาเซียน วันนี้ยังไม่เข้า ท่านไปดูแลเขาล่วงหน้าเลยครับ นี่คือความเป็นจริงและความขมขื่นที่เกิดขึ้นกับ พี่น้องประชาชนคนไทย รวมทั้งเกษตรกรชาวไทยเพราะเขาก็ยังไม่ได้รับการดูแลอย่างดี แต่เราไปดูแลเพื่อนบ้านด้วย นี่คือผมพยายามจะแสดงให้เห็นถึงช่องทางในการรั่วไหล และก่อให้เกิดมีการทุจริตในกระบวนการการรับจำนำโครงการรับจำนำมันสำปะหลัง ของรัฐบาล ผมถึงได้กล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่านละเลย สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นจริง มันเป็นภาษีประชาชน ไม่ให้พวกผมพูดแล้วให้ไปพูดเมื่อไรล่ะครับ รวมถึงราคาที่พี่น้อง มันสำปะหลังเขาเดือดร้อนกันอยู่เป็นปี ๆ ประท้วงกันแล้วไม่รู้กี่แล้วกี่รอด ท่านไปดูแลเขาจริงจังครับ นี่คือสิ่งที่ผมจะนำเรียนเบื้องต้นว่า ๓-๔ เรื่องในเรื่องของ การรับจำนำในโครงการในขั้นตอนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ทีนี้ผมจะขออนุญาตข้ามไปเร็ว ๆ ว่า จากนี้ผมจะแสดงให้เห็นว่ามันเอื้อกับใคร แล้วท่านนายกรัฐมนตรีมีส่วนเกี่ยวข้อง ในการออกนโยบายนี้โดยตรงหรือไม่ อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ระยะเวลาในการ รับจำนำตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ จนถึงเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๕ จำ ๔ เดือนที่รับจำนำ นี้ไว้ให้ดี ปรากฏในวันที่ ๑๐ เมษายนซึ่งอยู่ในช่วงของการรับจำนำพอดี มีมติ ครม. โดยท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นประธาน ๑๐ เมษายน ๒๕๕๕ ท่านอนุมัติให้ อคส. หรือองค์การคลังสินค้าเข้าไปรับซื้อมันสำปะหลังจากลานมันสำปะหลังและโรงแป้ง ก็คือลานมันสำปะหลังและโรงแป้งที่เขารับจำนำจากพี่น้องประชาชนในช่วงที่เปิดโครงการ นั่นแหละครับ แล้วอนุมัติงบประมาณอีก ๑๑,๓๔๑,๐๐๐.๒๓ บาท อีก ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท อนุมัติในเดือนเมษายน ถ้าผมไม่พูดหลาย ๆ คนอาจจะมองข้ามไปว่า เออ แล้วมันเกี่ยวอะไร ท่านประธานและพี่น้องประชาชนตามให้ดีนะครับว่าเปิดโครงการมาเดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม เดือนเมษายน มาอนุมัติเดือนเมษายนว่าให้ซื้อ ผมบอกเดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคมเกษตรกรเขาก็เอามันเข้าไปจำนำกับลานเกือบหมดแล้วครับ แล้วในราคา ที่ผมเรียนครับว่าตั้งไว้ในเดือนแรก ๒.๗๕ บาท เขาได้กัน ๒.๒๕ บาท ผมถามว่าส่วนต่างนี่ ใครได้ ท่านประธานและพี่น้องประชาชนลองไปคิดเอาเองครับ เกษตรกรได้ ๒.๒๕ บาท ในเดือนแรก ๒.๓๐ บาทในเดือนที่ ๒ แต่รัฐบาลบอกว่าจะได้ในราคา ๒.๗๕ บาท ๒.๘๐ บาท ๒.๙๐ บาท ท่านนายกรัฐมนตรีอนุมัติไปในเดือนเมษายนก็หมายถึงว่า ท่านก็อนุมัติตามราคาที่รัฐบาลประกาศไว้ แล้วส่วนต่างที่ไปกดเกษตรกรเขาท่านต้องตอบว่า ไปไหน ท่านเอื้อประโยชน์ใครหรือไม่ ทำไมเงินไม่ลงโดยตรงไปถึงพี่น้องเกษตรกรให้ได้ราคา ตามที่ท่านประกาศไว้ ถ้าอย่างนั้นผมไม่ติดใจ ผมเชื่อว่าท่านผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรได้พูดไปแล้วตั้งแต่ในตอนเช้าของวันนี้ว่าถ้าเงินทั้งหมดไปสู่ พี่น้องเกษตรกรโดยตรงทั้งหมดไม่มีปัญหาครับ แต่อย่าไปตกหล่น อย่าไปแบ่ง ท้ายที่สุด เกษตรกรไม่ได้ครับ แล้วอย่ามาเหมาว่าฝ่ายค้านอภิปรายแบบนี้เพราะไม่ต้องการดูแล ไม่ต้องการให้เกษตรกรได้รายได้ ไม่จริง ตรงกันข้ามครับ เราอยากให้เกษตรกรได้ เต็มเม็ดเต็มหน่วย นั่นคือสิ่งที่เราพยายามทำหน้าที่ของเราอยู่ ในวันที่ ๑๐ เมษายนผ่านไป ยังไม่พอครับท่านประธาน ในวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๕ มีมติ ครม. อีกครั้งหนึ่งครับ ก็คือหลังจากการรับจำนำว่าให้ขยายเวลาการรับจำนำมันสำปะหลังออกไปอีก ที่สิ้นสุด ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ให้ขยายไปจนถึง ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๕ ถามว่าเกิดอะไรขึ้นครับ ยังไม่พอใช่ไหมครับขยายเวลาอีก แล้วก็อ้างว่ายังมีมันสำปะหลังตกค้างอยู่ในหลาย ๆ พื้นที่ ผมเรียนท่านประธานครับ ในหลายพื้นที่ไปสอบถามดูทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มันสำปะหลังส่วนใหญ่ตอนนี้เริ่มไหลเข้าไปอยู่กับรัฐบาลหมดแล้วครับ อยู่ในสต็อกในโรงมัน ลานมันหมดแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีขยายเวลาเพื่อต้องการอะไรครับ ผมก็เลยไปดู ปรากฏว่าเฉพาะเดือนมิถุนายนครับที่ท่านนายกรัฐมนตรีขยายเวลาตามมติ ครม. ที่ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ใบประทวนที่ออกมาตอนนั้นออกกันจ้าละหวั่นเลยครับ บางจังหวัดเฉพาะในช่วงเดือนเดียวเป็นแสนตันครับ แล้วเขาฝากมาบอกด้วยว่าใบประทวน ส่วนใหญ่ที่ออกในช่วงเดือนมิถุนายนตอนขยายนั้นมันสำปะหลังบางส่วนก็ยังไม่ได้เข้ามาครับ ๓ เดือนให้หลังค่อยทยอยเข้ามา นั่นหมายความว่าอะไรครับ ออกใบประทวนกันไปก่อนครับ เพราะขยายเวลามาเพื่อจะได้เร่งในการที่ดำเนินการ แต่ชาวไร่เขาขุดกันมาเขาเข้ามา ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์แล้วครับ ๒ มติ ครม. นี้แสดงให้เห็นว่าท่านนายกรัฐมนตรีรับทราบครับ ว่าโครงการนี้อย่างน้อยมีความรั่วไหลหรือประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน ท่านต้องแก้ไขปรับปรุงครับ แล้วผมพยายามทำให้เห็นเลยครับว่าท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์เป็นประธาน ครม. ๒ ครั้งนี้และออกมติรับรู้รับทราบในการอนุมัติทั้งเม็ดเงิน รวมถึงวัน ราคา และรูปแบบในการรับจำนำ ทั้งระบบครับ นี่จะเห็นว่าจากการรับจำนำมาจนถึงมติ ครม. ที่มีความรู้สึกว่าเอื้อประโยชน์ ช่วงสุดท้าย ที่สำคัญที่สุดครับ คล้าย ๆ ข้าวเลยครับ เราก็อยากรู้ว่าเมื่อรัฐบาลรับจำนำมันสำปะหลัง มาทั้งหมดแล้วนั้น สต็อกรัฐบาลเอาไปไหน เอาไปขายให้กับใคร ในราคาเท่าไร ผมเรียนว่า นี่คือสิ่งที่หายากมากกว่าจะหามาได้ แต่พวกเราก็ต้องไปหามาจนได้ครับเพื่อจะได้ตอบ ผมเรียนครับว่ามันสำปะหลังของรัฐบาล ณ ขณะนั้นหลังจากที่ออกจากโครงการรับจำนำ มีอยู่ประมาณ ๒,๒๐๐,๐๐๐ ตันครับ จำตัวเลขตรงนี้ไว้ให้ดีนะครับ ๒,๒๐๐,๐๐๐ ตัน อยู่ในสต็อกรัฐบาลหลังโครงการรับจำนำของรัฐบาล มันสำปะหลังอยู่ในมือรัฐบาล ๒,๒๐๐,๐๐๐ ตัน ผมก็คิดว่าจะทำจีทูจีเหมือนกัน ก็มีข่าวออกมาว่ารัฐบาลจะไปทำจีทูจี กับประเทศอื่น ๆ ก็ไปสอบถามหลายหน่วยงานครับ แม้กระทั่งผู้บริหารกระทรวงก็บอกว่า ให้ข้อมูลไม่ได้ จนผมมาถึงบางอ้อเมื่อประมาณเดือนกันยายนครับ ท่านรัฐมนตรีได้มีการ แถลงข่าวบอกว่าได้มีการระบายมันสำปะหลังของรัฐบาลออกไปหมดแล้วโดยใช้จีทูจี พูดแค่นี้ครับ แล้วก็มีคนเขาไปบอกว่าอาจจะกลับประเทศจีน อาจจะนะครับ คราวนี้เราก็เลย ไปหาข้อมูลเพื่อความเป็นธรรมของรัฐบาลว่าเมื่อจีทูจีนี่สิ่งที่เราจะต้องดูแลแล้วก็ เข้าไปตรวจสอบก็คืออะไรครับ อย่างข้าวเมื่อสักครู่ยังมีนะครับว่าทำกับใคร รัฐต่อรัฐ มีใครบ้าง ในอดีตที่ผ่านมาก็ต้องมีครับ และในคลิปก็มีตั้งหลายอันครับเมื่อกี้ที่บอกว่าจีทูจี ต้องมีการบอกว่ากับประเทศไหน มีเงื่อนไขอย่างไร ปรากฏว่าในของมันสำปะหลังนี่ ยิ่งตลกเข้าไปใหญ่จีทูจี ๑. ไม่รู้ทำกับประเทศอะไร ๒. ถ้าทำจริงไม่มีการเปิดแอลซี (L/C) ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีหนังสือค้ำประกันจากคนที่เขาจะมารับซื้อ ไม่มีแม้กระทั่งบอกว่า จะขายให้เขาในราคาเท่าไร จำนวนเท่าไร มันสำปะหลังตั้ง ๒,๒๐๐,๐๐๐ ตันก็ไม่มีด้วยว่า จะขนส่งอย่างไรจะไปเก็บเอาไว้ที่ไหน จะขนลงท่าเรือไหน จองท่าเรือ ไม่มีครับ เงื่อนไข ในการทำจีทูจี จีทูจีคือการซื้อขายกันระหว่างรัฐต่อรัฐหรือรัฐบาลต่อรัฐบาล ส่วนใหญ่แล้ว มักจะมีการเปิดเผยว่าเงื่อนไขในการเจรจามีอะไรบ้าง บางคนเขาซื้ออันนี้เขาเอาไปแลกผัก แลกผลไม้ก็มี นอกเหนือจากราคาที่เขาซื้อ แต่ถ้ามีการใช้เงินซื้อก็ต้องมีการวางแอลซี การเปิดแอลซี มีเงินค้ำประกัน อันนี้ไม่มีเลยครับ นั่นเป็นที่มาของข้อสงสัยที่ในฐานะพวกเรา ที่ต้องตรวจสอบ แล้วผมก็ไปตามว่า ณ ขณะนั้นมันสำปะหลังส่วนใหญ่ในพ่อค้าส่งออก มันสำปะหลังมันอยู่ที่พ่อค้ามีไหม เขาบอกไม่มีแล้ว สต็อกส่วนใหญ่ก็ไปอยู่ที่รัฐบาลหมดแล้ว ตั้ง ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าตัน แล้วก็บอกว่าจีทูจี เมื่อไม่มีมันก็เลยมีที่มา สิ่งที่สำคัญอยู่ตรงนี้ครับ เมื่อเราไม่เห็นว่าจีทูจีกับใคร แล้วบอกว่าขายไปแล้ว ไฮไลท์ (Highlight) ที่สำคัญก็อยู่ตรงนี้ ผมก็เลยไปดู ไปดูยอดส่งออกในปี ๒๕๕๔ คาบปี ๒๕๕๕ ก็คือช่วงฤดูกาลมันสำปะหลัง ในปี ๒๕๕๔ ควบปี ๒๕๕๕ ปรากฏมีอยู่ ๓ บริษัทที่มียอดส่งออกมันสำปะหลัง ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าตัน ผมก็เลยไปถามบริษัทที่เขาทำส่งออกอยู่เป็นประจำว่า เอ๊ะ ทำไมบริษัทนี้มันสูงโด่งขึ้นไป มีไปได้อย่างไร มีอยู่บริษัทหนึ่ง ๗๐๐,๐๐๐ กว่าตัน บริษัทที่ ๒ บริษัทที่ ๓ ก็ ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ ตัน พ่อค้าที่เขาทำส่งออกมันสำปะหลังด้วยกัน เขาก็สงสัยครับ นั่นถึงเป็นที่มาที่ผมเลยได้สงสัย แล้วก็อยากจะเรียนกับพี่น้องประชาชน รวมผ่านถึงท่านประธาน ผมก็เลยไปดูว่าบริษัทนี้มันเป็นของใคร มันชื่ออะไร แล้วมันมีส่วน เกี่ยวข้องอะไรกับรัฐบาลชุดนี้ ผมก็เลยเอาบริษัทที่ส่งออกเป็นอันดับ ๑ นี่ละครับ เกือบ ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าตัน เพราะสงสัยว่าเขาเอามันสำปะหลังจากที่ไหนไปส่งออก ปรากฏไปเจอหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัทนี้ จดทะเบียนตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ๑๐ ปีมาแล้ว ทำธุรกิจส่งออก ผมไม่แปลกใจว่า ๑๐ ปีทำธุรกิจส่งออก แต่ไปเจออีกใบหนึ่ง ขออนุญาต ท่านประธานครับ ใบนี้ครับท่านประธาน เดือนเมษายน ๒๕๕๕ ก่อนที่จะหมดเวลาในการรับจำนำ มันสำปะหลังครับ บริษัทเอมีการปรับเปลี่ยนผู้ถือหุ้นทั้งหมด แล้วมีบริษัทเอ ๑ เข้ามาเป็น ผู้ถือหุ้นใหญ่ ผมก็เลยลงไปดูว่าบริษัทเอ ๑ ที่มีการเปลี่ยนผู้ถือหุ้นแล้วเข้ามาถือหุ้นใหญ่ เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นั้นเป็นบริษัทอะไร แล้วมาจากที่ไหน ท่านประธานทราบไหมครับว่า เกิดอะไรขึ้น บริษัทที่เพิ่งมาเปลี่ยนในเดือนเมษายน ๒๕๕๕ นั้น บริษัทเอ ๑ นั้น ไปจดทะเบียนบริษัทอยู่ที่หมู่เกาะบริติช เวอร์จิ้น ไอร์แลนด์ หรือที่เรารู้จักกันดีครับว่าเกาะนี้ เป็นเกาะที่ใครมีเงินประมาณ ๓๐๐ เหรียญก็สามารถไปจดทะเบียนบริษัทได้แล้ว แล้วก็เป็น ที่มาที่ไป ทุกคนก็ทราบกันอยู่แล้วว่าหมู่เกาะนี้เขาไม่สามารถจะเปิดเผยอะไรได้เลย เป็นที่สำหรับไปจดทะเบียนบริษัทอะไรก็ได้ที่อยากทำโครงการหนีภาษีหรืออะไรเขาไปทำ แม้กระทั่งเรื่องการฟอกเงินก็ต้องยอมรับว่าที่นี่ทุกคนก็รู้กันดีอยู่แล้ว แล้วการจดทะเบียน บริษัทที่นี่ก็คล้าย ๆ กับเมื่อหลายปีที่ผ่านมาในรัฐบาลเก่าก่อนโน้น ผมไม่เอ่ยชื่อเดี๋ยวจะมี การประท้วงกันอีกครับ ก็ใช้วิธีการไปจดทะเบียนที่นี่แล้วก็มาเอาบริษัทนั้นมาขายข้าว ของประเทศไทยในช่วงนั้น ผมเคยอภิปรายในปี ๒๕๔๗ ครับ ก็ไปจดทะเบียนที่เกาะบริติช เวอร์จิ้น ไอร์แลนด์ เหมือนกัน ท่านประธานเห็นไหมครับว่าเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น ในเดือนเมษายน แล้วเดือนมิถุนายนก็เริ่มเข้ามาบริหารจัดการสต็อกรัฐบาลครับ ฉะนั้นบริษัทเอ ๑ ที่เพิ่งปรับเข้ามาอยู่ในบริษัทเอ เมื่อเข้ามาผมถึงอยากจะเรียน ท่านประธานให้เห็นครับว่ายอดส่งออกของบริษัทนี้ถึงได้สูงแข่งกับเพื่อนเขา ซึ่งในวงการเขารู้กันหมดละครับว่ามันมาได้อย่างไร มันเนรมิตมันสำปะหลัง มาจากไหน เพราะมันสำปะหลังทั้งหมดมันอยู่ที่รัฐบาล ก็เลยไปสอบถามตัวแทนที่อยู่ ในสมาคมต่าง ๆ ก็ไปพูดคุยกับเขา เขาบอกว่าบริษัทนี้เข้ามาโดยมีใบมอบอำนาจเข้ามา ในลานมัน โรงแป้งต่าง ๆ เพื่อมาทำการซื้อมันสำปะหลังของรัฐบาลไปแล้วเอาไปขาย ผมก็ถามครับว่าให้เขาไปได้อย่างไร เพราะว่าโกดังนั้นเป็นโกดังกลางของรัฐบาล เขาบอกว่า เขามีผู้ใหญ่อยู่ข้างหลังแล้วมีใบเขียนมาจากรัฐบาลเป็นใบมอบอำนาจว่าให้เข้าไปดำเนินการได้ แล้วต่อจากนั้นไปเงินที่จ่ายให้กับกรมการค้าต่างประเทศก็มาจากบริษัทครับ ไม่ได้มาจาก ประเทศหรือมาจากที่ไหนเลย ก็มาจากบริษัทเอ ๑ นี่ละครับ ผมถึงพยายามจะแสดงให้เห็นว่า กระบวนการที่รัฐบาลบอกว่าขายหมดแล้ว สต็อกรัฐบาล ๒.๒ ล้านตันนั้นว่าเป็นจีทูจี มันไม่ใช่จีทูจีจริงครับท่านประธาน มันมีบริษัทซึ่งไม่สามารถตรวจสอบที่มาที่ไปได้ แล้วเมื่อสักครู่ผมลืมบอกไปนะครับว่าทุนจดทะเบียน เพื่อความเป็นธรรมนะครับ แต่ก่อน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท พอมาปรับเปลี่ยนในเดือนเมษายนที่ผ่านมาก่อนเข้ามาวุ่นวายในโครงการ สต็อกของมันสำปะหลังของรัฐบาลเพิ่มทุนจดทะเบียนมาเป็น ๑๕ ล้านบาท แต่เข้ามาดูแล โครงการเป็นหมื่นล้านบาทครับของรัฐบาล ก็อยากจะสอบถาม แล้วท่านนายกรัฐมนตรี ต้องตอบครับว่าในการทำจีทูจีระหว่างรัฐต่อรัฐนั้นปล่อยให้บริษัทพวกนี้เขาเข้ามาได้อย่างไร แล้วเขาก็ไม่ได้ทำอะไรนะครับ เข้ามาเหมือนเป็นนายหน้า แล้วก็ซื้อมาแล้วก็ขายไป มีขายปลีกด้วยครับ แต่ผมไม่อยากพูดเพราะมันเป็นรายเล็ก ๆ น้อย ๆ เขาเอามาแล้ว เขาขายปลีก บางส่วนเขาก็ส่งออก ยอดเขาถึงได้ขึ้นเป็น ๗๐๐,๐๐๐ บาท ๘๐๐,๐๐๐ บาท อย่างไรครับ แล้วก็บางส่วน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๔๐๐,๐๐๐ บาทก็ขายให้กับบริษัทคนที่เขาทำ ส่งออกอยู่แล้ว ถ้าพูดง่าย ๆ ก็คือบริษัทที่ผมนำเรียนไม่ได้ลงทุนอะไรเลยครับ แล้วก็กินหัวคิวครับ นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะเรียนท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีครับว่าโครงการรับจำนำ มันสำปะหลังที่ผมได้เรียนมาทั้งระบบ ตั้งแต่เริ่มก่อนที่จะรับซื้อจนถึงเข้าโครงการราคา การสวมสิทธิ์จากประเทศเพื่อนบ้าน ภาษีพี่น้องประชาชนต้องจ่ายไปดูแลเกษตรกร ของเพื่อนบ้านด้วย พอเป็นสต็อกยังมีกระบวนการแบบนี้อีกครับ เข้ามาบริหารจัดการ เรียกว่าล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง แล้วทั้งโครงการงบประมาณ ๓๓,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ พี่น้องประชาชนจะได้ทราบว่าโครงการนี้ ๓๓,๐๐๐ ล้านบาท ภาษีของพี่น้องประชาชนครับ เพราะฉะนั้นผมถึงอยากจะเรียนครับว่า

(นายอนันต์ ศรีพันธุ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ เชิญประท้วงครับ

นายอนันต์ ศรีพันธุ์ อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม อนันต์ ศรีพันธุ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี ผมขอประท้วงผู้ที่อภิปรายเมื่อกี้ครับ การที่ท่านบอกว่า จะมีการสวมสิทธิ์ต่างประเทศนั้นมันเป็นไปไม่ได้ เพื่อความเข้าใจ เดี๋ยวเกษตรกร หรือประชาชนทั่วไปฟังแล้วจะสับสน คนที่จะมาขายรับจำนำมันต้องจดทะเบียน ต้องขึ้นทะเบียนโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่มี น.ส. ๓ ไม่มีโฉนดก็จำนำไม่ได้ เพราะฉะนั้น จะไปกล่าวร้ายอย่างนั้นไม่ได้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ครับ คือท่านจะประท้วงเรื่องอะไรครับ แต่ถ้าท่านชี้แจงไม่อนุญาตครับ เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องชี้แจงเองครับ เอาประเด็นประท้วงครับ

นายอนันต์ ศรีพันธุ์ อุดรธานี

ประท้วงตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ถือว่าใส่ร้าย แล้วก็กล่าวให้เท็จครับ อันนี้คือสิ่งที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนั่ง ผมจะได้วินิจฉัยนะครับ คือท่านผู้อภิปรายท่านตั้งข้อสงสัยว่าในเรื่องที่ผม บันทึกไว้ในเรื่องที่ ๖ ที่ท่านบอกว่ามันมีการขายจีทูจี ท่านไม่เชื่อนะครับ เพราะว่า ท่านบอกว่ามันมีบริษัทหนึ่งซึ่งท่านหยิบยกขึ้นมา ท่านบอกว่าได้รับมอบอำนาจ และมีผู้ใหญ่สั่งมา ฉะนั้นเป็นภาระหน้าที่ของรัฐบาลจะต้องชี้แจง อันนี้ท่านมีสิทธิสงสัย เพราะท่านบอกว่าไม่ใช่จีทูจี แต่รัฐบาลบอกจีทูจี อันนี้ท่านมีสิทธิที่จะอภิปรายได้ เชิญครับ เชิญนั่งลงครับ นิดหนึ่งครับ

นายอนันต์ ศรีพันธุ์ อุดรธานี

คืออย่างนี้ครับ ผมไม่ได้พูดถึงว่าจีทูจี ผมพูดถึงที่มา ที่มาในการที่จะเอามันสำปะหลังจากต่างประเทศเข้ามามันเป็นไปไม่ได้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออันนั้นเป็นความเห็นของท่าน ท่านไม่มีสิทธิที่จะชี้แจงนะครับ ขณะนี้ท่านผู้อภิปราย กำลังอภิปรายท่านนายกรัฐมนตรี เรื่องที่ผมฟังอยู่ก็คือความล้มเหลว ความบกพร่อง ที่ท่านกำลังนำเสนอมานี่นะครับ และผมวินิจฉัยแล้ว นั่งลงครับ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ท่านนั่งอยู่ที่นี่ท่านจะตอบแทนนะครับ เชิญนั่งครับ คืออย่างนี้ครับ ท่านผู้อภิปรายกำลังกล่าวหาว่าเรื่องที่ผมอภิปรายแล้วท่านไม่มีสิทธิที่จะตอบแทน ท่านนายกรัฐมนตรีก็ผมวินิจฉัยแล้วครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ เขายังอยู่ในประเด็น ที่อภิปรายไม่ไว้วางใจอยู่ นั่งลงครับ เชิญท่านต่อครับ

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรุงเทพมหานคร

กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ คือผมก็ใกล้จะจบแล้วละครับ กำลังจะสรุปสุดท้ายว่าสิ่งที่ผมนำอภิปราย ไปทั้งหมดนั้นคือกระบวนการตั้งแต่แรก ตรงรับจำนำ ระยะเวลา ราคา การสวมสิทธิ์ ที่แสดงให้เห็นว่ามันมีรอยรั่ว มีสิ่งที่มันเกิดความผิดปกติอย่างมากเกิดขึ้น รวมถึงในเรื่องของ สต็อกของรัฐบาลที่มีบริษัทบริษัทหนึ่งเข้ามามียอดส่งออก แล้วก็สามารถเข้าไปบริหารจัดการ สต็อกของรัฐบาลได้ โดยรัฐบาลอ้างว่าเป็นจีทูจีก็คือการซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐ ซึ่งมันไม่ใช่ แล้วผมก็เรียนท่านประธานเพื่อความเป็นธรรม เดี๋ยวผมจะเอาหนังสือบริคณห์สนธิบริษัท ที่ผมได้อภิปรายใส่ซองแล้วก็เอาขึ้นไปให้ท่านประธานครับ แล้วจะได้เห็นว่าบริษัท ที่จดทะเบียนที่ผมบอกมันไปจดที่หมู่เกาะบริติช เวอร์จิ้น ไอร์แลนด์ บนเกาะนั้นจริงหรือไม่ แล้วถ้าข้อมูลนี้หลุดออกไปก็มีท่านประธานกับผมนี่แหละครับ ถ้าเขาจะฟ้องก็คงไม่ได้ เพราะผมจะเอาใส่ซองให้ท่านประธานเพื่อจะได้เห็นว่าข้อมูลนั้นเป็นข้อมูลจริง แต่เพื่อ ความเป็นธรรมผมก็ปิดเอาไว้ แต่เดี๋ยวจะหาว่าผมปิดเอาไว้ทำไม ทำไมไม่เปิด ผมก็ไม่อยาก ให้ท่านต้องเสียเวลามาประท้วงว่าไปอภิปรายถึงบุคคลภายนอก แต่มันเป็นของจริง เพราะฉะนั้นผมจะใส่ซองแล้วก็ให้ท่านประธานไปครับ ฉะนั้นผมเรียนสุดท้ายครับว่า โครงการรับจำนำมันสำปะหลังของรัฐบาลที่ผ่านมาเกิดความผิดพลาด ล้มเหลว ไร้ความสามารถไร้ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ โดยท่านนายกรัฐมนตรีได้มีส่วนร่วม ในการเป็นประธานในการออกมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งผมคิดว่าสิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรม ที่ปล่อยปละละเลยของท่านนายกรัฐมนตรีให้มีการทุจริตในการที่จ่ายเงินแผ่นดิน กระจายไปอยู่ในกลุ่มของบุคคล หน่วยงานต่าง ๆ แล้วทำให้เกิดความเดือดร้อนกับพี่น้อง ประชาชน

ผมไม่ได้พูดเลยครับว่า ผิดกฎหมาย ท่านประธานเดี๋ยวต้องให้ผมถอน ผมไม่ได้พูดครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็นั่นแหละทุจริตคือผิดกฎหมายนั่นละครับ ฉะนั้นเอาประเด็นที่ท่านนำเสนอ ข้อ ๑ ถึงข้อ ๖ ของท่าน อย่าเพิ่งไปพูดถึงเรื่องประเด็นที่ท่านกำลังสรุป เดี๋ยวจะมีผู้ประท้วงนะครับ ผมจึงเตือนท่านครับ เชิญครับ

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรุงเทพมหานคร

ได้ครับ สุดท้ายผมขอสรุป อีกครั้งหนึ่งว่าผมพยายามแสดงให้เห็นถึงว่าโครงการรับจำนำมันสำปะหลังของรัฐบาลที่ผ่านมา มีความล้มเหลว ผิดพลาด แล้วทำให้เกิดความเสียหายกับประเทศไทย พี่น้องเกษตรกร รวมถึงงบประมาณที่เป็นภาษีของพี่น้องประชาชนทุกคน ด้วยเหตุผลนี้ผมจึงไม่สามารถ ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีที่ชื่อยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ทางฝ่ายค้านมีเรื่องนี้อีกไหมครับ เชิญครับท่านดอกเตอร์ศุภชัย เดี๋ยวนะครับมีเอกสาร ท่านจะมีฟิวเจอร์บอร์ดอยู่ ๓๐ แผ่น แล้วก็แผ่นวีซีดีและเสียงอีกจำนวน ๑ แผ่น ๙ เรื่อง ที่อนุญาตนะครับ เชิญครับ

นายศุภชัย ศรีหล้า อุบลราชธานี 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ กระผม เป็นอีกบุคคลหนึ่งที่ร่วมลงชื่อในญัตติอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ท่านประธานที่เคารพครับ ที่กระผมลงชื่อในญัตตินี้ด้วยเหตุผลว่าท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีพฤติกรรมการบริหารราชการแผ่นดินบกพร่อง ล้มเหลว ผิดพลาด ไร้ความสามารถ ไร้ประสิทธิภาพ มีพฤติกรรมปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตการใช้จ่ายเงินแผ่นดิน ที่ผมกราบเรียนในญัตตินี้เพื่อที่จะกราบเรียนกับท่านประธานว่าความบกพร่อง ผิดพลาด ของท่านนายกรัฐมนตรีปล่อยปละละเลยนั้นมีเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้วที่เกี่ยวเนื่องกับ เกษตรกร ๒ เรื่องแล้ว ทั้งเรื่องข้าวและเรื่องมันสำปะหลัง ท่านประธานที่เคารพครับ ตำแหน่งหน้าที่นายกรัฐมนตรีต้องเป็นตำแหน่งที่มาคู่กับความรับผิดชอบ ถ้าเรามีตำแหน่ง แต่เราไม่รับผิดชอบก็เสมือนว่าบุคคลคนนั้นไม่ได้มีประสิทธิภาพ ไม่ได้มีศักยภาพในการทำงาน ผมจึงอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่าในญัตติที่ผมกราบเรียนต่อท่านประธานนี้ เป็นญัตติที่มีเนื้อหาสาระที่จะอธิบายให้เห็นว่า ท่านนายกรัฐมนตรีปล่อยปละละเลยอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอเริ่มต้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วยที่มาของ งบประมาณแผ่นดินคือภาษีของประชาชน เชิญคลิปที่ ๑ ครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ท่านประธานที่เคารพครับ ภาษีของเรา ที่เรามาใช้จ่ายในการบริหารราชการแผ่นดินมาจากพี่น้องประชาชนหลากหลายอาชีพ ไม่ว่าจะขับแท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ รถตุ๊กตุ๊ก ประกอบกิจกรรมในโรงงานอุตสาหกรรม พ่อค้าแม่ขาย ทำงานในบริษัท ห้างร้านต่าง ๆ เป็นเกษตรกร เป็นชาวนา ชาวไร่ เป็นข้าราชการ ทหาร ตำรวจ บุคคลเหล่านี้คือบุคคลที่เสียภาษี และในท้ายที่สุด นำมาซึ่งงบประมาณแผ่นดิน ถ้างบประมาณแผ่นดินเหล่านี้ถูกใช้จ่ายไปอย่างมีประสิทธิภาพ ผลก็จะเกิดอย่างกรณีนี้ครับ เชิญเปิดคลิปที่ ๒ ครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............... : วันนี้จะพาท่านผู้ชมไปติดตามรายงานวันที่ ๒ ครับ หอมแดง ก็ยังคงเป็นอีก ๑ สินค้าที่มีราคาดี ติดตามกันเลยครับ

“............... : กองหัวหอมที่เห็นเมื่อสักครู่นี้เป็นผลผลิตมหาศาลที่ออกมาจาก ไร่ของเกษตรกรที่อำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ ที่นี่เป็นแหล่งปลูกหอมแดงใหญ่ที่สุด ในประเทศไทย ปีนี้ผลผลิตมากถึงแสนกว่าตันทีเดียว แน่นอนว่าหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา แหล่งปลูกหอมแดงขนาดใหญ่มักจะมีปัญหาราคาตกต่ำ แต่ว่าปีนี้ไม่ได้เกิดปัญหาอย่างนั้น ขึ้นมาค่ะ หอมแดงกองสูง ๆ ที่คุณผู้ชมเห็นอยู่นี้กำลังจะเคลื่อนไปที่ประเทศอินโดนีเซีย เราจะนำไปส่งที่นั่น เพราะว่าเป็น ๑ ในมาตรการของกระทรวงพาณิชย์ที่จะเข้ามาแก้ปัญหา ผลผลิตราคาตกต่ำโดยส่งออกไปต่างประเทศให้ได้มากที่สุดค่ะ

“................ : ส่วนตลาดในประเทศก็เชื่อมโยงกับห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ เข้ามาทำสัญญาซื้อขายหอมแดงกับเกษตรกรโดยตรง มาตรการต่าง ๆ ได้ผลเป็นอย่างดีค่ะ การรวมกลุ่มที่เข้มแข็งของเกษตรกรทำให้เป็นผู้กำหนดราคาเองได้ ช่วยดึงให้ราคาหอมแดงปีนี้ สูงขึ้นถึงกิโลกรัมละ ๓๐ บาทแล้วค่ะ เกษตรกรก็ต่างยิ้มกันถ้วนหน้า แล้วที่เห็นนี้เป็นงานวันหอมแดงซึ่งจัดขึ้นที่เดียวในประเทศไทยก็คือที่ศรีสะเกษ แต่ว่าก็ได้มีการรวมกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงจากจังหวัดต่าง ๆ เข้ามาร่วมกันทำกิจกรรม ส่งเสริมคุณภาพหอมแดงไทยให้เลื่องชื่อไปไกลถึงตลาดโลกค่ะ นอกจากจะให้ความสำคัญ กับราคาเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรแล้วเรื่องคุณภาพก็เป็นสิ่งที่ทิ้งไม่ได้ค่ะ รัตนาการ ถ่ายภาพ วิชนีย์ แสงประดับ รายงานจากจังหวัดศรีสะเกษ”

“............... : ขอบคุณครับคุณวิชนีย์ เพราะฉะนั้นอาจจะเขียวยกแผง กับสินค้าเกษตร นี่คือเป็นหอมแดงอีก ๑ สินค้าเกษตรของบ้านเรานะครับ จังหวัดศรีสะเกษเอง ขณะนี้แม้ว่าจะมีปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชากันอยู่นะครับ แต่ว่ารายงานพิเศษที่จะพา ท่านผู้ชมไปที่หมู่บ้านแห่งนี้ ปรากฏว่าหอมแดงมีเป็นจำนวนมาก ราคาก็สวยงาม ทั้งหมด เกิดขึ้นจากการบริหารการจัดการที่เป็นระบบ ไปติดตามครับ”

การบริหารจัดการที่เป็นระบบนะครับ ย้ำให้ฟังอีกครั้งหนึ่ง

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............... : ราคาดีค่ะ ชาวบ้านมีกำลังใจกันมาก”

“............... : ปลูก ๑๐ กว่าไร่ ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าค่ะ”

“............... : ขอบคุณครับคุณวิชนีย์ครับ และนี่คือคำตอบว่าทำไมหอมแดง ยางชุมน้อยที่ศรีสะเกษนั้น จังหวัดที่เคยยากจนที่สุดของประเทศ วันนี้มีฐานะ ของก็ไม่ขาด ราคาก็ดี นี่คือหลักการบริหารการจัดการที่ดีของหอมแดงนั่นเองครับ”

ท่านประธานที่เคารพครับ คลิปที่ผมนำเสนอต่อท่านประธานเมื่อสักครู่เป็นคลิปในต้นปี ๒๕๕๔ วันนั้นนายกรัฐมนตรี ของประเทศไทยชื่ออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บริหารราชการแผ่นดินภายใต้นโยบายเดียวกัน ดูแลพี่น้องเกษตรกรเหมือนกัน วันนั้นท่านอภิสิทธิ์อนุมัติเงินเพื่อกระตุ้นราคาให้กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบต. หรือเทศบาล จำนวนเงิน ๘๐ ล้านบาท เป็นเงินให้กู้ยืมนะครับ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยืมไปเพื่อแทรกแซงราคา เพื่อกระตุ้นราคา จนกระทั่งทำให้ท้ายที่สุดราคาหอมแดงเป็นเหมือนกับที่ผมได้กราบเรียน ต่อท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ ปลายปีเดียวกัน ปี ๒๕๕๔ ต่อต้นปีนี้ คือปี ๒๕๕๕ เราลองมาดูคลิปดูสิครับว่าเกิดอะไรขึ้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เชิญคลิปต่อไปครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............... : ราคากิโลกรัมละ ๑๕ บาทตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ล่าสุดก็ประสบกับปัญหาขาดสถานที่จัดเก็บทำให้หอมแดงเน่าเสีย แต่มีเกษตรกรบางส่วน มองว่าการรับซื้อที่ไม่เป็นระบบก็ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมขึ้น ติดตามเรื่องนี้จากคุณพจณีย์ ใสกระจ่าง ครับ”

“............... : บัวทอง พันธุ์ไผ่ เกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงตำบลหนองไผ่ อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ เร่งบรรจุหอมแดงกว่า ๑ ตันมาลงกระสอบ เพื่อเตรียมนำเข้าร่วมโครงการแทรกแซงราคาหอมแดง หลังจากที่เขาต้องรอมานานเกือบ ๒ เดือน ทำให้ผลผลิตบางส่วนเน่าเสีย”

“............... : นั่นเป็นภาพหอมแดงที่องค์การคลังสินค้าหรือว่า อคส. รับซื้อจากเกษตรกรจังหวัดศรีสะเกษในงานช่วยเหลือเกษตรกรของรัฐบาล แต่น่าเสียดาย เหลือเกินนะครับหอมแดงเหล่านี้นำไปเก็บไว้จนเน่าเสียสร้างความเสียหายให้กับรัฐครับ”

“...............: : ท่านผู้ชมครับ ชาวบ้านยางชุมน้อยบางคนที่เข้าร่วมโครงการ เชื่อว่าโครงการนี้ขาดความโปร่งใสส่อพิรุธในหลายเรื่อง เช่น ให้เกษตรกรที่ต้องการขาย หอมแดงซื้อถุงแดงราคาใบละ ๘ บาท เพื่อบรรจุหอมแดง และหักเงินจากการขายหอมแดง กิโลกรัมละ ๑ บาท สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน จึงส่งข้อมูลนี้ให้กับคอลัมน์ (Column) หมายเลย ๗”

“............... : ไหนพูดนักหนาว่าหอมถ้าซื้อมาก็ไปเก็บกองสุมกันไว้มันจะเน่า เลยนำมาทิ้งกองกันพะเนินเทินทึกสร้างปัญหามลพิษ”

“............... : หอมแดงบ้านยางชุมน้อยที่ศรีสะเกษร้องเรียนมาที่ ข่าว ๓ มิตินะครับ

๓ ช่องแล้วนะครับ สื่อมวลชน แทบทุกแขนงนำเสนอความเลวร้ายนี้

“............... : กรณีที่รัฐบาลให้องค์การคลังสินค้าแทรกแซงราคาหอมแดง จากเกษตรกรในอำเภอยางชุมน้อยเมื่อช่วงมกราคมถึงกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่ที่สำคัญ หลังจากมีการซื้อหอมแดงไปแล้วก็นำไปไว้ตามศาลาวัดบ้าง โรงเรียนบ้าง รวมทั้งภายใน สำนักงานราชการหลายแห่ง ทำให้หอมแดงจำนวนหลายพันตันเน่าเสียโดยไม่มีการแก้ไข และเป็นการสูญเสียงบประมาณนับร้อยล้านบาท คุณจาตุรงค์ สวุขเอียด ลงพื้นที่ตรวจสอบ เรื่องนี้ครับ”

“............... : ที่ว่าการอำเภอยางชุมน้อยเป็น ๑ ในสถานที่ราชการ ๙ แห่ง ที่ถูกร้องเรียนว่าองค์การคลังสินค้านำหอมแดงที่เข้าแทรกแซงราคามาจากเกษตรกรในพื้นที่ ไปเก็บไว้จนเน่าเสียหลายล้านกิโลกรัม ก็น่าจะเป็นหอมแดงที่ถูกนำไปกองไว้ภายใน หอประชุมหลังนี้ และเมื่อเพียงยกถุงบางส่วนขึ้นมาก็พบคำตอบว่าแมลงวันเหล่านี้ มาจากไหน นอกจากนี้แม้แต่ในบ่อเลี้ยงปลาสวยงามหน้าหอประชุมก็กำลังกลายเป็นแหล่ง เพาะพันธุ์ยุงด้วย”

ท่านประธานที่เคารพครับ สื่อมวลชน แทบทุกแขนงนำเสนอความเลวร้ายของนโยบายนี้ที่บริหารราชการแผ่นดิน โดยท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เงินภาษีที่ผมกราบเรียนต่อท่านประธานคือเม็ดเงินภาษีของพี่น้องประชาชน รัฐบาลดำเนินการอย่างไรครับจึงนำมาสู่ความล้มเหลวนี้ อยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่า ท่านนายกรัฐมนตรีประกาศเสมอมาว่าต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ผมขอนำเสนอ อีกคลิปหนึ่งครับ คลิปที่ออกจากปากท่านนายกรัฐมนตรีว่าไม่พึงพอใจอย่างยิ่งที่มีการทุจริต คอร์รัปชัน แต่ท่านนายกรัฐมนตรีเพิกเฉย ละเลยต่อกรณีนี้ คลิปต่อไปครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............... : วันนี้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันเปรียบเสมือนปัญหาร้าย ของสังคมไทย เป็นความสำคัญของประเทศ พวกเราจะมาร่วมกัน ถือว่าวันนี้เป็นวันแห่ง การรวมพลังของคนไทยทุกคน ทุกฝ่าย ในการแสดงเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ทุกรูปแบบ ดิฉันจึงขออนุญาตกล่าวนำคำปฏิญาณต่อต้านการคอร์รัปชัน และขอให้ ท่านทั้งหลายกล่าวตามดังนี้นะคะ

เราคนไทยผู้รักชาติ ขอให้สัตย์ปฏิญาณว่า เราจะไม่ยอมเป็นเหยื่อของค่านิยม การติดสินบน เราจะไม่ใช้อำนาจหน้าที่มาคดโกง เอาประโยชน์ส่วนรวมมาเป็นประโยชน์ส่วนตน เราจะไม่ใช้ความรู้ความสามารถมาเอาเปรียบเบียดเบียนผู้อื่น เราจะประพฤติตนในกรอบ ของความซื่อสัตย์สุจริต เราจะเคารพกฎหมาย กติกาของวิชาชีพ และระเบียบของสังคม อย่างเคร่งครัด เราจะร่วมมือสร้างสรรค์สังคมที่มีจริยธรรม เราจะร่วมมือต่อต้าน การทุจริตคดโกงทุกรูปแบบ เพื่อนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน”

ท่านประธานที่เคารพครับ พูดอย่างเดียวคงไม่พอกระมังครับ ปฏิญาณตนอย่างเดียวคงไม่พอ แต่การใส่ใจ การเคร่งครัด ในกฎระเบียบ การปฏิบัติจริง การลงโทษจริง โดยท่านนายกรัฐมนตรีคงจะเป็นคำตอบ ที่ดีที่สุดสำหรับพี่น้องประชาชน ผมขอย้ำกับท่านประธานนะครับ คำปฏิญาณตนของ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า เราคนไทยผู้รักชาติ ขอให้สัตย์ปฏิญาณว่า เราจะไม่ยอมเป็นเหยื่อ ของค่านิยมการติดสินบน เรื่อยมา และข้อความหรือถ้อยคำสำคัญในการให้คำสัตย์ปฏิญาณ ก็คือเราจะเคารพกฎหมาย ย้ำกับท่านประธานนะครับ เราจะเคารพกฎหมาย กติกา ของวิชาชีพและระเบียบของสังคมอย่างเคร่งครัด เราจะร่วมมือสร้างสรรค์สังคมที่มีจริยธรรม มีจริยธรรมนะครับท่านประธาน เราจะร่วมมือต่อต้านการทุจริตคดโกงทุกรูปแบบ ต่อต้านการทุจริตคดโกงทุกรูปแบบนะครับ สาระสำคัญที่เรานำเสนอเมื่อสักครู่ไม่ว่าจะเป็น เรื่องข้าว เรื่องมันสำปะหลัง วันนี้เราต้องการคำตอบจากรัฐบาล และในท้ายที่สุดเพื่อนำไปสู่ ความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนของประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ ในกรณีดังกล่าวนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีคงจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ที่ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ด้วยเหตุว่าโครงการรับจำนำหอมแดงที่จังหวัดศรีสะเกษและอีกหลายจังหวัดทั่วทั้งประเทศ มีที่มาโดยท่านนายกรัฐมนตรี การอนุมัติเงินต่าง ๆ ผ่านระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร มาตรา ๔ ระบุไว้ชัดว่าให้นายกรัฐมนตรีรักษาการ ตามระเบียบนี้ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีรักษาการตามระเบียบนี้ย่อมแปลว่าถ้ามีสิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น ส่อไปในทางทุจริตคอร์รัปชันต้องติดตาม กำกับดูแล ตรวจสอบ เท่านั้นไม่พอครับ ในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับเดียวกันนี้ยังให้มีคณะกรรมการนโยบายและมาตรการ ช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีหรือท่านรองนายกรัฐมนตรีมอบหมาย ผมขออนุญาตเรียนต่อท่านประธานสั้น ๆ เพื่อให้พี่น้องเข้าใจว่าระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ว่านี้ คณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรมีตัวย่อว่า คชก. ใน คชก. มีการประชุมเป็นวาระ ๆ ที่ผมกราบเรียนต่อท่านประธานกรณีของ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตอนนั้น คชก. ก็อนุมัติเงิน ๘๐ ล้านบาท แต่เป็นเงินให้กู้ยืม ผมขอหยิบยกเอากรณีคล้าย ๆ กันแต่เป็นการอนุมัติเงินโดยรัฐบาลชุดนี้ผ่าน คชก. ให้ไปจำนำหอมแดงที่จังหวัดศรีสะเกษ ท่านประธานที่เคารพครับ ในการประชุม คชก. ครั้งที่ ๕/๒๕๕๔ หรือครั้งที่ ๒๑๗ วันศุกร์ที่ ๒๓ ธันวาคม ประธานในที่ประชุมคราวนั้นชื่อ กิตติรัตน์ ณ ระนอง ในการประชุมคราวนั้นญัตติแรกที่นำเข้าสู่ที่ประชุมเป็นวาระแรก เพื่อการพิจารณาเป็นเรื่องหอมแดงทันที ๔.๑ ใน ๔.๑ มีผู้แทนจากกระทรวงมหาดไทยบอกกับ ที่ประชุมว่าจังหวัดศรีสะเกษเคยได้รับเงินอนุมัติกองทุนรวมเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหา หอมแดงแล้วในช่วงปีที่ผ่านมา แต่ยังติดปัญหาเรื่องการคืนเงิน จึงอยากจะทราบว่า มีแผนการชำระเงินอย่างไร นี่เป็นความห่วงใยจากตัวแทนกระทรวงมหาดไทย

ต่อกรณีช่วยเหลือเกษตรกรหอมแดงเช่นกันนะครับ มีตัวแทนจากประธาน คณะกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกรแห่งประเทศไทยบอกว่าเนื่องจากข้อมูลที่นำเสนอ ยังไม่ชัดเจน การระบายหอมแดงที่จะช่วยเหลือเกษตรกรจะระบายไปที่ไหน จะระบายไป ประเทศอะไร ผู้ได้รับความช่วยเหลือเป็นกลุ่มใด เท่านั้นไม่พอครับ ตัวแทนซึ่งเป็นประธาน คณะกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกรแห่งประเทศไทยยังพูดต่อในที่ประชุมบอกว่าจังหวัด ควรมีการจัดการแบบครบวงจร มีแผนงานในการดำเนินการอย่างชัดเจน เพื่อให้ การช่วยเหลือเกษตรกรทันเวลา ประโยชน์ถึงมือเกษตรกร การที่กองทุนอนุมัติเงินไป เพื่อช่วยเหลือต้องมีการตรวจสอบ มีการอนุมัติเงิน จึงอยากให้เป็นเรื่องที่เป็นไปตาม กรอบวัตถุประสงค์และมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับความช่วยเหลือจริง นั่นแปลว่าเกษตรกร ต้องได้รับความช่วยเหลือจริง ๆ

ท่านประธานที่เคารพครับ ปรากฏว่าท่านประธานพูดในที่ประชุมว่าอย่างไรครับ ท่านประธานซึ่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีดูแลเรื่องนี้กลับบอกในที่ประชุมว่า อย่าไปกังวล ในเรื่องอดีต ควรจะแก้ไขในภาพรวม ไม่ใช่มาเพื่อรักษาประโยชน์ของหน่วยงาน อย่ากังวลว่า จะเป็นไปอย่างที่เคยเกิดขึ้น แปลว่าอะไรครับ แปลว่าคนที่เป็นประธานในที่ประชุมไม่ได้ใส่ใจ ต่อคำทักท้วงของเพื่อนกรรมการ คชก. เลยแม้แต่น้อย เท่านั้นไม่พอครับ ท่านประธาน ในที่ประชุมยังพูดต่อไปอีกครับ ท่านประธานยังพูดต่อไปอีกว่าหากการแก้ไขโดยวิธีเดิม ถูกต้องปัญหาคงจะหมดไปแล้ว จึงเสนอให้ อคส. ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของประเทศไทย เข้าไปช่วยดูแลในเรื่องราคาสินค้าเกษตรคือหอมแดง แล้วก็พูดต่อว่าอนุมัติเงินจ่ายขาดให้ ๒๐ ล้านบาทเป็นค่าดำเนินการ และ ๒๐๐ ล้านบาทเป็นเงินยืม โดย อคส. ต้องทำ ไม่ให้ขาดทุน ที่กราบเรียนเรื่องนี้แปลว่าวิธีการอย่างเดิมซึ่งสมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ใช้ให้ อปท. ยืมไปเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรนั้นมาวันนี้ไม่ทำอย่างนั้นแล้ว ทำอย่างใหม่แล้ว ให้ อคส. เป็นผู้ดำเนินการทั้งหมดทั้งสิ้น ถ้า อคส. ดำเนินการ ท่านประธานที่เคารพครับ ในการประชุมคราวนั้นเช่นกัน บันทึกรายงานการประชุมบอกว่า ท่านประธานพูดในที่ประชุมว่าเงินทุนหมุนเวียนจำนวน ๒๙๕ ล้านบาท ให้ อคส. ดำเนินการ ซื้อหอมแดงในราคานำตลาดระบายออกนอกพื้นที่ ค่าบริการเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ ๑๐ ของเงินทุนหมุนเวียน เป็นเงิน ๒๙.๕ ล้านบาท หากจ่ายจริงแล้วยังเหลือไม่ต้องคืน บันทึก ในที่ประชุมเลยนะครับ ถ้าบันทึกในที่ประชุมอย่างนั้นกรรมการคนที่เขารักบ้านรักเมือง ก็มีครับ กรรมการคนนี้มาจากกรมบัญชีกลางบอกว่าเพื่อความชัดเจนควรจะมีตัวชี้วัด กล้องซูมเข้ามานิดหนึ่งครับ เพราะสาระสำคัญในการบันทึกรายงานการประชุมครั้งนี้ มีความหมายอย่างยิ่งต่อการทำงานของรัฐบาล ตัวแทนจากกรมบัญชีกลางบอกว่า ควรมีความชัดเจนในเรื่องของตัวชี้วัด ผลลัพธ์ของโครงการว่าโครงการสำเร็จหรือไม่ หากทำไม่ได้ตามปริมาณที่กำหนด ค่าใช้จ่ายไม่ถึงก็ควรส่งคืนด้วย นี่คือตัวแทนจาก กรมบัญชีกลาง ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเราเอาตามตัวแทนกรมบัญชีกลางนั่นแปลว่า เงินภาษีอากรของพี่น้องประชาชนที่ถูกใช้จ่ายไปแต่ละบาทแต่ละสตางค์มีความหมาย เขาคำนึงถึงคนที่เป็นเจ้าของเงินคือพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ แต่ท่านประธานพูดว่าอย่างไร รู้ไหมครับ ท่านประธานในที่ประชุมกลับบอกว่าในส่วนของตัวชี้วัดไม่สามารถระบุได้ จะต้อง คำนึงถึงปริมาณหรือราคาเท่าใดจึงจะถือว่าโครงการประสบความสำเร็จ แปลว่าอะไรครับ แปลว่าตัวชี้วัดที่กรมบัญชีกลางบอกว่าควรจะมีประธานบอกไม่ต้องมีก็ได้ ประธานบอกอย่างนั้นไม่พอ ยังบอกต่ออีกว่าเงินค่าบริหารที่อนุมัติจ่ายขาดให้ อคส. ทั้ง ๒๙.๕ ล้านบาทก็ควรให้ไปเลย ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างนี้หรือครับคือตัวแทน ที่มาทำหน้าที่ในการบริหารชาติบ้านเมือง โดยที่ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาราชการ ตามระเบียบนี้ คชก. ทำอย่างนี้หรือครับ ถ้า คชก. ทำอย่างนี้เราจะหวังพึ่งได้อย่างไรครับว่า เม็ดเงินภาษีอากรของพี่น้องประชาชนนับจากนี้ไปจะเป็นอย่างไร ท่านประธานมาดูต่อสิครับว่า หลังจากให้ อคส. ทำหน้าที่แทรกแซงตลาดแล้วจัดซื้อหอมทั้งหมดแล้วเป็นอย่างไร ดูคลิปต่อไปครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ท่านประธานที่เคารพครับ ภาพที่เห็น คือภาพของรถบรรทุกหอมแดงไปเข้าคิวเพื่อที่จะขายหอมแดง ท่านประธานหลับตานึกดู มีความยาวกี่กิโลเมตรครับ นี่คือหอมแดงที่เอาไปขายในแต่ละวันนะครับ ในแต่ละวัน ที่เอาหอมแดงไปขายตามภาพนี้มีเจ้าหน้าที่ อคส. ประจำอยู่ในจุดที่ซื้อหอมแดงเพียง ๓ คนครับ ทำบัญชีคนหนึ่ง ตรวจหอมแดงคนหนึ่ง เดินดูสภาพความเรียบร้อยอีกคนหนึ่ง ท่านประธาน ที่เคารพครับ ถ้าดำเนินการอย่างนี้รถปริมาณขนาดนี้ทำได้หรือครับ ทำได้หรือครับ เป็นไปได้ในทางปฏิบัติไหมครับ ผมไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ เงินภาษีอากรของ พี่น้องประชาชนก็ถูกละลายไปกรณีอย่างนี้ครับ ถ้าเงินภาษีอากรของพี่น้องประชาชน ถูกละลายไปเพราะกรณีนี้บ้านเมืองจะอยู่อย่างไรครับ ไม่ใส่ใจเลยว่าเงินภาษีอากรของ พี่น้องประชาชนที่อนุมัติผ่าน คชก. ไปเอาไปทำอะไร ๒ นาทีแล้วนะครับท่านประธาน ๒ นาทีที่ขับรถผ่านเพื่อที่จะดูว่ามีรถบรรทุกหอมแดงมาเข้าคิวเพื่อขายหอมแดงจำนวนเท่าไร เพราะมีการดำเนินการอย่างนี้ครับจึงเกิดกรณีตัวอย่างว่ามีพี่น้องเกษตรกรที่นำหอมแดง มาจำหน่าย ย้ำกับท่านประธานนะครับ ผมมีเอกสารใบควบคุมรับจ่ายหอมแดงแห้ง ตามโครงการแก้ไขปัญหาหอมแดง การผลิต ๒๕๕๔/๒๕๕๕ หน่วยรับซื้อ ยางชุมน้อย ศรีสะเกษ เฉพาะรายที่เกิน ๑ ครั้ง ท่านประธานหลับตานึกดูนะครับ ท่านประธานกับผมคนอีสาน เหมือนกัน เวลาเราเอาข้าวไปขาย เอาของไปขาย เอาไปขายกี่ครั้งครับ ไปครั้งหนึ่ง ก็เหนื่อยแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นโดยปกติถ้าเราเอาของไปขาย เอาข้าวก็ดี หอมแดงก็ดี มันสำปะหลังก็ดีไปขายครั้งเดียวเลิกกัน แต่กรณีที่ไปขายเกิน ๑ ครั้ง ผมสำรวจดูแล้ว มีร่วม ๑,๐๐๐ กรณี คือ ๑,๐๐๐ ราย ท่านประธานที่เคารพครับ ลองดูกรณีนี้สิครับ กรณีนายคำปอง ชาลี ท่านประธานที่เคารพครับ หอมแดงขายไปทั้งหมด ๖ ครั้ง ยอดเงิน ๑,๑๕๐,๐๐๐ บาทเศษ ขายหอมได้ราคากิโลกรัมละ ๑๕ บาทตามโครงการ คชก. ๖ ครั้ง ได้เงินล้าน แปลว่าตัวเลขเหล่านี้เป็นตัวเลขผิดปกตินะครับ ถามว่าตัวเลขผิดปกติเหล่านี้ รัฐบาลใส่ใจดูแลไหมครับ คชก. ใส่ใจที่จะกำกับติดตามตรวจสอบไหมครับ ลองมาดูกรณีที่ ๒ ทองใบ เชื้อชม ขายได้อีก ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ๆ ขายไปทั้งหมด ๖ ครั้งเหมือนกันนะครับ ท่านประธาน ทองใบ เชื้อชม ดูต่อท่านประธานที่เคารพ อรทัย นามวงศ์ ขายไปทั้งหมด ๗ ครั้ง เป็นไปได้หรือครับท่านประธาน บางวันขายไป ๓ ครั้ง วันเดียวนะครับ รถยาว ๆ ขนาดนั้นตรวจได้หรือครับ ดูต่ออีกนิดหนึ่งครับ อาร์ม สีหะวงษ์ ขายไปทั้งหมดได้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ขายไป ๖ ครั้ง ครอบครัวสีหะวงษ์ กรณีที่ ๑ นะครับ ดูต่อครับ ชวลิต สีหะวงษ์ ขายไปทั้งหมด ๖ ครั้ง ยอดเงิน ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท อีกสักกรณีครับ กรณีของชัยณรงค์ สีหะวงษ์ ขายไปได้ทั้งหมด ๙๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ขาย ๖ ครั้ง หรืออีกกรณีหนึ่งครับ สุพล สีหะวงษ์ รายนี้ ๙ ครั้งครับ ยอดเงินทั้งหมด ๑,๔๒๘,๐๐๐ บาท ถ้า ๙ ครั้งแปลว่าต้องปลูกหอมแดงกี่ไร่ครับ ผมหลับตา นึกดูครับ ยอดขายบอกว่าขายไปทั้งหมด ๙๕,๐๐๐ กิโลกรัม แปลว่า ๙๕ ตัน ถ้า ๙๕ ตัน ๑ ไร่ปลูกได้ ๒ ตันครับ แปลว่าต้องปลูกอย่างน้อย ๔๕ ไร่ มีใครปลูกได้ ๔๕ ไร่หรือครับ ความผิดปกติเหล่านี้รัฐบาลใส่ใจดูแลมากน้อยเพียงใด ผมจึงอยากจะกราบเรียน กับท่านประธานว่ากรณีของหอมแดงที่รัฐบาลดำเนินการโดยการอนุมัติเงินยอดแรก ส่งผลแล้ว ถ้าอนุมัติเงินยอดแรกส่งผลแล้วมีจุดที่ใช้ในการเก็บหอมแดงทั้งหมด ๔๕ แห่ง ใน ๔๕ แห่งนี้ไม่ว่าจะเก็บตามสหกรณ์ เก็บตามวัด ที่ว่าการอำเภอ สำนักงานสาธารณสุข โรงพยาบาล วัด ศาลาประชาคม เยอะแยะไปหมดครับ แล้วกระจายตาม ๔๕ แห่ง ผมมีข้อสังเกตต่อท่านประธานอีกว่าใน ๔๕ แห่งนี้ไม่มีคนควบคุมดูแล เอาไปวางไว้ ปล่อยเลยครับ กองทิ้งไว้ไปเลย ถ้ากองทิ้งไว้ไปเลย ปล่อยแล้วทิ้งไว้ตามสถานที่ต่าง ๆ เหล่านี้ ชอบไหมครับที่จะมีการลักขโมยนำหอมแดงมาเวียนซ้ำเพื่อลงทะเบียนและรับเงินจากรัฐบาล

ท่านประธานที่เคารพครับ การปล่อยปละละเลยเหล่านี้จึงอยากจะกราบเรียน ต่อท่านประธานว่าการอนุมัติครั้งที่ ๒ ก็เกิดขึ้นอีก ในขณะที่มีการอนุมัติครั้งแรก อนุมัติครั้งที่ ๒ โดยที่ไม่กำกับ ติดตาม ตรวจสอบ คราวนี้มีการประชุม ครั้งที่ ๑/๒๕๕๕ หรือครั้งที่ ๒๑๘ ประชุมไปเมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ประธานในที่ประชุมคือรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะที่เป็นรองประธาน คชก. ประธานในที่ประชุม ประชุมคราวนั้น มีเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นผู้อำนวยการ อคส. ร่วมประชุมด้วย ผู้อำนวยการ อคส. ขออนุญาตไม่เอ่ยนาม ให้สาระสำคัญต่อที่ประชุมซึ่งเราควรจะบันทึกไว้ สาระสำคัญที่ให้ต่อที่ประชุมรายงานว่า ขณะนี้ได้ให้บริษัทที่มีความชำนาญด้านห้องเย็นนำตู้คอนเทนเนอร์ปรับอุณหภูมิ ไปที่จังหวัดศรีสะเกษแล้ว ๘ ตู้ และจะนำไปอีก ๑๔ ตู้ ความจุตู้ละ ๒๖ ตัน โดยคาดว่า จะสามารถจัดเก็บหอมแดงที่จังหวัดศรีสะเกษได้ ในขณะที่จัดเก็บหอมแดงหอมแดงที่เหลือ มีการจัดเก็บในลักษณะผนังด้านข้างโปร่งระบายอากาศได้ดี และการจัดเรียงกระสอบ บรรจุหอมแดงเรียงในลักษณะที่ระบายอากาศตามหลักวิธีการเก็บหอมแดง และที่ฝากเกษตรกรเก็บโดยการแขวนซึ่งจะเก็บได้นาน ย้ำกับท่านประธานนะครับ บอกว่าเก็บอย่างถูกต้องตามลักษณะการเก็บหอมแดง ในขณะที่ ผอ. อคส. ให้ความเห็นอย่างนั้น ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตรบอกว่าการตลาดส่งออกที่มี ประเทศอินโดนีเซียเป็นส่วนใหญ่หากเก็บหอมแดงที่รับซื้อไว้นานก็จะเกิดการเน่าเสีย ต้องเสียค่าทำลาย หรือถูกร้องเรียนเรื่องกลิ่นเน่าเหม็น หรือมลภาวะทางอากาศ จึงควรให้ ผู้ประกอบการหรือผู้ส่งออกรายอื่นเข้ามาช่วย อคส. สาระสำคัญอยู่ตรงนี้ครับ บุคคลท่านนี้ บอกอีกว่าขณะนี้มีเกษตรกรบางส่วนต้องการซื้อหอมแดงคืนเพื่อใช้ทำพันธุ์ปริมาณ ๓,๐๐๐ ตัน ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านกับผมก็ลูกชาวนา ปกติพวกเราทำนานี่ขายข้าวก่อนหรือครับ ถึงไปซื้อพันธุ์ข้าวกลับคืนมา การให้สาระสำคัญเหล่านี้แก่คณะกรรมการ คชก. จึงเป็นการให้ สาระสำคัญที่น่าละอายเป็นอย่างยิ่ง คนทำหอมแดงมีหรือครับขายหอมแดงไปแล้ว ไปซื้อหอมแดงกลับมาทำพันธุ์ แล้วคณะ คชก. เชื่อเขาหรือครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนั้นท่านรัฐมนตรีที่ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมวันนั้นได้อนุมัติเงินนะครับ อนุมัติเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มเติมให้ อคส. นำไปซื้อหอมแดงในแหล่งผลิตอื่นอีกต่างหาก ไม่ใช่เฉพาะล้มเหลวที่จังหวัดศรีสะเกษไม่พอแล้วอนุมัติไปอีก ๑,๒๖๕ ล้านบาท ผิดครั้งที่ ๑ ไม่พอครับ ผิดครั้งที่ ๒ ซ้ำเข้าไปอีก ใบเสร็จจึงอยู่ตรงนี้ครับท่านประธาน ถ้าผิดครั้งที่ ๒ ผมลงไปดูในพื้นที่ ขออนุญาตเปิดคลิปต่อไปครับว่าในพื้นที่สภาพการจัดเก็บหอมแดง เป็นเหมือนกับที่พูดมาเมื่อสักครู่หรือไม่ เชิญครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

ท่านประธานครับ ตรงนี้เป็นสถาบัน การพลศึกษาศรีสะเกษครับ เป็นสนามกีฬา อัฒจันทร์ วางไว้อย่างนี้แหละครับ เงินเราทั้งนั้นครับ วางไว้อย่างนี้แหละครับ ถูกต้องเลยครับ อากาศโปร่งสบาย แขวนไว้อย่างเป็นระเบียบครับ มีพื้นที่ว่างพอไม่ให้เน่าเสียครับ เท่านั้นไม่พอ ดูคลิปต่อไปอีกสักนิดหนึ่งครับ เชิญคลิปต่อไปครับ คลิปที่บ่งบอกว่ารัฐบาลใส่ใจในปัญหาของพี่น้องประชาชน

“............... : นี่คือหอมแดงเน่าที่โครงการของรัฐบาลรับซื้อจากเกษตรกรไว้ เกษตรกรบางรายบอกว่ายังไม่ได้เงิน แต่หัวหอมที่รับซื้อไว้จะนำมากองไว้ที่ศาลาประชาคม อำเภอราษีไศล เหม็นเน่าหึ่งเลย แมลงวันตอมหอมแดงเน่าครับ หอมแดงจังหวัดศรีสะเกษ เห็นบอกว่ารัฐบาลรับซื้อ พอรัฐบาลรับซื้อแล้วก็เห็นประชาชนบางคนบอกว่ายังไม่ได้รับเงิน ด้วยซ้ำไป แต่หอมแดงที่นี่เน่ากันหมดแล้วนะครับ ที่อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ”

พี่น้องประชาชนที่ชมอยู่ทางบ้านครับ ที่กองไว้คือเงินภาษีของเราทั้งนั้นครับที่รัฐบาลนี้ใช้ไป ผู้ชมครับ เงินเราทั้งนั้น ภาษีเราทั้งนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ นั่นคือความสูญเสียของเรา ถ้าสูญเสียอย่างนั้นแปลว่าอะไรครับ แปลว่าต้องมีการทุจริตคอร์รัปชันแน่นอน การทำลายหลักฐานที่ดีที่สุดคือปล่อยให้เน่าครับ ถ้าเมื่อใดเน่านั่นคือการทำลายหลักฐาน ภาพแรกท่านประธานจะเห็นว่ามีรถแบคโฮ ขุดหลุมฝังหลักฐานที่คนกระทำผิดได้ดำเนินการเพื่อไม่ให้บอกว่ามีปริมาณหอมแดง ที่รับซื้อไปปริมาณเท่าใด แต่หลักฐานอีกอย่างหนึ่งที่ชัดเจนคือหลักฐานการแจ้งความของ พี่น้องเกษตรกร อยู่ดี ๆ มีเงินเข้าบัญชีครับ ท่านมีเงินเข้าบัญชีรับไม่ได้ ถ้ารับเงิน แปลว่าวันนั้นเรากระทำความผิด เขาสำนึกว่าเงินที่เข้าบัญชีของเขาไม่ใช่เงินที่เขาได้มา จากการปลูกหอมแดงจริง เขาไปแจ้งความ ยกตัวอย่างกรณีนางทองพูน ท่านประธาน ที่เคารพครับ นางทองพูนพูดชัดว่าวันที่ ๑๔ มีสมุดบัญชี ธ.ก.ส. มาให้ท่านประธาน ได้เห็นด้วย วันที่ ๑๔ อยู่ดี ๆ มีเงินเข้าบัญชี ๑๑๔,๔๒๐ บาท และในวันเดียวกันนั้น ก็มีเงินออกจากบัญชีเช่นกัน เข้าเช้าออกบ่าย เข้าเช้าออกสาย โดยที่เขาไม่ได้ขายหอมแดง ให้กับทางรัฐบาล ไม่ได้ขายหอมแดงให้กับองค์การคลังสินค้า นี่คือหลักฐานกรณีที่ ๑

หลักฐานกรณีที่ ๒ ครับท่านประธาน สมอทอง ทองอินทร์ บอกว่าวันที่ ๑๔ เช่นกันครับ ๑๔ เดือน ๒ ครับท่านประธาน อยู่ดี ๆ มีเงินเข้าบัญชี ๓๙,๐๐๐ บาท เข้าเช้าออกสาย นี่ก็รับไม่ได้เพราะไม่ใช่เงินเขา ไปแจ้งความให้ตำรวจเป็นข้อสังเกตไว้ เช่นเดียวกันครับท่านประธาน มีบันทึกการแจ้งความเช่นกันกรณีของสมหมาย สีหะวงษ์ มีเงินเข้าบัญชี ๑๑๔,๓๙๐ บาท วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์เหมือนกันครับ วันวาเลนไทน์ (Valentine) เงินเข้าบัญชีดีแท้ ๆ ครับ เข้าเช้าออกวันที่ ๑๕ ท่านประธานที่เคารพครับ ความสูญเสียเหล่านี้ผมมีบทสรุปที่อยากจะกราบเรียนต่อท่านประธาน ข้อมูลหอมแดง ที่ อคส. จัดเก็บไว้ที่จังหวัดศรีสะเกษ ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๕ มีรายงานอย่างนี้นะครับ รายงานว่าในบัญชีมีปริมาณหอมแดงคงเหลือ ๑๖,๑๐๐,๙๐๐ กิโลกรัมหรือ ๑,๖๐๐ ตัน คิดเป็นมูลค่า ๑๕๓ ล้านบาทเศษ ทำการตรวจนับจากเจ้าหน้าที่แล้วบอกว่าปริมาณหอมแดง คงเหลือจริงจาก ๑๖ ล้านกิโลกรัมเหลือ ๑๐ ล้านกิโลกรัมเศษ ๆ คิดเป็นมูลค่า ๘๘ ล้านบาท และเมื่อตรวจนับด้วยการชั่งน้ำหนักปรากฏว่าคงเหลือ ๕,๖๐๐,๐๐๐ กิโลกรัมเศษ ๆ คิดเป็นมูลค่า ๘๔ ล้านบาท แต่บทสรุปที่เจ็บปวดที่สุดครับ เขาสรุปบอกว่าจำนวนดังกล่าว ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้แล้วเนื่องจากหอมเน่าเสียหายจากการเก็บรักษาที่ไม่ถูกต้อง ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องนี้เกิดขึ้นนานแล้วรัฐบาลทำอะไรอยู่ครับ ลงโทษไปกี่คนครับ ไล่ออกกี่คนครับ ลอยหน้าลอยตาอยู่ใน อคส. อีกกี่คนครับ คลิปสุดท้ายครับท่านประธาน เป็นคลิปที่เป็นเสียงของเจ้าของประเทศ ขอคลิปสุดท้ายครับท่านประธาน

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............... : ท่านนายกรัฐมนตรีคิดถึงพวกเราทุกคน เป็นนายกรัฐมนตรี ของพวกเรา ก็ได้ข้อสรุปนะครับ”

“............... : บริหารจัดการช่วยลูกบ้านหลานเมืองหน่อย เพราะว่าต่อสู้ ความยากจนมา หนี้สินอยู่นี่เกือบถึงล้าน คนนั่งอยู่นี่เลยล้าน”

“............... : อันนี้ฝากท่านนายกรัฐมนตรีกำกับดูแล แล้วหมู่บ้านไหนที่มา ร้องเรียนว่ามีการข้ามคิว เราจะโยนกลับไป เราจดชื่อแบบนี้ แล้วก็ลงไปตรวจสอบจริง ๆ จัง ๆ ในฐานะที่เราบริหารทั้งตำบล”

“............... : เมื่อวานใช่ไหม หอมจะหมดแล้วครับ แต่ว่าอยากทราบผล ของการที่เข้าไปสวมสิทธิ์ในลอตที่ผ่านมา หาคนรับผิดชอบสิครับ”

“............... : โครงการมา แต่ก่อนเราไม่เข้าโครงการเราอยู่ได้ เราอยู่ได้ค่ะ เราอยู่ได้ ที่เราไม่เข้าโครงการเราอยู่ได้ ๘ บาท ๙ บาท เราอยู่ได้”

“…………… : อยู่ได้แต่ขาดทุน”

“............... : ขาดทุนเราก็อยู่ได้ เพราะว่าเราช่วยตัวเองได้ แบบว่า ๘ บาท ๙ บาทเราอยู่ได้ แต่เข้าโครงการไปแล้วนี่เขามาเรียกร้องเอาชื่อเราไปใช้แบบนี้ แล้วก็เอาหอม ไปขาย แล้วให้เรารอ รออะไร อยากถามว่ารออะไร และมาให้คำตอบเราแค่นี้มันพอไหม”

“............... : คือว่าไม่พอใจนะครับ”

“............... : เสียใจ หอมเฮาขาย ๕ บาท เฮายังไม่เคยเห็นเลยว่าหอมเฮา ต้องมาถูกย่ำยีถึงขนาดนี้ หอมเฮาขายไป ๕ บาทเฮาก็ยังภูมิใจว่าหอมเฮาไปให้พี่น้องเฮา ให้ชาวโลกเฮาได้กิน เฮาปลูกเฮาเมื่อย เฮาก็ภูมิใจว่าหอมเฮาได้เอาไประบายออกให้พี่น้อง ได้กิน บ่เห็นทุกหัว กิโลกรัมละ ๓ บาทฉันก็เคยขายฉันปลูกมานี่ ๔๐ ปี อายุฉัน ๕๐ ปี นี่ฉันทำแต่เล็ก ๆ เลย ฉันจะบอกให้

“............... : เจ็บปวด”

“............... : เจ็บปวดหลาย”

“............... : เห็นหอมเน่า”

“............... : หอมเน่าทิ้ง ทุกคนย่ำยีหอมเฮา”

ท่านประธานที่เคารพครับ เขาบอกว่า เขาขาย ๕ บาทก็ได้แต่อย่าย่ำยีเขา อย่าเอาเงินงบประมาณแผ่นดินมาผลาญเยี่ยงนี้ ถ้าทำอย่างนี้ผมในฐานะที่เป็นผู้หนึ่งที่ยื่นญัตติเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรี ด้วยข้อหาที่มีพฤติกรรมการบริหารราชการแผ่นดินบกพร่อง ล้มเหลว ผิดพลาด ไร้ความสามารถ ไร้ประสิทธิภาพ มีพฤติกรรมปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตการใช้เงินแผ่นดิน สมควรแล้วใช่ไหมครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านต่อไปครับ เชิญครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ท่านประธานครับ ต้องถามก่อนว่า เพาเวอร์พอยท์ของผมพร้อมหรือยังครับ ผมส่งไปแล้วครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อะไรนะครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

เพาเวอร์พอยท์ที่ผมส่งไปพร้อมจะใช้ หรือยังครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เจ้าหน้าที่มีไหมครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่ทำรายได้สูงสุดให้กับประเทศชาติ ตอนนี้แซงข้าวไปลิบลิ่ว แล้วนะครับ และยางพาราในปัจจุบันนี้ก็มีการปลูกกระจายไปทุกภาค ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคใต้ ๖๘ จังหวัดแล้วครับ เพราะฉะนั้นราคายางพารา จึงมีความหมายต่อชีวิตของเกษตรกรกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ ครอบครัว แล้วก็เศรษฐกิจส่วนรวม ของประเทศชาติด้วยครับ แต่ท่านประธานครับ วันนี้ยางพาราราคากิโลกรัมละ ๗๒-๗๔ บาท ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำมาก เกษตรกรอยู่ไม่ไหวครับอย่างนี้ รับไม่ได้ ขณะที่ปุ๋ยก็แพง ค่าแรงก็แพง และตั้งแต่รัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์เข้ามารับตำแหน่งราคายางพาราก็ลดลงตลอดครับ สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน และประเทศก็สูญเสียรายได้เป็นอันมาก วันนี้ครับท่านประธานครับ ผมขอเป็นตัวแทนของพี่น้องชาวสวนยางและพี่น้องประชาชน เพื่อที่จะไม่ไว้วางใจนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ขอเพาเวอร์พอยท์ภาพที่ ๑

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

ท่านประธานครับ อันนี้ดูไม่ค่อยชัดนะครับ จอใหญ่ แต่ทีวีน่าจะชัด นี่คือราคายางพาราเมื่อปีที่แล้วครับ ปี ๒๕๕๔ ท่านประธาน เห็นราคาดี ๆ ต้นปีนั่น ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคมเป็นสมัยของ พรรคประชาธิปัตย์ครับ จะเห็นว่าราคายางพาราอยู่ที่ ๑๕๒ บาท ๑๗๒ บาทก็เคยมีครับ ๑๔๐ บาท ๑๕๕ บาท เดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคมเรารักษาการครับ ตอนที่ยุบสภาแล้ว ยางพารายังอยู่ที่ ๑๓๕ บาท ๑๒๗ บาท แต่ตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไปรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เข้ามารับหน้าที่ ตั้งแต่นั้นมาเลยครับหายนะก็เกิดขึ้นกับยางพารา ดูราคาสิครับ ๑๒๒ บาท ๑๒๓ บาท เดือนตุลาคมหลุด ๑๒๐ บาทแล้วครับ เหลือ ๑๐๙ บาท เดือนพฤศจิกายน ๘๗ บาท เดือนธันวาคม ๘๗ บาท หยุดภาพไว้ก่อนครับ ถึงตอนนั้นครับรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี ได้ตัดสินใจผิดพลาด ที่ม็อบชาวสวนยางตอนนั้นเขาบอกว่ารัฐบาลโง่ เพราะว่าปลายเดือน พฤศจิกายนครับรัฐบาลของท่านไปเป็นสักขีพยานที่ประเทศจีนให้กับผู้ส่งออกยางพารา รายใหญ่ของประเทศ ลงนามซื้อขายยางพาราล่วงหน้ากับประเทศจีนในราคากิโลกรัมละ ๑๐๕ บาท ท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะไม่ทราบนะครับว่าทำอะไรลงไป การทำเช่นนั้น ในฐานะที่เราเป็นผู้นำในการส่งออกยางพาราเบอร์ ๑ ของโลก นั่นคือการชี้นำตลาด บอกเขาว่า ยางพารามันราคาแค่นั้นแหละ เกษตรกรเขาถึงว่าท่านโง่อย่างไรครับ แล้วก็จริงอย่างที่เขาพูด ปรากฏว่าราคายางพาราตกลงมาเหลือแค่ ๘๐ กว่าบาท ผมขอกล่าวหาต่อไปครับว่า รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ไม่ให้ความสนใจกับยางพาราเลยครับ เพราะว่า ท่านเข้ามาเป็นรัฐบาลเมื่อเดือนสิงหาคม แต่ปรากฏว่าคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ ประชุมครั้งแรกเมื่อไรท่านประธานทราบไหมครับ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๕ หลังจากเข้ารับตำแหน่ง ๖ เดือน ไปเทียบกับคนที่เขาขยันไหมครับ ข้าวครับ คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติเขาประชุมครั้งแรกวันที่ ๙ กันยายน ๒๕๕๔ หลังเข้ารับตำแหน่งไม่ถึงเดือน ทำไมกรรมการยางถึงได้ขี้เกียจอย่างนี้ล่ะครับ เห็นได้ชัดเจนว่าท่านไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องของยางพาราเหมือนข้าวเลยครับ แล้วนี่ก็คือ สาเหตุที่ทำให้ยางพารามันราคาตก ไม่ต้องไปโทษยูโรอะไรทั้งนั้น ถ้าเคลื่อนไหวเสียตอนนั้น ประชุมตอนนั้น วางแผนตอนนั้น ยางอาจจะไม่ใช่เป็นอย่างทุกวันนี้ ถูกด่ามาก ๆ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๕ มีการประชุมครั้งแรก ส่งผลให้เกิดมติ ครม. ครั้งแรกเหมือนกัน คือมติ ครม. ที่ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในที่ประชุม เมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๕ อนุมัติเงินกู้จาก ธ.ก.ส. จำนวน ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ให้สถาบันเกษตรกรกู้ไป ๕,๐๐๐ ล้านบาท องค์การสวนยาง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ดอกเบี้ย ๐ เปอร์เซ็นต์ ภารกิจก็คือ ให้ไปรับซื้อยางพารานำไปแปรรูปแล้วก็ขายในราคาที่เหมาะสม โดยงบค่าใช้จ่ายของ โครงการใช้งบกลางปี ๒๕๕๕ ๑,๓๒๒ ล้านบาท ท่านประธานครับ รัฐบาลนี้ไร้ฝีมือในการ บริหารงาน แต่ไม่ได้ไร้ฝีมือในการคุยโม้โอ้อวดหรอกครับ ทันทีที่มติ ครม. ออกก็คุยโม้ว่า จะทำราคายางพาราให้ได้ ๑๒๐ บาท โม้มากไปกว่านั้นอีกครับ ถ้าทำได้สูงกว่านั้นก็จะทำ ชาวบ้านชาวสวนยางรับรู้เรื่องนี้ตลอด เพราะว่าลูกน้องของท่านนายกรัฐมนตรีไปพูดใน หลายที่หลายโอกาส แล้วมาดูสิครับว่าผลเป็นอย่างไร ขอภาพต่อไปครับ นี่คือราคายางพารา ปี ๒๕๕๕ สมัยยิ่งลักษณ์เต็มที่เลยครับ ดูตั้งแต่เดือนมกราคมครับ ดูแถวหน้าแถวเดียว ๙๗ บาท ๑๐๘ บาท ๑๐๖ บาท ๑๐๕ บาท ๑๐๑ บาท และถึงเดือนมิถุนายน ๘๘ บาทต่อกิโลกรัม เคยมีวันไหน ชั่วโมงไหนไหมครับที่ยางถึง ๑๒๐ บาท ขอภาพต่อไปครับ ขอประจานความไร้ฝีมือของรัฐบาล ภาพต่อไปครับ นี่คือความเสียหายที่เกิดขึ้นกับ ประเทศชาติโดยฝีมือของท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลของท่านครับ ๖ เดือนแรก ของปี ๒๕๕๔ สมัยพรรคประชาธิปัตย์ส่งออกยางพาราขายยางพาราได้เท่าไรครับ เอาตัวเลขกลม ๆ แล้วกันนะครับ ๒๒๔,๒๓๘ ล้านบาท ๖ เดือนแรก ปี ๒๕๕๕ สมัยพรรคเพื่อไทย ส่งออกได้เท่าไรครับ ๑๔๕,๕๓๗ ล้านบาท ลดลงไป ๗๘,๗๐๑ ล้านบาทครับ ตัวเลขกลม ๆ ถ้าจะนับก็คือประมาณ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าจะมาเปรียบเทียบดูผมจะเปรียบเทียบอย่างนี้ รถไฟฟ้าสายสีเขียวแบริ่ง-สมุทรปราการใช้งบประมาณ ๒๘,๐๒๖ ล้านบาท รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรงใช้งบประมาณในการก่อสร้าง ๔๗,๑๑๕ ล้านบาท รวมกันแล้ว ๒ สาย ๗๕,๑๔๑ ล้านบาท ยังไม่เท่ากับเงินที่ท่านทำเจ้งไปครึ่งเดือนแรกของปี ๒๕๕๕ ครับ แล้วอย่างนี้จะให้ผมไว้ใจให้พวกท่านบริหารประเทศต่อไปได้อย่างไรครับ ทีนี้ถึงช่วงเดือน มิถุนายน เดือนกรกฎาคม ถึงตอนนั้นเริ่มร้อนไปทั่วแล้วครับ เพราะว่าพี่น้องชาวสวนยางไม่ยอมแล้วทีนี้ ที่เขาเคยใจเย็นมาตลอด ให้โอกาสรัฐบาล มาตลอด ตอนนี้เขาเริ่มทนไม่ไหว เริ่มออกมาชุมนุม บางแห่งก็มีการปิดถนน เขาออกมา เรียกร้องอะไรครับ ๑๒๐ บาทที่รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีสัญญาไว้ รัฐบาลของท่านก็เริ่ม ออกลายทันทีเลยครับ ใช้วิธีโกหกอย่างกล้าหาญ หรือชาวบ้านเขาเรียกว่าโกหกหน้าด้าน ๆ นั่นแหละครับว่าไม่เคยพูดว่าจะทำยางพาราให้ได้ ๑๒๐ บาท ลืมไปว่าโลกยุคนี้มันเป็นโลก ยุคข้อมูลข่าวสารนะครับ ชาวบ้านเขาจะดูเรื่องท่านเขาเปิดอินเทอร์เน็ตดูคลิปแป๊บเดียว เขาเห็นแล้วครับว่าท่านโกหก เขาก็ยิ่งโกรธมากครับชาวบ้าน คือพูดแล้วทำไม่ได้แล้วยังมา โกหกซ้ำอีก ถึงเดือนนี้เดือนกรกฎาคม ๒๕๕๕ นี่แหละครับที่เราได้เห็นชัดเจนว่ารัฐบาล บริหารไม่เป็น ไร้ฝีมือ ไม่รอบคอบ ไม่สนใจ ดีแต่คุยโม้โอ้อวด เพราะว่าออกมาสารภาพว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ๗ เดือนแล้วเพิ่งจะนึกขึ้นมาได้ว่าตอนออกมติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๕ ที่ผมพูดถึงเมื่อกี้ครับลืมตั้งงบประมาณชดเชยการขาดทุนให้กับ องค์การสวนยาง แล้วจะให้เขากล้าทำงานได้อย่างไรครับ ในเมื่อเขาต้องออกมาเสี่ยงกับ การขาดทุน ถ้าเขาขาดทุนแล้วเขาจะเอาเงินมาจากไหน โง่อยู่ ๗ เดือนครับถึงมานึกได้ นี่ถ้านับ รวมกับก่อนประชุมทิ้งไป ๖ เดือน รวมกับ ๗ เดือน เท่ากับว่าประเทศเสียโอกาสไปกับ การบริหารงานของรัฐบาลท่านยิ่งลักษณ์นี่ ๑๓ เดือนไม่ได้อะไรเลยครับ พอนึกขึ้นมาได้ ก็มีมติ ครม. ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๕ เหมือนที่ผมบอกแหละครับ โง่อยู่ตั้ง ๗ เดือนคิดออกแล้วได้ตั้งงบประมาณชดเชยผลการขาดทุนการดำเนินงาน ในโครงการดังกล่าว ทีนี้แหละครับถึงเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาสักนิดหนึ่ง ก็คือมีการเข้ามา แทรกแซงซื้อยางพาราโดยกำหนดจุดรับซื้อ คราวนี้แปลกครับเป็นโรงงานยาง แล้วก็ให้ สถาบันเกษตรกรซื้อยางจากสมาชิกเอามาขายให้องค์การสวนยางตามจุดต่าง ๆ เหล่านี้ ในราคาคือยางแผ่นกิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท ยางรมควันกิโลกรัมละ ๑๐๔ บาท ไม่กล้าซื้อ ๑๒๐ บาท นี่จะเรียกว่าอะไรครับถ้าไม่เรียกว่าโกหกประชาชนอีก โครงการนี้บอกว่าใช้เงินไป ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ขอภาพต่อไปครับ ผมเปรียบเทียบให้ดูนะครับ ให้ดูความสำคัญที่ท่าน ให้กับยางพารา จำนำข้าวมูลค่าส่งออกปีละ ๑๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ให้งบประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ยางพารามูลค่าส่งออก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ให้งบประมาณ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท เศษเงินครับ ต่างกันราวกับฟ้าดิน ผมไม่ใช่ไม่เห็นด้วยที่จะไปช่วย ชาวนาครับ แต่ว่าไม่ใช่ไปช่วยปู้ยี้ปู้ยำ ไปแบ่งสันปันส่วนกัน ให้ช่วยก็ต้องช่วยจริง ๆ แต่ยางพารานี่มันเหมือนกับไปยกคนตัวใหญ่นะครับ ใช้แรงนิดเดียวมันจะยกได้อย่างไร ท่านประธานครับ ปรากฏว่าเขาก็เตือน เขาก็ติงว่ามันไม่ได้หรอก แต่ก็ยังทำเพราะว่า หวังอย่างอื่นครับ ถามว่าเอาเงิน ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทมาใช้แล้ว โครงการเริ่มแล้ว ยางพารา ราคาดีขึ้นไหม ขอภาพต่อไปครับ เดือนสิงหาคมครับ ราคายางพาราอยู่ที่ ๗๐ กว่าบาท ถึง ๘๐ กว่าบาท ขอภาพต่อไปครับ เดือนกันยายนเหมือนเดิมครับ ๗๐ กว่าบาทถึง ๘๐ กว่าบาท เดือนตุลาคมครับ ๗๐ กว่าบาทถึง ๘๐ กว่าบาท เดือนพฤศจิกายนเดือนนี้ครับ หลุดแล้วครับ ๘๐ บาทไม่โผล่ให้เห็นอีกเลย ตอนนี้เหลือ ๗๐ กว่าบาทตลอดครับ เป็นอย่างไรครับ ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ราคายางพาราตกต่ำตลอด อย่าว่าแต่จะถึง ๑๒๐ บาท ที่คุยโม้ไว้เลยครับ แค่คุ้มทุนก็เอาไม่รอดแล้ว สรุปก็คือโครงการนี้สูญเปล่า ราคายางพารา ยิ่งแย่ลง แต่ท่านประธานครับ ใครได้ประโยชน์เดี๋ยวรู้ครับ โครงการ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ของท่านนายกรัฐมนตรีมีความไม่ชอบมาพากลอยู่หลายประการครับ

ประเด็นที่ ๑ โครงการนี้ไม่ช่วยเหลือเกษตรกรที่ทำน้ำยางสด ช่วยแต่พวกทำ ยางแผ่น ขอภาพต่อไปครับ นี่ให้ท่านประธานได้เห็นนะครับ ท่านอาจจะไม่เคยเห็นบ้านท่านครับ คือจุดซื้อน้ำยางสดครับ ขอบอกท่านนายกรัฐมนตรีให้รับรู้ไว้ว่าเดี๋ยวนี้ชาวสวนยางพารา ๗๐ เปอร์เซ็นต์เขาทำน้ำยางสดมาขายกันแบบนี้ ตามจุดแบบนี้แล้วครับ แล้วโครงการ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทของท่านไม่รับซื้อยางแบบนี้ นี่เท่ากับว่าเกษตรกรชาวสวนยางพารา ๗๐ เปอร์เซ็นต์ไม่ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ ภาพนี้นะครับนี่เป็นจักรรีดยาง สมัยผมตัวเล็ก ๆ เด็ก ๆ นี่มีทุกบ้าน เพราะว่าเมื่อก่อนนี้เขาทำยางแผ่นหมดเลย แต่ตอนนี้ เขาทิ้งหมดแล้ว เป็นเศษเหล็กหมดแล้ว ตอนนี้เหลือเกษตรกรที่ทำแบบนี้อยู่ เหมือนที่ผมบอก เหลือประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ถ้าจะมีสิทธิเข้าไปขายยางในโครงการ ต้องเป็นสมาชิกของสถาบันเกษตรกร เช่น สหกรณ์การเกษตร วิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกร แต่ถามว่าใน ๓๐ เปอร์เซ็นต์นี้ส่วนใหญ่เป็นไหม ตอบได้เลยครับ ไม่ได้เป็น เพราะฉะนั้น คนส่วนน้อยอีกละครับ ใน ๓๐ เปอร์เซ็นต์นี้ที่มีโอกาสได้ไปขายยางพาราในโครงการ น้อยแล้วนะครับ แล้วคนที่ไปขายยางในโครงการได้ดิบได้ดีมากกว่าคนอื่นมากมายกระนั้นหรือ ก็ไม่ใช่ครับ ปรากฏว่าไปขายจะได้เงินเพิ่มมากขึ้นกว่าไปขายให้กับพ่อค้ายางประมาณ กิโลกรัมละ ๕ บาทเท่านั้นครับ จึงถือว่าโครงการ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทของท่านนี่นอกจาก ไม่เป็นธรรมแล้วยังให้ประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกร คือแทบจะไม่ให้ประโยชน์เลยก็ว่าได้

ความไม่ชอบมาพากลประเด็นที่ ๒ ท่านประธานคงจำได้ ท่านประธาน มานั่งให้พวกเราหารือในช่วงหนึ่ง ท่านจำได้ไหมครับว่าจะมี ส.ส. หลายจังหวัด ทั้งภาคเหนือ ภาคใต้ ผมคนหนึ่งด้วยละครับที่หารือกับท่านประธานว่ากลุ่มเกษตรกรในหลาย ๆ จังหวัด ไปขายยางให้กับโครงการนี้แล้วไม่ได้เงินครับ ติดหนี้เขา ติดเงินเขา รัฐบาลติดเงิน กลุ่มเกษตรกร เป็นการบริหารที่ชุ่ยมาก ติดค้างอยู่ประมาณ ๒ เดือน เพิ่งจะเริ่มทยอยให้เงิน เมื่อกลางเดือนตุลาคมนี้เอง ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนสิงหาคมเป็นหนี้เขามา อันนี้ผมก็ไม่รู้ว่า เงินไปไหนหมด แล้วใครที่ได้ประโยชน์ เดี๋ยวท่านประธานอาจจะรู้เมื่อฟังผมอภิปรายต่อไป ที่แน่ ๆ ก็คือกลุ่มเกษตรกรที่เอาเงินมาซื้อยางจากชาวสวนยางเขาซื้อจนหมด เอามาขายแล้ว ไม่ได้เงินก็จบกันสิครับ เขาก็ไม่มีเงินที่จะไปซื้อครั้งต่อไป ก็ใช้บริการได้ครั้งเดียว แถมยังไม่ได้เงินอีก แต่ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งครับท่านประธานครับ กลับไปแล้วไปซื้อต่ออีก แข็งใจไปซื้อต่ออีกจากกลุ่มเกษตรกร จากกลุ่มพี่น้องชาวสวนยาง ด้วยความเชื่อใจ ท่านนายกรัฐมนตรี เชื่อใจว่ารัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีคงจะทำโครงการนี้ต่อไป ไปซื้อเชื่อมาครับ ไปซื้อมาแล้วปรากฏว่าพอจะมาขาย ทีนี้เป็นอย่างไรครับ รัฐบาลเลิกซื้อแล้ว จุดซื้อทั้งหลาย จุดรับซื้อยางทั้งหลายหยุดรับซื้อตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน กลุ่มพวกนี้ ซื้อยางพาราไปแล้วจากพี่น้องชาวสวนยางเอามาขายเขาไม่ซื้อ ทำอย่างไร ชาวสวนยาง ก็ไปทวงเงิน ไปทวงทุกวัน ในที่สุดต้องตัดสินใจขายยางครับ ขายให้ใครครับ ก็ต้องขายให้พ่อค้า พ่อค้าเขาก็เก่งเขาก็รู้ครับพวกนี้ร้อนเงินเขาก็กดราคาซ้ำเข้าไปอีก ปรากฏว่าเมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ สถาบันเกษตรกร ๘๐๐ แห่งที่เขาเป็นแบบที่ผมเล่าให้ฟังเมื่อกี้นี้ครับ รวม ๆ กันแล้วเขาขาดทุนไปกว่า ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับ เขามาร้องเรียน ท่านนายกรัฐมนตรีโปรดรับรู้ไว้ด้วยว่าที่เขาต้องเป็นแบบนี้เพราะเขาไม่คิดว่ารัฐบาลของท่าน จะเบี้ยวเขาหยุดรับซื้อยางครับ เขาจึงขาดทุนมากมายขนาดนี้ แล้วท่านจะเยียวยากลุ่มนี้ เขาอย่างไร แล้วเชื่อไหมครับว่าถึงวันนี้แล้วแม้จะมีมติ ครม. ออกมาอีกครั้งหนึ่ง เมื่อ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๕ อนุมัติให้องค์การสวนยางกู้เงิน ธ.ก.ส. วงเงิน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าอนุมัติมางวดแรกแค่ ๕,๐๐๐ ล้านบาทเองครับก็ยังซื้อไม่ได้ ที่ซื้อไม่ได้ก็เพราะเงิน ๕,๐๐๐ ล้านบาทที่ออกมาต้องเอาไปใช้หนี้อย่างไรครับที่ว่าเป็นหนี้เขาอยู่ และอีกอย่างหนึ่ง ก็คือว่าตั้งแต่เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่โรงงานยางแห่งหนึ่งที่จังหวัดนครศรีธรรมราชปรากฏว่าไม่มี บริษัทเอกชน บริษัทประกันภัย บริษัทไหนอีกเลยที่กล้ามารับประกันเงินในโครงการนี้ เพราะเขากลัวเสียแล้วครับ เขากลัวว่ายางเดี๋ยวไฟไหม้อีก เพราะว่าคนบางคนอยู่ที่ไหน ไฟลุกที่นั่นครับ จึงซื้อยางเพิ่มไม่ได้เพราะไม่มีโกดังเก็บ เดินหน้าก็ไม่ได้ ถอยหลังก็ไม่ได้ แล้วจะให้ผมไว้วางใจอย่างไรล่ะครับท่านนายกรัฐมนตรี

ต่อไปคือความไม่ชอบมาพากลประเด็นที่ ๓ ครับ ที่อาจจะตอบประเด็นที่ ๒ ว่าเงิน ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทที่ออกมานี่มันหายไปไหนหมด ขอภาพต่อไปครับ รถพ่วงนะครับ รถพ่วงนี้ไม่ได้บรรทุกข้าว ไม่ได้บรรทุกหอมแดง ไม่ได้บรรทุกมันสำปะหลัง แต่บรรทุก ยางพาราครับ มาจอดรออยู่หน้าโรงงานที่เป็นจุดรับซื้อแห่งหนึ่ง แถวยาวครับ แต่อาจจะยาว ไม่เท่ากับหอมแดงของดอกเตอร์ศุภชัยเมื่อกี้ ตามปกติถามว่าโรงงานนี้ลูกค้าแน่นอย่างนี้ไหม ไม่หรอกครับ ไปวันนี้ก็ไม่เห็นภาพอย่างนี้หรอกครับ แต่นี่เขามาทำไมครับ เขามาเอาเงิน ในโครงการอย่างไรครับ นี่ก็อีกภาพหนึ่งให้เห็นว่าเป็นรถพ่วงจริง ๆ หยุดภาพไว้แค่นี้ก่อนครับ ผมได้เรียนแล้วนะครับว่าผู้ที่จะมาขายยางให้กับจุดรับซื้อต้องเป็นกลุ่มสหกรณ์ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกร แต่ถามว่ารถพ่วงเมื่อกี้เป็นรถของกลุ่มเกษตรกรใช่ไหม ไม่ใช่หรอกครับ ทุกกลุ่มเกษตรกรในจังหวัดตรังจริง ๆ แล้วเขานี่แหละมาร้องเรียนผม เรื่องนี้ครับ เขาบอกว่าเขาไม่มีหรอกครับรถพ่วงอย่างนี้ อย่างดีเขาก็มีรถกระบะ รถหกล้อ มีอยู่กลุ่มหนึ่งรวยหน่อยมีรถสิบล้อก็เท่านั้นครับ ถ้าอย่างนั้นรถพวกนี้เป็นรถใคร เป็นรถของ นายทุนพ่อค้ายางครับ พ่อค้ายางที่เขาไปซื้อยางจากชาวสวนยาง จากพ่อค้าย่อยในราคาถูก ๆ แล้วก็นำมาขายในโครงการโดยสวมสิทธิ์กลุ่มเกษตรกร เห็นไหมครับยางพาราก็มีสวมสิทธิ์ ได้กำไรไปเหนาะ ๆ เลยครับ คันหนึ่งท่านประธานทราบไหมครับว่าหนักเท่าไร ๓๐ ตันนะ เพราะฉะนั้นได้กิโลกรัมละประมาณ ๑๕-๒๐ บาท ส่วนต่างระหว่างราคาทั่วไปกับราคา ในโครงการ ฟันกำไรกันไปเที่ยวหนึ่งต่อคันก็ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐-๖๐๐,๐๐๐ บาทครับ แต่ท่านประธานครับลำพังพ่อค้ายางธรรมดาเขาไม่กล้าทำอย่างนี้หรอกครับ แต่พ่อค้ายาง พวกนี้มีผู้ยิ่งใหญ่ผู้มีอิทธิพลที่ใกล้ชิดกับคนในรัฐบาลนี้ร่วมมืออยู่ด้วยครับ ท่านประธานครับ ผมจะเรียนให้ท่านประธานทราบว่าการจัดตั้งสถาบันเกษตรกรเต็มไปด้วยความหละหลวม ถ้ากลุ่มก่อน ๆ กลุ่มเก่าแก่ กลุ่มสหกรณ์เก่า ๆ ผมยอมรับครับเขามีระบบระเบียบดี แต่กลุ่มที่เกิดใหม่นี่ครับ อย่างเช่นพอมีโครงการขึ้นมาก็มีการไปจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน บางแห่งมีสมาชิกแค่ ๙ คนก็จดทะเบียนได้แล้วครับ กลุ่มอะไร เขากำหนดว่าต้องส่งรายงาน การประชุมกลุ่มเพื่อประกอบการจดทะเบียนและต้องมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมอย่างน้อย ๒๕ คน บางแห่งปรากฏว่ามีคนเข้าประชุม ๑๐ คนก็ยอมให้ผ่านครับ มันช่างง่ายดาย เหลือเกิน และโดยเฉพาะเมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๕ รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศให้เพิ่มกลุ่มชาวสวนยางที่สำนักงานสงเคราะห์การทำสวนยางจัดตั้งขึ้นให้เข้าร่วม โครงการด้วย คราวนี้แหละครับเหมือนปล่อยผีเลย พวกพ่อค้ายาง พวกผู้มีอิทธิพล ผู้ยิ่งใหญ่ ที่ใกล้ชิดกับคนในรัฐบาลของท่านส่งคนของตัวเองเข้าไปจดทะเบียนตั้งกลุ่ม แล้วก็เอาชื่อ กลุ่มเหล่านี้ละครับมาสวมสิทธิ์ขายยางในโครงการฟันกำไรกันเปรมไปเลยครับ ดูภาพต่อไปครับ ผมปิดเบอร์เดี๋ยวจะเอาไปแทงหวย แต่ดูจังหวัดสิครับอาจจะไม่ชัด แต่ผมจะบอกให้ว่าเป็นจังหวัดสุราษฎร์ธานี นอกจากนี้คันอื่น ๆ ที่เป็นแถวยาว ต่างจังหวัดทั้งนั้นเลยครับ มีจังหวัดนครศรีธรรมราช มีจังหวัดพัทลุง มีจังหวัดกระบี่ ล้วนแต่ แห่มาขายครับ นี่แสดงว่าฟาดเงินในจังหวัดของตัวเองเรียบร้อยไปแล้วถึงมาเอาที่อื่นต่อ แล้วก็มาฟาดเสียเรียบตามเคย เงินในโครงการจะเหลือถึงเกษตรกรได้อย่างไรล่ะครับ ท่านนายกรัฐมนตรี เพราะว่ารถเหล่านี้ผมบอกแล้วว่าไม่ธรรมดาครับ มีผู้มีอิทธิพล มีผู้ยิ่งใหญ่หนุนหลังอยู่ครับ เพราะฉะนั้นมารออย่างนี้ถึงเวลาเขาเปิดรับซื้อเมื่อไรรถเหล่านี้ ได้เข้าก่อน มาถึงพร้อมกันกับรถของกลุ่มเกษตรกร รถพวกนี้เข้าขายได้ก่อน เพราะว่า เขาบอกว่าขู่เข็ญกรรมการรับซื้อได้ ถ้าเป็นรถของเกษตรกรธรรมดาต้องรอ บางคัน ๓-๔ วัน ถึงจะได้ขายยาง นี่คือขบวนการโกงกินที่ผมเชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีต้องรู้ครับ เพราะท่านรู้ ทุกเรื่องอยู่แล้ว เห็นสมาชิกในสภาบอกว่าท่านเก่งเหลือเกิน ทำไมยังปล่อยให้เกิดขึ้นล่ะครับ แล้วผมจะไว้วางใจให้ท่านบริหารงานต่อไปได้อย่างไร

ประเด็นต่อไปครับ มติ ครม. เมื่อวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ที่ให้มีการซื้อยางเก็บ ได้ระบุไว้ด้วยว่าให้พิจารณาถึงช่วงเวลาการเก็บและระบายสต็อกยางให้เหมาะสมมิให้เกิด ปัญหาเสื่อมสภาพด้วย เมื่อกี้หมอวรงค์ท้าให้ไปดูโกดังข้าว ดอกเตอร์ศุภชัยให้ไปดูโกดัง หอมแดง ผมก็อยากจะท้าท่านนายกรัฐมนตรีให้ไปดูโกดังยางกันบ้าง ขอภาพต่อไปครับ ห้ามถ่ายภาพยางครับ โน โฟโตกราฟ (No Photograph) ตลกไหมครับ ผมเคยเห็นป้ายแบบนี้ หน้าพิพิธภัณฑ์ที่เขาเก็บของสำคัญในประวัติศาสตร์หรือไม่ก็ของที่มีชิ้นเดียวในโลก แต่นี่มันยางพารานะครับ ยางของประชาชนด้วย ทำไมห้ามล่ะ เอาครับ พี่น้องประชาชน เขายิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ เขาก็เลยเข้าไปถ่ายรูปมาแล้วก็เอามาให้ผมครับ ขอภาพต่อไปครับ มิน่าเล่า นี่ครับเขาเรียกว่ายางลูกขุน ดูสิครับ วางระเกะระกะ ระเนระนาด ไม่เป็นระเบียบ ขอภาพต่อไปครับ เช่นเดียวกันดูสิครับ วางกองไม่เป็นระเบียบ นี่มันเป็นยางของประชาชน ขอภาพต่อไปครับ คือให้ดูของเขาสวย ๆ งาม ๆ ก่อนครับ ยางนี้แนะนำให้ท่านประธาน ได้รู้จักเรียกว่ายางลูกขุน เป็นยางรมควันที่เขาเอามาอัดแน่นแล้วก็ห่อแล้วก็ทาแป้งเรียบร้อย อันนี้ผมถ่ายมาจากโรงงานแห่งหนึ่งที่เขาดูแลดีนะครับ ดูสิครับว่าเขาวางเรียบร้อย ท่านประธานครับ ยางลูกขุนนี้ก้อนหนึ่งหนัก ๑๑๑ กิโลกรัม ภาพต่อไปครับ แต่มาดูยางลูกขุน ในโกดังของรัฐบาลบ้างสิครับ เห็นไหมว่าสีดำเต็มไปหมดเลย อันนี้คือรามันขึ้นแล้วครับ ภาพต่อไปครับ รามันลึกเข้าไป คนที่อยู่ที่เห็นเหตุการณ์เขาบอกว่ารานี่กินลึกเข้าไป ในเนื้อก้อนยางแล้วครับ นี่ละครับคือการเก็บรักษาทรัพย์สมบัติของพี่น้องประชาชน ก็เหมือนกับกรณีของข้าวแล้วก็หอมแดงครับ ท่านประธานครับ ลองถามท่านนายกรัฐมนตรีดู ถ้านายกรัฐมนตรีเป็นประเทศจีน เป็นประเทศญี่ปุ่นเห็นยางอย่างนี้แล้วจะซื้อไหม ไม่มีใครซื้อ หรอกครับ เพราะมันขึ้นราหมดแล้ว มันแย่แล้วครับ ท่านประธานทราบไหมครับว่า เขาเก็บยางเมื่อกี้ทั้งหมดอยู่ในโกดังแห่งนี้ ๗๒๒ ตัน ๗๒๒ ตันนี้ผมเอา ๑๑๑ กิโลกรัมไปหาร แล้วก็คงตกประมาณ ๖,๕๐๐ ก้อน ถ้าจะขายได้ต้องไปรื้อออกใหม่ ล้างเช็ดอย่างดี เสียค่าใช้จ่ายอีกเยอะ แล้วก็ไม่แน่ว่ามันจะดีเหมือนสภาพเดิมหรือเปล่า แล้วผมเชื่อว่า คงไม่ใช่ที่นี่แห่งเดียวที่ซื้อมาไว้ ๑๔๐,๐๐๐ กว่าตัน ไม่ทราบว่าตอนนี้เอาไปเก็บอย่างไรนะครับ ผมเชื่อว่าก็คงจะไม่ต่างจากอันนี้ละครับ เอาสักวันไหมครับ ไปเปิดโกดังดูกันให้ทั่วว่าตอนนี้ ๑๔๐,๐๐๐ กว่าตันมันเสียหายไปเท่าไรแล้ว ทรัพย์สมบัติของประเทศชาติที่ท่านบอก มีมติ ครม. ว่าจะดูแลให้ดี ท่านดูแลอย่างนี้นะครับ แล้วก็นี่คือทรัพย์สมบัติของ พี่น้องประชาชนจะขายได้หรือเปล่าก็ไม่ทราบครับ และแน่นอนยางพาราที่ท่านซื้อมาเก็บนี่แหละ จะสร้างปัญหาต่อไปในอนาคต เพราะว่าทุกคนในโลกเขาก็รู้ตอนนี้เรามีสต็อกยางพารา อยู่เท่าไร เพราะฉะนั้นผมเชื่อแน่ นักวิเคราะห์ทั้งหลายเขาเชื่อกันว่ายางพาราด้วยการซื้อ การทำงาน การจับกลไกตลาดจับจังหวะที่ผิดพลาดของท่าน เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพราะความไม่มีประสบการณ์ มีแต่การคุยโม้โอ้อวดอย่างเดียวของท่านทำให้เกิดอย่างนี้ เกิดขึ้นครับ มีอย่างที่ไหนมาซื้อมาแทรกแซงแล้วราคาไม่ขึ้น ตอนนี้ยางพาราเหลือบานเบอะ เลยครับ แล้วอย่างนี้อนาคตจะเป็นอย่างไรครับ แล้วขอบอกนะครับ อย่างอื่นเขามีจีทูจีกัน อันนี้ไม่มีหรอกครับจีทูจีอะไร ยังขายไม่ได้สักแผ่นหนึ่งครับยางพาราวันนี้ แล้วสภาพก็เสื่อม อย่างที่ท่านประธานได้เห็นนี่แหละครับ อนิจจาประเทศไทย ผมขอสรุปครับท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลของท่านไม่ให้ความสนใจ ไม่ให้ความสำคัญกับยางพารา ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลของท่านไม่มีฝีมือในการแก้ปัญหา ทำงานแบบไร้สมอง ไม่เข้าใจกลไกตลาดค้ายางพาราเลย ยิ่งทำงานยิ่งสะสมปัญหา ตอนนี้ยางพาราในสต็อก ของท่านนี่ละที่จะทำให้ราคายางพาราต่ำลงไปเรื่อย ๆ เพราะท่านทำงานไม่เป็น ท่านนายกรัฐมนตรีใช้เงินไปแล้วประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท และที่กำลังรอจะใช้อยู่อีก ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท เป็นการสูญเปล่าไม่ทำให้ราคายางพาราดีขึ้นเลย กลับลดลงไปเรื่อย ๆ เพราะแก้ปัญหาไม่เป็นและท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้ช่วยเหลือพี่น้องชาวสวนยางพารา แต่ปล่อยให้เงินที่มาใช้ในโครงการตกไปอยู่ในมือของพ่อค้านายทุนและผู้มีอิทธิพลที่มีความ ใกล้ชิดกับคนในรัฐบาลของท่าน นั่นคือปล่อยให้มีการทุจริตเกิดขึ้น ผมจึงไม่สามารถไว้วางใจ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้อยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปได้ครับ ขอบคุณครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธาน สภาผู้แทนราษฎร ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ ก่อนที่จะได้อภิปรายกันต่อไปขออนุญาตทำความเข้าใจกับพวกเราสักเล็กน้อยครับ กรณีที่การยื่นญัตติไม่ไว้วางใจนะครับ ซึ่งถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ ๓ เรื่อง อย่างที่พวกเราทราบ เรื่องทุจริต ร่ำรวยผิดปกติ แล้วก็เจตนาผิดกฎหมายอะไรพวกนี้นะครับ ๓ เรื่องนี้ ถ้าจะอภิปรายก็ต้องมีการยื่นเรื่องถอดถอนไว้เป็นข้อ ๆ อย่างที่พวกเราทราบ ทีนี้ถ้าไม่ได้ยื่นตรงนั้นไว้ก็ไม่ควรที่จะไปอภิปรายให้เข้าข่ายกรณี ๓ เรื่องนั้น ไม่อย่างนั้น ก็จะมีปัญหา เพราะมีหนังสือร้องมาที่ผม แล้วก็มีการทำหนังสือถอดถอน ซึ่งตรงนี้ มันก็จะส่งผลกระทบกับพวกเรานะครับ เพราะฉะนั้นเพื่อให้การประชุมดำเนินไป อย่างมีประสิทธิภาพก็ขอทำความเข้าใจว่าถ้าไม่ได้ยื่นถอดถอนไว้เข้าข่ายใน ๓ ประเด็นนั้น ก็ไม่ควรที่จะอภิปรายไม่อย่างนั้นมันก็จะทำให้เกิดปัญหาตามมาอีกเยอะแยะ ก็ขออนุญาต ทำความเข้าใจกับท่านสมาชิก ท่านที่จะอภิปรายต่อท่านใดครับ ท่านรัฐมนตรีณัฐวุฒิ จะใช้สิทธิพาดพิง ผมไม่ได้ฟังอภิปรายเมื่อกี้ เพราะฉะนั้นท่านช่วยเน้นด้วยนะครับ ชี้ด้วยว่า ท่านเสียหายตรงไหน

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

(นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านณัฐวุฒิ มีผู้ประท้วงครับ หมอสุกิจมีอะไรครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมไม่ได้พาดพิงเต้นร้อยยี่เลยครับ ผมอภิปรายนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นผมว่าท่าน ไม่มีสิทธิที่จะมาตอบนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ที่ไหนครับ นอกจากไม่มาฟังแล้วยังจะ ไม่มาตอบอีกหรือครับ พูดครั้งเดียวแล้วหนีเลยหรือครับ ท่านประธานครับ ท่านวินิจฉัยด้วยครับ ผมไม่ได้พาดพิงเต้นร้อยยี่แต่ประการใดครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อกี้ ท่านขอใช้สิทธิพาดพิง ผมต้องอนุญาตครับ แล้วก็จะฟังว่าพาดพิงประเด็นไหน แล้วเสียหาย หรือไม่ เดี๋ยวผมจะได้วินิจฉัย

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผมชื่อเล่น ชื่อเต้น คนเขาทราบนะครับ แต่ว่าไม่ได้มีนามแฝงเป็นเต้นร้อยยี่หรืออะไร แต่ว่าไม่เป็นไร ถ้าสุกิจสองสลึงว่ามาอย่างนี้ก็ยินดีที่จะอภิปรายสนองศรัทธานะครับ เพราะว่าพาดพิงผม โดยตรงครับท่านประธาน

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวสักครู่ครับ มีผู้ประท้วง ๓ ท่านเลยครับ ผมว่าคนละทีก็โอเค หรือจะให้ถอนทั้ง ๒ ท่านก็ไม่เป็นไร ผมว่าอย่าประท้วงเลยกระมังครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผมประท้วงท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

ผม นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ประท้วงท่านประธาน ข้อบังคับ ข้อ ๘ ครับ ประธานใช้อำนาจควบคุมการประชุมที่ผิดพลาด ท่านไม่ควรจะ เปิดโอกาสให้รัฐมนตรีท่านนี้ได้ชี้แจง เพราะการอภิปรายของท่านนายแพทย์สุกิจ ท่านอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีซึ่งดูแลนโยบายในเรื่องนี้ทั้งหมดครับ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องมาตอบ ไม่ใช่หนีสภาครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ ขอความกรุณาครับ ผมว่าทุกท่านนั่งก่อนดีกว่า ทุกท่านนั่งก่อนครับ ท่านรัฐมนตรีนั่งก่อนครับ ทุกท่านนั่งก่อนครับ ท่านครับประเด็นอย่างนี้ ท่านรัฐมนตรีใช้สิทธิพาดพิง ท่านฟังก่อนครับ ท่านรัฐมนตรีใช้สิทธิพาดพิง ผมต้องอนุญาต และผมก็ถามว่าท่านถูกพาดพิงประเด็นไหน เสียหายหรือไม่ ผมก็จะใช้ดุลยพินิจ ถ้าไม่เสียหายผมก็ไม่อนุญาต แต่ถ้าเห็นว่าเสียหาย ผมก็อนุญาต ประเด็นมีแค่นี้ตามข้อบังคับครับ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สรุปแล้ว ใครเป็นประธานล่ะครับ เขาให้ประธานวินิจฉัยนะครับ ท่านมาวินิจฉัยแทนประธานไม่ได้นะครับ ให้โอกาสท่านรัฐมนตรีได้พูดถึงที่ท่านโดนพาดพิงแล้วเสียหาย แล้วผมจะได้วินิจฉัยครับ อนุญาตให้ท่านได้ใช้สิทธิประท้วงที่โดนพาดพิง ท่านรัฐมนตรีครับ เรามีข้อบังคับของเราอยู่ ไปยึดถือคำพูดของท่านนายกรัฐมนตรีคงไม่ได้หรอกครับ ท่านนั่งก่อนครับ นั่งเถอะครับ ผมกำลังอนุญาตให้ท่านรัฐมนตรีได้ใช้สิทธิที่ท่านใช้สิทธิพาดพิง ผมจะฟังว่าโดนพาดพิง ตรงไหน แล้วเสียหายหรือไม่ กรุณารักษามารยาทด้วย ท่านครับ ถ่ายทอดอยู่นะครับ ผมไม่ได้กลัวใครทั้งนั้นหรอกครับผมกำลังดำเนินการตามข้อบังคับ มีหลายท่านที่ยืนอยู่ตอนนี้ ฝ่าฝืนข้อบังคับเพราะผมใช้อำนาจของประธานตามข้อบังคับเมื่อมีผู้ประท้วง ท่านรัฐมนตรี ประท้วงขอใช้สิทธิพาดพิง ผมก็ต้องอนุญาตให้ท่านใช้สิทธิพาดพิง แล้วผมก็ถามว่าพาดพิง ประเด็นไหนเพื่อผมจะได้วินิจฉัยว่าเสียหายหรือไม่ ถ้าไม่เสียหายผมก็ไม่อนุญาต แต่ถ้าเสียหายผมก็อนุญาตเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นต้องให้ท่านได้พูดว่าท่านถูกพาดพิง ประเด็นไหนแล้วเสียหายหรือไม่ ท่านครับ เขาใช้สิทธิที่ถูกพาดพิงนะครับ ทุกอย่างต้องโดย ข้อบังคับนะครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

นายกรัฐมนตรีไปไหนครับ นายกรัฐมนตรี ตอบก่อนครับ แล้วก็ให้พูดทั้งคืนเลย

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านณัฐวุฒิ เอาอย่างนี้ได้ไหม ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีมาตอบแล้วอาจจะมอบหมาย เอาอย่างนั้นดีกว่า เพื่อตัดปัญหาครับ ไม่อย่างนั้นมันก็ไม่จบ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

คือเจตนา ของผู้อภิปราย รวมทั้งเนื้อหาสาระนี่

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาละ เข้าใจครับ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

เพราะฉะนั้น ผมใช้สิทธิพาดพิงนะครับ ไม่ได้ใช้สิทธิชี้แจง แต่ว่าท่านพาดพิงผม เพราะว่าเนื้อหาที่ท่านพูด เป็นงานในความรับผิดชอบของผม ในเมื่อพาดพิงมาเต็ม ๆ แบบนี้ผมชี้แจงไม่ได้ แล้วพี่น้องประชาชนจะเข้าใจอย่างไร ผมเสียหายครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรี อย่างนี้ครับ บังเอิญผมไม่ได้นั่งฟังเพราะผมเพิ่งเข้ามาทำหน้าที่ ถ้าผมฟังอยู่ผมจะวินิจฉัยได้ ทันทีเลย แต่ทีนี้เพื่อไม่ให้มีปัญหาขอความกรุณาท่านรัฐมนตรีครับ นี่ขอความร่วมมือครับ ท่านดำเนินการถูกต้องทุกประการครับ ท่านมีสิทธิใช้สิทธิพาดพิง แต่เพื่อให้การประชุม ดำเนินไปด้วยดีผมขอว่าอย่างนี้ได้ไหม เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรีก็ต้องมาตอบ ตอบเสร็จแล้วก็ให้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านได้ชี้แจงอะไรก็ว่ากันไป ตามที่เสนอนี่ครับ ท่านก็ยังมีสิทธิตรงนั้น

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ขอเปิดไฟ ให้ผมนิดหนึ่ง ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ผมไม่ดื้อรั้นกับท่านหรอกครับ แต่ขอความกรุณาให้ผมได้พูดเถอะครับ คือมันคนละประเด็นครับท่านประธาน เรื่องการชี้แจงโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีก็เรื่องหนึ่ง แต่นี่ผมใช้สิทธิพาดพิง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีครับ ผมขอความกรุณาเถอะครับ ท่านไม่ได้ผิดอะไรเลยนะครับ เพียงแต่ผมขอความกรุณาเพื่อให้ การประชุมดำเนินการต่อได้ แล้วท่านก็ยังไม่เสียสิทธิที่จะอภิปราย เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรี ก็ต้องมาตอบครับ เดี๋ยวก็ขอให้ท่านได้ชี้แจงในรายละเอียดเรื่องยางพาราอะไรก็ว่ากันไป

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ท่านประธาน ไม่ได้รับฟังเนื้อหาสักครู่ ผมจะขอความกรุณาท่านประธานได้หารือท่านประธานเจริญผู้ปฏิบัติ หน้าที่ดีไหมครับ หรือเรียนเชิญท่านประธานเจริญมาวินิจฉัยในประเด็นนี้เพราะจังหวะคาบเกี่ยว ต่อเนื่องครับ คือท่านประธานไม่ได้รับฟังผมเข้าใจได้ครับ แต่ว่าวันนี้คนทั้งประเทศ ฟังอภิปรายอยู่

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีครับ ผมเชื่อว่า

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ตอบได้ไหมครับเรื่องยางพารา ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีตอบได้มาตอบตามข้อ ๑๗๑ ครับ เราถามนายกรัฐมนตรีชื่อนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั่งลงครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรี ขอเถอะครับ เดี๋ยวท่านค่อยให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจง แล้วก็ได้มอบหมายให้ท่านต่อ เอาอย่างนั้นดีกว่า ได้อภิปรายเหมือนเดิมครับ เพื่อตัดปัญหา หาทางออก กรุณาเถอะครับ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

คนที่จะบอกให้นั่ง หรือไม่นั่งเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น คนอื่นผมไม่มีความจำเป็นต้องฟังครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เข้าใจครับ ผมเข้าใจท่าน ผมก็ยืนยันว่าท่านทำถูกต้อง แต่หาทางออกครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ขอความกรุณาเถอะครับ เดี๋ยวก็ไม่จบครับ ท่านสมาชิกครับ ผมจะไม่อนุญาตใครทั้งนั้น ทุกท่านต้องนั่งลงเท่านั้น ผมจะปิดไมโครโฟน ไม่อนุญาตใครทั้งนั้นครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ขอความกรุณาเถอะครับ ใจเย็นครับ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ผมให้กับ ท่านประธานนะครับ ผมให้กับพี่ชายผมชื่อสมศักดิ์

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณทุกท่านครับ จบนะครับ ท่านผู้จะอภิปรายต่อ เชิญครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขออภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ด้วยเหตุผลที่ว่าท่านนายกรัฐมนตรี บริหารราชการแผ่นดินโดยไม่คำนึงถึงจริยธรรม หลักนิติรัฐ นิติธรรม ขาดความรับผิดชอบ เอื้อผลประโยชน์ให้แก่พวกพ้อง ท่านประธานคะ ดิฉันขอเริ่มต้นด้วยประเด็นของจริยธรรม เพราะจริยธรรมเป็นหลักที่จะแบ่งแยกคนดีกับคนไม่ดี ซึ่งมันแตกต่างจากกฎหมาย กฎหมาย จะเป็นตัวแบ่งแยกว่าผู้ใดควรจะได้รับการลงโทษทางกฎหมาย คนที่ทำผิดกฎหมายต้องได้รับ การลงโทษ คนที่ไม่ได้ทำผิดกฎหมายก็จะไม่ได้รับการลงโทษ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า คนที่ไม่ได้รับการลงโทษจะเป็นคนดี แต่คนที่ทำผิดต่อจริยธรรมนั้นสังคมไม่สามารถยอมรับว่า เป็นคนดีได้ โดยเฉพาะผู้ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหากมีการบริหารราชการแผ่นดิน ที่ไม่เป็นไปตามหลักจริยธรรม ไม่เคารพมาตรฐานจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้ว ดิฉันก็ไม่สามารถที่จะไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป เรื่องราวในการอภิปราย ไม่ไว้วางใจของดิฉันก็จะมีดังต่อไปนี้ค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตย้อนเวลากลับไป ในวันที่ ๒๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ วันที่ ๒๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ นี้ถือเป็นวันแรกที่ คณะรัฐมนตรีนำโดยนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะมีอำนาจเต็มในการบริหารประเทศ เพราะในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๖ ได้กำหนดไว้ว่า คณะรัฐมนตรีที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดิน ต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา และในมาตรา ๑๗๖ วรรคสอง ยังได้บัญญัติเพิ่มเติมว่า ก่อนแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวรรคหนึ่งหากมีกรณีสำคัญและจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งหากปล่อย ให้เนิ่นช้าไปจะกระทบต่อประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน คณะรัฐมนตรีที่เข้ารับหน้าที่ จะดำเนินการไปพลางก่อนเท่าที่จะเป็นไปก็ได้ นั่นหมายความว่าก่อนการแถลงนโยบาย ต่อรัฐสภาคณะรัฐมนตรีชุดนี้ไม่มีอำนาจในการบริหารประเทศ แต่ในกรณีที่มีเรื่องเร่งด่วน หากปล่อยให้ล่าช้าจะเกิดความเสียหายต่อประเทศคณะรัฐมนตรีก็สามารถดำเนินการ ไปพลางก่อนได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือผู้ใต้บังคับบัญชาท่านหนึ่งของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ในวันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ หลังการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาถึง ๑๒ วัน ผู้ใต้บังคับบัญชาผู้นี้ก็คือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เชิญ ท่านเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยได้ไปหารือเรื่องราชการที่กระทรวง การต่างประเทศ เหตุการณ์นี้เป็นที่รับทราบโดยทั่วไปว่ามีการพูดคุยกันถึงเรื่องของการ ขอวีซ่า (Visa) ให้กับคนคนหนึ่ง ซึ่งคนคนนั้นก็คือนักโทษคดีอาญาที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้พิพากษาจำคุก ๒ ปี แล้วต่อมาในวันที่ ๑๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เลขานุการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเลขานุการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นนะคะ ไม่ใช่ นาย ก นาย ข ที่ไหน เลขานุการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้ออกมาแถลงว่าทางการญี่ปุ่นได้ให้วีซ่า ต่อนักโทษหนีคดีผู้นี้ให้เดินทางเข้าประเทศเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งการอนุญาตให้วีซ่านี้มีขึ้น สืบเนื่องมาจากทางรัฐบาลไทยดำเนินการร้องขอต่อทางการญี่ปุ่น ท่านประธานคะ เลขานุการนายกรัฐมนตรีของประเทศญี่ปุ่นออกมาแถลงการณ์ว่าเขาได้ให้วีซ่า แก่นักโทษชายผู้นี้ เพราะทางการไทยด้วยการดำเนินงานของท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ในนามของรัฐบาลไทยไปขอวีซ่าให้กับนักโทษชายที่เป็นผู้ต้องโทษ คดีอาญากรณีทุจริต ศาลพิพากษาจำคุก ๒ ปี การกระทำเช่นนี้มันหมิ่นเหม่ ต่อการขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๖ เพราะการดำเนินการขอวีซ่าให้กับนักโทษชายผู้นี้ เป็นการดำเนินการก่อนที่รัฐบาลจะมีอำนาจเต็มในการบริหารประเทศ และถามว่า มันใช่ธุระหน้าที่อะไรของรัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์คะที่จะต้องไปขอวีซ่าให้กับนักโทษชาย เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วดิฉันต้องตั้งคำถามไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่านไม่รู้สึกผิดหรือคะ ที่ตั้งผู้บังคับบัญชาผู้หนึ่งขึ้นมาให้บริหารราชการแผ่นดินในเรื่องการต่างประเทศ แต่กลับไปฝักใฝ่เรื่องการขอวีซ่าให้กับนักโทษชาย

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัชดา มีผู้ประท้วงครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องขอประท้วงผู้อภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ความจริงเมื่อกี้เรื่องวุ่น ๆ เจอคนสวยลุกขึ้นมาอภิปรายเสียงหวาน ๆ แต่ที่ไหนได้อภิปรายเสียดสี วกวน ซ้ำซาก ท่านประธานต้องเตือนด้วยนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คงไม่ถึง ขนาดนั้นนะครับ เชิญท่านอภิปรายต่อเลยครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

แต่ท่านรัชดาครับ ถ้าประเด็นไหนไม่ได้ยื่นถอดถอนแล้วเข้าข่าย ๓ ประเด็นที่ว่า ทำผิดกฎหมาย ทุจริต หรือร่ำรวยผิดปกติ ก็อย่าได้ไปพูดถึงเลยนะครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ เพื่อความสบายใจของท่านประธานดิฉันขออนุญาตอ้างถึงเอกสารญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีซึ่งอยู่ในเอกสารสีชมพูนี้นะคะ ซึ่งในเนื้อหาของญัตตินี้ ได้พูดถึงการบริหารราชการแผ่นดินโดยไม่คำนึงถึงคุณธรรม จริยธรรม เห็นประโยชน์แก่พวกพ้อง และสิ่งที่ดิฉันกำลังอภิปรายและได้อภิปรายไปนั้นก็เกี่ยวข้องกับเรื่องจริยธรรม เกี่ยวข้องกับ การบริหารราชการแผ่นดินของท่านนายกรัฐมนตรีที่เอื้อประโยชน์ต่อพวกพ้อง ท่านประธาน สบายใจได้ละค่ะว่าดิฉันไม่ผิดประเด็นและไม่มีการวกวนค่ะ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉันขออภิปรายต่อเลยนะคะ การดำเนินการ ที่ใช้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศส่อให้เห็นว่ามันน่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๖ มิหนำซ้ำน่าจะขัดต่อมาตรฐานจริยธรรมด้วยซ้ำ ซึ่งในข้อ ๖ ของมาตรฐานจริยธรรม ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็คือต้องยืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง เป็นธรรม และถูกกฎหมาย มากไปกว่านั้นนะคะ ข้าราชการการเมืองจะต้องไม่ประพฤติตนอันอาจให้เกิดความเสื่อมเสีย ต่อเกียรติภูมิของชาติ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปล่อยให้ผู้ใต้บังคับบัญชา ไปขอวีซ่าให้กับนักโทษหนีคดีได้อย่างไรคะ มันใช่หน้าที่ของคณะรัฐมนตรีชุดนี้หรือคะ ที่ต้องไปดำเนินการขอวีซ่า ไม่ว่าจะขอวีซ่าให้ใครก็ไม่ใช่หน้าที่ของคณะรัฐมนตรีเช่นนี้ แต่ท่านนายกรัฐมนตรีก็ปล่อยปละละเลย เพิกเฉยให้ผู้ใต้บังคับบัญชาดำเนินการกระทำ ในสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควร แทนที่จะเรียกมาลงโทษ อย่างน้อยที่สุดก็จะต้องกล่าวตักเตือนว่า ทำไมถึงใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ต่อคนคนเดียวซึ่งเป็นนักโทษหนีคดี แต่ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ก็ไม่ได้ทำ สังคมจึงตั้งคำถามว่าที่ไม่ได้ทำนี่แท้จริงแล้ว นายกรัฐมนตรีเองก็รู้สึกดีใจด้วยซ้ำว่ายังไม่ทันมีอำนาจเต็มในการบริหารราชการแผ่นดิน ก็สามารถขอวีซ่าให้กับพี่ชายได้ แล้วอย่างนี้จะไม่เรียกว่ามันขัดต่อหลักจริยธรรม มันไม่เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล ไม่เป็นไปตามหลักนิติรัฐ อย่างนี้เขาเรียกว่าปล่อยให้ คนคนหนึ่งมามีอำนาจอยู่เหนือกฎหมาย บริหารราชการแผ่นดินโดยเอื้อผลประโยชน์ แก่พี่น้อง นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ดิฉันไม่สามารถจะไว้วางใจให้นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปได้

เรื่องต่อมานะคะท่านประธาน มันก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหาร ราชการแผ่นดินที่ไม่สอดคล้องกับมาตรฐานจริยธรรมเอื้อผลประโยชน์ให้แก่พี่น้องอีก เป็นประเด็นซ้ำ ๆ กันค่ะ ก็เป็นเรื่องของการอนุญาตให้ออกพาสปอร์ต (Passport) จริง ๆ แล้วการอนุญาตออกพาสปอร์ตนั้นเป็นเรื่องเล็กน้อยแล้วก็ไม่ควรจะเป็นประเด็น ให้ดิฉันนำมาอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรี แต่ปัญหาก็คือการออกพาสปอร์ตของ กระทรวงการต่างประเทศนี้เป็นการออกพาสปอร์ตให้กับนักโทษหนีคดีความผิดกรณีทุจริต ผิดกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา ๑๐๐

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องประท้วงผู้อภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ อภิปรายเสียดสีกล่าวหา นักโทษชายบ่อยครั้ง หาว่าขาดจริยธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ เอาเวลาไปดูจริยธรรม ผู้ว่าราชการ กทม. โน่นครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ก็คงไม่ต้อง ถอนนะครับ ขออนุญาตตักเตือนท่านประสิทธิ์นะครับ อย่าเสียเวลาเลยครับท่านจะได้ต่อ ของท่าน ท่านประสิทธิ์ครับ ให้ท่านถอนเถอะครับจะได้ดำเนินการต่อ เมื่อกี้ที่ท่านพูดพาดพิง ไปถึงผู้ว่าราชการ กทม.

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมประท้วงตามข้อบังคับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครับ ให้ท่านถอนที่ไปพาดพิง ถอนที่พาดพิงไปถึงผู้ว่าราชการ กทม. ถอนเถอะครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ให้ถอนกรณีที่ว่าผิดจริยธรรม

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถอนที่ไปพาดพิง ถึงผู้ว่าราชการ กทม. หน่อยครับ ท่านถอนเถอะครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

เสียหายตรงไหนครับ ท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านถอน เถอะครับ ผมวินิจฉัยให้ท่านถอน ถอนเถอะครับจะได้จบ ท่านถอนเถอะครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ กระผมขอถอนคำว่า ผิดจริยธรรมผู้ว่าราชการ กทม. ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)

จบแล้วครับ ควรจบแล้วครับ ท่านครับ ไม่มีประเด็นให้ประท้วงครับ ก็ให้ถอนเรียบร้อย ไม่มีประเด็นอะไร เลยครับ ท่านรัชดาอภิปรายต่อเลยครับ พอเถอะครับ สมควรแล้วครับ ผมว่าสมควรนะครับ ท่านอภิปรายต่อเถอะครับ เชิญครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนผู้ทำหน้าที่ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ท่านประธานมีหน้าที่ตามมาตรา ๘ ในการควบคุมการประชุม ผมเห็นแล้วว่าท่านได้ทำหน้าที่ของท่านแล้วเมื่อสักครู่ แต่ผมกำลัง จะพูดกับท่านว่าพฤติกรรมทำนองนี้เกิดขึ้นตลอดทั้งวันครับในวันนี้ จ่าคนนี้ทำแบบนี้มา แค่ผู้อภิปรายท่านนี้ท่านก็ลุกขึ้นมา ๒ ครั้ง แล้วก็กล่าวพาดพิงคนอื่น เพียงแค่ถอนแค่นี้ เดี๋ยวก็กลับมาทำอีกครับท่านประธาน ท่านประธานต้องมีมาตรการเพิ่มเติมนะครับ ในคราวหน้า ถ้าเขาทำอีกผมหวังว่าท่านประธานจะควบคุมข้อบังคับอย่างเคร่งครัด อย่างที่ท่านเคยพูดไว้ตลอดเวลาครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมก็ได้ปฏิบัติ ตามนั้นแล้วนะครับ ทุกท่านที่ใช้สิทธิประท้วง อย่างกรณีของท่านผมก็อนุญาตนะครับ เชิญต่อเถอะครับ

(นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ผมว่า พอแล้วกระมังครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สังกัดพรรคเพื่อไทย จากจังหวัดสุรินทร์ ผมประท้วงผู้ประท้วงท่านประธานเมื่อกี้ที่จะให้ประธานดำเนินการจ่าประสิทธิ์ในฐานะ ผู้ลุกขึ้นประท้วง จริง ๆ เมื่อกี้ก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไร ก็เพียงแต่ว่าให้ผู้อภิปรายไปดูแล ผู้ว่าราชการ กทม. ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันผิดอะไรร้ายแรงแต่เขาก็ยังประท้วงให้

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ตกลง ท่านประท้วงอะไรนี่ สมควรแล้วครับ ท่านพอเถอะครับ พอเถอะครับ ไม่มีประโยชน์ครับ พอเถอะครับ นั่งเถอะครับ ท่านครูมานิตย์ครับ นั่งเถอะครับ ขอความกรุณาครับ ขอบคุณครับ เชิญต่อเถอะครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ พอประท้วงเยอะ ๆ ดิฉันก็ชักจะลืมนะคะ แต่ว่าอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยัง เพื่อนสมาชิกนิดหนึ่งว่าที่ท่านลุกขึ้นมาประท้วงนี่นายใหญ่เขาชื่นชมบทบาทท่านแล้วค่ะ ไม่ต้องประท้วงหรอกค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัชดาครับ ท่านถอนเถอะครับที่ท่านพูดเมื่อกี้ นายใหญ่ชื่นชมอะไร ท่านถอนเถอะครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

ดิฉันชื่นชม เพื่อนสมาชิก

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านถอนเถอะครับ จะได้อภิปรายต่อครับ ไม่อย่างนั้นผมไม่อนุญาตนะครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

ด้วยความเคารพ ท่านประธานค่ะ ดิฉันยินดีถอนนะคะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านต่อของท่านเลยครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ เพื่อความสบายใจของเพื่อนสมาชิกนะคะ ดิฉันต้องกราบเรียนท่านประธาน เพื่อผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกพรรคเพื่อไทยด้วยว่าดิฉันเองก็เป็นผู้หนึ่งที่มีความเคารพ ท่าน พันตำรวจโท ทักษิณ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาละครับ เข้าประเด็นท่านเลยครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ ดิฉันเข้าประเด็นอยู่ค่ะ เพียงแต่ว่าที่ต้องมีการกล่าวถึง ณ เวลานี้ก็เพราะว่ามันไม่ได้อยู่ที่ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร หรอกค่ะ แต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่าดิฉันไม่เข้าใจว่า ถ้าท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีการบริหารราชการแผ่นดินที่ต้องการจะให้เป็นไป ตามหลักธรรมาภิบาล นิติรัฐ นิติธรรม และยึดมั่นในหลักจริยธรรมแล้ว กรณีเรื่องวีซ่า และการขอพาสปอร์ตให้กับนักโทษชายมันไม่ควรจะเกิดขึ้น มันไม่ได้อยู่ที่ว่า มันเป็นตัวท่านทักษิณหรอกค่ะ มันเป็นประเด็นที่ว่าทำไมรัฐบาลชุดนี้เมื่อมีอำนาจ ถึงใช้อำนาจของความเป็นรัฐบาลของประเทศไทยดำเนินการ

(นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านกุสุมาลวตี

นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน กุสุมาลวตี ศิริโกมุท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม ขอประท้วงผู้ที่กำลัง อภิปรายอยู่ขณะนี้ได้ผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ใช้กิริยาวาจาไม่สุภาพ เสียดสี แล้วกล่าวถึง บุคคลอื่นโดยไม่จำเป็น รวมถึงผิดข้อบังคับ ว่าด้วยประมวลจริยธรรม ข้อ ๖ ด้วยว่าการเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรโดยเคร่งครัด ซึ่งข้อ ๑๕ ของประมวลจริยธรรมนั้น สมาชิก จะต้องเคารพสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลของผู้อื่น ไม่ใช้วาจาที่มีลักษณะเป็นการดูหมิ่น คำก็นักโทษชาย สองคำก็นักโทษชาย หมิ่นประมาท เสียดสี ใส่ร้ายบุคคลโดยไม่มี พยานหลักฐาน และนำเรื่องที่เป็นเท็จมาอภิปราย เพราะฉะนั้นการกระทำเช่นนี้ผิดข้อบังคับ ข้อ ๒๓ ด้วยว่าผู้อภิปรายบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อผลประโยชน์ของตน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านกุสุมาลวตีครับ จริงไม่จริงเดี๋ยวท่านที่เกี่ยวข้องจะได้ชี้แจงเองครับ ท่านอย่าไปชี้แจงแทนเลยครับ ใช้สิทธิประท้วงเฉพาะ ท่านรัชดาครับ ขอความกรุณานะครับ อย่าไปตอกย้ำ ถ้าไม่ระบุชื่อ บุคคลภายนอก แค่เอ่ยเขารู้แล้วก็พอแล้วครับ อย่าไปเน้นย้ำเลยครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ที่ดิฉันอภิปรายมาตลอด ดิฉันไม่ได้เอ่ยชื่อท่านทักษิณเลย ดิฉันพูดแค่ว่านักโทษชาย

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัชดาครับ ท่านเอ่ยคำว่าทักษิณ ๑๐ ครั้งแล้วกระมังครับ เพราะฉะนั้นผมขอความกรุณานะครับ พูดอภิปรายพอให้คนเข้าใจก็พอ อย่าไปเน้น ถ้าเน้นบ่อย ๆ มันเหมือนเข้าข่ายเป็นการเสียดสี มันก็จะมีปัญหา เอาว่าไม่จำเป็นอย่าไปเน้น ท่านจะได้อภิปรายอย่างสะดวกสบายครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ คนที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาให้มีความผิด ต้องโทษจำคุก ๒ ปี ท่านประธานคิดว่า

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครับ ไม่มีประโยชน์ครับ ท่านอย่าไปเน้นเลย ท่านอภิปรายในส่วนของท่าน แล้วก็ไม่มีคนประท้วง จะได้อภิปรายอย่างสะดวก ถ้าไปเน้นอยู่อย่างนี้มันก็อภิปรายไม่ได้ เชิญท่านต่อเถอะครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รัชดา พรรคประชาธิปัตย์ อย่างนั้นดิฉันขออนุญาตใช้คำว่า นักโทษหนีคดี ท่านประธานคะ ประเด็นต่อมาที่ดิฉันจะใช้เป็นเหตุผลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็คือในเรื่องของการออกพาสปอร์ตให้กับนักโทษชายผู้หนึ่ง

(นางมนพร เจริญศรี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วงครับ ท่านมนพรเชิญครับ

นางมนพร เจริญศรี นครพนม

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอประท้วงผู้ที่กำลัง อภิปรายค่ะว่าจะกี่ครั้งที่ท่านประธานได้ตักเตือนก็ยังคงใช้ถ้อยคำเสียดสี ถ้าอีกฝ่ายหนึ่ง เสียดสีดิฉันก็จะใช้คำเสียดสีบ้างว่า

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อย่าเลยครับ อย่าเสียดสีกลับเลยครับ เดี๋ยวไม่จบครับ เอาละครับ พอแล้วครับ ผมก็ได้ตักเตือนหลายครั้ง ท่านรัชดาครับ ขอความกรุณานะครับ เชิญต่อเถอะครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ ในประเด็นเรื่องการออกพาสปอร์ตอย่างที่ดิฉันได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้วว่า

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านมนพร นั่งเถอะครับ จบแล้วครับ ขอบคุณครับ เชิญท่านต่อเลยครับ ต่อเถอะครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน รัชดา พรรคประชาธิปัตย์ ในเรื่องของการออกพาสปอร์ตนั้นจริง ๆ แล้ว มันเป็นเรื่องเล็กน้อยค่ะ เพราะว่ากระทรวงการต่างประเทศนั้นก็มีระเบียบออกมา ว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง ซึ่งเป็นอำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ในกระทรวง การต่างประเทศที่จะใช้ดุลยพินิจในการออกหนังสือเดินทาง แต่มันมีประเด็นอยู่ว่า เมื่อมีคนคนหนึ่งที่กระทรวงการต่างประเทศได้ยกเลิกหนังสือเดินทางประเภททั่วไป เพราะมีเหตุอันสมควรให้ต้องยกเลิก และชายผู้นั้นซึ่งก็คือนักโทษคนหนึ่งได้ทำการ ยื่นขอพาสปอร์ตอีกครั้งในวันที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔

(นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัชดา มีผู้ประท้วง ผมขออย่างนี้ครับ ปล่อยให้ท่านได้อภิปรายเถอะครับ ก็เรื่องเดิม ๆ คงไม่เป็นไร หรอกครับ ปล่อยเถอะครับ ท่านครับ ปล่อยเถอะครับ ไม่มีอะไรครับ เชิญครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ ผมขอประท้วง ท่านประธานครับ ข้อบังคับ ข้อ ๘ (๓) ควบคุมการรักษาความสงบเรียบร้อยในที่ประชุมสภา ซึ่งจริง ๆ แล้วผมไม่อยากจะขึ้นประท้วง ด้วยความจำเป็นจริง ๆ ท่านประธานครับ ผมก็พยายามให้เกียรติท่านประธานครับ ท่านประธานก็บอกว่าปล่อยเถอะครับ นั่งเถอะครับ ผมก็นั่งให้ทุกครั้ง แต่ท่านประธานก็พยายามฟังผมให้จบสิครับ ท่านประธานเห็นไหมครับ ในเบื้องต้นที่ท่านประธานไม่ได้มานั่ง ประธานวิปฝ่ายค้านบอกว่าพวกผมคุกคาม ขัดขวาง การกระทำหน้าที่ จริง ๆ ไม่ใช่ครับ ถ้าการพูดการจาคำว่า เป็นนักโทษมันต้องอยู่ในเรือนจำ มันต้องโดนคุมขัง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาละครับ ท่านครูมานิตย์ครับ พอเถอะครับ ท่านครับ ปล่อยให้เขาอภิปรายของเขาเถอะครับ ให้เขาได้ทำหน้าที่ มันก็เรื่องเดิม ๆ คนก็รู้กันหมดอยู่แล้วละครับ อะไรเป็นอะไรก็ทราบ ผมเตือนแล้วครับไม่เป็นไรครับ คนก็ดูกันทั้งประเทศอยู่แล้ว ท่านนั่งเถอะครับ เชิญต่อเถอะครับ

(นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ผมว่าให้ท่าน ได้อภิปรายต่อจะดีกว่ากระมังครับ เชิญครับ

นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันประท้วงท่านประธาน แล้วก็พยายามยกมือมาหลายครั้งแล้วนะคะ ในข้อบังคับ ข้อ ๘ (๓) แต่ประเด็นที่ดิฉันประท้วงก็เนื่องจากว่าท่านประธานต้องควบคุมที่ประชุม ควบคุม ผู้ที่ประท้วง แล้วก็ควบคุมประเด็น ที่สำคัญท่านพยายามตักเตือนผู้ที่อภิปราย ท่านผู้อภิปรายก็พยายามกระชับ แล้วก็ทำตามที่ท่านประธานได้ขอร้องไว้ แต่สิ่งที่ดิฉันเห็นตลอด ก็คือว่าคนที่ประท้วงไม่ได้กระทำการตามข้อบังคับ และท่านประธานเองก็ไม่ห้ามให้เขา ได้อยู่ภายใต้ข้อบังคับ ดิฉันอยากให้ท่านประธานได้ควบคุมการประชุมเพื่อให้อยู่ใน ความสงบเรียบร้อยเพื่อให้ผู้อภิปรายได้สามารถอภิปราย เวลาเหลืออีก ๘ นาทีเองค่ะท่าน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ที่จริง เขาประท้วง ผมได้วินิจฉัยเห็นด้วยกับทางผู้ประท้วงด้วยซ้ำนะครับ เพียงแต่ผมเพื่อให้ การประชุมดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพผมก็ขอร้องอย่าประท้วงเลย แล้วก็ขอความร่วมมือ จากท่านรัชดา ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าไปเน้นเลยครับ อภิปรายคนเข้าใจก็พอแล้วครับ

ไม่มีอะไร ต้องประท้วงแล้วครับ ท่านอภิปรายต่อเถอะครับ เชิญครับ

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร

คือกรณีอย่างนี้ท่านบอก ท่านเห็นด้วยกับผู้ประท้วงได้อย่างไรครับ เพราะมันคือข้อเท็จจริงครับ มันคือข้อเท็จจริงนะครับ ท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมคิดว่ากรณีนี้ดุลยพินิจของท่านประธาน มีปัญหานะครับ ผมประท้วงท่านในข้อบังคับ ข้อ ๘ เพราะเนื่องมาจากว่ากรณีการประท้วงแบบนี้ ท่านบอกว่าเห็นด้วยกับท่านผู้ประท้วง ทั้งที่ท่านผู้อภิปรายกำลังอภิปรายข้อเท็จจริงอยู่ว่า นักโทษก็คือนักโทษที่ได้รับการตัดสินคดีไปแล้ว ส่วนจะหนีคดีหรือไม่อันนั้นเป็นเรื่องที่ ผู้อภิปรายกำลังอภิปรายอยู่ แล้วเดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรีก็ต้องมาตอบ เพราะฉะนั้นผมคิดว่า กรณีนี้ท่านประธานท่านมีปัญหาเรื่องดุลยพินิจแน่นอนครับ ถ้าท่านบอกว่าเห็นด้วยกับ ผู้ประท้วง เพราะข้อเท็จจริงมันคือนักโทษ จะให้เรียกอะไรล่ะครับ คุณพ่อหรือครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมชี้แจงแล้วนะครับ ว่าผมวินิจฉัยตามที่มีผู้ประท้วง วินิจฉัยว่าเป็นการตอกย้ำเหมือนจะกลายเป็นเรื่องของ การเสียดสี ผมได้ขอความร่วมมือ ไม่จำเป็นก็อย่าไปตอกย้ำ ประเด็นมีแค่นี้ครับ มันก็ควรจะจบ เรื่องไม่เป็นเรื่องผมว่าอย่าเอามาเป็นสาระเลยครับ ทั้ง ๒ ฝ่ายครับ ผมว่าจบได้แล้วครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธาน ดิฉันอภิปรายต่อได้หรือยังคะ ท่านประธานสภาที่เคารพ

(นายก่อแก้ว พิกุลทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ ท่านก่อแก้วเชิญครับ

นายก่อแก้ว พิกุลทอง บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ก่อแก้ว พิกุลทอง กระผมเองขอประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ แล้วก็ ประท้วงท่านผู้อภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ปกติแล้วผมเองก็ชื่นชอบแล้วก็ชอบฟัง ท่านผู้อภิปราย เพราะว่าท่านหน้าตาดี ความรู้ดี เสียงเพราะ ฟังแล้วก็ชวนระรื่นหู แต่ท่านประธานครับ วันนี้ก็ต้องขอเรียนตรง ๆ นะครับว่าผมขอประท้วงท่านว่าสิ่งที่ท่าน กำลังอภิปรายอยู่นั้นเป็นคำพูดที่เสียดสี ผมอยากให้ท่านประธานนั้นกรุณาควบคุม การประชุมให้อยู่ในระเบียบกฎเกณฑ์ของสภา มิฉะนั้นแล้วจะมีปัญหา สมมุติว่าถ้าเกิดฝั่งผม พูดว่าหัวหน้าพรรคของท่าน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านอย่าเลยครับ แล้วเรื่องนี้ผมวินิจฉัยไปแล้วครับ ก็ประท้วงเรื่องเดิม เรื่องที่ผมวินิจฉัยไปแล้ว ซึ่งมันจบไปแล้วครับ ผมไม่อยากให้พูดเสียดสีกลับไปไม่อย่างนั้นก็ไม่จบ เอาละครับ ก็สิ่งที่ผม วินิจฉัยไปแล้วครับ พอเถอะครับ ไม่มีประโยชน์หรอกครับ พอเถอะครับ ท่านก่อแก้ว ขอความกรุณาเถอะครับ พอเถอะครับ ผมดูแลอยู่ครับ พอเถอะครับ เชิญท่านรัชดา ต่อเถอะครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ต้องขอกราบเรียน ท่านประธานนะคะ ดิฉันเคารพท่านประธาน แล้วก็เคารพข้อบังคับการประชุมสภา สิ่งที่ดิฉันอภิปรายสรรพนามที่ดิฉันได้เรียกคนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในเหตุผลที่ใช้อภิปราย ไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรีนั้น ดิฉันพูดบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ไม่มีเจตนาที่จะ เสียดสีใคร และอีกประเด็นหนึ่งก็คือดิฉันเคารพในคำวินิจฉัยของศาล เมื่อศาลวินิจฉัยสิ่งใด ดิฉันก็เชื่อตามนั้น เมื่อศาลฎีกาท่านได้วินิจฉัยว่าคนคนหนึ่ง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัชดาครับ ถ้าเอ่ยถึงนี่มันไม่มีปัญหาหรอกครับ ให้เอ่ยถึงแต่อย่าไปตอกย้ำครับ ท่านอภิปรายต่อเลยครับ ท่านอย่าไปตอกย้ำเลยครับ จะเรียกว่านักโทษชายก็เรียกเถอะครับ แต่อย่าตอกย้ำ อย่าไปตอกย้ำครับ พูดต่อของท่านเถอะครับ เชิญครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ ด้วยคำวินิจฉัยของท่าน ท่านคิดว่าคำว่า นักโทษชาย ดิฉันใช้ได้ใช่ไหมคะ

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประสิทธิ์ครับ ผมว่าพอสมควรแล้วครับ ท่านครับ ไม่อย่างนั้นมันก็ประชุมต่อไม่ได้ ขอความกรุณาเถอะครับ เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ท่านอย่าไปนั่นเลยครับ เชิญครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ท่านประธานไปวินิจฉัย ให้เขาพูดคำว่านักโทษชายได้อย่างไร ใช้คำว่า ผู้ต้องคำพิพากษา ก็ได้ ในเมื่อปัญหาที่มันเกิดอยู่ ก็ไอ้คำว่านักโทษชายนี่แหละมันถึงไม่จบ ท่านประธานไม่ต้องทำตัวเป็นพระเอกมากหรอกครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอา เพื่อให้จบ ท่านรัชดาครับก็ใช้คำว่าผู้ต้องคำพิพากษาอย่างที่ว่านี่ก็เป็นอันเข้าใจเหมือนกัน เชิญต่อ เถอะครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ ดิฉันก็ไม่ทราบว่าด้วยข้อบังคับข้อไหนที่ดิฉันจะต้องเชื่อฟังคำพูดของจ่าประสิทธิ์ด้วย

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เป็นคำวินิจฉัย ของผมที่ขอความกรุณาจากท่าน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

ท่านได้วินิจฉัย แล้วว่าดิฉันใช้คำว่านักโทษชายได้

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครับ ที่จริงคำวินิจฉัยเราก็สามารถกลับคำวินิจฉัยได้ไม่เป็นอะไรหรอกครับ ผมว่าต่อดีกว่านะครับ ผมว่าพวกเราเอาเวลาไปใช้อภิปรายในสิ่งที่มันเป็นสาระดีกว่าไหม ผมไม่อนุญาตใครทั้งนั้น แหละครับ ไม่อนุญาตแล้วครับ ไม่อย่างนั้นก็ ไม่เป็นอะไรครับก็ยืนอยู่อย่างนี้ก็ไม่ต้อง อภิปรายกัน ผมว่าพอสมควรครับ นั่งเถอะครับแล้วให้ท่านรัชดาได้อภิปราย ผมว่าเป็นเรื่อง ที่ดีที่สุดแล้วครับ นั่งทุกคนครับ นั่งเถอะครับ สมควรแล้วครับ ก็ใช้คำว่า ผู้ต้องคำพิพากษา นั่นแหละ เอาเรื่องที่เป็นสาระดีกว่าประชาชนเขารอฟังอยู่ เชิญต่อเถอะครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉันเชื่อฟังในคำวินิจฉัยของท่าน แต่ขอให้การวินิจฉัยที่กลับไปกลับมาของท่าน ใช้กับดิฉันเป็นกรณีสุดท้ายนะคะ ท่านประธานคะ ในเรื่องการออกพาสปอร์ต ดิฉันได้ กราบเรียนท่านประธานไปแล้วว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก มันไม่สมควรที่จะเป็นประเด็นในการที่จะใช้อภิปรายไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรี แต่ที่ดิฉันต้องยกมาเป็นสาระสำคัญเป็นเรื่องหนึ่งที่ไม่สามารถไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้

(นางสาวสุณีย์ เหลืองวิจิตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วงครับ

นางสาวสุณีย์ เหลืองวิจิตร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุณีย์ เหลืองวิจิตร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โดยปกติดิฉันไม่เคยลุกขึ้น ประท้วงใครเลยนะคะ แล้ววันนี้ที่ลุกขึ้นมาก็อยากจะประท้วงท่านประธานว่าท่านประธาน ผิดข้อบังคับ ข้อ ๘ คือต้องควบคุมการประชุมให้เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ฉะนั้น คำวินิจฉัยของท่านประธานกลับไปกลับมา ฉะนั้นท่านก็ให้เกียรติท่านผู้อภิปราย ในเมื่อท่าน มีเจตจำนงอยู่แล้วว่าท่านอยากจะอภิปรายถึงท่าน พันตำรวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ท่านก็เอ่ยชื่อให้ตรง ๆ ไปเลยค่ะ ไม่ต้องเสียดสีตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ดิฉันขออนุญาต นำเสนออย่างนี้ค่ะท่านประธาน ขอบคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาเถอะครับ อย่างนี้ครับ ขออย่างเดียวอย่าไปตอกย้ำ ไปเน้น มันเหมือนมีเจตนา เพราะฉะนั้นเอาพูดให้ ชัด ๆ จะเอ่ยว่าท่านทักษิณก็เอ่ยเถอะครับ ท่านมีอะไรอีกครับ

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

ท่านประธาน ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ครับ ขอประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ซึ่งขณะนี้ผมอยากให้ ท่านประธานได้พักการประชุม เพราะว่าไม่สามารถประชุมต่อเพราะฝ่ายค้านส่งเสียงดังครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สรุปอย่างนี้ เอาว่าจะระบุชื่อก็ระบุแต่อย่าไปตอกย้ำ แล้วก็อย่าไปพูดกระแนะกระแหนในลักษณะ ที่ทำให้เกิดการประท้วง เอาอย่างนั้นครับ ขออภิปรายต่อเถอะครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ ดิฉันต้องขออนุญาตอธิบายให้ท่านประธานเข้าใจนิดหนึ่งว่า การที่ดิฉันไม่ได้เอ่ยนาม ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณเพราะดิฉันเคารพและให้เกียรติท่าน ดิฉันไม่ได้ติดใจในชื่อ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร แต่ที่มันเป็นประเด็นเพราะท่านทักษิณนั้น

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านอภิปราย ของท่านต่ออย่าไปเน้นตรงนั้น อย่ามาเน้นเลย ทำไมต้องเน้นวนอยู่ตรงนี้เท่านั้นเอง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

ต้องเน้นสิคะ ท่านประธาน เพราะว่ารัฐบาลชุดนี้ดำเนินการออกวีซ่าให้กับนักโทษจำคุกที่หนีคดี ผิดกฎหมาย

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สรุปแล้วก็วนอยู่ตรงนี้ ไม่ต้องไปไหนใช่ไหม ไม่อย่างนั้นก็มีผู้ประท้วงอยู่อย่างนี้ไม่จบ ผมว่าท่านเดินหน้าต่อดีกว่า อย่าวนอยู่ตรงนี้เลย ย้ำแล้วย้ำอีก ขอความกรุณาเถอะครับ นะครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ เพื่อเป็นการให้เวลากับเพื่อนสมาชิกที่จะอภิปรายต่อ ดิฉันจะใช้คำว่าคนคนหนึ่งที่ไม่สมควร ได้รับการอนุญาตออกหนังสือเดินทาง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อย่างนี้ดีครับ เชิญต่อของท่านเถอะครับ คงจะจบแล้วครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน รัชดา พรรคประชาธิปัตย์ ในเรื่องกรณีพาสปอร์ตนั้นระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการออกหนังสือเดินทางได้เขียนไว้ว่า อำนาจในการออกหนังสือเดินทางนั้น เป็นเรื่องดุลยพินิจของพนักงานเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ แต่ก็ได้เขียนไว้ในหมวด ๘ ในเรื่องของการยกเลิกหนังสือเดินทาง และในหมวด ๗ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิเสธหรือยับยั้ง คำขอออกหนังสือเดินทาง นั่นก็หมายความว่าแม้ว่าระเบียบของกระทรวงการต่างประเทศจะอนุญาตให้ พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการอนุญาตในการออกหนังสือเดินทางให้แก่ประชาชนคนไทย ที่ทำเรื่องร้องขอมา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพนักงานเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ จะออกให้คนทุก ๆ คนที่ทำเรื่องขอร้องมา มันต้องมีการตรวจสอบสถานะทางบุคคล ต้องมีการตรวจสอบว่าคนคนนั้นสมควรที่จะได้รับการปฏิเสธหรือยับยั้งในการออกหนังสือเดินทาง หรือเปล่า ในวันที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ มีชายคนหนึ่งทำเรื่องขอหนังสือเดินทางมายัง กระทรวงการต่างประเทศ แต่มันไม่ใช่เรื่องธรรมดาเพราะชายคนนี้ไม่เหมือนชายคนอื่น ๆ โดยทั่วไป มันจึงเป็นประเด็นที่เกิดการโจษจันขึ้นในสังคมว่าสมควรหรือไม่ที่กระทรวง การต่างประเทศจะออกหนังสือเดินทางให้กับชายผู้นั้น เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดานะคะ เพราะเป็นเรื่องที่ยกมาเป็นประเด็นในการถามกระทู้ถามสดในสภาแห่งนี้เมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ท่านประธานคะท่านประธานทราบดีอยู่แล้วว่าญัตติที่จะนำมาสู่ การถามกระทู้ถามสดนั้นจะต้องเป็นเรื่องที่อยู่ภายใต้ความสนใจและเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ ปัญหาบ้านเมือง มีการถามกระทู้ถามสดท่านนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการออกหนังสือเดินทางให้กับชายคนนี้ที่สังคมคิดว่า ไม่สมควรที่จะได้รับพาสปอร์ต ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้มาตอบกระทู้ถามสดเองซึ่งก็ไม่ใช่ เรื่องแปลกเพราะท่านก็ไม่ค่อยได้มาตอบอยู่แล้ว ท่านได้มอบหมายให้ผู้ใต้บังคับบัญชา ก็คือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาตอบกระทู้ถามสดว่ามันถูกต้อง มันชอบด้วยระเบียบของกระทรวงการต่างประเทศมากน้อยอย่างไรในการออก หนังสือเดินทางให้กับชายผู้นี้ ด้วยความเป็นตัวแทนของท่านนายกรัฐมนตรี ท่านผู้ใต้บังคับบัญชาก็คือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงต่อ สภาแห่งนี้ว่าการออกหนังสือเดินทางให้กับชายผู้นี้เป็นสิ่งที่กระทำได้ ไม่ขัดต่อระเบียบ กระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงสังคม ตั้งคำถาม และแม้กระทั่งผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ตรวจการแผ่นดินนั้นเป็นองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญที่มีหน้าที่ในการพิจารณาและสอบสวนหาข้อเท็จจริงตามคำร้องเรียน ตามคำร้องในกรณีที่มีการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือมีการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ของข้าราชการ หรือลูกจ้างในหน่วยงานของรัฐ หรือพนักงานราชการ ผู้ตรวจการแผ่นดิน มีหน้าที่ในการดำเนินการเกี่ยวกับจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ ของรัฐตามมาตรา ๒๗๙ ผู้ตรวจการแผ่นดินก็เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่สนใจในประเด็นเรื่อง การออกหนังสือเดินทางให้กับชายผู้นี้ และผู้ตรวจการแผ่นดินก็เคยทำหนังสือไปยัง กระทรวงการต่างประเทศให้กระทรวงการต่างประเทศชี้แจงว่าการออกหนังสือเดินทาง ให้กับชายผู้นี้มันชอบด้วยระเบียบหรือไม่ อย่างไร และสุดท้ายผู้ตรวจการแผ่นดินก็ได้มี คำวินิจฉัยว่าการออกหนังสือเดินทางให้แก่ชายผู้นี้ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ชอบด้วยระเบียบ ของกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง ดิฉันไม่ได้พูดเองนะคะ ผู้ตรวจการแผ่นดินที่เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญที่มีบทบาทในการตรวจสอบการทำงาน ของข้าราชการ ตรวจสอบในเรื่องจริยธรรมของนักการเมืองก็ยังวินิจฉัยว่าการออกหนังสือ เดินทางให้กับคนที่ไม่เหมาะสมนี้เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะชอบด้วยระเบียบ ถามว่าระเบียบ ของกระทรวงการต่างประเทศในเรื่องของการออกหนังสือเดินทางนั้นมันเป็นประเด็น ตรงไหน ที่ดิฉันได้กล่าวต่อท่านประธานในตอนต้นแล้วว่าการออกหนังสือเดินทางนั้นเป็น ดุลยพินิจของพนักงานเจ้าหน้าที่ในกระทรวง แต่มันก็มีหมวด ๗ ในเรื่องของการปฏิเสธหรือ ยับยั้งคำขอหนังสือเดินทาง ซึ่งได้ระบุไว้ในข้อ ๒๑ แล้วก็ระบุว่ากรณีต่าง ๆ ๔ กรณีที่จะเข้าข่ายไม่เหมาะสมต่อการออกหนังสือเดินทางให้ ซึ่งนั่นก็หมายความว่า ๔ กรณีในข้อ ๒๑ หมวด ๗ การปฏิเสธหรือยับยั้งคำขอหนังสือ เดินทางนี้เป็นสิ่งที่ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศผู้ใช้ดุลยพินิจต้องพิจารณา ในกรณี ที่เกี่ยวข้องตามข้อ ๒๑ หมวดการปฏิเสธหรือยับยั้งคำขอหนังสือเดินทาง ที่มีการถาม ในประเด็นนี้ในกรณีกระทู้ถามสดไปแล้ว ก็คือข้อ ๒ คนที่ควรจะถูกปฏิเสธหรือยับยั้ง ในการขอหนังสือเดินทาง ก็คือ เมื่อได้รับแจ้งว่าผู้ร้องเป็นผู้ซึ่งกำลังรับโทษในคดีอาญา หรืออยู่ระหว่างการปล่อยตัวชั่วคราว หรือเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาที่ได้มีการออกหมายจับไว้แล้ว ซึ่งศาลหรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจเห็นว่าไม่ควรจะออกหนังสือเดินทางให้ และข้อ ๓ เมื่อผู้ร้องเป็นผู้ที่ศาลหรือเจ้าพนักงานซึ่งมีอำนาจตามกฎหมายอื่นสั่งห้าม ไม่ให้เดินทางออกนอกราชอาณาจักร ท่านประธานคะ วิญญูชนโดยทั่วไปอ่านข้อบังคับ ในหมวด ๗ ข้อ ๒๑ (๒) และ (๓) ก็สามารถรับรู้ได้ทันทีว่าไม่สมควรที่จะมีการออกหนังสือเดินทาง ให้กับชายผู้นี้ เพราะมันเข้าข่าย ข้อ ๒ และ ข้อ ๓ แต่กระทรวงการต่างประเทศ ก็ยังดำเนินการอนุมัติอนุญาตหนังสือเดินทางให้กับชายผู้นี้ เมื่อผู้ตรวจการแผ่นดินทำเรื่อง ไปยังกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศตอบมายังผู้ตรวจการแผ่นดินว่า ด้วยดุลยพินิจของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้พิจารณาแล้วว่า การออกหนังสือเดินทางให้กับชายผู้นี้ไม่น่าจะเข้ากับ ข้อ ๒ ข้อ ๓ ตามที่ดิฉันได้กล่าวไปแล้ว คำถามก็คือมันจะไม่เข้าได้อย่างไรคะท่านประธาน ก็ในเมื่อชายผู้นี้เป็นผู้ที่ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาทางการเมืองได้พิพากษาจำคุก ๒ ปี และต้องหมายศาลในคดีอื่น ๆ และชายผู้นี้ในปี ๒๕๕๑ ได้เคยขออนุญาตต่อศาลขออนุญาตออกนอกประเทศระหว่างวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ถึง ๑๐ สิงหาคม ก็นั่นหมายความว่าชายผู้นี้เป็นผู้ที่ต้องรับโทษคดีอาญา และ ในปี ๒๕๕๑ ตอนที่เขาจะเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่นกับประเทศจีนในวันที่ ๓๑ กรกฎาคม และ ๑๐ สิงหาคม เขาต้องขออนุญาตจากศาล แล้วมันจะไม่เข้าเกณฑ์ข้อ ๒ ข้อ ๓ ได้อย่างไร แต่กระทรวงการต่างประเทศก็ยัง

(นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ ท่านเกียรติ์อุดมเชิญครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสด์ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ผมขอประท้วงผู้กำลังอภิปรายในข้อบังคับ ข้อ ๖๑ อภิปรายวกวน ซ้ำซาก พูดอยู่แต่เรื่องเดียว ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นขอให้ท่านประธานได้วินิจฉัยว่า ผู้กำลังอภิปรายนั้นได้กล่าววกวนอยู่แต่เรื่องเดียวนะครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เป็นไรหรอกครับ ท่านพูดต่อเถอะครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รัชดา พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันได้อภิปรายถึงตอนที่ว่าเมื่อพิจารณาตามระเบียบ กระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทางแล้ว ผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นว่า การออกหนังสือเดินทางให้กับชายผู้นี้น่าจะไม่ชอบด้วยระเบียบเพราะมันเข้าข่าย ข้อ ๒ และ ข้อ ๓ ดิฉันขออนุญาตย้ำ ข้อ ๒ และข้อ ๓ อีกครั้งนะคะท่านประธาน ข้อ ๒ และข้อ ๓ ในหมวด ๗ ในเรื่องของการปฏิเสธหรือยับยั้งคำขอหนังสือเดินทาง เมื่อได้รับแจ้งว่าผู้ร้องขอ ก็คือชายผู้นี้เป็นผู้ซึ่งกำลังรับโทษในคดีอาญา หรืออยู่ระหว่างการปล่อยตัวชั่วคราว หรือเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาที่ได้มีการออกหมายจับไว้แล้ว ซึ่งชายผู้นี้เข้าข่ายหมดเลยค่ะ

ข้อ ๓ ก็คือเมื่อผู้ร้องเป็นผู้ที่ศาลหรือเจ้าพนักงานซึ่งมีอำนาจตามกฎหมายอื่น สั่งห้ามไม่ให้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรก็เข้าข่ายข้อนี้อีก เพราะชายผู้นี้ในปี ๒๕๕๑ ณ วันที่ ๓๑ กรกฎาคมถึง ๑๐ สิงหาคม ชายผู้นี้มีความประสงค์ที่จะเดินทางไปยัง ประเทศญี่ปุ่นและประเทศจีน แต่ไม่สามารถเดินทางออกไปได้ต้องขออนุญาตจากศาลก่อน แล้วชายผู้นี้ก็ได้ทำการขออนุญาตจากศาล ศาลท่านก็อนุญาตแต่กล่าวไว้ว่าเมื่อกลับมา ต้องมารายงานตัว เป็นที่น่าเสียดายเท่านั้นแหละว่าชายผู้นี้ไปแล้วไปเลยแล้วยังไม่กลับมา จนถึงทุกวันนี้ ท่านประธานคะ ดิฉันกำลังชี้แจงให้ท่านประธานเห็นว่าการออกหนังสือเดินทาง ให้กับชายผู้นี้ไม่น่าจะชอบด้วยระเบียบข้อบังคับกระทรวงการต่างประเทศ แล้วสิ่งที่ดิฉัน ได้อภิปรายว่ามันไม่ได้ชอบด้วยระเบียบก็สอดคล้องกับสิ่งที่ผู้ตรวจการแผ่นดินได้วินิจฉัยแล้ว คำถามก็คือประเด็นนี้เป็นประเด็นที่เกิดขึ้นในการถามกระทู้ถามสดเมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมาย ให้มาตอบกระทู้ถามสดแทน ชี้แจงต่อสภาแห่งนี้ว่ากรณีของชายผู้นี้ไม่น่าจะเข้าข่ายข้อ ๒ ข้อ ๓ เพราะกระทรวงการต่างประเทศ

(นายพิชิต ชื่นบาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วงครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

คิดว่าจะครบ ๑ โหลแล้วค่ะท่านประธาน

นายพิชิต ชื่นบาน บัญชีรายชื่อ

ผม พิชิต ชื่นบาน บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ก็เห็นอยู่กลางสภาละครับว่าการดำเนินการฝ่าฝืนระเบียบ การฝ่าฝืนระเบียบ ก็คือการปฏิบัติหน้าที่ผิดกฎหมาย อันนี้ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ตีกิน คือยื่นญัตติอภิปราย แต่ไม่มีคำร้องถอดถอนครับ ท่านประธานครับ ต้องลบเหมือนเดิมครับ ท่านประธาน ต้องวินิจฉัยนะครับ ถ้ายื่นถอดถอนผมไม่เคยมาสกัดกั้น คุณก็รับกลางสภาว่าฝ่าฝืนระเบียบ การฝ่าฝืนระเบียบก็คือการกระทำผิดกฎหมาย อันนี้เป็นเรื่องที่จะต้องประธานวินิจฉัยนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คงยังไม่ไปถึง จุดนั้นนะครับ เชิญอภิปรายต่อเถอะครับ เชิญครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ ดิฉันใช้คำว่าไม่น่าจะชอบด้วยระเบียบนะคะท่านประธาน ในการตอบกระทู้ถามสดของ ผู้ใต้บังคับบัญชาท่านนายกรัฐมนตรีก็คือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านได้ชี้แจงว่ากระทรวงการต่างประเทศครั้งหนึ่งได้เคยสอบถามไปยังศาลและ เจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วในเรื่องของสถานะบุคคลของชายผู้นี้ ท่านประธานคะ ดิฉันต้องย้ำ ในเรื่องของวันและเวลานิดหนึ่งว่าชายผู้นี้ได้เคยถูกยกเลิกพาสปอร์ตมาแล้วครั้งหนึ่ง และในวันที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ชายผู้นี้ได้ทำเรื่องขอพาสปอร์ตอีกครั้ง ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ นี่คือวันที่ชายผู้นี้ทำเรื่องขอพาสปอร์ตหรือหนังสือเดินทางมายัง กระทรวงการต่างประเทศ แต่ท่านรัฐมนตรี ท่านผู้ใต้บังคับบัญชานายกรัฐมนตรีบอกว่า ในกรณีของความคิดเห็นจากศาลทางกระทรวงการต่างประเทศได้เคยทำหนังสือไปยังศาล และเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ทำหนังสือไปยังศาลวันไหนคะ คำร้องขอพาสปอร์ตทำมาวันที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ กระทรวงการต่างประเทศเคยทำหนังสือไปยังศาลเมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ๓ ปีก่อนหน้าที่ชายผู้นี้จะทำหนังสือขอหนังสือเดินทาง ถามว่า ทำหนังสือสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อไร ทำไปเมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ช่วงเวลาเดือนสิงหาคมนั้น ปี ๒๕๕๑ เป็นวันที่ศาลยังไม่ได้พิพากษาชายผู้นี้ให้ต้องโทษจำคุก ๒ ปี ประเด็นมันก็อยู่ที่ว่าถ้าท่านนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ที่เคารพกฎหมาย เคารพระเบียบ ราชการกระทรวงการต่างประเทศได้ยินผู้ใต้บังคับบัญชาตอบกระทู้ถามสดในสภาแห่งนี้ ในเรื่องวันและเวลา

(นายอนันต์ ศรีพันธุ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ

นายอนันต์ ศรีพันธุ์ อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อนันต์ ศรีพันธุ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี ปกติผมไม่เคยประท้วงนะครับท่านประธาน อยู่ ๒ สมัยนี่ผมไม่เคยประท้วงนะครับ แต่มาประท้วงวันนี้นี่เกี่ยวเนื่องกับว่าคนที่อภิปรายอยู่นั้น มันไม่ใช่หน้าที่ที่จะต้องไปพูดถึงตรงนั้น เพราะว่าก็รู้อยู่แล้วว่าท่านทักษิณนั้นก็ถูกกฎหมาย ที่ไม่ชอบธรรมที่พิสูจน์ไปแล้ว และตรงนี้ไม่น่าจะมาอภิปรายตรงนี้

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สรุปแล้ว ท่านประท้วงประเด็นไหนครับ ท่านจะมาชี้แจงแทนรัฐมนตรีไม่ได้นะครับ นั่งเถอะครับ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีชี้แจงเองครับ นั่งเถอะครับ เอาละครับ นั่งเถอะครับ เชิญต่อเถอะครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รัชดา พรรคประชาธิปัตย์ ต้องกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้นะคะ ที่ดิฉัน ได้พูดว่าชายผู้นี้เป็นผู้ต้องโทษคดีเป็นเพราะดิฉันเคารพในคำพิพากษาของไทย สำหรับคนที่มี ความเชื่อว่าชายผู้นี้เป็นผู้บริสุทธิ์ก็แล้วแต่ท่าน แต่มันก็แปลเป็นอื่นไม่ได้หรอกค่ะ นอกจากคำว่าท่านไม่เคารพกระบวนการยุติธรรมของไทย ท่านไม่เคารพศาลฎีกา แผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่สำหรับดิฉันในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดิฉันเคารพในกระบวนการยุติธรรมไทย เมื่อศาลฎีกาท่านได้พิพากษาว่าคนที่มีพฤติกรรม มีการกระทำความผิด กฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา ๑๐๐ จะต้องได้รับโทษ ดิฉันก็เชื่อเช่นนั้น และมันจึงนำมาสู่ประเด็นว่าคนที่มีความผิดเช่นนี้สมควรที่จะได้รับการออกหนังสือเดินทางหรือ นี่คือประเด็นค่ะท่านประธาน แต่ถ้าหากท่านใดที่คิดว่าชายผู้นี้เป็นผู้บริสุทธิ์ ดิฉันก็ไม่ขัดใจ หรอกค่ะ เพียงแต่ว่าก็ต้องขอย้ำว่าถ้าท่านจะเชื่อเช่นนั้นมันก็แปลเป็นอื่นไม่ได้ นอกจากว่า ท่านไม่เคารพกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ขออภิปรายต่อนะคะ ประเด็นที่ดิฉันย้ำเรื่องวันและเวลา ต้องขอย้ำอีกทีนะคะ ชายผู้นี้ ในวันที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ได้ทำเรื่องขอหนังสือเดินทางมายังกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศก็ได้ทำการอนุมัติไป แต่ประเด็นก็คือว่ามันสมควรหรือไม่ เพราะก็รู้อยู่ชัด ๆ ว่าคุณสมบัติของชายผู้นี้มันเข้าข่ายข้อ ๒ ข้อ ๓ ในหมวด ๗ ในเรื่องของ การปฏิเสธการให้หนังสือเดินทาง แต่ผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านนายกรัฐมนตรีก็คือ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ตอบกระทู้ถามสดแทนท่านนายกรัฐมนตรีว่า มันไม่เข้าข่าย ในเรื่องของประเด็น ข้อ ๒ นั้นที่บอกว่าเมื่อได้รับแจ้งว่าผู้ร้องเป็นผู้ซึ่งกำลัง รับโทษคดีอาญา ท่านบอกว่ากระทรวงการต่างประเทศได้เคยทำหนังสือสอบถามไปยังศาลแล้ว ในวันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ศาลท่านก็ตอบกลับมาว่าเป็นผู้ต้องหมายศาล ทางกระทรวงการต่างประเทศก็ได้ทำหนังสือสอบถามไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติในวันที่ ๒๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ตอบมาว่าเป็นผู้ต้องหมายศาล คำถามก็คือว่าในฐานะผู้บังคับบัญชาคือท่านนายกรัฐมนตรีมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ถามกระทู้ถามสดในเรื่องของการออกหนังสือเดินทางให้กับพี่ชายของท่าน ซึ่งเป็นผู้ไม่สมควร ที่จะได้รับการออกหนังสือเดินทางเพราะเป็นผู้ต้องโทษคดีอาญา ท่านนายกรัฐมนตรี รับฟังได้หรือคะว่าคำตอบเช่นนี้มันเป็นคำตอบที่ถูกต้อง เพราะ ดิฉันย้ำนะคะ ผู้ไม่สมควรได้รับพาสปอร์ตคนนี้ทำหนังสือขอมาในวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๓ ปีหลังจากที่ กระทรวงการต่างประเทศเคยทำหนังสือสอบถามไปยังศาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

(นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านวิชาญ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ขออนุญาตท่านประธานครับ ประท้วงท่านประธาน ข้อบังคับ ข้อ ๘ การทำหน้าที่ แล้วก็ข้อบังคับ ข้อ ๖๑ คือผู้ที่อภิปราย ด้วยความเคารพนะครับ ส่วนตัวแล้วผมก็รู้จักแล้วก็สนิทสนมในฐานะสมาชิกด้วยกัน แต่ขณะที่อภิปรายนี่ท่านประธานฟังหรือเปล่าครับ วนไปวนมา ผมเข้าใจว่าถ้าจะสรุป ท่านรัฐมนตรีที่ถูกพาดพิงก็นั่งอยู่ตรงนี้ สามารถที่จะตอบได้ เพราะทุกประเด็นผมนั่งฟังอยู่ก็วนในลักษณะของวันที่ เวลา แล้วก็หมุนกลับไปข้อ ๒ ข้อ ๓ ในเรื่องของหลักเกณฑ์ คือจะวนตรงนี้มันไม่เป็นประโยชน์แล้วเพราะว่าตอนนี้ทุกท่านก็ทราบว่า ต้องการคำตอบอะไร ท่านประธานโปรดวินิจฉัยด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมต้องวินิจฉัยครับ ผมว่าท่านรัชดาช่วยกระชับดีกว่ากระมังครับ น่าจะจบแล้วกระมังครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ ดิฉันเข้าใจค่ะว่าดิฉันต้องกระชับแล้วดิฉันก็พยายามอยู่ แต่ตลอดระยะเวลาที่ดิฉันอภิปราย เพื่อนสมาชิกได้ลุกขึ้นประท้วง ก็ทำให้ดิฉันมีความจำเป็นที่จะต้องทบทวนในสิ่งที่ดิฉัน พูดไปแล้ว และที่ดิฉันต้องย้ำเรื่องวันและเวลาเพราะหัวใจมันอยู่ที่ว่าชายผู้ไม่สมควรที่จะ ได้รับหนังสือเดินทางขอมาปี ๒๕๕๔ แต่ท่านรัฐมนตรีผู้ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของ ท่านนายกรัฐมนตรีตอบไปบอกว่ามันไม่มีปัญหาเพราะกระทรวงการต่างประเทศ เคยสอบถามไปแล้วในปี ๒๕๕๑ ในเดือนสิงหาคม ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ นั้น เป็นช่วงเวลาที่ศาลฎีกายังไม่ได้พิพากษาในเรื่องนี้ ยังไม่ได้พิพากษาถึงที่สุดต่อชายผู้นี้ แต่ในวันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมืองได้พิพากษาถึงที่สุดแล้วว่าชายผู้นี้มีความผิดต้องโทษจำคุก ๒ ปี เพราะฉะนั้น ท่านรัฐมนตรีจะมาอ้างว่ากระทรวงการต่างประเทศเคยทำหนังสือไปยังศาลและตำรวจไม่ได้ เพราะหลังจากการขอข้อมูลไปยังศาลและตำรวจนั้นมันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนที่ศาลฎีกา จะพิพากษาเป็นที่สุด เพราะฉะนั้นดิฉันจึงต้องการที่จะนำไปสู่ประเด็นที่ว่าท่านนายกรัฐมนตรี ถ้าท่านมีใจที่ยึดหลักจริยธรรม ยึดมั่นในหลักนิติรัฐ ธรรมาภิบาล และไม่เห็นประโยชน์ของ พวกพ้อง ของพี่ชายเป็นสำคัญ ท่านได้รับฟังคำชี้แจงของผู้ใต้บังคับบัญชาของท่าน ในสภาแห่งนี้ท่านยอมรับได้หรือคะ ท่านก็รู้อยู่แล้วว่าในการเข้ามาดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีของท่านนั้นสังคมจับจ้องอยู่ว่าท่านจะบริหารประเทศเพื่อผลประโยชน์ ของประเทศหรือเพื่อพี่ชายของท่าน กรณีวีซ่า กรณีหนังสือเดินทางก็เป็นประเด็นหนึ่ง ที่สังคมจับจ้องมองอยู่ เพราะฉะนั้นการชี้แจงในสภาจากผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านมาชี้แจง กระทู้ถามที่ถามถึงตัวท่าน ท่านต้องใส่ใจค่ะ แล้วเมื่อผู้ใต้บังคับบัญชาชี้แจงในลักษณะที่ ไม่สนใจในคำพิพากษาของศาลฎีกา ท่านปล่อยไปได้อย่างไรคะ ผู้บริหารประเทศที่ยึด ในหลักจริยธรรม มีหลักนิติรัฐ นิติธรรม จะต้องใส่ใจในเรื่องนี้ และสิ่งที่นายกรัฐมนตรีควรจะทำ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ผู้ตรวจการแผ่นดินก็ได้เคยเขียนไว้ในจดหมายไปถึงกระทรวงการต่างประเทศ ว่าสิ่งที่นายกรัฐมนตรีหรืออย่างน้อยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศควรจะทำก็คือ การทำเรื่องสอบถามไปยังศาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติอีกครั้ง เพื่อสอบถามถึงสถานะ ทางกฎหมายของชายผู้นี้ แต่ท่านนายกรัฐมนตรีก็ละเลยเพิกเฉยปล่อยให้มีการออก หนังสือเดินทางให้กับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัชดาครับ ไม่เหนื่อยหรือครับ ผมว่าสมควรแล้วกระมังครับ น่าจะจบได้แล้วครับ อย่าประท้วงเลยครับ ไม่มีอะไรหรอกครับ ช่วยกระชับเถอะนะครับ ผมละเหนื่อยแทนแล้ว พอแล้วครับ นั่งเถอะครับ ผมได้เตือนแล้วครับ ไม่มีอะไรหรอกครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ ด้วยความที่ท่านนายกรัฐมนตรีละเลยต่อจริยธรรม ละเลยต่อหลักนิติรัฐ นิติธรรม ไม่รับผิดชอบ เอื้อผลประโยชน์ต่อพี่ชายตัวเอง จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ดิฉันไม่สามารถไว้วางใจ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร อีกต่อไปได้ ขอบคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านรัฐมนตรีใช้สิทธิพาดพิงนะครับ เชิญครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อกี้ท่านประธานก็ได้ยิน จากท่าน ส.ส. รัชดา ท่านได้อภิปรายพาดพิงถึงผมทั้ง ๒ เรื่อง ทั้งเรื่องวีซ่าแล้วก็เรื่อง พาสปอร์ตอย่างชัดเจน ที่จริงแล้วดอกเตอร์รัชดาน่าจะบอกผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจผมให้มันรู้แล้วรู้รอดไปก็จะได้ตอบให้ชัดเจนยิ่งกว่านี้

ท่านประธานครับ เรื่องแรกที่ท่านดอกเตอร์รัชดาพยายามที่จะพูดว่ารัฐบาลนี้ บริหารบ้านเมืองขาดหลักนิติรัฐ นิติธรรม ใช้อำนาจโดยมิชอบ ท่านนายกรัฐมนตรีสั่งให้ผม ไปขอวีซ่าประเทศญี่ปุ่นให้กับท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ท่านคิดได้อย่างไรครับ ผมขอวีซ่า จากประเทศอื่นให้กับคนอื่นได้นี่ผมต้องเป็นเจ้าพ่อ ผมก็จะสั่งประเทศนั้นไปรบกับประเทศนี้ ได้หมด เพราะผมถือว่าถ้าผมสามารถทำอย่างนั้นได้ผมมีอำนาจเหนือสิ่งอื่นใดแล้วครับ มันไม่ได้ครับ เราจะไปก้าวก่ายเรื่องของประเทศนั้น ๆ ไม่ได้เด็ดขาด ท่านก็จบถึงปริญญาเอก น่าจะรู้ ผมจะไปขอวีซ่าให้พวกท่านไปประเทศโน้นประเทศนี้ได้หรือไม่ แม้กระทั่งลูกผม ภรรยาผม ผมยังไปขอให้ไม่ได้เลยครับ ต้องไปสมัครไปเขียนกรอกแบบฟอร์มของเขาเอง ท่านคิดได้อย่างไรว่าผมไปขอประเทศญี่ปุ่น ท่านเอาหลักฐานมาสิครับ อย่ามากล่าวหากันอย่างนี้ เดี๋ยวประชาชนทางบ้านได้ยินเขาก็จะกล่าวหาผมว่าผมนั้นไปแอบช่วย มันเป็นไปไม่ได้ครับ ท่านมีหลักฐานเอามาดูสิครับผมไปกรอกแบบฟอร์มให้ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณหรือไม่ ท่านพูดอย่างนี้ผมเสียหาย พูดอะไรต้องมีหลักฐานชัดเจน

อีกเรื่องหนึ่งครับ เรื่องพาสปอร์ต ท่านก็บอกว่าผู้ตรวจการแผ่นดินได้ขอให้ กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการไปออกพาสปอร์ตให้ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณนั้นผิด ต้องให้ทำใหม่ มันไม่ใช่ ผู้ตรวจการแผ่นดินนี่เขาให้กระทรวงการต่างประเทศทบทวน แค่นั้นเอง ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศก็ตอบ มันเป็นเอกสารลับมากส่งไปที่ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว ถ้าท่านอยากเห็นก็ไปขอสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ชี้แจงไปชัดเจนครับว่าการออกพาสปอร์ตให้ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณนั้นดำเนินการ อย่างไรบ้าง อย่างที่ท่านเข้าใจนะถูกต้องแล้วครับ ตามกฎระเบียบการออกหนังสือเดินทางนั้น เป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานข้าราชการของกระทรวงการต่างประเทศ แต่เพื่อเป็นความรู้ ของท่านและเพื่อให้ประชาชนคนไทยจะได้เข้าใจตรงกัน ผมจะชี้แจงอย่างนี้นะครับ ผมจะชี้แจงครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายเพราะว่าได้ชี้แจงไปหลายครั้งแล้วว่าการออก หนังสือเดินทางแก่ พันตำรวจโท ทักษิณเมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๔ ถือว่าเป็นการคืน สิทธิเดิมในการมีหนังสือเดินทางที่ถูกคำสั่งยกเลิกหนังสือเดินทางโดยรัฐบาลชุดก่อน เพราะก่อนหน้านี้ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณได้มีหนังสือเดินทางอยู่แล้ว เลขที่ G ๗๐๑๘๔๒ ออกให้เมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๕๐ และถูกยกเลิกเมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๕๒ ตามข้อวินิจฉัยและคำสั่งของนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศในขณะนั้น การยกเลิกหนังสือเดินทางดังกล่าว นายกษิต ภิรมย์ อาศัยอำนาจตามข้อ ๒๓ (๗) ของระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ. ๒๕๔๘ ที่กำหนดว่าพิจารณาเห็นว่าหากให้ผู้ถือหนังสือเดินทางยังคงอยู่ในต่างประเทศ ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศไทยหรือต่างประเทศได้ ต่อมาเมื่อรัฐบาล ชุดปัจจุบันเข้ารับหน้าที่บริหารบ้านเมือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คือตัวผมนี่แหละครับก็ได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนในเรื่องนี้และได้มีข้อวินิจฉัยและคำสั่ง ตามระเบียบดังกล่าวเมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๔ โดยเห็นว่าการคงอยู่ในต่างประเทศต่อไป ของผู้ขอหนังสือเดินทางรายนี้ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศไทยหรือต่างประเทศได้ ดังนั้นจึงยกเลิกคำสั่งในเรื่องนี้ที่ออกโดยนโยบายของรัฐบาลชุดที่แล้ว และให้ออก หนังสือเดินทางบุคคลทั่วไปให้แก่ พันตำรวจโท ทักษิณได้ ในการนี้กระทรวงการต่างประเทศ จึงได้ใช้ดุลยพินิจให้คืนสิทธิการมีหนังสือเดินทางแก่ พันตำรวจโท ทักษิณตามระเบียบ ดังกล่าว จดไว้นะครับ ทั้งนี้ในกรณีของหนังสือเดินทางทุกประเภทเมื่อถูกยกเลิกไปแล้ว ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ๆ เช่น การยกเลิกโดยคำสั่งของกระทรวงการต่างประเทศหรือการแจ้ง สูญหาย กระทรวงการต่างประเทศจะยกเลิกการใช้งานของหนังสือเดินทางดังกล่าว ดังนั้นเมื่อ พันตำรวจโท ทักษิณได้รับคืนสิทธิให้มีหนังสือเดินทาง พันตำรวจโท ทักษิณก็ไม่สามารถ นำหนังสือเดินทางเล่มเดิมกลับมาใช้งานได้อีก การคืนสิทธิตามคำสั่งจึงจำเป็นต้องออก หนังสือเดินทางเล่มใหม่ให้เท่านั้น สำหรับประเด็นอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศคือตัวผมในการพิจารณาออกหนังสือเดินทางปฏิเสธหรือยับยั้งคำขอหนังสือ เดินทางและการยกเลิกหนังสือเดินทางนั้น ขอเรียนว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศไม่มีอำนาจโดยตรงในการดำเนินการตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ. ๒๕๔๘ แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้รับผิดชอบในการกำกับดูแลและกำหนดนโยบายด้านการต่างประเทศ จึงมีอำนาจ หน้าที่ในการวางนโยบายต่อกระทรวงการต่างประเทศและพิจารณาประเด็นที่จะมีผลกระทบ ด้านการเมืองและการเมืองระหว่างประเทศ ดังเช่นในกรณีคำสั่งทางนโยบายของ นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้นก็ได้อาศัยอำนาจ ตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ. ๒๕๔๘ ข้อ ๒๓ (๗) สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศพิจารณายกเลิกหนังสือเดินทางของ พันตำรวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ท่านประธานครับ เพื่อเป็นความรู้นะครับ ผมจะหยิบตัวอย่างมาซึ่งผมไปขอมาจาก กรมการกงสุลของผม ต้องขออภัยนะครับ คุณภคินี สุวรรณภักดี มีพาสปอร์ตเล่มสุดท้าย เดี๋ยวผมจะเอาข้อเท็จจริงมาชี้แจงให้ได้เห็นว่าการทำงานของกระทรวงการต่างประเทศ ทำอย่างไร

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรี อย่าไปพาดพิงคนนอกเลยครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ท่านประธานอย่างนั้นก็ไม่เป็นไรครับ อันนี้คือตัวอย่างที่จะให้เห็นว่ากรณีพวกนี้ไม่มี การยึดพาสปอร์ตแต่ประการใดเลยครับ ทุกคนใช้พาสปอร์ตได้แค่นั้นเองครับ ผมก็มีแค่นี้ ที่จะชี้แจง หวังว่าผู้อภิปรายคงจะกระจ่างนะครับ ทุกอย่างได้ตอบคำถามท่าน ท่านอภิปรายผม วกวนอยู่ ๒-๓ รอบจนเพื่อน ๆ นี่ยกมือกัน ถ้าท่านจะอภิปรายก็เขียนญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจมามันจะได้จบสิ้นเรื่องราวเสียที ขี้เกียจตอบนะครับ ตอบมาหลายรอบ แล้วครับ

(ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอแล้วกระมัง จบแล้วกระมังครับ ที่จริงท่านอภิปรายจบไปแล้วนะครับ ทีนี้จะใช้สิทธิอะไรครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

ใช้สิทธิพาดพิงค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มันไม่มีอะไร เสียหายนี่ครับ เอาเถอะครับ เชิญครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภา ที่เคารพ กรณีในเรื่องของการขอวีซ่านี่นะคะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้ออกมาชี้แจงว่า การอนุญาตวีซ่าให้กับชายผู้นี้สืบเนื่องจากทางรัฐบาลไทยดำเนินการร้องขอต่อทางการญี่ปุ่น ท่านประธานคะ ถ้าการแถลงการณ์ของเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นไม่เป็นความจริง ทำไมไม่มีการตอบโต้ใด ๆ จากท่านรัฐมนตรีเลยคะ ท่านปล่อยเนิ่นนานมา ยอมรับมา ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นการไม่ปฏิเสธก็เท่ากับว่าท่านยอมรับ และคนที่ออกมาแถลงก็คือ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น ไม่ใช่บุคคลทั่วไป และในเรื่องของการออกหนังสือเดินทาง ท่านประธานคะ ท่านรัฐมนตรีจะชี้แจงอย่างไรก็แล้วแต่ท่าน ดิฉันไม่ได้ยื่นญัตติ ขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจท่าน แต่ดิฉันยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรีที่ปล่อยให้ท่านในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาดำเนินการ ในลักษณะของการละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยให้ข้าราชการดำเนินการตัดสินใจ ที่อาจจะผิดต่อระเบียบของกระทรวงการต่างประเทศ และที่สำคัญไปกว่านั้นสิ่งที่ทำให้ดิฉัน มั่นใจว่าท่านนายกรัฐมนตรีบริหารราชการแผ่นดินเสมือนละเลยในกิจการด้านการต่างประเทศ เพราะผู้ตรวจการแผ่นดินได้ทำหนังสือถึง ๒ ครั้งไปยังกระทรวงการต่างประเทศเพื่อสอบถาม ในเรื่องการออกหนังสือเดินทาง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ใช้สิทธิพาดพิง มันเกินสมควรแล้วครับ ที่จริงก็ให้เกียรติแล้วนะครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

นิดเดียวค่ะ ท่านประธาน ดิฉันจึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานเพื่อผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า ประเด็นที่ดิฉันไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรีในเรื่องของการออกพาสปอร์ตก็เป็นเพราะว่า ทางผู้ตรวจการแผ่นดินได้ทำหนังสือไปยังกระทรวงการต่างประเทศถึง ๒ ครั้ง เพราะดุลยพินิจของผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นว่าการออกหนังสือเดินทางให้กับชายผู้นี้ น่าจะไม่ชอบด้วยระเบียบของกระทรวงการต่างประเทศ ขอบคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรี

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล พรรคเพื่อไทย บัญชีรายชื่อ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ผู้อภิปรายบอกว่า เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นบอกว่าผมไปขอวีซ่านั้นเอาหลักฐานมาเลยครับจะได้จบ ถ้าผมสามารถไปขอได้ผมจะสั่งให้ประเทศญี่ปุ่นไปบุกฮาวายอีกสักรอบหนึ่งนะครับ แล้วก็เรื่องพาสปอร์ตอีก ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้เกี่ยว กระทรวงการต่างประเทศนี่ละครับ เพราะท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณขอพาสปอร์ตเข้ามา ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้ใช้ผม ไม่ได้มีบัญชาหรอกครับ ผมก็ทำตามกฎระเบียบที่ทำได้ ทำตามอำนาจหน้าที่ที่ผมทำได้ ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศเขาก็ใช้ดุลยพินิจของเขา ถ้าท่านจะไปฟ้องที่ไหนก็ไปฟ้องครับ ไปฟ้องให้จบ ๆ เสียที เบื่อแล้วครับ ขี้เกียจตอบแล้วครับ เอาข้อเท็จจริงมาว่ากันดีกว่า แล้วผู้ตรวจการแผ่นดินนะครับกระทรวงการต่างประเทศ ก็ยืนยันไปแล้วครับ ท่านอยากไปอ่านก็ไปขอเขาอ่านเพราะมันเป็นเอกสารลับมาก เพราะมิฉะนั้นผมจะอ่านให้ท่านฟังแล้ว แต่มันลับมากเลยไม่อ่านแค่นั้นเองครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านผู้อภิปราย ต่อไป ท่านธนาหรือเปล่าครับ เชิญครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตอภิปรายไม่ไว้วางใจนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งมีพฤติกรรม ในการบริหารราชการแผ่นดินโดยไม่คำนึงถึงคุณธรรม จริยธรรม ทำลายระบบนิติรัฐ ขัดหลักนิติธรรม มีพฤติกรรมเลี่ยงความผิด เอื้อตัว เอื้อญาติ ไม่ได้เห็นประโยชน์ของ ประชาชนและแผ่นดินเป็นที่ตั้ง ท่านประธานที่เคารพครับ คนจะเป็นนายกรัฐมนตรีได้จะต้อง ปฏิบัติตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๕ ครับ ก่อนเข้ารับหน้าที่รัฐมนตรีต้อง ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ด้วยถ้อยคำดังต่อไปนี้ รัฐมนตรีก็มีความหมายถึง ท่านนายกรัฐมนตรีด้วย

“ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่าข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดี ต่อพระมหากษัตริย์และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ของประเทศ และประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ทุกประการ”

ท่านนายกรัฐมนตรีมีอีกสถานะหนึ่งครับ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นท่านนายกรัฐมนตรีจำเป็นอย่างยิ่งต้องปฏิบัติตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๒

“สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาย่อมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย โดยไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมายหรือความครอบงำใด ๆ และต้องปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของปวงชนชาวไทยโดยปราศจากการขัดกัน แห่งผลประโยชน์”

นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานไว้ในที่ประชุมแห่งนี้ว่าคนเป็น นายกรัฐมนตรีนั้นมีกรอบของรัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้ ๒ มาตราด้วยกัน แต่นอกจาก บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแล้ว คนเป็นนายกรัฐมนตรีต้องมีจิตสำนึกในการที่จะทำงาน เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง คนที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีจะต้องเป็น ตัวอย่างที่ดีของสังคม ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของด้านคุณธรรม จริยธรรม การเคารพกฎหมาย ส่งเสริมให้คนทำความดี ต้องเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติมากกว่าประโยชน์ของตัวเอง หรือพวกพ้อง คนเป็นนายกรัฐมนตรีต้องเป็นนายกรัฐมนตรีของคนไทยทุกคน ไม่ว่าคนนั้น จะมีเชื้อสาย จะมีเผ่าพันธุ์ จะมีถิ่นกำเนิดอย่างไรก็ตาม ท่านนายกรัฐมนตรีต้องไม่แบ่งแยก ประชาชน ไม่เลือกข้างประชาชน สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนในเบื้องต้นก็คือ หลายครั้งที่รัฐบาลนี้พูดเสมอว่าเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนมีเสียงข้างมาก และท่านเน้นอยู่ตลอดเวลาครับว่าการมีเสียงข้างมากของท่านท่านจะทำอะไรก็ได้ เพราะท่านมาจากพี่น้องประชาชน ผมเรียนท่านทำความเข้าใจในส่วนนี้เบื้องต้นครับ แม้ว่าพี่น้องประชาชนจะเลือกท่านมา มี ส.ส. ในมือ ๕๐๐ คนเต็มสภาแห่งนี้ แต่สิ่งหนึ่ง ที่ท่านไม่สามารถจะทำได้เลยไม่ว่าท่านจะมีเสียงเท่าไรก็ตามก็คือการทำผิดกฎหมาย การทำสิ่งที่ขัดต่อหลักจริยธรรม คุณธรรม และขัดต่อผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้านายกรัฐมนตรีท่านนี้ได้ใช้โอกาสที่ประชาชนมอบความไว้วางใจ ด้วยคะแนนเสียงมากมายเป็นเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรใช้โอกาสนี้ในการพัฒนา บริหารประเทศ บริหารชาติบ้านเมืองให้สู่ความเจริญถาวรของประเทศจะเป็นโอกาสดีครับ โอกาสสำคัญ เพราะฝ่ายค้านโดยเฉพาะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้ยืนยัน ต่อท่านประธานมาตลอดว่าเราเป็นฝ่ายค้านที่จะไม่ขัดขวางการทำงานของรัฐบาล ถ้ารัฐบาลยึดมั่นในผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนและประเทศชาติพวกเราสนับสนุน เราผ่านความเห็นชอบกฎหมายสำคัญต่าง ๆ มากมายที่จะเป็นเครื่องมือของรัฐบาล ในการเข้าไปแก้ไขปัญหาของชาติบ้านเมือง แต่นายกรัฐมนตรีไม่ได้นำเอาสิ่งที่ พี่น้องประชาชนได้มอบความไว้วางใจให้กับท่านมาสร้างผลประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน เมื่อท่านเลือกตั้งเข้ามาได้ ท่านบริหารประเทศชาติ บริหารบ้านเมืองด้วยความเรียบร้อย เป็นเวลาเกือบปีครับ แต่อยู่วันหนึ่งท่านก็หยิบยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่สภา ตอนแรก ท่านนายกรัฐมนตรีตอบสื่อมวลชนชัดเจนว่ารัฐบาลจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการยื่นแก้ไข กฎหมายรัฐธรรมนูญ ให้เป็นเรื่องของสภา หลังจากนั้นก็มีการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญโดย ส.ส. ของพรรครัฐบาลหลายฉบับ และมีการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยภาคประชาชนซึ่งเป็นคน กลุ่มเดียวกับคนของรัฐบาล แต่อยู่ ๆ ท่านนายกรัฐมนตรีก็แถลงต่อสื่อมวลชนเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นนโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลได้แถลงไว้กับสภา และ ๒. หากรัฐบาล ไม่เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้ามาก็จะถือว่ารัฐบาลเสียสิทธิในส่วนนี้ พูดง่าย ๆ ก็คือ รัฐบาลสงวนสิทธิในการที่จะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้ามาสู่การพิจารณาของสภา ตอนแรกผมก็ไม่เข้าใจครับท่านประธานว่าอยู่ ๆ ทำไมท่านนายกรัฐมนตรีได้ประกาศต่อ สาธารณชนไปแล้ว และโดยปกติแล้วท่านมักจะไม่ค่อยเอาตัวเองเข้ามาผูกพันกับ การดำเนินการทางการเมือง หรือแม้กระทั่งในที่ประชุมแห่งนี้ แต่ทำไมท่านนายกรัฐมนตรี ถึงกลับคำพูดจากเดิมที่บอกว่ารัฐบาลจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ท้ายที่สุดท่านบอกว่ารัฐบาล ขอสงวนสิทธิที่จะยื่นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่สภา นั่นเป็นคำถามที่พี่น้องประชาชน และผมเองก็มีความสงสัยครับท่านประธาน นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาท่านประธานก็คงจะ เห็นด้วยกับผมว่าบ้านเมืองเกิดความแตกแยก พี่น้องประชาชนมีความคิดแตกต่างกัน โดยสิ้นเชิง เกิดความรู้สึกไม่ลงรอยกัน เกิดความรู้สึกว่าถูกแบ่งแยกโดยรัฐบาล รัฐบาลถือหาง หรือรัฐบาลสนับสนุนกลุ่มการเมืองภาคประชาชนที่เขาสนับสนุนรัฐบาลที่จะมีการแก้ไข รัฐธรรมนูญ แต่ในขณะเดียวกันรัฐบาลทอดทิ้งและผลักไสคนอีกส่วนหนึ่งของประเทศ ที่เขาไม่ได้เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นั่นคือวันที่เกิดวิกฤติของประเทศชาติอีกครั้งหนึ่ง ที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมเสียดายโอกาสว่าทำไมนายกรัฐมนตรีไม่ใช้โอกาสนี้ ในการที่จะนำพาประเทศ แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่มีขึ้นมาให้สำเร็จลุล่วงตามที่ท่านได้ให้ คำมั่นสัญญาไว้กับพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อยื่นกฎหมายรัฐธรรมนูญเข้ามา อ้างว่ารัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตย แต่ทุกคนทราบครับว่าเป้าหมายหลักของ การยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญก็คือการที่รัฐบาลจะเข้ามาแก้ไข มาตรา ๓๐๙ แห่งบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๕๖ มาตรา ๓๐๙ เป็นมาตราที่ผมเชื่อว่าเป็นสิ่งที่สร้าง ความไม่สบายใจให้กับท่านนายกรัฐมนตรีและพรรคการเมืองของท่าน มาตรา ๓๐๙ เขียนไว้อย่างนี้ครับ

บรรดาการใด ๆ ที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ ว่าเป็นการชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ รวมทั้ง การกระทำที่เกี่ยวเนื่องกับกรณีดังกล่าวไม่ว่าก่อนหรือหลังวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ให้ถือว่าการนั้นและการกระทำนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ท่านต้องการเอามาตรานี้ออกไปครับ ออกไปเพราะว่าท่านต้องการให้คนของท่าน พี่น้อง คนใกล้ชิดของท่านได้พ้นจากปัญหาที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการทางกฎหมาย หลังจากที่มีการรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน ๒๕๔๙ รัฐธรรมนูญขอแก้ไขเข้ามา ท่านประธานคงจะจำได้ สภาแห่งนี้ถกเถียงกันมากเลยครับ ผมเป็นกรรมาธิการวิสามัญ ได้พูดคุยได้พยายามที่จะทำความเข้าใจถึงเจตนารมณ์ที่แท้จริงของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของรัฐบาล มีอยู่วันหนึ่งครับท่านประธานคงจำได้ เสียงข้างน้อยอย่างพวกผมชนะเสียงข้างมาก ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญ โดยปกติเขาก็จะนำกลับมาแก้ไขกันในที่ประชุมสภา รัฐบาลยอมไม่ได้เลยครับ ยอมไม่ได้แม้จะมีใครมาเปลี่ยนแปลงถ้อยคำรายละเอียดหรือ หลักการที่รัฐบาลเสนอมา รัฐบาลบอกว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพราะเป็นความต้องการ ของประชาชน แต่ไม่ยอมรอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพี่น้องประชาชนที่เขารอตรวจสอบ อ้างว่ารัฐบาลต้องรักษาสิทธิ ผมจำคำนี้ได้ดีครับว่ารักษาสิทธิ รักษาสิทธิของใคร รักษาสิทธิอะไร ผมกราบเรียนท่านประธานต่อมาครับ หลังจากที่ท่านไปดูกันแล้วว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๙ อย่างเดียวไม่พอ ไม่พอที่จะทำให้กระบวนการที่ได้ดำเนินการและมีการ พิพากษาว่ามีความผิดได้พ้นผิดได้ ทางเดียวที่จะทำให้การพ้นผิดนอกจากแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วก็คือการเสนอ พ.ร.บ. ล้างมลทิน หรือ พ.ร.บ. ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ ท่านประธานจะเห็นนะครับว่า ๒ กระบวนการนี้เดินมาด้วยกัน ด้วยความเร่งรีบ ด้วยความเร่งรัด รีบร้อน พวกผมทำหน้าที่ในที่ประชุมแห่งนี้ในการต่อต้านรัฐธรรมนูญ ฉบับดังกล่าว ๑๕ วัน ๑๕ คืน ชี้แจงประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นให้พี่น้องประชาชนได้ทราบ ท้ายที่สุดศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งห้ามรัฐสภาแห่งนี้ลงมติในวาระที่สาม ท่านถอยหลังมา ก้าวหนึ่งครับ แต่พอท่านถอยหลังมาก้าวหนึ่ง พ.ร.บ. ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ ที่เข้าสู่สภาก็มีปัญหา มีมวลชนที่เข้ามาแสดงเจตจำนงว่าไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลในเรื่องนี้ จาก ๘ เดือนที่รัฐบาลบริหารชาติบ้านเมือง ทุกคนยอมรับชะตากรรม ทำงานสร้างบ้าน สร้างเมืองเพื่อให้ประเทศชาติได้พัฒนาถาวร แต่รัฐบาลกลับเลือกที่จะสร้างความแตกแยก ให้เกิดขึ้นด้วยการเสนอรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ. ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ มาวันนี้ยืนยันกันอีกแล้วครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ค้างอยู่ใน วาระที่สาม ท่านจะนำกลับเข้ามาใหม่ ท่านจะนำกลับเข้ามาใหม่แล้วมาโหวตในวาระที่สาม ไม่สนใจคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ ผมก็สงสัยครับท่านประธานว่าทำไมท่านยังยึดมั่น ยังดึงดัน ยังเดินหน้าทั้ง ๆ ที่รู้ว่าบ้านเมืองจะมีปัญหา จะเกิดความแตกแยกวุ่นวาย จะทำให้ประเทศชาตินั้นจะต้องหยุดชะงักไปอีก ซึ่งต่างกับที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลง เมื่อตอนเช้านี้หลังจากที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้ลุกขึ้นอภิปรายในสภา ท่านบอกว่าท่านไม่อยากเห็นบรรยากาศที่เกิดการแตกแยกในบ้านเมือง ต่างประเทศ ที่อยากจะมาลงทุนในเมืองไทยเขาชะงัก ความขัดแย้งทางการเมืองไม่อยากให้มี อยากเห็นความรักสามัคคีของประชาชน เคารพในกฎหมายในระบอบประชาธิปไตย ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าผมไม่ได้นั่งอยู่ในห้องประชุมสภาแห่งนี้ผมไม่เชื่อเลยครับว่า คำนี้ออกมาจากปากท่านนายกรัฐมนตรี เพราะมันสวนทางกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ท่านรู้อยู่แล้วครับว่าถ้าท่านหยิบกฎหมายรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ. ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ กลับเข้ามาสู่สภาเมื่อไร บ้านเมืองก็จะลุกเป็นไฟ เกิดความแตกแยกทางความคิดกัน อีกครั้งหนึ่ง แล้วมวลชนก็จะออกมา ซึ่งเราไม่ต้องการเห็นภาพอย่างนี้ เราอยากเห็นประเทศ เดินหน้าไปได้ แต่ทำไมท่านถึงต้องเดินหน้าเรื่องนี้ต่อ ผมเพิ่งพบคำตอบครับท่านประธาน ขออนุญาตท่านประธาน ผมมีคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งฟ้อง พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ผู้ถูกกล่าวหา และมีผู้ร้องคัดค้านอยู่จำนวนหลายท่าน ผมจะไม่ พูดถึงครับท่านประธาน แต่ผมจะพูดถึงท่านเดียวคือผู้ร้องคัดค้านที่ ๔ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คดีนี้ศาลพิพากษาอย่างนี้ครับท่านประธาน พิพากษาให้เงินที่ได้จาก การขายหุ้นและเงินปันผลหุ้นของบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน ๔๖ ล้านบาท ก็แล้วกันตัวเลขกลม ๆ ครับท่านประธาน พร้อมดอกผลเฉพาะดอกเบี้ยที่ได้รับจากบัญชี เงินฝากนับตั้งแต่วันฝากเงินจนถึงวันที่ธนาคารส่งเงินจำนวนดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน แล้วก็มีการบังคับเอาจากทรัพย์สินดังกล่าว หากไม่พอให้บังคับเอาจากทรัพย์อื่นของ ผู้ถูกกล่าวหา และผู้คัดค้านที่ ๑ ถึงที่ ๕ ซึ่งก็รวมผู้คัดค้านที่ ๔ คือนายกรัฐมนตรี มีคำสั่ง อายัดไว้ หากได้เงินครบถ้วนตามคำพิพากษาแล้วก็ให้เพิกถอนคำสั่งอายัด นี่คือสิ่งที่ผม กราบเรียนท่านประธานว่าผมไม่สบายใจที่ได้เห็นท่าทีของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ที่จะเดินหน้าสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ผมเชื่อว่าท่านเดินหน้าแน่ เพราะ พ.ร.บ. ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ มาตรา ๔ เมื่อพระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับแล้ว ถ้าผู้กระทำการตามมาตรา ๓ อยู่ในระหว่างการสอบสวน ให้ผู้มีอำนาจสอบสวนระงับ การสอบสวนผู้นั้น ถ้าอยู่ในระหว่างการฟ้องร้อง ให้พนักงานอัยการหรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง ระงับการฟ้องหรือให้ถอนฟ้อง ถ้าผู้นั้นอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดี ถ้าได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิด ถ้าผู้นั้นรับโทษอยู่ให้การลงโทษนั้นสิ้นสุดและปล่อยตัวผู้นั้นไป แก้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๙ ผ่าน พ.ร.บ. ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ มาตรา ๔ นั่นหมายถึงคดีที่ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่มีการยึดทรัพย์นักการเมือง ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท และในการพิจารณาคดีดังกล่าว ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านนายกรัฐมนตรีได้เบิกความอย่างนี้ครับท่านประธาน

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านธนาครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเป็นคนหนึ่งที่ยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ผมได้ลงชื่อไป ผมไม่ได้มีเจตนาเหมือนที่ผู้อภิปรายได้อภิปรายใส่ร้ายเสียดสีตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ท่านประธานครับ เสียดสีใส่ร้าย ผมไม่ได้มีเจตนาแบบนั้น และมาตรา ๓๐๙ เป็นมาตรา กากเดนของเผด็จการที่ใส่ไว้เพื่อแก้ไข ท่านประธานครับ ขอให้ผู้อภิปรายอย่าได้เสียดสี ใส่ร้ายผู้อื่นซึ่งยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย ถ้าคุณคิดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะทำให้พรรคเพื่อไทยเสื่อมเสีย การเลือกตั้งคราวหน้าค่อยมาวัดกันใหม่ ผมแก้ไขรัฐธรรมนูญแน่นอน ยืนหยัดและพร้อมที่จะแก้ไขตลอดไป ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็เป็นความเห็น ของท่านธนาซึ่งท่านได้กล่าวหา ก็ไม่เป็นไรครับ ท่านต่อเถอะครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าผมกล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรีว่าการดำเนินการของท่าน เพราะท่านมีเจตนาอื่นแอบแฝง เป็นความคิดของผม และผมเชื่อว่าเป็นความคิดของคนไทย อีกจำนวนมาก ผมก็อยากจะถ่ายทอดความรู้สึกนี้ไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่าถ้าท่านเดินหน้าต่อ ท่านจะต้องเจอกับอะไร ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับ นางสาวยิ่งลักษณ์เบิกความไว้ในปี ๒๕๔๔ หุ้นชิน คอร์ปอเรชั่น มีการแตกพาร์ (Parr) จาก ๑๐ บาท เหลือ ๑ บาท ทำให้พยานมีจำนวนมากขึ้นเป็น ๒๐ ล้านหุ้น แต่ยังมีมูลค่ารวมเท่าเดิม ต่อมาวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๔๙ ได้ขายหุ้นให้กับบริษัท ซีดาร์ โฮลดิ้งส์ ในเครือกลุ่มทุนเทมาเส็กประเทศสิงคโปร์ในราคาหุ้นละ ๔๙.๒๕ บาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แล้วได้เงินประมาณ ๙๑๒,๓๐๐,๐๐๐ บาท โดยการขายหุ้นดังกล่าว ขายพร้อมนายพานทองแท้ นางสาวพิณทองทา และนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ พี่ชายบุญธรรม ของคุณหญิงพจมานและได้นำเงินดังกล่าวเข้าบัญชีออมทรัพย์ธนาคารไทยพาณิชย์ ผมอ่านแค่นี้ครับท่านประธาน ที่ผมกราบเรียนท่านประธานต่อไปก็คือเจตจำนงของท่าน ที่จะนำเรื่องนี้กลับเข้ามาสู่การพิจารณาของสภาอีกครั้งหนึ่ง

(นายนิยม เวชกามา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วงครับ

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมประท้วงผู้อภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ กล่าวถึงบุคคลภายนอกโดยไม่จำเป็น ซึ่งไม่เกี่ยวเลยครับ ไม่มีในประเด็นที่ยื่นถอดถอนเลยครับ ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ระมัดระวัง สักนิดครับท่านธนา เชิญครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

ครับท่านประธาน ความจริงเรื่องนี้ ผมมีเจตนาดีครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีว่าวันนี้ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ของประเทศไทยแล้ว ท่านต้องภาคภูมิใจว่าท่านได้มาทำงานรับใช้แผ่นดิน สร้างความเจริญ ผาสุกให้กับพี่น้องประชาชน วันนี้เงินทองท่านก็มีมากมายแล้ว พี่น้องประชาชนยังรอ ความช่วยเหลือจากรัฐบาลที่จะเห็นประโยชน์ของพี่น้องประชาชนมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว ท่านมีเรื่องอื่นต้องทำมากมายเลยครับ ทำไมท่านต้องเดินหน้าที่จะแก้รัฐธรรมนูญกลับมา ในการเปิดสภาสมัยหน้า นี่ผมฟังข่าวจากคนในพรรคของท่าน กรรมการกฎหมายที่ท่านไปตั้ง กันนั้นละครับ ยืนยันว่าไม่ใช่ท่านประธานนะครับ กรรมการที่พรรคที่ท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ ได้มีความเห็นเปิดเผยต่อสาธารณชนว่าจะนำเรื่องนี้กลับมาในเดือนธันวาคมหลังจาก เปิดสภาสมัยหน้าแน่นอน ทำไมครับ ความจริงผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ เรื่องบางเรื่องบางเวลาทำได้ เรื่องบางเรื่องทำได้ทุกเวลาครับ แต่เรื่องบางเรื่องไม่ว่าเวลาไหน ก็ทำไม่ได้ ถ้าเรื่องนั้นไม่ได้เป็นผลประโยชน์ของคนไทยทั้งประเทศ ถ้าเรื่องนั้นเป็น ผลประโยชน์ของคนใกล้ชิดของตัวเอง ของคนรอบข้างและกลุ่มผลประโยชน์ที่อยู่รอบ ๆ ตัว ท่านนายกรัฐมนตรี และถ้าท่านนายกรัฐมนตรียังผลักดันเรื่องนี้ผ่านกระบวนการของ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผ่าน พ.ร.บ. ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ ผมถึงกราบเรียน ท่านประธานตอนแรกว่าท่านนายกรัฐมนตรีอาจะหมิ่นเหม่และขัดต่อกฎหมาย เพราะท่านกำลังทำในสิ่งที่กฎหมายเรียกว่าผลประโยชน์ขัดกัน หรือที่เรียกว่าผลประโยชน์ทับซ้อน ผมขออธิบายความนิดเดียวครับท่านประธาน เพราะมีการพูดทำให้พี่น้องประชาชน เข้าใจคลาดเคลื่อนกันมามากในหลักกฎหมายของโลกมันมีอยู่ ๒ ลักษณะครับ ลักษณะที่ การกระทำโดยตัวมันเองเป็นความผิด อย่างเช่น ไปฆ่าคนตาย ลักทรัพย์ กับอีกลักษณะหนึ่ง เรียกว่ากฎหมายบัญญัติให้มีความผิด กรณีไหนครับท่านประธาน กรณีอย่างเช่น รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ที่เขาเขียนกันว่าคนเป็นผู้บริหารประเทศเป็นรัฐมนตรีจะไปทำสัญญา สัมปทานกับรัฐไม่ได้ เพราะตัวเองมีอำนาจอาจจะไปครอบงำทำให้บุคคลอื่นหรือทำให้รัฐ เสียหาย เหตุการณ์ที่ผ่านมาผมจะไม่พูดอีกครับ เพราะท่านพยายามพูดว่าเมียซื้อ ผัวเซ็น ติดคุก เพราะนี่คือกฎหมาย กฎหมายบัญญัติให้มีความผิด ประเทศเวลาที่เจริญขึ้นมาก ๆ แล้ว กฎหมายอาญาอย่างเดียวไม่พอครับ มันต้องมีกฎหมายที่เขาเรียกว่ากฎหมายจริยธรรม คุณธรรมเข้ามากำกับ กฎหมายลักษณะอย่างนี้แหละครับเขาเรียกว่าเป็นกฎหมายจริยธรรม ในต่างประเทศนี่เขาถือกันมากครับว่าผิดจริยธรรมนี่คุณไม่สามารถที่จะทำงานบริหาร ประเทศชาติโดยเห็นแก่ประโยชน์ของประชาชนได้อย่างแน่นอน จริยธรรมคุณยังบกพร่อง คุณไม่สามารถบริหารชาติบ้านเมืองได้ วันนี้เหมือนกัน ผมไม่อยากให้มีวาทกรรมเกิดขึ้นอีกว่า ทำเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จ ผ่าน พ.ร.บ. ว่าด่วยความปรองดองแห่งชาติ แล้วท้ายที่สุด ท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะมีความผิดตามกฎหมาย เพราะกฎหมายเขาเขียนไว้แล้วว่า คนเป็นนายกรัฐมนตรี คนเป็นรัฐมนตรีนั้นทำเรื่องอะไรได้บ้าง ทำเรื่องอะไรไม่ได้บ้าง และที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าท่านนายกรัฐมนตรีมีเงินอยู่ ๙๐๐ กว่าล้านบาท ที่ถูกอายัดเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน ถ้ากฎหมายทั้ง ๒ ฉบับผ่านสภา นั่นหมายถึงสถานะ ของคดีทั้งหมดกลับคืนสู่สภาวะปกติ นั่นหมายถึงนายกรัฐมนตรีก็มีสิทธิที่จะได้รับเงินที่เป็น ของแผ่นดิน ๙๑๒ ล้านบาทคืนกลับมาตามที่ท่านได้ไปเบิกความ เพราะฉะนั้นผมถึง กราบเรียนท่านประธานว่าสงสารประเทศไทยเถอะครับ เราเจอปัญหา เจอความขัดแย้งกัน มามากมายแล้วท่านประธาน ทำไมจะต้องเอาผลประโยชน์ของคนรอบข้าง คนใกล้ชิด หรือแม้กระทั่งตัวเองมาเป็นเดิมพันของประเทศอีกครั้งหนึ่ง และผมนึกภาพไม่ออกจริง ๆ ถ้าวันนั้นมาถึง วันที่ท่านยังดึงดันที่จะเอารัฐธรรมนูญ เอา พ.ร.บ. ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ เข้ามา ประเทศชาติจะเดินหน้ากันอย่างไร ใครจะรับผิดชอบ ด้วยเหตุนี้ครับท่านประธาน ผมจึงไม่อาจไว้วางใจให้ท่านนายกรัฐมนตรีบริหารชาติบ้านเมืองได้อีกต่อไป เพราะท่านเห็นแก่ ผลประโยชน์ของตัวเอง พวกพ้องมากกว่าผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พักการประชุม ไปต่อวันนี้เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกาครับ

พักประชุมเวลา ๐๐.๑๒ นาฬิกา

ของวันอังคารที่ ๒๗ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๕

เริ่มประชุมต่อเวลา ๐๙.๒๙ นาฬิกา

ของวันอังคารที่ ๒๗ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๕

(เนื่องจาก นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ติดราชการ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง จึงปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ประชุมต่อเลยนะครับ เชิญฝ่ายค้านท่านสาธิตใช่ไหมครับ เวลากี่นาทีท่านเลขาธิการ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดระยอง ก่อนอื่นขอกราบเรียนกับท่านประธานว่าก่อนที่ผมจะอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรี ขอกราบเรียนกับท่านประธานว่าผมไม่รู้จักกับท่านนายกรัฐมนตรีเป็นการส่วนตัว แต่ว่า ผมทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอตั้งข้อหาท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ว่าบริหารประเทศ ขาดภาวะผู้นำ สร้างภาพให้ดูดี แต่ปล่อยให้ผู้อื่นชักใยอยู่เบื้องหลัง ไม่ปกป้องผลประโยชน์ ของประเทศและพี่น้องประชาชน ใช้จ่ายเงินงบประมาณสุรุ่ยสุร่ายฟุ่มเฟือย โดยมีเจตนา แอบแฝงใช้เงินงบประมาณไปเพื่อช่วยเหลือพรรคพวกตัวเอง โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง ชอบธรรมและกระบวนการยุติธรรม เลือกปฏิบัติ ๒ มาตรฐาน ที่สำคัญอาจจะหมิ่นเหม่ ต่อความผิดกฎหมาย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ตรงนี้เลยครับว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้ใช้งบประมาณในหมวดงบกลางกรณีฉุกเฉิน และจำเป็น ผมจะอธิบายให้ท่านประธานได้รับทราบก่อนว่างบกลางที่มีไว้สำหรับกรณีฉุกเฉิน และจำเป็น เขามีมติ ครม. อย่างชัดเจนว่าจะใช้ได้แบบไหน มีกรอบอย่างไร ชื่อก็บอก อยู่แล้วครับท่านประธาน ฉุกเฉิน จำเป็น และงบกลางนี้เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี โดยตรง คือ กรณีจำเป็น ฉุกเฉิน เร่งด่วน ในการบริหารราชการแผ่นดิน กระทรวง ทบวง กรมไหนมีปัญหาก็มาพบนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีก็มีหน้าที่อนุมัติตามดุลยพินิจ ก่อนหน้านี้ก็อาจจะอนุมัติทำอะไร อย่างไรก็ได้ แต่ว่าล่าสุดเขามีมติ ครม. ชัดเจนครับ ท่านประธานครับ มติ ครม. เมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ มีแนวทางปฏิบัติชัดเจน ๓-๔ ข้อ แต่ที่ผมจะชี้ให้ท่านประธานเห็นก็คือแนวทางปฏิบัติที่ตีกรอบสำหรับการใช้งบ เพื่อฉุกเฉินและจำเป็นไว้ เขาบอกว่าอย่างนี้ครับ ต้องเป็นกรณีที่มีความจำเป็นและเร่งด่วน ที่จะต้องรีบดำเนินการเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ราชการเท่านั้น หมายความว่าอย่างไร หมายความว่างบอันนี้นายกรัฐมนตรีจะใช้ได้ก็ต่อเมื่อเป็นเรื่องจำเป็น ยกตัวอย่างให้เห็นภาพครับ เมื่อวานท่านนายกรัฐมนตรีพูดชัดครับ อยากจะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เยียวยา พี่น้องประชาชนที่น้ำท่วม พี่น้องประชาชนจำนวนมาก ผมจำตัวเลขได้ว่าประมาณ ๑๒.๘ ล้านคนเดือดร้อนจากน้ำท่วมครั้งใหญ่ ความเสียหายสูญเสียสูงถึง ๑.๔๔ ล้านบาท ท่านนายกรัฐมนตรีอยากช่วยเหลือ ถ้าเป็นเรื่องน้ำท่วมนายกรัฐมนตรีทำได้เลย ฉุกเฉินและจำเป็น

อีกเรื่องหนึ่งให้เห็นภาพชัดเจนครับ เรื่องสนามฟุตซอลของ กทม. นี่ละครับ ความจริงมีรายละเอียดเยอะ แต่ว่าถ้ามันมีความเสียหายจำเป็น เช่น ถ้ามันไม่เสร็จ หรือมันขาดเงินแล้วมันต้องเดือดร้อนทำให้ชื่อเสียงของประเทศเสียหาย ถ้าเขาไปขอใช้ งบกลางเพื่อฉุกเฉินและจำเป็น นายกรัฐมนตรีก็มีสิทธิอนุมัติได้ มีกรอบวงเงินอยู่แล้ว อันนี้ละครับเขาเรียกเร่งด่วน ฉุกเฉินและจำเป็น และจะต้องไม่ให้เกิดความเสียหาย กับราชการเท่านั้น นี่แหละครับคือความชัดเจนของการใช้งบกลาง ท่านประธานที่เคารพครับ นายกรัฐมนตรีคนสวยยิ่งลักษณ์คนนี้เมื่อเช้าขับรถก่อนเข้าสภามีอภิสิทธิ์พิเศษมีป้ายเชียร์ ยิ่งสู้ยิ่งสวย ผมเรียนท่านประธานครับ สมัยใครเป็นนายกรัฐมนตรีไม่มีป้ายเชียร์แบบนี้ครับ ผมเรียนประธานตรง ๆ ผมก็ชอบนายกรัฐมนตรีคนนี้ตอนแรก ๆ สวยดีครับ ดูน่ารัก แต่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศนี้สวยอย่างเดียวไม่ได้ น่ารักอย่างเดียวไม่ได้ ต้องทำเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ ต้องทำเพื่อแก้ไขปัญหาของคนทั้งประเทศ เพื่อนสมาชิกพูดกันเยอะ วันนี้ผมจะนำเสนอว่านายกรัฐมนตรีคนสวยคนนี้ทำเพื่อพวกพ้อง ตัวเอง ที่สำคัญพวกพ้องตัวเองที่ว่าผมว่าประชาชนทั้งประเทศเห็นการใช้เงินของ ท่านนายกรัฐมนตรีแล้วรับไม่ได้ ไว้วางใจไม่ได้ ไม่สามารถไว้วางใจได้เลยถึงแม้จะ สวยขนาดไหน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมให้เห็นภาพว่ากรณีที่ควรจะช่วยเหลือ ถ้าเดือดร้อนแบบนี้น้ำท่วมภาคใต้ น้ำท่วมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สะพานขาด ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เงินเยียวยาที่จังหวัดปทุมธานี เงินเยียวยาเขาบอกเสียดายที่รัก เสียดายที่หลงนายกรัฐมนตรีปู นายกรัฐมนตรีทักษิณ น้ำท่วมไปแล้วปีหนึ่งเงินเยียวยาไม่ได้ ไม่รู้ทำอะไรกันอยู่ ท่านประธานเห็นไหมครับ นี่ผมชี้ให้เห็นว่าการใช้งบกลางที่จำเป็น และฉุกเฉินใช้กรณีแบบนี้ชาวบ้านรับได้ แล้วเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีโดยตรง การกระทำเป็นการแสดงเจตนาภาษากฎหมายว่าอย่างนั้น พูดอย่างไรก็ตามดีแต่พูดครับ แต่ว่าชี้ให้เห็นว่าคิดอย่างไร ทำอย่างไร ตัวนี้เป็นตัวชี้เจตนา ท่านประธานที่เคารพครับ นายกรัฐมนตรีท่านนี้เป็นประธานที่ประชุม มีมติ ครม. ๒ ครั้ง มติ ครม. ครั้งแรก ๑๐ มกราคม ๒๕๕๕ ตอนนั้นกำลังเกิดอะไรขึ้นครับ ผมเข้าใจว่าน้ำท่วมยังไม่หายโศกเศร้ากันทั้งประเทศ ๑๐ มกราคม ๒๕๕๕ น้ำท่วมทั่วประเทศ อนุมัติเงินงบประมาณ ๔๓ ล้านบาท ในภาวะ ที่คนทั้งประเทศ คน ๑๒.๘ ล้านคนกำลังเดือดร้อนแสนสาหัส ธุรกิจเจ๊งพังพินาศ และวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๕ อนุมัติอีก ๖๗ ล้านบาท ท่านประธานดูครับ ท่านนายกรัฐมนตรีคนสวย นั่งเป็นประธานในที่ประชุม ถึงแม้ไม่นั่งก็ต้องรับผิดชอบเพราะใช้งบนี้นายกรัฐมนตรี ต้องเซ็นผ่านเท่านั้น เป็นงบกลางซึ่งผมเข้าใจว่าแยกออกมาจาก ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท อยู่ในกรอบที่นายกรัฐมนตรีอนุมัติ ครั้งแรกก็อนุมัติ ๑๐ มกราคม ที่ผมเรียนท่านประธาน ๔๓,๘๔๐,๐๐๐ บาท ครั้งที่ ๒ ๖๗,๑๖๐,๐๐๐ บาท เรียบร้อยครับ ในขณะที่ประชาชน กำลังเดือดร้อนถามหาเงินเยียวยา ๕,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๐ บาทเป็นการเสียหายเบื้องต้น ความจริงเขาเสียหายเท่าไรไม่ทราบ ๓๐,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๐ บาทเถียงกัน พี่น้องใน กทม. ยังไม่ได้รับเงินเยียวยา ๓ กรกฎาคมกำลังปิดถนนเลยครับ ถึงวันนี้ก็ยังมีปิดถนนอยู่ เรื่องเงินเยียวยาน้ำท่วม ผมเปรียบเทียบให้เห็นภาพว่านายกรัฐมนตรีคิดอย่างไร ระหว่าง ปัญหาของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศกับปัญหาของการใช้เงิน ๒ ก้อนนี้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมก็ไปดูว่าเอาเงินไปทำอะไร ปรากฏว่า ๑๐ มกราคมที่ประชาชนกำลัง เดือดร้อนแสนสาหัสนายกรัฐมนตรีคนนี้เอาเงิน ๔๓ ล้านบาท และวันที่ ๓ กรกฎาคมไปประกันตัวผู้ต้องหาในคดีอาญาความผิดร้ายแรง ท่านประธาน เข้าใจไหมครับความผิดร้ายแรงผมก็ลุกขึ้นพูดที่สภานี่แหละครับว่ามันร้ายแรงตรงไหน ไม่ใช่ครับ มันเร่งด่วนตรงไหน ๒ เรื่องนี้มันเร่งด่วนกว่าน้ำท่วมตรงไหน หรือมันเร่งด่วน มากกว่าเรื่องอื่นตรงไหน ไม่มีข้อมูล ไม่มีเอกสารครับ กว่าจะมารู้นี่ก็เข้าเดือนกรกฎาคมว่า ๑๐ มกราคมอนุมัติไปแล้ว ผมก็เลยสงสัยตามไปดูว่าที่นายกรัฐมนตรีตั้งใจขยันในขณะที่ ประชาชนเดือดร้อนแสนสาหัส ไปประชุม ครม. อนุมัติงบประมาณมาเอาไปประกันตัว ผู้ต้องหา ความเร่งด่วนอยู่ที่ไหน อย่างไร ผมเจอครับท่านประธานเจอที่เกือบถึงโคราช สถานที่เอกชนสถานที่หนึ่งไม่อยากเอ่ยชื่อเพราะดังมากพออยู่แล้ว แต่เป็นที่ชุมนุม ของคนเสื้อแดง ขออนุญาตให้ประธานได้ดูคลิปสั้น ๆ ครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............... : ขอให้เร่งเยียวยาพี่น้องเถอะผมคิดว่ามันนานเกินไปแล้ว และทุกฝ่ายก็พร้อมที่จะเร่งเยียวยา ไม่ว่าพี่น้องที่เสียชีวิต พี่น้องที่บาดเจ็บ และพี่น้อง ที่ต้องจำคุกก็อยากให้พี่น้อง”

(นางชมภู จันทาทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ เดี๋ยวหยุดก่อนครับ เชิญท่านชมภู

นางชมภู จันทาทอง หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันขอประท้วงท่านผู้กำลังเปิดคลิปผู้กำลังอภิปรายอยู่นะคะ ที่จริงแล้ว แต่เช้าอย่างนี้ดิฉันก็ไม่อยากประท้วงหรอกค่ะก็ผิดตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ค่ะ ไม่น่าจะเอารูป คนที่อยู่ภายนอกไม่จำเป็นไม่ต้องเอาเข้ามาค่ะ ดิฉันอยากให้ท่านประธานนั้น ได้โปรดพิจารณา และอีกเรื่องหนึ่งก็คือดิฉันอยากจะกราบเรียนท่านผู้อภิปรายว่า นายกรัฐมนตรีคนสวยก็ไม่น่าจะพูดค่ะท่าน เป็นการเสียดสีแก่บุคคลที่เป็นประธาน ประเทศของเรา อย่าใช้ความรุนแรง เพราะว่าเดือนนี้วันที่ ๒๕ เขาให้ติดริบบอน (Ribbon) ขาวนะคะท่านประธาน ท่านประธานติดหรือเปล่าคะ และท่านผู้อภิปรายติดหรือเปล่า อย่าใช้ความรุนแรงกับเพศที่อ่อนแอซึ่งเพศแม่และภรรยาของเราค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอสมควรแล้วครับ คืออย่างนี้ผมวินิจฉัยนะครับว่าคลิปได้ผ่านคณะกรรมการพิจารณา มาแล้ว แล้วก็เป็นที่เปิดเผยทั่วไปประชาชนก็ได้เห็นอยู่แล้ว แล้วก็ได้ฟังเนื้อหา ให้ผมวินิจฉัยก่อนสิครับท่าน เดี๋ยวท่านค่อยประท้วงต่อ ท่านยังไม่ฟังผมเลยครับ ได้ผ่านที่คณะกรรมการได้พิจารณา เนื้อหาก็ได้ฟังแล้วนะครับว่าเป็นการขอร้อง ให้ช่วยเหลือประชาชน ไม่ได้สั่งรัฐบาลก็ไม่ได้เข้าข่ายอะไร เป็นการขอร้องให้ดูแลประชาชน เป็นการเยียวยาประชาชนทุกฝ่ายไม่ได้สีใดสีหนึ่งท่านก็ไม่ได้กำหนดก็ได้ฟังกันทั้งท่านสาธิต และท่านเจริญ กรรมการก็นั่งฟังกันหมดครับ

(นายไพจิต ศรีวรขาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญท่านไพจิตครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ การทำหน้าที่ในการวินิจฉัยข้อบังคับ เคารพในคำวินิจฉัยของท่าน แต่ขณะเดียวกันคณะกรรมการตรวจคลิปนี่ก็ต้องเคารพถึง ความรู้สึก ข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ที่จะต้องอนุญาตให้เอาภาพเอาเสียงเอาอะไรทั้งหลาย ของบุคคลภายนอกที่ไม่ควรที่จะเอามาใช้ในการอภิปราย ถ้าหากจะอนุญาตก็ควรที่จะดู ข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ซึ่งผมถือว่าผมก็เคารพรักมีความภาคภูมิใจในการทำหน้าที่ ก็อยากให้เป็น บรรทัดฐาน ถ้อยคำ บุคคล ในสิ่งที่ไม่บังควรที่จะเอาเข้ามาประกอบในการอภิปราย ก็อยากจะ ขอความกรุณาท่านประธานซึ่งเป็น ๑ ในคณะกรรมการได้ให้ความรอบคอบในประเด็นนี้ด้วย ครับขอบพระคุณครับท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านไพจิตครับ คืออย่างนี้ครับ ถ้าท่านได้ฟังเนื้อหาทั้งหมดก็จะฟังดูไม่มีอะไร ท่านได้ขอร้องให้ช่วยประชาชนทุกสี ไม่ได้ว่าจะช่วยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะฉะนั้น ผมก็พิจารณาตามความเหมาะสมของคณะกรรมการซึ่งข้าราชการ ๕ ท่านก็ได้ผ่านมา ท่านเจริญก็ได้พิจารณาแล้ว ก็ให้ท่านสาธิตได้เปิดเถอะครับ ไม่มีอะไรครับ ท่านต้องฟัง ให้จบก่อนนะครับ

(นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง)

อย่าประท้วงเลยครับท่านสาทิตย์ เช้าแล้วครับ เอาเวลาดี ๆ ดีกว่า เชิญครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

มันไม่เสียหายเลยครับท่านประธาน เป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามสาธารณะ ผมไม่ทราบเหมือนกันครับว่าสภานี้เป็นอะไรครับ พูดถึงท่านทักษิณไม่ได้ ไม่รู้เป็นญาติฝ่ายไหน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเข้าเนื้อหา กรุณาปิดไมโครโฟนให้ผมด้วย เอาละครับ อย่าไปตอบโต้นะครับ ท่านว่าในเนื้อเรื่องดีกว่า ตอนเช้า ๆ อยากให้บรรยากาศดี ๆ เชิญครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ท่านประธานครับ ผมเคารพท่านประธานนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ขอให้เปิดคลิปอีกครั้งครับ ขอเสียงด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............ : และทุกฝ่ายก็พร้อมที่จะเร่ง ขอให้เร่งเยียวยาพี่น้องเถอะ ผมคิดว่ามันนานเกินไปแล้วนะครับ แล้วก็ทุกฝ่ายก็พร้อมที่จะเร่งเยียวยาไม่ว่าพี่น้อง ที่เสียชีวิต พี่น้องที่บาดเจ็บ และพี่น้องที่ต้องจำคุก ก็อยากให้พี่น้องเสื้อแดงแกนนำทั้งหลาย ทั้งที่มีตำแหน่งหน้าที่ ไม่มีตำแหน่งหน้าที่นี่ได้ช่วยกันรวบรวมพี่น้องให้เหมือนรวบรวม แรงงานวันนี้ พี่น้อง ญาติพี่น้อง หรือตัวพี่น้องที่บาดเจ็บ ญาติพี่น้องของคนที่เสียชีวิต รวบรวมกันมาเลย แล้วก็เอาเรื่องราวทั้งหมด เอาเอกสารทั้งหมดส่งให้ทางราชการเพื่อที่จะ ได้เยียวยากันให้จบ ส่วนเรื่องผู้ที่ติดคุกติดตะรางอะไรนั้นเราก็คงต้องรีบดำเนินการประกันตัว สู้คดีกันไป ตั้งทนายกันไป ผมอยู่ไกลครับ บางทีใครแจ้งอะไรมา บางคนส่งเอสเอ็มเอส (SMS) มาให้ผม ผมก็รีบดำเนินการให้ทุกราย อย่างเมื่อวานนี้ก็เข้าใจว่ามีการประกันตัว ผู้ต้องหาที่เชียงใหม่ ๕ คน เช้านี้ก็คิดว่าคงกลับบ้านไปแล้ว ก็ต้องขอบคุณกระทรวงยุติธรรม ที่มองเห็นชัดเจนว่าการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยนั้นเป็นนักโทษการเมือง ที่ได้จัดเรือนจำพิเศษ ให้นะครับ และอยากให้รีบประกันตัวพี่น้องให้หมด เพราะวันนี้พี่น้องเราก็ลำบากมานานแล้ว แต่ถามว่าพี่น้องลำบากเพราะพี่น้องแย่หรือ พี่น้องต่อสู้ครับ ต่อสู้มา แต่หัวใจที่เขามีนั้น ผมต้องยอมรับว่ามันสุดยอดที่สุดแล้วครับ”

เจ้าหน้าที่พอแล้วครับ ท่านประธานครับ นี่แหละครับความเร่งด่วน

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสาธิตครับ ท่านดอกเตอร์สุนัยประท้วง เชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร ผมอยากขอประทานโทษท่านประธานที่เช้า ๆ ขอประท้วงตามสิทธิในข้อ ๖๓ ประกอบกับ ข้อ ๖๑ แล้วก็เพื่อไม่ให้เกิดการ ผมก็จะไม่ประท้วงอีก ประท้วงเรื่องที่สำคัญที่สุด ก็คือสิ่งที่ท่านผู้อภิปรายได้กระทำผิด ซึ่งเราก็ไม่อยากจะทำอีกแล้วครับ เมื่อวานนี้ ผมก็กราบเรียนท่านประธานแล้วว่าขอเถอะครับ ขอให้ท่านอภิปรายตรวจสอบรัฐบาลเต็มที่ อยู่ในกรอบกติกาที่รัฐธรรมนูญกำหนด ก็คือเมื่อเช้าท่านก็พูดอีกแล้วครับว่ามีนายกรัฐมนตรี กระทำผิดกฎหมายแต่ไม่ได้ยื่นคำร้องถอดถอนไว้ ซึ่งผมไม่อยากให้มันเสียหาย ผมเห็นประโยชน์ที่จะตรวจสอบรัฐบาลครับ แต่ทำตามครรลอง แล้วยิ่งเกิดการเสียดสี อย่างเมื่อวานนี้ ท่าน ส.ส. ฝ่ายค้านท่านหนึ่ง ผมก็ไม่ประท้วงท่านนะครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ท่านประธานครับ เสียเวลาสภาครับ เพิ่งตื่นมาเลยนะครับ ไม่ได้ฟังผมพูดเมื่อตอนต้น

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านครับ อย่าเถียงกันเองครับท่านสาธิต ให้ผมฟังก่อน ให้ว่าให้จบแล้วผมจะวินิจฉัย ท่านอย่าวินิจฉัยแทนผม ผมให้ความเป็นธรรมทั้ง ๒ ฝ่าย ให้ท่านว่าให้จบก่อน ทีละคนครับ เชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

อายุมากนอนน้อยอยู่แล้วครับ ตื่นเช้า มาแต่เช้าครับ บังเอิญไม่มีการเซ็นชื่อเท่านั้นเองที่จะได้ยืนยัน ท่านประธานครับ ที่ผมพูดนี้ด้วยความหวังดี ไม่อย่างนั้นผมก็ต้องยื่นเรื่องขอให้ลบคำอภิปรายของท่านอีก ดังนั้นในการดำเนินการครั้งนี้เราก็ไม่อยากทำครับ แต่ขอให้ท่านรักษากติกาตามกฎหมาย ในฐานะที่ท่านไม่ได้ยื่นถอดถอนเรื่องนี้ไว้และท่านก็อวดอ้างว่าเป็นพรรคเก่าแก่

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอย่าไปว่าพรรคอื่นเลยครับ เอาเนื้อหาที่ท่านประท้วงว่าให้ผมพอแล้วครับ ท่านว่าให้ผม ผมรับฟังแล้วผมวินิจฉัย

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ก็อย่างนี้ครับท่านประธาน ก็ขอว่า ให้ท่านอภิปราย วันนี้เราก็เตือนท่านอีกเท่านั้นเองครับ แล้วก็ไม่อยากดำเนินการใด ๆ ถึงขั้นต้องดำเนินการประท้วงเพราะว่าเราเป็น ส.ส. ด้วยกัน และผมก็เคยเป็นฝ่ายค้านมา ก็เคยอภิปรายอย่างนี้มาแต่ว่าเราต้องทำตามกติกา แล้วก็ต้องกราบขอบพระคุณ ที่ท่านเอาบุคคลภายนอกเข้ามา เขาก็อยากจะเห็นการปรองดอง ก็ดีมากครับก็ขอบพระคุณ ที่ช่วยโฆษณาให้ท่านทักษิณอีกครั้งหนึ่งครับ ขอบคุณครับ

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านประสิทธิ์ไม่ประท้วงแล้วครับ ประเด็นเดียวกันนี้หรือเปล่าครับ ท่านประสิทธิ์ประท้วงผม เรื่องอะไรครับ ให้เขาประท้วงเดี๋ยวผมจะวินิจฉัยพร้อมกันครับ เชิญครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมประท้วงท่านประธานครับ ก่อนที่ท่านประธานจะให้เขานำคลิป บุคคลภายนอกมาเปิดตรงนี้ท่านประธานต้องตรวจให้ดี และเจตนาของ พันตำรวจโท ทักษิณ ก็เป็นสิ่งที่ดีไม่ใช่ฆาตกรนะครับเขาเจตนาดี

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็เจตนาดี ผมถึงให้เอาออกอย่างไรครับ ผมก็ตรวจสอบแล้วอย่างไรท่านประสิทธิ์ครับ ผมให้อำนาจ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรเจริญและคณะกรรมการ ๕ ท่านไปตรวจสอบ ผมก็ไปตรวจสอบ แล้วก็ไม่เห็นมีอะไรเสียหาย ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนทั่วไปได้รับทราบมานานแล้ว แล้วก็ออกทีวี อยู่บ่อย ๆ ไม่ได้เสียหาย ท่านอย่าประท้วงตอนเช้าเลยครับขออนุญาตท่านประสิทธิ์ครับ ส่วนท่านสุนัยครับ ถ้าเกี่ยวข้องว่ากล่าวหาว่าท่านนายกรัฐมนตรีทุจริตนี่ ผมก็ดูอยู่ครับ นี่เขาไม่ได้ว่านายกรัฐมนตรีทุจริต แต่ว่าปล่อยปละละเลยการใช้เงินงบประมาณ มันอยู่ในข้อ ผมฟังอยู่ ผมวินิจฉัยอยู่ เดี๋ยวแป๊บหนึ่งครับ เชิญครับประเด็นนี้ให้จบก่อนนะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมกราบเรียน อีกครั้งหนึ่งนะครับ ไม่มีเจตนาที่จะขัดขวางท่านเลยแต่ขอให้ท่านทำตามระเบียบข้อบังคับ เท่านั้นเอง สิ่งที่ท่านพูดครั้งแรกก็มีเลยครับ นายกรัฐมนตรีกระทำผิดกฎหมาย ไปเปิดดูก็ได้ ทีนี้เราก็ไม่อยากซ้ำแซะกับเรื่องนี้ เกรงว่าผู้ฟังทางบ้านจะเบื่อและเข้าใจเราผิด ดังนั้นท่านทำ ตามกฎข้อบังคับหน่อยคุณสาธิตครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมฟังอยู่ครับ ท่านสาธิตท่านก็เป็นนักกฎหมายเหมือนท่านครับคงจะมาจากที่เดียวกัน ก็ทุกฝ่ายครับท่านสาธิตดูท่านก็รู้ทั้งคู่ครับ พอแล้วครับ เชิญท่านสาธิตเลย เช้า ๆ อย่าโต้เถียง อย่าประท้วงเลยครับ ขอร้องทั้ง ๒ ฝ่ายครับ ท่านสุนัยผมว่าพอแล้วครับ ท่านสาธิตเข้าเนื้อหาสาระดีกว่าครับ ผมวินิจฉัยแล้วครับพอแล้วครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

เพื่อให้การอภิปรายราบรื่น เดี๋ยวผมขออนุญาต อ่านซ้ำให้ท่านฟังอีกครั้งหนึ่งในข้อหาที่ผมตั้งจะได้ชัดนะครับ ผมบอกว่าผมไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้บริหารประเทศต่อไปได้ เพราะนายกรัฐมนตรีคนนี้ สร้างภาพให้ดูดี แต่ปล่อยให้ผู้อื่นชักใยอยู่เบื้องหลัง ไม่ปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ และพี่น้องประชาชน ใช้จ่ายเงินงบประมาณ ในแบบของผมนะครับว่าสุรุ่ยสุร่ายฟุ่มเฟือย มีเจตนาแอบแฝง และใช้เงินงบประมาณไปช่วยเหลือพรรคพวกตัวเองโดยไม่คำนึงถึง ความถูกต้อง ชอบธรรม และกระบวนการยุติธรรม เลือกปฏิบัติ และอาจจะหมิ่นเหม่ ต่อการผิดกฎหมาย ชัดไหมครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เขาใช้คำว่าอาจจะครับท่านสุนัย

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ผมเขียนมา อ่านด้วยครับ ท่านประธานครับ นี่หรือครับความเร่งด่วน

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวครับ เชิญท่านสุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ เช้า ๆ อย่างนี้ขอเวลา แล้วเราจะไม่มีปัญหาอีก ท่านประธานลองตีความสิครับ ใช้เงินงบประมาณไปช่วยเหลือ พวกตัวเอง อย่างนี้มันก็คือนายกรัฐมนตรีทำผิดกฎหมายเรื่องนี้ ท่านทำไมไม่เขียนลงไป ไม่มีใครเขาจับท่านเลยครับ ป.ป.ช. เขาก็ไม่ว่าถ้าท่านจะเขียนลงไปเหมือนอย่างเมื่อวานนี้ เรื่องข้าวครับ เรื่องข้าว เรื่องมันสำปะหลัง ก็เขียนลงไปก็เท่านั้นเองครับ แล้วท่านก็พูดไปเลย นี่ท่านเล่นแทคติก (Tactic) ท่านไม่มีหลักฐานมาตั้งแต่ต้นแล้วมาหาเอาข้างหน้า แล้วอย่างนี้ ก็ตีกินไป ๆ ผมก็รู้ผมเคยเป็นฝ่ายค้าน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับท่านสุนัย ขอบคุณครับ เอาละครับท่านประเสริฐอย่าประท้วงครับ เอาละครับ พอฟังได้ ท่านสาธิตก็รู้อยู่อันไหนถูกอันไหนผิดก็รู้กฎหมายกันหมดทุกคน เอาละ เข้าเนื้อหาสาระ พอแล้วครับ ท่านก็หลีกเลี่ยงคำพูดบางประเด็น

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง 🔗

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ อันนี้แหละครับที่ผม ทำให้เห็นว่ามันเป็นเรื่องเร่งด่วน เร่งด่วนสำหรับท่านนายกรัฐมนตรี ที่เร่งด่วน และอันนี้แหละ คือชักใยตามข้อหาของผม เพราะว่าไม่ชักใยได้อย่างไรในขณะที่ประชาชนกำลังเดือดร้อน แสนสาหัส วันที่ ๑๐ มกราคมนายกรัฐมนตรีไปอนุมัติงบกลางในอำนาจตัวเอง ก็ไปช่วยคน ไปประกันตัว ผมก็อยากจะแนะนำนายกรัฐมนตรีว่าความจริงกระทรวงยุติธรรมเขามีแบบ อยู่แล้วว่าเวลาจะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมของกระบวนการยุติธรรม ของการสอบสวนในขั้นต้น เขามีกองทุนยุติธรรมของกระทรวงยุติธรรมไว้คอยช่วยเหลือ โดยเฉพาะในเรื่องนี้ ถ้าจะทำเพื่อประโยชน์ของคนทั้งประเทศก็อนุมัติงบกลางเติมเข้าไป ในกองทุนยุติธรรมสิครับ แล้วให้กองทุนยุติธรรมไปพิจารณาว่ากรณีไหนควรช่วยเหลือ ผ่านการกลั่นกรองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไม่ครับ นายกรัฐมนตรีท่านนี้ท่านลุกมาตอบว่า ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนก็โกหกครับ เพราะว่าพฤติกรรมมันชัด ช่วงเวลา สถานการณ์ การอนุมัติงบกลาง ไม่ผ่านกองทุนยุติธรรม อนุมัติตรงไปที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพไปใช้จ่าย ซึ่งผม ไม่แน่ใจว่าจะเกิดปัญหาข้อกฎหมายในอนาคตหรือไม่ อนุมัติตรงครับ ทีนี้ถามว่าตรงไปทำอะไร ก็ตรงไปช่วยพวกตัวเองอย่างไรครับ ก็ผมไม่ได้พูดลอย ๆ ที่ช่วยตัวเองอยู่ที่ไหน ดูที่นี่ครับ การอนุมัติงบกลาง ๒ ครั้งของท่านนายกรัฐมนตรีคนนี้ที่ชื่อว่านางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านประธานดูตารางนี้ครับ ผมเขียนให้เห็นง่าย ๆ ตารางสรุปรายชื่อผู้ต้องขังในคดีอาญา ที่ได้รับการสนับสนุนเงินงบกลางเพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราว ๒ ครั้ง ครั้งแรก ๔๗ คน ครั้งที่ ๒ ๒๐ กว่าคน ท่านประธานที่เคารพครับ ผู้ต้องหาในคดีอาญาที่เขาไปประกันตัว ท่านประธานดู ลำดับ ๑-๑๔ ผู้ต้องหาเผาศาลากลางครับ ลำดับที่ ๒๓ บัณฑิต สิทธิทุม ศาลอาญาใช้เงินประกัน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ถูกตัดสินคดียิงวัดพระแก้วครับท่านประธาน เพื่อให้ประธานได้เห็นภาพ ท่านประธานจำบรรยากาศนี้ได้ไหมครับ เผาศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี ศาลากลาง จังหวัดมหาสารคาม ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร ท่านประธานจำบรรยากาศนี้ได้ไหมครับ ผมขอประณามคนพวกนี้ว่าเป็นคนทำลายชาติครับ ไม่เห็นแก่ส่วนรวม ไม่รู้เห็นแก่ใครไปเผา ศาลากลาง ๑๔ คน การทำหน้าที่มันยากครับ ทั้ง ๆ ที่ศาลตัดสินแล้ว ท่านประธานก็ให้ ผมเอาอะไรไปปิดหน้าไว้ บัณฑิต สิทธิทุม ศาลตัดสินแล้วครับท่านประธาน ตัดสินจำคุก ๓๘ ปี ข้อหาก่อการร้ายยิงจรวดอาร์พีจี (RPG) ใส่วัดพระแก้วและสถานที่สำคัญของประเทศนี้ ท่านประธานและพี่น้องทั้งประเทศทราบไหมว่าวัดพระแก้วสำคัญอย่างไร ถ้าไม่ทราบดูภาพนี้ครับ กล้องช่วยโคลสที่ภาพนี้ครับ ประธานาธิบดีของประเทศสหรัฐอเมริกามาเมืองไทย เลือกสิ่งที่สำคัญที่สุดของประเทศนี้ ๓ เสาหลักครับ เสาหลักนี้คือศาสนา ไปเยี่ยมวัดพระแก้ว ถ้าวันนั้นบังเอิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่มีจริง ยิงไปถูกสายไฟฟ้าก่อนแล้วลูกระเบิดอาร์พีจีลงไปที่วัดพระแก้วอะไรจะเกิดขึ้นครับ เราจะมีสิ่งดี ๆ ให้ดูไหมครับ เบอร์ ๑ ของโลกมายังมาที่วัดพระแก้ว แล้วคนประเภทนี้หรือครับ ที่ประเทศนี้จะต้องไปช่วยเหลือ คนประเภทนี้หรือครับที่นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เอาเงินงบกลาง ภาษีของพี่น้องประชาชนไปประกันตัวคนพวกนี้หรือครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมก็เป็นคน มองโลกในแง่ดี ถ้าอยากช่วยก็ใส่ไปที่กองทุนยุติธรรมสิครับ กองทุนยุติธรรมมีโครงสร้าง มีกรรมการโดยตำแหน่ง ท่านประธานรู้ไหมครับทำไมเขาไม่ทำ เพราะว่าคนที่อยู่ใน กองทุนยุติธรรมนี่เขามีความยุติธรรมครับ เขาจะช่วยเหลือใครเขาต้องไปพิจารณาหลักเกณฑ์ มีระเบียบอยู่นี่ครับ ไม่ต้องพูดถึงรายละเอียด แก้ระเบียบไปหลายครั้ง แต่ว่ากองทุนยุติธรรม ที่ผมพูดถึงนี่เขามีสำหรับช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจริง ๆ สำหรับกระบวนการยุติธรรม ผมจะยกตัวอย่างให้ท่านประธานเห็นชัดเจนท่านประธานจะได้เปรียบเทียบ ประชาชน จะได้เปรียบเทียบว่าหลักการ ความถูกต้อง ความยุติธรรม กับช่วยพวกพ้องเป็นอย่างไร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีตัวอย่าง ๓ ตัวอย่างของกองทุนยุติธรรม ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับกองทุนยุติธรรม มีปัญหาเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมในขั้นต้น

กรณีแรก จับผิดตัวแฝดพี่แฝดน้อง ท่านประธานจำได้นะครับปรากฏข่าว แฝดพี่ไปทำผิดแล้วหนีไป ตำรวจไปจับแฝดน้อง แฝดน้องไม่รู้เรื่องตอนแรกก็ไม่รับสารภาพ ตอนหลังตำรวจไปสอบอย่างไรไม่รู้รับสารภาพถูกดำเนินคดีติดคุก แฝดพี่หนีไปกลับมาบอก กับตำรวจว่าจริง ๆ แล้วผมเป็นคนทำ น้องผมไม่ได้ทำ แม่พาแฝดพี่มาพบพนักงานสอบสวน มาพบสื่อมวลชน ทุกฝ่ายช่วยกันครับ เพราะว่าคนที่ถูกคุมขังเป็นผู้บริสุทธิ์ อันนี้เป็นหัวใจของ กระบวนการยุติธรรมครับ เราปล่อยคนผิด ๑๐๐ คนดีกว่าจับผิดตัวคนเดียว นี่คือหลักทั่วไป นี่แหละครับก็ช่วยคนแบบนี้

กรณีที่ ๒ ให้ชัดเจนที่กองทุนยุติธรรมช่วยไป ถูกจับเพราะทรัพย์มรดกพ่อตัวเอง ผมจำจังหวัดไม่ได้ บังเอิญว่าพ่อตัวเองเสียชีวิตแต่มีทรัพย์มรดก ตัวเองไม่อยู่บ้านหลายวัน กลับเข้าไปในบ้าน บังเอิญช่วงเวลาก่อนที่ตัวเองไม่อยู่พ่อมีเมียน้อยแล้วก็พาเมียมาอยู่ด้วย เมียของพ่อเมียน้อยแจ้งจับฐานบุกรุกบ้านพ่อตัวเอง เมื่อเสียชีวิตก็เป็นทรัพย์มรดก ซึ่งเขามีสิทธิด้วย แต่ถูกจับไปแล้วไม่มีเงินประกันตัว กองทุนยุติธรรมประกันให้ ชัดเจนนะครับ นี่คือความยุติธรรมที่แท้จริง

กรณีที่ ๓ ทำผิดโดยป้องกันตัวเอง ผู้ต้องหาคดีนี้ไปยิงคนบาดเจ็บสาหัส แต่สาเหตุจากการยิงเพราะว่าคนที่ถูกยิงวิ่งไล่ทำร้ายไล่ยิง เขาก็เลยป้องกันตัวเองหันมายิง ผู้ถูกยิงเลยเป็นผู้ต้องหา แค่นั้นไม่พอนะครับ เป็นผู้ต้องหาถูกควบคุมอยู่หลายปี ปรากฏว่า ในขณะที่ถูกควบคุมเขาป่วยครับ อาการหนักจากการถูกไล่ยิงในครั้งนั้น ถ้าไม่รักษา จะมีอันตรายถึงชีวิต กองทุนยุติธรรมมีคณะกรรมการแล้วก็อนุมัติเงินไปช่วยประกันตัว ผมถามว่ากองทุนยุติธรรมนี้ช่วยอีกหลายคดีไหม หลายคดีครับและเป็นกรณีที่จำเป็น และควรช่วยเหลือ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมถึงเรียนว่าเจตนาของท่านนายกรัฐมนตรีคนนี้ มีความชัดเจนอยู่เองว่าใช้เงินงบประมาณไม่ได้เพื่อปกป้องผลประโยชน์หรือไม่ได้ ช่วยหลักการของกระบวนการยุติธรรม ในภาวะที่ประชาชนเดือดร้อนนายกรัฐมนตรีคนนี้ ไปอนุมัติเงินงบประมาณช่วยเหลือพรรคพวกตัวเอง ถ้าผมเป็นนายกรัฐมนตรีนะครับ พี่ชายขอมาผมก็ช่วยไม่ได้ ถ้าผมเป็นนายกรัฐมนตรีผมก็จะบอกว่าพี่ทักษิณมีเงินเป็นแสนล้านบาท เงินตัวเองเป็นแสนล้านบาทเขาไปชุมนุมกันช่วยเหลือท่านทักษิณ

(นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวครับท่านสาธิตสักครู่ครับ ท่านเกียรติ์อุดมมีอะไรครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ ๖ ขอประท้วงผู้กำลังอภิปรายผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ไม่ได้อยู่ในประเด็นแล้วก็กล่าวหา คนภายนอกซึ่งเขาไม่มีโอกาสที่จะมาชี้แจง ผมก็อยากจะฟังเหมือนกันว่าท่าน ยื่นอภิปรายนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีนี่นะครับ ด้วยเหตุอันใดไม่ใช่ว่าผมยังไม่ได้ยินคำว่า ท่านนายกรัฐมนตรีไปทำอันนั้นทำอันนี้ ไปทำอย่างนี้ ผมบอกว่าให้ร้ายป้ายสี

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับท่าน ผมเข้าใจแล้วครับเดี๋ยวผมวินิจฉัย ท่านนั่งลงครับ พอแล้วครับ คืออย่างนี้ การที่ถ้าพาดพิงมันเกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่ได้กล่าวพาดพิงกันไปมันต่อเนื่อง ผมก็พออนุญาตให้ได้ แต่ว่าการพาดพิงบุคคลภายนอกต้องโดยไม่จำเป็น ท่านให้ผมวินิจฉัยเสร็จก่อนครับ อย่าเพิ่งประท้วงสิครับ ไม่ได้ผมยังไม่อนุญาต นั่งลง อย่างนั้นผมไม่ให้พูด ผมกำลังวินิจฉัย คุณจะมาสวนได้อย่างไร นั่งลงก่อนครับ การพาดพิงบุคคลภายนอกโดยไม่จำเป็น แต่ถ้าโดยจำเป็นก็ต้องถูกฟ้องร้องกันเอง เพราะว่าการถ่ายทอดครั้งนี้ไปทั่วประเทศอาจจะ ทั่วโลกไปกล่าวถึงใครพาดพิงถึงใครท่านสาธิตต้องรับผิดชอบเองในสภาไม่สามารถจะใช้ เอกสิทธิ์อะไรได้ แต่ผมก็ฟังอยู่ครับเนื้อหาสาระก็ยังไม่รุนแรงอะไรนะครับ ท่านก็บอก ไปช่วยเหลือการขอร้องไม่ได้บังคับ เพราะฉะนั้นก็เชิญท่านสาธิตครับ ขอให้ช่วยหน่อย ที่ไม่กล่าวถึงบุคคลภายนอกมากท่านก็ช่วยผมหน่อยจะได้จบ ๆ ก็จะจบแล้วหมดเวลาแล้ว

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

มันเป็นปัญหาอย่างนี้ครับคือเวลา คนอภิปรายแล้วมีคนมาขัดขวางมันลืมครับท่านประธานมันต้องไปลำดับใหม่ อันนี้เป็น กระบวนการขัดขวางครับ ท่านประธานที่เคารพครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอย่าขัดขวางเลยเขาประท้วงตามสิทธิ ฉะนั้นจะขัดขวางไม่ได้ นั่งลง ผมทักท้วงแล้ว อย่าว่าเลยท่านครับ ต่างคนต่างรู้ ท่านช่วยกันประคับประคองหน่อยวันสุดท้ายแล้วครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็ฝากบอก ท่านนายกรัฐมนตรีว่าถ้าท่านทักษิณอยากช่วยพวกนี้เอาเงินตัวเองสิครับ อย่าเอาเงินภาษี ของประชาชนไปทำ อย่าไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมครับ ที่สำคัญหลายคดี ศาลตัดสินแล้ว ผมเรียนท่านประธานว่าแล้วประเทศนี้มันเป็นอะไร ประเทศนี้เกิดอะไรขึ้น คนทำผิดกฎหมายความผิดร้ายแรง แล้วประเทศนี้จะเอาเงินงบประมาณภาษี ไปช่วยทำไมครับ ไหนบอกว่ารักประชาชนทำไมไม่ไปช่วยพี่น้องประชาชนที่เขา ไม่ได้รับความเป็นธรรม ท่านประธานเป็นนักกฎหมายก็รู้คนที่บ้านท่านประธานที่ไม่สามารถ เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมมีอีกเยอะ เขาไม่ได้รับความเป็นธรรมอีกเยอะ ทำไมไม่ไปช่วย คนเหล่านั้นล่ะครับ เดี๋ยวจะลุกขึ้นมาตอบใช่ไหมครับเพื่อความสมานฉันท์และปรองดอง จะปรองดองกับใคร จะปรองดองกับโจรทำลายชาติหรือครับ หรือจะสมานฉันท์กับ คนทำลายศาสนา

(นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสาธิตครับ ท่านวราภรณ์เชิญครับ

นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขออนุญาตใช้ข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ที่ท่านผู้อภิปรายกำลังอภิปรายอยู่ ใส่ร้ายป้ายสีจากคำพูดของท่านที่ท่านพูดบอกว่าถ้านายกรัฐมนตรีทักษิณจะช่วยเหลือ คนพวกนี้ให้เอาเงินตัวเองครับ อย่ามาเอาเงินภาษีของประชาชน นายกรัฐมนตรีทักษิณ ช่วยตรงไหนคะ เพราะเป็นเรื่องของรัฐบาล เป็นเรื่องของคณะกรรมการที่จะพิจารณา ช่วยเหลือ มิใช่เป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรีทักษิณ ขอให้ถอนคำพูดตามข้อบังคับ ข้อ ๖๔ ด้วยค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยแล้วครับ ไม่เป็นไรครับ ท่านสาธิตกล่าวหา การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นการกล่าวหา ประชาชนจะเชื่อหรือไม่เป็นเรื่องของประชาชน เป็นการกล่าวหาเดี๋ยวให้ท่านอื่นมาตอบ ก็เป็นที่รู้กันทั่วไปเหมือนท่านวราภรณ์ทราบเป็นการกล่าวหา เอาทีละท่านครับ ท่านนั่งด้วยกัน ขอทีละคนนะครับ ตกลงกันก่อนไม่อย่างนั้นผมไม่ให้พูดครับ เชิญท่านวรชัยครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ คือการกล่าวหานี่ผมไม่ว่าครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ การกล่าวเท็จมันไม่สมควร ถ้ากล่าวหาไม่เป็นไร วันนี้คุณบัณฑิตตั้งแต่ติดคุก ไม่เคยได้รับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อันนั้น เป็นที่ทราบไม่ได้ประกันตัวผมก็ทราบ ท่านก็ทราบ เดี๋ยวให้คนอื่นมาตอบ ใช่ครับ รู้ว่าไม่ได้ประกันตัว ผมก็ทราบ ทุกคนก็ติดตาม ปล่อยให้ท่านนายกรัฐมนตรีตอบครับ เดี๋ยวมีพาดพิงถึงใครให้ท่านตอบ ท่านไม่ต้องตอบแทนหรอกครับ

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

จ่าประสิทธิ์จะประท้วงอะไรอีกครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ด้วยความเคารพท่านประธาน ผมต้องขออนุญาตประท้วงท่านประธาน ตามข้อ ๘ ท่านประธานจะมาวินิจฉัยว่าให้ประชาชนเขาตัดสินใจไม่ได้ สิ่งที่มันเกิดขึ้น ถ้ามันผ่านไปแล้วมันเสียหายบางอย่างมันแก้ไขไม่ได้ สมมุติว่าผมจะว่าลูกพี่เขาเป็นฆาตกร

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อย่าไปพูดอย่างนั้น ท่านประท้วงผมนี่ คือฝ่ายค้านทำหน้าที่ท่านต้องฟังครับ เขายื่นญัตติ เขากล่าวหารัฐบาล ไม่มีฝ่ายค้านที่ไหนมากล่าวหารัฐบาลดีหรอกครับ ๓ วันนี่ก็เป็นหน้าที่ ของท่านนายกรัฐมนตรีมาตอบอันไหนเท็จ อันไหนจริง แล้วประชาชนจะเป็นคนตัดสิน ท่านอย่าตัดสินแทนสิครับ อดทนฟังกันนิดท่านสาธิตก็จะจบแล้วครับ เชิญครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรี อยู่ในสภาแห่งนี้กรุณาฟังผมนะครับ เพราะผมมีเจตนาที่ดี ผมอยากให้บ้านเมืองสงบ และผมอยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามกลไกของมัน ท่านนายกรัฐมนตรีอย่าไปทำอย่างนี้เลยครับ อย่าไปรับใช้พี่ชาย ถ้านายกรัฐมนตรีจะมาตอบผมว่าจะสมานฉันท์หรือปรองดอง ผมจะอธิบายคำว่าปรองดองมันหมายความว่าทุกฝ่ายได้ประโยชน์ การลดความขัดแย้ง ไม่ใช่ฝ่ายตัวเองได้ประโยชน์แต่เพียงฝ่ายเดียว อันนั้นสิครับถึงจะเรียกว่าความปรองดอง ที่แท้จริง วันนี้ผมไม่มีโอกาสจะพูดถึงเงินเยียวยาที่ทหารที่ภาคใต้ได้แค่ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ประชาชนที่บริสุทธิ์ได้แค่ ๕๐๐,๐๐๐ บาท และเพิ่งเพิ่ม ๕๐๐,๐๐๐ บาทเมื่อไม่กี่วันนี่ครับ ทำไมทหาร ตำรวจภาคใต้ไม่ได้ ๗.๗๕ ล้านบาทล่ะครับ กรือเซะได้ ๔,๕๐๐,๐๐๐ บาท อยู่ในคำนิยามครอบคลุมตามมติ ครม. ทุกประการ ถ้าลดความขัดแย้งเพื่อความสมานฉันท์ ท่านนายกรัฐมนตรีมาก็ดีครับ ต้องปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันตามเนื้อหาสาระ ผมเรียนกับ ท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่าถ้าท่านนายกรัฐมนตรีบอกผมว่าการทำแบบนี้ เป็นการสมานฉันท์ ผมคิดว่าท่านสมานฉันท์กับพี่ชายไม่ได้สมานฉันท์กับคนทั้งชาติ และการทำแบบนี้ผมคิดว่ามันเป็นการเพิ่มความขัดแย้งมากยิ่งครับ ท่านประธานที่เคารพครับ บุคคลที่ท่านนายกรัฐมนตรีช่วยอีกคนหนึ่ง อันนี้ผมยอมไม่ได้ ยอมไม่ได้จริง ๆ ท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรีดูนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีใช้อำนาจ ตัวเองอนุมัติเงินไปช่วยเหลือประกันตัว ผมขอประณามว่าเป็นคนทำลายสถาบันเบื้องสูง ชื่อจริงชื่ออะไรไม่รู้ แต่ชื่อ ดา ตอร์ปิโด ศาลตัดสินจำคุกแล้ว ๑๘ ปีครับ ผมเข้าใจว่า รับสารภาพด้วย ชู ๒ นิ้วยอมรับว่าทำ นายกรัฐมนตรีจะตอบผมว่าอย่างไรครับ ผิดข้อหา หมิ่นเบื้องสูง นายกรัฐมนตรีไปช่วยเขา ครบ ๓ ประการครับ ผู้ต้องหาทำความผิดอาญา ร้ายแรง ทำลายชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ แต่นายกรัฐมนตรีคนนี้ใช้เงินภาษีอากรของ พี่น้องประชาชนไปช่วยเหลือคนพวกนี้ ผมขอกล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรีว่า

(นายวรชัย เหมะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวนะครับท่านสาธิต ท่านวรชัยเชิญประท้วงครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ท่านประธานครับ การกล่าวเท็จเป็นครั้งที่ ๒ ดา ตอร์ปิโด ไม่เคยได้รับการประกันตัว ไม่เคยได้รับการช่วยเหลือจากท่านนายกรัฐมนตรีเลยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาละครับ ท่านวรชัย คดีหมิ่นไม่มีใครได้รับการประกันตัว เป็นที่ทราบแล้วครับ ท่านไม่ต้องตอบแทนนายกรัฐมนตรีหรอก เชิญท่านสาธิตครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อาจารย์ประกอบครับ

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ทางบ้านก็โทรศัพท์มานะครับว่าช่อง ๑๑ ไม่ได้ถ่ายทอดครับ เพราะฉะนั้นผมขอความกรุณาท่านประธานนะครับ เพราะขณะนี้คนกำลังติดตาม เรื่องทุจริตคอร์รัปชันกันอยู่ครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านอาจารย์ประกอบมากครับ ท่านศันสนีย์ช่วยตรวจสอบให้ผมด้วยนะครับ เชิญท่านสาธิตต่อเลยครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ก็ยังไม่ถ่ายทอด ท่านประธานนี่ที่ผมพูดมา ไม่มีถ่ายทอดหรือครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ให้ตรวจสอบก่อนครับ ผมไม่ทราบ อาจจะเป็นบางจุด เดี๋ยวให้ตรวจสอบ เชิญครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

อย่างนั้นผมต้องพูดใหม่นะครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อย่าเพิ่งเลยครับ เดี๋ยวให้ตรวจสอบก่อน ท่านว่าจะจบแล้ว

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ท่านประธานที่เคารพ ให้ท่านรัฐมนตรี ชี้แจงด้วยครับว่าดำเนินการเรียบร้อยหรือยังครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ ให้ท่านตรวจสอบก่อน ท่านก็พูดของท่านไปเดี๋ยวผมจะถามให้ ไม่ใช่ถามปุ๊บ ท่านรัฐมนตรี กำลังโทรศัพท์อยู่ อย่าให้ท่านตอบเลย เดี๋ยวให้ตอบ ท่านก็ว่าของท่านไปก่อน ไม่ให้เสียเวลา

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

สื่อสารกับคนทางบ้านนะครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านโทรศัพท์ไปเช็กอยู่ ท่านก็พูดไปก่อนนะครับ เดี๋ยวจะให้ท่านตอบ ใจเย็น ๆ ก็หาทางจบสิครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

รบกวนท่านรัฐมนตรีด้วยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวให้เขาตรวจสอบ ท่านประเสริฐครับแป๊บหนึ่ง เอาให้รัฐมนตรีตอบ ท่านอย่าตอบ ท่านวรชัย ท่านประเสริฐมีอะไรครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เรื่องการถ่ายทอดสดความเป็นจริงเป็นไปไม่ได้เลยครับ ที่จะไม่ถ่ายทอด เพราะว่าเราทราบกันอยู่แล้วว่าเราจะมีประชุม ๓ วัน แล้วก็เป็นข้อตกลง ชัดเจนนะครับว่าต้องมีการถ่ายทอดตั้งแต่เริ่มต้นจนนาทีสุดท้าย ทำไมมีเรื่องผิดพลาดอย่างนี้ เกิดขึ้นได้ครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาละครับท่านประเสริฐ มีการแจ้งมาแล้วว่ามีการถ่ายทอด ไม่เป็นไรครับ บางจุด ที่อาจารย์ประกอบว่านี้อาจจะบอดสัญญาณ แต่ว่าทั่วไปมีการถ่ายทอดแบบที่ท่านว่า เป็นไปไม่ได้หรอกครับ ถ่ายทอดแล้วครับ เชิญท่านสาธิตสรุป

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

อาจารย์ประกอบบอกไม่ได้ถ่ายทอด ตั้งแต่เช้าเลยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เจ้าหน้าที่คงไม่โกหกผม เขาเช็กไปเขาก็รายงานว่าถ่ายทอด ผมว่าประชาชนดูอยู่ ท่านสาธิต ไม่เป็นไรครับท่านสรุปเลยครับ อาจจะเป็นบางจุดของอาจารย์ประกอบก็ปรารถนาดีครับ ไม่มีหรอก อาจารย์ประกอบก็เป็นอาจารย์ผมไม่โกหกผมหรอก เชิญครับท่านสรุปได้แล้ว

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านรัฐมนตรี จะชี้แจง

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีชี้แจงเลยครับ

นางสาวศันสนีย์ นาคพงศ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังสมาชิกทุกท่าน ดิฉัน ศันสนีย์ นาคพงศ์ รัฐมนตรีประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ ได้สอบถามไปยังที่กรมประชาสัมพันธ์ และได้รับคำตอบมาว่าการถ่ายทอดนั้นได้มีตั้งแต่เริ่มต้นเปิดประชุมสภาค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อาจารย์ครับ อาจจะเป็นบางจุดของบ้านอาจารย์ก็ได้ เชิญครับ

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ที่ผมกราบเรียนเป็นเรื่องจริงในพื้นที่อำเภอทุ่งสง ไม่ได้ถ่ายทอด เพราะฉะนั้นท่านกรุณาช่วยตรวจสอบ เพราะผมกราบเรียนท่านประธานว่าเรื่องนี้ พี่น้องชาวอำเภอทุ่งสงในพื้นที่ของผมเขาติดตามมาก เพราะเขาไม่ชอบรัฐบาลที่คอร์รัปชัน เพราะฉะนั้นเขาติดตามมากเลยครับ ขณะนี้ยังไม่ถ่ายทอดนะครับ ท่านช่วยกรุณาให้ ทางจังหวัดนครศรีธรรมราชช่วยตรวจสอบหน่อยนะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

นครศรีธรรมราชโทรหาอาจารย์ประกอบหน่อยครับ เชิญท่านสาธิต ทั่วไปก็รัฐมนตรียืนยัน ข้าราชการก็ยืนยันแล้ว เชิญครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม จังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย จริง ๆ ไม่ได้ประท้วงเพื่อนผมคุณสาธิต คุณตี๋เขาก็อภิปรายมาตั้งแต่เช้า แต่ผมอยากกราบเรียนอย่างนี้ จริง ๆ แล้วเรื่องถ่ายทอด ท่านประธานที่จังหวัดสุรินทร์ผมตั้งแต่เปิดเลยเขาถาม แล้วก็ถามเรื่องหนึ่ง เดี๋ยวจะเล่าให้ ท่านประธานฟังนิดหนึ่งก่อนอย่าไปเรื่องอื่น ผมไม่ได้ประท้วง แต่กำลังจะประท้วงผู้ประท้วง เรื่องการไม่ถ่ายทอด เขาถามผมว่ากระถางดอกไม้ทำไมเอาออกหมดแล้ว ผมบอกว่ากลัวจะมี คนเขวี้ยงหัวประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับไม่ต้องเขวี้ยงหัวผมหรอกครับ อย่าทำร้ายผมเลย พอแล้วครับ นั่งลง ท่านครูมานิตย์ เป็นอันว่าถ่ายทอดแล้วครับ ผมว่ารัฐมนตรีไม่โกหก แล้วก็ประชาชนดูอยู่ ทั่วประเทศ เขาเห็นแล้วครับ ชาวบ้านเห็นครูมานิตย์แล้วครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม ประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานจะเห็นวันนี้เราเริ่ม ๐๙.๓๐ นาฬิกา นี่จะชั่วโมงหนึ่งแล้ว ผู้อภิปรายยังอภิปรายไม่ได้ครึ่งชั่วโมงเลยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสาธิตจะจบแล้ว ท่านประเสริฐนั่งลงครับ เดี๋ยวครับ ท่านก็อยากให้เร่งเวลาท่านสาธิต ผมก็เร่งให้แล้วครับ เชิญครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

ท่านประธานครับ พวกผมยังมี อีกหลายท่านนะครับ แล้ววันนี้ก็เป็นวันสุดท้าย ขอร้องเถอะครับให้ฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่ เป็นวันสุดท้ายของสมัยประชุมเถอะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอร้องท่านประเสริฐนั่งลงครับจะได้เร่งฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่อภิปราย เชิญครับ ไม่ ๆ ครับ ก็ช่วยกันครับ ท่านก็ช่วยผม ผมก็บอกทุกคนทำเวลา

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

นิดเดียว ท่านประธานครับ ผมหวังดีท่านประธานเห็นว่าตั้งแต่เช้าผมไม่พูดอะไรเลย พอท่านรัฐมนตรีชี้แจงจบ ผมก็เคารพครับว่าถ่ายทอดก็ถ่ายทอด อย่าให้คนอื่นขึ้นมาเสียเวลาสภา ๒-๓ นาที ๕ นาที พวกผมทำหน้าที่ไม่ได้อย่างนี้

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญนั่งครับ จะได้ทำหน้าที่

(นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านครูมานิตย์พอแล้วครับ ทีนี้ท่านประเสริฐด้วยความเคารพ ผมทำหน้าที่ตรงไปตรงมา ท่านก็ทราบ เวลาสมาชิกยกมือผมจำเป็นต้องให้พูดแม้แต่ท่าน ฝ่ายค้านยกมือผมก็พยายาม ทำทุกฝ่าย ท่านครูมานิตย์มีเวลานิดเดียวท่านอย่าประท้วงเลยครับ ไม่เสียเวลาใครหรอกครับ ครูมานิตย์ไม่เอาแล้วครับด้วยความเคารพครูมานิตย์ครับ ไม่ต้องประท้วงแล้วท่านครับ เดี๋ยวเขาก็ตำหนิ ท่านก็พูดมีเหตุผลทุกฝ่าย พอแล้วครับ เดี๋ยวท่านประท้วงอีกรอบ ก็เรื่องสำคัญ เชิญนั่งก่อนครับ เดี๋ยวคนอื่นก็จะพูดนิดหนึ่งก็ยังไม่จบสักที ครึ่งวินาที

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม จังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย จริง ๆ พวกเราไม่ได้มีเจตนาจะขัดขวาง หรือคุกคามอะไรเท่าที่พูด แต่ขอให้อภิปรายอยู่ในประเด็นอยู่ในกรอบที่เขียนคำร้องเขียน ญัตติมาอย่างไรให้อภิปรายไปตามนั้น ผมเองไม่อยากลุกขึ้นมาประท้วงหรอกครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เอาละครับท่านพูดดีแล้วครับ ทำเวลาครับ เชิญท่านสาธิตสรุปได้แล้ว ท่านจบแล้วเกินเวลาของท่านแล้ว

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างที่ผมเรียน กับท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่าถ้าท่านนายกรัฐมนตรีจะลุกขึ้นมาแล้วตอบ ผมว่าเพื่อความปรองดองสมานฉันท์นี่ แล้วก็อ้างข้อสรุปของคณะกรรมการ คอป. ผมเรียน ท่านประธานไว้เลยว่าข้อเสนอของ คอป. ที่มีไปยัง ปคอป. มีข้อเสนอ ๘ ข้อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีทำแค่ ๒ ข้อแค่นั้น คือเยียวยาแล้วก็เรื่องนี้ครับ อีก ๖ ข้อทำไมไม่ทำ เพราะฉะนั้นผมถึงคิดว่าถ้าท่านจะตอบว่า เป็นความสมานฉันท์เพื่อความปรองดองผมคิดว่าท่านไปสมานฉันท์กันเอง ประชาชนทุกฝ่าย ไม่ได้อะไร แล้วที่เป็นหัวใจสำคัญก็คือว่าการอนุมัติเงินงบประมาณงบกลางซึ่งเป็นอำนาจ นายกรัฐมนตรีใช้จ่ายในกรณีฉุกเฉินและจำเป็นไปช่วยเหลือคนที่ศาลตัดสินแล้วว่า เป็นผู้กระทำความผิดอาญาร้ายแรง ซึ่งผมขอขนานนามว่าเป็นผู้ทำลายชาติ ศาสนาและ ทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมไม่อาจไว้วางใจนายกรัฐมนตรีที่ชื่อยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คนนี้ได้ เพราะมีพฤติกรรมบริหารประเทศแบบสร้างภาพให้ดูดี แต่ปล่อยให้ผู้อื่นชักใย อยู่เบื้องหลัง ใช้เงินงบประมาณเพื่อช่วยเหลือพวกพ้องตัวเองเป็นหลัก ผมจึงไม่อาจที่จะไว้วางใจ ให้นายกรัฐมนตรีคนสวยคนนี้บริหารประเทศต่อไปได้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

(นายสามารถ แก้วมีชัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสามารถ แก้วมีชัย ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สามารถ แก้วมีชัย พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงราย ผมขอประท้วงท่านผู้อภิปราย ท่านผู้อภิปราย ได้อภิปรายหมิ่นอำนาจศาล ตลอดเวลาที่ผมฟังมาท่านยกกรณีของจำเลยที่ศาลพิพากษา จำคุกแล้ว ขณะเดียวกันท่านก็ไปโยนความผิดว่าท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้อนุมัติเงิน แล้วไปทำให้พวกนี้ได้รับการปล่อยตัว อำนาจการให้ประกันหรือการปล่อยตัวไม่ได้อยู่ที่ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นะครับ ท่านก็ดำเนินกระบวนการตามที่กระทรวงยุติธรรม มีนโยบายเรื่องกองทุนยุติธรรมไม่ว่าจะเป็นเสื้อแดง เสื้อเหลืองนะครับ ถ้าต้องการประกันตัว ก็มาทำเรื่อง ท่านก็อนุมัติงบประมาณให้ไปดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านบุญยอด ฟัง เขาประท้วงต้องฟังแล้วผมไม่ให้คุณพูดเหมือนกันเขามีสิทธิ เขามีสิทธิ ก็เขาเป็นผู้แทนเหมือนท่านแหละครับ ท่านนั่งลง เขาประท้วง ท่านนั่งลงก่อนสิครับ ท่านจะ ไม่ให้คนอื่นพูดได้อย่างไร ท่านบุญยอดจะมีสิทธิพูดคนเดียวไม่ได้ ท่านนั่งลงครับ นั่ง ๆ ผมฟังอยู่ ให้เขาพูดก่อนสิครับ ท่านจะไม่ให้คนนั้นพูดคนนี้พูดไม่ได้ ท่านพูดผมก็จะให้สิทธิท่านพูด ท่านอย่าเถียงผมสิครับ ท่านอย่าเถียงสิครับ ให้โอกาส เดี๋ยวผมให้โอกาสท่านพูด ท่านยกมือ บุญยอดคืนหนึ่งหลายสิบครั้งผมก็ยอมท่านครับ ท่านเยอะมากผมก็ยอมท่านทุกครั้ง แต่ท่านต้องรอสิครับ อย่าเถียงกันเลยครับประชาชนดูอยู่ เชิญท่านสามารถครับ ประท้วงเรื่องอะไรผมก็ยังฟังอยู่ กล่าวได้ ๒-๓ คำผมก็ยังฟังอยู่ยังไม่จบเลยว่าคืออะไร เชิญครับท่านสามารถ

นายสามารถ แก้วมีชัย เชียงราย

ก็ผมประท้วงว่าท่านผู้อภิปราย หมิ่นศาลเดี๋ยวท่านก็รับผิดชอบกับศาลเองก็แล้วกัน ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เป็นเรื่องของท่านสาธิตจะรับผิดชอบเอง ท่านก็รู้อยู่แล้วข้อกฎหมาย ผมอนุญาตอีกท่านเดียวครับ เชิญท่านดอกเตอร์ครับ เอาดอกเตอร์ ท่านวรชัยประท้วงหลายครั้งแล้ว

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดยโสธร ผมขอเรียนท่านประธาน อย่างนี้เนื่องจากได้นั่งฟังติดตามการอภิปรายมา ๒ วัน วันนี้เข้าวันที่ ๓ ทุกครั้งที่ผมดูภาพ คลิปวิดีโอที่นำมาเสนอนะครับ หลายเรื่อง หลายภาพผมดูแล้วก็เกิดข้อสงสัยเยอะไม่แน่ใจ ว่าภาพที่นำมาแสดงนั้นถูกต้องเพียงใดหรือไม่ หลายภาพมีการตัดต่อ ไม่ต่อเนื่อง แล้วผู้นำเสนอก็นำเสนอเฉพาะส่วนที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์แก่การอภิปรายของตนเอง ตรงนี้ เกิดปัญหากันอย่างมากนะครับ คณะกรรมการที่ตรวจสอบผมเข้าใจว่าได้ตรวจสอบเพียงว่า มันมีคลิปอย่างนี้ ไม่ได้เข้าไปดูเรื่องมากไปกว่านั้น ไม่มีการลำดับเรื่องเช่นเมื่อวานนี้ มีการกล่าวหาว่ามีการขนข้าวข้ามจากประเทศเพื่อนบ้าน แต่ว่าในภาพเห็นแต่รถบรรทุก แต่ไม่ปรากฏว่ามีภาพใดที่บอกว่ามันมีข้าวอยู่จริง บางภาพก็เอาหนังสือพิมพ์ของวันนั้นใส่เข้าไป เพื่อจะบอกว่าถ่ายวันนี้นะ แต่ไล่ภาพต่อ ๆ ไปมันเกิดเมื่อไรไม่รู้เลยครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ผมจะวินิจฉัยครับ คืออย่างนี้อาจารย์เดี๋ยวผมจะอธิบายท่าน เดี๋ยวฝั่งโน่นเขาจะ ประท้วงอีกวุ่นวายครับ ผมพอจะทราบประเด็นของท่านแล้วผมจะเล่าให้ท่านฟัง นิดเดียว เพราะว่าก็ใช้เวลากันเยอะนะครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

คืออย่างนี้ถ้านำมาเสนอนี่นะครับ ถ้าเป็นภาพที่เป็นข้อเท็จจริงที่รู้กันอยู่ทั่วไป นี่ตามหลักกฎหมายนะครับท่านประธาน ไม่ต้องบอกผู้ถูกกล่าวหาก็ได้ เช่น ภาพน้ำท่วม ภาพอะไรต่ออะไรทุกคนรู้ แต่ว่าบางภาพ มันอยู่ที่นั่นอยู่ตรงนี้ พวกผมก็สงสัยเยอะจริง ๆ ถ้าเป็นภาพอย่างนี้ท่านประธานเอาอย่างนี้ ได้ไหมครับ คณะกรรมการตรวจสอบส่งภาพนี้ให้กับผู้ถูกกล่าวหาเขาด้วยเพื่อความแฟร์ ของทั้ง ๒ ฝ่าย เขาจะได้บอกว่าภาพที่คุณเอามานั้นตัดต่อนะ รถก็ไม่จริงนะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ พอสมควรแล้วครับอาจารย์ครับ ท่านดอกเตอร์พีรพันธุ์พอแล้วครับ เดี๋ยวผมวินิจฉัย เดี๋ยวจะประท้วงกันยาวตั้งอีกหลายท่าน ผมวินิจฉัย ท่านอื่นนั่งลงก่อน ท่านหมอเหวง นั่งลงก่อนครับ ผมจะขอวินิจฉัยเรื่องของอาจารย์พีรพันธุ์ก่อน คืออย่างนี้อาจารย์ครับ ถ้าภาพที่ให้มาผมให้คณะกรรมการ ผมไม่ได้ไปแทรกแซงเลยนะครับ ให้เกียรติฝ่ายกฎหมาย ของสภา ๕ ท่านได้ไปตรวจสอบ อันไหนที่มันไม่เข้าประเด็นในการอภิปรายไม่ให้เอาออก ผมก็ให้เกียรติตั้งแต่รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ๒ ท่าน กับนักกฎหมายอีก ๓ ท่าน ถ้าอันไหนไม่ผ่านมานี่ผมก็ไม่เคยเซ็นอนุญาต แต่ไปถามท่านเจริญ ท่านเจริญก็ใช้หลักนี้ครับ เราไม่ไปแทรกแซง ให้ความยุติธรรมเพราะว่าฝ่ายค้านเขาไม่ได้ตั้งกรรมการมาสอบ ความจริง ถ้าตั้งมาฝ่ายละ ๒ คนนี่ผมยิ่งสบายใจผมจะได้ไม่ต้องพูดอีก แต่ว่าไม่ตั้งเป็นความหนักอกผม ผมก็โดนกล่าวหา ให้ออกก็ดีใจ ที่ไม่ชอบใจก็ด่าผม ผมก็โดนทั้งขึ้นทั้งล่อง ผมก็ยอมรับไม่เป็นอะไรครับ แต่ผมให้เกียรติข้าราชการ ๕ ท่านทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะเขาเซ็นทำเรื่องมา ๕ ท่านบอกว่าควรออก ผมก็ให้ออก แต่จริงหรือเท็จนี่ถ้ามันไป พาดพิงรัฐมนตรีท่านใดเสียหาย ท่านก็เห็นครับ ผมก็ให้ชี้แจงที่พาดพิงและเสียหาย ฉะนั้นอย่าตัดสินแทนเขา อย่างเมื่อวานท่านนครผมก็ให้ออกนะ ไปพาดพิงท่านนคร ผมก็ไม่ยอม ฝ่ายค้านผมก็ต้องให้สิทธิท่านเหมือนกัน เพราะฉะนั้นผมให้ความยุติธรรม เพื่อให้การประชุมต่อไปได้ ผมขอชี้แจงอาจารย์พีรพันธุ์อย่าประท้วงประเด็นนี้อีก ขอบคุณครับ

(นายเหวง โตจิราการ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณหมอเหวงประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายเหวง โตจิราการ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ ในฐานะที่เป็นสมาชิกบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมสนับสนุนระบอบรัฐสภาอย่างจริงใจ ดังนั้นผมสนับสนุนให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อให้ฝ่ายค้านได้มีโอกาสตรวจสอบรัฐบาลอย่างถึงที่สุดเพื่อแสดงการรับผิดชอบต่อหน้าที่ ของทั้ง ๒ ฝ่าย ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธานครับ คือการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นสิ่งที่ ต้องทำ แต่การทำดังกล่าวนั้นต้องอยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญครับ ท่านประธานครับ ผมสนับสนุนนะครับถ้าหากว่าฝ่ายค้านเห็นว่าท่านนายกรัฐมนตรีหรือรัฐบาลทำอะไร ผิดรัฐธรรมนูญผมสนับสนุนให้ท่านอภิปรายเลยครับ แต่ท่านต้องทำตามรัฐธรรมนูญ ก็คือรัฐธรรมนูญนี้บอกไว้ชัดในมาตรา ๑๕๘ ว่า การเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับพฤติกรรมของนายกรัฐมนตรี พฤติกรรมร่ำรวย ผิดปกติส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ราชการ ผมอดทนฟังมาตั้งหลายวัน แล้วผมไม่เคยใช้สิทธิ ประท้วงเลย ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธาน ขออนุญาตให้ท่านประธานกรุณาทำหน้าที่ ตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ให้เคร่งครัด หากว่ามีผู้ใดละเมิดข้อบังคับ ข้อ ๘ ท่านประธานต้องยุติ ทันที และขณะเดียวกันผมขอสงวนสิทธิในการที่จะประท้วงท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ด้วย ท่านประธานกรุณาอดทนฟังผมให้จบ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวท่านประธานจะตัดผมเสียก่อน ท่านประธาน ผมขออนุญาตที่จะอ่านประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑ (๑) ทุจริต แปลว่าอะไร ทุจริตแปลว่าแสวงหาผลประโยชน์ที่ไม่ควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ท่านอภิปราย ๒ วันเต็มเลยว่ารัฐบาล ว่านายกรัฐมนตรี ว่ารัฐมนตรีหลายคน ก็คือแสวงหา ประโยชน์อันมิชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ท่านว่าได้ครับ แต่ท่านควรจะต้องทำตามมาตรา ๑๕๘ แต่ท่านประธาน ไม่เห็นมีมาตรา ๑๕๘ เลยที่ว่ามา มาตรา ๑๕๘ สำหรับนายกรัฐมนตรีนี้เมื่อวานก็มีการพูดไปเยอะแยะเลย ผมขออนุญาต เนื่องจากว่าเมื่อวานท่านประธานนี่ลงจากเวทีไปแล้วผมก็เลยรักษามารยาท ไม่ต้องการที่จะว่าท่านประธานลับหลังท่านประธาน ท่านประธานกรุณาฟังผมสักนิดนะครับ เมื่อวานมีท่านผู้อภิปรายท่านหนึ่งเอาภาพซึ่งมีนายกรัฐมนตรีของผมอยู่ในภาพนั้นด้วย แล้วมีอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ แล้วก็มีอีกคนหนึ่งชื่ออะไรก็ไม่รู้ ชื่อเปี๋ยว เปี๋ยว เปียว เปียว อะไรก็ไม่ทราบ แล้วบอกว่าพวกนี้ปล่อยให้มีการทุจริตทั้งตระกูล ในนั้นมีท่านนายกรัฐมนตรี ของผม มีท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ นั่นแปลว่าคนอภิปรายเมื่อวานนี้กล่าวหาว่า นายกรัฐมนตรีของผมปล่อยให้มีการทุจริตทั้งตระกูล แต่ก็ไม่มีการยื่นไปยัง ป.ป.ช. ครับ ท่านประธานอนุญาตให้ได้อย่างไร ที่จริงผมอดทนทั้งคืนนะครับ นอนหลับลำบากมาก แล้วผมก็เก็บเอาไว้ในการที่จะมาพูดกับท่านประธานในวันนี้ว่าท่านประธานไม่ได้คุม การอภิปรายให้เป็นไปตามข้อ ๘ คือท่านต้องว่าไปตามรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมายสูงสุดนะครับ เพราะฉะนั้นการอภิปรายของเรานี่ต้องไม่อนุญาต

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ครับพอแล้วครับคุณหมอ ฟังนะครับผมเข้าใจประเด็นของคุณหมอแล้ว คืออย่างนี้ การจะอภิปรายนายกรัฐมนตรีที่ว่ามีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ หรือส่อไปในทางทุจริตต่อ หน้าที่ราชการ หรือจงใจฝ่าฝืนพระราชบัญญัติ รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายจะต้องยื่น คำถอดถอนตามมาตรา ๒๗๑ ก่อน ผมทราบครับ แต่ว่าประเด็นที่ฝ่ายค้านได้ยื่นถอดถอนนี่ ก็มีเรื่องการควบคุมการบริหารราชการที่ปล่อยให้ แต่ว่าพอไปพาดพิงท่านบุญทรงผมให้สิทธิ ท่านแจงข้อกล่าวหาได้ เพราะฉะนั้นก็ไม่เป็นไรครับรูปนั้นก็พิจารณาแล้วผมก็เห็น แต่ว่าพอไปพาดพิงท่านบุญทรง ท่านบุญทรงก็ต้องชี้แจงครับ ฝ่ายค้านมีหน้าที่กล่าวหา แต่ว่าผมก็มองอยู่แล้วว่าฝ่ายค้านเขาเป็นนักกฎหมายเป็นส่วนใหญ่ ก็ฟังอยู่ครับ บางอย่าง อาจจะล้ำเส้นไปบ้างผมก็เตือนตลอด คุณหมอพอแล้วพอสมควรแล้วครับ ท่านอย่าไปชี้เขา ชี้ผมนี่ครับชี้ประธาน พอแล้วครับ เอาอีกประเด็นหนึ่งสรุปสั้น ๆ ครับ ประเด็นนี้ผมถือว่า ผมชี้แจงท่านแล้วเป็นที่เข้าใจทั่วไป

นายเหวง โตจิราการ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานประเด็นที่ ๒ คือ มาตรา ๖๑ ครับ ต้องอภิปรายโดยไม่ใส่ร้าย เมื่อสักครู่นี้ไม่ทราบว่าท่านประธานเห็น เช่นเดียวกับผมหรือเปล่า ท่านประธานาธิบดีบารัก โอบามา ไปวัดโพธิ์นะครับไม่ใช่ไป วัดพระแก้ว อันนี้เป็นข้อเท็จจริงที่คนไทยทุกคนต้องรู้นะครับ หากถ้าคุณไม่รู้คุณไม่ใช่คนไทยครับ นั่นแสดงว่าที่คุณอภิปรายมาทั้งหมดนี้เป็นเรื่องเท็จทั้งหมดครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับ คือคุณหมอครับท่านอภิปรายนายกรัฐมนตรีเดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรีจะตอบ ผมจะไปตอบแทนท่านนายกรัฐมนตรีได้อย่างไรครับ ผมมีหน้าที่แค่ควบคุมเอง แต่นี่ฝ่ายค้านเขามีหน้าที่กล่าวหา การกล่าวหาไม่กล่าวหาในทางที่ดีหรอก ก็ให้เขากล่าวหา เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรีจะตอบครับ ท่านอย่าให้ผมไปโต้กับฝ่ายค้านเป็นฝ่ายตอบแทนสิครับ พอแล้วครับคุณหมอ เข้าใจประเด็นแล้วครับ ขอร้องด้วยความเคารพคุณหมอ ก็เป็นหน้าที่ ของฝ่ายรัฐบาลจะชี้แจงครับ คนฟังอยู่คุณหมอครับ ผมจะไปตอบแทนว่าอันนี้ไม่ถูกนะ อันนี้เท็จผมจะไปพูดได้อย่างไรครับ ไม่ใช่หน้าที่ของประธาน ผมทำตามข้อบังคับ คุณหมอครับ ด้วยความเคารพผมไม่อนุญาตแล้วครับ ท่านจะให้ผมไปตอบแทน ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้ เพราะฉะนั้นอะไรประชาชนเขาฟังอยู่เหมือนที่ท่านทราบครับ ประชาชนตัดสินใจ ท่านนั่งลงเถอะครับด้วยความเคารพท่านผมขอร้องครับ มันผ่านมา จะครึ่งวันแล้ว เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรีจะตอบสิครับ ถ้าประเด็นนี้ผมไม่ยอมนะ ต้องเป็น เรื่องใหม่นะครับ เรื่องอะไรครับ

นายเหวง โตจิราการ บัญชีรายชื่อ

ผมมีประเด็น คือต้องกราบเรียน ท่านประธานนะครับ ผมต้องขออนุญาตให้ท่านผู้อภิปรายได้ถอนว่าตรงนั้นเป็นวัดพระแก้ว แล้วพูดใหม่ว่าที่นั่นเป็นวัดโพธิ์ มิเช่นนั้นประชาชนคนไทย ๖๗ ล้านคนจะพากัน เข้าใจผิดหมดว่าตรงนั้นเป็นวัดพระแก้ว

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับเดี๋ยวผมวินิจฉัย คุณหมอนั่งลงก่อน คือวัดโพธิ์ วัดพระแก้ว ประชาชนเขาก็รู้อยู่แล้ว คุณหมอก็ทราบ พอแล้ว เชิญท่านที่ถูกพาดพิง เชิญครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดระยอง กรณีที่ท่านอาวุโสท่านสามารถซึ่งสนิทสนมกันอยู่ดี ๆ ได้พาดพิงผมว่าผมหมิ่นศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็อยากจะนำเรียน ท่านผู้อภิปรายตลอดจนพี่น้องผู้ชมทางบ้านให้กรุณาทราบ ในเรื่องของสถานการณ์ ทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้นในประเทศชาติของเราในช่วงประมาณ ๗-๘ ปีที่ผ่านมานี้ ซึ่งก็เป็น ที่ทราบกันดีว่ามีความขัดแย้งในสังคมไทยค่อนข้างมากมายรุนแรง ต้องใช้คำว่ารุนแรง เพราะมีการเสียชีวิต มีการบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก แต่ก่อนที่จะไปตรงนั้น กระผม ขอตอบประเด็นคำอภิปรายของท่านสาธิต ปิตุเตชะ ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ในประเด็นที่ ท่านได้พูดท้าย ๆ เพราะผมเห็นว่าเป็นประเด็นสำคัญ เรื่อง ดา ตอร์ปิโด เขาไม่ได้รับ การประกันตัวนะครับ เขายังถูกควบคุมอยู่ที่ทัณฑสถานหญิงกลางใน กทม. แล้วก็ขอกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปทางท่านผู้อภิปรายอีกเช่นกันว่าสำหรับผู้ที่ถูกกล่าวหาในคดีมาตรา ๑๑๒ คือคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพนั้น ทางกระทรวงยุติธรรมเราไม่ได้ดำเนินการในเรื่อง การประกันตัวแม้แต่รายเดียวครับ แล้วก็ยังถูกควบคุมตัวอยู่ในขณะนี้ ผมอยากจะกราบเรียน ที่มาที่ไปที่ผมได้นำเรียนเกริ่นไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่าความขัดแย้งในสังคมไทยของเรานั้น เกิดมานับร่วม ๑๐ ปี ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรซึ่งก็เป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านก็คงทราบดี แล้วท่านเองก็พยายามที่จะแก้ไขปัญหานี้ตลอดมากระผมทราบดี จนกระทั่ง ในปี ๒๕๕๓ ขณะนั้นท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านได้ค้นหาแนวทางในการที่จะคลี่คลาย ปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทย ท่านได้ตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริง เพื่อการปรองดองแห่งชาติ ซึ่งเรียกว่า คอป. ขึ้นมา ซึ่งท่านสาธิต ปิตุเตชะ ท่านก็ได้พูดถึง ในประเด็นนี้เช่นเดียวกันว่า คอป. เขาได้มีข้อสรุปไว้ว่าควรจะดำเนินการอย่างไร เพื่อให้สังคมไทย เพื่อให้ประเทศไทยเรามีความสงบร่มเย็นเป็นปกติสุขได้ เขาได้มีทั้งหมด ๗ ข้อ ไม่ใช่ ๖ ข้อ มี ๗ ข้ออยู่ในมือผมนี่ครับท่านครับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีในช่วงนั้นคือ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านได้ตั้งคณะกรรมการ คอป. ขึ้นมาเมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๕๓ ตั้งขึ้นมาก็เพื่อที่จะศึกษา เหตุการณ์ความขัดแย้งเมื่อเดือนเมษายน พฤษภาคม ๒๕๕๓ และเสนอแนะแนวทางปรองดอง และการแก้ไขเยียวยา และ คอป. ก็ได้มีข้อเสนอแนะขึ้นมาเมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๔ คอป. ได้สรุปแล้ว สรุปแล้ว คอป. ชุดนี้ซึ่งท่านอภิสิทธิ์ท่านได้ตั้งขึ้นมาซึ่งมีศาสตราจารย์คณิต ณ นคร เป็นประธานนั้นก็ได้ดำเนินการศึกษาทำหน้าที่ตามที่ท่านมอบหมายให้ แล้วเสนอ ผลการศึกษาขึ้นมาเมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๔ พร้อมทั้งมีข้อเสนอแนะของ คณะกรรมการ คอป. แนบขึ้นมาด้วยทั้งหมด ๗ ประการด้วยกันครับ ผมคงไม่อ่านทั้งหมด เพราะเกรงว่าจะเสียเวลา แต่ผมขอเฉพาะในสาระสำคัญนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อจะได้ทำความเข้าใจกันอย่างชัดเจน ข้อ ๓.๒ คอป. ได้เสนอแนะว่าดำเนินการอย่างจริงจัง เพื่อให้มีการปล่อยชั่วคราวอันเป็นสิทธิพื้นฐานของผู้ต้องหาและจำเลย เพื่อให้ผู้ต้องหา และจำเลยสามารถต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์และลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับตนเอง และครอบครัวอันเกิดจากการถูกจำกัดเสรีภาพ อันนี้คือข้อ ๓.๒ ไปอีกข้อหนึ่งในข้อ ๓.๓ เนื่องจากผู้ต้องหาและจำเลยมิใช่เป็นผู้ร้ายหรืออาชญากรดังเช่นในคดีอาญาตามปกติ แต่เป็นผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดอันมีมูลเหตุเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในทางการเมือง หากผู้ต้องหาและจำเลยนั้นไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราว ผมเน้นคำว่าหากไม่ได้รับ การปล่อยชั่วคราวรัฐบาลสมควรจัดหาสถานที่ในการควบคุมที่เหมาะสมที่ไม่ใช่เรือนจำ เป็นปกติ เรือนจำปกติเป็นสถานที่ควบคุมผู้ต้องหาและจำเลยดังเช่นที่เคยใช้กับ นักโทษทางการเมืองในอดีตอันนี้คือข้อ ๓.๓ ข้อ ๔ คอป. เห็นว่าการชดเชยเยียวยาและฟื้นฟู ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงทุกฝ่ายเป็นเงื่อนไขสำคัญในการสร้าง ความปรองดองในชาติ รัฐมีหน้าที่ปกป้องคุ้มครองสิทธิของประชาชนและป้องกันไม่ให้เกิด ความรุนแรงซึ่งกระทบต่อสิทธิในชีวิตร่างกายและทรัพย์สินของบุคคล และกระทบกระเทือน ต่อสังคม ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงโดยที่รัฐไม่สามารถปกป้องได้รัฐย่อมมีหน้าที่ เยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อบุคคลและฟื้นฟูสังคม โดยรัฐบาลต้องดำเนินการในเรื่อง เยียวยาอย่างรวดเร็วและจริงจัง อันนี้เป็นข้อเสนอแนะข้อ ๔ ของ คอป. ข้อ ๔.๒ ผมเอาย่อ ๆ แล้วกันนะครับ เป็นสาระแล้วกันครับ รัฐบาลควรเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ทุกฝ่ายอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง อันนี้เป็นข้อเสนอในข้อ ๔.๒ ข้อ ๔.๓ รัฐบาลควรกำหนด กรอบในการเยียวยาให้กว้างขวางสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของเหตุการณ์ ข้อ ๔.๔ รัฐบาลควรจัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อทำหน้าที่ในการให้เยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ ทุกฝ่ายอย่างจริงจัง ข้อ ๕ นอกจากกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงแล้ว การเยียวยากลุ่มผู้ที่ถูกดำเนินคดีโดยไม่เป็นธรรมก็เป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญอีกกลุ่มหนึ่ง

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอสมควรแล้วกระมังครับ

พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

นี่ข้อสุดท้ายข้อ ๗ ก็คือว่า คอป. ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายตระหนักว่าปัญหาความขัดแย้ง ที่เกิดขึ้นได้สั่งสมจนทำให้เกิดความแตกแยกที่ร้าวลึกในสังคมไทยจนเกินกว่า หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งจะแก้ไขได้ อันนี้เป็นข้อเสนอแนะของ คอป. แต่บังเอิญว่า ข้อเสนอแนะนี้ออกมาหลังจากที่รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้พ้นไปแล้วจึงได้มีโอกาส ได้ปฏิบัติตามข้อเสนอแนะของ คอป. ตามที่ผมได้กราบเรียนมาแล้วนะครับ ผมอยากจะกราบเรียนครั้งต่อมานะครับ วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ เปลี่ยนรัฐบาลครับ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านใหม่คือนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีก็ได้แถลง นโยบายต่อรัฐสภาก็แถลงนโยบายเป็นนโยบายเร่งด่วนซึ่งจะต้องกระทำภายใน ๑ ปี เป็นข้อแรกเลยครับว่าจะต้องมี

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรีครับ ผมว่าพอสมควรแล้ว ท่านชี้แจงได้พอสมควรแล้วครับที่ท่านเสียหาย เชิญท่านสาธิตดีกว่าครับ

พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ผมขออนุญาตมีประเด็น ถ้าอย่างนั้นผมขอรวบรัดเข้าสู่ประเด็นนี้ตามที่ท่านสาธิต ปิตุเตชะ ได้พูดถึงประเด็นว่าในการประกันตัวผู้ต้องหานั้นควรจะเป็นหน้าที่ของกรมคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพของกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้ดำเนินการ ท่านอาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อน อันนี้เป็นหน้าที่ของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพดำเนินการอยู่แล้ว แล้วเงินที่ของบกลาง มาจากรัฐบาลนั้นจำนวน ๒ ครั้ง คือ ครั้งแรก ๓๕ ล้านบาท ครั้งที่ ๒ ๖๗ ล้านบาท มาตั้งไว้ที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพนั้น ขณะนี้เงินนั้นก็ได้ใช้อยู่ ขอเรียนว่า เป็นการดำเนินการโดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพครับเป็นงบประมาณทั้งหมด ๑๑๑ ล้านบาท ก็ได้ดำเนินการประกันตัวเรื่อยมาก อย่างกระผมที่เรียนให้ทราบไปแล้วว่า ทำไมจะต้องประกันตัวคนที่มีข้อหารุนแรงสำคัญ ๆ เช่นเผาศาลากลางท่านก็ได้ทราบแล้ว อย่างที่ผมได้นำเรียนว่าเป็นข้อเสนอแนะของ คอป. ถ้าท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ ผมเข้าใจว่าท่านก็ต้องดำเนินตามมติ คอป. เพราะท่าน เป็นคนตั้งมาเองหรือท่านจะไม่ดำเนินการ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรีครับ ผมว่าพอแล้วครับ พอสมควรแล้วครับ เชิญท่านสาธิต ให้ท่านผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรก่อนไหมครับ ท่านสาธิตเชิญครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ท่านประธานที่เคารพ ผมมีนิดเดียวครับ เพื่อให้ข้อเท็จจริงตรงกันนะครับ คือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมนี่ให้ข้อมูล ไม่ตรงกับความเป็นจริงครับ ดา ตอร์ปิโด อยู่ในบัญชีรายชื่อนี้นะครับตามมติ ครม. ๖๗ รายชื่อ ท่านรัฐมนตรีไปดูนะครับ อันนี้ชัดเจนนะครับอย่าบิดเบือนอยู่ในนี้ ลำดับที่ ๓๓ นางสาวดารณี ชาญเชิงศิลปกุล ถ้าบอกว่าจะตกมันอยู่ตรงกลางเลยครับ ๓๓ นะครับ บัณฑิต สิทธิทุม นี่ลำดับที่ ๒๓ ๖๗ รายชื่อนี้เป็นรายชื่อที่แนบการขอเงินงบกลาง ผมเข้าใจครับ ไปที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพแต่ว่าปกติแล้วต้องผ่านกองทุนยุติธรรมถ้าเป็นภารกิจ เรื่องนี้ คุ้มครองสิทธิก็อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ยังไม่จบครับท่านประธาน

ประเด็นที่ ๒ ก็คือดา ตอร์ปิโด ถูกจับตั้งแต่ก่อนมีเหตุการณ์ชุมนุมครับ ถูกจับปี ๒๕๕๑ ไปพูดที่สนามหลวงยังไม่ได้มีการชุมนุมใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่มีเหตุการณ์รุนแรง ทำไมไม่แยกเขาออกไปล่ะครับ แยกเขาไปเลยคนพวกนี้พวกเรารับไม่ได้ และจะไปยื่น ขอความช่วยเหลือเขาทำไม

เรื่องที่ ๓ ท่านอ้างเหตุผลความปรองดอง คอป. คอป. นี่เขามีข้อเสนอ ๘ ข้อ ท่านทำ ๒ ข้อที่เป็นประโยชน์แก่ตัวท่านเอง ที่สำคัญเขาเคยห้ามท่านเรื่องอย่าแก้รัฐธรรมนูญ อย่าเอา พ.ร.บ ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติเข้าสภา ท่านเคยฟังไหมล่ะครับ เลือกเชื่อ เลือกทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการอย่างไร แต่อันไหนที่ไม่เป็นประโยชน์ก็ไม่ทำ ขอบคุณครับ ท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาเฉพาะท่านเสียหายนะครับ เดี๋ยวจะตอบโต้กันไปมา

พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ไม่ใช่เป็นการตอบโต้ครับ เพื่อเป็นการทำความจริงให้กระจ่างครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ต้องขอนำเรียนว่า ในเรื่องของการขอเงินที่มาที่จะใช้ดำเนินการนั้นก็ยอมรับว่ามีการตั้งจำนวนของผู้ที่ถูก ควบคุมในคดีความขัดแย้งอันนั้นตั้งจริง แต่การดำเนินการจริงเราต้องมาเข้าที่ประชุม ของคณะกองทุนนี้ทำ ซึ่งเราก็ไม่ได้ให้ข้อสำคัญในเรื่องของผู้ที่ถูกดำเนินคดีในมาตรา ๑๑๒ เราก็ไม่ได้ยื่นประกันตัวครับ อันนี้ต้องขอเรียนให้ได้ทราบเพื่อที่เป็นข้อมูลที่ตรงกันครับ แล้ว คอป. นั้นเขามี ๗ ข้อเท่านั้นครับ ไม่มีถึง ๘ ข้อ มี ๗ ข้อครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านใช้สิทธิอะไรเดี๋ยวขอฟังหน่อย

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่ได้ใช้สิทธิอะไร แต่ขอหารือสัก ๒ นาที มีสิทธิหารือไหมครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

จะฟังท่าน มีเรื่องอะไรครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

คือจากการตรวจสอบคลิป ผมเชื่อว่าผู้นำมาแสดงมีเจตนาดี แต่กระผมมีข้อสังเกตว่าทำไมมันเก่งเหลือเกินครับ รถเข้าวันนี้เวลานั้นรู้หมด ของก็ไม่เห็น มีผ้าคลุม วัน ว. เวลา น. เก่งมากไปครับ ท่านประธานต้องให้คณะกรรมการพิจารณาให้รอบคอบหน่อยแล้วก็วิ่งปื๊ด ปื๊ด ปื๊ด จะรู้ได้อย่างไรรถมาเมื่อไร อะไรอย่างไร ตำรวจยังไม่เก่งอย่างนี้เลยครับ นั่นเรื่องหนึ่ง เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ให้ผมฟังแล้วผมวินิจฉัย ผมจะตอบท่านเฉลิมเองครับ ท่านไม่ต้องตอบแทนผม เดี๋ยวผมจะถามกับตอบท่านเองว่าท่านสงสัยอะไรผม เพราะมันเป็นหน้าที่ของผม ที่ผมอนุญาต ผมเป็นคนอนุญาตที่ให้เปิดคลิป ก็เหมือนกับกล่าวหาผม ผมจะตอบท่านเอง เชิญครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

เพราะว่าโดยหลักการ ไม่น่าจะรู้ว่ามันจะทำผิดมันจะมาบอกล่วงหน้า เรื่องที่ ๑ ครับ เรื่องที่ ๒ วันนี้เป็นญัตติ ไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรี ผม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย แต่ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๘ คณะรัฐมนตรี ต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วยกัน อะไรที่ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้มอบ นายกรัฐมนตรีท่านต้องตอบ แต่อะไรที่ท่านมอบมาแล้วท่านจะมาลงลึกในรายละเอียดได้อย่างไร เช่น มอบผม เป็นประธานอำนวยการดูแลเรื่องทุจริต แต่ผมจะตอบก็ไม่ยอม แสดงผู้ถามไม่อยากรู้ใช่ไหม

(นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรองนายกรัฐมนตรีพอแล้วครับ เดี๋ยวผมวินิจฉัย ท่านประเสริฐนั่งลงก่อนครับ เดี๋ยวผมจะตอบ ท่านรองนายกรัฐมนตรีผมจะตอบท่านก่อน ท่านนั่งลงก่อน เดี๋ยวผมให้สิทธิท่าน ใจเย็น ๆ ครับ คืออย่างนี้คลิปนี้เมื่อสักครู่นี้ผมก็ได้ชี้แจง ท่านอาจจะไม่ได้ฟังว่า ผมให้ข้าราชการ ๕ ท่านเป็นคนตรวจสอบ ซึ่งก็ให้เกียรติเป็นรองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง ๒ ท่าน และเป็นฝ่ายกฎหมายอีก ๓ ท่าน ผมก็ไม่ได้ดูครับเมื่อสักครู่นี้ผมก็เซ็นไป หลายแฟ้มส่งมาผมก็เซ็น แต่ผมเชื่อมั่นว่าข้าราชการเป็นกลางเพราะท่านทั้งหลายไม่ยอม ตั้งกรรมการ ถ้าท่านตั้งกรรมการมา สมาชิกทั้ง ๒ ฝ่าย ผมไม่ต้องถูกด่าครับ ตอนนี้ผมก็อึดอัด พอเปิดมาผมก็โดนทุกทีครับ ลงไปข้างล่างสมาชิกฝ่ายรัฐบาลก็ซัดผมทุกที่ ไปยืนตรงไหน ผมแทบจะไม่มีที่ยืนในสภา ผมก็เอาตามนั้นครับ ข้าราชการเสนอมาก็ให้ความเป็นธรรม ถ้าข้าราชการเขาไม่อนุญาตผมก็ไม่อนุญาต ผมก็อึดอัดใจ ผมต้องกราบเรียน ท่านรองนายกรัฐมนตรี ผมไม่สบายใจในเรื่องนี้ครับ ต่อไปผมขอให้ตั้งเถอะครับ ไม่อย่างนั้นก็เอาทุกข์มาให้ผมนี่แหละครับ ท่านประเสริฐมีอะไรครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์

ประการที่ ๑ ต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานตรง ๆ ท่านประธาน ไม่ควรอนุญาตครับ เพราะว่าเวลานี้เป็นเวลาของฝ่ายค้านในการปฏิบัติหน้าที่ แล้วก็เป็นวันสุดท้ายจริง ๆ

ประการที่ ๒ รองนายกรัฐมนตรีอย่าแทรกแซงนิติบัญญัติครับ พวกผมกำลัง ทำหน้าที่ครับ มากล่าวหาพวกผมอย่างนี้ไม่ได้ คนที่จะตอบท่านประธานพูดถูก ท่านนายกรัฐมนตรีก็นั่งอยู่ คนที่จะตอบเขานั่งอยู่แล้วครับ ตัวเองมีธุระอะไรครับ ที่จะมายุ่งเรื่องนี้

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับท่านประเสริฐ เดี๋ยวกล่าวหา เดี๋ยวก็จะใช้สิทธิอีกแล้วเห็นไหมครับ ก็อย่างนี้ครับ ท่านประเสริฐ เห็นใจผมด้วยนะครับ คืออย่างนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ที่พาดพิง ผมให้สิทธิเมื่อวานไม่ว่าฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ถ้าเสียหายผมให้สิทธิ แต่ทว่าพาดพิงไม่เสียหาย ผมไม่ให้สิทธิ เพราะฉะนั้นก็รู้แล้วว่าไม่ให้ตอบแทนนายกรัฐมนตรี แต่ว่าถ้าพาดพิงกระทรวงไหน เจ้ากระทรวงเขาเสียหายผมให้สิทธิครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมก็ได้สิทธิ ท่านนคร มาฉิม ก็ได้สิทธิ เมื่อวานครับ เชิญท่านครับ แต่ว่าเอาเฉพาะประเด็นเสียหายครับ ไม่อย่างนั้นผมไม่อนุญาตท่าน

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ ผมไม่ได้แทรกแซงแต่รู้ทันอย่างไร

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับ ประท้วงกันไปมานะครับ เดี๋ยวให้ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านประเสริฐ นั่งลงก่อนครับ เดี๋ยวให้นายกรัฐมนตรี เดี๋ยวเชิญท่าน ท่านรัฐมนตรีนั่งลงก่อนครับ ให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ตอบก่อน เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็กราบเรียนท่านสมาชิกว่าดิฉันเอง ก็ได้อยู่รับฟังการอภิปรายตลอดทั้งวัน ก็จะมีหลายประเด็นทีเดียวที่ท่านสมาชิกได้อภิปราย ซึ่งจะเป็นการทำงานที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีหลายกระทรวงทีเดียว ซึ่งดิฉันเองในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรีมีหน้าที่ในการกำกับนโยบายทั่วไป ซึ่งก่อนที่จะไปประเด็นอื่นก็ขออนุญาตว่าเมื่อวานนี้มีการอภิปรายในหลายหัวข้อ โดยเฉพาะ ในประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่องของการทุจริตรับจำนำข้าว ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเกษตรอื่น ๆ ก็จะขออนุญาตท่านประธานใช้เวทีนี้ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เรียนว่าดิฉันเองในฐานะ ที่เป็นประธานได้มีการมอบหมายให้กับท่านรองนายกรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ในการกำกับทั่วไปเพื่อให้ท่านสมาชิกได้ทราบข้อมูลอย่างครบถ้วนและตรงกับรายละเอียด ที่ท่านได้มีการอภิปรายไปนะคะ ขออนุญาตกราบเรียนให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ ในฐานะที่ท่านดูแลเรื่องของการแก้ปัญหาราคาหอมแดงและมันสำปะหลังในการชี้แจง และในส่วนทางด้านของยางพาราและข้าวก็ขอให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ ท่านอื่นนั่งลงครับให้ผู้ใหญ่คุยกันครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ก่อนอื่นก็ต้อง ขอขอบคุณแล้วก็แสดงความเห็นใจท่านประธานนะครับ ผมทราบว่าการทำหน้าที่ที่จะถูกใจ ทั้ง ๒ ฝ่ายเป็นไปไม่ได้หรอกครับ ก็ขอให้ยึดเอาหลักการความถูกต้อง ก็มีบางเรื่อง ที่ผมเห็นด้วยกับท่าน ไม่เห็นด้วยกับท่าน ทีนี้ประเด็นที่ได้มีการวางแนวทางเป็นบรรทัดฐานไว้ หรือเป็นการวินิจฉัยของท่านประธานว่าท่านรัฐมนตรีจะมีสิทธิในการลุกขึ้นมาชี้แจง ได้มากน้อยแค่ไหน กระผมเห็นด้วยกับท่านนะครับว่า ประการแรก ผู้ที่ถูกอภิปรายจะต้อง ชี้แจงด้วยตนเอง แต่ผู้อื่นนั้นถ้าหากว่าถูกพาดพิงในทางที่เสียหายหรือไปพาดพิงโดยตรง กับการทำหน้าที่ของท่านก็มีสิทธิชี้แจง กระผมยกตัวอย่างว่าเมื่อวานนี้ท่านสมาชิกท่านหนึ่ง ประทานโทษเอ่ยนาม คือคุณอาคม เอ่งฉ้วน ไปอภิปรายพาดพิงถึงงานของท่านรองนายกรัฐมนตรี ร้อยตำรวจเอก เฉลิมโดยตรง อย่างนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ร้อยตำรวจเอก เฉลิมก็มีสิทธิที่จะ ชี้แจงเต็มที่ แต่ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีด้วยครับ ความจริงมีสมาชิกที่อยากจะอภิปรายไม่ไว้วางใจหลังจากที่เราตัดสินใจที่จะยื่นญัตติ จำนวนมากเลยครับ ผมกับท่านประธานวิปฝ่ายค้านนี่ใครก็ตามจะอภิปราย ท่านนายกรัฐมนตรีนี่มาเล่าให้พวกกระผมฟังว่าจะอภิปรายประเด็นอะไร ผมนี่ให้ความเป็นธรรม กับท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมบอกว่าถ้าคุณจะอภิปรายนายกรัฐมนตรีคุณต้องบอกด้วยว่า ทำไมสิ่งที่คุณอภิปรายนายกรัฐมนตรีจึงต้องเป็นผู้รับผิดชอบ แล้วถ้าคำตอบมาตอบผมบอกว่า เป็นนายกรัฐมนตรีต้องรู้ทุกเรื่อง ผมบอกเลยครับอย่างนี้ผมไม่อนุญาต เพราะผมรู้ครับ ไม่มีนายกรัฐมนตรีคนไหนในอดีต ปัจจุบันและอนาคตที่จะรู้ทุกเรื่อง เพราะฉะนั้นบางเรื่อง ผมอยากกราบเรียนทำความเข้าใจอีกครั้งหนึ่งครับ ที่กระผมเพียรพยายามจะอภิปราย เมื่อวานนี้เกี่ยวกับเรื่องของการรับจำนำข้าวนี่ วันนี้สิ่งที่พวกกระผมนำเสนอมันไม่ใช่ประเด็นว่า ท่านนายกรัฐมนตรีมอบท่านรองนายกรัฐมนตรี ร้อยตำรวจเอก เฉลิมที่จะไปจัดการเรื่องการทุจริต แล้วมันเพียงพอหรือไม่ มันไม่ใช่ประเด็นว่ากระทรวงพาณิชย์ หรือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือรัฐมนตรีท่านใดท่านหนึ่งจะไปทำอะไรบกพร่องหรือไม่ วันนี้สิ่งที่พวกกระผมนำเสนอก็คือ นโยบายนี้โดยตัวนโยบายเองเป็นที่มาของการทุจริต ป.ป.ช. วิเคราะห์ส่งหนังสือให้แก่รัฐบาล ตั้งแต่ต้น นักวิชาการสถาบันวิจัยหลายฝ่ายที่เขาไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้แต่เห็นด้วยกับ การช่วยเหลือเกษตรกร เขาจึงวิพากษ์วิจารณ์ว่ารูปแบบของนโยบายนี้มันผิดเพราะมันเอื้อ ให้เกิดกระบวนการอย่างที่พวกกระผมอภิปรายไปเมื่อวานนี้ คำตอบที่เราอยากได้มากที่สุด จึงเป็นคำตอบที่เราอยากได้จากประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติซึ่งจะต้องเป็น ผู้กำหนดนโยบาย และเมื่อวานนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ตอบแก่สภาแห่งนี้ว่า ท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ท่านทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุม ผมไม่ทราบว่า ทุกครั้งหรือไม่ แต่เมื่อประชุมเสร็จท่านก็จะทำรายงานกลับไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี กลับไปถึง ประธานคณะกรรมการตัวจริงที่ท่านนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งก็คือท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ เพราะฉะนั้นสิ่งที่พวกผมอยากจะฟังก็คือว่าท่านนายกรัฐมนตรีมีแนวความคิดเกี่ยวกับ การออกแบบนโยบายอย่างไร เช่นเดียวกันกับกรณียางสิ่งที่เราติดใจก็คือท่านนายกรัฐมนตรีนั่งอยู่หัวโต๊ะ เห็นว่าคนไป ทำงานเอาเงินไปแล้ว ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทราคายางแทนที่จะขึ้นกลับตก ท่านได้มีแนวคิด วิธีการพิจารณาอย่างไร เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนว่าอยากจะขอให้ท่านได้ตอบตามประเด็น ที่พวกกระผมได้ซักถามครับ แล้วก็ประหยัดเวลาของสภาในเรื่องรายละเอียดที่พวกผมไม่ได้ สอบถาม ขอขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณท่านผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรผ่านทางท่านประธานสภาว่าท่านก็เข้าใจว่าไม่มีนายกรัฐมนตรีคนไหน ที่จะรู้รายละเอียดได้ทุกเรื่อง ก็เรียนว่าดิฉันเองเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ซึ่งในข้อเท็จจริงนั้นเราก็ได้มอบหมายให้กับทางด้านของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ทุกครั้ง แต่อย่างไรก็ตามในส่วนของนโยบายดิฉันเองพร้อมที่จะชี้แจง อย่างไรจะชี้แจงแน่นอนค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ แต่ขออนุญาตว่าขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเพราะเนื่องจากการทำงานนี้เรามี การมอบหมายเป็นขั้นตอน แล้วแต่ละคณะมีคณะอนุกรรมการที่รับผิดชอบอยู่ แล้วในประเด็น ที่มีผู้อภิปรายเมื่อวานก็เชื่อว่าท่านสมาชิกจะให้ความเสมอภาคอย่างเท่าเทียมกันว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องเสียหายนั้นก็ขอให้เขาได้เข้ามาชี้แจงเถอะค่ะ เพราะว่าถูกกล่าวหาในหลาย ๆเรื่อง อย่างเช่น ทำราคาสินค้าตกต่ำ เกิดการปฏิบัติที่ก่อให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งก็หวังว่า ท่านสมาชิกจะให้โอกาสผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องนั้นได้ให้คำชี้แจงความกระจ่างกับท่านสมาชิก โดยตรงเพื่อที่ท่านจะได้พิจารณาว่านโยบายของดิฉันที่ได้มีการมอบหมายไปแล้วมีปัญหาอะไร อย่างไร แล้วส่วนสุดท้ายดิฉันจะเข้ามาชี้แจงค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ ฟังทั้ง ๒ ท่าน ท่านเอาให้ชัด ๆ อีกครั้งหนึ่งว่า เอาเฉพาะประเด็นที่เสียหายใช่ไหมครับ เอาอย่างนั้นใช่ไหม หรือท่านที่นายกรัฐมนตรีขอ เอาทั้ง ๒ ท่านที่ตกลงกัน ผมนึกว่าวันนี้เป็นนิมิตหมายอันดีของประเทศไทยที่ท่านได้คุยกัน ผมก็ดีใจครับ ผมก็จะได้ตัดสินเอาตามนั้นนะครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมกราบเรียนว่ากรณีที่มีความเสียหายแล้วก็เป็นการพาดพิง ก็ได้กราบเรียนแล้วว่าท่านประธานอนุญาตอยู่แล้ว ทีนี้บังเอิญเมื่อวานนี้ที่มีปัญหาช่วงค่ำ เพราะว่าผู้อภิปรายแล้วก็ผู้ฟังการอภิปรายอยู่เห็นว่าไม่ได้พาดพิงก็เลยเกิดปัญหาขึ้นเท่านั้นเอง อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เป็นดุลยพินิจของท่านประธานที่จะต้องพิจารณาเราก็เข้าใจกันดีอยู่แล้ว แต่คำถามเรื่องนโยบายผมก็กราบเรียนย้ำอีกครั้งจะขอความกรุณาท่านนายกรัฐมนตรีว่า ในรายละเอียดที่พวกกระผมไม่ได้สอบถามก็ไม่มีความจำเป็นที่รัฐมนตรีจะต้องมาชี้แจง แล้วก็ที่กระผมติดใจในเรื่องข้าวก็คือการออกแบบนโยบาย ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีเอง ท่านก็บอกว่าท่านเป็นผู้รับผิดชอบ เมื่อวานนี้ท่านเองก็ฟังการอภิปรายของผม ท่านก็ลุกขึ้นมา ผมก็มีความสงสัยว่าที่ท่านตอบท่านได้พิจารณาคำอภิปรายของผมอย่างถี่ถ้วนหรือยัง เช่นท่านบอกว่านโยบายนี้เอาเงินให้ชาวนา ท่านใช้คำว่าให้เขาเถอะค่ะ ที่จริงผมอภิปรายแล้วว่า พวกกระผมเต็มใจให้ชาวนา แต่บังเอิญตัวเลขที่เป็นทางการของทางรัฐบาลเองบอกว่าแต่ละปี จะต้องขาดทุน ๒๒๔,๐๐๐ ล้านบาท แต่ตัวเลขของรัฐบาลเองเช่นเดียวกันบ่งบอกว่า ใน ๒๒๔,๐๐๐ ล้านบาทที่ผู้เสียภาษีอากรต้องจ่ายมีเพียงประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เท่านั้นที่ไปถึงมือชาวนา พวกกระผมก็ถามว่าท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ท่านคิดไหมว่าอีก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเราต้องไปให้คนอื่นทำไม ประเด็นอย่างนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ตอบไม่ได้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ก็ตอบไม่ได้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ตอบไม่ได้ครับ เพราะท่านคือหัวหน้ารัฐบาล ที่จะต้องตัดสินใจว่าทำไมนโยบายนี้ยังเดินต่อ เหมือนเรื่องยางพาราที่กระผมถามว่าทำไม ครม. อนุมัติเงินไป ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทท่านนายกรัฐมนตรีทราบอยู่ ปรากฏว่าราคายางไม่ขึ้น ท่านก็ยังจะอนุมัติเงินเพิ่มเติมไปทำวิธีเดิมอย่างเดียวกันอีกอย่างนี้เป็นต้นครับ เพราะฉะนั้น ผมไม่ติดใจ ถ้าเข้าใจกรอบตรงกันว่าใครรับผิดชอบตามคำถามที่ได้ถามไปก็ชี้แจงส่วนที่เกี่ยวกับ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านนายกรัฐมนตรีตอบ ส่วนที่ไปพาดพิงถึงท่านรัฐมนตรีท่านรัฐมนตรีตอบ แต่ขอความกรุณาว่าในประเด็นที่ไม่ได้ซักถามอย่าเสียเวลาสภาเท่านั้นเองครับ ให้รัฐมนตรี ขึ้นมาเพื่อทำให้เกิดประเด็นการโต้แย้งกันซึ่งไม่ใช่สาระที่พวกกระผมได้อภิปราย ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอบคุณท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ถือว่าชัดเจนทั้ง ๒ ฝ่าย ทีนี้ท่านรัฐมนตรีถ้าจะตอบประเด็นที่เสียหายขอให้ส่งผมก่อน เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็กราบเรียนท่านสมาชิกว่า การชี้แจงต่าง ๆ ในส่วนของนโยบายนั้นก็ต้องเรียนว่าตัวนโยบายเองเราย้ำอยู่เสมอค่ะว่า การที่จะได้รับเงินงบประมาณที่ใช้จ่ายทุกอย่างนั้นต้องจ่ายถึงมือเกษตรกรโดยตรง และส่วนรายรับที่ขาเข้าก็ต้องมีทางด้านของหน่วยงานรัฐในการเข้าค่ะ ซึ่งอันนี้คือนโยบาย ที่ได้ให้นโยบายไปชัดเจน ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ นั้นก็คงต้องกราบเรียนว่าบางข้อมูล ที่ดิฉันเห็นแล้วว่าการให้ข้อมูลต่าง ๆ นั้นอาจจะยังคลาดเคลื่อน จึงต้องขอโอกาสนี้ ในการที่ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงว่าข้อเท็จจริงนั้นเป็นอย่างไร เพื่อที่ท่านสมาชิกจะได้ทราบค่ะ เพราะว่าในส่วนของขั้นตอนการปฏิบัตินั้นในแง่ของผู้ให้นโยบายก็ต้องให้นโยบายอย่างเต็มที่ แล้วก็ในส่วนของการป้องกันเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชันก็ตั้งทีมงานในการที่จะดูแล ตรวจสอบอยู่ตลอดเวลาค่ะ ถ้าหากท่านสมาชิกมีข้อมูลต่าง ๆ ก็พร้อมค่ะ ที่จะทำการตรวจสอบทั้งหมดแล้วก็ดำเนินคดีตามกฎหมาย ขอบคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านกิตติรัตน์เชิญครับ เรื่องอะไร เดี๋ยวก่อนนะครับฟังท่านก่อน ให้โอกาสทุกฝ่าย คุณหมอ นั่งลงก่อนครับอย่าเพิ่งประท้วง อาจารย์รัชฎาภรณ์ครับอย่าเพิ่งประท้วง เดี๋ยวให้โอกาส ก่อนครับ

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กระผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงครับ

(นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้คุณหมอครับ เมื่อกี้ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเขาชัดเจนนะครับ ผมว่าท่านเป็นผู้ใหญ่ทั้งคู่ วันนี้ก็เป็นนิมิตหมายที่ดี แล้วก็ให้ท่านได้บอกว่าท่านถูกพาดพิง ตรงไหนก่อนนะครับ ท่านนั่งลงก่อนอาจารย์รัชฎาภรณ์ครับ ประเด็นเดียวกันหรือเปล่าครับ อาจารย์รัชฎาภรณ์ เชิญอาจารย์รัชฎาภรณ์ครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันนั่งฟังการอภิปราย อยู่ที่นี่ ๒ วันกับ ๒ คืนมาแล้วนะคะ เพราะฉะนั้นเมื่อวานนี้ตอนที่พูดถึงเรื่องรับจำนำข้าวนี่ ดิฉันจำได้ว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ท่านนั่งอยู่ที่นี่แล้วท่านก็จดประเด็นว่า ท่านถูกพาดพิง ท่านเสียหายอยู่ ๙ เรื่อง แล้วท่านก็ตอบจบทั้ง ๙ เรื่อง ทีนี้ถ้าสมมุติว่า ท่านที่ไม่ได้มานั่งอยู่ในนี้ ที่จริงท่านที่เกี่ยวข้องนี่ท่านต้องนั่งจดประเด็นที่นี่สิคะ แล้วก็ตอบทันที เพราะนี่คือการขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ จะไปรอนอนอยู่ ข้ามคืนแล้วก็ค่อยมา แล้วเขาก็พูดเรื่องอื่นไปตั้งเยอะแล้ว เขาจบเรื่องรับจำนำข้าวไปนานแล้ว แล้วก็ทั้งมันสำปะหลัง มีทั้งหอมแดง แล้วก็มีทั้งพูดถึงเรื่องพาสปอร์ตจนกระทั่งมาถึง ยางพารา จนกระทั่งมาถึงตอนนี้แล้วจะมาย้อนกลับไปพูดเรื่องเดิมอีกแล้วมันจะเดินหน้า ไปได้อย่างไรล่ะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นี่ พูดเรื่องที่เกี่ยวข้องเรื่องรับจำนำข้าวที่ถือว่าเรื่องใหญ่ และท่านนายกรัฐมนตรี ท่านก็อยากจะพูดเรื่องนี้อีก ดิฉันว่าจบแล้วค่ะท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณอาจารย์รัชฎาภรณ์ ด้วยความเคารพนะครับ จ่าประสิทธิ์ครับผมขอร้อง อย่าเพิ่งครับ เดี๋ยวก่อนครับ นั่งลงก่อนครับ เอาเถอะครับบรรยากาศดีมากที่ผู้ใหญ่ทั้ง ๒ ฝ่ายมาตกลงกัน มันหายากนะครับ ขอให้ใช้โอกาสนี้ในทางที่ดี คืออย่างนี้ครับ เมื่อกี้เท่าที่ฟังผมต้องให้โอกาสว่า ท่านเสียหายตรงไหน ให้ท่านชี้แจงตามที่ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรแนะนำ ผมว่าเอาอย่างนี้ แต่ว่าไม่ให้ตอบแทนนี่ถูกต้องแล้วครับ ผมก็เชื่อคำแนะนำของทั้ง ๒ ฝ่าย หาทางออกร่วมกันครับ ท่านลองบอกท่านเสียหายตรงไหน ก็เอาเฉพาะท่านเสียหายนะครับ อันอื่นอย่าไปพูดครับ ขอบคุณครับ

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง 🔗

ขอบพระคุณครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาต ใช้สิทธิพาดพิง และต้องขออนุญาตขออภัยท่านสมาชิกผ่านท่านประธานสภานะครับ เพราะว่าความจริงแล้วการพาดพิงเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ แต่อย่างไรก็ตามผมเข้าใจดีนะครับว่า ท่านสมาชิกอยู่ในระหว่างการขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นในการอภิปรายที่ท่านดำเนินการก็เป็นไปได้ที่ท่านจะอภิปรายในเรื่อง ซึ่งเกี่ยวข้องกับประเด็นที่พาดพิงมาถึงกระผมยังไม่สำเร็จเสร็จสิ้น เท่าที่ผมได้สังเกตก็คือว่า ดูเหมือนประเด็นที่ได้พาดพิงถึงกระผมนั้นอาจจะผ่านไปแล้ว แต่ผมคิดว่ามีความสำคัญ ที่จะต้องกราบเรียนชี้แจงต่อท่านสมาชิกในที่นี้ด้วยความเคารพ ประเด็นที่พาดพิงถึงผมนี่ เกิดขึ้น ๒ ครั้งนะครับ ครั้งที่ ๑ โดยท่านสมาชิก ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ได้เอ่ยถึงการดำเนินการของรัฐมนตรีคนหนึ่งซึ่งได้ไปเปิดงานที่โคราชเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว และได้พบบุคคลซึ่งเป็นผู้มีพระคุณของรัฐมนตรีท่านนั้นและรัฐมนตรีท่านนั้นก็คุกเข่าลงกราบ ท่านบุคคลผู้นั้น โดยท่านใช้ชื่อย่อว่า ส นามสกุลย่อว่า ห ก็ขออนุญาตเรียนว่าผมเองก็ด้วย ความที่คิดว่าประเด็นนั้นก็อาจจะไม่ใช่เป็นเรื่องสำคัญมากนัก แต่ว่าในที่สุดแล้วก็มีคน ได้หยิบยกว่าเขาก็รู้กันทั้งนั้นว่าบุคคลที่ไปเปิดงานที่โคราชในวันนั้นก็คือตัวกระผมเอง แล้วรวมทั้งบุคคลที่ผมได้คุกเข่าลงกราบนั้นก็เป็นบุคคลที่เป็นที่เคารพนับถือของวงการ มันสำปะหลังจริง แล้วก็เป็นที่ทราบว่าท่านชื่ออะไรนามสกุลอะไรด้วยประเด็นแรก แล้วผม คิดว่าเกี่ยวข้องกับการที่ท่านพยายามผูกโยงไปในเรื่องของการดำเนินนโยบายในการรับจำนำ มันสำปะหลัง

เรื่องที่ ๒ ที่ได้มีการพาดพิงถึงกระผมก็คือในกรณีการดำเนินงานของ คณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือเกษตรกรหรือที่เรียกว่า คชก. ต่อการปฏิบัติในเรื่องของ การซื้อหอมแดง โดยที่ท่านสมาชิกท่านหนึ่งได้อ้างถึงมติการประชุมของคณะกรรมการ คชก. และได้แสดงเอกสารชัดเจนนะครับ โดยที่ชี้แล้วระบุว่าประธานในการประชุม คชก. ในครั้งนั้นคือตัวกระผมและระบุชื่อชัดเจนว่า นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ซึ่งก็เป็นความจริง ตามนั้น การอภิปรายของท่านนั้นเชื่อมโยงไปราวกับว่ากระบวนการพิจารณานั้นเกิด ความไม่รอบคอบไม่รัดกุมและเป็นการที่มีความจงใจที่จะทำให้เกิดความเสียหายตั้งแต่ ในระดับนโยบาย ผมจึงเห็นมีความจำเป็นที่ผมจะต้องขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงที่จะเรียน ชี้แจงใน ๒ ส่วนนี้นะครับ และจะใช้เวลาของท่านสมาชิกอย่างระมัดระวังและไม่ไปก้าวเลย ถึงประเด็นที่ท่านสมาชิกพรรคฝ่ายค้านซึ่งมีความประสงค์จะอภิปรายในเชิงแนวนโยบายของ ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ผมจะขออนุญาตกราบเรียนชี้แจงว่าในการไปเปิดงานของผม ในวันนั้นที่โคราชก็เป็นอย่างนั้นจริงนะครับ บุคคลที่ผมคุกเข่าลงกราบเป็นบุคคลมีตัวตนจริง ผมขออนุญาตเอ่ยนามท่านในทีนี้ด้วยคือนายสุกิจ หวั่งหลี ผมจบการศึกษาจากคณะ เศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่อปี ๒๕๒๓ คุณสุกิจ หวั่งหลี เป็นเจ้าของบริษัท พูลผล จำกัด ผมเป็นพนักงานในบริษัท พูลผล จำกัด ผมทำงานอยู่ที่นั่นเป็นเวลา ๓ ปีครึ่ง ดังนั้นท่านเป็นบุคคลที่เป็นที่เคารพนับถือเป็นการส่วนตัวของผมและเป็นบุคคล ที่พึงได้รับการเคารพนับถือจากบุคคลอีกมากมาย ตลอดระยะเวลาที่ดำเนินชีวิต ของผมอยู่นะครับ ผมก็ไม่ละเลยที่จะชื่นชมถึงความดีงามของบุคคลคนนี้ในทุกโอกาส หรือแม้แต่ในกระทั่งที่ผมได้มีโอกาสขึ้นเทวีกับท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คุณกรณ์ จาติกวณิช ในงานดีเบท (Debate) ของสภาตลาดทุนไทยนะครับ ท่านก็สอบถามว่า เอ๊ะ นายกิตติรัตน์ดูเหมือนจะอยู่ในวงการเงินและทำไมถึงมาพูดจาเรื่องของการรับจำนำ สินค้าเกษตรอย่างฉาดฉานเหลือเกินมีความรู้ในเรื่องเกษตรมาจากไหน ผมก็ได้กล่าว ในที่ประชุมวันนั้นบนเทวีนั้นต่อหน้าผู้ฟังจำนวนนับหลายร้อยคนนะครับ ซึ่งเชื่อว่า มีการถ่ายทอดข่าวไปในรูปแบบต่าง ๆ ด้วย ผมก็ได้เรียนว่าผมเป็นอดีตพนักงานของ บริษัท พูลผล จำกัด แล้วผู้บังคับบัญชาของผมคือนายสุกิจ หวั่งหลี ซึ่งท่านก็มา ในการประชุมในวันนั้นด้วย แล้วผมก็เชื่อว่าหลายท่านก็ทราบดีว่าท่านเป็นบุคคลที่เป็น ผู้ที่พึงได้รับการเคารพนับถือ อย่างไรก็ตามการเคารพนับถือกันก็ไม่ได้แปลว่าจะต้องไป เอื้อประโยชน์ประการใดต่อกันและกันทั้งสิ้น แล้วก็การดำเนินนโยบายในเรื่องของ การทำงานของกระผมภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร นะครับ ไม่เคยเอาความสนิทสนมเคารพนับถือเป็นการส่วนตัวไปทำให้เกิดการได้ประโยชน์ เสียประโยชน์แก่บุคคลผู้ใด จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ผมจะต้องเรียนชี้แจงและผมก็ต้อง ขอประทานโทษที่ได้เอ่ยนามของคุณสุกิจ หวั่งหลี ซึ่งเป็นบุคคลซึ่งไม่ได้อยู่ในสภาแห่งนี้ แต่ผมขออนุญาตยืนยันว่าท่านเป็นบุคคลที่พึงได้รับความเคารพนับถือจากผู้คนทั่วไปจริง อย่างไรก็ตามการดำเนินนโยบายในเรื่องของการรับจำนำนะครับ การอภิปรายดูเหมือนจะ ผูกโยงไปเกี่ยวกับเรื่องนี้และราวกับว่าผมไปรับแนวคิดอะไรต่าง ๆ มาทำให้การดูแลพี่น้อง เกษตรกรไม่เกิดขึ้น ซึ่งขออนุญาตเรียนว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจากการดำเนินงานในเรื่อง ของมันสำปะหลังได้มีการดำเนินงานมาตั้งแต่ปลายปี ๒๕๕๔ ในเดือนพฤศจิกายนและได้ มีการพิจารณาว่าราคามันสำปะหลังซึ่งอยู่ในระดับที่มีการค้าขายอยู่ในระดับเป็นปกติ ซึ่งในขณะนั้นราคามันสำปะหลังมีการซื้อขายอยู่ในระหว่าง ๒.๖๐-๒.๘๐ บาท การติดตาม ของกระทรวงพาณิชย์จึงเป็นไปอย่างระมัดระวังและไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเดินเข้าไป รีบรับจำนำอะไรทั้งสิ้นนะครับ แต่ในขณะเดียวกันปรากฏว่าจากผลของกลไกตลาดทำให้ราคามีแนวโน้มลดลง กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งได้ให้ความสำคัญในการดูแลราคาสินค้าเกษตรกับพี่น้องเกษตรกร จึงได้ตัดสินใจ นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อที่จะได้มีการพิจารณา แต่ก่อนนั้นมีการพิจารณา โดยคณะกรรมการนโยบายมันสำปะหลัง และได้เสนอแนวทางในคณะกรรมการ นโยบายมันสำปะหลังว่าอาจจะมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการรับจำนำ ได้เสนอ ต่อคณะรัฐมนตรีในวันที่ ๑๕ มกราคมให้เริ่มแทรกแซงโดยมีการดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ในราคากิโลกรัมละ ๒.๗๕ บาท โดยจะปรับราคาเพิ่มขึ้นเดือนละ ๕ สตางค์ จนกระทั่งถึง ๒.๙๐ บาทในเดือนพฤษภาคม และการดำเนินการก็เป็นไปอย่าง มีประสิทธิภาพตามสมควร ซึ่งผมก็เรียนว่าท่านสมาชิกคงตระหนักดีว่าการดำเนินการ ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลจำนวนมาก มีลานมันสำปะหลังนับจำนวนหลายร้อยลานนั้น การดำเนินการก็อาจจะมีข้อทักท้วงติติงบ้าง อย่างไรก็ตามมีการรับจำนำจนถึงวันที่ ๓๐ มิถุนายนโดยมีเป้าหมายที่ได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีไว้ที่ ๑๐ ล้านตัน แต่เมื่อมี การดำเนินการสิ้นสุดโครงการรับจำนำมันอยู่ที่ ๙.๗ ล้านตัน จึงเป็นไปตามกรอบที่ คณะรัฐมนตรีได้อนุญาตไว้ และขณะนี้แผนในการระบายมันสำปะหลังที่ได้มีการรับจำนำมา ก็เป็นไปตามแนวทางที่มีการกำหนดไว้ โดยที่ท่านคงตระหนักดีมีการดำเนินการที่จะเชื่อมโยง กันกับการที่นำมันสำปะหลังต่าง ๆ เหล่านี้ไปแปรสภาพเป็นรูปของแป้ง ได้นำไปแปรสภาพ เป็นเรื่องของการผลิตเอธานอล (Ethanol) เพื่อที่จะมาป้อนการผลิตน้ำมันเชื้อเพลง ซึ่งแต่เดิมนั้นมีแผนที่จะยกเลิกการผลิตเบนซิน ๙๑ ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคมที่ผ่านมา แต่ว่าด้วยเหตุที่ได้เกิดอุบัติเหตุขึ้นที่โรงกลั่นน้ำมันบางจาก การดำเนินการจึงเลื่อนไปเป็น วันที่ ๑ มกราคม แต่ว่าการดำเนินการที่จะใช้มันสำปะหลังที่มีการรับจำนำไว้ก็เป็นไปตามแผน ทุกประการ ด้วยความเคารพนะครับ

ประการที่ ๒ ที่ผมได้ถูกพาดพิงอย่างชัดเจนก็คือเรื่องของหอมแดง ผมขออนุญาตกราบเรียนข้อเท็จจริงอย่างนี้นะครับ ภารกิจของคณะกรรมการเงินช่วยเหลือ เกษตรกรนั้นเป็นภาระซึ่งรัฐบาลได้จัดเงินงบประมาณให้กับกองทุนเงินช่วยเหลือเกษตรกร หรือ คชก. โดย คชก. จะมีคณะกรรมการซึ่งประกอบไปด้วยผู้แทนส่วนราชการ และผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนหนึ่ง มีหน้าที่พิจารณาว่าสินค้าเกษตรรายการใดมีภาวะที่ควร จะได้รับการช่วยเหลือประการใดหรือไม่ แล้วก็ไม่ได้เป็นคณะกรรมการที่มีความเชี่ยวชาญ ในเรื่องของสินค้าเกษตรชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตามในการดำเนินการ ต้องขออนุญาตเรียนว่ามีข้อเท็จจริงปรากฏว่าในช่วงปลายปี ๒๕๕๔ คือวันที่ ๑๓ ธันวาคมนั้น จังหวัดศรีสะเกษได้มีหนังสือด่วนถึงกระทรวงพาณิชย์รายงานสถานการณ์ราคาหอมแดง ในจังหวัดศรีสะเกษ และคาดว่าผลผลิตที่ออกมาจะมีจำนวนสูงและจะออกสู่ตลาดในช่วง ระหว่างปลายเดือนธันวาคมจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ แนวโน้มราคาอาจจะมีปัญหาและการส่งออก ซึ่งโดยปกติจะทำการโดยส่งไปยังประเทศอินโดนีเซีย อาจจะเป็นภาวะที่ทำได้ยากเพราะในปีนั้น ประเทศอินโดนีเซียก็เป็นผู้ผลิตที่มีผลผลิตเหลือกลายเป็นผู้ส่งออกเสียด้วยซ้ำไป ดังนั้น การที่จะช่วยเหลือเกษตรกรโดยการที่ทำให้มีเงินหมุนเวียนไปรองรับการที่หอมแดง จำนวนมากจะทะลักออกมาก็เป็นเรื่องที่ขอการช่วยเหลือจาก คชก. คณะกรรม คชก. ในการประชุมเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคมได้มีการพิจารณาเรื่องนี้และได้มีการถกแถลงกัน อย่างกว้างขวางถึงกรรมวิธีในการดำเนินการต่าง ๆ เมื่อวานนี้ท่านสมาชิกที่ได้กรุณาอภิปราย ในเรื่องนี้ได้หยิบยกว่าการดำเนินงานของรัฐบาลชุดก่อนประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี แล้วก็ไม่เกิดความเสียหาย ผมขออนุญาตไม่ไปอภิปรายถึงการดำเนินงานตรงนั้น แต่ตัวท่าน ผู้อภิปรายเองก็ได้ยอมรับในการอภิปรายของท่านว่ามีปัญหาเกิดขึ้น ดังนั้นการดำเนินการ ในส่วนที่ท่านเห็นว่าเป็นความสำเร็จผมก็เห็นตามนั้นด้วย แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นก็เป็นส่วน ที่จะต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำ ดังนั้นในการอภิปรายกันของคณะกรรมการ คชก. จึงได้มี แนวโน้มที่จะหารือกันว่าเราน่าจะมีวิธีการอื่นใดที่จะดำเนินการหรือเปล่า ก็แน่นอนนะครับ นำไปสู่การที่มีมติที่จะจัดเงินทุนหมุนเวียนในรอบแรกเป็นเงิน ๒๙๕ ล้านบาท เพื่อไปดำเนินการที่จะรับซื้อหอมแดงในจังหวัดศรีสะเกษ และในการดำเนินการก็มีการหารือกันว่าหน่วยงานที่จะเข้าไปช่วยดูแลนั้นหน่วยงานที่ดีที่สุด ที่ตรงที่สุดเป็นรัฐวิสาหกิจของประเทศก็คือองค์การคลังสินค้า และองค์การคลังสินค้า ก็มีข้อสังเกตว่าการจะให้เข้าไปดำเนินการนั้นก็อาจจะจำเป็นจะต้องมีค่าใช้จ่ายในการบริหาร โครงการในการจัดหาบุคลากรเพื่อนำมาซึ่งความพร้อมในการปฏิบัติ จึงได้มีการพิจารณาว่า มีการสนับสนุนเป็นงบประมาณวงเงินจ่ายขาด จำนวน ๒๙.๕ ล้านบาทหรือร้อยละ ๑๐ ของวงเงินที่จะต้องดำเนินการ การดำเนินการคณะกรรมการ คชก. ได้มีมติที่เข้มแข็ง กำชับให้มีการดำเนินการอย่างระมัดระวังและได้มีการจัดเก็บให้ถูกต้อง ดังนั้นการดำเนินการ ในเรื่องของคณะกรรมการ คชก. ซึ่งผมยอมรับนะครับว่าผมเป็นประธานในวันนั้นได้มีมติ และในมตินั้นที่ท่านได้นำมาแสดงนั้น ผมไม่แน่ใจว่าท่านนำมติมาแสดงหรือท่านไปนำ บันทึกการประชุมที่เป็นการพูดถ้อยคำรายคนมานะครับ แต่ว่าน่าจะเป็นอันหลังมากกว่า แล้วการนำเสนอถ้อยคำรายคนของท่านนั้นก็นำมาเพียงเฉพาะบางส่วน การถกแถลงนั้น ใช้เวลากันหลายชั่วโมงมากนะครับ มติที่นำออกมาสรุปเป็นมติที่เป็นทางการจริงเพื่อที่จะ นำเสนอขั้นตอนต่อไปนั้นเป็นไปด้วยความระมัดระวังรอบคอบ ส่วนในการปฏิบัติจริง ก็พบว่าเป็นปัญหาจริง ซึ่งข้อมูลที่ท่านได้ชี้แจงมาว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นจากการที่ รับซื้อหอมแดงและนำมาจัดเก็บไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง อย่างไรก็ตามไม่ได้เป็นมติของคณะกรรมการ คชก. ที่มีความไม่เป็นมาตรฐาน คชก. มีมติ ที่เข้มแข็งมากและระบุว่าให้มีการดำเนินการต่าง ๆ ดังนั้นเมื่อเกิดปัญหาขึ้นกระทรวงพาณิชย์ ไม่ได้นิ่งนอนใจ ซึ่งผมขออนุญาตกราบเรียนว่าตัวผมไม่ได้อยู่ในกระทรวงพาณิชย์แล้ว ในภายหลังที่ได้เกิดปัญหาขึ้น แต่ว่าอย่างไรก็ตามกระทรวงพาณิชย์ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจและ ได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบการบริหารจัดการหอมแดงตามโครงการนี้ โดยที่ได้มอบหมายให้ประธานคณะกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกรแห่งประเทศไทยซึ่งก็ไม่ใช่ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทำหน้าที่เป็นประธาน เป็นอนุกรรมการ และในการเสนอความคิดเห็น ในเรื่องนี้ได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงนะครับและปรากฏมีการปฏิบัติในชั้นผู้ปฏิบัติ เป็นการทุจริตในโครงการดังกล่าว ได้มีการแต่งตั้งผู้ตรวจราชการของกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานทำหน้าที่ตรวจสอบการปฏิบัติต่าง ๆ แล้วก็พบข้อมูลว่ามีการปฏิบัติผิด ทุจริตเป็นขบวนการ ซึ่งได้มีการดำเนินการสอบสวนหาข้อมูลต่าง ๆ และได้ดำเนินการ ร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานเป็นที่เรียบร้อยนะครับ ได้มีหนังสือถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้มีการดำเนินการและได้มีการมอบหมายให้กรมการค้าภายในกล่าวโทษต่อพนักงาน สอบสวน มีการพิจารณาขยายผลเอาผิดตามกฎหมายจากการกระทำผิดที่มีลักษณะ ซับซ้อนเกี่ยวพันเป็นขบวนการ มีมูลค่าความเสียหาย และในขณะเดียวกัน ได้มีการดำเนินการต่าง ๆ เพื่อกล่าวโทษกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงได้มีการรายงาน การปฏิบัติดังกล่าวถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. เรียบร้อย ดังนั้นกระบวนการที่ท่านผู้อภิปราย เมื่อวานนี้ได้หยิบยกพาดพิงถึงกระผม ในหน้าที่ที่เป็นประธานคณะกรรมการ คชก. ครั้งแรกที่ได้มีการอนุมัติในเรื่องของการดำเนินการไป

(นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรองนายกรัฐมนตรีกรุณารอสักครู่ คุณหมอสุกิจครับ ผมดูว่าจะจบแล้วนะครับ เดี๋ยวให้ดอกเตอร์ศุภชัยดีกว่าครับ ท่านเป็นคู่กรณีโดยตรง ท่านรองนายกรัฐมนตรี สรุปได้แล้วครับ เดี๋ยวจะให้ประท้วง เดี๋ยวก่อนครับ ผมขอฟังแป๊บหนึ่ง ฟังท่านผู้นำด้วยครับ ท่านเชื่อผมเถอะครับ ท่านก็ตอบดีว่าท่านศุภชัยทำถูก เชิญครับ

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง

ดังนั้นในคำถามที่ท่านได้ถามว่ามีผู้ถูกกล่าวหา มีผู้ถูกดำเนินการ ไปในเรื่องนั้นหรือยัง คำตอบที่ผมขออนุญาตกราบเรียนนะครับ แล้วก็มีหลักฐานชัดเจน ได้มีการดำเนินการต่าง ๆ ในทุกชั้นที่เกี่ยวข้อง มีการดำเนินการแล้วทั้งสิ้นนะครับ รัฐบาลไม่ได้มีความประสงค์จะไปปกปิด ช่วยเหลือป้องกันผู้กระทำผิดแต่อย่างใดและ รัฐบาลก็เป็นผู้ที่เร่งดำเนินการให้มีการดำเนินการในเรื่องนี้อย่างถึงที่สุดให้จนได้นะครับ ที่ผมต้องขออนุญาตใช้สิทธิในการอภิปรายเพราะว่าความเชื่อมโยงกันในฐานะที่ผมเป็น ประธานในการพิจารณา คชก. ในครั้งนั้น และได้มีการพิจารณาเรื่องราวต่าง ๆ หลายเรื่อง การอภิปรายของผู้อภิปรายนั้นดูเหมือนจะพูดว่าเอาเรื่องนี้เป็นเรื่องหลัก ซึ่งที่จริงเรื่องนี้ เป็น ๑ เรื่องเท่านั้นเองในการพิจารณาของ คชก. แล้วก็ได้มีการเอาใจใส่ในเรื่องของการมีมติที่ชัดเจน มีการดำเนินการที่จะติดตาม ถ้าหากเมื่อมีผู้กระทำความผิด จึงขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงที่จะได้กราบเรียนชี้แจงต่อ ท่านสมาชิกในโอกาสนี้ กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านศุภชัย ศรีหล้า ท่านทีหลังครับ ทีละท่าน ท่านยกมือก่อนต้องให้เกียรติท่านก่อนครับ

นายศุภชัย ศรีหล้า อุบลราชธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่เป็น ผู้อภิปรายประเด็นนี้ ซึ่งเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรี ผมกราบเรียน ผ่านท่านประธานไปเมื่อวานนี้ว่าการอภิปรายของผมเป็นการอภิปรายท่านนายกรัฐมนตรี โดยที่ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการตามมติคณะรัฐมนตรีว่าด้วยเงินกองทุนรวม ช่วยเหลือเกษตรกรตามมาตรา ๔ ประเด็นที่ท่านผู้ชี้แจงชี้แจงเมื่อสักครู่ดูเหมือนประหนึ่งว่า สาระสำคัญที่ผมนำมาชี้แจงต่อที่ประชุม ซึ่งเป็นรายงานการประชุมหรือบันทึก การประชุม เป็นการนำข้อมูลมาแต่เพียงบางส่วน ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อมูลที่อยู่ ในมือของกระผมเป็นข้อมูลที่มีความชัดเจนว่าเป็นการบันทึกรายงานการประชุม ครั้งที่ ๑ อย่างครบถ้วน ใครพูดอะไรอย่างไรปรากฏในเอกสารฉบับนี้ และในท้ายเอกสารฉบับนี้ อยากจะเรียนผ่านท่านประธานไปยังผู้ชี้แจงว่าหน้าสุดท้ายระบุแม้กระทั่งว่าผู้ตรวจรายงาน การประชุม ขออนุญาตเอ่ยนาม นางสาววรนุช กันหาบุตร แปลว่าเอกสารที่มีอยู่ในมือ ของกระผมครบถ้วนบริบูรณ์ เป็นแต่เพียงว่าถ้าผมจะอธิบายรายงานการประชุมทั้งฉบับ ก็จะเป็นการยืดยาว ผมจึงจำเป็นจะต้องหยิบยกเฉพาะกรณีที่ท่านพูดอะไรในที่ประชุมมา เพื่อให้เพื่อนสมาชิกได้รู้ว่าแนวคิดใหม่ ๆ ของท่านที่ให้ อคส. ไปดำเนินการนั้น มีความล้มเหลวอย่างไร แนวคิดเดิมอยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธาน ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยืมเงินไปกระตุ้นราคาหอมแดง ในจังหวัดศรีสะเกษ นั่นประสบความสำเร็จ เงินไม่สูญหาย เพราะเป็นการกู้ยืม แต่กรณีของ ท่านเป็นแนวคิดใหม่ ให้ อคส. เอาเงิน ๒๙๕ ล้านบาทไปแทรกแซงราคาหอมแดงไปซื้อเอง แล้วมีคน ๓ คนครับท่านประธานในแต่ละหน่วยรับซื้อ ชั่งน้ำหนักคนหนึ่ง ตรวจหอมแดง คนหนึ่ง เซ็นบัญชีคนหนึ่ง รถเข้าคิว ประทานโทษ ๔-๕ กิโลเมตร แล้วความล้มเหลวอย่างนี้ มันจึงเกิดกรณีประจักษ์พยานอย่างชัดเจนว่าหอมเน่าอย่างไร สูญเสียงบประมาณแผ่นดิน อย่างไร พี่น้องประชาชนคนที่ปลูกหอมแดงหลั่งน้ำตาอย่างไรต่อความล้มเหลวในการกำหนด แนวทางการทำงานของท่าน แต่ผมไม่อยากพุ่งประเด็นนี้ไป

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวกรุณาอดทนฟัง ท่านศุภชัยก็กรุณาสรุป อย่าอภิปรายซ้ำ เพราะท่านก็ฟัง แล้วท่านกิตติรัตน์ก็บอกว่าแนวความคิดท่านถูกต้อง ก็ฟังอยู่ครับ เชิญครับ

นายศุภชัย ศรีหล้า อุบลราชธานี

สุดท้ายที่ผมอยากเรียนท่านก็คือว่า ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยเรื่องกองทุนรวม ช่วยเหลือเกษตรกรนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีปล่อยปละละเลย ผมอยากฟังจากปาก ท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่ปล่อยปละละเลยเรื่องนี้อย่างไร ประเด็นของผมอยู่ตรงนี้ครับ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีชี้แจงได้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้ ปล่อยปละละเลย ๑ ปีที่ผ่านมาลงโทษคนไปแล้ว ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ต่อกรณีกระทงความผิดต่าง ๆ ซึ่งเป็นการผลาญงบประมาณแผ่นดิน ผมอยากฟังตรงนี้ครับ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีตอบตรงนี้ ผมจะสบายใจมาก พี่น้องภาคอีสานของผมจะได้มีแรงใจว่าเลือกท่านมาแล้ว ท่านรักษาผลประโยชน์ของคนภาคอีสาน รักษาผลประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกร ผมอยาก ฟังตรงนี้ ขอความกรุณาท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็อยู่ตรงนี้ครับ ตอบให้พี่น้อง ภาคอีสานผมมีแรงใจนะครับ เลือกท่านมาแล้วตอบให้เขาสบายใจหน่อยครับ คราวหน้าเขาจะได้เลือกท่านอีกครับ แต่ถ้าท่านตอบประเด็นนี้ไม่ได้พี่น้องภาคอีสาน จะเศร้าใจมาก เสียดายหลาย ๆ ว่าเลือกมาแล้วล้มเหลวครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ใจเย็น ๆ ครับ ใจเย็น ๆ เชิญท่านนายกรัฐมนตรีตอบเลยครับ กรุณาปิดไมโครโฟน

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิก ที่แจ้งข้อมูลให้ เราเป็นห่วงพี่น้องประชาชนเหมือนกันค่ะ แล้วก็ดิฉันเองทุกครั้งที่ได้รับ เรื่องทั้งหมดก็ส่งเจ้าหน้าที่ในการดำเนินการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง แล้วก็นอกจากนั้น อย่างที่เรียนว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมก็ได้บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการตรวจป้องกันต่าง ๆ ทุกวิถีทางค่ะ แล้วรวมถึงได้กำชับย้ำในส่วนของพื้นที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วก็หน่วยงานต่าง ๆ ที่อยู่ภายใต้กำกับนั้นให้ดำเนินทุกอย่างอย่างสุจริต โปร่งใส ทุกอย่าง ถ้าท่านมีข้อมูลหรือหลักฐานดิฉันก็พร้อมที่จะรับไปดำเนินการตามคดีค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรองนายกรัฐมนตรีก่อนค่อยให้ท่านพุทธิพงษ์ จะได้ตอบทีเดียวเลยไหม เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีก่อนครับ คนละกรณีกัน เชิญ นิดเดียวครับ ขอบคุณครับ

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนะครับ จะขออนุญาตให้ข้อมูล นิดเดียวครับ ซึ่งเมื่อสักครู่ผมก็ได้อภิปรายไปว่าผมก็ทราบดีว่าการดำเนินนโยบายหอมแดง ของรัฐบาลก่อนก็มีผลดี อย่างไรก็ตามผลที่เป็นข้อเสียนี่ผมพยายามจะไม่แตะถึง แต่ว่าในเมื่อ ท่านได้หยิบขึ้นมาพูดผมก็จำเป็นจะต้องให้ข้อเท็จจริงนะครับ คือการให้ยืมเงินกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปดำเนินการนั้นก็ปรากฏว่าเมื่อดำเนินโครงการเสร็จแล้ว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สามารถคืนเงินกลับมาได้ ดังนั้นในการปรึกษาหารือ จึงได้พยายามหาทางว่าทำอย่างไรไม่ให้ปัญหาเก่าเกิดขึ้นซ้ำอีก จึงได้แสวงหาวิธีอื่น ซึ่งก็เรียนว่าผมเพียงแต่ต้องชี้แจงให้ท่านทราบว่าถ้าหากว่ามีข้อดีทุกประการแล้วไม่พยายาม ไปใช้วิธีการเดิมนั้นก็คงจะเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย แต่มันมีปัญหาเกิดขึ้นจริงอยู่บ้าน ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านพุทธิพงษ์ครับ

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงเมื่อสักครู่ที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี แล้วก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้พาดพิงถึงผมเกี่ยวกับในเรื่องที่ผมได้อภิปราย เมื่อวานนี้ในเรื่องของการรับจำนำมันสำปะหลังของรัฐบาล ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับ ด้วยความสัตย์จริงผมปรารถนาดีที่อยากจะให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้รับทราบถึงความล้มเหลว ของโครงการรับจำนำมันสำปะหลังที่ผ่านมา แล้วมันเริ่มต้นของโครงการก็จริงอย่างที่ ท่านกิตติรัตน์ ต้องขออนุญาตที่เอ่ยนามท่านอีกครั้งหนึ่งที่ท่านบอกว่าในเรื่องของระยะเวลา ในการเลื่อนโครงการมันมีผลเสียอย่างมากต่อเกษตรกร รัฐบาลบอกว่าจะเริ่มตั้งแต่ เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว แล้วมันก็มาเปิดจริง ๆ เอาเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ทีนี้เหตุผล ในการเลื่อน ๓ เดือนนี่ท่านอาจจะมีความรู้สึกว่ามันน้อย แต่เกษตรกรที่ฟังอยู่ทางบ้านตอนนี้ เขาทราบดีครับว่ามันเดือดร้อนมาก แล้วมันก็ไม่มีเหตุผลอะไรว่าทำไม ๓ เดือนที่เลื่อนไปนั้น

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวฟังท่านศุภชัยและตอบทีเดียว เอาสั้น ๆ ก็แล้วกัน แต่ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อ ประเทศชาติและประชาชน เชิญท่านดอกเตอร์ศุภชัยครับ

นายศุภชัย ศรีหล้า อุบลราชธานี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมสั้น ๆ ครับ ท่านประธาน ต่อกรณีที่ท่านผู้ชี้แจงบอกว่าสมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์มีการให้เอา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยืมเงินไปดำเนินการเพื่อกระตุ้นราคา สมัยนั้นยืมเงินไป ๘๐ ล้านบาท ยืมเงินจริง ไม่มีหอมเน่าครับ เงิน ๘๐ ล้านบาทยังอยู่ แต่ในกรณีนี้ ๒๐๐-๓๐๐ ล้านบาท มีหอมเน่า และเงิน ๒๐๐-๓๐๐ ล้านบาทหายไปทั้งหมด แตกต่างกัน โดยสิ้นเชิงครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรองนายกรัฐมนตรีเอาสั้น ๆ เชิญครับ

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง

สั้น ๆ นิดเดียว ท่านประธาน ผม นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ความจริงผมยังสับสนว่าตกลงผม เป็นผู้ถูกพาดพิงเลยลุกขึ้นมาอธิบาย แล้วสักครู่กลายเป็นผู้ไปพาดพิงต่อเสียแล้ว ผมก็จำเป็นต้องอ้างถึงว่าท่านผู้พาดพิงของผมนี่คือท่านใด และท่านพาดพิงว่าอย่างไร เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพไม่มีเจตนา เพียงแต่ว่าผมต้องลุกขึ้นมาเพราะว่าผมคิดว่า การใช้อักษรย่อมันดูเหมือนจะเป็นธรรมเนียมของการที่หยิบยกขึ้นมาแล้วมีอะไรปิด ๆ บัง ๆ หรือเปล่า ผมคิดว่าไม่มีอะไรต้องปิดบัง รวมทั้งในการพบกันก็ไม่ได้เป็นการไปแอบพบกัน ในห้องประชุมใด อยู่ในที่ประชุมขนาดใหญ่ มีผู้คนจำนวนนับหลายร้อยคน แล้วก็การสนทนากัน ก็ไม่ได้มีการสนทนาในเรื่องนโยบายการรับจำนำอะไรต่อหน้าใครใด ๆ ทั้งสิ้น ฉะนั้นจึงเรียน ว่าการดำเนินการในเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับที่ท่านพูดแล้วผมเองแปลความว่าดูเหมือนจะเป็น การกล่าวหาผมไปด้วย อย่างไรก็ตามจากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ การที่เรายังไม่เริ่ม รับจำนำอะไร การจะไปรับจำนำอะไรก็พยายามจะดูว่ามีความจำเป็น ข้อมูลของเราคือราคา มันสำปะหลังในช่วงที่เคยเป็นระยะเวลาในการเริ่มรับจำนำนั้นอยู่ในกรอบ ๒.๖๐ บาท ถึง ๒.๘๐ บาท การรับจำนำเป็นแนวปฏิบัติที่เคยทำเสมอมาว่าเมื่อเริ่มจำนำก็จะเพิ่มราคาขึ้น เดือนละ ๕ สตางค์ต่อเดือน ดังนั้นถ้าหากว่าจะไปเริ่มรับจำนำเร็วในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น ก็อาจจะไม่มีความจำเป็นเพราะว่าราคาที่เกิดขึ้นในท้องตลาดในเวลานั้นไม่ได้ต่ำไปในระดับ ที่เราเห็นว่าควรจำนำ อย่างไรก็ตามข้อมูลของท่านสมาชิกอาจจะแตกต่างกันกับ ที่กระทรวงพาณิชย์มี ท่านกล่าวว่าในช่วงเวลานั้นราคามันสำปะหลังตกต่ำลงไปถึงบาทกว่า ๆ นั้น อันนี้อาจจะเป็นส่วนที่แตกต่างกันระหว่างข้อมูลซึ่งระยะเวลาก็เกิดขึ้นนานแล้ว ผมจึงขออนุญาตเรียนชี้แจงว่าไม่ได้มีความประสงค์ที่จะไปกลั่นแกล้งใคร และไปรอให้ มันสำปะหลังเข้าไปอยู่ในมือใครเสียก่อนแล้วค่อยไปรับจำนำเพื่อให้ใครมาสวมสิทธิ์ใคร ขออนุญาตกราบเรียนชี้แจง ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนิพิฏฐ์ครับ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านบุญยอดบรรยากาศดีมากครับ ท่านบุญยอดประท้วงผมเรื่องอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ผมต้องเรียนกับท่านประธานว่า ขณะนี้เป็นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล ทั้งนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เรียนท่านประธานว่า ๒ วันที่ผ่านมา ฝ่ายของรัฐบาลใช้ไป ๔ ชั่วโมงเศษ ๆ ซึ่งฝ่ายรัฐบาลนั้นจะได้ ๑๒ ชั่วโมง ฝ่ายค้านได้ ๓๐ ชั่วโมง ใช้ไป ๑๔ ชั่วโมง ๔๕ นาที ส่วนของท่านประธานและการประท้วงนั้นกำหนดไว้เพียงแค่ ๓ ชั่วโมง แต่ ๒ วันที่ผ่านมาใช้ไปแล้ว ๙ ชั่วโมง ๒๐ นาที ท่านประธาน เราเหลือเวลาขณะนี้อีก ๑๒ ชั่วโมงเศษเท่านั้น เช้านี้มามีผู้อภิปรายได้เพียงแค่ท่านเดียวคือท่านสาธิต ปิตุเตชะ นี่เป็นงานที่พวกเราต้องทำร่วมกันนะครับท่านประธาน ดังนั้นท่านประธานนี่เป็นอภิปราย ไม่ไว้วางใจ ท่านประธานต้องกำหนดระยะเวลา ฝ่ายค้านเหลืออีกประมาณ ๑๕ ชั่วโมง โดยประมาณ ท่านจะจัดอย่างไร เพราะฉะนั้นท่านต้องเดินหน้าให้ฝ่ายค้านได้อภิปรายก่อน แล้วหลังจากนั้นท่านนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายก็มีสิทธิที่จะได้มาตอบ ข้อซักถามด้วยตนเอง แต่ไม่ใช่การจั่วหัวแล้วก็โยนอย่างนั้นก็ไม่สง่างามและไม่เป็นไปตาม ข้อบังคับ ข้อ ๑๗๑ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต้องมาตอบด้วยตนเอง ขอบพระคุณ ท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ผมก็ฟังผู้ใหญ่แนะนำทั้ง ๒ ฝ่าย ผมว่าดีมาก ผมว่าประชาชนชื่นชมทั้ง ๒ ฝั่ง ในวันนี้ทั้งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ก็ต้องกราบขอบคุณท่านอภิสิทธิ์ ท่านนายกรัฐมนตรีก็เจรจากันผมว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ว่าเวลาของท่านนี่ผมให้ฝ่ายค้านกับ วิปรัฐบาลไปคุยกัน ก็ฝากทางรัฐบาลอะไรที่ไม่จำเป็นก็อย่าประท้วง ฝ่ายค้านก็ขอ ความร่วมมือท่านก็กรุณาอยู่ในประเด็น แล้วก็ช่วยผมด้วยก็แล้วกันจะได้จบไว ๆ ขอบคุณ ท่านนิพิฏฐ์ล่วงหน้า เชิญครับ ท่านวิชาญอะไรอีกครับ ก็เวลาจะไม่พอแล้วท่าน

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต ท่านประธานครับ คือพวกเราในฝ่ายรัฐบาลเองไม่มีเจตนาจะประท้วงถ้าเพื่อนสมาชิก พยายามอภิปรายในเรื่องของประเด็นและหัวข้อแล้วก็ลงลึกในรายละเอียด แต่กรุณา อย่าวนเวียนแล้วก็พยายามย้ำให้เกิดปัญหา พวกเราเองจะฟังแล้วก็ไม่มีการประท้วงครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ ถ้ามีการย้ำแล้วเอ่ยชื่อมาก ๆ มันเกิดปัญหา ถ้าอภิปรายไปปกติ ไม่มีปัญหาครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาละครับ ตอนนี้ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรก็ช่วยผมอยู่นะครับ ท่านนิพิฏฐ์ ก็กรุณาผมด้วยก็แล้วกันครับ ขอบคุณท่านครับ เชิญครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมอยากให้ท่านประธานได้นั่งฟังด้วยความสบายใจนะครับ แล้วก็ผมไม่เรียกร้อง ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะมาฟังคำอภิปรายของผมหรือไม่ กระผม คิดว่าการจะมานั่งรับฟังการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกหรือไม่มันอยู่ที่วุฒิภาวะของคนที่เป็น นายกรัฐมนตรีนะครับว่าท่านมีวุฒิภาวะเหล่านั้นหรือเปล่า ผมไม่เรียกร้องท่านนายกรัฐมนตรี การอภิปรายท่านนายกรัฐมนตรีในเรื่องของการทุจริตหรือการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และ ก่อให้เกิดการทุจริตนั้นวันนี้เป็นเรื่องที่ลำบากครับ เพราะว่าเราเพิ่งมีนายกรัฐมนตรีหญิง เป็นคนแรกของประเทศไทย แล้วก็มีคนได้มาพูดแนะนำผมเรื่อยครับว่าเวลาอภิปราย ท่านนายกรัฐมนตรีเนื่องจากท่านนายกรัฐมนตรีเป็นผู้หญิงให้ใช้ความระมัดระวัง อย่าอภิปรายท่านนายกรัฐมนตรีโดยถือเสมือนว่าท่านนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ชาย ผมก็เรียน ท่านประธานฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อความสบายใจในเบื้องแรกว่าผมนี่เป็นมนุษย์ ที่แยกเพศได้ครับ ผมรู้ว่าเพศไหนเป็นเพศชาย เพศไหนเป็นเพศหญิง และผมก็รู้ว่าควรปฏิบัติต่อ เพศหญิงอย่างไร ควรจะปฏิบัติต่อเพศชายอย่างไร เช่นเดียวกันครับผมก็เชื่อว่า ท่านนายกรัฐมนตรีก็แยกเพศได้ว่าควรจะปฏิบัติต่อเพศชายอย่างไร และควรจะปฏิบัติต่อ เพศหญิงอย่างไร ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ทำที่ผ่านมานั้นก็ถือว่าท่านแยกเพศได้ เช่นการที่ท่าน ไปพบออง ซาน ซูจี ท่านก็ปฏิบัติในรูปแบบหนึ่ง การที่ท่านไปพบบารัค โอบามา ท่านก็ปฏิบัติตัว ในอีกรูปแบบหนึ่งซึ่งก็ถือว่าท่านแยกเพศได้ว่าควรจะปฏิบัติต่อเพศหญิงและเพศชายอย่างไร ที่ผมเรียนท่านประธานว่าพูดถึงท่านนายกรัฐมนตรีค่อนข้างยากเพราะผมพูดในเรื่องของกรณี ที่ท่านนายยกรัฐมนตรีเพิกเฉย ละเว้น และปล่อยให้มีการทุจริตขึ้นในบ้านเมืองนี้ การพูดถึง การละเว้น หรือการพูดถึงการไม่ปฏิบัตินั้นเป็นเรื่องที่พูดยาก ในภาษากฎหมายเขาเรียกว่า การพิสูจน์สิ่งที่ไม่มีอยู่นั้นพิสูจน์ยาก แต่ว่าถ้าพิสูจน์ว่าสิ่งไหนมีอยู่มันพิสูจน์ง่ายครับ มีคำกล่าวครับท่านประธานว่าถ้ามีคน ๒ คนเราจะรู้ได้อย่างไรว่าคนไหนเป็นนักปราชญ์ คนไหนเป็นคนโง่ ถ้าคน ๒ คนเวลาเราถามคำถาม ถ้าคน ๒ คนนั้นเพิกเฉย หรือไม่ออกความเห็น ถ้าคน ๒ คนไม่ออกความเห็น เราแยกไม่ได้ว่าคนไหนเป็นนักปราชญ์ คนไหนเป็นคนโง่ แต่เมื่อไรก็ตามถ้าคน ๒ คนนั้นแสดงความคิดเห็น หรือพูดออกมา เราจะรู้ได้ทีเดียวว่าคนไหนเป็นนักปราชญ์และคนไหนเป็นคนโง่ ผมไม่ได้เรียกร้องให้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ตอบคำถามผมนะครับ สิ่งที่ผมจะอภิปรายในนาทีต่อไปนี้ เป็นการอภิปรายเพื่อบอกพี่น้องประชาชนว่าบ้านเมืองวันนี้มีการทุจริตเกิดขึ้นจาก การกำกับดูแลของท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบาย ต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ในเรื่องนโยบายการปราบปรามการทุจริตถือว่า เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่ต้องดำเนินการในปีแรก โดยรัฐบาลบอกว่าจะป้องกัน และปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐอย่างจริงจัง และในท้ายที่สุด ของนโยบายนี้ในบรรทัดสุดท้ายท่านนายกรัฐมนตรีได้ประกาศว่ารัฐบาลจะปลูกฝังจิตสำนึก และค่านิยมของคนในสังคมให้ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริตและถูกต้องชอบธรรม จน ๑ ปีเศษ ๆ ที่ผ่านมานั้นท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดถึงเรื่องการปราบปรามการทุจริต ประมาณ ๒-๓ ครั้งเท่านั้นเอง ล่าสุด ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดถึงเรื่อง ของการปราบปรามการทุจริตเมื่อวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๕๕ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ไปพูดได้ไปกล่าวในงานแถลงยุทธศาสตร์ชาติและยุทธศาสตร์ทหาร พ.ศ. ๒๕๕๖-๒๕๖๐ ของนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร เมื่อวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๕๕ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าอยากเสนอให้มีการปลูกจิตสำนึกมิให้เห็นว่าปัญหา การทุจริตกลายเป็นสิ่งที่สังคมยอมรับ เราต้องช่วยกันต่อต้านไม่ยอมรับในสิ่งนี้ เป็นคำพูดที่ดีครับ แต่ว่านายกรัฐมนตรีบอกว่าต้องปลูกจิตสำนึกไม่ให้เห็นว่าปัญหาการทุจริตเป็นสิ่งที่สังคม ยอมรับ แต่ว่าในขณะเดียวกันถ้าท่านประธานไปดูโพลล์ ไปดูผลการสำรวจการยอมรับ การทุจริตของคนไทยของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ในเดือนมิถุนายน ๒๕๕๕ คนไทยยอมรับ การทุจริตโดยขอให้ตนเองได้ประโยชน์ด้วย ๖๓.๔ เปอร์เซ็นต์ หลังจากนั้นเมื่อ ๒ เดือนครับ เดือนกันยายน ๒๕๕๕ คนไทยยอมรับการทุจริตเพิ่มขึ้นเป็น ๖๕.๘ เปอร์เซ็นต์ แต่ขอให้ ตนเองมีประโยชน์ด้วย และล่าสุดได้มีการศึกษาเปรียบเทียบ มีการวิจัยเชิงสำรวจ ศึกษาเปรียบเทียบระดับการต่อต้านรัฐบาลทุจริตคอร์รัปชันถึงแม้ตนเองได้ประโยชน์ด้วย ระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย ภายใต้ความร่วมมือของมหาวิทยาลัยยูซีเอสไอ ประเทศมาเลเซีย ปรากฏว่าคนมาเลเซีย ๖๓.๑ เปอร์เซ็นต์ต่อต้านรัฐบาลทุจริตแม้ว่าตนเอง ได้ประโยชน์ด้วย แต่ประชาชนคนไทย ๖๘.๕ เปอร์เซ็นต์เอนเอียงยอมรับรัฐบาลที่ทุจริต ถ้าตนเองได้ประโยชน์ด้วย เพราะฉะนั้นเมื่อเปอร์เซ็นต์ของคนไทยที่ยอมรับการทุจริต มันสูงขึ้นในระดับนี้ ผมก็ไม่หวังว่าสิ่งที่ผมจะอภิปรายต่อไปนี้พี่น้องประชาชนจะเห็นด้วย ทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ผมเพียงแต่คน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ที่ต่อต้านการทุจริตได้เห็นด้วยเท่านั้นเอง การอภิปรายของกระผมในวันนี้อาจจะพาดพิงไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพราะว่าท่านรัฐมนตรีมีหน่วยงานในกำกับที่ต้องป้องกันและปราบปรามการทุจริต ที่เราเรียกว่าสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ท่านประธานครับ ในการยื่นถอดถอนนายกรัฐมนตรีระบุว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่นำพา ต่อคำแนะนำของ ป.ป.ช. ในเรื่องการกำหนดราคากลาง ละเลยเรื่องนี้ และผลจากการ ละเลยเรื่องนี้เป็นผลให้มีการทุจริตเกิดขึ้นทั้งแผ่นดิน ทีนี้เรามาดูอีกหน่วยงานหนึ่งครับ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือที่เรียกว่า ป.ป.ท. เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบการทุจริตของข้าราชการ เจ้าพนักงานในลำดับ ที่ต่ำลงมาจาก ป.ป.ช. ตรวจสอบการทุจริตในระดับ ซี. ๘ ลงมา ป.ป.ท. ก็ตรวจสอบ ผมต้อง ชื่นชมอดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตใภาครัฐ พันตำรวจเอก ดุษฎี ได้มีการตรวจสอบการทุจริตในภาครัฐไว้หลายเรื่องครับ ท้ายที่สุด ชะตากรรมของท่านถูกย้ายไปเป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรม เรื่องแรกครับ ที่ผมกำลังลำดับ ให้ท่านประธานฟัง ท่านประธานอย่าเพิ่งทักท้วงผม ผมกำลังจะลำดับให้ฟังว่ามีกระบวนการ ขัดขวางการตรวจสอบขบวนการทุจริตและเป็นที่มาของการทุจริตในประเทศ ท่านเลขาธิการ ป.ป.ท. ได้ตรวจสอบการทุจริตในบ้านเมืองนี้หลายเรื่องครับ เรื่องแรกครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รู้กันโดยทั่วไปนะครับ เป็นเรื่องการตรวจสอบการทุจริตเรื่องรถนำเข้า หรือรถประกอบ เป็นการหลีกเลี่ยงการนำรถหรูเข้ามาในประเทศไทย ท่านประธานครับ เมื่อมีการตรวจสอบปรากฏว่าอดีตเลขาธิการ ป.ป.ท. พบว่ามีนักการเมืองอยู่เบื้องหลัง แล้วมีบุตรหลานของผู้ที่มีอำนาจนอกรัฐบาลอยู่เบื้องหลังในการสั่งรถหรูเข้ามาใน ประเทศไทย ท่านประธานครับ เมื่ออดีตเลขาธิการ ป.ป.ท. ทราบว่าการนำรถหรูเข้าประเทศ มีลูกหลานของผู้มีอำนาจเหนือรัฐบาลนี้เกี่ยวข้องอยู่ด้วย พันตำรวจเอก ดุษฎี อดีตเลขาธิการ ป.ป.ท. ก็ไปพบรัฐมนตรีช่วยว่าการคนหนึ่ง บอกรัฐมนตรีช่วยว่าการคนนั้นว่า มันพาดพิงไปถึงบุคคลที่ใกล้ชิดรัฐบาล ลูกหลานของคนที่ใกล้ชิดรัฐบาลแล้วนำรถเข้า โดยผิดกฎหมาย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคนนั้นผมไม่ระบุชื่อนะครับ ไม่อยากให้ท่าน ใช้สิทธิพาดพิง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคนนั้นก็บอกว่าไม่เกี่ยว อดีตเลขาธิการ ป.ป.ท. เขาบอกว่าเจ๊แดงเกี่ยว ผมอาจจะถูกฟ้องเป็นหมื่นคดี เพราะว่าคนชื่อแดงประเทศนี้ มีหลายหมื่นคน อดีตเลขาธิการ ป.ป.ท. บอกว่าวันนี้ลูกหลานของเจ๊แดงเข้ามาเกี่ยวข้อง ในการนำรถเข้าเป็นรถหรูที่ไม่เสียภาษี ท่านไม่บอกว่าเจ๊แดงชื่อจริง นามสกุลจริง ว่าอย่างไรนะครับ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคนนี้ก็ได้โทรศัพท์แล้วบอกอดีตเลขาธิการ ป.ป.ท. ว่าถ้าไม่เชื่อว่า เจ๊แดงเกี่ยวข้องหรือเปล่าให้โทรศัพท์คุยกับเจ๊แดง ท่านประธานครับ อดีตเลขาธิการ ป.ป.ท. พันตำรวจเอก ดุษฎีก็โทรศัพท์คุยกับเจ๊แดง เจ๊แดงบอกว่าลูกของเจ๊แดงไม่เกี่ยวข้องด้วย ถ้าจะตรวจสอบเรื่องรถหรูทำไปได้เลยครับ ท้ายที่สุดอดีตเลขาธิการ ป.ป.ท. พันตำรวจเอก ดุษฎี ก็ไปอายัดรถหรู ๒๔ คัน เป็นที่มาของการย้ายครั้งนี้ครับ เมื่อย้าย พันตำรวจเอก ดุษฎี ซึ่งมีหน้าที่ในการตรวจสอบการทุจริตแล้วต้องนำคนอื่นมาเป็นเลขาธิการ ป.ป.ท. คนใหม่ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐเป็นข้าราชการระดับ ๑๐ ในการย้ายข้าราชการมาดำรงตำแหน่งข้าราชการระดับ ๑๐ มันมีวิธีทำ ๒ วิธี ทางแรกคือ เลื่อนระดับ ๙ เป็นระดับ ๑๐ ทางที่ ๒ ก็คือเลื่อนระดับ ๑๐ ไประดับ ๑๐ ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมผมพาดพิงท่านละครับ ท่านใช้สิทธิพาดพิงได้ ท่านต้องการรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พันตำรวจเอก ประเวศมาเป็นเลขาธิการ ป.ป.ท. เพราะฉะนั้นในการประชุมเพื่อคัดเลือกหน่วยงานผู้นำองค์กรในการปราบปรามการทุจริต อ.ก.พ. ป.ป.ท. ได้มีการประชุมแล้วบอกว่าในการคัดเลือกบุคคลมาเป็นเลขาธิการ ป.ป.ท. ครั้งนี้จะใช้วิธีการเลื่อนบุคคลที่ดำรงตำแหน่งระดับ ๙ มาเป็นระดับ ๑๐ แต่ปรากฏ มีการประชุมเรียบร้อยครับ ผมไม่อยากเอาเทปของท่านรัฐมนตรีมาเปิดนะครับ มีคนบันทึกเทปไว้แล้วมอบเทปนี้ไว้ให้ผม ปรากฏว่ารองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษนั้น ได้รับการต่อต้านเพราะท่านถูกสอบสวนในเรื่องทุจริตอยู่ในระหว่างที่เป็นรองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ พันตำรวจ ประเวศถูกต่อต้านครับ ไม่สามารถมาเป็นเลขาธิการ ป.ป.ท. ได้ แต่มติ อ.ก.พ. อนุกรรมการข้าราชการพลเรือนของ ป.ป.ท. มันยังคงอยู่ครับ เมื่อไม่สามารถย้ายรองอธิบดี กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ก็เลยใช้วิธีการใหม่ครับ ย้ายระดับ ๑๐ มาเป็นระดับ ๑๐ ย้ายระดับ ๑๐ มาเป็นระดับ ๑๐ ย้ายอธิบดีกรมคุมประพฤติ พันตำรวจเอก โภคพิบูลย์ มาเป็นเลขาธิการ ป.ป.ท. โดยมติของ อ.ก.พ. กระทรวงนั้นยังค้างอยู่ มติ อ.ก.พ. กระทรวง ที่จะย้ายระดับ ๙ เป็นระดับ ๑๐ มันค้างอยู่ครับ แต่ท่านเอาระดับ ๙ ไประดับ ๑๐ ไม่ได้ ท่านก็เปลี่ยนวิธีการโดยเอาระดับ ๑๐ ไประดับ ๑๐ มตินั้นมันยังค้างอยู่ มีคนจะไปฟ้องท่าน ที่ศาลปกครองนะครับ เขาเสียหายเรื่องนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อรัฐบาล ไม่จริงใจในการปราบปรามการทุจริตหน่วยงานไหนที่ต้องการปราบปรามการทุจริตได้ ท่านก็โยกย้ายเขาออกจากหน่วยเสีย แล้วเอาหัวหน้าหน่วยที่กำกับดูแลคือสั่งการได้ว่า อย่าไปตรวจสอบบุคคลของรัฐบาลมาเป็นหัวหน้าหน่วย จึงเป็นบ่อเกิดสำคัญประการหนึ่ง ที่ก่อให้เกิดการทุจริตขึ้นในบ้านเมือง ท่านประธานครับ มีการพูดถึงงบน้ำท่วม พูดง่าย ๆ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเยอะมากใน ๒-๓ วันที่ผ่านมา เพราะว่างบในการฟื้นฟูอุทกภัย มันตรวจสอบยาก ฝ่ายค้านเรียกร้องมาหลายเดือนว่างบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท มันอยู่ที่ไหน ใช้ที่ไหน อย่างไร ไม่มีครับ เรียกร้องมาตั้งแต่มีการพิจารณางบประมาณปี ๒๕๕๖ ไม่มีครับ เว็บไซต์ที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกในสภาเมื่อ ๒ วันที่แล้วมันเปิดไม่ได้แล้วครับ ไม่มีใครรู้ว่างบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นใช้ที่ไหน อย่างไร เพราะถ้าฝ่ายค้านรู้ ถ้าประชาชนรู้ ฝ่ายค้านและประชาชนจะไปตรวจสอบการทุจริตของรัฐบาลได้ ของท่านนายกรัฐมนตรีได้ ปกปิดเรื่องนี้เป็นความลับ ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ยังมี หน่วยงานที่เขาหวังดีกับบ้านเมือง ประเทศนี้ไม่สิ้นคนดีครับ ได้มีหน่วยงานที่เขาหวังดีกับ บ้านเมืองว่าได้มีการทุจริตงบน้ำท่วม ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท พวกเราก็เลยแกะรอยตามเบาะแส ที่ประชาชนเขาชี้ช่องครับ ไม่ได้แกะรอยตามสิ่งที่รัฐบาลบอก ไม่ได้แกะรอยตามรายละเอียด ที่รัฐบาลประกาศ เพราะรัฐบาลไม่บอกและรัฐบาลไม่ประกาศ ผมก็แกะรอยว่างบประมาณ ในการฟื้นฟูอุทกภัย ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท งบที่อยู่ในการดูแลของท่านนายกรัฐมนตรี ไปอยู่ที่ไหน อย่างไรบ้าง ผมตรวจสอบงบในการก่อสร้างถนนครับ ท่านประธานครับ มีคนเขาบอกว่าถ้าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาล อบต. ต้องการจะใช้งบประมาณ ในการสร้างถนนต้องนำเงินสดมาวางให้กับหน่วยงานก่อน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ตั้งงบประมาณ ใช้ในการสร้างถนน ๑๐๐ บาท ต้องเอาเงินมาวางก่อน ๓๐ บาทให้กับหน่วยงานเพื่อได้รับ อนุมัติงบประมาณนั้นไป ส่วนใหญ่แล้วอยู่ในกระทรวงมหาดไทยครับ มีคนหัวขาวเป็นคนเก็บค่าหัวคิว ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานอาจจะรู้ดีครับอยู่ที่กระทรวงมหาดไทยยุคก่อนโน้นนะครับ ก่อนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคนปัจจุบัน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ก่อนเอาโครงการไป ถ้าผมพูดโดยไม่แสดงหลักฐานมันง่ายไปครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนิพิฏฐ์เดี๋ยวนะ ท่านประท้วงอะไรครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ เสียดสีแล้วก็กล่าวพาดพิงถึง บุคคลภายนอก กรณีที่พูดว่าคนหัวขาวเอา ๓๐ เปอร์เซ็นต์นี่มันเสียหายนะครับท่านประธาน ท่านประธานวินิจฉัยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาว่ายังอยู่ในประเด็นแล้วกันนะครับ เพราะว่าท่านยังไม่ได้ระบุเป็นใครนะครับ ถ้าระบุท่านสุนัย ผมจะให้ท่านสุนัยอันนี้ไม่ใช่นะครับ เชิญต่อครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ขอบพระคุณท่านประธานครับ แต่ว่าผู้ประท้วงประท้วงผิดนะครับ ถ้าผมบอกว่าคนหัวล้านรับไปท่านประท้วงผมได้นะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนิพิฏฐ์ท่านต่อของท่านเถอะ เดี๋ยวจะไปถึงคือเวลาประท้วงนี่ผมวินิจฉัยแล้ว แล้วก็ขอความร่วมมือท่านนะครับ เอาเนื้อหาเรามากกว่าที่จะต้องกระทบกระทั่งกันนะครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ผมก็ยืนยันนะครับว่าคนหัวขาว รับหัวคิวไป ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นใครที่ไม่ใช่หัวขาวก็นั่งเฉย ๆ ครับ แต่ถ้าหัวอย่างอื่น ผมจะบอกให้ชัดว่าหัวอะไรบ้างรับไปนะครับ ท่านประธานครับ ผมไปตรวจสอบ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ผมวินิจฉัยไปแล้วนะครับ นั่งลงครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง 🔗

ผมไปตรวจสอบการทุจริตการก่อสร้าง ถนนงบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จังหวัดอุดรธานี ผมขออนุญาตท่านประธานฉายเพาเวอร์พอยท์ นิดเถอะครับ ขอภาพนะครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

ที่จังหวัดอุดรธานีนะครับ งบประมาณ ไม่เยอะโครงการซ่อมแซมถนนลาดยาง หมู่ที่ ๗ ตำบลนิคมสงเคราะห์ อำเภอเมืองอุดรธานี ขอภาพเลยนะครับ งบประมาณ ๒๓๖,๐๐๐ บาท ดูรูปที่เป็นถนนนะครับ รูปต่อไปนะครับ นี่ครับซ่อมเสร็จแล้วครับ ไม่มีการบอกว่าเริ่มต้นตรงไหน จุดสุดท้ายอยู่ตรงไหน บีโอคิว (BOQ) เท่าไร ประมาณการวัสดุเท่าไร นี่คืองบประมาณที่มีการซ่อม ที่ผมจำเป็นต้องพูดถึง จังหวัดอุดรธานีนี่ครับ เพื่อจะบอกพี่น้องที่อำเภอเมืองอุดรธานีและหลาย ๆ อำเภอ ของจังหวัดอุดรธานีซึ่งเป็นเมืองหลวงของคนเสื้อแดงครับว่าถนนลาดยางสายบ้านนิคม ๑ หมู่ที่ ๔ บ้านโนนสง่า หมู่ที่ ๗ ตำบลนิคมสงเคราะห์ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี นี่ซ่อมเสร็จแล้วครับเบิกเงินไปเสร็จแล้วครับ ไม่ได้มีการทำหรอกครับ ต่อไปนะครับ ซ่อมแซมถนนลูกรังเชื่อมระหว่างบ้านนิคมพัฒนา รูปต่อไปนะครับ หมู่ที่ ๘ บ้านโนนบุญมี ถึงหมู่ที่ ๔ ตำบลนิคมสงเคราะห์ อำเภอเมืองอุดรธานี ภาพต่อไปเลยนะครับ งบประมาณก็ไม่เยอะครับ ๑๙๕,๕๐๐ บาท ถนนสายนี้ รูปต่อไปเลยครับ ขึ้นรูปที่เป็น ถนนเลยนะครับ ไม่มีการก่อสร้างครับ ผมไปในพื้นที่จริงครับ แล้วชาวบ้านก็บอกว่าสายนี้ ยังไม่มีการเอาลูกรังมาลงเลย เพียงแต่รถไปเกรดอย่างเดียวและเบิกงบประมาณกัน ๑๙๙,๐๐๐ บาท ผมเดินหน้าต่อครับในการตรวจสอบที่จังหวัดอุดรธานีซึ่งเป็นเมืองหลวง ของคนเสื้อแดง ที่น่าชื่นใจเพราะว่าไม่ว่าจะเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พี่น้องประชาชนนะครับ ซึ่งอยู่ในจังหวัดอุดรธานีให้ความร่วมมือดีมากและเป็นคนนำชี้ว่าถนนสายนี้ สายนี้ครับ ยังไม่มีการสร้าง สายต่อไปอีกสักสายหนึ่งนะครับ เป็นการก่อสร้างถนนลูกรังเชื่อม ระหว่างบ้านศรีชมชื่น หมู่ที่ ๑๑ ถึงบ้านโนนบุญมี หมู่ที่ ๔ ตำบลนิคมสงเคราะห์ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี งบประมาณเหล่านี้กระจายไปยังองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น งบประมาณในส่วนนี้ ๓๙๕,๕๐๐ บาท เหมือนกันครับไม่มีการก่อสร้าง ท่านรัฐมนตรีเฉลิมบอกว่าได้มีการตรวจสอบแล้ว ป.ป.ท. ไปตรวจสอบแล้วไม่มีข้อมูล ผมไปตรวจสอบซ้ำครับและถามชาวบ้าน นี่คืองบประมาณในการสร้างถนน ไม่มีลูกรังสักเม็ดหนึ่ง ๓๙๕,๕๐๐ บาท ไม่มีการก่อสร้าง ที่จังหวัดอุดรธานี ผมตามต่อไปที่ถนนลูกรังบ้านสามเหลี่ยมถึงบ้านหนองหว้า หมู่ที่ ๖ ตำบลทับกุง อำเภอหนองแสง จังหวัดอุดรธานี งบประมาณถนนสายนี้เยอะหน่อยครับ เป็นถนนลูกรัง ไม่ได้ทำอะไรเลยครับ ๓,๒๓๖,๐๐๐ บาท ปรากฏว่าไม่ได้ทำโครงการ ให้เป็นไปตามประมาณการวัสดุ ผู้ควบคุมงานก็ไม่ได้ควบคุมงานให้เป็นไปตามสัญญาจ้าง ขึ้นรูปถนนเลยนะครับ นี่แหละครับก่อสร้างถนนลูกรังของรัฐบาลนี้ งบประมาณ ๓,๒๓๖,๐๐๐ บาท ไหนล่ะครับ ผมไปดูถนนสายนี้มีความยาวหลายกิโลเมตรนะครับ ๓-๔ กิโลเมตร ไม่มีลูกรัง เกรดอย่างเดียวครับ ชาวบ้านรู้ว่ามีรถเกรดเข้ามา ๒-๓ วัน แล้วเบิกเงินไป ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท นี่คือสภาพจริงของการใช้งบประมาณในการก่อสร้างถนน งบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ไปที่จังหวัดบึงกาฬครับ ถนนลูกรังเส้นทางบ้านโนนเสถียร หมู่ที่ ๗ ถึงบ้านโนนชัยศรี หมู่ที่ ๔ ตำบลโนนศิลา อำเภอปากคาด ผมไปพบผู้ใหญ่บ้าน ไปถึงบ้านผู้ใหญ่บ้าน นี่บ้านผู้ใหญ่บ้าน ไปจริงครับแล้วไปดูเส้นทาง งบประมาณ ๑,๙๐๐,๐๐๐ บาท ไม่มีลูกรังครับ รูปไปเรื่อย ๆ เลยครับ ไม่มีเลยครับ เห็นไหมครับ มีเฉพาะ เกรดอย่างเดียวครับสายต่อไปถนนลูกรังสายห้วยเรือใหญ่ถึงบ้านนาซาว หมู่ที่ ๔ ตำบลคำนาดี อำเภอเมืองบึงกาฬจังหวัดบึงกาฬ ข้างวัดนี้แหละครับ ถนนสายนี้ปรากฏว่าปกปิด รายละเอียดโครงการประชาชนในพื้นที่ไม่รู้ และถนนสายนี้ในสภาพความเป็นจริงไม่ได้ชำรุด อะไรเลยเป็นถนนธรรมดาไม่มีการชำรุด เพียงแต่รถไปเกรดข้างนิดเดียว ท่านประธาน จะเห็นว่าข้างถนนมีรอยเกรด แต่ไม่มีการลงลูกรังตามประมาณการวัสดุ ถนนสายนี้ งบประมาณ ๓๖๔,๘๐๐ บาท ต่ออีกสักสายที่จังหวัดหนองคาย ผมขออีกสัก ๒ จังหวัด เป็นการสุ่มตัวอย่าง งบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท จังหวัดหนองคาย บ้านห้วยหนองวังสวนแตง หมู่ที่ ๖ อันนี้เป็นการขุดลอกห้วยหนองวังสวนแตง หมู่ที่ ๖ บ้านเบิดใหญ่ ตำบลวัดธาตุ อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย ผมไปในพื้นที่แล้วก็มีผู้ที่ชี้ว่าได้เห็นรถแบคโฮไปทางนี้ วันสองวัน ส่วนรถจะไปทำอะไรเขาไม่รู้ ชาวบ้านเขาชี้ทาง ผมไปจริงท่านประธานครับ นี่รูปผม ผ่านไปได้เลยเร็ว ๆ เลยครับ ผมไปจริงเพื่อบอกท่านประธานว่าไปตรวจสอบจริงครับ สภาพงบประมาณ ๑,๙๙๙,๐๐๐ บาทครับ ขาดไป ๑,๐๐๐ บาท ครบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทครับ รูปต่อไปมีกองดินอยู่กองเดียวครับ นี่คืองบประมาณ ๑,๙๙๙,๐๐๐ บาท ผมไปวัดระยะทาง ให้ชาวบ้านวัดระยะทางว่ารถมาขุดลำคลองได้ระยะทางเท่าไร ไม่เกิน ๒๐๐ เมตรครับ แล้วก็เบิกงบประมาณจากรัฐบาลนี้ไป ๑,๙๐๙,๙๐๐ บาท นี่คือการทุจริตที่เห็นชัดเจน และเป็นการทุจริตที่รัฐมนตรีเฉลิมซึ่งเป็นหัวหน้าในการกำกับดูแลตรวจสอบตามนโยบาย ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าไม่มีการทุจริตจริง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเอาแค่นี้ จากการสุ่มตัวอย่างของการทำถนน ทีนี้ท่านประธานจะสงสัยว่าผมคำนวณได้อย่างไร ผมรู้ได้อย่างไรว่าไม่มีการลงลูกรัง ผมรู้อย่างไรว่ามีการขุดลำคลองเพียง ๒๐๐ เมตร แล้วเบิกเงินไป ๑,๙๐๐,๐๐๐ บาท ผมคิดเองได้อย่างไรถูกไหมครับท่านประธาน ผมไปกล่าวหารัฐบาลอย่างนั้นไม่ได้ครับ แต่ที่ผมรู้นี่เพราะว่าสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เขาไปตรวจสอบแล้วก็ส่งข้อมูลมาและเป็นข้อมูลลับครับ สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตในภาครัฐของ พันตำรวจเอก ดุษฎีได้ไปตรวจสอบเส้นทางเหล่านี้ แล้วบอกว่ามีการทุจริตจริงแล้วจึงถูกย้ายออก ท่านประธานครับ ทั้งหมดนี้มีการสุ่มตรวจ ๕๖ สัญญา ปรากฏว่ามีการทุจริตทั้ง ๕๖ สัญญาครับ ไม่มีโครงการไหนเลยที่ไปตรวจสอบแล้ว ไม่มีการทุจริต แต่ละโครงการจะมีผลงานประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ งบประมาณ ๑๐๐ บาท ใช้ในการทำถนน ขุดลอกแหล่งน้ำไม่เกิน ๓๐ บาทครับ เพราะคนหัวขาวตัดหัวคิวไปแล้ว ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ท้องถิ่นตัดเปอร์เซ็นต์ไปอีก ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าผู้รับเหมาต้องการกำไรอีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ งบประมาณก็ลงพื้นที่ทั้งหมด ๓๐ เปอร์เซ็นต์ นี่คืองบแผ่นดินครับ นี่คือภาษีอากร ของประชาชน ท่านประธานครับ ผมยืนยันอีกสักครั้งหนึ่งว่าที่ผมกราบเรียนทั้งหมดนี่ ผมแกะรอย ประชาชนให้เบาะแสแล้วแกะรอยการตรวจสอบของสำนักงานคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐซึ่งเขาชี้ชัดว่ามีการทุจริตทุกโครงการที่ไปตรวจสอบ ๕๐ กว่าโครงการ และกำลังจะส่งเรื่องนี้ไปยัง ป.ป.ช. แต่เลขาธิการ ป.ป.ท. ถูกย้ายเสียแล้ว เมื่อเลขาธิการ ป.ป.ท. ถูกย้ายแล้วเรื่องนี้ก็ถูกเก็บเงียบไปไม่มีการดำเนินการอะไรต่อไปอีกแล้ว นี่คือสิ่งที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าการทุจริตครับ

เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานในการทุจริตงบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทก็คืองบในการก่อสร้าง ปรับปรุง อนุรักษ์ ฟื้นฟูแหล่งน้ำของ กรมทรัพยากรน้ำ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมสุ่มตรวจที่จังหวัดขอนแก่น ผมต้องบอก ท่านประธานล่วงหน้าเลยครับ เวลาไปตรวจนี่ถ้าฝ่ายค้านไปตรวจอย่างเดียวมันไม่มีใครเชื่อหรอก เพราะท่านประธานก็บอกว่าฝ่ายค้านมีหน้าที่กล่าวหารัฐบาล มันไม่น่าเชื่อ มันต้องมี หน่วยงานของรัฐ มันต้องมีหน่วยงานที่นายกรัฐมนตรีกำกับดูแลอยู่ไปตรวจด้วย ซึ่งต้องเป็น หน่วยงานในการปราบปรามดูแลเรื่องการทุจริต มีการไปตรวจการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ปรับปรุง ซ่อมแซมแหล่งน้ำ ๒๑ สัญญา เฉพาะในจังหวัดขอนแก่นของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ท่านประธานครับ ที่จังหวัดขอนแก่นจังหวัดเดียวนะครับมีการตรวจสอบ ๒๑ สัญญา พบการทุจริต ๒๐ สัญญา ทั้งหมดนี่เป็นเรื่องลับอยู่นะครับ ผมก็ไม่อยากนำมาเปิดเผย ทั้งหมดนะครับ การซ่อมแซมแหล่งน้ำของกรมทรัพยากรน้ำ ตรวจ ๒๑ สัญญา พบการทุจริต ๒๐ สัญญา ตรวจเฉพาะจังหวัดขอนแก่นจังหวัดเดียวครับ จังหวัดขอนแก่น ได้มีการตรวจทั้งหมด ๒๐ สัญญา เป็นงบประมาณในการขุดลอกแหล่งน้ำที่จังหวัดขอนแก่น ๕๐,๙๐๐,๐๐๐ บาท ๕๐,๙๐๐,๐๐๐ บาท ที่จังหวัดขอนแก่นได้มีการทุจริตทุกโครงการ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวท่านนิพิฏฐ์ครับ เดี๋ยวขอถามท่านนิดหนึ่ง ท่านได้เวลา ๔๕ นาทีนะครับ คราวนี้ท่านเหลืออยู่ ๑๗ นาที ประเด็นที่ท่านบอกว่าทุจริตนี่มันไม่มีการยื่นถอดถอน ผมจึงอยากจะถามท่านว่า ทุจริตนี่ใครทุจริตครับมันจะเสียเวลา เดี๋ยวเหมือนกับที่ผมเคยทักท้วงนะครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ผมบอกท่านประธานเริ่มต้นแล้วว่า ท่านนายกรัฐมนตรีปล่อยปละละเลยหน่วยงานในการปราบปรามการทุจริต ผมบอกไปถึง ป.ป.ท. ผมยังไม่กล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรีเลยเพราะว่าหน่วยงานที่อยู่ในกำกับของ ท่านนายกรัฐมนตรีมีการทุจริต ตรงไหมครับ ท่านประธานไปดูสิครับในญัตติยื่นอภิปรายครับ ปล่อยปละละเลยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือญัตติผมอ่านเข้าใจ ตอนที่ท่านลำดับเรื่องผมต้องถามไว้ก่อนเดี๋ยวมันจะเสียเวลาของท่าน

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือท่านบอกว่างานก่อสร้างของรัฐบาล ผมจึงต้องถามท่านว่าในประเด็นนี้จะเป็นการควบคุม การทำงานของนายกรัฐมนตรีหรืออะไรท่านพูดให้ชัด เพราะว่ามันจะไม่เป็นประเด็นข้อสงสัย ของฝ่ายรัฐบาล เดี๋ยวจะประท้วงผมอีก เอาอย่างนี้แล้วกันจะได้เข้าใจนะครับ เชิญต่อครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ได้ครับท่านประธาน ผมทำความเข้าใจ อีกสักนิดหนึ่งนะครับ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วง เชิญผู้ประท้วงก่อนครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ผมกำลังจับสังเกตพฤติกรรมท่านประธานอยู่นะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประท้วงอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

ผมประท้วงท่านว่าท่านปฏิบัติงาน ไม่เป็นกลางครับ ท่านผู้อภิปรายกำลังอภิปรายอยู่อย่างต่อเนื่องไม่มีใครประท้วง แต่สุดท้าย ประธานประท้วงเองครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมจะได้วินิจฉัย เชิญท่านนั่งลงครับ คืออย่างนี้ครับท่านบุญยอด ประเด็นที่ท่านนิพิฏฐ์ กล่าวหาว่าทุจริตในเรื่องของการใช้เงินงบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทบอกว่ารัฐบาล รัฐบาลก็หนีไม่พ้น คือท่านนายกรัฐมนตรีและ ครม. ทีนี้ผมจึงถามท่านนิพิฏฐ์ว่าประเด็นนี้ท่านไม่ได้ยื่นถอดถอน ฉะนั้นผมจึงถามท่านนิพิฏฐ์ให้ชัดเจนก่อนว่าที่ท่านลำดับข้อเท็จจริงแล้วก็มีเอกสารประกอบ มันเป็นอะไร เป็นการปล่อยปละละเลยหรือจะเป็นการควบคุม ท่านก็ได้พูดแล้วผมก็ให้พูดต่อ ผมบอกว่า ๔๕ นาทีเดี๋ยวจะเสียเวลา เชิญท่านนิพิฏฐ์ต่อครับ ผมวินิจฉัยแล้วครับ เชิญครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ขอบพระคุณท่านประธานครับ ทำความเข้าใจนิดหนึ่งเถอะครับ นายกรัฐมนตรีถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจฉบับหนึ่ง แล้วก็ ถูกถอดถอนฉบับหนึ่ง ในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรีท่านประธานไปดู ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านต่อเลยเดี๋ยวเวลามันมีน้อยครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง 🔗

ขอบพระคุณท่านประธานครับ ในกรมทรัพยากรน้ำได้มีการไปตรวจสอบที่จังหวัดขอนแก่น ๒๑ สัญญาทุจริตกันทุกกรมครับ ๒๑ สัญญาของกรมทรัพยากรน้ำสุ่มตรวจ ๒๑ สัญญา ท่านประธานนึกในใจสิครับว่า พบการทุจริตกี่สัญญา ๒๑ สัญญาที่จังหวัดขอนแก่นพบการทุจริต ๒๐ สัญญาครับ งบประมาณมันดูจะน้อยแต่ผมจะอธิบายท่านประธานต่อไป เขาทุจริตอย่างไรในกรมทรัพยากรน้ำ เวลามีการขุดลอกแหล่งน้ำ ปรับปรุงแหล่งน้ำขึ้นมามันจะมีดินที่ถูกขุดขึ้นมา ในสัญญาเมื่อดิน ถูกขุดขึ้นมามันสามารถจัดการกับดินนั้นได้ใน ๒ ลักษณะ ลักษณะแรก ก็คือนำดินนั้นมากอง ไว้บนตลิ่งในบริเวณที่รถสามารถนำไปได้ รถแบคโฮขุดมาไปกองวาง นั่นคือการจัดการ กับดินที่ขุดมา ประการที่ ๒ เมื่อขุดดินขึ้นมาแล้วไม่สามารถวางที่ตลิ่งได้ ต้องนำดินนั้นไปทิ้ง ในที่สาธารณะหรือทิ้งในที่อื่นครับ นั่นแหละครับ ใน ๒๐ สัญญาที่ไปตรวจสอบในสัญญา ของกรมทรัพยากรน้ำบอกว่าต้องมีการปรับแต่งดินขุดขนทิ้ง คำว่าดินขุดขนทิ้งก็คือ เขาจะคำนวณว่าจากการขุดลอกแหล่งน้ำของกรมทรัพยากรน้ำมีดินเกิดขึ้นจากการขุดเท่าไร แล้วจะจัดการกับดินนี้อย่างไร ทุกสัญญาที่ไปตรวจสอบได้ระบุว่ามีการปรับแต่งดินขุดขนทิ้ง ทุกสัญญา ก็หมายความว่าดินนี้ต้องไปทิ้งที่อื่นไม่สามารถทิ้งที่ตลิ่งได้ ท่านประธานครับ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเขาไปตรวจทั้ง ๒๐ สัญญาแล้วก็มีงานปรับแต่งดิน ขุดขนทิ้งทั้ง ๒๐ สัญญานี้ แต่เมื่อถามลงไปว่าดินที่คุณขุดออกมามันอยู่ตรงไหน ๒๐ สัญญา ที่ไปตรวจไม่มีดินที่ถูกขุดขึ้นมาเลยแม้แต่นิดเดียวครับ ก็คือการทุจริตครับ แต่ว่าได้เบิก งบประมาณในการขุดแต่งดินขุดขึ้นมาแล้ว ท่านประธานเข้าใจเรื่องเหล่านี้ดี ท่านประธานรู้ดี การรับเหมาเรื่องเหล่านี้ครับ มีการเบิกงานปรับแต่งดินขุดขนทิ้ง ๒๐ สัญญา แต่เมื่อไปตรวจจริง ๆ ไม่มีดินถูกขุดขึ้นมาเลยครับ การที่ไม่มีดินถูกขุดขึ้นมาเลยนี่ครับมันมีนัย ๒ ประการ ประการแรก คือไม่มีการขุดเลย ประการที่ ๒ ขุดน้อยไม่สามารถเอาดินไปทิ้งได้ แต่ถ้าไม่มีการขุดเลยหรือขุดน้อยคุณจะเบิก เงินเต็มตามสัญญาไม่ได้ ทั้ง ๒๐ สัญญาเบิกเงินเต็มตามสัญญาว่าขุดเท่าไรเบิกเงินเท่านั้นหมด และแถมเบิกเงินงานปรับแต่งดินขุดขนทิ้งด้วยต่างหากทุกสัญญา ทั้ง ๆ ที่ไม่มีดินเลย แต่ว่าจะไปบอกว่าทั้ง ๒๐ สัญญาทุจริตไม่มีดินเลยนี่มันก็ไม่ได้ครับ เพราะว่าใน ๒๐ สัญญานี้ มีอยู่สัญญาหนึ่ง ผมไม่บอกที่ไหนครับ ในสัญญานี้บอกว่ามีดินขุดขนทิ้งจริง ๆ ปรากฏว่า มีโรงเรียนอยู่โรงเรียนหนึ่งที่จังหวัดขอนแก่นใกล้ลำน้ำที่เขาขุดนี่ครับ เขาต้องการดินไปถม สนามกีฬาฟุตบอลเขา เขาก็ขอผู้รับเหมาว่าดินที่คุณขุดขึ้นมานี่ให้ไปถมสนามกีฬา ไปถมสนามฟุตบอล ผู้รับเหมาก็ตักให้ละครับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. ก็เอาดินนี้ไปถมสนามกีฬา สนามฟุตบอล แต่ปรากฏว่าการขน การทิ้ง การเกลี่ย การเกรดทั้งหลาย ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทั้งครู เขาออกเงินเองครับ ซึ่งจริง ๆ จะต้องเป็นเรื่องของผู้รับเหมา ต้องเป็นคนดำเนินการเอง ก็เลยบอกท่านประธานว่าทั้ง ๒๐ สัญญาที่ไปตรวจนั้น มันมีการทุจริต ที่จังหวัดขอนแก่นตรวจสอบ ๒๑ โครงการทุจริต ๒๐ โครงการ ใน ๒๐ โครงการที่มีการขุดลอกแหล่งน้ำของกรมทรัพยากรน้ำ งบกลางของ ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ เป็นงบประมาณในการขุดลอกแหล่งน้ำ ฟื้นฟูและอนุรักษ์แหล่งน้ำ ๕๐,๙๐๐,๐๐๐ บาท ใน ๕๐,๙๐๐,๐๐๐ บาทพบว่าได้มีการจ่ายเงินงานปรับแต่งดินขุดขนทิ้งไป ๗,๒๐๐,๐๐๐ บาท มันก็ชัดว่า ๕๐ ล้านบาทอย่างน้อยทุจริต ๗,๒๐๐,๐๐๐ บาทครับ มีการเรียกเงินคืนจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานอาจจะมีความรู้สึกว่าผมเอาเรื่องเล็กน้อยมาพูด ๕๐ ล้านบาท ทุจริตเพียง ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาทแค่นี้ครับ ใน ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาทนี่คืองานปรับแต่งดินขุดนะครับ ส่วนขุดจริงมันไม่ได้ขุด มันก็ทุจริตเกือบ ๕๐ ล้านบาทนั่นละครับ แต่ผมกราบเรียนท่านประธาน ต่อไปนะครับว่าทั้งหมดนี้ สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค ๔ สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค ๔ ซึ่งประกอบด้วย ๖ จังหวัด มีจังหวัดชัยภูมิ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดยโสธร อยู่ในภาคอีสานทั้งนั้นนะครับ ทุจริตทั้งนั้นเลยครับ นี่ละครับรัฐบาลที่คนอีสานสร้างขึ้นมา สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค ๔ จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดยโสธร มีงบประมาณในการขุดลอกฟื้นฟูแหล่งน้ำทั้งหมด ๙๑๐ สัญญา เป็นเงินทั้งหมด ๒,๕๖๖ ล้านบาท นี่เฉพาะ ๖ จังหวัดนะครับ ๖ จังหวัด ๒,๕๖๖ ล้านบาท แล้วมันกินหัวคิวไปเท่าไรครับ ผมว่านับเป็นพัน ๆ ล้านบาทนะครับ เป็นพันล้านบาทครับ ที่ถูกกินหัวคิวไปโดยนักการเมือง ท่านประธานที่เคารพครับ เฉพาะจังหวัดขอนแก่นเท่านั้น ที่สุ่มตรวจ แต่ว่าทั่วประเทศจะมีการคำนวณดินขุดขนทิ้งทุกโครงการ ๖ จังหวัดนี่ ๒,๕๖๖ ล้านบาทครับ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินก็เลยบอกว่าเฉพาะ ๖ จังหวัด ที่เขาไปตรวจ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี่มันจะมีการทุจริตเฉพาะดินที่ขุดแล้วไม่นำไปทิ้ง หรือไม่มีดินจะไปทิ้งประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานลองคำนวณต่อสิครับ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทจะเป็นงบประมาณในการทุจริต ในการขุดลอกแหล่งน้ำนี่ผมว่าไม่ต่ำกว่า ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทหรือ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท เงินนี้มันไปไหนล่ะครับ เงินนี้มันไปอยู่ที่คน ๒ คนนะครับ อย่างผมบอกท่านประธานครับ คนแรกก็คือเจ๊แดงครับ คนที่ ๒ ก็คือคนหัวขาวครับ

(นายวรชัย เหมะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะท่าน เชิญครับผู้ประท้วง

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการครับ ท่านประธานครับ ผมไม่อยาก ทำให้บรรยากาศเสียหายเลยครับท่านประธาน ผมกำลังฟังข้อมูลอยู่ครับว่า วันนี้ท่านพูดเสมือนว่าท่านนายกรัฐมนตรีปล่อยให้มีการทุจริต รัฐมนตรีมีการทุจริต พูดอย่างนี้ถ้าข้อมูลชัดเจนทำไมไม่ยื่นถอดถอนครับ ถ้ามีการทุจริตผู้อภิปรายพูดเสมือนกับ เรื่องนี้มีการทุจริตครับ แล้วทำไมท่านไม่ถอดถอนครับ แสดงว่าพูดเท็จกลางสภาชัด ๆ ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างนี้นะเอาประเด็นก่อนนะครับ ประเด็นท่านประท้วงท่านจะประท้วงเรื่องอะไรครับ คือเมื่อท่านยื่นมาแล้วก็ต้องอภิปรายตามญัตติอันนี้เป็นสิทธิของฝ่ายค้านตามรัฐธรรมนูญ อยู่แล้ว ประเด็นที่ท่านประท้วงก่อนครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ผมประท้วงตามข้อ ๑๕๘ ครับ ทำผิด รัฐธรรมนูญครับ เพราะว่าถ้ามีการทุจริตท่านต้องถอดถอนครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ เดี๋ยวผมจะวินิจฉัย คือประเด็นนี้ผมก็ได้ถามท่านผู้อภิปรายแล้ว ผมก็นั่งฟังอยู่นะครับ ลำดับเรื่องอยู่ ท่านกำลังกล่าวถึงเรื่องของการตรวจสอบของส่วนราชการนะครับ แล้วก็ท่าน เชื่อว่าตามส่วนราชการมีข้อเท็จจริงที่ท่านนำเสนอมาอย่างนี้ ผมจึงถามท่านตั้งแต่ตอนแรกแล้ว ท่านก็บอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องการปล่อยปละละเลยนะครับ ผมก็นั่งฟังอยู่นะครับ ท่านไม่ได้กล่าวว่านายกรัฐมนตรีทุจริตนะครับ ท่านกำลังกล่าวหาที่กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วก็หน่วยงานอื่น ๆ เดี๋ยวให้รัฐมนตรีที่เขาถูกพาดพิง ชี้แจงดีกว่านะครับ ฟังท่านนิพิฏฐ์ให้จบก่อนนะครับ เชิญครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ขอบคุณท่านประธานครับ ผมก็เรียนย้ำ ท่านประธานนะครับว่าผมได้กล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรีว่าปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต แล้วก็ผลจากการปล่อยปละละเลยของท่านนายกรัฐมนตรีนั้นทำให้คนที่ผมพาดพิงไป ๒ คน คือคนหัวขาวกับเจ๊แดงได้รับเงินจากการทุจริตไป ท่านนายกรัฐมนตรีจะรู้หรือเปล่าไม่รู้ แต่นายกรัฐมนตรีไม่ตรวจสอบนะครับ ที่ผมเรียนท่านประธานย้ำถึงผู้ประท้วงสักนิดเถอะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่างบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมจดคำชี้แจง ท่านนายกรัฐมนตรีไว้ ได้มีการติดตามอย่างโปร่งใส มีการรายงานและพื้นที่ที่ทำการจ้าง ได้มีการจ้างมหาวิทยาลัย

(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวประท้วงอะไรกันทั้ง ๒ ท่าน เอาทีละท่านก่อน ผมขอฟังฝั่งนี้ก่อน เชิญครับ เชิญท่านวัชระก่อนครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ขอให้ท่านประธานได้ควบคุมการประชุม ซึ่งท่านประธานก็อาจคาดหมายได้ถ้ามีสมาชิกฝ่ายรัฐบาลบางท่านที่คุ้นหน้าคุ้นตา ชอบประท้วง ลุกขึ้น

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือเดี๋ยวท่านนั่งลงครับ ท่านนั่งลงผมจะได้วินิจฉัยประเด็นของท่านก่อน ข้อ ๘ นั่งลงครับ ผมเข้าใจประเด็นครับ นั่งลงก่อนครับ ผมยังไม่รู้เลยว่าท่านใดจะประท้วง อาจคาดหมาย อย่ามาตอบแทนผมนะครับ นั่งลงครับ ผมยังไม่นอนจะบอกว่าผมฝันไม่ได้หรอกครับ เชิญนั่งลงครับ ท่านนิพิฏฐ์ต่อครับ ผมขอความร่วมมือทั้ง ๒ ฝ่ายด้วยครับ

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญท่านผู้ประท้วงฝั่งนี้

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนประธานที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ เสียดสี กล่าวถึงบุคคลภายนอก โดยไม่จำเป็นนะครับ ท่านประธานต้องเตือน หัวขาว เจ๊แดง อย่างนี้มันไม่ได้นะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ผมจะได้วินิจฉัย เชิญนั่งลงครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

เดี๋ยวผมอาจจะหมายถึง บ้านสี่เสาโน่นหัวขาวนะครับเอาไป

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญนั่งลงครับ เดี๋ยวผมจะได้วินิจฉัยก่อนครับ คืออย่างนี้ครับท่านก็กล่าวหาไปนะครับ แต่ก็ไม่ทราบว่าเป็นใครนะครับ ท่านก็เหมือนกับ นาย ก นาย ข ก็ไม่มีใครทราบ เชิญท่านนิพิฏฐ์ต่อเชิญครับ เดี๋ยวถ้าพาดพิงให้รัฐมนตรีที่ถูกพาดพิงเขาตอบเองนะครับ เชิญครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ผมจดคำชี้แจงของท่านนายกรัฐมนตรีไว้ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าจะมีการติดตามอย่างโปร่งใส มีการรายงาน ณ พื้นที่ที่กำลังทำการจ้าง แล้วก็มีการจ้างมหาวิทยาลัย ๑๖ มหาวิทยาลัย และนายกรัฐมนตรีบอกว่าได้มี การตั้งคณะกรรมการตรวจสอบอีก โดย ร้อยตำรวจเอก เฉลิมเป็นหัวหน้าคณะการตรวจสอบ

(นายเจะอามิง โตะตาหยง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวท่านนิพิฏฐ์ ท่านเจะอามิงประท้วง เชิญท่านประท้วงครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กระผม ขออนุญาตทักท้วงท่านสมาชิกที่อภิปรายเมื่อสักครู่ครับ มีการพาดพิงทำให้บุคคลอื่นได้รับ ความเสียหาย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ใครครับ ท่านนิพิฏฐ์หรือครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ผู้ประท้วงครับ ท่านประธาน อย่าเพิ่งครับ เวลาสมาชิกพูดให้เกียรติสมาชิกหน่อยสิครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ ผมจะต้องรู้ประเด็นว่าเมื่อสักครู่นี้มีผู้ประท้วง ๒ ท่าน แล้วมีผู้อภิปรายอยู่ ท่านจะประท้วงท่านใดท่านก็บอกมา ผมจะได้เข้าใจประเด็นครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านสมาชิกที่ใช้ชื่อว่าจ่าประสิทธิ์

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ เชิญครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ผมขออนุญาตให้ถอนคำว่า สี่เสาออก เพราะเป็นการพาดพิงเป็นที่รู้กันว่าหมายถึงอะไร ควรรู้บ้างครับที่ต่ำที่สูง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมจะได้วินิจฉัย เชิญท่านนั่งลงครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ผมขออนุญาตให้ถอนครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน เชิญต่อครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานครับ ผมย้ำ อีกสักครั้งหนึ่งที่ผมพูดถึงคนหัวขาวนี่ผมพูดเฉพาะคนหัวขาวอย่างเดียว หัวอย่างอื่น ผมไม่พาดพิงเลยนะครับ คนหัวขาวที่ผมพูดถึงนี่อยู่ที่กระทรวงมหาดไทย แล้วผมบอก ตอนแรกแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าคนหัวอย่างอื่นจะประท้วงก็ต้องดูหัวตัวเองก่อนถึงประท้วงนะครับ ท่านประธานครับ นายกรัฐมนตรีบอกว่าจ้างมหาวิทยาลัย ๑๖ มหาวิทยาลัย แล้วก็มี ร้อยตำรวจเอก เฉลิมเป็นคนกำกับดูแลในการตรวจสอบการทุจริต ในขณะนี้ท่านไม่ต้อง ไปหาข้อมูลที่ไหนเลย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ยืนยันว่ามีการทุจริตจริง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินยืนยันว่ามีการทุจริตจริง แล้วก็เรียกเงินคืนแล้ว และ ร้อยตำรวจเอก เฉลิมยังไม่ทราบว่ามีการทุจริตและผมจะเชื่อ อย่างไรครับ ผมกำลังสรุปกับท่านประธานในตอนท้ายนี้ว่าที่ผมพูดมาทั้งหมด ผมต้องการ ให้ประชาชนได้รับทราบ รับรู้และเข้าใจตรงกันว่า ๙๙ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมใช้คำว่า ๙๙ เปอร์เซ็นต์นะครับ มีการทุจริตและมีการกินหัวคิว เกือบทุกโครงการ ที่ผมบอกว่าใช้ ๙๙ เปอร์เซ็นต์เพราะบางโครงการมันไม่มีการทุจริตก็ต้อง บอกว่าไม่มีการทุจริตครับ ทั้งหมดเกิดจากการสุ่มตรวจของฝ่ายค้านแล้วก็ภาครัฐที่มีหน้าที่ ในการตรวจสอบ ท่านไม่เชื่อผมได้ แต่ท่านไม่เชื่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินไม่ได้ ท่านไม่เชื่อผมได้ แต่ท่านไม่เชื่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ในภาครัฐไม่ได้ ถ้าท่านไม่เชื่อ ๒ หน่วยงานนี้ซึ่งเป็นหน่วยงานในการตรวจสอบการทุจริตแล้ว ถ้าท่านไม่เชื่อแล้วท่านจะเชื่อใครล่ะครับ ท่านจะเชื่อใครล่ะครับ ผมกำลังบอก พี่น้องประชาชนว่ามีการทุจริตจริง เพราะเหตุนี้ละครับพรรคฝ่ายค้านเราเลยไม่สามารถ ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีได้เพราะปล่อยปละละเลย ผมบอกแล้ววันนี้ผมไม่ดุครับท่านประธาน ผมจะจบด้วยธรรมะครับ มีภาษาบาลีครับ จบด้วยประโยคนี้ครับ ควันเจ ตะละมานานัง อุชุง คัจจัตติ ปุงคะโว ท่านประธานไม่ต้องนึกผมแปลให้เลยครับ แปลว่าฝูงควายว่ายน้ำข้ามฟากอยู่ ถ้าควายตัวจ่าฝูงไปตรง ควายทั้งหมดย่อมว่ายไปตรง แต่ถ้าควายจ่าฝูงไปคด ควายที่ตาม ทั้งหมดก็ไปคด ผมไม่สามารถไว้วางใจนายกรัฐมนตรีได้ ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ ขอท่านหารือก่อนนะครับ เดี๋ยวเอาประเด็นรัฐมนตรีขอหารือก่อน เชิญครับ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กราบเรียน ท่านประธานหารืออย่างนี้ว่าเมื่อคืนนี้มีการอภิปรายในประเด็นเรื่องยางพาราแล้วก็ เรื่องโครงการรับจำนำข้าว โดยเฉพาะโครงการเรื่องยางพาราผมก็พยายามที่จะ ใช้สิทธิพาดพิง เพื่อนสมาชิกก็บอกว่าต้องรอท่านนายกรัฐมนตรีมาอธิบายความ เพราะผม ยืนยันว่าได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้ดูแลภารกิจนี้ในขณะดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงขอหารือท่านประธานว่าผมจะได้ ใช้สิทธินั้นในโอกาสใดของการอภิปรายนี้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

นั่งลงก่อนครับ เอาอย่างนี้ได้ไหมครับ ผมขอความร่วมมือเพื่อที่จะให้การอภิปรายต่อเนื่องกัน แล้วก็ท่านสมาชิกจะได้ฟังอย่างต่อเนื่องนะครับ แล้วก็ท่านจะใช้ดุลยพินิจได้เฉพาะ ในประเด็นของท่านนิพิฏฐ์มีประเด็นที่คล้ายกันอยู่ไหมครับท่านสมาชิก ถ้าไม่อย่างนั้น ผมยังไม่ให้ท่านรัฐมนตรีที่ถูกพาดพิงตอบ จะให้เอาทีเดียวเลย เช่นท่านเฉลิมถูกพาดพิง อยู่ ๒ เรื่อง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมถูกกล่าวหาว่าย้ายเลขาธิการ ป.ป.ท. ที่ท่านโน้ตมานะครับ โดยมีการดำเนินการถูกต้องแล้วไปย้ายเขา ส่วนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมถูกกล่าวหาว่ากรมท่านทุจริต อย่างนั้น เอาท่านนิพนธ์ก่อน ในประเด็นคล้ายกันใช่ไหมครับ แล้วก็ท่านวิรัตน์ พอเสร็จแล้วผมก็จะให้ ทางรัฐบาลได้ตอบที่พาดพิงแล้วก็ในส่วนของเรื่องหอมแดง เรื่องมันสำปะหลัง เรื่องยางพารา ต่อเนื่องกันไปเลย จะได้เป็นอย่างนั้นนะครับ เชิญท่านประเสริฐครับ ของท่านในประเด็น ใกล้เคียงกันเหลืออยู่กี่ท่าน

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ในกลุ่มนี้มีทั้งหมด ๗ ท่านครับ ก็ให้มันจบแบบที่ท่านประธานดำริ ถูกแล้วครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เหลืออยู่กี่ท่านครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

เหลืออยู่อีก ๖ ท่านครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็นไรถ้าหากว่าเป็นประเด็นสั้น ๆ สำหรับรัฐมนตรีท่านจะขอใช้สิทธิเสียทีเดียว อย่างเช่นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจะใช้สิทธิก่อนก็ให้จบไปว่าเหตุผลที่ย้าย เป็นอย่างไร ก็จะได้จบเลยอย่างนี้ดีไหม เชิญครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ ตอนเช้าก็ได้หารือกับทางวิปรัฐบาล

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ใช่ไหมครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

ใช่ครับ คืออยากให้จบ แล้วจะตอบ เดี๋ยวว่ากัน ถ้าอย่างนั้นมันจะไม่จบ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนิพนธ์ครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมเป็นผู้หนึ่งที่ร่วมลงลายมือชื่อในญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติ ไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ซึ่งอันที่จริงก็ถือว่าผมกับท่านนายกรัฐมนตรีก็มีโอกาสได้เป็นศิษย์ ร่วมสำนักเดียวกัน แต่ว่าด้วยการที่ท่านนายกรัฐมนตรีมีโอกาสที่จะมาสภาน้อยหรือไม่ค่อย ได้เจอกัน หลายเรื่องที่จะเรียนให้ท่านได้รับนำไปแก้ไขก็ไม่ได้มีโอกาสเรียนให้นำไปแก้ไข ซึ่งที่จริงแล้วในฐานะที่ทำหน้าที่ในสภามอบหมายให้ไปเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ ติดตามงบประมาณการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ท่านประธานครับ ได้นั่งอยู่ได้เห็นปัญหา ความล้มเหลว ความผิดพลาดในการใช้งบประมาณแผ่นดินมากมายครับ แต่ว่าในเวลาที่ จำกัดนี้ ผมคิดว่าในญัตติขออภิปรายไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรี ผมถือญัตติผมไม่ต้อง อ่านซ้ำ เพื่อประหยัดเวลา เพราะฉะนั้นไม่ต้องท้วงติงผมนะครับว่าได้ยื่นญัตติไว้หรือยัง ผมลงชื่อถูกต้องครับ ผมไม่ประสงค์ที่จะอ่านให้เสียเวลา ท่านประธานครับ เรื่องเมื่อสักครู่ ถ้าได้ฟังท่านนิพิฏฐ์ หรือว่าหลายประเด็นที่ได้อภิปรายต่อเนื่องกันมา ท่านประธานจะเห็นได้ว่า เรื่องที่เป็นปัญหาสำคัญในการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินก็คือเรื่องราคากลาง นี่คือสิ่งที่พวกเรานั่งอยู่ในสภาแห่งนี้ เราเห็นข้อบกพร่องผิดพลาดอันนี้ครับที่มันทำให้เกิด การทุจริตกันมากมายในวงราชการมาถึงปัจจุบันก็คือตัวราคากลาง นั่นเป็นที่มาที่เราไปแก้ กฎหมาย พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๕๔ ซึ่งมีการแก้ไขกัน โดยเจตนารมณ์ก็คือต้องการให้ประชาชนเข้ามา มีส่วนร่วมในการตรวจสอบ

ท่านจะเห็นได้ว่าในกฎหมายดังกล่าว ในมาตรา ๑๐๓/๓ ผมขออนุญาต อ่านกฎหมายให้บันทึกไว้ครับ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. จัดให้มีเงินสินบนแก่บุคคล ตามมาตรา ๓๐ หรืออาจจะจัดให้มีรางวัลตอบแทน หรือประโยชน์อื่นใดแก่บุคคล ตามมาตรา ๑๐๓/๒ วรรคหนึ่ง แล้วแต่กรณี

๓๗๓/๑ จากงบประมาณตามระเบียบที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนด ท่านเห็นไหมครับ ด้วยเจตนารมณ์ที่จะให้ประชาชนได้มีการตรวจสอบ กฎหมายฉบับดังกล่าวได้บัญญัติ ถึงการที่จะจัดให้สินบนแก่บุคคลตามมาตรา ๓๐ ผมไม่อ่านรายละเอียดแล้วครับ และกระทั่ง ตามมาตรา ๑๐๓/๒ วรรคหนึ่ง หรือว่าจะมีรางวัลตอบแทนหรือประโยชน์อื่นใดแก่บุคคล ตามมาตรา ๑๐๓/๒ เพราะเจตนารมณ์คือวันนี้การป้องกันและปราบปรามการทุจริต มันจะให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐโดยลำพังนั้นไม่ได้ มันต้องให้มีกระบวนการของ พี่น้องประชาชนมาร่วมตรวจสอบ การที่พี่น้องประชาชนจะมีโอกาสร่วมในการตรวจสอบ เขาต้องทราบราคากลางเสียก่อน ป.ป.ช. จึงมีหนังสือมาถึงท่านนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ตามมาตรา ๑๐๓/๗ มาตรา ๑๐๓/๘ นั่นคือที่มาของเจตนารมณ์ของกฎหมายเพื่อป้องกัน การทุจริต เพราะวันนี้ท่านประธานก็นั่งอยู่ในคณะกรรมาธิการติดตามการบริหาร งบประมาณมาก่อนหน้านี้ก่อนที่ท่านจะมาดำรงตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านนั่งอยู่ในคณะกรรมาธิการกับผม ท่านเห็นแล้วครับว่าข้อบกพร่อง ผิดพลาดของ การใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินเป็นอย่างไร ผมนั่งอยู่ในคณะกรรมาธิการนี้มาร่วม ๑๐ ปี เห็นข้อผิดพลาดครับ อย่างน้อยที่สุดท่านประธานลองดูไหมครับ ผมไม่ต้องยกตัวอย่างอื่นไกล ผมยกตัวอย่างเรื่องราคากลางที่กำหนดโดยหน่วยงานเดียวกัน ประเภทเดียวกัน จังหวัดเดียวกัน มีหลายราคากลางท่านประธานเคยเห็นใช่ไหมครับ ผมยกตัวอย่าง เอากรณีงบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เอางบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ราคากลางไม่ต้องยกที่อื่น ยกจังหวัดสุพรรณบุรี ราคากลางมีตั้งแต่ของกรมทรัพยากรน้ำ เอาที่กรมเดียวเลย งานขุดลอกด้วย เครื่องจักรพร้อมด้วยปรับแต่ง ท่านดูที่จังหวัดสุพรรณบุรีมีต่ำสุดจาก ราคา ๓๓.๔๙ บาทต่อลูกบาศก์เมตรไปจนถึงราคาสูงสุดซ่อมแซมแหล่งน้ำคลองธรรมชาติ ตำบลองครักษ์ อำเภอบางปลาม้า ราคากลาง ๕๔.๘๐ บาท จากที่ซ่อมแซมแหล่งน้ำ คลองบ่อยืม ตำบลหนองสะเดา อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ราคา ๓๓.๔๙ บาทต่อ ลูกบาศก์เมตร จาก ๓๓.๔๙ บาทไปจนถึง ๕๔.๘๐ บาท ท่านประธานดูสิครับ เป็นไปได้อย่างไรในจังหวัดเดียวกัน พื้นที่เดียวกัน ราคากลางไม่เหมือนกันแต่เนื้องาน เหมือนกัน นี่คือที่มาที่บอกว่าก่อให้เกิดการทุจริตจากราคากลางนี่แหละครับเป็นที่มา ที่กฎหมาย ป.ป.ช. จึงมุ่งที่จะให้มีการรับรองข้อความดังกล่าวตามประกาศที่ ป.ป.ช. กำหนด ซึ่งคณะรัฐมนตรีก็ไม่รับรองกฎหมายดังกล่าว ทั้ง ๆ ที่กฎหมายดังกล่าวนั้นประธาน ป.ป.ช. เป็นผู้รักษาการ ซึ่งท่านประธานก็คงทราบว่าการที่กำหนดให้ในมาตรา ๗๓ ให้ประธาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ รักษาการตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญนี้ ก็หมายความว่าให้ประธาน ป.ป.ช. นั้นเป็นผู้รักษาการก็คือเป็น เจ้าพนักงานตามกฎหมายที่มีหน้าที่ในการที่จะดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายฉบับนี้ เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับดังกล่าว ท่านนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีไม่ได้เป็นผู้รักษาการ ท่านประธาน ป.ป.ช. ท่านเป็นผู้รักษาการท่านเป็นเจ้าพนักงาน แต่เมื่อเราคณะรัฐมนตรีไม่ให้ ความสำคัญหรือท่านนายกรัฐมนตรีไม่รับรองกฎหมายดังกล่าว ส่วนหนึ่งก็เป็นที่มาที่ก่อให้เกิด การทุจริตก็คือการกำหนดราคากลาง ท่านประธานจะเห็นนะครับว่าในการกำหนดราคากลางที่ผม เรียนท่านประธานแล้วว่าจังหวัดสุพรรณบุรีจังหวัดเดียวกัน งานเหมือนกัน ราคากลาง ไม่เหมือนกัน จากราคาเริ่มต้นที่ ๓๓ บาทไปจนถึงราคากลางที่กำหนดไว้บอกว่าราคากลาง ๕๐ กว่าบาท มันเป็นไปได้อย่างไรครับ ๕๔.๘๐ บาท นี่คือท่านดูช่องว่างสิครับว่า คิวหนึ่งต่างกันเท่าไร จาก ๓๓ บาท ลบด้วย ๕๔ บาท ต่างกัน ๒๐ กว่าบาท ๒๐ กว่าบาทนี่คือเฉพาะราคากลาง ต่อ ๑ คิว ต่อดินที่ขุดขึ้นมา ๑ คิว ปริมาณดิน ๑ คิวต่างกัน ๒๐ กว่าบาท เฉพาะราคากลาง นี่แหละครับที่เขาเรียกว่าที่มาของการทุจริต ซึ่งเมื่อสักครู่ท่านนิพิฏฐ์ก็ได้อธิบาย ท่านประธานบอกว่ากรณีที่เกิดขึ้นกับกรมทรัพยากรน้ำที่ทำให้ราคากลางต่างกันนั้นมาจาก ความผิดพลาดของการคำนวณราคากลาง กรมทรัพยากรน้ำเองก็ยังไปเอาระบบเดิม ยังไป เอาระเบียบเมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ปี ๒๕๓๖ และมติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ปี ๒๕๓๖ กับมติ ครม. เมื่อวันที่ ๖ มกราคม ปี ๒๕๔๑ ซึ่งมันไม่ถูกต้องแล้วมากำหนด ราคากลาง นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันในการเบิกจ่ายงบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อสักครู่ท่านนิพิฏฐ์นำเรียนท่านประธานไปว่ากรณีที่เกิดขึ้นที่กรมทรัพยากรน้ำซึ่งเอาเฉพาะ ภาคที่ ๔ ซึ่งคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินได้ไปตรวจพิสูจน์ไปตรวจสอบแล้ว ผมคิดว่า ในที่มาของทั้งสิ้นนี่ซึ่งในเขตรับผิดชอบ ๖ จังหวัด จากจังหวัดชัยภูมิ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดยโสธรนี่ ๙๑๐ สัญญา รวมเป็น เงิน ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๒,๕๐๐ ล้านบาท จากงบประมาณของกรมทรัพยากรน้ำมีทั้งสิ้น ๕,๕๐๐ ล้านบาท ท่านประธานลองคิดดูสิครับถ้าใช้หลักเกณฑ์นี้ในการคำนวณราคากลาง ความผิดพลาดเกิดขึ้นเท่าไร ตัวเลขกลม ๆ ถ้าหากว่า ๒๐ สัญญาผิดพลาดไปแล้ว ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาทในวงเงินที่ขุดลอกท่านลองคำนวณเทียบบัญญัติไตรยางศ์ดูสิครับว่า ถ้า ๕,๕๐๐ ล้านบาท ความผิดพลาดเฉพาะการคำนวณราคากลางมันจะเกิดขึ้นเท่าไร นี่คือ สิ่งที่คิดว่าความจำเป็นในการที่เรียนท่านประธานว่าทำไมพวกผมจึงคิดว่าการให้ความสำคัญ กับกฎหมายที่เราเรียกกันว่าพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๕๔ ซึ่งผ่านไปจากสภาแห่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งและเป็น เครื่องมือสำคัญในการที่จะป้องกันและแก้ปัญหา แล้วก็เป็นการแก้ปัญหาการทุจริตที่เกิดขึ้น อย่างมากมายในปัจจุบันนี้ เพราะฉะนั้นการที่ต้องให้เป็นไปตามประกาศของคณะกรรมการ ที่เราเรียกว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. นั้นมีความจำเป็นครับท่านประธาน ไม่อย่างนั้น เราไม่สามารถยับยั้งการทุจริตที่เกิดขึ้นอย่างมโหฬารได้ในขณะนี้จากการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน เพราะฉะนั้นนั่นคือสิ่งที่พวกผมเรียนท่านประธานว่าพวกผมมีความจำเป็น แล้วก็ไม่เห็นด้วย ไม่มีความไว้วางใจรัฐบาลถ้ารัฐบาลหรือว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่เห็นชอบ ในกฎหมายดังกล่าวแล้วก็นั่นคือเป็นที่มาที่ก่อให้เกิดการทุจริตกันอย่างมโหฬารในการใช้จ่าย งบประมาณแผ่นดิน ต้นตอของการทุจริตก็คือการที่เราไม่ไปรับประกาศให้เป็น มาตรฐานเดียวกันทั้งหมดเรื่องราคากลาง เพราะปัจจุบันขนาดจังหวัดเดียวกันแท้ ๆ ของ กรมทรัพยากรน้ำกรมเดียวแท้ ๆ ยังใช้ราคาต่างกันเลยครับวันนี้ในการที่จะไปกำหนดราคา ไปสู่การประมูลหรือว่าไปสู่การกำหนดเป็นค่าใช้จ่ายของโครงการต่าง ๆ ท่านประธานครับ ผมมีประเด็นที่จะยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้รับทราบว่าอย่างน้อยที่สุดวันนี้สิ่งที่พวกผม พยายามที่จะนำไปสู่การป้องกันหรือว่าการไม่ให้เกิดความเสียหาย หรือว่าการที่จะทำให้ การใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินมันมีประสิทธิภาพนี่ ผมยกตัวอย่างอีกสักกรณีหนึ่งของ กรมทรัพยากรน้ำให้ท่านประธานได้รับทราบว่าการใช้จ่ายมันก่อให้เกิดความผิดพลาด ความล้มเหลวและก่อให้เกิดการทุจริตอย่างไร ผมจะยกตัวอย่างกรณีของภาค ๓ ท่านประธานครับ ซึ่งสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค ๓ ซึ่งครอบคลุม ๗ จังหวัด ประกอบไปด้วยจังหวัดอุดรธานี จังหวัดเลย จังหวัดสกลนคร จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดนครพนม จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย ได้รับการจัดสรร โครงการจากงบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๗๑ โครงการ ใน ๑๗๑ โครงการ ท่านประธาน เชื่อไหมมันมีอยู่บริษัทหนึ่งไม่ทราบว่ามีฤทธิ์มีเดชอย่างไรได้ไปบริษัทเดียว ๔๓ โครงการ ผมขออนุญาตที่จะใช้แผ่นชาร์ทให้ท่านประธานได้เห็น ท่านประธานดูนะครับ ทั้งหมด ๑๗๑ โครงการ เอาเฉพาะภาค ๓ ก็แล้วกันครับ มีบริษัทรวมกันทั้งหมดแบ่งกันไป แต่ว่ามันมี บริษัทหนึ่งเอาเฉพาะบริษัทนี้คือห้างหุ้นส่วนจำกัด พิตรพิบูลได้ไปบริษัทเดียวจาก ๑๗๑ โครงการของภาค ๓ ได้ไป ๔๓ โครงการ ได้ไป ๔๓ โครงการ พวกผมเองในฐานะ อยู่ในคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณและเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ ติดตามงบแก้ปัญหาน้ำท่วมนี้ ได้เชิญทางท่านอธิบดีมา ท่านรัฐมนตรีก็เคยไป เพราะว่า พวกเราห่วงใยเรื่องการใช้งบประมาณ ตามไปดูว่าทำไมมีความจำเป็นอย่างไรที่จะต้องให้ บริษัทเดียวรับไปถึง ๔๓ โครงการ เพราะรู้อยู่แล้วว่าโครงการเรื่องแก้ปัญหาน้ำท่วม ล้วนแต่เป็นโครงการเร่งด่วนที่ต้องทำให้จบภายในระยะเวลา ๓ เดือน ๕ เดือน แล้วบริษัทนี้ มีฤทธิ์มีเดชอย่างไรถึงได้ไปคนเดียว ๔๓ โครงการ ท่านประธานครับ ตามไปดูว่าพวกผมนี่ เพราะไม่เชื่อในศักยภาพว่ามันจะมีบริษัทไหนที่มีขีดความสามารถ มีความพร้อมทำใน ระยะเวลา ๕ เดือน หรือ ๓ เดือน แต่ละโครงการ บางโครงการก็ ๓ เดือน บางโครงการ ๕ เดือน ให้โครงการเสร็จสิ้นเพื่อป้องกันน้ำ เพื่อรองรับฤดูน้ำหลากที่จะตามมาให้ทัน แก้ปัญหาเสีย น้ำปีที่แล้ว ท่านประธาน ตามไปดูห้างหุ้นส่วนจำกัด พิตรพิบูลนี้ ปรากฏว่า จดทะเบียนกับกรมทรัพยากรน้ำ เมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๕ ท่านประธาน จดทะเบียน ต้องมีบัญชีถูกไหมท่านประธานตามเรื่องนี้อยู่ เราต้องมีบัญชีก่อน พอมีบัญชีทะเบียนไว้ว่า บริษัทไหนที่มีคุณสมบัติพร้อม ห้างหุ้นส่วนจำกัด พิตรพิบูลมาจดทะเบียนขึ้นบัญชี ต่อกรมทรัพยากรน้ำเมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๕ แล้วขึ้นทะเบียนเป็นลำดับที่ ๓๗ อยู่ในลำดับขั้นที่ ๓ ขั้นที่ ๓ ก็คือรับงานได้ไม่เกินสัญญาละ ๕๐ ล้านบาท เกินกว่านี้ไม่ได้ แสดงว่าต่ำสุดแล้วครับ ต่ำกว่านั้นก็คือขั้นที่ ๔ เอาว่าขั้นที่ ๓ ก็แล้วกัน มีขีดความสามารถ ในขณะนั้น แล้วก็ขึ้นทะเบียนเดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ได้เซ็นสัญญากับกรมทรัพยากรน้ำ เซ็นทีเดียว ๔๓ โครงการ ท่านประธาน นี่คือสิ่งที่พวกผมคิดว่ามันต้องมีเหตุการณ์ไม่ปกติ เกิดขึ้น ก็จะได้ตามไปดูว่าห้างหุ้นส่วนจำกัด พิตรพิบูลเขามีขีดความสามารถหรือมีดีอะไร ไปดูทุนจดทะเบียนสิว่ามีความพร้อมเท่าไร ทุนจดทะเบียน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธาน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ไปรับงานมา ๔๓ โครงการ มูลค่างานนี่ ๑๐๐ กว่าล้านบาท ๔๓ โครงการ ๑๐๐ กว่าล้านบาท ผมไปดูว่าใน ๔๓ โครงการมันอยู่ที่ไหนบ้าง อย่างไร ใน ๔๓ โครงการ บริษัทนี้มีภูมิลำเนา เข้าใจว่าคงจะอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี ท่านประธานครับ อยู่ที่จังหวัดมุกดาหารครับ ไม่ใช่จังหวัดอุดรธานี อยู่ที่จังหวัดมุกดาหารนะครับ ผมไปดูโครงการที่ได้ไปผมนึกว่าอยู่จังหวัดมุกดาหารทั้งหมดไม่ใช่ มันกระจายกันไปครับ ใน ๔๓ โครงการอยู่จังหวัดมุกดาหารเสีย ๒๖ โครงการได้ไปคนเดียวเลยนะครับ ท่านประธานดูสิครับจังหวัดมุกดาหารได้ ๒๖ โครงการ คนอื่นไม่ได้เลยนะครับ บริษัทอื่น ไม่ได้เลยครับจังหวัดมุกดาหารได้คนเดียวเลย ไม่มีบริษัทอื่นเลย ได้จังหวัดอุดรธานี ๕ โครงการ แล้วก็ไปได้ที่จังหวัดเลยรู้สึกของท่านรัฐมนตรีนะ ๘ โครงการ จังหวัดสกลนคร ๒ โครงการ จังหวัดนครพนม ๒ โครงการ รวมแล้ว ๔๓ โครงการ ท่านประธานครับ แต่ละโครงการเริ่มมาก็คือเดือนกุมภาพันธ์ ขึ้นทะเบียนวันที่ ๒๗ มกราคมนะครับ วันที่ ๒๗ มกราคมขึ้นทะเบียนกับกรมทรัพยากรน้ำ วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ปี ๒๕๕๕ เริ่มเซ็นสัญญา เริ่มมาแล้วครับ แล้วก็ระยะเวลาของการปฏิบัติงานในแต่ละสัญญาอยู่ระหว่าง ๒-๕ เดือน ๒-๕ เดือนนี่คือภารกิจ ไปดูเครื่องไม้เครื่องมือทุนจดทะเบียน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานเข้าใจนะครับว่ามีอะไรบ้าง มีขีดความสามารถอย่างไร รับงานกระจายกันไปถึง ๕ จังหวัด แล้วแต่ละจังหวัดก็ใช่ว่าอยู่ใกล้กัน ท่านประธานจะทำงานอย่างไรเสร็จภายใน ๒-๕ เดือน นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น พวกผมก็เลยสังเกต ในชั้นกรรมาธิการก็เชิญมาสอบถาม แล้วตามไปดู บางโครงการวันนี้พวกผมคิดว่าไม่อย่างนั้นแล้วพวกเราจะเสียโอกาส แล้วก็พวกเราจะเสียหายเพราะทั้ง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท คือภาษีอากรของพี่น้องประชาชน ทั้งสิ้น พวกเราตามไปดูในพื้นที่ ผมจะเอาเฉพาะที่จำเป็นให้ท่านประธานดูเพราะว่าเวลา ก็จำกัด ผมขออนุญาตที่จะไปที่บางโครงการเลยครับ โครงการปรับปรุงซ่อมแซมแหล่งน้ำ ห้วยโสกปอ บ้านเหล่านางาม หมู่ที่ ๑๒ ตำบลนาอุดม อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร โครงการนี้เอาเข้าจริงไม่ได้ทำที่ห้วยโสกปอครับ แต่ว่าป้ายโครงการยังขึ้นว่าห้วยโสกปอ แต่ว่าโครงการเอาเข้าจริงชาวบ้านผมมีชื่อ มีที่อยู่หมดนะครับว่าใครนำไปดู ถ้าท่านรัฐมนตรี จะเอาผมยินดีจะให้ดูนะครับ ผมไม่พาดพิงทางนี้ ย้ายโครงการไปทำที่ลำห้วยโปร่งเสา หรือโปร่งเส็งครับอีกที่หนึ่ง ถามว่าทำไมไม่ทำที่ตรงนี้ เพราะที่ตรงนี้ที่ห้วยโสกปอมันเข้าไปลึก การขนถ่ายอุปกรณ์ลำบากเลยไปเลือกทำอีกที่หนึ่ง แต่ว่าในสัญญาทำที่ห้วยโสกปอ ยังมีอย่างนี้ด้วย สัญญาอยู่ที่ผม ผมเรียกมาอยู่ในแฟ้มนี้ครับ ไม่มีการแก้ไขสัญญาแต่อย่างใด ทั้งสิ้น เกิดขึ้นได้อย่างไรอย่างนี้ นี่คือพื้นที่ที่ให้ท่านประธานดูนะครับว่าห้วยโสกปอไม่ได้ทำ อะไรเลย พื้นที่ที่ชาวบ้านพาไปดูคือสภาพเหมือนเดิมทั้งหมด ไม่มีการทำ ไม่มีการอะไรทั้งสิ้น แล้วก็นี่คือสิ่งที่ไปทำทำที่นี่ครับ ขึ้นป้าย แต่ว่าในป้ายท่านประธานจะสังเกตเห็นนะครับว่า ไม่มีบอกบริษัทผู้รับเหมา ไม่มีบอกราคาว่าโครงการนี้ราคาเท่าไร มูลค่าโครงการไม่บอก แล้วเสร็จสิ้นเมื่อไรไม่บอกนะครับ ท่านประธานผมไปเร็ว ๆ นะครับ ผมไปอีกที่หนึ่ง ท่านประธานครับ ผมไปที่โครงการปรับปรุงซ่อมแซมแหล่งน้ำร่องภูดานฮัง บ้านเหล่าคาม หมู่ที่ ๙ ตำบลคำอาฮวน อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ท่านประธานครับ ท่านลองดูสิครับว่าป้ายโครงการก็เช่นเดียวกันอีกไม่มีรายละเอียดว่า งบประมาณเท่าไร ใครเป็นผู้รับเหมา ไม่มี ระยะงานเริ่มต้น เสร็จเมื่อไร ไม่มี แล้วท่านประธานดูสิครับ นี่คือสิ่งที่ไปดูเนื้องานกันว่าในพื้นที่สภาพที่เกิดขึ้นคืออย่างนี้ครับ ท่านประธานเห็นไหมครับ ส่งมอบงานไปแล้วจะเห็นสภาพรอยแตกร้าวอย่างนี้ทั้งหมดเลย ที่มันเกิดขึ้น มันจะเป็นไปได้อย่างไรครับ ไปตรวจรับกันได้อย่างไรครับ อย่างนี้ขืนใช้ก็พังนะครับ เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่เรียนให้ท่านเห็นว่านี่คือตัวอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นที่ตามไปดูในพื้นที่ ว่านี่คือภาษีอากรของพวกเรา นี่คือภาษีอากรของพี่น้องประชาชนไปจากงบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปทำอย่างนี้ได้อย่างไร ท่านประธานครับ ผมจะต่อไปให้ท่านดูเร็ว ๆ อีกโครงการหนึ่ง ผมเอาเฉพาะที่ที่คิดว่าเหมาะสมกับเวลาเท่านั้นครับ ไปโครงการปรับปรุง ซ่อมแซมแหล่งน้ำห้วยน้ำลาย บ้านนาสำราญ ตำบลน้ำสวย อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย ทีนี้ไปจังหวัดเลยแล้วครับ โครงการนี้เป็นโครงการเรียงหิน ในปริมาณคิวดินบอกโครงการ ปรับปรุงซ่อมแซมแหล่งน้ำห้วยน้ำลาย ตำบลน้ำสวย กว้าง ๖ เมตร ยาว ๒,๙๔๓ เมตร ความจุน้ำ ๑๒๐ ลูกบาศก์เมตร ท่านประธานครับ ในนี้ปริมาณงานก็คือต้องเรียงหิน แต่ว่าต้องเรียงหิน ๒,๙๔๓ เมตร ท่านประธานลองไปดูนะครับ สภาพเรียงหินคือต้องเป็น อย่างนี้ แต่ว่าเรียงเฉพาะบริเวณนี้เท่านั้น ๓๐๐ เมตร ทำแค่ ๓๐๐ เมตรนี้ครับที่เหลือไม่ทำ นี่คือสิ่งที่พวกผมบอกว่า เอ๊ะ ถ้าพอลงไปดูในพื้นที่แล้วมันเกิดขึ้นได้อย่างไร งบประมาณ ในส่วนนี้ ๗,๓๖๕,๔๐๐ บาท นี่คือสิ่งที่ตามลงไปดูในพื้นที่กันเลยว่าบริษัทนี้เขาจะมี ขีดความสามารถทำได้อย่างไร ท่านประธานครับ เอาเฉพาะอีกส่วนหนึ่งครับ นี่อีกโครงการหนึ่ง ปริมาณก็คือทำแท็งก์น้ำแก้ปัญหาน้ำท่วม แต่ว่าเอาละเมื่อเอาไปทำแท็งก์น้ำก็ไม่เป็นไร ชื่อโครงการปรับปรุงซ่อมแซมแหล่งน้ำหนองซำม่วง บ้านไฮตาก หมู่ที่ ๒ ตำบลลาดค่าง อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย

(นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับ ท่านจะประท้วงอะไรครับ

นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย สกลนคร

ท่านประธานครับ กระผม อภิชาติ ตีรสวัสดิชัย ส.ส. จังหวัดสกลนคร เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ขอประท้วงท่านผู้กำลังอภิปราย ข้อ ๖๑ ว่าอภิปรายไม่ตรงประเด็นที่กำลังอภิปรายอยู่ เพราะว่าตอนนี้ฝ่ายค้านยื่นญัตติ ในการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ผมนั่งฟังมาตั้งร่วมชั่วโมงแล้ว แต่เป็นการอภิปรายในหัวข้อของกรมทรัพยากรน้ำ ไปอภิปรายรัฐมนตรีปรีชาซึ่งรับผิดชอบอยู่ ตอนนี้ไม่เกี่ยวกับเนื้อหา และเนื้อหาส่วนใหญ่ก็เป็นการอภิปรายที่ท่านอดีตรัฐมนตรีนิพิฏฐ์ ได้อภิปรายไปแล้ว เป็นการอภิปรายฟุ่มเฟือยไม่ตรงประเด็น ก็ฝากให้ท่านประธาน พิจารณาครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวผมจะวินิจฉัยครับ เชิญท่านนั่งครับ คือท่านนิพนธ์กำลังอภิปรายถึงการใช้งบกลาง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ว่าใช้จ่ายเงิน ท่านกำลังจะบอกว่าบกพร่องแล้วก็ล้มเหลว ไม่ใช้เงิน เป็นไปตามสัญญา ที่ท่านกำลังพูดอยู่นี่ยังอยู่ในประเด็น เชิญครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานครับ ต่อนะครับ โครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างนี่ท่านลองดู แต่ว่าปัจจุบันนี้รายงานว่าสร้างเสร็จ คือสร้างแท็งก์น้ำ บอกว่าเสร็จแล้วสร้างแท็งก์น้ำ สร้างแท็งก์เก็บน้ำจำนวน ๒ อันและ คันระบายน้ำจำนวน ๑ คัน คือเสร็จแล้วไม่มีที่ต่อแป๊บให้ชาวบ้านได้ใช้ ไม่มี ผมยังส่งไปดูนะครับท่านประธาน ไปเปรียบเทียบกับของเก่า นี่คือสภาพที่บอกว่าสร้าง สภาพอยู่อย่างนี้ท่านไปดูในพื้นที่ ฝากท่านประธานลองไปดูได้ แต่ว่าไปเปรียบเทียบอยู่ใกล้กับของ อบต. โครงการของ อบต. มันใช้งบประมาณประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าบาท มีห้วยส่งน้ำอย่างนี้ แล้วก็มีป้ายโครงการชัดเจน เปรียบเทียบป้ายของ อบต. ที่มีอยู่บอกไว้หมดครับ ใครเป็นกรรมการตรวจรับการจ้าง มีโครงการเริ่มวันไหนถึงวันไหน มีงบประมาณเท่าไร เขาบอกไว้หมดของ อบต. แต่ว่าของกรมทรัพยากรน้ำไม่มี นี่คือข้อแตกต่างที่เรียนให้ท่านประธานได้เห็นนะครับ ผมจะไปโดยรวบรัดนะครับท่านประธาน ต่อไปนี้เป็นอีกโครงการคงจะเป็นโครงการสุดท้าย ผมข้ามไปโครงการสุดท้าย โครงการปรับปรุง ซ่อมแซมแหล่งน้ำห้วยน้ำลายบ้านบุ้งเจริญ หมู่ที่ ๙ ตำบลน้ำสวย อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย ไปดูมา ๒ ที่ ท่านประธานลองดูนะครับ โครงการผมเข้าใจว่าลักษณะก็คือว่าคงจะต้องการทำแหล่งน้ำเอาจากแหล่งน้ำลำห้วยมา แล้วไปให้เกษตรกรได้ใช้น้ำ เอาน้ำจากลำห้วยส่งไปให้เกษตรกรใช้ตามไร่นา ปรากฏว่า พอเอาเข้าจริงตามไปดู ท่านประธานดูภาพสุดท้ายครับ ภาพนี้คือลำรางที่เอางบประมาณ ไปสร้าง โครงการนี้ใช้งบประมาณ ๑๑,๕๐๒,๐๔๒ บาท ท่านประธานดูอันนี้นี่คือลำราง เข้าใจว่าคงจะไปสู่ไร่นาหรือสวนยางพาราก็ใกล้เคียงมีทั้งไร่นาและสวนยางพาราอยู่ด้วย ท่านดูนะครับ เอาแหล่งน้ำเดิมกะว่าต้องเอาน้ำจากแหล่งอันนี้ นี่คือแหล่งน้ำ บริเวณนี้คือ แหล่งน้ำเป็นลำห้วย ต้องการเอาน้ำจากลำห้วยส่งไปตามลำราง แต่ปรากฏว่าพอสร้างเสร็จแล้ว ลำรางกับแหล่งน้ำมันอยู่คนละระดับกัน มันอยู่คนละระดับกัน ตอนที่ไปชาวบ้านก็บอกว่า ถ้าจะให้น้ำจากลำห้วยขึ้นไปสู่ลำรางที่สร้างไว้ได้ใช้งบประมาณถึง ๑๑ ล้านบาทต้องใช้ เครื่องสูบน้ำครับ เอาน้ำจากลำห้วยขึ้นไปส่งลำรางอีก มันทำให้ดูว่าต้องเป็นอย่างนี้ครับ มันเป็นไปได้อย่างไรครับท่านประธาน เจตนาคือต้องการเอาน้ำจากลำห้วยส่งไป ทำท่อทำเป็นฝายไปเป็นสายน้ำไป เป็นสายเหมืองไป พอไปแล้วพอทำจบโครงการมันอยู่ คนละระดับกัน นี่คือสิ่งที่เรียนกับท่านประธานว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร ท่านประธานครับ พวกผมยกตัวอย่างอย่างนี้เพื่อต้องการจะตามไปดูว่าห้างหุ้นส่วนจำกัด พิตรพิบูล เขาทำเรื่องนี้ได้อย่างไร พอไปตรวจไปดูว่าห้างหุ้นส่วนจำกัด พิตรพิบูลเป็นอย่างไรบ้าง ท่านประธานครับ ผมเลยถึงบางอ้อ ไปดูกรรมการบริษัท ไปดูหุ้นส่วนบริษัท ครั้งแรก ก็ไม่ได้ติดใจเท่าไร ไปเห็นกรรมการบริษัท เพราะว่าไปดูหนังสือทุนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด พิตรพิบูล ผู้เป็นหุ้นส่วนมี ๒ คน คนหนึ่งคือ นางนิลรัตน์ สิทธิพันธุ์ ลงเงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ ๒. นางสาวชื่นตา บุญชื่น ๕๐๐,๐๐๐ บาท ๒ คนนี้ รวมทุนกันเป็น ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท กรรมาธิการก็เชิญท่านมาสอบถามว่าท่านขีดความสามารถ เป็นอย่างไร ทางผู้จัดการหุ้นส่วนคือสามีของนางนิลรัตน์ท่านก็บอกว่าท่านเป็นญาติกับ ท่านรัฐมนตรีชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผมไม่จงใจจะพาดพิงแต่ว่าเป็นคำพูดของท่าน เป็นคำพูดของ คนที่มาพูดในคณะกรรมาธิการ ถ้าท่านประธานบอกว่าผมโมเมในชวเลขมันยืนยันอย่างนั้น แล้วท่านก็ยืนยันในคณะกรรมาธิการอย่างนั้น พวกผมก็เลยเข้าใจว่าคงเป็นเช่นนี้ ท่านจึงได้งานไปถึง ๔๓ โครงการ จดทะเบียนไม่ถึง ๑ เดือน ได้งานไป ๔๓ โครงการ ๑๐๐ กว่าล้านบาท ผมเข้าใจเลยครับ แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน นี่คือสิ่งที่ผมต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรี ท่านปล่อยปละละเลย ท่านไม่เอาใจใส่ดูแล เปิดโอกาสให้คนใกล้ชิดของท่าน จะถามว่าใกล้ชิดหรือไม่ ท่านก็ใกล้ชิดครับ ท่านเป็นกรรมการ กบอ. อยู่ด้วย ผมเลยเข้าใจเลยครับว่าถ้าอยู่อย่างนี้นี่คือสิ่งที่บอกว่าไว้วางใจให้บริหารราชการไม่ได้ เพราะท่านไปเอื้อให้พวกพ้องของท่านไปทำปู้ยี่ปู้ยำงบประมาณแผ่นดิน นี่คือสิ่งที่บอกว่า ถ้าอย่างนั้นเราปล่อยให้บริหารราชการในภาวะอย่างนี้ไม่ได้ นี่เพียงกรมเดียว นี่เพียงภาคเดียว ไม่รู้ที่กระทรวงอื่น ผมมีข้อมูลนะครับแต่เวลามันน้อย เอาแค่นี้ท่านประธานครับว่า นี่คือสิ่งที่ชี้ให้เห็นว่าการบริหารราชการแผ่นดินท่านนายกรัฐมนตรีท่านปล่อยให้พวกพ้อง ของท่านไปทำในสิ่งที่ไม่เป็นผลดีต่อการใช้งบประมาณแผ่นดินคือเอื้อก่อให้เกิดการทุจริต ในการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินตามที่ผมได้นำมากราบเรียนท่านประธานแล้ว ด้วยเหตุผล ดังกล่าวกระผมจึงไม่สามารถไว้วางใจให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้บริหารราชการแผ่นดิน อีกต่อไปได้ครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เอาประเด็นของท่านก่อนนะครับ ประเด็นที่บอกว่า รังแกข้าราชการประจำที่มีการโยกย้ายเลขาธิการ ป.ป.ท. ประเด็นเดียวนะครับ เชิญครับ

พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

๒ ประเด็นครับท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ของผมมี ๒ ประเด็นครับ

ประเด็นที่ ๑ ในเรื่องที่ท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน แล้วก็ท่านนิพนธ์ด้วยได้เชื่อมโยงกันว่ามีการตรวจสอบพบการทุจริตโดยสำนักงาน ป.ป.ท. สำนักงาน ป.ป.ท. นี้อยู่ในการกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมครับ เพราะฉะนั้นกระผมก็ใคร่ที่จะต้องขอนำเรียนชี้แจงในรายละเอียดตรงนี้

อีกประเด็นหนึ่งก็คือประเด็นการโยกย้าย พันตำรวจเอก ดุษฎี เลขาธิการ ป.ป.ท. ไปเป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรมถือว่าเป็นการกลั่นแกล้ง อันนี้ผมก็ใคร่เรียนชี้แจง ใน ๒ ประเด็น ประเด็นแรก ต้องขอกราบเรียนก่อนนะครับว่าในเรื่องของการดำเนินงาน หรือการปฏิบัติงานของสำนักงาน ป.ป.ท. นั้น เขามีพระราชบัญญัติกำกับดูแล พระราชบัญญัติฉบับนี้เรียกว่าพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๕๑ ผมก็ต้องขอนำเรียนท่านผู้อภิปรายนะครับว่า ป.ป.ท. นั้นก็ทำงานหรือดำเนินงานเช่นเดียวกันกับ ป.ป.ช. คือดำเนินการโดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. เรียกว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. ป.ป.ท. เรียกว่าคณะกรรมการ ป.ป.ท. มีแบ่งขั้น ความรับผิดชอบกันอยู่ที่ระดับข้าราชการ และข้าราชการตั้งแต่ซี. ๙ ขึ้นไป อันนั้นอยู่ใน ความรับผิดชอบในการดำเนินการของ ป.ป.ช. ส่วนระดับ ๘ ลงมานั้น อยู่ในความรับผิดชอบ ของสำนักงานหรือคณะกรรมการ ป.ป.ท. อันนี้ก็ต้องขอกราบเรียนนะครับ แล้วก็มีกฎหมาย กำกับเรียกว่ากฎหมายที่ผมได้นำเรียนแล้วเมื่อสักครู่นี้ ต้องขอทำความเข้าใจกับท่านรัฐมนตรี นิพิฏฐ์ด้วยความเคารพนะครับ เพราะผมเองก็ชอบท่าน ชอบกัน ท่านเป็นสุภาพบุรุษ ในใจผมคนหนึ่ง

คณะกรรมการ ป.ป.ท. เขาดำเนินการโดยอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ตามกฎหมาย คือมีอำนาจในการไต่สวนข้อเท็จจริงและชี้มูลในการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพราะฉะนั้นการไต่สวน การชี้มูลเป็นอำนาจของคณะกรรมการครับ ไม่ใช่เลขาธิการ ป.ป.ท. อันนี้ต้องทำความเข้าใจกับท่าน เพราะฉะนั้นข้อมูลใดก็แล้วแต่ที่ยังไม่ได้ผ่าน การเห็นชอบหรือยังไม่ได้รับการอนุมัติโดยคณะกรรมการ ป.ป.ท. นั้น ก็ยังไม่สามารถที่จะ กล่าวหาใครได้ว่าใครผิดหรือไม่ผิด ใครถูกหรือไม่ถูก เราจะชี้มูลกันก่อนที่คณะกรรมการ ป.ป.ท. จะมีข้อสรุปนั้นก็คงจะไม่ใช่ จะไม่ชอบด้วยกฎหมายครับ ผมขอเรียนนะครับ ในส่วนประเด็นที่ท่านได้ปรารภถึงได้อภิปรายถึงการทุจริต การนำเข้ารถยนต์ จากต่างประเทศในราคาต่ำกว่าความเป็นจริงหรือที่เราเรียกว่านำเข้ารถหรูซึ่งยึดได้จำนวน นับสิบคันตามที่ท่านได้เรียนไปแล้ว และอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องการทุจริตในเรื่องของโครงการ การเยียวยาในงบประมาณที่เยียวยาในส่วนที่เกิดจากอุทกภัย ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ท่านได้นำเรียนในรายละเอียดไปนั้น เรื่องนี้ผมไม่ได้นิ่งนอนใจครับ หลังจากมีการวิพากษ์วิจารณ์ มีข่าวกันค่อนข้างครึกโครมในช่วงนั้น ผมได้ทราบ ผมได้รู้ ในเรื่องนี้และประกอบกับทางท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็ได้เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม ไปพบแล้วก็ขอให้กำกับดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพราะเป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องทำความโปร่งใส ให้เกิดขึ้นให้ได้ อันนี้เป็นเรื่องที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้กำชับแล้วก็ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม ก็ได้มีหนังสือเร่งกำชับมาที่กระทรวงยุติธรรมอีกว่าขอให้ติดตามดูแลเรื่องนี้ การดำเนินการ จะต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใส ปราศจากการทุจริตคอร์รัปชัน ขอให้ดำเนินการ ตามระเบียบและกฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งผมก็ได้นำเรื่องนี้มาเป็นเรื่องสำคัญ จากการที่ได้รับทั้งคำสั่งแล้วก็เป็นหน้าที่โดยที่มีอยู่ กระผมก็จึงได้มีหนังสือสอบถาม ไปที่คณะกรรมการ ป.ป.ท. ซึ่งถือว่าเป็นคณะกรรมการที่มีอำนาจเต็มในการชี้มูล ใน ๔ ประเด็นด้วยกันก็คือว่าขอทราบข้อเท็จจริงในเรื่องการทุจริตเกี่ยวกับการนำเข้ารถยนต์ จากต่างประเทศในราคาต่ำกว่าความเป็นจริง ๒. การทุจริตเกี่ยวกับการออกเอกสารสิทธิที่ดิน จังหวัดภูเก็ต ๓. งบภัยพิบัติ ค่าใช้จ่ายในการเยียวยา ฟื้นฟูและป้องกันความเสียหาย จากอุทกภัยในพื้นที่ ๖ จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๔. ไซฟ่อน (Syphon) เงิน ผมตามไปหลายประเด็นครับไม่ใช่เฉพาะ ๒ ประเด็นที่ท่านได้เอ่ยถึงเท่านั้นครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีครับ เอาเฉพาะประเด็นที่ท่านพูดนะครับ เขากล่าวหาว่าท่านนายกรัฐมนตรีกับท่าน รังแกข้าราชการประจำในการโยกย้ายเลขาธิการ ป.ป.ท. เนื่องจากการไปสอบพบการทุจริต อันนี้เป็นอย่างไรครับเรื่องนี้

พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม 🔗

ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพครับ ผมกำลังจะนำเรียนอยู่นี่ คือในประเด็นที่กล่าวหาว่า ทางสำนักงาน ป.ป.ท. ไปตรวจพบการทุจริตนั้น มันอาจจะไม่จริงนะครับท่านต้องฟังข้อมูล ของผมก่อน ทางประธานคณะกรรมการ ป.ป.ท. ได้ตอบหนังสือผมกลับมาว่า ในโครงการเกี่ยวกับการทุจริตนำรถยนต์เข้าจากต่างประเทศนั้นได้ส่งเรื่องไปที่ ป.ป.ช. แล้ว ป.ป.ช. รับไปดำเนินการ อันนี้ก็คงกล่าวหา ป.ป.ท. เขาไม่ได้ และในส่วนที่ ๒ คือ ในเรื่องของงบภัยพิบัติโครงการค่าใช้จ่ายในการเยียวยาฟื้นฟูป้องกันความเสียหาย จากอุทกภัยในพื้นที่ ๖ จังหวัด ได้รับคำตอบมาว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น จึงยังไม่สามารถเปิดเผยข้อเท็จจริงหรือข้อมูลที่ได้มา เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว เพราะขัดต่อพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปราม การทุจริต พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๖๔ การที่จะเปิดเผยว่าโครงการใดทุจริต ไม่ทุจริตนั้น ต้องรอได้รับอนุญาต ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ป.ป.ท. เพราะฉะนั้น การที่ท่านได้เอ่ยว่ามีการทุจริตตรงนี้ตรงนั้น ยังหรอกครับ ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของ คณะกรรมการ ป.ป.ท. ขอทำความเข้าใจกับท่านตรงนี้ให้เกิดความชัดเจน ในเรื่องสำคัญ เรื่องหนึ่งที่ผมจะกราบเรียนเรื่องกรณีที่ว่ามีการย้ายเลขาธิการ ป.ป.ท. ในขณะที่เขากำลัง ดำเนินการในเรื่องการตรวจสอบการทุจริต กระผมใคร่ขอเรียนให้ได้ทราบว่าการโยกย้ายครั้งนี้ เป็นการโยกย้ายตามวาระ เป็นวาระประจำปี ซึ่งในกระทรวงยุติธรรมเรามีตำแหน่งบ้าง ๓-๔ ตำแหน่ง ก็ต้องมีการโยกย้ายประจำปี แล้วการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ก็ดำเนินการ ตามหนังสือของ ก.พ. ที่ ว ๙/๒๕๓๕ และได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งในระเบียบข้าราชการพลเรือนนี้ได้ระบุ อย่างชัดเจนว่าในตำแหน่งดังกล่าวนี้เป็นตำแหน่งระดับเดียวกัน คือ ตำแหน่งรองปลัดกระทรวง ตำแหน่งอธิบดี และตำแหน่งผู้ตรวจราชการ เมื่อมีการโยกย้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนประจำปี เราก็จะหมุนเวียนซึ่งถือว่าระดับเดียวกันนี้ แล้วการหมุนเวียนแต่งตั้งอย่างนี้ ก็ไม่ได้เป็นการผิดปกติแต่อย่างไร เพราะว่าในรัฐบาลก่อนก็ได้ทำมาเช่นกัน อย่างเช่นสมัยรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ก็ได้มีการย้ายนายนัทธี จิตสว่าง อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงก็มี แล้วก็ย้ายนายชาตรี โชไชย ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรมมาเป็นผู้ตรวจราชการ กระทรวง ย้ายนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ จากอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพมาเป็น รองปลัดกระทรวง และต่อมาก็ย้ายจากรองปลัดกระทรวงมาเป็นอธิบดีกรมคุมประพฤติ แล้วก็ย้ายกลับมาเป็นรองปลัดกระทรวง เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ไม่ใช่เป็นเรื่องแปลกครับ

ส่วนในประเด็นที่ว่าย้าย พันตำรวจเอก ดุษฎีในขณะที่เขาดำเนินงานและกำลังทำ การตรวจสอบในเรื่องการทุจริตนั้น อันนี้ก็ต้องขอทำความเข้าใจนะครับ อย่างที่ผมได้เรียนแล้วว่า การชี้มูลว่าใครทุจริตหรือไม่ทุจริตนั้นคืออำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ท. การย้ายเลขาธิการ ป.ป.ท. ออกไปมิใช่หมายความว่าไม่สามารถดำเนินการเรื่องนี้ได้ การดำเนินการที่จะไต่สวน ให้ชัดเจนก็ขึ้นกับคณะกรรมการ ซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ต้องขอให้ท่าน ได้กรุณาเข้าใจและเพื่อเป็นความกระจ่างชัดนะครับ ได้มีการเปิดความรู้สึกของตัวผู้ที่ถูกย้ายเอง ซึ่งท่านได้พูดถึงนั่นละครับ เขามีความรู้สึกอย่างไร ผมขออนุญาตท่านประธานครับ ขออนุญาตเปิดซีดีครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“................... : สวัสดีครับท่านสื่อมวลชนทุกท่านครับ ที่ผมขอเชิญ ท่านสื่อมวลชนมาในวันนี้ ซึ่งทั้ง ๆ ที่ในอดีตไม่เคยเชิญสื่อมวลชนท่านใดมาในเรื่องการแถลงข่าว เพราะปกติในการทำงานของผมนี้สื่อมวลชนจะตามแล้วก็ตรวจสอบการทำงานอยู่ตลอดเวลา แล้วก็ทราบข่าวกันอยู่แล้วว่าทำอย่างไรบ้าง ในวันนี้ผมตั้งใจจะมายืนยันกับสื่อมวลชนว่า ผมมีความรู้สึกยินดีแล้วก็รู้สึกอบอุ่นที่ท่านรัฐมนตรีได้แต่งตั้งให้ผมดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้น แล้วก็จะมอบงานในส่วนที่มีความรับผิดชอบอยู่เดิมอยู่แล้ว แล้วก็งานถนัดก็คือ ด้านการปราบปรามยาเสพติดเพิ่มอีกตำแหน่งหนึ่ง ไม่ได้มีการถูกบีบบังคับใด ๆ ทั้งสิ้น หรือเป็นการรังแกของข้าราชการการเมือง เพราะฉะนั้นในการนำเสนอข่าวบางครั้งอาจจะมีการที่ มีบุคคลอื่นที่ไม่หวังดีดึงไปแล้วก็เอาไปใช้เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ซึ่งจริง ๆ ทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ได้เป็นจริงตามนั้นเลยครับ แล้วก็อาจจะมีปัญหาแล้วก็พาดพิงไปถึงบุคคลอื่น เป็นบุคคลที่ ๓ อาจจะต้องได้รับความเสียหายด้วยในคดีที่ทางสำนักงาน ป.ป.ท. ลงไปตรวจสอบคดีเกี่ยวกับ การทุจริตต่าง ๆ จุดประสงค์หลักก็คือว่าไม่อยากจะให้นำข้อมูลตรงนั้นในการที่เราไป ตรวจสอบพบทุจริตของข้าราชการแล้วก็ดึงไปเชื่อมโยงกับบุคคลอื่นซึ่งอาจจะได้รับผลเสียหาย จริง ๆ ในการทำงานของเราตรงไปตรงมา ใครเป็นผู้ผิดเราก็ว่าไปตามนั้น แล้วก็ข้าราชการ ที่อยู่ในความดูแลของเราก็เป็นระดับ ๘ ลงมาทั้งสิ้น สำหรับที่สูงกว่าเราก็ส่งให้ ป.ป.ช. ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป และขณะนี้เองก็ยังไม่มีพยานหลักฐานตัวไหนที่สามารถโยงไปถึง บุคคลอื่นตามที่สื่อมวลชนต่าง ๆ ได้กล่าวไปถึงนะครับ เพราะว่าเป็นการขยายผล ทางการเมืองมากกว่า เริ่มมีผลในกรณีที่ได้มีการแก้ข่าวทางการเมืองแล้วมันไปกันใหญ่ ผมเลยขอว่าต่อไปนี้ถ้าสื่อมวลชนท่านใดพร้อมที่จะลงไปตรวจสอบเรื่องทุจริตกับทาง ป.ป.ท. นี่ เรายินดี แต่ว่าถ้าจะมาแถลงข่าวเป็นรายวันหรือว่าเป็นเรื่องที่ต้องนำมาขยายผลทางการเมือง ผมต้องขออนุญาตในเรื่องนี้ไว้ก่อนครับ สำหรับวันนี้มีแค่นี้ครับ”

ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ได้เห็นแล้วเจ้าตัวเองก็ได้นำเรียนต่อสาธารณะเป็นการให้ข่าว ต่อสื่อมวลชนว่าเป็นการได้รับการยกระดับอันนั้นท่านพูดเอง แล้วก็ยังได้รับมอบภารกิจที่สำคัญ ซึ่งภารกิจนี้เป็นภารกิจที่นโยบายของรัฐบาลประกาศเป็นวาระแห่งชาติคือเรื่องยาเสพติด ส่วนในเรื่องการทุจริตนั้นก็ยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการของคณะกรรมการ ป.ป.ท. เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานผ่านไปถึงท่านนิพิฏฐ์ท่านอย่าด่วนสรุปจนเกินไปว่าได้มี การทุจริตแล้วที่นั่นที่นี่ ตัวท่านเองซึ่งเป็นผู้ไปตรวจสอบท่านก็ยังพูดครับ ยังชี้มูลไม่ได้ เพราะว่ายังอยู่ในระหว่างดำเนินการ กระผมก็ใคร่ขอกราบเรียน เพราะฉะนั้นก็ขอยืนยันว่าท่านนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้นไม่ได้ปล่อยปละละเลย ผมเองในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมก็ได้กำกับการดำเนินการเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด กราบเรียนด้วยความเคารพครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละ ท่านจะได้ใช้สิทธิพาดพิง เหลืออีกประเด็นเดียว เดี๋ยวท่านนิพิฏฐ์ประเด็นเดียวสั้น ๆ เอาท่านชัชชาติก่อนที่บอกว่าอะไรนะที่เป็นญาติท่านเอื้อประโยชน์ให้ได้ ๔๓ โครงการ เอาเฉพาะประเด็นนี้ ท่านเอื้อไม่เอื้อก็เท่านั้นเองครับ

(นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ให้ประเด็นนี้ก่อนเดี๋ยวท่านครับ ผมอนุญาตให้ท่านรัฐมนตรีก่อน เชิญครับ คืออย่างนี้ครับ ท่านขอใช้สิทธิพาดพิงผมก็เห็นว่าเป็นประเด็นสั้น ๆ แล้วต่อไปก็จะได้สอบถามท่านวิรัชว่า ประเด็นของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมดหรือยัง ถ้ายังไม่หมดก็จะให้ ท่านวิรัช ไม่อนุญาตให้ท่านชี้แจง แล้วผมจะหารือ นั่งลงครับ คุณนั่งลงก่อนสิครับ ประท้วงว่ามาประเด็นอะไร

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธานตามข้อ ๘ เมื่อสักครู่ท่านประธานคงจำได้ ที่เราคุยกันในห้องประชุมนี้แหละว่าจะให้กลุ่มผมอธิบายทั้งกลุ่มแล้วรัฐมนตรีก็มาตอบชี้แจง นี่เป็นไปตามข้อตกลง แล้วก็อยากให้ดำเนินการอย่างนี้สภาจะได้เดินไปได้ มันไม่ใช่ลำบาก อะไรเลยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญนั่ง เดี๋ยวผมจะบอกท่านรัฐมนตรี เอาอย่างนี้ได้ไหมครับ ท่านรัฐมนตรีให้ตอบเสร็จแล้ว ของท่าน มีประเด็นสั้น ๆ เอง ไม่มีอะไรมาก อย่างนี้นะขอความร่วมมือ มีท่านชัชชาติอยู่ประเด็นเดียวสั้น ๆ แล้วก็ท่านเฉลิมมีอยู่ ๒ ประเด็น เดี๋ยวให้รอทางนี้พูดให้จบแล้วก็ท่านรัฐมนตรีปรีชาด้วย เชิญท่านวิรัชครับ เอาอย่างนี้ได้ไหมท่านวิรัชเดี๋ยวผมให้ท่านนิพิฏฐ์ติดใจอยู่ประมาณครึ่งนาที เชิญครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ขอบคุณท่านประธานครับ ผมไม่เกิน ๑ นาที

ประการแรก กราบเรียนท่านประธานว่าอาจจะพาดพิงถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม เดิมจริง ๆ นั้นมติของ อ.ก.พ. ป.ป.ท. วันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๕๕ ท่านไม่ได้ลงนามคำสั่งนี้ เลื่อนลำดับ ๙ ไปลำดับ ๑๐ แต่เมื่อ ๙ คนที่ท่านต้องการเขาถอดใจ ที่จะรับการสรรหาท่านก็เลยใช้วิธีเปลี่ยนลำดับ ๑๐ ไปลำดับ ๑๐ เสีย มตินี้มันยังอยู่ครับท่าน ดีผมไม่ถอดถอนท่านด้วยเรื่องนี้ อันนี้ท่านยังไม่ได้ตอบ เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เสียด้วยซ้ำไป

ประการต่อไป ท่านต้องปกป้องลูกน้องครับ เวลาลูกน้องของท่านไปพบ การทุจริตท่านต้องปกป้อง ท่านต้องให้กำลังใจ ให้รางวัล แต่ท่านไม่ได้ปกป้อง สักครู่ท่านบอกว่า สิ่งที่เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบผิดกฎหมายเสียด้วยซ้ำ เขาไปตรวจสอบเงินของแผ่นดินแล้วพบ เบื้องต้นว่าทุจริตจริง ท่านบอกว่าตรวจสอบไม่ชอบด้วยกฎหมาย อย่างนี้ใช้ไม่ได้ครับ ไม่ปกป้องลูกน้องซึ่งมีหน้าที่ในการตรวจสอบการทุจริตครับ ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านวิรัชครับ

นายวิรัช ร่มเย็น ระนอง 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัช ร่มเย็น พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดระนอง ผมเป็นผู้หนึ่งที่ได้ยื่นญัตติไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อีกทั้งได้ยื่นถอดถอนท่านนายกรัฐมนตรีต่อท่านประธานวุฒิสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตต่อยอดจากท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้กรุณาให้ข้อเท็จจริง ให้ข้อมูล รวมทั้งตั้งประเด็นไว้แล้วว่าที่ต้องถอดถอน ท่านนายกรัฐมนตรีนั้น เพราะท่านนายกรัฐมนตรีกระทำผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง กฎหมายนี้เป็นกฎหมายสำคัญ กฎหมายที่เราเรียกว่าพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ มีการแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๕๔ ท่านประธานครับ หลายท่านได้พูดไปแล้ว แต่ผมต้องการทำความเข้าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเจ้าของอำนาจที่แท้จริงที่อยู่ทั่วประเทศไทยว่าเหตุผลที่ได้ถอดถอน ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เพราะอะไร ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้มีหลายมาตรา แต่ที่สำคัญย้อนให้ท่านเห็นนิดหนึ่ง มาตรา ๑๐๓/๗ ที่หลายท่านพูดไปแล้ว ผมขออนุญาตครับ มาตรา ๑๐๓/๗ ของกฎหมาย ป.ป.ช. เรียกสั้น ๆ ง่าย ๆ ก็แล้วกัน กฎหมาย ป.ป.ช. แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๕๔ มาตรา ๑๐๓/๗ นี่คนเข้าใจกันไม่ชัดเจนนะครับ วันนี้ ๒ มาตราที่ผมจึงต้องทำความเข้าใจ เบื้องต้นเล็กน้อยก่อนที่จะลงไปในรายละเอียด ท่านประธานครับ มาตรา ๑๐๓/๗ เขาบอก ให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการจัดทำข้อมูลรายละเอียดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเฉพาะราคากลางและการคำนวณราคากลาง ๒ อย่างนะครับ ราคากลางด้วย และการคำนวณราคากลางไว้ในระบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้ประชาชน สามารถเข้าตรวจสอบได้ สรุปทำข้อมูลไว้ในราคากลาง ทำราคากลางและคำนวณราคากลาง เสร็จสรรพเรียบร้อยใส่ไว้ในเว็บไซต์ มันเป็นผลดีเว็บไซต์นี่ เว็บไซต์สามารถดูได้ทั่วประเทศ อยู่ชนบท อยู่หัวไร่ปลายนา หรืออยู่ตึกรามใหญ่โต โรงแรมโฟร์ซีซันส์ในห้องหรูหราก็ดูได้ครับ เว็บไซต์นี้ มันเป็นประโยชน์สำหรับการป้องกันและปราบปรามการโกง

ท่านประธานครับ เขาบอกในมาตรา ๑๐๓/๘ ต่อไปเลย ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีหน้าที่รายงาน คนอ่านอย่าสงสัยครับ รายงานก็คือกำหนดกฎกติกา ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อสั่งการให้หน่วยงานของรัฐจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง ตามมาตรา ๑๐๓/๗ วรรคหนึ่ง โดยหน่วยงานของรัฐจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับจากวันที่ ตรงนี้สำคัญครับ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ ให้ดำเนินการดังกล่าว มันเป็นกฎหมายที่ ครม. เมื่อ ป.ป.ช. ยื่นมานี่ต้องดำเนินการ ต้องเห็นชอบ

ท่านประธานที่เคารพครับ กฎหมายนี้ผมกราบเรียนเลยว่ามาตรา ๗๒ ใน พ.ร.บ. นี้ในเรื่องนี้เขาบอกไว้เลย ให้ ป.ป.ช. ดำเนินการให้แล้วเสร็จนะครับ เขียนกฎกติกาให้แล้วเสร็จนับจากวันที่กฎหมายฉบับนี้ใช้บังคับ ใช้บังคับเมื่อไรครับ ๑๙ เมษายน ๒๕๕๔ ตรงนี้ละครับเป็นประเด็นที่ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ไม่เห็นชอบ การที่ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ไม่เห็นชอบมีผลให้เกิดความเสียหายไปทั่วประเทศ ทั่วประเทศเกิดความเสียหาย ผมกำลังจะบอกท่านประธานว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็น ที่ผมจะกล่าวต่อไปเรื่องของงบกลาง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ งบกลาง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่เป็นงบเรียกว่าพิเศษจริง ๆ แล้วถ้าผมจะต่อสักนิดหนึ่งงบพิเศษ เพื่อคนพิเศษ ใครคือคนพิเศษติดตามผมต่อไปครับ นั่นคือเรื่องที่ผมตั้งต้นไว้ และขอกราบเรียน ท่านประธานครับ กรณีที่เกิดกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาได้นอกจากบรรดาสภาหอการค้า แห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย องค์กรเอกชนหรือเรียกให้โก้ ๆ ว่า เอ็นจีโอ (NGO) รวมทั้งผู้แทนในสภานี้ในหลายยุคหลายสมัยพยายามเหลือเกิน ประกอบกับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้ละครับ ฉบับที่หลายท่านบอกถ้าได้ประโยชน์ก็ดี อันไหนไม่ได้ประโยชน์ก็บอกไม่ดี

ท่านประธานครับ แนวนโยบายด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน มาตรา ๘๗ รัฐต้องดำเนินการตามแนวนโยบายด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน ดังต่อไปนี้ (๑) (๒) (๓) (๔) เอา (๓) ครับท่านประธาน (๓) ส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐทุกระดับ ในรูปแบบขององค์กรทางวิชาชีพหรือตามสาขาอาชีพ ที่หลากหลาย หรือรูปแบบอื่น ชัดเจนครับ ป.ป.ช. จึงต้องไปดำเนินการออกกฎหมาย ที่ผมกราบเรียนไปเบื้องต้นนี่แหละครับ เมื่อออกเสร็จเรียบร้อยเขาบังคับไว้เลย ให้ทำรายละเอียดเสนอ ครม. ให้ ครม. เห็นชอบ ตามที่ผมอ่าน นี่ผมเริ่มต้นอย่างนี้ครับ

ทีนี้มาดูญัตติวันนี้เพื่อไม่ให้ท่านที่เคารพทั้งหลายได้ขัดข้องหมองใจ ผมเรียนเลยครับญัตติที่อ่านนี่ เมื่อวันแรกท่านประธานวิปได้กรุณาอ่านทุกพยางค์ ทุกประโยค ทุกวรรคทุกตอนสมบูรณ์แล้วละครับ แต่ผมต้องอ่านบางรายการ เพื่อให้สอดคล้องกับสิ่งที่ผมจะอภิปรายต่อไป ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติ ไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับสิ่งต่อไปนี้ครับ นโยบายป้องกันและปราบปรามการทุจริตเป็นแค่เพียงเครื่องมือสร้างภาพ ท่านประธานครับ เอื้อพวก มีการเลือกปฏิบัติ ละเว้น มีพฤติการณ์ปล่อยปละละเลย ให้มีการทุจริตการใช้จ่ายเงินแผ่นดินกระจายไปในกลุ่มบุคคลและหน่วยงานต่าง ๆ ผมจะอ่าน บางประการนะครับ และการที่ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ไม่เห็นชอบกับกฎหมายฉบับนี้ ทำให้กฎหมายฉบับนี้เดินหน้าไปไม่ได้ นั่นคือคำที่บอกว่ามีการโกงกันทั้งแผ่นดิน ทำนองโกงทั้งแผ่นดิน ผมจะบอกว่าโกงอย่างไรครับท่านประธานที่เคารพ

อีกข้อหนึ่งท่านประธาน เอื้อตัว เอื้อพวก เอื้อญาติ ปิดหูปิดตาประชาชน ปิดบังข้อมูล หลีกเลี่ยงการตรวจสอบเพื่อประโยชน์พวกพ้องวงศ์วานว่านเครือ ท่านประธาน ที่เคารพ นี่คือสิ่งที่ผมกราบเรียนให้ท่านประธาน เพื่อนสมาชิก และพี่น้องประชาชน ที่อยู่ทางบ้านเจ้าของอำนาจที่แท้จริงได้รับทราบไว้ ท่านประธานครับ ผมอ่านเท่านี้นะครับ เพราะถ้าอ่านแบบท่านจุรินทร์อ่าน วันแรกผมนั่งฟังท่านประธานอย่าว่าแต่ตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีเลยเป็นคนยังเป็นไม่ได้เลยนายกรัฐมนตรีนะ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียน ต่อไปว่าเรื่องนี้จริง ๆ มันเป็นเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง ถ้าพูดแบบบ้าน ๆ ก็คือประมูลงาน นั่นแหละ เพราะเขาเห็นว่ามันโกงกันมากมันโก่งราคากันเยอะ การทำราคากลางเขาใช้คำว่า โป่ง คำว่า โป่ง เข้าใจไหมครับ โป่ง ผมว่าท่านประธานเข้าใจดีเป็นประธานมาหลายคณะ โป่งก็คือแทนที่ตั้งราคากลางไว้เท่านี้ ตั้งไว้มาก ๆ สมมุติว่าจะไปเอาดิน เอาทราย เอาหิน ในจังหวัดหนึ่งมีอยู่แล้ว แต่ว่าระบุให้ไปเอาอีกจังหวัดหนึ่ง ท่านประธานครับ นี่คือเหตุผลสำคัญ ที่กฎหมายฉบับนี้จะต้องเดินหน้าต่อไป แต่เสียดายครับของดี ๆ มีเยอะในกฎหมายฉบับนี้ เดินหน้าไปไม่ได้แล้ว ท่านประธานผมขออนุญาตยกตัวอย่างให้เห็นประจักษ์ สมัยก่อน เวลาเขาประมูลงานเขาใช้ซองยื่นซอง มีซองเคียง ซองไม่เคียงก็ว่าไป ใครระบุราคาน้อยที่สุด หลวงได้ประโยชน์ที่สุด เงินประชาชนมีประโยชน์ที่สุดคนนั้นได้ไป ต่อมาระบบทันสมัยขึ้น ท่านประธานเขาเรียกง่าย ๆ ว่า อีออกชัน อีออกชันก็เป็นประโยชน์ระดับหนึ่งนะ แต่ถ้านายกรัฐมนตรีเห็นชอบกับกฎหมายที่ผมเอ่ยมาเมื่อตะกี้นี้มันจะมีประโยชน์ยิ่งกว่านั้น นั่นคือชาวบ้านจะรู้ด้วย พี่น้องประชาชนจะรู้ด้วย แต่ระบบอีออกชันนั้นมันรู้เฉพาะผู้ประมูล บริษัท ก ข ค ห้างหุ้นส่วนจำกัด ก ข ค รู้ แต่ชาวบ้านไม่รู้ ถามว่าชาวบ้านมีสิทธิไหม มี ไปขอดูเอกสารไปขอดูข้อมูล ส่วนราชการที่คิดว่าไม่ชอบยุ่งยากเขาก็จะบอกว่า นี่เขาเอาถนนมาให้แล้วมาขอดูอะไรอีก แต่ส่วนราชการที่เขามีเมตตาธรรมอยู่บ้างเขาบอก เดี๋ยวจัดให้ แต่กว่าที่ข้อมูลจะมาถึงพี่น้องประชาชนคนที่รักความยุติธรรมนี่ อีออกชัน เสร็จแล้วครับ ผมยกตัวอย่างจังหวัด ๗๗ จังหวัดเอาจังหวัดที่มันคิดว่าฟังดูแล้วดูดี แต่ว่าพฤติการณ์จะเป็นอย่างไรท่านประธานลองติดตาม เอาใกล้ ๆ ครับท่านประธาน จากกรุงเทพมหานครไปชั่วโมงเศษ ๆ จังหวัดนครนายก ชื่อนายก นครนายก ผมจะดู ตัวอย่างให้ ให้ดูตัวอย่างเรื่องอีออกชัน มีถนนอยู่หลายเส้นครับ ผมยกมา ๔ เส้น ไม่มากไม่น้อย เส้นที่ ๑ การจ้างซ่อมผิวทางแอสฟัลติก คอนกรีต (Asphaltic concrete) สาย นย. ๒๐๒๔ นย. คือนครนายกแยกทางหลวง ๓๓ ท่านประธานครับ งบประมาณตั้งไว้ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท อีออกชันคือมีการต่อสู้กันจะกี่บริษัทก็ตามรายละเอียดผมมีนะครับ ท่านประธาน ปรากฏว่าราคาต่อสู้กันราคาสุดท้ายที่ได้ก็คือ ๓,๖๙๐,๐๐๐ บาท ผลก็คือว่า ประหยัดได้เท่าไรครับ ๒๖.๒๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าจะบอกเป็นตัวเลขสักรายการหนึ่งก็คือว่า ๒๖.๒๐ เปอร์เซ็นต์ได้ ๑,๓๑๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานที่เคารพ นี่คือถนนสายที่ ๑ เกี่ยวกับอีออกชัน เอาอีกสายที่ ๒ ท่านประธานครับ ชื่อว่าจ้างซ่อมผิวทางเคพซีล (Cape seal) สาย นย. ๕๐๓๒ แยกทางหลวงชนบท นย. ๔๐๓๑ งบ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาทครับ ประมูล ขั้นสุดท้ายได้เท่าไรครับ สู้กันไปสู้กันมา ๓,๗๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ประหยัดได้เท่าไรครับ ๒๕.๔๐ เปอร์เซ็นต์ เส้นที่ ๓ ท่านประธาน ซ่อมผิวทางเคพซีล สาย นย. ๒๐๒๙ แยกทางหลวง ๓๓ ตั้งไว้ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ราคาสุดท้ายครับ ๒,๑๕๐,๐๐๐ บาท ประหยัดได้เท่าไรครับ ๒๘.๓๓ เปอร์เซ็นต์ และเส้นสุดท้ายที่จะยกตัวอย่างก็คือซ่อมผิวทางแอสฟัลติก คอนกรีต สาย นย. ๓๐๓๓ แอสฟัลติก คอนกรีตเช่นเดียวกันนะครับ แยกทางหลวง ๓๐๕ ถึงตลาดไม้ดอกไม้ประดับ ตั้งงบประมาณไว้ ๔,๙๕๖,๘๐๐ บาท ราคาสุดท้าย ๓,๖๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ ประหยัดได้ ๒๗.๓๗ เปอร์เซ็นต์ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ๆ ยกตัวอย่างให้เห็นว่าประหยัด ถ้ามีเว็บไซต์ท่านนายกรัฐมนตรีเห็นชอบ ครม. เห็นชอบ พี่น้องประชาชนรู้ รู้ว่าการที่ใครมา บริษัทที่มาอีออกชันรู้เลย บางบริษัทอาจจะถูกแบล็กลิสต์ (Blacklist) เอาภาษาไทยนะครับ บัญชีดำ เขาจะรู้เลยชาวบ้านจะโวยวายเลย แล้วชาวบ้านโวยวายก็อย่างที่ท่านนิพนธ์พูดไว้ ถ้าร้องไปที่ ป.ป.ช. ให้ ป.ป.ช. สอบสวนแล้วก็ขึ้นศาล แล้วศาลตัดสิน ท่านประธานครับ ชาวบ้านได้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์แต่ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ที่จังหวัดนครนายกมันมีข่าว ข่าวที่ว่านี่กระทรวงมหาดไทยรู้เขาก็เลยเตือนมายังลูกน้องเขา กระทรวงมหาดไทยก็คือปลัดกระทรวง ปลัดกระทรวงไม่อยู่รักษาการปลัดกระทรวงทำการแทน เขาได้มีหนังสือมาถึงผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะอะไรรู้ไหมครับ ช่วงนั้นผมเรียนท่านประธาน เลยที่ผมจะพูดต่อไปนี้นั่นก็คืองบน้ำท่วม งบอุทกภัย ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ละครับ งบอุทกภัย งบน้ำท่วมนี่ผมกราบเรียนท่านประธานไว้ล่วงหน้าเลย มันมีกฎกติกาอยู่ว่า ๑. ต้องอยู่ในพื้นที่ภัยพิบัติ ๒. ถ้าจะทำถนนสักเส้น ๒ เส้น ๓ เส้นก็ตามแต่ต้องเป็นถนน ที่น้ำท่วมจริง ๆ แล้วท่วมแล้วต้องเสียหายจริง ๆ กระทรวงมหาดไทยเขาบอกไว้อย่างนี้นะครับ เขาบอกว่ามีความเห็นว่าบางโครงการไม่ได้อยู่ในพื้นที่ประกาศเป็นพื้นที่ประสบอุทกภัย กระทรวงมหาดไทยจึงขอให้ตรวจสอบว่าการดำเนินงานโครงการที่ได้รับการจัดสรร งบประมาณไปแล้วนั้นเป็นโครงการที่อยู่ในพื้นที่ประกาศเป็นพื้นที่ประสบอุทกภัย และเป็น พื้นที่ที่ได้รับความเสียหายที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยแท้จริงเท่านั้น และจำเป็นต้องฟื้นฟูช่วยเหลือให้กลับสู่สภาพเดิม หากผิดพลาดจะถือเป็นความรับผิดชอบ ของจังหวัด นี่ขู่ผู้ว่าราชการจังหวัดมาด้วย ลงนามโดยใครครับ ประชา เตรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย วันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๕๕ อีกฉบับหนึ่ง ฉบับนี้ขู่หนักไปอีกครับท่านประธาน กระทรวงมหาดไทยได้รับรายงาน เกี่ยวกับการดำเนินงานโครงการฟื้นฟูปัญหาอุทกภัยในพื้นที่บางจังหวัด ส่อไปในทางไม่สุจริต มีการเรียกรับผลประโยชน์ เขากล้าวงเล็บมาครับท่านประธาน เงินทอนอัตราสูง อันเป็นเหตุให้ผลการดำเนินงานโครงการมีเนื้องานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย อันนำมา ซึ่งความล้มเหลวในการแก้ปัญหาอุทกภัยของจังหวัดดีที่สุด เขาบอกต้องการให้มีการใช้ งบประมาณทุกบาททุกสตางค์อย่างมีความโปร่งใสสุจริต ขู่มาอีกว่าหากพบหน่วยงานใด ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่ามีพฤติกรรมไม่สุจริตให้จังหวัดดำเนินการลงโทษทั้งทางวินัย และทางอาญาตามระเบียบของราชการอย่างเฉียบขาด ยิ่งกว่านั้นตอนท้ายบอกว่า ถ้าไม่ปฏิบัติตาม ถ้ามีการทุจริตย้ายประจำ นี่คือหนังสือขู่ของกระทรวงมหาดไทย ลงนามเช่นเดียวกันครับ ประชา เตรัตน์ หลักฐานมีอยู่ ท่านประธานที่เคารพ มีงบประมาณ อยู่ก้อนหนึ่งจังหวัดขอไปกระทรวงมหาดไทย ขอไปแค่ ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อจะมา ปรับปรุงถนนให้ดีจากการที่เป็นหลุมเป็นบ่อ ถ้าบอกว่าซ่อมรถก็หมายถึงปะผุ อันนี้ ก็หมายความว่าเอาถนนมาทำ เอางบประมาณมาทำ ขอไป ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาทครับ มีหนังสือ ตอบโต้ระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายกแล้วก็อธิบดีกรมทางหลวงชนบท งบอุทกภัย มีทุกหน่วยหลายหน่วยตั้งแต่วันแรกท่านประธานฟังดูก็รู้แล้ว จนกระทั่งวันนี้วันที่ ๓ ก็รู้ว่า มีหลายหน่วย ในที่สุดมันเป็นเรื่องแปลกประหลาดอย่างนี้ ปรากฏว่ามีหนังสือตอบโต้ไปมา ระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดกับกรมทางหลวงชนบท คือ ทช. ที่เรารู้กัน ในที่สุดเชื่อไหมขอไป ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาทมาซ่อม ส่งมาเลย ๔๗,๒๘๕,๖๐๐ บาท และจะบอกว่าเป็นเวรเป็นกรรม ของบ้านเมืองก็ไม่ทราบงบนี้ไม่ได้อีออกชัน เพราะงบน้ำท่วมมันมีกฎเกณฑ์อย่างที่ผมบอกเมื่อตะกี้ ยกเว้นอะไรทั้งหมด ให้ใช้วิธีอะไร รู้ไหมครับ พิเศษเพื่อคนพิเศษ คำหลังนี้ผมพูดเอง คำแรกราชการบอก งบพิเศษ ท่านประธานรู้ดี ผมกราบเรียนท่านประธานว่าอยากจะให้ดูราคากลาง ของผมราคากลาง เขามีการคิดราคากลางงบนี้ เดี๋ยวผมจะบอกว่าไฮไลท์ (Highlight) ของถนนเส้นนี้คืออะไร ถนนเส้นที่ว่านี้ ลืมบอกไปท่านประธานที่เคารพ โครงการปรับปรุงยกระดับถนนสาย นย. ๒๐๑๑ แยกทางหลวง ๓๓ บ้านโพธิ์ อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก ระยะทาง ๗.๒ กิโลเมตร แปลว่า ๗ กิโลเมตรกับ ๒๐๐ เมตร ๗.๒๐ กิโลเมตร โครงการอุทกภัย งบกลางนี่แหละครับ กราบเรียนท่านประธานว่าตรงนี้เขามีการทำราคากลาง งบนี้จริง ๆ เป็นงบกระทรวงมหาดไทย แต่ว่าส่งไปที่ ทช. คือกรมทางหลวงชนบท เพราะว่าอาจจะเป็นว่า กรมทางหลวงชนบทมีความชำนาญหรือประการใด เดี๋ยวฟังต่อไป กรมทางหลวงชนบท ก็ไปทำราคากลาง กรมทางหลวงชนบททำราคากลางเท่าไรครับ กิโลเมตรละ ๕,๙๘๕,๕๑๘.๙๙ บาท ผมย้อนมาที่ท่านประธานเมื่อตะกี้บอกว่ามีการอีออกชัน อีออกชัน ประเภทเดียวกันนะครับ แอสฟัลติก คอนกรีต ผมเรียนท่านประธานเลย มีการทำราคากลาง หลักฐานมีครับ ราคากลางที่ผมบอก ผมไม่เอ่ยชื่อเจ้าหน้าที่นะ แต่ว่าชุดเดียวกัน ชุดเดียวกัน ราคากลางในการอีออกชันเขาทำอย่างไรครับ เพราะว่ามีการต่อสู้กันอย่างไรครับ นั่งดูกันอยู่ ในจอเห็น เพราะฉะนั้นราคากลางเฉลี่ยกิโลเมตรละ ๒ ล้าน ๗ ท่านประธาน มันแตกต่างกัน มากมายเหลือเกิน ด้วยเวลาที่จำกัดผมขออนุญาตนะครับ ถนนเส้นนี้ที่ว่ากรณีพิเศษคืออะไร มีการประมูล จะเรียกประมูลไม่ได้ เอาใช้วิธีพิเศษก็แล้วกัน ตามมติทั้งหลายรวมทั้ง มติ ครม. วิธีพิเศษหมายความว่าอย่างไร กฎหมายเขียนไว้ ระเบียบเขียนไว้ วิธีพิเศษก็คือ เรียกผู้รับเหมา ๑ ราย ๒ ราย ๓ ราย ๔ ราย ใครก็ได้ที่พอใจมาคุยสิ ถ้าพูดภาษานักเลงบอก เส้นนี้ลื้อให้เท่าไร พูดภาษาสุภาพ ๆ เส้นนี้คุณจะให้เท่าไร แปลว่าให้เท่าไร มีงบประมาณ เท่านี้ให้เท่าไร งบประมาณมี ๔๗,๒๘๕,๖๐๐ บาท ตามสูตรเลยเขาก็เอาเข้ามาครับ นี่บัญชีผู้มายื่นเสนอราคา ผมเรียนไว้ก่อนเพื่อให้สอดคล้องกับท้องเรื่อง ให้เหมาะสมกับเรื่อง ที่ผมพูด ผมมีความจำเป็นต้องพูดถึงบุคคลภายนอก ท่านประธานอย่าได้หวั่นไหว อย่าได้ตกใจ ผมรับผิดชอบแต่ผู้เดียว แต่พูดทั้งหมดนี้เพื่อประโยชน์ของสาธารณะ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน เพื่อประโยชน์ในการประหยัดงบประมาณแผ่นดิน โครงการปรับปรุงถนนสาย นย. ๒๐๑๑ แยกทางหลวง ๓๓ บ้านโพธิ์ อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก ระยะทาง ๗.๒๐๐ กิโลเมตร ของบประมาณโครงการสำคัญเร่งด่วน พื้นที่ปัญหาอุทกภัยโดยวิธีพิเศษเขียนไว้ชัด ปรากฏว่ามีผู้สนใจมายื่นซองราคา ตามรายละเอียดดังนี้ ขอประทานอภัยแล้วนะว่าต้องเอ่ยชื่อบุคคลภายนอก เพราะจำเป็น สภาบอกไม่จำเป็นอย่าเอ่ย จำเป็นท่านประธานครับ วัน เดือน ปี ๒๖ เมษายน ๒๕๕๕ ๑๐.๐๐ นาฬิกา หจก. นครนายกการโยธา เดี๋ยวจะบอกต่อไปว่าเป็นของใคร ๒๖ เมษายน เหมือนกัน ๑๐ นาฬิกาเหมือนกัน หจก. วิศิษฎ์ชัย ๒๖ เมษายนเหมือนกัน ๑๐.๐๐ นาฬิกา เหมือนกัน หจก. ส. อรัญเจริญการโยธา ๒ ห้างแรกอยู่ที่จังหวัดนครนายก แต่ว่าอันหลัง ส. อรัญเจริญการโยธาอยู่ที่จังหวัดสระแก้ว ผมชี้ว่าจังหวัดสระแก้ว ท่านประธานเข้าใจนะ ท่านประธานเข้าใจดีแล้วว่าจังหวัดสระแก้วอยู่ทางไหน เมื่อมีการเอา ๓ บริษัทมาพูดกัน ผมไม่รู้ว่าเขาคุยอะไรบ้าง แต่ผมรู้ว่ามีสัญญาจ้างเกิดขึ้นแล้ว บริษัทที่ ๑ ห้างหุ้นส่วนจำกัด นครนายกการโยธาเสนอเท่าไรครับ เสนอไว้มากหน่อย นครนายกการโยธา ขอกราบเรียนว่า ก็เสนอมา ๔๗,๕๓๕,๐๐๐ บาท ส. อรัญการโยธา ๔๗,๔๒๔,๙๐๗.๑๖ บาท แล้วก็อีกบริษัทหนึ่งครับ หจก. วิศิษฎ์ชัย เสนอ ๔๗,๓๓๘,๐๐๐ บาท ท่านประธาน ทายไม่ถูกหรอกครับ แต่ผมบอกท่านประธานแล้วกันครับ วิศิษฎ์ชัยได้ไป แล้วแถม เอาบุญคุณด้วยนะ เขาบอกว่าเสนอไปเกินจากราคาที่ตั้งไว้ เกินจากราคางบประมาณ งบประมาณตั้งไว้ ๔๗,๒๘๕,๖๐๐ บาท เขาบอกว่าถ้าอย่างนั้นลดให้ ลดให้เท่ากับราคานี้เลย ท่านประธานเชื่อไหมครับบาทหนึ่งสลึงหนึ่งก็ไม่ตกถึงพื้น เพราะเหลือเงินที่ประมูล แบบวิธีพิเศษ ๔๗,๒๘๕,๖๐๐ บาทเป๊ะ ๆ สลึงเดียวไม่หล่น ผมไม่ได้ว่าอะไรครับ คนที่ได้ไป แต่ขอตำหนิหน่อยใจดำเหลือเกิน งบประมาณมีเท่านี้จะเอาเท่านี้ นี่คือวิธีพิเศษ ถ้านายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เห็นชอบกับกฎหมายที่ผมพูดแต่ต้น พี่น้องประชาชนไม่ว่า จังหวัดนครนายกหรือที่ไหน เดี๋ยวผมบอกในกรุงเทพฯ หรือชนบทรู้หมดเลยเขาขึ้นเว็บไซต์ เพราะวิธีพิเศษก็ไม่เหนือไปกว่ากฎหมายฉบับนี้ กฎหมายฉบับนี้คลุมหมดครับ คุณจะก่อสร้าง คุณจะงานอีเวนท์ (Event) นี่ใช้ภาษาต่างประเทศหน่อย หรือว่ามีการสัมมนา จ้างอาจารย์ จ้างนักวิชาการทุกอย่างครับต้องแสดงบนเว็บไซต์ให้เขาเห็น เขาจะได้รู้ว่า คนนี้หรือจ้างมาพูดทีหนึ่ง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท จริง ๆ พูดไม่เอาไหนเลย ทุกวันนี้ใช้กันอยู่ ท่านประธาน นี่ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ๓ บริษัทได้ไป ๑ บริษัท แล้วก็ที่ผมกราบเรียน เมื่อกี้นี้ ผมกราบเรียนว่าบริษัทที่ว่านี้ผมมีความจำเป็นครับท่านประธาน อันดับแรกโชว์ก่อน เดี๋ยวบอกว่าพูดไปจริงหรือเปล่า ถนนมันมีไหม ไปถ่ายมาเอง ไปถ่ายมาเองกับมือ สมัยก่อน มีคนเขาถ่ายคลิปผม ตอนนี้ผมไปถ่ายบ้าง ท่านประธานถนนสายบายพาส (Bypass) สาย นย. ๒๐๑๑ แยกทางหลวง ๓๓ ท่านประธานครับ นี่ครับถนนนี้แปลกประหลาด ตรงไหนครับ ไฮไลท์มันอยู่ตรงที่ว่าถ้าเป็นภาพยนตร์ก็หักมุมเลย ไม่ได้อยู่ในน้ำท่วม เอาว่าไม่ได้น้ำท่วมผิดกฎกติการาคา ผิดกฎกติกาของงบน้ำท่วมที่เรียกว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ต้องน้ำท่วมแล้วเสียหายจริงผู้ว่าราชการจังหวัดเขาก็เตือนมาแล้วเห็นไหมครับ ดูในภาพ จะเห็นเลยว่าด้านขวากระผมทำแล้ว แต่ด้านซ้ายมือไม่ได้ทำ ๔๗ ล้านบาท ๗ กิโลเมตรเศษ ๆ ภาพมันฟ้องมันจึงเห็นชัด ผมกราบเรียนนี่ผิดกติกาผิดแล้วผิดอีกน้ำไม่ท่วมแต่เอางบมาทำ ใครรับผิดชอบ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าแล้วบริษัทที่ว่านี้ หจก. วิศิษฎ์ชัยที่ได้ไปนี่ของใครล่ะ ผมไม่ได้ว่าใครทำอะไรที่ไหนนะ ก็ทำมาหากินกันไป ก็ไม่ว่าหรอกครับในโลกนี้มันก็ต้องมีล่ะอาชีพ ผู้รับเหมาก็เป็นอาชีพหนึ่งครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมกราบเรียนว่าคนที่เป็นกรรมการผู้จัดการห้างแปลว่ามีอำนาจในห้าง ก็มีอยู่ ๒ คนคนที่ ๑ จังหวัดนครนายก ชาวจังหวัดนครนายก เขาเรียกว่าเสี่ยแหมะ เสี่ยแหมะ คนทั่วไปก็บอกว่า สิทธิชัย กิตติธเนศวร ผมมีหลักฐาน คนที่ ๒ ท่านประธานครับ ท่านประธานก็คงจะคุ้นเคย คนใน ครม. ก็คงจะพอได้ยิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกระทรวง คมนาคม ชื่อเกรียงไกร กิตติธเนศวร คนแรกเป็นพ่อ คนหลังเป็นลูก ผมไม่ได้บอกว่า ๒ คนนี้ มาทำผิดอะไร ทำมาหากินไป แต่ท่านประธานครับหลักฐานมีครับ เกรียงไกร กิตติธเนศวร อยู่บ้านเลขที่ ข ๑-๒๖๗/๖ ถนนสุวรรณศร ตำบลนครนายก อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก ในขณะเดียวกัน ห้างหุ้นส่วนจำกัด วิศิษฎ์ชัยเขาเขียนไว้เลยครับ เจ้าของสถานประกอบการ นายสิทธิชัย กิตติธเนศวร ไม่มีอะไรกันนะครับกับผมนี่ แต่ว่าผมพูดเพื่อประโยชน์ของแผ่นดิน เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ เพื่อประโยชน์ สาธารณะ อยู่บ้านเลขที่ไหน ข ๑-๒๖๗/๖ ถนนสุวรรณศร อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก เช่นเดียวกันท่านประธาน ท่านประธานก็สงสัยอีกนะครับว่าเอกสารเชื่อถือได้ไหม แต่จริง ๆ เชื่อถือได้ เอาให้ชัด ไปจังหวัดนครนายกทั้งทีนอกจากไปถ่ายรูปถนนแล้วก็ถ่ายรูปมาด้วยรูปหล่อนะครับ เกรียงไกร กิตติธเนศวร เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ผมก็ไปเปิดเว็บไซต์ดู เอ๊ะ ใครตอนนั้น ชื่อชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เป็นเลขานุการของท่านรัฐมนตรีชัชชาติ ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าบัดนี้งานก็เรียบร้อยแล้ว ท่านประธานเชื่อไหมครับ จะบอกว่านายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ไม่รู้ก็ไม่ได้ เพราะหนังสือสำคัญที่ผมไปหามานี่เขาบอกว่ากราบเรียนนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมีบัญชาให้แต่งตั้งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี จำนวน ๓ ราย สด ๆ ร้อน ๆ ใหม่ ชื่ออะไรครับคนที่ ๑ อย่าไปเอ่ยเลยคนที่ ๑ เอาคนที่ ๒ ก็แล้วกัน นายสิทธิชัย กิตติธเนศวร

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับท่านวิรัช เชิญครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ด้วยความเคารพผู้อภิปราย บรรยากาศกำลังดี

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจะประท้วงอะไรเชิญครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ผมประท้วงผู้อภิปราย ตามข้อ ๖๑

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ว่าอย่างไรครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กล่าวพาดพิงถึง บุคคลภายนอกโดยไม่จำเป็นและกล่าวหาว่าเขาไม่มีส่วนได้เสียอะไรแล้วไปกล่าวถึงชื่อเขา ทำไม ให้ประธานวินิจฉัยด้วยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ ผมฟังว่าท่านบอกว่ากล่าวถึงบุคคลภายนอกโดยไม่จำเป็น จำเป็น หรือไม่จำเป็นนี่เป็นเรื่องของประธานวินิจฉัย ผมฟังดูท่านอภิปรายก็ปรากฏว่ารายชื่อ กรรมการหุ้นส่วนผู้จัดการทั้ง ๒ ท่านนี่ก็มีปรากฏในที่กระทรวงพาณิชย์จริงอันนี้ก็สามารถ ตรวจสอบได้

ประการที่ ๒ ก็คือว่าบริษัทนี้เมื่อยื่นซองแล้วได้จริงก็เป็นการประกอบอาชีพ ของเขาก็เท่านั้นเอง ส่วนท่านนายกรัฐมนตรีจะแต่งตั้งแล้วก็รู้ว่าเขาประกอบอาชีพหรือไม่นี่ ท่านสมาชิกทั้งหลายก็ทราบเหมือนกับท่านนี่แหละท่านจะรู้ทุกเรื่องเป็นไปไม่ได้ อันนี้ ท่านกำลังพยายามจะโยงให้เห็นนะครับ ฟังท่านหน่อย เชิญต่อครับท่านวิรัช

นายวิรัช ร่มเย็น ระนอง

ขอบคุณครับท่านประธานที่ดวงตาเห็นธรรม ขอบพระคุณครับ ท่านประธานที่เคารพครับ หนังสืออีกฉบับหนึ่งครับ เรียน เลขาธิการ นายกรัฐมนตรี มันยาว เอาสั้น ๆ เวลาจะหมด ข้อ ๒ ตามที่ได้เสนอเรื่องให้กรรมการ ผู้ช่วยรัฐมนตรีคงอยู่ปฏิบัติหน้าที่และแต่งตั้งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี จำนวน ๓ ราย ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เห็นชอบแล้ว ตรงนี้สำคัญ ได้เห็นชอบแล้วโดยให้มีผลตั้งแต่ วันที่นายกรัฐมนตรีลงนามในประกาศแต่งตั้งและมอบหมายให้เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งเป็นต้นไป มีชื่อคุณสิทธิชัย กิตติธเนศวร ตรงนี้ผมขอย้ำ อีกทีครับ คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ เห็นชอบตามที่ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอ ท่านประธานครับกราบเรียนนะครับ ข้อเสนอสุดท้าย ก็คือเพื่อให้มีผู้ทรงคุณวุฒิที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเป็นผู้แทนของรัฐมนตรีในการประสานงาน ระหว่างกระทรวงต่าง ๆ ในเรื่องที่มอบหมาย ผมก็เป็นห่วงเหมือนกันครับท่านประธาน ดูเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้ว หนังสือฉบับนี้ก็เอ่ยหน่อยนะครับเพราะว่าท่านนายกรัฐมนตรี ไม่ได้เซ็นเอง แต่คนที่เซ็นนี่คุ้น ๆ นะครับ นามสกุลคุ้น ๆ ขออภัยนะครับถ้าละลาบละล้วง ชื่อสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ผมพูดแล้วผมไม่รู้ว่าอยู่ในพรรคได้หรือเปล่า แต่อย่างไรก็ตามเพื่อประโยชน์กับประเทศชาติ กับประชาชนผมจำเป็นต้องพูด ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ ด้วยเหตุการณ์ทั้งหมดทั้งหลาย จริง ๆ ยังมีเรื่อง ยังมีเรื่องที่จะพูด แต่ว่าเคารพกติกา ด้วยเหตุการณ์ที่ผมเล่ามาทั้งหมดทั้งหลายนี่ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ปฏิเสธไม่ได้ที่ไม่เห็นชอบที่ ป.ป.ช. นำเสนอ กฎหมาย เขาให้เห็นชอบ แต่นายกรัฐมนตรีก็โยกโย้ครับ ไปกระทรวงการคลังบ้าง ไปสำนักงบประมาณบ้าง ในที่สุดก็กลับมาที่ใครครับที่ปรึกษารัฐบาล สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะกรรมการ กฤษฎีกาวันนี้ผมไม่สบายใจเลย เห็นบอกเป็นคณะ ๑ ด้วย เขาบอกอย่างไรรู้ไหมครับ เขาบอกว่ากฎหมายที่ ป.ป.ช. ทำมาปรากฏว่าขัดกับระเบียบ ผมแปลกใจผมอ่านหลายรอบ ท่านประธานครับ เหตุผลทั้งหมดที่ผมกราบเรียนมานี่เพียงพอแล้วครับที่ผมจะอภิปราย ไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและไม่ว่าท่านจะเป็นสุภาพสตรีรูปงามประการใดก็ตาม แต่เพื่อประโยชน์ประเทศชาติท่านทำให้ประเทศชาติเสียหายมาก มากจนผมไม่สามารถ ไว้วางใจได้และถอดถอนในที่สุด ท่านประธานครับขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านต่อไปครับ ท่านรังสิมาใช่ไหมครับ ท่านมีเอกสาร มีภาพอะไรประกอบไหม

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

มีค่ะ ได้ผ่านการตรวจแล้วค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะ ฝ่ายเลขานุการขอหน่อยสิ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ ท่านประธานอนุญาตมีแผ่นวีซีดีและภาพเสียง จำนวน ๑ แผ่น ๕ เรื่อง แล้วก็ ฟิวเจอร์บอร์ดอีก ๑๘ แผ่น ถูกต้องนะครับ ใช่ไหมครับ เชิญครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

ถูกต้องค่ะท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันเป็น ส.ส. มา ๔ สมัย แต่ ๓ สมัยนี่ ดิฉันเลือกอยู่คณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ดิฉันก็เคยอยู่ กับท่านประธานนะ ท่านประธานคงรู้กิตติศัพท์ดิฉันดี ที่ดิฉันอยู่คณะกรรมาธิการชุดนี้ เพราะดิฉันจะตรวจสอบการใช้งบประมาณซึ่งเป็นภาษีของพี่น้องประชาชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ให้คุ้มค่ากับภาษีที่พี่น้องประชาชนให้มาพัฒนาประเทศ แต่ตั้งแต่เป็นมาดิฉันตรวจสอบแล้ว ปีนี้รัฐบาลชุดนี้มีการทุจริตคอร์รัปชันมากที่สุดเท่าที่ดิฉันได้เป็น ส.ส. มา ๔ สมัย แล้วก็ดิฉัน ได้เชิญหน่วยงานต่าง ๆ มาชี้แจง วันอังคาร วันพุธ วันพฤหัสบดี จนดิฉันนี่กลับไปนอนฝันเลย ฝันว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากระซิบที่ข้างหูของดิฉันบอกว่า คุณรังสิมา นายชวน หลีกภัย นี่บอกว่า คุณเป็นคนที่มีความซื่อสัตย์สุจริตต่อประเทศชาติและพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้น คุณไม่ต้องกังวลเลยที่คุณตรวจสอบมานี่คุณตรวจสอบงบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ช่วยเหลือ ผู้ประสบอุทกภัย น้ำท่วม ให้ตรวจสอบที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาล พอตกใจตื่นดิฉันก็บอกว่า เอ๊ะ อันนี้มันเป็นเรื่องจริงหรือเราฝันนี่เราทำงานมากขนาดนี้จนเราฝันไปเลยหรือ ดิฉันก็มา เรียนกับท่านประธานธนิตพล ไชยนันทน์ ท่านประธานธนิตพลช่วยเชิญหน่วยงาน กรมทรัพยากรน้ำบาดาลมาสอบถามข้อมูลให้หน่อย เพราะดิฉันอยากจะรู้ว่าฝันของดิฉัน มันจะเป็นจริงไหม ท่านประธานตามมานะ แผ่นที่ ๑ ขอไม้หน่อยค่ะ โคลสใกล้ ๆ หน่อยนะคะ ห้องโสต ดิฉันก็เชิญหน่วยงานมาว่ากรมทรัพยากรน้ำบาดาลนี่งบน้ำท่วมกรมท่านได้ งบประมาณเท่าไร งบปกติปี ๒๕๕๕ ท่านได้งบประมาณเท่าไร ท่านลองดูนะคะท่านประธาน งบช่วยเหลือฟื้นฟูความเสียหายจากอุทกภัย น้ำท่วมได้ ๑,๖๕๖,๗๖๒,๕๐๐ บาท แล้วงบปกติปี ๒๕๕๕ ได้ ๑,๔๓๔,๔๔๘,๔๐๐ บาท รวมแล้วในปี ๒๕๕๕ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้รับงบประมาณ ๓,๐๙๑ ล้านบาทเศษ แต่ยังมีข้อข้องใจสงสัย แต่เดี๋ยวดิฉันจะพูดต่อไป ในฝันนะคะในฝัน ท่านประธานลองดูนะคะว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริงไหม ฝันนะคะบอกว่า คุณรังสิมาคุณไปตรวจสอบงบน้ำท่วมที่เขามาแก้ไขช่วยเหลือให้กับประชาชนนี่มี ๕ โครงการ โครงการที่ ๑ เป่าบ่อน้ำบาดาล ๑ บ่อสำนักงบประมาณให้ ๖,๕๐๐ บาท ซ่อมแซม เครื่องสูบน้ำด้วยไฟฟ้าให้บ่อละ ๑,๐๐๐ บาท ซ่อมแซมระบบประปาให้ ๕๐,๐๐๐ บาท อุดกลบบ่อให้บ่อละ ๒๕,๐๐๐ บาท เจาะบ่อบาดาลให้บ่อละ ๒๔๐,๐๐๐ บาท ทีนี้ท่านประธานมาดูนะคะ หลังเป่าล้างบ่อ ๖,๕๐๐ บาท มันอยู่ที่กรมทั้งหมดแต่กรม โอนให้เขตต่าง ๆ ในฝันบอกว่าโอนให้เขตละ ๔,๐๐๐ บาท

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวท่านรังสิมานิดหนึ่ง เชิญครับจะประท้วงอะไรครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

อะไรเริ่มปั๊บก็ประท้วงแล้ว

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ เชิญ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ การอภิปรายในสภาต้องเอาความจริง มาพูด ไม่ใช่เอาความฝันมาพูดเจ๊จะบ้าหรือเปล่า

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ เดี๋ยวให้ท่านอภิปรายเหตุผล ข้อประท้วงผมจะวินิจฉัย ท่านรังสิมาอย่าเพิ่งครับ เชิญครับ ท่านรังสิมานั่งก่อนใจเย็น ๆ ครับ ท่านจะประท้วงอะไรว่ามาครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพ ผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมขอประท้วงผู้อภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ นำความฝันมาพูดในสภาได้อย่างไร ชวนก็ยัง ไม่ได้ตายมาฝันอย่างไร

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละ คืออย่างนี้ครับ เชิญท่านรังสิมาต่อ รูปแบบของแต่ละท่านจะไม่เหมือนกันนะครับ รูปแบบ วิธีการของท่านนำเสนอเราก็นั่งฟังอยู่นะครับ เชิญท่านต่อครับจะไม่เสียเวลา เชิญครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

ท่านประธานคะ ดิฉันจะบอกนะคะว่า บุคคลท่าน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือผมไม่อยากให้โต้กันไปโต้กันมา เอาเนื้อหาของเรานะครับ เดี๋ยวพอกระแทกกันไป กระทบกระทั่งเดี๋ยวก็เอาแต่เรื่องนี้ไม่จบหรอกนะครับ เอาเรื่องที่ท่านกำลังอภิปราย น้ำบาดาลอะไรของท่าน เชิญครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

ท่านประธานบอกสักนิดหนึ่ง เดี๋ยวเขาจะได้ไม่ประท้วงค่ะ เพราะเขาบอกว่าถ้าเขาประท้วงดิฉัน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ท่านรังสิมาครับสาระของพวกเราอยู่ที่ท่านกำลังไม่ไว้วางใจนะครับ แล้วก็ ท่านสมาชิกเองก็มีสมาธิในการฟังการลำดับเรื่องของท่านอยู่ เชิญเอาเรื่องของพวกเราดีกว่า เชิญครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

เอาใหม่นะคะ คือเป่าล้างบ่อ งบประมาณสำนักงบประมาณเขาให้บ่อละ ๖,๕๐๐ บาท แต่ในฝันบอกว่าทางกรมโอนให้เขต แค่ ๔,๐๐๐ บาท แต่ว่าพอเสร็จแล้วดิฉันก็มาดูนะคะว่าหน่วยงานที่มาชี้แจงเขาชี้แจงว่า ทางกรมโอนให้เท่าไร ทางหน่วยงานก็เอามาชี้แจง เขาโอนให้กับเขต ๔,๕๐๐ บาท แสดงว่า ฝันดิฉันใกล้เคียงถูกไหมคะ เพราะเขาบอกว่า ๔,๐๐๐ บาทแต่โอนให้ ๔,๕๐๐ บาทนะคะ พอเสร็จแล้วซ่อมแซมเครื่องสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ๑,๐๐๐ บาท เขาโอนให้ ๑,๐๐๐ บาทพอดีเลย อันนี้ยิ่งถูกใหญ่เลย อันนี้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลยนะคะ ต่อไปซ่อมระบบประปา สำนักงบประมาณให้ ๕๐,๐๐๐ บาท ในฝันบอกว่าโอนให้ ๓๐,๐๐๐ บาท แต่จริง ๆ แล้ว ทางกรมโอนให้ ๓๒,๙๘๐ บาทต่อบ่อ ในส่วนที่เจาะน้ำบาดาล ๒๔๐,๐๐๐ บาท ในฝันบอกว่า โอนให้ ๑๒๐,๐๐๐ บาท โอนให้ครึ่งหนึ่ง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แต่พอเรียกหน่วยงานมาชี้แจง โอนให้ ๙๕,๒๐๐ บาท ท่านลองคิดดูอันนี้ใกล้เคียงที่ดิฉันฝันหมดเลย แล้วก็ส่วนต่างนี้ มันหายไปไหน ดิฉันก็ถามหน่วยงานที่มาชี้แจงว่าที่แตกต่างทั้งหมดดิฉันก็มาคิดคร่าว ๆ ตอนหลังจากฝันดิฉันรีบลุกขึ้นมาจดเลยกลัวจะลืม ดิฉันก็มาคำนวณความแตกต่าง ที่ไม่รวมกับการเจาะบ่อที่เหลือจากฝันอีกร่วม ๓๐,๐๐๐ ๑๙๙ ล้านบาทนะคะมันอยู่ที่ ส่วนกลาง พอเสร็จแล้วดิฉันก็มานั่งคิดว่างบประมาณที่ให้มาทั้งหมดนี่มันยังมีข้อสงสัยว่างบทั้งหมดนี่ มันมีอะไรบ้าง แผ่นที่ ๒ ท่านประธานดูนะคะว่าเป็นที่น่าสงสัยไหม งบประมาณ ๑,๖๔๘ ล้านบาท ทำสัญญาวันเดียวกันหมดเลย วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ หมดเลย ทั้ง ๕ โครงการ ๑,๖๔๘ ล้านบาท

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวท่านรังสิมามีผู้ประท้วงครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

ท่านทำเป็นมองไม่เห็นบ้าง ไม่ได้หรือ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อันไหนนะครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

แล้วขัดจังหวะอยู่อย่างนี้ อยากจะออกทีวีเดี๋ยวได้ออกค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พูดช้า ๆ พูดเร็วเลยไม่รู้ว่าพูดเรื่องอะไรครับ ท่านพูดอะไรครับเมื่อกี้

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

แกล้งไม่เห็นบ้างไม่ได้หรือคะ ดิฉันอธิบายต่อเลยนะคะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ ให้ท่านอภิปรายจนจบได้ไหมครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ไม่ได้ ผิดข้อบังคับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ๆ คุณประท้วงเรื่องอะไร เชิญ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องประท้วงท่านประธานและผู้อภิปราย กรณีท่านประธานผมประท้วง ตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ส่วนผู้อภิปรายผมประท้วงตามข้อ ๖๑ เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟัง ท่านประธานต้องควบคุมการอภิปรายให้เป็นไปตามข้อบังคับ เพราะถ้าขืนปล่อยให้ คนอภิปรายมาอภิปรายในเรื่องของความฝันนี่ เพ้อฝันอย่างนี้นำไปสู่การถอดถอนไม่ไว้วางใจ ได้อย่างไร สมมุติว่าผมฝันว่าผมได้นอนกับคุณรังสิมา เอา สมมุติเอา

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างนี้ เวลาผมให้ประท้วงท่านก็เหน็บกันไปเหน็บกันมา ไม่เอานะครับ คืออย่างนี้ครับ ผมวินิจฉัย ก่อนนะครับ

(นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เห็นไหมครับ พอท่านเหน็บแล้ว เห็นไหมท่านสุภาพสตรีขึ้นเลยนะครับ เห็นไหม เดี๋ยวนะครับ เดี๋ยวผมวินิจฉัยประเด็นนี้ก่อน นั่งก่อนครับ คืออย่างนี้ครับ คือรูปแบบของท่านก็ว่ากันไป ส่วนท่านสมาชิกท่านก็ใช้ดุลยพินิจวิจารณญาณของท่านได้ว่าสิ่งที่ท่านนำเสนอนี้จะเป็น ความฝันของท่าน ท่านนำเสนออย่างไรก็เป็นดุลยพินิจของท่าน ท่านจะเชื่อ ไม่เชื่อ ก็เรื่องของท่าน เพราะวันพรุ่งนี้จะต้องลงมติแล้ว ฉะนั้นท่านยังอยู่ในประเด็นอยู่นะครับ เดี๋ยวเชิญท่านสุภาพสตรี ท่าน ส.ส. ข้างหน้าก่อนนะครับ

นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันขอประท้วงท่านประธาน ข้อ ๘ (๓) อยากให้ ท่านประธานควบคุมการประชุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เพิ่งประท้วงเมื่อสักครู่นะคะ ท่านประธานได้วินิจฉัยในสิ่งที่เขาประท้วงมาแล้วก่อนหน้านี้ เพราะฉะนั้นอยากให้ ท่านผู้ประท้วงใจเย็น นั่งนิ่ง ๆ ตั้งสติแล้วก็รับฟังค่ะ แล้วก็คำพูดที่ท่านผู้อภิปรายได้อภิปราย เขาก็รับผิดชอบในคำพูดของเขา แล้วก็ที่สำคัญอยากให้ท่านประธานได้วินิจฉัยคำพูด ที่ผู้ประท้วงได้พูดจาเมื่อสักครู่ ให้ถอนคำพูดด้วย ถ้าดิฉันคิดล่ะคะ ถ้าดิฉันฝันว่าท่าน ทำพฤติกรรมที่ไม่ดีกับคนในครอบครัวของท่าน เขาจะรู้สึกอย่างไรคะ เพราะฉะนั้นอยากให้ ถอนคำพูดด้วยนะคะ แล้วก็ให้ตั้งสติรับฟัง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนั่งลงครับ เดี๋ยวผมวินิจฉัยประเด็นของท่านก่อน นั่งลงครับ

นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล นครศรีธรรมราช

ท่านประธานต้องให้โอกาส ฝ่ายค้านได้ประท้วงบ้างนะคะ ตั้งแต่เมื่อเช้ามา ตั้งแต่ประธานวิสุทธิ์ ท่านให้เฉพาะรัฐบาล ประท้วง แล้วไม่ได้มองมาซีกฝ่ายค้านเลยตั้งแต่เช้าแล้ว วันนี้ดิฉันก็ไม่เข้าใจว่าประธาน ทั้ง ๒ ท่าน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ ผมนั่งอยู่นี่ผมก็มองจนหลายท่านก็ประท้วง ผมก็ให้ทุกท่านนะครับ ผมไม่ทราบหรอกว่าท่านจะประท้วงอะไร ท่านใช้สิทธิอะไรผมก็วินิจฉัยไปตามนั้นนะครับ เดี๋ยวท่านนั่งลง ผมวินิจฉัยประเด็นของท่านก่อน ท่านนั่งลง ผมจะได้วินิจฉัย ท่านให้ ถอนคำพูดใช่ไหมครับ เมื่อกี้พูดเร็วผมฟังไม่ทัน เดี๋ยวถามเลขาธิการหน่อยสิว่าท่านพูดว่า อย่างไร ให้ถอนคำว่าอะไร

นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันอยากให้ชวเลขได้นำส่งสิ่งที่ผู้ประท้วงเมื่อสักครู่ได้พูดไป เพราะดิฉันไม่ประสงค์ที่จะ พูดซ้ำในสิ่งที่หยาบคายและกักขฬะที่บ่งบอกถึงนิสัยส่วนตัวของท่านค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ให้ถอนครับ ท่านประธานวินิจฉัยแล้วให้ถอนครับ เจ้าหน้าที่ส่งขึ้นมานะครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมใช้สิทธิในการประท้วง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือผมได้อ่านแล้วนะครับ ข้อความ ถ้อยคำ ที่ท่านพูดเป็นคำที่ไม่เหมาะสมนะครับ ที่กระทบต่อท่านรังสิมาที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่นะครับ ให้ถอนตอนท้าย คือถ้าไม่ถอน ผมก็สั่งให้ลบออกทั้งหมดเฉพาะในประเด็นนี้นะครับ ท่านจะถอนไหมครับ เดี๋ยวนะครับ ผมถามเขาก่อนครับ ทีละท่านครับ เชิญครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ท่านประธานครับ เมื่อกี้นี้ ผมใช้คำว่าฝัน ความฝันมันไม่ใช่ความจริง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือท่านจะถอนไหม ประธานวินิจฉัยแล้วครับ เป็นคำไม่เหมาะสมครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ด้วยความเคารพในคำวินิจฉัย ของท่านประธาน ท่านประธานให้ถอนคำว่าอะไรครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือบางครั้งเราก็รู้อยู่นะครับ ซึ่งท่านบอกว่าฝันว่า แล้วท่านก็พูดไปถึงท่านรังสิมา นี่เสียหายนะครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมเคารพในคำวินิจฉัย ของท่านประธาน ผมขอถอนคำว่าถ้าผมฝันว่าได้นอน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ทั้งหมดออกไปนะครับ

(นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญครับ

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขออนุญาตประท้วงท่านผู้ประท้วงเมื่อสักครู่ จ่าประสิทธิ์ วันนี้เราอภิปราย ในเรื่องของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ท่านพูดอย่างนี้ขัดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ วรรคสอง ผู้อภิปรายใช้วาจาไม่สุภาพ แล้วก็ในประมวลจริยธรรมด้วยค่ะ ในส่วนของการใช้วาจา คุกคามทางเพศซึ่งเป็นเพศแม่ของจ่าประสิทธิ์เอง วันนี้ดิฉันต้องขอให้ท่านประธาน เขาถอนแล้วแต่ต้องขอโทษคุณรังสิมาด้วย ต้องขอโทษนะคะ เพราะว่าอันนี้เป็นเรื่องสำคัญ ประมวลจริยธรรม ข้อ ๒๘ ต้องเปิดดูว่าสมาชิกและกรรมาธิการจะต้องไม่แสดงพฤติกรรม คุกคามหรือระรานทางเพศต่อผู้ใด นี่สำคัญนะคะท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือเมื่อกี้เขาถอนไปแล้วนะครับ

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง

ถอนแต่ต้องขอโทษคุณรังสิมาค่ะ ดิฉันไม่ยอมค่ะ ท่านประธานก็ต้องดำเนินการนะคะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวท่านนั่งลงก่อนครับ

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง

ต้องให้จ่าประสิทธิ์ขอโทษ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนั่งลงก่อนครับ จะได้วินิจฉัย

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง

ท่านประธานคะ ถ้าเขาไม่ขอโทษ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ เป็นหน้าที่ของประธานครับ ท่านนั่งลงผมจะได้วินิจฉัยประเด็นนี้ก่อนครับ ทีละท่านครับ เชิญนั่งลงก่อนครับ

(นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านสาทิตย์มีอะไรปรึกษาหรือครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ พฤติกรรมที่เกิดขึ้น เมื่อสักครู่นี้เป็นเรื่องร้ายแรงกรณีที่จ่าประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ใช้คำพูดที่เป็นการคุกคาม แล้วก็ระรานทางเพศ แม้ว่าจะมีการถอนคำพูดไปแล้วแต่วันนี้เรามีการถ่ายทอดสดทั่วทั้งประเทศ ผ่านทางสถานีโทรทัศน์ สถานีวิทยุ มีผู้สื่อข่าวรายงาน ความเสียหายที่ได้กระทำลงไป เมื่อสักครู่ผมถือโอกาสนี้กล่าวหาว่าเป็นการทำผิดข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรม ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีอยู่ในข้อบังคับของเราในข้อบังคับ ข้อ ๒๘ ซึ่งในข้อบังคับ ข้อ ๒๘ นี้ได้เขียนไว้ชัดเจนว่าสมาชิกจะต้องไม่แสดงพฤติกรรมคุกคาม หรือระรานทางเพศต่อผู้ใด เมื่อสักครู่นี้ถือเป็นพฤติกรรมที่คุกคามหรือระรานทางเพศ เพราะฉะนั้นคณะกรรมการจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎรจะต้องสอบสวนเรื่องนี้ แล้วในการสอบสวนนั้นถ้าพบว่าผิดจริยธรรมและมีเจตนาที่จะคุกคามทางเพศหรือระราน ทางเพศนั้นจะต้องมีบทลงโทษ ซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติของข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรม ข้อ ๓๘ ถ้ามีมติว่าเป็นความผิดแต่ไม่ร้ายแรงก็ลงโทษโดยการตักเตือน ตำหนิ ให้ขอโทษ ต่อที่ประชุมตามที่กรรมการกำหนด หรือประณามให้เป็นที่ประจักษ์ แต่ในกรณีที่คณะกรรมการ มีมติว่าเป็นความผิดร้ายแรงให้ลงโทษโดยการเสนอถอดถอนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ตามกฎหมายต่อไป ท่านประธานกับผมอยู่ในสภามานานครับ ผมอยู่มา ๑๗ ปี ไม่เคยมีครั้งใดที่สมาชิก จะลุกขึ้นกล่าวในลักษณะของการคุกคามทางเพศ แล้วก็เป็นการระรานทางเพศอย่างโจ่งแจ้ง ชัดเจน อย่างที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่นี้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เราจะต้องให้ข้อบังคับว่าด้วยประมวล จริยธรรมมีความศักดิ์สิทธิ์เพียงพอ เรื่องนี้ไมใช่จบแค่การขอโทษ หรือการถอนคำพูดเท่านั้น แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นท่านประธานต้องดำเนินการนะครับ ประธานของกรรมการ จริยธรรมคือท่านประธานรัฐสภาหรือประธานสภาผู้แทนราษฎร เรื่องนี้ผมคิดว่าไม่จำเป็น ที่จะต้องมีการยื่นความผิดเกิดขึ้นต่อหน้าท่านประธาน ท่านประธานรัฐสภาก็รับทราบ เพราะต้องติดตามการประชุม เรื่องนี้กรรมการจริยธรรมต้องประชุมและต้องมีการสอบสวน แล้วก็ลงโทษในสิ่งที่เกิดขึ้นเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไปครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้เดี๋ยวผมไม่ใช่เป็นกรรมการนะครับ ผมจะรวบรวมข้อเท็จจริงแล้วก็นำเรียน ต่อท่านประธานเพื่อที่จะให้คณะกรรมการ เรื่องนี้เป็นเรื่องของคณะกรรมการนะครับ เอาอย่างนี้แล้วกันนะครับ แล้วผมขอความร่วมมือท่านสมาชิกคือท่านกำลังปฏิบัติหน้าที่ ในฐานะฝ่ายค้านอยู่ ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าท่านจะใช้สิทธิคือการประท้วงท่านก็บอกแล้ว ก็อย่าใช้คำพูดที่ไม่สุภาพ ขณะนี้มีการถ่ายทอดสดแล้วคนก็ดูเป็นแบบอย่าง ฉะนั้นผมจะไม่ให้ ท่านประสิทธิ์ประท้วงนะครับ เชิญท่านรังสิมาได้อภิปรายต่อไปครับ ไม่อนุญาตครับ เชิญท่านรังสิมาต่อครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม 🔗

ท่านประธานคะ ดิฉันลืมไปแล้ว เอาใหม่นะคือว่างบประมาณ ๑,๖๔๘ ล้านบาทเศษ ทำสัญญาวันเดียวกันหมดเลย ๕ โครงการ คือวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ หมดเลย แต่ ๓ โครงการมี เป่าบ่อ ซ่อมแซม เครื่องสูบน้ำด้วยไฟฟ้ากับซ่อมแซมระบบประปาบาดาลนี่เสร็จภายใน ๕ เดือน แต่ในส่วนที่ อุดกลบบ่อเสร็จภายใน ๖ เดือน เจาะน้ำบาดาลและเชื่อมต่อระบบประปาหมู่บ้านนี่ เสร็จภายใน ๙ เดือน ๙ เดือนคือเดือนกันยายน เพราะฉะนั้นปัจจุบันนี้เสร็จหมดแล้วนะคะ งบประมาณ ๑,๖๔๘ ล้านบาท เบิกเกือบจะ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว แต่ท่านประธานลองคิดดูว่า ๑,๖๔๘ ล้านบาท มีคนทำงานในกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเพียง ๗๕๗ คนเท่านั้น งบปกติ แต่ละปีนี่ที่ดิฉันบอกท่านประธาน ๑,๔๓๔ ล้านบาทเมื่อกี้ที่ดิฉันบอกนี่ยังทำไม่ค่อยจะทันเลย เพราะว่าจำนวนบุคลากรมี ๗๕๗ คน แต่พอมาได้งบน้ำท่วมอีก ๑,๖๔๘ ล้านบาท แล้วทำเองหมดเลยนี่มันจะทันได้อย่างไร เพราะฉะนั้นเดี๋ยวท่านประธานดูแผ่นต่อไป ท่านดูนะคะว่าเมื่อกี้ที่ดิฉันบอกนี่ ๖,๕๐๐ บาททำ ๒๖,๐๑๓ บ่อ ๒๖,๐๑๓ บ่อเดี๋ยวรายละเอียด แต่ละอย่างดิฉันจะอธิบายให้ท่านประธานฟัง แล้วก็ซ่อมแซมเครื่องสูบน้ำแบบบ่อลึกนี่ ๑๔,๑๙๘ ตัวนะคะ คิดตัวละ ๑,๐๐๐ บาท ในส่วนซ่อมแซมระบบประปานี่ ๕๐,๐๐๐ บาท ๖,๒๘๗ ระบบ อุดกลบนี่ ๑,๖๐๙ บ่อ บ่อละ ๒๕,๐๐๐ บาท ในส่วนเจาะน้ำบาดาล ๑,๖๐๙ บ่อ บ่อละ ๖๙๐,๐๐๐ บาท แต่ว่า ๖๙๐,๐๐๐ บาทนี่ทางกรมเจาะเองอีกบ่อละ ๒๔๐,๐๐๐ บาท เดี๋ยวรายละเอียดดิฉันจะชี้แจงให้ท่านประธานฟัง แผ่นต่อไปเลยค่ะ แผ่นที่ ๔ ท่านลองดูนะคะ การเป่าล้างบ่อน้ำบาดาล เป่าบ่อละ ๖,๕๐๐ บาทนี่ ประกอบไปด้วยเบี้ยเลี้ยง ๑ บ่อเขาเป่าตั้ง ๒ วัน ใช้คนเป่าทำงาน ๓ คน แล้วก็มีเช่าที่พัก คืนละ ๒๐๐ บาทต่อคน ๓ คนนี่ก็ ๖๐๐ บาท ค่าซ่อมแซมบำรุงยานพาหนะเครื่องอัดลม ๔๐๐ บาท ค่าน้ำมันในการเป่าบ่อ ๓,๗๕๐ บาท ท่านจำตรงนี้ไว้นะ เดี๋ยวดิฉันจะให้ท่านดูว่า ตรงนี้มันมีอะไรเกิดขึ้น ค่าวัสดุอีก ๕๐๐ บาท วัสดุหล่อลื่น ค่าวัสดุที่ใช้ในการพัฒนาบ่อ ๒๐๐ บาท รวมแล้วเป็น ๖,๕๐๐ บาท แต่ท่านประธานลองคิดดู มีเจ้าหน้าที่ ๗๕๗ คน บ่อหนึ่งใช้ ๓ คน ใช้เวลา ๒ วัน คิดดูทำ ๒๔ ชั่วโมง ทำหมดทั้งกรม ไม่ต้องไปทำโครงการอื่นเลย แค่เป่าบ่ออย่างเดียวไม่ป่วย ไม่ลา ทำ ๒๔ ชั่วโมงยังทำไม่ทันเลย นี่เวลามันน้อย ถ้าเวลาไม่น้อยดิฉันจะคำนวณคณิตศาสตร์ให้ท่านฟังว่ามันเป็นไปได้ไหม แล้วก็อันต่อไปห้องโสตช่วยเปิดคลิปเป่าบ่อค่ะ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............... : ผม สมบัติ หาญสมุทร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๙ ตำบลช่องสาริกาครับ กรมทรัพยากรน้ำบาดาลให้ดูบ่อให้หน่อยเนื่องจากกรมแจ้งมาว่าจะมีงบประมาณมาเป่าบ่อ แจ้งมาช่วงสาย ๆ บ่ายก็มาแล้ว คือประสานงานภายในไม่กี่ชั่วโมง ราว ๗ บ่อ มาบ่อแรกเลย วันแรกมาตอนบ่ายสามโมง บ่ายสี่โมง ก็มาเป่าได้บ่อหนึ่ง เป็นบ่อแรก คือปกติก็ใช้น้ำอยู่ปกติ เพราะชาวบ้านที่เขาใช้ซับเมิร์จ (Submerge) ใช้น้ำบาดาลอยู่แล้ว บ่อถ้าถามว่ามีปัญหาไหม ก็ไม่มีปัญหานะครับ ไม่ได้เสียหายอะไร และพื้นที่ตรงนี้ก็ไม่ได้เกิดน้ำท่วมเหมือนอำเภอท่าวุ้ง อำเภอบ้านหมี่ อำเภอเมืองลพบุรี ไม่ได้เป็นพื้นที่ภัยพิบัติ วันแรกมาได้บ่อหนึ่งแล้วก็หยุด รุ่งขึ้นอีกวันหนึ่งก็มาเป่าต่ออีก ๖ บ่อ ๖ บ่อก็ทำเสร็จภายในวันเดียว”

“............... : หมู่ที่ ๑ ของพี่นี่น้ำท่วมไหม อบต.”

“............... : ไม่ท่วมค่ะ”

“............... : ไม่ท่วมนะ อันที่ ๑ ที่พาไปเป่านี่มีซ่อมบ้างไหม”

“............... : ไม่มี เป่าอย่างเดียว”

ห้องโสตหยุดนิดหนึ่งค่ะ ท่านประธานไม่ยอมเปิดไมโครโฟนให้ดิฉัน มันเลยเลยไปแล้ว คืออย่างนี้ค่ะ เมื่อสักครู่นี้ ดิฉันไปถ่ายมาจากจังหวัดลพบุรี ท่านลองดูนะคะว่าผู้ใหญ่บ้านได้บอกกับดิฉันว่าบ่อที่เขามาเป่า เขาประสานมาเช้าปั๊บ บ่ายเขามาเป่าเลย เป่าวันเดียว ๖ บ่อ แล้วท่านลองคิดดูเมื่อสักครู่ ที่ดิฉันบอกกับท่านประธานว่าบ่อหนึ่งที่เขาตั้งงบประมาณ เป่า ๒ วัน ใช้คน ๓ คน แต่นี่ผู้ใหญ่บ้านบอกว่าเป่าวันเดียว ๖ บ่อเลย ท่านดูนะ แล้วก็ที่ไปทำไม่ได้เป็นพื้นที่น้ำท่วม จังหวัดลพบุรีท่วมจริงแต่มันท่วมที่อำเภอท่าวุ้ง มันท่วมที่อื่น แต่ในคลิปนี้เห็นไหม ผู้ใหญ่บ้านเป็นคนบอกว่าไม่ได้ท่วม แล้วไม่ได้ไปขอร้องให้มาเป่าเลย ถ้าพูดเป็นภาษาบ้าน ๆ นี่ พูดเดี๋ยวท่านประธานก็ให้ดิฉันถอนอีก ดิฉันเคยพูดไว้ในคณะกรรมาธิการนะว่าอย่างนี้เขาไม่ได้ ใช้ให้คุณมาเป่า คุณมาเป่าให้เขาทำไม ให้มันหมดงบประมาณเล่นหรืออย่างไร พอเสร็จแล้ว น้ำไม่ท่วมไม่ได้ขอ แผนงานก็ไม่มี โครงการก็ไม่มี มาอ้อนวอนขอเป่าเขา แล้วเป่าก็เป่า อย่างเดียวเลย ไม่ได้ซ่อมเครื่องระบบไฟฟ้าที่บ่อลึกที่ใช้ในการเป่าบ่อ เดี๋ยวคลิปต่อไป ท่านประธานดู ดิฉันไปหลายจังหวัดมากเลยนะคะ ดิฉันไม่ได้โมเมนะ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............... : เป่าอย่างเดียว ไม่ซ่อม ไม่แก้ ไม่อะไรเลย ไม่ว่าระบบไฟฟ้า ท่อแตกอะไรไม่มี”

“............... : ไม่แตก”

“............... : ซ่อมไหม”

“............... : มีของ อบต. ส่งซ่อม”

“............... : อบต. ซ่อมเอง”

“............... : อืม”

“............... : หมู่ที่ ๓ ตำบลไร่พัฒนา อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท มาเป่าบ่อไม่กี่ลูกหรอก”

“............... : เป่าทั้งหมดประมาณกี่บ่อ”

“............... : ๕-๖ บ่อได้”

“............... : แล้วเราได้ทำเรื่องขอไปไหมคะ

“............... : ไม่ได้ทำ เพราะว่าเราไม่ค่อยได้ใช้บ่อเท่าไรแล้ว ตอนนี้ มีน้ำประปาแล้วก็ไม่ค่อยเดือดร้อนเรื่องน้ำบ่อโยกเท่าไร”

“............... : ทีนี้คราวนี้เราได้ทำเรื่องไปขอเป่าไหม”

“............... : ไม่ได้ทำแต่เขามาเป่า”

“............... : มาเป่าแล้วเขาบอกว่าอย่างไรคะ”

“............... : เขาก็บอกว่าเผอิญว่าจะมาเป่าที่ท่าฉนวน น้ำท่วมเลยเป่าไม่ได้ เขาเลยมาเป่าที่นี่แทน เขาว่าอย่างนี้”

“............... : แล้วเป่ากับไม่เป่าต่างกันไหม”

“............... : มันก็ไม่ต่างกัน น้ำมันก็ปกติเหมือนเดิม”

“............... : แล้วตอนที่น้ำท่วมใหญ่ มหันตภัยน้ำท่วมนี่ หมู่ที่ ๓ นี่ท่วมไหม”

“............... : ไม่ท่วม ที่นี่ไม่ท่วม ถ้าท่วมที่นี่ที่อื่นไม่ต้องอยู่แล้ว อุทัย”

“............... : ทำไมคะ

“............... : ที่มันสูงสุดแล้ว อยู่เขา ถ้าท่วมที่นี่ ชัยนาท อุทัย ไม่เหลือแล้ว”

หยุดก่อนค่ะห้องโสต ท่านประธาน เห็นไหมคะ เขาบอกพื้นที่เขานี่อยู่สูงสุดแล้ว อยู่บนภูเขาดิฉันขึ้นไปดูมานี่มันอยู่บนเขาจริง ๆ ก็น้ำมันไม่ท่วม แล้วพื้นที่ที่น้ำท่วมอันนี้มันช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม แต่น้ำไม่ท่วมนี่ ไปขอเขาเป่าด้วย แล้วไปเป่าทำไมดิฉันอยากจะรู้ ที่น้ำท่วมไม่เป่า น้ำไม่ท่วมไปเป่าให้เขา แล้วนี่มันใช้เงินถูกตามวัตถุประสงค์ไหม คลิปต่อไป

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............... : ตำบลบ้านเชี่ยน อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาทนี่ เมื่อตอนที่เกิด มหันตภัยน้ำท่วมหมู่ที่ ๗ นี่น้ำท่วมไหมคะ”

“............ : ไม่ท่วมครับ”

“............ : แล้วก็เราได้ทำหนังสือไปขอให้มาดำเนินการเป่าบ่อหรือว่า ซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้าในหมู่ที่ ๗ นี่บ้างไหม”

“............... : สำหรับผมเองไม่มีครับ เพราะว่าในเรื่องน้ำท่วมไม่มีปัญหา ลองไปโยกดูน้ำก็ยังแดงอยู่ จะออกมาเป็นฝา”

“............... : คือที่นี่พอเป่าไปแล้วนี่ก็ยังเป็นฝา มีกลิ่น”

“............... : ครับ เป็นฝา มีกลิ่นเหมือนกัน”

“............... : แล้วสีก็ยังเหมือนเดิม”

“............... : ยังแดงเหมือนเดิมครับ”

“............... : ยังแดงเหมือนเดิม ก็ไม่ได้แก้ไขอะไรเลย”

“............... : ไม่มีอะไร แต่เกาะใหญ่นั่นมี ก็บอกว่าก่อนเป่านี่เขาโยกทีเดียวออก พอมาเป่าแล้วซ่อมแล้วไปโยกนี่เหมือนลูกสูบมันว้าง เขาก็ว่าซ่อมลูกยางให้ ซ่อมลูกสูบให้ แต่ไปโยกแล้วมันไม่ออก”

“............. : มันไม่ออก ไม่ซ่อมดีกว่า”

“............... : เขาก็ว่าอย่างนั้น”

ท่านประธานคะ เห็นไหมคะ นี่ที่ตำบลบ้านเชี่ยน จังหวัดชัยนาท อยู่คนละทิศเลยนะคะ เมื่อกี้ตำบลไร่พัฒนาอยู่ติด จังหวัดนครสวรรค์ อันนี้อยู่ติดมาทางจังหวัดสุพรรณบุรี น้ำไม่ท่วมอีกเช่นกัน แล้วไปซ่อมให้เขา ดิฉันไปดมเองเลยยังมีกลิ่นเหม็นอยู่เลย แล้วสีก็ยังแดง ไปเป่าแล้วไม่เป่าเขานี่ยังจะดีกว่า และเป่าแล้วสร้างปัญหาอีกเห็นไหมคะ ดิฉันขึ้นรูป เอ๊ะ เขาตัดผิดหรือเปล่า เขาบอกว่า รูปเด็กฉี่นี่มันลามก ดิฉันก็บอกมันลามกตรงไหนเด็กฉี่นี่ยังไม่เห็นจู๋เลยแค่เห็นแต่ฉี่ ไม่อย่างนั้นเอาแผ่นนี้ให้ท่านประธานดู เปรียบเทียบให้ดูว่าเป่ากับไม่เป่ามันต่างกันอย่างไร ท่านประธานดูนะคะ ตอนที่เขาไม่เป่านี่น้ำไหลดีเลย นี่ดิฉันไปโยกเองเดี๋ยวจะบอกว่าดิฉันไม่ไปจริง ดิฉันไปทุกที่แหละ เห็นไหมคะ น้ำหยดนี่ท่านลองดูสิคะฉี่เด็กพุ่งแรงกว่าน้ำนี้ด้วยซ้ำไป ดูนี่ หยดน้อยกว่าฉี่เด็กอีก กล้องลองโคลสดูนะคะ นี่ไปเป่าแล้วนี่ แล้วเป่านี่เบิกค่าซ่อม ๕๐,๐๐๐ บาทนะคะ แล้วใช้ไม่ได้นี่ ท่านลองดูนะคะกล้องสภาโคลสให้หน่อยสิคะ ห้องโสตคะ ทีวีช่อง ๑๑ มาทางนี้

ต่อไปพื้นที่ของรัฐมนตรีค่ะ นี่จังหวัดเลย ดิฉันสุ่มมาแค่จังหวัดรัฐมนตรี คือไม่ได้เป่าแต่เบิกงบประมาณไปหมดแล้ว ท่านลองดูนะคะ ๒ แผ่นเลยค่ะ อันนี้พื้นที่ นี่เห็นไหมถ้าเป่ามันจะมีพิกัดทางทิศเหนือกับทางทิศใต้ แต่อันนี้ท่านดูพื้นที่จังหวัดเลย ที่ว่าง ๆ ไม่ได้เป่าแต่เบิกเงินไปหมดแล้ว ดูนะคะที่ว่าง ๆ แล้วที่น่าสังเกตงบประมาณ บอกให้เป่าให้ทำในที่สาธารณะ แต่ท่านประธานดูที่สาธารณะจังหวัดเลย ที่ส่วนบุคคล อันนี้ว่างไปเลย ตรงนี้ที่ส่วนบุคคล ที่ส่วนบุคคล ที่ส่วนบุคคล เห็นไหมคะที่ส่วนบุคคล เยอะแยะเลย คุณมีสิทธิอะไรที่เอางบประมาณไปเป่าให้กับพื้นที่เอกชน อันนี้ดิฉันเสนอ ในคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณแล้วว่าให้ส่งต่อไปที่ ป.ป.ช. ด้วย เรื่องนี้ ไม่หยุดแค่นี้นะคะท่านรัฐมนตรี ดิฉันจะเดินเรื่องต่อเพราะว่าระยะเวลาที่สอบมาก็ตอบไม่ได้ เชิญมา ๕-๖ รอบก็ยังตอบไม่ได้ เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า การเป่าบ่อท่านลองคิดดูบางที่บอกเป่าทั้งหมด ๑๗ บ่อ ดิฉันลงไปนับบ่อมาเป่า ๑๐ บ่อ แต่เบิก ๑๗ บ่อ ประการต่อไป ในการที่แต่ละบ่อจะมีการซ่อมแซมเครื่องสูบน้ำแบบบ่อลึก ให้ท่านประธานดู ทุกบ่อจะต้องเบิกบ่อละ ๑,๐๐๐ บาทจะเสียหรือไม่เสีย จะซ่อมหรือไม่ซ่อม เบิกหมดเลย มีค่าเบี้ยเลี้ยงต่อวันใช้ ๑ บ่อ ซ่อมเครื่องสูบน้ำใช้ ๒ คน ๓๖๐ บาท แต่ที่มัน น่าแปลกใจมันทำ ๑ วันแต่เบิกค่าที่พักค่ะ แล้วก็มีค่าน้ำมัน ค่าซ่อมแซมเครื่องสูบน้ำและ เครื่องมืออีก ๒๐๐ บาท รวมแล้วเป็น ๑,๐๐๐ บาท อันนี้ทุกบ่อ แล้วบ่อทั้งหมดมันไม่ได้เป่า เฉพาะที่ของบประมาณเป่าบ่อเท่านั้น เดี๋ยวมันจะมีในโครงการอื่น ๆ อีก เดี๋ยวดิฉันจะบอก กับท่านประธาน ต่อไปเปิดคลิปที่ ๒ นะคะ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............... : ระบบไฟฟ้าที่ ๗ บ่อรู้สึกจะมีข้อต่อบ่อหนึ่ง แล้วก็ข้องออีกบ่อหนึ่ง แล้วก็เบรกเกอร์ (Breaker) อีกบ่อหนึ่งแค่นั้น ข้องอ ๓ อันอาจสัก ๑๐๐ บาท เบรกเกอร์ อาจจะสัก ๒๐๐ บาท อะไรอย่างนี้ครับ”

อธิบายเมื่อกี้นี้ ท่านประธานคิดดู ซ่อมเขาให้ค่าซ่อมระบบประปาบ่อละ ๕๐,๐๐๐ บาท เมื่อกี้ผู้ใหญ่บ้านที่จังหวัดลพบุรีบอกว่า ซ่อมข้อต่อ ๒๐ บาท ดิฉันก็ไปดู ที่ดิฉันนั่งเห็นไหม เสื้อสีชมพูดิฉันแต่มันหันหลัง ดิฉันก็ไปดู ๒๐ บาทเจ้าของบ่อซื้อเองอีก ซื้อมาต่อเอง แล้วก็เบรกเกอร์เปลี่ยนไปตัวหนึ่ง ๒๐๐ บาท รวมแล้ว ๒ อย่างเบิกมา ๑๐๐,๐๐๐ บาท จุดละ ๕๐,๐๐๐ บาท แต่ข้อต่อ ๒๐ บาทออกเอง อีกต่างหาก เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะให้ท่านประธานดูว่า ๕๐,๐๐๐ บาทเขาเบิกอะไรบ้าง ใน ๕๐๐,๐๐๐ บาทซ่อมแซมระบบประปาหมู่บ้านยังมีเป่าบ่ออีกนะคะ ท่านประธานเป่าบ่ออีก ๖,๕๐๐ บาท แต่ตรงนี้ที่น่าติดใจคืออะไรรู้ไหมคะ ทุกอันที่มีซ่อมแซมจะต้องมีเป่าบ่อ เมื่อกี้เป่าไป ๒๖,๑๑๓ บ่อ ซ่อมแซมนี่ก็เป่าอีกบ่อ แล้วทำความสะอาด ดิฉันก็ไปถามว่า เป่าล้างทำความสะอาดท่อเมน (Main) ไหม เป่าล้างทำความสะอาดท่อน้ำใช้ไหม นี่ ๙,๐๐๐ บาท นี่ ๑๐,๐๐๐ บาท ซ่อมประตู ซ่อมมาตรวัดน้ำ ข้อต่อนี่ ๙,๐๐๐ บาท นี่เขาบอก เขาไม่ได้ทำเลย แต่เบิก ๕๐,๐๐๐ บาทหมด เพราะฉะนั้นดิฉันอยากให้ท่านประธาน ดูคลิปต่อไป

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............... : ผม นิพนธ์ สุขหอม ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๖ ตำบลโคกคราม อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี หลังเป่าแล้วดีไหม ดีครับ น้ำมันก็ใช้ปกติหลังเป่า แต่หลังจากเป่าตัวควบคุมไปแล้วน้ำแรงขึ้นแล้วมันไม่ตัดน้ำก็ล้นแท็งก์ตัวควบคุมมันเสีย”

ท่านประธานเห็นไหมคะ อันนี้ที่จังหวัดสุพรรณบุรี อำเภอบางปลาม้า หมู่ที่ ๖ ดิฉันไปมา อันนี้น้ำท่วมจริงไปเป่าให้เขา เป่าแล้วทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าของเขาเสียแล้วมาเบิก ๕๐,๐๐๐ บาทแต่ก็ไม่ได้ซ่อมให้เขา อันนี้ผู้ใหญ่บ้านนะคะ เอาคลิปต่อไป

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............... : หมู่ที่ ๓ ตำบลไร่พัฒนา อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท บ้านพี่นี่น้ำท่วมไหม”

“.............. : ไม่ท่วมจ้ะ”

“............... : ไม่ท่วม พี่สายทองได้ทำเรื่องไปขอให้เขามาเป่าไหม”

“............... : ไม่ได้ทำ เขาบอกว่าเขาจะไปเป่าที่อื่น”

“............... : เป่าที่อื่น แล้วที่อื่นทำไมเขาไม่ไปเป่า”

“............... : เขาบอกน้ำมันท่วมเป่าไม่ได้”

“............... : น้ำมันท่วมเป่าไม่ได้ก็เลยมาเป่าที่นี่”

“............... : ใช่ค่ะ”

“............... : ตอนที่ยังไม่เป่ากับเป่าแล้วแตกต่างกันไหม”

“............... : รู้สึกจะไม่แตกต่าง ปกติเหมือนเดิม”

“............... : ไม่แตกต่างเลย ปกติเหมือนเดิม แล้วนอกจากเป่าแล้วนี่ เขามาทำอะไรให้พี่บ้าง”

“............... : เขาก็ทาสีขาว ๆ นี่จ้ะ”

“............... : ทาสีขาว แล้วเดิมไม่ได้ทาหรือ”

“............... : ไม่ได้ทา สนิม”

“............... : สนิม ไม่ได้ทา”

“............... : มันก็ขาวอยู่แล้วแหละ แต่ก็ทาให้มันขาวขึ้น”

“............... : ก็ขาวขึ้น แล้วอะไรอีกคะ”

“............... : เขาก็ใส่ฝาอันนี้มา”

“............... : ปิดฝาอันนี้ ๑ อัน แล้วอะไรอีกคะ”

“............... : เท่านั้นแหละ”

“............... : ทาสี ปิดฝา แล้วก็เป่าบ่อ แค่นั้นนะคะ”

นี่ค่ะท่านประธาน ทาสี ธรรมดาเขาก็ขาวอยู่แล้วไปทาให้ขาวขึ้นแล้วก็เอาฝาไปปิด เบิกเท่าไร ๕๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นดิฉันจึงอยากจะให้ท่านประธานดูว่างบประมาณมันไม่ได้เป็นไปตามความเป็นจริง แล้วก็คลิปสุดท้ายนี่ก็น้ำไม่ท่วมไปขอเขาเป่าอีกเช่นกันนะคะ ต่อไปคลิปที่ ๓ เลยนะคะ เรื่องการอุดกลบบ่อค่ะ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............... : ที่บอกว่ากลบบ่อ อ้าว ทำไมเขาถึงได้ขุดบ่อใหม่เพราะอะไร”

“............... : บ่อเก่าไม่ออก”

“............... : อ๋อ บ่อเก่าไม่ออก เขาเป่าแล้วมันก็ไม่ออก”

“............... : บ่อโบกปูน”

“............... : อ๋อ โบกปูน ไหนโบกกว้าง ยาวเท่าไร อ๋อ เทปูน ที่ลุงอยู่นี่ ลุงอยู่บ้านเลขที่เท่าไร”

“............... : ๙๖/๑”

“............... : ๙๖/๑ หมู่ที่”

“............... : หมู่ที่ ๗”

“............... : หมู่ที่ ๗ ตำบล”

“............... : บ้านเชี่ยน”

“............... : บ้านเชี่ยน”

“............... : อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท”

“............... : จังหวัดชัยนาท เมื่อตอนน้ำท่วมมหันตภัยเมื่อปีที่แล้วที่บริเวณนี้ ของลุงมีน้ำท่วมไหม”

“............... : ไม่ท่วม ตรงนี้ แถว ๆ นี้ไม่ท่วม”

“............... : ตรงนี้มันเป็นบ่อเก่าใช่ไหม แล้วเขามาอุดกลบบ่อให้ลุงเมื่อไร หลังน้ำท่วมไหม”

“............... : หลังน้ำท่วม”

“............... : ที่เขาอุดกลบเพราะอะไร”

“............... : เพราะว่าเขาเจาะบ่อน้ำประปาได้แล้วเขาก็ขอปิดบ่อนี้”

“............... : อ๋อ พอเจาะตรงโน้นเขาเลยขอปิดตรงนี้”

“............... : ครับ”

“............... : แล้วก่อนที่เขาจะปิดบ่อนี่เขาทำอย่างไร”

“............... : เขาก็เอารถมาดึงเอาท่อแป๊บออก แล้วก็เอาหินก้อนขนาดนี้ใส่”

“............... : เอาท่อออกทั้งหมดกี่ท่อ”

“............... : ๖ ท่อนครับ”

“............... : ๖ ท่อน กว้างเท่าไร”

“............... : ประมาณ ๖ นิ้ว”

“............... : ๖ นิ้ว ๖ ท่อน เอาขึ้นหมดเลย แล้วมันมีตัวโยกอะไรไหม ไม่มี”

“............... : มี ตัวโยกมี เขาก็เอาไป”

“............... : ตัวโยกเขาก็เอาไปด้วย แล้วพอเอาแป๊บออกนี่เขาเอาอะไร ไปใส่ในนั้น”

“............... : ก้อนหินเท่านี้”

“............... : เอาก้อนหินเท่านี้ใส่ไปลึกเท่าไร”

“............... : ก็เต็ม เหลือประมาณแค่นี้”

“............... : เต็มปากบ่อเลย”

“............... : ครับ เหลือประมาณแค่นี้”

“............... : แล้วเว้นไว้แค่นี้”

“............... : ครับ แล้วก็เอาปูนใส่”

“............... : เอาปูนผสมน้ำเฉย ๆ”

“............... : ครับ เอาปูนผสมน้ำ”

“............... : มีทรายไหม”

“............... : ไม่สังเกตเห็น เขาใส่ ใส่ ใส่ไป แล้วก็เอาปูนใส่ก็เททับเลย”

“............... : อ้าว แล้วไม่ผสมน้ำหรือ”

“............... : เขาทำอยู่ในนี้มันมีน้ำอยู่แล้ว”

“............... : อ๋อ มันมีน้ำอยู่แล้ว เอาผงปูนใส่ไปในปากบ่อเลยแล้วก็อัด แล้วก็เอานี่ปิดเลย อ๋อ ปิดแบบนี้เลยหรือ ไม่มีฐาน ไม่มีอะไรเลย”

“............... : ไม่มี”

“............... : ไม่ทำเป็นเหลี่ยมเป็นอะไร ไม่สลักอะไรเลย”

“............... : ไม่มีครับ มีแต่เศษปูนที่เขาเท”

“............... : เขามากี่คน”

“............... : ๓ คน”

“............... : ๓ คน ทั้งตรงโน้นด้วยกับตรงนี้อันเดียวกันไหม”

“............... : อันเดียวกัน”

“............... : คนเดียวกัน มา ๓ คนเหมือนกัน เจ้าเดียวกัน มา ๓ คน”

ท่านประธาน ที่ดิฉันให้ประธาน ดูให้หมดเพราะดิฉันจะให้เปรียบเทียบดูว่าการอุดกลบบ่อของเขา อุดกลบบ่อหนึ่ง ๒๕,๐๐๐ บาท แต่ใน ๒๕,๐๐๐ บาท ก่อนจะอุดกลบเขาจะต้องเป่าทุกบ่อเลย อีกอันหนึ่ง ๖๐๙ บ่อที่ดิฉัน พูดไว้ครั้งแรก ท่านลองดูว่าที่ตรงนี้มันมีข้อสงสัยตรงไหน อุดกลบบ่อใช้น้ำมัน ๓,๗๘๐ บาท เป่าบ่อใช้น้ำมัน ๓,๗๕๐ บาท แต่ท่านลองคิดดูในบ่อเดียวกันทั้งเป่าด้วย ทั้งอุดกลบด้วยเบิก น้ำมัน ๒ ครั้ง เป็น ๗,๕๓๐ บาท ท่านลองคิดดู เป่าในบ่อเดียวกันนะคะ และคิดดูทั้งหมดมัน ๓๔,๐๐๙ บ่อ เงินมันสูญเสียมากมายมหาศาลเท่าไร อันนี้เอกสารมาจากหน่วยราชการนะคะ คือดิฉันบอกท่านประธานก่อน บางคนจะคิดว่าดิฉันเอาหลักฐานเอกสารต่าง ๆ ไม่เป็นจริง ดิฉันเป็นคนไม่โกหกตอแหลค่ะ อันไหนที่ดิฉันไม่ได้เห็นกับตา ไม่ได้ถามกับปากดิฉันจะไม่เอามา อภิปรายเด็ดขาด อันนี้เป็นเอกสารราชการมีตรามาด้วย แต่ว่าท่านประธานลองคิดดูว่าจาก ที่เขาให้สัมภาษณ์เห็นไหมคะว่าคนอุดกลบบ่อ เป่าบ่อ ซ่อมแซมระบบน้ำประปาเป็นคน กลุ่มเดียวกันหมดเลย แต่เบิกเบี้ยเลี้ยง ท่านลองคิดดู อุดกลบบ่อใช้คน ๔ คนนะคะ เบี้ยเลี้ยง วันละ ๑๘๐ บาท บ่อหนึ่งใช้เวลาอุดกลบ ๓ วัน แล้วยังเบิกเบี้ยเลี้ยงเป่าบ่ออีก ๓ คน อีก ๒ วันอีก ไหนจะเบิกค่าที่พักอีก ที่พักคืนละ ๔๐๐ บาทต่อคนอีก อีก ๓,๒๐๐ บาท คิดดูสิว่าเงินมันมากมายมหาศาลขนาดไหน คูณด้วย ๓๔,๐๐๙ บ่อดู แล้วดิฉันก็ถามว่ามันจะ อุดอยู่แล้ว คุณไปเป่าทำไม ไหน ๆ มันก็จะอุด แต่คุณต้องไปเป่าอีก ๖,๕๐๐ บาท เขาก็ชี้แจง ว่ากลัวว่าจะมีถุงพลาสติก มีขวดน้ำลงไปอยู่ในบ่อก็เลยต้องอุดกลบบ่อ แต่มาตรฐานการอุด กลบบ่อที่มาชี้แจงว่าอุดกลบ ๒๕,๐๐๐ บาทมันมีอะไรบ้าง เขาก็ชี้แจงนี่ค่ะท่านประธาน เอามาให้ดูนะคะ คือดินสะอาดปราศจากเชื้อโรคค่ะ นี่ท่านประธานเหมือนลูกกระสุนที่ยิงหัวหมา สมัยเราเด็ก ๆ เห็นไหม ก้อนแบบนี้ที่ใช้หนังสติ๊ก นี่ดินสะอาดค่ะ ดิฉันก็พิสูจน์ในห้องประชุมนะคะ ดิฉันเอาแก้วมาด้วยให้ท่านประธานดู ก่อนที่จะอุดกลบบ่อ เขาบอกต้องใส่ดินสะอาด ดิฉันใส่ไว้ก่อนนะเดี๋ยวให้มันละลาย กว่าจะพูดเสร็จอันนี้ละลายพอดี ต้องปราศจากวัชพืช ต่างๆ แต่ในห้องคณะกรรมาธิการพิสูจน์แล้ววัชพืชลอยเต็มเลย แล้วก็บอกว่าทุกบ่อต้องใช้ดิน สะอาดและต้องปั้นเป็นลูก ๆ อย่างนี้ด้วยนะถึงจะใส่ได้ เพราะว่าถ้าไม่ปั้นพอใส่แล้วมันไปติด ปากบ่อเพราะมันเป็นดินเหนียว แต่ท่านเห็นไหมคะที่เมื่อกี้หมู่ที่ ๗ ตำบลบ้านเชี่ยน บอกว่า เอาหินบริเวณนั้นเอาลงมาใส่ พอใส่เสร็จก็เอาปูนเทแล้วก็เอาหินบริเวณนั้นกลบ ๆ ปากบ่อ ที่ดิฉันเทียบให้ท่านดูเห็นไหม สีฟ้านะ สีฟ้าเขาจะทำเป็นแท่น แต่ตอนอุดกลบดิฉันถาม ประชาชนที่เขาร้องกวาง ที่จังหวัดอุทัยธานี เขาบอกว่าเขาไม่เห็น แต่มันมีแท่นที่ดิฉันไปดึง แล้วดึงหญ้าออก อันนั้นเขาทำมีมาตรฐาน แต่ว่าก็ไม่รู้อีกเวลากลบเอาดินนี้ไปใส่หรือเปล่า นี่ ๒๕,๐๐๐ บาทนะคะท่านประธาน แล้วทั้งประเทศเท่าไรที่ดิฉันให้ท่านประธานดู แล้วที่ไป อุดกลบน้ำไม่ท่วมเลยนะคะ ทั้งจังหวัดอุทัยธานี เขาร้องกวาง ทั้งตำบลบ้านเชี่ยน หมู่ที่ ๗ ที่จังหวัดชัยนาท เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะเรียนกับท่านประธานนะคะว่าของที่อุดกลบบ่อ มันจะต้องท่อที่เขาถอนขึ้น ก่อนจะอุดกลบเขาต้องถอนท่อเก่าขึ้นให้หมดเลย และท่อทั้งหมด อย่างบ่อที่ตำบลบ้านเชี่ยน จังหวัดชัยนาทมี ๖ ท่อน ๖ ท่อนแถมเครื่องโยกน้ำอีก ๑,๖๐๙ ชิ้น เครื่องโยกนี่ แล้วไหนจะท่ออีกบางที่จะมากกว่า ๖ ท่อน ท่อนหนึ่งความกว้างเหล็กแป๊บอย่างต่ำ ๖ นิ้ว แล้วอุปกรณ์ที่เอามาทั้งหมดมันไปอยู่ที่ไหน ดิฉันถามท่านประธานว่าตรงนี้มันไปอยู่ตรงไหน ถามในคณะกรรมาธิการก็บอกว่าใครขอก็ให้ไป ดิฉันขอรายละเอียดอยู่ว่าขอไปไว้ที่ไหนบ้าง เพราะอันนี้มีมูลค่ามากมายมหาศาล เพราะมัน เป็นเหล็ก เพราะฉะนั้นท่านประธานเดี๋ยวท่านดูคลิปต่อไปเลย คลิปที่ ๔ ค่ะ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............... : ของที่นี่มีกี่บ่อ”

“............... : มี ๒ บ่อจ้ะ”

“............... : อีกบ่อหนึ่งของใคร ของเราเองหรือคะ”

“............... : ใช่ค่ะ”

“............... : เราขุดใหม่ใช่ไหม”

“............... : ขุดใหม่ค่ะ”

“............... : ขุดใหม่ราคาขุดเท่าไร”

“............... : ราคา ๕๐,๐๐๐ บาทแล้วขุดแต่เราซื้อซับเมิร์จอีก ๒๐,๐๐๐ บาท ประมาณ ๗๐,๐๐๐ บาท”

“............... : ประมาณ ๗๐,๐๐๐ บาท”

“............... : แต่ถ้าเขาเหมาเจาะก็ ๘๐,๐๐๐ บาท อบต. ๘๐,๐๐๐ บาท”

“............... : ซับเมิร์จกี่แรงม้า”

“............... : แรงครึ่ง”

“............... : ที่ ๘๐,๐๐๐ บาทนี่แรงครึ่งใช้ได้เลยไหม”

“............... : ใช้ได้เลยค่ะ”

“............... : ไม่ต้องอะไรเลยใช่ไหม แล้วยังดีอยู่ไหม”

“............... : ดีจ้ะ”

“............... : อยู่ตรงไหน อยู่ไกลไหม”

“............... : น้ำดีกว่านี้อีก”

“............... : น้ำดีกว่านี้อีก โอ้โฮ”

ท่านประธานคะ เห็นไหม การขุดบ่อน้ำบาดาลของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลนี่ขุดบ่อละ ๒๔๐,๐๐๐ บาท ไม่มีซับเมิร์จ ค่าซับเมิร์จทางกรมคิดอีก ๓๒,๐๐๐ บาท แต่ท่านลองคิดดู หมู่ที่ ๓ บ้านไร่พัฒนา ชาวบ้านเจาะเอง ราคาเจาะเอง ๕๐,๐๐๐ บาท แต่ถ้ามีซับเมิร์จด้วยเขาคิด ๗๐,๐๐๐ บาท แล้วเพื่อนดิฉันดอกเตอร์มานิตย์ไปเจาะที่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เขาเจาะ ทั้งค่าซับเมิร์จด้วยรวมแล้ว ๖๕,๐๐๐ บาท แต่หน่วยราชการเจาะ ๒๔๐,๐๐๐ บาท ไม่มีซับเมิร์จ แล้วท่านคิดดูดิฉันไปถามผู้รับเหมาที่เจาะบ่อ เขาบอก ๕๐,๐๐๐ บาทเขาเจาะได้ แล้วคิดดูส่วนต่างนี่มันไปไหนที่ดิฉันบอกนะคะ แล้วตรงนี้อีกก็เป็นที่น่าสังเกต ท่านลองคิดดู เดี๋ยวจะมีคลิปคลิปสุดท้ายให้ท่านดูว่าการเจาะบ่อน้ำบาดาลเขาเบิก ๖๙๐,๐๐๐ บาท บอกมีซับเมิร์จให้ ๓ แรงแต่ให้เขาแรงครึ่ง แล้ว ๖๙๐,๐๐๐ บาทไม่ได้ก่อถังเพราะใช้ถังเดิม ใช้ระบบหอส่งอันเดิมแต่เบิก ๒๔๐,๐๐๐ บาท แถมอุดกลบบ่อที่จะทำน้ำบาดาล ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ๒ คนช่วยกันออกคนละ ๕๐๐ บาท อบต. ออกอีกคนละ ๕๐๐ บาท จ่ายค่าขุด ค่าแบคโฮ แต่หน่วยราชการไปเบิก ๗๘,๒๐๐ บาท นี่ประชาชนเขาไม่รู้อย่างไรคะ เขานึกว่าไปทำให้เขาฟรี ๆ เขาก็บริการอย่างดีเลย เลี้ยงอาหาร เลี้ยงเหล้าอะไรอย่างดีเลย เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะเรียนท่านประธานว่างบขุดบ่อ ๖๙๐,๐๐๐ บาท ท่านลองคิดดู บอกว่ามีค่าอบรมถ่ายทอดความรู้บำรุงรักษาบ่อน้ำบาดาลอีกบ่อละ ๖,๐๐๐ บาท ดิฉันก็ไปถามว่าเขาอบรมให้บ้างไหม เขาบอกว่าไม่เคยมีมาอบรมอะไรเลย แล้วคิดดู ๖,๐๐๐ บาทคูณเข้าไปสิที่ขุดทั้งหมดนี่อีกเท่าไร ตั้งงบประมาณเอาไว้มากมายมหาศาลเลย บอก ๓ แรงเห็นไหม ๓ แรง ๓๒,๐๐๐ บาท ให้เขาแรงครึ่ง เพราะฉะนั้นเปิดคลิปสุดท้ายค่ะ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............... : อย่างเดียว มีระบบอื่นให้ไหม”

“............... : มีเปลี่ยนท่อ เปลี่ยนซับเมิร์จ”

“............... : คือเจาะใหม่แล้วมีถังน้ำส่งไหม”

“............... : ใช้ถังเก่า”

“............... : ช่างที่มาทำกลุ่มเดียวกันไหม”

“............... : กลุ่มเดียวกัน”

“............... : แล้วก็ทำทุกอย่างเลย เอาอย่างนี้ ทำทั้งอุดด้วย เจาะด้วย เป่าด้วย ซ่อมด้วย”

“............... : เรากลบกันเอง จ้างแบคโฮแล้วกลบกันเอง ”

“............... : จ่ายค่าแบคโฮไปเองเท่าไร”

“............... : ไม่รู้ แต่ควักไป ๕๐๐ บาท ผมเองผมจ่ายไป ๕๐๐ บาท”

“............... : แล้วคนอื่นจ่ายอีกเท่าไร”

“............... : ไม่รู้ เขาก็ว่าคนละ ๕๐๐ บาท”

“............... : กี่คน”

“............... : เขาว่า ๔ คน แต่นี่ได้จ่ายหรือเปล่าไม่รู้”

“............... : ฉันไม่ได้จ่าย”

“............... : เขาจ่ายแค่ ๓ คนเท่านั้น”

“............... : แต่ทำอาหารเลี้ยงเขา”

“............... : อยากจะรู้ว่าไปเบิกเท่าไร เดี๋ยวนะค่าแบคโฮที่ขุดใช่ไหม ว่าเขาไปเบิกเท่าไร นี่ค่าขุดและกลบ ๗๘,๒๐๐ บาทค่ะ อันนี้สรุปว่าหม้อแปลงนั่นของเขา ทำใหม่หรืออยู่เก่า”

“…………… : ของเก่าแต่เขาเปลี่ยนให้ใหม่

“…………… : คือหม้อแปลงอันโน้นเป็นของเก่า

“…………… : ของเก่าแต่เขามาเปลี่ยนระบบให้ใหม่

“…………… : แต่ตู้อะไรเหมือนเดิม

“…………… : ตู้เดิม

“…………… : แล้วก็นี่เก่าหรือใหม่

“…………… : นี่ใหม่หมด

“…………… : แล้วที่พี่บอกว่าเก่าอันนี้คืออันไหนเก่า คือถังเก่า

“…………… : ถังเก่า

“…………… : คือถังเก่า ท่อส่งเก่า เครื่องกรองเก่า ซัมเมิร์จตัวนี้ซัมเมิร์จใหม่

“…………… : ใหม่

“…………… : ซัมเมิร์จใหม่กี่แรงม้า

“…………… : แรงครึ่ง

“…………… : เขาบอกว่าเขาจะเอากี่แรง

“…………… : ๓ แรงแต่เขาบอกใช้ตัวนี้ไปก่อน

“…………… : ใช้ไปก่อนแล้วจะเอามาใหม่ให้

“…………… : แล้วจะเอามาให้

“…………… : แล้วเวลาเขาเอามาให้โทรบอกหนูทีนะว่าเขาให้เมื่อไร หรือว่ารอพังแล้วเอามาให้

นี่อย่างไรคะท่านประธานเห็นไหมคะ ๖๙๐,๐๐๐ บาท แต่ว่าใช้ถังเดิม ระบบเดิม เปลี่ยนซัมเมิร์จ เบิก ๖๙๐,๐๐๐ บาท กลบบ่อ ขุดบ่อ ประชาชน อบต. ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหุ้นกันออก ไปเบิก ๗๘,๒๐๐ บาท เพราะฉะนั้น ที่ดิฉันพูดมาทั้งหมดนี้ ดิฉันมีหลักฐานทั้งหมดนะคะ แล้วก็ดิฉันอยากให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวกับการตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็น สตง. ไม่ว่าจะเป็นดีเอสไอ ป.ป.ท. ได้ลงไปตรวจ แล้วก็ทางกรรมาธิการก็จะตรวจต่อไปอีกนะคะ เพราะฉะนั้นที่ดิฉันพูดมาทั้งหมดนี้ดิฉันคิดว่า ถึงแม้จะยกมือ ๒ ข้าง ยกขาขึ้นอีก ๒ ข้าง อย่างไรมันไม่ชนะอยู่แล้ว แต่ดิฉันเคยพูดมาตลอด แช่งทุกครั้งว่าใครโกงกินแผ่นดินนี้ต้องให้มีอันเป็นไป ดิฉันพูดปากเปล่าดิฉันก็เศร้าใจมากเลย มันไม่เคยเห็นผลเลย อ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์เจ้าขาช่วยลูกด้วย มันโกงกัน จนประเทศชาติจะล่มจมหมดแล้ว วันนี้ดิฉันก็นึกว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะมาด้วย เพราะว่ามันก็เกี่ยวกับท่านนายกรัฐมนตรีด้วย เพราะท่านนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ควบคุมดูแล งบน้ำท่วม ดิฉันก็เลยจะขออนุญาตท่านประธานเอาดอกไม้ธูปเทียนมาในที่ประชุมแห่งนี้ แต่เสียดายท่านนายกรัฐมนตรีไม่มา ดิฉันอยากจะจุดด้วยซ้ำไป ให้ดิฉันจุดไหม จุดนิดหนึ่งนะ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธาน สภาผู้แทนราษฎร ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อย่าเลยครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

อะไรนะคะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อย่าเลยครับ สรุปได้แล้วกระมังครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

ไม่ให้จุดก็ไม่เป็นไร แต่ก่อนจะจุด เดี๋ยวลืมไป น้ำในแก้วก่อน ดินสะอาดท่านประธานมาดู เดี๋ยวดิฉันจะส่งไปให้ท่านประธาน ดินสะอาดปราศจากเชื้อโรค ไม่มีขยะมูลฝอย ไม่มีวัชพืช แต่ท่านมาดูนะว่ามันสะอาดจริงไหม

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จะจบแล้วครับ

(นางมุกดา พงษ์สมบัติ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

มีผู้ประท้วงครับ

นางมุกดา พงษ์สมบัติ ขอนแก่น

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน มุกดา พงษ์สมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ดิฉันประท้วงท่านประธานในข้อ ๘ และประท้วงท่านผู้อภิปรายในข้อ ๖๑ ข้อ ๘ ท่านประธานปล่อยให้ผู้อภิปรายพูดได้อย่างไรคะ ในสภาอันทรงเกียรตินี้ ข้อ ๖๑ เสียดสี พูดวาจาไม่สุภาพ ๒ มือ ๒ เท้า สถานแห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์นะคะท่านประธาน ๒ มือ ๒ ขา ท่านประธานปล่อยให้พูดได้อย่างไรคะ ๒ มือ และ ๒ ขาขึ้นมาด้วย สถานที่แห่งนี้ ท่านประธานโปรดวินิจฉัยด้วยค่ะ ข้อ ๖๑ ให้ถอนด้วยค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ที่จริงเมื่อกี้ ผมมาทำหน้าที่ผมก็ยังนึกชมอยู่ในใจว่าท่านรังสิมาอภิปรายโดยที่ไม่มีใครประท้วงเลย ผมก็ยังชื่นชมนะครับ แต่คำพูดที่ท่านสมาชิกประท้วงเมื่อสักครู่นี้ ผมว่ามันเป็นบุคลิก เป็นการพูดตามบุคลิกของท่าน มันไม่ถึงขั้นที่จะต้องนั่นนะครับ เพราะฉะนั้นผมถือว่า เอาเป็นสาระดีกว่านะครับ ท่านพูดก็มีสาระ เพราะฉะนั้นก็อย่าไปใส่ใจกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้การประชุมดำเนินไปด้วยดีนะครับ ที่จริงผู้ประท้วงก็มีเหตุผล เพียงแต่ผมขอว่า อย่าไปใส่ใจกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ควรจะจบนะครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

ท่านประธานคะ ดิฉันพูดสุภาพ ที่สุดเลย

(นางมุกดา พงษ์สมบัติ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นางมุกดา พงษ์สมบัติ ขอนแก่น

ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน มุกดา พงษ์สมบัติ จังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ท่านประธานปล่อยอย่างนี้ได้อย่างไร เล็ก ๆ น้อย ๆ ได้อย่างไร ท่านประธานผู้ทรงเกียรติในสภานะคะ สถานที่แห่งนี้ ๒ มือ ๒ ขา ท่านปล่อยให้พูดบอกว่าเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ได้ค่ะท่านประธาน ท่านประธานวินิจฉัยแบบนี้ ไม่ได้ค่ะ ดิฉันไม่เห็นด้วย แล้วใต้พระบรมฉายาลักษณ์ ท่านประธานบอกว่าเล็ก ๆ น้อย ๆ ๒ ขาหมายความว่าอย่างไรท่านประธาน ไม่ได้ท่านประธานต้องให้ถอนค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านมุกดาครับ ที่จริงก็เห็นด้วยที่ท่านประท้วง

นางมุกดา พงษ์สมบัติ ขอนแก่น

เห็นด้วย แต่ท่านประธานต้อง ให้ถอนสิคะ ขอประทานโทษค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เห็นด้วย แต่ผมถือว่ามันไม่ใช่เรื่องที่เป็นสาระอะไร เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็อย่ามาถือสากัน ผมว่าบรรยากาศ มันกำลังดีครับ เพราะฉะนั้นท่านรังสิมาต่อเถอะครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

ท่านประธานคะ ท่านประธาน ฟังดิฉันนิดหนึ่ง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยังประท้วง อยู่ครับ

นางมุกดา พงษ์สมบัติ ขอนแก่น

ขอประทานโทษท่านประธานคะ ดิฉันไม่ได้ดื้อรั้นค่ะ อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย ดิฉันเคารพค่ะ กว่าจะได้มาเป็น ส.ส. ในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ อย่าว่าเล็กน้อยขอให้ถอนคำพูดว่า ๒ ขาเถอะค่ะท่าน ขออนุญาตแค่นี้ เรื่องอื่นยกให้ได้ แต่สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ท่านอย่าว่าเล็กน้อย ขอแค่นี้ค่ะท่านประธาน ท่านประธานก็คนบ้านเดียวกับดิฉัน ลองยก ๒ ขาขึ้นสิคะ ทีนี้มันจะเป็นอย่างไร ถ้าทั้ง ๒ ขาจะได้ไหมท่านประธาน ท่านลองนึกภาพสิคะ ขอบพระคุณ ท่านประธานค่ะ ท่านต้องให้ถอนค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อำนาจ ในการวินิจฉัยเป็นของประธาน ประธานวินิจฉัยแล้วน่าจะจบได้แล้วครับ เชิญต่อเถอะครับ ต่อเลยครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

ท่านประธานเดี๋ยวดิฉันพูด สักนิดหนึ่งนะ ดิฉันทำการบ้าน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านต่อของท่าน อย่าไปนั่นเลยครับ ต่อประเด็นของท่านดีกว่า เมื่อกี้จบแล้วครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

ไม่ค่ะท่านประธาน ดิฉันต้องพูด เพราะว่าเดี๋ยวจะคิดว่าดิฉัน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ครับ ผมวินิจฉัย ไปแล้ว จบไปแล้วครับ ท่านต่อของท่านเลยครับ

(นางนันทนา สงฆ์ประชา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นางนันทนา สงฆ์ประชา ชัยนาท

กราบเรียนท่านประธานสภาค่ะ ดิฉัน นันทนา สงฆ์ประชา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยนาทค่ะ จากประเด็นที่เน้น จังหวัดชัยนาทอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ว่าผู้อภิปรายได้นำเสนอในส่วนของการเป่าบ่อ ในเขตพื้นที่ของจังหวัดชัยนาท ถามว่าตัวดิฉันเสียหายไหมก็อาจจะแปลความได้ว่า ตัวดิฉันเองเป็นผู้แทนจังหวัดชัยนาทไม่ดูแลเรื่องงบประมาณหรืออย่างไร แต่ดิฉันอยากจะ กราบเรียนว่าดิฉันต้องกราบขอบคุณด้วยซ้ำไปว่าทางหน่วยงานราชการได้มีความกรุณา ไปตรวจบ่อของท่าน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านนันทนาครับ ถ้าประเด็นนี้แล้วใช้สิทธิพาดพิงได้ ผมว่ามันทั้งสภาประชุมต่อไม่ได้หรอกครับ เพราะฉะนั้น ผมไม่อนุญาตนะครับ ก็เป็นเรื่องที่รัฐมนตรีท่านต้องชี้แจงครับ ท่านอย่าไปชี้แจงแทนเลยครับ คงไม่อนุญาตครับ ท่านวรชัยเชิญครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการครับ ท่านประธานครับ เมื่อกี้ท่านผู้อภิปรายได้พูด จบไปแล้วที่จริงผมให้เกียรติสุภาพสตรีมากครับเวลาท่านอภิปรายอยู่ผมไม่ได้ประท้วงครับ เพราะว่าผมให้เกียรติท่าน แต่ว่าวันนี้ท่านประธานใช้ข้อ ๘ ควบคุมการประชุม เพราะอะไรครับ คลิปที่ออกมาทุกครั้งมีการตัดต่อพูดชี้นำแล้วเอามาทิ่มแทงใส่ร้ายป้ายสีท่านนายกรัฐมนตรี คลิปแต่ละอันนั้นเป็นการจัดทำแล้วก็ถามชี้นำตลอดตั้งแต่เมื่อเช้า แล้วการพูดพวกผมนี่ ไม่ต้องการประท้วง ต้องการให้จบอย่างชนิดที่ว่าทั้ง ๒ ฝ่ายทำหน้าที่กัน แต่อย่างเมื่อวาน พูดเรื่องค้าข้าวจีทูจีแต่เอาเรื่องการขายภายในประเทศแล้วไปพันกันครับ คือการกระทำ อย่างนี้เป็นการกระทำที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงครับ เพราะฉะนั้นขอให้พรรคฝ่ายค้านเอาข้อเท็จจริง มาพูดกัน แล้วก็คลิปนั้นขอให้ตรวจสอบ ขอให้ตั้งกรรมการตรวจสอบให้ครบทุกขั้นตอนครับ พวกผมมีจริยธรรมครับ ความฝันผมไม่ว่าครับ แต่ว่าบางคนมีจริยธรรมไหมครับที่สั่งฆ่า ประชาชนครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าพอแล้ว ประเด็นคือถ้าว่ากันไปว่ากันมาก็ไม่จบครับ

(นางมุกดา พงษ์สมบัติ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญท่านมุกดา

นางมุกดา พงษ์ สมบัติ ขอนแก่น

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน มุกดา พงษ์สมบัติ จังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอประท้วงท่านประธานในข้อ ๘ ปล่อยให้ ผู้อภิปรายพูดว่าปีนี้รัฐบาลนี้มีการทุจริตมากที่สุด ท่านประธานคะ ถ้าพูดหลักฐานที่เอามา ถ้าผู้อภิปรายในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๘ พูดไม่ได้ค่ะท่านประธาน และตามด้วยมาตรา ๒๗๑ สิ่งที่พูดต้องระบุเป็นข้อ ๆ ค่ะ ท่านประธานโปรดวินิจฉัยด้วยว่าผู้อภิปรายว่าเขาทุจริต อย่างไร พฤติกรรมที่กล่าวหา ผู้ดำรงตำแหน่งกระทำความผิดต้องเป็นข้อ ๆ และชัดเจนและ ไม่ได้ยื่นถอดถอนค่ะพูดไม่ได้ค่ะ ประท้วงท่านประธานตามข้อ ๘ ปล่อยให้ผู้อภิปราย อภิปรายได้อย่างไร

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เขาอภิปราย นายกรัฐมนตรีครับว่านายกรัฐมนตรีนี่ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต เขาไม่ได้กล่าวหา นายกรัฐมนตรี ถ้ากล่าวหานายกรัฐมนตรีทุจริตเขาต้องยื่นถอดถอนด้วย ผมดูแลอยู่ครับ ไม่มีปัญหาครับ

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านประสิทธิ์ ผมว่าพอแล้ว เชิญครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องขอใช้สิทธิในการประท้วงตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ กรณีที่ผู้อภิปราย ทำผิดข้อบังคับ กล่าวให้ร้ายเสียดสีนายกรัฐมนตรีโดยการเอาดอกไม้ธูปเทียนมาสาบาน แช่ง ตรงนี้ผิดข้อ ๖๑ แล้วบอกว่าใครโกงกินบ้านกินเมืองขอให้ฉิบหายนี่ เห็นไหมล่ะการเลือกตั้ง ที่ผ่านมาถึงแพ้

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาละครับ อย่าไปต่อความยาวสาวความยืด ที่เขาสาบานเมื่อกี้เขาแช่งคนโกง เขาไม่ได้แช่ง นายกรัฐมนตรี ผมว่าจบแล้วครับ ท่านผู้อภิปรายจะอภิปรายต่อ เชิญครับ เชิญท่านวิลาศ เชิญเลยครับ

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม วิลาศ จันทร์พิทักษ์ พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ เพื่อให้เข้าใจตรงกันในเบื้องต้น ผมขออ่านญัตติแล้วก็สิ่งที่ผมจะอภิปราย ท่านประธานครับ ในญัตติเขาเขียนว่าเนื่องจากนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีมีพฤติกรรม บริหารราชการแผ่นดินไร้ประสิทธิภาพ ไม่ปฏิบัติตามนโยบายที่แถลงไว้ต่อรัฐสภาและ ประชาชน มีพฤติกรรมพูดอย่างทำอย่าง นโยบายป้องกันและปราบปรามการทุจริต เป็นแค่เครื่องมือสร้างภาพ เอื้อพวก มีการเลือกปฏิบัติ ละเว้นเป็นหลายมาตรฐาน อีกทั้ง มีพฤติกรรมปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต การใช้เงินแผ่นดินกระจายไปในกลุ่มบุคคลและ หน่วยงานต่าง ๆ ท่ามกลางความเดือดร้อนแสนสาหัสของคนไทย หากปล่อยให้บริหาร ราชการแผ่นดินต่อไปก็จะเกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติไม่มีที่สิ้นสุด จึงไม่สมควร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป ท่านประธานครับ ญัตติเขียนไว้ชัดเจน แล้วผมก็จะ อภิปรายอยู่ในขอบเขตที่ผมอ่านให้ท่านฟัง ท่านประธานครับ ถ้าวันนี้เราจะมาย่อประเทศ ให้เหมือนบริษัท แล้วก็ในบริษัทเรามีกรรมการผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการนี่เลือกมาจาก ผู้ถือหุ้น ตอนนี้ถ้ากรรมการผู้จัดการบริหารงานบริษัทแล้วปล่อยให้หัวหน้าแผนก หัวหน้าฝ่าย โกงกันสะบั้นหั่นแหลก ผมในฐานะผู้ถือหุ้นนี่มันไปไล่หัวหน้าแผนกออกไม่ได้ มันต้องไล่ กรรมการผู้จัดการ ในทำนองเดียวกันครับท่านประธาน วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีท่านได้รับ การแต่งตั้งจากเพื่อนสมาชิกในสภานี้ ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้ลงคะแนนให้ท่าน แต่ผมเคารพ มติส่วนใหญ่ แล้วในเมื่อท่านปล่อยปละละเลยตามญัตติ ปล่อยให้มีการทุจริตคอร์รัปชันกัน ดังที่ผมจะกล่าวต่อไป ผมก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องไล่ท่านนายกรัฐมนตรีเช่นกัน ท่านประธานครับ ตลอดเวลาที่ท่านนายกรัฐมนตรีเข้าดำรงตำแหน่ง ท่านไปร่วมงานกับ เอกชนหรือท่านพูดเกี่ยวกับเรื่องการทุจริตบ่อยมาก บ่อยมากกว่านายกรัฐมนตรีท่านอื่น ๆ นอกจากนั้นเมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ท่านได้แถลงว่ารัฐบาลได้ประกาศยุทธศาสตร์ ต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน ซึ่งเพื่อนสมาชิกก็ได้นำคำสัมภาษณ์ของท่าน ตลอดจนคลิป ต่าง ๆ ที่ท่านเคยพูดไว้ไปฉายให้ท่านประธานได้ดูไปแล้ว แต่ท่านประธานครับ ไม่ว่าท่าน จะพูดอย่างไร ความจริงประการหนึ่งคือการทุจริตมันก็ยังมีมาก แล้วก็กระทำการ อย่างเอิกเกริก ดูเหมือนข้าราชการจะมองว่าท่านนายกรัฐมนตรีที่ทำทั้งหมดท่านไม่ได้ทำ ด้วยความจริงใจ ท่านก็พูดของท่านไปวัน ๆ หนึ่งว่าต่อต้านการทุจริต จะเห็นได้ว่าข้าราชการ ไม่ได้เกรงกลัวอะไรเลย เราสังเกตได้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีเวลาท่านไปทำ ผมก็ไม่มั่นใจว่าท่านเสแสร้างอย่างที่ ข้าราชการเขามองหรือเปล่า ท่านประธานได้เคยเห็นภาพไหมครับวันที่ท่านนายกรัฐมนตรี ไปร่วมงานสตอป คอร์รัปชัน (Stop Corruption) ท่านไปดูสิครับคนที่ห้อมล้อมท่าน วันนั้น ผมไม่ได้คิดว่าจะต้องมาอภิปรายท่านนายกรัฐมนตรีผมก็เลยไม่ได้เก็บหนังสือพิมพ์ไว้ทั้งฉบับ ผมก็ตัดไว้ดูไว้เป็นที่ระลึกว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่านจะทำจริงหรือเปล่า เก็บไว้ดูวันนี้ก็มา เปิดดูครับว่าวันที่ท่านไปเปิดงานสตอป คอร์รัปชัน ท่านดูสิครับคนที่ห้อมล้อมท่าน มันไร้เทียมทานทั้งนั้น แล้วคนที่เป็นข้าราชการเขาเห็นคนที่ห้อมล้อมท่านนี่เขาจะไปเชื่อได้ อย่างไรครับว่าท่านจริงหรือเปล่าการปราบปรามทุจริตของท่าน เพราะดูหน้าตาแล้ว ผมมองว่าส่วนใหญ่มันอยู่ในวงการที่ผู้เชี่ยวชาญแล้วก็เคยโดนอภิปรายมาทั้งนั้นแหละครับ ท่านประธานครับ ผมเคยอภิปรายในรัฐบาลชุดที่แล้ว เคยให้สัมภาษณ์ แล้วผมพูดกัน แบบตรงไปตรงมา เมื่อรัฐบาลชุดที่แล้วผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบของสภาผู้แทนราษฎร แล้วผมก็พูดแบบตรงไปตรงมาครับ ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์เป็นข่าวใหญ่ข่าวโตว่ารัฐบาลซึ่งผมเป็นสมาชิกอยู่ แล้วผมเป็น ประธาน ป.ป.ช. มีการทุจริตมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย แล้วก็ท่านเพื่อนสมาชิก ในสภาแห่งนี้ละครับที่วันนั้นนั่งเป็นฝ่ายค้านเอาคำพูดของผมอย่างน้อย ๆ ๖ ท่าน แล้วที่เห็น อยู่ในนี้ก็ ๒ ท่านละครับ เอาคำพูดของผมนั่นแหละไปอภิปรายซัดรัฐบาล รวมทั้ง เพื่อนวุฒิสมาชิกอีก ๕ ท่าน เอาคำพูดผมครับไปด่าเต็มที่เลย ก็หวังว่าวันนี้ละครับท่านคงจะ เห็นด้วยกับผมแล้วก็ช่วยกันลุกขึ้นอภิปรายซัดรัฐบาลท่านบ้างถ้าท่านมีความตรงไปตรงมาจริง แล้วก็ที่ท่านทำมาทั้งหมดท่านทำเพื่อประเทศชาติ แต่ท่านประธานครับคำพูดผมในวันนั้นมา กับวันนี้ผมบอกเลยครับที่ผมพูดไว้เมื่อคราวที่แล้วผิดครับ แล้วผิดไปมาก ๆ ด้วย ในทางสถิติ เขาบอกว่ารัฐบาลชุดนี้มันมีการทุจริตกันมากกว่ารัฐบาลชุดที่แล้วมาก ทั้งในเชิงคุณภาพและ ปริมาณ เชิงปริมาณก็คือว่าท่านไปดูสิครับโครงการที่ผ่านตาผมไม่มีโครงการไหนเลย ที่ไม่มีทุจริต เขาพูดกันว่าโกงทุกเม็ด แต่ในเชิงคุณภาพ ท่านประธานครับ มันไม่ได้โกง เหมือนคราวที่แล้วแล้ว ผมเคยพูดเมื่อตอนอภิปรายเมื่อวันที่ ๑ มีนาคมครับว่า ท่านนายกรัฐมนตรีแถลงจากการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๕ ท่านบอกว่ารัฐบาลท่านปราศจากการทุจริต แล้วในวันที่ ๑ มีนาคมนั่นละครับสมาชิก พรรคประชาธิปัตย์ลุกขึ้นอภิปรายเรื่องงบประมาณ ก็ตำหนิรัฐบาลว่าโกงกัน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ผมลุกขึ้นอภิปรายผมบอกไม่ใช่หรอกครับทั้งท่านนายกรัฐมนตรี ทั้งท่านสมาชิกไม่รู้จริงทั้งคู่ โกหกทั้งคู่ เพราะเดี๋ยวนี้มันไม่ใช่โกง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ครับ มันโกง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วผมจำได้วันนั้นพอผมพูดเสร็จ ท่านไพจิตครับ ขออนุญาตเอ่ยนามไม่ได้ทำให้ท่านเสียหาย ท่านเดินมาหาผม ท่านบอกว่าท่านอยากจะฟัง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ผมก็จะบอกท่านละครับ ที่ขออนุญาตเอ่ยชื่อท่าน จะบอกท่านว่าท่านอย่าไปไหน ท่านนั่งฟังอยู่ตรงนี้ แล้วก็ถ้ามันเป็นจริงมีเอกสาร มีหลักฐาน ท่านต้องยกมือให้ตามผมนะครับ ท่านอย่าพูดเพื่อเอาใจผม ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้ ท่านหัวหน้าพรรคของผมท่านบอกว่าทุกรัฐบาลมีการทุจริต แต่มันเป็นหน้าที่ของผู้บริหาร ผู้รับผิดชอบในขณะนั้นที่ต้องหามาตรการป้องกันแล้วก็ปราบปรามการทุจริต ผมขอเสริม ท่านหัวหน้าพรรคผมอีกหน่อยครับ นอกจากว่าทุกรัฐบาลมีทุจริตแล้วต้องทำหน้าที่ ผมขอเสริมว่าไม่มีนายกรัฐมนตรีคนไหนหรอกครับที่มันรู้ว่ามีทุจริตตรงไหนบ้าง แต่ปัญหาที่ผมต้องลุกขึ้นอภิปรายท่านนายกรัฐมนตรีวันนี้ ผมก็เห็นใจท่านครับว่า ท่านไม่จำเป็นต้องรู้ทั้งหมดครับ แต่ที่ผมต้องพูดก็คือว่าในเมื่อท่านนายกรัฐมนตรี ท่านบอกตลอดเวลาว่าท่านนี่ถึงแม้ว่าท่านไม่ได้อยู่ในห้องประชุมท่านก็ไปฟังอยู่ที่ห้องท่าน นั่นแหละครับ ก็ผมเคยอภิปรายแล้วเรื่องการทุจริตยาปราบศัตรูพืช นอกจากนั้นมันก็ยังมีข่าว ตามสื่อมวลชน มีข่าวกรรมาธิการไปลงพื้นที่ มีข่าว ป.ป.ท. มีข่าว สตง. ออกเอิกเกริก ท่านประธานครับ จะด้วยรู้แล้วท่านไม่สนใจหรือท่านแกล้งไม่รู้ก็ตามที แต่ท่านประธานครับ ปรากฏว่าโครงการชั่วร้ายนี้มันก็ยังทำตามปกติของมัน เดินตามปกติ มันจะมีเฉพาะ ตัวข้าราชการเองเสียอีกที่มันกลัวแล้วก็หยุดทำ ผมเรียนท่านประธานนะครับว่าถ้าผมไม่ไป อภิปราย กรรมาธิการไม่ลงตรวจสอบ วันนี้เพิ่มขึ้นอย่างน้อย ๆ อีก ๒,๐๐๐ ล้านบาทครับ แล้วมันโกงกันบ้าเลือด มันไม่ได้โกงกัน ๑๐ ๒๐ ๓๐ ๔๐ มันโกงทีหนึ่ง ๑๐ เท่า ๑๕ เท่า มันบ้าแล้วบ้านเมืองนี้ถ้าปล่อยให้มันโกงกันอย่างนี้ ท่านประธานครับ โครงการขนาดนี้ ถ้าไม่มีส่วนได้ส่วนเสียหรือว่าผู้ใหญ่ฝ่ายการเมืองไม่ได้รับทราบมันไม่น่าจะกล้าทำ ผมเรียนท่านประธานนะครับ ใจจริงผมอยากจะถามท่านประธานเหมือนกัน รวมทั้งถาม ท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านสอบถามหน่อยได้ไหมครับว่าโครงการ ที่มันโกงกันบ้าเลือดเยอะ ๆ ขณะนี้มันมีปัดเศษปัดเกินไปให้เข้าพรรคบ้างหรือเปล่าครับ ผมอยากจะให้ท่านนายกรัฐมนตรีช่วยกระซิบถามท่าน ผอ. สาโรจน์ดูสักนิดหนึ่งครับว่า มีหรือเปล่า ผมไม่ได้ไปกล่าวหาอะไรนะครับ ไม่ต้องประท้วงนะครับ ผมถามเพียงแต่ว่า อยากจะให้ท่านถาม เพราะผมยังไม่เชื่อนะ พวกผู้หลักผู้ใหญ่ที่มันเกี่ยวข้องในวันนี้มันกล้าทำ ขนาดนี้

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวิลาศ ผมว่า อย่าก้าวล่วงไปถึงนั่นเลยครับ มันพาดไปไกลแล้วครับ ถ้าลักษณะนั้นน่าจะยื่นถอดถอนด้วย ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวก็มีผู้ประท้วง ผมเข้าใจ ทีนี้มันพูดเลยครับ อย่าลงลึกไปถึงตรงนั้นครับ ไม่อย่างนั้นมันก็จะพาดไปถึง ปล่อยปละก็ปล่อยปละ แต่ไม่ใช่กล่าวหาอย่างเมื่อกี้ครับ อย่านั่นเลยครับ ท่านต่อของท่านเถอะครับ ท่านวรชัยจบแล้วครับ ได้ตักเตือนไปแล้วครับ ท่านต่อเถอะครับ

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานครับ ต่อนะครับ คือผมเคยอภิปรายไว้มันมีกรณีของเงินทดรองราชการ ซึ่งเงินนี้มันอยู่ในงบกลางซึ่งอยู่ใน ความดูแลของท่านนายกรัฐมนตรีโดยตรง แล้วถ้าท่านจะสนใจท่านไม่ปล่อยปละละเลยเงินนี้ ผมอภิปรายว่ามันมีภัยพิบัติด้านพืช ความจริงแล้วเงินนี้มันไม่ได้ใช้เฉพาะด้านพืชครับ มันใช้ไปด้านอุทกภัย ด้านอะไรอีกเยอะแยะ แล้วก็มีข่าวตามสื่อมวลชนเยอะแยะไปหมดว่า น้ำไม่ท่วมมันบอกว่าท่วม เบิกกัน โกงกัน ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีเป็นคนที่สนใจ ไม่ปล่อยปละละเลย ผมไม่ได้ตำหนิว่าเงินทดรองราชการไม่ดีนะครับ ก็เป็นประโยชน์ กับชาวบ้าน แต่อย่างน้อย ๆ ท่านนายกรัฐมนตรีก็น่าจะออกมาตรการเพื่อไม่ให้หน่วยงาน ที่มีหน้าที่ปฏิบัติมันไปทุจริตกันแบบบ้าเลือด ท่านประธานครับ ผมขอเรียนท่านประธานว่า ผมจะพูดเฉพาะงบภัยพิบัติด้านพืช งบนี้บรรดาข้าราชการ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านเริ่มรู้จักแล้วก็เริ่มใช้เมื่อปี ๒๕๕๒ ท่านเริ่มใช้ไป ๑๕๒ ล้านบาททั้งประเทศ แล้วผมเรียนว่าปี ๒๕๕๒ ทุกอย่างด้วยเหตุด้วยผลไม่มีการทุจริต ทำกันตรงไปตรงมา มีเหตุการณ์อำเภอนี้ใช้ ๒๐๐,๐๐๐ บาท อำเภอนี้ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ๓๐๐,๐๐๐ บาท ถูกต้องหมด ๑๕๒ ล้านบาท ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ เริ่มมองเห็นแสงสว่าง เริ่มใช้กันทั้งหมด ๑,๑๙๒ ล้านบาท ก็ยังดีครับ ก็ยังซื้อกันแบบถูกต้อง กระจัดกระจายบริษัทโน้นบริษัทนี้ มีการยื่นซองถูกต้อง บริษัทที่ไปขายมีมาตรฐาน มีใบอนุญาต ไปท้องถิ่นไปขาย ปี ๒๕๕๔ เริ่มมีขบวนการโกง มีคนเขาไปเริ่มก่อตั้งบริษัทประมาณ ๑๐ บริษัท มันเกิดเฉพาะปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ นี่ละครับ แล้วผู้จัดการบริษัทถ้าเกือบทั้งหมดอายุมัน ๒๐ ปีเศษ ๆ ทั้งนั้น ๒๓-๒๔ ปี มันค้าขายคนละ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ๒,๐๐๐ ล้านบาท เรียกมาถามเถอะครับ ออฟฟิศอยู่ตรงไหนยังไม่รู้ มันรู้แต่ว่าบริษัทมันขาย อย่างนี้มันแปลว่าอะไร ท่านประธานครับ ผมจะพูดต่อไปนี้จะพูดให้ท่านประธานเห็นว่าเขามีการโกงอย่างเป็นระบบ ท่านประธานครับ ความจริงแล้วผมก็อยากจะโทษท่านนายกรัฐมนตรีเหมือนกันว่าท่านก็มีพฤติกรรม ปล่อยปละละเลยจริง ๆ มันมีผู้ว่าราชการคนหนึ่งครับขออนุญาตเอ่ยนามหน่อยก็ได้ เดี๋ยวนี้ท่านเป็นใหญ่เป็นโต ท่านผู้ว่าราชการแก่นเพชร ช่วงรังษี ท่านเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด อำนาจเจริญปี ๒๕๕๔ แล้วก็เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีปี ๒๕๕๕ ช่วงปี ๒๕๕๔ จังหวัดอำนาจเจริญก่อนหน้านั้นไม่รู้จักยาปราบศัตรูพืช เดี๋ยวตอนถึงจังหวัดอำนาจเจริญ ผมจะพูดอีกทีนะครับ แต่เอาว่าท่านนี่แหละเป็นคนซื้อ เปิดศักราชให้จังหวัดอำนาจเจริญ รู้จักยาปราบศัตรูพืช ท่านก็จัดการซื้อมันมือเลยปี ๒๕๕๔ พอปี ๒๕๕๕ ท่านพ้นไปเกือบจะ ไม่มีภัยพิบัติ มันไปไหนหมดครับ แล้วท่านก็ได้ย้ายมาจังหวัดอุดรธานี มาอยู่จังหวัดอุดรธานี ปีเดียว ผมไม่มีตัวเลขที่จังหวัดอุดรธานีว่าท่านสร้างวีรกรรมอะไรไว้ เพราะผมมีตัวเลขแต่การจัดซื้อ ยาปราบศัตรูพืชเท่านั้น จังหวัดอุดรธานีให้ความเป็นธรรมครับ ท่านไม่ได้ทำเลย เฉพาะว่า จะด้วยเหตุว่าของเดิมมันไม่มีการทำท่านก็เลยไม่กล้าหรือเปล่าไม่รู้ แต่ก็มีคนบอกนะครับ ผมไม่ยืนยันข้อเท็จจริงว่าท่านไม่ได้ทำภัยพิบัติด้านพืชครับ ท่านไปทำภัยพิบัติด้านอื่น ก็ไม่ว่ากันละครับ เพราะผมไม่มีตัวเลข แต่ด้วยประวัติที่ท่านสร้างไว้ที่จังหวัดอำนาจเจริญ ท่านครับ คนนี้ได้ดิบได้ดีเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ๑ ปี การประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๔ กันยายน เลื่อนผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีแก่นเพชร ช่วงรังษี ไปเป็นอธิบดี กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ท่านใช้มาตรฐานอะไรครับ คนเขาก็เห็นสิครับว่าบางทีมันก็ ไม่จำเป็นหรอกว่ามันจะมีทุจริต ไม่ทุจริต มันก็ได้ดิบได้ดีได้เหมือนกัน แล้วท่านต้องรู้นะครับว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นหน้าที่หลักคือไปดูองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในประเทศไทยทั้งหมด แล้วก็รู้กันต่อไปว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในประเทศไทย เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เต็มครับ ผมว่าเกิน ๙๙ เปอร์เซ็นต์ มันมีปัญหาเรื่องทุจริต แล้วท่านให้คนอย่างนี้ท่านจะทุจริตหรือไม่ทุจริตไม่รู้หรอกครับ แต่ท่านก็ปล่อยต่อเหมือนกัน ตอนอยู่จังหวัดอำนาจเจริญ แล้วก็ปล่อยให้ท่านไปดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มันจะเป็นอย่างไรครับ แล้วทีเลขาธิการ ป.ป.ท. ซึ่งคนพูดกันเยอะแยะ พันตำรวจเอก ดุษฎี ผมเห็นท่านก็มีผลงานอะไรดีนี่อยู่ดี ๆ ท่านย้ายไป ไปเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ถ้าให้ท่านไปทำงานเกี่ยวกับปราบปรามการทุจริต ทุกวันนี้ก็ให้ท่านไปวิจัยเกี่ยวกับเครื่องบิน เคยไปนั่งตบยุงอยู่ที่กระทรวงยุติธรรม ผมยังไม่เคยได้ยินข่าวเลยว่าท่านทำงานอะไรบ้าง

(นายขจิตร ชัยนิคม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวิลาศ มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านขจิตร

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขอประท้วงท่านประธาน ตามข้อบังคับ ข้อ ๘ (๖) แล้วก็ขอประท้วงผู้อภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ แล้วก็ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๘ วรรคสอง ท่านประธานครับ ท่านปล่อยให้ผู้อภิปราย อภิปรายในประเด็นซึ่งไม่ได้ยื่นถอดถอน รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๘ เขียนไว้ชัดว่าจะพูดถึง การทุจริตการกระทำผิดกฎหมายให้ยื่นถอดถอนก่อน ถ้าไม่ยื่นถอดถอนก่อนจะกระทำมิได้ รัฐธรรมนูญบอกว่าจะกระทำมิได้ แล้วผู้อภิปรายนี่รับปากกับผม พูดอย่างลูกผู้ชายสิ ที่พูดมาทั้งหมดนี่บอกว่ารัฐบาลทุจริตใช่ไหม พูดต่อหน้าที่ประชุมนี้สิบอกมาสิว่า ท่านพูดเรื่องนี้คือชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลนี้ทุจริตใช่ไหม ตอบสิ ถ้าท่านตอบว่าไม่ใช่ก็ไม่ใช่ ถ้าท่านลองตอบว่าใช่สิ เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่ได้ห้ามการตรวจสอบ ผมไม่เคยกลัวการตรวจสอบ แต่ถ้าจะตรวจสอบโดยวิธีรัฐสภาก็ต้องใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ถ้าตรวจสอบช่องนี้ไม่ไว้วางใจต้องทำตามกฎหมายและข้อบังคับถ้าไม่กล้า ไม่กล้ายื่น ถอดถอน แต่ใช้ตีกินมาเพื่อจะพูดนี่มันไม่สมศักดิ์ศรี ไม่สมศักดิ์ศรีการทำงานของฝ่ายค้าน ผมบอกแล้วว่าผมให้ท่านอภิปรายโดยอนุโลม วันที่ท่านยื่น ท่านไม่ยื่นหลักฐานถอดถอน จนเอามาที่ประชุมถึงยื่นมาให้พวกผมวันที่สอง ถึงยื่นหลักฐานไม่ไว้วางใจของท่านนายกรัฐมนตรี ผมให้โดยเห็นแก่การตรวจสอบโดยอนุโลม

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านขจิตร ผมขอวินิจฉัยครับ อภิปรายประกอบคำประท้วงครับ ผมขออนุญาตวินิจฉัยได้ไหมครับ ผมขออนุญาตวินิจฉัยก่อนครับ ท่านนั่งก่อนครับ ผมจะวินิจฉัยครับ ผมฟังท่านวิลาศอภิปราย มาโดยตลอด มันไม่ได้เข้าข่ายที่จะไปกล่าวหาว่ารัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรีทุจริตนะครับ แต่ที่กล่าวหากล่าวหาผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวหาแค่ระดับข้าราชการยังไม่ถึงฝ่ายการเมือง ผมก็ดูแลอยู่ในเมื่อเขายังไม่กล่าวถึงตรงนั้น เราจะตีตนไปก่อนไข้มันก็ไม่ควร เพราะฉะนั้น ผมก็ฟังท่านวิลาศอภิปรายอยู่ตลอด ถ้าจะทักท้วงหรือจะประท้วงควรจะประท้วงประเด็น ที่กล่าวถึงบุคคลภายนอกมากกว่า ฉะนั้นผมขอเตือนท่านวิลาศครับ ถ้าไม่จำเป็น อย่าไประบุชื่อให้ชัดถึงขนาดนั้นนะครับ เพราะเขาไม่มีโอกาสมาชี้แจงในที่นี้ แต่ที่แน่ ๆ เขาเสียหายแล้ว ข้อเท็จจริงอย่างไรก็ยังไม่ได้พิสูจน์ เพราะฉะนั้นถ้าไม่จำเป็นก็อย่าไประบุชื่อ ชัดถึงขนาดนั้น ขอความกรุณานะครับ เชิญครับ

(นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร กาญจนบุรี

ท่านประธานครับ กระผม ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอประท้วงท่านประธาน ข้อ ๘ และประท้วงท่านผู้ประท้วงเมื่อสักครู่นี้ว่าประท้วงซ้ำซาก ประท้วงมาตั้งแต่วันแรกจนวันนี้จะจบการอภิปรายอยู่แล้วครับ และประเด็นที่ประท้วง ก็เป็นเรื่องที่ท่านประธานได้วินิจฉัยหลายครั้ง และประธานเองก็ให้สิทธิในการประท้วงทุกครั้ง วินิจฉัยไปแล้ว จบสิ้นไปแล้วตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ สรุปแล้วประท้วงก็เพื่อขัดขวาง การทำหน้าที่ของฝ่ายค้านเท่านั้นเองครับ และผมขอให้ท่านผู้ประท้วงเมื่อสักครู่นี้ ถอนคำว่าตีกินด้วยครับท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าให้ถอน คำว่าตีกิน มันก็ต้องถอนคำพูดท่านฉัตรพันธ์เหมือนกันที่ไปหาว่าเขาคุกคามอะไรพวกนี้ มันก็พอกันเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วผมไม่เข้าใจทำไมเอาเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ มาเป็นสาระสำคัญ ให้ท่านวิลาศอภิปรายไม่ดีกว่าหรือครับ เข้าสาระดีกว่ากระมัง ผมย้ำนะครับ ผมไม่เข้าใจ ทำไมเอาเรื่องไม่เป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ มาเป็นสาระสำคัญ ขอกันกินมากกว่านี้ครับ ให้ท่านวิลาศได้อภิปรายดีกว่ากระมังครับ ประชาชนเขาอยากฟังอยู่ เขารอฟังอยู่ ผมคงไม่อนุญาตใครนั่งเถอะครับ เชิญท่านวิลาศต่อเลยครับ

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ ผมนั่งทำหน้าที่อยู่ตรงนี้ลำบากใจนะครับ แล้วผมก็โดนข้างล่างอัด ผมก็ทราบ โดนหนักด้วย แต่ผมคิดว่าผมทำในหลักการที่ถูกต้องนะครับ ผมทำหน้าที่อย่างควรที่จะต้องทำ เพราะฉะนั้นท่านครับ เราถ่ายทอดสดอยู่นะครับ ผมย้ำอีกทีนะครับ อย่าเอาเรื่องไม่เป็นเรื่อง เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ มาเป็นสาระสำคัญ เรื่องแค่นี้ผมว่าท่านวิลาศต่อเลยดีกว่าครับ สมควรแล้วครับ พอเถอะครับ เชิญครับ

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผมก็ทำความเข้าใจมาเยอะแล้ว และผมก็กำลังจะเริ่มเข้าเนื้อหาที่จะอภิปรายวันนี้นะครับ ผมเรียนท่านประธาน

(นายขจิตร ชัยนิคม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านขจิตรครับ มันเล็ก ๆ น้อย ๆ ครับ ก็ท่านว่าเขาไปตีกิน เขาก็ว่าท่าน คนละทีก็จบแล้วครับ เอาละครับ ประชาชนเขาดูอยู่สมควรแล้วครับ พอเถอะครับ เชิญท่านวิสาศครับ

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ก่อนที่ผม จะเข้าไปถึงการทุจริตในโครงการนี้ ผมขอเรียนท่านประธานว่าผมเคยให้สัมภาษณ์ว่า โครงการปราบปรามยาฆ่าแมลง ปราบศัตรูพืชนี่มันมีการโกงกันอย่างเป็นระบบ อย่างน้อย ๆ ก็มีฝ่ายการเมืองที่ชื่อลงท้ายด้วยศักดิ์นี่ ๒ คนเข้าไปเกี่ยวข้อง

ศักดิ์หนึ่งอยู่ทางด้านฝ่ายผู้ซื้อ เขาเที่ยวได้โทรศัพท์ไปบอกตามจังหวัดต่าง ๆ ว่าซื้อเถอะครับไม่ต้องกลัวโดนย้าย ผมไม่ได้ถามว่าเขาบอกด้วยหรือเปล่าซื้อเถอะครับ ไม่ต้องกลัวติดคุก เพราะว่าเห็นพวกนั้นมันซื้อกันบ้าเลือดเลยหลังจากที่โทรศัพท์ แล้วโทรศัพท์ยังไม่พอ ให้คนไปบอกย้ำอีก บางทีตัวเองก็ไป

ส่วนอีกศักดิ์หนึ่งมีหน้าที่ส่งคนไปควบคุมในฝ่ายขาย คุมบริษัทต่าง ๆ ที่ผม จะพูดต่อไปนี้ ซึ่งมีชื่อแล้วก็รู้กันอยู่ว่าเป็นลูกน้อง แต่หลักฐานจริง ๆ เดี๋ยวไปคุยกันข้างหน้า ผมเรียนท่านประธานนะครับ ความจริงแล้วในคณะกรรมาธิการผมนี่ก็รู้กันอยู่ทุกคน และรู้ชัดเจนว่ามันมีนักการเมืองระดับชาติเข้าไปเกี่ยวข้อง และผมไม่ออกชื่อหรอกครับ เพราะว่าถ้าผมจะพูดมันต้องมีมาตรฐานว่าอย่างน้อย ๆ ชัด มีสลิป (Slip) เงิน อันนั้นผมจะพูด แต่ทั้งหมดนี้ผมเรียนท่านประธานครับ ถึง ป.ป.ช. เมื่อไรรายชื่อทั้งหมดผมจะพูดเหมือนกับ ที่ผมเคยปฏิบัติมาตอนที่ผมเป็นประธาน ป.ป.ช. วันนี้ก็อย่างน้อย ๆ ๒๐ กว่าคดีที่ผมไปให้ชื่อ ไว้กับโครงการพวกนี้

(นายวรชัย เหมะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวิลาศครับ มีผู้ประท้วงครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ท่านประธานครับ เรื่องนี้ผมไม่ต้องการประท้วงเลยครับ แต่ว่าเรื่องปี ๒๕๕๔ นั้นไม่ใช่เป็นรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ เราจะเห็นว่า การพูดนั้นต้องให้ชัดว่าใครทำครับ เราเป็นรัฐบาลปี ๒๕๕๔ เรายังไม่ใช้งบประมาณเลยครับ เพราะฉะนั้นท่านพูดอย่างกับว่าท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์บริหารประเทศแล้ว แล้วจะเชื่อมโยงไปว่าท่านนายกรัฐมนตรีบริหารราชการทำให้มีการโกงเรื่องยาปราบศัตรูพืช คือเรื่องนี้ไม่ใช่ เรื่องของรัฐบาลที่แล้วครับ ขอให้พิจารณาเรื่องนี้ด้วยครับท่านประธาน ขอให้ยืนยันออกมาว่าใครเป็นคนทำ นักการเมืองคือใครครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เขาพูด เพื่อเชื่อมโยงเท่านั้นครับ ยังไม่มีอะไร แล้วยังไม่ได้พูดถึงรัฐบาลนะครับ ผมก็ฟังอยู่ครับ ท่านต่อเถอะครับ

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานผมขออนุญาต ต่อนะครับ ผมพูดว่ามันมีการโกงอย่างเป็นระบบ ผมจะบอกว่าระบบนี่ใน ๕ เรื่องครับ เรื่องที่ ๑ คือไปจัดตั้งบริษัทต่าง ๆ ซึ่งเดี๋ยวผมจะลงในรายละเอียด เรื่องที่ ๒ คือตั้งราคากันนี่ เกิดมาชาตินี้ไม่รู้จะทำอะไรที่มันรวยเท่านี้ ขายยาบ้า ซื้อยาบ้า กำไรไม่เท่านี้ครับ เรื่องที่ ๓ คือที่ทำทั้งหมดนั้นผิดกฎหมายหมด เรื่องที่ ๔ ไม่มีมนุษยธรรมเลย เรื่องที่ ๕ เท็จ จริงหรือไม่จริงไม่รู้ซื้อไว้ก่อน เอาเปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ผมขอเข้าไปสู่เรื่องบริษัทต่าง ๆ ท่านประธานครับ มันมีบริษัทที่เข้าไป เกี่ยวข้องทั้งหมดที่เกี่ยวกับการทำโครงการที่ผมจะพูดใช้เงินไปประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านบาท แล้ว ๕,๐๐๐ ล้านบาทเกี่ยวข้องกับบริษัท ๑๐ บริษัทนี้ ห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือบริษัท ผมเรียกว่าบริษัทก็แล้วกัน บริษัทแรกท่านประธานครับ บริษัท โชครับทรัพย์อนันต์ครับ ช่วยเปิดคลิป

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ช่วยขึ้นซีดีด้วยครับ ท่านประธานดูนะครับ ทุกบริษัท ทุกบ้านผู้จัดการผมไปถ่ายด้วยตัวเองหมด นี่เป็น บริษัท โชครับทรัพย์อนันต์ บริษัทนี้ครับท่านประธานอยู่ที่บ้านเลขที่ ๒๘๐ หมู่ที่ ๕ ถนนเลี่ยงเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ปรากฏว่าบริษัทนี้ไม่มีคนเช่า เป็นบริษัทร้างมา ๓-๔ ปี แล้วปิดเฉย ๆ แต่ทะเบียนของบริษัทนี้อยู่ที่นี่

แล้วท่านดูต่อไปซีดีชุดที่ ๒ ท่านดูต่อไปครับ บ้านผู้จัดการ นี่เป็นบริษัทที่อ้าง นี่คือบ้านผู้จัดการบริษัท โชครับทรัพย์อนันต์ครับ คุณโชคอนันต์ พลเกต ท่านดูบ้านครับ ปรากฏว่ามาเป็นลูกเขยบ้านนี้ แล้วก็ไปเยี่ยมที่บ้าน ให้เงินแม่ยายครั้งหนึ่ง ๓๐๐-๕๐๐ บาท บริษัทนี้ขายของทั้งหมดทั้งโครงการประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท บ้านเมื่อกี้ไม่ได้อยู่ที่นั่น ไปอยู่ที่อื่นแต่ไปเยี่ยมบ้านแม่ยาย ให้เงินครั้งละ ๓๐๐ บาท ๕๐๐ บาท ความจริงแล้ว ถ้าเดี๋ยวผมจะเอาการเสียภาษีของบริษัทนี้ให้ดู การเสียภาษีเขายื่นว่ามีเงินที่จ่ายให้กรรมการ ประมาณ ๖,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท แล้วมันไปให้แม่ยายมัน ๕๐๐ บาทได้อย่างไร ไม่ปวดประสาทแย่หรือถ้าผมเป็นแม่ยาย

ท่านประธาน ไปซีดีชุดที่ ๓ ต่อ นี่คือบ้านผู้จัดการของบริษัท โชครับทรัพย์อนันต์ คนที่ ๒ ครับ เมื่อกี้โชคอนันต์ พลเกต เปลี่ยนมาเป็นฉัตรชัย ยิ้มฟุ้งเฟื่อง เมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๔ เมื่อกี้ท่านเห็นว่าที่บ้านเขียนบอกว่ารับปัก ผมไปนั่งคุยกับแม่ยาย ย้อนไปนิดหนึ่งดูรูปที่ผมคุยกับแม่ยายเขา แล้วทุกอย่างผมพูดได้หมดเพราะว่าผมอัดอยู่ในเทป บอกเขาตรง ๆ ว่าอัดในเทป ย้อนไปที่บ้านปักใหม่สิครับ ชุดที่ ๓ ครับ คือย่างนี้ผมถามเขาว่า วันนี้คุณฉัตรชัยในฐานะผู้จัดการบริษัท โชครับทรัพย์อนันต์ทำอาชีพอะไร เขาบอกว่า ก็ช่วยเมียทำงานอยู่กับบ้าน ช่วยเมียปักบ้าง รายได้วันละ ๕๐๐ บาท นี่ครับผู้จัดการ บริษัท โชครับทรัพย์อนันต์ขายปีละ ๒,๐๐๐ ล้านบาท คนนี้แหละแม่คุณฉัตรชัย แล้วที่สำคัญ คนนี้เป็นคนสำคัญ ผู้หญิงคนเมื่อกี้ท่านมีลูก ๒ คนเป็นคนมีบุญมาก เมื่อกี้ชื่อฉัตรชัย ยิ้มฟุ้งเฟื่อง เป็นผู้จัดการบริษัท โชครับทรัพย์อนันต์มีน้องชายฉัตรชัยชื่อวินัย ยิ้มฟุ้งเฟื่อง เป็นผู้จัดการอีกบริษัทหนึ่งที่ร่วมอยู่ในโครงการนี้ ห้างหุ้นส่วนจำกัด นำทรัพย์เจริญ บริษัทนี้ ขายประมาณ ๓๐๐-๔๐๐ ล้านบาท เป็นบริษัทที่รวยบริษัทหนึ่งครับ เปิดซีดีชุดที่ ๔ ครับ ชุดที่ ๔ ถูกต้องครับ นี่เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด นำทรัพย์เจริญ ท่านดูให้ดี ๆ นะครับ ที่บ้านนี่มี เลี้ยงวัว เลี้ยงควายด้วย ผมมีโอกาสไปคุยกับเจ้าของบ้าน เจ้าของบ้านเขาชื่อว่าคุณดำรง ดีจะมาลา เขามีลูกชายเป็นเพื่อนกับคุณวินัยเมื่อกี้นี้ คุณวินัยที่เป็นผู้จัดการ วันดีคืนดีคุณวินัย ไปหาเขาที่บ้าน ในฐานะที่เป็นเพื่อนลูกชายก็ไปขอยืมทะเบียนบ้าน บอกว่าอยากจะมา เปิดร้านขายของที่นี่ ที่บ้านที่เลี้ยงวัว เลี้ยงควายเมื่อกี้ละครับ ก็ขอยืมทะเบียนบ้านเขา แล้วไปจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด นำทรัพย์เจริญครับ จนวันนี้เขายังไม่รู้เลยว่า ถ้าบริษัทนี้เจ๊งแล้วต้องติดคุกเขาจะต้องไปด้วยนะครับ ไปจดทะเบียนโดยเขาไม่รู้จริง ๆ คนเสื้อแดงนั่นละครับ เขาไม่รู้หรอกครับว่าตอนนี้เขาไปเป็นหุ้นส่วนบริษัทแล้ว เขายังถามหาเลยแล้วผมเจอคุณวินัยบ้างหรือเปล่า ผมบอกผมก็ตามตัวอยู่เหมือนกัน ผมก็จะไล่จับเหมือนกันเพราะมันโกงบ้านโกงเมือง ต่อไปชุดที่ ๕ บ้านผู้จัดการ บ้านคุณวินัยครับ นี่คือบ้านซึ่งเขาอ้างว่าเขาอยู่ที่นี่ ๙๓/๑๖๗ หมู่ที่ ๒ ปรากฏว่าถามไปถามมาเขาเคยมาเช่าบ้าน อยู่ที่นี่แล้ววันนี้ทะเบียนบ้านยังไม่ได้ย้าย ขณะนี้บ้านนี้ให้คนเช่ารถขายน้ำแข็งครับ นี่ละครับบ้านผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด นำทรัพย์เจริญ แล้วก็ถามคุณแม่เขาเมื่อกี้ว่า วันนี้คุณวินัยทำอาชีพอะไร เขาบอกว่าคุณวินัยไปรับจ้างซ่อมโทรศัพท์มือถือ แล้วก็มาเป็น ผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด นำทรัพย์เจริญนี่ละครับ ต่อไปขอชุดที่ ๖ ครับ นี่คือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศ. ศุภฤกษ์ ซึ่งขายทั้งหมดกว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็เป็นที่พักของ ผู้จัดการด้วยคือคุณชฎาพร ศุภสรรพตระกูล เป็นบ้านพักล้วน ๆ ไม่มีทางว่าจะเป็นออฟฟิศ เพราะขายยาทีหนึ่ง ๕๐-๖๐ ล้านบาทมันน่าจะมีสต็อกบ้างหรือว่ามีเจ้าหน้าที่บ้าง ไม่มีเลยครับ เป็นบ้านพักผมยืนส่องดูก็เห็นนะครับ ผมไปยืนที่หน้าประตูไม่มีอะไรเลยครับ ไป ๒ รอบ ๓ รอบจะถามหน่อยไม่เจอ ก็นี่ละครับบ้านผู้จัดการ ต่อไปชุดที่ ๗ ครับ ชุดที่ ๗ นี่คือห้างหุ้นส่วนจำกัด โชติชนิต อยู่ ๑๘๘/๗๐ หมู่ที่ ๒ ตำบลในเมือง อันนี้ก็เป็นบ้านพัก ชัดเจน ปรากฏว่าเมื่อกี้ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศ. ศุภฤกษ์ ซึ่งคุณชฎาพรเป็นผู้จัดการนั่นละครับ เป็นพี่ชายของห้างหุ้นส่วนจำกัดนี้ครับ ห้างหุ้นส่วนจำกัด โชติชนิต น้องชายที่เป็นผู้จัดการชื่อ ศุภชัย ศุภสรรพตระกูล ดูสิครับมันเวียนว่ายตายเกิดกันอยู่แถว ๆ นี้ แล้วก็คุณศุภชัยผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด โชติชนิตก็พักอยู่ที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศ. ศุภฤกษ์ บ้านเดียวกับคุณชฎาพร นั่นละครับ ต่อไปเป็นชุดที่ ๘ บ้านผู้จัดการคุณศุภชัย ผ่านไปครับ เอาอันนี้เลยก็ได้ครับ ชุดที่ ๙ ท่านประธานครับ นี่เป็นอีกห้างหุ้นส่วนจำกัดหนึ่งเขาเรียกห้างหุ้นส่วนจำกัด นัติชดาครับ ผมมีโอกาสไปนั่งคุยกับลุงเขา ลองกลับไปอีกทีสิครับ ผมนั่งคุยกับลุงเขาเมื่อกี้ครับ ภาพที่มี ลุงเขาครับ เลื่อนต่อครับ คุยกับลุงเขาเมื่อกี้ครับ ภาพที่มีลุงเขาครับ เลื่อนต่อครับ นี่ครับ ผมนั่งคุย สีน้ำเงินนั่นคือลุงเขาเป็นผู้ใหญ่บ้านครับ ได้คุยกับเขาว่าเขามาบ้านอย่างไร ก็มาบ้านบ่อยครับ ประเด็นมันไม่ได้อยู่ตรงนั้นครับ ผมมีโอกาสได้คุยกับลุงเขา แล้วก็ถามว่า คนนี้ผู้จัดการบริษัทนี้ชื่อนัติชดา สายทองคำ เขาทำอาชีพอะไร ท่านประธานครับ ผมตรวจเรียบร้อยแล้วนะครับ รูปนี้ครับท่านประธานครับ นี่คือรูปคุณนัติชดา สายทองคำ ปิดหน้าเรียบร้อยทำตามกติกา ทุกอย่าง เป็นผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด นัติชดาครับ ท่านประธานรู้ไหมครับว่าอาชีพ คุณนัติชดานี่ทำอะไรครับ เป็นสาวพริตตี้ (Pretty) ครับ ถ้าใครจะติดต่อไปเป็นสาวพริตตี้ ธุรกิจของตัวเองก็ติดต่อที่ผม เพราะเรื่องจริงครับ ฉายมาใกล้ ๆ หน่อยได้ครับ จะได้เห็นตัวจริง นี่ผมปิดบังแล้วไม่ให้เห็น สาวพริตตี้ครับ แล้วบริษัทนี้ขายประเมิน ๕๐๐ ล้านบาท แต่คนนี้ดีหน่อยครับ ไม่รู้ท่านมีรายได้จากเป็นสาวพริตตี้หรือว่ามีรายได้จากเป็นผู้จัดการ ห้างส่วนจำกัด นัติชดา เพราะท่านไปบ้านท่านให้เงินคุณพ่อคุณแม่ทุกอาทิตย์ครับ อาทิตย์ละ ๕๐๐ บาท ก็ถือว่าท่านเป็นคนใช้ได้ ต่อไปครับท่านประธานครับผมไปที่คลิปชุดที่ ๑๐ ครับ บริษัท รับทรัพย์รุ่งเรือง อันนี้เป็น

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวิลาศ มีผู้ประท้วง เชิญครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านผู้อภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ท่านกำลังใส่ร้ายเสียดสี บริษัทนิติบุคคลร่วม ๑๐ บริษัท ซึ่งไม่มีสิทธิที่จะมาตอบโต้แล้วก็แก้ข้อกล่าวหาของท่าน ถ้าเกิดท่านเอาความเท็จมากล่าวในสภา บริษัทเหล่านี้จะเสียหาย ดังนั้นถ้าท่านมีหลักฐาน ขนาดนี้นะครับ ท่านก็ไปแจ้งความ ไปจับ ไปดำเนินคดีได้ แต่ว่านำบริษัทเหล่านี้มากล่าวหา ซึ่งเป็นเรื่องภายในของบริษัทว่าจะจดทะเบียนอย่างไร ท่านก็เอามาแฉต่อสภา ทำให้บริษัทข้างนอกเสียหาย ผมคิดว่าเป็นการไม่เหมาะสมที่ท่านได้กล่าวหานี้เพื่ออะไร ว่ารัฐบาลโกงหรือประพฤติมิชอบ ท่านก็พูดตรง ๆ ไม่ใช่เอาบริษัทการเงินนั้นมาแฉเรื่องนั้น เรื่องนี้ทำให้คนอื่นเสียหาย ประชาชนเข้าใจว่ารัฐบาลนี้คอร์รัปชัน รัฐบาลนี้โกงกิน ขอให้ ท่านประธานช่วยวินิจฉัยว่าที่เอามาอภิปรายนี้เข้ากับที่ถอดถอนหรือไม่ ไม่ได้เข้ากับ ที่ถอดถอนเลย ลักไก่ ผิดที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ได้ยื่นในหลายกรณีที่สมาชิกของเขา ได้อภิปราย หัวหน้าพรรคไม่ได้ยื่นแต่ลูกพรรคได้เตรียมการไว้เยอะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาละครับ พอแล้วครับ ผมเข้าใจที่ประท้วงแล้วครับ ขอวินิจฉัยครับ ที่จริงวินิจฉัยไปหลายรอบแล้ว ตั้งแต่ฟังท่านวิลาศมายังไม่ได้กล่าวหาไปถึงรัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรี เพียงกำลังชี้ให้เห็นว่า มีการปล่อยปละละเลยเท่านั้นเอง แต่ทีนี้ข้อมูลที่เอามาประกอบทั้งหมดในการอภิปราย จะจริงหรือเท็จมันยังเป็นเรื่องที่พิสูจน์กันไม่ได้ แต่เราสามารถพิสูจน์ได้ภายหลัง ซึ่งถ้าเท็จเจ้าตัวต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว และทั้งหมดมีเอกสารมีหลักฐานสามารถตรวจสอบได้ ทั้งหมดอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นท่านยื่นญัตติไม่ไว้วางใจ ท่านมีหน้าที่กล่าวหาก็เป็นเรื่องที่ท่าน กำลังกล่าวหา กล่าวหาว่ารัฐบาลปล่อยปละละเลย เพราะฉะนั้นทุกอย่างก็ถูกต้องแล้วนี่ครับ เชิญท่านเถอะครับ

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ กรุงเทพมหานคร

ไม่เป็นไรครับท่านประธาน ก็อย่างที่ท่านประธานบอกนะครับ ผมพร้อมครับที่จะให้เขาฟ้องมาทุกอย่าง เพราะผมมั่นใจว่า ทุกอย่างผมไปพิสูจน์มาจริง แล้วก็เชิญมาในคณะกรรมาธิการ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ทีนี้ท่านครับ ขอนิดเดียวเท่านั้นครับ บุคคลภายนอกอะไรต่าง ๆ ถ้าไม่จำเป็นอย่าเอ่ยถึงก็จะดีนะ เอกสาร หลักฐานมีอยู่แล้ว เอ่ยเท่าที่จำเป็นครับ

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ต่อนะครับ บริษัทต่อไป บริษัท รับทรัพย์รุ่งเรือง ขอคลิปชุดที่ ๑๐ คืออย่างนี้บริษัท รับทรัพย์รุ่งเรืองมีคุณคนหนึ่ง ชื่อคุณศิริพร อุดมทรัพย์ เขาไปบอกว่าเขาจะขอเช่าร้านเพื่อเปิดขายเครื่องมือการเกษตร แล้วก็ขอทะเบียนบ้านเพื่อไปจดทะเบียนเสียภาษีอากร ปรากฏว่าทางนี้ก็ไม่รู้เพราะว่า เคยรู้จักกันก็ให้ทะเบียนบ้านเขาไป เขาก็เลยไปจดบริษัท รับทรัพย์รุ่งเรือง แล้วก็เอา ชื่อเจ้าของบ้านคุณดำรงไปเป็นหุ้นส่วนด้วยก็เหมือนกับของ ห้างหุ้นส่วนจำกัด นำทรัพย์เจริญ เมื่อสักครู่นี้ ผมเร็วหน่อยนะครับ ต่อไปไปที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด เมืองเลย เพิ่มทรัพย์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เมืองเลย เพิ่มทรัพย์ หมายเลข ๑๒ ก็อยู่รอบ ๆ จังหวัดขอนแก่นละครับ นี่เป็นบ้านพักเป็นทางเข้าบ้าน แล้วที่สำคัญคือว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดเมืองเลย เพิ่มทรัพย์ ผมมีโอกาสไปพบกับคุณแม่เขา คุณแม่เขาชื่อ ไม่ได้เสียหายนะครับ ชื่อคุณเพ็ญจันทร์ ผมก็ไปเล่าให้เขาฟังเขาตกใจมาก เขากลัวว่าผมจะเอาตำรวจไปจับหรืออะไร ผมบอก ไม่หรอกครับ วันนี้ผมมาขอความร่วมมือ แล้วบริษัทพวกนี้มันโดนหลอกทั้งนั้น ไม่ต้องกลัว ผมนี่แหละจะมาขอความจริงแล้วก็จะไปเล่าให้ฟัง

ต่อไปชุด ๑๑ เลยครับ เขาร้องห่มร้องไห้ แล้วที่สำคัญที่สุดคือคุณเพ็ญวิไล ผู้จัดการบริษัทนี้ละครับ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เมืองเลย เพิ่มทรัพย์ นี่คือบ้านเขาครับ แม่เขา เคยเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เขารู้ว่าผมเป็น ส.ส. เขาก็บอกเลยว่าเขาเดือดร้อนพอดีเลยในฐานะ ส.ส. มา ขณะนี้บ้านเขาอยู่ริมแม่น้ำมูล บ้านเขาลงไปในแม่น้ำครึ่งหลังแล้ว ก็ฝาก ส.ส. จังหวัดขอนแก่นด้วยที่อยู่ในเขตนี้ช่วยไปดูแลหน่อยเพราะว่าเขาฝากผมมาว่าบ้านเขา จะลงแม่น้ำทั้งหลังแล้ว ตอนนี้ลงไปครึ่งหลังแล้ว

ต่อเป็นคลิปชุดที่ ๑๔ มินถาพร นี่ครับผู้จัดการคือคุณประสงค์ เหล่าทำ และคุณวิลาวัณย์ ศุภสรรพตระกูล นามสกุลเดียวกับบริษัทโชติชนิตและ ศ. ศุภฤกษ์ นี่ละครับ บ้านเขา อยู่ในหมู่บ้านการเคหะแห่งชาติ แต่บริษัทนี้ขายไม่เยอะขายประมาณ ๑๐๐ กว่าล้านบาท แต่ดูบ้านสิครับขาย ๑๐๐ กว่าล้านบาทอยู่ในการเคหะแห่งชาติ

ต่อไปห้างหุ้นส่วนจำกัด พงศ์พิชกาฬสินธุ์ จริง ๆ แล้วบริษัทนี้ท่านไม่ได้ เกี่ยวข้องเลย แล้วตัวผู้จัดการก็ให้ความร่วมมือบอกข้อเท็จจริงอย่างดีมาก ท่านเล่าให้ผมฟังหมด ท่านไม่ได้เกี่ยวข้อง เพียงแต่ว่ามีคนมายืมทะเบียนบริษัทท่านแล้วไปเป็นคู่ประกบทั้งหมดเลย ไปยื่นซองทั้งหมดกว่า ๑๐๐ แห่ง แต่ไม่ได้ขายเลยแม้แต่แห่งเดียว

ต่อไปห้างหุ้นส่วนจำกัด ธิติวัน ชุดที่ ๑๖ นี่คือห้างหุ้นส่วนจำกัด ธิติวัน ตรงนี้เป็นบ้านของเศรษฐีเก่า แล้วขณะนี้เขาโดนเอ็นพีแอล (NPL) แล้วก็มีคนซื้อไปแล้ว ทะเบียนบริษัทเขามันก็ยังอยู่เขาไม่ได้ไปจ้างยกเลิกก็เอาทะเบียนของบริษัทนี้ละครับ ไปเที่ยวได้ไล่เปิดประกวดราคาไปยื่นเป็นตัวประกบทั่วจังหวัดขอนแก่นกว่า ๑๐๐ แห่ง แล้วไม่ขายเลย ท่านประธานครับที่ผมพูดมาทั้งหมดนี้ปรากฏว่าเวลาไปทำการค้า ไปยื่นซอง ตามจังหวัดต่าง ๆ จะมีคนคนหนึ่งเอาละท่านไม่อยากให้ผมออกชื่อผมก็ไม่ออกชื่อก็ได้ แต่เอาว่าผมปิดหน้าตาไว้เรียบร้อยแล้ว เป็นคนนี้ละครับ ไม่ออกชื่อครับ เป็นคน ที่ประสานงานทุกบริษัทจะมีการซื้อมีการซื้อขายที่ไหนเขาจะเป็นคนจัดเอาซอง ๒ ซอง ๓ ซองใน ๑๐ บริษัทนี้ละครับไปยื่น แล้วก็คนคนเดียวยื่นมันหมดเลยทุกแห่ง ๓ ซอง นาน ๆ จะมีบริษัทลูกตามไปช่วยเซ็นบ้าง แต่ส่วนใหญ่แล้วเซ็นเองหมด นี่อย่างไรครับที่ผมบอกว่ามันเป็นการโกงกันทั้งระบบ ผมพูดสั้น ๆ แล้วนะครับ ต่อไปผมจะพูดถึงเรื่องราคา ท่านประธานครับ ที่ผมต้องไม่ไว้วางใจ ท่านนายกรัฐมนตรีก็คือโครงการนี้เคยพูดแล้วว่ามันซื้อกันแพง แล้วก็ยังไม่เตือน ปล่อยให้เขาไปทำกัน วันนั้นที่ผมเคยอภิปราย ผมบอกว่ามียาอยู่ตัวหนึ่งคือ เมเจอร์ (เบโนมิล) วันนั้นผมไปซื้อจากท้องตลาดมาราคา ๒๕๐ บาท ผมบอกว่าผมซื้อมา ๒๕๐ บาท มันไปซื้อกันได้อย่างไร ๑,๙๒๐ บาท วันนี้ผมมีบิลจากบริษัทจริง ๆ ที่เขาไปซื้อมาแล้วมาส่งขาย ท่านประธาน ผมเริ่มต้นด้วยคอปเปอร์ซัลเฟต มันเป็นถุงครับเวลาเขาซื้อกันถุงหนึ่งมันจะ ๑๕ กิโลกรัม ในนี้เขาบอกว่าเขาขายกิโลกรัมละ ๘๑ บาท ตัวนี้เลยครับ ๘๑ บาท บิลมันออกชัดเจนครับ บริษัท โชครับทรัพย์อนันต์ ๘๑ บาท แต่เขาไปขายทุกจังหวัด ทุกอำเภอในประเทศไทย ราคากิโลกรัมละ ๙๗๐ บาท เพิ่มราคาไป ๑๒ เท่าครับ ตัวที่ ๒ ต่อไป พิริมิฟอส เมทิล เป็นยาที่เกี่ยวกับเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง เขาซื้อมาขวด ๕๐๐ ซี.ซี. (C.C.) ขวดละ ๑๗๕ บาทครับ นี่เป็นบิลจริงทั้งหมดนะครับ ผมถ่ายมาจากหน่วยราชการที่ซื้อ แล้วถ่ายจากบริษัทที่เขาเอามาให้ ปรากฏว่าเขาเอาไปขาย ๑,๔๕๐ บาท เท่าไรครับ กี่เท่าครับ อันนี้น้อยหน่อยครับ ๘ เท่า ฐานกรุณาบวกไป ๘ เท่า ต่อไป เบโนมิลครับ ที่ผมบอกว่าผมไปซื้อปลีกที่ตลาดนัดสวนจตุจักร ๒๕๐ บาท วันนี้เขาซื้อมาจากบริษัท เวสต์วอร์ด ราคาขวดละ ๑๘๕ บาท เขาเอาไปขายขวดละ ๑,๙๒๐ บาท ขายที่ตามจังหวัดนะครับ ไม่ได้ขายให้นายกรัฐมนตรี ผมบอกแล้วว่าผมไม่ได้อภิปรายนายกรัฐมนตรี จังหวัดต่าง ๆ ที่เอาไปขายขวดละ ๑,๙๒๐ บาท ท่านประธานครับ แล้วตัวเมื่อกี้นี้นอกจากเอาไปขาย ๑,๙๒๐ บาทแล้วยังไม่พอ บางจังหวัดคนซื้อมันไม่รู้เรื่อง หรือเกษตรกรไม่รู้เรื่อง เอาตัวนี้ ส่งไปครับ รามินซึ่งก็เป็นเบโนมิลเหมือนกันตัวยาเดียวกันแต่มันคนละบริษัท ปรากฏว่า บริษัทบอกมาครับว่ารามินตัวนี้คือของปลอม เขาเลิกทำมา ๖ ปีแล้ว แล้วของเขา กล่องก็ไม่ได้เป็นแบบนี้ครับ อันนี้มีบันทึกเทปไว้ ต่อไปเป็นเบนฟูราคาบ เขาซื้อมากิโลกรัมละ ๓๒ บาท ปรากฏว่าเขาไปขายกิโลกรัมละ ๓๕๐ บาท กี่เท่าครับ ๑๑ เท่าครับ อีกตัวครับ ทอปซิน-เอ็ม เป็นสารไธโอฟาเนต เมทิล โรคใบไหม้ข้าว ปรากฏว่าเขาซื้อมา ๒๓๕ บาท ตัวนี้กำไรน้อยหน่อยครับ ๘ เท่าครับ ไปขาย ๑,๙๕๐ บาท แล้วก็ต่อไปไอยราวิชคอปเปอร์ออกซิคลอไรด์ เป็นยาขอบใบแห้ง ปรากฏว่าเขาซื้อมา กิโลกรัมละ ๒๐๐ บาท ท่านประธานรู้ไหมว่าเขาไปขายกิโลกรัมละเท่าไร ๓,๗๐๐ บาท กี่เท่าครับ ๒๐๐ บาทไปขาย ๓,๗๐๐ บาทครับ ๑๘ เท่ากว่า แล้วตัวที่เหลือก็มีอีกครับ มันเป็นอาหารเสริม ตัวนี้ซื้อมา ๑๓๕ บาทครับ ไปขาย ๒,๑๐๐ บาท นี่ละครับ เวลาผมมันจะหมด หมดแล้ว ผมเรียนท่านประธานเพื่อจะให้เห็นว่าโครงการทุจริตแบบนี้ บ้านเมืองมันจะอยู่ได้อย่างไรครับ มันไปทุจริตกันบ้าเลือด แล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรี ก็ปล่อยปละละเลยให้มันมีการทำอย่างนี้ มันหมดเวลานะครับ จริง ๆ ก็มีเรื่องที่จะพูดกันอีก นิดหน่อยก็ไม่เอาแล้วครับท่านประธาน เราก็รักษากติกานะครับ ผมก็ขอกราบเรียน ท่านประธานว่าสิ่งที่ผมพูดมาทั้งหมด รวมทั้งสิ่งที่ผมยังไม่ได้พูดมันส่อเจตนาชัดเจนว่า ท่านไม่ได้สนใจที่จะทำหน้าที่ ผมจึงไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรีครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ วิปส่งข้อมูลมา ในกลุ่มที่จะอภิปรายกลุ่มนี้ทั้งหมด ๖ ท่าน อภิปรายไปแล้ว ๔ ท่าน เหลืออีก ๒ ท่าน หลังจากอีก ๒ ท่านอภิปรายจบแล้วก็จะให้โอกาสท่านรัฐมนตรีที่ถูกพาดพิง แล้วเสียหายได้ชี้แจง ท่านต่อไปเชิญครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้ผมเองและคณะได้ยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ต่อกรณีมีพฤติกรรมในการบริหารราชการแผ่นดินบกพร่อง ล้มเหลว ผิดพลาด ไร้ความสามารถ ไร้ประสิทธิภาพ ไม่ปฏิบัติตามนโยบายที่ได้วางไว้ และได้แถลงต่อรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมอภิปรายมุ่งไปถึงนายกรัฐมนตรี ประเด็นของผมที่จะอภิปรายวันนี้ เรียนท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีโดยตรงว่า วันนี้คือประเด็นของปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานที่เคารพครับ การอภิปราย วันนี้กระผมขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าผมลุกขึ้นมาพูดมาอภิปรายวันนี้ด้วยหัวใจ พูดถึงแทนพี่น้องประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีความเจ็บปวดที่ได้รับการละเลย จากรัฐบาลภายใต้การนำของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านประธานที่เคารพครับ ความลอยตัวของ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ความไม่ใส่ใจต่อปัญหาที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในขณะที่ผู้คนบาดเจ็บ สถานการณ์และเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง วันนี้ถามว่าขณะที่ เกิดเหตุการณ์อย่างรุนแรงอย่างนี้ ผมเองและผู้คนทั้งประเทศยังไม่เคยเห็นกรอบความคิด และนโยบายกับแนวทางในการแก้ไขปัญหาของนายกรัฐมนตรีต่อการแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้เลย ท่านประธานที่เคารพครับ จะสังเกตเห็นเมื่อเกิดเหตุการณ์ เร็ว ๆ นี้ ๒ วันติดต่อกัน ๒ วันติดต่อกันที่เป็นกรณีที่ใหญ่ในกรณีที่เกิดเหตุระเบิด ที่จังหวัดยะลา ในวันเสาร์มาวันที่ ๒ ก็คือการเกิดเหตุวางระเบิดรถไฟที่จังหวัดนราธิวาส และตามมาด้วยอะไรท่านประธาน วันที่ ๒๔ อันนี้รายการใหญ่ ๆ นะครับ วันที่ ๒๔ ๒-๓ วันที่แล้วเกิดเหตุการณ์ที่จังหวัดปัตตานีที่สะเทือนใจ ครูผู้อำนวยการโรงเรียนถูกยิง ที่ท่ากำชำที่จังหวัดปัตตานี ท่านประธานครับ จังหวัดยะลาบ้านเรือนถูกเผาไปกันตั้งเยอะแยะ รถเสียหายเยอะแยะ ผู้คนเสียชีวิตก็มากมาย ถามว่าความห่วงใยของนายกรัฐมนตรีกับพี่น้องประชาชนในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ เคยเห็นไหมครับที่นายกรัฐมนตรีจะแสดงความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่มีเลยครับท่านประธาน ประเด็นเหล่านี้ครับพวกผมถึงไว้วางใจ นายกรัฐมนตรีในการบริหารประเทศไม่ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่สำคัญมากที่สุดคือ วันนี้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบในการที่จะไปดูแลจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยตรง ไม่มีใครที่จะมารับผิดชอบ สถานการณ์ภาคใต้ไม่ใช่เป็นเรื่องง่าย แต่ท่านประธาน ต้องยอมรับอยู่อย่างหนึ่งครับผมได้ไปตรวจสอบข้อมูลในพื้นที่ว่าสถานการณ์ที่มีความรุนแรง ขึ้นมาช่วงหลังนี่มันเกิดขึ้นมาจาก ๑. นโยบายของรัฐบาล ที่สำคัญที่สุดก็คือใช้คลังสมองของ นายกรัฐมนตรีไปพูดจาพูดคุยกับฝ่ายตรงข้ามที่ต่างประเทศแล้วไม่ทำตามข้อตกลง เป็นประเด็นทำให้เกิดปัญหาที่ระเบิดรุนแรงที่หาดใหญ่และเกิดเหตุระเบิดต่อเนื่องไปที่จังหวัดยะลา ก่อนหน้าโน่น ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตว่าสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ได้ดีขึ้นเหมือนอย่างที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงต่อสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวาน วันนี้ผมได้ ขออนุญาตคลิป ๖ คลิปที่ได้ผ่านการตรวจสอบและเพาเวอร์พอยท์ ๒๒ เพาเวอร์พอยท์ เพื่อนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร อันดับแรก ผมขออนุญาตท่านประธานขอเปิดเพาเวอร์พอยท์ ลำดับที่ ๑๘ ครับ ผมขออนุญาตเปิดเพาเวอร์พอยท์เลขที่ ๑๘ สถิติครับ เมื่อวาน นายกรัฐมนตรีได้พูดในสภาผู้แทนราษฎรว่าสถานการณ์ดีขึ้น วันนี้นายกรัฐมนตรีแก้ไขปัญหา บ้านเมืองในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้แก้ไขเชิงสถิติ มันสวนกับความรู้สึกของ พี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างแรง เพราะสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัด ชายแดนภาคใต้เกิดเหตุความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการไล่ยิง วันนี้เป็นการวางระเบิด ซึ่งมีความรุนแรง ท่านประธานลองดูสิครับว่าที่ผมได้ข้อมูลมาจากดีปเซาท์ (Deep South) ศูนย์ดูแลเรื่องข้อมูลด้านจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมขออนุญาตเรียนต่อสภาผู้แทนราษฎรว่า ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดเมื่อวานไม่เป็นจริง วันนี้ดูในข้อมูลที่ผมให้เมื่อสักครู่ครับ จากตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ถึงวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ระยะเวลา ๓๒๗ วัน ในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้บางเดือนเกิดเหตุทุกวัน ๒ เดือน ทุกวัน และภายใน ๑ ปีที่ไม่เกิดเหตุ เพียงแค่ ๓๘ วันครับ ท่านนายกรัฐมนตรีมาชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวานเป็นการกล่าว บนพื้นฐานของข้าราชการซึ่งอยู่หลังบัลลังก์ได้เขียนไว้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตไปที่เพาเวอร์พอยท์ที่ ๑๙ ท่านประธานครับ ท่านประธานจะแลเห็นว่า คลิปที่ ๑๙ เป็นการแสดงเหตุการณ์ความไม่สงบรายเดือนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ดูตั้งแต่ปีเริ่มต้นที่บอกว่ามีเหตุการณ์รุนแรงขึ้นมา เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ เป็นต้นมา มาถึงวันนี้ ท่านประธานดูทางขวาสิครับ เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในเดือนกันยายน ๓๘๐ ครั้ง ภายในเดือนเดียว ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้มาชี้แจงต่อสภา ผมขออนุญาตฉายเพาเวอร์พอยท์ อีก ๑ เพาเวอร์พอยท์ที่ต่อเนื่องเลยครับ เพาเวอร์พอยท์ที่ ๒๐

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

จะสังเกตเห็นว่าผู้เสียชีวิต ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บรายเดือนตั้งแต่ต้นมาถึงท้ายสุดของเดือนกันยายน ปี ๒๕๕๕ มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ๖๐๓ ราย ท่านประธาน บนพื้นฐานของการเสียชีวิตและบาดเจ็บ ของคนจังหวัดชายแดนภาคใต้ขนาดนี้ผมยังไม่เคยเห็นว่ามันสมองของนายกรัฐมนตรี กับแนวทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างใดเลย แล้วจะให้ผมไว้วางใจ ท่านนายกรัฐมนตรีไปแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างไร นี่คือความเจ็บปวด ของคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานที่เคารพ วันนี้ด้านจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมขออนุญาตท่านประธานไปดูในวิดีโอคลิป (Video Clip) ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้มันรุนแรง ผมพยายามเอาเรื่องสถานการณ์เพื่อประมวลให้เห็นว่าถ้านายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์มาดูแลปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ผมถือว่าต่อไปมันจะเกิดความล้มเหลว ผมอยากจะให้ท่านประธานได้ดูคลิปปล้นทอง ขออนุญาตเปิดคลิปครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ท่านประธานที่เคารพครับ คลิปเมื่อสักครู่ไม่ใช่เป็นคลิป ไม่ใช่เป็นหนัง แต่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอำเภอสุไหงโก-ลก ท่านประธานที่เคารพ ที่ผมพยายามจะชี้ให้เห็นว่าสถานการณ์รุนแรงขนาดนี้ที่จะให้ นายกรัฐมนตรีหญิงคนนี้ไปบริหาร ไปจัดการดูแลมันไม่ใช่ แล้วไปดูคลิปอีก ๑ คลิป ขอคลิปที่จังหวัดปัตตานีครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ท่านประธานดูให้ดีครับ เห็นไหมครับ ไม่ปล่อยเสียงออกมาครับ ผมขออนุญาตเรียนท่านสมาชิกอย่างนี้ว่านี่คือเหตุการณ์ ที่เกิดความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่พวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ค่อยได้เห็น และข่าวก็ไม่ค่อยได้ออก แต่ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานอย่างนี้ รูปภาพเมื่อสักครู่ ผมต้องตัดเหตุการณ์ที่มี ที่จริงมีผู้หญิงกำลังจะก้าวขึ้นมอเตอร์ไซค์ แล้วมีเด็กอีก ๒ คน ผมตัดรูปนั้นออกเพราะว่ามันรุนแรงเกินไป ที่ผมต้องการที่จะนำแสดงต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้นายกรัฐมนตรีซึ่งไม่เคยไปจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไปเพียง ๓ ครั้ง ในขณะที่ คนจังหวัดชายแดนภาคใต้สูญเสียและเสียชีวิตกันอย่างรุนแรง วันนี้กี่พันราย กี่พันศพ ที่เสียชีวิต นายกรัฐมนตรียังมีความสุขไปต่างประเทศ ปัญหาของบ้านเมืองของตัวเองนี่ ทำไมไม่ดูแล ท่านประธานที่เคารพ ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้รุนแรงถึงขนาดนี้ และนายกรัฐมนตรียังมีความสุขไปต่างประเทศอยู่อย่างนี้

(นายก่อแก้ว พิกุลทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ

นายก่อแก้ว พิกุลทอง บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานผมเองไม่อยาก ขัดจังหวะผู้กำลังอภิปราย แต่ว่าผู้กำลังอภิปรายทำผิดระเบียบข้อบังคับ ข้อ ๖๑ เมื่อกี้ท่านผู้อภิปรายได้เปิดคลิปเมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๑ นะครับ ไม่ใช่อยู่ในยุครัฐบาลนี้ ผมเองไม่อยากขัดจังหวะแต่อยากให้ท่านอธิบายว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อไรเพื่อสังคมจะได้ ไม่เข้าใจผิดครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่าน ต่อเถอะครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ขออนุญาตเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าผมกำลังขมวดรวมทั้งหมดว่าสถานการณ์และ เหตุการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้มันรุนแรง คลิปผมวันนี้ถูกตัดหลายคลิปครับ คลิประเบิด รถไฟนี่ชัดเจนก็มี เผาบ้านก็มี และที่สำคัญที่สุดที่ช่วงนายกรัฐมนตรีที่ไปจังหวัดนราธิวาส มีคลิปแต่ว่าผมถูกตัดออกอย่างไร ผมเอาเท่าที่ผมนำเสนอต่อสภาให้เห็นเพื่อให้เห็นว่า มันรุนแรง ปัญหาในกรณีของจังหวัดนราธิวาสนี่ครับวันหนึ่งท่านนายกรัฐมนตรี ไปจังหวัดนราธิวาสพอเกิดเหตุการณ์ต้านไม่ไหวมีสังคมก็ผลักดันให้ไปดูแลก็ไป แล้วไปดูแล เวลากลับมาจากจังหวัดนราธิวาสมาถึงที่สนามบินดอนเมือง กรุงเทพมหานคร ท่านประธาน ทราบไหมครับท่านแถลงข่าวได้ยอดเยี่ยมจริง ๆ และถ้าดูในการแถลงข่าวนี้ผมว่า คนทั้งประเทศจะไว้ใจนายกรัฐมนตรีในการบริหารประเทศ การดูแลจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ได้เลยครับ ขออนุญาตเปิดคลิปของแถลงข่าวจังหวัดนราธิวาสนะครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............... : ศปก. นปป. นะคะที่ท่านรองนายกรัฐมนตรียุทธศักดิ์ดูแลจาก ภาคประชาชนซึ่งเป็นตัวแทนที่เป็นเรียกว่าตัวแทนพวกคณะคุ้มครองทางภาคประชาชน คุ้มครองตำบลนะคะ”

“............... : ชุดคุ้มครองหมู่บ้าน”

“............... : คุ้มครองหมู่บ้าน เรียกว่าชุดคุ้มครองหมู่บ้าน แล้วก็ตำบลนะคะ อันนี้ก็จะเป็นภาคประชาชนที่จะเข้าไป”

“............... : เป็นเพียงรายงานมา”

“............... : ท่านรัฐมนตรีเรียนว่าก็เป็นเพียงการรายงาน”

“............... : คือฝ่ายค้านเขาเรียกร้อง”

“............... : มีการหารือเรื่อง”

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอาย แทนพี่น้องประชาชนครับ ผมอายแทนพี่น้องประชาชนทั้งประเทศที่คนต้องไปดูแลปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปประชุมที่จังหวัดนราธิวาสกลับมาที่กรุงเทพมหานคร เซ็นคำสั่ง แต่งตั้งเอง ศปก. จชต. อะไรต่าง ๆ ที่บอกว่าตั้งขึ้นมาแล้วบูรณาการ แล้วท่านประธาน ลองดูสิครับ ลองดูในภาพคลิปวิดีโอวันนี้ถ้าให้คนนี้ไปบริหารจัดการและไปดูแล จังหวัดชายแดนภาคใต้เจ๊งนะครับ พอที่จะได้นับศพคนจังหวัดชายแดนภาคใต้ครับ ท่านไม่เคยเจ็บปวดเลยครับ วันนี้ ๓๓๒ โรงที่จังหวัดปัตตานีปิดครับ แทนที่นายกรัฐมนตรี จะลงไป หรือให้รัฐมนตรีซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปดูแล วันนี้ ๓-๔ วันแล้วครับยังไม่เห็นเลยว่า ที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่มีความรับผิดชอบให้ความสำคัญ ต้องให้พื้นที่เขาเรียกร้อง เพื่อนข้าราชการครูเสี่ยงภัยครับ เป็นข้าราชการส่วนหน้าซึ่งอยู่ในพื้นที่นายกรัฐมนตรีไม่เคย ที่จะแสดงความเสียใจ ไม่เคยที่จะให้ความสนใจ จนสมาพันธ์ครูบอกว่าอีกไม่กี่วันข้างหน้า จะวิ่งมาพบเสนาบดีที่กระทรวง ถ้าบริหารอย่างนี้ก็จบละครับ ไม่ไหวละครับท่านประธาน พวกผมถึงบอกว่าอย่างนี้มันไม่ไหวนอกจากทุจริตตามที่ข้อกล่าวหาของพรรคฝ่ายค้าน ต่อรัฐบาลแล้วนี่นะครับ ดูปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้วันนี้มันเจ็บจริง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตท่านประธานเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรีนิดหนึ่งครับว่า วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีจะไปแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านรู้หรือไม่ว่า วันนี้ท่านเล่นอยู่กับอะไร ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้วันนี้ ที่ผมเป็นห่วง ผมขออนุญาตท่านประธานไปที่เพาเวอร์พอยท์ ลำดับที่ ๑๔ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ถ้าจะดูเรื่องรูป ถ้าไม่ได้ลำดับที่ ๑๔ ก็มาภาพที่มีธงชาติเลยครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ขออนุญาตเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าประเด็นปัญหาเรื่องธงชาติของประเทศเพื่อนบ้าน ที่มาปักในประเทศไทย ๓ ๔ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้วันนั้นมีนัยสำคัญนะครับ ผมขออนุญาตเตือนไปถึงรัฐบาลเลยว่าวันนี้นายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องดูและกำกับให้ชัดเจนว่าธงชาติของประเทศเพื่อนบ้านที่ติดนี่มันจะมีบางสัญลักษณ์ ผมไม่เรียกธง เป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มก่อเหตุและก่อการจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ด้วย แล้วเวลาไปแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เราต้องเข้าใจว่าวันนี้รัฐไทยกำลังต่อสู้ อยู่กับอะไร ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมเรียนว่าฝ่ายตรงกันข้ามกำลังดำเนินการเข้าสู่ ลำดับการปฏิวัติ ซึ่งมีความมุ่งหมายที่เขาต้องการคือดินแดน วันนี้เขามีการของเขานี่ เขาตั้งเท่าไรครับท่านประธาน กระบวนการในการทำงานของกลุ่มคนเหล่านี้เขาทำงาน อยู่ทั้งหมด ๗ ลำดับขั้นตอน ทุกขั้นตอนเขาทำเกือบสำเร็จหมดแล้วครับท่านประธาน ที่เคารพครับ วันนี้อยู่ที่ลำดับที่เท่าไร อยู่ที่ลำดับที่ ๗ ลำดับที่ ๗ ขั้นตอนที่ ๗ ของเขาคือ การจัดตั้งการปฏิวัติ โดยมีแผนงานเดิมที่การกระทำไว้ ซึ่งตอนแรกเขามีเป้าหมายว่า ปี ๒๕๔๘ นี่จะต้องมีความชัดเจนแล้ว

(นายวรชัย เหมะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ผมไม่อยากประท้วงหรอกครับ แต่ว่าภาพนี้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านไม่ควรปล่อยออกมา ท่านประธานปล่อยออกมาได้อย่างไรครับ เรื่องนี้ไม่ควรออกมาครับ อย่างนี้มันเป็นปัญหา ระหว่างความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านเราครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเจะอามิงครับ ก็ควรต้องระวังด้วยเหมือนกันนะครับ เชิญต่อครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพครับ ธงเหล่านี้มีข่าวปรากฏไม่เฉพาะประเทศไทยครับ ในต่างประเทศ สื่อสารมวลชนต่างประเทศ ไปหมดครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เป็นไรครับ ท่านต่อของท่านเถอะครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ถ้าท่านประธานเอาอย่างนี้ครับ วันนี้ฝ่ายก่อการณ์ก่อเหตุ เขามีการลำดับขั้นตอนในการทำงานของเขาและมีเป้าหมาย อย่างสูงสุดก็คือดินแดน แต่ท่านนายกรัฐมนตรีรู้ไหม ผมเชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ไม่รู้ อ้ายความไม่รู้ตรงนี้ครับ วันหนึ่งอาจจะทำให้จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือด้ามขวานทองหักครับ ที่ผมเป็นห่วงอย่างไร ที่ผมไว้วางใจนายกรัฐมนตรีไม่ได้เพราะอย่างนี้ครับ ผมขออนุญาต เรียนท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่ามันเป็นแผนการก่อเหตุของกลุ่มคนเหล่านี้ เดิมทีเขามีเป้าหมายถึงปี ๒๕๔๘ แต่เขาทำไม่ได้เลยมาถึงปีนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานว่ากลุ่มเป้าหมายเหล่านี้เขาจะมีในหลักเกณฑ์ของเขา เขาบอกว่าวันหนึ่งถ้าเข้าลำดับขั้นที่ ๗ ของเขาจะมีการโจมตีด้วยกองกำลังต่อกลไกของรัฐ เต็มพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และในขณะที่โจมตีรัฐต้องปักธงไว้ด้วยนะครับท่านประธาน อย่างนั้นการปักธงลักษณะอย่างนั้นนี่ ถ้ารัฐ ถ้านายกรัฐมนตรี

(นายพายัพ ปั้นเกตุ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่าน

นายพายัพ ปั้นเกตุ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กราบขออภัยท่านเจะอามิงด้วยที่ผมได้ลุกขึ้นขัดจังหวะท่าน ด้วยความเคารพครับ ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าโดยการอภิปรายนั้นมันต้องอยู่ในประเด็นตามข้อบังคับ การประชุมสภา คราวนี้ว่าการอภิปรายถึงนายกรัฐมนตรีเป็นประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของ การปล่อยปละละเลย ซึ่งต้องพูดถึงกรณีปัจจุบัน ถ้าไปเกิดก่อนหน้านี้มันยังไม่มีหน้าที่ เพราะฉะนั้นการจะอภิปรายเรื่องการปล่อยปละละเลยเรื่องหน้าที่มันต้องมีหน้าที่ก่อน เพราะฉะนั้นก็ต้องชื่นชมท่านครับ ท่านประธานครับ ท่านเจะอามิงท่านเป็นคนมีความรู้ มากเหลือเกินแต่ว่าเหตุการณ์มันก็รุนแรงมาถึงวันนี้นะครับ ที่จริงท่านน่าจะมีส่วนร่วม ในการพิจารณาเรื่องนี้ด้วย เพราะฉะนั้นแล้วขอความกรุณาท่านประธานเถอะครับว่า ช่วยบอกท่านเจะอามิงนิดหนึ่ง ขอความกรุณาท่านด้วยความเคารพครับ ถ้าท่านจะกรุณา ให้ความรู้กับประเด็นต่าง ๆ เรื่องของปัญหาภาคใต้กรุณาให้อยู่ในประเด็นและอยู่ใน สถานการณ์ปัจจุบันด้วยครับ ขอขอบพระคุณครับ ตามข้อบังคับครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็มีเหตุผลครับ คุณเจะอามิงครับ ก็พยายามเน้นในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงรัฐบาลนี้ หรืออาจจะ พลาดไปบ้างก็ได้เล็กน้อยเพื่อให้มันเกี่ยวโยงนะครับ เชิญต่อเลยครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมพูดนี่ ภายในรัฐบาลนี้ทั้งนั้นนะครับ ผู้อำนวยการโรงเรียนที่ถูกยิงในขณะนี้ก็ถามว่าในขณะนี้ รัฐบาลไหน หรือว่าไม่มีตัวนายกรัฐมนตรี ก็รัฐบาลยิ่งลักษณ์นี่นะครับ แล้วลอยแพคนบ้านผม ลอยแพจริง ๆ ไม่เคยใส่ใจเลยปัญหาบ้านผม ผมถามว่านายกรัฐมนตรีเป็นนายกรัฐมนตรี ของใคร เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ท่านประธานต้องควบคุม การอภิปรายการประชุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ท่านปล่อยให้ผู้อภิปรายมาตะคอก ด่าท่านประธาน เขาเป็น ส.ส. อยู่ในจังหวัดภาคใต้ทำไมไม่รู้เรื่องเหตุมันเพราะอะไร

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอแล้วครับ ก็ฟังอภิปรายอยู่ครับ เขากำลังกล่าวหา ก็ต่อเลยครับ เชิญครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพครับ เวลาพูด ความจริงในสภาผู้แทนราษฎร

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อของท่านเลยครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ก็ท่านประธานรู้ได้อย่างไรว่า ผมจะพูดอะไร

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อของท่านดีกว่า เชิญครับ ต่อของท่านเลยครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพครับ การที่ผมพูดในสภาผมพูดถึงความจริง เพราะสภาเป็นที่ที่พูดของความจริง และนำเอาปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาสะท้อนกับสภา ท่านประธานครับ และที่ผมพูด แล้วบอกว่านายกรัฐมนตรีปล่อยปละละเลยในการดูแลปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ จริงไหมครับ ละเลยครับท่านประธาน ละเลยและลอยแพคนบ้านผม แล้วท่านเป็น นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย และจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทย ทำไมถึงไม่ใส่ใจล่ะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกลับย้อนไปดูว่าผมไว้วางใจ นายกรัฐมนตรีหญิงคนนี้ไม่ได้ละครับ พอกลับไปดูเวลามีผู้คนเขาผลักดันให้กลับไปดูแล จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมขออนุญาตเปิดคลิปของอำเภอหาดใหญ่ดูครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............... : ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วก็แสดง ความเสียใจกับญาติผู้ที่เสียชีวิต รวมถึงผู้ป่วยด้วยนะคะ สำหรับการเดินทางลงมาภารกิจ ในวันนี้ก็ด้วยความที่เป็นห่วงก็ขอมา อย่างน้อยที่มาเห็นเหตุการณ์ด้วยตนเองแล้วก็มาให้ กำลังใจพี่น้องชาวจังหวัดหาดใหญ่แล้วก็ยะลา ซึ่งก็อย่างที่เรียนสื่อมวลชนแล้วว่าเราได้มี การสั่งการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในวันนี้ก็คงลำดับถัดไปก็คงจะมีการประชุมในส่วนของให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเรียกประชุม ทั้งในส่วนของการบูรณาการร่วมกันระหว่าง”

ท่านประธานที่เคารพครับ ภาพเมื่อสักครู่เป็นวันที่นายกรัฐมนตรีพูดถึงปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้วันหนึ่ง และอายผู้คนทั้งประเทศครับ ไปจังหวัดนราธิวาสไปขายขี้หน้าอีกครับ มาอำเภอหาดใหญ่ ก็ขายขี้หน้าอีกครับแล้วท่านจะมีมันสมองที่ไหนล่ะครับที่จะไปคิดแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ กลวงละครับอย่างนี้ ถามว่าต่างประเทศให้ความสำคัญ กับชีวิตของประชากร เขาให้ความสำคัญครับ ผู้คนของเขามาท่องเที่ยวในประเทศไทย เกิดเสียชีวิต ๑ ท่านถึงกับรัฐมนตรีต้องบินมาเลยนะครับ นี่คนบ้านผม ๕,๐๐๐ กว่าราย ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ทั้งหมด เข้าใจครับว่าปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเรื่องที่แก้ไขยาก แต่ถ้ามีความตั้งใจถ้ามีกรอบความคิดที่ถูกต้องและมีความใส่ใจ ต้องไม่ปล่อยปละละเลยอย่างนี้ถึงจะสามารถแก้ไขได้ ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานว่า การปล่อยปละละเลยในการดูแลปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนหนึ่งของผมที่อภิปราย ในสภาผู้แทนราษฎรนี้ ผมบอกว่านายกรัฐมนตรีไม่ใส่ใจและปล่อยปละละเลย ผมถึงไว้วางใจ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ไม่ได้ครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จะมีผู้อภิปราย อีก ๑ ท่าน หลังจากจบท่านนี้แล้วก็จะเปิดโอกาสให้ท่านรัฐมนตรีได้ตอบหรือใช้สิทธิพาดพิง เดี๋ยวท่านเอาไว้อีกท่านหนึ่งจบแล้วเป็นข้อตกลงกัน อีก ๑ ท่านอภิปรายจบแล้ว ถึงจะให้พวกเราใช้สิทธิกันที่คุยกันไว้อย่างนั้นครับ เดี๋ยวอีก ๑ ท่านเท่านั้นเอง รอแป๊บเดียวครับท่านอย่างนี้เห็นวิป ๒ ฝ่ายประสานกันว่าเขาจะอภิปรายเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๖ ท่าน อภิปรายไปแล้ว ๕ ท่านเหลืออีก ๑ ท่าน แล้วหลังจากนั้นก็จะให้รัฐมนตรี ได้ตอบแล้วก็ใช้สิทธิพาดพิง ท่านใช้สิทธิอะไรครับ หารือคงไม่ได้ครับไม่อย่างนั้น ก็ประท้วงกันใหญ่เลยเอาไว้ใช้สิทธิพาดพิงตอนหลังจากอีก ๑ ท่านอภิปรายจบ เอาอย่างนั้น ดีกว่า รออีกสักท่านนี้อภิปรายจบแล้วค่อยใช้สิทธิดีไหมครับ เพราะข้อตกลงกันไว้อย่างนั้น ประสานกันไว้อย่างนั้น ทีนี้วิป ๒ ฝ่ายเขาประสานกันไว้ ถ้าอนุญาตให้ท่านเดี๋ยวก็ประท้วงกันอีก เป็นข้อตกลงที่วิป ๒ ฝ่ายเขาตกลงกันไว้ครับ เหลืออีกท่านเดียวเท่านั้นละครับ หรืออย่างไร

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ด้วยความเคารพท่านผู้อภิปราย ท่านได้กล่าวดูถูกเหยียดหยามนายกรัฐมนตรีตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ คือนายกรัฐมนตรีถูกเลือกจากประชาชนเสียงข้างมาก ท่านไปดูถูกว่านายกรัฐมนตรี ไม่มีสมองที่จะไปแก้ไขปัญหาภาคใต้ ขอให้ท่านถอนเถอะครับ ขอให้ท่านเจะอามิงถอนครับ ถอนคำว่านายกรัฐมนตรีไม่มีสมองไปแก้ไขปัญหาภาคใต้ครับ จะถอนไหมครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมต้องใช้ ดุลยพินิจครับ ไม่ใช่ท่านพิเชษฐ์ใช้ดุลยพินิจนะครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ถ้าท่านเจะอามิงไม่ถอนนี่นะครับ ประชาชนเขาถามหา ส.ส. ๓ จังหวัด

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาละครับ อย่าไปว่ากลับเลยครับ เอาละครับ พอแล้วครับ เชิญท่านผุสดีต่อเถอะครับ

นางผุสดี ตามไท บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันก็เป็นผู้หนึ่งที่ร่วมลงชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติ ไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร แล้วดิฉันก็ขอเฉพาะเจาะจงไปเลยว่า ท่านมีพฤติกรรมการบริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว แล้วก็ขาดวุฒิ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านผุสดีครับ ที่ท่านขอใช้คลิปอะไรต่าง ๆ เห็นกรรมการยืนยันว่าเขาไม่อนุญาตนะครับ ก็ไม่ใช้นะครับ

นางผุสดี ตามไท บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานคะ แต่กรรมการบอกดิฉันว่า อนุญาตให้ใช้ได้ ๒ คลิปที่เป็นเรื่องของการให้สัมภาษณ์ของท่านนายกรัฐมนตรี ให้ใช้ ๒ คลิป เรื่องของการให้สัมภาษณ์ของท่านนายกรัฐมนตรีนะคะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สรุปอย่างไรครับ ท่านเลขาธิการ

นางผุสดี ตามไท บัญชีรายชื่อ

ขอรบกวนท่านประธานเชิญกรรมการ ที่เป็นเจ้าหน้าที่ของสภาค่ะ ดิฉันไปถามด้วยตัวเองแล้วไม่มีอะไรมากไปกว่าการที่ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ให้สัมภาษณ์เท่านั้นเองค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านผุสดีครับ เขาอนุญาตให้เฉพาะคลิปที่ ๑ ที่สัมภาษณ์นายกรัฐมนตรีเท่านั้นนะครับ

นางผุสดี ตามไท บัญชีรายชื่อ

ใช่ค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เฉพาะในส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ขอมา ๔ ส่วนนะครับ

นางผุสดี ตามไท บัญชีรายชื่อ

แล้วที่ไม่ให้นี่ด้วยเหตุผลอะไรคะท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็กรรมการ เขามีอยู่แล้วนี่ครับ เขาไม่อนุญาตนี่ครับ เชิญท่านเลยครับ

นางผุสดี ตามไท บัญชีรายชื่อ

ที่จริงดิฉันเสียใจมากเลย ท่านประธานคะ ความจริงแล้วคลิปทั้งหมดนี้ก็เป็นเรื่องจริงตามปกติ แล้วก็ไม่มีความรุนแรงแต่ประการใด แล้วก็เป็นการยืนยันว่าสิ่งที่ดิฉันพูดนั้นมันไปเกี่ยวข้องและคลิปทั้งหลายเหล่านี้ ก็เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ดิฉันจะพูด การที่กรรมการจะบอกว่าไม่อนุญาตเพราะเนื้อหาสาระ ไม่เกี่ยวข้องกับการอภิปรายตามญัตติไม่ไว้วางใจ ดิฉันก็ค่อนข้างลำบากใจมากเลย ในการใช้วิจารณญาณอย่างนี้ มันถือว่าเป็นการกีดกั้นการทำงานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในการตรวจสอบ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครับ ถ้าพูดอย่างนี้ไม่มีจบหรอกท่านผุสดีครับ ต้องให้ความเคารพครับ เพราะพวกเราก็เห็นตรงกัน ให้ตั้งกรรมการนี่ครับ ตั้งมาแล้วก็ต้องให้เกียรติเขาครับ ท่านเข้าประเด็นของท่านเลยครับ อย่ามาตำหนิตรงนี้เลยครับ มันจะไม่จบ พอแล้วครับ ให้ท่านได้อภิปรายของท่านเถอะครับ เชิญครับ

นางผุสดี ตามไท บัญชีรายชื่อ 🔗

ขอบพระคุณค่ะ ดิฉันเพียงแต่แบ่งปัน ความทุกข์ให้ท่านประธานฟังเท่านั้นเองค่ะ ก็ขออนุญาตต่อไปเลยนะคะว่าด้วยข้อกล่าวหา ที่บอกว่านายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีพฤติกรรมการบริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ขาดวุฒิภาวะนายกรัฐมนตรีในระบอบประชาธิปไตย นั่นคือจุดที่ดิฉันจะใช้เวลา เพื่อที่จะกราบเรียนท่านประธาน นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ให้สัมภาษณ์ในรายการยิ่งลักษณ์ พบประชาชน เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม บอกว่าท่านเป็นผู้หญิงก็รักสวยรักงามเป็นธรรมดา แต่เชื่อว่าประชาชนจะมองที่ผลงานมากกว่า คำพูดของนายกรัฐมนตรีเป็นทั้งความหวัง และคำมั่นสัญญา เพราะดิฉันถือว่าดีแล้วที่ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นให้ความสำคัญกับ เรื่องของผลงานเป็นอันดับแรก ในฐานะที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทยก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีคนชื่นชมยินดี ว่าที่จริงโอกาสอย่างนี้สะท้อนให้เห็นว่าสังคมไทยนั้นเปิดกว้าง ไม่ได้มีการกีดกัน เพราะมีความเป็นเพศหญิง ตรงกันข้าม ท่านประธานคะ ความจริงท่านนายกรัฐมนตรีหญิง คนแรกของประเทศไทยได้รับการปกป้อง ปกปักรักษาและอุ้มชูกันเป็นอย่างดี ในขณะที่ผู้นำชายบางคนถูกรุมล้อมโจมตีกล่าวหาสารพัดเรื่องในทุกวิถีทาง พร้อม ๆ กับ ความยินดีในโอกาสเช่นนี้มันก็มีความคาดหวังสูงตามมาด้วย แล้วก็นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก คือ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ต้องแบกรับภาระอันนี้แหละค่ะ แล้วก็อันที่จริงก็ไม่เป็นธรรม มากนัก ทำไมดิฉันถึงพูดอย่างนี้นะคะ เพราะว่าในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่จริงแล้วไม่มีความเป็นหญิงหรือความเป็นชาย เพราะผู้ดำรงตำแหน่งผู้นำหรือนายกรัฐมนตรีอย่างนี้ ความคาดหวังไม่ว่าหญิงหรือชาย ก็เหมือนกัน ทั้งในเรื่องของวุฒิภาวะ เรื่องของคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ ความกล้าหาญ ในการตัดสินใจ แล้วก็การที่จะยินดีได้รับการตรวจสอบ ท่านประธานคะ ถ้าหากผู้ดำรงตำแหน่งผู้นำ หรือนายกรัฐมนตรีผู้หญิงความจริงก็ต้องไม่อ้างความเป็นหญิงพร่ำเพรื่อ หรือว่าจะอ้าง ความเป็นหญิงนั้นไปใช้หลบหลีกในการตรวจสอบตามกลไกแห่งระบอบประชาธิปไตย ซึ่งดิฉันได้ยิน ได้ฟัง ได้เห็นในยุคนี้ว่ามีคนพยายามปกป้องมากแล้วก็ใช้คำว่าอย่ารังแกผู้หญิง ดิฉันเองในฐานะที่เป็นผู้หญิงเสียใจมากเลยที่ได้ยินอย่างนั้น เพราะว่าในความเป็นผู้หญิง ของดิฉัน ดิฉันปรารถนาเหลือเกินที่จะเห็นผู้นำหญิงที่มีความสง่างาม มีความสามารถ ในการบริหารจัดการบ้านเมืองอย่างซื่อสัตย์ อย่างมีความรู้ มีความกล้าหาญ มีอำนาจ ในการตัดสินใจ และกล้าที่จะถูกตรวจสอบตามระบอบประชาธิปไตย ท่านประธานคะ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะที่เป็นผู้นำหญิงคนแรกสามารถจะใช้ประโยชน์จากโอกาส ที่เป็นผู้นำหญิงนี่ละค่ะบริหารจัดการบ้านเมืองอย่างแตกต่างได้ โดยอาจจะใช้ความละเอียดอ่อน ความนุ่มนวล ความเห็นใจคนตัวเล็กตัวน้อย แล้วก็คนรอบข้าง ซึ่งดิฉันเชื่อโดยสุจริตใจจริง ๆ ว่าทำได้ถ้าจะทำ ซึ่งคุณสมบัติอย่างนี้ดิฉันคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีตระหนักในข้อนี้เป็นอย่างดี จึงได้บอกกล่าวกับสาธารณะทั้งในแล้วก็ต่างประเทศ ดิฉันขออนุญาตท่านประธานชม หรือเปิดวีซีดีอันแรกเลยค่ะ อันที่ได้รับอนุญาตเพียงอันเดียวค่ะ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............... : ดิฉันจะทำงานภารกิจนี้อย่างเต็มที่ และใช้ความเป็นผู้หญิงนี่ ละค่ะที่จะก้าวไปสู่หาความปรองดอง”

ต่อไปเลยได้ไหมคะ มีอีกคลิปหนึ่ง

“............... : บางคนอาจจะมองว่าผู้หญิงเป็นจุดอ่อน แต่ตัวดิฉันเองคิดว่า เราก็ใช้จุดอ่อนนี่แหละค่ะกลับมาเป็นจุดแข็งนะคะ เพราะว่าเขาบอกว่าผู้หญิงมีความอ่อนน้อม สามารถที่จะคุยในรายละเอียดได้ ดิฉันก็คิดว่าตัวเองนี่เราก็ต้องใช้ตัวเองความเป็นผู้หญิงนั้น เข้าหาและพบปะกับผู้คนเพื่อที่จะได้ในการก้าวไปสู่หนทางของการปรองดองโดยการเจรจา กับทุกฝ่ายนะคะเพื่อให้เกิดความภาพรวมที่มีความที่ว่าทำอย่างไรจะให้ประเทศชาติ ก้าวไปข้างหน้าให้ดีที่สุด แล้วก็เป็นสิ่งที่ทุกคนเห็นพ้อง”

ค่ะ ก่อนเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๔ นางสาวยิ่งลักษณ์บอกว่าจะใช้ความเป็นผู้หญิงก้าวไปสู่ความปรองดอง มาเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วเมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๕ ท่านก็ให้สัมภาษณ์ว่าจะใช้ความเป็น ผู้หญิงในการเข้าหาและเจรจาให้เกิดบรรยากาศที่เอื้อให้เกิดการพูดคุยกันมากขึ้น วันที่ ๑๓ พฤศจิกายน พูดที่กรุงลอนดอนว่าจะเดินหน้าสู่ความปรองดองบนฐานของความเป็นนิติรัฐ นิติธรรม ก็อาศัยลักษณะเช่นเดียวกันนี้นะคะ ดิฉันก็ต้องเรียนถามท่านประธานว่าแล้วเกิด อะไรขึ้นบ้างคะในเรื่องของความปรองดอง ไม่เกิดอะไรขึ้นเลยค่ะ แถมความขัดแย้งยังจะมี มากขึ้นไปอีก สุดท้ายร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ เมื่อเข้ามาสู่สภา ก็ไม่ใช่เรื่องของการปรองดอง เป็นเรื่องของนิรโทษกรรม จึงได้ส่งผลให้เกิดความขัดแย้ง มากขึ้นไปอีกในสังคม ท่านประธานคะ วันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๕ นางสาวยิ่งลักษณ์ หรือท่านนายกรัฐมนตรีได้กล่าวสุนทรพจน์ที่นิวยอร์กในงานเลี้ยงรับรองซึ่งจัดโดยสมาคมเอเชีย ในหัวข้อซึ่งแปลเป็นไทยว่า ก้าวไปข้างหน้าในศตวรรษของเอเชียแปซิฟิก ท่านบอกว่าบางที จะสามารถใช้ความเป็นผู้หญิง ขออนุญาตท่านประธานใช้คำภาษาอังกฤษ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีใช้นะคะ คือ อะ วูแมน’ส ทัช (A woman’s touch) เพื่อแก้ไขปัญหา ความขัดแย้งต่าง ๆ ในภูมิภาค ดิฉันก็จะเรียนถามว่าแล้วท่านทำอะไรได้บ้าง เปล่าเลย จริง ๆ ท่านก็ทิ้งไว้ให้เป็นเพียงคำพูดที่อยู่ในสุนทรพจน์เท่านั้นเอง ประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น ยังคงอยู่ในความขัดแย้งแล้วก็มากขึ้นไปอีก อาเซียนบางประเทศก็มีปัญหากับประเทศจีน แล้วก็สำคัญวันนี้ดูเสมือนว่าท่านนายกรัฐมนตรียังอาจจะสร้างสถานการณ์ที่ล่อแหลม ให้เกิดความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจได้อีกด้วย ท่านประธานคะ อะไรคือความเป็นผู้หญิง อะไรคืออะ วูแมน’ส ทัช ในความหมาย ของท่านนายกรัฐมนตรี ดิฉันก็คิดว่าบางทีความเข้าใจของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ อาจจะไม่ตรงกับพวกเรา ไม่ตรงกับดิฉัน ไม่ตรงกับกลุ่มสตรีที่เขาได้ต่อสู้เรื่องสิทธิ และความเสมอภาคมา ท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรีบอกให้ดูที่ผลงาน ก็ต้องบอกว่า ๑ ปีกว่า ที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นบ้าง ที่จริง ๒ วันที่ผ่านมาเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายกันไปหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการที่ท่านปล่อยปละละเลย แล้วก็ก่อให้เกิดการทุจริตในหลายโครงการ หลายกรณีด้วยกัน ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้พูดถึงเรื่องการประเมิน โดยสถาบันต่างประเทศที่ชื่อว่าลีกาทัม แล้วก็บอกว่าอันดับของประเทศไทยนั้นลดลงหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคล เรื่องการศึกษา เรื่องสุขภาพ เรื่องความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สินและอื่น ๆ มีอีกองค์กรหนึ่งคือเวิลด์ อีคะนอมิค ฟอรัม (World Economic Forum) ก็เช่นเดียวกันค่ะท่านประธาน ก็ได้บอกไว้เสร็จสรรพเรียบร้อย พูดถึงอันดับของประเทศไทย ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การใช้เงินสาธารณะไปในทางอื่น การให้สินบนและการจ่ายเงินที่ไม่ปกติ การสูญเสียของ การใช้จ่ายภาครัฐ ภาระที่มาจากกฎเกณฑ์ภาครัฐ รวมไปถึงความโปร่งใสในการดำเนิน นโยบายรัฐบาล อันนี้เป็นสิ่งที่ประเมินจากองค์กรที่เขาไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียทางการเมืองกับเรา ดิฉันต้องกราบเรียนท่านประธานตรงนี้ เพราะเมื่อวานได้ยินท่านนายกรัฐมนตรีพูดถึง เรื่องของโพลล์อีสานเอย โพลล์โน้นโพลล์นี้ที่ในประเทศ ดิฉันก็อยากจะเรียนท่านประธานว่า อยากจะให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้อ่านทบทวนพิจารณาการประเมินขององค์กรอื่น ๆ ด้วย ที่เขาไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียในทางการเมือง ทีนี้ดิฉันก็จะต้องกราบเรียนท่านประธานว่า เราก็เลยต้องไปดูเรื่องสาเหตุว่าความล้มเหลวที่เพื่อนสมาชิกกล่าวถึงของรัฐบาลมันมาจาก สาเหตุอะไร ดิฉันก็เสียใจที่จะต้องกราบเรียนท่านประธานว่าความล้มเหลวนี้ส่วนหนึ่ง แน่นอนต้องมาจากเรื่องของการที่นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทยที่ชื่อ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่มีวุฒิภาวะความเป็นผู้นำในระบอบประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็น ภาระรับผิดชอบและหน้าที่ในสภาเราก็มองไม่ค่อยเห็น นอกสภาหรือต่างประเทศ ดิฉันก็ไม่ค่อยแน่ใจ ดิฉันขออนุญาตท่านประธานอย่างนี้ได้ไหมคะ คือยกประเด็นเรื่องของ วุฒิภาวะความเป็นผู้นำสัก ๔-๕ ประเด็น ซึ่งหลายประเด็นก็เก็บเกี่ยว ไม่ได้คิดเอาเองนะคะ ท่านประธาน ก็เก็บเกี่ยวเอามาจากสาระของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดซึ่งเป็นมหาวิทยาลัย ชั้นนำของประเทศสหรัฐอเมริกาที่เขาได้คิดค้นแล้วก็สรุปเอาไว้ แล้วก็สร้างเป็นหลักสูตร ในการที่จะหล่อหลอมความเป็นผู้นำของผู้บริหาร

ประเด็นแรกค่ะท่านประธาน คือเรื่องของความซื่อสัตย์แล้วก็ค่านิยม ความซื่อสัตย์ที่ว่านี้มันไม่ใช่แต่เรื่องการไม่ทุจริตเท่านั้น แต่มันเป็นเรื่องของความซื่อสัตย์ ในทุกเรื่องต่อตัวเองแล้วก็ต่อประชาชน ใน ๑ ปีกว่าที่ผ่านมา ท่านประธานคะ มีข้อบ่งชี้ หลายอย่างที่บอกไว้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะไม่ซื่อสัตย์ต่อตนเองแล้วก็ต่อประชาชน นอกเหนือจากเรื่องของการปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปราย ไปแล้ว ก็ยังมีเรื่องอื่น ๆ โดยเฉพาะในเรื่องของการให้ข้อมูลข่าวสารที่ไม่เป็นจริง ไม่ครบถ้วน อาจจะบิดเบือนแล้วก็ไม่ทันต่อเหตุการณ์ ขออนุญาตท่านประธานยกตัวอย่างอย่างนี้ได้ไหมคะ ในตอนช่วงน้ำท่วมอย่างหนักเมื่อปลายปี ๒๕๕๔ ต่อมาถึงเดือนมกราคม ๒๕๕๕ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์บอกว่าเอาอยู่ค่ะ แล้วเกิดอะไรขึ้นคะ จริง ๆ ก็เอาไม่อยู่ นอกจากท่านนายกรัฐมนตรีจะไม่บอกความจริงอย่างทันต่อเหตุการณ์แล้ว ยังให้ผู้ใต้บังคับบัญชา ออกมาให้ข่าวเป็นรายวันจนสับสนอลหม่านไปหมด ประชาชนลำบากใจมากไม่มีข้อมูล ที่แท้จริงในการที่จะเตรียมตัว และเขาเหล่านั้นจะต้องแก้ไขปัญหาเผชิญวิกฤติ อย่างตะเกียกตะกายด้วยตัวของเขาเองตามยถากรรม ส่งผลเสียหายอย่างมากเลย เพื่อนสมาชิกก็บอกไปแล้วว่าแม้กระทั่งรองนายกรัฐมนตรีก็ยังออกมายอมรับตอนตอบกระทู้ถาม สมาชิกวุฒิสภาเมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๕๕ ว่าเป็นภัยพิบัติที่ส่งผลเสียหายสูงสุด เป็นอันดับ ๕ ของโลก คือ ๑.๔ ล้านล้านบาท แล้วก็นี่ยังไม่รวมถึงชีวิตอีกกว่า ๘๐๐ ชีวิตนะคะที่ต้องสูญเสียไป ซึ่งการสูญเสียชีวิตเหล่านี้ ก็ประเมินค่าไม่ได้เลย

ตัวอย่างที่ ๒ กรณีภารกิจที่โรงแรมโฟร์ซีซันส์ ถ้าหากท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์มั่นใจอย่างที่พูด ให้สัมภาษณ์ว่าไม่มีอะไร เป็นการพบปะผู้คนอย่างเปิดเผย เพื่อปรึกษาหารือในฐานะนายกรัฐมนตรีซึ่งจะพบใครก็ได้ ก็ไม่มีเหตุผลอันใดเลยค่ะ ที่จะต้องปิดบังซ่อนเร้นห้ามไม่ให้นักข่าวติดตาม โดยแจ้งว่าเป็นภารกิจส่วนตัว แถมคนใต้บังคับบัญชาหรือว่าคนที่รู้จักคุ้นเคยยังออกมาให้สัมภาษณ์แล้วก็ขัดแย้งกันอีกด้วย สร้างความสับสนและความสงสัยให้มากขึ้นไปอีก ในความเป็นผู้นำหญิงการปิดบังข้อมูลอย่างนี้ มีแต่จะทำความเสียหายให้เกิดมากขึ้น

ตัวอย่างที่ ๓ กรณีที่ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์รวมถึงรัฐมนตรีกระทำการ ที่เรียกว่าไวท์ ไล (White lie) หรือโกหกสีขาว ซึ่งหมายถึงการโกหกที่คนโกหกคิดเอาเองว่า คนฟังหรือประชาชนนั้นไม่ควรรู้ แล้วก็ทำถึง ๑๙ เรื่องด้วยกัน ซึ่งประธานวิปฝ่ายค้าน ก็ได้เคยแถลงข่าวไปแล้วนะคะ กระทั่งคนระดับรองนายกรัฐมนตรีที่เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ กล่าวในงานสัมมนาเมื่อ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕ ว่าได้รับอนุญาตให้พูดไม่จริงในบางเรื่อง ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่าไวท์ ไลหรือโกหกสีขาว แล้วนายกรัฐมนตรีจะให้ประชาชนเชื่อได้ หรือคะว่าที่พูด ๆ กันอยู่ทุกวันนี้มันเป็นเรื่องจริงไม่ใช่เรื่องโกหก ตรงนี้ค่ะท่านประธาน ที่น่าสะพรึงกลัว เพราะว่านายกรัฐมนตรีได้กระทำเป็นตัวอย่างให้สังคมยอมรับว่า การโกหกนั้นทำได้ แล้วก็สนับสนุนให้ทุกคนของตัวเองโกหก ท่านประธานคะ อย่างนี้ อาจจะเป็นการสร้างสังคมโกหก โกหกกันได้ทั้งบ้านทั้งเมืองเลยค่ะโดยไม่ยี่หระต่อกฎหมายเลย

(นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วงครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ขออนุญาตประท้วงผู้อภิปราย ให้ท่านประธานช่วยวินิจฉัยตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ นะครับ เรื่องที่ท่านพูดตั้งแต่นาทีที่ ๑ จนนาทีปัจจุบันนี้ พูดมาทั้งปีแล้วครับ วนเวียน ซ้ำซากอยู่กับเรื่องเดิม ๆ ที่เขารู้กันอยู่ในสังคม และท่านก็พูดอย่างนี้กับทุก ๆ คนครับ ขอให้ท่านประธานควบคุมให้เข้าประเด็นเสียทีเถอะครับ ฟังมาตั้งแต่โรงแรมโฟร์ซีซันส์ เรื่องอะไรที่ท่านพูดมานี่คนเขารู้ทั้งบ้านทั้งเมืองแล้วครับ อยากรู้ว่าท่านไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรีเรื่องอะไร ขอบคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เข้าใจครับ เข้าใจแล้วครับ ก็เป็นสิทธิที่ท่านจะอภิปราย แล้วก็ประเด็นจะน่าสนใจไม่น่าสนใจ ประชาชนเขาตัดสิน เพราะฉะนั้นเป็นสิทธิของท่านที่จะกล่าวหา เชิญต่อเถอะครับ

นางผุสดี ตามไท บัญชีรายชื่อ 🔗

ขอบพระคุณค่ะ ลำบากใจค่ะที่เข้าใจกัน ยากจังเลย ดิฉันเพิ่งพูดถึงวุฒิภาวะในข้อแรกที่เป็นเรื่องของความซื่อสัตย์และค่านิยม เหล่านี้เป็นตัวอย่างที่ดิฉันกำลังจะประกอบให้ท่านประธานได้มองเห็นว่าทำไมดิฉัน ถึงได้กล่าวหาอย่างนี้

ในตัวอย่างถัดไปนะคะ เมื่อกี้กำลังพูดถึงมันทำให้เกิดสังคมที่โกหก โกหกกัน ทั้งบ้านทั้งเมืองโดยไม่ยี่หระเลย ต่อทั้งจริยธรรม คุณธรรม หรือแม้แต่กฎหมาย ส่งผลให้สังคม เกิดความแตกแยกและเกลียดชังทั่วบ้านทั่วเมืองเลยค่ะ

ท่านประธานคะ ตัวอย่างที่ ๔ ดิฉันจะพูดถึงเรื่องค่านิยม ค่านิยมอันนี้คืออะไร ค่านิยมที่เห็นเงินเป็นตัวตั้ง ดิฉันยอมรับค่ะว่าเงินนั้นเป็นปัจจัยสำคัญ แต่มันไม่ใช่สิ่งเดียว ที่สำคัญที่สุดในชีวิต ค่านิยมของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์อันนี้สะท้อนได้จากเรื่องของ แนวคิดเรื่องกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีซึ่งมีถึง ๗,๗๐๐ ล้านบาท และความคิดของ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ในเบื้องต้นคิดจะแบ่งเงินทุนนี้ ๘๐ เปอร์เซ็นต์เป็นเงินกู้ เพื่อให้เป็นเงินหมุนเวียนกลับมา แล้วก็ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ไว้สร้างศักยภาพแล้วก็แก้ไขปัญหา ท่านประธานคะ วันนี้ผู้หญิงสามารถเข้าถึงกองทุนเงินกู้ได้กว่า ๒๐ กองทุนอยู่แล้ว และถึงปัจจุบันนี้ผู้หญิงก็เป็นหนี้อย่างแสนสาหัสเอาตัวแทบไม่รอด ฆ่าตัวตายไปก็ไม่น้อย นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ยังมองเห็นว่าการให้กู้เป็นเรื่องสำคัญที่สุดอีกหรือคะ ในขณะที่ท่าน มองไม่เห็นเลยว่าภายใต้สภาวะปัจจุบันการสร้างเสริมศักยภาพผู้หญิงทำตัวตนให้ผู้หญิงเก่ง มีความสามารถรู้เท่าทันเป็นเรื่องจำเป็นที่สุดในการดำเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดังนั้นท่านนายกรัฐมนตรีก็ควรจะต้องจัดสัดส่วนของเงินกองทุนนี้ให้เหมาะสมในอนาคต เงินไม่ใช่คำตอบสุดท้ายค่ะท่านประธาน แม้ขณะที่เป็นหนี้แสนสาหัส การได้รับเงินเพิ่ม ก็ไม่ได้ช่วยให้พ้นจากบ่วงหนี้ มีเงินแต่รู้ไม่เท่าทันก็ไปไม่รอด หรือว่าท่านนายกรัฐมนตรี อยากจะเห็นแต่ผู้หญิงที่ไม่ฉลาดเท่านั้นคะ ท่านประธานคะ ตัวอย่างเหล่านี้ละค่ะที่สะท้อน ให้เห็นว่าท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ไม่มีวุฒิภาวะความเป็นผู้นำในเรื่องความซื่อสัตย์และ ค่านิยม วุฒิภาวะความเป็นผู้นำในประเด็นถัดมาคือเรื่องความมุ่งมั่นทำงานอย่างจริงจัง ไม่ลอยตัว ไม่หนีปัญหา ไม่สร้างภาพ ตัวอย่างมีอะไรบ้างคะ นายกรัฐมนตรีไปพูดที่ กรุงลอนดอนเมื่อไม่นานนี้เองวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ บอกว่าอะไรคะ จะหยุดยั้ง กลุ่มต่อต้านประชาธิปไตยที่ยังคงมีอยู่ในประเทศไทย แล้วก็รวมไปถึงการแถลงข่าวร่วมกับ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ยืนยันถึงพันธกิจของตนต่อประชาชน ในอันที่จะรักษาไว้และปกป้องระบอบประชาธิปไตย ท่านประธานคะ ดิฉันไม่ค่อยมั่นใจว่า ความคิดความเข้าใจของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์อะไรคือประชาธิปไตย การใช้สิทธิและ เสรีภาพ ชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธเพื่อแสดงความคิดเห็นหรือแม้แต่จะแสดง ความไม่พอใจต่อรัฐบาล เป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญที่ว่าที่จริงเขาก็ใช้กัน อย่างถูกกฎหมายทั่วโลก ดูตัวอย่างการชุมนุมของประชาชนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานี่สิคะ ประชาชนเขาอยากจะแสดงความเห็น อยากจะแสดงความไม่พอใจต่อรัฐบาล ก็แค่นั้น รัฐบาล กลัวอะไรคะ ท่านนายกรัฐมนตรีกลัวอะไรคะท่านถึงกับประกาศใช้พระราชบัญญัติ การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ต้องเตรียมเจ้าหน้าที่พร้อมด้วยรถและ ยุทโธปกรณ์มากมาย เราเข้ามาในสภาก็เห็น ไม่มีที่จะจอดรถค่ะ มีเจ้าหน้าที่อยู่เยอะ มายึดพื้นที่ก่อนจะมีการชุมนุมเสียอีก และเมื่อมีการชุมนุมแล้วเจ้าหน้าที่รัฐก็เลือกจะใช้ ความรุนแรง จนมีการบาดเจ็บ เสียหาย ตรงข้ามไหมคะกับพฤติกรรมกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ชุมนุมในช่วงเมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งศาลก็วินิจฉัยชัดเจนว่าเป็นการชุมนุมที่ขัดต่อ รัฐธรรมนูญ ใช่ไหมคะท่านประธานที่ท่านนายกรัฐมนตรีคิดว่าอันนั้นคือตัวจริง คือพฤติกรรม จริงของกลุ่มต่อต้านประชาธิปไตยหรืออย่างไรคะ ท่านไม่รู้ไม่เห็นใช่ไหมคะว่าสังคมวันนี้มีแต่ ความเกลียดชัง แตกแยกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในประวัติศาสตร์หรือว่าท่านนายกรัฐมนตรี และพรรคพวกท่านนายกรัฐมนตรีได้ประโยชน์จากความขัดแย้งอันนี้ นอกจากนั้นนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ยังพูดที่ลอนดอนอีกว่าความแตกต่างทางการเมืองต้องยุติในสภา ไม่ใช่การประท้วง บนท้องถนนหรือความรุนแรง และความจริงหัวหน้ารัฐบาลอยู่ที่ไหนคะ ท่านนายกรัฐมนตรี อยู่ที่ไหนคะ ประชาชนมักจะได้ยินเพียงว่าให้ไปถามรัฐมนตรีหรือว่าไปถามผู้ที่รับผิดชอบ เวลาถามนอกสภาบอกให้ไปพูดในสภา เวลาถามในสภาก็บอกว่าไปประชุม ไปเปิดงาน ข้างนอก จะเอาอย่างไรกันคะ นอกจากนั้นท่านนายกรัฐมนตรียังได้กล่าวอีกค่ะในการประชุมสมัชชา สหประชาชาติ (สมัยสามัญ) ครั้งที่ ๖๗ ที่นิวยอร์ก เมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๕ แล้วก็ การแถลงข่าวร่วมกับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ยืนยันถึงพันธกิจ ที่จะต่อสู้กับปัญหาการค้ามนุษย์ ท่านประธานคะ ท่านทราบไหมคะว่าประเทศสหรัฐอเมริกา จัดระดับประเทศไทยเรื่องสถานการณ์การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์อยู่ที่ไหน ขณะนี้อยู่ที่ ระดับ ๒ แบบต้องเฝ้าระวังพิเศษซึ่งหมายถึงว่ากำลังจะเลื่อนไหลลงไประดับที่ ๓ ซึ่งเป็น ระดับต่ำสุดแล้ว และถามว่านายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ในฐานะผู้นำรัฐบาล ในฐานะที่เป็น ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์หรือที่เรียกว่า ปคม. ทำอะไรบ้างคะ ประชุมกันมา ๓ ครั้ง นายกรัฐมนตรีเคยไหมคะนั่งหัวโต๊ะเป็นประธานสักครั้งเดียวมีไหมคะ อันนี้ก็เป็นข้อคำถามนะคะ แม้ว่าจะมีการรีบส่งแผนปฏิบัติการไปให้ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็เพียงเพื่อจะโน้มน้าวให้ประเทศสหรัฐอเมริกานั้นไม่ลดระดับประเทศไทยลงไปต่ำกว่านี้อีก ก็เท่านั้น แต่ความเป็นจริงคืออะไรคะ วันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๕ รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ออกประกาศห้ามหน่วยงานของเขานำเข้าสินค้าบางประเทศ เช่น กุ้ง ปลา สิ่งทอ น้ำตาล จากประเทศไทย ท่านนายกรัฐมนตรีทราบไหมคะว่าการส่งออกสินค้าเหล่านี้มีมูลค่า ทางเศรษฐกิจสักเท่าไร และมันไปกระทบเรื่องการจ้างงานประชาชนเป็นหลายล้านคน ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ จะทำอย่างไรคะ คิดจะจัดตั้งหน่วยกำกับดูแลเรื่องนี้เป็นพิเศษพร้อมกับจัดสรรงบประมาณ ให้เพียงพอที่จะดำเนินการในเรื่องนี้ไหมคะ ต้องหยุดค่ะ หยุดคุยแล้วก็ลงมือทำให้จริงจัง กว่านี้ ท่านประธานคะ วุฒิภาวะความเป็นผู้นำในประเด็นถัดมาก็คือความพร้อม และความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้และเสาะหาข้อเท็จจริงและความเป็นจริงอยู่เสมอ ดิฉันต้องเรียนท่านประธานด้วยความหดหู่ใจจริง ๆ ปีกว่าที่ผ่านมาท่านนายกรัฐมนตรี ไม่มีวุฒิภาวะความเป็นผู้นำในเรื่องนี้เลย เรื่องง่าย ๆ ที่หลายคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องเล็ก ไม่เห็นเป็นอะไรเลย ที่จริงเมื่อสักครู่นี้ตอนท่านเจะอามิงได้อภิปรายก็มีคลิปอยู่บ้างแล้ว ซึ่งสะท้อนให้เห็นการพูดผิด ๆ ถูก ๆ ดิฉันก็ขออนุญาตเพราะว่าท่านประธานไม่อนุญาต ให้ดิฉันฉายคลิปอันนี้ ก็ขออนุญาตลองอ่านให้ดูแล้วกันว่าตั้งแต่เรื่องของการมองเรื่อง ของการปลูกป่านะคะ หรือการปลูกหญ้าแพรกเพื่อชะลอน้ำในส่วนของการไหลของน้ำ ถ้าตรงนี้เองส่วนหนึ่งก็จะทำให้อาหารไทยกลายเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวของประเทศ ซิดนีย์ด้วยค่ะ เราเองเราก็ได้แจ้งทางด้านของประธานาธิบดีของประเทศมาเลเซีย ซึ่งเขาเอง ก็เข้าใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เช่นเดียวกันสุดท้ายที่เห็นของท่านเจะอามิงไป จังหวัดหาดใหญ่ แม้แต่การรับแขกต่างประเทศ ท่านประธานขออนุญาตอ่าน ภาคภาษาอังกฤษหน่อยนะคะ เลท มี บีกิน บาย โอเวอร์คัม ซิเครททารี คลินตัน ทู ไทยแลนด์ วันซ์ อะเกน (Let me begin by overcome Secretary Clinton to Thailand once again) ถ้าใครที่เข้าใจภาษาอังกฤษคือโอเวอร์คัมก็แปลว่าเราชนะเขา แทนที่จะเป็น เวลคัม (Welcome) เหล่านี้หลายคนคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆ ดิฉันคิดว่าถ้าเผื่อนางสาวยิ่งลักษณ์ เป็นคนธรรมดาสามัญไม่เป็นปัญหาแต่ประการใดเพราะมันไม่ค่อยส่งผลกระทบเสียหาย แต่ว่าในความเป็นผู้นำ ในความเป็นนายกรัฐมนตรีผู้นำของประเทศไทยพูดผิดพูดถูกอย่างนี้ มันสะท้อนอะไรคะ สะท้อนความไม่ใส่ใจ ไม่สนใจ ไม่อยากเรียนรู้ ไม่เอาจริงจัง และไม่อยากจะเสาะหาข้อเท็จจริงอะไรทั้งสิ้น คิดเป็นเรื่องเล่น ๆ ไปหมด ได้หรือคะท่านประธาน แต่ก็ต้องยอมรับนะคะ เมื่อวานดิฉันเห็นนายกรัฐมนตรีตอบคำถามท่านผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรก็มีทีท่าแห่งความเชื่อมั่นมากขึ้น แต่ว่าสาระสิคะที่ยังอาจจะเป็นปัญหาอยู่ ท่านประธานคะ วุฒิภาวะความเป็นผู้นำในประเด็นถัดมาคือเรื่องความเป็นธรรม ปีกว่าที่ผ่านมา เราได้พบเห็นอะไรบ้างคะ ก็พบเห็นว่ารัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ดำเนินการในหลายเรื่อง ที่เราคิดว่าไม่เป็นธรรมในลักษณะที่อาจจะเป็น ๒ มาตรฐาน หรือว่าไร้มาตรฐานเสียด้วยซ้ำ เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปบ้างแล้ว เช่น ในเรื่องของราคาชีวิตทหาร ตำรวจ ชาวบ้านใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เปรียบเทียบกับการเยียวยาหรือราคาชีวิตของผู้ที่ชุมนุมในช่วง เดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๓ ซึ่งส่วนมากเป็นคนเสื้อแดงแล้วก็ได้รับการเยียวยาถึง ๗.๗๕ ล้านบาท ทหารซึ่งได้มากที่สุดใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เพียง ๒,๐๗๐,๐๐๐ บาท เป็นธรรมไหมคะ ความเป็นธรรมอยู่ที่ไหน ห้างซุปเปอร์ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ จังหวัดนราธิวาส พอดีท่านเจะอามิงไม่ได้พูดถึงนะคะ อ้อพูดถึงหน่อยถูกระเบิด ๑๔ ครั้งใน ๗ ปี หลังสุด เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาหนักที่สุดเลยถูกระเบิดไฟไหม้เสียหาย ๕๐ ล้านบาท ห้างนี้ สร้างงานถึง ๒,๐๐๐ อัตรา ผู้ประกอบการท้อใจมากเลยค่ะ รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ช่วยอะไรผู้ประกอบการรายนี้บ้างคะ ลองเปรียบเทียบสิคะท่านประธานการดูแล ระหว่างคนเผาบ้านเผาเมืองกับคนรักบ้านรักเมือง รักท้องถิ่นเป็นธรรมไหมคะ ดาราคนหนึ่ง ข่าวขึ้นหน้า ๑ เป็นสัปดาห์เพราะข้อหาการเลี่ยงภาษีเพียง ๓,๐๐๐ บาท เปรียบเทียบกับ กรณีญาติของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ในคดีเลี่ยงภาษีซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษาไปแล้ว ว่าผิดจริงต่อการเลี่ยงภาษี ๒๗๓ ล้านบาท แต่ว่าไม่ต้องติดคุกเพราะว่ารอลงอาญาแล้วก็จ่าย ค่าปรับเพียง ๑๐๐,๐๐๐ บาท ไม่ต้องจ่ายภาษีที่เลี่ยงไป แล้วก็ไม่ต้องจ่ายค่าปรับอีก ๒๗๓ ล้านบาท ใครช่วยดูแลให้เป็นอย่างนี้คะ เป็นธรรมไหมคะ อีกสักตัวอย่างค่ะท่านประธาน การที่พนักงานห้างบิ๊กซีที่หนองแขมถูกดำเนินคดีแล้วก็ติดคุกแรมเดือนเพราะขโมยข้าวสาร ราคา ๑๙๕ บาท ไม่มีเงินประกันตัว เงินกองทุนยุติธรรมหมด เพื่อนสมาชิกก็ได้อภิปรายไปแล้ว ว่ารัฐบาลใช้เงินไปเป็นกี่ร้อยล้านบาทในการประกันตัวนักโทษเสื้อแดง ต่างกันเหลือเกินไหมคะ เป็นธรรมไหมคะ นี่ก็บอกชัดเจนว่านายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ไม่มีวุฒิภาวะในความเป็นผู้นำในเรื่องของ ความเป็นธรรมเลย ถัดมาวุฒิภาวะความเป็นผู้นำในการสร้างภาพลักษณ์ประเทศ มีรายงานข่าว เพราะว่าในช่วงปีกว่าที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีเดินทางไปต่างประเทศ ๑๘ ประเทศ แล้วก็สรุปว่าความสามารถ สามารถฟื้นฟูความเชื่อมั่นของต่างชาติที่มีต่อประเทศไทยได้ และรัฐบาลก็ยอมรับว่าไปเยี่ยมเยียนกันมาได้คุยถึง ๒๑๕ เรื่อง เสร็จสมบูรณ์ ๒๗ เรื่อง ยังค้างอีก ๑๘๘ เรื่อง ครั้งล่าสุด ท่านประธานคะ กรณีที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกามาแวะ ประเทศไทยก่อนเดินทางไปประเทศพม่า เกิดการวิพากษ์วิจารณ์และล้อเลียนอย่างมากที่สุด จากสื่อต่างประเทศอย่างที่ดิฉันไม่เคยเห็นผู้นำหญิงคนไหนเลยถูกวิพากษ์มาก่อน เรื่องกิริยาท่าทางของนายกรัฐมนตรีไทยที่มีต่อประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

(ผู้ช่วยศาสตราจารย์จารุพรรณ กุลดิลก ได้ยืนและยกมือขึ้น)
(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธาน สภาผู้แทนราษฎรได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านผุสดีครับ มีผู้ประท้วง เชิญครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์จารุพรรณ กุลดิลก บัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน จารุพรรณ กุลดิก ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดิฉันขอประท้วงผู้ที่กำลังอภิปรายในข้อ ๖๑ นะคะ ถ้อยคำ ที่ท่านใช้นั้นไม่เป็นความจริง เป็นถ้อยคำที่รุนแรงเกินไปนะคะ เพราะฉะนั้น

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กรุณาอยู่ในความสงบเถอะครับ เดี๋ยวประธานจะวินิจฉัย ใจเย็น ๆ ครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์จารุพรรณ กุลดิลก บัญชีรายชื่อ

จากที่ท่านพูดว่า สื่อต่างประเทศได้โจมตีท่านนายกรัฐมนตรีอย่างรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา ไม่เป็นความจริงเลย ท่านต้องยกว่าสื่อนั้นชื่ออะไร สำนักอะไร วันที่เท่าไร เพราะว่าถ้าเทียบกับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กรุณาอยู่ในความสงบครับ เดี๋ยวผมจะวินิจฉัย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์จารุพรรณ กุลดิลก บัญชีรายชื่อ

เพราะฉะนั้น สื่อทั้งหมดที่ดิฉันได้ตรวจสอบดูช่วงนั้นให้การยกย่องท่านนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย มากที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศไทยเช่นกันนะคะ ตรงนี้ก็ขอให้ท่านผู้อภิปราย อยู่ในประเด็น อย่าวกวนซ้ำซาก แล้วก็ทำการบ้านให้มากกว่านี้เพราะว่าเรื่องนี้มันเป็น เรื่องเก่า แล้วก็ไม่อยากให้เอามาเล่าใหม่ค่ะ

(นายวรชัย เหมะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านประท้วงพอแล้วครับ ท่านวรชัยพอแล้วครับ เดี๋ยวจะได้ผ่านไป เชิญอาจารย์ผุสดีครับ กรุณาหน่อยก็แล้วกันครับ เชิญครับอาจารย์จะได้จบ ๆ

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านสุนัยประท้วงอะไรอีกครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมก็นั่งเฝ้าฟัง ท่านผู้อภิปรายอยู่ น่าเสียดายมากครับถ้าท่านได้พูด ไม่พูดขาวเป็นดำ ดำเป็นขาว คุณค่าท่านจะสูงกว่านี้เยอะ สิ่งที่ผมประท้วงท่านคือข้อ ๖๑ ท่านครับการกล่าวถึง บุคคลภายนอกนั้นเรามักจะไม่กล่าวถึง นี่ไม่ได้กล่าวถึงบุคคลภายนอกธรรมดา กล่าวถึง กระบวนการยุติธรรมของศาลด้วยครับ ศาลจะตัดสินคนนี้ขโมย จะติดคุกเท่าไร คนนี้เท่าไร หรือไม่ เราไม่มีสิทธิไปละลาบละล้วงเพราะสถาบัน ๓ สถาบัน นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ เราแยกจากกัน แต่ท่านได้กล่าวถึงคำพิพากษาว่าไปตัดสินคดีนี้ รอลงอาญา คดีนี้ไม่ถูกต้อง

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กรุณาเงียบ ๆ ทีละท่านครับ ก็ต้องฟังทุกฝ่าย ท่านอย่าตะโกนนะครับ คือผมฟัง ผมให้สิทธิทุกคน ต้องฟังก่อนว่าเขาประท้วงเรื่องอะไร ถ้ายกมือแล้วผมไม่ให้พูดเลย ผมก็เป็นเผด็จการครับ เพราะฉะนั้นผมต้องฟัง ฟังให้จบแล้วผมจะวินิจฉัย แต่ผมยังฟังได้ ครึ่ง ๆ กลาง ๆ ให้ผมได้ฟังก่อนว่าเขาพูดเรื่องอะไรผมก็จะวินิจฉัยให้ ผมให้ความเป็นธรรมอยู่แล้ว แต่ว่าไม่ให้ประท้วงนี่ผมทำไม่ได้ ท่านสุนัยสรุปเลยครับเดี๋ยวผมจะวินิจฉัยแล้วครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

การกล่าวพาดพิงไปถึง การตัดสินของศาลเมื่อสักครู่นั้นมันไม่ถูกต้องนะครับ ที่จะโห่นี้ไม่ได้ฟัง พอฟังพวกเดียวกันนี้ ให้กันหมดเลยใช่ไหม อย่างนั้นหรือ ผมถามหน่อยเถอะครับ และมีอย่างที่ไหนแสดงตัวชัดเจน กล่าวหานายกรัฐมนตรีอย่างนั้นอย่างนี้ กรณี เสธ. อ้ายก็แสดงว่าเชียร์

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาอย่างนี้ท่านอย่าไปพาดพิงท่านอื่นเลยครับ เอาอย่างนี้พี่สุนัยพอแล้วครับ ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวให้ศาลฟ้องร้องเองถ้าไปละเมิดศาล ผมว่าศาลฟ้องได้นะครับ ผมพยายามครับ ก็ไปพาดพิงศาลก็จะมีคดีที่ศาลเอง

(นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ใครดีครับ ๓ ท่าน ผมไม่สามารถให้พูดพร้อมกันได้ ท่านยกมือพร้อมกันทั้ง ๓ ท่าน เชิญอาจารย์ก็แล้วกันครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานคะ รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เห็นน่าประหลาดเลยค่ะ ใครยกก่อน ก็คนนั้นละค่ะพูดก่อน ดิฉันลุกขึ้นยกมือตั้งนานแล้ว ก็อยากจะเรียนว่าดิฉันเข้าใจท่านพยายาม จะบอกว่าถ้าใครยกมือก็ต้องให้คนนั้นพูดแล้วก็ต้องนั่งฟัง ที่จริงท่านฟังท่านก็ทราบอยู่แล้วว่า เขาจะประท้วงหรือจะอภิปราย ดิฉันกำลังประท้วงท่านว่าท่านไม่ควบคุมการอภิปราย หรือการประท้วงให้เป็นไปตามแบบแผนที่ถูกต้อง ท่านไม่ต้องฟังให้จบหรอกค่ะ ดิฉันว่าวันนี้ท่านฟังมากเกินไปตั้งแต่เช้ามาแล้ว เพราะว่าอย่างเราฟังเราก็ทราบว่ามันไม่ใช่ ประเด็นประท้วง เป็นประเด็นกำลังจะอภิปรายแล้วก็สั่งสอนประธาน เพราะฉะนั้นก็ฝาก ท่านหน่อยค่ะว่าให้อดใจฟังหน่อย ที่จริงดอกเตอร์ผุสดี ตามไท ที่กำลังอภิปรายดิฉันยังนั่งฟัง บอกว่าพูดอย่างนี้ไม่มีทางถูกประท้วงเลย เพราะว่าท่านพูดจานุ่มนวล

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับ ผมเป็นคนวินิจฉัยครับอาจารย์ เดี๋ยวคนอื่นเขาจะว่าเหมือนที่อาจารย์ว่าผม

(นางสาวบุณย์ธิดา สมชัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญข้างหลังอาจารย์ผุสดีอีกท่านหนึ่งพอแล้วครับ จะได้ผ่านไป เชิญ

นางสาวบุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

ท่านประธานที่เคารพ บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขอประท้วง ผู้ที่ประท้วงเมื่อสักครู่นี้ แล้วก็ประท้วงท่านประธานในข้อ ๘ ดิฉันต้องขอประท้วงผู้ที่ประท้วง ในข้อ ๑๑ ที่พูดว่าขาวเป็นดำดำเป็นขาว นี่คือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะฉะนั้นคำเมื่อกี้ ต้องถอนค่ะท่านประธาน นี่คือการกล่าวหา แล้วคนที่จะบอกว่าจริงหรือไม่จริงคือผู้ที่กำลังเข้ามา ท่านนายกรัฐมนตรีเข้ามาแล้ว ดิฉันเชื่อว่าท่านจะตอบค่ะท่านประธาน แต่เมื่อสักครู่นี้ ให้ถอนได้ไหมท่านประธาน

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คือไม่เป็นไรท่านสุนัยไม่เป็นไร ผมไม่อนุญาตแล้วครับ ก็จะไม่จบ ท่านนายกรัฐมนตรีมาแล้ว เดี๋ยวให้ท่านนายกรัฐมนตรีตอบครับ พอแล้วครับ ข้างหลังไม่ประท้วงแล้วครับ

(นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านสุพัชรีอีกท่านหนึ่งพอแล้วครับ ท่านอื่นเขานั่งครับ ถ้าไม่นั่งท่านอย่าชี้กัน ไม่ ๆ ท่านชี้ ไม่ได้ ท่านชี้ พูดกับผมไปชี้กันเดี๋ยวก็ทะเลาะกัน ท่านนั่งลงผมไม่อนุญาตแล้วครับ ผมเรียกท่านสุพัชรี ท่านนั่งลงครับ กรุณาให้เกียรติประธานด้วยครับ เชิญท่านสุพัชรี ท่านอื่น เขาให้นั่งลง นายกรัฐมนตรีมาแล้วเดี๋ยวนายกรัฐมนตรีตอบได้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เชิญครับ

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง

ท่านประธาน ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขออนุญาตประท้วง ท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ในการควบคุมการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ดิฉันเห็นว่า ส.ส. หญิงของพรรคเพื่อไทยเมื่อสักครู่ที่ออกมาพูดในเรื่องของการขึ้นมาชี้แจงแทน ท่านนายกรัฐมนตรี ดิฉันคิดว่าวันนี้การอภิปรายไม่ไว้วางใจเราพูดถึงท่านนายกรัฐมนตรี เราก็ต้องให้ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นคนตอบ แล้วก็บอกว่าไม่มีเหตุผลหรือว่าไม่มีข้อมูล ที่เป็นข้อเท็จจริง ดิฉันคิดว่าวันนี้ท่านประธานก็ต้องเอาหลักฐานที่อาจารย์ผุสดีอยากจะให้ เปิดในที่ประชุมมาให้ดูว่ามันเป็นข้อเท็จจริงหรือเปล่า แต่ท่านประธานก็ไม่อนุญาตให้เปิดซีดี ตรงนั้น

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับ ท่านสุพัชรีครับ คืออย่างนี้ผมวินิจฉัย อาจารย์ผุสดีทราบดี เมื่อเช้าผมก็โดน ท่านเฉลิมต่อว่าว่าผมไม่ตรวจสอบคลิป ไม่ตรวจสอบเอกสาร ผมก็ว่าผมให้ความเป็นกลาง แล้วผมลงไปตรวจสอบก็อยู่ฝั่งนั้นฝั่งนี้อีก เมื่อเช้าผมก็โดนท่านเฉลิมไปต่อว่าผม ท่านก็ได้ยินอยู่ ผมก็บอกว่าผมไปตรวจสอบไม่ได้ เพราะประธานตั้งรองเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ๒ ท่าน ฝ่ายกฎหมายอีก ๓ ท่าน เขาบันทึกมาอย่างไรผมก็เซ็นอย่างนั้น เมื่อเช้าท่านอาจารย์ผุสดีก็ไปหาผมที่ห้อง ๒ ครั้งคุยกันแล้ว ผมก็ชี้แจงอาจารย์ผุสดีให้เห็นใจผม เมื่อเช้าผมก็โดนมาว่าไม่ตรวจสอบ ผมก็ให้เกียรติข้าราชการท่านบันทึกมาอย่างไร ผมก็เอาตามนั้น ถ้าผมลงไปก็เป็นเรื่องที่ไม่สมควร เพราะว่าผมอยากให้ตั้งพรรคเพื่อไทย ฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลตรวจสอบ ผมสบายใจ แต่ทุกคนก็ให้ตั้งข้าราชการผมก็เห็นด้วย ฉะนั้นผมไม่แทรกแซงครับ เรื่องนี้อาจารย์ผุสดีทราบดี ท่านสุพัชรีผมชี้แจงครับ เชิญอาจารย์ผุสดีต่อเลยครับ นายกรัฐมนตรีมาฟังแล้ว นั่งลงครับท่านสุพัชรี

นางผุสดี ตามไท บัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณท่านประธาน เสียใจจริง ๆ เลยนะคะที่ประท้วงกันโดยไม่ฟังอย่างละเอียด ดิฉันไม่เคยกล่าวล่วงถึง

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอาจารย์ผุสดีกรุณาสักครู่ครับ ท่านขจิตร

(นายขจิตร ชัยนิคม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี ขอประท้วงท่านประธาน ตามข้อบังคับ ข้อ ๘ (๑) (๒) (๓) และ (๖)

โดยเฉพาะ (๖) ผมขอประท้วงท่านประธานได้พูดบ่อยมากว่าเวลาคนพูดเท็จ เวลาคนที่อ้างสื่อแล้วท่านก็ให้พูด ท่านก็บอกว่าถ้าเท็จนี่เขาก็ต้องรับผิดชอบเอง ในที่ประชุมแห่งนี้ นี่พูดเท็จไม่ได้ครับ ผิดรัฐธรรมนูญ นอกจากท่านต้องยึดข้อบังคับ ท่านต้องยึดรัฐธรรมนูญ ทุกมาตรา กฎหมายทุกอย่าง รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๓ ไม่อนุญาตให้ใครพูดเท็จ เพราะฉะนั้น ขอความกรุณาท่านประธาน ถ้าท่านประธานบอกว่าใครจะพูดเท็จหรือไม่เท็จก็รับผิดชอบเอง ไม่ใช่ ท่านต้องรับผิดชอบตามกฎหมายนี้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๕ ท่านก็ต้องเป็นกลาง แล้วก็ตรงไปตรงมาตามที่กฎหมายบังคับอยู่ ท่านต้องบังคับภายใต้ข้อบังคับและกฎหมาย โดยคนพูดเท็จในที่ประชุมนี้ไม่ได้ครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ผมวินิจฉัยครับ ท่านขจิตรครับ ผมไม่สามารถตอบแทนได้ทุกคนว่าท่านไหนพูดเท็จ หรือไม่เท็จ แต่ผมว่าประชาชนทั้งประเทศเขาฟังอยู่ ประชาชนเขาวินิจฉัยอยู่ เดี๋ยวผู้ที่ ถูกอภิปรายเขาจะมาตอบก็ให้สิทธิ เมื่อเช้าพอผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรก็อนุญาตว่า ใครที่ถูกพาดพิงก็ให้ชี้แจง ให้โอกาสเขาได้ชี้แจงเถอะครับ ใช่ไหมครับ จะให้ผมไปบอกว่า หยุดไม่ให้พูด ผมทำไม่ได้ ผมทำตามข้อบังคับ ขอบคุณครับ เชิญนั่ง เชิญอาจารย์ผุสดี ตามไท เชิญครับ

นางผุสดี ตามไท บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานคะ ขอบพระคุณค่ะ เมื่อกี้ ที่ดิฉันกำลังบอกว่าน่าเสียใจ ที่จริงน่าจะฟังดิฉันให้จบ เพราะว่าจริง ๆ แล้วการทำอย่างนี้ ดิฉันมองเห็นว่าเป็นการไปทำร้ายท่านนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีของดิฉันด้วย ดิฉันขออภิปรายต่อนะคะ ที่ดิฉันพูดนั้นไม่เคยที่จะไป ก้าวล่วงศาล เพียงแต่พูดถึงการตัดสินใจของท่านผู้นำในแง่ของการจะใช้เงินกองทุนยุติธรรมก็ดี หรือการตัดสินใจที่จะให้หน่วยราชการดำเนินการเรื่องใดก็ดี อันนั้นต่างหากละคะ ไม่เกี่ยวข้องกันเลยขอประทานโทษ แล้วอีกอันหนึ่งที่พูดถึงเรื่องไม่เคยถูกวิพากษ์มาก่อน อันนี้เรื่องจริงดิฉันดูตรงไหนก็เป็นแบบเดียวกันไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ที่ไหนก็แล้วแต่ ในประเทศอังกฤษ หรือสหราชอาณาจักร หรือที่ของประเทศจีน ซ้ำร้ายยิ่งไปกว่านั้นยังมี การ์ตูนแอนนิเมชัน (Animation) ล้อเลียนอีกด้วย ซึ่งดิฉันต้องบอกตามตรงดิฉันกำลังจะ เรียนท่านประธานว่าในฐานะที่ดิฉันเป็นผู้หญิงดิฉันต้องกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความจริงใจเลยว่าดิฉันเสียใจเป็นที่สุดแล้วก็เจ็บปวดรวดร้าวที่สุด เพราะว่า ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ไม่ใช่เป็นนายกรัฐมนตรีของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นนายกรัฐมนตรีของดิฉันด้วย ของประชาชนคนไทยทั้งหมด และวันนี้คือการอภิปราย ไม่ไว้วางใจที่จะเป็นข้อมูลให้ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้นำไปประกอบการพิจารณาด้วย เพราะฉะนั้นกรุณาฟังอย่าทำร้ายท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์มากไปกว่านี้เลยค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตต่อนะคะ ดิฉันต้องขออนุญาตกราบเรียนจริง ๆ ว่าเสียใจ แล้วก็เจ็บปวดรวดร้าวที่สุด ดิฉันไม่ได้อยู่ใกล้ท่านไม่มีโอกาสได้คุยกับท่านเลย ไม่ทราบว่า ท่านรู้สึกอย่างไร แต่ว่าดิฉันคิดว่าอย่างนี้ถ้าเผื่อว่าท่านเป็นผู้หญิงธรรมดา ๆ ก็อาจจะไม่ค่อย ลำบากเท่าไร แต่ว่าวันนี้ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำของประเทศ ท่านถือธงชาติไทย ไปทุกหนทุกแห่งไปในนามของดิฉันด้วย ดิฉันก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า ถ้าหากท่านนายกรัฐมนตรีมีวุฒิภาวะความเป็นผู้นำก็ต้องระมัดระวังค่ะ มีกาลเทศะแล้วก็ต้อง มีความตระหนักรู้ด้วยความเท่าทันเลยค่ะว่าไม่ว่าผู้นำจะคิด จะพูด จะทำอะไร และทุกอิริยาบถความเคลื่อนไหวของท่านเกือบตลอด ๒๔ ชั่วโมง คูณ ๓๖๕ วัน คูณจำนวน ปีที่ท่านดำรงตำแหน่งจะอยู่ภายใต้กล้องที่ต้องเรียกว่าขนาดกล้องจุลทรรศน์เสียด้วยซ้ำไป เพราะวันนี้เทคโนโลยีมันสูงเหลือเกิน เพราะฉะนั้นการระมัดระวัง การมีกาลเทศะและ การตระหนักรู้เท่าทันตรงนี้แหละค่ะเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งต่อความเป็นผู้นำ ในช่วงเวลา ที่ประเทศไทยนั้นกำลังแข่งขันกับคนทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นประเทศในอาเซียนด้วยกันเอง หรือว่าประเทศอื่นในทวีปอื่น ทุกเรื่องทุกราวของผู้นำอาจจะถูกนำไปเป็นฐานในการสร้าง ความเสียหายให้เกิดขึ้นกับตัวท่านเองและกับประเทศแล้วก็อาจจะทำลายประเทศได้ ท่านประธานคะ ดิฉันต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเลยว่าผลกระทบและ ความเสียหายที่เกิดขึ้นครั้งนี้มันอาจจะมีต่อวิถีชีวิตของผู้หญิงไทยเอง โดยเฉพาะเวลาพวกเรา เดินทางไปต่างประเทศ วันนี้ภาพลักษณ์ของผู้หญิงไทยในสายตาของชาวโลกก็ย่ำแย่พออยู่แล้ว แล้วก็ยิ่งไปกว่านั้นมันอาจจะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมากมายเกินกว่าที่ใคร ๆ คิดได้ สุดท้าย ท่านประธานคะ วุฒิภาวะในประเด็นเรื่องความเชื่อมั่นและความเป็นตัวของตัวเอง ของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ดิฉันต้องกราบเรียนเลยว่าในปีกว่าที่ผ่านมา ไม่ว่าท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์จะพยายามอย่างไรก็ตาม จะพยายามพูด จะพยายาม โน้มน้าวจูงใจให้ทุกคนเชื่อว่าท่านมีอำนาจเต็ม และการตัดสินใจนั้นอยู่ที่ท่านทั้งหมด แต่ท่านประธานคะ ข้อเท็จจริงบอกกับเราอยู่ทุกวัน มีใครเชื่อบ้าง อาจจะมีคนเชื่อ แต่มีคน ไม่เชื่อเยอะ แล้วซึ่งอย่างนี้มันกระทบจริง ๆ กับวุฒิภาวะและการทำงานของท่านในฐานะ ที่เป็นผู้นำ จะโยกจะย้ายข้าราชการ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการใดก็แล้วแต่ ข่าวก็ลงกันครึกโครมไม่ได้ปิดบังแต่ประการใดเลย วิ่งกันว่อนไปหมดเลยไปพบผู้นำตัวจริง ผู้มีอำนาจจริงที่ต่างประเทศ เสียหายมากเลย ท่านประธานคะ ดิฉันในฐานะที่เป็นผู้หญิง ก็มีความรู้สึกว่าทำไมคนรอบข้างถึงทำร้ายนายกรัฐมนตรีหญิงของดิฉันได้ขนาดนี้ ความเสียหายมีมากจริง ๆ ดิฉันอยากเห็นจริง ๆ ผู้นำที่มีความกล้าหาญและมีอำนาจในการ ตัดสินใจเต็ม เพราะฉะนั้นท่านประธานคะ ดิฉันจะจบแล้วค่ะ ทั้งหมดนี้

(นายเวียง วรเชษฐ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเวียง ประท้วงอะไร ท่านประสิทธิ์ไม่ต้องประท้วง ท่านบ่อยแล้ววันนี้หลายสิบครั้งแล้ว ท่านเวียง วรเชษฐ์ ครับ

นายเวียง วรเชษฐ์ บัญชีรายชื่อ

ผม เวียง วรเชษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมฟังท่านผู้อภิปราย ผมประท้วงข้อ ๖๑ ครับ ผู้อภิปราย ก็เพียงแต่ใช้ลีลา แล้วก็พูดประเด็นส่วนตัวมากกว่าประเด็นที่ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ ผมขอกราบเรียนว่าคำก็ขาดภาวะการเป็นผู้นำ ท่านไม่เห็นหรือครับ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ มาดก็ต้องตา วาจาก็ต้องใจ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็กรุณาอยู่ในความสงบ เดี๋ยวผมวินิจฉัยเองครับ ท่านเวียงพอแล้วผมพอจะรู้ประเด็นแล้วครับ พอแล้วครับ เดี๋ยวจะให้ท่านนายกรัฐมนตรีตอบ ท่านนั่งลง เชิญนั่งครับ ถ้าท่านกรุณา รักษาความสงบด้วยมันมีการถ่ายทอดไปทั่วประเทศ ประชาชนยังศรัทธาระบบรัฐสภาอยู่นะครับ เชิญอาจารย์ผุสดีต่อ อาจารย์สรุปสั้น ๆ เลยครับ

นางผุสดี ตามไท บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานคะ ช่วงแรกที่ดิฉันพูด ไม่มีใครประท้วงเลยนะคะ ท่านนายกรัฐมนตรีเข้ามานี่ โอ้โฮ ประท้วงกันเกือบจะทุกนาทีเลย ท่านประธาน สงสัยดิฉันจะต้องเปลี่ยนใจ แปลว่าท่านนายกรัฐมนตรีมีอำนาจจริง ท่านประธานจริง ๆ แล้วดิฉันได้เน้นแล้วตั้งแต่ตอนแรกว่าดิฉันจะเน้นในเรื่องของ การขาดวุฒิภาวะนายกรัฐมนตรีในระบอบประชาธิปไตย ท่านประธาน ดิฉันจะสรุปแล้วค่ะ เมื่อกี้นี้กำลังพูดอยู่ แล้วก็สุดท้ายดิฉันอยากจะบอกว่าอย่างนี้ ในฐานะที่ดิฉันเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง ทำงานมาเกิน ๒๐ ปีกับเพื่อน ๆ ที่รณรงค์เรื่องของสิทธิและโอกาสของความเป็นผู้หญิง แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้ผู้หญิงนั้นได้มีโอกาสเข้ามาทำงานการเมือง แล้วก็มีผู้หญิงจำนวน ไม่น้อยก่อนหน้าดิฉันทำงานกันมายาวนาน ต่อสู้รณรงค์กันมาหลายปี ดีใจค่ะที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ก้าวมาถึงตำแหน่งนี้ได้ แต่ว่าท่านไม่ได้ทิ้งมรดกให้พวกเราก้าวต่อไปเลย น่าเสียใจ แล้วก็น่าเสียดายมากที่นอกจากท่านจะไม่สร้างโอกาสอย่างนี้ให้เข้มแข็ง ให้พวกดิฉัน ให้พวกเราที่เป็นผู้หญิงและตั้งใจจะทำงานการเมืองได้ก้าวต่อไปข้างหน้าได้เร็วขึ้น ท่านยังทำลายโอกาสเสียอีกด้วย ด้วยความล้มเหลวของรัฐบาลอย่างที่กล่าวอันเนื่องมาจาก ความไม่มีวุฒิภาวะความเป็นผู้นำในระบอบประชาธิปไตยของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดิฉันจึงไม่สามารถไว้วางใจให้ท่านดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปได้ สุดท้าย ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะให้ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นเข้มงวดกวดขันกับเรื่องของสมาชิกที่อยู่ในพรรคท่านเอง เมื่อตอนบ่ายเรามีเรื่องจ่าประสิทธิ์พูดจาคุกคามและระรานทางเพศ ดิฉันประสงค์จริง ๆ อยากจะเห็นท่านนายกรัฐมนตรีเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ เพราะดิฉันถือว่าการเป็นนายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้นำหญิงนั้นต้องถือธงค่ะ ช่วยเรื่องนี้ ดำเนินการ เรื่องนี้อย่างจริง ๆ จัง ๆ ท่านประธานลองคิดสิคะถ้ามีใครบอกว่า ถ้าเผื่อมีใครในนี้บอกว่า ฝันที่จะนอนกับท่านนายกรัฐมนตรี ไหวหรือคะ ขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เรื่องนี้ ได้ตั้งกรรมการจริยธรรมแล้วครับอาจารย์ครับ ท่านประธานได้รับตั้งแล้วครับ ก็ถือว่าเรื่องนั้น ผ่านพ้นไปแล้วครับ ผมจะให้นายกรัฐมนตรีชี้แจง

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านทั้งหลายกรุณาได้นั่งลงครับ ให้โอกาสท่านนายกรัฐมนตรีเถอะนะ ท่านประสิทธิ์ครับ ไม่ได้ครับ นั่งลงก่อนครับ เชิญนายกรัฐมนตรีชี้แจงครับ เอาทีละท่าน ท่านจะประท้วงทั้งหมด หรือครับ เชิญท่านประสิทธิ์ครับ ท่านเสียหายก็ชี้แจงมา คุณหมอเหวงนั่งลงก่อนครับ ผมจะให้โอกาสนายกรัฐมนตรี ท่านมุกดานั่งลงก่อนครับ นายกรัฐมนตรีจะชี้แจงนะครับ ขอความกรุณาเถอะครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมขอใช้สิทธิในการพาดพิงเพราะผมเสียหาย เมื่อเช้านี้ที่ผมพูดนี่ ผมประท้วง ถึงการเอาข้อเท็จจริงมาพูดในสภา แล้วเขาก็อภิปรายโดยใช้ความฝัน ทีนี้ถ้าผมยกตัวอย่างว่า ถ้าผมจะฝันบ้างนี่ แล้วเจตนาของผมไม่ได้คิดถึงเรื่องเพศเลยครับ ผมไม่ลามกขนาดนั้น แล้วฟังคุณป้าพูดเมื่อกี้นี้ผมก็รับไม่ได้

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านครับ จะไปว่าอย่างนั้นไม่ได้นะครับ นั่งลงครับท่านประสิทธิ์ นั่งลงครับ ผมขอเชิญท่านนายกรัฐมนตรี ดีกว่าครับ เชิญท่านนายกรัฐมนตรีตอบครับ นั่งลงครับ

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ ท่านผู้อภิปรายที่ห่วงใยดิฉันในฐานะเป็นผู้นำหญิงคนแรกของประเทศไทยค่ะ สำหรับ สิ่งที่ท่านได้มีการอภิปรายเรื่องภาวะความเป็นผู้นำของดิฉันนั้น ดิฉันต้องขออนุญาตว่า คงไม่ต้องตอบในรายละเอียดแล้วนะคะ เพราะว่าคำว่าความเป็นภาวะของผู้นำอยู่ที่คน จะตีความ อยู่ที่ใครที่จะเลือกให้คำจำกัดความและวัดผล แต่ดิฉันมองว่าการวัดผล เชื่อว่า ทุกคนการที่จะวัดผลผู้นำนั้นก็คือผลของงาน นั่นคืองานที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา ซึ่งดิฉันถือว่า การทำงานทั้งหมดนี้ภาคประชาชนเท่านั้นที่จะเป็นผู้ตัดสินใจการทำงานของดิฉันว่าหลังจาก ทำงานแล้วผลงานเป็นอย่างไร ก็ขอให้เวลาแล้วก็สาธารณชนในการตรวจสอบการทำงาน ของรัฐบาลเถอะค่ะ สำหรับประเด็นอื่น ๆ ที่สมาชิกได้อภิปรายไปก็ขออนุญาตท่านประธาน ในการที่จะขออนุญาตให้ท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องชี้แจงในรายละเอียดดังนี้นะคะ

เรื่องแรก ก็ขออนุญาตในเรื่องของปัญหายางพาราที่ยังไม่ได้มีการชี้แจง ในเรื่องของการแก้ปัญหายางพารา ขอให้เป็นท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แล้วก็ในส่วนของภาคใต้ก็คือท่านรัฐมนตรีสุกำพล แล้วก็ขอท่านเฉลิมก่อนค่ะ ในฐานะที่ ท่านเฉลิมดูในหลาย ๆ เรื่องที่ครอบคลุม ก็ขออนุญาตท่านประธานค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เป็นข้อตกลงให้ใช้สิทธิพาดพิง อาจารย์รัชฎาภรณ์มีเรื่องอะไรครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าที่จริงเมื่อเช้า ก็รอบหนึ่งแล้ว แล้วก็รอบเมื่อเช้ามันก็ตกทอดมาตั้งแต่เมื่อคืน ซึ่งดิฉันก็เสนอว่านี่เป็น การอภิปรายไม่ไว้วางใจนะคะ ไม่ใช่อภิปรายนโยบาย ไม่ใช่งบประมาณ ที่นึกอยากจะมาตอบ มาชี้แจงตอนไหนก็ได้ จะต้องมานั่งฟังตอนที่เขากำลังพูดแล้วก็ชี้แจง ซึ่งดิฉันเรียนว่าเมื่อคืน ก็มีหลายท่านเราก็อยู่ จนกระทั่งข้ามมาจนกระทั่งถึงวันจะสุดท้ายแล้วนี่ก็ยังจะมาพูดเรื่อง เมื่อคืนอยู่เลย ดิฉันว่าเมื่อคืนก็เป็นประเด็นแล้วที่จริงท่านก็จะลุกขึ้นมาพูด แต่ที่ประชุม ก็ไม่เห็นด้วยกับที่ท่านจะมาพูด แต่ว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่านมาถึงทุกวัน ทุกครั้งที่ท่าน ลุกขึ้นพูดท่านก็จะต้องโยนมอบไปให้คนนั้นคนนี้ แล้วซึ่งท่านประธานเกรงใจก็จะต้อง ให้พูดด้วย ดิฉันว่าเมื่อเช้าพอแล้วค่ะที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีพูด ตอนนี้เรื่องยางพารา คนเลิกสนใจแล้ว เขามาพูดเรื่องอื่นแล้วนะคะ เขาไม่ได้พูดเรื่องยางแล้ว ที่จบแล้วต้องจบไป ท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ครับ อาจารย์รัชฎาภรณ์ครับ ผมขอชี้แจง กรุณาอยู่ในความสงบครับ คือท่านนริศ ก็ประสานมาว่าขอชุด ๓ คนสุดท้ายที่ใคร ๆ ก็บอกมา ก็ประสานมาว่าจะให้ชี้แจงได้ช่วงไหน เราก็เคารพกัน เหตุการณ์ก็ผ่านมาด้วยดี ก็ด้วยความเคารพท่านอาจารย์ ท่านใดก่อนครับ เอาเฉพาะประเด็นที่เสียหาย ท่านเฉลิมก่อนก็ชี้แจงมาครับ ผมจะดูเป็นประเด็น เอาเฉพาะ ที่เสียหายนะครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง บัญชีรายชื่อ รองนายกรัฐมนตรี ผมมี ๒ ประเด็น

ประเด็นแรก ก็ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรก่อนนั่งเมื่อวาน ก็บอกว่าเมื่อคณะกรรมการกฤษฎีกามีความเห็นเรื่องการถอดยศท่าน พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ก็ให้ผมไปจัดการถอดเสีย ผมก็ไปศึกษาได้ข้อสรุปก็เพื่อจะนำมากราบเรียนท่าน มันจะได้จบกันเสียทีสภาแห่งนี้ว่าทำไมสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ถอดยศ มันจะได้จบสักที การวนเวียนซ้ำซาก

ประเด็นที่ ๒ ท่านนิพิฏฐ์อภิปรายพาดพิงผมเรื่องว่าผมไม่รู้มีการเอางบ ท้องถิ่น ผมขออนุญาตกราบเรียนเบื้องต้นนะครับจะใช้เวลาไม่นานจะไปยาว ๆ ท่านประธาน ที่เคารพ เรียนท่านประธานไปถึงท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและเพื่อนสมาชิก ตลอดท่านผู้ชมทางบ้าน การถอดยศท่าน พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร มีกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง ๒ ฉบับ คือ ๑. ระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการถอดยศตำรวจ พ.ศ. ๒๕๔๗ ๒. พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๒๘ มีระบุชัด การถอดหรือการออกจากยศตำรวจชั้นสัญญาบัตรให้เป็นไปตามระเบียบสำนักงานตำรวจ แห่งชาติ และให้ทำโดยประกาศพระบรมราชโองการ

ระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการถอดยศตำรวจ พ.ศ. ๒๕๔๗ ข้อ ๒ หน้าที่ความรับผิดชอบในการพิจารณาและดำเนินการถอดยศตำรวจ (๑) ข้าราชการ ตำรวจชั้นสัญญาบัตร ให้กองวินัย หรือผู้บังคับบัญชาที่ได้รับมอบอำนาจในการดำเนินการ ทางวินัยมีหน้าที่รับผิดชอบในการพิจารณาว่าผู้ใดมีเหตุที่จะต้องดำเนินการถอดยศหรือไม่ ข้อเท็จจริงเรื่องนี้ฟังเป็นยุติว่าขั้นตอนในการดำเนินถอดยศจะต้องเป็นไปตามลำดับดังนี้ ขั้นที่ ๑ กองวินัยมีหน้าที่พิจารณาว่ามีเหตุจะต้องดำเนินการถอดยศ พันตำรวจโท ทักษิณ หรือไม่ และเหตุนั้นเข้าเงื่อนไขใดที่ระบุไว้ในระเบียบข้อ ๑-๗ ขั้นตอนที่ ๒ กองทะเบียนพล จะต้องรวบรวมหลักฐานทั้งหมดสรุปความเห็นนำเสนอผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขั้นตอนที่ ๓ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นผู้พิจารณาขั้นสุดท้ายว่าสมควรจะถอดยศ พันตำรวจโท ทักษิณหรือไม่ ทั้งนี้ ผบ.ตร. ไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องกับความเห็นของกองวินัย และกองกำลังพล เพราะตามระเบียบข้อ ๒ (๑) กำหนดให้เป็นดุลยพินิจของ ผบ.ตร. ที่จะพิจารณาตามความเหมาะสม มีสารัตถะสำคัญอำนาจและดุลยพินิจ สำหรับการเสนอถอดยศ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร พลตำรวจโท ยงยศ นาคเฉลิม ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล ได้มีบันทึกที่น่าสนใจซึ่งผมจะนำกราบเรียนท่านประธาน ท่านผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรและเพื่อนสมาชิก ความโดยสรุปว่าได้มีบันทึกความเห็นเสนอ ผบ.ตร. เมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ข้อ ๔.๔ การพิจารณาถอดยศหรือไม่ถอดยศ พันตำรวจโท ทักษิณนั้นจะต้องพิจารณาด้วยความละเอียดรอบคอบเนื่องจากตั้งแต่ ประมาณปี ๒๕๔๙ ได้เกิดปัญหาแตกแยกทางความคิดในทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง จนมีการแบ่งฝ่ายกันอย่างชัดเจน มีการเคลื่อนไหวในทางการเมืองโดยใช้พลังมวลชน จนบางครั้งเกิดความรุนแรง มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตอันเนื่องมาจากการเคลื่อนไหว ของพลังมวลชน และสภาพความแตกต่างทางความคิดดังกล่าวยังคงมีอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ และส่วนหนึ่งของปัญหาความแตกแยกทางความคิดทางการเมืองก็เชื่อมโยงไปที่ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งได้รับผลกระทบจากการปฏิวัติ ได้รับผลกระทบจาก อำนาจเผด็จการ จากคณะกรรมการที่คณะปฏิวัติตั้งอันเป็นที่มาของต้นไม้เป็นพิษผลก็เป็นพิษ ผมเรียนอย่างนี้ครับ ตำรวจยังคิดว่าความสามัคคี ความปรองดองขึ้นในประเทศเพื่อให้ ประเทศก้าวผ่านความขัดแย้งไปก็จะดีกับทุกฝ่าย ซึ่งประเด็นดังกล่าวก็คือการพิจารณา ถอดยศหรือไม่ถอดยศ พันตำรวจโท ทักษิณ

(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ท่านวัชระครับ ก็ให้เขาชี้แจงตามที่เขาถูกพาดพิง เดี๋ยวติดขัด อย่างไรให้ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรตอบครับ ท่านวัชระนั่งลงก่อนครับ เดี๋ยวท่านเฉลิมรีบจบแล้วผมจะให้โอกาสท่านอภิสิทธิ์ครับ เดี๋ยวผมให้ท่านนะครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตนิดเดียวครับท่านประธาน คือเดี๋ยวให้ท่านชี้แจงต่อนะครับ เพียงแต่ว่า เมื่อวันก่อนท่านเอาเอกสารมาอ่าน ผมไม่ทราบท่านประธานอนุญาตหรือยังแต่ไม่ส่งมอบให้ ท่านประธาน วันนี้ท่านก็กำลังอ่าน แต่อ่านไปมีลูกแถม ผมก็เพียงแต่ขอว่าเอาเอกสารมอบให้ ท่านประธาน ท่านให้พวกกระผมดูด้วยจะได้ทราบว่าอันไหนความเห็นของ พลตำรวจโท พันตำรวจอะไรก็ตาม หรือร้อยตำรวจเอก เฉลิม ผมจะได้แยกแยะออกครับ ขอบคุณครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ได้ครับ เดี๋ยวผมจะ รวบรวมเรียบเรียงให้ท่าน ก็ให้ประธานครับ มันมีเอกสารหลายฉบับครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กรุณาอยู่ในความสงบครับ คืออย่างนี้เดี๋ยวผมจะรวบรวมให้ท่านผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร ผมรับปากครับ ให้เขาตอบจบก่อนครับ ให้จบก่อนครับ กรุณา อยู่ในความสงบ แล้วเรารักษากติกา ผมก็ฟังทุกฝ่ายละครับ เชิญท่านเฉลิมสรุปครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ที่จะมอบเอกสารให้ท่านเป็นเอกสาร ทางราชการ มันมีหลายหน่วยงานที่มีความเห็น ผมไม่ปกปิดหรอกครับ นี่ผมอ่านให้ฟัง ไม่ใช่ความเห็นผม เป็นความเห็นหน่วยงานเขาทำมาผมก็นำมากราบเรียนมันจะได้จบเสียที ถ้าท่านฟังแล้วท่านไม่พอใจก็ไปแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ซึ่งก็ไม่ใช่ผม

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ชี้แจงเถอะครับ ไม่เอาแล้ว

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี 🔗

ท่านผู้บัญชาการ สำนักงานกำลังพลขณะนั้นบอกว่าและส่วนหนึ่งของปัญหาความแตกแยกทางความคิด ทางการเมืองก็เชื่อมโยงไปถึง พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า รัฐบาลปัจจุบัน รวมถึงทุกภาคส่วนได้พยายามหาแนวทางและวิธีที่จะก่อให้เกิดความรัก ความสามัคคี ความปรองดองขึ้นในประเทศ เพื่อให้ประเทศก้าวผ่านความแตกแยก ทางความคิดและร่วมกันนำพาประเทศไปสู่ความสงบเรียบร้อยเพื่อเตรียมตัวในการแข่งขันกับ ต่างประเทศและเพื่อความผาสุกของประชาชนชาวไทยโดยรวม ซึ่งส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ ความพยายามดังกล่าวสำเร็จลุล่วงไปได้ก็โดยหลีกเลี่ยงที่จะไม่เพิ่มประเด็นที่อาจถูกขยาย ให้เกิดความขัดแย้ง ซึ่ง ๑ ในประเด็นดังกล่าวคือการพิจารณาถอดยศหรือไม่ถอดยศ พันตำรวจโท ทักษิณเนื่องจากภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันไม่ว่าผลการพิจารณาเป็นที่สุด แล้วจะถอดยศหรือไม่ถอดยศ พันตำรวจโท ทักษิณก็เชื่อว่าไม่มีทางที่จะให้ทุกฝ่ายยอมรับได้ และอาจถูกนำไปเป็นประเด็นการเคลื่อนไหวและขยายวงออกไปได้ ประกอบกับระเบียบ การถอดยศตำรวจมิได้กำหนดเวลาว่าต้องเสร็จสิ้นเมื่อใด และการที่ พันตำรวจโท ทักษิณ ยังคงมียศอยู่ก็ไม่สามารถนำไปเป็นสิทธิพิเศษหรือประโยชน์ได้ ดังนั้นภายใต้สถานการณ์ ปัจจุบันจึงเห็นควรรอการพิจารณาถอดยศหรือไม่ถอดยศ พันตำรวจโท ทักษิณไว้ก่อน และเมื่อสถานการณ์ความแตกแยกทางความคิดได้ผ่อนคลาย และประเทศเข้าสู่การปรองดอง แล้วจึงนำกรณีดังกล่าวมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ชัดเจนนะครับ ต่อมาวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๕ พลตำรวจโท เจตน์ มงคลหัตถี ที่ผมอ่านพารากราฟ (Paragraph) แรกนั่นเป็น ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๕ พลตำรวจโท เจตน์ มงคลหัตถี ผู้ช่วย ผบ.ตร. ปฏิบัติราชการแทน ผบ.ตร. ได้พิจารณาและสั่งไม่ดำเนินการ ถอดยศพันตำรวจโทที่ พันตำรวจโท ทักษิณครองอยู่โดยเห็นว่าการที่ พันตำรวจโท ทักษิณ ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาลงโทษจำคุก ๒ ปี คดีถึงที่สุดจะเข้าเหตุที่พิจารณาเสนอขอถอดยศ พันตำรวจโท ทักษิณได้ตามในระเบียบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ ข้อ ๑ (๒) ก็ตาม แต่การกระทำของ พันตำรวจโท ทักษิณ ที่เป็นเหตุให้ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกดังกล่าวเป็นเพียงการลงชื่อในหนังสือยินยอม ให้คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ผู้เป็นภรรยาเข้าประมูลซื้อที่ดินในการขายทอดตลาด ซึ่งเป็นการกระทำที่ต้องกระทำตามกฎเกณฑ์ของทางราชการ จึงไม่อาจถือว่าเป็น การนำความเสื่อมเสียมาสู่หมู่คณะตำรวจตามเจตนารมณ์ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการถอดยศตำรวจ พ.ศ. ๒๕๔๗ ประกอบกับ พันตำรวจโท ทักษิณเป็นผู้ทำคุณประโยชน์ และสร้างชื่อเสียงให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างมาก จึงไม่ขอถอดยศ พันตำรวจโท ทักษิณ ที่ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ครองอยู่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติเห็นชอบตามเสนอ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพจะได้จบเสียที ถ้าใครเห็นว่าทางตำรวจไม่ดีท่านก็ไป ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ ป.ป.ช. ต่อหน่วยงานอื่นก็ได้ ทีนี้ท่านนิพิฏฐ์พาดพิงผมนิดหน่อยผมจะเรียนให้ทราบ และวันนี้ต้องขอบคุณจริง ๆ ที่พรรคประชาธิปัตย์อภิปรายเรื่องงบซื้ออะไรต่าง ๆ ที่จังหวัดขอนแก่น จังหวัดกาฬสินธุ์ จะได้เป็นโอกาสให้รัฐบาลได้เอาขยะออกจากใต้พรม ท่านนิพิฏฐ์บอกว่าผมไม่รู้เรื่อง การที่มีการทุจริตท้องถิ่นผมไม่ทราบครับ จากนี้ทราบแล้ว จะขอหลักฐานท่านนิพิฏฐ์ จะขอหลักฐานท่านวิลาศ และจะดำเนินการเพราะผมได้รับแต่งตั้งโดยมติคณะรัฐมนตรี ขอบคุณอีกครั้งที่เอาเรื่องนี้มาอธิบาย ทีนี้ผมเคยบอกตรงนี้แล้วในสภาด้วยความเคารพ ไม่ได้สอนใครหรอกครับ ละเว้น ละเว้น ละเว้น คนจะละเว้นได้ต้องมีหน้าที่แล้วไม่ทำ วันนี้จะเห็นว่าสภาพูดอยู่คำเดียวปล่อยปละละเลย ปล่อยปละละเลย ผมก็เลยไปเปิด พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานหมายความว่าการไม่เอาใจใส่หรือทอดทิ้ง คำว่าปล่อยปละละเลยคือการไม่เอาใจใส่หรือทอดทิ้ง ท่านนายกรัฐมนตรีมอบให้ รองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีท่านใดกำกับดูแลหน่วยงานหรือโครงการใดย่อมหมายถึง ท่านไม่ได้ทอดทิ้งหรือไม่เอาใจใส่ ผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ว่าเราถูกขึ้นเป็นเบอร์ ๒ ผมเป็นประธานการประชุม ปคบ. นี่ผู้ได้รับเลือกตั้งใหม่เป็นประธานองค์กรแรงงานโลก กำลังจะมา ๑๓-๑๔ ธันวาคม มาขอพบนายกรัฐมนตรีกับผม เพราะเรารายงานไป เราทำงานไปเราแก้ไขปัญหาเขารู้ว่ารัฐบาลทำจริง ถามว่ารัฐบาลที่แล้วทำไหม ทำ ก็ทำต่อเนื่องกันไม่ได้มีงดเว้น ละเว้น ใครเป็นรัฐบาลก็อยากให้บ้านเมืองมีความสุข ท่านนิพิฏฐ์ครับ รัฐบาลชุดนี้ ๑. มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาทุจริต ในอดีตจะมีหรือไม่ ผมไม่ทราบ แต่รัฐบาลชุดนี้ตั้งคณะทำงานขึ้นตรวจสอบการทุจริตรับจำนำข้าว งบเยียวยาน้ำท่วม งบท้องถิ่น ผมเรียนเพิ่มเติมอีกนิดว่าที่ท่านอภิปรายมันงบท้องถิ่น มันงบกระจัดกระจาย แต่ถามว่าโกงได้ไหม ไม่ได้ ถามว่านายกรัฐมนตรีรู้ไหม ไม่ทราบหรอกครับ ถามว่าผมรู้ไหม ผมก็ไม่ทราบเพราะว่าผมไปเปิดดูระเบียบพัสดุว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง พ.ศ. ๒๕๓๕ งานท้องถิ่นถ้าเกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ต้องประกวดราคา ทำทีโออาร์ อีออกชัน จัดซื้อจัดจ้าง ตั้งคณะกรรมการตรวจการจ้างถ้าถูกต้องจ่ายเงิน ไม่ถูกต้องกรรมการสั่งแก้ไข นั่นเกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท พอท่านอภิปรายผมเห็นเป็นประโยชน์ผมก็ไปเปิดดู ทีนี้ถ้าต่ำกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทจะทำอย่างไร ไม่ต้องประกวดราคา ใช้สอบราคา สอบราคาเสร็จ ประกาศสอบหาผู้รับจ้าง เซ็นสัญญาจ้าง ตั้งคณะกรรมการตรวจการจ้าง เสร็จงานตรวจรับงาน ถ้างานไม่เสร็จไม่รับ ทีนี้ต่ำกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาทก็ใช้ตกลงราคา เรียกผู้สนใจมาทำสัญญาจ้าง ตกลงราคาได้เลย เพราะฉะนั้นที่ท่านตรวจพบผมชื่นชมนะครับ และผมก็เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง ผมจะขอหลักฐานท่านแล้วดำเนินคดี ผมเรียนตรงนี้จะกระทบใจใครก็ไม่ว่า ประชุม ครม. นายกรัฐมนตรีพูดหลายครั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งหลายถ้าดูโทรทัศน์ให้สำนึกเอาไว้ว่า ท่านนายกรัฐมนตรีปรารภงบภัยแล้งมาเบิกหน้าหนาว งบหน้าหนาวมาเบิกหน้าแล้ง แล้วงบ ๕๐ ล้านบาทที่อยู่ในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดท่านนายกรัฐมนตรีไม่เคยอยากให้เลย และก่อนจะจบขอบคุณ ส.ส. วิลาศ ขอเอาหลักฐานมาให้ผม ขอบคุณท่านนิพิฏฐ์ เอากันใหญ่เสียทีเถอะ เอะอะก็ว่านักการเมืองโกง ไอ้พวกข้าราชการประจำโกงก็ต้องดำเนินคดี ผมมีเรื่องกราบเรียนเท่านี้ครับ ขอบพระคุณ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ประเด็น ที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีวันนี้ได้มาอ่านเอกสารให้ครบถ้วน ผมก็ต้องขอขอบคุณ ที่ขอบคุณ เพราะว่าความจริงแล้วผมพูดถึงเรื่องนี้เมื่อวานนี้ด้วยเหตุผลง่าย ๆ ครับ ๒ ข้อ

ข้อแรก ผมต้องการยืนยันว่ากรณีของ พันตำรวจโท ทักษิณ นั้น เข้าตามหลักเกณฑ์ที่จะต้องมีการถอดยศ ซึ่งถ้าท่านประธานเอาเทปมาฟังในคืนวันแรก ที่มีการอภิปรายท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม และคุณสาทิตย์อภิปราย รองนายกรัฐมนตรีเฉลิม ตอบคุณสาทิตย์ครับว่า สตช. บอกว่าไม่เข้าหลักเกณฑ์ คำตอบในวันแรกจึงเป็นเท็จ ผมก็จึงได้มาพูดเรื่องนี้เมื่อวานนี้ว่าท่านตอบได้อย่างไรว่าไม่เข้าหลักเกณฑ์ เพราะคุณสาทิตย์ บอกชัดเจนว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาได้มีการส่งความเห็นมาให้ ๒ ครั้ง

ประการที่ ๒ ที่กระผมพูดก็คือว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมชี้แจงเรื่องของ ปัญหาการปฏิบัติตามกฎหมาย ป.ป.ช. โดยบอกว่าเรื่องสำคัญ ๆ ไม่ใช่เฉพาะสำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกา แต่คณะกรรมการจะต้องเป็นผู้ตีความ เมื่อตีความจึงมีความน่าเชื่อถือ กระผมก็จึงได้กราบเรียนว่าแล้วทำไมท่านไม่ใช้เหตุผลเดียวกันในกรณีการถอดยศ พันตำรวจโท ทักษิณ เพราะฉะนั้นผมต้องขอบคุณท่านว่าวันนี้ท่านอ่านเอกสารชัดเจนแล้ว ว่า สตช. ยืนยันว่าเข้าหลักเกณฑ์ ตรงกับที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาบอก สตช. ส่วนเหตุผลที่ สตช. ให้ในการที่ไม่ถอดยศ ฟังได้ว่า ๑. ไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้ง ๒. เรื่องนี้ไม่จำเป็นที่จะต้องรีบทำเพราะไม่ได้ระบุเอาไว้ว่าต้องทำภายในเมื่อไร กระผม ก็กราบเรียนตรงนี้แหละครับ พอดีท่านนายกรัฐมนตรีเดินออกไป ท่านนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน กตช. ประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม อยากจะไปนั่งเป็นประธานก็นั่งไม่ได้ครับ เพราะท่านเคยบอกผมเอาไว้ครับว่าถึงผมอยากให้ รองสุเทพไปนั่งเป็นประธาน กตช. ทำไม่ได้ เรื่องนี้พรรคฝ่ายค้านขอแจ้งประธาน กตช. ณ บัดนี้ ขอให้ท่านวินิจฉัยว่าการที่มีการวินิจฉัยข้อกฎหมายเข้าหลักเกณฑ์ตามระเบียบนั้น เหตุผลที่บอกว่าทำเรื่องหนึ่งเรื่องใดแล้วจะเกิดความขัดแย้ง กับ ๒. การไม่ทำเรื่องหนึ่งเรื่องใด เพราะกฎหมายไม่ได้บังคับว่าจะต้องทำในระยะเวลาเท่าไร ท่านประธาน กตช. จะให้เป็น นโยบายที่ตำรวจถือปฏิบัติต่อไปหรือไม่ ผมกราบเรียนเพราะว่าประการแรก ถ้าถือว่า การจะกระทำเรื่องใดตามกฎหมาย กฎระเบียบแล้วเกิดความวุ่นวาย ไม่จำเป็นต้องทำ ท่านกำลังจะมีนโยบายว่าต่อไปนี้ถ้าใครทำผิด ขอให้สร้างความวุ่นวายในบ้านเมืองเข้าไว้ เพราะจะเป็นเหตุในการให้บ้านเมืองนั้นบอกว่าอย่าเพิ่งไปทำอะไรเดี๋ยวจะเกิดความวุ่นวาย ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน กตช. ต้องตอบว่าจะเป็นนโยบายตำรวจต่อจากนี้ไป ใช่หรือไม่ เพราะมันเป็นหลักการและเหตุผลทำนองเดียวกันกับกฎหมายปรองดอง ที่ท่านนำเสนอซึ่งเสนอแล้วเลือกปฏิบัติด้วยเพราะด้านหนึ่งบอกเสนอกฎหมายปรองดอง ล้างผิดฝ่ายตัวเองแต่อีกด้านหนึ่งเดินหน้าบอกใครอยู่ฝ่ายตรงข้ามเล่นงานเต็มที่ ประการที่ ๒ ผมอยากจะทราบนโยบายของประธาน กตช. ว่าต่อไปนี้เมื่อศาลมีคำพิพากษาตัดสินคดีแล้ว เป็นหน้าที่ตำรวจมาวิเคราะห์ต่อใช่ไหมครับว่าศาลใช้เหตุผลดีหรือไม่ จะให้กระบวนการยุติธรรม เป็นอย่างนี้หรือไม่ในสายตาของนายกรัฐมนตรีที่เป็นประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ ผมกราบเรียนท่านประธานเท่านี้ ถือว่าได้แจ้งประธาน กตช. แล้ว และพวกกระผม จะได้ติดตามตรวจสอบการตัดสินใจของประธาน กตช. ต่อไป ซึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม ไม่ได้เป็นประธาน กตช. ไม่ต้องตอบผมครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เราต้อง ให้สิทธิท่านพาดพิง ให้ท่านพูดหน่อยครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ไม่นอกเรื่องครับ ในเรื่องครับ จะได้เข้าใจตรงกัน ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง บัญชีรายชื่อ ในฐานะ รองนายกรัฐมนตรี เมื่อสักครู่นี้ผมอาจจะอ่านไวไป ท่านมีมารยาทหน่อยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อย่าโห่ครับ ไม่ดีครับ ในสภาครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

มีมารยาทนิดหนึ่งครับ คือมันมี ๒ ท่อน ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพลเขาเห็นอย่างหนึ่ง แต่เมื่อมาถึง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเขาปฏิบัติราชการ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเขาเห็น อีกอย่างหนึ่ง เขาเห็นว่าไม่ควรถอด ไม่ใช่ถอดก็ได้ไม่ถอดก็ได้ เขาเห็นว่าไม่ควรถอด เพราะ ๑. คดีความที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องทุจริต ๒. ไม่ได้ประพฤติชั่วร้ายแรง ๓. คดีที่ตัดสิน คุณหญิงพจมานท่านเป็นคนซื้อที่ดิน ศาลบอกไม่ผิด แต่ท่านทักษิณเซ็นยินยอมให้คุณหญิง ซื้อที่ดินแล้วศาลบอกว่าผิด เมื่อไม่นานมานี้ศาลแพ่งรัชดาได้เรียกสัญญาซื้อขายที่ท่านทักษิณ เซ็นยินยอมให้คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ซื้อที่ดินไปพิจารณาแล้วบอกสัญญาเป็นโมฆะ แบค ทู เบสิค (Back to basic) คุณหญิงต้องคืนที่ดินกองทุนฟื้นฟู กองทุนฟื้นฟูก็คืนเงิน ถ้าศาลแพ่งรัชดาได้ตรวจสอบสัญญาก่อน ท่านทักษิณก็ไม่ต้องถูกดำเนินคดี ตำรวจเขาก็ เอาเรื่องเหล่านี้มาประมวลประกอบ ไม่ใช่ว่าเขาไม่ฟังคณะกรรมการกฤษฎีกา มันมีหลาย ภาคส่วน สุดท้าย ลาสท์ ไลน์ (Last line) จริง ๆ เขาไม่ถอดยศ และตามประเพณีปฏิบัติ ถ้าไม่ประพฤติผิดวินัยร้ายแรง ไม่ทุจริตคดโกงก็ไม่เคยมี จึงเป็นที่มาว่าเขามีบรรทัดฐานว่า ดุลยพินิจและอำนาจ ก็ด้วยความเคารพคุณหญิงครับ จริง ๆ ท่านอภิสิทธิ์กับผม เรียนนะครับ หลายคนนึกว่าท่านเรียนมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ดครับ ท่านจบนิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหงเหมือนผม ตอนเป็นดุษฎีบัณฑิตก็พร้อมกันครับ แต่ท่านกิตติมศักดิ์ ท่านรับพระราชทานก่อนผมใช่ไหม ผมรับทีหลังท่านวันหนึ่ง ด้วยความเคารพ ไม่มีอะไรกันเลยครับ แล้วที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าจะมีใครไปกลั่นแกล้งท่าน แกล้งไม่ได้หรอก จะแกล้งอย่างไร เพราะผมยังเคยพูดว่าถ้าท่านไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในฐานะตัวการสำคัญ ท่านก็ไม่ผิด แล้วผมยังเคย ให้สัมภาษณ์ ถ้าการดำเนินการเป็นการดำเนินการที่ถูกต้องชอบธรรม มันก็ไม่ผิด เข้าข้อยกเว้น เช่นเดียวกันเหมือนทหารก็ได้รับข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๐ เรียนด้วยความเคารพ รู้จักกันมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๖ ผมปราศรัยที่สนามหลวง ท่านกลับจาก ประเทศอังกฤษก็ไปช่วยหาเสียงที่สนามหลวง ให้เพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์รู้ว่า ผมไม่มีวันกลั่นแกล้ง ขอบคุณครับ

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านอภิสิทธิ์ครับ ให้คู่กรณีครับ ท่านสุนัยรอสักครู่ครับ อย่าเพิ่งประท้วงเลยครับ ให้ท่านตอบประเด็นที่เกี่ยวข้องก่อนครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร นี่แหละครับ ผมถึงบอกว่าถ้าส่งเอกสารมาเสียตั้งแต่วันแรกนี่เราจะได้รู้อย่างไรครับอันไหนความเห็นใคร อันไหนความเห็นท่าน ผมยืนยันอีกครั้งนะครับ จะอ่านกี่รอบมันก็เข้าหลักเกณฑ์ แล้วท่าน อย่าไปพูดเรื่องว่าประพฤติชั่วร้ายแรงไม่ร้ายแรง คนละข้อครับ ไปอ่านระเบียบสิครับ ระเบียบเขาแยกไว้ครับ ข้อที่เข้านี่คือต้องคำพิพากษาให้จำคุกครับ มันแยกข้อกันไว้ครับ นั่นประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ผมกราบเรียนอีกครั้งครับ ตกลงผมถามท่านประธาน กตช. ว่า ต่อไปนี้ตำรวจจะพิจารณาใช่ไหมครับว่าคำพิพากษาศาลนี่มีเหตุผลอะไร ผมกราบเรียน อย่างนี้ครับ ที่จริงท่านพูดเรื่องนี้หลายครั้ง กราบเรียนว่าคดีที่ดินรัชดา เหตุผลที่ พันตำรวจโท ทักษิณผิด คุณหญิงไม่ผิด เพราะว่า ท่านต้องไปดูตัวกฎหมาย ป.ป.ช. เขาบัญญัติไว้ว่าใครห้ามทำอะไร ตรงนั้นครับคือหัวใจ ทีนี้ท่านก็มาพูดอ้างเสมอบอกว่าศาลแพ่งตัดสินสัญญาเป็นโมฆะ นี่ถ้าตัดสินก่อน ท่าน พันตำรวจโท ทักษิณก็จะไม่โดนคดีอาญา ผมขออภัยนะว่าท่านต้องกลับไปทบทวนให้ดี คดีแพ่งถือข้อเท็จจริงในคดีอาญาเป็นหลัก เหตุผลที่ศาลแพ่งบอกสัญญาเป็นโมฆะก็เพราะว่า ศาลทางอาญาตัดสินแล้วอย่างไรว่าผู้เกี่ยวข้องกระทำความผิดเขาถึงยกเลิก ท่านจะมาเอา ตรรกะย้อนกลับไปบอกว่าศาลแพ่งเป็นโมฆะ เพราะฉะนั้นถ้าตัดสินก่อนศาลอาญาก็จะว่า ไม่ผิด ไม่ใช่ครับ ไปเรียนปริญญาเอกมันแคบ หลักทั่วไปอยู่ปริญญาตรีครับ ผมเรียนปริญญาตรี ผมยืนยันหลักเป็นอย่างนี้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาละครับ สั้น ๆ ท่านเฉลิมครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

นิดเดียวครับ ท่านประธานที่เคารพ เรียนท่านประธานถึงผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ผมอ่านคำพิพากษา ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสิน ๕ คนที่บอกว่าผิด แต่อีก ๔ คนบอกไม่ผิด นักวิชาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พวกเกจิทางกฎหมาย ๘ คน มีความเห็นตรงกันข้ามกับ ๕ ผู้พิพากษา มุมมองด้านกฎหมายไม่เหมือนกันไม่ว่าแคบว่ากว้าง ปัญหาก็คือว่าที่ท่านต้องมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำผิดด้วยเพราะมีการซื้อขาย ถ้าสัญญาโมฆะ ไม่มีการซื้อขายจะผิดอย่างไรล่ะครับ ไม่ผิด ทีนี้เรียนท่านอย่างนี้แล้วผมจะไม่พูดเรื่องนี้อีกแล้ว และผมหวังว่าจะไม่มีใครเอาเรื่องนี้มาพูดในสภาเพราะว่ามันเสียเวลา ท่านประธานครับ เรียนท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ระเบียบว่าด้วยการถอดยศไม่ได้บัญญัติ เป็นการบังคับว่าต้องถอดยศ ระเบียบให้เป็นดุลยพินิจในการดำเนินการ ตำรวจเขาก็เลย มีช่องทาง ทีนี้ท่านถามว่าประธาน กตช. ผมไม่ได้เป็น แต่การถอดยศ ปลด ย้ายเป็นอำนาจ ของคณะกรรมการ ก.ตร. ผมจะรับข้อสังเกตของท่านไปว่าแนวคิดแนวทางอย่างไร ที่จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ระเบียบมันมีความรัดกุมให้ดีขึ้น น่าเชื่อถือมากขึ้น ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านนิพิฏฐ์ที่พาดพิงกับท่านเฉลิม

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพัทลุง ก็ไม่ถือว่าเป็นการพาดพิง แต่ว่าขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานถึง ร้อยตำรวจเอก เฉลิมที่ท่านได้กรุณาขอหลักฐาน การทุจริตของรัฐบาลนี้ในที่ผมได้อภิปรายไป ผมเรียนย้ำอีกสักครั้งหนึ่งว่าที่จังหวัดขอนแก่น สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินไปตรวจโครงการ ๒๑ โครงการ ทุจริต ๒๐ โครงการ แล้วก็ขอเรียกเงินคืนด้วย เรื่องที่ ๒ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตในภาครัฐไปตรวจงบประมาณในการก่อสร้างถนนบ้าง ขุดลอกแหล่งน้ำบ้าง งบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท สุ่มตรวจ ๔๐ โครงการ ทุจริต ๔๐ โครงการในจังหวัดขอนแก่น จังหวัดอุดรธานี จังหวัดหนองคาย จังหวัดบึงกาฬ และจังหวัดเลย ทั้งหมดผมเรียนท่าน อย่างลูกผู้ชาย ผมไม่มอบให้ท่านหรอก ที่ผมไม่มอบให้ท่านผมไม่เชื่อท่านครับ ผมไม่เชื่อว่า ท่านจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างโปร่งใสได้ ท่านรัฐมนตรีเฉลิมจำได้ไหมครับ ท่านเคยพูดว่า เรื่องนี้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐตรวจสอบแล้ว แล้วท่านยังพูดเองว่าหลักฐานเลื่อนลอย เขาตรวจสอบพบการทุจริตแล้วท่านยังบอกว่า เลื่อนลอยเลยครับ เพราะฉะนั้นผมไม่มอบให้ท่านทั้งหมดผมไม่เชื่อท่านที่ไม่มอบให้ ด้วยความเคารพ แต่ผมจะมอบให้กับ ป.ป.ช. ครับ ผมเชื่อ ป.ป.ช. มากกว่าท่าน เรื่องสุดท้าย ผมขออนุญาตเรียนท่านในฐานะที่ท่านจบกฎหมาย ปริญญาเอก ที่ท่านพูดถึงเรื่องการทุจริต หรือไม่ทุจริต เรื่องกฎหมายห้ามกระทำตามมาตรา ๑๐๐ ป.ป.ช. เรื่องนี้ท่านอย่าพูดต่อไปเลยว่า ท่านทักษิณไม่ทุจริต ประมวลกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา ๑๐๐ ที่ท่านพูดถึงเดิมเขาไม่ได้เขียน อย่างนี้ไว้จริงครับ เขาไม่เขียนไว้ชัด แต่ผมเป็นประธานแก้กฎหมาย ป.ป.ช. ฉบับนี้ครับ กฎหมายฉบับนี้ลงราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๕๔ ครับ ในกรณีที่ภรรยากระทำให้ถือว่าสามีกระทำ และความผิดในหมวดนี้ให้ถือว่าเป็นการทุจริต เขาแก้แล้วครับ เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ท่านอย่ามาพูดว่าคุณทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้ทุจริต เพราะกฎหมายแก้แล้วว่าคุณทักษิณเป็นคนทุจริต ท่านครับ ถ้าท่านมีเจ้าหน้าที่ อยู่หลังบัลลังก์ท่านเรียกเขามาดูครับ มาตรา ๑๐๐ ป.ป.ช. เขาแก้แล้วเมื่อวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๕๔ ถือว่าการกระทำตามมาตรา ๑๐๐ ใครก็ตามกระทำความผิดมาตรานี้ถือเป็น การทุจริตครับ คุณทักษิณทุจริตแน่นอนครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องให้ท่านเฉลิมตอบโต้กันก่อน ท่านสุนัยรอสักครู่ครับ ก็ให้ท่านก่อนก็แล้วกัน

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมยืนยันกับคุณนิพิฏฐ์ ทุจริตคือการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญมันศักดิ์สิทธิ์เท่ากฎหมายหลักไม่ได้ มุมมองของคุณก็มุมมองไป มุมมองของผมก็เป็นมุมมองของผม ผมไม่มีสิทธิห้ามคุณพูด แล้วคุณก็ไม่มีสิทธิห้ามผม ที่ผมบอกว่าไม่ได้ทำผิดกฎหมาย แต่ทำในสิ่งที่กฎหมายห้าม เพราะมาตรา ๑๐๐ ชาวบ้านทั่วไปทำได้ไม่ผิด แต่นักการเมืองทำถึงผิด เขาเรียกว่าไม่ได้ทำผิดกฎหมาย แต่ทำในสิ่งที่กฎหมายห้าม ท่านไม่ต้องมาห้ามผมว่าห้ามพูดต่อไป ท่านก็พูดต่อไปเถอะ ก็พูดกันอย่างนี้ถึงแพ้เลือกตั้ง ๒ ครั้งติดต่อกัน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับท่าน เดี๋ยวจะพาดพิงไปท่านอื่นครับ พอแล้วครับ ท่านนิพิฏฐ์ครับ

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เดี๋ยวให้เขาได้พาดพิงกันก่อนครับท่านสุนัย ก็ ๒ ท่าน ประท้วงผมเดี๋ยวผมให้สิทธิประท้วงครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ผมไม่ต้องการจะวิวาทะกับท่านเรื่องนี้ครับ ท่าน ร้อยตำรวจเอก เฉลิมจะมีความเห็นเรื่องนี้อย่างไรก็แล้วแต่ท่านเถอะครับ เราห้ามความเห็นกันไม่ได้ เพียงแต่ผมอธิบายกฎหมายท่านว่ากฎหมายฉบับนี้มันผ่านสภาแล้ว แล้วมันประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว มาตรา ๑๐๐ ของท่านที่บอกว่ากฎหมายห้ามแล้วไม่ผิด ท่านจะแปลความอย่างไรก็ตาม แต่กฎหมาย มาตรา ๑๐๐ ป.ป.ช. มีการแก้ไขเพิ่มเติม แล้วประกาศใช้เมื่อวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๕๔ บัญญัติว่า ท่านไม่ดูให้ครบครับ กฎหมายเขียนไว้ว่าใครกระทำความผิดตามมาตรา ๑๐๐ ความผิดในหมวดนี้ก็เพิ่มเติมแล้ว ความผิดในหมวดนี้ให้ถือว่ากระทำการทุจริต ท่านไปดูหน่อยสิครับ ของท่านมันของเก่าครับ ของผมมันของใหม่ ทุจริตครับท่าน อย่านำความเห็นของท่านมาแสดงตรงนี้ ว่ากันตามกฎหมาย

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับท่าน พอแล้วครับ ท่านนิพิฏฐ์พอแล้วครับ พอแล้วครับท่านเฉลิมไม่อนุญาตแล้ว ก็ท่านสุนัยประท้วงผม ผมให้โต้วาทีไม่ได้ พอแล้วครับท่าน พอแล้วครับทั้งคู่ผมไม่อนุญาตแล้ว เชิญท่านสุนัยครับ ท่านประท้วงผมเรื่องอะไรว่ามาเลยครับ ผมว่าพอแล้วท่านเฉลิม ไม่ให้ตอบโต้กันไปมา ๑ นาทีครับท่าน

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ หลักกฎหมายทั่วไป หลักกฎหมายสากล การแก้กฎหมายเขาไม่ให้มีผลย้อนหลังในทางเป็นโทษ เว้นแต่ในทางเป็นคุณ คุณนิพิฏฐ์เข้าใจไหม

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับ ๆ ท่านนิพิฏฐ์ ไม่ได้ ๆ คืออย่างนี้ท่านสุนัยผมให้โอกาสท่านเฉลิมก็ต้องให้โอกาส ท่านนิพิฏฐ์ครึ่งนาทีเหมือนกัน

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอธิบาย ท่านประธานไม่เสียเวลาเยอะนะครับ เพียงแต่ว่าเราเถียงกัน เราเถียงกันว่ามาตรา ๑๐๐ เมื่อเป็นการกระทำของคู่สมรสเจ้าหน้าที่ทางการเมืองมีความผิดหรือไม่ เราเถียงกันอย่างนี้ มานานแล้ว ท้ายที่สุดเขาก็เลยมาบอกว่ามันเป็นการทุจริตด้วยครับ ไม่มีโทษย้อนหลังหรอกครับ แต่เป็นการอธิบายเพิ่มเติมว่าใครก็ตามกระทำความผิดตามมาตรา ๑๐๐ ถือว่า เป็นการกระทำโดยทุจริตครับ เท่านั้นละครับ ผมก็เลยยืนยันว่าต่อไปนี้ท่านอย่าไปพูด และขายขี้เท่อเขา ในมาตรานี้ก็หมายถึงการทุจริตครับ เท่านั้นละครับ

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับ ท่านนิพิฏฐ์พอแล้ว ท่านสุนัยประท้วงเรื่องอะไรครับ ก็เป็นอย่างนี้ ผมไม่อนุญาต ทั้งคู่ละครับ เชิญท่านสุนัยนะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร ผมประท้วงท่านประธานและประท้วงท่านผู้อภิปราย ถ้าท่านประธาน จะได้ให้ความกรุณาให้ผมได้ใช้สิทธิเสียก่อนนี่ผมคิดว่าเราน่าจะไม่มีปัญหาอย่างนี้ ประท้วงท่านประธาน เรื่องที่ ๑ ก็คือตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ท่านครับ เราวางมาตรฐานมาไว้ เยอะแล้วครับว่าสภานั้นแม้จะมีการโต้เถียงกันพาร์เลียเมนท์ (Parliament) พาร์เลียเมนท์ แปลว่าที่คุยกันก็จริง แต่เราไม่ได้สนับสนุนให้มีการโต้วาทีกัน ถ้าจะสักทีสองทีก็พอสมควร นี่เล่น ๓ วง ๔ วง ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ศาล ไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญ แสดงความเห็นกัน ก็น่าจะพอแล้ว นี่ประการที่ ๑

ประการที่ ๒ การใช้สิทธิตาม ผมใช้ข้อบังคับ ข้อ ๖๑ นี่ ท่านได้ดำเนินการ ใช้สิทธิโดยไม่ชอบ ปิดปากพวกเราหลายเรื่อง นี่คือการขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติ ไม่ไว้วางใจ ผมไม่มีสิทธิลุกขึ้นมาโต้แย้งในบางประเด็น เว้นเสียแต่ว่าการทำผิดข้อบังคับ แต่มีการพูดถึง ๒ เรื่องที่ปิดปากเราและเป็นการบิดเบือน นั่นคือว่าด้วยร่างพระราชบัญญัติ ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ. .... เราต้องเห็นความสามัคคีของคนในชาติ พวกเรา เซ็นชื่อกันทั้งนั้น แต่ท่านมาพูดบิดเบือนเรื่องการปรองดอง แล้วเราก็โต้ไม่ได้ ดังนั้นวันนี้ ท่านครับ พูดมาหลายคนแล้ว ผมขอเสนอท่านประธานว่าเรื่องการพูดถึงร่างพระราชบัญญัติ ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ. .... นั้น ถ้าท่านพูดเมื่อไรถือว่าไม่ตรงกับเรื่องญัตติ ไม่ไว้วางใจเพราะนั่นกำลังรุกล้ำสิทธิของเราเป็นผู้เสนอกฎหมายกับเรื่องรัฐธรรมนูญ

ประการที่ ๓ ท่านประธานครับ เรื่องที่ ๓ ที่ผมต้องประท้วงท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้เขาประท้วงผม ผมได้วินิจฉัยให้เขาก่อนเดี๋ยวผมอนุญาตท่าน ไม่ครับประท้วงทีละ ๓ ท่านไม่ได้ครับ ท่านอย่าไปว่าอย่างนั้นครับเอาตามนั้นมี ๓ ข้อให้เขาว่าให้หมดก่อนครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ประเด็นที่ ๓ สุดท้าย ท่านประธานครับ ท่านประธานได้ปล่อยให้เกิดการอภิปรายที่ไม่ได้เกี่ยวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจเลย การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นการควบคุมรัฐบาลสูงสุดเวลาของสภาจึงมีค่ามาก แต่ปรากฏว่า พูดเรื่องเก่า ๆ ตลอด ไม่ใช่พูดเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินในรัฐบาลนี้เลย แล้วก็โยงกัน เรื่องทักษิณท่านพูดมา ๓-๔ ปีแล้วครับ ผมก็อยู่สภา

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับท่าน พอแล้วครับ ท่านนั่งลงครับผมไม่อนุญาตแล้วมันเสียเวลาสภา ผมไม่ให้พูดแล้ว ไม่ได้หรอกครับ ผมจะวินิจฉัยท่านก็พอแล้วครับ ท่านต้องนั่ง ท่านจะอภิปรายหรือท่านประท้วงครับ ประท้วงก็บอกข้อบังคับมาก็บอกผมผิดข้อไหน ผมจะได้วินิจฉัย

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ก็ข้อ ๘ อย่างไรละครับ ผมประท้วง ท่านประธานข้อ ๘ ๓ ประเด็น ถ้าท่านประธานไม่วินิจฉัยท่านผิด แล้วสุดท้ายที่ต้อง เปิดให้ผม ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

นั่งลง ผมวินิจฉัยว่าผมไม่ผิด ผมทำหน้าที่ตามข้อ ๘ อย่างเต็มที่ ขอบคุณครับไม่ต้องประท้วง ผมอีก

(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านวัชระประท้วงเรื่องอะไรครับ ผมจะต้องให้เวลารัฐมนตรีชี้แจงอีก ๓ ท่าน เสียเวลาครับ ว่ามาเลยครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ วรรคสอง คำตอบของ ท่านรองนายกรัฐมนตรีทำให้มาตรฐานของมหาวิทยาลัยรามคำแหงเสียหาย

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ครับไม่เกี่ยวครับ ท่านไปเอ่ยถึงมหาวิทยาลัยไม่ได้ ผมไม่อนุญาต เอาอย่างนี้ขอเถอะ ผมจะให้รัฐมนตรีที่ถูกพาดพิงชี้แจงนี่ก็ขอผมมาตั้งนานแล้วครับ เดี๋ยวผมจะให้สิทธิ ท่านอาจารย์ครับ เชิญท่านรัฐมนตรีท่านณัฐวุฒิครับ เอาเฉพาะประเด็นที่เสียหายไม่เสียหาย ผมไม่อนุญาต

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขอบคุณ ท่านประธานที่ได้กรุณาให้โอกาสนะครับ และยืนยันว่าผมจะใช้เวลาของสภานี้ให้คุ้มค่า และสมเหตุสมผลที่สุดกับประเด็นที่เพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านได้อภิปรายไม่ไว้วางใจ ค่อนข้างลำบากใจถ้าท่านประธานบอกว่าจะให้พูดเฉพาะประเด็นที่เสียหาย เพราะเนื้อหาสาระ เรื่องยางพาราที่พูดเมื่อวานผมเสียหายทุกประเด็น แต่ว่าจะกล่าวโดยสรุปดังนี้

(นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านณัฐวุฒิครับ ท่านสุกิจประท้วงอะไรอีกครับ คืออย่างนี้ครับท่านสุกิจ ผมก็ประสาน ท่านนริศแล้วก็อนุญาตให้ใช้สิทธิพาดพิง ก็คุยกันมากับท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ก็ตกลงกันแล้ว จะได้ไม่เสียเวลายังมีเวลาอีก ๖ ชั่วโมงเราก็จะปิดการประชุมแล้ว ทำมา ๒ วันครึ่งนะครับ ท่านไม่ต้องประท้วงอีกแล้วครับ เดี๋ยวทางนี้ก็จะประท้วงอีก มันก็ไม่จบไม่เดินหน้านะครับ เวลาไม่พอแล้วท่านก็จะโทษผมอีกครับ ผมมีหน้าที่ควบคุม เวลาด้วยนะครับผมให้ท่าน ๑ นาทีครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ท่านประธานครับ ผม หมอสุกิจ ส.ส. จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานบอกว่าให้ใช้สิทธิพาดพิง แต่ท่านประธานฟังท่านรัฐมนตรี พูดสิครับ ท่านพูดว่าท่านจะชี้แจงในประเด็นที่ผมอภิปราย เพราะฉะนั้นความเข้าใจ ยังไม่ตรงกัน ท่านประธานต้องให้ตรงกัน แล้วผมขอเรียนถามในฐานะเป็นวิปว่าจะชี้แจง กี่คน ใช้เวลาเท่าไร พวกผมจะได้กะเวลาได้ถูกครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ครับท่านสุกิจ ผมก็พยายามบอกว่าเอาเฉพาะประเด็นที่เสียหาย ผมก็พยายาม ช่วยทุกฝ่ายครับ ขอความกรุณาเถอะครับ ท่านณัฐวุฒิก็กรุณาครับ ไม่เสียหายอย่าชี้แจง มันก็ผิดข้อบังคับเดี๋ยวก็มีประท้วงอีกเสียเวลา เรามีเวลาแค่ ๖ ชั่วโมงขอให้ใช้เวลา ให้เป็นประโยชน์ด้วยครับ ขอความกรุณาทั้ง ๒ ฝ่ายครับ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

เพื่อนสมาชิก ได้อภิปรายเมื่อคืนว่าเหตุหนึ่งสำคัญที่ราคายางพาราตกต่ำตั้งแต่ช่วงปลายปี ๒๕๕๔ เพราะมี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จากประเทศไทยในรัฐบาลนี้ไปลงนาม ทำความตกลงเอ็มโอยู (MOU) กับเอกชนที่ประเทศจีนจะซื้อยางพาราไม่เกิน ๑๐๕ บาทต่อกิโลกรัมตกต่ำตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านสมาชิกว่ารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คนดังกล่าว ก็คือเพื่อนร่วมพรรคผมที่ปฏิบัติหน้าที่ก่อนหน้าที่ผมจะเข้ารับตำแหน่ง แต่เขายืนยันว่า การลงนามในความตกลงนั้นเป็นการตกลงระหว่างเอกชนไทยกับเอกชนจีน หาได้มีผลผูกพัน ในเชิงนโยบายกับรัฐบาลไทยแต่อย่างใดไม่ นี่คือความชัดเจนในประการที่ ๑

ประการที่ ๒ เพื่อนสมาชิกได้อธิบายในภาพรวมว่าพอราคายางพาราตกต่ำ รัฐบาลชุดปัจจุบันก็อนุมัติงบประมาณมา ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ดำเนินโครงการ รักษาเสถียรภาพราคายางพารา ซื้อยางนำราคาในตลาด แล้วก็บอกว่าผมมาถึงก็ประกาศ ราคา ๑๒๐ บาทต่อกิโลกรัมจนตลาดปั่นป่วนเกษตรกรเสียหาย ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ โครงการนี้มันเริ่มต้นก่อตัวมาก่อนที่ผมรับหน้าที่ เกษตรกรชุมนุมที่อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา แล้วก็ยกคณะมาประชุมกันในคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ รองนายกรัฐมนตรี กิตติรัตน์ ณ ระนอง เป็นประธาน สรุปกันในที่ประชุมเป็นข้อเสนอของพี่น้องเกษตรกร เสร็จสรรพว่ารัฐบาลควรจะมีโครงการอนุมัติงบประมาณมารักษาเสถียรภาพราคา หลักเกณฑ์ของโครงการก็ตกลงกันมาจากในนั้นว่าแนวปฏิบัติจะเดินอย่างไร แล้วก็มี การนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๕ วันนั้นเป็นวันแรก ที่ผมทำหน้าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในที่ประชุม ครม. โครงการดังกล่าวจึงถูกอนุมัติออกมา แล้วผมก็ออกมาจากห้องประชุมพร้อมกับมติ ในโครงการนี้ เขาระบุในมติ ครม. ชัดว่าจะมีการซื้อยางนำราคาในตลาดโดยมีเป้าหมาย ๑๒๐ บาทต่อกิโลกรัม ตัวเลขนี้หาได้เป็นตัวเลขที่ผมเป็นรัฐมนตรีแล้วผมประกาศเอาเท่ห์ เอาหน้าแต่อย่างใดไม่ แต่เป็นตัวเลขที่พี่น้องเกษตรกรประชุมกันใน กนย. แล้วเสนอระบุ ในมติคณะรัฐมนตรี ผมก็บอกตามนี้ว่าโครงการนี้มีเป้าหมายอย่างนี้ไปพูดทุกที่ บอกเกษตรกรว่าไม่ได้หมายความว่าจะซื้อ ๑๒๐ บาททันที แต่ว่าประกาศราคานำตลาด ไปเรื่อย ๆ โดยมีเป้าหมายดังกล่าว เพื่อนสมาชิกก็บอกว่าการเดินโครงการนี้ เป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกทิศไม่ถูกทาง พูดถึงขนาดว่าไม่มีความสามารถ ไม่มีสมอง ผมก็อยากจะเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าแต่ก่อนร่อนชะไรยางพาราในประเทศไทย ราคาตก เขามีวิธีการใดบ้างในการแก้ปัญหา ท่านประธานที่เคารพครับ การแก้ปัญหา ราคายางพาราของรัฐบาล

(นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรีสักครู่ครับ ท่านสมบูรณ์ประท้วงอะไรครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าถ้าเกิดให้รัฐมนตรีชี้แจงต่อไปการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน จะไม่สมบูรณ์ครับ เพราะว่าเราไม่มีเวลาครับ ท่านประธานครับ เราทราบอยู่แล้วครับว่า รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์บริหารเรื่องราคายางพาราตกต่ำ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ครับ ผมไม่ให้ท่านอภิปรายต่อ ท่านสมบูรณ์ให้ผมวินิจฉัยครับ เดี๋ยวให้โอกาสท่านสรุป เพราะยังมี ๓-๔ คน ก็ให้จบโดยเร็ว ท่านประท้วงเรื่อย ๆ ก็ไม่ได้ให้โอกาสหรอกครับ ขออนุญาตเถอะครับ ผมก็ขออนุญาตท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรมาคุยกันเมื่อเช้า ท่านรัฐมนตรีไวหน่อยก็แล้วกันครับ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ในปี ๒๕๔๒ รัฐบาลที่แพ้เลือกตั้งแต่ได้เป็นรัฐบาลได้อนุมัติโครงการในวงเงินรวม

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ประท้วงกันอีกแล้ว ท่านอื่นก็จะไม่ได้ชี้แจง ท่านณัฐวุฒิครับ ผมขอความกรุณาเถอะครับ ยังมีผู้ที่จะต้องชี้แจงอีก ๔-๕ ท่านก็จะไม่มีโอกาส ท่านใช้เฉพาะที่ท่านเสียหาย ท่านเชื่อเถอะครับ ให้ผมวินิจฉัยก่อน ผมทำหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับท่าน กรุณาฟังผมก่อน คือท่านณัฐวุฒิ ผมก็ต้องเตือนท่านนะครับในฐานะรัฐมนตรี ผมก็ประธานผมก็ต้องทำหน้าที่ควบคุม การประชุม เพราะฉะนั้นท่านทางฝ่ายค้านเขาก็เร่งรัดในการใช้เวลาก็เป็นสิทธิของท่าน แต่รัฐบาลก็ต้องชี้แจงในข้อที่เสียหาย ท่านอย่ากล่าวไปถึงบุคคลท่านอื่นอีกนะครับ ขอความกรุณาว่าใช้สิทธิที่ท่านเสียหายพอ คนอื่นจะได้ชี้แจงและการประชุมจะไปได้ เชิญท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรก่อนครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อเช้าเราก็ตกลงกันเรียบร้อยว่าให้ชี้แจงในประเด็นที่เสียหาย ความจริงคำตอบของท่านรัฐมนตรีเมื่อสักครู่ยิ่งชัดว่าทำไมเราถึงให้ท่านนายกรัฐมนตรีตอบ เพราะท่านมาถึงท่านก็แก้ตัวเฉพาะตัวของท่าน บอกว่านโยบายเริ่มมาตั้งแต่ก่อน ที่ท่านจะเข้าไป มีการกระทำของรัฐมนตรีคนก่อนหน้า เราถึงบอกท่านนายกรัฐมนตรี ท่านต้องมาชี้แจงเพราะท่านอยู่มาตลอด ๑ ปี นั่นประเด็นแรก

ประเด็นที่ ๒ ก็เป็นอย่างนี้ครับพอจะให้ชี้แจง จากประเด็นที่เสียหายพาดพิง ย้อนกลับไปปี ๒๕๔๒ ไม่จำเป็นละครับ อธิบายสิครับ ถ้าอยากจะอธิบาย มีความจริงใจ จะให้กระบวนการมันเป็นเหตุเป็นผล อธิบายเฉพาะสิ่งที่เขาได้สอบถามเกี่ยวกับการบริหาร ในยุคนี้ ขอบคุณครับ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ท่านประธานครับ ผมใช้เวลาไปเพียง

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ท่านรัฐมนตรีครับ ผมต้องควบคุมตามข้อบังคับท่าน กรุณาผมเถอะครับไม่อย่างนั้น ผมก็ทำหน้าที่ไม่ได้ ก็โดนประท้วงครับ ขอความกรุณาทั้ง ๒ ฝ่ายครับ ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และรัฐมนตรี ผมก็ขอความร่วมมือท่านนะครับว่าชี้แจงอย่างเดียวครับ ท่านไม่พาดพิงครับ

(นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านประเสริฐพอแล้วครับ ผมได้ตักเตือนแล้วครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ คืออยากจะกราบเรียนว่าท่านรัฐมนตรีที่ชี้แจง ท่านไม่เข้าใจ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรบอกครับว่าอย่าถอยกลับไป ท่านบอกว่า พูดมาได้เพียง ๔ นาที ไม่ใช่เกี่ยวกับนาทีครับ เกี่ยวกับว่าเนื้อหาสาระที่ท่านพูด ท่านถอยกลับไปในสิ่งที่พวกผมไม่ได้อภิปรายครับ ตอบในสิ่งที่พวกผมอภิปรายสิครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับท่าน เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ท่านประธานครับ ผมเรียนว่าผมใช้เวลาไปเพียง ๔ นาทีเศษเพื่อที่จะอธิบายความทั้งหมด ผมไปต่อแล้วจำเป็นต้องชี้ให้เห็นนะครับ แล้วจะได้คำตอบที่ท่านผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร ร้อยตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ได้ตั้งประเด็นไว้เมื่อสักครู่นี้ ผมเรียนอย่างนี้ครับท่านประธานว่าเรื่องที่รัฐบาลชุดนี้ทำไม่ใช่เรื่องใหม่ เวลาราคายางตกต่ำ แต่ละรัฐบาลก็ใช้โครงการแบบนี้ครับ ลักษณะโครงการใกล้เคียงกัน ปี ๒๕๔๒ ถึงปี ๒๕๔๓ อนุมัติเงิน ๑๘,๖๒๖ ล้านบาท แล้วราคายางก็บวกขึ้น

(นายธนา ชีรวินิจ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านธนาประท้วงอีกแล้ว เชิญครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี ท่านอภิปรายท่านต้องหันหน้าไปยังประธานครับ ไม่ได้หันหน้ามาทางพวกผม การพูดในสภาท่านต้องพูดกับประธานสภา ไม่ใช่มาท้าทาย ฝ่ายค้านอย่างนี้ อย่าแสดงกิริยาที่ไม่สุภาพ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับ ท่านธนาพอแล้วครับ แบบผู้ใหญ่แล้วครับ วันนี้ก็จะจบด้วยดีนะครับ เหลือเวลาอีกนิดหน่อย ขอให้ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ต่อสภา

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

จ่าประสิทธิ์ ผมไม่อนุญาตนะครับ ไม่ ไม่ ไม่ นั่งลง ไม่ต้อง ไม่ต้อง ไม่ต้องเสียเวลาสภา ผมขอเถอะครับ กราบขอความกรุณาครับจ่าประสิทธิ์

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ท่านประธานครับ ก็ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่เพื่อนสมาชิกท่านล่าสุดได้ทักท้วง ทีนี้ผมปฏิบัติตัวยาก เพราะว่าท่านประธานกับผมอยู่ในระนาบเดียวกัน แต่เอาละครับ เพื่อไม่ให้เกิดเป็นประเด็นปัญหา ผมขออนุญาตมองตรงไปทางนี้ก็แล้วกัน โครงการนี้ คือผมทำยากจริง ๆ นะครับท่านประธาน ผมพยายามให้ความร่วมมือนะครับ เพราะว่าผม เห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่ระดับโลกในการทักท้วงประเด็นนี้ แต่ว่าโครงการนี้ไม่ใช่โครงการใหม่ ปี ๒๕๔๒ เขาอนุมัติเงินทั้งสิ้น ๑๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ขยับราคาจากเดือนธันวาคม ปี ๒๕๔๑ จนถึงเดือนธันวาคม ปี ๒๕๔๓ ๒ บาทเศษต่อกิโลกรัมเท่านั้นในงบประมาณ ๑๘,๐๐๐ กว่าล้านบาทที่รัฐบาลชุดนั้นได้ดำเนินการไป

(นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ครับ ท่านสมบูรณ์ประท้วงอะไร

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วถ้าเกิดท่านนายกรัฐมนตรีตอบก็คงเสร็จสิ้นแล้ว เมื่อคืนนี้ผมนั่งฟังการอภิปราย ของนายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ บอกว่าตั้งแต่รัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เข้ามาวันนั้น ราคายางอยู่ ๑๒๐ กว่าบาทแล้วบริหารไปปีเศษ ตอนนี้มันลงเหลือ ๗๐ กว่าบาท รัฐบาลแก้ปัญหาราคา

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ท่านสมบูรณ์ท่านประท้วงผมใช่ไหม ท่านไม่ต้องชี้แจงแทนเขา ท่านไม่ต้องชี้แจง แทนรัฐมนตรีให้เขาชี้แจงในประเด็นที่ท่านเสียหาย ผมให้สิทธิตรงนี้ ท่านกรุณา นั่งลงก่อนนะครับ ก็ให้เขาพูดก่อนครับ เขาพูด ๓ คำฝั่งโน้นฝั่งนี้ประท้วงผมก็พยายามจะฟัง ผมก็ปลูกยางผมอยากรู้มันทำอย่างไร ก็อยากฟังรัฐมนตรีว่าจะแก้อย่างไร

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

คือท่านประธานครับ ท่านประธาน ก็พยายามที่จะบอกรัฐมนตรีว่าชี้แจงพาดพิงเท่าที่รัฐมนตรีเกี่ยวข้อง ผมรู้ละครับรัฐมนตรี สุดท้ายเขาเลยต้องเปลี่ยนกระทรวง ก็คือเนื่องจากการแก้ปัญหา แก้ไม่ได้ตอนนี้ไม่ใช่ เป็นการแก้

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาละครับ ท่านครับ ขอความกรุณาท่านสมบูรณ์เราผู้ใหญ่ด้วยกันแล้ว เวลามีน้อยขอรักษา เวลาให้กับสมาชิก ท่านนั่งลงก่อน ท่านใจเย็น ๆ ท่านประท้วง ๓ รอบแล้วนี่ผมจำท่านได้

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็เลยเข้าใจว่าทำไม ๓ กรกฎาคม ปี ๒๕๕๔ ประชาชน ถึงเปลี่ยนรัฐบาล ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าในโครงการนี้

(นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมบูรณ์ครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ครั้งที่ ๔ ติดนิสัยรองนายกรัฐมนตรี เสียแล้ว

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

คือท่านได้กรุณากล่าวถึงผมก่อนนะครับท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านว่าอย่างไรนะครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธานครับ ผิดข้อ ๖๑ เลยครับ เสียดสีทันทีเลย

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวผมตัดสิน ผมตัดสิน ท่านสมบูรณ์นั่งลงครับ เดี๋ยวให้ผมวินิจฉัยเถอะครับ ผมเป็นผู้วินิจฉัย ท่านรัฐมนตรีครับลูกผู้ชายผิดก็รับผิด ถอน

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

คือผมยินดีครับ เพียงแต่ว่าท่านบอกว่าเป็นอย่างนี้ผมเลยต้องเปลี่ยนตำแหน่งรัฐมนตรี

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านถอนไปเถอะครับ ไม่เป็นไร เราจะได้จบแล้วเดินหน้า ผมเห็นใจรัฐมนตรีหลายท่าน ต้องชี้แจง ท่านสมบูรณ์ปิดไมโครโฟนของท่านด้วยครับ ท่านสมบูรณ์กรุณาปิดไมโครโฟน

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ท่านประธานครับ ผมยินดีถอนนะครับ แต่ว่าผมอธิบายที่มาที่ไปเท่านั้นเอง ถอนครับ ท่านประธาน ผมเรียนว่าเมื่อปี ๒๕๕๓ ราคายางขณะนั้นตกต่ำ รัฐบาลในขณะนั้นก็อนุมัติ งบประมาณอีก ๘,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อดำเนินโครงการในลักษณะเดียวกัน ประเด็นของผม ก็คือวิธีการที่รัฐบาลชุดนี้ทำภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ไม่ใช่วิธีการใหม่ แต่ว่าเป็นการดำเนินการ

(นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ผมขอประท้วงท่านประธาน ในข้อ ๘ คือท่านประธานปล่อยให้รัฐมนตรีพูดจาไร้สาระ แล้วก็พาดพิงไปถึงคนอื่น แล้วก็ไม่เป็นความจริง บังเอิญผมอยู่ตรงนี้ แล้วก็ที่จะมาอ้างว่าปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ ผมใช้วิธีการเดียวกับท่านรัฐมนตรี ผมเรียนเลยครับผมฉลาดกว่ารัฐมนตรีเยอะ ใช้วิธีการ ที่ไม่ได้ทำให้ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดินแม้แต่บาทเดียว เพราะฉะนั้นผมขอให้ท่านประธานสั่งรัฐมนตรีว่าห้ามพูดต่อ ถ้าพูดผมจะต้องขออนุญาตชี้แจง เพื่อจะบอกให้รัฐมนตรีรู้ว่าสมัยที่รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ดำเนินการผมทำให้ ยางพาราขายได้ถึง ๑๘๔ บาทและไม่ได้สูญเสียงบ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเอาเฉพาะท่านประท้วงครับ ด้วยความเคารพท่านผู้อาวุโส ท่านรัฐมนตรีกรุณาเอาสิ่งที่ ท่านเสียหายพอแล้ว เดี๋ยวรัฐมนตรีอีกหลายท่านยังไม่ได้ชี้แจงครับ

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านประสิทธิ์ครับ ผมขอร้องท่านครับ ผมจะใช้เวลาให้เป็นประโยชน์กับประชาชน ไม่แล้วครับ ท่านประสิทธิ์ผมขอร้องครับ ผมขอร้องท่าน ท่านนั่งลงเถอะครับ กรุณาให้เวลาสภาให้เกิด ประโยชน์ มีเวลาน้อยเต็มที ถ้าประท้วงอย่างนี้ก็ไม่ได้ ชาวบ้านฟังครับเรื่องเป็นประโยชน์นะ ขอร้องครับ ขอร้อง วันอื่นท่านค่อยประท้วงต่อวันนี้ผมขออนุโมทนาสักครั้งนะครับ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ 🔗

ผมรับทราบแล้วครับว่าการจะได้พูดต่อเนื่องในสภานี่เป็นเรื่องไม่ง่ายจริง ๆ สำหรับผม ท่านประธานครับ เอาละครับ เพื่อตัดประเด็นปัญหาไม่ต้องมีช่องทางให้ประท้วงอะไรกันอีก ก็มาพูดถึงสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน โครงการที่เราดำเนินการอยู่ขณะนี้ก็มีการประกาศ ซื้อยางพารานำราคาในตลาด เดิมนี่มีการประกาศซื้อนำกันเพียงกิโลกรัมละ ๑ บาท อย่างมากที่สุดไม่เกิน ๓ บาท แต่เมื่อเราเห็นว่าราคายางพาราภายใต้สถานการณ์ที่เศรษฐกิจ ในยูโรโซน (Euro Zone) ก็ทรุด ประเทศสหรัฐอเมริกาก็ทรุด ประเทศจีนก็ชะลอตัว แล้วก็เกิดกรณีเผชิญหน้ากับประเทศญี่ปุ่นในเรื่องเกาะเตียวหยูเข้ามาเป็นประเด็นซ้ำซ้อน ก็ทำให้บรรยากาศโดยรวมของเวทีเศรษฐกิจโลกไม่เป็นสัญญาณบวก ก็เลยมีการประชุม คณะอนุกรรมการกำหนดราคาแล้วประกาศราคารับซื้อยางพาราจากพี่น้องเกษตรกร ในราคายางแผ่นดิบชั้น ๓ ๑๐๐ บาทต่อกิโลกรัม ยางแผ่นรมควันชั้น ๓ ๑๐๔ บาทต่อ กิโลกรัม ผมเรียนยืนยันครับว่าตั้งแต่มีรัฐบาลและมีกิจการยางพาราของประเทศไทย มามีรัฐบาลชุดนี้เป็นชุดแรกและชุดเดียวที่แบกราคายางพาราในยามวิกฤติให้กับเกษตรกรถึง กิโลกรัมละ ๒๐ บาทต่อกิโลกรัมโดยประมาณ นี่คือสิ่งที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยแบกภาระให้กับ พี่น้องเกษตรกรด้วยความตั้งใจ ด้วยความจริงใจ แล้วเราหวังใจว่าสถานการณ์ราคายางพารา จะไม่ทรุดลงต่ำไปกว่านี้ แต่ไม่ได้ทำเรื่องนี้เรื่องเดียวครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมเดินทาง ไปประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซีย จับมือร่วมกันในมาตรการไตรภาคียางพาราอาเซียน เรากำหนดจะลดปริมาณการส่งออกยางพารารวมกัน ๓ ประเทศให้ได้ ๓๐๐,๐๐๐ ตัน ตกลงกันแล้ว ผมเป็นตัวแทนของทั้ง ๓ ประเทศเดินทางไปประเทศเวียดนาม เชิญประเทศเวียดนามเขามาประชุมไตรภาคียางพาราอาเซียนในเดือนธันวาคมนี้ ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ประเทศเวียดนามตอบตกลงเป็นการแสดงท่าทีครั้งแรก ของประเทศเวียดนามในเวทีความร่วมมือด้านยางพารา เขาตื่นเต้นกันทั้งโลก ประเทศเวียดนามจะส่งตัวแทนระดับรัฐมนตรีมาเป็นผู้สังเกตการณ์ แล้วก็ให้ข้อคิดเห็น ในการประชุมคราวนี้ที่ประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ราคายางพาราขยับตัวสูงขึ้น ในเดือนกันยายนถึง ๙๒ บาทต่อกิโลกรัม แต่เกิดสถานการณ์เกาะเตียวหยูอย่างที่ผมเรียน ก็ค่อย ๆ ไหลลงมาอีก ขณะนี้อยู่ในระดับราคายางแผ่นดิบชั้น ๓ ๘๐ บาทต่อกิโลกรัม แต่โครงการของรัฐบาลก็ยังเดินหน้าโดยรัฐมนตรีท่านถัดมาจากผม ผมเรียนท่านประธานว่า นอกเหนือจากการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งรัฐบาลออกมาโอบอุ้มราคายางพาราแทน พี่น้องเกษตรกรแล้ว ยุทธศาสตร์ระยะยาว ซึ่งเพื่อนสมาชิกก็ตั้งคำถามว่ามีหรือเปล่า เห็นหรือไม่ ใช้สมองกันบ้างไหม ผมยืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี เดินหน้ายุทธศาสตร์ยางพาราในระยะยาวโดยการเดินหน้าใช้ยางพาราในอุตสาหกรรม ในประเทศ ขณะที่ผมดำรงตำแหน่งผมอนุมัติงบประมาณ ๘๕ ล้านบาท ในการลงทุน ทดลองสร้างถนนสายยางพาราที่อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ขณะนี้อยู่ในระหว่าง การสำรวจออกแบบ อนุมัติอีก ๑๕ ล้านบาท ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยศึกษากับ สถาบันวิจัยยางว่าจะเอายางพาราธรรมชาติทำแผ่นรองรางรถไฟได้หรือไม่ ปลอดภัย หรือเปล่า คุ้มค่าอย่างไร กำหนดเวลาให้แล้วเสร็จในการศึกษาไม่เกิน ๑ ปี เพื่อให้รองรับกับโครงการรถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูงของรัฐบาล ให้กรมชลประทานศึกษากับสถาบันวิจัยยางว่าฝายกั้นน้ำ ที่ทำจากยางธรรมชาติมันได้ผลไหม คุ้มค่าอย่างไร นี่คือสิ่งที่เราเดินหน้า ท่านประธาน ที่เคารพครับ เราตั้งใจกันว่าก่อนที่จะเข้าถึงประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี ๒๕๕๘ เราจะมี สภายางพาราแห่งอาเซียน เรา ๓ ประเทศจับมือกันแน่น ประเทศเวียดนามเข้ามาแล้ว เชื่อว่าไม่นานประเทศ สปป. ลาว ประเทศกัมพูชา ประเทศพม่าก็จะเข้ามา แล้วเราเป็น ภูมิภาคที่รวมกันผลิตยางพาราไม่ต่ำกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของผลผลิตยางทั้งโลก เราก็จะมี บทบาทนำในเวทียางพาราโลกอย่างแท้จริงเมื่อถึงวันนั้น นี่คือสิ่งที่รัฐบาลเดินหน้าทั้งระยะสั้น และระยะยาวสำหรับอุตสาหกรรมยางพาราทั้งระบบ เคยมีการพูดถึงยุทธศาสตร์ยางพารา เหมือนกันครับท่านประธาน ในปี ๒๕๔๒ เดือนกุมภาพันธ์ วันที่ ๑๖ มติคณะรัฐมนตรีของ รัฐบาลเวลานั้นประกาศยุทธศาสตร์ยางพารา ๑ ในข้อนั้นบอกว่าต้องลดพื้นที่เพาะปลูก ยางพารา ท่านประธานที่เคารพ มีการเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหายางพาราในมติ ครม. ๑๘ พฤษภาคม ปี ๒๕๔๒ บอกว่าปัจจุบันราคายางพาราตกต่ำ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรีครับ ก็จะมีปัญหา ผมเตือนแล้วครับ เชิญท่านสมบูรณ์ ท่านนิพิฏฐ์ ท่านต่อเนื่อง รอบที่ ๕ ท่านสมบูรณ์

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ที่จริงผมคิดว่า ท่านประธานน่าจะเป็นคนยุติการชี้แจงของรัฐมนตรีเอง แต่ก็พยายามรอ พยายามเข้าใจ ท่านประธานว่าอาจจะให้โอกาส แต่เรื่องทั้งหลายท่าน ส.ส. นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ ไม่ได้พูดถึงเลยครับ พูดถึงเรื่องการทำท่าว่าโครงการนี้จะมีการทุจริต เงินภาษี พี่น้องประชาชน ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทหายไปเฉย ๆ ราคายางก็ไม่ขึ้น ตรงนี้ท่านควรจะตอบ ไม่ต้องมาตอบเรื่องนโยบายระยะยาวระยะอะไรหรอก ท่านทำพลาดมาเยอะแล้วครับ เสียเงินภาษี

(นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับ ท่านนิพิฏฐ์เชิญครับ อีกท่านเดียวนะ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธาน ตามข้อตกลงท่านนายกรัฐมนตรีต้องมาตอบเอง ประการที่ ๑ ประการที่ ๒ ที่ท่านรัฐมนตรีได้อภิปรายไปทั้งหมดท่านกำลังอธิบายถึง ความล้มเหลวของท่านในอดีต และผมคิดว่าสภาแห่งนี้รวมทั้งพี่น้องประชาชนไม่ต้องการ รับทราบความล้มเหลวของท่าน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อย่างนี้ท่านนิพิฏฐ์ ท่านประท้วงเรื่องการควบคุมการประชุมของผมได้ ท่านไปวิจารณ์ไม่ได้ ผมเชื่อท่าน

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ผมกราบเรียนท่านประธาน ที่เราเรียกร้องก็คือ ต้องเข้าใจให้ตรงกันนะครับ สิ่งที่ท่านทำมานั้นมันล้มเหลว ท่านผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรพูดเมื่อเช้าท่านประธานจำได้ไหม เราต้องการชุดความคิดของ ท่านนายกรัฐมนตรีว่าถ้านโยบายที่ผ่านมาล้มเหลวท่านนายกรัฐมนตรีมีความคิดที่จะปรับปรุง นโยบายอย่างไร ท่านณัฐวุฒิกำลังพูดถึงความล้มเหลวในอดีตซึ่งไม่มีใครต้องการฟังหรอกครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนิพิฏฐ์พอแล้ว

(นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านครูมานิตย์พอแล้ว ผมขอใช้เวลา ท่านรัฐมนตรีต้องสรุปแล้ว ไปรัฐมนตรีท่านอื่นแล้ว ท่านครูมานิตย์

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านประสิทธิ์ไม่ต้องประท้วงแล้วครับ ไม่ได้ ผมไม่ให้ประท้วง เชิญท่านครูมานิตย์ครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ ผมเคารพประธานและเคารพ สภาแห่งนี้ แล้วท่านประธานจะแลเห็นว่าผมนี่ไม่ได้ลุกขึ้นมาง่าย ๆ หรอกครับ ผมมีวุฒิภาวะพอ แต่ขณะนี้ท่านประธานกำลังจะทำผิดข้อบังคับ ข้อ ๘ แล้วเพื่อนสมาชิกก็ได้ขึ้นมาพูด ท่านประธานครับ ญัตติที่กำลังอภิปรายกันอยู่ในขณะนี้คือญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติ ไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี แล้วก็พาดพิงไปถึงรัฐมนตรีบางท่าน ทั้งวาทกรรม ทั้งการเขียน ทั้งขับกล่อม ทั้งพูดทั้งจา ทั้งอวดโอ้มา ๒ วัน รัฐบาลจะเสียหายหรือไม่เสียหายนี่ประชาชนนั่งฟัง แต่ไม่มีอะไรดีสำหรับรัฐบาลเลย พอรัฐบาลได้โอกาสตอบจากรัฐมนตรีหลาย ๆ ท่าน ก็อดใจ ทนรอหน่อยสิครับ เช่นสภาอาเซียนยางนี่ เรื่องปัญหาเหล่านี้ เมื่อกี้ก็มีผู้อาวุโส จริง ๆ ผมเคารพนับถือท่านมาก

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับท่านครูมานิตย์ คืออย่างนี้ผมไม่ให้บรรยาย ท่านประท้วงผมข้อบังคับ ข้อ ๘ ผมรู้แล้วครับ ผมอนุญาตให้รัฐมนตรีนาทีเดียว พอแล้วครับ นั่งลงทั้งหมด

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านอรรถพรก็ไม่ให้ ท่านครูมานิตย์นั่งลง ท่านประสิทธิ์ก็ไม่ให้พูด ให้ ๑ นาที หยุดแล้วครับ ท่านอรรถพรนั่งลง ผมทำหน้าที่ควบคุมไม่ได้แล้วอย่างนี้เสียเวลาครับ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ผมยืนยัน ด้วยเกียรติยศว่าโครงการที่เดินหน้าในการแก้ไขราคายางพาราไม่มีการทุจริตคดโกง ในการกำกับดูแลของผม ถ้าหากว่าเห็นว่ามีการทุจริตคดโกงอย่างที่เพื่อนสมาชิกอภิปราย ทำไมไม่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจผมล่ะครับ ทำไมไม่ยื่นถอดถอนล่ะครับ ทำไมไม่ดำเนินการ ตามช่องทางของกฎหมายล่ะครับ แต่ผมยืนยันว่าไม่มี แต่ในขั้นของการปฏิบัติผมก็กำลัง ตรวจสอบถ้าพบก็ดำเนินการไม่เลี้ยงไม่ไว้หน้าเรื่องคนจะโกงนี่ครับ อย่าว่าแต่เรื่องยางพารา เรื่องข้าวเลยครับ เรื่องปลากระป๋องเขาก็โกงกัน เพราะฉะนั้นผมก็เรียนว่าผมก็ตรวจสอบ ผมก็อยากเจอ เมื่อคืนนี้เพื่อนสมาชิกบอกว่าที่จังหวัดตรัง จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีผู้ยิ่งใหญ่ มีผู้มีอิทธิพลให้รถไปขนยางพาราจากโกดังกลางดึกเอาคลิปมาเปิด ผมก็อยากเห็นหน้า เหมือนกันครับว่าใครมันยิ่งใหญ่ที่จังหวัดตรัง ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีอย่างที่ท่านว่า ถึงทำอย่างนั้นได้ ผมทำไม่ได้ผมเล็กครับ เด็กนครศรีธรรมราชอย่างผมไปมีอำนาจบารมี ขนาดนั้นในพื้นที่ที่ท่านพูดเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้น ๑๕ วินาทีสุดท้าย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าผมยืนยันว่ายุทธศาสตร์ยางพาราภายใต้การนำของรัฐบาล นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เราเดินมาถูกทาง ผู้ประกอบการและตัวแทนเกษตรกร สนับสนุนแนวทางของผม ในที่ประชุมมีบันทึกไว้หลายวงประชุม บางแห่งทำหนังสือขอบคุณ ในยุทธศาสตร์นี้ด้วยซ้ำไป แล้วเรายืนยันว่าเราจะเดินหน้าต่อไป ผมเรียนท่านประธานนะครับ ความจริงว่าจะพูดถึงเรื่องจำนำข้าวด้วยแต่ไม่ครับอย่าตกใจไม่ใช้เวลาแล้วละครับ แต่ยืนยัน กับพี่น้องเกษตรกรว่าผมมาเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ โครงการรับจำนำข้าว รัฐบาลเดินต่อ พรรคเพื่อไทยจำนำทุกเมล็ด บางพรรคการเมืองจำอวดทุกเมล็ด

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับไม่ได้ ๆ

(นายนิพนธ์ บุญญามณี ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านนิพนธ์ครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอประท้วงท่านประธาน ผู้ที่มาชี้แจงเมื่อสักครู่ผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ให้ถอนคำว่า จำอวดครับ เสียดสีชัดเจนครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับเขาจะได้เดินหน้าต่อครับ พอแล้วครับ ถอนเลยครับท่านรัฐมนตรี ผมขอร้อง

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมไม่ได้พูดว่าจำอวด ผมพูดว่าจำอวดทุกเมล็ดครับ เพราะฉะนั้นถ้าจะถอน ผมไม่มีปัญหา แต่จริง ๆ ผมไม่ได้ระบุพรรคการเมืองใดเลยนะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถอนเถอะครับต้องถอนแล้ว

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ด้วยความเคารพท่านประธาน ถอนครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับเขาถอนหมดแล้วครับ ท่านรัฐมนตรีมีอะไรครับ

นายวิฑูรย์ นามบุตร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วิฑูรย์ นามบุตร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขอใช้สิทธิพาดพิงครับ เรื่องปลากระป๋อง เป็นเรื่องของผมนี่แหละ แล้วก็ท่านรัฐมนตรีไม่ยอมเข้าใจครับ ทั้ง ๆ ที่คนอื่นและสังคมตอนนี้ เขาเข้าใจกันเยอะแล้วครับ เรื่องปลากระป๋องนั้นไม่มีการทุจริตครับเพราะไม่มีการใช้ เงินงบประมาณไปซื้อถุงยังชีพที่มีปลากระป๋องที่ท่านพูดนั้นแม้แต่บาทเดียว กระบวนการต่าง ๆ พูดกันมาเยอะแล้วครับ การตรวจสอบตรวจสอบทั้งกรรมาธิการ ทั้ง สตง. ทั้ง ป.ป.ช. ท่านประธานครับ กรรมาธิการสภาอย่างต่ำ ๔ ชุดตรวจสอบเรื่องนี้ ไม่ว่าคณะกรรมาธิการ การคุ้มครองผู้บริโภค คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. คณะกรรมาธิการติดตามการบริหาร งบประมาณ และคณะกรรมาธิการอีกชุดหนึ่ง ทั้งหมด ๔ ชุดนะครับ กรรมาธิการของสภา ทุกชุดครับ

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

จ่าประสิทธิ์เขาถูกพาดพิงผมให้ชี้แจง ท่านไม่ต้องประท้วงครับ ผมไม่อนุญาตให้ท่าน ประท้วงครับ เขาเสียหายก็ให้ชี้แจง ผมให้สิทธิพาดพิงนะครับ รัฐมนตรีเขาใช้สิทธิพาดพิง ท่านอย่าประท้วงอีกเลยครับ ไม่มีอะไรที่ท่านต้องประท้วงนั่งลงครับ ไม่ครับ นั่งลง ผมไม่อนุญาต

นายวิฑูรย์ นามบุตร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการ ของสภาผู้แทนราษฎรทุกชุดไม่ว่าประธานเป็นพรรคเพื่อไทย หรือเป็นพรรคอื่น ไม่มีคณะกรรมาธิการชุดไหนชี้ว่ามีความผิด เพราะในกรมบัญชีกลางเขาก็แจ้งมาครับว่า ไม่มีการใช้งบประมาณแผ่นดิน ส่งไปที่ สตง. สตง. ก็แจ้งมาแล้วครับว่าผมไม่ได้มีอะไรผิดเพราะไม่ได้ใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน ท่านก็ส่งไปที่ ป.ป.ช. ครับ ป.ป.ช. ก็แจ้งมาว่าไม่สามารถตรวจสอบเรื่องนี้ได้เพราะไม่ได้ใช้ เงินงบประมาณแผ่นดิน กรรมาธิการที่ตั้งขึ้นนั้นอีกชุดหนึ่ง มีทั้งข้าราชการ มีทั้งคณบดี มหาวิทยาลัย มีทั้งสภาทนายความ มีทั้ง ก.พ. ครับ คณะกรรมาธิการชุดนี้ตรวจสอบแล้วก็ แถลงออกมาอย่างชัดเจนแล้วว่างบประมาณไม่ได้ใช้ ผมไม่มีความผิด ดังนั้นผมได้ชี้แจง ในที่ประชุมแห่งนี้หลายรอบแล้ว เพียงแต่ท่านรัฐมนตรีไปที่ไหนนอกสภาผมก็เห็นท่าน เอาเรื่องนี้ไปพูด โชคดีที่ท่านมาพูดวันนี้ ผมถึงถือโอกาสเคลียร์ คนอื่นเขาเข้าใจแล้วครับ เหลือแต่ท่านยังดันทุรังอยู่

(นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมบูรณ์ไม่ประท้วงแล้วครับ ท่านรัฐมนตรีเขาถอนแล้ว ทีละ ๓ ท่านผมไม่อนุญาต ผมให้ท่านเดียวครับใครก็ได้ ท่านหมอสุกิจ ท่านอื่นพอแล้วครับ เชิญ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมเป็นคนอภิปรายเรื่องยางพาราเมื่อคืนครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ที่รัฐมนตรีมาตอบก็คือ มาตอบข้ออภิปรายของผม ซึ่งจริง ๆ แล้วผมก็ยืนยันกับท่านประธานตั้งแต่เมื่อคืนแล้วว่า ผมไม่ได้มีการไปพาดพิงอะไรท่านรัฐมนตรีเลย ไม่มีแม้แต่คำพูดว่าท่านรัฐมนตรี ผมพูดแต่ นายกรัฐมนตรี พูดถึงรัฐบาล ไม่มีคำว่าณัฐวุฒิ แม้คำว่าอะไรที่ลงท้ายว่าตื่นเต้นอะไรนี่ ผมก็ไม่กล้าพูดเลยครับ กลัวว่าจะไปพาดพิงท่าน แต่ว่าเมื่อท่านประธานอนุญาต ให้ท่านรัฐมนตรีมาพูดก็ไม่เป็นไรครับ แต่ท่านรัฐมนตรีท่านฟังคำอภิปรายของผม คงไม่ได้ตั้งใจฟังหรือฟังไม่ตลอด ประเด็นแรกที่ท่านมาโต้กับผมที่บอกเรื่องมีการไปลงนาม ที่ประเทศจีน ผมพูดครับเรื่องนี้ แต่ที่ผมพูดไม่ได้เป็นแบบที่ท่านรัฐมนตรีออกมาชี้แจงเมื่อกี้ ว่าผมพูดผิด จริง ๆ แล้วไปถอดเทปได้เลยครับ ผมพูดว่ารัฐบาลนี้ไปเป็นสักขีพยาน ในการลงนามซื้อยางระหว่างบริษัทเอกชนรายใหญ่ของประเทศไทยกับประเทศจีนในราคา ๑๐๕ บาท ผมพูดว่าอันนั้นแหละคือการไปรับรองราคาอันนั้น แล้วก็กลุ่มเกษตรกร ม็อบชาวสวนยางเขาออกมาบอกว่ารัฐบาล

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุกิจ ต้องสรุปแล้วครับ เดี๋ยวท่านใช้สิทธิอภิปรายซ้ำ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ท่านประธานครับ ท่านพาดพิงผมนานมากนะครับ แล้วผมจะใช้เวลาของรัฐบาลที่ยังเหลืออยู่

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ได้ ถ้ามาใช้เวลารัฐบาลเหลืออยู่ไม่ได้ พอแล้วครับท่านสุกิจครับ ท่านณัฐวุฒิได้พูดแค่ ๒-๓ นาที พอแล้วครับ ผมเชิญท่านนริศแล้วครับ ท่านไม่เอาแล้ว คุณหมอสุกิจด้วยความเคารพครับ ผมก็นับถือท่าน พอแล้วครับ ผมฟังท่านนริศนะครับ พอแล้วครับ เห็นแก่เวลาส่วนใหญ่เถอะครับ เชิญท่านนริศครับ ท่านสุนัยครับผมขอร้องอย่าเพิ่งประท้วงนะครับ เดี๋ยวขอเจรจา ท่านนริศก่อน

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ก็ในส่วนที่หมอสุกิจกำลังชี้แจงอยู่ ส่วนหนึ่งก็พาดพิงแล้วก็ได้ชี้แจงลงรายละเอียด ผมคิดว่าเราฝ่ายค้านอนุญาตให้ใช้เวลาของ ฝ่ายค้านได้ซึ่งมีเวลาเหลือพออยู่ครับ อภิปรายหักออกจากเวลาฝ่ายค้านได้เลยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ หมอสุกิจครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ขอบคุณครับท่านประธานครับ เอาใหม่นะครับ เมื่อกี้ผมบอกว่ามติ ครม.

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุนัยครับ เดี๋ยวสักพักผมก็ลงแล้วครับ ไม่เป็นไรครับ จะได้จบ เวลาจะไม่ทัน ผมเป็นธรรม ผมจะนั่ง ท่านพอแล้วครับ เดี๋ยวผมให้ตำรวจเอาท่านออกจากห้องนะ ขอเชิญเจ้าหน้าที่เอาท่านสุนัยออกนอกห้องครับ ต้องออกนอกห้องอย่างนี้ไม่ได้ครับ ผมจะให้ รัฐมนตรีชี้แจงท่านก็อย่างนี้ผมไม่ยอมครับ ต้องเชิญออกครับ เชิญครับ

(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ได้มีคำสั่ง ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาเชิญ นายสุนัย จุลพงศธร ออกจากที่ประชุม แต่ นายสุนัย จุลพงศธร ไม่ปฏิบัติตามและได้นั่งลง)

พอแล้วครับ เจ้าหน้าที่ออกไปครับ เขานั่งแล้ว ใช้ได้ เชิญท่านสุกิจครับ เดี๋ยวผมจะให้รัฐมนตรีชี้แจง

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ท่านประธานครับ ให้บรรยากาศเรียบร้อยก่อน ได้ไหมครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านสุกิจครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ขอบคุณท่านประธานครับ อย่างนั้นผมจะ ใช้สิทธิอภิปรายนะครับ แล้วก็พูดในส่วนที่ถูกพาดพิงด้วย กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านรัฐมนตรีท่านข้องใจว่าทำไมถึงไม่ยื่นอภิปรายท่าน จริง ๆ ผมก็เสียดายนะครับ ตอนแรกผมเองช้าไปไม่ได้แจ้งข้อมูลของผมที่จะอภิปรายก็เลยทำให้ทางพรรคตัดสินใจ ที่จะอภิปรายท่านนายกรัฐมนตรี แต่บังเอิญท่านนายกรัฐมนตรีเองก็มีส่วนเกี่ยวข้องอยู่กับ เรื่องยางพารานี้มากทีเดียว ผมก็เลยได้อภิปรายแล้วได้เอาข้อมูลมา แล้วอย่างที่กราบเรียน ท่านประธานแล้วก็คือผมพยายามระวังอย่างที่สุดเมื่ออภิปรายท่านนายกรัฐมนตรีก็พยายาม เหลือเกินที่จะไม่พาดพิงท่านผู้อื่นก็ได้กล่าวไปแล้ว ประเด็นสำคัญก็คือที่ท่านได้พูดเมื่อกี้ว่า ผมพูดเมื่อคืนนี้ผมพูดผิด จริง ๆ แล้วไม่ใช่นะครับ ท่านไปถอดเทปดูได้เลยครับ เมื่อคืนนี้ ผมเริ่มว่ารัฐบาลของท่านนี่แหละที่ทำความผิดพลาดครั้งแรกก็คือไปเป็นสักขีพยานให้เขาครับ เมื่อพ่อค้าของไทยโรงงานใหญ่เลยครับ ผู้ส่งออกรายใหญ่ไปเซ็นสัญญากับประเทศจีน แล้วก็ซื้อขายยางพารากัน คือเราขายเขาในราคากิโลกรัมละ ๑๐๕ บาท เราไปเป็นสักขีพยาน ไปเป็นสักขีพยานท่านทราบไหมว่าท่านทำอะไรลงไป ในเมื่อท่านไปรับรองราคาเท่านั้นก็เป็น การชี้นำตลาดเพราะเราคือผู้ส่งออกอันดับต้นของโลก อันดับแรกของโลก อันดับ ๑ ของโลก เมื่อเราไปรับรองราคาเท่านั้นโลกเขาเข้าใจว่าราคายางพาราจริง ๆ มันก็คือกิโลกรัมละ ๑๐๕ บาท กลุ่มเกษตรกรเขาบอกว่ารัฐบาลโง่ แล้วกลับมานี่ก็จริง ๆ ปรากฏว่าราคายางพารา ตกลงไปเหลือ ๘๐ กว่าบาท อันนี้ประเด็นนี้เมื่อกี้ท่านรัฐมนตรีท่านชี้แจงแล้วคลาดเคลื่อน จากความเป็นจริง ถ้าไม่เชื่อท่านก็ไปถอดเทปดูได้เลยนะครับ เรื่อง ๑๒๐ บาท ท่านรัฐมนตรี ได้สมญาว่าเต้นร้อยยี่แล้วครับ เพราะว่าท่านคือคนที่ออกมาพูด แล้วมติ ครม. ก็เป็นเรื่องจริง เพราะฉะนั้นเมื่อคืนผมอภิปรายผมไม่พูดถึงท่านเลย ผมให้น้ำหนักไปที่มติ ครม. เมื่อคืนนะครับ จริง ๆ แล้วผมอยากพูดถึงท่านนั่นแหละ เพราะว่าหลังจากมติ ครม. ออกมาท่านเองที่เป็น คนออกไปพูด ออกไปให้สัมภาษณ์ ซึ่งคนที่เข้าใจภาษาไทยทั้งหลายเขาฟังออกก็คือว่า จะทำราคายางพาราให้ได้ ๑๒๐ บาท จริง ๆ แล้วท่านไม่ได้พูดแค่นั้นหรอก ท่านบอกว่า ถ้าสถานการณ์มันเอื้ออำนวยก็จะทำให้สูงกว่านั้นอีกไม่มีเพดาน คือไม่มีการถ่อมตัวเลย แม้แต่น้อย เพราะฉะนั้นมันจึงเป็นที่มาของคำว่าเต้นร้อยยี่อย่างไรครับ เพราะท่านเองนั่นแหละที่ไปสัญญา แล้วไอ้ ๑๒๐ บาทนี่แหละครับที่เป็นปัญหาที่ทำให้ท่าน เกิดความร้อนรนในภายหลังเป็นการผูกมัดตัวท่าน ท่านได้กล่าวถึงปี ๒๕๔๒ ว่าเขาทำมา อย่างนี้ ไอ้โครงการอย่างนี้ไม่ใช่ท่านทำครั้งแรกมันทำกันมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ แต่ท่านไม่สงสัย หรือครับว่าทำไมปี ๒๕๔๒ นี่เขาทำแล้วเขาได้ผล แต่พอของท่านนี่ทำแล้วล้มเหลว ผมจะบอกให้ครับ ปี ๒๕๔๒ เขาทำเขาโปร่งใส เพราะฉะนั้นทุกฝ่ายให้ความร่วมมือ ตลาดมีความตกใจ มีความเกรงใจ กลไกตลาดก็เลยทำงานยางพาราก็ขึ้นราคาแต่นี่ของท่าน ก็อย่างที่ผมพูดเมื่อคืนแหละครับ ผมก็ไม่อยากจะพูดซ้ำว่ามันมีช่องโหว่มากมาย มีการสวมสิทธิ์มีอะไรอีกหลายอย่างทั้งความไม่เป็นธรรมอะไรเกิดขึ้นด้วย เพราะฉะนั้น ไม่น่าสงสัยเลยครับว่าทำไมยางพารามันถึงไม่ขึ้นราคา ในขณะที่ท่านคุยบอกว่า ไม่มีรัฐบาลไหนที่ทุ่มเงินให้มากขนาดนั้น อันนี้ยิ่งแสดงถึงความไม่มีฝีมือครับ เป็นการประจานตัวเองอีกแล้วครับ นั่นก็คือขนาดใช้เงินมากขนาดนั้นแล้วยังทำให้ ราคายางพาราขึ้นไม่ได้ ในขณะที่คนอื่นเขาใช้เงินแค่น้อย ๆ นี่ทำไมเขาทำได้ล่ะ เพราะท่านมีความบกพร่องท่านไม่เข้าใจ เรื่องของยางพารานี่ครับท่านประธานครับ ผมจะกราบเรียนท่านว่ามันเป็น

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมว่าพอสมควรแล้วนะครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ผมใช้เวลาของฝ่ายค้านนะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมทราบครับ เพราะเราอภิปรายเรื่องยางพาราตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ผมอยากให้ไปเรื่องอื่นแล้ว

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ที่ผมพูดนี่ยังไม่ได้ซ้ำประเด็นกับเมื่อคืน อย่างนั้นผมขอเวลาอีกนะครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เขาจะใช้เวลาของฝ่ายค้านครับท่านสุนัย ผมเตือนแล้วครับท่าน กรุณาให้ผมได้ทำหน้าที่ เถอะครับ ไม่ถึงครับ เพราะว่าอย่างนี้ประท้วงตลอดก็ไม่มีโอกาสได้ชี้แจงหรอกครับ เชิญท่านสุกิจครับ สั้น ๆ พอแล้วครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องใช้เวลา อภิปรายเพิ่มก็เพราะว่าเวลาที่ท่านรัฐมนตรีท่านมาตอบนี่ท่านเพิ่มประเด็นนะครับ เพราะฉะนั้นผมก็เลยต้องเพิ่มประเด็นเข้าไปอีก อย่างเช่นประเด็นเรื่องนี้ เรื่องที่ท่าน มาคุยบอกว่าสมัยก่อนนี้เขาทำกันช่วยไม่กี่บาท นำตลาดไม่กี่บาท แต่เขาทำได้ผลนะครับ ต่างกับท่านนำไปตั้ง ๒๐ บาท แล้วทำไมไม่ได้ผล อันนี้ละครับก็เพราะว่าท่านไม่มีฝีมือ อย่างไรครับ ก็เป็นการประจานตัวเอง ท่านบอกว่าวันนี้โครงการยังเดินหน้าไม่จริงหรอกครับ วันนี้หยุดแล้วครับ ไปดูสิครับว่าจุดไหนมันซื้อบ้างตอนนี้ โรงงานทุกแห่งที่เป็นจุดรับซื้อตอนนี้ เขาหยุดซื้อมาตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนแล้วครับ แล้วตอนนี้ยังซื้อไม่ได้ ท่านรัฐมนตรีใหม่ ท่านมารับผิดชอบตอนนี้ท่านรู้หรือเปล่าครับว่ายังไม่มีการเปิดรับซื้อ ถ้าเปิดรับซื้อวันไหน แน่นอนครับ รถพ่วงก็เต็มหน้าโรงงานอีกแล้วครับ เรื่องที่ท่านมาบอกว่าถ้าจับผู้ทุจริตได้ คนไหนก็ให้บอกท่าน มันไม่ใช่หน้าที่ของผมต้องไปจับหรอกครับ แต่ว่าที่ผมพูดไปเมื่อคืน ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องเกษตรกร ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ ผมอยู่กับ ยางพารามาตั้งแต่เด็ก ๆ ผมเคยเป็นประธานกรรมการตรวจสอบของบริษัทยางพารายักษ์ใหญ่ เพราะฉะนั้นมีเพื่อนในวงการยางพาราเยอะ เขามาบอกผมกลุ่มเกษตรกรทั้งหลายนี่

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณหมอครับ เรื่องยางพาราผมว่าพอสมควร คุณหมอกรุณาให้เกียรติผมด้วยครับ ผมก็ให้เกียรติท่านเต็มที่ครับ ก็ให้เวลา ๒ นาที

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ข้อมูลทั้งหลายที่ผมได้นี่ครับก็ได้มาจาก กลุ่มพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางที่เขาทนไม่ไหว เขาทนไม่ไหวกับการผลาญงบประมาณ ของคนกลุ่มหนึ่ง โดยเฉพาะกลุ่มที่มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องซึ่งอันนี้แน่นอนครับ มันพิสูจน์อะไรไม่ได้มันก็อยู่ที่ว่าเขาจะเชื่อใครระหว่างที่ผมพูด ที่ผมให้เหตุผลมาทั้งหมด เขาจะเชื่อผมหรือเขาจะเชื่อท่านรัฐมนตรีอันนี้ก็แล้วแต่ครับ แต่ว่าผมก็ยืนยันในเหตุผลของผม ว่าเหตุผลผมถูกต้อง เพราะผมมีคนที่อยู่ในวงการเยอะ ความจริงมันจะมีความไม่ชอบมาพากล อีกมากมายครับ แต่ว่าอะไรที่มันไม่มีหลักฐานชัดเจน ผมไม่พูดครับ อย่างเช่นกรณีไฟไหม้ โรงงานยางที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ชาวบ้านเขาโจษจันกันมากครับ แต่ผมให้เกียรติท่าน ผมไม่เอามาพูด ทั้ง ๆ ที่ผมก็มีหลักฐานอะไรหลายอย่าง เพราะว่าอะไรผมพูดจริงในสภา ผมไม่เคยพูดเท็จครับ เพราะฉะนั้นผมยืนยันว่าสิ่งที่ผมพูดไปทั้งหมดนี้ เมื่อคืนนี้ผมอภิปราย แล้วผมไม่ได้พาดพิงท่านรัฐมนตรีแม้แต่คำพูดเดียว ไปถอดเทปดูได้ครับ เพราะฉะนั้น ถ้ารัฐมนตรีจะตอบก็ต้องตอบในกรณีที่ผมพาดพิงเท่านั้น

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านจารุพงศ์ครับ ท่านเรวัตสักครู่หนึ่งครับ ให้รัฐมนตรีชี้แจงก่อนครับ เพราะเวลาที่ ตกลงเอาไว้เดี๋ยวสั้น ๆ เฉพาะพาดพิง ท่านเรวัตแป๊บเดียวครับ ท่านเรวัตก่อนครับ

นายเรวัต อารีรอบ ภูเก็ต

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม เรวัต อารีรอบ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดภูเก็ต มีสายจากจังหวัดภูเก็ตโทรศัพท์มา ไม่ต่ำกว่า ๑๕ สาย มีแต่ภาพไม่มีเสียงครับ ขอขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรีที่ดูแลกรุณาติดตามด้วยที่จังหวัดภูเก็ตมีแต่ภาพไม่มีเสียง ๓๐ วินาที ผมไม่ให้เกินนั้นนะครับ อย่าพาดพิงคนอื่นนะครับ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีท่านอื่นจะได้ชี้แจง

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมขออนุญาตใช้เวลา ๓๐ วินาทีอธิบายข้อเท็จจริงเพราะผมเสียหาย เนื่องจากเพื่อนสมาชิกบอกว่าเหตุที่โครงการนี้ขยับราคาสูงขึ้นมากนักยังไม่ได้ เพราะว่าไม่โปร่งใส แล้วปี ๒๕๔๒ นี่โปร่งใสจึงได้ผล อันนี้ผมถูกกล่าวหาครับ ผมเรียนข้อเท็จจริงอย่างนี้นะครับ ในปี ๒๕๔๒ มติ ครม. เมื่อ ๒๘ ธันวาคม มีการอนุมัติ วงเงินรวมทั้งสิ้น ๑๘,๖๒๖ ล้านบาท เป็น ๑๑ วงเงินกับโครงการแทรกแซงตลาดยางพารา ๖ ระยะ ใน ๖ ระยะ ๑๘,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ก็ทำราคายางแผ่นรมควันชั้น ๓ จาก ๒๓ บาทเศษ ขยับขึ้นมาเป็น ๒๕ บาทเศษ ตกแล้ว ๒ บาทเท่านั้นเองครับ ด้วยความเคารพครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านจารุพงศ์ ผมเอาตามคิวที่เสนอมา ตามที่เสียหายนะครับ สั้น ๆ ประเด็น ที่ท่านเสียหายก็พูดไป ท่านหมอสุกิจไม่มีใครเสียหายแล้ว พอแล้วครับ ไปมาก็ไม่จบครับท่าน ขอความกรุณา ผมให้เกียรติคุณหมอเยอะแล้วครับ ด้วยความกรุณาอย่างยิ่ง ขอได้รับความกรุณา จากผม เดี๋ยวสักพัก ผมขอให้อย่าตอบโต้กันเลยครับ ทุกคนก็จะใช้อย่างนี้หมดนะครับ คุณหมอ ผมขอนะครับ คุณหมอใช้สิทธิหลายรอบ ด้วยความเกรงใจคุณหมอผมก็ให้สิทธิท่าน ทุกครั้ง ด้วยความเคารพครับ เดี๋ยวให้ท่านจารุพงศ์ก่อนก็แล้วกัน เชิญคุณหมอนั่งก่อนครับ

นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ขอใช้สิทธิที่จะชี้แจงในประเด็นเรื่องการอภิปรายใช้เงินทดรองราชการ ด้านศัตรูพืชระบาดซึ่งเรื่องนี้มีการระบาดอยู่ทั้งหมด ๑๒ จังหวัดด้วยกัน จากการที่ท่าน พลตำรวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ ประธานคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ของทางสภา ได้ลงไปตรวจสอบแล้วก็พบความจริงว่ามีการจ่ายเงินงบประมาณในช่วงระยะเวลา ที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริตอยู่ ๓ ช่วงของงบประมาณ ในช่วงปีงบประมาณ ๒๕๕๓ มีการใช้จ่ายเงินเรื่องนี้อยู่ที่ ๖๓๘ ล้านบาท น่าสังเกตว่าจะอยู่ในสมัยของรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ งบประมาณในปี ๒๕๕๔ มีมูลค่าถึง ๒,๖๖๙ ล้านบาท ในวงเงินนี้ ทางสำนักงบประมาณยังไม่ได้อนุมัติวงเงินไป เพราะฉะนั้นจังหวัดจะต้องชี้แจงข้อเท็จจริง อันเกิดจากการที่มีมูลเหตุของการทุจริตด้วย ในวงเงินที่กล่าวนี้รวมแล้วถึง ๓,๓๐๗ ล้านบาทเศษ อยู่ในความดูแลรับผิดชอบห้วงเวลาของพรรคประชาธิปัตย์ทั้งสิ้น จะมีในส่วนที่เป็นปี ๒๕๕๕ อยู่ ๑,๖๐๐ ล้านบาทเศษ ซึ่งอยู่ในห้วงเวลาของรัฐบาลปัจจุบัน ขอเรียนว่าในห้วงเวลาที่ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีนี้ แม้จะมี การสอบว่ามีการทุจริตในช่วงปี ๒๕๕๔ ก็ตาม แต่สำนักงบประมาณยังไม่อนุมัติวงเงินนะครับ ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการสอบสวนเพื่อให้จังหวัดชี้แจงข้อเท็จจริงมา ก็ต้องกราบขอบคุณ ท่าน ส.ส. ที่อภิปรายและให้ตรวจสอบการทุจริตในช่วงรัฐบาลของท่านเอง แต่อย่างไรก็ตาม ผมขอยืนยันนะครับว่าทางรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้นก็จะไม่ได้ นิ่งนอนใจในการดำเนินการตรวจสอบการทุจริตดังกล่าว แล้วถ้าหากว่ามีพาดพิงถึงบุคคลใด ก็จะมีการสอบสวนและดำเนินคดีโดยเคร่งครัด

อีกประการหนึ่ง ที่ผมอยากจะกราบเรียนเป็นข้อสังเกตก็คือว่ามูลเหตุของ การที่ทุจริตได้ก็เป็นเพราะว่ามันมีระเบียบวิธีปฏิบัติย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือ ด้านเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ในปี ๒๕๕๒ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ใช้เงินทดรองราชการได้ ๕๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๒ นั้นก็อยู่ในความดูแลของพรรคประชาธิปัตย์ เช่นเดียวกัน แต่มาในปัจจุบันนี้เราพบว่าข้อบกพร่องตรงนี้ที่ใช้เงินคราวละ ๕๐ ล้านบาท ๕๐ ล้านบาทนี้ละทำให้เรากำลังแก้ระเบียบให้เหลือเงินในการป้องกันลดลงเพียงแค่ ๑๐ ล้านบาท แล้วถ้าหากเกิดเหตุจริงก็จะให้อยู่ในวงเงิน ๒๐ ล้านบาท นี่คือผลงานที่ทาง รัฐบาลชุดท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร กำลังดำเนินการแก้ไขอยู่เพื่อที่จะให้เกิด ความรัดกุมยิ่ง ๆ ขึ้นไป ผมขออนุญาตกราบเรียนสั้น ๆ ไว้เพียงเท่านี้เพื่อที่จะให้ทางสภา ได้รับทราบ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณที่รักษาเวลา ท่านปรีชาครับ เฉพาะประเด็นที่เสียหายนะครับ

นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ได้ถูกพาดพิงตั้งแต่ ท่าน ส.ส. นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ และท่าน ส.ส. นิพนธ์ บุญญามณี และท่าน ส.ส. รังสิมา รอดรัศมี ถ้าผมเองไม่ได้ชี้แจงพี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้านจะเข้าใจผิดว่ากรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ซึ่งผมเองในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมได้กำกับดูแล ก่อนอื่นนั้นก็ต้องขอกราบเรียนในส่วนที่พาดพิงมาถึง สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค ๔ ที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งท่าน ส.ส. นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ท่านได้มองว่า มีทั้งหมด ๗๐๒ โครงการ ซึ่งมีอยู่ ๒๐ โครงการ ซึ่งท่าน ส.ส. นิพิฏฐ์ได้มีการท้วงติงว่า ทางผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรือ สตง. ได้ท้วงติงว่ามี ๒๐ โครงการนั้นมีปัญหา ก็อยากจะกราบเรียนว่าใน ๒๐ โครงการนั้นซึ่งทาง สตง. ได้แจ้งหนังสือมาให้กับทาง สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค ๔ จังหวัดขอนแก่นในการชี้แจง ต้องนำเรียนนะครับว่า ใน ๒๐ โครงการนั้นมีเกี่ยวกับเรื่องงานปรับแต่งดิน ขุด ขน ทิ้ง ต้องนำกราบเรียนว่า ในส่วน ๒๐ โครงการนั้นซึ่งมีคณะกรรมการกำหนดราคากลาง แต่คณะกรรมการกำหนด ราคากลางนั้นเขากำหนดว่าในกรณีที่ดินขนทิ้งนั้นถ้าอยู่ห่างไกลไม่เกิน ๑ กิโลเมตร เป็นพื้นที่ ในย่านพี่น้องประชาชนอาศัยอยู่ต้องมีการปรับเกลี่ย แต่งให้คืนสภาพเป็นที่ราบเรียบตรงนี้ ซึ่งทาง สตง. ได้ท้วงติงว่าตรงนี้มันไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ แต่ขณะนี้ทางสำนักงานทรัพยากรน้ำ ภาค ๔ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปทำการชี้แจงต่อ สตง. ต้องนำเรียนว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการไปนำ ชี้แจงกับ สตง. ก็อยากจะกราบเรียนท่าน ส.ส. นิพิฏฐ์ว่าถ้าเกิดในกรณีมีการทุจริตจริง ทางรัฐบาลเองโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านให้ความสำคัญ และผมคนหนึ่ง ที่ให้ความสำคัญตรงนี้ ถ้าเกิดมีปัญหาเรื่องนี้จริง ๆ พร้อมที่จะให้ท่านดำเนินคดี และผมเอง ก็ได้ตั้งคณะกรรมการในการลงไปตรวจสอบ ถ้าผิดจริงก็ดำเนินคดี ไม่ได้ปล่อยปละละเลยตรงนี้

ในส่วนของท่าน ส.ส. นิพนธ์ บุญญามณี เกี่ยวกับเรื่องสำนักงานทรัพยากรน้ำ ภาค ๓ จังหวัดอุดรธานี ซึ่งมีทั้งหมด ๑๗๐ โครงการ ต้องนำกราบเรียนว่าที่ท่าน ส.ส. นิพนธ์ บุญญามณี ได้ถามท้วงติงว่ามี ๔๓ โครงการซึ่งมีผู้รับจ้างคนเดียว ต้องนำกราบเรียนว่า ตรงนี้ทางกรมทรัพยากรน้ำได้ให้ผู้รับจ้างหรือผู้ที่ยังมีสิทธิประมูลต้องไปขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับจ้าง ของกรมทรัพยากรน้ำ ถ้าใครขึ้นทะเบียนแล้วเป็นสิทธิของบริษัทนั้น ๆ ที่จะสามารถเข้าไป ประกวดราคาในงานนั้น ๆ ต้องกราบเรียนว่าใน ๔๓ โครงการนี้รวม ๑๗๑ โครงการนั้น ตรงนี้ต้องนำกราบเรียนว่าทุกโครงการนั้นผมเองต้องนำกราบเรียนว่าผมเองไม่สามารถ ที่จะเข้าไปก้าวก่ายได้ แต่เป็นสิทธิของผู้รับจ้างผู้นั้นที่มีสิทธิในการที่จะเข้าไปประกวดราคา หรือสอบราคา ในส่วนที่ท่านนิพนธ์ได้ถามว่าเกี่ยวกับโครงการซ่อมแซมฝายน้ำลาย ที่บ้านนาสำราญ ตำบลน้ำสวย อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย ซึ่งโครงการมีหินเรียง ยาวประมาณ ๒,๙๐๐ กว่าเมตร แล้วดำเนินการเพียง ๓๐๐ เมตร ต้องกราบเรียนว่า เป็นความจริงที่ส่วนดำเนินการ ๓๐๐ เมตร สืบเนื่องมาจากว่ามีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบ ต้องนำกราบเรียนว่าเดิมทีนั้นจะก่อสร้างมีพี่น้องประชาชนมาร้องขอว่าตรงนี้ ซึ่งบริเวณ ที่จะขุดลอกนั้นทำให้น้ำมันเกิดท่วมไร่นาของพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนก็เลยมาร้อง ให้มีการแก้ไข ก็เลยตัดจาก ๒,๙๐๐ เมตรให้เหลือเพียง ๓๐๐ เมตร ที่เหลือเงินงบประมาณนั้น ก็ไปทำการขุดลอกโดยปรับเกลี่ยราคาให้มันได้ตามราคาวงเงินที่กำหนด นอกเหนือจากนั้น ในส่วนอีกโครงการหนึ่งเกี่ยวกับห้วยน้ำลาย ชื่อเหมือนกันนะครับ ที่บ้านบุ่งเจริญ ตำบลน้ำสวย อำเภอเมืองเลยจังหวัดเลยก็เช่นเดียวกัน ซึ่งโครงการนี้ได้ดำเนินการขณะนี้ งานแล้วเสร็จไปเพียง ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ยังเหลืออีก ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์งานยังไม่แล้วเสร็จ อย่างไรก็ตามในส่วนของกรมทรัพยากรน้ำต้องนำกราบเรียนว่าผมเองนั้นก่อนที่มาอยู่ที่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้นได้มอบนโยบายให้กับกรมทรัพยากรน้ำ ในการที่จะมีระบบติดตามความก้าวหน้าของโครงการ ต้องนำกราบเรียนว่าซึ่งทาง กรมทรัพยากรน้ำนั้นได้เปิดเว็บไซต์ของกรมทรัพยากรน้ำ เวิลด์ ไวด์ เว็บ ดอท ดีดับเบิลยูอาร์ ดอท จีโอ ดอท ทีเอช (www.dwr.go.th) ซึ่งเป็นเว็บไซต์สามารถดูได้ทุกโครงการที่เกี่ยวกับ ในการขุดลอกคูคลองต่าง ๆ ของกรมทรัพยากรน้ำ ตรงนี้ซึ่งอยากจะกราบเรียนว่าในส่วนของ กรมทรัพยากรน้ำนั้นสามารถตรวจสอบได้ทุกโครงการ ท่านสามารถกดในเว็บไซต์ดูได้เลย อยากจะกราบเรียนว่าตรงนี้ทางรัฐบาลเองและผมเองได้กำกับดูแลกรมทรัพยากรน้ำ ได้เอาใจใส่ตรงนี้ ก็อยากจะกราบเรียนตรงนี้

ในส่วนของท่าน ส.ส. รังสิมา รอดรัศมี ต้องนำกราบเรียนว่าที่ท่านได้นำเสนอ ได้ให้ข้อท้วงติงว่าเกี่ยวกับทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาลมีการทุจริต ตรงนี้ต้องนำกราบเรียนว่า ท่านเองต้องยอมรับว่าฝ่ายค้านก็ต้องนำเสนอว่าทางรัฐบาลนั้นทำถูกต้องหรือไม่ ในส่วนของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ผมเองอยากจะกราบเรียนว่ามันมีอยู่ ๒ ส่วน ซึ่งที่ท่าน ส.ส. รังสิมาได้นำกราบเรียนว่ามันมีโครงการอยู่ ๒ ส่วน ส่วนที่ ๑ คืองานทำเอง ส่วนที่ ๒ คืองานประกวดราคา กิจกรรมซึ่งจะมีกิจกรรมในการเป่าล้างบ่อ ซ่อมเครื่องสูบน้ำ ขุดกลบบ่อ เจาะบ่อ ซ่อมประปา ซึ่งราคาต้องนำกราบเรียนว่าราคาในการทำเองนั้น ทางสำนักงบประมาณเป็นผู้กำหนดราคาโดยทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาลนั้นจะมีการกำหนดราคา เกี่ยวกับงานทำเองราคาเท่าไรซึ่งมีแผนในการดำเนินการ ยังมีการประกวดราคาอีกส่วนหนึ่ง ต้องนำกราบเรียนว่าส่วนที่ในการประกวดราคานั้นจะต้องมีการจัดซื้อท่อ เครื่องสูบน้ำ อุปกรณ์การเจาะ อะไหล่เครื่องเจาะ แล้วเครื่องอัดลม แล้วก็จัดจ้างต่อเชื่อมระบบประปา ตรงนี้ซึ่งทุกโครงการในการที่มีการจัดซื้อจัดจ้างในการประกวดราคานั้นจะต้องผ่านอีออกชัน ซึ่งมีหลักเกณฑ์ตรงนี้ ก็อยากจะกราบเรียนว่าในส่วนที่ท่านเป็นห่วงเป็นใยว่าเกี่ยวกับงบทำเอง แล้วก็มีอีกส่วนหนึ่งคืองบดำเนินการต้องนำกราบเรียนว่ามีอยู่ประมาณ ๒๗ ล้านบาท เป็นงบดำเนินการ โดยทางการสำรวจธรณีฟิสิกส์วิเคราะห์คุณภาพน้ำ สูบน้ำ ทดลองปริมาณน้ำ แล้วก็งานควบคุม แล้วก็ติดตามประเมินผล ซึ่งอยู่ในวงเงินประมาณ ๒๗ ล้านบาท รวมกับงานทำ เองอีก ๖๘๖ ล้านบาท เป็นเงิน ๘๖๘ ล้านบาท ส่วนงานประกวดราคาซึ่งผมได้กราบเรียน แล้วมีวงเงินประมาณ ๙๖๒ ล้านบาท ต้องนำกราบเรียนครับ ในช่วงขณะนั้นซึ่งทางท่าน ส.ส. รังสิมายังเป็นห่วงว่า เอ๊ะ ทำไมต้องมี การเป่าบ่อถึง ๒๖,๐๐๐ บ่อ ต้องนำกราบเรียนนะครับว่าเดิมทีนั้นบ่อต่าง ๆ ซึ่งเกิดภัยพิบัติ ตั้งแต่เมื่อปีที่ผ่านมานั้นจะมีหน่วยงานที่เคยเจาะบ่อบาดาลทั้งหมดแต่ก่อนนั้น เช่น กรมทรัพยากรธรณีเดิมทีนั้นแต่ก่อนอยู่กระทรวงอุตสาหกรรม กรมโยธาธิการ อยู่กระทรวงมหาดไทย สำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบทก็อยู่ที่กระทรวงมหาดไทย และกรมอนามัยก็อยู่ที่กระทรวงสาธารณสุข ในส่วนนี้ทั้ง ๔ หน่วยงานที่เคยขุดเจาะบ่อบาดาล ทั้งหลายทั้งปวงนั้นก็ได้ส่งมอบให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งดูแล แต่เนื่องจากว่า เมื่อปี ๒๕๕๔ ที่ผ่านมานั้นได้เกิดภัยพิบัติ แล้วก็มีการร้องขอจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จากพี่น้องประชาชนได้ขอร้องมา ทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาลซึ่งดูแลตรงนี้ก็ได้เข้าไป ในการที่จะแก้ไขปัญหาตรงนี้ ต้องนำกราบเรียนนะครับว่าทุกขั้นตอนในการที่จะไป ดำเนินการในการตรวจรับมีคณะกรรมการโดยทางหมู่บ้านขอมาแล้วเราก็ลงไปดู ดูเสร็จก็มี การมาตั้งงบประมาณในการที่จะไปดำเนินงานตรงนี้ ต้องนำกราบเรียนนะครับว่า ทุกโครงการนั้นไม่ใช่ว่าเกิดภัยพิบัติอยู่ตรงนี้ อยู่จังหวัดนี้ นอกเหนือจากนั้นก็ไปทำนอกพื้นที่ ต้องนำกราบเรียนนะครับว่าเดี๋ยวพี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้านจะสับสน ต้องนำกราบเรียนนะครับว่าที่ท่านพูดโดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดเลยซึ่งเป็นพื้นที่ของกระผมเองนั้น เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ก็อยากจะนำกราบเรียนว่าในส่วนที่ท่านมาบอกว่า พื้นที่ที่ท่านลงไปตรวจเอง ในพื้นที่ นอกพื้นที่ ในพื้นที่สาธารณะบ้าง ต้องนำกราบเรียนว่า เป็นเพียงแผนที่ทางเขาขอมา แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ต้องนำกราบเรียนนะครับว่าทุกโครงการ จะต้องอยู่ในการประกาศภัยพิบัติแห่งชาติซึ่งจะไปดำเนินการตรงนี้ ก็อยากจะนำกราบเรียนว่า ทุกโครงการท่านสามารถตรวจสอบได้ถ้าผิดผมพร้อมที่จะให้ไปดำเนินคดี ตรงนี้ซึ่งผมเอง ต้องขอบคุณท่าน ส.ส. รังสิมา รอดรัศมี ซึ่งเป็นห่วงเป็นใย ซึ่งหลักเกณฑ์ในการตรวจสอบ มีรูปคณะกรรมการในการตรวจสอบ ทั้งหลายทั้งปวงนั้นผมเองก็อยากจะชี้แจงให้ท่าน ส.ส. รังสิมาและพี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้านได้เข้าใจว่าทั้งหลายทั้งปวงนั้นเราได้นำกราบเรียนตรงนี้ เพื่อให้ท่านได้สบายใจนะครับ ก็ถือโอกาสนำกราบเรียนไว้เพียงเท่านี้ครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ให้ท่านรังสิมาที่เป็นเจ้าของเรื่องนี้ดีกว่ากระมังครับ ท่านอิสสระให้ท่านนิพิฏฐ์ก่อนไหมครับ พาดพิงเดี๋ยวผมให้หมดละครับ ผมจดชื่อท่านไว้แล้ว ผมให้โอกาสท่านครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

เอาใครก่อนคะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวครับ เอาทีละราย ท่านศุภชัยมีชื่อนะครับ ผมจดไว้หมด เดี๋ยวให้พูดหมดครับ ท่านนิพิฏฐ์ก่อนครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพัทลุง ผมขอบคุณท่านรัฐมนตรี ที่ได้ยืนขึ้นแล้วก็รับอย่างตรงไปตรงมาว่าข้อมูลที่ผมได้อภิปรายนั้นเป็นข้อมูล ที่มีการตรวจสอบแล้ว และท่านรัฐมนตรีก็ได้กรุณารับว่าสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ได้ไปสุ่มตรวจทั้งหมด ๒๑ โครงการและพบการทุจริต ๒๐ โครงการครับ ตรวจ ๒๑ โครงการ พบการทุจริต ๒๐ โครงการซึ่งผมถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มากครับ แล้วก็กรมทรัพยากรน้ำ ได้รับงบประมาณเยอะมากครับ เฉพาะใน ๖-๗ จังหวัดภาคอีสานก็ ๒,๕๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นถ้าคิดสัดส่วนว่าไปตรวจ ๕๐ ล้านบาท ถ้าพบการทุจริตเกือบ ๑๐ กว่าล้านบาท อย่างนี้ แล้ว ๒,๕๐๐ ล้านบาทพบขนาดไหน ผมขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับที่ยอมรับว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง และขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปชี้แจงกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแล้ว แต่ว่าก่อนที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเขาจะมีมติว่ามีการไม่ชอบมาพากลหรือทุจริตจริง เจ้าหน้าที่ก็ไปชี้แจงแล้วครับ และในขณะนี้เขาก็ให้ทางกรมทรัพยากรน้ำได้ส่งเงิน ที่มีการทุจริตกลับคืนแล้ว ขอบพระคุณที่รับข้อเท็จจริงครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาทีละท่านนะครับที่ขอชี้แจง มีชื่อหมดแล้วครับ ผมให้เรียงชื่อข้างบนเต็มหมดแล้วครับ เดี๋ยวเรียงไปตามนั้น ท่านรังสิมาครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ที่ท่านรัฐมนตรีลุกขึ้นมาตอบนี่คือถ้าท่านฟังดิฉันแล้ว ดิฉันเห็นท่าน ลุกหายไปท่านอาจจะฟังไม่ต่อเนื่อง ประเด็นคือ ๑. เขตที่ไปทำที่ดิฉันถ่ายคลิปให้ท่านดูคือ เขตที่น้ำไม่ท่วม แต่ที่น้ำท่วมนี่ท่านเห็นไหมในคลิปนะ ผู้ใหญ่บ้าน อบต. ประธานสภา ทั้งนั้นเลยนะคะเป็นคนมายืนยัน แล้วเขาก็กล้าให้มาฉายด้วยว่าไปทำที่น้ำท่วมไม่ได้ก็เลยมาขอเป่า ติดต่อมาเช้า บ่ายมาทำ แล้วอย่างนี้ท่านบอกว่าเขาขอมา ก็เขาไม่ขอ ของเขาดี ๆ อยู่ พอทำแล้วฉี่เด็กยังแรงกว่า ดิฉันก็ยกตัวอย่างให้ดู เพราะดิฉันไปลงพื้นที่มาจริง แต่ท่านตอบไม่ตรงประเด็น ประเด็นที่ ๑ ไม่ได้ขอแล้วทำไมมาทำ ที่ดิฉันพูดในคณะกรรมาธิการว่าทำไมเจ้าหน้าที่ถึงพูดง่าย ๆ เสือก ดิฉันพูดอย่างนี้เลยไปดูในรายงานการประชุม แต่ที่เขาเดือดร้อนทำไมคุณไม่ไปทำให้เขา ประการที่ ๒ ทีเอกชน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ช้า ๆ หน่อยครับ ฟังไม่ทัน

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

อะไรคะ ช้า ๆ โอเคค่ะ ประเด็นที่ ๒ เอกสารที่ดิฉันเอามาชี้แจงทั้งหมดที่ท่านดูคือดิฉันเอามาจากกรมทรัพยากร น้ำบาดาล กระทรวงของท่านนะคะ ไม่มีอันไหนที่ดิฉันทำขึ้นมาเองเลย ดิฉันบอกแล้วอย่างไร ดิฉันเป็นคนตรงไปตรงมา ใครมาฝากให้ดิฉันอภิปรายยังไม่อภิปรายเลย กลัวจะมาสอดแทรก แล้วไปใส่ร้ายท่าน ดิฉันไม่เอา พอเสร็จแล้วเอามาฉายให้ดูเขาก็เขียนมาเลย ไม่ใช่จังหวัดเลย จังหวัดเดียว มีอีกเยอะ ๖๐ กว่าจังหวัด ถ้ามีเวลาให้ดิฉันทั้งวันดิฉันจะมาแฉให้หมดทั้งวันเลย แต่นี่มันให้ ๓๐ นาที

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับ แบ่งเวลากัน

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

อะไรคะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วไม่ต้องชี้แจงแล้วครับ ผมเข้าใจครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

เข้าใจใช่ไหมคะ อย่างนี้ทุจริต จริงไหมคะท่านประธาน ท่านประธานยังพยักหน้าเลยเห็นไหม ดิฉันไม่ได้โกหก ประการที่ ๓ แล้วเงินนี้เบิกไปหมดแล้วเกือบจะ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เหลือแต่สร้างถังน้ำเท่านั้นเอง เมื่อสักครู่นี้ที่ท่านบอกว่าจัดซื้อจัดจ้างในส่วนกลาง ค่างานเกี่ยวกับฟิสิกส์ ๒๗ ล้านบาท ดิฉันทราบ ดิฉันไม่มีเวลาอธิบายเมื่อเช้า ๒๐,๐๐๐ บาทนะคะบ่อหนึ่ง อันนั้นโอเคแต่มันแพง กรมท่านแพงทุกอย่างเลยไม่ว่าจะขุดลอกคูคลองอะไร ๆ ก็แพงทั้งนั้นแหละ แต่ดิฉันคิดว่า การที่ทำมันไม่ถูกวัตถุประสงค์ ส่วนต่างไปไหน ต่างนี่ต่างเท่าไร อย่างเช่นอุดกลบบ่อกับเป่าบ่อ ที่ดิฉันบอกว่าซ่อมแซมระบบประปา ๕๐,๐๐๐ บาท ยังมีเป่าบ่ออยู่ในนั้นอีก แล้วยังมี งบน้ำมัน ๓,๗๘๐ บาท กับ ๓,๗๕๐ บาท รวมแล้ว ๗,๐๐๐ กว่าบาท แล้วส่วนต่างท่าน ไปไหนเบิก ๒ รอบ วันหนึ่งเป่า ๖ บ่อ แต่เบิกค่าเบี้ยเลี้ยงบ่อหนึ่งเป่า ๒ วัน ท่านลองคิดดูซิ มันเบิกฟรีไปเท่าไร ค่าที่พักไม่ได้นอน ไปเช้าเย็นกลับเบิกอีกเท่าไร

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอสมควรแล้วท่านรังสิมา มีหลายท่านขอใช้สิทธิ พอสมควรแล้วครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

ตอบไม่ตรงประเด็นอย่างไร เดี๋ยวชาวบ้านจะคิดว่าดิฉันโกหก นี่ดิฉันมีคลิปมาให้ท่านท่านยังบอกว่าไม่จริงเลย

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวจะให้ท่านรัฐมนตรีตอบอีกรอบ ท่านนั่งลงก่อนครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ ท่านอาจจะพูดไว รัฐมนตรีเดี๋ยวฟังไม่ทันนะครับ ผมก็พยายามฟังผมก็ยังไม่เข้าใจ ท่านประสิทธิ์ครับ ให้รัฐมนตรีชี้แจงเถอะครับ ขอความกรุณาให้รัฐมนตรีชี้แจงก่อนครับ ไม่เป็นไรครับ ขอความกรุณาให้รัฐมนตรีชี้แจงเถอะครับ กราบขอความกรุณาครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ต้องขอชี้แจงที่ข้อพาดพิง ต้องขอนำเรียนว่าที่ท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ว่าผมยอมรับ ต้องกราบเรียนนะครับว่าจริง ๆ แล้วหนังสือที่ท่านได้กับที่ผมมีเช่นเดียวกัน คือสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่ได้ชี้แจง หนังสือของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ให้ทางกรมทรัพยากรน้ำไปชี้แจงว่าเกี่ยวกับเรื่องการปรับราคา เกี่ยวกับเรื่องในหลักเกณฑ์ ตรงนี้ซึ่งของท่านมี ของผมก็มีเช่นเดียวกัน ซึ่งในส่วนตรงนี้ทางกรมทรัพยากรน้ำก็จะส่งมอบ เจ้าหน้าที่ไปทำการชี้แจงเกี่ยวกับปัญหาที่คณะกรรมการกำหนดราคากลาง มันจะมี ข้อพิพาทกันอยู่ว่าในกรณีที่ดินขนไปทิ้งในบริเวณรอบไม่เกิน ๑ กิโลเมตรนั้นจะต้อง มีการปรับเกลี่ยตรงนี้ก็อยากจะกราบเรียนให้ท่าน ส.ส. นิพิฏฐ์ ได้เข้าใจและพี่น้องประชาชน ที่อยู่ทางบ้านได้เข้าใจ และในส่วนของท่าน ส.ส. รังสิมา รอดรัศมี ที่ท่านได้เป็นห่วงเป็นใย ต้องนำกราบเรียนว่าคลิปที่ท่านเอามาดู จริง ๆ ต้องนำกราบเรียนว่าผมเองมีมาตรการ ในการเข้มงวดในการลงไปดู ในการก่อนที่จะดำเนินการ ผมอยากจะกราบเรียนว่าในพื้นที่ ผมได้ถามตรงนี้ว่า พื้นที่จะไปเป่าบ่อทั้งหลายทั้งปวงนั้นมันจะต้องขึ้นอยู่กับประกาศภัยพิบัติ ซึ่งประกาศ ภัยพิบัติอยู่พื้นที่ตรงไหนถึงจะสามารถไปดำเนินการ ซึ่งทุกโครงการต้องนำกราบเรียนว่า ถ้านอกโครงการนี้ท่านดำเนินการได้เลย หรือดำเนินคดีได้เลยในส่วนนี้ และอีกส่วนหนึ่ง ต้องนำกราบเรียนว่าที่ท่านไปถ่ายคลิปมาตรงนี้ท่านกรุณาเอาผมไปด้วย เดี๋ยวผมจะไปดูด้วย ท่านมาพูดลอย ๆ พูดลอย ๆ คลิปตรงนี้ใครก็ทำได้ ตัดต่อก็ตัดต่อตรงนี้ได้ แต่ทั้งหลาย ทั้งปวงเงินรัฐบาลหรือเงินหลวงตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ ตรงนี้ผมพร้อมที่จะไปพิสูจน์ กับท่าน ก่อนที่ผมจะมาดำรงตำแหน่งนั้นก็ได้มีมาตรการในการที่จะเข้าไปทำการตรวจสอบ ว่าพื้นที่ตรงไหนที่ประกาศ พื้นที่ตรงไหนมีรูปคณะกรรมการ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แล้วไปเป่าตรงไหน มีรูปคณะกรรมการทุกขั้นตอนก็อยากจะกราบเรียนตรงนี้ครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวท่านนั่งลงก่อนครับ เดี๋ยวครับ ผมเพิ่งมานั่งประท้วงเลยหรือครับ ผมจะไม่อนุญาต ให้ท่านประท้วงนะครับ ผมจะรักษาความสงบในที่ประชุม ท่านนั่งก่อนครับ เชิญท่านรัฐมนตรีชัชชาติที่ถูกกล่าวหาว่าใช้ตำแหน่งเอื้อก่อนนะครับ เอาสั้น ๆ ก่อนครับ เอาทีละประเด็นครับ เดี๋ยวครับเอาทีละประเด็น เอาทีละประเด็นครับ คืออย่างนี้ผมเป็น ประธานที่ประชุมแล้วก็ไม่ใช่ว่า เดี๋ยวท่านนิพนธ์นั่งก่อน ผมเข้าใจว่าประเด็นของท่านไม่ถึง ๑ นาทีหรอก ผมไม่อนุญาต นั่งลงก่อนครับ ของท่านก็ถูกกล่าวหาจากท่านเหมือนกัน คือลำดับอย่างนี้ที่ท่านประธานวางไว้นะครับ ท่านอิสสระ สมชัย ท่านรออยู่ มีท่านชัชชาติ ท่านรัฐมนตรีสุกำพล ท่านยุทธพงศ์ ท่านอิสสระนะครับ อันนี้คือลำดับที่วางไว้ เดี๋ยวนั่งก่อนนะครับ

(นายศุภชัย ใจสมุทร ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านประท้วงอะไร เชิญครับ

นายศุภชัย ใจสมุทร บัญชีรายชื่อ

ขออนุญาต ไม่ได้ประท้วงครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ นายศุภชัย ใจสมุทร พรรคภูมิใจไทย สิ่งที่ผมอยากจะ ขออนุญาตก็คือเรื่องใช้สิทธิพาดพิงจากกรณีที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีการชี้แจง ทีนี้ถ้าท่านจะพายาวไปถึงกระทรวงคมนาคมท่านพากลับมา กระทรวงมหาดไทยไม่ทันนะครับ เพราะท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านก็หายไปแล้ว เพราะฉะนั้นเอาให้มันเสร็จเป็นเรื่อง ๆ ไม่อย่างนั้นมันจะค้างครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนั่งลงครับ เดี๋ยวผมจะให้สิทธิพาดพิงครับ ท่านก็รอตั้งนานแล้วรู้สึกว่าที่พูดถึงเรื่องของ กรมทรัพยากรน้ำ ๔๓ รายการ แล้วก็อ้างอิงถึงท่านชัชชาติ ให้ท่านพูดไม่ถึง ๑ นาทีมันจะได้ จบประเด็นนี้ไปก่อน เชิญท่านชัชชาติประเด็นของท่านที่บอกว่าเอื้อญาติได้งาน ๔๓ โครงการ เชิญครับ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ใช้สิทธิพาดพิงที่ท่านสมาชิกได้กล่าวว่ามีญาติของผมเป็นกรรมการบริษัทที่ได้งาน กรมทรัพยากรน้ำ แล้วมีพูดเป็นทำนองว่ามีการเอื้อประโยชน์กันในหมู่ญาติ ต้องกราบเรียน ว่าไม่เคยรู้จัก ไม่เคยได้ยินชื่อบริษัทนี้ บุคคลผู้นี้ตั้งแต่เกิดมาครับ ไม่เคยรู้จักไม่ได้มีส่วนร่วม แล้วก็เป็นญาติหรือเปล่าก็ไม่ทราบ นามสกุลสะกดไม่เหมือนกัน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จบนะครับ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสุกำพลครับ

(นายนิพนธ์ บุญญามณี ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เดี๋ยวให้จบก่อนใจเย็น ๆ ผมจะให้ท่าน ไม่มั่วหรอกครับต่างคนก็ต่างชี้แจง นั่งลงครับ ท่านนิพนธ์ เอาท่านประท้วงอะไรเชิญครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอใช้สิทธิพาดพิงครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประท้วงอะไรครับ ผมให้ท่านประท้วงครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี บัญชีรายชื่อ

ผมประท้วงท่านประธานเพราะว่า การชี้แจงเมื่อสักครู่นี้ก่อนที่ท่านประธานท่านก่อนจะลงไป ท่านก็ให้ท่านรัฐมนตรีปรีชาชี้แจง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ใช่ ท่านนิพนธ์ท่านประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี บัญชีรายชื่อ

ผมประท้วงเรื่องว่าเมื่อสักครู่นี้ ท่านประธานคนก่อนรับปากว่าจะให้ผมชี้แจงต่อจากท่านนิพิฏฐ์และท่านรังสิมา แล้วมาผม เพราะว่าชี้แจงกับท่านปรีชาพาดพิงอยู่

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือท่านไม่ได้ประท้วงนั่งท่านลงครับ ท่านนั่งลงท่านไม่ได้ประท้วง ท่านจะขอใช้สิทธิพาดพิง เดี๋ยวให้เสร็จก่อนแล้วผมจะให้สิทธิท่าน นั่งลงครับ ใจเย็น ๆ ครับ หลายท่านก็ถูกพาดพิง ไม่ใช่เฉพาะท่านนะครับ นั่งลงก่อนครับ ผมจะวินิจฉัยท่านก็นั่งลงสิครับ ท่านไม่ได้ใช้สิทธิประท้วงนะครับเมื่อกี้ เชิญท่านสุกำพลครับ

พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม ขอเรียนชี้แจงในประเด็นนโยบายเรื่องของการปฏิบัติภารกิจ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะนี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่ง เดี๋ยวขออนุญาตให้ผม พูดก่อนได้ไหมครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขออยู่ในความเรียบร้อยนะครับ เชิญชี้แจง เอาเฉพาะประเด็นที่พาดพิงนะครับ

พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ครับ ผมพูดสั้นอยู่แล้ว ผมไม่ยืดเยื้ออะไรอยู่แล้วครับ ฟังหน่อยครับเรื่องภาคใต้ ขณะนี้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ๓๐๗/๕๕ เรื่องการแต่งตั้งกรรมการขับเคลื่อนนโยบาย ด้านยุทธศาสตร์ภาคใต้ ก็คือเหมือน ๆ เดิมนั่นแหละครับ เพียงแต่ว่าเพื่อให้กระชับขึ้นและ เปลี่ยนตัวบุคคลที่รัฐบาลได้เปลี่ยนไป โดยท่านได้มอบหมายให้ผมมารับผิดชอบในเรื่องของ ความมั่นคงในภาคใต้ ไม่ใช่ทั้งหมด ภาคใต้เฉพาะด้านความมั่นคงเท่านั้น ส่วนด้านยุติธรรม และด้านการพัฒนานั้นก็มีท่านอื่นเป็นผู้ที่รับผิดชอบ โดยท่านนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ที่รับผิดชอบทั้งหมด ในเรื่องของภาคใต้นั้นแน่นอนครับ เป็นเรื่องที่ทุก ๆ รัฐบาล ถือว่าเป็นวาระเร่งด่วนทั้งนั้น รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ก็เช่นกัน ถ้าเราดูพื้นที่ ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ กับอีก ๔ อำเภอที่จังหวัดสงขลานั้น ถ้าแตกเป็นหมู่บ้านแล้ว จะได้ ๑,๙๗๔ หมู่บ้าน ในจำนวนนี้มีเพียง ๓๒๔ หมู่บ้านเท่านั้นที่มีปัญหาที่เกิดเหตุร้ายอยู่ ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ก็ประมาณ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ พอเราฟังตรงนี้แล้วก็ค่อยสบายใจนิดหนึ่งว่า ภาคใต้นั้นไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดนะครับ พื้นที่ที่มีปัญหานั้นมีเพียง ๑๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ทีนี้มาดูแลมาตรการต่าง ๆ ที่เราทำอยู่ วันนี้หน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานอื่น ๆ โดยเฉพาะ ศอ.บต. ก็ลงไปด้านพัฒนา ทำงานคู่กัน เราทำมาตรการทั้งเชิงรุกและเชิงรับ ปัญหาที่เกิดขึ้นวันนี้ก็คือว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงคือทหารทำงานมาตรการเชิงรุก ก็คือการออกไปไล่ล่าผู้ก่อเหตุร้ายทั้งหลายนั้นน้อยเกินไป เพราะว่าเราเป็นห่วงงาน เชิงรับมาก เนื่องจากยังไม่มีหน่วยงานอื่นเพียงพอที่จะมารับผิดชอบตรงนี้ได้ เราไม่สามารถทิ้งมาตรการเชิงรับ เช่นอะไรครับ เช้าพระออกบิณฑบาต สาย ๆ ครู นักเรียน ไปเรียนหนังสือ ทหารผมตื่นตีสี่ ดูแลพระเสร็จเรียบร้อย พาครู นักเรียนไปเรียนหนังสือ เรียนหนังสือด้วย กลับมามาดูตลาดเย็น ตลาดอะไรทั้งหลาย ทำแต่มาตรการเชิงรับ เพราะเราทิ้งไม่ได้ถ้าทิ้งเมื่อไรมีปัญหาทันทีนะครับ เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาของเราก็คือว่า เราจะต้องทำมาตรการเชิงรุกให้มากขึ้น ซึ่งทหารเราถนัด ก็ต้องใช้เวลานิดหนึ่งในการที่จะให้ มีคนมาเปลี่ยนเรา มาทำหน้าที่เชิงรับแทนเราได้มากขึ้น นั่นคือยุทธศาสตร์สำคัญที่ได้ วางไว้ตรงนี้ ท่านรออีกนิดเดียวครับ ถ้ามีคนมาเปลี่ยนเราซึ่งได้อยู่ในแผนอยู่แล้วนะครับ อาจจะเป็นตำรวจ เป็น อส. ที่มีขีดความสามารถ ท่านได้อ่านในหนังสือพิมพ์จะเห็นว่า ข้าราชการตำรวจอยู่ภาคใต้ต้องผ่านการเกณฑ์ทหารมาแล้วเพื่อให้แข็งแกร่ง ไม่ใช่รับ ม. ๖ กระเดือกแหลมมาแล้วก็รบไม่ได้ อันนี้คือสิ่งที่เราทำอยู่ ก็เรียนให้ทราบนะครับ ส่วนผู้ก่อเหตุร้ายคือใคร ผู้ก่อเหตุร้ายก็คือเป็นองค์กรลับหนึ่ง เราเรียกอย่างนั้น สังเกตได้ว่า เวลาเขาทำเผด็จการอะไรนั้น เขาไม่เคยประกาศว่าเป็น เบอร์ซาตู บีอาร์เอ็น ไม่เคยประกาศ อันนี้คือผู้ก่อเหตุร้ายที่เกิดขึ้นมาทางภาคใต้นะครับ มีโครงสร้างที่ซับซ้อน ซ้อนกับอำนาจรัฐ แล้วก็มียุทธศาสตร์สำคัญคืออยากจะให้เหตุร้ายนี้ไปสู่ประชาคมโลกภายนอกเพื่อให้รองรับ อันนี้คือสิ่งที่สำคัญที่เราทราบอยู่ มีแกนนำประมาณ ๒,๐๐๐ คน มีผู้ปฏิบัติการอีกประมาณ ๗,๐๐๐ คน คร่าว ๆ ตรงนี้นะครับ เพราะฉะนั้นเราทราบว่าใครคืออะไรนะครับ เพราะฉะนั้นนโยบายสำคัญคือตรงนี้ ส่วนที่ท่าน ส.ส. เจะอามิงได้ชี้แจงมานะครับว่าในช่วงตั้งแต่ต้นปีนี้ วันที่ ๑ มกราคม จนถึงปัจจุบันนี้ พูดง่าย ๆ นะครับมีเหตุเกิดขึ้นถึง ๘๘ เปอร์เซ็นต์ วันที่ไม่มีเหตุเลยมีแค่ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ ผมก็เรียนให้ทราบว่าตั้งแต่วันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๑ จนถึงเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๔ ไม่ต้องบอกว่ากี่วันนะครับ พบว่ามีวันที่เกิดเหตุคิดเป็น ๙๔.๒๒ เปอร์เซ็นต์ วันไม่เกิดเหตุแค่ ๕.๗๘ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเองนะครับ ผมขอชี้แจงตรงนี้ว่ารัฐบาลมีนโยบาย ชัดเจนในเรื่องของภาคใต้แล้วก็ห่วงครับ เรากำลังดำเนินการเชิงรุกให้มากขึ้น เพียงแต่ว่า คนเราไม่พอเท่านั้นเอง ถ้าเราสามารถถอนจากเชิงรับได้ซึ่งเราทิ้งไม่ได้ อะไร ๆ จะดีขึ้น สถานการณ์จะค่อยคลี่คลายลงนะครับ ผมขอชี้แจงตรงนี้ครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ คืออย่างนี้ท่านเจะอามิงครับ เดี๋ยวให้ท่านยุทธพงศ์ ท่านอิสสระก่อน แล้วผมจะให้ท่านนิพนธ์แล้วก็มาที่พรรคภูมิใจไทย แล้วก็เดี๋ยวท่านเจะอามิง เรียงตามลำดับ ไปเรื่อย ๆ นะครับ ผมจะให้ใช้สิทธิทุกท่าน ใจเย็น ๆ ครับ เดี๋ยวเชิญท่านยุทธพงศ์ก่อน เอาประเด็นที่พาดพิงนะครับ แล้วก็ท่านอิสสระ ทีละท่านครับ เชิญครับ ทีละท่านเพราะว่า ทางท่านรองวิสุทธิ์ได้ลำดับไว้แล้วนะครับ ไม่เป็นไรครับทุกท่านก็จะต่อเนื่อง เอาทีละท่าน ก่อนนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ผมขอเวลาท่านประธานนิดเดียวครับ ใช้สิทธิที่พาดพิงนะครับ ตามที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ทางภาคใต้ ผมไม่เอ่ยชื่อ เดี๋ยวจะ ประท้วงผมอีกนะครับ คือท่านพาดพิงผม ๒ เรื่องนะครับ

เรื่องแรก เกี่ยวกับเรื่องโครงการรักษาเสถียรภาพราคายางพาราว่าขณะนี้ ยังไม่ได้มีการดำเนินการ ผมขอกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่าตั้งแต่ผมเข้ามา รับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมก็ได้เข้ามาทบทวนโครงการ ดังกล่าวเพื่อให้มีประสิทธิภาพให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ผมได้มีหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้อำนวยการองค์การสวนยางให้ดำเนินโครงการนี้ต่อ นอกจากนี้ ผมยังมีหนังสือด่วนที่สุด ที่ กษ. ๐๑๐๐/๓๖๑๕ ลงวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน เรื่องการบริหาร จัดการโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกร เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางพารา ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ๕๔ จังหวัดที่มียางพารา โดยเนื้อหาในหนังสือบอกว่าโดยที่ระยะนี้ เป็นช่วงเวลาที่มีผลผลิตยางพาราออกสู่ตลาดมากและมีปัญหาการปฏิบัติหลายประเด็น จึงจำเป็นต้องอาศัยการบริหารจัดการโครงการระดับจังหวัดอย่างมีประสิทธิภาพเป็นพิเศษ ในการนี้จึงขอความร่วมมือมายังคณะอนุกรรมการได้โปรดกำกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ตามโครงการที่ได้รับมอบหมายและผู้ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินโครงการให้มีการปฏิบัติตาม ระเบียบ มีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการโดยเคร่งครัดต่อไป หากมีประเด็น ที่เกินขอบเขตอำนาจหน้าที่ให้รายงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นการด่วน จึงเรียนมา เพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการ ลงชื่อ ผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ในฐานะประธาน กรรมการบริหารโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพ ราคายางพารา วันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ แล้วก็ได้กำชับ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการโดยเคร่งครัดแล้วก็โปร่งใสที่สุด อีกประเด็นหนึ่งครับ ที่มีการอภิปรายไปเมื่อวานนี้ แล้วผมถือว่าตรงนี้เป็นข้อมูลที่ไม่จริงนะครับ คือท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติจากภาคใต้ คงไม่ต้องเอ่ยชื่อท่านนะครับ ท่านบอกว่าปัจจุบันนี้ราคายางพารา ตกต่ำเหลือประมาณกิโลกรัมละ ๗๒-๗๔ บาท ท่านอภิปรายเมื่อวานนี้นะครับ ท่านอภิปรายเมื่อวานนี้นะครับผมมีตัวเลขครับท่านประธาน ราคาตลาดกลางยางพารา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ราคายู ๓ (U3) นะครับ ยางแผ่นดิบคุณภาพดีตลาดกลางสงขลา ๘๐.๐๕ บาท จังหวัดสุราษฎร์ธานี ๗๙.๗๙ บาท จังหวัดนครศรีธรรมราช ๘๐.๓๓ บาท ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าราคายางไม่ได้เป็นจริงอย่างที่ท่านได้มาอภิปรายในสภา ซึ่งการอภิปรายในสภาของท่านอาจจะทำให้ประชาชนที่รับฟังอยู่ทางบ้านเข้าใจผิดแล้วก็เกิด ความเสียหาย แล้วผมขอยืนยันนะครับว่าตัวเลขราคายางพารานี่มีเอกสารอยู่ในมือผม ถ้าท่านสนใจผมพร้อมที่จะเอาให้ท่านนะครับ แล้วถ้าผมกล่าวไม่จริงนะครับผมพร้อมที่จะ พิสูจน์กับท่าน ขอบคุณครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านอิสสระก่อนครับ ท่านรอนานแล้ว ท่านอิสสระก่อน เดี๋ยวคุณหมอนั่งลงก่อนครับ ท่านอิสสระแล้วก็ท่านนิพนธ์เตรียมพร้อมนะครับ แล้วก็มาที่พรรคภูมิใจไทย ทีละ ๓ ท่านก่อน เดี๋ยวตามลำดับก่อนครับท่านชัจจ์ เอาท่านอิสสระก่อน เชิญครับ

นายอิสสระ สมชัย บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอใช้ สิทธิพาดพิงอย่างน้อย ๆ ก็ ๒ เรื่องครับ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับมีการอภิปรายเรื่องการจัดซื้อ ยาปราบศัตรูพืช โดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยท่านได้ชี้แจง ถ้าท่านยังไม่กลับ ก็กรุณามารับฟังด้วยนะครับ เพราะเหตุว่าตัวเลขที่มาเกี่ยวข้องกับผมเนื่องจากว่าท่านกล่าว พาดพิงไปว่าในปี ๒๕๕๓ ได้มีการจ่ายเงินในลักษณะนี้ ซึ่งในระหว่างนั้นพรรคประชาธิปัตย์ เป็นรัฐบาลใช้เงินไป ๖๓๘ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๔ ได้ใช้จ่ายเงินซื้อยาปราบศัตรูพืช ๒,๖๖๙ ล้านบาท ซึ่งท่านระบุชัดเจนว่าอยู่ในระหว่างพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล แล้วก็ในปี ๒๕๕๕ จ่ายเงินไป ๑,๖๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ที่พาดพิงเกี่ยวกับรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ในระหว่างนั้นผมเป็นรัฐมนตรีร่วมในรัฐบาลนี้อยู่ด้วย

ในส่วนที่ ๒ พื้นที่ที่เกี่ยวข้องนั้นอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานีและ จังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งผมพอจะทราบข้อมูลเรื่องนี้พอสมควร ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ พรรคประชาธิปัตย์เมื่อปี ๒๕๕๔ ที่ท่านรัฐมนตรีได้กล่าวถึงนั้นเป็นกล่าวลักษณะว่าเหมือนกับ จะยัดเยียดว่าเป็นผลงานพรรคประชาธิปัตย์ที่ใช้เงินไปถึง ๒,๖๖๙ ล้านบาท ท่านความจำสั้น หรือเปล่าครับ ผมเรียนให้ทราบนะครับว่าปี ๒๕๕๔ นั้นได้มีการยุบสภาเมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔ แล้วมีการเลือกตั้ง หลังจากยุบสภาแล้วรัฐบาลรักษาการไม่สามารถ ดำเนินการอะไรได้หรอกครับ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม เดือนกันยายน ๕ เดือนนี้ท่านเข้ามาบริหารประเทศเมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๕๔ เพราะฉะนั้นการที่ท่านจะมาเหมารวมว่าในปี ๒๕๕๔ นั้นได้ใช้จ่ายเงินซื้อยาปราบศัตรูพืชนี้ ไปทั้งหมด ๒,๖๖๙ ล้านบาทนั้นจึงถือว่าเป็นการกล่าวเท็จครับ อยากให้ท่านชี้แจงแยกให้ดู ได้ไหมครับว่าได้มีการใช้จ่ายในระหว่างรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์เป็นเงินกี่บาทในปี ๒๕๕๔ แล้วเป็นการใช้จ่ายเงินของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเป็นเงินเท่าไร ไม่ใช่ท่านมาพูดเหมารวม อย่างนี้แล้วก็รีบลุกออกไป ท่านต้องมีความรับผิดชอบในความรับผิดชอบของท่านด้วย

ในส่วนที่ ๒ ที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นที่น่าเสียดายนะครับท่านวิลาศท่านมีเวลาน้อยไป มีหลักฐานเยอะแยะครับ ที่จังหวัดอุบลราชธานี มีทั้งหมด ๒๕ อำเภอ ประกาศเขตภัยพิบัติ ๒๔ อำเภอ มันเป็นไปได้อย่างไร และได้มีการใช้จ่ายเงินลักษณะอย่างนี้อย่างมโหฬารเลย นี่แหละครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมจึงขอใช้สิทธินี้ชี้แจงว่าเป็นการกล่าวลักษณะให้ร้ายพรรคประชาธิปัตย์ นอกจากนั้นผมก็อยากจะให้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมว่าชี้แจงเรียบร้อยแล้วครับทั้ง ๒ ประเด็น

นายอิสสระ สมชัย บัญชีรายชื่อ

ผมอยากจะให้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยได้ให้รายละเอียดในที่ประชุมแห่งนี้ได้ทราบด้วยครับ เพื่อจะได้เข้าใจ ถูกต้องว่าใครเป็นผู้บริหารเงิน ใช้จ่ายเงินงบประมาณก้อนนี้ แล้วก็ขอให้ติดตามผู้ที่เอาเงิน ส่วนนี้ไป อย่างที่คุณวิลาศบอกยาปราบศัตรูพืชกระป๋องละ ๑๙๐ บาท ๒๐๐ บาท มาตั้งงบประมาณจ่ายถึง ๓,๐๐๐ บาทอย่างนี้เป็นต้น ทำให้ประเทศชาติต้องเสียเงิน อย่างมาก ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมว่าชี้แจงพอสมควรแล้ว ท่านนิพนธ์ใจเย็น ๆ ครับ เดี๋ยวท่านนิพนธ์ก่อน

นายนิพนธ์ บุญญามณี บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตชี้แจงประเด็นพาดพิงท่านชัชชาติประเด็นแรกก่อนนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาสั้น ๆ นะครับ เชิญครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี บัญชีรายชื่อ

ผม ๒ ประเด็นท่านประธาน ที่ท่านชัชชาติ ท่านไม่อยู่แล้ว

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอยู่ข้างหลัง นั่งอยู่นี่ครับ ประเด็นเสียหายอย่างไรท่านบอกก่อนครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี บัญชีรายชื่อ

ก็ที่ผมเป็นคนอภิปรายระบุชื่อ แล้วท่านบอกว่าท่านไม่รู้จัก สิ่งที่ผมอภิปรายนี่อยู่ในรายงานการประชุมของคณะกรรมาธิการ คนที่มาพูดว่าเป็นญาติกับท่านคือนายสันติพัชญ์ สิทธิพันธ์ สามีของนางนิลรัตน์ สิทธิพันธ์ ซึ่งเป็นกรรมการในห้างหุ้นจำกัดส่วนพิตรพิบูล ที่ได้โครงการไปทั้งหมด ๔๓ โครงการ ในคำที่ท่านกรรมาธิการเชิญมาที่สภานี่ นายสันติพัชญ์ สิทธิพันธ์ ก็มายอมรับ ในคณะกรรมาธิการว่าเป็นญาติห่าง ๆ กรรมาธิการก็ถามอีกว่าญาติห่าง ๆ ห่างกันอย่างไร คนนั้นเขาบอกว่าเป็นญาติฝ่ายคุณพ่อ และกรรมาธิการก็ถามต่อว่าเจอกันครั้งสุดท้ายเมื่อไร เขาบอกว่าเจอกันที่จังหวัดสมุทรปราการในงานศพคุณพ่อของนายสันติพัชญ์

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนิพนธ์ครับ ประเด็นนี้ท่านไม่ได้เสียหาย คือท่านจะตอบอย่างไร ท่านจะชี้แจงอย่างไร ก็เป็นเรื่องของท่าน ท่านก็บอกท่านไม่รู้จักมันก็จบเท่านั้นเอง

นายนิพนธ์ บุญญามณี บัญชีรายชื่อ

ไม่ได้ครับ รัฐมนตรีรับผิดชอบ แค่บอกว่าไม่รู้จักไม่ได้ มันง่ายเกินไป ผมกำลังมีหลักฐานมายืนยันว่าเขายืนยันอยู่ว่า เขาเป็นญาติ แล้วท่านอยู่ ๆ มาปฏิเสธลอย ๆ อย่างนี้ไม่ได้ มันไม่ทำการบ้านเลยอย่างนี้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาประเด็นที่ ๒ ครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี บัญชีรายชื่อ

เพราะฉะนั้นที่ท่านมาปฏิเสธว่า ไม่รู้จักไม่ได้ เพราะเขายืนยันว่าท่านไปในงานศพพ่อของเขาที่จังหวัดสมุทรปราการ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญประเด็นที่ ๒ ครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี บัญชีรายชื่อ

อย่างนี้ถือว่าทำการบ้านนะครับ ชี้แจงต่อมาท่านรัฐมนตรีปรีชา ผมตั้งข้อสังเกตไปในประเด็นที่ท่านตอบผมนี่ ผมบอกว่า ที่จังหวัดมุกดาหารมันขึ้นทะเบียน ๓ บริษัทในของกรมทรัพยากรน้ำ ทำไมได้ห้างหุ้นส่วนจำกัด พิตรพิบูล เพียงบริษัทเดียวได้ถึง ๔๓ โครงการ แล้วที่จังหวัดมุกดาหารได้ไป ๒๖ โครงการ อันนี้คือข้อสังเกตว่าถ้าไม่มีอิทธิฤทธิ์อิทธิเดชมันจะได้อย่างไรถึง ๔๓ โครงการ แล้วต้องทำจบ ภายใน ๕ เดือน ห้างหุ้นส่วนจำกัดพิตรพิบูลมีทุนจดทะเบียน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท

(นายไพจิต ศรีวรขาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนิพนธ์ครับ เดี๋ยวมีผู้ประท้วง เชิญท่านไพจิตครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ผมประท้วง ท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ การอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ใช่การมาตั้งกระทู้ถามกัน ต้องขึ้น ๒ รอบ ๓ รอบ ท่านประธาน การชี้แจงของท่านรัฐมนตรีที่ได้ชี้แจงไปแล้วตามภาระ ที่ควรที่ชี้แจง ท่านได้ถาม ได้อภิปรายกันก็ได้อภิปรายไปตามเวลาที่อยู่ในกำหนดที่ควรเป็น จากนั้นดุลยพินิจของพี่น้องประชาชนหรือแม้กระทั่งพวกผมเองจะวินิจฉัยในการตัดสินใจ ผมว่าถ้าแบบนี้ก็จะเป็นการวิธีการที่เราใช้ในการประชุม ขอให้ท่านประธานได้ทำโดย เคร่งครัดด้วยครับ จะเป็นประโยชน์ ไม่อย่างนั้นก็จะโต้กันไปโต้กันมา เดี๋ยวรัฐมนตรีขึ้นมาอีก ประมาณ ๕ รอบก็มีบางคู่ ผมขอความกรุณาครับท่านประธาน ได้ทำบรรทัดฐานนี้ด้วยครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานผมต่อนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ยังนะครับ เดี๋ยวนะครับ คืออย่างนี้ คือเวลาท่านอภิปรายกล่าวหาไม่ไว้วางใจในการบริหาร ราชการแผ่นดินของท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีท่านก็ว่ากันไปตามข้อเท็จจริงแล้วก็ หลักฐาน อุปกรณ์ประกอบในการกล่าวหา ท่านผู้ตอบก็คือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องและถูกพาดพิง ฉะนั้นในประเด็นที่ท่านกล่าวหาแล้วก็ตอบ การชี้แจงจะถูกใจหรือจะตรงกับที่ท่านต้องการ หรือไม่ อันนี้ท่านสมาชิกทั้งหลายนั่งอยู่นี่ท่านต้องใช้ดุลยพินิจในวันพรุ่งนี้ว่าจะไว้วางใจ ไม่ไว้วางใจ ๔ ท่าน ทีนี้ผมจะควบคุมการประชุมอย่างเคร่งครัดว่าถ้าท่านจะใช้สิทธิพาดพิงผมจะถามก่อนว่า พาดพิงประเด็นอะไร แล้วเสียหายหรือไม่ ผมจะวินิจฉัยแล้วจะให้ท่านพูดนะครับ เฉพาะท่านนิพนธ์เหลืออยู่ประเด็นเดียว เชิญครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี บัญชีรายชื่อ

ผมเหลือประเด็นของท่านปรีชาครับ เมื่อสักครู่ท่านปรีชาตอบผม ๓ ประเด็นซึ่งไม่ตรงกับข้อมูลที่ผมมีอยู่ ผมก็ขออนุญาตที่จะเรียน กับท่านประธานผ่านไปยังท่านปรีชาว่าเหตุผลที่ผมเรียนนั้นด้วยเหตุผลที่ได้กราบเรียนแล้วว่า จากเดิมทำไมบริษัทนี้บริษัทเดียวถ้าไม่มีอิทธิฤทธิ์อิทธิเดชทำไมต้องได้ไป ๔๓ โครงการ ได้ไป ๔๓ โครงการถึงปัจจุบันทำไม่เสร็จ ๘ โครงการ ท่านเข้าใจนะครับ ท่านปรีชาประชุม อยู่บ่อย ๘ โครงการ แล้วก็กรณีที่ไม่ทำที่ห้วยโสกปอโครงการเดิมมันอยู่ห้วยโสกปอแล้วไปทำ ที่อื่น ไปทำที่ห้วยโปร่งเสาหรือห้วยโปร่งเส็งท่านลองไปตรวจสอบดูสิครับว่าการย้ายโครงการ การเปลี่ยนสถานที่โดยไม่ขออนุญาตแก้ไขสัญญาทำได้หรือไม่ อันนี้คือประเด็นนะครับ ประเด็นที่ ๒ ที่ยืนยันกับท่านได้ว่าบริษัทนี้ทำเองไม่ได้ถ้าไม่เอาโครงการไปขาย เพราะว่ามีแค่ เครื่องจักรเครื่องไม้เครื่องมือแค่ ๖ ชุดเท่านั้นครับ มีแบคโฮ ๖ ตัวเท่านี้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอานะครับท่านพาดพิงแล้วนะครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี บัญชีรายชื่อ

แล้วก็ประการสุดท้ายท่านไม่ตอบผม

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ท่านนิพนธ์ครับ ท่านรัฐมนตรีจะตอบเฉพาะประเด็นพาดพิงมากน้อยแค่ไหน ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับที่ท่านถามทั้งหมด เดี๋ยวท่านจุรินทร์ท่านจะสรุปเองนะครับ ผู้สรุปเขาจะสรุป อันนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องการกระทู้ถามกันนะครับ เป็นเรื่องกล่าวหากันเพื่อที่จะไม่ไว้วางใจ เมื่อท่านรัฐมนตรีไม่ได้ตอบในประเด็นที่ท่านต้องการ เดี๋ยวท่านสมาชิกนั่งอยู่ในนี้ ท่านจะวินิจฉัยเองนะครับ คือไม่ละครับ ต่อไปเดี๋ยวจะเป็นท่านจากพรรคภูมิใจไทย ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการนะครับ อย่างนี้ได้ไหมครับท่านรัฐมนตรีชัจจ์จะขอชี้แจงสั้น ๆ ก่อน ทางพรรคภูมิใจไทยได้ไหมครับ เชิญท่านชัจจ์ก่อนสั้น ๆ นะครับ คือไม่ให้ประท้วงครับ ไปเรื่อย ๆ ใจเย็น ๆ ครับ

พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผมก็ถูกอภิปราย ถูกถอดถอน ผมได้หาช่วงตั้งแต่ เมื่อวานจนกระทั่งวันนี้ทั้งวันไม่มีโอกาสได้ตอบข้ออภิปรายของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ซึ่งอภิปรายผม และขณะนี้จนผมจะลืมแล้ว

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ เชิญท่านจากจังหวัดเชียงรายก่อน ท่านพิเชษฐ์จะประท้วงอะไรครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ จะเห็นว่าผู้ที่เป็น ผู้อภิปรายของพรรคประชาธิปัตย์ขณะนี้แต่ละคนที่เคยอภิปรายได้มานั่งประจำที่พร้อมที่จะ อภิปรายรอบ ๒ นะครับ แต่ละท่านมาเตรียมตัวแล้ว

(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านครับ ผมได้วินิจฉัยในประเด็นของท่านไพจิตแล้วผมจะควบคุมนะครับ ส่วนท่านจะมานั่ง จะรู้ได้อย่างไรว่าท่านจะพูดไม่พูด อย่าไปนั่นแทนท่านนะครับ ผมควบคุมเองครับ เพราะว่า ขณะนี้ทางวิป ๒ ฝ่ายได้ตกลงกันแล้วได้แจ้งมาแล้ว ผมจะให้โอกาสหลาย ๆ ท่านนะครับ เชิญท่านผู้ประท้วงต่อไปครับ วันนี้เป็นวันอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านประธานครับ โดยเฉพาะท่านนิพนธ์ บุญญามณี ก็ยังเหลืออีกเพียงประเด็นเดียว ท่านนายกรัฐมนตรี เป็นที่เคารพรัก ท่านประธานครับ ก็ต้องฟังเสียงจากประชาชน แม้นว่าท่านจะเป็น นายกรัฐมนตรีพลาสติก ขอขอบคุณ

คืออย่างนี้ครับ เดี๋ยวนะครับนั่งก่อนครับ ก็เพราะอย่างนี้ละครับ พอตอนสุดท้ายก็จะพูดกัน อย่างนี้ คือประเด็นนี้ท่านอาจารย์รัชฎาภรณ์ท่านเคยแนะนำไว้แล้วว่าการประท้วงก็ดี การให้เหตุผลในการประท้วงไม่จำเป็นต้องฟังทั้งหมด ฟังแค่ที่เข้าใจได้ก็พอ ฉะนั้นสิ่งที่ ท่านแนะนำถูกต้องแล้ว ฉะนั้นที่ท่านมาพูดนี่ท่านต้องถอนนะครับ เป็นการกล่าวหาใส่ร้าย ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านจะถอนไหมครับ ตอนสุดท้ายนี่ ถ้าท่านประท้วงผมตามข้อ ๘ ท่านก็ประท้วงไปทำไมต้องไปใส่ร้ายคนอื่นเขาด้วยนะครับ อันนี้เราจึงบอกว่าต้องเป็นรูปแบบ ของสภาของเรา เชิญ ท่านจะถอนหรือไม่ถอนครับ ผมวินิจฉัยแล้วเป็นการใส่ความกันนะครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้อภิปรายจริง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือผมถามว่าท่านจะถอนหรือไม่ถอนครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านก็กรุณาฟังสิครับว่าผมจะถอน หรือไม่ถอน ผมจะพูด

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ที่ผมได้พูด ดังกล่าวนั้น

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจะถอนหรือไม่ถอนครับ ผมวินิจฉัยแล้วว่าเป็นคำพูดที่ใส่ร้าย เชิญ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านฟังสิครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจะถอนหรือไม่ถอนครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ผมยังไม่ทันตอบแล้วท่านจะรู้ ได้อย่างไรว่าผมจะถอนหรือไม่ถอน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ผมบอกแล้วนี่

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ อย่างนั้น ผมเปลี่ยนใหม่ครับ ไม่เอาครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ให้ถอนครับ ผมบอกว่าให้ถอนก่อนครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

เป็นหญิงเหล็กครับ ไม่ใช่พลาสติกครับ ได้ไหมครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านถอนแล้วใช่ไหมครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ก็ผมบอกแล้วครับว่าเป็นหญิงเหล็ก ไม่ใช่พลาสติก

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ใช่ ท่านถอนหรือยังครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ผมเปลี่ยนแล้วครับ จากพลาสติก เป็นเหล็กครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

นั่งลงครับ พอแล้วครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับที่ท่านเห็นด้วย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านชัจจ์ครับ

พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นรายบุคคล และวันแรกได้อภิปรายจบกันไปทีหนึ่งแล้ว แต่ระหว่าง ๒ วันนี้ ต่อมาได้มีการอภิปรายถึงผมอีก ผมได้หาโอกาสชี้แจงเพื่ออภิปรายตอบโต้ แต่ปรากฏว่าไม่มีเวลานะครับ ไม่ได้เวลาเลย จึงจะต้องขอแทรกเพื่อนสมาชิกผู้มีเกียรติ ขึ้นในตอนนี้ เพราะมิฉะนั้นเวลายิ่งช้าลงไปหมดลงไป เดี๋ยวผมจะไม่ได้ชี้แจง แล้วบรรดาท่านสมาชิกผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงก็อาจจะคลางแคลงเป็นเหตุให้ผมเสียหาย ได้มีท่านสมาชิกเมื่อวานนี้ได้อภิปรายเพิ่มเติมว่ามีโรงสีค้าข้าวซื้อข้าวโดยที่นานั้นน้ำท่วม เป็นหมื่นไร่ไม่ควรจะมีข้าวมาขายแต่ก็มีข้าวมาขาย มารับจำนำ ส่งมาให้โรงสีรับจำนำ และโรงสีนั้น มีผู้ถือหุ้นนามสกุลเดียวกับผม ๒ คน ถ้าเผื่อผมไม่ชี้แจงก็อาจจะเสียหายว่าผมมีส่วน มีเอี่ยวเป็นเจ้าของโรงสีนั้นหรือไม่ ขอเรียนท่านสมาชิกที่รักที่เคารพทุกท่าน ผมนั้นเกิดมาตั้งแต่เด็ก พ่อ ลุง อา พี่ ญาติ ค้าข้าว และตั้งโรงสีกันมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๐ กว่าแล้ว ผมก็ได้รับมรดกจากพ่อแม่มา ได้ถือหุ้น มาจนกระทั่งอายุ ๓๐ กว่าปี ประมาณ ๓๒-๓๓ ปีเป็นสารวัตรผมก็ได้ถอนหุ้นและได้เลิก ผมไม่ได้หุ้นจากญาติพี่น้องอีก แล้วก็ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับการค้าข้าวหรือสีข้าวมาอีก เป็นเวลา ๓๗-๓๘ ปี ญาติผมอยู่ที่จังหวัดนครปฐมมี จังหวัดนครสวรรค์ไม่มี ทำโรงสี ผมก็ไม่ทราบโรงสีไหนที่ไปดำเนินการดังที่ว่าเพราะท่านไม่ได้ระบุ ผมพยายามสอบถาม ไปอีกแห่งหนึ่งที่รู้จักกันซึ่งเขารับจำนำข้าวเขาบอกว่าไม่มีเรื่องเช่นนี้ การรับจำนำข้าวนั้น เขาไม่ต้องไปดูว่านาของใครน้ำท่วมมีข้าวหรือไม่มีข้าว เพราะเขามีเอกสารจากทางราชการ กำหนดมา ผมจึงไปถามเจ้าหน้าที่ซึ่งมาเตรียมอยู่ที่ในสภานี้ซึ่งเกี่ยวข้องกับการออกใบรับรอง ผมไม่ทราบว่าเรียกว่าอะไร แต่เจ้าหน้าที่ชี้แจงว่าก็ทำตามที่เคยประกันกัน ชาวบ้าน เขาก็มาต่อว่าเมื่อประกันราคาได้มาจำนำก็แสดงว่าต้องได้ แต่เมื่อตรวจสอบดูก็ปรากฏว่า เขาได้ตัดไปหลายรายการเพราะว่ามีความบกพร่องตรวจพบกันว่าไม่ได้ทำนาจริงครับ ถึงเขาจะทำอะไรกันผมก็ไม่เกี่ยวข้อง คือการเอามากล่าวอ้างให้อภิปรายอย่างนี้ฟังดูเหมือนว่า ผมไปเกี่ยวข้องมีญาติในการทุจริต ซึ่งหนังสือพิมพ์เมื่อเช้าก็ลงกันทุกฉบับบอกว่า ผมต้องเกี่ยวข้องแล้วก็ต้องชี้แจงในวันนี้ แต่ก็ไม่มีโอกาสชี้แจงจึงขอเรียนให้ทราบว่า การนำเอาญาติมากล่าวในสภานั้นผมไม่เห็นด้วย ท่านประธานครับ เพราะว่าแต่ละคนก็มีญาติ ถ้าผมจะกล่าวถึงญาติว่าญาติใครทำอะไร ดีหรือไม่ดี เสียหาย มันก็เกี่ยวโยงกันไปเยอะแยะ ในสภานี้ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายไหนก็แล้วแต่ถ้าเผื่อโยงไปก็จะเสียหายเดี๋ยวก็จะวุ่นวายอีก ผมทราบว่าใครมีญาติที่ติดคุกบ้าง ที่หนีคดีบ้าง ก็ขอร้องว่าอย่าใช้วิธีการแบบนี้ อย่างน้อย ก็กับผมนะครับ ก็ขอชี้แจงให้ทราบอย่างนี้ในเรื่องโรงสีที่มีเจ้าของที่นามสกุลกุลดิลก แต่เมื่อการรถไฟแห่งประเทศไทยเขาจำเป็นต้องเข้าไปบริหารไปจัดการเขาก็ขนาดไม่ได้เป็น มืออาชีพ แต่คิดว่าการทุจริตนั้นไม่มี ผมได้กำกับดูแลสอดส่องอยู่ ก็ทำเงินได้ถึง ๔๖๔ ล้านบาท ซึ่งปีหนึ่งต่างกัน ๔๖๐ ล้านบาท อันนี้เป็นการนำเงินของรายได้จาก ตลาดนัดจตุจักรมาบำรุงการรถไฟแห่งประเทศไทย แล้วก็มาพัฒนาตลาดต่อไป ซึ่งเป็น การดึงเงินคืนจากกลุ่มที่เป็นมาเฟียเป็นทุจริตในนั้นมาคืนให้กับประชาชน ซึ่งเชื่อว่าเป็นผลดี อีกทั้งในการดำเนินการ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้ให้นโยบายกับผมแล้วก็ คอยกำกับผมอีกต่อหนึ่งว่าไม่ให้พ่อค้าแม่ค้าที่ทำการค้าอยู่ในตลาดนัดจตุจักรนั้นเดือดร้อน แล้วก็ให้พัฒนาตลาดแล้วให้ขจัดการรีดไถมาเฟีย ขจัดอาชญากรรม ทำให้ตลาดสะอาดขึ้น ก็ได้ผลตามที่ ฯพณฯ สั่งผมไว้ทุกประการ ผมได้ดำเนินการตามนั้นไม่มีการทุจริตและผมไม่ได้ เกี่ยวข้อง การรถไฟแห่งประเทศไทยเขาดำเนินการก็ได้ผลดี อย่างนี้ครับจึงเป็นที่ไม่น่าจะมี เรื่องเกี่ยวข้องทางด้านทุจริตเสียหาย

ต่อมาเรื่องสุดท้าย คือเรื่องการขุดลอกลำน้ำ ๒๖ โครงการ ซึ่งผมได้อภิปราย ไปแล้ว ชี้แจงไปเรียบร้อยแล้วแต่ก็ยังมีสื่อมวลชนไม่เข้าใจและสมาชิกก็ยังถามผมอยู่ บอกให้ผมพูดให้ชัด ๆ ว่าผมเป็นมือใหม่ยังชี้แจงไม่ชัด ผมขอสรุปนะครับว่าการจัดจ้าง ด้วยวิธีพิเศษได้กำหนดอยู่ในระเบียบการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ มานานแล้วนะครับ วิธีพิเศษ เป็นเครื่องมือที่สำคัญของทางราชการในการแก้ปัญหาเร่งด่วนเรื่องความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนในทุกยุคทุกสมัยไม่ว่ารัฐบาลไหน ๆ พวกท่านก็ทราบดีมันไม่ใช่ วิธีโกงอย่างที่พูดกัน เพราะทำกันทุกรัฐบาล เมื่อมีการทุจริตไม่ว่าจะจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ หรือว่าวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์หรือที่เรียกว่าอีออกชันก็สามารถดำเนินคดีเอาผิดได้ทั้ง ๒ กรณี ไม่ใช่เป็นเรื่องที่จะมีปัญหากับทางปฏิบัติอย่างไร ในการดำเนินคดีพวกที่ แม้แต่ตัวผมเอง ถ้าผมไปทุจริต ในการควบคุมดูแลในการประมูลนั้นไม่ใช่ผมจะลงไป พวกท่านก็ทราบ ไม่ใช่จะลงไปแทรกแซงได้ ไม่ใช่ว่าจะไปจัดการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดทีโออาร์ อย่างใดอย่างหนึ่งได้ ถ้าเผื่อผมไปควบคุมลึกขนาดนั้นสิครับอาจจะถูกกล่าวหาได้ว่าผมเปิด ช่องทางให้เกิดการทุจริตนี่ไม่มีครับ รับรองไม่มีครับ การคำนวณราคากลางที่ได้พูดถึงกันนั้น ก็เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรมบัญชีกลาง ท่านหัวหน้าฝ่ายค้านก็ได้กล่าวไว้เมื่อเช้าว่า รัฐบาลจะต้องดำเนินการประกาศราคากลางโดยเปิดเผยตามที่ ป.ป.ช. แนะนำ กรมเจ้าท่า ใน ๒๖ สัญญาหรือสัญญานอกจากนี้ก็ตามเขาก็ประกาศราคากลางให้เป็นที่ทราบทั่วกัน ไม่ว่าจะทางหนังสือพิมพ์ ทางวิทยุกระจายเสียง ทางเว็บไซต์ ถูกต้องตามระเบียบ ทางราชการทุกประการ ราคาว่าจ้างของแต่ละโครงการเป็นไปตามมาตรฐานงบประมาณ ของสำนักงบประมาณ เมื่อสำนักงบประมาณมีเงินเท่านี้ เจียดจ่ายมา ๑,๒๑๕ ล้านบาทแล้วมาแบ่งเป็น ๒๖ โครงการ แล้วก็ส่วนมากต่ำกว่าราคากลางซึ่งพ่อค้าก็จะนึกว่ามันทำยาก เพราะราคาโครงการนั้น ๆ ถ้าเผื่อประมูลสูงก็อาจจะไม่ได้งานประมูลต่ำก็ขาดทุน เขาจึงเสนอหลายรายที่เสนอราคามาในราคาราคากลางเพราะราคากลางเปิดเผย เสนอมาเท่า ๆ กันถ้าเผื่อรายหนึ่งรายใดเสนอต่ำรายนั้นก็น่าสนใจ ถ้ามีเครื่องไม้เครื่องมือ มีขีดความสามารถทำได้ ถ้าผมเป็นข้าราชการผมก็เลือกรายนั้นครับ การจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ ไม่มีการแข่งขันราคาคือจะเรียกมาเพียงรายเดียวก็ได้มาตกลงราคากัน แต่ถ้าเรียกมา หลายรายก็ดีจะได้มาถามดูซิว่าใครที่ยื่นซองมาพร้อม ๆ กันดูซิใครจะให้ราคาต่ำ นี่เป็นโอกาส ของทางราชการ เป็นประโยชน์กับทางราชการถ้าได้เรียกมาหลายรายเพราะฉะนั้นวิธีจัดจ้าง ด้วยวิธีพิเศษนี้จึงไม่มีการฮั้วหรือการสมยอมในภาษากฎหมายหรือภาษาราชการ วิธีจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษไม่มีการฮั้วครับ เขาฮั้วกันไม่ได้เพราะไม่มีการประมูลราคา เขาไม่ได้แข่งขันราคา แล้วแต่ความเหมาะสมครับ เงินงบประมาณที่มาดำเนินการ ๑,๒๑๕ ล้านบาทนี้ได้จ่ายไปให้ผู้รับจ้าง ๒๖ โครงการบ้างตามระเบียบของการจัดจ้าง แต่ว่าไม่เกิน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ นี่เป็นไปตามระเบียบของทางราชการทุกประการ บางรายก็จ่ายตั้งแต่ ๕ เปอร์เซ็นต์ไปจนถึง ๑๕ เปอร์เซ็นต์แล้วแต่ข้าราชการ ที่คณะกรรมการเขาพิจารณา แต่ขณะนี้ตอนที่ผมได้จากกระทรวงคมนาคมมานั้น งานนี้สำรวจผมได้ให้รายงานมาครั้งสุดท้าย รายที่ทำงานได้ต่ำที่สุด ๘๕ เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นอาจจะ ๘๗ เปอร์เซ็นต์ ๘๙ เปอร์เซ็นต์ ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ๙๘ เปอร์เซ็นต์แล้วแต่ แสดงว่าทางราชการไม่ขาดทุน ถ้าเผื่อมีความเสียหายงานไม่จบไม่สิ้นอย่างใดก็ดีทางราชการ ไม่ขาดทุน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ ท่านสมบูรณ์ครับ ท่านถูกไม่ไว้วางใจด้วย ให้ท่านชี้แจงเถอะครับ ท่านถูกไม่ไว้วางใจให้ท่านชี้แจง ท่านมีสิทธิชี้แจงด้วย เชิญท่านสมบูรณ์ครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมเข้าใจท่านประธานแล้วก็เข้าใจท่านรัฐมนตรีครับว่าท่านเป็นคนที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ผมเชื่อว่าการชี้แจงของท่านก็เป็นที่ชัดเจนแล้วครับ วันนี้เราได้รับฟังกัน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอาจจะเข้าใจของท่านชัดเจน แต่ผู้ชี้แจงท่านต้องชี้แจงตามประเด็นของท่านนะครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

เมื่อวานกับวันนี้เหมือนกันเลยครับท่าน ผมรับฟังอยู่แล้วครับท่าน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็นไร อดทนท่านหน่อยครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธาน เดี๋ยวจะมีคนสอบถาม กลับไปอีก ทีนี้จะต้องใช้เวลา

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมจะควบคุมการประชุมโดยเคร่งครัดอย่างที่ท่านไพจิตประท้วงผม ท่านนั่งครับ เดี๋ยวท่านจะชี้แจงจบแล้วนะครับ เชิญครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านยังไม่เข้าใจ แล้วให้ท่านรัฐมนตรี ชี้แจงอีกหรือครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือการชี้แจงเป็นสิทธิของท่าน เชิญท่านรัฐมนตรีต่อครับ

พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

เรียนท่านประธานผ่านไปยังสมาชิก ผมเพียงแต่จะสรุปที่ท่านสมาชิกถอดถอนผม อภิปราย ไม่ไว้วางใจว่าผมทุจริต ผมล้มเหลว ผิดพลาด ผมจะสรุปเพื่อให้สมาชิกเห็นว่าผมได้ทำ ผิดพลาด ล้มเหลวและทุจริตจริงหรือไม่ แล้วก็จะได้ให้ท่านสมาชิกได้ตัดสินใจ ผมเป็น ๑ ใน ๔ ที่ถูกอภิปรายเท่านั้น เวลายังเหลืออีกตั้งหลายชั่วโมง ผม ๑ ใน ๔ ครับ ผมได้เรียนว่า เงินที่จ่ายไปนั้นเพียงเล็กน้อย เงินส่วนที่เหลือตามงบประมาณ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นั้นยังมิได้จ่าย ทุกโครงการ เพราะฉะนั้นจึงยืนยันได้ว่าความเสียหายไม่มี ทางราชการไม่เสียหาย การทุจริต ในเมื่อทางราชการไม่จ่ายเงินจึงยังไม่มีการทุจริตและท่านที่อภิปรายก็ไม่ได้มีหลักฐานว่า ผมไปรับเงินจากใคร ผมก็เลยไม่รู้จะแก้ข้อกล่าวหาได้อย่างไร อย่างไรก็ตามรายละเอียด ที่ ท่าน ส.ส. วิฑูรย์ นามบุตร ได้นำเสนอมานั้นผมก็ไม่แน่ใจว่าเป็นความจริงหรือความเท็จ เมื่อสิ้นสุดการอภิปรายในครั้งนี้ผมยังต้องมีหน้าที่ไปชี้แจงกับ ป.ป.ช. ตามข้อกล่าวหา ของฝ่ายค้าน มีพยานหลักฐาน มีรายละเอียด ก็ต้องมาดูกันว่าหลักฐานของท่านนั้น เป็นความเท็จหรือไม่ ก็ขอได้พิจารณา ผมรับราชการมาจนเกษียณอายุมิได้มีข้อมัวหมอง ในเรื่องการทุจริตเลย และผมได้รับคำยกย่องชมเชยในด้านความซื่อสัตย์เสียด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นในบั้นปลายปัจฉิมวัยของผมผมสัญญาว่าผมไม่ทำอย่างนั้น ผมจะป้องกัน ทรัพย์สินเงินทองงบประมาณแผ่นดิน ภาษีอากรของราษฎร นี่คือเป้าหมายที่ผมทำเพื่อจะได้ รับคำชมเชยจากอนุชนรุ่นหลัง ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้มา อภิปรายผมในข้อหานี้ ผมยินดีที่จะอธิบายให้ท่านได้เห็นว่าทุกขั้นทุกตอนผมได้ทำอะไรไป ตามที่ได้กล่าวมาแล้ว ขอขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านศุภชัย ใจสมุทร เชิญครับ ท่านใช้สิทธิพาดพิงอะไรบอกประเด็นก่อนนะครับ

นายศุภชัย ใจสมุทร บัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เมื่อสักครู่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ตอบชี้แจงกรณีที่ท่านวิลาศ จันทร์พิทักษ์ ได้อภิปราย ในส่วนเรื่องของงบภัยพิบัติซึ่งเป็นการดูแลของกระทรวงมหาดไทย และท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยได้ชี้แจงว่าเหตุเกิดสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งต้องขออนุญาตเรียนว่า ณ วันนั้นคนที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์คือ ท่านชวรัตน์ ชาญวีรกูล อดีตหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ขณะนั้นผมก็เป็นโฆษก กระทรวงมหาดไทยอยู่ด้วย เพราะฉะนั้นผมจำเป็นที่จะต้องใช้สิทธิพาดพิงเพื่อจะอธิบายให้ พี่น้องประชาชนได้ทราบว่าเรื่องราวแท้จริงเป็นอย่างไร ขออนุญาตชี้แจงนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จริง ๆ ท่านชวรัตน์อยู่ไม่ใช่หรือ เอาเฉพาะประเด็นนี้นะครับ ผมอนุญาตครับ

นายศุภชัย ใจสมุทร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาอยู่ที่ว่า ตอนนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยท่านอยู่ในรัศมีที่ท่านฟังแล้วได้ยินใช่ไหมครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนั่งอยู่ข้างหลังครับ

นายศุภชัย ใจสมุทร บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มีการชี้แจงอย่างที่ผมได้กราบเรียนไป เมื่อสักครู่ ต้องขอเรียนอย่างนี้ว่าจริง ๆ พรรคภูมิใจไทยไม่ได้มีการยื่นอภิปรายในคราวนี้ เราก็ฟังด้วยความสงบ เก็บข้อมูลและฟังด้วยความเป็นธรรมเพื่อประกอบการตัดสินใจ สำหรับวันพรุ่งนี้ แต่จู่ ๆ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยท่านก็พาดมาดื้อ ๆ เป็นพาดโดยใช้ข้อความในลักษณะว่าถ้าเอ็งว่าข้าเลวที่จริงเอ็งนั้นก็ชั่ว ความจริง ต้องขออนุญาตชี้แจง กระผมขอชี้แจงใน ๒ สถานะ ท่านประธานที่เคารพครับ อันแรกสุดคือ ผมเป็นกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งมีท่าน พลตำรวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านใช้สิทธิเฉพาะที่ท่านพูดครั้งแรก ส่วนท่านจะเป็นกรรมาธิการอะไรท่านไม่มีสิทธินะครับ

นายศุภชัย ใจสมุทร บัญชีรายชื่อ

กำลังจะเท้าความว่าผมไม่ใช่ลุกขึ้นมา แล้วก็ชี้สะเปะสะปะ แต่ผมรู้เรื่องนี้เพราะผมเป็นกรรมาธิการในการตรวจสอบที่มีท่าน พลตำรวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ เป็นประธานอยู่ด้วย เพราะฉะนั้นต้องเรียนอย่างนี้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านศุภชัยอย่างนั้นผมจะไม่ให้ท่านชี้แจง ท่านขอใช้สิทธิว่าที่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยบอกว่างบเกี่ยวกับภัยพิบัติในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ แล้วก็พรรค ของท่านเข้ามากำกับดูแลในกระทรวงมหาดไทย ท่านเป็นโฆษกแล้วก็หัวหน้าพรรค ท่านเป็น มท. ๑ ท่านต้องชี้แจงเฉพาะประเด็นนี้ ท่านจะไปเอาเรื่องของกรรมาธิการมาชี้แจง ผมไม่อนุญาตครับ

นายศุภชัย ใจสมุทร บัญชีรายชื่อ

ท่านครับ ต้องอธิบายความ ให้มันตรงกันว่าผมไม่ใช่ลุกขึ้นมาแล้วพูดลอย ๆ โดยผมไม่รู้ แต่ผมกำลังจะเรียนว่า สิ่งที่ท่านวิลาศ จันทร์พิทักษ์ ได้อภิปรายไปเป็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการทุกคนที่อยู่ตรงนั้นรู้ พวกผมไปจังหวัดอุบลราชธานีไปพบเห็นเหตุการณ์ต่าง ๆ เพราะฉะนั้นก็คือสิ่งที่ผมบอก กับท่านว่าผมเป็นกรรมาธิการไม่ได้เพื่อจะบอกว่าผมกำลังใช้สิทธิกรรมาธิการ แต่เป็นเรื่องที่ กำลังจะยืนยันว่าผมได้รู้เป็นประจักษ์พยานเห็นมาแท้ ๆ ไม่ใช่ไปฟังความมาแล้วมาบอก กับท่านประธานอีกที ขออนุญาตเข้าเรื่องเลยครับท่านประธานถ้าท่านจะอนุญาต

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ ท่านขอใช้สิทธิในฐานะว่าหัวหน้าพรรคท่านดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านบอกว่าท่านเป็นโฆษกท่านก็ต้องอธิบายความให้ในที่ประชุมสภา แห่งนี้ทราบก่อน ท่านบอกว่าเสียหายผมก็อนุญาต ท่านไม่ต้องไปหยิบยก ท่านก็บอกว่า เสียหายอย่างไร ท่านก็จะชี้แจงอย่างไรก็สุดแล้วแต่ท่าน เชิญครับ ในฐานะที่ ท่านดำรงตำแหน่งในขณะนั้น

นายศุภชัย ใจสมุทร บัญชีรายชื่อ

ตกลงเอาฐานะนี้ ผมไม่เอาฐานะโน้น ขอบพระคุณครับท่านประธาน อย่างนี้ครับท่านประธาน เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยได้มีการชี้แจงในลักษณะว่าการใช้งบประมาณมันเกิดขึ้นในสมัยรัฐบาล ของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งตอนนั้นก็อยากจะเรียนว่าวันนั้น ท่านชวรัตน์ ชาญวีรกูล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่สิ่งที่ท่านไม่ได้นำมาชี้แจง ให้เห็นชัดตามที่ท่านวิลาศได้มีการกล่าวหาก็คือว่าการใช้งบประมาณสำหรับกรณีนี้ประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านบาทมันเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่มีการยุบสภาส่วนหนึ่ง และเงินส่วนใหญ่เป็นเงินที่ใช้ ไปในช่วงที่รัฐบาลท่านบริหารประเทศ เงิน ๕,๐๐๐ ล้านบาทมีการใช้ไปในช่วงหลังจาก มีการยุบสภาประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท และในสมัยรัฐบาลท่านแบบเต็ม ๆ คือทั้งหมด เต็ม ๆ หมดแหละ ที่ใช้กันแบบเต็ม ๆ เนื้อ ๆ ก็อีกประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ประเด็นตรงนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยต้องนำตัวเลขมาชี้แจง และประการสำคัญอย่างนี้ครับท่านประธานที่เคารพ ผมคิดว่าเป็นหน้าที่ของท่าน เมื่อทราบความจากสมาชิกท่านต้องดำเนินการในการเข้าไปปราบปรามยุติการกระทำ ที่เป็นการทุจริตนั้นเสีย ไม่ใช่ท่านมาบอกว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกิดในสมัยผมหรอก เกิดในสมัยท่าน มันไม่สำเร็จ เพราะฉะนั้นก็เพียงแต่ชี้แจงเพื่อให้พี่น้องประชาชนแล้วก็สมาชิกทุกท่าน ได้ทราบว่าเหตุทั้งหมด ๕,๐๐๐ ล้านบาทมันเกิดขึ้นในสมัยท่านนั่นแหละครับ และในขณะเดียวกันผมบอกว่าสิ่งที่ท่าน พลตำรวจโท วิโรจน์ท่านเป็นประธาน ด้วยความเคารพ ต้องเรียนว่าท่านทำงานหนักมาก แล้วสิ่งที่ปรากฏว่า หลังจากที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้ดำเนินการเพลี้ยไม่กระโดดมาประเทศไทยเลยครับ มันหยุดอยู่ฝั่งประเทศลาวหมด เหตุผลเรื่องนี้ก็ต้องเรียนยืนยันครับว่าท่านชวรัตน์ ชาญวีรกูล ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องตรงนี้ครับ ๕,๐๐๐ ล้านบาทนี่เกิดขึ้นในสมัยท่าน ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเจะอามิง โตะตาหยง ประเด็นครับเชิญ ทีละท่านครับ เดี๋ยวผมจะถามประเด็นพาดพิงก่อน แต่ถ้าประเด็นอภิปรายโต้ตอบผมจะไม่ให้ และท่านเสียหายนะครับ เอาเฉพาะประเด็นนี้ ท่านไพจิตประท้วงผมไว้ เชิญท่านเจะอามิงบอกประเด็นก่อนครับ เขาพูดอะไรและเสียหาย อย่างไร เชิญครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าสิ่งที่ผมได้สอบถามในสภาผู้แทนราษฎร คือสอบถามนายกรัฐมนตรี เพราะท่านนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบต่อกรณี การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ การที่จะมอบหมายให้บุคคลอื่นมาตอบ มันไม่ตรงประเด็นครับ และที่สำคัญที่รัฐมนตรีขึ้นมาตอบเมื่อสักครู่นี่มันล่อแหลมมาก ต่อการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้อันอาจจะนำไปสู่ความสูญเสีย โดยท่านใช้คำว่า การไล่ล่า มันเป็นเรื่องที่จะทำให้การบริหารบ้านเมืองเสียหายได้ครับท่านประธาน ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าประเด็นของผมนี่

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวประเด็นอะไรครับ ท่านเสียหายอย่างไรครับ เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรีจะมาตอบอีก ท่านรอก่อนครับถ้าอย่างนั้น อย่างนั้นท่านนั่งลงนะครับ เชิญประเด็นของคุณหมอสุกิจก่อนครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวหาว่าผมใช้ข้อมูลเท็จในการอภิปรายเมื่อคืน เสียหายไหมครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เฉพาะข้อมูลนะครับ เชิญครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ท่านหาว่าข้อมูลราคายางพาราที่ผมอภิปราย เมื่อคืนนี้ไม่เป็นความจริง ต้องเรียนว่าท่านยังไม่เข้าใจเรื่องนี้ครับ ข้อมูลของท่านเป็นข้อมูล บนกระดาษ กดมาจากอินเทอร์เน็ตเวลาไหนก็ได้ครับ แต่ราคาที่ผมเอามาพูดเมื่อคืนคือราคา ที่ชาวสวนยางพาราเขาขายได้จริง ๆ ซึ่งผมขอยืนยันว่าในพื้นที่เมื่อวาน ซึ่งกระผมติดตาม ราคาในพื้นที่ทุกวัน ไม่เหมือนท่านหรอกครับ ท่านถึงแก้ปัญหาไม่ได้ครับ เมื่อวานนี้วันที่ผม อภิปรายนี่

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ เขาบอกว่าข้อมูลเท็จ ส่วนท่านจะชี้แจงว่าของท่านถูกต้องอย่างไร ท่านอธิบายเฉพาะของท่านนะครับ ผมจะไม่ให้กล่าวโต้กันไปโต้กันมา เชิญครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ผมกำลังจะพูดแล้วครับว่าเมื่อวานนี้วันที่ผม อภิปรายนี่เขาขายยางพาราได้ในราคา ๗๒ บาท ๗๓ บาท ๗๔ บาทต่อกิโลกรัมครับ อันนี้แล้วแต่คุณภาพของยางพารา วันนี้ที่จังหวัดตรังฝนตกหนักผมเลยเช็กราคาไม่ได้ ท่านเข้ามาใหม่ ๆ ถ้ายังไม่รู้อะไรก็อย่าเพิ่งอวดรู้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านชี้แจงแล้วนะครับ เชิญท่านครับ ท่านจากจังหวัดอุบลราชธานี ขอประทานโทษ บางทีเจ้าหน้าที่ไม่ได้ส่งชื่อขึ้นมา ผมต้องขออนุญาตครับ

นายวิฑูรย์ นามบุตร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิฑูรย์ นามบุตร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมจะเฉพาะประเด็นพาดพิง ๒ ประเด็น

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านบอกประเด็นแล้วท่านเสียหายอย่างไร ถ้าไม่เสียหายผมจะไม่ให้พูดนะครับ

นายวิฑูรย์ นามบุตร บัญชีรายชื่อ

เสียหายแน่นอนครับ ประเด็นแรก ท่านรัฐมนตรีชัจจ์บอกว่าผมไม่ได้พูดความจริง ประเด็นที่ ๒ ท่านรัฐมนตรีชัจจ์ชี้แจงว่า กรมเจ้าท่าที่จ้างด้วยวิธีพิเศษนั้นทุกรัฐบาล รัฐบาลไหน ๆ ก็จ้างเหมือนกัน พรรคประชาธิปัตย์เคยเป็นรัฐบาล ท่านสุเทพก็เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผมก็เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านพูดเพื่อจะสื่อคล้าย ๆ กับว่า ช่วงพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลกรมเจ้าท่าก็จ้างด้วยวิธีพิเศษ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาประเด็นที่ ๒ สั้น ๆ ก่อนครับ เดี๋ยวประเด็นแรกผมจะวินิจฉัย เชิญครับ

นายวิฑูรย์ นามบุตร บัญชีรายชื่อ

ผมเรียนกับท่านประธานครับ และผมถามท่านรัฐมนตรีชัจจ์เมื่อวานแล้วครับว่าช่วง ๒๐ ปีที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ เป็นรัฐบาล ๓ ครั้งไม่ได้กำกับดูแลกระทรวงคมนาคม มาดูแลกระทรวงคมนาคม ช่วงปี ๒๕๔๐ ที่รัฐมนตรีสุเทพเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แต่ท่านสุเทพเอง ก็ไม่ได้กำกับดูแลกรมเจ้าท่า ถึงแม้จะไม่ได้กำกับดูแลท่านก็บอกว่ารัฐบาลไหน ๆ ก็จ้างด้วย วิธีพิเศษ ผมเรียนท่านประธานครับว่าช่วงพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลผมไปตรวจสอบ กรมเจ้าท่าแล้วครับ งบประมาณของกรมเจ้าท่าที่ผ่านมาไม่มากหลัก ๑๐๐ ล้านบาท และส่วนใหญ่เป็นการดำเนินการเอง หมายความว่าใช้เครื่องจักรกลของกรมเจ้าท่า ดำเนินการเอง ไม่มีการจ้างด้วยวิธีพิเศษ เพราะฉะนั้นถ้าท่านรัฐมนตรีชัจจ์บอกว่า รัฐบาลไหน ๆ รวมทั้งพรรคประชาธิปัตย์ ถ้ามีการจ้างด้วยวิธีพิเศษ บอกมาเลยครับ ผมยืนยันว่าไม่มี

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านชี้แจงแล้ว ส่วนประเด็นแรกที่ท่านบอกว่าเรื่องการกล่าวไม่ตรงความจริง

นายวิฑูรย์ นามบุตร บัญชีรายชื่อ

พูดไม่จริง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวฟังผมวินิจฉัยก่อนนะครับ ผมไม่ทราบหรอกครับว่าท่านใดจะจริงไม่จริง ท่านก็อภิปราย กล่าวหาผู้ตอบก็ตอบไป เดี๋ยวท่านนั่งอยู่ตรงนี้ พรุ่งนี้ ๐๙.๓๐ นาฬิกาท่านจะต้องใช้ดุลยพินิจ ในการวินิจฉัยเอง ประเด็นที่ ๒ ผมไม่ให้ใช้สิทธินะครับ เชิญ

นายวิฑูรย์ นามบุตร บัญชีรายชื่อ

ผมไม่ใช้สิทธิก็ได้ครับ เพราะผมถือว่า ประเด็นของท่านรัฐมนตรีชัจจ์ สังคมพิพากษาเรียบร้อยแล้ว

(นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวท่านประท้วงอะไรก่อนครับ เอาประท้วงก่อนครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ ประท้วงตามข้อ ๘ ท่านปฏิบัติหน้าที่เป็นประธาน ดิฉันโดนพาดพิงตั้งแต่ ท่านมาเปลี่ยนจากท่านวิสุทธิ์ ดิฉันยกมือท่านก็ไม่เรียก ท่านทำเป็นมองไม่เห็น มองคนโน้นที มองคนนี้ที แล้วดิฉันเสียหาย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนั่งลงครับ ผมกำลังจะให้แต่ละท่านอยู่ ท่านก็มีคิวอยู่นะครับ หลายท่านก็เคารพกติกา ว่าไปตามลำดับ ผมก็กำลังจะให้ตามลำดับนะครับ ใจเย็น ๆ นะครับ เหลืออยู่ ๓ ท่าน เดี๋ยวท่านอรรถพรก่อนครับ บอกประเด็นก่อนนะครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอใช้สิทธิพาดพิงจากการชี้แจงของท่านรัฐมนตรี พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ท่านได้ชี้แจงว่ากรณีที่ผมได้อภิปรายไปเมื่อวานนี้ ในเรื่องขบวนการโกงการจำนำข้าว แล้วมีบางส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องเกี่ยวพันกับโรงสีดิลก อินเตอร์ไรซ์ ซึ่งท่านก็ได้ยอมรับเมื่อสักครู่ว่าเป็นเครือญาติของท่าน ท่านบอกว่าผมอภิปราย อย่างไม่ถูกต้อง ไม่ตรงต่อข้อเท็จจริง ผมเสียหายครับ ส.ส. จังหวัดเพชรบุรีถูกดูถูกอย่างนี้ ไม่ได้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเอาเฉพาะประเด็นที่ท่านถูกกล่าวหาแล้วกัน เชิญครับ ข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร ท่านอธิบาย เชิญครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

ผมจึงใช้เวลาเพียง ๒ นาทีเท่านั้น ที่จะได้ใช้สิทธิพาดพิงชี้แจง ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจง คลาดเคลื่อน อาจจะเป็นปัญหาเรื่องสังขารนะครับ ผมไม่ได้อภิปรายพาดพิงโรงสีดิลก อินเตอร์ไรซ์ในประเด็นที่ท่านพูด ประเด็นที่พาดพิงคือประเด็นการออกใบชั่งน้ำหนักปลอมครับ ของจริงอยู่ในมือผมนี่แหละครับ เราไปพิสูจน์กัน ไม่เป็นไรท่านรัฐมนตรีผมไม่รบกวนเวลา ของสภา ผมขออย่างนี้ท่านประธานครับ พรุ่งนี้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านได้ชี้แจงแล้ว พอแล้วครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

ไม่ครับท่าน ยังไม่กระจ่างครับ ผมขอนาทีเดียวว่าพรุ่งนี้ท่านไปแจ้งความจับผม

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อันนั้นไปท้ากันข้างนอกครับ เชิญท่านสุรเชษฐ์ แวอาแซ ครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

ไม่ครับท่าน ผมยังชี้แจงไม่ครบประเด็น

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าท่านชี้แจงแล้วนั่งลงครับ เพราะว่าเหลืออีกหลายท่านครับ เชิญนั่งลงครับ เชิญท่านสุรเชษฐ์ ประเด็นของท่านครับ คือผมไม่รู้หรอกว่าใครโกงไม่โกง ผมเป็นประธาน ผมก็ให้ท่านชี้แจงและท่านนั่งลงครับ เชิญท่านสุรเชษฐ์ครับ

นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ ผม สุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอใช้สิทธิพาดพิง ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้พูดถึงมาตรการการแก้ปัญหาในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริงแล้วก็มาตรการที่ออกมาแล้วถ้าใครฟังแล้ว เกิดความเสียหายต่อพี่น้องในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมอยากจะย้ำตรงนี้ อย่างน้อยที่สุดก็คือว่า

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมวินิจฉัยก่อนนะครับ ข้อเท็จจริงในทัศนะของท่านและในทัศนะของท่านรัฐมนตรีจะเป็น ประการใด อันนั้นก็เป็นข้อชี้แจงในที่ประชุม เดี๋ยวท่านสมาชิกจะใช้ดุลยพินิจเอง ฉะนั้น ท่านไม่ได้เสียหาย นั่งลงครับ

นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ นราธิวาส

ไม่ใช่ครับ อย่างนี้ท่านประธานครับ ฟังผมนิดหนึ่งครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ได้ครับ ผมไม่อนุญาตครับ ผมพิจารณาแล้วครับ

นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ นราธิวาส

ไม่ใช่ ผมอยากจะให้ท่านนายกรัฐมนตรี นั่งฟังอยู่ อย่างน้อยที่สุดเดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรีท่านจะได้ชี้แจง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็รออยู่ เดี๋ยวท่านจะได้ชี้แจง

นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ นราธิวาส

ก็อย่างน้อยผมจะได้พูดถึงว่า ข้อผิดพลาดที่ทางกระทรวงกลาโหมพูดมา

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็นไรครับ ท่านพูดมาหลายครั้งแล้วครับ

นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ นราธิวาส

อย่างน้อยผู้ฟังชาวไทยทั้งชาติ ทั้งประเทศครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนั่งลงครับ ท่านรังสิมาเชิญครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม เมื่อสักครู่นี้ดิฉันโดนพาดพิงจากท่านรัฐมนตรีบอกว่าดิฉันตัดต่อ ถ้าท่านพูดอย่างนี้ดิฉันจะเสียหาย แต่ไม่ตัดต่อได้อย่างไรคะท่าน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ เอาประเด็นที่รัฐมนตรีท่านบอกเอาประเด็นเดียวนะครับ เชิญครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

ประธานอย่าเพิ่งกดสิคะ มันจะเสียเวลา

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ใจเย็น ๆ ครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

ไม่ต้องพูด ประธานหยุดก่อนสิคะ ดิฉันพูดในกรณีที่ท่านรัฐมนตรีบอกว่าดิฉันตัดต่อแล้วท่านจะไปดูกับดิฉัน ดิฉันก็บอกว่า มันต้องตัดต่อเพราะให้ดิฉันพูดครึ่งชั่วโมงไปตั้ง ๕-๖ จังหวัดไม่ตัดต่อแล้วจะทำอย่างไร แล้วตัดต่อไม่ได้เอามาแปะ แปะ แปะ แล้วมาโกหกมันเป็นเรื่องจริง ท่านบอกว่าจะไป กับดิฉัน ไปวันไหนบอกมาเลยให้มันแน่นะว่าจะไปกับดิฉัน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ได้ชี้แจงแล้วเชิญท่านนั่งลงครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

อีกประเด็นนะคะท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประเด็นไหนครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

ที่ท่านรัฐมนตรีตอบดิฉัน ท่านรัฐมนตรีไม่ตอบที่ดิฉันพูดอย่างไร ไปตอบคนละประเด็น จังหวัดท่านนี่ในที่เอกชนทำไมทำ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือท่านจะกล่าวหาอย่างไรก็แล้วแต่ท่าน ส่วนผู้ชี้แจงท่านประสงค์จะตอบอย่างไร เดี๋ยวท่านสมาชิกจะใช้ดุลยพินิจเอง เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ ทีเดียวเลยนะครับ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีแล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรีตอบ เชิญครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ถูกพาดพิงโดย พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก ในประเด็นที่เกี่ยวกับ ตลาดนัดจตุจักร ผมเป็นคนเดียวที่อภิปรายเรื่องนี้แล้วก็บอกว่าท่านนั้นไร้ประสิทธิภาพ ขูดรีดประชาชน ในกรณีที่ค่าเช่าตั้งเป้าไว้ ๔๒๐ ล้านบาทแล้วไม่ได้ตามนั้น พลตำรวจโท ชัจจ์ บอกว่าได้ ๔๒๐ ล้านบาท ผมเรียนท่านประธานว่า พลตำรวจโท ชัจจ์พูดไม่จริงครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ที่ว่าพูดไม่จริง เพราะเหตุผลดังต่อไปนี้ครับ สั้น ๆ ครับ ๑ นาทีครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับท่านอรรถวิชช์ ท่านก็อภิปรายแล้วในความบกพร่อง ล้มเหลวของ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ไม่ครับ ประเด็นนี้ ผมยังไม่ได้อภิปรายครับ ที่ผมยังไม่ได้อภิปรายเพราะแบบนี้ครับ คืนวันนั้นที่อภิปราย ผมเห็นท่านชัจจ์งอมเต็มที่แล้วไม่อยากซ้ำครับ แต่ถ้าพูดแบบนี้ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ผมใช้เวลาแค่ครึ่งนาทีครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครึ่งนาทีครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ครับ ๔๒๐ ล้านบาท ที่คุณชัจจ์บอกนี่ดูเหมือนตอบมึน ๆ แบบนั้น ผมบอกท่านนะครับผมมีงบการเงิน ของตลาดนัดจตุจักร ท่านครับ ๕ เดือนผ่านไปกำไรไม่ถึง ๕๐ ล้านบาท แล้วที่คุณชัจจ์บอก กำไร ๔๒๐ ล้านบาทสงสัยท่านคงฝันไป เพราะตัวเลขที่ส่งให้ท่านเป็นตัวเลขประมาณการ ท่านประธานอย่ากดไมโครโฟนผมทิ้งครับ มีมารยาทครับ ท่านประธานครับ ตลาดนัดจตุจักร มี ๘,๐๐๐ กว่าแผงค้า คุณชัจจ์โก่งราคาจาก ๓๖๐ บาทขึ้นเป็น ๓,๕๐๐ บาท เอา ๓,๕๐๐ บาท คูณกับ ๘,๐๐๐ กว่าแผงค้า อย่างไรก็ไม่ได้ ๔๒๐ ล้านบาทครับ ที่เขาส่งให้ท่านเป็นประมาณการ เมื่อตลาดนัดถูกปรับปรุงเต็มโฉมเต็มรูปแบบ แต่ไม่ใช่การเก็บเงินในวันนี้ได้ ๔๒๐ ล้านบาท อย่ามั่วครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ท่านชี้แจงแล้วนะครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

วันนั้นท่านไม่สบาย ผมก็เลยคิดว่าปล่อยไป แต่อย่าโกหกแบบนี้ครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ เชิญท่านวิลาศครับ

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิลาศ จันทร์พิทักษ์ พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ความจริงแล้วทุกเรื่อง ที่ผมอภิปรายไปนั้นผมไปทำมากับมือหมด เผอิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่รู้ท่านไปกินยาดีมาจากไหน ความจริงไม่ได้ไปพาดพิงอะไรถึงท่านเลย ท่านก็เพิ่งมารับตำแหน่ง ท่านไม่รู้เรื่องก็เลยเอาตัวเลขอะไรมาตอบก็ไม่รู้ ผมพูดไปว่างบภัยพิบัติด้านพืชทั้งหมด ปี ๒๕๕๒ ๑๕๒ ล้านบาท ปี ๒๕๕๓ ๑,๑๙๒ ล้านบาท เมื่อสักครู่นี้ท่านบอก ๖๓๘ ล้านบาท ปี ๒๕๕๔ ๓,๓๒๒ ล้านบาท เมื่อสักครู่นี้ท่านบอก ๒,๖๖๙ ล้านบาท ปี ๒๕๕๕ ท่านบอกว่า ๑,๖๐๐ ล้านบาท จริง ๆ แล้ว ๒,๙๑๔ ล้านบาท ๒,๙๑๔ ล้านบาทไม่ต้องไปพูดถึงนะครับ รัฐบาลชุดนี้เต็ม ๆ แล้วความจริงผมก็ไม่ได้ไปบอกหรอกว่ารัฐบาลชุดนี้จะต้องไปรับผิดชอบ แต่ท่านกลับโยนลูกมาทางพรรคประชาธิปัตย์ ผมเรียนนะครับท่านประธานโครงการทั้งหมด ปี ๒๕๕๒ เป็นการทำจริง ๆ ไม่ได้มีการทุจริตคดโกง ปี ๒๕๕๓ ก็ยังซื้อภาคปกติ ซื้อถูกกฎหมายครับ ปี ๒๕๕๔ เริ่มมีกระบวนการตั้งบริษัทตามแผนผังที่ผมอธิปราย แล้วก็เริ่มมาซื้อหนักในช่วงรอยต่อระหว่างรัฐบาลครับ ผมเรียนท่านประธานนะครับว่า มันมาซื้อหนักจริง ๆ คือหลังจากยุบสภาแล้ว ตัวเลขทั้งหมดประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านบาทครับ ก็เฉพาะปี ๒๕๕๕ ปีเดียว ๒,๙๑๔ ล้านบาทแล้วมันจะมาโยนพรรคประชาธิปัตย์ ได้อย่างไรล่ะ แล้วผมเรียนนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเดี๋ยวนะครับ ให้ท่านชี้แจงก่อนได้ไหมครับ ท่านชี้แจงอีกนิดหนึ่งครับ ผมให้เวลา นาทีเดียวครับ

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ กรุงเทพมหานคร

จังหวัดที่ซื้อหนักที่สุดคือ จังหวัดอุบลราชธานี ๑,๒๒๗ ล้านบาท

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อันนี้ท่านชี้แจงไปแล้วครับ

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ กรุงเทพมหานคร

ผมยังไม่ได้ชี้แจงเลยประเด็นนี้ เพราะว่าเมื่อกี้หมดเวลาก่อน ประเด็นนี้ยังไม่ได้ชี้แจงครับ จังหวัดอุบลราชธานีซื้อไป ๑,๒๒๗ ล้านบาท

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างนี้ท่านวิลาศครับ ขอชี้แจงให้ท่านเข้าใจนิดหนึ่ง คือท่านได้กล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และรัฐมนตรี ๓-๔ ท่าน ท่านนายกรัฐมนตรีเข้าบริหารราชการแผ่นดิน ในเดือนสิงหาคม ฉะนั้นประเด็นที่พูดกันมามันก็ไม่ได้เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน ของรัฐบาลชุดนี้ แต่ประธานก็อนุญาตให้ท่านอภิปรายไปแล้ว ก็ไม่เป็นไรนะครับ ผมจะอนุญาตให้เฉพาะประเด็นที่พาดพิงเท่านั้นเอง ท่านเสนอใหม่ผมจะไม่อนุญาตนะครับ

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ กรุงเทพมหานคร

คืออย่างนี้ครับท่านประธาน พอถูกต้องผมก็ไม่ได้ไปกล่าวหา เพียงแต่ผมไม่ได้บอกนะครับว่าท่านนายกรัฐมนตรีไปทุจริต

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือท่านไม่ได้พูด ใช่ครับ แต่ผมบอกว่าขอให้ท่านใช้เฉพาะประเด็นที่ท่านเสียหายเท่านั้นเอง เชิญครับ

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ กรุงเทพมหานคร

ก็ท่านประธานบอกว่า อนุญาตให้ผมพูด จริง ๆ ผมมีสิทธิเพราะว่าผมกำลังกล่าวหาว่าท่านนายกรัฐมนตรี ปล่อยปละละเลย ผมก็ต้องพูดสิครับว่ามันเคยทำมาแล้ว แล้วผมก็บอกแล้วก็ยังปล่อย ให้ทำอีก ปี ๒๕๕๕ ผมก็อธิบายอย่างนั้นครับ เผอิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็มาบอกว่านั่นมันของพรรคประชาธิปัตย์ทั้งหมด ผมก็ต้องบอกสิครับ มันอยู่ในช่วงรัฐบาลนี้ ๕,๐๐๐ ล้านบาท

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมว่าพอแล้วนะครับ ท่านได้ชี้แจงแล้ว เดี๋ยวก่อนท่านนายกรัฐมนตรี เชิญท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ บอกว่าประเด็นอะไรครับ เอาเฉพาะพาดพิงนะครับ บอกประเด็นก่อนนะครับ

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผมจะขอกราบเรียนชี้แจงกรณีพาดพิง ที่มีท่านผู้มีเกียรติที่ท่านได้กรุณาถึงความห่วงใยกรณีครูที่จังหวัดปัตตานีถูกยิงเสียชีวิต แล้วก็มีผลกระทบมาถึงการปิดเรียนของโรงเรียนที่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมว่าเอาห่วงใย ท่านก็รับข้อสังเกตข้อห่วงใยไปได้ไหมครับ ไม่ได้เสียหายนะครับ

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ก็อยากจะขอกราบเรียนถึงมาตรการต่าง ๆ ในส่วนที่รัฐบาล

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ครับ ท่านรับข้อสังเกตของท่านสมาชิกไปนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ท่านบอกประเด็นก่อน เชิญครับ แล้วก็เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรี ตอบนะครับ

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เรียนท่านประธาน มีประเด็นอยู่นิดเดียวที่ถูกพาดพิงวันนี้ก็คือเรื่องของการที่กล่าวว่าโครงการรับจำนำข้าว เป็นโครงการที่มาจากนโยบายที่เอื้อให้เกิดการโกง ก็จะขอยืนยันตรงนี้นะครับว่ารัฐบาลนี้ ไม่ได้ทำนโยบายเพื่อให้ใครไปโกงหรอกนะครับ ก็จะเฉกเช่นเดียวกับรัฐบาลที่ผ่าน ๆ มา ที่มีนโยบายในทำนองคล้ายคลึงกัน ไม่ว่าจะเป็นโครงการประกันรายได้ ก็ไม่ได้ตั้งต้น มาจากเหตุที่จะนำไปสู่การโกงใด ๆ แต่ว่าเหตุที่มันเกิดขึ้นก็เป็นในเรื่องของการปฏิบัตินะครับ ก็มีข่าวเฉกเช่นเดียวกันในรัฐบาลที่ผ่านมา ไม่ได้กล่าวหาอะไรนะครับ

ประเด็นที่ ๒ ก็จะขอยืนยันนะครับว่าการที่รัฐบาลนี้นำโครงการรับจำนำ มาใช้ในรัฐบาล ก็สืบเนื่องมาจากว่าได้มีการศึกษาดูอย่างถ่องแท้และถี่ถ้วนแล้วนะครับ ว่าเปรียบเทียบกับการประกันรายได้ในรัฐบาลที่ผ่านมา โครงการประกันรายได้ ไม่ตอบโจทย์ของการยกระดับราคาสินค้าเกษตร แล้วก็ไม่ตอบโจทย์ในเรื่องของการยกระดับ คุณภาพชีวิตของพี่น้องเกษตรกรชาวนา ฉะนั้นก็จึงตัดสินใจได้ใช้โครงการรับจำนำมาเป็นหลักก็จะขอยืนยันตรงนี้ว่าการดำเนินการ ในเรื่องนี้มีความแตกต่างในเรื่องของหลักการและแนวคิด เพราะฉะนั้นการที่จะบอกว่า รัฐบาลใดนำนโยบายอะไรไปใช้จะผิดจะถูก ผมคิดว่าท้ายที่สุดแล้วพี่น้องประชาชนเกษตรกร ก็จะเป็นผู้ตัดสินใจ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านถาวรมีอะไรครับ

นายถาวร เสนเนียม สงขลา

ท่านประธานครับ ผม ถาวร เสนเนียม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสงขลา สั้น ๆ ครับ ท่านรัฐมนตรีชัจจ์ได้ตอบชี้แจงตอบโต้ มาทางผมว่าการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษนั้นรายเดียวก็ได้ก็เปรียบเสมือนว่าผมไม่เข้าใจ ในฐานะที่เป็นนักกฎหมายไม่เข้าใจระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง ขอชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจนิดเดียวครับ สั้น ๆ ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาเฉพาะประเด็นท่านไม่เข้าใจนะครับ

นายถาวร เสนเนียม สงขลา

ท่านครับ การจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษนั้น ถูกต้องครับ ตามที่ท่านบอกว่าเชิญไปบริษัทเดียวแล้วเขาสอบถามราคาตกลงกันเขาสามารถ ทำได้ แต่กรณีนี้อย่างเช่นแม่น้ำปิงตอน ๒ แม่น้ำปิงตอน ๓ ท่านเชิญไป ๔ บริษัท เมื่อเชิญไป ก็มีการเสนอราคาเพื่อเปรียบเทียบ พอเปรียบเทียบถ้าใครต่ำสุดก็จะได้ไป แต่ปรากฏว่า ในการเปรียบเทียบคราวนี้มันมีข้อพิรุธที่ต้องการให้ท่านสั่งยกเลิกก็คือแม่น้ำปิงตอน ๒ ได้ห้างหุ้นส่วนจำกัด บีดับบลิวบี บริษัทที่เสนอประกบคือมีบริษัท เอส อาร์ แอดวานซ์ อินดัสตรีส์ จำกัด บริษัท ไทยวัฒน์วิศวการทาง จำกัด แล้วก็บริษัท เล็กเจริญคอนกรีต เสนอราคาเท่ากันในการเปรียบเทียบคือ ๖๐,๗๙๓,๐๐๐ บาท นั่นคือข้อสังเกตที่อยากให้ ท่านเข้าใจ

ประการที่ ๒ แม่น้ำปิงตอน ๓ ห้างหุ้นส่วนจำกัด บีดับบลิวบีได้เหมือนกัน ได้ในราคา ๕๙,๕๘๐,๐๐๐ บาท ผู้ที่เสนอประกบ คือ บริษัท เอส อาร์ แอดวานซ์ อินดัสตรีส์ จำกัด บริษัท ไทยวัฒน์วิศวการทาง จำกัด แล้วก็บริษัท เล็กเจริญคอนกรีต เสนอในราคา ๕๙,๕๘๔,๐๐๐ บาท ทั้ง ๓ บริษัท นี่คือข้อสังเกตที่อยากทำความเข้าใจกับท่านว่า การจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษนั้นเมื่อมีผู้เสนอราคาเกินกว่า ๒ บริษัท จะต้องมีการแข่งขัน และไม่มีข้อพิรุธ ถ้ามีข้อพิรุธท่านต้องสั่งยกเลิกครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมว่าเชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรก่อนใช่ไหม ท่านมีอะไรไหมครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ความจริง ไม่อยากรบกวนเวลาครับ แต่ว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์พาดพิงมา ๒ ประเด็น ผมเอาประเด็นหลังก่อนที่พูดถึงโครงการประกันรายได้ กราบเรียนอย่างนี้ว่าท่านไปดู ตัวเลขเถอะครับ หลังจากการทำโครงการประกันรายได้ภาวะหนี้สินของเกษตรกรลดลง แต่ว่าทำจำนำมา ๑ ปี ตัวเลขทางการบอกเองว่าหนี้สินเกษตรกรเพิ่มขึ้น ผมเรียนสั้น ๆ เท่านี้

ประเด็นที่ ๒ ที่ท่านบอกว่าผมพูดทำนองว่าท่านทำนโยบายนี้เพื่อการทุจริต ความจริงผมไม่ได้ใช้คำนี้ครับ ผมเพียงแต่บอกว่านโยบายที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหากลไก ที่ใช้มันจะมีผลต่อการเอื้อหรือการทำให้เกิดแรงจูงใจให้เกิดการทุจริต นั่นคือเหตุผลที่ทำไม ผมถึงถามท่านนายกรัฐมนตรีหลายครั้งแล้วยังไม่ได้คำตอบว่าเมื่อมีการประเมินเช่นนี้มาจาก ป.ป.ช. และมีหนังสือถึงท่านนายกรัฐมนตรีถึง ๒ ครั้งว่าเขาไม่ได้ขัดข้องกับการที่จะช่วยเหลือ เกษตรกร แต่การช่วยเหลือรูปแบบนี้มีความสุ่มเสี่ยงต่อการให้เกิดการทุจริต เหตุใด ท่านยังตัดสินใจที่จะเดินหน้าตรงนี้ แล้วก็ไม่รับข้อเสนอของ ป.ป.ช. ในการประกาศ ราคากลาง ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็ขออนุญาตที่ประชุมให้ใช้โอกาสในการสรุป ข้อเท็จจริงที่ได้กล่าวหาดิฉันมา ๒-๓ วันที่ผ่านมานี่นะคะ ก็เรียนว่าอย่างแรกขอยืนยันว่า นโยบายที่รัฐบาลวางไว้ทั้งหมดนั้นไม่ได้ก่อให้เกิดการทุจริต ล้มเหลว หรือไร้ประสิทธิภาพ หรือแม้กระทั่งการเอื้อพวก เอื้อญาติ เอื้อตน หรือเลือกปฏิบัติใด ๆ ค่ะ และรัฐบาล มีความมุ่งมั่นที่จะทำนโยบายต่าง ๆ ที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภาก็จะสังเกตเห็นจากผลสำเร็จ ตลอด ๑ ปี ๔ เดือนที่ผ่านมานั้น แล้วก็ยังมุ่งมั่นที่จะทำตามที่ได้เสนอไว้ต่อรัฐสภาค่ะ แล้วนอกจากนี้โดยเฉพาะนโยบายรับจำนำข้าวนั้นก็ยังถือว่าเป็นนโยบายที่สร้างรายได้ให้กับ พี่น้องประชาชนให้เกษตรกรของเราได้มีโอกาสมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เสริมสร้างเศรษฐกิจ ในประเทศค่ะ ก็ยืนยันนโยบายส่วนตรงนี้นะคะ แต่ข้อห่วงใยต่าง ๆ นั้นในเรื่องของ การปราบปรามการทุจริตต่าง ๆ ก็ได้มีการตรวจทั้งในเชิงของระดับปฏิบัติงาน แล้วก็ได้มีการ มอบหมายเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบอย่างเคร่งครัดค่ะ

สำหรับข้อกล่าวหาในเรื่องของการแก้ไขปัญหาความไม่สงบใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้นะคะ ซึ่งดิฉันก็ได้เรียนแล้วว่าเราได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อน นโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือ กปต. ก็เพื่อ วัตถุประสงค์ในการบูรณาการ การขับเคลื่อนงานของหน่วยงานหรือกระทรวงต่าง ๆ ให้เป็น เอกภาพเพื่อที่จะทำงานกับแต่ละฝ่ายได้เป็นเอกภาพมากขึ้น แล้วรัฐบาลก็ได้จัดสรร งบประมาณตามที่ได้เรียนเช่นกันว่าเราได้จัดสรรงบประมาณในส่วนของงานพัฒนา เพิ่มมากกว่าปีที่แล้ว ๒ เท่า ส่วนงานด้านความมั่นคงก็ยังเป็นความรับผิดชอบของกองทัพและ ทางตำรวจ ซึ่งในพื้นที่ก็จะมีแม่ทัพภาค ๔ ที่จะทำงานบูรณาการร่วมกับ กอ.รมน. กับ ศอ.บต. ค่ะ

สำหรับข้อกล่าวหาเรื่องของ ป.ป.ช. นั้นรัฐบาลยืนยันค่ะที่จะร่วมกัน ในการสร้างกระบวนการการมีส่วนร่วมตามที่คณะ ป.ป.ช. ส่งมา เพื่อให้ร่วมกันในการปราบปราม การทุจริตคอร์รัปชันในภาครัฐให้หมดสิ้นไปจากประเทศไทยค่ะ แต่สำหรับกรณีข้อกล่าวหา ตามคำร้องนั้นหากถ้าข้อเท็จจริงตามกฎหมายเป็นที่ยุติรัฐบาลก็พร้อมที่จะทำงานร่วมกัน ในการที่จะสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมทำงานร่วมกับภาคเอกชน ทำงานร่วมกับคณะ ป.ป.ช. โดยไม่เลือกปฏิบัติและไม่ว่าจะเป็นใครที่ผิดก็ตามค่ะ

แต่สำหรับกรณีเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ รัฐบาลยินดีที่จะรับเรื่องร้องเรียน แล้วก็รวมถึงเรื่องที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายไป พร้อมที่จะสั่งการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการตรวจสอบโดยเร็วและอย่างเคร่งครัดค่ะ

แล้วก็ประเด็นที่ถูกกล่าวหาในกรณีของการไม่ให้ความเป็นธรรมต่อ การโยกย้ายข้าราชการของกระทรวงกลาโหม ก็เห็นว่างานบริหารราชการแผ่นดินนั้นมีสายบังคับบัญชา เป็นขั้นตอนตามกฎหมายซึ่งต้องยึดถือปฏิบัติตามข้อกฎหมายแล้วก็ระเบียบที่เกี่ยวข้อง

สำหรับงานการเมืองดิฉันก็ยืนยันค่ะว่าการที่เราเข้ามาทำงานการเมือง แล้วก็ การที่ทำงานในฐานะนายกรัฐมนตรีที่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน ดิฉันยึดถือ ประโยชน์ประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง ยึดถือประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ไม่เคยคิด ที่จะทำเพื่อคนใดคนหนึ่งค่ะ หรือไม่เคยคิดที่จะเลือกปฏิบัติ หรือการเข้าไปแทรกแซงใด ๆ เพื่อคนใดคนหนึ่งค่ะ

แล้วการที่กล่าวหาดิฉันว่าทำตัวลอยตัวเหนือปัญหา ดิฉันก็ขออนุญาตบอกว่า ข้อกล่าวหานี้ไม่เป็นความจริงแต่ประการใดค่ะ เพราะคำว่าลอยตัวนั้นต่างกับคำว่า ไม่รับผิดชอบ เพราะเราทำงานกับคณะรัฐมนตรีทำงานร่วมกันค่ะ ทำงานเป็นทีมเวิร์ก (Teamwork) แล้วก็เป็นความรับผิดชอบภายใต้บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ. บริหารราชการแผ่นดินร่วมกันค่ะ อย่างไรก็ตามในฐานะที่ดิฉันเป็นนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เป็นผู้ที่มอบและกำหนดนโยบายต่าง ๆ ก็ไม่ได้ก้าวก่ายหรือแทรกแซง การปฏิบัติงานที่เป็นงานของรัฐมนตรีหรือข้าราชการประจำแต่อย่างใด และต้องขอเรียนว่า แต่ละตำแหน่งนั้นมีอำนาจหน้าที่ของตนเองที่ถูกกำหนดไว้และยังมีระเบียบบริหารและ ข้อบังคับที่เป็นวิธีปฏิบัติอยู่แล้วในแต่ละหน่วยงาน ดังนั้นตลอดเวลาของการอภิปรายใน ๓ วันที่ผ่านมาไม่ได้เป็นการอภิปรายโดยนโยบายเป็นส่วนใหญ่ แต่จะเป็นการอภิปราย ที่เกี่ยวกับเนื้อหาที่ลงไปในรายละเอียดการปฏิบัติงานของรัฐมนตรีและของฝ่ายข้าราชการประจำ แต่แน่นอนการที่เป็นนายกรัฐมนตรีนั้นที่จะให้ตอบทุกเรื่องนั้นย่อมไม่สามารถทำได้ ซึ่งท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรในฐานะที่ท่านก็เคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านก็เห็นด้วยเช่นกันว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้รู้ทุกเรื่อง จึงต้องขอให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องนั้น ได้ตอบข้อชี้แจงต่อรัฐสภาแต่อย่างไรก็ตามค่ะแม้ว่ารัฐมนตรีหรือผู้เกี่ยวข้องไม่มีโอกาส ได้ตอบทั้งหมด ดิฉันก็จะขอให้คณะรัฐมนตรีนั้นชี้แจงต่อพี่น้องประชาชนต่อไปค่ะ และดิฉันก็ขอยืนยัน อีกครั้งว่านโยบายของรัฐบาลที่เราได้ดำเนินการไปนั้นถูกต้องตามหลักวิชาและสามารถ แก้ปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงรัฐบาลก็ได้ดำเนินการในการคำนึงถึงประโยชน์สูงสุด ต่อประชาชนและพี่น้องประชาชน และมุ่งมั่นในการที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนไทย และต่างประเทศ และที่สำคัญดิฉันก็ดีใจที่ได้เห็นพี่น้องประชาชนมีโอกาสได้ลืมตาอ้าปาก โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรที่มีโอกาสได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีตามที่ใฝ่ฝันไว้ และเพื่ออนาคต ลูกหลานของเราด้วย และเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย เรียนท่านสมาชิกทุกท่าน ดิฉันยังเห็นว่าภายใต้กระบวนการประชาธิปไตยในระบบรัฐสภานั้นเป็นเวทีที่ฝ่ายค้าน พร้อมจะตรวจสอบรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลก็พร้อมให้การตรวจสอบค่ะ แล้วก็เปิดใจที่จะรับฟังตลอด และจะเห็นว่าการอภิปรายในช่วง ๓ วันที่ผ่านมานั้นข้อถกเถียงต่าง ๆ ที่อยู่ในรัฐสภา ดิฉันก็ยืนยันว่าเป็นวิถีทางที่ถูกต้องและดีที่สุดในการที่จะแก้ปัญหาร่วมกัน ขอถือโอกาสนี้ ขอขอบคุณท่านประธาน ขอขอบคุณท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิก สภาผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมกันในการถกเถียงแลกข้อมูลต่าง ๆ ที่กว้างขวาง และร่วมกัน ในการเคารพกติกาและข้อบังคับของสภาค่ะ สำหรับการทำงานการเมืองนั้นดิฉันอยากเห็น การเมืองหรือการเลือกตั้งนั้นเหมือนเกมกีฬาที่มีกติกา มีแพ้ มีชนะ และมีจบ สมัยเมื่อ ดิฉันเด็ก ๆ คุณพ่อเคยเล่าให้ฟังสมัยที่ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านบอกว่า เมื่อจบสภาแล้วฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลก็สามารถคุยกันได้ค่ะ เดินไปไหนที่ท้องถนนก็คุยกันได้ ดิฉันก็อยากเห็นบรรยากาศนี้กลับคืนมา แม้ว่าเราจะทำงานอยู่กันคนละฝ่าย แต่เราทั้งสอง ก็ทำงานเพื่อประชาชนและเพื่อหาทางออกให้ประเทศไทย เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และท่านสมาชิกทุกท่าน ดิฉันขอยืนยันด้วยเกียรติ ขอยืนยันด้วยจิตวิญญาณของคนไทยที่รักชาติ ที่รักประเทศไทย ดิฉันจะมุ่งมั่นในการที่จะทำงานและแก้ไขปัญหาของประเทศ มุ่งมั่นที่จะนำประเทศก้าวผ่านวิกฤติ จะร่วมกันในการเสริมสร้างประชาธิปไตย ให้เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง และจะรักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้อยู่คู่กับประเทศไทยต่อไป ขอบคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมว่าท่านสมาชิกและท่านรัฐมนตรีได้ตอบเป็นเวลาพอสมควร ผมขอปิดการอภิปราย

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าไม่มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นผมขอปิดอภิปราย เชิญฝ่ายค้านสรุปครับ ท่านจุรินทร์เชิญครับ ก่อนสรุปเดี๋ยวผมขออนุญาตแจกเอกสารให้ท่านสมาชิกนะครับ วันพรุ่งนี้ ๐๙.๓๐ นาฬิกา ลงมตินะครับ เดี๋ยวจะแจกเอกสาร เชิญท่านจุรินทร์ครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผม ได้รับมอบหมายจากผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากพรรคประชาธิปัตย์และพรรครักประเทศไทย จำนวน ๑๕๗ รายชื่อ เพื่อให้ทำหน้าที่สรุป ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๘ และญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๙ ก่อนการอภิปรายต้องยอมรับความจริงว่าฝ่ายค้านประสบกับปัญหาอุปสรรคมากมาย หลายประการ เริ่มต้นตั้งแต่การพบกับความพยายามในการลดความน่าเชื่อถือของฝ่ายค้าน ในการทำหน้าที่ ท่านประธานคงเคยได้ยินคำว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจเที่ยวนี้เป็นแค่ พิธีกรรม ความจริงขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานครับว่าไม่ใช่เรื่องของพิธีกรรม แต่เป็นเรื่องของการทำหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายบริหารของฝ่ายค้านแทนประชาชน ในระบอบประชาธิปไตย ข้อกล่าวหาอีกประการหนึ่งก็คือว่ามีความพยายามทำให้เกิด ความเข้าใจว่าเมื่อพวกกระผมเป็นฝ่ายค้านก็ต้องทำหน้าที่ค้านทุกเรื่องซึ่งไม่เป็นความจริง แล้วก็ขออนุญาตเบื้องต้นทำความเข้าใจกับท่านประธาน ท่านประธานอยู่ในสภานี้มาตลอด คงจะเห็นการปฏิบัติหน้าที่ของพวกกระผม ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีนั่งหัวโต๊ะที่ประชุม คณะรัฐมนตรีเสนอกฎหมายเข้าสภา ๓ สมัยประชุม วันพรุ่งนี้ก็จะเป็นวันสุดท้าย ๕๙ ฉบับ ท่านประธานทราบไหมครับพวกกระผมยกมือให้กฎหมายรัฐบาลกี่ฉบับจาก ๕๙ ฉบับ ๕๗ ฉบับ ไม่เห็นด้วยแค่ ๒ ฉบับ ฉบับแรกคือพระราชกำหนดกู้เงินแก้ปัญหาน้ำท่วม ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ไม่เห็นด้วยไม่ใช่ไม่เห็นด้วยกับการกู้เงินมาแก้ปัญหาน้ำท่วม แต่ไม่เห็นด้วยกับการออกเป็นพระราชกำหนดที่รัฐบาลอ้างความจำเป็นเร่งด่วน และถ้าเป็น พระราชกำหนดสภาปรับปรุงแก้ไขอะไรไม่ได้เลย และพวกเราเห็นว่าไม่จำเป็นฉุกเฉินเร่งด่วน ถึงขนาดที่ไม่ให้สภาตรวจสอบ และในที่สุดความจริงก็พิสูจน์จนถึงวันนี้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลยังเบิกไปแค่ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ล้านบาทยังค้างอยู่ในสภา ยังค้างอยู่กับรัฐบาล รออะไรท่านทราบไหมครับ รอให้อภิปรายไม่ไว้วางใจผ่านไปก่อนจะได้คล่องคออย่างไรครับ ไม่เชื่อท่านคอยดูเถอะครับ กับอีกฉบับหนึ่งคือพระราชกำหนดโอนหนี้ของกระทรวงการคลัง ให้กับธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งพวกกระผมเห็นว่าผิดหลักการ เพราะเป็นกรณีที่รัฐบาล มีความพยายามจะโอนหนี้กระทรวงการคลังไปเพื่อเพิ่มเพดานในการที่รัฐบาลจะไปกู้หนี้และ เป็นภาระกับหนี้สาธารณะต่อไปในอนาคต ก็ ๒ ฉบับนี้เท่านั้นละครับที่พวกกระผม ไม่เห็นด้วย นอกนั้น ๕๗ ฉบับยกมือให้รัฐบาลทั้งหมด หรือตัวอย่างสำคัญอีกอันหนึ่ง ก่อนรัฐบาลจะไปทำสัญญาผูกพันกับต่างประเทศต้องมาขอความเห็นชอบจากรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ เสนอเข้ามาทั้งหมด ๓ สมัยประชุม ๓๑ เรื่อง ไม่มีเรื่องไหน ที่ฝ่ายค้านคัดค้านแม้แต่เรื่องเดียว พวกผมสนับสนุนทั้งหมด ๓๑ เรื่อง นี่คือความเป็นจริง ที่ปรากฏ เพราะฉะนั้นความพยายามที่จะลดความน่าเชื่อถือในการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านว่า พวกผมเป็นฝ่ายค้านก็เลยต้องค้านทุกเรื่อง ไม่จริงเลยครับ นี่คือสิ่งเบื้องต้นที่ขออนุญาต ทำความเข้าใจกับท่านประธาน นอกจากนั้นก็มีความพยายามกล่าวหาว่าพวกกระผมจับมือ กับผู้ชุมนุมกลุ่มพิทักษ์สยามเมื่อไม่กี่วันนี้เพื่อเจตนาล้มรัฐบาล ขอความกรุณาทำความเข้าใจว่า พวกกระผมประกาศยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจตั้งแต่ก่อนที่กลุ่มพิทักษ์สยามจะประกาศ ชุมนุมด้วยซ้ำครับ แล้วก็ตกลงวัน เวลากันเสร็จสิ้นว่าเราจะอภิปรายกันวันที่ ๒๕ วันที่ ๒๖ วันที่ ๒๗ ตรงนี้คือความเป็นจริงที่ขอทำความเข้าใจเบื้องต้นตลอดไปจนกระทั่งถึง ความพยายามทุกวิถีทางในการลดความน่าเชื่อถือของผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร โดยเจตนาต้องการทำให้ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านที่จะตรวจสอบนายกรัฐมนตรี มีปัญหา แต่ว่าโชคดีครับในที่สุดก็ไม่สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายพวกผมก็เลยมา ทำหน้าที่ในสภาได้ อย่างไรก็ตามขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานครับว่า ตลอดระยะเวลา ๓ วันที่ผ่านมาพวกกระผมได้ทำหน้าที่ยืนหยัดอย่างมั่นคงเข้มแข็ง ไม่หวั่นไหว แล้วก็ได้พิสูจน์ให้ท่านประธานได้เห็นว่านายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี กับรัฐมนตรี อีก ๒ ท่านนั้นไม่สมควรแก่การไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งต่อไปด้วยเหตุผลอย่างไร ซึ่งได้ชี้ให้เห็นมาชัดเจน ถัดจากนี้ไปกระผมขออนุญาตทำหน้าที่ไล่เลียงประเด็นเท่าที่จำเป็น เพื่อให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกได้รับทราบอีกครั้งหนึ่งว่านายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี แต่ละท่านสมควรไม่ไว้วางใจด้วยเหตุผลอะไร อย่างไร

ขออนุญาตเริ่มต้นที่ ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรี ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานครับว่าความจริงเริ่มต้นไม่ได้คิดจะอภิปรายท่านละครับ ในทางตรงกันข้ามพวกกระผมชื่นชมท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมด้วยซ้ำ ชื่นชมในความกล้าหาญ พวกผมเห็นว่ารองนายกรัฐมนตรีเฉลิมกล้าหาญกว่านายกรัฐมนตรี และกล้าหาญกว่า รัฐมนตรีร่วมคณะทุกคน กล้าหาญที่กล้ายอมรับความจริงว่าเป็นขี้ข้าทักษิณ แต่เหตุผล ที่ต้องอภิปราย เหตุผลที่ต้องอภิปรายก็เพราะว่าท่านออกมาท้าวันละ ๓ เวลาก่อนอาหาร ประกอบกับแม้จะพ้นหน้ากฐินแล้วก็ตาม แต่ว่ามีผู้จองกฐินท่านไว้เป็นกรณีเฉพาะ เพราะฉะนั้นพวกกระผมก็เลยต้องจัดให้ ประเด็นสำคัญที่ขออนุญาตสรุปสำหรับ รองนายกรัฐมนตรีเฉลิมมีเรื่องเดียวครับ เรื่องบ่อนขออนุญาตไม่สรุป เพราะว่าหลังจากฟัง ท่านชี้แจงแล้วได้ข้อเท็จจริงตรงกันว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้ ดีที่สุดคนหนึ่งของประเทศไทย ทั้งที่เคยเชี่ยวชาญ กำลังเชี่ยวชาญ และจะเชี่ยวชาญต่อไป ในอนาคต เรื่องเดียวที่ขอสรุปก็คือเรื่องกรณีของการไม่ถอดยศ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ขอย้อนกลับไปอีกรอบหนึ่งสั้น ๆ ว่าทำไมพวกผมต้องอภิปราย พวกผมต้องอภิปราย ก็เพราะว่าเมื่อท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เข้ามารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนั้น ได้ถามคณะกรรมการกฤษฎีกาไป ๒ ครั้ง โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถามไปครั้งที่ ๑ คณะกรรมการกฤษฎีกาตอบมาวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๒ ตอบว่ากรณีนี้เข้าข่ายถูกถอดยศ ถามไปครั้งที่ ๒ ต้องถามเพราะว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทยไปร้องคัดค้านต่อ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็เลยต้องถามไปอีกรอบหนึ่ง เพื่อความมั่นใจ คณะกรรมการกฤษฎีกาตอบกลับมาอีกเป็นครั้งที่ ๒ เดือนมิถุนายน ๒๕๕๔ หลังยุบสภาเมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ประมาณเกือบเดือน คณะกรรมการกฤษฎีกา ตอบมาอีกครั้งหนึ่งว่ากรณีถอดยศนี้เข้าเกณฑ์ถูกถอดยศทุกประการอีกเป็นครั้งที่ ๒ ตามระเบียบปี ๒๕๔๗ ที่กำหนดว่าให้ถอดยศเมื่อต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม สั่งปฏิบัติราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จนวันนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวตอนถูกถาม ผมไม่อ้างแล้วครับ จะเสียเวลา ท่านตอบ ๒ ข้อ ๑. ไม่ถอด ๒. นอกจากไม่ถอดแล้วจะเพิ่มยศให้ด้วย ให้เป็น พลตำรวจเอก ทักษิณ ชินวัตร ท่านชี้แจงในสภาเมื่อวานซืน วันนี้ชี้แจงอีกเรื่องกรณีที่บอกว่า เพราะเหตุว่าที่มาของการถูกลงโทษ ศาลตัดสินจำคุกกรณีที่ดินรัชดาภิเษกนั้นเป็นกรณีที่ ประการที่ ๑ ไม่ใช่การทุจริต ท่านประธานคงจำได้ เพราะท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม บอกว่าการทุจริตแปลว่าแสวงหาประโยชน์มิควรได้เพื่อตนเองหรือผู้อื่น อย่าฉายหนังครึ่งม้วน ท่านคงจำได้ กรณีที่ดินรัชดาภิเษกเป็นแค่กรณีภรรยาซื้อที่ดินสามีผิด ไม่มีประเทศไหนในโลก เขาทำกันท่านบอกว่าอย่างนี้ กรณีมาตรา ๑๐๐ ของกฎหมาย ป.ป.ช. ที่ถือว่าเป็นมูล แห่งความผิดเป็นเรื่องออกย้อนหลังเป็นโทษ และเป็นเรื่องกลั่นแกล้งของพวกคณะปฏิวัติ ผมขออนุญาตทำความเข้าใจกับท่านประธานครับ คิดว่าถึงเวลาที่ต้องพูดเสียที ความจริง เรื่องนี้เป็นกรณีของการกระทำผิดกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ปี ๒๕๔๒ มีมาก่อนที่ พันตำรวจโท ทักษิณจะเป็น นายกรัฐมนตรี ไม่ใช่เรื่องการออกกฎหมายย้อนหลังไปกลั่นแกล้งให้เกิดการกระทำความผิด พระราชบัญญัติ ป.ป.ช. มาตรา ๑๐๐ ระบุไว้ว่าห้ามเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใด และขีดเส้นใต้ คู่สมรส เป็นคู่สัญญาที่ทำกับหน่วยงานของรัฐ จากนั้น ป.ป.ช. เขาก็ออกประกาศระบุว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ต้องห้ามตามมาตรา ๑๐๐ คือใคร คือ ๑. นายกรัฐมนตรี ๒. รัฐมนตรี และไม่ได้ห้ามเฉพาะนายกรัฐมนตรี เมื่อห้ามแล้วห้ามคู่สมรสด้วยตามกฎหมาย เพื่ออะไรครับ เขาไม่ต้องการให้นายกรัฐมนตรีและคู่สมรสไปทำสัญญากับรัฐเพื่อป้องกันการใช้อำนาจหน้าที่ ไปบังคับข่มเหง หรือใช้อำนาจหน้าที่ไปเป็นคู่สัญญากับรัฐที่ผู้บังคับบัญชาหรือผู้ใต้บังคับบัญชา ดูแลอยู่เพื่อประโยชน์อันมิชอบ เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ประเทศพัฒนาแล้ว หลายประเทศเขาก็มีกัน หากใครฝ่าฝืนก็จะมีโทษทางอาญา ข้อเท็จจริงก็คือคู่สมรส ท่านนายกรัฐมนตรีไปซื้อที่ดินรัชดาภิเษก ๓๓ ไร่จากสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ของธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นหน่วยงานใต้บังคับบัญชานายกรัฐมนตรี สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรมีที่ดินทั้งหมด ๑,๐๔๖ แปลง ตั้งแต่ยึดมามีมา ไม่เคยขายแม้แต่แปลงเดียว นี่คือแปลงแรกในประวัติศาสตร์ที่เอาออกมาขายนี่คือข้อพิรุธ ข้อที่ ๑ ทำไมอยู่ ๆ เอาแปลงนี้ออกมาขายครับ ตอนที่ได้ที่ดินแปลงนี้ยึดมาจากเอราวัณทรัสต์ มูลค่าที่ดินแปลงนี้ ๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่เวลามาขายให้ภริยาท่านนายกรัฐมนตรีขาย ๗๗๒ ล้านบาท วันโอนวันที่เท่าไรท่านทราบไหมครับ วันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๔๖ ๓๐ ธันวาคม แปลว่ารุ่งขึ้น ๓๑ ธันวาคม ๓๑ ธันวาคม แปลว่ารุ่งขึ้นอีกวันหนึ่ง ๑ มกราคม โอนวันที่ ๓๐

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจุรินทร์ครับ มีผู้ประท้วง เชิญครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมต้องขออนุญาตประท้วงท่านผู้สรุป คือเรื่องที่ท่านพูดไม่ได้อยู่ใน ประเด็นที่ท่านยื่นถอดถอนท่านนายกรัฐมนตรี แล้วการที่ท่านสรุปมันเป็นการอภิปราย นอกประเด็นจากที่ได้ยื่นไว้ ขอให้ท่านประธานช่วยวินิจฉัยด้วยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมยังไม่วินิจฉัยเลยประท้วงแล้ว ผมต้องวินิจฉัยก่อนครับ นั่งลงครับ ท่านจุรินทร์ครับ ประเด็นที่ท่านกล่าวหารองนายกรัฐมนตรีเรื่องเกี่ยวกับการถอดถอนของท่าน พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร แต่ในการอภิปราย ๓ วันไม่มีการลำดับข้อเท็จจริง อย่างที่ท่านพูดนะครับว่าเอราวัณทรัสต์ก็ดี อะไรก็ดี ฉะนั้นขอให้อยู่ในประเด็น ที่มีการพูดกันมาใน ๓ วัน อันนี้เชิญท่านประท้วงครับ

(นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีข้อสังเกตครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ข้อสังเกตไม่ให้ครับ ให้อย่างเดียวคือประท้วงครับ

นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ นราธิวาส

ผมประท้วงท่านประธานครับ คือประท้วงผู้ที่ประท้วงเมื่อสักครู่นี้ได้รับซิกแนล (Signal) จากนายกรัฐมนตรี

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่มีหรอกครับท่าน เอาข้อบังคับดีกว่าครับ มันไม่มีในข้อบังคับประเด็นนี้ผมว่าเสียเวลาครับ เดี๋ยวมันจะต่อกันไป ผมไม่อนุญาตครับ ผมจะให้ท่านจุรินทร์อภิปรายต่อครับ ไม่อนุญาตแล้ว เชิญนั่งลงครับ เชิญฝั่งนี้นั่งลงด้วยครับ ไม่ละครับ คือบรรยากาศกำลังไป ท่านกำลัง ลำดับความอยู่ แต่ผมก็ได้เตือนท่านแล้ว ต่อไปมันก็จะได้เดินหน้าต่อไปได้

(นายวิทยา แก้วภราดัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านวิทยานั่งลงเถอะครับ อย่าชี้กันครับ นั่งลงครับ ท่านวิทยาเชิญ

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อสักครู่ท่านประธานได้วินิจฉัยซึ่งผมเข้าใจว่าคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงทั้งสิ้น

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมวินิจฉัยแล้วถือว่ายุติครับ นั่งลงครับ ท่านวิทยานั่งลงครับ ผมวินิจฉัยแล้วถือว่าเป็นที่ยุติ คือจะวินิจฉัยให้ถูกใจทั้ง ๒ ฝ่าย ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ เชิญนั่งลงครับ ผมขอความกรุณา ท่านพิเชษฐ์นั่งลงได้ไหมครับ ท่านจุรินทร์จะได้อภิปรายต่อ เชิญท่านจุรินทร์ครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ที่ต้องโอนวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๔๖ เพราะอีก ๒ วัน คือ ๑ มกราคม ๒๕๔๗ เขาเปลี่ยนราคาประเมินที่ดินใหม่ ทำให้ราคาประเมินที่ดินหลังจากซื้อได้ ๒ วัน เพิ่มขึ้นทันทีจาก ๗๗๒ ล้านบาทที่ซื้อมา กลายเป็น ๙๒๒ ล้านบาท เงินงอกทันที ๑๕๐ ล้านบาท หลับไป ๒ ตื่น เพราะฉะนั้นตรงนี้ จึงเป็นที่มาที่เกิดกรณีปัญหาและกรณีที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม

(นายขจิตร ชัยนิคม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจุรินทร์ครับ มีผู้ประท้วงครับ

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านผู้กำลังสรุปประเด็น การอภิปรายนี้กำลังพูดในประเด็นที่ไม่ได้พูดกันในการอภิปรายที่ผ่านมา การเพิ่มรายละเอียดไม่ใช่การสรุป เพราะฉะนั้นขอความกรุณาท่านประธานได้ดูแลว่า ให้ผู้สรุปประเด็นการอภิปรายสรุปเฉพาะเรื่องที่อภิปรายมาแล้วเท่านั้นไม่สามารถ ขยายความได้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจุรินทร์ครับ ผมขอทำความเข้าใจนะครับแล้วก็ขอเตือนขอให้อยู่ในประเด็นที่เรา พูดกันมา ๓ วันนะครับ เชิญครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานไม่ต้องกังวลครับ ผมไม่เคยพูดอะไรนอกประเด็น แล้วก็อยู่ในประเด็นทั้งสิ้นถกกันมา ๓ วัน ประเด็นก็คือว่า ต่อมาเมื่อศาลพิพากษาว่าเรื่องนี้เป็นความผิด ศาลแพ่งตัดสินว่ากรณีการทำสัญญาเป็นโมฆะ รองนายกรัฐมนตรีเฉลิมบอกว่าเป็นโมฆะไม่ผิดก็มันผิดอย่างไรครับเขาถึงให้เป็นโมฆะ ให้ยกเลิกถ้ามันถูกจะยกเลิกทำไม ต่อมากองทุนฟื้นฟูก็เลยเอาที่ดินแปลงนี้ไปขาย ปรากฏว่าเดิมขายได้ ๗๗๒ ล้านบาท ให้ภริยาท่านนายกรัฐมนตรี ต่อมาเวลาขายจริง ได้ ๑,๘๑๕ ล้านบาทครับ ศาลพิพากษาว่านายกรัฐมนตรีในขณะนั้นใช้อำนาจหน้าที่ อนุญาตให้คู่สมรสซื้อที่ดินของรัฐ ผิดพระราชบัญญัติ ป.ป.ช. มาตรา ๑๐๐ ตัดสินจำคุก ๒ ปี เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องภรรยาซื้อที่ดินสามีผิด ถ้าสามีไม่ใช่นายกรัฐมนตรี ไม่ไปซื้อที่ดินของหน่วยงานภายใต้บังคับบัญชาและจะผิดได้อย่างไร ก็เพราะเป็น นายกรัฐมนตรีไปซื้อที่ดินของหน่วยงานภายใต้บังคับบัญชาที่กฎหมายเขาห้าม คนซื้อคือภริยา ซึ่งเขียนไว้แล้วว่าคู่สมรสก็ห้ามเพราะเป็นบุคคลคนเดียวกัน ตรงนี้จึงเป็นที่มา ที่ในที่สุดทำให้ถูกพิพากษาจำคุกและเมื่อถูกพิพากษาจำคุกก็เข้าข่ายต้องถูกถอดยศ คำสั่งล่าสุดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจุรินทร์เดี๋ยวนะครับ อย่างนี้ได้ไหมครับ ท่านจะประท้วงกันอีกเท่าไรผมก็ไม่ทราบนะครับ คือฟังแล้วผมจะกำกับเองนะครับว่าอยู่ในประเด็นหรือไม่

(นายวรชัย เหมะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการครับ เมื่อสักครู่นี้มีเพื่อนขึ้นมาประท้วงถึง ๒ ท่านแล้วครับ ผู้อภิปรายและท่านประธานได้บอกแล้ว พูดแล้วว่าขอให้ผู้อภิปรายพูดในประเด็นที่ยื่นญัตติ และที่อภิปรายผ่านกันมา ๓ วัน ๓ คืน ผู้อภิปรายยังไม่ฟังท่านประธานเลยครับ ขอให้ท่านบอกว่าเรื่องนี้อยู่ในประเด็นหรือนอกประเด็นให้ชัดเจนเลยครับท่านประธานครับ แล้วก็ท่านจะทำอย่างไร ท่านพูดมาเลยครับ ถ้าอย่างนี้ก็ตอบ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือไปเพิ่มเติมเดี๋ยวก็ประท้วงกันอีกนะครับ เอาเฉพาะประเด็น คือตอนสุดท้ายที่ผมนั่งฟังอยู่ ก็เป็นเรื่องในการที่ศาลได้วินิจฉัยตามกฎหมาย ป.ป.ช. ในมาตรา ๑๐๐ นำไปสู่ในเรื่องที่ ถอดถอนไม่ถอดถอนยังอยู่ในประเด็นนะครับ แต่ถ้าข้อเท็จจริงที่ท่านพูดมาก่อนหน้านี้ เป็นการเพิ่มเติม ผมก็ได้ปรามผู้อภิปรายไปแล้วนะครับ ช่วยกรุณาฟังนิดหนึ่ง เชิญต่อครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ 🔗

เมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน ไม่กี่วันมานี้ครับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีคำสั่งล่าสุดสั่งให้เร่งถอดยศตำรวจ ที่กระทำความผิดคดีถึงที่สุดแล้ว แต่กรณีนี้เป็นกรณีหนึ่งที่ยังไม่ได้ดำเนินการจึงเป็นที่มา ที่พวกกระผมไม่ไว้วางใจรองนายกรัฐมนตรีที่มีหน้าที่สั่งปฏิบัติราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในข้อหาไม่รักษากติกาบ้านเมือง เลือกปฏิบัติ หวังเอื้อนายเพื่อได้ดี แล้วในที่สุดสุดท้าย คะแนนเพื่อนายก็ออกมาได้เอ (A) จริง ๆ โดยไม่ต้องไปเรียนมหาวิทยาลัยรามคำแหงรอบ ๒ ท่านได้รับเลื่อนตำแหน่งจากรองนายกรัฐมนตรี คนที่สอง ขึ้นเป็นรองนายกรัฐมนตรี คนที่หนึ่ง พฤติกรรมแบบนี้แหละครับที่พวกผมต้องยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ

รัฐมนตรีท่านต่อมาครับคือท่าน พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เรื่องของท่านมี ๓ เรื่องครับ

เรื่องแรกคือเรื่องการแต่งตั้งปลัดกระทรวงกลาโหมโดยมิชอบก่อนอื่น ขออนุญาตทำความเข้าใจกับท่านประธานว่าประการที่ ๑ พวกกระผมไม่มีเป้าหมาย และความตั้งใจใด ๆ ในการเข้าไปแทรกแซงการโยกย้ายแต่งตั้งในกระทรวงกลาโหม ประการที่ ๒ พวกกระผมไม่มีความประสงค์จะไปเข้าข้างผู้มีส่วนได้เสียท่านหนึ่งท่านใด เป็นกรณีเฉพาะ แต่ประการที่ ๓ ที่ต้องอภิปรายเพราะเหตุว่าพบการกระทำความผิดกฎหมาย ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและนายกรัฐมนตรี ถ้าจะพูดกันโดยกฎหมาย และระเบียบ การแต่งตั้งปลัดกระทรวงกลาโหมต้องปฏิบัติตามขั้นตอน ตามพระราชบัญญัติ จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ปี ๒๕๕๑ มาตรา ๒๕ ประกอบกับข้อบังคับ กระทรวงกลาโหมว่าด้วยการแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล ปี ๒๕๕๑ ข้อ ๑๔ นั่นคือจะต้องเริ่มต้นโดยปลัดกระทรวงกลาโหม โดยความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นผู้เสนอรายชื่อผู้สมควรเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม คนต่อไปเพื่อส่งไปเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ คณะกรรมการที่ว่านี้เป็นคณะกรรมการ ตามกฎหมายจัดระเบียบกระทรวงกลาโหม มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน มีรัฐมนตรีช่วยว่าการ บังเอิญชุดนี้ไม่มีก็ผ่านไป มี ผบ.สส. ผบ.ทบ. ผบ.ทร. ผบ.ทอ. แล้วก็ปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นกรรมการและเลขานุการ เจ้ากรมเสมียนตราเป็นผู้ช่วยเลขานุการ ชุดนี้จะเป็นผู้พิจารณารายชื่อที่ปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นผู้เสนอมา หากคณะกรรมการชุดนี้ ไม่เห็นด้วย สิ่งที่ต้องทำก็คือปลัดกระทรวงกลาโหมต้องกลับไปทำรายชื่อมาใหม่แล้วเสนอ กลับมาใหม่ แต่พฤติกรรมผิดกฎหมายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมก็คือพฤติกรรมล้วงลูก ทำไมล้วงลูกผิดกฎหมาย เพราะกฎหมายฉบับนี้เขาเขียนไว้อย่างที่ผมกราบเรียนเพื่อป้องกัน การล้วงลูกของฝ่ายการเมืองลงไปสั่งการว่าเอานาย ก นาย ข นาย ค เขาต้องให้ทำขึ้นมาจาก ปลัดกระทรวงกลาโหม ล้วงลูกจึงผิดกฎหมาย มีการประชุม ๒ ครั้ง ครั้งที่ ๑ ประชุมวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๕ อ้างว่าเป็นการประชุมคณะกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไปยอมรับในศาลปกครองแล้วว่านี่คือการประชุมที่เป็นทางการ แต่ข้อเท็จจริงก็คือการประชุม ที่เรียกมาสั่งว่าจะเอาใครเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม ผมไม่ได้พูดลอย ๆ และไม่เสียเวลาแล้วครับ ได้มีการเปิดเทปเสียงให้ท่านประธานได้ฟังมาเรียบร้อยแล้วว่ามีการสั่งการจริง ๆ ว่า ให้เอาคนไหน ๆ ถึงขนาดระบุว่าถ้าไม่ล้วงลูกเลยก็ไม่ต้องเซ็นซะดีกว่า ผมเปลี่ยนคำว่า ซะ เพื่อให้สุภาพขึ้น แต่แปลว่านี่คือการล้วงลูก ครั้งที่ ๒ ก่อนการประชุม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมย้ายปลัดกระทรวงกลาโหมไปช่วยราชการที่สำนักงานรัฐมนตรี จากนั้นก็เรียกประชุมครั้งที่ ๒ โดยไม่ให้ปลัดกระทรวงกลาโหมซึ่งเขายังมีตำแหน่งโดยถูกต้อง เพราะยังไม่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่ง แต่ไม่ได้รับเชิญให้เข้าประชุม แม้ขอเข้าประชุมก็ไม่ได้เข้าประชุม แล้วก็เห็นชอบผ่านรายชื่อตามที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมต้องการไปตามนั้น อีกทั้งรายชื่อที่นำเสนอนั้นเป็นรายชื่อที่พวกกระผมเชื่อว่า ขาดคุณสมบัติเพราะผู้ที่จะได้รับการเสนอชื่อเป็นปลัดกระทรวงกลาโหมได้นั้นจะต้องเป็น นายพลชั้นอัตราจอมพล ซึ่งทั้งกระทรวงมีแค่ ๖ คน และผู้ได้รับการเสนอชื่อก็ไม่ได้เป็น ๑ ใน ๖ จากนั้นนายกรัฐมนตรีก็นำรายชื่อเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๕ ซึ่งมีที่มาอันเกิดจาก การกระทำโดยมิชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ทั้งที่นายกรัฐมนตรีก็ทราบดี เพราะได้มีการร้องเรียนไปที่นายกรัฐมนตรีแล้วว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องไม่ชอบ และขอเข้าพบชี้แจง นายกรัฐมนตรีก็ไม่ให้เข้าพบชี้แจง นายกรัฐมนตรีรับรายชื่อมาจากรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมแล้วก็นำรายชื่อที่มีปัญหาขึ้นกราบบังคมทูล ตรงนี้อย่างไรที่พวกกระผมเขียนว่ามิบังควร ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและ นายกรัฐมนตรีจึงเข้าข่ายร่วมกันกระทำความผิดส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ราชการ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติเพื่อประโยชน์ของบุคคล หรือบุคคลใด และให้บุคคลใด ได้รับความเสียหาย รวมทั้งกระทำผิดตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการ กระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๑ ผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๘ ฐานแทรกแซงการบรรจุแต่งตั้ง เลื่อนตำแหน่งของข้าราชการเพื่อประโยชน์ของตนเองและผู้อื่น ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม มาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ท่านนายกรัฐมนตรีลุกขึ้นมาชี้แจงครับ ท่านบอกว่า เรื่องนี้เลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้ทำหนังสือไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแล้วว่า ให้ทำให้ถูกต้อง แปลง่าย ๆ ว่าอย่าทำอะไรผิด เพราะฉะนั้นแปลว่าจบแล้ว ท่านหมดหน้าที่แล้ว นี่คือความคิดท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ แต่ยิ่งท่านตอบแบบนี้ยิ่งสะท้อนพฤติกรรมลอยตัว แต่จะลอยตัวอย่างไรท่านก็หนีไม่พ้นความรับผิดชอบ เพราะนายกรัฐมนตรีคือผู้บังคับบัญชา ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านได้รับหนังสือร้องเรียนแล้วท่านต้องตรวจสอบและ ท่านต้องดำเนินการ แต่พฤติกรรมก็คือเมื่อส่งรายชื่อมาท่านก็นำขึ้นทูลเกล้าฯ ตรงนี้ จึงเป็นที่มาของการที่พวกกระผมต้องยื่นถอดถอนนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมต่อประธานวุฒิสภาและต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านในประเด็นนี้

เรื่องที่ ๒ ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมครับคือเรื่องการจัดซื้อ เรือลาดตระเวน ๓ ลำ ๕๕๓ ล้านบาทของกองทัพเรือ โครงการนี้เริ่มต้นวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๔ ประกวดราคาในวันนั้น แต่มีข้อร้องเรียนไปที่ สตง. มีข้อร้องเรียนไปที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ปรากฏว่าทั้ง ๒ หน่วยงานมีความเห็นตรงกันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องทุจริต ผิดกฎหมายฮั้ว สั่งชะลอ แต่ในที่สุดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอนุมัติ ผมสรุปเท่านี้ครับ ตรงนี้จึงต้องไม่ไว้วางใจ

เรื่องที่ ๓ การเปลี่ยนอุปกรณ์ระบบยิงลูกลวงเพื่อหลอกจรวดนำวิถีของข้าศึก ชื่อนี้ผมตั้งเองครับ ตั้งเองเพื่อความง่ายในความเข้าใจแปลว่าอะไรครับ แปลว่ามันมีการจัดซื้อ อุปกรณ์ระบบยิงลูกหลอก แล้วก็เพื่อให้ลูกหลอกมันวิ่งไป จรวดนำวิถีจากข้าศึกเขาจะยิง เรือรบของเราคือเรือหลวงนเรศวรกับเรือหลวงตากสิน ๒ ลำ มันจะได้ไม่มาโดนเรือ จะได้วิ่งไปหา ลูกหลอกลูกลวงแล้วไประเบิดที่ลูกหลอกกับลูกลวงเรือจะได้ไม่เสียหาย เพราะฉะนั้นอุปกรณ์ ระบบยิงลูกลวงนี่สำคัญ กำหนดสเปกมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ ปรากฏว่าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมเข้ามาวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๕ เปลี่ยนอุปกรณ์หลักจากระบบยิงลูกลวง แบบระบบแท่นหมุนได้รอบทิศทาง แปลว่าหมุนไปยิงทางไหนก็ได้ ถ้าลูกมาทางโน้นก็หมุนไป ยิงทางโน้น ลูกมาทางนี้ก็หมุนไปยิงทางนี้ ก้ม เงยได้ ถ้ามาสูงก็เงย มาต่ำก็ก้ม แต่เปลี่ยนจาก ระบบนี้ไปเป็นแท่นติดอยู่กับที่ หมุนไม่ได้ ถ้าลูกมาทางโน้นจะหมุนไปยิงต้องหันเรือครับ ถ้าจรวดนำวิถีมาสูงจะยิงสูงขึ้นไปเงยไม่ได้ต้องถอยเรือเพื่อให้องศามันสูงขึ้นไปโดน เพราะฉะนั้นนี่คือปัญหาว่าในที่สุดเกิดกรณีประเด็นเมื่อมีการอนุมัติให้เปลี่ยนอุปกรณ์ที่ว่านี้ กลายเป็นเรื่องใช้เงินเท่าเดิมแต่ถูกลงมาแค่ ๑,๐๐๐ บาทจากราคากลาง แต่กลายเป็นได้ของ ราคาถูกกว่า เทคโนโลยีล้าหลังกว่าเพราะที่ติดอยู่กับที่เป็นเทคโนโลยีตั้งแต่สมัยสงครามโลก ครั้งที่ ๒ ที่สำคัญทำให้ลูกเรือเสี่ยงชีวิตมากที่สุด ตรงนี้จึงเป็นที่มาที่ต้องขออภิปราย ไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประเด็นที่ ๓

ท่านถัดมาครับ พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ความจริงเรื่องนี้ผมไม่พูดแล้วละครับ ไม่คิดจะพูดแต่ว่าต้องพูด ที่ต้องพูดเพราะว่าทันทีที่มีการยื่นญัตติมีการออกข่าวว่าผมไปกลั่นแกล้งท่าน บอกว่า ผมไปกลั่นแกล้งท่านเพราะว่าครั้งหนึ่งผมเคยถูกท่านจัดการเรื่องทุจริตในสมัยที่ท่านเป็นมือปราบ ทุจริต ถ้าเป็นผมผมไม่กล้าใช้ชื่อว่ามือปราบทุจริตนะครับ แต่ท่านกล้า แต่ผมต้องขออนุญาต กราบเรียนครับ เรื่องนี้เคยปรากฏขึ้นจริงสมัยท่านเป็นผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ยุครัฐบาลทักษิณ กล่าวหาว่าผมกระทำทุจริต ตอนนั้นผมเป็นประธานวิปฝ่ายค้าน เหมือนเดี๋ยวนี้ครับตรวจสอบรัฐบาลเข้มข้นที่สุดก็เลยโดน ที่โดนไม่ใช่ผมทุจริต แต่โดนกลั่นแกล้ง กล่าวหาว่าผมทุจริต แต่ในที่สุดวัน เวลาพิสูจน์ ท่านส่งเรื่องเข้า ป.ป.ช. ป.ป.ช. มีมติเรียบร้อยแล้วครับเป็นเอกฉันท์ บอกว่าที่กล่าวหาว่าผมทุจริตไม่มีมูล เป็นเรื่องเท็จ

ประการที่ ๒ ผมนำเรื่องนี้ไปฟ้องศาลสถิตยุติธรรมว่าสิ่งที่ ท่านอดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางคือรัฐมนตรีชัจจ์ กุลดิลก กล่าวหาว่าผมทุจริตนั้น เป็นเท็จ หมิ่นประมาทผม สุดท้ายสู้กันหลายศาลคดีถึงที่สุดศาลพิพากษาว่า พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก มีความผิด ตัดสินจำคุก ๓ เดือน ปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท ให้รอลงอาญา ๒ ปี แล้วก็ให้ลงหนังสือพิมพ์ขอขมาผม ๗ วัน แล้วท่านก็ได้กรุณาแล้วครับ กรุณาขอขมาผมแล้วกลางหน้าหนังสือพิมพ์ เพราะฉะนั้นผมกับท่าน พลตำรวจโท ชัจจ์ ไม่มีอะไรติดค้างกัน ผมทำบุญกรวดน้ำคว่ำขันอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลส่งไปให้หมดเรียบร้อย ครบถ้วนทุกประการ

แต่ที่ต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเพราะพฤติกรรมการบริหารราชการแผ่นดิน ของท่านครับ พฤติกรรม ๓ เรื่องที่ผมขอสรุปสั้น ๆ ที่สุดก็คือ

เรื่องที่ ๑ ท่านบกพร่อง ล้มเหลว ทุจริต กระทำผิดกฎหมายฮั้ว และกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ ฐานปฏิบัติและละเว้นการปฏิบัติเพื่อประโยชน์บุคคลใด และทำให้รัฐได้รับความเสียหาย กรณีเสนอของบน้ำท่วม ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท จากท่านนายกรัฐมนตรี ได้มา ๑,๒๑๕ ล้านบาทแล้วก็ปล่อยปละละเลยให้เกิดการฮั้ว การทุจริต ๒๖ โครงการ ฮั้วกันอยู่ใน ๑๔ บริษัทผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเสนอราคา ถ้าให้บริษัทนี้บริษัทนี้ก็เสนอราคาต่ำ ที่เหลือก็เสนอให้มันสูง ๆ จะได้ไม่ได้ แล้วสูงกับต่ำ ก็ไปเสนอใหม่แล้วก็วนเวียนกัน จนในที่สุดวนกันอยู่ใน ๑๔ บริษัทได้มา ๒๖ โครงการ เป็นโครงการของกรมเจ้าท่า จนอธิบดีกรมเจ้าท่าทนไม่ไหวกลัวติดคุกลาออก

ท่านรัฐมนตรีชัจจ์เกี่ยวข้องตรงไหนครับ เกี่ยวข้อง ๑. เสนอโครงการนี้ เข้าไปใน ครม. ๒. ลงมติเห็นชอบด้วยลายมือตัวเอง เห็นชอบให้ไปทำสัญญา ๑๕ สัญญา จาก ๒๖ สัญญา มีหลักฐานชัดเจน พวกผมชี้แจงในสภาไปแล้วครับ ที่สุดผลงานออกมาขุดลอก ๗ แม่น้ำเละเทะไปหมดครับ ขุดในที่ที่ไม่ควรขุด ที่ที่ไม่ต้องขุดก็ขุดเพราะขุดง่ายอยู่ริมตลิ่ง พอน้ำลดปรากฏว่ามีร่องคูเฉพาะ ๒ ข้างแม่น้ำ ตรงกลางยังเป็นดอนเพราะไม่ได้ขุด และที่เลวร้ายที่สุดทำบัญชีรายงานเท็จของผู้รับเหมารายงานมา แดดจัดทุกวัน แต่ความจริงฝนตกกรมอุตุนิยมวิทยาเขาพูดชัด ทำไมบอกแดดจัดทุกวันเพื่อจะได้รวมจำนวน คิวดินที่ขุดอย่างไรครับ เมค (Make) ตัวเลขขึ้นมา ทำตัวเลขขึ้นมา บอกว่าแดดจัดก็เลยขุด วันนี้ได้ ๑๐,๐๐๐ คิว ๑๐,๐๐๐ คิว ๑๐,๐๐๐ คิว ผมไม่รู้จักหรอกครับมันกี่คิว แล้วในที่สุด จะได้รวมตัวเลขเยอะ ๆ แล้วก็มาเบิกสตางค์ เลวร้ายไปกว่านั้นเวลาทำสัญญาไม่ประกัน สัญญา ไม่ประกันผลงาน มีด้วยหรือครับ ทำสัญญากับรัฐทำอย่างไรก็ได้ไม่ต้องรับประกัน แต่สัญญาของท่านชัจจ์รัฐไม่ต้องรับ นี่คือปัญหา เพราะฉะนั้นปีนี้โชคดีนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ งบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทของท่านถ้าน้ำมา เหมือนปีที่แล้วท่วมอีก เพราะ ๗ สายไม่ได้ทำอะไรเลยทำไปก็กะปริบกะปรอย ฝนถึงตก ๒ กระจ๊อกกระแจ๊กอย่างไรครับที่ผ่านมานี่พายุมาลูกครึ่งลูกมันถึงท่วมอีกอย่างไรครับ นี่คือสิ่งที่ขออนุญาตที่จะกราบเรียน ท่านรัฐมนตรีชัจจ์ตอบครับเรื่องนี้ไม่ใช่ท่านไม่ตอบ ท่านตอบ ๒ รอบ รอบแรกรอบหนึ่งเมื่อกี้ล่าสุดตอบอีกรอบหนึ่ง แต่วิธีตอบของท่านยาว เหมือนที่ท่านกำกับเลยครับ แต่ตกรางตลอด แล้วก็ตรง ๆ ครับตอบไม่ชัดสมชื่อจริง ๆ ครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ที่ท่านตอบไม่ได้ก็คือเรื่องมิสเตอร์เอ็กซ์ ที่กล่าวหาว่าเป็นคนช่วย เก็บค่าหัวคิว งบปกติเก็บ ๘ เปอร์เซ็นต์ ส่งข้าราชการ ๓ เปอร์เซ็นต์ รัฐมนตรี ๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าน้ำท่วมใช้ระบบอีออกชัน เก็บ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ส่งข้าราชการ ๕ เปอร์เซ็นต์ รัฐมนตรี ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าใช้วิธีพิเศษผมเดาเอาถ้าวิธีพิเศษก็ ๑,๒๑๕ ล้านบาทนี่ละครับ งบน้ำท่วม ๓๕ เปอร์เซ็นต์ครับ ส่งข้าราชการ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ รัฐมนตรี ๒๕ เปอร์เซ็นต์ เรื่องนี้ท่านชี้แจง ตกรางอีกรอบเหมือนกันผมฟังแล้วครับ บอกแต่ว่าผมไม่รู้จัก

เรื่องที่ ๒ ตลาดนัดจตุจักรครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ท่านเก็งข้อสอบถูก

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับมีผู้ประท้วงครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ตอนสรุปนี่มีสิทธิ ผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ เรื่องเสียดสีไหมครับ ถ้ามีท่านก็ช่วยปรามหน่อยเถอะครับ เป็นรัฐมนตรี มาก็หลายสมัยแล้ว คือถ้าจะตีหัวเข้าบ้านก็ทำไปเถอะครับเป็นสิทธิของท่าน แต่ว่าไม่มีสิทธิ ผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่าไปเกินเลยจากข้อเท็จจริงที่เราได้พูด ๓ วันนะครับ ผมทราบอยู่ประเด็นมิสเตอร์เอ็กซ์ ที่ท่านว่านั้นมีการพูดกันจริงแต่จะไปบอกว่ารัฐมนตรีท่านนั้นท่านนี้ไม่มีนะครับ เชิญต่อครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ตลาดนัดจตุจักรครับ ตลาดนัดจตุจักรนี้ท่านเก็งข้อสอบถูก ผมดูจากข่าว ข่าวบอกว่าท่านรายงาน ท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่านจะโดนเรื่องนี้ ผมก็เลยคาดเดาว่าที่ท่านเก็งข้อสอบถูกนี่เพราะท่าน คงทราบดีว่าท่านไปทำอะไรไว้ที่นั่นบ้าง พฤติกรรมไม่ไว้วางใจก็คือว่าท่านกำกับดูแล การรถไฟแห่งประเทศไทย แล้วก็ไปยึดตลาดนัดจากกรุงเทพมหานครมาเพราะอยู่ในที่ของ การรถไฟแห่งประเทศไทย ตอนยึดท่านประกาศว่าท่านจะมาบริหารให้ประสบความสำเร็จ โดยจะตั้งบริษัทลูกแต่ปรากฏว่าจนวันนี้ครับท่านพ้นจากตำแหน่งไปเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทยแล้ว บริษัทลูกยังไม่ได้ตั้งเลย ที่สุดที่บอกกับคนไทยทั้งประเทศว่ายึดมา เพื่อมาตั้งบริษัทลูกบริหารให้ประสบความสำเร็จกลายเป็นยึดมายกให้บริษัท ทีเอเอ็ม แมนเนจเมนท์ จำกัด 2111 ด้วยวิธีพิเศษ แล้วบริษัทนี้จดทะเบียน

(นายวรชัย เหมะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับท่านจุรินทร์ครับ ท่านจะประท้วงอะไรครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการครับ ท่านประธานครับ การสรุปต้องอยู่ในประเด็นครับ ไม่ใช่เปิดประเด็นใหม่ครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนั่งลงครับ ผมจะได้วินิจฉัยครับ คือจะประท้วงจบหรือไม่จบผมพอเข้าใจประเด็นแล้ว เชิญนั่งลงผมจะได้วินิจฉัยครับ เชิญนั่งลงผมจะได้วินิจฉัยครับ คือถ้าพูดประท้วงจบทุกคนมันก็ไม่จบนะครับ นั่งลงครับ คือท่านกำลังอภิปรายในประเด็นที่มีการกล่าวหาเรื่องที่สวนจตุจักรอยู่นะครับ ซึ่งประเด็นนี้ ท่านกำลังอภิปรายในเรื่องของการบริหารงาน เชิญต่อครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

แล้วก็บริษัทนี้ปรากฏว่า จดทะเบียนอยู่ที่เกาะฟอกเงิน ผลที่ออกมาก็คือว่าค่าแผงแพงขึ้นหลังจากยึดมา จาก ๓๖๐ บาท กลายเป็น ๓,๕๐๐ บาท แผงที่เคยเต็มว่างเยอะไปหมด เมื่อวานผู้อภิปราย ได้ฉายวีดิทัศน์ให้ท่านดูแล้ว แล้วที่บอกว่าจะทำรายได้ปีละ ๔๐๐ กว่าล้านบาท เอาเข้าจริง นั่นคือแค่ตัวเลขประมาณการหรือตัวเลขแห่งความฝัน แต่ข้อเท็จจริงมันไม่ได้เป็นอย่างนั้น ตรงนี้แหละครับที่ทำไมพวกผมจึงต้องไม่ไว้วางใจท่าน

สุดท้ายสำหรับรัฐมนตรีชัจจ์ครับ เรื่องการแจ้งบัญชีทรัพย์สินหมิ่นเหม่ว่า จะเป็นเท็จ ขณะเป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมืองเมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ถึง ๙ กันยายน ๒๕๕๑ และต่อมาอีก ๒ ครั้ง ได้แจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่ได้แจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีเป็นเจ้าหนี้ ๒๓๒ ล้านบาท แก่ นายสุริยา ลาภวิสุทธิสิน อดีตรัฐมนตรีครับ ที่บอกว่า พลตำรวจโท ชัจจ์เป็นเจ้าหนี้ อดีตรัฐมนตรีสุริยา ๒๓๒ ล้านบาท ก็เพราะว่านางวิมลรัตน์ กุลดิลก ภรรยาท่านรัฐมนตรี ฟ้อง นายสุริยาเป็นจำเลยในคดีแพ่ง หมายเลขดำ ที่ ๘๓๐/๒๕๕๓ เมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๕๔ นางวิมลรัตน์เบิกความยืนยันต่อศาลว่าตนเป็นเจ้าหนี้นายสุริยา ๒๓๒ ล้านบาท เงินส่วนหนึ่งที่นำมาให้นายสุริยากู้ยืมนั้นเป็นเงินของ พลตำรวจโท ชัจจ์สามีของตน โดย พลตำรวจโท ชัจจ์ทราบเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างดีเพราะเป็นผู้เชิญนายสุริยา มาทำข้อตกลงการชำระหนี้ การไม่ปรากฏตัวเลขการเป็นเจ้าหนี้ในบัญชีทรัพย์สินของ ท่านรัฐมนตรีต่อ ป.ป.ช. จึงอาจเข้าข่ายแจ้งบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ อาจเข้าข่าย ผิดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เพราะฉะนั้นจึงไม่สมควรดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่อไป

สุดท้าย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร วันยื่นญัตติมีคนถามผมว่า ที่ยื่นอภิปรายนายกรัฐมนตรีนี่หวังล้มรัฐบาลใช่ไหม ผมเลยตอบไปว่าฝ่ายค้านล้มรัฐบาลไม่ได้ อยู่แล้วเพราะเสียงน้อยกว่า แล้วทั้งหมดนี้ขอกราบเรียนเลยไปเลยว่าไม่ใช่เรื่องรังแกผู้หญิง เพราะพวกกระผม ๑๕๗ รายชื่อไม่ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่พวกกระผมอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถ้าเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายพวกกระผมให้เกียรติเสมอกัน เช่นเดียวกับที่ ไม่ว่าหญิงหรือชายย่อมได้รับรองสิทธิตามรัฐธรรมนูญเท่าเทียมกัน ไม่ว่าหญิงหรือชายถ้าชนะ การเลือกตั้งก็มีสิทธิได้รับเลือกจากสภาผู้แทนราษฎรเป็นนายกรัฐมนตรีเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็น หญิงหรือชายก็ต้องบริหารราชการแผ่นดินโดยความรับผิดชอบต่อสภาเช่นเดียวกัน มีสิทธิ รับชอบจากความสำเร็จในการบริหารราชการแผ่นดิน และมีสิทธิต้องรับผิดจาก ความล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดินเท่าเทียมกัน ไม่ว่าหญิงหรือชายถ้าเป็นนายกรัฐมนตรีก็ต้องอยู่ในฐานะที่จะต้องถูกตรวจสอบ และต้องยอมรับการตรวจสอบโดยเท่าเทียมกัน ผลสำรวจก็ออกมาตรงกันกับที่พวกผม ได้ทำหน้าที่แทนประชาชนครับ สวนดุสิตโพลล์สำรวจ ถามว่าบุคคลที่สมควรถูกอภิปราย ไม่ไว้วางใจมากที่สุดควรจะเป็นใคร คำตอบคือนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาลำดับ ๑ ร้อยละ ๖๖.๓๖ ครับ เรื่องที่อภิปราย ขออนุญาตกราบเรียนเบื้องต้นกับ ท่านประธานครับ พวกกระผมจะไม่เอาพฤติกรรมส่วนตัวที่ไม่กระทบการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่กระทบผลประโยชน์ประเทศมาพูดนะครับ นายกรัฐมนตรีอาจจะพูดถูกบ้างผิดบ้าง อาจจะตั้งจังหวัดใหม่โดยไม่ออกพระราชบัญญัติบ้าง พวกกระผมไม่นำมาอภิปรายละครับ เพราะพวกกระผมทราบดี ท่านนายกรัฐมนตรีอาจรู้บ้างไม่รู้บ้าง เช่นเดียวกับพวกผม นั่นแหละครับ พวกผมเข้าใจได้เพราะถือว่าไม่รู้โดยสุจริต แต่ถ้าแกล้งไม่รู้หรือแกล้งไม่รู้ โดยทุจริต พวกผมต้องทำหน้าที่ครับ ข้อกล่าวหาที่ขออนุญาตสรุปต่อนายกรัฐมนตรี มี ๓ ประเด็นใหญ่

ประเด็นที่ ๑ ก็คือท่านนายกรัฐมนตรีเบียดบังอำนาจ และงบประมาณแผ่นดิน ของประชาชนไปใช้เพื่อประโยชน์ตนเองและครอบครัว

ข้อกล่าวหาที่ ๒ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ล้มเหลว ในการแก้ปัญหาประเทศและปากท้องของประชาชน

(นายพิชิต ชื่นบาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับท่านจุรินทร์มีผู้ประท้วง เชิญครับ

นายพิชิต ชื่นบาน บัญชีรายชื่อ

ผม พิชิต ชื่นบาน บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขอประท้วงผู้อภิปรายสั้น ๆ ครับ ถ้อยคำที่ว่าแกล้งไม่รู้โดยทุจริต การยื่นตรวจสอบครั้งนี้ไม่ได้มีการยื่นคำร้องถอดถอนในประเด็นทุจริต เพราะฉะนั้นคำพูดนี้ ผมขอให้ประธานต้องให้ผู้อภิปรายถอนครับ ผมให้วินิจฉัยครับ คำว่าแกล้งไม่รู้โดยทุจริต

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจุรินทร์เปลี่ยนได้ไหมครับ คือเหมือนกับท่านยื่นถอดถอน เมื่อผมอ่านประเด็น มันเกี่ยวข้องกับเรื่องกฎหมาย ป.ป.ช. อันนี้เหมือนกับมีเจตนาว่ามีการทุจริต ฉะนั้นจะไม่เข้า ขอให้ท่านถอนแล้วก็ใช้คำอื่นเถอะครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านทราบได้อย่างไรครับ ท่านประธาน ผมยังไม่ได้ชี้แจงเหตุผลเลยว่าทำไมกระผมถึงกล่าวหาไปอย่างนี้ และผมก็ยื่น ถอดถอนนายกรัฐมนตรีข้อหาทุจริต กระทำผิดกฎหมายด้วยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวให้ท่านลองชี้แจงก่อนครับ เพราะว่าของท่านร่วมกับของท่านสุกำพลด้วย ในเรื่อง ผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๘ มาตรา ๒๖๖ เชิญครับ

นายพิชิต ชื่นบาน บัญชีรายชื่อ

ผม พิชิต ชื่นบาน บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย คำร้องถอดถอนต่อการไม่ปฏิบัติตามรายงานของ ป.ป.ช. มันคนละเรื่อง กับการทุจริตนะครับ การทุจริตตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๑ ต้องบรรยาย เป็นข้อ ๆ ให้ชัดเจน ผมไม่ได้ลุกขึ้นมาขัดขวางอะไร ท่านจุรินทร์ ท่านผู้อาวุโส ท่านรู้ดี คำว่าแกล้ง มันชัดเจนอยู่แล้วสิ่งที่อภิปราย ท่านประธานต้องวินิจฉัยนะครับ อันนี้มันเป็น เรื่องการกระทำผิดบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ และข้อบังคับ ข้อ ๖๗ เป็นการอภิปรายสรุปนะครับ อันนี้มันกล่าวหาใหม่แล้ว และเป็นการกล่าวหาที่ผิดบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ผมไม่ยอมนะครับ ท่านประธานต้องวินิจฉัยนะครับ เรื่องอย่างนี้กล่าวหา ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ นั่งลงครับ ท่านจุรินทร์ประเด็นที่กล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรีที่ถอดถอนมีอยู่ ประเด็นเดียวในส่วนของท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ แล้วก็ในส่วนที่ร่วมกับทาง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผมฟังอยู่นะครับ อันนั้นเป็นเรื่องผิดกฎหมายร่วมกัน เกี่ยวกับทางกระทรวงกลาโหมเขา คำว่าแกล้งทุจริตนี้ก็หมายความว่าเจตนาทุจริตนั่นแหละครับ รู้อยู่แล้วนะครับ ฉะนั้นจะไม่มีในญัตติของท่านในเรื่องนี้นะครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านทราบได้อย่างไรครับ ผมยังไม่อภิปรายเลยว่าผมอภิปรายประเด็นใดที่ผมกล่าวหา

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ท่านเริ่มต้นอย่างนี้มันก็เข้าใจอย่างนั้น

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ผมก็ต้องตั้งข้อกล่าวหาก่อนสิครับ ท่านประธานครับ แล้วผมก็จะลงรายละเอียดเพื่อชี้ให้ท่านเห็นครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ไม่ได้ครับ ไปกล่าวหาว่าท่านนายกรัฐมนตรีแกล้งทุจริตไม่ได้แล้วครับ เอาอย่างนี้ครับ ให้ท่านตัดตรงนี้ออกไปแล้วก็ท่านกล่าวหาเป็นข้อ ๆ ของท่าน แล้วตอนสรุปท่านก็สรุปมานะครับ เอาอย่างนั้นแล้วกันนะครับ เชิญท่านจุรินทร์ต่อครับ ท่านบอกประเด็นของท่าน ทีละ ๑ ๒ ๓ ก่อนแล้วก็ค่อยสรุปเอา ผมวินิจฉัยอย่างนี้ครับ เชิญต่อครับ เชิญครับ ทำไมประท้วงไม่ได้ครับ ท่านอย่าตะโกนสิครับ ก็ผมให้แล้วนี่ครับ

(นางผุสดี ตามไท ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญอาจารย์ผุสดีครับ

นางผุสดี ตามไท บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตประท้วงท่านประธานในข้อบังคับ ข้อ ๘ ท่านไม่ได้ดูแล การประชุมด้วยความเรียบร้อยอันเนื่องมาจากท่านประธานเองปล่อยให้ผู้ประท้วง ได้ลุกขึ้นมาประท้วงโดยไม่เข้าใจเลย นี่คือการใช้ภาษาไทยง่าย ๆ ธรรมดา มันเป็นคำ ที่มันสอดคล้องกัน ไม่รู้โดยสุจริตกับแกล้งไม่รู้โดยทุจริต คำว่าทุจริตในที่นี้มันไม่ได้เกี่ยวข้อง กับเรื่องของการทุจริตในความหมายที่คนส่วนใหญ่เข้าใจกัน นี่คือการใช้ภาษาไทยธรรมดา ๆ ท่านประธานคะ ขออนุญาตประท้วงท่านประธานค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือปกติเขาก็อภิปรายไปนะครับ ท่านสมาชิกลุกขึ้นประท้วง ผมก็ต้องให้สิทธิ ท่านก็ประท้วงมา ผมได้กำชับท่านจุรินทร์แล้วครับ เชิญท่านจุรินทร์ต่อครับ เชิญท่านจุรินทร์ครับ ผมไม่ให้ประท้วงครับ เชิญครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ประการที่ ๒ ข้อกล่าวหา ท่านนายกรัฐมนตรีล้มเหลวในการแก้ปัญหาประเทศและปากท้องของประชาชน ข้อกล่าวหาประการที่ ๓ ก็คือนายกรัฐมนตรีกระทำทุจริตและกระทำผิดกฎหมาย ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตโดยเฉพาะงบประมาณน้ำท่วม ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท

ประเด็นแรกที่กระผมกล่าวหาว่าท่านนายกรัฐมนตรีเบียดบังอำนาจ และงบประมาณอันเป็นเงินภาษีของประชาชนแทนที่จะเอาไปใช้เพื่อประชาชนกลับเอาไปใช้ เพื่อประโยชน์ตนเองและบุคคลพิเศษในครอบครัว พฤติกรรมที่ชัดเจนก็คือว่าถ้าเป็นเรื่อง ผลประโยชน์ประชาชนแม้ท่านนายกรัฐมนตรีจะสัญญาไว้อย่างไรตอนหาเสียง จะแถลงไว้ อย่างไรในรัฐสภาซึ่งถือว่าเป็นสัญญาประชาคมและข้อผูกพันล้วนแต่ต้องมีเงื่อนไข แต่ถ้าเป็น ผลประโยชน์ตน ผลประโยชน์คนในครอบครัวและพวกพ้องนายกรัฐมนตรีทำให้ทันทีทั่วประเทศ เรื่องผลประโยชน์ประชาชนที่ต้องมีเงื่อนไขผมยกตัวอย่างสั้น ๆ เร็ว ๆ แค่ ๓ ตัวอย่าง ตัวอย่างที่ ๑ ค่าแรง ๓๐๐ บาท นายกรัฐมนตรีประกาศที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ๑ มกราคม ปีหน้าค่าแรงขั้นต่ำจะต้องได้ ๓๐๐ บาทต่อวันทันที ทั่วประเทศ แต่เอาเข้าจริงท่านประธานครับ ถ้าจะ ๓๐๐ บาททั่วประเทศค่าแรงขั้นต่ำต้องรอ ๑ มกราคม ๒๕๕๖ ครับ ตัวอย่างที่ ๒ เงินเดือนปริญญาตรี ๑๕,๐๐๐ บาท ปรากฏว่าเอาเข้าจริง ไม่ใช่เงินเดือนครับ แต่เงินเดือนเดิมบวกกับเงินเพิ่มพิเศษค่าครองชีพ ซึ่งหลายรัฐบาล เขาก็ให้เพิ่มมา เพียงแต่รัฐบาลนี้ก็เพิ่มเติมเข้าไป แต่ตัวเงินเดือนตัวจริง ๑๕,๐๐๐ บาท ยังไม่ได้ ผลก็คือว่าทำให้ข้าราชการเขาขาดตัวเลขเงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาทที่จะไปคำนวณ บำเหน็จบำนาญ เพราะถ้าไม่ถึง ๑๕,๐๐๐ บาท บำเหน็จบำนาญในอนาคตก็จะได้น้อยลง ถ้าจะได้ ๑๕,๐๐๐ บาท ถ้ารัฐบาลปฏิบัติตามคำสัญญาอีก รอบ ๒ ต้อง ๑ มกราคม ๒๕๕๗ โน่นครับ

เรื่องสุดท้ายที่เป็นตัวอย่าง รถไฟฟ้า ๒๐ บาทตลอดสาย ท่านสัญญาไว้ อย่างไรครับ ถ้าได้รับเลือกเป็นรัฐบาล

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับท่านจุรินทร์ครับ เชิญประท้วงครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมรู้ประเพณีดีว่าการอภิปรายปิดท้ายนี่เป็นสิทธิของท่าน แต่นั่นมิได้เป็นการตัดสิทธิของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะใช้สิทธิตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ท่านประธานครับ ผมเองก็เคย ได้รับมอบหมายจากพรรคให้พูดเป็นคนปิดท้ายเหมือนกัน ผมเคยทำครับ แล้วผมไม่เคย เอาประโยชน์ เอาเปรียบในการตีหัวเข้าบ้าน แต่เป็นสิทธิของท่านที่ท่านจะทำ แต่สิ่งที่ ท่านทำตรงนี้ที่ท่านอภิปรายอยู่นี้ขอยืนยันว่าไม่ใช่เป็นการสรุป เพราะท่านไม่ได้พูด ในการอภิปรายเลย และถ้าจะพูดอย่างนี้ผมไม่โต้แย้งละครับ แต่อีกฝ่ายหนึ่งไม่มีสิทธิ ให้ความจริงแล้วครับ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่มีสิทธิให้ความจริงแล้วในสิ่งที่ท่านไม่ได้พูด มาก่อนว่าเป็นเพราะอะไร อย่างไร อันนี้ผมก็รักษามารยาทไม่โต้ตอบแทนนะครับ ผมจึงขอประท้วงสิทธิในเรื่อง ๓๐๐ บาท ๑๕,๐๐๐ บาท ไม่มีการอภิปราย และการทำผิด ข้อบังคับอย่างนี้เป็นมาตลอด ๓ วันครับท่านประธาน แต่เราก็อนุโลมด้วยเหตุว่าท่านชอบ กล่าวหา

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ คืออย่างนี้ท่านสุนัยครับ ท่านจุรินทร์ครับที่ท่านหยิบยก ๓ ประเด็น ไม่มีการพูดคุยกันมาตลอด ๓ วัน ผมขอใช้สิทธิตามข้อบังคับได้แจ้งตักเตือนท่านครั้งนี้ เป็นครั้งที่ ๒ เอาประเด็นที่เราพูดกันใน ๓ วันมาพูดนะครับ ถ้าเปิดใหม่เดี๋ยวท่านสมาชิก ก็ขอใช้สิทธิ เดี๋ยวรัฐบาลก็ขอใช้สิทธิมันจะไม่จบนะครับ เอาประเด็นที่เราพูดนะครับ พวกเรารู้กันอยู่แล้วละ เชิญท่านจุรินทร์ต่อครับ คือผมได้ใช้สิทธิตามข้อบังคับแล้ว และได้เตือนท่านผู้อภิปรายไปแล้ว

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญท่านประท้วงครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธานตามข้อ ๘ และผู้ที่ประท้วงก่อนหน้านี้ข้อ ๖๑ ที่ได้พูดจากล่าวหาว่าผู้ที่กำลังสรุปการอภิปรายพูดจาตีหัวเข้าบ้านผิดต่อระเบียบ และประท้วงท่านประธานที่ท่านไม่ได้ควบคุมการประชุมให้เป็นไปด้วยความสง่างาม เรียบร้อยในวันสุดท้ายของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประกาศว่าท่านยึดมั่นระบบรัฐสภา

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ เอาเฉพาะประเด็นประท้วงครับ อย่าเลยไปที่อื่นเดี๋ยวมันไม่จบ เอาประเด็น ประท้วงผม ข้อ ๘ กับท่านสุนัยก่อน ผมผิดข้อบังคับข้อไหนครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

ผมประท้วงท่านประธานในการควบคุม การประชุมและขอความร่วมมือท่านนายกรัฐมนตรีควบคุมลูกพรรคของท่านครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เห็นไหมครับ เวลาผมให้สิทธิประท้วงท่านก็ต้องประท้วงตามข้อบังคับ แล้วก็เวลามาพูด ก็กระทบกระทั่งกันอยู่อย่างนี้นะครับ ผมวินิจฉัย ท่านนั่งลง ท่านนั่งลงครับ ท่านนั่งลงครับ ท่านนั่งลงครับ ผมไม่ได้ผิดข้อบังคับ แล้วก็ท่านผู้ประท้วงก็ปรากฏว่าการสรุปจะต้องเอาเรื่องที่เราพูดคุยกัน ๓ วันนี่มาสรุป ไม่ใช่เอาเรื่องใหม่มาพูด อันนี้ไม่ใช่เรื่องสรุป ผมได้เตือนผู้อภิปรายไปแล้ว แล้วเราก็อยู่ สภากันมานานเราก็รู้กันอยู่ ก็เตือนท่านเป็นครั้งที่ ๒ เชิญท่านจุรินทร์ต่อครับ เท่านี้ก็ไม่ยอมกันแล้ว จะให้ทำอย่างไร

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

รถไฟฟ้า ๒๐ บาทตลอดสาย ต้องรอปี ๒๕๖๒ ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ใครอนุญาต เชิญท่านจุรินทร์ต่อครับ ผมไม่อนุญาตให้ท่านประท้วง

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

แต่ถ้าเป็นผลประโยชน์ในเรื่อง ส่วนตัว เป็นผลประโยชน์ของคนในครอบครัว นายกรัฐมนตรีทำให้ทันทีไม่มีเงื่อนไข ตัวอย่างที่ชัดเจนประการที่ ๑ กรณีขอวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นให้บุคคลพิเศษที่อยู่ในครอบครัว ของท่านนายกรัฐมนตรี

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอปรึกษาประธานวิปรัฐบาลหน่อยท่านจะเอาอย่างไรครับ ไหนก็บอกว่าตกลงกันเรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวอีกไม่กี่ชั่วโมงก็จบกันแล้ว ผมก็ไม่รู้จะควบคุมการประชุมอย่างไร เดี๋ยวฝ่ายค้าน ก็ประท้วงผมบอกว่าผมไม่ทำตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ก็เมื่อกี้ผมตักเตือนแล้วตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๓ ผมก็ตักเตือนผู้อภิปรายไปแล้ว

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านยกมือใช้สิทธิอะไรเดี๋ยวผมถามก่อน

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ นี่คือปัญหา ถ้ามันผิดข้อบังคับอย่างรุนแรง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ผมวินิจฉัยไปแล้ว มันก็ยุติไปแล้ว

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ถ้าเอาตำรวจมาจับผมผมก็ยอม เพราะมันไม่ถูก

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่อนุญาตผมวินิจฉัยไปแล้ว เชิญท่านจุรินทร์ต่อครับ อย่าร้อง เสียงมันไม่เหมาะสม ท่านนั่งครับ อย่าใช้เสียงครับ คืออย่าตะโกนครับ อย่าพูดครับ นั่งลงก่อนครับ เชิญท่านจุรินทร์ครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

แต่ถ้าเป็นผลประโยชน์ตัว ผลประโยชน์คนในครอบครัว นายกรัฐมนตรีทำให้ทันทีไม่มีเงื่อนไข ตัวอย่างชัดเจนมีอยู่ ๕-๖ ประการ ประการที่ ๑ เรื่องขอวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่น นายกรัฐมนตรีถวายสัตย์ปฏิญาณ เข้ารับหน้าที่วันที่๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๕ ยังไม่ทันแถลงนโยบายต่อรัฐสภา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศเรียกทูตญี่ปุ่นมาพบ มีข่าวปรากฏยืนยันชัดเจนชิ้นนี้ครับ เอ็นเอชเค เวิลด์ เป็นภาษาอังกฤษ ผมแปลเป็นภาษาไทยก็แล้วกัน เลขาธิการ ครม. ญี่ปุ่น ระบุว่าที่ออกวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นให้เป็นไปตามคำร้องขอรัฐบาลไทย ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศตอบเมื่อคืนว่าผมจะไปมีอำนาจอะไรไปขอวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่น ให้ท่านทักษิณได้ ขออภัยที่เอ่ยนาม ไปเอาหลักฐานมาสิครับ ก็เมื่อกี้นี้แหละครับ ขนาดเลขาธิการ ครม. เขายืนยันว่ารัฐบาลไทยร้องขอไป

เรื่องที่ ๒ เรื่องการออกพาสปอร์ตให้กับบุคคลพิเศษที่กระผมกราบเรียน บุคคลพิเศษที่ว่าถูกระทรวงการต่างประเทศยกเลิกพาสปอร์ตไปเมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๕๒ แต่ว่านายกรัฐมนตรีเข้ามาได้แค่ ๒ เดือน ออกพาสปอร์ตคืนไปให้รวดเร็วทันที ไม่มีเงื่อนไข ยื่นเรื่องขอมีพาสปอร์ตที่กรุงอาบูดาบี เมืองดูไบ วันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๕ ขอมีพาสปอร์ต เดือนตุลาคม ๒๕๕๔ ขอมีพาสปอร์ต วันรุ่งขึ้นอนุมัติทันที เที่ยวนี้ ไม่ใช่ทั่วประเทศ ทั่วโลกเลยครับ

เรื่องที่ ๓ ปรับ ครม. ครั้งล่าสุดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ทำเรื่องวีซ่ากับออกพาสปอร์ตให้จึงได้รับการต่างตอบแทนทันที ท่านก็ทราบดีอยู่แล้ว นอกจากได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศต่อไปนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ยังตอบแทนให้เป็นรองนายกรัฐมนตรีคนที่ ๒ อีก ๑ ตำแหน่ง

ถัดมาครับ เรื่องลักไก่ออกพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ เรื่องนี้เริ่มต้นด้วยการจัดฉากของนายกรัฐมนตรีไปตรวจน้ำท่วมที่จังหวัดสิงห์บุรีกับ รองนายกรัฐมนตรียงยุทธ วิชัยดิษฐ ขออภัยที่เอ่ยนาม แล้วถึงขนาดลงทุนค้างคืน กองทัพบก เขาบอกจะเอา ฮ. มารับส่งกลับกรุงเทพมหานครให้ บอกว่าไม่ต้องขอนอนค้างจังหวัดสิงห์บุรี เพราะอะไรครับ เพราะรุ่งเช้าวันอังคารประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ท่านนายกรัฐมนตรีกลับไปก็ต้องไปนั่งหัวโต๊ะ ครม. ก็เลยไม่กลับมอบหมายท่านอื่น เป็นประธานในที่ประชุม สุดท้ายเอาพระราชกฤษฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษเข้า ครม. เพื่ออะไร ทำไมนายกรัฐมนตรีต้องไปค้างคืน หนีข้อหาเอื้อพี่ แต่ที่สุดก็เข้าข้อกล่าวหา จุด จุด จุดก็แล้วกันครับ แล้วก็โชคร้ายครับเรื่อง

(นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเคารพท่านประธาน แล้วก็เคารพสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ข้อ ๖๑ อย่าให้อ่านซ้ำ ทุกคนอ่านออกเขียนได้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประท้วงประเด็นอะไรครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

เพราะจะเห็นว่าท่านกำลัง นอกประเด็น ประเด็นที่ท่านได้อภิปรายผมนั่งฟังทั้ง ๓ วันไม่มีประเด็นนี้นะครับ เพราะฉะนั้นขอให้ท่านประธานได้วินิจฉัยแล้วก็ควบคุมการประชุมอย่างเคร่งครัดครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจุรินทร์ครับ เราพูด ๓ วัน เมื่อกี้ผมถามเจ้าหน้าที่มันไม่มีนะครับเรื่องนี้ ให้ท่านถอนออก ทั้งหมดนะครับ เรื่องที่จะไปออกพระราชกฤษฎีกาแล้วก็ประชุมกันอยู่ที่จังหวัดสิงห์บุรี ไปค้างคืนไม่มีนะครับ ให้ไปถอนออกนะครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ไม่เป็นไรครับ ผมผ่านไปครับ เรื่องถัดมาครับท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

หมายความว่าถอนออกทั้งหมดใช่ไหมครับ ในประเด็นที่ท่านกล่าวลำดับเรื่องขึ้นมา ในการออกพระราชกฤษฎีกาจนไปถึงการตรวจราชการแล้วก็พักที่จังหวัดสิงห์บุรีที่ทหาร จะเอา ฮ. รับมาประชุม ในเรื่องทั้งหมดนี้มันไม่มีการพูดกันอยู่ ๓ วันขอให้ท่านถอนนะครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ผมไปเรื่องต่อไปนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านถอนใช่ไหมครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

เรื่องลักไก่ออกพระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษผมถอนครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ท่านถอนแล้วนี่ครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ประเด็นถัดมาครับ เรื่องการออก พระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ ซึ่งความจริง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวท่านจุรินทร์ผมทำความเข้าใจกับฝ่ายรัฐบาลก่อน ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวมันจะไม่จบสักที ผมได้บอกแล้วท่านก็ถอนแล้ว เชิญนั่งครับ ท่านนั่ง เดี๋ยวผมควบคุมเองครับ ไม่ให้ จบแล้วครับ จะให้อยู่นี่แหละ เหลืออีกไม่กี่ชั่วโมงก็ปิดแล้วครับ เชิญท่านจุรินทร์ครับ ขอความกรุณาท่าน พวกเราอยู่สภากันมานานเราก็รู้กันอยู่นะครับ เอาอยู่ในกรอบในประเด็น ๓ วันนี้นะครับ มันจะเดินหน้าไปได้

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

เรื่องถัดมา ท่านประธานครับ เรื่องการออกพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ ซึ่งความจริงก็คือ พระราชบัญญัติล้างผิดที่พวกเราเข้าใจกันดีนั่นเองครับ ตอนหาเสียงท่านนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่านี่แหละครับ วันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๔ การเปิดนโยบายด้านกีฬาที่สนามฟุตบอล ท่าพระจันทร์ เขตทวีวัฒนา ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าเราไม่ได้ตั้งหลักว่าเราจะมามีนโยบาย ในเรื่องของนิรโทษกรรมและรวมถึงการคืนเงินให้ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร แต่ความจริง กฎหมายฉบับนี้ถ้าผ่านสำเร็จ แน่นอนครับ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าท่านจะไม่ทำเพื่อคนคนเดียว เมื่อกี้ก็พูดอีกครับ แล้วท่านไม่ได้พูดเท็จ ท่านพูดจริง เพราะเรื่องนี้อย่างน้อยต้องทำเพื่อคน ๒ คน คนที่ ๑ บุคคลพิเศษผมไม่เอ่ยชื่อแล้วครับ คนที่ ๒ ตัวนายกรัฐมนตรีเองครับ ถ้าเรื่องนี้สำเร็จ กฎหมายผ่านไปได้ จะมีผลในการคืนทรัพย์ที่ยึดมาเป็นของแผ่นดินแล้ว ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท ใน ๔๖,๐๐๐ ล้านบาทนั้น คุณธนาอภิปรายไปเมื่อคืนคนสุดท้าย นายกรัฐมนตรีเคยให้การไว้ กับศาลว่าเป็นของนายกรัฐมนตรี

(นายพิชิต ชื่นบาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ

นายพิชิต ชื่นบาน บัญชีรายชื่อ

ผม นายพิชิต ชื่นบาน

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

เป็นของนายกรัฐมนตรี ๙๑๒

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ เชิญครับ

(นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เดี๋ยวผมให้ทางโน้นประท้วงก่อนครับท่านสมบูรณ์

นายพิชิต ชื่นบาน บัญชีรายชื่อ

ผม นายพิชิต ชื่นบาน บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เรื่องนี้ไม่ใช่อภิปรายสรุป ขัดข้อบังคับ ข้อ ๖๗ การออก พ.ร.บ. ว่าด้วย ความปรองดองแห่งชาติเป็นเรื่องในสภา ไม่ใช่เรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ อย่าใช้เสียงอย่างนี้ครับ เดี๋ยวนั่งลงก่อนครับ ท่านจุรินทร์เดี๋ยวครับ เดี๋ยวมัน จะไม่เรียบร้อยเดี๋ยวมันจะไม่จบในค่ำคืนนี้ คืออย่างนี้ครับ คือผมเข้าใจทั้ง ๒ ฝ่าย ถ้าอยู่มานานเราจะเข้าใจกันดี ถ้าอยู่สภากันมานานนะครับ ผู้กล่าวหาท่านก็กล่าวหาไป ในการกล่าวหาอาจจะไม่ถูกใจแล้วไม่ประทับใจอีกฝั่งหนึ่ง อันนี้เราต้องทำใจ เพราะระบบ ของเราคือการตรวจสอบอย่างที่ท่านพูดมาตั้งแต่ต้น อันนี้ประเด็นก็คือว่าในข้อเท็จจริง ขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ สักนิดหนึ่ง ในข้อเท็จจริงพวกเราก็รู้อยู่แล้วในเรื่องของกฎหมาย เกี่ยวกับเรื่องพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ ผมเป็นคนรับผิดชอบของสภา แต่ผมไม่สามารถจะพูดได้เพราะผมต้องทำตัวเป็นกลาง ท่านกำลังอภิปรายในประเด็นที่ ฝ่ายค้านเขานำเสนอตั้งแต่เมื่อวานนี้ ฉะนั้นในประเด็นที่นำเสนออาจจะไม่ตรงกับที่ ท่านดำเนินการ ท่านก็ได้ชี้แจงไปแล้วมันก็เท่านั้น ไม่ใช่ว่าเดี๋ยวบอกว่าคนนั้นเท็จคนนี้ไม่เท็จ มันไม่รู้นะครับ ถ้าท่านประท้วงอย่างนี้ผมไม่รู้จะ ท่านสมบูรณ์ก่อนครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคงจะเห็นนะครับว่าพรรคฝ่ายค้าน พรรคประชาธิปัตย์พยายามจะรักษา ผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาท่านประท้วงครับ ท่านประท้วงว่าผมผิดหรืออะไรท่านก็ว่าไปครับ แล้วก็ขอให้อยู่ ในกรอบนะครับ อย่าไปกระทบกระทั่งกันเดี๋ยวจะไม่จบ เชิญครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธาน ข้อ ๘ อีกหลายท่าน ข้อ ๖๑ ขณะนี้เป็นการสกัดกั้นการอภิปราย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือท่านประท้วงมาครับ ผมเป็นคนดูแลเอง เชิญครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธานครับ ท่านจะสังเกตว่า ท่านประธานวิปฝ่ายค้านกำลังรักษาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ ท่านประท้วงอะไรก็ว่ามาครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ก็นี่ครับ กำลังมีการสกัดกั้นเพื่อรักษา ผลประโยชน์ของคนบางคน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างนี้ครับ ท่านต้องประท้วงว่าใครฝ่าฝืนข้อบังคับนะครับ เชิญครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธานครับ ผมเรียน ให้ท่านประธานทราบว่าขณะนี้ท่านจุรินทร์กำลังสรุปญัตติตามข้อบังคับด้วยครับ ในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ทนหน่อยสิครับ เรากำลังใช้สภา รักษาผลประโยชน์ของประชาชน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ตกลงท่านจะประท้วงหรือท่านจะชี้แจงครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านนายกรัฐมนตรีให้ไปสัก ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านไม่ประท้วงท่านนั่งลงครับ

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญท่านอรรถพรครับ

นายอรรถพร พลบุตร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ แล้วผมกำลังจะเห็นว่า ปัญหาของการอภิปรายเพื่อปิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจปัญหาอยู่ที่ตัวท่านประธานครับ ท่านประธานต้องใช้ดุลยพินิจในการควบคุมให้การประชุมเป็นไปด้วยความราบรื่น ทนายที่เอาเงินไปทิ้งที่ศาล ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท จนติดคุกไป ๖ เดือน ทำลายกระบวนการ ยุติธรรมไปแล้ว

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เห็นไหมครับ พอกันทั้ง ๒ ฝ่าย เห็นไหมครับ

(นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เดี๋ยวนั่งครับ นั่งก่อนครับ นั่งก่อนครับ ไม่ต้องหรอกครับ นั่งก่อนครับ ไม่อนุญาตครับ ก็สิทธิอำนาจของประธานในการควบคุม ประธานมีอำนาจในการดูแล ควบคุมการประชุม ก็นั่นแหละท่านนั่งลงก่อน ท่านนั่งลงก่อนเดี๋ยวผมจะให้ท่านแนะนำผมอยู่แล้ว ท่านนั่งลงก่อน แล้วท่านก็ต้องใจเย็น ตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้วของท่าน

(นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เดี๋ยวครูมานิตย์นั่งลงก่อนครับ คืออย่างนี้ครับ จะโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ไม่ได้ เห็นไหมครับ เวลาประท้วงปั๊บท่านก็กระทบอีกฝั่งหนึ่ง ผมจึงขอความร่วมมือวิปทั้ง ๒ ฝ่ายอย่างไรครับ ถ้าท่านประท้วงก็ประท้วงอยู่ในกรอบในข้อบังคับ พอผมปล่อยให้ท่านอภิปรายอธิบายเหตุผล ท่านก็กระทบกระทั่งอีกฝั่งหนึ่งมันไม่จบครับ แล้วผมถามว่าท่านได้อะไร ประชาชน ดูการถ่ายทอดอยู่นะครับ เชิญท่านประเสริฐท่านจะเสนอความเห็นอย่างไร เชิญครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ จริง ๆ ด้วยความหวังดีตั้งแต่ ๒ ทุ่มครึ่ง ผมกับวิปรัฐบาลพยายาม จะทำให้จบครับ แล้วต้องกราบเรียนท่านประธานตรง ๆ ว่าพวกผมก็ลำบากใจ เพราะพวกผม ตามความเป็นจริงมีผู้อภิปรายอีกตั้ง ๑๐ คน แต่พวกผมเห็นว่าเวลามันไม่ให้ พวกผม ก็จำเป็นต้องตัดออก ซึ่งท่านประธานวิปรัฐบาลก็รู้กันครับ พวกผมก็พยายามเพื่อให้งานเดินไป ข้างหน้าด้วยความลุล่วงด้วยดี แต่ท่านประธานต้องยอมรับความจริงอันหนึ่ง ท่านประธาน พูดถูกครับ พวกเราอยู่ในสภานี้มานาน พวกผมเป็นฝ่ายค้านพวกผมก็มีมติครับ ให้ท่านประธานวิปฝ่ายค้านเป็นผู้สรุปและต้องปฏิบัติหน้าที่ให้ครบถ้วนตามกระบวนความ ที่พวกผมมอบหมายให้ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดท่านประธานวิปฝ่ายค้านไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ ได้ครบถ้วนกระบวนความเป็นไปไม่ได้ครับ เพราะท่านต้องทำให้ครบถ้วน ผมเกรงอย่างนี้ครับ อย่าเพิ่งปิดไมโครโฟนครับ ใจเย็น ๆ ครับ อย่าทำเลย กรุณาฟัง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ท่านประเสริฐครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

เดี๋ยวให้ผมพูดให้จบก่อนสิครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

ท่านยังฟังไม่จบเลยครับ ถ้าเกิดว่า มีการขัดขวาง มีการประท้วงกันไปมาอย่างนี้จะไม่สามารถทำให้จบในเวลาได้ แล้วถ้าเกินเวลา จะเป็นความลำบากของทุกฝ่ายครับ อย่าให้เรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นเลยครับ ช่วยกันครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณมาก ท่านนั่งลงผมจะได้อธิบายครับ คือถ้าท่านประธานวิปฝ่ายค้านได้อภิปรายสรุป ในเรื่องที่เราประชุมปรึกษากันมา ๓ วัน มันไม่มีปัญหา ขณะนี้ท่านก็หยิบยกข้อเท็จจริง นอกจากที่เราพูดคุยมา ๓ วันมาพูด อีกฝั่งหนึ่งก็ต้องอาศัยข้อบังคับในการประท้วง ประท้วงผมด้วย ประท้วงผู้อภิปรายด้วย ผมก็เตือนท่านผู้อภิปรายนี่ ๓ ครั้งแล้ว ฉะนั้น ผมจึงบอกว่าท่านจุรินทร์ท่านก็เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ หลายท่านก็เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ เรารู้อยู่แล้วว่า ในการสรุปเราจะต้องไม่เปิดประเด็นใหม่ อันนี้เราอยู่มานานผมก็บอกว่าขอให้อยู่ ในกรอบเถอะครับ แล้วฝั่งนี้ก็อดทนหน่อยมันจะได้จบ เชิญท่านจุรินทร์ต่อครับ ผมได้เตือนแล้วนะครับ เห็นไหมครับก็เอาอีกแล้วครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ประเด็นถัดมาครับ ประเด็นเรื่องการออกพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติหรือพระราชบัญญัติ ล้างผิดคนโกงที่ว่า ผมกราบเรียนกับท่านประธานไปเมื่อสักครู่ว่าจะทำให้มีผู้รับประโยชน์ รายใหญ่ ๒ ราย

(นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจุรินทร์เดี๋ยวรอสักครู่หนึ่งครับ เชิญท่านดอกเตอร์พีรพันธุ์ให้จบครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ผมเองก็ยังคงย้ำอยู่ประเด็น เรื่องการยื่นถอดถอนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๘ วรรคสอง ซึ่งพวกเราก็ได้พูด และท่านประธานก็ได้เตือนไว้อยู่หลายครั้งว่าถ้าเป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี มีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริตท่านต้องยื่นถอดถอนไว้ก่อนจึงจะอภิปรายได้ ในคำร้อง ขอถอดถอนมีอยู่เรื่องเดียว

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ท่านอาจารย์ครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ท่านประธานอีกนิดเดียว ต่อครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ เดี๋ยวนะครับ เดี๋ยวผมจะได้วินิจฉัยประเด็นของท่านคือขณะนี้เขากำลังสรุป ของท่านนายกรัฐมนตรีมีทั้งทุจริตคือหมายความว่าผิดกฎหมาย แล้วก็บกพร่องผิดพลาด อะไรของท่านนี่ท่านกำลังลำดับเรื่องอยู่ ฉะนั้นฟังหน่อยนะครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

เขียนว่าปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต พวกผมก็ประท้วง สุดท้ายเราก็เอาละท่านก็บอกว่าปล่อยปละละเลยไม่ใช่แค่นายกรัฐมนตรี ทุจริต แต่มีการปล่อยปละละเลยให้คนอื่นทุจริต ขณะนี้ท่านกลับมาพูดว่านายกรัฐมนตรี ทุจริตคำนี้ชัดเจนครับ เพื่อคนพิเศษในครอบครัว ไหนล่ะที่ยื่นถอดถอนมันไม่มีนี่ครับ เมื่อกี้ท่านยังใช้บางคำที่ผมก็ไม่รู้จะแปลว่าอะไร แกล้งไม่รู้ แล้วก็รู้แล้วแกล้งทุจริต ไม่ต้องไปเปิดพจนานุกรมอีกหรือครับว่าแปลว่าอะไร มันก็วนอยู่อย่างนี้เฉียดไปเฉียดมาอย่างนี้ ถึงบอกว่าคำเหล่านี้จะต้องถอนเพราะมันไม่ตรงกับญัตติที่ท่านเสนอมา

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านประเสริฐก่อนครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมอยากให้ท่านประธานควบคุมครับ อย่าให้มีการประท้วงกันเลยครับ เพราะว่าถ้าเกิดประท้วงกันไปมาอย่างนี้เวลามันจะเลยเที่ยงคืนนะครับ แล้วพวกผม ก็ไม่สามารถรับผิดชอบได้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ครับ ท่านจุรินทร์ครับ ขอความร่วมมือท่านเอาแบบแฟร์แฟร์กันนะครับ ที่เอาพวกเราที่พูดใน ๓ วันนี้ แล้วก็

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ท่านประเสริฐนั่งลงก่อนครับ ผมจะให้ท่านจุรินทร์นี่พูดแต่ขอความร่วมมือ ท่านจุรินทร์เท่านั้นเอง เชิญครับ

(นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เดี๋ยวนะครับ มีใครประท้วงอีกไหมครับจะได้ชี้ทีเดียวเลย เชิญครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะท่านยกมือก็ต้องให้ เขายืนและยกมือขึ้น นั่งลงครับ ท่านจะใช้สิทธิ เชิญครูมานิตย์ ประท้วงครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอประท้วงท่านประธาน ข้อ ๘ ทั้ง (๑) (๒) (๓) ท่านประธานครับ โดยข้อเท็จจริง จริง ๆ พวกผมนี่ไม่ได้มานั่งรอประท้วงนะครับ ไม่ใช่อาชีพอย่างนั้นเลย แล้วก็ผมไม่อยาก ให้ประธานพูดด้วยว่าที่อยู่กันมาก่อนมันดูเสมือนว่าดูถูกดูแคลนพวกผมนี่ไม่มีความรู้ ไม่มีความเข้าใจ แต่จริง ๆ แล้วท่านประธานนั่นแหละครับ ท่านต้องคุมเกม ตัดเกมเลย ความเก๋าเกม อย่าเอามาใช้ครับ มันอ่านกันออก มันบอกกันทัน ถึงเพิ่งเข้ามาก็พอรู้ ก็มาตราแต่ละมาตรา มันมีรัฐธรรมนูญเป็นตัวกำกับ มันมีข้อบังคับเป็นตัวกำกับ ท่านประธานตรงไหนเปิดประเด็นใหม่ ตัดออก

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอแล้วครับ เชิญท่านจุรินทร์ครับ เดี๋ยวประธานควบคุมเองครับ ขอให้อยู่ในประเด็นนะครับ เชิญครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมขอพูด ๒-๓ คำ ไม่ต่อล้อต่อเถียงท่านประธานนะครับ แต่ขอทำความเข้าใจ ผมไม่ได้ทำผิดอะไร ข้อบังคับ ประเด็นที่พูดนี่มันยกตัวอย่างได้ จะเหมือนกันทุกคำพูดไม่ได้หรอกครับ ผมอยู่ในประเด็นที่อภิปรายไม่ไว้วางใจ อยู่ในประเด็นที่ยื่นญัตติ ยื่นถอดถอนทุกประการ แต่ผมเข้าใจท่านประธาน ท่านเตือนผมเพราะถ้าท่านไม่เตือนเดี๋ยวท่านถูกสมาชิกตำหนิ แต่ผมเกรงว่าท่านประธานเตือนผมแล้วทำให้คนเกิดความเข้าใจผิดว่าทำไมผมไม่เข้าใจข้อบังคับ หรืออย่างไร แต่ไม่เป็นไรครับเพื่อให้เกิดความราบรื่น ผมพยายามที่จะอภิปรายไปให้เร็วที่สุด แต่ขอกราบเรียนท่านประธาน ข้อมูลที่ผมเตรียมมาและได้รับมอบหมาย ผมต้องนำเสนอให้ครบ ระยะเวลาที่ผมยินดีให้ความร่วมมือต้องจบก่อนเที่ยงคืน แต่ถ้ามีการประท้วงแบบนี้ มันอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของผมครับ ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานเบื้องต้น

ถัดไปครับท่านประธาน เรื่องที่บอกว่าถ้าเป็นเรื่องส่วนตน เรื่องคนในครอบครัว นายกรัฐมนตรีทำให้ทันทีก็คือพระราชบัญญัติล้างผิดหรือปรองดอง ซึ่งผู้ที่จะได้รับประโยชน์ รายใหญ่ก็คือบุคคลพิเศษกับตัวนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะประเด็นที่สมควรไม่ไว้วางใจที่สุด ก็คือประเด็นที่นายกรัฐมนตรีอ้างว่าใหม่ ๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องสภา แต่ต่อมานายกรัฐมนตรี ลงมาเล่นเอง ทำไมผมกล่าวหาว่าท่านนายกรัฐมนตรีมาเล่นเอง ไม่ได้ปล่อยให้เป็นเรื่องสภา เหมือนที่ท่านนายกรัฐมนตรีเคยพูด เพราะวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕ นายกรัฐมนตรี ออกมติคณะรัฐมนตรี มอบหมายให้กรมพัฒนาชุมชนจัดประชาเสวนา เพื่ออะไรครับ เพื่อระดมความเห็น เพื่อนำไปสู่การสนับสนุนกฎหมายล้างผิด นั่นคือครั้งที่ ๑ ที่นายกรัฐมนตรี เข้าไปเกี่ยวข้องและที่บอกเรื่องสภา ไม่จริง ครั้งที่ ๒ ครับ วันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๕๕ นายกรัฐมนตรีอนุมัติงบฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วนซึ่งปกติเขาจะใช้กันกับเรื่องอุบัติภัย ที่คุกคามประเทศเป็นเรื่องจำเป็นจริง ๆ อนุมัติมา ๙๐,๒๖๐,๐๐๐ บาท ให้ไปจัดประชาเสวนา หาความชอบธรรมให้กฎหมายล้างผิดนำไปสู่การคืนทรัพย์สินในที่สุดถ้าสำเร็จ นี่อย่างไรครับ ที่ผมบอกว่านายกรัฐมนตรีต้องถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ เบียดบังทรัพย์สินของแผ่นดิน ไปกระทำการเอื้อประโยชน์ให้ตนเองและคนในครอบครัว

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธาน สภาผู้แทนราษฎร ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
(นายวรชัย เหมะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านจุรินทร์ครับ มีผู้ประท้วง

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงผู้อภิปราย ในการเปิดประเด็นใหม่หลายรอบแล้วนะครับท่านประธาน ท่านประธานได้เตือนหลายรอบ ท่านก็ยังทำซ้ำซากครับ แล้วทางฝั่งนี้เสียหายครับ เช่น เมื่อสักครู่นี้ท่านพูดถึงเรื่องคดี ท่านทักษิณ ชินวัตร

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาอย่างนี้ท่าน ทราบครับเรื่องเดิม ๆ เดี๋ยวผมขอเวลานิดหนึ่ง

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านให้ผมพูดจบก่อนสิครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมทราบ ประเด็นแล้วครับ ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมขอเวลาได้ทำความเข้าใจ นั่งครับ ประเด็นมีอยู่ ประเด็นเดียวที่ถกเถียงกันอยู่นี้ก็คือการอภิปรายสรุปนั้นจะต้องอภิปรายในสิ่งที่ท่านสมาชิก ได้อภิปรายกันใน ๓ วัน ห้ามเปิดประเด็นใหม่โดยเด็ดขาด เน้นนะครับ จะเปิดประเด็นใหม่ ไม่ได้เด็ดขาดเพราะฝ่ายรัฐบาลไม่มีสิทธิที่จะชี้แจงอีกแล้ว กติกาตรงนี้ชัดเจนตามรัฐธรรมนูญ ทุกท่านทราบดี ทีนี้ปัญหามันอยู่ตรงไหนครับ ปัญหามันก็อยู่ตรงที่ถกเถียงกันว่า ๓ วันที่ผ่านมา ประเด็นที่ท่านสรุปนี่สมาชิกได้อภิปรายพูดถึงเรื่องนั้นหรือไม่ ฝ่ายนี้บอกว่าไม่ได้พูด ฝ่ายนี้บอกว่าได้พูด มันก็จะเถียงกันไม่จบ เพราะฉะนั้นผมขอเชิญเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรรวมทั้งรองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรด้วยครับที่ทำหน้าที่ผลัดเปลี่ยนกัน ในที่ประชุม ขอมานั่งเป็นกรรมการหน่อยเถอะครับ ขอเชิญเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กับรองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่ผลัดเปลี่ยนกันมาทำหน้าที่ ๓ วันนี้ทุกท่านครับ มานั่งร่วม เป็นกรรมการ แล้วประเด็นไหนที่เปิดประเด็นใหม่หรือไม่ท่านก็เป็นผู้ให้ข้อมูล แล้วผมจะวินิจฉัย ตามนั้นครับ แล้วก็เป็นข้อยุติประธานวินิจฉัยแล้วถือว่ายุติครับ ผมเชื่อว่าตรงนี้เป็นธรรม กับทั้ง ๒ ฝ่ายแน่นอน ถ้าเห็นว่าตรงนี้ไม่เป็นธรรมผมก็ไม่รู้ว่าจะใช้วิธีไหนที่จะให้ความเป็นกลาง ได้มากไปกว่านี้ ผมเชื่อว่ากติกาตรงนี้ทุกฝ่ายควรต้องยอมรับครับ เราถ่ายทอดสดประชาชน ดูทั้งประเทศ ผมเชื่อว่ากติกานี้น่าจะเหมาะสมและเป็นธรรมที่สุดครับ ผมขอใช้หลักการนี้ เชิญเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรกับรองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่หมุนเวียนเปลี่ยนกัน มาทำหน้าที่ตรงนี้มาร่วมเป็นคณะกรรมการครับ อาจจะนั่งแถวหน้าตรงนี้ก็ได้ เชิญครับ ท่านสุทัศน์ครับ

นายสุทัศน์ เงินหมื่น บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ต่อข้อหารือของท่านประธานนั้นผมเข้าใจว่า น่าจะไม่ชอบด้วยข้อบังคับทั้งปวง ในการควบคุมการประชุมนั้นเป็นอำนาจโดยตรง ของท่านประธาน ประเด็นต่าง ๆ ก็มีอยู่ในคำร้องขอถอดถอนของทางฝ่ายค้านที่ยื่นไป ท่านประธานก็ได้ขอเอกสารไปแล้วโดยอ้างว่าเพื่อที่จะคุมการประชุม เท่าที่ผมนั่งฟังมานั้น ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าคำว่าประเด็นคืออะไร แต่บางครั้งการที่ท่านจุรินทร์อภิปรายไปนั้น มีความจำเป็นจะต้องยกตัวอย่างซึ่งเป็นเอกสารหรือตัวอย่างประกอบการอภิปราย ท่านประธาน ก็มีหน้าที่ที่จะควบคุมด้วยตนเองของท่านประธาน เป็นประธานแล้วทำไมจะไม่ทราบล่ะครับว่า อะไรอยู่ในประเด็นหรือไม่ แต่ท่านประธานได้ปล่อยให้สมาชิกประท้วงกันอย่างมากมาย หรือบางครั้งก็ชี้นำด้วยซ้ำไป เช่นท่านประธานเจริญกล่าวเมื่อสักครู่นี้ว่าใครจะประท้วงก็เชิญ มันก็เลยทำให้เวลาต้องเนิ่นช้าไปและเป็นการทำให้เวลาของฝ่ายค้านในการที่จะชี้แจง และชี้นำในประเด็นที่เราสรุปได้เป็นไปด้วยความลำบาก กระผมไม่เห็นด้วยที่ท่านประธาน จะให้ท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรหรือเจ้าหน้าที่มาเป็นคนกลั่นกรองประเด็นอีก เพราะท่านประธานมีอำนาจและมีความรู้ความสามารถครับ จึงขอคัดค้านในประเด็น ที่ท่านประธานหารือครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ผมยืนยันอีกครั้งนะครับ สิ่งที่ผมจะได้ปฏิบัติต่อไปนี้อย่างที่ผมได้พูดนี่ต้องด้วยข้อบังคับ ยืนยันครับ ผมอยู่ในสภามา ๓๐ ปี ยืนยันว่าต้องด้วยข้อบังคับและชอบธรรมที่สุดแล้วครับ ถ้าประธานวินิจฉัยก็จะหาว่าลำเอียง เพราะฉะนั้นก็เอาข้าราชการที่เป็นกลาง ๆ นี่ละครับ เป็นคณะกรรมการโดยอัตโนมัติ เพราะหมุนเวียนกันมาทำหน้าที่อยู่แล้ว ชี้ว่าอย่างไรก็ตามนั้น จะได้จบครับ เป็นธรรมที่สุดแล้วครับ

(นายพิชิต ชื่นบาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านพิชิตเชิญครับ

นายพิชิต ชื่นบาน บัญชีรายชื่อ

ผม พิชิต ชื่นบาน บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขอประท้วงผู้ที่อภิปรายสรุปในข้อ ๖๗ เช่นเดิม ประเด็นก็คือนอกจากเป็นเรื่องใหม่แล้ว ยังเปิดประเด็นเรื่องทุจริตโดยใช้ถ้อยคำว่าเบียดบังทรัพย์สินของแผ่นดิน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านพิชิตครับ ขออภัยไม่ได้ขัดครับ แต่ประเด็นนี้ที่ประท้วงก็ประท้วงกันซ้ำซาก ผมทราบแล้วครับ กำลังหาวิธีแก้ไขสิ่งที่ท่านประท้วงนี่แหละครับ แล้วผมก็ตั้งญัตติใหม่มาแล้วว่าผมจะทำอย่างนี้ ผมตั้งประเด็นใหม่มาแล้วผมจะทำอย่างนี้ แล้วก็เห็นว่าน่าจะเป็นความชอบธรรมที่สุด แล้วก็ชอบด้วยข้อบังคับ ผมจะดำเนินการตามนี้ ผมขออนุญาตดำเนินการตามนี้ครับ

(นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญท่านนิพิฏฐ์ครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพัทลุง ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธาน ตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ท่านสุทัศน์ได้กรุณากล่าวไปเมื่อสักครู่แล้ว ท่านประธานครับ ไม่เคยมีหรอกครับที่ท่านประธานจะมอบอำนาจตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ให้รองเลขาธิการ ท่านประธานคงทราบดีว่าเรามีการประท้วงกัน มันจะมีการประท้วงทั้งฝ่ายรัฐบาลประท้วง ทั้งฝ่ายค้านประท้วง รองเลขาธิการผมไม่ได้รังเกียจท่านนะครับ แต่ว่าท่านเป็น ผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านประธาน ถ้าฝ่ายรัฐบาลประท้วงและมีความเห็นต่างกับฝ่ายค้าน ผมเชื่อว่ารองเลขาธิการที่นั่งอยู่ต้องมีแนวโน้มที่จะตัดสินไปยังฝ่ายรัฐบาล ผมไม่ได้กล่าวหาล่วงหน้า แต่เป็นข้อกังวลของกระผม ข้อ ๑

ข้อ ๒ ที่ท่านจุรินทร์ได้อภิปรายมาทั้งหมดเป็นการสรุปครับ อย่างยกตัวอย่าง ในญัตติคำว่า เอื้อตัว เอื้อพวก เอื้อญาติ ปล่อยปละละเลย มีผู้อภิปรายเสร็จแล้วและมีผู้สรุป ข้อเท็จจริงที่ผู้อภิปรายยกขึ้นมาในการอภิปราย แล้วผู้สรุปมาสรุปไม่จำเป็นต้องใช้คำพูด ที่เหมือนกันครับ เพราะฉะนั้นผมยังยืนยันท่านประธานจำเป็นต้องคัดค้าน ประท้วง ท่านประธานไว้ว่าที่ท่านรัฐมนตรีจุรินทร์ได้สรุปมาทั้งหมดไม่มีการกระทำผิดข้อบังคับใด ๆ ทั้งสิ้น และสิ่งที่ท่านประธานกำลังจะกระทำต่อไปนี้เป็นการกระทำที่ขัดต่อข้อบังคับการประชุม ข้อ ๘ ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เพื่อความเป็นธรรม ผมให้ฝ่ายนี้ ๒ ท่าน ผมก็จะให้ฝ่ายนี้ ๒ ท่าน แล้วก็ขอเป็นท่านสุดท้าย ขอเป็นท่านสุดท้าย ผมใช้อำนาจของผมโดยการใช้คณะกรรมการเป็นคนให้ข้อมูล กรรมการเป็นคนให้ข้อมูล แล้วผมเป็นผู้ใช้ดุลยพินิจวินิจฉัย ผมรับผิดชอบเองครับ ต้องโดยข้อบังคับ ต้องโดยรัฐธรรมนูญ ทุกประการ ผมรับผิดชอบเองครับ เชิญท่านวิชาญ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต ท่านประธานครับ ผมสนับสนุนในส่วนที่ท่านประธานได้นำเสนอต่อที่ประชุมแห่งนี้ เนื่องจาก เมื่อเช้านี้ผมได้พูดไว้ว่าถ้าทุกคนเคารพกติกามันไม่มีปัญหาครับ ขณะนี้การอภิปรายลงมา วันสุดท้ายแล้วอยู่ในช่วงเวลาซึ่งจะต้องรีบสรุป ผมเข้าใจว่าทางฝ่ายค้านก็กำลังทำหน้าที่สรุป แต่ประเด็นที่เพิ่มขึ้นท่านประธานเองก็คงจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามข้อบังคับ การประชุม เมื่อมีการเพิ่มประเด็นเป็นเรื่องปกติครับ คนที่ฟังอยู่ทางบ้าน รวมถึงคนที่อยู่ที่นี่ ผมเองฟังอยู่ตลอดครับในเรื่องดังกล่าว ประเด็นต่าง ๆ ที่เพื่อนสมาชิกทักท้วงถูกต้องแล้วครับ แต่ทีนี้พอเวลาท่านประธานจะพิจารณามันก็จะติดเรื่องปัญหาว่าฝ่ายที่ท่านประธานพิจารณา ถ้าพิจารณาให้กับฝ่ายค้านนี่ฝ่ายรัฐบาลเองก็จะมองว่าไม่ชอบ แต่ครั้นท่านพิจารณาให้กับฝ่ายรัฐบาลฝ่ายค้านเองก็จะมองไม่ชอบ เพราะฉะนั้นคนที่จะทำหน้าที่ พิจารณาก็คือตัวท่านประธาน ท่านประธานใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘ ดูในเรื่องของความสงบ ในข้อบังคับ ข้อ ๕ ท่านประธานสามารถที่จะเรียกหรือตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้ที่ท่านประธานเสนอขึ้นมานั้นชอบครับ เพราะเป็นคนที่ดูและบันทึก การประชุมทุกครั้ง ถ้ามีอะไรสงสัยนั้นท่านประธานก็เคยให้เปิดเทปหรือจดชวเลข ซึ่งทุกครั้งจะมีการจดอยู่ เพราะฉะนั้นผมเรียนท่านประธานครับว่าท่านประธานทำหน้าที่ตรงนี้ ก็คงจะต้องเอาตัวท่านประธานเป็นตัวตั้ง และขอให้ท่านประธานได้เดินตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมควรกระมังครับ ท่านอภิปรายต่อหรือครับ เชิญครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ขอความกรุณา ให้ผมได้ทำหน้าที่

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวขอนิดเดียว

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

เดี๋ยวเที่ยงคืนแล้วจะเป็นปัญหา อีกครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาอย่างนี้ ท่านจุรินทร์ครับ ผมเชื่อว่าท่านฟังการอภิปรายมาโดยตลอด และผมก็เชื่อว่าท่านรู้ว่า ๓ วัน ได้พูดประเด็นไหนบ้าง ขอความกรุณาอย่างเดียวครับ อย่าพูดเพิ่มประเด็นเท่านั้นละครับ ทุกอย่างจบครับ มันจะได้ไม่ต้องประท้วงและจะได้จบในเวลา ขอความกรุณานะครับ เชิญเลยครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ 🔗

ประเด็นถัดไปครับ คือเรื่อง การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป้าหมายที่แท้จริงของการแก้รัฐธรรมนูญก็คือว่าต้องการที่จะเอา มาตรา ๓๐๙ ออกไป เพราะถ้ามาตรา ๓๐๙ ยังอยู่จะเป็นอุปสรรคทำให้พระราชบัญญัติ ล้างมลทินหรือพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาตินั้นมีผลในการขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๙ เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๙ รับรองไว้ว่ากรณีคดีที่มีการดำเนินการ โดยต่อเนื่องมาจนกระทั่งเกิดกรณียึดทรัพย์นั้นถือว่าชอบโดยรัฐธรรมนูญ ถ้าออก พ.ร.บ. ล้างผิดอย่างเดียวไม่เอารัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๙ ออกด้วยก็จะไม่มีผลในการคืนทรัพย์ จึงต้องทำควบคู่กันไป นายกรัฐมนตรีเข้ามาเกี่ยวตรงไหนครับกับการแก้รัฐธรรมนูญ ที่ต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจ เกี่ยวก็เพราะว่านายกรัฐมนตรีออกมติ ครม. ให้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ และเป็นผู้ออก พระราชกฤษฎีกาขยายสมัยประชุมสภาซึ่งไม่ค่อยมีมากนักในประวัติศาสตร์ ขยายไปเกือบ ๒ เดือนเพื่อเร่งรัดให้รัฐธรรมนูญผ่านสภาให้ได้ แต่ปรากฏว่าบังเอิญ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าเดินต่อไม่ได้ในที่สุดจึงต้องปิดสมัยประชุมสภา นี่อย่างไรครับ ที่บอกว่าต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีเพราะเอื้อประโยชน์ให้ตนเองและบุคคล ในครอบครัว

ตัวอย่างสุดท้ายครับ นายกรัฐมนตรีเอางบฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วนไปออกมติ คณะรัฐมนตรี ๒ ครั้ง วันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๕๕ วันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๕ อนุมัติงบฉุกเฉิน ๑๐๑ ล้านบาท ไม่ได้เอาไปช่วยคนน้ำท่วม ผู้ประสบภัย แต่เอาไปประกันตัวผู้ต้องหา ที่มาชุมนุมและศาลพิพากษาแล้วว่ามีความผิดตัดสินจำคุก แต่เอาเงินงบประมาณแผ่นดินนี้ ไปประกันตัวพวกพ้องนายกรัฐมนตรี เช่น ประกันตัวผู้ต้องหาที่ศาลตัดสินจำคุกแล้ว ๓๘ ปี กรณียิงวัดพระแก้ว ไปประกันตัวผู้ต้องหาคดีที่ศาลตัดสินบางท่านจำคุกตลอดชีวิตก็มี กรณีเผาศาลากลางจังหวัด และที่ซ้ำร้ายที่สุดไปประกันตัวผู้ต้องหาที่ศาลชั้นต้นพิพากษาแล้ว จำคุก ๑๘ ปีคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ นี่ครับญัตติจึงเขียนว่านายกรัฐมนตรียังมีพฤติกรรม ไม่บังควร

ทั้งหมดนี้คือตัวอย่างพฤติกรรมของนายกรัฐมนตรีที่เอาอำนาจที่ประชาชน มอบให้ และเงินงบประมาณแผ่นดินของคนไทยทั้งประเทศไปเอื้อประโยชน์ตัว เอื้อประโยชน์ คนในครอบครัวและพวกพ้อง หากปล่อยให้บริหารราชการแผ่นดินต่อไปก็อาจใช้ อำนาจหน้าที่ไปในทางมิชอบเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับตนเองและพวกพ้องต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด จึงต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีในประเด็นนี้

เรื่องที่ ๒ ครับ ที่ผมตั้งข้อกล่าวหาไว้ เรื่องความล้มเหลวในการแก้ปัญหา ปากท้องของประชาชน ตอนหาเสียงที่ราชมังคลากีฬาสถานนายกรัฐมนตรี บอกว่าจะกระชากค่าครองชีพลงด้วยการยกเลิกกองทุนน้ำมัน วันนี้ ๑ ปี ๓ เดือน กองทุนน้ำมันยังอยู่ แถมตอนเข้ามากองทุนน้ำมันติดบวก ๑,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ติดลบ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท ราคาน้ำมันก็ไม่ลดแต่ขณะเดียวกันค่าครองชีพกลับสูงเพิ่มเติมขึ้น ของแพงกลายเป็นแพงทั้งแผ่นดิน แล้วเรื่องนี้ไม่ต้องพิสูจน์เพราะคนไทยทั้งประเทศ ประสบภัยผีอีแพงด้วยกันทั้งสิ้นทุกคน แต่สิ่งสำคัญคือการแก้ปัญหาราคาพืชผลการเกษตร ด้วยวิธีการจำนำของรัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ล้มเหลวและเกิดการทุจริตเกิดขึ้นทุกตัว

ตัวแรก หอมแดงอนุมัติงบประมาณไป ๑,๕๒๕ ล้านบาท เอาไปจำนำ กิโลกรัมละ ๑๕ บาท สมัยรัฐบาลที่แล้วให้หน่วยการปกครองท้องถิ่นกู้ไปแค่ ๘๐ ล้านบาท แล้วก็เอาไปพยุงราคา เกษตรกรขายหอมแดงได้กิโลกรัมละ ๓๐ บาท ประสบความสำเร็จ ท่านรองกิตติรัตน์ก็ออกมายอมรับว่าเป็นไปด้วยดี แต่เที่ยวนี้เปลี่ยนวิธีให้ อคส. ไปทำ อนุมัติไป ๑,๕๐๐ กว่าล้านบาท ผลทุจริตเวียนเทียนเกิดหอมลมทำลายหลักฐาน ที่สุดหอมเน่าไป ๒ จังหวัด จังหวัดลำพูนเน่าไป ๗ ตัน จังหวัดศรีสะเกษ ๑๖ ตัน นี่คือ ความล้มเหลวในการแก้ปัญหาพืชผลการเกษตรไร้ประสิทธิภาพ แล้วก็ทำให้สิ้นเปลือง งบประมาณแผ่นดินไป ๕๑๗ ล้านบาท

มันสำปะหลังรับจำนำเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๕๕ กิโลกรัมละ ๒.๗๕ บาทถึง ๒.๙๐ บาท หมดงบประมาณไป ๑๑,๐๐๐ ล้านบาทครับ เกษตรกรปรากฏว่าแทนที่จะขายได้กิโลกรัมละ ๒.๙๐ บาท ขายได้ ๒.๑๐ บาท ประเด็น พฤติกรรมที่เป็นเรื่องของการเอื้อประโยชน์ก็คือว่าพอมันสำปะหลังของเกษตรกรไปอยู่ในมือ ลานมันกับโรงแป้งหมดแล้วกลับมาออกมติ ครม. ให้ไปรับซื้อมันสำปะหลังจากลานมันกับ โรงแป้ง ที่สุดกลายเป็นออกมติคณะรัฐมนตรีให้ไปรับจำนำมันสำปะหลังจากโรงแป้งกับลานมัน ที่ไปกดราคาซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรกิโลกรัมละ ๒.๑๐ บาท เอามาจำนำรัฐบาล กิโลกรัมละ ๒.๙๐บาท ถึงรวยกันพุงปลิ้นอย่างไรครับ และสต็อกปรากฏว่าได้สต็อก มันสำปะหลังมา ๒,๒๐๐,๐๐๐ ตันอ้างจีทูจี แต่ที่สุดเอาไปขายให้บริษัทจดทะเบียนที่ เวอร์จินไอซ์แลนด์ เลียนแบบเรื่องข้าวเปี๊ยบเลยครับ

ยางพาราครับ วันที่นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เข้ามายางพารากิโลกรัมละ ๑๒๕ บาท อยู่มา ๔ เดือนเหลือกิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท เกษตรกรประท้วง รับปากว่า จะทำให้ได้ ๑๒๐ บาท ออกมติคณะรัฐมนตรี ๒ ครั้ง อนุมัติเงินไปครั้งแรก ๑๕,๐๐๐ ครั้งที่ ๒ ๕,๐๐๐ ไม่ใช่บาทนะครับ ล้านบาทครับ หมดงบประมาณไป ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท วันที่เข้ามายางพารากิโลกรัมละ ๑๒๕ บาท วันนี้เหลือกิโลกรัมละ ๘๐ บาท เอาตัวเลข ทางการเลยครับจะได้ไม่ต้องเถียงกันว่า ๗๒ บาทหรือ ๘๐ บาท แถมให้ ๘๐ บาท ไม่ได้ขึ้นไป ๑๒๐ บาท แต่เงินเกลี้ยงไปแล้วครับ ที่สำคัญที่สุดปีที่แล้วเราส่งยางออกนอกประเทศ อันนี้ตัวเลขสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรนะครับ ส่งยางออกนอกประเทศทำรายได้ ๙ เดือน เดือนมกราคมถึงเดือนกันยายนปีที่แล้วส่งออกไป ๑,๘๐๐,๐๐๐ ตัน มีเงินเข้ามาประเทศ ๒๗๗,๐๐๐ ล้านบาท แต่พอปีนี้ ๙ เดือนเหมือนกันเพิ่งส่งออกไปได้ ๑,๕๐๐,๐๐๐ ตัน เงินเข้าประเทศได้แค่ ๑๖๐,๐๐๐ ล้านบาท เงินเข้าประเทศหายไป ๑๑๗,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือผลงานในรัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ อย่างไรครับ พวกผมจึงต้องไม่ไว้วางใจในฝีมือบริหารราชการแผ่นดิน ที่สำคัญที่สุดจำนำข้าว ทำไมพวกผมต้องอภิปรายนายกรัฐมนตรี ทำไมพวกผมไม่อภิปรายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพราะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ก็แค่ม้าใช้ ขออภัยนะครับ แต่ว่าตัวจริงเสียงจริง คือนายกรัฐมนตรีที่เป็นเจ้าของนโยบาย ถ้านายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ไม่เอาด้วยสักคนเดียว นโยบายรับจำนำข้าวของประเทศไทยที่ล้มเหลวอยู่ทุกวันนี้ไม่มีวันเดินหน้าได้ ถึงบอกว่า นายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบในฐานะหัวหน้ารัฐบาล และนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ยังเป็น ประธาน กขช. แปลว่าคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ มีหน้าที่กำหนดมาตรการกำกับ ควบคุม ติดตาม ดูแล ครบถ้วน นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์จึงต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ต่อความสำเร็จ ความล้มเหลวของนโยบายรับจำนำข้าว ระบบจำนำข้าวของรัฐบาลนี้ เป็นอย่างไรครับ อดีตก่อนจำนำข้าว ประเทศไทยเขาทำกันอย่างไร ชาวนาปลูกข้าว ได้ข้าวเปลือกมาเอาไปขายโรงสี โรงสีสีเป็นข้าวสารขายให้พ่อค้าส่งออก พ่อค้าส่งออก ไปหาตลาดต่างประเทศแล้วก็ขายข้าวไปต่างประเทศเอารายได้เข้าประเทศ จนประเทศไทย ได้แชมป์ส่งออกข้าวโลกติดต่อกันตั้งแต่ปี ๒๕๒๕ มาถึงวันนี้ปี ๒๕๓๕ ปี ๒๕๔๕ ปี ๒๕๕๕ ๓๐ ปีเต็มครับ นอกจากนั้นประเทศไทยยังได้แชมป์คุณภาพข้าวโลกติดต่อกันมา และชาวนา ขายข้าวถ้าปีไหนต่ำกว่าราคาตลาดเช่นปีที่แล้วรัฐบาลก็จะชดเชยเงินส่วนต่างให้ เช่น ถ้าตลาด ๑๕,๐๐๐ บาทชาวนาเกิดขายได้ ๑๐,๐๐๐ บาท ก็จ่าย ๕,๐๐๐ บาท เพื่อให้ชาวนาได้ ๑๕,๐๐๐ บาท ให้ชาวนาได้อยู่ได้เท่ากับราคาตลาด แต่พอระบบจำนำของ นายกรัฐมนตรีมาเปลี่ยนระบบ เปลี่ยนมาเป็นระบบจำนำคือรับจำนำราคาสูงกว่าตลาด ร้อยละ ๔๐ เพราะฉะนั้นจะไม่มีชาวนาคนไหนมาไถ่ข้าวคืน เพราะมันแปลว่าคือการตั้งโต๊ะ รับซื้อข้าวนั่นเอง พอรัฐบาลได้ข้าวมาก็เอาไปเก็บที่โกดังกลาง เก็บที่โกดังกลางเสร็จ ก็ให้กระทรวงพาณิชย์คือกรมการค้าต่างประเทศระบายข้าว ผลคืออะไรครับ ผลที่สุด เกิดผล ๓ ข้อ ๑. เจ๊งครับ ๒. ทุจริตทุกขั้นตอน ๓. ชาวนาส่วนใหญ่จนเหมือนเดิม นี่คือผล ๓ ข้อจากนโยบายรับจำนำข้าวของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ที่บอกว่าเจ๊งเพราะอะไรครับ เพราะต้นทุนสูงแต่ฝีมือต่ำ ที่บอกว่าต้นทุนสูงท่านประธานดูเถอะครับ เฉพาะงบบริหาร จัดการปีที่แล้วปีเดียวเท่าไรท่านทราบไหม ๔๘,๐๐๐ ล้านบาท แค่งบบริหารอย่างเดียว ยังไม่ถึงชาวนาสักบาทเลยครับ ๔๘,๐๐๐ ล้านบาท แล้วที่บอกว่าฝีมือต่ำ ตัวอย่างที่ ๑ ข้าวจำนำมาได้เป็นข้าวสาร ๑๒ ล้านตัน ผมเอาตัวเลขกลม ๆ รัฐบาลอ้างว่าส่งออกไปได้ ๙ เดือนตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนกันยายน ๑.๔๖ ล้านตันตัวเลขที่จำกันได้เรื่อย ๆ นี้ละครับ ที่รัฐบาลอ้าง แล้วก็ประมูลขายเอกชนไป ๓๒๐,๐๐๐ ตัน ขายให้หน่วยงานไป ๘๒,๐๐๐ ตัน รวมแล้วปรากฏว่าจนสิ้นเดือนกันยายนยังเหลือข้าวสารในสต็อกเท่าไรท่านทราบไหมครับ ๑๐,๐๗๐,๐๐๐ ตัน มหาศาลเลยครับ แล้วจะเอาไปไว้ที่ไหนครับ เต็มโกดัง ฤดูใหม่นายกรัฐมนตรี บอกจำนำอีก ทีนี้จะเอาโกดังที่ไหนเก็บ ซึ่งมีข่าวว่าสุดท้ายต้องไปเก็บที่ดอนเมืองถ้าน้ำมา ทีนี้ก็แบกข้าวหนีน้ำ นี่คือประเด็นข้อเท็จจริงที่บอกว่าฝีมือต่ำอย่างไรครับ ที่สุดเกิดปัญหา

ข้อ ๒ ครับ การระบายข้าวระบายไม่ได้อย่างที่คุยเลยครับ ไม่กี่วันนี้ โฆษณาชวนเชื่อบอกว่านายกรัฐมนตรีเหวิน เจียเป่า จากประเทศจีนมาเยือนประเทศไทย ออกข่าวใหญ่โต จะเซ็นเอ็มโอยูขายข้าว ๕,๐๐๐,๐๐๐ ตันภายใน ๓ ปี ปรากฏว่าสุดท้ายหน้าแตก นายกรัฐมนตรีเหวิน เจียเป่า ท่านไม่ร่วมไม่เล่นด้วย สุดท้ายได้แค่ เซ็นเอ็มโอยู ไม่กำหนดปริมาณว่าจะซื้อเท่าไร ไม่กำหนดเวลา แปลง่าย ๆ ว่าเอาน่า เดี๋ยวค่อยซื้อวันหลังค่อยคุยกัน นี่คือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นครับ และที่สุด ๑๐ ล้านตัน จะเอาไปไหนครับ แล้วที่บอกว่าขายให้ประเทศนั้นประเทศนี้ก็ไม่เคยเปิดเผยข้อเท็จจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อ้างว่าจีทูจี ส่งออกไปแล้ว ๑,๔๖๐,๐๐๐ ตัน หรือ ๑.๔๖ ล้านตัน พวกผมไปตรวจดูตัวเลขแล้วครับ เป็นตัวเลขจากหอการค้า ท่านอาจจะฟัง แล้วทำไมไปอ้างหอการค้า ที่ไปอ้างหอการค้าเพราะนี่แหละตัวเลขจริง เพราะเวลาเขาจะส่ง ข้าวออกนอกจะต้องมีตัวแทนเจ้าหน้าที่ของหอการค้า ๑ คนไปเป็นกรรมการตรวจข้าวลงเรือ และเขาจะเป็นผู้บันทึกเฉพาะกรณีเอาข้าวลงเรือจริง ปรากฏว่าพอไปดูตัวเลขตั้งแต่ วันที่ ๑ มกราคมถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ปีนี้ตัวเลขส่งออกข้าวจีทูจี โดยรัฐบาล ไม่มีแม้แต่ตันเดียวครับ แต่รัฐบาลอ้างว่าส่งออกไปแล้ว ๑.๔๖ ล้านตันแปลว่าอะไร แปลว่า ถ้ารัฐบาลขายจริงก็ไม่ได้เอาส่งออก เอามาวนเวียนอยู่ในประเทศ หรือไม่รัฐบาลก็โกหก แต่ผมคิดว่ารัฐบาลอาจจะขายจริงแต่ไม่ได้ส่งออกจริง นี่อย่างไรครับตัวเลขที่เขาบอกว่า สุดท้ายก็เอามาเวียนเทียน ข้าว ๑ กระสอบ เวียน ๑ รอบ ๑ ตัน เวียน ๑ รอบได้ ๑๕,๐๐๐ บาท กระสอบเดิมเวียนรอบ ๒ ได้ไปอีก ๑๕,๐๐๐ บาท กระสอบเดิมเวียนรอบ ๓ ๔๕,๐๐๐ บาท สุดท้ายข้าวกระสอบเดียวกินเงินรัฐบาลไป ๔๕,๐๐๐ บาท ไม่เจ๊งแล้ว จะเรียกว่าอะไรล่ะครับ นี่อย่างไรครับถึงขาดทุนมหาศาล เพราะขั้นตอนปัญหาที่เกิดขึ้น อย่างที่ผมกราบเรียน และที่สุดขาดทุนจริง ๆ ครับ ตัวเลขออกมาฤดูการผลิต ๒๕๕๔/๒๕๕๕ นาปรัง/๒๕๕๕ ขาดทุนไปแล้วปีนี้ ตัวเลขเขายืนยันว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่ถ้ายังทำต่อ ๓ ปี กระทรวงการคลังรายงาน ครม. ประเมินว่าจะขาดทุนหารเฉลี่ย ๒๒๔,๐๐๐ ล้านบาท ต่อปีครับ ถ้าขาดทุนปีละ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานทราบ เงินลงทุน ประเทศไทยประมาณแต่ละปี ปีหนึ่งประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เอาไปทำถนน สะพาน ไฟฟ้า ประปา ขาดทุนข้าวอย่างเดียวครึ่งหนึ่งแล้วครับ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แปลว่าต่อไปนี้ ถ้าไม่กู้มาโปะ สะพาน ๑๐๐ สะพานก็เหลือ ๕๐ สะพาน ถนน ๒๐๐ กิโลเมตร ก็เหลือ ๑๐๐ กิโลเมตร ไฟฟ้า ๓๐,๐๐๐ หมู่บ้าน ก็เหลือ ๑๕,๐๐๐ หมู่บ้าน นี่คือจำนำข้าว นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์อย่างไรครับ ถึงบอกว่าประเด็นนี้คือประเด็นที่ในที่สุดก็ก่อให้เกิด การขาดทุนขึ้นมา ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ออกมาชี้แจงเรื่องการประกันรายได้ บอกว่าจำนำข้าวดีกว่าการประกันรายได้ ขออนุญาตกราบเรียนครับ ไม่ได้ดีกว่าหรอกครับ ประกันรายได้ปีที่แล้วที่เป็นนโยบายรัฐบาล ตัวเลขข้าวฤดู ๒๕๕๓/๒๕๕๔ รัฐบาลจ่ายเงินไป ทั้งหมด ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ๗๐,๕๑๔ ล้านบาท แต่เป็นงบบริหาร ๒,๘๗๘ ล้านบาท แต่จำนำข้าวปีนี้งบบริหาร ๔๘,๐๐๐ ล้านบาท ต่างกัน ๒๐ เท่า ชดเชยให้ชาวนา ๖๗,๐๐๐ ล้านบาท ก็คือส่วนใน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทนั่นแหละครับ ชดเชยให้ ๖๗,๐๐๐ ล้านบาท ๖๗,๐๐๐ ล้านบาทนี่ไม่ได้แปลว่าขาดทุนนะครับ แต่เป็นเงินที่รัฐบาลส่งเงินสดผ่าน ธ.ก.ส. จ่ายตรงไปให้ชาวนาทุกครัวเรือน ปลูกข้าวกินเองก็ได้เงินก้อนนี้ ไม่ต้องรอให้หายหกตกหล่น บอกว่ารับจำนำ ๑๕,๐๐๐ บาท แต่ชาวนาได้จริง ๑๐,๐๐๐ บาท หายไป ๕,๐๐๐ บาท ไม่รู้ไปอยู่ในท้องใคร นี่คือสิ่งที่ต่างกัน ระหว่างประกันราคากับจำนำ แล้วที่ผมบอกว่าทุจริตทุกขั้นตอน ทุจริตโกงชาวนาตั้งแต่ น้ำหนัก ความชื้น อ้างสิ่งเจือปนกดราคา โรงสีก็เอาตัวเลขผลผลิตชาวนาที่แจ้งไว้เกิน เช่นแจ้งไว้ว่าผมมี ๓๐ ตัน พอผลิตจริงได้แค่ ๒๐ ตัน ๑๐ ตันที่เกินมาชาวนาก็ซื้อสิทธิ แล้วก็เอาอันนี้ไปสวมสิทธิ์จำนำและโรงสีก็ได้เงินมาตันละ ๑๕,๐๐๐ บาท แล้วที่สำคัญที่สุด ท่านนายกรัฐมนตรีกระมังครับตะกี้ ถ้าผิดผมขออภัยด้วยครับ ไม่แน่ใจว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์หรือท่านนายกรัฐมนตรีที่บอกว่ารัฐบาลนี้กำหนดเกณฑ์เอื้อประโยชน์ โกงเรื่องจำนำข้าวไม่จริง จริงครับ ตัวอย่าง ๒ ตัวอย่างชัดเจน ตัวอย่างที่ ๑ อดีตเวลาเขาได้ ข้าวมาเขาจะเอาข้าวไปฝากที่โกดัง เอาข้าวไปฝากแปลว่าอะไร แปลว่าโกดังต้องรับผิดชอบ คุณภาพข้าวด้วยนะครับ เขามาฝากไว้คุณต้องรักษาดูแล แต่รัฐบาลนี้มาเปลี่ยนกติกา ไม่เอาแล้วครับฝาก เปลี่ยนเป็นเช่าโกดัง เช่าโกดังก็แปลว่าจ่ายแต่ค่าโกดัง เพราะฉะนั้น ข้าวรัฐบาลก็ต้องรับผิดชอบ แล้วดูแลไหวไหมครับ ที่สุดข้าวมันถึงเสื่อม เอาข้าวคุณภาพต่ำ เข้ามา เซอร์เวเยอร์เข้ามาตรวจข้าวก็ตรวจแบบที่ท่านอาคมบอกไม่ได้มาตรฐาน ข้าวคุณภาพต่ำบอกว่าสูง ข้าวคุณภาพไม่ถึงก็บอกว่าได้มาตรฐาน ที่สุดในโกดังรัฐบาล จึงเต็มไปด้วยข้าวเสื่อมคุณภาพ นี่คือการออกกติกาเอื้อโกงอย่างไรครับ อีกอันหนึ่งที่ชัดเจน นายกรัฐมนตรีกำหนดนโยบายจำนำข้าวทุกเมล็ด นี่มติ กขช. ที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน พอจำนำข้าวทุกเมล็ดเกิดอะไรขึ้นท่านทราบไหมครับ เกิดการเอาข้าวจากต่างประเทศ มาสวมสิทธิ์ในประเทศ ข้าวมันถึงไหลมาจากประเทศเวียดนาม ไหลมาจาก ประเทศ สปป. ลาว ไหลมาจากประเทศพม่า ไหลมาจากประเทศกัมพูชาเข้ามาสวมสิทธิ์ จำนำราคาแพงในประเทศไทย แหล่งข่าวจากหอการค้าระบุไว้ในหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ชัดเจนว่าประเมินกันแล้วว่าปีฤดูการผลิตที่ผ่านมามีการเอาข้าวจาก ๓-๔ ประเทศเข้ามา สวมสิทธิ์ในประเทศไทยประมาณ ๖,๐๐๐,๐๐๐ ตัน คิดเป็นเงิน ๔๘,๐๐๐ ล้านบาท แปลว่ารัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เอาเงินภาษีคนไทย ๑ ปี ๔๘,๐๐๐ ล้านบาท ไปซื้อข้าวชาวนาพม่า ชาวนาเขมร ชาวนาลาว ชาวนาเวียดนาม ท่านนายกรัฐมนตรีทำทำไมครับ หรือว่าต้องการไปอินเตอร์ (Inter) ขยายโครงการรับจำนำ เงินภาษีคนไทยแทนที่จะรับจำนำ เฉพาะข้าวชาวนาไทย ไปรับจำนำข้าวอาเซียนด้วย แล้วในที่สุดเวลาขาดทุนปีละ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทำอย่างไร ก็ต้องกู้มา ประเทศสหรัฐอเมริกามีเลดี้กาก้าหรือ ประเทศไทยจะโก อินเตอร์ (Go inter) มีเลดี้กูกู้ นี่คือสิ่งที่ผมอยากกราบเรียนกับ ท่านประธานว่านี่คือเกณฑ์ที่กำหนดมาเพื่อเอื้อต่อการทุจริต แล้วทุจริตที่สุดคือ การระบายข้าวครับ ที่บอกว่าทุจริตที่สุดคือการระบายข้าว ก็เพราะว่าสัญญาณมันบอก ๑. มีการปกปิดข้อมูล ท่านนายกรัฐมนตรีก็พูดผิด ๆ ถูก ๆ เดี๋ยวบอกว่าสัญญาบ้าง เดี๋ยวบอกเอ็มโอยูบ้าง ผมก็ไม่ว่ากันละครับ แต่ท่านนายกรัฐมนตรีรับทราบแน่นอนเรื่องนี้ อ้างจีทูจีต้องเป็นความลับ จนวันนี้ระบุในหนังสือรู้ลึก รู้จริง จำนำข้าว บอกว่าจีทูจี เดือนมกราคมถึงกันยายน ๒๕๕๕ ส่งออกไปแล้ว ๑,๔๖๐,๐๐๐ ตัน ๖ สัญญา ๓ ประเทศ คือ ประเทศจีน ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศโกตดิวัวร์ จนวันนี้ยังไม่เปิดเผยเลย ทำไมถึงปกปิด คำตอบเป็นอื่นไปไม่ได้หรอกครับ นอกจากก็เพราะทุจริตอย่างไรครับ ถ้าสุจริตจริงทำไมต้องปิดครับสัญญา จนวันนี้ยังไม่ยอมบอกใครเลย ประเด็นสำคัญก็คือว่าพวกเราพบว่าที่อ้างจีทูจีให้ประเทศจีน ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศโกตติวัวร์ ๑,๔๖๐,๐๐๐ ตัน ๖ สัญญานั้น โดยเฉพาะที่อ้างจีทูจีประเทศจีน ที่แท้คือเอาข้าวในสต็อกนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์หรือรัฐบาลไปแอบขายให้บริษัทพวกพ้อง โดยไม่ต้องประมูล แล้วก็อ้างจีทูจีบังหน้า จากจีทูจีก็เลยกลายเป็นจีทูเจี๊ยะอย่างไรครับ หลักของจีทูจีมี ๓ ข้อ ท่านประธานครับ ๑. สัญญาต้องเป็นรัฐต่อรัฐครับ รัฐบาลต่อรัฐบาล ๒. การชำระเงินต้องเปิดแอล/ซี (L/C) จากรัฐบาลผู้ซื้อมาที่กรมการค้าต่างประเทศ ประเทศไทย ๓. เวลาส่งมอบต้องส่งมอบจากกรมการค้าต่างประเทศไปยังรัฐบาลประเทศผู้ซื้อ แต่กรณีจีทูจีประเทศจีนไม่ใช่ครับ ข้อเท็จจริงก็คือที่บอกว่าขายจีทูจีให้ประเทศจีน ที่แท้คือขายให้บริษัท สยามอินดิก้า โดยอุปโลกน์บริษัทจีนขึ้นมาชื่อบริษัท เอสจี จีเอส อิมพอร์ต เอกซ์พอร์ต คอปอเรชัน ที่หมอวรงค์อภิปรายไปนั่นแหละครับ

(นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วงครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขอประท้วงผู้กำลังอภิปราย ในข้อ ๖๑ ให้ร้ายเสียดสีครับ ไม่ว่าจะเป็นประเด็น ที่เขมร แล้วก็จีทูจี เป็นจีทูเจี๊ยนี่นะครับท่านประธานชัดเจนครับท่านประธาน ขอให้ผู้อภิปรายได้ถอนคำว่า จี ทู เจี๊ย นะครับ เพราะฉะนั้นการอภิปรายนี้ผมคิดว่าได้ฟังมา หลายวันแล้ว ก็อยากจะให้สรุปนิดหนึ่งไม่ต้องอภิปรายมาก เพราะได้ฟังมามากแล้วครับ ท่านประธานช่วยวินิจฉัยด้วยนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เข้าใจครับ ขอบคุณครับ ท่านอภิปรายต่อเถอะครับ เชิญครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ที่บอกว่าจีทูเจี๊ยะนี่มีใบเสร็จ ๔ ใบครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านต่อเลยครับ เชิญครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ 🔗

ที่บอกว่าจีทูเจี๊ยะนี่มีใบเสร็จ ๔ ใบครับ ใบที่ ๑ คือใบเบิกข้าวจากโกดังรัฐบาล แต่ระบุชื่อบริษัทจีน และคนที่มีอำนาจ ไปเบิกข้าวคือคนของบริษัท สยามอินดิก้า เพราะฉะนั้นที่สุดมันก็คือการขายข้าวให้ บริษัท สยามอินดิก้านั่นเอง นี่ใบเสร็จใบที่ ๑

ใบเสร็จใบที่ ๒ คือหลักฐานการโอนเงินให้กรมการค้าต่างประเทศ ผมไม่แสดงแล้วนะครับเสียเวลา แทนที่จะเป็นเปิดแอล/ซีจากประเทศจีนมาที่ กรมการค้าต่างประเทศ กลายเป็นแคชเชียร์ เช็คของบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด จ่ายให้ กรมการค้าต่างประเทศ ชัดไหมครับว่าที่สุดก็คือบริษัท สยามอินดิก้าซื้อข้าวจาก กรมการค้าต่างประเทศ

ใบเสร็จใบที่ ๓ มีคลิป หมอวรงค์เปิดไปแล้ว แสดงให้เห็นชัดว่าบริษัท สยามอินดิก้าเบิกข้าวจากโกดังกลางรัฐบาลจังหวัดนครสวรรค์แทนที่จะไปท่าเรือเพื่อส่งออก กลับเอาขึ้นเหนือไปเข้าโรงสีที่จังหวัดพิษณุโลก เอาไปทำอะไรครับ ก็เพราะบริษัท สยามอินดิก้าซื้อข้าวราคาถูกจากโกดังรัฐบาลแล้วก็ไปขายให้โรงสี สันนิษฐานว่าโรงสีก็จะต้อง เอาไปเวียนเทียนจำนำต่อรอบ ๒ รอบ ๓ รอบ ๔ รัฐบาลก็จ่ายไป จ่ายไป จ่ายไป หรือไม่ ก็เอาข้าวนี้ไปคืนสต็อก ซึ่งเดิมเป็นของรัฐบาลอยู่ ๑๐๐ กระสอบ แต่เพราะเอาไปทำอย่างอื่น เสียแล้ว ๒๐ กระสอบก็เลยต้องซื้อเอาไปเติมให้เต็ม ให้ครบ ๑๐๐ กระสอบ

ใบเสร็จใบที่ ๔ ครับสุดท้าย คือหลักฐานที่แสดงว่ากระบวนการ เรื่องความไม่ชอบมาพากลในเรื่องของการขายข้าวจีทูจีเที่ยวนี้มีผู้ช่วย ส.ส. พรรคการเมือง เดียวกับนายกรัฐมนตรี ผมไม่เอ่ยชื่อแล้วครับ เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย การตอบชี้แจงเรื่องนี้บอกตรง ๆ ว่าเกือบจะเรียกว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้ชี้แจงอะไรสักคำเดียวเลยครับ ชี้แจงน้อยมาก ชี้แจงแต่ว่า ท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ไปแล้ว ยิ่งท่านนายกรัฐมนตรี ตอบบ่อยเท่าไรยิ่งสะท้อนพฤติกรรมลอยตัวมากเท่านั้นละครับ ยิ่งสะท้อนการหนีความรับผิดชอบ ท่านรัฐมนตรีบุญทรงยิ่งหนักเข้าไปอีกครับ ตอบว่าจีทูจีอ้างว่าประเทศจีนซื้อไปแล้วจะมอบ ให้ใครดำเนินการก็ได้ ไม่มีสิทธิเข้าไปก้าวก่าย แต่ยิ่งตอบอย่างนี้ยิ่งชัดว่าไม่ได้ปฏิเสธนะครับ ว่ามันไม่จริง เพราะฉะนั้นเรื่องที่ฝ่ายค้านนำมาอภิปรายก็คือสารภาพกลางสภาว่าจริง บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด เข้ามากินตั้งแต่สมัยเป็นบริษัท เพรสซิเดนท์ อะกริ จำกัด ผมไม่ย้อนยุคไปอีกแล้วครับ มายุคนายกรัฐมนตรีก็กลับมาอาละวาดอีก นี่คือปรากฏการณ์ ในเรื่องของการรับจำนำข้าวที่บอกว่าทุจริตกันทุกขั้นตอน ขณะที่ชาวนาส่วนใหญ่ จนเหมือนเดิมครับ ทำไมผมกราบเรียนว่าชาวนาส่วนใหญ่จนเหมือนเดิม รัฐบาล นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์บอกว่าจำนำข้าวตันละ ๑๕,๐๐๐ บาท ท่านประธานได้ยินใช่ไหมครับ แต่ท่านทราบไหมครับว่าชาวนาได้เงินจริง ๆ เท่าไร ตัวเลขสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ระบุชัด ตันละ ๙,๖๐๐-๑๐,๔๐๐ บาท เอาตัวเลขกลม ๆ คือ ๑๐,๐๐๐ บาท รัฐบาลรับจำนำข้าว โฆษณาใหญ่โตตันละ ๑๕,๐๐๐ บาท ถ้าชาวนาจำนำได้ ๑๕,๐๐๐ บาทจริง พวกผม ไม่อภิปรายหรอกครับ แต่นี่เพราะอ้าง ๑๕,๐๐๐ บาท ชาวนาได้หมื่นเดียว หายไป ๕,๐๐๐ บาท ตรงนี้อย่างไรครับที่พวกผมต้องมาอภิปรายไม่ไว้วางใจ และชาวนาที่ได้ ประโยชน์จากโครงการรับจำนำข้าวทั้งประเทศมีประมาณ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ครัว ได้เข้าโครงการ ๑,๓๐๐,๐๐๐ ครัว ส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือตอนล่างกับภาคกลาง และผลที่ ชัดเจนที่สุดอีกประการหนึ่งก็คือว่าหนี้สินชาวนาผลการสำรวจโดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประกาศออกมาชัดครับ หนี้สินชาวนาปีที่แล้วครัวละ ๑๐๓,๐๔๗ บาท หลังโครงการรับจำนำข้าว นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์หนี้เพิ่มขึ้นเป็น ๑๑๔,๓๗๘ บาท เพิ่มขึ้น ๑๑,๓๓๑ บาทต่อครอบครัว ทำไมครับ เพราะได้จำนำข้าวมานิดหน่อยแต่ต้องไปสู้กับของแพง แพงทั้งแผ่นดิน ต้องไปสู้กับ ปุ๋ยแพง ในที่สุดหักกลบลบหนี้เป็นหนี้เพิ่มขึ้นครับ พวกผมถึงเสนออย่างไรครับว่า ถ้านายกรัฐมนตรีรักชาวนาจริง เงินตันละ ๕,๐๐๐ บาทที่มันหายหกตกหล่นไประหว่างทาง จำนำข้าวเปลือกได้ประมาณ ๒๐ ล้านตัน ท่านคูณ ๕,๐๐๐ บาทที่หายหกตกหล่นไปได้ ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ารักชาวนาจริงท่านนายกรัฐมนตรีทำไมไม่เอา ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไปหารแบ่งให้ชาวนาโดยตรงเสียล่ะครับ ถ้าไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไร ผ่าน ธ.ก.ส. ก็ได้ครับ ให้ ธ.ก.ส. เขาจ่ายตรงแล้วนั้นละครับถึงมือชาวนาครบถ้วนตันละ ๑๕,๐๐๐ บาท เพราะขายราคาตลาดได้ ๑๐,๐๐๐ บาท แล้วก็เงิน ๕,๐๐๐ บาท ก็ส่งตรงไปให้ชาวนา แต่รัฐบาลไม่เอา เพราะอะไรครับ เพราะถ้าจ่ายตรงอย่างนี้ก็ถึงมือ ชาวนาหมด แล้วมันจะหายหกตกหล่นถึงมือที่ไม่ใช่ชาวนาหรือชาวนาปลอมได้อย่างไรครับ นี่คือปรากฏการณ์สิ่งที่พวกผม คนไทยทั้งประเทศ นักวิชาการ คนที่เขามีความรู้ เขาถึงค้าน กันทั้งประเทศโครงการจำนำข้าว สุดท้ายครับ ผลที่เจ็บปวดที่สุดจากนโยบายรับจำนำข้าว นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ๑. ประเทศไทยเสียแชมป์ส่งออกข้าว ปีนี้ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนตุลาคมปรากฏว่า เราได้แชมป์ส่งออกข้าวมา ๓๐ ปีเต็ม ปีนี้กลายเป็นประเทศที่มาที่ ๑ คือประเทศอินเดีย ส่งออกไปแล้ว ๙,๗๕๐,๐๐๐ ตัน ที่ ๒ กลายเป็นประเทศเวียดนาม ๗,๐๐๐,๐๐๐ ตัน ประเทศไทยลงจากที่ ๑ ๓๐ ปีมาอยู่ที่ ๓ ครับ ๖,๕๐๐,๐๐๐ ตัน ท่านนายกรัฐมนตรีลุกขึ้น ชี้แจงเมื่อวันสองวันที่ผ่านมาบอกว่าไม่เป็นไร เราส่งออกข้าวเชิงปริมาณได้น้อย รัฐบาลนี้ อยากเห็นเงินมากกว่าจำนวนตัน ถ้าเป็นผมผมไม่กล้าพูดนะครับท่านนายกรัฐมนตรีครับ เพราะอย่าว่าแต่จำนวนตัน อย่าว่าแต่ปริมาณที่เราเสียแชมป์ จำนวนเงินเราก็เสียแชมป์ เสียแชมป์ให้ใครครับ เสียแชมป์ให้ตัวเองอย่างไรครับ ปีที่แล้วเดือนมกราคมถึงเดือนกันยายน ประเทศไทยส่งออกข้าวนำรายได้เข้าประเทศได้ ๑๕๖,๔๖๓ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ปีนี้ ๑๙ เดือนเหมือนกันปรากฏว่านายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เพิ่งส่งออก ข้าวได้ ๑๐๖,๒๑๗ ล้านบาท เงินหายไป ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ เมื่อกี้ยางพาราหายไป ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บริหาร ๑ ปี ๓ เดือนทำเงินหายไปจากประเทศแทนที่จะมีรายได้เข้า ลดลง ๑๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่ละครับผลงานนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ถึงบอกว่าสมควร ไม่ไว้วางใจ บกพร่อง ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพอย่างไรครับ เจ็บปวดอีกอันหนึ่งประเทศไทย เสียแชมป์ข้าวโลกครับ ปี ๒๕๕๒ ประเทศไทยได้แชมป์คุณภาพข้าวโลก ปี ๒๕๕๓ ประเทศไทยได้แชมป์คุณภาพข้าวโลก มาปีนี้ประเทศไทยเสียแชมป์แล้วครับ ประเทศที่ ได้คุณภาพข้าวโลกเขมรครับประเทศกัมพูชา เพราะฉะนั้นอดีตเราได้แชมป์ ๓ แชมป์ แชมป์ส่งออกข้าวโลก แชมป์ส่งออกนำรายได้เข้าประเทศข้าวโลก แชมป์คุณภาพข้าวโลก นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์มาบริหาร ๑ ปี ๓ เดือนเสียไป ๒ แชมป์ ทั้งแชมป์คุณภาพ แล้วก็แชมป์ส่งออกปริมาณข้าวโลก ทำไมเราจึงเดินไปสู่การเสียแชมป์ จำนำข้าวมันมีปัญหาอย่างไร ผมกราบเรียนกับท่านประธานไปแล้ว แต่ผมได้เห็นเหตุผลอีกประการหนึ่งครับ ผมขอให้ ท่าน ส.ส. สรรเสริญ สมะลาภา ได้ไปช่วยค้นหาข้อมูลแล้วก็พบความจริงอย่างที่ผม ตั้งสมมุติฐานไว้ครับ พบว่าในอดีตประเทศที่ได้แชมป์ส่งออกข้าวโลกคือประเทศอะไร ท่านทราบไหมครับ ประเทศพม่าครับ ประเทศพม่าส่งออกข้าวเป็นลำดับ ๑ มาจนกระทั่งถึง ปี ๒๕๐๓ ส่งปีละ ๑๐-๑๙ ล้านตันครับ จากนั้นพอมาปี ๒๕๐๔ เหลือ ๑,๕๙๐,๐๐๐ ตัน ลดจาก ๑๙ ล้านตันเหลือ ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าตัน เหตุผลประการหนึ่งอะไรท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ทราบไหมครับ เพราะรัฐบาลพม่าหันมาค้าข้าวเองครับ ปัจจุบันรัฐบาลพม่าเริ่มเปลี่ยน นโยบายหันมาให้เอกชนค้าข้าวในระบบค้าข้าวเสรี ปัจจุบันมีบริษัทค้าข้าวที่ประเทศพม่า ๓๙ บริษัท เดือนสิงหาคมที่ผ่านมารัฐบาลประเทศพม่าประกาศว่าเขาจะทวงแชมป์ ส่งออกข้าวโลกคืน แต่ประเทศไทยนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขณะที่รัฐบาลพม่ากำลัง กลับหลังหันเดินไปข้างหน้า นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์กลับพาประเทศไทยถอยไปข้างหลัง ย้อนยุคกลับไปให้รัฐบาลค้าข้าวเอง นี่อย่างไรครับที่ทำไมทุกคนถึงออกมาเตือน แม้แต่คนของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เองว่าที่สุดประเทศไทยจะพังไม่ใช่เฉพาะรัฐบาล เพราะนโยบายรับจำนำข้าวที่ผิดพลาด และจะพาประเทศไทยหายนะในที่สุด พวกกระผม จึงไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีเจ้าของนโยบายรับจำนำข้าวตัวจริงเสียงจริง

สุดท้ายครับ เรื่องความล้มเหลวในการจัดการกับการทุจริต แล้วก็ นายกรัฐมนตรีก็เข้าไปมีส่วนร่วมกระทำความผิดกฎหมายด้วย โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวพัน กับการทุจริตเงินเยียวยาน้ำท่วม ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งงบประมาณ ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท ฝ่ายค้านเคยท้วงติงอย่างหนักในสภาว่าอย่าจัดเป็นงบกลาง ขอให้ทำเป็นงบปกติ เพราะถ้าเป็นงบกลางมันตรวจสอบไม่ได้ แค่กินง่าย ใช้คล่อง แต่ไม่มีใครรู้เอาไปทำอะไร อย่างไร แต่นายกรัฐมนตรียืนยันว่าจะใช้เงินนี้อย่างโปร่งใส พฤติกรรมของนายกรัฐมนตรี ในเรื่องนี้ก็คือว่า ๑. นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์สร้างภาพด้วยการเปิดงานรณรงค์ต่อต้าน การทุจริตที่เวิลด์ เทรด เซนเตอร์ วันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๕ แล้วก็ประกาศว่าจะจัดการกับ การทุจริต แต่ปรากฏว่าหลังจากนั้นไม่กี่วัน ๔ กันยายน ๒๕๕๕ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ นั่งหัวโต๊ะที่ ครม. ย้ายเลขาธิการ ป.ป.ท. ไปเป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรม ทำไมย้ายไปเป็น รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ออกมาช่วยกันแก้ตัวว่าเพราะตำแหน่งใหญ่ขึ้น แต่ความจริง คนเขารู้กันทั้งประเทศว่าเพราะเลขาธิการ ป.ป.ท. กำลังขุดคุ้ยทุจริต ๓ เรื่อง ๑. ไซฟ่อนเงิน ๒. นำเข้ารถหรูเกี่ยวข้องกับเจ๊ไหน อย่างไร ผมไม่เอ่ยแล้วละครับ ๓. ทุจริตเงินน้ำท่วม ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ไหนนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์บอกว่าจะปราบ ทุจริตอย่างไรครับ ก็เลขาธิการ ป.ป.ท. เขากำลังจัดการกับการทุจริตอยู่แล้วไปย้ายเขา ทำไมครับ หรือเพราะมันเกี่ยวพันกับวงศ์วานว่านเครือที่กำลังมีปัญหากับการถูกขุดคุ้ย นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้เอาจริงกับเรื่องการจัดการทุจริต แค่สร้างภาพ ปราบทุจริต แต่เบื้องลึกกลับตรงกันข้าม ตัวอย่างสุดท้ายที่ชัดเจน การที่นายกรัฐมนตรี ไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ ป.ป.ช. และเป็นที่มาที่พวกผมยื่นถอดถอนนี่แหละครับ กฎหมายบังคับไว้ครับว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะต้องทำหลักเกณฑ์การกำหนดราคากลาง และวิธีคิดราคากลางเปิดเผยไว้ในเว็บไซต์ของทุกหน่วยงานที่มีการจัดซื้อจัดจ้าง และเว็บไซต์ ของกรมบัญชีกลางด้วยและต้องรายงานให้คณะรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีมีหน้าที่อย่างเดียว ต้องสั่งการให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการอย่างนี้ให้เสร็จภายใน ๑๘๐ วัน แต่ปรากฏว่า เข้า ครม. ไป ๒ ครั้ง นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ไม่ยอมให้ความเห็นชอบ จนในที่สุดเป็นที่มา ที่พวกผมต้องยื่นถอดถอนนายกรัฐมนตรี เพราะกระทำผิดกฎหมายป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ มาตรา ๑๐๓/๗ และมาตรา ๑๐๓/๘ นายกรัฐมนตรีก็ต้องไปชี้แจงกันใน ป.ป.ช. ก็แล้วกัน ผมไม่อธิบายซ้ำให้ยืดเยื้อ แต่ตรงนี้แหละครับท่านนายกรัฐมนตรีครับ ที่เป็นที่มาของการทุจริตงบน้ำท่วมมโหฬาร เพราะจนวันนี้รัฐบาลยังไม่ได้สั่งให้เปิดเผย ราคากลาง และกำหนดวิธีคำนวณราคากลางไว้ในเว็บไซต์การจัดซื้อจัดจ้างเพื่อให้ประชาชน เข้าตรวจสอบได้ จึงเป็นที่มาของการทุจริตงบน้ำท่วมมหาศาลในเรื่องราคากลาง ผมไม่อภิปรายแล้วครับ เพื่อนสมาชิกพวกผมพูดชัดเจน กรมไหน อย่างไร ทุจริตอย่างไร ขุดบ้างไม่ขุดบ้างอย่างไร ตัดถนนราคากลางสูงกว่าความเป็นจริงร้อยละเท่าไร อย่างไร แต่ตรงนี้แหละครับที่เป็นที่มาที่เขาเล่าลือกันว่าโครงการ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่พวกผม ขอข้อมูลในสภาแล้วอิดเอื้อนไม่ยอมให้ ทะเลาะกันแทบตายในสภานี่แหละครับ สุดท้าย เอาไปเร่ขายหักหัวคิว ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ครับ แล้วผมมีหลักฐาน ๒-๓ อันแต่ไม่เอาแล้วครับเวลามันจำกัด แล้วเป็นที่มาของการทุจริต งบน้ำท่วม ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้จึงเป็นประเด็นที่พวกผมต้องยื่นถอดถอนนายกรัฐมนตรี และอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรีเป็นข้อที่ ๓

สุดท้าย ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธาน คงเคยได้ยินแผนบันได ๕ ขั้น แผนบันได ๕ ขั้นที่คนของท่านนายกรัฐมนตรีกล่าวหาว่า เป็นแผนล้มรัฐบาลของฝ่ายค้าน ความจริงผมกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีเลยครับ บันได ๕ ขั้นล้มรัฐบาลไม่ได้หรอกครับ ถ้ารัฐบาลนี้จะล้มก็ต้องล้มเพราะพฤติกรรมของ ท่านนายกรัฐมนตรีเองครับ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประสงค์จะบริหาร ราชการแผ่นดินต่อไปท่านต้องยุติพฤติกรรมอันเป็นเหตุแห่งความเสื่อม แล้วผมขอกราบเรียน ต่อท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีด้วยความปรารถนาดีว่าเหตุแห่งความเสื่อมของ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีอยู่ด้วยกัน ๕ ประการ

ประการที่ ๑ การทุจริต กระทำผิดกฎหมาย ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต ดังที่พวกกระผมได้อภิปรายมาตลอด ๓ วัน

เหตุแห่งความเสื่อมประการที่ ๒ วุฒิภาวะความเป็นนายกรัฐมนตรี ในระบบรัฐสภา นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ต้องปฏิบัติตนเป็นผู้นำทั้งโดยนิตินัยและพฤตินัย แต่ ๑ ปี ๓ เดือนที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีไม่ได้แสดงความเป็นผู้มีวุฒิภาวะนายกรัฐมนตรี ในระบอบประชาธิปไตยให้เห็นเป็นประจักษ์ ๓ สมัยประชุมนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ มาปรากฏตัวอยู่ในสภาน้อยมาก ผมเห็นนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์มาอยู่ในสภาตั้งแต่ต้นจนจบ วันเดียว วันที่นายกรัฐมนตรีมาขอเสียงจากสภาให้ช่วยลงคะแนนให้เป็นนายกรัฐมนตรี หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีก็เลี่ยงสภามาตลอด พวกเราทั้ง ส.ส. รัฐบาล ส.ส. ฝ่ายค้าน เป็นตัวแทนประชาชนนั่งอยู่ในสภาตั้งกระทู้ถามหัวหน้าฝ่ายบริหารคือนายกรัฐมนตรี แทนประชาชน ๓ สมัยประชุมพวกเราตั้งกระทู้ถามสดนายกรัฐมนตรี ๗๔ กระทู้ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาตอบกระทู้ถามสดด้วยตัวเองแค่ ๒ กระทู้ ถ้านายกรัฐมนตรี ในระบบรัฐสภาไม่มาสภาแล้วผู้แทนประชาชนจะเอาปัญหาของประชาชนไปบอกนายกรัฐมนตรี ได้ที่ไหนครับ ๒-๓ วันที่ผ่านมานายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์บอกกับผู้ชุมนุมบอกว่าอยากให้ เอาการเมืองเข้ามาเล่นกันในสภา ผมเห็นด้วยครับ แล้วเป็นครั้งแรกที่ผมได้ยิน นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์พูด แต่พอทีนายกรัฐมนตรีต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญเช่น ต้องแถลงผลงานต่อสภาเมื่อบริหารราชการแผ่นดินครบปี ซึ่งครบมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม นายกรัฐมนตรีพิมพ์ผลงานเสร็จแทนที่นายกรัฐมนตรีจะเอามาแจกในสภากลับเอาไปแจก นอกสภาก่อน นายกรัฐมนตรี คนของนายกรัฐมนตรีกล่าวหาผู้ชุมนุมว่าแช่แข็งประเทศ แต่นายกรัฐมนตรีลืมไปว่า ๑ ปี ๓ เดือน ท่านนายกรัฐมนตรีกำลังแช่แข็งสภา นายกรัฐมนตรีต้องละเหตุแห่งความเสื่อมด้วยการแช่แข็งความไม่มีวุฒิภาวะนายกรัฐมนตรี ในระบอบประชาธิปไตย ระบบรัฐสภาไว้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ประการที่ ๓ นายกรัฐมนตรีต้องเลิกพฤติกรรมบริหารราชการแผ่นดิน แบบลอยตัว หนีปัญหา หนีความรับผิดชอบ ต้องไม่พูดอย่างทำอย่างและที่สำคัญ ต้องรักษาคำพูดและคำมั่นสัญญาที่นายกรัฐมนตรีให้ไว้กับประชาชน โดยเฉพาะวันสองวันนี้ นายกรัฐมนตรีให้คำมั่นสัญญาไว้กับสภาอีกครั้งว่าจะแก้ไขไม่แก้แค้น นายกรัฐมนตรี ต้องไม่ปล่อยให้แก้ไขไม่แก้แค้นเป็นแค่วาทกรรมสร้างภาพวันรับตำแหน่ง เพราะไม่เช่นนั้น ประเทศจะไม่มีวันสงบหรอกครับ ถ้านายกรัฐมนตรีแสดงตนเป็นผู้บังคับบัญชากองกำลัง แห่งความแค้นประเทศจะลุกเป็นไฟ แล้วไม่มีใครเขายอมให้แก้แค้นโดยไม่แก้ไขอยู่ฝ่ายเดียว สิ่งที่ผมต้องการกราบเรียนกับท่านนายกรัฐมนตรีก็คือถ้าท่านนายกรัฐมนตรีไม่รักษาคำพูด ในเรื่องนี้เมื่อถึงวันนั้นไม่ใช่แค่ประเทศจะอยู่ไม่ได้ ตัวนายกรัฐมนตรีก็จะอยู่ไม่ได้ด้วย

ประการที่ ๔ นายกรัฐมนตรีต้องไม่ปล่อยปละละเลยให้ผู้มีอำนาจ เหนือตน เหนือรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายลักลอบเข้ามาล้วงลูกควบคุม กำกับการบริหารราชการแผ่นดินโดยมิชอบไม่ว่าจะโดยอ้างเหตุทางนโยบาย การแต่งตั้ง โยกย้ายบุคคลทั้งในคณะรัฐบาล กระทรวง ทบวง กรม รัฐวิสาหกิจ องค์กรต่าง ๆ จนเห็นประเทศเป็นบริษัท หากปล่อยให้ทำอย่างนี้ต่อไปไม่ใช่แค่ตัวนายกรัฐมนตรีจะยิ่งตกต่ำ สถาบันนายกรัฐมนตรีประเทศไทยก็จะพลอยตกต่ำไปด้วย

สุดท้ายประการที่ ๕ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องก้าวให้พ้นผลประโยชน์ ของตนเองและคนในครอบครัว ต้องเอาอำนาจที่ประชาชนมอบให้ไปรับใช้คนไทยทุกคน ไม่ใช่รับใช้คนคนเดียว และถ้านายกรัฐมนตรียังดึงดันเดินหน้าในเรื่องนี้ต่อไป ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้รับทราบครับว่าท่านนายกรัฐมนตรีกำลังเดินถอยหลัง และกำลังจะพาประเทศก้าวไปสู่วิกฤติรอบใหม่ในที่สุด

ท่านประธานครับ ที่ผมกราบเรียนมาทั้งหมดก็เพื่อจะบอกว่าไม่ว่าบันไดกี่ขั้น ก็ล้มรัฐบาลไม่ได้หรอกครับ ลงมติเมื่อไรผมก็เชื่อวันพรุ่งนี้พวกท่านก็อุ้มกันไปจะอุ้มบุญ หรืออุ้มบาปก็สุดแท้แต่ แต่ที่จะล้มรัฐบาลได้ก็คือพฤติกรรมของรัฐบาล โดยเฉพาะตัวของ ท่านนายกรัฐมนตรีเอง ที่สำคัญที่สุดวันเข้ารับหน้าที่ท่านนายกรัฐมนตรีจำได้ไหมครับ ท่านได้ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงคุณอันประเสริฐและ ศักดิ์สิทธิ์ไว้ว่าอย่างไร ทั้งคำว่าข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ ข้าพระพุทธเจ้าจะบริหารราชการแผ่นดินด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ข้าพระพุทธเจ้าจะบริหาร ราชการแผ่นดินเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ข้าพระพุทธเจ้าจะปฏิบัติตาม ซึ่งรัฐธรรมนูญ และข้าพระพุทธเจ้าจะรักษาไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ท่านนายกรัฐมนตรีจะรักษาไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญหรือจะล้มรัฐธรรมนูญ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรี จำไม่ได้ ผมอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีกลับไปทบทวนว่านายกรัฐมนตรีได้ทำตามที่ ถวายสัตย์ปฏิญาณไว้ต่อองค์พระพักตร์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครบถ้วนหรือยัง ถ้ายังท่านนายกรัฐมนตรีคงได้คำตอบว่าทำไมท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย ไม่ไว้วางใจจะต้องมีอันเป็นไปในที่สุด ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

บัดนี้ การอภิปรายทั่วไปได้สิ้นสุดลงแล้ว ผมขอนัดประชุมเพื่อลงมติในวันพุธที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกาครับ ปิดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๒๓.๔๘ นาฬิกา