อรรถพร พลบุตร โต้แย้งเกี่ยวกับการทุจริตและความบกพร่องในการควบคุมภาษีอากรของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโกงเกี่ยวกับข้าวโครงการหลวงและข้าวที่มีการจำนำข้าว รวมถึงการซื้อขายข้าวที่มีสภาพไม่ดี และการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผ่านการรับรองสอดไส้ และเรียกร้องให้ดำเนินการตรวจสอบและจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้อง
นั่นคือภาพการทุจริตด้วยการขนข้าว จากต่างชาติเข้ามาใช้ภาษีอากรของคนไทย ต่อไปเรามาดูในประเทศกันบ้างว่าเขาทำมาหากิน อย่างไร และรัฐบาลนี้บกพร่องในการตรวจสอบดูแลไร้ประสิทธิภาพในการใช้มาตรการ ควบคุมไม่ให้มีการปล้นภาษีอากรของคนไทยอย่างไร ผมยังอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานีต่อ เราไปดูสิ่งที่เขาเรียกกันว่าการเวียนเทียนข้าวกันว่าเขาทำกันอย่างไร
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
อำเภอพิบูลมังสาหารครับ อะไรเกิดขึ้นที่นั่น มีโรงสีอยู่แห่งหนึ่ง เดี๋ยวชื่อจะปรากฏในภาพครับ โรงสีนี้ใครเป็นเจ้าของไม่ทราบ ใส่หมวกยืนอยู่นั่นครับ ตั้งขบวนรถมุ่งหน้าจากโรงสีนี้ไปไหน ไปจังหวัดสุรินทร์ เป้าหมาย อยู่ตรงไหนเดี๋ยวติดตาม เลี้ยวเข้าไปนะครับ โรงสีแห่งแรกเป็นจุดรับจำนำในโครงการของ รัฐบาล เลี้ยวเข้าไปแล้วครับ เอากันตรง ๆ ดื้อ ๆ อย่างนี้ครับ ก็ระบบมันเปิดช่อง มันไร้ประสิทธิภาพครับ ดูชื่อนะครับ โรงสีนี้ครับ เป็นจุดรับจำนำข้าวในโครงการนี้ของ รัฐบาลเช่นเดียวกัน อยู่จังหวัดสุรินทร์ นี่เขาเรียกเวียนเทียน เอาข้าวจากจุดรับจำนำของ จังหวัดหนึ่งไปเวียนเทียนเข้าไปจำนำซ้ำอีกจังหวัดหนึ่งครับ เจ็บปวดไหมครับ เขาทุจริตกัน อย่างนี้ ความบกพร่องในมาตรการควบคุมต่าง ๆ ของรัฐบาลทำให้สิ่งนี้มันเกิดขึ้น ผมขออนุญาตเดินหน้าต่อไป คราวนี้เราลงมาทางภาคใต้ ผมอยากชวนท่านประธาน ไปชันสูตรพลิกศพว่านอกจากเขาจะเวียนเทียนข้าวกันอย่างนี้แล้วมันมีการเวียนเทียน ในระบบอย่างไรอีกบ้าง แล้วเราจะได้ร่วมกันตรวจสอบ ร่วมกันรักษาเงินภาษีของคนไทยทั้งประเทศเอาไว้ครับ โรงสีแห่งนี้ โกดังแห่งนี้ผมไม่บอกชื่อนะครับ เพราะภาพที่ได้มาเกิดจากคนในโรงสีในโกดังนี้ เขาทนไม่ไหว เขาเห็นพฤติกรรมการโกงชาติต่อหน้าต่อตาเขาทนไม่ไหว เขาเอาภาพนี้มาให้เรา แล้วเราตรวจสอบแล้วเป็นภาพจริงทุกประการ เดี๋ยวเรามาดูร่วมกันว่ามันจริงหรือไม่จริง ขอเชิญคลิปต่อไปครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
“............... : นี่คือที่เทข้าวที่เถ้าแก่ผมได้รับซื้อโครงการจากโครงการหลวง นี่ดูหลักฐานมันมีกระสอบอยู่นะครับ”
ดูกระสอบให้ดีนะครับ
“............... : “เดี๋ยวเราจะเดินดูที่เทข้าว นี่ครับมีข้าวหลงเหลืออยู่ก็จะขึ้นไป ขึ้น ขึ้น สังเกตให้ดีนะครับ เดี๋ยวผมจะคลี่ให้ดูนะครับว่ากระสอบนี่มีหลักฐานด้วยครับ สังเกตดูดี ๆ อันนี้คือข้าวโครงการหลวง สังเกตดูที่เส้นด้ายนะครับ นี่คือเส้นด้ายของปีที่แล้ว จะสีส้มกับสีขาวนะครับ”
A1 เลิศนาปีครับ เทออกมาบรรจุใหม่ เป็นข้าวนาปรังครับ
“............... : เดี๋ยวเราไปดูการที่เขาส่งไปที่บรรจุ กำลังลำเลียงนะครับ อันนี้ เข้าโครงการที่บรรจุเรียบร้อยแล้วครับ สังเกตให้ดีนะครับ มันจะมีส้ม ส้มของปีนี้นะครับ แล้วเราก็ดูต่อมานะครับ เราจะดูนี่คือข้าวที่จะบรรจุเข้าส่งโกดังเก่าอีกรอบหนึ่งนะครับ”
เขาโกงกันอย่างนี้ครับท่านประธาน กลางวันแสก ๆ นะครับ ด้วยกลไกที่ไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลนี้ เอาปลายข้าวเอวันเลิศนาปี เทออกจากกระสอบบรรจุใหม่ไปจำนำต่อเป็นนาปรัง อย่างนี้อย่างไรครับปริมาณข้าวจาก ๓๓ ล้านบาทมันจึงขึ้นไป ๓๗ ล้านบาท ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาทตรงนี้เงินเราทั้งนั้นนะครับ ท่านประธานอาจจะสงสัยว่ามันทำกันอย่างนี้แล้วเวลาไปตรวจสอบตามโกดัง ตามโรงสี มันไม่เจอข้าวด้อยคุณภาพอย่างนี้บ้างหรือไม่ เจอหรือไม่เจอท่านประธานเดินทางไปกับผมครับ เดี๋ยวเราไปจังหวัดสระบุรีกันครับว่ามันเจออะไรตรงนั้น เชิญคลิปต่อไปครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
คณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร คือท่าน ส.ส. ชนินทร์ รุ่งแสง ส.ส. นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม เข้าตรวจโรงสีนี้โดยไม่บอกล่วงหน้า จู่โจมเข้าตรวจ เจออันนี้ครับ
“............... : เห็นไหมครับ คือสำหรับคนที่ไม่มีประสบการณ์เรื่องการดูแลข้าว อันที่คล้ำมันดูรู้เลยว่ามันเป็นข้าวที่มันไม่สดใสมันไม่ใหม่ อันนี้คือข้าวใหม่ ๒ กองนี้จะเห็นถึง ความแตกต่างกัน เห็นไหมครับ อันนี้ที่เราจับดู เวลามาตรวจมันก็เห็นเลยครับ นี่คือข้าวใหม่ โอเคมันก็ต้องมีของดีล้อมอยู่ข้างนอก แต่ของที่อยู่ข้างในมันมีโอกาสที่จะไม่ใช่ของดี เมื่อกี้เราเถียงกันตั้งนานแต่สุดท้ายเราไปเปรียบเทียบ อันนี้คือของเก่า อันนี้คือของใหม่ เราเปรียบเทียบกันอย่างนี้”
ภาษีอากรของคนไทยทั้งชาติ ก็ไปจ่ายเงินเพื่อแลกกับข้าวบูดพวกนี้ครับ แล้วข้าวที่เห็นอยู่ในจอก็อยู่หน้าผม ณ ขณะนี้ครับ ถ้าท่านประธานได้เห็นใกล้ ๆ ท่านก็จะสลดใจเจ็บปวดเหมือนผม อยู่ในมือผมนี่ครับ คนกินไม่ได้ครับ ไปหุงให้หมูกินหมูมันยังเดินหนีเลยครับ แต่ถ้าใครกินแล้วมันไม่โกงก็หุงให้ มันกินสัก ๑๐ หม้อนะครับ มันเจ็บปวดจริง ๆ ครับ ท่านประธานครับคนที่รักบ้านรักเมือง มีอยู่มากครับ เขาแจ้งเบาะแสเขาจูงมือเราไปตรวจสอบ เขาร่วมในกระบวนการตรวจสอบ เยอะแยะไปหมดครับ น่าแปลกใจที่สิ่งเหล่านี้ไม่ถึงหูไม่ถึงตาของนายกรัฐมนตรี ถ้าจะสงสัยว่า แล้วมันโกงกันขนาดนี้มันตรวจสอบไม่เจอหรืออย่างไร ผมจะพาท่านประธานไป จังหวัดนครสวรรค์แล้วไปเจอว่าขบวนการโกงที่เขาบอกวันนี้ชาวนาได้ชัยชนะแล้วโรงสี มันตายแล้ว ใครมันรวยกว่าชาวนา ใช่โรงสีผู้ร้ายคนเดิมหรือไม่ วงการข้าวมันเป็นอย่างไร ชาวนา ชนะแล้วจริงหรือไม่ เราไปดูคลิปต่อไปที่จังหวัดนครสวรรค์กันครับ เขาทำกันอย่างไรดูครับ เห็นแล้วจะน่าตกใจมากครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
“............... : ๘ สิงหาคม ๒๕๕๕ เราจะมาเก็บหลักฐานทำการคลุกข้าวเหลือง มาแอบเข้าโครงการจำนำ เดี๋ยวจะแทงออกมาให้ดูนะครับว่าข้าวมันเหลือง นี่ครับ ภาพที่เห็นนี่เป็นข้าวเหลืองล้วน ๆ เลยนะครับ อันนี้เขาจะเรียกว่าเอาข้าวไปหยอด หยอดลงหลุม คำว่าหยอดลงหลุมนี่ก็คือข้าวเหลืองไปซ่อนไว้ตรงกลางล้อมรอบด้วย ข้าวขาว เวลาเจ้าหน้าที่มาขอเปิดตรวจก็จะไม่เห็น คือก็เห็นเป็นข้าวขาว”
“............... : เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา น่าน แพร่”
เห็นไหมครับท่านประธานครับ วิธีโกงเขาทำอย่างนี้ครับ เขาเอาข้าวที่มันเสื่อมสภาพ มันเหลือง มันหุงกินไม่ได้แล้ว อยู่ในมือผมนี่ครับ ที่แอบไปเจาะมาเมื่อกี้ในรถที่รอเข้าโกดัง ไปหยอดไว้ตรงกลางครับ แล้วเอาข้าวดีล้อมเป็นกองไว้ด้านนอก ไอ้หลุมนี้ก็หยอดเข้าไป ๆ จนเต็มครับ เวลาไปตรวจ บอกตรง ๆ มันก็ส่งสัญญาณบอกกันล่วงหน้า เจาะเท่าไรก็ไม่เจอครับ เจาะไปมาเจอแต่ข้าวดี ซึ่งเป็นกำแพงล้อมอยู่ข้างนอก ตรงกลางข้าวเน่า ข้าวเสีย ข้าวเหลืองในมือผมทั้งนั้น หุงกินไม่ได้เลย โกงกันอย่างนี้ครับ ทั้งหมดที่เห็นเป็นเรื่องของการเอาข้าวซึ่งมีอยู่จริง มาเวียนเทียนมาปลอมปน แต่มันมีอีกแบบที่ร้ายยิ่งไปกว่านั้นอีกครับ อันนี้ไม่มีข้าวเลยครับ แต่มันก็สร้างเงินจากไม่มีข้าวเลยขึ้นมาได้ด้วยมาตรการที่มันหย่อนยานไร้ประสิทธิภาพของ รัฐบาลนี้ ไปใกล้บ้านผมจังหวัดนครปฐมหน่อยครับ ผมได้รับการร้องเรียนจาก พี่น้องประชาชนที่เขาทนไม่ไหว คนที่หมู่บ้านนี้ครับ เขาส่งชื่อมาอยู่ในมือผมนี่ครับ แต่ผมไม่อ่าน เพราะเดี๋ยวจะเกี่ยวพันกับบุคคลภายนอก ให้ชื่อมาหมดครับ หลายสิบรายครับ ไม่ว่าจะนายณัฐวุฒิ อ้าวชื่อพ้องโดยบังเอิญนะครับ นายจักรพันธุ์ นายอภิวัฒน์ นายหัสนัย เอาแค่นี้ครับ อยู่ในมือผมนี่ครับ เดี๋ยวผมจะมอบให้ท่านเฉลิม อยู่บำรุง คนเหล่านี้เขามีนาอยู่ ๑ ไร่ ๒ ไร่ ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำบ่อปลา ทำสวนผัก แต่วันหนึ่งก็จะมีคนไปชักชวน คนเหล่านี้ให้ไปขึ้นทะเบียนเกษตรกรผ่านการรับรองสอดไส้เรียบร้อยประชาคม แล้วก็ไปชั่ง น้ำหนักออกใบประทวนปลอม กลายเป็นถือครองที่ดินที่นา ๓๐ ไร่ ๔๐ ไร่ ๕๐ ไร่ ได้กันคนหนึ่ง ๕๐๐,๐๐๐-๖๐๐,๐๐๐ บาท โรงสีจ่ายให้ ๓,๐๐๐ บาท ที่เหลือ ๑๒,๐๐๐ บาท ก็แบ่งกันหมดตั้งแต่ระดับล่างสุดจนถึงระดับสูงสุด ไปตรงไหนบ้างเราจะไปติดตาม ตรวจสอบกัน ผมไปดูที่เกิดเหตุเลยครับ ผมไปชันสูตรพลิกศพที่ที่แห่งนี้เลยว่า ที่ถือที่ไร่ที่นา กันอยู่ ๕๐ ไร่ ๓๐ ไร่ จริง ๆ มันเป็นอย่างไรครับ ขอเชิญดูคลิปต่อไปครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
อำเภอดอนตูม บ้านใครก็ไม่ทราบ หมู่ที่ ๑ บ้านลาดสะแก นี่ครับ ปลูกข้าวกันอยู่เท่านี้ ๒ ไร่ ๓ ไร่ ๑ ไร่ บางทีก็ปลูกแค่ งานเดียวครับ แล้วเป็นสวนผัก ออกใบประทวนกัน ๓๐ ไร่ ๔๐ ไร่ คนเหล่านี้ตอนน้ำท่วม ก็ไปขอค่าชดเชยบ่อกุ้ง บ่อปลากันมา วันนี้ได้เงินกันหลาย ๆ แสนบาทโรงสีแบ่งให้เศษ ๆ ตันละ ๓,๐๐๐ บาท ที่เหลือก็แบ่งกันทั้งระบบครับ บ่อปลาครับ อันนี้ไม่มีข้าวเลยนะครับ ยังเสกสรรปั้นแต่งออกมาเป็นเงินเป็นทองได้ด้วยระบบที่มันไร้ประสิทธิภาพครับ ภาษีเราทั้งนั้น ที่ไปหล่อเลี้ยงระบบและกระบวนการเหล่านี้ น่าสงสารคนไทยและชาวนาไทยมากนะครับ บ่อปลาทั้งนั้น คนที่ไม่ทำนาก็จ่ายภาษีเป็นหนี้ร่วมกันปีหนึ่ง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่รู้โรงสีอะไรอยู่แถวนั้น ผมสงสัยว่าทำไมแถวนั้นมันเกิดเรื่องแบบนี้ถูกร้องเรียน ถูกแจ้งความดำเนินคดีหลายครั้งหลายหน ก็ไปเจอเข้าอีกเรื่องหนึ่งครับ อันนี้ไม่มีข้าว ไม่มีอะไรทั้งนั้น แต่ว่ามันมีการเพิ่มปริมาณ มันมีการโกงน้ำหนักครับ สิ่งที่อยู่ในมือผม เขาเรียกใบตาชั่งซึ่งจะออกโดยโรงสีเวลาชาวนาเอาข้าวไปให้เพื่อจะออกเป็นใบประทวน ต่อไป ไอ้ใบ ๒ ใบนี้มันเลขที่เดียวกัน แต่มันมีความแตกต่าง แตกต่างอย่างไร ขอเชิญดูคลิป ให้มันชัดเจนลงไปเลยครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
“............... : กระผมได้ทำนาที่อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม เป็นเนื้อที่ ๘ ไร่ วันที่ ๑๘ เดือนมิถุนายน ๒๕๕๕ ได้เกี่ยวข้าวและนำข้าวไปขึ้นที่โรงสีในอำเภอบางเลน น้ำหนักสุทธิของข้าวที่เกี่ยวได้ก็คือ ๒,๖๗๐ กิโลกรัม โรงสีให้เป็นเงินเกวียนละ ๑๑,๔๗๐ บาท รวมทั้งสิ้น ๓๐,๖๒๔ บาท แล้วก็โรงสีทำใบน้ำหนักอีก ๑ ใบ คือเลขที่ เดียวกัน วันที่ ๑๘ เดือน ๖ ปี ๒๕๕๕ เลขที่เดียวกันทั้งหมดคือดับบิวบี (WB) ๑๐๐๓๐๗๗๒ น้ำหนักที่โรงสีทำมาให้ก็คือ ๙,๓๗๐ กิโลกรัม”
เลขที่เดียวกันแต่มี ๒ ใบ
“............... : รวมเป็นเงิน ๑๐๐,๔๗๓ บาท เท่ากับว่าโรงสีส่งที่เกษตรกร ไปประมาณ ๗๐,๐๐๐ กว่าบาท”
“............... : ลองเทียบกันดู ๒ ใบเหมือนกันทุกอย่าง”
“............... : ๒ ใบ เลขที่เดียวกันทั้งหมด แต่แตกต่างที่น้ำหนักและตัวเงิน เกษตรกรได้เงินจริง ๓๐,๖๒๔ บาท โรงสีสวมสิทธิ์ไปประมาณ ๗๐,๐๐๐ กว่าบาท”
น้ำหนักจริงใช้เงิน ๓๐,๐๐๐ บาท แต่ในใบเลขที่เดียวกันก็ออกมาอีกใบหนึ่งน้ำหนักเพิ่มขึ้นได้เงินไป ๑๐๗,๐๐๐ บาท เงินตรงนี้ ส่วนหนึ่งก็ทอนกลับให้ชาวนา ส่วนใหญ่โรงสีก็เอาไปครับ โรงสีชื่ออะไร ดิลก อินเตอร์ไรซ์ อยู่แถวนั้นครับ วน ๆ อยู่แถวนั้นครับ ผมก็ว่าชื่อมันคุ้น ๆ แปลก ๆ ก็ลองแวะไปดูสิว่าโรงสีนี้ มันของใคร ผมไม่เอ่ยชื่อจะเสียหายต่อบุคคลภายนอกครับ มีหุ้นส่วนอยู่ ๒ คน นามสกุล กุลดิลก ก็คงเป็นเรื่องของท่านรัฐมนตรีชัจจ์ที่จะต้องไปชี้แจงต่อสาธารณชนในโอกาสต่อไป กราบเรียนท่านประธานครับ ด้วยเวลาที่จำกัดผมก็ชันสูตรพลิกศพได้บางแผลบางช่วง บางตอน แต่ศพนี้มันเน่าไปทั้งตัวครับ เราจะโทษโรงสีก็ไม่ถนัดครับ โรงสีก็แสวงหาค้ากำไร แต่มาตรการที่มันออกแบบมาให้มีการโกงทั้งระบบนี่ช่างคิดจริง ๆ นะครับ มันทำให้ชาวนา ซึ่งคิดว่าตัวเองเป็นผู้ชนะ ไม่ใช่ครับ ชาวนาก็กลายเป็นเหยื่อชิ้นเล็ก ๆ ที่ถูกคนมา กินเหยื่อชิ้นใหญ่กว่าก็คือกระบวนการอย่างเดิมแล้วปลายสุดมันก็ไปตกอยู่ที่นักการเมือง เดี๋ยวจะมีผู้อภิปรายท่านต่อไปที่จะได้ชันสูตรพลิกศพใกล้เข้ามา ใกล้เข้ามา ใกล้เข้ามา แล้วดูสิว่าศพสุดท้ายมันอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาลหรือไม่ ท่าน ส.ส. ยุพราช บัวอินทร์ เวลาหมดไปก่อนนะครับ ท่านต้องการจะสรุปให้เห็นว่ามีชาวนาอย่างน้อยหลายคน ที่ยิงตัวตาย ผูกคอตายด้วยหนี้สินที่เกิดจากโครงการนโยบายนี้ ผมไม่อยากให้ชาวนาไทย ต้องมาตายแม้แต่อีกศพเดียว มาแขวนคอตายแม้แต่อีกศพเดียวด้วยความด้อยประสิทธิภาพ ด้วยความบกพร่องหรือสมรู้ร่วมคิดไม่ทราบของรัฐบาลนี้ ถ้าจะแขวนคอตายนะครับ เชือกเส้นนี้ครับผมก็ขอมอบผ่านท่านประธานสภาไปยังนายกรัฐมนตรีหรือรัฐบาล ท่านจะเลือกใช้ประโยชน์จากเชือกเส้นนี้อย่างไร เลือกไปครับ จะไปดูเล่น จะไปแขวนคอ จะไปมอบให้ใครเลือกไปครับ แต่อย่าแขวนคออนาคตของประเทศและวงการข้าวไทย ให้พบกับความ