สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ขอความกรุณานั่งลงก่อน เพื่อทำความเข้าใจกรณีนี้และแนวทางปฏิบัติในอนาคต โดยพูดถึงการยื่นญัตติไม่ไว้วางใจรัฐบาลและแนวทางปฏิบัติต่อรัฐมนตรีที่ถูกยื่นญัตติ และหารือเรื่องข้อความที่ขจิตร ชัยนิคม ต้องการพูด
ท่านรัฐมนตรีขอความกรุณานั่งลงก่อนครับ เดี๋ยวผมจะทำความเข้าใจกับกรณีนี้ กับสมาชิกโดยรวม เพื่อจะได้เป็นแนวทางปฏิบัติในช่วงเวลาที่เหลือนะครับ
กรณีการยื่นญัตติไม่ไว้วางใจเป็นเรื่องที่ผมย้ำหลายทีแล้วนะครับ เป็นเรื่องที่ ฝ่ายค้านเขายื่นกล่าวหารัฐบาล เพราะฉะนั้นเป็นหน้าที่ที่เขาจะต้องกล่าวหา แต่การกล่าวหานั้น จะต้องมีเหตุผลและข้อมูลประกอบ ถ้ากล่าวหาลอย ๆ ก็จะเข้าข่ายใส่ร้าย ทีนี้ก็เป็นเรื่องที่ รัฐมนตรีที่ถูกยื่นญัตติไม่ไว้วางใจจะเป็นคนตอบ ตอบชี้แจงปัญหาต่าง ๆ เหล่านั้นนะครับ ท่านรัฐมนตรีท่านอื่นที่ไม่ได้ถูกยื่นญัตติไม่ไว้วางใจไม่มีสิทธิมาตอบแทนอันนี้ชัดนะครับ แต่ แต่นะครับ ถ้าการอภิปรายตรงนั้นไปพาดพิงทำให้คนอื่นเสียหาย คนอื่นในที่นี้หมายถึง สมาชิกทุกท่านที่อยู่ที่นี่ รวมถึงท่านรัฐมนตรีด้วย ถ้าไปทำให้ท่านอื่นเสียหายก็ชอบ ที่ท่านเหล่านั้นจะใช้สิทธิที่ถูกพาดพิงและทำให้เสียหาย ชี้แจงเฉพาะประเด็นที่ตัวเองเสียหายเท่านั้น ตรงนี้ชัดเจนนะครับ ที่พูดมาทั้งหมดชัดเจนนะครับ ไม่มีอะไรสับสน แล้วก็ปฏิบัติกันมาอย่างนี้โดยตลอด แต่กรณีที่ยังเห็นขัดแย้งกันอยู่ เท่าที่ผมติดตามการประชุมมาโดยตลอด ก็มีประเด็นกรณีที่ผู้ที่ถูกยื่นญัตติไม่ไว้วางใจ ได้ตอบคำถามและชี้แจงสิ่งที่ท่านสมาชิกข้องใจ ชี้แจงไปโดยเป็นภาพรวมทั้งหมดแล้ว แล้วสามารถที่จะมอบหมายให้รัฐมนตรีที่รับผิดชอบเรื่องนั้น ๆ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติม ในรายละเอียดได้หรือไม่ ประเด็นนี้ที่ยังถกเถียงกันอยู่ ผมในฐานะประธานในที่ประชุม ก็เป็นหน้าที่ที่ผมต้องใช้อำนาจในการวินิจฉัย เป็นเรื่องที่ผมต้องใช้อำนาจวินิจฉัย ได้หรือไม่ได้ เป็นสิ่งที่ผมต้องวินิจฉัย แต่ให้สบายใจนะครับ ผมวินิจฉัยผมไม่มองว่าจะเป็นฝ่ายไหน เป็นท่านใดทั้งนั้นนะครับ ผมวินิจฉัยตามข้อบังคับ ตามตัวอักษร ซึ่งจะผิดจะถูกก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ผมมีความเข้าใจว่ามันควรจะเป็นแบบนั้นตามที่ผมได้วินิจฉัย เพราะฉะนั้นขออนุญาต ท่านสมาชิกวินิจฉัยตามอำนาจของประธาน แล้วการวินิจฉัยของประธานต้องขอความกรุณา ท่านสมาชิกทุกท่านด้วยนะครับ เพราะข้อบังคับก็เขียนโดยพวกเรานี่แหละครับ เขียนไว้ชัดเจนว่า คำวินิจฉัยของประธานถือว่าเป็นที่สุด ถ้าวินิจฉัยแล้วยังไม่ถึงที่สุด ยังไม่จบ มันก็ไม่รู้จะไปจบ ตรงไหน มันก็ไม่สามารถที่จะประชุมต่อได้ เพราะฉะนั้นต้องขอความกรุณาตรงนี้ด้วย แล้วคำวินิจฉัยจะให้ถูกใจทุกฝ่ายเป็นไปไม่ได้ครับ แต่ต้องเข้าใจนะครับผมต้องวินิจฉัย เพราะฉะนั้นประเด็นคือรัฐมนตรีที่ถูกญัตติไม่ไว้วางใจจะต้องเป็นผู้ตอบ ตรงนี้ชัดนะครับ รัฐมนตรีท่านอื่นตอบแทนไม่ได้ อันนี้ก็ชัด แต่กรณีที่รัฐมนตรีที่ถูกยื่นญัตติไม่ไว้วางใจ ได้ตอบแล้วได้ชี้แจงไปแล้วจะสามารถใช้ข้อบังคับ ข้อ ๖๘ มอบหมายให้รัฐมนตรีท่านอื่น ซึ่งรับผิดชอบเรื่องนั้น ๆ ดูแลเรื่องนั้นแล้วก็ทำเรื่องนั้น สามารถชี้แจงลงในรายละเอียด ประกอบได้หรือไม่ ประเด็นที่ขัดแย้งกันมีอยู่ประเด็นนี้ประเด็นเดียวเท่านั้นครับ เพราะฉะนั้นผมดูตามข้อบังคับแล้ว โดยอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒ วรรคสอง กับข้อ ๖๘ ก็เขียนไว้ชัดเจนว่ารัฐมนตรีสามารถมอบให้บุคคลอื่นสามารถมาชี้แจงในรายละเอียด ที่ท่านเหล่านั้นรับผิดชอบได้แต่จะมาตอบแทนไม่ได้ เพราะฉะนั้นกรณีที่เรายื่นญัตติ ไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีเท่านั้นที่จะต้องตอบ รัฐมนตรีท่านอื่น ตอบแทนไม่ได้ แต่หลังจากที่นายกรัฐมนตรีตอบแล้วยังขาดเหลือลงในรายละเอียดปลีกย่อย ท่านนายกรัฐมนตรีก็อาจจะร้องขอต่อประธานเพื่อให้ท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบเรื่องนั้น ๆ ได้ชี้แจงในรายละเอียดเพิ่มเติม ถ้าอย่างนี้เป็นดุลยพินิจของประธาน ประธานจะอนุญาตหรือไม่ ก็อยู่เป็นดุลยพินิจของประธาน เพราะฉะนั้นกรณีอย่างนี้ก็ชอบที่ประธานจะอนุญาต หรือไม่อนุญาต เพราะฉะนั้นก็เรียนกับสมาชิก เมื่อสักครู่ผมยืนยันแล้วว่าผมต้องวินิจฉัย แล้วขอคำวินิจฉัยให้เป็นที่สุดตามข้อบังคับ เพราะฉะนั้นถ้าท่านนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจง ในประเด็นที่ท่านได้อภิปรายกล่าวหาครอบคลุมประเด็นแล้ว แต่ในส่วนของรายละเอียด ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีจะร้องขอมาที่ประธานเพื่อให้ท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบเรื่องนั้น ๆ ได้พูดชี้แจงลงไปในรายละเอียดผมก็จะอนุญาต เอาตามนี้นะครับ ท่านอื่นสามารถใช้สิทธิพาดพิง แล้วทำให้เสียหายเท่านั้นนะครับ จะมาตอบแทนไม่ได้ครับ ผมวินิจฉัยตามนี้นะครับ
(นายขจิตร ชัยนิคม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านขจิตร มีอะไรครับ