อาคม เอ่งฉ้วน อภิปรายเรื่องไม่ไว้วางใจและถอดถอนนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยชี้ว่านโยบายรับจำนำข้าวสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ งบประมาณ และชาวนา พร้อมนำเสนอหลักฐาน ๓ ข้อเพื่อพิสูจน์ความผิด
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อาคม เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ตลอดระยะเวลาที่ใช้ชีวิต อยู่ในสภานี้ ๓๐ ปี ท่านประธานกับผมก็อยู่ในสภาใกล้เคียงกัน ผมคิดว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรก ในประวัติศาสตร์ของสภาไทยที่ฝ่ายนิติบัญญัติทำหน้าที่ยากมาก แต่บังเอิญท่านประธาน ขึ้นมาสรุปเมื่อสักครู่ก็พอจะไปได้ว่านี่เป็นมาตรการขั้นสุดท้ายของฝ่ายนิติบัญญัติ ที่จะตรวจสอบรัฐบาล ญัตติก็บอกอยู่แล้วว่าญัตติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี คนที่เป็นนายกรัฐมนตรีที่ชื่อยิ่งลักษณ์ ก็มาตอบสิ แล้วนอกจากไม่ไว้วางใจแล้วนะครับเขายังถอดถอนด้วย ท่านประธานครับ ผมก็ทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ การตัดสินของสภานี้อีก ๒ วันก็จะรู้ว่าไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจ และเมื่อสภาจบลงไปแล้วพี่น้องประชาชนที่เป็นผู้ใช้ประชาธิปไตยรัฐสภานี้เขาจะได้ตัดสินใจ ต่อไปว่ารัฐบาลควรจะได้ทำนโยบายนี้ต่อไปหรือไม่ นี่เป็นข้อดีที่สุดของระบบรัฐสภา ผมเข้าใจว่าสภากับผมคิดตรงกัน เพื่อให้การทำหน้าที่ของผมในวันนี้ซึ่งใช้เวลาเพียง ๒๐ นาที ไม่เปิดคลิปใช้แบบเดิมพูดเข้าใจได้ คนในสภานี้มีความฉลาดพอสมควร บางเรื่องเข้าใจได้ไม่ต้องเปิดคลิป แต่เปิดคลิปก็ดีทำให้ยืนยันได้ ผมจะใช้ระบบเดิมคือว่า ใช้คำพูดแล้วคนในสภาวินิจฉัยเอาเองว่าสิ่งที่ผมนำเสนอนั้นน่าเชื่อถือหรือไม่น่าเชื่อถือ ถ้าน่าเชื่อถือก็ลงคะแนนให้ผม ถ้าไม่น่าเชื่อถือก็ลงคะแนนให้รัฐบาล ท่านประธานครับ ญัตตินี้เปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีที่ชื่อยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในข้อกล่าวหามันยาว ผมเอาเฉพาะข้อกล่าวหาที่ตรงกับเหตุผลที่ผมจะพูด คือมีพฤติกรรม ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต นี่ในญัตตินะครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องพฤติกรรมทั้งหมด ท่านประธานครับ ผมมีสิทธิกล่าวหาเหมือนที่ท่านสรุปนะครับ พวกผมเป็นผู้กล่าวหา รัฐธรรมนูญ ข้อบังคับ บังคับให้ผมกล่าวหานายกรัฐมนตรีได้ แต่ต้องมีพฤติกรรมและต้องมี เหตุผลมาสนับสนุน นอกจากนั้นฝ่ายค้านยังยื่นถอดถอนด้วย ในเหตุผลที่ผมจะพูดต่อไปนี้ ในเรื่องของถอดถอนเขียนไว้ชัดครับ ได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน พฤติการณ์ของผู้ร้อง หมายถึงนายกรัฐมนตรี จึงเป็นมูลเหตุที่มีการทุจริตกันหลายโครงการ และเป็นผลทำให้เกิดความเสียหายต่อรัฐและประชาชนอย่างมาก เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเรื่อง ถอดถอนหรือเรื่องไม่ไว้วางใจผมมีสิทธิที่จะพูด ท่านประธานครับ ผมมีหลักฐาน ๓ อย่างเท่านั้นง่าย ๆ หลักฐาน ๓ อย่างนี้จะเรียกว่าเป็นใบเสร็จก็ได้ คุณอรรถพรเรียกว่า เป็นการพิสูจน์ศพ แต่ผมเรียกว่าเป็นใบเสร็จดีกว่าครับ ท่านประธานครับ โครงการ รับจำนำข้าวที่มันไปยาก ไปไม่ได้นี่นะครับ มีหลักฐานในเชิงวิชาการนี่ของคณะกรรมาธิการ วุฒิสภาเขียนไว้หลายข้อครับ แต่ว่าผมจะนำมาเสนอสัก ๓ ข้อ เพื่อให้ประชาชนทางบ้าน ได้เห็นว่าแม้กระทั่งวุฒิสมาชิกซึ่งมีทีดีอาร์ไอ (TDRI) สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย เป็นที่ปรึกษา มีดอกเตอร์วีรพงษ์ รามางกูร เป็นที่ปรึกษา เขามีความเห็นไว้ทั้งหมด ๘ ข้อ ว่านโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เขาเน้นเฉพาะรัฐบาลยิ่งลักษณ์นะครับ เพราะในอดีตที่ผ่านมาก็มีรัฐบาลดำเนินนโยบายรับจำนำข้าวเหมือนกัน แต่ว่าไม่เหมือนรัฐบาลนี้ รัฐบาลนี้เขาบอกว่าเป็นนโยบายที่รัฐบาลรับจำนำข้าวทุกเมล็ด เห็นไหมครับ ในราคาสูงกว่า ราคาตลาดประมาณร้อยละ ๔๐ จึงไม่มีชาวนามาไถ่ถอนคืน มันจะรับจำนำได้อย่างไรไม่มาไถ่ถอนคืน อันนี้เป็นนโยบายซื้อข้าว ต้องเปลี่ยนใหม่เป็นนโยบายซื้อข้าวของชาวนา เท่ากับรัฐบาล รับซื้อข้าวไว้ในมือเป็นส่วนใหญ่ ใช้งบประมาณแผ่นดินมากกว่า ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และจะใช้งบประมาณในปีต่อไปอีก ๔๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นภาระงบประมาณที่เป็นภาษี ของประชาชน จึงทำให้มีหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น นั่นละมันจะกระทบประเทศไทยแล้ว หนี้สาธารณะ ข้อที่ ๒ นโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์เปิดช่องทางทุจริตคอร์รัปชัน ในกระบวนการรับจำนำข้าว โดยเฉพาะการสวมสิทธิ์จากเจ้าของจริงและการสวมสิทธิ์ ข้าวจากเพื่อนบ้าน เมื่อกี้คุณอรรถพรพูดชัด ข้อ ๓ ครับ ทำลายกลไกตลาด ระบบเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมข้าวและทำลายความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยในตลาดโลก เพราะราคาสูงกว่าคู่แข่งขัน เช่น ประเทศอินเดีย ประเทศเวียดนาม ทำให้ขาดรายได้จากการส่งออก ลดลงประมาณร้อยละ ๓๕ หรือเดือนละ ๖,๐๐๐-๗๒,๐๐๐ ล้านบาท เห็นไหมครับ ข้อสุดท้ายที่ผมอยากจะยกก็คือว่าชาวนาถูกเอารัดเอาเปรียบจากโรงสี โกงตาชั่ง ความชื้น และสิ่งปลอมปน เฉลี่ยแล้วจำนำได้ราคาประมาณ ๙,๕๐๐-๑๑,๐๐๐ บาทต่อตัน แต่ว่าประกาศว่า ๑๕,๐๐๐ บาท ทั้งหมดทั้งสิ้นที่ผมเอามาเสนอท่านประธานนี้เป็นเหตุผล ที่เขาคัดค้านโครงการนี้ทั้งสิ้น ท่านประธานครับ ผมมีใบเสร็จใบที่ ๑ ทำไมโครงการนี้มันจึงโกงกันได้ง่าย ทำไมโครงการนี้ จึงเสียหายหนัก ข้าวเปลือกที่ชาวนาเอาไปจำนำมันต้องไปที่โรงสี ผ่านกระบวนการประชาคม มาจากหมู่บ้าน มีใบประทวน ยังไม่ได้ใบประทวน ไปขึ้นทะเบียน ขึ้นทะเบียนเสร็จ ตัวเองเป็นชาวนา พอมีข้าวก็พาไปที่โรงสี พาไปที่โรงสีเสร็จโรงสีก็ชั่งน้ำหนักเหมือนที่ หลายคนอภิปรายมีการโกงกันทุกระบบ เสร็จแล้วข้าวนั้นเป็นของรัฐบาลแต่จะไม่เป็นของ รัฐบาลจนกว่าโรงสีที่เข้าร่วมโครงการต้องสีเป็นข้าวสารแล้วเอาไปฝากเก็บไว้ที่คลังกลาง ของรัฐบาลซึ่งจะเป็นข้าวสาร ถามว่าทำไมจึงเก็บข้าวสารเพราะข้าวสารจะเก็บได้ยาวกว่า ข้าวเปลือก รัฐบาลก็คิดว่าถ้าเป็นอย่างนั้นลงทุนไปเท่าไรก็อาจจะมีโอกาสไถ่คืนได้ หรือเมื่อเวลาข้าวมันราคาสูงขึ้นรัฐบาลก็สามารถที่จะขายข้าวเอาทุนคืนได้ แต่กระบวนการ มันใช้เงินมาก ทั้งดอกเบี้ย ทั้งกระบวนการรับจำนำมันขั้นตอนเยอะมากและประกอบกับ รับจำนำในราคาที่สูงเกินกว่าราคาตลาด ๔๐ เปอร์เซ็นต์ นี่แหละเป็นโครงการที่ มันเกิดความวิบัติ ล้มเหลว ท่านประธานครับผมไปได้หลักฐานมาเรื่องหนึ่ง หลักฐานชิ้นนี้ มันจะบอกกับคนที่ฟังอยู่ทั้งประเทศว่าข้าวของรัฐบาลที่ไปอยู่ที่คลังกลาง ที่โรงสีเอาไปส่ง ในอดีต ผมใช้คำว่าในอดีต ท่านประธาน ในอดีตที่ผ่านมาทุกรัฐบาลเขาต้องไปเจรจากับ เจ้าของคลังกลางที่จะเก็บข้าวว่าข้าวที่รัฐบาลจะเอาไปเก็บเมื่อคุณรับฝากแล้ว คุณต้องรับผิดชอบคุณภาพด้วย คุณต้องรับผิดชอบคุณภาพสตางค์ของประชาชน ซื้อข้าวมาแล้วรัฐบาลมาเช่าคลังคุณ คุณต้องรับผิดชอบ เขาจึงต้องมีเซอร์เวเยอร์ (Surveyor) เวลาเอาข้าวเข้าไปต้องตรวจสอบคุณภาพข้าว แล้วเวลาเอาข้าวออกก็ต้องตรวจสอบคุณภาพข้าว อย่างนี้มันเป็นความปลอดภัยโรงสีหรือคลังมันก็ไม่ค่อยกล้าโกง เพราะรัฐบาลเอาจริง และเคยมีคนติดคุกมาแล้ว
ท่านประธานครับ ในอดีตนะครับ สัญญาที่ผมไปได้มานี้ในอดีตเขาเรียกว่า สัญญาฝากเก็บ คือต้องรับรองไม่เช่นนั้นคลังไม่สามารถมาร่วมมือกับรัฐบาลในการรับจำนำข้าวได้ แต่ข้อน่าสังเกตใบเสร็จใบแรก รัฐบาลนี้เปลี่ยนแปลงสัญญาเป็นสัญญาเช่า ผมพูดเสียงดัง ไปนิดหนึ่งท่านประธานครับ เมื่อกี้ฝากเก็บใช่ไหมครับ ฝากเก็บต้องรับผิดชอบคุณภาพ ต้องรับผิดชอบสินค้าของรัฐบาลที่เอาไปฝากเก็บ แต่ว่ารัฐบาลนี้เปลี่ยนเป็นสัญญาเช่า เป็นสัญญาเช่าหมายความว่าคุณมีโกดังแล้วมาให้รัฐบาลเช่าก็จบกัน ข้าวส่งเข้าไป ข้าวส่งเข้าไปนะครับ แล้วที่ตลกที่สุดไม่มีการตรวจคุณภาพขาออก ไม่มีการเซอร์เวเยอร์ขาออก ตอนขาเข้ามีเซอร์เวเยอร์ ทำให้ดูเหมือนว่าตรวจสอบเอาจริงเอาจังแต่วันที่ไปเอาข้าวออก เวลาใครประมูลข้าวได้ เอาออกได้โดยไม่ต้องมีเซอร์เวเยอร์ นี่คือความวิบัติของข้าวไทย ใครจะเก็บรักษาไว้อย่างไร เมื่อขายข้าวออกไปก็ไม่ต้องรับผิดชอบ ได้ค่าเช่าเรียบร้อย นี่เป็นใบเสร็จใบที่ ๑ ครับท่านประธาน ผมจึงอยากจะกราบเรียนว่าการใช้นโยบายเช่นนี้ เป็นครั้งแรกนะครับในทุกรัฐบาลไม่เคยมีสัญญาแบบนี้ ต้องเป็นสัญญาฝากเก็บคลังสินค้า แต่เที่ยวนี้มาเปลี่ยนเป็นสัญญาเช่า เพราะฉะนั้นท่านเฉลิมก็จะตรวจไม่พบ เดี๋ยวผมจะชี้ให้เห็นว่าตรวจไม่พบอย่างไร ใบเสร็จใบที่ ๒ เซอร์เวเยอร์ที่ผมพูดเมื่อกี้นี้ นี่ผมไปถ่ายเอกสารมา เป็นทะเบียนรับรองของบริษัทเซอร์เวเยอร์ทั้งประเทศไทย มีประมาณ ๕๒ บริษัทที่ขึ้นทะเบียน สมอ. ที่ตรวจข้าวได้นะครับ มีอยู่ ๓๒ บริษัท ตรวจคุณภาพข้าวนะครับ แต่ว่าน่าแปลกใจครับ ๑๗ บริษัท ๑๗ บริษัทนี้มาร่วมกับโครงการนี้ครับ ท่านประธานครับ ที่น่าตลกก็คือว่าบริษัทที่มีมาตรฐานโลก บริษัทที่เขาตรวจข้าว เป็นแสนแสนตันเวลาส่งข้าวออกนอกประเทศไม่มาร่วมโครงการเลย ตลกไหมครับ เขามีหน้าที่เป็นบริษัทตั้งขึ้นมาเพื่อจะตรวจคุณภาพข้าว แต่ไม่ร่วมกับรัฐบาลนี้ มี ๑๗ บริษัท ใน ๑๗ บริษัทนี้ ท่านประธานครับ ผมเรียกว่าเป็นบริษัทกำมะลอ อยู่ในท้องถิ่นหมดเลย ผมไม่กล้าไปกล่าวหาว่าเป็นบริษัทของพรรคพวกนักการเมืองท้องถิ่น ผมไม่กล้า เพราะหลักฐานยังไม่ชัด แต่พวกโรงสีพวกที่ธุรกิจค้าข้าวที่เขาหวังดีต่อประเทศบอกผมว่า บริษัทพวกนี้เป็นบริษัทกำมะลอ เป็นบริษัทกำมะลออย่างไรครับท่านประธาน นี่ผมลงทุนนะท่านประธาน ผมเบิก ที่ท่านประธานได้ไหม ผมลงทุนต้องไปถ่ายเอกสารนะครับ ไปขอจากกระทรวงพาณิชย์ ๑๗ บริษัท ผมจ่ายเงินไปเยอะนะครับ แต่ว่าเพื่อการทำหน้าที่ในสภานิติบัญญัติแห่งนี้ ในหนังสือบริคณห์สนธิที่ไปจดทะเบียนมาผมเปิดดูวัตถุประสงค์เพิ่งมาเพิ่มวัตถุประสงค์ เอาเร็ว ๆ นี้ครับ เพิ่งมาเพิ่มวัตถุประสงค์เอาเร็ว ๆ นี้ เพื่อจะได้เข้ากับโครงการนี้ได้ เพราะฉะนั้นจะอยู่ข้อสุดท้าย ผมเป็นนักการเมืองโบราณไม่มีคลิป แต่เดี๋ยวผมจะให้ ท่านประธานนะครับ นี่มาเพิ่มวัตถุประสงค์เอาตอนสุดท้าย เพิ่มวัตถุประสงค์เอาเพื่อจะมา ร่วมกับโครงการนี้ เพื่อจะตรวจคุณภาพข้าว และที่ตลกครับท่านประธาน บริษัทนี้ จดทะเบียนมาเป็นสิบปีแล้วก็มีหนี้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ทุนจดทะเบียน มาตรวจข้าวเป็น หมื่นล้านบาท จดทะเบียน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท อาจารย์ประกอบดูสิ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท อันนี้บริษัท ยูนิตี้ อะกรี อินสเปกชัน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งเล่มนี้นะครับ ๑๗ บริษัท ที่มาร่วมรัฐบาลนี้ มี ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาทกับ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาทอยู่ ๒ บริษัท นอกนั้น ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท และที่สำคัญที่สุดนะครับท่านประธาน บริษัทที่เขาเป็นบริษัท ตรวจสอบจริง ๆ ผมจะยกตัวอย่างให้ท่านฟังสักบริษัท บริษัท เอสจีเอส (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท อินเตอร์เทค เทสติ้ง เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด (ไอทีเอส) บริษัท แพนเอเซีย อุตสาหกรรม จำกัด บริษัทพวกนี้ซึ่งเป็นบริษัทใหญ่ในโลก ตรวจสินค้าเป็นหมื่น ๆ ล้านบาท ท่านทราบไหมครับ อย่างบริษัท อินเตอร์เทค เทสติ้ง เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ปี ๒๕๕๔ เขากำไรจากการทำธุรกิจนี้ ๖๘,๗๑๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๕ เขาทำธุรกิจนี้ เขาตรวจสินค้า ๘๗,๔๗๐ ล้านบาท เขากำไร ๖,๙๔๐ ล้านบาท นั่นเป็นบริษัทมืออาชีพ ที่เขาจะตรวจคุณภาพข้าว แต่เขาไม่มาร่วมกับรัฐบาลเลย ท่านประธานครับ เราได้บริษัท กำมะลอพวกนี้มาร่วม เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจเลยว่าจึงมีความไม่น่าเชื่อถือ และที่สำคัญที่สุดในปี ๒๕๕๔ ใครเป็นรัฐบาลครับ ปี ๒๕๕๔ บริษัท แพนเอเชียอุตสาหกรรม จำกัด บริษัท เอสจีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ตรวจพบทุจริตข้าวทำให้โรงสีและ อ.ต.ก. ขณะนั้น ถูกดำเนินคดีทั้งหมด ๖ คดี เห็นไหมครับ ถ้าเขาเป็นบริษัทมาตรฐานเขาไม่ยอมเขาเสียชื่อ เขาไม่ยอม ในที่สุดดำเนินคดี ๖ คดี เอ่ยชื่อก็ได้ครับ เช่น บริษัท เพรสซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด ซึ่งมีนายอภิชาติ แล้วก็ถูกจับที่ทำธุรกิจเรื่องนี้ และนี่คือเหตุผลหนึ่งที่ อคส. ไม่กล้าเอา บริษัทมาตรฐานเหล่านั้น เอาบริษัท ๑๗ บริษัทพวกนี้ซึ่งเป็นบริษัทกำมะลอ ท่านประธานครับ ที่เป็นบริษัทกำมะลอทำไมจึงเป็นเช่นนั้นครับ ผมได้ข้อมูลทุกสารทิศ ท่านประธานจะเห็นว่าผมชอบพูดเรื่องยาง เรื่องปาล์ม แต่วันนี้ผมขอพูดเรื่องข้าว เพราะฉะนั้นข้อมูลผมกว่าจะได้มามันยากมาก เพราะว่าผมต้องไปศึกษา ผมต้องไปทดสอบ ผมต้องไปพิสูจน์ ท่านรู้ไหมครับ บริษัทเซอร์เวเยอร์พวกนี้นะครับเขาบอกว่าที่เป็นเจ้าหน้าที่ ตรวจสอบคุณภาพที่คลังข้าว เพราะฉะนั้นโรงสีใดจะเอาข้าวไปส่งที่คลัง ค่าเหยียบแผ่นดิน เขาเอากระสอบละ ๗ บาท เพราะฉะนั้นค่าจ้างก็ไม่ต้องการ ข้าวเป็นล้าน ๆ ตันอย่างนี้ ค่าเหยียบแผ่นดินเขาเอากระสอบละ ๗ บาท เพื่อให้เขาเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ อย่าตรวจเข้ม เขาก็รับไป ๗ บาท ถ้าข้าวข้ามเขต ข้ามเขตหมายถึงว่าภาคอีสานมาภาคกลางกระสอบละ ๒๐ บาท นี่ต้องจ่ายให้เซอร์เวเยอร์ ถ้าข้าวหอมมะลิข้ามเขต ข้าวหอมมะลิราคาแพง และถ้าข้ามเขตด้วยเขาคิดกระสอบละ ๕๐ บาท ตันละ ๕๐๐ บาท ท่านลองคิดดูสิครับ กระสอบละ ๑๐๐ กิโลกรัม ตันหนึ่งก็ ๑๐ กระสอบ เอาจำนวนที่ผมพูดคูณเข้าไป เพราะฉะนั้นพวกนี้รวยเป็นกอบเป็นกำ เพราะฉะนั้นเงินค่าจ้างที่รัฐบาลจ้างมันไม่สนใจหรอก มันสนใจค่าเหยียบแผ่นดิน ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่าผมได้ข้อมูลว่าโรงสี ที่จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดชัยนาท ซึ่งเป็นโรงสีภาคกลาง แต่ว่ารัฐบาลสั่งให้ไปรับข้าว ในภาคอีสาน โดยเฉพาะข้าวขาวหอมมะลิ ข้าวขาวดอกมะลิอยู่ในภาคอีสาน เพราะว่า ภาคอีสานมีทุ่งกุลาร้องไห้ปลูกข้าวหอมมะลิได้ แล้วก็ในภาคอีสานตอนบนที่ จังหวัดอุบลราชธานีพวกนี้ปลูกข้าวหอมมะลิได้ แต่มีข้าวบางชนิดเหมือนข้าวหอมมะลิเลย ถ้าตรวจขี้โกงสามารถเอามาสวมสิทธิ์ได้เลย เอามาแทนข้าวหอมมะลิเลยคือข้าวปทุมธานีกับข้าวพิษณุโลก ๒ ถ้าดูแค่เมล็ดอย่างนี้ ไม่มีทางรู้เลย เหมือนข้าวหอมมะลิเลย แล้วผมถามว่าจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นข้าวหอมมะลิ เขาบอกว่าต้องไปหุง พอหุงแล้วมันมีกลิ่นหอมนั่นละรู้เลยว่าข้าวหอมมะลิหรือไม่ใช่ข้าวหอมมะลิ เพราะฉะนั้นข้าวพิษณุโลก ๒ กับข้าวปทุมธานีพวกนี้จะมาแทนข้าวหอมมะลิ ตรงนี้ รัฐเสียหายมาก เพราะรัฐไปรับจำนำข้าวหอมมะลิตั้ง ๒๐,๐๐๐ บาทต่อตัน ข้าวพวกนี้ มันไม่ถึง เพราะฉะนั้นท่านประธานลองพิสูจน์ดูก็ได้ว่าโรงสีจังหวัดสิงห์บุรีกับโรงสี จังหวัดชัยนาทที่รัฐบาลนี้อนุญาตให้ไปนำข้าวมาจากภาคอีสาน มีพ่อค้าหน้าไหนบ้างจะไปซื้อ ข้าวหอมมะลิที่โรงสีจังหวัดชัยนาทกับจังหวัดสิงห์บุรี เพราะมันไม่ใช่ข้าวหอมมะลิ ไม่ใช่ข้าวหอมดอกมะลิมันเป็นข้าวมาจากจังหวัดพิษณุโลก ๒ และจังหวัดปทุมธานี นี่คือสิ่งหนึ่งที่เซอร์เวเยอร์เขาจึงได้เป็นกอบเป็นกำ ผมกราบเรียนกับท่านประธานว่า บริษัทพวกนี้นอกจากเป็นบริษัทเล็ก ๆ เป็นบริษัทกำมะลอแล้วตรวจไม่จริงแล้ว รับสินบนจ่ายกันเป็นธรรมเนียมเป็นที่รู้กันเลย ท่านนายกรัฐมนตรีถ้าฟังผมอยู่ก็สามารถที่จะ ไปตรวจสอบได้ไม่ยาก ผมยกตัวอย่างให้เลยให้ท่านไปตรวจสอบที่จังหวัดอ่างทอง กระทรวงพาณิชย์หาโรงสี ๓ โรงให้ไปรับข้าวที่ภาคอีสานที่จังหวัดอ่างทอง หาโรงสี ๓ โรง เพราะว่าโกดังมันเต็มแล้ว ให้ไปรับข้าวเปลือกที่จังหวัดร้อยเอ็ด ๓ โรงไปรับที่จังหวัดร้อยเอ็ด แต่นี่ข้าวข้ามเขตนะ ท่านประธานครับ ผมได้รับการยืนยันตอนแรกผมก็ไม่เชื่อว่ามันจะเป็น อย่างนั้นได้อย่างไร ผมได้รับการยืนยันเขาบอกว่าเขายอมคุณอาคมทุกอย่างจะให้ ไปเป็นพยานที่ไหนก็ไป วันหลัง ป.ป.ช. เรียกก็จะไป เขาบอกว่าโรงสีที่ได้รับการอนุมัติ ต้องจ่ายค่าการเมือง ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท จ่ายค่าการเมือง ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผมถามว่า ค่าการเมืองคุณจ่ายให้นายกรัฐมนตรีหรือ เขาบอกเป็นไปไม่ได้ นายกรัฐมนตรีรวยขนาดนั้น คงไม่มาเอา ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทหรอก แล้วคุณจ่ายให้ใครล่ะ จ่ายให้รัฐมนตรีหรือ ไม่ใช่ แล้วคุณจ่ายให้ใคร เขาบอกว่าจ่ายให้ดอกเตอร์คนหนึ่งเป็นหมอเก็บเข้าไปโรงสีละ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท โรงที่ ๓ ไม่ยอมจ่ายให้ก็เลยไม่ได้รับอนุญาต นี่ตัวอย่างของเซอร์เวเยอร์ ที่ร่วมมือกันให้มีการทุจริตทุกระบบ เรื่องสุดท้ายเห็นไหมครับ ท่านประธานครับ ผมพยายาม จะพูดง่าย ๆ ชัด ๆ ว่าที่มันมีกระบวนการทุจริตมันเริ่มมาจากโกดังคลังสินค้านี่แหละ และประการที่ ๒ มันเริ่มมาจากเซอร์เวเยอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน และประการที่ ๓ กรมการค้าภายใน กรมการค้าภายในเจ้าของเรื่องจัดฉากให้ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง ตรวจข้าวในคลังกลางเพื่อแหกตาคนทั้งประเทศว่าโครงการนี้มีทุจริตเล็กน้อย และ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง ไปรายงานนายกรัฐมนตรีว่าไม่พบความผิดปกติ แหกตา นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์อีกต่อหนึ่ง ผมพูดเฉย ๆ ไม่ได้ มีหลักฐานครับ และหลักฐานนี้ เดี๋ยวจะให้ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม ผมทำไว้ ๒ แผ่นครับ แผ่นเล็กนี่ผมไว้อ่านเอง แผ่นที่ ๒ ผมให้ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม เลย ผมขยายใหญ่ เอาอาจารย์ประกอบเก็บไว้ก่อน ทำไมจึง แหกตาท่านประธาน ท่านประธานตลกไหมครับ มันมีหนังสือฉบับหนึ่งจากกรมการค้าภายใน กว่าผมจะได้มาผมก็แสนลำบากครับ เพราะเป็นหนังสือที่ออกจากกระทรวงพาณิชย์ ออกในนามผู้อำนวยการสำนักบริหารกิจการการค้าในภูมิภาค เห็นไหมครับ เป็นผู้อำนวยการกองกองหนึ่ง ผู้อำนวยการกองเอ่ยชื่อได้ไม่เสียหาย เพราะว่าเป็น ซี. ๘ นางวัชรี รังสิพัชราวุฒิ เผื่อจะได้เป็นอธิบดีเที่ยวนี้แหละ ทำหนังสือไปถึงกรมการค้าภายใน จังหวัด ผมก็ไปหาเลขอีก เพราะว่าต้นฉบับมามันไม่มีเลขที่ กลัวว่าผมจะไปเอากระดาษอะไร มาให้ประธานดูต้องไปค้นอีก คือต้องโทรไปหาพรรคพวกที่เป็นกรมการค้าภายในจังหวัดว่า หนังสือที่ลงวันที่เท่านี้เลขอะไร มันไม่รู้ว่าผมเอาไปทำไม มันก็บอกผมมาหมดเลย ที่ พณ ๐๔๑๒ อันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีจดทันนะ ที่ พณ ๐๔๑๒/ว ๔๐๐๒ ลงวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๕ และท่านดูข้อความนะตลกไหม ร้อยตำรวจเอก เฉลิมไม่น่าเลย เป็นร้อยตำรวจเอกจากกองปราบไม่น่าเลยปล่อยให้พวกนี้แหกตาได้อย่างไร เรียน การค้าภายในจังหวัด ด่วนที่สุดนะ ด่วนที่สุด เรียน การค้าภายในจังหวัด (ที่มีคลังกลางเก็บข้าวสารตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือก) วงเล็บชัดเจน เพราะฉะนั้น จังหวัดที่ไม่มีคลังกลางไม่ต้องส่งไปเดี๋ยวความจะรั่วไปถึงมือ อาคม เอ่งฉ้วน แต่มันก็มาจนได้ ท่านอธิบดี มันขึ้นต้นอย่างนี้เลยนะ อ้างอธิบดีอีก ด้วยท่านอธิบดีได้มอบหมายนโยบาย เร่งด่วนให้สำนักงานบริหารกิจการการค้าในภูมิภาคประสานกับสำนักงานการค้า ภายในจังหวัดที่มีคลังกลางเก็บข้าวสารตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือกคัดเลือกคลังกลาง จะเป็นปีไหนก็ได้ แต่เน้นขอให้ตรวจสอบแล้วว่ามีข้าวสารในคลังกลางตามบัญชีของ อคส. และ อ.ต.ก. จังหวัดละ ๓ คลัง ตลกไหมครับ บอกให้การค้าภายในจังหวัดไปหามาเอาคลัง ที่มันดี ๆ ๓ คลังพอ และมีสภาพดีแจ้งให้ผู้อำนวยการทราบในวันพฤหัสบดีที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๕ ก่อนเวลา ๑๒ นาฬิกา วงเล็บด้วยนะ เพื่อให้ส่งให้หน่วยงานร่วมของรัฐที่จะมี การระดมตรวจสอบเมื่อคณะเปิดคลังตรวจสอบต้องมีข้าวสารอยู่ครบตามบัญชี นี่ท่านเฉลิม เพราะฉะนั้นท่านเฉลิมคึกคัก แอคท์ อาร์ต (Act Art) ใหญ่ ทำคึกคักเรียกทีวีมาจะไปตรวจ คุณจะไปตรวจได้อย่างไรเขาจัดฉากไว้ให้คุณตรวจแล้วจังหวัดละ ๓ โรง คุณเข้าโรงไหนก็ได้ เขาชี้ให้เลย อธิบดีก็ส่งแฟกซ์เข้ามาที่กรมนี่เสร็จเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นคุณอย่าไปทำ ตัวบางทีมันเกินไปจนถูกกรมการค้าภายในเจ้าของโครงการนี้ที่ดำเนินการโครงการนี้แหกตา ประชาชน ท่านเฉลิมนี่แหกตาประชาชนนะ แหกตาอย่างไรครับ เพราะไปตรวจอย่างไร ไปตรวจเสร็จ แถลงว่าไม่มี ไม่มีทุจริตเลยโครงการนี้ แหม ใช้ได้ เวิร์ก (Work) เล็กน้อย แล้วก็รายงาน นายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้น ร้อยตำรวจเอก เฉลิมแหกตาประชาชน โดยมีกรมการค้าภายใน จัดฉากให้ ตรวจเฉพาะคลังที่มีข้าวสารถูกต้อง โกดังข้าวสารปี ๒๕๔๕ มีทั้งหมด ๓๑๙ โครงการ ๑๙ หลัง ปี ๒๕๕๔ มี ๔๑๘ หลัง จะมีคลังที่ถูกระเบียบสักกี่หลังครับ ร้อยตำรวจเอก เฉลิมจึงไปรายงานนายกรัฐมนตรีว่าไม่พบความผิด แล้วนายกรัฐมนตรี ก็ปล่อยให้ ร้อยตำรวจเอก เฉลิมแหกตา นี่คือหลักฐานทั้งหมด