ยุพราช บัวอินทร์ หารือเรื่องชาวนาที่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากโครงการรับจำนำข้าว และเรียกร้องการแก้ไขปัญหานี้ให้เร็วที่สุด พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขโดยการตรวจสอบความชื้นของเมล็ดพันธุ์และกำหนดมาตรฐานในการตรวจสอบและกำหนดเกณฑ์การขาย
ท่านประธานที่เคารพ พี่น้องประชาชน ทั้ง ๒ กลุ่มนั้น ก็คือ กลุ่มแรกคือพี่น้องประชาชนที่ต้องเสียภาษีให้กับรัฐบาล อันได้แก่พี่น้อง ที่มีอาชีพทุกอาชีพในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องที่ขายส้มตำไก่ย่างอยู่หน้าสภา ขายก๋วยเตี๋ยว ขายอาหารตามสั่ง พี่น้องที่ทำงานรับจ้างขายแรงงาน พี่น้องเหล่านี้ ล้วนเสียภาษีให้กับรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพ การที่พี่น้องเสียภาษีนั้นหากเงินไปถึงมือ ของพี่น้องชาวนาจริง พวกเรายินดีครับ แต่ถามว่าวันนี้รัฐบาลนำเงินที่มาจากภาษีของ พี่น้องประชาชน ๑๕,๐๐๐ บาท ไปถึงมือชาวนาจริงหรือไม่ เงิน ๑๕,๐๐๐ บาทจ่ายออกจาก กระเป๋าของรัฐบาลจริง แต่ไม่ถึงมือชาวนาครับ ท่านประธานที่เคารพ นี่คือชาร์ทครับ ไม่ได้เครียดอะไรครับ แสดงให้เห็นว่าพี่น้องประชาชนทุกคนในประเทศไทยยินดีที่จะเสียภาษี ให้กับรัฐบาล แล้วให้รัฐบาลนำเงินภาษีที่มาจากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศไปดูแล พี่น้องชาวนา ท่านประธานครับ แต่วันนี้ราคาที่พี่น้องชาวนาขายข้าวได้นั้นไม่ใช่ ๑๕,๐๐๐ บาท นี่คือตัวอย่างครับที่จังหวัดพิษณุโลก ๙,๐๐๐ บาท ๙,๕๐๐ บาท ๑๐,๕๐๐ บาท ดีหน่อยครับที่จังหวัดเพชรบูรณ์ครับมีอยู่ ๒ ตัวอย่างข้างบน ๑๑,๗๐๐ บาท แต่ ๑๑,๗๐๐ บาท จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้เงิน ซึ่งผมจะอภิปรายในขั้นตอนต่อไป ท่านประธานที่เคารพ วันนี้คนอีก กลุ่มหนึ่งที่ผมกล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่านทำนาบนหลังคนนั้นก็คือพี่น้องชาวนา ซึ่งพี่น้องชาวนาในประเทศของเรานั้นมีอยู่ด้วยกันทั้งสิ้นประมาณ ๕,๗๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน แบ่งออกเป็น ๒ กลุ่มอีกเช่นเดียวกันครับ พี่น้องชาวนาที่ไม่ได้รับประโยชน์จากโครงการ รับจำนำข้าว นั่นก็คือพี่น้องชาวนาที่มีพื้นที่จำกัด มีที่ดินในการทำนาน้อย ปลูกข้าวเอาไว้กินเอง ที่เหลือบ้างก็เอาแบ่งปันให้กับญาติพี่น้องหรือขายให้กับพ่อค้าท้องถิ่น อีก ๑,๐๐๐,๐๐๐ เศษ ๆ ซึ่งเป็นชาวนาอีกกลุ่มหนึ่ง เป็นชาวนาที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำ แต่ไม่ได้หมายความว่า ชาวนากลุ่มนี้จะได้รับประโยชน์จากโครงการรับจำนำข้าวของทางรัฐบาล วันนี้รัฐบาล พยายามที่จะแสดงให้เห็นว่าชาวนาทุกคนในประเทศไทยล้วนเห็นดีเห็นงามกับโครงการ รับจำนำ วันนี้ผมกำลังจะแสดงให้เห็นว่ามีชาวนาอีกหลายกลุ่มทั่วประเทศไทย ที่มีความเดือดร้อนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากโครงการนี้ จากโครงการรับจำนำข้าวของทางรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้เงินที่รัฐบาลจ่ายออกไป ๑๕,๐๐๐ บาท ถามว่าถึงมือชาวนา เท่าไร อย่างชาร์ทสักครู่นี้ที่ผมแสดงให้เห็นว่ามีชาวนาขายข้าวได้ ๙,๐๐๐ บาท ๙,๕๐๐ บาท ๑๐,๕๐๐ บาท ๑๑,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ ผมขอยกตัวอย่างครับ ไม่เอาเปรียบรัฐบาล ไม่เอาเปรียบท่านนายกรัฐมนตรี ผมกำหนดว่าข้าวที่ชาวนาขายได้โดยประมาณอยู่ที่ ๑๑,๐๐๐ บาท เท่ากับว่าวันนี้ชาวนามีต้นทุนในการเพาะปลูก ต้นทุนในการเพาะปลูกต่อตันผมนำมาจากเล่มนี้ครับ รู้ลึก รู้จริง จำนำข้าว จากคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ หรือ กขช. หน้า ๓ ท่านประธานที่เคารพ จากข้อมูลหนังสือเล่มนี้ทำให้เห็นว่าพี่น้องชาวนาของเรามีต้นทุนการเพาะปลูก ๙,๐๗๔ บาท ต่อเกวียน ถ้าชาวนาขายข้าวได้เกวียนละ ๑๑,๐๐๐ บาท ท่านประธานที่เคารพ เท่ากับว่า ชาวนาลำบากทำนา ๓-๔ เดือน ลงทุนเสี่ยงกับดินฟ้าอากาศ เสี่ยงกับอีกหลาย ๆ อย่าง ได้กำไร ๒,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ กลุ่มที่หาประโยชน์จากชาวนา กลุ่มที่หาช่องว่าง ในการทำกำไรจากโครงการรับจำนำข้าวนี้ได้กำไรไปเหนาะ ๆ นั่งกระดิกนิ้วอย่างเดียวได้ ๔,๐๐๐ บาท ท่านประธานที่เคารพ ดังนั้นโครงการนี้จึงไม่ส่งผลดีต่อชาวนาอีกส่วนหนึ่ง ท่านประธานครับ ผมอยากเรียนอย่างนี้ว่าพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกภาคส่วน ทุกกลุ่ม หลังจากที่มีการเลือกตั้งและท่านได้รับการเลือกตั้งให้มาบริหารราชการแผ่นดิน พี่น้องทุกส่วนละครับ พี่น้องบางส่วนบางกลุ่มต้องเอาความลำบาก ต้องเอาจิตวิญญาณ ต้องเอาอิสรภาพเข้าแลกเพื่อให้ท่านได้เข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ท่านได้มา บริหารราชการแผ่นดิน โดยที่พวกเขาหวังว่าท่านและพรรคพวกของท่านจะบริหารราชการ แผ่นดินด้วยความสุจริต โปร่งใส เป็นธรรม รักษาผลประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทย ทั้งประเทศ รวมทั้งมุ่งหมายให้ท่านรักษาผลประโยชน์ให้กับพี่น้องเกษตรกรที่เป็นชาวนา ที่ปลูกข้าวให้พวกเรากิน ท่านประธานที่เคารพ วันนี้ผมอยากเรียนท่านประธาน ความจริง ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ด้วย ผมอยากให้ท่านมาติดตามข้อมูลที่ชาวนาของผม ถูกเอารัดเอาเปรียบ ถูกโกง ในฐานะที่ท่านเป็นประธาน กขช. ท่านประธานที่เคารพ ข้อมูล ที่เรามักจะได้ยินว่าชาวนาถูกเอาเปรียบอยู่เสมอ นั่นก็คือการโกงความชื้น ท่านประธานครับ มีสมาชิกหลายท่านครับ ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกวุฒิสภา นักวิชาการ หรือแม้แต่ผู้มีความเชี่ยวชาญเรื่องข้าว เรื่องการเกษตร ท่านประธานครับ แต่วันนี้เรามาร่วมกันพิจารณาช้า ๆ ชัด ๆ เกี่ยวกับเรื่องการคำนวณค่าความชื้นของนโยบาย รับจำนำข้าวของรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพ วิธีการคำนวณความชื้นในการรับจำนำข้าว ของรัฐบาลนี้ก็คือว่าทางรัฐบาลได้กำหนดหลักเกณฑ์ให้ข้าวเปลือกที่พี่น้องเกษตรกร นำมาเข้าโครงการรับจำนำที่มีความชื้นไม่เกิน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ รัฐบาลไม่หักความชื้น ไม่หักน้ำหนัก ไม่ตัดลดน้ำหนักของพี่น้องเกษตรกร ท่านประธานที่เคารพ แต่ทุกความชื้น ที่เกิน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ทุก ๑ เปอร์เซ็นต์ที่เกินไปชาวนาจะถูกหักน้ำหนักออกไป ๑๕ กิโลกรัม ท่านประธานครับผมขอยกตัวอย่างดังนี้ สมมุติว่ามีชาวนานำข้าวมาเข้าโครงการรับจำนำ จำนวน ๑ ตัน ข้าวนั้นมีความชื้นไม่เกิน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ โรงสีก็จะคำนวณน้ำหนักให้ที่ ๑ ตันเต็ม ๆ ท่านประธานครับ แต่ในข้าวจำนวน ๑ ตันเท่ากัน หากมีความชื้น ๒๕ เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่าความชื้นเกินจากเกณฑ์มาตรฐานไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ชาวนาท่านนั้นจะถูกหักลดน้ำหนักไปทันที ๑๕๐ กิโลกรัมจาก ๑ ตัน ท่านประธานที่เคารพ แล้วสมมุติว่าความชื้นที่ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ล่ะครับ ความชื้นที่ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เท่ากับความชื้น เกินมาตรฐานไป ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านก็เอา ๑๕ เปอร์เซ็นต์คูณ หลายร้อยกิโลกรัมครับ ท่านประธานที่ชาวนาจะต้องถูกหักลดความชื้น แต่อย่างไรก็ดีทางรัฐบาลในมติที่ประชุม คณะอนุกรรมการกำกับดูแลการรับจำนำข้าว ท่านก็ได้มีมติในการกำหนดหลักเกณฑ์ การตัดลดความชื้นข้าวเปลือกนาปี ๒๕๕๔/๒๕๕๕ ข้อ ๖ (๒) อันมีใจความว่า การกำหนด เปอร์เซ็นต์ความชื้น กรัม/ตันข้าว เห็นชอบแนวทางปฏิบัติกรณีที่ข้าวเปลือกที่มีความชื้นเกิน ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ให้คิดความชื้นที่ไม่เกิน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานที่เคารพ แต่ในทางปฏิบัติจริง ๆ แล้วมีพี่น้องประชาชนจากหลายพื้นที่ ทั่วประเทศไทยถูกเอารัดเอาเปรียบ ถึงแม้ว่าจะมีมติของที่ประชุมของคณะรัฐมนตรีออกมา อย่างนี้ก็ตาม ยังมีพี่น้องประชาชนถูกโกงครับ ถูกโกงโดยซึ่ง ๆ หน้า ท่านประธานที่เคารพ การถูกโกงซึ่งหน้านั้นไม่รวมเทคนิคพิเศษของโรงสี เช่นเทคนิคพิเศษในการตรวจวัดความชื้น วันนี้ต้องยอมรับกันตรง ๆ ครับว่ามาตรฐานการตรวจวัดความชื้นนั้นไม่แน่นอน ท่านประธานครับ ความชื้นการที่เอาข้าวออกมาจากกระสอบใช้ภาชนะหรือใช้มือของผมจับ ความชื้นก็แตกต่างกัน ใช้มือของท่านประธานกับมือของผมก็แตกต่างกัน ท่านประธานครับ การตรวจวัดความชื้นนอกห้อง อากาศโล่ง ๆ โปร่ง ๆ กับในห้อง ความชื้นก็แตกต่างกัน และที่สำคัญมีเทคนิคพิเศษครับซึ่งเจ้าของโรงสีแห่งหนึ่งได้บอกผมว่าทำงานเหนื่อย ๆ ก็เอามือปาดหัวล้านเลย ส.ส. แล้วไปหยิบข้าวมาตรวจวัดความชื้น ความชื้นก็เพิ่มสูงขึ้น นี่คือเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ชาวนาของเราถูกโกง ถูกเอารัดเอาเปรียบ แต่ชาวนานั้น ก็ยอมรับเพราะพวกเราเป็นผู้เล่น พวกเราไม่ใช่ผู้กำหนดกติกา รัฐบาลเป็นผู้กำหนดกติกา ให้เราเล่น ท่านประธานครับ พี่น้องชาวนาหลายพื้นที่น้อยเนื้อต่ำใจแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ไม่มีทางออก ขออนุญาตให้ทางห้องโสตเปิดคลิปชาวนาที่มีความน้อยเนื้อต่ำใจเรื่อง การถูกตัดความชื้น
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปเสียง)
“............... : มีเครื่องวัดความชื้นทุกโรงสีหรืออะไรอย่างนี้มันจะได้มั่นใจ ชัวร์ทั้ง ๒ ฝ่ายครับ อย่างนี้ถ้าเราไม่พอใจขายแล้วก็มันขายที่ไหนไม่ได้ เขาบอกเอาไหม ลงไหมเราก็ต้องลง เพราะเราต้องการอยู่ใกล้ ๆ ไม่ต้องวุ่นวายไปที่อื่น เพราะที่อื่นก็ไม่รู้ว่า โดนโกงอย่างนี้เหมือนกันหรือเปล่า”
“............... : เขาวัดความชื้นเราไหมอันนี้”
“............... : ไม่ได้วัด”
“............... : เขาทำอย่างไรบ้างเป็นอย่างนี้”
“............... : ไปถึงก็แทงออกมาแล้วก็เทใส่กระจาดเกลี่ยดูมีเมล็ดเขียวไหม อะไรอย่างนี้ แล้วก็กะว่าความชื้น ๓๐ เปอร์เซ็นต์กว่าอะไรอย่างนี้”
“............... : แล้วก็ให้เราเท่าไรอันนี้”
“............... : ก็ให้ ๑๐,๕๐๐ บาท”
“............... : เมื่อกี้เห็นว่าวัดความชื้นก่อนไปวัดได้เท่าไร”
“............... : ก็วัดได้ ๒๓ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ ไปบอกเขานะ เขาก็บอกว่า ไม่มีหรอก เขาบอกอย่างนี้”
“............... : ให้เรา ๑๐,๕๐๐ บาท”
“............... : ๑๐,๕๐๐ บาทเอาไหมเขาถามอย่างนี้”
“............... : แล้วทำอย่างไรล่ะ”
“............... : เราก็ต้องเอาเพราะว่ามันไม่มีมาตรฐานรองรับว่าต้องเท่านี้ ๆ มันต้องมีเป็นเกณฑ์มาตรฐานออกมา”
“............... : วันนี้วันที่เท่าไรนะ”
“............... : วันนี้วันที่ ๑๙”