เกียรติ สิทธีอมร วิจารณ์นโยบายจำนำข้าวของรัฐบาลที่ผิดกฎระเบียบระหว่างประเทศ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๔ · ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

เกียรติ สิทธีอมร วิจารณ์นโยบายจำนำข้าวของรัฐบาลที่ผิดกฎระเบียบระหว่างประเทศ ส่งผลให้ไทยต้องเสี่ยงต่อการถูกตอบโต้ทางการค้า และชี้ให้เห็นความผิดปกติในการบริหารจัดการโดยมีการสวมสิทธิ์และเวียนเทียนข้าวอย่างมหาศาล โดยยกตัวอย่างสถิติผลผลิตที่ลดลงจากน้ำท่วมแต่ปริมาณข้าวในระบบกลับเพิ่มขึ้นผิดปกติ รวมถึงการทุจริตในโครงการที่เงินจำนวน ๔ แสนล้านบาทไม่ได้ไปช่วยชาวนาส่วนใหญ่ แต่กลับทำให้โรงสีขนาดใหญ่บางรายมีรายได้พุ่งสูงขึ้นอย่างผิดธรรมชาติ

นายเกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ

ท่านเตือนในประเด็นที่ผมไม่ได้พูดนี่ครับ ท่านประธานครับ ถ้าท่านพูดในประเด็นที่ผมพูดผมก็จะยอมรับนะครับ ผมเป็นลูกผู้ชายพอ ผมคุยกับหลาย ๆ ฝ่ายนะครับ คือท่านยืนยันตลอดเลยว่าเรื่องค้าข้าวจีทูจีเรื่องลับ ผมก็เห็นด้วย ถ้าอยู่ระหว่างการเจรจา ๒ ฝ่าย ยังไม่สรุปเป็นสัญญาใช่ครับเรื่องลับ แต่ถ้าเมื่อลงนาม ในสัญญาล่ะครับ ไม่ใช่เอ็มโอยูนะครับไม่ต้องมาเถียงกัน แล้วไม่ต้องสับสนด้วยครับ เอ็มโอยูกับสัญญาคนละเรื่องนะครับ เอ็มโอยูไม่ผูกพันครับท่านไม่ต้องเอาเอ็มโอยูมาขายว่า ท่านไปเซ็นเอ็มโอยูกับกี่ประเทศ กี่ล้านตัน ไม่มีประโยชน์ครับ ทุกเอ็มโอยูที่ท่านลงนามไป เขียนชัดเจนว่าเปลี่ยนแปลงได้ภายใน ๑ เดือน เอ็มโอยูอย่าเอามาเล่าอย่าเอามาหลอก ให้ประชาชนฟัง สัญญาเท่านั้นละครับ วันนี้เท่าที่ผมทราบท่านมีสัญญา ๗.๓ ล้าน ทำไมเปิดเผยไม่ได้ผมไม่เข้าใจครับ ผมอยากจะบอกนะครับ ถ้าท่านอยากทราบว่าประเทศอื่น เขาทำอย่างไร เปิดเผยหมดครับท่านประธาน ทุกประเทศครับ มีประเทศไหนบ้าง ประเทศจีน ประเทศอินเดีย ประเทศกัมพูชา ประเทศปากีสถาน ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศฟิลิปปินส์ อันไหนที่ลงนามไปแล้วเปิดเผยหมดครับ ซื้อข้าวจากประเทศไหนเป็นจำนวนกี่ตัน ท่านเอาที่ไหนมาอ้างครับ แล้วผมตรวจสอบในคณะกรรมาธิการบอกว่าทำไมให้ข้อมูลไม่ได้ ผมไม่เข้าใจ เขาอ้างบอกว่าประเทศคู่ค้าร้องขอครับ ท่านประธานครับ เราไปเซ็นสัญญา กับประเทศใดก็แล้วแต่บอกประเทศคู่ค้าร้องขอปิดบังเถอะ ปิดไว้ ทั้ง ๆ ที่เขาประกาศ ในเว็บไซต์ครับ ผมไม่เชื่อครับ ผมก็เลยไปพบทูตหลายประเทศนะครับ ไม่ทราบว่า ท่านนายกรัฐมนตรีเคยคุยกับทูตเหล่านั้นหรือไม่ ผมไปพบเขานะครับ ทุกคนยืนยัน ไม่เคยร้องขอครับ รัฐบาลไทยเอาอะไรมาพูด นายกรัฐมนตรีเอาอะไรมาเป็นการให้ข้อมูลว่า เรื่องนี้ต้องเป็นเรื่องลับ อย่าสับสนนะครับ ผมยืนยันครับลับเฉพาะช่วงเจรจา เซ็นสัญญาแล้ว ต้องเปิดเผย ต้องให้ข้อมูลกับทุกฝ่ายเพื่อสามารถตรวจสอบได้และทุกประเทศเขาก็ทำกัน นอกจากนั้นขอข้อมูลไป แม้กระทั่งข้อมูลที่ใช้ในการประมูลและประมูลไปแล้วปิดบังครับ ผมขอข้อมูลไป มี ๒ ฉบับไม่ยอมให้ แต่โชคดีผมเก็บไว้เดี๋ยวผมจะกลับเวียนมาที่ทีโออาร์ ๒ ฉบับนี้ซึ่งมันจะเป็นประเด็นกับประเทศไทยต่อไป ตอนนี้ท่านประธานทราบไหมครับว่า ประเทศสหรัฐอเมริการ้องเรียนไปที่องค์การการค้าโลก ประการแรกครับ ข้อมูลในเว็บไซต์ ของทุกหน่วยงานของรัฐบาลไทยมันเริ่มที่จะหาย เขาร้องเรียนไปนะครับ เขาบอกเปิดไม่เจอแล้ว ขายข้าววันละเท่าไร เมื่อก่อนมีรายงานเป็นรายวันเดี๋ยวนี้เปิดเข้าเว็บไซต์ไม่ได้ เว็บไซต์ของเอกชนบางตัวก็หายไป เขาร้องไปที่องค์การการค้าโลกแล้ว ท่านก็เตรียมรับมือให้ดีนะครับ ตอนนี้เขาบอกเรื่อง ส่งข้าวรายวันไม่ต้องพูดถึงเลย เพราะฉะนั้นกลับมาที่เอกสารฉบับนี้ ผมอยากกลับไป ที่เอกสารฉบับนี้ ท่านเขียนไว้ครับ เขียนไว้ด้านบนนี่นะครับ เกษตรกรได้รับประโยชน์และ มีรายได้เพิ่มขึ้นทั้งระบบ ๑๘๔,๗๘๙ ล้านบาท ท่านคำนวณมาอย่างไรครับ ท่านคำนวณว่า เกษตรกรทุกคนได้รับ ๑๕,๐๐๐ บาทกับ ๒๐,๐๐๐ บาท ทั้ง ๆ ที่ตัวเลขของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ที่ผมชี้ให้เมื่อกี้เกษตรกรได้ไม่ถึง ๑๑,๐๐๐ บาทและไม่ถึง ๑๕,๐๐๐ บาท ท่านต้องอธิบายให้ได้ว่าเอกสารชุดนี้มาจากไหนครับ ถ้าท่านคำนวณอย่างนี้ท่านหลอก เกษตรกรทุกคน ท่านหลอกประชาชนคนไทยทุกคน แล้วท่านก็รู้ดีเองว่าจริง ๆ ไม่มีเกษตรกร คนไหนได้ ๑๕,๐๐๐ บาทแต่ท่านเอา ๑๕,๐๐๐ บาทมาคำนวณเป็นตัวเลขแล้วเอาไปบวก แล้วบอกว่าเกษตรกรได้ ๑๘๔,๗๘๙ ล้านบาท ท่านทำได้อย่างไรครับ ในฐานะประธาน คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ท่านปล่อยให้มีเอกสารที่เป็นเท็จอย่างนี้ออกมา สู่สายตาประชาชนได้อย่างไร ท่านบิดเบือนข้อมูลในประเทศไม่พอ ตอนนี้มีการบิดเบือน ข้อมูลไปยังต่างประเทศด้วยในองค์การการค้าโลก เราโดนถามโดนเรียกไปให้ข้อมูลตั้งแต่ ครั้งแรกวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๔ ครั้งที่ ๒ วันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ คำถามง่าย ๆ สั้น ๆ ขอข้อมูลว่าท่านรับจำนำข้าวเท่าไร ถามเดือนพฤศจิกายนถามว่าท่านรับจำนำข้าวเท่าไร เจ้าหน้าที่ตอบไปว่าอย่างไรรู้ไหมครับท่านประธาน บอกรัฐบาลแล้วแต่ข้อมูลนี้อาจจะช้าหน่อย เพราะว่าน้ำท่วม ตลกไหมครับท่านประธาน ราคารับจำนำประกาศไว้ตั้งแต่หาเสียง วันที่เขาซักถามเดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายนก็เริ่มโครงการแล้วครับ รู้ชัดเจนว่าราคารับจำนำ เป็นราคาเท่าไร ท่านไปตอบเขาอย่างนั้นนะครับ นี่คือคำตอบของประเทศไทยเลยนะครับ บอกว่าข้อมูลที่ร้องขอนั้นส่งให้รัฐบาลแล้วแต่คงจะตอบช้าหน่อยเนื่องจากปัญหาน้ำท่วม ในประเทศไทย ท่านพูดได้อย่างไรครับ

ประการที่ ๒ เขาถามชัดเจนว่าจะมีมาตรการอะไรที่ให้ความมั่นใจว่าราคา ที่รัฐบาลจะขายในการระบายข้าวจากสต็อก (Stock) ของรัฐบาลนั้นจะไม่ต่ำกว่าราคาที่ซื้อเข้า ผมกำลังจะชี้ว่าเขามีธงแล้วนะครับ คำถามอย่างนี้ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีไม่ฟังอยู่ ผมหวังว่า ท่านฟังอยู่เวลาอยู่นอกห้องนะครับ แต่ต้องฟังให้ดี เรื่องนี้ คำถามอย่างนี้มีนัยชัดเจน เขาถามว่า มีมาตรการอะไร ให้เขามั่นใจว่าราคาที่ระบายข้าวออกจากสต็อกของรัฐบาลนั้นจะไม่ต่ำกว่า ราคาที่ซื้อเข้า เราตอบว่าอย่างไรรู้ไหมครับ เราตอบว่าการระบายสต็อกของรัฐบาลนั้น สามารถขายในประเทศก็ได้หรือขายในต่างประเทศก็ได้ ไม่ได้บังคับ และบังคับไหมว่าต้อง ไปส่งออก บอกไม่บังคับ ถามด้วยนะครับ บังคับไหมในการประมูลว่าจำเป็นต้องไปส่งออกหรือไม่ บอกว่าไม่บังคับ ผมกำลังจะให้ดูในฉากต่อไปเลยนะครับ แล้วนี่ครับคือข้อมูลที่ปกปิด ทีโออาร์ ๒ ฉบับนี้ท่านหาไม่ได้อีกแล้ว ในเว็บไซต์ไม่มี ๒ ฉบับนี้ขอโดยกรรมาธิการไม่ให้ ๒ ฉบับนี้นะครับ แต่ประมูลไปแล้วครับ ทั้ง ๒ ฉบับ มีการประมูลอยู่ ๒ ครั้ง คือในวันที่ ๑๕ มิถุนายนและ ๒๐ สิงหาคม ปีนี้ครับ มีการกำหนดว่า ต้องส่งออกเพียงอย่างเดียว ผู้ซื้อต้องดำเนินการส่งออกข้าวสารที่ซื้อทั้งหมดไปต่างประเทศ ภายใน ๔๕ วันนับแต่วันที่รับมอบข้าว บังคับเลยครับ ประการแรกท่านให้ข้อมูลที่เป็นเท็จ กับองค์การการค้าโลก ประการที่ ๒ การที่มีการบังคับให้ส่งออก เขากำลังจะเล่นงาน ประเทศไทยครับ ตราบใดที่ท่านซื้อมาแพงขายออกไปถูก ซื้อโดยรัฐบาลขายออกไปถูกกว่า ราคาที่ซื้อเข้ามาอุดหนุน อุดหนุนการส่งออกโดนเล่นงานแน่นอนครับ ผมพบนายปาสกาล ลามี ผอ. องค์การการค้าโลกเมื่อ ๒ อาทิตย์ที่แล้ว พบกันโดยบังเอิญในเวทีประชุม ระหว่างประเทศ เขาเตือนประเทศไทยเขาส่งสัญญาณมาให้ผม ๓ ข้อ ผมฝากไปที่รัฐบาลด้วย

ข้อแรก เรื่องข้าวของประเทศไทยอยู่ในจอเรดาร์ของดับบลิวทีโอ (WTO) เรียบร้อยแล้ว

ข้อ ๒ การส่งออกในราคาต่ำกว่าราคาจำนำเท่ากับการอุดหนุนส่งออก แล้วท่านไปโกหกเขานะครับ อย่าบอกว่าเขาไม่รู้นะครับ เขามีเจ้าหน้าที่ติดตาม การเคลื่อนไหวของราคาข้าวของประเทศไทยรายวันครับ มีการส่งรายงานรายวันครับ

ข้อ ๓ การแทรกแซงตลาดของประเทศไทย โดยเฉพาะตลาดสินค้าเกษตร เกินข้อกำหนดที่ประเทศไทยผูกพันไว้ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าถามว่าวันนี้ประเทศไทยต้องแพ้ เพราะนโยบายนี้ที่ผิดกฎระเบียบ ที่เขาเข้าใจว่าผิดกฎระเบียบ ถ้าท่านคิดว่าไม่ผิด ท่านก็ไปต่อสู้ ไม่เป็นไรครับ แต่ผมเคยเตือนไว้แล้วครับ แต่ถ้าผิดขึ้นมากระทบกับ ประเทศไทยอย่างไร ประเทศที่เสียผลประโยชน์สามารถเรียกร้องเงินชดเชยได้ ถ้าไม่จ่าย ถ้าไม่ทำตามกฎระเบียบที่ถูกต้องเขาสามารถตอบโต้ทางการค้าได้ และตอบโต้ ในรายการสินค้าอื่นก็ได้ครับ เขาอาจจะบอกว่าต่อจากนี้ไม่ต้องซื้อยาประเทศเขาได้ไหมครับ ได้ครับ เดือดร้อนกับวงการอื่นทั้งหมด ก็ต้องถามว่าท่านพร้อมที่จะทำอย่างนั้นหรือเปล่า นอกจากนี้ผมกำลังจะบอกว่าท่านปล่อยให้มีการสวมสิทธิ์เวียนเทียนกันอย่างไม่เคยมีมาก่อน ที่ผมบอกอย่างนั้นนะครับ ท่านทราบดีผลผลิตประเทศไทยถ้าไปถามนักสถิติ ไปดูสถิติ ของทุกกระทรวง ทุกกรม ทุกกอง ถามว่าผลผลิตประเทศไทยปีหนึ่งกี่ตัน ทุกคนตอบตรงกัน ปีที่ดีที่สุดก็ประมาณปี ๒๕๓๔ ปีที่แย่ที่สุดคือปี ๒๕๒๙ มองย้อนไป ๑๐ ปีย้อนหลัง ก็ไม่เคยเกิน ๓๓-๓๔ ล้านตัน วันนี้ในข้อมูลของท่านเองระบบข้าวในประเทศไทย ท่านจำนำมา ๑๘ ล้านตัน ไม่ได้เข้าร่วมโครงการอีก ๑๙ ล้านตัน มี ๓๗ ล้านตัน แปลกไหมครับ ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรบอกว่าเกินไป ๓,๐๐๐,๐๐๐ ตัน ท่านใจดีมากเลยครับ ผมว่ามันเกินเยอะกว่านั้น ที่ผมบอกว่าเกินเยอะกว่านั้นเพราะอะไรครับ รัฐบาลเอง เคยแถลงบอกว่าผลจากน้ำท่วมทำให้นาจม ๑๐ ล้านไร่ และกระทบต่อผลผลิต ๘,๐๐๐,๐๐๐-๙,๐๐๐,๐๐๐ ตันข้าวเปลือก ฟังให้ดีนะครับ ฉะนั้นท่านต้องอธิบายผมให้ได้ว่า อยู่ดี ๆ น้ำท่วม ๓-๔ เดือน ข้าวเสียหาย ๘,๐๐๐,๐๐๐-๙,๐๐๐,๐๐๐ ตันข้าวเปลือกเอาข้าว มาจากไหนจำนำ ๓๗ ล้านตัน ที่เข้าโครงการ ๑๘ ล้านตัน แต่ที่มีทั้งระบบ ๓๗ ล้านตัน เป็นไปได้ อย่างไรครับ ก็หมายความว่าง่าย ๆ นะครับ ถ้าเสียหาย ๘,๐๐๐,๐๐๐-๙,๐๐๐,๐๐๐ ตัน แสดงว่ามีการเวียนเทียนกันนี่ครับ คือเอาสต็อกเก่ามาเข้าโครงการบ้างก็ได้ เอาข้าวของ เพื่อนบ้านมาเข้าโครงการบ้างก็ได้ หรือข้าวจำนวนเดียวกันเวียนเทียนมันหลายรอบก็ได้ รวม ๆ แล้วมันเกินไปประมาณ ๑๐ ล้านตันนะครับ ๑๐ ล้านตันตอบให้ได้ครับ มาจากไหนครับ ถ้าอย่างนั้นประเทศไทยเพราะน้ำท่วมข้าวมันล้นตลาดเลยครับ ปูมัน ๓๗ ล้านตันเลยครับ เป็นไปได้อย่างไรครับเอกสารของท่านเอง เอกสารของทางราชการทุกฉบับครับ ผมไม่ต้อง โต้แย้งครับ ในแง่ข้อเท็จจริงครับ แต่ต้องตอบให้ได้ท่านคำนวณให้ดีเทียบบัญญัติไตรยางศ์ ดูให้ดีนะครับ ข้าวมันโผล่มาเกินไป ๑๐ ล้านตัน หลาย ๆ คนถามผมครับ รู้อยู่แล้วว่า ใช้เงินมาก สร้างหนี้ ขาดทุนสูง เงินไม่ถึงชาวนา คนเตือนไม่ฟัง ทำไมรัฐบาล ทำไมนายกรัฐมนตรียังผลักดันโครงการนี้ ใครได้ใครเสีย หมดเงินไป ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รับจำนำได้ ๑๘ ล้านตันช่วยเกษตรกรได้ ๑.๗ ล้านครัวเรือน ทั้ง ๆ ที่มีทั้งหมด ๕.๗ ล้านครัวเรือนนะครับ ผมก็ต้องถามท่านนายกรัฐมนตรีครับท่านเทียบบัญญัติไตรยางศ์ ดูได้ไหมครับว่ามันมีเงินหายไปไหนจากระบบครับ ผมบอกแล้วนะครับชาวนาไม่ได้นะครับ ได้ ๑.๗ ล้านครัวเรือนอีก ๔,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือนไม่ได้ ผมไปดูโรงสี ฟังให้ดีมันย้อนกลับมา ประเด็นที่เมื่อกี้มีในข่าวนะครับ บอกว่าโรงสีส่วนใหญ่สมาชิกเป็นเจ้าของเป็นคำอธิบายว่า ทำไมกระตือรือร้นที่จะสนับสนุนโครงการนี้นัก ผมไปดูโรงสีครับ ไม่ต้องตกใจนะครับ คนที่เป็นเจ้าของโรงสีผมไม่เอ่ยชื่อเพราะผมไม่ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจโรงสี ผมอภิปราย ไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี แต่โรงสีทั้งประเทศครับถามว่ามีเท่าไร ๓๘,๐๐๐ กว่ารายครับ ร่วม ๔๐,๐๐๐ รายครับโรงสีทั้งประเทศทุกจังหวัด ๔๐,๐๐๐ ราย เข้าร่วมโครงการกี่รายครับ เข้าร่วมโครงการจริง ๆ ๖๕๒ ราย ในจำนวนโรงสีทั้งหมดเป็นรายใหญ่ประมาณ ๓,๐๐๐ โรง แต่เข้าร่วมโครงการ ๖๕๒ ราย ท่านประธานทราบไหมครับ โรงสีแห่งหนึ่งในจังหวัด ทางภาคกลางตอนบนแล้วกัน ปี ๒๕๕๓ มีรายได้ ๑๙ ล้านบาท ปี ๒๕๕๔ ๔๔ ล้านบาท บางโรงสีมีเครือข่ายครอบคลุมทั่วทั้งภาคกลางและภาคอีสานเป็นกลุ่มใหญ่ครับ มีรายได้ เพิ่มขึ้นเท่าตัวมีโรงสีโรงหนึ่งน่ารักมากอยู่จังหวัดภาคกลางติดกับกรุงเทพมหานคร ปี ๒๕๕๓ มีรายได้ ๓๐,๐๐๐ บาทครับ ปี ๒๕๕๔ รายได้เท่าไรรู้ไหมครับ ๑๑๔ ล้านบาท อย่าไปอิจฉาเขานะคนที่ไม่ได้ จาก ๓๐,๐๐๐ บาทเป็น ๑๑๔ ล้านบาท ท่านลองคิดดูนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่รู้ไม่ได้นะครับ ท่านบริหารทั้งโครงการท่านเป็นเจ้าของคุมนโยบาย ทั้งหมดท่านต้องรู้เรื่องพวกนี้ โรงสีอีกแห่งหนึ่งในภาคอีสานก็มีรายได้เพิ่มขึ้น ๓๐ ล้านบาท ๔๐ ล้านบาท ๕๐ ล้านบาท มีอีกแห่งหนึ่งในภาคอีสานรายได้เพิ่มขึ้น ๗๓๐ ล้านบาท ท่านประธานครับปีเดียวครับ ๗๓๐ ล้านบาทเป็นไปได้อย่างไรครับ อีกบริษัทหนึ่งภาคอีสานเหมือนกันครับ ปี ๒๕๕๓ มี ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท รายได้ทั้งปีครับ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ปี ๒๕๕๔ ๑๒๒ ล้านบาท อีกจังหวัดหนึ่งครับเป็นตระกูลใหญ่ครับ ตระกูลดังด้วยครับ ปี ๒๕๕๓ รายได้ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ปี ๒๕๕๔ ๗๑ ล้านบาท อย่างนี้ ผมไล่ได้ทั้งวันเลยครับท่านประธาน ผมก็ต้องตั้งคำถามว่านายกรัฐมนตรีบอกว่าเงินมันไปถึง เกษตรกร นี่เงินมันไปถึงโรงสีครับ แล้วไปถึงโรงสีเฉพาะพรรคพวกหรือเครือข่ายไม่กี่โรงครับ ๖๐๐ กว่าโรงใน ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ โรงนี่ครับ อธิบายหน่อยครับ นี่ใครได้ใครเสียนะครับ นำชาวนาก็แฉขั้นตอนทุจริตทุกขั้นตอน โกดังสร้างใหม่เป็นของนักการเมืองหรือญาติ นักการเมืองหรือไม่ ไม่เป็นไรครับ แต่ที่ผมกำลังตั้งข้อสังเกตอีกข้อหนึ่ง ซึ่งผมคิดว่าสำคัญมาก เวลาทุกหน่วยงานทำเรื่อง ของบประมาณไปที่ ครม. อ้างอิงตัวเลขตัวเดียวกันครับ บอกว่าใช้เงิน ๔๐๕,๐๐๐ ล้านบาท จะต้องรับจำนำข้าวได้ ๒๖ ล้านตัน ข้อมูลตรงกันหมดนะครับ ๔๐๕,๐๐๐ ล้านบาท ต้องรับจำนำได้ ๒๖ ล้านตัน ซึ่งหมายความว่าอย่างไร ถ้ารับจำนำได้ ๒๖ ล้านตัน ต้องช่วยเกษตรกรได้อย่างต่ำ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ปีที่แล้วท่านใช้ไปแล้วครับ ท่านใช้ไปแล้วร่วม ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านบอก ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ของท่าน ตัวเลขของท่านนะครับ บวกค่าบริหารจัดการ บวกค่าดอกเบี้ย ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ต้องได้ ๒๖ ล้านตัน แต่ทำไมท่านทำได้ ๑๘ ล้านตันล่ะครับ ทำไมช่วยได้ ๑.๗ ล้านครัวเรือนล่ะครับ ทั้ง ๆ ที่ควรจะช่วยได้ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีเทียบบัญญัติไตรยางศ์ อันนี้สูตรคูณแบบง่าย ๆ เทียบบัญญัติไตรยางศ์แบบง่าย ๆ ลองดูสิครับว่าเงินกี่บาทต่อตัน ท่านคำนวณกลับไปกลับมา ท่านอธิบายให้ผมหน่อยได้ไหมครับว่าเงินมันหายไปจากระบบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เงินหายไปไหนครับ เงินภาษีประชาชนทุกคนนะครับ รวมทั้งทุกคนที่นั่ง รวมทั้งของประธานด้วย ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขมันไม่ชนกันครับ ก็ในเมื่อเป็นที่ยอมรับ และเป็นบรรทัดฐานที่ ครม. อนุมัติอยู่แล้วว่า ๔๐๕,๐๐๐ ล้านบาทต้องรับจำนำได้ ๒๖ ล้านตัน ท่านใช้ไป ๔๐๕,๐๐๐ ล้านบาท รับจำนำได้ ๑๘ ล้านตัน เทียบบัญญัติไตรยางศ์ครับ เงินหายไป ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท หนักไปกว่านั้นนะครับ ผมพยายามหาข้อมูลที่แน่นอนหน่อยว่า เงินที่ใช้ไปจริง ๆ มันเท่าไร เพราะบางครั้งเงินบางก้อนมันไปกระจายตามกรม กองต่าง ๆ ตามกระทรวงต่าง ๆ ผมพยายามรวบรวม แหมโชคดีครับมีหน่วยงานรวบรวมให้ผมเรียบร้อยแล้ว สภาพัฒน์ครับ สภาพัฒน์พูดชัดเจนว่าในปีที่ผ่านมาใช้วงเงินในการดำเนินโครงการ รับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต ปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ และนาปรัง ปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ ไปแล้ว ๕๑๗,๐๐๐ ล้านบาท ๕๑๗,๐๐๐ ล้านบาท สภาพัฒน์รวบรวมให้เสร็จ แล้วคำพูด ที่เขาใช้คือใช้วงเงินไปแล้วนะครับ ไม่ใช่ตั้งวงเงินไว้ให้นะครับ ใช้วงเงินไปแล้ว ใช้ไปแล้ว เวลาท่านไปกู้แบงก์ กู้ ๑๐๐ บาทใช้วงเงินไปแล้ว เขาตั้งวงเงินให้ ๑๐๐ บาท ใช้วงเงินไปแล้ว ๗๐ บาทคือใช้ไปแล้วครับ คำว่าใช้ไปแล้ว ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าผมเอาตัวเลข ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทมาคำนวณเทียบบัญญัติไตรยางศ์กับสูตรที่ว่า ๔๐๕,๐๐๐ ล้านบาท ต้องได้ ๒๖ ล้านตัน เงินมันหายไป ๑๘๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ อธิบายผมให้ได้หน่อยครับ ตัวเลขอันนี้มันคูณตรงไปตรงมาครับ ใช้เครื่องคิดเลขธรรมดาก็สามารถคำนวณได้ครับ แต่เงินมันหายไปจากระบบ ๑๒๐,๐๐๐-๑๘๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ เพราะฉะนั้น ประเทศไทยเองต้องกู้อย่างต่ำปีหนึ่ง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ารัฐบาลทำโครงการ ๔ ปี จะเกิดอะไรขึ้น ๔ ปีต้องกู้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ผมคำนวณให้เสร็จแล้วครับ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วจะเสียหายเท่าไร ๖๐๐,๐๐๐-๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วถ้า รัฐบาลมีขีดความสามารถในการขายได้ปีละ ๗.๓ ล้านตันอย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้ ก็คือ ๗.๓ ล้านตันนี้ส่งมอบ ๒ ปีนะครับ คือท่านขายได้จริง ๆ ครับ ถ้าท่านอยู่ภาคธุรกิจ เขาไม่ให้ ท่านระบุว่าท่านขายได้ ๗.๓ ล้านตันหรอกครับ เพราะท่านส่งมอบปีหน้า ท่านขายได้ ๓,๖๐๐,๐๐๐ ตันครับ ถ้าความสามารถท่านขายได้ ๓,๖๐๐,๐๐๐ ตันจะเกิดอะไรขึ้นกับ ประเทศไทยครับ สต็อกล้นครับ ตอนนี้บอกว่าจะไปขอให้กองทัพหาที่เก็บสต็อกให้ สนามบินดอนเมืองจะเอาไปเก็บสต็อกข้าว ไปกันใหญ่แล้วครับท่านประธาน สภาพัฒน์ ก็พูดเองนะครับ ข้าวเปลือกจะสะสมสูงเกิน ๕๐ ล้านตัน แค่ปีนี้ปีหน้า ๕๐ ล้านตันครับ ไปถามสภาพัฒน์ครับ เขาเอาตัวเลขมาจากไหน ผมคำนวณ ๔ ปีท่านอยู่สูงกว่านี้แน่นอนครับ เพราะฉะนั้นคนสงสัยจริง ๆ แล้วว่าเข้าใจหรือเปล่า แล้วทำได้อย่างไร ผมก็ตอบครับ จริง ๆ ผมเชื่อว่านายกรัฐมนตรีเข้าใจดี ไม่โง่ครับ จบมาจากมหาวิทยาลัยเคนทักกี ไม่โง่ ปริญญาโทครับ แต่ปัญหามันอยู่ตรงนี้ครับท่านประธาน ทุกบาททุกสตางค์ที่ประเทศเสียหาย มันมีคนได้ มันไม่ใช่เกษตรกรที่ได้ครับ มีคนได้ และคนได้สงสัยจะเป็นพรรคพวกเครือข่าย เครือญาติหรือเปล่าผมไม่ทราบ แต่เป็นหน้าที่นายกรัฐมนตรีต้องชี้แจง ผมเชื่อว่าจริง ๆ แล้ว ท่านอาจจะจำนนด้วยหลักฐาน ผมก็ไม่ทราบว่าท่านจะอธิบายอย่างไร ตัวเลขที่ผมใช้ทั้งหมด เป็นตัวเลขทางการทั้งสิ้น แต่ผมเชื่ออย่างนี้ครับ ถามว่าโครงการลักษณะนี้เป็นเงินของ นายกรัฐมนตรีเองทำไหม