สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๔ · ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หารือเรื่องสถานการณ์ราคายางพารา และยุทธศาสตร์ยางพารา ระยะยาวของประเทศไทย

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ผมรับทราบแล้วครับว่าการจะได้พูดต่อเนื่องในสภานี่เป็นเรื่องไม่ง่ายจริง ๆ สำหรับผม ท่านประธานครับ เอาละครับ เพื่อตัดประเด็นปัญหาไม่ต้องมีช่องทางให้ประท้วงอะไรกันอีก ก็มาพูดถึงสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน โครงการที่เราดำเนินการอยู่ขณะนี้ก็มีการประกาศ ซื้อยางพารานำราคาในตลาด เดิมนี่มีการประกาศซื้อนำกันเพียงกิโลกรัมละ ๑ บาท อย่างมากที่สุดไม่เกิน ๓ บาท แต่เมื่อเราเห็นว่าราคายางพาราภายใต้สถานการณ์ที่เศรษฐกิจ ในยูโรโซน (Euro Zone) ก็ทรุด ประเทศสหรัฐอเมริกาก็ทรุด ประเทศจีนก็ชะลอตัว แล้วก็เกิดกรณีเผชิญหน้ากับประเทศญี่ปุ่นในเรื่องเกาะเตียวหยูเข้ามาเป็นประเด็นซ้ำซ้อน ก็ทำให้บรรยากาศโดยรวมของเวทีเศรษฐกิจโลกไม่เป็นสัญญาณบวก ก็เลยมีการประชุม คณะอนุกรรมการกำหนดราคาแล้วประกาศราคารับซื้อยางพาราจากพี่น้องเกษตรกร ในราคายางแผ่นดิบชั้น ๓ ๑๐๐ บาทต่อกิโลกรัม ยางแผ่นรมควันชั้น ๓ ๑๐๔ บาทต่อ กิโลกรัม ผมเรียนยืนยันครับว่าตั้งแต่มีรัฐบาลและมีกิจการยางพาราของประเทศไทย มามีรัฐบาลชุดนี้เป็นชุดแรกและชุดเดียวที่แบกราคายางพาราในยามวิกฤติให้กับเกษตรกรถึง กิโลกรัมละ ๒๐ บาทต่อกิโลกรัมโดยประมาณ นี่คือสิ่งที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยแบกภาระให้กับ พี่น้องเกษตรกรด้วยความตั้งใจ ด้วยความจริงใจ แล้วเราหวังใจว่าสถานการณ์ราคายางพารา จะไม่ทรุดลงต่ำไปกว่านี้ แต่ไม่ได้ทำเรื่องนี้เรื่องเดียวครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมเดินทาง ไปประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซีย จับมือร่วมกันในมาตรการไตรภาคียางพาราอาเซียน เรากำหนดจะลดปริมาณการส่งออกยางพารารวมกัน ๓ ประเทศให้ได้ ๓๐๐,๐๐๐ ตัน ตกลงกันแล้ว ผมเป็นตัวแทนของทั้ง ๓ ประเทศเดินทางไปประเทศเวียดนาม เชิญประเทศเวียดนามเขามาประชุมไตรภาคียางพาราอาเซียนในเดือนธันวาคมนี้ ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ประเทศเวียดนามตอบตกลงเป็นการแสดงท่าทีครั้งแรก ของประเทศเวียดนามในเวทีความร่วมมือด้านยางพารา เขาตื่นเต้นกันทั้งโลก ประเทศเวียดนามจะส่งตัวแทนระดับรัฐมนตรีมาเป็นผู้สังเกตการณ์ แล้วก็ให้ข้อคิดเห็น ในการประชุมคราวนี้ที่ประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ราคายางพาราขยับตัวสูงขึ้น ในเดือนกันยายนถึง ๙๒ บาทต่อกิโลกรัม แต่เกิดสถานการณ์เกาะเตียวหยูอย่างที่ผมเรียน ก็ค่อย ๆ ไหลลงมาอีก ขณะนี้อยู่ในระดับราคายางแผ่นดิบชั้น ๓ ๘๐ บาทต่อกิโลกรัม แต่โครงการของรัฐบาลก็ยังเดินหน้าโดยรัฐมนตรีท่านถัดมาจากผม ผมเรียนท่านประธานว่า นอกเหนือจากการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งรัฐบาลออกมาโอบอุ้มราคายางพาราแทน พี่น้องเกษตรกรแล้ว ยุทธศาสตร์ระยะยาว ซึ่งเพื่อนสมาชิกก็ตั้งคำถามว่ามีหรือเปล่า เห็นหรือไม่ ใช้สมองกันบ้างไหม ผมยืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี เดินหน้ายุทธศาสตร์ยางพาราในระยะยาวโดยการเดินหน้าใช้ยางพาราในอุตสาหกรรม ในประเทศ ขณะที่ผมดำรงตำแหน่งผมอนุมัติงบประมาณ ๘๕ ล้านบาท ในการลงทุน ทดลองสร้างถนนสายยางพาราที่อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ขณะนี้อยู่ในระหว่าง การสำรวจออกแบบ อนุมัติอีก ๑๕ ล้านบาท ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยศึกษากับ สถาบันวิจัยยางว่าจะเอายางพาราธรรมชาติทำแผ่นรองรางรถไฟได้หรือไม่ ปลอดภัย หรือเปล่า คุ้มค่าอย่างไร กำหนดเวลาให้แล้วเสร็จในการศึกษาไม่เกิน ๑ ปี เพื่อให้รองรับกับโครงการรถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูงของรัฐบาล ให้กรมชลประทานศึกษากับสถาบันวิจัยยางว่าฝายกั้นน้ำ ที่ทำจากยางธรรมชาติมันได้ผลไหม คุ้มค่าอย่างไร นี่คือสิ่งที่เราเดินหน้า ท่านประธาน ที่เคารพครับ เราตั้งใจกันว่าก่อนที่จะเข้าถึงประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี ๒๕๕๘ เราจะมี สภายางพาราแห่งอาเซียน เรา ๓ ประเทศจับมือกันแน่น ประเทศเวียดนามเข้ามาแล้ว เชื่อว่าไม่นานประเทศ สปป. ลาว ประเทศกัมพูชา ประเทศพม่าก็จะเข้ามา แล้วเราเป็น ภูมิภาคที่รวมกันผลิตยางพาราไม่ต่ำกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของผลผลิตยางทั้งโลก เราก็จะมี บทบาทนำในเวทียางพาราโลกอย่างแท้จริงเมื่อถึงวันนั้น นี่คือสิ่งที่รัฐบาลเดินหน้าทั้งระยะสั้น และระยะยาวสำหรับอุตสาหกรรมยางพาราทั้งระบบ เคยมีการพูดถึงยุทธศาสตร์ยางพารา เหมือนกันครับท่านประธาน ในปี ๒๕๔๒ เดือนกุมภาพันธ์ วันที่ ๑๖ มติคณะรัฐมนตรีของ รัฐบาลเวลานั้นประกาศยุทธศาสตร์ยางพารา ๑ ในข้อนั้นบอกว่าต้องลดพื้นที่เพาะปลูก ยางพารา ท่านประธานที่เคารพ มีการเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหายางพาราในมติ ครม. ๑๘ พฤษภาคม ปี ๒๕๔๒ บอกว่าปัจจุบันราคายางพาราตกต่ำ