สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๔ · ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

เฉลิม อยู่บำรุง แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการถอดยศ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร โดยบอกว่าไม่ควรทำ เนื่องจากอาจนำไปสู่ความขัดแย้งและไม่เหมาะสมในขณะนี้ นอกจากนี้ยังแสดงความเห็นเกี่ยวกับการทุจริตในภาครัฐและหน่วยงานท้องถิ่น และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาทุจริต

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านผู้บัญชาการ สำนักงานกำลังพลขณะนั้นบอกว่าและส่วนหนึ่งของปัญหาความแตกแยกทางความคิด ทางการเมืองก็เชื่อมโยงไปถึง พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า รัฐบาลปัจจุบัน รวมถึงทุกภาคส่วนได้พยายามหาแนวทางและวิธีที่จะก่อให้เกิดความรัก ความสามัคคี ความปรองดองขึ้นในประเทศ เพื่อให้ประเทศก้าวผ่านความแตกแยก ทางความคิดและร่วมกันนำพาประเทศไปสู่ความสงบเรียบร้อยเพื่อเตรียมตัวในการแข่งขันกับ ต่างประเทศและเพื่อความผาสุกของประชาชนชาวไทยโดยรวม ซึ่งส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ ความพยายามดังกล่าวสำเร็จลุล่วงไปได้ก็โดยหลีกเลี่ยงที่จะไม่เพิ่มประเด็นที่อาจถูกขยาย ให้เกิดความขัดแย้ง ซึ่ง ๑ ในประเด็นดังกล่าวคือการพิจารณาถอดยศหรือไม่ถอดยศ พันตำรวจโท ทักษิณเนื่องจากภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันไม่ว่าผลการพิจารณาเป็นที่สุด แล้วจะถอดยศหรือไม่ถอดยศ พันตำรวจโท ทักษิณก็เชื่อว่าไม่มีทางที่จะให้ทุกฝ่ายยอมรับได้ และอาจถูกนำไปเป็นประเด็นการเคลื่อนไหวและขยายวงออกไปได้ ประกอบกับระเบียบ การถอดยศตำรวจมิได้กำหนดเวลาว่าต้องเสร็จสิ้นเมื่อใด และการที่ พันตำรวจโท ทักษิณ ยังคงมียศอยู่ก็ไม่สามารถนำไปเป็นสิทธิพิเศษหรือประโยชน์ได้ ดังนั้นภายใต้สถานการณ์ ปัจจุบันจึงเห็นควรรอการพิจารณาถอดยศหรือไม่ถอดยศ พันตำรวจโท ทักษิณไว้ก่อน และเมื่อสถานการณ์ความแตกแยกทางความคิดได้ผ่อนคลาย และประเทศเข้าสู่การปรองดอง แล้วจึงนำกรณีดังกล่าวมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ชัดเจนนะครับ ต่อมาวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๕ พลตำรวจโท เจตน์ มงคลหัตถี ที่ผมอ่านพารากราฟ (Paragraph) แรกนั่นเป็น ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๕ พลตำรวจโท เจตน์ มงคลหัตถี ผู้ช่วย ผบ.ตร. ปฏิบัติราชการแทน ผบ.ตร. ได้พิจารณาและสั่งไม่ดำเนินการ ถอดยศพันตำรวจโทที่ พันตำรวจโท ทักษิณครองอยู่โดยเห็นว่าการที่ พันตำรวจโท ทักษิณ ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาลงโทษจำคุก ๒ ปี คดีถึงที่สุดจะเข้าเหตุที่พิจารณาเสนอขอถอดยศ พันตำรวจโท ทักษิณได้ตามในระเบียบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ ข้อ ๑ (๒) ก็ตาม แต่การกระทำของ พันตำรวจโท ทักษิณ ที่เป็นเหตุให้ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกดังกล่าวเป็นเพียงการลงชื่อในหนังสือยินยอม ให้คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ผู้เป็นภรรยาเข้าประมูลซื้อที่ดินในการขายทอดตลาด ซึ่งเป็นการกระทำที่ต้องกระทำตามกฎเกณฑ์ของทางราชการ จึงไม่อาจถือว่าเป็น การนำความเสื่อมเสียมาสู่หมู่คณะตำรวจตามเจตนารมณ์ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการถอดยศตำรวจ พ.ศ. ๒๕๔๗ ประกอบกับ พันตำรวจโท ทักษิณเป็นผู้ทำคุณประโยชน์ และสร้างชื่อเสียงให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างมาก จึงไม่ขอถอดยศ พันตำรวจโท ทักษิณ ที่ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ครองอยู่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติเห็นชอบตามเสนอ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพจะได้จบเสียที ถ้าใครเห็นว่าทางตำรวจไม่ดีท่านก็ไป ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ ป.ป.ช. ต่อหน่วยงานอื่นก็ได้ ทีนี้ท่านนิพิฏฐ์พาดพิงผมนิดหน่อยผมจะเรียนให้ทราบ และวันนี้ต้องขอบคุณจริง ๆ ที่พรรคประชาธิปัตย์อภิปรายเรื่องงบซื้ออะไรต่าง ๆ ที่จังหวัดขอนแก่น จังหวัดกาฬสินธุ์ จะได้เป็นโอกาสให้รัฐบาลได้เอาขยะออกจากใต้พรม ท่านนิพิฏฐ์บอกว่าผมไม่รู้เรื่อง การที่มีการทุจริตท้องถิ่นผมไม่ทราบครับ จากนี้ทราบแล้ว จะขอหลักฐานท่านนิพิฏฐ์ จะขอหลักฐานท่านวิลาศ และจะดำเนินการเพราะผมได้รับแต่งตั้งโดยมติคณะรัฐมนตรี ขอบคุณอีกครั้งที่เอาเรื่องนี้มาอธิบาย ทีนี้ผมเคยบอกตรงนี้แล้วในสภาด้วยความเคารพ ไม่ได้สอนใครหรอกครับ ละเว้น ละเว้น ละเว้น คนจะละเว้นได้ต้องมีหน้าที่แล้วไม่ทำ วันนี้จะเห็นว่าสภาพูดอยู่คำเดียวปล่อยปละละเลย ปล่อยปละละเลย ผมก็เลยไปเปิด พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานหมายความว่าการไม่เอาใจใส่หรือทอดทิ้ง คำว่าปล่อยปละละเลยคือการไม่เอาใจใส่หรือทอดทิ้ง ท่านนายกรัฐมนตรีมอบให้ รองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีท่านใดกำกับดูแลหน่วยงานหรือโครงการใดย่อมหมายถึง ท่านไม่ได้ทอดทิ้งหรือไม่เอาใจใส่ ผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ว่าเราถูกขึ้นเป็นเบอร์ ๒ ผมเป็นประธานการประชุม ปคบ. นี่ผู้ได้รับเลือกตั้งใหม่เป็นประธานองค์กรแรงงานโลก กำลังจะมา ๑๓-๑๔ ธันวาคม มาขอพบนายกรัฐมนตรีกับผม เพราะเรารายงานไป เราทำงานไปเราแก้ไขปัญหาเขารู้ว่ารัฐบาลทำจริง ถามว่ารัฐบาลที่แล้วทำไหม ทำ ก็ทำต่อเนื่องกันไม่ได้มีงดเว้น ละเว้น ใครเป็นรัฐบาลก็อยากให้บ้านเมืองมีความสุข ท่านนิพิฏฐ์ครับ รัฐบาลชุดนี้ ๑. มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาทุจริต ในอดีตจะมีหรือไม่ ผมไม่ทราบ แต่รัฐบาลชุดนี้ตั้งคณะทำงานขึ้นตรวจสอบการทุจริตรับจำนำข้าว งบเยียวยาน้ำท่วม งบท้องถิ่น ผมเรียนเพิ่มเติมอีกนิดว่าที่ท่านอภิปรายมันงบท้องถิ่น มันงบกระจัดกระจาย แต่ถามว่าโกงได้ไหม ไม่ได้ ถามว่านายกรัฐมนตรีรู้ไหม ไม่ทราบหรอกครับ ถามว่าผมรู้ไหม ผมก็ไม่ทราบเพราะว่าผมไปเปิดดูระเบียบพัสดุว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง พ.ศ. ๒๕๓๕ งานท้องถิ่นถ้าเกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ต้องประกวดราคา ทำทีโออาร์ อีออกชัน จัดซื้อจัดจ้าง ตั้งคณะกรรมการตรวจการจ้างถ้าถูกต้องจ่ายเงิน ไม่ถูกต้องกรรมการสั่งแก้ไข นั่นเกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท พอท่านอภิปรายผมเห็นเป็นประโยชน์ผมก็ไปเปิดดู ทีนี้ถ้าต่ำกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทจะทำอย่างไร ไม่ต้องประกวดราคา ใช้สอบราคา สอบราคาเสร็จ ประกาศสอบหาผู้รับจ้าง เซ็นสัญญาจ้าง ตั้งคณะกรรมการตรวจการจ้าง เสร็จงานตรวจรับงาน ถ้างานไม่เสร็จไม่รับ ทีนี้ต่ำกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาทก็ใช้ตกลงราคา เรียกผู้สนใจมาทำสัญญาจ้าง ตกลงราคาได้เลย เพราะฉะนั้นที่ท่านตรวจพบผมชื่นชมนะครับ และผมก็เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง ผมจะขอหลักฐานท่านแล้วดำเนินคดี ผมเรียนตรงนี้จะกระทบใจใครก็ไม่ว่า ประชุม ครม. นายกรัฐมนตรีพูดหลายครั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งหลายถ้าดูโทรทัศน์ให้สำนึกเอาไว้ว่า ท่านนายกรัฐมนตรีปรารภงบภัยแล้งมาเบิกหน้าหนาว งบหน้าหนาวมาเบิกหน้าแล้ง แล้วงบ ๕๐ ล้านบาทที่อยู่ในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดท่านนายกรัฐมนตรีไม่เคยอยากให้เลย และก่อนจะจบขอบคุณ ส.ส. วิลาศ ขอเอาหลักฐานมาให้ผม ขอบคุณท่านนิพิฏฐ์ เอากันใหญ่เสียทีเถอะ เอะอะก็ว่านักการเมืองโกง ไอ้พวกข้าราชการประจำโกงก็ต้องดำเนินคดี ผมมีเรื่องกราบเรียนเท่านี้ครับ ขอบพระคุณ