สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๔ · ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ หารือเรื่องโครงการรับจำนำมันสำปะหลังของรัฐบาลที่ไม่ได้ดำเนินการตามนโยบายที่ประกาศไว้ ทำให้พี่น้องเกษตรกรได้รับผลกระทบโดยตรง และเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบและแก้ไขปัญหานี้

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ จากนี้ต่อไปผมก็จะเข้าญัตติที่ได้มีการอภิปรายกันมาตลอด วันนี้เป็นวันที่ ๒ แต่ผมขอเน้นท่านประธานไปถึงทางรัฐบาลครับว่าผมจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มีพฤติกรรมการบริหารราชการแผ่นดิน ที่บกพร่อง ล้มเหลว ผิดพลาด ไร้ความสามารถ ไร้ประสิทธิภาพ ไม่ปฏิบัติตามนโยบาย ที่ได้แถลงไว้กับรัฐสภาและพี่น้องประชาชน มีพฤติกรรมปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต การใช้จ่ายเงินแผ่นดินกระจายไปในกลุ่มและหน่วยต่าง ๆ ท่ามกลางความเดือดร้อน แสนสาหัสของคนไทยทั้งประเทศ ที่ผมมีความจำเป็นที่จะต้องเรียนในเรื่องนี้ไว้ในเบื้องต้น เพราะเนื่องจากว่าสิ่งที่ผมจะอภิปรายนั้นแน่นอนครับผมจะชี้ให้เห็นว่าพฤติกรรม ในการปล่อยปละละเลยของท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลชุดนี้นั้นเป็นอย่างไร และสร้างความเสียหายให้กับประเทศนี้ งบประมาณ รวมถึงพี่น้องประชาชนอย่างไร ผมขออนุญาตท่านประธานเลยครับเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา จริง ๆ ผมจะอภิปราย ท่านนายกรัฐมนตรีแต่ท่านก็ไม่ได้อยู่ในห้องนี้นะครับ แล้วก็เรื่องที่ผมจะอภิปรายนั้น ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับโครงการรับจำนำมันสำปะหลังของรัฐบาล ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีคงจะได้ฟังอยู่ที่ไหนสักแห่งหนึ่ง แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ก็คงจะมอบหมายให้กับใครได้หรือไม่ผมไม่ทราบนะครับ แต่ว่าผมเรียนอย่างนี้ครับ โครงการรับจำนำมันสำปะหลังของรัฐบาลนั้นจริง ๆ แล้วไม่ได้แตกต่างอะไรกับโครงการ รับจำนำข้าวเมื่อสักครู่ แต่รายละเอียดและวิธีการในการที่จะมีการซิกแซ็ก มีระบบในการซุก ปิดบัง ปกปิด และกระทบโดยตรงถึงพี่น้องเกษตรกรชาวไร่คล้าย ๆ กันครับ ผมเรียนว่าโครงการในการรับจำนำมันสำปะหลังของรัฐบาลในครั้งนี้รัฐบาลได้ประกาศเอาไว้ ในปีที่แล้วคือปี ๒๕๕๔ ว่าตั้งงบประมาณไว้ที่ ๓๓,๐๐๐ ล้านบาทครับ และผมเรียน ท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่านจะบอกว่าท่านไม่รับทราบคงไม่ได้ และผมเรียนว่า ผมจะไม่อ้อมค้อมนะครับ ผมรู้ว่าเวลามีไม่มาก ผมอยากให้รัฐบาลและท่านนายกรัฐมนตรี ได้เข้าใจครับว่าโครงการที่ท่านได้พูดเอาไว้กับพี่น้องประชาชนตั้งแต่ตอนหาเสียง แล้วก็ประกาศว่าเป็นนโยบายของรัฐบาลที่จะแก้ไขปัญหาในเรื่องของราคามันสำปะหลัง ให้กับพี่น้องเกษตรกรจะเร่งทำ ท่านทราบไหมครับ เรื่องที่ ๑ ที่รัฐบาลทำ แล้วส่งผลกระทบโดยตรงกับพี่น้องเกษตรกรคืออะไร มีการประกาศออกมาว่าจะมี การรับจำนำมันสำปะหลัง ในปีที่แล้วคาดว่าจะเริ่มได้ในเดือนพฤศจิกายนของปี ๒๕๕๔ โดยฤดูกาลของพี่น้องชาวไร่ที่ปลูกมันสำปะหลังนั้นในช่วงปลายฝนเขาก็จะรีบในการที่ ปลูกให้เสร็จแล้วก็มีการขุดหัวมันสำปะหลังออกมาให้ทันในเดือนพฤศจิกายนเพื่อจะได้เตรียม ในการปลูกรอบต่อไป เมื่อรัฐบาลมีนโยบายออกมาว่าจะมีการรับประกันและดูแลจำนำ ยกเลิกการประกัน จำนำมันสำปะหลังในเดือนพฤศจิกายนพี่น้องเกษตรกรก็เริ่มขุดครับ ขุดหัวมันสำปะหลังออกมาเพื่อจะเอาเข้าไปในโรงสีแล้วก็ลานมันสำปะหลังที่รัฐบาล ได้เตรียมเอาไว้ แล้วก็ต้องเรียนว่าราคามันสำปะหลังในปีที่แล้วในช่วงปลาย ๆ ปีก็คือ ก่อนเดือนพฤศจิกายนนั้นราคามันสำปะหลังต่อกิโลกรัมตกดิ่งลงมาเหลือบาทกว่า ๆ ๑.๙๐ บาท เพราะฉะนั้นเขาก็หวังใจครับว่าโครงการรับจำนำของรัฐบาลนั้นที่จะประกาศว่า จะเริ่มในเดือนพฤศจิกายนก็คงจะช่วยให้พี่น้องเกษตรกรได้ลืมตาอ้าปากขึ้นมาบ้าง ผมเชื่อว่าในสภาแห่งนี้มีหลายจังหวัดครับที่มีชาวไร่มันสำปะหลังอยู่ในจังหวัดของตัวเอง ท่านคงจะจำได้ว่ามีม็อบ มามากมายในช่วงปลายปีที่แล้ว แล้วก็ร้องเรียนไปถึงยัง ส.ส. ในสภาแห่งนี้ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน รวมถึงหน้าทำเนียบรัฐบาล ว่าช่วยแก้ไขปัญหา ราคามันสำปะหลังให้ด้วยตามนโยบายของรัฐบาลที่ได้ประกาศเอาไว้ ผมก็ติดตามไปดูครับว่าในเดือนพฤศจิกายนที่ประกาศไว้ตกลงราคามันสำปะหลังแล้วรัฐบาล จะประกาศรับจำนำในราคาเท่าไร พี่น้องเกษตรกรก็รอคอยพร้อม ๆ กันครับ บางส่วนได้ขุด หัวมันสำปะหลังมาใส่รถเตรียมที่จะเข้าลานมันสำปะหลังแล้วก็ลงแป้งเพื่อจะไปเข้าโครงการ รับจำนำของรัฐบาล แต่ท่านทราบไหมครับว่าอะไรเกิดขึ้น อยู่ดี ๆ เดือนพฤศจิกายนก็แล้ว เดือนธันวาคมก็แล้ว จนขึ้นปีใหม่ ๒๕๕๕ ก็แล้ว จนปลายเดือนมกราคมครับ ๓ เดือน เดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคมแล้วก็เดือนมกราคมในปี ๒๕๕๕ ๓ เดือน โครงการ รับจำนำของรัฐบาลในส่วนของมันสำปะหลังยังไม่สามารถดำเนินการได้ แล้วท่านประธาน ทราบไหมครับว่าพี่น้องเกษตรกรเขาต้องทำอย่างไร เขาต้องยอมขุดหัวมันสำปะหลังของเขา ขึ้นมาแล้วก็ขายเท่าที่จะขายได้ กิโลกรัมหนึ่งไม่ถึงบาทก็มีครับ ๑.๑๐ บาทถือว่าดีที่สุดแล้ว ทั้ง ๆ ที่ราคาต้นทุนอย่างน้อยต้อง ๒ บาทต่อกิโลกรัม แต่สิ่งที่มันเกิดขึ้นแล้วผมจะเรียน ท่านประธานไปถึงพี่น้องเกษตรกรที่ปลูกมันสำปะหลังในทุกจังหวัดนะครับว่าผมก็ไป สอบถามมาว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับนโยบายแล้วก็โครงการของรัฐบาลที่ต้องเลื่อนไปถึง ๓ เดือน ผมก็นึกว่าเป็นเรื่องความไม่พร้อมของรัฐบาลแล้วของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผมขออนุญาตพูดฝากไปยังชาวไร่มันสำปะหลังทั่วประเทศนะครับว่าผมไปสืบมาแล้วครับ ว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้นนั้นไม่ได้เกี่ยวกับการบริหารจัดการของรัฐบาลไม่ทันเลย มันเกี่ยวข้องกับ รัฐมนตรีท่านหนึ่ง ในเดือนตุลาคมได้มีโอกาสไปเปิดงานที่จังหวัดนครราชสีมาหรือโคราช แล้วได้ไปเจอผู้มีพระคุณของท่านรัฐมนตรีท่านนั้น แล้วที่ผมพูดนี่ยืนยันได้เพราะมีนักข่าว แล้วก็มีผู้ที่เข้าไปร่วมงาน แล้วก็ผู้ที่อยู่ในหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องในเรื่องเกี่ยวกับ มันสำปะหลังเยอะแยะเลยครับ ท่านรัฐมนตรีท่านนั้นได้ลงไปคุกเข่าแล้วก็ลงไปกราบสวัสดี กับผู้มีพระคุณท่านนั้น แล้วทุกคนหลาย ๆ คนแถวนั้นก็ได้ยินครับว่าผู้มีพระคุณท่านนั้น ได้พูดกับท่านรัฐมนตรีว่าราคามันสำปะหลังกำลังจะขึ้นอย่าเพิ่งรีบแล้วผู้มีพระคุณท่านนั้น ชื่อขึ้นต้นด้วย ส. ครับ นามสกุลขึ้นต้นด้วย ห. ครับ เดี๋ยวจะหาว่าผมพูดไม่มีตัวตนครับ แล้วก็มีพยานหลายคนเห็นครับ แล้วบุคคลที่มีพระคุณท่านนั้นกับรัฐมนตรีเป็นเจ้าของ โรงแป้งครับ หลังจากนั้นโครงการรับจำนำของรัฐบาลก็เลื่อนออกไปเดือนพฤศจิกายนก็แล้ว เดือนธันวาคมก็แล้ว เดือนมกราคมปี ๒๕๕๕ ก็แล้วก็ยังไม่เริ่มครับเพราะเกรงใจผู้มีพระคุณ ของท่านรัฐมนตรีท่านนั้น นั่นคือเหตุผลที่ผมวันนี้ต้องมาอธิบายแล้วฟ้องให้กับ พี่น้องประชาชนได้ฟังอย่างไรครับว่าที่ท่านต้องขาดทุนขายมันสำปะหลังในราคาตกต่ำ รอที่จะเข้าโครงการรับจำนำของรัฐบาล ๓ เดือนเข้าไม่ได้เพียงเพราะความต้องการจะดูแล แล้วก็เกรงใจผู้มีพระคุณของรัฐมนตรีแค่นั้นเองครับ ไม่ได้เกี่ยวอะไรเลยครับกับโครงการ ที่เตรียมเอาไว้แล้วก็ไม่มีความพร้อม นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะเรียนว่า ๓ เดือนพี่น้องประชาชน ทนทุกข์ขนาดไหน แล้วสิ่งที่ผมพูดผมเชื่อว่าสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้หลายจังหวัด ที่มีพี่น้องเกษตรกรปลูกมันสำปะหลังอยู่ในจังหวัดท่าน ท่านลองกลับไปถามดูสิครับ ว่าปลายปีที่แล้วเดือนที่ผมบอกก่อนที่จะปีใหม่เข้าเดือนมกราคมนี่เขาขายหัวมันสำปะหลังกัน ได้ถึงบาทไหม หรือ ๑.๑๐ บาทได้ไหม ทั้ง ๆ ที่ราคาต้นทุนอย่างที่ผมเรียนไปว่า อย่างน้อยต้อง ๒ บาท นี่คือประเด็นแรกครับว่ายังไม่ทันไรก็หลอกประชาชนทำให้เขา เดือดร้อนนะครับ แล้วก็เลื่อนไป ๓ เดือน คราวนี้เพื่อความเป็นธรรมครับก็กระเถิบมา นิดหนึ่งในเดือนกุมภาพันธ์ รัฐบาลก็เปิดโครงการรับจำนำมันสำปะหลังตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ จนถึง ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ไหน ๆ ก็เลื่อนมา ๓ เดือนแล้ว ตอนนี้เข้ามาในช่วงของเวลา ที่มีการเริ่มโครงการรับจำนำมันสำปะหลัง รัฐบาลก็ประกาศครับว่าจะเริ่มโครงการรับจำนำ มันสำปะหลังในวันที่ ๑ กุมภาพันธ์จนถึง ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕ โดยเดือนกุมภาพันธ์ จะรับจำนำมันสำปะหลังในราคา ๒.๗๕ บาท ท่านประธานแล้วก็เพื่อน ๆ สมาชิก แล้วก็พี่น้องประชาชนจำเลขนี้ไว้ให้ดีนะครับ เข้าโครงการเดือนกุมภาพันธ์ รัฐบาลประกาศว่าจะรับจำนำในกิโลกรัมละ ๒.๗๕ บาท ในเดือนมีนาคมถัดไปอีกเดือนหนึ่งจะเพิ่มให้อีกเป็น ๒.๘๐ บาท ในเดือนเมษายน ๒.๘๕ บาท และในเดือนสุดท้ายคือเดือนพฤษภาคมจะได้ ๒.๙๐ บาทต่อกิโลกรัม ท่านประธานตามผมทันนะครับ ๒.๗๕ บาทแล้วก็ ๒.๙๐ บาท อันนี้คือมากที่สุด เดี๋ยวผม จะเรียนท่านประธานครับแล้วก็ทุกท่านให้เข้าใจว่าเกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลังทั้งหลาย เขาทนทุกข์เพราะอะไร ท่านทราบไหมครับหลังจากนั้นเกษตรกรก็พยายามเอามันสำปะหลัง เข้ามาจำนำกับโครงการของรัฐบาลเพราะหวังใจว่าจะได้ราคาอย่างที่ผมบอกนี่แหละครับ อย่างน้อย ๒.๗๕ บาทถึง ๒.๙๐ บาทต่อกิโลกรัม ปรากฏครับปัญหาที่เจอตั้งแต่แรกเลย ยังไม่ทันเข้าไปชั่งน้ำหนักแล้วก็รับจำนำ ตีเป็นราคาเลย ปรากฏบางจังหวัดมีพี่น้องเกษตรกร หลายพันคนหลายหมื่นคนที่จะต้องเข้าโครงการแล้วก็เอาไปจำนำ บางจังหวัดมี ลานมันสำปะหลังที่รับจำนำอยู่ ๑ ลานครับ บางจังหวัดมีอยู่ ๑ ลานกับอีก ๑ โรงแป้ง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้พี่น้องเกษตรกรที่เขาขุดมันสำปะหลังขึ้นมาแล้วใส่หลังรถ เตรียมจะมาจำนำ ปัญหาของเขาคืออะไรท่านประธานทราบไหมครับ เดี๋ยวคนจะนึกว่า ก็คอยได้ นอกจากมันไม่ครบแล้วผมไปคุยกับเกษตรกรที่ทำเรื่องมันสำปะหลัง แล้วขุดมันสำปะหลังมาว่าเหตุผลมันคืออะไร เขาบอกถ้าเขาขุดขึ้นมาแล้วเขาไปคอย หน้าโรงแป้งหรือลานมันสำปะหลังที่รับจำนำถ้าเขาคอยเกิน ๒ หรือ ๓ วันยิ่งเวลานานเข้าไป กว่าเขาจะได้เข้าไปชั่งตราชั่งแล้วก็ตีมาเป็นราคา เชื้อมันสำปะหลังก็จะถูกลดลง หมายถึงว่า ราคาที่เขาจะได้นั้นก็ต้องถูกตีต่ำลงไปด้วย เขายกตัวอย่างให้ผมว่ารถบรรทุกคันหนึ่งที่เขาขน หัวมันสำปะหลังเข้าไปในโรงมันสำปะหลังเพื่อจะเข้าไปจำนำ เขาบอกเขาขนเข้าไป รถบรรทุกคันหนึ่งประมาณ ๑๐ ตัน เขาบอกเขาก็ตีราคาออกมาเวลาเขาออกมาเขาได้แค่ ๖ ตัน แต่ต้นทุนไม่ว่าจะเป็นค่าขุด ค่าดำเนินการ ค่าอะไรของเขาทั้งหมด พื้นฐานอยู่ที่ ๑๐ ตัน นั่นก็เป็นเหตุผลหนึ่งคือรัฐบาลไม่มีความจริงใจครับ หน่วยงานไม่มีความพร้อมเลยที่จะไป เตรียมการให้พี่น้องเกษตรกรได้เข้าไปจำนำ แล้วก็มีความพร้อมตามที่รัฐบาลได้ประกาศเอาไว้ นี่คือประเด็นแรก ทีนี้กลับมาดูประเด็นที่มีความสำคัญก็คือว่าราคาที่รัฐบาลประกาศไว้กับ เกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลังทั้งหลายที่เขาขุดหัวมันสำปะหลังเพื่อจะเข้าไปจำนำ เขาก็หวังใจอย่างที่ผมบอกว่าเดือนกุมภาพันธ์ก็จะได้ ๒.๗๐ บาทต่อกิโลกรัม สิ่งที่เกิดขึ้นครับ ท่านประธาน เดี๋ยวจะหาว่าผมโกหก ก็เป็นความยากลำบากเล็กน้อยที่ผมก็ต้องไปหาข้อมูล แล้วก็ไปดูสิว่าเกษตรกรที่มาในเดือนต่าง ๆ ในช่วงจำนำของโครงการของรัฐบาลนั้นเกษตรกร เขาได้จริง ๆ เท่าไร แล้วงบประมาณที่ตั้งไว้ตั้ง ๓๓,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเขาได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ที่เหลือมันหายไปไหน ผมขออนุญาตท่านประธานนะครับ ผมพยายามจะทำให้มันใหญ่หน่อย เผื่อใครที่ไม่เคยเห็นก็จะได้เห็น โดยเฉพาะทางรัฐบาลนะครับ

สิ่งที่ผมนำมานี้เขาเรียกว่าใบชั่งน้ำหนัก ซึ่งพี่น้องเกษตรกรที่ใส่รถบรรทุก ก่อนที่จะเข้าไปในโรงมันสำปะหลังหรือลานมันสำปะหลังก็ดีหรือว่าโรงแป้งก็ดี ที่จะไปจำนำ เมื่อเข้าไปเขาจะมีเลยว่าอันนี้ที่ผมเรียนให้ดูนะครับ จะเห็นว่าวันที่ ๒๒ มีนาคม ซึ่งจะเห็นว่าอยู่ในช่วงของการรับจำนำโครงการของรัฐบาลทั้งนั้นนะครับ เขาบอกเลยครับว่า ตอนเข้าเวลา ๑๓.๕๙ นาฬิกา ตอนออก ๑๔.๐๙ นาฬิกา น้ำหนักที่เข้าไป สาระสำคัญ ไม่ได้อยู่ตรงนี้หรอกครับ มันอยู่ที่เวลาเขาออกมาแล้วเขาก็บอกมาเลยครับว่าราคาต่อตัน ๒,๒๕๐ บาท นั่นหมายความว่ากิโลกรัมหนึ่งเขาได้ ๒.๒๕ บาท ผมถามว่าท่านจำได้ไหมครับ เมื่อกี้ที่ผมบอก ถ้าในเดือนมีนาคมที่เขาเข้าอย่างน้อยที่รัฐบาลประกาศไว้ต้อง ๒.๘๐ บาทต่อกิโลกรัม นี่เขาเข้าไป ๒.๒๕ บาท ก็หายไปอีกหลายสตางค์อยู่ เมื่อคูณออกมาจะเป็นเท่าไร อันต่อไปครับ ยังไม่หมด ในช่วงของวันเดียวกัน เอาอีกครับ เข้าไปในเวลา ๒๐.๐๐ นาฬิกา ออกมา ๒๐.๑๕ นาฬิกา ผ่านตาชั่ง ออกมาเช่นกันครับ ได้เงินหักทั้งหมดแล้วราคาต่อตัน ๒,๒๕๐ บาทต่อตัน เพราะฉะนั้นต่อกิโลกรัมก็ ๒.๒๕ บาท รัฐบาลประกาศไว้ ๒.๘๐ บาท เมื่อสักครู่วันที่ ๒๒ เดี๋ยวท่านจะบอกว่าผมไปเอามาวันเดียว นี่วันที่ ๒๓ ครับ ในเดือนเดียวกัน คือเดือนมีนาคม ๒๕๕๕ เช่นกันครับ เข้าไปเวลา ๒๐.๐๐ นาฬิกา ออกมา ๒๐.๐๙ นาฬิกา ๒,๒๕๐ บาทต่อตัน ก็เท่ากับ ๒.๒๕ บาท นี่แหละครับทำให้ผม มีความจำเป็นจริง ๆ เดี๋ยวมีอีกแผ่นหนึ่งนะครับ ช่วงระยะเวลาที่ผมนำเรียนเป็นช่วง เดือนมีนาคม ทีนี้ผมก็ไปหามาอีกครับว่านี่คือใบชั่งแต่ของอีกบริษัทหนึ่ง แต่อันนี้เป็นในช่วง เดือนสุดท้ายของการรับจำนำก็คือเดือนพฤษภาคมต่อเดือนมิถุนายน อันนี้เขียนไว้ชัดเจน เลยครับว่าราคาที่ชั่งที่ได้ของมันสำปะหลังทั้งหมดเป็นราคา ๒.๔๘ บาท ซึ่งเดือนสุดท้าย ควรจะได้ ๒.๙๐ บาท อันนี้เป็นประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากจะเรียนว่านี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง แล้วผมเชื่อว่าพี่น้องเกษตรกรที่ทำมันสำปะหลังวันนี้เขารู้ดีกว่าผมครับ บางคนได้น้อยกว่านี้ อันนี้ผมพยายามให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลนะครับ ไปเอาในส่วนที่คิดว่าพอรับได้ สูงที่สุด เท่าที่จะหาได้ แล้วผมกล้าท้าเลยครับว่าถ้าท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งผมอภิปรายไม่ไว้วางใจท่าน ท่านมีข้อมูลแล้วมาตอบผมสิครับว่ามีชาวไร่มันสำปะหลังสัก ๑ คนไหม ที่ในช่วงเดือน ที่กำหนดไว้นั้นได้เต็มราคาที่รัฐบาลประกาศ ๒.๗๕ บาทต่อกิโลกรัม หรือ ๒.๙๐ บาทต่อ กิโลกรัม ลองหามาให้ดูหน่อยครับ พี่น้องชาวไร่ที่ผมไปคุยบางคนได้ ๒.๑๐ บาทก็มี แต่ผมเรียนท่านประธานว่าผมก็ให้ความเป็นธรรมอย่างไรครับ ผมก็พยายามไปหาที่มากที่สุด เท่าที่จะหาได้แล้วที่สอบถามก็เท่านี้ครับ ซึ่งก็ยังน้อยกว่าราคาที่รัฐบาลประกาศไว้ แล้วยังมี เรื่องอื่น ๆ อีกนะครับ ยังมีเรื่องของการใช้วิธีเอาเรียกว่าสิ่งเจือปน ซึ่งหลาย ๆ คนฟัง ก็จะบอกว่าทำไมผมไม่พูดถึงสิ่งเจือปน สิ่งเจือปนก็หมายถึงว่าเขามีกำหนดไว้ครับว่า นอกจากเชื้อแป้ง ๒๕ เปอร์เซ็นต์แล้วจะได้ในราคาเต็ม ก็ยังมีสิ่งเจือปน อย่างเช่นถ้าชั่ง เข้าไปแล้วมีหิน ดิน ทราย เขาก็ให้หักในราคาตามสัดส่วนที่มันมีสิ่งเจือปน ก็พยายาม ให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลทุกอย่างครับ ลองดูสิว่าถ้ามันได้มากที่สุดเต็มที่เท่าไร ก็ได้แค่นี้จริง ๆ ผมถามว่าแล้วที่รัฐบาลประกาศออกมาแล้วให้พี่น้องเกษตรกรเขามี ความตั้งใจที่เขาอยากได้ราคาที่รัฐบาลประกาศก็ไม่จริงครับ ผมถึงจะเรียนครับว่า นอกเหนือจากความไม่พร้อม นอกเหนือจากการเลื่อนโครงการมา ๓ เดือน ทำความเสียหายให้กับพี่น้องเกษตรกร พอเข้าโครงการราคาที่ประกาศไว้ในแต่ละเดือน ที่รับจำนำก็ไม่ได้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น แล้วเดี๋ยวผมจะทำให้ท่านประธานดู แล้วใครได้ประโยชน์จากส่วนต่างที่เกิดขึ้น

ในอีกเรื่องหนึ่งนอกเหนือจากราคาครับ เรื่องนี้ผมขออนุญาตท่านประธาน เลยครับว่าเป็นเรื่องที่ต้องตั้งใจดี ๆ แล้วพี่น้องประชาชนจะต้องถึงขั้นตกใจครับว่าเงินภาษี ของท่านวันนี้ไม่ได้ดูแลเฉพาะพวกเราคนไทยนะครับ เราใจกว้างครับท่านประธาน รัฐบาล ชุดนี้ใจกว้าง ถามว่าไปดูแลใคร เดี๋ยวผมจะบอกให้ครับ เราได้เคยสอบถามในสภาแห่งนี้ โดยพรรคฝ่ายค้านนี่แหละครับตั้งกระทู้ถามรัฐบาลว่าได้ยินข่าวว่ามีการสวมสิทธิ์ มันสำปะหลังจากเพื่อนบ้านจริงหรือไม่ ท่านรัฐมนตรีได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี ในวันนั้น เราถามนายกรัฐมนตรีนะครับ แต่ท่านนายกรัฐมนตรีมอบให้รัฐมนตรีมาตอบ ในวันนั้น ท่านรัฐมนตรียอมรับครับว่าการสวมสิทธิ์หรือการนำมันสำปะหลังข้ามมาจาก ประเทศเพื่อนบ้านนั้นมีจริง ทีนี้เพื่อความเป็นธรรมอีกครั้งหนึ่งครับ แล้วก็อยากให้ พี่น้องประชาชนที่ดูอยู่ทางบ้านได้เห็นว่าการสวมสิทธิ์และการนำมันสำปะหลังข้ามมาจาก ประเทศเพื่อนบ้านมีจริง จะเห็นว่าการสวมสิทธิ์และการนำมันสำปะหลังข้ามมาจากประเทศ เพื่อนบ้านมีจริง ผมขออนุญาตท่านประธานเปิดคลิปที่ ๑

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

อันนี้ก็จะให้เห็นครับว่า วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ซึ่งอยู่ในช่วงของการรับจำนำที่รัฐบาลประกาศไว้ครับ ภาพสโล โมชัน (Slow motion) ตรงนี้นิดหนึ่งเพื่อจะได้เห็นทะเบียนรถ จะได้เห็นว่ามันไม่ได้เป็นการตัดต่อ ภาพของใครมา ในรถเต็มไปด้วยมันสำปะหลังครับ แล้วเดี๋ยวจะเห็นด่านครับ ใจเย็น ๆ ทะเบียนรถครับ ฝั่งข้างหลังนั้นเป็นฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน กำลังวิ่งผ่านด่านเข้ามาใน ประเทศไทยครับ วิ่งมาเรื่อย ๆ ครับ เสร็จลองไปดูอีกวันครับ เมื่อสักครู่เป็นเดือนกุมภาพันธ์ อันนี้วันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๕ ครับ มาอีกแล้วครับ มาเป็นคันรถ มันสำปะหลังอยู่เต็มคันรถ มาจากประเทศเพื่อนบ้านครับ มาอีกคันหนึ่งครับ ซึ่งภาพพวกนี้เป็นสิ่งที่พวกเราก็พยายาม เพื่อจะทำให้เห็น เพื่อทุกท่านจะได้เห็น นี่ก็เป็นอีกด่านหนึ่งครับ ด่านนี้เรียกว่าด่านตาพระยา อยู่จังหวัดสระแก้ว ก็ผ่านแนวชายแดนของประเทศไทยแล้วก็ประเทศเพื่อนบ้านมาครับ มีตำรวจ ตชด. เดินอยู่ข้างหลัง ถ้าใครตาดีจะเห็นนะครับ ทีนี้นอกจากเห็นขบวนรถแล้ว เพื่อความเป็นธรรม จากนี้เดี๋ยวเราจะตามไปดูว่ารถ ๒-๓ คันนี้เขาไปไหนกัน ก็จะพยายาม ตามไปครับท่านประธาน จำรถ ๒ คันนี้ไว้นะครับ มีทั้งทะเบียนแล้วก็ด้านหลัง ทางซ้าย เห็นป้ายไหมครับ ทางซ้ายไปจังหวัดอรัญประเทศ ทางขวาจะไปอำเภอตาพระยา นี่มาที่ทำการอำเภอ เลี้ยวซ้ายแล้วครับ ไม่ไกลจากด่านเลยครับท่านประธาน เดี๋ยวท่าน จะเห็นว่ารถทั้ง ๒ คันนี้เลี้ยวเข้าไปที่ไหน เดี๋ยวผมจะบอกสถานที่ให้ เพราะผมทราบว่า รัฐบาลก็อยากทราบว่าสิ่งที่ผมพูดนี่มันอยู่ที่ไหน พอเราตามรถคันนี้ไป รถเลี้ยวครับ ๒ คัน คันแรกเข้าไปแล้ว เพื่อเป็นการกระชับผมก็ตามคันที่ ๒ มาด้วยเพราะวิ่งตามกันมา ๒ คัน ข้างหน้าที่เลี้ยวเข้าไปนั้นคือลานมันสำปะหลังที่อยู่ห่างจากด่านประมาณ ๑ กิโลเมตรครับ เป็นลานมันสำปะหลังที่อยู่ในอำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว

“............... : อยากได้ประกันรายได้แล้วจ้ะ จำนำนี่พ่อค้ามันรวย มันไม่ได้ผล เพราะว่าพ่อค้าเขาก็เอาแต่ลูกน้องเขานั่นแหละ เห็นทีจะได้อะไรเล่า ตาสีตาสาก็ฝากให้ รัฐบาลนั่นแหละมาช่วยดูแลว่าถ้าจะมีโครงการอย่างนี้อย่าเอาเลย บ่อยากได้”

นั่นเป็นเสียงของ พี่น้องเกษตรกรแถวนั้นละครับ ผมก็ไปถามว่าเป็นอย่างไร เห็นทุกวันไหม เขาบอกมีมาทุกวันครับ ภาพที่เห็นขนข้ามแดนมาจากประเทศเพื่อนบ้าน สิ่งที่ผมต้องนำเรียนแบบนี้ครับ ท่านประธาน แล้วก็ท่านสมาชิกฝากไปถึงทางท่านนายกรัฐมนตรีก็คือว่ามันสำปะหลังที่เห็น ส่วนใหญ่พอเข้ามาในลาน แล้วในช่วงเวลาที่มันเกิดขึ้นคือช่วงที่ท่านรับจำนำอยู่ ผมไม่ได้บอกหรอก ว่าทั้งหมดเป็นมันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน หมายถึงว่าทั้งหมดจำนวนที่รัฐบาล รับจำนำทั้งหมด แต่ผมบอกว่ามีส่วนใหญ่พอสมควรเลยครับที่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน แล้วมาสวมสิทธิ์ แล้วก็มารับเงินจำนำของภาษีพี่น้องประชาชนคนไทยนั่นละครับ ผมถึงบอก ประเทศไทยวันนี้ใจกว้างครับ รับจำนำดูแลเกษตรกรปลูกมันสำปะหลังในประเทศไทย ยังน้ำตาตกอยู่เลยแต่ใจกว้างไปรับจำนำดูแลเกษตรกรประเทศเพื่อนบ้านด้วย แล้วภาพทะเบียน แล้วผมเชื่อว่าท่านรัฐมนตรีก็ยังมีข้อมูลนะครับว่ามันเกิดขึ้นจริง ผมถามว่าพี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้านวันนี้ไม่รู้สึกหรือครับว่าเงินภาษีของท่านวันนี้ เอาไปช่วยประเทศเพื่อนบ้านด้วยนะครับ มันสำปะหลังให้เขาปลูกที่เขาแล้วก็มาจำนำ ที่เราได้ ผมก็ยังสงสัยอยู่ครับว่าอีก ๒-๓ ปีถึงจะเข้าเออีซี (AEC) หรือว่าอาเซียน วันนี้ยังไม่เข้า ท่านไปดูแลเขาล่วงหน้าเลยครับ นี่คือความเป็นจริงและความขมขื่นที่เกิดขึ้นกับ พี่น้องประชาชนคนไทย รวมทั้งเกษตรกรชาวไทยเพราะเขาก็ยังไม่ได้รับการดูแลอย่างดี แต่เราไปดูแลเพื่อนบ้านด้วย นี่คือผมพยายามจะแสดงให้เห็นถึงช่องทางในการรั่วไหล และก่อให้เกิดมีการทุจริตในกระบวนการการรับจำนำโครงการรับจำนำมันสำปะหลัง ของรัฐบาล ผมถึงได้กล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่านละเลย สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นจริง มันเป็นภาษีประชาชน ไม่ให้พวกผมพูดแล้วให้ไปพูดเมื่อไรล่ะครับ รวมถึงราคาที่พี่น้อง มันสำปะหลังเขาเดือดร้อนกันอยู่เป็นปี ๆ ประท้วงกันแล้วไม่รู้กี่แล้วกี่รอด ท่านไปดูแลเขาจริงจังครับ นี่คือสิ่งที่ผมจะนำเรียนเบื้องต้นว่า ๓-๔ เรื่องในเรื่องของ การรับจำนำในโครงการในขั้นตอนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ทีนี้ผมจะขออนุญาตข้ามไปเร็ว ๆ ว่า จากนี้ผมจะแสดงให้เห็นว่ามันเอื้อกับใคร แล้วท่านนายกรัฐมนตรีมีส่วนเกี่ยวข้อง ในการออกนโยบายนี้โดยตรงหรือไม่ อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ระยะเวลาในการ รับจำนำตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ จนถึงเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๕ จำ ๔ เดือนที่รับจำนำ นี้ไว้ให้ดี ปรากฏในวันที่ ๑๐ เมษายนซึ่งอยู่ในช่วงของการรับจำนำพอดี มีมติ ครม. โดยท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นประธาน ๑๐ เมษายน ๒๕๕๕ ท่านอนุมัติให้ อคส. หรือองค์การคลังสินค้าเข้าไปรับซื้อมันสำปะหลังจากลานมันสำปะหลังและโรงแป้ง ก็คือลานมันสำปะหลังและโรงแป้งที่เขารับจำนำจากพี่น้องประชาชนในช่วงที่เปิดโครงการ นั่นแหละครับ แล้วอนุมัติงบประมาณอีก ๑๑,๓๔๑,๐๐๐.๒๓ บาท อีก ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท อนุมัติในเดือนเมษายน ถ้าผมไม่พูดหลาย ๆ คนอาจจะมองข้ามไปว่า เออ แล้วมันเกี่ยวอะไร ท่านประธานและพี่น้องประชาชนตามให้ดีนะครับว่าเปิดโครงการมาเดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม เดือนเมษายน มาอนุมัติเดือนเมษายนว่าให้ซื้อ ผมบอกเดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคมเกษตรกรเขาก็เอามันเข้าไปจำนำกับลานเกือบหมดแล้วครับ แล้วในราคา ที่ผมเรียนครับว่าตั้งไว้ในเดือนแรก ๒.๗๕ บาท เขาได้กัน ๒.๒๕ บาท ผมถามว่าส่วนต่างนี่ ใครได้ ท่านประธานและพี่น้องประชาชนลองไปคิดเอาเองครับ เกษตรกรได้ ๒.๒๕ บาท ในเดือนแรก ๒.๓๐ บาทในเดือนที่ ๒ แต่รัฐบาลบอกว่าจะได้ในราคา ๒.๗๕ บาท ๒.๘๐ บาท ๒.๙๐ บาท ท่านนายกรัฐมนตรีอนุมัติไปในเดือนเมษายนก็หมายถึงว่า ท่านก็อนุมัติตามราคาที่รัฐบาลประกาศไว้ แล้วส่วนต่างที่ไปกดเกษตรกรเขาท่านต้องตอบว่า ไปไหน ท่านเอื้อประโยชน์ใครหรือไม่ ทำไมเงินไม่ลงโดยตรงไปถึงพี่น้องเกษตรกรให้ได้ราคา ตามที่ท่านประกาศไว้ ถ้าอย่างนั้นผมไม่ติดใจ ผมเชื่อว่าท่านผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรได้พูดไปแล้วตั้งแต่ในตอนเช้าของวันนี้ว่าถ้าเงินทั้งหมดไปสู่ พี่น้องเกษตรกรโดยตรงทั้งหมดไม่มีปัญหาครับ แต่อย่าไปตกหล่น อย่าไปแบ่ง ท้ายที่สุด เกษตรกรไม่ได้ครับ แล้วอย่ามาเหมาว่าฝ่ายค้านอภิปรายแบบนี้เพราะไม่ต้องการดูแล ไม่ต้องการให้เกษตรกรได้รายได้ ไม่จริง ตรงกันข้ามครับ เราอยากให้เกษตรกรได้ เต็มเม็ดเต็มหน่วย นั่นคือสิ่งที่เราพยายามทำหน้าที่ของเราอยู่ ในวันที่ ๑๐ เมษายนผ่านไป ยังไม่พอครับท่านประธาน ในวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๕ มีมติ ครม. อีกครั้งหนึ่งครับ ก็คือหลังจากการรับจำนำว่าให้ขยายเวลาการรับจำนำมันสำปะหลังออกไปอีก ที่สิ้นสุด ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ให้ขยายไปจนถึง ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๕ ถามว่าเกิดอะไรขึ้นครับ ยังไม่พอใช่ไหมครับขยายเวลาอีก แล้วก็อ้างว่ายังมีมันสำปะหลังตกค้างอยู่ในหลาย ๆ พื้นที่ ผมเรียนท่านประธานครับ ในหลายพื้นที่ไปสอบถามดูทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มันสำปะหลังส่วนใหญ่ตอนนี้เริ่มไหลเข้าไปอยู่กับรัฐบาลหมดแล้วครับ อยู่ในสต็อกในโรงมัน ลานมันหมดแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีขยายเวลาเพื่อต้องการอะไรครับ ผมก็เลยไปดู ปรากฏว่าเฉพาะเดือนมิถุนายนครับที่ท่านนายกรัฐมนตรีขยายเวลาตามมติ ครม. ที่ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ใบประทวนที่ออกมาตอนนั้นออกกันจ้าละหวั่นเลยครับ บางจังหวัดเฉพาะในช่วงเดือนเดียวเป็นแสนตันครับ แล้วเขาฝากมาบอกด้วยว่าใบประทวน ส่วนใหญ่ที่ออกในช่วงเดือนมิถุนายนตอนขยายนั้นมันสำปะหลังบางส่วนก็ยังไม่ได้เข้ามาครับ ๓ เดือนให้หลังค่อยทยอยเข้ามา นั่นหมายความว่าอะไรครับ ออกใบประทวนกันไปก่อนครับ เพราะขยายเวลามาเพื่อจะได้เร่งในการที่ดำเนินการ แต่ชาวไร่เขาขุดกันมาเขาเข้ามา ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์แล้วครับ ๒ มติ ครม. นี้แสดงให้เห็นว่าท่านนายกรัฐมนตรีรับทราบครับ ว่าโครงการนี้อย่างน้อยมีความรั่วไหลหรือประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน ท่านต้องแก้ไขปรับปรุงครับ แล้วผมพยายามทำให้เห็นเลยครับว่าท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์เป็นประธาน ครม. ๒ ครั้งนี้และออกมติรับรู้รับทราบในการอนุมัติทั้งเม็ดเงิน รวมถึงวัน ราคา และรูปแบบในการรับจำนำ ทั้งระบบครับ นี่จะเห็นว่าจากการรับจำนำมาจนถึงมติ ครม. ที่มีความรู้สึกว่าเอื้อประโยชน์ ช่วงสุดท้าย ที่สำคัญที่สุดครับ คล้าย ๆ ข้าวเลยครับ เราก็อยากรู้ว่าเมื่อรัฐบาลรับจำนำมันสำปะหลัง มาทั้งหมดแล้วนั้น สต็อกรัฐบาลเอาไปไหน เอาไปขายให้กับใคร ในราคาเท่าไร ผมเรียนว่า นี่คือสิ่งที่หายากมากกว่าจะหามาได้ แต่พวกเราก็ต้องไปหามาจนได้ครับเพื่อจะได้ตอบ ผมเรียนครับว่ามันสำปะหลังของรัฐบาล ณ ขณะนั้นหลังจากที่ออกจากโครงการรับจำนำ มีอยู่ประมาณ ๒,๒๐๐,๐๐๐ ตันครับ จำตัวเลขตรงนี้ไว้ให้ดีนะครับ ๒,๒๐๐,๐๐๐ ตัน อยู่ในสต็อกรัฐบาลหลังโครงการรับจำนำของรัฐบาล มันสำปะหลังอยู่ในมือรัฐบาล ๒,๒๐๐,๐๐๐ ตัน ผมก็คิดว่าจะทำจีทูจีเหมือนกัน ก็มีข่าวออกมาว่ารัฐบาลจะไปทำจีทูจี กับประเทศอื่น ๆ ก็ไปสอบถามหลายหน่วยงานครับ แม้กระทั่งผู้บริหารกระทรวงก็บอกว่า ให้ข้อมูลไม่ได้ จนผมมาถึงบางอ้อเมื่อประมาณเดือนกันยายนครับ ท่านรัฐมนตรีได้มีการ แถลงข่าวบอกว่าได้มีการระบายมันสำปะหลังของรัฐบาลออกไปหมดแล้วโดยใช้จีทูจี พูดแค่นี้ครับ แล้วก็มีคนเขาไปบอกว่าอาจจะกลับประเทศจีน อาจจะนะครับ คราวนี้เราก็เลย ไปหาข้อมูลเพื่อความเป็นธรรมของรัฐบาลว่าเมื่อจีทูจีนี่สิ่งที่เราจะต้องดูแลแล้วก็ เข้าไปตรวจสอบก็คืออะไรครับ อย่างข้าวเมื่อสักครู่ยังมีนะครับว่าทำกับใคร รัฐต่อรัฐ มีใครบ้าง ในอดีตที่ผ่านมาก็ต้องมีครับ และในคลิปก็มีตั้งหลายอันครับเมื่อกี้ที่บอกว่าจีทูจี ต้องมีการบอกว่ากับประเทศไหน มีเงื่อนไขอย่างไร ปรากฏว่าในของมันสำปะหลังนี่ ยิ่งตลกเข้าไปใหญ่จีทูจี ๑. ไม่รู้ทำกับประเทศอะไร ๒. ถ้าทำจริงไม่มีการเปิดแอลซี (L/C) ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีหนังสือค้ำประกันจากคนที่เขาจะมารับซื้อ ไม่มีแม้กระทั่งบอกว่า จะขายให้เขาในราคาเท่าไร จำนวนเท่าไร มันสำปะหลังตั้ง ๒,๒๐๐,๐๐๐ ตันก็ไม่มีด้วยว่า จะขนส่งอย่างไรจะไปเก็บเอาไว้ที่ไหน จะขนลงท่าเรือไหน จองท่าเรือ ไม่มีครับ เงื่อนไข ในการทำจีทูจี จีทูจีคือการซื้อขายกันระหว่างรัฐต่อรัฐหรือรัฐบาลต่อรัฐบาล ส่วนใหญ่แล้ว มักจะมีการเปิดเผยว่าเงื่อนไขในการเจรจามีอะไรบ้าง บางคนเขาซื้ออันนี้เขาเอาไปแลกผัก แลกผลไม้ก็มี นอกเหนือจากราคาที่เขาซื้อ แต่ถ้ามีการใช้เงินซื้อก็ต้องมีการวางแอลซี การเปิดแอลซี มีเงินค้ำประกัน อันนี้ไม่มีเลยครับ นั่นเป็นที่มาของข้อสงสัยที่ในฐานะพวกเรา ที่ต้องตรวจสอบ แล้วผมก็ไปตามว่า ณ ขณะนั้นมันสำปะหลังส่วนใหญ่ในพ่อค้าส่งออก มันสำปะหลังมันอยู่ที่พ่อค้ามีไหม เขาบอกไม่มีแล้ว สต็อกส่วนใหญ่ก็ไปอยู่ที่รัฐบาลหมดแล้ว ตั้ง ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าตัน แล้วก็บอกว่าจีทูจี เมื่อไม่มีมันก็เลยมีที่มา สิ่งที่สำคัญอยู่ตรงนี้ครับ เมื่อเราไม่เห็นว่าจีทูจีกับใคร แล้วบอกว่าขายไปแล้ว ไฮไลท์ (Highlight) ที่สำคัญก็อยู่ตรงนี้ ผมก็เลยไปดู ไปดูยอดส่งออกในปี ๒๕๕๔ คาบปี ๒๕๕๕ ก็คือช่วงฤดูกาลมันสำปะหลัง ในปี ๒๕๕๔ ควบปี ๒๕๕๕ ปรากฏมีอยู่ ๓ บริษัทที่มียอดส่งออกมันสำปะหลัง ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าตัน ผมก็เลยไปถามบริษัทที่เขาทำส่งออกอยู่เป็นประจำว่า เอ๊ะ ทำไมบริษัทนี้มันสูงโด่งขึ้นไป มีไปได้อย่างไร มีอยู่บริษัทหนึ่ง ๗๐๐,๐๐๐ กว่าตัน บริษัทที่ ๒ บริษัทที่ ๓ ก็ ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ ตัน พ่อค้าที่เขาทำส่งออกมันสำปะหลังด้วยกัน เขาก็สงสัยครับ นั่นถึงเป็นที่มาที่ผมเลยได้สงสัย แล้วก็อยากจะเรียนกับพี่น้องประชาชน รวมผ่านถึงท่านประธาน ผมก็เลยไปดูว่าบริษัทนี้มันเป็นของใคร มันชื่ออะไร แล้วมันมีส่วน เกี่ยวข้องอะไรกับรัฐบาลชุดนี้ ผมก็เลยเอาบริษัทที่ส่งออกเป็นอันดับ ๑ นี่ละครับ เกือบ ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าตัน เพราะสงสัยว่าเขาเอามันสำปะหลังจากที่ไหนไปส่งออก ปรากฏไปเจอหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัทนี้ จดทะเบียนตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ๑๐ ปีมาแล้ว ทำธุรกิจส่งออก ผมไม่แปลกใจว่า ๑๐ ปีทำธุรกิจส่งออก แต่ไปเจออีกใบหนึ่ง ขออนุญาต ท่านประธานครับ ใบนี้ครับท่านประธาน เดือนเมษายน ๒๕๕๕ ก่อนที่จะหมดเวลาในการรับจำนำ มันสำปะหลังครับ บริษัทเอมีการปรับเปลี่ยนผู้ถือหุ้นทั้งหมด แล้วมีบริษัทเอ ๑ เข้ามาเป็น ผู้ถือหุ้นใหญ่ ผมก็เลยลงไปดูว่าบริษัทเอ ๑ ที่มีการเปลี่ยนผู้ถือหุ้นแล้วเข้ามาถือหุ้นใหญ่ เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นั้นเป็นบริษัทอะไร แล้วมาจากที่ไหน ท่านประธานทราบไหมครับว่า เกิดอะไรขึ้น บริษัทที่เพิ่งมาเปลี่ยนในเดือนเมษายน ๒๕๕๕ นั้น บริษัทเอ ๑ นั้น ไปจดทะเบียนบริษัทอยู่ที่หมู่เกาะบริติช เวอร์จิ้น ไอร์แลนด์ หรือที่เรารู้จักกันดีครับว่าเกาะนี้ เป็นเกาะที่ใครมีเงินประมาณ ๓๐๐ เหรียญก็สามารถไปจดทะเบียนบริษัทได้แล้ว แล้วก็เป็น ที่มาที่ไป ทุกคนก็ทราบกันอยู่แล้วว่าหมู่เกาะนี้เขาไม่สามารถจะเปิดเผยอะไรได้เลย เป็นที่สำหรับไปจดทะเบียนบริษัทอะไรก็ได้ที่อยากทำโครงการหนีภาษีหรืออะไรเขาไปทำ แม้กระทั่งเรื่องการฟอกเงินก็ต้องยอมรับว่าที่นี่ทุกคนก็รู้กันดีอยู่แล้ว แล้วการจดทะเบียน บริษัทที่นี่ก็คล้าย ๆ กับเมื่อหลายปีที่ผ่านมาในรัฐบาลเก่าก่อนโน้น ผมไม่เอ่ยชื่อเดี๋ยวจะมี การประท้วงกันอีกครับ ก็ใช้วิธีการไปจดทะเบียนที่นี่แล้วก็มาเอาบริษัทนั้นมาขายข้าว ของประเทศไทยในช่วงนั้น ผมเคยอภิปรายในปี ๒๕๔๗ ครับ ก็ไปจดทะเบียนที่เกาะบริติช เวอร์จิ้น ไอร์แลนด์ เหมือนกัน ท่านประธานเห็นไหมครับว่าเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น ในเดือนเมษายน แล้วเดือนมิถุนายนก็เริ่มเข้ามาบริหารจัดการสต็อกรัฐบาลครับ ฉะนั้นบริษัทเอ ๑ ที่เพิ่งปรับเข้ามาอยู่ในบริษัทเอ เมื่อเข้ามาผมถึงอยากจะเรียน ท่านประธานให้เห็นครับว่ายอดส่งออกของบริษัทนี้ถึงได้สูงแข่งกับเพื่อนเขา ซึ่งในวงการเขารู้กันหมดละครับว่ามันมาได้อย่างไร มันเนรมิตมันสำปะหลัง มาจากไหน เพราะมันสำปะหลังทั้งหมดมันอยู่ที่รัฐบาล ก็เลยไปสอบถามตัวแทนที่อยู่ ในสมาคมต่าง ๆ ก็ไปพูดคุยกับเขา เขาบอกว่าบริษัทนี้เข้ามาโดยมีใบมอบอำนาจเข้ามา ในลานมัน โรงแป้งต่าง ๆ เพื่อมาทำการซื้อมันสำปะหลังของรัฐบาลไปแล้วเอาไปขาย ผมก็ถามครับว่าให้เขาไปได้อย่างไร เพราะว่าโกดังนั้นเป็นโกดังกลางของรัฐบาล เขาบอกว่า เขามีผู้ใหญ่อยู่ข้างหลังแล้วมีใบเขียนมาจากรัฐบาลเป็นใบมอบอำนาจว่าให้เข้าไปดำเนินการได้ แล้วต่อจากนั้นไปเงินที่จ่ายให้กับกรมการค้าต่างประเทศก็มาจากบริษัทครับ ไม่ได้มาจาก ประเทศหรือมาจากที่ไหนเลย ก็มาจากบริษัทเอ ๑ นี่ละครับ ผมถึงพยายามจะแสดงให้เห็นว่า กระบวนการที่รัฐบาลบอกว่าขายหมดแล้ว สต็อกรัฐบาล ๒.๒ ล้านตันนั้นว่าเป็นจีทูจี มันไม่ใช่จีทูจีจริงครับท่านประธาน มันมีบริษัทซึ่งไม่สามารถตรวจสอบที่มาที่ไปได้ แล้วเมื่อสักครู่ผมลืมบอกไปนะครับว่าทุนจดทะเบียน เพื่อความเป็นธรรมนะครับ แต่ก่อน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท พอมาปรับเปลี่ยนในเดือนเมษายนที่ผ่านมาก่อนเข้ามาวุ่นวายในโครงการ สต็อกของมันสำปะหลังของรัฐบาลเพิ่มทุนจดทะเบียนมาเป็น ๑๕ ล้านบาท แต่เข้ามาดูแล โครงการเป็นหมื่นล้านบาทครับของรัฐบาล ก็อยากจะสอบถาม แล้วท่านนายกรัฐมนตรี ต้องตอบครับว่าในการทำจีทูจีระหว่างรัฐต่อรัฐนั้นปล่อยให้บริษัทพวกนี้เขาเข้ามาได้อย่างไร แล้วเขาก็ไม่ได้ทำอะไรนะครับ เข้ามาเหมือนเป็นนายหน้า แล้วก็ซื้อมาแล้วก็ขายไป มีขายปลีกด้วยครับ แต่ผมไม่อยากพูดเพราะมันเป็นรายเล็ก ๆ น้อย ๆ เขาเอามาแล้ว เขาขายปลีก บางส่วนเขาก็ส่งออก ยอดเขาถึงได้ขึ้นเป็น ๗๐๐,๐๐๐ บาท ๘๐๐,๐๐๐ บาท อย่างไรครับ แล้วก็บางส่วน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๔๐๐,๐๐๐ บาทก็ขายให้กับบริษัทคนที่เขาทำ ส่งออกอยู่แล้ว ถ้าพูดง่าย ๆ ก็คือบริษัทที่ผมนำเรียนไม่ได้ลงทุนอะไรเลยครับ แล้วก็กินหัวคิวครับ นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะเรียนท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีครับว่าโครงการรับจำนำ มันสำปะหลังที่ผมได้เรียนมาทั้งระบบ ตั้งแต่เริ่มก่อนที่จะรับซื้อจนถึงเข้าโครงการราคา การสวมสิทธิ์จากประเทศเพื่อนบ้าน ภาษีพี่น้องประชาชนต้องจ่ายไปดูแลเกษตรกร ของเพื่อนบ้านด้วย พอเป็นสต็อกยังมีกระบวนการแบบนี้อีกครับ เข้ามาบริหารจัดการ เรียกว่าล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง แล้วทั้งโครงการงบประมาณ ๓๓,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ พี่น้องประชาชนจะได้ทราบว่าโครงการนี้ ๓๓,๐๐๐ ล้านบาท ภาษีของพี่น้องประชาชนครับ เพราะฉะนั้นผมถึงอยากจะเรียนครับว่า