อลงกรณ์ พลบุตร หารือเรื่องการทุจริตของรัฐมนตรีและเรียกร้องการตรวจสอบความรับผิดชอบในเรื่องการประมูลเรือของกองทัพเรือ โดยมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดำเนินการประมูลที่มีการทักท้วง และเรียกร้องให้รัฐมนตรีตรวจสอบและแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันในการปฏิบัติหน้าที่ของส่วนราชการ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๖ สมัย จังหวัดเพชรบุรีครับ เป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพราะฉะนั้นผมเข้าใจการทำหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ และเคารพรัฐธรรมนูญ และกฎหมาย และข้อบังคับ ขออนุญาตท่านประธานครับ เพราะว่า ผมได้สร้างความชัดเจนแล้วว่ากระผมอภิปรายกล่าวโทษท่านรัฐมนตรีอย่างไร ก็ขอให้ ท่านรัฐมนตรีเป็นผู้ชี้แจงเมื่อผมได้อภิปรายจบลง และในวาระโอกาสที่ท่านคิดว่าเหมาะสม กระผมใคร่ขอที่จะเข้าสู่ข้อกล่าวหาว่าทำไมจากการตรวจสอบของกระผมในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาธิปัตย์ ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน สตง. หรือว่าผู้ตรวจการแผ่นดินจึงมีข้อสรุปตรงกันว่าท่านได้ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต เอื้อประโยชน์และส่อว่ากระทำผิดกฎหมายฮั้ว อันนี้คือข้อความที่ผมยกมาจากที่ทาง สตง. สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเขาได้สรุปแล้วครับ แล้วก็ผู้ตรวจการแผ่นดิน เพราะฉะนั้น ในประเด็นข้อกล่าวหาเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อท่านรัฐมนตรีนั้น ท่านก็จะต้องชี้แจง ในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดและผู้ที่อนุมัติยกเลิกการชะลอการลงนาม จนกระทั่ง มีการลงนามดังกล่าว การจัดหาเรือลาดตระเวนดังกล่าวนั้น ตามที่กระผมได้ลำดับเวลา โดยสังเขปเพื่อให้ได้เห็นภาพรวมว่ามีความเป็นมาอย่างไร ตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้วจนกระทั่ง มาสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง เป็นการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ ข้อแรกในกระบวนการ จัดหาที่มีการตั้งคณะกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือลาดตระเวนดังกล่าวนั้น
๑. รวบรัดการประมูล
๒. ซื้อซองน้อยราย
๓. ผิดเงื่อนไขทีโออาร์ (TOR)
๔. ยื่นเอกสารภายหลังรับซอง
๕. เสนอราคารายเดียว ราชการเสียประโยชน์
นี่ที่ผมกล่าวโทษท่านว่าท่านไม่ปกป้องผลประโยชน์ของแผ่นดินอย่างไรครับ ข้อแรกนั้นคือรวบรัดการประมูล การจัดหาครั้งนี้ถูกทักท้วงครับว่าประกาศเชิญชวนเมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม เป็นประกาศออกมาเชิญชวนโดยการที่เชิญเข้ามาเพราะเป็นการจัดหาจัดจ้าง จัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีพิเศษครับ ปรากฏว่ามีเวลาสั้นมากครับ ประกาศเชิญชวนออกไปนี่ เพียงแค่รับรู้นะครับ แต่ว่าเชิญมารับฟังในเรื่องของรายละเอียด ทั้งสเปก (Spec) ทั้งเรื่องของ รายละเอียดเงื่อนไขต่าง ๆ นี่ ในเดือนถัดมาครับคือวันที่ ๑-๘ เมษายน ช่วง ๑-๘ เมษายนนี้ ให้มารับเอกสารนะครับ แล้วก็หลังจากนั้นถัดมาอีก ๒ สัปดาห์จึงให้มารับฟังเรื่องของทีโออาร์ และเงื่อนไขต่าง ๆ ในวันที่ ๑๙ เมษายน แล้วให้ยื่นภายในวันที่ ๒ พฤษภาคมครับ มีเวลา ๒ สัปดาห์ครับ ต่อเรืออย่างอื่นท่านเป็นนายพลแล้วก็เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมย่อมทราบครับ ซื้อเรือลำเดียว ให้ต่อเรือลำเดียว ยังมีช่วงเวลาพิจารณา ยาวกว่านี้เลยครับ อันนี้ให้เวลา ๒ สัปดาห์ในการที่รับฟังรู้แล้วมายื่น เพราะฉะนั้น ๗ รายนี้ มารับฟังเหลือ ๓ ราย พอยื่นจริงเหลือ ๒ รายครับ ฮั้วกันหรือเปล่า ท่านรัฐมนตรีต้องใช้ดุลยพินิจ ในฐานะท่านบังคับบัญชา แต่การที่รวบรัดการจัดหาการประมูลโดยวิธีพิเศษเช่นนี้จึงเป็นพิรุธ ข้อที่ ๑
ข้อ ๒ ซื้อซองน้อยราย ยื่นซองน้อยราย ก็เหลือ ๒ รายครับ บริษัท ๒ บริษัทนี้ ก็วนไปเวียนมา บริษัทที่ชนะก็วนไปเวียนมาอยู่ในกองทัพนี้ครับ ก็ต้องยอมรับว่าเป็นบริษัทไทย ที่ประกอบธุรกิจด้านนี้ แต่มีข้อสังเกตว่ามีอดีตผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นกรรมการ และมีอดีตรองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณเป็นกรรมการบริษัท และที่สำคัญ หุ้นร้อยละ ๒๕ อยู่ในเกาะเคย์แมนและประเทศมอริเชียส เบื้องหน้าเบื้องหลัง เป็นอย่างไร เป็นเรื่องที่จะต้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบทางกฎหมายโดยตรงได้ดำเนินการ แต่ในฐานะที่ท่านเป็นรัฐมนตรีเรื่องนี้ยาวนานมาข้ามปี มีการร้องเรียนตรวจสอบ ท่านปฏิเสธ ความรับผิดชอบไม่ได้ว่าศักยภาพของท่านสามารถจะให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้ได้ดีกว่าที่ผ่านมา ไม่อย่างนั้นท่านจะไม่พลาดหรอกครับ
ข้อ ๓ ผิดเงื่อนไขทีโออาร์ เงื่อนไขทีโออาร์นั้นมี ๓ ข้อใหญ่ ๆ เป็น ๓ ข้อ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเครื่องยนต์หลักดีเซลเรือ ก็แข่งกันแค่ ๒ ราย ๒. ก็คือระบบควบคุม การขับเคลื่อน พูดง่าย ๆ คือยี่ห้อเดียวกับตัวเครื่องยนต์หลักกับตัวระบบควบคุมคอนโทรล (Control) ทั้งหลาย อีกรายหนึ่งเสนอตามเงื่อนไขทีโออาร์ อีกบริษัทหนึ่งเสนอเครื่องยนต์ ยี่ห้อหนึ่ง เสนอระบบควบคุมอันหนึ่ง แม้แต่ประธานกรรมการคัดเลือกแบบเรือ ที่เป็นเหมือนกับการจัดซื้อจัดจ้างนี่ยังระบุเลยว่าไม่มีความชัดเจนในการเชื่อมโยงเชื่อมต่อ ของระบบดังกล่าว แต่บริษัทที่ร้องเรียนไม่ได้รับความเป็นธรรมเขาบอกเขาเสนอตามทีโออาร์ ทุกประการ ปรากฏว่าแพ้ แพ้ไม่ถึงคะแนนนะครับ ให้คะแนนกัน ๗๘ คะแนน กับ ๗๗ คะแนน ห่างกันแค่ ๐.๗ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ทั้งที่เสนอได้ตรงตามทีโออาร์ทุกประการ ๓. ก็คือสมรรถนะของเรือ สมรรถนะของเรือดังกล่าวนั้นจะต้องอย่างน้อยฝ่าฟันคลื่นลม เผชิญมรสุมได้ในคลื่นที่เรียกว่าระดับ ๕ คือความสูง ๔ เมตรต่ำลงมา แต่ในทีโออาร์นั้นกำหนดชัดเจน แต่ในการยื่นเอกสารยื่นซองของผู้ชนะปรากฏว่า ไม่มีความชัดเจนตรงนี้ ตรงนี้เป็นข้อร้องเรียนแล้วก็ขอความเป็นธรรม รับฟังได้ระดับหนึ่ง แต่ที่รับฟังได้มากกว่านี้ก็คือเมื่อองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญที่ไม่เข้าใครออกใครไม่ว่าจะเป็น ผู้ตรวจการแผ่นดินหรือว่าสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเขาก็ได้พิจารณาประเด็นเหล่านี้ เป็นเวลาปีกว่าไม่สามารถชี้แจงได้ชัดเจน จนกระทั่งสรุปว่าเข้าข่ายมีการกระทำผิด กฎหมายฮั้วเกิดขึ้น
ข้อ ๔ ยื่นเอกสารภายหลัง พฤติกรรมอย่างนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรครับ เมื่อกำหนดว่าวันที่ ๒ พฤษภาคมคือวันที่จะต้องยื่นซองพร้อมกันเพื่อความเป็นธรรมให้เกิด การแข่งขันที่เป็นธรรม แต่ปรากฏว่ามีการยื่นเอกสารเพิ่มเติม แล้วก็มาชี้แจงบอกว่า ไม่ใช่สาระสำคัญ เอกสารดังกล่าวผมยกตัวอย่างในทีโออาร์กำหนดว่าจะต้องใช้เครื่องยนต์ ดีเซลเรือ ๒. คือระบบขับเคลื่อนเชื่อมโยงในการควบคุมทั้งการขับเคลื่อนแล้วก็ระบบควบคุมนั้น จะต้องเป็นยี่ห้อเดียวกันหรือถ้าต่างยี่ห้อต้องได้รับการรับรองจากบริษัทผู้ผลิตเท่านั้น แต่ท่านรัฐมนตรีท่านกลับยอมรับให้มีการยื่นเอกสารภายหลัง เพราะว่าการยื่นมาครั้งแรก เป็นแค่ตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยครับ ไม่ใช่ผู้ผลิต คนอ่านหนังสือออก ดูหนังสือเป็น ก็ย่อมรู้ว่ามันเป็นการกระทำที่ผิดต่อเงื่อนไขและเป็นการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม นี่เป็นเหตุผล อย่างไรว่าทำไมองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญเขาถึงไม่ยอม ส่งหนังสือท้วงแล้วท้วงอีกไม่รู้กี่รอบ ทั้งผู้ตรวจการแผ่นดิน ทั้งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน และเป็นเหตุผลว่าทำไม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมท่านที่แล้วแม้ว่าได้เซ็นอนุมัติแต่พอได้ทราบข้อเท็จจริง อีกไม่กี่วันจึงได้มีคำสั่งให้ชะลอการทำสัญญา พอเปลี่ยนม้ากลางน้ำเท่านั้นแหละนารีขี่ม้าขาวมา ไม่ฟังเลยครับ ท่านรัฐมนตรีเข้ามาท่านก็ยกเลิกการชะลอ วันรุ่งขึ้นก็ลงนามในสัญญา นั่นคือข้อสุดท้ายครับ เป็นข้อกล่าวหาข้อสุดท้าย ท่านบกพร่องต่อหน้าที่ทำให้ราชการ เสียหาย เสียเปรียบเพราะอะไรทราบไหมครับ เพราะว่าเมื่อมีการยื่นน้อยรายและเมื่อเลือก ๑ รายให้เป็นผู้ชนะเขาก็ยื่นซองราคาครับ มัดมือชก ท่านยอมให้กองทัพเรือถูกมัดมือชก คือเมื่อผ่านคุณสมบัติขั้นตอนที่ ๑ ผ่านซองเทคนิคให้คะแนนไป ๗๘ คะแนน ๗๗ คะแนน ชนะกัน ๐.๗ เปอร์เซ็นต์จึงจะมีสิทธิที่จะยื่นซองราคา ทำไมไม่ยื่นซองราคาพร้อมกันล่ะครับ ท่านกำหนดกฎเกณฑ์ยอมรับกติกาอย่างนี้ได้อย่างไร เขาท้วงแล้วท้วงอีกท่านก็ไม่ฟัง ท้ายที่สุดยื่นซองราคาก็เหมือนอย่างที่คาดหมายครับ งบประมาณแผ่นดินที่กำหนดไว้ ๕๕๓,๕๐๐,๐๐๐ บาท เสนอราคามา ๕๕๓,๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ท่านเอาเครื่องคิดเลขไปไหม จะได้รู้ว่ามันต่างกันกี่เปอร์เซ็นต์ กรรมการเจรจาต่อรองไปท้ายที่สุดตัวเลขกลม ๆ แล้วก็แถมนิดหน่อย เต็นท์ โต๊ะหลังเล็ก ๆ มูลค่าไม่กี่สตางค์ก็มาลงตัวที่ ๕๕๓ ล้านบาท ต่างจากงบประมาณที่ตั้งไว้ ๐.๐๙ เปอร์เซ็นต์ครับ ผมสรุปท้ายที่สุดว่าถ้าท่านไม่บกพร่องต่อหน้าที่ ไม่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เห็นประโยชน์ส่วนร่วม ไม่เอื้อประโยชน์ เอกชน ดูแลกำกับหน่วยงานรับผิดชอบด้วยความรอบคอบในฐานะที่ท่านมีทั้งคุณวุฒิ วัยวุฒิ ท่านเหนือกว่ารัฐมนตรีอีกหลายคน เพราะท่านเคยรับราชการจนมีตำแหน่งเป็นนายพล ท่านมีประสบการณ์ และท่านกำกับดูแล เป็นรัฐมนตรีหน่วยงานที่ท่านเติบโตในชีวิตราชการ แต่เมื่อท่านมาเป็นรัฐมนตรี ท่านทำในสิ่งไม่ควรทำ ท่านไม่ทำในสิ่งที่ควรทำ แทนที่จะปกป้องในเรื่องของงบประมาณแผ่นดิน ถ้ามีการแข่งขันเป็นธรรม โปร่งใส มีผู้เสนอเข้ามามากกว่านี้ และเงื่อนไขกติกานั้น ให้มีการยื่นซองพร้อมกันมาประกอบกับคุณสมบัติของตัวแบบเรือ เราจะไม่โดน การเสนองบประมาณผูกพันสัญญาในลักษณะเช่นนี้ เพราะฉะนั้นนั่นคือประเด็นที่กระผม ใคร่ขอกราบเรียนท่านประธานเป็นข้อกล่าวหา ท่านมีสิทธิชี้แจงครับ และผมขอเรียนว่า ท่านนายกรัฐมนตรีก็มีส่วนเกี่ยวข้องครับ หลังจากที่ท่านได้ให้มีการทำสัญญา ท่านอนุมัติ ๒๕ เมษายน รวดเร็วมากครับ อยากให้รัฐบาลนี้ทำงานเร็วแบบนี้แต่ต้องโปร่งใสนะครับ ไม่ใช่ส่อพฤติกรรมที่ทุจริตหรือว่าทำให้ราชการเสียหายอย่างนี้ หลังจากนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ให้รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมืองแจ้งหลังจากมีรายงาน จากกระทรวงกลาโหมในเรื่องการจัดหาเรือลาดตระเวนดังกล่าวชุดนี้ครับว่า ให้กระทรวงกลาโหมได้ปฏิบัติตามกฎหมายและให้ฟังข้อเสนอแนะของ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินและสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน สายไปเสียแล้วครับ ผมมีคำถามถึงท่านนายกรัฐมนตรีคือท่านนายกรัฐมนตรีรู้เห็นเป็นใจหรือเปล่าครับ ตั้งรัฐมนตรีของตนใหม่ แล้วก็เขาร้องเรียนมาจนกระทั่งถึงเดือนกรกฎาคมนี่ เซ็นสัญญาไปหมดแล้ว ท่านรัฐมนตรีอนุมัติไปเรียบร้อยแล้ว เกิดความเสียหายแล้ว ผมถามท่านรัฐมนตรีด้วยว่าท่านได้ให้มีการทบทวนไหมครับ
ประการที่ ๑ เมื่อนายกรัฐมนตรีมีบัญชาอย่างนี้ท่านรัฐมนตรีทบทวนหรือเปล่า แก้ไขหรือเปล่า
ประการที่ ๒ ท่านนายกรัฐมนตรีเมื่อเห็นว่ารัฐมนตรีไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ปรับ ครม. ที่ผ่านมาทำไมไม่เปลี่ยนตัว ผมไม่ได้กล่าวเลยเถิดนะครับ ท่านรัฐมนตรี เราไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว ไม่ได้มีอะไรโกรธเคืองกัน ผมสนิทรักใคร่กับดอกเตอร์ปรีชา สุวรรณทัต เป็นเพื่อนผู้อาวุโสที่รักมากที่สุดคนหนึ่ง แต่ผมทำตามหน้าที่ และผมต้องการให้ ประเทศไทยนั้นเราก้าวไปข้างหน้าครับ ปัญหาใหญ่คือคอร์รัปชันหรือการที่เราไม่พยายาม สร้างกติกาที่เป็นธรรมให้กับทั้งภาคเอกชนหรือการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ ของส่วนราชการและรัฐมนตรี ผมถึงบอกว่าท่านเป็นรัฐมนตรีออฟ สเปกครับ ขอบคุณครับ