อลงกรณ์ พลบุตร อภิปรายเรื่องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมที่ไม่สมควร ดำเนินการเกี่ยวกับการทุจริต และเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนที่ กระผมจะเข้าสู่การอภิปรายท่านรัฐมนตรีดาวเด่นขวัญใจฝ่ายค้านคือ พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขออนุญาตท่านประธานที่จะใช้ขาตั้งและ ภาพประกอบซึ่งได้ผ่านการเซนเซอร์ (Censor) โดยกรรมการที่ท่านประธานแต่งตั้ง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ๒. ก็คือขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปราย ได้ติดตามการนำเสนอข้อมูลข้อเท็จจริงพฤติกรรมที่ไม่สมควรได้รับความไว้วางใจ ทั้งท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมตลอดการอภิปราย และขออนุญาตพูดเสียงดังครับ เพราะว่าผมเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร เช่นกัน ก่อนอื่นต้องเรียนท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีว่าประสิทธิภาพของประเทศจะเกิดขึ้นจากประสิทธิภาพของรัฐบาลและรัฐสภา การใช้อำนาจในการถ่วงดุลตรวจสอบของระบบรัฐสภานั้นจะทำให้ประเทศก้าวหน้า ประชาชนได้ประโยชน์ โดยเฉพาะปัญหาความไร้ประสิทธิภาพของรัฐมนตรี ปัญหาการทุจริต คอร์รัปชัน (Corruption) ซึ่งในญัตติที่ฝ่ายค้านได้ร่วมกันเสนอนั้นได้ระบุชัดเจนว่านอกจาก เป็นยุคแพงทั้งแผ่นดินแล้วยังเป็นยุคโกงทั้งแผ่นดิน ประเด็นนี้คือที่มาของการชุมนุม และมีเหตุผล ๑ ใน ๓ ก็คือการที่รัฐบาลปล่อยให้มีการทุจริตคอร์รัปชันและเอื้อประโยชน์ ให้พวกพ้อง รวมทั้งรัฐมนตรีหรือท่านนายกรัฐมนตรีนั้นมีพฤติกรรมที่ไม่น่าไว้วางใจ ความจริงเราต้องการรัฐมนตรีที่มีคุณสมบัติ มีความรู้ความสามารถ มีความซื่อสัตย์เพื่อนำพา ประเทศก้าวไปสู่ห้วงเวลาของการเปลี่ยนแปลง เรากำลังก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และจะเกิดประชาคมความมั่นคงอาเซียน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั้นจะเป็น ตัวแทนประเทศไทยในการร่วมกับอีก ๙ ประเทศอาเซียนในการสร้างประชาคมความมั่นคง อาเซียน ผมไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แต่ท่านเป็น รัฐมนตรีออฟ สเปก (Off spec) ครับ ท่านเป็นรัฐมนตรีที่ไม่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งนี้ ต่อไป ผมจะมีการกล่าวโทษตั้งข้อกล่าวหาพฤติกรรมที่ไม่น่าไว้วางใจ เอื้อประโยชน์เอกชน ไม่รักษาผลประโยชน์ของชาติบ้านเมือง และถ้าท่านนายกรัฐมนตรีจะได้กลับมาที่บัลลังก์ ท่านฟังแล้วท่านอาจจะย้ายท่านก่อนที่ท่านจะไปย้ายข้าราชการครับ ผมเรียนท่านประธานว่า ท่านรัฐมนตรี พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั้น มีพฤติกรรมการบริหารราชการแผ่นดินบกพร่อง ผิดพลาด ไร้ประสิทธิภาพ ปล่อยปละละเลย ให้มีการทุจริตประพฤติมิชอบและส่อพฤติกรรมการกระทำความผิดกฎหมาย หากปล่อยให้ บริหารราชการแผ่นดินต่อไปในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมก็จะก่อให้เกิด ความเสียหายต่อประเทศและประชาชนไม่มีที่สิ้นสุด จึงไม่สมควรดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ต่อไป ท่านรัฐมนตรีผู้นี้มีพฤติกรรมกระทำการในสิ่งที่ควรทำแต่ไม่ทำ สิ่งที่ไม่ควรทำกลับทำ โดยใช้ตำแหน่งหน้าที่ราชการอนุมัติโครงการว่าจ้างสร้างเรือรบ ๓ ลำ ๕๕๓ ล้านบาท กระผมได้ขออนุญาตท่านประธานที่จะได้เห็นภาพของโครงการจัดหาเรือสนับสนุน การปฏิบัติการทางเรือ จำนวน ๓ ลำ เรือดังกล่าวนั้นเป็นเรือรบประเภทตรวจการณ์ลาดตระเวน ก็ขอเรียกสั้น ๆ ว่า เป็นเรือลาดตระเวน มีภารกิจในการที่จะดำเนินการดูแลชายฝั่งทะเลของเรา ๒,๔๐๐ กิโลเมตร ดูแลให้ความคุ้มครองป้องกันในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ ประสานกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงถือว่ามีประโยชน์อย่างยิ่งที่กองทัพเรือได้นำเสนอ และคณะรัฐมนตรี ชุดที่แล้วได้อนุมัติเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี ๒๕๕๓ โครงการที่ดีอย่างนี้ซึ่งตั้งงบประมาณ ก่อหนี้ผูกพันข้ามปี ปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ และปี ๒๕๕๖ เป็นโครงการที่จะเป็นประโยชน์ต่อ กองทัพเรือแล้วก็ต่อประเทศของเรา โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่ทำมาค้าขายและประกอบ อาชีพในทะเล แต่ด้วยพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใสทำให้โครงการนี้เกิดความล่าช้า ซึ่งนอกจากที่ กระผมจะได้ตั้งประเด็นการกล่าวโทษไปแล้วก็จะเป็นประเด็นของข้อกล่าวหา ท่านรัฐมนตรี มีสิทธิที่จะชี้แจงว่าข้อกล่าวหาของกระผมนั้นเป็นจริงหรือไม่ และท่านจะรับผิดชอบอย่างไร ในฐานะที่เป็นชายชาติทหาร ท่านได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่ในการอนุมัติโครงการนี้เป็นการเอื้อ ประโยชน์ให้กับเอกชนบางราย ๒. การอนุมัติของท่านเข้าข่ายการกระทำความผิดกฎหมาย ทั้งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ และพระราชบัญญัติความผิดว่าด้วยการเสนอราคา ต่อหน่วยงานของรัฐหรือที่เรียกสั้น ๆ ว่ากฎหมายฮั้ว ความจริงท่านมีเวลามากพอ เพราะโครงการนี้ต่อเนื่องมาตั้งแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมท่านที่แล้วคือ พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ได้มีการดำเนินการร้องเรียน ร้องทุกข์ มีการตรวจสอบ โดยองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อเปลี่ยนรัฐมนตรีเหตุการณ์ก็เปลี่ยนไป ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะนำเสนอภาพรวมโดยสังเขปเพื่อง่ายต่อการที่จะเข้าใจ เมื่อผมได้ลงลึกไปสู่ประเด็นของข้อกล่าวหาว่าโครงการนี้นั้นทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ได้ยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการ และท่านรัฐมนตรีก็จะตกเป็นจำเลยไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ป.ป.ช. ได้เริ่มการสอบสวนตั้งแต่วันที่ ๒๙ มิถุนายน เป็นต้นมา แต่ในสภาแห่งนี้มีหน้าที่ในการที่จะได้นำเสนอข้อเท็จจริง และการนำเสนอ ประเด็นพฤติกรรมของท่านว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลนั้น จะยังคงให้ความไว้วางใจท่านได้หรือไม่ ก็เป็นหน้าที่ของท่านที่จะต้องตอบข้อชี้แจง ในสภาแห่งนี้นอกเหนือที่ท่านจะต้องไปพบกับ ป.ป.ช. ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาต ที่จะลำดับเหตุการณ์ความเป็นมาโดยสังเขปครับ โครงการนี้นั้นได้มีการเริ่มออกหนังสือ เชิญชวนเมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๔ หลังจากนั้นก็มีการยื่นซองวันที่ ๒ พฤษภาคม และมีการประกาศผลการพิจารณาในวันที่ ๖ มิถุนายน ปีที่แล้ว กองทัพเรือได้เห็นชอบ เสนอกองทัพไทยเพื่อเห็นชอบ ในวันที่ ๑๕ สิงหาคม ถัดมาบริษัทที่เข้าแข่งขันคือบริษัท ซี เครสท์ มารีน จำกัด ได้มีหนังสือขอความเป็นธรรมต่อคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกแบบ และผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง ในวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๔ หลังจากนั้นกระบวนการ ในฝ่ายของทางกองทัพเรือมายังกระทรวงกลาโหม แล้วก็มาถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมท่านที่แล้ว ท่านได้อนุมัติเห็นชอบให้กองทัพเรือจ้างสร้างเรือรบดังกล่าวในวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๕๔ ท่านประธานก็จะแปลกใจว่าแล้วทำไมมันเกี่ยวข้องอะไรกับรัฐมนตรีในเมื่อโครงการนี้อนุมัติ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมท่านที่แล้ว ติดตามต่อมาเรื่องนี้เป็นหนังยาว วันที่ ๓ ตุลาคม บริษัท ซี เครสท์ มารีน จำกัด ได้ขอความเป็นธรรมเป็นครั้งที่ ๒ หลังจากนั้น อะไรเกิดขึ้น วันที่ ๑๘ ตุลาคม ในอีกไม่กี่วันต่อมาครับ เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านที่แล้ว และสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงกลาโหมนั้น ได้รับทราบถึงประเด็นของการร้องเรียนและเห็นว่ารับฟังได้ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมท่านที่แล้วจึงให้มีการชะลอการลงนามในสัญญาไปก่อน หลังจากนั้น กระบวนการตรวจสอบภายในทั้งในส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ทั้งกองทัพเรือ ก็ได้มีการดำเนินการตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมท่านที่แล้วได้มีการตรวจสอบ เพื่อให้ความเป็นธรรมและถูกต้อง ในระหว่างนั้นเองสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินก็ได้เริ่มเข้าไป หลังจากมีการร้องเรียน ร้องทุกข์ และมีการตรวจสอบตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ๒๕๕๔ คือหลังจากมีการประกาศผลการพิจารณาว่าบริษัท มาร์ซัน จำกัด นั้นเป็นบริษัทที่ชนะ ในการประมูลครั้งนี้ เหตุการณ์ผ่านมาจนกระทั่งข้ามปีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้มีหนังสือ ไปถึงทั้งปลัดกระทรวงกลาโหม ทั้ง ผบ.ตร. ทั้งท่านรัฐมนตรี ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนใหม่ครับ พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต มีหนังสือไปขอให้ทบทวนการจัดหาให้ถูกต้องและขอให้ส่งเอกสารชี้แจงเพิ่มเติม เพราะที่นำเสนอชี้แจงมายังอธิบายไม่ได้ในพฤติกรรมที่ส่อว่าจะมีการกระทำผิดกฎหมาย เท่านั้นไม่พอครับ ๖ มีนาคมเดือนถัดมา องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญอีกองค์กรหนึ่งคือ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งผมได้มีโอกาสลงไปอ่านรายงานดังกล่าว ท่านได้มี การให้โอกาสอย่างเต็มที่ในการที่จะให้ทางกองทัพเรือ ให้กรรมการบริหารโครงการจัดหา เรือลาดตระเวนดังกล่าว กรรมการให้คะแนนตัวแทนจากกระทรวงกลาโหมไปชี้แจง ท้ายที่สุดแล้วก็ได้มีหนังสือถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและปลัดกระทรวงกลาโหม บอกว่าให้กำกับติดตามการจัดหาเรือรบครั้งนี้ให้เป็นไปตามกฎหมาย หลังจากนั้นวันที่ ๑๒ เมษายน ท่านประธานครับ ก่อนสงกรานต์ปีนี้ครับ ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม คงจะต้องจดจำไปอีกนานครับ เมื่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้สรุปว่าการเลือก แบบสนับสนุนการปฏิบัติการทางเรือหรือเรือลาดตระเวนดังกล่าวเป็นการแข่งขัน โดยไม่เป็นธรรม และอาจมีการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง กรณีจึงเป็นไปตาม มาตรา ๑๓ (๓) (ข) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๕๒ จึงให้กองทัพเรือพิจารณาทบทวนการคัดเลือกแบบเรือสนับสนุนการปฏิบัติการ ทางเรือเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อไป ซึ่งไม่สมควรที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะละเลยในเรื่องนี้ อีก ๑๐ วันถัดมาครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เสียงดังฟังชัดชายชาติทหาร พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต ท่านนี้ก็ได้อนุมัติให้มี การยกเลิกการชะลอการลงนามในสัญญา และให้กองทัพเรือดำเนินการจ้างสร้างเรือรบดังกล่าว กับบริษัท มาร์ซัน จำกัด ทันที รวดเร็วครับวันรุ่งขึ้นมีการลงนามในสัญญาทันที นั่นก็เป็น ข้อพิรุธประการหนึ่ง ซึ่งกระบวนการต้องเรียนว่าการลงนามวันที่ ๒๔ เมษายน ได้ผ่านหน่วยงานต่าง ๆ ภายในวันเดียวครับ ท่านรัฐมนตรีได้ให้การอนุมัติ วันรุ่งขึ้นก็มีการลงนามในสัญญาผูกพันไปเรียบร้อย แล้ววันที่ ๑๘ กรกฎาคมถัดมา สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. นี่แหละครับ โดยผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินได้สรุปดังนี้ครับ เมื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้วเห็นว่าการจัดหา เรือลาดตระเวนดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิด เกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ จึงเสนอให้ ป.ป.ช. ดำเนินการต่อไป นี่คือลายเซ็นอนุมัติของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมท่านก่อนอนุมัติเมื่อเดือนกันยายน ปี ๒๕๕๔ แต่หลังจากได้รับรู้รับทราบ ว่ามีการตรวจสอบ มีความเห็นขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญที่เขาต้องดูแลปกป้อง เงินของแผ่นดิน เงินหลวงตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้คนโกงเงินแผ่นดินตายทุกคนครับ เพราะฉะนั้นเมื่อท่านได้อนุมัติซึ่งท่านคงไม่ปฏิเสธเพราะว่าเอกสารเหล่านี้เป็นเอกสาร ที่ท่านลงนามด้วยตัวเอง แล้วผมก็ได้นำเสนอท่านประธานตามกติกาครับ