ธนิตพล ไชยนันทน์ อภิปรายเรื่องการทุจริตในการจัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม
กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ เหตุผลที่ผมต้องอภิปรายท่านรัฐมนตรีชัจจ์ก็เพราะว่าผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการ ติดตามการบริหารงบประมาณครับ คนที่ท่านพูดถึงว่าเรียกท่านไปสอบ เรียกกรมเจ้าท่า ไปสอบหลายครั้งนั่นละครับ และท่านไม่ต้องแปลกใครครับว่าทำไมเรียกหลายครั้ง เรียกทุกกรมครับ เหตุผลที่เรียกทุกกรมเพราะว่าผมขอท่านประธานนี่ละครับ ตั้งอนุกรรมาธิการที่มีท่านนิพนธ์ บุญญามณี เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ ตรวจสอบ เกี่ยวกับเรื่องของการทุจริตเรื่องของการบริหารงบประมาณที่จะแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ซึ่งมีข่าว การทุจริตมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่มีมหาอุทกภัยนั่นละครับท่านประธาน นี่คืออำนาจหน้าที่ ที่ผมต้องทำเพื่อรักษาประโยชน์ของการใช้จ่ายงบประมาณของพี่น้องประชาชนที่เขาเสียภาษี ผมต้องเรียนท่านประธานครับว่าสิ่งที่ผมรับไม่ได้กับพฤติกรรมของท่านรัฐมนตรีและ จำเป็นจะต้องลุกขึ้นอภิปรายก็เพราะว่าท่านรัฐมนตรีมีพฤติกรรมที่จะไม่รับผิดชอบ ในเงินงบประมาณที่พี่น้องประชาชนเขาได้จ่ายให้ท่านไปบริหารครับ และ ๒. ประเด็นที่ผม จะพูดถึงท่านรัฐมนตรีก็คือพฤติกรรมของท่านมันส่อว่าอาจจะมีการทุจริต ซึ่งเดี๋ยวผมจะพูด ในรายละเอียดต่อไปครับ ๒ ประเด็นนี้ละครับ ท่านประธานครับ ในส่วนแรกครับ เมื่อสักครู่ ท่านรัฐมนตรีท่านชี้แจงพอดีเลยครับ เพราะข้อมูลที่ผมต้องการอภิปรายก็เรื่องนี้ครับ ท่านรัฐมนตรีบอกว่าในส่วนที่เป็นเรื่องของการตรวจสอบของคณะกรรมาธิการนั้น ท่านไม่ทราบว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีการทุจริตตั้งแต่ตอนต้น แล้วพอท่านทราบท่านจึงตั้ง คณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ ผมเรียนครับว่ารายละเอียดต่าง ๆ เหล่านี้เป็นรายละเอียด ที่เขาเรียกว่าการเสนอเอกสารแบบตามโพยครับ เพราะว่ามติคณะรัฐมนตรีที่อนุมัติ กรอบวงเงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ พอดีผมติดมติคณะรัฐมนตรีมาด้วยครับ อนุมัติเมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ตรงนี้ครับเขียนไว้ชัดเจนครับว่าอนุมัติวงเงินในกรอบเพื่อแก้ไข ฟื้นฟูเยียวยาผู้ประสบปัญหาอุทกภัย วันที่ ๑๒ ธันวาคม ตัวเลขนี้ท่านรัฐมนตรีท่านจำดี ๆ นะครับ พอวันที่ ๑๒ ธันวาคม พอได้รับรู้แล้วว่ากรมเจ้าท่าจะได้รับการอนุมัติเงิน กรอบวงเงินของ ครม. ทำอะไรครับ ผมก็คิดว่าวันที่ ๑๓ ๑๔ ๑๕ กรมเจ้าท่าจะหาทางขอใบจัดสรรจากสำนักงบประมาณ ปรากฏว่าไม่มีครับ ท่านรัฐมนตรีครับ กรมที่ท่านรับผิดชอบนะครับ ที่ท่านควรจะบอกว่า เร่งรัดนี่ ท่านควรจะเร่งรัดตั้งแต่ตอนต้น คำว่า ตั้งแต่ตอนต้น คือเมื่อมติ ครม. ออกมาปุ๊บว่า กรมเจ้าท่าได้รับเงิน ท่านก็ควรที่จะเร่งให้กรมเจ้าท่านั้นทำหนังสือถึงสำนักงบประมาณ ขอเงินครับ แต่ไม่ได้ทำ กรมเจ้าท่าเอ้อระเหยลอยชายไปจนกระทั่งถึงวันที่ ๓๑ มกราคม ผ่านมาเดือนกว่าครับ ๓๑ มกราคม กรมเจ้าท่าจึงมีหนังสือขอรับการจัดสรรงบประมาณ รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เรียนผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ลงวันที่ ๓๑ มกราคม แล้วเดือนกว่าทำอะไรครับ ทำไมท่านไม่เร่งรัดล่ะครับ ต่อมาครับ ท่านประธานครับ ผมก็มานั่งนึกว่าทำไมกรมเจ้าท่าท่านรัฐมนตรีท่านไม่เร่งรัด มาถึงบางอ้อว่า อ๋อ เพราะว่ามติ ครม. ก็ดี ทางสำนักงบประมาณก็ดี กรมบัญชีกลางก็ดี พร้อมใจกันบอกว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่จะต้องเร่งทำสัญญาให้แล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน ตอบกรมเจ้าท่า กลับมาหลังวันที่ ๓๑ มกราคม ตอบกลับมาเสร็จ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านเร่งทำสัญญา โดยอ้างมติ ครม. อ้างคำสั่งสำนักงบประมาณและคำสั่งของทางกรมบัญชีกลางบอกว่า ต้องให้มีการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ ถ้าทำก่อนหน้านี้ไม่จำเป็นที่จะต้องจัดซื้อจัดจ้าง ด้วยวิธีพิเศษ และวันนี้ผมรับรองเลยว่าเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ แต่มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นครับ พอกรมเจ้าท่าประวิงเวลาในการจัดทำเอกสารไปจนถึงวันที่ ๓๑ สุดท้ายแล้วถูกบีบด้วย มติ ครม. ถูกบีบด้วยคำสั่งของสำนักงบประมาณ และผมไม่แน่ใจว่าอันนี้แอบจงใจให้บีบกัน หรือเปล่า แต่สุดท้ายแล้วผลออกมาคือจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษทั้งหมด ๒๖ โครงการ ผมนี่สงสัยมาตั้งแต่ต้นครับท่านประธาน โครงการแต่ละโครงการ ๕๐ ล้านบาท ๖๐ ล้านบาท ตั้งแต่เสนอเข้าคณะรัฐมนตรีทำไมไม่เสนอ ๒๖ โครงการ ทั้ง ๆ ที่เป็นโครงการที่น่าจะ เปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบจากภาคส่วนต่าง ๆ ไม่ทำ แต่ท่านรัฐมนตรีท่านเสนอรวบเลย มุมมิบ ๆ เสนอเข้าไป ๑ โครงการ ๑,๒๑๕ ล้านบาท ๑,๒๑๕ ล้านบาท ท่านประธาน เงินมหาศาลขนาดนี้เสนอไป ๑ โครงการ ๒๖ รายการ ใครตรวจสอบรายละเอียดไม่ได้เลย เท่านั้นยังไม่พอครับ พอเสนอเข้าไปเสร็จปุ๊บ ปรากฏว่าผมก็มาดูตามที่ท่านรัฐมนตรีชี้แจง การจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษที่กรมเจ้าท่าทำลงนามในสัญญาวันแรกครับ วันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๕๕ และสัญญาสุดท้าย สัญญาที่ ๒๖ วันที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๕ ผมเรียนท่านประธานครับ ถ้าดำเนินการโดยวิธีปกติที่เราเรียกว่าการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ใช้เวลา ๒๘ วันทำการ ๒๘ วันทำการนะครับ จะเสร็จสิ้นในวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๕ เท่านั้นเอง เร็วกว่าจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษอีก ท่านรัฐมนตรี แล้วจะไม่ให้ผมคิดได้อย่างไรล่ะว่านี่คือการจงใจ เพราะการจัดซื้อจัดจ้าง ด้วยวิธีพิเศษนั้นเป็นการเรียกผู้รับเหมามาเจรจา แล้วก็น่าสงสัยที่ท่านถาวรอภิปราย เมื่อสักครู่นี้ก็คือว่าการที่เรียกผู้รับเหมามาเจรจามีโครงการที่ต้องรับจ้าง ๒๖ โครงการ แต่เรียกมาเพียง ๑๔ ผู้รับเหมา นี่หมายความว่าอะไรครับ ทำไมไม่เรียกมา ๕๐ ผู้รับเหมา ๖๐ ผู้รับเหมาล่ะครับ หรือในประเทศไทยมันไม่มีใครมีความสามารถแล้วในการขุดลอก มันมีแค่ ๑๔ รายหรือครับ แล้วพอเรียกมาเสร็จปุ๊บมันมีความรู้สึกเหมือนแบ่งเค้ก แต่ปัญหาคือเค้กก้อนนี้มันเป็นเงินภาษีที่พี่น้องประชาชน ผมก็จ่าย ญาติพี่น้องผมก็จ่าย คนจังหวัดตากจ่ายกันหมด ท่านเอามาทำอย่างนี้กันได้อย่างไร เอาผู้รับเหมา ๑๔ คน มาทำสัญญา ๒๖ สัญญา ผู้รับเหมาคนหนึ่งทำ ๒ สัญญาบ้าง ๓ สัญญาบ้าง และที่สำคัญที่สุด วันนี้สัญญาต่าง ๆ ที่ท่านรัฐมนตรีบอกว่ายังไม่สามารถเบิกจ่ายเงินได้ จริงครับ เพราะผมนี่ ตรวจเองครับ แล้วผมก็เสียใจว่าจริง ๆ แล้วควรจะเบิกจ่ายเงินกันได้ตั้งนานแล้วจะได้ แก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน แต่ที่ยังไม่สามารถเบิกจ่ายเงินได้เพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะว่าคนที่จะต้องเซ็นอนุมัติเขารู้ว่าถ้าเขาเซ็นการเบิกจ่ายเงินติดคุกแน่ท่านรัฐมนตรี ใครจะกล้าเซ็น โทษกันไม่ได้ครับ ติดคุกครับ แม้แต่ตัวอธิบดีไม่กล้าเซ็น จะไปบังคับ ให้เขาเซ็น ลาออกเลย ถ้าท่านมั่นใจว่าโครงการนี้ไม่มีการทุจริตเซ็นเลยครับ เซ็นเลยครับ ท่านรัฐมนตรี ผมกราบเรียนท่านประธานครับ กระบวนการทั้งหมดนี้อย่างแรกที่ผมต้องให้ ท่านรัฐมนตรีรับผิดชอบก็คือเรื่องของความรับผิดชอบในฐานะผู้กำกับดูแลกระทรวง กรมนี้ท่านเป็นผู้กำกับตามพระราชบัญญัติระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน เขียนไว้ชัดเจนว่าท่านต้องกำกับข้าราชการ ต้องดำเนินงานในการติดตาม ตรวจสอบ ให้เป็นไปตามนโยบาย รวมไปถึงดูเรื่องของผลสัมฤทธิ์ของงาน กระดาษแผ่นเดียวมาโชว์ ในสภาบอกนี่อย่างไรตั้งคณะกรรมการแล้ว ไม่ใช่ครับท่านประธาน ถ้าท่านรัฐมนตรี ทำได้แค่นั้นผมคิดว่าวันนี้ใครก็เป็นรัฐมนตรีได้ครับ ท่านประสิทธิ์ ไชยศรีษะ วันนี้เป็น รัฐมนตรีได้ครับ ถ้าเซ็นได้อย่างนี้นะครับ ผมเรียนท่านประธานว่าเรื่องต่อมาที่อยากจะให้ ท่านประธานได้ดู ขออนุญาตท่านรัฐมนตรี ขออนุญาตท่านประธานครับ ลงรายละเอียด ในโครงการต่าง ๆ ที่อยู่ในจังหวัดที่ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่คือจังหวัดตากและ จังหวัดใกล้เคียงคือจังหวัดกำแพงเพชร ผมทราบดีว่าท่านรัฐมนตรีท่านรู้ข้อสอบผมดีอยู่แล้ว เพราะว่าผมเรียกข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้มาจากหน่วยงานของท่านครับ