สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๔ · ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

สาทิตย์ วงศ์หนองเตย หารือเรื่องการถอดยศ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร และเรียกร้องการดำเนินการตามกฎหมายที่มีอยู่ เพื่อให้การถอดยศดำเนินการอย่างเท่าเทียมกัน และไม่เลือกปฏิบัติ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ครับ ผมถอนคำว่า โง่ และจะบอกว่า ผมไม่เชื่อว่าคนระดับดอกเตอร์ทางกฎหมายที่อ้างมาโดยตลอดจะไม่เข้าใจเรื่องนี้ แต่ท่าน ท้าทายสังคมนี่ครับ ที่ผมบอกว่าอันนี้แหละครับมุ่งสนองคุณผู้มีบุญคุณทางการเมืองมากกว่า ผลประโยชน์ที่แท้จริงของประชาชน ความจริงท่านทำไว้หลายเรื่องนะครับ แต่ท่านท้าทาย สังคม ซึ่งอันนี้ผมถือว่าเป็นเรื่องที่ขาดคุณธรรมจริยธรรมอย่างร้ายแรง ท่านบอกว่า นอกจากไม่ถอดยศแล้ว มีแต่จะเพิ่มให้เป็นพลตำรวจเอก เป็นใครครับจะไปเพิ่มยศให้ ท่านเป็นใคร ไอ้ที่ท้าบอกถ้าไม่พอใจผมก็ให้อภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ใช่อภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะไม่พอใจ แต่อภิปรายไม่ไว้วางใจเพราะคนอย่างท่านเป็นรองนายกรัฐมนตรีไม่ได้ ถ้าเขามีถอด ส.ส. ก็ควรต้องทำด้วย นี่คือเรื่องถอดยศ พันตำรวจโท ทักษิณ ประเด็นหลังสุด ขณะนี้ครับมันมีข่าวในสำนักงานตำรวจแห่งชาติหลังจากท่านพูดออกไปแล้วว่าตำรวจ ระดับล่างไม่มีใครกล้าเลยครับที่จะเสนอขึ้นมา เพราะฝ่ายนโยบายอย่างท่านพูดออกไป ชัดเจนว่าจะไม่เสนอถอดยศ แต่เรื่องนี้ครับ ท่านวัชระ เพชรทอง ไปยื่นเรื่องไว้กับสำนักงาน ผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว ประเด็นไม่จบแน่ครับ และถ้าโดนละเว้นนะครับ ไล่ไปตั้งแต่ สำนักงานกำลังพล กองวินัย ไปถึงผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ รองนายกรัฐมนตรี รวมถึงนายกรัฐมนตรีด้วยในที่สุด แต่การเลือกปฏิบัติที่ชัดเจนมันมี ด้วยครับ ผมอยากให้ตำรวจทั่วประเทศฟังนะครับ ท่านประกาศไม่ถอดยศ พันตำรวจโท ทักษิณ ทั้งที่เข้าตามกฎหมายทุกประการ แต่มีหนังสือจากรองผู้บัญชาการ สำนักงานกำลังพลและโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีหนังสือด่วนที่สุด หมายเลข ที่ ๐๐๐๙.๒๕๔/๑๐๕๙๒ ลงวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ เรื่องกำชับการปฏิบัติเกี่ยวกับ การดำเนินการถอดยศตำรวจ ถึงผู้บัญชาการหรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าผู้บังคับการ ในสังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ เสร็จสิ้นภายในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๕ คนอื่นถอด แต่คนมีบุญคุณทางการเมืองของท่าน ไม่ถอด ท่านไม่มีสิทธิเลือกครับ กฎหมายไม่เปิดโอกาสให้ท่านเลือก นี่อย่างไรละครับ พฤติกรรมที่ลุแก่อำนาจ แล้วเห็นแก่พวกพ้องแล้วก็เลือกปฏิบัติ สนองบุญคุณของผู้มีบุญคุณ ทางการเมืองโดยละเลยผลประโยชน์ของประเทศชาติ ความจริงเท่านี้ครับ ผมว่าท่านก็ ไม่ทราบว่าจะอยู่ในตำแหน่งได้ต่อไปหรือไม่ อย่างไร แล้วก็ไม่รู้จะลุกขึ้นมาโมเมตอบเรื่องอะไรอีก เพราะเห็นทำหน้ากริ่มแบบนี้ทุกครั้ง แล้วก็บิดเบือนทุกครั้ง แต่ที่ร้ายไปกว่านั้นบุคคลท่านนี้ ในฐานะเป็นรองนายกรัฐมนตรีซึ่งกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ผมบอกท่านประธาน ตั้งแต่ต้นว่าเป็นต้นธารของกระบวนการยุติธรรม ตำรวจ ๒๐๐,๐๐๐ กว่านายกินเงินเดือน ภาษีของประชาชนทั่วทั้งประเทศ และอย่างที่ท่านนิพิฏฐ์ ประทานโทษเอ่ยนาม พูด ตำรวจเป็นข้าราชการหน่วยเดียวที่มีตราแผ่นดินติดที่ศีรษะ เพราะมีความหมายถึงการเตือน ว่าจะต้องกระทำการเพื่อประชาชน ปกป้องสิทธิเสรีภาพและความมั่นคงในราชอาณาจักร แต่รองนายกรัฐมนตรีท่านนี้บังอาจครับ ไปให้นโยบาย ๓๔๗ นายพลตำรวจ โดยอ้างว่า เป็นเรื่องปราบยาเสพติด แก้ปัญหา ๓ จังหวัดภาคใต้ เรื่องนั้นเรื่องนี้ เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ที่ผ่านมาที่สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต ไอ้เรื่องยกตัวเองเขาคงจะแกล้งทำเป็นหูทวนลม ไม่ฟังกันได้ แต่คำพูดของท่านตอนหลังครับ ร้อยตำรวจเอก เฉลิมกล่าวว่าเมื่อคืนวันศุกร์ที่ ๒๘ กันยายนที่ผ่านมา พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีโทรหาตน ให้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอีกตำแหน่งหนึ่ง โดย พันตำรวจโท ทักษิณพูดเสมอว่าท่านเป็นรองผู้กำกับสั่งสารวัตรได้คนเดียว โดยในเร็ววันนี้ จะเชิญนายตำรวจระดับผู้กำกับมาประชุมมอบนโยบายต่อไป คำพูดท่านยังพูดต่อไปว่า ผมเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะอยู่เป็นรัฐบาลยาว ฉะนั้นตำรวจที่ไปอยู่ข้างพรรคประชาธิปัตย์ ทำใจเถอะน้อง น้องแทงไฮโลผิด แทงผิดเจ้ามือกินรวบ ตำรวจบางคนไม่ไหวจริง ๆ เกินเหตุ ผมขอให้ตำรวจเป็นกลาง แต่อยู่ข้างพรรคเพื่อไทย โดยมีภารกิจคือเอาพี่กลับบ้าน แล้วก็ บอกว่าใครเห็นด้วยปรบมือขึ้น มีเสียงปรบมือจริงครับ คนที่ยังหัวเราะได้กับประเด็นเหล่านี้ไม่มีคุณสมบัติเลยที่จะเป็นรองนายกรัฐมนตรี ตำรวจซึ่งเป็นต้นธารแห่งความยุติธรรมนั้นถูกรองนายกรัฐมนตรีใช้อำนาจของตนเอง ในอำนาจหน้าที่ที่ต้องไปมอบนโยบายให้เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนทั้งแผ่นดิน บอกว่าให้ตำรวจเลือกข้าง เป็นกลางแต่เลือกข้างพรรคเพื่อไทย ก็แปลว่าอะไรครับ ท่านให้นโยบายตำรวจทำงานโดยเอาใจพวกท่าน พรรคพวกท่าน คนที่มีประโยชน์ มีบุญคุณกับท่าน แล้วใช้อำนาจทางกฎหมายกลั่นแกล้งคนซึ่งไม่ใช่พวกของท่าน อย่างนี้ถูกต้องหรือครับ หรือประชาชนคนอื่นในแผ่นดินเป็นประชาชนชั้นสอง เพราะไม่ใช่ คนของพรรคท่าน แล้วบอกตำรวจ ๒๐๐,๐๐๐ กว่านายว่าต้องทำงานเอาใจท่าน คนอื่นก็ไม่ต้อง วิญญูชนสามารถพิจารณาได้ว่าบุคคลเช่นนี้ยังเหมาะที่จะทำหน้าที่ เป็นรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไปหรือไม่ ผมมี ๒ เรื่อง เท่านี้ครับท่านประธาน แต่ประเด็นที่ผมกังวลในเวลานี้ก็คือว่าด้วยความที่ท่านทำอย่างนี้ ซ้ำ ๆ ซาก ๆ มันถึงไม่แปลกครับ โพลล์ (Poll) ที่ออกมาบอกว่าคนเริ่มรับกับเรื่องทุจริต คอร์รัปชันได้ ไม่รู้สึกถึงเรื่องดี เลว แต่นักการเมืองมีจริยธรรมกำกับครับ อย่างน้อยต้องมีสำนึก คนเราเป็นนักการเมืองมันต้องมีสำนึกครับ สำนึกรับผิดชอบชั่วดี ร่ำเรียนมาก็สูงครับ อ้างตัวจบเป็นดอกเตอร์ ความจริงมีลูกมีหลานแล้ว ผมเรียน ท่านประธานในเรื่องนี้ แล้วผมคิดว่าพฤติกรรมที่ผมอภิปรายทั้งหมดมานี้มันตอบคำถาม ในตัวเองว่าบุคคลผู้นี้ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง ไม่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรีอีกต่อไปครับ