สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๔ · ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและคำมั่นสัญญา โดยอ้างว่าพฤติกรรมของรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีไม่สมเหตุสมผล และไม่ปฏิบัติตามสัตย์ปฏิญาณที่ได้ทำต่อพระมหากษัตริย์ นอกจากนี้ยังแสดงความไม่ไว้วางใจต่อรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี และเรียกร้องให้มีการปฏิรูปและแก้ไขปัญหาทุจริตที่เกิดขึ้นในโครงการนี้

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ที่บอกว่าจีทูเจี๊ยะนี่มีใบเสร็จ ๔ ใบครับ ใบที่ ๑ คือใบเบิกข้าวจากโกดังรัฐบาล แต่ระบุชื่อบริษัทจีน และคนที่มีอำนาจ ไปเบิกข้าวคือคนของบริษัท สยามอินดิก้า เพราะฉะนั้นที่สุดมันก็คือการขายข้าวให้ บริษัท สยามอินดิก้านั่นเอง นี่ใบเสร็จใบที่ ๑

ใบเสร็จใบที่ ๒ คือหลักฐานการโอนเงินให้กรมการค้าต่างประเทศ ผมไม่แสดงแล้วนะครับเสียเวลา แทนที่จะเป็นเปิดแอล/ซีจากประเทศจีนมาที่ กรมการค้าต่างประเทศ กลายเป็นแคชเชียร์ เช็คของบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด จ่ายให้ กรมการค้าต่างประเทศ ชัดไหมครับว่าที่สุดก็คือบริษัท สยามอินดิก้าซื้อข้าวจาก กรมการค้าต่างประเทศ

ใบเสร็จใบที่ ๓ มีคลิป หมอวรงค์เปิดไปแล้ว แสดงให้เห็นชัดว่าบริษัท สยามอินดิก้าเบิกข้าวจากโกดังกลางรัฐบาลจังหวัดนครสวรรค์แทนที่จะไปท่าเรือเพื่อส่งออก กลับเอาขึ้นเหนือไปเข้าโรงสีที่จังหวัดพิษณุโลก เอาไปทำอะไรครับ ก็เพราะบริษัท สยามอินดิก้าซื้อข้าวราคาถูกจากโกดังรัฐบาลแล้วก็ไปขายให้โรงสี สันนิษฐานว่าโรงสีก็จะต้อง เอาไปเวียนเทียนจำนำต่อรอบ ๒ รอบ ๓ รอบ ๔ รัฐบาลก็จ่ายไป จ่ายไป จ่ายไป หรือไม่ ก็เอาข้าวนี้ไปคืนสต็อก ซึ่งเดิมเป็นของรัฐบาลอยู่ ๑๐๐ กระสอบ แต่เพราะเอาไปทำอย่างอื่น เสียแล้ว ๒๐ กระสอบก็เลยต้องซื้อเอาไปเติมให้เต็ม ให้ครบ ๑๐๐ กระสอบ

ใบเสร็จใบที่ ๔ ครับสุดท้าย คือหลักฐานที่แสดงว่ากระบวนการ เรื่องความไม่ชอบมาพากลในเรื่องของการขายข้าวจีทูจีเที่ยวนี้มีผู้ช่วย ส.ส. พรรคการเมือง เดียวกับนายกรัฐมนตรี ผมไม่เอ่ยชื่อแล้วครับ เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย การตอบชี้แจงเรื่องนี้บอกตรง ๆ ว่าเกือบจะเรียกว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้ชี้แจงอะไรสักคำเดียวเลยครับ ชี้แจงน้อยมาก ชี้แจงแต่ว่า ท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ไปแล้ว ยิ่งท่านนายกรัฐมนตรี ตอบบ่อยเท่าไรยิ่งสะท้อนพฤติกรรมลอยตัวมากเท่านั้นละครับ ยิ่งสะท้อนการหนีความรับผิดชอบ ท่านรัฐมนตรีบุญทรงยิ่งหนักเข้าไปอีกครับ ตอบว่าจีทูจีอ้างว่าประเทศจีนซื้อไปแล้วจะมอบ ให้ใครดำเนินการก็ได้ ไม่มีสิทธิเข้าไปก้าวก่าย แต่ยิ่งตอบอย่างนี้ยิ่งชัดว่าไม่ได้ปฏิเสธนะครับ ว่ามันไม่จริง เพราะฉะนั้นเรื่องที่ฝ่ายค้านนำมาอภิปรายก็คือสารภาพกลางสภาว่าจริง บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด เข้ามากินตั้งแต่สมัยเป็นบริษัท เพรสซิเดนท์ อะกริ จำกัด ผมไม่ย้อนยุคไปอีกแล้วครับ มายุคนายกรัฐมนตรีก็กลับมาอาละวาดอีก นี่คือปรากฏการณ์ ในเรื่องของการรับจำนำข้าวที่บอกว่าทุจริตกันทุกขั้นตอน ขณะที่ชาวนาส่วนใหญ่ จนเหมือนเดิมครับ ทำไมผมกราบเรียนว่าชาวนาส่วนใหญ่จนเหมือนเดิม รัฐบาล นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์บอกว่าจำนำข้าวตันละ ๑๕,๐๐๐ บาท ท่านประธานได้ยินใช่ไหมครับ แต่ท่านทราบไหมครับว่าชาวนาได้เงินจริง ๆ เท่าไร ตัวเลขสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ระบุชัด ตันละ ๙,๖๐๐-๑๐,๔๐๐ บาท เอาตัวเลขกลม ๆ คือ ๑๐,๐๐๐ บาท รัฐบาลรับจำนำข้าว โฆษณาใหญ่โตตันละ ๑๕,๐๐๐ บาท ถ้าชาวนาจำนำได้ ๑๕,๐๐๐ บาทจริง พวกผม ไม่อภิปรายหรอกครับ แต่นี่เพราะอ้าง ๑๕,๐๐๐ บาท ชาวนาได้หมื่นเดียว หายไป ๕,๐๐๐ บาท ตรงนี้อย่างไรครับที่พวกผมต้องมาอภิปรายไม่ไว้วางใจ และชาวนาที่ได้ ประโยชน์จากโครงการรับจำนำข้าวทั้งประเทศมีประมาณ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ครัว ได้เข้าโครงการ ๑,๓๐๐,๐๐๐ ครัว ส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือตอนล่างกับภาคกลาง และผลที่ ชัดเจนที่สุดอีกประการหนึ่งก็คือว่าหนี้สินชาวนาผลการสำรวจโดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประกาศออกมาชัดครับ หนี้สินชาวนาปีที่แล้วครัวละ ๑๐๓,๐๔๗ บาท หลังโครงการรับจำนำข้าว นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์หนี้เพิ่มขึ้นเป็น ๑๑๔,๓๗๘ บาท เพิ่มขึ้น ๑๑,๓๓๑ บาทต่อครอบครัว ทำไมครับ เพราะได้จำนำข้าวมานิดหน่อยแต่ต้องไปสู้กับของแพง แพงทั้งแผ่นดิน ต้องไปสู้กับ ปุ๋ยแพง ในที่สุดหักกลบลบหนี้เป็นหนี้เพิ่มขึ้นครับ พวกผมถึงเสนออย่างไรครับว่า ถ้านายกรัฐมนตรีรักชาวนาจริง เงินตันละ ๕,๐๐๐ บาทที่มันหายหกตกหล่นไประหว่างทาง จำนำข้าวเปลือกได้ประมาณ ๒๐ ล้านตัน ท่านคูณ ๕,๐๐๐ บาทที่หายหกตกหล่นไปได้ ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ารักชาวนาจริงท่านนายกรัฐมนตรีทำไมไม่เอา ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไปหารแบ่งให้ชาวนาโดยตรงเสียล่ะครับ ถ้าไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไร ผ่าน ธ.ก.ส. ก็ได้ครับ ให้ ธ.ก.ส. เขาจ่ายตรงแล้วนั้นละครับถึงมือชาวนาครบถ้วนตันละ ๑๕,๐๐๐ บาท เพราะขายราคาตลาดได้ ๑๐,๐๐๐ บาท แล้วก็เงิน ๕,๐๐๐ บาท ก็ส่งตรงไปให้ชาวนา แต่รัฐบาลไม่เอา เพราะอะไรครับ เพราะถ้าจ่ายตรงอย่างนี้ก็ถึงมือ ชาวนาหมด แล้วมันจะหายหกตกหล่นถึงมือที่ไม่ใช่ชาวนาหรือชาวนาปลอมได้อย่างไรครับ นี่คือปรากฏการณ์สิ่งที่พวกผม คนไทยทั้งประเทศ นักวิชาการ คนที่เขามีความรู้ เขาถึงค้าน กันทั้งประเทศโครงการจำนำข้าว สุดท้ายครับ ผลที่เจ็บปวดที่สุดจากนโยบายรับจำนำข้าว นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ๑. ประเทศไทยเสียแชมป์ส่งออกข้าว ปีนี้ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนตุลาคมปรากฏว่า เราได้แชมป์ส่งออกข้าวมา ๓๐ ปีเต็ม ปีนี้กลายเป็นประเทศที่มาที่ ๑ คือประเทศอินเดีย ส่งออกไปแล้ว ๙,๗๕๐,๐๐๐ ตัน ที่ ๒ กลายเป็นประเทศเวียดนาม ๗,๐๐๐,๐๐๐ ตัน ประเทศไทยลงจากที่ ๑ ๓๐ ปีมาอยู่ที่ ๓ ครับ ๖,๕๐๐,๐๐๐ ตัน ท่านนายกรัฐมนตรีลุกขึ้น ชี้แจงเมื่อวันสองวันที่ผ่านมาบอกว่าไม่เป็นไร เราส่งออกข้าวเชิงปริมาณได้น้อย รัฐบาลนี้ อยากเห็นเงินมากกว่าจำนวนตัน ถ้าเป็นผมผมไม่กล้าพูดนะครับท่านนายกรัฐมนตรีครับ เพราะอย่าว่าแต่จำนวนตัน อย่าว่าแต่ปริมาณที่เราเสียแชมป์ จำนวนเงินเราก็เสียแชมป์ เสียแชมป์ให้ใครครับ เสียแชมป์ให้ตัวเองอย่างไรครับ ปีที่แล้วเดือนมกราคมถึงเดือนกันยายน ประเทศไทยส่งออกข้าวนำรายได้เข้าประเทศได้ ๑๕๖,๔๖๓ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ปีนี้ ๑๙ เดือนเหมือนกันปรากฏว่านายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เพิ่งส่งออก ข้าวได้ ๑๐๖,๒๑๗ ล้านบาท เงินหายไป ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ เมื่อกี้ยางพาราหายไป ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บริหาร ๑ ปี ๓ เดือนทำเงินหายไปจากประเทศแทนที่จะมีรายได้เข้า ลดลง ๑๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่ละครับผลงานนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ถึงบอกว่าสมควร ไม่ไว้วางใจ บกพร่อง ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพอย่างไรครับ เจ็บปวดอีกอันหนึ่งประเทศไทย เสียแชมป์ข้าวโลกครับ ปี ๒๕๕๒ ประเทศไทยได้แชมป์คุณภาพข้าวโลก ปี ๒๕๕๓ ประเทศไทยได้แชมป์คุณภาพข้าวโลก มาปีนี้ประเทศไทยเสียแชมป์แล้วครับ ประเทศที่ ได้คุณภาพข้าวโลกเขมรครับประเทศกัมพูชา เพราะฉะนั้นอดีตเราได้แชมป์ ๓ แชมป์ แชมป์ส่งออกข้าวโลก แชมป์ส่งออกนำรายได้เข้าประเทศข้าวโลก แชมป์คุณภาพข้าวโลก นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์มาบริหาร ๑ ปี ๓ เดือนเสียไป ๒ แชมป์ ทั้งแชมป์คุณภาพ แล้วก็แชมป์ส่งออกปริมาณข้าวโลก ทำไมเราจึงเดินไปสู่การเสียแชมป์ จำนำข้าวมันมีปัญหาอย่างไร ผมกราบเรียนกับท่านประธานไปแล้ว แต่ผมได้เห็นเหตุผลอีกประการหนึ่งครับ ผมขอให้ ท่าน ส.ส. สรรเสริญ สมะลาภา ได้ไปช่วยค้นหาข้อมูลแล้วก็พบความจริงอย่างที่ผม ตั้งสมมุติฐานไว้ครับ พบว่าในอดีตประเทศที่ได้แชมป์ส่งออกข้าวโลกคือประเทศอะไร ท่านทราบไหมครับ ประเทศพม่าครับ ประเทศพม่าส่งออกข้าวเป็นลำดับ ๑ มาจนกระทั่งถึง ปี ๒๕๐๓ ส่งปีละ ๑๐-๑๙ ล้านตันครับ จากนั้นพอมาปี ๒๕๐๔ เหลือ ๑,๕๙๐,๐๐๐ ตัน ลดจาก ๑๙ ล้านตันเหลือ ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าตัน เหตุผลประการหนึ่งอะไรท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ทราบไหมครับ เพราะรัฐบาลพม่าหันมาค้าข้าวเองครับ ปัจจุบันรัฐบาลพม่าเริ่มเปลี่ยน นโยบายหันมาให้เอกชนค้าข้าวในระบบค้าข้าวเสรี ปัจจุบันมีบริษัทค้าข้าวที่ประเทศพม่า ๓๙ บริษัท เดือนสิงหาคมที่ผ่านมารัฐบาลประเทศพม่าประกาศว่าเขาจะทวงแชมป์ ส่งออกข้าวโลกคืน แต่ประเทศไทยนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขณะที่รัฐบาลพม่ากำลัง กลับหลังหันเดินไปข้างหน้า นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์กลับพาประเทศไทยถอยไปข้างหลัง ย้อนยุคกลับไปให้รัฐบาลค้าข้าวเอง นี่อย่างไรครับที่ทำไมทุกคนถึงออกมาเตือน แม้แต่คนของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เองว่าที่สุดประเทศไทยจะพังไม่ใช่เฉพาะรัฐบาล เพราะนโยบายรับจำนำข้าวที่ผิดพลาด และจะพาประเทศไทยหายนะในที่สุด พวกกระผม จึงไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีเจ้าของนโยบายรับจำนำข้าวตัวจริงเสียงจริง

สุดท้ายครับ เรื่องความล้มเหลวในการจัดการกับการทุจริต แล้วก็ นายกรัฐมนตรีก็เข้าไปมีส่วนร่วมกระทำความผิดกฎหมายด้วย โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวพัน กับการทุจริตเงินเยียวยาน้ำท่วม ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งงบประมาณ ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท ฝ่ายค้านเคยท้วงติงอย่างหนักในสภาว่าอย่าจัดเป็นงบกลาง ขอให้ทำเป็นงบปกติ เพราะถ้าเป็นงบกลางมันตรวจสอบไม่ได้ แค่กินง่าย ใช้คล่อง แต่ไม่มีใครรู้เอาไปทำอะไร อย่างไร แต่นายกรัฐมนตรียืนยันว่าจะใช้เงินนี้อย่างโปร่งใส พฤติกรรมของนายกรัฐมนตรี ในเรื่องนี้ก็คือว่า ๑. นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์สร้างภาพด้วยการเปิดงานรณรงค์ต่อต้าน การทุจริตที่เวิลด์ เทรด เซนเตอร์ วันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๕ แล้วก็ประกาศว่าจะจัดการกับ การทุจริต แต่ปรากฏว่าหลังจากนั้นไม่กี่วัน ๔ กันยายน ๒๕๕๕ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ นั่งหัวโต๊ะที่ ครม. ย้ายเลขาธิการ ป.ป.ท. ไปเป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรม ทำไมย้ายไปเป็น รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ออกมาช่วยกันแก้ตัวว่าเพราะตำแหน่งใหญ่ขึ้น แต่ความจริง คนเขารู้กันทั้งประเทศว่าเพราะเลขาธิการ ป.ป.ท. กำลังขุดคุ้ยทุจริต ๓ เรื่อง ๑. ไซฟ่อนเงิน ๒. นำเข้ารถหรูเกี่ยวข้องกับเจ๊ไหน อย่างไร ผมไม่เอ่ยแล้วละครับ ๓. ทุจริตเงินน้ำท่วม ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ไหนนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์บอกว่าจะปราบ ทุจริตอย่างไรครับ ก็เลขาธิการ ป.ป.ท. เขากำลังจัดการกับการทุจริตอยู่แล้วไปย้ายเขา ทำไมครับ หรือเพราะมันเกี่ยวพันกับวงศ์วานว่านเครือที่กำลังมีปัญหากับการถูกขุดคุ้ย นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้เอาจริงกับเรื่องการจัดการทุจริต แค่สร้างภาพ ปราบทุจริต แต่เบื้องลึกกลับตรงกันข้าม ตัวอย่างสุดท้ายที่ชัดเจน การที่นายกรัฐมนตรี ไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ ป.ป.ช. และเป็นที่มาที่พวกผมยื่นถอดถอนนี่แหละครับ กฎหมายบังคับไว้ครับว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะต้องทำหลักเกณฑ์การกำหนดราคากลาง และวิธีคิดราคากลางเปิดเผยไว้ในเว็บไซต์ของทุกหน่วยงานที่มีการจัดซื้อจัดจ้าง และเว็บไซต์ ของกรมบัญชีกลางด้วยและต้องรายงานให้คณะรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีมีหน้าที่อย่างเดียว ต้องสั่งการให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการอย่างนี้ให้เสร็จภายใน ๑๘๐ วัน แต่ปรากฏว่า เข้า ครม. ไป ๒ ครั้ง นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ไม่ยอมให้ความเห็นชอบ จนในที่สุดเป็นที่มา ที่พวกผมต้องยื่นถอดถอนนายกรัฐมนตรี เพราะกระทำผิดกฎหมายป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ มาตรา ๑๐๓/๗ และมาตรา ๑๐๓/๘ นายกรัฐมนตรีก็ต้องไปชี้แจงกันใน ป.ป.ช. ก็แล้วกัน ผมไม่อธิบายซ้ำให้ยืดเยื้อ แต่ตรงนี้แหละครับท่านนายกรัฐมนตรีครับ ที่เป็นที่มาของการทุจริตงบน้ำท่วมมโหฬาร เพราะจนวันนี้รัฐบาลยังไม่ได้สั่งให้เปิดเผย ราคากลาง และกำหนดวิธีคำนวณราคากลางไว้ในเว็บไซต์การจัดซื้อจัดจ้างเพื่อให้ประชาชน เข้าตรวจสอบได้ จึงเป็นที่มาของการทุจริตงบน้ำท่วมมหาศาลในเรื่องราคากลาง ผมไม่อภิปรายแล้วครับ เพื่อนสมาชิกพวกผมพูดชัดเจน กรมไหน อย่างไร ทุจริตอย่างไร ขุดบ้างไม่ขุดบ้างอย่างไร ตัดถนนราคากลางสูงกว่าความเป็นจริงร้อยละเท่าไร อย่างไร แต่ตรงนี้แหละครับที่เป็นที่มาที่เขาเล่าลือกันว่าโครงการ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่พวกผม ขอข้อมูลในสภาแล้วอิดเอื้อนไม่ยอมให้ ทะเลาะกันแทบตายในสภานี่แหละครับ สุดท้าย เอาไปเร่ขายหักหัวคิว ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ครับ แล้วผมมีหลักฐาน ๒-๓ อันแต่ไม่เอาแล้วครับเวลามันจำกัด แล้วเป็นที่มาของการทุจริต งบน้ำท่วม ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้จึงเป็นประเด็นที่พวกผมต้องยื่นถอดถอนนายกรัฐมนตรี และอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรีเป็นข้อที่ ๓

สุดท้าย ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธาน คงเคยได้ยินแผนบันได ๕ ขั้น แผนบันได ๕ ขั้นที่คนของท่านนายกรัฐมนตรีกล่าวหาว่า เป็นแผนล้มรัฐบาลของฝ่ายค้าน ความจริงผมกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีเลยครับ บันได ๕ ขั้นล้มรัฐบาลไม่ได้หรอกครับ ถ้ารัฐบาลนี้จะล้มก็ต้องล้มเพราะพฤติกรรมของ ท่านนายกรัฐมนตรีเองครับ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประสงค์จะบริหาร ราชการแผ่นดินต่อไปท่านต้องยุติพฤติกรรมอันเป็นเหตุแห่งความเสื่อม แล้วผมขอกราบเรียน ต่อท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีด้วยความปรารถนาดีว่าเหตุแห่งความเสื่อมของ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีอยู่ด้วยกัน ๕ ประการ

ประการที่ ๑ การทุจริต กระทำผิดกฎหมาย ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต ดังที่พวกกระผมได้อภิปรายมาตลอด ๓ วัน

เหตุแห่งความเสื่อมประการที่ ๒ วุฒิภาวะความเป็นนายกรัฐมนตรี ในระบบรัฐสภา นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ต้องปฏิบัติตนเป็นผู้นำทั้งโดยนิตินัยและพฤตินัย แต่ ๑ ปี ๓ เดือนที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีไม่ได้แสดงความเป็นผู้มีวุฒิภาวะนายกรัฐมนตรี ในระบอบประชาธิปไตยให้เห็นเป็นประจักษ์ ๓ สมัยประชุมนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ มาปรากฏตัวอยู่ในสภาน้อยมาก ผมเห็นนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์มาอยู่ในสภาตั้งแต่ต้นจนจบ วันเดียว วันที่นายกรัฐมนตรีมาขอเสียงจากสภาให้ช่วยลงคะแนนให้เป็นนายกรัฐมนตรี หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีก็เลี่ยงสภามาตลอด พวกเราทั้ง ส.ส. รัฐบาล ส.ส. ฝ่ายค้าน เป็นตัวแทนประชาชนนั่งอยู่ในสภาตั้งกระทู้ถามหัวหน้าฝ่ายบริหารคือนายกรัฐมนตรี แทนประชาชน ๓ สมัยประชุมพวกเราตั้งกระทู้ถามสดนายกรัฐมนตรี ๗๔ กระทู้ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาตอบกระทู้ถามสดด้วยตัวเองแค่ ๒ กระทู้ ถ้านายกรัฐมนตรี ในระบบรัฐสภาไม่มาสภาแล้วผู้แทนประชาชนจะเอาปัญหาของประชาชนไปบอกนายกรัฐมนตรี ได้ที่ไหนครับ ๒-๓ วันที่ผ่านมานายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์บอกกับผู้ชุมนุมบอกว่าอยากให้ เอาการเมืองเข้ามาเล่นกันในสภา ผมเห็นด้วยครับ แล้วเป็นครั้งแรกที่ผมได้ยิน นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์พูด แต่พอทีนายกรัฐมนตรีต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญเช่น ต้องแถลงผลงานต่อสภาเมื่อบริหารราชการแผ่นดินครบปี ซึ่งครบมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม นายกรัฐมนตรีพิมพ์ผลงานเสร็จแทนที่นายกรัฐมนตรีจะเอามาแจกในสภากลับเอาไปแจก นอกสภาก่อน นายกรัฐมนตรี คนของนายกรัฐมนตรีกล่าวหาผู้ชุมนุมว่าแช่แข็งประเทศ แต่นายกรัฐมนตรีลืมไปว่า ๑ ปี ๓ เดือน ท่านนายกรัฐมนตรีกำลังแช่แข็งสภา นายกรัฐมนตรีต้องละเหตุแห่งความเสื่อมด้วยการแช่แข็งความไม่มีวุฒิภาวะนายกรัฐมนตรี ในระบอบประชาธิปไตย ระบบรัฐสภาไว้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ประการที่ ๓ นายกรัฐมนตรีต้องเลิกพฤติกรรมบริหารราชการแผ่นดิน แบบลอยตัว หนีปัญหา หนีความรับผิดชอบ ต้องไม่พูดอย่างทำอย่างและที่สำคัญ ต้องรักษาคำพูดและคำมั่นสัญญาที่นายกรัฐมนตรีให้ไว้กับประชาชน โดยเฉพาะวันสองวันนี้ นายกรัฐมนตรีให้คำมั่นสัญญาไว้กับสภาอีกครั้งว่าจะแก้ไขไม่แก้แค้น นายกรัฐมนตรี ต้องไม่ปล่อยให้แก้ไขไม่แก้แค้นเป็นแค่วาทกรรมสร้างภาพวันรับตำแหน่ง เพราะไม่เช่นนั้น ประเทศจะไม่มีวันสงบหรอกครับ ถ้านายกรัฐมนตรีแสดงตนเป็นผู้บังคับบัญชากองกำลัง แห่งความแค้นประเทศจะลุกเป็นไฟ แล้วไม่มีใครเขายอมให้แก้แค้นโดยไม่แก้ไขอยู่ฝ่ายเดียว สิ่งที่ผมต้องการกราบเรียนกับท่านนายกรัฐมนตรีก็คือถ้าท่านนายกรัฐมนตรีไม่รักษาคำพูด ในเรื่องนี้เมื่อถึงวันนั้นไม่ใช่แค่ประเทศจะอยู่ไม่ได้ ตัวนายกรัฐมนตรีก็จะอยู่ไม่ได้ด้วย

ประการที่ ๔ นายกรัฐมนตรีต้องไม่ปล่อยปละละเลยให้ผู้มีอำนาจ เหนือตน เหนือรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายลักลอบเข้ามาล้วงลูกควบคุม กำกับการบริหารราชการแผ่นดินโดยมิชอบไม่ว่าจะโดยอ้างเหตุทางนโยบาย การแต่งตั้ง โยกย้ายบุคคลทั้งในคณะรัฐบาล กระทรวง ทบวง กรม รัฐวิสาหกิจ องค์กรต่าง ๆ จนเห็นประเทศเป็นบริษัท หากปล่อยให้ทำอย่างนี้ต่อไปไม่ใช่แค่ตัวนายกรัฐมนตรีจะยิ่งตกต่ำ สถาบันนายกรัฐมนตรีประเทศไทยก็จะพลอยตกต่ำไปด้วย

สุดท้ายประการที่ ๕ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องก้าวให้พ้นผลประโยชน์ ของตนเองและคนในครอบครัว ต้องเอาอำนาจที่ประชาชนมอบให้ไปรับใช้คนไทยทุกคน ไม่ใช่รับใช้คนคนเดียว และถ้านายกรัฐมนตรียังดึงดันเดินหน้าในเรื่องนี้ต่อไป ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้รับทราบครับว่าท่านนายกรัฐมนตรีกำลังเดินถอยหลัง และกำลังจะพาประเทศก้าวไปสู่วิกฤติรอบใหม่ในที่สุด

ท่านประธานครับ ที่ผมกราบเรียนมาทั้งหมดก็เพื่อจะบอกว่าไม่ว่าบันไดกี่ขั้น ก็ล้มรัฐบาลไม่ได้หรอกครับ ลงมติเมื่อไรผมก็เชื่อวันพรุ่งนี้พวกท่านก็อุ้มกันไปจะอุ้มบุญ หรืออุ้มบาปก็สุดแท้แต่ แต่ที่จะล้มรัฐบาลได้ก็คือพฤติกรรมของรัฐบาล โดยเฉพาะตัวของ ท่านนายกรัฐมนตรีเอง ที่สำคัญที่สุดวันเข้ารับหน้าที่ท่านนายกรัฐมนตรีจำได้ไหมครับ ท่านได้ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงคุณอันประเสริฐและ ศักดิ์สิทธิ์ไว้ว่าอย่างไร ทั้งคำว่าข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ ข้าพระพุทธเจ้าจะบริหารราชการแผ่นดินด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ข้าพระพุทธเจ้าจะบริหาร ราชการแผ่นดินเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ข้าพระพุทธเจ้าจะปฏิบัติตาม ซึ่งรัฐธรรมนูญ และข้าพระพุทธเจ้าจะรักษาไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ท่านนายกรัฐมนตรีจะรักษาไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญหรือจะล้มรัฐธรรมนูญ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรี จำไม่ได้ ผมอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีกลับไปทบทวนว่านายกรัฐมนตรีได้ทำตามที่ ถวายสัตย์ปฏิญาณไว้ต่อองค์พระพักตร์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครบถ้วนหรือยัง ถ้ายังท่านนายกรัฐมนตรีคงได้คำตอบว่าทำไมท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย ไม่ไว้วางใจจะต้องมีอันเป็นไปในที่สุด ขอบคุณครับท่านประธานครับ