สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๔ · ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

ประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ แสดงความกังวลเกี่ยวกับการประมูลข้าวของรัฐบาล โดยอ้างว่าองค์การคลังสินค้าได้ทำการประมูลข้าวลับ โดยไม่เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ และขายข้าวให้กับบริษัทเอกชนโดยไม่โปร่งใส นอกจากนี้ยังอ้างว่าธนาคารกรุงไทยได้ปล่อยเงินให้กับบริษัท สยามอินดิก้า เพื่อค้ำประกันสัญญาซื้อขายข้าว และบริษัทนี้ได้ใช้เงินนั้นจ่ายค่าข้าวให้กับองค์การคลังสินค้า ประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ เรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลและดำเนินการอย่างโปร่งใส และเสนอแนะเกี่ยวกับค่าตลาดและค่าปรับปรุงข้าว นอกจากนี้ยังแสดงหลักฐานการก่ออาชญากรรมของบริษัท สยามอินดิก้า และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

เอาอย่างนี้แล้วกันครับ ผมจะกราบเรียน ท่านประธานว่าปี ๒๕๔๕ มีเรื่องอื้อฉาวแล้วครับ มีการประมูลข้าวของ อคส. ๑.๒ ล้านตัน โดยปกติ อคส. ต้องประกาศเชิญชวนเป็นการทั่วไปไปยังสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยครับ นี่เป็นปกติของการทำข้าวในประเทศไทยครับ แต่ อคส. กลับเลือกส่งประกาศไปยัง ผู้ประกอบการเพียงบางรายครับ สุดท้ายเรื่องแดงต้องยกเลิกการประมูลครับ แต่ยุคนี้ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยเขาจับได้ไล่ทัน เขาทำหนังสือไปให้รองนายกรัฐมนตรี เรื่องแดงแล้ว แต่ยังไม่ยกเลิกครับ ยังเดินหน้าต่อไป ผมกล่าวหาได้ไหมครับว่ายุคนี้ไม่บางแล้วก็ไม่เบา ที่ผ่านมาประเทศไทยไม่ใช่ไม่เคยขายข้าวจีทูจี ประเทศไทยเคยขายข้าวจีทูจีมาแล้วหลายครั้ง ยุคคุณทักษิณก็ขายครับ ขาย ๕๐๐,๐๐๐ ตันครับ ขายเสร็จได้มาแล้วก็ยกให้ บริษัท เพรสซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด ทำทั้งหมดครับ ยุคคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ขายครับ ขาย ๕๐,๐๐๐ ตันครับ ขายเสร็จแล้วทำอย่างไรครับ ได้มาแล้วรัฐบาลส่งเองครับ รับเงินเอง ทำเองทั้งหมดครับ ไม่ได้ยกให้ใครทำ มายุคคุณยิ่งลักษณ์ทำเหมือนกับยุคคุณทักษิณ ราวกับแกะเลยครับ ได้ข้าวมา ๓๐๐,๐๐๐ ตัน ยกให้บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ทำ อย่างนี้ ผมเปรียบเทียบให้เห็นครับ เวลาเจรจาซื้อขายข้าวใช้ยี่ห้อประเทศไทยไปเจรจาไหมครับ ใช้ยี่ห้อ คนไทยไหมครับ ใช้ยี่ห้อชาวนาไทย ใช้ยี่ห้อข้าวไทยไปเจรจาไหมครับ ข้าวทุกเมล็ดของรัฐบาล ใช้เงินภาษีของประชาชนครับ เวลาเจรจาสำเร็จกลับเอาเงินประเทศ เอาเงินประชาชน ยกให้เอกชนทำ อย่างนี้ถูกไหมครับ พวกท่านก็ทำอย่างนี้จนเคยตัวแล้วครับ ข้าว ๓๐๐,๐๐๐ ตัน ลอตนี้ แม้แต่กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทยซึ่งเป็นเจ้าของเงินของบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ยังไม่รู้เรื่องนี้เลยครับ ตามเอกสารแผ่นนี้ครับ หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ ๒ สิงหาคม กรุงไทยจี้ติดหนี้สยามอินดิก้า นายอดิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่ากรณีที่บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ผู้ประกอบการค้าข้าว ที่อยู่ระหว่างปรับโครงสร้างหนี้ของธนาคารเข้าร่วมประมูลข้าวของรัฐบาลนั้น หากเป็นการ ประมูลลับธนาคารไม่ทราบเรื่อง นี่ก็เป็นอีกบทหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความไม่โปร่งใส ท่านประธานครับ มีเอกสารอยู่ชุดหนึ่งของธนาคารกรุงไทยอีกเหมือนกันครับ ธนาคารกรุงไทย กับบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด เอกสารชุดนี้จะเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า ท่านไม่ได้พูดอย่างที่พูดครับ ท่านเอาข้าวรัฐบาลไปให้เอกชนขาย หนังสือฉบับนี้เขาพูดต่อครับ ว่าธนาคารกรุงไทย เขามีการปล่อยเงินให้กับบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ก็ทำสัญญาซื้อขายข้าวกับ อคส. บริษัทได้ทำสัญญาซื้อขายข้าว ๑๕ เปอร์เซ็นต์กับองค์การคลังสินค้าเพื่อส่งออกไปยังประเทศอินโดนีเซียภายใต้สัญญา ระหว่าง อคส. และบูล็อกของรัฐบาลอินโดนีเซียจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ ตัน ตรงกันไหมครับ จำนวนตรงกันไหมครับ ไปเอาข้าวของ อคส. ไปส่ง และเขาก็พูดต่อครับ มีแอล/ซี (L/C) จากบูล็อกมาที่เขา ปัจจุบันบริษัทมีแอล/ซี ๓๓๗,๐๐๐ ตัน รวมของบูล็อก ๓๐๐,๐๐๐ ตันแล้ว รัฐบาลก็ไปให้บูลล็อกเปิดแอล/ซีแทนที่จะไปเปิดให้ อคส. หรือกรมการค้าต่างประเทศ กลับไปเปิดให้เอกชนครับ แล้วเขาก็พูดต่อครับ แอล/ซีใบนี้เป็นใบละ ๑๐๐,๐๐๐ ตัน และ ๒๐๐,๐๐๐ ตัน แอล/ซีที่มีมูลค่าสูงสุดเป็นแอล/ซี ๑๐๐,๐๐๐ ตัน และ ๒๐๐,๐๐๐ ตัน ตันละ ๕๕๙ ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงิน ๑๖๗.๗ ล้านดอลลาร์สหรัฐ เขาบอกหมดครับ แอล/ซีมีอยู่ ๒ ใบ ใบที่ ๑ ๑๐๐,๐๐๐ ตัน ใบที่ ๒ ๒๐๐,๐๐๐ ตัน และราคาบอกมาด้วย ตันละ ๕๕๙ เหรียญสหรัฐ เขาพูดต่อครับ บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ได้เอาหนังสือค้ำประกัน จากสถาบันการเงินไปค้ำประกันสัญญาซื้อขายข้าวกับ อคส. เพื่อส่งข้าวให้กับบูล็อก ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕ บริษัทแจ้งความประสงค์จะขอใช้วงเงิน แอลจี (LG) เพื่อค้ำประกันสัญญากับ อคส. ในการซื้อขายข้าวให้บูล็อกจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ ตันตามที่ กล่าวข้างต้น ไม่เพียงเท่านั้นรัฐบาลทำให้เขาจับเสือมือเปล่าครับ เขาเอาแอล/ซีไปค้ำประกัน ไปกู้เงิน แล้วเอาเงินนั้นครับ เบิกเงินจากธนาคารกรุงไทยนี่แหละไปจ่ายค่าข้าวให้กับ อคส. ตามเอกสารฉบับนี้ครับ สำหรับการเบิก พี/ซี (P/C) เพื่อไปจ่ายค่าข้าวให้แก่ อ.ต.ก. หรือ อคส. หรือหน่วยงานราชการอื่น ธนาคารได้กำหนดเงื่อนไขไว้แล้วว่าให้สามารถจ่าย เป็นแคชเชียร์ เช็ค (Cashier Cheque) ได้ ขีดคร่อมและห้ามเปลี่ยนมือ สั่งจ่ายองค์การ คลังสินค้าหรือหน่วยงานราชการอื่นหรือรัฐวิสาหกิจโดยให้อยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้า หน่วยราชการ และเมื่อบริษัทรับมอบข้าวจาก อคส. แล้วให้ส่งรายงานรับสินค้าประจำวัน ที่ออกโดยซีเอ็มเอ (CMA) ให้ธนาคารเพื่อตรวจสอบ อย่างนี้ชัดไหมครับ เอาเงินจากธนาคารกรุงไทย ไปจ่ายให้กับ อคส. แล้วเมื่อรับข้าวจาก อคส. แล้วก็ต้องส่งมาให้ธนาคารกรุงไทยตรวจสอบ เขาบอกต่อครับ ปัจจุบันบริษัทนี้ได้เบิกเงินจากธนาคารกรุงไทยไปแล้ว ๑๕๐,๐๐๐ ตันครับ

๔.๕.๒ บริษัทได้ทำสัญญาซื้อขายข้าวให้กับบูล็อก ๓๐๐,๐๐๐ ตัน โดยได้รับแอล/ซีมาเรียบร้อยแล้วและได้ทยอยเบิกไปแล้ว ๑๕๐,๐๐๐ ตัน ส่วนที่เหลือ ๑๕๐,๐๐๐ ตันบริษัทชะลอเอาไว้ก่อนเพื่อรอให้ข้าวที่ส่งออกไปแล้วได้รับเงินมาชำระหนี้ พี/ซี บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ไม่เพียงเท่านั้นครับ เขารู้อีกว่าหลังจากส่งมอบข้าว ๓๐๐,๐๐๐ ตันแล้วจะมีคำสั่งซื้อจากบูล็อกประเทศอินโดนีเซียเข้ามาอีก ๒๐๐,๐๐๐ ตัน ภายในปี ๒๕๕๕ รวมเป็น ๕๐๐,๐๐๐ ตันตามเอกสารของธนาคารฉบับนี้เหมือนกันครับ หลังจากนี้จะมีคำสั่งซื้อเข้ามาอีก ๒๐๐,๐๐๐ ตัน เป็นเงินประมาณ ๑๑๑.๘ ล้านเหรียญสหรัฐ ฉะนั้นในปี ๒๕๕๕ บริษัทจะขายข้าวให้กับบูล็อกทั้งหมด ๕๐๐,๐๐๐ ตัน ไหนว่าจีทูจีล่ะครับ ไหนว่าเป็นความลับล่ะครับ ท่านอ้างทุกอย่างเพื่อปิดหู ปิดตา ปิดบังประชาชนครับ จีทูจีของ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์มีไม่จริง ปี ๒๕๕๔ ยุคที่ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี มีการส่งข้าวออกจีทูจีอยู่ ๒ ครั้ง ครั้งที่ ๑ ส่งไปประเทศอินโดนีเซียให้กับบูล็อก ๕๐,๐๐๐ ตัน ครั้งที่ ๒ ส่งไปให้กับรัฐบาลบังกลาเทศ ๒๐๐,๐๐๐ ตัน การเจรจาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐนี่ ขายข้าว ๕ เปอร์เซ็นต์ ๕๐,๐๐๐ ตัน การชำระเงินจ่ายโดยแอล/ซีเป็นเงินสดเพิกถอนไม่ได้ ใช้ข้าว ๕ เปอร์เซ็นต์ในคลังสินค้ากลางของรัฐบาลเพื่อส่งมอบข้าวตามสัญญาให้กับ รัฐบาลอินโดนีเซีย นี่ครับขาย ๕๐,๐๐๐ ตันให้กับประเทศอินโดนีเซีย พอมาขาย ๒๐๐,๐๐๐ ตันให้กับประเทศบังกลาเทศ เนื่องจากเป็นข้าวนึ่งครับในคลังสินค้า รัฐบาลไม่มี แต่สมัยนั้นยุคท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ใช้วิธีเชิญชวนเปิดประมูลครับ วันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๔ เชิญชวนให้เสนอขายข้าวนึ่ง ๕ เปอร์เซ็นต์ในเทอม ซีเอฟอาร์ (Term CFR) คอสท์ แอนด์ เฟรจท์ ไลเนอร์ เอาท์ (Cost and Frieght Liner Out) เพื่อส่งมอบให้กับ รัฐบาลบังกลาเทศ เรียนนายกสมาคมผู้ส่งออกข้าว ปริมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ตัน เพิ่มลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีอะไรลับนะครับ ไม่มีอะไรปิดบังครับ ต้องทำกันแบบเปิดเผย ต้องทำกันแบบโปร่งใส เพราะเงินมหาศาลและใช้เงินของประชาชนครับ ทีนี้จะทำอย่างไรต่อ เวลาเป็นข้าวรัฐบาลต้องไปขอใบอนุญาตให้ส่งสินค้าออกไปนอกราชอาณาจักร ไปขอที่ไหนครับ จากกรมการค้าต่างประเทศครับ แล้วเขาจะจั่วหัวตรงข้างบนว่าเป็นข้าวรัฐบาล ผู้ส่งออก จะเป็นกรมการค้าต่างประเทศ ผู้รับสินค้าบูล็อก ประเทศอินโดนีเซีย นี่สมัยท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นตัวอย่างนะครับ หลังจากนั้นก็ต้องไปให้คณะกรรมการตรวจข้าว คณะกรรมการตรวจข้าวนี้อยู่ที่ไหนครับ อยู่ที่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย มีหน้าที่ ๒ อย่างครับ ๑. ตรวจคุณภาพข้าว และ ๒. ตรวจจำนวนข้าว พอตรวจเสร็จเขาก็จะต้อง ลงในรายการ การตรวจนี่เขาก็ต้องตรวจให้ตรงกับใบอนุญาตที่เมื่อสักครู่ผมกล่าวถึงที่ได้มาจาก กรมการค้าต่างประเทศ พอลงรายการเขาก็จะลงรายการไว้เป็นอย่างนี้นะครับ เขาก็บอกนะครับ นี่ตัวอย่างยุคท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปี ๒๕๕๔ เขาบอกว่า ไรซ์ เอกซ์ปอร์ต บาย กัฟเวิร์นเมนท์ ดิวริง ดีเซมเบอร์ ๒๐๑๑ แอนด์ แจนยัวรี ทู ดีเซมเบอร์ ๒๐๑๑ (Rice export by government during December 2011 and January to December 2011) ข้าวส่งออก ของรัฐบาล ปี ๒๕๕๔ มี ๒ อันแค่นั้นเองครับ เขาบันทึกไว้ว่ามีของประเทศบังกลาเทศ ๒๑๗,๘๐๐ ตัน ตรงไหมครับ เมื่อกี้ ๒๐๐,๐๐๐ ตัน บวกลบ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ก็คือ ๒๒๐,๐๐๐ ตัน ทีนี้เขาส่งออกได้ ๒๑๗,๘๐๐ ตัน ของประเทศอินโดนีเซีย ๕๐,๐๐๐ ตัน แต่ส่งออกจริง ๕๐,๐๗๐ ตัน นี่เขาบันทึกไว้อย่างนี้ครับ แล้วเขาก็ต่อข้างล่างว่า โทเทิล เอกซ์ปอร์ต บาย เจเนอรัล เอกซ์ปอร์ตเตอร์ (Total export by general exporter) ก็แปลว่าข้าวเอกชนมีส่งออกเท่าไรในปี ๒๕๕๔ แล้วก็ส่งออกโดยรัฐบาลมีเท่าไรเขาจะใส่ไว้หมด เราจะเห็นครับว่าส่งออกโดยรัฐบาล ๒๖๗,๘๗๐ ตันเพราะเอาของประเทศอินโดนีเซีย กับของประเทศบังกลาเทศมาบวกมารวมกัน เขาก็จะแสดงรายงานออกมา มีผู้รับรอง รายงานเสร็จครับเป็นหัวหน้าส่วนกลางลงชื่อเรียบร้อย นี่เป็นเอกสารทางการถูกต้องครับ แต่มายุคคุณยิ่งลักษณ์ท่านพูดถึงตามหนังสือนี้นะครับ รู้ลึก รู้จริง จำนำข้าว ท่านก็บอกว่าท่านพิมพ์แจก ๕๐๐,๐๐๐ เล่มบ้าง ๕๐,๐๐๐ เล่มบ้าง นี่ยังไม่เห็นสักเล่มเลยครับ ไม่เห็นเอามาแจกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีอยู่ ๔๐๐ กว่าคน ๕๐๐ คน ไม่มีครับ และยังไม่รู้อีกเหมือนกันว่าใช้งบอะไรไปทำ ท่านพูดเอาไว้ในหน้า ๑๕ ครับ รัฐบาลส่งมอบแล้วบางส่วนตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนกันยายน ปี ๒๕๕๕ จำนวน ๑.๔๖ ล้านตัน อันนี้เขียนในเล่มนี้ครับ แสดงไว้ในเล่มที่กระทรวงพาณิชย์แจก ว่าตั้งแต่ เดือนมกราคมถึงเดือนกันยายน ปี ๒๕๕๕ ส่งออกในระบบจีทูจี ๑.๔๖ ล้านตัน แต่ของ สภาหอการค้ากรรมการตรวจข้าวครับ ท่านดูครับ ปี ๒๕๕๕ เดือนตรงกันนะครับ ไรซ์ เอกซ์ปอร์ต บาย กัฟเวิร์นเมนท์ ดิวริง แจนยัวรี ทู เซพเทมเบอร์ 2012) (Rice export by government during January to September) ตรงกันไหมครับ โทเทิล (Total) ๐๐๐๐๐๐ ไม่มีสักตันครับ แล้วของท่านก็บอกว่ามี ๑.๔๖ ล้านตัน อันนี้เขาก็เขียนข้างล่างต่อว่า เอกซ์ปอร์ต บาย เจเนอรัล เอกซ์ปอร์ต (Export by general export) ก็แปลว่าพ่อค้าทั่วไป ส่งออกได้ ๖,๐๐๐,๐๐๐ ตัน รัฐบาลส่งไม่ได้สักตัน เขาก็ลงชื่อต่อครับ หัวหน้าส่วนกลาง รับรองเอกสาร เชื่ออันไหนครับ อันนี้เอกสารทางการ อันนี้เอกสารพิมพ์แจก เชื่ออันไหนครับ ท่านประธาน ตรงกับคำพูดของข้าราชการผู้หนึ่งที่เขามาให้ข้อมูลกับคณะกรรมาธิการ ผมคงไม่ต้องเอ่ยชื่อ เอ่ยตำแหน่ง เพราะเดี๋ยวท่านไปเล่นงานเขาครับ เขาบอกไว้อย่างนี้ครับ ว่าถ้าที่มาเป็นจีทูจีนะครับ แต่ไปมอบให้ใครดำเนินการ เป็นเอกชนดำเนินการแล้วไม่ได้เป็น จีทูจีครับ แต่ถ้าถามว่าที่มาคืออะไร คือจีทูจี ก็แปลว่าขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่ พอถ้าเหลาลงไป กลายเป็นบ้องกัญชา ไม่นับไม้ไผ่ครับ นับเป็นบ้องกัญชาครับ เพราะฉะนั้นตรงกันกับ ใบอนุญาตส่งออกข้าวของบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ออกโดยกระทรวงพาณิชย์อีกครับ กรมการค้าต่างประเทศ ฉบับนี้นะครับ วันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๕ เขาตีจั่วหัว กรมการค้าต่างประเทศพิมพ์เองนะครับว่าข้าวเอกชน บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด เป็นผู้ส่งออก ผู้รับสินค้าคือบริษัท บูล็อก ประเทศอินโดนีเซีย แล้วเป็นจีทูจีตรงไหนครับ เวลาท่านขายข้าวให้กับเขา ท่านดูนะครับ เวลาไปเจรจา เอกสารทางการเงินนะครับ รีจิสเตอร์ เดท (Register date) ๒๒ ธันวาคม อิมปอร์ตเตอร์ (Importer) เป็นบูล็อก เอกซ์ปอร์ตเตอร์ (Exporter) เขียนไว้ว่า พับลิก แวร์เฮาส์ ออร์กะไนเซชัน พีดับบลิวโอ คอนแทรคท์ (Public warehouse organization PWO Contract) คนนี้คือใครครับ สุรศักดิ์ ศรีประภา เขาบอก เดี๋ยวดูเลขที่ ๔ เวลาไปเจรจาเจรจากับ อคส. คนที่ไปเจรจา เขาบอกว่าให้ติดต่อสุรศักดิ์ ศรีประภา นี่ครับ นายสุรศักดิ์ ศรีประภา รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า แต่เวลาท่านเอาข้าว ๓๐๐,๐๐๐ ตันเอาไปให้เอกชนทำ อย่างนี้เอารัฐบาลไปขายครับ ขายเสร็จเอาให้เอกชนทำเพราะอะไรครับ มีปัญหาอะไรครับ เพียงระยะเวลาที่ท่านไปเซ็นเพียงวันเดียวแก้ไขแล้วครับเอกสาร รีจิสเตอร์ เดท วันที่ ๒๒ ธันวาคม รีไวน์ด (Rewind) ครั้งที่ ๑ วันที่ ๒๓ ธันวาคม วันเดียวครับแก้ไขเอกสาร เรียบร้อยแล้ว ท่านประธานครับ สมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพื่อให้ดูง่ายนะครับ กรมการค้าต่างประเทศทำสัญญาขายข้าวให้กับบูล็อกแล้วก็กรมการค้าต่างประเทศ ก็ส่งข้าวเองให้กับบูล็อก เงินของบูล็อกจ่ายก็จ่ายตรงมาให้กรมการค้าต่างประเทศเลย ไม่มีอะไรซิกแซ็กไม่มีอะไรยุ่งยาก ง่าย ๆ เวลายุคของรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ องค์การคลังสินค้าทำสัญญาขายข้าวกับบูล็อกแล้วก็มาทำสัญญาขายข้าว ให้กับเอกชนอีกครับ แล้วก็ให้เอกชนส่งข้าวไปให้กับบูล็อก เวลารับเงินเหมือนกันแทนที่จะให้ บูล็อกจ่ายตรงมาให้องค์การคลังสินค้า ไม่ครับ ต้องเอาแอล/ซี ๑๖๗.๗ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเท่ากับประมาณ ๕,๒๘๙ ล้านบาทมาพักไว้ที่บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ก่อน แล้วหลังจากนั้น ก็ให้บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด จ่ายเงินให้กับ อคส. ทำไมถึงต้องทำอย่างนี้ คำถาม เพราะอะไรครับ เมื่อสักครู่ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรบอกว่าข้าวเสียหาย ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไอ้นี่ก็จำนวนหนึ่ง ๕,๒๘๙ ล้านบาท ทุจริตครับ เพราะถ้าไม่มาพักไว้ที่ บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ไม่มีเงินทอนครับ เพราะ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทบวกเพิ่มเข้าไปครับ ว่าตัวเงินที่หายไปไปอยู่ที่ไหน ท่านประธานครับ บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด มาจากไหนครับ น่าแปลกใจครับว่าบริษัทนี้อยู่ ๆ เกิดมาได้อย่างไร ผมเอาให้ท่านประธานดูครับ สมัยก่อน เมื่อสักครู่ผมเท้าความถึงบริษัท เพรสซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด วันนี้พูดถึง บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด เอาที่อยู่ก่อนนะครับ ที่เคยปรากฏตามเอกสารของ กระทรวงพาณิชย์นี่แหละครับ ที่อยู่ที่ ๑ ก็คือ ๕๕๗/๑ ซอยสุทธิพร ตรงกันครับ ที่อยู่ที่ ๒ ๔๘/๗-๘ ก็ตรงกันครับ ตัวละครที่อยู่ในบริษัททั้ง ๒ บริษัทนี้ใกล้เคียงกันมากครับ มีนางสาวกรองทองนี่ก็มีกรองทองครับ มีกิ่งแก้วนี่ก็มีกิ่งแก้ว มีเรืองวัลย์นี่ก็มีเรืองวัลย์ มีอนุนี่ก็มีอนุ มีนายอภิชาติก็มีอภิชาติ มีฉัตรพรก็มีฉัตรพรครับ นี่เพื่อแสดงให้ท่านประธาน เห็นว่า ๒ บริษัทนี้เป็นอะไรกัน ยุคคุณทักษิณ บริษัท เพรสซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด ได้ข้าว ๕๐๐,๐๐๐ ตันขายให้กับบูล็อกแล้วก็ได้ข้าวอีก ๖๓๔,๐๐๐ ตันจากการประมูลนะครับ ไม่ว่ากัน แต่ที่ผิดก็คือไปให้ราคาเขาต่ำกว่าผู้ประมูลรายอื่นตันละ ๖ เหรียญ นี่ก็ช่วยพวกพ้อง แล้วก็ต่อมาบริษัทนี้แหละครับก็ประมูลข้าวอีก ๑.๗๘ ล้านตันได้ยกลอตครับ พอได้ยกลอตเสร็จให้ผลประโยชน์เขาอีก ๓ เรื่องครับ

เรื่องที่ ๑ ให้ค่าการตลาดตันละ ๔.๕ เหรียญสหรัฐ

เรื่องที่ ๒ ให้ค่าปรับปรุงข้าวตันละ ๖๕๐ บาท

เรื่องที่ ๓ ลดหนังสือการันตีจาก ๕ เปอร์เซ็นต์เหลือ ๑ เปอร์เซ็นต์ นี่อยู่ ๆ พอคุณวัฒนา เมืองสุข ไปอยู่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ บริษัทนี้ ค้าข้าวอยู่ดี ๆ กระโดดไปหากินที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ด้วยครับ มีตัวละครที่ไปเกี่ยวข้องก็นางสาวกรองทอง อันเดียวกันครับ อภิชาติอันเดียวกันครับ รัตนาซึ่งต่อมาก็มาอยู่ที่ บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด รุ่งเรืองต่อมาก็มาอยู่เป็นเครือข่ายของ คุณสุดาที่ บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ไปอยู่ในโครงการหมู่บ้านเอื้ออาทร เขาพิสูจน์มาแล้วครับ ผมคงไม่ต้องบอกว่าใครพิสูจน์ ๑๘ เดือนมีเงินเข้าบริษัทนี้ ๕,๐๐๐ ล้านบาท เงิน ๕,๐๐๐ ล้านบาทที่เข้าบริษัทนี้เขาเอาไป พิสูจน์หาเส้นทางการเงิน มีเส้นทางการเงินที่มาจากเงินของผู้รับเหมาเรียกรับสินบน มาจากโครงการบ้านเอื้ออาทร ๑,๔๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ๑,๔๐๐ ล้านบาท นี่ครับ บ้านเอื้ออาทร บริษัทที่ได้ตรวจสอบและพบว่ามีหลักฐานการจ่ายสินบน บริษัทที่ ๑ จ่ายไป ๑๐๒ ล้านบาท บริษัทที่ ๒ จ่ายไป ๒๖๓ ล้านบาท บริษัทที่ ๓ จ่ายไป ๗๑ ล้านบาท บริษัทที่ ๔ จ่ายไป ๓๐๐ ล้านบาท บริษัทที่ ๕ จ่าย ๑๔๙ ล้านบาท บริษัทที่ ๖ จ่าย ๔๗ ล้านบาท บริษัทที่ ๗ จ่าย ๓๑ ล้านบาท บริษัทที่ ๘ จ่าย ๑๘๐ ล้านบาท บริษัทที่ ๙ จ่าย ๘๒ ล้านบาท บริษัทที่ ๑๐ จ่าย ๑๓๕ ล้านบาท บริษัทที่ ๑๑ จ่ายมา ๕๐ ล้านบาท เขารวม ๑๑ บริษัทจ่ายค่าสินบน ๑,๔๑๕ ล้านบาท เขาไล่เส้นทางการเงินหมดครับ จากบริษัทนี้ไปสู่ใคร ๆ เขาไล่หมด ไล่ให้เห็นครับ บริษัทนี้จ่ายไปตรงไหนเขาบอกหมดครับ เข้าไปหมดครับ รุ่งเรือง รุ่งเรือง กรองทอง สยามอินดิก้า เบิกเป็นเงินสดก็มีครับ บริษัทที่เกื้อกูลกันมาตั้งแต่กระทรวงพาณิชย์แล้วก็มากระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ แล้วมาถึงยุคนายกรัฐมนตรีคุณยิ่งลักษณ์ก็ต่อมา เอื้อประโยชน์ ๓๐๐,๐๐๐ ตัน ข้าวให้กับบูล็อก อย่างนี้เขาเรียกว่าอุ้มกันมาตั้งแต่เหย้าตั้งแต่เรือน ตั้งแต่เกิดจนโต ท่านประธานครับ เวลาที่ท่านให้เปิดประมูลข้าวเขาต้องมีการกำหนด คุณสมบัติของผู้ประมูลไว้เบื้องต้นนะครับ

ประการที่ ๑ ก็ต้องไม่มีประวัติละทิ้งการเสนอราคาซื้อแล้วก็ละทิ้งสัญญา ซื้อขายข้าวสารกับทางราชการ

ประการที่ ๒ ไม่เป็นผู้ทิ้งงาน ปรากฏตามรายชื่อผู้ทิ้งงานของกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง

ประการที่ ๓ ต้องไม่มีพฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นว่ามีความสมยอมกัน ในการเสนอราคา

ประการที่ ๔ ต้องไม่มีการขัดขวางการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม

อันนี้เป็นคุณสมบัติทั่วไปในการเปิดประมูล แต่ท่านประธานครับ บริษัท เพรสซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด เดินเข้าเดินออกที่กระทรวงพาณิชย์ ค้าขายอยู่กับ กระทรวงพาณิชย์ ได้ข้าวในโกดังจากรัฐบาลไป ๓ ลอตในยุคคุณทักษิณ ชินวัตร ๕๐๐,๐๐๐ ตัน ๖๐๐,๐๐๐ ตัน ๑,๗๐๐,๐๐๐ ตัน ได้สิทธิพิเศษมากมายครับ รวมทั้งจีทูจี ได้ข้าวราคาถูกกว่าบริษัทอื่น ได้ค่าการตลาดอีก ได้ค่าปรับปรุงข้าวอีก ได้ลดค่าประกัน สัญญาอีก ต่อมาบริษัท เพรสซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด ทำให้ อคส. เสียหายครับ อคส. ฟ้องบริษัทเรียกร้องค่าเสียหาย ๔,๘๐๐ ล้านบาท ตามเอกสารนี้ครับ ศาลล้มละลาย อ่านตามหนังสือนี้ครับ แสดงให้เห็นว่าบริษัท เพรสซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด ทำให้ อคส. เสียหายไป ๔,๘๐๐ ล้านบาท วันนี้ อคส. ไม่มีทางได้รับเงิน ๔,๘๐๐ ล้านบาทนี้คืนแม้แต่ แดงเดียวครับ เพราะบริษัท เพรสซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด ล้มละลายเรียบร้อยแล้วครับ ก็พวกท่านอีกนั่นแหละครับทำให้ อคส. เสียหาย เมื่อบริษัท เพรสซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด ล้มแล้วครับ เขาก็ตั้งบริษัทขึ้นมาใหม่ เมื่อสักครู่ที่ผมให้ท่านประธานดู จากบริษัท เพรสซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด ก็มาเป็นบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด คนชุดเดียวกันครับ เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ไปจดทะเบียนตั้งบริษัท ไปจดที่ไหนครับ ที่กระทรวงพาณิชย์ใช่ไหมครับ ไปติดต่อค้าขายที่ไหนครับ ก็ที่กระทรวงพาณิชย์ อคส. ฟ้อง อคส. อยู่ที่ไหนครับ ก็อยู่ที่ กระทรวงพาณิชย์ อคส. เสียหาย ๔,๘๐๐ ล้านบาทอยู่ที่ไหนครับ อยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ครับ เป็นไปได้อย่างไรครับที่กระทรวงพาณิชย์ไม่รู้ วันนี้พฤติกรรมของท่านยังเป็นฟาสท์ฟูด (Fast-food) ส่งมอบข้าว ๓๐๐,๐๐๐ ตันไปให้เขาถึงบ้าน ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แล้วว่ารัฐเสียหาย แล้วรู้อยู่แล้วว่าเอาเงินไปพักที่บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ต้องมีเงินทอน เป็นไปไม่ได้ครับ ไม่มีใครโง่ครับ ไม่มีเงินทอนเอาไปพักไว้ทำไม นายกรัฐมนตรีรู้ยิ่งกว่ารู้อีกครับ เพราะนายกรัฐมนตรีมาจากนักธุรกิจ รู้อยู่แล้วว่าบริษัท ๒ บริษัทนี้โคลนนิ่ง (Cloning) กันมา รู้อยู่แล้วว่าคุณสมบัติไม่ชอบครับ คุณสมบัติมัวหมอง พวกท่านก็ยังทำกันได้ ต่างฝ่ายต่างอาศัยช่องว่างหลบเลี่ยงนิตินัยเพื่อไปสู่เป้าหมายเดียวกันคือการทุจริตคอร์รัปชัน เพราะฉะนั้นอยากให้นายกรัฐมนตรีเปิดเผยครับ เรารู้อยู่แล้วที่มาของเงิน ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ข้าวขายให้ประเทศอินโดนีเซียรู้อยู่แล้วครับ ๕,๒๐๐ กว่าล้านบาท มาอยู่ที่บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ต้องจ่ายให้ อคส. เปิดเผยครับว่า อคส. รับเศษเงินมาเท่าไร ส่วนที่หายไปไปตกหล่นอยู่ที่กระเป๋าใครครับ เรื่องอย่างนี้ปิดบังไม่ได้หรอกครับ นายกรัฐมนตรีเอามาเปิดเผยในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เลยครับ ท่านประธานครับ การทุจริตไม่ใช่เรื่องงดงาม ผมมีความภูมิใจที่หัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ของผมบอกว่าถ้า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อชาวนาไม่เป็นไรครับ แต่ผมคิดว่าสตางค์แดงเดียวเพื่อกระเป๋าใคร เพื่อพ่อค้าคนหนึ่งคนใด เพื่อนักการเมือง คนหนึ่งคนใดย่อมไม่ได้ครับ ท่านประธานครับ วันนี้เป็นวันที่ผมทำหน้าที่แทนพ่อแม่พี่น้อง ชาวจังหวัดยะลาด้วยความภาคภูมิใจครับ แต่ผมเสียใจที่ไม่อาจให้นายกรัฐมนตรี อยู่ในตำแหน่งนี้ต่อไปได้ครับ ขอบคุณครับ