สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๔ · ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล พูดถึงกรณีที่ตนไปขอวีซ่าประเทศญี่ปุ่นให้กับท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ และเรียกร้องให้ดอกเตอร์รัชดาแสดงหลักฐานเพื่อสนับสนุนข้อกล่าวหาของตน โดยอธิบายว่ากระทรวงการต่างประเทศได้คืนสิทธิให้ท่านมีหนังสือเดินทางตามระเบียบ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อกี้ท่านประธานก็ได้ยิน จากท่าน ส.ส. รัชดา ท่านได้อภิปรายพาดพิงถึงผมทั้ง ๒ เรื่อง ทั้งเรื่องวีซ่าแล้วก็เรื่อง พาสปอร์ตอย่างชัดเจน ที่จริงแล้วดอกเตอร์รัชดาน่าจะบอกผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจผมให้มันรู้แล้วรู้รอดไปก็จะได้ตอบให้ชัดเจนยิ่งกว่านี้

ท่านประธานครับ เรื่องแรกที่ท่านดอกเตอร์รัชดาพยายามที่จะพูดว่ารัฐบาลนี้ บริหารบ้านเมืองขาดหลักนิติรัฐ นิติธรรม ใช้อำนาจโดยมิชอบ ท่านนายกรัฐมนตรีสั่งให้ผม ไปขอวีซ่าประเทศญี่ปุ่นให้กับท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ท่านคิดได้อย่างไรครับ ผมขอวีซ่า จากประเทศอื่นให้กับคนอื่นได้นี่ผมต้องเป็นเจ้าพ่อ ผมก็จะสั่งประเทศนั้นไปรบกับประเทศนี้ ได้หมด เพราะผมถือว่าถ้าผมสามารถทำอย่างนั้นได้ผมมีอำนาจเหนือสิ่งอื่นใดแล้วครับ มันไม่ได้ครับ เราจะไปก้าวก่ายเรื่องของประเทศนั้น ๆ ไม่ได้เด็ดขาด ท่านก็จบถึงปริญญาเอก น่าจะรู้ ผมจะไปขอวีซ่าให้พวกท่านไปประเทศโน้นประเทศนี้ได้หรือไม่ แม้กระทั่งลูกผม ภรรยาผม ผมยังไปขอให้ไม่ได้เลยครับ ต้องไปสมัครไปเขียนกรอกแบบฟอร์มของเขาเอง ท่านคิดได้อย่างไรว่าผมไปขอประเทศญี่ปุ่น ท่านเอาหลักฐานมาสิครับ อย่ามากล่าวหากันอย่างนี้ เดี๋ยวประชาชนทางบ้านได้ยินเขาก็จะกล่าวหาผมว่าผมนั้นไปแอบช่วย มันเป็นไปไม่ได้ครับ ท่านมีหลักฐานเอามาดูสิครับผมไปกรอกแบบฟอร์มให้ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณหรือไม่ ท่านพูดอย่างนี้ผมเสียหาย พูดอะไรต้องมีหลักฐานชัดเจน

อีกเรื่องหนึ่งครับ เรื่องพาสปอร์ต ท่านก็บอกว่าผู้ตรวจการแผ่นดินได้ขอให้ กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการไปออกพาสปอร์ตให้ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณนั้นผิด ต้องให้ทำใหม่ มันไม่ใช่ ผู้ตรวจการแผ่นดินนี่เขาให้กระทรวงการต่างประเทศทบทวน แค่นั้นเอง ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศก็ตอบ มันเป็นเอกสารลับมากส่งไปที่ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว ถ้าท่านอยากเห็นก็ไปขอสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ชี้แจงไปชัดเจนครับว่าการออกพาสปอร์ตให้ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณนั้นดำเนินการ อย่างไรบ้าง อย่างที่ท่านเข้าใจนะถูกต้องแล้วครับ ตามกฎระเบียบการออกหนังสือเดินทางนั้น เป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานข้าราชการของกระทรวงการต่างประเทศ แต่เพื่อเป็นความรู้ ของท่านและเพื่อให้ประชาชนคนไทยจะได้เข้าใจตรงกัน ผมจะชี้แจงอย่างนี้นะครับ ผมจะชี้แจงครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายเพราะว่าได้ชี้แจงไปหลายครั้งแล้วว่าการออก หนังสือเดินทางแก่ พันตำรวจโท ทักษิณเมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๔ ถือว่าเป็นการคืน สิทธิเดิมในการมีหนังสือเดินทางที่ถูกคำสั่งยกเลิกหนังสือเดินทางโดยรัฐบาลชุดก่อน เพราะก่อนหน้านี้ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณได้มีหนังสือเดินทางอยู่แล้ว เลขที่ G ๗๐๑๘๔๒ ออกให้เมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๕๐ และถูกยกเลิกเมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๕๒ ตามข้อวินิจฉัยและคำสั่งของนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศในขณะนั้น การยกเลิกหนังสือเดินทางดังกล่าว นายกษิต ภิรมย์ อาศัยอำนาจตามข้อ ๒๓ (๗) ของระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ. ๒๕๔๘ ที่กำหนดว่าพิจารณาเห็นว่าหากให้ผู้ถือหนังสือเดินทางยังคงอยู่ในต่างประเทศ ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศไทยหรือต่างประเทศได้ ต่อมาเมื่อรัฐบาล ชุดปัจจุบันเข้ารับหน้าที่บริหารบ้านเมือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คือตัวผมนี่แหละครับก็ได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนในเรื่องนี้และได้มีข้อวินิจฉัยและคำสั่ง ตามระเบียบดังกล่าวเมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๔ โดยเห็นว่าการคงอยู่ในต่างประเทศต่อไป ของผู้ขอหนังสือเดินทางรายนี้ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศไทยหรือต่างประเทศได้ ดังนั้นจึงยกเลิกคำสั่งในเรื่องนี้ที่ออกโดยนโยบายของรัฐบาลชุดที่แล้ว และให้ออก หนังสือเดินทางบุคคลทั่วไปให้แก่ พันตำรวจโท ทักษิณได้ ในการนี้กระทรวงการต่างประเทศ จึงได้ใช้ดุลยพินิจให้คืนสิทธิการมีหนังสือเดินทางแก่ พันตำรวจโท ทักษิณตามระเบียบ ดังกล่าว จดไว้นะครับ ทั้งนี้ในกรณีของหนังสือเดินทางทุกประเภทเมื่อถูกยกเลิกไปแล้ว ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ๆ เช่น การยกเลิกโดยคำสั่งของกระทรวงการต่างประเทศหรือการแจ้ง สูญหาย กระทรวงการต่างประเทศจะยกเลิกการใช้งานของหนังสือเดินทางดังกล่าว ดังนั้นเมื่อ พันตำรวจโท ทักษิณได้รับคืนสิทธิให้มีหนังสือเดินทาง พันตำรวจโท ทักษิณก็ไม่สามารถ นำหนังสือเดินทางเล่มเดิมกลับมาใช้งานได้อีก การคืนสิทธิตามคำสั่งจึงจำเป็นต้องออก หนังสือเดินทางเล่มใหม่ให้เท่านั้น สำหรับประเด็นอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศคือตัวผมในการพิจารณาออกหนังสือเดินทางปฏิเสธหรือยับยั้งคำขอหนังสือ เดินทางและการยกเลิกหนังสือเดินทางนั้น ขอเรียนว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศไม่มีอำนาจโดยตรงในการดำเนินการตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ. ๒๕๔๘ แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้รับผิดชอบในการกำกับดูแลและกำหนดนโยบายด้านการต่างประเทศ จึงมีอำนาจ หน้าที่ในการวางนโยบายต่อกระทรวงการต่างประเทศและพิจารณาประเด็นที่จะมีผลกระทบ ด้านการเมืองและการเมืองระหว่างประเทศ ดังเช่นในกรณีคำสั่งทางนโยบายของ นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้นก็ได้อาศัยอำนาจ ตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ. ๒๕๔๘ ข้อ ๒๓ (๗) สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศพิจารณายกเลิกหนังสือเดินทางของ พันตำรวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ท่านประธานครับ เพื่อเป็นความรู้นะครับ ผมจะหยิบตัวอย่างมาซึ่งผมไปขอมาจาก กรมการกงสุลของผม ต้องขออภัยนะครับ คุณภคินี สุวรรณภักดี มีพาสปอร์ตเล่มสุดท้าย เดี๋ยวผมจะเอาข้อเท็จจริงมาชี้แจงให้ได้เห็นว่าการทำงานของกระทรวงการต่างประเทศ ทำอย่างไร