สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๔ · ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

รัชดา ธนาดิเรก หารือเรื่องการออกหนังสือเดินทางให้กับชายผู้นี้ที่สังคมคิดว่าไม่สมควรที่จะได้รับพาสปอร์ต และเรียกร้องให้กระทรวงการต่างประเทศตรวจสอบสถานะทางบุคคลและปฏิเสธหรือยับยั้งการออกหนังสือเดินทาง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน รัชดา พรรคประชาธิปัตย์ ในเรื่องกรณีพาสปอร์ตนั้นระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการออกหนังสือเดินทางได้เขียนไว้ว่า อำนาจในการออกหนังสือเดินทางนั้น เป็นเรื่องดุลยพินิจของพนักงานเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ แต่ก็ได้เขียนไว้ในหมวด ๘ ในเรื่องของการยกเลิกหนังสือเดินทาง และในหมวด ๗ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิเสธหรือยับยั้ง คำขอออกหนังสือเดินทาง นั่นก็หมายความว่าแม้ว่าระเบียบของกระทรวงการต่างประเทศจะอนุญาตให้ พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการอนุญาตในการออกหนังสือเดินทางให้แก่ประชาชนคนไทย ที่ทำเรื่องร้องขอมา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพนักงานเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ จะออกให้คนทุก ๆ คนที่ทำเรื่องขอร้องมา มันต้องมีการตรวจสอบสถานะทางบุคคล ต้องมีการตรวจสอบว่าคนคนนั้นสมควรที่จะได้รับการปฏิเสธหรือยับยั้งในการออกหนังสือเดินทาง หรือเปล่า ในวันที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ มีชายคนหนึ่งทำเรื่องขอหนังสือเดินทางมายัง กระทรวงการต่างประเทศ แต่มันไม่ใช่เรื่องธรรมดาเพราะชายคนนี้ไม่เหมือนชายคนอื่น ๆ โดยทั่วไป มันจึงเป็นประเด็นที่เกิดการโจษจันขึ้นในสังคมว่าสมควรหรือไม่ที่กระทรวง การต่างประเทศจะออกหนังสือเดินทางให้กับชายผู้นั้น เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดานะคะ เพราะเป็นเรื่องที่ยกมาเป็นประเด็นในการถามกระทู้ถามสดในสภาแห่งนี้เมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ท่านประธานคะท่านประธานทราบดีอยู่แล้วว่าญัตติที่จะนำมาสู่ การถามกระทู้ถามสดนั้นจะต้องเป็นเรื่องที่อยู่ภายใต้ความสนใจและเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ ปัญหาบ้านเมือง มีการถามกระทู้ถามสดท่านนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการออกหนังสือเดินทางให้กับชายคนนี้ที่สังคมคิดว่า ไม่สมควรที่จะได้รับพาสปอร์ต ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้มาตอบกระทู้ถามสดเองซึ่งก็ไม่ใช่ เรื่องแปลกเพราะท่านก็ไม่ค่อยได้มาตอบอยู่แล้ว ท่านได้มอบหมายให้ผู้ใต้บังคับบัญชา ก็คือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาตอบกระทู้ถามสดว่ามันถูกต้อง มันชอบด้วยระเบียบของกระทรวงการต่างประเทศมากน้อยอย่างไรในการออก หนังสือเดินทางให้กับชายผู้นี้ ด้วยความเป็นตัวแทนของท่านนายกรัฐมนตรี ท่านผู้ใต้บังคับบัญชาก็คือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงต่อ สภาแห่งนี้ว่าการออกหนังสือเดินทางให้กับชายผู้นี้เป็นสิ่งที่กระทำได้ ไม่ขัดต่อระเบียบ กระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงสังคม ตั้งคำถาม และแม้กระทั่งผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ตรวจการแผ่นดินนั้นเป็นองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญที่มีหน้าที่ในการพิจารณาและสอบสวนหาข้อเท็จจริงตามคำร้องเรียน ตามคำร้องในกรณีที่มีการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือมีการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ของข้าราชการ หรือลูกจ้างในหน่วยงานของรัฐ หรือพนักงานราชการ ผู้ตรวจการแผ่นดิน มีหน้าที่ในการดำเนินการเกี่ยวกับจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ ของรัฐตามมาตรา ๒๗๙ ผู้ตรวจการแผ่นดินก็เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่สนใจในประเด็นเรื่อง การออกหนังสือเดินทางให้กับชายผู้นี้ และผู้ตรวจการแผ่นดินก็เคยทำหนังสือไปยัง กระทรวงการต่างประเทศให้กระทรวงการต่างประเทศชี้แจงว่าการออกหนังสือเดินทาง ให้กับชายผู้นี้มันชอบด้วยระเบียบหรือไม่ อย่างไร และสุดท้ายผู้ตรวจการแผ่นดินก็ได้มี คำวินิจฉัยว่าการออกหนังสือเดินทางให้แก่ชายผู้นี้ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ชอบด้วยระเบียบ ของกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง ดิฉันไม่ได้พูดเองนะคะ ผู้ตรวจการแผ่นดินที่เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญที่มีบทบาทในการตรวจสอบการทำงาน ของข้าราชการ ตรวจสอบในเรื่องจริยธรรมของนักการเมืองก็ยังวินิจฉัยว่าการออกหนังสือ เดินทางให้กับคนที่ไม่เหมาะสมนี้เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะชอบด้วยระเบียบ ถามว่าระเบียบ ของกระทรวงการต่างประเทศในเรื่องของการออกหนังสือเดินทางนั้นมันเป็นประเด็น ตรงไหน ที่ดิฉันได้กล่าวต่อท่านประธานในตอนต้นแล้วว่าการออกหนังสือเดินทางนั้นเป็น ดุลยพินิจของพนักงานเจ้าหน้าที่ในกระทรวง แต่มันก็มีหมวด ๗ ในเรื่องของการปฏิเสธหรือ ยับยั้งคำขอหนังสือเดินทาง ซึ่งได้ระบุไว้ในข้อ ๒๑ แล้วก็ระบุว่ากรณีต่าง ๆ ๔ กรณีที่จะเข้าข่ายไม่เหมาะสมต่อการออกหนังสือเดินทางให้ ซึ่งนั่นก็หมายความว่า ๔ กรณีในข้อ ๒๑ หมวด ๗ การปฏิเสธหรือยับยั้งคำขอหนังสือ เดินทางนี้เป็นสิ่งที่ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศผู้ใช้ดุลยพินิจต้องพิจารณา ในกรณี ที่เกี่ยวข้องตามข้อ ๒๑ หมวดการปฏิเสธหรือยับยั้งคำขอหนังสือเดินทาง ที่มีการถาม ในประเด็นนี้ในกรณีกระทู้ถามสดไปแล้ว ก็คือข้อ ๒ คนที่ควรจะถูกปฏิเสธหรือยับยั้ง ในการขอหนังสือเดินทาง ก็คือ เมื่อได้รับแจ้งว่าผู้ร้องเป็นผู้ซึ่งกำลังรับโทษในคดีอาญา หรืออยู่ระหว่างการปล่อยตัวชั่วคราว หรือเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาที่ได้มีการออกหมายจับไว้แล้ว ซึ่งศาลหรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจเห็นว่าไม่ควรจะออกหนังสือเดินทางให้ และข้อ ๓ เมื่อผู้ร้องเป็นผู้ที่ศาลหรือเจ้าพนักงานซึ่งมีอำนาจตามกฎหมายอื่นสั่งห้าม ไม่ให้เดินทางออกนอกราชอาณาจักร ท่านประธานคะ วิญญูชนโดยทั่วไปอ่านข้อบังคับ ในหมวด ๗ ข้อ ๒๑ (๒) และ (๓) ก็สามารถรับรู้ได้ทันทีว่าไม่สมควรที่จะมีการออกหนังสือเดินทาง ให้กับชายผู้นี้ เพราะมันเข้าข่าย ข้อ ๒ และ ข้อ ๓ แต่กระทรวงการต่างประเทศ ก็ยังดำเนินการอนุมัติอนุญาตหนังสือเดินทางให้กับชายผู้นี้ เมื่อผู้ตรวจการแผ่นดินทำเรื่อง ไปยังกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศตอบมายังผู้ตรวจการแผ่นดินว่า ด้วยดุลยพินิจของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้พิจารณาแล้วว่า การออกหนังสือเดินทางให้กับชายผู้นี้ไม่น่าจะเข้ากับ ข้อ ๒ ข้อ ๓ ตามที่ดิฉันได้กล่าวไปแล้ว คำถามก็คือมันจะไม่เข้าได้อย่างไรคะท่านประธาน ก็ในเมื่อชายผู้นี้เป็นผู้ที่ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาทางการเมืองได้พิพากษาจำคุก ๒ ปี และต้องหมายศาลในคดีอื่น ๆ และชายผู้นี้ในปี ๒๕๕๑ ได้เคยขออนุญาตต่อศาลขออนุญาตออกนอกประเทศระหว่างวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ถึง ๑๐ สิงหาคม ก็นั่นหมายความว่าชายผู้นี้เป็นผู้ที่ต้องรับโทษคดีอาญา และ ในปี ๒๕๕๑ ตอนที่เขาจะเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่นกับประเทศจีนในวันที่ ๓๑ กรกฎาคม และ ๑๐ สิงหาคม เขาต้องขออนุญาตจากศาล แล้วมันจะไม่เข้าเกณฑ์ข้อ ๒ ข้อ ๓ ได้อย่างไร แต่กระทรวงการต่างประเทศก็ยัง