วิรัช ร่มเย็น รวบรวมปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการปกครองประเทศ โดยเรียกร้องให้มีการดำเนินการตามกฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต รวมถึงการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐและการป้องกันการทุจริต นอกจากนี้ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการประมูลงานของกรมชลประทาน โดยกล่าวถึงข้อกังวลเกี่ยวกับการไม่เปิดเผยข้อมูล และการแบล็กลิสต์ของบริษัทที่ประมูลงาน
ท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัช ร่มเย็น พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดระนอง ผมเป็นผู้หนึ่งที่ได้ยื่นญัตติไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อีกทั้งได้ยื่นถอดถอนท่านนายกรัฐมนตรีต่อท่านประธานวุฒิสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตต่อยอดจากท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้กรุณาให้ข้อเท็จจริง ให้ข้อมูล รวมทั้งตั้งประเด็นไว้แล้วว่าที่ต้องถอดถอน ท่านนายกรัฐมนตรีนั้น เพราะท่านนายกรัฐมนตรีกระทำผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง กฎหมายนี้เป็นกฎหมายสำคัญ กฎหมายที่เราเรียกว่าพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ มีการแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๕๔ ท่านประธานครับ หลายท่านได้พูดไปแล้ว แต่ผมต้องการทำความเข้าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเจ้าของอำนาจที่แท้จริงที่อยู่ทั่วประเทศไทยว่าเหตุผลที่ได้ถอดถอน ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เพราะอะไร ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้มีหลายมาตรา แต่ที่สำคัญย้อนให้ท่านเห็นนิดหนึ่ง มาตรา ๑๐๓/๗ ที่หลายท่านพูดไปแล้ว ผมขออนุญาตครับ มาตรา ๑๐๓/๗ ของกฎหมาย ป.ป.ช. เรียกสั้น ๆ ง่าย ๆ ก็แล้วกัน กฎหมาย ป.ป.ช. แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๕๔ มาตรา ๑๐๓/๗ นี่คนเข้าใจกันไม่ชัดเจนนะครับ วันนี้ ๒ มาตราที่ผมจึงต้องทำความเข้าใจ เบื้องต้นเล็กน้อยก่อนที่จะลงไปในรายละเอียด ท่านประธานครับ มาตรา ๑๐๓/๗ เขาบอก ให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการจัดทำข้อมูลรายละเอียดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเฉพาะราคากลางและการคำนวณราคากลาง ๒ อย่างนะครับ ราคากลางด้วย และการคำนวณราคากลางไว้ในระบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้ประชาชน สามารถเข้าตรวจสอบได้ สรุปทำข้อมูลไว้ในราคากลาง ทำราคากลางและคำนวณราคากลาง เสร็จสรรพเรียบร้อยใส่ไว้ในเว็บไซต์ มันเป็นผลดีเว็บไซต์นี่ เว็บไซต์สามารถดูได้ทั่วประเทศ อยู่ชนบท อยู่หัวไร่ปลายนา หรืออยู่ตึกรามใหญ่โต โรงแรมโฟร์ซีซันส์ในห้องหรูหราก็ดูได้ครับ เว็บไซต์นี้ มันเป็นประโยชน์สำหรับการป้องกันและปราบปรามการโกง
ท่านประธานครับ เขาบอกในมาตรา ๑๐๓/๘ ต่อไปเลย ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีหน้าที่รายงาน คนอ่านอย่าสงสัยครับ รายงานก็คือกำหนดกฎกติกา ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อสั่งการให้หน่วยงานของรัฐจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง ตามมาตรา ๑๐๓/๗ วรรคหนึ่ง โดยหน่วยงานของรัฐจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับจากวันที่ ตรงนี้สำคัญครับ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ ให้ดำเนินการดังกล่าว มันเป็นกฎหมายที่ ครม. เมื่อ ป.ป.ช. ยื่นมานี่ต้องดำเนินการ ต้องเห็นชอบ
ท่านประธานที่เคารพครับ กฎหมายนี้ผมกราบเรียนเลยว่ามาตรา ๗๒ ใน พ.ร.บ. นี้ในเรื่องนี้เขาบอกไว้เลย ให้ ป.ป.ช. ดำเนินการให้แล้วเสร็จนะครับ เขียนกฎกติกาให้แล้วเสร็จนับจากวันที่กฎหมายฉบับนี้ใช้บังคับ ใช้บังคับเมื่อไรครับ ๑๙ เมษายน ๒๕๕๔ ตรงนี้ละครับเป็นประเด็นที่ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ไม่เห็นชอบ การที่ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ไม่เห็นชอบมีผลให้เกิดความเสียหายไปทั่วประเทศ ทั่วประเทศเกิดความเสียหาย ผมกำลังจะบอกท่านประธานว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็น ที่ผมจะกล่าวต่อไปเรื่องของงบกลาง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ งบกลาง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่เป็นงบเรียกว่าพิเศษจริง ๆ แล้วถ้าผมจะต่อสักนิดหนึ่งงบพิเศษ เพื่อคนพิเศษ ใครคือคนพิเศษติดตามผมต่อไปครับ นั่นคือเรื่องที่ผมตั้งต้นไว้ และขอกราบเรียน ท่านประธานครับ กรณีที่เกิดกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาได้นอกจากบรรดาสภาหอการค้า แห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย องค์กรเอกชนหรือเรียกให้โก้ ๆ ว่า เอ็นจีโอ (NGO) รวมทั้งผู้แทนในสภานี้ในหลายยุคหลายสมัยพยายามเหลือเกิน ประกอบกับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้ละครับ ฉบับที่หลายท่านบอกถ้าได้ประโยชน์ก็ดี อันไหนไม่ได้ประโยชน์ก็บอกไม่ดี
ท่านประธานครับ แนวนโยบายด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน มาตรา ๘๗ รัฐต้องดำเนินการตามแนวนโยบายด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน ดังต่อไปนี้ (๑) (๒) (๓) (๔) เอา (๓) ครับท่านประธาน (๓) ส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐทุกระดับ ในรูปแบบขององค์กรทางวิชาชีพหรือตามสาขาอาชีพ ที่หลากหลาย หรือรูปแบบอื่น ชัดเจนครับ ป.ป.ช. จึงต้องไปดำเนินการออกกฎหมาย ที่ผมกราบเรียนไปเบื้องต้นนี่แหละครับ เมื่อออกเสร็จเรียบร้อยเขาบังคับไว้เลย ให้ทำรายละเอียดเสนอ ครม. ให้ ครม. เห็นชอบ ตามที่ผมอ่าน นี่ผมเริ่มต้นอย่างนี้ครับ
ทีนี้มาดูญัตติวันนี้เพื่อไม่ให้ท่านที่เคารพทั้งหลายได้ขัดข้องหมองใจ ผมเรียนเลยครับญัตติที่อ่านนี่ เมื่อวันแรกท่านประธานวิปได้กรุณาอ่านทุกพยางค์ ทุกประโยค ทุกวรรคทุกตอนสมบูรณ์แล้วละครับ แต่ผมต้องอ่านบางรายการ เพื่อให้สอดคล้องกับสิ่งที่ผมจะอภิปรายต่อไป ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติ ไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับสิ่งต่อไปนี้ครับ นโยบายป้องกันและปราบปรามการทุจริตเป็นแค่เพียงเครื่องมือสร้างภาพ ท่านประธานครับ เอื้อพวก มีการเลือกปฏิบัติ ละเว้น มีพฤติการณ์ปล่อยปละละเลย ให้มีการทุจริตการใช้จ่ายเงินแผ่นดินกระจายไปในกลุ่มบุคคลและหน่วยงานต่าง ๆ ผมจะอ่าน บางประการนะครับ และการที่ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ไม่เห็นชอบกับกฎหมายฉบับนี้ ทำให้กฎหมายฉบับนี้เดินหน้าไปไม่ได้ นั่นคือคำที่บอกว่ามีการโกงกันทั้งแผ่นดิน ทำนองโกงทั้งแผ่นดิน ผมจะบอกว่าโกงอย่างไรครับท่านประธานที่เคารพ
อีกข้อหนึ่งท่านประธาน เอื้อตัว เอื้อพวก เอื้อญาติ ปิดหูปิดตาประชาชน ปิดบังข้อมูล หลีกเลี่ยงการตรวจสอบเพื่อประโยชน์พวกพ้องวงศ์วานว่านเครือ ท่านประธาน ที่เคารพ นี่คือสิ่งที่ผมกราบเรียนให้ท่านประธาน เพื่อนสมาชิก และพี่น้องประชาชน ที่อยู่ทางบ้านเจ้าของอำนาจที่แท้จริงได้รับทราบไว้ ท่านประธานครับ ผมอ่านเท่านี้นะครับ เพราะถ้าอ่านแบบท่านจุรินทร์อ่าน วันแรกผมนั่งฟังท่านประธานอย่าว่าแต่ตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีเลยเป็นคนยังเป็นไม่ได้เลยนายกรัฐมนตรีนะ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียน ต่อไปว่าเรื่องนี้จริง ๆ มันเป็นเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง ถ้าพูดแบบบ้าน ๆ ก็คือประมูลงาน นั่นแหละ เพราะเขาเห็นว่ามันโกงกันมากมันโก่งราคากันเยอะ การทำราคากลางเขาใช้คำว่า โป่ง คำว่า โป่ง เข้าใจไหมครับ โป่ง ผมว่าท่านประธานเข้าใจดีเป็นประธานมาหลายคณะ โป่งก็คือแทนที่ตั้งราคากลางไว้เท่านี้ ตั้งไว้มาก ๆ สมมุติว่าจะไปเอาดิน เอาทราย เอาหิน ในจังหวัดหนึ่งมีอยู่แล้ว แต่ว่าระบุให้ไปเอาอีกจังหวัดหนึ่ง ท่านประธานครับ นี่คือเหตุผลสำคัญ ที่กฎหมายฉบับนี้จะต้องเดินหน้าต่อไป แต่เสียดายครับของดี ๆ มีเยอะในกฎหมายฉบับนี้ เดินหน้าไปไม่ได้แล้ว ท่านประธานผมขออนุญาตยกตัวอย่างให้เห็นประจักษ์ สมัยก่อน เวลาเขาประมูลงานเขาใช้ซองยื่นซอง มีซองเคียง ซองไม่เคียงก็ว่าไป ใครระบุราคาน้อยที่สุด หลวงได้ประโยชน์ที่สุด เงินประชาชนมีประโยชน์ที่สุดคนนั้นได้ไป ต่อมาระบบทันสมัยขึ้น ท่านประธานเขาเรียกง่าย ๆ ว่า อีออกชัน อีออกชันก็เป็นประโยชน์ระดับหนึ่งนะ แต่ถ้านายกรัฐมนตรีเห็นชอบกับกฎหมายที่ผมเอ่ยมาเมื่อตะกี้นี้มันจะมีประโยชน์ยิ่งกว่านั้น นั่นคือชาวบ้านจะรู้ด้วย พี่น้องประชาชนจะรู้ด้วย แต่ระบบอีออกชันนั้นมันรู้เฉพาะผู้ประมูล บริษัท ก ข ค ห้างหุ้นส่วนจำกัด ก ข ค รู้ แต่ชาวบ้านไม่รู้ ถามว่าชาวบ้านมีสิทธิไหม มี ไปขอดูเอกสารไปขอดูข้อมูล ส่วนราชการที่คิดว่าไม่ชอบยุ่งยากเขาก็จะบอกว่า นี่เขาเอาถนนมาให้แล้วมาขอดูอะไรอีก แต่ส่วนราชการที่เขามีเมตตาธรรมอยู่บ้างเขาบอก เดี๋ยวจัดให้ แต่กว่าที่ข้อมูลจะมาถึงพี่น้องประชาชนคนที่รักความยุติธรรมนี่ อีออกชัน เสร็จแล้วครับ ผมยกตัวอย่างจังหวัด ๗๗ จังหวัดเอาจังหวัดที่มันคิดว่าฟังดูแล้วดูดี แต่ว่าพฤติการณ์จะเป็นอย่างไรท่านประธานลองติดตาม เอาใกล้ ๆ ครับท่านประธาน จากกรุงเทพมหานครไปชั่วโมงเศษ ๆ จังหวัดนครนายก ชื่อนายก นครนายก ผมจะดู ตัวอย่างให้ ให้ดูตัวอย่างเรื่องอีออกชัน มีถนนอยู่หลายเส้นครับ ผมยกมา ๔ เส้น ไม่มากไม่น้อย เส้นที่ ๑ การจ้างซ่อมผิวทางแอสฟัลติก คอนกรีต (Asphaltic concrete) สาย นย. ๒๐๒๔ นย. คือนครนายกแยกทางหลวง ๓๓ ท่านประธานครับ งบประมาณตั้งไว้ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท อีออกชันคือมีการต่อสู้กันจะกี่บริษัทก็ตามรายละเอียดผมมีนะครับ ท่านประธาน ปรากฏว่าราคาต่อสู้กันราคาสุดท้ายที่ได้ก็คือ ๓,๖๙๐,๐๐๐ บาท ผลก็คือว่า ประหยัดได้เท่าไรครับ ๒๖.๒๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าจะบอกเป็นตัวเลขสักรายการหนึ่งก็คือว่า ๒๖.๒๐ เปอร์เซ็นต์ได้ ๑,๓๑๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานที่เคารพ นี่คือถนนสายที่ ๑ เกี่ยวกับอีออกชัน เอาอีกสายที่ ๒ ท่านประธานครับ ชื่อว่าจ้างซ่อมผิวทางเคพซีล (Cape seal) สาย นย. ๕๐๓๒ แยกทางหลวงชนบท นย. ๔๐๓๑ งบ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาทครับ ประมูล ขั้นสุดท้ายได้เท่าไรครับ สู้กันไปสู้กันมา ๓,๗๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ประหยัดได้เท่าไรครับ ๒๕.๔๐ เปอร์เซ็นต์ เส้นที่ ๓ ท่านประธาน ซ่อมผิวทางเคพซีล สาย นย. ๒๐๒๙ แยกทางหลวง ๓๓ ตั้งไว้ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ราคาสุดท้ายครับ ๒,๑๕๐,๐๐๐ บาท ประหยัดได้เท่าไรครับ ๒๘.๓๓ เปอร์เซ็นต์ และเส้นสุดท้ายที่จะยกตัวอย่างก็คือซ่อมผิวทางแอสฟัลติก คอนกรีต สาย นย. ๓๐๓๓ แอสฟัลติก คอนกรีตเช่นเดียวกันนะครับ แยกทางหลวง ๓๐๕ ถึงตลาดไม้ดอกไม้ประดับ ตั้งงบประมาณไว้ ๔,๙๕๖,๘๐๐ บาท ราคาสุดท้าย ๓,๖๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ ประหยัดได้ ๒๗.๓๗ เปอร์เซ็นต์ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ๆ ยกตัวอย่างให้เห็นว่าประหยัด ถ้ามีเว็บไซต์ท่านนายกรัฐมนตรีเห็นชอบ ครม. เห็นชอบ พี่น้องประชาชนรู้ รู้ว่าการที่ใครมา บริษัทที่มาอีออกชันรู้เลย บางบริษัทอาจจะถูกแบล็กลิสต์ (Blacklist) เอาภาษาไทยนะครับ บัญชีดำ เขาจะรู้เลยชาวบ้านจะโวยวายเลย แล้วชาวบ้านโวยวายก็อย่างที่ท่านนิพนธ์พูดไว้ ถ้าร้องไปที่ ป.ป.ช. ให้ ป.ป.ช. สอบสวนแล้วก็ขึ้นศาล แล้วศาลตัดสิน ท่านประธานครับ ชาวบ้านได้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์แต่ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ที่จังหวัดนครนายกมันมีข่าว ข่าวที่ว่านี่กระทรวงมหาดไทยรู้เขาก็เลยเตือนมายังลูกน้องเขา กระทรวงมหาดไทยก็คือปลัดกระทรวง ปลัดกระทรวงไม่อยู่รักษาการปลัดกระทรวงทำการแทน เขาได้มีหนังสือมาถึงผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะอะไรรู้ไหมครับ ช่วงนั้นผมเรียนท่านประธาน เลยที่ผมจะพูดต่อไปนี้นั่นก็คืองบน้ำท่วม งบอุทกภัย ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ละครับ งบอุทกภัย งบน้ำท่วมนี่ผมกราบเรียนท่านประธานไว้ล่วงหน้าเลย มันมีกฎกติกาอยู่ว่า ๑. ต้องอยู่ในพื้นที่ภัยพิบัติ ๒. ถ้าจะทำถนนสักเส้น ๒ เส้น ๓ เส้นก็ตามแต่ต้องเป็นถนน ที่น้ำท่วมจริง ๆ แล้วท่วมแล้วต้องเสียหายจริง ๆ กระทรวงมหาดไทยเขาบอกไว้อย่างนี้นะครับ เขาบอกว่ามีความเห็นว่าบางโครงการไม่ได้อยู่ในพื้นที่ประกาศเป็นพื้นที่ประสบอุทกภัย กระทรวงมหาดไทยจึงขอให้ตรวจสอบว่าการดำเนินงานโครงการที่ได้รับการจัดสรร งบประมาณไปแล้วนั้นเป็นโครงการที่อยู่ในพื้นที่ประกาศเป็นพื้นที่ประสบอุทกภัย และเป็น พื้นที่ที่ได้รับความเสียหายที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยแท้จริงเท่านั้น และจำเป็นต้องฟื้นฟูช่วยเหลือให้กลับสู่สภาพเดิม หากผิดพลาดจะถือเป็นความรับผิดชอบ ของจังหวัด นี่ขู่ผู้ว่าราชการจังหวัดมาด้วย ลงนามโดยใครครับ ประชา เตรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย วันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๕๕ อีกฉบับหนึ่ง ฉบับนี้ขู่หนักไปอีกครับท่านประธาน กระทรวงมหาดไทยได้รับรายงาน เกี่ยวกับการดำเนินงานโครงการฟื้นฟูปัญหาอุทกภัยในพื้นที่บางจังหวัด ส่อไปในทางไม่สุจริต มีการเรียกรับผลประโยชน์ เขากล้าวงเล็บมาครับท่านประธาน เงินทอนอัตราสูง อันเป็นเหตุให้ผลการดำเนินงานโครงการมีเนื้องานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย อันนำมา ซึ่งความล้มเหลวในการแก้ปัญหาอุทกภัยของจังหวัดดีที่สุด เขาบอกต้องการให้มีการใช้ งบประมาณทุกบาททุกสตางค์อย่างมีความโปร่งใสสุจริต ขู่มาอีกว่าหากพบหน่วยงานใด ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่ามีพฤติกรรมไม่สุจริตให้จังหวัดดำเนินการลงโทษทั้งทางวินัย และทางอาญาตามระเบียบของราชการอย่างเฉียบขาด ยิ่งกว่านั้นตอนท้ายบอกว่า ถ้าไม่ปฏิบัติตาม ถ้ามีการทุจริตย้ายประจำ นี่คือหนังสือขู่ของกระทรวงมหาดไทย ลงนามเช่นเดียวกันครับ ประชา เตรัตน์ หลักฐานมีอยู่ ท่านประธานที่เคารพ มีงบประมาณ อยู่ก้อนหนึ่งจังหวัดขอไปกระทรวงมหาดไทย ขอไปแค่ ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อจะมา ปรับปรุงถนนให้ดีจากการที่เป็นหลุมเป็นบ่อ ถ้าบอกว่าซ่อมรถก็หมายถึงปะผุ อันนี้ ก็หมายความว่าเอาถนนมาทำ เอางบประมาณมาทำ ขอไป ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาทครับ มีหนังสือ ตอบโต้ระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายกแล้วก็อธิบดีกรมทางหลวงชนบท งบอุทกภัย มีทุกหน่วยหลายหน่วยตั้งแต่วันแรกท่านประธานฟังดูก็รู้แล้ว จนกระทั่งวันนี้วันที่ ๓ ก็รู้ว่า มีหลายหน่วย ในที่สุดมันเป็นเรื่องแปลกประหลาดอย่างนี้ ปรากฏว่ามีหนังสือตอบโต้ไปมา ระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดกับกรมทางหลวงชนบท คือ ทช. ที่เรารู้กัน ในที่สุดเชื่อไหมขอไป ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาทมาซ่อม ส่งมาเลย ๔๗,๒๘๕,๖๐๐ บาท และจะบอกว่าเป็นเวรเป็นกรรม ของบ้านเมืองก็ไม่ทราบงบนี้ไม่ได้อีออกชัน เพราะงบน้ำท่วมมันมีกฎเกณฑ์อย่างที่ผมบอกเมื่อตะกี้ ยกเว้นอะไรทั้งหมด ให้ใช้วิธีอะไร รู้ไหมครับ พิเศษเพื่อคนพิเศษ คำหลังนี้ผมพูดเอง คำแรกราชการบอก งบพิเศษ ท่านประธานรู้ดี ผมกราบเรียนท่านประธานว่าอยากจะให้ดูราคากลาง ของผมราคากลาง เขามีการคิดราคากลางงบนี้ เดี๋ยวผมจะบอกว่าไฮไลท์ (Highlight) ของถนนเส้นนี้คืออะไร ถนนเส้นที่ว่านี้ ลืมบอกไปท่านประธานที่เคารพ โครงการปรับปรุงยกระดับถนนสาย นย. ๒๐๑๑ แยกทางหลวง ๓๓ บ้านโพธิ์ อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก ระยะทาง ๗.๒ กิโลเมตร แปลว่า ๗ กิโลเมตรกับ ๒๐๐ เมตร ๗.๒๐ กิโลเมตร โครงการอุทกภัย งบกลางนี่แหละครับ กราบเรียนท่านประธานว่าตรงนี้เขามีการทำราคากลาง งบนี้จริง ๆ เป็นงบกระทรวงมหาดไทย แต่ว่าส่งไปที่ ทช. คือกรมทางหลวงชนบท เพราะว่าอาจจะเป็นว่า กรมทางหลวงชนบทมีความชำนาญหรือประการใด เดี๋ยวฟังต่อไป กรมทางหลวงชนบท ก็ไปทำราคากลาง กรมทางหลวงชนบททำราคากลางเท่าไรครับ กิโลเมตรละ ๕,๙๘๕,๕๑๘.๙๙ บาท ผมย้อนมาที่ท่านประธานเมื่อตะกี้บอกว่ามีการอีออกชัน อีออกชัน ประเภทเดียวกันนะครับ แอสฟัลติก คอนกรีต ผมเรียนท่านประธานเลย มีการทำราคากลาง หลักฐานมีครับ ราคากลางที่ผมบอก ผมไม่เอ่ยชื่อเจ้าหน้าที่นะ แต่ว่าชุดเดียวกัน ชุดเดียวกัน ราคากลางในการอีออกชันเขาทำอย่างไรครับ เพราะว่ามีการต่อสู้กันอย่างไรครับ นั่งดูกันอยู่ ในจอเห็น เพราะฉะนั้นราคากลางเฉลี่ยกิโลเมตรละ ๒ ล้าน ๗ ท่านประธาน มันแตกต่างกัน มากมายเหลือเกิน ด้วยเวลาที่จำกัดผมขออนุญาตนะครับ ถนนเส้นนี้ที่ว่ากรณีพิเศษคืออะไร มีการประมูล จะเรียกประมูลไม่ได้ เอาใช้วิธีพิเศษก็แล้วกัน ตามมติทั้งหลายรวมทั้ง มติ ครม. วิธีพิเศษหมายความว่าอย่างไร กฎหมายเขียนไว้ ระเบียบเขียนไว้ วิธีพิเศษก็คือ เรียกผู้รับเหมา ๑ ราย ๒ ราย ๓ ราย ๔ ราย ใครก็ได้ที่พอใจมาคุยสิ ถ้าพูดภาษานักเลงบอก เส้นนี้ลื้อให้เท่าไร พูดภาษาสุภาพ ๆ เส้นนี้คุณจะให้เท่าไร แปลว่าให้เท่าไร มีงบประมาณ เท่านี้ให้เท่าไร งบประมาณมี ๔๗,๒๘๕,๖๐๐ บาท ตามสูตรเลยเขาก็เอาเข้ามาครับ นี่บัญชีผู้มายื่นเสนอราคา ผมเรียนไว้ก่อนเพื่อให้สอดคล้องกับท้องเรื่อง ให้เหมาะสมกับเรื่อง ที่ผมพูด ผมมีความจำเป็นต้องพูดถึงบุคคลภายนอก ท่านประธานอย่าได้หวั่นไหว อย่าได้ตกใจ ผมรับผิดชอบแต่ผู้เดียว แต่พูดทั้งหมดนี้เพื่อประโยชน์ของสาธารณะ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน เพื่อประโยชน์ในการประหยัดงบประมาณแผ่นดิน โครงการปรับปรุงถนนสาย นย. ๒๐๑๑ แยกทางหลวง ๓๓ บ้านโพธิ์ อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก ระยะทาง ๗.๒๐๐ กิโลเมตร ของบประมาณโครงการสำคัญเร่งด่วน พื้นที่ปัญหาอุทกภัยโดยวิธีพิเศษเขียนไว้ชัด ปรากฏว่ามีผู้สนใจมายื่นซองราคา ตามรายละเอียดดังนี้ ขอประทานอภัยแล้วนะว่าต้องเอ่ยชื่อบุคคลภายนอก เพราะจำเป็น สภาบอกไม่จำเป็นอย่าเอ่ย จำเป็นท่านประธานครับ วัน เดือน ปี ๒๖ เมษายน ๒๕๕๕ ๑๐.๐๐ นาฬิกา หจก. นครนายกการโยธา เดี๋ยวจะบอกต่อไปว่าเป็นของใคร ๒๖ เมษายน เหมือนกัน ๑๐ นาฬิกาเหมือนกัน หจก. วิศิษฎ์ชัย ๒๖ เมษายนเหมือนกัน ๑๐.๐๐ นาฬิกา เหมือนกัน หจก. ส. อรัญเจริญการโยธา ๒ ห้างแรกอยู่ที่จังหวัดนครนายก แต่ว่าอันหลัง ส. อรัญเจริญการโยธาอยู่ที่จังหวัดสระแก้ว ผมชี้ว่าจังหวัดสระแก้ว ท่านประธานเข้าใจนะ ท่านประธานเข้าใจดีแล้วว่าจังหวัดสระแก้วอยู่ทางไหน เมื่อมีการเอา ๓ บริษัทมาพูดกัน ผมไม่รู้ว่าเขาคุยอะไรบ้าง แต่ผมรู้ว่ามีสัญญาจ้างเกิดขึ้นแล้ว บริษัทที่ ๑ ห้างหุ้นส่วนจำกัด นครนายกการโยธาเสนอเท่าไรครับ เสนอไว้มากหน่อย นครนายกการโยธา ขอกราบเรียนว่า ก็เสนอมา ๔๗,๕๓๕,๐๐๐ บาท ส. อรัญการโยธา ๔๗,๔๒๔,๙๐๗.๑๖ บาท แล้วก็อีกบริษัทหนึ่งครับ หจก. วิศิษฎ์ชัย เสนอ ๔๗,๓๓๘,๐๐๐ บาท ท่านประธาน ทายไม่ถูกหรอกครับ แต่ผมบอกท่านประธานแล้วกันครับ วิศิษฎ์ชัยได้ไป แล้วแถม เอาบุญคุณด้วยนะ เขาบอกว่าเสนอไปเกินจากราคาที่ตั้งไว้ เกินจากราคางบประมาณ งบประมาณตั้งไว้ ๔๗,๒๘๕,๖๐๐ บาท เขาบอกว่าถ้าอย่างนั้นลดให้ ลดให้เท่ากับราคานี้เลย ท่านประธานเชื่อไหมครับบาทหนึ่งสลึงหนึ่งก็ไม่ตกถึงพื้น เพราะเหลือเงินที่ประมูล แบบวิธีพิเศษ ๔๗,๒๘๕,๖๐๐ บาทเป๊ะ ๆ สลึงเดียวไม่หล่น ผมไม่ได้ว่าอะไรครับ คนที่ได้ไป แต่ขอตำหนิหน่อยใจดำเหลือเกิน งบประมาณมีเท่านี้จะเอาเท่านี้ นี่คือวิธีพิเศษ ถ้านายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เห็นชอบกับกฎหมายที่ผมพูดแต่ต้น พี่น้องประชาชนไม่ว่า จังหวัดนครนายกหรือที่ไหน เดี๋ยวผมบอกในกรุงเทพฯ หรือชนบทรู้หมดเลยเขาขึ้นเว็บไซต์ เพราะวิธีพิเศษก็ไม่เหนือไปกว่ากฎหมายฉบับนี้ กฎหมายฉบับนี้คลุมหมดครับ คุณจะก่อสร้าง คุณจะงานอีเวนท์ (Event) นี่ใช้ภาษาต่างประเทศหน่อย หรือว่ามีการสัมมนา จ้างอาจารย์ จ้างนักวิชาการทุกอย่างครับต้องแสดงบนเว็บไซต์ให้เขาเห็น เขาจะได้รู้ว่า คนนี้หรือจ้างมาพูดทีหนึ่ง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท จริง ๆ พูดไม่เอาไหนเลย ทุกวันนี้ใช้กันอยู่ ท่านประธาน นี่ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ๓ บริษัทได้ไป ๑ บริษัท แล้วก็ที่ผมกราบเรียน เมื่อกี้นี้ ผมกราบเรียนว่าบริษัทที่ว่านี้ผมมีความจำเป็นครับท่านประธาน อันดับแรกโชว์ก่อน เดี๋ยวบอกว่าพูดไปจริงหรือเปล่า ถนนมันมีไหม ไปถ่ายมาเอง ไปถ่ายมาเองกับมือ สมัยก่อน มีคนเขาถ่ายคลิปผม ตอนนี้ผมไปถ่ายบ้าง ท่านประธานถนนสายบายพาส (Bypass) สาย นย. ๒๐๑๑ แยกทางหลวง ๓๓ ท่านประธานครับ นี่ครับถนนนี้แปลกประหลาด ตรงไหนครับ ไฮไลท์มันอยู่ตรงที่ว่าถ้าเป็นภาพยนตร์ก็หักมุมเลย ไม่ได้อยู่ในน้ำท่วม เอาว่าไม่ได้น้ำท่วมผิดกฎกติการาคา ผิดกฎกติกาของงบน้ำท่วมที่เรียกว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ต้องน้ำท่วมแล้วเสียหายจริงผู้ว่าราชการจังหวัดเขาก็เตือนมาแล้วเห็นไหมครับ ดูในภาพ จะเห็นเลยว่าด้านขวากระผมทำแล้ว แต่ด้านซ้ายมือไม่ได้ทำ ๔๗ ล้านบาท ๗ กิโลเมตรเศษ ๆ ภาพมันฟ้องมันจึงเห็นชัด ผมกราบเรียนนี่ผิดกติกาผิดแล้วผิดอีกน้ำไม่ท่วมแต่เอางบมาทำ ใครรับผิดชอบ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าแล้วบริษัทที่ว่านี้ หจก. วิศิษฎ์ชัยที่ได้ไปนี่ของใครล่ะ ผมไม่ได้ว่าใครทำอะไรที่ไหนนะ ก็ทำมาหากินกันไป ก็ไม่ว่าหรอกครับในโลกนี้มันก็ต้องมีล่ะอาชีพ ผู้รับเหมาก็เป็นอาชีพหนึ่งครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมกราบเรียนว่าคนที่เป็นกรรมการผู้จัดการห้างแปลว่ามีอำนาจในห้าง ก็มีอยู่ ๒ คนคนที่ ๑ จังหวัดนครนายก ชาวจังหวัดนครนายก เขาเรียกว่าเสี่ยแหมะ เสี่ยแหมะ คนทั่วไปก็บอกว่า สิทธิชัย กิตติธเนศวร ผมมีหลักฐาน คนที่ ๒ ท่านประธานครับ ท่านประธานก็คงจะคุ้นเคย คนใน ครม. ก็คงจะพอได้ยิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกระทรวง คมนาคม ชื่อเกรียงไกร กิตติธเนศวร คนแรกเป็นพ่อ คนหลังเป็นลูก ผมไม่ได้บอกว่า ๒ คนนี้ มาทำผิดอะไร ทำมาหากินไป แต่ท่านประธานครับหลักฐานมีครับ เกรียงไกร กิตติธเนศวร อยู่บ้านเลขที่ ข ๑-๒๖๗/๖ ถนนสุวรรณศร ตำบลนครนายก อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก ในขณะเดียวกัน ห้างหุ้นส่วนจำกัด วิศิษฎ์ชัยเขาเขียนไว้เลยครับ เจ้าของสถานประกอบการ นายสิทธิชัย กิตติธเนศวร ไม่มีอะไรกันนะครับกับผมนี่ แต่ว่าผมพูดเพื่อประโยชน์ของแผ่นดิน เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ เพื่อประโยชน์ สาธารณะ อยู่บ้านเลขที่ไหน ข ๑-๒๖๗/๖ ถนนสุวรรณศร อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก เช่นเดียวกันท่านประธาน ท่านประธานก็สงสัยอีกนะครับว่าเอกสารเชื่อถือได้ไหม แต่จริง ๆ เชื่อถือได้ เอาให้ชัด ไปจังหวัดนครนายกทั้งทีนอกจากไปถ่ายรูปถนนแล้วก็ถ่ายรูปมาด้วยรูปหล่อนะครับ เกรียงไกร กิตติธเนศวร เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ผมก็ไปเปิดเว็บไซต์ดู เอ๊ะ ใครตอนนั้น ชื่อชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เป็นเลขานุการของท่านรัฐมนตรีชัชชาติ ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าบัดนี้งานก็เรียบร้อยแล้ว ท่านประธานเชื่อไหมครับ จะบอกว่านายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ไม่รู้ก็ไม่ได้ เพราะหนังสือสำคัญที่ผมไปหามานี่เขาบอกว่ากราบเรียนนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมีบัญชาให้แต่งตั้งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี จำนวน ๓ ราย สด ๆ ร้อน ๆ ใหม่ ชื่ออะไรครับคนที่ ๑ อย่าไปเอ่ยเลยคนที่ ๑ เอาคนที่ ๒ ก็แล้วกัน นายสิทธิชัย กิตติธเนศวร