ประชา พรหมนอก เสนอความเห็นในเรื่องการทุจริตของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ท.) โดยอ้างว่าการโยกย้ายเลขาธิการ ป.ป.ท. เป็นการดำเนินการตามวาระประจำปี และขอให้ทุกฝ่ายเข้าใจและให้ความชัดเจน ในขณะเดียวกันก็ขอให้สื่อมวลชนตรวจสอบเรื่องทุจริตของข้าราชการและไม่ขยายผลทางการเมือง นอกจากนี้ประชา พรหมนอก ยังชี้แจงว่าตนเองกำลังดำเนินการตรวจสอบเรื่องการทุจริตอยู่ และยืนยันว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้ปล่อยปละละเลย
ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพครับ ผมกำลังจะนำเรียนอยู่นี่ คือในประเด็นที่กล่าวหาว่า ทางสำนักงาน ป.ป.ท. ไปตรวจพบการทุจริตนั้น มันอาจจะไม่จริงนะครับท่านต้องฟังข้อมูล ของผมก่อน ทางประธานคณะกรรมการ ป.ป.ท. ได้ตอบหนังสือผมกลับมาว่า ในโครงการเกี่ยวกับการทุจริตนำรถยนต์เข้าจากต่างประเทศนั้นได้ส่งเรื่องไปที่ ป.ป.ช. แล้ว ป.ป.ช. รับไปดำเนินการ อันนี้ก็คงกล่าวหา ป.ป.ท. เขาไม่ได้ และในส่วนที่ ๒ คือ ในเรื่องของงบภัยพิบัติโครงการค่าใช้จ่ายในการเยียวยาฟื้นฟูป้องกันความเสียหาย จากอุทกภัยในพื้นที่ ๖ จังหวัด ได้รับคำตอบมาว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น จึงยังไม่สามารถเปิดเผยข้อเท็จจริงหรือข้อมูลที่ได้มา เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว เพราะขัดต่อพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปราม การทุจริต พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๖๔ การที่จะเปิดเผยว่าโครงการใดทุจริต ไม่ทุจริตนั้น ต้องรอได้รับอนุญาต ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ป.ป.ท. เพราะฉะนั้น การที่ท่านได้เอ่ยว่ามีการทุจริตตรงนี้ตรงนั้น ยังหรอกครับ ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของ คณะกรรมการ ป.ป.ท. ขอทำความเข้าใจกับท่านตรงนี้ให้เกิดความชัดเจน ในเรื่องสำคัญ เรื่องหนึ่งที่ผมจะกราบเรียนเรื่องกรณีที่ว่ามีการย้ายเลขาธิการ ป.ป.ท. ในขณะที่เขากำลัง ดำเนินการในเรื่องการตรวจสอบการทุจริต กระผมใคร่ขอเรียนให้ได้ทราบว่าการโยกย้ายครั้งนี้ เป็นการโยกย้ายตามวาระ เป็นวาระประจำปี ซึ่งในกระทรวงยุติธรรมเรามีตำแหน่งบ้าง ๓-๔ ตำแหน่ง ก็ต้องมีการโยกย้ายประจำปี แล้วการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ก็ดำเนินการ ตามหนังสือของ ก.พ. ที่ ว ๙/๒๕๓๕ และได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งในระเบียบข้าราชการพลเรือนนี้ได้ระบุ อย่างชัดเจนว่าในตำแหน่งดังกล่าวนี้เป็นตำแหน่งระดับเดียวกัน คือ ตำแหน่งรองปลัดกระทรวง ตำแหน่งอธิบดี และตำแหน่งผู้ตรวจราชการ เมื่อมีการโยกย้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนประจำปี เราก็จะหมุนเวียนซึ่งถือว่าระดับเดียวกันนี้ แล้วการหมุนเวียนแต่งตั้งอย่างนี้ ก็ไม่ได้เป็นการผิดปกติแต่อย่างไร เพราะว่าในรัฐบาลก่อนก็ได้ทำมาเช่นกัน อย่างเช่นสมัยรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ก็ได้มีการย้ายนายนัทธี จิตสว่าง อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงก็มี แล้วก็ย้ายนายชาตรี โชไชย ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรมมาเป็นผู้ตรวจราชการ กระทรวง ย้ายนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ จากอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพมาเป็น รองปลัดกระทรวง และต่อมาก็ย้ายจากรองปลัดกระทรวงมาเป็นอธิบดีกรมคุมประพฤติ แล้วก็ย้ายกลับมาเป็นรองปลัดกระทรวง เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ไม่ใช่เป็นเรื่องแปลกครับ
ส่วนในประเด็นที่ว่าย้าย พันตำรวจเอก ดุษฎีในขณะที่เขาดำเนินงานและกำลังทำ การตรวจสอบในเรื่องการทุจริตนั้น อันนี้ก็ต้องขอทำความเข้าใจนะครับ อย่างที่ผมได้เรียนแล้วว่า การชี้มูลว่าใครทุจริตหรือไม่ทุจริตนั้นคืออำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ท. การย้ายเลขาธิการ ป.ป.ท. ออกไปมิใช่หมายความว่าไม่สามารถดำเนินการเรื่องนี้ได้ การดำเนินการที่จะไต่สวน ให้ชัดเจนก็ขึ้นกับคณะกรรมการ ซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ต้องขอให้ท่าน ได้กรุณาเข้าใจและเพื่อเป็นความกระจ่างชัดนะครับ ได้มีการเปิดความรู้สึกของตัวผู้ที่ถูกย้ายเอง ซึ่งท่านได้พูดถึงนั่นละครับ เขามีความรู้สึกอย่างไร ผมขออนุญาตท่านประธานครับ ขออนุญาตเปิดซีดีครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
“................... : สวัสดีครับท่านสื่อมวลชนทุกท่านครับ ที่ผมขอเชิญ ท่านสื่อมวลชนมาในวันนี้ ซึ่งทั้ง ๆ ที่ในอดีตไม่เคยเชิญสื่อมวลชนท่านใดมาในเรื่องการแถลงข่าว เพราะปกติในการทำงานของผมนี้สื่อมวลชนจะตามแล้วก็ตรวจสอบการทำงานอยู่ตลอดเวลา แล้วก็ทราบข่าวกันอยู่แล้วว่าทำอย่างไรบ้าง ในวันนี้ผมตั้งใจจะมายืนยันกับสื่อมวลชนว่า ผมมีความรู้สึกยินดีแล้วก็รู้สึกอบอุ่นที่ท่านรัฐมนตรีได้แต่งตั้งให้ผมดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้น แล้วก็จะมอบงานในส่วนที่มีความรับผิดชอบอยู่เดิมอยู่แล้ว แล้วก็งานถนัดก็คือ ด้านการปราบปรามยาเสพติดเพิ่มอีกตำแหน่งหนึ่ง ไม่ได้มีการถูกบีบบังคับใด ๆ ทั้งสิ้น หรือเป็นการรังแกของข้าราชการการเมือง เพราะฉะนั้นในการนำเสนอข่าวบางครั้งอาจจะมีการที่ มีบุคคลอื่นที่ไม่หวังดีดึงไปแล้วก็เอาไปใช้เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ซึ่งจริง ๆ ทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ได้เป็นจริงตามนั้นเลยครับ แล้วก็อาจจะมีปัญหาแล้วก็พาดพิงไปถึงบุคคลอื่น เป็นบุคคลที่ ๓ อาจจะต้องได้รับความเสียหายด้วยในคดีที่ทางสำนักงาน ป.ป.ท. ลงไปตรวจสอบคดีเกี่ยวกับ การทุจริตต่าง ๆ จุดประสงค์หลักก็คือว่าไม่อยากจะให้นำข้อมูลตรงนั้นในการที่เราไป ตรวจสอบพบทุจริตของข้าราชการแล้วก็ดึงไปเชื่อมโยงกับบุคคลอื่นซึ่งอาจจะได้รับผลเสียหาย จริง ๆ ในการทำงานของเราตรงไปตรงมา ใครเป็นผู้ผิดเราก็ว่าไปตามนั้น แล้วก็ข้าราชการ ที่อยู่ในความดูแลของเราก็เป็นระดับ ๘ ลงมาทั้งสิ้น สำหรับที่สูงกว่าเราก็ส่งให้ ป.ป.ช. ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป และขณะนี้เองก็ยังไม่มีพยานหลักฐานตัวไหนที่สามารถโยงไปถึง บุคคลอื่นตามที่สื่อมวลชนต่าง ๆ ได้กล่าวไปถึงนะครับ เพราะว่าเป็นการขยายผล ทางการเมืองมากกว่า เริ่มมีผลในกรณีที่ได้มีการแก้ข่าวทางการเมืองแล้วมันไปกันใหญ่ ผมเลยขอว่าต่อไปนี้ถ้าสื่อมวลชนท่านใดพร้อมที่จะลงไปตรวจสอบเรื่องทุจริตกับทาง ป.ป.ท. นี่ เรายินดี แต่ว่าถ้าจะมาแถลงข่าวเป็นรายวันหรือว่าเป็นเรื่องที่ต้องนำมาขยายผลทางการเมือง ผมต้องขออนุญาตในเรื่องนี้ไว้ก่อนครับ สำหรับวันนี้มีแค่นี้ครับ”
ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ได้เห็นแล้วเจ้าตัวเองก็ได้นำเรียนต่อสาธารณะเป็นการให้ข่าว ต่อสื่อมวลชนว่าเป็นการได้รับการยกระดับอันนั้นท่านพูดเอง แล้วก็ยังได้รับมอบภารกิจที่สำคัญ ซึ่งภารกิจนี้เป็นภารกิจที่นโยบายของรัฐบาลประกาศเป็นวาระแห่งชาติคือเรื่องยาเสพติด ส่วนในเรื่องการทุจริตนั้นก็ยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการของคณะกรรมการ ป.ป.ท. เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานผ่านไปถึงท่านนิพิฏฐ์ท่านอย่าด่วนสรุปจนเกินไปว่าได้มี การทุจริตแล้วที่นั่นที่นี่ ตัวท่านเองซึ่งเป็นผู้ไปตรวจสอบท่านก็ยังพูดครับ ยังชี้มูลไม่ได้ เพราะว่ายังอยู่ในระหว่างดำเนินการ กระผมก็ใคร่ขอกราบเรียน เพราะฉะนั้นก็ขอยืนยันว่าท่านนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้นไม่ได้ปล่อยปละละเลย ผมเองในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมก็ได้กำกับการดำเนินการเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด กราบเรียนด้วยความเคารพครับ