วรงค์ เดชกิจวิกรม หารือเรื่องการทุจริตในการระบายข้าว โดยกล่าวหาว่ารัฐบาลมีส่วนเกี่ยวข้องและใกล้ชิดกับบริษัทที่รับข้าวจากรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสี่ยเปี๋ยงจากบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด และเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีรับผิดชอบ
ผมต่อนะครับท่านประธาน เมื่อสักครู่ ตอนแรกเป็นข้าวขาออกที่ผ่านบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด แล้วเมื่อสักครู่นี้เป็นเอกสาร ที่ผมชี้ให้เห็นว่าสเตทเมนท์ของกรมการค้าต่างประเทศที่เป็นบัญชีข้าวของรัฐบาล เป็นเงินมาจาก ๔ ธนาคารใหญ่ ไม่ใช่เป็นเงินมาจากต่างประเทศ ดังนั้นจึงไม่ใช่เป็นการ ขายข้าวแบบจีทูจีเป็นการโกหกประชาชนคนไทยทั้งประเทศ เมื่อผมได้หลักฐานนี้แล้ว ผมตั้งสมมุติฐานครับท่านประธาน ตอนแรกแต่เดิมผมคิดว่าผมจะจบแค่นี้ แค่นี้ก็รัฐบาลตายแล้วไม่รู้จะชี้แจงอย่างไรแล้ว ไปไม่รอดแน่ ปรากฏว่าได้ข้อมูลมาเพิ่มครับ มันทำให้ผมและคณะตั้งสมมุติฐานว่า เอ๊ะ ก็ในเมื่อขายข้าวจีทูจีเอื้อให้กับ บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด เงินต่าง ๆ เหล่านี้มา จริงอยู่มันอาจจะมีบริษัทอื่นบ้าง แต่เงินเหล่านี้ มันน่าจะต้องเกี่ยวข้องกับแก๊งบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด นี่คือสมมุติฐานครับ บังเอิญผมได้ หลักฐานนี้มาอีกแล้วครับ หลักฐานนี้เป็นเช็คครับท่านประธาน เช็คที่สั่งจ่าย กรมการค้าต่างประเทศ ซึ่งผมคาดเดาคือค่าข้าว อย่างใบแรกเป็นธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ลงวันที่ ๑๙ เดือนตุลาคม เมื่อไม่นานครับ ๑๒๖ ล้านบาท เช็คใบที่ ๒ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เหมือนกันครับ ๑๙ ตุลาคม ๑๙๕ ล้านบาท เช็คใบนี้เป็น แคชเชียร์ เช็ค ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สั่งจ่ายกรมการค้าต่างประเทศ ๑๘๒ ล้านบาท เช็คใบนี้ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กรมการค้าต่างประเทศ ๒๕ ตุลาคม ๒๘๗ ล้านบาท ดูต่อนะครับ เช็คใบนี้สอดคล้องกันและกันนะครับท่านประธาน ส่วนใหญ่เป็นเช็คของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งผมเอาตัวเลขของเช็คมาดู กับสเตทเมนท์ที่เขาทำมาให้ดูเอามาเทียบกันตัวเลขมันตรงกัน ผมก็เลยเกิดคำถามว่าถ้าเราสืบต่อไปเงินนี้น่าจะต้องมาจากแก๊งสยามอินดิก้า อันนี้เป็นสมมุติฐานของผม มันจะครบวงจรเป๊ะเลยว่ารัฐบาลปล่อยปละละเลย โดยท่านนายกรัฐมนตรี ปล่อยปละละเลยให้คนที่เกี่ยวข้องไปสมรู้ร่วมคิดกับ บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ค้าข้าวโดยที่ไม่มีการประมูล เสร็จแล้วข้าวพวกนี้ก็ไปเร่ขายตาม โรงสี รูปแบบการค้าอย่างนี้เป็นการค้า เมื่อข้าวมา เงินไป ก็เหมือนกับการค้าข้าวเถื่อน เมื่อเงินเหล่านี้มาแล้วถ้าเป็นบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด จริงมันจะต้องมีแก๊งที่ไม่ปกติเกิดขึ้น เพราะปริมาณเงินมันมหาศาลและปรากฏว่าเจอจริง ๆ ครับ ผมมาเจอเช็ค ๒ ใบนี้ เช็คใบนี้ ลงวันที่ ๑๑ ตุลาคมเป็นเช็คของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เงิน ๕๒๗ ล้านบาท เช็คอีกใบหนึ่งก็คือลงวันที่ ๑๑ ตุลาคมก็คือปี ๒๕๕๕ นี้เป็นเงิน ๑๗๗ ล้านบาท ผมกับเพื่อน ก็เกิดความรู้สึกว่ามันต้องสืบให้ได้ว่าคนซื้อเช็คใบนี้เป็นใคร มันถึงจะโยงไปถึงที่มาที่ไปได้ ปรากฏว่าเจอครับคนซื้อเช็คใบนี้ชื่อว่านายสมคิด เอื้อนสุภา เป็นคนซื้อเช็คจากธนาคาร กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ผมก็คุยกับเพื่อนว่ามันต้องตามดูว่านายสมคิดเป็นใคร มันเชื่อมโยงกับบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด หรือไม่ ปรากฏว่าท่านประธานดูนะครับ เราตรวจสอบประวัติของนายสมคิด เอื้อนสุภา เกิด ๒๔ กันยายน ๒๕๒๒ อายุ ๓๐ ปีเศษ ๆ ครับ อยู่บ้านเลขที่ ๑๙๙ ซอยดำเนินกลางเหนือ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เมื่อถึงตรงนี้แล้ว ก็มีคนลองไปสืบที่บ้าน ขอให้กล้องโคลสภาพนี้ให้กับประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ว่านักธุรกิจค้าข้าวร่วมกับรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซื้อเช็คใบหนึ่ง ๕๐๐ กว่าล้านบาทอยู่อย่างนี้ครับ ท่านประธานเชื่อไหมครับ เมื่อสักครู่ตอนขาออก ไอ้ปาล์ม มีเงินอยู่ ๖๔ บาท เป็นคนซื้อข้าว แต่ตอนนี้เงินขาเข้ารัฐบาลคนซื้อเช็คชื่อนายสมคิด เอื้อนสุภา บ้านเลขที่ ๑๙๙ ซอยดำเนินกลางเหนือ บ้านอยู่อย่างนี้ครับซื้อเช็คใบหนึ่งเป็นร้อย ๆ ล้านบาท ผมเชื่อว่าท่านประธานก็ไม่เชื่อ คนไทยทั้งประเทศก็ไม่เชื่อ ต่อนะครับ ปรากฏว่าหลังจาก ส่งคนไปสืบได้ข้อมูลเขาบอกว่าช่วงหลังนายสมคิดชื่อเล่นว่าไอ้คิดไม่กลับมานอนบ้านหลังนี้ เขาบอกกลับไปอยู่กับภรรยาที่แถว ๆ เขตบางแคผมก็เริ่มฉงนใจว่าถ้าไปอยู่แถวเขตบางแค เกิดถ้าไปเป็นคฤหาสน์เขาอาจจะเป็นนักธุรกิจจริง ๆ ก็อาจจะถือว่าการสืบของเราครั้งนี้ อาจจะฟาวล์ (Foul) ไป แต่ก็ถือว่ามันไม่ใช่จีทูจีแน่นอน ปรากฏว่านี่คือบ้านนายสมคิด ที่อยู่แถวเขตบางแคครับ ขอกล้องช่วยโคลสเข้ามาให้ประชาชนได้เห็นนักธุรกิจค้าข้าว กับรัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ครับ นี่คือบ้านของนายสมคิดครับแล้วปรากฏว่าและแล้ว เราก็ได้หลักฐานสำคัญชิ้นหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่าไป ๆ มา ๆ นายสมคิดไม่ใช่ใครที่ไหนครับ คือคนของบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด เมื่อเราได้เอกสารที่ยืนยันว่านายสมคิด ได้รับมอบอำนาจจากนายอภิชาต จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยงให้เป็นคนไปจดทะเบียน บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด เมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๗ จบเลยไหมครับ ท่านประธาน ข้าวออกก็บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด เงินเข้ามาก็คือแก๊งสยามอินดิก้า แต่พวกเราก็มีความรู้สึกว่าเงินมันเยอะมาก ลองตามต่อดูสิว่าเป็นอย่างไรบ้าง เพราะว่า มีคนหวังดีกับเราเยอะมาก ข้อมูลหลายสาย ท่านประธานเห็นแล้วจะตกใจว่ารัฐบาลชุดนี้ ทำได้ขนาดนี้เชียวหรือ ข้อมูลที่เราตามลงไปเพราะว่าเราเอานายสมคิดเป็นตัวตั้งครับ เราไปเจอนายสมคิดในบัญชีธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ครับ ตรงนี้ต้องช้า ๆ นะครับ พี่น้องประชาชนใครประท้วงผมจำชื่อคนนี้ไว้ เพราะว่าครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ของแผ่นดิน ที่แผ่นดินจะถูกปล้นโดยใครก็ติดตามต่อไป สีเขียว ๆ นี่คือธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) บัญชีธนาคาร เลขที่ ๐๐๑-๐-๐๓๗๙๖-๙ ผมจำเป็นต้องอ่านเลขที่บัญชีเพื่อยืนยันว่ามีจริง เพราะผมเชื่อว่าระดับรัฐมนตรีตรวจสอบได้ครับ บัญชีกสิกรไทยเลขที่ ๐๐๑-๐-๐๓๗๙๖-๙ ปรากฏว่าบัญชีนี้มีผู้มีอำนาจลงนามอยู่ ๔ คน และผมมาทราบตอนหลังนี่เพิ่มเป็น ๕ คน คนหนึ่งคือนายนิมล อ้าวมาแล้ว นิมล รักดี จำได้ไหมครับ ผู้ต้องหา ป.ป.ช. ที่เคยทำงานอยู่ บริษัท เพรสซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด ตอนนี้ก็อยู่บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด นิมล รักดี จากที่ไปเบิกข้าวตอนข้าวขาออก ไอ้โจก็มีชื่ออยู่ในบัญชีนี้เป็นผู้มีอำนาจลงนาม สมคิด คนซื้อเช็คให้กับกรมการค้าต่างประเทศก็มีชื่ออยู่ในบัญชีนี้ มีตัวละครเพิ่มอีก ๒ ตัว คือชื่อเรืองวันกับชื่อกฤษณา ผมให้จำชื่อเรืองวันไว้อีก ๑ คน เนื่องจากเช็คแล้วปรากฏว่า ตามเอกสารของบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด เรืองวันเป็นกรรมการของบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด และเรืองวันนั้นเป็นผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท สยามอินด้า จำกัด ปรากฏว่าตรวจสอบดู นิมลมีอยู่หลายบัญชีมาก มีบัญชีธนาคารกรุงไทยของนิมลอื่น ๆ หลายบัญชี มีบัญชีของนิมล ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาโชคชัยสี่ ขออนุญาตประกาศเลขที่นิดหนึ่งเผื่อตรวจสอบ รัฐบาลจะได้ตรวจได้ง่าย ๐๐๑-๐-๐๐๐๐๒-๑ และอีกบัญชีของนิมลเท่าที่มีคนตรวจสอบ แล้วแจ้งข้อมูลให้ผมคือบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาราชดำริ เลขที่บัญชี ๐๙๑-๐-๒๔๒๐๘-๙ อันนี้เฉพาะนิมล เรามาดูตัวละครสำคัญก็คือเรืองวันซึ่งเป็นกรรมการของบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ปรากฏว่าเรืองวันมีบัญชีที่เงินไหลเวียนเยอะที่ธนาคารกรุงไทย สาขารัชดาภิเษก เลขที่บัญชี ๐๙๑-๐-๒๔๘๖๔-๘ และยังมีอีก ๑ บัญชีของเรืองวัน สาขารัชดาภิเษก และ เรืองวัน สาขารัชดาภิเษกยังแตกออกเป็นเรืองวันประมาณ ๑๐๐ บัญชี ยังมีบัญชีของเรืองวัน ธนาคารกรุงไทยที่สาขาป่าโมก และที่สำคัญที่สุดครับท่านประธาน มีกองทุนกองทุนหนึ่ง ชื่อว่าเคแทม (KTAM) และเท่าที่ทราบก็คือเงินมาแล้วไปซุกไว้ในกองทุน เมื่อจำเป็นต้อง ใช้เงินจากกองทุนก็กลับเข้ามาที่บัญชีนี้ รูปแบบที่น่าตกใจอย่างยิ่งครับท่านประธาน เป็นการโอนเงินของนิมลจากธนาคารกสิกรไทยมาที่นิมลสาขาราชดำริ ประเภทโอนเข้าเช้า บ่ายหาย ตัวเลขโอนเช้าบ่ายหาย เท่าที่มีคนให้ข้อมูลผมมานี้จะประกาศให้ทราบ ฟังแล้วน่าตกใจครับท่านประธาน จะได้รับรู้ว่าขณะนี้โครงการรับจำนำข้าวรัฐบาลกำลัง พัวพันอะไรอยู่ครับ ผมสรุปสั้น ๆ ว่าวันที่ ๒๗ กันยายน นิมลจากธนาคารกสิกรไทยโอนไปที่ นิมลธนาคารกรุงไทย สาขาราชดำริ คู่นี้เลยนะครับ ๒๖๐ ล้านบาทตอนเช้า ตอนบ่าย เงินเหล่านี้หายไปหมดเลย วันที่ ๒๘ กันยายน นิมลจากธนาคารกสิกรไทยโอนมาที่นิมล สาขาราชดำริ ๙๙ ล้านบาท วันที่ ๓ ตุลาคม นิมลธนาคารกสิกรไทยโอนไปที่นิมล ธนาคารกรุงไทย สาขาราชดำริ ๔๘๕ ล้านบาท วันที่ ๕ ตุลาคม นิมลธนาคารกสิกรไทย โอนไปที่นิมลธนาคารกรุงไทย สาขาราชดำริ ๓๐๖ ล้านบาท วันที่ ๙ ตุลาคม นิมลเหมือนเดิมครับโอนไปที่นิมลธนาคารกรุงไทย ๔๐๕ ล้านบาท อันนี้คือภาพของนิมล และยังมีนิมลจากธนาคารไทยพาณิชย์โอนจากนี่มานี่ ๖๓ ล้านบาท ยังมีอีกนะครับ จะได้เห็นกระบวนการทำงานของแก๊งที่ทำมาหากินกับทางรัฐบาลโดยเฉพาะเรื่องเงิน วันที่ ๒๑ กันยายน เรืองวันโอนเงินจากเรืองวันธนาคารกสิกรไทยไปที่เรืองวัน สาขารัชดาภิเษก ๑๕๘ ล้านบาท และวันที่ ๒๙ ก็เหมือนเดิมครับ ๑๖๐ ล้านบาท และยังมีสมคิดและมีกฤษณาโอนจากธนาคารกรุงเทพมาที่บัญชีนี้ รูปแบบที่น่าสนใจคือ โอนเช้ามาบ่ายหาย ขนาดคนในวงการธนาคารพอบอกช่วยแอบดูให้ผมหน่อย เขาบอกเขาเช็คไม่ได้ เพราะรับรู้มาว่ามันเป็นวิธีการโอนที่แยบยลมากเพราะว่า ถอนเงินสดหมด แล้วเขาบอกว่าโดยพฤติกรรมแล้วการถอนเงินสดมันเป็นไปไม่ได้ หายไปที ๔๐๐ ล้านบาทนี่ เอาคน เอารถมาขนของมันเป็นไปไม่ได้ มันต้องเป็นวิธีการ ที่ไม่ธรรมดาในการโอนเงิน ผมถามท่านประธานว่าท่านคิดว่าสิ่งเหล่านี้เรียกว่าฟอกเงิน หรือไม่ครับ ท่านคิดว่าสิ่งเหล่านี้ กระบวนการของแก๊งสยามอินดิก้านี่เรียกว่าฟอกเงินหรือไม่ ครับท่านประธาน ถ้าผมมาดู พ.ร.บ. ป.ป.ง. หรือ พ.ร.บ. การฟอกเงิน มาตรา ๓ (๕) เขียนไว้ชัดเจนว่ามูลฐานความผิดหนึ่งในการฟอกเงินนั้นคือกรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐเอื้อทุจริตครับ ถ้าเรามาดูย้อนทั้งหมดนี้กลายเป็นว่าเจ้าหน้าที่รัฐเอื้อการทุจริตได้ข้าวเอามา ข้าวเอาไป เร่ขายข้าวเถื่อน เมื่อได้ข้าวเถื่อนคนของบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ได้เงินมา เมื่อได้เงินมาแล้วก็เอาเงินมาผ่านกระบวนการจนกระทั่งฟอกเงินขึ้นมา เสร็จแล้วคนหนึ่ง ที่เรามีหลักฐานคือนายสมคิดเป็นคนซื้อเช็ค เมื่อซื้อเช็คเสร็จเอาไปจ่ายกรมการค้าต่างประเทศ ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้นก็เท่ากับว่าขณะนี้บัญชีข้าวของรัฐบาลเป็นบัญชีของ แผ่นดินของคนไทยทุกคนกำลังพัวพันกับกระบวนการการฟอกเงินใช่ไหม นอกจาก ปล่อยปละละเลย ท่านนายกรัฐมนตรีท่านได้ฟังอยู่หรือเปล่า ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต โครงการรับจำนำข้าว ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตเรื่องการระบายข้าวที่อ้างจีทูจี ซึ่งไม่จริงที่แท้เอื้อให้กับบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด และสุดท้ายมีกระบวนการฟอกเงินเกิดขึ้น และบัญชีของรัฐบาลก็มาพัวพันกับการฟอกเงิน ต่อนะครับท่านประธาน สุทท้ายพวกผม ก็พยายามสืบต่อครับท่านประธาน สิ่งเหล่านี้ผมคงไม่พูดรายละเอียดแล้ว ผมพยายาม ถามต่อว่าทำไมบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ถึงมีอิทธิพลสูงมากกับการค้าข้าวของรัฐบาลครั้งนี้ ผมไปที่ไหนคนพูดแต่เสี่ยเปี๋ยง บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ท่านประธานเชื่อไหมครับ เขาเล่าให้ผมฟังว่าเสี่ยเปี๋ยงยิ่งใหญ่ขนาดไหน ขนาดที่มีพ่อค้าส่งออกต้องการข้าว โทรศัพท์ ติดต่อเจ้าหน้าที่หรือผู้บริหารของกระทรวงพาณิชย์ เขาบอกว่าผู้ใหญ่บอกว่าให้ติดต่อ เสี่ยเปี๋ยงคนเดียว ผมฟังผมก็เฉย ๆ ครับ บังเอิญไปเจอพ่อค้าส่งออกอีกท่านหนึ่งเขาเล่า ให้ผมฟังว่าเขาไปประเทศมาเลเซีย ช่วงนั้นท่านก็ทราบว่าใครไปประเทศมาเลเซีย เขาได้คุย กับเจ้าหน้าที่รัฐของรัฐบาลมาเลเซียที่เกี่ยวข้องกับการซื้อข้าว เขาก็หวังว่าจะเอาข้าวไปขาย เขาบอกว่าคนคนนั้นที่มาประเทศมาเลเซียบอกว่าถ้าต้องการข้าวจากประเทศไทย ควักนามบัตรให้ติดต่อคนนี้คนเดียวคนนี้จะเป็นคนจัดการให้ได้ทั้งหมด เขาเลยหยิบนามบัตร ให้กับพ่อค้าข้าวคนไทยปรากฏชื่ออภิชาต จันทร์สกุลพร คือเสี่ยเปี๋ยงครับ เราก็แปลกใจว่า ทำไมเสี่ยเปี๋ยงยิ่งใหญ่มากในวงการค้าข้าว ปรากฏว่าฟ้ามีตาครับท่านประธาน เราได้เห็น หลักฐานสำคัญอีกชิ้นหนึ่งในการเชื่อมโยงตัวละครสำคัญของการมีส่วนในการทุจริต โครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าว ขออนุญาตคลิปสุดท้ายครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
“............... : หลังจากเว็บไซต์สื่อออนไลน์ของฮ่องกงรายงานข่าว ความเคลื่อนไหวของอดีตนายกรัฐมนตรีไทย ทุ่มหนึ่งจัดปาร์ตีกับเหล่าคนสนิทเป็นเวลา ๒ คืนบริเวณริมสระน้ำของโรงแรม”
ท่านประธานครับ ฟ้ามีตาที่บ่งบอกว่า เขาใกล้ชิดกัน ไม่อย่างนั้นผมก็ไม่กล้าพูดสิ่งเหล่านี้ครับ แต่ภาพหลักฐานที่เกิดขึ้น เป็นหลักฐานที่สื่อต่างประเทศเอามาลงครับ แล้วก็สื่อในประเทศไทยก็เอามาเป็นข่าว แล้วผมเห็นโดยบังเอิญผมก็ยังเฉย ๆ มีคนในวงการค้าข้าวโทรศัพท์มาบอกผมว่ารู้ไหม นั่นคือไอ้เปี๋ยง นั่นผู้ใหญ่คุยกัน แต่ถ้าผมเรียกเขาว่าเสี่ยเปี๋ยง แล้วไปพบนายที่ฮ่องกง ทำให้ผมคิดได้ว่าเจ้าหน้าที่รัฐ ตำรวจ นักการเมืองถ้าจะเป็นใหญ่เป็นโตมีวันนี้เพราะพี่ให้ หรือมีวันนี้เพราะนายให้ต้องไปประเทศดูไบหรือไปฮ่องกง คนที่ทำธุรกิจในวงการค้าต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลก็ต้องไปฮ่องกง เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่ฮ่องกงเมื่อวันที่ ๔-๕ เดือนตุลาคมที่ผ่านมา หลังจากภาพรวมทั้งหมดเกี่ยวกับการทุจริตในการระบายข้าว ของรัฐบาล โครงการรับจำนำข้าวผมต้องย้ำกับท่านประธานว่าผมเจอตัวละครอีก ๑ ตัว คือเจ๊ ด แต่ผมบอกกับท่านประธานเลยว่าแค่นี้ผมอภิปรายไม่ไหวครับ เพราะเสี่ยเปี๋ยง มันเยอะมาก พื้นที่การกินพื้นที่ข้าวของเขาเยอะมาก แต่เจ๊ ด ก็เข้ามามีส่วนร่วมในการ แบ่งกันทำมาหากิน เพราะขณะนี้บอกกับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศว่าวันนี้ไม่ใช่ บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด เสี่ยเปี๋ยงบริษัทเดียวที่รับข้าวจากรัฐบาลยังมีบริษัทอื่นด้วย เนื่องจากว่าข้าวในสต็อกรัฐบาลมันเยอะมาก ใครมีปัญญาระบายถ้ามีเส้นสายนักการเมือง ก็ไปเข้าหา บทสรุปของภาพรวมครับ ผมจำเป็นต้องโยงถึงคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพราะหลักฐานมันพาดพิงไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายข้าว แห่งชาติแต่งตั้งรัฐมนตรีขึ้นมาคนหนึ่ง ท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็รัฐมนตรีอีกท่านหนึ่งถือว่า นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งมา แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นนายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติต้องรับผิดชอบทั้งหมด และนายกรัฐมนตรีอาจจะใกล้ชิดกับคนแดนไกล เพราะภายใต้นโยบายทักษิณคิดเพื่อไทยทำ และสุดท้ายคิดกันไปคิดกันมาคนที่มีอำนาจเต็มในการดำเนินการทั้งหมดเกี่ยวกับข้าว ก็คือเสี่ยเปี๋ยงจากบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด เมื่อเสี่ยเปี๋ยงดำเนินการแล้ว