สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๔ · ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

ชัจจ์ กุลดิลก พูดถึงตลาดนัดจตุจักร โดยอ้างถึงปัญหาการบริหารตลาดนัดและค่าเช่า ซึ่งเขาเชื่อว่ามีการขูดขนาบในด้านการเงินของตลาดนัด

พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้กำกับดูแลงานรถไฟแห่งประเทศไทย แล้วก็ตลาดนัดจตุจักรนั้นเป็นที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย อันที่จริงนั้นการเมือง นักการเมืองที่ไปเป็นรัฐมนตรีไกลจากจตุจักรเหลือเกินคือหมายถึงสายงาน เพราะว่า การรถไฟแห่งประเทศไทยนั้นมีที่ดินที่ว่างเปล่าสำหรับการให้เช่าหารายได้มาทะนุบำรุง การรถไฟแห่งประเทศไทยนั้นถึง ๔๐,๐๐๐ กว่าไร่ ตลาดนัดจตุจักรเป็นแห่งหนึ่ง ตลาดทั้งหมดสวนจตุจักรทั้งหมดรวมทั้งสถานีรถไฟและสนามกอล์ฟต่าง ๆ ที่อยู่ตรงนั้น ๒,๐๐๐ กว่าไร่ เป็นตลาดนัดเสีย ๖๗ ไร่เศษ ตลาดนัดจตุจักร ไม่คิดรวมตลาดนัดรอบ ๆ มีแผงค้าอยู่ในนั้น ๘,๘๐๐ กว่าแผง ไม่รวมแผงย่อย ๆ อีกต่างหาก เมื่อปี ๒๕๒๕ รัฐบาล ได้มอบหมายให้ กทม. ย้ายตลาดนัดจากสนามหลวงไปอยู่ที่นั่นโดยให้การรถไฟแห่งประเทศไทย ช่วยเหลือ กทม. เช่าการรถไฟแห่งประเทศไทยตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาโดยประมาณ ๕ ปี ก็ปรับขึ้นค่าเช่าทีหนึ่ง การบริหารตรงนั้นผมหยุดไว้ตรงนี้ การบริหารที่ดินทั้งหมดนี่ และรวมทั้งการรถไฟแห่งประเทศไทยทั้งหมดนั้นกระทำโดยคณะกรรมการ คณะกรรมการ การรถไฟแห่งประเทศไทยและมีผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นกรรมการบริหาร อีกต่อหนึ่ง ตลาดนัดจตุจักรนี้เป็นตลาดนัดเก่าแก่เป็นที่รู้จักเป็นตลาดคู่โลก เป็นตลาดโลก และชื่อเสียงกระฉ่อนโลก ใครมา ชาวต่างชาติทั่วโลกมาจะต้องมาเที่ยวตลาดนัดจตุจักร แต่เดิมนั้นผมไม่ทราบมีเท่าไร แต่เมื่อมาตอนหลัง ๆ นี่ที่ผมได้เข้าไปกำกับดูแลนั้นมีวันละ ประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ คนในเฉพาะวันเสาร์กับวันอาทิตย์ วันเสาร์ ๑๕๐,๐๐๐ คน วันอาทิตย์ ๑๕๐,๐๐๐ คน เป็นชาวต่างชาติประมาณ ๔๐,๐๐๐ กว่าคนทุกวันเสาร์กับวันอาทิตย์ วันธรรมดาเป็นตลาดต้นไม้มีชาวเกษตรกรนำต้นไม้มาขาย เฉพาะวันเสาร์ วันอาทิตย์ขายของ ให้ประชาชนไปจับจ่ายใช้สอย ต่อมาเมื่อปี ๒๕๔๐ กว่า ๆ เกือบปี ๒๕๕๐ การรถไฟแห่งประเทศไทย รู้สึกว่าสัญญาที่ กทม. เช่านั้นจะสิ้นสุดลงในปี ๒๕๕๕ จึงอยากจะรู้ว่าตลาดนัดจตุจักรนี้ จะทำอย่างไรกับตลาดนี้ จะให้ กทม. เช่าต่อ หรือใครเช่าต่อ ให้ กทม. เช่าต่อในราคาเท่าไร ก็ได้ให้บริษัทข้างนอกมาศึกษา บริษัทในเครือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาศึกษา ปรากฏว่าได้มูลค่าตลาดนัด แล้วก็ได้คำนวณมูลค่าออกมาซึ่งจะต้องให้เช่าต่อปีหนึ่งประมาณ ๔๐๐ กว่าล้านบาท ก็ได้มีการเจรจากับ กทม. มีการคุยกันมาตลอดก่อนที่พวกผมจะเข้ามาดูแล ก็ไม่เป็นที่ตกลงกันเสียที จนกระทั่งผมได้เข้ามาเป็นรัฐบาลและมาดูแลนั้น เมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๕๔ ก็มีการเจรจาตลอด แต่ก็ไม่ตกลง การรถไฟแห่งประเทศไทยก็หนักใจเพราะบริหารตลาด ไม่เป็น จะเลิกก็ไม่ได้เพราะเป็นตลาดนัดซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานชื่อ แล้วก็เป็นตลาดคู่ประเทศไทยไปเสียแล้ว จึงหาวิธีการจัดการกับตลาดนี้โดยอยากให้ กทม. เช่า แต่ กทม. ให้ค่าเช่าเพียงเดือนละ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ปีละ ๒๔ ล้านบาท เพิ่มขึ้นมาเป็น ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท เป็น ๓๖ ล้านบาท และครั้งสุดท้ายในปี ๒๕๕๔ ก็คุยกัน ก็ตกลงว่าให้สูงสุดคือ ๗๙ ล้านบาท ในขณะที่ได้มีการสำรวจกันไว้แล้ว คำนวณกันไว้แล้วว่า ปีหนึ่งจะต้องได้ ๔๒๐-๔๖๐ ล้านบาท จึงไม่ตกลงกัน เมื่อถึงเวลาครบกำหนดคือวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๕ ตลาดนัดนี้ก็ไม่มีผู้บริหาร การรถไฟแห่งประเทศไทยจำเป็นต้องตั้ง กรรมการแล้วก็เข้าไปบริหารพลาง ๆ เพื่อไม่ให้ตลาดนัดนี้ล่ม ผมจะคิดให้ดูว่ารายได้ การรถไฟแห่งประเทศไทยเขาได้ทำตารางไว้เสนอให้ผมดู ขอเชิญให้กล้องเข้ามาดู ในรายการนี้ชัด ๆ กทม. เช่าตั้งแต่ปี ๒๕๒๕ ถึงปี ๒๕๓๐ ปี ๒๕๓๐ ถึงปี ๒๕๔๔ ปี ๒๕๔๔ ถึงปี ๒๕๕๕ รวมแล้ว ๓๐ ปี เฉลี่ยได้ปีละ ๒๒ ล้านบาท รวม ๓๐ ปี เป็นเงิน ๒๙๐ ล้านบาท เฉลี่ยได้ค่าเช่าปีละ ๙๖ ล้านบาท คือเช่า ๕ ปีแรกแค่ ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ว่าปีหลัง ๆ นี่ เช่าปีละ ๒๒ ล้านบาท ๓๐ ปี ได้ ๒๙๐ ล้านบาท ขณะนี้ผมไม่ทราบว่าจะเป็นที่น่ายินดี หรือน่าเสียใจ การรถไฟแห่งประเทศไทยได้เอามาทำเสียเอง แล้วก็พยายามจะบริหารเอง ก็ได้ค่าเช่ารวมปีละ ๔๖๔ ล้านบาท ปีเดียวนะครับ ๔๖๔ ล้านบาท ๓๐ ปีได้ ๒๙๐ ล้านบาท แล้วท่านว่าอะไรมันเกิดขึ้นกับตลาดนัดจตุจักรตั้งแต่ที่แล้ว ๆ มา ปีหนึ่ง ๒๒ ล้านบาท ปีหนึ่ง ๔๖๔ ล้านบาท ๔๔๒ ล้านบาทมันหายไปไหน ๔๔๒ ล้านบาท ปีหนึ่งเงินเหล่านี้ หายไปไหนครับ ไปอยู่ในมือของใคร ที่บอกว่าตลาดนัดจตุจักรมีมาเฟีย (Mafia) มีคนสูบเลือดสูบเนื้อจริงหรือเปล่า อย่าไปเท้าความหลังให้หมองใจ เพราะว่าเดี๋ยวนี้ผมก็มา ดูแลงาน กทม. ด้วย เปรียบเทียบอัตราค่าเช่าของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่ท่านได้บอกว่า มันแพงเหลือเกิน ขูดเลือดขูดเนื้อ เปรียบเทียบตลาดนัดจตุจักรการรถไฟแห่งประเทศไทย เดือนละ ๓,๑๕๗ บาท เจริญพลาซ่าอยู่ติดกัน เขาเช่าที่การรถไฟแห่งประเทศไทยไป แล้วก็ไปทำตลาด เขาให้เช่าเดือนละ ๘,๐๐๐-๒๔,๐๐๐ บาท แถมยังมีค่าเงินกินเปล่า ๔๐๐,๐๐๐-๘๐๐,๐๐๐ บาท ศรีสมรักษ์ติดกันเหมือนกันได้ค่าเช่าแผงละ ๔,๐๐๐-๖,๐๐๐ บาท อินสแควร์ซึ่งเป็นตึก ๕ ชั้น ใครจะซื้อของอาจจะต้องขึ้นไปชั้น ๒ ชั้น ๓ ปีนขึ้นไปถึง ๕ ชั้น อันนี้รวดเดียวเลย ค่าเช่าเดือนละ ๒๔,๐๐๐ บาท สัญญา ๓ ปี ท่านคิดที่ ๓,๑๕๗ บาททำไมจึงว่าขูดเลือดขูดเนื้อ ทางกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทยเขาเป็นคนกำหนดราคานี้ไม่ใช่ผม เขาก็เอื้อเฟื้อกับ ชาวตลาดที่อยู่ ก็มีอยู่ประมาณ ๖๐๐ กว่าแผงที่ไม่ยอมจ่ายค่าเช่าเพราะการเมืองหนุนหลัง ตั้งแก๊งตั้งก๊วน พยายามจะต่อรองขูดเลือดขูดเนื้อ นี่แหละครับมาต่อรองกับการรถไฟ แห่งประเทศไทย ไม่ทราบจะเอาไปถึงไหนก็ไปฟ้องขออำนาจศาลปกครองให้คุ้มครอง คือไปจ่ายเดือนหนึ่งเพียง ๖๐๐ บาท ๘๐๐ บาทแล้วแต่จะตั้งราคากันเองไปประกันไว้ แล้วก็เดี๋ยวศาลก็คงจะตัดสิน แล้วผมก็คิดว่าอะไรมันจะเกิดขึ้นฟังผมต่อนะครับ ก็มีการบอกว่า การรถไฟแห่งประเทศไทยเขาไม่มีอำนาจที่จะมาทำตลาดไม่มีอำนาจอย่างที่ท่านได้บอก แนะนำไว้ ขอบคุณครับที่แนะนำ พอดีผมไม่ได้อยู่เสียแล้ว ตามที่ท่านแนะนำผมไม่ทราบว่า การรถไฟแห่งประเทศไทยเขาจะเห็นพ้องด้วยหรือเปล่า เพราะว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ก็ทำมาหากินอย่างนี้มา ๑๑๕ ปีแล้วครับ ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ ได้พระราชทานที่ดินให้ การรถไฟแห่งประเทศไทยไว้เป็นเนื้อที่ประมาณ ๑๖๐,๐๐๐ กว่าไร่ ที่เหลืออีก ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ไร่ พระองค์ท่านให้เอาไปหาผลประโยชน์ไว้มาเลี้ยงการรถไฟ แห่งประเทศไทย การรถไฟแห่งประเทศไทยมีอาชีพทำมาหากินในด้านการให้เช่าที่จนกระทั่ง มีกองทรัพย์สินขนาดนี้ใหญ่โตเก็บค่าเช่าไม่ไหว กำลังจะต้องหาหน่วยงานทางวิชาการสมัยใหม่ มาดูแลทรัพย์สิน ทั้งใช้ระบบไอที (IT) เข้ามาจับนะครับซึ่งยังทำไม่เสร็จ เขาก็ให้เช่าที่ เมื่อเขามาดูตลาดนัดจตุจักรเขาก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเขาก็มีประชุมกัน คณะกรรมการเขาบอกว่า ลองเสนอก็ขอเสนอเป็นบริษัทลูกมาทำดีกว่า แล้วก็ให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติ เสนอเป็นบริษัทลูก คณะรัฐมนตรีก็เห็นชอบแล้วก็ให้ทุน ๕๐ ล้านบาท แต่ว่าในการจัดตั้งบริษัทลูกมันจะต้องใช้ กฎหมายก็ยังดำเนินการอยู่ แต่ระหว่างนี้ตลาดนัดจตุจักรต้องทำแล้ว ทำอย่างไร จะปล่อยทิ้ง ก็ไม่ได้เพราะเป็นสมบัติของชาติ แล้วก็ทำไปทำเล่น ๆ ทำง่าย ๆ ที่ท่านบอกว่ามีเล่นพวก เล่นพ้องอะไรยังเหลืออีก ๔๐๐ กว่าล้านบาทต่อปีนะครับ ก็คิดดูเอาเองแล้วกันนะครับ คือก็ว่ากันไปจะว่ากันจะมองว่ากันให้เสียหายก็ว่ากันไป ผมรับรองครับเอาเพียงเท่านี้ คงจะพอเข้าใจนะครับ ในการบริหารตลาดนัดเมื่อท่านบอกว่าจะไม่พัฒนา ท่านดูนะครับ ขณะนี้ในตลาดนัดจตุจักรเริ่มทดลองติดตั้งพัดลมไอน้ำเพื่อระบายอากาศ เย็นขึ้น แต่ก่อนที่นั่งกันค้าขายเดินเหินกันหน้าเหลืองนะครับเป็นอย่างนี้แล้ว รูปภาพต่อไป นี่เขาวางแผนกันแล้วครับว่าต่อไปจะมีซุ้มประตูสวยงามอย่างนี้ ทางเดินที่เคยร้อน ๆ จะเป็นอย่างนี้ มีพรางแสงไม่ถึงกับทึบ ออกแบบไว้สวยงาม ทางที่เดินทางนี้พื้นซึ่งดำ เลอะเทอะเปรอะเปื้อนก็จะเป็นปูกระเบื้องอย่างสวยงามเพราะว่ามีสตางค์แล้ว ปีหนึ่งได้ ๔๐๐ ล้านบาท รถไฟจะพัฒนาแล้วมีเงิน ข้างล่างน้ำจะไม่ท่วมมีท่ออุโมงค์ใหญ่โต เขาคิดไว้แล้วนะครับ นี่เขาทำกันไว้ จะมีโลโก้ (Logo) จตุจักรนะครับ เริ่มมีการทดลองเอาไปใช้แล้ว ผมได้ให้นโยบายบอกว่าให้ไปจดทะเบียนลิขสิทธิ์เสียเป็นของ จตุจักร ตึกอันนี้คือที่จอดรถ ที่จอดรถดูสิครับ ผมก็ยังไม่รู้เขาจะเอาไปจอดอย่างไร แต่สวยงามเหลือเกิน มีโชว์ต่าง ๆ ขายสินค้าต่าง ๆ มีการออกแบบออกอะไรไว้ นี่คือ การพัฒนาตลาดนัดจตุจักรในอนาคตซึ่งอยู่ในมือการรถไฟแห่งประเทศไทย และการรถไฟ แห่งประเทศไทยก็กำลังจ้างที่ปรึกษาเข้ามา ตามที่ท่านบอกนะครับเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ถ้าเผื่อใครไม่ทราบ ท่านไปกล่าวถึงชื่อเขา ร้อยเอก ธรรมนัส ความจริงเขาก็เป็นคนมีฐานะ แล้วก็เป็นนายทหาร แล้วก็กำลังก้าวขึ้นสู่สังคมอย่างมั่นคง ผมรู้จักนายทหารหลายคนในชีวิต ที่ผมเป็นข้าราชการตำรวจ ไม่ว่านายทหารที่อยู่ในท้องตลาดหรือที่ไหน ๆ ก็แล้วแต่สัมผัสกันมาและ ผมก็ไม่เคยไปข่มเหงรังแกหรือว่าผมจะไปทำอะไร ผมก็ได้เป็นที่เคารพรักของ พวกน้อง ๆ เขา ผมก็ไม่เคยมีค้าขายหรือไปมีสิทธิ หรือไปให้สิทธิให้อะไร ผมก็ไม่ทราบ ท่านไป เอาเรื่องอะไรมาผมก็ไม่ทราบ เขามาทำอะไรที่ตลาดนัดจตุจักรผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน ผมเพียงแต่ตอนที่การรถไฟแห่งประเทศไทยจะเข้าไปดำเนินการที่ตลาดนัดจตุจักร ในวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๕๕ ผมเกรงว่าจะเกิดเรื่อง ผมก็บอกพวกน้อง ๆ พวกทหารทั้งหลาย พวก เสธ. ทั้งหลายบอกพี่ดูแลตลาดนัดจตุจักรนะ ช่วยดู ๆ กันหน่อยอย่าให้มีเรื่องมีราวนะ แล้วมันก็เรียบร้อยนะครับ ผมก็อาศัยเขาเป็นหูเป็นตาหลาย ๆ คน ไม่ว่าใครก็ต้องพึ่งพาเขา ผมกลัวอย่างเดียวคือมาเฟียแปลงโฉม มาเฟียแต่ก่อนนี้เที่ยวเดินรีดเดินไถ เดี๋ยวนี้ไม่มีครับ เพราะในนั้นมีตำรวจ มีข้าราชการทหารที่มามีอาชีพพิเศษไปช่วยเป็นยามเป็นอะไร มาเฟียที่จะ ไปรีดไถเก็บโน่นนี่ไม่มี มีมาเฟียอีกประเภทหนึ่งอาศัยหัวหมอไม่จ่ายเงิน อาศัยไปต่าง ๆ เปิดไฮปาร์ค (Hi park) บ้างอะไรบ้าง ที่ท่านเห็นแผงปิด ๆ นั่นนะครับ ก็ถูก ขอบคุณครับ ที่เอาภาพมาเปิด ผมได้รับรายงานว่าพวกนี้เป็นพวกที่อาศัยสิทธิในการมีชื่อลูกหลานอะไรมีชื่อ อยู่ในตลาดนัดจตุจักรเยอะแยะก็ปิด ขายไม่ไหวก็ปิดเอาไว้ เอาไว้เซ้งให้คนอื่นเขามาเช่าแพง ๆ ที่ปิด ๆ นะลองถามสิครับ ให้เช่าเดือนหนึ่ง ๕,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐๐ บาท ใช่ไหมครับ ๑๐,๐๐๐ บาทก็น่าจะมีคนเช่าใช่ไหมครับ ไม่มีละครับ ผมเคยบอกก็ไปตั้งกองทุนเลย เพราะว่า ฟัง ๆ ดูแล้วแผงที่ไม่มีคนไปเดินลึกที่สุด ร้อนที่สุด ขายไม่ค่อยดีเลย แผงให้เช่าเดือนละ ๗,๕๐๐ บาท มาให้การรถไฟแห่งประเทศไทยเดือนละ ๓,๑๕๗ บาท เขาก็ไม่ว่าอะไร เพราะว่า มีคนที่ไม่ยอมจ่ายอยู่ ๖๐๐ แผง แต่ว่าคนจ่ายนั้น ๘,๐๐๐ กว่าแผง ผมเรียนแล้วว่า ๘,๘๐๐ แผงนั้นมีแผงย่อย ๆ อีกรวมแล้ว ๙,๐๐๐ กว่าแผง ๖๐๐ แผงนี้ไม่จ่ายไม่เป็นไร แผงอื่นเขาจ่ายเขายังเก็บสตางค์ได้ เพราะคนอื่นเขาทำมาหากินกันอย่างเดียว แล้วเราก็พยายาม เจรจากับกลุ่มนี้นะครับ เพราะถือว่าไม่ใช่คนร้ายคนอะไรที่ไหน คนไทยด้วยกัน ก็ให้คนที่เขา เกี่ยวข้องบอกเจรจากันไป สักวันหนึ่งฟ้องศาลก็ไม่เป็นอะไร ดีกว่าเขามาหาเรื่องหาราว แล้วสักวันหนึ่งเดี๋ยวก็จะทราบว่า ศาล กฎหมายนั้นทำไม เพราะการรถไฟแห่งประเทศไทย ให้เช่าที่เป็นประจำ ให้มีแผงกว้าง ๒ เมตร ลึก ๒.๕๐ เมตร เขาให้เช่าเดือนละ ๓,๑๐๐ บาท เขาผิดอะไรผมก็ไม่ทราบ ผมไม่อยากจะก้าวล่วงไป ก็ลองคิดดูแล้วกันครับ มันก็เป็นเรื่องราวถ้าเผื่อทำด้วยความบริสุทธิ์ผุดผ่อง ผมไปกำกับดูแล คอยดูมันก็ไม่มีอะไร บริษัททำก็เหมือนกันค่าจ้างเดือนละ ๒๐,๐๐๐ บาท ตัวคนเดียว ก็เคยทำตลาดไทมาก่อนเขาบอกว่าไม่มีคนมาทำงานหรอกครับ ตลาดนัดจตุจักรหาคนยาก กลัวจะบาดหมางกับพวกที่ทำงานอยู่ในตลาดเก่า ๆ ก็ไม่ค่อยมีใครมาก็ต้องให้กำลังใจกัน ให้เขามาเพราะเขาเคยทำตลาดก็มากันแค่ไม่กี่คน บริษัท ที เอ เอ็ม (2011) เมเนจเม้นท์ จำกัด ทำ เขาจะใช้โรงสีข้าวที่ไหนผมก็ไม่ทราบเขามีบริษัท การรถไฟแห่งประเทศไทยเขาเป็นคนจ้าง กันเอง เขาดูทดลองความเหมาะสม จ้างกันสัญญารู้สึกจะสั้น ๆ ถ้าเผื่อไม่ดีเขาก็เล็งหา คนใหม่บริหาร สัญญาไม่ยาว สัญญาประมาณ ๓-๔ เดือน ผมจำไม่ได้แน่ ถ้า ๓-๔ เดือน ไม่ค่อยดีมีคนใหม่เขาเอาคนใหม่ แล้วท่านจะว่าตรงไหนอีกผมมีทุกมุมที่จะตอบท่านได้ครับ มีมุมที่จะตอบท่าน ชี้แจงท่านได้ ไอ้ที่ท่านบอกขาวขำอะไรนั่นนะครับ ผมรู้จักแต่ วิเชียร ขาวขำ รู้จักครับเคยเป็น ส.ส. ที่สภานี้ แล้วก็ยังรู้จักนายตำรวจอีก ๒-๓ คน ที่เป็นนายตำรวจระดับนายพลนามสกุลขาวขำ แต่ถามว่ารู้จักกับวิเชียรไหม บอกไม่รู้จัก ขาวขำนี่เยอะนะครับ ผมก็ไม่ทราบชื่ออะไรขาวขำนี่นะครับ ผมก็ไม่ควรจะเอ่ยชื่อเขา เพราะว่าถ้าเผื่อเขาทำมาหากินเป็นพลเมืองดีก็เรียบร้อยแล้วกันครับ รับรองไม่เกี่ยวอะไร กับผมเลย รับรองด้วยเกียรติก็คงจะยืนยันได้ว่าผมทำไปกำกับดูแลงาน ตลาดนัดจตุจักรนั้น ผมด้วยซ้ำที่พยายามไม่ให้เกิดการขูดเลือดขูดเนื้อเอารัดเอาเปรียบในตลาดนัดจตุจักร หวังว่าจะเป็นตลาดนัดเช่นเดียวกับตลาดโลกเขาที่ผมเคยเห็นเป็นต้นว่าตลาดโบโรห์ ซึ่งอายุ ๔๕๐ ปีอยู่ในกรุงลอนดอนหนังโบราณเขาจะไปถ่ายกันที่นั่น ตลาดนัดจตุจักร เหมือนกันจะสร้างให้เป็นอย่างนี้แล้วผมคิดว่าแนวทางนี้พรรคเราจะดำเนินการตามนี้ เท่าที่ทำได้อย่างนี้เพราะว่าต้องการแสดงให้เห็นว่าพรรคของผมนั้นมาบริหารตลาดนัดจตุจักร ด้วยมือบริสุทธิ์ แล้วจะได้ทำให้ประชาชนเขาเห็น ต้องการได้ชื่อได้เสียงแก่พรรคว่าได้ทำงาน ชิ้นนี้ให้กับบ้านกับเมืองกับประชาชน เพราะว่าเป็นหน้าเป็นตาด้วยครับ ขอบคุณครับ