นคร มาฉิม อภิปรายเรื่องการแต่งตั้งประภัสร์ จงสงวน เป็นผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยกล่าวหาว่าประภัสร์มีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนตามข้อกำหนด และคณะกรรมการสรรหาได้ฝ่าฝืนกฎหมายในการให้คะแนน และเสนอต่อบอร์ดการรถไฟแห่งประเทศไทย
กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ผมจะอยู่ในกติกาแล้วก็จะอยู่ในข้อบังคับ รวมไปถึงข้อกฎหมายในการที่จะอภิปราย บนความรับผิดชอบครับ ผมเข้าไปตรวจสอบโดยการไปตรวจสอบว่านอกเหนือจากการผิด ประกาศ ๓.๑.๘ แล้วนี่นายประภัสร์ จงสงวน จะมีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อ ๓.๒ หรือไม่ ผมก็ไปเช็กประวัติตรวจสอบประวัติเรียกเอกสารที่ท่านเคยบริหารมาว่าเคยมีองค์กรใด ที่มีรายได้มากกว่าหรือว่าไม่น้อยกว่า ๕,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีหรือไม่ ผมก็ได้รับรายงาน ประจำปี ๒๕๔๙ และรายงานประจำปี ๒๕๕๐ ของ รฟม. ซึ่งท่านเคยเป็นผู้บริหารอยู่ ในขณะนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ปรากฏว่าเมื่อปี ๒๕๔๙ รฟม. มีรายได้ทั้งสิ้น ตามรายงานในปี ๒๕๔๙ รฟม. มีรายได้ ๙,๖๐๕ ล้านบาทเศษ ท่านประธานที่เคารพ แต่ว่าในปี ๒๕๔๙ ท่านประภัสร์ จงสงวน ดำรงสถานะเป็นที่ปรึกษาของ รฟม. ไม่ได้อยู่ในสถานะ เป็นผู้ว่าการ รฟม. จึงไม่เข้าข่ายเพราะท่านไม่ได้ถือว่าเป็นผู้บริหารสูงสุดหรือรองอันดับ ๑ ขององค์กรนั้นเพื่อความแน่ใจผมก็ขอรายงานประจำปีของ รฟม. มาเมื่อปี ๒๕๕๐ นายประภัสร์ จงสงวน ดำรงสถานะเป็นผู้ว่าการ รฟม. จริงในปี ๒๕๕๐ แต่ในปี ๒๕๕๐ รฟม. ไม่มีรายได้ถึง ๕,๐๐๐ ล้านบาท รฟม. มีรายได้แค่เพียง ๔,๗๕๗ ล้านบาทเศษเท่านั้น จึงไม่ครบตามเงื่อนไขที่ทางคณะกรรมการสรรหาได้ประกาศในข้อ ๓.๒.๒ และ ๓.๒.๓ ท่านประธานที่เคารพ และเพื่อความชัดเจนเองผมจึงตรวจสอบไปยังผู้ตรวจสอบบัญชี ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ท่านประธานที่เคารพ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ได้ส่งข้อมูลการตรวจสอบมาให้กับผม ซึ่งปรากฏชัดว่าในปี ๒๕๔๙ มีรายได้ ๙,๐๐๐ ล้านบาทเศษ แต่ท่านประภัสร์ไม่ได้อยู่ในสถานะเป็นผู้ว่าการอยู่ในสถานะเป็นที่ปรึกษา ในปี ๒๕๕๐ และปี ๒๕๕๑ รายได้ปี ๒๕๕๐ รฟม. มีรายได้ ๔,๗๕๗ ล้านบาท ซึ่งตรงกันกับรายงานของ รฟม. ที่เสนอไป และปี ๒๕๕๑ มีรายได้แค่เพียง ๕๒๙ ล้านบาทเศษเท่านั้น เพราะฉะนั้น ท่านประภัสร์ จงสงวน จึงมีคุณสมบัติไม่ครบตามที่ประกาศกำหนดของ รฟม. และ คณะกรรมการสรรหา ท่านประธานที่เคารพครับ ทั้ง ๆ ที่คณะกรรมการสรรหาเองก็ได้ พยายามที่จะหาทางที่จะช่วยเพื่อให้นายประภัสร์ครบคุณสมบัติให้ได้ ในก่อนหน้านี้นะครับ ปี ๒๕๔๙ ก็เคยมีประกาศในทำนองเดียวกัน คนที่จะมาดำรงตำแหน่งจะต้องมีคุณสมบัติ บริหารองค์กร ๕,๐๐๐ ล้านเหมือนกัน แต่ไม่น้อยกว่า ๒ ปี แต่ตอนนี้ลดลงมาเหลือ ๑ ปี แต่คุณสมบัติก็ยังไม่ครบถ้วน ท่านประธานที่เคารพ คณะกรรมการสรรหาแม้ว่าจะถูกผู้ที่ ตรวจสอบรวมไปถึงคณะกรรมการรวมไปถึงผู้สมัครหลายคนได้ทักท้วงว่าคุณสมบัติ ไม่ครบถ้วนไม่เป็นไปตามกฎหมาย คณะกรรมการสรรหาก็ยังฝ่าฝืนกฎหมาย ฝ่าฝืนกฎหมายโดยการให้คะแนนซึ่งมีทั้งหมด ๕ ท่าน ดังนี้ คนที่ ๑ ที่ได้รับความเห็นชอบและผ่านการพิจารณาก็คือหมายเลข ๑ นายกฤต ธนิศราพงศ์ หมายเลข ๒ นายภากรณ์ ตั้งเจตสกาว หมายเลข ๓ นายกมล ตั้งกิจเจริญชัย หมายเลข ๔ นายวิโรจน์ เตรียมพงศ์พันธ์ และหมายเลข ๕ นายประภัสร์ จงสงวน คณะกรรมการสรรหาทราบอยู่แล้วว่าคุณสมบัติไม่ครบอยู่ ๔ คน แต่ครบแค่เพียง ๑ คน แต่ยังฝ่าฝืนที่จะเสนอต่อบอร์ดการรถไฟแห่งประเทศไทย บอร์ดการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ให้ความเห็นชอบว่านายประภัสร์ได้คะแนนมาเป็นที่ ๑ และนายภากรณ์ได้คะแนน มาเป็นที่ ๒ แต่งตั้ง ท่านประธานที่เคารพ พอแต่งตั้งก็เสนอต่อท่านรัฐมนตรี ปรากฏว่ามีการปรับรัฐมนตรีก่อน ท่านรัฐมนตรีชัจจ์ในฐานะผู้กำกับดูแลการรถไฟ แห่งประเทศไทยได้ถูกปรับมาเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยแทน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมท่านปัจจุบันจึงได้มีหนังสือเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ และคณะรัฐมนตรีได้มีมติคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเสนอ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านรัฐมนตรีชัจจ์ ก็อาจจะถามว่าอ้าวแล้วผมเกี่ยวอะไรล่ะถึงได้อภิปรายไม่ไว้วางใจ เกี่ยวครับ เพราะว่า ในขณะนั้นท่านดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมผลักดัน ทราบ และกำกับดูแลเรื่องนี้โดยตรง และแม้ว่าท่านจะพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมแล้วมาเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านได้ร่วมเป็น คณะรัฐมนตรีที่ให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ตามที่รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงคมนาคมเสนอ เพราะฉะนั้นมาตรา ๓๑ ของพระราชบัญญัติการรถไฟ แห่งประเทศไทย ให้คณะกรรมการเป็นผู้แต่งตั้งผู้ว่าการก็คือให้บอร์ดเป็นผู้แต่งตั้งผู้ว่าการ ให้ผู้ว่าการได้รับเงินเดือนตามที่คณะกรรมการกำหนด และอยู่ในตำแหน่งได้จนกว่า คณะกรรมการจะได้ออกจากตำแหน่งเพราะบกพร่องหรือไม่สุจริตต่อหน้าที่ หรือหย่อน สมรรถภาพ มติให้ผู้ว่าการออกจากตำแหน่งต้องประกอบด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่ง จำนวนกรรมการทั้งหมดนอกจากผู้ว่าการ และการแต่งตั้ง การกำหนดเงินเดือน และการให้ ออกจากตำแหน่งตามมาตรานี้จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก็คือการแต่งตั้ง ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทยนั้นจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ ท่านในฐานะอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมไปถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลทราบมาแต่ต้นว่าคุณสมบัติของผู้ที่จะ เข้ามาดำรงตำแหน่งผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทยนั้นขัดและไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ท่านยังคงฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติทางกฎหมาย ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องอภิปรายท่านแล้วก็ไม่ไว้วางใจท่าน กราบขอบพระคุณครับ