นคร มาฉิม อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอีก 3 ท่าน เนื่องจากมีกระบวนการกระทำผิดกฎหมาย ทุจริต และประพฤติมิชอบ รวมถึงการรถไฟแห่งประเทศไทยมีปัญหาในการพัฒนาระบบรางที่ช้า นคร มาฐม ยังหารือเรื่องการพัฒนา กม. ๑๑ โดยมีความพึงพอใจในแผนการพัฒนาและความพร้อมของโครงการที่มีมูลค่าประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท นอกจากนี้ยังระบุว่าประภัสร์ จงสงวนสมัครเป็นผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย แต่มีปัญหาข้อกฎหมาย เนื่องจากดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงคมนาคม และลาออกหลังจากสมัคร
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมเป็น ๑ ในผู้ร่วมยื่นญัตติเพื่อเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีอีก ๓ ท่าน รวมทั้งเป็น ๑ ที่ได้ร่วมในการยื่นถอดถอนรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรี รวม ๓ ท่าน ต่อท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ประธานวุฒิสภา เหตุผลที่ผมจำเป็น ที่จะต้องอภิปรายและได้รับมอบหมายจากทางพรรคร่วมฝ่ายค้านให้เป็นผู้อภิปรายรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรีก็เนื่องจากมีกระบวนการในการกระทำผิดกฎหมาย มีกระบวนการที่เป็น การกระทำแล้วส่อไปในทางทุจริตและประพฤติมิชอบ มีข้อเท็จจริงและเอกสาร ในเชิงประจักษ์ที่ผมจะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ การรถไฟแห่งประเทศไทยนั้นได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้นจากพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ พระองค์ท่านมีวิสัยทัศน์ที่ยาวไกล ปีหนึ่ง ๆ ต้องเสียชีวิตไม่น้อยกว่า ๘,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ คนต่อ ๑ ปี สูญเสียทรัพย์สิน ทั้งบาดเจ็บ เสียชีวิต แล้วก็ทรัพย์สินอื่น ๆ รวมกันแล้วปีหนึ่งไม่น้อยกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ขาดดุลงบประมาณมากมายมหาศาล อันนี้คือข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่ในประเทศของเรา เพราะรัฐบาลไม่เคยให้ความสำคัญต่อการพัฒนาระบบราง ตรงกันข้ามประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศที่เจริญแล้วเขามีพัฒนาการในระบบรางเป็นระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ ท่านประธานที่เคารพครับ ไม่ว่าจะเป็นประเทศเกาหลีใต้ ไม่ว่าจะเป็นประเทศจีน ไม่ว่าจะเป็น ประเทศญี่ปุ่น หรือว่าประเทศในสหภาพยุโรป เขามีรถไฟทางคู่เป็นสแตนดาร์ด เกรด (Standard grade) ก็คือ ๑.๔๓๕ เมตรในความกว้างของระบบสแตนดาร์ด เกรด แต่ของเรา ยังเหลืออยู่ไม่กี่ประเทศ อาจจะมีประเทศเพื่อนบ้านก็คือประเทศมาเลเซียที่ใช้ระบบราง ๑ เมตร หรือมีเตอร์ เกรด (Meter grade) ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนั้นในขณะที่ประเทศต่าง ๆ พัฒนาระบบรางรุดหน้าไปอย่างน่าชื่นชม แต่ประเทศของเราการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นแดนสนธยา นอกจากนั้นยังไม่พอ หนี้สินที่การรถไฟแห่งประเทศไทยมีอยู่ผมเช็กข้อมูล หลังสุดของการรถไฟแห่งประเทศไทยมีหนี้อยู่ประมาณ ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จำเป็น ที่จะต้องเป็นภาระของงบประมาณแผ่นดินที่จะต้องเอาเงินภาษีอากรของพี่น้องคนไทย ทั้งประเทศมาจ่ายชดเชยการขาดทุนและภาระหนี้สินที่ไม่มีพัฒนาการ ที่สำคัญที่สุดถ้าเกิดว่า ระบบรางของประเทศเราพัฒนาเหมือนอารยประเทศ ท่านประธานครับ ความตรงต่อเวลา ก็จะเกิดขึ้น ประหยัดก็จะเกิดขึ้น และการสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินก็จะน้อยลงสำหรับ ชีวิตของคนไทยและชนชาวไทย ท่านประธานที่เคารพครับ พอรัฐบาลนี้เข้ามาบริหาร ราชการแผ่นดิน ผมเองยังให้กำลังใจท่านนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมในขณะนั้นคือ พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก ว่าท่านเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินแล้วจะพัฒนา จะเสริมสร้าง จะแก้ไขปัญหา เพื่อให้ การรถไฟแห่งประเทศไทยหลุดพ้นจากแดนสนธยาและพัฒนาความเจริญก้าวหน้าให้กับ รถไฟไทย เพื่อให้เป็นที่ภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ แต่น่าใจหายครับว่ามีขบวนการ ที่ท่านได้ร่วมกันฝ่าฝืนต่อกฎหมาย นำไปสู่มติคณะรัฐมนตรีที่ขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ และกฎหมายการรถไฟแห่งประเทศไทย รวมไปถึงกฎหมายมาตรฐานกรรมการและพนักงาน รัฐวิสาหกิจดังที่ผมจะกราบเรียนท่านประธานต่อไปนี้ครับ
ที่ผมบอกว่าดีใจเป็นเบื้องต้นก็เพราะว่าเห็นแผนในการที่จะมาพัฒนา กม. ๑๑ หลัง ปตท. ติดกับถนนวิภาวดีรังสิต โครงการประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท
อันที่ ๒ โครงการที่การรถไฟแห่งประเทศไทยจะพัฒนาพื้นที่บริเวณมักกะสัน ประมาณเกือบ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่เพราะอันนี้ใช่หรือไม่ทำให้ท่านจะต้องล็อก สเปก (Lock spec) ในส่วนของบุคคลที่จะมาเป็นผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย เพราะเหตุนี้ หรืออย่างไรทำให้ท่านรู้อยู่แล้วว่าคนที่จะสมัครเป็นผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย ขาดคุณสมบัติและไม่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมาย แต่ท่านยังฝ่าฝืนและนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี จนคณะรัฐมนตรีโดยการนำ ของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร อนุมัติและให้ความเห็นชอบซึ่งถือว่าเป็นความผิดสำเร็จ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านรัฐมนตรีชัจจ์ กุลดิลก ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมกำกับดูแลการรถไฟแห่งประเทศไทยในขณะนั้น และสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องแต่งตั้งประธานคณะกรรมการและกรรมการอื่น ในคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๔ ได้แต่งตั้ง บอร์ด (Board) การรถไฟแห่งประเทศไทยมีนางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ เป็นประธาน ซึ่งท่านเป็นรองปลัดกระทรวงคมนาคม และมีกรรมการอื่นอีกรวมเป็น ๗ ท่านเป็นบอร์ด การรถไฟแห่งประเทศไทยโดยประธานบอร์ดนางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ได้มีคำสั่ง คณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่ ๕๐/๒๕๕๕ เรื่องตั้งคณะกรรมการสรรหา ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย ก็ได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทั้งหมด ๕ ท่าน ใน ๕ ท่าน มี ๑. พลตำรวจตรี สันติ วิจักขณา เป็นประธานคณะกรรมการและมีกรรมการอื่นรวมเป็น คณะกรรมการในการสรรหา ๕ ท่าน หลังจากนั้น ท่านประธานที่เคารพ ท่านประธาน คณะกรรมการสรรหาได้มีประกาศคณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย ฉบับที่ ๑/๒๕๕๕ เรื่องรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการการรถไฟ แห่งประเทศไทย โดยกำหนดคุณสมบัติจะกราบเรียนท่านประธานสั้น ๆ เพื่อไม่เป็นการรบกวน เวลาของสภา คุณสมบัติของผู้สมัครตามข้อ ๓ ข้อ ๓.๑ คุณสมบัติทั่วไป ๑.๑.๑ มีสัญชาติไทย และมาถึง ๑.๑.๘ ไม่เป็นข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ท่านประธานที่เคารพครับ อันนี้คือคุณสมบัติทั่วไป และได้มีคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งสำหรับคนที่จะมาดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าการการรถไฟ แห่งประเทศไทย ๓.๒ คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง ๓.๒.๒ เป็นผู้ที่มีความรอบรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์ในการบริหารองค์กรขนาดใหญ่ ดังนี้
(๑) ในกรณีที่เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการจะต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่า รองอธิบดีหรือรองหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่ารองอธิบดี
(๒) ในกรณีที่เป็นหรือเคยเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจหรือเป็นผู้บริหาร ภาคเอกชนจะต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองผู้บริหารสูงสุดขององค์กรนั้น และองค์กร ดังกล่าวจะต้องมีรายได้ไม่น้อยกว่าห้าพันล้านบาทต่อปี โดยมีเอกสารรับรอง การดำรงตำแหน่งและรายงานประจำปีมาแสดงด้วย
(๓) การดำรงตำแหน่งตามข้อ ๓.๒.๒ (๑) และ ๓.๒.๒ (๒) จะต้องมี ระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งและปฏิบัติงานในตำแหน่งนั้นมาแล้วรวมกันไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ถึงวันที่ยื่นใบสมัคร
ท่านประธานที่เคารพ ท่านประธานคณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการการรถไฟ แห่งประเทศไทยได้ประกาศซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ. การรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๙๔ และ พ.ร.บ. คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ หลังจากนั้น นายประภัสร์ จงสงวน ก็ได้เป็นคนหนึ่งในการสมัครเป็นผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งในขณะที่สมัครมีปัญหาข้อกฎหมายตามที่ผมได้กราบเรียนต่อท่านประธาน
ข้อ ๑ ในขณะนั้นนายประภัสร์ จงสงวน ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงคมนาคมซึ่งกำกับดูแลการรถไฟแห่งประเทศไทยอยู่ด้วย แต่นายประภัสร์ จงสงวน ก็ได้แสดงความจำนงและยื่นหนังสือลาออกเมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๕ ท่านประธานที่เคารพ ยื่นหนังสือลาออกจากกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำกระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๕ หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีลาออกจาก ตำแหน่ง เมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๕ แต่กำหนดในการสมัครการเป็นผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทยนั้นกำหนดว่าตั้งแต่วันที่ ๑๑ ถึงวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๕ ซึ่งก็คาบเกี่ยวว่าสถานะของนายประภัสร์ จงสงวน ดำรงสถานะเป็นข้าราชการการเมือง ต้องห้ามตามประกาศกระทรวงคมนาคม ซึ่งออกตามกฎหมายในข้อ ๓.๑.๘ ไม่เป็นข้าราชการการเมือง อันนี้เป็นประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด