สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๔ · ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

ผุสดี ตามไท หารือเรื่องความซื่อสัตย์และค่านิยมที่ส่งผลให้เกิดสังคมที่ไม่จริงใจและไม่เคารพต่อความจริง โดยเรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์แสดงความมุ่งมั่นในการทำงานอย่างจริงจังและไม่ให้ความเกลียดชังแตกแยกเกิดขึ้น

นางผุสดี ตามไท บัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณค่ะ ลำบากใจค่ะที่เข้าใจกัน ยากจังเลย ดิฉันเพิ่งพูดถึงวุฒิภาวะในข้อแรกที่เป็นเรื่องของความซื่อสัตย์และค่านิยม เหล่านี้เป็นตัวอย่างที่ดิฉันกำลังจะประกอบให้ท่านประธานได้มองเห็นว่าทำไมดิฉัน ถึงได้กล่าวหาอย่างนี้

ในตัวอย่างถัดไปนะคะ เมื่อกี้กำลังพูดถึงมันทำให้เกิดสังคมที่โกหก โกหกกัน ทั้งบ้านทั้งเมืองโดยไม่ยี่หระเลย ต่อทั้งจริยธรรม คุณธรรม หรือแม้แต่กฎหมาย ส่งผลให้สังคม เกิดความแตกแยกและเกลียดชังทั่วบ้านทั่วเมืองเลยค่ะ

ท่านประธานคะ ตัวอย่างที่ ๔ ดิฉันจะพูดถึงเรื่องค่านิยม ค่านิยมอันนี้คืออะไร ค่านิยมที่เห็นเงินเป็นตัวตั้ง ดิฉันยอมรับค่ะว่าเงินนั้นเป็นปัจจัยสำคัญ แต่มันไม่ใช่สิ่งเดียว ที่สำคัญที่สุดในชีวิต ค่านิยมของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์อันนี้สะท้อนได้จากเรื่องของ แนวคิดเรื่องกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีซึ่งมีถึง ๗,๗๐๐ ล้านบาท และความคิดของ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ในเบื้องต้นคิดจะแบ่งเงินทุนนี้ ๘๐ เปอร์เซ็นต์เป็นเงินกู้ เพื่อให้เป็นเงินหมุนเวียนกลับมา แล้วก็ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ไว้สร้างศักยภาพแล้วก็แก้ไขปัญหา ท่านประธานคะ วันนี้ผู้หญิงสามารถเข้าถึงกองทุนเงินกู้ได้กว่า ๒๐ กองทุนอยู่แล้ว และถึงปัจจุบันนี้ผู้หญิงก็เป็นหนี้อย่างแสนสาหัสเอาตัวแทบไม่รอด ฆ่าตัวตายไปก็ไม่น้อย นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ยังมองเห็นว่าการให้กู้เป็นเรื่องสำคัญที่สุดอีกหรือคะ ในขณะที่ท่าน มองไม่เห็นเลยว่าภายใต้สภาวะปัจจุบันการสร้างเสริมศักยภาพผู้หญิงทำตัวตนให้ผู้หญิงเก่ง มีความสามารถรู้เท่าทันเป็นเรื่องจำเป็นที่สุดในการดำเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดังนั้นท่านนายกรัฐมนตรีก็ควรจะต้องจัดสัดส่วนของเงินกองทุนนี้ให้เหมาะสมในอนาคต เงินไม่ใช่คำตอบสุดท้ายค่ะท่านประธาน แม้ขณะที่เป็นหนี้แสนสาหัส การได้รับเงินเพิ่ม ก็ไม่ได้ช่วยให้พ้นจากบ่วงหนี้ มีเงินแต่รู้ไม่เท่าทันก็ไปไม่รอด หรือว่าท่านนายกรัฐมนตรี อยากจะเห็นแต่ผู้หญิงที่ไม่ฉลาดเท่านั้นคะ ท่านประธานคะ ตัวอย่างเหล่านี้ละค่ะที่สะท้อน ให้เห็นว่าท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ไม่มีวุฒิภาวะความเป็นผู้นำในเรื่องความซื่อสัตย์และ ค่านิยม วุฒิภาวะความเป็นผู้นำในประเด็นถัดมาคือเรื่องความมุ่งมั่นทำงานอย่างจริงจัง ไม่ลอยตัว ไม่หนีปัญหา ไม่สร้างภาพ ตัวอย่างมีอะไรบ้างคะ นายกรัฐมนตรีไปพูดที่ กรุงลอนดอนเมื่อไม่นานนี้เองวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ บอกว่าอะไรคะ จะหยุดยั้ง กลุ่มต่อต้านประชาธิปไตยที่ยังคงมีอยู่ในประเทศไทย แล้วก็รวมไปถึงการแถลงข่าวร่วมกับ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ยืนยันถึงพันธกิจของตนต่อประชาชน ในอันที่จะรักษาไว้และปกป้องระบอบประชาธิปไตย ท่านประธานคะ ดิฉันไม่ค่อยมั่นใจว่า ความคิดความเข้าใจของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์อะไรคือประชาธิปไตย การใช้สิทธิและ เสรีภาพ ชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธเพื่อแสดงความคิดเห็นหรือแม้แต่จะแสดง ความไม่พอใจต่อรัฐบาล เป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญที่ว่าที่จริงเขาก็ใช้กัน อย่างถูกกฎหมายทั่วโลก ดูตัวอย่างการชุมนุมของประชาชนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานี่สิคะ ประชาชนเขาอยากจะแสดงความเห็น อยากจะแสดงความไม่พอใจต่อรัฐบาล ก็แค่นั้น รัฐบาล กลัวอะไรคะ ท่านนายกรัฐมนตรีกลัวอะไรคะท่านถึงกับประกาศใช้พระราชบัญญัติ การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ต้องเตรียมเจ้าหน้าที่พร้อมด้วยรถและ ยุทโธปกรณ์มากมาย เราเข้ามาในสภาก็เห็น ไม่มีที่จะจอดรถค่ะ มีเจ้าหน้าที่อยู่เยอะ มายึดพื้นที่ก่อนจะมีการชุมนุมเสียอีก และเมื่อมีการชุมนุมแล้วเจ้าหน้าที่รัฐก็เลือกจะใช้ ความรุนแรง จนมีการบาดเจ็บ เสียหาย ตรงข้ามไหมคะกับพฤติกรรมกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ชุมนุมในช่วงเมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งศาลก็วินิจฉัยชัดเจนว่าเป็นการชุมนุมที่ขัดต่อ รัฐธรรมนูญ ใช่ไหมคะท่านประธานที่ท่านนายกรัฐมนตรีคิดว่าอันนั้นคือตัวจริง คือพฤติกรรม จริงของกลุ่มต่อต้านประชาธิปไตยหรืออย่างไรคะ ท่านไม่รู้ไม่เห็นใช่ไหมคะว่าสังคมวันนี้มีแต่ ความเกลียดชัง แตกแยกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในประวัติศาสตร์หรือว่าท่านนายกรัฐมนตรี และพรรคพวกท่านนายกรัฐมนตรีได้ประโยชน์จากความขัดแย้งอันนี้ นอกจากนั้นนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ยังพูดที่ลอนดอนอีกว่าความแตกต่างทางการเมืองต้องยุติในสภา ไม่ใช่การประท้วง บนท้องถนนหรือความรุนแรง และความจริงหัวหน้ารัฐบาลอยู่ที่ไหนคะ ท่านนายกรัฐมนตรี อยู่ที่ไหนคะ ประชาชนมักจะได้ยินเพียงว่าให้ไปถามรัฐมนตรีหรือว่าไปถามผู้ที่รับผิดชอบ เวลาถามนอกสภาบอกให้ไปพูดในสภา เวลาถามในสภาก็บอกว่าไปประชุม ไปเปิดงาน ข้างนอก จะเอาอย่างไรกันคะ นอกจากนั้นท่านนายกรัฐมนตรียังได้กล่าวอีกค่ะในการประชุมสมัชชา สหประชาชาติ (สมัยสามัญ) ครั้งที่ ๖๗ ที่นิวยอร์ก เมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๕ แล้วก็ การแถลงข่าวร่วมกับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ยืนยันถึงพันธกิจ ที่จะต่อสู้กับปัญหาการค้ามนุษย์ ท่านประธานคะ ท่านทราบไหมคะว่าประเทศสหรัฐอเมริกา จัดระดับประเทศไทยเรื่องสถานการณ์การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์อยู่ที่ไหน ขณะนี้อยู่ที่ ระดับ ๒ แบบต้องเฝ้าระวังพิเศษซึ่งหมายถึงว่ากำลังจะเลื่อนไหลลงไประดับที่ ๓ ซึ่งเป็น ระดับต่ำสุดแล้ว และถามว่านายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ในฐานะผู้นำรัฐบาล ในฐานะที่เป็น ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์หรือที่เรียกว่า ปคม. ทำอะไรบ้างคะ ประชุมกันมา ๓ ครั้ง นายกรัฐมนตรีเคยไหมคะนั่งหัวโต๊ะเป็นประธานสักครั้งเดียวมีไหมคะ อันนี้ก็เป็นข้อคำถามนะคะ แม้ว่าจะมีการรีบส่งแผนปฏิบัติการไปให้ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็เพียงเพื่อจะโน้มน้าวให้ประเทศสหรัฐอเมริกานั้นไม่ลดระดับประเทศไทยลงไปต่ำกว่านี้อีก ก็เท่านั้น แต่ความเป็นจริงคืออะไรคะ วันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๕ รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ออกประกาศห้ามหน่วยงานของเขานำเข้าสินค้าบางประเทศ เช่น กุ้ง ปลา สิ่งทอ น้ำตาล จากประเทศไทย ท่านนายกรัฐมนตรีทราบไหมคะว่าการส่งออกสินค้าเหล่านี้มีมูลค่า ทางเศรษฐกิจสักเท่าไร และมันไปกระทบเรื่องการจ้างงานประชาชนเป็นหลายล้านคน ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ จะทำอย่างไรคะ คิดจะจัดตั้งหน่วยกำกับดูแลเรื่องนี้เป็นพิเศษพร้อมกับจัดสรรงบประมาณ ให้เพียงพอที่จะดำเนินการในเรื่องนี้ไหมคะ ต้องหยุดค่ะ หยุดคุยแล้วก็ลงมือทำให้จริงจัง กว่านี้ ท่านประธานคะ วุฒิภาวะความเป็นผู้นำในประเด็นถัดมาก็คือความพร้อม และความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้และเสาะหาข้อเท็จจริงและความเป็นจริงอยู่เสมอ ดิฉันต้องเรียนท่านประธานด้วยความหดหู่ใจจริง ๆ ปีกว่าที่ผ่านมาท่านนายกรัฐมนตรี ไม่มีวุฒิภาวะความเป็นผู้นำในเรื่องนี้เลย เรื่องง่าย ๆ ที่หลายคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องเล็ก ไม่เห็นเป็นอะไรเลย ที่จริงเมื่อสักครู่นี้ตอนท่านเจะอามิงได้อภิปรายก็มีคลิปอยู่บ้างแล้ว ซึ่งสะท้อนให้เห็นการพูดผิด ๆ ถูก ๆ ดิฉันก็ขออนุญาตเพราะว่าท่านประธานไม่อนุญาต ให้ดิฉันฉายคลิปอันนี้ ก็ขออนุญาตลองอ่านให้ดูแล้วกันว่าตั้งแต่เรื่องของการมองเรื่อง ของการปลูกป่านะคะ หรือการปลูกหญ้าแพรกเพื่อชะลอน้ำในส่วนของการไหลของน้ำ ถ้าตรงนี้เองส่วนหนึ่งก็จะทำให้อาหารไทยกลายเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวของประเทศ ซิดนีย์ด้วยค่ะ เราเองเราก็ได้แจ้งทางด้านของประธานาธิบดีของประเทศมาเลเซีย ซึ่งเขาเอง ก็เข้าใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เช่นเดียวกันสุดท้ายที่เห็นของท่านเจะอามิงไป จังหวัดหาดใหญ่ แม้แต่การรับแขกต่างประเทศ ท่านประธานขออนุญาตอ่าน ภาคภาษาอังกฤษหน่อยนะคะ เลท มี บีกิน บาย โอเวอร์คัม ซิเครททารี คลินตัน ทู ไทยแลนด์ วันซ์ อะเกน (Let me begin by overcome Secretary Clinton to Thailand once again) ถ้าใครที่เข้าใจภาษาอังกฤษคือโอเวอร์คัมก็แปลว่าเราชนะเขา แทนที่จะเป็น เวลคัม (Welcome) เหล่านี้หลายคนคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆ ดิฉันคิดว่าถ้าเผื่อนางสาวยิ่งลักษณ์ เป็นคนธรรมดาสามัญไม่เป็นปัญหาแต่ประการใดเพราะมันไม่ค่อยส่งผลกระทบเสียหาย แต่ว่าในความเป็นผู้นำ ในความเป็นนายกรัฐมนตรีผู้นำของประเทศไทยพูดผิดพูดถูกอย่างนี้ มันสะท้อนอะไรคะ สะท้อนความไม่ใส่ใจ ไม่สนใจ ไม่อยากเรียนรู้ ไม่เอาจริงจัง และไม่อยากจะเสาะหาข้อเท็จจริงอะไรทั้งสิ้น คิดเป็นเรื่องเล่น ๆ ไปหมด ได้หรือคะท่านประธาน แต่ก็ต้องยอมรับนะคะ เมื่อวานดิฉันเห็นนายกรัฐมนตรีตอบคำถามท่านผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรก็มีทีท่าแห่งความเชื่อมั่นมากขึ้น แต่ว่าสาระสิคะที่ยังอาจจะเป็นปัญหาอยู่ ท่านประธานคะ วุฒิภาวะความเป็นผู้นำในประเด็นถัดมาคือเรื่องความเป็นธรรม ปีกว่าที่ผ่านมา เราได้พบเห็นอะไรบ้างคะ ก็พบเห็นว่ารัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ดำเนินการในหลายเรื่อง ที่เราคิดว่าไม่เป็นธรรมในลักษณะที่อาจจะเป็น ๒ มาตรฐาน หรือว่าไร้มาตรฐานเสียด้วยซ้ำ เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปบ้างแล้ว เช่น ในเรื่องของราคาชีวิตทหาร ตำรวจ ชาวบ้านใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เปรียบเทียบกับการเยียวยาหรือราคาชีวิตของผู้ที่ชุมนุมในช่วง เดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๓ ซึ่งส่วนมากเป็นคนเสื้อแดงแล้วก็ได้รับการเยียวยาถึง ๗.๗๕ ล้านบาท ทหารซึ่งได้มากที่สุดใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เพียง ๒,๐๗๐,๐๐๐ บาท เป็นธรรมไหมคะ ความเป็นธรรมอยู่ที่ไหน ห้างซุปเปอร์ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ จังหวัดนราธิวาส พอดีท่านเจะอามิงไม่ได้พูดถึงนะคะ อ้อพูดถึงหน่อยถูกระเบิด ๑๔ ครั้งใน ๗ ปี หลังสุด เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาหนักที่สุดเลยถูกระเบิดไฟไหม้เสียหาย ๕๐ ล้านบาท ห้างนี้ สร้างงานถึง ๒,๐๐๐ อัตรา ผู้ประกอบการท้อใจมากเลยค่ะ รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ช่วยอะไรผู้ประกอบการรายนี้บ้างคะ ลองเปรียบเทียบสิคะท่านประธานการดูแล ระหว่างคนเผาบ้านเผาเมืองกับคนรักบ้านรักเมือง รักท้องถิ่นเป็นธรรมไหมคะ ดาราคนหนึ่ง ข่าวขึ้นหน้า ๑ เป็นสัปดาห์เพราะข้อหาการเลี่ยงภาษีเพียง ๓,๐๐๐ บาท เปรียบเทียบกับ กรณีญาติของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ในคดีเลี่ยงภาษีซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษาไปแล้ว ว่าผิดจริงต่อการเลี่ยงภาษี ๒๗๓ ล้านบาท แต่ว่าไม่ต้องติดคุกเพราะว่ารอลงอาญาแล้วก็จ่าย ค่าปรับเพียง ๑๐๐,๐๐๐ บาท ไม่ต้องจ่ายภาษีที่เลี่ยงไป แล้วก็ไม่ต้องจ่ายค่าปรับอีก ๒๗๓ ล้านบาท ใครช่วยดูแลให้เป็นอย่างนี้คะ เป็นธรรมไหมคะ อีกสักตัวอย่างค่ะท่านประธาน การที่พนักงานห้างบิ๊กซีที่หนองแขมถูกดำเนินคดีแล้วก็ติดคุกแรมเดือนเพราะขโมยข้าวสาร ราคา ๑๙๕ บาท ไม่มีเงินประกันตัว เงินกองทุนยุติธรรมหมด เพื่อนสมาชิกก็ได้อภิปรายไปแล้ว ว่ารัฐบาลใช้เงินไปเป็นกี่ร้อยล้านบาทในการประกันตัวนักโทษเสื้อแดง ต่างกันเหลือเกินไหมคะ เป็นธรรมไหมคะ นี่ก็บอกชัดเจนว่านายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ไม่มีวุฒิภาวะในความเป็นผู้นำในเรื่องของ ความเป็นธรรมเลย ถัดมาวุฒิภาวะความเป็นผู้นำในการสร้างภาพลักษณ์ประเทศ มีรายงานข่าว เพราะว่าในช่วงปีกว่าที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีเดินทางไปต่างประเทศ ๑๘ ประเทศ แล้วก็สรุปว่าความสามารถ สามารถฟื้นฟูความเชื่อมั่นของต่างชาติที่มีต่อประเทศไทยได้ และรัฐบาลก็ยอมรับว่าไปเยี่ยมเยียนกันมาได้คุยถึง ๒๑๕ เรื่อง เสร็จสมบูรณ์ ๒๗ เรื่อง ยังค้างอีก ๑๘๘ เรื่อง ครั้งล่าสุด ท่านประธานคะ กรณีที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกามาแวะ ประเทศไทยก่อนเดินทางไปประเทศพม่า เกิดการวิพากษ์วิจารณ์และล้อเลียนอย่างมากที่สุด จากสื่อต่างประเทศอย่างที่ดิฉันไม่เคยเห็นผู้นำหญิงคนไหนเลยถูกวิพากษ์มาก่อน เรื่องกิริยาท่าทางของนายกรัฐมนตรีไทยที่มีต่อประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา