นิพนธ์ บุญญามณี ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี โดยชี้ปัญหาความล้มเหลวในการใช้งบประมาณน้ำท่วมและเสนอให้แก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มอำนาจประชาชนตรวจสอบราคากลางซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการทุจริตในวงราชการ พร้อมหารือเรื่องงบประมาณ 120,000 ล้านบาท และเรียกร้องให้คณะรัฐมนตรีรับรองกฎหมาย ป.ป.ช. เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบและแก้ไขข้อบกพร่องดังกล่าว
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมเป็นผู้หนึ่งที่ร่วมลงลายมือชื่อในญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติ ไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ซึ่งอันที่จริงก็ถือว่าผมกับท่านนายกรัฐมนตรีก็มีโอกาสได้เป็นศิษย์ ร่วมสำนักเดียวกัน แต่ว่าด้วยการที่ท่านนายกรัฐมนตรีมีโอกาสที่จะมาสภาน้อยหรือไม่ค่อย ได้เจอกัน หลายเรื่องที่จะเรียนให้ท่านได้รับนำไปแก้ไขก็ไม่ได้มีโอกาสเรียนให้นำไปแก้ไข ซึ่งที่จริงแล้วในฐานะที่ทำหน้าที่ในสภามอบหมายให้ไปเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ ติดตามงบประมาณการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ท่านประธานครับ ได้นั่งอยู่ได้เห็นปัญหา ความล้มเหลว ความผิดพลาดในการใช้งบประมาณแผ่นดินมากมายครับ แต่ว่าในเวลาที่ จำกัดนี้ ผมคิดว่าในญัตติขออภิปรายไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรี ผมถือญัตติผมไม่ต้อง อ่านซ้ำ เพื่อประหยัดเวลา เพราะฉะนั้นไม่ต้องท้วงติงผมนะครับว่าได้ยื่นญัตติไว้หรือยัง ผมลงชื่อถูกต้องครับ ผมไม่ประสงค์ที่จะอ่านให้เสียเวลา ท่านประธานครับ เรื่องเมื่อสักครู่ ถ้าได้ฟังท่านนิพิฏฐ์ หรือว่าหลายประเด็นที่ได้อภิปรายต่อเนื่องกันมา ท่านประธานจะเห็นได้ว่า เรื่องที่เป็นปัญหาสำคัญในการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินก็คือเรื่องราคากลาง นี่คือสิ่งที่พวกเรานั่งอยู่ในสภาแห่งนี้ เราเห็นข้อบกพร่องผิดพลาดอันนี้ครับที่มันทำให้เกิด การทุจริตกันมากมายในวงราชการมาถึงปัจจุบันก็คือตัวราคากลาง นั่นเป็นที่มาที่เราไปแก้ กฎหมาย พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๕๔ ซึ่งมีการแก้ไขกัน โดยเจตนารมณ์ก็คือต้องการให้ประชาชนเข้ามา มีส่วนร่วมในการตรวจสอบ
ท่านจะเห็นได้ว่าในกฎหมายดังกล่าว ในมาตรา ๑๐๓/๓ ผมขออนุญาต อ่านกฎหมายให้บันทึกไว้ครับ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. จัดให้มีเงินสินบนแก่บุคคล ตามมาตรา ๓๐ หรืออาจจะจัดให้มีรางวัลตอบแทน หรือประโยชน์อื่นใดแก่บุคคล ตามมาตรา ๑๐๓/๒ วรรคหนึ่ง แล้วแต่กรณี
๓๗๓/๑ จากงบประมาณตามระเบียบที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนด ท่านเห็นไหมครับ ด้วยเจตนารมณ์ที่จะให้ประชาชนได้มีการตรวจสอบ กฎหมายฉบับดังกล่าวได้บัญญัติ ถึงการที่จะจัดให้สินบนแก่บุคคลตามมาตรา ๓๐ ผมไม่อ่านรายละเอียดแล้วครับ และกระทั่ง ตามมาตรา ๑๐๓/๒ วรรคหนึ่ง หรือว่าจะมีรางวัลตอบแทนหรือประโยชน์อื่นใดแก่บุคคล ตามมาตรา ๑๐๓/๒ เพราะเจตนารมณ์คือวันนี้การป้องกันและปราบปรามการทุจริต มันจะให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐโดยลำพังนั้นไม่ได้ มันต้องให้มีกระบวนการของ พี่น้องประชาชนมาร่วมตรวจสอบ การที่พี่น้องประชาชนจะมีโอกาสร่วมในการตรวจสอบ เขาต้องทราบราคากลางเสียก่อน ป.ป.ช. จึงมีหนังสือมาถึงท่านนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ตามมาตรา ๑๐๓/๗ มาตรา ๑๐๓/๘ นั่นคือที่มาของเจตนารมณ์ของกฎหมายเพื่อป้องกัน การทุจริต เพราะวันนี้ท่านประธานก็นั่งอยู่ในคณะกรรมาธิการติดตามการบริหาร งบประมาณมาก่อนหน้านี้ก่อนที่ท่านจะมาดำรงตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านนั่งอยู่ในคณะกรรมาธิการกับผม ท่านเห็นแล้วครับว่าข้อบกพร่อง ผิดพลาดของ การใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินเป็นอย่างไร ผมนั่งอยู่ในคณะกรรมาธิการนี้มาร่วม ๑๐ ปี เห็นข้อผิดพลาดครับ อย่างน้อยที่สุดท่านประธานลองดูไหมครับ ผมไม่ต้องยกตัวอย่างอื่นไกล ผมยกตัวอย่างเรื่องราคากลางที่กำหนดโดยหน่วยงานเดียวกัน ประเภทเดียวกัน จังหวัดเดียวกัน มีหลายราคากลางท่านประธานเคยเห็นใช่ไหมครับ ผมยกตัวอย่าง เอากรณีงบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เอางบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ราคากลางไม่ต้องยกที่อื่น ยกจังหวัดสุพรรณบุรี ราคากลางมีตั้งแต่ของกรมทรัพยากรน้ำ เอาที่กรมเดียวเลย งานขุดลอกด้วย เครื่องจักรพร้อมด้วยปรับแต่ง ท่านดูที่จังหวัดสุพรรณบุรีมีต่ำสุดจาก ราคา ๓๓.๔๙ บาทต่อลูกบาศก์เมตรไปจนถึงราคาสูงสุดซ่อมแซมแหล่งน้ำคลองธรรมชาติ ตำบลองครักษ์ อำเภอบางปลาม้า ราคากลาง ๕๔.๘๐ บาท จากที่ซ่อมแซมแหล่งน้ำ คลองบ่อยืม ตำบลหนองสะเดา อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ราคา ๓๓.๔๙ บาทต่อ ลูกบาศก์เมตร จาก ๓๓.๔๙ บาทไปจนถึง ๕๔.๘๐ บาท ท่านประธานดูสิครับ เป็นไปได้อย่างไรในจังหวัดเดียวกัน พื้นที่เดียวกัน ราคากลางไม่เหมือนกันแต่เนื้องาน เหมือนกัน นี่คือที่มาที่บอกว่าก่อให้เกิดการทุจริตจากราคากลางนี่แหละครับเป็นที่มา ที่กฎหมาย ป.ป.ช. จึงมุ่งที่จะให้มีการรับรองข้อความดังกล่าวตามประกาศที่ ป.ป.ช. กำหนด ซึ่งคณะรัฐมนตรีก็ไม่รับรองกฎหมายดังกล่าว ทั้ง ๆ ที่กฎหมายดังกล่าวนั้นประธาน ป.ป.ช. เป็นผู้รักษาการ ซึ่งท่านประธานก็คงทราบว่าการที่กำหนดให้ในมาตรา ๗๓ ให้ประธาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ รักษาการตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญนี้ ก็หมายความว่าให้ประธาน ป.ป.ช. นั้นเป็นผู้รักษาการก็คือเป็น เจ้าพนักงานตามกฎหมายที่มีหน้าที่ในการที่จะดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายฉบับนี้ เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับดังกล่าว ท่านนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีไม่ได้เป็นผู้รักษาการ ท่านประธาน ป.ป.ช. ท่านเป็นผู้รักษาการท่านเป็นเจ้าพนักงาน แต่เมื่อเราคณะรัฐมนตรีไม่ให้ ความสำคัญหรือท่านนายกรัฐมนตรีไม่รับรองกฎหมายดังกล่าว ส่วนหนึ่งก็เป็นที่มาที่ก่อให้เกิด การทุจริตก็คือการกำหนดราคากลาง ท่านประธานจะเห็นนะครับว่าในการกำหนดราคากลางที่ผม เรียนท่านประธานแล้วว่าจังหวัดสุพรรณบุรีจังหวัดเดียวกัน งานเหมือนกัน ราคากลาง ไม่เหมือนกัน จากราคาเริ่มต้นที่ ๓๓ บาทไปจนถึงราคากลางที่กำหนดไว้บอกว่าราคากลาง ๕๐ กว่าบาท มันเป็นไปได้อย่างไรครับ ๕๔.๘๐ บาท นี่คือท่านดูช่องว่างสิครับว่า คิวหนึ่งต่างกันเท่าไร จาก ๓๓ บาท ลบด้วย ๕๔ บาท ต่างกัน ๒๐ กว่าบาท ๒๐ กว่าบาทนี่คือเฉพาะราคากลาง ต่อ ๑ คิว ต่อดินที่ขุดขึ้นมา ๑ คิว ปริมาณดิน ๑ คิวต่างกัน ๒๐ กว่าบาท เฉพาะราคากลาง นี่แหละครับที่เขาเรียกว่าที่มาของการทุจริต ซึ่งเมื่อสักครู่ท่านนิพิฏฐ์ก็ได้อธิบาย ท่านประธานบอกว่ากรณีที่เกิดขึ้นกับกรมทรัพยากรน้ำที่ทำให้ราคากลางต่างกันนั้นมาจาก ความผิดพลาดของการคำนวณราคากลาง กรมทรัพยากรน้ำเองก็ยังไปเอาระบบเดิม ยังไป เอาระเบียบเมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ปี ๒๕๓๖ และมติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ปี ๒๕๓๖ กับมติ ครม. เมื่อวันที่ ๖ มกราคม ปี ๒๕๔๑ ซึ่งมันไม่ถูกต้องแล้วมากำหนด ราคากลาง นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันในการเบิกจ่ายงบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อสักครู่ท่านนิพิฏฐ์นำเรียนท่านประธานไปว่ากรณีที่เกิดขึ้นที่กรมทรัพยากรน้ำซึ่งเอาเฉพาะ ภาคที่ ๔ ซึ่งคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินได้ไปตรวจพิสูจน์ไปตรวจสอบแล้ว ผมคิดว่า ในที่มาของทั้งสิ้นนี่ซึ่งในเขตรับผิดชอบ ๖ จังหวัด จากจังหวัดชัยภูมิ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดยโสธรนี่ ๙๑๐ สัญญา รวมเป็น เงิน ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๒,๕๐๐ ล้านบาท จากงบประมาณของกรมทรัพยากรน้ำมีทั้งสิ้น ๕,๕๐๐ ล้านบาท ท่านประธานลองคิดดูสิครับถ้าใช้หลักเกณฑ์นี้ในการคำนวณราคากลาง ความผิดพลาดเกิดขึ้นเท่าไร ตัวเลขกลม ๆ ถ้าหากว่า ๒๐ สัญญาผิดพลาดไปแล้ว ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาทในวงเงินที่ขุดลอกท่านลองคำนวณเทียบบัญญัติไตรยางศ์ดูสิครับว่า ถ้า ๕,๕๐๐ ล้านบาท ความผิดพลาดเฉพาะการคำนวณราคากลางมันจะเกิดขึ้นเท่าไร นี่คือ สิ่งที่คิดว่าความจำเป็นในการที่เรียนท่านประธานว่าทำไมพวกผมจึงคิดว่าการให้ความสำคัญ กับกฎหมายที่เราเรียกกันว่าพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๕๔ ซึ่งผ่านไปจากสภาแห่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งและเป็น เครื่องมือสำคัญในการที่จะป้องกันและแก้ปัญหา แล้วก็เป็นการแก้ปัญหาการทุจริตที่เกิดขึ้น อย่างมากมายในปัจจุบันนี้ เพราะฉะนั้นการที่ต้องให้เป็นไปตามประกาศของคณะกรรมการ ที่เราเรียกว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. นั้นมีความจำเป็นครับท่านประธาน ไม่อย่างนั้น เราไม่สามารถยับยั้งการทุจริตที่เกิดขึ้นอย่างมโหฬารได้ในขณะนี้จากการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน เพราะฉะนั้นนั่นคือสิ่งที่พวกผมเรียนท่านประธานว่าพวกผมมีความจำเป็น แล้วก็ไม่เห็นด้วย ไม่มีความไว้วางใจรัฐบาลถ้ารัฐบาลหรือว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่เห็นชอบ ในกฎหมายดังกล่าวแล้วก็นั่นคือเป็นที่มาที่ก่อให้เกิดการทุจริตกันอย่างมโหฬารในการใช้จ่าย งบประมาณแผ่นดิน ต้นตอของการทุจริตก็คือการที่เราไม่ไปรับประกาศให้เป็น มาตรฐานเดียวกันทั้งหมดเรื่องราคากลาง เพราะปัจจุบันขนาดจังหวัดเดียวกันแท้ ๆ ของ กรมทรัพยากรน้ำกรมเดียวแท้ ๆ ยังใช้ราคาต่างกันเลยครับวันนี้ในการที่จะไปกำหนดราคา ไปสู่การประมูลหรือว่าไปสู่การกำหนดเป็นค่าใช้จ่ายของโครงการต่าง ๆ ท่านประธานครับ ผมมีประเด็นที่จะยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้รับทราบว่าอย่างน้อยที่สุดวันนี้สิ่งที่พวกผม พยายามที่จะนำไปสู่การป้องกันหรือว่าการไม่ให้เกิดความเสียหาย หรือว่าการที่จะทำให้ การใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินมันมีประสิทธิภาพนี่ ผมยกตัวอย่างอีกสักกรณีหนึ่งของ กรมทรัพยากรน้ำให้ท่านประธานได้รับทราบว่าการใช้จ่ายมันก่อให้เกิดความผิดพลาด ความล้มเหลวและก่อให้เกิดการทุจริตอย่างไร ผมจะยกตัวอย่างกรณีของภาค ๓ ท่านประธานครับ ซึ่งสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค ๓ ซึ่งครอบคลุม ๗ จังหวัด ประกอบไปด้วยจังหวัดอุดรธานี จังหวัดเลย จังหวัดสกลนคร จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดนครพนม จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย ได้รับการจัดสรร โครงการจากงบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๗๑ โครงการ ใน ๑๗๑ โครงการ ท่านประธาน เชื่อไหมมันมีอยู่บริษัทหนึ่งไม่ทราบว่ามีฤทธิ์มีเดชอย่างไรได้ไปบริษัทเดียว ๔๓ โครงการ ผมขออนุญาตที่จะใช้แผ่นชาร์ทให้ท่านประธานได้เห็น ท่านประธานดูนะครับ ทั้งหมด ๑๗๑ โครงการ เอาเฉพาะภาค ๓ ก็แล้วกันครับ มีบริษัทรวมกันทั้งหมดแบ่งกันไป แต่ว่ามันมี บริษัทหนึ่งเอาเฉพาะบริษัทนี้คือห้างหุ้นส่วนจำกัด พิตรพิบูลได้ไปบริษัทเดียวจาก ๑๗๑ โครงการของภาค ๓ ได้ไป ๔๓ โครงการ ได้ไป ๔๓ โครงการ พวกผมเองในฐานะ อยู่ในคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณและเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ ติดตามงบแก้ปัญหาน้ำท่วมนี้ ได้เชิญทางท่านอธิบดีมา ท่านรัฐมนตรีก็เคยไป เพราะว่า พวกเราห่วงใยเรื่องการใช้งบประมาณ ตามไปดูว่าทำไมมีความจำเป็นอย่างไรที่จะต้องให้ บริษัทเดียวรับไปถึง ๔๓ โครงการ เพราะรู้อยู่แล้วว่าโครงการเรื่องแก้ปัญหาน้ำท่วม ล้วนแต่เป็นโครงการเร่งด่วนที่ต้องทำให้จบภายในระยะเวลา ๓ เดือน ๕ เดือน แล้วบริษัทนี้ มีฤทธิ์มีเดชอย่างไรถึงได้ไปคนเดียว ๔๓ โครงการ ท่านประธานครับ ตามไปดูว่าพวกผมนี่ เพราะไม่เชื่อในศักยภาพว่ามันจะมีบริษัทไหนที่มีขีดความสามารถ มีความพร้อมทำใน ระยะเวลา ๕ เดือน หรือ ๓ เดือน แต่ละโครงการ บางโครงการก็ ๓ เดือน บางโครงการ ๕ เดือน ให้โครงการเสร็จสิ้นเพื่อป้องกันน้ำ เพื่อรองรับฤดูน้ำหลากที่จะตามมาให้ทัน แก้ปัญหาเสีย น้ำปีที่แล้ว ท่านประธาน ตามไปดูห้างหุ้นส่วนจำกัด พิตรพิบูลนี้ ปรากฏว่า จดทะเบียนกับกรมทรัพยากรน้ำ เมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๕ ท่านประธาน จดทะเบียน ต้องมีบัญชีถูกไหมท่านประธานตามเรื่องนี้อยู่ เราต้องมีบัญชีก่อน พอมีบัญชีทะเบียนไว้ว่า บริษัทไหนที่มีคุณสมบัติพร้อม ห้างหุ้นส่วนจำกัด พิตรพิบูลมาจดทะเบียนขึ้นบัญชี ต่อกรมทรัพยากรน้ำเมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๕ แล้วขึ้นทะเบียนเป็นลำดับที่ ๓๗ อยู่ในลำดับขั้นที่ ๓ ขั้นที่ ๓ ก็คือรับงานได้ไม่เกินสัญญาละ ๕๐ ล้านบาท เกินกว่านี้ไม่ได้ แสดงว่าต่ำสุดแล้วครับ ต่ำกว่านั้นก็คือขั้นที่ ๔ เอาว่าขั้นที่ ๓ ก็แล้วกัน มีขีดความสามารถ ในขณะนั้น แล้วก็ขึ้นทะเบียนเดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ได้เซ็นสัญญากับกรมทรัพยากรน้ำ เซ็นทีเดียว ๔๓ โครงการ ท่านประธาน นี่คือสิ่งที่พวกผมคิดว่ามันต้องมีเหตุการณ์ไม่ปกติ เกิดขึ้น ก็จะได้ตามไปดูว่าห้างหุ้นส่วนจำกัด พิตรพิบูลเขามีขีดความสามารถหรือมีดีอะไร ไปดูทุนจดทะเบียนสิว่ามีความพร้อมเท่าไร ทุนจดทะเบียน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธาน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ไปรับงานมา ๔๓ โครงการ มูลค่างานนี่ ๑๐๐ กว่าล้านบาท ๔๓ โครงการ ๑๐๐ กว่าล้านบาท ผมไปดูว่าใน ๔๓ โครงการมันอยู่ที่ไหนบ้าง อย่างไร ใน ๔๓ โครงการ บริษัทนี้มีภูมิลำเนา เข้าใจว่าคงจะอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี ท่านประธานครับ อยู่ที่จังหวัดมุกดาหารครับ ไม่ใช่จังหวัดอุดรธานี อยู่ที่จังหวัดมุกดาหารนะครับ ผมไปดูโครงการที่ได้ไปผมนึกว่าอยู่จังหวัดมุกดาหารทั้งหมดไม่ใช่ มันกระจายกันไปครับ ใน ๔๓ โครงการอยู่จังหวัดมุกดาหารเสีย ๒๖ โครงการได้ไปคนเดียวเลยนะครับ ท่านประธานดูสิครับจังหวัดมุกดาหารได้ ๒๖ โครงการ คนอื่นไม่ได้เลยนะครับ บริษัทอื่น ไม่ได้เลยครับจังหวัดมุกดาหารได้คนเดียวเลย ไม่มีบริษัทอื่นเลย ได้จังหวัดอุดรธานี ๕ โครงการ แล้วก็ไปได้ที่จังหวัดเลยรู้สึกของท่านรัฐมนตรีนะ ๘ โครงการ จังหวัดสกลนคร ๒ โครงการ จังหวัดนครพนม ๒ โครงการ รวมแล้ว ๔๓ โครงการ ท่านประธานครับ แต่ละโครงการเริ่มมาก็คือเดือนกุมภาพันธ์ ขึ้นทะเบียนวันที่ ๒๗ มกราคมนะครับ วันที่ ๒๗ มกราคมขึ้นทะเบียนกับกรมทรัพยากรน้ำ วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ปี ๒๕๕๕ เริ่มเซ็นสัญญา เริ่มมาแล้วครับ แล้วก็ระยะเวลาของการปฏิบัติงานในแต่ละสัญญาอยู่ระหว่าง ๒-๕ เดือน ๒-๕ เดือนนี่คือภารกิจ ไปดูเครื่องไม้เครื่องมือทุนจดทะเบียน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานเข้าใจนะครับว่ามีอะไรบ้าง มีขีดความสามารถอย่างไร รับงานกระจายกันไปถึง ๕ จังหวัด แล้วแต่ละจังหวัดก็ใช่ว่าอยู่ใกล้กัน ท่านประธานจะทำงานอย่างไรเสร็จภายใน ๒-๕ เดือน นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น พวกผมก็เลยสังเกต ในชั้นกรรมาธิการก็เชิญมาสอบถาม แล้วตามไปดู บางโครงการวันนี้พวกผมคิดว่าไม่อย่างนั้นแล้วพวกเราจะเสียโอกาส แล้วก็พวกเราจะเสียหายเพราะทั้ง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท คือภาษีอากรของพี่น้องประชาชน ทั้งสิ้น พวกเราตามไปดูในพื้นที่ ผมจะเอาเฉพาะที่จำเป็นให้ท่านประธานดูเพราะว่าเวลา ก็จำกัด ผมขออนุญาตที่จะไปที่บางโครงการเลยครับ โครงการปรับปรุงซ่อมแซมแหล่งน้ำ ห้วยโสกปอ บ้านเหล่านางาม หมู่ที่ ๑๒ ตำบลนาอุดม อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร โครงการนี้เอาเข้าจริงไม่ได้ทำที่ห้วยโสกปอครับ แต่ว่าป้ายโครงการยังขึ้นว่าห้วยโสกปอ แต่ว่าโครงการเอาเข้าจริงชาวบ้านผมมีชื่อ มีที่อยู่หมดนะครับว่าใครนำไปดู ถ้าท่านรัฐมนตรี จะเอาผมยินดีจะให้ดูนะครับ ผมไม่พาดพิงทางนี้ ย้ายโครงการไปทำที่ลำห้วยโปร่งเสา หรือโปร่งเส็งครับอีกที่หนึ่ง ถามว่าทำไมไม่ทำที่ตรงนี้ เพราะที่ตรงนี้ที่ห้วยโสกปอมันเข้าไปลึก การขนถ่ายอุปกรณ์ลำบากเลยไปเลือกทำอีกที่หนึ่ง แต่ว่าในสัญญาทำที่ห้วยโสกปอ ยังมีอย่างนี้ด้วย สัญญาอยู่ที่ผม ผมเรียกมาอยู่ในแฟ้มนี้ครับ ไม่มีการแก้ไขสัญญาแต่อย่างใด ทั้งสิ้น เกิดขึ้นได้อย่างไรอย่างนี้ นี่คือพื้นที่ที่ให้ท่านประธานดูนะครับว่าห้วยโสกปอไม่ได้ทำ อะไรเลย พื้นที่ที่ชาวบ้านพาไปดูคือสภาพเหมือนเดิมทั้งหมด ไม่มีการทำ ไม่มีการอะไรทั้งสิ้น แล้วก็นี่คือสิ่งที่ไปทำทำที่นี่ครับ ขึ้นป้าย แต่ว่าในป้ายท่านประธานจะสังเกตเห็นนะครับว่า ไม่มีบอกบริษัทผู้รับเหมา ไม่มีบอกราคาว่าโครงการนี้ราคาเท่าไร มูลค่าโครงการไม่บอก แล้วเสร็จสิ้นเมื่อไรไม่บอกนะครับ ท่านประธานผมไปเร็ว ๆ นะครับ ผมไปอีกที่หนึ่ง ท่านประธานครับ ผมไปที่โครงการปรับปรุงซ่อมแซมแหล่งน้ำร่องภูดานฮัง บ้านเหล่าคาม หมู่ที่ ๙ ตำบลคำอาฮวน อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ท่านประธานครับ ท่านลองดูสิครับว่าป้ายโครงการก็เช่นเดียวกันอีกไม่มีรายละเอียดว่า งบประมาณเท่าไร ใครเป็นผู้รับเหมา ไม่มี ระยะงานเริ่มต้น เสร็จเมื่อไร ไม่มี แล้วท่านประธานดูสิครับ นี่คือสิ่งที่ไปดูเนื้องานกันว่าในพื้นที่สภาพที่เกิดขึ้นคืออย่างนี้ครับ ท่านประธานเห็นไหมครับ ส่งมอบงานไปแล้วจะเห็นสภาพรอยแตกร้าวอย่างนี้ทั้งหมดเลย ที่มันเกิดขึ้น มันจะเป็นไปได้อย่างไรครับ ไปตรวจรับกันได้อย่างไรครับ อย่างนี้ขืนใช้ก็พังนะครับ เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่เรียนให้ท่านเห็นว่านี่คือตัวอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นที่ตามไปดูในพื้นที่ ว่านี่คือภาษีอากรของพวกเรา นี่คือภาษีอากรของพี่น้องประชาชนไปจากงบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปทำอย่างนี้ได้อย่างไร ท่านประธานครับ ผมจะต่อไปให้ท่านดูเร็ว ๆ อีกโครงการหนึ่ง ผมเอาเฉพาะที่ที่คิดว่าเหมาะสมกับเวลาเท่านั้นครับ ไปโครงการปรับปรุง ซ่อมแซมแหล่งน้ำห้วยน้ำลาย บ้านนาสำราญ ตำบลน้ำสวย อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย ทีนี้ไปจังหวัดเลยแล้วครับ โครงการนี้เป็นโครงการเรียงหิน ในปริมาณคิวดินบอกโครงการ ปรับปรุงซ่อมแซมแหล่งน้ำห้วยน้ำลาย ตำบลน้ำสวย กว้าง ๖ เมตร ยาว ๒,๙๔๓ เมตร ความจุน้ำ ๑๒๐ ลูกบาศก์เมตร ท่านประธานครับ ในนี้ปริมาณงานก็คือต้องเรียงหิน แต่ว่าต้องเรียงหิน ๒,๙๔๓ เมตร ท่านประธานลองไปดูนะครับ สภาพเรียงหินคือต้องเป็น อย่างนี้ แต่ว่าเรียงเฉพาะบริเวณนี้เท่านั้น ๓๐๐ เมตร ทำแค่ ๓๐๐ เมตรนี้ครับที่เหลือไม่ทำ นี่คือสิ่งที่พวกผมบอกว่า เอ๊ะ ถ้าพอลงไปดูในพื้นที่แล้วมันเกิดขึ้นได้อย่างไร งบประมาณ ในส่วนนี้ ๗,๓๖๕,๔๐๐ บาท นี่คือสิ่งที่ตามลงไปดูในพื้นที่กันเลยว่าบริษัทนี้เขาจะมี ขีดความสามารถทำได้อย่างไร ท่านประธานครับ เอาเฉพาะอีกส่วนหนึ่งครับ นี่อีกโครงการหนึ่ง ปริมาณก็คือทำแท็งก์น้ำแก้ปัญหาน้ำท่วม แต่ว่าเอาละเมื่อเอาไปทำแท็งก์น้ำก็ไม่เป็นไร ชื่อโครงการปรับปรุงซ่อมแซมแหล่งน้ำหนองซำม่วง บ้านไฮตาก หมู่ที่ ๒ ตำบลลาดค่าง อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย