สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓

(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้ แทนราษฎร ได้ ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๐๙.๑๐ นาฬิกา)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญนั่งครับ ขณะนี้ มีสมาชิกมาเซ็นชื่อยังไม่ครบองค์ประชุม ขณะนี้ก็ ๙ โมง ๑๐ นาทีแล้ว ความจริง ฝ่ายผู้เสนออภิปรายควรจะมาให้พร้อม แล้วบวกก็จะได้เต็มมันจะได้เร็วขึ้น

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวครับ ผมยังไม่ได้พูด อะไรเลย ปุ๊ บปั๊บท่านห่วงจะไม่ได้พูด ท่านได้พูดแน่ละครับ ๒ วันเต็ม ๆ เลย เราจะทํา อย่างไรดี ตอนนี้ยังไม่ครบองค์ประชุมก็ต้องปรึกษาหารือกันไปสักนิดหน่อยนะครับ ว่าอย่างไรคุณสุรพงษ์

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวานนี้ ผมได้รับมอบหมายจากพรรคเพื่อไทย ผมกับท่านไพจิต ศรีวรขาน ได้ไปประชุมหารือกับ ทางพรรครัฐบาล ซึ่งคุณวิรัตน์ กัลยาศิริ เป็นประธาน เพื่อตกลงเรื่องเวลา แล้วที่ประชุม เมื่อวานก็ได้พูดเรื่ององค์ประชุมเป็นวาระแรกเลยว่าองค์ประชุมนี่ทางฝ่ายรัฐบาลรู้อยู่แล้วว่า ฝ่ายค้านเสียงไม่ถึงครึ่งหนึ่ง เสียงไม่พอที่จะถือเป็นองค์ประชุมให้เริ่มประชุมได้ ฝ่ายรัฐบาล เขาได้ยืนยันกับผมว่าเขาจะช่วยให้องค์ประชุมครบเพื่อจะได้เริ่มประชุมในเวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา และคืนนี้จะไปเลิกตอนตีหนึ่ง อันนี้คือคอมมิทเมนท์ (Commitment) คือข้อตกลงอันแรกเลย แต่วันนี้ ๙ โมง ๑๑ นาที รัฐบาลก็ไม่ช่วยให้องค์ประชุมมันได้ครบ เพราะฝ่ำยค้าน รวมอย่างไรก็ไม่ถึงที่จะเปิดประชุมได้ ไม่ทันไรรัฐบาลก็คิดจะเบี้ยวข้อตกลงอย่างนี้ มันไม่ได้ครับท่านประธาน ผมเองไม่เคยไปร่วมประชุมกับวิป (Whip)

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อย่าเพิ่งมีเบี้ยวมีตรงเลย

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

อาจจะใช้คําพูดผิดไป

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือรถมันติดครับผมทราบ แม้แต่รองประธาน คนที่สอง ของผมเองนัดประชุมกัน ๘ โมงครึ่ง ท่านออกจากบ้านมา ชั่วโมงครึ่งแล้วยังไม่ถึงเลย เห็นใจครับ เพราะว่าการจราจรของเราติดขัดมาก

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ครับท่านประธาน คืออย่างนี้ เราพยายามที่จะทําให้การอภิปรายครั้งนี้อยู่ในระเบียบ ประชาชนจะได้รับประโยชน์ ในการฟังข้อเท็จจริงต่าง ๆ ทีนี้เราก็ได้ขอร้องฝ่ายรัฐบาลว่าพรุ่งนี้คือวันนี้ควรจะมาเริ่ม ๙ โมงได้ รัฐบาลก็รับปากด้วยสัญญาสุภาพบุรุษ และมีข้อตกลงเขียนกันไว้ด้วยว่าวันนี้ เราจะประชุมอย่างไร เลิกกี่โมง แล้วองค์ประชุมก็จะช่วยให้ครบ ผมอยากจะฝาก ท่านประธานครับ เราก็อยากทําหน้าที่เต็มที่ และที่สําคัญที่สุดช่อง ๑๑ ถ่ายทอด วันนี้ เกิดอะไรขึ้นไม่รู้สัญญาณมันกะพริบ ๆ ก็ดับ อะไรก็ไม่รู้ท่านประธาน ก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น สัญญาณช่อง ๑๑ ผมอยากจะเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าขอร้องซีกรัฐบาลช่วยกัน ลงชื่อให้องค์ประชุมได้ครบเราจะได้เริ่ม เพราะถ้าเราไปประชุมตีสอง ตีสาม ตีสี่ มันไม่มีผี ลุกขึ้นมาฟังการอภิปรายดึก ๆ นะครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณธนามีอะไร วันนี้ สังสรรค์นะครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ก็เป็นการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคร่วมฝ่ำยค้าน ซึ่งมีสมาชิกเกือบ ๒๐๐ คน วันนี้เป็ นการพิสูจน์ให้เห็นแล้วครับว่าในการประชุม สภาผู้แทนราษฎรที่ผ่านมา ที่ประชาชนเขาบ่นกันนักกันหนาว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่มาทําหน้าที่ ไม่ครบองค์ประชุม ในอดีตที่ผ่านมาท่านโจมตีว่าเป็ นหน้าที่ของ พรรครัฐบาล วันนี้ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเมื่อเวลา ๙ โมง ๑๕ นาที เราได้ ตรวจสอบแล้วว่าคนที่ยื่นขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจคือพรรคร่วมฝ่ายค้านทั้งหมดเกือบ ๒๐๐ คน มาทําหน้าที่เพียง ๖๐ กว่าคน เรายังไม่ได้พูดจาอะไรเลยครับ แค่เริ่มต้น ท่านก็ใส่ร้ายพรรคร่วมรัฐบาลว่าไม่ยอมมาทําหน้าที่เป็นองค์ประชุมให้กับท่าน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมเรียนแล้วว่ารถมันติด

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

ครับท่านประธาน ผมถึงกราบเรียน ท่านประธานต่อว่าถ้า ส.ส. เมื่อสักครู่นี้ไม่ลุกขึ้นมากล่าวหาพรรคร่วมรัฐบาล พวกเราก็คง จะไม่พูดหรอกครับ เพราะถือว่าเป็นเรื่องปกติที่วันนี้เปิดโรงเรียนวันแรกการจราจรก็ติดขัด ตั้งแต่เริ่มต้นท่านประธานก็เห็นแล้วนะครับว่าใส่ร้ายป้ำยสี แล้วการอภิปรายในวันนี้มันถึง ต้องมีมาตรการต่าง ๆ มากมายว่าจะต้องทําอย่างไรที่จะทําให้พี่น้องประชาชนได้รับ ข้อมูลข่าวสารที่เป็นจริง นี่ขนาดยังไม่เริ่มอภิปรายนะครับท่านประธาน กล่าวหา ใส่ร้าย ในเมื่อตัวเองทําหน้าที่จะยื่นเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทุกคนของพรรคร่วมฝ่ายค้านต้องพร้อม ที่จะทําหน้าที่ พวกเรามาลงชื่อให้มาตั้งแต่ต้นแล้วครับท่านประธาน สมาชิกพรรครัฐบาลนี่ มาลงชื่อตั้งร้อยกว่าคนแล้วครับท่านประธาน ท่านเห็นไหมครับว่าเราใจกว้างขนาดไหน แม้จะขอเปิดอภิปรายพรรครัฐบาล แต่พวกเราก็พร้อมเพราะอยากให้เริ่มอภิปรายกัน ตั้งแต่ ๙ โมง ตีหนึ่งจะได้จบตามที่ตกลง แล้ววันพรุ่งนี้ ๘ โมงครึ่งก็ทําหน้าที่ต่อ ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นผมถึงกราบเรียนว่าการอภิปรายในวันนี้นั้น ขอความกรุณาอย่าใส่ร้าย อย่าใช้ข้อความอันเป็ นเท็จ แล้วขอให้ท่านประธาน ได้ดําเนินการประชุมให้ถูกต้องด้วย ขอบคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ประธานก็ทําหน้าที่ ตรงไปตรงมานะครับ อาศัยข้อบังคับเป็นหลัก ใครฝืนข้อบังคับ ถ้าเราขอร้องไม่ได้แล้ว เราก็จําเป็นจะต้องปฏิบัติตามระเบียบนะครับ ก็ต้องใช้ข้อ ๑๗๔ เป็นหลัก ก็เรียนอย่างนี้ คือขอความร่วมมือทุกฝ่ำย วันนี้ทุกฝ่ำยนี่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันคือหมายความว่า ต่างคนต่างที่จะมาแสดงข้อเท็จจริงให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศได้ทราบข้อมูลว่าอะไร คืออะไร อะไรของจริง อะไรของปลอม ประชาชนเขาจะได้เป็ นคนพิจารณาเอง ส่วนประเด็นปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องการถ่ายทอดทางวิทยุโทรทัศน์ ทางสภาก็ได้รับ หนังสือแจ้งมาว่าทางช่อง ๑๑ แล้วก็อีกหลายช่องได้ขออนุญาตให้สภานี้เปิดการถ่ายทอด ผมก็อนุมัติไปแล้ว ๔ ช่อง

(นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)

มีอะไรอีกคุณสุรพงษ์ ผมว่าพอหอมปากหอมคอกระมัง นั่นคุณสุรพงษ์เขายืนประท้วงผมอยู่ คุณยกมือทางนี้ ข้างหลังเขายังยืนประท้วงอยู่ มีอะไรครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เมื่อกี้ เพื่อนสมาชิกจากซีกรัฐบาลไม่ทันได้เริ่มอะไรก็พยายามที่จะกล่าวหาว่าผมนี่ไปกล่าวหา ใส่ร้าย ไม่ใช่ครับ คือเมื่อวานในการประชุมระหว่างวิปซึ่งผมไปทําหน้าที่ด้วย ก็ได้ตกลงกันนะครับ แล้วทางซีกฝ่ำยรัฐบาลเองก็บอกกับผมว่าจะให้ความร่วมมือ เพื่อจะให้องค์ประชุมได้ครบ จะได้เริ่มประชุมกันทันเวลา ๙ โมง รถติดหรืออะไรก็เป็น ข้ออ้าง แต่ผมไม่ได้ไปกล่าวหาหรือใส่ร้าย เพราะว่าซีกรัฐบาลเองเป็นคนบอกผมว่า พร้อมที่จะให้มีการตรวจสอบโดยพรรคฝ่ายค้าน พร้อมที่จะสนับสนุนให้องค์ประชุมได้ครบ ท่านประธาน ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนฟังเหตุผลอย่างนี้ก็คงจะเข้าใจ เพราะผมเอง ต้องการให้การอภิปรายในครั้งนี้เป็นไปในทางเชิงสร้างสรรค์ ประชาชนได้รับประโยชน์ ไม่ได้เกิดความขัดแย้ง ต้องการให้เกิดความปรองดอง ผมนี่จะไม่ลุกขึ้นหารือพรํ่าเพรื่อ ไม่ต้องการอยากดังหรอกครับท่านประธาน ไม่เหมือนบางคนครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอให้สร้างสรรค์อย่างที่ ท่านพูด ผมก็จะดีใจมากนะครับ เชิญครับคุณชลน่าน

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน กระผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน เรื่องเกี่ยวกับคณะกรรมการตรวจสอบวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จะนํามาเสนอในห้องประชุม เพื่อประกอบการอภิปรายในครั้งนี้ ท่านประธานครับ ท่านประธานเองคงทราบนะครับว่า ผมเองได้รับมอบหมายจากท่านประธานเป็นกรรมการคนหนึ่งในส่วนของซีกฝ่ายค้าน ซึ่งมีอยู่ ๓ ท่าน ท่านประธานครับ ผมก็ขอบคุณท่านประธานที่เจตนาดี และผมก็เห็นด้วยว่าการที่จะ มีคณะกรรมการไปตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ เพื่อส่งให้ท่านประธานประกอบกับคําวินิจฉัย ของท่านตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ อันนั้นผมเห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับ แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่ผม ต้องกราบเรียนท่านประธานคือว่าการแต่งตั้งของท่านประธานครั้งนี้ผมเองยินดีที่จะทํางาน เพียงแต่เสนอในที่ประชุมว่าการทํางานครั้งนี้ควรจะจํากัดขอบเขตเฉพาะเป็นคนออก หลักเกณฑ์ กติกา และวิธีการ ในการตรวจสอบเท่านั้น ไม่ควรเป็ นผู้ตรวจสอบ การตรวจสอบหลังจากที่มีกฎเกณฑ์ กติกาแล้ว ให้เจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นฝ่ำยสภาเขามี ช่างเทคนิค มีความรู้ มีความเชี่ยวชาญ ความชํานาญ ในประเด็นที่เราห่วงใย เช่น การตัดต่อ การเอาภาพเท็จมาก็สามารถตรวจสอบได้ สาเหตุที่ผมนําเสนออย่างนี้ ผมต้องบอกว่าเราฝ่ำยค้านและฝ่ำยรัฐบาลต่างมีส่วนได้เสียกับสิ่งที่นําเสนอนั้น ญัตติครั้งนี้เป็นญัตติกล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรีกับรัฐมนตรีอีก ๕ ท่านตามข้อกล่าวหานั้น และเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่นําเสนอนั้นก็เป็นเอกสารหลักฐานที่ต้องใช้ประกอบ ก็เกิดความไม่สบายใจ ผมก็เสนอในที่ประชุมว่าเราควรจะออกมาตรการ วิธีการ ในการตรวจสอบให้คนกลางเป็นผู้ตรวจสอบไป แต่ว่าที่ประชุมเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย กระผมเองก็เลยต้องขออนุญาตท่านประธานเพื่อเป็นบรรทัดฐานที่น่าจะไม่สืบเนื่องต่อไป ในอนาคต ในอนาคตไม่ควรจะมีกรรมการอย่างนี้ ควรจะมีกรรมการที่เป็นกลางเข้าไป ตรวจสอบ ซึ่งเราก็เชื่อใจในดุลยพินิจของท่าน ตั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐสภาไปตรวจสอบก็ได้ เป็นดุลยพินิจของท่านอยู่แล้ว เป็นอํานาจของท่านอยู่แล้ว ไม่ใช่อํานาจกรรมการ ประกอบกับการตรวจสอบ สิ่งที่ผมสงสัยก็คือกรณีถ้ามีข้อขัดแย้งที่เป็นความเห็นต่าง ก็ส่งให้ท่านประธาน ท่านประธานเองก็บอกว่ากรณีถ้ากรรมการไม่ได้ลงความเห็นเห็นด้วย ท่านเองก็ไม่สามารถอนุญาตได้ นั่นหมายความว่าแค่ ๓ เสียงที่ไม่เห็นด้วยท่านก็ไม่สามารถ อนุญาตได้ เพราะว่ามันมีข้อสงสัยคลุมเครืออยู่ใช่ไหมครับ อันนี้เป็นสิ่งลําบากมากในเชิง การปฏิบัติ ก็กราบเรียนท่านด้วยความเคารพ ส่วนวิธีการในการที่จะนําเสนอต่าง ๆ ผมไม่ได้ขัดแย้งกับท่านประธาน เห็นด้วยที่จะตรวจสอบและให้ข้อมูลกับท่าน ก็ฝากท่าน ด้วยความขอบคุณยิ่งที่ท่านจะแต่งตั้งกรรมการอย่างนี้ แต่เจตนาดีของท่านประธาน มันอาจจะไปกระทบหลายเรื่อง โดยเฉพาะสิทธิของฝ่ายค้านในการที่จะนําเสนอข้อมูล บางครั้งเป็นเรื่องที่ต้องนําเสนอในเวลาที่ค่อนข้างเป็นปัจจุบันทันด่วน ข้อมูลที่เรา ได้รับมาอาจจะเป็นข้อมูลที่ได้มาอย่างรวดเร็วแล้วก็ต้องนําเสนอเร็ว ธรรมเนียมที่ทํามา การกําหนดเวลาส่ง เจ้าหน้าที่เขาบอกว่า ๑ ชั่วโมงเขาตรวจเสร็จได้ก็นําเสนอท่านได้ บางครั้ง ๒๐ นาที ๓๐ นาที จําเป็นเร่งด่วนก็ดูให้เพื่อประกอบกับท่านประธานตัดสิน ตรงนั้นเองก็เป็ นภาพธรรมชาติที่เคยเกิดขึ้นมา กระผมก็เลยเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพนะครับว่ากรรมการชุดนี้ดูเหมือนจะมีประโยชน์ แต่ว่าโดยหลักการ ส่วนได้เสีย เขาไปมีส่วนเกี่ยวเนื่องกับสิ่งตรงนั้น ผมเองไม่สบายใจเลย กราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณวิรัตน์ครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กระผมมีเรื่องที่จะกราบเรียนท่านประธานอยู่ ๒ เรื่อง เรื่องแรก เป็นเรื่องที่กระผมได้รับ ความกรุณาจากท่านประธานแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบเอกสาร ข้อมูล เรียกง่าย ๆ ว่าคลิป (Clip) และภาพ ผมขออนุญาตกราบเรียนเพราะว่าผมอยู่ ในเหตุการณ์อย่างน้อย ๒-๓ เหตุการณ์ เหตุการณ์แรก คือกระผมอยู่ในห้องของ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ตอนที่ท่านประธานวิทยา แก้วภราดัย วิปฝ่ายรัฐบาล กับท่านวิทยา บุรณศิริ วิปฝ่ำยค้านคุยกันเห็นพ้องต้องกัน ซึ่งท่านประธานก็อยู่ด้วย ได้ฟังอยู่ สุดท้ายทั้ง ๒ ท่านก็จะพยายามเชิญท่านประธานชัยไปแถลงข่าวที่ห้องข้างล่าง ท่านประธานชัยบอกไม่เป็นไร ท่านทั้งสองไปเถอะ ผมก็เดินตามท่านประธานวิทยาทั้งสอง มาที่ห้องแถลงข่าว ผมเพียงแต่ไม่ได้ขึ้นไปข้างบน ท่านก็แถลงข่าวเห็นด้วย อยากจะ กราบเรียนว่าที่ท่านประธานชัยแต่งตั้งคณะกรรมการ ๙ คนขึ้นมานี้ก็เป็นไปตามข้อตกลง ของทั้งวิปฝ่ายค้านและวิปรัฐบาลก็คือแต่งตั้ง ๓ ฝ่าย ฝ่ายรัฐบาล ๓ ท่าน ฝ่ายค้าน ๓ ท่าน และเจ้าหน้าที่ของสภา ๓ ท่าน มีนัยเหตุผลใดที่ต้องตั้ง ๓ ฝ่าย เพราะว่าฝ่ายเทคนิค ฝ่ายเทคนิคแน่นอนครับ เจ้าหน้าที่ สภาผู้แทนราษฎร ระดับรองเลขาธิการ ระดับ ผอ. สํานัก มีความเชี่ยวชาญ แต่ในครั้งนี้ มันมีกรณีพาดพิงถึงเหตุการณ์ความไม่สงบ เหตุการณ์เผาบ้านเผาเมือง ซึ่งฝ่ายการเมือง จะเป็นคนบอกได้ครับว่าภาพนี้อยู่ในเหตุการณ์นี้ ภาพนี้อยู่วันที่เท่านี้ แล้วเมื่อวานครับ ท่านประธาน ด้วยความเคารพ หลังจากที่ผมได้รับคําสั่ง ที่ ๘/๒๕๕๓ ซึ่งท่านประธานก็ได้ อ่านคําสั่งนี้ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา กลางคืน ๓ ทุ่ม ท่านวิชาญก็ดี คุณหมอชลน่านก็ดี ซึ่งอยู่ในห้องประชุมก็ไม่ได้แสดงเจตนาที่จะลาออก เมื่อวานผมเริ่มประชุมบ่ายโมงยี่สิบนาที ไปเลิกประมาณ ๑๗.๐๐ นาฬิกา ท่านทั้งสองก็อยู่ด้วย แสดงความคิดเห็น เห็นพ้อง เห็นต่าง ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่ก็อยู่ในห้องประชุม จนสุดท้ายมีมติครับว่าภาพนิ่งและวิดีโอ (Video) เคลื่อนไหวหากไม่ให้คณะกรรมการตรวจ ที่ประชุมก็มีมติเอกฉันท์ว่าห้ามนํามาแสดง ในที่ประชุมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ซึ่งตรงกับที่ท่านประธานได้ให้สัมภาษณ์ สื่อมวลชนไป ด้วยความเคารพ หลังจากที่มีมติเรื่องนี้แล้วก็ได้คุยกันว่าจะยื่นล่วงหน้า นานเท่าไร บางท่านบอก ๘ ชั่วโมง บางท่านบอกยื่นก็ให้ใช้ได้เลย ที่ประชุมก็ถาม ฝ่ายเลขา ฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐสภาว่าในการตรวจสอบฝ่ายเทคนิคใช้เวลาประมาณเท่าไร คําตอบก็คือ ๑ ชั่วโมง ผมก็กะว่าถ้าอย่างนั้น พอ ๑ ชั่วโมงเสร็จเราตามคณะกรรมการ ๙ คนให้พร้อมก็อีกสัก ๑ ชั่วโมง พอครบทํามติได้นําเรียนท่านประธานสภา ซึ่งท่านอาจจะ นั่งอยู่บนบัลลังก์ ท่านอาจจะมีกิจธุระก็อีกสัก ๑ ชั่วโมง ขอแค่ ๓ ชั่วโมง เพราะถ้าไม่เป็น อย่างนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นก็อาจจะอ้างได้ว่าคณะกรรมการฝ่ายรัฐบาลตุกติกไม่ยอมปล่อยให้ มีการตรวจผ่านออกมา ซึ่งผมทราบเมื่อตอนเช้านี้ว่าท่านวิทยา บุรณศิริ ยื่นแล้ว ท่านสมาชิกฝ่ายค้านก็ยื่นแล้ว แล้วกราบเรียนว่าฝ่ำยรัฐบาลที่ผมทราบมาก็ยื่นตั้งแต่ เมื่อวานแล้ว อันนี้เป็นประการสําคัญนะครับ เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพมติของ คณะกรรมการเป็นเอกฉันท์ก็คือว่าภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ถ้าไม่มีการตรวจสอบ ห้ามไม่ให้มีการออกอากาศในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้โดยเด็ดขาด

อีกนิดเดียวครับอีกเรื่องหนึ่ง ผมได้รับความกรุณาจากท่านประธาน วิปรัฐบาล ท่านวิทยา แก้วภราดัย ให้ทําการประสานงานกับวิปฝ่ายค้านนะครับ เมื่อวาน ท่านไพจิต ศรีวรขาน กับท่านสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ได้เข้ามาร่วมประชุมเป็นไปในทาง ที่ดีมากครับ ผมตั้งคําถามถามท่านทั้งสองว่าฝ่ายค้านจะใช้เวลาเท่าไร คําตอบก็คือ ๑๘ ชั่วโมง ผมบอกโอเค (OK) ๑๘ ชั่วโมง ให้เต็มไม่ตัดแม้นาทีเดียว แล้วรัฐบาลก็บอกว่า รัฐบาลกับการหารือทั้งหลายทั้งปวงนี่ขอเวลาไว้ ๑๓ ชั่วโมงครึ่งเท่ากับรอบที่ผ่านมา ที่ประชุมก็เป็ นไปด้วยดี แล้วผมก็นําเรียนว่าฝ่ำยรัฐบาลพร้อมที่จะมาลงชื่อให้ ครบองค์ประชุม ผมตรวจสอบแล้วครับ ส.ส. รัฐบาลมาลงชื่อมากกว่า ส.ส. อีกฝ่ายหนึ่ง ผมว่าเกือบ ๒ เท่า เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพรัฐบาลให้ความร่วมมืออย่างดี อย่างเต็มที่ ที่จะให้การตรวจสอบครั้งนี้เป็นไปด้วยความชอบธรรม ขออย่างเดียวครับ ขอให้ใช้ข้อมูลจริง ข้อเท็จจริง ภาพจริง คลิปจริง มาแสดงเท่านั้น ขอบคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เนื่องจากมีท่านที่ลงชื่อ ยื่นเรื่องตามระเบียบของสภา เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๓ จํานวน ๑๖ ท่าน ยังค้างอยู่ ๑๖ ท่าน แล้วก็วันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๓ อีก ๔ ท่าน แล้ววันนี้อีก ๓ ท่าน ก็คงจะไม่มี เวลาปรึกษาหารือ ต้องยกยอดไปสมัยหน้าแล้วครับ ท่านเลขาธิการเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จํานวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๗๐ คน

ขณะนี้มีผู้เซ็นชื่อ ๒๔๔ ท่าน ถือว่า ครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเปิดประชุม เพราะว่าเราเสียเวลามาแล้ว ๓๐ นาทีนะครับ คุณจังหวัดหนองบัวลําภูมีอะไรล่ะ ไม่เอ่ยชื่อคุณหรอก เดี๋ยวหาเสียงให้คุณผมไม่เอา

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

ท่านประธานที่เคารพ ผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดหนองบัวลําภู ตามที่ ได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย เนื่องจากว่า มีคณะกรรมาธิการ ๑ ท่านคือนายวิเชียร ขาวขํา ขอลาออก กระผมจึงใคร่ขอเสนอ นายอนันต์ ศรีพันธุ์

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวผมเรียนถาม หนังสือลาออกอยู่ไหน

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

กําลังส่งถึงท่านครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไหน ให้เจ้าตัวเขาอยู่ที่นี่ เจ้าตัวเขาลาที่นี่เลยก็ได้

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

ถ้าเจ้าตัวมาเดี๋ยวจะไม่ทันครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าไม่เห็นหนังสือลาออก ผมอนุมัติให้ไม่ได้

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

ขอเรียนท่านประธาน ไม่อย่างนั้นมันจะช้าครับ ไม่อย่างนั้นมันจะเดินไม่ได้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาไว้ให้มันถูกต้องตาม กระบวนการแล้วค่อยแทรกเอาก็ได้

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

หนังสืออยู่ที่ ห้องท่านประธานแล้วครับ ผมขออนุญาตเลยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อยู่ที่ห้องประธานสภา

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มันยังไม่ถึง ผมไม่อนุมัติ หรอกครับ เชิญคุณวรวัจน์

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ต้องขอบพระคุณท่านประธานที่ได้กรุณาแต่งตั้งให้ผมไปเป็ น คณะกรรมการตรวจสอบวัสดุที่จะนํามาแสดงในที่ประชุม ผมต้องขออนุญาตเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับ วันนี้เป็นวันที่การตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติต่อฝ่ายบริหาร ท่านประธานได้แต่งตั้งบุคคลที่มีส่วนได้เสียคือแต่งตั้งคนจากพรรคประชาธิปัตย์มาขอดู ข้อมูลว่าฝ่ำยผู้อภิปรายมีอะไร ผมเห็นว่าเป็นการที่ไม่เหมาะสม ถ้าท่านส่งคนมาดู ก็เท่ากับท่านรู้ว่าเรามีอะไรที่จะเปิด ไม่มีประโยชน์ครับที่เราจะนําเสนอข้อมูลตัวนั้นก่อน วันนี้ผมเรียนนะครับว่าท่านนายกรัฐมนตรีเกรงกลัวมาก เกรงกลัวว่าฝ่ายค้านมีอะไร อยู่ในมือที่จะยันว่าท่านกระทําความผิดอะไร

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณวรวัจน์ เรื่องนี้ ไม่เกี่ยวกับนายกรัฐมนตรีเลย ผมโดยเฉพาะครับ ไม่เกี่ยวกับนายกรัฐมนตรีเลยครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ต้องเรียนอย่างนี้ครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

เอาคนที่ไม่มีส่วนได้เสียได้ไหมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ให้ผมพูดให้คุณฟังดีกว่า

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ขอคนไม่มีส่วนได้เสียได้ไหมครับ คือการที่ท่านประธานแต่งตั้งคนมีส่วนได้เสียเข้ามาดูนี่แต่อย่าเอาที่มันไม่เหมาะสมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณอย่าไปพูดถึงคนอื่นเขา อย่าครับ มันไม่ถูกต้องครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ขอคนที่ไม่มีส่วนได้เสียได้ไหมครับ ท่านประธาน คนที่มั่นใจว่ามาดูแล้วก็ไม่เอาไปบอกท่านนายกรัฐมนตรีก่อน อย่างคุณศิริโชค โสภา ขออนุญาต ทุกคนก็ทราบว่าเป็นวอลล์เปเปอร์ (Wallpaper) อย่างนี้ เรียกกันอย่างนี้ก็ไม่แตกต่างจากที่ท่านนายกรัฐมนตรีมาขอดูเองเลย เราขอได้ไหมครับว่า ไม่ให้คนมีส่วนได้เสียมาตรวจสอบได้ไหมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คืออย่างนี้ครับคุณวรวัจน์ ผมให้ความเป็นธรรมทุกอย่างนะครับ แล้วก่อนที่จะตั้งเรื่องนี้ขึ้นมาผมได้กราบเรียนเชิญ ท่านวิทยา บุรณศิริ ท่านวิทยา แก้วภราดัย แล้วก็ผมได้คุยกันนะครับ ได้ปรึกษาหารือกัน คุณวิทยาก็ให้จัดคนจากพรรคเพื่อไทย ๓ คน แล้วก็ทางคุณวิทยา แก้วภราดัย ก็ ๓ คน แล้วทางสภาก็ ๓ คน เพื่อตรวจสอบ ผมไม่ได้ยุ่งเลย คุณจะไปวางระบบอย่างไรก็แล้วแต่ แล้วก็เห็นว่ามันถูกต้องทั้ง ๓ ฝ่ายผมก็สบายใจตัวผม ผมพูดตรง ๆ ผมสบายใจตัวผม เพราะคุณ ๓ ฝ่ายคุณตกลงกันแล้ว เปิดเผยอย่างไรก็ได้กันทุกฝ่ายไม่เสียหายอะไร คุณจะไปภายใน ๓๐ นาที ๒๐ นาทีอะไรคุณไปตกลงกันเอง ผมไม่ได้ขัดข้องอะไรทั้งสิ้น แต่ไม่ใช่อยู่ ๆ แล้วคุณจะมาโยนเอกสารทั้งดุ้นมาให้ก่อนอภิปราย ๕ นาที ๓ นาที ประธานทําไม่ได้ กราบเรียนด้วยความเคารพอย่างนี้ ผมได้รับความร่วมมือจาก คุณวิทยาทั้ง ๒ วิทยา ผมก็สบายใจ แล้วก็เห็นเหตุการณ์ แล้วก็ฟังจากข่าวนะครับว่า คนนี้ลาออกคนนั้นลาออก ไม่ต้องลาออกหรอกครับพรุ่งนี้ก็หมดอํานาจหน้าที่แล้ว

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ก็ต้องขอบคุณท่านประธานนะครับ แต่ผมจะขอท่านประธานอย่างนี้ครับว่า คือวันนี้ทางคณะกรรมการที่ตั้งมานี้นะครับ พรรคประชาธิปัตย์ยื่นคําขาดว่าต้อง ๓ ชั่วโมง แล้วก็บอกว่าวันนี้ถ้าหากว่าแม้แต่เป็นภาพชอร์ต (Short) เดียวนี่ไม่มีการตัดต่อเลย เราก็บอกว่าขอให้ทางเจ้าหน้าที่ดูฝ่ายเดียวได้ไหม คณะกรรมการไม่ต้องมาขอดูได้ไหม พรรคประชาธิปัตย์ไม่ควรจะมาขอดูในสิ่งเหล่านี้เลย ถ้าเช่นนั้นผมเรียนนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรียกเลิกการสอบเอนทรานซ์ (Entrance) เลยครับ ถ้าเด็กที่มาสอบ เอนทรานซ์ขอดูข้อสอบได้นี่นะครับ การสอบเอนทรานซ์ไม่มีประโยชน์เลยครับ วันนี้ คือการสอบของท่านว่าท่านจะสอบสภาผ่านหรือไม่ผ่าน ท่านมาขอดูข้อสอบก่อน มันขาดซึ่งจริยธรรมอย่างรุนแรง อย่างนั้นเด็กทั่วทั้งประเทศจะเอาตรงนี้เป็นแบบอย่างว่า คุณครูออกข้อสอบมาแล้วต้องไปสอบ ขอดูข้อสอบก่อนได้ไหม ไปต่อรองกันอย่างนี้ มันได้อย่างไรครับ แล้วมาบังคับนะครับ อ้างท่านประธานนะครับ ถ้าไม่ ๓ ชั่วโมง ไปให้กรรมการดูนี่เปิดไม่ได้แล้วนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เสียเวลาแล้วครับ ผมงดแล้วนะครับ หยุดปรึกษาหารือแล้วครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานครับ เรื่องนี้เป็นมาตรฐาน ของสภาผู้แทนราษฎรและเป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมจะดําเนินการ ตามข้อบังคับต่อไปนะครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ไม่ควรที่จะละเมิดสิทธิกัน ท่านนายกรัฐมนตรีจะยกเลิกหรือไม่ครับ ไม่ส่งพรรคประชาธิปัตย์เข้ามา ไม่ส่ง ผู้มีส่วนได้เสีย ผมไม่อยากรู้ของทางรัฐบาล รัฐบาลก็อย่ามาอยากรู้ของผม ขออนุญาต ท่านประธานด้วยครับ ขอเป็นเจ้าหน้าที่ของสภาได้ไหมครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอแล้วคุณวรวัจน์ครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ขอเป็นเจ้าหน้าที่ของสภาได้ไหมครับ อย่าให้ผู้มีส่วนได้เสียมาขอดูข้อสอบกัน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือผมตั้งไปแล้วครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ตั้งมาแล้ว ผมก็ต่อรองกรรมการ พรรคประชาธิปัตย์ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านไม่ทําก็เรื่องของท่าน

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

กรรมการผู้มีส่วนได้เสียไม่ต้องดูครับ ให้เจ้าหน้าที่สภาเป็นผู้ดูฝ่ำยเดียว ผมไม่ขอดูของรัฐบาล รัฐบาลอย่ามาดูของผม ขอได้ไหมครับ หรือไม่อย่างนั้นเอาพรรคชาติไทยก็ได้ครับ ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ไว้ใจ พรรคชาติไทยให้พรรคชาติไทยมาดูก็ได้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ทุกคนนั่งลงก่อน ผมจะชี้แจงครับ คือตอนนี้ผมคิดว่าการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นเป็นสิทธิของ ฝ่ายค้านได้ยื่นถูกต้อง แล้วผมก็คิดว่าเราจะสร้างความปรองดองสมานฉันท์กัน ผมคิด ในรูปส่วนตัวของผมในรูปอย่างนั้น ผมคิดอะไรที่เป็นไปได้ เข้าใจกันได้ ดําเนินกันได้ ในสิ่งที่เป็ นความจริงต่อสภา ทุกคนก็ต้องเปิ ดโอกาสครับ ผมคิดอย่างนั้นจึงได้ ตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมา ผมไม่นึกไม่ฝันว่าเพื่อนสมาชิกของผมหลายท่านคือ ท่านไม่ร่วมมือแล้วท่านยังสร้างปัญหาอีก ผมจึงคิดว่าเมื่อท่านดําเนินการอย่างนี้ เมื่อท่านต้องการให้คนกลาง ได้ครับ ไม่ยาก ส่งมาถึงผม ผมตรวจสอบไม่ได้เพราะเวลา มันกระชั้นชิด ผมจะไม่อนุมัติ เพราะให้สิทธิพวกท่านอยู่แล้ว พวกท่านไม่เอากัน ผมก็ไม่รู้ จะทําอย่างไร ผมก็ถือว่าผมให้เกียรติเพื่อนสมาชิกสภาแห่งนี้ด้วยความเคารพครับ

(นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ได้ยืนและยกมือขึ้น )

คุณวิชาญนั่งลงก่อน ผมยังพูดไม่จบ คุณประท้วงหรือ ผมยังไม่อนุญาตตอนนี้ คุณนั่งลงก่อนสิ สูงอยู่แล้ว ประท้วงก็ยิ่งสูงไปอีก กระผมก็เรียนด้วยความเคารพทุกฝ่ายนะครับ ส่วนที่ผมตั้งไปแล้ว ๙ คน ถ้ายังเหลือเกินครึ่งก็ทําหน้าที่ต่อไป ถ้าขาดเกินครึ่ง ก็ถือว่าคําสั่งของผมโมฆะ ผมก็ถืออย่างนี้ที่จะเรียนให้ที่ประชุมทราบ เพื่อการออมชอมของการประชุมอภิปราย ไม่ไว้วางใจคราวนี้ ผมไม่อนุญาตให้ใครแล้ว คุณวิชาญประท้วง คุณวรวัจน์นั่งลง วันนี้ ผมจะต้องใช้ข้อบังคับโดยเด็ดขาด เชิญครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องให้ท่านประธานถอนคําว่าตั้งคณะกรรมการคือพวกผม รวมถึงผมด้วย ตั้งไปแล้วยังไปก่อให้เกิดปัญหา ไม่ทําหน้าที่ ท่านต้องถอนนะครับ ท่านถอนตรงนี้ก่อนครับ แล้วเดี๋ยวผมจะบอกว่าเพราะอะไร ท่านถอนก่อนครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมไม่ถอนครับ ผมไม่ถอน

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ เมื่อกี้นี้ ท่านประธานพูดว่าคนที่ท่านประธานตั้งให้ไปทํางานแต่ไปสร้างปัญหา ท่านประธานพูด อย่างนี้ไม่ได้ครับ ท่านต้องฟังพวกผมก่อน ที่ผมลาออก ๒ ท่าน กับท่านชลน่านมันมี เหตุผลครับ มันมีเหตุผลของมัน ถ้าท่านไม่ถอนท่านก็กล่าวหาพวกผมว่าไปสร้างปัญหา ท่านประธานเองสร้างปัญหา ผมพูดอย่างนี้ ท่านประธานเป็นคนสร้างปัญหาให้กับสภา แห่งนี้ เป็นหน้าที่ของท่านประธาน ท่านประธานมีข้อบังคับการประชุม ท่านเคยทํางาน อย่างไร ท่านทําอย่างนั้นสิครับ วันนี้รู้ว่าจะอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็ นหน้าที่ของ ท่านประธานที่จะต้องตรวจสอบเอกสารพร้อมทั้งสื่อต่าง ๆ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ประท้วงพอหรือยัง

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ผมประท้วงนี่ท่านประธาน ฟังสิครับ แล้วผมขอให้ท่านประธานถอน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณว่าคุณประท้วง ที่คุณ ประท้วงผมนี่พอหรือยัง

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ยังครับท่านประธาน ผมกําลังที่จะกล่าวต่อไปครับ ท่านประธานบอกว่าผมตัวสูงยืนแล้วสง่าไหมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ดีครับ สูงชะลูดตูดปอด

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ตูดไม่ปอดหรอกครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ ผมไม่ได้มาพูดเพื่อที่จะเล่น พูดเล่นในสภาไม่ได้นะครับ แล้วผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่เคยพูดเล่น ยกเว้นท่านประธานชอบพูดเล่นมาทางผมก่อน ผมก็เลยต้องใช้วาจาพูดกับท่านประธานเหมือนกัน ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้ มีการประชุมเป็นวันอาทิตย์ พวกผมก็เข้าไปประชุม ทําหน้าที่ตามที่ท่านประธานแต่งตั้งไป แต่เมื่อประชุมกันแล้ว ๒-๓ ชั่วโมง จนกระทั่งออกมาปรากฏว่ารับไม่ได้ครับ ท่านถาม หรือเปล่าครับ ฝ่ายรัฐบาลตั้งข้อกําหนดขึ้นมาบอกว่าจะใช้เวลา ๕ ชั่วโมง พวกผมก็บอกว่า รับไม่ได้ ๕ ชั่วโมง ลงมาเหลือ ๓ ชั่วโมง สุดท้ายผมบอกว่าถ้า ๒ ชั่วโมงผมจะไปคุยกับ เพื่อนสมาชิกในซีกผมก่อน แต่ท่านศิริโชค ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านบอกว่า เฮ้ย ต่อกัน เหมือนต่อผักปลาเลย ผมบอกว่าเกณฑ์ตรงนี้ไม่มีใครตั้งนะ ประธานตั้ง แล้วประธาน กําลังจะเอาปัญหาของประธานเองในสภามาโยนให้พวกเราซึ่งเป็ นตัวที่จะต้อง โดนกล่าวหา โดนด่า โดยเพื่อนสมาชิก แต่คนที่จะถูกด่ามากที่สุดคือพวกผม ๓ คน เพราะเพื่อนสมาชิกเองเคยส่งเอกสารต่าง ๆ ผ่านไปยังประธาน ท่านประธานก็ตั้ง ข้าราชการมาตรวจสอบ เราเชื่อครับว่าพวกเขาเหล่านั้นไม่ได้ได้เสียกับพวกเราในฐานะ นักการเมือง แต่วันนี้ท่านประธานไปจูงพวกเรามาเล่นกัน เราก็ตั้งข้อสังเกตตั้งแต่แรกแล้ว บอกว่าเราตั้งเงื่อนไขไว้เถอะครับ เงื่อนไขนี่พิมพ์ออกมา ท่านประธานทราบไหมครับว่า เราคิดกันแล้วก็ตั้งมาจากที่มีเกณฑ์ออกมา เดี๋ยวผมจะอ่านให้ท่านประธานฟัง ขออนุญาตนะครับ

๑. หลักเกณฑ์ที่เป็ นแนวทางปฏิบัติของสํานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

๑.๑ ข้อมูลเชิงวิชาการ เช่น เอกสารวิชาการ แผนที่ แผ่นภาพ ตาราง

๑.๒ ข้อมูลที่เคยเปิดเผยต่อสาธารณชนหรือสื่อสารมวลชนต่าง ๆ

๑.๓ ข้อมูลที่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องที่สภากําลังพิจารณา

๑.๔ ข้อมูลที่มีความเหมาะสม ชัดเจน เช่น ไม่ขัดต่อความสงบ เรียบร้อย ไม่เป็นข้อที่ขัดต่อศีลธรรม จริยธรรม ไม่เป็นข้อมูลที่พาดพิงสถาบัน ไม่เป็น ข้อมูลที่ทําให้บุคคลภายนอกเสียหาย

๒. พิจารณาเฉพาะภาพถ่าย คลิป โดยเจ้าหน้าที่ส่งต่อคณะกรรมการ เราตัดออก ๒ ข้อครับ เหลือแต่

๒.๓ ต้องไม่เป็นภาพที่อุจาด ลามก และหวาดเสียว โดยคํานึงถึง ศีลธรรมอันดีงามของประชาชน

๒.๔ เสนอก่อนอภิปรายไม่น้อยกว่า ๓ ชั่วโมง

ท่านประธานครับ ตรงนี้ละครับที่เราพิจารณาที่เหลืออยู่ แต่มันติดอยู่ นิดหนึ่งว่าทั้งหมดนี้เราอยากจะให้ข้าราชการซึ่งไม่ได้ได้เสียเป็นคนทํา ส่วนที่ ๒ ก็คือ ในเรื่องเวลา ๓ ชั่วโมงเสนอก่อนเวลา ท่านประธานวิรัตน์อยู่ ๆ ก็ไปบอกว่าเอาตามนี้ พวกผมเดินออกมายังงง ไปแถลงอย่างนี้ได้อย่างไร ผมบอกให้บันทึกไว้ ไม่เชื่อไปถาม ข้าราชการที่อยู่ในเหตุการณ์การประชุมสิครับว่ามีการบันทึกไว้หรือเปล่า แล้วผม ๒ คน ก็ยื่นใบลาออกไว้บอกว่ามันรับไม่ได้หรอกครับเรื่องดังกล่าว ถ้าจะรับได้มันคงจะต้องกลับไปพูดกันว่าส่วนนี้เอาคน ๒ ฝ่าย ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล มานั่งทะเลาะกัน แล้วทะเลาะกันแล้วคนที่กําลังเตรียมการอภิปรายเขาจะไปยื่นที่ไหน เมื่อกี้ท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ท่านเองเอาเอกสารมาถามผมบอกไปยื่นที่ไหน ผมบอกก็ไปยื่นตามปกติไปยื่นที่เลขาธิการสภา ซึ่งเขาเองเป็นฝ่ายรับเรื่อง แต่ผมถามว่า วันนี้ท่านประธานเองบอกว่าพวกผมสร้างปัญหา ผมสร้างปัญหาอะไร ผมถามท่านประธาน ท่านเองต่างหากไปสร้างปัญหา เพราะท่านเองนี่รู้อยู่แล้วว่าจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หลายคนบอกว่าถ้าฝ่ายค้านเอาเอกสาร คลิปต่าง ๆ ซึ่งเป็นสาระสําคัญที่สุดในการอภิปราย ก็บอกว่าต้องมีการตรวจสอบ แล้วคนตรวจสอบมีวอลล์เปเปอร์อยู่ ขออนุญาตท่านศิริโชค เขาบอกเองบอกว่าสิ่งหนึ่งที่จะต้องทํามีอะไรที่เขาพูดในส่วนของกรรมการ เขาบอกว่า อาจจะต้องถามกลับเอาคลิปที่พูดว่าใครมีที่ดินอย่างโน้นอย่างนี้มากที่สุด แล้วไปพูด ในที่ประชุมกรรมการ แล้วบอกตั้งเงื่อนอย่างโน้นอย่างนี้เป็นการพูดออกมาในลักษณะว่า ถ้าคุณมีข้อมูลอย่างนี้นะ ผมเองก็จะเอาข้อมูลอย่างนี้มาโต้ตอบ กลายเป็นอะไรครับ ท่านประธาน กลายเป็นรัฐบาลจะอภิปรายฝ่ำยค้านหรืออย่างไรครับ ท่านประธาน ท่านต้องถอน เพราะว่าพวกผมเองไม่ได้สร้างปัญหา แต่ผมกําลังบอกว่าท่านประธาน สร้างปัญหาให้กับสภาแห่งนี้ถ้าท่านใช้มาตรฐานอย่างที่เคยทํานี่

(นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วงครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

วันนี้ไม่ต้องทะเลาะกันหรอกครับ วันนี้ไม่ต้องมีปัญหา แล้วผมเรียนด้วยความเคารพสภาแห่งนี้ ถ้าเราสร้างมาตรฐาน อย่างที่ท่านประธานกําลังทําให้ ต่อไปอนาคตสภาแห่งนี้ก็จะบอกว่าสมัยท่านประธานชัย ทําแบบนี้ เราก็ต้องตั้งแบบนี้ แล้วตั้งแบบนี้มันก็จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ทะเลาะกันไม่จบ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วง

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

อ้าว ผมยังพูดไม่จบ ผมประท้วงอยู่

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็นี่เขาประท้วง

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานขอ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณประท้วงใคร ประท้วงผม หรือประท้วงใคร

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ขออนุญาตท่านประธาน เอาแค่นี้ แต่ขอให้ประธานวินิจฉัยเสียเถอะครับ แล้วเอาอํานาจกลับไปให้ท่านประธาน แล้วส่งตามปกติ ส่งเจ้าหน้าที่ไม่ใช่บอกท่านประธานตกลงไม่ให้เปิดคลิปเลย อันนี้ ท่านประธานเองก็ตัดการทํางานของสภาและเพื่อนสมาชิก เป็นความผิดนะครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วงครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ประท้วงอะไรครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี พรรคประชาธิปัตย์ กทม. ครับ ท่านวิชาญพูดไม่ตรงกับ ความเป็นจริงครับ ท่านประธานไม่ได้สร้างปัญหาให้กับสภาแห่งนี้โดยตั้งคณะกรรมการ ชุดนี้ เป็นการตกลงโดยวิปทั้ง ๒ ฝ่าย วิปวิทยา ๒ ฝ่ายละครับ ทั้งคู่เป็นคนตกลงกัน แล้วท่านจะมาบิดพลิ้วได้อย่างไรครับ ประการต่อมารัฐบาลส่งคลิปสถานการณ์ทั้งหมด เมื่อวานนี้ แต่กลับกันเมื่อวานนี้ฝ่ายค้านไม่ได้ส่งครับ แล้วเมื่อท่านดูของแล้วท่านจะลักไก่ หรือครับ ท่านประธานครับ ผมว่าคณะกรรมการชุดนี้ตั้งขึ้นมาถูกต้องแล้วที่ต้องเดินต่อไป

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณศิริโชค พาดพิงใช่ไหม

นายศิริโชค โสภา สงขลา

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ขอใช้สิทธิในฐานะที่เป็น กรรมการแล้วก็ถูกพาดพิง ๒ ครั้ง ผมก็รู้สึกเศร้าใจ เพราะว่าคุณวรวัจน์นี่เวลาอยู่ใน ที่ประชุมของกรรมการก็พูดอย่างหนึ่ง พอออกมาในที่ประชุมสภาก็พูดอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่แปลก ท่านประธานสังเกตไหมว่าใน ๒ คนที่ลาออกนี่ก็คือคุณวิชาญกับ หมอชลน่าน แต่คุณวรวัจน์นี่ไม่ได้ลาออกแล้วคุณวรวัจน์ก็ยอมรับในกฎกติกาว่าก็ต้องมี การตรวจคลิป แล้วคุณวรวัจน์ก็ยอมรับในที่ประชุมว่าคลิปและภาพถ่ายที่จะนํามาแสดง ในสภาแห่งนี้เป็นคลิปแล้วก็มีภาพถ่ายที่มีอยู่ในยูทูบ (YouTube) ทั้งนั้น เพราะฉะนั้น มันไม่ได้เป็นเรื่องที่เป็นความลับเลย เพราะฉะนั้นการที่ไปกล่าวหาว่าพรรคประชาธิปัตย์ ต้องการที่จะล้วงความลับจากฝ่ายค้านนี่ก็ไม่เป็นความจริงเลย ผมก็ยกตัวอย่างให้ คุณวรวัจน์ได้เห็นว่าที่ผ่านมาเราได้รับบทเรียนแสนสาหัส เอาคลิปเสียงของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีมาตัดต่อเสร็จแล้วก็พยายามนํามาอภิปรายในสภา ทั้ง ๆ ที่ หน่วยงานที่เขาตรวจสอบเรื่องนี้เขาก็ยืนยันมา ไม่ว่าจะเป็นกองพิสูจน์หลักฐานหรือแม้แต่ ของคุณหญิงพรทิพย์เองก็ยืนยันชัดเจนว่ามีการตัดต่อถึง ๖๐-๗๐ ครั้ง แต่ก็ยังไม่ยอมครับ เอามาใช้ในการอภิปราย แล้วสุดท้ายก็ถูกลากเอาไปใช้ในเวทีปราศรัยของคนเสื้อแดง ปลุกระดมปลุกเร้าให้ชาวบ้านเกลียดชังรัฐบาลจนเป็นเหตุให้เกิดความรุนแรงขึ้น เพราะฉะนั้นการที่ท่านประธานตั้งกรรมการคณะนี้มาผมก็คิดว่ามันเหมาะสมแล้ว แล้วทุกคนก็ควรจะอยู่ภายใต้กรอบกติกา เดิมเราเสนอว่า ๘ ชั่วโมง ทางฝ่ำยค้าน ก็ต่อรองว่าเหลือสัก ๕ ชั่วโมง พอจาก ๕ ชั่วโมงก็ต่อรองเหลือ ๓ ชั่วโมง คุณวรวัจน์เอง ตอนอยู่ในที่ประชุมก็อาการดีครับ อาการแบบมีเหตุมีผล แต่พอกลับไปที่พรรคเพื่อไทย ไม่ทราบไปกินยาดีมาจากไหนครับ วันนี้ออกมาซัดปาว ปาว ปาว อย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนคุณวรวัจน์ด้วยความเคารพนะครับว่าขอให้ท่านยึดในสิ่งที่ ท่านพูดในที่ประชุมเถอะครับ ออกมาในที่ประชุมสภานี้แสดงอีกอย่างหนึ่งทําให้ผมมี ความรู้สึกวิตกกังวลกับมาตรฐานของท่านจริง ๆ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สภายินดีต้อนรับ ยุวชน กทม. รักษ์โลก รักษ์พลังงาน ด้วยความยินดียิ่งทุกท่าน

ผมขอปิดเรื่องการปรึกษาทั้งหมด คุณวิเชียรมีอะไร

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิเชียร ขาวขํา ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าผมขอลาออกจากการเป็น คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ที่ประชุมอนุมัติไหมครับ คงต้องถามที่ประชุมเพราะว่าที่ประชุมเป็นคนตั้ง ท่านผู้ใดเห็นว่าควรให้คุณวิเชียรลาออก ตามที่เขาลาออกจากคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔

(มีสมาชิกยกมือเป็นส่วนมาก)

มีผู้เห็นด้วย ใครไม่เห็นด้วย มีไหมครับ

(มีสมาชิกยกมือเป็นส่วนน้อย)

มีอยู่คนเดียวครับ ก็ถือว่า ลาออกนะครับ แล้วตั้งใคร เชิญ จะเข้าสู่วาระแล้วครับ

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดหนองบัวลําภู ใคร่ขอตั้ง นายอนันต์ ศรีพันธุ์ เป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ แทนนายวิเชียร ขาวขํา ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)

ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้อง มีท่านผู้ใดมีความเห็นเป็นอย่างอื่น มีไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ไม่มีนะครับ ก็ถือว่า ลาออกแล้วตั้งใหม่ เพื่อไม่ให้เสียเวลากระผมขอเข้าสู่ระเบียบวาระเลยครับ

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม

รับทราบเรื่อง การถ่ายทอดการประชุมทางสถานีวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์

ด้วยในการประชุมเพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติ ไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลในวันนี้ นอกจากจะมีการถ่ายทอด ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงรัฐสภา ตามปกติแล้ว ผมได้อนุญาตให้มีการถ่ายทอดทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑ วรรคสอง จนเสร็จสิ้นการประชุม

(ที่ประชุมรับทราบ)

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มีนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มีนะครับ

ต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องด่วน

๑. ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี (ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง กับคณะ จํานวน ๑๘๔ คน เป็นผู้เสนอ)

๒. ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล (ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง กับคณะ จํานวน ๑๕๘ คน เป็นผู้เสนอ)

เนื่องจากผู้เสนอได้ขอนําญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีเป็นรายบุคคลรวมพิจารณาในคราวเดียวกัน ผมจึงขอปรึกษาที่ประชุมว่าจะนํา ญัตติทั้ง ๒ ฉบับพิจารณารวมกัน จะมีผู้ใดขัดข้องหรือไม่

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าไม่มีผมถือว่าที่ประชุม เห็นชอบ ผมขอดําเนินการตามนี้นะครับ เชิญ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ คงมีเรื่องต้องสอบถามท่านประธานแล้วละครับ อย่างนี้ครับ การยื่นญัตติขอเปิ ด อภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรี ข้อกล่าวหาก็ระบุมาชัดครับ ๑๒ เรื่อง แต่ว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๘ ในกรณีที่จะมีการเสนอญัตติขอเปิ ด อภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีจะต้องมีการยื่นถอดถอนด้วยนะครับ พอมาดูเรื่องของการยื่นถอดถอน ฝ่ายค้านก็ได้ยื่นต่อวุฒิสภาถอดถอน ๒ เรื่องด้วยกันก็คือ

เรื่องที่ ๑ ทุจริตในเรื่องรถไฟฟ้ำสายสีม่วง

เรื่องที่ ๒ คือเรื่องของการตั้งผู้บัญชาการสํานักงานตํารวจแห่งชาติ

แต่ว่าเรื่องของสถานการณ์การชุมนุมที่ได้ระบุมาในการอภิปรายครั้งนี้ ไม่ได้อยู่ในรายการการยื่นถอดถอน เพราะถ้าบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีเป็นผลทําให้ ประชาชนตายนี่นะครับท่านประธาน มันเป็นการฝ่ำฝื นกฎหมาย ดังนั้นการที่ไม่ได้ ยื่นถอดถอนท่านนายกรัฐมนตรีในประเด็นสถานการณ์การชุมนุม ต้องถามท่านประธาน แล้วละครับว่าญัตติในการขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจครั้งนี้สามารถ ดําเนินต่อไปได้หรือไม่ในประเด็นนี้ครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ได้ครับ คืออย่าถ่วงเวลา เลยครับ มันได้แล้วจึงได้เข้าสู่ระเบียบวาระในการพิจารณา ไม่ต้องหรอกครับ เสียเวลา ผมถามที่ประชุมมีท่านผู้ใดขัดข้องไหมครับ รวมทั้ง ๒ เรื่อง

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ไม่มีนะครับ ถือว่า ที่ประชุมรวมกันทั้ง ๒ เรื่องเป็นเรื่องเดียวกันนะครับ

ต่อไปเชิญคนที่อภิปรายคนแรกคุณวิทยา บุรณศิริ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ขออนุญาตท่านประธาน ผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกพรรคเพื่อไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนที่จะนําประเด็น การอภิปรายสู่การพิจารณาให้เพื่อนสมาชิกได้รับทราบถึงรายละเอียด ผมขออนุญาต ใช้เวลานิดเดียวต่อคําชี้แจงในสิ่งที่ท่านประธานและสมาชิกได้พาดพิงถึงการปฏิบัติหน้าที่ เพราะว่าเป็นการถ่ายทอดสด

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าเรื่องควรจะเลิก ได้แล้วครับ เอาเรื่องที่จะอภิปรายดีกว่าครับท่านวิทยา

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา 🔗

ผมเข้าใจ แต่ต้องชี้แจง ข้อเท็จจริงก่อนนะครับว่าผมยกมือท่านประธานก็ไม่เรียก แต่ก่อนทําหน้าที่ผมชี้แจงในกรณี ถูกพาดพิงว่าเจตนาของกระผมและท่านวิทยา แก้วภราดัย เป็นไปตามที่ท่านประธาน อยากจะเห็นการทําหน้าที่ของฝ่ำยนิติบัญญัติ แต่ด้วยเงื่อนไขและรายละเอียดนั้น ไม่พ้นความรับผิดชอบของท่านประธาน อยู่ที่คณะกรรมการได้กําหนดให้ท่านประธาน จึงขออนุญาตนําเรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้ว่าคณะกรรมการที่จะตรวจสอบหลักฐาน อะไรต่าง ๆ นั้นเป็นสิทธิของท่านประธานโดยตรง แต่ท่านประธานมอบให้คณะกรรมการ ได้ช่วย อันนั้นถือเป็นหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย แต่อย่างไรก็แล้วแต่ก็อยู่ที่ความรับผิดชอบ ของท่านประธาน จึงกราบเรียนต่อที่ประชุมเพื่อทราบ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผมและสมาชิกได้เสนอญัตติ ขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี พร้อมนี้ได้แนบรายชื่อ ผู้เสนอญัตติ คําร้องขอถอดถอนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกจากตําแหน่งนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในฐานะ หัวหน้ารัฐบาลได้บริหารราชการแผ่นดินโดยไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ขาดความรู้ความสามารถ มีพฤติกรรมส่อว่า จงใจที่ไม่ดําเนินการตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และนโยบาย ที่ได้แถลงไว้ กํากับ ควบคุม ดูแล การบริหารราชการแผ่นดินโดยไร้ประสิทธิภาพ มีส่วนรู้เห็น และปล่อยปละละเลยให้รัฐมนตรีร่วมรัฐบาลมีการทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) แสวงหา ประโยชน์จากงบประมาณแผ่นดินอย่างกว้างขวาง เป็นไปในลักษณะละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบ มีการกําหนดนโยบายเพื่อการทุจริตและแสวงหาประโยชน์ในลักษณะ ของการทุจริตเชิงนโยบาย ตลอดจนไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามแผนการบริหารราชการแผ่นดิน แผนการตรากฎหมายที่ได้จัดทําไว้ตามที่รัฐธรรมนูญกําหนด การบริหารราชการแผ่นดิน ไม่เป็ นไปตามหลักนิติธรรม มีการเลือกปฏิบัติไม่มีความเสมอภาค ใช้อํานาจรัฐ โดยไม่คํานึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิและเสรีภาพ ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ถือเป็นการกระทําที่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ กระทําการจํากัดสิทธิและเสรีภาพ ของบุคคลที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้โดยเกินความจําเป็น จนกระทั่งกระทบกระเทือน สาระสําคัญแห่งสิทธิและเสรีภาพ มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง โดยการสั่งให้ ทหารใช้อาวุธสงครามทุกชนิดเข้าทําการปราบปรามประชาชนหลายครั้งหลายคราว เป็นเหตุให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิต ร่างกาย ของพี่น้องประชาชนจํานวนมาก ถือเป็น การไม่คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคลให้พ้นจากการล่วงละเมิดทั้งโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ และโดยบุคคลอื่น ในทางตรงกันข้ามกลับใช้อํานาจหน้าที่ของรัฐล่วงละเมิดสิทธิ และเสรีภาพของบุคคลเสียเองกระทําการสร้างความแตกแยกในสังคมให้ขยายวงกว้างขึ้น โดยกระทําการกลั่นแกล้ง ใส่ร้ายป้ำยสี ให้ประชาชนที่ชุมนุมโดยสงบตกเป็นผู้ต้องหา ในคดีอาญาฐานผู้ก่อการร้ายและอื่น ๆ โดยไม่เป็นธรรม นอกจากนั้นยังกลั่นแกล้งประชาชน ผู้สุจริตไม่ให้ทําธุรกรรมในสถาบันการเงิน โดยกล่าวหาเป็นผู้สนับสนุนผู้ก่อการร้าย แต่ละเลยและละเว้นการปฏิบัติที่จะดําเนินคดีกับประชาชนอีกกลุ่มหนึ่งที่กระทําผิดกฎหมาย โดยการยึดสนามบินนานาชาติและยึดทําเนียบรัฐบาล เป็นต้น ถือว่าเป็นการไม่อํานวย ความยุติธรรมแก่ประชาชนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่สามารถดูแลความมั่นคงความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ไม่ปฏิบัติต่อบุคคลที่มีรัฐธรรมนูญคุ้มครองในเรื่อง สิทธิในกระบวนการยุติธรรม สิทธิในทรัพย์สิน สิทธิและเสรีภาพในการประกอบอาชีพ เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคลและสื่อมวลชน และสิทธิในข้อมูลข่าวสาร และการร้องเรียน กระทําการจํากัดเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ ตามที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ โดยการออกกฎหมายจํากัดสิทธิในการชุมนุมของประชาชน กระทําการจงใจฝ่าฝืนไม่ดําเนินการตามแนวนโยบายด้านกฎหมายและการยุติธรรม โดยไม่ปฏิบัติและบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างถูกต้อง เป็นธรรม ขาดหลักธรรม จริยธรรม และหลักธรรมาภิบาล ตามหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี มีปัญหามาตรฐานทางจริยธรรมและคุณธรรมตํ่า บกพร่องและร้ายแรง แนวนโยบาย การบริหารราชการแผ่นดินด้านการต่างประเทศและด้านเศรษฐกิจล้มเหลวไม่เป็นไปตาม รัฐธรรมนูญ แผนการบริหารราชการแผ่นดินและแผนตรากฎหมาย ขาดไร้วินัยการเงิน การคลัง มีการก่อหนี้ของรัฐโดยไม่ชอบ อีกทั้งไม่ดําเนินการในเรื่องที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมจนเป็นภัยพิบัติของประเทศ และขัดขวางต่อการพัฒนาอุตสาหกรรม ของประเทศ ดังนั้นหากจะให้บริหารราชการแผ่นดินอีกต่อไปจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติ ในทุกด้าน และจะทําให้ประเทศเข้าสู่ภาวะวิกฤติซึ่งจะนํามาซึ่งความเสียหายแก่ประเทศชาติ อย่างร้ายแรงจนยากที่จะเยียวยาแก้ไขได้ โดยมีพฤติการณ์แห่งการกระทําดังนี้

๑. กําหนดนโยบายบริหารราชการแผ่นดินเพื่อมุ่งแสวงหาประโยชน์ ให้กับตนเองและพวกพ้อง ส่งผลให้เกิดการทุจริตเชิงนโยบายอย่างเป็ นรูปธรรม และปล่อยปละละเลยรู้เห็นเป็นใจให้รัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีทุจริตคอร์รัปชัน แสวงหา ประโยชน์จากงบประมาณแผ่นดินผ่านนโยบายจากโครงการต่าง ๆ ส่งผลให้มีการทุจริต ของรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างกว้างขวาง เช่น ทุจริตในโครงการไทยเข้มแข็ง ทุจริตในโครงการชุมชนพอเพียง ทุจริตจัดซื้ออาวุธในกองทัพ และทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง ในหลายกระทรวง ทบวง กรม เช่นกระทรวงคมนาคมมีการทุจริตโครงการรถไฟฟ้ำสายสีม่วง

๒. ละเมิดสิทธิมนุษยชนและกฎหมายอย่างร้ายแรง ไม่บังคับการ ให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบ ข้อบังคับ โดยสุจริต เลือกปฏิบัติเกินความจําเป็น และความเหมาะสมแก่สถานการณ์ต่อประชาชนผู้ชุมนุม ด้วยการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหาร ใช้อาวุธสงครามเข้าปราบปรามประชาชนที่ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยโดยไม่เป็นไปตาม หลักมาตรฐานสากล ทําให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจํานวนมาก นับแต่เดือนเมษายน ๒๕๕๓ จนถึงเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๓ ทั้ง ๆ ที่ประชาชนดังกล่าวมาชุมนุมเรียกร้อง ตามกลไกในระบอบประชาธิปไตย โดยมีเป้ำหมายทางการเมืองที่ชัดแจ้งคือการยุบสภา เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องที่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะอํานาจอธิปไตย เป็นของปวงชนชาวไทยเนื่องจากเห็นว่าที่มาของรัฐบาลไม่ชอบธรรม เห็นควรคืนอํานาจ ให้แก่ประชาชน แต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลกลับให้ “หีบศพ” กับประชาชนร่วมร้อยศพ และบาดเจ็บทุพพลภาพจํานวนมากอย่างที่รัฐบาลพลเรือน ของประเทศไทยและในต่างประเทศไม่เคยทําเช่นนี้กับประชาชนมาก่อน

๓. ลุแก่อํานาจด้วยการบังคับใช้กฎหมายเพื่อเป็นเครื่องมือทางการเมือง ของตนเองโดยไม่สุจริตและเลือกปฏิบัติ เช่น การประกาศใช้พระราชบัญญัติการรักษา ความมั่นคงภายในราชอาณาจักรและพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยไม่มีเหตุและเงื่อนไขทางกฎหมาย ถือเป็นการออกคําสั่งและประกาศที่ละเมิด สิทธิและเสรีภาพของบุคคลอย่างร้ายแรง

๔. ปกปิดความผิดของตนเองและพวกพ้อง โดยหลีกเลี่ยงที่จะปฏิบัติตาม ขั้นตอนของกฎหมายเพื่อช่วยให้ตนเองและพวกพ้องพ้นจากความผิด จากกรณีการนํา เหตุการณ์สลายการชุมนุมเข้าเป็นคดีพิเศษ โดยโยนความรับผิดชอบไปให้บุคคลอื่น และไม่ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๐

๕. บังคับใช้กฎหมายโดยเลือกปฏิบัติเป็น ๒ มาตรฐาน เพื่อมุ่งช่วยเหลือ พวกพ้องตนเองและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายเพื่อนําตัวผู้กระทําความผิด มาลงโทษ

๖. ครอบงํา แทรกแซง การปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชน ใช้สื่อของรัฐ เป็นเครื่องมือเพื่อทําลายฝ่ายที่มีความคิดเห็นแตกต่างและตรงกันข้ามกับรัฐบาล และปิดกั้น การรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน ด้วยสั่งการปิดสถานีโทรทัศน์ วิทยุชุมชน เว็บไซต์ (Web site) ที่เห็นแตกต่างจากรัฐบาล ขณะที่ปล่อยให้สื่อมวลชนอีกฝ่ายออกมาโจมตี ฝ่ายตรงข้ามอย่างรุนแรงส่งผลให้ความขัดแย้งของประชาชนขยายวงกว้าง

๗. ใช้อํานาจหน้าที่แทรกแซงการแต่งตั้งข้าราชการ ปล่อยให้นักการเมือง และข้าราชการระดับสูงแสวงหาประโยชน์จากการแต่งตั้งข้าราชการในหลายกระทรวง ทบวง กรม อีกทั้งแทรกแซงและกระทําผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีแต่งตั้ง ผู้บัญชาการสํานักงานตํารวจแห่งชาติตามพระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๗

๘. ไร้ประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ การบริหารงาน ด้านเศรษฐกิจไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามการบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๕๒-๒๕๕๔ และการกู้เงินเพื่อนํามาแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ เป็นการละเว้น หลีกเลี่ยง ละเลย ไม่ปฏิบัติตามแผนนิติบัญญัติ พ.ศ. ๒๕๕๒-๒๕๕๔ เป็นการบริหารโดยไร้ทิศทาง และยุทธศาสตร์ที่ได้แถลงไว้ในแผนดังกล่าว จะฟื้นฟูเศรษฐกิจให้ขยายตัวอย่างยั่งยืน และบรรเทาผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจที่ประชาชนประสบ แต่รัฐบาลกลับปฏิบัติ ตรงกันข้าม โดยกระทําการก่อหนี้สาธารณะให้กับประเทศชาติอย่างมากมาย โดยหนี้สาธารณะสูงเกินกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจมีความล้มเหลว เพราะนําเงินกู้ส่วนใหญ่ไปเป็นงบก่อสร้างซ่อมถนน ทําให้เม็ดเงินไม่ลงไปถึงประชาชน และภาคการผลิตอันก่อให้เกิดรายได้อย่างแท้จริง และซํ้าร้ายกลับมีการนําเงินกู้มาทุจริต ในหลายโครงการในแต่ละกระทรวง ทบวง กรม เป็นการใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน โดยไม่ก่อให้เกิดผลในทางเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ทําให้ขาดความเชื่อมั่น ในการลงทุนของต่างประเทศ ปฏิบัติและละเว้นการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิด การลงทุนทางด้านอุตสาหกรรม เช่น กรณีปัญหานิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เป็นต้น ทําให้รัฐเกิดความเสียหายในด้านเศรษฐกิจอย่างร้ายแรง ปล่อยให้เกษตรกรซึ่งเป็น ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศมีปัญหาเรื่องราคาพืชผล อาทิ เช่น ปัญหาราคาข้าวตกตํ่า เป็นต้น

๙. มีปัญหาทางสังคม โดยปล่อยให้มีการระบาดในเรื่องยาเสพติด และอาชญากรรมอย่างรุนแรง โดยไม่สามารถรักษาความสงบและเรียบร้อยให้เกิดกับ สังคมโดยรวมของประเทศได้

๑๐. ขาดภาวะความเป็นผู้นํา มุ่งบริหารราชการแผ่นดินโดยการสร้างภาพ ให้ตนเองและพวกพ้อง ปล่อยให้บุคคลภายนอกที่อยู่เบื้องหลังพรรคการเมืองเข้าบงการ สั่งการ แทรกแซง การปฏิบัติหน้าที่ของรัฐมนตรี และแสวงหาประโยชน์จากโครงการของรัฐ

๑๑. นโยบายด้านการต่างประเทศล้มเหลวโดยสิ้นเชิง การทูตแบบนักเลง สร้างภาพลักษณ์ที่เสียหายของประเทศต่อสายตาประชาคมโลก ด้วยการแต่งตั้ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่กระทําผิดกฎหมายอาญาฐานก่อการร้ายสากล โดยยึดสนามบินนานาชาติ และดําเนินนโยบายด้านการต่างประเทศในลักษณะก้าวร้าว รุนแรง ส่งผลให้ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านต้องเสื่อมทรุดอย่างไม่เคยปรากฏ มาก่อน โดยไม่ปฏิบัติตามแผนการบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๕๒-๒๕๕๔ ในเรื่อง การต่างประเทศ

๑๒. ขาดความจริงใจในการสร้างความปรองดองและความสมานฉันท์ ให้เกิดขึ้นในหมู่ประชาชน เพื่อลดความขัดแย้งในสังคม ในทางตรงข้ามกลับมีพฤติกรรม ที่สร้างความขัดแย้งให้เพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา โดยการปล่อยให้โฆษกส่วนตัวและคนใกล้ชิด ถือเป็นการไม่ปฏิบัติตามแผนการบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๕๒-๒๕๕๔ ที่รัฐบาล ได้แสดงวิสัยทัศน์ไว้ในแผนดังกล่าว

พฤติกรรมการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรีดังกล่าวส่งผล ให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างร้ายแรง หากปล่อยให้บริหาร ราชการแผ่นดินต่อไปย่อมส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนและประเทศชาติ จนยากที่จะแก้ไขเยียวยา

กระผม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกที่ร่วมลงชื่อในญัตตินี้จํานวน ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร อาศัยอํานาจ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๕๘ เสนอญัตติ ขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตามขั้นตอนและกระบวนการแห่งรัฐธรรมนูญต่อไป พร้อมนี้ข้าพระพุทธเจ้าผู้เสนอญัตติ ขอเสนอชื่อ ร้อยตํารวจเอก ดอกเตอร์เฉลิม อยู่บํารุง ซึ่งเป็นบุคคลตามมาตรา ๑๗๑ วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ เป็นผู้สมควรดํารงตําแหน่ง นายกรัฐมนตรีต่อไป

อนึ่ง ก่อนเสนอญัตตินี้ ข้าพเจ้าได้ยื่นคําร้องขอให้ถอดถอนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกจากตําแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อประธานวุฒิสภาตามมาตรา ๒๗๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ แล้ว ตามเอกสาร สิ่งที่ส่งมาด้วย (๒)

ฉบับที่ ๒ ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เป็นรายบุคคล สมาชิกได้ลงชื่อแนบพร้อมรายนามเพื่อเป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ พร้อมคําร้องถอดถอนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ออกจากตําแหน่ง

กระผม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งลงนามในท้ายญัตตินี้ ซึ่งมีจํานวน ไม่น้อยกว่าหนึ่งในหกของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ขอเสนอ ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๙ โดยมีรัฐมนตรีที่ขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรายนามดังต่อไปนี้

๑. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี

๒. นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

๓. นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

๔. นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ

๕. นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

โดยได้แนบหลักฐานการยื่นคําร้องต่อประธานวุฒิสภา เพื่อขอให้วุฒิสภา มีมติตามมาตรา ๒๗๔ ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ถอดถอนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล และนายโสภณ ซารัมย์ มาด้วยแล้ว

ทั้งนี้ เนื่องจากรัฐมนตรีทั้ง ๕ ท่านได้กระทําผิดรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และได้บริหารราชการแผ่นดินโดยไร้ประสิทธิภาพ ขาดภาวะความเป็นผู้นํา และวิสัยทัศน์ ในการบริหารราชการแผ่นดิน ขาดคุณธรรมและจริยธรรม ทําให้ประเทศชาติได้รับ ความเสียหาย โดยมีพฤติการณ์ดังนี้

๑. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปฏิบัติหน้าที่ ราชการแทนนายกรัฐมนตรีและในตําแหน่งหน้าที่ของตนผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง กระทําผิดรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ไม่บังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย ถือเป็นกรณี มีพฤติการณ์ส่อว่ากระทําผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการนับแต่เดือนมีนาคม ๒๕๕๓ ต่อเนื่องจนถึงเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๓ ในกรณีสลายการชุมนุมของประชาชนทําให้มี ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากการสลายการชุมนุมจํานวนมาก อันเป็ นเหตุจาก การสลายการชุมนุมไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล นอกจากนี้ยังกระทําความผิดหน้าที่ตามกฎหมาย กล่าวคือ กระทําผิดต่อกฎหมาย พระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พุทธศักราช ๒๕๔๘ มาตรา ๑๑ (๕) ประกอบมาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พุทธศักราช ๒๕๔๗ โดยใช้กําลังทหารเข้าไปข่มขู่ คุกคาม ในสถานีไทยคมและทําลาย สัญญาณการสื่อสารโทรทัศน์ ถือเป็นการละเมิดเสรีภาพในการสื่อสารที่รัฐธรรมนูญ คุ้มครอง และกระทําละเมิดต่อสิทธิในทรัพย์สินของบุคคลโดยการออกคําสั่งห้ามสถาบัน การเงินทําธุรกรรมกับบุคคลหรือนิติบุคคลรวมจํานวน ๑๐๖ ราย นอกจากนี้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ยังได้แจงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จในฐานะผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองต่อคณะกรรมการป้ องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กระทําการบุกรุก ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศโดยการบุกรุกภูเขา กระทําการออกโฉนดอันเป็นเอกสิทธิ์ และเตรียมการจัดสรรที่ดินขายโดยไม่ชอบ การกระทําดังกล่าวได้ใช้บุคคลเป็นตัวแทน ในการถือกรรมสิทธิ์ที่ดินจํานวนมาก ถือเป็นการกระทําผิดรัฐธรรมนูญในเรื่องสิ่งแวดล้อม และประมวลกฎหมายที่ดิน และมีส่วนร่วมกับนายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมในการบริหารราชการแผ่นดินตามข้อ ๕ ด้วย

๒. นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ดําเนิน นโยบายด้านการเงิน การคลัง และการงบประมาณ ของประเทศผิดพลาด บกพร่อง ไม่ดําเนินการตามแผนงานการบริหารราชการ พุทธศักราช ๒๕๕๒-๒๕๕๔ และแผนนิติบัญญัติ พุทธศักราช ๒๕๕๒-๒๕๕๔ ที่ได้กําหนดไว้ในวิสัยทัศน์ว่าจะฟื้นฟู เศรษฐกิจให้ขยายตัวอย่างยั่งยืนและบรรเทาผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจที่ประชาชน จะประสบ ในทางตรงกันข้ามมุ่งแสวงการก่อหนี้สาธารณะจนขณะนี้หนี้สาธารณะสูงกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ โดยกระทําการก่อหนี้เพื่อให้เป็นภาระผูกพันต่อประเทศชาติ โดยมิได้ คํานึงถึงสถานะทางเศรษฐกิจและความจําเป็นในการใช้จ่ายภายในประเทศและภาระหนี้ สาธารณะที่มีอยู่ นําเงินที่ได้จากการกู้ไปดําเนินนโยบายเพื่อเอื้อประโยชน์กับรัฐมนตรี ในกระทรวงต่าง ๆ ทั้งที่โครงการแต่ละโครงการไม่ได้สร้างประโยชน์กับเศรษฐกิจโดยรวม กับประเทศชาติ ส่งผลให้มีการใช้จ่ายเงินแผ่นดินไปโดยสูญเปล่าในหลายโครงการ ที่เรียกว่ากู้มาโกง ซึ่งงบประมาณแผ่นดินที่ได้มาจากการกู้ส่วนใหญ่นําไปเป็นงบก่อสร้าง ซ่อมถนน ทําให้เม็ดเงินไม่ลงไปถึงประชาชนและภาคการผลิตอันก่อให้เกิดรายได้ อย่างแท้จริง ทําให้การกระจายรายได้ไม่เป็นธรรม มีทัศนคติในการบริหารราชการแผ่นดิน ที่ขาดธรรมาภิบาลและหลักความเป็นประชาธิปไตย ส่งเสริมวิธีการอื่นที่มิใช่วิถีทาง ในระบอบประชาธิปไตยโดยการชื่นชอบการปฏิวัติ รัฐประหาร ไม่บังคับการให้เป็นไปตาม กฎหมายในเรื่องการจัดเก็บภาษีของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กรณีได้ประโยชน์ จากเอสเอ็มเอส (SMS) คือการส่งข้อความแบบชอร์ต เมสเสจ (Short message) สมัยที่ นายอภิสิทธิ์ดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งกรณีดังกล่าวมีคําพิพากษาเป็นบรรทัดฐาน แล้วว่าการได้รับประโยชน์อันคํานวณมูลค่าได้เป็ นเงินจะต้องนํามารวมเสียภาษี แต่จนขณะนี้นายกรณ์ก็ละเว้นที่จะให้หน่วยงานกรมสรรพากรดําเนินการจัดเก็บภาษี เอากับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ นอกจากนี้ ยังได้ดําเนินการขอออกพระราชกําหนดกู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยไม่เป็นไปตามแผน นิติบัญญัติดังกล่าวข้างต้นด้วย

๓. นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ บริหาร ราชการแผ่นดินโดยไม่ก่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีกับประเทศชาติในสายตาประชาคมโลก มีพฤติกรรมข่มขู่ ก้าวร้าว ต่อมิตรประเทศ สร้างความขัดแย้งระหว่างราชอาณาจักรไทย กับประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเสื่อมทรุดอย่างไม่เคยมีมาก่อน มีทัศนคติที่เป็นอันตรายต่อฝ่ายที่เห็นต่างกับตนเอง มุ่งทําลายล้างนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม ทุกวิถีทาง โดยไม่ได้คํานึงถึงคุณธรรมจริยธรรมและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ การกระทําดังกล่าวถือเป็นการไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและนโยบายที่ได้แถลงไว้ รวมทั้ง การบริหารราชการไม่เป็นไปตามแผนการบริหารราชการแผ่นดินดังกล่าวข้างต้น ในเรื่อง ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านที่กําหนดไว้ในแผนหน้า ๑๑๐ ว่าจะสร้าง ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ รวมทั้งจะทําการสํารวจ หลักเขตแดนกับประเทศเพื่อนบ้านและเจรจาเรื่องการร่วมพัฒนาพื้นที่ที่ประเทศไทย และประเทศเพื่อนบ้านอ้างสิทธิทับซ้อนและขยายความร่วมมือในกรอบอนุภูมิภาค โดยเฉพาะความร่วมมือเพื่อการพัฒนาและผลักดันยุทธศาสตร์ความร่วมมือ ทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้านสู่การปฏิบัติ รวมทั้งผลักดันยุทธศาสตร์ความเป็น หุ้นส่วนทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ แต่นายกษิตได้กระทํา การบริหารงานในหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติตามแผนล้มเหลวไร้ประสิทธิภาพ ไม่สามารถ ปฏิบัติตามแผนการบริหารราชการแผ่นดินได้ในทุกข้อจนกระทั่งเกิดความล้มเหลว ในการเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN) และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ตามแผนงานการเป็นประธานอาเซียนของประเทศไทย ทําให้ความร่วมมือในกรอบอาเซียน ล้มเหลวและทําให้ประเทศขาดความน่าเชื่อถือต่อกลุ่มอาเซียนและต่อนานาประเทศทั่วโลก

๔. นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีพฤติกรรม ที่ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่และส่อว่ากระทําความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการ ส่อว่า จงใจใช้อํานาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม มาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีที่ให้บริษัทเครือญาติของตนเองเข้าเป็น คู่สัญญากับรัฐในหลายโครงการ โดยตนเองมีส่วนร่วมเข้าไปลงมติเห็นชอบกับโครงการ ดังกล่าวในฐานะรัฐมนตรี ส่งผลให้รัฐต้องจ่ายเงินมากกว่าที่ควรจ่ายหลายพันล้านบาท รู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบเข้าโรงเรียนนายอําเภอ แทรกแซงและแสวงหา ประโยชน์จากการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ปล่อยปละละเลย หรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ของกรมการปกครอง อนุมัติให้มีการอนุญาตจําหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน เพื่อมุ่งแสวงหาประโยชน์ ในเรื่องดังกล่าว

๕. นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม บริหารราชการ แผ่นดินโดยการกําหนดนโยบายเพื่อมุ่งแสวงหาประโยชน์ในทางทรัพย์สินและประโยชน์ ในทางการเมืองโดยไม่ได้คํานึงถึงประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน รู้เห็นเป็นใจหรือยินยอมให้พวกพ้องหรือผู้สนับสนุนทางการเมืองของตนเองเข้ามา แสวงหาประโยชน์จากโครงการที่ได้กําหนดขึ้น มีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่ากระทําความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการ ส่อว่าจงใจใช้อํานาจหน้าที่ขัดต่อ บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม อย่างร้ายแรงจากการเอื้อประโยชน์ให้บริษัทเอกชนที่เป็นพวกพ้องของตนเองและญาติ ของรัฐมนตรีในพรรคการเมืองตนเองได้ประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบจากการประมูลงาน และเป็นคู่สัญญากับรัฐ ส่งผลให้รัฐต้องสูญเสียเงินงบประมาณเกินกว่าความเป็นจริง หลายพันล้านบาท

พฤติกรรมการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐมนตรีทั้ง ๕ คนดังที่ได้ กราบเรียนมาข้างต้น ส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน อย่างร้ายแรง ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และทรัพยากรธรรมชาติซึ่งถูกทําลาย ไม่มีความเสมอภาคในการได้รับการจัดสรรทรัพยากรจากภาครัฐของประชาชน เกิดความเหลื่อมลํ้าในสังคมทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ทําให้ข้าราชการประจําเสียขวัญกําลังใจ ที่จะปฏิบัติราชการ กระทบต่อระบบการแต่งตั้งราชการอย่างร้ายแรง ภาพลักษณ์ การทุจริตคอร์รัปชันของข้าราชการการเมืองและข้าราชการประจําเป็นที่ประจักษ์ ต่อสายตาของประชาชนชาวไทยและประชาคมโลก ส่งผลให้การจัดอันดับเครดิต ของประเทศตกตํ่าลง และการทุจริตในโครงการของรัฐนับวันจะยิ่งขยายวงกว้างออกไป อย่างไม่มีที่สิ้นสุด หากปล่อยให้รัฐมนตรีทั้ง ๕ คนบริหารราชการแผ่นดินต่อไปจะทําให้ เกิดความเสียหายร้ายแรงแก่ประเทศชาติจนยากที่จะแก้ไขเยียวยาได้

จึงได้กราบเรียนท่านสมาชิก ท่านประธานสภา ขอได้โปรดพิจารณา ญัตติของพรรคฝ่ำยค้านซึ่งสมาชิกได้นําเสนอมาสู่สภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้ เพื่อโปรดพิจารณาก่อนที่จะลงมติในคราวต่อไป ขอขอบคุณครับ

(นายสมควร โอบอ้อม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีอะไรครับ ให้ฝ่ายเขา เราไม่ใช่เป็นคนยื่นญัตติ ไหนครับ คุณประท้วงอะไร ประท้วงผมหรือประท้วงอะไร

นายสมควร โอบอ้อม นครสวรรค์

ท่านประธานครับ ผม สมควร โอบอ้อม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคประชาธิปัตย์ ขอประท้วง ผู้ที่อ่านญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายสมควร โอบอ้อม นครสวรรค์

ข้อหาใส่ร้ายครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คนละเรื่องกันนะครับ นั่งลงเถอะครับคุณสมควร

นายสมควร โอบอ้อม นครสวรรค์

ท่านประธานครับ ผมมีเหตุผล อย่างนี้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสมควรนั่งลงเถอะ นั่งลง

นายสมควร โอบอ้อม นครสวรรค์

ท่านประธานครับ ผมขอแสดงความ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เสียเวลา นั่งลง

นายสมควร โอบอ้อม นครสวรรค์

ไม่ครับท่านประธาน เรื่องนี้เป็นเรื่อง ที่สําคัญมากครับ ตามข้อ ๖๑ วรรคสอง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เสียเวลานะครับ คือตามระเบียบนี่เขาอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล รัฐบาลเป็นผู้ตอบ

นายสมควร โอบอ้อม นครสวรรค์

ผมเข้าใจครับ อภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาล แต่การใส่ร้าย ผมเองก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ฟังเขาไปก่อนก็แล้วกัน

นายสมควร โอบอ้อม นครสวรรค์

ไม่ใช่ครับ ขอให้ผมแสดง ความคิดเห็น

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ได้ครับ ๆ ไม่ได้ ไม่อนุมัติ นั่งลงนะครับ

นายสมควร โอบอ้อม นครสวรรค์

ก็จริง ๆ แล้ว

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

นั่งลงเถอะครับ นั่งลง ๆ คุณสมควรนั่งลงครับ มีอะไรต่ออีกหรือครับคุณวิทยา

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

เนื่องจากว่ารายละเอียด ในการที่กระผมได้นําเสนอนั้นเป็นข้อทางกฎหมาย มีคําพูดบางประเด็นที่อาจจะผิดพลาด ออกไป ยกตัวอย่างเช่น ข้าพระพุทธเจ้า กระผมขอเปลี่ยนเป็น ข้าพเจ้า ขอขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณไชยา พรหมา ๔๕ นาที เชิญครับ

(นายเทพไท เสนพงศ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณเทพไท เสนพงศ์ มีอะไรหรือครับ คุณประท้วงผม ผมผิดข้อบังคับข้อไหนหรือครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม เทพไท

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวครับ คุณประท้วงผม หรือเปล่า

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ผมจะใช้สิทธิพาดพิงครับ ท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานได้ฟังผู้อ่านญัตติเมื่อกี้ ท่านอ่านญัตติในข้อ ๑๒ บอกว่าขาดความจริงใจ ในการปรองดองและให้ความสมานฉันท์

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาไว้ก่อนนะครับ เอาไว้ก่อน

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

แล้วก็ปล่อยให้โฆษกส่วนตัว และคนใกล้ชิด ตรงนี้เองครับท่านประธาน ผมในฐานะโฆษกส่วนตัว

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เป็นไรครับ นั่งลงก่อน เขายังไม่ได้พาดพิงอะไร แล้วท่านนายกรัฐมนตรีก็ยังไม่ได้ตอบ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ถ้าอย่างนั้นผมจะต้อง สงวนสิทธินะครับท่านประธาน ผมจะทําความชี้แจงครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาไว้ถึงจังหวะนั้น ก่อนครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

โอเคครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณไชยา พรหมา

นายไชยา พรหมา หนองบัวลําภู 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายไชยา พรหมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย กระผมได้รอคอยเวลานี้ในการที่จะทําหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อทําการตรวจสอบ การทํางานของรัฐบาลที่มีความบกพร่องในหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งการทํา หน้าที่ของกระผมและเพื่อนสมาชิกฝ่ำยค้านยืนอยู่บนพื้นฐานที่ทําหน้าที่ของ ฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ได้มีความเคียดแค้นเป็นการส่วนตัวต่อผู้ที่ถูกอภิปรายแต่ประการใด

ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะ ผู้นําประเทศ ได้บริหารราชการแผ่นดินโดยใช้อํานาจรัฐที่ไม่คํานึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่คํานึงถึงสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม มีการเลือกปฏิบัติ ไม่ให้มีความเสมอภาคในสังคมนี้ ถือเป็นการกระทําที่เป็นปรปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ การกระทํา จํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลที่รัฐธรรมนูญให้การรับรองไว้โดยเกินความจําเป็น มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง โดยการสั่งให้ทหารใช้อาวุธสงครามในการปราบปราม ประชาชนจนเกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างมาก นํามาซึ่งปัญหาการไปสู่ ความแตกแยกของคนในชาติอย่างรุนแรง หากให้บริหารราชการแผ่นดินอีกต่อไป จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติอย่างร้ายแรงจนยากที่จะแก้ไขได้ ผมจึงไม่อาจ ที่จะให้ความไว้วางใจนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้ดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ผ่านมาไม่นานนี้อยู่ในความทรงจําของพี่น้องประชาชน คนไทยทั้งประเทศ ที่เกิดความเสียหาย เกิดการจลาจล เกิดการล้มตายของผู้คนจํานวนมาก สิ่งเหล่านี้มันได้เกิดขึ้นและเป็นผลพวงของฝ่ายที่ต้องการอยากจะให้ประเทศนี้มีปัญหา อุปสรรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งอํานาจที่มาจากประชาชน จุดเริ่มต้นของปัญหานี้มันเริ่มมา ตั้งแต่การยึดอํานาจเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ มีการต่อต้านของประชาชน ที่เรียกว่า กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ที่เขาเห็นว่า การยึดอํานาจการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญนั้นเป็นสิ่งที่ ไม่ถูกต้องในวิถีทางประชาธิปไตย การแสดงออกของประชาชนได้ขยายวงกว้าง ไปทั่วประเทศตั้งแต่นั้นจนถึงปัจจุบัน ท่านประธานที่เคารพครับ การแสดงออกดังกล่าวนี้ เป็นสิทธิและเสรีภาพของประชาชนที่รัฐธรรมนูญให้การรับรองไว้ เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ในลําดับต้น ๆ ที่นานาอารยประเทศที่เป็นประชาธิปไตยเขาให้สิทธิและเสรีภาพกับประชาชน ในการแสดงออก ในการที่จะต่อต้าน ที่จะไม่เห็นด้วย ตลอดจนการเสนอแนะความคิด ของตนเองทางการเมือง เขาให้สิทธิดังกล่าวนี้กับประชาชน เป็นเครื่องมือให้กับประชาชน ที่อํานาจรัฐและผู้ปกครองนั้นจะต้องไม่ปิดกั้นสิทธิและเสรีภาพนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งดังกล่าวนี้ เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญในการแสดงออกของประชาชน ถือว่าเป็นการเมือง ภาคประชาชนส่วนหนึ่งที่สามารถจะกระทําได้ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุการณ์ ที่ผ่านมานั้นเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจที่รัฐบาลเห็นว่าสิ่งเหล่านี้เป็นอันตรายสําหรับรัฐบาล และประเทศ โดยเฉพาะมุมมองที่เห็นคนกลุ่มนี้ที่เรียกตนเองว่ากลุ่มคนเสื้อแดงเป็นปฏิปักษ์ และเป็นศัตรูของรัฐบาล เพราะว่าคนกลุ่มนี้นั้นเขาพูดในเรื่องที่มีความไม่ถูกต้อง อยู่หลายเรื่อง และเป็นข้อเท็จจริงในสังคมนี้ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข เขาพูดเรื่องว่า บ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตย อํานาจทางการทหารนั้นเข้ามาเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ มีการฉีกรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ ที่ถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุดฉบับหนึ่ง ของประเทศนี้ ต้องการทําลายล้างความเข้มแข็งของพรรคการเมือง และต้องการทําลาย อํานาจที่มาจากประชาชน เป็นไปตามแผนบันได ๔ ขั้นที่ คมช. หรือเผด็จการทหาร มีความต้ องการที่อยากจะให้เป็ นอย่างนั้น ต้องการทําลายความเข้มแข็ง ความมีเสถียรภาพของรัฐบาลที่มาจากประชาชน นําไปสู่การฉีกรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ แล้วเขียนรัฐธรรมนูญที่มีซากเดนของความเป็นเผด็จการ นั่นก็คือรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ฉบับนี้ โดยมีความต้องการที่อยากจะเห็นความอ่อนแอของพรรคการเมือง เห็นความอ่อนแอ ของนักการเมือง ตลอดจนลิดรอนสิทธิและเสรีภาพของประชาชน นี่คือมูลเหตุของปัญหาว่า มีคนส่วนใหญ่ที่มองเห็นว่าบ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตย และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่รับรองสิทธิ รับรองการกระทํา รับรองการปฏิบัติงาน ของพวกปฏิวัตินั้นให้มีความชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญ สิ่งนี้คือสิ่งที่เขาเรียกร้องว่า บ้านเมืองมันไม่เป็นประชาธิปไตย เขาพูดถึงเรื่องความเป็น ๒ มาตรฐานที่มันมีอยู่ ในสังคมในขณะนี้ เขาพูดถึงเรื่องความไม่เป็นธรรม ความไม่เสมอภาค การเลือกปฏิบัติ กับคนอีกกลุ่มหนึ่งแบบหนึ่ง คนอีกกลุ่มหนึ่งอีกแบบหนึ่ง โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเห็น ตรงกันข้ามกับรัฐบาล สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองนี้ การชุมนุม ของประชาชนเริ่มต้นจากจุดตรงนั้นและดําเนินการมาจนถึงเหตุการณ์สลายการชุมนุม เมื่อ ๒-๓ สัปดาห์ที่ผ่านมา ท่านประธานที่เคารพครับ นั่นคือจุดเริ่มต้นที่รัฐบาลเองนั้น ประกาศใช้ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ความจริงแล้วการชุมนุม ของบ้านเมืองนี้เกิดขึ้นมาหลายครั้งครับ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุม ทางการเมือง เราผ่านเหตุการณ์ทางการเมืองในลักษณะอย่างนี้มาแล้วหลายครั้งครับ ในประเทศนี้ แต่ครั้งนี้รุนแรง มีการสูญเสียชีวิต เลือดเนื้อของประชาชนมากที่สุดครับ ในอดีตนั้นเราใช้แผนการรองรับต่อมวลชนในแผนต่าง ๆ ที่มีอยู่เป็นแผนรองรับในการชุมนุม และป้ องกันเหตุร้ายในชาตินี้ ยกตัวอย่าง เช่น ใช้แผนกรกฎ ๔๘ ใช้แผนมกรา ๕๒ แต่ในครั้งนี้ที่รัฐบาลตัดสินใจใช้ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และขยายมาถึง พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้นมันมีเป้ำหมาย และเล็งเห็นผลครับว่าต้องการอะไร นั่นก็คือต้องการที่อยากจะใช้เจ้าหน้าที่ทหาร ตลอดจน การพัฒนาจากการใช้กองกําลังทหารนั้น พัฒนาไปถึงการใช้อาวุธสงคราม พัฒนาไปถึง การใช้ความรุนแรงให้เกิดขึ้นกับประชาชน นั่นคือการเล็งประสงค์ต่อเป้ำครับ เพราะการประกาศ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้นเขาอนุญาต ให้ทหารนั้นเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้ผู้ที่รับผิดชอบตามกฎหมายโดยการสั่งการ โดยการออกคําสั่งเป็ นอํานาจของนายกรัฐมนตรีครับ เป็ นอํานาจตามมาตรา ๔ ที่ท่านลงนามแต่งตั้งผู้ที่รับผิดชอบคือท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ ทหารที่มาปฏิบัติหน้าที่นั้นกลายมาเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ซึ่งพนักงานเป็นเจ้าหน้าที่ ตามกฎหมายนั้นมันทําให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันและนํามาสู่ความรุนแรงครับ นั่นก็คือ การทําร้ายชีวิตของประชาชนนั้นจะเป็นการกระทําที่ถูกต้องตามกฎหมายตามมาตรา ๑๗ ที่ไม่ต้องรับผิดชอบทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา ได้เล็งเห็นผลแล้วครับว่าความสูญเสีย ที่เกิดขึ้นนี้จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอนครับ ผมเคยพูดในสภาแห่งนี้หลังจากการสลาย การชุมนุม ๑๓ เมษายน ๒๕๕๑ หลังจากตรงนั้นเรามีการพูดคุยกันในสภา ผมก็ยังยืนยันว่า รัฐบาลตัดสินใจผิดพลาดที่ประกาศใช้ พ.ร.ก. ในการสลายการชุมนุม เพราะการใช้ทหาร มาปราบจลาจลนั้นมันสุ่มเสี่ยงเนื่องจากทหารและตํารวจนั้นเขามีการฝึ กมา อย่างตรงกันข้ามกัน ไม่เหมือนกัน ตํารวจนั้นเขาก็มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของ การปราบการจลาจล ทหารเขาฝึกมาเพื่อการรบกับอริราชศัตรู ศัตรูของเขาอยู่ที่ชายแดน การฝึ ก การควบคุมอารมณ์ และควบคุมสถานการณ์นั้นมีความแตกต่างครับ ความละเอียดอ่อนทางด้านอารมณ์นั้นมีความแตกต่างกัน มันทําให้เกิดการสุ่มเสี่ยง ต่อการใช้อาวุธสงครามในการสังหารประชาชนเป็นผลตามมาครับ เพราะการพิจารณา ในการที่จะบังคับตามกฎหมายนั้นเราควรที่จะพิจารณาให้รอบคอบ ซึ่งมีเกณฑ์ว่า ก่อนที่จะประกาศ พ.ร.ก. นั้นผลที่ตามมาคืออะไร มันมีเหตุผลอยู่ ๒-๓ ประการครับ

เหตุผลที่ ๑ ต้องดูว่าการประกาศนั้น การใช้อํานาจทางกฎหมายนั้น มันสมควรแก่เหตุหรือไม่

เหตุผลที่ ๒ มันเกินความจําเป็นหรือไม่

เหตุผลที่ ๓ นั้นมันจะสุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสียหรือไม่ การสูญเสียนั้น ต้องคํานึงถึงการสูญเสียต่อชีวิตของประชาชนเป็นหลักครับ

การชุมนุมของพี่น้องประชาชนนั้นเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ ที่ผมได้กราบเรียนไว้แล้ว เขามาเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา ท่านนายกรัฐมนตรีท่านบอกว่า เป็นสิทธิที่จะทําได้ในการเรียกร้อง แต่ต้องถามคนส่วนใหญ่ก่อนว่าเขาจะว่าอย่างไร ถ้าความหมายคนส่วนใหญ่ในความหมายของท่านหมายถึงผลของการเลือกตั้ง ครั้งที่ผ่านมานั้นไม่ใช่ครับ ถ้าหมายถึงคนส่วนใหญ่ในการลงคะแนนเลือกตั้ง เมื่อครั้งที่ผ่านมานั้น พรรคพลังประชาชนที่ถูกยุบพรรคมาเป็ นพรรคเพื่อไทยนั้น คือพรรคการเมืองที่ประชาชนเขาเลือกให้มาใช้อํานาจและบริหารประเทศครับ ไม่ใช่ พรรคประชาธิปัตย์ แต่ถึงอย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้มันนํามาซึ่งความสูญเสีย มันนํามา ซึ่งปัญหาติดตามมาอย่างมากมาย การใช้อํานาจตามกฎหมาย ตาม พ.ร.ก. การบริหาร ราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งคนที่รับผิดชอบนั้นเป็นคนอื่นไปไม่ได้ครับท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรี คนที่จะต้องรับผิดชอบนั้นวันนี้ผมไม่ได้เรียกร้อง ผมไม่ได้เรียกร้อง เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตามกฎหมาย ผมไม่ได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตํารวจ ทหาร ต้องรับผิดชอบต่อการสูญเสีย แต่ผมเรียกร้องให้ท่านรับผิดชอบทางการเมืองครับ ท่านประธานที่เคารพครับ มันเป็นจิตสํานึกของนักการเมืองที่จะต้องมีขึ้นในประเทศนี้ อย่างที่ท่านเคยเรียกร้องครับ ท่านจําได้ไหมครับ เหตุการณ์ ๗ ตุลาคม ปี ๒๕๕๑ ในสมัยที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็ นนายกรัฐมนตรีมีการชุมนุมของคนเสื้อเหลือง ที่หน้าสภาครับ ท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรี และสมาชิกของรัฐสภาแห่งนี้ ต้องหนี ปีนข้ามรั้วออกไปเพราะข้างนอกนั้นเขาตะโกนว่า ฆ่ามัน ฆ่ามัน ฆ่ามัน ในวันนั้นรัฐบาล สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ใช้อํานาจของนายกรัฐมนตรีในการประกาศ พ.ร.ก. การบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เหมือนกับที่ท่านนายกรัฐมนตรีใช้อํานาจเหมือนกันครับ เหตุการณ์ ต่างกันเพียงแต่ว่าในครั้งนั้นมีความสูญเสียของผู้คนเพียง ๒ ราย และบาดเจ็บ อีกหลายร้อยคนครับ ความสูญเสียครั้งนั้นมีจํานวนผู้เสียชีวิตเพียง ๒ คน เปรียบเทียบกับ การสูญเสียครั้งนี้ที่ผ่านมานี้นะครับ รวม ๒ ครั้ง ทั้งที่สะพานผ่านฟ้ำลีลาศและราชประสงค์ ตามภารกิจของรัฐบาลที่บอกว่าขอพื้นที่คืน ภารกิจในการกระชับพื้นที่ ความหมายมันก็คือ ต้องการสลายการชุมนุมนั่นแหละครับ เพียงแต่ว่าสรรหาคําพูดให้มันสวยหรูเท่านั้น ความหมายอันเดียวกันครับ เพราะการขอพื้นที่คืนนั้นเป็นการเรียกร้องขอพื้นที่คืน ที่ผิดตาม พ.ร.บ. จราจรทางบกครับ กฎหมายเหล่านั้นมันเป็ นเรื่องเล็กน้อย ถ้าจะเปรียบเทียบแล้ว สิทธิและเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธนั้น ได้รับการรับรองในรัฐธรรมนูญครับ จะไปขัดกับหลักการใหญ่ไม่ได้ถึงแม้ว่าปัญหา ทางการเมืองจะเกิดขึ้นก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนั้นนํามาซึ่งความสูญเสีย ท่านเคยกล่าว ในสภา ท่านเคยกล่าวให้สัมภาษณ์ที่พรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีสมชาย แสดงความรับผิดชอบ ท่านจําได้ไหมครับสิ่งที่ท่านเรียกร้องนายกรัฐมนตรีสมชาย ท่านบอกว่าผมไม่นึกว่า จะมีรัฐบาลที่ทําร้ายประชาชนถึงขั้นเสียชีวิตและบาดเจ็บจํานวนมากขนาดนี้ ท่านจําได้หรือเปล่าครับว่าท่านยังบอกว่ายังมีรัฐบาลที่พยายามจะยัดเยียดความผิด กลับไปให้กับประชาชนเป็นพฤติกรรมที่รับไม่ได้ครับ ท่านพูดไว้เมื่อวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๑ บัดนี้เขาสูญเสียไปแล้ว นายกรัฐมนตรีหมายความว่านายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ในขณะนั้นไปยัดเยียดข้อกล่าวหาใส่เข้าอีก พฤติกรรมอย่างนี้ไม่มีทางจะนํามา ซึ่งความสมานฉันท์และความปรองดอง หนักไปกว่านั้นท่านบอกว่าการกระทําดังกล่าวนี้ ความสูญเสียต่อชีวิตและเลือดเนื้อของประชาชนนี่ ผู้ที่รับผิดชอบนั้นเป็นคนไทยหรือเปล่า เปล่าหรอกครับ ท่านไม่ได้พูดคํานี้ครับ ท่านไม่ได้พูดคําว่าเป็ นคนไทยหรือเปล่า ท่านขยายความว่าคุณเป็นคนหรือเปล่า วันนี้ผมจะถามคําถามนั้นกลับไปยังท่านครับว่า สิ่งที่มันเกิดขึ้นปี ๒๕๕๑ และเกิดขึ้นปี ๒๕๕๓ ที่ผ่านมานี้ความสูญเสียเกิดขึ้นเช่นเดียวกัน แต่ว่าสูญเสียมากกว่าครั้งนั้น มีคนตาย ๘๖ คน บาดเจ็บอีก ๒,๐๐๐ คน และหายสาบสูญ อีกจํานวนเท่าไรไม่ทราบครับ ท่านเป็นคนไทยหรือเปล่าครับ ท่านเป็นคนหรือเปล่าครับ นี่คือสิ่งที่อยากจะเรียกร้องกลับไปยังท่าน มันไม่ใช่ความรับผิดตามกฎหมาย วันนี้ผมมา เรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านเป็นนักการเมืองหนุ่มมีอนาคตครับ ผมไม่มีความบาดหมางส่วนตัวกับท่าน ยังเคารพในฐานะที่เป็นนักการเมืองพร้อมกัน ท่านกับผมอยู่พรรคประชาธิปัตย์พร้อมกัน เริ่มต้นเมื่อปี ๒๕๓๕ แต่เส้นทางการเมือง ระหว่างท่านกับผมมันจําเป็นที่จะต้องเดินคนละทาง แต่เราก็ทําหน้าที่ วันนี้ท่านไต่เต้าจาก ส.ส. ธรรมดามาเป็นรัฐมนตรี มาเป็นหัวหน้าพรรค มาเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นสิ่งที่น่าชื่นชม ในสิ่งที่วงศ์ตระกูลของท่านได้รับสิ่งเหล่านี้ แต่วันนี้ผมทําหน้าที่ผู้แทนฝ่ายค้านมันหลีกเลี่ยง ไม่ได้ที่ผมจะต้องตรวจสอบว่าจิตสํานึกทางการเมืองดังกล่าวนี้มันเป็นจิตสํานึกบกพร่อง ทางการเมืองครับ ท่านประธานที่เคารพ ท่านนายกรัฐมนตรี เดี๋ยวรายละเอียดส่วนใหญ่ เพื่อนสมาชิกพรรคฝ่ายค้านคุณสุนัย จุลพงศธร จะว่าในรายละเอียดต่อไป เหตุการณ์ ดังกล่าวนี้นํามาซึ่งอะไรท่านประธาน นํามาซึ่งความชอบธรรมที่ท่านอ้างไว้ ในการออกโทรทัศน์ชี้แจง โดยผ่านศูนย์อํานวยการการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่มีท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพเป็นผู้อํานวยการ ท่านพยายามที่จะบอกว่าการที่ประกาศ พ.ร.ก. ที่มีความจําเป็ นที่จะต้องใช้ความรุนแรงนั้น ได้อธิบายถึงความจําเป็นว่า อาวุธที่ใช้นี่ใช้ด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะการยิงที่ยิงด้วยกระสุนจริงนั้น ยิงด้วยความระมัดระวังโดยเฉพาะยิงใต้เข่าลงมาครับ นั่นคือสิ่งที่ท่านพยายามจะโฆษณา ชวนเชื่อ แต่ผมถามว่าหลักการสลายการชุมนุม สิทธิความเป็ นมนุษย์ของคนนั้น มีความเสมอภาคกันทางกฎหมายครับ เขาต้องการได้รับการปฏิบัติโดยชอบธรรม โดยถูกต้อง โดยเสมอภาค หลักสิทธิมนุษยชนสากลที่ประเทศของเราเป็นสมาชิกอยู่นั้น ในการสลายการชุมนุมตามหลักสากลนั้นมีอยู่ ๗ อันดับครับ ตั้งแต่เบาไปหาหนัก แต่ปฏิบัติการกระชับพื้นที่และการขอพื้นที่ครั้งนี้ปฏิบัติการจากหนักไปหาเบาครับ ท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรี ทําไมผมถึงพูดอย่างนั้น เพราะผมเห็นภาพ ที่ผ่านสื่อมวลชน โดยเฉพาะช่อง ๑๑ ทีวี (TV) รวมการเฉพาะกิจที่เป็นการแถลงของ ศูนย์ ศอฉ. นั้นได้อธิบายถึงว่าพยายามระมัดระวังที่สุดที่จะไม่ให้เกิดความสูญเสียนั่นก็คือ การยิงที่ขา แต่ถามว่าตามหลักกติกาสากล การสลายการชุมนุมตามหลักสากลนั้น ๑-๗ อันดับนั้น เขาไม่อนุญาตให้ใช้กระสุนจริงครับ อย่างที่หนักที่สุดข้อ ๗ นั้น เขาบอกว่าให้ใช้ กระสุนยางเท่านั้น มีประเทศไทยเท่านั้นแหละครับที่ใช้กระสุนจริง เหตุผลที่ท่านใช้ กระสุนจริงเพราะท่านบอกว่าในกลุ่มผู้ชุมนุมนั้นมีกองรบนิรนาม มีนักรบนิรนามชุดดํา หรือผู้ก่อการร้ายปะปนอยู่ ปฏิบัติการในการที่จะแยกปลาออกจากนํ้านั้นมันเกินกว่าเหตุ ถึงแม้ว่าท่านรู้ว่าอาจจะมีคนที่ไม่ประสงค์ดีอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมก็ตาม เป็นภาระหน้าที่ ที่จะต้องแก้ไขปัญหาในฐานะผู้นําประเทศที่จะไม่ให้เกิดความเสียหาย ที่จะไม่ให้เกิด ความรุนแรง เพราะการชุมนุมของประชาชนโดยสงบและปราศจากอาวุธนั้นเป็นสิทธิ ที่เขาจะทําได้ตามรัฐธรรมนูญครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในอดีตที่ผ่านนั้นเรามี การชุมนุมทางการเมืองหลายครั้ง เรามักจะได้ยินคําว่ามือที่สาม เรามักจะได้ยินคําว่า คนร้าย เรามักจะได้ยินคําที่หนักกว่านั้นในเหตุการณ์ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มี การฆ่าตํารวจ ฆ่าทหาร เผาบ้านเผาเมือง ฆ่าพระ วางระเบิดทุกวัน ในขณะนี้เราก็แค่ ได้ยินเพียงผู้ก่อความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ครับ แต่ครั้งนี้เราได้ยินคําว่า ผู้ก่อการร้าย ก็เพราะว่าท่านรู้อยู่แล้วว่าการประกาศ พ.ร.ก. การบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพราะต้องการใช้กําลังทหารโดยถูกต้องตามกฎหมาย เพราะถ้าเกิดว่ามีการสูญเสียชีวิตนั้น ในกฎหมายมาตรา ๑๗ ของ พ.ร.ก. นี้ ความสูญเสีย ที่เกิดขึ้นไม่ต้องรับผิดชอบทางแพ่งและทางอาญาครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ต้องมีบทพิสูจน์ครับ ผมก็อยากจะรู้ว่า นักรบนิรนามนั้นคือใคร ผู้ก่อการร้ายนั้นคือใคร ถ้าคนเสื้อแดงเผาบ้านเผาเมือง สร้างความรุนแรงเกิดขึ้น ไม่ว่าจะใครก็ตามต้องเอามาลงโทษตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด อย่าได้กล่าวหาและโยนความผิดโดยปราศจากการพิสูจน์ตามกระบวนการยุติธรรมครับ คณะกรรมการที่ท่านจะตั้งขึ้น วันนี้ผมยังไม่เชื่อมั่นว่าจะมีความเป็ นกลาง เพราะถึงอย่างไรก็ตามก็ตั้งมาตามอํานาจหน้าที่ของท่านนายกรัฐมนตรี เพราะวันนี้ ผมเรียกร้องให้ท่านรับผิดชอบทางการเมือง ผมไม่อยากจะฟังคําว่าสมานฉันท์และ ความปรองดองจากท่านครับ เพราะว่าท่านไม่มีสิทธิที่จะพูดคํานี้ คนที่จะพูดคํานี้คือ พวกผมในสภา สมาชิกในรัฐสภาแห่งนี้ และประชาชนคนไทยที่ไม่ใช่ท่านครับ เพราะท่านหมดความชอบธรรมทางการเมือง ท่านจะต้องแสดงความรับผิดชอบ ทางการเมืองก่อนครับ ความปรองดองเป็ นเรื่องของพวกเราจะพูดกันต่อไปครับ ท่านประธานที่เคารพ ผู้ก่อการร้ายหรือคนชุดดํานั้น ศูนย์ ศอฉ. เองก็บอกว่าที่มีการใช้ กระสุนจริงนั้นเพราะมีโจรก่อการร้าย มีคนชุดดํา ทําร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่ ก็เลยต้อง มีความจําเป็นในการใช้พลซุ่มยิงที่เขาเรียกว่าหน่วยสไนเปอร์ (Sniper) คือการซุ่มยิง ในมุมสูงครับ แล้วท่านก็พยายามโฆษณา ท่านพยายามที่จะทําให้ประชาชน คนทั้งประเทศนี้รู้ว่าไม่มีความรุนแรงใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะว่ายิงตั้งแต่หัวเข่าลงมาครับ แต่ผู้ที่เชี่ยวชาญในการยิงโดยเฉพาะฝ่ำยทหารและฝ่ำยตํารวจที่มีประสบการณ์ ท่านเชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ อธิบายให้ผมฟังว่าองศาในการยิงจากมุมสูงนั้นถ้ามันจะยิงที่ขา แล้วองศามันไม่ได้ครับ มันยากต่อการยิง เพราะฉะนั้นคนที่สูญเสียชีวิตในเหตุการณ์ ส่วนใหญ่ทําไมถูกยิงที่ศีรษะและถูกยิงที่หน้าอกเพราะองศาในการยิงนั้นมันเป็นมุมสูงครับ แล้วคนก่อการร้ายที่ท่านพูดที่ตาย ๘๖ ศพ เป็นตํารวจ ทหาร ๑๑ นาย ไปตรวจสอบเบื้องต้น สื่อมวลชนก็รู้ครับว่าคนเหล่านั้นเป็นประชาชนผู้บริสุทธิ์ทั้งนั้น ไม่เห็นมีอาวุธร้ายแรง อยู่ในมือ อย่างที่ท่านพูดว่านี่คือโจรก่อการร้ายแต่ประการใด ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ วันนี้ผมไม่ต้องการการแสดงความเสียใจ ของท่านที่ท่านได้แสดงความเสียใจต่อสาธารณะ ต่อพี่น้องประชาชนกับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น แม้กระทั่งการแสดงความเสียใจในการแถลงเหตุผลต่อทูตานุทูตที่ผ่านมา เพราะท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้บังคับบัญชาของฝ่ายบริหารสูงสุดของประเทศนี้ ท่านไม่ได้ใช้ความพยายามใด ๆ เลยที่จะหาทางป้ องกันที่จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ มันบานปลายและลามไปสู่การสูญเสียชีวิตและเลือดเนื้อ ในฐานะที่ท่านเป็ น นายกรัฐมนตรีนั้นท่านต้องรับผิดชอบ ผู้ปฏิบัติหน้าที่จะต้องแสดงความรับผิดชอบ ในขอบเขตของกฎหมาย ในฐานะท่านเป็นผู้นําประเทศ ผมกล่าวหาว่าท่านละเว้น การปฏิบัติหน้าที่หรือจงใจทําให้เหตุการณ์ความรุนแรงดังกล่าวนี้เกิดขึ้นโดยปราศจาก มาตรการควบคุม ไม่มีรัฐบาลใดในโลกหรอกครับ ไม่มีรัฐบาลใดในสังคมโลกนี้ที่จะใส่ร้าย ประชาชนและทําร้ายประชาชนถึงชีวิตและเลือดเนื้อครับ ท่านจําได้ไหมครับเหตุการณ์ ในอดีต ๑๔ ตุลาคม ปี ๒๕๑๖ การชุมนุมของประชาชนก็มีการสูญเสียชีวิตและเลือดเนื้อ สมัยนั้นรัฐบาล จอมพล ถนอม กิตติขจร อยู่ไม่ได้ครับ ถูกกล่าวหาว่าเป็นรัฐบาลทรราช ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ มีขบวนการในการทําลายล้างขบวนการนิสิต นักศึกษา จนต้องหนีเข้า ไปสู่ป่าครับ แล้วถูกกล่าวหาว่านั่นคือขบวนการคอมมิวนิสต์ ทําลายล้มล้างสถาบัน พระมหากษัตริย์ นักศึกษา ประชาชน ที่เป็นสติปัญญาระดับประเทศในยุคนั้นต้องหนี เข้าป่ำครับ รัฐบาลในขณะนั้นก็อยู่ไม่ได้ครับถูกปฏิวัติ นั่นก็คือรัฐบาลของ หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ถูกปฏิวัติต่อมาครับเมื่อปี ๒๕๑๙ อยู่ไม่ได้เช่นกัน ไม่นานครับเมื่อ ๑๘ ปี ที่แล้ว พฤษภาคม ๒๕๓๕ เกิดเหตุการณ์ พฤษภาทมิฬ รัฐบาล พลเอก สุจินดา คราประยูร ถูกประณามว่านี่คือรัฐบาลทรราช ฆ่าประชาชน แล้วก็อยู่ไม่ได้ครับ รัฐบาลที่สั่งฆ่าประชาชนในอดีตนั้นถูกประณามว่า เป็นรัฐบาลทรราชทั้งนั้นครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมไม่อยากให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ๑๘ ปีที่ผ่านมานั้นมีอะไรเกิดขึ้นครับท่านประธาน ผลพวงต่อ ๑๘ ปีที่ผ่านมานั้นทําให้ เรารู้ว่าสังคมต้องมีการเปลี่ยนแปลง และเป็นการเตือนสติให้ชนรุ่นหลังโดยเฉพาะ ผู้นําทางการเมืองต่อมานี่ต้องมีความรอบคอบและระมัดระวังมากขึ้นในการใช้กําลัง ในการที่จะนํามาซึ่งความเสียหายต่อชีวิตของประชาชน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ ๑๘ ปีก่อน ทําให้เรามีสติให้เราจะต้องคํานึงถึง ๒ เรื่องครับ

๑. ความระมัดระวังการใช้กําลังทหารในการสลายการชุมนุม เพราะจะนํามา ซึ่งความสูญเสียต่อชีวิตของประชาชนมากกว่าครับ โดยเฉพาะการตัดสินใจใช้กระสุนจริง และใช้อาวุธสงคราม ผมถามท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีครับ การสลาย การชุมนุมตามหลักสากลทั่วโลกที่เขามีกันนี่เขาใช้รถหุ้มเกราะเป็นเครื่องมือในการสลาย การชุมนุมหรือครับ มันไม่ใช่เหตุการณ์ที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน ประเทศจีนครับ นี่เมืองไทย เมืองพุทธ คนไทยมีความรักสมานสามัคคีกัน แต่วันนี้ความคิดทางการเมือง ความคิดเห็น ทางการเมือง มันกลายเป็นความแตกแยกของคนในชาติ เป็นสิ่งที่เราหรือท่านจะต้อง รับผิดชอบร่วมกันในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่วันนี้ท่านอยู่ในฐานะ ผู้นําประเทศครับ มันเป็นความรับผิดชอบทางการเมืองครับท่านประธาน

๒. ทําให้เรารับรู้ว่าสิทธิและเสรีภาพในการรับรู้ข่าวสารนั้นมันเป็นสิ่งจําเป็น เราจะปิดกั้นการรับรู้ข่าวสารของประชาชน ปิดหูปิดตาประชาชนต่อไปไม่ได้ เหตุการณ์ ในครั้งนั้นนํามาถึงการเรียกร้องให้มีทีวีเสรี ไม่ใช่ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ผ่านมาปิดหูปิดตา ประชาชน ปิดสื่อมวลชนที่อยู่ตรงกันข้ามกับรัฐบาล ซึ่งในอดีตนั้นท่านก็เคยเรียกร้องว่า การรับรู้ข่าวสารของประชาชนนั้นเป็นสิ่งจําเป็นในสังคมประชาธิปไตย เราจะต้อง ให้ประชาชนได้รับรู้ถึงสังคมข่าวสารทั้ง ๒ ด้าน ทั้งด้านของรัฐบาลและด้านของผู้ที่อยู่ ฝั่งตรงข้ามรัฐบาล นี่คือกติกาประชาธิปไตยในเวทีโลก ในอารยประเทศ ที่เขาทํากัน มันไม่มีสิ่งอะไรที่ผิดเพี้ยนไปเลยครับท่านประธาน

ผมไม่นึกว่า ๑๘ ปี ที่ผ่านมาสิ่งเหล่านี้เราไม่มีบทเรียนอันเจ็บปวด การเสนอข่าวเพียงด้านเดียวโดยเฉพาะการเสนอข่าวในการกรอกหูกรอกตาประชาชน แถลงข่าวว่าไม่มีความรุนแรงที่เกิดขึ้น ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้นมาจากกลุ่มผู้ชุมนุม ยิงกันเอง กลุ่มผู้ไม่หวังดี กลุ่มผู้ก่อการร้าย กลุ่มนักรบนิรนาม ทําร้ายตํารวจ ทหาร นี่คือ สิ่งที่ประชาชนทั้งประเทศถูกบังคับดู เขาจะดูทีวี เขาจะดูละคร เขาจะดูอะไรก็ตาม ดูไม่ได้ เพราะต้องฟังศูนย์ ศอฉ. ก่อนครับ แล้วก็ยัดเยียดกรอกหูกรอกตาประชาชนอยู่อย่างนี้ ถึงมีการเรียกร้องว่าสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็นสื่ออะไรก็ตามถูกรัฐบาล ที่อ้างว่ามาด้วยความชอบธรรมในระบอบประชาธิปไตย อ้างความชอบธรรมในการจัดตั้ง รัฐบาล ท่านบอกว่าท่านเลือกการเป็นนายกรัฐมนตรีก็จากสภาชุดเดียวกันนี่แหละครับ เลือกนายกรัฐมนตรีสมชาย เลือกนายกรัฐมนตรีสมัคร ก็สภาชุดนี้แหละครับ เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้ผมถึงบอกว่ามันหมดความชอบธรรม ภาพที่เราเห็นนั้นมีภาพที่จิตสํานึกเรา ในฐานะที่เป็นประชาชนคนไทยคนหนึ่ง อธิบายอย่างอื่นไม่ได้นอกจากภาพของทหาร ฆ่าประชาชน มันเป็นการฆ่าประชาชนโดยถูกกฎหมาย เพราะคนที่ฆ่าตามกฎหมาย พ.ร.ก. มาตรา ๑๗ ไม่ต้องรับโทษทั้งทางแพ่งและทางคดีอาญา

ท่านประธานครับ ในอดีตนั้นสงครามการต่อสู้ในสมัยปี ๒๕๑๙ ขบวนการ นิสิต นักศึกษา ประชาชน ต้องหนีเข้าป่า มีการปราบปรามประชาชนเพราะบอกว่านี่คือ ต้องฆ่าเพราะว่าเขาเป็นคอมมิวนิสต์ ในปี ๒๕๑๙ นั่นบอกว่าฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาปครับ ปี ๒๕๑๙ มาถึงปีนี้ ๒๕๕๓ ๓๔ ปี ผมกลัวว่าสิ่งเหล่านี้รัฐบาลทําอยู่ในขณะนี้จะไปอ้าง ความชอบธรรมว่าในยุคนี้ฆ่าคนเสื้อแดงก็ไม่บาปเช่นกันเพราะเป็นผู้ก่อการร้ายสมควร ถูกฆ่า สิ่งเหล่านี้ไม่ถูกต้องครับ มันขัดกับสิทธิและเสรีภาพ ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ศักดิ์ศรีของความเสมอภาคที่ได้รับการปกป้ องดูแลภายใต้รัฐบาลชุดนี้ ผมยังชื่นชม เลขาธิการนายกรัฐมนตรีของท่าน เมื่อเกิดเหตุการณ์ท่านสลายการชุมนุมแล้วมีการสู้รบกัน มีการสูญเสียนั้น เลขาธิการนายกรัฐมนตรีพูดอย่างไร เลขาธิการนายกรัฐมนตรีบอกว่า รัฐบาลต้องยื่นมือไปโอบรัดกับคนที่มีความคิดเห็นตรงกันข้ามกับรัฐบาลด้วยความเคารพ นี่คือจิตวิญญาณของประชาธิปไตย เป็นการใช้การแก้ไขทางการเมืองในการแก้ไขปัญหา ไม่ใช่การแก้ไขปัญหาของประเทศนี้โดยการใช้กองกําลังทหาร เพราะปฏิบัติการการขอพื้นที่ การกระชับพื้นที่นั้นมันนํามาซึ่งความสุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิตและเลือดเนื้อครับ ท่านประธานที่เคารพ ประชาชนผู้บริสุทธิ์ ๗๕ คน ไม่รวม ๑๑ นายที่เป็นตํารวจ ทหาร เพราะเขาได้ดูแลในหน่วยสังกัดของเขา มีผู้บังคับบัญชา มีสิทธิตามกฎหมาย เขาได้รับ การดูแลอย่างดี แต่ประชาชน ๗๕ ชีวิตที่เขาสูญเสียเป็นประชาชนผู้บริสุทธิ์นั้นเขาอยู่ตาม ยถากรรม และโดยเฉพาะวันนี้เขายังถูกมองว่าถึงแม้ว่ารัฐบาลจะบอกว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ก็ตาม แต่ในจิตสํานึกของเขาและการรับรู้ของคนทั่วไป ญาติพี่น้องของเขา มีความรู้สึกว่า เขาไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการปฏิบัติการครั้งนี้ รัฐบาลมีหน้าที่ที่จะต้องเอาความจริง ออกมาพิสูจน์ให้สังคมรับรู้ว่าเขาตายด้วยวิธีใด ตายอย่างไร จะดําเนินการตามกฎหมาย ให้ความเป็นธรรมคืนความยุติธรรมให้เขาอย่างไรครับท่านประธาน เพราะประชาชน ผู้บริสุทธิ์ที่รักความเป็นธรรมนั้นต้องการสิทธิความเป็นมนุษย์ครับ ต้องการได้รับการปฏิบัติ อย่างมีคุณค่า ต้องการได้รับความเสมอภาคทางกฎหมายไม่เลือกปฏิบัติ การชุมนุม ของคนเสื้อแดงถูกล้อมปราบอย่างนี้เป็นการทารุณไร้มนุษยธรรมครับ ไม่แคร์ (Care) ต่อสายตาโลก ไม่เป็ นไปตามหลักสิทธิมนุษยชนที่นานาอารยประเทศเขาทํากัน และการชุมนุมของประชาชนอะไรรู้ไหมครับ ในการกระชับพื้นที่และขอคืนพื้นที่นั้น ตัดนํ้า ตัดไฟ ตัดการส่งอาหารให้เขา ท่านรู้ว่าพี่น้องประชาชนอยู่ที่นั่นเขาจะอยู่เขาจะกินอย่างไร จริงอยู่ครับว่ารัฐบาลมีอํานาจที่จะทําได้ตามกฎหมาย เพราะว่าท่านมีกฎหมาย เป็นเครื่องมือในการที่จะทําการสลายการชุมนุม ท่านทําได้ตามกฎหมายครับ ท่านบอกว่า ท่านจะต้องปกครองบ้านเมืองนี้ตามหลักนิติรัฐ จะต้องให้กฎหมายมีความสําคัญ ต่อการปกครองประเทศ แต่ท่านไม่เคยพูดถึงนิติธรรมครับ ท่านไม่ได้พูดถึงความเป็นธรรม ความยุติธรรม ความเสมอภาค และโดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่พูดถึงศีลธรรมครับ ศีลธรรมนั้น ยิ่งใหญ่ครับ นั่นก็คือความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ละอายต่อบาปต่อผลที่ตัวเองกระทํา ไม่อย่างนั้น ไม่มีพุทธภาษิตที่ว่า ผู้ปกครองแผ่นดินถึงแม้จะมีอํานาจยิ่งใหญ่ล้นฟ้ำเพียงใดก็ตาม ถ้าประมาทในธรรมเสียแล้วก็จะนําไปสู่ความหายนะได้ครับ สงครามกลางเมืองที่เกิดขึ้น ในขณะนี้มันขยายวงกว้าง มีการเผาบ้านเผาเมือง มันมีการเผาศาลากลางจังหวัด ผมแปลกใจครับท่านประธาน ศาลากลางจังหวัด ๔ จังหวัดนั้นวันนี้จับผู้ดําเนินการ เผาศาลากลางจังหวัดได้นับร้อยคนครับ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เซ็นทรัล เวิลด์ (Central World) การเผาบ้านเผาเมืองใจกลางกรุงเทพมหานครท่ามกลางกองกําลังทหาร ท่ามกลาง ข้อมูลข่าวสาร ท่ามกลางอะไรต่าง ๆ มากมายวันนี้จับคนเหล่านี้ยังไม่ได้เลยครับ แล้วกําลังจะโยนความผิดว่ามันมาจากเหตุการณ์การชุมนุม โดยเฉพาะมีคนเสื้อแดงนี่แหละ สร้างความรุนแรงเกิดขึ้นในชาติบ้านเมือง ต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงออกมาครับ คณะกรรมการ ที่จะตั้งขึ้นจะต้องตั้งขึ้นมาจากคนกลางจริง ๆ แต่วันนี้คนกลางที่ท่านเสนอมาก็เลือกข้างครับ รายชื่อที่ผมเห็นมาแต่ละคนนั้นในอดีตนี้ยืนอยู่ข้าง ไม่ว่าจะอยู่ข้างพันธมิตร หรืออยู่ข้างรัฐบาลทั้งนั้นละครับ และมันจะเป็นกลาง มันจะปรองดอง มันจะสมานฉันท์ ได้อย่างไรครับท่านประธาน

ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งเหล่านี้จะต้องดําเนินการพิสูจน์ออกมานะครับว่า ผลปฏิบัติการครั้งนี้นํามาซึ่งความสูญเสียครับ สูญเสียอย่างมากที่สุดเกินค่าประมาณได้ ได้รับการประณามจากผู้คนในบ้านในเมืองนี้ ต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น จากนํ้ามือใครครับ โดยเฉพาะผู้บริสุทธิ์ประชาชนที่มาจากต่างจังหวัดนั้นเขามี ความเจ็บปวด เขามีความเคียดแค้น เขามีความบีบคั้น มันจะกลับกลายเป็นเรื่องของ ความชิงชังครับ มันยากแก่การแก้ไขปัญหาในอนาคต เพราะฉะนั้นวันนี้สิ่งเหล่านี้จะต้อง นํามาซึ่งการแก้ไขปัญหา ผมถึงบอกว่าวันนี้ผมไม่เรียกร้องที่จะให้ท่านรับผิดตามกฎหมาย ผมเรียกร้องให้ท่านรับผิดชอบทางการเมืองโดยมีจิตสํานึกทางการเมืองครับ ท่านมีอนาคต อีกไกลครับ วันนี้ท่านแสดงสปิริต (Spirit) ด้วยการแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองนั้น จะเป็ นสิ่งที่มีค่าที่สุดในประเทศนี้ ท่านไม่ต้องกลัวหรอกครับว่าเมื่อท่านแสดง ความรับผิดชอบแล้วคนของซีกพรรคเพื่อไทยจะไปช่วงชิงอํานาจกลับมา ท่านไม่ต้องกลัวครับ ท่านแก้ไขปัญหาให้มันยุตินํามาซึ่งความปรองดอง แต่ว่าการจะไปสู่ความปรองดอง และความสมานฉันท์นั้นท่านหมดความชอบธรรมในการที่จะทําสิ่งเหล่านี้ครับ เป็นหน้าที่ ของพวกผม และสมาชิกในสภาแห่งนี้ และคนไทยทั้งประเทศ จะช่วยสร้างความสมานฉันท์ และความปรองดองเกิดขึ้นในชาติ

เหตุผลที่ผมพูดมาแล้วทั้งหมดครับท่านประธานที่เคารพ ผมไม่มีเจตนาใด ๆ ไม่มีความเคียดแค้นชิงชังท่านนายกรัฐมนตรีเป็นการส่วนตัว ยังชื่นชมที่ท่านเป็ น นักการเมืองหนุ่มมีอนาคตไกล แต่วันนี้เราทําหน้าที่คนละมุมครับ ท่านอยู่มุมนํ้าเงิน ผมอยู่มุมแดง มันหลีกเลี่ยงกันไม่ได้ครับ ชกมวยมีอยู่ ๒ มุมเท่านั้นเอง แต่ไม่ใช่ หมายความว่าผมเป็นคนเสื้อแดงนะครับ แต่ผมยอมรับว่าการต่อสู้ของคนเสื้อแดงนั้น เขาเรียกร้องความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในบ้านในเมืองนี้ เหตุผลที่ผมกล่าวมาทั้งหมดครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมไม่อาจที่จะให้ความไว้วางใจนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศนี้ได้อีกต่อไปครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณสุนัย จุลพงศธร ๔๕ นาที

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน จังหวัดนครสวรรค์ ของพรรคเพื่อไทย เป็นเรื่องแปลกมากครับ เริ่มต้นอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นท่านประธานวิป คุณวิทยาขึ้นมาอ่าน ความจริงการอ่านเอกสารนั้นเป็นที่รู้กันหมดแล้วครับ เขาเปิดเผย ไปหมดแล้ว โอ้โฮ รัฐมนตรีทุกพรรคนั่งกันเป็นแถวเลยครับ มาฟังสิ่งที่คุณวิทยาอ่าน ซึ่งอ่านแล้วก็รู้อยู่แล้ว แต่พอจะเข้าเนื้อจริง ๆ นี่หายไปหมดแล้วครับ หรือจะเป็นเพราะว่า ไม่อยากจะอยู่ร่วมกับรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ เลยไม่อยากจะขึ้นมาโชว์หน้า เพราะเดี๋ยวจะต้องติดพันแน่นอน ท่านประธานครับ ขอฝากไปถึงพรรคร่วมรัฐบาล หลายพรรค พรรคหลัก ๆ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานรู้จักนะครับ พรรครวมชาติพัฒนา พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคเพื่อแผ่นดิน ถ้าท่านไม่อยู่ในสภาก็ขอให้ท่านฟังการอภิปราย ให้จบ โดยเฉพาะกระผมเองจะกราบเรียนตรงนี้ว่าถ้าท่านยังอุ้มรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ต่อไป ในประวัติศาสตร์อาจจะไม่เดี๋ยวนี้ครับ ท่านจะหนีไม่พ้นว่าท่านได้ร่วมก่อกรรมทําเข็ญ ในการสั่งฆ่าประชาชน ท่านประธานครับ ได้ปรากฏหลักฐานเป็นที่ชัดเจนว่าเมื่อวันที่ ๗ เมษายน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ข้าราชการทหาร ตํารวจ และข้าราชการอื่น ๆ ดําเนินการใช้อาวุธปืนยิงทําร้ายร่างกายโดยเจตนาฆ่า โดยไตร่ตรองไว้ก่อน จนเป็นเหตุให้ประชาชนถึงแก่ความตายเป็นผลโดยตรงจาก การสั่งการของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พฤติการณ์ดังกล่าว นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลและเป็ นผู้บังคับบัญชาของข้าราชการ ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ต้องใช้อํานาจและปฏิบัติหน้าที่ อย่างละมุนละม่อมครับ โดยรอบคอบ ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน การดําเนินการดังกล่าวด้วยการสั่งให้ใช้อาวุธปืนและอาวุธอื่นสลายฝูงชน ตั้งแต่วันที่ ๗ เมษายน จนถึง ๑๙ พฤษภาคมนั้น นายอภิสิทธิ์ได้เห็นผลที่ได้สั่งการเกิดขึ้นจนส่งผลให้ประชาชนบาดเจ็บล้มตายจํานวนมาก โดยวิญํูชนของการเป็นผู้บังคับบัญชาควรจะดําเนินการโดยละมุนละม่อมกลับออกคําสั่ง ให้ใช้วิธีการรุนแรงดังกล่าวข้างต้นอีก เล็งเห็นผลได้ว่าคําสั่งของตนเองนั้นจะส่งผลให้ ประชาชนที่ชุมนุมได้รับบาดเจ็บล้มตาย แต่นายอภิสิทธิ์ในฐานะนายกรัฐมนตรียังคงใช้ อํานาจโดยไม่คํานึงถึงผลที่จะเกิดขึ้น อันเป็นการใช้อํานาจโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายครับ การกระทําของนายอภิสิทธิ์แสดงให้เห็นว่าไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ไม่คํานึงถึงมนุษยธรรม เพราะถือว่าตนเองเป็นนายกรัฐมนตรีที่สามารถสั่งการให้ข้าราชการทหาร ตํารวจ และข้าราชการอื่น ดําเนินการได้ตามอําเภอใจ ทั้งนี้ เพื่อให้ตนเองกับพวกเข้าสู่อํานาจ และอยู่ในอํานาจได้ต่อไปครับ ไม่ประท้วงหรือครับ คําพูดที่ผมกล่าวไปนี้คือคํากล่าว คุ้น ๆ ไหมครับ ของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เองเมื่อเป็นฝ่ายค้าน กล่าวไว้ในหนังสือ ของท่าน ไม่ต้องส่งท่านประธานนะครับ เพราะหนังสือนี้ลงวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ ทําที่พรรคประชาธิปัตย์ เลขรับ ส่งกองบัญชาการตํารวจนครบาล ที่ ๒๑๕๔๐ ลงวันที่ ๑๐ ตุลาคม นี่คือสํานวนของคุณอภิสิทธิ์แต่ผมเอามาแต่งใหม่ เหมือนเดิมทุกอย่างแต่เปลี่ยนชื่อ คุณสมชายเป็นท่านเท่านั้นเอง ท่านจะเห็นไหมครับท่านทําหนังสือ ๒ ฉบับ อีกฉบับหนึ่ง ของท่านก็ลงวันที่ ๙ เนื้อความอย่างเดียวกัน ในเหตุการณ์วันที่ ๗ ตุลาคม ปี ๒๕๕๑ นั้น แค่คนตาย ๒ คน คนหนึ่งคือสารวัตรจ๊าบ ซึ่งผมไม่ได้ทับถมอะไรเขานะครับ ได้เสียชีวิต จากทําคาร์ บอมบ์ (Car bomb) อีกคนหนึ่งคือน้องโบที่อยู่ในจุด ไม่ใช่ล้อมสภานะครับ อยู่ในจุดที่จะไปเป็ นข้อหาว่าจะไปเผากองบัญชาการตํารวจนครบาล โอ้โฮ ท่านเอาเป็ นเอาตายกับตํารวจเขา แล้ววันนี้มันชัดเจนไม่ใช่ ๘๐ กว่าศพนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรี หายไปอีก คนสาบสูญไปอีก เดี๋ยวจะรู้ เป็นร้อยครับ ระวังเขาจะเรียก อภิสิทธิ์ร้อยศพนะครับ ผมพูดถึงตรงนี้เดี๋ยวผมจะเอาหลักฐานต่าง ๆ มา และพร้อมกัน เพื่อน ส.ส. จะเอาหลักฐานมาให้ท่านดู กระผมโดยส่วนตัวนั้นกราบเรียนก่อนนะครับ ไม่ได้มีอะไรกับท่านนายกรัฐมนตรีเลย แต่ว่าโดยหน้าที่เราเป็ นผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ คนตายขนาดนี้เราอยู่เฉยไม่ได้หรอกครับ วันนี้ผมจึงต้องทําหน้าที่ เหมือนกับที่ท่านทําเมื่อคราวที่แล้ว แต่ผมรับภาระหนักกว่าเพราะมีกฎหมายภาวะฉุกเฉิน กดหัวอยู่ครับ ก่อนจะมาอภิปรายนี่มีคนเตือนแล้วว่าระวังจะถูกจับรอบสามนะ อภิปราย ให้ดีนะ เพราะท่านกําลังจะใช้กฎหมายภาวะฉุกเฉินไม่เพียงแต่เรื่องรักษาความสงบครับ แต่ท่านกําลังจะใช้เป็นเครื่องมือในการทําร้ายพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามด้วย คุณการุณ นี่เจอแล้ว ทําไมมานั่งข้างผมก็ไม่ทราบ ผมนี่ไม่มีชื่อ ท่านครับ ไม่ใช่ผมอยากอภิปราย ท่านนะ โดยส่วนตัวก็ไม่อยากอภิปรายเพราะผมเคยพูดหลายทีแล้วมีความผูกพันกัน พ่อตาของท่านคืออาจารย์ของผม คุณอาของท่านก็คืออาจารย์ที่ปรึกษาของผมเมื่อผม เรียนอยู่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานชมรมนักศึกษา แต่ทีนี้ภาวะอย่างนี้ จะให้ทําอย่างไร เหตุการณ์ได้เกิดขึ้นแล้วแทนที่ท่านนายกรัฐมนตรี

(นายประมวล เอมเปีย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสุนัยครับ มีคุณประมวลประท้วง ประท้วงอะไรคุณประมวล เขาก็พูดเนื้อหาสาระในการอภิปราย ไม่ไว้วางใจ เชิญครับคุณประท้วงอะไร

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

หักเวลาด้วยนะครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวครับ ยังมีผู้ประท้วง ไม่ต้องประท้วงเดี๋ยวก็จบ อีก ๔๐ นาที

นายประมวล เอมเปีย ชลบุรี

ท่านประธานครับ ผม ส.ส. ประมวล เอมเปีย พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดชลบุรี ผมไม่อยากประท้วงนะครับแต่ว่ามันจําเป็นครับ ท่านประธาน ผมว่าการอภิปรายของท่านมันไม่มีคุณค่าเพียงพอที่ผมจะประท้วงนะครับ แต่ว่าผมฟังท่านไชยา พรหมา อภิปราย ท่านก็บอกว่าการกล่าวร้ายป้ำยสีอันเป็นเท็จ นี่ยังพิสูจน์ไม่ได้ทางศาล ผมว่าไม่สมควรจะเอามาพูดกันในสภานะครับ ผมก็อยากจะเตือน ส.ส. รุ่นพี่นะครับ การจะพูดใส่ร้ายป้ำยสีโดยบอกว่าฝ่ายรัฐบาลพยายามจะทําลายล้าง พรรคฝ่ายค้าน เราไม่มีเจตนาที่จะทําอย่างนั้นครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาละ ผมวินิจฉัยครับ เนื้อหาสาระการอภิปรายไม่ไว้วางใจอันนี้ไม่ค่อยรุนแรงเหมือนสมัยก่อน ๆ เขารุนแรง กว่านี้อีกครับ ฟังไปก่อนก็แล้วกันครับ เชิญต่อครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมเองอยากจะให้ เวลาตรงนี้ได้ให้ข้อมูลและเตือนสติคุณอภิสิทธิ์ ยังมีเวลาที่ท่านจะตัดสินใจ แต่ผมก็หวังยาก ที่ท่านจะดําเนินการแก้ไขสถานการณ์ทางการเมืองเพื่อให้เรื่องราวความขัดแย้งมันจบลง ด้วยดีได้ เพราะอะไรครับท่านประธาน ที่ผ่านมาปรากฏว่าตั้งแต่วันที่ ๑๐ เมษายน ท่านบอกว่าขอพื้นที่คืน ใช้ภาษาน่ารักมากนะครับ แต่ปรากฏว่าขอพื้นที่คืนนี่รถหุ้มเกราะ รถถัง ออกเลยครับ ทหารเป็นตับเลยครับ ถือปืนเอ็ม ๑๖ (M16) ครบมือ เริ่มต้นตอนบ่าย ก็โปรยแก๊สนํ้าตาแล้วครับ แล้วก็ปะทะกัน เสร็จจากวันที่ ๑๐ เมษายน คิดว่าท่าน จะขอโทษประชาชนคนตายบ้าง ตัวแทนรัฐบาลไม่ไปเยี่ยมเลยครับ ไม่ไปเลยครับ ท่านครับ จากเหตุการณ์นั้นคิดว่าจะเพลาลง ผมเองก็เห็นเหตุการณ์ อยากจะให้มันเบาลง พยายามจะเสนอเข้ามาในสภาท่านก็ไม่เปิดให้พูดในสภา ท่านก็คิดว่าเราจะเป็นศัตรู ของท่าน สุดท้ายเวลาเปิดจริง ๆ ก่อนที่จะเกิดความเสียหายอย่างหนักระหว่างวันที่ ๑๓ ถึงวันที่ ๑๙ ท่านก็เห็นครับ เราก็พูดด้วยเหตุด้วยผลทุกอย่าง หาทางออกให้ท่านทุกอย่าง ท่านคงจําได้ วันนี้พี่น้องประชาชนตายตั้งเยอะแยะอย่างนี้ แล้วล่าสุดที่สะเทือนใจมากที่สุด คือวัดปทุมวนาราม เขตอภัยทานแต่ไล่ยิง ท่านก็บอกไม่รู้ใครยิง ท่านนายกรัฐมนตรี ไม่รู้ใครยิงประชาชนตั้งแต่วันที่ ๑๐ แล้วนะครับ ไม่รู้เลยครับ อ้างว่าชุดดํา ออกทีวีมา อยู่ตลอดเวลา ชุดดําก็มีอยู่คนหนึ่งครับถือปืนยิก ยิก ยิก วิ่งอยู่คนสองคนเท่านั้น ทําไม มึงฆ่าประชาชนได้ตั้งเป็นร้อยเล่า ทําไมยิงคนบาดเจ็บได้เป็นพันเล่า ครับมีอยู่เท่านั้น ท่านครับ วันนี้ท่านคุมสื่อหมด ท่านพยายามจะโหมข่าวสื่อว่าไฟไหม้ตึก ๆ มีนักบวช นักบุญ ออกมากันใหญ่ครับ โอ๊ย สามัคคีกันนะ อย่าเผาบ้านเผาเมืองนะ แล้วคนตาย ว่าอย่างไรครับ ไม่พูดเลยครับ จะมาว่าผมพูดเรื่องคนตายไม่ได้เพราะท่านพูดเรื่องเผาบ้าน เผาเมืองเยอะแล้ว ผมไม่ใช่เห็นด้วย และผมบอกเลยนะครับ พี่น้องประชาชนใครก็ตามที ที่คิดจะไปเผาศาลากลางอย่าทําครับ สถานที่ราชการอย่าทํา โดยเฉพาะศาลากลาง เพราะว่าเมื่อเผาไปแล้วต้องตั้งงบประมาณใหม่ พรรคไหนได้เงิน พรรคภูมิใจไทยครับ อย่าทํา ยิ่งทํายิ่งรวยครับ ประชาชนยิ่งเสียเงิน อย่าทํา ท่านพยายามจะบอกว่าใช้อํานาจของท่านปิ ดสื่อ ท่านเชื่อว่าสื่อแดงต่าง ๆ ไม่มี ความเป็นกลาง ท่านไม่รู้สึกหรอกครับ แล้วสื่อ เอเอสทีวี (ASTV) ล่ะครับ หนังสือพิมพ์ ผู้จัดการ โดยเฉพาะสื่อของรัฐ ช่อง ๑๑ คุณเจิมศักดิ์ก็ยังจัดอยู่ ทิ่มแทงเขาอยู่ตลอดเวลา อย่างนั้นเป็นสื่อหรือครับท่านรองนายกรัฐมนตรี วันนี้ท่านคิดว่าท่านคุมสื่อได้หมด แต่ผมกราบเรียนท่านนะครับ แต่ท่านคุมไม่ได้ตลอดไปหรอกครับ วันนี้ท่านลําพองใจว่า มีคนเห็นด้วยกับท่าน โฆษกวิทยุ ทีวีออกมาเชียร์กันยกกันใหญ่ทุกช่อง เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ก็เป็นอย่างนี้แหละครับ นักศึกษาเป็นยักษ์เป็นมาร เป็นผีหมดแล้ว เป็นคอมมิวนิสต์ ทําลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เลขาธิการศูนย์ชื่อนายสุธรรม แสงประทุม ติดคุก ติดตะรางคนด่า สุดท้ายมันก็ไม่จริงครับ ประวัติศาสตร์อย่าวัดกันแค่ในปี เดียว ท่านอภิสิทธิ์ครับ อย่าคิดว่าท่านจะจบลงได้ง่าย ๆ อย่างนี้ ปรากฏว่าเป็นผู้ก่อการร้าย เป็นคอมมิวนิสต์ แล้วต่อมาเป็นอย่างไรล่ะครับ นายสุธรรมก็มาเป็นประธานสภา อยู่นี่แหละครับ มาเป็ นรัฐมนตรีอยู่นี่แหละครับ ดังนั้นสิ่งที่ท่านโกหกวันนี้ทั้งหมด ดูเหมือนน่าเชื่อแต่มันไปไม่ได้หรอกครับตลอดเวลา ท่านกําลังโหมเรื่องเผาตึกกันยกใหญ่ ผมว่าจริง ๆ ท่านนายกรัฐมนตรีกําลังจะอาศัยควันไฟหลบหนีข้อหาทรราชวางแผน ฆ่าประชาชนครับ ท่านกําลังทําเรื่องนี้แน่นอน ถ้าท่านไม่โหมอย่างนี้มันก็ไม่มี ความชอบธรรมที่จะกล่าวอ้างว่าคนนั้นเป็นผู้ก่อการร้าย ท่านไม่แปลกใจหรือครับ ท่านบอกว่าคนนั้นเป็นผู้ก่อการร้ายคนนี้เป็นผู้ก่อการร้าย

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุนัยครับ มีผู้ประท้วงครับ ท่านผู้ประท้วงมีอะไรครับ ประท้วงอะไรครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงผู้ที่กําลังอภิปรายในข้อ ๖๑ แม้ว่าท่านจะได้สิทธิอภิปราย ตามกรอบของการยื่นญัตติแต่ว่าสิทธิตรงนั้นไม่ได้หมายความครอบคลุมไปถึงการพูดจา เสียดสี ให้ร้าย หรือพูดจาที่เป็นเท็จ ผมอยากให้ท่านประธานได้ทักท้วงและควบคุม ผู้อภิปรายด้วย ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมวินิจฉัยนะครับคือการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ ผู้อภิปรายก็จะเป็น ฝ่ายกล่าวหาว่าไม่ไว้วางใจอะไร ซึ่งบางทีการกล่าวหาที่กล่าวหาไปก็อาจจะเป็นเรื่องที่ ท่านสมาชิกฟังแล้วในความคิดท่านอาจจะ เอ๊ะ มันผิดข้อบังคับหรือเปล่า แต่จริง ๆ แล้ว เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหาท่านก็มีโอกาสได้ชี้แจงว่าสิ่งที่ผู้กล่าวหา ที่ไม่ไว้วางใจท่านมีเหตุมีผลหรือไม่ ใช่หรือไม่ ฉะนั้นก็ทนฟัง แล้วก็ขอความกรุณา ท่านผู้อภิปรายก็โปรดคํานึงถึงข้อบังคับ ข้อ ๖๑ โดยเคร่งครัดด้วยนะครับ เชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ขอฝากไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีสาทิตย์หน่อยเถอะครับ อย่าเล่นอย่างนี้เลยครับ พอทีเช้า ๆ อภิปรายไม่เข้าเนื้อนี่ถ่ายทอดสด รายงานมาแล้วครับ พอผมพูดปั๊บเอาแล้วครับ ช่อง ๑๑ ของท่านทําหน้าที่แล้ว พอถึงตอนแล้วตัดออก ๆ เอาอีกแล้ว นี่เป็นอย่างไรครับ นี่หรือครับนับถือเสรีภาพของสื่อ นี่หรือครับคือความเสมอภาค ไปแก้เสียไปท่านสาทิตย์ อย่าทําอย่างนี้มันเสียหาย ท่านประธานครับ ไปกล่าวหาคนโน้นเป็นผู้ก่อการร้ายเพื่ออะไร เพื่อว่าตัวจะได้พ้นผิดอย่างไร เพราะตัวสั่งฆ่าประชาชนไปแล้ว ปฏิเสธไม่ได้เดี๋ยวผม จะเอาหลักฐานมายืนยัน ออกหมายจับคนโน้นเป็นผู้ก่อการร้ายคนนี้เป็นผู้ก่อการร้าย แล้วทีคนที่ไปยืนอยู่บนเวทีที่สนามบินสุวรรณภูมิ ปิ ดสนามบินเลยชื่อนายกษิต ออกหมายจับหรือยังล่ะปีกว่าแล้ว พอทีทักษิณแหม ๒ วัน ๓ วันเอาแล้ว ท่านครับ ข่มเหง มันไม่ใช่พฤติกรรมที่ทําเดี๋ยวนี้ ท่านทํามา ๓ ปีกว่าแล้ว

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุนัยครับ ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ขอใช้สิทธิพาดพิงหน่อยนะครับ มีอะไรครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ผมไม่ได้ประท้วงนะครับ แต่ผมใช้สิทธิ นิดหนึ่งเพื่อที่จะแก้ความเข้าใจผิดที่ท่านพูด เนื่องจากถ่ายทอดสด ช่อง ๑๑ ไม่มีการตัด รายการขณะนี้ยังถ่ายทอดอยู่ตามปกติครับที่ท่านพูดไป

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

เป็นตอน ๆ ครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ไม่มีเป็นตอนครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

พอถึงเวลาจะเลื่อนท่านสาทิตย์กั๊ก อย่างนี้ครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ทุกอย่างดําเนินไปตามปกติครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ขอเถอะ ๆ อย่าทําเลย

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ทุกอย่างดําเนินไปตามปกติครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็นไรครับ ข้อเท็จจริงผู้ชมทางบ้านทราบอยู่นะครับว่าอะไรเป็นอะไร

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

จะทราบได้อย่างไรล่ะครับ ท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านต่อครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

พฤติกรรมอย่างที่ท่านกําลังทํา คุมสื่อทั้งหมด ปิดสื่อที่ความเห็นตรงข้ามกับท่าน ในสภาก็มีข้อกติกาห้ามเสนอเอกสาร ท่านครับ แต่ความเป็นจริงโลกสมัยใหม่นี่มันไปหมดแล้ว พฤติกรรมที่คนมาเชียร์ท่าน วันนี้มีม็อบ (Mob) หลากสีมาเชียร์อีกแล้ว ในขณะที่ประกาศภาวะฉุกเฉินห้ามชุมนุม แต่ชุมนุมได้อยู่ที่หน้าสภานี่ครับ แต่ถ้ากลุ่มอื่นไม่ได้นะ ทําไมไม่จับเสียล่ะครับ นายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังไม่ได้ชุมนุมเลยครับ บอกว่าจะชุมนุมในอนาคต พูดเช้า บ่ายจับเลยครับ ชุมนุมในอนาคตก็จับแล้วครับ แต่ชุมนุมปัจจุบันนี่ครับ บอกว่าจะชุมนุมวันที่ ๒๔ มิถุนายน จับแล้ว แล้วไม่ได้ชุมนุม พูดแถลงข่าวเฉย ๆ แล้วจับเขาเสร็จเรียบร้อย ท่านครับ ได้ชี้ให้เห็นกระบวนการ ท่านนายกรัฐมนตรี ผมไม่ได้โชว์เอกสาร แต่ว่าข้อเท็จจริงถ้าท่านจะเอาเดี๋ยวจะให้ดู กระบวนการยุติธรรมไปหมดแล้วครับ อาจารย์สุธาชัยประกาศตอนเช้า ๑๐ โมง บ่ายออกหมายจับ ศาลออกหมายจับให้เรียบร้อย แล้วเขียนอย่างไรรู้ไหมครับ ปรากฏว่า ด้วย นายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ จั่วหัวว่า สุธาชัย นะครับ แต่ลงท้าย ด้วยความจําเป็น เพื่อป้ องกันมิให้ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข หารือร่วมกันกระทําการอันเป็นเหตุร้าย จั่วหัวคนหนึ่งแต่เนื้อในอีกคนหนึ่ง มั่วครับ ผมถึงบอกว่ากระบวนการมันเละหมดแล้วครับ ท่านไม่ได้ทําตามกฎหมายนะครับท่านนายกรัฐมนตรี กฎหมายพระราชกําหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ท่านฟังผมและท่านจะรู้ว่าสิ่งที่ท่านทําไปนี่ ท่านกําลังทําบาปต่อประชาชนไม่ใช่น้อยครับ ท่านอย่าไปคิดว่าที่ทํานี่ไม่ใช่ทําบาป เพื่อจะให้เกิดความสงบ ไม่ใช่ครับ เดี๋ยวท่านดู โดยกฎหมายฉบับนี้ มาตรา ๑๒

(นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วงอยู่ข้างหลังอีกครับ ประท้วงอะไรครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ตัดเวลาด้วยนะครับท่านประธาน

นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายนํ้าเงิน พรรคเพื่อไทย ไม่ได้ประท้วงครับ แต่จะจับคนที่พูดเท็จในสภา เมื่อกี้รัฐมนตรีขึ้นมาพูดว่าทีวีถ่ายทอด ตอนนี้ที่จังหวัดลพบุรี ช่อง ๑๑ ดูไม่ได้ครับ ท่านรัฐมนตรี จังหวัดเชียงรายก็ดูไม่ได้

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ภาคอีสานด้วยครับดูไม่ได้แล้ว

นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ลพบุรี

คือวันนี้มันต้องเอาความจริงมาบอกกัน

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านสาทิตย์

นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ลพบุรี

ไม่ใช่ท่านพูดอยู่ตรงนี้ว่าได้ ได้ ได้ แต่ประชาชนบอกดูไม่ได้ ประชาชนโทรมานะครับ ไปเช็ก (Check) ดูครับว่าถ่ายทอดไม่ได้ จริงหรือไม่

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ภาคอีสานก็แจ้งมาแล้วครับ

นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ลพบุรี

ประชาชนฝากผมด้วยครับว่าอย่าไป ปิดหูปิดตาประชาชน ถ้าจะปิดก็ปิดเฉพาะสื่ออย่างเดียวครับ อย่าไปปิดหูปิดตาประชาชน ขอบคุณมากครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับท่านสุชาติ เดี๋ยวจะให้ทางท่านรัฐมนตรีชี้แจงและจะได้ตรวจสอบกับทาง กรมประชาสัมพันธ์ เชิญครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย เพื่อความถูกต้องนะครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ ไม่อย่างนั้นจะมีการกล่าวหากันตลอดนะครับ ผมเรียนว่า การถ่ายทอดสดของช่อง ๑๑ จะมีการดําเนินการ ซึ่งขณะนี้ก็มีการถ่ายทอดไปตามปกติ ทีนี้ปัญหาก็จะเกิดขึ้นในกรณีของเครื่องรับครับ สถานีโทรทัศน์ที่มีปัญหาจริง มีครับ จังหวัดขอนแก่นและบริเวณใกล้เคียงอีกประมาณ ๑๐ จังหวัดจะรับไม่ได้ครับ เพราะกลุ่มคนเสื้อแดงบุกเข้าไปเผาสถานีเอ็นบีที (NBT) จังหวัดขอนแก่น และมีการเผา ทั้งอาคาร เผาทั้งดาวเทียม

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

แต่ทุกวันดูได้นะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวก่อนครับ ฟังท่านรัฐมนตรีก่อนครับ อย่าไปโต้ตอบกัน แล้วก็ขอความกรุณา อยู่ในความสงบหน่อยครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

เผาทั้งเครื่องส่งและอุปกรณ์ถ่ายทอดนะครับ ซึ่งในขณะนี้อุปกรณ์และอาคารเสียหาย ทั้งหมด ประมาณ ๑๐ กว่าจังหวัดบริเวณภาคอีสานตรงนั้นจะรับไม่ได้เนื่องจากเอ็นบีที ที่จังหวัดขอนแก่นถูกเผานะครับ แต่ส่วนจังหวัดอื่นนี่จะมีการถ่ายทอดตามปกติ ทีนี้เครื่องรับก็มี ๒ ประเภทคือ

๑. รับโดยใช้เสาอากาศธรรมดา อันนี้รับได้ปกติครับ

๒. รับโดยใช้ดาวเทียม กรณีดาวเทียมก็จะมีทั้งเคเบิลและกรณี ซึ่งรับจานดาวเทียมโดยตรงอาจจะมีปัญหาอยู่บ้าง เช่นถ้าฝนตกนี่ดาวเทียมก็จะมีปัญหา แต่การถ่ายทอดเป็นปกติ ขณะนี้คนที่รับโดยใช้เสาอากาศจะรับได้ตามปกติ ดาวเทียม ก็รับได้ตามปกติ ไม่มีการตัดจังหวัดไหนครับ ในรัฐบาลเองก็ไม่มีแนวทางที่จะไปสกัดกั้น

นอกจากนั้นแล้วดาวเทียมรัฐสภาก็ถ่ายทอดตามปกติ สถานีโทรทัศน์ ช่องอื่นก็จะมีการตัดออกเป็นช่วง เพราะฉะนั้นถ้าบอกว่าตัดเป็นช่วงอาจจะเป็นช่องอื่น แต่ช่อง ๑๑ จะมีการถ่ายทอดตลอดเวลาครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ พอแล้วครับ ไม่ต้องประท้วงแล้วครับ ก็เป็นเหตุผลที่ท่านรัฐมนตรีชี้แจง

นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ลพบุรี

ชาวบ้านโทรศัพท์มาเดี๋ยวนี้ครับ ท่านประธาน

(ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีอะไร เดี๋ยว ๆ เอาทีละท่าน ท่านสุชาติพอแล้วครับ ท่านพงศ์พันธ์มีอะไรครับ

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย หนองคาย

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคายครับ ในเบอร์โทรศัพท์ ของผมนี้พี่น้องชาวจังหวัดหนองคายโทรศัพท์มา ช่อง ๑๑ ที่จังหวัดหนองคายรับไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้นท่านรัฐมนตรีอย่าโกหกประชาชนว่าท่านดูแลตรงนี้อยู่ เพราะฉะนั้น ต้องรับผิดชอบนะครับ เพราะว่าพี่น้องประชาชนเดือดร้อนรับชมไม่ได้ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้เพื่อนสมาชิกครับ ถ้ายกมือประท้วงเพื่อจะบอกว่าจังหวัดท่านรับไม่ได้ เมื่อเช้านี้ท่านทั้งหลายก็คงได้ฟังเรื่องแจ้งต่อที่ประชุม ซึ่งท่านประธานชัย ชิดชอบ ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่าวันนี้จะมีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง ๑๑ ของกรมประชาสัมพันธ์ ฉะนั้นก็เป็นหน้าที่ของผู้รับผิดชอบกรมประชาสัมพันธ์ที่ต้องไป แก้ไขให้สามารถถ่ายทอดสดได้ตามที่ท่านประธานชัยได้แจ้งนะครับ ส่วนจะมีปัญหา อุปสรรคด้านเทคนิคก็ต้องไปว่ากันนะครับ พอแล้วครับ นั่งเถอะครับ ท่านสุนัยจะได้ อภิปรายต่อ พอแล้วครับ คือเรื่องนี้ประธานวินิจฉัยแล้ว เชิญนั่งเถอะครับ ท่านสุนัยจะได้ อภิปรายต่อ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ขณะนี้เกือบทั่วประเทศครับ จังหวัดสมุทรปราการก็โทรศัพท์มา จังหวัดอุตรดิตถ์ก็โทรศัพท์มา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก็โทรศัพท์มา

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณสถาพรมีอะไรครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ตกลงถูกเผาทุกที่แล้วหรือครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวท่านสุนัย เชิญคุณสถาพรครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ ด้วยความเคารพต่อญัตติขอเปิ ดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนี่ ท่านประธานครับ ผ่านไปท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ครับ วันนี้พี่น้อง ประชาชนโทรศัพท์มาจริง ๆ ครับ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลําพูน หลายอําเภอ รับไม่ได้ครับ ซึ่งเราอย่ามองว่าตรงนี้เป็นเกมเลยครับ ขอให้ท่านสั่งการไปเลยครับว่าการดําเนินการ อย่างนี้ก็จะทําให้ประชาชนหวาดระแวงรัฐมากขึ้นครับ ขนาดเราอภิปรายไม่ไว้วางใจ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ พอแล้วครับ ก็ให้ทางฝ่ายผู้รับผิดชอบ ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี และกรมประชาสัมพันธ์ไปตรวจสอบ ปัญหาต่าง ๆ ที่มีอยู่ก็ต้องเป็ นไปตามที่ ท่านประธานชัยได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่ามีการถ่ายทอดนะครับ พอแล้ว เชิญท่านสุนัย ต่อครับ ผมอนุญาตท่านสุนัยอภิปรายต่อ เชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ครับ เหลือเกียรติยศของท่านไว้บ้างเถอะ อย่าปิดหูปิดตา ขนาดนี้ ข้อเท็จจริงมันทั่วประเทศแล้วครับ ท่านสาทิตย์บอกว่าจังหวัดนั้นมีการเผาสถานี เอ็นบีที มันเผาทั่วประเทศที่ไหนล่ะครับ มันรับไม่ได้เกือบหมดแล้วนี่ครับ แต่ว่าอะไรครับ ท่านอภิสิทธิ์

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรีจะตอบครับท่านสุนัย เชิญท่านนายกรัฐมนตรี

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ความจริงก่อนที่ท่านจะกล่าวหาผม อยากจะ กราบเรียนว่าเป็นเจตนาของรัฐบาลที่จะให้มีการถ่ายทอดสดนะครับ ขณะนี้มีที่แจ้งผม เข้ามาทั้งที่ดูได้และไม่ได้ ผมก็จะให้ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ตรวจสอบแล้วก็ชี้แจงว่าปัญหา ของกลุ่มคนที่ดูไม่ได้เกิดขึ้นจากอะไรนะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

โอ้โฮ เล่นกันอย่างนี้นะครับ แล้วจะให้ผมเชื่อถือท่านได้อย่างไรท่านนายกรัฐมนตรี

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวทางนี้ประท้วงอีกแล้วครับ ประท้วงอะไรครับ เจ้าหน้าที่ช่วยดูหน่อยนะครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ นี่เป็นโทรศัพท์มือถือที่สามารถเปิดดูทีวีได้ครับ เป็นข้อเท็จจริงว่า ขณะนี้ช่อง ๑๑ มีการถ่ายทอดสดอยู่ครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ก็เฉพาะในกรุงเทพฯ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

บางแห่งอาจจะรับฟังไม่ได้แต่ว่า นี่เป็นข้อเท็จจริงเลยครับ ท่านประธานครับ มีการถ่ายทอดสดอยู่ทั่วทั้งประเทศครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับท่านสมาชิกครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบครับว่าขณะนี้ ได้มอบให้ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีท่านได้ตรวจสอบพื้นที่ที่รับได้ และรับไม่ได้เพื่อจะได้แจ้งให้ท่านทราบว่าที่รับไม่ได้ด้วยเหตุผลอะไร ช่วงนี้ก็เชิญท่านสุนัย อภิปรายต่อนะครับ ถ้ารับทีวีไม่ได้ก็ฟังวิทยุไปพลางก่อน และเดี๋ยวจะได้ทราบว่ารับไม่ได้ เพราะอะไร พอละครับนั่งลงเถอะครับ เชิญอภิปรายต่อ คือท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมาย ให้ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีตรวจสอบแล้ว ไม่อย่างนั้นจะอภิปรายต่อไม่ได้ ถ้าท่านคิดว่าต้องรอให้ทีวีทุกจุดรับได้หมด

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เอาละครับท่านพิเชษฐ์นั่งลงครับ ท่านพิษณุมีอะไรครับ

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดหนองบัวลําภู ท่านประธานที่เคารพครับ สถานีวิทยุ ช่อง ๑๑ ขณะนี้ในภาคอีสานเกือบ ๑๐ จังหวัดเป็นจอสีดําหมด ผมอยากจะเรียน ท่านประธานอย่างนี้นะครับว่าถ้าหากทางฝ่ายรัฐบาลจะเล่นไม้นี้ ผมว่าไม่เป็นธรรม กับซีกฝ่ายค้านซึ่งเราต้องการอาศัยเวทีแห่งนี้ชี้แจงกับพี่น้องประชาชน ใครถูกใครผิด ท่านประธานครับ มีอีกช่องหนึ่งคือไทยพีบีเอส (ThaiPBS) ฝากท่านสาทิตย์หรือว่าช่องอื่นก็ได้ ช่อง ๓ ช่อง ๕ ช่อง ๗ ช่อง ๙ ท่านทําได้หมดครับ สามารถพูล (Pool) ได้ ส่งสัญญาณไปได้ ถ้าท่านคิดว่าท่านมั่นใจจริงว่าท่านไม่ได้มีอะไรปกปิดพี่น้องประชาชนก็เปิดให้เขารับฟัง ทั่วประเทศครับท่านประธาน เพราะถ้าหากว่าอภิปรายแล้วไม่ได้รับฟังทั่วประเทศ ก็เหมือนไม่มีประโยชน์ครับ ผมถึงว่าจริง ๆ แล้วท่านสุนัยอาจจะต้องรอให้ตัดสัญญาณ ไปที่ไทยพีบีเอสก่อนแล้วถึงจะอภิปรายน่าจะเป็นประโยชน์กว่า ขอบพระคุณครับ

(นายศุภชัย ศรีหล้า ได้ยืนและยกมือขึ้น )
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ทางนี้บ้าง ประท้วงอะไรครับ

นายศุภชัย ศรีหล้า อุบลราชธานี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ที่จังหวัดอุบลราชธานีบ้านผมรับได้ตามปกติครับ ผมไม่ทราบว่าที่กําลังพูด อยู่ในขณะนี้เป็นการมุ่งร้ายต่อการสื่อสารระหว่างพวกเราหรือเปล่าครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ

นายศุภชัย ศรีหล้า อุบลราชธานี

ผมไม่มั่นใจว่าที่กําลังทําอยู่นี้เป็นเกม หรือเปล่าครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ พอแล้วครับ ผมว่าเราควรจะใช้เวลาในสภาให้ตรงวัตถุประสงค์เรา ที่อยากอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส่วนปัญหาอุปสรรคทั้งหลายเดี๋ยวฟังผู้รับผิดชอบเขาชี้แจง เชิญท่านสาทิตย์ครับ

นายศุภชัย ศรีหล้า อุบลราชธานี

เล่นเกมมากเกินไปแล้วท่านประธาน เอาเนื้อหาสาระมาพูดในสภาดีกว่าครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนั่งครับ ให้รัฐมนตรีชี้แจงครับ ไม่อย่างนั้นไม่จบครับ เชิญนั่งครับ นั่งทุกท่านครับ ท่านพิเชษฐ์นั่งเถอะครับ ฟังท่านรัฐมนตรีชี้แจงหน่อยครับ เชิญครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ ผมจะชี้แจงเพิ่มเติมนะครับ

ประการที่ ๑ ก็คือว่าการรับสัญญาณโทรทัศน์ขณะนี้สําหรับผู้ที่ใช้ จานดาวเทียมที่เป็นจานดํา ช่อง ๑๑ ได้มีการเปลี่ยนแปลงใช้ดาวเทียมจากไทยคม ๒ เป็นไทยคม ๕ มาประมาณเกือบเดือนแล้ว และที่หน้าจอนั้นก็จะมีตัววิ่งว่าจะต้อง ปรับจานไปที่ความถี่เท่าใดซึ่งเรื่องนี้ทํามาเกือบเดือนแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นสําหรับ คนที่รับสัญญาณโดยดาวเทียมที่ใช้จานดํา ท่านต้องปรับไปที่ไทยคม ๕ อันนี้ประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ก็คือขณะนี้มีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ที่เรียกว่า ทีพีบีเอส (TPBS) อีกช่องหนึ่ง เพราะฉะนั้นผู้ ที่รับสัญญาณช่อง ๑๑ ไม่ได้ จะด้วยประการใดก็ตามทางนั้นก็มีอยู่นะครับ แต่ในส่วนช่อง ๑๑ ที่เป็นการถ่ายทอด ตามปกตินั้นยังดําเนินการอยู่ เมื่อสักครู่นี้ก็มีการโทรศัพท์มาโดยท่านนายกสมาคม นักข่าวภูมิภาคจากจังหวัดเชียงใหม่ ท่านอยู่ที่โรงพยาบาลเชียงใหม่ ท่านก็ยังรับชมอยู่ ในมือถือผมก็มีเยอะนะครับ จากจังหวัดชัยภูมิ จากที่ต่าง ๆ แต่ว่าเดี๋ยวผมจะตรวจสอบ ต่อไปครับว่ากรณีที่มีที่ใดที่รับไม่ได้ ท่านที่รับโทรศัพท์จากชาวบ้านช่วยถามด้วยครับว่า ที่บ้านเขารับด้วยวิธีการแบบใด และขอให้แจ้งผมนะครับ แต่รัฐบาลจะไม่มีนโยบาย ในการไปตัดเพราะว่าก่อนหน้านี้สังเกตเห็นว่าการอภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจําปี ทําเหมือนกันครับ ทุกอย่างก็เป็นไปตามปกติครับ ก่อนหน้านั้นก็เป็นไปตามปกติครับ เมื่อมีการถ่ายทอดสดและวันนี้ก็เช่นเดียวกันครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับท่านสมาชิกครับ ให้ท่านสุนัยอภิปรายต่อนะครับ ท่านก็ทราบปัญหาแล้วนะครับ เชิญท่านสุนัยต่อครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ก็บอกว่าเกิดจากไฟไหม้สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ ท่านจะประท้วงอะไรครับ ถ้าเรื่องสถานีโทรทัศน์ไม่ถ่ายทอดหรือถ่ายทอดไม่ได้ พอแล้วครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ให้สื่อเป็นสักขีพยานก็แล้วกัน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เรื่องอะไรครับ ก็มาบอกท่านรัฐมนตรี โน้ตมาไม่ต้องมาบอกกันในสภา อย่างนั้นไม่ต้อง ไปไหนหรอกครับ เชิญท่านสุนัยต่อครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ เข้าใจครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ต้องประท้วงแล้วครับ จะให้ท่านสุนัยอภิปรายแล้วครับ พอแล้วครับ ไม่ประท้วงแล้วครับ เชิญท่านสุนัยอภิปรายต่อครับ เชิญท่านผู้ประท้วงนั่งลงครับ ประธานไม่อนุญาตแล้วครับ เพราะว่าประเด็นนี้ท่านรัฐมนตรีก็บอกว่าใครรับไม่ได้ให้แจ้ง เดี๋ยวจะได้ตรวจสอบนะครับว่า สาเหตุเพราะอะไร เชิญท่านสุนัยอภิปรายต่อครับ นั่งเลยครับ ท่านสุนัยอภิปรายครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ครับผม

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านพิเชษฐ์ประท้วงอะไรครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย มันเป็นสาระสําคัญซึ่งท่านสุนัยจะได้นําเสนอนะครับ แต่ว่าทีวีใช้ไม่ได้ ทั่วประเทศคุณจะให้บอกหรือว่า ๗๐,๐๐๐ หมู่บ้านมันใช้ไม่ได้นี่คุณรับไหวหรือ คุณสาทิตย์ นั่งอยู่ ๓ คน ทั้งนายสุเทพ ทั้งนายอภิสิทธิ์

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ พอแล้วครับ มาเรื่องเดิมไม่เอาแล้วครับ เชิญท่านสุนัยอภิปรายต่อ ผมไม่อนุญาตให้ผู้ประท้วงประท้วงประเด็นนี้แล้วนะครับ ท่านก็ได้รับฟังคําชี้แจงแล้ว ตรงไหนรับไม่ได้นะครับ ท่านผู้ชมทั้งหลายฟังวิทยุแล้วปรับทีวีตามที่ได้แจ้งข้อมูลไป ไม่อย่างนั้นเราอภิปรายเดินหน้าไม่ได้นะครับ เชิญท่านสุนัยอภิปรายต่อครับ นั่งเถอะครับ ผู้ประท้วงทั้งหลาย

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ ท่านประธานครับ สิ่งนี้มันได้สะท้อนชัดเจนแล้วว่านี่คือการใช้อํานาจโดยไม่ชอบ ของรัฐบาล และมีเหตุผลที่สุดที่ฝ่ำยค้านยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติ ไม่ไว้วางใจรัฐบาล เพียงแต่ผู้อภิปรายไม่สามารถจะเพิ่มชื่อนายสาทิตย์เข้าไปได้ในเวลานี้

(นายอสิ มะหะมัดยังกี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประท้วงอะไรอีกครับ เดี๋ยวให้ผู้ประท้วง ประท้วงอะไรครับ

นายอสิ มะหะมัดยังกี สตูล

ครับ ผม นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสตูลครับ นี่เป็นการแสดงให้เห็นว่าพยายามที่จะใช้เหตุผลว่า มีการปิดสื่อ มันไม่ใช่นะครับ ที่บ้านผมโทรมา

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ พอแล้ว ประเด็นนี้ไม่ต้องพูดแล้วครับ นั่ง ๆ ไม่อย่างนั้นไปต่อไม่ได้ เชิญนั่งครับ เชิญนั่งเถอะครับ นั่งลงครับ ท่านสุนัยอภิปรายต่อครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ก็นี่แหละครับ ท่านประธานครับ โครงสร้างของการเมืองไทยจริง ๆ นี่มันมีอํานาจนอกระบบที่ซ้อนอยู่อยู่ข้างหลังคุณอภิสิทธิ์ และเป็นเผด็จการจริง ๆ ผมไม่อยากว่าคุณอภิสิทธิ์นะ ผมเคยพูดแล้วว่าคุณอภิสิทธิ์ ไม่ใช่ตัวจริง นายกรัฐมนตรีตัวจริง หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ตัวจริงอยู่ข้างหลัง แต่เป็นใคร ผมไม่พูดเท่านั้นเอง ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตดําเนินการต่อ

(นายประมวล เอมเปีย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประท้วงอีกแล้วครับท่านสุนัย ผู้ประท้วงประท้วงอะไรครับ

นายประมวล เอมเปี ย ชลบุรี

ผมประท้วงท่านผู้อภิปรายครับ ผม ประมวล เอมเปีย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดชลบุรี ทําไม ท่านประธานถึงให้ท่านผู้อภิปรายนี่พูดจาก้าวร้าว ใส่ร้ายป้ำยสี ตลอดเวลาครับ ทําไม ท่านไม่ให้อยู่ในเนื้อหาสาระ ถ้าเป็นอย่างนี้พวกผมก็จะประท้วงตลอดครับ ถ้าเรามีเจตนา ที่จะไม่ให้อภิปรายไม่ไว้วางใจเราจะไม่ลงชื่อด้วยนะครับท่านประธาน แล้วท่านจะ อภิปรายได้ไหม

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประธานได้วินิจฉัยนะครับว่าท่านสุนัยนี่กําลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ ท่านก็กล่าวหา นายกรัฐมนตรีนะครับ เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งท่านนั่งฟังอยู่นี่ท่านก็จะมีโอกาสลุกขึ้น ชี้แจงว่าสิ่งที่กล่าวหามันไม่จริงอย่างไรนะครับ แล้วผู้ฟังทางบ้านเขาก็ได้ รับฟัง ขณะเดียวกันสมาชิกก็ได้ข้อมูล ๒ ฝ่าย และเราก็เป็นผู้ลงมติจะไว้วางใจ ไม่ไว้วางใจ ฉะนั้นเชิญท่านผู้ประท้วงนั่งเถอะครับ

นายประมวล เอมเปี ย ชลบุรี

ท่านประธานครับ นิดเดียวครับ อย่ากล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ทําอะไรเลย

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ นั่งเถอะครับ

นายประมวล เอมเปีย ชลบุรี

จะกล่าวหาใครก็ว่าไปเป็นรายตัว

(นายธนา ชีรวินิจ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จะได้อภิปรายกันต่อ นั่งเถอะครับ พอแล้วครับ ไม่ต้องประท้วงแล้วครับ พอแล้วครับ คือไม่อย่างนั้นไม่ได้อภิปราย ท่านธนานั่งเถอะครับ

ท่านธนาประท้วงเรื่องอะไรอีกล่ะ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงผู้อภิปราย เพราะว่าท่านอภิปรายว่าท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ใช่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ตัวจริง

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ไม่ใช่นายกรัฐมนตรีตัวจริงด้วยครับ ผมพูดอย่างนั้น

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานต้องฟังผมนะครับ สิ่งที่กล่าวหาไม่ได้อยู่ในญัตติที่เสนอไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรี ไม่มีเรื่องนี้อยู่ เพราะฉะนั้นพูดจาอย่างนี้ไม่ได้ ประเด็นแรก

ประเด็นที่สอง ผมเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อย่างถูกต้องแท้จริงและเป็นตัวจริง เพราะฉะนั้นขอให้ ท่านประธานให้สมาชิกถอนคําพูดครับ เพราะพรรคประชาธิปัตย์เสียหายครับ แล้วก็ไม่ได้ อยู่ในญัตติที่ได้เขียนเอาไว้ด้วยที่จะอภิปรายได้ เพราะฉะนั้นท่านประธานต้องให้สมาชิก ถอนคําพูดครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุนัยครับ ประธานขอวินิจฉัยนะครับ ประเด็นคือที่ท่านสุนัยอภิปรายว่าท่านอภิสิทธิ์ ไม่ใช่นายกรัฐมนตรีตัวจริง มีผู้อยู่ข้างหลังนี่ ท่านถอนหน่อยได้ไหมครับ เพราะว่าอย่างไร ในสภานี้ก็เป็นคนเลือกท่านอภิสิทธิ์ไปเป็นนายกรัฐมนตรี ฉะนั้นท่านถอนหน่อยได้ไหม จะได้อภิปรายต่อ และกรุณาอภิปรายอย่าได้ออกนอกกรอบของการยื่นญัตติอภิปราย ไม่ไว้วางใจไว้ ขอความกรุณาท่านถอนเถอะครับ เพื่อจะได้อภิปรายต่อครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ท่านฟังผม สักนิดหนึ่ง คําพูดนี้เคยพูดไว้เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว และเป็นการชี้อนาคตว่าจะเกิด อะไรขึ้นในประเทศไทย ก่อนที่ท่านประธานจะวินิจฉัยอะไรนี่ขอความกรุณาเอาหลักหน่อย ท่านได้อ่านญัตติของฝ่ำยค้านหรือยังท่านประธาน ข้อ ๑๐ อ่านดูสิ นายกรัฐมนตรี ขาดภาวะความเป็ นผู้นํา มุ่งบริหารราชการแผ่นดินโดยการสร้างภาพให้ตนเอง และพวกพ้อง ปล่อยให้บุคคลภายนอกที่อยู่เบื้องหลังพรรคการเมืองเข้าบงการ สั่งการ แทรกแซง การปฏิบัติหน้าที่ของรัฐมนตรีและแสวงหาประโยชน์อันมิชอบ ชัดไหม ถอนนะท่าน ขอสักครั้งหนึ่งคนที่ทําผิดได้แม้จะเป็นประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุนัยครับ ญัตติเขียนว่าถูกครอบงําหรืออะไรก็ตาม มันก็เป็นถ้อยคําที่ใช้ แต่ท่านใช้ เมื่อสักครู่นี้ท่านก็บอกว่าไม่ใช่นายกรัฐมนตรีตัวจริงมันก็มากไป ขอความกรุณาท่านถอน ท่านก็เปลี่ยนคําพูดเป็นอย่างในญัตติดีกว่า

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

เดี๋ยวผมจะกล่าวตอนสุดท้าย อีกทีหนึ่ง

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถอนเสียก่อน แล้วก็เปลี่ยนถ้อยคําตามที่ญัตติ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ผมขอใช้คําว่า ผมเชื่อว่าส่วนตัว ไม่เป็นไรครับ เชื่อเช่นนั้นครับ ท่านไม่เชื่อก็แล้วแต่ท่านสิ ประชาชนไม่เชื่อก็แล้วไป แต่ผมเชื่อว่า

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าท่านจะใช้อย่างนี้ท่านก็ถอนเมื่อสักครู่เสียก่อน

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ผมถอน แต่ผมเชื่อ ขอใช้คําว่า ผมเชื่อว่า

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอละครับอภิปรายต่อ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน 🔗

ท่านอภิสิทธิ์ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ตัวจริง และไม่ใช่หัวหน้าพรรคตัวจริง ตัวจริงอยู่ข้างหลังท่าน ตามข้อ ๑๐ ของญัตตินี้ ท่านประธานครับ จริง ๆ ผมจะนําเรื่องที่เป็นข้อผิดพลาดเป็นรูปธรรมหนึ่งที่ทําให้ พี่น้องประชาชนเดือดร้อนไปหมด ไม่ใช่เพียงแต่ตายเท่านั้น ท่านทําผิดกฎหมายครับ กระบวนการของท่านทําผิดกฎหมาย แล้วท่านจะบอกว่าผมไม่เกี่ยวกับกรมราชทัณฑ์ ผมไม่เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ ไม่ได้นะครับ ตามพระราชกําหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน มาตรา ๑๒ ในการจับกุมและควบคุมตัวบุคคลที่ต้องสงสัย ตามประกาศในมาตรา ๑๑ (๑) นั้นจะต้องควบคุมไว้ในสถานที่ที่กําหนดไว้ซึ่งไม่ใช่สถานี ตํารวจ ที่คุมขัง ทัณฑสถานหรือเรือนจํา โดยจะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นในลักษณะ เป็นผู้กระทําความผิดมิได้ครับ แต่ความจริงเป็นอย่างไรครับ ผมมีรายชื่อแต่ไม่ส่งให้ท่านหรอกครับ มีรายชื่อบุคคลที่ถูก เจ้าหน้าที่ของท่านจับไป ทําผิดกฎหมาย มาตรา ๑๒ ของท่านเองครับ ปรากฏว่าขังอยู่ที่ เรือนจําพิเศษกรุงเทพและเรือนจํากลางคลองเปรมและทัณฑสถานหญิงครับ ในนี้มีพระ ๕ รูปถูกจับสึกและอยู่ในเรือนจําด้วยครับ ผิดไหมครับ นี่มันผิดกฎหมายชัด ๆ ครับ และที่ชัดเจนที่เป็ นข่าวที่ไม่เป็ นข่าวอีกเท่าไรครับ วันนี้เรือนจํา ๒ แห่งนี้เยี่ยมได้ สัปดาห์ละครั้งเท่านั้นครับ ที่ค่ายอดิศร จังหวัดสระบุรี ทําเสมือนว่าถูกต้องตามนี้ แต่หนักกว่าการเป็นนักโทษครับ หนังสือก็อ่านไม่ได้ครับ นายสุธาชัยเป็นอาจารย์ ดอกเตอร์สุธาชัยเป็นอาจารย์ เขาจะต้องเตรียมการสอนหนังสือด้วยเผื่อออกมา เมื่อเขามี เวลาเขาก็นั่งอ่าน ไม่ให้อ่านครับ ผมโทรศัพท์ไปหา พันเอก สมบัติที่คุมค่ายอดิศรอยู่ ให้เยี่ยมได้ทุกวัน วันละเช้าชั่วโมง บ่ายชั่วโมง แต่ในทางปฏิบัติไม่ให้ใครไปเยี่ยมครับ ให้เยี่ยมเฉพาะทนายความกับญาติ แล้วใครไปเยี่ยมก็ต้องนั่งเฝ้ำอย่างนี้เลยครับ และมีทหารแตงโมโทรศัพท์บอกว่าบุคคลที่ตามกฎหมายไม่ใช่เป็นนักโทษแต่ถูกกักขัง ยิ่งกว่านักโทษ อยู่ในเต็นท์กลางแดดครับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอยู่ไหนครับ ไปตรวจเสียบ้างสิ คุณอมรา พงศาพิชญ์ อยู่ไหน ไปตรวจหน่อย นี่อย่างไรครับท่าน นี่คือการใช้อํานาจที่รุนแรงมาก ท่านประธานครับ เหตุการณ์ในสภาที่มีการตัดสัญญาณ มันชัดเจนแล้วครับท่านว่าท่านต้องการจะปิดกั้น เห็นใจเราหน่อยเถอะครับท่านประธาน พวกเราออกโทรทัศน์ไม่ได้เลยครับ หนังสือพิมพ์พอจะระบายความคิดออกก็ปิ ด แต่อีกฝ่ายหนึ่งออกได้เต็มที่ วิทยุชุมชนฝั่งเสื้อเหลือง ฝั่งพันธมิตร ออกเต็มที่ครับ ทีวี ของรัฐบาลก็ฉะเต็มที่ครับ ความเป็นธรรมเรื่องสื่ออยู่ไหนครับ ลักษณะอย่างนี้ท่านจะ อ้างว่ามีคนเห็นด้วยกับท่าน ผมไม่เถียงครับ เมื่อ ๕๐ กว่าปีก่อน สมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ ฮิตเลอร์ก็มีคนเห็นด้วยกับฮิตเลอร์นะครับ ฮิตเลอร์ได้เห็นเหตุการณ์แล้วว่าประเทศเยอรมนี อยู่ไม่ได้เพราะพวกยิวคุมเศรษฐกิจหมด จึงขอคืนพื้นที่เศรษฐกิจ ฮิตเลอร์ขอคืนพื้นที่ เศรษฐกิจ วิธีการคือจับยิวไปฆ่า ปรากฏว่าในเวลานั้นคนเห็นด้วยกับฮิตเลอร์ก็ไม่ใช่น้อยครับ เหมือนวันนี้ที่เห็นด้วยกับท่านอภิสิทธิ์ แต่สุดท้ายโลกก็เห็นความจริงครับ ฮิตเลอร์ ได้กลายเป็นทรราชครองโลกไป ท่านนายกรัฐมนตรีครับ เชื่อผมเถอะ ท่านจะบอกว่า ศาลยังไม่ได้ตัดสิน จอมพล ถนอมศาลก็ยังไม่ได้ตัดสินครับ ถ้าท่านจะบอกว่าผมไม่ได้เซ็น สั่งฆ่าใคร จอมพล ถนอม กับ จอมพล ประภาสก็ไม่ได้เซ็นสั่งฆ่าใครครับ คืนวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๑๖ ผมอยู่หน้าวังสวนจิตรลดา เป็ นนักศึกษาอยู่ ตอน ๔ ทุ่ม รัฐบาล จอมพล ถนอมยอมแล้วครับ ประชาชนเรียกร้องรัฐธรรมนูญเหมือนวันนี้ครับ เรียกร้อง ยุบสภา เรียกร้องประชาธิปไตย วันนั้นเรียกร้องรัฐธรรมนูญจะเอาเป็นเอาตาย ตอน ๔ ทุ่ม โดยประมาณของคืนวันที่ ๑๓ ยอมแล้วครับว่าจะให้รัฐธรรมนูญภายใน ๖ เดือน พวกเรา ดีใจครับเป็นนักศึกษา แต่จะแยกย้ายกันเมื่อ ๓๐ กว่าปีก่อน มันมืดครับ ยังกลับบ้านไม่ได้ เด็ก ๆ นะครับยังฉลาดบอกอย่าเพิ่งไป ๆ พวกเรา เดี๋ยวมันจะปราบเอาให้เช้าก่อน เช้าจนกระทั่งหกโมงเช้า ไม่ทราบมีคําสั่งจากไหนครับ ลุยเลยครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ อํานาจนอกระบบในประเทศนี้มันรุนแรงมาก และนายกรัฐมนตรีก็คอนโทรล (Control) ไม่ได้หรอกครับ ยิ่งผมเชื่อว่าท่านไม่ใช่นายกรัฐมนตรีตัวจริงด้วยนี่ยาก เขาวางแผนปราบ มาตั้งแต่ต้นแล้ว เหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม จึงเกิดขึ้นและวันเดียวก็จบ ๖ ตุลาคมวันเดียวจบ พฤษภาทมิฬวันเดียวจบ พลเอก สุจินดาก็ไม่ได้เซ็นสั่งฆ่าใครครับ แต่ท่านครับ นั่นคือความรับผิดชอบ เราเป็น นายกรัฐมนตรี ถ้าทํากันถึงขนาดนั้น คนตายขนาดนี้ เรายังยืนยันบอกรอศาลสั่งก่อน รอ ๆ อะไรจะเกิดขึ้นครับท่านประธาน ความเสียหายต่อบ้านเมือง ๑. ประชาชนได้เสียชีวิต สูญหาย ๑๐๐ กว่าศพแล้ว ๒. เกิดความแตกแยกในบ้านเมืองอย่างไม่เคยมีมาก่อนเลย ภายใต้การบริหารของท่าน แล้วท่านจะนั่งอยู่เป็นผู้ปรองดอง มันปรองดองไม่ได้หรอกครับ ท่านเชื่อผมเถอะท่านยังไล่จับผู้คนอยู่ แค่ผมเปิดอภิปรายอย่างนี้ เมื่อเช้ายังฟังได้อยู่เลยครับ พอถึงสุนัย สุนัยทีแรกก็ยังฟังได้ พักเดียวเท่านั้นครับปิดหมดทั่วประเทศ อย่างนี้มันจะ ไปปรองดองอย่างไร มันมีแต่ปรองแดมเท่านั้นแหละครับ ตอนนี้ตัดเข้าข่าวแล้ว ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับสถาบันการเมืองสําคัญของประเทศอันเกิดจากความแตกแยก ภายในประเทศไทยเราในความรู้สึกของประชาชนต้องรีบประสานครับ แต่วันนี้ท่านไม่ได้ แสดงท่าทีการประสานเลย คนของท่านยังเยาะเย้ยถากถาง ตัวท่านเองก็ใช่ นายกรณ์ก็ใช่ นั่นนั่งตัวยาว ๆ นั่นแหละตัวดีนัก ถากถางอยู่ตลอดเวลาแล้วมันจะไปสามัคคีกันตรงไหน ถ้าท่านจะบอกว่านายสุนัยก็พูดแรง อ้ายนี่มันออกไม่ได้สักที่เลยครับ เราถูกกลั่นแกล้ง ขนาดนี้ ผมอยากจะฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สถาบันกองทัพตอนนี้ เสียหายมากครับ ประชาชนเกิดความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจ แล้วคนเริ่มมีความรู้สึกว่า เอ๊ะ ในกรุงเทพฯ คนที่ถูกทหารยิง ภาพปรากฏชัดนี่ครับอยู่บนยอดตึก ทหารยิงชาวบ้าน ก็เห็น ๆ กัน คนที่ถูกยิงก็หน้าลาว ๆ จีน ๆ อย่างเรานี่แหละครับ พูดภาษาก็เหมือนกัน เฮ้ย อย่ายิง ๆ ก็ได้ยิน ยังรุนแรงขนาดนี้ แล้วภาคใต้ล่ะครับ คนที่เขามีเชื่อสายมลายู เขาพูดสําเนียงแตกต่างจากเรา หน้าตามีหนวดมีเครา ไม่ตายหนักหรือ วันนี้เขาถึงได้ เข้าใจว่า อ๋อ ประชาชนในระบบนี้ ภายใต้อํานาจนอกระบบที่คุมระบบการเมืองอยู่ขณะนี้ รุนแรงมาก และไม่ได้มองประชาชนอยู่ในสายตา ท่านประธานครับ ถ้าหากท่าน ยังอยู่ต่อไปเท่ากับท่านยอมรับการสร้างมาตรฐานความรุนแรงที่รัฐจะปราบประชาชน เช่นนี้ได้ ที่ผ่านมาวันเดียวจบทั้งนั้น นี่เดือนกว่าครับท่านยังยืนอยู่ ผมก็ไม่รู้ ว่าอยู่ได้ เพราะอะไร แต่ผมกําลังจะบอกว่า ท่านประธานครับ รัฐทั้งหลายในโลกที่ไม่คํานึงถึงชีวิต ประชาชน และเห็นชีวิตประชาชนเป็นผักปลานั้นสุดท้ายพังทลายครับ แต่ก่อนจะพังทลาย ณ เวลานั้นจะมีประชาชนมาสนับสนุนครับ ที่ผมพูดเช่นนี้ลองย้อนดูประวัติศาสตร์ไปสิครับ ค.ศ. ๑๗๘๙ ที่ประเทศฝรั่งเศส ปี ๑๙๑๗ ที่ประเทศรัสเซีย เวลาไล่เลี่ยกันที่ประเทศจีน ที่ผมพูดอย่างนี้ไม่ใช่มาใส่ไฟ แต่กําลังจะบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีผลประโยชน์ ของพรรคท่าน ผลประโยชน์ของตัวท่าน ไม่สําคัญกว่าผลประโยชน์ของสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และแผ่นดินนี้ แต่ถ้าท่านยังอยู่ระบบมันจะสะสมการพังทลาย เพราะความรุนแรงที่มันเกิดขึ้น ท่านอาจจะเจตนาดีว่าผมจะจบด้วยการทําให้ทุกอย่าง มันปรองดอง โดยพฤติกรรมแวดล้อมมันเป็นไปไม่ได้เลย เหตุที่ผมกราบเรียนท่านประธาน ตรงนี้เอง จึงขอฝากไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่าวันนี้พรรคการเมือง ยุบได้ครับ ผมถูกยุบมาแล้ว แล้ววันนี้ก็รู้ข่าวเลา ๆ แล้วว่าพรรคประชาธิปัตย์ ในสถานการณ์อย่างนี้เขาคงไม่ยุบท่านแล้วละ แต่เขาจะมายุบผมอีก จะทําลายเราอีก แต่กองทัพยุบไม่ได้ครับ ท่านอาจจะบอกว่ากองทัพจะยุบได้อย่างไร อ๋อ ยุบโดยกฎหมายไม่ได้ แต่ยุบโดยศรัทธาของประชาชนเกิดได้และกําลังเกิดขึ้นครับ ที่ผมพูดตรงนี้เดี๋ยวท่านจะมามองว่านายสุนัยมาใส่ร้ายป้ำยสี ท่านช่วยดูหน่อยสิครับ ผมเตือนท่านตั้งแต่ต้นแล้ว ผมบอกว่าการชุมนุมของประชาชนคนเสื้อแดงเริ่มต้น วันที่ ๑๒ นั้น มันมีลักษณะแปลกมากที่รัฐบาลจ้องจะเล่นงานใช้ความรุนแรงตั้งแต่ต้น ผมตั้งข้อสังเกตไว้แล้วนะครับ จําได้ไหมวันที่ ๑๘ มีนาคม ผมตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม ผมบอกท่านมีเจตนาจะฆ่าประชาชนหรือเปล่านี่ ทําไมทหารของท่าน ที่ออกมาเริ่มต้นจะควบคุมฝูงชนก็ใช้ทหารเลย ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี อย่าเพิ่งโกรธผม ผมเสนอท่านหลายทีเจริญเมตตาบ้างเถอะ ผมไม่ใช่ศัตรูของท่าน ผมเป็นนักการเมืองมาตลอด และได้เสนอความจริง ผมเตือนแล้วว่าเมื่อวันที่ ๑๘ ผมบอกว่าการควบคุมฝูงชนทั่วโลกที่เจริญแล้วเขาใช้ตํารวจเพราะอะไรครับ เพราะตํารวจนั้นโดยหน้าที่ของเขา อาวุธประจํากายอย่างมากก็ลูกซอง ชีวิตของเขาอยู่กับ ประชาชน รู้จิตวิทยาประชาชนดี แต่ทหารนี้เขาไม่ได้ฝึกมาทางนี้ ท่านก็เอาทหารออกมา ประเทศที่เอาทหารจัดการฝูงชนตั้งแต่ต้นเลยก็ประเทศพม่าประเทศเผด็จการทั้งนั้นดูเถอะ เสร็จเรียบร้อยแล้วผมยังติงท่านนะครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไม่มา อยู่หรือเปล่ามาฟังสิ แต่ต้องกราบขอบพระคุณ เสธ. สนั่นยังมาตอบให้ ปรากฏว่าทหารนี่ อาวุธครบมือครับ ท่านใช้กฎหมายตามกฎหมายความมั่นคง ซึ่งจริง ๆ เนื้อความ เท่า ๆ กับกฎหมายฉุกเฉินเลย เอาทหารออกมา แล้วแปลกมากครับ ทหารทั้งหมดนั้น หน่วยสังกัดที่คอปิ ดหมดครับไม่ให้เห็น มีอาวุธครบมือ รถยนต์จีเอ็มซี (GMC) ที่ขนทหารมาที่จอดอยู่ริมถนนปิดเลขทะเบียนหมดครับ แล้วก็ปิดหน่วยสังกัดหมด ผมยังถามในสภานี้ว่ามีเจตนาอะไรไม่สุจริต ถ้าสุจริตไปปิดทําไม คนเขาวิตกกังวล และในที่สุดก็เกิดจริง ๆ ท่านครับ วันที่ ๑๐ เมษายน ท่านพูดเสียเพราะเชียว ขอคืนพื้นที่ เหมือนกับที่ฮิตเลอร์ขอคืนพื้นที่จากยิวครับ พื้นที่เศรษฐกิจ จอมพล ถนอมก็เคยขอคืน พื้นที่ครับ และไม่ต้องรอศาลสั่ง ไปหมดแล้วครับ แล้วสถานการณ์บ้านเมืองก็เคลื่อนมาได้ จนถึงวันนี้ครับ ประชาธิปไตยบ้านเมืองเราคงอยู่มั่นคงมาได้ตลอดเวลาเพราะเราใช้หลัก ความรับผิดชอบเหมือนที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอก นักการเมืองต้องมีความรับผิดชอบ สูงกว่าความรับผิดชอบทางกฎหมาย และความรับผิดชอบสูงกว่าประชาชนทั่วไป ผมขออนุญาตใช้คําของ พลเอก อนุพงษ์หน่อยได้ไหมครับที่เคยออกรายการโทรทัศน์ เรื่องเล็ก ๆ ครับ เรื่องพันธมิตรที่เสียชีวิตมีการยิงแก๊สนํ้าตา อันนี้ไม่ใช่แก๊สนํ้าตา ของจริงทั้งนั้นครับ ท่านบอกว่าถ้าผมเป็นคุณอภิสิทธิ์ผมจะลาออกครับ ท่านประธานครับ ผมไม่ได้จบแค่นั้น ท่านนายกรัฐมนตรีต้องเข้าใจ ท่านอาจจะรู้สึกว่าสุนัยอภิปรายรุนแรง หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ชีวิตของท่านนายกรัฐมนตรีท่านไม่เข้าใจผม เพราะผมผ่านเหตุการณ์ ที่เห็นประชาชนถูกฆ่าตายกลางถนนมา ๔-๕ ครั้งแล้ว ๑๔ ตุลาคม ผมอยู่หน้าวังสวนจิตรลดา ๖ ตุลาคม ดีว่าไม่ได้อยู่ในธรรมศาสตร์ อยู่ข้างนอก พฤษภาทมิฬ อยู่ตรงนั้นแหละครับ ๔-๕ ครั้งแล้ว ผมเองไม่อยากให้มันเกิดขึ้นแล้ว ผมจึงพยายามที่จะใช้สภาแห่งนี้ในหน้าที่ ที่ผมมาเป็นผู้แทนราษฎร ผมกินเงินเดือนของประชาชนเขา อะไรที่พอจะทําได้เราก็พยายาม จะเข้ามาในนี้ ขอให้ใช้สภาแก้ปัญหา ท่านครับ วันที่ ๑๐ เมษายนเป็นโศกนาฏกรรม มันก็เสียใจทั้ง ๒ ฝ่ายครับ ผมก็เสียใจกับทหารที่เสียชีวิตด้วย แต่วันที่ ๑๐ เมษายน ตั้งแต่นั้นมารัฐบาลไม่มีท่าทีผ่อนปรนจะหาทางประนีประนอมปรองดองอะไรเลยครับ ไม่เชื่อดูจากคําสัมภาษณ์ต่าง ๆ ของท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ ของท่านสาทิตย์ ผมขอร้องบอกว่าอย่ามาพูดได้ไหมในทางโทรทัศน์ ทําไมต้องเอาคนของพันธมิตรมานั่งพูด เพราะว่ามันเสียความรู้สึกเขา เอาคนอื่นก็ได้ นี่เอาอาจารย์เจิมศักดิ์เลยครับ แกนนําพันธมิตร นั่งทุกวันแล้วก็ฉะทุกวัน แล้วมันจะไปประนีประนอมอย่างไร ผมเองยังพูด ในสภาบอกท่านนายกรัฐมนตรีถ้าจะปรองดองนี่ท่านช่วยจ่ายยาปรองดองให้ท่านสุเทพ รับประทานหน่อยเถอะ อย่าแรงนักเลย นี่ก็เป็นคําพูดล้อเล่นกันในสภา ท่านครับ ตั้งแต่วันที่ ๑๐ กระแสรุนแรงมาตลอด เราเห็นความรุนแรงจะเกิดแน่นอนแล้ว วันที่ ๒๑ เมษายน จึงเสนอญัตติเข้าในสภา ฝ่ำยเราเป็นฝ่ำยเสียงข้างน้อยรัฐบาลก็ไม่ให้พูด วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ ขอตั้งกระทู้ถามสด นายกรัฐมนตรีก็ไม่มาตอบ สัปดาห์หน้าต่อไป วันที่ ๒๘ ยื่นญัตติอีกก็ไม่ให้พูดอีก วันที่ ๒๙ ก็ไม่เอาอีก ตั้งกระทู้ถามก็ไม่ให้อีก ท่านอภิสิทธิ์ยังจําได้ไหมครับ วันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๒ ผมตั้งกระทู้ถามท่านในสภา ผมเห็นปัญหาความขัดแย้งระหว่างเสื้อเหลือง เสื้อแดง มันบานแน่ครับ เพราะภาวะ ๒ มาตรฐาน ผมพูดในสภากับท่านว่าท่านประธานถ้าต้องการให้สลายเรื่องสีเหลือง สีแดง ผมเสนอให้ท่านนายกรัฐมนตรีดําเนินคดีกับแกนนําพันธมิตรที่ยึดสนามบิน ยึดทําเนียบรัฐบาล สักทีสิครับ เสื้อแดงจะได้หมดความชอบธรรมในการกล่าวอ้างว่า ฉันจะเคลื่อนไหว ผมยืนยันว่าผมไม่ใช่เสื้อแดงครับ ไม่ใช่ยืนยันเพราะว่าเดี๋ยวกลัวท่านจับ ไม่ใช่ ผมไม่ใช่ตั้งแต่ต้น แต่ผมเห็นว่าเหตุการณ์อย่างนี้มันไม่เป็นธรรม แล้วมันจะเกิด ความเดือดร้อนกันขนาดนี้ก็พยายามจะไปปราม ๆ กัน ท่านประธานครับ ผมเสนอท่าน เมื่อวันที่ ๒๖ ขอให้ท่านดําเนินคดีกับแกนนําเขาเสียเถอะ มันจะได้หมดความชอบธรรม เสื้อแดงจะได้ไม่กล่าวอ้างได้ ท่านตอบผมผมยังจําได้ว่าท่านไม่ได้แทรกแซง ปล่อยให้ เป็ นไปตามกระบวนการ แต่มันติดใจว่าหลังจากที่ท่านตอบผมเมื่อวันที่ ๒๖ นั้น ท่านเดินไปเปิดโทรทัศน์ของนายสนธิช่องใหม่กับนางสโรชาผู้ต้องหา และท่านสาทิตย์ ไปด้วย ภาพอย่างนี้มันไม่ได้ครับ ดังนั้นภาวการณ์ที่เป็นอยู่มันจึงเห็นความชัดเจนว่า ท่านเลือกข้างแล้ว การเลือกข้างของท่านนี้เองยิ่งเติมไฟความเจ็บปวดของประชาชนว่า ๒ มาตรฐานอย่างนี้มันไม่ไหวมันถึงลามมาเรื่อย ท่านประธานครับ ผมยังขอบคุณท่าน วันที่ ๓ พฤษภาคม จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ที่ท่านหักมุมได้ แล้วดูท่าทางแล้ว พอวันที่ ๓ หักมุมเสร็จ ท่านรองนายกรัฐมนตรีก็ไม่หยุดครับ เพราะว่าผมตั้งกระทู้ถามท่าน วันพฤหัสบดีที่ ๖ ผมบอกว่าขอร้องได้ไหมการใส่ร้ายป้ำยสี โดยเฉพาะคําว่าล้มเจ้าอย่าพูด ข้อหานี้อย่าพูด เพราะว่าแค่พูดก็ไม่เป็นมงคลต่อแผ่นดินแล้ว ผู้คนเยอะแยะจะไปล้มเจ้า แสดงว่าผู้คนจํานวนมากไม่จงรักภักดีหรือ ผมบอกอย่าพูดเลย ท่านก็ไม่ยอม หรือจะขู่ผม หรือเปล่าไม่ทราบ ท่านนายกรัฐมนตรีฝากด้วยนะครับ บอกว่ามีพวกคุณสุนัยด้วย ผมตกใจ แต่ยังดีนะที่ท่านไม่บอกว่าคุณสุนัยและพวก ยุ่งเลย ท่านยังยืนยันว่าจะทําอีก ดังนั้นสถานการณ์มันจึงแสดงให้เห็นชัดว่าลึก ๆ ท่านก็ไม่เห็นด้วยกับการปรองดอง ท่านอยากจะปราบให้จัดการตามผู้ที่อยู่ข้างหลังท่าน ตามที่ผมเชื่อนะครับ ซึ่งผมไม่รู้ใครนะ วันนี้ไปทําอย่างนี้ก็ไม่ดีครับ คราวก่อนคลําหัวไปทีแล้ว ท่านประธานครับ เหตุการณ์ตั้งแต่ วันที่ ๓ ผมขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีในที่นี้ บอกท่านจะคิดอย่างไรก็แล้วแต่ ผมเห็นดีด้วย เพราะก่อนหน้านั้นผมเองก็พูดเองครับ เมื่อวันที่ ๒๙ ผมพูดเองว่าท่านนายกรัฐมนตรี จะเอาอย่างไรก็เอา นปช. จะเอาเดี๋ยวนี้ จะเอา ๓๐ วัน ท่านจะเอา ๖ เดือน ก็สั่งไปเลย และท่านจะทําอะไรก็ต้องทําเลย ปรองดองตามแผนของท่านเลย ท่านก็ไม่ฟังผม หรือว่า ท่านฟังผมแล้วเอาไปใช้ในวันที่ ๓ ผมก็จะมาขอบคุณท่านอีก ยังไปขอบคุณท่าน ถึงห้องเลย บอกว่าขอบคุณท่าน อย่าให้คนตายเลย เราเป็นนักการเมืองนี่ครับ ชีวิตของ ประชาชนถ้าลองได้ตายเป็นผักเป็นปลาแล้ว ไม่มีราคาค่างวด อย่างทุกวันนี้สังคมอยู่ไม่ได้ มันจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งรุนแรงซึ่งผมไม่อยากให้เกิด ถ้าท่านจะบอกว่าสิ่งที่เป็นอยู่นี้ท่านไม่ได้เกี่ยว ท่านครับ ท่านไม่ได้เกี่ยวท่านก็พูดไปเถอะ แต่ว่าเป็นนายกรัฐมนตรี จอมพล ถนอมก็ไม่ได้สั่งโดยตรง ใครสั่งก็ไม่รู้ครับ ขนาดรับปากแล้ว จะให้รัฐธรรมนูญภายใน ๖ เดือน แล้ววันที่ ๑๓ เช้ามืดวันที่ ๑๔ ล่อนักศึกษาเลยครับ แล้วหลังจากนั้นก็ฆ่ากันเลยครับ ๖ ตุลาคมก็เหมือนกัน พฤษภาทมิฬก็เหมือนกัน เขาก็ต้อง ยอมกันไปเพื่อจะรักษาโครงสร้างของระบบไว้ ตรงนี้ไม่ดีกว่าหรือ ผมจึงฝากไปถึง พรรคการเมืองร่วมรัฐบาลทั้งหมดเถอะครับ ถ้าท่านจะแก้ปัญหาก็ให้นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ลาออกเสียแล้วไปเลือกกันใหม่ ทุกอย่างจะเพลาลง นี่ก็ไม่ยอม จะอยู่ต่อไป เราจึง จะต้องเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจท่าน ท่านครับ เดี๋ยวจะหาว่าเป็นการเปิดอภิปราย ไม่มีข้อกฎหมาย ทั้งหมดนี้ท่านได้ทําผิดอย่างร้ายแรง ๑. ท่านได้ไปถวายสัตย์ต่อ องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้วที่จะสร้างการปรองดองภายในชาติขึ้น แต่ท่าน ก็เลือกข้างนะ ท่านอภิสิทธิ์ครับ ท่านอาจจะบอกว่าผมไม่ได้เลือกแต่ในสายตาประชาชน เขาชัดเจนแล้วว่าท่านอยู่กับพันธมิตร กษิตก็แกนนําพันธมิตรท่านก็ไม่ปรับออก กระทําการไม่เหมาะไม่สมก็ไม่ปรับออก

(นายประมวล เอมเปีย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุนัยครับ มีผู้ประท้วงครับ ประท้วงอะไรครับ

นายประมวล เอมเปีย ชลบุรี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ประมวล เอมเปีย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดชลบุรี ผมฟังการอภิปราย อย่างอดทนมาตลอดนะครับว่าท่านผู้อภิปรายอภิปรายวนเวียนซํ้าซากตลอด แล้วก็ ผมอยากจะถามท่านผู้อภิปรายว่าท่านนะเลือกข้างไหม

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ พอแล้วครับ ประธานเข้าใจประเด็นประท้วง อย่าไปซักถามกันอย่างนั้นนะ มันนอกประเด็นประท้วง พอแล้วครับ ไม่อย่างนั้นจะเป็นการโต้ตอบกัน ประธานเข้าใจ ที่ท่านประท้วงแล้วครับ จะขอวินิจฉัย ไม่โต้แย้งกันแล้วครับ

นายประมวล เอมเปีย ชลบุรี

ผมอยากจะถามว่าท่านบอกว่าเวทีเสื้อแดง ไม่รุนแรง ผมถามว่า

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ นั่งเถอะครับ คือถ้าท่านใช้สิทธิประท้วงแบบนี้ไม่ได้ มันเป็นการอภิปราย ตอบโต้กัน ประธานจะวินิจฉัยที่ท่านประท้วงแล้วครับ ไม่ละครับ นั่งเถอะครับ คือประธาน จะไม่อนุญาตให้ไปตอบโต้กัน แต่ถ้าท่านประท้วงแล้วบอกว่าเขาทําผิดข้อบังคับข้อไหน บอกประธาน ประธานจะวินิจฉัยครับ

นายประมวล เอมเปี ย ชลบุรี

ท่านประธานครับ ผมจะอธิบาย ให้ท่านประธานนิดเดียวแล้วจะบอกว่าข้อบังคับข้อที่เท่าไรนะครับ เดือนเมษายนที่พัทยา เสื้อแดง

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอ พอ พอ อันนี้ไม่ใช่ประท้วงแล้วครับ นั่งเถอะครับ อย่างนี้นะครับ ประธานขอวินิจฉัย ขณะนี้ท่านสุนัยกําลังสรุป แล้วท่านก็สรุปเป็ นข้อ ๆ เริ่มข้อ ๑ ท่านก็ประท้วงแล้ว เดี๋ยวท่านจะจบแล้ว ฉะนั้นนั่งเถอะครับ เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรีหรือผู้ที่ถูกพาดพิงท่านก็จะ ชี้แจงเองนะครับ เป็นหน้าที่ของผู้ที่เขาถูกไม่ไว้วางใจจะเป็นคนชี้แจง เชิญท่านนั่งเถอะครับ ไม่อย่างนั้นก็ตอบโต้กันไปมา นั่งครับ ๆ พอแล้วครับ ไม่อนุญาตแล้วครับ นั่งเถอะครับ ถ้าประท้วงแล้ว ประธานวินิจฉัยแล้วว่าเขากําลังสรุป พอสรุปข้อ ๑ ประธานฟังอยู่ แล้วท่านก็ประท้วง นั่งเถอะครับ ท่านไม่ได้ประท้วงเมื่อกี้ท่านกําลังจะอภิปราย ถ้าประธาน ปล่อยอย่างนี้ก็ตอบโต้กันไปมาก็ไม่จบ ไม่ใช่เป็นการประท้วงตามข้อบังคับ เชิญนั่งครับ ท่านสุนัยกรุณาสรุปได้เลยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ฝากท่านนายกรัฐมนตรี สักนิดหนึ่ง ท่านจะลาออกหรือไม่ลาออกนี่ผมทําอะไรท่านไม่ได้อยู่แล้ว แต่ว่าคนที่เขา ติดคุกอยู่ที่เรือนจํากลางคลองเปรม เรือนจําพิเศษกรุงเทพ ทัณฑสถานประมาณ ๓๐๐ กว่าคน ท่านกําลังทําผิดกฎหมายนะครับ เขาไม่ให้ไปจองจําในคุก และต้องปฏิบัติ ต่อเขาเหมือนไม่ใช่ผู้ต้องหานะครับ แต่นี่ท่านทําเขา แล้วท่านดูนะครับ แต่ละคนนี่ผมไม่อ่านชื่อนะครับ เดี๋ยวท่านจะรู้ว่ามาจากเจ้าหน้าที่ ในเรือนจําแตงโมคนไหนอีก แต่ละคน ๆ ท่านไปดู ป. ๔ ป. ๓ ป. ๒ ก็มี ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ส่วนใหญ่คนยากคนจนทั้งนั้นเลยครับ ท่านทําเขาทําไม ท่านจะกดขี่อะไรเขาอีก ถ้าจะสอบสวนเขาถ้าเสร็จแล้วก็ปล่อยเขาเถอะครับ คนที่ถูกจองจําที่ท่านจับไปนั่น อีกหลายคน แต่ที่ทนายเขามาบอกผมที่อยู่ที่ค่ายอดิศรจับไปจองจําแล้วไม่ไถ่ไม่ถาม อะไรหรอกครับ ไม่สอบสวนอะไรทั้งนั้น อย่างนี้ปล่อยเขาไปเสียเถอะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ เวลาก็จะหมดแล้ว ขอประทานโทษแป๊ บเดียวครับ สรุปแล้ว แล้วหักเวลาจากคนอื่นได้นะครับ คําพูดของท่านนายกรัฐมนตรีที่ผมถือเป็ นหลัก และถือว่าการกระทําผิดทั้งหมดนี้มันขัดแย้งในทางการเมือง อย่าลืมนะครับสภาไม่ใช่ศาล ใช้มโนสํานึกและความรับผิดชอบของบุคคลเป็นคนตัดสิน ส่วนศาลต้องไปอีกขั้นหนึ่ง มันไม่ใช่จบเร็ว ๆ ถ้าเราไปศาลเอาท่านนายกรัฐมนตรีฟ้ องศาลตัดสินเสร็จเมื่อไรผมว่า ออกจากนายกรัฐมนตรีเถอะครับ เป็นอีก ๒ สมัยครับ อย่างนั้นอย่าเอามากลบเกลื่อนกันเลย เรื่องนี้ท่านต้องรับผิดชอบเอง ผมบอกแล้วว่าถ้าท่านไม่ทําโครงสร้างสังคมมันจะร้าวลึก เข้าไปอีก เมื่อวานนี้ก็ระเบิดตอนกลางคืนที่จังหวัดเชียงใหม่ จะไปบอกว่าเสื้อแดงระเบิด ก็ไม่ใช่ เพราะขณะนี้มีคนบอกว่ารัฐบาลก็ไม่อยากเลิกประกาศภาวะฉุกเฉิน อยากจะใช้ อํานาจนาน ๆ จะได้บี้พวกเราให้ได้ ท่านครับ คิดให้ดีเถอะ วันนี้ท่านโชคดีมากที่สั่งฆ่า คนตายยาวนานเป็นเดือนแล้ว จอมพล ถนอมยังสู้ท่านไม่ได้ จอมพล ถนอม จอมพล ประภาส จอมพล ประภาสนี่ไม่ได้สั่งอะไรเลยแต่เป็นทรราชกับเขาด้วย ๓ ทรราช สิ่งที่ท่านทําผมถือว่า ทําผิดเลยก็คือว่าสัญญาประชาคมของนายกรัฐมนตรีคนที่ ๒๗ กล่าวเมื่อวันที่ท่านได้รับ โปรดเกล้าฯ หนังสือพิมพ์มติชนลงวันที่ ๑๘ ธันวาคม ตอนหนึ่งท่านบอกว่า ผมจะต้องยุติ การเมืองที่ล้มเหลวที่เป็ นต้นเหตุของความขัดแย้ง แบ่งฝักฝ่ำย แบ่งภาค แบ่งสี ของประเทศในขณะนี้ ผมจะขจัดการเมืองที่ล้มเหลวออกไป นําความสมัครสมานสามัคคี กลับมา อาศัยความยุติธรรมนําหน้า จะยึดหลักนิติธรรม แค่ผมยกตัวอย่างที่ท่านขังผู้คนนี่ ก็ไม่ใช่แล้วครับ ผิดแล้วครับ อย่าไปบอกว่า โอ๊ย พวกนี้เป็นพวกเสื้อแดงผิด ๆ ถูก ๆ ไม่เป็นไรหรอก ไม่มีการศึกษาไม่ได้ครับ เรื่องของประชาชนนี่ไม่ได้ ผมยังยกย่องท่าน ที่ท่านทําหน้าที่เมื่อตอนเป็นหัวหน้าฝ่ำยค้านนั่น แต่อันนี้ผมก็ต้องทําหน้าที่ของผม ทําให้ได้ครับ ดังนั้นตรงนี้จึงไม่ชอบที่ท่านจะอยู่แล้ว นี่คือสัญญาประชาคมนะครับ ท่านไม่สามารถจะสร้างความสามัคคีในประเทศนี้ได้แล้วครับท่านนายกรัฐมนตรี และหากท่านอยู่ต่อไปจะยิ่งร้าวลึก และพรรคร่วมรัฐบาลต้องรับผิดชอบเป็นจําเลย ในประวัติศาสตร์ร่วมกัน ผมไม่มีอํานาจหรอกครับที่จะจับท่านขึ้นศาลวันนี้ได้ แต่เป็นจําเลยในประวัติศาสตร์นี่จองจํายาวนานมากครับ อีกข้อหนึ่งในสัญญาประชาคม ท่านบอกว่า ผมตั้งใจยิ่งจะดูแลพี่น้องเกษตรกรไม่ให้รับผลกระทบต่อราคาผลผลิตตกตํ่า ไม่ว่าจะเป็นข้าว ข้าวโพด มันสําปะหลัง

(นายสัญชัย อินทรสูต ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประท้วงอะไรครับ เดี๋ยวท่านสุนัยครับ มีผู้ประท้วง ประท้วงอะไรครับ

นายสัญชัย อินทรสูต แบบสัดส่วน

ผมประท้วงท่านประธาน ตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ครับท่านประธาน ผม สัญชัย อินทรสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ท่านประธานปล่อยให้นายสุนัยพูดจายียวนถากถาง ตลอดเวลาเลยนะครับท่านประธาน ทําไมท่านประธานไม่ควบคุมล่ะครับ อย่างนี้นักข่าว เขาถึงตั้งฉายาสภาถ่อย สภาเถื่อน ก็เพราะมีปัญหาแบบนี้ครับ ท่านประธานต้องควบคุมนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประธานก็ฟังอยู่ เอาละครับ ประธานก็ฟังอยู่นะครับ ท่านสุนัยก็พยายามที่จะใช้ลีลา แบบท่านสุนัยให้ข้อมูล ฉะนั้นลีลาคนมันก็ต่างกันไป ฉะนั้นฟังท่านหน่อย เดี๋ยวท่านกําลัง สรุปแล้วครับ เชิญท่านสุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ เวลาเรา อภิปรายไม่ไว้วางใจเวลาเราจะสรุปเราต้องสรุปข้อกฎหมาย ข้อนโยบาย ขอประทานโทษ ท่านที่ลุกขึ้นเมื่อสักครู่นี้บังเอิญเพิ่งเป็นผู้แทนราษฎรใหม่

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เข้าประเด็นเลยครับ ไม่เป็นไรครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ไม่เข้าใจวัฒนธรรมครับ ท่านเคย เห็นนายสุนัยประท้วง ส.ส. จังหวัดนครสวรรค์สักครั้งไหมครับ อยู่มา ๑๐ ปีไม่เคยครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ ท่านสรุปต่อครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

เรียนรู้วัฒนธรรมบ้างนะน้องเอ๊ย คราวหน้าจะได้เข้ามาได้

(นายสัญชัย อินทรสูต ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอแล้วครับ ไม่ต้องตอบโต้กันนะครับ ท่านสุนัยกําลังสรุปครับ เดี๋ยวให้ท่านจบแล้วผมจะ ให้สิทธิพาดพิง นั่งก่อนครับไม่อย่างนั้นจะเป็นการตอบโต้กันครับ พาดพิงอะไรครับ

นายสัญชัย อินทรสูต แบบสัดส่วน

เขาบอกว่า ส.ส. จังหวัดนครสวรรค์ ไม่เคยประท้วง ส.ส. จังหวัดนครสวรรค์ แต่ถ้าเขาเป็นคนดีผมก็ไม่ประท้วงนะครับ ท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ พอแล้วครับ เอาละครับ การประท้วงก็เป็ นไปตามสิทธิในข้อบังคับ แล้วประธานเป็นผู้วินิจฉัยนะครับ ใครดีไม่ดีประธานวินิจฉัย เชิญท่านสุนัยสรุปต่อครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านครับ ผมอาจจะไม่ได้ตักบาตร ทุกเช้า เป็นคนดีหรือเปล่าไม่รู้ แต่ผมห่วงใยชีวิตประชาชน นี่คือเนื้อแท้ของผู้แทนราษฎร ใครไม่ทํานั่นละประชาชนจดชื่อไว้ ท่านประธานครับ ผมกําลังจะอ่านประโยคนี้ ผู้แทน จังหวัดนครสวรรค์ไม่น่าจะมาประท้วงเลย สัญญาประชาคมของนายกรัฐมนตรีที่ลง ตีพิมพ์ในมติชนวันที่ ๑๘ ท่านพูดด้วยครับว่าจะดูแลพี่น้องเกษตรกรไม่ให้ได้รับผลกระทบ ต่อราคาผลผลิตตกตํ่า ไม่ว่าจะเป็นข้าว ข้าวโพด มันสําปะหลัง วันนี้ข้าวจังหวัดนครสวรรค์ ๕,๐๐๐ กว่าบาทเท่านั้นครับ ไม่เกิน ๖,๒๐๐ บาทครับ อยู่ไหวหรือครับ วันที่นายสมัคร เป็นนายกรัฐมนตรีนั้นข้าว ๑๒,๐๐๐ บาท ทองคําราคา ๘,๐๐๐ บาท นายอภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีข้าว ๖,๐๐๐ บาท ทองคํา ๑๘,๐๐๐ บาท เนื้อข้าวจริง ๆ เหลือกี่สตางค์ จังหวัดนครสวรรค์ต้องพูดเรื่องนี้ ไปดูเสียไปเป็นรัฐบาลเชียร์อุตลุด ปิดหน้า ปิดหูปิดตา ไม่รับรู้อะไร ชาวบ้านกําลังเดือดร้อนอย่างหนักเรื่องราคาข้าวครับ

อีกประโยคหนึ่งท่านบอกว่าผมจะทําทุกอย่างเพื่อลดค่าครองชีพของ ประชาชนตามวาระเร่งด่วนที่ผมเคยเสนอทันทีที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ท่านนายกรัฐมนตรีได้เดินไปกินก๋วยเตี๋ยวตามถนนบ้างไหม ๒๐ บาทซื้อไม่ได้แล้ว ๒๕ บาท ข้าวราดแกงมีเนื้อ ๒-๓ ชิ้นต้อง ๓๐ บาทพอจะกินได้ ค่าครองชีพขึ้นเท่าไรครับ อย่างนี้ผิดแล้วหรือยังครับ ท่านผิดต่อสัญญาประชาคมแล้วท่านจะอยู่ทําไม ฆ่าคนก็ฆ่าแล้ว ราคาข้าวก็ตกตํ่า ค่าครองชีพก็สูงขึ้น อยู่ทําไมครับ อยู่ทําไมฮึ อยู่ทําไม แค่ท่านนายกรัฐมนตรี แถลงนี้เท่านั้นละครับสื่อมวลชนเขารู้แกวแล้วครับ หนังสือพิมพ์วันที่ ๒๓ ธันวาคม โลกวันนี้ คอลัมน์ (Column) ของคุณอัคนีเขียนไว้เลยครับ พอท่านรับพระบรมราชโองการ เป็นนายกรัฐมนตรีปั๊บ ท่านบอกว่ามีสัญญาประชาคมจะทําให้เศรษฐกิจดีอย่างนี้ ๆ เรื่องเสรีภาพ เขาพูดเลยครับว่าไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีตั้งแต่ต้นแล้ว ไม่ใช่ผม ไม่ไว้วางใจนะ วันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๑ เขาไม่ไว้วางใจท่านแล้วนะ แต่เป็นสิทธิของท่าน ที่ท่านจะอยู่ต่อไป สื่อมวลชนเขาว่า แล้วมันก็จริง ๆ ครับท่านครับ ผิดเท่านี้ยังไม่พอครับ ต้องดูนโยบายครับ ท่าน ส.ส. เคยอภิปรายกับเขาบ้างหรือยัง ได้แต่ประท้วงเรื่อย เวลาจะ อภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นต้องปิดท้ายด้วยว่าคุณผิดนโยบายด้วย

(นายประมวล เอมเปีย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประท้วงอีกแล้วครับ ประท้วงอะไรครับ

นายประมวล เอมเปี ย ชลบุรี

ให้ผมอธิบายก่อนได้ไหมครับ ผมประท้วงตามข้อบังคับ ผมจะยกข้อบังคับครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ยกมา ประท้วงผิดข้อบังคับข้อไหน

นายประมวล เอมเปีย ชลบุรี

ผมขออธิบายนิดหนึ่งครับ ท่านประธานครับ รัฐบาลชุดนี้นะครับ มันเส้นกิโลกรัมละ ๖ บาท ไม่เคยมีมาก่อนในชีวิตผม ไม่ต้องหัวเราะครับ เรื่องจริง พูดจริงแค่ครึ่งเดียวแต่ของจริงไม่เอามาพูด ข้าวเกวียนละ ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ คืออย่างนี้ ท่านผู้ประท้วงครับ ประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ที่ผู้อภิปรายเขากล่าวหาไว้ว่า เขาอภิปรายไม่ไว้วางใจเขาก็ต้องเอาสิ่งที่เขาไม่ไว้วางใจมาพูด เดี๋ยวผู้ที่เขารับผิดชอบ เขาจะเป็นคนชี้แจง สมาชิกไม่ต้องชี้แจงครับ เดี๋ยวเขามีข้อเท็จจริง มีตัวเลขเขาก็ชี้แจง ตอบโต้กันเอง ไม่อย่างนั้นสมาชิกลุกขึ้นชี้แจงแทนหมด เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรี ที่ถูกไม่ไว้วางใจท่านไม่มีอะไรชี้แจงนะครับ นั่งลงครับ ท่านสุนัยสรุปเลยครับ เกินเวลามามากแล้วครับ

นายประมวล เอมเปีย ชลบุรี

ท่านประธานครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ในคําแถลง นโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี หน้า ๑ ครับ ผมอ่านนะครับ อันนี้คือการจับให้เห็นกัน ชัดเจนว่าจับมั่นคั้นตายแล้วนะครับ ส่วนท่านจะลาออก ไม่ลาออก เรื่องของท่านนะ ส่วนพวกของท่านนี่จะยกมือให้กันก็รับผิดชอบในทางการเมืองกันเองนะ ในทางการเมือง โดยเฉพาะในทางประวัติศาสตร์ท่านต้องรับผิดชอบในการร่วมกันฆาตกรรมประชาชน แต่วันนี้แค่นโยบายผมไม่กล่าวหาท่าน ท่านก็อยู่ไม่ได้แล้วครับ ท่านบอกว่ารัฐบาลจะ ดําเนินการเพื่อนําสังคมไทยกลับคืนสู่ความสมานฉันท์ สมัครสมานสามัคคี เอื้ออาทร และคนไทยมีความสุขถ้วนหน้า พร้อมทั้งนําประเทศไทยให้ผ่านพ้นวิกฤติเศรษฐกิจครั้งสําคัญ เพื่อให้สามารถพัฒนาต่อไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ท่านครับ วันนี้สามัคคีกันได้อย่างไร ฆ่ากันตายอย่างนี้แล้วรัฐบาลบอกผมไม่ผิด ผมไม่ได้สั่ง เข้าใจว่าคนชุดดํานะ คนชุดดํา ใครก็ไม่รู้ เพราะผมยังไม่ได้ขึ้นศาลนะ นี่หรือ อย่างนี้นั่นหรือครับท่านนายกรัฐมนตรี อย่างนี้หรือ มันไม่ได้ นี่ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องการทุจริตนะ เดี๋ยวมาแล้วครับ

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประท้วงอีกแล้วครับ ประท้วงอะไรครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความอดทน ผมขอประท้วงท่านประธานตามข้อ ๘ ท่านผู้อภิปรายซึ่งพอถอดแว่นตามาผมตกใจ มากเลยนะครับ ได้อภิปรายเหมือนนํ้าล้างชามเลยครับคือมีแต่นํ้าไม่มีเนื้อ ท่านประธาน คงต้องควบคุมเวลาให้เหมาะสมเพื่อผู้อภิปรายท่านต่อไปจะได้บริหารเวลาอย่างเกิดประโยชน์ สูงสุด ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประธานวินิจฉัยนะครับ อย่างที่ประธานวินิจฉัยว่าลีลาแต่ละท่านไม่เหมือนกัน ดังนั้น เราก็ทนหน่อย พอเวลาลีลาเราคนอาจจะชอบหรือไม่ชอบ นี่ท่านก็อภิปรายแบบของท่าน ส่วนเวลาฝ่ายค้านเขาได้รับจัดสรรไปทั้งหมด ๑๘ ชั่วโมง เขาไปบริหารจัดการกันเอง เกินมาก็ไปหักคนอื่นออกนะครับ เชิญท่านสุนัยต่อครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านครับ เดี๋ยวจะจบแล้วครับ ผมเจอท่านอนุดิษฐ์ครับ คราวนี้ไม่ใช่นํ้าล้างชามนะ เลือดนองชามครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับเชิญต่อ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ของจริงเอารูปมาโชว์เลย ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมต้องจับสัญญาประชาคมที่ท่านแถลงไว้หลังจากที่ได้รับ โปรดเกล้าฯ แล้ว ผมต้องจับนโยบาย เพราะว่าผมไปจับกฎหมายกับท่านอย่างเดียวไม่ได้ เพราะว่าเราไม่สามารถจะสืบพยานศาลในนี้ได้ เราในทางการเมืองครับ ท่านก็เคย ทําอย่างนี้กันแล้วในฐานะเป็นฝ่ายค้าน ถ้าจะโกรธผมอย่างไรบอกผมนะครับ ผมจะไป ขอโทษในห้องให้แต่เรื่องส่วนตัวนะแต่ส่วนรวมขอโทษไม่ได้ ไม่ได้ครับท่าน อันนี้เป็น เรื่องใหญ่ และมันกําลังจะลุกลามไปสู่โครงสร้างของสังคมไทยถ้าท่านยังประวิงเวลา ถ่วงเวลา เพียงเพื่อจะมีอํานาจต่อไปยาว ๆ เจ๊งครับ ถ้าไม่รู้ก็ดูประวัติศาสตร์ย้อนหลังบ้าง แล้วจะได้รู้อนาคต ในนโยบาย ข้อ ๑.๑.๑ เสริมสร้างความสมานฉันท์และความสามัคคี ของคนในชาติให้เกิดขึ้นโดยเร็วโดยใช้แนวทางสันติ รับฟังความเห็นทุกฝ่ำย โอ้โฮ ท่านครับ พอเริ่มสุนัยปราศรัยก็ปิดโทรทัศน์แล้วนี่นะ สื่อต่าง ๆ ก็ถูกปิดหมด สื่อที่ตรงข้าม กับท่านปิดหมด ใครชุมนุมก็ไม่ได้ เพียงแค่อาจารย์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยบอกว่า จะชุมนุมในอนาคต ๒๔ มิถุนายน จับเลยครับ แล้วก็ทรีท (Treat) เขาแบบนักโทษครับ ผิดกฎหมายครับ มันเป็นไปไม่ได้แล้วครับ ใช้แนวทางสันติ รับฟังความเห็นทุกฝ่าย ก็รับฟังความเห็นทําไมเข้าคุกล่ะครับ ยังไม่ได้พูดอะไร ยังไม่ได้ชุมนุมอะไรทั้งนั้น เพียงแต่ บอกจะชุมนุมในอนาคตแต่เสื้อหลากสีมาที่นี่แล้วครับ ในระหว่างที่มีประกาศภาวะฉุกเฉิน เสื้อแดงห้ามชุมนุมเด็ดขาดแต่เสื้อหลากสีไปได้เรื่อยครับ คนนําคนหนึ่งชื่อ พลเอก ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ รู้จักไหมครับท่านนายกรัฐมนตรี เป็นสามีของคุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ พรรคของท่านอยู่ที่สํานักนายกรัฐมนตรี

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วงครับ คุณสุนัยครับ เดี๋ยวให้สิทธิผู้ประท้วงหน่อยครับ ท่านบุญยอดประท้วง อะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องขออนุญาตประท้วงผู้ที่อภิปรายในขณะนี้นะครับ ท่านพูดวนในเรื่องเดิม ๆ มีคนโทรศัพท์มาหาผมว่าดูช่อง ๑๑ ชัดเจนดีครับ แล้วก็ไม่อยากฟังเรื่องวน ๆ อีกแล้วนะครับ ขอให้ท่านได้สรุปเร็วที่สุดเลยครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านก็กําลังสรุปอยู่ครับ เชิญท่านสุนัยสรุปครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ฟังอีกประโยคเดียว นโยบาย ของท่านนะครับ ท่านบอกว่าจะเสริมสร้างความสมานฉันท์และความสามัคคีของคนในชาติ ให้เกิดขึ้นโดยเร็วโดยใช้แนวทางสันติวิธี แต่ตายไป ๑๐๐ กว่าคนแล้วครับ ทั้งสูญหาย บาดเจ็บเกือบ ๒,๐๐๐ คนแล้ว แนวทางสันติวิธีนะครับ รับฟังความเห็นจากทุกฝ่ำยและหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา ความขัดแย้งในชาติทุกกรณี อย่างนี้ผิดนโยบายไหมครับ หรือท่านบอกว่าเป็นเรื่อง การกระชับพื้นที่ไม่ได้เกี่ยวกับการปราบปรามเลย เป็นการกระชับพื้นที่ เอาเถอะครับ ทุกอย่างมันชัดเจนหมด นี่คือนโยบายของท่าน นี่คือสัญญาประชาคมของท่าน นี่คือ กฎเหล็ก ๙ ข้อของท่าน ผิดหมดครับ ไม่เป็ นไปตามสิ่งนี้เลย ดังนั้นมันจึงเป็ น ความชอบธรรมที่สุดที่กระผมจะได้อภิปรายไม่ไว้วางใจท่าน และขอให้ท่านอย่าได้ใช้ สิ่งเหล่านี้เป็นความโกรธแค้นแล้วไปดําเนินการกลั่นแกล้งใช้กฎหมายมาจับ ส.ส. ฝ่ายค้านเลยครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนายกรัฐมนตรี เชิญครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เข้าใจว่าจะมีเพื่อนสมาชิกที่อภิปรายอีกหลายท่าน เพราะฉะนั้นผมคงไม่ใช้เวลาในการชี้แจงประเด็นการอภิปรายทั้งหมดที่ได้กล่าวมา แต่ว่า คงจะใช้เวลาในช่วงที่เหมาะสมในการชี้แจงในรายละเอียดต่อไป เพียงแต่คิดว่าน่าจะ เป็นประโยชน์ที่ในชั้นนี้ผมจะได้มีการชี้แจงข้อเท็จจริงเบื้องต้นบางประการ รวมถึง นโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมไปถึงประเด็นที่เพื่อนสมาชิกที่ได้ อภิปรายไปแล้ว ๒ ท่าน ขอประทานโทษที่เอ่ยนามก็คือคุณไชยากับคุณสุนัยได้อภิปรายไป กราบเรียนเพื่อความมั่นใจก่อนนะครับ

ประเด็นแรก เมื่อสักครู่มีการทักท้วงกันมากเรื่องปัญหาของช่อง ๑๑ ขอเรียนว่าแนวนโยบายของรัฐบาลก็ชัดเจนว่าให้มีการถ่ายทอดการอภิปราย ส่วนปัญหา ที่เกิดขึ้นความจริงแล้วมีคนที่แจ้งผมเข้ามาส่วนใหญ่ก็บอกว่าสามารถที่จะรับชมได้ ที่ไม่ได้จะมี ๒ กรณี

กรณีที่ ๑ ก็คือเรื่องของจานดาวเทียมซึ่งมีการแจ้งล่วงหน้าก่อนหน้านี้ ไม่ใช่เฉพาะในวันนี้ว่ามีการปรับเปลี่ยนในเรื่องของการใช้ดาวเทียม

กรณีที่ ๒ ก็คือกรณีของเคเบิลนะครับ ซึ่งเป็นเรื่องที่สถานีเคเบิลแต่ละท้องถิ่น เขาเป็นผู้ดําเนินการ ซึ่งนโยบายของเราก็ชัดเจนครับว่าต้องการที่จะให้มีการอภิปราย แล้วก็มีการถ่ายทอด ไม่มีความพยายามใด ๆ ทั้งสิ้นจากรัฐบาลในการที่จะไปสกัดกั้น ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบกระบวนการนี้

คุณสุนัยและคุณไชยา ผมเชื่อนะครับ ด้วยความที่เราเคยทํางานร่วมกันมาก่อน ทราบดีครับว่าผมมีจุดยืนชัดเจนมาแต่ไหนแต่ไรในเรื่องของการที่จะเปิ ดโอกาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือกระบวนการนิติบัญญัติในการตรวจสอบได้อย่างเต็มที่

ประเด็นที่สอง ไม่ต้องห่วงเลยนะครับเรื่องของความโกรธแค้นใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่มีครับ และผมจึงอยากจะใช้เวลาสั้น ๆ ในเบื้องต้นนี้ทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน กับเพื่อนสมาชิกผ่านท่านประธานว่าแนวคิดของรัฐบาลตลอดระยะเวลาของการบริหาร เหตุการณ์นั้นเป็นอย่างไร มีการเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ในอดีตหลายเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ก็ดี ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ก็ดี ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๓๕ ก็ดี แม้แต่ เหตุการณ์ในช่วงวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าผมเป็น นักการเมืองซึ่งเติบโตมาด้วยวิถีทางรัฐสภาโดยตลอด ผมเข้าใจดีเลยครับว่าการใช้ อํานาจรัฐต้องใช้ด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง และผมไม่เคยเชื่อครับว่าการใช้อํานาจ ในรูปแบบของกําลังจะสามารถไปแก้ไขปัญหา สิ่งที่เป็ นปัญหาความเดือดร้อน หรือข้อเรียกร้องของพี่น้องประชาชนได้ ถึงวันนี้ผมก็ยังเชื่ออย่างนั้นครับ และจึงเป็นสิ่งที่ ผมต้องยํ้าครั้งแล้วครั้งเล่าแม้กระทั่งในช่วงของการอภิปรายงบประมาณที่ผ่านมาว่า ผมและรัฐบาลไม่เคยมีแนวคิดและไม่เคยประกาศว่าคนเสื้อแดงหรือกลุ่ม นปช. เป็นผู้ก่อการร้ายทั้งหมด หรือเกี่ยวข้องกับขบวนการล้มเจ้าทั้งหมด ไม่มีครับ ไม่ใช่แนวคิด ของรัฐบาล ตรงกันข้ามตลอดระยะเวลา ๒ เดือนกว่า ๆ ที่ผ่านมาผมได้ยํ้าเสมอถึงจํานวนผู้ชุมนุม ส่วนใหญ่ซึ่งเป็นผู้ที่มาชุมนุมโดยมีเจตนาที่จะมาชุมนุมโดยสงบ มีข้อเรียกร้องที่มีเหตุมีผล ในเรื่องของประชาธิปไตยหรือเรื่องของความเหลื่อมลํ้าในความเป็นธรรม แม้กระทั่งหลังจาก ที่ศาลชี้ว่าการชุมนุมนั้นได้เกินเลยไปจากขอบเขตของการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญคือ รัฐธรรมนูญนั้นให้สิทธิเอาไว้ในเรื่องของการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ และที่สําคัญ ก็คือว่าถ้าเป็ นการชุมนุมในที่สาธารณะก็ต้องไม่ไปกระทบกระเทือนสิทธิของ กลุ่มบุคคลอื่น เราไม่ได้ตัดสินใจเรื่องนี้ตามอําเภอใจครับ แต่ได้ยึดถือแนวปฏิบัติที่เป็น คําวินิจฉัยของศาล ซึ่งความจริงก็เคยมีขึ้นตั้งแต่วันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๑ ครั้งหนึ่งแล้ว มาจนถึงในช่วงเดือนมีนาคม เดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม ซึ่งในรายละเอียดผมจะได้ ชี้แจงในช่วงท้ายต่อไป แม้ว่าศาลจะได้ชี้แล้วว่าการชุมนุมนั้นเกินเลยขอบเขต ของรัฐธรรมนูญ ศาลแพ่งได้พูดถึงว่าการที่จะเข้าไปดําเนินการสลายการชุมนุมทําได้ แต่มาตรการในการสลายการชุมนุมนั้นต้องทําเท่าที่จําเป็นและเหมาะสมกับสถานการณ์ สิ่งที่ผมแล้วก็รัฐบาลได้ตัดสินใจมาโดยตลอดและจะเป็นข้อแตกต่างจากเหตุการณ์ อย่างเช่นในเดือนพฤษภาคม ๒๕๓๕ หรือแม้กระทั่งในช่วงตุลาคม ๒๕๕๑ แล้วก็แน่นอนที่สุด ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ก็คือเราไม่เคยมีเจตนาในการเข้าไปสลายการชุมนุมที่เป็นที่ชุมนุมหลัก คําพูดที่ท่านไปคิดว่าเราไปสรรหาขึ้นมานี่ โดยมีความเข้าใจว่าจะไม่พูดถึงการสลาย หรือการปราบปราม มันไม่ใช่เป็นเรื่องการคิดคําพูดครับ มันเป็นเรื่องของการวางแนวทาง การปฏิบัติการที่แตกต่างไปจากการปราบปรามหรือการสลาย ๑๐ เมษายนจะได้มี การชี้แจงในรายละเอียดต่อไปในเรื่องของการเข้าไปดําเนินการขอคืนพื้นที่ ซึ่งก็ต้อง กราบเรียนครับว่าวันนั้นภาพที่ปรากฏออกไปต่อพี่น้องประชาชนและสังคมก็ชัดเจนว่า เจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปปฏิบัติการตั้งแต่บ่ายโมงครึ่ง เป็นระยะเวลา ๔-๕ ชั่วโมงนั้น ไม่มีการสูญเสียชีวิตเลย แต่ว่าทันทีที่มีการยิงเอ็ม ๗๙ (M79) เข้ามาความโกลาหล เกิดขึ้น ซึ่งก็เป็นเรื่องที่จะได้มีการชี้แจงในรายละเอียดต่อไป หลังจากนั้นเป็นต้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมแนวทางของรัฐบาลที่เข้าไปในเรื่องของ การกระชับวงล้อมหรือปิดล้อมการชุมนุมนั้นก็เพื่อเป็นแนวทางของการกดดันให้มีการยุติ การชุมนุมโดยไม่เข้าไปสลาย เหตุการณ์ระหว่างวันที่ ๑๔ ถึงวันที่ ๑๙ พฤษภาคม แม้มีความสูญเสียเป็นจํานวนมาก แต่ท่านจะสังเกตนะครับว่าในพื้นที่ของการชุมนุม ที่เป็นพื้นที่หลักที่เวทีราชประสงค์ที่มีเด็ก มีผู้หญิง มีคนชรา อยู่นี่ครับไม่มีการเข้าไป ปฏิบัติการใด ๆ ทั้งสิ้น อันนี้คือข้อเท็จจริงที่เป็นแนวทางที่เราดําเนินการ ส่วนกรณี วันที่ ๑๙ ที่เข้าไปดําเนินการในพื้นที่สวนลุมพินีเดี๋ยวสักครู่ก็คงมีการอภิปรายเพิ่มเติม ก็จะได้มีการชี้แจงเพิ่มเติมกันอีก แต่ว่าเหตุการณ์หลังจากที่ผู้ชุมนุมได้กล่าวยุติการชุมนุม ไปแล้วและมีการมอบตัว แล้วเกิดปัญหาการวางเพลิง เกิดปัญหาพูดง่าย ๆ คือมีการยิง แล้วก็มีปัญหาการใช้ความรุนแรงนั้น ก็เข้าใจว่าเดี๋ยวจะมีการอภิปรายก็จะได้ไปชี้แจง ในรายละเอียด แต่ประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่าทั้งหมดที่เป็นการปฏิบัติการ ซึ่งในรายละเอียดท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพก็จะเป็นผู้ชี้แจงต่อไปในเวลาที่เหมาะสม ไม่มีกรณีใดเลยครับที่เราต้องการที่จะเข้าไปสลายการชุมนุมที่เป็นจุดชุมนุมหลัก เพราะเราต้องการหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นในอดีต

ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากในประเด็นนี้แล้วผมยังไม่ได้มีโอกาส ที่จะพูด แต่ว่าจะได้กล่าวต่อไปในรายละเอียดในช่วงเวลาที่เหมาะสมว่าความพยายาม ในการใช้แนวทางการแก้ไขปัญหาทางการเมืองนับตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นมา ก็มีมาโดยตลอด ผมกราบเรียนว่าในช่วงที่มีการประกาศแผนปรองดอง ท่าน ส.ส. สุนัยเอง ก็ได้แสดงจุดยืนท่าทีที่ชัดเจนในการสนับสนุน ซึ่งผมก็ได้ขอบคุณท่านในวันนั้น นั่นคือ เจตนาที่เราพยายามจะทําครับ แต่ปัญหาของการแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นจากการมีกองกําลัง ที่ติดอาวุธแล้วใช้พี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์เป็นเครื่องมือในทางการเมือง ตรงนี้ต่างหากคือ โจทย์ที่รัฐบาลผมจะต้องตอบแล้วก็ต้องพยายามแก้ไขแล้วก็เป็นโจทย์ที่เราไม่ได้พยายาม แก้ไขโดยพยายามให้เกิดความสูญเสียน้อยที่สุด ท่านประธานครับ การดําเนินการ ในทุกกรณีผมได้มีความเอาใจใส่กับเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากว่า บอกว่าจะเป็ นเรื่องของการละเมิดสิทธิต่าง ๆ บางเรื่องที่ท่านพูดขึ้นมาก็อาจจะ มีความคลาดเคลื่อนนะครับ เช่นกรณีที่ท่านบอกมีกลุ่มบุคคลซึ่งอยู่ที่เรือนจํา กรณีเช่นนี้ จะไม่ใช่การดําเนินการตามพระราชกําหนดครับ แต่เป็นการดําเนินการตามกฎหมาย อาญาและ ป. วิ. อาญา ส่วนกรณีของผู้ที่ถูกออกหมายจับโดยศาลตามพระราชกําหนดนั้น ก็จะต้องมีการควบคุมตัวตามที่กําหนดเอาไว้ในพระราชกําหนดก็คือไม่ใช่ที่เรือนจํา สถานีตํารวจ หรือเป็นการคุมขังตามปกติ อย่างที่ท่านจะเห็นนะครับว่าในอีกด้านหนึ่ง ก็มีเสียงตําหนิรัฐบาลด้วยซํ้ากับกรณีการควบคุมตัวของแกนนําผู้ชุมนุมที่ค่ายนเรศวร เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็จะเป็นสิ่งที่ยืนยันนะครับ แต่ว่าผมจะยังไม่ลงในรายละเอียดในชั้นนี้ เพียงแต่จะได้ยืนยันกับท่านครับว่าแนวนโยบายของรัฐบาลที่ท่านบอกว่าเราอยากจะ คงพระราชกําหนดเพื่อที่จะไปกวาดล้างพรรคการเมืองหรือคู่แข่งขันทางการเมือง ไม่มีครับ นี่ไม่ใช่แนวทางของรัฐบาล และรัฐบาลจึงได้ แยกแยะชัดเจนว่ากรณี การก่อการร้ายก็ดําเนินการไปตามกฎหมาย กรณีของพี่น้องประชาชนที่มาชุมนุม มีความคิดเห็นต่างทางการเมืองก็ต้องใช้แผนปรองดอง อันนี้ก็ยังเป็นจุดยืนที่ยังยืนยันอยู่ ผมเพียงแต่กราบเรียนครับว่าผมชี้แจงในเบื้องต้นในชั้นนี้เพียงเท่านี้ก่อน แต่อยากจะ กราบเรียนเช่นเดียวกันครับว่าความพยายามของผม ความพยายามของรัฐบาล ในการทํางานในเรื่องของการปรองดองสมานฉันท์ อดทนอดกลั้น ต้องได้รับความร่วมมือ จากทุกฝ่าย ผมทราบครับกรณีของคุณไชยาก็ดี กรณีของคุณสุนัยก็ดี ท่านก็มีจุดยืน ที่ค่อนข้างชัดในการที่จะไม่ไปส่งเสริมสนับสนุนการกระทําบางอย่าง อย่างเช่นที่เมื่อสักครู่ ท่านพูดเองนะครับว่าท่านไม่สนับสนุนให้ใครไปเผาศาลากลางหรือใช้ความรุนแรง แต่ปฏิเสธไม่ได้หรอกครับว่ามีหลายท่านซึ่งได้มีส่วนสําคัญที่นําพาบ้านเมืองมาถึงจุดนี้ ที่ไม่ใช่ฝ่ำยรัฐบาล ที่มีส่วนสําคัญในการทําให้เกิดความรุนแรงมากขึ้นโดยลําดับ หลายครั้งก็ด้วยการบิดเบือนข้อเท็จจริงแล้วก็สร้างความเกลียดชังที่เกิดขึ้นเหมือนกับ ก่อนหน้านี้ที่จะเริ่มเปิดประชุมก็มีการพูดถึงปัญหาการตัดต่อคลิปเสียง ซึ่งเคยเกิดขึ้นมา เมื่อปีที่แล้วอย่างนี้เป็นต้น ผมกราบเรียนครับ ความรับผิดชอบที่ผมพูด ผมยืนยันคําพูดเดิม ความรับผิดชอบทางการเมืองกับความรับผิดชอบทางกฎหมายแตกต่างกัน และผมไม่เคย พูดครับว่าความรับผิดชอบของผมนั้นจะปล่อยให้เป็นเรื่องกระบวนการของศาล ไม่ใช่ครับ ความรับผิดชอบทางการเมืองต้องมี แต่วันนี้เมื่อท่านได้เสนอข้อมูลต่าง ๆ เสร็จสิ้นแล้ว ผมก็จะได้ชี้แจงให้เห็นว่าสภาพปัญหาที่แท้จริงที่นํามาสู่ความสูญเสียต่าง ๆ นั้นเกิดขึ้น อย่างไรและมันจะมีคําตอบครับว่าความรับผิดชอบของคนที่เป็ นหัวหน้ารัฐบาล ในสภาวการณ์เช่นนี้ควรจะทําอย่างไร ขอขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ให้สิทธิพาดพิงท่านสุนัย เชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ นิดเดียวครับ อยากให้เห็นเป็นรูปแบบที่ดีว่าผมไม่ไปทักท้วงท่านเลยนะ ผมกล่าวหาท่านแล้ว ท่านก็ว่า ของท่านไป อย่างนี้ครับ นี่คือการอภิปรายไม่ไว้วางใจเพื่อนสมาชิกจะได้ไม่ อย่าไปทักท้วงกัน แบบประท้วงกัน เสียเวลา ท่านครับ แต่ฝากนิดเดียว ข้อเท็จจริงเรื่องช่อง ๑๑ ผู้สื่อข่าวเขาเป็นพยานหมดแล้วครับ เขาเช็กหมดแล้ว คือเกือบทั่วประเทศไม่เปิ ดตอนที่ผมอภิปราย อันนี้ทําให้ ท่านนายกรัฐมนตรีเสียหายด้วย เพราะว่าท่านนายกรัฐมนตรีบอกเปิ ด เปิ ด เปิ ด ก็เหมือนกับท่านบอกว่าผมไม่ได้สั่งฆ่า คนเขาไม่เชื่อ แต่ผมขออย่างนี้ได้ไหมครับ ผมเป็นพระมหาไถ่ ผมไม่ได้ถือโทษโกรธท่านหรอก ก็แล้วกันไป แต่ว่าหลังจากผมนี่ ท่านอนุดิษฐ์ข้อมูลเด็ด ๆ ทั้งนั้น และโดยเฉพาะถึงท่านเฉลิม อยู่บํารุง อย่าทําอย่างนี้เลยครับ ช่อง ๑๑ อย่าเลยเชื่อผม อย่าทําอีกเลยครับท่านนายกรัฐมนตรี ผมขอนะ ด้วยไมตรีนะครับ แล้วก็สิ่งหนึ่งที่ผมบอกท่าน ท่านแก้ไม่ตกคําว่าท่านสั่งปราบประชาชนท่านก็บอกไม่ได้สั่ง ๆ แต่สิ่งที่ท่านเซ็นชื่อในประกาศภาวะฉุกเฉินให้ทหารออกได้มันเป็ นเรื่องเจตนา เจตนาตามมาตรา ๕๙ ท่านอาจจะไม่ได้เรียน ตามประมวลกฎหมายอาญานั้นประสงค์ ต่อผลหรือเล็งเห็นผลครับ สิ่งที่เป็นอยู่นี้มันเล็งเห็นผลนะครับ ผมฝากท่านนะครับ ท่านต้องระวังเรื่องนี้ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้อภิปรายท่านต่อไป นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ใช้เวลา ๔๕ นาที เชิญครับ

นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพ ตามญัตติที่พวกกระผมนั้นได้กราบเรียนต่อท่านประธานมันเป็นพฤติกรรมของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่มีพฤติกรรมในการบริหารราชการแผ่นดินที่ส่งผลให้เกิดความเสียหาย ต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างร้ายแรงครับ ซึ่งถ้าหากปล่อยให้ทําหน้าที่ต่อไปนั้น ก็ย่อมจะส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศจนยากที่จะแก้ไขต่อไป ท่านประธาน ที่เคารพ เรื่องที่ผมไม่สามารถไว้วางใจนายอภิสิทธิ์ได้นั้น นอกจากสิ่งที่พี่น้องประชาชน คนไทยทั้งประเทศเขาทราบกันดีอยู่แล้วครับว่านายอภิสิทธิ์แล้วก็คณะรัฐมนตรีบางคน ในรัฐบาลนอกจากจะไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ขาดความรู้ความสามารถ ไร้ประสิทธิภาพแล้ว ยังบังอาจปล่อยให้มีการทุจริตคอร์รัปชันแสวงหาประโยชน์ จากงบประมาณแผ่นดินมากมายหลายโครงการครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปล่อยให้มี การทุจริตในโครงการที่น้อมนําเอาพระราชดําริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเป็น แนวทางในการดําเนินโครงการ เป็นเรื่องอื้อฉาวครับ เป็นเรื่องที่กระทํายํ่ายีหัวใจของคนไทย ทั้งประเทศ นั่นก็คือโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน หรือโครงการชุมชน พอเพียงครับ โครงการนี้ไม่น้อยครับ มีเงินงบประมาณถึง ๒๑,๐๐๐ ล้านบาท เบิกจ่าย ไปแล้วเกือบ ๖,๐๐๐ ล้านบาท และที่สําคัญท่านแถลงต่อสภาแห่งนี้ นายอภิสิทธิ์แถลงว่า มีการทุจริตเกิดขึ้นจริง ผมเตือนความจําท่านนิดหนึ่งครับ โครงการนี้หน้าตาเป็นอย่างนี้ครับ เอาเฉพาะชุมชนในกรุงเทพมหานครนี่แหละ เบิกจ่ายงบประมาณไปแล้วกว่า ๒๐๐ ชุมชน จัดซื้ออุปกรณ์ประหยัดพลังงานที่จัดหามาจากบริษัทเดียวกันทั้งหมด มีนักการเมือง ของพรรคประชาธิปัตย์วิ่งเสนอโครงการให้ชุมชน ให้ชุมชนเขาเซ็นเอกสารครับ ไม่ต้องทํา ประชาคม ซึ่งเป็นการขัดต่อระเบียบอย่างชัดเจนท่านทราบไหมครับท่านประธาน ใครเซ็น ข้าราชการที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของบุคลากรที่ควบคุมก็อยู่ในพรรคประชาธิปัตย์ก็เซ็น รับรองโครงการแล้วก็ส่งไปให้สํานักงานโดยไม่มีการตรวจสอบ สํานักงานที่ถูกควบคุม กํากับดูแลโดยพรรคประชาธิปัตย์ก็เซ็นอนุมัติโครงการแล้วก็จ่ายงบประมาณออกไป ให้กับบริษัทที่ขายสินค้าไม่ได้มีการตรวจสอบครับ ทั้ง ๆ ที่ราคานั้นแพงกว่าความเป็นจริง หลายเท่า ท่านประธานที่เคารพ ฝ่ายค้านก็ดี สื่อมวลชนก็ดี จับได้คาหนังคาเขาหนีไม่ออก พรรคประชาธิปัตย์ก็ตั้งคณะกรรมการที่เป็นของพรรคประชาธิปัตย์ขึ้นมาเพื่อสอบสวน เอาคนผิดจากพรรคประชาธิปัตย์ สอบสวนเสร็จก็ลงโทษทางวินัยกันเอง ฝ่ายค้านยื่นเรื่อง ให้หน่วยงานรับผิดชอบตรวจสอบ ป่านนี้ยังไม่ได้ผลลัพธ์ตอบกลับมา บัดนี้การทุจริตที่มีเรื่องอื้อฉาวโด่งดังระดับประเทศยังไม่มีใครต้องรับผิดชอบ ตามอาญาแผ่นดินเลยแม้แต่คนเดียว พี่น้องประชาชนที่โดนกระทําจากเรื่องดังกล่าว ยังไม่มีการเยียวยา อุปกรณ์ที่ซื้อไปตอนนี้กลายไปเป็นอนุสาวรีย์ในชุมชน วันนี้มีเรื่อง ที่เลวร้ายกว่านั้นเกิดขึ้น เพราะว่าคณะกรรมการชุมชนที่เขาไม่ได้รู้อีโหน่อีเหน่นี่นะครับ รวมถึงข้าราชการระดับล่างก็ยังโดนคนของพรรคประชาธิปัตย์กล่าวหาว่าเป็นผู้ที่อาจจะ ต้องไปรับผิดชอบกับโครงการกับการทุจริตที่เกิดขึ้น ทั้ง ๆ ที่ผู้รับผลประโยชน์เต็ม ๆ ในเรื่องดังกล่าวนั้น แล้วรวมถึงคนรับผิดชอบด้วยก็คือคนของพรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมเสนอรูปให้ท่านประธานดูเล็กน้อยเท่านั้น

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวมีผู้ประท้วง ท่านบุญยอดประท้วงอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องประท้วงต่อท่านผู้อภิปรายว่าท่านจะพูดแบบคลุมเครือ เหวี่ยงแหอย่างนี้ไม่ได้นะครับ เพราะว่าเป็นการพาดพิงเสียหายต่อสมาชิกพรรคทั้งหมด หรือว่านักการเมืองที่ท่านพูดในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เป็น ส.ส. กรุงเทพมหานคร ผมไม่ได้ไปเกี่ยวข้องกับเรื่องต่าง ๆ อย่างท่านว่า ท่านควรจะต้อง อภิปรายให้ชัดเจนไม่อย่างนั้นก็เสียหายหมดทุกคน ขอให้ท่านประธานได้กรุณาใช้ ข้อบังคับที่ชัดเจนว่าการอภิปรายนั้นจะคลุมเครือไม่ได้ ไม่อย่างนั้นก็ทําให้คนอื่น เขาเสียหาย ขอให้ท่านระบุชื่อไปเลยครับจะเป็นใครพรรคประชาธิปัตย์ยินดี ผมเชื่อว่า พรรคประชาธิปัตย์ก็มีวิธีการในการที่จะไปตรวจสอบกัน เพราะฉะนั้นถ้าท่านมั่นใจ ท่านกรุณาระบุชื่อครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านผู้อภิปรายครับ ประธานวินิจฉัยคือถ้าเป็นไปได้ท่านมีชื่ออยู่ก็ระบุชื่อไปเลย เพราะว่า ท่านกําลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อท่านระบุชื่อชัดเจน เดี๋ยวรัฐมนตรีที่เขารับผิดชอบ เขาก็จะได้มาชี้แจงได้ถูก ไม่อย่างนั้นก็เป็นการพูดคลุมทั้งหมดก็ไม่ทราบว่าเป็นใคร เชิญอภิปรายต่อ แล้วใช้ชื่อเสียงเรียงนามที่ท่านมีให้ชัดเจนไปเลยครับ

นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณ ท่านประธานครับ เรื่องนี้จริง ๆ แล้วเป็นข่าวอื้อฉาวทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่เรื่อง ที่ใครจะมาปิดบังเรื่องดังกล่าวได้ ใครปฏิบัติ ใครรับผิดชอบ ในเรื่องนี้ก็เป็นคนของ พรรคประชาธิปัตย์เองท่านก็รู้อยู่แล้ว ผมไม่ระบุนามนี่เพื่อไม่ให้มีการกล่าวพาดพิง แล้วก็ จะเป็นการประท้วงกันอีก แต่เอาละครับเมื่อท่านประธานได้วินิจฉัยอย่างนั้น ผมจะพูด เรื่องนี้

(นายธนา ชีรวินิจ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าประท้วงประเด็นเดียวกันไม่ต้องประท้วงหรอกครับ เดี๋ยวให้ท่านประท้วงให้เสร็จ ประท้วงเรื่องอะไรครับ ประเด็นใหม่หรือเปล่า ประเด็นเก่าประธานวินิจฉัยไปแล้วนะครับ

นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผมกําลังพูดตามที่ท่านประธานวินิจฉัย

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวให้ท่านผู้ประท้วง ประท้วงอะไรครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมกราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพว่าญัตติเรื่องนี้เป็นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี จํานวน ๔ ท่าน ไม่มีญัตติไม่ไว้วางใจพรรคประชาธิปัตย์ ท่านอย่าได้เอ่ยคําว่าพรรคประชาธิปัตย์ก้าวเข้ามาครับ ท่านจะอภิปรายรัฐมนตรีคนไหน ท่านพูดไปเลยครับ แต่อย่าตีกินแบบนี้ ท่านกําลังทําสิ่งที่ไม่ถูกไม่ต้องอยู่ตลอดเวลา พวกเราพยายามที่จะไม่ประท้วง แต่ว่าท่านพยายามแตะเล็กแตะน้อยเพื่อให้ประชาชน ทางบ้านเขามีความรู้สึกที่ไม่ดี ท่านอภิปรายใครท่านมีหลักฐานโชว์มาสิครับ แต่ว่าท่าน ไม่มีสิทธิอภิปรายถึงพรรคประชาธิปัตย์ เพราะท่านไม่ได้ยื่นไม่ไว้วางใจพรรคประชาธิปัตย์

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับทราบประเด็นประท้วงแล้วครับ คืออย่างนี้ประธานวินิจฉัย ขณะนี้ผู้อภิปราย กําลังกล่าวหาเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งก็เป็นหนึ่งในคําร้องที่อภิปรายไม่ไว้วางใจ ในญัตติ ฉะนั้นก็ต้องมีข้อมูลประกอบว่ามันทุจริตคอร์รัปชันอย่างไรก็กําลังจะเริ่ม ก็จะมี การแสดงภาพอะไรต่อมิอะไรหลายอย่าง ก็ใคร่อยากเรียนท่านสมาชิกว่าท่านอนุดิษฐ์ นาครทรรพ ได้ทําเรื่องขออนุญาตไปยังคณะกรรมการที่ท่านประธานชัย ชิดชอบ ได้ตั้งขึ้น ก็เรียนว่าท่านขออนุญาต

๑. นําภาพเสียงวีซีดี (VCD) จํานวน ๑ แผ่นประกอบด้วยไฟล์ วิดีโอ (File video) รูปทหารยิงมั่ว ไฟล์ วิดีโอรูปยิงกับผีรบกับเงา และไฟล์ วิดีโอเรื่องรูปอ้ายโม่ง

๒. รูปภาพเหตุการณ์ในการชุมนุม ๑๖ ภาพ ตลอดจนข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

ท่านกรรมการได้เห็นชอบอนุมัติก็เสนอท่านประธาน ท่านประธานก็อนุมัติ ฉะนั้นก็เชิญแสดงเฉพาะภาพที่ท่านได้รับอนุญาต เชิญอภิปรายถ้าเป็นไปได้ก็ขอให้ คํานึงถึงข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ถ้าไม่จําเป็น บุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องในเรื่องที่ท่านจะอภิปราย ก็อย่าได้ไปพาดพิงเขานะครับ เชิญครับ

นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ กรุงเทพมหานคร 🔗

ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ เอาเป็นว่าเรื่องนี้ก็ทราบกันดีอยู่แล้วทั่วทั้งประเทศว่ามันมีการทุจริต ผมเพียงแต่อยากจะโชว์ภาพนิดเดียวเท่านั้นครับ เป็นการระลึกถึงการทุจริตเรื่องนี้ สักเล็กน้อย

ภาพที่เห็น ตู้นํ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ซื้อบ้านแบบน็อกดาวน์ (Knockdown) นั้นได้ ๑ หลัง นี่แหละครับคือราคาที่มันมหาโหด หรือตู้เดียวกันนี่แหละครับ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าท่านซื้อตู้นํ้าธรรมดาเสียบปลั๊กเสียเงินค่าไฟไม่กี่สตางค์ก็ซื้อได้ เท่าที่ผมบวกให้ท่านเห็นครับ ๑๐ เครื่อง ที่ผมต้องเท้าความเรื่องนี้นะครับ จริง ๆ เป็น ประเด็นรองของผม ประเด็นหลักที่ผมจะพูดนั้นจะเป็นเรื่องของการสลายการชุมนุม เมื่อเดือนเมษายน แต่ที่ต้องเท้าความเพราะว่าโครงการนี้ท่านก็รู้ครับ ใครก็รู้ว่าใคร พรรคไหนเป็นคนรับผิดชอบ รัฐมนตรีท่านไหนเป็นคนรับผิดชอบครับ แต่ว่าเมื่อทําไปทํามา ทําไมมันถึงย้อนกลับไปถึงพี่น้องประชาชน ซึ่งมันจะเป็นประเด็นเหมือนกับที่ผมจะอภิปราย ต่อไปนี้ว่า ตอนท้ายทําไมการสั่งปราบประชาชนจนมีผู้บาดเจ็บและมีผู้เสียชีวิตมากมาย ทําไมสุดท้ายจึงมีการโยนไปให้ผู้ชุมนุมที่เป็ นฝ่ำยโดนกระทําต้องรับผิดชอบแทน ด้วยข้อหาที่พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศเขางงกันครับ

นอกเหนือจากที่มีการทุจริตคอร์รัปชันแล้ว นายอภิสิทธิ์ยังขาดนิติธรรม เลือกปฏิบัติ ไม่มีความเสมอภาค สิ่งเหล่านี้ทําให้พี่น้องประชาชนจํานวนมากที่ได้รับ ผลกระทบจากการทํางานของท่าน ได้รับความเดือดร้อนจากท่าน เกิดความไม่พอใจ ในการทํางานของท่าน แต่อย่างไรก็ดีสิ่งที่เป็นเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน ท่านรอครับ เดี๋ยวจะมีคนออกมาอภิปรายให้คนไทยทั้งประเทศทราบว่าวันนี้เขาไม่สามารถไว้วางใจ ให้ท่านทํางานต่อไปได้แม้แต่วันเดียวครับ และด้วยเหตุผลที่มันมีเรื่องที่สกปรกแบบนี้เกิดขึ้น มันจึงทําให้พี่น้องประชาชนจํานวนมากเขาออกมาเรียกร้องให้ท่านแสดงความรับผิดชอบ ทางการเมืองด้วยการยุบสภา แล้วก็คืนอํานาจให้กับประชาชน พี่น้องประชาชนเหล่านี้ เขาเชื่อว่าที่มาของรัฐบาลของท่านนั้นมาโดยมิชอบครับ เขาคิดว่าท่านทุจริตเงินงบประมาณ ของแผ่นดินครับ ทั้งที่มันมาจากภาษีอากรของพี่น้องประชาชนแล้วก็มาจาก เงินงบประมาณแผ่นดินที่ท่านไปกู้มาครับ จนวันนี้เขาให้สมญานามรัฐบาล ของท่านอภิสิทธิ์แล้วครับว่าเป็นรัฐบาลกู้มาโกง สิ่งเหล่านี้คือเหตุผลสําคัญที่ทําให้ พี่น้องประชาชนจํานวนมากเขาออกมาใช้สิทธิของเขาตามรัฐธรรมนูญ ออกมาชุมนุม เรียกร้องให้ท่านได้คืนอํานาจให้กับประชาชนเท่านั้นเองครับ ที่เป็ นข้อเรียกร้องของ ผู้ชุมนุมครับ แต่มันมีความใจแคบที่เกิดขึ้น ความอํามหิตที่เกิดขึ้น ทําให้ท่านได้ใช้ อํานาจรัฐโดยไม่คํานึงถึงศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ สิทธิและเสรีภาพตามบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญ ท่านกลับกระทําการอันเป็นปฏิปักษ์กับรัฐธรรมนูญ ท่านได้กระทํา การละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงด้วยการสั่งให้ทหารใช้อาวุธเข้าปราบปราม พี่น้องประชาชน มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจํานวนมาก ไม่ว่าผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต จะประสบเหตุจากสิ่งใดก็ตาม จะโดนใครทําร้ายก็ตาม รัฐบาลโดยนายอภิสิทธิ์ ท่านปฏิเสธหน้าที่ในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของชาวไทยทุกคนไม่ให้ถูกล่วงละเมิด ไม่ได้ครับ แต่วันนี้รัฐบาลกลับใช้กองทัพและเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทําการล่วงละเมิดสิทธิ และเสรีภาพของประชาชนเสียเอง มีการกระทําที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งแตกแยกในสังคม อย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนครับ มีการกลั่นแกล้งใส่ร้ายป้ำยสีผู้ชุมนุม ใส่ร้ายป้ำยสี ประชาชนที่เขามาชุมนุมด้วยความสงบ วันนี้กลายไปเป็นผู้ต้องหาในคดีการก่อการร้าย

ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านก็เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยเหมือนกับผม ท่านรู้เหมือนที่ผมรู้แหละครับว่าพี่น้องประชาชนที่เขามาชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย ของเขานั้นก็เป็นเพื่อนร่วมชาติ เป็นพี่น้องร่วมชาติ เขาควรจะได้รับการปฏิบัติเยี่ยงคนไทย ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข เขาควรจะได้รับ การปฏิบัติเยี่ยงคนไทยตามรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกันกับที่ใช้บังคับผู้ชุมนุมกลุ่มอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มพันธมิตรหรือว่าม็อบของกลุ่มคนเสื้อหลากสี แต่เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นมันไม่ได้เป็นเช่นนั้น มีการปฏิบัติกับกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างโหดเหี้ยมทารุณ รัฐบาล ไม่ได้ปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมตามที่ท่านแถลงไว้แม้แต่น้อย ท่านหลอกลวงพี่น้องประชาชน ทั้งประเทศตลอดเวลา ด้วยการแถลงข่าวผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจให้สัมภาษณ์ สื่อมวลชนว่าท่านได้ปฏิบัติต่อพี่น้องร่วมชาติเป็นอย่างดี ท่านบอกว่าท่านทําตามกฎหมาย แต่สิ่งที่ผมจะชี้ต่อไปนี้ครับท่านประธาน ท่านประธานจะได้เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ รัฐบาลที่มี นายอภิสิทธิ์เป็นคนสั่งการนี้ได้กระทําการอันเป็นการละเมิดกฎหมายต่อกลุ่มผู้ชุมนุม อย่างชัดเจนหลายครั้งครับ ผมได้เรียนให้ฟังในประเด็นเฉพาะวันที่ ๑๐ เมษายน มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าสลายการชุมนุมโดยไม่ได้ปฏิบัติตามหลักสากล ๗ ประการ มีการใช้อาวุธสงครามสังหารพี่น้องร่วมชาติที่เขามาชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ รวมถึง มีผู้บริสุทธิ์ที่ไม่เกี่ยวข้องก็เสียชีวิตไปด้วย การอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้อาวุธสงคราม ยิงขึ้นฟ้ำ ทั้ง ๆ ที่ท่านก็รู้อยู่แล้วครับว่ากระสุนที่ตกลงมาสู่พื้นนั้นอาจทําอันตรายให้แก่ ผู้บริสุทธิ์บาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้ การใช้อากาศยานบินเข้ามาในเขตห้ามบินซึ่งถือว่าเป็น การละเมิดด้านความปลอดภัยด้านการบิน มีการกําหนดเขตห้ามบินเป็นรัศมี ๑ ไมล์ทะเล จากพระตําหนักจิตรลดารโหฐาน มีการโยนแก๊สนํ้าตาลงมาจากอากาศยาน มีการสั่งให้ ทหารใช้อาวุธเข้าสลายการชุมนุมในเวลากลางคืน และสุดท้ายครับ มีการโยนความผิด ให้กับแกนนําและกลุ่มผู้ชุมนุมด้วยคดีการก่อการร้าย มีการสร้างตัวละครที่ชื่อว่าอ้ายโม่ง หรือว่ากองกําลังที่ไม่ทราบฝ่ายขึ้นมา ท้ายที่สุดก็สร้างหลักฐานที่เชื่อมโยงว่าอ้ายโม่ง ที่รัฐบาลไม่เคยจับได้แม้แต่คนเดียวมีความสัมพันธ์กับแกนนํา เพื่อนําไปสู่การกล่าวหา แล้วก็สร้างความชอบธรรมให้กับรัฐบาล หลังจากที่มีผู้เสียชีวิตเป็ นจํานวนมาก จากการสลายการชุมนุม ทั้ง ๆ ที่มีคนเสียชีวิตก่อนที่จะมีอ้ายโม่งปรากฏกายออกมา

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะขออนุญาตนําเสนอข้อเท็จจริง อย่างที่ผมกราบเรียนไปแล้วครับเฉพาะวันที่ ๑๐ ให้ท่านประธานทราบ เพราะว่ากรณีนี้ ในวันที่ ๑๐ มันชัดเจนเหลือเกิน แม้แต่ผู้ที่เขาไม่มีความรู้ในเรื่องนี้เขาก็สามารถเข้าใจ ได้ทันทีว่าการสั่งให้ทหารสลายการชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้ำลีลาศไม่ได้เป็นไปตามกฎหมาย ผมจะเล่าเหตุการณ์ตามข้อเท็จจริงแล้วก็จะกล่าวสรุปให้ท่านประธานทราบว่านายอภิสิทธิ์ และผู้เกี่ยวข้องนั้นละเมิดกฎหมายอย่างไรครับ ในวันที่ ๑๐ เมษายน นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพได้ร่วมกันออกคําสั่งให้กองกําลังทหารจํานวนมากเข้าสลายการชุมนุม ของพี่น้องประชาชนที่เดินทางมาชุมนุมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรียุบสภา ณ บริเวณ สะพานผ่านฟ้ำลีลาศโดยอ้างว่าต้องการขอคืนพื้นที่จากผู้ชุมนุม ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ มีการขอให้ผู้ชุมนุมนั้นคืนพื้นที่การชุมนุมที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์เพื่อให้มาชุมนุม ที่สะพานผ่านฟ้ำลีลาศเพียงที่เดียว แต่การปฏิบัติการในวันที่ ๑๐ นั้นกลับเข้าสลาย การชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้ำลีลาศโดยไม่ได้มีการแจ้งเตือนต่อแกนนําผู้ชุมนุมแต่อย่างใด การกระทําที่ไม่ได้มีความจริงใจต่อพี่น้องร่วมชาติไม่ได้มีเพียงเท่านั้นครับ นายอภิสิทธิ์ ได้สั่งการออกโทรทัศน์ให้คนไทยทั่วประเทศได้รับทราบว่าจะได้สั่งให้กําลังทหารดําเนินการ ยึดพื้นที่สะพานผ่านฟ้ำลีลาศให้เสร็จก่อนหกโมงเย็น โดยจะปฏิบัติการเข้าสลายการชุมนุมตามหลักการสากล ๗ ประการก็คือ ประการที่ ๑ จะมีการชี้แจง ชี้แจงไม่ได้ก็จะแสดงกําลัง แสดงกําลังไม่ได้ก็จะผลักดันด้วยโล่และกระบอง จากนั้นจะใช้นํ้าฉีด ใช้เครื่องขยายเสียง ไปจนกระทั่งใช้แก๊สนํ้าตา และขั้นสุดท้ายก็คือ การใช้กระสุนยาง ซึ่งแต่ละขั้นตอนนั้นจะต้องชี้แจงทําความเข้าใจให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม ได้รับทราบตลอดเวลาว่าเจ้าหน้าที่มีความจําเป็นที่จะต้องเพิ่มมาตรการในแต่ละระดับ ให้ผู้ชุมนุมได้ทราบทั้งหมด ๗ ประการนี้ครับ

แต่วันนั้นการปฏิบัติที่แท้สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นตามที่รัฐบาลแล้วก็ ศอฉ. ประกาศให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบ เพราะเมื่อเริ่มมีการสลายการชุมนุมในเวลา ประมาณบ่ายโมงของวันที่ ๑๐ ณ บริเวณแยกมิสกวัน หน้ากองทัพภาคที่ ๑ มีกองกําลัง ทหารเข้าสลายการชุมนุม การประกอบอาวุธนอกจากจะมีปืนลูกซองที่ใช้ยิงกระสุนยาง มีระเบิดแก๊สนํ้าตา มีอาวุธและอุปกรณ์สลายการชุมนุมอื่น ๆ แล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีฟังนะครับ พบว่ามีการนําอาวุธสงครามมากมายหลายชนิด ตอนกลางวันบ่ายโมงมาใช้กันอย่างเปิดเผย ไม่ว่าจะเป็นปืนเอ็ม ๑๖ ปืนทาโวร์ (Tavor) ที่มีอํานาจทําลายรุนแรงเหมือนกับเอ็ม ๑๖ แล้วก็ไล่ไปจนถึงอาวุธสงครามต่าง ๆ ที่มีใช้อยู่ในกองทัพได้ถูกระดมออกมาใช้กัน อย่างไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย การปฏิบัติเกิดขึ้นหลังจากเปิดประตูรั้วกองทัพภาคที่ ๑ ทหารตั้งแถวเรียงหน้ากระดาน แล้วก็ถล่มผู้ชุมนุมด้วยแก๊สนํ้าตาและกระสุนยาง ไม่มีการเจรจาเพื่อขอคืนพื้นที่จากผู้ชุมนุมแต่อย่างใด ซึ่งการกระทําดังกล่าวนั้นถือว่าเป็น การสลายการชุมนุมที่ไม่ได้เป็นไปตามขั้นตอนและวิธีปฏิบัติตามหลักสากล อีกทั้งการใช้ อาวุธสงครามอย่างเปิดเผยนั้น ศอฉ. มาชี้แจงว่าอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ยิงปืนดังกล่าวนั้น ขึ้นฟ้ำได้เพื่อข่มขวัญผู้ชุมนุม แต่อย่างไรก็ดีการกระทําตั้งแต่เช้ามาจนถึงหกโมงเย็น ทหารก็ยังไม่สามารถสลายการชุมนุมให้แล้วเสร็จตามเป้ำหมายได้ แต่ผลของการใช้อาวุธ นานาชนิดที่ระดมยิงกันในวันนั้นในช่วงนั้นมันทําให้มีผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต เป็นจํานวนมาก

ท่านประธานที่เคารพ ผมจะขออนุญาตหยุดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไว้ที่ หกโมงเย็น เพื่อที่จะชี้ว่าการกระทําของนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ ที่ร่วมกันออกคําสั่งให้ทหาร ใช้อาวุธในการปราบปรามประชาชนนั้นเป็นการกระทําที่เกินสมควรแก่เหตุ เป็นการกระทํา ที่ไม่สุจริต ลุแก่อํานาจ เนื่องจากพี่น้องประชาชนที่มาร่วมชุมนุมแล้วก็ตัวนายกรัฐมนตรี คือนายอภิสิทธิ์เองนั้นเป็นผู้ขัดแย้งทางการเมือง เนื่องจากพี่น้องประชาชนนั้นเขามา เรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์คืนอํานาจให้เขาด้วยการยุบสภา แต่นายอภิสิทธิ์กลับใช้กฎหมาย เป็นเครื่องมือในการสลายการชุมนุมด้วยการประกาศพระราชกําหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้นมา แล้วก็ออกข้อกําหนดไม่ให้ชุมนุมเกิน ๕ คน ดังนั้นการชุมนุม ที่เกิดขึ้นที่เกิน ๕ คนจึงกลายไปเป็นการชุมนุมที่ฝ่าฝืนข้อกําหนด แล้วก็กลายไปเป็น การชุมนุมที่ผิดกฎหมาย ซึ่งนายอภิสิทธิ์ก็ได้ใช้เหตุผลดังกล่าวนี้เป็นเหตุผลและข้ออ้าง ในการให้ทหารเข้าไปสลายการชุมนุม ดังนั้นการสลายการชุมนุมครั้งนี้จึงถือว่าเป็น การกระทําที่ผิดกฎหมายตั้งแต่ต้น และจะไม่ได้รับการคุ้มครองตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน อย่างไรก็ดีแม้ว่าท่านจะ ยืนยัน เดี๋ยวท่านคงชี้แจงในลักษณะดังกล่าวแน่นอนว่าท่านมีสิทธิในการใช้กําลังทหาร เข้าสลายการชุมนุม แต่ท่านไม่มีอํานาจในการสั่งสลายการชุมนุมที่ละเมิดต่อกฎหมาย หรือกระทําการละเมิดหลักการพื้นฐานในการใช้กําลังและอาวุธ กฎการใช้กําลังนั้นระบุไว้ อย่างชัดเจนว่าให้เจ้าหน้าที่หลีกเลี่ยงการทําร้ายผู้ชุมนุมให้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ดังนั้นปฏิบัติการในการสลายการชุมนุมที่เขาเป็นพี่น้องร่วมชาติเหมือนท่าน เขาถึงออกแบบ อุปกรณ์ทั้งหลายสําหรับการสลายการชุมนุมไม่ให้ถึงแก่ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นแก๊สนํ้าตา ไม่ว่าจะเป็นกระสุนยางครับ แม้แต่การจะให้ยิงกระสุนยาง ท่านนายกรัฐมนตรีทราบไหมครับ ให้เขายิงเฉพาะที่ตํ่ากว่าลําตัวครับ เขาไม่ได้ให้ยิงที่หัวจนมีผู้ชุมนุมที่โดนยิงจนเสียดวงตา ไปข้างหนึ่งอย่างที่เกิดขึ้นในวันที่ ๑๐ ครับ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าไม่มีการสลายการชุมนุม ที่เป็นไปตามกฎหมายที่ใดในโลกนี้ ในจักรวาลนี้ก็ได้ จะอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธสงคราม เข้าปฏิบัติการกับพี่น้องร่วมชาติเหมือนเขาเป็นอาชญากรที่ต้องจับตายครับ

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างการละเมิดกฎหมายที่ให้ เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธสงครามเข้าสลายการชุมนุมในช่วงบ่ายของวันที่ ๑๐ จนทําให้ผู้ชุมนุม เป็นอันตรายจนถึงแก่ชีวิต นั่นก็คือกรณีการเสียชีวิตของนายเกรียงไกร คําน้อย ครับ นายเกรียงไกร คําน้อย เป็นคนไทยคนหนึ่งที่เขาประกอบสัมมาชีพ แม้ว่าเขาจะเป็นเพียง คนขับรถสามล้อรับจ้างจากจังหวัดร้อยเอ็ด แต่นายเกรียงไกร คําน้อย นั้นเป็นผู้หนึ่งที่มี ความรักในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ก่อนมาขับสามล้อ นายเกรียงไกรก็ได้เข้าเป็นทหารรับใช้ชาติ โดยการรับใช้เป็นพลทหารอยู่ที่กองทัพเรือ หลังจาก ปลดประจําการก็มาทํางานในกรุงเทพมหานคร ในวันที่ ๑๐ วันที่เกิดเหตุ นางสาวสายโสภา ซึ่งเป็นคู่หมั้นเล่าให้ฟังว่านายเกรียงไกรเมื่อรู้ว่ามีกองกําลังกําลังเข้ามาผลักดันพี่น้อง ของเขา เขาหยุดรถ เขากลับมาที่บ้าน เขาสวมเสื้อคอกลมสีแดงที่เขามีอยู่ตัวเดียว นั่นแหละครับออกไปช่วยเหลือพี่น้องของเขาด้วยความเชื่อของเขาครับ ก่อนออกไป ว่าที่ภรรยาเขายังใส่รองเท้าให้ นายเกรียงไกรเหมือนจะรู้ครับ ยังบอกกับว่าที่ภรรยาว่า อาจจะสวมใส่ให้เป็นครั้งสุดท้าย แล้วก็เป็นจริงครับ ท่านประธานครับ นายเกรียงไกรนั้น ออกไปไม่นานก็โดนยิงที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ เป็นจุดแรกที่มีการปะทะ เขาถูกนําส่ง โรงพยาบาลวชิรพยาบาล แล้วเขาก็เสียชีวิตในวันที่ ๑๑ เช้าวันใหม่ ๐๓.๐๐ นาฬิกาเศษ หลักฐานที่ยืนยันว่าเขาเป็นผู้ชุมนุมที่โดนอาวุธยิงก็คือผลการชันสูตรพลิกศพครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือภาพของอดีตพลทหารเกรียงไกร คําน้อย ที่ไปรับใช้ชาติ ๒ ปีในกองทัพเรือ มีความรักในระบอบประชาธิปไตย ท่านประธานครับ มรณบัตร ของนายเกรียงไกร คําน้อย ระบุไว้ สาเหตุการเสียชีวิตของเขาก็คือเลือดออก ในช่องท้องจากบาดแผลที่ถูกยิงครับ ไม่ใช่มีอ้ายโม่งครับ ไม่ได้เป็ นการปฏิบัติ ตอนกลางคืนครับ พยานทุกคนที่ให้การกรณีนี้มีการฟ้ องร้องไปแล้วนั้นให้การตรงกันครับ เขาถูกยิงที่สะพานมัฆวานรังสรรค์เวลากลางวันแสก ๆ ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือความจริงที่ขมขื่นของชายคนหนึ่ง แล้วก็ยังมีอีกหลายชีวิตที่เสียไปจากการปฏิบัติ การสลายการชุมนุมที่ละเมิดกฎหมายที่นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพเป็นคนสั่งครับ

อีกกรณีหนึ่ง คือการอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธสงครามยิงขึ้นฟ้ำ ท่านประธานที่เคารพครับ ไม่มีการปฏิบัติการใด ๆ ในโลกนี้ที่เป็นอันตรายแล้วก็เสี่ยงต่อ ชีวิตของผู้บริสุทธิ์เท่ากับการที่นายอภิสิทธิ์สั่งให้มีการสลายการชุมนุมแล้วก็ไปอนุญาตให้ เจ้าหน้าที่ยิงปืนขึ้นฟ้ำโดยอ้างว่าเพื่อข่มขวัญผู้ชุมนุม หรือเอาระเบิดแก๊สนํ้าตาโยนลงมา จากเฮลิคอปเตอร์เพื่อใส่ผู้ชุมนุม ใครจะสั่งการผมไม่ทราบครับ แต่คนสั่งการดังกล่าวนั้น ไม่ทราบว่าเอาสมองส่วนไหนใช้ในการตัดสินที่จะให้เขาทําเช่นนั้น ท่านรู้หรือไม่ครับว่าการทิ้งสิ่งของที่มีนํ้าหนักลงจากอากาศยานหรือการยิงปืนขึ้นฟ้ำ มันสามารถทําให้ผู้บริสุทธิ์แล้วก็ผู้ที่เคราะห์ร้ายนั้นบาดเจ็บและอาจจะถึงเสียชีวิตได้ ผมยกตัวอย่างอย่างนี้ครับท่านประธานครับ ในกรณีของการยิงปืนเอ็ม ๑๖ การยิงปืน เอ็ม ๑๖ นั้นจะใช้กระสุนขนาด ๕.๕๖ มิลลิเมตรครับ เมื่อยิงขึ้นฟ้ำไปความเร็วต้นที่ออก ของกระสุนปืนดังกล่าวนี้ที่ทําจากทองเหลืองจะมีความเร็ว ๓,๐๐๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อถูกยิงไปแล้วคํานวณตามหลักฟิสิกส์ ขออนุญาตท่านประธานไม่ได้เอามาคํานวณ ให้ท่านเห็นละครับ แต่มีการคํานวณเรื่องดังกล่าวเพราะมันเป็นเรื่องอันตรายถึงชีวิตครับ กระสุนปืนที่ถูกยิงมันไปไกลได้ถึง ๔ กิโลเมตร ขึ้นกับการที่ทหารดังกล่าวนั้นจะใช้มุมยิง ขนาดไหน และที่สําคัญความเร็วที่ช้าที่สุดที่มันตกลงพื้นจากการคํานวณ ๑๐๐ เมตร ต่อวินาที คํานวณแล้วก็คือ ๔๐๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ท่านประธานครับ ง่าย ๆ ครับ ท่านขับรถนี่แหละ ๑๒๐ กิโลเมตรเอาหัวออกนอกรถแล้วให้ใครโยนก้อนหินใส่ ท่านตายไหมครับ เพราะฉะนั้นเรื่องดังกล่าวนี้ที่ผมต้องมากราบเรียนมันเคยมีความจริงครับ เป็นข้อเท็จจริงว่ามันมีกระสุนที่ตกลงมาจากฟ้ำแล้วมันก็ทําอันตรายแก่ผู้เคราะห์ร้าย ถึงแก่ชีวิตครับ ตอนนี้ในประเทศทั้งหลายการยิงปืนขึ้นฟ้ำในพิธีการต่าง ๆ อะไรเขาไม่มี การอนุญาตให้กระทําแล้วครับ ในประเทศไทยนั้นมีกรณีที่มีผู้บาดเจ็บ ที่จังหวัดเพชรบุรี ก็เคยมีการยิงปืนขึ้นฟ้ำในส่วนของงานบวชแล้วกระสุนปริศนาดังกล่าวนั้นก็ไปทําร้าย เด็กนักเรียนที่กําลังว่ายนํ้าอยู่ในโรงเรียนห่างจากจุดที่มีการเฉลิมฉลองงานบวช ๑ กิโลเมตร เด็กก็เสียชีวิตไป วันนั้นท่านลองคิดดูครับ ท่านยิงขึ้นไปกี่พันกี่หมื่นนัด มีการตรวจพบ หัวกระสุนเยอะแยะเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณวัดสุทัศน์เทพวราราม ดิ โอลด์ สยาม พลาซ่า (The Old Siam Plaza) โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย สวนรมณีนาถ เหล่านี้ครับ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่พิสูจน์ว่าหัวกระสุนนั้นมันมีอันตรายครับ แล้วถ้าท่านจะจําได้ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนั้นนักข่าวสถานีทีวีช่องหนึ่ง ได้แสดงให้เห็นถึงอํานาจการทําลายของกระสุนที่ถูกยิงขึ้นฟ้ำแล้วตกลงบริเวณ หน้าศาลากลางของกรุงเทพมหานคร นั่นแหละครับคือสิ่งที่ท่านจะต้องพิจารณาในข้อนี้ เพราะฉะนั้นเราจึงได้ยินมาโดยตลอดว่ามีผู้บาดเจ็บแล้วก็ผู้เสียชีวิตจากกระสุนปริศนาที่หล่น ลงมาจากฟ้ำจํานวนหนึ่งที่หาที่มาของคนยิงไม่ได้ คนเหล่านี้ที่เสียชีวิตจากการตรวจสอบ พบว่าอยู่นอกบริเวณชุมนุมก็มีครับ แล้วก็มีคนที่บาดเจ็บจากที่อยู่รอบ ๆ บริเวณการชุมนุม ผลการชันสูตรหรือรอยบาดแผลของผู้บาดเจ็บก็ยืนยันว่าเป็นผลมาจากกระสุนปืน ที่อาจมีอํานาจการทะลุทะลวงต่างจากผู้ชุมนุมที่ถูกสังหารในที่ชุมนุม แต่กระสุนปริศนา เหล่านี้ก็มีอํานาจทําลายล้างที่อาจทําให้ผู้ที่โดนเข้าไปนั้นบาดเจ็บแล้วก็เสียชีวิตได้เช่นกัน แล้วจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏก็มีผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตที่ผลการตรวจบาดแผล และผลการชันสูตรเชื่อว่าโดนกระสุนตกใส่เป็นจํานวนมากครับ และนี่ก็คือการสั่งการ ที่ท่านจะรู้หรือไม่รู้ผมไม่ทราบครับ แต่มันนําไปสู่การฆาตกรรมที่รัฐบาลไม่สามารถปฏิเสธ ความรับผิดชอบได้เลยครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ อีกเรื่องหนึ่งครับ เรื่องนี้กราบเรียนนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ ว่าท่านรู้หรือไม่ว่ามันมีการปฏิบัติที่ถือว่าเป็นสิ่งที่ชาวไทยทุกคนเขาอภัย ให้ท่านไม่ได้ เป็นเรื่องของการละเมิดความปลอดภัยด้านการบิน เป็นอีกกรณีหนึ่งที่ต้อง กล่าวถึง ในเอกสารที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับการบินของประเทศไทยได้ระบุเขตห้ามบิน ในประเทศไทยไว้อย่างชัดเจนครับ การกําหนดเขตห้ามบินในประเทศไทยเหตุผลชัดเจนเพื่อความปลอดภัย หนึ่งในเขตห้ามบิน ที่นักบินทุกคนเขาจําใส่กบาลครับ ผมนี่ก็จําไว้แม่นยํามากและจะไม่มีวันละเมิดเด็ดขาด คือเขตห้ามบินในบริเวณเขตพระราชฐานที่เป็นที่ประทับของล้นเกล้าฯ ทั้ง ๒ พระองค์ ก็คือบริเวณที่เป็นที่ตั้งของพระตําหนักจิตรลดารโหฐานที่นักบินทุกคนจะไม่มีวันบินล่วงลํ้า เข้าไปในระยะทาง ๑ ไมล์ทะเลจากพระตําหนัก และจะต้องไม่บินลงมาตํ่ากว่าความสูง ๖,๐๐๐ ฟุต ทั้งนี้เพราะพื้นที่ดังกล่าวนั้นได้ถูกกําหนดให้เป็นเขตห้ามบินครับ ด้วยเหตุผล ด้านความปลอดภัยและเพื่อไม่ให้เสียงของอากาศยานนั้นส่งเสียงรบกวนอันเป็นการกระทํา ที่อาจจะทําให้เกิดการระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทได้ วันนี้สํานักพระราชวังกําลัง ขอให้เพิ่มเพดานบินขึ้นไปจากพื้นจนถึงอันลิมิเต็ด (Unlimited) หรือไม่สามารถที่จะ บินเข้ามาในระยะความสูงจะสูงกว่า ๖,๐๐๐ ฟุต แต่การปฏิบัติการสลายการชุมนุม ในครั้งนี้นายอภิสิทธิ์ได้บังอาจสั่งการให้อากาศยานเข้ามาทําการบินในเขตห้ามบิน และใกล้เขตห้ามบินด้วยความสูงตํ่าหลายครั้งโดยไม่ได้คํานึงถึงความปลอดภัย ด้านการบินที่อาจจะนําไปสู่อุบัติเหตุที่คาดไม่ถึง ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าการบินของอากาศยาน ดังกล่าวนั้นมีความไม่ปลอดภัย แต่ที่เลวร้ายไปกว่านั้นก็คือการอนุญาตให้ทหารยิงปืนขึ้นฟ้ำ เพื่อข่มขวัญผู้ชุมนุมครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากอันตรายของกระสุน ที่มันตกลงมาโดนใครก็แล้วแต่ทําให้บาดเจ็บและล้มตายได้ กระสุนที่ถูกยิงขึ้นฟ้ำหลายพัน หลายหมื่นนัดในวันนั้นเป็นการยิงที่ไม่สามารถควบคุมวิถีกระสุนได้ และแน่นอนที่สุด มันเสี่ยงต่อการที่จะพลาดไปโดนอากาศยานที่กําลังปฏิบัติการอยู่ ทั้งในแล้วก็ นอกเขตห้ามบิน มีรายงานว่ามีอากาศยานโดนยิงในระหว่างการปฏิบัติการที่รัฐบาลโทษว่า มีกลุ่มผู้ชุมนุมยิงเข้าใส่ แต่ถ้าพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ท่านอนุญาตให้ยิงขึ้น เป็นหมื่นเป็นพันนัดมันก็น่าจะโดนกระสุนจากใคร พี่น้องประชาชนตัดสินกันเอาเองครับ แต่ประเด็นของผมไม่ได้ขึ้นอยู่ว่าใครยิงครับ เพราะว่าไม่ว่าใครจะยิงก็ตามการที่ท่านละเมิด กฎการบินโดยอนุญาตให้อากาศยานเข้ามาปฏิบัติการในเขตห้ามบินหรือใกล้เคียงกับ เขตห้ามบินที่อยู่ในบริเวณที่เป็นที่ประทับของล้นเกล้าฯ ทั้ง ๒ พระองค์ ไม่ว่าจะเป็น พระตําหนักจิตรลดารโหฐานหรือโรงพยาบาลศิริราชแล้ว แล้วยังปล่อยให้อากาศยาน มีความเสี่ยงจากการถูกยิงอันอาจนําไปสู่การเกิดอุบัติเหตุของอากาศยานนั้นถือเป็น การประมาท ละเลย เลินเล่อไม่รับผิดชอบต่อการถวายความปลอดภัยต่อพระองค์ท่าน ทั้งสองครับ ซึ่งความผิดนี้ไม่มีชาวไทยคนไหนในแผ่นดินนี้ยกโทษให้ท่านอย่างแน่นอนครับ รูปนี้แสดงให้เห็นถึงเขตห้ามบิน เพราะฉะนั้นใครก็แล้วแต่ที่อยู่ในระหว่างการสลาย การชุมนุมก็จะสามารถเห็นได้เลยว่ามันครอบคลุมพื้นที่ ๑ ไมล์ทะเลไปถึงไหนนะครับ จากจุดที่เป็นพระตําหนักจิตรลดารโหฐานครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องสุดท้ายที่ผมจะกล่าวต่อไปนี้ก็คือการสั่งการ ให้เข้าสลายการชุมนุมในเวลากลางคืน เมื่อสักครู่นั้นผมหยุดไว้ที่หกโมงเย็น หลังจากนี้ ผมจะต่อจากหกโมงเย็นว่าหลังจากที่นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพได้ออกคําสั่งให้ทหาร ติดอาวุธเข้าสลายการชุมนุมในช่วงบ่าย ท่านย่อมเล็งเห็นแล้วว่าอาจจะทําให้เกิดผู้บาดเจ็บ แล้วก็มีผู้เสียชีวิตจากอาวุธได้ เพราะว่าท่านไม่ได้ปฏิบัติการสลายการชุมนุมตามหลักสากล แต่อย่างใด แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ อย่างที่ผมได้ชี้ให้ท่านเห็นแล้วนะครับ มีทั้งผู้บาดเจ็บเป็นจํานวนมาก ที่เกิดขึ้น แต่แทนที่ท่านจะสั่งให้ยุติการปฏิบัติการ หลังจากที่ทหารไม่สามารถยึดพื้นที่ได้ ในห้วงเวลาหกโมงเย็นเพื่อไม่ให้พี่น้องประชาชนนั้นเสี่ยงต่อการล้มตายมากขึ้น ท่านกลับสั่งให้กําลังทหารปฏิบัติการสลายการชุมนุมต่อในเวลากลางคืน ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับว่าทหารทุกคนย่อมรู้ดีว่าการสลายการชุมนุมที่เป็นมาตรฐาน ที่เป็นการปฏิบัติต่อพี่น้องร่วมชาติ ไม่มีเหตุผลในการที่จะเข้าไปทําร้ายพี่น้องประชาชน ดังนั้นการสลายการชุมนุมที่เป็นพี่น้องร่วมชาติในเวลากลางคืนจึงไม่อยู่ในตําราเล่มไหน ๆ ของการปฏิบัติครับ ดังนั้นการสลายการชุมนุมในเวลากลางคืนนั้นจึงถือเป็นการปฏิบัติ ทางการทหารเท่านั้นครับ นั่นก็คือนายอภิสิทธิ์นอกจากจะไม่ยุติการสลายการชุมนุม ที่ไม่ทําตามกฎแล้ว ท่านยังสั่งให้ทหารไปปฏิบัติการทางทหารกับผู้ชุมนุมในเวลากลางคืน เพราะฉะนั้นไม่ว่าท่านจะเรียกการสลายการชุมนุมครั้งนี้ว่าอะไร จะใช้คําสวยหรูอย่างใด ก็แล้วแต่ การขอคืนพื้นที่ การกระชับวงล้อม แต่การประกอบกําลังเข้าสลายการชุมนุม พี่น้องร่วมชาติในเวลากลางคืนนั้นไม่ได้ต่างกันกับการที่ท่านใช้กําลังไปทําร้ายอริราชศัตรู เพราะว่าถ้าท่านเห็นว่าผู้ชุมนุมนั้นเป็นพี่น้องร่วมชาติของท่านไม่ใช่ศัตรู ท่านต้องระงับ เรื่องดังกล่าวไว้ตั้งแต่พระอาทิตย์ตกนะครับ เพื่อไม่ให้คนบาดเจ็บแล้วก็ล้มตายเพิ่มขึ้น ท่านไม่ได้ทําครับ ท่านสั่งให้ลุยต่อ แล้วในที่สุดก็มีคนบาดเจ็บล้มตายสมใจท่านเลยครับ ในวันนั้น วันที่ ๑๐ เมษามหาวิปโยค มีผู้เสียชีวิต ๒๕ คน บาดเจ็บเกือบ ๑,๐๐๐ คน แทนที่ท่านจะแสดงความรับผิดชอบ มีคนตายตั้งแต่ตอนบ่ายแล้วครับ ท่านโยนความผิด ให้บุคคลที่เรียกว่าอ้ายโม่ง แล้วก็กล่าวหาว่าอ้ายโม่งนั้นมีความสัมพันธ์กับแกนนําผู้ชุมนุม โดยท่านอ้างภาพที่มีสํานักข่าวต่างประเทศถ่ายไว้ได้ในคืนวันที่ ๑๐ จากนั้นแทนที่ท่านจะ นําเรื่องทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามปกติหลังจากมีคนตายจากการกระทํา ของเจ้าหน้าที่รัฐ ท่านละเว้นครับ ท่านไม่ดําเนินการตามกฎหมาย ท่านพยายามเบี่ยงเบน ประเด็นการเสียชีวิตของผู้ชุมนุมว่าเป็นการกระทําของผู้ก่อการร้าย โดยใช้สื่อของรัฐ เป็นเครื่องมือในการสร้างความชอบธรรมให้กับตนเอง แล้วก็ใช้อํานาจของท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการคดีพิเศษนําเรื่องเกี่ยวกับผู้ชุมนุมเข้าไปเป็นคดีพิเศษ จากการกล่าวหาด้วยสาเหตุของอ้ายโม่งนี่ละครับ แต่เรื่องที่ทหารใช้อาวุธเข้าสลายการชุมนุม จนมีผู้บาดเจ็บล้มตายมากมาย ท่านไม่ได้บรรจุเข้าเป็นคดีพิเศษครับ ทั้งที่เหตุดังกล่าวนั้น มันเป็นความรับผิดชอบโดยตรงของนายกรัฐมนตรี จึงถือว่าเป็นการกระทําที่มีเจตนาพิเศษ เพื่อให้ตนเองพ้นผิด โดยทําให้การกระทําของผู้ชุมนุมนี่มีมูลคดีเกี่ยวกับการก่อการร้าย เพื่อให้การสั่งการและการปฏิบัติการสลายการชุมนุมในวันที่ ๑๐ เมษายน เป็นการกระทํา ที่ชอบด้วยกฎหมายของท่าน

ก่อนที่ผมจะสรุป ผมขออนุญาตพูดเรื่องอ้ายโม่งนิดหนึ่งครับ อ้ายโม่ง หรือกองกําลังไม่ทราบฝ่ำยนี่มันเป็นตัวละครสําคัญที่ท่านอ้างถึงโดยตลอดนะครับ มีอ้ายโม่งท่านก็เชื่อมโยงเขาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ต่อมาในการสลายการชุมนุมที่ราชประสงค์ หลังจากนั้นนี่นะครับ ก็เพราะเหตุผลที่ท่านอ้างเรื่องการก่อการร้าย ท่านก็สั่งการ ให้ผู้บังคับหน่วยเขาใช้อาวุธได้อย่างเสรี แล้วก็ปรากฏว่ามีคนโดนสังหารเป็นจํานวนมาก ด้วยอาวุธสงคราม ผู้ชุมนุมที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้ายหรือผู้ชุมนุมที่เขาโดนยิงเสียชีวิต เขา ๒ มือเปล่าครับท่านนายกรัฐมนตรี ไม่มีใครมีอาวุธอยู่ในมือสักคนครับ ดังนั้นผมจึงกราบเรียนว่าผู้ที่เขาตายผู้ที่เขาเสียชีวิตเขาไม่ได้เป็นผู้ก่อการร้ายครับ แต่อ้ายโม่งหรือว่ากองกําลังไม่ทราบฝ่ายที่ติดอาวุธปะปนอยู่กับผู้ชุมนุมนั้น ผมกราบเรียน ท่านนายกรัฐมนตรีครับมีจริง ๆ ครับ ผมเห็นอ้ายโม่งตั้งแต่สงกรานต์เลือดเมื่อปีที่แล้วครับ แล้วก็พี่น้องประชาชนนั้นเดี๋ยวผมแสดงภาพท่านคิดเอาเองครับว่าอ้ายโม่งที่รัฐบาล พยายามจะยัดเยียดให้อ้ายโม่งเหล่านั้นเป็นผู้ก่อการร้ายนี่นะครับ อ้ายโม่งของผมมีอยู่ ทุกหนแห่งในกองกําลังของทหารครับ ในการปฏิบัติ ในการประกอบกําลังทหาร มีชายนอกเครื่องแบบ มีกองกําลังไม่ทราบฝ่ำย มีคนที่ไม่สามารถที่จะพิสูจน์ได้ว่า เป็นใครปะปนอยู่กับผู้ชุมนุม แล้วก็ปะปนอยู่กับทหารโดยตลอด แต่สุดท้ายครับ เดี๋ยวดู ภาพก่อนครับ นี่คือภาพปีที่แล้วนะครับ ท่านจะเห็นว่ามีกองกําลังไม่ทราบฝ่ำยครับ แต่งกายนอกเครื่องแบบปะปนอยู่กับทหาร นี่ปี ที่แล้วครับ เห็นไหมครับท่านยึดพื้นที่ได้ ท่านขับไล่พี่น้องประชาชนออกไปได้ท่านก็ออกมาแสดงตนครับ ดูกันชัด ๆ นี่อ้ายโม่งเก่าครับ เห็นไหมครับใส่กางเกงวอร์ม (Warm) เสื้อยืด แต่สะพายอาวุธสงครามครับ นี่คืออ้ายโม่ง สงกรานต์เลือดปีที่แล้วครับ กองกําลังไม่ทราบฝ่าย พี่น้องประชาชนตัดสินเอาครับว่า อยู่ที่ไหน การประกอบกําลังของทหารทุกครั้งจะมีบุคคลนอกเครื่องแบบแบบนี้เสมอครับ สิ่งเหล่านี้เป็นภาพที่ปรากฏจากการถ่ายภาพของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงครับ นี่ก็เป็น บริเวณบังเกอร์ (Bunker) ที่อยู่แถวบ่อนไก่นะครับ ก็จะเห็นว่ามีบุคคลนอกเครื่องแบบ อย่างนี้ละครับเยอะแยะไปหมด แล้วเวลามีการปฏิบัติอะไรก็แล้วแต่ก็เป็นอ้ายโม่งทุกครั้งไป นี่อ้ายโม่งใหม่นะครับ นี่เป็นการปฏิบัติการของทหารแถวบ่อนไก่นี่เองครับ เห็นไหมครับ ชัดเจนครับสิ่งที่ผมจะพูด แล้วก็มีภาพนี้โด่งดังกันทั้งประเทศครับ ท่านประธานครับ อยากให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพได้ดูครับ ภาพนี้เห็นชัดเจนนะครับเดี๋ยวจะมีคนมาให้ รายละเอียดในเรื่องดังกล่าว ขออนุญาตท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพนะครับเป็นพาดหัว เทือกโบ้ย ๖ ศพโจรยิงบนบีทีเอส (BTS) ไม่ใช่ทหาร ผู้สื่อข่าวถามว่ามีความชัดเจนเรื่อง ๖ ศพในวัดปทุมวนารามหรือไม่ว่าใครเป็นคนยิง นายสุเทพกล่าวว่าเดี๋ยวก็ชัดเจน เจ้าหน้าที่ กําลังรวบรวมหลักฐานดําเนินการอยู่ ตนจะพูดต่อเมื่อทุกอย่างได้ครบถ้วนเรียบร้อย แต่สบายใจได้ว่าในการตรวจสอบเบื้องต้นไม่ใช่เรื่องของเจ้าหน้าที่ โอ้โฮ ท่านตอบไดอะลอก (Dialog) เดิมเลยครับ เมื่อถามว่าถ้าอย่างนั้นนี่เป็นพวกไหนล่ะ เพราะใครจะขึ้นไปเดิน บนรางรถไฟฟ้ำบีทีเอสได้นอกจากเจ้าหน้าที่ นายสุเทพกล่าวว่าก็โจรผู้ร้ายอย่างไรละ เมื่อถามว่าขึ้นไปทางไหน ขึ้นไปอย่างไรนายสุเทพก็กล่าวว่าเขาอยู่ที่นั่นมาโดยตลอด ท่านประธานครับ ภาพนี้ชัดเจนครับ โจรผู้ร้ายที่นายสุเทพว่าทหารหมวกสีชมพูภาพชี้ชัด ศอฉ. เครียด ๖ ศพ ในวงเล็บนี้นะครับ ภาพทหารบนรางรถไฟฟ้ำบีทีเอสหน้าวัดปทุมวนาราม เมื่อเวลา ๑๘.๓๐ นาฬิกาของวันที่ ๑๙ พฤษภาคมก่อนจะเกิดเหตุยิง ๕ ศพในช่วงคํ่า ซึ่งสังเกตเห็นสติกเกอร์ (Sticker) สีชมพูที่หมวกเป็นสัญญาณบอกฝ่ำยของทหาร ซึ่งยืนยันได้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริง สูงนิดหนึ่งนะครับให้เห็นสติกเกอร์ ให้เห็นสีครับ ท่านสุเทพ จะได้เห็นชัด ๆ ครับว่านี่คือโจรผู้ร้ายครับ นี่คืออ้ายโม่งครับ นี่คือคนที่ฆ่าประชาชน หรือเปล่า ผมไม่ทราบครับ ต้องไปพิสูจน์กัน แต่อย่างไรก็ดีตรงท้ายพยานทุกปากที่อยู่ในเหตุการณ์สังหารหมู่ที่วัดปทุมวนารามยืนยันว่า ผู้เสียชีวิตทุกรายโดนยิงลงมาจากผู้ที่อยู่บนรางรถไฟฟ้ำบีทีเอสยิงเข้าใส่จนเสียชีวิตครับ เพราะฉะนั้นหลักฐานที่ผมพยายามจะอธิบายในเวลาอันจํากัดแบบนี้นี่นะครับ สําหรับ ผมเองนั้นอ้ายโม่งก็คือการเชื่อมโยงกําลังนอกเครื่องแบบของรัฐบาลที่ใช้สําหรับการตอบโต้ การปฏิบัติของกลุ่มผู้ชุมนุม แล้วก็สร้างความชอบธรรมให้กับรัฐบาลในการที่จะไม่ต้อง รับผิดชอบทางกฎหมายหลังจากที่ท่านได้มีคําสั่งฆ่าคน เพราะฉะนั้นจากสิ่งที่ผมได้กล่าวไป ทั้งหมดนี้จึงถือได้ว่านายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ ได้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ ทําให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนผู้ชุมนุม จึงเข้าข่ายเป็นการกระทําความผิด ต่อตําแหน่งราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ และการกระทําดังกล่าวนั้น เป็นการกระทําที่เกินกว่าเหตุ เกินกว่ากรณีแห่งความจําเป็น จึงไม่ได้รับความคุ้มครอง ตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ปี ๒๕๔๘ ท่านประธานครับ ผมไม่ไว้วางใจให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ดํารงตําแหน่ง นายกรัฐมนตรีบนกองเลือดนี้ได้แม้แต่วันเดียวครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่จริงก็เตรียมการที่จะชี้แจงในตอนหลัง แต่ว่าประเด็นที่ นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ได้นํามาอภิปรายนั้นกระผมคิดว่าสมควรที่จะได้ อธิบายข้อเท็จจริงเพื่อได้ทราบเอาไว้เป็นเบื้องต้น

เอาประเด็นสุดท้ายที่ นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ได้ยกภาพบอกว่าเป็นภาพ ทหารที่อยู่บนรางรถไฟฟ้ำบีทีเอส เมื่อเวลา ๑๘.๓๐ นาฬิกา ของวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ผมกราบเรียนกับท่านประธานครับว่าภาพนี้เป็ นภาพที่เป็ นปัญหาอยู่โดยตลอด และคงจะต้องมีการพิสูจน์กันว่าภาพที่ นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์เอามาแสดงนั้นเป็นภาพ ที่ถ่ายในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม เวลา ๑๘.๓๐ นาฬิกาจริงหรือไม่ ผมขอกราบเรียน ต่อท่านประธานอย่างนี้ครับว่าผมได้ซักถามเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ปฏิบัติงานในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ผมเรียนว่า ณ จุดที่ปรากฏว่าภาพนี้อยู่นั้น ที่แสดงเมื่อสักครู่ครับ ในเวลา ๑๘.๓๐ นาฬิกา ไม่มีเจ้าหน้าที่ทหารของเราอยู่บนรางรถไฟฟ้ำบีทีเอส ผมกราบเรียนกับ ท่านประธานอย่างนี้ครับ เจ้าหน้าที่ของเราในชุดที่จะเคลื่อนที่มาจากสี่แยกปทุมวันนั้น มาได้แค่แยกเฉลิมเผ่า แล้วก็เข้าไปที่รางนั้นไม่ได้ครับ ยังไม่สามารถเข้าไปได้ในขณะนั้น มีเจ้าหน้าที่ที่จะพยายามเข้าไปเพื่อไปคุ้มครองเจ้าหน้าที่ดับเพลิงก็ถูกฝ่ายผู้ก่อการร้าย ยิงใส่ก็ต้องถอยไปอยู่ที่สถานีรถไฟฟ้ำบีทีเอส นี่เป็นข้อเท็จจริงที่ผมอยากจะกราบเรียนกับ ท่านประธาน ผมกราบเรียนว่าภาพที่ถ่ายนั้นผมเชื่อครับเป็นภาพทหารแน่นอน แต่เป็น ภาพที่ถ่ายเมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ตอนที่เข้าไปคุ้มกันให้มีการเคลื่อนย้ายประชาชน ออกจากวัดปทุมวนาราม ข้อเท็จจริงเรื่องนี้เถียงกันวันนี้ก็คงไม่จบนะครับ แต่ว่าข้อเท็จจริงนี้ พิสูจน์ได้ในวันข้างหน้า

ท่านประธานครับ เรื่องที่คุณอนุดิษฐ์บอกว่าเฮลิคอปเตอร์โดนยิง แล้วก็ ฝ่ายรัฐบาลอ้างว่าคนยิงอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมนั้น ผมเรียนว่าเป็นเรื่องจริงครับ คนที่ยิง เฮลิคอปเตอร์นี่อยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม และเดี๋ยวนี้เราจับตัวคนยิงได้แล้วกําลังดําเนินคดีอยู่ครับ ซึ่งก็จะได้พิสูจน์กันต่อไป

อีกเรื่องหนึ่งครับ ที่ท่านบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์และผมได้สั่งการ ให้ทหารเข้าสลายการชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้ำลีลาศ ผมกราบเรียนกับท่านประธานครับ แล้วก็จะชี้แจงต่อในรายละเอียดในโอกาสต่อไป ผมเรียนยืนยันในชั้นนี้ว่ารัฐบาลไม่เคยมี ความคิดที่จะสลายการชุมนุม ไม่เคยสั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าไปสลายการชุมนุม ภาพที่ จัดแสดงในโอกาสต่อไปซึ่งไม่ใช่ช่วงนี้ ผมจะกราบเรียนต่อท่านประธานว่าเราเข้าไป ปฏิบัติการขอพื้นที่คืนจริง ๆ แล้วได้ปฏิบัติการตามกฎสากลทุกประการตามที่ได้แถลงไว้ กับพี่น้องประชาชน กรณีที่ท่าน นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ยกมาว่ามีผู้เสียชีวิต ชื่อนายเกรียงไกร คําน้อย และอ้างว่าถูกยิงที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ผมขอกราบเรียนว่าเท่าที่ได้ตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ แล้วก็ได้นั่งดูการปฏิบัติการซึ่งเขา ถ่ายภาพออกมา แล้วก็มีทีวีหลายช่องถ่ายภาพสดให้พี่น้องประชาชนได้เห็น การปฏิบัติการที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ของเจ้าหน้าที่นั้นมีการใช้โล่ ใช้กระบอง ใช้นํ้าฉีด ใช้แก๊สนํ้าตา และใช้กระสุนยาง เห็นกันชัดเจนตลอดเวลาครับ จนกระทั่งเมื่อเห็นว่า พี่น้องประชาชนมีจํานวนมากมายเจ้าหน้าที่ต้านทานไม่ได้ก็ถอยไปอยู่ที่กระทรวงศึกษาธิการ ไม่มีการใช้กระสุนจริง ณ พื้นที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ในเวลานั้นแต่อย่างใด ในชั้นนี้ ผมเข้าใจว่าคุณเกรียงไกรน่าจะถูกยิงที่บริเวณสี่แยกคอกวัว แล้วเราก็จะได้หาหลักฐาน มาพิสูจน์กัน

ท่านประธานครับ มีข้อกล่าวหาข้อหนึ่งที่ผมอยากจะเรียนเพื่อเป็นการปูพื้นไว้ ในขณะนี้ที่ นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์อ้างว่าท่านนายกรัฐมนตรีและผมได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการสลายการชุมนุมในเวลากลางคืน ผมกราบเรียนว่าการสั่งการให้ เจ้าหน้าที่ไปปฏิบัติการในวันนั้นในเวลากลางวันครับ เริ่มต้นเวลาประมาณบ่ายโมง อย่างที่ท่านว่า แล้วก็เป็นจริงอย่างที่ท่านว่าครับ ที่หน้ากองทัพภาคที่ ๑ พอเริ่มต้น เจ้าหน้าที่ยังไม่ทันได้ยกกําลังออกจากกองทัพภาคที่ ๑ เลยครับ พวกท่านก็เข้าไปล้อม กองทัพภาคที่ ๑ เสียแล้วตอนเวลาบ่ายโมง และเจ้าหน้าที่ก็ต้องเปิดทางออกมาเพื่อปฏิบัติ หน้าที่ ทีนี้ที่ต้องไปเกิดเหตุตอนกลางคืนนี่ผมเรียนครับว่าเมื่อเวลา ๖ โมงเศษเราได้สั่งให้ เจ้าหน้าที่หยุดการเคลื่อนไหวไม่ปฏิบัติการต่อ แต่โชคร้ายครับที่สี่แยกคอกวัว และอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยผู้ชุมนุมได้เข้าไปล้อมเจ้าหน้าที่ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง การถอนตัวออกมาก็ทําด้วยความยากลําบาก และตอนที่กําลังถอนตัวออกมานั้นก็เลย มีผู้ร้าย อ้ายโม่งอย่างที่ท่านว่านะครับ ใช้ทั้งปืนเอ็ม ๗๙ ปืนเอ็ม ๑๖ ปืนอาก้า (Aka) ยิงถล่ม เจ้าหน้าที่จนเสียชีวิต แล้วก็พลอยทําให้ประชาชนเสียชีวิตไปด้วย นี่คือข้อเท็จจริงครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ ท่านอนุดิษฐ์พาดพิง เชิญสั้น ๆ นะครับ

นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธาน ที่เคารพครับ นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ พรรคเพื่อไทย กรุงเทพมหานครครับ มีประเด็น สั้น ๆ เดี๋ยวจะทําให้พี่น้องประชาชนเข้าใจผิดครับ เรื่องของการยิงเฮลิคอปเตอร์ อันนั้น ไม่ได้หมายความหรอกครับว่าใครจะยิง เพราะผมพูดชัดเจนครับ ไม่ว่าใครจะยิงก็ตาม นั่นหมายถึงว่าจะเป็นผู้ชุมนุมหรือจะเป็นใครก็แล้วแต่ จะเกิดจากกระสุนที่ถูกอนุญาต ให้ยิงขึ้นฟ้ำได้เป็นหมื่นนัดเป็นพันนัด ตรงนี้ไม่ใช่สาระสําคัญครับ สาระสําคัญเรื่องนี้ ก็คือว่าให้อากาศยานไปบินอยู่ในเขตห้ามบินแล้วเสี่ยงต่อการโดนยิงได้อย่างไร นั่นคือ สาระสําคัญครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี

ไม่ได้ต่อล้อต่อเถียงครับ แต่ว่าเป็ นข้อเท็จจริงที่ขออนุญาตกราบเรียน ท่านเป็ นนายทหารอากาศมาก่อน ไปตรวจสอบได้ครับ พื้นที่ที่ทําการบินตรงนั้นไม่ใช่เขตห้ามบินครับ ไม่ได้ลํ้าเข้าไปในเขต ห้ามบิน แล้วเจ้าหน้าที่ก็ได้แจ้งให้กรมราชองครักษ์ทราบแล้วด้วยครับ ขอบคุณครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ชาติกําเนิดเกิดที่จังหวัดราชบุรี ปัจจุบันเป็น ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ไม่ใช่หรอกครับ ผมไม่ใช่ ๓๐ นาที ผมนี่ไม่จํากัดเวลา แต่ว่าผมรู้ตัวว่าผมเพิ่งทําบายพาส (Bypass) มา ผมก็บอกว่าเต็มที่ก็น่าจะ ๓๐ นาที มากกว่านั้นเดี๋ยวก็ต้องเข้าโรงพยาบาลอีก เพราะฉะนั้นการประกาศว่า ๓๐ นาที มันทําให้ ผมลดเบอร์ลงไป ไม่ใช่ ผมไม่จํากัดเวลา

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประธานก็ว่าไปตามที่วิปส่งมานะครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

โห่ทําไม ตายไปกูจะไป หักคอพวกมึง

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เอาครับ ท่านสมาชิกครับ ขออยู่ในความสงบนะครับ ให้ท่านอภิปราย เชิญครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน 🔗

ผมยืนตรงนี้ที่จะ ทําหน้าที่อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีตามที่ได้ยื่น ไปแล้ว ขอกราบเรียนว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะต้องนําเอาความบกพร่อง ความล้มเหลว ในการบริหารของรัฐบาลมาตีแผ่ ต้องชี้ให้ประชาชนทั้งประเทศซึ่งเป็นเจ้าของอํานาจอธิปไตย ได้เห็นถึงความล้มเหลวของการบริหารงานของรัฐบาล รายการนี้ไม่ใช่รายการยอวาที ที่จะเอาความดีความงามขึ้นมาพูดกัน ไม่ใช่ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า หากมีการประท้วงใด ๆ ก็ตาม ท่านประธานต้องให้เขายกมือ แล้วท่านอนุญาต แล้วค่อยประท้วง ไม่ใช่ขึ้นมา ท่านประธานผมประท้วง ๆ อย่างนั้นขอความกรุณาครับ ไปประท้วงคุณพ่อคุณแม่ที่บ้านครับ ถ้าจะประท้วงในสภาขอให้ทําตามกติกา ในข้อบังคับการประชุมสภา และผมยืนยันท่านประธานนะครับว่าสิ่งที่ผมพูดต่อไปนี้ เป็นข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง และเพื่อให้ท่านประธานสบายใจ ผมขอให้คํามั่นสัญญาเลยครับ

ข้อ ๑ ด้วยเกียรติของข้าฯ ข้าฯ สัญญาว่าข้าฯ จะจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

ข้อ ๒ ข้าฯ จะช่วยเหลือผู้อื่นทุกเมื่อ

ข้อ ๓ ข้าฯ จะปฏิบัติตามกฎของลูกเสือ

กฎของลูกเสือข้อแรก บอกว่าลูกเสือมีเกียรติเชื่อถือได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ ผมพูดนั้นจะพูดอย่างคนมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ที่สําคัญท่านประธานเคยคาดเข็มขัดลูกเสือไหม เสียชีพอย่าเสียสัตย์ ผมจะไม่ตระบัดสัตย์เด็ดขาด ตราบใดที่ผมยังติดเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผมจะพูด แต่ความจริง

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตย้อนหลังไปถึงวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ขณะที่รัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ กําลังจะมาแถลงนโยบายที่สภา กลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อเหลือง ปิดล้อมด้านหน้าถนนอู่ทองในเต็มหมดเลย แล้วก็มาด้านข้างถนนราชวิถี ผมมาถึงสภา ตั้งแต่เวลา ๐๖.๐๐ นาฬิกาเศษ ได้เห็นแล้วว่าเข้าสภาไม่ได้ จึงได้นํารถไปจอดอยู่ข้างหลัง พรรคชาติไทย ในบริเวณที่เป็นที่ตั้งของพรรคชาติพัฒนาในอดีต แล้วเดินเท้าเข้ามา ท่านประธานครับ ช่วงนั้นเจ้าหน้าที่ตํารวจก็ได้พยายามที่จะเปิดทางให้ ส.ส. ส.ว. เข้ามา ทําหน้าที่ ให้รัฐบาลเข้ามาแถลงนโยบาย ในที่สุดก็เข้ามาได้ แต่ระหว่างที่รัฐบาลสมชาย กําลังแถลงนโยบายนั้นเอง กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อเหลืองก็เพิ่มปริมาณเข้ามาทั้งด้านหน้าสภา และด้านข้าง คราวนี้มีการขนอุปกรณ์ยางรถยนต์จํานวนมหาศาลมาวางกองอยู่ด้านหน้าสภา สมาชิกบางท่านได้พูดไปแล้วว่าเสียงกู่ก้องร้องตะโกน ฆ่ามัน ๆ ดังกระหึ่มไปหมด ผมมี ประสบการณ์ตั้งแต่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ บรรยากาศที่คนจํานวนมากมายมหาศาลอย่างนั้น แล้วร้องว่าฆ่ามัน ๆ ไม่ใช่ของดีแน่ ผมจึงตัดสินใจพานายชวน หลีกภัย หนีจากทําเนียบรัฐบาล วันนั้น ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ นี่ปกติจะไม่พูดถึงเลย แต่พี่ชวนได้กรุณากล่าวถึงผมในวันเลี้ยง แสดงความยินดีของนักศึกษานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เป็นคนเปิดเผยว่า ผมพาพี่ชวนหนี ผมจึงได้เปิดเผยว่าเป็นความจริง ผมมีประสบการณ์อย่างนั้น ดังนั้น ในวันที่ ๗ ตุลาคม ผมจึงเตือน ส.ส. ทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องให้ระวังตัว ถ้ามันพังประตูเข้ามา มันฆ่าแล้วมันเผาเดี๋ยวนั้นเลย แต่เป็นเรื่องประหลาดทั้งสภานี้ผมไม่เห็นหน้า ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์แม้เพียงคนเดียว เสมือนหนึ่งรู้แล้วว่าคนเสื้อเหลืองจะมาทําพิธีกรรมอะไร ที่น่าเกรงขาม จึงไม่มี ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์เข้ามาโดยสิ้นเชิง

ท่านประธานครับ การแถลงนโยบายผ่านไป ตอนบ่ายครับ หลังจาก แถลงนโยบายจบในสภานี้ไฟฟ้ำไม่มี แอร์ (Air) ไม่ได้เปิด อาหารก็ไม่มี นํ้าก็ถูกตัด แม่ค้า ที่เคยเอาอาหารเข้ามาขายตามปกติเอาเข้ามาไม่ได้ หิวข้าวครับท่านประธาน จะออกไปกิน ข้างนอกก็ไปไม่ได้ถูกปิดล้อม ภาวะอย่างนั้นผมเชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา เพื่อนสื่อมวลชนที่มาทําหน้าที่ในสภาวันนั้นและข้าราชการรัฐสภาทุกคนเป็นพยานยืนยัน ได้ว่าสิ่งที่ผมพูดมันเกิดขึ้น และในช่วง ๒ โมงมีเสียงระเบิดดังกึกก้องกัมปนาท ที่หน้าพรรคชาติไทย ปรากฏความต่อมาว่าเป็นรถจี๊ป เชโรกี (Jeep Cherokee) ที่ขนระเบิด เข้ามาจํานวนมากแล้วไปจอดซุ่ม ไม่ทราบว่าซุ่มรอเวลาหรือรอการสั่งการใด ๆ แต่ไประเบิด ตรงนั้น ผมว่าประเทศไทยเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ พระสยามเทวาธิราชน่าจะมีจริง เพราะถ้ารถจี๊ป เชโรกีคันนั้นวิ่งเข้ามาใกล้รัฐสภามันจะตายเป็นเบือ นั่นคือศพแรก คนที่ขับรถคันนั้นมาเป็นอดีตนายตํารวจยศพันตํารวจโทเป็นการ์ด (Guard) ของ นปช. ขออภัยเป็นการ์ดของพันธมิตร โห่ทําไม สี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง มีมารยาทบ้าง เป็นการ์ดของพันธมิตร ท่านประธานครับ นั่นเป็นศพแรกของวันที่ ๗ เสร็จแล้วตํารวจก็พยายาม ทั้งเจรจา ทั้งยิงแก๊สนํ้าตา จนในที่สุดประตูด้านราชวิถีเปิดออกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา เพื่อนสื่อมวลชน และข้าราชการในรัฐสภาก็ทยอยเดินทางออก ผมเอง เนื่องจากจอดรถไว้ที่พรรคที่ทําการสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่ไปเช่า พรรคชาติพัฒนาก็อาศัยนั่งรถของท่านรัฐมนตรีระนองรักษ์ แต่นั่งอยู่ในรถประมาณ เกือบ ๑๐ นาทีรถก็ยังไม่ขยับก็จึงตัดสินใจเดินออกไป บังเอิญไปเจอรถของท่าน ส.ส. สันทัด จีนาภักดิ์ จากจังหวัดกาญจนบุรี กําลังได้คิวจะออก ผมก็ขออาศัยไปด้วย ไปถึงบ้าน ๖ โมงกว่า เปิดทีวีดูเห็นหน้าสภาไม่มีอะไรแล้ว เหตุการณ์สงบเรียบร้อย เป็นอย่างดี จนกระทั่งเวลา ๑๙.๐๐ นาฬิกา หรือประมาณทุ่มเศษ กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อเหลือง บุกไปที่ บช.น. วังปารุสกวัน น้องโบไปตายตรงนั้นไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องรัฐสภาเลย แล้วศพแรกที่ตายในเชโรกีก็ไม่ได้เกี่ยวกับการสลายการชุมนุม น่าเสียดายเหลือเกิน ใครก็ตามพูดถึง ๗ ตุลาคม ก็บอกว่ามีเสียชีวิต ๒ คน แต่ไม่ได้อธิบายให้ชัดเจนว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทํางานของตํารวจที่บริเวณหน้ารัฐสภาแต่อย่างใด นี่ผมขออนุญาต เรียนตรงนี้เพื่อให้ทุกท่านได้เข้าใจโดยถ่องแท้ว่าศพแรกนั้นมันถึงคราวตายเพราะมันจะ เอาระเบิดมาระเบิดคนอื่น ส่วนศพที่ ๒ นั้นถูกยิงหน้า บช.น. ไม่ได้เกี่ยวกับที่รัฐสภา แต่อย่างใด กระนั้นท่านอภิสิทธิ์ในขณะที่เป็นผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรก็ยังอุตส่าห์ ไปยื่น ป.ป.ช. ให้ถอดถอนท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย รองนายกรัฐมนตรี พลเอก ชวลิต ให้ถอดถอนผู้บัญชาการสํานักงานตํารวจแห่งชาติ พลตํารวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ถอดถอนผู้บัญชาการตํารวจนครบาล พลตํารวจโท สุชาติ เหมือนแก้ว ป.ป.ช. ก็ดีใจหาย รับเรื่องจากผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเสร็จปั๊บก็ดําเนินการชี้มูลว่ามีความผิด ประพฤติมิชอบ ส่วนของข้าราชการตํารวจ ๒ คน บอกประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงให้ไล่ออก ท่านประธานครับ ตรงนี้อย่าประท้วงผมนะครับ เพราะผมไม่ได้ว่าใคร ว่า ป.ป.ช. ๙ คน อํามหิตครับ คิดดู พลตํารวจเอก พัชรวาทรับราชการตั้งแต่จบจากโรงเรียนนายร้อย อีกกี่เดือนจะปลดเกษียณในตําแหน่งผู้บัญชาการสํานักงานตํารวจแห่งชาติ พัชรวาทไปทํา อะไรครับ ไปบอกว่าประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง สุชาติ เหมือนแก้ว เช่นกันจากโรงเรียนนายร้อยตํารวจมาเป็นผู้บัญชาการตํารวจนครบาล หน้าที่โดยตรงที่จะต้องดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย หน้าที่โดยตรงที่จะต้องทําให้รัฐบาล สามารถปฏิบัติภารกิจ สมาชิกรัฐสภาสามารถปฏิบัติภารกิจ เขาทําตามหน้าที่ราชการ ทําไม ไปชี้มูลเขาอย่างนั้น ตรงนี้ขอให้บันทึกไว้ในสภาชั่วลูกชั่วหลานว่า ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย มีความเห็นว่า ป.ป.ช. ทั้ง ๙ คนอํามหิตเกินมนุษย์ ท่านประธานครับ พอมาถึงวันที่ ๒ ธันวาคม คราวนี้ ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคําวินิจฉัยยุบพรรคการเมืองพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย พรรคมัชฌิมาธิปไตย ตรงนี้มีข้อสังเกต ศาลให้พรรคการเมืองทั้งสามไปแถลงปิดคดี มี ๒ พรรคที่ไปแถลงปิดคดี พรรคพลังประชาชนสละสิทธิไม่แถลง แถลงเสร็จเกือบเที่ยง เพียงไม่กี่นาทีศาลอ่านคําพิพากษาแล้ว มันเขียนมาก่อนล่วงหน้า ที่สําคัญก็คือคนชุมนุม ที่ทําเนียบรัฐบาลที่ไปทํานาในทําเนียบรัฐบาลรู้ล่วงหน้าด้วยว่าจะตัดสินยุบพรรค ทั้ง ๓ พรรคถึงกับได้มีการบอกว่าสมชาย วงศ์สวัสดิ์ จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรก ที่ไม่มีโอกาสกราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคลในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พวกเสื้อเหลืองรู้คําพิพากษาล่วงหน้าด้วยถึงไปพูดในทําเนียบรัฐบาลว่านายกรัฐมนตรี สมชายจะไม่มีโอกาสกราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคลในวันเฉลิมพระชนมพรรษา แล้วมันก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ศาลรัฐธรรมนูญนี่อ่านวันที่ ๒ ธันวาคม แล้วยุบหมดทั้ง ๓ พรรค การเมืองก็พลิก พรรคประชาธิปัตย์เข้ามาเป็นรัฐบาล ท่านประธานครับ ในฐานะ ที่เป็นนักการเมือง ในฐานะที่เป็น ส.ส. ที่ผมก้มอย่างนี้ไม่ได้เลียนแบบนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ แต่ว่าไมโครโฟนนี้มันสั้น ผมบอกตรง ๆ ว่าผมแอบดีใจที่เห็นนายกรัฐมนตรีรูปก็งาม นามก็เพราะ ยังอยู่ในเยาว์วัยจะทําประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองอีกยาวนาน อายุเพียง ๔๔ ปี เหมือนอย่างโทนี แบลร์ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศอังกฤษ อายุ ๔๓ ปี บิล คลินตัน ขึ้นเป็นประธานาธิบดีของประเทศสหรัฐอเมริกา อายุ ๓๙ ปี โอ้ประเทศไทยของเราบัดนี้ มีนายกรัฐมนตรีอายุ ๔๐ ต้น ๆ เป็นความภูมิใจของนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง ใครก็ได้ที่ไม่ได้มาจากการปฏิวัติ รัฐประหาร ไม่ได้มาจากอํานาจเผด็จการ เป็นสิ่งที่คนชื่อ ร้อยตํารวจโท เชาวรินชื่นชอบแอบเชียร์อยู่ในใจ คิดไม่ถึงครับปีกว่านายกรัฐมนตรีของผม ถูกประชาชนเรียกว่าเป็นฆาตกร ถูกประชาชนเรียกว่าเป็นทรราช ผมบอกตรง ๆ ว่าเจ็บปวด คนที่ผมรัก คนที่ผมเคยเอาใจช่วย ต้องมาได้รับคํากล่าวขานจากประชาชนในลักษณะ อย่างนี้ ทําไมหรือครับ ก็เพราะว่าท่านไม่ได้มาอย่างสง่างาม ถ้าเป็นผมผมจะไม่ไปตั้งรัฐบาล ในค่ายทหารเด็ดขาด แต่ผมเข้าใจครับ ประเทศนี้ประเทศไทย เมื่อก่อนผมเคยเห็น เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลงชื่อจะอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ทหารมาอุ้ม ที่หน้าสภา ไปอุ้มที่บ้าน ไปกล่อมให้ลงนามในจดหมายขอถอนชื่อจากการอภิปราย ไม่ไว้วางใจ เพื่อให้นายกรัฐมนตรีพ้นจากการถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ผมรับรู้มีข้อมูลอยู่นั้นก็ให้เกิดความเห็นใจอีกว่าถ้านายกรัฐมนตรีไม่ไปตั้งรัฐบาล ในค่ายทหารก็ตั้งไม่สําเร็จ ส.ส. ส่วนหนึ่งของพรรคพลังประชาชนแทนที่จะโยกย้าย มาอยู่ด้วยกันที่พรรคเพื่อไทยตามที่ได้มีการตั้งพรรคไว้รองรับก็แหกคอกไปอยู่อีกกลุ่มหนึ่ง เพราะถูกขู่โดยทหาร นี่ขอย้อนนิดหนึ่งขอเสริมสักนิดหนึ่ง ก็ขณะที่ ศอฉ. เรียก ส.ส. ไปรายงานตัวไปชี้แจงที่กรมทหารราบที่ ๑๑ ยังมีนายทหารแต่งเครื่องแบบมากระซิบบอก คราวหน้าอย่าลงพรรคเพื่อไทย ต้องไปลงพรรคอื่นแล้วทหารจะดูแลให้ ผมว่าอย่างนี้มันชั่ว ชั่วมาก ๆ เลย เมื่อกี้ท่านนายกรัฐมนตรีชี้แจงบอกรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านบอกว่า ท่านไม่ได้สั่ง ท่านไม่ได้สั่งให้ทหารใช้อาวุธ ท่านไม่ได้สั่งให้ทหารสลายการชุมนุม แล้วโฆษกไก่อูมันเอาที่ไหนมาแถลง ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ไปตั้งกรรมการสอบสวนไก่อู อ้ายนั่นแหละเป็นคนยํ้าแล้วยํ้าอีกว่า รัฐบาลจะดําเนินการอย่างนี้ ๆ ท่านไปสอบถามดู ผมกราบเรียนว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันทําให้ นายกรัฐมนตรีหมดความสง่างาม หมดความชอบธรรม ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป

ท่านประธานครับ วันที่ ๑๐ เมษายน อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว มีที่ไหนในโลกครับใช้เฮลิคอปเตอร์ครับท่านประธาน ผมขออนุญาต ช่วยโคลส (Close) มาใกล้ ๆ หน่อยครับ นี่ภาพเฮลิคอปเตอร์โปรยสารเคมีมามันปลิวไปจนถึงวัดสระเกศ ที่ภูเขาทองโน่น พระที่วัดสระเกศเดือดร้อนหมดเลยครับ ทั้งแสบ ทั้งคัน นี่ครับ ในโลกนี้ มีที่ไหนบ้างครับใช้เฮลิคอปเตอร์โปรยสารเคมี โปรยแก๊สนํ้าตา สลายการชุมนุม เสร็จแล้ว ท่านประธานครับ โอ้โฮ นั่นมันสงครามเอารถถังออกมา ช่วยหน่อยครับ ช่วยกัน ทํามาหากินหน่อย ช่างภาพโคลสใกล้ ๆ เลยครับ เอารถถังมาสลายการชุมนุม แม้ท่านจะ เรียกว่าการขอคืนพื้นที่ก็ตามเถอะครับ ผมว่าไม่มีที่ไหนในโลกนี้เขาทํากัน แล้วเป็นอย่างไร ทหารที่เอามาทํางาน ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าคนเสื้อแดงนั้นเขาได้เตรียมการ เตรียมคน เตรียมใจ มานานพอสมควรเนื่องจากเดือนเมษายน ปี ๒๕๕๒ การชุมนุม คราวนั้นมีการใช้ทหารปราบเช่นเดียวกัน ที่เมื่อกี้ท่านอนุดิษฐ์ได้โชว์ภาพไปตายไม่รู้เท่าไร แต่ศพมันเอามาไม่ได้ ถูกขนขึ้นรถไป หายไป ๆ พอไม่มีศพปั๊บรัฐบาลก็แถลงไม่มีคนเสียชีวิต ฝ่ายคนเสื้อแดงไม่มีศพเป็นพยานก็ต้องเลยตามเลย ไม่ทราบว่าจะทําอย่างไร เวลานี้ ๔๐ กว่าคนยังหากระดูกมาทําบุญไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระ ๒ รูปที่โบกธงนําหน้า จนเวลานี้ก็ยังไม่ได้บังสุกุล เพราะไม่รู้สรีระของท่านอยู่ที่ไหน ดังนั้นจึงมีการอบรม สั่งสอนกันว่าถ้าเกิดเหตุการณ์สลายอย่างนี้มีคนตาย สิ่งแรกที่จะต้องทําก็คือรีบเอาศพไว้ ต้องยึดศพให้ได้ บังเอิญท่านประธานไม่ให้ ทางคณะกรรมการไม่ใช่ท่านประธานครับ คณะกรรมการบอกไม่ให้แสดง ไม่แสดงผมก็ไม่แสดง เพราะถือว่าคนได้ผ่านตามากมายแล้ว เรื่องศพนี่ ท่านประธานครับ คนเสื้อแดงเขาเรียนและอบรมบ่มกันมาเป็นปี สันติ สงบ อหิงสา เขานัดเดินทางเคลื่อนพลตั้งแต่วันที่ ๑๒ มีนาคม มากรุงเทพมหานครแล้วจะ ชุมนุมใหญ่วันที่ ๑๔ มีนาคม ถามว่าทําไมเขาต้องนัดตั้งแต่วันที่ ๑๒ เพราะเขารู้ว่า อย่างไรเสียรัฐบาลต้องสกัดกั้น ดังนั้นในถนนสายสําคัญที่เข้าสู่กรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะ ถนนเพชรเกษม ถนนสุขุมวิท ถนนมิตรภาพ ถนนพหลโยธิน ถนนสายบัวทองที่ตัดผ่าน จังหวัดสุพรรณบุรี ด่านตํารวจ ด่านทหาร ด่าน อส. ๒๑๖ ด่านครับท่านประธาน นี่หนังสือพิมพ์รายงานเลยว่าทั้งหมด ๒๑๖ ด่าน สกัดคนเสื้อแดงแล้วก็ตรวจทุกคัน ไม่มีแม้แต่คดีเดียวที่จะจับคนเสื้อแดงในคดีพกพาอาวุธเข้ามาในการชุมนุม ไม่มีแม้แต่ คดีเดียวที่จะจับคนเสื้อแดงทําผิดกฎหมายคดีอาญาใด ๆ ทั้งสิ้น ดังนั้นตรงนี้จึงยืนยัน และเสริมให้เห็นว่าคนเสื้อแดงเขายืนยันว่าจะชุมนุมอย่างสงบ สันติ อหิงสา แต่ทหาร ออกมาปราบมาเคลียร์พื้นที่มาขอพื้นที่คืนวันที่ ๑๐ เมษายน ขอโทษเถอะ ผมอยากจะ ใช้คําว่าเสือกเอาอาวุธมาให้เขายึดเอง อาวุธเหล่านี้ออกมาใช้วันที่ ๑๐ เมษายน แล้วถูกคนเสื้อแดงยึดครับ ๑๐ เมษายน ทหารขนอาวุธยุทโธปกรณ์อย่างนี้ แล้วรถถังอีก ๑๖ คันที่ถูกยึดไป อัปยศเหลือเกินกองทัพทําเที่ยวนี้ ไม่ทราบว่าใครเป็นคนสั่งการ คนนั้นต้องรับผิดชอบกับความเสียหายของกองทัพไทย นี่คือสิ่งที่คนเสื้อแดงยึดมาจาก ทหารทั้งนั้นแต่ส่วนใหญ่ก็คืนไป แต่ผมก็เชื่อว่านิสัยคนไทยนี่เอามา ๙ คืน ๗ คืน ๘ มันต้องมีหลงอยู่แหละ ผมเชื่อ ท่านประธานครับ แล้วนี่ท่านกรรมการบอกให้ผมปิดหน้า ผมก็ปิดหน้า เขาถูกยิง ศพนี้ถูกยิงในเขาดิน ท่านประธานครับ กรมทหารราบที่ ๓๑ รักษาพระองค์ อําเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๓ เรื่องขอใช้สถานที่ เรียนผู้อํานวยการองค์การสวนสัตว์ ด้วยกรมทหารราบที่ ๓๑ รักษาพระองค์ ได้รับมอบหมายภารกิจจากกองทัพบกให้มาดูแลรักษาความปลอดภัย การประชุมสภาตั้งแต่วันที่ ๒๓ มีนาคมเป็นต้นไป หน่วยยังขาดพื้นที่สําหรับกําลังพล จํานวน ๕๐๐ นายพักอาศัย จึงขอความอนุเคราะห์จากองค์การสวนสัตว์ขอใช้สถานที่จอดรถ ของสวนสัตว์ดุสิตเป็นที่พํานัก สวนสัตว์ก็อนุญาต ทหารที่มาจากจังหวัดลพบุรีนี่เป็น หน่วยรบพิเศษครับท่านประธาน เป็นหน่วยรบเดียวที่ได้รับอนุญาตให้ใช้อาวุธปืนชนิดพิเศษ คือปืนทาโวร์ แล้วตรงนี้บอกไปเลย ฟ้ องประชาชนทั้งประเทศให้รับรู้ไว้ว่าคณะกรรมาธิการ การทหาร สภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบแล้ว กองทัพไทยซื้อปื นทาโวร์กระบอกละ ๑๐๐,๐๐๐ ยูเอสดอลลาร์ (US dollar) ขณะที่ประเทศอื่น ๆ ๑๐๐,๐๐๐ ยูเอสดอลลาร์ ซื้อได้ ๔ กระบอก แล้วปื นอย่างนี้เขาใช้ในสงครามอิรักกับสงครามอัฟกานิสถาน ประเทศไทยบรรจุปื นชนิดนี้เป็ นปื นประจําการของหน่วยรบพิเศษที่จังหวัดลพบุรี กับหน่วยสวาท (S.W.A.T.) ของตํารวจ หน่วยอื่นไม่มีหรอกครับ แล้วอ้ายหมอนี่ มันถูกปืนทาโวร์ยิงตายที่ในสวนสัตว์ ท่านประธานครับ มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับการชุมนุม โดยสิ้นเชิง ขออภัย ใช้คําว่า มัน ไม่สุภาพ ขอถอน ใช้คําว่า คุณมานะ คุณมานะนี่เป็น เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ดุสิต เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ของทหาร ขัดแย้งอะไรไม่ทราบ ยิงกันเอง นี่ครับใบมรณบัตรระบุว่าคุณมานะเสียชีวิตจากกระสุนปืน แล้วพ่อแจ้งความ ที่โรงพักดุสิต ตามบันทึกประจําวันข้อที่ ๓ ของวันที่ ๑๑ เมษายน เวลาตีสี่ จนบัดนี้ คดีไม่ได้ไปถึงไหนเลย ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรีว่านี่เป็น คดีอาญานะครับ เป็ นการฆาตกรรม เพราะไม่ได้เกี่ยวกับการชุมนุม อยู่ห่างไกล ที่สลายการชุมนุมที่สี่แยกคอกวัว นี่คนตายเขากําลังจะกลับบ้านหรืออย่างไรไม่ทราบ มือนี่ไม่ได้มีอาวุธหรอกครับ กุญแจรถ จะไปไขมอเตอร์ไซค์ ท่านประธานครับ นี่กุญแจ อยู่ในมือครับ แต่โดนกระสุนปืนทาโวร์เข้าที่หัว สนิทเลยครับเป็นตายอย่างไรไม่ทราบ ท่านประธานครับ จากวันที่ ๑๐ ทําให้คนเสื้อแดงซึ่งมีประสบการณ์จากสงกรานต์ปีที่แล้ว ต้องบุกไปตามโรงพยาบาลต่าง ๆ เพื่อดูเพื่อนเสื้อแดงที่ถูกยิงตายแล้วแย่งศพกลับมา แต่แย่งได้ไม่หมดหรอกครับ ผมเชื่อว่าบางศพจะต้องถูกเคลื่อนย้ายหายไป เพราะเขามี บทเรียนเมื่อสงกรานต์ปีที่แล้ว ๓๐-๔๐ คนหาศพไม่เจอ รัฐบาลเลยมีความชอบธรรม อ้างว่าไม่มีใครตาย คนเสื้อแดงนี่เขาบ่มเพาะอบรมจิตใจ ฝึกฝนกันมาอดทนแต่ก็ไม่ยอม งอมืองอตีนให้ใครมายํ่ายีได้ ดังนั้นเขาจึงบุกไปตามโรงพยาบาลต่างๆ อนิจจาประเทศไทย รัฐบาลคุมสื่อหมด ด่าเช็ดเลยว่าคนเสื้อแดงนี่ไปละเมิดบุกค้นโรงพยาบาล วันนี้ ผมขออนุญาตอุทธรณ์ว่าคนเสื้อแดงไม่มีเจตนาจะไปบุกค้นโรงพยาบาลอะไรหรอก แต่เจตนาจะไปเอาศพมาเป็นพยานว่าที่เขามาชุมนุมโดยสงบแล้วถูกฆ่า เพราะฉะนั้น เพื่อนสื่อมวลชนที่ไปเขียนว่าคนเสื้อแดงไร้จริยธรรมไปบุกโรงพยาบาลนั้น ขอร้องเถอะครับ เขาไม่ได้มีเจตนาจะไปบุก แต่เจตนาของเขาคือต้องการไปเอาศพกลับมาเพื่อยืนยันว่า ถูกรัฐบาลสั่งให้ทหารมาฆ่าเขา แล้วเขาไม่มีอาวุธ แต่ตอนหลังนี่ครับท่านประธาน พอมาถึงเดือนพฤษภาคมสลายอีกแล้ว ส.ว. จํานวน ๖ คน ได้ติดต่อกับแกนนําว่า ได้พูดจากับประธานวุฒิสภา ท่านประสพสุข บุญเดช ว่า ส.ว. จะเข้าไปเจรจากับแกนนํา เพื่อหาทางยุติการชุมนุมไม่ให้เกิดความเสียเลือดเนื้อ พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ไปพบกับแกนนําผู้ชุมนุมในตอนคํ่าวันที่ ๑๘ บอกว่าท่านประธานวุฒิสภาประสพสุข บุญเดช ได้โทรศัพท์คุยกับนายกรัฐมนตรีถึง ๒ ครั้ง ในช่วงกลางวันของวันที่ ๑๘ บอกว่า ท่านนายกรัฐมนตรีก็เห็นด้วยกับหลักการว่าให้เจรจากันเพื่อยุติ การเจรจาควรจะเริ่มต้นเช้าวันที่ ๑๙ แต่ท่านนายกรัฐมนตรีทําไมไปด่วนสั่งเคลื่อนย้ายกําลัง ตอนรุ่งแจ้ง ขนรถถัง ขนทหาร เข้ามาทางแยกศาลาแดง ทางถนนราชปรารภ เข้ามา ตอนตีสามกว่า ๆ ทําไมไม่รอให้เช้าแล้วเจรจากัน นี่ท่านเจตนาที่จะฆ่าคนหรือเปล่า ผมสงสัยนะ ผมไม่ได้กล่าวหาแต่ผมสงสัยว่าท่านเจตนาหรือเปล่า ในเมื่อประธานวุฒิสภา ประสพสุข บุญเดช ได้โทรศัพท์ปรึกษาหารือกันแล้ว พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช เป็น ๑ ใน ๖ ส.ว. ที่ไปพบแกนนําที่ราชประสงค์แจ้งให้ทราบ แกนนําก็พร้อมที่จะเจรจา ผมกราบเรียนครับว่าวันที่ ๑๘ ผมเองและ ส.ส. หลายคนโทรศัพท์ไปถึงพรรคร่วมรัฐบาลว่า ช่วยเบรก (Brake) นายกรัฐมนตรีหน่อยอย่าเพิ่งสลาย คุยกัน แล้วให้เขากลับบ้าน อย่าเอาทหารมาฆ่าเขา เพราะทหาร ๓ กองพลที่ออกมาปฏิบัติงานในเช้าวันที่ ๑๙ กองพลที่ ๑ รักษาพระองค์อยู่ที่นี่ ก็มีหน่วยต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ กองพลที่ ๒ มาจาก จังหวัดปราจีนบุรี ค่ายจักรพงษ์ กองพลที่ ๙ มาจากค่ายพระยาสุรสีห์ จังหวัดกาญจนบุรี ๓ กองพล กองพลที่ ๒ ดุที่สุด เพราะก่อนออกมาผู้บังคับหน่วยได้ล้างสมองบอกกําลังพลว่า พวกคนเสื้อแดงฆ่าผู้บังคับบัญชาของเรา เมื่อวันที่ ๑๐ ที่มีทหารถูกยิงด้วยเอ็ม ๗๙ ข้างโรงเรียนสตรีวิทยา ผู้บังคับหน่วยไปพูดกับกําลังพลในกองพลที่ ๒ ว่าคนเสื้อแดง เป็นคนฆ่า เท่านั้นยังไม่พอยังบอกว่าคนเสื้อแดงมีเจตนาจะล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ พูดทุกวันเวลาอบรม กินข้าวก็อบรม เข้าแถวก็อบรม พวกกองพลที่ ๒ จึงรับมา เต็มสมองเลยว่าคนเสื้อแดงคือศัตรู ดังนั้นมานี่ปฏิบัติการจริง ๆ อย่างเดียว ท่านประธานครับ นี่เป็นภาพสงคราม เป็นสมรภูมิ นายกรัฐมนตรีชอบพูดหนักหนาเลยบอกว่าให้กําชับไม่ให้ใช้ ความรุนแรง ให้ยิงระดับเข่า ดูสิครับระดับเข่า ดูเล็งสิ ท่านประธานดูรูปนี้ อันนี้ชัดเลย ท่านประธานดูสิครับ เมื่อสลายการชุมนุมแล้ว ยิงปืนมาแล้ว แกนนําตัดสินใจประกาศ ยุติการชุมนุมขอเข้ามอบตัวที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ท่านประธานเป็นหัวหน้านํา ส.ส. พรรคเพื่อไทย ๗๐ กว่าคนจะเดินทางไปสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ขอบอกตรงนี้ ท่านผิดพลาดตรงที่ท่านใช้ทหาร ทหารไม่มีสมอง ประธานนี่ยศพันเอกไปเจรจากับนายร้อย บอกนี่ ส.ส. ทั้งนั้นเลย ๘๐ กว่าคนจะเข้าไปสํานักงานตํารวจแห่งชาติ มันบอกอย่างไร ก็ให้เข้าไม่ได้ ต้องมีคําสั่งจากผู้บังคับบัญชา มันไม่มีสมองคิดว่านี่ระดับพันเอก รองประธานสภา แล้วที่ข้างหลัง ๘๐ กว่าคน ส.ส. ทั้งนั้น จะเข้าไปสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เราจะได้ไปช่วยกันพูดช่วยกันจาให้ประชาชนกลับบ้าน ท่านประธานครับ ระหว่างนั้นเอง เสียงปืนก็ยังดังอยู่ พอพวกแกนนําเข้าสํานักงานตํารวจแห่งชาติ คนเสื้อแดงก็วิ่งกัน เข้าไปหลบอยู่ในวัดปทุมวนารามหรือวัดสระปทุม ที่ชาวบ้านเขาเรียกกัน วัดสระปทุม ขึ้นป้ำยผ้าผืนใหญ่เลย เขตอภัยทาน ท่านเจ้าคุณพระธรรมธัชมุนี เป็นเจ้าอาวาส ท่านเป็นเจ้าคณะภาคด้วย ระหว่างที่มีการชุมนุมที่ราชประสงค์ท่านก็เลยใช้โอกาสตรงนี้ หนีความวุ่นวายไปตรวจเยี่ยมวัดวาอารามต่าง ๆ ในเขตปกครองของท่าน ก็ให้ ท่านเจ้าคุณพระราชพิพัฒนาทรหรือเจ้าคุณถาวรผู้ช่วยเจ้าอาวาสเป็นผู้ดูแลพระอาราม ท่านก็มีเมตตาให้คนเสื้อแดงอยู่ซึ่งก็อยู่มานานแล้ว อยู่ตั้งแต่วันแรก ๆ ที่ไปอยู่ สี่แยกราชประสงค์นั่นแหละ ขณะที่ ๖ โมงกว่านั้นมีทหาร เดี๋ยวก่อน พอเสื้อแดงแกนนํา เข้าไปมอบตัวปั๊บ เสื้อแดงวิ่งเข้ามาในวัด สี่แยกราชประสงค์นี่โล่งหมดครับท่านประธาน โล่งหมดเลย ๕ โมงครึ่งประมาณนั้น เริ่มมีการเผาเซ็นทรัล เวิลด์ เผาจุดต่าง ๆ เริ่มเผาตอน ๕ โมงครึ่ง ถามว่าทําไม กทม. ไม่เอารถดับเพลิงไป ปกติเวลาเกิดเพลิงไหม้ ในย่านใดก็ตาม กทม. จะประสานขอความร่วมมือไปเทศบาลรอบข้าง ถ้าเป็นทางใต้ก็จะขอความร่วมมือไปเทศบาลบางบ่อ เทศบาลบางพลี เทศบาลเมืองสมุทรปราการ ให้ส่งรถดับเพลิงมาช่วย ถ้าไปทางเหนือก็จะขอความร่วมมือไปทางเทศบาลเมืองนนทบุรี หรือเทศบาลเมืองปทุมธานีให้ส่งรถดับเพลิงมาช่วย นี่วันนั้น กทม. ผมไม่รู้นะชาวบ้าน เขานินทาว่ารู้เห็นเป็นใจกันหรือเปล่าถึงไม่ได้มีการส่งรถดับเพลิงไป ไม่มีการประสานกับ รถดับเพลิงข้างหน้าเข้ามามันถึงได้เผาโดยสะดวก แต่ยืนยันว่าไม่ใช่คนเสื้อแดงเผา เพราะคนเสื้อแดงมันอยู่ในวัดปทุมวนารามหรือวัดสระปทุมหมดแล้ว หลังจากนั้นไม่นาน พลตํารวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว ได้นําเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งไปตรวจบริเวณพื้นที่ชุมนุม เขาเรียกว่าหน่วยอีโอดี (EOD) ตรวจหาวัตถุระเบิด ตรวจอาวุธ พลตํารวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว แถลงว่าไม่พบอาวุธ ไม่พบระเบิด นี่ตรงนี้ตั้งข้อสังเกตว่าทําไมทีหลังทหาร มาตรวจเก่งฉิบหายเลย เก่งมาก ๆ ฉิบหายถอน ทําไมทหารถึงตรวจเก่งและตรวจเจอ เยอะแยะ แต่ก็มีข้อน่าสังเกตคือลูกกระสุนแต่ละลูกมันแปลบเลยครับ ใหม่เอี่ยม มันแกะกล่องมาหรือเปล่าไม่ทราบ ทั้ง ๆ ที่ พลตํารวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว นําเจ้าหน้าที่ ไปตรวจก่อนแล้วในวันเดียวกันคือวันที่ ๑๙ ตรวจไม่พบ แต่เจ้าหน้าที่ทหารจาก ศอฉ. กรมทหารราบที่ ๑๑ มาตรวจ โอ้ พบมหาศาลเลยคราวนี้ ถึงขนาดเรียกทูต เชิญทูตมาดูกันเลย ทูตเขาก็บอกว่านี่มันอันยูส (Unuse) อัน (Un) แปลว่าไม่เคย ยูส (Use) แปลว่าใช้ อันยูส ผมก็มีเพื่อนเป็นทูตเหมือนกันนะ ไม่โม้นะ เขาให้ข้อมูลมาว่าวัตถุต่าง ๆ ที่เอามาแสดงนั่น มันของใหม่ทั้งนั้นเลย โอ้ ท่านนายกรัฐมนตรีครับทําไมปล่อยให้คนข้างเคียงไปเล่นปาหี่ หลอกทูตานุทูต ทูตแต่ละคนเขาไม่ได้กินแกลบไม่ได้กินรํา เขากว่าจะได้เป็นทูตนี่ โอ้โฮ แล้วไปทําอย่างนั้นเสียหายเกียรติภูมิของประเทศไทยหมดเลยครับท่านประธาน ท่านครับ พอตอนคํ่าทหารเข้าไปวัดสระปทุมจะไปดูพวกคนเสื้อแดง ท่านเจ้าคุณพระราชพิพัฒนาทร เจ้าคุณถาวรออกมาบอก โยมขอบิณฑบาตเถอะในนี้เขตวัด เขตอภัยทาน นายทหาร ยศพันโทบอกหลวงพ่อตัวดี หลวงพ่อเป็นหัวหน้าเสื้อแดง ผมว่าพวกนี้มันไม่มีสมอง มันทําทารุณกับพระกับเจ้า ผมเคยเสนอกระทู้ถามสดถามรองนายกรัฐมนตรีบอกว่า ทําไมไปขึ้นทะเบียนบัญชีพระเถระผู้ใหญ่มากมายอย่างนั้น ท่านก็ชี้แจงว่าไม่จริง ๆ แต่พฤติกรรมที่คนของท่านมาทํากับพระสงฆ์องค์เจ้า ท่านประธานครับ นี่สีหน้าของ พระองค์นี้บ่งบอกถึงความเจ็บปวด โดนจับมัดไพล่หลังกับเก้าอี้ในบริเวณราชประสงค์ แล้วนี่ครับท่านประธานครับ นี่อีกรูปหนึ่งครับ จับพระถอดจีวร แล้วเวลานี้เอาเข้าคุกหมดเลย ท่านประธานครับ มันผิดครับ พระนี่เวลาจะสึกเจ้าหน้าที่ตํารวจจับแล้วจะต้องไปหา เจ้าคณะปกครอง จะเป็นเจ้าคณะตําบล เจ้าคณะอําเภอ แล้วให้เปล่งวาจาสึก ไม่ใช่ ไปจับแก้ผ้าอย่างนี้ ผมว่ามันไม่ถูกเรื่องท่านนายกรัฐมนตรี หรือท่านจะประกาศสงคราม กับพระทั้งประเทศ ผมว่ามันอันตรายท่านนายกรัฐมนตรี รัฐบาลทั้งรัฐบาลแหละ ถ้าขืนทําอย่างนี้ต่อไปตายขึ้นมาไม่มีพระไปสวดท่านนะ นี่ไม่ได้ขู่นะ อย่างนี้จับพระมัด จับพระถอดจีวร สบง เหลือแต่ผ้านุ่งอาบผืนเดียวอย่างนี้ใช้ไม่ได้ อย่างนี้ท่านต้องรับผิดชอบ ท่านประธานครับ ผมบอกแล้วว่าไม่จํากัดเวลา แต่ผมรู้ว่าผมได้แค่ไหน

ผมฝากไว้ประเด็นหนึ่ง ตั้งแต่เกิดการปล้นปืนในค่ายทหารที่ภาคใต้ วันที่ ๔ มกราคม ๒๕๔๗ ถึงปัจจุบันนี้พระภาคใต้เป็นอย่างไรครับ ล้มหายตายจากไปเท่าไร ฆ่าทั้งตํารวจ ฆ่าทั้งทหาร ฆ่าครู ฆ่าพระ ผมเคยเอารูปพระถูกฟันคอมาเปิดในสภาถูกด่าว่า ผมเอาความทารุณโหดร้ายมา ก็พวกมึงทําไมไม่ดูแลอย่าให้มันเกิดความทารุณโหดร้าย พอมันเกิดขึ้นมาเราเอาความจริงมาพูดก็หาว่าผมไม่ดี ผมถามว่าภาคใต้กับ นปช. ต่างกันไหม ภาคใต้มีอุดมการณ์ต้องการแบ่งแยกดินแดน ไปตั้งประเทศใหม่ นปช. มีอุดมการณ์เพียงต้องการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ เป็นประมุข ภาคใต้ฆ่ากันมาไม่รู้เท่าไรเป็นพันศพ นปช. ชุมนุมโดยสงบสันติปราศจากอาวุธ แล้วยังไม่เคยฆ่าใครแม้แต่คนเดียว นปช. อยู่ที่ราชประสงค์ อยู่ที่ถนนราชดําเนิน ไม่ได้ทําความผิดต่อกฎหมายบ้านเมือง ยกเว้น พ.ร.บ. การจราจรทางบก แต่ นปช. ถูกเรียกขานว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ขณะที่ภาคใต้นั้นเป็นผู้ที่ได้รับการยกย่องให้อยู่ใน คลาสซิฟิเคชัน (Classification) ที่สูงขึ้นคือผู้ก่อความไม่สงบ รัฐบาลนี้ ๒ มาตรฐาน อย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อต่าง ๆ ถูกคุกคาม เสรีภาพของสื่อไม่มี เพื่อนผมทํางาน สื่อโทรทัศน์กําลังเสนอภาพเหตุการณ์ โทรศัพท์มาจากกรมทหารราบที่ ๑๑ บอกให้ยุติ ถ้าไม่ยุติจะไม่ต่อสัญญา ทีวีทุกช่องก็นิ่งหมดเลยครับ แล้วทีวีเอกชนเอเอสทีวี ด่าคนมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ เวลานี้ก็ยังสุขสบายด่าได้ทุกวัน รัฐบาลใช้อํานาจอะไรบ้าง พ.ร.บ. ฉบับเดียวกันนี่ใช้กับพวกเสื้อแดง แต่เสื้อเหลืองด่าคนได้ พีเพิล แชนแนล (People channel) ถูกปิดไป สื่อหนังสือพิมพ์ของพวกเสื้อแดง รองนายกรัฐมนตรีสุเทพก็ใช้อํานาจ อํามหิตปิดหมด ผมคิดไม่ถึงเลยท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพกับผมนี่เป็น ส.ส. พร้อมกัน ได้รับเลือกตั้งครั้งแรกวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๒๒ ผมบอกตรง ๆ ว่าผมทําอย่างท่านไม่เป็น โอ้ ท่านเจริญไพบูลย์ในตําแหน่งทางการเมือง เป็ นรัฐมนตรีหลายสมัย เวลานี้ เป็นรองนายกรัฐมนตรี ผมทําอย่างท่านไม่ได้หรอก ผมก็ขอทําหน้าที่เป็น ส.ส. ธรรมดา อย่างนี้แหละ แล้วก็บอกนะครับท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีครับ ชื่อท่านตกไป อภิปรายไม่ไว้วางใจเที่ยวนี้ ชื่อท่านตกไป แต่ท่านจะเดินถนนไม่ได้ ท่านจะพาลูกไปดูกายกรรมเหมือนเมื่อตอนที่ พาลูกไปดูกายกรรมที่สวนลุม ไนท์บาซาร์ (Suan-Lum Night Bazaar) ไม่ได้อีกแล้ว ท่านเดินถนนไม่ได้ผมบอกเลย แล้วก็เตือนว่าอย่าไปเดินเลยท่านจะถูกเตะ อันตรายนะครับ แล้วผมก็อยากจะบอกพี่น้องประชาชนคนฟังอยู่ทางบ้านว่าถ้าหลีกเลี่ยงได้ก็หลีกเลี่ยง อย่าไปทําท่านเลย อย่างไรท่านก็ต้องตาย แล้วท่านตายลําบากกว่าพวกเราเพราะไม่มี พระรับสวดของท่าน

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวงคือ เหตุผลที่ผมไม่อาจไว้วางใจให้ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บริหารชาติบ้านเมือง ต่อไป เมื่อสักครู่นี้มีใครไม่ทราบพูดว่าแม้แต่เพียงวันเดียว ผมชั่วโมงเดียวก็ไม่ให้ครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ผมขอใช้เวลาสั้น ๆ นิดเดียวครับ เพื่อที่จะขออนุญาตเรียนชี้แจงเรื่องกรณีที่เจ้าหน้าที่ได้จับคนที่ห่มผ้าเหลืองนะครับ เพราะผมเกรงว่าคําอภิปรายของท่านสมาชิกอาจจะทําให้พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย ไม่สบายใจ ผมกราบเรียนยืนยันครับว่ารัฐบาลทุกคนที่อยู่ที่นี่

(นายสนอง เทพอักษรณรงค์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพครับ ท่านประท้วงหรือใช้สิทธิพาดพิงครับ

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ บุรีรัมย์

กระผมขอใช้สิทธิพาดพิงครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเป็นอย่างนี้นะครับ เมื่อหลังจากที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพได้ชี้แจงเสร็จเรียบร้อยครับ เชิญนั่งลงก่อนครับ ผมกราบเรียนครับว่ากรณีที่ ร้อยตํารวจโท เชาวรินเอาภาพมาแสดงนั้นเป็นเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม สถานที่ที่มีการจับกุมตามภาพนั้นคือที่ด้านล่าง ของอาคารบางกอกเคเบิล (Bangkok Cable) ตรงถนนราชดําริตัดกับซอยสารสิน ที่ต้องมี การจับกุมกันตอนนั้นก็เพราะว่าในขณะที่เจ้าหน้าที่ของเรากําลังเข้าไปทําการควบคุมพื้นที่ สวนลุมพินี เนื่องจากบริเวณสวนลุมพินีเป็นที่ซ่องสุมอาวุธ แล้วก็ใช้อาวุธยิงออกไปทําร้าย เจ้าหน้าที่ตํารวจ ทหาร และประชาชนผู้บริสุทธิ์อยู่เป็นประจําในระยะเวลาที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นวันนั้นจึงมีความจําเป็นที่จะต้องไปควบคุมพื้นที่สวนลุมพินี แล้วขณะที่เจ้าหน้าที่ ได้เข้าไปปฏิบัติการควบคุมพื้นที่สวนลุมพินีนั้นได้มีคนร้ายยิงลงมาจากอาคารสูงที่ชื่อ บางกอกเคเบิล ยิงถูกเจ้าหน้าที่ของเราเสียชีวิต ยิงถูกผู้สื่อข่าวชาวต่างประเทศด้วย เจ้าหน้าที่ก็พยายามที่จะเข้าไปแก้ไขสถานการณ์ตรงนั้น คนยิงอยู่ข้างบนแต่ว่า มีคนอารักขาอยู่ข้างล่าง เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปจับกุมทั้งหมด ๓๐ คน มีคนที่ห่มผ้าเหลือง อยู่ด้วย ๔ คน ต้องกราบเรียนเพื่อขอความเป็นธรรมให้กับเจ้าหน้าที่ครับ คือใครก็คง คาดการณ์ไม่ได้หรอกครับว่าในขณะที่มีคนร้ายกําลังยิงสู้กับเจ้าหน้าที่อยู่จะมี คนที่ห่มผ้าเหลืองเข้าไปรักษาฐานที่มั่นด้านล่างให้ ก็ต้องจับกุมดําเนินคดีกันไป แล้วเจ้าหน้าที่ตํารวจก็ได้รับตัวไปทําการสึกแล้วก็ดําเนินคดี ผมกราบเรียนว่ากรณีนี้ มันเป็นเรื่องที่สะเทือนใจพวกเราทุกคนนะครับ ไม่ต้องการที่จะเห็นคนที่ห่มผ้าเหลือง เข้าไปร่วมอยู่ในการก่อการใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ว่ามันเกิดขึ้น ยังมีอีกรูปหนึ่งที่ผมอยากจะให้ ท่านประธานดู มีปรากฏในทีวีเป็นภาพมีการชูย่ามเรียบร้อยนั่งรถมอเตอร์ไซค์หลังคนที่ ใส่เสื้อดํา ตอนหลังพอมาอีกทีก็ไปจับกุมคนได้อีกคนหนึ่ง ปรากฏว่าเป็นคนเดียวกันกับ คนที่ห่มผ้าเหลืองชื่อ สุขปัญญา คดขวาน้อย ตอนนี้ก็ถูกดําเนินคดีอยู่ ผมคิดว่า ถ้าพี่น้องประชาชนได้เข้าใจข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ก็จะเข้าใจได้ว่าทําไมเจ้าหน้าที่ของรัฐ ถึงต้องจับกุมคนที่อยู่ในที่เกิดเหตุอย่างนั้น รูปนี้คือคนที่เคยห่มผ้าเหลือง ห่มผ้าเหลือง อย่างนี้ครับท่านประธาน แล้ววันถัดมาพอจับได้อยู่ในรูปนี้มีอาวุธพร้อมเรียบร้อย นี่คือของจริงครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

ท่านเชาวรินขอรวบรัดด้วยนะครับ แล้วเดี๋ยวคุณสนองทีหลังนะครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ไม่ว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพจะชี้แจงอย่างไรนั้นก็เป็นสิทธิของท่าน เพราะว่า พระทั่วประเทศก็ได้ดูการถ่ายทอด แม้บางจังหวัดช่อง ๑๑ จะรับไม่ได้ แต่ท่านก็ฟัง วิทยุอยู่ สิ่งที่ท่านชี้แจงมานั้นผมอยากจะกราบเรียนว่าถ้าเป็นการพิสูจน์ถึงความสุจริตใจ ว่ารัฐบาลสะเทือนใจจริง ท่านรองนายกรัฐมนตรีสะเทือนใจจริง สั่งการไปที่คุก เวลานี้ ๕ รูป ที่ถูกจับแล้วไปเปลื้องจีวร ไม่ได้ให้สึกตามมาตรฐานของระเบียบมหาเถรสมาคม ที่ให้เจ้าคณะปกครองระดับอําเภอหรือตําบลเป็นคนสึก แต่ได้จับเปลื้องผ้าแล้วให้นุ่ง ชุดนักโทษ ที่เลวร้ายที่สุดก็คือให้คนที่ไปเยี่ยมได้เฉพาะคนที่นามสกุลเดียวกันเท่านั้น ผมว่ามันเกินไป แม้แต่พระก็ไปเยี่ยมไม่ได้ ห้ามหมด ตรงนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เพื่อพิสูจน์ความจริงใจในสิ่งที่ท่านพูด ข้อเท็จจริงที่ว่าท่านสะเทือนใจ ท่านรีบไปแก้ตรงนี้ แล้วเปิดโอกาสให้คนเข้าไปเยี่ยมพระคุณเจ้าทั้ง ๕ รูป ในนี้มีพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ เป็นพระครูซึ่งได้รับพระราชทานสัญญาบัตรพัดยศจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมอยู่ด้วย ๑ รูป ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี

เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง ตอนนี้ทั้ง ๔ คนนั้นเป็นผู้ต้องหาครับ แล้วก็การสึกพระที่ว่านี่เจ้าพนักงานสอบสวน ได้นิมนต์พระมาทําการสึกถูกต้องตามพิธีกรรมทางศาสนาทุกประการ แล้วเดี๋ยวนี้อยู่ใน สภาพผู้ต้องหาเอาไปฝากขังที่ศาลแขวงปทุมวัน ทั้ง ๔ คนนั้นเขาให้การปฏิเสธนะครับ ก็จึงได้ผัดฟ้ องฝากผู้ต้องขัง แล้วศาลก็ส่งตัวไปควบคุมตามอํานาจของศาลที่เรือนจําพิเศษ กรุงเทพครับ

(นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสุชาติ ลายนํ้าเงิน ประท้วงอะไรครับ ต้องเป็นการประท้วงเท่านั้นนะครับ คุณสุชาติ ประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายนํ้าเงิน พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี เขต ๑ ผมประท้วงผู้กําลังแก้ตัวอยู่ เมื่อกี้ในสภาคือรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ ผมเป็นคนจังหวัดลพบุรีครับท่านประธาน พระที่จับไปคือพระประเสริฐ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อย่างนี้ไม่ใช่ลักษณะการประท้วงนะครับ เป็นการอภิปรายครับ เดี๋ยวให้ท่านผู้อื่นอภิปราย ท่านประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ลพบุรี

ผมประท้วงเรื่องพระครับ เพราะพระประเสริฐมีฉายา แล้วอยู่จังหวัดลพบุรี ติดคุก ผมไปเยี่ยมมากับตัวเอง พระท่านบอกว่าไม่มีการเปล่งวาจา ทหารเอาปื นจี้มัดด้านหลังแบบนี้ นี่หรือครับ ที่ท่านบอกว่าท่านเป็นคนพุทธ ท่านบอกว่าท่านนับถือศาสนาพุทธ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อย่างนี้ไม่ใช่การประท้วงนะครับ เป็นการอภิปรายนะครับ เพราะฉะนั้นเดี๋ยวคุณสุชาติ ฝากสมาชิกท่านอื่นอภิปราย

นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ลพบุรี

ผมนิดเดียว

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

แต่นี่ท่านประท้วงท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพเรื่องอะไรครับ

นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ลพบุรี

ผมประท้วงท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ โกหกพี่น้องทั้งประเทศไทยในสภาผู้แทนราษฎรว่าไม่ได้จับพระสึก

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยนะครับ ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร เดี๋ยวท่านใช้ สิทธิในการอภิปรายได้ วินิจฉัยว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพก็ต้องตอบไปตาม ข้อเท็จจริงที่ท่านมีอยู่นะครับ คุณสนอง เทพอักษรณรงค์ พาดพิงอะไรครับ การพาดพิง ต้องเป็นการพาดพิงที่ก่อให้เกิดความเสียหายนะครับ เชิญใช้สิทธิครับ

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ บุรีรัมย์

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้มีเกียรติ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย จังหวัดบุรีรัมย์ จริง ๆ แล้วในฐานะที่เป็นสมาชิกใหม่ ให้ความเคารพต่อท่านสมาชิก ผู้อาวุโสทุกท่านนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วท่านสมาชิกซึ่งเพิ่งอภิปรายจบไปเมื่อกี้นี้ ได้พูดจาพาดพิงทําให้พวกกระผมได้รับความเสียหาย ในตอนหนึ่งท่านอภิปรายว่า พรรคพวกเดียวกันซึ่งเคยอยู่ในพรรคพลังประชาชนก็ได้แหกคอกไปอยู่ที่อื่น และถูกทหารข่มขู่

ประการแรก ขอกราบเรียนว่าจริง ในเมื่อมีการยุบพรรคพลังประชาชน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพรรคพลังประชาชนในขณะนั้นก็เป็นสิทธิที่จะไปหาพรรค อยู่ใหม่ ก็เห็นแตกออกกันไปหลายพรรค ไปอยู่พรรคเพื่อไทยก็มี ไปอยู่พรรคมาตุภูมิก็มี ไปอยู่พรรคกิจสังคมก็มี ไปอยู่พรรคเพื่อแผ่นดินก็มี พวกผมก็เป็นส่วนหนึ่งครับ ที่ผม ไม่อยากจะให้ใช้คําว่าแหกคอกเพราะพวกผม

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสนองครับ มีผู้ประท้วงครับ ท่านเชาวรินประท้วงเรื่องอะไรครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ครับ ผมถอนคําว่า แหกคอก แล้วเลิกเถอะ นั่งเถอะ ๆ เลิกเลย

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ก็คงจะต้องให้ผู้ถูกพาดพิงได้ชี้แจงด้วยนะครับ แต่ขอรวบรัดด้วยนะครับ ท่านเชาวริน ยอมถอนคําพูดคําว่าแหกคอกแล้วนะครับ คุณสนองขอรวบรัดด้วยครับ

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ บุรีรัมย์

ครับ ประการแรก ผมก็บอกแล้วว่า พวกผมคงไม่อยู่คอกไหนนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วถ้าหากว่าในกลุ่มนั้นมีบุคคล ที่คิดจะล้มล้างสถาบัน พวกผมร่วมด้วยไม่ได้

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เรื่องนี้ต้องขอคุณสนองถอนคําพูดนะครับ เพราะว่าผมให้สิทธิพาดพิงนะครับ แต่การไป กล่าวหาผู้อื่นอย่างนี้เดี๋ยวก็เกิดการตอบโต้กันนะครับ ขอถอนเถอะครับ นะครับคุณสนอง ถอนคําพูดครับ

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ บุรีรัมย์

ท่านประธานครับ ก็มีอยู่หลายคน ที่หนีออกไปต่างประเทศก็มี

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขออยู่ในอาการสงบครับ ผมวินิจฉัยแล้วนะครับคุณสนอง ผมให้โอกาสท่านอภิปราย พาดพิง แต่ท่านต้องไม่ไปกล่าวหาผู้อื่นนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอภิปรายลงมติ ไม่ไว้วางใจนี้จะไม่เปิดโอกาสให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้อภิปราย ยกเว้นในกรณี ที่พาดพิงแล้วทําให้เกิดความเสียหายเท่านั้น เพราะฉะนั้นผมวินิจฉัยให้คุณสนอง ได้ถอนคําพูดเถอะครับ ขอเชิญถอนคําพูดครับ

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ บุรีรัมย์

ท่านประธานครับ ถ้าประธาน วินิจฉัยอย่างนั้นก็ได้ แต่ทีนี้ในกรณีที่บอกว่า

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านยังไม่ได้ถอนคําพูดนะครับ ในส่วนของท่านเชาวรินถอนไปแล้วนะครับ ขอเชิญ คุณสนองถอนคําพูดครับ

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ บุรีรัมย์

ท่านประธานที่เคารพครับ เอาละครับ ใครจะคิดอย่างไรรู้อยู่แก่ใจถ้าหากว่าไม่ใช่ผมก็ขอถอนคําพูด แต่ท่านประธานครับ อีกประโยคหนึ่งที่บอกว่าพวกผมถูกทหารข่มขู่ คุกคาม ขอกราบเรียนยืนยัน ณ ที่ตรงนี้ว่า ไม่มีครับ ไม่มีทหารคนไหนมาข่มขู่ ไม่มีทหารคนไหนมาคุกคามครับ แต่การที่เราไปตั้ง พรรคภูมิใจไทยขึ้นมามันเกิดจากจิตสํานึกที่เรามีอุดมการณ์ มีแนวความคิดร่วมกัน เท่านั้นแหละครับ เป็นสิทธิที่ท่านจะไปอยู่ที่ไหนก็ได้ ก็เป็นสิทธิเช่นเดียวกันที่ผมจะอยู่ พรรคไหนก็ได้ครับท่านประธานที่เคารพ

(นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสุรเชษฐ์ประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล พระนครศรีอยุธยา

ประท้วงพาดพิงครับ ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พาดพิงเรื่องอะไรครับ

นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล พระนครศรีอยุธยา

ประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่องของ ศาสนาครับ ผมนับถือศาสนาพุทธครับโดนพาดพิงแน่นอน ซึ่งก็ต้องเรียน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ใครเป็นผู้พาดพิงครับท่านต้องบอกด้วยนะครับ

นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล พระนครศรีอยุธยา

เรื่องสถาบันนี้ถอนไปแล้ว ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่บิดเบือนแน่นอน เรื่องสถาบันคงเป็นสถาบันการเงินครับเพราะว่า เรื่องอื่นคงไม่มี อีกเรื่องหนึ่งเรื่องศาสนาครับ ผมนับถือศาสนาพุทธครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คงไม่ต้องประท้วงหรอกครับเพราะว่าคุณสนองได้ถอนคําพูดไปเรียบร้อยแล้วนะครับ เรื่องศาสนาเรื่องอะไรนะครับ

นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล พระนครศรีอยุธยา

ผมในฐานะพุทธศาสนิกชน ขอพูดเรื่องที่ผมนับถือศาสนาครับ เพราะว่าการที่เป็นรัฐบาลครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปแล้วคุณสรุเชษฐ์ใช้สิทธิประท้วงหรือพาดพิงครับ

นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล พระนครศรีอยุธยา

พาดพิงครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พาดพิงเรื่องอะไรครับ ไม่ได้ทําให้คุณสุรเชษฐ์เสียหายนะครับ เชิญนั่งลงเถอะครับ เดี๋ยวจะได้อภิปรายต่อครับ

นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล พระนครศรีอยุธยา

ผมศาสนาพุทธครับ ผมไม่ได้นับถือศาสนาอื่นและพระที่เป็นนั่นก็เป็นพระที่รู้จักกันครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ครับ ก็ขอให้คุณสุรเชษฐ์ฝากเพื่อนอภิปรายชี้แจงนะครับ ผมก็คงอนุญาต ให้ไม่ได้เพราะว่าตามข้อบังคับการประชุมสภาในเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ สมาชิก ท่านอื่นที่ไม่ได้อภิปรายจะใช้สิทธิในการพาดพิงที่ทําให้เกิดความเสียหายได้เท่านั้น เชิญคุณสุรเชษฐ์นั่งลงเถอะครับ ผมได้วินิจฉัยไปแล้วเชิญนั่งลงเถอะครับ ไม่ได้เสียหาย อะไร ผมขอเชิญให้คุณสุรเชษฐ์นั่งลงครับ

คนที่จะอภิปรายท่านต่อไปนะครับจะเป็นคุณวิชาญ มีนชัยนันท์ ใช้เวลา ๔๕ นาทีนะครับ สําหรับคุณวิชาญ มีนชัยนันท์ ได้ขอนําเสนอข้อมูลประกอบการอภิปราย ๓ ประเภท

๑. ภาพและเสียงวีซีดี จํานวน ๓ แผ่น

๒. รูปภาพเหตุการณ์ชุมนุม จํานวน ๒๐ แผ่น

๓. ชุดผู้ตาย จํานวน ๑ ชุด

ซึ่งคณะกรรมการได้อนุญาตแล้วและท่านประธานสภาก็ได้อนุญาตครับ เชิญคุณวิชาญ มีนชัยนันท์ ครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย กรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ วันนี้สภาแห่งนี้กําลังอภิปรายเพื่อซักฟอกรัฐบาล โดยทําหน้าที่ ในการถอดถอนสิ่งที่รัฐบาลได้กระทําต่อประชาชนและสิ่งที่รัฐบาลได้เคยกล่าวอ้าง ในการแถลงนโยบายไว้ ขออนุญาตนะครับท่านประธาน ก่อนที่ผมจะเข้าสู่เนื้อหา ผมเองเรียนว่าส่วนตัวนั้นกับท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์รู้จักกันมาก็เป็นเวลานานครับ ตั้งแต่สมัยพรรคประชาธิปัตย์ แล้วท่านเองก็รู้นิสัยผมว่าทําอะไรแล้วก็ทําจริง พูดจริง ส่วนท่านเองนั้นผมก็ชื่นชมท่าน เพราะตัวท่านเองนั้นเติบโตมาในชาติตระกูลที่สูงส่ง แล้วก็ ทํางานด้านการเมืองเป็นความโชคดีของท่าน ผมเคยพูดเอ่ยครั้งหนึ่งว่า ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ตอนนั้นท่านยังไม่ได้เป็ นนายกรัฐมนตรี ท่านอภิสิทธิ์ท่านรักษาเนื้อรักษาตัวให้ดี แล้วท่านจะมีโอกาสเป็นนายกรัฐมนตรี ในอดีตที่ผมพูดนั้นในขณะที่ไปงานพระราชทานเพลิงศพที่จังหวัดนนทบุรี ขออนุญาตนะครับ ตรงนั้นท่านก็ยังจําได้ แล้วพอมาวันนี้สิ่งที่ผมเคยบอกกับท่านไว้ว่าการกระทําบางสิ่งบางอย่าง ที่ต้องรักษาเนื้อรักษาตัวนั้นท่านเองไม่ได้กระทําอย่างที่ผมกล่าวไว้ และผมเองก็ไม่ได้มี สิ่งที่จะต้องไปอาฆาตแค้นกับท่าน แต่ผมขอใช้เวลาและเวทีตรงนี้ในฐานะสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทําหน้าที่ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ขออนุญาตท่านประธาน ผมขอกล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรีในข้อกล่าวหา จากข้อ ๒ ท่านละเมิดสิทธิมนุษยชนและกฎหมายอย่างร้ายแรง การสั่งทหารให้ใช้ อาวุธสงครามปราบปรามประชาชนผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยในช่วงเดือนมีนาคม ถึงเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๓ และมีผู้เสียชีวิตตอนนี้ ๙๐ ศพแล้วครับ บาดเจ็บอีกจํานวน ๑,๘๘๕ คน

อีกข้อหนึ่งคือลุแก่อํานาจ ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการเมืองของตนเอง โดยไม่สุจริตและเลือกปฏิบัติเช่นการประกาศ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยไม่มีเหตุผลและเงื่อนไข

อีกข้อหนึ่ง ปิ ดความผิดจากการสลายการชุมนุมเข้าไปสู่คดีพิเศษ โดยโยนความผิดทั้งหลายให้กับบุคคลอื่น

ที่กล่าวมานั้นขออนุญาตท่านประธานครับ ผมจะลําดับเหตุการณ์ แต่ท่านประธานครับ เมื่อกี้นี้มีเพื่อนสมาชิกบอกว่าการสื่อสาร การปิดกั้นสื่อขณะอภิปรายนี้ สื่อที่เคยตกลงกันว่าจะถ่ายทอดรู้สึกว่าค่อนข้างมีปัญหา เพราะฉะนั้นผมฝากท่านประธาน ไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีและผู้รับผิดชอบให้ช่วยดูสื่อสักนิดหนึ่งครับ

ท่านประธานครับ การกระทํานี่ทุกคนทราบ คนที่ได้รับผลกระทําวันนี้ ทั้งคนตาย คนเจ็บ เห็นชัดครับ ผมเรียนว่าสภาแห่งนี้มีการประชุมกันหลายครั้ง ก่อนที่จะ มีการชุมนุมที่เกิดขึ้นในวันที่ ๑๒ มีนาคมที่ผ่านมาในปีนี้เรามีการพูดคุยกันถึงเหตุการณ์ ตั้งแต่วันที่ ๘ ถึงวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๕๒ แล้วก็ขอใช้สภาแห่งนี้ในการแก้ไขปัญหา แต่ผลปรากฏว่าสภาก็ไม่ได้รับในสิ่งที่พวกเราต้องการ และมิหนําซํ้าการกระทํา บางอย่างนั้นดูเหมือนว่าลูบหน้าปะจมูก ท่านประธานครับ จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๘ ถึงวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๕๒ ท่านประธานทราบไหมครับว่าคณะกรรมการชุดหนึ่ง ที่ท่านนายกรัฐมนตรีเองขอให้มีการพูดอภิปรายในสภาจนไปสู่การตั้งคณะทํางานขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อดูแลในเรื่องของการสลายการชุมนุม ผมพยายามทวงถามครับว่าเอกสารเหล่านี้ ที่ผมถืออยู่นี้เป็ นเรื่องของการรวบรวมและพิจารณาถึงเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ ขณะนั้น พวกเราถกเถียงกันครับว่าเหตุการณ์จริงหรือไม่จริง เหมือนวันนี้ละครับ ที่กําลังพูดว่าจริงหรือไม่จริง กําลังหักล้างกัน แต่สมาชิกที่เป็นคณะกรรมการ รวมถึง กลุ่มคนที่เป็นอิสระในคณะกรรมการชุดนี้ได้ทําหน้าที่ในการจัดการชําระในเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น แต่ปรากฏชัดครับว่าสภานี่ผมทวงถามว่าจะรายงานได้อย่างไร ไม่มีคําตอบครับ มีแต่คําตอบจากประธานชัยว่าท่านส่งหนังสือเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ให้กับท่านนายกรัฐมนตรีแล้ว แต่ท่านนายกรัฐมนตรีเองไม่บอกให้บรรจุก็ไม่มีสิทธิที่จะบรรจุเรื่องดังกล่าวเข้ามา นี่เป็น เนื้อหาที่มีข้อมูลที่สมบูรณ์ทั้งในเรื่องเหตุการณ์การสลายการชุมนุมในส่วนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ที่ดินแดง ที่ทําเนียบรัฐบาล สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ปรากฏชัด รวมถึงการเอารถแก๊สเข้ามา การเผารถเมล์ ล้วนแล้วแต่มีการสืบเสาะหลักฐาน แล้วก็มีบางส่วนที่เป็นพยานในเรื่องของ การตาย มีถึงเอกสารในเรื่องของการเสนอแนะวิธีการแก้ไขกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นี่เป็นประการแรกครับว่าท่านนายกรัฐมนตรีนั้นไม่ได้ให้ความสําคัญสนใจอย่างเต็มที่ อย่างที่ท่านแถลงไว้ว่าจะทําให้เกิดความสมานฉันท์ในประเทศนี้

ส่วนต่อมาครับท่านประธาน การเกิดเหตุการณ์การชุมนุมเมื่อวันที่ ๑๒ จนถึงวันนี้ แล้วมีการสลายการชุมนุมวันที่ ๑๙ พฤษภาคมที่ผ่านมา ท่านประธาน ทราบไหมครับว่าวันที่มีการชุมนุมนั้นทุกคนมาชุมนุมด้วยจิตใจอันบริสุทธิ์ หวังให้ประเทศนี้ มีระบอบประชาธิปไตยที่ดี หวังให้มีมาตรฐานเดียวกัน ประชาชนส่วนใหญ่มีทั้งคนในกรุงเทพฯ และคนต่างจังหวัด วันนั้นถ้าจะเปรียบเทียบว่าคนเหล่านี้สวมใส่เสื้อแดงมาชุมนุมกัน ด้วยจิตใจอันบริสุทธิ์ เพราะการชุมนุมที่ผ่านมานั้นไม่มีแม้แต่อาวุธที่ปรากฏชัดเจน ในรายงาน แต่ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันไม่มีใครที่พกพาอาวุธมา ผมพูดได้เลยครับกับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น ท่านประธานครับ เหตุการณ์ที่สะพานผ่านฟ้ำลีลาศอยู่ ๆ มีการชุมนุมภายใต้ การประกาศ พ.ร.บ. ของท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อควบคุมการชุมนุมให้อยู่ในมาตรฐาน อย่างที่ท่านว่า แต่ปรากฏชัดว่าประชาชนเองนั้นไม่ได้ทําอะไรเลยครับ ท่านไปขอใช้กําลัง เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน อยู่ ๆ ก็บอกว่าใช้กําลังแล้วครับ จะใช้พื้นที่ จะขอพื้นที่คืน ผมอยู่ในเหตุการณ์ในช่วงนั้น ท่านประธานครับ ผมเรียนว่าจากภาพที่เห็นนี่นะครับ นี่เป็นภาพของการชุมนุม จะเห็นว่าภาพนี่ประชาชนไม่ได้บ่งบอกเลยว่ามีความรู้สึกอย่างไร มีการพูดคุยกัน มีการสันทนาการกัน และมีสิ่งที่ตอบรับคือประชาชนส่วนใหญ่นั้น ในกรุงเทพมหานครเห็นกับคนที่ชุมนุม แต่เมื่อมีการสลายการชุมนุมวันที่ ๑๐ เมษายน เกิดขึ้นปุ๊ บ ท่านประธานทราบไหมครับว่ามีการใช้กําลังเข้ามา มีการเจรจากันอย่างที่ ท่านนายกรัฐมนตรีกล่าวบอกว่าใช้แบบวิธีการมาตรฐานในการสลายการชุมนุม ใช้จากเบา ไปหาหนัก ผมไม่ทราบหรอกครับ หรือใช้จากหนักไปหาเบาไม่ทราบ เพราะว่าต้องใช้ นํ้าฉีดก่อน แต่เดี๋ยวนี้ยิงก่อนแล้วใช้นํ้าฉีดทีหลัง มันกลายเป็นว่ากลับหลังกัน เอาหนัก แล้วไปหาเบา ขออนุญาตท่านประธานว่าขณะที่มีการสลายการชุมนุมบอกได้เลยครับยังมี คนเจ็บ มีคนตาย ๒๖ ศพ ที่สะพานผ่านฟ้ำลีลาศ บริเวณสี่แยกคอกวัว บริเวณถนนตะนาว บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มันบอกไม่ได้หรอกครับว่าคนที่ตายวันนี้ตายไปแล้ว พูดไม่ได้หรอกครับ คนตายพูดไม่ได้ แต่คนที่อยู่นี่ต้องทําความจริง ต้องมาทวงถาม ความจริง นี่คือภาพที่ชุลมุนกันครับ เฮลิคอปเตอร์ท่านบอกว่าไม่ใช่ บินสูง บินตํ่า ผมไม่ทราบ แต่บินแล้วทิ้งระเบิดเพลิงหรือจะเรียกว่าระเบิดอะไรก็ตามแต่มีควัน ผมอยู่ในเหตุการณ์ ผมต้องวิ่งเอาตัวรอดพร้อมกับผู้สื่อข่าว ซึ่งจริง ๆ แล้วภาพนี้ปรากฏ ออกไปทั่วแล้ว แต่ที่เอามาชี้ชัดให้เห็นว่ามาตรฐานหรือครับ มาตรฐานอันแรกที่ท่านบอกว่า เป็นการสลายการชุมนุมอย่างถูกต้องตามหลักสากล ส่วนคนที่ตายตายเพราะกองกําลัง ที่ผมกําลังถืออยู่นี่ ท่านเห็นไหมครับ ภาพรถถังที่เคลื่อนกําลังออกมา ภาพอาวุธ ประชาชนมาห้อมล้อมรถถังขอร้องอย่าไปทําอะไรคนที่ชุมนุม แล้วก็มีการจับอาวุธ มีภาพอาวุธต่าง ๆ ที่จับออกมาแล้วเอามาคืนให้กับตํารวจที่ขอคืนไปให้กับฝ่ายทหาร รวมถึงรถยานเกราะที่ถูกถอดเป็นชิ้น ๆ

ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นมากับการกระทําที่เรียกว่ารัฐบาลเอง เป็นคนกําหนดหรืออย่างไร ภายใต้ที่ท่านเรียกว่า พ.ร.บ. ของท่าน สิ่งหนึ่งนั้นผมเชื่อว่า ประชาชนเองคงคาดไม่ถึงว่าท่านนายกรัฐมนตรีเองมาจากประชาชนเหมือนกับผม แต่ท่านกล้าทํา ผมชมเชยท่านครับว่าท่านมีความกล้ามากกว่าสมัยที่ผมรู้จักกับท่าน ท่านดูครับ รถถัง อาวุธที่ยึดมาได้และคืนกลับไปให้กับตํารวจเพื่อส่งมอบให้กับทหาร มันก็เป็นเงินภาษีของประชาชน สิ่งนี้จะบอกว่าไม่ใช้อาวุธไม่ได้ ทหารออกมาจํานวนกี่กองพล กองกําลังเท่าไร พื้นที่ที่ปิดล้อมมีเฉพาะเจ้าหน้าที่ทหาร จนกระทั่งมีผู้เสียชีวิต ผมขออนุญาต บอกกล่าวครับว่าการกระทําอย่างนี้ไม่ชอบ แล้วก็เป็นวิธีการกระทําที่ไม่ควรในประเทศ ที่เขาเจริญแล้ว มีประชาธิปไตย ท่านเห็นไหมครับ ถืออาวุธปืน นี่ทหารทั้งนั้นนะครับ หรือไม่ใช่ ชายชุดดําหรือเปล่าผมไม่ทราบ แต่ผมมองว่าเป็นกองกําลังติดอาวุธ ทหารทั้งนั้น อาวุธเอามาทําไมครับ อาวุธมาสู้กับประชาชนหรือ ท่านนายกรัฐมนตรีเองบอกว่า จะไม่ทําร้ายประชาชน แต่ท่านพูดบอกว่าจะเอาชัยชนะ คําว่าเอาชัยชนะนี่เอาชัยชนะ กับใครครับ ท่านพูดตอนหนึ่ง ผมยังสงสัยว่าเอาชัยชนะกับผู้ชุมนุมหรือกระทําอะไร เป็นประเด็นปัญหานะครับส่วนนี้ ส่วนหนึ่งนั้นเมื่อมีคนตายญาติพี่น้องเขาคิดอย่างไรครับ ถ้าญาติพี่น้องของทุกคนที่เสียชีวิตไปจากการชุมนุมเขาคงไม่สบายใจ รวมถึงคนที่ตาย แล้วไม่สามารถที่จะพูดได้ว่าใครเป็นคนยิง แล้วก็ยังมีผู้ที่บาดเจ็บอีกจํานวนมาก ถามว่า ท่านนายกรัฐมนตรีคิดอย่างไร ผมตอบแทนไม่ได้หรอกครับ เพราะคนละสมอง คนละความคิด แต่ผมจะเรียนว่าก่อนหน้านี้ที่จะมีการตายนี่ท่านตรึกตรองหรือยัง ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมจะนําเรียนผมมีความพยายามนะครับที่จะบอกกล่าวว่า ได้พยายามติดต่อไม่ให้เกิดการสลายการชุมนุมอย่างที่เกิดขึ้นในวันที่ ๑๐ เมษายน เพราะคนที่ตายผมเองเป็นคนหนึ่งที่ไปรับศพ พ่อแม่พี่น้องเขาเสียใจมาก คนที่บาดเจ็บ ผมไปเยี่ยมเขาก็ไม่อยากให้เกิด บางคนทุพพลภาพไปแล้ว ท่านประธานครับ ภาพต่าง ๆ มันสะท้อนถึงความรู้สึกของประชาชนและสิ่งที่เกิดขึ้นผมพยายามติดต่อกับคนในฝ่ายของ ท่านนายกรัฐมนตรีเอง ผมติดต่อกับท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครสุขุมพันธุ์ ก่อนที่จะ ติดต่อกับท่านนั้นได้โทรศัพท์ติดต่อถึง ๒-๓ รอบ ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นคนดีจริง ๆ ครับ ไม่ใช่มาแกล้งชมนะครับ ท่านถือว่าประชาชนคนกรุงเทพมหานคร กับคนที่มาชุมนุมนั้นจะมาจากต่างจังหวัดก็เป็นคนไทยเหมือนกัน ท่านให้เอารถสุขา เอานํ้า เอาสิ่งที่อํานวยความสะดวกแม้แต่เวชภัณฑ์ยาไปดูแล ผมชื่นชมท่านตรงนั้น แต่วันก่อนนี้มีคนมาทวงบอกว่าสิ่งที่เสียหายไปกับการชุมนุมเป็นตัวเลขสูง ผมชักมองว่า การชุมนุมกับการสูญเสีย ในเรื่องของการมาช่วยบริการท่านบอกตัวเลขได้ครับ แต่ตัวเลข ต้องเป็ นข้อเท็จจริงนะครับ ผมขออนุญาตนะครับ ผมจะเปิ ดเผยตรงนี้ครับว่า ความพยายามของผม ผมได้พูดคุยกับท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครสุขุมพันธุ์ จนกระทั่งท่านเองลงไปอยู่ในพื้นที่ของการชุมนุม นี่ครับภาพท่านสุขุมพันธุ์ เมื่อวันที่ ๒๐ เมษายนท่านไปอยู่หลังเวทีการชุมนุมไปดูไปสอบถามกับแกนนําว่ามีอะไรไหมที่เป็นปัญหา เกี่ยวข้องกับกรุงเทพมหานครแต่ไม่เกี่ยวกับการดูแลในเรื่องของกําลังต่าง ๆ หรืออํานาจ ในเรื่องของการปกครองตรงนั้นเพราะไม่ใช่หน้าที่ แต่เหมือนกับเป็นแม่บ้านละครับ สิ่งหนึ่ง ณ วันนั้นก็ได้มีการบอกกล่าวขอบคุณท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งได้บอกให้ ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครช่วยสื่อไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่าไม่อยากให้เกิดปัญหา ซํ้าซ้อนเหมือนครั้งที่แล้วในเหตุการณ์ที่มีการชุมนุมเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน แล้วบอกว่า ช่วยดูแลประชาชนด้วย อย่าให้มีการเสียชีวิต ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รับเรื่องไปครับ

ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ก็มีการนัดหมายครับ ที่โรงแรมโฟร์ ซีซัน (Four Season) ขออนุญาตนะครับ เวลา ๑๖.๐๐ นาฬิกา ผมก็นัดณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กับท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครไปพูดคุยกัน ก็ได้มีการคุยกันแล้วบอกว่าจะรับข้อเสนอ ดังกล่าวจากเมื่อวานนี้ที่ไปหารือกับท่านนายกรัฐมนตรี แต่ยังรู้สึกไม่สบายใจว่า ท่านนายกรัฐมนตรีจะว่าอย่างไร เพราะช่วงนั้นยังไม่ถึงกับว่าจะมีการเชื่อมกันได้โดยตรง แต่ก็จะรับข้อเสนอในเรื่องของวิธีการที่จะทําอย่างไรให้สถานการณ์ดีขึ้นและสามารถ ที่จะคลี่คลายไปสู่ภาวะปกติ นั่นก็คือการทําแผนโรดแมพ (Roadmap) นี่คือคําพูด ในวันที่ ๒๒ ที่รับไป พอมาครั้งที่ ๓ เมื่อวันที่ ๒๓ เมษายนก็ได้รับการติดต่อมาอีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ผมเรียนว่าไปพบที่โรงเรียนวัดปทุมวนาราม เพราะใช้สถานที่ที่โรงแรมไม่ได้แล้วครับ เพราะเป็นสถานที่ปิดล้อม โรงแรมต่าง ๆ ปิดหมดครับ แล้วก็มีการอยู่บนตึกเต็มไปหมดครับ ทหาร หรือมือปื น หรือนักแม่นปื น อะไรก็ตามครับแล้วแต่จะเรียก เราก็ไปคุยกัน ที่วัดปทุมวนาราม การเจรจาตรงนั้นเริ่มดีขึ้นครับ ก็มีการพูดคุยกันแล้วบ่งบอกเวลาว่า จะหารือเรื่องเวลาหลังจากพูดเรื่องรายละเอียด ทางณัฐวุฒิก็บอกว่าจะฝากเวลา ที่เหมาะสมในการยุบสภาไปให้ แล้วไปเรียนท่านนายกรัฐมนตรีคือ ๑ เดือนยุบสภา บวกกับการเลือกตั้งไม่เกิน ๖๐ วันก็คือภายใน ๓ เดือน โดยท่านนายกรัฐมนตรีเองถ้ารับ เงื่อนไข ท่านนายกรัฐมนตรีก็ยังเป็นนายกรัฐมนตรีแต่อยู่ในช่วงรักษาการเวลาเลือกตั้ง เท่านั้นเองครับ การเมืองก็จะคลี่คลายออกไปได้ ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็รับเรื่องไปแต่ขอเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะฝากไปยัง นปช. ว่าให้ขยับแนวร่นที่บริเวณ รั้วอนุสาวรีย์รัชกาลที่ ๖ ร่นเข้าไปจนถึงถนนใกล้ ๆ คือถนนสารสิน ทางณัฐวุฒิก็รับเรื่องไป จากนั้นผมมาหลังเวทีก็มีพวกทูตานุทูตมาเยี่ยม คุณวีระ มุสิกพงศ์ ขึ้นไปแถลงข่าวว่า ทูตต่าง ๆ มาเยี่ยมเพราะความเป็นห่วงกลัวเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น พร้อมทั้งบอกกล่าวว่า ในช่วงนี้ได้เสนอเงื่อนไขให้กับทางรัฐบาล เพราะทูตเขาถามว่าช่วงไหนเหมาะสม ก็บอกว่า ๑ เดือนถ้ายุบสภา บวกอีก ๒ เดือนในระหว่างการจัดการเลือกตั้ง ท่านประธานครับ ผมก็ตกใจเหมือนกันครับ เกรงว่าสิ่งที่เจรจานั้นมันกลายเป็นการไปบอกกล่าวอยู่บนเวทีของ นปช. กลัวว่าท่านนายกรัฐมนตรีเองนั้นไม่อยากจะพิจารณาข้อเสนอนี้ นี่ผมคิดไปเองนะครับ พอมาครั้งที่ ๔ วันที่ ๒๔ เมษายน ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครก็นัดมาอีกทีหนึ่ง เวลาประมาณ ๑๕.๐๐ นาฬิกา ผมจําได้ว่าวันนั้นท่านไปเข้าเฝ้ำมา แล้วท่านก็บอกว่า มีข่าวมาบอก ท่านณัฐวุฒิเองก็บอกว่าเป็นข่าวดีหรือเปล่า แต่ส่วนของณัฐวุฒิเองนั้น บอกว่าจะรับไปร่นแนวร่นนั้น ท่านบอกว่าจะดําเนินการให้ ข่าวที่ว่าคือข่าวอะไรครับ ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครบอกว่าไม่สามารถที่จะติดต่อประสานงานในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ได้ เพราะว่าท่านนายกรัฐมนตรีเองสั่งให้ชะลอเรื่องนี้ไว้ก่อน แล้วปรากฏออกมามี เมสเสจ (Message) ขึ้นครับ ถ้าใครรับเมสเสจ ท่านเลขาธิการกอร์ปศักดิ์บอกว่า ไม่รับเจรจาในเรื่องดังกล่าวเพราะมีคนที่ดําเนินการเจรจาแทนอยู่แล้ว สิ่งนี้เป็นเรื่องแปลก การต่อรองย่อมเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แต่เมื่อไม่มีคนเจรจาก็แสดงให้เห็นว่ามีการตัดขาด ในเรื่องดังกล่าว ผมเองมีความพยายามครับ เคยโทรหาท่านศิริโชค โสภา ขออนุญาต เอ่ยนาม ท่านอยู่ที่กรมทหารราบที่ ๑๑ ท่านนายกรัฐมนตรีประชุมอยู่ ผมบอกว่าท่านศิริโชคมีใครไหมพอที่จะเชื่อมตรงนี้ เดี๋ยวบอกจะเรียนให้ท่านนายกรัฐมนตรี แล้วจะต่อกลับ ไม่ได้ต่อกลับ ผมคุยกับท่านกอร์ปศักดิ์ถึงประเด็นปัญหานี้เขาบอกว่ามีคน ทําเรื่องนี้อยู่แล้วไม่เป็นไร แต่ก่อนหน้าวันที่ ๒๑ เมษายนนี่ผมพบกับท่านนายกรัฐมนตรี กําลังรับประทานอาหารอยู่ เวลาประมาณบ่ายโมงเศษ ๆ ผมบอกว่าขอเวลาท่านนายกรัฐมนตรี สัก ๕ นาที พบเป็นการส่วนตัว ผมเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรีตรง ๆ วันโน้น ท่านครับ ท่านมีความรู้สึกอย่างไรกับการตายของประชาชน ท่านใช้การสลายการชุมนุม มีใครสั่งท่านหรือเปล่า ท่านบอกไม่มี ผมบอกว่ามีใครบงการหรือเปล่า ท่านบอกไม่มี แต่ผมขออนุญาตว่าสิ่งที่ท่านพูดนั้นผมไม่เชื่อ ท่านประธานครับ ขณะวันนี้มีผู้ตาย มีผู้บาดเจ็บ การประสานงานค่อนข้างแย่ การต่อรองเรื่องเวลาเป็นเรื่องหนึ่ง แต่สิ่งหนึ่ง ที่ผมไม่สบายใจ ความล้มเหลวที่เกิดขึ้นนี้ไม่มีใครหรอกครับที่บอกว่าสถานการณ์อย่างนี้ นี่ประชาชนเองเป็นเครื่องมือหรือเปล่า นปช. พูดเองครับว่าถ้ามีการสลายการชุมนุม แล้วมีการพูดคุยกันก็สามารถที่จะพูดคุยกันได้ ท่านเองเป็นรัฐบาลเองท่านมีอํานาจ เวลาท่านต่อรองท่านจะตัดเชือกโดยไม่อยากให้เขาพูดต่อ และท่านมักจะบอกว่าเดี๋ยว นปช. เปลี่ยนไปวัน ๆ หนึ่ง แต่ผมมองว่าการที่รัฐบาลเองได้กระทําบางสิ่งบางอย่างนั้น มีการพูดคุยกันหรือเปล่าผมไม่ทราบ แต่สิ่งหนึ่งในสภาแห่งนี้ผมได้ตั้งกระทู้ถามสด ๓ ครั้ง เพื่อสอบถามการตายเมื่อวันที่ ๑๐ ท่านก็ไม่ตอบ โดยอ้างเหตุ ครม. ว่าเป็นการประกาศ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน แล้วก็ไม่สมควรที่จะมาตอบเพราะอาจจะ มีเรื่องบางเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวิธีการ ส่วนคุณหมอชลน่านขออนุญาตเอ่ยนามได้ยื่น ญัตติด่วนเหมือนกัน เพื่อให้ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาดูในเรื่องดังกล่าวก็ไม่ได้รับคําตอบ บอกว่าไม่อยากใช้สภาหรือไม่ทราบ เพราะการกระทําอย่างนั้นมันก็อยู่ในลักษณะเดียวกัน คือรัฐบาลเองไม่พยายามที่จะใช้สภา ไม่พยายามที่จะใช้อะไรเลย แม้แต่เครื่องมือที่มีอยู่ มิหนําซํ้าวันที่ ๑๙ ไปยื่นหนังสือกับ ส.ว. แล้วนี่ ก็บอกให้หยุดเถอะครับอย่าเพิ่ง เข้ากระชับวงล้อมเลย อย่าเพิ่งขอพื้นที่เลย ท่านก็ไม่ฟัง จนเป็นเหตุให้เกิดการตาย ณ วันนี้ ๙๐ ศพกับคนอีกจํานวน ๑,๘๘๕ คน

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตคนที่ตายพูดไม่ได้ ญาติพี่น้องเขาก็ บอกว่าช่วยหาข้อเท็จจริงในการตาย ขนาดผมเอาศพไปสวดนี่ย้ายจากอนุสาวรีย์ไปสู่วัด วัดยังไม่ปลอดภัยเลยครับ วัดหัวลําโพงนี่สวด ๆ อยู่ยังต้องขอย้ายเลยครับไปเก็บอีกทีหนึ่ง ศพเหล่านี้ญาติพี่น้องเขาไม่เชื่อหรอกครับว่าการชันสูตรพลิกศพจะกระทําโดยความชอบ หรือไม่ชอบ ถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง แต่เขาระแวง มีคนที่ตายเป็นจํานวนมาก แล้วบอกว่า ตายด้วยอาวุธสงครามหรือไม่ ผมขออนุญาตท่านประธาน เช่น นายสวาทเขาบอกว่า ถูกยิงศีรษะด้านบนข้างขวาทะลุขมับซ้าย คุณวัฒนชัย ผมไม่อ่านนามสกุลถูกยิงหน้าอกซ้าย ทะลุหลัง คุณทศชัยถูกยิงหน้าอกซ้ายทะลุหลัง คุณจรูญถูกยิงเข้าไขสันหลังด้านหลังตาย คุณวสันต์ ภู่ทอง ถูกยิงศีรษะด้านหลังทะลุด้านหน้า นี่คือคนตายผมไม่อ่านหมดหรอกครับ แต่บอกว่าเขาตายโดยอาวุธกระสุนปืนทั้งหมดที่ได้รับรายงานจากสถาบันนิติเวชวิทยา ซึ่งก็ถือว่าเชื่อถือได้ แต่คนที่อยู่ล่ะครับตอนนี้ถูกดําเนินคดี แล้วมีคนเจ็บอีกจํานวนมาก ขออนุญาตท่านประธานครับ ไม่ได้ลบหลู่คนที่ตาย ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านทราบไหมคนที่ตายพ่อแม่พี่น้อง ญาติเขา คนรู้จักเขา รู้สึกอย่างไรกับการตายของเขา ผมไม่ได้ลบหลู่แต่ขออนุญาตตรงนี้เพื่อบอกกล่าวว่าคนที่ตาย เช่น นายวสันต์ ภู่ทอง เกิดเมื่อวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๑๔ อายุ ๓๙ ปี มีภรรยาชื่อ นางสาวอุ้มพร กาญจน์เพียร มีบุตร ๒ คน ชื่อ นายสนธยา ภู่ทอง อายุ ๑๗ ปี และนายสราวุธ ภู่ทอง อายุ ๑๕ ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ ๑๖๑ หมู่ที่ ๖ ตําบลแพรกษา อําเภอเมืองจังหวัดสมุทรปราการ เป็นบุตรของนายไสว นางเจริญ ภู่ทอง มีพี่น้อง ๗ คน ชาย ๓ คน หญิง ๓ คน นายวสันต์ เป็นบุตรคนที่ ๖ และเรียนจบ ม. ๖ ที่บ้านตําหรุ ถามว่าภาพนี้ คุณวสันต์ที่เสียชีวิตไป อาศัยอยู่กับแม่และพี่สาวมีอาชีพตัดเย็บเสื้อผ้า มีรายได้เดือนละ ๑๐,๐๐๐ บาท เป็นหลักของครอบครัว และจะต้องเลี้ยงดูให้การศึกษากับบุตรอีก ๒ คน นายวสันต์ เป็นกรรมการกองทุนหมู่บ้านคลองสาม เป็นรองประธานประชาคม หมู่ที่ ๖ อําเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ นายวสันต์เป็นคนอ่อนน้อม ไม่ชอบความรุนแรง แต่สนใจการเมือง ได้ร่วมชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยมาโดยตลอด วันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๓ เวลาประมาณ ๒๐.๐๐ นาฬิกา นายวสันต์ถูกยิงด้วยกระสุนความเร็วสูงที่ศีรษะและร่างกายอีก ๒ จุด ซึ่งถูกยิงที่ศีรษะด้านหลังทะลุด้านหน้าด้วยอาวุธปืนสงครามเสียชีวิตทันที ซึ่งก่อนที่จะ ถูกยิงนั้นเขาก็ยังพูดคุยกับคนใกล้ชิด นี่คือสิ่งที่เห็นกับความรู้สึก

อีกคนหนึ่งขออนุญาตท่านประธานครับ นางสาวกมลเกษ อรรถฮาร์ท อายุ ๒๕ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๑๐๕/๑๘๗ หมู่ที่ ๔ คลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร เป็นเขตเลือกตั้งของผมครับท่านประธาน น้องเกษเป็ นคนขยัน จากคําให้การของมารดาว่าน้องเกษเป็นบุตรคนโตจาก ๓ คน บิดาทํางานรับราชการ มารดามีอาชีพค้าขาย น้องเกษเป็นเด็กขยัน อัธยาศัยดี โอบอ้อมชอบช่วยเหลือคนอื่น และเป็นคนรับผิดชอบต่อสังคม จบ ม. ๓ โรงเรียนสตรีพร้อมพรรณวิทยา ดินแดง ต่อมาเรียน กศน. ม. ๖ และเข้าเรียนผู้ช่วยพยาบาลที่โรงเรียนรามบริรักษ์ หลังจากนั้น เข้าทํางานเป็นผู้ช่วยอยู่ที่โรงพยาบาลกรุณาพิทักษ์ ประจําอยู่ห้องผ่าตัด ต่อมาโรงพยาบาล แห่งนี้เลิกกิจการไป มาช่วยพ่อแม่ค้าขาย พอเกิดการชุมนุมเขาเข้าไปช่วย ปรากฏว่า น้องเกษเข้าไปช่วยดูแลคนเจ็บคนป่วยที่ถูกกระสุน แล้วก็ไปช่วยดูแลจนกระทั่งวันที่ ๑๙ มีการชุมนุมทางการเมืองที่สะพานผ่านฟ้ำลีลาศ เขาก็เข้าไปดูแลอีกครับ เพราะว่าเขาเป็น พยาบาลอาสา และทราบว่าขณะนี้ขาดบุคลากรในด้านการแพทย์เขาจึงเสนอตัวเข้าไป คนที่ได้รับบาดเจ็บและเพื่อนของน้องเกษที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าให้ฟังว่าในขณะที่น้องเกษ ถูกยิงเสียชีวิตนั้น น้องเกษใส่ชุดพยาบาลติดปลอกแขนกาชาดด้วย ขณะนั้นกําลังไปช่วย ยกร่างของผู้ที่ถูกยิงบาดเจ็บในฐานะพยาบาล แต่กลับถูกยิงด้วยอาวุธความเร็วสูง และทหารก็ห้ามไม่ให้ความช่วยเหลือและยิงปืนเข้ามาตลอดเวลา ทําให้ไม่สามารถที่จะ ช่วยเหลือชีวิตไว้ได้ จึงต้องสูญเสียชีวิตอย่างทรมาน ขออนุญาตครับว่าก่อนตายนี่น้องเกษยังโทรศัพท์พูดคุยกับคุณแม่ของน้องเกษ แล้วก็ บอกกล่าวว่าไม่เป็นไรนะคะ ยังไม่มีอะไร ยังปลอดภัยอยู่ กําลังดูแลคนเจ็บ ท่านประธานครับ ภาพจากหนังสือพิมพ์ขณะที่เขายังแต่งกายเพื่อช่วยเหลือคนนี่ แล้วใส่เสื้อคลุมกาชาด ผมถามว่าคนที่ยิงนี่เขาไม่เห็นหรือครับ ทหารที่เมื่อกี้บอกอยู่บริเวณด้านบนของบีทีเอส ชั้น ๒ ใช่ทหารหรือเปล่าครับ แล้วถ้าหมุนไปยิงจุดบริเวณการตายนี่อยู่ในวัดปทุมวนาราม นี่คือจุดที่ทหารอยู่ นี่ครับ เสื้อของน้องเกษ ขออนุญาตท่านประธานเลือดยังเปื้อนอยู่ ผมขออนุญาตคุณแม่เขาแล้ว เขาบอกเอามาเถอะท่าน ส.ส. เสื้อตัวนี้เขาใส่เพื่อที่จะ ไปช่วยเหลือคนและบอกว่าเขาเป็นหน่วยที่ดูแลคนเจ็บคนป่ วย แต่คนที่อยู่ข้างบน ยิงลงมาจะเป็ นใครก็ตามท่านนายกรัฐมนตรีต้องหาตัวมาให้ได้ แต่ดูเสมือนว่า จุดที่ตายนี่อยู่ในวัด เพราะบริเวณที่เขาตั้งเต็นท์อาสาอยู่บริเวณชั้น ๒ ของบีทีเอสถ้ามอง ให้เห็นนะครับ อยู่ด้านหลังถ้าใครเข้าไปในวัดร้านสหกรณ์มีเต็นท์อยู่ คนที่ตายจุดนี้มี ๓ คน

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณวิชาญมีผู้ประท้วงครับ คุณบุญยอดประท้วงอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องขออนุญาตประท้วงท่านผู้อภิปรายนะครับ ท่านนําเรื่องราวของคนนอกสภา มารายงานแล้วก็เพื่อที่จะโยงไปให้แสดงถึงความสูญเสียหรือความเสียใจ ซึ่งผมเชื่อว่า ไม่ว่าใครก็ตามที่เสียชีวิต ญาติของเขาก็เสียใจอยู่แล้วนะครับ ฉะนั้นต้องขอให้ท่านประธาน ได้กําชับต่อท่านผู้อภิปรายว่าท่านต้องระมัดระวังจะเชื่อมโยงอย่างไรต่อการทําหน้าที่ ของรัฐบาลท่านโยงให้ชัด ๆ ไปเลย แล้วก็กรุณาอย่าได้นําเรื่องของคนเสียชีวิต ซึ่งเขาได้รับ ความสูญเสียอย่างมากต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ อยู่แล้ว แล้วเราก็ยังไม่ทราบว่าใครเป็น ผู้ที่กระทําเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างที่ว่า ท่านอย่าโยงมาที่รัฐบาลเลยครับ แล้วก็กรุณา อย่าได้กล่าวถึงคนนอกอีกครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยนะครับ ผู้อภิปรายกําลังอภิปรายถึงประชาชนที่เสียชีวิตเพื่อจะเรียกร้อง ความรับผิดชอบจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี อภิปรายได้ครับ เชิญคุณบุญยอดนั่งลงเถอะครับ แล้วก็ขอให้รวบรัดด้วยครับ เพราะว่าเวลาใกล้หมดแล้วนะครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ขอบคุณครับท่านประธาน ไม่เป็นไรครับ ผมกําลังเรียนว่าจุดที่ยิงนี่ที่พวกเราเองสงสัยคือทหาร อันนี้ชัดเลยครับ ติดหมวกสีชมพูอยู่บนชั้น ๒ และเรียนว่าเป็นจุดที่ยิงคนตายตรงนี้ ๓ คน อยู่ในวัดข้างซุ้มประตู ซึ่งเป็นเต็นท์พยาบาลอาสา มีนายมงคล นายอัครเดช และน้องกมลเกษ ๓ คนครับ ท่านประธาน ผมฝากท่านนายกรัฐมนตรีครับว่าท่านไปตรวจสอบเถอะครับว่าใครเป็น คนกระทํา ซูม (Zoom) หน่อยครับ ช่อง ๑๑ ไม่ชอบซูมเลยครับ ทางบ้านเขาบอกว่า อยากเห็นซูมให้หน่อยครับ ท่านประธานครับ พูดเรื่องคนตายแล้วก็เศร้าแต่ผมต้อง อภิปรายครับ เพราะว่าคนบางคนไม่รู้หรอกครับว่าถ้าญาติของตัวเองหรือพี่น้องตัวเอง ตายในเหตุการณ์นี้จะรู้สึกอย่างไร ก็ต้องพูดให้ฟังครับ

อีกท่านหนึ่งอันนี้เป็นคนนะครับยังอยู่ แต่นี่ละครับประธานชัยเขาใช้ มาตรฐานอะไรไม่ทราบ ผมทําซีดี (CD) มาสัมภาษณ์เรียบร้อยเขาถูกยิงอย่างไร เขาเห็น เหตุการณ์ทุกอย่างเขาบอกไม่ให้ใช้ ไม่ให้ใช้ก็ไม่เป็นไรครับ ก็ขออนุญาตเพราะว่า กรรมการบอกให้ผมอ่าน คนที่ให้การ นายณรงค์ศักดิ์ สิงห์แม ได้เข้าร่วมการชุมนุมตั้งแต่วันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๓ โดยไปร่วมชุมนุมที่เวทีสะพานผ่านฟ้ำลีลาศ เมื่อมีการยุบเวทีการชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้ำลีสาศ ก็ไปร่วมชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์ นี่คือคําพูดของเขาในซีดี วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ เวลาประมาณ ๑๘.๐๐ นาฬิกา ขณะที่มีเหตุการณ์การสลายการชุมนุมได้หลบเข้าไป อยู่ที่ประตูแรกวัดปทุมวนาราม ขณะนั้นมีทหารเข้ามาควบคุมและมีทหารยิงปืนมาจาก บนทางรถไฟฟ้ำบีทีเอส ขณะนั้นถูกยิงที่หน้าอก ๑ นัด โชคดีเขาไปหลบอยู่ที่หลังกองนํ้าดื่ม กระสุนก็เลยแฉลบถูกแต่เป็นจุดเป็นแผลเท่านั้นเอง แต่ก็ยังถูกยิงที่ขา อันนี้เป็นภาพจริง ถูกยิงที่ขา กระสุนเข้าที่ขาขนาดเหรียญ ๑๐ บาท ผมไม่ได้เอาติดมาแต่ในคลิปมี บู้บี้เลยครับ ถูกนําตัวส่งโรงพยาบาลวันรุ่งขึ้น เขาให้การบอกว่าทหารยิงเขาจากบีทีเอส ซีดีอยู่นี่ครับ เป็นคําให้การเขาไปแจ้งความแล้ว และเขาพูดต่อไปว่าถ้าช่วงนั้นไม่ห้าม คือไม่ห้าม พอการสลายการชุมนุมเกิดขึ้นแล้วบอกว่า ๐๖.๐๐ นาฬิกา ให้คนที่อยู่ในพื้นที่ออกได้ ไม่มีคนตายหรอกครับ ทหารก็ไม่อนุญาตให้ปิดอยู่ แล้วบอกว่ามีคนยิงลงมา ก็ไม่รู้ เหตุการณ์นี้เป็นอย่างไร จึงทําให้คนทั้ง ๕-๖ คนเสียชีวิตอยู่ในพื้นที่ในวัด ซึ่งจริง ๆ แล้ว ผมมองว่าอย่างนี้มันไม่ชอบในลักษณะที่เกิดขึ้น

ท่านประธานครับ สิ่งที่เกิดขึ้น ณ วันนี้คนที่ตายเขาฟ้ องไม่ได้ เขาร้องไม่ได้ แต่พวกเราเองยังมีชีวิตอยู่เราก็ต้องทําความกระจ่าง ผมขออนุญาตบอกกล่าวว่าในอดีต ตั้งแต่ ๑๔ ตุลาคม ๖ ตุลาคม พฤษภาทมิฬ นายกรัฐมนตรีถ้าทําอะไรที่มันเกินเลยถึงการใช้ กําลังการสลายการชุมนุมจนเป็นเหตุให้คนตายนี่อยู่ไม่ได้หรอกครับ ที่ผมบอกว่า ผมไม่เชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่มีคนสั่ง เพราะท่านนายกรัฐมนตรียังอยู่ ท่านยังบอกว่า ต้องแก้ไขเศรษฐกิจ ต้องทําโรดแมพ ต้องทําการปรองดองถึงจะไปสู่การเลือกตั้ง แต่ถ้าวันนั้นการสลายการชุมนุมท่านปล่อยคนข้าง ๆ ท่าน ปล่อยให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ไปมอบตัวเสีย ท่านก็บอกว่ามอบไม่ได้ไม่มีคําสั่ง การชุมนุมเขามาเรียกร้องบอกกล่าวว่า ความเป็นมาตรฐานในประเทศนี้ไม่มี แล้วเขาจะไปบอกกับม็อบได้อย่างไร เพราะว่า มาตรฐานต้องเป็ นมาตรฐานเดียวกันที่เขาร้อง ขนาดถูกกล่าวหา คนที่สั่งก็บอก ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพบอกกับที่ประชุมว่าเป็นคนดูแลเป็นคนสั่ง ถามว่าเมื่อท่าน สั่งแล้วท่านน่าจะไปมอบตัวด้วยกัน คนที่ตายถึง ๙๐ คน ตัดของเก่าไป ๒๖ คน มันจะลดลง แล้วไม่มีคนบาดเจ็บจํานวนนี้เกิดขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน เพราะสิ่งที่กระทํานั้นเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าคนที่ตายตายโดยไม่มีเหตุผล เพราะไปเป็น เพียงการชุมนุม ผิดหลักธรรม ผิดหลักการแห่งเมตตาธรรม เพราะประเทศของเรานั้น เป็นศาสนาพุทธ และไม่ทราบว่าศาสนาพุทธนี่ผมก็ยังสงสัย ภาพพระที่เมื่อกี้พูด ผมไป สอบถามพระ มหาเถรสมาคมเขาบอกว่า แล้วทีทหารทําผิดเป็นสัญญาบัตรมีทหาร กรมพระธรรมนูญมารับไป มีทหารต่าง ๆ มาดูแล ตํารวจทําผิดก็มีส่วนของตํารวจมาดูแล ตรงนี้ทําไมเอาพระจับมัด จับผูก ทําไมไม่แจ้งความหรือกล่าวหาก่อนแล้วเชิญตัวไปที่ สน. แล้วค่อยมอบหมายให้กับต้นสังกัดของพระมาดูแล นี่พระเขาฝากให้ผมมาถามนะครับ และสิ่งหนึ่งนั้นหลักธรรมาภิบาลของรัฐบาลชุดนี้กับประชาชนไม่มีเลยครับ ถ้ามี คงไม่กระทํากับประชาชนอย่างนี้ เหมือนกับว่าแบ่งแยกสีออกไปว่าสีนี้หรือพวกนี้ เป็นคนละพวกกับที่ท่านนายกรัฐมนตรีดูแลอยู่มันจึงเกิดเหตุอย่างนี้ แล้วท่านเองก็ผิดนะครับ ทําผิดไปจากคําแถลงนโยบายของรัฐบาลที่แถลงไว้ที่กระทรวงการต่างประเทศ ผมบอกกล่าวได้เลยครับว่าท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าท่านจะบังคับใช้กฎหมาย ให้เท่าเทียมกัน นี่หรือครับกฎหมายที่ท่านว่าเท่าเทียมกัน ขณะที่รัฐบาลชุดท่านสมชาย วันที่ ๗ เข้ามาเพียงแต่มาแถลงนโยบายในสภาถูกพันธมิตรล้อม ช่วงนั้นไม่ได้เป็น คนประกาศ พ.ร.ก. นะ ท่านประธานก็ทราบ เพราะยังไม่มีอํานาจ คนที่ตาย ๒ คน สารวัตรจ๊าบก็ไปตายอยู่ตรงโน้นแหละครับ ตรงหน้าพรรคชาติไทย น้องโบก็ไปตาย อยู่ที่หน้า บช.น. มันคนละส่วนกับที่การสลายการชุมนุม เพราะฉะนั้น ๒ คนนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ การชุมนุมหรือการสลายการชุมนุมเลย และเรียนต่อไปว่าการบังคับใช้กฎหมาย ๒ มาตรฐานของท่านนายกรัฐมนตรี เพียงแต่พูดในสมัยที่เป็นฝ่ายค้าน และท่านก็พูดว่า จําเป็นต้องเสียสละ แต่วันนี้พอได้เป็นนายกรัฐมนตรีท่านทําอะไรให้กับประชาชนคนไทย ผมขออนุญาตเถอะครับว่าสิ่งที่ท่านทําท่านเองเป็นคนที่มักจะบอกว่าท่านทําถูก ประชาชนเองในกลุ่มผู้ชุมนุมมีผู้ก่อการร้าย คนตายทั้งหมดตรวจค้นหาอาวุธไม่มีเลยครับ รวมถึงคนที่ถูกจับไปค้นหาอาวุธไม่มีเลยครับ แล้วท่านไปตรวจเช็กประวัติของ แต่ละคนสิครับว่าคนเหล่านี้เขามีอาชีพอะไร แต่สิ่งหนึ่งที่ผมได้รับทราบมา เมื่อวานนี้ มีการจ่ายเช็คโดยเสื้อหลากสีถึงคนตาย หมอตุลย์ครับ หมอตุลย์นี่มีบทบาทมากกับ รัฐบาลชุดนี้หรืออย่างไรครับ วันที่เอาตัวบุคคลออกมาจาก

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณบุญยอดประท้วงอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

เรียนผู้ทําหน้าที่ประธานครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานครครับ ข้อบังคับ การประชุมสภาจะไม่อนุญาตให้กล่าวถึงคนนอกโดยไม่จําเป็น เขาไม่มีสิทธิที่จะมา อธิบายหรือว่ามาคัดค้านต่อสิ่งที่กล่าวหาอยู่ในที่ประชุมแห่งนี้ครับ ขอให้ท่านพิจารณาครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ข้อบังคับกล่าวไว้ว่าอย่างนี้นะครับ ไม่สมควรกล่าวถึงบุคคลภายนอกโดยไม่จําเป็น แต่ถ้าจําเป็ นกล่าวได้นะครับ เพราะว่ากําลังจะผูกโยงเรื่องนะครับ แต่ถ้าพูดถึง บุคคลภายนอกเอกสิทธิ์ในสภาผู้แทนราษฎรจะไม่คุ้มครองนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าท่าน พูดพาดพิงท่านต้องรับผิดชอบเอง เชิญคุณวิชาญอภิปรายต่อครับ จะหมดเวลาอยู่แล้วครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานครับ หมอตุลย์วันที่ไปรับประชาชนออกจากสํานักงานตํารวจแห่งชาติ หมอตุลย์ก็ไปดูครับ ไปดูตอนส่งคนขึ้นรถ ใครที่มีสัญลักษณ์เสื้อแดงก็ดึงออก ๆ จนกระทั่งโฆษกพร้อมพงศ์ ท่านถามผู้สื่อข่าวสิ ไปทะเลาะกันอยู่ตรงนั้น ทําไมเอากลุ่มพวกนี้มาเป็นกรรมการครับ กลุ่มพันธมิตรหรือเปล่า ๒๐ คนเขาบอกว่าเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน ตั้งกันอย่างนี้หรือครับ ไปสอบด้วยนะครับท่านนายกรัฐมนตรีครับ ไปสอบให้หน่อยครับ แล้วเมื่อวานนี้หมอตุลย์ อีกละครับ บอกว่าเสื้อหลากสีเขาแจกเงินอีก ๑๐๐,๐๐๐ บาท นี่เช็คครับ มีคนไปรับครับ เมื่อวานนี้แม่ของน้องเกษไปรับ ๑๐๐,๐๐๐ บาทเป็นเช็คธนาคารไทยพาณิชย์ยังไม่ไปเบิกครับ นางพะเยาว์ ชื่อพะเยาว์ อรรถฮาร์ท ก็คือแม่ของน้องเกษไปรับมาแล้วครับ แต่รับเสร็จแล้ว เขาบอกว่าอย่างไรครับ ช่วยไปเซ็นชื่อด้วย ไปถอดถอน ส.ส. จตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส. เก่ง การุณ น้องชายผมโดนถอดอีกแล้วครับ ส.ส. วิเชียร ขาวขํา บอกช่วยไปเซ็นชื่อหน่อย เขาไม่เซ็นหรอกครับ แล้วเงินตรงนี้เอามาจากไหนครับ นี่ครับบอกว่าไม่มีบทบาท แต่บทบาทมันออกมาแล้วครับ ท่านประธานที่เคารพ เขาบอกว่าประเทศไทยนี่โชคดีเหมือนโน้ตที่เขาร้องเพลงครับ โน้ตอะไรนะ โน้ตแต้ โน้ตอะไรนะ เปล่าครับ ถามท่านนายกรัฐมนตรีครับ เพราะท่านอาจจะ ได้ฟังเพลง เขาบอกว่า “โชคดีเมืองไทยมีนายกรูปหล่อ โชคดีมีเทพอุ้มสม โชคดีเอานโยบาย มาจากรัฐบาลชุดอื่น โชคดีกู้เงินเก่ง แล้วก็โชคดีอีกครับ” มติชนเขาลงไว้ โลงแดง เต็มไปหมดเลยครับ คนไทยโชคดีที่ได้อภิสิทธิ์เป็นนายก เห็นไหมครับ โชคดีครับ ท่านประธานครับ เมื่อกี้นี้มีเพื่อนโทรมาบอกผมไม่สบายใจครับ ถ้าผมไม่พูดสภาแห่งนี้ ก็คงไม่ทราบ คนทุกคนที่ไปอยู่ในการชุมนุมที่บอกว่าเป็นแกนหรือไม่แกนนี่ตอนนี้ ถูกออกหมายโดยศาล บอกให้ไปตรวจค้นตามบ้าน ท่านถามกันให้ดีนะครับ ผมก็มีข่าว จากวงการศาลเขาบอกมา ศาลไม่อยากออกหรอกครับ แต่ภายใต้ พ.ร.ก. ภายใต้ ศอฉ. สําหรับพรรคเพื่อไทยรับไปเต็ม ๆ เดี๋ยวจะถูกยุบพรรคอยู่แล้ว คงไม่เป็นไรหรอกครับ ก็เหลือไว้แต่พรรคประชาธิปัตย์ให้ทําหน้าที่ต่อนะครับ

ท่านประธานครับ สิ่งหนึ่งที่จะต้องฝากต่อไป ผู้หญิงคนนี้ชื่อผุสดี นาคคํา อาชีพพยาบาล เขาเป็นคนสุดท้ายของการชุมนุม เขาบอกว่าเขาสัญญาว่าจะอยู่ที่นี่ จนกว่าทหารจะมายิงฉัน ตอนนี้หายไปไหน หายไปไหนครับท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพครับ ช่วยตามหาให้หน่อยครับ ท่านช่วยดูหน่อยครับ โบกธงอยู่คนเดียวครับ หมดแล้วครับ นี่เวทีเขาเก็บยึดหมดแล้ว เหลืออยู่คนเดียวครับ ไปช่วยตามหาหน่อยนะครับ

สุดท้ายพันธมิตรทําถูก ทําผิด รัฐบาลไม่มีสิทธิทําผิด ไม่มีสิทธิทําร้าย ประชาชน อันนี้คือจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ ผมไม่นึกไม่ฝันว่าเรามีรัฐที่ได้ทําร้าย ประชาชนถึงขั้นเสียชีวิต บาดเจ็บสาหัส แล้วเราก็ยังมีรัฐที่พยายามยัดเยียดความผิด กลับไปให้ประชาชนอีก เป็นพฤติกรรมที่รับไม่ได้ครับ ใครเป็นคนพูดครับ ท่านจําได้ไหมครับ พูดสภาแห่งนี้ครับ ถ้าจําไม่ได้ ผมรื้อฟื้นครับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี คนปัจจุบัน แต่ท่านพูดตอนนั้นเมื่อวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๑ ถ้าท่านจะตั้งกรรมการ สอบข้อเท็จจริง แต่ว่ากระบวนการของรัฐตั้งธงไว้แล้วว่าเป็นความผิดของประชาชน ท่านอย่าตั้งเลยครับ ท่านซํ้าเติมบ้านเมือง สร้างปมความขัดแย้งของบ้านเมืองเพิ่มเติม ขึ้นมาอีก วันนี้ทางการเมืองความชอบธรรมมันหมดไปแล้วครับ เราเรียกร้องความรับผิดชอบ จากท่าน ท่านจําได้ไหมครับ ท่านประธานครับ ถามท่านนายกรัฐมนตรีครับท่านจําได้ไหม ท่านจําได้ไหมครับคํากล่าวนี้ ถ้าจําไม่ได้นี่ท่านพูดไว้อีกครับ วันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๑ ผมเองไม่อยากจะพูดอะไรนะครับ แต่ผมพูดได้เลยครับว่าการกระทําอย่างนี้ไม่ทราบว่า ท่านหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคสั่งหรือเปล่า เกี่ยวข้องหรือเปล่า ผมเรียนว่าผมเองนี้ เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์วันที่ ๑๙ ท่านประธานก็ไปครับ แต่ท่านประธานอภิวันท์เข้าไปไม่ได้ ผมเข้าไปกับคุณหมอชลน่าน วันที่ ๑๙ เราได้รับทราบว่าแกนนําจะมอบตัว จะมอบตัวนะครับ แต่บอกว่าจะมอบตัวแล้วเราก็พยายามที่จะเข้าไปในพื้นที่ ติดต่อท่าน พลตํารวจเอก อดุลย์ ท่านบอกว่าเดี๋ยวจะส่งคนมารับ แล้วก็รับไม่ได้เพราะเป็นพื้นที่ปิดล้อมทหารเขาดูแล เราก็วนไปวนมาจนโชคดีครับ ท่านผู้บัญชาการตํารวจสอบสวนกลางไถง ปราศจากศัตรู เป็นผู้พาเข้าไปเพราะเราติดขบวนท่านเข้าไป เผอิญเข้าไปได้ ๒ คน ไปเป็นพยาน ในการมอบตัว ใครเขาเข้าใจว่าผมไปมอบตัวด้วยเพราะนั่งติดอยู่กับท่านอดุลย์ วันนั้น ผมพูดสักนิดหนึ่งครับ ผมผ่านไปที่สยามช่วงเวลาประมาณบ่ายโมงครึ่งใช่ไหมคุณหมอ ช่วยเป็นพยานด้วยนะครับ บ่ายโมง ๒๐ นาที โรงหนังสยามยังสวยหรูอยู่เหมือนเดิมครับ เซ็นทรัล เวิลด์ก็ยังไม่มีไฟไหม้ ผมออกมาเพราะไปเผาศพคนเสื้อแดงที่สะพานสูง ประมาณ บ่ายสองโมงเศษ ๆ ผ่านสยามเหมือนเก่าโรงหนังก็ยังอยู่ แล้วตอนเข้าไปมีแต่ทหารทั้งนั้น ใช่ไหมคุณหมอ มีแต่ทหารอยู่ในเหตุการณ์เต็มไปหมดทั้ง ๒ ที่ ๓ ที่ แล้วก็บอกว่าเหตุการณ์ ต่าง ๆ อยู่ในความสงบควบคุมได้ตัววิ่งมันวิ่งเต็มไปหมดเลยทุกคนก็รู้ แต่ไฉนเลยนี่เป็น คําถามนะครับ อยู่ ๆ ๒ ที่มันไหม้ได้อย่างไร แล้วเขาบอกต่อมาบอกว่าโรงหนังสยามเขามี แท็งก์นํ้าใหญ่ ๆ ถ้าบอกให้เขาไปทําอะไรสักนิดหนึ่งมันไม่ไหม้หรอกครับ แท็งก์นํ้าเขามี ระบบเขามี ไม่ทราบว่าท่านไปตัดนํ้าตัดไฟอะไรหรือเปล่าตรงนั้น แล้วทําไมรถนํ้า รถดับเพลิงทําไมไม่เข้ามาในเมื่อควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว ทําไมปล่อยให้เผาล่ะครับ หรือในเซ็นทรัล เวิลด์ที่บอกว่ามี ๙ ศพ ๑๐ ศพ ก็เลยเอาไปเผาอยู่ในนั้นเลย เพราะหนังสือพิมพ์มันลงไว้ และต่างชาตินักสิทธิมนุษยชนเขาก็บอกว่าประเทศไทยอันตราย การชุมนุม การดูแลความปลอดภัยนั้นรัฐจัดให้หมด แต่จัดอย่างไรไม่ทราบ ผมขออนุญาต ท่านประธานครับ ผมทิ้งไว้เพียงเท่านี้เพียง ๒ อย่าง เพราะผมไม่สามารถอภิปรายต่อไปได้ แต่ขอฝากว่าสิ่งที่ผมพูดนั้นเป็นสิ่งที่ผมยกมาและอีกหลายเรื่องซึ่งเดี๋ยวเพื่อนสมาชิก จะบอกกล่าว ผมไม่สามารถไว้วางใจให้ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะที่จะบริหารประเทศ ของเราต่อไปได้ครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขออนุญาตที่จะชี้แจงในบางประเด็นเท่านั้นนะครับ เพราะว่าอย่างที่กราบเรียนว่าในภาพรวมของเหตุการณ์ทั้งหมดคงจะต้องรอให้ เพื่อนสมาชิกอีกหลายท่านได้อภิปราย แต่ว่าผมและท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพก็คง จะได้ชี้แจงในบางประเด็นเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันนะครับ ผมยังไม่ขอลง รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องของกระบวนการการแก้ปัญหาทางการเมือง ซึ่งท่าน ส.ส. วิชาญ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านได้พูดถึงตั้งแต่ความจริงปลายมีนาคม ช่วงกลางเดือนเมษายน ไปจนถึงช่วงท้าย ๆ ของเหตุการณ์ เพียงแต่ว่าผมได้เคยชี้แจงเรื่องนี้ไปแล้วในช่วง ที่มีการอภิปรายในเรื่องของงบประมาณ แล้วก็ขอยืนยันว่าเราได้ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ ในการหาทางออกทางการเมืองก่อนหน้านั้น แต่เป็นฝ่ายถูกปฏิเสธมาโดยตลอด มันมีเรื่อง ซึ่งเมื่อสักครู่มีการพูด ๒-๓ ประเด็นที่ผมอยากจะให้เกิดความชัดเจน

ประเด็นที่ ๑ กรณีที่เกี่ยวข้องกับพระสงฆ์ ขอยํ้าว่าเมื่อปลายเดือนเมษายน ทางเลขาธิการของมหาเถรสมาคมก็ได้ออกสัมภาษณ์หรือให้ถ้อยแถลงที่ชัดเจน ถึงแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการจับกุม โดยได้กล่าวชัดเจนว่าในส่วนของการพิจารณานั้น เห็นว่าการจับกุมในกรณีที่เป็นความผิดซึ่งหน้าคือการชุมนุมนั้นสามารถดําเนินการได้ แล้วก็ไปดําเนินการในเรื่องของกระบวนการการสึกนั้นทีหลัง ซึ่งอันนี้ก็เป็นแนวทางที่ได้มี การปฏิบัติอย่างที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพได้ชี้แจงไปแล้วนะครับ

ประเด็นที่ ๒ เรื่องของช่วงระยะเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือหลังจากช่วงที่มี การประกาศยุติการชุมนุมบนเวที วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ประเด็นตรงนี้ต้องขอกราบเรียนยํ้าว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของไฟไหม้ ไม่ว่าจะเป็นที่เซ็นทรัล เวิลด์ ไม่ว่าจะเป็น บริเวณสยามสแควร์ (Siam Square) ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นอย่างนี้ครับ เมื่อมีการประกาศ ยุติการชุมนุมบนเวที แกนนําก็เดินทางเข้ามอบตัวที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ขณะนั้น เจ้าหน้าที่ทหารซึ่งได้มีการปฏิบัติการอยู่ในทั้ง ๔ ทิศนี่นะครับ ได้มีแนวทางที่ชัดเจนครับ แนวที่เข้ามาจากศาลาแดงในช่วงของเช้าตรู่ก็จะหยุดอยู่ที่บริเวณแยกสารสิน ซึ่งเป็นบริเวณ ที่ยังมีปัญหาของการต่อสู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือจากตึกบางกอก เคเบิลแนวถนนเพลินจิต จะค่อย ๆ เข้ามาครับ เพราะว่าจะต้องมีการตรวจตราพื้นที่ต่าง ๆ ว่ามีความปลอดภัย แล้วก็ไม่สามารถเข้าถึงบริเวณสี่แยกราชประสงค์ได้จนกระทั่งในช่วงคํ่า ติดอยู่ที่บริเวณ ประมาณชิดลมครับ แนวถนนราชปรารภไม่ได้เข้ามา แนวบริเวณจากสนามกีฬาในเบื้องต้น ก็จะไม่เข้ามา เหตุผลชัดเจนครับ เพราะในขณะนั้นเป็นช่วงเวลาที่เราต้องการให้ผู้ชุมนุม ทั้งหลายสามารถที่จะเดินทางกลับบ้านได้ แล้วก็แกนนําของผู้ชุมนุมนั้นเองเป็นผู้ประกาศ บนเวทีว่าขอให้เดินทางโดยใช้ถนนพระราม ๑ พูดง่าย ๆ ก็คือมุ่งหน้าไปที่สนามกีฬา หากเจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปในบริเวณซึ่งจะทําให้เข้าไปปะปนกับผู้ชุมนุมนั้นเกรงว่าจะเกิด ความเข้าใจผิดหรือเกิดการปะทะได้ จึงไม่ได้มีการดําเนินการเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว จนกระทั่งเกิดเหตุไฟไหม้ที่โรงหนังสยาม แล้วก็บริเวณในสยามสแควร์ ก็จึงมีความพยายาม ของเจ้าหน้าที่ที่จะเข้าไปช่วยคุ้มครองรถดับเพลิงครับ ซึ่งการดับเพลิงนั้นจะคล้าย ๆ กับ หลายกรณีที่เกิดขึ้นในช่วงวันที่ ๑๔ ถึงวันที่ ๑๙ ก็คือเจ้าหน้าที่ดับเพลิงก็ดี เจ้าหน้าที่ บรรเทาสาธารณภัยก็ดี ไม่สามารถที่จะเข้าไปในพื้นที่เพื่อยุติหรือระงับภัยได้เลย เนื่องจาก มีผู้ที่ใช้อาวุธยิง ไม่ว่าจะเป็นรถดับเพลิง ไม่ว่าจะเป็นอาสาสมัครที่เข้าทํางานในเรื่องของ การบรรเทาสาธารณภัย ครั้นจะให้เจ้าหน้าที่ทหารซึ่งติดอาวุธเข้าไปคุ้มครองด้วย ก็ยิ่งจะเป็นปัญหา เพราะว่าจะทําให้เกิดการต่อสู้ แล้วอาจจะทําให้เกิดการสูญเสียชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นช่วงที่มีผู้ชุมนุมนั้นกําลังเดินทางไปที่วัดปทุมวนารามบ้าง ไปที่โรงพยาบาลตํารวจบ้าง ไปที่บริเวณอัมรินทร์บ้าง เกิดการปะทะกัน ก็จะทําให้เกิด การสูญเสียชีวิต เพราะฉะนั้นการดําเนินการในเรื่องนี้จะยากลําบากมากครับ และเป็น สิ่งที่ยืนยันว่าบริเวณเซ็นทรัล เวิลด์ก็ดี บริเวณสยามสแควร์ก็ดี เจ้าหน้าที่นั้นไม่สามารถ ที่จะเข้าไปควบคุมพื้นที่ได้ในขณะนั้นครับ ผมกราบเรียนว่านี่เป็นอีกจุดหนึ่งซึ่งนํามาสู่ ประเด็นสุดท้ายที่อยากจะกราบเรียนในกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่วัดปทุมวนาราม ซึ่งผม ขอกราบเรียนครับว่าเป็นเรื่องที่ผมได้ยืนยันชัดเจนว่าเป็นกรณีที่จะต้องมีการสืบและสอบ หาข้อเท็จจริงอย่างละเอียดถี่ถ้วนต่อไป ผมเองก็ให้ความสําคัญกับเรื่องนี้ เพราะมอง ไม่เห็นความจําเป็นใด ๆ ทั้งสิ้นเลยที่ทางเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ทหารจะไป ปฏิบัติการใด ๆ กับพี่น้องประชาชนซึ่งเข้าไปอยู่ในบริเวณวัดปทุมวนาราม มีเพียงรายงานว่า ในช่วงที่เข้าไปคุ้มครองการดับเพลิงที่โรงหนังสยามมีการยิงต่อสู้กับกลุ่มที่ติดอาวุธ ซึ่งจะอยู่ในบริเวณสยาม พารากอน (Siam Paragon) แล้วก็มีการบันทึกเอาไว้ชัดเจนว่า การยิงต่อสู้นั้นเกิดขึ้นในบริเวณไหน อย่างไร รวมทั้งมีรอยกระสุนในบริเวณดังกล่าวซึ่งเป็น หลักฐานที่ยืนยันได้ครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้คือคํายืนยันจากทางผู้ปฏิบัติเกี่ยวกับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ส่วนในวัดปทุมวนารามนั้นเช่นเดียวกันครับ พวกเราเองก็ได้รับทราบถึง ปัญหาที่เกิดขึ้น ในคืนวันที่ ๑๙ เองเราก็ได้รับการประสานจากอาสาสมัครซึ่งอยู่ภายในวัด ทราบว่ามีทั้งบุคคลซึ่งน่าจะเสียชีวิตแล้ว และบุคคลซึ่งได้รับบาดเจ็บจําเป็นต้องได้รับ การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ในจํานวนนี้มีทั้งอาสาสมัคร มีทั้งกรณีของผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ผมและเพื่อนรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการก็อยู่ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศก็อยู่ แล้วอีกหลาย ๆ ท่านพยายามในการที่จะประสานให้มี รถพยาบาลเข้าไปรับบุคคลดังกล่าวออกมา ซึ่งใช้เวลานานมากครับเพราะไม่สามารถ ที่จะให้การคุ้มครองรถพยาบาลในการที่จะเข้าไปนําบุคคลที่ได้รับบาดเจ็บออกมาได้ ซึ่งเป็นการยืนยันว่าในสถานการณ์ดังกล่าวในขณะนั้นคํ่าต่อเนื่องจนถึงประมาณ ๒-๓ ทุ่มแล้วด้วยซํ้า การยิงหรือการต่อสู้ยังมีอยู่ แล้วก็ทําให้การเข้าไปถึงพื้นที่ในบริเวณวัด เข้าไปได้ยากมาก เราได้รับทราบว่าในจํานวนบุคคลซึ่งถูกยิงในบริเวณวัดปทุมวนาราม มีหลายรายนั้นถูกยิงในบริเวณเต็นท์พยาบาลซึ่งเป็นเรื่องน่าสะเทือนใจมาก แล้วเราก็ พยายามค้นหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ จริงอยู่ครับมีการพูดถึงว่าการยิงนั้นอาจจะมาจาก บีทีเอส บางคนพูดถึงสกายวอล์ค (Skywalk) นะครับ ก็ขอเรียนว่าบริเวณนั้นจะมีสกายวอล์ค คือทางเดินต่างระดับ แล้วก็จะมีรางรถไฟฟ้ำ ๒ ชั้น บริเวณทางเดินต่างระดับในบริเวณ หน้าวัดนั้น ในขณะนั้นถ้าจะมาได้น่าจะต้องมาจากทิศทางของทางราชประสงค์ครับ เพราะทิศทางที่มาจากบริเวณสถานีสยามในขณะนั้นจะมีประตูซึ่งปิ ดล็อกอยู่ ซึ่งเข้ามาไม่ได้ ส่วนบริเวณรางรถไฟฟ้ำนั้นท่านรองนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงไปแล้วนะครับว่า ทางเจ้าหน้าที่อยู่ที่บริเวณไหน อย่างไร แต่ว่าสิ่งที่สําคัญก็คือว่าในปัจจุบันนั้นเราก็มี เรื่องของการชันสูตรผลของนิติเวชที่ได้มีการเข้าไปดูในเรื่องของการเสียชีวิตของทั้ง ๖ คนนี้ ซึ่งก็จะมีการเปิดเผยรายละเอียดต่อไป แต่โดยสรุปจาก ๖ คน ๔ คนค่อนข้างชัดเจนครับว่า เป็นการยิงจากแนวราบไม่ใช่เป็นการยิงจากที่สูง เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นเรื่องจําเป็นจะต้อง มีการติดตามแล้วก็สอบข้อเท็จจริงต่อไป ผมขอกราบเรียนครับว่าผมเข้าใจดีครับ ผมว่า พวกเราแต่ละคนไม่ต่างกันหรอกครับเวลามีความสูญเสียที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะ ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในบริเวณที่เรียกว่าเป็นเขตอภัยทาน เป็นเต็นท์พยาบาล กรณีของ คุณกมลเกษนั้นก็เป็นผู้หญิงซึ่งได้เสียสละเข้ามาดูแลพี่น้องประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บจาก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเรารู้สึกไม่ต่างกันหรอกครับ แล้วเราต้องให้ความเป็นธรรมกับทุก ๆ คน ในการค้นหาข้อเท็จจริงเหล่านี้ออกมา

ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับท่านได้หยิบยกเอาคําพูดของผมเมื่อวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๑ วันนั้นผมพูดที่พรรคประชาธิปัตย์ครับ สถานการณ์ในขณะนั้นก็คือว่า มีผู้เสียชีวิต ๑ รายคือน้องโบที่เสียชีวิตในเหตุการณ์วันที่ ๗ ตุลาคม ผมกราบเรียนว่า ในเหตุการณ์ในวันนั้นเป็นการเข้ามาสลายการชุมนุมในช่วงเช้าของวันที่ ๗ ต่อเนื่อง ไปจนถึงช่วงเย็น ประเด็นที่เราได้หยิบยกและพูดกันก็คือว่าในขณะที่ไม่ได้มีการต่อสู้ อะไรกันเลยเจ้าหน้าที่ได้พยายามเข้าสลายการชุมนุมแล้วปรากฏตั้งแต่เช้าตรู่ว่ามีบุคคล ซึ่งขาขาดคือถูกยิงจะด้วยสาเหตุใด อย่างไร ขณะนั้นยังไม่ชัดเจนครับ นั่นคือเหตุผล ที่ทําให้พรรคประชาธิปัตย์ในวันนั้นไม่ได้มาที่สภาครับ เราบอกว่าเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา แล้วก็เกิดการสลายการชุมนุมแล้วมีประชาชนที่บาดเจ็บเช่นนี้ขอให้หยุดการสร้างเงื่อนไข ที่จะนําไปสู่การปะทะความขัดแย้งรุนแรงมากยิ่งขึ้น เราจึงไม่ได้มาที่สภา ต่อมาในช่วงบ่าย ช่วงเย็น ก็มีผู้เสียชีวิต ๒ ราย ประเด็นที่ผมแถลงข่าวในวันนั้นก็คือว่า การออกมาแถลงข่าวของเจ้าหน้าที่ของรัฐและจุดยืนของนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ประการแรก ก็คือว่าไม่ได้ยอมรับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเช้าที่เป็นปัญหา และกล่าวถึง การเสียชีวิตของน้องโบในทํานองที่ว่าเจ้าตัวนั้นมีระเบิดอยู่จึงเสียชีวิตครับ ผมจึงได้กล่าว ถ้อยคําที่ท่านได้อ่านไปแล้ว แต่วันนี้ไม่ใช่ครับ วันนี้สิ่งที่ผมกราบเรียนก็คือว่าผมได้ยํ้า หลายต่อหลายครั้งว่ากลุ่มผู้ชุมนุมก็ดี พี่น้องประชาชนหลายคนที่เป็นผู้บริสุทธิ์ก็ดี อยู่ในที่ชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้ำลีลาศ ที่ราชประสงค์ หลายคนประสบกับความสูญเสีย รัฐบาล ไม่ได้กล่าวหาคนเหล่านั้นนะครับ รัฐบาลกําลังกล่าวหาเฉพาะคนที่มีอาวุธก่อการร้าย ต่อสู้กับเจ้าหน้าที่บ้าง และทําร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์บ้าง รวมไปถึงความเสียหาย ที่เกิดขึ้นในหลายรูปแบบด้วยกัน เดี๋ยวช่วงท้ายผมก็จะต้องอธิบายให้เห็นภาพให้ครบถ้วน ชัดเจนว่ากองกําลังที่ว่านั้นมีอยู่จริงหรือไม่ ผมกราบเรียนว่าเฉพาะที่เซ็นทรัล เวิลด์ ก็มีพยาน ๑ คนที่เป็น รปภ. ได้ให้สัมภาษณ์ไว้อย่างละเอียดว่าเขาต้องเผชิญกับอะไร ในความพยายามของเขาที่จะดับไฟ ซึ่งกรณีการเผาเซ็นทรัล เวิลด์นั้นพูดง่าย ๆ ก็คือ ไม่ได้เผาครั้งเดียวครับ เผาครั้งที่ ๒ เผาครั้งที่ ๓ เมื่อใดก็ตามที่ไฟจะดับ นี่คือสิ่งที่มันเป็น ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ที่เราต้องมองภาพให้เห็นครบถ้วนก่อนที่เราจะพูดสรุปว่า การทําร้ายหรือการเสียชีวิตของประชาชนนั้นเกิดขึ้นอย่างไร

ผมกราบเรียนอีกครั้งนะครับ เพราะว่าท่านพูดในเรื่องกระบวนการของเหตุการณ์ ต่าง ๆ ในทางการเมือง เราคงต้องแยกแยะ เมื่อสักครู่ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพได้ชี้แจง ถึงเรื่องเหตุการณ์ในวันที่ ๑๐ เมษายน ได้พูดถึงการใช้กําลังและแนวทางของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ปฏิบัติ และเดี๋ยวก็จะมีอีกหลายท่านที่อภิปรายในเหตุการณ์วันที่ ๑๐ และผมก็จะต้อง ชี้แจงว่าเหตุการณ์วันที่ ๑๐ นั้นเราก็ค้นพบว่ามีกลุ่มบุคคลที่มีอาวุธเข้าไปอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม อย่างไร หลังจากนั้นมาเหตุการณ์ที่เป็นความสูญเสียค่อนข้างมากนี่จะอยู่ระหว่างวันที่ ๑๔ ถึงวันที่ ๑๗ นอกพื้นที่การชุมนุมราชประสงค์ จะเกิดขึ้นบริเวณคลองเตย บ่อนไก่ ถนนราชปรารภ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แล้วก็พื้นที่ดินแดงซึ่งมีการปะทะกัน ซึ่งการปะทะกันนั้น ก็เกิดขึ้นจากที่มีมวลชนเข้ามาโจมตีด่านของทางเจ้าหน้าที่ซึ่งไปตั้งเพื่อที่จะกระชับวงล้อม หรือปิดล้อมการชุมนุม ซึ่งเป็นแนวทางที่เราหวังว่าจะนําไปสู่การยุติการชุมนุมโดยไม่ต้อง มีการปะทะกัน โดยเขาอยู่ในที่ตั้งครับในส่วนของเจ้าหน้าที่ ส่วนในวันที่ ๑๙ นั่นเป็นเรื่องของ การที่จะต้องเข้าไปในพื้นที่สวนลุมพินี ด้วยเหตุผลที่ว่าในช่วงเหตุการณ์การปะทะกันนั้น มีหลักฐานชัดเจนว่าการยิงเอ็ม ๗๙ ออกมาจากบริเวณลานพระบรมรูปรัชกาลที่ ๖ ติดกับ สวนลุมพินี และมีพยานที่เกี่ยวข้องกับการลําเลียงอาวุธจํานวนมากออกมาจากบริเวณ ดังกล่าวไปยังชุมชนบ่อนไก่ ก็เข้าไปตรงนั้นครับ ซึ่งเป็นการปฏิบัติการในช่วงเช้าแล้วก็ เสร็จสิ้นประมาณก่อนเที่ยง มีการสูญเสีย ๖ ราย ๒ รายในนั้นเป็ นทหาร ๑ นาย และผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ๑ คน และหลังจากนั้นจึงเกิดเหตุในเรื่องของการวางเพลิง แล้วก็ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่วัดปทุมวนาราม ผมคิดว่าเราจําเป็นต้องแยกแยะ แล้วก็เมื่อมี การอภิปรายในประเด็นต่าง ๆ ครบถ้วนกว่านี้แล้ว ผมและท่านรองนายกรัฐมนตรีจะได้ ชี้แจงในรายละเอียดในภาพรวมต่อไปครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอดีนายแพทย์ชลน่านมีโน้ตขึ้นมาว่า อําเภอเมือง จังหวัดน่านไม่สามารถรับชม สถานีโทรทัศน์ช่อง ๑๑ ได้นะครับ เรื่องนี้ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมไปแล้ว เมื่อเช้านี้ แต่อย่างไรก็ขอฝากท่านด้วยอีกครั้งหนึ่งนะครับ คุณวิชาญครับ ผมขอให้รวบรัด ด้วยนะครับ เพราะว่าเรามีเวลาจํากัดครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย กรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ ผมว่าท่านนายกรัฐมนตรีไปตรวจสอบใหม่เถอะครับ ถึงบริเวณจุด ที่ท่านกล่าวถึงว่าไม่สามารถที่จะต้องไปปิดไปล้อมเพราะว่าเป็นพื้นที่ที่ประชาชนจะออก ในวันที่ ๑๙ แต่ผมไปทั่วละครับ แม้กระทั่งที่บริเวณพระราม ๑ สนามกีฬา อย่างที่ ท่านบอกนะครับทุกพื้นที่ แยกสารสินเป็นพื้นที่มีด่านทหารทั้งหมดครับ เป็นพื้นที่ควบคุม ผมเข้าไม่ได้ท่านลองถามท่านประธานอภิวันท์สิครับ วันนั้นเข้าไปเข้าไม่ได้ทุกจุดครับ มีทหาร แม้กระทั่งที่เมื่อกี้ผมบอกว่าที่ติดตามท่านไถงเข้าไป ท่านไถงยังโดนทหารไม่ให้ เข้าเลยครับ ๒ จุด ตรงถนนเพชรบุรีอีกจุดหนึ่งเขาไม่ให้เข้า ๒-๓ ที่ไม่สามารถเข้าได้ เป็นพื้นที่ปิดล้อมจริง ๆ ครับ อีกส่วนหนึ่งนะครับ ผมเรียนนิดหนึ่งครับว่า วัดปทุมวนาราม ผมได้ประสานงานท่านปลัดกรุงเทพมหานคร ขอเอาข้าวเข้าไป ท่านปลัดกรุงเทพมหานคร จะจัดให้ ๑,๐๐๐ กล่อง แต่คนในนั้นมี ๓,๐๐๐ คน ๔,๐๐๐ คน ท่านปลัดกรุงเทพมหานคร บอกว่าไม่สามารถที่จะเอาข้าวเข้าไปให้ได้เพราะทหารไม่อนุญาต ท่านนายกรัฐมนตรีไป เช็กสิครับ นี่เป็นเรื่องที่ผมเป็นคนประสานเองแล้วคุยกับท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ท่านเองก็บอกว่าจะหาทางเอาของเข้าไปให้ ผมเรียนว่ามีทั้งคนบาดเจ็บอยู่ในนั้นด้วย

อีกอันหนึ่งเหตุเพลิงไหม้ที่ท่านบอกว่าไหม้ถึง ๒-๓ ครั้ง ที่เซ็นทรัล เวิลด์ ถามว่าเมื่อรู้ว่ามีคนจะทําอย่างนั้น ๒-๓ ครั้ง ทําไมไม่เตรียมรถล่ะครับ เพราะในช่วงนั้น ทําไมไม่เตรียมรถแล้วทําไมไม่จับเพราะเห็นว่ามีแต่เสื้อแดงที่ไปจับที่บ่อนไก่ก็ไปจับมา เด็ก เยาวชน ที่ซี้ซั้วไปเผาที่ตึกต่าง ๆ สื่อมวลชนก็ลงครับเสื้อแดงไปจับหรือแม้ที่เซ็นเตอร์ วัน (Center One) ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิก็ไปจับเขาก็รู้ครับว่าไม่ได้เป็นการกระทําของ คนเสื้อแดง ตรงนี้ท่านต้องพิสูจน์นะครับว่าเป็นจริงหรือไม่จริง แล้วทําไมไม่เตรียม รถนํ้าไว้ล่ะครับ ทําไมไม่เตรียมรถนํ้าไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ อีกอันหนึ่งทําไมกลุ่มอาสาสมัคร ถูกเลือกยิง ผมยังสงสัยครับ จริง ๆ เขาไม่ยิงหรอกครับแต่พวกเขาเหล่านี้จะเป็นคนที่จะ ไปดึงศพเก็บศพออกมา เขาไม่รู้ว่าตายก็ไปเก็บออกมาแล้วเลือกยิงเอาเฉพาะกลุ่มนี้แหละ ท่านลองไปเช็กดูครับ ผู้ก่อการร้ายยิงเฉพาะกลุ่มนี้แล้วที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า จะกล่าวหาเฉพาะผู้ก่อการร้าย แต่ถามว่าผู้ก่อการร้ายที่ท่านเห็นนี้เดี๋ยวท่านจะบอกว่า จะมี ผมถามว่าขณะนี้คนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้ายท่านต้องพิสูจน์ก่อนนะครับ ไปกล่าวหาเขายังถือเสมือนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์นะ เขายังเป็นผู้บริสุทธิ์ตามกฎหมายนะครับ

สุดท้ายผมอยากให้ท่านไปช่วยดูนิดหนึ่ง ขณะที่ผมอภิปรายถึงแม่น้องเกษ เสื้อลายโทรไปแล้วครับ ไปขู่แล้วครับที่ไปรับเช็คเมื่อกี้นี้ละครับ ท่านไปดูครับ พอผม อภิปรายปั๊บทางโน้นถูกขู่เลยครับ อยู่ที่ร่มเกล้าครับท่านไปดูให้ด้วยก็แล้วกัน อย่างนี้ ไม่ชอบ ไม่ถูก ตราบใดที่รัฐบาลขนาดประกาศ พ.ร.ก. นะ แล้วสิ่งที่ท่านประกาศ พ.ร.ก. ไว้ ท่านอย่าทําให้มันนานเกินไปครับ ความรู้สึกชาวบ้านเสีย ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เอาประเด็นสุดท้ายก่อนนะครับ ไม่ควรจะมีใครไป ข่มขู่ใครทั้งสิ้นนะครับ แล้วก็ถ้ามีกรณีเช่นว่าจริงรัฐบาลก็พร้อมที่จะเข้าไปช่วยดูแล อย่างไรท่านกรุณาให้หมายเลขโทรศัพท์ก็ได้ที่จะติดต่อเพื่อช่วยดูแล อันนี้ประเด็นที่ ๑

ทีนี้ใน ๓ ประเด็นที่ท่านถาม เพื่อป้ องกันความเข้าใจผิดครับ

ประเด็นที่ ๑ ท่านบอกว่าในพื้นที่ในบริเวณสยามสแควร์แล้วก็ต่อเนื่องมาถึง สี่แยกราชประสงศ์ ท่านบอกว่าทหารปิดล้อมควบคุมอยู่ ไม่ใช่ครับ ปิดล้อมใช่ครับ เพราะว่า เขาตั้งด่านไว้ ๔ ทิศ แต่อย่างที่ผมกราบเรียนแล้วว่าการกระชับวงล้อมเข้าไปแต่ละทิศ เป็นอย่างที่ผมกราบเรียน ทางสี่แยกศาลาแดงก็จะมาถึงสี่แยกสารสิน ทางถนนเพลินจิต ก็จะมาถึงประมาณถนนชิดลม จากถนนราชปรารภนั้นขณะนั้นอยู่กับที่ ส่วนสนามกีฬา ที่บอกว่าพยายามเข้ามาคุ้มครองก็จะเข้ามาถึงสยามสแควร์เพื่อจะคุ้มครองรถที่จะ ไปดับเพลิง ความหมายของผมก็คือว่าบริเวณข้างในมันไม่ใช่บริเวณที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ ควบคุมได้อยู่ เพราะช่วงนั้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ประสงค์จะเข้าไปเนื่องจากเป็นช่วงที่ผู้ชุมนุมอยู่ในช่วงที่กําลัง จะเดินทางกลับบ้านไม่ต้องการให้เกิดความเข้าใจผิด เพราะผู้ชุมนุมเองกลัวอยู่แล้วว่า ออกมาเจอกับทหารจะถูกจับกุม จะถูกยิงบ้าง เนื่องจากมีการพูดจากันในหมู่ผู้ชุมนุม ในลักษณะนั้น เจ้าหน้าที่จึงต้องอยู่ข้างนอกครับ นั่นคือเหตุผลว่าทําไม ท่านบอกว่า ปิดล้อมแต่ควบคุมพื้นที่ข้างในไม่ได้ อันนี้ประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ที่ท่านบอกว่าประสานกับ กทม. และบอกทหารไม่อนุญาต ผมยํ้าอย่างนี้นะครับ พวกผมก็ประสานกับ กทม. ครับ แต่คําพูดที่บอกว่าทหารไม่อนุญาต ผมเกรงว่าจะเข้าใจผิด คําว่าไม่อนุญาตก็คือว่าเจ้าหน้าที่บอกว่าไม่มีความปลอดภัย และเกรงว่าถ้ามีเจ้าหน้าที่ซึ่งติดอาวุธเข้าไปคุ้มครองจะทําให้เกิดความสุ่มเสี่ยงต่อการปะทะ และการสูญเสียชีวิต ก็เรียนตรง ๆ ครับว่าการตัดสินใจว่าจะเข้าหรือไม่เข้าอย่างไรก็ต้องชั่ง ตรงนั้นแหละครับ แต่นํ้าหนักที่เราให้ก็คือว่าการสูญเสียทรัพย์ไม่สําคัญเท่ากับการสูญเสีย ชีวิต อันนี้คือแนวที่เราได้พูดกันแล้วก็เป็นเหตุผลในการตัดสินใจว่าการที่จะคุ้มครอง รถดับเพลิงหรืออะไรหรือไม่ อย่างไร อันนี้คือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

ประเด็นที่ ๓ ถามว่าไฟไหม้แล้วทําไมคนที่จะจุดไฟรอบที่ ๒ รอบที่ ๓ ไม่เข้าไปจับ ก็เหตุผลเดียวกันทั้งหมดที่ผมกราบเรียนมาครับว่าพื้นที่ดังกล่าวเจ้าหน้าที่ ยังไม่อยู่ในสภาพที่เข้าไปควบคุมพื้นที่ได้และไม่มีความปลอดภัยในการคุ้มครอง คนที่ดับเพลิงแล้วก็ผู้ที่เข้าไปทําหน้าที่เป็นอาสาสมัครในการบรรเทาสาธารณภัย

ท่านประธานครับ บังเอิญท่านพูดสุดท้ายนิดหนึ่งว่าทําไมเจ้าหน้าที่อาสา เป็นเป้ำ ความจริงตั้งแต่ก่อนวันที่ ๑๙ ตั้งแต่ช่วงประมาณวันที่ ๑๔ ศอฉ. ได้ข่าว และได้ให้ข่าวต่อสาธารณะแล้วว่ากลุ่มบุคคลบางกลุ่มเช่นอาสาสมัครและผู้สื่อข่าว จะตกเป็นเป้ำของการทําร้าย อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราได้ประกาศตั้งแต่ต้นแล้วก็ได้พยายามที่จะ ให้ทุกฝ่ายได้ใช้ความระมัดระวังแล้วก็มีการประสานงานด้วยครับว่าทําอย่างไรถึงจะให้ การปฏิบัติหน้าที่ของคนเหล่านี้มีความปลอดภัยมากที่สุดนะครับ อันนี้ก็อยากจะ กราบเรียนชี้แจงในข้อเท็จจริงครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญคุณสุชาติ ลายนํ้าเงิน ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีสาทิตย์ จะขอชี้แจงครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี กรณี ที่เพื่อนสมาชิกจากจังหวัดน่านแจ้งท่านประธานบอกว่าที่จังหวัดน่านรับไม่ได้ ผมได้ตรวจสอบทั้ง ๓ ทางนะครับ

ทางหนึ่ง ก็คือมีการสอบถามสติงเกอร์ (Stinger) ของหนังสือพิมพ์หลายฉบับ ที่จังหวัดน่าน

ทางที่สอง ได้มีการโทรศัพท์ไปสอบถามกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่และจากประชาชน ยืนยันว่าที่จังหวัดน่านรับได้ทั้งการส่งโทรทัศน์ภาคพื้นดิน รับได้ทั้งฝั่งดาวเทียม และเคเบิลทีวี (Cable TV) ที่จังหวัดน่านก็ยังรับสัญญาณช่อง ๑๑ เป็นปกติ ที่จังหวัดน่าน จะมีเครื่องรับส่งโทรทัศน์ช่อง ๑๑ ภาคพื้นดินอยู่ที่เขาแก้วซึ่งห่างจากตัวเมืองออกไป ไม่ไกลนัก เพราะฉะนั้นการส่งสัญญาณออกอากาศที่นั่นเป็นปกติ

กรณีที่เพื่อนสมาชิกกังวลหรือมีข้อมูลว่าที่ตรงไหนรับไม่ได้ ท่านกรุณาแจ้ง ด้วยว่าท่านรับด้วยระบบใด เป็นระบบภาคพื้นดินหรือเป็นระบบดาวเทียม และใช้ระบบใด ในการรับ ถ้าเป็นจานที่เป็นจานดาวเทียม ที่เป็นจานดํานะครับ ทางช่อง ๑๑ ได้มีการย้าย การส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมไทยคม ๒ เป็นไทยคม ๕ และเกือบ ๆ เดือนที่ผ่านมา ก็ได้มีการทําตัววิ่งออกอากาศไปแล้วว่าจะต้องปรับจานรับส่งดาวเทียมหันไปในทิศทางใด เพราะฉะนั้นยืนยันครับว่าที่จังหวัดน่านยังเป็นปกติครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปคุณสุชาติ ลายนํ้าเงิน ๑๕ นาทีครับ ไม่มีเอกสารเผยแพร่นะครับ

นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ลพบุรี 🔗

มีแต่ภาพครับท่านประธาน กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายนํ้าเงิน พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี เขต ๑ พอดีท่านรองนายกรัฐมนตรีกําลังจะลุกไป ประเด็นของผมที่ไม่ไว้วางใจวันนี้ก็ต้องบอก ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์กับท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพที่ไม่ไว้วางใจทั้ง ๒ ท่าน ติดตามไปด้วย ไม่ได้ยื่นก็ออกมาชี้แจงเมื่อกี้เรื่องสื่อ ผมเพิ่มนิดเดียวครับเรื่องสื่อเมื่อเช้านี้ เป็นเรื่องโกลาหล จะเป็นเรื่องจริงไม่จริงท่านไม่รู้ แต่ชาวบ้านโทรมาสายแทบไหม้ครับว่า ช่อง ๑๑ รับไม่ได้ตั้งแต่เช้า เพราะเหตุผลที่ชาวบ้านเขาบอกว่าเขาซื้อจานดาวเทียม ๒๐,๐๐๐ บาท ๓๐,๐๐๐ บาทเขาก็ซื้อมาแต่ดูไม่ได้ เมื่อเช้าท่านรัฐมนตรีชี้แจงว่าเปลี่ยนแล้ว ไปดูที่ดาวเทียมไทยคม ๒ ดาวเทียมอะไร ชาวบ้านไม่รู้ครับ ชาวบ้านไม่รู้หรอกว่า คุณจะเปลี่ยนไปที่ไหน รู้แต่เพียงว่าเมื่อวานนี้ดูได้อยู่แต่วันนี้ดูไม่ได้ช่วงเช้าแค่นั้นเองครับ ท่านรัฐมนตรี

วกมาถึงเรื่องที่ผมจะอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรี กับท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เพื่อผสมผสานกับเพื่อนหลายคนที่พูดไปตั้งแต่เช้า ท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ก็คือท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านเลขาธิการพรรคก็คือ คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ได้ออกมาพูดเมื่อกี้นี้ นิดหนึ่งครับท่านประธาน ครั้งที่แล้ว ท่านบอกว่าท่านมาสภาไม่ได้ตอนเสื้อเหลือง ท่านบอกเห็นขาขาด แต่ความชํ้าใจที่สุด ของประชาชนคนไทยทั้งประเทศวันนี้คนเสื้อแดงมีทั้งประเทศนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ที่เคารพของคนไทยครับ ผมยังไม่เห็นท่านนายกรัฐมนตรีออกมาขอโทษประชาชนเลย ที่มีการตายเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ ๑๐ ตายเกิดขึ้นวันที่ ๑๙ อันนั้นตายจริง หัวขาดครับ ท่านนายกรัฐมนตรี วันที่ ๑๐ ผมเห็นเหตุการณ์ที่ใช้สไนเปอร์ยิงประชาชน นี่มันรุนแรงกว่า ที่ขาขาดที่ท่านไม่มาสภาวันนั้นอีก ถ้าผมเป็นท่านผมอายตั้งแต่วันแรก อายตั้งแต่วันที่ ๑๐ เมษายนที่ประชาชนตาย โดยคุณเอาทหารมาสลายการชุมนุมของพี่น้องประชาชน ชุมนุม ตามกฎหมาย มาตรา ๖๓ ที่เสื้อเหลืองเขาเคยชุมนุม เสื้อแดงเขาก็ชุมนุมแบบนั้นแหละครับ แต่คุณใช้อาวุธทุกชนิด เพราะว่าผมเป็นคนจังหวัดลพบุรี ท่านนายกรัฐมนตรีก็จดประเด็นไว้ ก็แล้วกันว่ามีจริงไหมอาวุธสงครามมาปราบปรามพี่น้องประชาชน ประเด็นวันที่ ๑๙ ทุกคนไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น นํ้าตาไหลทั้งประเทศ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคใต้ นํ้าตาแทบท่วมแผ่นดิน บอกว่ายังไม่เคยได้ยินจากปากนายกรัฐมนตรีประเทศไทยเลย ที่ออกมาขอโทษประชาชนที่มีประชาชนตายเกือบร้อย อันนั้นไม่สําคัญเท่าไร วันนี้ ประชาชนบอกไม่เอาแล้ว ไม่เป็นไร ในเมื่อรังแกกันได้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง สักวันจะต้องเห็น แล้วฝากสภาตรงนี้ที่ท่านไปสั่งทหารให้มาปราบปรามพี่น้องประชาชน วันนี้คุณมีอํานาจ คุณทําไปเต็มที่เลย วันที่คุณไม่มีอํานาจทหารจะเดินบนถนนไม่ได้เหมือน ๑๖ ตุลาคม ทําไมผมพูดอย่างนั้น ท่านประธานครับ พ่อตาผมเป็ นทหารอยู่กรุงเทพมหานคร อยู่รบพิเศษจังหวัดลพบุรี พ่อตาผมบอกเมื่อ ๑๖ ตุลาคมเป็นเหตุการณ์แบบนี้ แต่ก่อนทหาร พ่อเดินออกจากบ้านต้องรีบเปลี่ยนชุดเพราะประชาชนเห็นทหารแล้วเกลียดยิ่งกว่าขี้ วันนี้ ทหารเขาไม่รู้เรื่องหรอกครับ โดนคําสั่งอยู่ ๒ คน โดนคําสั่งนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ กับโดนคําสั่ง ผอ. ศอฉ. คือคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่สั่งให้ทหารมาขอคืนพื้นที่เหมือนกับผม วันนี้กําลังจะขอคืนพื้นที่สภาให้กับผู้แทนราษฎรนี่แหละครับ นี่คือเหตุผลครับ ท่านนายกรัฐมนตรีที่ไม่ไว้วางใจกัน แต่ประเด็นที่มันเจ็บปวดที่สุดสําหรับผมที่จะเติมต่อ จากผู้ที่อภิปรายตั้งแต่เช้าคือประเด็นเรื่องพระ ท่านนายกรัฐมนตรีเจ็บปวดเหมือนผม หรือเปล่าไม่รู้ ผมเป็นคนพุทธ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมนับถือศาสนาพุทธ พ่อแม่ผม พาไปไหว้พระมาตั้งแต่เด็ก วันนี้ผมยังไหว้พระเหมือนเดิม เมื่อกี้ตอนช่วงเช้าที่ผมไม่ได้ อภิปรายผมไปเติมชื่อขึ้นเพื่ออภิปรายนะครับ นายกรัฐมนตรีจะได้เห็นว่านายกรัฐมนตรี ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ นายกรัฐมนตรีไม่ได้ไปดูพระอย่างจริงจัง นายกรัฐมนตรีเพียงแต่ ฟังรายงานมาว่า ทราบว่ารายงาน ทราบข่าวรายงาน ผมถามว่าคนไปรายงานมันจะบอก นายกรัฐมนตรีหมดไหมว่าคนนี้เป็นพระจริงหรือไม่ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ พูดชัดเจนว่าคนห่มผ้าเหลือง ผมอายแทนคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ไม่หาข้อมูล แล้วออกมาพูดแบบนี้ ผมพูดชัดเจนครับ ท่านนายกรัฐมนตรีลองดูนํ้าตาของพระสิครับ ผมอยากจะให้ดู ให้พี่น้องประชาชนคนไทยดูทั้งประเทศ ลองดูครับ นี่คือภาพทหาร ที่ยืนอยู่ที่ ศอฉ. ถ่ายได้ ไม่ต้องบอกว่าเป็นทหารคนไหน ทหารที่นั่นมีทหารจังหวัดลพบุรี อยู่ใน ศอฉ. จะเป็นทหารแตงโมหรือไม่ผมไม่รู้ แต่ภาพที่หลุดออกมา นั่งเก้าอี้จูงพระ เหมือนกับจูงควายเข้าคอก เอาเชือกมัดไพล่หลังแล้วไปนั่งเก้าอี้ ดูนํ้าตาพระสิครับ ดูนํ้าตา ศาสนาสิครับนายกรัฐมนตรี พระรูปนี้ชื่อพระประเสริฐ มีฉายาชื่อพระประเสริฐ สุรปัญโญ อายุ ๔๘ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๕๘ หมู่ที่ ๑๒ ตําบลบางงา จังหวัดลพบุรี ตอนนี้ท่านเปลื้องผ้าเหลือง ปล้นผ้าเหลืองพระไป

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสุชาติครับ มีผู้ประท้วงครับ คุณอรรถพรประท้วงอะไรครับ

สรุปแล้วผมอยากจะขอให้ประท้วงอย่างเดียว ไม่ใช่อภิปรายต่อนะครับ คือการประท้วง ประท้วงว่าไม่สมควรเอารูปพระที่ถูกมัดมือไพล่หลังมาแสดงใช่ไหมครับ ผมวินิจฉัยอย่างนี้ รูปนี้คณะกรรมการซึ่งตั้งโดยท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรได้อนุมัติให้นําเสนอ ในสภาผู้แทนราษฎรได้แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นผมว่าไม่ต้องประท้วงแล้วครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ก็ขอให้ประธานใช้ความรอบคอบ และระวังเป็นพิเศษเมื่อนึกถึงความละเอียดอ่อนของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริง อย่าให้มีการแสดงภาพในอีกหลายด้าน ซึ่งไม่เป็นผลดีกับพระศาสนาเลย พวกเรา ก็ภาพเยอะแยะหมดครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ต้องอย่างนี้เมื่อคณะกรรมการอนุญาตให้นํามาเสนอได้ ผมก็จะต้องอนุญาตไปตามที่ คณะกรรมการอนุมัติ ส่วนรูปใดหรือคลิป วิดีโอใดที่คณะกรรมการไม่อนุญาต ผมก็จะต้อง ไม่อนุญาตเช่นเดียวกัน ซึ่งเดี๋ยวของคุณอรุณีจะมีอยู่รูปหนึ่งที่คณะกรรมการไม่อนุญาต เชิญคุณสุชาติต่อครับ

นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ลพบุรี

ต้องกราบขอบคุณท่านประธานอย่างสูง ผู้ประท้วงใจเย็น ๆ นะครับ เพราะวันนี้ผมเป็นคนพุทธ ที่ต้องเอาเรื่องจริงมาให้ดูนี่ เพราะผมต้องโน้มน้าวแล้วพูดเรื่องจริงให้พี่น้องประชาชน หรือพระ หรือคนไทย ที่ดูอยู่ ทั้งประเทศได้เห็นความเป็นจริงของรัฐบาลนี้ว่าโหดเหี้ยมอํามหิตขนาดไหน ผมต้องพูด อย่างนี้ครับท่านประธาน เพราะ ๑. พระองค์นี้อยู่ที่บ้านผม จังหวัดลพบุรี เมื่อกี้นี้ประท้วง ผมเลยลืมไปเลยว่าอยู่ตําบลอะไร ยํ้าอีกรอบครับท่านประธาน พระองค์นี้ชื่อพระประเสริฐ นามสกุล โตสกุล อายุ ๔๘ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๕๘ หมู่ที่ ๑๒ ตําบลบางงา อําเภอท่าวุ้ง ตอนนี้ติดคุกอยู่แดน ๑ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพครับ มีฉายาชื่อพระประเสริฐ สุรปัญโญ คนท่าวุ้งทั้งอําเภอ จังหวัดลพบุรี ยกมือไหว้ตลอด พระองค์นี้มาแค่ร่วมชุมนุมไม่ได้มา ทุกวันด้วยซํ้าไป เพียงแต่วันนั้นจะมาเพื่อบอกให้พี่น้องทหารอย่าไปยิงชาวบ้าน แค่นั้นเอง ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ แล้วรูปภาพที่ผมได้มาได้มาจากทหารแตงโม ที่จังหวัดลพบุรี เขาโทรบอกผม ท่าน ส.ส. พระบ้านเราถูกจับมัดมือไพล่หลังอย่างกับทาส นี่คือความเป็นจริง วันนี้ท่านต้องกล้าสู้ความจริงสิครับ อย่าไปบอกว่าคนห่มผ้าเหลือง นี่คือพระจริง ๆ รูปที่ ๑ รูปที่ ๒ ที่ต้องบอกกัน พระมีฉายาจริง ๆ ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ชื่อพระศรีอริยะ อริวังโส อายุ ๕๔ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๑๑๑ หมู่ที่ ๓ ตําบลวังเพิ่ม

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงครับ คุณบุญยอดประท้วงอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านผู้ทําหน้าที่ประธานครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร เมื่อสักครู่ผมได้ยิน ท่านอธิบายว่า ส.ส. ท่านนี้ไม่ได้ขออนุญาตในการนําเอกสารเข้ามาใช้ในการอภิปราย นี่ ๒ ภาพแล้วนะครับ ตกลงว่าท่านได้รับอนุญาตหรืออย่างไรครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ที่ผมอนุมัติให้ได้ก็เพราะว่าเป็นรูปเดิม เป็นรูปที่มีการอนุมัติจากคณะกรรมการไปแล้ว เป็นรูปเดิม รูปเดียวกันเลย เพราะฉะนั้นก็น่าจะใช้ได้ครับ เชิญครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ขออนุญาตครับท่านประธาน รูปที่ ๒ ผมยังไม่ได้เห็นมาก่อน รูปแรกเห็นแล้วครับ ผมเข้าใจว่ารูปที่ ๒ ยังไม่ได้มี การขออนุญาตครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

รูปที่ ๒ ก็เป็นรูปเดียวกัน เป็นรูปพระเท่านั้นเองครับ ผมว่าคุณสุชาติเพื่อความสบายใจ ไม่ต้องเสนอรูปก็ได้ เพราะว่าเป็ นที่ทราบกันดีอยู่แล้ว เมื่อกี้ได้ดูไปครั้งหนึ่งแล้ว เชิญคุณสุชาติอภิปรายต่อครับ

นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ลพบุรี

คืออย่างนี้ครับท่านประธาน วันนี้ต้องเอา ความจริงมาบอกกัน พระแต่ละรูปผมไม่อยากพูดต่อมันจะชํ้าใจศาสนาพุทธไปยิ่งมากกว่านี้ มีอดีตท่านใหญ่ ๆ ไปขอเยี่ยมที่คุกไม่ให้เยี่ยม แล้วผมเอามาพูด อย่าเพิ่งสะท้อนใจสิครับ ทนฟังกันก่อนสิครับ เวลานายกรัฐมนตรีชี้แจงผมยังฟังเลย นี่ผมเอาเรื่องจริงมาบอก พี่น้องประชาชน ฟังผมหน่อยสิครับ ทนนิดเดียวครับ รูปที่ ๒ ที่ผมเอ่ยชื่อไปเมื่อกี้นี้ มีฉายาด้วยครับท่านรองนายกรัฐมนตรี ชื่อพระศรีอริยะ อริวังโส อยู่จังหวัดขอนแก่น

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมต้องขออย่างนี้นะครับ เพราะว่าคุณสุชาติไม่ได้ขอเผยแพร่รูป ผมอนุญาตให้ ๒ รูป ก็พอประมาณแล้วนะครับ ขอเชิญคุณสุชาติอภิปรายต่อครับ

นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ลพบุรี

ไม่เป็นไรครับท่านประธาน ท่านไม่ให้รูป เอาชื่อก็ได้ เอารูปแรกก่อน รูปแรกนี่ท่านให้ใช่ไหมครับ รูปแรกนี่คือพระบ้านผมต้องให้ เพราะจับพระบ้านผมไปมัดมือไพล่หลังไว้อย่างนี้ มีลายเซ็นสภาอนุญาตแล้ว ไม่เป็นไรครับ เอาความเจ็บชํ้าพูดกันต่อไปก็แล้วกัน รูปที่ ๓ ชื่อ พระสมบูรณ์ มุทุกันต์ อายุ ๖๑ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๗๗ หมู่ที่ ๑ ตําบลป่าโมง อําเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี ถูกจําคุก อยู่ที่แดน ๙ นะครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพครับ นามสกุลมุทุกันต์ ท่านย้อนกลับไป ในฐานะที่ท่านเป็นผู้ใหญ่มากกว่าผม ผมเป็นเด็กน้อยกว่าท่าน ท่านไปดูว่านามสกุลนี้ ปิ่น มุทุกันต์ เป็นถึงผู้หลักผู้ใหญ่ ในชาติ ในศาสนา ในแผ่นดิน ที่นี่ประเทศไทยครับ ท่านอายุ ๖๑ ปี ท่านก็มาในฐานะที่เป็นพระสงฆ์องค์เจ้าที่ไม่อยากเห็นมีการฆ่ากัน เหมือนกัน แต่วันนี้ความบอบชํ้าของศาสนาที่ทหารไม่อยากรังแกแต่ต้องทําตามนายสั่ง เอาพระไปสึกในคุก ท่านยังไม่ได้เปล่งวาจาด้วยซํ้า

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงแล้วครับ คุณอรรถพรประท้วงอะไรครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วง ผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ นะครับ การได้กล่าวอ้างถึงเหตุการณ์ซึ่งผมยํ้าอีกครั้งหนึ่งว่า จะมีผลอย่างยิ่งต่อความรู้สึกของพี่น้องประชาชนคนไทยโดยปราศจากการอธิบาย ถึงเหตุที่มาก่อนที่จะมีผล ถ้าพระที่ท่านเอ่ยอ้างบิณฑบาตอยู่เฉย ๆ ที่วัดไม่มีใครมากระทํา อะไรได้ครับ แต่ว่าท่านได้เล่าถึงพฤติการณ์ว่าก่อนหน้านั้นพระเหล่านี้ทําอะไรบ้าง ถูกหรือเปล่า

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมต้องวินิจฉัยอย่างนี้นะครับ เมื่อท่านผู้กล่าวหาได้เล่าเรื่องเหตุการณ์จะจริงเท็จอย่างไร ไม่เป็นที่ประจักษ์นะครับ เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านก็จะต้อง มากล่าวชี้แจงให้พี่น้องประชาชนได้ทราบว่าสิ่งตามข้อกล่าวหาจริงหรือไม่จริงอย่างไร เราก็ต้องฟังทั้ง ๒ ด้าน แต่ขอให้รวบรัดด้วยครับ ท่านสุชาติเชิญต่อครับ

นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ลพบุรี

ท่านประธานต้องหักเวลาที่ประท้วงผม ไปด้วยนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เวลาประท้วงเขาหักเวลาอยู่แล้วครับ

นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ลพบุรี

เพราะเรื่องของเรื่องนี่ผมบอกให้ทนฟัง นิดหนึ่ง เพราะวันนี้เราเป็นคนพุทธด้วยกัน ศาสนาเดียวกัน แต่การรังแกไม่เหมือนกัน ผมเป็นคนพูดอย่างนี้ ที่เอาเรื่องจริงมาพูดนี่ท่านต้องทนฟังหน่อย ผมบอกว่านามสกุล มุทุกันต์นี่เป็ นถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในชาติในแผ่นดินของเรา แต่วันนี้เขามาเรียกร้อง ประชาธิปไตยพระท่านก็มาร่วมด้วยแค่นั้นเอง มาก็แค่มาบอกว่าอย่าฆ่าประชาชน อย่ายิงประชาชน แสดงว่าพระท่านเห็นการยิงจริงตั้งแต่วันที่ ๑๐ วันที่ ๑๙ ท่านถึงมาห้าม นี่ท่านประธานเหตุผลมันอยู่ตรงนี้ รูปที่ ๔ พระบุญมี เดชปัญญา หรือชูบุญ อายุ ๔๖ ปี เป็นพระสงฆ์อยู่วัดโชคอํานวย ตําบลกุดชุม อําเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี อยู่บ้านเลขที่ ๔๖ หมู่ที่ ๓ ตําบลกุดชุม อําเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี จําคุกอยู่แดน ๙ ไม่ได้เปล่งวาจาสึกเหมือนกัน ท่านบอกว่าในเมื่อรัฐบาลนี้จับท่านไป ท่านก็ขอไปรักษาศีลอยู่ในคุกก็แล้วกัน นี่มันเป็นความบอบชํ้าอย่างใหญ่หลวง รูปที่ ๕ ท่านประธานครับ ชื่อ พระสุนัย ขาวอ่อน อายุ ๔๘ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๒๒ หมู่ที่ ๔ ตําบลศรีสุทโธ อําเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ติดคุกอยู่แดน ๖ ท่านต้องถามต่อว่า เอ๊ะ เมื่อกี้นี้ มีคนประท้วงผมว่าพระทําไมมาร่วมชุมนุม ท่านไม่แหกหูแหกตาหรือครับว่าประชาชน จังหวัดอุดรธานีเขามาอยู่กรุงเทพมหานครกี่คน คนมาเป็นหมื่นคน แล้วพระมารูปสองรูป นี่มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมา พอพระมามีเหตุผลที่ว่าพระจะผิด

(นายอาคม เอ่งฉ้วน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ คุณอาคม เอ่งฉ้วน เชิญครับ

นายอาคม เอ่งฉ้วน กระบี่

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อาคม เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ กระผมเห็นว่าต่อกรณีที่นําพระ มาอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้มันเกินความจริง มันเกินเลยครับ แล้วท่านใช้คําพูดว่า แหกหูแหกตา ท่านประธานต้องยอมรับนะครับว่าการชุมนุมนี้ไม่ใช่เป็นการชุมนุมโดยสงบ ถ้าชุมนุมโดยสงบไปจับใครไม่ได้

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คือท่านต้องประท้วงแล้วพูดในเรื่องประท้วงนะครับ การประท้วงแล้วกล่าวหาอีกฝ่ายหนึ่ง ไม่ใช่การประท้วงที่ถูกต้องนะครับ

นายอาคม เอ่งฉ้วน กระบี่

ท่านพูดไม่ได้เพราะว่าท่านไม่ได้นํา เหตุการณ์ทั้งหมดมาพูด ท่านต้องบอกว่าพระที่มาอยู่ในการชุมนุมนั้นเป็นพระที่ มส. มหาเถรสมาคมเขาประกาศว่าห้ามชุมนุม พระเหล่านี้เข้าไปร่วมชุมนุมไม่ได้ เพราะมัน ไม่ใช่ชุมนุมโดยสงบ ไม่ใช่เรื่องออกมาดูแลชาวบ้าน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านประท้วงแต่ท่านไม่มีหน้าที่ในการชี้แจงครับ เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรี กับท่านรองนายกรัฐมนตรีก็จะชี้แจงแบบที่ท่านอาคมพูดนี่แหละครับ ขอเชิญท่านนั่งลงครับ ผมจะวินิจฉัยครับ ต้องขอคุณสุชาติใช้คําพูดที่เหมาะสมกว่านี้นะครับ คําว่าแหกหูแหกตา ก็ต้องขอให้ถอนคําพูดเถอะครับ คํานี้นะครับถือว่าเป็นคําไม่เหมาะสมครับ ขอเชิญ ถอนคําพูดก่อนครับ ใช้คําพูดอื่นที่เหมาะสมกว่านี้ครับ

นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ลพบุรี

ท่านประธานที่เคารพ เมื่อกี้ผมก็พูดไป เรื่อย ๆ แล้ว ผมก็บอกว่าแหกหูแหกตา ท่านลองไปเปิดพจนานุกรมดูคําว่าแหกหูแหกตา แปลว่าอะไร ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มันเป็นคําพูดที่ไม่เหมาะสมที่จะพูดในสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ขอใช้คําพูดอื่นครับ ขอให้ถอนคําพูดครับ

นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ลพบุรี

ผมเป็นผู้แทนราษฎรที่ฟังท่านประธาน อยู่แล้ว ผมเปลี่ยนจากแหกหูแหกตาเป็นไม่ลืมหูลืมตาดูประชาชนก็แล้วกันได้ไหมครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถอนคําพูดแหกหูแหกตาก็เป็นใช้ได้แล้วครับ

นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ลพบุรี

ผมขอถอนคําพูดคําว่าแหกหูแหกตา

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็เชิญอภิปรายต่อครับ เหลือเวลาอีก ๔ นาทีนะครับ

นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ลพบุรี

แล้วก็ท่านไม่ลืมหูลืมตาดูว่าประชาชน เขามาชุมนุมอยู่กรุงเทพฯ เท่าไร ภาคเหนือมาเท่าไร ภาคอีสานมาเท่าไร รวมกับพี่น้อง ภาคใต้ก็ยังมีในม็อบ นี่คือความเป็นจริง แต่เอาละเราไม่ได้พูดเรื่องนั้น ผมเจ็บใจตรงที่ท่าน เอาพระไปติดคุกโดยที่ท่านไม่ได้เปล่งวาจาสึก แล้วท่านยังมาบอกอยู่เมื่อกี้กับ พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศว่าคนห่มผ้าเหลือง ท่านประธานรับได้ไหมครับ วันนี้ ผมเป็นคนพุทธ พ่อแม่ผมบอกให้รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ คําว่า ชาติ ศาสนา ศาสนาคือศาสนาพุทธ ตัวแทนศาสนาพุทธคือพระสงฆ์องค์เจ้า วันนี้ท่านลืมแล้วหรือครับ หรือท่านคิดว่าท่านคุกคามสื่อ ทําลายสงฆ์ได้ ๒ อย่างนี้ท่านทําได้หรือครับ ท่านต้อง ไม่กล้าทําสิครับ เพราะว่าท่านเป็นคนพุทธ แต่วันนี้ท่านทําไปเกินเลยเหลือเกิน ที่ผมบอกว่า คุกคามสื่อท่านลองไปดูว่าจริงอย่างที่ผมพูดไหม ทําลายสงฆ์อย่างที่ผมพูดจริงไหม ท่านประธานครับ นี่คือเรื่องที่ต้องพูดกันครับ ต้องบอกกันเวทีอื่นมันก็คงไม่ดี เท่าเวทีสภาผู้แทนราษฎร วันนี้ผมมาจากประชาชนเลือกมาเป็นผู้แทนราษฎร ๑ เสียง เหมือนท่าน ใช้อํานาจสภาเต็มที่

แล้วที่เจ็บปวดไปกว่านั้นผมต้องพูดต่อไปถึงท่านด้วย ฝากท่านเป็ น ผอ. ศอฉ. ท่านไปล็อกบัญชีผู้แทนราษฎร ไปล็อกบัญชีคนอื่นมั่ว ๆ ไปหมด ทําไมผมพูดว่า มั่ว ๆ ท่านประธานไปเช็กชื่อนะครับ พิมพา จันทร์ประสงค์ ไม่ได้อยู่พรรคเพื่อไทย ไม่ได้อยู่ พรรคไทยรักไทย ไม่ได้อยู่พรรคพลังประชาชน แต่โดนอายัดห้ามทําธุรกรรมเพราะว่า พิมพาจะเอาเงินมาส่งคนเสื้อแดง ไม่บ้าก็เสียสติแล้วครับ ศอฉ. คณะนี้ เพราะว่าหลงนะครับ หลงไปคิดว่าลูกชายคุณพิมพาอยู่จังหวัดนนทบุรีแล้วมาเป็นผู้แทนราษฎรอยู่พรรคเพื่อไทย ผมเลยบอกว่าไม่มีการตรวจสอบ เป็นการมั่วจนจําสติไม่ได้ แล้วก็ไม่พอใจใครท่านก็ แกล้งเขาหมด เอาชื่อไปใส่ห้ามทําธุรกรรม ยกตัวอย่างผม ท่านประธานครับ มีเงินในบัญชี ๘๕๐ บาท เพราะผมเป็นผู้แทนราษฎรที่จนที่สุด บัตรเครดิตใช้ไม่ได้ ทุกเช้าจะมาสภา ต้องขอสตางค์เมียเติมนํ้ามัน เหตุผลที่มาสภาก็อยากมาอภิปรายนี่แหละครับท่านประธาน เพราะไม่มีสตางค์มาจากจังหวัดลพบุรีมานี่ใช้เงินประมาณพันกว่าบาท เขาบอก ท่าน ส.ส. สุชาติ ถ้าจะใช้สตางค์ต้องไปบอก ผอ. ศอฉ. ก่อน เพราะเขาอายัดบัญชีท่าน ผมบอกบ้าแล้วครับ ทําไมพูดอย่างนี้ ผมอยู่กับแม่ผมมา บางทีแม่ไม่ให้ยังลักได้ นี่ ศอฉ. จะไปลักอย่างไร คุณเล่นล็อกเลย คุณเล่นมั่ว แล้วก็คุมเขาทั้งหมด ๑๐๖ คน บริษัท ห้าง ร้าน ผมฝาก ศอฉ. ไปด้วยนะครับ วันนี้ข่าวมาจริงเท็จแค่ไหนไม่รู้ มีตําแหน่งยศพลโทคนหนึ่งผมเอ่ยชื่อแล้วท่านไปเช็กว่าจริงไหม เขาบอกว่าตอนนี้ ใครอยากปลดบัญชีไปเสียสตางค์เป็นพิเศษแล้วจะกดให้คนที่โดนล็อกอยู่ ท่านไม่ต้อง ประท้วง ท่านไปเช็กดูว่าจริงไหม วันนี้ท่านพาทหารเสียหมด แต่ก่อนนี้ทหารเขาไม่เคย ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองเลย ท่านเสียอีกครั้งที่แล้วท่านเป็นฝ่ายค้าน ท่านบอกว่าไม่อยากให้ ทหารเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง ตอนที่ผมเป็นรัฐบาลคุณด่าผมฉอด ๆ อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับ ทหารเขา อย่าไปสั่งทหารเขา แต่วันนี้ผมถามท่านอภิสิทธิ์กับท่านสุเทพดูสิครับ ท่านพาทหารลงมามั่วกับการเมืองจนเสียสติจําไม่ได้ สักวันหนึ่งทหารเขาจะเดินบนถนน อย่างไร เพราะวันนี้ทหารลงมายุ่งการเมืองทุกเรื่องท่านลองไปดูสิครับ กระชับพื้นที่ กระชับวงล้อม สภานี้กระชับขอพื้นที่คืนไม่รู้กี่รอบครับท่านประธาน ผมเคยมาสภา อย่างกับสนามรบ

นี่คือคนจังหวัดลพบุรีครับท่านประธาน ฝากท่านไว้ด้วยว่าที่ผมอภิปรายไป ที่ไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรีกับท่านรองนายกรัฐมนตรี ถ้าไม่ใช่เรื่องจริง ไม่ใช่ความจริง ท่านฟ้ องผมเลยครับ แต่ถ้าเป็นความจริง ๒ คนท่านรับผิดชอบประเทศอย่างไร คําออกจาก ปากท่าน ๒ คนยังไม่มีเลยว่าจะขอโทษประชาชนอย่างไร ขอโทษพระสงฆ์องค์เจ้าอย่างไร ขอบคุณมากครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ ครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ ก็อย่างที่กราบเรียนแล้วว่าที่จริงตั้งใจว่าจะนั่งฟังไปแล้วก็จดบันทึกเอาไว้ว่าคงจะมี ประเด็นที่ซํ้าๆ กันอยู่แล้วผมก็จะได้ชี้แจงในคราวเดียว แต่ว่ากรณีที่ท่าน ส.ส. สุชาติ ลายนํ้าเงิน พูดถึงเรื่องพระ ผมก็เกรงว่าจะทําให้กระทบกระเทือนความรู้สึกของ พุทธศาสนิกชน ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานอย่างนี้ครับว่าต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัตินะครับ ในพฤติกรรมที่แสดงในที่ชุมนุมนั้นแยกแยะยากจริง ๆ ครับว่าเป็นพระจริง หรือว่าเป็นคนห่มผ้าเหลือง ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่าภาพนี้ผมได้แสดงเมื่อสักครู่ ครั้งหนึ่งแล้ว นี่ครับแต่งตัวเป็นพระเต็มที่เลยนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์คนเสื้อดํา มีจีวรเรียบร้อย ชัดเจน ถ้าท่านเป็นเจ้าหน้าที่ท่านจะทําอย่างไรครับ เพราะพอวันถัดมาเราจับกุมได้ อยู่ในชุดรบแล้วครับ มีอาวุธครบเลยครับ คนนี้ชื่อ สุขปัญญา คดขวาน้อย อาวุธพร้อมเลย แสดงอยู่ ตํารวจจับกุมได้ ท่านประธานครับ มันถึงทําให้ผมตอบยาก เวลาผมจะชี้แจง ผมเข้าใจครับท่านพูดในมุมหนึ่งแต่ว่าคนปฏิบัติหน้าที่เขาก็ลําบากใจ ที่ท่านอ้างว่า เป็นพระทั้ง ๔ รูป ผมก็ไม่เถียงกับท่านละครับ แม้ว่าท่านจะพูดชื่อผิดไปบ้าง เช่น สมุทร ขาวอ่อน ท่านบอกว่าสุนัย ขาวอ่อน อะไรนี้นะครับ แต่ว่าท่านก็คงหาข้อมูลมา เหมือนผมนี่แหละ แต่ผมอยากจะเรียนว่า ๔ ท่านนี้วันนี้ไม่ได้เป็นพระแล้ว อยู่ในคุกอย่างที่ ท่านว่าเพราะเป็ นผู้ต้องหา ทําไมต้องเป็ นผู้ต้องหาครับ เพราะจับกุมได้ซึ่งหน้า เป็นความผิดซึ่งหน้า จับที่ไหนครับ จับที่ตึกบางกอกเคเบิลเมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ตึกนั้นระดมยิงเจ้าหน้าที่เสียชีวิต ผู้สื่อข่าวเสียชีวิต แล้วก็มีคนห้อมล้อมตึกอยู่ข้างล่าง ป้ องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ขึ้นไปจับกุมมือปืนที่ยิงอยู่ข้างบน เข้าไปจับกุมทั้งหมดได้ ๘๕ คน ก็ติดคนที่ท่านว่าเป็นพระมา ๔ รูปด้วยก็ต้องเอาไปสึกถามว่าสึกได้ไหมครับ มหาเถรสมาคม เขาบอกครับว่ากรณีที่มีความผิดซึ่งหน้าเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวได้ทันทีแล้วก็ ดําเนินการสึกตามระเบียบ ท่านประธานลองดูสิครับ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ไปเปลื้องจีวรนะครับ ตอนที่กําลังอาละวาดกันอยู่ ไม่ห่มจีวรอยู่แล้วครับ ไม่มีจีวรติดตัวอยู่แล้ว คาดเข็มขัด ทหารครับ มีกระติกนํ้าเรียบร้อย อย่างนี้จะว่าอย่างไรครับ แล้วถ้าพระคุณเจ้าปฏิบัติธรรม อยู่ที่วัดไม่ไล่ตีทหารอย่างนี้ใครจะไปจับครับ ถ้าท่านจําวัดอยู่ของท่าน ปฏิบัติธรรมตามปกติ นี่กําลังตีทหารอยู่ ชุดดําก็ตีทหาร พระก็ตีทหาร แล้วจะให้เจ้าหน้าที่ผมทําอย่างไรครับ

ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานที่เคารพว่า เราไม่ได้มีเจตนาที่จะมุ่งร้ายกับใครคนใดคนหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นการเฉพาะ เจ้าหน้าที่เข้าไประงับเหตุ เมื่อเจอคนที่ทําความผิดซึ่งหน้าก็ต้องจับกุมครับ ที่จริง พระคุณเจ้าถ้าเป็นพระคุณเจ้าจริง ๆ ก็ต้องเรียกว่าที่ตรงนั้นอโคจรแล้วครับ ไปอยู่ไม่ได้ แล้วก็เอาไม้ไปไล่ตีเจ้าหน้าที่อยู่อย่างนี้ก็ไม่ได้ครับ พระคุณเจ้าต้องมีเมตตามากกว่านี้ ผมถึงบอกว่าเป็นแค่คนห่มผ้าเหลือง ถ้าท่านจะบอกว่าผมเป็นคนไม่มีศาสนา ผมจะเรียน กับท่านครับ ผมบวชเรียนมาแล้วเหมือนกัน บวชที่วัดสวนโมกข์ เมื่อวานซืนนี้ผมก็ไป เวียนเทียนมาที่วัดชลประทานครับ ผมยังปฏิบัติธรรมของผมอยู่ตามปกติครับ

แล้วก็ที่ท่านพูดเมื่อสักครู่ผมต้องขอชี้แจงนิดหนึ่งครับท่านประธาน คุณสุชาติบอกว่าทําไมท่านนายกรัฐมนตรีไม่ขอโทษประชาชนเหตุที่มีสไนเปอร์ ไปยิงประชาชนเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ท่านพูดเองว่ามีสไนเปอร์ไปยิงประชาชนวันนั้น ผมได้กราบเรียนกับท่านแล้วว่าการปฏิบัติการเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ที่เจ้าหน้าที่เข้าไป ขอพื้นที่คืนนั้นไม่มีคนซุ่มยิง คนแม่นปืน เจ้าหน้าที่ ขึ้นไปประจําอยู่ตึกสูงที่ไหนทั้งสิ้น พวกที่ไปอยู่เป็ นบนตึกสูงแล้วยิงคนวันนั้นเป็ นพวกผู้ก่อการร้าย แล้วท่านจะให้ ท่านนายกรัฐมนตรีกับผมขอโทษแทนผู้ก่อการร้ายเหล่านั้นหรือครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณผ่องศรีจะใช้สิทธิพาดพิงใช่ไหมครับ ผมเรียนอย่างนี้ครับ การอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะใช้สิทธิพาดพิงได้เฉพาะกรณีที่ทําให้เสียหาย เมื่อกี้คุณสุชาติ ลายนํ้าเงิน ยังไม่ได้ พาดพิงถึงชื่อคุณผ่องศรีเลยครับ ผมไม่อนุญาตให้ใช้สิทธิพาดพิงครับ เพราะว่า ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงไปเรียบร้อยแล้วนะครับ ผมคงอนุญาตให้ไม่ได้ครับ เพราะว่าไม่ได้พาดพิงนะครับ ท่านต้องใช้สิทธิพาดพิงที่ทําให้เสียหายนะครับ ผมจะฟังนะครับ

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ลพบุรี

ท่านประธานคะ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันเข้าใจดีว่า ถ้าไม่พาดพิงให้เสียหาย ดิฉันคงไม่รบกวนเวลาของสภานะคะ เพราะว่าดิฉันก็ทนฟังมา ตั้งแต่เช้าแล้ว

ประการแรก ก็คือท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านสุชาติ ลายนํ้าเงิน ก็เคารพว่าเป็น ส.ส. จังหวัดเดียวกัน แต่ว่าท่านพูดหลายครั้งทําให้ จังหวัดลพบุรีได้เป็นข้อมูลที่เสียหาย แล้วก็เป็นข้อมูลที่เป็นเท็จ ท่านพูดถึงพระที่บวชนะคะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ไม่ใช่การพาดพิงนะครับ เป็นการอภิปรายซึ่งเดี๋ยวท่านให้ข้อมูลก็ได้ครับ ให้ข้อมูลท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี แล้วให้ท่านตอบนะครับ ผมเปิด โอกาสให้ท่านใช้สิทธิพาดพิงอย่างนี้ไม่ได้นะครับ ขอเชิญนั่งลงเถอะครับ คือการอภิปราย ไม่ได้ครับ ไม่อย่างนั้นผมก็จะถือว่าทําหน้าที่ไม่เป็นกลางนะครับ ผมจะต้องรักษาไว้ เคร่งครัด เมื่อกี้คุณสุชาติก่อนหน้านี้ผมก็ไม่ให้อภิปรายนะครับ เชิญนั่งลงเถอะครับ แล้วเดี๋ยวท่านให้ข้อมูลให้ท่านนายกรัฐมนตรีหรือท่านรองนายกรัฐมนตรีชี้แจงได้นะครับ เราจะได้อยู่ในกติกา

(นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณสุชาติไม่ต้องประท้วงครับ เชิญนั่งลงเถอะครับ เชิญนั่งลงครับ เพราะว่าท่านอภิปราย จบแล้วนะครับ ท่านจะซักถามต่อหรือ คือจะต้องหักเวลาของฝ่ำยค้านเองนะครับ เชิญครับ

นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ถ้าผมไม่พูดจะเกิดความเสียหาย ที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีออกมาพูดเมื่อกี้นี้ว่าพระซ้อนรถ ไปยิงหรือมีอาวุธอะไรก็แล้วแต่ ที่ผมนํามาพูดผมไม่ได้เอารูปตรงพระขี่มอเตอร์ไซค์มาพูด ผมเอารูปจริง ๆ ที่พระที่มีชื่อ มีตัวตน คนละรูปกับที่ท่านเอามาโชว์ให้พี่น้องประชาชน ผมเกรงว่าพี่น้องประชาชนจะเข้าใจผิดว่าผมมากล่าวหาท่านรองนายกรัฐมนตรี กับท่านนายกรัฐมนตรี โดยเอาพระรูปที่ท่านไปได้รูปซ้อนมอเตอร์ไซค์มา ที่ท่านบอกว่า ห่มผ้าเหลือง แต่ของผมนี่มันชัดเจน ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ๕ รูปนี้มีชื่อจริง อยู่ในคุก ผมบอกว่าถ้าไม่ใช่ท่านฟ้ องผมเลย แต่ถ้าใช่ท่านขอโทษประชาชน ขอโทษพระสงฆ์องค์เจ้าท่านบ้าง แต่ท่านกลับไปเอารูปอีกรูปหนึ่งที่ว่าพระมาก่อกวน ผมเรียนท่านครับว่าถ้ามีผู้ร้ายอยู่ตรงนั้นท่านจับผู้ร้ายไม่ได้แต่จับพระได้ ประเทศไทย เป็นอย่างนี้ไปแล้วหรือครับ นี่คือเหตุผลของผมครับท่านประธาน แล้วข้อหาผู้ก่อการร้ายด้วย วันนี้พระทั้งประเทศถ้าห่มผ้าเหลืองเป็นผู้ก่อการร้ายใช่หรือไม่ครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ต้องขอทําใจอดทนฟังนะครับ แล้วให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพท่านตอบครับ เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ ผม สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ตั้งใจจะต่อความยาวสาวความยืด แต่ว่าอยากจะทําความเข้าใจกับท่านสุชาติ ลายนํ้าเงิน ผมก็พยายามรักษาหน้าท่านนะครับ ที่จริงผมไปเช็กมาแล้วครับ คนที่ชื่อประเสริฐ สุรปัญโญ ที่ท่านพูดถึงว่าอยู่ที่บ้านเลขที่ ๕๘ หมู่ที่ ๑๒ ตําบลท่าวุ้งนี่ ผมไปตรวจแล้วครับ นายก อบต. ที่นั่นเขาบอกว่าคนนี้ หายออกจากบ้านตั้งแต่เด็กแล้ว เช็กกับเจ้าคณะจังหวัดที่นั่น ไม่มีชื่อพระคนนี้ในสารบบ ของพระที่จังหวัดลพบุรีครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คงไม่ต้องหรอกครับ ไม่อย่างนั้นก็โต้กันไปโต้กันมา คือท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ ก็ได้บอกแล้วว่าไปสํารวจมาเป็นข้อเท็จจริงอย่างนั้น ท่านสุชาติมีอะไรครับ

นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ถ้าไม่จริงผมบอกแล้วให้ฟ้ องผม แต่นี่พี่ชายพระรูปนี้มาหาผมเมื่อวานบอกว่าท่าน ส.ส. ช่วยประกันน้องชายผมออกมาด้วย เพราะเมื่อวานก่อนผมประกันออกไปคนหนึ่ง ที่จังหวัดลพบุรีใช้เงินประกัน ๘๕,๐๐๐ บาท คือคุณสมบัติ สุขได้พึ่ง คุณสมบัติบอก ท่านสุชาติยังมีพระบ้านเราติดคุกอยู่ที่แดน ๑ อีกรูปหนึ่งคือพระประเสริฐ โตสกุล ฉายาพระประเสริฐ สุรปัญโญ ผมคิดว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีคงไปได้ข้อมูล

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุชาติก็ต้องไปสํารวจมาให้ได้ว่าบวชอยู่วัดไหนจะได้เป็นข้อมูลนะครับ

นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ลพบุรี

เดี๋ยวผมจะเอาเรื่องจริงมาให้ว่าพระบวช จริงไหม พระมีตัวตนไหม เพียงแต่ท่านได้ข้อมูลข้างล่างท่านบอกว่าไม่จริงนี่ เดี๋ยวท่านจะ เสียเปรียบผมไม่ใช่ครับ ขอบคุณมาก

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเป็นคุณอรุณี ชํานาญยา ๓๐ นาที คุณอรุณีได้รับอนุญาตให้นํารูปภาพเหตุการณ์ จํานวน ๙ ภาพแล้วก็เสื้อจํานวน ๑ ตัวมาแสดงในที่ประชุมได้ครับ ขอเชิญคุณอรุณี ชํานาญยา ครับ

นางสาวอรุณี ชํานาญยา พะเยา 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวอรุณี ชํานาญยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตที่จะกล่าวยืนยันในส่วนตัวของดิฉันว่าดิฉันเองนั้นตั้งแต่ มาเป็นผู้แทนของปวงชนพี่น้องชาวจังหวัดพะเยาเลือกมา ดิฉันได้ประพฤติปฏิบัติตน อยู่ในกรอบของการเป็น ส.ส. เป็นตัวแทนของพี่น้องปวงชน มีคุณธรรมจริยธรรม พูดจริงทําจริง ดิฉันมีต้นทุนตํ่าค่ะ นั่นหมายถึงว่าดิฉันไม่ได้ซื้อเสียงเข้ามา เพราะฉะนั้น การอภิปรายใด ๆ ก็ตามวันนี้ดิฉันจึงยืนยันว่าไม่ได้อภิปรายเพื่อจะหาประโยชน์ส่วนตน แต่ได้ทําหน้าที่ของ ส.ส. เพื่อพี่น้องปวงชนชาวไทยและเรียกร้องสิทธิใด ๆ เพื่อพี่น้องประชาชน เท่านั้น ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันขออภิปรายไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรี ที่ชื่ออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพราะว่าคงไม่สามารถที่จะปล่อยให้เหตุการณ์ที่ผ่านไป ไปอย่างไม่ติดใจไม่ได้ค่ะท่านประธาน การที่นายกรัฐมนตรีบอกว่าขอคืนพื้นที่ก็ดี กระชับพื้นที่ก็ดี โดยการสั่งทหารติดอาวุธสงครามมันก็คือการสั่งฆ่าประชาชนเท่านั้นเอง เพียงแต่ว่าในที่ประชุมที่นี่ไม่ได้อนุญาตให้พูดคําว่านายกรัฐมนตรีสั่งฆ่าประชาชน

ท่านประธานที่เคารพคะ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปัจจุบันดิฉันคิดว่า ท่านคงมีปัญหาเรื่องของมาตรฐานทางคุณธรรมจริยธรรมตํ่าลง บกพร่องอย่างร้ายแรง จึงนําไปสู่การอภิปรายที่ดิฉันไม่ขอไว้วางใจ ท่านได้บริหารราชการแผ่นดินไม่เป็นไปตาม หลักนิติธรรม มีการเลือกปฏิบัติไม่มีความเสมอภาค ใช้อํานาจของรัฐโดยไม่คํานึงถึง ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ถือเป็นการกระทําที่เป็นปฏิปักษ์ ต่อรัฐธรรมนูญ กระทําการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ โดยเกินความจําเป็น จนกระทั่งกระทบกระเทือนสาระสําคัญแห่งสิทธิและเสรีภาพ มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง โดยการสั่งให้ทหารใช้อาวุธสงครามทุกชนิด เข้าทําการปราบปรามประชาชนหลายครั้งหลายคราว เป็นเหตุให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิต และร่างกายของพี่น้องประชาชนจํานวนมาก ถือเป็นการไม่คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ของบุคคลให้พ้นจากการล่วงละเมิด ดิฉันจึงไม่สามารถไว้วางใจท่านได้ค่ะ

ท่านประธานที่เคารพ เหตุการณ์ผ่านไปแต่ความทรงจําทั้งหลายทั้งปวง ของพวกเราชาวไทยยังคงอยู่ ปัจจุบันหน้าสื่อเป็นของท่านฝ่ายเดียวแต่น่าเสียใจค่ะ ท่านประธาน เฟซบุค (Facebook) ทั้งหลาย ที่ท่านเปิดเว็บ (Web) ให้เล่นให้ตอบโต้กัน สาว ๆ กรี๊ดลั่นเฟซบุค ชื่นชมตัวท่านนายกรัฐมนตรี ชื่นชมต่อโฆษก ศอฉ. ชื่นชมต่อ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี บรรยากาศแบบนี้มันไม่สมควรที่จะเกิดขึ้นในบ้านเมืองเรา ในขณะที่อีกฝ่ายนั้นอยู่ในสภาวะที่บอบชํ้า การใช้สื่อด้านเดียว คนเสื้อเหลือง คนเสื้อหลากสี หรือเฟซบุคหัวเราะดีใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คนที่อยู่กลาง ๆ เขารอดูอยู่ว่าหน้าสื่อ อีกฝั่งเมื่อถูกเปิดเมื่อไร และตอนนี้ก็ค่อย ๆ เปิดขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะท่านประธานคะ เขารอดูอยู่ แต่คนเสื้อแดงนั้นก็บอบชํ้าอย่างที่ดิฉันได้กล่าวไปเบื้องต้น ความทรงจําอันเจ็บปวดเหล่านี้ มันยากที่จะลืมเลือนนะคะท่านประธาน นี่เป็นเรื่องที่น่าเสียดายสําหรับโอกาสของ ประเทศไทยเราที่ผ่านมา และโอกาสที่ประเทศไทยของเราจะก้าวเดินไปข้างหน้า ความเสียหายที่เกิดขึ้น ทรัพย์สินไม่ว่าจะเป็ นตึกรามบ้านช่อง ห้างสรรพสินค้า ธนาคารใด ๆ ก็ตาม แม้กระทั่งเศรษฐกิจของบ้านเมืองเรา ความเสียหายอีกส่วนหนึ่งคือ ชีวิตที่ย่อยยับหลายร้อยศพ และบาดเจ็บเป็นพัน ดิฉันต้องบอกว่าหลายร้อยศพ เพราะแค่ ๘๖ ศพที่รายงานอย่างเป็นทางการนั้น แต่มีจํานวนที่สูญหายอีกเป็นร้อย ๆ ถูกทหาร แย่งศพขึ้นรถไม่รู้ว่าหายไปไหน ท่านอย่ากล่าวโทษนะคะว่าเป็ นการกระทําของ พี่น้องคนเสื้อแดง ท่านต้องกล่าวโทษว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดของคนที่เป็น นายกรัฐมนตรีที่ชื่ออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพราะ นปช. หรือกลุ่มคนเสื้อแดงเขามีสิทธิที่จะ ทําถูกได้ ทําผิดได้ แต่รัฐบาลไม่มีสิทธิทําผิด ไม่มีสิทธิทําร้ายประชาชน นั่นคือคําพูด ของท่าน เป็นจุดยืนของพรรคท่าน ไม่มีสิทธิจริง ๆ แม้กระทั่งวันนี้ก็คงไม่มีสิทธิเช่นเดิม แต่วันนี้คนที่พูดกลับมีพฤติกรรมตรงกันข้ามกับที่เคยพูดมา แล้วจะทําให้เราไว้วางใจ ได้อย่างไรคะท่านประธาน เพราะขนาดผู้นํายังมีพฤติกรรมอย่างนี้ พูดอย่างทําอย่าง กลับไปกลับมา ความเสียหายมันเกิดขึ้นนะคะท่านประธาน เดี๋ยวประชาชนทั้งประเทศ เขาก็จะเอาเยี่ยงอย่างท่าน เด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษา ก็จะเอาอย่างท่าน มันจะเสียหายในอนาคตภาคหน้า ทรัพยากรบุคคลของประเทศไทยเราจะเอาอย่างท่าน ไม่ดีแน่ค่ะ ฉะนั้นความเสียหายทางด้านทรัพย์สินมันกอบกู้ได้ อาคาร ร้านค้า บ้านช่อง ความเสียหายทางเศรษฐกิจ พี่น้องผู้ประกอบธุรกิจการค้า พ่อค้าแม่ขาย ลูกจ้าง พนักงาน ล้วนแล้วแต่เยียวยาได้ ท่านกําลังเยียวยาอยู่ค่ะแล้วหาเสียงไปด้วย แต่ท่านประธานคะ ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศหนึ่งที่ถูกสงครามโลกต่อสู้กันในขณะนั้น ถูกระเบิดปรมาณู ถล่มจนเสียหายทั้งประเทศ เขายังสามารถฟื้นฟูเยียวยาได้ จนนําพาประเทศไปสู่ ความแข็งแกร่งเป็นมหาอํานาจของโลกประเทศหนึ่ง ประเทศไทยก็เช่นกันค่ะ แต่ว่า ความเสียหายด้านชีวิตมันยากที่จะมีการเยียวยาและทดแทนกันได้ ดิฉันเชื่ออย่างนั้นค่ะ ท่านประธานคะ ความเจ็บปวดเสียใจต่อการสูญเสียของครอบครัว ญาติพี่น้อง มันกลายเป็นความเคียดแค้น มันถูกซํ้าเติมค่ะท่านประธานคะ เพราะมันมีคนกลุ่มหนึ่ง ซํ้าเติมอยู่ ท่านจําได้ไหมในวอร์รูม (War room) ของพรรคของท่านนายกรัฐมนตรีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ ต่อการสลายการชุมนุมวันที่ ๑๐ เมษายน แล้วมีผู้เสียชีวิตว่าตายขนาดนั้นพอรับได้ นึกว่าจะตาย ๒๐๐-๓๐๐ ศพด้วยซํ้าไป ท่านพูดได้อย่างไรคะ นี่เป็นการวิพากษ์วิจารณ์ ในวอร์รูมของพรรคของท่านนายกรัฐมนตรีเอง หรือแม้กระทั่งโฆษก ศอฉ. มีการพูดออกมา ต่อหน้าสื่อว่าถึงจะตายเป็ น ๕๐๐ ศพก็ไม่เป็ นไรถ้าจําเป็ นต้องสลายการชุมนุม ด้วยการใช้กฎหมายที่เข้มงวด มันแสดงให้เห็นว่าความรุนแรงทั้งหลายทั้งปวงนั้น มันเพิ่มขึ้นเป็นลําดับ ๆ จากการซํ้าเติมจากพฤติกรรมของคนในรัฐบาลที่มีนายอภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีทั้งสิ้น ท่าทีของท่านนายกรัฐมนตรีแข็งกร้าว แต่ว่าขณะเดียวกัน ก็เอาใจสังคมแวดล้อมของตนเองอย่างเดียว เป็นพฤติกรรมของท่านนายกรัฐมนตรี ที่ชื่ออภิสิทธิ์ คําก็นิติรัฐสองคําก็นิติรัฐบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ท่านไม่มีคําว่า นิติธรรมเลย ไม่มีค่ะ ไม่มีคําว่ารัฐศาสตร์มาแก้ไขปัญหาเลย มันนําไปสู่สิ่งที่ท่านทําก็คือ สั่งทหารติดอาวุธ การสั่งทหารติดอาวุธนั้น ท่านประธานที่เคารพคะ มันเป็นการเล็งเห็นผล ล่วงหน้าทันทีเลยว่าการติดอาวุธจะต้องมีคนตายเกิดขึ้นแน่นอน เล็งเห็นผลได้ทันทีค่ะว่า จะต้องมีคนตายเกิดขึ้นแน่นอน มันเท่ากับเป็นการสั่งฆ่าประชาชนนั่นเอง ทําไมคะ ท่านนายกรัฐมนตรี ทําไมท่านไม่เลือกทางอื่นมีตั้งเยอะตั้งแยะ ทําไมท่านไม่รู้จักที่จะใช้ คําว่าอดทนให้มากกว่านี้ การเจรจาทําไมท่านไม่อดทนมากกว่านี้ นปช. เขายังอดทน มากกว่าท่าน หลายกลุ่มหลายฝ่ายทั้ง ส.ว. ทั้งองค์กรอิสระ เขาพยายามที่จะให้เกิด การเจรจา กลุ่ม นปช. แกนนําก็พูดอยู่ตลอดว่าพร้อมที่จะเจรจา ยุบสภาท่านก็ไม่เอา มันเสียหายแค่ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทที่ท่านจะต้องไปใช้งบประมาณในการเลือกตั้ง ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทเทียบกับวันนี้เสียหายเท่าไร ประเมินค่าไม่ได้ แต่ท่านไม่เลือก ดิฉัน ไม่เข้าใจจริง ๆ ค่ะท่านประธานคะ หรือว่าท่านจะเลือกแนวทางการลาออกมันก็เลือกได้ มันสามารถที่จะแก้ไขปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นได้ ถึงแม้ว่ามันจะไม่สามารถแก้ไขได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์มันคงเป็นไปไม่ได้ แต่เชื่อมั่นว่าแก้ได้ส่วนใหญ่โครงสร้างของปัญหา ที่เกิดขึ้นนั่นคือการยุบสภา คืนอํานาจให้กับพี่น้องประชาชนที่เขามาเรียกร้องตั้งแต่ต้น หรือท่านลาออกปรับกระบวนใหม่ ผู้บริหารใหม่ ท่านก็ทําได้ สิ่งเหล่านี้มันสะท้อนให้เห็น ความตกตํ่าในเรื่องคุณธรรมของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดิฉันจึงไม่สามารถไว้วางใจท่านได้

ท่านประธานที่เคารพ ๘๖ ศพอย่างเป็นทางการ บาดเจ็บนับพันคน อยู่ในคุกหลายร้อยคน คงลืมยากนะคะ เหตุการณ์ที่ยิ่งจะลืมยากขึ้นไปอีกนั่นก็คือการสั่ง ที่โหดร้ายก็คือการฆ่าประชาชนในเขตวัดปทุมวนารามหรือเรียกว่าเขตอภัยทาน มันมีผู้หญิงที่บริสุทธิ์ค่ะท่านประธานคะ มีผู้หญิงที่บริสุทธิ์ มีกลุ่มประชาชนที่บริสุทธิ์ มีคนแก่ มีเด็ก มีพี่น้องที่บริสุทธิ์ทั้งสิ้นที่หนีตายเข้าไปอยู่ในวัด หลังจากที่แกนนํา นปช. คือคุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้ประกาศสลายการชุมนุมในช่วงเวลาประมาณบ่ายโมงกว่า ๆ ท่านประธานที่เคารพคะ เขาบอกว่าพี่น้องประชาชนเดินทางกลับบ้านแต่ไม่สามารถ กลับบ้านได้ เหตุการณ์สังหารหมู่นั้นมันเกิดขึ้นในช่วงเวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกาเศษ ๆ ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงที่พระอาทิตย์ยังไม่ตกดินค่ะท่านประธาน แสงสว่างยังทําให้พี่น้อง ประชาชนได้เห็นภาพเหตุการณ์ชัดเจนทั้งสิ้น มันเป็นไปได้อย่างไรคะท่านประธาน สลายการชุมนุมตั้งแต่ช่วงบ่าย มาเกิดเหตุการณ์ สังหารหมู่ในช่วง ๑๘.๐๐ นาฬิกา ในช่วงนั้นมันควรจะเป็นช่วงที่ทหารเข้าไปช่วยกับ พี่น้องตํารวจเพื่อประคับประคองให้พี่น้องเดินทางกลับบ้าน แต่มันเกิดเหตุการณ์ การสั่งสลายโดยการกระชับพื้นที่ ทหารล้อมรอบอยู่ที่โรงพยาบาลตํารวจและวัดปทุมวนาราม ท่านประธานที่เคารพ หลังจากนั้นก็มีการกระชับพื้นที่หนักขึ้นในช่วงเย็นคือในช่วง ๑๘.๐๐ นาฬิกา มีการใช้แก๊สนํ้าตาขว้างไปยังผู้ชุมนุมที่อยู่ในวัดปทุมวนารามด้านหลัง เพื่อให้ผู้คนเหล่านั้นวิ่งกระเจิงออกมาข้างหน้าวัด แล้วข้างหน้าวัดก็มีทหาร มีพลซุ่มยิง หรือที่ท่านบอกว่าเป็นผู้ก่อการร้าย อ้ายโม่ง กราดยิงข้างหน้าอีก ท่านนึกภาพออกไหมคะ ท่านประธานที่เคารพ เขาเหล่านั้นเป็นผู้บริสุทธิ์ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเหมือนกับ กลุ่มนายพรานที่จะไปล่าสัตว์อย่างไรอย่างนั้น กระชับพื้นที่โดยขว้างแก๊สนํ้าตาไปหลังวัด เพื่อให้คนกระเจิงมาข้างหน้า แล้วทหารที่อยู่ข้างหน้าก็กราดกระสุนยิงปื นจาก บนรางรถไฟฟ้ำลงมา น่าเสียดายค่ะ บางศพที่อยู่หน้าวัด พี่น้องประชาชนที่มาให้ปากคํา เขาบอกว่าถูกทหารแย่งไปต่อหน้าต่อตา สิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นคืนหฤโหดในทุ่งสังหารแห่งนั้น พี่น้องประชาชนอยู่กับเสียงปืนที่ดังทั้งคืน อยู่กับศพของพรรคพวกตัวเองตั้ง ๖ ศพ ศพนั้นมีคนแก่ชรา ศพนั้นมีหน่วยกู้ภัย มีพยาบาลอาสา และประชาชนผู้บริสุทธิ์มือเปล่า ๖ ศพนั้นมีคนหลายพันนอนเป็นเพื่อนค่ะคืนนั้น แต่ความเป็นเพื่อนนั้นมันเต็มไปด้วย ความเจ็บปวดหน้าตาที่อิดโรย หวาดกลัว หวาดระแวง ขวัญเสีย ของพี่น้องประชาชน พวกดิฉันเองต้องบอกว่าพวกเขารอดชีวิตมาคงทําใจไม่ได้กับเหตุการณ์นี้ไปอีกนาน ท่านนายกรัฐมนตรีคะ ท่านรู้สึกรู้สาบ้างสิคะสําหรับการสูญเสียของพวกเขา แม้กระทั่ง คําว่าขอโทษท่านยังไม่รู้สึกที่จะทําเลย ดิฉันอยากให้ท่าน ขอเถอะค่ะอย่าไปหลงมัวเมาเลย กับสาว ๆ บนเฟซบุคเหล่านั้น มันเทียบไม่ได้กับการสูญเสียของพี่น้องประชาชน เขาจะเป็นใครก็ตามท่านประธาน เขาจะยากจนจนกระทั่งมาชุมนุมแล้วน้อยเนื้อตํ่าใจ เรียกตัวเองว่าไพร่ หรือแม้เขาจะถูกคนในสถานีโทรทัศน์ที่เป็นผู้สื่อข่าวบางท่านบอกว่า พวกนี้เป็ นคนถ่อย แต่ที่สําคัญเขาก็เป็ นคนไทย และมีความเป็ นมนุษย์ เป็ นคน เหมือนพวกเราทุกคน เขาแค่ขอสิทธิจากรัฐบาล เอาประชาธิปไตยคืนไปด้วยการยุบสภา แต่ท่านกลับมอบสิทธิของความตายให้กับคนเหล่านั้น มันโหดร้ายค่ะ ปฏิบัติการ ของท่านนั้นเหมือนนายพรานล่าสังหารจริง ๆ เลย ท่านประธานที่เคารพ แล้วประเทศไทย ของเราที่เป็นเมืองพุทธมันจะนําพาไปได้อย่างไรโดยผู้นําที่มีพฤติกรรมแบบนี้ ท่านจะ อยู่ไปเพื่ออะไรท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ท่านจะอยู่ไปเพื่ออะไร ท่านเคยถาม นายกรัฐมนตรีสมชาย เมื่อมีการตาย ๒ ศพของพันธมิตรต่อการสลายการชุมนุมที่หน้าสภา วันที่ ๗ ตุลาคม วันนี้อยากให้ท่านถามตัวเองเหมือนกันที่ท่านสั่งสลายการชุมนุมตายไป ๘๖ ศพ เจ็บเป็นพัน ถามตัวเองด้วยว่าท่านอยู่ไปเพื่ออะไร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นท่านบอกได้ คําเดียวว่าทหารไม่ได้ยิง ศพผู้เสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม ท่านบอกว่าอ้ายโม่ง แต่ทุกคน ที่ให้ปากคําเขาบอกว่าทหารยิง ทหารใส่ชุดทหาร มีหมวกกันน็อกเหล็ก ถืออาวุธสงคราม เป็นผู้ยิง คลิปของฟอกซ์ นิวส์ (Fox News) ค่ะวันนี้ก็โผล่ออกมาแล้ว บอกว่าเป็นภาพที่ทหาร รัวเอ็ม ๑๖ ใส่กลุ่ม นปช. แล้วยังมีเสียงด้วยนะคะบอกว่า อยู่โน่น ๒ คน ยิงเลย ๆ เริ่มออกมาแล้วค่ะท่านประธานคะ ท่านจะปฏิเสธได้อย่างไรว่าทหารไม่ได้ยิง ภาพต่าง ๆ มันมีเยอะแยะมาก เพียงแต่มันไม่มีโอกาสได้ออกสู่สาธารณะในสื่อที่ท่านได้คุมอํานาจไว้ แม้กระทั่งรักษาการเลขาธิการองค์กรนิรโทษกรรมสากล นายเคลาดิโอ คอร์ดัน เขาให้สัมภาษณ์ในข่าวสดเมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ท่านประธานคะ เขาบอกว่า เราเห็นกองทัพยิงใส่ผู้ชุมนุมแบบไม่เลือกหน้า บางทีเล็งเป้ำหมายใส่ผู้ชุมนุมที่ไม่มีอาวุธ นี่องค์กรระหว่างประเทศเขายังพูดอย่างนี้ แล้วท่านยังไม่ยอมรับอีกหรือคะ วันนี้ท่านจะ หลงเหลือความเป็นคนอยู่หรือไม่ดิฉันไม่แน่ใจแล้วค่ะ แต่แน่ใจว่าถ้าปล่อยให้นายอภิสิทธิ์ อยู่ต่อไปวัฒนธรรมการฆ่าคนที่ไม่ผิดจะเป็นวัฒนธรรมใหม่ถูกสร้างขึ้นโดยนายกรัฐมนตรี ที่ชื่ออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แล้วจะเป็นเยี่ยงอย่างแก่รัฐบาลหน้าต่อไป ในฐานะที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรดิฉันคงทนไม่ได้และยอมไม่ได้เช่นกัน

ท่านประธานที่เคารพคะ การสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ ๑๙ ผ่านไป วันที่ ๒๐ ดิฉันจําได้ว่าได้รับการโทรศัพท์ประสานงานจาก ส.ส. พรรคเพื่อไทยว่ามีการร้องขอ จากผู้ชุมนุมว่าขอให้ไปรับพวกเขากลับบ้านด้วย เพราะเขาไม่มั่นใจกับกระบวนการ ส่งผู้ชุมนุมกลับบ้านของทหารและตํารวจ ตํารวจเองเขายังไม่มั่นใจนะท่านประธาน เพราะเขารู้ว่าวันนั้นตํารวจไม่มีอํานาจเหนือทหาร ทหารยังคุมเกม คุมอํานาจอยู่ เพราะฉะนั้นเขาไม่มั่นใจเขาจึงร้องขอมายัง ส.ส. พรรคเพื่อไทย ซึ่งก็นั่นแหละค่ะก็เป็น ข้อหาหนึ่งที่ท่านมากล่าวหาพวก ส.ส. พรรคเพื่อไทยว่าเป็นผู้สนับสนุนการก่อการร้าย เข้าไปอีก ตัดท่อนํ้าเลี้ยง ท่านประธานที่เคารพคะ มันตลกนะคะ วันที่ ๒๐ นั้นดิฉันมีโอกาส ไปรับตัวพี่น้องประชาชนผู้มาชุมนุม แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ท่านประธานที่เคารพคะ เบื้องต้นตํารวจเขาจะแบ่งกลุ่มนะคะ เขาจะแบ่งกลุ่มว่าประชาชนจังหวัดไหนที่พร้อมก็จะ ออกเดินทางไป โดยมีแถวทหารอยู่ ๒ ข้าง ดิฉันก็เป็นผู้หนึ่งที่นําพี่น้องจังหวัดพะเยา จังหวัดเชียงราย ซึ่งต้องนั่งรถไปด้วยกันเดินนําหน้าไป ขณะเดียวกันก็ไปผ่านจุดตรวจค้น จุดแรกซึ่งเป็นจุดตรวจค้นของตํารวจตระเวนชายแดน เหตุการณ์ผ่านไปด้วยดี แล้วพวกเรา ก็ไปขึ้นรถเมล์ร้อนสีแดง ซึ่งตอนนั้นดิฉันก็คิดสองจิตสองใจว่าจะขึ้นไปส่งด้วยหรือไม่ แต่เขาบอกว่ารถคันนี้จะนําพี่น้องประชาชนไปที่หมอชิต ก็เลยบอกว่าไหน ๆ ก็ส่งไปถึงที่ ดีกว่าจะได้สบายใจ ปรากฏว่ารถคันนั้นได้นําผู้ชุมนุมไปที่หน้าสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ดิฉันตกใจมากเลย เพราะตรงนั้นเป็นจุดตรวจค้นของกลุ่มทหาร และที่สําคัญที่สุดที่ดิฉัน ยอมรับไม่ได้ ท่านประธานที่เคารพ ตรงจุดนั้นมันมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งซึ่งมีบทบาทต่อ การเกิดเหตุการณ์ครั้งนี้ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน เพราะมันเป็นความจําเป็นที่จะต้องเอ่ยคือ กลุ่มหมอตุลย์และการ์ดพันธมิตร ดิฉันขออนุญาตนําภาพแสดงนะคะ นี่ค่ะหมอตุลย์ อยู่ในจุดบริเวณที่ตรวจค้นพี่น้องประชาชน ที่สําคัญกว่านั้นมันมีรูปที่ทหารเรียกว่า ผู้ช่วยอาสาเข้ามาช่วยทําการตรวจค้น นี่ค่ะท่านประธานใส่หมวกสีดํา ปิดผ้าตรงจมูก คนคนนี้ใส่เสื้อแขนกุดนะคะ แต่ใส่เสื้อเกราะกันกระสุน ใส่กางเกงยีน ใส่ร้องเท้าหุ้มส้น สานเป็นแตะนะคะ ท่านนายกรัฐมนตรีดูหน่อยนะคะ ภาพนี้ด้วยค่ะ ผู้ที่ยืนตรงนี้นะคะ แล้วลักษณะการตรวจค้นของเขาที่ดิฉันตกใจค่ะท่านประธาน ปรากฏว่าคนกลุ่มนี้ยังมี ชายฉกรรจ์อีกหลายคนไม่ตํ่ากว่า ๑๐ คนจะจับกลุ่มกันแล้วไปเดินสํารวจว่าผู้ชุมนุม คนไหนที่เขาสงสัยเขาจะล็อกออกมาทันทีแล้วยัดเยียดข้อหาให้ค่ะท่านประธาน บางคนถูกยัดเยียดข้อหาลักทรัพย์ บางคนถูกยัดเยียดข้อหาปล้นทรัพย์ บางคนไม่มีอะไรเลย ก็ถูกเอากล้องถ่ายรูปยัดให้แล้วกล่าวหา เป็นข้อกล่าวหาว่าลักทรัพย์ ดิฉันก็บอกว่าตรงนี้ มันไม่ใช่แล้ว เผอิญว่าท่าน ส.ส. ละอองท่านไปกับดิฉันด้วย แล้วสังเกตเหตุการณ์เกิดขึ้น ก็เลยมากระซิบดิฉัน ดิฉันจึงตามไปดูปรากฏว่าเกิดขึ้นอย่างนั้นจริง ดิฉันทนไม่ได้นะคะ ท่านประธานที่เคารพคะ ผู้ชายคนนี้เขาตรวจค้นพี่น้องประชาชนไปเจอรูป รูปของ อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณในกระเป๋ำของเขา ผู้ชายคนนี้ทําอย่างไร เขาดึงออกมาโยนลงพื้น แล้วใช้เท้ากระทืบค่ะ แล้วแถมไม่พอนะคะ สมบัติอันไหนที่เป็นของ นปช. ที่เขาอยากได้ เขากระชากไปเลยค่ะ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี บอกให้เอ็นบีทีช่วยโคลสรูปหน่อย แล้วก็บัตร นปช. ของเขา บัตร นปช. ของเขาจะมี สายสีแดง เขากระชากไปใส่กระเป๋ำหมดเลย กระเป๋ำของคนคนนี้ ดิฉันก็เลยไปแสดงตน ต่อผู้การตํารวจท่านหนึ่งว่าดิฉันเป็น ส.ส. จากจังหวัดพะเยามาส่งพี่น้องประชาชนขึ้นรถ อยากดูความเรียบร้อย แต่เห็นเหตุการณ์บางเหตุการณ์ไม่ค่อยสบายใจ ขอให้ท่าน ไปช่วยดูหน่อยนะคะ ท่านผู้การตํารวจก็บอกว่าตรงนี้เป็นจุดอํานาจของทหาร ท่านต้อง ไปคุยกับทหารเอง ท่านก็ชี้บอกให้ไปคุยกับผู้การทหารท่านหนึ่งซึ่งนั่งเก้าอี้อยู่ติดกับรั้ว ดิฉันก็เข้าไปแสดงตน ก็พูดดี ๆ นอบน้อมกับท่าน ท่านก็บอกว่าไม่มีปัญหาอะไรหรอก เพราะคนกลุ่มนี้เป็นผู้ช่วยอาสามาทํางานได้ ๒-๓ วันแล้ว หมอตุลย์หรือคะเป็นผู้ช่วยอาสา การ์ดพันธมิตรพวกนี้หรือคะเป็นผู้ช่วยอาสา ดิฉันทนไม่ได้ค่ะท่านประธานคะ ดีนะคะ วันนั้นยังเกิดเหตุการณ์ขึ้น หลังจากที่ดิฉันไปพูดกับทหารแล้วนี่ปรากฏว่าคนคนนี้ เขาเดินไปกระซิบบอกหมอตุลย์ แล้วหลังจากนั้นก็เดินมาหาดิฉัน ยืนจ้องหน้าใส่ดิฉัน ถามว่าทําไมเป็นผู้แทนราษฎรแล้วมีปัญหาอะไร ดิฉันก็บอกว่าดิฉันไม่มีปัญหาค่ะ เพียงแต่ อยากให้กระบวนการกระทําการตรวจค้นพี่น้องประชาชนเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา คนไหนทําผิด ลักทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ท่านว่าไป แต่ไม่ใช่ไปล็อกคอ บางคนที่ดิฉันเห็น ใส่หมวกแก๊ปสีดําไม่มีเป้ ไม่มีอะไรสักอย่างก็ถูกล็อกตัวไปยัดข้อหาอยู่ในคุก ท่านประธาน ที่เคารพ แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น ท่านนายกรัฐมนตรีจะรับผิดชอบอย่างไรคะ ท่านคิดว่า ตรงนี้ดิฉันจะพูดได้ไหมว่าคนพวกนี้เป็นกลุ่มขบวนการเป็นผู้ช่วยของรัฐบาลของท่าน แล้วเหตุการณ์ที่เกิดมามันมีหลากหลายที่หมอตุลย์มี วันนี้ก็ยังไปยื่นถอดถอน ส.ส. พรรคเพื่อไทยอีก มันเกิดอะไรขึ้นในประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพคะ อันนี้คือ สิ่งที่เกิดขึ้น ดิฉันเองยังตามไปอีกค่ะ เพราะว่าถูกพี่น้องประชาชนของกลุ่มเสื้อแดง ที่ไปติดคุกติดตะรางร้องขอมายัง ส.ส. พรรคเพื่อไทย พวกเราโดยการนําของท่านวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ หัวหน้ากลุ่ม ส.ส. ผู้หญิงพรรคเพื่อไทย ก็เดินทางไปยังเรือนจําคลองเปรม ลาดยาว เรือนจําพิเศษกรุงเทพค่ะ ไม่ค่อยได้เข้าบ่อยเลยเรียกชื่อไม่ค่อยถูก ท่านประธานคะ ไปดูพี่น้องประชาชนที่ถูกต้องขังอยู่ เห็นสภาพแล้วต้องบอกว่ารับไม่ได้ บางคนบอกว่า เขาถูกซ้อม ผู้คุมคนไหนอารมณ์ไม่ดีก็เรียกเขาไปซ้อม แล้วหน้าตาของเขาเหล่านั้น ชาวบ้านหน้าซื่อ ๆ ชาวนาชัด ๆ มันจะเป็นผู้ก่อการร้ายได้อย่างไร สงสัยว่าท่านโฆษก ศอฉ. จะเอาเข้าเป้ำให้ถึง ๕๐๐ ศพให้ได้หรือเปล่าไม่รู้ ก็เลยต้องไปยัดเยียดข้อหาพวกนี้ ให้กับคนเหล่านี้ ดิฉันก็เลยบอกกลุ่มพี่น้องที่ติดคุกอยู่ว่าไม่เป็นไร บาปกรรมจะตามทัน เพราะวันหนึ่งนายกรัฐมนตรีจะต้องขึ้นศาลโลกเหมือนที่ท่านจะต้องไปขึ้นศาล

ท่านประธานที่เคารพ วันนี้ความรู้สึกของพวกเราหลากหลายค่ะ แต่อย่างไรก็ตามดิฉันเองก็ไม่คิดไม่ฝันเหมือนกันว่าผู้ที่มาจากการเลือกตั้งอ้างตาม วิถีประชาธิปไตยจะใช้วิธีดังกล่าวเพื่อปฏิบัติกับประชาชนที่เห็นต่างได้ถึงขนาดนี้ ไม่คิดไม่ฝันเลยค่ะ ทั้ง ๆ ที่ระบอบประชาธิปไตยของเราเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดเพื่อไม่ให้คน ลุกขึ้นมาจับปืนสู้กัน เป็นระบอบที่ดีที่สุดค่ะ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวัฒนธรรม ท่านธีระ สลักเพชร ได้แจกหนังสือเล่มนี้ไว้ในรังนกกระจอก ชื่อว่า การเสริมสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตยให้กับสังคมไทย ฝากท่านรัฐมนตรีได้มอบให้ ท่านนายกรัฐมนตรีอ่านด้วย เพราะในนี้มันจะมีอยู่บอกว่าหลักการสําคัญของประชาธิปไตย ประกอบด้วยอะไร ที่สําคัญมันบอกว่าเป็นอํานาจของประชาชนมาจากประชาชน มีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน มีการใช้สิทธิและเสรีภาพอย่างถูกต้องและเหมาะสม

ท่านประธานที่เคารพคะ สุดท้ายนี้การอภิปรายของดิฉันคงจะต้องจบลง เพราะหมดเวลาแล้ว แต่การอภิปรายวันนี้รัฐบาลจะฟังหรือไม่ดิฉันก็คงไม่ได้ใส่ใจมาก เสียงที่ลงคะแนนวันนี้ฝ่ายค้านของดิฉันต้องแพ้อยู่แล้ว แต่ดีใจที่มีโอกาสได้พูดในสิ่งที่ คนครึ่งค่อนประเทศไม่รู้ว่าเรามีนายกรัฐมนตรีที่สั่งฆ่าประชาชนอยู่ในขณะนี้ค่ะ และขอให้คนไทยทั้งประเทศอย่ามอบความไว้วางใจแก่นายกรัฐมนตรีที่ชื่ออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรี

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีครับ กระผมขอชี้แจงสั้น ๆ เรื่องกรณี ที่คุณอรุณีได้บอกว่ามีเจ้าหน้าที่ทหารยิงแก๊สนํ้าตาไปทางด้านหลังวัดเพื่อให้คนฮือมา หน้าวัดแล้วก็จะดักยิงที่หน้าวัด ผมกราบเรียนว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่จริงครับ เหตุการณ์ ในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ไม่มีกรณีที่เจ้าหน้าที่จะขว้างแก๊สนํ้าตาหรือยิงแก๊สนํ้าตาไปที่ หลังวัด แล้วโดยข้อเท็จจริงจากถนนหน้าวัดไปถึงหลังวัดมันไกลมากครับ ๔๐๐-๕๐๐ เมตร มันไม่มีทางที่เครื่องยิงแก๊สนํ้าตาชนิดไหนที่จะยิงไปตกที่หลังวัด ที่บริเวณแนวคลองนั้นได้ แล้วผมเรียนว่าวันนั้นมันมีไฟไหม้อยู่ที่หลังสยาม พารากอน ถ้าจะมีควันก็คงเป็นควันไฟที่ไหม้ที่หลังสยาม พารากอนครับ ไม่มี

กรณีวันที่ ๒๐ ที่ท่านได้พูดถึงว่ามีกลุ่มคนที่ท่านอ้างว่าเป็นผู้ช่วยของรัฐบาล หมอตุลย์หรือใครก็แล้วแต่นี่นะครับ ผมกราบเรียนว่าไม่มีครับ รัฐบาลไม่ได้มีผู้ช่วย เหล่านั้นเลย เรามีเจ้าหน้าที่ตํารวจกับมีเจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ในการแก้ไขปัญหา เท่านั้นครับ ไม่มีผู้ช่วย ไม่มีอาสาอย่างอื่น แล้วก็ในวันที่ ๒๐ นั้นเจ้าหน้าที่ทหารไม่ได้ลงไป ปฏิบัติการในการที่จะเคลื่อนย้ายผู้ชุมนุมออกจากวัดครับ พวกผมได้ประชุมกันตั้งแต่ ตอนกลางคืนของวันที่ ๑๙ แล้วได้มอบหมายภารกิจว่าให้เจ้าหน้าที่ตํารวจได้ลงไป ปฏิบัติหน้าที่ในการพาพี่น้องประชาชนออกมาจากวัดปทุมวนาราม เดิมทีตั้งใจว่า จะให้พาพี่น้องประชาชนไปขึ้นรถที่บริเวณสนามศุภชลาศัยจะได้เตรียมรถไว้ให้ แต่ว่า เจ้าหน้าที่ตํารวจก็บอกว่าอยากจะพาเข้าไปที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติแล้วเอารถมารับ ที่นั่น เพราะฉะนั้นผมไม่คิดว่าจะเกิดปัญหาอย่างนี้ขึ้น แต่ว่าถ้าท่านมีรูป มีภาพ มีชื่อคน ผมก็จะไปสอบสวน แล้วก็จะมารายงานกับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ๔๕ นาทีครับ และทางคณะกรรมการได้ตรวจสอบเอกสารที่ท่านส่ง อนุญาตให้ท่านใช้ในการอภิปรายได้ เชิญคุณวรวัจน์ มีอะไรอีกล่ะ

นางสาวอรุณี ชํานาญยา พะเยา

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน อรุณี ชํานาญยา

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณวรวัจน์ไม่อภิปราย ใช่ไหมครับ

นางสาวอรุณี ชํานาญยา พะเยา

ท่านประธานขออนุญาตต่อเนื่องจาก คําตอบของท่านรองนายกรัฐมนตรีก่อนสิคะ ท่านประธานมองไม่เห็นดิฉันยกมือหรือคะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เปล่า ยกมือนึกว่า คุณประท้วง

นางสาวอรุณี ชํานาญยา พะเยา

ขออนุญาตค่ะท่านประธานคะ ดิฉัน ยกมือขอพูดค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

นั่นแหละ นั่งลงก่อน แล้วยกมือครับ เชิญครับ

นางสาวอรุณี ชํานาญยา พะเยา

ขอบคุณค่ะท่านประธานที่เคารพ ต่อคําตอบของท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านจะเชื่อหรือไม่เชื่อว่ามีเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น แต่เหตุการณ์นี้ดิฉันรับฟังมาจากพยาบาลอาสาผู้หนึ่ง ซึ่งเขารอดชีวิตจากการสั่ง ปราบการชุมนุมของท่านนายกรัฐมนตรีนั่นละค่ะ เขาบอกว่าท่าน ส.ส. อย่าเอ่ยชื่อดิฉันนะคะ เพราะทุกวันนี้เขายังถูกคุกคามอยู่ เขาชื่อเล่นว่านัด วันนั้นเขาก็รอดตายเหมือนกัน เพราะว่าทีมอาสาพยาบาลที่ถูกซุ่มยิงไป ๒ คน ผู้หญิง ๑ คน ที่ท่านวิชาญอภิปรายไป เมื่อกี้ แล้วผู้ชายอีก ๑ คน เขาใส่เสื้อขาวค่ะ ก็มีคนตะโกนบอกเขาว่าให้ถอดเสื้อสีขาว เสื้อที่มีกากบาทกาชาดออก เขาถอดออกแล้วใส่เสื้อสีดําแทนเข้าไปเขาถึงรอดชีวิต ท่านจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามนะคะ เขาบอกว่ามีการขว้างแก๊สนํ้าตามาจริง แล้วหลังจากนั้น ทหารที่อยู่ข้างหน้าก็ระดมยิงเข้าไป พี่น้องประชาชนจะเป็นคนตัดสินค่ะ แล้วส่วนของ จุดที่ตรวจค้นกันนี้นะคะ จริง ๆ แล้วมันเป็นเรื่องของกระทรวงมหาดไทยร่วมกับหน่วยงาน ทหารค่ะ แล้วก็ผู้ช่วยของทหารที่ดิฉันว่านั้น คนที่ตอบให้ดิฉันฟังก็คือผู้บังคับของหน่วย ตรงนั้นซึ่งมียศเป็นพันเอก เพราะฉะนั้นเป็นสิ่งที่ต้องบอกให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี กลับไปตรวจสอบให้ใหม่อีกครั้งหนึ่งนะคะ ขอบคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็จบคุณอรุณี ชํานาญยา เชิญคุณวรวัจน์ครับ คุณวรวัจน์จะไม่อภิปรายหรืออย่างไร ไม่หรอกครับ ให้คุณวรวัจน์ ก่อนครับ ก็แจ้งเป็นเอกสารมาครับ ส่งมาก็แล้วกัน เชิญคุณวรวัจน์ครับจะเสียเวลาครับ เดี๋ยวเวลามันไม่ให้นะครับ เชิญพบท่านนายกรัฐมนตรีข้างหลังเลยครับ มีอะไรก็ระบาย ให้หมดครับ เชิญครับคุณวรวัจน์

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่ 🔗

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ต้องบอกว่านับตั้งแต่มีการปฏิวัติ รัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ เป็นต้นมา บ้านเมืองเราไม่เคยสงบเลย มีแต่ความรุนแรง วุ่นวาย พี่น้องประชาชน ทั้งประเทศยากแค้นแสนสาหัส วันนี้ทั่วประเทศมีแต่ความรู้สึกว่าประเทศไทยกลายเป็น รัฐเผด็จการ กลายเป็นรัฐทหาร กลายเป็นรัฐที่นิยมใช้อํานาจหรืออํานาจนิยม หลังจาก ที่มีการปราบปรามพี่น้องประชาชนอย่างรุนแรงเมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคมที่ผ่านมา ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีบอกว่าเหตุการณ์จบแล้ว เหตุการณ์สงบแล้ว บ้านเมืองหลังจากนี้ก็เยียวยากันจะกลับเข้าสู่ความปกติ ท่านประธานครับ มันใช่หรือ วันนี้ถามคนไทยทั้งประเทศครับ ในความรู้สึกของคนหลายคนจะบอกว่าวันนี้วิกฤติ จากการใช้อํานาจในการปราบปรามพี่น้องประชาชนอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในประวัติศาสตร์ของประเทศไทยทําให้วิกฤติที่รุนแรงกําลังเริ่มเกิดขึ้น ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่าวันนี้รัฐบาลส่วนหนึ่งบอกว่าอยากปรองดอง อยากเยียวยา อยากให้ชาตินี้แผ่นดินนี้มีความสงบ แต่ในสิ่งที่เกิดขึ้นผมต้องบอกอย่างนี้ครับ วันนี้รัฐบาล ไล่ล่าคนเสื้อแดง ไล่ล่า นปช. โยงไปหมดครับ โยงไปหมดเลยว่าทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับคนเสื้อแดงนั้นเป็นคนร้าย เป็นผู้ก่อการร้ายล้มสถาบัน สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่รัฐบาล พยายามกดดันพี่น้องประชาชน อย่าลืมนะครับพี่น้องประชาชนส่วนนี้มีเป็นนับสิบล้านคน ไม่ใช่จํานวนน้อย ๆ วันนี้คนเหล่านี้กลับไปบ้านด้วยความเจ็บชํ้าหัวอก เจ็บชํ้านํ้าใจ แล้วไม่พึงพอใจต่อการกระทําของรัฐบาลที่ดําเนินการต่อเขา ผมอยากจะเรียนท่านประธาน จริง ๆ พวกเขาเหล่านั้นมาชุมนุมด้วยความรู้สึกอยากเรียกร้องประชาธิปไตย อยากลด ความแตกต่างของชนชั้น อยากให้รัฐบาลที่เขามองว่ามาโดยการอุ้มชูของทหาร มาโดยการใช้อํานาจนิยมนั้นคืนอํานาจอธิปไตยซึ่งเป็นของเขาให้แก่เขา เมื่อวันนี้บ้านเมือง กลับเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยแล้วเลือกตั้งใหม่สิครับ เขาต้องการแค่นั้นเองจริง ๆ วันที่เขาชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้ำลีลาศนั้นก็ชุมนุมโดยสงบภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ ทุกคนบอกว่าวันนั้นคนที่มาชุมนุมชุมนุมภายใต้รัฐธรรมนูญ ภายใต้กรอบของกฎหมาย ไม่มีอะไร พอหลังจากที่มีกลุ่ม นปช. มาที่สภาผู้แทนราษฎร มาที่หน้าสภาก็ไม่มีอะไรครับ มาก็มีท่านรองประธานสภาอภิวันท์นําพาเข้าไปในสภาเพราะมีตํารวจหรือทหารโยนแก๊ส นํ้าตาหรือจะโยนระเบิดอะไรสักอย่างลงหาผู้ชุมนุมเขาก็เข้ามาเรียกร้องก็แค่นั้นเอง เหตุการณ์ก็จบลงไป แต่รัฐบาลถือโอกาสประกาศ พ.ร.ก. การบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พอประกาศ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเสร็จปุ๊ บ วันที่ ๑๐ เมษายนรัฐบาลก็ทําหน้าที่ปราบพี่น้องประชาชนตรงสะพานผ่านฟ้ำลีลาศครับ มีการใช้แก๊สนํ้าตาโยนมาจากเฮลิคอปเตอร์ มีการใช้กําลังทหารใช้อาวุธยิงพี่น้องประชาชน มีคนตายไป ๒๗ คน บาดเจ็บอีก ๘๐๐ กว่าคน เป็นความเสียหายที่รุนแรงครับ แน่นอน วันนั้นรัฐบาลตอบสังคมไม่ได้เลยว่ารัฐบาลสร้างสถานการณ์ปราบปรามการชุมนุม แล้วมีพี่น้องประชาชนตายถึง ๒๐ กว่าคนจะตอบประชาชนอย่างไร รัฐบาลตกอยู่ในภาวะ ที่อับจนหาคําตอบไม่ได้ แต่พอหลังจากนั้นครับท่านประธาน พอแก้ไม่ตกว่าจะแก้ไข ตรงนั้นอย่างไรก็เกิดคํานิยามใหม่ขึ้นมาก็คือว่าวันนั้นมีผู้ก่อการร้ายเกิดขึ้น มีผู้ก่อการร้าย แฝงตัวอยู่กับกลุ่มผู้ชุมนุมบอกว่าอย่างนั้นเพราะมีใครก็ไม่รู้ไม่มีใครรู้จัก แน่นอนครับ มีการต่อสู้กัน ซึ่งจริง ๆ แล้วผมคิดว่าผู้ชุมนุมเองก็ไม่รู้ว่าเขาคือใคร ไม่รู้ว่ามาจากไหน รัฐบาลก็ยอมรับครับว่าผู้ชุมนุมก็ไม่รู้ แต่คิดว่ามันมาจากอีกทางหนึ่ง แต่รัฐบาลก็สร้าง คํานิยามขึ้นมาว่ามีผู้ก่อการร้ายฝังตัวอยู่กับกลุ่มผู้ชุมนุม อ้างอย่างนั้นเลยครับ เพราะว่า ต้องเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ถ้ารัฐบาลไม่หาเหตุว่ามีผู้ก่อการร้าย มีคนล้มสถาบัน รัฐบาลจะตอบได้อย่างไรว่าวันนั้นรัฐบาลสังหารพี่น้องประชาชนไปนี่แล้วจะต้อง รับผิดชอบอย่างไร วันนั้นท่านนายกรัฐมนตรีอึดอัดครับอยากจะลาออก แต่ด้วยกลไก การปิดสื่อ กลไกการกล่าวหาผู้ก่อการร้าย กลไกของรัฐที่ทํางานตอนนั้นก็ทําให้คนเชื่อว่า มีผู้ก่อการร้ายจริง ๆ สุดท้ายไป ๆ มา ๆ คนเสื้อแดงก็กลายเป็นผู้ก่อการร้าย มีส่วนร่วมกับ การก่อการร้าย ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้กล่าวหาคนทุกคน ท่านนายกรัฐมนตรีครับผมเรียนด้วยความจริง ผมเชื่อว่ากลุ่มคนเสื้อแดงเอง กับคนที่มาสร้างสถานการณ์นั้นเป็นคนละกลุ่ม แต่แรกท่านนายกรัฐมนตรีก็ยอมรับว่า คนกลุ่มนั้นเป็นคนละกลุ่ม แต่ด้วยท่านนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ผอ. ศอฉ. เป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ก็มองครับว่า ในสถานการณ์นั้นพรรคประชาธิปัตย์เสียเปรียบท่านก็เลยถือโอกาสสร้างสถานการณ์ ทางการเมืองเอาตรงนี้มาเป็นเหตุการณ์ทางการเมืองเสียเลยเพื่อทําลายล้างทางการเมือง ท่านนายกรัฐมนตรีครับ การใช้วิธีการอํานาจนิยมในการกําจัดคู่ต่อสู้ทางการเมืองโดยวิธีนี้ ไม่ได้ทําให้บ้านเมืองสงบเลย มันทําให้รุ่มร้อนยิ่งขึ้น แล้วผมเรียนนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีพยายามกล่าวหาว่าคนที่สังหารหมู่พี่น้องประชาชน เป็นผู้ก่อการร้าย เป็นอ้ายโม่งชุดดําครับ ไม่มีครับ รัฐบาลไม่เคยทําร้ายเลย แม้แต่ ที่วัดปทุมวนารามเองนี่ท่านนายกรัฐมนตรีก็บอกใช่ไหมครับว่าที่วัดปทุมวนาราม ไม่มีทหารไปที่หน้าวัดปทุมวนารามถูกต้องไหมครับ วันที่ ๑๙ เย็นนี่ไม่มีทหาร ไปที่หน้าวัดปทุมวนารามถูกต้องไหมครับ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าทหารอยู่ที่ศาลาแดง ตอนเกิดการเผากันนี่ไม่มีทหารถูกต้องไหมครับ ท่านสุเทพบอกเลยครับ บอกว่า เป็นภาพถ่ายของวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ภาพที่แสดงกันนี่นะครับเป็นภาพถ่ายของวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ผมขอดูคลิปที่ ๕ ก่อนครับ ขออนุญาตท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ คําพูด ที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีพูดเมื่อสักครู่นี้ ขออนุญาตทบทวนนิดว่าท่านพูดเป็นอย่างไร ขอคลิปที่ ๕ ครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปเสียง)

“ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่จริงก็เตรียมการที่จะชี้แจงในตอนหลัง แต่ว่าประเด็นที่ นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ได้นํามา อภิปรายนั้น กระผมคิดว่าสมควรที่จะได้อธิบายข้อเท็จจริงเพื่อให้ทราบเอาไว้เป็นเบื้องต้น เอาประเด็นสุดท้ายนะครับที่ นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ได้ยกภาพ บอกว่าเป็นภาพทหาร ที่อยู่บนรางรถไฟฟ้ำบีทีเอส เมื่อเวลา ๑๘.๓๐ นาฬิกา ของวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ผมกราบเรียน กับท่านประธานครับว่าภาพนี้เป็นภาพที่เป็นปัญหาอยู่โดยตลอดและคงจะต้องมี การพิสูจน์กันว่าภาพที่ นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์เอามาแสดงนั้นเป็นภาพที่ถ่ายในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม เวลา ๑๘.๓๐ นาฬิกาจริงหรือไม่ ผมขอกราบเรียนต่อท่านประธานอย่างนี้ว่า ผมได้ซักถามเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ปฏิบัติงานในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ผมเรียนว่า ณ จุดที่ ปรากฏว่าภาพนี้อยู่นั้น ที่ถ่ายมาที่แสดงเมื่อสักครู่ครับ ในเวลา ๑๘.๓๐ นาฬิกา ไม่มีเจ้าหน้าที่ทหารของเราอยู่บนรางรถไฟฟ้ำบีทีเอส ผมกราบเรียนกับท่านประธาน อย่างนี้ครับ เจ้าหน้าที่ของเราในชุดที่จะเคลื่อนที่มาจากสี่แยกปทุมวันนั้นมาได้แค่ แยกเฉลิมเผ่า แล้วก็เข้าไปที่ลานนั้นไม่ได้ครับ ยังไม่สามารถเข้าไปได้ในขณะนั้น มีเจ้าหน้าที่ที่จะพยายามเข้าไปเพื่อไปคุ้มครองเจ้าหน้าที่ดับเพลิงก็ถูกฝ่ายผู้ก่อการร้าย ยิงใส่ก็ต้องถอยไปอยู่ที่สถานีรถไฟฟ้ำบีทีเอส นี่เป็นข้อเท็จจริงที่ผมอยากจะกราบเรียนกับ ท่านประธาน ผมกราบเรียนว่าภาพที่ถ่ายนั้นผมเชื่อครับเป็นภาพทหารแน่นอน แต่เป็นภาพ ที่ถ่ายเมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ตอนที่เข้าไปคุ้มกันให้มีการเคลื่อนย้ายประชาชนออกจาก วัดปทุมวนาราม ข้อเท็จจริงเรื่องนี้เถียงกันวันนี้ก็คงไม่จบนะครับ แต่ว่าข้อเท็จจริงนี้ พิสูจน์ได้ในวันข้างหน้า ท่านประธานครับ เรื่องที่คุณอนุดิษฐ์บอกว่าเฮลิคอปเตอร์โดนยิง แล้วก็ฝ่ายรัฐบาลอ้างว่าคนยิงอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมนั้น ผมเรียนว่าเป็นเรื่องจริงครับ คนที่ยิง เฮลิคอปเตอร์นี่อยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม และเดี๋ยวนี้เราจับตัวคนยิงได้แล้วกําลังดําเนินคดี อยู่ครับ ซึ่งก็จะได้พิสูจน์กันต่อไป

อีกเรื่องหนึ่งครับ ที่ท่านบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์และผมได้สั่งการ ให้ทหารเข้าสลายการชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้ำลีลาศ ผมกราบเรียนกับท่านประธานครับ แล้วก็จะชี้แจงต่อในรายละเอียดในโอกาสต่อไป ผมเรียนยืนยันในชั้นนี้ว่ารัฐบาลไม่เคยมี ความคิดที่จะสลายการชุมนุม ไม่เคยสั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าไปสลายการชุมนุม”

เอาละครับ เอาเท่านี้นะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อันนี้ทุกคนก็เห็นแล้ว เพราะท่านชี้แจงในที่ประชุม เอาเรื่องใหม่ ๆ ของท่านเยอะแยะ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ผมจะเรียนอย่างนี้ครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรียืนยันว่าทหารอยู่ที่แยกเฉลิมเผ่าในวันที่ ๑๙ เย็น ท่านนายกรัฐมนตรียืนยันว่าทหารอยู่ที่ศาลาแดง มองเป็นรูปตัวแอล (L) นะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีชี้แจงตอนที่เกี่ยวกับการเผาครับบอกว่าทหารเข้าพื้นที่ไม่ได้จนกระทั่งคํ่า ท่านพูดใช่ไหมครับ ท่านกําลังกล่าวอ้างว่าคนที่ยิงคนที่อยู่ในวัดปทุมวนารามเป็นผู้ก่อการร้าย ผมกําลังจะหาตัวผู้ก่อการร้ายมาให้ท่านนายกรัฐมนตรี ผมกําลังจะหาตัวฆาตกรมาให้ ท่านนายกรัฐมนตรี แล้วท่านจะได้เอาไปดําเนินการ ซึ่งผมบอกเลยครับไม่ใช่ผู้ชุมนุม ฟ้ำมีตาสามารถบอกได้เลยว่าใครคือผู้ก่อการร้าย ใครคือฆาตกร แล้วจะบอกต่อไปว่า ใครคือผู้บงการ ผมขออนุญาตใช้คลิปที่ ๑ ครับ ภาพนี้เป็นวันที่ ๑๙ เย็น นี่คือภาพทหาร ที่อยู่หน้าวัด เป็นภาพชอร์ตเดียว ถ่ายชอร์ตเดียว ในระหว่างภาพมีเสียงปืนตลอดระยะ และเดี๋ยวสักครู่นะครับจะมีภาพถ่ายตรงสยาม พารากอนถูกไฟไหม้ ซึ่งไฟไหม้ เกิดในวันที่ ๑๙ เย็นครับ ไม่ใช่วันที่ ๒๐ นี่หน้าวัดแน่นอนครับ หน้าวัดปทุมวนาราม ช่อง ๑๑ ขอให้ซูมดูนะครับ ดูใกล้ ๆ ครับ ท่านกําลังจะได้เห็นตัวฆาตกรแล้วครับ ผู้ก่อการร้ายด้วยยืนอยู่บนรางรถไฟฟ้ำเลยครับ ตรงนั้นแหละครับท่านนายกรัฐมนตรี วันที่ ๑๙ ครับ ท่านประธานครับ ช่อง ๑๑ มองไม่เห็นเลยนะครับ ภาพสําคัญไม่เห็นเลย ในช่อง ๑๑ ไม่เห็นภาพนี้เลยนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ภาพมันมัว

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

มันมัวตอนนี้ใช่ไหม ตอนสําคัญนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จะให้ทําอย่างไรครับ ต้องไปล้างมาใหม่

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ตรงนี้ตรงสยาม พารากอนอยู่ติดกับ วัดเลยครับ ติดกันเลย ไม่ห่างกันเลย จริง ๆ ตรงนี้เป็นภาพไฟไหม้นะครับ ผมขอ ตอนต้นคลิปนิดหนึ่งนะครับ เพราะว่าการฉายไปฉายตอนปลายมา ผมไม่ทราบว่า ตอนที่ไฟกําลังไหม้ตึกอยู่ ขอตอนต้นคลิปอีกทีหนึ่งครับ ขอนิดเดียวครับต้นคลิป ขอต้นคลิปนิดหนึ่งครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต้องไปอัดเป็นแผ่นภาพ มาเลยมันง่ายกว่า

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมจะเอาให้ทาง คุณจตุพรมาแสดงภาพนี้อีกครั้งหนึ่งนะครับ เอาละครับผมเรียนอย่างนี้ครับ ภาพนี้ เป็นภาพวันที่ ๑๙ เย็น จริง ๆ ตอนต้นคลิปผมไม่ทราบมันหายไปไหน แต่ตอนต้นคลิป จะเป็นตอนที่แพน (Pan) ภาพไปเห็นตอนที่ตึกสยาม พารากอนกําลังเกิดเพลิงไหม้ เพราะฉะนั้นภาพนี้เป็ นวันที่ ๑๙ เย็นแน่นอน เป็ นวันที่ ๒๐ ไม่ได้ ภาพตรงนี้คือ สถานีรถไฟฟ้ำนะครับ ภาพนี้คือภาพเมื่อสักครู่ ผมมีทั้งภาพที่ถ่ายโดยกล้องวิดีโอ และภาพที่ถ่ายโดยกล้องถ่ายรูปนะครับ มีทั้งหมดอยู่หลายภาพต่อเนื่องกัน มีหลายภาพ ต่อเนื่องกันมากเลยครับ ทุกภาพจะเป็นภาพที่อยู่บริเวณเดียวกันทั้งหมด ซึ่งถ้ามองอันนี้แล้วภาพจะอยู่ตรงนี้ครับ ทหารจะยืนอยู่บริเวณนี้ครับ ตรงหน้าวัดเลย ทีนี้ท่านก็จะอ้างอีกบอกว่าภาพนั้นเป็นภาพเวลาอื่น ในกล้องถ่ายรูปเวลาเรียกซัมมารี (Summary) ขึ้นมาดูมันจะบอกเลยครับว่าภาพนี้ถ่ายเมื่อวันที่ ๑๙ เดือน ๕ ปี ๒๕๕๓ เวลา ๑๘.๑๘ นาฬิกา ชัดครับ ตรงนี้นะครับ แล้วจะบอกเลยครับว่าภาพนี้ ๓,๐๕๖ พิกเซล (Pixel) ถ่ายด้วยกล้องโซนี่ (Sony) รุ่นดีเอสแอลอาร์ เอ ๓๕๐ (DSLR A 350) ใช้โฟกัส เลงธ์ (Focus length) คือความยาวของโฟกัส (Focus) คือ ๓๐๐ มิลลิเมตร เอฟ นัมเบอร์ (F number) ๕.๖ ไอเอสโอ สปีด ๔๐๐ (ISO speed 400) บอกหมดครับ ตรงนี้เป็น สิ่งที่ออกมาจากกล้อง ไม่สามารถจะบิดเบือนวัน เวลา ตรงนี้ได้ ซึ่งตรงนี้ผมต้องเรียน ท่านนายกรัฐมนตรีว่าจริง ๆ แล้วทั้งคลิปทั้งภาพตอบได้เลยครับว่าใครอยู่บนรถไฟฟ้ำ และจริง ๆ แล้วก็มีภาพให้เห็นเลยครับ ที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะเป็นทหาร หมวกจะติดโบสีชมพู วันนั้นทหารที่ปฏิบัติการทั้งหมดจะต้องมีสติกเกอร์สีชมพูอยู่ตรงหัว ช่อง ๑๑ ช่วยซูมด้วย จะมีอย่างนี้หมดทุกคน แม้แต่รถถังก็มีครับ ก็เป็นสีชมพูเหมือนกัน นั่นคือชุดปฏิบัติการ ทั้งหมด เพราะฉะนั้นตรงนั้นจุด ณ ตรงนั้นบอกได้เลยครับว่าคนที่อยู่ตรงนั้นเป็นทหาร ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพก็บอกแล้วเป็นทหาร แต่ท่านอ้างว่าเป็นวันที่ ๒๐ แต่เรา บอกท่านแล้วครับเป็นวันที่ ๑๙ เย็น เวลาตรงกัน และทหารเหล่านั้นยิงเข้าไปในวัด ณ เวลาเดียวกันเขายิงไปที่วัดครับ ลองดูคลิปที่ ๒ จะดูว่าเขายิงไปหาพี่น้องประชาชน หรือไม่ เวลาเดียวกันเวลาประมาณ ๖ โมงครึ่ง ยิงเข้าไปในวัด พี่น้องประชาชน แตกกระเจิงหมดเลยครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ เห็นตัวฆาตกรหรือยังครับ ท่านอย่าบอกนะครับว่าทหารยืนอยู่ตรงนั้นเป็ นบุคคลภายนอก การสังหารหมู่ เป็นสิ่งที่ผมต้องเรียนว่าวันนี้ท่านต้องรับผิดชอบ

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณวรวัจน์มีผู้ประท้วง ประท้วงอะไร กําลังดูสนุก ๆ อยู่

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วง ท่านผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ นะครับ หลักฐานคลิป ๒ คลิปที่ท่านนํามาแสดง มันได้ฉายแสดง จนคลิปถลอกไปหมดแล้วครับ คลิปแรกท่านระบุข้อมูลในกล้อง ไอเอสโอ สปีด ๔๐๐ ภาพเคลื่อนไหวไม่มีไอเอสโอ (ISO) การตั้งข้อมูลเหล่านี้ทําได้ง่ายเหลือเกิน ผมทําให้ดูก็ได้ ส่วนคลิปที่ ๒ ที่มีพี่น้องวิ่งกันกระเจิดกระเจิงแล้วมันบ่งบอกอะไรหรือครับ ใครยิงหรือครับ ฆาตกรอยู่ตรงไหนครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณอรรถพรนั่งลง เถอะครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ท่านประธานควบคุมนะครับ ผมประสาทหลอนจากคลิปปลอมเมื่อปีที่แล้ว คลิปเสียงปลอมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณอรรถพร เขากล่าวหา ท่านนายกรัฐมนตรีกับรองนายกรัฐมนตรี ท่านประท้วงไม่มีเหตุผลหรอกครับ อย่างนี้ตก ให้เขาพูดกล่าวหาให้เต็มที่ เดี๋ยว ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี กับ ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงเองครับ เชิญต่อครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานครับ เรียนยํ้าอีกครั้งหนึ่ง ผมให้ทั้งภาพวิดีโอและภาพจากกล้องถ่ายรูป ไอเอสโอเป็นกล้องถ่ายรูปครับ ฟังให้ชัด อย่าลุกลี้ลุกลน วันนี้ท่านปฏิเสธไม่ได้ว่าตรงนั้นเป็นทหารแน่นอน และเป็นวันที่ ๑๙ เย็น แล้วมีการยิงเข้าไปในวัดแน่นอนครับ และมีคนที่เห็นทหารยิงลงไปจํานวนมาก มีพยาน แวดล้อมเต็มไปหมดครับ คนตายในวัดปทุมวนาราม ท่านนายกรัฐมนตรีจําภาพนี้ได้ไหม ๖ ศพในวัดปทุมวนาราม ทุกคนเป็นผู้บริสุทธิ์ครับ ทุกคนเป็นผู้บริสุทธิ์

(นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณอรรถวิชช์ กรรมการ เป็นคนพิจารณามาแล้วประท้วงอะไร

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะเป็ นกรรมการ ท่านประธานมอบหมายให้ตรวจคลิป ท่านวรวัจน์กล่าวเท็จในที่ประชุมครับ คลิปที่ท่านแสดงว่ามีทหารยิงจากที่สูงคือ ตรงรถไฟฟ้ำ ภาพที่ท่านส่งมาไม่มีควันไฟครับ ภาพไม่ได้หายไปครับ วันนั้นเป็นภาพ คนละวันครับที่ท่านนํามาแสดง ท่านประธานครับ การตัดต่อภาพแบบนี้นะครับปัญหา มันจึงเกิด นี่ละครับที่ผมบอกว่าผมกลัวอย่างไรครับ ถ้าท่านฉายภาพของอีกวันหนึ่ง ที่ไม่ได้มีไฟไหม้ แล้วบอกว่าทหารยิงประชาชน แล้วนําภาพศพมาชี้แบบเมื่อสักครู่นี้ มันโกหกครับท่านประธาน แล้วคลิปไม่ได้หายครับ ท่านวรวัจน์ก็อยู่ด้วย ควันไฟไม่มี จากภาพนั้นเพราะเป็นคนละวันครับ จากภาพถ่ายเมื่อสักครู่นี้ เพราะฉะนั้นผมว่า ท่านต้องพูดความจริงนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือผมก็เอาตามที่ท่าน บันทึกมานี่ละครับ เขาก็ยกทั้งแฟ้ มเข้าไปในห้องผม ผมไม่ได้ดูหรอก ผมเชื่อกรรมการครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผมยืนยันครับ ภาพทหารที่บอกว่ามีการเล็งจากที่สูงเมื่อสักครู่นี้ไม่มีควันไฟ เป็นคนละวัน แน่นอนครับท่านประธาน ขอให้ท่านวรวัจน์ถอนนะครับ เพราะว่าคณะกรรมการเสียหาย ควันไฟไม่ได้หายไปนะครับ ไม่มีแต่ต้นครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ว่าอย่างไรคุณวรวัจน์

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

เอาละครับท่านประธาน ผมไม่เข้าใจ ว่าเกิดอะไรกับคลิปผม แต่ผมเรียนอย่างนี้ครับ ผมเรียนอย่างนี้ ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมจะ ชี้แจงให้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

นั่งลงก่อนเถอะ คุณอรรถวิชช์นั่งลงก่อน คือกรรมการกับกรรมการเขาเถียงกัน แล้วก็ทําให้พวกเรางงหมด

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

อย่างนี้นะครับ เดี๋ยวผมจะฝาก คุณจตุพรเอาคลิปนี้มาให้ดู แต่ว่าจะเป็ นตอนที่มีควันไฟด้วย ภาพเดียวกันครับ อันเดียวกัน แต่ว่าบังเอิญผมอาจจะเกิดความผิดพลาดอะไรบางสิ่งบางอย่างไป คือตอนที่ ควันไฟมันหายไป แต่เดี๋ยวผมจะเอามาแสดงให้ดูว่าเป็นภาพวันเดียวกัน เวลาเดียวกัน มีควันไฟครับ กําลังไหม้ เป็นวันที่ ๑๙ เย็น ประเด็นนี้ท่านไม่ต้องตอบโต้ผมหรอกครับ เดี๋ยวให้ท่านนายกรัฐมนตรีแก้ แล้วพิสูจน์กันได้ครับ เดิมพันกันได้เลยครับ พิสูจน์กัน ได้ครับว่าเป็นวันที่ ๑๙ เย็นหรือไม่ ท่านจะต้องตอบตรงนี้นะครับ

(นายธนา ชีรวินิจ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ทางโน้นประท้วงอะไร คุณธนาชอบประท้วงบ่อย

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

แล้วถ้าผมพิสูจน์ได้นะครับ เป็นวันที่ ๑๙ เย็น ท่านต้องรับผิดชอบต่อการตายของทั้ง ๖ ศพนี้ด้วยนะครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ถ้าท่านวรวัจน์ไม่ใช่คนที่เคยนําคลิปปลอมที่มีการตัดต่อ ของท่านนายกรัฐมนตรีมาใช้ในสภาแห่งนี้เมื่อการประชุมคราวที่แล้วผมอาจจะเชื่อท่าน วันนั้นท่านเป็นคนหยิบยกคลิป

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าจะยาวกันไปอีก เอาสั้น ๆ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ พี่น้องชาวบ้านเขาฟังกันอยู่ครับ วันนี้สิ่งที่เรามาพูดต้องเป็ นความจริง ความจริง ที่ปรากฏแห่งนี้ บางคนนําไปขยายครับท่านประธาน ผมถึงบอกว่าวันนี้ที่ต้องมี การตรวจสอบก็เพราะว่าท่านเคยใช้คลิปปลอมมาแล้ว

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณธนาครับ คุณธนา ฟังผมนิดหนึ่งครับ เมื่อกี้คุณวรวัจน์ก็ยอมรับแล้ว แล้วจะเอาอะไรอีก มันก็หมดแล้วครับ ปัญหา

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

คืออย่างนี้ครับท่านประธาน วันนี้ สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวทีละคน ๆ เราไป ด้วยกัน เวลาเราก็ไปเรื่อย ๆ ไม่เป็นไร

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

นิดเดียวครับท่านประธานผมไม่ใช้เวลา

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

วันนี้สว่างก็ไม่เป็นไร

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

คือวันนี้ท่านประธานผมว่า หลังจากการอภิปรายวันนี้แล้ว คนที่นําเอกสารปลอม ทําปลอมมา ต้องถูกดําเนินคดีครับ ท่านประธาน ไม่อย่างนั้นมันเกิดความเสียหายครับ

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอแล้วครับ คุณธนา เอาไว้ให้ท่านนายกรัฐมนตรี มีประท้วงอะไรอีกทางนี้เขาก็ประท้วงก่อนคุณวรงค์ เอาทางนี้ก่อนเดี๋ยวจะหาว่าลําเอียง

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธานต้องควบคุมการประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ท่านประธานเมื่อมีผู้ประท้วงท่านต้องถามเขาว่าประท้วงในข้อไหน แล้วผิดอย่างไร ท่านให้ ทั้ง ๒ ท่านอภิปรายไปเลยมันผิดข้อบังคับ เขาประท้วงข้อไหนก็ต้องบอกว่าผิดตรงไหน เหมือนผมประท้วงท่านประธาน ข้อ ๘ ท่านต้องควบคุมด้วย ขอบคุณท่านประธาน

(นายศิริโชค โสภา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมก็พยายามควบคุมอยู่ พยายามควบคุมทุกฝ่าย ประท้วงอะไรตั้ง ๓ คน ผมจะให้คุณพูดทั้ง ๓ คนพร้อมกัน ได้อย่างไร เอาคุณศิริโชคก่อนดีกว่า คือคุณพูดมาหลายทีแล้วคุณศิริโชคเขาเป็ น กรรมการร่วมเรื่องนี้ด้วย คุณวรงค์นั่งสักเดี๋ยวครับ

นายศิริโชค โสภา สงขลา

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา ในฐานะกรรมการตรวจสอบคลิป ผมกราบเรียน ท่านประธานว่ามันยังมีปัญหาอีกว่าผมก็ได้เตือนคุณวรวัจน์ไปแล้ว คลิปที่เมื่อสักครู่ ที่คุณวรวัจน์บรรยายว่าประชาชนต้องหนีเข้าวัดเนื่องจากทหารไล่ยิง ซึ่งถ้าเกิดท่านประธาน ฟังภาษาอังกฤษให้ดีนะครับ ผู้บรรยายภาษาอังกฤษของอัลจาซีรา (AlJazeera) บอกชัดว่า เขาใช้คําพูดอย่างนี้ว่า เอกซ์เทนท์ ออฟ กันชอตส บีทวีน เรด การ์ดส แอนด์ โซลเจอร์ส (Extent of gunshot between Red guards and soldiers) หมายความว่าเป็นการยิงต่อสู้กัน ระหว่างการ์ดเสื้อแดงกับทหาร ไม่ใช่ว่าทหารไทยเป็นคนยิง และผมก็ได้เตือนคุณวรวัจน์แล้วว่า อย่าบรรยายในลักษณะแบบนี้ แต่พอมาในสภาคุณวรวัจน์ก็บรรยายอีกว่าทหารไล่ยิง ทั้ง ๆ ที่ผู้บรรยายของฝรั่งเขาบอกว่าเป็นการยิงต่อสู้ระหว่างการ์ดเสื้อแดงกับทหารครับ

(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาหมอ ๒ หมอ ให้หมอเล็กก่อนค่อยหมอใหญ่ หมอวรงค์ก่อน เชิญ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ที่ผมจําเป็นต้อง ประท้วงประธานเนื่องจากว่าขณะนี้ได้มีการพิสูจน์จากคณะกรรมการที่ได้เรียนกับ ท่านประธานแล้วว่ามีผู้อภิปรายไม่ได้ปฏิบัติเป็นไปตามข้อบังคับของท่านประธาน ท่านประธานได้กําหนดกฎเกณฑ์ไว้ชัดเจนว่าการนําเสนอคลิปจะต้องผ่านการตรวจสอบ จากคณะกรรมการ แต่ปรากฏว่าคลิปที่ท่านคณะกรรมการบอกมาว่าที่มีการนําเสนอกับ กรรมการกับการนําเสนอกับท่านประธานในที่ประชุมมันคนละคลิปกัน ท่านประธาน ต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบว่ามันเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ได้อย่างไร

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ใช่นะครับคุณวรงค์ เข้าใจผิดแล้ว เมื่อกี้ท่านวรวัจน์ท่านก็บอกแล้วมันไม่มีควัน อันนี้เมื่อกี้มันก็ไม่มีควันอยู่แล้ว แล้วทางนี้มันก็เกี่ยวกับควัน ที่เขาเอามานี่ที่คณะกรรมการตรวจสอบแล้วครับเอามานี่ ที่ถ่ายทอด

(นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญประท้วงเรื่องอะไร ประท้วงผมผิดข้อบังคับข้อไหนว่ามาเลย เดี๋ยวผมจะถูกทักท้วงอีก

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ท่านประธานผมขอประท้วง ท่านประธาน ผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ผมขอประท้วง

(นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณอรรถวิชช์รอประเดี๋ยว ให้เขาก่อน

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

เมื่อกี้เพื่อนสมาชิกพรรคเพื่อไทย ก็ประท้วงท่านประธานขอให้ใช้ข้อ ๘ ท่านประธานครับ ตอนนี้นายกรัฐมนตรีชี้แจงได้ตลอด พวกที่ท่านประท้วงท่านไม่ใช่นายกรัฐมนตรี เขากล่าวหานายกรัฐมนตรี แล้วข้อตกลง ก็ชัดเจนว่าอนุมัติแล้ว คณะกรรมการอนุมัติให้ฉาย ไม่ใช่หน้าที่ของใครที่ต้องมาชี้แจง เป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีครับ นายกรัฐมนตรีท่านต้องสั่งให้ลูกน้องท่านหยุดเถอะครับ ฝากท่านประธานควบคุมหน่อยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมจะควบคุมแล้วครับ คืออย่าให้นอกเหนือกว่านี้ คุณอรรถวิชช์ไม่เอาแล้ว พอแล้ว ประท้วงเรื่องอะไรล่ะ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ข้อ ๖๓ พาดพิงในฐานะคณะกรรมการ คุณวรวัจน์ใช้คําว่าไม่รู้ว่าควันไฟหายไปไหน ท่านประธาน ฟังผมให้จบครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มันจบไปแล้วนะเรื่องนี้

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ยังครับ เพราะว่า คุณวรวัจน์กล่าวหาครับ ท่านบอกว่าไม่ทราบว่าควันไฟหายไปไหน ผมเป็นคณะกรรมการ ที่ตรวจคลิปครับ คลิปของท่านวรวัจน์ที่บ่งชี้ว่าทหารเล็งปืนจากจุดข่มสูงไม่มีควันไฟ เพราะเป็นคนละวันกับวันเกิดเหตุ แต่ท่านวรวัจน์ใช้คําว่าไม่รู้ควันไฟหายไปไหน เท่ากับ แปลว่าคณะกรรมการผมตัดต่อหรือครับ ผมว่าท่านวรวัจน์ต้องถอนนะครับ คลิปดังกล่าว ขอให้ท่านยืนยันกับสภาแห่งนี้ครับว่าเป็นคลิปที่ไม่ได้มีควันไฟ ยืนยันครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณจะให้ถอน

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ถอนครับท่านประธาน ท่านวรวัจน์ต้องถอนครับ เพราะว่าไม่อย่างนั้นมันก็แปลว่าของผมตัดต่อสิครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณวรวัจน์ถอนก็แล้วกัน เพราะคุณพูดแล้วว่ามันไม่มีควันไฟ ก็ถอนไปเพื่อจะได้ต่อครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานครับ ผมต้องขออนุญาต เรียนอย่างนี้ครับว่าจริง ๆ แล้ว

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าถอนให้เขาก่อน

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานฟังผมก่อนครับ ฟังผมก่อน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถอนเสร็จแล้วคุณก็พูด

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ฟังผมก่อนท่านประธาน ฟังผมก่อน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เขาให้ถอน เราก็ถอนก่อน เสร็จแล้วก็ค่อยอภิปรายต่อ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานฟังเหตุผลก่อน จริง ๆ คลิปนี่นะครับ ตอนแรกเลยนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวรวัจน์เชื่อผมเถอะ ถอนก่อนแล้วก็ค่อยอภิปรายต่อ เพราะเวลาไม่มี

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานฟังเหตุผลผมก่อนสิว่า ผมจะอธิบายว่าอย่างไร ถ้าผมอธิบายไม่ถูก ผมยินดีถอนครับท่านประธานครับ ท่านประธานอย่างนี้นะครับ ขออนุญาตอย่างนี้ เดี๋ยวคลิปที่มีควันไฟผมให้ทุกท่านไปดูได้ ที่ห้องวิปฝ่ายค้านว่าเป็นคลิปเดียวกันหรือไม่ ถ้าไม่มีควันไฟ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ให้ผมควบคุม ตามข้อบังคับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ถ้าไม่มีควันไฟนะครับ ผมลาออกจาก ส.ส. แต่ถ้ามีควันไฟ ท่านต้องเดิมพันที่ตําแหน่งกัน ลาออกจาก ส.ส. ด้วยกัน เอาไหมครับ เดิมพันไหมครับ รับผิดชอบไหมครับ จริง ๆ นี่คุณศิริโชคเองก็เห็นภาพคลิปแรกมีควันไฟครับ แต่ท่านบอกว่ามันไม่ถึงหน้าวัด เอายาวไปหน่อยแล้วกันก็เลยให้เอาคลิปไปเปลี่ยน บอกเอายาวไปถึงตรงนั้น คนตัดต่อเขาไม่เข้าใจเขาก็เลยยาวไปถึงวัด คือยืดคลิปไป ข้างหลัง แต่ข้างหน้าเขาตัดออก

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือต่อความยาวสาวความยืด

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ก็เลยเกิดความเข้าใจผิดกัน เท่านั้นเอง แต่คลิปนี้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอก่อนนะคุณวรวัจน์ มันยาวครับ มันถ่วงเวลาคนอื่นเขาอีกครับ คือคุณถอนไปแล้วก็คุณจะอภิปรายแก้อย่างไร ก็เรื่องของคุณ ถอนเรื่องควันไฟอะไรนั่นว่าอย่างไรคุณอรรถวิชช์ ผมก็จําไม่ค่อยได้ มันแก่แล้ว

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานครับ ผมก็บอกแล้ว อย่างไรครับว่าคลิปที่ฉายเมื่อกี้ไม่มีควันไฟ แต่คลิปตัวจริงมีควันไฟ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ให้คนที่เขาประท้วง ให้คุณถอนนี่ในฐานะที่เขาเป็นกรรมการ เขาจะให้ถอนตรงไหน

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ก็นี่อย่างไรครับท่านประธานครับ ผมบอกว่าคลิปมันเกิดความเข้าใจผิดของคลิป มันเอาคลิปมาให้กันผิดอย่างไรละครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ใช่ ผมจะให้ถอน เดี๋ยวก็ เจ๊ากันนะ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ก็เดิมพันตําแหน่งอย่างไรครับ ท่านประธาน เอาไหมครับตําแหน่ง ส.ส. เดิมพันกันสิครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เปิ ดไมโครโฟน ให้คุณอรรถวิชช์

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

วันนี้เจอตัวฆาตกรแล้วครับ เจอการสังหารหมู่แล้ว

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขอให้ท่านวรวัจน์ถอนครับ ข้อความที่บอกว่าไม่รู้ควันไฟหายไปไหนจากคลิปของท่านวรวัจน์ ใครเปิดผิดล่ะครับ ไม่เปิดผิดหรอกครับคลิปนี้ที่ส่งครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

เดี๋ยวจะให้ผมบอกว่ารู้ว่าควันไฟ มันหายไปไหนใช่ไหม จะให้ผมตอบอย่างนี้ใช่ไหม จากไม่รู้เป็นรู้ใช่ไหม

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านถอนสิครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ผมรู้ครับว่ามันหายไปไหน ก็คือมัน เกิดการคลาดเคลื่อนอย่างไรละครับ ผมอธิบายแล้วนี่ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็เขาว่าควันไฟหายไปไหน ก็ถอนไปแล้วค่อยพูดใหม่มันจะอึดอัดอะไรล่ะครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ก็ถูกแล้วอย่างไรครับท่านประธาน มันผิดตรงไหนละครับ ก็บอกแล้วว่าควันไฟมันหายไปไหนไม่รู้ หรือจะให้ผมบอกว่าผมรู้ว่า ควันไฟมันหายไปไหน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็นั่นละเขาให้ถอน ก็ถอนเท่านั้นเอง

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ถอนว่าอะไรท่านประธาน ผมไม่เข้าใจ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ว่าควันไฟไม่รู้หายไปไหน

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

แล้วมันผิดตรงไหน ก็มันถูกต้องแล้ว มันหายไปไหนไม่รู้ พอเขาบอกผมไม่รู้มันหายไปไหน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็นั่นแหละให้คุณถอน คุณจะถอนหรือไม่ถอน

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

มันหายจากคลิป ของท่านไปนะครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ผมไม่เข้าใจ เอาละครับ ผมไม่อยาก เสียเวลา อยากให้ผมถอน ผมถอนให้หมดเลยครับ ไม่อยากเสียเวลาเพราะเวลานี้ เป็นเวลาอภิปรายของผม ไม่ใช่เวลามานั่งประท้วง

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ดีแล้วครับ อย่าโกหกคน ทั้งประเทศครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เขาถอนแล้วครับ เชิญคุณวรวัจน์ เหลือเวลาอีกไม่เท่าไร

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานครับ เดิมพันตําแหน่ง ไหมครับ ถ้าคลิปจริงมีควันไฟ เดิมพันตําแหน่งสิครับ ผู้แทนราษฎรด้วยกันครับ ถ้าเอามา แสดงได้ว่าคลิปจริงมีควันไฟด้วย เดิมพันตําแหน่ง ส.ส. กัน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ทีนี้ไม่ต้องไปท้าทายอะไร กันหรอกครับ คุณอภิปรายไปเลยมันก็จะหมดเรื่องหมดราว

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานก็ให้นั่งสิครับมาประท้วง ผมได้อย่างไรเวลาอภิปรายผม ผมกําลังกล่าวหารัฐบาลเป็นฆาตกรสังหารหมู่ ผมกําลัง เปิดโฉมหน้าของผู้บงการสังหารประชาชนนี่คือการกล่าวหาของพรรคฝ่ายค้านต่อรัฐบาล

(นายศิริโชค โสภา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณศิริโชคนั่งลงเถอะ ไม่ต้องประท้วงอะไร คือเรื่องไม่พอประท้วงก็อย่าไปประท้วงให้เสียเวลาครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ศพเต็มไปหมดเลยครับ นี่คือศพนะครับ ในวัดปทุมวนารามศพเยอะไปหมด คนทั้งแผ่นดินรู้กันหมดว่าใครฆ่า เพียงแต่เรามาเปิด หลักฐานให้ดูเท่านั้นเอง ลุกลี้ลุกลนทําไมครับ ใจร้อนทําไมครับ เจอของจริงเข้าไปหรือ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ต้องประท้วงอีกแล้ว เดี๋ยวผมจะปิดการอภิปรายนะถ้าคุณขืนประท้วงบ่อย ๆ นั่งลง เชิญนั่งลงครับ นั่งลงครับ นั่งลงครับ อภิปรายต่อครับ นี่ผมต้องใช้ข้อบังคับเด็ดขาดแล้วละครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่ 🔗

ท่านประธานครับ ผมต้องเรียน ท่านประธาน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวัดปทุมวนารามมันเริ่มมาตั้งแต่เวลาประมาณหกโมงเย็น ๑๘.๐๐ น. ตอนนั้นคุณกิตติชัย แข็งขัน เป็นคนแรกที่ถูกยิง เขาถอดเสื้อยกมือขึ้นยอมแพ้ บอกอย่ายิงเขา ๆ บอกว่าอย่ายิง แต่เขาก็ถูกยิง ถูกกระสุนเข้าที่มือข้างขวาและเอวด้านหลัง ท่านประธานครับ เมื่อเวลาประมาณ ๑๘.๒๐ นาฬิกา ศพแรกถูกยิงก็คือนายอรรถชัย ชุมจันทร์ วิ่งหนีเข้าไปในลานจอดรถที่วัดปทุมวนาราม ถูกยิงแน่นิ่งในที่เกิดเหตุ ตอนนั้นเอง นายมงคล เข็มทอง เจ้าหน้าที่ป่อเต็กตึ๊งวิ่งเข้ามาลากศพนายอรรถชัยไปที่เต็นท์พยาบาล ขณะที่ลากไปเจ้าหน้าที่ป่อเต็กตึ๊งคนนี้นายมงคล เข็มทอง ก็ถูกยิงเสียชีวิตล้มข้างศพของ นายอรรถชัยเลย และขณะที่ถูกยิงตายก็สวมเสื้อของป่ อเต็กตึ๊งอย่างชัดเจน นี่คือ คนที่เข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตที่เขาถูกยิงตายตามไปเป็ นคนที่ ๒ ท่านประธานครับ ยังไม่เท่านั้น ตอน ๑๘.๓๐ นาฬิกา นางสาวกมลเกษ อรรถฮาร์ท เป็นแพทย์อาสาประจําเต็นท์พยาบาลกําลังเก็บของอยู่ในเต็นท์พยาบาลพอได้ยินเสียงปืน เขาก็หมอบลง แล้วก็ถูกยิงจากข้างบนลงมาแล้วก็ตายไปอีกท่านหนึ่ง ยังไม่เท่านั้นครับ ท่านประธาน พอทุ่มหนึ่งก็มีพยาบาลอาสาอีกคนหนึ่งซึ่งทํางานประชาสัมพันธ์อยู่ในวัด ถูกยิงตาย ชื่อนายอัครเดช ขันแก้ว นายอัครเดชถูกยิงไม่ได้ตายทันที ทุรนทุรายอยู่นานครับ แต่ไม่มีใครสามารถเข้าไปช่วยได้ เพราะว่าขณะที่จะเข้าไปช่วยก็ถูกยิงตลอด นี่คือ ศพรายที่ ๔ ส่วนศพรายที่ ๕ เกิดขึ้นเวลาประมาณ ๒ ทุ่ม มีคนชื่อนายรพ สุขสถิตย์ เข้ามาถูกยิงตาย แล้วก็ศพที่ ๖ ก็ประมาณ ๓ ทุ่มครึ่ง ชายไทยไม่ทราบนามถูกยิงตาย ๖ ศพในวัดปทุมวนารามเกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ ผมเรียนว่าหลังจากบ่ายโมงครึ่งนี่แกนนํา ของทาง นปช. ได้ไปที่ สตช. แล้วนะครับ คุณณัฐวุฒิประกาศให้ยุติครับ ทุกคนยุติ สลายการชุมนุม ตอนนั้นเวลาเพียงไม่นานทุกคนวิ่งเข้าไปอยู่ในวัดปทุมวนารามหมดเลย ทหารคุมอยู่บนรางรถไฟฟ้ำคุมสถานการณ์หมด ผมบอกเลยครับนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น รัฐบาลพยายามบอกว่ามีการเผาเกิดขึ้น แน่นอนครับถ้าหากว่าไม่มีการเผานี่ ไม่มี ผู้ก่อการร้ายนี่ จับอาวุธไม่ได้เลยครับ แน่นอนครับรัฐบาลจะตอบคําถามฆ่าคน เกือบร้อยศพได้อย่างไร บาดเจ็บเกือบ ๒,๐๐๐ คน ตอบได้อย่างไร มันต้องมีสถานการณ์ แน่นอน แล้วคนเผาเป็นใครรู้ไหมครับ ผมมีภาพมือเผาครับ มีภาพมือเผาครับ เป็นคนหนึ่ง ที่ร่วมขบวนการเผา รัฐบาลต้องไปหาตัวครับ ผมยินดีส่งภาพให้เขาเป็นใครไปหาตัว ดูหน่อยครับ มือเผาครับ คนนี้ผมมีภาพชัดเจน ใส่ริสท์แบนด์ (Wristband) ข้อมือด้านขวา สีเหลืองและสีฟ้ำ ผมยาว ตัวดํา ๆ ผมไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่คนคนนี้คือมือเผาแน่นอน กําลังเผาอยู่ นี่แหละครับคนเผา ถ้าท่านบอกว่าวันนี้คนที่เป็นทหารคือแต่งกายคล้ายทหาร มันก็มีคนแต่งกายคล้ายคนเสื้อแดง แล้วก็มีมือที่สามเต็มไปหมด มือที่สาม มือที่สี่ วันนี้เองผมไม่คิดว่าคนที่เผาคือคนเสื้อแดง มันมีการสร้างสถานการณ์ ตึกเซ็นทรัล เวิลด์ คุณวิรุฬ เตชะไพบูลย์ คนที่ก่อสร้างยืนยันว่าตึกนี้มีระบบการรักษาความปลอดภัย เป็นอันดับสองของเอเชีย ไฟไม่ไหม้ง่าย ๆ มีสปริงเคิล (Sprinkle) ต่อให้มีไฟไหม้มันก็จะ ดับโดยตัวของมันเอง ถ้าไม่มีใครไปชัทดาวน์ (Shutdown) ระบบมันลง ไปตัดระบบนํ้า หรือไปทําอะไรสักอย่างหรือจงใจให้ไหม้ ท่านยืนยันไม่มีทางไหม้ แต่นั่นแหละครับ ผมไม่อยากมานั่งเถียงกัน วันนี้มีประโยชน์อะไรที่เราจะมานั่งเถียงกัน ใครเผาบ้านเผาเมือง ใครเป็นผู้ก่อการร้าย ใครสั่งสังหารประชาชน เถียงกันไปทําไม ยิ่งทําไปยิ่งปรองดอง ไม่ได้เลย ถ้ายิ่งกล่าวหาเขาแรงต่อต้านยิ่งเพิ่มขึ้น ผมต้องเรียนรัฐบาล คณะรัฐมนตรี ผู้แทนราษฎร พี่น้องประชาชนเป็นสิบล้านคนไม่พึงพอใจท่าน เกิดปฏิกิริยาการต่อต้าน เกิดเขาไม่ขายอาหารให้ท่าน ท่านไปตลาดเขาบอกเขาไม่ขายอาหารให้ ถ้าไปตัดผมก็บอก เขาไม่ตัดผมให้ท่าน เขาไม่ตัดเสื้อผ้าให้กับท่าน เขาไม่ให้บริการท่าน เขาไม่ยอมรับท่าน อยู่ในสังคมของเขาท่านจะอยู่ในประเทศนี้ได้อย่างไร บ้านเมืองจะเกิดความแตกแยก อย่างรุนแรงแน่นอน แล้วนี่หรือครับคือสิ่งที่เราประสงค์ ผมว่าไม่ใช่สิ่งที่เราประสงค์เลย ผมเรียนเลยวันนี้หลายภาพที่เราได้แสดงก็คือใครเป็นคนยิงประชาชน ถ้าไม่พอผมให้ดู อีกภาพหนึ่ง ผมลองให้ดูคลิปที่ ๓ คลิปที่ ๓ และคลิปที่ ๔ จะบอกว่าใครคือคนยิงประชาชน ของนายวสันต์ ภู่ทอง ผมอธิบายภาพนิดหนึ่งก่อนที่จะเปิด ตรงนี้จะมีภาพของนายวสันต์ ที่ถือธงแล้วเดินไปเดินมา แล้วมีกระสุน ๙ นัด กระสุน ๙ นัดของคลิปนายวสันต์จะไปตรงกับ กระสุนอีกคลิปหนึ่งที่มีภาพทหารกําลังยิงเข้าไปสู่กลุ่มประชาชน กระสุน ๙ นัดตรงกัน ๙ กับ ๙ นัด เทียบสเตป (Step) ของกระสุนแล้วตรงกันพอดี เอาละครับลองดูภาพก่อน นี่คือคลิปที่ ๒ กระสุนนัดที่ ๓ จะเป็นนัดที่ยิงนายวสันต์ล้มลง จะมีภาพทหารยิง ทั้ง ๒ คลิป เปรียบเทียบกันสิครับกระสุนตรงกันพอดีแยกซ้าย ขวา เสียงออกซ้าย ขวา

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณบุญยอดประท้วงอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ผมประท้วงว่าท่านใช้ หลักฐานที่เป็นเท็จ คลิปที่ ๒ ผมทํางานโทรทัศน์ ๑๘ ปี ผมทํางานทางด้านวิดีโอ ผมเป็น พิธีกรโทรทัศน์มานานแล้วครับ คลิปที่ ๒ เสียงปืนชัดไปครับ เพราะฉะนั้นผมถือว่า คลิปที่ ๒ คือการเอาเสียงของคลิปที่ ๑ มาใส่ในคลิปที่ ๒ ถ้าท่านจะทดลองลองเปิด คลิปที่ ๒ อีกครั้งหนึ่ง คลิปที่ ๒ มันมีคนที่ยืนอยู่บริเวณรอบ ๆ ด้วย มีคนวิ่งไปมา ผมลองให้ตั้งใจฟังคลิปที่ ๒ ว่าท่านได้ยินเสียงปืนชัดไปหรือไม่ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอแล้ว คุณประท้วง เรื่องอะไร เรื่องคลิป คลิปคณะกรรมการเขาตรวจสอบมาถูกต้องแล้วก็ต้องเปิดโอกาสให้เขา เพราะผมอนุญาตแล้ว เชิญนั่งลงเถอะครับ เดี๋ยวจะจบ ไม่มีการตัดต่ออะไรหรอกครับ มันก็มีในทีวีเขาก็ออกอย่างนี้ ก็เห็นกันทั่ว ๆ ไปทั้งประเทศแล้วละครับ เดี๋ยวนี้เขาเป็น คนกล่าวหารัฐบาล นั่นมันเรื่องของเขา เชิญนั่งเถอะครับ เชิญนั่งเถอะครับคุณบุญยอด ผมควบคุมอยู่แล้ว

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณอรรถพรประท้วงผม เรื่องอะไร

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงผู้อภิปราย หลักฐานที่นํามาแสดงก็เป็นหลักฐานเท็จอีกเช่นเคย คนที่อยู่ ในวงการโทรทัศน์จะรู้ว่าการลอกแถบเสียงของคลิปหนึ่งมาใส่อีกคลิปหนึ่งมันง่ายมาก

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือผมเรียนแล้วอย่างไรละครับ คุณอรรถพร

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

จะให้ผมเอาเสียงบิน ลาเดน มาใส่ปากคุณวรวัจน์ผมยังทําได้เลยครับ ง่ายมาก ๆ เลยครับ หากินง่ายเลยทีเดียวครับ

(นายธนา ชีรวินิจ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอแล้ว ๆ ผมวินิจฉัยได้ครับ คุณธนาพอแล้วครับ มันจะเดินไปข้างหน้ามันเดินไปไม่ได้ เกือบจะจบอยู่แล้วครับ เหลืออีก ๑๐ กว่านาที เอาทางนี้ก่อน คุณธนาหยุดก่อน

(นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ทางนี้ว่ามา

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

ท่านประธานครับ ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส. จังหวัดอุบลราชธานี เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ประท้วงท่านประธาน ตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ท่านประธานต้องควบคุมการประชุม ซึ่งวันนี้เราอภิปรายไม่ไว้วางใจ เรามีเอกสารหลักฐาน ถ้าผิดฟ้ องร้องท่านวรวัจน์ได้ครับ ท่านอย่าไปวินิจฉัยแทน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมควบคุมอยู่แล้วครับ ขอบคุณที่เตือนครับ พอแล้วครับ พอแล้ว ไม่มีนิดอะไรแล้วพอแล้ว ให้ผมควบคุม การประชุมให้เรียบร้อยครับ เพราะว่าผมทําตามที่ผมได้สั่งการไปอะไรต่าง ๆ ก็เรียบร้อยหมด ทุกอย่าง ก็ทนฟังสักหน่อยครับผมก็เห็นใจ เพราะมันคันปากทุกคนแหละครับ เชิญต่อครับคุณวรวัจน์ เอาเข้าเนื้อหาสาระนะครับ เพื่อประชาชนเขาจะได้ฟัง ไม่ใช่เอา เรื่องลอย ๆ มา เอาชัด ๆ ไปเลย เชิญ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานครับ ภาพนี้ชัดมาก และพิสูจน์ได้นะครับ เพียงแต่เวทีนี้เวลามันไม่พอ แล้วอยากเห็นชัด ๆ ไหมครับว่าใครยิง เดี๋ยวสิครับภาพเมื่อกี้เปรียบเทียบคลิป ๒ อันเองนะครับว่าคลิปทั้ง ๒ อันเกิดขึ้นในเวลา เดียวกัน อยากพิสูจน์ผมว่าสื่อมวลชนเขาพิสูจน์ได้ครับ ผมไม่เอาเรื่องเท็จมาดําเนินการ ในสภาหรอก มันไม่ใช่ลักษณะนิสัยของพวกเรา

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญต่อครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่ 🔗

แล้วผมเรียนนะครับ อยากเห็น ตัวฆาตกรไหมครับใครเป็นคนยิง ที่ผมบอกท่านนายกรัฐมนตรีวันนี้ไม่ใช่ว่าผมจะกล่าวหา ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ แต่ผมบอกว่าทุกคนมันมีหลักฐาน ท่านก็กระทําผิด ทุกคนผิด ไปหมดละครับ วันนี้ทุกคนในประเทศไทยผิดหมดละครับ ถ้าเรายังเอาแต่ใจตัวเอง ฉันถูก เรื่องของกู ตัวกู ไม่มีใครไม่มีวันจะชนะหรอกครับ ประเทศไทยพังพินาศหมด แต่ที่ผมกําลัง จะบอกท่านว่าท่านก็ผิด เพราะมีส่วนในการบงการในการสังหารหมู่ประชาชนครั้งนี้ เพียงแต่ผมเรียกร้องความรับผิดชอบครับว่าถ้าท่านตระหนักว่าพวกเราต่างคนต่างผิด ถอยคนละก้าวดีไหม นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะบอก ผมไม่ได้มาบอกว่าจะต้องเอาอะไร แต่วันนี้ ผมไม่เห็นด้วยในการที่ท่านจะไล่ล่าเอาเป็นเอาตายเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมือง แต่ประเทศไทยย่อยยับ ตั้งแต่วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ มาผมถามว่าเราได้อะไร หลังจาก การปฏิวัติเกิดขึ้นมาประเทศย่อยยับไปหมด เกิดความแตกร้าวแตกฉาน ทําไมไม่ถอยไป คนละก้าวละครับ ทําให้การเมืองมันเป็นการเมือง ทําให้พี่น้องประชาชนกลับสู่ความสันติ คืนอํานาจให้กับพี่น้องประชาชนไป บอกเขาครับ วันนี้ให้เขา ท่านจะขอเวลาอีกกี่เดือน ท่านให้เขา แต่ต้องเยียวยาครับ ไม่ใช่ไล่ล่า ที่ผมบอกวันนี้คือเราทุกคนต่างผิด ไม่มีใครถูกเลย ถ้าเราคิดว่าตัวเราถูกหมดทุกคนนี่คนที่แพ้คือประเทศไทย นั่นคือสิ่งที่เราไม่ประสงค์ เอาละครับพอดีผมมีอีกภาพหนึ่งในคลิปที่ ๔ จะให้ดูว่าใครคือคนฆ่า ภาพนี้คลิปที่ ๔ จะเป็นทหารที่อยู่ในคลิปที่ ๒ แล้วย่างสามขุมออกมาแล้วก็ประทับปืนยืน สเตปของทหาร จะให้ดูชัด ๆ ว่าใครคือคนยิง จริง ๆ แล้วในคลิปที่ ๒ จะมีเสียงด้วยใครยิงวะ กูยิงเอง ชัดเจนครับ เป็นของทหารเลย เพียงแต่ตรงนี้เสียงมันไม่ชัดผมเลยไม่เอาตรงนี้มา แต่สื่อมวลชนพิสูจน์ได้ครับ ไปฟังได้จากคลิป ทีนี้ขอคลิปที่ ๔ ครับ ดูด้านซ้ายมือจะเป็นภาพคนกําลังจะเขยิบไปด้านขวาประทับยิง เป็นทหารกําลังประทับปื นยิง นี่คือภาพที่อยู่ในคลิปที่ ๒ จริง ๆ คลิปที่ ๒ ผมต้อง เรียนท่านนายกรัฐมนตรี มีเสียงด้วยครับว่าทหารมีโค้ด (Code) เรียกขาน มีนามเรียกขาน ชัดเจน แต่ว่าผมไม่ใช่ทหารผมไม่สามารถเอาออกมาได้ แต่ตรงนี้ที่ผมจะบอกท่านว่า เราต่างคนต่างผิด ท่านนายกรัฐมนตรีคาดการณ์ผิดครับ ท่านคาดการณ์ผิดไปมากเลยว่า ท่านจะปราบปรามโดยสงบ ท่านคิดว่าถ้าเอาทหารออกมาแล้วจะไม่มีการตายเกิดขึ้น ขนาดนี้ แต่วันนี้การตายเกิดขึ้นมากมายเกือบ ๑๐๐ ศพ ในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ไม่เคยมีคนตายมากขนาดนี้ ไม่เคยมีคนบาดเจ็บมากขนาดนี้ แล้ววันนี้ท่านกําลังจะไล่ล่า ยิ่งไปใหญ่ครับ ยิ่งเกิดความกดดันไปทั่วทั้งประเทศ สิ่งเหล่านี้ท่านจะปล่อยให้เกิดทําไม ผมเรียนท่านครับ ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับ จริง ๆ แล้วถ้าท่านไม่คิดว่าท่านดํารงตําแหน่งเป็ นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แล้วท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพเป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ทําเพื่อเรื่องการเมือง สเตปถอยไปคนละก้าว วันนี้การไล่ล่าทางการเมืองไม่มีวันทําให้ประเทศไทยดีขึ้น วันนี้ ต้องยอมรับว่าจริง ๆ ท่านนายกรัฐมนตรีหลีกเลี่ยงการเสียชีวิตได้ หลีกเลี่ยงการเกิด การจลาจลทั้งเมืองได้ หลีกเลี่ยงความแตกแยกตรงนี้ได้ เพียงแต่ท่านจริงใจปรองดอง นิดหนึ่ง เห็นแก่ชีวิตมนุษย์ที่สูญเสียไป ๘๘ ศพ เห็นแก่ตรงนั้นสักนิดหนึ่ง ถอยออกไป คนละก้าว นั่งคุยกันใหม่ ประเทศเราจะอยู่ได้ แต่ถ้าท่านยังยืนยันว่าเอาละผู้ชุมนุม ส่วนหนึ่งไม่ผิด แต่แกนนําเสื้อแดงผิด แกนนําเสื้อแดงคืออะไรครับ วันที่เขาไปชุมนุม ที่สะพานผ่านฟ้ำลีลาศบอกไม่ผิดครับ มีพวกกลุ่มชุมนุมคนชุดดําเข้ามา มีผู้ก่อการร้าย แฝงตัวมาในกลุ่มผู้ชุมนุม ทําไปทํามาวันนี้กลุ่มคนเสื้อแดงกลายเป็นผู้ก่อการร้าย แล้วถามด้วยวิจารณญาณจริง ๆ ครับ จริง ๆ มันใช่ไหม ทําไมภาคใต้ยิงพระ ยิงข้าราชการ ทําลายสถานที่ราชการ วางระเบิด คนตาย ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ ศพ ท่านเรียกว่า ผู้ก่อความไม่สงบ แต่คนกลุ่มนี้ท่านกําลังกล่าวหาเขาว่าเขาคือผู้ก่อการร้าย มันเจ็บปวด หัวใจคนเท่าไร เขามีพี่น้อง เขามีคนรู้จัก เขาเป็นครอบครัวคนเสื้อแดงเป็นสิบล้านคน ท่านจะไล่ล่าเขาหมดหรือ แล้วต่อไปท่านออกจากตําแหน่งนี่ ผมก็ถามท่านว่า ท่านจะอยู่ในสังคมประเทศไทยได้อย่างไร คนเราไม่ได้อยู่ในตําแหน่งตลอดกาลนะครับ ไม่มีใครยิ่งใหญ่ตลอดกาล วันหนึ่งท่านก็ต้องไปแน่นอนครับ ท่านอยู่ในตําแหน่ง แล้วพรรคพวกท่านล่ะ พี่น้องท่านล่ะ วันนี้สังคมมันไปไม่ได้ ผมถึงเรียนท่านนายกรัฐมนตรีว่า ท่านต้องดําเนินการ วันนี้ผมต้องเรียนท่านนายกรัฐมนตรีครับ ความเสียหายทั้งหมดนี้ หลีกเลี่ยงได้แต่ท่านไม่หลีกเลี่ยง วันนี้ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยท่านในฐานะ นายกรัฐมนตรีท่านมีส่วนในการรับผิดชอบ ผมไม่กล่าวหาใครหรอกครับ ผมกล่าวหาท่าน เพราะท่านเป็ นประมุขฝ่ำยบริหาร ท่านมีอํานาจท่านเลี่ยงได้ จริงครับ อาจจะมี บางสิ่งบางอย่างทําให้ท่านอึดอัดใจ แต่เลี่ยงได้ครับ ชีวิตมนุษย์ทั้งชีวิต

วันนี้ผมต้องเรียนท่านครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านคงยังจําคําพูด ของท่านได้ วันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๑ ผมขออนุญาตยํ้าอีกครั้งหนึ่ง ท่านบอกว่า พันธมิตร ทําถูกทําผิด รัฐบาลไม่มีสิทธิทําผิด ไม่มีสิทธิทําร้ายประชาชน อันนี้คือจุดยืนของ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ วันที่ท่านเป็นฝ่ายค้านนี่ผมชื่นชมคนหนุ่ม ผมคิดว่าท่านมีอุดมการณ์ ทําไมวันเวลาเปลี่ยนแปลงไปแค่ไม่เท่าไร ท่านเป็นรัฐบาล ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านลืมคําพูดเหล่านั้นได้อย่างไร วันเดียวกันครับ ท่านบอกว่า ผมไม่นึกไม่ฝันว่าเราจะมีรัฐที่ได้ทําร้ายประชาชนถึงขั้นเสียชีวิตครับ บาดเจ็บสาหัส แล้วเรายังมีรัฐที่พยายามยัดเยียดความผิดกลับไปให้ประชาชนอีก เป็นพฤติกรรม ที่รับไม่ได้ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ตลอดระยะเวลาการดํารงตําแหน่งของท่าน ท่านทําสวนต่อคําพูด ของท่านเมื่อเป็นฝ่ำยค้านอย่างมาก ตอนท่านเป็นนักการเมืองหนุ่ม เป็นฝ่ำยค้าน เป็นสมาชิกแห่งสภานี้ ท่านไม่ได้ทําอย่างนี้เลย ท่านมีอุดมการณ์ ผมเชื่อว่าท่านมีอุดมการณ์ ผมเชื่อว่าท่านนําพาพรรคประชาธิปัตย์ไปได้ดี แต่วันนี้ท่านกําลังนําพาประเทศ สู่ความเสียหาย ท่านทําให้เกิดความเสื่อมเสียต่อสภาแห่งนี้อย่างมาก ท่านสั่งให้ทหาร ลากปืนสไนเปอร์ออกมายิงเจาะหัวพี่น้องประชาชนก็ผิดแล้ว วันนี้หลายสิบศพ ๓๐-๔๐ ศพ ที่ตายถูกเจาะหัวยิงอย่างจงใจ ถูกยิงที่อกยิงจากที่สูงลงมา ที่วัดปทุมวนารามท่านดูสิครับ นี่คือรอยกระสุนปืนที่เจาะอยู่บนพื้น ยิงจากข้างบนลงมาเท่านั้นถึงลงพื้นได้ ก็ยิงมาจาก ตรงทหารนั่นละ นี่คือรอยที่ยังอยู่ ท่านให้สไนเปอร์ไล่ยิงพี่น้องประชาชนนี่ถูกหรือครับ ต้องเรียนอย่างนี้ว่าภาพนี้นะครับ แล้วผมจะอ่านเรื่องกฎของการใช้กําลังให้ การใช้กําลัง ให้ใช้กําลังเท่าที่จําเป็นเท่านั้น อันนี้คือกฎของการใช้กําลังนานาชาติ อนุญาตให้ใช้กําลัง รุนแรงอาจถึงตายได้ต่อเมื่อเป็นการพิทักษ์ชีวิตเท่านั้น นี่มันพิทักษ์อะไร ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ รับปากกับสภาแห่งนี้ว่าจะไม่ใช้อาวุธกับ พี่น้องประชาชน อย่างมากก็กระสุนยาง ทําไปทํามาเปลี่ยนใจครับ ใช้กระสุนจริง ป้ำยภาพอัปยศ เขตใช้กระสุนจริง ไม่อยากแสดงแล้ว แต่บอกว่าดูแล้วมันรับไม่ได้จริง ๆ ท่านนายกรัฐมนตรี ผมคิดว่าวันนี้ท่านกล่าวหาคนเสื้อแดงบอกว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ไล่จับแกนนําคนเสื้อแดงไปหมดเลย แกนนําคนเสื้อแดงกลายเป็นผู้ก่อการร้ายหมด จริง ๆ เขาถูกปิดล้อมอยู่ข้างใน จริง ๆ ถ้าไม่มีการเผาเกิดขึ้น ไม่มีการจับอาวุธมากมายได้ ท่านกล่าวหาเขาไม่ได้หรอก แต่นี่ท่านกล่าวหาเขาว่าเป็ นผู้ก่อการร้าย เพราะว่า มีสิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้น นี่ครับท่านยังกล่าวหาว่าจับอาวุธได้ เย็นวันที่ ๑๙ หน่วยอีโอดี เก็บกวาดกู้ระเบิดของตํารวจเขาไปเช็กหมดแล้วไม่มีอาวุธ แต่ประกาศเคอร์ฟิว (Curfew) คืนวันที่ ๒๐ มาเลยครับ เขาบอกมีทหารเอานี่ขึ้นมา แล้วบอกมันใหม่เกินไป อาวุธที่อยู่ ในที่ชุมนุมจะต้องมีฝุ่ น มีรอยนิ้วมือ มีคราบรอยนิ้วมือ ไม่ใช่ใหม่เอี่ยมอย่างนี้จะอยู่ ในที่ชุมนุมได้ แล้วในการจับกุมอาวุธไปถามผู้สื่อข่าวดูสิครับ ผู้สื่อข่าวอยู่ในนั้นตลอดเวลา ไม่เคยมีอาวุธเลย คนเสื้อแดงมีหนังสติ๊ก อาวุธการต่อสู้ระหว่างคนเสื้อแดงกับทหารคือ หนังสติ๊กกับอาวุธสงคราม นี่คือความละอายที่สุดในการใช้กําลังการปราบปราม จากหลักฐานทั้งหมดผมเอายืนยันให้ท่านได้ว่าวันนี้ท่านโกหกกลางสภา หรือไม่ท่านก็ต้อง ไปตรวจสอบลูกน้องท่านละครับ ทหารไม่ได้อยู่ตรงวัดปทุมวนาราม โน่นอยู่ที่แยกเฉลิมเผ่า โน่นอยู่ที่ศาลาแดง เขาหลอกท่าน ๆ ท่านสั่งการลงไปเขาหลอกท่าน แต่เขาไปไล่ยิง อยู่ตรงที่หน้าวัดปทุมวนาราม ไม่รู้ใครท่านไปตรวจสอบหน่อย แต่สิ่งนี้ทําให้ท่านเสื่อมเสีย อย่างรุนแรง และแน่นอนมันเลี่ยงไม่ได้ที่ท่านจะมีส่วนพัวพันกับการยินยอมให้ทหาร ใช้อาวุธอย่างเสรี แล้วก็ยิงประชาชนตายจํานวนมากถึง ๘๘ ศพ ท่านเลี่ยงไม่ได้ วันนี้ เรามีคลิป มีหลักฐานยืนยันได้ว่าท่านมีส่วนเป็นผู้บงการการสังหารหมู่พี่น้องประชาชน ในครั้งนี้ เป็นประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ท่านมี ๒ ทาง อันที่ ๑ คือ ปรองดองเสีย เลิกไล่ล่า เลิกข่มขู่ เยียวยาความเจ็บปวดของพี่น้องประชาชน ดึงบ้านเมืองกลับไปสู่ ความสงบ หรือไม่ถ้าท่านรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของพี่น้องประชาชน ตัดสินใจเถอะครับ ลาออกหรือไม่ก็คืนอํานาจให้กับพี่น้องประชาชนไป

วันนี้ผมเรียนท่านว่าท่านไม่ได้สง่างามอยู่บนตําแหน่งของนายกรัฐมนตรี ท่านเป็ นนายกรัฐมนตรีที่มีคนเกลียดมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีการโกงกินเกิดขึ้นมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย

(นายอาคม เอ่งฉ้วน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณวรวัจน์มีผู้ประท้วง คุณอาคมประท้วงอะไรผม

นายอาคม เอ่งฉ้วน กระบี่

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม อาคม เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ ผมฟังดูว่าคุณวรวัจน์จะจบแต่ไม่จบ แล้วก็ฉวยโอกาสด่ารัฐบาลเล่น ๆ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ในฐานะที่ผมเป็นสมาชิก ของสภานี้ซึ่งจะต้องโหวตตัดสินว่าไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจ เมื่อสักครู่เขาถามผมว่า อยากเห็นตัวฆาตกรไหม อยากครับ แต่ไม่ทราบว่าฆาตกรที่แกพูดนี่ตรงกับฆาตกร ที่ผมเห็นหรือเปล่า เพราะผมเคยเห็นในทีวี หน้าตาสี่เหลี่ยม มีคนบอกว่าคนที่เคยบอก ในทีวีว่าอย่ากลับบ้านมือเปล่าคนนั้นหรือเปล่า แล้วคนที่เคยบอกว่าถ้ามีความรุนแรง ไปที่ศาลากลางเลย เต็มที่เลย คนนั้นหรือเปล่าครับที่เป็นฆาตกร

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอแล้วครับ ประท้วงผม ไม่ใช่อภิปราย พอแล้วครับ ประท้วงกันไปประท้วงกันมา พอแล้วคุณไม่มีสิทธิอภิปราย คุณอาคม คุณประท้วงผม ผมผิดข้อบังคับข้อไหนครับ คุณก็อาวุโสนะครับ เดี๋ยวจะจบแล้ว เหลือ ๒ นาที

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมเคยเชื่อ ในอดีตพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่ดี แต่ผมไม่คิดว่ามาตรฐานพรรคประชาธิปัตย์ตกตํ่า ถึงขนาดนี้ แล้วไม่เคยคิดว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นส่วนหนึ่งในการนําประเทศไทย ก่อให้เกิดความเสียได้มากขนาดนี้

(นายสุวโรช พะลัง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ประท้วงอีกแล้ว ประท้วง อะไรอีกคุณสุวโรช

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมไม่ไว้วางใจท่านให้บริหารประเทศชาติบ้านเมืองนี้ต่อไปครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอประท้วง ผู้ที่กําลังอภิปรายอยู่ครับ แล้วก็ขอให้ท่านได้ถอนคําพูดด้วยที่ท่านบอกว่าวันนี้สมาชิก พรรคประชาธิปัตย์มาตรฐานตกตํ่า ตรงนี้ต้องถอนครับเพราะถือเป็นการเสียดสีแล้วก็ดูถูก พวกผมครับ พวกผมไม่ได้ตกตํ่า ว่าแต่พวกท่านเถอะครับใครเป็นคนพาคนมาตาย คนจนตายเพราะท่านเท่าไร

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ประท้วง เข้าใจแล้ว ให้ถอน พอแล้ว คุณวรวัจน์ถอนสักหน่อยเถอะ พรรคประชาธิปัตย์ตกตํ่า มันเป็นคําพูดที่ไม่ค่อยดี

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ครับ ผมขออนุญาตถอนครับ เพราะนี่ คือมาตรฐานของพรรคประชาธิปัตย์เป็ นอย่างไรก็อย่างนั้น ถ้าผมพูดผิดตรงไหน ขออนุญาตถอน ผมเข้าใจแล้วครับมาตรฐานของพรรคประชาธิปัตย์เป็นอย่างไร

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถอนแล้วต่อ จะจบแล้วนี่

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

วันนี้ผมต้องเรียนว่าในฐานะสมาชิก ของสภาแห่งนี้ผมเสียใจ ผมผิดหวัง ผมไม่นึกว่าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะเป็นคนที่ทําให้ประเทศไทยเสียหายได้มากขนาดนี้ ผมคิดว่าหลายคนที่เคยสนับสนุน พรรคประชาธิปัตย์ หลายคนที่เคยสนับสนุนท่านนายกรัฐมนตรี หลายคนคิดว่าท่านจะ นําพาประเทศไทยเข้าไปสู่ความเจริญนี่ วันนี้เขาส่ายหัว เขาผิดหวัง แล้วความเจ็บปวดนี้ มันจะตราตรึงอยู่ในแผ่นดินไทย แน่นอนครับท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านเป็นคนที่ถูก จารึกในประวัติศาสตร์แน่นอน วันนี้ในสภานี้ผมเชื่อว่าจะได้ยินคําว่าท่านนายกรัฐมนตรี เป็นทรราช จริง ๆ ผมไม่อยากได้ยินหรอกคํานี้มันบาดลึกหัวใจ หลายคนไปบอกว่า นายกรัฐมนตรีเป็ นฆาตกร เป็ นผู้บงการสังหารหมู่ประชาชน สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่า ท่านไม่อยากฟังหรอก ถ้าไม่อยากให้ตระกูลเวชชาชีวะเสื่อมเสียมัวหมองด้วยเรื่องดังกล่าว ต่อไปนี้ ถ้าท่านสํานึกได้และเห็นว่าท่านนําพาประเทศชาติเสียหายหมดแล้วนี่ ท่านอยาก คืนความสงบกลับประเทศไทย เลือกเถอะครับ จะปรองดองก็ปรองดองโดยสงบ เอาทุกคน มานั่งคุยกันหาทางออกให้กับประเทศไทย หรือท่านทําไม่ได้ อึดอัดด้วยเรื่องบางเรื่อง ลาออกเถอะครับ หรือไม่ก็ยุบสภาคืนอํานาจให้กับประชาชนเถอะครับ ผมเรียนท่านว่า ผมไม่สามารถจะไว้วางใจให้ท่านบริหารประเทศชาติบ้านเมืองต่อไปได้ และผม ไม่สามารถจะไว้วางใจท่านได้อีกต่อไป ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านไม่ใช่นายกรัฐมนตรี ของคนไทยอีกต่อไป ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ขอบคุณครับ เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ผมขอใช้เวลาเล็กน้อยเพื่อชี้แจงในช่วงนี้ เกี่ยวกับเรื่องที่บริเวณวัดปทุมวนาราม ที่ท่าน ส.ส. วรวัจน์ได้ยกขึ้นมาเป็นประเด็น อภิปราย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ขออนุญาตใช้คลิปที่แสดงภาพ แสดงแผนที่ ในชั้นนี้ ผมขอเฉพาะในส่วนที่เป็นแผนที่ที่แสดงให้เห็นที่ตั้งของวัดปทุมวนาราม แล้วก็สถานีรถไฟฟ้ำ บีทีเอส เลยไปจนถึงสี่แยกปทุมวัน เพื่อประกอบคําชี้แจงของผม ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสักครู่ที่คุณวรวัจน์ได้เอาภาพทหารขึ้นมาอภิปรายนี่คงจะสร้างความสับสนให้กับ พี่น้องประชาชนที่ไม่ได้ติดตามสถานการณ์โดยใกล้ชิด แล้วคุณวรวัจน์ก็อภิปราย เอาเหตุการณ์วันที่ ๑๙ ที่วัดปทุมวนาราม เอาคลิปมาแสดงแล้วก็ย้อนไปที่คลิปของวันที่ ๑๐ แล้วก็ย้อนไปถึงคลิปอื่น ๆ มันก็เลยทําให้คนเข้าใจสับสนกันไปมาก ผมขอใช้เวลาเล็กน้อย ชี้แจงอย่างนี้ครับ ในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม เฉพาะส่วนที่อยู่ตรงปทุมวัน แล้วก็มาถึง วัดปทุมวนารามครับ ผมกราบเรียนกับท่านประธานว่ากําลังของเจ้าหน้าที่ในส่วนนี้ได้รับ คําสั่งให้อยู่ในที่ตั้งเดิมที่บริเวณหน้าสนามกีฬา ท่านนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงไปเมื่อเช้าครับว่า กําลังส่วนนี้ได้รับคําสั่งให้อยู่ตรงนั้นไม่ให้เคลื่อนเข้ามา เพื่อเปิดทางให้ผู้ชุมนุมได้เดิน ออกไปได้ แล้วอยู่ที่นั่นตรงนั้นมาโดยตลอดครับ จนกระทั่งถึงเวลาบ่ายสามโมง พอถึงเวลา บ่ายสามโมงเกิดมีการวางเพลิงในบริเวณสยามสแควร์และเซ็นทรัล เวิลด์ จึงได้สั่งการให้ กทม. จัดรถเข้าไปดับเพลิง ที่มีผู้กล่าวเมื่อเช้าว่ามีเพลิงไหม้แล้วไม่เข้าไปดับเพลิง ที่จริง กทม. เขาเข้าไปครับ แต่ว่าเมื่อ กทม. ส่งรถดับเพลิงเข้าไปก็ถูกผู้ก่อการร้ายยิงเอา เขาก็ ถอนออกไป ขอให้เจ้าหน้าที่ได้จัดกําลังเข้ามาคุ้มครอง เจ้าหน้าที่ตรงนี้ละครับถึงได้รับ คําสั่งให้เคลื่อนย้ายเข้ามา เข้ามาตอนแรก ๒๐ คนครับ มาเพื่อคุ้มครองรถดับเพลิงของ กทม. แต่พอเข้ามาจริง ๆ ก็ถูกยิงครับ ต้องถอยไปอยู่ที่สถานีรถไฟฟ้ำบีทีเอสที่สยามสแควร์ ตอนที่ถอยนั่นเป็นเวลา ๔ โมงครึ่ง ๑๖.๓๐ นาฬิกา แล้วก็จัดกําลังใหม่ครับ เที่ยวนี้เพิ่มกําลัง ขึ้นมาเป็น ๑ กองร้อย เพื่อที่จะคุ้มครองให้รถดับเพลิงทํางานได้ เคลื่อนที่เข้ามาตรงนี้ครับ ท่านประธานจะเห็นว่าวัดปทุมวนารามนี่สี่แยกแดง ๆ อยู่ตรงนั้นครับ จุดที่เขาเคลื่อนที่เข้ามา มาทางข้างล่างด้วยที่พื้นดิน แล้วก็เดินมาข้างบนด้วยเพื่อคุ้มครองคนข้างล่าง มีผู้ก่อการร้าย อยู่ที่ตอม่อด้านล่างที่พื้นดินยิงสู้กับเจ้าหน้าที่ เป็นการปะทะกันเป็นรอบที่ ๒ กับเจ้าหน้าที่ ตอนที่ปะทะนี่เป็นเวลาประมาณ ๑๘.๓๐ นาฬิกา มีคนร้ายอยู่ตรงหัวมุมวัดเลยครับ ไม่ใช่ ที่หน้าประตูวัด หน้าประตูวัดนี่เป็นมุมทางขวาสุดในภาพคนร้ายที่ยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ อยู่มุมซ้ายสุดติดกับสยาม พารากอนครับ ยิงสู้กับเจ้าหน้าที่แล้วก็ปีนรั้วเข้าไปในวัด เข้าใจว่าคนร้าย ๒ คนนี้ต้องมีคนหนึ่งถูกปืนของเจ้าหน้าที่ครับ ผมไม่ทราบว่าเป็นคนร้าย ที่เข้าไปตายในวัดหรือเปล่า แต่นั่นคือข้อเท็จจริง แล้วสอดคล้องกับภาพที่ฝรั่งพากย์ เมื่อสักครู่ที่คุณวรวัจน์ไม่ได้แปลให้ฟังว่าเป็นการยิงต่อสู้กับคนเสื้อแดงนี่ครับ แล้วหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ถอนกลับเพราะเห็นว่าขืนเดินหน้าต่อไปนี่ก็จะต้องมีการปะทะกัน อาจจะมีประชาชนพลอยได้รับลูกหลงบาดเจ็บกันต่อไป เพราะฉะนั้นผมเรียนกับ ท่านประธานครับว่าในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ หลังจากเวลา ๑๘.๓๐ นาฬิกาแล้ว ไม่มีเจ้าหน้าที่ทหารของเราอยู่บนรางรถไฟฟ้ำบีทีเอสอย่างแน่นอน ข้างล่างก็ถอน ข้างบนก็ถอน ไปตั้งหลักอยู่ที่สถานีรถไฟฟ้ำที่สยาม

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าเรื่องนี้ เดี๋ยวคงจะมีคนเอามาพูดกันอีกในรายละเอียด แล้วคงจะยกภาพนี้มาพูดกันอีก แล้วก็ จะมีเรื่องที่จะต้องพิสูจน์ภาพนี้กันอีก รวมทั้งพิสูจน์วิถีกระสุนที่ใช้ยิง สักครู่ผมจะขึ้นมาชี้แจง รายละเอียดเรื่องนั้นให้ทราบ แต่ในชั้นนี้ผมขออนุญาตกราบเรียนยืนยันกับท่านประธานว่า การปะทะนั้นอยู่ที่มุมซ้ายครับ มุมของวัดด้านนี้ ไม่ใช่หน้าประตูวัดปทุมวนาราม ท่านประธานจะเห็นครับว่าถนนอังรีดูนังต์ แยกเฉลิมเผ่าที่ผมว่านั่นตรงกับมุมวัดด้านซ้าย ที่ติดกับสยาม พารากอน ตรงนี้ครับที่ผมอยากจะเรียนว่าไม่ตรงกับที่คุณวรวัจน์ได้เอามา อภิปราย แล้วสักครู่ถ้ามีการเอาภาพนี้เข้ามาอีก ผมก็จะชี้แจงรายละเอียดเพื่อชี้ให้เห็นว่า สิ่งที่ผมยืนยันกับท่านประธานว่าวันที่ ๑๙ พฤษภาคม หลังเวลา ๑๘.๓๐ นาฬิกาไปแล้ว ไม่มีเจ้าหน้าที่ทหารอยู่ข้างบนโดยเด็ดขาด

ท่านประธาน ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่าท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี ผมก็ดี เจ้าหน้าที่ ศอฉ. ทุกท่านทุกคน ไม่เคยมีใครไปกล่าวหาว่าคนเสื้อแดงทั้งหลาย เหล่านั้นเป็นผู้ก่อการร้าย เฉพาะบางคนบางพวกที่เป็นผู้ก่อการร้าย แล้วเป็นผู้ก่อการร้าย จริง ๆ เพราะว่าเอาอาวุธสงครามมายิงทหาร มายิงประชาชน แฝงตัวอยู่ในกลุ่มพี่น้องประชาชน ที่เขามาชุมนุมกัน ท่านนายกรัฐมนตรีและพวกผมตระหนักดีครับว่ามีพี่น้องประชาชน ที่มาชุมนุมด้วยใจบริสุทธิ์ส่วนใหญ่จํานวนมาก ตัวร้ายนี่มีไม่กี่ตัวหรอกครับ แต่ว่ามีจริง ไม่ใช่เรื่องที่ใครจะสร้ำงสถานการณ์ขึ้น ปรากฏต่อหน้าสื่อมวลชนทั้งชาวไทย ชาวต่างประเทศที่มีคนเสื้อดําใช้อาวุธร้ายแรงยิงทําร้ายเจ้าหน้าที่ ยิงทําร้ายอาสาสมัคร ยิงสื่อมวลชน ยิงประชาชนผู้บริสุทธิ์แม้กระทั่งคนเสื้อแดงด้วยกัน ซึ่งเรื่องนี้ก็จะต้อง พิสูจน์กันไปในระยะเวลาต่อไปครับ ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานว่ากรณี ที่คุณวรวัจน์ได้พูดถึงเรื่องการไล่ล่า

(นายวิเชียร ขาวขํา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ มีผู้ประท้วงครับ คุณประท้วงอะไรคุณวิเชียร

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิเชียร ขาวขํา ผมขอประท้วงท่านรองนายกรัฐมนตรี คือท่านรองนายกรัฐมนตรีพูดเท็จ กลางสภา

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณวิเชียรกล่าวหาแล้วก็ ตอบข้อกล่าวหา ฉะนั้นก็ไปตามกระบวน เพราะว่าตอนนี้คุณประท้วง ก็ให้เขาพูดจบก่อน

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ท่านประธานฟังนิดหนึ่งได้ไหมครับ คําว่า พูดเท็จกลางสภาคืออะไร ผมมีหลักฐานในการที่ท่านสุเทพออกมาพูดเท็จ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาหลักฐานตอนที่คุณจะ อภิปรายคุณก็ค่อย เพราะคุณอยู่อันดับที่ ๑๐ เดี๋ยวคุณก็ได้อภิปรายแล้ว

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมประท้วง ผู้อภิปราย ผมประท้วงท่านรองนายกรัฐมนตรีว่าพูดเท็จกลางสภา บอกว่าไม่เคย ออกหมายจับ ไม่เคยจับผู้ก่อการร้ายที่เป็นคนเสื้อแดง บอกว่าผู้ก่อการร้ายจะต้อง เป็ นผู้มีอาวุธ ก่อการร้ายยิงโน่นยิงนี่ ผมถามท่านรองนายกรัฐมนตรีสิผมยิงใคร ผมยังไม่มีปืนสักกระบอกเลย ออกหมายจับผมผู้ก่อการร้ายได้อย่างไร

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอแล้ว พอแล้วครับ ประท้วงผมวินิจฉัย คือท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านก็ตอบตามที่ท่านจะแก้ข้อกล่าวหา ที่ท่านกล่าวหานะครับ เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีต่อครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนกับท่านประธานว่าตั้งแต่เหตุการณ์วันที่ ๑๐ เมษายน จนมาถึงวันที่ ๑๙ วันที่ ๒๐ พฤษภาคม สื่อมวลชนทั้งชาวไทย ชาวต่างประเทศ ได้เห็นภาพ เห็นหน้าตา ผู้ก่อการร้ายใส่ชุดดําเป็นอ้ายโม่ง แล้วก็ถืออาวุธร้ายสังหารเจ้าหน้าที่และสังหารประชาชนนั้น เป็นเรื่องจริง ผมไม่ได้กล่าวหาคนเสื้อแดงทุกคนเป็นผู้ก่อการร้าย เฉพาะบุคคลเหล่านี้ คือผู้ก่อการร้าย ส่วนใครจะเป็นผู้สนับสนุน เป็นผู้ให้การช่วยเหลือ ก็ว่ากันไปตามคดี ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่าเมื่อสักครู่ที่คุณวรวัจน์ได้พูดถึงเรื่องพลแม่นปืน หรือที่ท่านบอกว่าสไนเปอร์ ผมกราบเรียนกับท่านประธานครับว่าเหตุการณ์วันที่ ๑๐ เมษายน เจ้าหน้าที่ทหารไม่ได้ส่งพลแม่นปืนขึ้นไปอยู่บนตึกสูงบริเวณสี่แยกคอกวัว หรืออนุสาวรีย์ประชาธิปไตย หรือแถวโรงเรียนสตรีวิทยาแต่อย่างใดทั้งสิ้น พื้นที่เหล่านั้น ในเวลานั้นเป็นพื้นที่ที่กลุ่มผู้ชุมนุมยึดครองอยู่ทั้งสิ้น เจ้าหน้าที่เข้าไปไม่ได้ แต่เราได้พบว่า มีผู้ก่อการร้ายใส่เสื้อสีดําใช้อาวุธยิงทําร้ายทั้งประชาชนผู้บริสุทธิ์และเจ้าหน้าที่ของเรา เสียชีวิตเป็นจํานวนมาก แล้วเราก็ได้ภาพถ่าย ได้ชื่อ ติดตามจับกุมเพื่อมาดําเนินคดีกัน ต่อไป ภาพที่คุณวรวัจน์ได้เอามาแสดงเมื่อสักครู่ที่เห็นพลแม่นปืนที่อยู่นี่ นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ ทั้งวันที่ ๑๐ เมษายนและไม่ใช่เหตุการณ์ทั้งวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ภาพนี้เป็นภาพเหตุการณ์ วันที่ ๑๕ พฤษภาคม เวลา ๑๖.๐๐ นาฬิกา ผมมีชื่อทหารคนนี้ แล้วเขาปฏิบัติหน้าที่อะไร อยู่ในขณะนั้น จุดในภาพอยู่ที่ซอยงามดูพลี ซึ่งถ้าท่านประธานดูจะเห็นที่มาของภาพชัดเจน เพราะฉะนั้นเวลาที่คุณวรวัจน์เอามาอภิปรายพูดไปพูดมามันกลายเหมือนกับว่าเจ้าหน้าที่ ของเราเป็นพลแม่นปืนยิงคนลงไปในวัดปทุมวนารามมีรอยกระสุนอย่างนั้นอย่างนี้ ท่านเอาหลายเรื่องมาตัดต่อพูดให้เป็นเรื่องเดียว ผมเกรงว่าประชาชนจะเข้าใจผิด ก็ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานเพื่อให้ทราบไว้ชั้นนี้ก่อนครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ หมดแล้วกระมัง คุณวรวัจน์ สมนํ้าสมเนื้อ เชิญสักหน่อย

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานครับ ต้องขออนุญาต เรียนท่านรองนายกรัฐมนตรี จริง ๆ แล้วภาพสไนเปอร์ไม่ได้อยู่วันที่ ๑๙ หรอกครับ แต่แสดงให้เห็นว่าท่านใช้ทหารใช้สไนเปอร์ยิงประชาชน ลักษณะของกระสุนพี่น้องประชาชน ทั้ง ๘๘ คน มีประมาณ ๓๐-๔๐ คนถูกยิงเข้าบริเวณหัว ถูกยิงบริเวณอกแบบเจาะจง ผมอธิบายตรงนั้น ผมไม่ได้บอกว่าเป็นวันที่ ๑๙ ขออนุญาตตรงนั้น แต่ผมเรียนอย่างนี้ นิดหนึ่งครับ ท่านบอกว่าผมโกหก ผมต้องบอกว่าจริง ๆ แล้ววันที่ ๑๙ เช้าทหารเข้าคุม พื้นที่หมด รางรถไฟฟ้ำบีทีเอสทหารขึ้นไปอยู่ตั้งแต่ประมาณวันที่ ๑๗ วันที่ ๑๘ แล้ว ปิดหมด บนรางรถไฟฟ้ำบีทีเอสไม่มีใครขึ้นไปอยู่ได้ ทหารคุมหัวคุมตั้งแต่ศาลาแดง มีภาพเข้ามาเลยนะครับ ทหารที่เมื่อกี้ที่แสดงภาพให้เห็นที่สยาม พารากอนมีทหารอยู่ เต็มไปหมดเลยนะครับ ไม่มีใครหรอกครับ ไม่มีผู้ก่อการร้ายใดที่จะขึ้นไปบนรางรถไฟฟ้ำ บีทีเอสได้ครับ นอกจากทหารของท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพกับท่านนายกรัฐมนตรี ถ้าขึ้นไปได้ผมเรียนว่ายิงกันตายเลยครับ เป็นไปไม่ได้หรอกครับ ที่ขึ้นไปกับกองกําลังทหาร ที่มีอยู่ตั้งเยอะ แล้วผมเรียนถามนิดหนึ่งครับ ถ้ามีกองกําลังผู้ก่อการร้ายอยู่ในวงล้อม ที่ท่านปิดล้อมหมดทั้ง ๔ ด้าน ที่ท่านยิงตายไป ๘๘ คนมีอาวุธอะไรอยู่ข้างศพไหมครับ อาวุธที่อยู่ข้างศพที่ท่านยิงตาย ๘๘ คน วันนี้ผมกําลังเรียนว่า ๘๘ ศพที่ตายกันไป พี่น้องประชาชนที่ตายไป ผมจะเรียนท่านว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่มีอาวุธเลย ท่านดูภาพครับ ตั้งแต่ตอนเช้าที่ท่านยิงนอนตายข้างเต็นท์มีอาวุธอะไรครับ ไม่มีครับ ภาพนี้ทหารยิงตาย นอนตาย ท่านบุกตอนเช้าวันที่ ๑๙ มีอาวุธอะไรครับ เป็นพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์แท้ ๆ เลย คนเหล่านี้คือส่วนหนึ่งที่ท่านกําลังกล่าวหาเขาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ผมกําลังเรียนท่านครับว่าวันนี้เราทุกคนผิดหมด ท่านก็ผิด ผมก็ผิด พวกเราในสภานี้ ไม่มีใครถูกหมดหรอกครับอย่างน้อยต้องมีส่วนในความผิดด้วยกัน ท่านเห็นแก่ประเทศไทย ได้ไหมครับ ปรองดองได้ไหมครับ เยียวยาได้ไหมครับ ท่านไม่คิดว่าเราเจ็บปวดหัวใจ หรือครับ ผมคนไทย ประเทศนี้ของผม ผมเคยอยู่ในบ้านในเมืองนี้อย่างสงบสุข พอมีปฏิวัติมาเท่านั้นเอง การใช้อํานาจนิยม การใช้อํานาจขึ้นมา มันทําให้บ้านเมือง ร้อนรุ่มไปหมด ผมเรียกร้องท่าน ผมไม่อยากจะกล่าวหาท่าน แต่ผมกําลังเรียกร้องท่าน ในฐานะที่ผมก็เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน เป็นคนที่มาจากการเลือกตั้ง ผมเรียกร้อง ท่านว่าปรองดองหาความสงบให้กับประเทศไทยได้ไหมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมก็เข้าใจครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ขอสิ่งนี้ให้กับคนไทยได้ไหมครับ ท่านถามคนไทยทั้งประเทศสิครับ อยากได้ปรองดองไหมครับ หรือว่าอยากได้พฤติกรรม ที่ท่านกระทําอยู่ ท่านทําประชามติเลยครับว่าคนไทยวันนี้อยากได้การปรองดองอย่างจริงใจ หรืออยากได้การใช้อํานาจนิยมอีกต่อไป ประชามติสิครับแล้วท่านจะเห็นว่าคนไทยอยากจะ ได้อะไร ขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ตอบไปตอบมา เชิญครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ ไม่ได้ตั้งใจจะขึ้นมาตอบไปตอบมา เพราะบังเอิญท่านยกภาพขึ้นมาอีก ๒ ภาพ ผมกราบเรียนว่า ๒ ภาพที่เอามาแสดงนั้นเป็นภาพที่เขาถ่ายวันที่ ๑๙ พฤษภาคม แต่ว่าถ้าสังเกตที่รอยเลือดมันแห้งแล้วครับ ตอนที่ทหารเข้าไปมันแห้งกรังแล้ว ผมไม่อยากจะพูดให้ท่านโกรธผมอีกครับ ผมเองเห็นภาพแล้วผมสงสัยว่าพวกท่านยิงกัน เมื่อตอนกลางคืนมาแล้ว ยิงกันเองด้วยซํ้าไป ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธาน ที่เคารพครับว่า ผมยืนยันนะครับท่านนายกรัฐมนตรีได้แสดงความจริงใจที่จะแก้ไขปัญหา ด้วยวิธีประนีประนอมเจรจา เพียงแต่ว่าไม่ได้รับการสนองตอบครับ แล้วสิ่งที่เรา ได้ดําเนินการมานี้ผมยืนยันครับเจ้าหน้าที่ทหารเป็นลูกหลานประชาชน ไม่มีใครคิดที่จะ เข่นฆ่าประชาชน ที่ท่านบอกว่าใช้ปืนสไนเปอร์ยิงหัวประชาชนที่ท่านว่าเข้าที่หน้าผาก อะไรนั่น เหตุการณ์นั้นคือสไนเปอร์ของฝ่ายผู้ก่อการร้ายที่ยิงเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ท่านจะโห่ผมหรือไม่ผมก็พูดอย่างนี้ละครับ เพราะนี่คือข้อเท็จจริง ถ้าฟังไม่ได้ก็ต้องทน เพราะผมทนฟังท่านมานานเหมือนกัน ก็จะได้ให้พี่น้องประชาชนได้เห็นนะครับว่า เขาถ่ายทอดทั้งประเทศเวลาท่านพูดผมก็นั่งฟังท่าน เวลาผมชี้แจงท่านก็โห่ผม ท่านประธาน ที่เคารพ ที่ท่านบอกว่าคนที่ตายเป็นผู้บริสุทธิ์นั้นผมมีบัญชีคนที่เสียชีวิต ผมไม่ได้บอกว่า เขาเป็นคนร้ายหมดนะครับ แต่ว่ามีบางคนครับ นายทิพยเนตรเป็ นผู้ต้องหาคดีซ่องโจร และยาเสพติด นายธนากรคดียาเสพติด นายอุทัยคดีทําร้ายร่างกาย นายมูฮัมมัด อาลี เป็นพม่าหลบหนีเข้าเมือง อย่างนี้เป็นต้น ก็ขอให้พี่น้องประชาชนได้ฟังแล้วก็คิดดูเอา แล้วกันครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณพีรพันธุ์ พาลุสุข คุณวรวัจน์พอแล้วครับ ตอบไปตอบมา เอาไว้ให้ทุก ๆ คนได้พูดกันนะครับ ผมไม่อนุญาต เชิญคุณพีรพันธุ์ ๓๐ นาที เข้าใจครับ ท่านฟังแล้วครับ ท่านนายกรัฐมนตรี

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ความจริงก็นึกว่าได้ชี้แจงประเด็นของท่าน ส.ส. วรวัจน์ โดยท่านรองนายกรัฐมนตรีไปแล้วเกี่ยวกับเรื่องเหตุการณ์ที่วัดปทุมวนาราม บังเอิญ เข้าใจว่าท่านยังติดใจประเด็นที่บอกว่าท่านเรียกร้องการปรองดอง ผมก็ขอทําความเข้าใจ อีกครั้งนะครับ และต้องขอความกรุณาท่านทั้งหลาย ทําความเข้าใจให้ถูกต้องกับสิ่งที่ ได้เกิดขึ้นแล้วและเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ เอาสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วก่อนนะครับ ท่านบอกว่าวันนี้ ทําประชามติดีไหมว่าจะปรองดองหรือจะใช้อํานาจนิยมไล่ล่า ผมก็กราบเรียนครับว่าช่วงที่มีการชุมนุมมาเดือนมีนาคม บรรยากาศเริ่มตึงเครียด ผมก็ให้ ท่านเลขาธิการนายกรัฐมนตรีประสานกับแกนนําผู้ชุมนุมให้มีการเจรจา ตั้งแต่มีการชุมนุม ประท้วงในประวัติศาสตร์การเมืองมา ท่านตอบผมได้ไหมว่ามีนายกรัฐมนตรีคนไหนบ้าง พร้อมที่จะไปนั่งโต๊ะเจรจากับแกนนําของผู้ชุมนุม ในขณะที่มีกระบวนการของสภา ซึ่งสามารถจะดําเนินการแก้ไขปัญหาทางการเมืองได้ ผมเจรจาอยู่ ๒ วัน ๕ ชั่วโมง ถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ ทั้ง ๒ ครั้ง ทั้ง ๒ วัน ฝ่ายแกนนําผู้ชุมนุมเป็นผู้ที่ตัดสินใจบอกว่า ไม่เจรจาต่อ วันนั้นเขาก็สํารวจความคิดเห็นของประชาชนนะครับ คงไม่ใช่เรียกว่า เป็นประชามติหรอกครับ แต่ก็เป็นการสํารวจความคิดเห็นที่กว้างขวาง โพลล์ (Poll) ทุกสํานักตรงกันครับ เขาก็อยากให้เจรจาต่อ แต่ผมเป็นฝ่ายถูกปฏิเสธในเรื่องของการเจรจา เอาละผ่านช่วงนั้นไป ต้นเดือนนี้ครับ ผมก็เป็นผู้เสนอแผนปรองดองที่ท่านว่านี่ครับ ในวันที่ผมเสนอ ผมบอกได้เลยว่าผู้สนับสนุนผมจํานวนมากต่อว่าต่อขานบอกว่าผมอ่อนแอ ไม่เอาจริงเอาจัง ไม่บังคับใช้กฎหมาย บางคนกล่าวร้ายกล่าวหาผมรุนแรงถึงขั้นว่า ไปฮั้วกับผู้ก่อการร้ายก็มี แต่ผมก็ได้แสดงเจตนาที่ชัดครับว่าตราบใดที่ยังมีความเป็นไปได้ ในการหาทางออกทางการเมืองก็ควรจะทํา ผมก็เสนอแผนนั้น แม้ว่าแกนนําผู้ชุมนุม พูดบนเวทีว่าอยากจะเข้าสู่กระบวนการปรองดอง แต่เวลาผ่านไปเป็นสัปดาห์นะครับ ๗ วัน ๘ วัน ก็ยังไม่สามารถที่จะเลิกการชุมนุมได้ วันนั้นเขาก็สํารวจความคิดเห็นของ ประชาชน ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์บอกว่าให้ทุกฝ่ายเข้ามาร่วมกระบวนการปรองดองเถอะ และเสียงส่วนใหญ่ก็บอกว่ายุติการชุมนุมเสียเถอะ แล้วก็มาพูดกันเดินหน้าในเรื่องของ แผนปรองดอง เพราะฉะนั้นผมคิดว่าคงจะเป็นเรื่องไม่เป็นธรรมอย่างยิ่งที่จะบอกว่าในช่วง ที่ผ่านมาผมไม่ได้พยายามในการแก้ไขปัญหาโดยการเมือง ไม่ได้มีความพยายาม ในการที่จะสร้างกระบวนการปรองดอง ผมยํ้าว่าในทั้ง ๒ กรณีไม่ว่าจะเป็นการเจรจาก็ดี แผนการปรองดองก็ดี ผมเป็นฝ่ายที่ริเริ่มและเป็นฝ่ายที่ถูกปฏิเสธ ครั้นมาถึงวันนี้ครับ ผมก็กราบเรียนอีกครั้งหนึ่งครับว่าที่ท่านบอกว่าจะปรองดองหรือจะใช้อํานาจนิยมไล่ล่า ผมก็ได้ยืนยันทั้งในการประชุมวันนี้ ทั้งในส่วนของการประชุมงบประมาณ ๒ วันที่ได้มี การอภิปรายถ่ายทอดสดกันครับ ผมยืนยันเลยครับ รัฐบาลนี้ไม่มีเจตนาไล่ล่า รัฐบาลนี้ ไม่มีเจตนาในการขจัดคู่แข่งทางการเมืองเพราะอะไรครับ เพราะที่สุดการเมืองไทย ในระบอบประชาธิปไตยหนีไม่พ้นระบบพรรคการเมืองครับ เราต้องมีพรรคการเมือง และการเมืองจะอยู่ในสภาจะเดินหน้าได้ พรรคการเมืองต้องทํางานด้วยกัน ต้องทํางาน ด้วยกันครับ แต่ว่าวันนี้ผมถึงได้พยายามแยก แต่ท่านพยายามไม่ยอมรับว่าพวกผมแยก ก็คือใครซึ่งเข้าไปเกี่ยวข้องกับความรุนแรง กับกองกําลังที่ติดอาวุธ คนเหล่านั้นก็ต้อง ได้รับโทษทางกฎหมาย ส่วนใครที่มาชุมนุมโดยบริสุทธิ์ ใครที่มีความคิดเห็นแตกต่าง ทางการเมือง เราก็ต้องดูแลปรองดองเยียวยาแก้ไขปัญหา ผมยินดีทํางานนี้ครับ ผมไม่อยากเห็นภาพย้อนกลับไปครับ ย้อนกลับไปตั้งแต่ประมาณปลายปีที่แล้วถึงต้นปีนี้ ที่เวลามีการชุมนุมแล้วเขาพูดกันบนเวทีครับว่าการเคลื่อนไหวการชุมนุม เพื่อที่จะล้มล้าง อํามาตย์หรืออะไรก็แล้วแต่จะใช้ ๓ ส่วนด้วยกัน มวลชน พรรคการเมือง และกองกําลัง ที่ติดอาวุธ ต้องแยกตรงนี้ครับ แล้วพรรคการเมืองด้วยกันเราคุยกันแล้วปรองดองกันได้ นี่คือจุดยืนของผมและรัฐบาลครับ

(นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่แล้วครับ เชิญคุณพีรพันธุ์ พอแล้วครับ เข้าใจแล้วครับปรองดองก็ชัดอยู่แล้ว พอแล้วครับ เชิญคุณพีรพันธุ์ครับ ผมไม่อนุญาตครับ เชิญคุณพีรพันธุ์ ผมไม่อนุญาตมันจะยาวกันอีก เชิญคุณพีรพันธุ์

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

เขายังไม่นั่งครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ผมไม่อนุญาต คุณได้ยินไหม คุณก็พูดไปสิ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ท่านประธานครับ ผม พีรพันธุ์ พาลุสุข เนื่องจากลําดับของการอภิปรายคราวนี้เป็นผมอยู่ แต่ว่าคุณวิเชียร ขาวขํา ได้มาพูดกับผมว่า เนื่องจากว่าประเด็นที่คุณวิเชียร ขาวขํา จะอภิปรายต่อเนื่องจากประเด็นของคุณวรวัจน์ ผมขออนุญาตท่านประธานให้คุณวิเชียร ขาวขํา ก่อนแล้วผมจะกลับมาอีกที

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสละสิทธินะ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ไม่สละครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่สละคุณต้องพูดเลย

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ขอสลับครับ เพราะว่าประเด็นมันต่อเนื่องกัน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าสละก็สละไปเลยครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

สลับไม่ใช่สละครับท่านประธาน สลับครับ เนื่องจากประเด็นที่ท่านวิเชียร ขาวขํา จะอภิปรายนี่มันต่อเนื่องพอดีกับที่ท่านวรวัจน์ ได้กล่าวไปแล้ว

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ทีหน้าทีหลังก็จัดมาให้ เรียบร้อยไม่ต้องมาสลับกันในนี้

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ผมได้เรียนท่านผู้จัดไปแล้วบอกว่า ให้เรียนท่านประธานด้วยขอสลับเพื่อให้เรื่องมันต่อเนื่อง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าอย่างนั้นก็อยู่หลัง อาจจะต้องหลังคุณไพจิต ศรีวรขาน เชิญคุณวิเชียรเมื่อคุณพีรพันธุ์ไม่พูด

(นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ไม่เอาพอแล้วนั่งลง

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิเชียร ขาวขํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย อยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่าต้องขอบคุณท่านประธานที่กรุณาให้พวกผมสลับ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณวิเชียรเขาประท้วงผม เดี๋ยวคุณบุญยอดประท้วงอะไรผม เชิญ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ในนามของการเป็นตัวแทน ของ ส.ส. กรุงเทพฯ ทุกคนถามว่าสภาแห่งนี้จะให้ผู้ที่ถูกกล่าวหามีส่วนร่วมการก่อการร้าย เข้ามาซักฟอกรัฐบาลได้จริง ๆ หรือครับท่านประธาน ผมขอให้ท่านประธานได้ยืนยันต่อ ประชาชนว่าเขามีสิทธิที่จะมาอภิปรายต่อสภา ในขณะที่เขามีข้อหาอยู่ว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ท่านอธิบายเลยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวท่านนั่งลงครับ คุณวิเชียรเขาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ยังไม่มี คําพิพากษา ตอนนี้เขาก็ยังเป็นผู้แทนราษฎรอยู่เขามีสิทธิครับ เชิญคุณวิเชียร

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ขอบคุณครับท่านประธานครับ จริง ๆ ผมรายงานตัวเรียบร้อยแล้ว แล้วอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าคนกล่าวหาผม คือรัฐบาลก็พวกท่านนั่นละ แล้วผมเรียนถามว่า

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญอภิปรายเลยครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ผมอภิปรายแล้ว

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ต้องไปกระแนะกระแหน อะไร ตามเนื้อผ้าของการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี 🔗

แล้วผมเรียนถามว่านายกษิต ภิรมย์ ที่นั่งอยู่ ข้างบนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้ายไหม ยังเป็ นรัฐมนตรีได้เลยครับ ทําไมผมจะอภิปรายในสภาไม่ได้ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมอภิปรายครั้งนี้ไม่ใช่มายอวาที ไม่ใช่มายกยอปอปั้น ผมจะต้องกล่าวหารัฐบาล คราวนี้ผมขออนุญาต ๒ คนควบกันคือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ทั้ง ๒ ท่านจะดํารงตําแหน่งอะไรไม่สําคัญ ท่านประธานครับ ข้อกล่าวหาของผมนั้นมีอยู่ ๕ ข้อ เพียงเท่านี้นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพก็สมควรจะต้อง ออกจากตําแหน่งแล้ว ถึงแม้ท่านจะดันทุรังอยู่อย่างไรก็ตามแต่ประชาชนวันนี้ เขาพิพากษาแล้วว่าท่านไม่เหมาะที่จะเป็นผู้บริหารประเทศต่อไปในฐานะอะไรก็ตาม

ประเด็นที่ ๑ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นชายไทยที่หนีทหาร ไม่เกณฑ์ทหาร ท้าคนแล้วคนเล่าถ้าพูดนอกสภาแล้วจะฟ้ องอย่างนั้นอย่างนี้ ผมไม่เห็นกล้าฟ้ องประเด็น หนีทหาร ผมพูดในสภาวันนี้ถ่ายทอดสด ขอทีเถอะ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ฟ้ องผมทีเถอะ เรื่องประเด็นหนีทหารนี่ ผมอยากพิสูจน์ในศาลว่าคุณหนีทหารจริงหรือไม่ ประเด็นแค่นี้ คุณก็ไม่เหมาะจะเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว

ประเด็นที่ ๒ นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพสั่งปราบประชาชนให้ประชาชน ล้มตายตั้งแต่วันที่ ๑๓-๑๔ เมษายน ๒๕๕๒

ประเด็นที่ ๓ นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพสั่งปราบปรามประชาชน วันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๓ มีคนตาย ๒๕ คน รวมทหาร ๔ นาย บาดเจ็บ ๘๙๖ คน คุณจะบอกว่า เป็นการขอคืนพื้นที่อะไรก็ช่าง ขอคืนพื้นที่ตามคํานิยามของท่านนั้นเดินไปแล้วเอาดอกไม้ ธูป เทียน ไปกราบขอหรือครับ ไม่ใช่ ท่านเอาทหาร เอารถถัง อาวุธครบมือ กระสุนจริง เข้าไปปราบปรามประชาชนแล้วบอกว่าขอคืนพื้นที่ ใครจะเป็นศรีธนญชัยอะไรก็ช่าง แต่คือการปราบปรามประชาชนทําให้ประชาชนล้มตาย บาดเจ็บอีก ๘๙๖ คน

ประเด็นที่ ๔ นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพสั่งปราบประชาชนวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ทําให้ประชาชนตายอีก ๖๓ คน บาดเจ็บ ๒,๐๐๐ คน แค่นี้ก็อยู่ ไม่ไหวแล้ว

ประเด็นที่ ๕ นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ รวมทั้งลิ่วล้อทั้งหลายกล่าวหา ประชาชนของพระองค์ที่จงรักภักดีว่าล้มเจ้า พวกไม่จงรักภักดี สร้างความแตกแยก ให้เกิดขึ้นในแผ่นดิน ใช้คําพูดกล่าวหาฝ่ายตรงข้ามเพื่อผลักไสให้ประชาชนออกห่างสถาบัน กีดกันผูกขาดความจงรักภักดี ใช้สื่อสารทุกทางเต็มรูปแบบ กล่าวหาคนเสื้อแดงที่มีอยู่ ไม่น้อยกว่า ๒๕ ล้านคน จนเกิดความเคียดแค้นฝังลึกในหมู่ประชาชนทั่วไป แอบอ้าง ความจงรักภักดีฝ่ำยเดียว ใช้สื่อสารของรัฐเหยียบยํ่าซํ้าเติมประชาชนทุกรายการ เพียงเพื่อเอาชนะทางการเมืองโดยไม่คํานึงถึงความรู้สึกของประชาชนที่จงรักภักดี

ท่านประธานที่เคารพครับ ความผิดทั้ง ๕ ข้อนี้สมควรต้องประหารชีวิต แต่ว่าพวกผมไม่มีโอกาสจะทําเช่นนั้นได้ เพราะพวกท่านเป็นรัฐบาล แล้วกล่าวหาผมด้วยว่า ผมเป็นผู้ก่อการร้าย คุณสุเทพ คุณอภิสิทธิ์ คุณต้องไปเปิดพจนานุกรมดูก่อนที่จะยุบ พรรคพลังประชาชน ท่านสมัคร สุนทรเวช ศาลเขาเปิดพจนานุกรมว่าท่านสมัครทําผิดอะไร คุณไปเปิดพจนานุกรมว่าผู้ก่อการร้ายหมายถึงอะไร คนอย่างผมปืนสักกระบอกเดียวก็ไม่มี แต่ไม่เป็นไรหรอกครับ คุณจะเล่นสักกี่ข้อหาผมไม่เคยกลัว เพราะผมมีหน้าที่มาปกป้ อง ประชาชน ผมมีหน้าที่ปกป้ องแผ่นดิน ผมมีหน้าที่มาขับไล่รัฐบาลไม่ดี ท่านจะบอกว่า ท่านดีก็ช่างแต่ผมบอกว่าท่านไม่ดี ผมมีหน้าที่มาขับไล่พวกท่าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ วันที่ ๑๐ ผมอยู่ในเหตุการณ์ นายสุเทพกับนายอภิสิทธิ์ ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ พวกท่านพูด พวกท่านอภิปรายตามคํารายงานของเจ้าหน้าที่เท่านั้น พวกผมอยู่ในเหตุการณ์พวกผมรู้ว่าการดันกันไปดันกันมาระหว่างคนเสื้อแดง และพลทหารนั้นเขาพูดกันว่าอย่างไร พลทหารบอกว่าคุณป้ำ คุณพี่ อย่าดันแรง ถ้าดันพวกผมแรงพวกผมถอยกลับไปมากนายทหารข้างหลังก็ด่าพวกผมแล้วก็เอาเท้าถีบ พวกผม มันพูดอย่างนี้ แล้วพวกเสื้อแดงเราก็บอกว่าก็อย่าดันมามากสิ แล้วก็พักเหนื่อย แล้วก็ส่งข้าวส่งนํ้าให้กัน อยู่ ๆ ทหารที่ฝ่ายข้างหลังนี่บอกให้ทหารข้างหน้าหมอบลง หมอบลงแล้วก็ยิงข้ามหัวเข้ามาใส่คนเสื้อแดง พวกท่านไม่รู้ พวกผมอยู่ในเหตุการณ์ แล้วถามว่าพวกผมเป็นผู้ก่อการร้าย คนเสื้อดําเป็นผู้ก่อการร้ายมายิงทหารตาย ๔ ศพ แล้วในวงของ พลตรี วลิต กับ พันเอก ร่มเกล้า ท่านประธานที่เคารพครับ พวกผมนี่ อยู่ในแนวด้านคนเสื้อแดงห่างจาก พลตรี วลิต กับ พันเอก ร่มเกล้าเกือบ ๕๐๐ เมตร แล้วบังด้วยรถอีก ๓-๔ คัน แล้วก็รถถังอีกอยู่ข้างโรงเรียนสตรีวิทยา แล้วพวกผมมีปัญญา อะไรมองเห็นพวกนั้น แล้วพวกผมมีปัญญาอะไรรู้จักพวกนั้นว่าเป็นกลุ่มนายทหาร ก่อการร้ายอย่างไร พวกคนเสื้อแดงฆ่าประชาชนอย่างไร ท่านไม่รู้ท่านอย่าพูด แล้วก็ เฮลิคอปเตอร์ที่มาท่านรู้ไหมว่าส่งผลอะไรให้กับประชาชน ส่งผลให้กับประชาชนต้องป้ องกัน ตัวเองในอนาคต คือต้องไปหาบั้งไฟ ต้องไปหาลูกโป่งสวรรค์ ต้องไปหาโคมไฟ ต้องไปหา ตะไลหรือพลุมาป้ องกันตนเอง จึงเกิดทําบังเกอร์ขึ้นที่ราชประสงค์ เพราะเราป้ องกัน เพื่อไม่ให้ทหารเข้ามาปราบและกลุ่มคนหลากสีเข้ามาทําร้าย แล้วก็มือที่สามที่พวกท่านอ้าง เหตุการณ์ที่ราชประสงค์เกิดขึ้น บังเกอร์ที่ราชประสงค์เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ที่ท่านสลาย พี่น้องประชาชนที่สะพานผ่านฟ้ำลีลาศ ท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ บอกว่า สไนเปอร์หรือพลซุ่มยิงไม่ใช่ทหาร แต่เป็นพวกผู้ก่อการร้ายยิงประชาชน ท่านประธานครับ ซูมเข้ามาสิครับ นี่คือพลซุ่มยิงที่แต่งชุดทหาร เราถ่ายภาพไว้ได้ตอนกลางคืน ท่านดูสิครับ ทหารใช่ไหม กําลังยิงเลยครับ กลางคืนนะครับ ตอบได้ว่าเป็นทหาร ท่านอยากได้มาเอา ผมบอกท่านเลยผมขยายความของท่านวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล พวกนี้ทั้งหลายเหล่านี้ เป็นพลซุ่มยิงทั้งสิ้นอยู่บนตึกร้างทั้ง ๒ ที่ แล้วท่านรู้อย่างไรว่าเขายิง ท่านประธานครับ ท่านวรวัจน์เอามาอธิบายให้ท่านดูนี่มันยังไม่ชัด ท่านดูทหารไหมครับ กําลังยิงเลยครับ พวกนี้กําลังยิง เห็นจากอะไรว่ากําลังยิง เห็นจากอะไรครับ นี่ครับปืนเอ็ม ๑๖ ยิงนี่ลูกกระเด็น ออกมาจากรังเพลิงตัวนี้ ปลอกมันกระเด็นออกมา กําลังยิงเลยครับ อย่างนี้ไม่ใช่ทหารยิง แล้วใครยิงครับ ท่านดูสิครับ คนเราไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ฟังรายงานจากข้าราชการ ฟังรายงานที่ข้าราชการที่เขากลัวความผิดพวกท่านจะลงโทษเขา เขาก็รายงานไปอย่างนั้น พี่น้องคนเสื้อแดงเขารู้

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวสักครู่ มีผู้ประท้วงครับท่านวิเชียร

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร เมื่อสักครู่ท่านโชว์ ๒ ภาพ ภาพกว้าง กับภาพที่เป็นกระสุนออกมา คําถามคือว่านั่นคือคนเดียวกันใช่หรือไม่ ท่านกําลังโยง อย่างนั้นใช่หรือไม่ เพราะว่าคือจะได้เข้าใจ ไม่อย่างนั้นก็ถือว่าเป็นการกล่าวเท็จครับ ท่านประธาน เพราะท่านอธิบายนี่เหมือนกับว่าเขาได้ทั้งภาพของคนที่อยู่บนบีทีเอสแล้วก็ ได้ภาพกําลังยิง คําถามผมให้ท่านอธิบายก่อนว่านั่นคือคนเดียวกันใช่ไหม ถ้าคนเดียวกัน ผมถือว่าเท็จครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านบุญยอดครับ ภาพทั้งหมดนี่ได้ผ่านการตรวจสอบจากคณะกรรมการ แล้วก็นําเสนอ ท่านชัยอนุญาตให้มานําเสนอ ฉะนั้นผู้อภิปรายเขาก็นําเสนอภาพแล้วก็อภิปรายประกอบ เขาก็จะรับผิดชอบในสิ่งที่เขาอภิปราย ถ้ามันไม่ตรงกับข้อเท็จจริงก็ไม่ใช่หน้าที่ ท่านบุญยอดจะต้องมาพูด เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี ที่ถูกอภิปราย ไม่ไว้วางใจและถูกกล่าวหาท่านจะเป็นผู้ชี้แจง นั่งเถอะครับ เชิญนั่งลง นั่งเถอะนะครับ ขอความกรุณานั่งลงนะครับจะได้อภิปรายต่อ เอาละครับนั่งลงเถอะครับ ไม่ใช่ประเด็น ประท้วงหรอกครับ นั่งครับ เชิญนั่งลงครับ ผมไม่ได้กล่าวหา ผมเรียนชี้แจงว่าเรื่องนี้ มันมีที่มาที่ไปอย่างไร แล้วเดี๋ยวท่านผู้ที่ถูกอภิปรายถึงท่านจะเป็นคนชี้แจงเองนะครับ เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ ท่านจะชี้แจงเองนะครับ นั่งครับ ถ้าสมาชิกลุกขึ้นมาแล้วก็มาโต้แย้ง มาซักมาถามเอง นี่มันไม่ใช่อภิปรายไม่ไว้วางใจแล้วครับ เขาอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี และท่านรัฐมนตรี ผู้ที่เกี่ยวข้องเขาจะชี้แจงเอง นั่งเถอะครับ ๆ ผู้อภิปรายเขารับผิดชอบการอภิปราย และรูปภาพที่นําเสนอ เดี๋ยวทางนี้ก็จะหักล้างเองครับ เชิญนั่งครับ เชิญต่อครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ท่านประธานครับ ถึงแม้จะมีคนประท้วง หรือพูดอะไรก็ตามผมไม่จําเป็ นต้องตอบ ผมพูดกับนายกรัฐมนตรี ผมพูดกับ ท่านประธาน อภิปรายนายกรัฐมนตรีกับรองนายกรัฐมนตรีเท่านั้น เพราะฉะนั้นถ้ามี ประเด็นอะไรทั้ง ๒ ท่านก็คงตอบโต้ผมเอง ฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานว่าความผิด เหล่านี้ที่ผมกราบเรียนท่านประธานนี้เกิดจากคําสั่งนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี ไม่มีอะไรผิดพลาด ถ้า ๒ ท่านไม่สั่ง ไม่ให้ทหารเข้ามาเป็นหมื่นปิดล้อมให้คนอดข้าว อดอาหาร ตั้ง ๓ วัน ๔ วัน พวกผมก็เข้าไม่ได้ จะไปส่งข้าวส่งนํ้าพี่น้องประชาชนที่มาจากต่างจังหวัด ที่มาจาก จังหวัดอุดรธานีโทรศัพท์ร้องมาตอนนี้ข้าวไม่มีกินทําอย่างไร เราเป็น ส.ส. เราเป็นมนุษย์ พี่น้องนํ้าไม่มี ข้าวไม่มี พวกผมก็เข้าไปแต่เข้าไม่ได้ ความผิดมหันต์ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อันหนึ่งที่นายสุเทพออกมายอมรับว่าเขาเป็ นคนสั่งยิงประชาชน ท่านประธานครับ การให้ดุลยพินิจแก่พลทหารทั้งหลายในการตัดสินใจว่าจะยิงคน หรือไม่ยิงคนนั้นในสากลหรือต่างประเทศเขาไม่ทํากัน แต่ละกรุป (Group) แต่ละกลุ่มจะต้อง มีนายทหารบังคับบัญชาเป็นขั้นเป็นตอนและตัดสินใจให้ แต่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นั้น ให้อํานาจพลทหารซึ่งอายุ ๒๑ ปีตัดสินใจในการปลิดชีวิตประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องผิดมหันต์ ร้ายแรง มีความผิดต้องประหารชีวิต ท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่า การที่นายสุเทพกล่าวหาและพูดที่ราชประสงค์นั้นว่าคนเสื้อแดงเผาเซ็นทรัล เวิลด์ และเผาสถานที่ต่าง ๆ นายสุเทพไม่ได้อยู่ในสถานที่ ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ รู้ไหมว่า ข้าราชการเขาเสกสรรปั้นแต่งข้อมูลเท็จให้พวกท่าน ท่านประธานครับ ตอนประมาณเที่ยง ๆ คณะ ส.ส. จะเดินทางเข้าไปเพื่อนําแกนนําเข้ามอบตัวแต่ทหารไม่ให้เข้า พอบ่ายโมงครึ่ง แกนนําทั้งหลายวิ่งเข้าสํานักงานตํารวจแห่งชาติหมด ประชาชนวิ่งเข้าวัดปทุมวนาราม หมดแล้ว แล้วเวลาบ่ายสามโมง พลตํารวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว นําหน่วยอีโอดีคือ หน่วยตรวจวัตถุระเบิดเข้าไปเคลียร์พื้นที่หมดแล้วยังไม่มีการเผาเซ็นทรัล เวิลด์ แม้แต่ประการใด เวลา ๔ โมงกว่า ๆ ภาพของทหารที่ถือกระติกนํ้ามันเข้าไป ผมเสียดาย ที่ไม่ผ่านการเซนเซอร์ (Censor) มา มีภาพทหารถือกระติกขวดนํ้ามัน ๒ ข้าง แล้วก็มีภาพ ตํารวจนี่เดินเข้าไปในห้างเซ็นทรัล เวิลด์ แล้วออกมาก็ไฟไหม้ เดี๋ยวผมจะให้นักข่าว แต่ว่า ผมมีก๊อบปี้ไว้เยอะครับ กราบเรียนท่านประธานว่าเวลาเหล่านี้ในขณะที่ไม่มีใครอยู่หน้าเวที และไม่มีใครอยู่บริเวณนั้น เพราะทหารเข้าเคลียร์พื้นที่หมดแล้ว พลตํารวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว เข้ามาเคลียร์พื้นที่หมดแล้ว ตอนนั้นไฟยังไม่ไหม้ แล้วมาไหม้เอาตอนเกือบ ๔ โมงครึ่งนั้นซึ่งไม่มีคนเสื้อแดงอยู่ที่นั่น นั่นหมายความว่าคนเสื้อแดงไม่ได้เผา เพราะฉะนั้นคํากล่าวหานี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ไม่รู้ข้อเท็จจริง กราบเรียนท่านประธาน อีกทีว่าถ้าหากไม่มีการสั่งปราบประชาชนอยู่ที่สะพานผ่านฟ้ำลีลาศวันที่ ๑๐ เมษายนนั้น จะไม่มีการทําบังเกอร์ป้ องกัน แล้วจะไม่มีหนังสติ๊ก จะไม่มีบั้งไฟ ไม่มีแห ไม่มีพลุ มาป้ องกันเฮลิคอปเตอร์ และจะไม่มีพวกอาวุธที่ตามภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่นพวกบั้งไฟ ต่าง ๆ มาป้ องกันการโจมตีของทหาร หลายครั้งหลายคราที่พวกผมอยู่ในเหตุการณ์ บางที ประชาชนเข้ามาเพื่อที่จะเข้ามาในที่ชุมนุมก็ถูกทหารที่ตั้งด่านสกัดอยู่ก่อนการ์ด นปช. เขาตั้งด่าน เข้ามานี่จับไปโดยไม่มีความผิด จับไปยึดโทรศัพท์ยึดอะไรเอาไปหมด เพราะฉะนั้นผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งทั้งหลายทั้งปวงที่กราบเรียน ท่านประธานมานี้รัฐบาลที่สั่งฆ่าหรือสั่งปราบประชาชนมากมายขนาดนี้เป็นรัฐบาล อยู่ต่อไปไม่ได้ ผมยกตัวอย่าง วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ รัฐบาล จอมพล ถนอม จอมพล ประภาส เป็ นคู่ดูโอ (Duo) เหมือนท่านนี่แหละ รัฐบาล จอมพล ถนอม จอมพล ประภาส สั่งปราบประชาชนอยู่ไม่ได้ต้องลี้ภัยไปต่างประเทศ ครั้งที่ ๒ รัฐบาล นายธานินทร์ กรัยวิเชียร

(นายศิริโชค โสภา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวมีผู้ประท้วงครับ ท่านศิริโชคประท้วงอะไรครับ

นายศิริโชค โสภา สงขลา

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อกี้ผมวิ่งมาจากกรรมการ ตรวจสอบข้างล่าง คุณวิเชียร ขาวขํา โกหกกลางสภา ไม่เคยส่งเอกสาร ไม่เคยส่งคลิป ไม่เคยส่งภาพถ่าย เพราะฉะนั้นที่บอกว่าเราเซนเซอร์ไม่จริงครับ ขอให้ถอนด้วยครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวิเชียร กรรมการเขาบอกไม่มีภาพท่านถูกเซนเซอร์

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ภาพที่ผมให้ คุณวรวัจน์ไปถูกเซนเซอร์ไป ๓ ภาพนั้น แต่ว่าภาพที่ผมใช้เป็นภาพที่คุณ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

แปลว่าภาพที่แสดงคือภาพที่ผ่านการตรวจสอบ แต่มีภาพที่ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบ ซึ่งยื่นขออนุญาตโดยท่าน ท่านไม่ได้ยื่นเองใช่ไหมครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ผ่านการตรวจสอบจากใครล่ะครับ ท่านประธาน จากวอลล์เปเปอร์นายกรัฐมนตรีนะหรือ ผมจะไปส่งทําไมล่ะท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ใช่ เดี๋ยวผมถามหน่อย เพราะว่าท่านประธานชัยได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบภาพ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ผมไม่ยอมรับคณะกรรมการชุดนี้ ผมมี หน้าที่อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ท่านวิเชียรครับ เอานิดเดียว ท่านเป็นกรรมการท่านมาประท้วงว่าท่านวิเชียร พูดว่ามีภาพที่ไม่ผ่านการตรวจสอบ ที่หิ้วถังนํ้ามันอะไร ถ้าท่านไม่ได้ไปยื่นให้กรรมการ แล้วกรรมการไม่ได้ตรวจสอบภาพตรงนั้นท่านก็ถอนเสียก็จะได้ถือว่าท่านไม่ได้มากล่าวอ้าง โดยไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริงที่กรรมการเขาเป็นผู้ตรวจ เขารู้นะครับ ถอนเสียครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ท่านประธานครับ ภาพที่ผมจะให้ คณะกรรมการตรวจสอบหรือไม่นี่ไม่สําคัญ สําคัญตรงที่ว่าผมอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรีแล้วผมจะเอาข้อสอบไปให้นายกรัฐมนตรีดูได้อย่างไร

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ใช่ประเด็น คืออย่างนี้ประเด็นตรงนั้นอีกเรื่องหนึ่งนะครับ แต่ประเด็นที่กรรมการ เขาทักท้วงเพราะกรรมการเขาก็จะเสียหาย เพราะท่านไม่ได้ส่งภาพนั้นให้กรรมการตรวจ แล้วเขาจะไปเซนเซอร์ของท่านได้อย่างไรล่ะครับ ก็เอาเสียถ้าอันไหนมันไม่ใช่ข้อเท็จจริง ท่านก็ถอนเสียครับ เชิญครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ถ้าใช้คําว่าผมตรวจสอบจะให้ถอน ก็ถอน แต่ว่าภาพนั้นที่ให้คุณวรวัจน์ไปมันไม่ผ่านแต่ว่าเป็ นภาพที่พวกผมรวมให้ คุณวรวัจน์ไป แต่ว่าภาพที่เหลือที่ผมเอามาให้ท่านประธานดูเป็นภาพที่ผมไม่จําเป็นต้อง ให้คณะกรรมการชุดนี้ตรวจสอบ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ ท่านศิริโชค

นายศิริโชค โสภา สงขลา

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ คุณวิเชียร ขาวขํา โกหก ครั้งที่ ๒ ครับ ภาพของคุณวรวัจน์ที่โดนเซนเซอร์เป็นภาพที่มันอุจาดคือมีเลือดไหล สมองแบะ ลักษณะนี้ครับ ไม่มีภาพทหารที่ถือนํ้ามันถูกเซนเซอร์ครับ ขอให้ถอนครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวิเชียรครับ เอาอย่างนี้ครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ท่านประธานครับ จริง ๆ ผมตั้งใจอย่างนี้ ตั้งใจว่าใครประท้วงอะไรผมจะถอนทุกเรื่องครับ เพื่อผมจะได้พูดต่อไป

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถอนเสีย

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ทุกเรื่องที่เขาอยากให้ถอนก็ถอนนะครับ ถอนครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถอนแล้วอภิปรายต่อ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมอยากจะถอน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

แล้วถ้าท่านไม่ได้ขออนุญาตก็ไม่ต้องไปอ้างภาพอะไรแล้วนะครับ อภิปรายไป เชิญอภิปราย

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

มันเป็นสิทธิของผมครับ มีคนประท้วง

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ ท่านบุญยอดไม่ต้องประท้วงแล้วครับ ประท้วงอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร สมาชิกท้าทายต่อประธาน เมื่อสักครู่นะครับ ไม่เข้าสู่กระบวนการที่มีกรรมการตรวจสอบเรื่องหลักฐานต่าง ๆ แล้วยังอ้างว่าเขามีสิทธิที่จะยกอย่างไรก็ได้ ทําอะไรก็ได้โดยที่ไม่ต้องสนใจกรรมการ อย่างนี้มาอภิปรายในสภาได้อย่างไรล่ะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ เมื่อกี้ประธานก็ชี้แจงให้เขาทราบแล้วว่าเรามีขั้นตอนอย่างไรนะครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านมีข้อตกลงกับเขา ให้เรียบร้อยก่อนครับว่าเขาจะต้องไม่แสดงภาพใด ๆ ที่ไม่ได้ผ่านกรรมการ และกรุณา เคารพต่อกรรมการ และเคารพประธานด้วย เคารพต่อที่ประชุมนี้ด้วยครับ ไม่อย่างนั้น ก็กลับไปเป็นผู้ก่อร้ายเถอะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ นั่งลงครับ เชิญท่านวิเชียรอภิปรายต่อครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ท่านประธานครับ ผมไม่จําเป็นต้องให้ใคร เซนเซอร์ภาพผม ท่านประธานไม่ให้ผมใช้ผมก็ไม่ใช้เพราะว่าผมมีสิทธิในการอภิปราย ไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี ผมจะใช้ภาพอะไรท่านประธานบอก ไม่ให้ใช้ผมก็ไม่ใช้ แต่ผมไม่จําเป็นจะต้องให้วอลล์เปเปอร์นายกรัฐมนตรีเอาไปเซนเซอร์ ภาพผม ผมไม่จําเป็น ผมเป็นผู้แทนมานาน คือมันไม่มีเหตุการณ์ใดที่เกิดขึ้นแบบนี้ ท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จบไปแล้วอภิปรายต่อเลย

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ท่านประธาน ท่านประธานชัย ชิดชอบ ทํากติกาผิด

(นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประท้วงอีกแล้วครับ ท่านประท้วงอะไรครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

ท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานชัย ชิดชอบ ได้ตั้งให้ผมและสมาชิก ๖ คน เจ้าหน้าที่อีก ๓ คน เป็น ๙ คน เป็นกรรมการตรวจสอบ นี่เราทําในนามสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานกําลังเปิดโอกาส ให้สมาชิกกล่าวร้ายแล้วก็ทําให้ประธานสภาเสียหาย ต้องให้เขาถอนนะครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวิรัตน์ครับ คืออย่างนี้ครับ ท่านก็บอกว่าต่อไปนี้ท่านจะอภิปรายโดยไม่จําเป็นต้องเอา ภาพมาแสดง เพราะท่านไม่ประสงค์ที่จะเอาภาพนั้นไปผ่านกระบวนการตรวจสอบ ฉะนั้น เมื่อท่านไม่ผ่านกระบวนการตรวจสอบ ท่านก็ไม่เอาภาพมาแสดง แต่ท่านจะอภิปราย ก็ให้ท่านอภิปรายครับ ไม่ได้มีอะไรเสียหายครับ นั่งเถอะครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

แต่ว่าการแสดงของท่านผู้ที่กําลังอภิปราย นี่นะครับ เป็นการดูถูกดูหมิ่นท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร แล้วดูถูกดูหมิ่นคณะกรรมการ ซึ่งประธานสภาตั้งขึ้นมา ลักษณะเช่นนี้ปล่อยไปสภาจะเสียหายครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมได้เรียนให้ท่านทราบแล้วนะครับว่าเรามีกระบวนการตรวจสอบอะไรอยู่ ซึ่งท่านก็บอกว่า เท่าที่ฟังท่านก็ยอมรับกระบวนการตรวจสอบ ภาพของท่านท่านไม่เอาเข้าสู่กระบวนการ ตรวจสอบท่านก็จะไม่แสดง ฉะนั้นก็ขอบคุณท่านวิรัตน์ครับ

(นายสนอง เทพอักษรณรงค์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ข้างหลังประท้วงอะไรครับ

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ บุรีรัมย์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ ขออนุญาตประท้วง ท่านที่กําลังอภิปราย จริง ๆ ไม่อยากประท้วงครับ ก็รักใคร่ชอบพอกัน แต่คําพูดเมื่อกี้ ท่านพูดบอกว่าท่านประธานสภา ท่านชัย ชิดชอบ กําลังกระทําความผิด ผมถือว่า ท่านประธานนั้นมีความเป็นประชาธิปไตย เมื่อจะอภิปรายก็ให้ทั้ง ๒ ฝ่ายเอาหลักฐานมา มีกรรมการกลางพิจารณา เป็ นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบครับ ให้สิทธิทั้ง ๒ ฝ่ำย แล้วท่านทําผิดอะไร เพราะฉะนั้นผมว่าต้องถอน ที่บอกว่าท่านประธานกําลังจะทําผิดนี่ ไม่ใช่ครับ ผมถือว่าท่านประธานได้ปฏิบัติหน้าที่โดยถูกต้องครบถ้วนแล้ว ต้องถอนครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ๆ เดี๋ยวขอประธานวินิจฉัยนะครับ เชิญนั่งลงครับ คืออย่างนี้ครับ ท่านสมาชิกท่านได้ แสดงความคิดเห็นของท่านเรื่องการตั้งกรรมการตรวจสอบ อันนี้เป็นความคิดเห็นของท่าน ส่วนท่านจะตําหนิประธานอย่างไรท่านก็รับผิดชอบไป แต่ท่านประธานชัยก็ได้ชี้แจงแล้วว่า ที่มาที่ไปในการตั้งกรรมการนี่ไม่ใช่ท่านคิดเองทําเอง ท่านก็เปิดโอกาสให้ประธานวิป ฝ่ำยรัฐบาล ฝ่ำยค้าน ไปปรึกษาหารือร่วมกันกับท่าน และในที่สุดก็ได้ข้อสรุปว่า แทนที่จะให้อํานาจท่านประธานวินิจฉัยเอง เพื่อให้มันเหมาะสม รัดกุม และเป็นธรรม ก็ตั้งกรรมการ ๓ ฝ่าย มีฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายสภา ซึ่งตรงนี้ชัดเจน ท่านประธาน ไม่ได้ทําอะไรผิด แต่ที่ท่านผู้พูดนี่ท่านเข้าใจของท่านอย่างนั้น ท่านว่ามันเป็นธรรมเนียม ปฏิบัติใหม่ ก็เป็นเรื่องที่ท่านเข้าใจของท่าน แต่พวกเราเราทราบว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไร ฉะนั้นก็ไม่เป็นไรครับ

(นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านอดุลย์มีอะไรประท้วงต่อครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม อดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแม่ฮ่องสอน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านประธาน การให้เหตุผลของสมาชิก ในสภานี้สามารถให้เหตุผลได้ โดยเฉพาะคนที่ถูกกล่าวหา หรือคนที่คิดว่าตัวเอง ถูกกล่าวหาอยู่ในสภานี้มีสิทธิ อย่างเช่น ท่านประธานนี้มีสิทธิที่จะชี้แจงสมาชิก รวมทั้ง ชี้แจงให้คนอื่น ๆ ทราบได้อยู่แล้ว จึงไม่มีการที่จะไปฟ้ องร้องกันได้ เพราะฉะนั้นมันควรจะ เป็นหน้าที่ของท่านประธานที่จะชี้แจง เมื่อกี้ท่านประธานชี้แจงชอบแล้ว ท่านประธานครับ มีอีกเรื่องเดียวครับ ภาพที่จะนํามาแสดงหรือคลิปที่จะนํามาแสดงนี่ ท่านประธานครับ มันอาจจะมีเกินเลยมาบ้างหรืออย่างไร มันก็ควรจะปล่อยปละละเลยกันบ้าง เพราะเหตุว่า รัฐบาลเอาภาพเอาคลิปไปออกในทีวีมาหลายวันมาหลายครั้งนานมากแล้ว

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ ๆ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

ท่านประธานครับ ถ้าหากว่า คนจะเชื่อคลิปที่เอาออกมาแป๊ บเดียว หรือภาพออกมาแป๊ บเดียวนี่ ก็จําเป็นที่รัฐบาล จะต้องทบทวนแล้วว่าที่ผ่านมารัฐบาลกําลังให้ความจริงกับประชาชนหรือเปล่า เพราะฉะนั้น ผมถึงบอกว่าจําเป็นที่จะต้องอะลุ้มอล่วยกันบ้าง ไม่ใช่ว่าลุกขึ้นมาประท้วง

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับท่านอดุลย์ครับ คืองานนี้คงไม่มีการอะลุ้มอล่วยใครทั้งนั้นเพราะเป็นกติกา ร่วมกันที่เราได้ตกลง และท่านประธานก็มีคําสั่ง และเมื่อเช้านี้ก็บรรยากาศมาด้วยดี ใครที่จะนําอะไรมาเปิดเผย มาขออนุญาตก็มีหลักฐานชัดเจน กรรมการตรวจสอบเสร็จ เห็นชอบส่งให้ท่านประธาน ท่านประธานก็เซ็นอนุญาตมา เราก็อภิปรายกันมาและท่าน ก็ได้ใช้ภาพ ใช้คลิป ประกอบกันมาตลอดก็ไม่มีปัญหาอะไรเลยนะครับ ฉะนั้นหลักก็คือสิ่งที่ ท่านจะเอามาแสดงในนี้ไม่ว่าจะเป็นคลิป จะเป็นภาพ ก็ต้องผ่านความเห็นชอบของ คณะกรรมการและท่านประธานได้อนุญาตอันนี้คือหลัก พอแล้วครับ ท่านไม่ต้องประท้วง อะไรแล้วครับ ประธานวินิจฉัยแล้วนั่งลงเถอะครับจะได้อภิปรายต่อ พอแล้วครับ เชิญนั่งลงครับ ผมวินิจฉัยแล้ว คําวินิจฉัยประธานเป็นเด็ดขาด นั่งลงครับ นั่งลงเถอะครับ ประธานวินิจฉัยแล้ว คําวินิจฉัยประธานเป็นเด็ดขาด เชิญนั่งลงครับ ถ้าท่านประธานชัย นั่งตรงนี้ท่านจะวินิจฉัยเหมือนผมนะครับ นั่งเถอะครับ นั่งเลย เชิญครับ ขอความกรุณาครับ จะได้อภิปรายต่อ ท่านนั่งเถอะครับ ท่านวิเชียรครับ ก็ขอให้อยู่ในประเด็นและห้ามแสดงภาพ หรือคลิปที่ท่านไม่ได้รับอนุญาต ไม่ให้แสดงนะครับ เชิญอภิปราย

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ท่านประธานครับ เมื่อท่านประธานไม่ให้ แสดงภาพผมก็จะไม่แสดง แล้วภาพเหล่านี้ผมก็จะเอาให้สื่อสารมวลชนเขาไปเผยแพร่ ต่อไป ทําไมผมถึงไม่นําภาพไปให้กรรมการผมไม่ต้องพูดอีกแล้ว

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ต้องพูดแล้วครับ ท่านอภิปรายของท่านเลย

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ผมกราบเรียนท่านประธานว่าการที่ผม อธิบายถึงเหตุการณ์ในอดีต ๓ ครั้ง แล้วจะยกตัวอย่างให้เทียบเคียงกับรัฐบาลชุดนี้ก็คือ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ รัฐบาลนายธานินทร์ กรัยวิเชียร ก็อยู่ไม่ได้ ปราบปรามประชาชนแบบนี้ครับ แล้วก็ ๑๗-๑๘ พฤษภาคม ๒๕๓๕ รัฐบาล สุจินดา คราประยูร ก็อย่างนี้ละครับ ตอนนั้นท่านนายกรัฐมนตรีและท่านสุเทพก็เป็น ฝ่ายค้านครับ โดยนายชวนเป็นหัวหน้าพรรค เสร็จแล้ว พลเอก สุจินดา คราประยูร ก็อยู่ไม่ได้ครับ ทั้ง ๆ ที่คนบาดเจ็บล้มตายไม่ได้มากมายขนาดนี้ ท่านประธานครับ ผมไม่เชื่อเลยว่า ๒ คนนี้จะนั่งอยู่บนตําแหน่งนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี ได้ต่อไป ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าการกระทําทั้ง ๒ คนที่สั่งการให้มี การปราบปรามประชาชน ไม่ว่าเป็นการบอกว่าขอคืนพื้นที่หรือคําว่ากระชับวงล้อม นั่นเป็นการพูดแบบศรีธนญชัย คําว่ากระชับวงล้อมเอาทหารมา ๑๒,๐๐๐ คนหรือครับ เอาอาวุธเอ็ม ๑๖ มา เอารถถังมาหรือครับ มากระชับวงล้อม ล้อมปราบประชาชนล้อมอยู่ ๕ วัน ๖ วัน อดข้าว อดนํ้า แล้วสุดท้ายก็เอารถถังบุกเข้ามา เอาปืนเอ็ม ๑๖ ไล่ยิงประชาชน ผมให้เห็นแล้วเมื่อสักครู่นี้ ทหารยิงนะครับ ทหารยิงใส่ ชุดพรางนี่ละ มีหน้ามีตาด้วย ท่านไปดูเอง แล้วก็ในขณะยิงเขาเรียกว่าปลอกกระสุนปืนกระเด็นออกจากรังเพลิง ถ่ายรูปได้เห็นต่อหน้าต่อตา แล้วพลซุ่มยิงหรือสไนเปอร์ถ่ายตอนกลางคืนเราก็ถ่ายไว้ได้ ก็ทหารทั้งนั้นนะครับ อย่างนี้แล้วยังปฏิเสธอย่างไรอีก เพราะฉะนั้นอย่าอยู่เลยครับไปเถอะ จะไปไหนก็ไปครับ แล้วผมกราบเรียนท่านประธานว่าอย่างนี้การที่พี่น้องประชาชน บาดเจ็บล้มตายจํานวนมากแล้วออกหมายจับหมายเรียกคนทั่วแผ่นดินจะจังหวัดไหน จังหวัดใดก็ตาม ขณะนี้ความแค้นมันฝังลึกอยู่ในพี่น้องประชาชนไม่ตํ่ากว่าครึ่งประเทศ

อันที่ ๑ คือ ๒ มาตรฐาน เอารัดเอาเปรียบ กดขี่ข่มเหงพี่น้องประชาชน นี่เขาเจ็บปวดอยู่แล้ว

อันที่ ๒ เขามาเรียกร้องหาความเป็ นธรรมและเรียกร้องให้ยุบสภา เพื่อเลือกตั้งกันใหม่ ว่ากันใหม่ พวกผมแพ้ พวกผมก็เป็ นฝ่ำยค้ำน ยืนยันทุกครั้ง พวกท่านชนะพวกท่านก็เป็นรัฐบาลไป แต่ว่าพวกผมเรียกร้องหีบเลือกตั้ง พวกผมไม่ได้ เรียกร้องโลงศพ ไม่ได้เรียกร้องหีบศพ ๘๘ ศพ สูญหายเท่าไร บาดเจ็บ ๒,๐๐๐ กว่าคน อย่างนี้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ท่านพูดนักพูดหนาว่ามาจากการเลือกตั้ง อย่างนี้ ทําได้อย่างไร

เอาละครับ ผมไม่อยากใช้เวลาต่อล้อต่อเถียงกันนานนัก ทุกวันนี้ สื่อสารมวลชนต่าง ๆ โดนคนที่กํากับดูแลนี่บังคับข่มขู่เขาให้ออกข่าวด้านเดียวตลอดเวลา โทรทัศน์ หรือทีวี หรือวิทยุชุมชน ที่เป็นฝ่ายตรงข้ามพวกท่านนี่ถูกปิดเรียบทั่วประเทศ แล้วพวกที่ออกมาด่าพวกผมทุกวันอยู่ทุกจังหวัดนี่ อยู่จังหวัดอุดรธานี จังหวัดขอนแก่น นี่พวกท่านทําไมไม่ปิด น้อง ส.ส. ธีระชัย แสนแก้ว ที่จังหวัดอุดรธานีออกมาด่าพวกเสื้อแดง ทุกวัน ด่าพวกผมทุกวัน ทําไมไม่ปิด แล้วเอเอสทีวีพวกท่านทําไมไม่ปิด ชอบแบบนี้ใช่ไหม ไม่เป็นไร ความแค้นฝังลึกของประชาชนครึ่งประเทศนี่พวกท่านจะกินก๋วยเตี๋ยวที่ไหน เขาถุยนํ้าลายใส่แล้วยกมาให้พวกท่านกินรู้หรือเปล่า ผมไม่อยากบอกว่าใคร ไปกินหูฉลาม ที่ไหน คนอีสานเขาเป็นกุ๊ก (Cook) คนยกมาก็คนอีสานแล้วเขาถุยนํ้าลายใส่ ต่อไปเขาจะ เอาขี้ใส่มาให้พวกท่านกินเข้าใจหรือเปล่า ผมกราบเรียนท่านประธานสุดท้ายว่า

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วง เดี๋ยวครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ท่านประธานครับ อย่าประท้วงเลย ผมจบแล้ว อีก ๑ นาทีผมจบแล้ว ไม่ต้องประท้วงหรอก

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ให้ท่านประท้วงอะไรครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ไม่ต้องประท้วงหรอกครับ ไร้สาระ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็นไร เขาใช้สิทธิประท้วง ประท้วงอะไรครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ แม้ว่าจะเหลือ อีกเพียง ๕ นาที แต่ว่าก็สุดที่จะทานทนจริง ๆ นะครับ ผมขอประท้วงท่านในข้อ ๖๑ ท่านได้ใช้วาจาการอภิปรายซึ่งไม่สุภาพ เหมาะที่จะเอาไปอภิปรายที่ราชประสงค์เท่านั้นครับ แต่ไม่เหมาะที่จะอภิปรายในสถานที่อันทรงเกียรติแห่งนี้ ท่านพยายามจะชี้นําออกมาว่า ทหารเผาราชประสงค์ แล้วใครเผาศาลากลางจังหวัดอุดรธานีครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ ก็ประธานวินิจฉัย ยังอยู่ในกรอบข้อบังคับอยู่นะครับ ยังไม่ถึงขนาดผิด ท่านวิเชียรสรุปเลยครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ท่านประธานครับ ไม่เป็ นไรครับ ราชประสงค์เขาไม่ให้ไปแล้ว เดี๋ยวผมจะไปทําเนียบรัฐบาลครับ คราวหน้าเดี๋ยวเจอกัน ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าอย่างนี้ สุดท้ายผมอยากจะเรียกร้อง ทั้ง ๒ ท่าน โปรดกรุณาไตร่ตรองแล้วรีบออกจากตําแหน่งโดยเร็ว ท่านเชื่อผมไหม สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง วิญญาณมีจริง คนบาดเจ็บล้มตาย คนตาย ๘๘ คน วิญญาณเขาจะ ตามหลอกหลอนคุณแล้วพวกคุณนี่จะได้รับผลกรรมตามที่เขาถูกกระทํา เพราะฉะนั้น ระวังตัวให้ดี ประชาชนเขาดูพวกท่านอยู่ พื้นที่ประเทศไทย ๗๖ จังหวัด ท่านประกาศเป็น พื้นที่ของพวกคนเสื้อแดงกี่จังหวัด ประกาศเคอร์ฟิวกี่จังหวัด ประกาศ พ.ร.บ. กี่จังหวัด ประกาศ พ.ร.ก. กี่จังหวัด พวกท่านรู้ว่าประชาชนคนเสื้อแดงมีจํานวนมากเท่าไร พวกท่านรู้ว่าเวลาเลือกตั้งจะสู้พรรคเพื่อไทยไม่ได้ ไม่อย่างนั้นพวกท่านยุบสภาแล้ว พวกท่านรู้ แต่ปากกล้าขาสั่น เพราะฉะนั้นถ้าแน่จริงว่าพวกท่านได้รับความนิยมขนาดนี้ ยุบสภาสิครับ ยุบสิ ยุบแล้วเลือกตั้งกันใหม่ พวกผมแพ้พวกผมเป็นฝ่ายค้าน พวกท่านเป็น อีก ๘ ปีเลย แค่นี้ละครับไม่อยากพูดมากครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอชี้แจงสั้น ๆ นะครับ

ในประการที่ ๑ คนที่เผาเซ็นทรัล เวิลด์นี่ไม่ใช่ทหารครับ ในเวลานั้นตอนที่ ไฟไหมเซ็นทรัล เวิลด์นี่กําลังของเจ้าหน้าที่ไม่ได้เข้ามาถึงสี่แยกราชประสงค์

ในประการที่ ๒ ครับ มันไม่ใช่เจ้าหน้าที่ทหารหรอกครับที่ใช้พลแม่นปืน ขึ้นไปอยู่บนตึกสูงแล้วยิงทําร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่ในวันที่ ๑๐ เมษายน ผมเรียนว่า เหตุการณ์วันที่ ๑๐ เมษายนที่มีคนซุ่มยิงบนตึกสูงนี่ทําให้เจ้าหน้าที่ทหารและประชาชน เสียชีวิตมากนะครับ ผมเรียนกับท่านประธานว่าหลังจากวันที่ ๑๐ เมษายนแล้วนี่เราถึง เห็นว่ามีความจําเป็นที่จะต้องมีพลแม่นปืนเฝ้ำระวังเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภาคพื้นดินเพื่อป้ องกัน ไม่ให้มีการสูญเสียมากขึ้น ผมได้เรียนตั้งแต่ต้นนะครับว่าทหารเป็นลูกหลานประชาชน มีหัวใจเหมือนกันครับ แล้วก็ไม่มีเจตนาที่จะไปปราบปรามประชาชน ผมสั่งไม่ได้หรอกว่า ให้ทหารเขาไปใช้กําลังเข่นฆ่าประชาชน เพราะว่าไม่มีเหตุผล ถ้าคนตายมากรัฐบาล ก็รับผิดชอบอยู่ดี ที่ท่านบอกว่าถ้าไม่ปราบประชาชนแล้วทําไมต้องเอาเจ้าหน้าที่ทหารมาเป็นจํานวนมาก ๆ ก็เพราะไม่ต้องการเกิดความสูญเสียถึงต้องใช้คนมาก ใช้โล่ ใช้กระบอง ใช้กําลังดัน แต่ถ้าเข้ามาปราบกันจริง ๆ ใช้กําลังน้อยครับใช้อาวุธเยอะ ๆ นั่นคือหลักการที่เขาปฏิบัติกัน ส่วนภาพที่ท่านเอามาแสดงหลายภาพนั้นมันเป็นคนละเวลา คนละสถานที่ คนละวัน คนละเหตุการณ์ ก็ไม่สามารถที่จะเอามาเรียงให้เป็นความเดียวกันได้ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านต่อไปท่านพีรพันธุ์ พาลุสุข ครับ ก่อนที่ท่านพีรพันธุ์จะอภิปรายก็อยากเรียนว่า ท่านได้นําเสนอภาพข่าว จํานวน ๑๗ แผ่นให้คณะกรรมการพิจารณานะครับ กรรมการ เห็นควรอนุญาต ๑๖ แผ่น ไม่อนุญาต ๑ แผ่น ซึ่งท่านประธานชัยก็ได้เซ็นอนุญาตตามที่ กรรมการได้เสนอมานะครับ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านบุญยอดจะประท้วงอะไรอีกครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร เมื่อสักครู่ผมประท้วง ท่านประธานนะครับว่าท่านไม่ได้ควบคุมการอภิปรายในสภาให้เป็นไปตามข้อบังคับ ในข้อ ๖๑ ใช้วาจา กิริยา ไม่สุภาพ เสียดสีใส่ร้าย เช่นคําว่าระวังตัวให้ดีอย่างนี้เป็นต้น หรือว่าวิธีการพูดที่บอกว่าให้กุ๊กทําอย่างนั้นอย่างนี้มันไม่ใช่ทัศนะของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรที่จะสอนคนในสังคมนะครับท่านครับ ดังนั้นท่านประธานนั่งอยู่เฉย ๆ ไม่ได้ ท่านประธานเป็นประธานต่อสภาแห่งนี้นะครับ นี่คือสภาอันทรงเกียรติ เพราะฉะนั้น ถ้าท่านยังมีอํานาจและหน้าที่ของท่านที่ท่านต้องทําท่านต้องควบคุมสมาชิกทุกคน ซึ่งผมเชื่อว่าเดี๋ยวต่อไปก็จะมีผู้ก่อการร้ายคนต่อไปขึ้นมาอีก ผมเตือนท่านก่อนนะครับว่า ไม่อย่างนั้นกรณีอย่างนี้จะเกิดขึ้นอีกในสภาแห่งนี้เราเสียหายกันทั้งหมด ขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณบุญยอดครับ ประธานจะควบคุมใช้อํานาจตามข้อบังคับให้ดีที่สุดนะครับ

(นายวิเชียร ขาวขํา ได้ยืนและยกมือขึ้น)

มีอะไรอีกครับท่านวิเชียร

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ท่านประธานครับ ผมถูกคนที่ชอบประท้วง พาดพิงผม แต่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าในประเทศไทยมันเป็นระบบกล่าวหา อย่างนายกษิต ภิรมย์ ก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ผมก็ถูกกล่าวหาเหมือนกัน หลายคนที่นี่ถูกกล่าวหา ไม่เป็นไรครับพวกท่านเป็นรัฐบาลกล่าวหาไปเอาเต็มที่ ไม่มีใคร กลัวใครหรอกครับ ถึงเวลาเดี๋ยวก็พิสูจน์กันเองว่าใครแน่กว่าใครครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เรามีกระบวนการยุติธรรมอยู่นะครับ ท่านพีรพันธุ์มีเวลา ๓๐ นาที เชิญครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดยโสธร ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้ผมอยู่ที่จังหวัดยโสธรครับไปร่วมพิธีเผาศพ นปช. ท่านหนึ่งที่เสียชีวิต ผมได้ถามเพื่อนเขาว่าที่เสียชีวิตเพราะถูกยิงตรงไหน ถูกยิงจากด้านหลังครับท่านประธาน บนศีรษะลงไปด้านหลังเสียชีวิตที่สวนลุมพินี สัปดาห์ก่อนโน้นผมก็ได้ไปร่วมพิธีเผาศพด้วย อีกท่านหนึ่งเสียชีวิตบริเวณบ่อนไก่ คุณพ่อเขาอายุ ๘๔ ปีครับ เมื่อศพลูกชายไปถึงบ้าน ความที่อยากจะเห็นหน้าลูกขอเปิดดูศพ แล้วเขาก็เล่าให้ผมฟังว่าลูกถูกยิงตรงศีรษะ ท่านประธานครับ ก่อนหน้านั้นพี่น้องผมอีกคนหนึ่งเสียชีวิตเหมือนกันบริเวณประตูนํ้า ขับรถแท็กซี่ถูกยิงตรงหน้าอก ผมก็บอกพี่น้องว่า โอ้โฮ ๓ คนถูกยิงจุดสําคัญ ๆ ทั้งนั้นเลย คนยิงมันยิงแม่นจริง ๆ แต่ท่านประธานครับ ผมได้พบครอบครัวของทั้ง ๓ คน คนหนึ่งมีลูก ๔ คนกําลังเรียนอยู่ครับ อีกคนหนึ่งพิการด้วย อีกคนหนึ่งลูกกําลังเรียน ปวส. ๓ คนครับ ส่วนอีกคนหนึ่งก็เช่นเดียวกันครับลูกกําลังเรียนอยู่ ทั้ง ๓ คนนี้ขาดพ่อ วันนี้ใครจะ รับผิดชอบแทนพ่อของเด็กเหล่านั้นที่จากไป จนถึงวันนี้ผมยังไม่ได้ยินว่าทางรัฐบาลจะรับผิดชอบอย่างไร ไม่ได้ยินจากปากนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลเรื่องนี้ว่าจะรับผิดชอบอย่างใดเลย ใจดําจริง ๆ ครับ ผมเห็นภาพของคนเหล่านั้นแล้วมันก็ทนไม่ได้ ก็เลยบอกพี่น้องว่าครอบครัวของเขาเหล่านั้น ก็ขอให้พี่น้องชาวจังหวัดยโสธรช่วยกันโอบอุ้มกันต่อไป เพราะเขาได้มาเสียชีวิต เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย ท่านประธานครับ ที่จริงเรื่องทั้งหมดที่มันเกิดขึ้นไม่น่าจะ จบด้วยอย่างนี้ ถ้าคนที่เป็นรัฐบาลมีจิตใจแน่วแน่ และมองว่าผู้ที่มาชุมนุมเรียกร้องนั้น ก็คือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เป็นคนไทยนี่แหละ แต่เพราะรัฐบาลมองว่าคนเหล่านี้คือศัตรู ดูพฤติกรรมที่มันเกิดขึ้น ปีที่แล้วก็เกิดเรื่องอย่างนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีก็บอกว่า เอาละ ถ้าคิดว่าการเลือกตั้งเป็นทางออกของประเทศก็ขอให้รัฐสภาไปตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ศึกษากัน ผมก็ทําหน้าที่เป็นเลขานุการคณะกรรมการสมานฉันท์ เราก็ศึกษามาแล้วเสนอ ท่านนายกรัฐมนตรีไปบอกให้แก้รัฐธรรมนูญ ท่านก็บอกว่าขอทําประชามติดูก่อน ขอถามโน่นขอถามนี่ก่อน และสุดท้ายท่านก็โทษว่าพวกผมนี่ถอนตัวออกมา เลยเดินหน้ากันต่อไปไม่ได้ ผมก็บอกว่าเพราะท่านโยกโย้ ไหนพูดในสภาอย่างหนึ่ง แต่พอทําอีกอย่างหนึ่งเป็นอย่างนี้ตลอดแล้วใครจะไปเชื่อ ล่าสุดที่มีการเจรจากันภาพดี ระหว่างท่านนายกรัฐมนตรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี แล้วก็สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ อีกท่านหนึ่ง กับแกนนําของฝ่าย นปช. ถ่ายทอดทางโทรทัศน์กันไปทั่วประเทศ เกิดมาผมก็ เพิ่งเห็นนี่ครับ การเจรจาต่อรองกันถ่ายทอดทางทีวี ผมบอกว่ามันไม่มีทางสําเร็จหรอก เพราะถ้าอยากจะมีการเจรจากันจริง ๆ แล้วนี่เขาไม่ทํากันอย่างนี้ เพราะมันมีข้อต่อรอง อีกเยอะแยะ แต่อย่างไรก็ตามครับเมื่อมีการเลือกพูดกันสังคมก็หวังว่ามันจะนําไปสู่ ความสําเร็จ ผมก็เป็นผู้หนึ่งที่เฝ้ำติดตามกันอยู่อย่างนั้นเรื่อยมา แต่สุดท้ายมันก็ไม่สําเร็จ จนกระทั่งความรุนแรงก็เริ่มเกิดขึ้น ๆ ส.ว. ส่วนหนึ่งก็มีความพยายามที่จะเข้าไปช่วย อุตส่าห์ไปคุยกับทาง นปช. แล้วก็ต่อสายกับนายกรัฐมนตรีแล้ว ใกล้ ๆ วันสุดท้ายวันที่ ๑๘ วันที่ ๑๙ ผมก็ยังว่าช่องทางการเจรจามันยังมีอยู่ แต่คําตอบที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ตอบไป ผ่านทาง ส.ว. นั้นบอกว่ามันสายไปเสียแล้ว หมดเวลาเจรจาแล้ว เพราะได้ตัดสินใจ เดินหน้าแล้วว่าจะต้องสลายการชุมนุมให้ได้ ก็ทําให้ผมนึกถึงวันที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศท่านนี้พูดกับผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แคมป์ เบลล์ เมื่อคืนวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ที่บ้านประมาณ ๔ ทุ่ม ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศได้บอกผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ประเทศสหรัฐอเมริกา แคมป์ เบลล์บอกว่าโรดแมพ ๕ ข้อนี่เป็นอัลติเมตัม (Ultimatum) แปลว่าคําขาด ไม่ใช่เงื่อนไขเพื่อเจรจา เมื่อกี้ท่านนายกรัฐมนตรีก็บอกว่าท่านจะเจรจา มาอยู่ตลอดแต่ว่าถูกปฏิเสธจาก นปช. คนที่เป็นรัฐบาลถ้าตั้งใจจะทําอย่างนี้จริง ๆ ผมว่าอย่างไรก็ตามการเจรจามันยังเกิดขึ้นถ้ามีความตั้งใจจะให้มันประสบความสําเร็จ อย่างนั้นจริง ๆ

ท่านประธานครับ ผมได้พูดถึงพี่น้องของผม เพราะว่าคนเหล่านี้ถูกละเมิด สิทธิมนุษยชนมาก ผมคิดว่าต้นตอของเรื่องมันก็เนื่องมาจากการที่รัฐบาลได้ประกาศ สถานการณ์ฉุกเฉินนี่แหละ ความจริงกลุ่ม นปช. เขามีชุมนุมกันอย่างนี้มานานแล้วตั้งแต่หลังการปฏิวัติยึดอํานาจ โดยคณะ คมช. เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ช่วงนั้นเขาใช้ชื่อว่า นปก. แนวร่วม เพื่อต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ก็มีชุมนุมกันมาอยู่เรื่อย ช่วงหลังก็มารวมกันใหม่เป็น นปช. ก็ชุมนุมกันมาเรื่อย เป็นชุมนุมทางการเมือง ผมก็ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร มันมีปัญหา ตรงไหนครับ ตรงที่รัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อวันที่ ๗ เมษายนปีนี้ละครับ ท่านประธานคงจําได้พวกเราอยู่ในสภา ท่านประธานชัยบอกพวกผมบอกว่ามีคนมา ชุมนุมอยู่หน้าสภา วันนั้นก็มีกลุ่มเสื้อแดงจํานวนหนึ่งมาชุมนุมอยู่ที่นี่ ผมก็ออกไป ประมาณ ๑๑ โมงก็ไม่เห็นมีอะไรมากมาย มาทราบเอาตอนหลังว่าท่านรองนายกรัฐมนตรี ได้ปีนกําแพงออกไปด้านหลังเหมือนกับที่พวกกระผมเคยปีนเมื่อปีก่อนโน้น แล้วก็มีภาพ ส.ส. ปัจจุบันนี้ซึ่งเป็นผู้อารักขาท่านได้อุ้มอาวุธปืนสงครามติดตัวเข้าไปด้วย หลังจาก เย็นวันนั้นผมเข้าใจว่าก็มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ท่านประธานครับ หลายคนได้เคยแสดงความคิดเห็นครับ ได้เคยบอกรัฐบาลบอกว่าการที่จะประกาศ สถานการณ์ฉุกเฉินนั้นมันต้องเป็นเรื่องฉุกเฉินจริง ๆ เพราะการประกาศอย่างนี้มันจะ นําไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนมาก ๆ เนื่องจากพระราชกําหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้นมันให้อํานาจกับรัฐบาลมาก ถ้าใช้ไม่ดีโอกาสที่จะไปละเมิด สิทธิมนุษยชนจะมีมากขึ้นด้วย เพราะฉะนั้นพึงใช้อย่างระมัดระวัง ผมอ่านดูประกาศของ รัฐบาลแล้วเหตุผลที่อ้างเขียนถึง ๑ หน้าเลยครับท่านประธานครับ ๑ หน้าอ้างหลายอย่าง บอกว่ามีก่อเกิดความวุ่นวายเกิดขึ้น ประเทศไม่สงบเรียบร้อย มีการปลุกระดมคนอะไร เยอะแยะ ผมก็นั่งถามพวกเราว่าเหตุผลที่อยู่ในข้างหน้ามันเป็นจริงหรือเปล่า ผมคิดว่า หลายคนคงจะจําวันนั้นได้ ผมก็มาดูเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้น สถานการณ์ฉุกเฉินที่เขียนไว้ ใน พ.ร.ก. ฉบับนี้ มาตรา ๔ แปลว่าอะไร มีนิยามไว้แล้ว แปลว่า สถานการณ์อันกระทบ หรืออาจกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรือเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ หรืออาจทําให้ประเทศส่วนหนึ่งส่วนใดของประเทศตกอยู่ในภาวะคับขัน หรือมีการกระทําผิด เกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา การรบหรือการสงคราม ซึ่งจําเป็นต้อง มีมาตรการเร่งด่วน ความหมายมันก็คือต้องถึงขนาดนั้นจึงจะใช้ พ.ร.ก. การบริหาร ราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ แต่ว่าถ้าดูตามข้อเท็จจริงแล้วมันไม่มีถึงขนาดนั้น มันไม่มีสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงตามที่ประกาศออกไป เพียงแต่เราเห็นว่ารัฐบาล ใช้กําลังทางทหารเข้ามาควบคุมการชุมนุมทางการเมือง และความจริงผมคิดว่า รัฐบาลเองก็ไม่มีความชอบธรรมที่จะใช้ พ.ร.ก. ฉบับนี้ เพราะข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม ก็คือขอให้รัฐบาลยุบสภา แต่ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ตอบโต้ด้วยการใช้ พ.ร.บ. การรักษา ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ใช้ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลเองก็เข้าไปมีส่วนได้เสียโดยตรง มันไม่มีความชอบธรรมที่จะใช้ กฎหมายฉบับนี้ ฉะนั้นเมื่อไม่มีสถานการณ์จริงที่มันเกิดขึ้น เห็นไหมครับท่านประธาน พอประกาศปุ๊ บมันจะนําไปสู่ความรุนแรงเกิดขึ้น ๆ ไปเรื่อย ๆ ทั้งหมดนี้คืออะไรครับ หลายคนที่เป็นนักกฎหมาย มีกลุ่มอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่เขาก็บอกว่าเหตุผล ไม่เพียงพอ แต่ว่ารัฐบาลอาศัย พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในแง่ รูปแบบของกฎหมาย เพราะเป็นการประกาศตาม พ.ร.ก. ฉบับนี้ แต่ความจริงเนื้อหา ของมันมันไม่ถึงขนาดนั้น แต่เขาจําเป็นต้องใช้การประกาศ พ.ร.ก. การบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉินในรูปแบบเพื่ออะไรครับ เพื่อจะได้ใช้กําลังทางทหารเข้ามา และจัดการเรื่องนี้ได้ แล้วก็เพื่อที่จะคงไว้ซึ่งอํานาจของรัฐบาลต่อไป ไม่ใช่เพื่อความมั่นคง ของรัฐหรือความปลอดภัยของประเทศเลย นี่แหละครับท่านประธานเมื่อเหตุมันไม่สมเหตุสมผล มันไม่เป็นไปตามกฎหมายแล้ว มันจึงนําไปสู่การละเมิดหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้น ผมคิดว่าในเรื่องนี้มีหลายฝ่ำย ได้แสดงความคิดเห็นออกมา ผมเองตอนที่อ่านนั้นก็ฉุกคิดไปได้ว่าพอไปเห็นรัฐบาลประกาศ สถานการณ์ฉุกเฉิน ไปดูมาตรา ๑๑ ของ พ.ร.ก. ฉบับนี้ ในมาตรา ๑๑ มันเริ่มต้นด้วย ในสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีการก่อการร้าย ผมก็นึกออกทันที รัฐบาลอยากจะใช้ประโยชน์ จากประโยคข้อนี้ มันอ้างได้ว่ามีการก่อการร้ายแล้วก็นําไปสู่การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่มีความร้ายแรง ที่จริงถ้ารัฐบาลเริ่มต้นจากมาตรา ๕ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินก่อน แล้วเมื่อมันมีสถานการณ์ตามมาตรา ๑๑ แล้ว ค่อยประกาศเป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่มีความร้ายแรง นี่ท่านเล่นข้ามขั้นเลยอ้างมาตรา ๕ มาตรา ๑๑ ว่ามันมีสถานการณ์ ร้ายแรงเกิดขึ้น มีการก่อการร้ายเกิดขึ้น ผมก็ไปดูคําว่าก่อการร้ายมันคืออะไร ในประมวล กฎหมายอาญา และดูความหมายของการก่อการร้ายที่สามารถพิจารณาได้ว่าที่จะเป็น การก่อการร้ายนั้นจะต้องเป็นการกระทําต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์เพื่อสร้างความหวาดกลัว ต่อประชาชน ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่าเทอร์เรอร์ (Terror) แล้วก็เรียกคนที่ทําว่าเทอร์เรอริสท์ (Terrorist) สร้างความหวาดกลัวต่อประชาชน ทําให้เกิดมีการจํากัดการเคลื่อนไหวนะครับ ไปไหนก็ไม่ได้ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ตั้งเป้ำหมายไว้อย่างนี้ ในขณะที่ การชุมนุมของกลุ่ม นปช. ที่ประชุมมาอยู่ตลอดนั้นก็เป็นการชุมนุมตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๓ ได้ให้การคุ้มครองไว้คือการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ เห็นไหมครับ ผมนึกว่าเหตุผลของรัฐบาลจริง ๆ คืออันนี้จะได้ใช้กําลังทางทหารได้ เพราะกําลังอย่างอื่น มันใช้ไม่ได้ เมื่อยิ่งย้อนกลับมาดูเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๑๙ วันที่ ๒๐ ที่มันเกิดขึ้นที่มีการเผาทรัพย์ มีการปล้นทรัพย์ หรือมีการกระทําอะไรที่ผิดกฎหมายเกิดขึ้น ผมก็คิดว่าเหตุการณ์ ที่มันเกิดขึ้น ตอนบ่ายแกนนํา นปช. เขาได้ขอเข้ามอบตัวแล้วก็ประกาศสลายการชุมนุม ไปแล้ว การชุมนุมมันยุติแล้วเขาเข้ามอบตัวกันแล้ว แต่สิ่งที่มันเกิดขึ้นที่สมาชิกหลายท่าน ได้นําภาพต่าง ๆ มาฉายนั้นมันเป็นเรื่องเกิดขึ้นภายหลัง มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับการชุมนุมเลย แต่ท่านก็โยงเข้าไปหมดว่านี่คือผู้ก่อการร้ายก็เพียงเพื่อจะใช้กฎหมายนี้เข้ามาจัดการ กับคนเหล่านี้ เห็นไหมเมื่อทําการไปอย่างนี้แล้วผลที่ตามมามันจะเกิดความเสียหาย อย่างมหาศาลกับประเทศ กลุ่ม นปช. เป็นผู้ก่อการร้ายไปตั้งแต่เมื่อไร ผมไปตรวจดูบัญชี ของสหประชาชาติว่าได้ประกาศให้ นปช. เป็นผู้ก่อการร้ายไหม ไม่มีครับ ก็มีที่นี่แหละ ที่รัฐบาลคนชุดนี้แหละที่กล่าวหาประชาชนของตัวเองเป็นผู้ก่อการร้าย ที่จริงถ้าท่านอ่าน กฎหมายต่อไปอีก ในมาตรา ๑๖ เมื่อมีการใช้ พ.ร.ก. ต่อไปแล้ว ในมาตรา ๑๖ เขาบอกว่า ห้ามไปฟ้ องศาลปกครอง แปลว่าอะไรครับ คือเวลาประชาชนเขาถูกละเมิดจากการกระทํา ของรัฐ เขาสามารถที่จะฟ้ องต่อศาลปกครองได้ว่าการกระทํานั้นมันไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ศาลสั่งยกเลิก แต่กฎหมายนี้ห้าม จะไปศาลรัฐธรรมนูญก็คงไปไม่ได้เพราะไม่ใช่คดี รัฐธรรมนูญ มันก็เหลือศาลแพ่งคือศาลยุติธรรมนั่นแหละ จนขณะนี้ผมตรวจสอบดูแล้ว คําพิพากษาของศาลยุติธรรมในเรื่องนี้มันยังหาบรรทัดฐานที่ชัดเจนยังไม่ได้ครับ เพราะผมเข้าใจว่าทางศาลเองอาจจะไม่ถนัด เพราะท่านตัดสินคดีแพ่ง คดีอาญา แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องของมหาชนที่มันเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นเขาถึงบอกที่เขาห้ามไม่ให้ฟ้ องศาลปกครองก็แปลว่าอะไรครับ ก็แปลว่า ฝ่ำยรัฐที่จะใช้อํานาจหน้าที่ตามนี้จะต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง ต้องทําตามขั้นตอน ต้องยึดหลักว่าเขาห้ามอะไร ให้ทําอะไร ที่ไหน ต่อไปเขาถึงบอกว่าในมาตรา ๑๗ ของ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน มาตรา ๑๗ พนักงานเจ้าหน้าที่ และผู้มีอํานาจเช่นเดียวกับพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.ก. นี้ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง อาญา วินัย จากการปฏิบัติหน้าที่ในการระงับหรือป้ องกันการกระทําผิดกฎหมาย คุ้มครอง เจ้าหน้าที่ไว้ ท่านประธานครับ แต่ว่าการกระทํานั้น หากการกระทํานั้นเป็นการกระทํา ที่สุจริต ไม่เลือกปฏิบัติและไม่เกินสมควรแก่เหตุหรือไม่เกินกว่ากรณีจําเป็น นี่คือ กรอบของมัน มันมีอยู่ แต่ผมก็ถามต่อว่าแล้วท่านทําตามกรอบนี้หรือเปล่าล่ะครับ เมื่อมูลเหตุของการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินมันไม่สมเหตุสมผลมาตั้งแต่ต้น เพราะเหตุ อย่างนั้นจริง ๆ มันไม่มีอยู่ มันไม่เพียงพอ แต่ท่านก็ประกาศกันออกไป การประกาศ มันจึงไม่ชอบธรรม ไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม อย่าลืมนะครับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ เขียนไว้แล้ว ซึ่งผมก็ถามผู้ร่างว่าแปลว่าอะไร คือการปฏิบัติหน้าที่ของทุกองค์กร ต้องยึดหลักนิติธรรมไม่เว้นใคร มาตรา ๓ ของรัฐธรรมนูญ ฉะนั้นเมื่อเป็นอย่างนี้เราก็เห็น ความสูญเสียที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ศอฉ. เองก็พยายามแถลงว่าในการปฏิบัติการ ต่าง ๆ เหล่านี้ ในการขอพื้นที่คืน ขอกระชับพื้นที่ แล้วแต่ศัพท์ท่านจะใช้ ที่จริงก็คือ การสลายนั่นแหละ มันตามมาซึ่งการละเมิดสิทธิมนุษยชนในหลาย ๆ เรื่อง

ท่านประธานครับ ผมจําเป็นต้องพูดต่อไปว่ามันละเมิดตรงไหนบ้างที่สําคัญ มาก ๆ ที่จริงก็มีหลายคนนะครับ หลายท่านได้พยายามเตือนรัฐบาลว่าการดําเนินการตาม พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินให้ระมัดระวังนะ เริ่มต้นจากศาลแพ่งเอง เมื่อมีผู้ร้องขึ้นไป ศาลท่านก็มีคําสั่งว่าหากจําเลยทั้งสองก็คือนายกรัฐมนตรีและพวก จะกระทําการใด ๆ ในการขอพื้นที่คืนหรือสลายการชุมนุมของผู้ร่วมชุมนุม ให้ดําเนินการ เท่าที่จําเป็น โดยคํานึงถึงความเหมาะสม มีลําดับขั้นตอนตามหลักสากล บอกไว้แล้ว พอเห็นคําพิพากษานี้ แหม ศอฉ. ก็ออกมาพูดทีเดียว ทําตามหลักสากล ๗ ขั้นตอน แต่บางทีทําไม่ทันเพราะมันฉุกเฉินก่อนก็เลยต้องยิงก่อน นี่ถ้าพูดแบบชาวบ้านนะครับ

ตามไปด้วย ท่านประธานครับ แถลงการณ์ขององค์การด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นองค์กรเอกชน แต่ว่าก็ทําหน้าที่เป็นที่ปรึกษาพิเศษของคณะมนตรีเศรษฐกิจ และสังคมของสหประชาชาติก็คือดิ เอเชียน เซนเตอร์ ฟอร์ ฮิวแมน ไรท์ส (The Asian Centre for Human Rights) เขาก็ได้ออกมาแถลงการณ์ตั้งแต่วันที่ ๑๓ พฤษภาคม บอกว่าขอให้มีการเจรจากันต่อไป เสียดายที่การเจรจานั้นมันล้มเหลวลง เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า รัฐบาลภายใต้การนําของนายกรัฐมนตรีท่านนี้ได้ตัดสินใจจะใช้ความรุนแรงแทนการใช้ ความยุติธรรมในการแก้ไขวิกฤติ น่าเสียใจที่ท่านนายกรัฐมนตรีออกคําสั่งให้กองทัพไทย ใช้กําลังร้ายแรงที่สุด ถึงการใช้อาวุธสงครามเพื่อต่อต้านผู้ประท้วงที่เป็นประชาชน ธรรมดา องค์กรที่ ๒ เข้ามาแล้วนะครับ

ผมตามต่อไปอีกมีใครพูดเรื่องนี้บ้าง หลายท่านถ้าไปดูจากเรื่องระหว่าง ประเทศจะมีพบเยอะครับ ประเทศสหรัฐอเมริกาเองก็เช่นเดียวกัน ซึ่งค่อนข้างจะ ระมัดระวัง แต่เราก็ทราบว่าวุฒิสภาสหรัฐก็ได้มีมติเรื่องนี้ออกมาขอให้ทั้ง ๒ ฝ่ายคือ รัฐบาลกับผู้ประท้วงได้มีการเจรจากัน แล้วก็หาวิธีการแก้ไขเรื่องนี้อย่างสันติ

ยังมีอีกองค์กรหนึ่งครับท่านประธาน ก็คือสภายุโรป ยูโรเปียน พาร์ลิเมนท์ (European Parliament) ซึ่งเป็ นองค์กรหนึ่งของสหภาพยุโรป สภายุโรปก็ได้มีมติ เมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม เรียกร้องให้รัฐบาลมีความอดทน อดกลั้น แล้วก็เจรจาปัญหานี้ อย่างสันติ ในข้อมติของสภายุโรปได้พูดถึงข้อเสนอของสหภาพยุโรปในเรื่องที่สําคัญ เรื่องที่สําคัญที่สหภาพยุโรปนะครับท่านประธาน ไม่ใช่สภายุโรป สหภาพยุโรปในข้อเรียกร้อง ข้อที่ ๖ ขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยรับประกันว่าการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่ความร้อนแรงในไทยนี้จะไม่กระทบถึงสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน รวมทั้งสิทธิ ในการแสดงออก อีกทั้งขอให้ไทยยุติการปิดกั้นสื่อสารมวลชน เพราะเป็นการจํากัด ตัดสิทธิในการแสดงออกของประชาชน สิทธิอันนี้ได้รับรองไว้ในปฏิญญาสากลว่าด้วย สิทธิมนุษยชนขององค์การสหประชาชาติ เขาก็อ้างเอกสารนี้แหละ อ้างกติกาของ องค์การสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง เขาเริ่มต้นด้วยการขอให้ รัฐบาลไทยยกเลิกการปิดกั้นการสื่อสารทุกชนิด เพราะท่านรองนายกรัฐมนตรีกับ รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีขยันเหลือเกินที่จะบอกปิดกั้นเหล่านี้ โดยหาว่า สื่อฝ่ายตรงกันข้ามยั่วยุ แต่ไม่ได้มองดูเลยว่าช่องหอยม่วงของตนเองยิ่งกว่ายั่วยุอีก ท่านประธานครับ วันหนึ่งผมเปิดดูรายการตอน ๕ ทุ่ม ช่องหอยม่วงนี่แหละ มีรายการครับ เว้าอีสานเลยครับ ทั้ง ๒ คนที่เป็นพิธีกร นี่แปลว่าอะไรครับ ลงทุนให้มีพูดภาษาถิ่น โดยอาศัยช่อง ๑๑ คือถ้าทีวีช่องนี้ไปอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานีออกเฉพาะภาคอีสานนี่ ผมยังพอรับได้นะ นี่มันลอกจากช่อง ๑๑ ปล่อยเข้าไปทั้งประเทศเลย เนื้อหาท่านรัฐมนตรี เคยนั่งฟังหรือเปล่าว่าเขาพูดอะไร มิน่าละเวลาพวกนักนิเทศศาสตร์เขาบอกว่า เอาละ ที่ผ่านมารัฐบาลหลายรัฐบาลก็แทรกแซงสื่อเยอะ แต่รัฐบาลของท่านนี่แทรกแซงสื่อ มากที่สุด ไปดูข้อแถลงต่าง ๆ ของเขาได้ นี่คือการละเมิด เมื่อเช้าเห็นไหมครับท่านประธาน ทันทีที่บอกว่าช่อง ๑๑ มันดูไม่ได้นี่ พวกผมนั่งอยู่แถวนี้รับโทรศัพท์แทบไม่ไหว บ้านผมเป็นสิบสายวิ่งเข้ามาบอกดูไม่ได้ ดูไม่ได้ ดูไม่ได้ เพราะอะไร เพราะสื่อสารของเขา มันถูกปิดกั้น ท่านไปปิดเขา เวลานี้ในการถ่ายทอดสดเขาอยากจะฟังเป็นโอกาสเดียว เพราะถ้าไม่ใช่มีการถ่ายทอดสดเขาคงไม่อยากดูหรอก หลายคนทนดูไม่ได้ บ้านผมเตะทีวี แตกไปแล้ว คือการปิดกั้นสื่อสารเป็นเรื่องที่มีความร้ายแรงมาก ๆ อยากจะให้มีการแก้ไข เรื่องนี้กันอย่างจริงจังครับท่านประธาน ในข้อมติของสภายุโรปได้เอ่ยถึงปฏิญญาสากล ว่าด้วยสิทธิมนุษยชนได้เอ่ยถึงกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิ ทางการเมืองขององค์การสหประชาชาติ และโดยเฉพาะที่สําคัญเขาได้เอ่ยถึงเอกสารหนึ่ง ก็คือหลักการพื้นฐานว่าด้วยการใช้กําลังและอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย ทําไมเขากล่าวถึงเอกสารฉบับนี้ครับท่านประธาน ก็เพราะว่าเขาเห็นภาพผู้คนจํานวนมาก บาดเจ็บล้มตายจากการรักษากฎหมายของเจ้าหน้าที่ นายกรัฐมนตรีชอบพูดนัก กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย ต้องรักษาให้ได้ กอดเหลือเกินคําว่านิติรัฐ กอดแน่นอยู่นั่นแหละ ทั้งที่หลายคนก็บอกว่านิติรัฐมันต้องอย่าลืมนิติธรรมนะ ท่านคงไม่เข้าใจ หรือไม่ได้ยิน ผลก็คืออย่างไรครับ มันก็เกิดขึ้นอย่างที่พวกเราหลายท่านได้เห็นไปแล้ว ในแถลงการณ์ ของสภายุโรปยังได้พูดต่อไปบอกว่าความรุนแรงที่มันเกิดขึ้นนี่ก็เพราะรัฐบาลไทย ได้ประกาศใช้ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง และเขาก็ บอกว่ากฎหมายนี้มันจะนําไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนหลาย ๆ เรื่อง มันเป็นจริง อย่างเขาว่าจริง ๆ ครับท่านประธาน และเขาเองก็ได้ขอให้รัฐบาลไทยนะครับ ในการให้ เจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติหน้าที่นั้นได้เคารพหลักเกณฑ์พื้นฐานขององค์การสหประชาชาติ ว่าด้วยการใช้กําลังและอาวุธปืนในการเข้าสลายมวลชน ผมขออนุญาตท่านประธานไปดู ตัวอย่างครับ ในหลักการพื้นฐานฉบับนี้เขาก็พูดไว้แต่ต้น บอกว่า เอาละ เจ้าหน้าที่ มีความจําเป็นที่จะเข้าไปดูแลกฎหมาย รักษากฎหมาย มันเสี่ยง ฉะนั้นส่วนหนึ่งก็ต้อง คุ้มครองเจ้าหน้าที่ด้วย แต่ขณะเดียวกันนะครับ หลักพื้นฐานก็คือว่าขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ก็มีหน้าที่ที่จะต้องไปคุ้มครองชีวิต เสรีภาพ และความปลอดภัยของบุคคลด้วย ให้มันเสมอสมานกัน เพราะฉะนั้นเขาถึงบอกว่าในการใช้กําลังอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ ในการบังคับใช้กฎหมายนั้นจะต้องได้สัดส่วนกับการให้ความเคารพที่เหมาะสม ต่อสิทธิมนุษยชน รัฐบาลนี้คงฟังไม่เข้าใจว่าคําว่าได้สัดส่วนนี่มันเป็นอะไร มันแปลว่าอะไร ฝ่ายผู้ชุมนุมซึ่งเจอแต่สไนเปอร์ มีเจอบ้างอาวุธที่มันตํ่ากว่านั้นเช่นแก๊สนํ้าตา ก็แทนที่จะ ยิงแก๊สนํ้าตาที่ปกติเขายิงกัน ดันทะลึ่งหย่อนลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ บ้านผมนี่ที่มันตาย เพราะอย่างนี้คนหนึ่งครับ เพราะแกสูดที่สะพานผ่านฟ้ำลีลาศ แล้วก็มาสูดต่อ ที่แยกราชประสงค์ ทําหน้าที่ทําครัวให้คนอื่น ไม่ยอมกลับไปรักษาตัวที่บ้าน จนกระทั่ง ร่างกายทนไม่ไหวเพื่อนก็ส่งกลับจังหวัดยโสธรแล้วไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลที่จังหวัด อุบลราชธานี ผมก็ไม่รู้ว่าท่านใช้ทหารที่ไหนยิงแก๊สนํ้าตาจากเฮลิคอปเตอร์ เคยเห็นไหม ท่านประธานตํารานี้ ก็มีที่นี่แหละเห็นชีวิตมนุษย์เป็นอะไร

ในข้อต่อไปครับ ในหลักอันนี้นะครับ เขาก็บอกว่าในการปฏิบัติหน้าที่ของ เจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายต้องใช้วิธีที่ไม่รุนแรงเท่าที่จะเป็นไปได้ ก่อนจะเลือกใช้วิธี กําลังและอาวุธปืนโดยเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย อาจใช้กําลังและอาวุธปืนได้ก็ต่อเมื่อ มีการใช้วิธีการอื่น ๆ แล้วมันไม่บรรลุผล หรือไม่มีหลักประกันใด ๆ ว่าจะสามารถบรรลุ ตามเจตนาได้ ปฏิบัติไหมครับ เจ้าหน้าที่ของท่านที่ส่งไปนี่ปฏิบัติไหม

ในข้อ ๕ ครับ เมื่อใดก็ตามที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการใช้กําลังอาวุธปืนได้ เจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายต้อง

๑. ยับยั้งชั่งใจในการใช้กําลังและอาวุธปืน และปฏิบัติให้ได้สัดส่วนกับ ความร้ายแรงของการกระทําความผิดและวัตถุประสงค์โดยชอบธรรมที่พึงได้รับ ก็เขามา ชุมนุมเรียกร้องสิทธิทางการเมือง เรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา แล้วก็ตอบเขาด้วยกระสุนปืน อย่างนั้นหรือครับ มันได้สัดส่วนกันหรือ ผู้ชุมนุมมีอาวุธปื นไหม มันมีแต่ทหารที่มี กระชับวงล้อม ขอคืนพื้นที่ บีบ ๆ เข้าไป อาวุธปืนทั้งนั้นที่ถือเข้าไป ผมไม่ได้เห็นชาวบ้าน เขามีอาวุธปืนที่ไหนเลย อย่างมากก็มีบั้งไฟที่ทํากันมากมายที่ภาคอีสาน

ข้อต่อไปนะครับ เจ้าหน้าที่จะต้องจํากัดความเสียหายและการบาดเจ็บ ให้น้อยที่สุดและเคารพ รักษาไว้ซึ่งชีวิตมนุษย์ เคารพ รักษาไว้ซึ่งชีวิตมนุษย์ครับ หลักการ ขั้นตํ่านะท่านประธาน ไม่ใช่ขั้นสูงเลย ขั้นตํ่า กฎขององค์การสหประชาชาติ

ข้อต่อไปบอกว่าทําให้มั่นใจว่าบุคคลใด ๆ ที่ได้รับบาดเจ็บหรือได้รับ ผลกระทบจะได้รับการช่วยเหลือและรักษาพยาบาลโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทําได้ครับ ท่านประธานครับ สมาชิกหลายท่านได้นําภาพต่าง ๆ มา เจ้าหน้าที่บอกว่าถ้าอยาก เสนอภาพต้องขออนุญาตท่านประธานด้วย ผมบอกไม่ต้องขอหรอก เพราะผมเอามาจาก หนังสือพิมพ์ มันไปอยู่ทั่วประเทศแล้ว ภาพแรกหนังสือพิมพ์ไทม์ส (Times) มันออกไป ทั่วโลกแล้ว

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วงครับ ท่านบุญยอดประท้วงอะไรอีกครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ไม่ต้องประท้วงครับ นี่ผมได้รับอนุญาตแล้ว

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็นไรเดี๋ยวให้ผู้ประท้วง

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ผมคิดว่ามันต้องทํา ความเข้าใจให้ตรงกันครับท่านประธาน ที่ผ่านมา ๓๐ นาที พวกผมฟังท่านมาตลอด ซึ่งก็ชื่นชมว่าท่านอภิปรายได้ดีมาก แต่ถ้าท่านจะมาอภิปรายทํานองว่าผมไม่จําเป็นต้องมา แสดงหลักฐานต่าง ๆ ผมอยากจะยกอะไรก็ยกได้ อย่างนี้เราก็ไม่มีกติกาครับท่านประธาน เอาให้ชัดเจนว่าท่านได้ยื่นต่อกรรมการแล้วหรือยัง ถ้าได้ยื่นต่อกรรมการแล้วเราก็จะได้ เข้าใจตรงกัน ถ้าไม่ยื่นก็ไม่ต้องแสดงภาพครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประธานได้แจ้งที่ประชุมก่อนที่ท่านจะอภิปราย ท่านขออนุญาตมา ๑๗ ภาพ ได้รับ อนุญาต ๑๖ ภาพ ตอนนี้ท่านกําลังจะแสดงภาพที่ท่านได้รับอนุญาต เชิญครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ได้รับอนุญาตแล้วครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ท่านเอาภาพที่ท่านได้รับอนุญาตถ้าจะแสดง

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

มีภาพสุดท้ายที่ท่านประธานไม่อนุญาตผม คือภาพ

(นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ต้องประท้วงหรอกครับ ไม่มีอะไรครับ ท่านจะอภิปรายต่อแล้วครับ มีอะไรครับ

นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล พระนครศรีอยุธยา

๑ นาทีครับ คืออย่างนี้ครับ ขอเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ไม่ได้เกี่ยวกับประท้วงนะครับ ทางบ้านโทรศัพท์มาว่า ในระหว่างที่ถ่ายทอดนี่มีข้อความตัววิ่งด่า ส.ส. พรรคเพื่อไทยว่าอภิปรายสร้างความแตกแยก หยุดเถอะครับ อย่าไปทําเลยครับ ไม่ใช่เอสเอ็มเอสครับ มีวิ่งตลอดเลยครับ เขาด่าแต่ ส.ส. พรรคเพื่อไทยสร้างความแตกแยก นี่ตอนนี้ไม่ได้ถ่ายทอดนะ ผมไม่ได้อยากออกทีวี ขอให้หยุดเลยครับ ยุติเถอะครับ แล้วเขาโทรศัพท์มานี่ผมก็รู้สึกว่ามันไม่น่าจะถูกต้องนะ เพราะว่ามาด่าข้างเดียว ในเมื่อควบคุมสื่อ เราไม่มีสื่อแล้วเราก็ขอให้แฟร์ (Fair) ลูกผู้ชาย อย่าไปใช้ลักษณะลอบกัดครับ ถ้าลอบกัดคือสุนัขครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ฝากท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีช่วยตรวจสอบหน่อยครับ เชิญท่านพีรพันธุ์ สรุปครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร 🔗

ท่านประธานครับ ผมได้รับอนุญาตนะครับ มีภาพเดียวที่ประธานไม่อนุญาตผมก็คือภาพผู้ชุมนุมถูกยิงที่ศีรษะกะโหลกเปิด เจ้าหน้าที่ บอกผมว่าเสียว ผมอยากจะเอามาจะถามท่านนายกรัฐมนตรีท่านเสียวด้วยไหมภาพนี้ แต่เอาเถอะไม่แสดงสักนิดก็ได้ เพราะมันออกไปทั่วโลกแล้ว ท่านยกเลิก พ.ร.ก. เมื่อไรนะครับ ภาพที่มันอยู่จากอินเทอร์เน็ต (Internet) ต่าง ๆ ทั่วโลกนี่มันจะพรูกันออกมา ผมมี ประสบการณ์อย่างนี้เพราะตอนที่เกิด ๖ ตุลาคม ผมอยู่ที่ปารีส ผมก็เลยมีโอกาสเห็นภาพ มากกว่าคนไทยในประเทศ ลองยกเลิก พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินสิ อย่าปิดสื่อความจริงก็จะปรากฏ

ท่านประธานครับ ต่อไปเขาบอกว่าอะไร กฎยูเอ็น (UN) เมื่อกี้เขาบอกว่า ต้องให้การช่วยเหลือการรักษาพยาบาลด้วยนะครับ ท่านไปให้ทหารที่ท่านวรวัจน์ได้นําภาพ แสดงมาแล้ว ตรงไหนผมก็จําไม่ได้แต่ผมเห็นแล้ว กําหนดเขตพื้นที่กระสุนจริง แปลว่า อะไรครับกระสุนจริง แปลว่ามึงเข้ามากูยิงนะ พื้นที่กระสุนจริงที่เขาให้ประกาศได้นี่ไม่ใช่ ให้ทหารไปยิงคน นายกรัฐมนตรีเคยรู้หรือเปล่า พี่น้องผมที่อยู่แถวบ่อนไก่ เขาเอายางมาไว้เยอะแยะเลย ผมถามว่าทําไม กันทหาร ป้ อนแขนออกไปมันยิงแขน เด่ขามันยิงขา เขาว่ามิน่าเล่าศพที่จังหวัดยโสธรเพราะเขา วิ่งออกไปเลยโดนยิงที่หัว นี่คือเขตกระสุนจริง ประกาศเขตอย่างนี้ไม่ใช่ว่าให้ทหาร ไปยิงกระสุนจริงได้ ไม่ใช่ แถมเขายังบอกว่ามีการถอนรถพยาบาลนอกพื้นที่ปะทะออกไป ผลเป็นอย่างไรละครับ ยิ่งประกาศอย่างนี้ขึ้นไปท่านยิ่งต้องให้หน่วยพยาบาลเข้าไป เขาจะได้ช่วยดูแลได้ นี่ท่านห้ามคนอื่นเข้าหมด เว้นแต่ทหาร มิน่าเล่าถึงรุมยิงได้ยิงเอา ๆ มากกว่าตัวเลขที่ตาย ผมคิดว่ามากกว่าที่แถลงเป็นทางการมาแล้ว ในกรณีที่เกิดบาดเจ็บ หรือการสูญเสียชีวิตจากการใช้กําลังและอาวุธปืนโดยเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย เจ้าหน้าที่เหล่านั้นต้องรายงานเหตุการณ์ให้ผู้บังคับบัญชาทราบโดยพลัน เขาเคยรายงาน ท่านนายกรัฐมนตรีไหมว่ายิงหัวชาวบ้านไปแล้วเท่าไร ข้อสําคัญรัฐบาลต้องทําให้มั่นใจว่า เจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายซึ่งใช้กําลังและอาวุธปืนตามอําเภอใจหรือในทางที่ผิด จะถูกลงโทษฐานกระทําผิดอาญาภายใต้กฎหมายของประเทศตน สถานการณ์พิเศษ เช่น การไร้เสถียรภาพทางการเมืองภายในประเทศ หรือสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ ไม่อาจนํามา ซึ่งเป็นเหตุผลสนับสนุนการไม่ปฏิบัติตามหลักการพื้นฐานขั้นตํ่านี้ และวันนี้เป็นอย่างไรครับ ท่านประธาน ผมกับท่านวิรุฬห์ พื้นแสน ที่เป็น ส.ส. แบบสัดส่วน เขตผมจะต้องเดินทาง ไปทําฌาปนกิจศพอีกกี่ศพ จะเอาอีกกี่ศพท่านนายกรัฐมนตรีครับ พี่น้องผมยังอยู่ไอซียู (ICU) อีกหลายคนยังไม่รู้จะรอดหรือเปล่า นี่คือตัวอย่างครับท่านประธาน มิน่าเล่า หลายประเทศเขาถึงรุมพวกเราบอกว่ากําลังเกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ในประเทศไทย หลายคนถึงเป็นห่วงอยากจะเห็นการแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างสันติ ให้มันเกิดขึ้น ท่านประธานครับ ทั้งหลายแหล่ที่มันเกิดขึ้น ไล่เลียงไปจากข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงประกอบกันแล้ว การละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงหลายอย่างมันเกิดขึ้น ในประเทศนี้ ภายใต้รัฐบาลนี้ ตั้งแต่มีการชุมนุมทางการเมืองมา ไม่ว่าจะเป็น ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ พฤษภาทมิฬ ปี ๒๕๓๕ เมษาเลือด ปี ๒๕๕๒ พฤษภาอํามหิต ปี ๒๕๕๓ ความสูญเสียคราวนี้มากกว่า ๔-๕ ครั้งที่ผ่านมารวมกัน ปัญหาทั้งหมดเกิดจาก อะไรครับ ก็เกิดจากรัฐบาลไม่ได้มองว่าคนเหล่านั้นก็คือเพื่อนมนุษย์ ท่านใช้กฎหมาย เหล่านี้มาเป็นบัตรอนุญาตให้ฆ่าคน ท่านประธานครับ ในเรื่องทั้งหลายแหล่ที่มันเกิดขึ้น ผมก็อยากจะสรุปว่าหากรัฐบาลใดให้ทหารเล็งปืนไปที่ประชาชนผู้มือเปล่า อยู่ในเขตเมือง และมีคนตายเพราะถูกยิง ในพื้นที่ซึ่งมีการชุมนุมทางการเมืองซึ่งการชุมนุมนั้นมันอาจจะ กีดขวางความสะดวกสบายบางส่วนไปบ้าง อาจจะขัดขวางการจราจรไปบ้าง แต่ผม คิดว่าประชาชนนั้นก็มีความผิดเป็นความผิดทางการเมือง ไม่เหมือนการปิดสนามบิน สุวรรณภูมิแน่นอน และเมื่อทหารประกาศตอนหลังปิดถนนหลายเส้น กระชับพื้นที่ ล็อกดาวน์ (Lockdown) เป็นภาษาอังกฤษ ล็อก ๆ เข้าไป มันเหลือแต่ทหารกับผู้ชุมนุมมือเปล่า อย่างน้อยก็อาจจะ มีมีด ไม้บ้าง มีไม้ไผ่แหลม ๆ บ้าง เขาก็มีเพื่อป้ องกันตัว แต่ว่าสิ่งที่มันไปกระทบประชาชน ก็คือทหารเหล่านั้นได้เล็งปืนที่มีความเร็วสูง ยิงกระสุนจริงใส่ประชาชน การกระทําแบบนี้ เป็นเจตนาฆ่า ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ มาตรา ๒๘๙ ผู้สั่งการก็จะ มีความผิดเช่นเดียวกัน แต่ถ้าเป็นผู้ใช้ ผู้ร่วมกระทําผิด หรือผู้สนับสนุน เมื่อรัฐใดได้ประกาศ พื้นที่ห้ามเข้า นี่ท่านประกาศเอง ราชประสงค์เป็นเขตห้ามเข้า เป็นพื้นที่ใช้กระสุนจริง ทหารติดอาวุธสงครามเข้าคุมพื้นที่ กําหนดเขตใช้กระสุนจริง ความตายของประชาชน ที่เป็นมือเปล่า ล้วนแต่อยู่ในความรับผิดชอบของรัฐบาลทั้งสิ้น ศอฉ. อ้างว่ามีกองกําลัง ติดอาวุธปะปนกับผู้ชุมนุม ผมได้ยินรัฐมนตรีพูดหลายครั้ง ไม่ได้กล่าวว่าพวกเสื้อแดงว่า เป็นผู้ก่อการร้าย แต่มีกองกําลังไม่ทราบฝ่ำย ศัพท์นี้มันโก้เก๋เหลือเกิน กองกําลัง ไม่ทราบฝ่ำย นักรบชุดดําปนอยู่กับผู้ชุมนุม แล้วทําไมไม่จับ อยู่ไหนล่ะครับ วันนี้ ท่านบอกว่าท่านไม่เคยกล่าวหาใคร พวกเราเป็นผู้ก่อการร้าย ท่าน ส.ส. วิเชียรล่ะครับ แกนนําล่ะครับ ถูกหมายจับในฐานะเป็นผู้ก่อการร้าย เพราะฉะนั้นก็ในเมื่อพื้นที่ที่ท่าน ล็อก ๆ เข้าไปมันเหลือแต่ทหารกับผู้ชุมนุม ทหารนั่นแหละก็น่าจะเข้าไปควบคุมผู้ไม่หวังดีนั้น ได้แล้ว ทําไมยังปล่อยให้เขามาเข่นฆ่าประชาชนเล่า

ท่านประธานครับ ผมก็ยังไม่อยากจะพูดถึงอีกเรื่องหนึ่งนะ มันเกี่ยวกับ ผมด้วย ท่านประกาศห้ามทําธุรกรรมทางการเงิน ๑๐๐ กว่าคน ผมมานั่งนึกเงินในบัญชีผม มันมีแต่เงินเดือนจากสภาวันนี้ยังเข้าบัญชีไม่ได้ ไม่อยากจะพูดเลย แต่ผมก็สงสาร เพื่อนบางคน ท่าน ส.ส. นิยม วรปัญญา อายุขนาดนี้ก็โดนกับเขาด้วย ผมยังไม่รู้ว่าผมใช้ เงินเดือนผมจากที่สภาให้ไปสนับสนุนการก่อการร้ายตั้งแต่เมื่อไร ท่านเคยถามผมไหม ท่านเคยพิสูจน์ไหม นี่คือท่านกําลังละเมิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๑ เขาคุ้มครองทรัพย์สิน ส่วนบุคคล วันนี้ไม่สามารถจะใช้ได้ พอประกาศฉบับที่ ๔๙ ทําอะไรไม่ได้เลย ล็อกหมด อยู่วันดีคืนดีท่านคงนึกได้ว่าคนเหล่านี้ที่ถูกอายัดไว้ยังเป็นมนุษย์อยู่ ก็เลยไปประกาศใหม่เป็น ฉบับที่ ๖๘ ฉบับนี้ผ่อนผันให้ทําธุรกรรมบางอย่างได้คือ จ่ายค่าภาษี ค่านํ้า ค่าไฟ เงินเดือน ค่าสาธารณูปโภค ผ่อนชําระหนี้ตามข้อผูกพัน เพิ่งนึกได้หรือว่าละเมิดเขามา ตั้งนานแล้ว ประกาศใหม่ คนที่ลงนามในประกาศเหล่านี้คอยดูเถอะครับ ยกเลิก สถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อไร ผมว่าต้องขึ้นศาลกันแน่ นี่คือตัวอย่างเล็ก ๆ เท่านั้นเอง ผมถึง บอกว่านี่ละครับท่านประธานครับ การใช้กฎหมายนี้มันละเมิดสิทธิมนุษยชนของเขา มาก ๆ ผมดูสิ่งที่มันเกิดขึ้น สิ่งที่รัฐบาลได้กระทําไปแล้ว แล้วไปดูสิ่งที่มันเกิดขึ้นกับ บางประเทศ ผมคิดว่าผู้นํารัฐบาล บุคคลที่เกี่ยวข้องกําลังเดินเข้าไปใกล้ศาลอาญา ระหว่างประเทศมาก ใกล้เข้าไปทุกที ๆ ท่านประธานครับ และผมจะรอวันนั้นครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเกินเวลามา ๑๕ นาที ๑๘ วินาที ก็ไปหักกลบลบกันนะครับ ท่านจะใช้สิทธิอะไรครับ พาดพิงหรือครับ เชิญครับ จะใช้สิทธิอะไรครับ เพราะว่าเขาไม่ได้อภิปรายท่านนะครับ

นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์

คือท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ได้อภิปรายพาดพิงถึงรัฐบาลกรณี การจ่ายเงินเยียวยาซึ่งท่านบอกว่าไม่เคยดูแลเลย ผมอยากจะชี้แจงให้ทราบครับ ใช้เวลา สั้น ๆ ไม่เกิน ๒ นาทีครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็เอาสั้น ๆ เพราะช่วงงบประมาณท่านก็อภิปรายเรื่องนี้หลายรอบแล้วนะครับ

นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์

ไม่ใช่เรื่องอภิปรายครับ เป็นเรื่องชี้แจงข้อเท็จจริงให้ทราบครับ เพราะกรณีนี้ เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีด้วยครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะประธานกรรมการ ศูนย์เยียวยาผู้ได้รับความเสียหายเนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ท่านประธานที่เคารพ นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมากระผมได้ตั้งศูนย์เยียวยาขึ้นมาเพื่อดูแลผู้ได้รับ ความเสียหายจากเหตุการณ์ความไม่สงบ โดยมีหลักเกณฑ์ว่าถ้าหากว่าผู้มาชุมนุมได้รับ ความเสียหายได้รับบาดเจ็บไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลจะได้รับเงินเยียวยา จํานวน ๒๐,๐๐๐ บาท ถ้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลไม่เกิน ๒๐ วันจะได้เงินเยียวยา ๖๐,๐๐๐ บาท รักษาตัวเกิน ๒๐ วันขึ้นไปจะได้เงินเยียวยา ๑๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าทุพพลภาพจะได้เงิน เยียวยา ๒๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าเสียชีวิตจะได้เงินเยียวยา ๔๐๐,๐๐๐ บาท เงินเยียวยานี้ ไม่ใช่เงินค่ารักษาพยาบาลนะครับ เป็นเงินที่ให้ไปเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพทางด้านจิตใจ และร่างกายนะครับ ที่ท่านบอกว่าจํานวน ๓ รายรัฐบาลไม่ดูแลเลย ท่านอาจจะยังไม่ทราบ ก็ได้นะครับ ขอความกรุณาถ้าหากว่ายังไม่ได้รับการเยียวยาให้มาแจ้งได้ที่ศูนย์เยียวยา ที่บ้านราชวิถี เราจะดูแลทุกส่วนนะครับ นอกจากนั้นสําหรับผู้ที่เสียชีวิตและผู้ที่ ทุพพลภาพหากว่ามีบุตรซึ่งยังศึกษาเล่าเรียนอยู่ศูนย์เยียวยานั้นจะดูแลส่งเสียให้เรียน จนจบปริญญาตรี นี่คือหลักเกณฑ์นะครับ เราได้จ่ายให้มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นทหาร หรือพลเรือนเราใช้มาตรฐานเดียวกันนะครับ และนอกจากนั้นศูนย์นั้นก็เป็นศูนย์รับแจ้ง คนหายด้วย ผมขอถือโอกาสนี้ด้วยครับเห็นว่ามีผู้อภิปรายหลายท่านบอกว่ามีคนหาย เป็นจํานวนมาก ผมขอเรียนให้ทราบว่าที่มีผู้ไปแจ้งคนหายที่ศูนย์แจ้งคนหายของผม มีเพียงรายเดียวครับ ชื่อ นายโสวัฒน์ บุญเกื้อ นอกจากนั้นไม่มีการไปแจ้งเลย จึงขอ ทําความเข้าใจให้ทราบโดยทั่วกันครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์มีอะไรครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ผมขออนุญาตท่านประธานได้ชี้แจงกรณีที่มีเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายพาดพิงถึง การทําหน้าที่ของผมใน ๒ ส่วนด้วยกัน ซึ่งถ้าไม่ชี้แจงแล้วก็อาจจะเกิดความเสียหายได้

ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกที่อภิปรายไปได้พาดพิงถึงผม และท่านรองนายกรัฐมนตรีว่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ได้มีดําเนินการในลักษณะที่เป็นการแทรกแซงสื่อสารมวลชนมากที่สุด มีการพาดพิง ถึงเรื่องของรัฐบาล รวมทั้งถึงเรื่องของการปิดกั้นสื่อสารมวลชนทั้งหลาย ซึ่งมีเพื่อนสมาชิก หลายท่านในฝ่ายค้านได้อภิปรายนับแต่ตอนเช้ามาแล้ว

ประเด็นที่ ๒ ที่มีการพาดพิงถึงก็คือกรณีของช่อง ๑๑ ที่มีเพื่อนสมาชิก เมื่อสักครู่นี้ก็ลุกขึ้นมาพูดในทํานองว่ามีข้อความในทํานองที่ว่าอาจจะเป็นการไปให้ร้าย กับ ส.ส. พรรคเพื่อไทยว่าไปสร้างความแตกแยกเหล่านี้เป็นต้น รวมถึงกรณีเมื่อเช้านี้ ที่เพื่อนสมาชิกหลายคนได้ลุกขึ้นพูดว่าสัญญาณช่อง ๑๑ จังหวัดนั้นจังหวัดนี้ไม่ดี และผมเองก็ได้ลุกขึ้นชี้แจงกับสภานี้ว่าจะไปตรวจสอบ ซึ่งบัดนี้การตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว จึงถือโอกาสนี้ที่จะต้องกราบเรียนชี้แจงเบื้องต้นในประเด็นที่ทําให้เกิดความเสียหาย โดยใช้เวลาสั้น ๆ ครับ

ประเด็นแรกสุด ก็คือกรณีที่ท่านกล่าวหาผมว่าไปปิดกั้นแทรกแซงสื่อนั้น ผมเรียนท่านประธานว่านโยบายของรัฐบาลนี้ตั้งแต่ต้นที่ประกาศมาก็คือการให้สื่อมีเสรี มีความสมดุล และมีความรับผิดชอบ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราได้ให้สื่อแต่ละช่อง หรือแต่ละแขนงนั้นได้ทําหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ ในฐานะที่เขาเป็นวิชาชีพที่มี จรรยาบรรณและมีสํานึกในวิชาชีพและหน้าที่ของเขา รัฐบาลไม่เคยก้าวเข้าไปแทรกแซง หรือปิดกั้นสื่อสารมวลชนใด ๆ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การปฏิบัติต่อสื่อสารของรัฐก็เช่นเดียวกัน ที่เพื่อนสมาชิกกล่าวหาว่ารายการช่อง ๑๑ ที่มีการใช้ภาษาถิ่นอย่างภาษาอีสานเคยไปดูบ้างหรือไม่ ผมกราบเรียนว่าทุกรายการนั้น ถ้ามีการใช้ข้อความที่เป็นเท็จแล้วก็ทําให้เกิดความเสียหายสามารถดําเนินการฟ้ องร้อง ทางกฎหมายได้ทุกรายการครับ และทุกรายการก็เป็ นความรับผิดชอบของผู้จัด ในการนําเสนอข้อมูลข้อเท็จจริงที่มีต่อพี่น้องประชาชน โดยรัฐบาลได้ยืนยันว่าการนําเสนอ ข่าวสารทั้งหลายนั้นสื่อสารมวลชนของรัฐมีหน้าที่ในการที่จะเสนอข้อมูลข้อเท็จจริง สู่พี่น้องประชาชน ก็ต้องยอมรับครับท่านประธานครับว่าเหตุที่สื่อของรัฐจะต้องทําหน้าที่ อย่างหนักในช่วงระยะเวลาทั้งก่อนการชุมนุมและเมื่อชุมนุมแล้วมีการประกาศ พระราชกําหนดออกไปนั้น ได้มีการใช้สื่อสารมวลชนบางแขนงเป็ นเครื่องมือ ในการปลุกระดมทางการเมือง มีทั้งการใช้ข้อความที่เป็นเท็จ มีทั้งการกระทบต่อ สถาบันเบื้องสูง มีทั้งการเรียกร้องคนให้มาดําเนินการไปเผาตรงนั้นไปเผาตรงนี้ หรือกระทั่ง หยิบอาวุธขึ้นมาต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ เหล่านี้เป็นต้น รัฐบาลเองได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดําเนินการไปตามอํานาจหน้าที่มาโดยตลอด แต่กลุ่มบุคคลที่ใช้สื่อเหล่านั้นก็ยังไม่หยุดครับ ก็มีการใช้สื่อในการปลุกระดมมาตลอด จนกระทั่งช่วงที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เมื่อมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแล้วก็มีประกาศของ ศอฉ. ออกมา เป็นการใช้อํานาจ ตามกฎหมายก็คือตัวพระราชกําหนดที่กําหนดว่า ในสถานการณ์ที่เป็นการประกาศ สถานการณ์ฉุกเฉินนั้นสามารถที่จะใช้อํานาจ ห้ามไม่ให้มีการเสนอข่าวสารที่ทําให้เกิด การปลุกปั่น บิดเบือน ปลุกระดม ทําให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินที่มี ความร้ายแรง ต้องยอมรับในขณะนั้นมีสื่อบางแขนงที่ไปถ่ายทอดเวทีการชุมนุม ที่ราชประสงค์ ซึ่งเป็นเวทีที่ศาลแพ่งก็มีคําสั่งว่าเป็นการชุมนุมที่ผิดกฎหมายและไม่ได้รับ การคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ เพราะไม่ได้เป็นการชุมนุมโดยสงบและได้รับความคุ้มครอง ตามรัฐธรรมนูญ ถ้อยคําหลายประการบนเวทีที่มีการถ่ายทอดสด ไม่ว่าจะผ่านวิทยุชุมชน ผ่านสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมบางช่อง และผ่านทางสถานีโทรทัศน์ระบบยูเอชเอฟ (UHF) ซึ่งเป็นระบบที่ผิดกฎหมายต้องขออนุญาต กทช. เท่านั้น มีถ้อยคําในลักษณะที่เป็น การปลุกระดม เช่น ตั้งค่าหัวนายกรัฐมนตรี ตั้งค่าหัวรองนายกรัฐมนตรี มีการถ่ายทอดสด การไปเทเลือดตรงนั้นตรงนี้ มีการปลุกระดมให้ใช้ความรุนแรง หลายครั้งที่เป็นลักษณะ ของการที่ชี้นําให้มีการกระทําความผิด เช่น ไปเผาศาลากลาง หรือแม้แต่เข้าไปเผาในห้าง เหล่านี้เป็ นต้น เมื่อเหตุการณ์เป็ นเช่นนั้นอํานาจตาม พ.ร.ก. ก็สามารถที่จะใช้ ในการดําเนินการไม่ให้มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเช่นนั้นได้ แต่การกระทําลักษณะนี้ไม่มี การเลือกปฏิบัติว่าทําไมไม่ปิดของฝ่ำยนั้นไปปิดของฝ่ำยนี้ ท่านใช้คําว่าปิดเรียบนี่ ไม่ได้เป็นความจริงหรอกครับ ถ้าไม่มีการกระทําความผิดแล้วก็ไม่มีการดําเนินการหรอกครับ แต่ที่ทําเพราะมีการกระทําความผิด และเป็นความผิดตามกฎหมาย พระราชกําหนดนี้ ความจริงก็ผ่านในยุคซึ่งรัฐบาลที่มีอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณนั่นแหละเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ใช้อํานาจตามกฎหมายนั้น ซึ่งสภานี้ก็รับรองไปแล้วโดยทุกประการ และไม่มีการเลือก ปฏิบัติใด ๆ ทั้งสิ้น

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีครับ มีผู้ประท้วงครับ ท่านพิเชษฐ์ประท้วงอะไรครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงท่านประธานตามข้อ ๘ ซึ่งรัฐมนตรีก็ไม่ได้เป็นผู้ที่ถูกอภิปราย ไม่ไว้วางใจ แล้วท่านใช้เวลามากในการชี้แจง ซึ่งไม่ค่อยจะเกี่ยวข้องกับท่านสักเท่าไร จริง ๆ แล้วชื่อท่านมีในการอภิปรายนะครับ เรื่องทรู วิชั่นส์ (True visions) ที่ท่านปล่อยให้ ต่อสัญญานั่นเราไม่เอามาพูดนะครับ ขอท่านให้โอกาสเราได้ชี้แจงต่อประชาชน ของท่าน อย่างไรวันนี้หอยม่วงก็ไม่ออกอยู่แล้ว มีปัญหาทั้งวัน ท่านชี้แจงอย่างไรประชาชน เขาก็ไม่เชื่อหรอกครับ ขอให้ท่านกระชับเวลาด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ คือผมให้สิทธิท่านรัฐมนตรีเพราะว่าท่านถูกพาดพิง ปกติท่านเป็น รัฐมนตรีที่ไม่ได้ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ขอความกรุณาท่านกระชับ เอาเฉพาะประเด็น ที่ท่านถูกพาดพิงนะครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ครับ ท่านประธาน ขอกระชับในการชี้แจงครับ ผมขอเรียนท่านประธานครับว่าประเด็นเหล่านี้ เป็นประเด็นต้องให้ข้อเท็จจริงกับพี่น้องประชาชน ผมไม่ได้ถูกอภิปรายจริงแต่ก็ถูกพาดพิง ตลอดมาตั้งแต่เช้าครับ ผมขอเรียนท่านประธานต่อครับว่าสื่อของรัฐนี่ ถ้าท่านกล่าวหาว่า ไปปลุกระดมนี่ไปเปิดฟังดูได้เลยครับ ๒ เดือนกว่าจะไม่มีข้อความลักษณะที่ไปตั้งค่าหัว แกนนําหรือคนใดคนหนึ่งในการชุมนุมเลยครับ ไม่มีการปลุกระดมที่ชี้นําให้เห็นว่า ประชาชนที่มาชุมนุมนั้นไม่ใช่เป็นคนไทยเหมือนเรา ไม่เคยพูดคํานี้เลย ไม่มีการปลุกระดม ให้ไปใช้ความรุนแรง ตรงกันข้ามครับในหลายรายการมีการเรียกร้องให้ทําความเข้าใจกับ เหตุการณ์ที่ชุมนุม แยกแยะผู้ก่อการร้าย แกนนําที่ต้องการความรุนแรงออกจากประชาชน นี่คือภารกิจของสื่อรัฐในการทําความเข้าใจและในการชี้แจงตลอดมาครับ ผมขอเรียนว่า นี่เป็นแนวทางที่รัฐบาลทํามาโดยตลอดที่มีการชุมนุมหรือการใช้อํานาจตามพระราชกําหนด ไม่มีการไปเลือกปฏิบัติ หลายครั้งที่เข้าไปปฏิบัติก็เจอปัญหาครับ อย่างเช่นการเข้าไป ดําเนินการกับสถานีวิทยุชุมชนบางที่ที่จังหวัดปทุมธานี เจ้าหน้าที่ที่ไปมีจํานวนน้อยครับ ถูกสกัดโดยใช้อาวุธหลายชนิดนะครับ เจ้าหน้าที่ก็ต้องถอยออกมาและไม่สามารถเข้าไป ดําเนินการได้ แต่ว่าจากนี้ไปการดําเนินการของทุกส่วนที่เกี่ยวข้องในการควบคุมดูแล การใช้สื่อที่เป็นไปในลักษณะของการปลุกระดมนั้น ทางอนุกรรมการ กทช. ได้มี การกําหนดแนวทางลงทะเบียน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโทรทัศน์ชุมชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ โทรทัศน์ดาวเทียม เหล่านี้เป็นต้น ก็จะมีการดําเนินการตามกฎหมายต่อไปครับ

กรณีช่อง ๑๑ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนว่าเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ได้พูดในลักษณะว่าวันนี้สัญญาณของช่อง ๑๑ ผิดปกติ หลายจังหวัดรับไม่ได้ครับ ผมให้ตรวจสอบตลอดทั้งวันครับ ไม่ได้ละเลย เพราะเห็นว่าท่านนายกรัฐมนตรีเองก็มี นโยบายชัดที่ให้การอภิปรายนั้นสามารถจะรับชมได้ทั่วประเทศ สถานีเครื่องส่งโทรทัศน์ ภาคพื้นดินของช่อง ๑๑ ทั่วประเทศมีทั้งสิ้น ๕๐ สถานี ขณะนี้ดําเนินการอยู่ได้เต็มสมบูรณ์ ๔๙ สถานี มี ๑ สถานีดําเนินการไม่ได้คือสถานีเอ็นบีทีที่จังหวัดขอนแก่น เนื่องจาก ถูกกลุ่มคนเสื้อแดงบุกเข้าไปแล้วมีการเผาทําลายอย่างที่ผมเรียนไปแล้ว ทําให้การรับ สัญญาณโทรทัศน์ภาคพื้นดิน ภาคพื้นดินหมายความว่ารับด้วยหนวดกุ้ง รับด้วยแผงทีวี หรือแผงโทรทัศน์จะมีปัญหาบางที่เท่านั้นครับ ผมยกตัวอย่างเช่นเมื่อที่จังหวัดขอนแก่น มีปัญหา จังหวัดที่อยู่ใกล้เคียงบางส่วนก็จะกระทบไปด้วย เช่น ในจังหวัดขอนแก่นเอง จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดอุดรธานีบางส่วน และจังหวัดชัยภูมิบางส่วน นอกนั้นก็จะใช้หนวดกุ้งหรือใช้แผงรับโทรทัศน์รับได้ตามปกติครับ แต่การออกอากาศ แบบที่ ๒ ก็คือการใช้วิธีการออกอากาศผ่านทางดาวเทียม กรณีผ่านทางดาวเทียมก็จะ เป็นปัญหาอย่างนี้ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีได้กรุณาชี้แจงสั้น ๆ ไปแล้วครั้งหนึ่งครับว่า คนที่ใช้จานดาวเทียมที่บ้าน ถ้ากรณีใช้จานดํานี่มันมีปัญหาเรื่องของการออกอากาศ ผ่านทางช่องดาวเทียมไทยคม คือมีการเปลี่ยนจากไทยคม ๒ ไปเป็ นไทยคม ๕ ที่เปลี่ยนจากไทยคม ๒ เป็นไทยคม ๕ นี่เพราะกรมประชาสัมพันธ์ได้รับแจ้งจากไทยคม พร้อมกับสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง ทุกช่องนะครับว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงการรับสัญญาณ ดาวเทียมจากไทยคม ๒ ไปยังไทยคม ๕ เนื่องจากไทยคม ๒ หมดอายุการใช้งาน ในวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ปี ๒๕๕๓ ดังนั้นทางสถานีก็ประชาสัมพันธ์ผ่านตัวอักษรวิ่งตั้งแต่ วันที่ ๗ พฤษภาคม ปี ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา แล้วก็ทําสปอต (Spot) ออกชี้แจงตั้งแต่วันที่ ๒๖ พฤษภาคมที่ผ่านมา รวมทั้งทําหนังสือชี้แจงกับสมาคมเคเบิลทีวีทั่วประเทศในการรับ สัญญาณผ่านดาวเทียมด้วย ส่วนกรณีที่อาจจะเกิดปัญหาก็คือว่าเคเบิลดาวเทียมที่มี การรับสัญญาณดาวเทียมนั้นบางที่ก็จะมีการตัดสัญญาณชดเชยไป

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีครับ มีผู้ประท้วงครับ ท่านสุนัยประท้วงอะไรครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ประท้วงท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ด้วยความเคารพกัน ความจริงเรื่องนี้ผมก็ขอท่านไปแล้วว่า ขอให้มันออกเป็นปกติเสียเถอะครับ ตอนที่ผมนั่นท่านตัดไปแล้วไม่เป็นไร เพราะข้อเท็จจริงมันรับได้มาตลอดครับ พอมาถึงผมเริ่มแล้ว แล้วท่านก็พูดครั้งแรก ขอประทานโทษนะครับนิดเดียว ท่านก็บอกว่าเป็นเพราะสถานีเอ็นบีทีถูกเผาที่จังหวัดนั้น สักประเดี๋ยวมาหมดทุกจังหวัดมากมายไปหมด ท่านก็กลับมาพูดใหม่ว่าเป็นเพราะเรื่อง จานดํา ไม่เป็นไรหรอกครับท่านรัฐมนตรีครับ ถ้าท่านจริงใจก็ไปดําเนินการเสียเถอะครับ อย่าให้มาเสียเวลาตรงนี้ ท่านมาชี้แจงมันเสียเวลามาก ท่านไปบอกเจ้าหน้าที่เปิด ให้เขาเถอะ ที่สั่งไว้เลิกแล้วนะ เท่านั้นครับมันเดินได้แล้ว ถ้าท่านมาชี้แจงอย่างนี้ มันเสียเวลากัน เพราะเดี๋ยวเวลาก็จะหมดครับ ขอความกรุณาท่านครับ เพราะท่านมีเวลา ชี้แจงเยอะอยู่แล้วในโทรทัศน์ของท่าน ท่านมีทุกวันพวกเรานี้ไม่มีเลยครับ ไม่มีเลย แล้วท่านยังจะมาเอาเวลานี้อีก เวลาก็จํากัดจําเขี่ยเหลือเกิน ขอประทานโทษเถอะครับ ให้โอกาสกับฝ่ายค้านเขาได้อภิปรายต่อไป ท่านพูดพอสมควรแล้วจานดําจานอะไรนี่ หรือว่ามันจะเกิดจากที่ท่านไปยึดสัญญาณดาวเทียมว่ามันมั่วกันอย่างไรก็ไม่รู้เหมือนกัน ท่านไปบอกลูกน้องท่านเถอะครับให้ทําเสีย ที่สั่งไว้ว่าอย่าเปิดให้สุนัย ตอนนี้เปิดได้ ทุกคนแล้ว จบแล้วครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ ท่านสุนัยพอแล้วครับ ท่านสมาชิก ท่านรัฐมนตรีเมื่อเช้าท่านรับไปทําการบ้าน เรื่องตรวจสอบช่อง ๑๑ บกพร่องอะไร ตามที่พวกเราขอให้ท่านตรวจ ตอนนี้ท่านก็มา รายงานให้เราทราบว่ามันเกิดปัญหาอะไรนะครับ เดี๋ยวท่านจะสรุปอีกนิดเดียว แล้วก็จะ จบแล้วครับ จะได้เชิญท่านไพจิตต่อครับ เชิญครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ผมเรียนท่านประธานครับว่าขนาดผมชี้แจงอยู่แล้ว แต่ว่าคําพูดท่านท่านก็ยังกล่าวหาผม อยู่ว่าเหมือนกับไปสั่งลูกน้องแล้วยกเลิกเสีย ไม่มีนะครับที่จะมีนิสัยที่จะไปทําอะไร ลักษณะอะไรอย่างนั้น ผมเป็นคนต่อหน้าและลับหลังเหมือนกัน ก็พูดจาตรงไปตรงมากัน อย่างนี้ ผมเรียนท่านประธานสั้น ๆ ก่อนจะจบครับว่าขณะนี้สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง ๑๑ ก็ดําเนินการไปตามปกติ ไม่มีการไปบล็อก ไปปิดสัญญาณ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวผมจะอนุญาตท่านสุนัยครับ ให้ท่านรัฐมนตรีชี้แจงจบจะให้ท่านสุนัยใช้สิทธิพาดพิง เดี๋ยวนั่งก่อนครับให้ท่านชี้แจงให้จบก่อน

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ผมยืนยันกับท่านประธานอีกครั้งครับว่าการดําเนินการของสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง ๑๑ นั้นไม่มีการไปบล็อก ไปตัดสัญญาณ หรือจะไปกลั่นแกล้งผู้ใดทั้งสิ้น ผมเรียน ท่านประธานว่าที่ท่านอ้างว่าจังหวัดนั้นจังหวัดนี้ ล่าสุดที่มีการพูดถึงจังหวัดน่านก็มี การตรวจสอบชัดเจน ผมรับข้อมูลข่าวสารโทรตรวจสอบทุกจังหวัดทั่วประเทศครับ รายละเอียดในมือ ส.ส. หลายท่าน ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดเลย จากจังหวัดทุกจังหวัด มีการแจ้งมาที่ผมว่ารับชมได้ตามปกติ ในทวิตเตอร์ (Twitter) ที่ผมก็มีทวิตเตอร์ของผมเอง ก็มีครับจากทุกจังหวัดที่แจ้งมา เพราะฉะนั้นผมเรียนผ่านท่านประธานไปยังพี่น้องประชาชน ทั่วประเทศครับว่าขณะนี้ช่อง ๑๑ ดําเนินการตามปกติ ไม่มีการดําเนินการไปบล็อก ไปตัดสัญญาณใคร ไม่มีการไปดําเนินการกับคุณสุนัย หรือแม้กระทั่งใครใด ๆ ทั้งสิ้นที่จะ ดําเนินการต่อจากนี้ไป เพราะฉะนั้นถ้าหากว่ายังเป็นปัญหาในเชิงของการรับสัญญาณ ก็ยังสามารถที่จะให้ข้อมูลมาได้

ประเด็นสุดท้าย คือที่ท่าน ส.ส. พรรคเพื่อไทยสักครู่นี้บอกผมว่ามีข้อความสั้น ในลักษณะที่ไปทําให้คนเข้าใจไปว่าเป็นการไปต่อว่า ส.ส. พรรคเพื่อไทย ผมให้มี การตรวจสอบข้อความสั้นตลอดทั้งวันนี้ ไม่มีข้อความลักษณะเช่นที่ว่า เพราะฉะนั้นยืนยัน กับท่านประธานอีกครั้งหนึ่งว่าเรายังคงดําเนินการ แล้วก็ยังยึดนโยบายที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา ทุกประการครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสุนัยให้สิทธิพาดพิงเอาสั้น ๆ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ด้วยพฤติกรรม อย่างนี้เองของรัฐมนตรี วันนี้ไปเป็นเสนาบดีแล้วผมว่าท่านก็น่าจะได้มีพฤติกรรมที่ควรจะ ได้ประนีประนอม ก่อนหน้านี้ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์รุนแรงผมก็เคยเสนอว่าท่านกรุณา ได้ไหมอย่าให้คนของพันธมิตรเข้ามาจัดรายการ มันชัดเจนเกินไป ผมก็เสนอท่าน ด้วยความหวังดี ท่านมีเจตนาจริง ๆ ครับ ดังนั้นเรื่องที่ท่านใช้ช่อง ๑๑ เป็นเครื่องมือ ท่านปฏิเสธไม่ได้หรอก แล้วท่านมากล่าวหาผมอย่างนี้ได้อย่างไร เพราะเมื่อเช้านี้ ท่านพูดเอง ท่านชี้แจงเอง ท่านจะได้รับรายงานหรือเปล่า ผมไม่ทราบ ท่านบอกว่า เกิดจากสถานีโทรทัศน์ที่จังหวัดหนึ่งเครือข่ายถูกเผา แต่ในเมื่อตอนเช้าก่อนหน้าที่ผมพูด มันถ่ายทอดได้นี่ครับ แล้วตั้งแต่นั้นมาปรากฏว่าอีกหลายจังหวัดทั่วไปหมด อันนี้ไม่ต้อง เถียงกันแล้วครับ สื่อเขาก็เช็กกันทั้งประเทศแล้ว พรุ่งนี้เขาก็ให้ข่าวท่านเองว่าท่านโกหก หรือเปล่า และนี่ละครับเป็ นมูลเหตุว่าเมื่อเป็นถึงเสนาบดีแล้วยังโกหกกันอย่างนี้ แล้วเรื่องการฆ่ากันท่านถึงได้โกหกได้ทุกวัน ท่านทํารุนแรงแต่ท่านก็ไปปั้นหน้าทุกวันว่า ไม่เกี่ยว ไม่ใช้ความรุนแรง ขอบคุณนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอแล้วครับท่านสุนัย

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ไม่ต้องโต้แย้งกันดีกว่า เอาอีกหรือ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ต้องโต้แย้งกันแล้วครับ พอแล้วครับ เชิญท่านไพจิต ศรีวรขาน อภิปรายต่อนะครับ

(นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ก่อนท่านไพจิตจะอภิปราย มีอะไรครับ ประท้วงอะไรครับ

นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล พระนครศรีอยุธยา

ประท้วงผู้ที่อภิปราย เมื่อสักครู่ครับ เพราะว่าปรากฏว่าทางบ้านยืนยันโทรศัพท์มาว่ามีตัววิ่งครับ เขาบอกว่า รัฐมนตรีบิดเบือนน่าดูเลยครับ เพราะว่าข้อเท็จจริงอาจารย์สุรชัยที่สอนอยู่บางปะอิน โรงเรียนเขตบางปะอิน ท่านประธานวิปยืนยันครับว่าตัวอักษรวิ่งด่าผู้อภิปรายของ ส.ส. พรรคเพื่อไทยตลอดว่าสร้างความแตกแยก ด่าเหน็บโน่นนิดเหน็บนี่หน่อย ซึ่งข้อเท็จจริง อย่างนี้ผมเรียนด้วยความเคารพเลยว่าหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพระ พระก็โทรศัพท์ มาฝากครับว่าถ้าจะเอาใจพันธมิตร ยกย่องสันติอโศกก็ไม่ควรจะทําร้ายศาสนาพุทธ ที่มีพระ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละพอแล้วครับ ประเด็นอักษรวิ่งนี่ท่านรัฐมนตรีก็ได้ชี้แจง ถ้าข้อเท็จจริงเป็นอย่างที่ ท่านว่านี่ผู้ชมทางบ้านซึ่งฟังการอภิปรายก็จะเป็นผู้ทราบว่าใครจริงใครเท็จนะครับ ท่านรัฐมนตรีมีอะไรครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ผมเหลืออยู่ประเด็นเดียวครับท่านประธาน ผมคงปล่อยให้ประเด็นนี้ผ่านไม่ได้ครับ คุณสุนัยพูดทํานองว่าพูดโกหก และถ้าเรื่องแค่นี้โกหกแล้วเรื่องที่พูดถึงคลิปการฆ่า ประชาชนจะไม่โกหกหรือนี่ ผมคิดว่าอันนี้เป็นการกล่าวหาที่เป็นการใส่ร้ายและเป็น ความเท็จโดยสิ้นเชิง ที่ผมพูดนี่เป็นข้อเท็จจริงทั้งหมดไม่มีโกหกหรอกครับ แม้แต่กระทั่ง ที่เราชี้แจงเรื่องกรณีการดําเนินการทั้งหมดก็ยกมาเปรียบเทียบกันไม่ได้ กรณีเดียวเท่านั้น คือเป็นข้อเท็จจริงทั้งหมด พวกผมไม่ใช่เป็นประเภทที่พูดจาไม่จริงแล้วทําหน้าด้าน ๆ ยืนพูดต่อหรอกครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอแล้วครับ ๆ คือท่านรัฐมนตรีไม่ได้ไปพาดพิงอะไรท่านทั้งคู่ครับ พาดพิงท่านสุนัยเท่านั้น ผมจะให้สิทธิท่านสุนัย ๒ ท่านนั่งลง

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านครับ ผมสุนัยอภัยให้ครับ อภัยให้เลยนะสาทิตย์เอ๊ยเจริญ ๆ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านไพจิตครับ ก่อนท่านไพจิตจะอภิปราย

(นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

พอแล้วครับ ไม่มีอะไรประท้วงแล้ว ท่านจะประท้วงใช่ไหมครับ ประท้วงเรื่องอะไร ข้อบังคับข้อไหนครับ

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธาน ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ประท้วงท่านประธานตามข้อ ๘ ควบคุมการประชุม วันนี้ครับ เมื่อเช้านี้ท่านดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า บอกว่าพี่น้องจังหวัดอุบลราชธานี อําเภอม่วงสามสิบ โทรศัพท์มาบอกว่ารับได้ จริง ๆ รับไม่ได้ และรับไม่ได้หลายจังหวัด ท่านศุภชัย ศรีหล้า โกหกกลางสภาไหมครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละพอแล้วครับ ท่านรัฐมนตรีชี้แจงปัญหาอุปสรรคทั้งหลายไปแล้วก็จบได้นะครับ เรื่องนี้ คือท่านรัฐมนตรีไม่ได้ถูกพาดพิงอะไรเลยนะครับ

นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์

ท่านประธานครับ มีการกล่าวพาดพิงถึงการรับโทรทัศน์ ที่จังหวัดอุบลราชธานี

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ต้องแล้วครับ

นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์

ไม่ใช่ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีครับ ผมขอความกรุณาครับ จะได้ให้ผู้อภิปรายอภิปรายต่อนะครับ เดี๋ยวท่านชี้แจงประเด็นที่พาดพิงท่านดีกว่า ไม่อย่างนั้นมันไม่จบหรอกครับ ขอความกรุณา ท่านรัฐมนตรีครับ คือใครจะพูดจริงไม่จริงพี่น้องที่อยู่ทางบ้านเขาทราบ ฉะนั้นให้พี่น้อง ที่อยู่ทางบ้านเขาเป็นผู้ตัดสินแล้วกัน ผมไม่อนุญาตนะครับ ผมจะเชิญท่านไพจิต ศรีวรขาน ได้อภิปรายนะครับ

(นายธนา ชีรวินิจ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านธนาประท้วงอะไรอีกครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อท่านรัฐมนตรีลุกขึ้นขอใช้สิทธิแถลงหรือชี้แจงข้อเท็จจริงประธานมีหน้าที่อย่างเดียว ต้องอนุญาตครับ ท่านไม่มีสิทธิที่จะไม่อนุญาตให้รัฐมนตรีชี้แจงครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนั่งลงได้แล้วครับ ประธานเข้าใจข้อบังคับดี ถ้าเรื่องที่มันเกี่ยวข้องกับท่านรัฐมนตรี ที่เป็นงานในกํากับดูแลที่ท่านต้องชี้แจงผมก็ให้ท่านชี้แจง แต่อันนี้กําลังพูดกันเรื่อง การถ่ายทอด ไม่ถ่ายทอดนะครับ ซึ่งสมาชิกทั้งหลายก็ได้ร้องให้ท่านรัฐมนตรีประจําสํานัก นายกรัฐมนตรีซึ่งท่านกํากับดูแลท่านไปตรวจสอบ ท่านรัฐมนตรีประจําสํานัก นายกรัฐมนตรีท่านก็ตรวจสอบท่านก็มาชี้แจงแล้วนะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นี่ท่านก็มีการพูดถึงท่านสมาชิกท่านหนึ่งว่า จากสถานีของท่านนี่ดูได้ ทางนี้บอกดูไม่ได้ แล้วปรากฏว่าท่านก็พยายามจะชี้แจงเอง แทนท่านสมาชิกท่านนั้น ผมเห็นว่าไม่ใช่พาดพิงท่านโดยตรงก็เลยไม่อนุญาตนะครับ นั่งเถอะครับ มีอะไรอีกครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ เวลา ท่านจะวินิจฉัยท่านต้องฟังผมให้จบก่อนสิครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้ มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ กําหนดกันชัดเจนว่าฝ่ายค้านได้เวลาเท่าไร รัฐบาลได้เวลา เท่าไร เวลาในการชี้แจงของรัฐมนตรีก็คือเวลาที่คณะรัฐบาลมีอยู่ตามข้อตกลง วันนี้เวลา ที่ท่านชี้แจงก็ยังเหลือ แล้วก็เป็นไปตามข้อบังคับการประชุมว่าเมื่อรัฐมนตรีเห็นว่า มีส่วนใดส่วนหนึ่งที่อาจจะเกิดความผิดพลาดที่ประชาชนอาจจะเข้าใจไขว้เขวท่านก็มีสิทธิ ลุกขึ้นที่จะขอชี้แจงต่อประธานสภา ในข้อบังคับนี่ประธานสภาไม่มีสิทธิพิจารณาเลยครับ ต้องอนุญาตอย่างเดียว ผมกราบเรียนท่านประธานว่าทําให้ถูกข้อบังคับเถอะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมเข้าใจข้อบังคับครับ และผมทราบว่าท่านรัฐมนตรีท่านจะพูดเรื่องการกระจายเสียง ซึ่งมันไม่ได้อยู่ในงานที่ท่านกํากับดูแล ท่านสาทิตย์ท่านพูดแล้ว อนุญาตได้แต่สั้น ๆ นะครับ

นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์

ท่านประธานที่เคารพครับ แม้จะไม่ใช่งานที่เกี่ยวข้องแต่พื้นที่จังหวัด อุบลราชธานีนั้นเป็นจังหวัดที่ผมเป็นผู้แทนราษฎรอยู่ ท่านประธานครับ ผม อิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอทําความเข้าใจว่า ตั้งแต่มีการทักท้วงกันเมื่อเช้านี้ ผมได้โทรศัพท์ไปหาผู้ว่าราชการจังหวัด ขอถาม ผู้ว่าราชการจังหวัดว่ามีการถ่ายทอดหรือไม่ ผู้ว่าราชการจังหวัดบอกผมว่ากําลังนั่งดูอยู่ แล้วก็รับได้ช่อง ๑๑ นอกจากนั้นแล้วท่านบอกว่าให้นายอําเภอทุกอําเภอรายงานว่า มีท้องที่อําเภอใดที่รับไม่ได้ ท่านก็ยืนยันกับผมว่ารับได้ทุกอําเภอ ผมบอกว่าถ้าเป็น อําเภอไหนรับไม่ได้ขอให้แจ้งผม ผมจะได้เรียนให้คุณสาทิตย์ทราบต่อไป เพราะฉะนั้น ขอเรียนให้ทราบว่าเบอร์โทรศัพท์ของผู้ว่าราชการจังหวัดถ้าอยากจะโทรไปถามก็ได้ ๐๘ ๕๔๘๔ ๗๘๖๕ โทรไปได้เลยครับ ผู้ว่าราชการจังหวัดชื่อนายวิชิต ให้โทรไปได้เลยครับ ตอนนี้ ถ้าหากว่าผมกล่าวเท็จครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อภิปรายต่อนะครับ ก่อนท่านไพจิต ศรีวรขาน จะอภิปรายก็อยากเรียนท่านสมาชิกนะครับ ท่านไพจิตได้ขออนุญาตคณะกรรมการตรวจสอบที่จะขอนําภาพเหตุการณ์ชุมนุม จํานวน ๑๔ ภาพ มาแสดงประกอบการอภิปราย ซึ่งคณะกรรมการอนุมัติทั้ง ๑๔ ภาพ แล้วก็ ได้นําเสนอท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานชัย ชิดชอบ ก็อนุมัติแล้วเช่นกัน ท่านไพจิตมีเวลา ๓๐ นาที เชิญครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ต้องถือว่าวันนี้ ผมภูมิใจที่พรรคมอบหมายให้ผมทําหน้าที่อภิปรายไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นักเรียนนอก หุ่นดี และเป็นความหวัง ของสภา แต่ว่าเสียใจครับ วันนี้ผมต้องให้ท่านอยู่ไม่ได้ ผมต้องไม่ไว้วางใจท่าน แล้วก็ ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ชื่อสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคเป็นแม่งานหลัก ในสงครามในการปราบปรามประชาชน ท่านประธานครับ การทําหน้าที่อันนี้ถือว่า เป็ นตัวแทนของปวงชนชาวไทย พี่น้องประชาชนเฝ้ำมองแล้วติดตามเรื่องนี้ ด้วยใจจดใจจ่อ เราวิกฤติอยู่ ๒ เรื่อง ท่านประธานครับ วิกฤติประชาธิปไตยที่รุนแรงที่สุด ในรอบ ๒๐ กว่าปีที่ผมเป็นผู้แทนราษฎร บ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตย มีการซื้อการขาย เขาเรียกว่าฉกฉวยช่วงชิงตําแหน่ง มีโสเภณีการเมืองหลายเรื่อง วิกฤติในเรื่อง ประชาธิปไตยเท่านั้นยังไม่พอ มีวิกฤติในเรื่องของความยุติธรรม ท่านประธานครับ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าการชุมนุมของพี่น้องที่มาชุมนุม ตลอดช่วง ๒ เดือนที่ผ่านมานี้ผมได้สัมผัสแล้วได้ศึกษาโดยใกล้ชิด เป็นการเติบโต ทางด้านความคิดเรื่องประชาธิปไตย ทางด้านความเป็นธรรมที่เขาได้สัมผัสตลอดช่วงเวลา ของบ้านเมืองที่เปลี่ยนมาจนถึงยุคที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นี่แหละครับ มันเกิดวิกฤติที่รุนแรง ประชาธิปไตยเสียหาย ความเป็นธรรมไม่มีมาตรฐาน หลายเรื่อง ที่มาถึงยุคอย่างนี้ ความจริงผมเสียดายประโยคที่ท่านบอกว่าวันที่ ๑๘ เย็น ท่านสมาชิก วุฒิสภาเขาทําหน้าที่เพื่อจะเชื่อมไม่ให้มีการปราบ ฆ่า ประชาชน ผมก็เฝ้ำหวังว่าจะได้ ยุติกันให้ได้ เอาใจช่วย ท่านประธานครับ ท่านก็ต้องทราบว่าเขาเจรจากัน ฝ่ายแกนนําบอก ยินดีอย่างยิ่งที่จะยุติการชุมนุม ท่านประธานวุฒิสภาก็ดีได้มอบหมายให้คณะทํางานไป ท่านประธานครับ นั่นเวลาหกโมงเย็นของวันที่ ๑๘ แต่ก็น่าเสียดายว่าท่านเลขาธิการ นายกรัฐมนตรีบอกว่าหมดเวลา หมดเวลาแล้ว ๑๘.๐๐ นาฬิกาของวันที่ ๑๘ แปลว่า ได้เตรียมการที่จะปราบ ฆ่า ประชาชนไว้แล้วใช่ไหมถึงบอกว่าหมดเวลา ยังเหลืออีกตั้ง ๑๒ ชั่วโมง กระสุนยังไม่ได้ออกมา การกระชับก็กระชับด้านนอกครับ ยังไม่ได้เข้ามา ถึงเลือดถึงเนื้อกันเท่าไรนัก ถ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ดลใจให้ความอํามหิตโหดเหี้ยมที่มีอยู่ ในจิตในใจของท่านนายกรัฐมนตรีวันนั้น ผมว่าเราจะไม่เสียใจกันถึงวันนี้ ถ้าท่านบอกว่า เดินหน้าปรองดองเจรจา นั่นคือรูปธรรมที่ผมเสียดาย ไม่คิดว่าจะได้ยินบอกว่าเวลา การปรองดอง เวลาการเจรจาหมดแล้ว หมดตั้งแต่เหลืออีก ๑๒ ชั่วโมงที่ทหารเตรียม ยุทโธปกรณ์ทั้งหมดมา เตรียมที่จะปราบ ฆ่า การชุมนุมของพี่น้องประชาชน ผมเสียดาย เวลาแบบนั้นครับ ประชาธิปไตยและความยุติธรรมมันมีหลายมาตรฐาน นี่ฟังจากเขามา เขาเข้าใจหมดแล้วครับท่านประธาน เรื่องเขายายเที่ยงที่คนมีอํานาจบาตรใหญ่ยึด เขาเรียกว่าต้นนํ้าภูเขาแล้วบอกว่าไม่มีความผิดเพราะขาดเจตนา ขณะที่คนจนจําคุก ๑๐ ปีอยู่ตีนเขา ยอดเขาบอกขาดเจตนา คนเขารับประทานข้าวเหมือนกันกับพวกเรา เขาก็คิดได้เขาไม่ได้กินหญ้า สังคมไม่มีมาตรฐาน ยึดสนามบิน ๒ ปีไม่มีการจับกุมคุมขัง ท่านมารายงานอยู่เรื่อยว่าสอบอยู่สอบแล้วสอบอีก แต่ว่าพอ นปช. ยึดถนนราชดําเนิน ไปแล้วเป็นผู้ต้องหา ๓ รอบ ๘ รอบ มันเป็นสิ่งที่คาใจคนทั้งหมด เขาแถลงนโยบาย อยู่ที่สภา รัฐบาลนี้ก็ไปแถลงที่กระทรวงการต่างประเทศก็ไม่ผิดอีก อยากทําอะไรก็ได้ ขอให้มีอํานาจแล้วทําได้ ผมถึงบอกว่าการมาชุมนุมที่ล้นหลามวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ยังใส่ร้ายดูหมิ่นเขาว่ารับจ้างมา การมาชุมนุมของคนส่วนหนึ่งที่มาจากทั่วทุกสารทิศ มากันแบบคนยากคนจนที่เสียสละมามหาศาลมาก แล้วก็เป็นความสมัครใจที่มา เพื่อต้องการประชาธิปไตยและความเป็นธรรม ผมอยากกราบเรียนว่าถ้ามองโจทย์นี้ ไม่ออกก็คิดแต่ว่าเขารับจ้างมาทําเพื่อคนคนเดียวอยู่นั่น แล้ววันนี้ต้องเสียใจกัน ผมเสียดายว่าตรงนี้ต้องให้เข้าใจนะครับว่าเขามาแล้วก็ตลอดเวลามีด่านกั้นไม่รู้กี่ด่าน เข็มสักเล่มเดียวไม่มี ไม่มีอาวุธ แต่ที่ไปเอามาโชว์ไม่รู้ไปจัดหามาอย่างไร แต่ว่าเขามีมา เขาเรียกว่าข้าว มีอุปกรณ์เครื่องครัว เสื้อผ้าตัวสองตัว มาด้วยความตั้งใจ บอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านนายกรัฐมนตรีขา อยากให้ยุบสภาเสีย อํานาจที่ท่าน ฉ้อฉลปล้นไปคืนให้เป็นอํานาจของประชาชนเท่านั้นแหละครับ ให้ก็ให้ ไม่ให้ก็อย่าเอาปืน ไปยิงเขา มันก็จบ ไม่เสียหาย ผมต้องกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่าการชุมนุม โดยสงบและสันติ นั่นคือเสน่ห์ของระบอบประชาธิปไตย แต่วันนี้รัฐบาลภายใต้การนําของ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ เหิมเกริม ลุแก่อํานาจ ลุแก่อํานาจอย่างไร ท่านประธานครับ พยายามจะจัดสถานการณ์ ให้มันรุนแรงแล้วใช้กําลัง ใช้กฎหมายที่เข้มขึ้น เข้มขึ้น และเข้มขึ้น ผมฟ้ องตรงนี้เพราะว่า ผมเป็นคนยื่นกระทู้ถามว่าอย่าได้ทําอีก เอา พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายใน ราชอาณาจักรแล้ว ประกาศเอาสภา เอาบริเวณรอบ ๆ ซึ่งเป็นที่ใกล้ที่ประทับของ พระเจ้าอยู่หัวเป็นเขตควบคุมตาม พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ไม่เคยมีนะครับว่าเอาลวดหนาม เอาทหารมาล้อมสภา ๓-๔ กองร้อย กองพัน ผมเอาอันเก่ามาเพื่อสะท้อนให้เห็นว่าวันที่ผมถาม ท่านรองนายกรัฐมนตรีเจ้าภาพใหญ่ นี่แหละมาตอบผมในสภา ไม่มี ทําตามกฎหมายความมั่นคง ผมบอกนี่แปลว่าจะทํา สถานการณ์ให้รุนแรงใช่ไหม ผู้แทนจะเข้ามาประชุม เขามีการประชุมรัฐสภา ก็เอาลวดหนาม เอาบังเกอร์ คอนกรีต เอาอะไรมากีดมากันมีทั้งหมดเลย ผ่านเฉพาะ ครม. ส.ส. ส.ว. นี่สถานการณ์ไม่มีอะไรนะครับ แต่พยายามยกระดับขึ้นมา วันที่เราประชุมสภาคือวันที่ ๗ ที่มีการประกาศยกระดับจาก พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็น พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินตอนบ่าย ตอนเช้ามีการประชุม ครม. กันที่นี่ ที่ห้องงบประมาณนี่ท่านประธาน ผมก็ต่อว่าไปแล้ว ที่อื่นมีเยอะแยะ ประชุม ที่กรมทหารราบที่ ๑๑ ก็ประชุมไปสิ เพราะท่านนายกรัฐมนตรีชอบกรมทหารราบที่ ๑๑ ทําไมต้องมาประชุมที่สภาเช้า เพื่อยั่วยุ เพื่อให้พวกเสื้อแดงซึ่งอยู่สะพานผ่านฟ้ำลีลาศ มาล้อม มันก็เป็นเรื่องที่ห้ามกันลําบาก ท่านประธานครับ ขณะที่เราประชุมอยู่ ท่านประธาน ก็อยู่ในห้องประชุม แล้วก็บอกว่าวันนี้มีการล้อมสภาแล้ว ผมก็ยังบอกว่า เอ๊ะ มาได้อย่างไร ขณะที่มาล้อมสภาโดยคนเสื้อแดง เขาโกรธเรื่องไปตัดสัญญาณพีเพิล แชนแนลโทรทัศน์ ที่เขาสื่อถึงประชาชนอยู่ ก็เลยอยากถามเท่านั้นแหละ มาตามกรอบวิธี ไม่ได้มีความรุนแรง อะไร ก็มีการสร้างสถานการณ์ ผมเดาว่าที่มาประชุมยั่วยุอยู่ตรงนี้เพื่อสร้างสถานการณ์ ให้มันวิกฤติ ที่สุดแล้วก็จริง ๆ ได้เรื่อง มีพวกเตรียมการมาโยนระเบิดขึ้นไปในรถประชาสัมพันธ์ ตรงนี้คือคุณอริสมันต์ถือระเบิดมาโชว์ ผมขออนุญาตแล้วท่านประธาน ไม่ได้มีอาวุธเลย คนถืออาวุธกลายเป็น ส.ส. พรรคท่านนายกรัฐมนตรี อาวุธสงคราม พวกผมไม่ค่อยมีความรู้ มันเป็นอูซี่ (UZI) เขาว่าอย่างนั้นนะครับ อูซี่ ไม่รู้อะไรหรอกครับ แต่ว่าอาวุธสงครามร้ายแรง แน่นอน แล้วไม่เคยมี ส.ส. เอาอาวุธเข้ามาในสภา

(นายชุมพล จุลใส ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วง ประท้วงอะไรครับ

นายชุมพล จุลใส ชุมพร

ใช้สิทธิพาดพิงครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ ถ้าจะใช้สิทธิพาดพิงให้จบก่อนแล้วเดี๋ยวให้ใช้ นั่งก่อนครับ

นายชุมพล จุลใส ชุมพร

ได้ครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อภิปรายต่อ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ผมบอกว่ามันร้ายแรง ก็ของท่าน เตรียมมาหรือเปล่า

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วง ประท้วงอะไรครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมอรรถพร พลบุตร สมาชิกสถาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมคงต้องประท้วงผู้ที่อภิปรายตามข้อ ๖๑ และต้องให้ท่านถอนคําพูดด้วยครับ ท่านได้ กล่าวคําพูดบอกว่าสภาแห่งนี้ได้มีการประชุมเพื่อยั่วยุให้คนเสื้อแดงมาล้อมสภา ซึ่งไม่เป็น ความจริงแต่ประการใด ท่านบุกเข้ามาล้อม ท่านบุกเข้ามาไล่ล่าผู้นํารัฐบาลแต่ละห้อง นํา ส.ห. ไปประชาทัณฑ์ นั่นคือความจริงที่ปรากฏไปทั้งโลก ท่านต้องถอนคําพูด ท่านผู้อาวุโสครับ ท่านพูดวันนี้เหมือนกับคนกําลังกระอักเลือดเลยครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับประธานทราบประเด็นประท้วงแล้วนั่งเลยครับ เดี๋ยวประธานจะวินิจฉัย นั่งลง ประธานขอวินิจฉัย ขณะนี้นี่ท่านไพจิตกําลังอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี แล้วก็ยกข้อกล่าวหาขึ้นมาอภิปราย เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรี กับท่านรองนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้ชี้แจงว่าที่ท่านไพจิตได้กล่าวหาว่ามีการมาประชุม ครม. ที่นี่เพื่อจะยั่วยุเสื้อแดงหรือไม่ อย่างไร ทําไมวันนั้นถึงมาประชุมที่นี่ ซึ่งข้อเท็จจริง การประชุมมันมีจริง เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรีกับท่านรองนายกรัฐมนตรีจะชี้แจง ท่านไม่ต้องประท้วงหรอกครับ แล้วท่านไพจิตก็ไม่จําเป็นต้องถอนก็อภิปรายต่อ นั่งลงครับ ประธานวินิจฉัยเป็นที่สุดแล้ว เชิญนั่งลงครับ เชิญอภิปรายต่อ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานครับ ผมต้องกราบเรียนว่า ถ้ามันไม่จริงก็เป็นภาระของท่านนายกรัฐมนตรีที่จะชี้แจงพี่น้องประชาชนรวมถึงผมด้วย แล้วท่านสมาชิก ท่านประธานครับ ขณะนี้คนถือปื นที่เป็ นสมาชิกเป็ นคนใกล้ชิด ท่านรองนายกรัฐมนตรียังไม่ถูกดําเนินคดีนะครับยังลอยนวลอยู่ นี่ความยุติธรรมมีแบบนี้หรือ ถ้าเป็นคนอื่นเป็นอย่างไร ผมก็ต้องกราบเรียนว่ามันเป็นเหตุเพื่อที่จะยกระดับให้เกิด ความรุนแรง มีความพยายามที่จะประชุมร่วมกันในช่วงที่มีการเสนอแนวทางปรองดอง ท่านประธานครับ ผมต้องเอาสภานี้เป็นพยาน ถ้าใครพูดอะไรไว้แล้วไม่ทําตาม ศักดิ์สิทธิ์ ครับท่านประธาน การประชุมวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๕๓ ท่านประธานวิปฝ่ายค้านนี่ คุณวิทยา บุรณศิริ ส.ส. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ถามท่านรองนายกรัฐมนตรีบอกว่า ตํารวจมันเหตุการปราบกันที่อนุสรณ์สถาน ท่านวิทยาก็ถามว่าท่านรองนายกรัฐมนตรี ตํารวจที่เป็นหัวหน้าหน่วยชื่อ ว ชื่อ ป อะไรต่ออะไรไม่ต้องหรอกครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรี ตอบว่าผมนี่ครับเป็นคนสั่ง มีการยิงกัน ยิงพวกเดียวกัน ทหารยิงทหาร มีการใช้อาวุธ นี่ผมบอกว่าผมเป็นคนสั่งการเองครับไม่ให้ใช้ปืน อาวุธสงคราม จะเป็นเอ็ม ๑๖ จะเป็น อะไรต่าง ๆ ผมเองครับ ถ้าเป็นความผิดวันข้างหน้าท่านจะเล่นงานผมได้ นี่เป็นคําพูดของ ท่านรองนายกรัฐมนตรีชื่อสุเทพ เทือกสุบรรณ เขาบอกว่าท่านวิทยาจะเป็นลูกกระสุน ไม่ใช่ซ้อมครับ กระสุนยางครับ นี่บอกว่าเป็นกระสุนยาง ปฏิบัติตามสากลนี่ทวงอีกแล้ว พูดในสภานะครับรองนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบงานความมั่นคง ครบมาทุกด้านจนถึง ขั้นสุดท้ายคือกระสุนยางคือ ๗ ขั้นที่ท่านชี้แจงว่าสากลต้องทําอะไรบ้างสุดท้ายก็กระสุนยาง ไม่มีเจตนาจะไปฆ่าฟันผู้ชุมนุมคือประชาชน นี่บอกอย่างนี้สารภาพกลางสภาว่าเป็นคนสั่ง เพราะฉะนั้นที่ตายกันทั้งหมดคนสั่งคือท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ แบบนี้ จะไว้วางใจอยู่หรือ เขาเรียกว่าฆาตกรกว่า ๑๐๐ ศพแล้ว วันนี้ตัวเลขที่บวกลบกันขึ้นมานี่ มันเกินกว่านั้นครับท่านประธาน ผมต้องกราบเรียนว่าการทําสถานการณ์เพื่อนําไปสู่ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่ผมนําเรียนมาเป็ นระยะนี่ เป็นความปรารถนาที่จะใช้อํานาจในการปราบปราม เข่นฆ่า ประชาชน แล้วใช้กําลังกองทัพเป็นหลัก ผมต้องเรียนกับท่านประธานว่าผมเคารพผู้ปฏิบัติงานของ กองทัพที่เป็นลูกหลานคนจน แต่ว่าตัวอย่างที่เห็นทั้งหมดเผอิญนี่เป็นตัวอย่างปืนที่เขาใช้ยิง เป็นเอกสารที่ผมได้รับการอนุญาตให้เสนอ เสื้อลายทั้งหมดนะครับ คงจะยิงปืนอยู่ ทางโทลล์เวย์ (Tollway) มีทหารแต่งตัวพรางทั้งหมด ข้างล่างนี่เป็นรูปทหารที่ถูกยิง เหตุการณ์ตะลุมบอนกัน พลทหาร ณรงค์ฤทธิ์ สาระ

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประท้วงอะไรอีกครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมอยากเรียนถามท่านประธานว่าภาพที่ท่านผู้อาวุโสนํามาแสดงได้ขออนุญาต คณะกรรมการหรือยัง ทําไมไม่เอาภาพที่ยิงอาร์พีจี (RPG) ถล่มวัดพระแก้วไปตก กระทรวงกลาโหมมาแสดงครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เมื่อสักครู่ประธานก็ได้แจ้งท่านสมาชิกก่อนที่ท่านไพจิตจะอภิปรายนั้นว่าคณะกรรมการ ได้พิจารณาภาพที่ท่านไพจิตเสนอไปเกี่ยวกับเหตุการณ์ชุมนุม ๑๔ ภาพ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ฝนมันตกครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับ ประธานชี้แจงก่อน กรรมการได้เห็นชอบอนุมัติ และท่านประธานชัยก็เซ็นอนุมัติ เรียบร้อยนะครับ คือภาพทั้งหลายที่นํามาแสดงถ้าไม่ได้รับการอนุมัติจะห้ามนําเข้ามา ในห้องประชุม อันนี้ก็ได้รับการอนุมัติแล้วนะครับ ก็เชิญต่อครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ฝนมันตกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่เป็นใจนะครับ คนที่เสียชีวิตนี่เป็นคนซุ่มยิงมากับรถมอเตอร์ไซค์ เขาเรียกมอเตอร์ไซค์ใหญ่ ๆ ชอปเปอร์ (Chopper) มันตะลุมบอนมา อ้ายทหารที่นั่งแถวก็คิดว่าเป็น นปช. ใส่ชุดดํามาก็เลยยิงไป เรียบร้อยครับ ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของพลทหารผู้นี้นะครับ แต่ว่านี่เป็น ข้อบกพร่อง เป็นความอํามหิตที่เป็นคําสั่งของผู้รับผิดชอบคือท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ ต้องรับผิดชอบนะครับ สุดท้ายจะถามว่าความรับผิดชอบทางการเมือง คืออะไร นี่อีกรูปเผอิญผมไม่เก่งในเรื่องเทคโนโลยีก็เลยต้องเป็นภาพนิ่ง เป็นรูปของทหาร เอาปืนจี้ตํารวจ เหตุการณ์ที่ศาลาแดง นี่เป็นเหตุการณ์ที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นบนสงคราม การสร้าง ยกสถานะเพื่อการปราบปรามผู้ชุมนุม ทหารใช้ปื นจี้ตํารวจ จี้ตํารวจ ชั้นรองผู้กํากับสถานีตํารวจเจ้าของพื้นที่ เหตุเกิดเพราะอะไรครับ ในช่วงของการสร้าง กลุ่มการชุมนุมของคนหลากสี คนอยู่ข้างหน้าข้างหลังรู้กันหมดสุดท้ายผมจะบอกว่า เป็นใครบ้าง ชุมนุมเอาคนมาเพื่อที่จะให้เป็นม็อบชนม็อบ เสร็จแล้วมีคนไปปาระเบิด ประมาณ ๒๐ คนในกลุ่มนี้ ไม่ได้แต่งชุดทหารแต่เป็ นชุดหลากสีเข้าไปแทรกแซง ก่อความวุ่นวาย เพราะเขาเจตนาที่จะเอาประชาชนมาสู้กันกับประชาชนคนเสื้อแดง ท่านประธานครับ เป็นยุทธการแบบโฉดชั่ว ผมว่ารุนแรงนะครับ เพราะมันเป็นเหตุการณ์ ที่แรงที่สุดแล้ว ที่เห็นชีวิตคนเป็นนก เป็นผักเป็นปลาฆ่าได้ยิงได้นี่ใช้ไม่ได้ เสร็จแล้วครับ ตํารวจเขาก็ทํางานดี ดูเหตุการณ์แล้วว่ามันไม่ได้แล้วแบบนี้ เขาก็ตามจับสิครับ ปรากฏว่า จํานวนนี้วิ่งเข้าไปในกลุ่มที่เป็นแนวของทหาร พอมาถึงนายนี้เอาปืนจี้เลยไม่ต้องตาม ไม่ต้องจับ อย่ายุ่ง นี่คืออะไร ผมต้องชื่นชมตํารวจที่เขาเห็นว่ามันไม่เหมาะไม่ควร ไม่ควรจะมี สร้างสถานการณ์แบบนี้ นี่ก็สร้างยกระดับเหตุการณ์ให้รุนแรงเพื่อจะทําให้เกิด การชุมนุมเยอะขึ้น เยอะขึ้น เยอะขึ้น เอาคนมาเยอะ ๆ

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วง ท่านประท้วงอะไรอีกล่ะครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วง ท่านผู้อภิปราย ข้อ ๖๑ ท่านบอกเองว่าท่านไม่ชํานาญเรื่องเทคโนโลยี ท่านเอาภาพนิ่ง มาแสดง ภาพเคลื่อนไหวจริง ๆ ไม่มีภาพทหารเอาปืนจี้ตํารวจครับ เป็นภาพทหาร เอามือกันตํารวจเท่านั้นเองครับ ท่านเอาภาพเคลื่อนไหวมาแสดงสิครับแล้วมาพิสูจน์ ความเป็นจริงกัน ผมไม่ทราบท่านมีปัญหาเรื่องสติหรือเปล่าครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับเดี๋ยวท่านรองนายกรัฐมนตรีกับท่านนายกรัฐมนตรีท่านจะหักล้างประเด็นนี้เอง ท่านไม่ต้องประท้วงหรอกครับ นั่งเถอะครับไม่ต้องประท้วงแล้ว ให้ท่านไพจิตอภิปรายต่อ ไม่ต้องประท้วงแล้วครับ ประธานวินิจฉัยแล้ว นั่งเถอะครับ เชิญท่านไพจิตอภิปรายต่อครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานครับ มันมีหนังสือพิมพ์ ของวันที่ ๒๒ เมษายน มีน้องนักข่าวที่เขารักความเป็นธรรมเขาทวิตเตอร์เขาบอกว่าที่ระบุ ตํารวจถูกทหารใช้ปืนจ่อหัวไปเรียกร้องให้ ศอฉ. ออกมาชี้แจงเรื่องนี้และถูกนําไปตีความ หลายประเด็น นี่คือข้อเท็จจริงจากปากคํานายตํารวจยอมรับว่าไล่กลุ่มชายฉกรรจ์ ๒๐ คน ปาระเบิดขวดวิ่งหนีไปหลังแนวทหาร แต่กลับถูกทหารเอาปืนจ่อหัว บอกไม่ต้องตามไป นี่เป็นทวิตเตอร์จากนักข่าวช่อง ๓ ตัวเล็ก ๆ แต่ว่าหัวใจเขาใหญ่ ใหญ่กว่าท่านนายกรัฐมนตรี อีก ๑๐๐ เท่า เขารักความเป็นธรรมนะครับ เขาบอกว่านี่นักข่าวเขารายงานไปแบบนี้ ผมก็บอกว่าเรื่องแบบนี้ทําให้เห็นว่ากลุ่มที่สร้างสถานการณ์

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ มีผู้ประท้วงอีกแล้ว ถ้าท่านจะประท้วงประเด็นการอภิปราย ผมอยาก ขอความกรุณาท่านสมาชิกผู้จะประท้วงนะครับว่าขณะนี้เรากําลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ และท่านผู้อภิปรายกําลังกล่าวหา ท่านสมาชิกขอความกรุณาครับ ถ้าอย่างนั้นประธาน จะไม่อนุญาตให้ประท้วงแล้วครับ เป็นหน้าที่ของท่านนายกรัฐมนตรีกับท่านรองนายกรัฐมนตรี จะชี้แจง

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ท่านคงต้องควบคุมมารยาทของ ส.ส. ฝ่ายค้าน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

นั่งเถอะครับ นั่ง ๆ ครับ ผมควบคุมอยู่แล้ว ผมฟังอยู่ตลอดด้วยความตั้งใจ ท่านไม่ได้ ทําอะไรผิดข้อบังคับ ท่านก็กําลังบรรยายอภิปรายประกอบเหตุผลทําไมท่านไม่ไว้วางใจ เพราะอะไร มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง นั่งเถอะครับ ท่านไพจิตอภิปรายต่อครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ผมกราบเรียนว่าผมนี่ต้องการปกป้ อง นักข่าวสื่อมวลชนที่เขามีจิตใจตรงไปตรงมา “ดิฉันขอยืนยันว่าด้วยเกียรติของการทําหน้าที่ สื่อมวลชนมา ๑๐ ปี ไม่เคยคิดร้ายกับประเทศชาติ และเป็นคนไทยคนหนึ่งที่ห่วงใย สถานการณ์บ้านเมือง ไม่เคยคิดที่จะยั่วยุให้เกิดความรุนแรงซํ้าเติมสถานการณ์ของ ประเทศ ทํางานโดยยึดถือหลักของความรับผิดชอบ จรรยาบรรณของวิชาชีพสื่อมวลชน” ท่านประธานครับ ยกย่องครับ ชมเชย แล้วก็ประณามคนที่สั่งเขาไปสร้างความรุนแรง ประณามว่าถ้าเป็นนักการเมืองขออย่าให้อยู่ในสภา เป็นนักการเมืองที่มีอํานาจเป็นคนสั่ง เขาไหม หรือว่าเขาทําเองโดยพลการ ผมไม่อยากเชื่อ เพราะเหตุการณ์แบบนี้มันเป็น วิชาการปราบ การฆ่า ผู้บริสุทธิ์อยู่หลายรอบต่อหลายรอบที่มันเกิดขึ้นในบ้านในเมืองเรา ท่านประธานครับ ใกล้ ๆ เหตุการณ์ในวันเดียวกันนี้มีการยิงระเบิดเอ็ม ๗๙ ใส่ผู้ชุมนุม หลากสีนี่อีก โดยหวังว่าจะทําให้เกิดคลื่นมวลชนเกลียดชังฝ่ำยเสื้อแดงที่มาชุมนุม โดยสันติ โดยสงบ ที่ผมบอกท่านตั้งแต่ต้น แล้วจะได้เกิดการเผชิญหน้า ความรุนแรงที่เขา เรียกว่าพวกอสูรกายที่กระหายเลือดจะได้ทํางานกันเต็มที่ ผมไม่อยากให้มันมี ท่านประธานครับ พอเกิดเอ็ม ๗๙ ท่านรองนายกรัฐมนตรีนี่ก็เสียงระเบิดยังไม่ทันได้สนิท บอกมาเลยว่ามาจากสวนลุมพินี ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพนี่บอกได้อย่างไร จากสวนลุมพินี เผอิญครับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็มี เผอิญคุณหมอพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ก็ไปดู ความจริงก็ช่วยรัฐบาลอยู่แล้วท่านนี้ ท่านก็บอกว่า เอ๊ะ แนวที่มาไม่น่าจะใช่ เพราะมี สะพานกั้นอยู่ ยิงวิถีโค้งก็น่าจะลําบาก ที่จริงมาทางตึกสูงด้านนี้ ตึกสูงด้านนี้คืออะไร ด้านหน้าคือด้านโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งเป็นเหตุวิกฤติตามมาในภายหลัง ชั้น ๗ ชั้น ๘ แต่ว่าข่าวมาถึงเท่านี้ ไม่มีการให้ขยายความต่อ ซึ่งแน่นอนผมโยงให้เห็น ๒-๓ เรื่อง ผู้แสดงทั้งหมดล้วนเป็นมือที่ชํ่าชองในการที่จะใช้มวลชนแล้วสร้างสถานการณ์ให้รุนแรง แล้วก็ปราบ ๒ รูปนี่ฝรั่งตายคนหนึ่ง เป็นที่ตื่นตระหนกทั้งโลก ฝรั่งตายอีกคน แล้วคน หลากสีไม่ฟื้นอีก ๒ คน บาดเจ็บอีก ๒๔ คน นี่คืออะไร ผมต้องกราบเรียนว่าก็ต้องการ ยกระดับสร้างสถานการณ์ให้มันรุนแรง ทั้งหมดใช้บริการของฝ่ายความมั่นคง ไม่มีตํารวจ แล้วก็ใช้กระสุนจริงหมด

(นายรังสิกร ทิมาตฤกะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวท่านไพจิต มีผู้ประท้วงด้านหลัง ประท้วงอะไรครับ

นายรังสิกร ทิมาตฤกะ บุรีรัมย์

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม รังสิกร ทิมาตฤกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาต ท่านประธานประท้วงผู้ที่กําลังอภิปราย เนื่องจากกระผมฟังผู้อภิปรายแล้ว ผมเพิ่งเดิน เข้ามาครับ เนื่องจากผู้เสียชีวิตท่านหนึ่งที่ท่านผู้อภิปรายได้นําภาพมาฉายคือ ร้อยตรี ณรงค์ฤทธิ์ สาระ นั้นเป็นญาติของกระผม อยู่ที่อําเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ และผม ก็ได้ดูแลหลังจาก ร้อยตรี ณรงฤทธิ์ สาระ เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่ถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งผู้อภิปรายได้กล่าวว่าเป็นการที่ทหารซุ่มยิง ร้อยตรี ณรงฤทธิ์ สาระ ซึ่งไม่เป็นความจริง ทางกองทัพ ทางส่วนราชการ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ครับ เดี๋ยวเป็นหน้าที่ของท่านรองนายกรัฐมนตรีกับท่านนายกรัฐมนตรี ท่านจะชี้แจงนะครับ นั่งเถอะครับ เดี๋ยวท่านผู้อภิปรายท่านอภิปรายนายกรัฐมนตรีกับ ท่านรองนายกรัฐมนตรี เดี๋ยวทั้งคู่ท่านจะชี้แจง นั่งเถอะครับ คือสมาชิกไม่มีหน้าที่มาชี้แจง นั่งเถอะครับ เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรีกับท่านรองนายกรัฐมนตรีจะมาชี้แจงเองครับ เชิญท่านนั่ง เอาละครับ พอแล้วครับ นั่งครับ ใครจะโกหก ใครจะพูดข้อเท็จจริง เรามีกระบวนการตรวจสอบอยู่ ขณะนี้เขากล่าวหาและให้ข้อมูล แต่เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านมีโอกาสเต็มที่ที่จะชี้แจง เชิญท่านนั่งลงครับ

นายรังสิกร ทิมาตฤกะ บุรีรัมย์

ขอความเป็นธรรมให้กับณรงค์ฤทธิ์ สาระ ด้วยครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านไพจิตท่านอภิปรายต่อครับ

(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ยืนและยกมือขึ้น)

พอแล้วครับ ท่านหมอวรงค์ประท้วงอะไรครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมกําลังประท้วง ท่านประธานครับ ท่านประธานทราบไหมครับว่าเพื่อนสมาชิกจากพรรคภูมิใจไทย เขาใช้สิทธิในฐานะญาติ ญาติใกล้ชิดของเขา ท่านประธานต้องให้สิทธิเขาสิครับ เขาใช้ สิทธิพาดพิงในฐานะญาติผู้ใกล้ชิด ซึ่งญาติเขาเสียชีวิตนะท่านประธาน ท่านประธาน ต้องให้เขาชี้แจง

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ ถ้าจะใช้สิทธิพาดพิงให้อภิปรายจบแล้วค่อยใช้สิทธิพาดพิง แล้วยกมือ ท่านต้องบอกว่าผมขอใช้สิทธิพาดพิง ไม่ใช่ประท้วงประธานเรื่องผิดข้อบังคับหรืออะไร

(นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านประท้วงอะไร เชิญครับ

นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล พระนครศรีอยุธยา

กราบเรียนท่านประธาน คืออย่างนี้ท่านประธาน การประท้วงวันนี้ผมดูแล้วท่านประธานทําผิดข้อบังคับ เพราะว่า การประท้วงแล้วปล่อยให้ผู้ประท้วงมาชี้แจงนี่ผมถือว่าไม่ถูกต้อง และอีกอย่างตอนนี้ ทางบ้านเขาฝากมาช่อง ๑๑ หอยม่วงคือเวลาถ่ายแล้ว พอท่านผู้อภิปรายซูมเอกสาร แล้วกล้องไม่โคลส แล้วทางบ้านเขาห่วงใยว่าเขาอยากจะดูว่าสื่อที่ไม่ได้เปิดเผย และในเมื่อผู้อภิปรายซึ่งเป็นฝ่ำยค้านจะนําเสนอให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศได้ดู วันนี้ถือว่าเป็นโอกาส เพราะว่าทีวีที่บ้านนี่หงายท้องมาแล้วก็ดี อ้วกแตกหน้าทีวีก็แล้ว

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ ประธานจะชี้แจง คงไม่ต้องวินิจฉัย ท่านว่าประธานทําผิดข้อบังคับ เพราะว่า เวลาเขาประท้วงแล้วท่านประธานปล่อยให้ชี้แจง ก็ต้องปล่อยให้ชี้แจงไม่อย่างนั้น ไม่ทราบว่าเขาประท้วงอะไร ก็เหมือนที่ท่านประท้วงและท่านชี้แจง

(นายประมวล เอมเปีย ได้ยืนและยกมือขึ้น)

มีอะไรอีกครับ ประท้วงอะไรครับ

นายประมวล เอมเปีย ชลบุรี

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตครับ ผม ประมวล เอมเปีย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดชลบุรี ผมขอประท้วงท่านประธาน ข้อ ๘ นะครับ ท่านผู้ประท้วงขึ้นประท้วงต้องบอกด้วยว่า ประท้วงข้อที่เท่าไร ไม่ใช่ประธานมาปล่อยให้อภิปรายนะครับ เพราะฉะนั้นควบคุมให้ดี ท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ๆ เมื่อกี้เขาประท้วงว่าประธานทําผิดข้อบังคับเพราะปล่อยให้ผู้ประท้วงอภิปราย ก็ชี้แจงไปแล้ว เชิญท่านไพจิตต่อครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม 🔗

อีกรูปที่อยู่ในมือผมนี่ครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีคงจะคุ้นดี เป็นทหารชุดพรางเอาผ้าคลุมศีรษะเพื่อจะอําพรางไม่ให้ คนเห็นว่าเป็นใคร เป็นยศทหารชั้นไหน กองไหน กองพันอะไร ปืนที่ถือนี่ท่านประธาน คณะกรรมาธิการการทหารบอกว่าเป็นสไนเปอร์ พีเอสจี ๑ (SNIPER PSG1) ของจริงนะครับ เพื่อนเขาบอกให้นิ่ง ๆ กล้องช่วยถ่ายหน่อย ของจริงนะครับ และท่านรองนายกรัฐมนตรี ก็รับกลางสภาว่ามีของกองทัพหน่วยล่าสังหารหน่วยอะไร ผมเป็นกรรมาธิการงบประมาณ ผมก็ถามซื้อมาแพงอะไรหนักหนาขนาดนี้ เขาบอกว่าเวลาจัดกองกําลังมันต้องมีปืนแบบนี้ เท่านี้กระบอกจําเป็นต้องซื้อ ก็ยิงนี่ละครับ ๓๐ กว่าคนหัวขาดก็ตัวนี้ละครับ นี่กระสุนยาง ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ตอบผมกลางสภาว่ากระสุนยาง ไม่ใช่ นี่ผมจะไว้วางใจให้บริหาร บ้านเมืองได้อย่างไร ก็แบบนี้ยิงแล้วมันไม่ใช่นก ไม่ใช่ผักปลา ยิงแล้วมันตายเลยนะครับ ผมไม่ทราบว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่านต้องรับผิดชอบ เพราะว่าเป็นผู้อํานวยการใหญ่ กระบวนการในการจัดม็อบชนม็อบ คนคละสีอะไรทั้งหลายนี่ก็เอาตัวละครตัวเดิมละครับ มันหาไม่ได้ หมอตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ผู้แสดงหลัก นี่การชุมนุมนะครับสมาชิกหลายท่านบอกว่า มาตั้งตัวเองเป็นกองการ์ดเถื่อนตรวจ วันที่ขอให้เขาเดินทางกลับตรวจเช็กหมด มีอะไร พอที่จะยัดใส่เขาก็ใส่ นี่หมอตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ข้อมูลบอกผมว่าเป็นพันธมิตรที่ขึ้นเวทีประจํา เป็นที่ปรึกษากรรมาธิการการศึกษาที่พรรคท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ประชุมอยู่กับ ผมหลายรอบ ถ้าเจอกันไม่รู้ใครเป็นใครละครับ วันนี้ไปแจกเงินแล้วก็ให้ลงชื่อถอดถอน คณะพวกผม ผมก็เห็นว่าเป็นพวกเดียวกันที่จัดการมา ต้องการให้รุนแรงเพื่อกะใช้วิธีการ เขาเรียกว่ากระชับพื้นที่แบบวิธีพิเศษ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมไม่อาจไว้วางใจ ท่านได้ละครับ ถ้าหากท่านมีเขาเรียกว่าจิตใจที่อํามหิตโหดเหี้ยมแบบนี้ ตายแล้วตายอีก วันที่ ๑๐ ก็เห็นอยู่แล้วว่าตายไป ๒๗ คน ประชาชนคนจนทั้งนั้น ทหาร ๔-๕ นายก็เป็น ลูกคนยากคนจน ผมไม่อยากจะบอกว่ามันสถานการณ์ฉุกเฉินแล้วใช้กฎหมายที่เขาเรียกว่า ทําอะไรก็ไม่ผิด นี่ดอกเตอร์พีรพันธุ์อธิบายแล้ว จะฆ่าจะอะไรใครได้หมด แต่เขาบอกว่า โดยสุจริต ท่านอยู่ท่านก็บอกสุจริต แต่ว่าถ้าพวกผมเป็นรัฐบาลเมื่อไรไม่รู้ใครเป็นใคร เหมือนกันนะครับ คดีนี้มีอายุความ ความสุจริต ความตั้งใจจะปราบฆ่าคนนี่กรรมมันเป็น เครื่องชี้เจตนา ถ้าใช้ปืนนี่เขาบอกว่าถ้ายิงขาเท่านั้นแหละมันถึงไม่อยากฆ่า แต่ถ้ายิงหัว ยิงหน้าอก มันเรียบร้อย ทั้งหมดนี้มันเจตนาโดยประสงค์ต่อผลหวังต่อผลทั้งหมดนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ไม่ผิดละครับ ผู้สั่งมีความผิดเท่ากันกับผู้ยิง ความรับผิดชอบ ถ้าเป็นนายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบมากขึ้น รับผิดมากขึ้น ผมไม่อยากจะเห็นแบบนี้ว่า เขาทําแล้วไม่ผิด ผมกราบเรียนว่าพี่น้องคนอีสานของผม ผมเป็นผู้แทนราษฎรมา ๒๓ ปี ไม่เคยมีวิกฤติทางด้านการปราบปรามเข่นฆ่าประชาชนที่รุนแรงเท่าครั้งนี้ ท่านประธานครับ เขาบอกได้แชมเปี ยน (Champion) แล้วครับ แชมเปี ยนนักฆ่า แห่งลุ่มนํ้าเจ้าพระยา ตัวเลขไม่เป็นทางการ ๘๙ ศพเสียเมื่อวานนี้ ที่ห้องไอซียูยังนอนอยู่ อีก ๑๘-๑๙ คน อาจจะเพิ่มไปเรื่อย สูญหาย ๓๘ คน ถ้าบวกตัวเลขที่มีสถิติที่สูญหาย สูญหายนี่มีองค์กรภาคเอกชนเขาทํางานไม่ใช่รัฐบาลทํา มูลนิธิกระจกเงาเขารวบรวมมา พรรคของท่านยังจะไปตามเขาอีกว่าเขาชื่ออะไรทั้งหลาย จะไปไล่เลียงเขา ใครที่ช่วย คนจนคนตายนี่มีปัญหากับท่านหมด ท่านนายกรัฐมนตรีครับ มีปัญหาหมด ผมรับไม่ได้ คนเป็นนักการเมืองต้องจิตใจโอบอ้อมอารี มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ท่านอย่าบอกว่า พอฆ่าคนได้ โอ้โฮ ยิ่งใหญ่เลย นายกรัฐมนตรีเด็ดขาด เหี้ยมโหดได้ใจจริง ๆ นั่นคน กระหายเลือดกระหายชีวิต ท่านประธานครับ คนอีสานนี่มาชุมนุมเยอะ จํานวนตัวเลข ก็ตายเยอะนะครับ พี่น้องผม นั่นของดอกเตอร์พีรพันธุ์ ๓-๔ คนอยู่ห้องไอซียูก็มี มีหลาย ๆ คนผมสงสาร เขาทุ่มเทมาด้วยความรักประชาธิปไตย เหตุการณ์แบบนี้ เกิดที่บ้านผมตอนเป็นคอมมิวนิสต์ เมื่อ ๕๐ ปีก่อนผมยังอยู่ในมหาวิทยาลัย มันกลับมา อีกแล้ว มันมาได้อย่างไรครับ ผมอายทหารนะครับ อายรัฐบาลทหารที่เขามาจาก การปฏิวัติยึดอํานาจ ของเขา ๔๑ คน ๖๑ คน จอมพล ถนอม จอมพล ประภาส ๖๐ คน ๖๑ คน สุจินดา ๔๐ คนต้น ๆ แต่อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นักเรียนนอก นายกรัฐมนตรี ในระบอบประชาธิปไตย หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ฟาดเข้าไปลําเดียวเลยครับ ๘๙ คนเรียบร้อย ตัวเลขชัด ไอซียูอีก แล้วยังสูญหายอีก ๓๙ คน รวม ๑๒๘ คน แชมเปียน ฆาตกรกว่า ๑๐๐ ศพ ไม่อยากจะเชื่อแต่ต้องเชื่อ เขามาแล้วก็ได้รับ ต้องการเลือกตั้งใหม่ คืนอํานาจ ถึงเวลาแล้วต้องให้ ความจริงเวลาที่มันเหลือกันอยู่ ๕-๖ เดือนที่เจรจากันอยู่ ถ้าใจเย็น ๆ เสียหน่อยหนึ่งไม่โหดเหี้ยมอํามหิตมันไม่เป็นแบบนี้หรอกครับ ผมไม่อยาก จะใช้ ความจริงท่านก็อายุ ๔๕-๔๖ ปี ไม่ใช่เด็กนะครับ แต่วุฒิภาวะเป็นเครื่องแสดงออก ว่าคิดอย่างไรใช้ความละเอียดรอบคอบ ผ่อนสั้นผ่อนยาว ตามวัฒนธรรมทางการเมือง ของคนไทย วันนี้ท่านบอกผมที่สภานี่หลายรอบ ออกทีวีช่องหอยเน่าหอยม่วงก็ว่าไป คนชุมนุมผู้บริสุทธิ์สุจริตไม่ใช่ผู้ก่อการร้ายใช่ไหมครับ นี่ปากนะครับ แต่วิธีปฏิบัติอย่างไร เดี๋ยวนี้ทุกจังหวัดตามเอาบัตร นปช. เขานี่ ตอนเขากลับ เช็กหมด บางคนถ้าเป็น นปช. แกนนําก็เอาเข้าไปไว้อยู่เรือนจํา กฎหมายฉุกเฉินบอกว่าอย่าเอาไปเรือนจํา เขาไม่ใช่นักโทษ ท่านก็ละเมิดครับ วันนี้ทุกจังหวัดที่แรง ๆ ที่มีการเผาศาลากลาง อยู่เรือนจํากลางจังหวัด ทั้งหมด ผิดกฎหมาย พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินอีก ผมรับไม่ได้ แผ่นดินจะลุกเป็ นไฟครับ วันนี้ทหารที่รับคําสั่งจากท่านรองนายกรัฐมนตรีก็ดี ท่านนายกรัฐมนตรีก็ดีสั่งไปไปตามหมด เขาต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ ท่านมีความสุขดีหรือ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ มีความสุขไหมเห็นบ้านเมืองเป็นแบบนี้ ผมนี่ร้องไห้สงสาร คนที่เขาเดือดร้อนก็มาปรึกษาผมบอกใจเย็น ๆ กฎหมายก็คือกฎหมายนั่นแหละ แต่ว่า ท่านบอกว่าจับเขาไปก็ขังไว้ก่อน ถ้ายังไม่ยกเลิกก็เอาเท่านี้ ท่านประธานครับ หยุดเถอะครับ หยุดทําสงครามประชาชน อย่าได้ทําอะไรให้มันมากเกินกว่านี้ เกินกว่าที่จะเยียวยารักษา ถามท่านนายกรัฐมนตรีหน่อยครับ ท่านยังเป็นมนุษย์อยู่ไหมครับ นี่ท่านถามท่านสมชาย ท่านมีจิตใจที่เป็นชาวพุทธไหม ท่านยังคิดถึงเรื่องเหล่านี้ไหม การเป็นนักการเมืองท่านยังมี อนาคตที่จะต้องเป็นนักการเมืองอยู่ในถนนทางการเมืองอย่างมีเกียรติ วันนี้เขาปรามาส แล้วก็บอกว่าท่านเป็นทรราชที่อายุน้อยที่สุดผมไม่อยากเชื่อ แต่ว่ามันเป็นเครื่องชี้เจตนา ให้เห็นแล้ว ถ้าหากท่านยังเป็นมนุษย์ที่มีจิตใจรักความเป็นธรรมต้องการความสงบ สมอง ความคิดไม่มีใครเกินท่านหรอกครับ ทําเสียเถอะครับ ผมไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ ของประเทศมันต้องถูกจารึกแบบไม่มีคําตอบ เก้าอี้ตัวนั้นคนจะผลัดเปลี่ยนกันมานั่ง ท่านนายกรัฐมนตรีครับ เป็นเก้าอี้เป็นที่นั่งของนายกรัฐมนตรีในระบอบประชาธิปไตยที่มี จิตใจที่เป็นปุถุชนรับผิดชอบ เขามาถ้าผิดเขาไปนะครับ ถ้าเขาไม่ไปประชาชนตัดสิน ท่านไปเถอะครับ อย่าอยู่เลย นั่งตรงนั้นไม่ได้ เสียเกียรตินะครับ สภาจะต้อนรับคนที่มีจิตใจ เป็นประชาธิปไตย และปฏิบัติตามทํานองในระบอบของการเลือกตั้ง พุทธศาสนาบอกว่า กัมมุนา วัตตตี โลโก สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ใครทํากรรมอะไรไว้ไม่นานหรอกครับ ได้ผลแห่งกรรมนั้น ผมจึงเชื่อว่าตัวนี้มีจริง แล้วไม่อาจที่จะไว้วางใจให้ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี ไม่ได้โกรธเคืองอะไรกัน แต่ว่าทางการเมืองมันให้ไว้ไม่ได้นะครับ ต้องไปแล้วครับ ไม่อาจไว้วางใจให้บริหารชาติบ้านเมืองต่อไปได้ ขอบพระคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวผมจะให้สิทธิผู้ถูกพาดพิง ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพจะเอาก่อนไหมครับ ให้ผู้ใช้สิทธิพาดพิงก็แล้วกันนะครับ เชิญคุณชุมพล จุลใส ก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยว คุณรังสิกรทีหลังนะครับ เชิญคุณชุมพล จุลใส ครับ

นายชุมพล จุลใส ชุมพร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชุมพล จุลใส พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดชุมพร ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ มีเพื่อนสมาชิกอาวุโสท่านหนึ่งจากพรรคฝ่ายค้านได้ยกรูปผมขึ้นมา โดยกล่าวหาว่า ผมถืออาวุธสงครามในสภา ท่านประธานครับ ถ้าผมไม่ใช้สิทธิพาดพิงตรงนี้ เกิดความเสียหายมากครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ต้องขออนุญาตท่านประธาน สัก ๕ นาที น้อยนักก็เดี๋ยวท่านสมาชิกอาวุโสและพี่น้องประชาชนจะไม่เข้าใจครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

โดยข้อบังคับถ้าพาดพิงอันอาจให้เกิดความเสียหาย ประธานต้องอนุญาตให้ชี้แจงครับ เชิญครับ

นายชุมพล จุลใส ชุมพร

ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุการณ์ เมื่อวันที่ ๗ เมษายน มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ผมเอาย่อ ๆ สรุปฟังเข้าใจง่ายครับ มีกลุ่มคนเสื้อแดงซึ่งนําโดยนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง บุกเข้ามาในสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ในเวลานั้นมีเจ้าหน้าที่ตํารวจส่วนหนึ่งพวกกลุ่มคนเสื้อแดง มาด้วยความบ้าระหํ่า บ้าเลือด ไปแย่งแก๊สนํ้าตาที่เอวตํารวจ แล้วคุณอริสมันต์ก็เอาขึ้นบนเวที ประกาศว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ต้องรับผิดชอบ นายสุเทพอยู่ในสภาประกาศไล่ล่า เอาชีวิตครับ มีเพื่อน ส.ส. ที่ออกไปโทรศัพท์มาบอกครับ ผมก็วันนั้นทั้งวันอยู่ในสภาแห่งนี้ ผมรู้เหตุการณ์ทุกอย่างครับ บุกเข้ามาเพื่อที่จะเอาตัวรองนายกรัฐมนตรีสุเทพไปขึ้นเวที แต่ท่านประธานครับ ผมคิดว่าคงไม่เป็ นไปอย่างนั้น เพราะผมเห็นสารวัตรทหาร โดนกลุ่มคนเสื้อแดง ผมต้องขออนุญาตเอ่ย ท่านการุณ โหสกุล ไปร่วม ที่ผมเห็นไปร่วม แล้วก็ไปแย่งปืนจาก ส.ห. คนหนึ่ง แล้วก็มีทหารคนหนึ่งวิ่งเข้ามาว่าตอนนี้อาวุธปืนอะไร ถูกยึด ตอนนั้นชุลมุนวุ่นวายมากครับท่านประธาน ผมนั่งอยู่ในห้องอาหาร มีท่านสุเทพและเพื่อน ส.ส. ๒-๓ คน และผู้หลักผู้ใหญ่ของพรรคหลายคน เราจะไม่รู้ เหตุการณ์เลยครับว่าข้างนอกเกิดอะไรขึ้นครับ ไม่รู้เหตุการณ์จริง ๆ ครับท่านประธาน มีเพื่อนที่เป็นเจ้าหน้าที่คนหนึ่งวิ่งเอาปืนมา และในช่วงนั้นชุลมุนวุ่นวาย ผมคิดว่าถ้าเกิด กลุ่มคนเสื้อแดงเอาปืนของทหารไปอีกคนนี่มันจะยุ่งไปใหญ่ครับ ท่านประธานครับ ผมยอมรับครับที่ท่านเอามาถูกต้องแล้วครับ เป็นตัวผมเป็น ๆ ครับ และผมก็ไม่ได้โกหกครับ เป็นปืนของเจ้าหน้าที่ เพราะอะไรครับ ถ้าผมไม่เอามาครับ ถ้ากลุ่มคนเสื้อแดงเอาไป จะเกิดอะไรขึ้นครับ อันนี้คือเหตุผล

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอความกรุณาอยู่ในอาการสงบนะครับ

นายชุมพล จุลใส ชุมพร

ท่านประธานครับ เหตุการณ์วิกฤติอย่างนั้น ผมเองในฐานะที่เป็ นผู้แทนคนหนึ่งครับ และเขาประกาศไล่ล่าเอาชีวิตของ รองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งนั่งอยู่ ท่านเชื่อไหมครับว่าพวกเราต้องหนี หัวซุกหัวซุนเพื่อไม่ต้องการเผชิญหน้าครับ ลงไปบันไดข้างล่างครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมต้องขอเพื่อนสมาชิกนะครับ รักษาความสงบในสภาด้วยครับ เมื่อเราอภิปรายพาดพิง ท่านชุมพล จุลใส ก็มีสิทธิที่จะชี้แจงความจริงนะครับ ส่วนประชาชนจะเชื่อหรือไม่เชื่ออย่างไร ก็เป็นเรื่องที่ประชาชนจะตัดสินนะครับ เพราะฉะนั้นขอท่านอย่าใช้อาการที่ไม่สุภาพนะครับ อยู่ในสภาขอความสงบด้วยนะครับ เชิญคุณชุมพลครับ แล้วรวบรัดด้วยนะครับ

นายชุมพล จุลใส ชุมพร

ท่านประธานครับ ในขณะนั้นผมว่ามี ส.ส. พรรคเพื่อไทยนี่ละครับชี้เป้ำว่ารองนายกรัฐมนตรีสุเทพอยู่ในห้องอาหารครับ คือท่านสุนัย แล้วเอาคนเสื้อแดงมาที่หน้าห้อง แล้วมีนายธานี เทือกสุบรรณ ส.ส. จังหวัดสุราษฎร์ธานี เห็นเหตุการณ์ชัดเจนครับ ฯพณฯ ชวน ท่านบัญญัติ ผู้หลักผู้ใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ อยู่ในห้องอาหารทั้งนั้นครับท่านประธาน บอกว่าเป้ำหมายคือท่านรองนายกรัฐมนตรี ให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีหลบออกไปก่อนครับ นี่คือความจริงครับ พวกผมในฐานะที่เป็น ส.ส. และ รปภ. ของท่านรองนายกรัฐมนตรีมีอยู่ ๒ คน ท่านประธานครับ เมื่อเกิด เหตุการณ์อย่างนี้ ผมเองหลังจากนั้นก็คืนปืนให้เขาไป แต่หากว่าเป็นเรื่องผิดหรือถูก ก็ยังไม่รู้ครับ ให้กระบวนการต่าง ๆ เป็นกระบวนการยุติธรรม ท่านประธานครับ ผมนําเรียนด้วยความจริงว่าเหตุการณ์อย่างนี้ไม่น่าเกิดหรอกครับ เหตุการณ์ที่มาไล่ล่า ผู้นําของประเทศเป็นเรื่องที่ผมไม่เคยพบไม่เคยเห็นครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ผมขอชี้แจง ให้เพื่อนสมาชิกได้เข้าใจครับ ท่านประธานครับ ทําไมกระบวนการตัดสิน ถ้าเป็นผมเองครับ หากมีการตัดสินว่าอย่างไรก็แล้วแต่ ผมยอมรับในกระบวนการตัดสิน ไม่เหมือนหัวหน้าพรรค ของพวกท่านหรอกครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอร้องคุณชุมพลครับ ท่านใช้สิทธิชี้แจงแล้วก็ไม่ต้องไปกล่าวร้ายผู้อื่นนะครับ เพราะว่า ท่านไม่ได้เป็นผู้อภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องขอความกรุณาด้วยครับ และขอพวกเราทุกคน ขอให้เรารักษาข้อบังคับไว้นะครับ

นายชุมพล จุลใส ชุมพร

ท่านประธานครับ ผมจะเคารพเชื่อฟัง ท่านประธาน ผมเป็นผู้แทนราษฎร ผมจะไม่ทําความฉิบหายให้กับบ้านเมือง ไม่พาคนจน มาตายครับ ไม่หลงเชื่อโฆษณาผิด ๆ แน่นอนครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปคุณรังสิกร สําหรับคุณสุนัยหรือคนอื่นที่ถูกพาดพิง ผมจะให้ใช้สิทธิพาดพิงนะครับ แต่ต้องเรียนอย่างนี้ว่าถ้าหากว่าเราใช้สิทธิพาดพิงกันมากเกินควรก็จะทําให้การอภิปราย ไม่ไว้วางใจขาดห้วงขาดตอนไป เดี๋ยวให้ใช้สิทธินะครับ เชิญนั่งลงก่อนครับ คุณรังสิกร ปกติแล้วการใช้สิทธิพาดพิงมันอาจต้องก่อให้เกิดความเสียหายครับ ท่านไม่ได้เป็น ตัวผู้เสียหายโดยตรงก็ขอให้รวบรัดด้วยนะครับ

นายรังสิกร ทิมาตฤกะ บุรีรัมย์

ขอบคุณท่านประธานมากครับ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม รังสิกร ทิมาตฤกะ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงซึ่งได้ใช้เวลา สั้น ๆ ไม่รบกวนเวลาที่พรรคฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจครับ เนื่องจากต้องการให้เกิด ความเป็นธรรมกับครอบครัวของ ร้อยตรี ณรงค์ฤทธิ์ สาระ ผู้ล่วงลับซึ่งอยู่อําเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเราชาวอําเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ถือว่าทหารคนนี้เป็นทหารกล้า ที่เสียสละชีวิตเพื่อปกป้ องความถูกต้อง รักษาความสงบของประเทศชาติ คุณปู่ของ ร้อยตรี ณรงค์ฤทธิ์ สาระ อายุ ๙๐ กว่าปีท่านยังมีชีวิตอยู่ คุณพ่อคุณแม่ยังมีชีวิตอยู่ เราเห็นนํ้าตา เราเข้าไปดูแลเพราะเป็นญาติมิตรสนิท ความรู้สึกที่สูญเสียบุตรชาย ซึ่งอายุ ๒๐ กว่าปีนั้นถือว่าเป็นความสูญเสียอีกครอบครัวหนึ่งในหลาย ๆ ครอบครัว ฉะนั้นผมบอกเลยว่าทุกครั้งบนคราบนํ้าตาของคุณพ่อคุณแม่ของ ร้อยตรี ณรงค์ฤทธิ์ สาระ ท่านกล่าวว่าแม้บุตรชายเป็นทหารผู้เสียชีวิตแต่เขาก็ยังภาคภูมิใจทั้ง ๆ ที่นํ้าตา ยังไหล ภาคภูมิใจว่าลูกเป็นชายชาติทหารปกป้ องความถูกต้อง ดูแลความสงบ ปกป้ อง ประเทศชาติ ซื่อสัตย์ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งความรู้สึกตรงนี้นั้นผมไม่อยากให้ใคร นํามาเป็นประเด็นทางการเมืองแล้วมากล่าวว่าการเสียชีวิตของ ร้อยตรี ณรงค์ฤทธิ์ สาระ นั้นถูกทหารด้วยกันเป็นผู้ทําร้ายหรือยิงจนเสียชีวิต การถ่ายทอดสดออกไปนั้นถ้าคุณ พ่อคุณแม่ของครอบครัว ร้อยตรี ณรงค์ฤทธิ์ ทราบหรือดูอยู่นั้นถ้าเขาเข้าใจผิดจะเกิด เสียความรู้ สึกและเสียใจขนาดไหนในการเสียชีวิตของลูกชายทั้ง ๆ ที่เขานั้น มีความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงกับครอบครัวอยู่แล้ว แต่ความรู้สึกหนึ่งที่ประคับประคอง หัวใจของคนที่มีชีวิตอยู่คือคุณพ่อคุณแม่นั้นคือความภาคภูมิใจที่ลูกเป็นทหารของชาติ และถือว่าตายเพื่อชาติ งานพระราชทานเพลิงศพนั้นเป็นไปอย่างสมเกียรติ ฉะนั้น ผมไม่ขอให้ผู้อภิปรายนั้นถอนคําพูดหรือกล่าวขอโทษใด ๆ ทั้งสิ้น แต่อยากจะบอกไป กลางที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติตรงนี้ว่าเราต้องให้ความเป็นจริง เราต้อง เคารพสิทธิ เคารพความรู้สึกดี ๆ เคารพเกียรติของทุก ๆ ฝ่ายให้จงได้ อย่านําประเด็น เหล่านี้เข้ามากล่าวเป็นการให้ร้ายและเป็นการกล่าวเท็จกลางสภาอีก ผมขออนุญาต ขอความเป็นธรรมแต่เพียงเท่านี้ครับผม ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปผมจะให้สิทธิผู้ถูกพาดพิงนะครับ ผู้ถูกพาดพิงก็มีคุณสุนัยคนเดียวนะครับ ท่านอื่น ไม่ได้พาดพิงที่ทําให้เกิดความเสียหาย เชิญคุณสุนัยครับ คุณชูวิทย์นั่งลงก่อนครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผม สุนัยครับ ขออนุญาตสั้น ๆ เท่านั้นเองว่าจากคํากล่าวของท่าน ส.ส. ขอประทานโทษ ขอเอ่ยชื่อท่าน ท่านชุมพล จุลใส ที่มาพาดพิงกระผม นี่คือรูปธรรมของสิ่งที่เราเข้าใจผิดกันอยู่เสมอ พอเข้าใจผิดแล้วเราก็ให้ร้ายกัน คุณชุมพลพูดเองว่าอยู่ในห้องอาหารแต่ดันไปรู้ว่า พวกเสื้อแดงไปแย่งลูกระเบิดแก๊สนํ้าตาของตํารวจมันไม่ใช่ครับ มันเกิดการขว้างระเบิดไป ตอนนั้น แล้วฝ่ายคุณอริสมันต์ก็ไม่เข้าใจว่าใครขว้างอย่างนี้ แล้วก็มาทราบว่าเห็นรถ ท่านรองนายกรัฐมนตรีจอดอยู่ก็บอกสุเทพยังอยู่แล้วจะบุกเข้ามา ท่านประธานครับ ผมก็ไม่อยากจะอ้างอิงอะไร ผมกับท่านประธานก็อยู่ตรงนั้น เราไปยืนขวางว่าอย่าเข้ามา ๆ ครั้งแรกก็ถูกกล่าวหา ถูกกล่าวหาว่าเรานี่พาเข้ามา

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็เช่นกันครับ ทางฝ่ายนี้ก็ขอความกรุณาสงบด้วยนะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

เรื่องนี้ผมเองก็เคยพูดในสภาแล้ว แต่ผมไม่อยากให้บันทึกผิด ๆ และด้วยความเข้าใจผิดอย่างนี้ละครับแล้วเราจะฆ่ากันเอง ผมเองขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าท่าน พลตํารวจตรี วิชัย สังข์ประไพ ได้ขอร้องให้ผม ขึ้นยืนพูดที่รถของเขา เราก็ทําแล้ว ผมก็ไปเคลียร์กับท่านธานีแล้วว่า เฮ้ย ไม่ใช่ ที่คุณเข้าใจผิดไม่ใช่นะ ที่ตามเข้ามาบอกว่ามี ส.ส. ของเราอีกคนหนึ่ง คุณการุณ เรื่องทหาร ส.ห. ถือปืนอยู่ในสภามันไม่ได้ แล้วการเผชิญหน้าตรงนี้กลุ่มเสื้อแดง ท่านธานี ยืนอยู่ พอบอกว่าไม่ให้เข้าไปเขาก็ถอยทันทีก็ไม่มีอะไร แล้วจุดนี้กลายเป็นจุดที่นําไปใช้ เป็นเหตุผลในการประกาศภาวะฉุกเฉิน ซึ่งการล้อมสภาของคนเสื้อแดงวันนั้นไม่เหมือนกับ คนเสื้อเหลืองล้อมนะครับจํานวนน้อยกว่า ไม่ได้ปิดประตูทั้ง ๒ ข้าง ดังนั้นผมคิดว่าอันนี้ เอาเถอะครับถ้าเราจะใช้วิธีการที่ไม่รู้แล้วให้ร้ายกันอย่างนี้แล้วละก็ ในที่สุดปรองดอง ไม่ได้หรอกครับท่านสุเทพ ผมจึงขึ้นมาไม่ได้ว่าอะไรท่าน แต่เมื่อท่านอยู่ตรงนั้นท่านไม่เห็น ผมก็ขอให้มันเข้าใจกันเท่านี้ และถ้าจะเข้าใจยุติกันอย่างนี้ก็โอเคนะครับ ไม่ต้องว่ากล่าวกัน กราบขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมจะให้ใช้สิทธิพาดพิงได้อีกคนเดียวครับ คุณวิเชียร ขาวขํา นอกนั้นคุณชูวิทย์ ท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวริน ไม่ได้ถูกพาดพิง ไม่ได้ยินชื่อนะครับ ไม่ได้ทําให้ท่านเสียหาย ผมไม่อนุญาตครับ ผมอนุญาตให้ คุณวิเชียร ขาวขํา ท่านเดียวครับ เชิญคุณชูวิทย์นั่งลง เชิญคุณวิเชียร ขาวขํา ครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิเชียร ขาวขํา ก่อนอื่นอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าวันนั้นผม คุณสุนัย และท่านประธาน คุณเก่ง การุณอยู่ในเหตุการณ์ ผมจะลําดับให้คุณชุมพลฟังว่า การที่พาดพิงพวกผมให้พวกผมเสียหายนั้นโดยกล่าวหาว่าผมบุก

(นายชุมพล จุลใส ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงนะครับ คุณชุมพลประท้วงอะไรครับ

นายชุมพล จุลใส ชุมพร

ท่านประธานครับ ผม ชุมพล จุลใส พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดชุมพรครับ ผมไม่ได้อ้างถึงเพื่อนสมาชิกคุณวิเชียรเลยนะครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

บอกว่าพวกผมพาคนมาตายครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อย่างนี้ผมวินิจฉัยนะครับ จริง ๆ แล้วคุณชุมพลไม่ได้พาดพิง คุณวิเชียร ขาวขํา โดยบอก ชื่อนะครับ เพียงแต่บอกชื่อคุณสุนัย และสิ่งที่ผมฟังคุณวิเชียรก็พยายามจะพูดชี้แจง ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกับที่คุณสุนัยได้ชี้แจงไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นผมขอให้รวบรัดในเรื่องนี้ แล้วเมื่อถูกพาดพิงท่านก็อย่าใช้สิทธิแล้วไปพาดพิงคนอื่นนะครับ ขอเชิญนั่งลงเถอะครับ ผมวินิจฉัยแล้ว

(นายประมวล เอมเปีย ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญคุณประมวล คุณประมวลประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายประมวล เอมเปีย ชลบุรี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ประมวล เอมเปีย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมจะขอชี้แจง อภิปรายก็ได้ครับ วันนั้นผมก็อยู่ในเหตุการณ์ครับ เพราะท่านชุมพลไม่ได้เอ่ยถึง ท่านวิเชียร ขาวขํา ก็ไม่ต้องพูดหรอกครับ เพราะมันแนวทางเดียวกับท่านสุนัย เราเอ่ยถึง ท่านธานีทําไมท่านไม่ชี้ท่านธานี

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมถึงต้องบอกพวกเราครับเวลาใช้สิทธิพาดพิงนี่เราก็อย่าไปพาดพิงท่านอื่น ไม่อย่างนั้น แล้วจะใช้สิทธิพาดพิง ซึ่งถ้าพาดพิงแล้วอันอาจจะเกิดความเสียหายนี่ประธาน ต้องอนุญาตให้เขาอภิปราย แต่ถ้าไม่เกิดความเสียหายนี่ประธานจะไม่อนุญาตนะครับ

นายประมวล เอมเปีย ชลบุรี

ท่านประธานครับ ถ้าไม่ ๒ มาตรฐาน ต้องให้ผมพูดด้วยนะครับ เพราะวันนั้นผมอยู่ในเหตุการณ์ด้วยนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ต้องอย่างนี้ครับ คุณชุมพล จุลใส นี่ผมอนุญาตให้พูดเพราะว่าอาจจะเกิดความเสียหาย ถ้าคนไม่เข้าใจ ก็ได้เปิดโอกาสให้คุณชุมพลอภิปรายชี้แจงจนครบถ้วนกระบวนความ เรียบร้อยแล้ว ทีนี้เผอิญคุณชุมพลก็กล่าวพาดพิงกับทางด้านนี้ ผมขออย่างนี้ครับ ขอให้ คุณวิเชียรรวบรัดครับ แล้วเรื่องที่จะเป็ นเรื่องเดียวกับคุณสุนัยนี่ไม่ต้องอภิปราย แล้วนะครับ แต่เดี๋ยวคุณธานีผมจะอนุญาตครับ เพราะว่าพาดพิงกันไปมานะครับ

(นายประมวล เอมเปีย ได้ยืนและยกมือขึ้น)

แต่คุณประมวลคงไม่ให้สิทธิ เชิญนั่งลงเถอะครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญนั่งลงเถอะครับ ผมจะให้สิทธิคุณธานี เพราะว่ามีผู้อภิปรายแล้วพาดพิงนะครับ ก็คุณชุมพลพูดในทํานองว่าร่วมกับคุณการุณ ซึ่งจะใช้สิทธิพวกนี้ ก็ต้องอย่างนี้ครับ ผมได้วินิจฉัยไปแล้วว่าให้คุณวิเชียรอภิปรายได้ ขอความสงบด้วยนะครับ ขอเชิญ คุณประมวลนั่งลงก่อนครับ คุณชุมพลนั่งลงก่อนครับ ขอให้คุณวิเชียรอภิปรายโดยรวบรัด และเดี๋ยวผมจะให้สิทธิคุณธานีใช้สิทธิพาดพิงนะครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ท่านประธานครับ ที่ผมจะกราบเรียน ท่านประธาน เพราะว่าคุณชุมพล

(นายชุมพล จุลใส ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวก่อนนะครับคุณวิเชียร คุณชุมพลประท้วงอะไรครับ

นายชุมพล จุลใส ชุมพร

ท่านประธานครับ ผม ชุมพล จุลใส พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดชุมพร ท่านประธานครับ ผมไม่ได้พาดพิงถึงเพื่อนสมาชิก ท่านนี้เลยนะครับ เพราะฉะนั้นผมว่าท่านประธานฟังผิดหรือเปล่า ผมไม่ได้พาดพิงนะครับ ท่านประธาน ไม่ได้เอ่ยชื่อด้วยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ครับ คุณชุมพลได้พูดในลักษณะว่ามี ส.ส. พรรคฝ่ำยค้านหลายคนอยู่ แล้วก็ร่วมอยู่นะครับ ผมวินิจฉัยไปแล้วนะครับ แล้วเดี๋ยวผมจะให้สิทธิคุณธานีใช้สิทธิพาดพิง แต่ก่อนจะให้อภิปรายผมต้องขออย่างนี้ครับ ทั้ง ๒ ฝ่ายเวลาใช้สิทธิพาดพิงท่านกรุณา อย่าไปพาดพิงท่านอื่น มิฉะนั้นก็จะใช้สิทธิพาดพิงกันไม่รู้จักจบนะครับ เชิญคุณชุมพล นั่งลงเถอะครับ แล้วเดี๋ยวผมให้คุณธานีใช้สิทธิพาดพิง ก็ขอจํากัดเวลาด้วยนะครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ผมสั้น ๆ นิดเดียวครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าประเด็นที่ว่าไม่เคยมี

(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมได้วินิจฉัยไปแล้วครับคุณหมอ เชิญนั่งลงเถอะครับ ประท้วงเรื่องเดียวกันนี้ใช่ไหมครับ ผมได้วินิจฉัยไปแล้วครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมขออนุญาต ประท้วงท่านประธานครับ ผมเข้าใจได้ว่าคนเราบางครั้งพลาดได้ครับ แล้วผมก็เชื่อว่า ท่านประธานวินิจฉัยผิดพลาดครับ ท่านเปลี่ยนคําวินิจฉัยเถอะครับ เพราะว่าเพื่อนสมาชิก จากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้พาดพิงถึงท่านวิเชียร ขาวขํา เลย ดังนั้นผมเชื่อว่า ท่านวินิจฉัยพลาดครับ เปลี่ยนคําวินิจฉัยด้วยครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมยืนยันคําวินิจฉัยเดิมนะครับ คุณวิเชียรขอให้รวบรัดด้วยครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

อย่างนี้ดีกว่านะครับ คือผมกราบเรียน ท่านประธานเลยว่าพวกนี้ไม่อยู่ในเหตุการณ์หรอก ผมอยู่ในเหตุการณ์ครับ ผมไปห้าม พวกเสื้อแดงเอง แล้วกับข้อมูลที่เขาพูดนี่ผิดหมดแต่ผมไม่อยากอธิบาย ผมไม่ใช้สิทธิ พาดพิงมากกว่านี้ครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณธานี เทือกสุบรรณ ครับ ก็ต้องขอรวบรัดเช่นเดียวกันนะครับ

นายธานี เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธาน ผม ธานี เทือกสุบรรณ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ท่านประธานผมขอใช้สิทธิพาดพิง ถ้าไม่ชี้แจงก็จะทําให้เกิดความเสียหายได้ครับท่านประธาน จริง ๆ แล้ววันนั้นผมอยู่ใน เหตุการณ์ตลอดครับ วันนั้นที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นตั้งแต่เจ๋ง ดอกจิก เป็นผู้นํามาอยู่ ผมก็ได้ ออกไป แล้วก็กลับเข้ามาในสภา ผมเห็นใจท่านประธานว่า รักษามารยาทด้วย เฮ้ย รักษามารยาทด้วย

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณธานีครับ เป็นหน้าที่ของประธานจะต้องเตือน ไม่ใช่หน้าที่ของท่านธานีผู้อภิปรายนะครับ ขอสมาชิกทุกฝ่ายรักษาความสงบในห้องประชุมด้วยนะครับ

(นายวิทยา บุรณศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านวิทยาประท้วงอะไรครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ผมไม่ได้ประท้วงครับ ท่านประธาน ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ กระผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกพรรคเพื่อไทย

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าไม่ประท้วงผมยังอนุญาตให้พูดตอนนี้ไม่ได้นะครับ ยกเว้นประท้วงครับ ท่านประท้วง เรื่องอะไรครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ผมขออนุญาตนะครับ มันจะเสียหายนะครับ เราต้องชี้แจงว่าผมยื่นอภิปรายถอดถอนและไม่ไว้วางใจ ท่านประธานต้องวินิจฉัยว่าท่านต้องทําตามข้อบังคับ เพราะฉะนั้นปล่อยให้สมาชิก ขึ้นมาอภิปรายตอบโต้กันอย่างนี้ไม่ได้ครับ ท่านวินิจฉัยแล้วปฏิบัติอย่างเคร่งครัดด้วยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมได้วินิจฉัยไปแล้วว่าท่านผู้อภิปรายท่านก็ต้องไม่ไปพาดพิงผู้ที่ไม่ได้ถูกอภิปราย ไม่ไว้วางใจนะครับ อันอาจจะเกิดความเสียหายให้กับผู้นั้น ถ้าท่านอภิปรายพาดพิง ท่านผู้นั้นก็มีสิทธิที่จะอภิปรายชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาด้วยนะครับ เชิญคุณธานีขอให้ รวบรัดด้วยครับ

นายธานี เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ขอโทษ เมื่อกี้ผมลืมไปครับ ท่านประธาน คือแต่ก่อนเป็นกํานันครับท่านประธาน เวลามีอะไรผมก็จะสั่งห้ามเป็นธรรมดา ผมลืมไปนึกว่าลูกบ้านทะเลาะวิวาทกัน ท่านประธานครับ วันนั้นที่เกิดเหตุผมอยู่ในสภา เดินออกไปคุยกับท่านอาคมแล้วก็ไปที่หน้าสภา กลับเข้ามาไปคุยกับซุปเปอร์เจ๋ง ซุปเปอร์เจ๋งเขาก็บอกว่า ๑๕ นาทีเขาถอยเราก็กลับเข้ามาสภา แต่ในสภาก็ได้ยินผู้สื่อข่าว วิ่งกันมาว่ามีเสื้อแดงบุกเข้ามาในสภา ผมก็เป็นคนขับรถนายชวนเก่าครับท่านประธาน ผมก็เป็นห่วงลูกพี่ผมเพราะอายุมาก เป็นห่วงท่านผู้อาวุโสหลายท่าน ดอกเตอร์เจริญ ท่านไม่สบายท่านยังมาประชุมสภา พอผมออกไปขวางประตูก็เจอพวกเสื้อแดงประมาณ ๕-๖ คน ผมก็ห้ามไม่ให้เข้า บอกเข้าไม่ได้ ในนี้ผู้ใหญ่อยู่หลายคน คุณสุนัยต่างหาก ที่มาขอผม บอกให้เข้าไปเถอะ เขาจะเข้าไปค้นดู ผมบอกไม่ได้ ผู้ใหญ่อยู่เยอะ อันนี้คือ เรื่องที่เกิดจริง ที่จริงจะว่าคุณสุนัยไม่ได้พามามันก็ไม่ถูกนะ เพราะว่าคุณสุนัยแกรู้จัก มาทั้งนั้น แต่ว่าแกก็มาเคลียร์กับผม คุณสุนัยก็เคลียร์กับผมว่าไม่ได้ตั้งใจจะพามาบุกสภา แต่จะพาเข้าไปดูให้มันเห็น ก็เหมือนกันแหละครับ เราเป็น ส.ส. ต้องรักสภาให้ถึงที่สุด ผมก็ขออนุญาตชี้แจงท่านประธานเท่านี้นะครับว่าวันเกิดเหตุผมเป็นคนห้ามจริง ๆ ครับ ขอบคุณท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมจะไม่ให้ใช้สิทธิพาดพิงนะครับ คุณสุนัยก็ไม่ต้องนะครับ เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เราจะได้ อภิปรายกันต่อ ผมจะไม่อนุญาตให้ใช้สิทธิพาดพิงอีกแล้วนะครับ

(ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านเชาวรินประท้วงอะไรครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ขอประท้วง เมื่อสักครู่ผมหารือกับประธานวิปฝ่ายค้าน ด้วยความกังวลเรื่องเวลาก็มีการพูดกันว่า ทะเลาะวิวาท ไม่ใช่ครับ ผมไม่ได้ทะเลาะกับประธานวิปของผม

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปแล้วท่านเชาวรินไม่ได้ประท้วงใช่ไหมครับ ท่านเชาวรินเพียงแต่ชี้แจงว่าเมื่อกี้ไม่ได้เกิด การทะเลาะวิวาทใช่ไหมครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ขอใช้สิทธิพาดพิง ท่านประธาน แล้วผมถูกท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพพูดเมื่อตอนบ่ายที่ผมอภิปราย ผมเป็ นคนแรกที่พูดถึงเรื่องจับพระ รองนายกรัฐมนตรีก็เอารูปมาแสดงในสภานี้ ท่านประธานอาจจะจําไม่ได้กระมัง ตอนบ่ายผมใส่เสื้อแขนสั้น ตอนนี้แขนยาว ผมใช้เวลา ๓ ชั่วโมงหาข้อมูล ท่านรองนายกรัฐมนตรีชี้แจงทําให้ผมเสียหาย เรื่องจับพระวันที่ ๑๙ แล้วมีจับอาวุธด้วย ผมไปโรงพักพญาไทปรากฏว่าการจับนายคนนี้เรื่องอาวุธครับ เมื่อเดือนมีนาคมก่อนวันที่ ๘ เขาบวชพระจริง ๆ แล้วเขามีใจรักประชาธิปไตยเขาเลย ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์มาจริง ๆ แต่เวลาเขาถูกจับวันที่ ๙ เมษายน ไม่ใช่ ๑๙ พฤษภาคม นี่ครับข้อเท็จจริงเป็นว่าวันที่ ๙ เมษายนเขาถูกจับ ไม่ใช่วันที่ ๑๙ พฤษภาคม เพราะฉะนั้น ที่รองนายกรัฐมนตรีชี้แจงช่วงที่ผมอภิปราย แล้ว ส.ส. สุชาติ ลายนํ้าเงิน เอารูป ที่ผมแสดงในสภาไปใช้ ท่านก็ขึ้นมาซํ้าอีกดอกหนึ่งด้วยรูปนี้ ผมจึงใช้เวลา ๒-๓ ชั่วโมง ตามหาจนได้ข้อมูลว่าแท้ที่จริงแล้วนายคนนี้ที่ถูกจับนั่นเป็นอดีตพลทหารสุขปัญญา นี่ครับบัตรประจําตัวทหาร กองพันทหารราบที่ ๑๑ แล้วเขามีใจรักประชาธิปไตย เขามาร่วม

(นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง

ท่านประธานคะ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขออนุญาต ประท้วงท่านผู้บอกว่าพาดพิงที่คุณธานีพูดเมื่อสักครู่ แต่ท่านผู้ประท้วงได้อภิปรายยืดยาว ไปจนถึงเรื่องของท่านสุเทพแล้วนะคะท่านประธาน ท่านประธานไม่หยุดบ้างล่ะคะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยอย่างนี้ ท่านเชาวรินใช้สิทธิพาดพิงแล้วก็ชี้แจงว่าไม่ได้ทะเลาะกันเมื่อกี้นะครับ แล้วท่านก็ใช้สิทธิที่อ้างว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพได้ชี้แจงไป

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ผมโดน ๒ พาดพิง นี่แหละ โดน ๒ พาดพิง

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ครับท่านเชาวริน คือถ้าเราใช้สิทธิพาดพิงกันไปมาอย่างนี้ไม่รู้จักจบหรอกครับ เพราะฉะนั้นขอท่านฟังผมก่อนครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

๙ เมษายน วันนั้น ยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าที่รองนายกรัฐมนตรีสุเทพบอกว่าจับเมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ไม่ใช่

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมขออย่างนี้ครับ ท่านสมาชิกทุกท่านนะครับ ผมจะไม่ให้ใช้สิทธิพาดพิงอีกต่อไป ต่อไป จะเป็นการอภิปรายครับ ท่านสุนัยครับ เรื่องเล็กน้อยไม่ต้องไปใช้สิทธิพาดพิงครับ ท่านพาดพิงแล้วก็กล่าวพาดพิงคนอื่นกลับมันก็ไม่รู้จักจบครับ ผมไม่อนุญาตนะครับ ท่านสุนัย ถ้าประท้วงได้ครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมต้องประท้วง ท่านประธาน จริง ๆ ท่านวินิจฉัย คือผมพูดจริงครับ ชื่อของบุคคลนั้นแต่ไม่ได้เสียหาย อะไรเลย และผมก็นําเสนอในลักษณะจะให้ปรองดองโดยไม่ได้ว่ากล่าว

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปแล้วท่านประท้วงผมเรื่องอะไรครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

แล้วท่านก็ไม่ให้ผมรักษาสิทธิของผม เขากล่าวหาอย่างนั้นมันเป็นข้อกฎหมายที่จะเล่นงานผมได้นะครับ อันนี้เป็นความเสียหาย ของผมครับท่านประธาน ผมจึงต้องประท้วงท่านประธานที่ท่านวินิจฉัยบอกว่าไม่ให้ ประท้วงทั้งนั้น ไม่ให้พูดทั้งนั้น ผมจึงบอกว่าวันนั้นผมก็ไม่ได้ว่ากล่าวอะไรเขา เพียงแต่ว่า ให้เราเข้าใจกัน ทําไมท่านมาใส่ร้ายกันอย่างนี้ แล้วผมก็ไม่ได้ว่ากล่าวคนนั้นเลย ไม่อยาก เอ่ยชื่อแล้ว แต่ว่าด้วยวิธีการอย่างนี้ละครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปแล้วท่านประท้วงประธานเรื่องอะไรนะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ก็ท่านประธานไม่ให้ผมพูดแก้ตัวได้ อย่างไร

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คือสรุปแล้วท่านจะขอใช้สิทธิพาดพิงอันอาจจะทําให้ท่านเกิดความเสียหายใช่ไหมครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านไม่ให้ผมพูดเลย ประท้วงก็ไม่ได้ พาดพิงก็ไม่ได้ แล้วผมไม่ได้ไปพาดพิงเขาในทางที่เสียหายเลย ผมบอกว่าอย่าไปใส่ร้ายกัน อย่างนี้ถ้าเราอยากจะปรองดอง ถ้าใช้พฤติกรรมอย่างนี้มันไม่ได้ เอาละครับ ตรงนี้ทั้งหมด ตํารวจมีหลักฐานอยู่ครับ ท่านวิชัย สังข์ประไพ อยู่ตรงนั้น และที่ผมเข้ามาก็ไม่ใช่ มาอย่างที่เขาเข้าใจ ผมกลัวว่าจะมีเรื่องกันก็เท่านั้นเอง ดังนั้นการกล่าวอย่างนี้มันทําให้ เกิดปัญหา เพราะท่านรองนายกรัฐมนตรีจ้องจะฟัดเขาอยู่เรื่อยนี่ครับ ถ้าอย่างนั้น ไม่สามารถพูดเคลียร์กันได้อย่างนี้ก็แย่สิครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านต้องรวบรัดได้แล้วครับ ไม่อย่างนั้นก็จะพาดพิงกันไปอย่างนี้ครับ

(นายธานี เทือกสุบรรณ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณธานีประท้วงอะไรครับ

นายธานี เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ผมประท้วงท่านผู้ที่อภิปรายครับ ผม ธานี เทือกสุบรรณ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เขาบอกว่าไม่ได้พูดจริง ผมยืนยันได้ครับ ผมเป็นคนพูดจริง เขาเป็นคนมาขอจะให้เข้าไปข้างใน อันนี้ถ้าผมไม่ได้ พูดอย่างนี้หาว่าผมพูดโกหกสิครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็คงไม่ต้องประท้วงแล้วครับ ผมขอให้ทั้ง ๒ ฝ่ายนั่งลงครับ แล้วจะให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี สุเทพ เทือกสุบรรณ อภิปรายชี้แจง เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพครับ มี ๒-๓ ประเด็นที่ผมคิดว่าสมควรที่จะต้ องกราบเรียนกับท่านประธาน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เพื่อที่จะได้ทราบข้อมูลอีกด้านหนึ่ง ตามที่ท่าน ส.ส. ไพจิต ศรีวรขาน ได้พูดจาอภิปรายในหลายประเด็นนั้น ผมคิดว่าอาจจะทําให้ท่านสมาชิก หรือพี่น้องประชาชนที่รับฟังการถ่ายทอดอยู่เข้าใจผิดในข้อเท็จจริงได้ แต่ก่อนที่จะไปถึง ตรงนั้นครับท่านประธาน เมื่อสักครู่ท่านประธานอนุญาตให้คุณเชาวรินลุกขึ้นมาชี้แจง บอกว่าที่ผมพูดไปนั้นไม่ใช่การจับพระในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม กระผมยืนยันครับว่าที่ท่านสมาชิกจากจังหวัดลพบุรีได้ขึ้นมาพูดต่อว่าทหารว่าไปจับพระ แล้วก็กล่าวหาว่าพวกผมคิดจะทะเลาะกับพระทั้งประเทศหรืออย่างไร ผมก็ต้อง ลุกขึ้นชี้แจงว่าการที่จับกุมวันนั้นจับเมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคมที่อาคารบางกอกเคเบิล ที่ต้องจับเพราะว่าบนตึกนั้นมีผู้ก่อการร้ายใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ ยิงผู้สื่อข่าว เจ้าหน้าที่ จะเข้าไปจับกุมคนที่อยู่บนตึกก็มีคนล้อมตึกเอาไว้ก็ต้องจับกุมคนเหล่านั้น แล้วก็เจอคน ที่ห่มผ้าเหลืองเข้าไปด้วย ๔ คนก็ยังพูดกันถึงชื่อสุมิตร ศรีอริยะประเสริฐ สมบูรณ์ ซึ่งตอนนี้ ก็เป็นผู้ต้องหาอยู่ ทีนี้สมาชิกก็ลุกขึ้นมาต่อว่าผมว่าท่านเหล่านั้นเป็นพระไปจับไม่เหมาะสม แล้วก็ไม่ได้ทําการสึกให้ถูกต้อง ผมก็ได้อธิบายว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจพนักงานสอบสวนนี่ เขาก็ได้นําพระคุณเจ้าเหล่านั้นไปทําการสึกเรียบร้อยตามหลักศาสนาทุกอย่างทุกประการ แต่ว่าขอความเห็นใจที่เจ้าหน้าที่ที่เขาต้องจับเพราะเป็นความผิดซึ่งหน้า ซึ่งมหาเถรสมาคม ก็ได้มีหนังสือแจ้งเอาไว้แล้วว่ากรณีที่พระไปทําความผิดซึ่งหน้าเจ้าหน้าที่สามารถ ดําเนินคดีได้ แล้วผมก็ได้ยกตัวอย่างว่าถ้าพระคุณเจ้าเขาอยู่ที่วัดจําศีลภาวนาอยู่ ก็ไม่มีใครไปจับกุมได้ แต่นี่ท่านมาอยู่ในที่ที่เป็นที่อโคจร เขาชุมนุมกัน เขามีเรื่องกัน ท่านก็มาอยู่ด้วย แล้วท่านอยู่ก็ไม่ได้อยู่เปล่า ผมก็เอาภาพไปให้ดูว่าท่านตีทหารอย่างนี้ ท่านประธาน ตอนนั้นท่านประธานไม่ได้เห็นผมเอาภาพนี้แสดงให้ดูนะครับ แล้วก็อย่างนี้ บอกว่าไปเปลื้องจีวรพระ ผมบอกว่าตอนจับไม่มีจีวรแล้วเหลือแต่สบงแล้วก็คาดเข็มขัดทหาร มีกระติกนํ้าอะไรเรียบร้อย แล้วผมก็บอกว่าต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่บ้างเถอะ บางคนก็เป็น อย่างนี้

(นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรองนายกรัฐมนตรีมีผู้ประท้วงครับ หมอประสิทธิ์ประท้วงอะไรครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผมประท้วงท่านรองนายกรัฐมนตรี ข้อ ๖๑ พูดซํ้าแล้วซํ้าอีก ท่านประธาน ยังไม่จบ ผมฟังท่านพูดเรื่องนี้ ๓ ครั้งแล้ว แต่เรื่องพระที่ท่านบอกว่าจับได้

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปแล้วหมอประสิทธิ์ประท้วงที่ว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีตอบซํ้าใช่ไหมครับ เชิญนั่งลง เดี๋ยวผมวินิจฉัยนะครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

อีกนิดเดียวท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ประท้วงท่าน แต่ที่เขาอยากฝากให้ ท่านพูดคือเรื่องที่ท่านบอกว่ามีพระซ้อนท้าย เพราะเขาไปสืบแล้วกลายเป็นพลทหาร

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปแล้วท่านประท้วงว่าอะไรครับ ท่านถามแล้วนะครับ ผมวินิจฉัยอย่างนี้ เชิญนั่งลงครับ ผมวินิจฉัยอย่างนี้ครับ เป็นสิทธิของผู้ตอบจะตอบอะไรก็ได้ก็ขึ้นอยู่กับประชาชนจะรับฟัง แล้วเชื่อถือได้ขนาดไหน เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีต่อครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี 🔗

ท่านประธานครับ ผมไม่ประสงค์ที่จะพูดเรื่องนี้ซํ้าแล้วซํ้าอีก แต่ว่าเมื่อท่านสมาชิกยกขึ้นมาผมก็ต้องมาชี้แจง ผมก็เอาภาพนี้มาชี้แจงว่าตอนแรกก็เป็นพระอย่างนี้นั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์มาครับ ต่อมา ก็กลายเป็นอย่างนี้ครับ คือไปจับกุมแล้วมีอาวุธแล้วก็มาร่วมกับเขาด้วย แล้วผมก็ได้ บอกชื่อตรงกับที่คุณเชาวรินพูดชื่อสุขปัญญา คดขวาน้อย เรื่องก็มีแค่นี้ครับ ผมขออนุญาต

กราบเรียนท่านประธานต่อไปครับ ในประเด็นที่ท่าน ส.ส. ไพจิต ศรีวรขาน ได้หยิบขึ้นมาอภิปรายบอกว่าจับกุมตามความผิดฐานที่ทําความผิดต่อพระราชกําหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน แล้วเอาไปขังคุก ผมต้องกราบเรียนกับ ท่านประธานอย่างนี้ว่าต้องแยกแยะ ในกรณีที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นการใช้ อํานาจตามพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินก็จะมีข้อห้าม หลายอย่าง เป็นต้นว่า ห้ามไม่ให้มีการชุมนุมมั่วสุมตั้งแต่ ๕ คนขึ้นไป ห้ามใช้ถนน สายนั้นสายนี้อะไรต่าง ๆ ถ้ามีคนทําความผิดอย่างนี้ เราก็ไปขอหมายศาล ได้หมายศาลแล้ว เราก็ไปจับกุม การจับกุมต้องเอาไปควบคุมตัวไว้ในที่ที่กําหนด เอาไปไว้ที่คุกไม่ได้ ไปไว้ที่ทัณฑสถานไม่ได้ เหมือนกับตอนนี้ครับที่ควบคุมตัวคุณวีระ มุสิกพงศ์ คุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อย่างนี้ก็ต้อง เอาไปควบคุมไว้ที่โรงเรียน ตชด. ที่ชะอําครับ ไม่ได้เอาไปขังไว้ในเรือนจําหรือในทัณฑสถาน แต่ว่ากรณีที่ท่านไพจิตยกขึ้นมาว่าคนที่ไปเผาศาลากลางจับได้ อันนั้นเป็นความผิดคดีอาญา วางเพลิง เผาศาลากลางอันนั้นชัดเจนอยู่แล้วก็ต้องดําเนินคดีอาญา เอาไปฝากขัง อยู่ที่เรือนจํา ควบคุมตัวอยู่ที่นั่น ไม่เหมือนกับผู้ที่เราควบคุมตัวในความผิดฐาน พ.ร.ก. ครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนต่อที่ท่านไพจิตได้หยิบมาอภิปรายเรื่องทหารที่เสียชีวิต เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน คือ ร้อยตรี ณรงค์ฤทธิ์ สาระ ท่านก็บอกว่าเป็นเรื่องที่ทหารยิงกันเอง ที่จริงทั้งผม ทั้งคุณไพจิต ก็ไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ ไม่น่าที่จะต้องพูดจากันให้เป็นเรื่องยืดยาว เพราะว่าคดีนี้ก็มีคนที่เป็นมืออาชีพที่เขาจะสืบสวนสอบสวนแล้วก็ว่ากันไปตามรูปคดี ที่อยู่ในมือผมเป็นรายงานของแพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ที่ท่านไพจิต ศรีวรขาน ได้อ้างถึงเมื่อสักครู่ แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ได้ให้ความเห็น เอาไว้ว่าผลการพิสูจน์ศพของ ร้อยตรี ณรงค์ฤทธิ์ สาระ ซึ่งวันนั้นเป็นพลทหาร ผู้เสียชีวิต เมื่อเขาไปตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วเห็นว่าวิถีกระสุนเข้ามาจากมุมสูงจากบนลงมาล่าง จากด้านซ้ายไปทางด้านขวา เป็นกระสุนปืนเล็กยาว ความเร็วสูง ผลการตรวจสอบ หัวกระสุนพบว่าเป็นกระสุนที่ใช้ในเชิงพาณิชย์ แล้วก็ได้ตรวจสอบร่องรอยเพิ่มเติมว่า รถจักรยานยนต์ที่ ร้อยตรี ณรงค์ฤทธิ์ สาระ ใช้ขับขี่มาก่อนที่จะถูกยิงนั้นมีรูกระสุน ที่เบาะเข้าจากด้านหน้าไปด้านหลังครับ จากซ้ายไปขวา เฉียงทางซ้ายไปขวา แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์สันนิษฐานว่ากระสุนน่าจะยิงมาจากอาคารซึ่งเป็นอาคาร ที่กําลังก่อสร้างอยู่ด้านหลังซึ่งอยู่ติดกับปั๊มนํ้ามัน ปตท. ไม่ใช่ยิงมาจากทหารฝ่ายเดียวกัน นี่ผมก็เรียนให้ทราบเป็นข้อมูล จะถูกจะผิดก็เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่เขาเป็นมืออาชีพ ท่านประธานครับ ท่าน ส.ส. ไพจิตได้ยกภาพคนคลุมหน้าถือปืนซุ่มยิงแล้วก็บอกว่า เป็นทหาร ผมได้รับการยืนยันจากทางกองทัพบกครับว่าภาพที่คุณไพจิตเอามาแสดงนั้น เป็นภาพอาวุธเอ็ม ๑๖ ติดกล้องเล็งและติดท่อลดเสียงซึ่งท่อลดเสียงนี้ไม่มีใช้ในกองทัพ ไม่มีใช้ในสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เขาให้ความเห็นนะครับว่าภาพที่คุณไพจิตเอามาแสดง ไม่ใช่ภาพการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทหาร ตํารวจ ในศูนย์อํานวยการแก้ไขสถานการณ์ ฉุกเฉิน ก็อยากจะขอความกรุณาคุณไพจิตได้ช่วยแจ้งด้วยว่าท่านได้ภาพนี้มาจากไหน ถ่ายเมื่อไร อยู่ส่วนไหนของกรุงเทพมหานคร ในวันที่เกิดเหตุ

กรณีต่อไปครับ คุณไพจิตได้พูดถึงเรื่องทหารที่ไปใช้ปืนจ่อหัวตํารวจ ผมกราบเรียนว่าภาพนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่สีลม ท่านประธานคงจําได้นะครับ เมื่อกลุ่มแกนนําได้ประกาศว่าหลังจากที่เขายึดราชประสงค์แล้ว เขาจะไปยึดพื้นที่สีลม ทําให้พี่น้องประชาชนที่ทํามาหากินอยู่บนถนนสีลมก็ตกอกตกใจกันมาก กลัวครับ ร้องขอมาที่ศูนย์อํานวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน เราจึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ทั้งตํารวจ ทั้งทหาร ไปดูแลป้ องกันพื้นที่บริเวณสีลมไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมได้ไปยึดเหมือนกับที่เคย ยึดราชประสงค์มาแล้ว กรณีนี้เกิดจากเหตุการณ์กระทบกระทั่งกันระหว่างประชาชนที่เป็นคนชาวสีลมที่ออกมา ปกป้ องชุมชนของตนเองกับกลุ่มผู้ชุมนุมของ นปช. จากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่ตํารวจ และเจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาช่วยคลี่คลายสถานการณ์ ถ้าดูในภาพให้ดีก็จะเห็นว่า ต่างฝ่ายต่างก็พยายามทําหน้าที่ของตนแล้วก็ในเวลาที่มีความเครียดเกิดขึ้นอย่างนั้น ก็อาจจะมีความเข้าใจผิดกันอยู่บ้าง แต่ว่าผู้บังคับบัญชาของทั้ง ๒ ฝ่ายก็ได้มาพูดจา อธิบายทําความเข้าใจเป็นที่เรียบร้อย ไม่ได้เป็ นเหตุใหญ่เหตุโตอย่างที่คุณไพจิต ศรีวรขาน ได้นํามาอภิปรายแต่อย่างใด

ท่านประธานครับ มีหลายเรื่องหลายประเด็นที่คุณไพจิตได้เอามาอภิปราย ซึ่งถ้าฟังดูนี่ผมต้องถือว่าเป็นการอภิปรายที่มีนํ้าหนักครับ แต่ว่าเป็นมุมมองของคุณไพจิต มุมเดียว ถ้าคุณไพจิตจะกรุณาได้มองในมุมอื่นบ้างก็จะมีความเข้าใจที่กว้างขวางมากขึ้น คุณไพจิตได้กล่าวหาว่าท่านนายกรัฐมนตรีและตัวกระผมสร้างสถานการณ์ เพื่อให้ สถานการณ์ลุกลามใหญ่โตขึ้น แล้วจะได้อ้างสถานการณ์นั้นมาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อที่จะเอาเจ้าหน้าที่มาปราบปรามประชาชน ผมคิดว่าคุณไพจิตเข้าใจผมผิด เข้าใจ ท่านนายกรัฐมนตรีผิด ผมอยากจะกราบเรียนครับท่านประธาน เราเป็นรัฐบาล เรามีหน้าที่ ดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ความปรารถนาสูงสุดของฝ่ายรัฐบาลก็คือว่า ให้เหตุการณ์สงบเรียบร้อยโดยเร็วที่สุด ท่านนายกรัฐมนตรีลงทุนไปนั่งเจรจาด้วยตัวเอง เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ผู้นํารัฐบาลลงไปเจรจากับฝ่ายที่มาเรียกร้อง ขู่เข็ญ บังคับ แต่ว่าเมื่อไม่ได้รับการสนองตอบเราก็พยายามที่จะแก้ปัญหาด้วยความอดทน ด้วยความอดกลั้นตามลําดับ ไม่เคยคิดเลยครับที่จะทําให้สถานการณ์ขยายตัวใหญ่โตขึ้น คิดอย่างเดียวว่าถ้าเรื่องนี้สงบเรียบร้อยโดยเร็วที่สุดเท่าไรก็จะเป็นผลดีกับประเทศไทย เป็นผลดีกับพี่น้องประชาชนคนไทยมากขึ้นเท่านั้น เราก็พยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้มี การกระทบกระทั่ง ไม่ให้มีการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ชุมนุม ท่านประธานครับ ผู้ชุมนุมได้มาตั้งเวทีที่สะพานผ่านฟ้ำลีลาศแล้วก็ยึดถนนราชดําเนินมาตลอดสาย พวกผม ต้องย้ายที่ประชุมจากทําเนียบรัฐบาล ย้ายที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ไปประชุมที่อื่น เพราะไม่ต้องการให้อยู่ใกล้กับผู้ชุมนุม แล้วก็อาจจะเกิดเหตุผู้ชุมนุมบุกเข้ามาปิดล้อม ทําเนียบอาจจะมีปัญหาขึ้นได้ อุตส่าห์ย้ายไปประชุมที่โน่นครับ กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี ๒ ครั้ง ๒ หน ประชุมเสร็จวันหนึ่งออกจากกระทรวงสาธารณสุขได้ไม่กี่นาที ก็เอาปืนเอ็ม ๗๙ ยิงถล่มกระทรวงสาธารณสุข ๒ นัด มีรถของเจ้าหน้าที่ที่นั่นได้รับ ความเสียหาย ท่านประธานครับ นั่นไม่ใช่เหตุการณ์ครั้งเดียว ในขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุม ได้มาชุมนุมกันอยู่ที่เวทีสะพานผ่านฟ้ำลีลาศบริเวณถนนราชดําเนินอย่างที่ผมว่านี่ ก็มีคนก่อวินาศกรรม เอาปืนเอ็ม ๗๙ ไปยิงที่นั่นที่นี่ ไปยิงใส่ที่ทําการของราชการ ไปยิงใส่ ที่ทําการของธนาคาร เอาปืนเอ็ม ๑๖ เอาปืนพกไปยิงบ้านพักคนโน้นคนนี้ เกิดเหตุ อยู่บ่อยเลยครับหลายครั้งหลายหน แต่เราก็พยายามอดทนครับ แล้วพยายามหลีกเลี่ยง มาตลอด วันนั้นเราได้ข่าวอยู่แล้วครับว่ากลุ่มผู้ชุมนุมได้ประกาศตามล่าท่านนายกรัฐมนตรี ตามล่าผม ที่จริงพูดเลยไปถึงจะล่าครอบครัวด้วยซํ้าไป เราก็ระมัดระวังครับ ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านก็ต้องมาประชุมสภาผู้แทนราษฎร ผมมีหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ผมก็กังวลใจครับกลัวว่าถ้ากลุ่มคนเสื้อแดง มาล้อมสภาเพื่อตามล่านายกรัฐมนตรีมันก็จะเดือดร้อนกันไปหมด สภาก็จะประชุมไม่ได้ ผมจึงได้ให้เจ้าหน้าที่ได้ประกาศตามกฎหมายวันนั้นคือพระราชบัญญัติการรักษา ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ห้ามใช้ถนนสายราชวิถี ห้ามใช้ถนนอู่ทองในตรงนี้ แล้วก็ไปตั้งด่านไว้ไกลไม่ได้มาล้อมสภาตรงนี้ เพื่อที่จะเป็นการระงับยับยั้งไม่ให้ กลุ่มคนเสื้อแดงเข้ามายึดสภาได้ คุณไพจิตก็เอามาเป็นประเด็นโจมตีผมก็เข้าใจ ผมเข้าใจ ความรู้สึกของคุณไพจิตว่าถ้าตั้งใจจะมาประชุมสภาแล้วเห็นเขาตั้งรั้วลวดหนาม เห็นมีทหารยืนรักษาการณ์อยู่อาจจะไม่พอใจ โดยเฉพาะคุณไพจิตก็อาจจะไม่พอใจพวกผม เป็นทุนอยู่แล้ว ผมเข้าใจ แต่ว่าเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน ด้วยความสุภาพเรียบร้อย ไม่ได้ห้ามเลยว่าไม่ให้เข้า ทุกคนเข้าได้ เจ้าหน้าที่สภาทุกคน เข้าได้ พวกผมเข้าได้ ผู้แทนฝ่ายค้านหลายคนก็เข้าได้ คุณไพจิตก็เข้าได้หลังจากที่ไป ต่อว่าต่อขานทหารกันมาพักหนึ่ง ผมยังมาอภิปรายอยู่ตรงนี้กับคุณไพจิตเลย แต่ที่ผม ทําไปนั้นไม่ได้คิดที่จะมาทําให้คุณไพจิตหรือเพื่อนสมาชิกไม่พอใจแต่ประการใดทั้งสิ้นครับ ด้วยความปรารถนาดีด้วยหวังที่จะปกป้ องสภาเท่านั้น เมื่อมีเสียงตําหนิกันมาก ๆ หลายท่านก็ตําหนิ ผมก็ยอมรับในคําตําหนิครับ ในสัปดาห์ต่อมาผมจึงไม่ได้ให้ทหาร มาตั้งด่านสกัดอย่างที่เคยทํามาในสัปดาห์นั้น แล้วผลมันก็เกิด มันก็เกิดเหตุการณ์วันที่ ๗ เมษายนขึ้น เป็นไปอย่างที่การข่าวของเราได้คาดเอาไว้ก่อน ผมตายใจนึกว่าสมาชิก พรรคเพื่อไทยทั้งหลายอย่างไรกรณีคุณไพจิตและใคร ๆ เขาก็เห็นว่าไม่มีเรื่องแล้ว เสื้อแดง ไม่มาที่นี่แล้ว เราก็มาประชุมสภากันตามปกติครับ แล้วก็ได้ถือโอกาสย้ายที่ประชุม คณะรัฐมนตรีมาประชุมที่สภาด้วย คุณไพจิตก็กล่าวหาว่าเราย้ายที่มาประชุมตรงนี้ เพื่อที่จะยั่วยุกลุ่มคนเสื้อแดงให้มาบุกสภา ผมคิดไม่ถึงว่าคุณไพจิตจะคิดอย่างนั้นได้ แต่ก็เข้าใจเพราะว่าด้วยสมอง ด้วยหัวใจคุณไพจิตเชื่อไปในแนวนั้นเสียแล้ว แต่ผมเรียน กับท่านประธานว่าไม่ได้ตั้งใจมายั่วยุอะไร เน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นสําคัญ ก็คิดว่า ถ้าท่านทั้งหลายมาประชุมกันได้ พวกผมมาประชุมกันบ้างก็คงไม่เป็นปัญหา แล้วก็ เกิดเรื่องครับ ในที่สุดกลุ่มคนเสื้อแดงก็มาบุกสภาพังรั้วเข้ามา ปีนรั้วเข้ามา ผมไม่เห็น เหตุการณ์ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมไม่เห็นเหตุการณ์ ท่านประธานยังดี ได้เดินออกไปดู ไปห้ามอะไรเขา แต่ว่าผมไม่ได้เห็น ผมอยู่ในห้องอาหารรับประทานอาหาร แต่ว่าตอนหลังก็ได้เรียกเจ้าหน้าที่ตํารวจมาซักไซ้ไล่เลียงว่าเกิดอะไรขึ้นก็เป็นหน้าที่ของผม เจ้าหน้าที่ตํารวจก็เล่าให้ผมฟังว่าเขาก็มาอารักขาสภา พยายามที่จะป้ องกัน เจรจาขอให้ กลุ่มเสื้อแดงอย่าบุกเข้ามาในอาคารรัฐสภา ทําท่าว่าจะถอยไปทีหนึ่งแล้ว อยู่ ๆ ก็บุก เข้ามาใหม่ ปีนรั้วเข้ามาใหม่ โดยอ้างว่ามีคนขว้างระเบิดใส่รถปราศรัยของกลุ่มคนเสื้อแดง แล้วก็เอาแก๊สนํ้าตา ๒ กระป๋ องมาโชว์มาแสดงว่านี่คือระเบิดที่ขว้างใส่รถปราศรัยของ กลุ่มเสื้อแดง ท่านประธานครับ ผมไม่ค่อยมีความรู้เรื่องใช้ระเบิด ใช้แก๊สนํ้าตา อะไรนี่หรอก ท่านประธานเคยเป็นทหารมาก่อนคงเข้าใจ แก๊สนํ้าตาเวลาที่เขาจะขว้างเขาคงต้อง มีดึงกระเดื่องสลักอะไรออกก่อน ผมคิดว่าเขาคงไม่ขว้างทั้งกระป๋ องไปอย่างนั้น แต่ว่า นั่นก็น่าแปลกยังอยู่เป็นระเบียบเรียบร้อยสมบูรณ์ทุกอย่างทั้ง ๒ กระป๋ องแล้วถือมาโชว์ ผมไปถามเจ้าหน้าที่ตํารวจทีหลังว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาบอกว่าตอนที่กําลังดันกันไป ดันกันมานี่ครับ ตํารวจที่พกแก๊สนํ้าตาไว้ถูกแย่งไป ๒ กระป๋ อง แล้วเขาก็เอามาเป็น สาเหตุว่าไม่รู้ใครขว้างใส่เขา หาคนลงโทษไม่ได้ เขาก็เล็งเอาผมครับ ประกาศว่าผมต้อง รับผิดชอบ แล้วก็มาตามล่าตัวผม บุกเข้าไปถึงห้องอาหารครับ คนที่บุกเข้าไปหัวโจกนั่น พกปืนไปด้วย ท่านประธานเราจะเห็นรูปในโอกาสต่อไป ผมกราบเรียนท่านประธาน อย่างนี้

ท่านประธานครับ ในชีวิตเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมา ๓๑ ปีเศษ ไม่เคยเจอเหตุการณ์อย่างนี้ แล้วผมก็เห็นพฤติกรรมของเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลายคนที่คอยโทรศัพท์บอกว่าผมอยู่ตรงไหน อย่างไร ก็ไม่เป็นไร ผมก็เข้าใจว่าพวกท่าน ก็อาจจะคิดว่าผมเป็นฝ่ายตรงกันข้าม ทําอะไรผมได้ก็สะใจ ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรครับ เป็นครั้งแรกที่หนีคน ท่านประธานครับ วันนั้นผมต้องปีนประตูรั้วออกแล้วก็ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ หนีไป เพราะไม่ต้องการให้เป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตมากกว่านั้น ท่านประธานจะเห็นว่า สิ่งที่เราทํานี่ครับ ท่านประธานก็เป็นลูกผู้ชายเหมือนผมที่ต้องหนีคนเขาหัวซุกหัวซุนก็คงมี ความรู้สึกเหมือนกัน แต่ผมคิดว่าศักดิ์ศรีของเราไม่สําคัญเท่ากับเรื่องความสงบเรียบร้อย ของบ้านเมือง นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธาน แล้วก็เรียนถึงเพื่อนสมาชิก บางคนที่เข้าใจผมผิด ผมก็ดีใจครับว่าเมื่อผมออกไปแล้วกลุ่มคนเสื้อแดงเขาก็ถอนกลับไป เหตุการณ์ก็เรียบร้อย ที่ผมนํามากราบเรียนกับท่านประธานยืดยาวเพื่อต้องการที่จะให้ ท่านประธานได้เข้าใจว่าผมได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทน ด้วยความอดกลั้นอย่างที่สุด หลีกเลี่ยงได้หลีกเลี่ยงทุกเรื่องทุกประการหวังจะให้เหตุการณ์สงบ

ผมเรียนกับท่านประธานครับ ที่คุณไพจิตบอกว่าผมและท่านนายกรัฐมนตรี หรือท่านนายกรัฐมนตรีสั่งผมแล้วผมไปสั่งทหารอีกทีหนึ่งให้มาปราบปราม ให้มาเข่นฆ่า ประชาชนนั้น ถ้าท่านคิดอย่างนั้นจริง ๆ เชื่ออย่างนั้นจริง ๆ ผมขอเถอะครับเป็นบาปในใจ ท่านเปล่า ๆ เพราะถ้าท่านเป็นผมท่านก็ไม่คิดอย่างนั้น เราไม่เคยคิดเลยว่าผู้ที่มาชุมนุมนั้น เป็นศัตรู ไม่ใช่คนที่เราจะต้องปราบปราม ผมเรียนกับท่านอย่างตรงไปตรงมาอย่างนี้ละครับ แล้วผมเรียนกับท่านตั้งแต่ต้นครับว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายเป็นนโยบายให้ผม มาตั้งแต่ต้น ไม่ให้ใช้ความรุนแรงกับพี่น้องประชาชนที่มาชุมนุม ผมได้เตรียมการครับ สั่งให้เขาซื้อโล่ ซื้อกระบอง ซื้ออุปกรณ์เอาไว้ให้เพียงพอสําหรับเจ้าหน้าที่ทั้งตํารวจ ทั้งทหาร ในกรณีที่จะต้องมาดันมาต้านกับพี่น้องประชาชน เพราะได้บทเรียนคราวที่แล้ว ที่พัทยาครับ ตํารวจมือเปล่าไม่มีโล่ ไม่มีกระบองสู้ไม่ได้ กลุ่มคนเสื้อแดงบุกเข้าไปถึง โรงแรมที่ใช้ประชุมสุดยอดผู้นําอาเซียนต้องล้มเลิกการประชุมไปกลางคัน เสียชื่อเสียเสียงประเทศชาติยับเยินไปทีหนึ่งแล้วเมื่อปีก่อน เพราะฉะนั้นปีนี้ผมไม่ประมาท ของบประมาณไปซื้อโล่ ซื้อกระบอง ซื้อแก๊สนํ้าตาใหม่ ที่ต้องซื้อใหม่อย่างนี้ ท่านประธานครับ ได้บทเรียนจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ เจ้าหน้าที่ตํารวจใช้แก๊สนํ้าตา ประเภทที่ยิงออกไปจากปืนที่มีระเบิดนะครับ ลักษณะที่ยิงออกไปแล้วระเบิดและเป็นแก๊ส ปรากฏว่าถูกข้อครหาว่าทําให้ประชาชนผู้ชุมนุมบาดเจ็บและเสียชีวิต เป็นเรื่องเป็นราว จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตํารวจต้องถูกให้ออกจากราชการ ผมก็ได้บอกเขาเป็นนโยบายว่า ไปหาซื้อแก๊สนํ้าตาที่มันมีคุณภาพดี ๆ ที่ขว้างไปแล้วไม่ระเบิด ไม่เป็นอันตรายกับประชาชน เตรียมการเอาไว้ครับ แล้วซื้อปืนลูกซองเตรียมไว้ให้ตํารวจ ให้ทหาร ซื้อกระสุนยางไว้ให้ใช้ เตรียมการไว้อย่างนี้เพื่อจะบอกกับท่านประธานว่าไม่ใช่ว่าสั่งว่า

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ มีผู้ประท้วงครับ คุณพิเชษฐ์ประท้วงอะไรครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ท่านใช้เวลาชี้แจงมากมายเหลือเกิน ทั้ง ๆ ที่สาระมีนิดเดียว อย่างไรก็ขอโอกาสให้พวกผมได้อภิปราย เดี๋ยวท่านค่อยตอบอีกนะครับ เดี๋ยวจตุพร พรหมพันธุ์ ขึ้นพูด ท่านนายกรัฐมนตรีกับท่านรองนายกรัฐมนตรีคอยตอบก็แล้วกัน ผมไม่อยากให้ท่านมาทําลายเวลา

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปแล้วไม่ได้ประท้วงนะครับ เป็นข้อขอร้องท่านรองนายกรัฐมนตรีนะครับ ก็เป็นสิทธิ ที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีจะพิจารณานะครับ เพราะว่าเมื่อมีการซักถามท่านก็มีสิทธิที่จะ ตอบนะครับ เชิญคุณพิเชษฐ์นั่งลงเถอะครับ แต่อย่างไรก็ตามวันนี้เรามีเวลาจํากัดครับ ถ้าอย่างไรก็ขอรวบรัดด้วยนะครับ เชิญนั่งลงเถอะครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี

ถ้าท่านประธานติดตาม การชี้แจงของผมจะเห็นว่าผมชี้แจงด้วยเวลาสั้น ๆ มาโดยตลอด แต่ว่าการอภิปรายของ ท่านไพจิต ศรีวรขาน มีผลต่อคนที่รับฟังมาก แล้วผมก็คิดว่าเป็นความจําเป็นที่ผม ในฐานะที่เป็นผู้ถูกกล่าวหาควรจะได้ชี้แจงให้ถ่องแท้ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาต ท่านประธานขอใช้สิทธิชี้แจงต่อครับ

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานครับ ขออนุญาต ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณพิเชษฐ์จะประท้วงหรือใช้ขอร้องเหมือนเดิมใช่ไหมครับ ผมได้วินิจฉัยไปแล้วครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ผมประท้วงท่านประธาน ตามข้อ ๘ ขอให้ท่านประธานช่วยสังเกตแล้วก็ควบคุมเวลาด้วย เพราะว่าเดี๋ยวจตุพร พรหมพันธุ์ จะขึ้นพูด ถ้าท่านรองนายกรัฐมนตรีพร้อมที่จะตอบท่านจตุพร เดี๋ยวก็รอตอบ ทีเดียวอีกรอบหนึ่งครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยคงเดิมนะครับ เป็นสิทธิที่ผู้ตอบจะตอบเมื่อไรก็ได้นะครับ แต่เมื่อกี้ท่านพิเชษฐ์ ขอร้องท่านรองนายกรัฐมนตรี ก็เป็ นเรื่องที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีจะพิจารณา หรือไม่พิจารณานะครับ ท่านก็มีสิทธิที่จะตอบครับ

(นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณรังสิมาประท้วงเรื่องอะไรครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ท่านประธานต้องยึดข้อบังคับ ข้อ ๘ ท่านประธานปล่อยให้เขา ประท้วงนี่ไม่มีเหตุผลเลย เวลามันเป็นตัวกําหนดอยู่แล้วว่าพรรคฝ่ายค้านได้เท่าไร ฝ่ายรัฐบาลได้เท่าไร คณะรัฐมนตรีที่จะตอบเวลาเท่าไร เขาจะตอบเท่าไรก็เรื่องของเขา คุณไม่เกี่ยวเลย เวลาคุณอภิปรายด่าเขาด่าได้แต่เวลาเขาจะชี้แจงบ้างคุณไม่ให้เขาชี้แจง อย่างนี้มันไม่ถูกนะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมได้ควบคุมไปแล้วนะครับ แล้วก็บอกว่าเป็นสิทธิของท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพที่จะ ตอบได้ เพราะฉะนั้นคุณรังสิมาก็ไม่ต้องประท้วงแล้วครับ เชิญนั่งลงนะครับ เพราะว่า ผมวินิจฉัยไปแล้วนะครับ เขาประท้วงก็เป็นสิทธิที่จะประท้วงได้ แต่อยู่ที่ประธานจะวินิจฉัย อย่างไรนะครับ อย่างคุณรังสิมาประท้วง ผมก็ให้ประท้วงนะครับ แล้วก็ขอเชิญนั่งด้วยครับ ก็เป็นสิทธิประท้วงครับ ถ้าพาดพิงผมไม่ให้ครับ แต่เป็นสิทธิประท้วงนี่ประท้วงได้ แล้วแต่ว่าประธานจะวินิจฉัยอย่างไรตามข้อบังคับ เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี 🔗

ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนกับท่านประธานต่อครับว่าในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตํารวจ ทหาร ที่เข้ามารักษาความสงบนี้ เขาก็ได้ปฏิบัติตามคําสั่งของศูนย์อํานวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน อย่างเคร่งครัด เราได้บอกกับเจ้าหน้าที่ประชุมซักซ้อมกันชัดเจนครับว่าเราจะหลีกเลี่ยง ไม่ใช้ความรุนแรงกับพี่น้องประชาชน ผมเรียนกับท่านประธานครับ แม้ว่าผมจะ เป็นผู้อํานวยการศูนย์อํานวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ว่าในการทํางานนี่เราทํางาน ในรูปคณะกรรมการ มีผู้หลักผู้ใหญ่จากกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ จากกองทัพต่าง ๆ นั่งประชุมปรึกษาหารือกัน ระดมความคิดระดมสมองเพื่อที่จะหาวิธีการปฏิบัติที่ดีที่สุด ที่นุ่มนวลที่สุดป้ องกันไม่ให้เกิดการสูญเสีย ท่านผู้บัญชาการทหารบกเองได้อบรมทหาร ทุกครั้งที่ประชุมบอกว่าทหารเป็นทหารของประชาชน ต้องเป็นสุภาพบุรุษ ต้องรักษา เกียรติยศ เป็นลูกหลานประชาชน ต้องคิดว่าประชาชนที่มาชุมนุมนี้เขามีสิทธิมาชุมนุมได้ ตามที่กฎหมายรัฐธรรมนูญได้ให้ความคุ้มครองเอาไว้ เมื่อเขามาชุมนุมด้วยความสงบ ปราศจากอาวุธ เรายํ้าอย่างนี้กันตลอดเวลา ทหารทุกคนขึ้นใจครับ ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าเมื่อเหตุการณ์มันบานปลายขึ้น เมื่อการชุมนุม ได้กลายเป็นการชุมนุมที่ไม่สงบ เป็นการชุมนุมที่ไม่ได้ปราศจากอาวุธอย่างที่สมควรจะได้รับ การคุ้มครองตามกฎหมายรัฐธรรมนูญแล้ว เราก็ยังพยายามที่จะปฏิบัติด้วยความนุ่มนวล อยู่อย่างเช่นเดิม ผมกราบเรียนกับท่านประธานครับ ตัวอย่างที่ผมจะยกให้เห็นชัดเจนคือ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ลาดหลุมแก้ว ที่สถานีไทยคม ท่านสาทิตย์ได้เรียนกับท่านประธาน และท่านสมาชิกไปแล้วถึงเหตุผลความจําเป็นที่เราต้องระงับยับยั้งไม่ให้สถานีโทรทัศน์ พีทีวี (PTV) เผยแพร่คําปลุกปั่นยุยงให้ประชาชนกระด้างกระเดื่องลุกขึ้นก่อเหตุร้าย ในบ้านเมือง เราเห็นว่านั่นเป็นอันตรายอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นก็ได้ดําเนินการไปตามกฎหมาย เพื่อให้สถานีไทยคมเขาหยุดการถ่ายทอดสัญญาณพีทีวี แต่ว่าคนเสื้อแดงก็ประกาศว่า จะบุกสถานีไทยคม เราก็ส่งเจ้าหน้าที่ทหารและตํารวจไปเฝ้ำสถานีไทยคม ไปตั้งแต่วันที่ ๗ ตอนเย็นครับท่านประธาน แล้วก็ปรากฏว่ามีท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย ได้นํากลุ่มคนเสื้อแดงเข้าไปบุกสถานีไทยคมจริง ๆ ตั้งแต่คืนวันที่ ๗ คืนวันที่ ๗ ทั้งคืน พยายามผลักดันอยู่กับเจ้าหน้าที่ของเรา วันที่ ๘ อีกวันหนึ่งจนถึงดึกถึงคํ่า แล้วเรื่องถึงไป เกิดขึ้นวันที่ ๙ ที่พี่น้องประชาชนทั้งหลายได้เห็นการถ่ายทอดทางโทรทัศน์จากสถานีหนึ่ง ในเหตุการณ์วันที่ ๙ นั้นจะเป็นพยานได้เป็นอย่างดีว่าแท้ที่จริงแล้วไม่ใช่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ ที่บุกเข้าไปทําร้ายประชาชน แต่ปรากฏว่าได้มีแกนนํานําเอาประชาชนบุกเข้าไปหาเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่พยายามปฏิบัติตามหลักสากลทุกอย่าง ใช้เครื่องขยายเสียงเจรจา พูดจา ด้วยความนุ่มนวล เจอก้อนหิน เจอก้อนอิฐ เจอเหล็กแหลม เจ้าหน้าที่พยายามที่จะใช้นํ้าฉีด ฉีดได้นิดเดียวกระชากคนขับลงมาควบคุมตัวเอาไว้ เจ้าหน้าที่ใช้แก๊สนํ้าตา โชคไม่ดีครับ ท่านประธาน ลมเกิดพัดมาทางฝ่ายเจ้าหน้าที่โดนเราเสียเอง กลุ่มผู้ชุมนุมบุกไปถึง ตัวเจ้าหน้าที่ ปืนกระสุนยางก็ยิงไม่ได้เพราะว่าถึงตัวเสียแล้ว เจ้าหน้าที่มีอาวุธจริง อยู่บางส่วนที่จะต้องถือไว้เพื่อคุ้มครองตนเองก็ไม่ได้ใช้ ยอมล่าถอย มีคนโทรศัพท์ มาตําหนิผมมากมายว่าปฏิบัติการอย่างนี้แย่ ใช้ไม่ได้ ไม่แข็งแรง ไม่เข้มแข็ง แต่เจ้าหน้าที่ ยอมล่าถอยออกจากสถานีไทยคมเพราะไม่ต้องการทําร้ายประชาชน ภาพนี้ผมคิดว่า คนทั้งประเทศไทยได้เห็นได้รู้ไปพร้อม ๆ กัน เป็นข้อพิสูจน์เป็นอย่างดีว่าเจ้าหน้าที่ทหาร ทุกคนมีระเบียบ มีวินัย และยึดมั่นในคําสั่งเคร่งครัด ไม่ได้ทําร้ายประชาชนเลย ทั้ง ๆ ที่เจ้าหน้าที่ของเราบาดเจ็บมากมายครับในวันนั้น

สําหรับกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ ๑๐ เมษายน ผมขออนุญาต กราบเรียนกับท่านประธานครับ ไม่ว่าคุณไพจิต ศรีวรขาน จะกล่าวหาว่าเราพูดจาเล่นลิ้น ใช้คําเลี่ยงไปเลี่ยงมา ผมเรียนจริง ๆ ว่าไม่ได้เลี่ยงครับ ตรง ๆ เลยคือต้องการขอพื้นที่คืน ทําไมต้องขอพื้นที่คืนครับ เพราะว่าผู้ชุมนุมตั้งเวทีปราศรัยที่สะพานผ่านฟ้ำลีลาศ แต่ว่า ยึดเนื้อที่การชุมนุมตั้งแต่สี่แยกคอกวัว อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มาจนถนนอู่ทองใน หน้าสภา ตลอดเลยครับ ประชาชนคนกรุงเทพฯ สัญจรไปมาไม่ได้ ระหว่างกรุงเทพฯ กับฝั่งธนบุรีเป็นอัมพาต พี่น้องประชาชนเดือดร้อนกันมาก ยิ่งท่านชุมนุมนานเท่าไร เขายิ่งเดือดร้อนมากขึ้นเท่านั้น ท่านประธานครับ ตอนแรก ๆ มีคนมาชุมนุมเป็นแสนคน คนกรุงเทพฯ ก็เข้าใจ คนชุมนุมมากก็ต้องใช้เนื้อที่มาก แต่ว่าตอนหลังเขาย้ายการชุมนุม บางส่วนไปยึดสี่แยกราชประสงค์ คนส่วนใหญ่ก็ไปที่สี่แยกราชประสงค์ ที่นี่ที่เคยมี เป็นแสนคนก็เหลือมาแค่หมื่นคน บางคืนมี ๒๐,๐๐๐ คน ๓๐,๐๐๐ คน กลางวันเหลือ ๘,๐๐๐ คน เหลือ ๑๐,๐๐๐ คน แต่ว่ายังคงยึดพื้นที่ถนนราชดําเนินตลอดทั้งสาย เหมือนเดิม เราจึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปเจรจาครับ คุณวิชัย สังข์ประไพ ที่ท่านคุ้นหน้าคุ้นตาดีอยู่นั่นละครับไปเจรจาขอพื้นที่คืน ขอว่าให้ท่าน มาชุมนุมกันตั้งแต่หน้าสะพานผ่านฟ้ำลีลาศมาจนถึงสี่แยก จปร. ได้ไหม แล้วด้านโน้นก็ขอ จากสี่แยกคอกวัว อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ทําไมขอตรงนั้นครับท่านประธาน ต้องการให้ สะพานพระราม ๘ และสะพานพระปิ่นเกล้าเปิดให้คนกรุงเทพฯ คนฝั่งธนบุรีเขาสัญจร ไปมาหาสู่กันได้ ลดปัญหาการจราจรที่ติดขัด เพราะว่าเมื่อท่านไปยึดสี่แยกราชประสงค์ ทางโน้นก็ติดขัดเต็มที่อยู่แล้วทางนี้ก็ติดขัดอีก กรุงเทพฯ ก็จะเป็นอัมพาต คนเดือดร้อน นี่คือเหตุผลว่าทําไมถึงใช้คําว่าขอพื้นที่คืน ขอพื้นที่การจราจรคืนให้กับพี่น้องประชาชน ทั่วไป ไปเจรจาแล้วไม่ได้ผล ท่านไม่ให้ วันนั้นพูดอะไรกับท่านท่านก็ไม่ยอมทั้งนั้นละครับ ท่านก็ใหญ่คับบ้านคับเมือง พวกผมก็จําเป็นครับท่านประธาน ก็ต้องใช้กําลังเข้าไป การใช้กําลังที่ว่านี้ก็ปฏิบัติตามหลักสากลทุกอย่างทุกประการ ท่านประธานจะเห็นในทีวี คนทั่วไปก็ได้เห็นครับ เราใช้เจ้าหน้าที่เรียงหน้าเป็นแถวเป็นปึกเลยครับแล้วก็ถือโล่ ถือกระบอง มีรถนํ้า มีรถเครื่องขยายเสียง ปฏิบัติตามขั้นตอนสากลทุกขั้นตอนครับ แล้วก็ ปฏิบัติการในเวลากลางวันครับ ท่านไพจิตที่กล่าวหาจะได้เข้าใจ ตั้งใจว่าจะเคลื่อนออกไป ตอนบ่ายโมงครึ่งแต่ว่าไม่ทันออกครับ บ่ายโมงกว่า ๆ ไม่ทันได้บ่ายโมงครึ่งท่านก็ เคลื่อนขบวนปิดล้อมกองทัพภาคที่ ๑ เสียแล้ว ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่เราออก ตรงนั้น ต้องสู้กันต้องยันกันอยู่นานแล้วเจ้าหน้าที่ก็ออกไปได้ ท่านจะเห็นว่าจากกองทัพภาคที่ ๑ ไปจนถึงผ่านกระทรวงศึกษาธิการ ผ่านข้างทําเนียบรัฐบาลข้ามไปสะพานมัฆวานรังสรรค์นั้น ดันกันไปดันกันมาอยู่อย่างนั้นไม่ได้มีเหตุรุนแรงอะไรขึ้นเลย มีการขว้างแก๊สนํ้าตาใส่กันบ้าง เจ้าหน้าที่ขว้างไปใส่ท่านท่านก็ขว้างกลับมาหาเจ้าหน้าที่ ผมยังสงสัยว่าพวกท่าน เอาแก๊สนํ้าตามาจากไหนตั้งเยอะตั้งแยะ แต่ว่าเมื่อเจ้าหน้าที่เราเห็นว่ากําลังของประชาชน มีมาก มีการเตรียมการมาอย่างดี แล้วก็กระบองของเราสั้นแค่นี้ครับ ของท่านเล่นยาว มาเป็นวาสู้ไม่ได้เข้าไม่ถึง ท่านมียุทธวิธีมาก ผมยังไม่เคยเห็นครับ นี่ก็ได้ความรู้ใหม่ ใช้บันไดยาว ๆ ครับแล้วก็ถือกันหลาย ๆ คนวิ่งชนเจ้าหน้าที่ เอารถแท็กซี่วิ่งชนเจ้าหน้าที่ อย่างนี้เป็นต้น เจ้าหน้าที่เขาก็ถอยมาตั้งหลักอยู่ที่กระทรวงศึกษาธิการ ผมเห็นว่าภาพ อย่างนั้นวันนั้นที่ในข่าวต่างประเทศ ประเทศไหน ๆ เขาก็ทําอย่างนี้ครับ เป็นสากลไม่ได้ มีอะไรที่รุนแรง เหตุรุนแรงมันไปเกิดที่โน่นครับสี่แยกคอกวัว อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย หน้าโรงเรียนสตรีวิทยา พอตอน ๖ โมงกว่าเราได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกคนหยุดปฏิบัติการ ได้เท่าไรเอาเท่านั้นไม่เป็นไร ได้แค่หน้ากระทรวงศึกษาธิการก็อยู่ที่หน้ากระทรวงศึกษาธิการ ส่วนที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สี่แยกคอกวัว ได้ตรงไหนก็หยุดอยู่ตรงนั้น แต่ปรากฏว่า โชคร้ายครับแกนนําได้ปลุกระดมเอาประชาชนไปล้อมทหารที่นั่น ที่จริงล้อมมาตั้งแต่ ตอนที่ทหารกําลังเคลื่อนขบวนเข้ามาแล้วครับ ที่ท่านบอกว่าเอารถเกราะมามากมาย นั่นไม่ได้ผลหรอกครับ ประชาชนเขาไปล้อมหมดตั้งแต่อยู่บนสะพานพระปิ่ นเกล้าแล้ว แล้วที่ท่านบอกว่าเอาอาวุธยุทโธปกรณ์มามากมายที่จะมาเข่นฆ่าประชาชน อันนั้น ก็ไม่จริงครับ อาวุธเหล่านั้นอยู่ในรถครับ ไม่ได้เอามาแจกจ่ายให้ทหารได้ถือไว้เลย ท่านทั้งหลายยึดรถได้ก็ยึดอาวุธเอาไปหมด ทั้งหมด ๖๘ กระบอกครับ ผมก็กราบเรียนกับ ท่านประธานอย่างนี้ ทีนี้เวลาเจ้าหน้าที่เขาจะถอนตัวนี่ครับถอนออกมาไม่ได้เพราะว่า ถูกล้อมหน้าล้อมหลังอยู่ แล้วก็มีผู้ก่อการร้าย ผมต้องเรียกคํานี้ครับ เพราะว่าไม่สามารถ จะเรียกคําอื่นได้ คือคนที่แฝงตัวอยู่ในผู้ชุมนุมใช้อาวุธสงครามยิงใส่เจ้าหน้าที่ ทั้งปืนเอ็ม ๑๖ ทั้งปืนอาก้า ทั้งปืนเอ็ม ๗๙ แล้วก็เหมือนที่ท่านสมาชิกบางท่านได้รับในที่ประชุมนี้ เมื่อเช้าว่ามีสไนเปอร์ด้วยยิงมาจากบนตึกครับ ผมต้องเรียนกับท่านตรง ๆ ครับในมุมมองของท่านท่านกล่าวโทษผม กล่าวโทษเจ้าหน้าที่ แต่ภาพที่ผมเห็นจากจอทีวีที่ออกมารายงานที่ผมได้รับทราบผมเรียนกับท่านเลยครับ ท่านไปพิจารณาใหม่ พวกอ้ายโม่งเหล่านั้นแหละครับยิงทั้งเจ้าหน้าที่ ยิงทั้งคนที่บริสุทธิ์ ต้องการที่จะให้มีคนตายมาก ๆ แกนนําจะรู้ด้วยหรือไม่กี่คนผมไม่ทราบ แต่ผมเชื่อว่า บางคนรู้ บางคนอาจจะไม่รู้ รู้ว่าจะต้องสร้างสถานการณ์ให้รุนแรงขึ้น จะต้องให้มียอด คนตายมาก ๆ จะได้เอาไปโฆษณาชวนเชื่อกล่าวอ้างเหมือนที่พยายามจะกล่าวอยู่ทุกวันว่า ทหารฆ่าประชาชนเพื่อที่จะปลุกระดมทําสงครามประชาชนอย่างที่ประกาศกันไว้บนเวที ท่านประธานครับ ไม่ใช่ผมใส่ร้ายคนได้ยินกันทั้งประเทศพูดจาอย่างนี้กันจริง ๆ แล้วสถานการณ์ในวันที่ ๑๐ เมษายนก็เป็นอย่างนี้ ผมสิครับที่ควรจะเสียใจเพราะผมเป็น ผู้อํานวยการศูนย์อํานวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินสั่งให้เจ้าหน้าที่เดินมือเปล่า มีอาวุธ มีกระบอง ไปให้พวกท่านยิง เจ้าหน้าที่ที่ตายนั้นก็ลูกหลานประชาชนนะครับ เป็นคนที่มี คุณค่ากับประเทศนี้กับชาตินี้เหมือนกัน ตายทีเยอะแยะ วันนั้นวันเดียวครับเจ้าหน้าที่ของเรา บาดเจ็บ ๓๕๘ นาย เสียชีวิตไป ๕ นาย ท่านประธานครับ ทหารเขากลับมาถึงกรมถึงกอง เขาบอกกับผมว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีไปรบไปทําสงครามยังไม่เสียหายมากมาย ขนาดนี้ นึกไม่ถึงว่าพี่น้องประชาชนคนไทยด้วยกันเองจะต้องมีเหตุมาปะทะกันอย่างนี้ ผมกราบเรียนกับท่านประธานครับ หลังจากเหตุการณ์วันที่ ๑๐ เมษายนเราก็สรุป บทเรียนครับ ตั้งแต่เหตุการณ์วันที่ ๑๐ เมษายนเป็นต้นมาทางศูนย์อํานวยการแก้ไข สถานการณ์ฉุกเฉินจึงได้มีคําสั่งให้เจ้าหน้าที่ที่ออกปฏิบัติการถืออาวุธได้เพื่อป้ องกันตนเอง แต่การที่จะถืออาวุธวันนั้นก็ยังคิดเป็นห่วงพี่น้องประชาชน ผมยังไปขอให้เจ้าหน้าที่ตํารวจ ทหาร ทั้งหลายแทนที่จะใช้เอ็ม ๑๖ ใช้ปืนเอชเค (HK) ทั้งหมดให้เปลี่ยนเป็นปืนลูกซอง เพราะเราเห็นว่าปืนลูกซองน่าจะทําอันตรายให้กับพี่น้องประชาชนน้อยที่สุด แล้วก็ มีการฝึกซ้อมซักซ้อมกันอย่างดีว่าเวลายิงนี่ยิงเตือนก่อนยิงลงพื้นถ้าเขายังพุ่งเข้ามา จะทําร้ายเจ้าหน้าที่ก็ยิงในระดับตํ่าไม่สูงเกินระดับเข่า อันนี้เป็ นเรื่องจริงครับ ที่คุณไพจิต มาต่อว่าผมว่าพูดอย่างทําอย่างไม่ใช่ครับ สั่งอย่างนี้แล้วเจ้าหน้าที่ก็ฝึกซ้อมไว้อย่างนี้แล้ว ก็เตรียมที่จะไปทําอย่างนี้ จะเห็นหลายภาพนะครับ คุณไพจิตอาจจะเคยเห็น มีภาพหนึ่ง ที่ประชาชนคนหนึ่งพยายามที่จะไปจุดไฟเผารถนํ้ามันแล้วเจ้าหน้าที่ก็ยิงที่ขาวิ่งเขยก ๆ ไป นั่นเป็นหลักฐานที่ยืนยันในสิ่งที่ผมพูดได้

ท่านประธานที่เคารพครับ แต่ว่าเมื่อเราได้บทเรียนว่ามีคนใช้สไนเปอร์ พวกสไนเปอร์อยู่บนหลังคาที่สูงแล้วใช้ยิงเจ้าหน้าที่เราไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ถูกผู้ก่อการร้าย เหล่านั้นยิงทิ้งยิงขว้างเหมือนก่อนแล้วละครับ ในการปฏิบัติการครั้งต่อ ๆ มาเราถึงได้ให้มี เจ้าหน้าที่หน่วยระวังป้ องกันครับ เวลาเจ้าหน้าที่ไปตั้งด่านอยู่ที่ไหนเราก็จะให้มี หน่วยป้ องกันระวังอยู่ข้างบนคอยคุ้มครองเจ้าหน้าที่ในระดับพื้นดิน แต่ว่า ศอฉ. ได้ออกคําสั่งถึงเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายให้ปฏิบัติตามกฎของการใช้อาวุธอย่างเคร่งครัด กฎของ การใช้อาวุธอย่างเคร่งครัดที่ว่านี่ครับท่านประธาน เจ้าหน้าที่ที่ถืออาวุธจะยิงใส่คน ที่ถืออาวุธเท่านั้น ไม่ยิงประชาชนมือเปล่า นี่ผมกราบเรียนกับท่านประธานได้ แล้วเจ้าหน้าที่ที่มาปฏิบัติการหลายหมื่นคนได้รับรู้รับทราบเรื่องนี้พร้อม ๆ กัน แล้วก็ ยึดปฏิบัติในแนวนี้ ที่ท่านไพจิตบอกว่าผมพูดอย่างทําอย่าง ผมเรียนว่าไม่ใช่ครับ ผมไม่เคยปฏิเสธข่าวเลยครับ ไม่เคยปฏิเสธเลยว่าเจ้าหน้าที่ใช้กระสุนจริง ตั้งแต่เหตุการณ์ วันที่ ๑๐ เมษายนเป็นต้นมานี่ครับเราจําเป็นที่จะต้องใช้กระสุนจริงในการระวังป้ องกัน ตามที่ ศอฉ. ได้ให้แนวทางกับผู้ปฏิบัติเอาไว้ และผมเรียนครับว่าในการปฏิบัติทั้งหมด นับตั้งแต่เหตุการณ์วันที่ ๑๐ เมษายนเป็นต้นมานั้นถ้าท่านไปติดตามเหตุการณ์ที่แท้จริง ก็จะเห็นว่าทุกเหตุการณ์ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าหน้าที่ถือปืนไปไล่ปราบประชาชน ไปไล่เข่นฆ่า ประชาชน แต่เป็นเรื่องที่ฝ่ายผู้ชุมนุมรวมทั้งผู้ก่อการร้ายที่แฝงตัวอยู่นั้นบุกเข้าไปโจมตี เจ้าหน้าที่ทั้งสิ้น กรณีที่ราชประสงค์ครับ ผมกราบเรียนกับท่านประธานว่ารัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรี และ ศอฉ. ไม่เคยมีแผนการที่จะเข้าสลายการชุมนุมที่ราชประสงค์ แต่อย่างใดทั้งสิ้น แผนการที่เรากําหนดเอาไว้ก็คือว่าค่อย ๆ ใช้มาตรการกดดันให้พี่น้อง ประชาชนเลิกการชุมนุมไปเอง ที่เรียกว่าวิธีการปิดวงล้อมทั้งหลาย อย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้กราบเรียนกับสภาแห่งนี้ไปแล้วเมื่อตอนเช้าปิดทั้ง ๔ ด้านครับ แต่ปิดไว้ห่าง ๆ ด้านตะวันตกโน่นครับอยู่หน้าสนามกีฬา ด้านตะวันออกอยู่ที่ซอยนานาครับ ด้านทิศเหนือ อยู่ที่ซอยหมอเหล็ง ด้านทิศใต้อยู่ที่แนวพระราม ๔ ไม่ได้มีการเผชิญหน้ากันเลยระหว่าง เจ้าหน้าที่ของเรากับพี่น้องประชาชนที่ชุมนุมอยู่ นี่คือข้อเท็จจริง แต่ว่าเราตั้งด่านตรงนั้น แข็งแรงครับตรวจตราคนที่จะเข้าจะออก วัตถุประสงค์ใหญ่คือป้ องกันไม่ให้มีการเติมคน เข้าไปยังที่ชุมนุมเพิ่มขึ้น แต่ถ้าคนจะออกให้ออกครับ นี่คือสิ่งที่เราทําแล้วก็ได้ผลครับ จากที่เคยชุมนุมกันคืนละ ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ คนก็ค่อย ๆ ลดลงมา ๆ ตามลําดับ และนั่นคือเหตุผลที่ทําให้ฝ่ายที่นิยมความรุนแรงยกกําลังเข้าไปบุกทําร้ายเจ้าหน้าที่ ไปโจมตีด่านถาวรทั้งหลายของเจ้าหน้าที่

ท่านประธานครับ ท่านไพจิต ศรีวรขาน ได้พูดถึงเรื่องจํานวนยอดของ ผู้บาดเจ็บและผู้ล้มตาย ผมอยากจะขอความกรุณาท่านไพจิตฟังผมสักนิด เราเริ่ม กระบวนการปิดล้อมเมื่อวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ตั้งแต่วันที่ ๑๓ พฤษภาคมมาจนถึงวันที่ ๑๘ พฤษภาคมครับ นั่นแหละครับมีผู้บาดเจ็บมากที่สุดและมีผู้เสียชีวิตมากที่สุด ผู้บาดเจ็บทั้งหมด ๓๕๒ ราย มีตํารวจ ทหาร ที่บาดเจ็บ ๙ นาย เสียชีวิต ๒ นาย พลเรือน บาดเจ็บ ๓๐๓ คน เสียชีวิต ๓๘ คน นี่คือยอดของความสูญเสียของเหตุการณ์ทั้งหมด ที่เป็นยอดใหญ่ที่สุดตั้งแต่มีการชุมนุมมาตั้งแต่วันที่ ๑๒ มีนาคมเป็นต้นมาจนถึงวันสุดท้าย ๑๙ พฤษภาคม ที่เสียชีวิตมากที่สุดและบาดเจ็บมากที่สุดเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากช่วง ของคืนวันที่ ๑๓ พฤษภาคมถึงคืนวันที่ ๑๘ พฤษภาคม และทั้งหมดนั้นไม่มีเหตุการณ์ใด ที่ทหารวิ่งเข้าไปบุกเข้าไปปราบปรามประชาชน มีแต่กลุ่มคนเหล่านั้นบุกเข้ามาหา เจ้าหน้าที่และถูกเจ้าหน้าที่ยิงป้ องกันตัวเอง เป็นข้อเท็จจริงที่ผมต้องกราบเรียนกับ ท่านประธานครับ ผมต้องกราบเรียนกับท่านประธานครับว่าพวกเราก็เสียใจกันทุกคนที่มี คนบาดเจ็บ ที่มีคนเสียชีวิต ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็ตาม แต่ผมก็ต้องขอพูดความจริงครับ ถ้าจะมาอ้างกันบอกว่าผู้เสียชีวิตทุกคนเป็นผู้บริสุทธิ์ ผมคิดว่าท่านอาจจะพูดเร็วไปหน่อย เพราะว่าผมได้ให้เจ้าหน้าที่ไปติดตามประวัติคนเหล่านี้เพราะผมอยากรู้ว่าเป็นใคร มาจากไหน ผู้เสียชีวิตหลายคนเป็นการ์ด นปช. แน่นอน ผู้เสียชีวิตบางคนเป็นผู้ต้องหา คดียาเสพติด ผู้เสียชีวิตบางคนพรากผู้เยาว์ ผู้เสียชีวิตบางคนเป็นผู้ต้องหาคดีอนาจาร ผู้เสียชีวิตบางคนเป็นผู้ต้องหาคดีซ่องโจร ยาเสพติด ผู้ต้องหาคดีทําร้ายร่างกาย และมีผู้เสียชีวิตบางคนเป็ นคนต่างประเทศที่หลบหนีเข้าเมือง ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ไปปรักปรําผู้ที่เสียชีวิตเหล่านั้น แต่ผมต้องการให้เราได้มองข้อเท็จจริงให้ตรงกัน ผมไม่ต้องการที่จะมาพูดจาทั้งหมดนี้เพื่อต่อความยาวสาวความยืด แต่ว่าเมื่อท่าน อภิปรายแล้วท่านกล่าวหารุนแรงว่าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และผมเป็น คนใจดําอํามหิตสั่งให้เจ้าหน้าที่เข้าไปปราบปรามเข่นฆ่าประชาชน ผมคิดว่าข้อหานั้น ไม่เป็นธรรม ไม่ได้มองตามข้อเท็จจริง ท่านชอบผมหรือไม่ชอบผม ท่านชอบนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์หรือไม่ชอบนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ นั่นเป็นสิทธิของท่าน แต่อย่างน้อยท่านควรจะ มีความเป็นธรรมในการให้คําวินิจฉัยโดยเปิดรับความจริงทุกด้านทุกมุม

ท่านประธานที่เคารพครับ มาถึงตรงนี้ผมยังกราบเรียนยืนยันกับ ท่านประธานว่าทุกขั้นตอนในการปฏิบัติการเราได้ดําเนินการด้วยความสุขุม ด้วยความรอบคอบ ด้วยความระมัดระวัง แล้วก็หลีกเลี่ยงการสูญเสียอย่างมากที่สุด ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่ติดตามเหตุการณ์มาจนถึงวันนี้ อย่างน้อยที่สุดผู้ที่มีความเป็นธรรมในหัวใจทั้งหลายก็ต้องยกมือสาธุว่าเหตุการณ์นี้จบลง ด้วยการสูญเสียที่น้อยที่สุด นี่เป็นข้อเท็จจริงที่ผมอยากจะกราบเรียน ถ้าท่านจะโห่ผม ก็ไม่เป็นไร เพราะผมก็เข้าใจท่านอยู่ดีว่าท่านคิดอะไร

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอเรียนสมาชิกทุกท่านเลยครับ ทั้ง ๒ ฝ่ายไม่ว่าจะฝ่ายไหนรักษาข้อบังคับการประชุมด้วย แล้วให้ท่านอยู่ในความสงบนะครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนกับท่านประธานว่าผมเป็นนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งเหมือนกับ ท่านประธาน ผมอยู่ในสภานี้มา ๓๑ ปี ผมก็เป็ นคนที่รักระบอบประชาธิปไตย ผมก็ต้องการเห็นบ้านเมืองนี้เป็นไปตามระบอบที่ถูกต้องคือระบบรัฐสภา แต่ว่าต้อง ยอมรับข้อเท็จจริงครับ หลายท่านที่นั่งอยู่ที่นี่ท่านไม่ได้ต่อสู้ตามระบอบประชาธิปไตย ที่ถูกต้อง ท่านเล่น ๒ ด้านเลยครับ วันนี้มาประชุมสภา ว่าง ๆ ท่านก็ไปขึ้นเวทีเสื้อแดง วันนี้ท่านลุกขึ้นมาพูดกับผมในเรื่องหลักการ แต่ว่าบางท่านก็เข้าไปสมคบกับกลุ่ม ผู้ก่อการร้าย นี่เป็นข้อเท็จจริงครับ ปฏิเสธไม่ได้ ผมไม่ได้กล่าวหาทุกท่าน แต่มีความจริงว่า ในกลุ่มที่นั่งอยู่กับท่านมีคนที่จะต้องถูกดําเนินคดีในข้อหาก่อการร้ายรวมอยู่ด้วย ไม่ได้ตั้งใจที่จะมาไล่ล่า ฆ่า สังหารใครครับ ประชาชนผู้บริสุทธิ์เป็นเรื่องที่เราจะต้อง ช่วยกันแก้ไข ช่วยกันเยียวยา เรารู้แล้วเขาเดือดร้อนอะไร เขาต้องการอะไร เราก็ต้องแก้ไข แล้วก็ต้องร่วมมือกัน แต่คนที่ทําผิดกฎหมายบ้านเมืองปล่อยให้ลอยนวลไปไม่ได้ครับ ท่านประธาน ต้องดําเนินการตามกระบวนการของกฎหมายบ้านเมืองทุกอย่างทุกประการ นี่คือความจริงใจที่ผมอยากจะเรียนให้ท่านประธานทราบครับ ขอบคุณครับ

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
(นายวิเชียร ขาวขํา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณพิเชษฐ์กับคุณวิเชียร ผมต้องขอไม่ให้ประท้วงนะครับ ประท้วงอะไรครับคุณพิเชษฐ์

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ผมขอนิดเดียว ผมขอเอกสารที่ท่านสุเทพได้เอามากล่าวในสภา บอกว่าผู้ตายนั้นมีประวัติอย่างไร ขอให้ท่านส่งท่านประธานด้วยนะครับ ประวัติเมื่อกี้ ๒-๓ แผ่นที่ท่านเอามาเป็นหลักฐานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรองนายกรัฐมนตรีบอกว่าจะส่งให้นะครับ ต่อไปจะเป็นคุณจตุพร พรหมพันธุ์ ไม่จํากัดเวลานะครับ คุณจตุพรจะได้ใช้สิทธิแผ่นภาพวีซีดี ๔ แผ่น ยกเว้นแผ่นที่ ๕ แล้วก็รูปเหตุการณ์ชุมนุม จํานวน ๖ ภาพ รวมทั้งรูปแผ่นใหญ่อีก ๖ แผ่นคือ แผ่นที่ ๒ แผ่นที่ ๓ แผ่นที่ ๔ แผ่นที่ ๕ แผ่นที่ ๗ และแผ่นที่ ๘ ตามที่คณะกรรมการและท่านประธาน ได้อนุมัตินะครับ

(นายธนา ชีรวินิจ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณธนามีอะไรหารือหรือเปล่าครับ ท่านจตุพรสักนิดนะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ได้ครับท่านประธาน

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ต้องกราบขออภัยท่านจตุพรที่ขึ้นมาขัดจังหวะท่าน แต่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าท่านประธานจะอนุญาตให้ท่านจตุพรอภิปราย ในวันนี้คงจะไม่ได้เนื่องด้วยขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ผมกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับ ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ๒๕๕๐ หมวด ๖ ส่วนที่ ๔

มาตรา ๑๒๒ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาย่อมเป็นผู้แทน ปวงชนชาวไทย โดยไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติ มอบหมาย หรือความครอบงําใด ๆ และต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของปวงชนชาวไทย โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์

ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าวันนี้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านจตุพร พรหมพันธุ์ ท่านเป็นแกนนํากลุ่ม นปช. ซึ่งได้มีการเดินขบวนชุมนุมเรียกร้อง ประชาธิปไตยจนกระทั่งมีการเข้าไปดําเนินการเพื่อให้มีการสลายการชุมนุมอย่างที่เขา ได้กล่าวอ้างในการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ ซึ่งนายจตุพร พรหมพันธุ์ เป็นหนึ่งในผู้ยื่นญัตติ ในญัตติดังกล่าวนั้นได้กล่าวหารัฐบาลว่าได้ดําเนินการ สั่งให้ทหารใช้อาวุธสงครามเพื่อปราบปรามประชาชนที่ร่วมการชุมนุมในครั้งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุการณ์อย่างนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในรัฐสภาไทย ไม่เคยเกิดขึ้น ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราออกไปภายนอกและทําความเสียหาย จนกระทั่งรัฐบาล ได้มีการดําเนินการตั้งข้อกล่าวหามากมายตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ จนถึงปัจจุบันหลายสิบคดี วันนี้ท่านใช้เอกสิทธิ์คุ้มครองในฐานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อันนั้นไม่ติดใจครับ ท่านสามารถอภิปรายในสภาในเรื่องอื่นใดได้ทั้งหมดแต่ท่านไม่สามารถอภิปราย ในสภาผู้แทนราษฎรเรื่องของการไม่ไว้วางใจ

(นายวิเชียร ขาวขํา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมกําลังฟังประท้วงนะครับ อย่าเพิ่งประท้วงซ้อนนะครับ แล้วเดี๋ยวผมจะวินิจฉัยนะครับ ก็ขอให้ทางคุณธนาประท้วงเสร็จนะครับ คือคุณธนาประท้วงโดยเสนอว่า ท่านนั่งลงก่อนครับ คือจะเป็นการประท้วงเพื่อบอกว่าคุณจตุพร พรหมพันธุ์ ไม่มีสิทธิในการอภิปรายนะครับ เดี๋ยวผมจะวินิจฉัย เชิญคุณวิเชียรนั่งลงก่อนครับ ผมจะวินิจฉัยนะครับ คุณธนาครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผมยังอภิปราย ไม่จบเลยครับ ท่านฟังผมอีกนิดสิครับ ผมไม่เคยใช้เวลาที่นี่ยาวอยู่แล้ว

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมเปิดโอกาสให้คุณธนาใช้เวลานานพอสมควรนะครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเรียน ท่านประธานถึงเหตุผลที่สภาแห่งนี้คงไม่สามารถให้ท่านสมาชิกจตุพร พรหมพันธุ์ อภิปรายได้เนื่องจากขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ซึ่งพวกเราไม่อาจที่จะละเลยหรือละเมิดได้ ถ้าสภาแห่งนี้ละเมิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ก็หมดทุกส่วนแล้วครับ ไม่มีใครจะต้องเคารพกฎหมายรัฐธรรมนูญ เราต้องใช้สภาแห่งนี้ ให้เป็นตัวอย่างกับพี่น้องประชาชนครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมกราบเรียน ท่านประธานเป็นเรื่องสําคัญที่สุดที่สภาแห่งนี้จะละเมิดไม่ได้ และท่านประธานต้องฟังผมว่า ทําไมผมถึงต้องลุกขึ้นมาให้ท่านประธานวินิจฉัยและพิจารณาว่ายังสมควรให้คุณจตุพร พรหมพันธุ์ อภิปรายได้หรือไม่ เพราะการอภิปรายนี้จะขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ชัดเจน ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า คุณจตุพร พรหมพันธุ์ เป็นหนึ่งในผู้เสนอ ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาลและยื่นถอดถอนท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีบางท่าน ในญัตติดังกล่าวนั้นได้กล่าวหาถึงเหตุการณ์ที่รัฐบาลเข้าไปมีส่วน ในการดําเนินการเพื่อให้เกิดความสงบในกรุงเทพมหานคร ซึ่งนายจตุพร พรหมพันธุ์ เป็นแกนนําพาผู้ชุมนุมมาและทําให้พี่น้องประชาชนเสียชีวิตและเจ็บป่วยเป็นจํานวนมาก วันนี้ท่านได้ใช้สิทธิในฐานะคู่กรณีขอใช้สิทธิอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งการดําเนินการ ของท่านนั้นผมกราบเรียนว่าท่านกลับเข้ามาใช้เอกสิทธิ์ทําหน้าที่ในสภา ท่านทําได้ทุกอย่าง แต่ท่านทําเรื่องที่ผลประโยชน์ขัดกันกับตัวท่านไม่ได้ เพราะท่านจะไม่สามารถอภิปราย เพื่อให้ประโยชน์เกิดขึ้นแก่

(นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงครับ คุณพิษณุประท้วงอะไรครับ

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

ท่านประธานที่เคารพครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมขออย่างนี้ดีกว่า คุณพิษณุยังไม่ต้องประท้วงครับ เดี๋ยวผมจะวินิจฉัยสิ่งที่คุณธนา ได้ประท้วงแล้วเสนอแนะต่อที่ประชุมนะครับ

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

ผมขออนุญาตประท้วงครับ ท่านประธาน ผมประท้วงตามข้อ ๖๑ เท่าที่ฟังผู้ประท้วงพยายามที่จะอภิปรายว่า

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คือผมเข้าใจครับ เชิญต่อครับ

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

ท่านประธานครับ คือนําเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าท่านผู้อภิปรายกําลังที่จะอภิปรายว่าท่านจตุพร พรหมพันธุ์ ซึ่งกําลังจะพูดต่อไปเป็ นผู้ร้ายหรือพาคนไปเสียชีวิตและเป็ นคู่กรณี ถ้าท่านธนาจะคิดอย่างนั้นท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ก็ตอบไม่ได้ครับ ท่านก็เป็นคู่กรณี เหมือนกันครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นตอนนี้สิทธิเท่ากันครับ

(นายธนา ชีรวินิจ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อย่างนี้ครับ ขอทั้งคุณธนากับคุณพิษณุนั่งลงครับ ผมจะวินิจฉัยนะครับ ผมวินิจฉัยว่า คุณจตุพรมีสิทธิที่จะอภิปรายได้ครับ เช่นเดียวกับที่เมื่อเช้าท่านประธานชัยวินิจฉัย คุณวิเชียร ซึ่งคุณธนาบอกว่าเป็นผลประโยชน์ขัดกันนั้น ผมว่าไม่ใช่เรื่องสําคัญนะครับ เพราะว่าการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรจะไม่มีผลต่อการพิจารณาคดีของศาลใด ๆ ทั้งสิ้นนะครับ แต่ในเมื่อคุณจตุพรเป็นผู้ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ คุณจตุพรขณะนี้ยังเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรย่อมมีสิทธิในการอภิปรายนะครับ ผมวินิจฉัยแล้วเป็นจบครับ ขอเชิญคุณธนานั่งลงเถอะครับ ผมยกตัวอย่างอย่างนี้ครับ คณะกรรมการก็ได้ตรวจสอบและอนุญาตให้เอกสารของคุณจตุพรมีโอกาส ในการอภิปรายได้ นั่นก็แสดงว่าทุกคนยอมรับว่าคุณจตุพรมีสิทธิในการอภิปรายครับ ผมวินิจฉัยแล้วครับ จบแล้วครับ เชิญนั่งลงครับ เพราะว่าคุณธนาก็จะพูดในเรื่องนี้นะครับ จะได้ทําให้การอภิปรายต่อเนื่องครับ เชิญนั่งลงเถอะครับ ผมได้วินิจฉัยไปแล้วครับ เชิญนั่งลงเถอะครับ ผมได้วินิจฉัยโดยหลัก คือคุณธนาบอกว่าเป็ นการขัดกัน ของผลประโยชน์ ซึ่งผมเรียนอย่างนี้ครับ การอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้เป็นข้อผูกมัด ต่อการดําเนินคดีใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ขณะนี้คุณจตุพรยังเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ สามารถดําเนินการได้ครับ เชิญนั่งลงเถอะครับ คือคุณธนาใช้สิทธิประท้วงแล้วก็ไม่ได้ประท้วง ตามข้อบังคับ ซึ่งผมอนุญาตให้ประท้วงได้เพราะว่าเป็นการประท้วงเพื่อจํากัดสิทธิ คุณจตุพรไม่ให้มีโอกาสในการอภิปราย เชิญนั่งลงเถอะครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน เห็นไหมครับว่าที่มีสมาชิกพูดหลายครั้งว่าท่านประธานไม่เหมาะสมในการทําหน้าที่ ประธานในที่ประชุม เพราะท่านประธานเป็นหนึ่งใน

(นายซูการ์โน มะทา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอให้รักษาความสงบครับ คุณซูการ์โน มะทา เชิญนั่งครับ ผมได้วินิจฉัยไปแล้วนะครับคุณธนา

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

ผมประท้วงท่านประธานอยู่ครับ ท่านประธานฟังสิครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณธนาประท้วงแล้วไม่ได้ใช้ข้อบังคับนะครับ คุณธนาประท้วงว่าผมเป็นหนึ่งในผู้ที่ ไม่เหมาะสม ขณะนี้มีกระบวนการถอดถอนอยู่ครับ ถ้าการดําเนินการถอดถอน เป็นผลสําเร็จผมก็ไม่มีหน้าที่ในการทําหน้าที่เป็นประธานได้นะครับ เชิญนั่งลงเถอะครับ คุณซูการ์โนนั่งลงครับ นั่งลงเถอะครับจะได้ไม่ต้องประท้วงครับ ขอให้ทุกคนนั่งลงครับ เราน่าจะต้องเปิ ดใจกว้าง แล้วเดี๋ยวคุณจตุพรอภิปรายประชาชนก็จะฟังนะครับ ในขณะเดียวกันท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรี ผมก็เปิดโอกาสให้ตอบได้ อย่างไม่มีเวลาจํากัดครับ

(นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณรังสิมาประท้วงอะไรครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน รังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันขอประท้วงท่านประธาน ข้อ ๘ คือท่านประธานต้องเป็นกลาง แต่ดิฉันคิดว่าท่านประธาน มีส่วนได้เสีย เพราะท่านประธานก็ไปขึ้นเวทีเสื้อแดง เพราะฉะนั้นเพื่อความสง่างาม ดิฉันคิดว่าท่านประธานควรจะลงไปนั่งก่อนแล้วให้ท่านประธานคนอื่นขึ้นมาทําหน้าที่แทน จะสง่างามกว่าค่ะ แล้วการวินิจฉัยของท่านทุกคนก็จะรับได้ เพราะว่าถ้าท่านวินิจฉัย แบบนี้ก็มีความรู้สึกว่าท่านเคยขึ้นเวทีเสื้อแดงแล้ววินิจฉัยอย่างนี้เหมือนกับเอื้อกันค่ะ เพราะฉะนั้นดิฉันเห็นว่าให้ท่านชัยหรือว่าท่านสามารถขึ้นจะดีกว่าค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับว่าการขึ้นเวทีเสื้อแดงของผมไม่มีส่วนในการทําหน้าที่เป็นประธาน ในการประชุม ที่ผ่านมาวันกว่า ๆ ท่านก็เห็นนะครับว่าผมได้ทําหน้าที่ด้วยความเป็นธรรม อย่างไร ในหลายเรื่องที่ฝ่ำยค้านเขาประท้วงผมก็ไม่เห็นด้วยนะครับ ผมก็วินิจฉัย ตรงไปตรงมานะครับ

(นายสุวโรช พะลัง ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณสุวโรชประท้วงอะไรครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ โดยส่วนตัวผมไม่รังเกียจที่สมาชิกท่านนี้จะลุกขึ้นมาอภิปรายในญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจตามญัตติที่ยื่นต่อท่านประธาน แต่ผมมีประเด็นที่อยากจะถามท่านประธานอยู่นิดเดียวเท่านั้นเอง สถานะของผู้ที่จะ อภิปรายในวันนี้เขามีสถานะเป็นผู้ต้องหา คณะของเขาอยู่ที่ค่ายนเรศวร นี่ใช้เอกสิทธิ์ คําว่าเอกสิทธิ์ในที่นี้ผมถามท่านประธานนิดเดียวเท่านั้นเองครับ มีหนังสือของ สํานักงานตํารวจแห่งชาติขอตัวในญัตติตรงนี้ขอมาที่สภาที่ท่านประธานบ้างหรือไม่ ซึ่งตามข้อบังคับตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ เมื่อญัตติตรงนั้นขอตัวมาแล้วนี่ท่านประธาน จะต้องนํามาขอมติจากที่ประชุมสภาจึงจะได้รับเอกสิทธิ์ ประเด็นที่ต้องถามท่านก็คือ เอกสิทธิ์ตรงนี้สําหรับสมาชิกท่านนี้วันนี้มีแล้วหรือยัง

ประเด็นต่อมาที่จะถามก็คือถ้ายังไม่มีหนังสือขอมาวันนี้ คนคนนี้ก็คือ ผู้ต้องหาที่หลบหนีการจับกุมของเจ้าพนักงาน เราอาจจะเป็นผู้สนับสนุนให้มีการกระทํา ความผิดในสภาแห่งนี้ นี่คือประเด็นของปัญหาซึ่งเป็นข้อกฎหมายที่อยากจะกราบเรียน ต่อท่านประธาน ผมไม่ได้รังเกียจแล้วก็สนับสนุนด้วยถ้าจะอภิปรายเพียงแต่ว่า อย่าเอาสภาตรงนี้นี่ไปสนับสนุนให้ผู้ที่กระทําความผิดกฎหมายอาญาของบ้านเมือง มากระทําผิดในสภานิติบัญญัติแห่งนี้ เพราะเรามีหน้าที่ในการออกกฎหมาย เราต้องรักษา ข้อกฎหมาย เราต้องรักษาข้อบังคับ แล้วกราบเรียนต่อท่านประธานตรงนี้ว่ามีหนังสือ ขอตัวของท่านนี้ให้ได้รับเอกสิทธิ์ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญแล้วหรือไม่ เพราะฉะนั้น การที่จะมาอภิปรายวันนี้เป็นการอภิปรายในสถานะอะไร ท่านประธานต้องรับรองสถานะ ตรงนี้ด้วย เพราะถ้าผิดผมแย้งคนหนึ่ง ท่านประธานอาจจะมีส่วนร่วมในการสนับสนุน ให้หลบหนีการควบคุมของเจ้าพนักงาน เจ้าพนักงานในคดีนี้อาจจะมีความผิดในข้อหา ไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ แล้วคนคนนี้มาโผล่ในสภา ไม่มีเอกสิทธิ์ใด ๆ เลยผมว่าทะแม่ง ๆ ครับท่านประธาน ต้องกราบเรียนท่านประธาน เพื่อขอคํายืนยันตรงนี้ก่อน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมเรียนอย่างนี้เท่าที่ผมทราบขณะนี้ยังไม่มีหนังสือจากส่วนราชการทําเรื่องมายัง สภาผู้แทนราษฎร เท่าที่ผมทราบแล้วก็ยังไม่มีหมายจับคุณจตุพร พรหมพันธุ์ ได้ทราบข่าวว่าจะมีการออกหมายจับหลังจากมีพระราชกฤษฎีกาปิดการประชุมสภา สมัยวิสามัญ ไม่ต้องประท้วงผมวินิจฉัยแล้ว อีกอย่างก็คือว่าในการพิจารณาตราบใด ที่ยังไม่มีการตัดสินก็ต้องถือว่าผู้ต้องหาเป็นผู้บริสุทธิ์นะครับ ขณะนี้คุณจตุพรยังดํารง สถานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่เมื่อมีหมายจับแล้วโดยไม่มีเอกสิทธิ์ขณะนั้น คุณจตุพรก็จะไม่มีสิทธิในการอภิปราย อย่างนี้ครับไม่อย่างนั้นก็ไม่ได้อภิปราย ผมก็ได้ วินิจฉัยไปแล้วครับเชิญนั่งลงเถอะ

(นายสุวโรช พะลัง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

นิดเดียวครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ขอฟังคุณสุวโรชอีกนิดเดียวครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ผ่านท่านประธานไปยังคุณจตุพรนิดเดียว ท่านตอบมาแล้วเคลียร์หมดเลย ถามผ่าน ท่านประธานไปยังคุณจตุพรว่าวันนี้ท่านเข้าไปมอบตัวต่อพนักงานสอบสวนในคดี ก่อการร้ายหรืออะไรก็สุดแล้วแต่นี่แล้วหรือไม่ แล้วท่านประกันตัวมาหรื อเปล่า แล้วในขณะนี้เมื่อไม่มีหนังสือขออนุญาตมาที่ท่านประธาน สถานะตรงนี้เป็นข้อกฎหมาย ที่ผมกราบเรียนกับท่านประธานมันจะมีข้อสรุปชัดเจนเลย ซึ่งจะเป็นปัญหาในวันข้างหน้าว่า สภาแห่งนี้จะต้องไม่เป็นเครื่องมือสนับสนุนให้ผู้ก่อการร้ายมาใช้สิทธิในสภาแห่งนี้ เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการทํางาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมต้องขออย่างนี้ ขอรักษาความสงบด้วยครับ ก็เป็นมุมมองอีกมุมมองหนึ่ง ขอทุกท่าน รักษาความสงบด้วยครับ ผมขออย่างนี้ผมวินิจฉัยไปแล้ว ขอรักษาความสงบด้วยครับ เชิญทั้งหมดนั่งลงครับ ผมวินิจฉัยไปแล้ว เนื่องจากว่าคุณจตุพรยังไม่ได้ไปรายงานตัว ตามหมายจับเพราะว่ายังมีเอกสิทธิ์ ก็ไม่เป็นไรผมได้วินิจฉัยไปแล้วครับคุณจตุพร ก็อภิปรายเลยครับ

(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญคุณหมอวรงค์จะประท้วงเรื่องนี้อีกใช่ไหมครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมกําลัง ขอประท้วงท่านประธานครับ เนื่องจากว่าขณะนี้ท่านผู้ที่กําลังจะอภิปรายคือคุณจตุพร พรหมพันธุ์ ซึ่งขณะนี้มีความขัดแย้งของผลประโยชน์ที่ชัดเจนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๒ ท่านประธานต้องเข้าใจว่าขณะนี้เขามี ๒ สถานภาพนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อย่างนี้ครับนายแพทย์วรงค์ ขอให้รักษาความสงบด้วยครับ ผมได้วินิจฉัยไปแล้วว่าไม่ได้มี ผลประโยชน์ขัดแย้ง เพราะว่าการดําเนินคดีในศาลไม่ได้มีอะไรผูกพันกับการอภิปราย ในสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ขอฝ่ายรัฐบาลใจกว้างเถอะครับ ให้คุณจตุพรได้มีโอกาส อภิปรายนะครับ ผมไม่อนุญาตให้ประท้วงนะครับ เชิญนั่งลงเถอะครับ ไม่อย่างนั้นก็ไม่มี โอกาสได้อภิปรายนะครับ ผมไม่ได้เปิดโอกาสให้ฝั่งฝ่ายค้านประท้วงเลยนะครับ ขอให้ รัฐบาลใจกว้างสักนิดครับ เพราะว่าเป็นสิทธิที่คุณจตุพรจะอภิปรายได้ครับ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ผมไม่อนุญาตให้ประท้วงครับ ถ้าคนละประเด็นได้ครับ เชิญคุณบุญยอดครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านผู้ทําหน้าที่ ประธานในที่ประชุมครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ก่อนที่ท่านจตุพร พรหมพันธุ์ จะได้ใช้สิทธิในการเป็น ส.ส. ผมขอถามก่อนนะครับว่า ท่านไม่ได้เข้าประชุมจํานวนทั้งหมด ๑๔ ครั้ง อันนี้ข้อมูลจากฝ่ายเลขาธิการนะครับ จากจํานวนการประชุมสภาทั้งหมดในรอบประชุมรอบที่แล้ว ๒๖ ครั้ง

(นายวิเชียร ขาวขํา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เขาประท้วง คืออย่างนี้ครับ ประท้วงแล้วก็ถามนะครับ คุณวิเชียรนั่งลงก่อน ให้คุณบุญยอดประท้วงให้จบนะครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณท่านประธานครับ ถ้าท่านมีมารยาทท่านก็จะได้ฟังต่อนะครับว่าเป็นข้อบังคับตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๖ (๑๐) ขาดประชุมเกินจํานวนหนึ่งในสี่ของจํานวนวันประชุมในสมัยประชุมที่มีกําหนดเวลาไม่ น้อยกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบวันโดยไม่ได้รับอนุญาตจากประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่ได้ครับ จะหมดสมาชิกภาพครับ จํานวนการขาดของคุณจตุพรคือ ๕๓.๘๕ เปอร์เซ็นต์ มากกว่า ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ขาดไป ๕๓.๘๕ เปอร์เซ็นต์ ผมจึงอยากถามว่าเขาลาการประชุม ด้วยการให้เหตุผลอะไรครับท่านผู้เป็นประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมต้องขออย่างนี้เลยครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ยังไม่จบเลยครับ ผมจะ ถามว่าเขาลาด้วยเหตุผลอะไรในการลาทั้งหมด ๑๔ ครั้งติดต่อกันจากจํานวน ๒๖ ครั้ง เท่ากับร้อยละ ๕๓.๘๕ ใครเป็นคนอนุมัติการลาครั้งนี้ และการอนุมัตินั้นได้ให้เหตุผล อย่างไรในการลาติดต่อกันถึง ๑๔ ครั้ง ไม่ต้องเข้ามาทําการประชุมตามหน้าที่ของ ส.ส. ตอบคําถามให้ได้ ๓ ข้อก่อนจึงจะทําหน้าที่ต่อไป

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญนั่งลงครับ ขอทุกฝ่ายรักษาความสงบด้วยครับ ผมจะวินิจฉัยให้ฟังอย่างนี้นะครับ สมาชิกทุกท่านที่ขออนุญาตลาการประชุม ผมเป็นผู้อนุมัติการลาการประชุมครับ แล้วก็ ไม่เคยไม่อนุมัติไม่ให้ผู้ใดลาการประชุมเลย เพราะเป็นสิทธิในการลาของท่านนะครับ ส่วนการที่ท่านสมาชิกลาเกินกําหนดจะถูกถอดถอนหรืออะไรนั้นก็จะต้องมีกระบวนการ ของคณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎรเป็ นผู้พิจารณาครับ ไม่ใช่หน้าที่ ของรองประธานสภานะครับ เพราะฉะนั้นขอให้เลิกประท้วงเรื่องนี้ได้แล้วครับ เชิญคุณจตุพร อภิปรายได้ครับ ผมวินิจฉัยไปแล้วครับ คุณบุญยอดเชิญนั่งเถอะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

เดี๋ยวผมจะได้ตอบ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมไม่ได้มีหน้าที่ในการตอบเรื่องนี้นะครับ เชิญนั่งลงเถอะครับ ขอรักษาความสงบครับ ผมขอทั้ง ๒ ฝ่ำยนะครับ ผมขอเชิญคุณบุญยอดออกนอกห้องประชุมครับ เชิญคุณบุญยอดออกนอกห้องประชุมครับ เพื่อรักษาความสงบของการประชุมครับ เชิญครับ ขอเชิญเจ้าหน้าที่ครับ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้เดินออกจากที่ประชุม)

ท่านอื่นไม่ต้องประท้วงแล้วครับ ผมขอความกรุณาอย่างนี้ครับ เราต้องใจกว้างให้แก่กัน เจ้าหน้าที่ รปภ. ไม่ต้องแล้วครับ คุณบุญยอดออกไปเองแล้วครับ ขอรักษาความสงบครับ ขอทุกท่านไม่ให้ประท้วงแล้วนะครับ ถ้าจะประท้วงก็ประท้วงเกี่ยวกับเรื่องการอภิปราย ขอให้เราใจกว้างให้แก่กันนะครับ เชิญนั่งลงเถอะครับ ผมไม่อนุญาตให้ประท้วงแล้วครับ ไม่อย่างนั้นก็ไม่ได้มีการอภิปรายนะครับ เชิญคุณจตุพรอภิปรายเลยครับ ในเรื่องเกี่ยวกับ การอภิปรายใช่ไหมครับ เชิญครับ ขอสมาชิกทั้ง ๒ ฝ่ำยนะครับ ขอให้เราเคารพ ข้อบังคับการประชุมของเราเองนะครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

ท่านประธานคะ ดิฉัน รังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม นี่อย่างไรคะ ท่านประธาน ดิฉันพูดเมื่อกี้ว่าให้ท่านประธานนี่ลงไปเถอะ มันจะได้ไม่มีปัญหา เพราะว่า ท่านนั่งอยู่นี่มันก็จะเป็นปัญหาอย่างนี้ตลอดไป แล้วเราก็จะต้องมีปัญหากับท่านประธาน อยู่เรื่อยไป เพราะว่าอย่างเช่นท่านประธานบอกว่ารัฐบาลต้องใจกว้าง อย่างนี้ยังไม่กว้าง อีกหรือคะเปิดให้อภิปราย

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมไม่ได้บอกว่ารัฐบาลต้องใจกว้าง ผมบอกทั้ง ๒ ฝ่ายขอให้ใจกว้างต่อกันนะครับ ไม่อย่างนั้น เดี๋ยวก็จะประท้วงกันไปเรื่อยครับ ถ้าหากว่าผมพูดว่ารัฐบาลต้องใจกว้าง แล้วท่านคิดว่า เสียหาย ผมยินดีถอนครับ แต่ผมขออย่างนี้ครับขอทั้ง ๒ ฝ่ำยให้เราใจกว้างแก่กัน ฟังเหตุผลที่แตกต่าง แล้วก็ให้ท่านนายกรัฐมนตรีหรือท่านรองนายกรัฐมนตรีได้มีโอกาส ชี้แจงแสดงเหตุผลอย่างเต็มที่ เมื่อกี้ฝ่ายค้านก็บอกว่าให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ หยุดการอภิปรายก่อน ผมยังวินิจฉัยว่าเป็นสิทธิของท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพที่จะ ใช้เวลาเท่าไรก็ได้ เมื่อกี้ก็วินิจฉัยไปตามนั้น ขอเชิญคุณจตุพร พรหมพันธุ์ ไม่จํากัดเวลาครับ ไม่ต้องอธิบายเรื่องการอภิปรายได้หรือไม่ได้นะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ผมเรียนกับ ท่านประธานเพื่อความสบายใจของสมาชิก สถานะคดีของผมเหมือนกับนายกษิต ภิรมย์ ที่นั่งอยู่ตรงนั้น นายกษิตถูกข้อกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้ายก่อนการประชุมสุดยอดผู้นํา อาเซียนที่หัวหินได้ไปมอบตัวที่สถานีตํารวจทุ่งสองห้อง รับทราบข้อกล่าวหาเป็นที่เรียบร้อย ผมไปที่ดีเอสไอ (DSI) รับทราบข้อกล่าวหาเป็นที่เรียบร้อย ดีเอสไอเพิ่มข้อหาอีก ๔ คดี นับตั้งแต่ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๖ มาตรา ๒๑๕ มาตรา ๒๑๖ และ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน แจ้งข้อกล่าวหาผมรวม ๕ คดี ผมรับข้อกล่าวหา ทั้งที่อยู่ในสมัยประชุม ผมเรียนกับท่านประธานว่าสถานะของผมจึงไม่ได้แตกต่างไปจาก นายกษิต ภิรมย์ ไม่ได้แตกต่างไปจากนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์

(นายกษิต ภิรมย์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณจตุพรครับ ท่านรัฐมนตรีกษิตจะขอประท้วงนะครับ

นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ขอสิทธิ พาดพิงครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านใช้สิทธิประท้วงหรือใช้สิทธิพาดพิงนะครับ พาดพิงเดี๋ยวขอเป็นหลังจากการอภิปราย จบนะครับ แล้วผมจะเปิดโอกาสให้ใช้สิทธิพาดพิงอย่างเต็มที่นะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ผมต้ องขอเรียนกับ ท่านประธานนะครับว่าผมนั่ง

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอคุณจตุพรอภิปรายเข้าในเรื่องเลยนะครับ ไม่อย่างนั้นก็จะถูกประท้วงไปเรื่อยนะครับ เข้าเรื่องได้แล้วครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน 🔗

ผมนั่งฟังรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงด้วยการนั่งอย่างมีสติรับฟังไม่ขัดขวางในการอธิบายความแม้แต่เพียง นิดเดียว รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงจะชี้แจงยาวยืดอย่างไร ผมก็เคารพในฐานะ ถือว่าเป็นสิทธิ ผมเรียนกับท่านประธานว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจของกระผมนั้น ผมเองเคยได้ตั้งคําถามและถูกตั้งคําถามเช่นเดียวกันว่าในวันและเวลาที่รัฐบาลบอกว่า จะต้องมีการปรองดองกับผู้ก่อการร้ายหรือไม่ ผมก็ตั้งคําถามกลับไปเหมือนกันว่า แล้วเราจะต้องปรองดองกับฆาตกรที่สังหารโหดพี่น้องประชาชน ๘๙ ชีวิต บาดเจ็บอีก ๑,๕๐๐ คนหรือไม่ เอาใจเขาใจเราครับท่านประธานที่เคารพ ผมอธิบายความว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันนี้ กลไกหน่วยงานรัฐอย่างดีไอสไอ ซึ่งมีผลประโยชน์ทับซ้อนโดยตรง เป็นหนึ่งในคณะกรรมการ ศอฉ. ที่มีนายสุเทพ เป็นผู้อํานวยการ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นผู้แต่งตั้ง แล้วตัวเองก็เป็นประธานคดีพิเศษ แล้วเสร็จแล้วกรรมการ ศอฉ. มีส่วนในการปราบปรามและสังหารประชาชน แต่กลับมา ทําคดีเสียเองซึ่งผมจะได้อธิบายรายละเอียดว่าเป็นใครบ้าง

ผมเรียนกับท่านประธานว่าการอภิปรายของผมแม้บอกว่าปิดสมัยประชุม จะมีการออกหมายจับ ทําเลยครับ ถามว่าหมายจับเรื่องอะไร ทุกข้อหาผมไปมอบตัว รับทราบข้อกล่าวหา นัดวันให้ปากคํา นัดวันให้รวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งพยานวัตถุ พยานบุคคล คําชี้แจงครบถ้วนทั้ง ๕ คดี ผมเรียนกับท่านประธานนะครับว่าการออกมาขู่ว่า เสรีภาพจะมีอยู่อีก ๒ วัน แล้วจะให้ผมไม่สามารถทําหน้าที่ต่อไปนั้นไม่ใช่ ก่อนขึ้นมา อภิปรายไม่ไว้วางใจผมได้ตั้งหลักและทําสติเพราะรู้ว่าจะต้องถูกขัดขวางแต่ไม่มีปัญหา ผมเรียนกับท่านประธานฝากบอกรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงว่าเมื่อท่านประกาศว่า ท่านเป็นคนมีจิตใจนักเลง ผมก็ทนฟังท่านได้ ท่านก็ควรที่จะเคารพอีกฝ่ายหนึ่งที่กล่าวหาท่าน แล้วเมื่อท่านชี้แจงพวกผมก็ไม่ขัดขวาง เวลาผมอภิปรายก็ปล่อยให้ผมได้ทําหน้าที่ ท่านจะชี้แจงอย่างไรหรือกล่าวหาอย่างไรนั้นไม่เป็นปัญหา ขอเรียนกับท่านประธานว่า ผมได้ขออนุญาตท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรในการที่จะนําภาพและคลิป ภาพนั้นได้มี ๘ แผ่นพีพีบอร์ด (PP Board) แต่ว่าคณะกรรมการไม่อนุญาตที่มีภาพคนตายที่ถูกอาวุธ สงครามยิง ๒ บอร์ด (Board) ใหญ่ ๆ ไม่มีปัญหาครับ เช่นเดียวกันกับคลิปวิดีโอซึ่งตอนท้าย จะเปิดร่วมกับภาพนี้ กรณีทหารบนรางรถไฟฟ้ำแบบมีควันที่ยิงเข้าไปในวัดปทุมวนารามนั้น ก็ไม่อนุญาต ก็ไม่เป็นปัญหาและไม่เป็นอุปสรรคอีกท่านประธาน แต่ผมอยากจะเรียนกับ ท่านประธานว่าผมเองก็นั่งคิดและนั่งฟังนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ว่าการอภิปรายของผม ต่อไปนี้นั้นผมจะอภิปรายเพื่อทวงความยุติธรรมให้กับวีรชนทุกชีวิตที่ถูกกระสุนปืน ทั้งบาดเจ็บและล้มตาย นายสุเทพพยายามอธิบายความว่าผู้ที่ตายบางคนซึ่งเป็น จํานวนน้อย ในจํานวน ๘๙ ชีวิต ไม่ว่าเป็นประชาชน ๗๘ คน ทหาร ๑๑ นาย ว่าบางคน มีพฤติกรรมที่นายสุเทพได้กล่าวหา ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรไม่ทราบ แต่นายสุเทพหรือว่า ใครก็ตามไม่มีสิทธิที่จะตัดสินเขาด้วยการประหารชีวิตแล้วเหมารวมว่าทุกคนจะต้องมี พฤติกรรมอย่างนั้น เวลานี้อธิบายอย่างไรครับท่านประธานที่เคารพ พยายามปลุกระดม สร้างกระแสในสังคมว่าคนที่ตายนั่นสมควรตายแล้ว เพราะไปเผาอาคารเซ็นทรัล เวิลด์ เซ็นเตอร์วัน อาคารมาลีนนท์ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ศาลากลาง ว่าคน เหล่านั้นที่เผาตึกจึงสมควรตาย ท่านประธานที่เคารพ ท่านประธานลองดูสิครับ รายชื่อ ที่ศูนย์เอราวัณบันทึกวันและเวลาตายนั้นเกือบทั้งหมด ตายก่อนที่ไฟจะไหม้ ผมเรียนกับ ท่านประธานว่าการติดตามในการจับกุมผู้กระทําความผิด มีการจับกุมคนเผาศาลากลาง แต่ผมถามท่านประธานผ่านไปยังนายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าทําไม จึงไม่สามารถจับกุมผู้ต้องหาที่วางเพลิงห้างเซ็นทรัล เวิลด์ เซ็นเตอร์วัน อาคารมาลีนนท์ และธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทยหลายสาขา เป็นคําตอบเดียวกับการเผารถเมล์ ๕๒ คันเมื่อสงกรานต์เลือดปีที่แล้วหรือไม่ ท่านประธานไม่แปลกใจเลยหรือครับว่าอาคารต่าง ๆ ความจริงแล้วโดยความรู้จัก ไม่มีปัญหาอะไรเลย สมมุติว่าห้าง ๒ ห้างนี้นะครับ เซ็นทรัล เวิลด์อยู่ตรงนี้ ตึกเกษร อยู่ตรงนั้นพรรคพวกผมก็รู้กันว่าตึกเกษรนี่นะครับ ลูกเขยเป็นผู้อํานวยการพรรคประชาธิปัตย์ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ลูกสาวก็เป็นรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สังกัด พรรคประชาธิปัตย์ แต่ทําไมคนเสื้อแดงซึ่งเขาได้ใช้ห้องนํ้าของห้างเซ็นทรัล เวิลด์ คบค้าสมาคมเป็นอย่างดีจึงไปเลือกเผาเซ็นทรัล เวิลด์และไม่เผาห้างเกษร และที่สําคัญที่สุด ท่านประธานที่เคารพ รัฐบาลไม่พยายามหาข้อเท็จจริงเลย และพยายามอธิบาย อย่างเดียวว่าเพราะมีการเผาตึกเขาจึงสมควรตาย แล้วก็ให้สื่อโทรทัศน์อย่างช่องหอยม่วง ที่ถ่ายทอดเวลานี้สร้างกระแสสังคมให้เห็นคุณค่าซากตึกมากว่าซากชีวิตของพี่น้องประชาชน ผมเรียนกับท่านประธานว่าคนที่ตาย ๘๙ คน ส่วนหนึ่งเป็นทหาร ส่วนใหญ่เป็นประชาชน บาดเจ็บ ๑,๕๐๐ คน บางคนเสียลูกตา เสียขา เสียแขน เขาไม่ใช่นามสกุล เวชชาชีวะ เขาไม่ใช่นามสกุลเทือกสุบรรณ แต่เขาเป็นประชาชน แล้วทุกชีวิตที่ถูกยิง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ลองอธิบายว่าใครมีอาวุธในมือบ้างในจํานวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด เวลานี้ผมเองได้มองทุกอย่างด้วยความเข้าใจและความเป็นธรรมที่สุด หลายวันที่ผ่านมา ผมได้มองทหารอย่างมีสติ ได้มองอย่างความเข้าใจ แล้วมองคนที่ตายอย่างมีสติ ทุกคํ่าคืน ท่านประธานอาจจะไม่ทราบว่าพวกผมนี่แหละครับจุดธูป จุดเทียน ภาวนาทุกวันว่า อย่าให้ใครได้เสียชีวิตกันเลยในแต่ละวัน ที่ท่านพยายามปลุกกระแสสร้างอารมณ์ผู้คนว่า พวกผมพาคนไปตาย ถ้าผมพามาแล้วใครฆ่าตายครับท่านประธาน ฝ่ายที่ฆ่าตายบอกว่า พวกผมพามาเพื่อให้พวกท่านฆ่า ผมเรียนกับท่านประธานนะครับว่าการปลุกระดม โดยการปิดช่องทางการถ่ายทอดเสียงให้ออกเฉพาะข่าวของรัฐบาลด้านเดียวนั้นเราก็เห็น เหตุการณ์ที่เกิดที่ประเทศรวันดา ปลุกระดมจนกระทั่งเผ่าหนึ่งเป็นแมลงสาบ ระหว่าง ทุตซี (Tutsi) กับฮูตู (Hutu) ปลุกระดมโดยสถานีวิทยุ มองอีกเผ่าหนึ่งว่าเป็นแมลงสาบ ฆ่ากัน ๑๐๐ วันตายไป ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน อิทธิพลของสื่อที่ถูกสร้าง การปลุกระดม แบบล้างสมองนะท่านประธานที่เคารพ ทหารที่เขามาผมเองได้รู้จักว่าพ่อแม่เขา ไปสอบถามว่าทําไมเขาเข้ามาแล้วยิงประชาชนอย่างไม่คิดว่าเป็นคนไทยด้วยกัน เพราะอะไรท่านประธานทราบไหมครับ เช้ามาก็บอกว่าคนเสื้อแดงเป็นผู้ก่อการร้าย ล้มสถาบัน มีอาวุธร้ายแรง เที่ยงล้มสถาบัน ก่อการร้าย มีอาวุธร้ายแรง เย็นก่อการร้าย ล้มสถาบัน มีอาวุธร้ายแรง ในสมองของชายไทยอย่างทหารเกณฑ์หรือนายสิบหรือใครก็ตาม ได้ถูกยัดเยียดว่าคนที่มาชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เขาก็เพียงแค่ ทวงอํานาจอธิปไตยคือการยุบสภา เขามาขอหีบเลือกตั้งแต่ท่านให้หีบศพเขากลับไป ท่านประธานที่เคารพ ผมเรียนกับท่านประธานว่าพวกผมเองนั้นเป็นประชาชน ข้อหา ที่เจ็บปวดมากที่สุดที่ใครเกิดมาเป็นคนไทยแล้วต้องถูกตั้งข้อกล่าวหายัดเยียดนั่นคือ ข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ท่านประธานลองดูสิครับ แผนผังของ ศอฉ. แสดงเครือข่าย ที่มีพฤติการณ์ส่อล้มสถาบัน เอาชื่อ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ผม พรรคพวกเพื่อนฝูง อธิบายว่านายจตุพร พรหมพันธุ์ นายวีระ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ล้มสถาบันเพราะเขียนบทความหนังสือความจริงวันนี้ ทั้งที่บทความทุกฉบับ ไม่มีการถูกดําเนินคดีข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพแต่อย่างใด พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี คนหนึ่งเป็นทั้งอดีตผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารสูงสุด คนหนึ่งเป็นปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นนายกรัฐมนตรี ขอพึ่ง พระบารมีเพื่อดับทุกข์ ไม่ต้องการให้ประชาชนผู้เป็นพสกนิกรของพระเจ้าแผ่นดินนั้น ได้ล้มหายตายจากกันไปอีก กลายเป็นคนล้มสถาบัน

ท่านประธานที่เคารพ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ไปทําหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการคดีพิเศษได้มีการประชุม ครั้งที่ ๔/๒๕๕๓ เมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม มีมติ ๒ ใน ๓ ของคณะกรรมการทั้งหมด ให้คดีผิดทางอาญาอื่น เป็ นคดีพิเศษที่ต้องสืบสวนสอบสวนตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ คือการกระทําความผิดทางอาญาเรื่องกรณีกล่าวหาบุคคลกระทําการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท อันเป็นความผิด เกี่ยวกับความมั่นคงในราชอาณาจักร กรมสอบสวนคดีพิเศษประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา ในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ลงนามเมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม ถามนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผ่านท่านประธาน คดีที่นายพิชา วิจิตรศิลป์ ไปแจ้งความร้องทุกข์ให้ดําเนินคดี กับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในกรณีที่ไม่ได้นํานายทหารและนายตํารวจที่ได้รับพระราชทานยศ ชั้นนายพลตามลําดับเข้าเฝ้ำถวายสัตย์

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณจตุพรครับ มีผู้ประท้วงครับ คุณอรรถพรประท้วงอะไรครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ที่จริงผมไม่ตั้งใจจะขัดขวางการทํามาหากินของคุณจตุพรหรอกนะครับ แต่ผมเห็นว่า คุณจตุพรกําลังผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ และผมประท้วงท่านประธานตามข้อ ๘ ด้วยว่า ท่านประธานควบคุมสิครับ การอภิปรายที่ก้าวล่วงไปถึงพระกฤดาภินิหารของ พระมหากษัตริย์เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง และโดยข้อเท็จจริงถ้าเราเข้าไป ตรวจสอบอย่างใกล้ชิด เราก็จะเห็นว่าตัวละครหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการล้มล้าง ราชบัลลังก์ก็วนอยู่รอบตัวท่านทั้งสิ้นนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านใช้สิทธิประท้วงแล้วในลักษณะไปว่ากล่าวท่านอื่น ไม่ถูกต้องตามข้อบังคับนะครับ ก็ต้องขอความกรุณาประท้วงบอกว่าคุณจตุพรทําผิดข้อบังคับอะไร เพื่อประธานจะได้ วินิจฉัยได้ถูกต้องนะครับ เชิญต่อครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมก็ประท้วง ท่านประธานด้วยว่าท่านต้องควบคุมคําพูดของคุณจตุพรอย่าให้ก้าวล่วงมากไปกว่านี้ กับเรื่องที่ละเอียดอ่อนต่อจิตใจของคนไทย วันนี้เราเจ็บชํ้ากับสิ่งที่ท่านทํามามากพอแล้ว ท่านประธานควบคุมด้วยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมฟังอยู่นะครับ ขณะนี้คุณจตุพรยังไม่ได้พูดก้าวล่วงถึงสถาบันเลยนะครับ พูดก็ด้วย ความเคารพ พูดครั้งเดียวเท่านั้นเอง แต่ถ้าไม่จําเป็นก็ขอความกรุณาละเว้นด้วยนะครับ เชิญต่อครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ คณะกรรมการ คดีพิเศษมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นประธาน คือกรมสอบสวนคดีพิเศษจะรับเรื่อง ใด ๆ นั้นต้องเป็นมติของที่ประชุมไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ซึ่งนายอภิสิทธิ์ได้มอบหมายให้กับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ไปทําหน้าที่เป็นประธาน ผมเรียนกับท่านประธานนะครับว่าที่ผม ตั้งคําถามเรื่องนี้เพราะได้มีการยกว่ากรณีที่มีการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพจะต้องให้เป็น คดีพิเศษ นายพิชา วิจิตรศิลป์ ได้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดําเนินคดีกับนายอภิสิทธิ์ ที่กองปราบปราม บัดนี้ กองปราบปรามได้ส่งเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษแล้วหรือยัง

ท่านประธานที่เคารพ ต่อมาครับ แผนผังของ ศอฉ. ที่มีนายสุเทพนั่งเป็น ประธานนั้น ยกตัวอย่างเรื่องดา ตอร์ปิโด ดา ตอร์ปิโด นายกรัฐมนตรีที่สั่งจับชื่อนายสมัคร สุนทรเวช ดา ตอร์ปิโด ถูกดําเนินคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ นายสนธิ ลิ้มทองกุล เอาคําพูดของดา ตอร์ปิโด ไปทําซํ้า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ตัวการกับ ตัวทําซํ้าต้องรับโทษเท่ากัน ดา ตอร์ปิโด

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณจตุพรครับ มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ คุณอรรถพรประท้วงเรื่องอะไรครับ

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านจตุพรกําลัง ทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ห้ามผู้อภิปรายแสดงกิริยาหรือใช้วาจาอันไม่สุภาพ ใส่ร้าย หรือเสียดสี บุคคลใด และห้ามกล่าวถึงพระมหากษัตริย์หรือออกชื่อสมาชิกหรือบุคคลใด โดยไม่จําเป็น ท่านจตุพรได้ทําร้ายจิตใจคนไทยมาเกินพอแล้วครับ ท่านหยุดพฤติกรรม ของท่านได้แล้วครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

การประท้วงอย่างนี้ไม่ใช่วิธีการประท้วงที่ถูกต้องนะครับ ผมต้องขอความกรุณา คุณอรรถพรนะครับ คุณจตุพรกล่าวถึงสถาบันในคดีที่มีการดําเนินคดีไปแล้วนะครับ แล้วก็ไม่ได้กล่าวโดยไม่จําเป็น เชิญต่อครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ดา ตอร์ปิโด ถูกศาลชั้นต้นสั่งจําคุก ๑๘ ปี บัดนี้ถูกขังคุกเป็นเวลา ๒ ปี ขณะที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล คดีอยู่ระหว่างพนักงานสอบสวน อัยการ ไม่ไปไหนเลย ไหนล่ะครับคนจงรักภักดี ปกป้ อง สถาบันทําไมไม่เอาคดีนี้เป็นคดีพิเศษ หรือทําไมไม่ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตํารวจเอาตัว นายสนธิส่งไปให้อัยการ อัยการจะได้ส่งศาล นั่นละทําความผิดติดต่อกัน ห่างกันเพียงแค่ ๑ สัปดาห์ คนหนึ่งถูกศาลจําคุก ๑๘ ปี ประมวลกฎหมายอาญามาตรานี้ตัวการเท่ากับ ตัวทําซํ้า อีกคนหนึ่งยังลอยนวลกลายเป็นผู้มีอิทธิพลเหนือรัฐบาลอยู่ในเวลานี้ ผมเรียน กับท่านประธานว่าเมื่อ ศอฉ. เขียนชื่อคนใส่ว่าล้มสถาบัน แล้วถามว่าดําเนินคดีข้อหา หมิ่นสถาบันเรื่องอะไร แต่กรณีทั้งนายอภิสิทธิ์ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ถูกดําเนินคดี หมิ่นพระบรมเดชานุภาพทําไมจึงไม่เอามาเป็นคดีพิเศษ หรือหมายความว่าพวกท่าน หมิ่นสถาบันได้แต่พวกอื่นไม่หมิ่นก็ต้องกลายเป็ นพวกล้มสถาบัน ผมเรียนกับ ท่านประธานว่านี่คือความเจ็บปวดของคนไทยมากที่สุด คนดี ๆ หลายคนในประเทศนี้ ไม่ว่าจะเป็นดอกเตอร์ปรีดี พนมยงค์ หรือแม้กระทั่งการยึดอํานาจ ๘ พฤศจิกายน ๒๔๙๐ ตามประวัติศาสตร์พวกท่านรู้ดีมากกว่าผม ก็อ้างเรื่องสถาบัน ยึดอํานาจ รสช. ปี ๒๕๓๔ ก็อ้างเรื่องสถาบัน แล้วสุดท้ายผลเป็นอย่างไรครับ คนที่ถูกข้อกล่าวหาเรื่องการล้มสถาบัน ในปี ๒๕๓๔ ก็มาลงผู้แทนราษฎรพรรคท่านในสมัยที่ผ่านมาไม่ใช่หรือ เพราะฉะนั้นผมจึง เรียนกับท่านประธานว่าแม้ต่อมาภายหลังเขาลาออก แต่ผมต้องการอธิบายว่าเวลาใส่ร้าย ในการให้เหตุผลทําลายบุคคล เวลาที่เขามาอธิบายเขาต่อสู้ชนะคดี อย่าง พลตรี มนูญกฤต รูปขจร ที่ถูกข้อกล่าวหาในการยึดอํานาจ ๒๓ กุมภาพันธ์

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณจตุพรครับ มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ คุณอรรถพรประท้วงอะไรครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ขอบคุณผมจะได้กินนํ้าครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธาน ท่านต้องควบคุมการอภิปรายของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ผมได้ประท้วงผู้อภิปราย ข้อ ๖๑ การกล่าวถึงพระมหากษัตริย์โดยไม่จําเป็นหลายครั้ง ท่านไม่ควบคุม ท่านเองก็ได้รับความเคลือบแคลงจากสังคมในประเด็นนี้เช่นเดียวกัน ท่านต้องควบคุมครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยอย่างนี้ครับ การประท้วงของคุณอรรถพร ผมวินิจฉัยว่าคุณจตุพรไม่ได้พูดถึง สถาบันพระมหากษัตริย์โดยไม่จําเป็นนะครับ เป็นการอารัมภบทถึงความเป็น ๒ มาตรฐาน ซึ่งก็เป็นความคิดเห็นครับ เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรีกับท่านรองนายกรัฐมนตรีก็จะอธิบาย คุณจตุพรว่าขณะนี้คดีความอยู่ที่ไหน มันไม่ได้เป็ น ๒ มาตรฐานอย่างไรนะครับ ก็ขอคุณจตุพรเชิญต่อครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ผมเรียนกับท่านประธานนะครับว่า เพราะรัฐบาลถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ กล่าวหาผู้คนล้มสถาบัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ไม่เคยถูกดําเนินคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ นายอภิสิทธิ์ถูกแจ้งความดําเนินคดี หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ใช้ความสัมพันธ์อันใดกับรัฐบาลชุดนี้ จึงไม่ถูกดําเนินคดีเหมือนกับดา ตอร์ปิโด เพราะมีความผิดเช่นเดียวกัน ท่านประธานที่เคารพ การจะกล่าวหาคนว่าคนใดล้มสถาบันในการสร้างความเชื่อที่ผิด ให้กับคนในประเทศนี้แล้ว ประชาชนผู้บริสุทธิ์เขามาเรียกร้องประชาธิปไตย รัฐบาลชุดนี้ ไม่ได้มีหลักฐานอะไรเลยครับ เอาชื่อใส่แล้วก็เหมารวมกันว่าเขาล้มสถาบัน ผมบอกว่า รัฐบาลกําลังใช้สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นเครื่องมือเพื่อประโยชน์ของตัวเองและไว้ ทําลายปฏิปักษ์ทางการเมืองซึ่งเป็นเรื่องที่มิบังควรอย่างยิ่งที่คนไทยบังอาจกล้ากระทํา ในสิ่งนั้น ท่านประธานที่เคารพ ผมจึงขอร้องว่าท่านจะอยู่ท่านจะไปหรือว่าท่านจะอะไร ก็แล้วแต่ เราควรที่จะยกสถาบันพระมหากษัตริย์ทรงอยู่เหนือการเมือง แต่พวกท่าน เอาสถาบันมาเป็นเครื่องมือทําลายปฏิปักษ์ แล้วที่สําคัญที่สุดว่าปฏิปักษ์เหล่านั้นเขาเป็น พสกนิกรของพระเจ้าแผ่นดิน เขาก็เป็นลูกพ่อลูกแม่เหมือนกัน ไม่มีใครที่มีพฤติกรรม เลวทรามตํ่าช้าอย่างนั้น ใครที่เลว ยกตัวอย่างนะครับว่าบางคนก็ถูกจับในสมัยนายสมัคร สุนทรเวช ที่พวกท่านมักจะหยิบยกเป็นตัวอย่าง

ผมเรียนประเด็นต่อมาว่าหลังจากกล่าวหาเรื่องล้มสถาบัน แล้วก่อการร้าย อย่างไรครับท่านประธานที่เคารพ ถ้าท่านประธานจําความกันได้ นายสุเทพจําความกันได้

(นายประมวล เอมเปีย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ คุณประมวลประท้วงอะไรครับ

นายประมวล เอมเปีย ชลบุรี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ประมวล เอมเปีย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดชลบุรี ท่านประธานครับ ผมไม่รังเกียจเลยนะครับที่จะให้ท่านจตุพรอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่อยากจะขอร้องนิดว่า เรื่องสถาบันสมควรพอได้แล้วครับ แล้วก็เอ่ยถึงบุคคลที่สามนี่ ข้อบังคับ ข้อ ๖๑ อย่าเอ่ยเลยครับเพราะเขาไม่มีสิทธิที่จะมาตอบโต้ตรงนี้ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยอย่างนี้ครับ คุณจตุพรได้พูดถึงเรื่องการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แต่ก็คิดว่า จะจบแล้ว เพราะฉะนั้นก็ขอกรุณารวบรัดในเรื่องนี้ด้วยนะครับ เพราะว่าอภิปราย พอสมควรแล้ว แต่การเอ่ยถึงบุคคลที่สามนั้นท่านจะไม่ได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครอง ท่านต้อง รับผิดชอบเอง เป็นสิทธิที่พูดได้แต่จะไม่ได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองนะครับ เชิญคุณประมวล นั่งนะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ เพราะรัฐบาล ภายใต้การนําของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ประกาศอวดอ้างตนว่าเป็นผู้จงรักภักดี กล่าวหา พวกกระผมว่าล้มสถาบัน ผมก็ต้องการพิสูจน์นะครับว่าเวลาที่พวกท่านถูกดําเนินคดี

(นายธนา ชีรวินิจ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณจตุพรครับ มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ คุณธนาประท้วงอะไรครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอประท้วงท่านประธาน ๒ เรื่องครับ ท่านประธานเห็นไหมครับว่าผมหยิบยกกฎหมาย รัฐธรรมนูญให้ท่านประธานได้เห็นว่าถ้าให้ท่านจตุพรอภิปรายนี่ท่านจะมีผลประโยชน์ ขัดกัน สิ่งที่ท่านอภิปรายทั้งหมดก็คือเรื่องของท่านที่ไปอยู่ในการชุมนุมทั้งหมด ไม่ได้เป็น การอภิปรายเพื่อประโยชน์แห่งปวงชนชาวไทยเลย นั่นประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ที่ผมต้องลุกขึ้นมา เราจะพูดถึงสถาบันนั้นจะต้องระมัดระวัง อย่างที่สุด จะต้องพูดด้วยความเทิดทูนเคารพสถาบัน ท่านพยายามพูดให้เห็นว่าทําไม ดา ตอร์ปิโด พูดติดคุก ๑๘ ปี ทําไมคุณสนธิ ลิ้มทองกุล พูดยังไม่มีการดําเนินคดี ผมกราบเรียนท่านครับ ท่านประธานไม่ต้องตัดผมครับ นิดเดียวครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับ การประท้วงผมไม่อยากให้เป็นการอภิปรายนะครับ เพราะข้อบังคับ ของเรา ก็ขอให้ประท้วงแล้วก็สั้น ๆ นะครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

ผมประท้วงว่าท่านจตุพรนี่ ท่านไม่เอาความจริงทั้งหมดมาพูด เวลาคนที่ทําผิดกฎหมายอาญานี่เขาดูเจตนาครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานต้องเตือนครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ผมได้เตือนแล้วครับ เพราะว่าการประท้วงจะต้องบอกว่าผู้ประท้วงประท้วง ผู้อภิปรายเขาผิดข้อบังคับตรงไหน ด้วยเรื่องอะไร ขณะนี้ผมฟังจับใจความได้แล้วครับว่า คุณธนาบอกว่าคุณจตุพรพูดถึงเรื่องสถาบันมากเกินความจําเป็น แล้วเรื่องที่ ๒ คือพูดถึง บุคคลที่สาม ผมวินิจฉัยนะครับ การประท้วงไม่ใช่การอภิปรายนะครับ ผมไม่อยากให้ เป็นวัฒนธรรมเพราะเราประท้วงแล้วเราอภิปราย ก็ต้องขอรวบรัดด้วยนะครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

ผมประท้วงก็เพราะว่าคุณจตุพร ไม่พูดความจริง ท่านจตุพรเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นนักกฎหมาย

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอให้ฟังผู้ประท้วงให้จบครับ ผมให้โอกาสคุณธนา เดี๋ยวนะครับให้ผมวินิจฉัยสิ่งที่ คุณธนาประท้วงก่อนครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

จะจบแล้วครับท่านประธานครับ ผมถึงบอกท่านประธานว่าคนเป็นนักกฎหมายพูดผ่านสื่ออย่างนี้ทั่วประเทศมันเกิด ความเข้าใจผิด ในคดีความผิดอาญานั้นผู้จะมีความผิดได้ต้องมีเจตนาดูหมิ่นทําให้ เกลียดชัง ประเด็นของดา ตอร์ปิโด กับประเด็นของสนธิ ลิ้มทองกุล ต่างกันครับ สนธิพูด

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อย่าเพิ่งประท้วงครับ ผมจะฟังให้จบแล้วเดี๋ยวผมจะวินิจฉัยครับ ขอคุณธนารวบรัดด้วยครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

ครับท่านประธาน ถ้าเรื่องนี้ ไม่ใช่ประเด็นของสถาบันผมจะไม่พูดเลยครับท่านประธาน แต่ผมไม่ต้องการให้คนใดคนหนึ่ง ใช้สถาบันเพื่อมาปกป้ องและทําให้เกิดความเคลือบแคลงกับตัวเอง ให้ตัวเอง ได้ผลประโยชน์จากเรื่องนี้ผมยอมไม่ได้ ผมถึงกราบเรียนท่านประธานว่า

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอสมควรแล้วครับ ผมวินิจฉัย คุณจตุพรพูดในเรื่องสถาบันด้วยความเคารพนะครับ แล้วก็บอกว่าไม่ต้องการให้นําสถาบันมาหาประโยชน์เพื่อตัวเองและทําร้ายผู้อื่นซึ่งก็เป็น เรื่องที่ถูกต้องนะครับ ส่วนเรื่องการพูดถึงคุณดา ตอร์ปิโด หรือคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ถ้าหากว่าเรื่องใดไม่เป็นเรื่องจริงคุณจตุพรจะต้องรับผิดชอบเพราะว่าไม่มีเอกสิทธิ์ คุ้มครองนะครับ เพราะฉะนั้นคุณจตุพรอภิปรายต่อครับ แต่ขอความกรุณาพูดถึง เรื่องสถาบันผมว่าพอสมควรแล้วนะครับ

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณพิเชษฐ์ประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานผมต้องประท้วงครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านประธาน ข้อ ๘ ท่านผู้ประท้วงมีสิทธิพิเศษอะไรลุกขึ้นมาประท้วงทุกครั้งต้องมีการอภิปรายต่อ เขามีสิทธิพิเศษอะไร ท่านประธานควบคุมการประชุมด้วยครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยอย่างนี้ครับ ก็ต้องขอเรียนสมาชิกทุกท่านครับ ท่านประท้วงได้แต่ท่านประท้วงแล้ว ท่านไม่สมควรที่จะอภิปรายนะครับ การประท้วงที่ถูกต้องคือประท้วงว่าผู้อภิปราย ทําผิดข้อบังคับอะไร แล้วจะขอให้ถอนคําพูดหรือจะขอให้ยุติการอภิปรายก็เป็นเรื่อง ตามข้อบังคับ เพราะฉะนั้นก็ต้องฝากพวกเราทุกคนด้วยนะครับ ขอความร่วมมือทุกฝ่ายครับ ขอเชิญคุณจตุพรต่อครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ก็ผมถูก นายสุเทพในฐานะ ผอ. ศอฉ. ที่นายอภิสิทธิ์แต่งตั้งเอาชื่อไปใส่ในผังว่าเป็นเครือข่าย มีพฤติการณ์ส่อล้มสถาบันเผยแพร่สื่อสารออกไปทั่วทั้งโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ วิทยุ ผมก็มีสิทธิที่จะปกป้ องและชี้แจง เพราะนายสุเทพกล่าวหาผมโดยที่ไม่มีมูลไม่ได้มีหลักฐาน เสร็จแล้วท่านประธานปล่อยให้มีการประท้วงและมีการอภิปราย นายสุเทพต้องเป็นคนชี้แจง

(นายทศพล เพ็งส้ม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวครับคุณจตุพรครับ คุณทศพล เพ็งส้ม ประท้วงอะไรครับ

นายทศพล เพ็งส้ม นนทบุรี

ขออนุญาตท่านประธานครับ ผม ทศพล เพ็งส้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตประท้วง ท่านประธานเนื่องจากผู้กําลังอภิปรายนั้นฝ่าฝืนข้อบังคับ ข้อ ๖๑ เนื่องจากประเด็น ที่มีในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นไม่มีเรื่องเกี่ยวกับการที่ผู้อภิปรายมาแก้ตัว สิ่งสําคัญนะท่านประธานถ้าท่านประธานดูญัตติในข้อ ๑ นั้นไม่มีเรื่องสถาบัน หรือแม้กระทั่งการกล่าวหาว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพนั้นได้มีการดําเนินคดี หรือมีพฤติการณ์อย่างที่ท่านประธานพูดสักครู่ว่าเรื่อง ๒ มาตรฐาน ท่านประธานดูดี ๆ ในนี้ไม่มีนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปแล้วประท้วงว่าคุณจตุพรอภิปรายนอกญัตติใช่ไหมครับ

นายทศพล เพ็งส้ม นนทบุรี

ใช่ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยอย่างนี้ครับ คุณจตุพรกําลังอารัมภบทนะครับว่าการต่อสู้ของคนเสื้อแดงนั้น มีพื้นฐานมาจากอะไร แต่ขอความกรุณาคุณจตุพรได้รวบรัดในการพูดถึงเรื่องสถาบัน ได้แล้วนะครับ ขอความกรุณาเถอะครับจะได้ไม่มีผู้ประท้วงนะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

นี่เป็นประเด็นสําคัญที่สุดครับ ท่านประธาน เป็นเหตุให้รัฐบาลอาศัยเรื่องทํานองนี้แหละใช้เป็นเหตุผลในการสังหาร ประชาชน

ประเด็นต่อมา ท่านประธานที่เคารพ กล่าวหาเรื่องล้มสถาบันแล้ว เรื่องก่อการร้ายอย่างไรครับท่านประธาน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในวันที่ ๗ อ้างเหตุกรณีอริสมันต์ ซึ่งความจริง ท่านประธานถามผ่านไปยังนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ว่าที่ลูกพรรคถือปืนอูซี่ในสภา ทั้งสถานที่ สิทธิต่าง ๆ มีสิทธิหรือไม่ ผิดกฎหมายหรือไม่ มีอํานาจใด ๆ ให้คนติดตาม นายสุเทพซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แม้กระทั่งเป็นตํารวจ ทหาร ยังไม่มีสิทธิ ถือเข้ามาในสภาเลย เรื่องแบบนี้เราปล่อยผ่านไปได้อย่างไร แต่เมื่อประกาศ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ปรากฏว่าเลือกมาตรา ๑๑ บอกว่าเนื่องจาก สถานการณ์ฉุกเฉินมีพฤติกรรมการก่อการร้าย

(นายชุมพล จุลใส ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับคุณจตุพร คุณชุมพลประท้วงอะไรครับ

นายชุมพล จุลใส ชุมพร

ท่านประธานครับ ผม ชุมพล จุลใส พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดชุมพร ท่านประธานครับ ถ้าหากคุณจตุพรพูดจบผมขอใช้สิทธิ พาดพิงอีกครั้งนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็เป็นสิทธิที่คุณชุมพลจะชี้แจงได้นะครับ เพราะว่าคุณจตุพรก็อภิปรายพาดพิงถึง คุณชุมพลนะครับ ถึงไม่ได้บอกว่าเป็นชื่อใครแต่ทุกคนก็พอจะรับทราบ ก็จะให้สิทธิ หลังจากการอภิปรายจบแล้วนะครับ เชิญคุณจตุพรต่อครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน 🔗

ผมถามนายสุเทพในฐานะที่เป็น ประธานคดีพิเศษแทนนายอภิสิทธิ์ ดูแล ก.ตร. แทนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีสิทธิไหม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อย่าว่าแต่ในสภาเลยครับ ถือปืนอูซี่ได้อย่างไร ผมเรียนต่อ ท่านประธานว่านี่ผิดกฎหมายชัดเจน นายสุเทพเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ด้วยซํ้า เพราะตัวเองเป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง มีชายไทยเป็น ส.ส. ถืออาวุธสงคราม

ท่านประธานที่เคารพ ประเด็นต่อมาครับ การประกาศ พ.ร.ก. การบริหาร ราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินอ้างเรื่องการก่อการร้ายในมาตรา ๑๑ แต่คําว่าผู้ก่อการร้าย ยังไม่ได้คิดครับ ถ้ารัฐบาลโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ล่วงรู้ว่าจะมีการก่อการร้ายจริง ทําไมจึงไม่ประชุมเตรียมความพร้อมที่ให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม เขามาเป็นคนรับผิดชอบร่วม แต่คําว่าผู้ก่อการร้ายเกิดขึ้นมาได้อย่างไรครับ ท่านประธาน เกิดเหตุการณ์วันที่ ๑๐ เมษายน มีประชาชนตายกว่า ๒๑ ชีวิต มีทหารเสียชีวิต ประมาณ ๕ นาย ถามหัวใจของผม ผมไม่ต้องการทั้งทหารและประชาชนจะต้องมาตายเลย เพราะทหารก็ประชาชนคนไทย พวกผมก็เป็นประชาชนคนไทย เหตุการณ์นี้ผ่านไป ๒ วัน นายอภิสิทธิ์เองถึงขนาดพูดว่าตายแล้วเหมือนเกิดใหม่ อารัมภบทกันในพรรคไม่ใช่หรือว่า โชคดีที่ไปเจอชายชุดดําเข้ากลายเป็นยาสามัญประจําบ้าน รีบโผล่ออกมาตอนแรก พรวดพราดเลย บอกอย่างไรครับ บอกว่าชายชุดดํานี่แหละครับเป็นคนสังหารทหาร และประชาชน หลังจากนั้นอย่างไรครับ นึกได้บอกว่าไม่ใช่แล้ว ชายชุดดําเป็นชุดเดียวกับ เสื้อแดงยิงทหาร แล้วประชาชนใครฆ่า หน้าที่ของรัฐบาลมีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ

มาตรา ๘๑ ที่ต้องคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคลให้พ้นจาก การล่วงละเมิด ทั้งโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐและโดยบุคคลอื่น และต้องอํานวยความยุติธรรม แก่ประชาชนอย่างเท่าเทียมกัน

ชายชุดดําจะเป็ นใครก็ตามที่มีการถ่ายภาพให้เห็นประมาณ ๔ คน ถามท่านประธานผ่านไปยังนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ว่ามีคนบาดเจ็บ ๘๐๐ กว่าคน ตายรวมสะระตะนี่นะครับ ไปตายเพิ่มที่เขาดินตอน ๕ ทุ่มครึ่ง รวมกันแล้วตายประมาณ ๒๘ ศพ บาดเจ็บ ๘๐๐ กว่าคน ท่านเชื่อหรือครับว่ามีคน ๔ คนเท่านั้นที่สามารถดลบันดาล ทั้งทหารและประชาชนได้ ชายชุดดําจะเป็ นใครก็ตามเป็นหน้าที่ของนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพจะต้องไปจับกุม รวมกระทั่งคนลั่นกระสุนปืนใส่ประชาชน แล้วก็เป็นกรรมการเดียวกับที่นายอภิสิทธิ์เคยร้องกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เรื่องการสลายการชุมนุมในยามวิกาลในยามคํ่าคืน ผมเรียนกับท่านประธานนะครับว่า นายอภิสิทธิ์โผล่มาหลังจากนั้น ๒ วันบอกว่าชายชุดดํา ตอนแรกบอกว่าสังหารประชาชน สังหารทหาร ตอนหลังพรรคพวกบอกว่าเดี๋ยวไม่มีผู้ร้ายก็บอกว่าชายชุดดําเป็นพวกเดียวกับ เสื้อแดงสังหารทหาร แล้วประชาชนใครเป็นคนฆ่าครับนายกรัฐมนตรี ผมเรียนกับ ท่านประธานนะครับว่าพวกผมไม่มีหน้าที่บอกว่าใครเป็นพวกบ้าง แต่วันนั้นถ้านายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ หยุดการเข่นฆ่าประชาชนหรืออ้างว่าหยุดการขอพื้นที่คืนหลังจาก ดวงอาทิตย์ได้ลับฟ้ำไปแล้ว ชายชุดดําหรือชายชุดอะไรนั่นมันจะโผล่ขึ้นมาได้อย่างไร นายอภิสิทธิ์ไม่ใช่หรือที่ตําหนิรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่เป็นเหตุให้คน ๒ คนได้ตาย และมีคนบาดเจ็บ ท่านก็ไปร่วมงานศพสารวัตรจ๊าบทั้งที่ตํารวจเขาสันนิษฐานเลยว่า เป็นระเบิดที่พาไปเองแล้วระเบิด ท่านก็ยังยกย่องว่าคนเหล่านั้นเป็นวีรชนอันอาจหาญ แต่ประชาชนล่ะครับ ประชาชนที่เขาตายและบาดเจ็บ ลองไปสํารวจความรู้สึกของเขาไหม เขาเป็นประชาชน เหมือนเวลานายสุเทพยกตัวอย่างมีชาวพม่าคนหนึ่ง แล้วทําไม ท่านไม่บอกว่ามีชาวญี่ปุ่น ๑ คนล่ะ ชาวอิตาลี ๑ คน ชาวแคนาดา ๑ คน หรือประเทศพม่า มันเป็นชาติที่เล็กกว่าประเทศแคนาดา ประเทศญี่ปุ่ น หรือประเทศอิตาลี เขาก็มี ความเป็นมนุษย์ ทัศนะความเป็นมนุษยชาติของท่านตํ่ามาก ผมเรียนกับท่านประธานถามว่า พวกผมต้องการปรองดองหรือไม่หลังจากมีการบาดเจ็บล้มตายของประชาชน มีการเจรจา ก่อนหน้านี้อย่างที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อธิบาย ผมก็ได้บอกกับนายอภิสิทธิ์ต่อหน้าว่า ผมเห็นว่าที่มาของท่านไม่ชอบ ประชาชนเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ เขาไม่ได้เลือกท่าน ให้มาเป็นเสียงข้างมาก ท่าน ๑๖๔ เสียง พรรคพลังประชาชน ๒๓๓ เสียง เจตนารมณ์ ของประชาชนเขาให้ท่านมาเป็นพรรคฝ่ายค้าน แต่ว่าเมื่อมีอํานาจนอกระบบเข้ามาจัดการ ท้ายที่สุดใครก็ปฏิเสธปั๊ม ปตท. หน้ากรมทหารราบที่ ๑ มหาดเล็กรักษาพระองค์ไม่ได้ ที่นักการเมืองขึ้นรถตู้เข้าไปจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร ภาพอันนี้ละครับมันตราตรึง เราจึง บอกว่าต้องคืนอํานาจให้กับประชาชน ถ้าประชาชนเขาเห็นว่าท่านทําถูกเขาก็เลือกท่าน แล้วเราก็เสนอทางออกกันว่านายอภิสิทธิ์ พรรคประชาธิปัตย์ พวกผม หรือใครก็ตาม เราก็ ไปได้ทั้งประเทศ ท่านไปภาคอีสานได้ ไปภาคเหนือได้ ผมไปปักษ์ใต้ได้ ภาคกลาง ใครก็ไปกันได้อยู่แล้ว กรุงเทพฯ ต่างคนต่างก็ไปกันได้ บรรยากาศแบบนี้ละครับที่เรา ต้องการว่าถ้าท่านชนะพวกผมก็หยุด ยอมรับโดยดุษฎีไม่มีปัญหาอะไรเลย ทําสัญญา ตกลงใจกันได้ด้วยซํ้าว่าบรรยากาศของบ้านเมืองกําลังไปได้ด้วยดี ท่านติดอยู่ที่ ๙ เดือน เวลานั้นผมต้องการยุบสภา ๑๕ วัน แต่บรรยากาศเวลาที่สถานการณ์มันเนิ่นกันมา เกิดการตายวันที่ ๑๐ ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นเมื่อท่านยื่นแผนปรองดอง ในวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ผมได้ฟังแล้วก็มีการประชุมกันว่าเราจะเอากันอย่างไร สังคมเวลานั้นความตาย ความสูญเสีย เหมือนเหตุการณ์พฤษภาคม ๒๕๓๕ หลังเหตุการณ์นั้นใครก็ต้องการให้บ้านเมืองเกิดความสงบ ไม่ต้องการให้ใครฆ่ากันตาย อีกแล้ว อารมณ์แบบนั้นท่านเสนอปรองดอง แปลความกันว่าใครก็ไม่ขัดข้อง พวกผม ก็ไม่ขัดข้อง ท่านบอกว่าจะไม่ปรองดองกับผู้ก่อการร้าย พวกผมก็บอกว่าแล้วจะไป ปรองดองกับฆาตกรมันได้อย่างไร แต่เราบอกว่าเพื่อให้ประเทศมันเดินได้ เลือกตั้ง ๑๔ พฤศจิกายนไม่มีปัญหา ยุบสภาตอนแรกสงสัยวันก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ที่มันสะดุดเพราะอะไรครับ การเรียกร้องให้มีการยุบสภานั้นมีการตายกว่า ๒๐ ชีวิต บาดเจ็บกว่า ๘๐๐ ชีวิต พวกผมขออะไรกับท่าน พวกผมบอกว่าจะไม่ขอนิรโทษกรรม ในคดีก่อการร้ายและคดีล้มสถาบัน และให้ท่านกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็ต้องเข้าสู่ กระบวนการยุติธรรมเช่นเดียวกัน ข้อหาบงการใช้จ้างวานฆ่าและข้อหาปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบ

ท่านประธานที่เคารพ คดีแบบนี้มีตัวอย่างให้เห็นมากมาย ดีเอสไอนี่แหละ กรณีฟ้ อง พลตํารวจโท สมคิด บุญถนอม ขออนุญาตเอ่ยชื่อ ข้อหาอุ้มฆ่านายอัลลูไวรี่ นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย เขาไม่ยื่น ป.ป.ช. เพราะอายุความ ๑๕ ปี ขาดอายุความ ดีเอสไอยื่นฟ้ องต่อศาลอาญาในคดีฆ่า ซึ่งศาลประทับรับฟ้ องในช่วงเวลาของเดือนสุดท้าย ก่อนที่ขาดอายุความ ๒๐ ปี ผมจึงบอกกับนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ ผ่านประธานสภาว่า เราบอกให้ท่านเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม นายสุเทพไม่ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายอภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรีเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เราเพียงแค่ให้นายสุเทพเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมจะเป็นดีเอสไอหรือจะเป็นกองปราบปราม ก็ตาม ในกรณีที่ประชาชนเขาไปแจ้งความดําเนินคดีหรือแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ในข้อหาบงการจ้างวานฆ่าแล้วท่านก็ไปสู้คดี เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในความหมายนั้น แม้ว่าจะมีหมายเรียกหรือไม่มีหมายเรียกก็ตาม ผมยังไม่ได้เรียกร้องหมายจับเลย ท่านไปรับทราบข้อกล่าวหาปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาหรือจะต่อสู้คดีอย่างไร นั่นเป็นกระบวนการ เริ่มต้น พวกผมว่าท่านรับเสร็จ ผมยังเจรจากับเจ้าหน้าที่ตํารวจอยู่เลยว่าถ้านายสุเทพ เทือกสุบรรณ ไปดีเอสไอรับทราบข้อกล่าวหาในวันนั้น นัดกันแล้วว่าเราจะให้เจ้าหน้าที่ตํารวจ พร้อมสื่อมวลชนไปตรวจทุกที่ทุกอณูของการชุมนุม ซึ่งปกติทั้งที่สะพานผ่านฟ้ำลีลาศ ที่ราชประสงค์ ให้นักข่าวสื่อมวลชนไทยและเทศไปได้ทุกที่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้ามีกองกําลัง ติดอาวุธ ๕๐๐ คน บัดนี้ข่าวมันไปทั่วโลกแล้วละครับ แต่ผมเรียนกับท่านประธานว่า นายสุเทพไปดีเอสไอ ปรากฏว่าไปรับทราบว่ามีคนมาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ พวกผมเองยังสงสัยว่านี่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้วหรือยังท่านประธาน ไปตาม หัวหน้าคณะผู้พิพากษาในศาลฎีกา อย่างนายอุดม มั่งมีดี รุ่นเดียวกับอาจารย์มานิตย์ พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน พลตํารวจโท ชัชจ์ กุลดิลก และทีมทนายความว่า การที่นายสุเทพไปดีเอสไอแล้วเซ็นชื่อรับทราบว่ามีคนไปแจ้งความร้องทุกข์นั้นถือว่าเข้าสู่ ในกระบวนวิธีพิจารณาความแล้วหรือยัง นักกฎหมายไม่ว่าจะเป็นตํารวจ ไม่ว่าจะเป็น อดีตหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ทนายความ ฟันธงเหมือนกันหมดบอกว่านี่ไม่ใช่เข้าสู่ วิธีพิจารณาความอาญา พวกผมก็จึงเรียกร้องกันใหม่เพราะอะไรครับท่านประธาน ผมเป็นนักการเมือง พวกผมนี่แหละครับส่วนหนึ่งเป็นนักเคลื่อนไหว ส่วนหนึ่งก็เป็น นักการเมือง ถ้าเรามาต่อสู้ไม่มีใครตายแล้วเราได้วันเลือกตั้งเรามีสิทธิกลับครับ แต่เรา ได้วันเลือกตั้งแลกกับกว่า ๒๐ ชีวิต แลกกับ ๘๐๐ ชีวิตในขณะนั้นที่ได้รับบาดเจ็บเสียดวงตา แขน ขา เราจะยุติการชุมนุมโดยบอกว่าเราได้วันเลือกตั้งแล้วแล้วเราไปเอาชัยชนะ การเลือกตั้ง ผมบอกกับพรรคพวกในเวลานั้นว่าอย่าว่าแต่ไปตอบคําถามกับประชาชนเลย ตอบคําถามกับตัวเองยังไม่ได้เลยว่าแท้ที่จริงแล้วคุณต้องการวันเลือกตั้งโดยเอาชีวิต ประชาชนมาแลกครับ ผมบอกกับพี่น้องประชาชนกันมาตั้งแต่ต้นครับท่านประธาน ถ้าต้องเอาชีวิตประชาชนวันนั้นซึ่งเขาตายเพียงแค่ ๒๐ กว่าคน บาดเจ็บเพียงแค่ ๘๐๐ คน แลกกับวันเลือกตั้งผมไม่เอา และถ้าเอาชีวิตคืนมาได้ท่านอยู่ไป ๔ ปีเลยครับ ครบไปเลย แต่ความคิดของพวกเรานั้นที่นายสุเทพจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเหมือนกับ ๑ ใน ๕ ข้อ ของการปรองดองของท่านปรากฏว่านายสุเทพก็ไม่ยอม แล้วนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็เลือกหนทางอื่นครับ นั่นคือหนทางฆ่าประชาชน คําว่าขอพื้นที่คืนนี่คือการฆ่า ที่สะพานผ่านฟ้ำลีลาศ การกระชับพื้นที่นี่คือการฆ่าที่ราชประสงค์และจุดอื่น ๆ ผมเรียนกับ ท่านประธานว่าถ้านายสุเทพ เทือกสุบรรณ ไม่เห็นแก่ตัวจะไม่มีประชาชนบาดเจ็บล้มตาย อีก ๕๐ คน และบาดเจ็บอีกร่วมพันคนตามหลังจากนั้น ท่านคุมหน่วยงานดีเอสไอ คุมสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ท่านประธานลองดูสิครับ คําสั่งของนายอภิสิทธิ์เรื่องจัดตั้ง ศูนย์อํานวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน มีนายสุเทพเป็นผู้อํานวยการ มีรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการเหล่าทัพ มีอัยการสูงสุด มีอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ แล้วพอไปดูคณะกรรมการคดีพิเศษว่าทุกเรื่องที่เป็นคดีพิเศษจะต้องผ่านคณะกรรมการ ก็มี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นประธาน มอบหมายให้กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นประธาน และไม่ว่าจะเป็นปลัดกระทรวงยุติธรรม อัยการสูงสุด ปลัดกระทรวงมหาดไทย ก็ล้วนแต่เป็นกรรมการ ศอฉ. มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหารประชาชนทั้งสิ้น นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ท่านประธานที่เคารพ ก็เป็นกรรมการ ศอฉ. ร่วมในการฆ่าประชาชน แล้วถามว่ากระบวนการยุติธรรมในประเทศไหนบ้างครับที่ฝ่ายฆ่าประชาชนมาเป็น คณะกรรมการในการดําเนินคดีฝ่ายถูกฆ่า ผู้ฆ่าเป็นฝ่ายดําเนินคดีฝ่ายถูกฆ่า แล้วท่าน ก็บอกว่าปรองดองกันเถอะ นี่คือความยุติธรรมแล้ว ถามว่าถ้าพวกท่านมาอยู่ในจุด ของพวกผมบ้างท่านจะยอมรับไหม แต่วันนั้นเราต้องการให้ประเทศเดินหน้า เห็นว่านี่เป็น ผลประโยชน์ทับซ้อน เป็นผลประโยชน์ต่อเนื่องตามที่อภิปรายกันมาเมื่อกี้นี้ ตัวเอง เป็นประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ ตัวเองเป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตัวเอง เป็นปลัดกระทรวงอยู่ทั้ง ศอฉ. และคณะกรรมการคดีพิเศษซึ่งต้องถูกดําเนินคดีข้อหา บงการใช้จ้างวานฆ่าและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ คดีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบส่ง ป.ป.ช. คดีฆ่าไปตามกระบวนการวิธีพิจารณาความอาญา ท่านประธานที่เคารพ แต่ปรากฏว่า สิ่งเหล่านี้ท่านอธิบายอะไรครับ อธิบายว่านี่คือกระบวนการยุติธรรมแล้ว ท่านต้องมี ความรู้สึกสิ เวลาผมจะมาอภิปรายพวกท่านบอกว่าผมไม่เกี่ยวข้อง ผมนี่ฝ่ายถูกฆ่า ท่านเป็นฝ่ายฆ่า ถ้าพวกผมเป็นผู้ก่อการร้าย ท่านก็คือฆาตกร

(นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ฝ่ายผู้กล่าวหาเขาก็กล่าวหา คุณสมบูรณ์จะประท้วงอะไรเดี๋ยวก็จะจบอยู่แล้ว

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ครับ ปล่อยไว้ไม่ได้ครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณประท้วงอะไร

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ผิดข้อ ๖๑ ครับท่านประธาน ใส่ร้าย กล่าวหาเรื่องใครสั่งฆ่า เรื่องในการประชุม แล้วก็มีการฆ่าประชาชน ขณะนี้เขารู้แล้วครับว่า แดงฆ่าแดงเอง เพราะฉะนั้นอย่ามากล่าวหารัฐบาลกันขณะนี้ครับ เพราะฉะนั้นรอให้มี การสอบสวนเสร็จสิ้นครับ ผมคิดว่า ณ ขณะนี้ไปนําม็อบอย่างเดียวครับ มันไม่ใช่ เป็นการอภิปรายในสภาครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เขากําลังกล่าวหา ท่านนายกรัฐมนตรีกับรองนายกรัฐมนตรี เขาก็ต้องพูดพาดพิงไปบ้าง เชิญต่อเถอะครับ อยู่ในกรอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจก็แล้วกันนะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน 🔗

คือถ้าไว้วางใจจะอภิปราย แบบนี้ไม่ได้ นี่คือไม่ไว้วางใจ ท่านประธานที่เคารพ คดีก่อการร้ายที่นายสุเทพทําหน้าที่ ประธาน นายธาริต เพ็งดิษฐ์ และคณะร่วมกันนั้น พวกผมแต่ละคนผู้ก่อการร้ายนี่ ทําอะไรบ้างครับ เช่น พันตํารวจโท ทักษิณทวิตเตอร์ขอบคุณคนเสื้อแดงอีสานว่า พี่น้องอีสานได้มารวมตัวกันที่โคราช เดี๋ยวผมจะโฟนอิน (Phone-in) ไปให้กําลังใจ ต้องขอขอบคุณในความเสียสละ แต่น่าเสียดายสื่อทีวีไทยหมดแล้วกับความเป็นสื่อ แล้วบอกอีกเช่นว่าผมอยากถามอํามาตย์ว่าตั้งแต่ปฏิวัติเอาผมออกมา ๓ ปี มีความสุขดีไหม นอกจากความสะใจที่เอาผมออกไปได้ ไปไหนสบายเหมือนเดิมไหม ต้องเหลียวซ้ายแลขวา กลัวตีนตบจากเสื้อแดง อยู่ดี ๆ เอาตัวเองไปพัวพันกับการตั้งรัฐบาล ปล้นประชาชน ปล่อยรัฐบาลทหารโกง อยากบอกนายอภิสิทธิ์ว่าอย่าอยู่เลยอายุน้อยออกแบบเท่ ๆ ดีกว่าไหม นี่ละครับผู้ก่อการร้าย ท่านประธานที่เคารพ แม้กระทั่งนายอดิศร เพียงเกษ บอกว่าวันนี้ หมดเวลาของคุณอภิสิทธิ์ คุณอย่าใช้อํานาจใดมาปราบประชาชน คุณหมดความชอบธรรม อย่างเด็ดขาดในการเป็นนายกรัฐมนตรี แล้วบอกว่าวันนี้มึงไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี มึงอย่ามายุ่ง พี่น้องที่เคารพเราเป็นหนึ่งเดียวกันใช่ไหมครับ ผมกับท่านก็ต้องอยู่ด้วยกัน จนกว่าจะได้ชัยชนะขั้นเด็ดขาด นั่นคือเปรม สุรยุทธ์ ชาญชัย อภิสิทธิ์ และอีกวันหนึ่ง วันที่ ๑๒ เมษายน ปี ๒๕๕๓ บอกว่าวันนี้นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ได้โทรศัพท์มาหาตน ซึ่งตนได้บอกนายบรรหารให้ถอนตัวออกจากพรรคร่วมรัฐบาล นายบรรหารบอกว่าไม่ได้ขอ ๖ เดือนได้หรือไม่ เพราะมีสัจจะอยู่กับใครก็อยู่กับคนนั้น ตนได้บอกไปว่าแต่ตอนนี้มีคนตายจํานวนมากแล้วครับ นายบรรหารจะมีสัจจะไปทําไม เพราะตอนนี้ไม่สามารถพึ่งอดีตนายกรัฐมนตรีได้ ดังนั้นจึงขอให้คนจังหวัดสุพรรณบุรี จําไว้ให้ดีเป็นผู้ก่อการร้ายแล้วครับท่านประธานที่เคารพ ทุกคนที่เป็นผู้ก่อการร้าย มาจากคําปราศรัยหมดครับ ณัฐวุฒิพูดที่เขาสอยดาวเมื่อวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๕๓ ที่พวกท่านเอาไปฉายสนุกกันเลยครับ ณัฐวุฒิเขาบอกว่าคุณอภิสิทธิ์ก็ขอคลิปแล้วนี่เคส (Case) นี้ครับ ถ้าพวกคุณยึดอํานาจผมเผาทั่วประเทศ เผาไปเลยพี่น้องผมรับผิดชอบเอง แล้วใครจะจับ ใครจะเอาอะไรมาเอากับผมนี่ ถ้าคุณยึดอํานาจเขา ณัฐวุฒิเขาพูดกรณีที่มี การยึดอํานาจ แล้วพูดเมื่อเดือนมกราคม ท่านประธานที่เคารพ ผมจึงบอกว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ทําหน้าที่ประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ เหมือนผมนี่แหละบอกว่า ขอให้เสื้อแดงซึ่งอยู่ในต่างจังหวัดฟังภารกิจต่อไปนี้ ให้ไปรวมตัวกันที่ศาลากลาง รอเวลา ให้มีการปราบเมื่อไรตัดสินใจได้ทันที ทุกจังหวัดให้ไปศาลากลางฟังสัญญาณจากที่นี่ จอมืดเมื่อไรแสดงว่ามีการปราบแล้ว พี่น้องมีดุลยพินิจจัดการได้ทันที คําว่าดุลยพินิจ แปลว่าสั่งเผาหรือครับ ถ้าศาลใช้ดุลยพินิจแปลว่าศาลสั่งเผาใช่ไหม นายอภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรีใช้ดุลยพินิจแปลว่าสั่งเผาใช่ไหม นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภาใช้ดุลยพินิจ แปลว่าสั่งเผาหรือเปล่า เช่นคําว่าห้างเซ็นทรัล เวิลด์ก็เช่นเดียวกันไม่ต้องไปกลัวอะไรกับ ประชาชนเลย เพราะประชาชนที่เขามาชุมนุมถ้าเขาคิดไม่ดีกับห้างคุณ คุณปิดห้าง คุณก็ฉิบหาย ถ้าคนคิดจะทําชั่วกับพวกคุณ แต่เรามาดีไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่ละคน ไม่ว่าเป็นวิเชียร ขาวขํา วีระ มุสิกพงศ์ หรือแม้แต่กระทั่งอริสมันต์ เขาก็พูดในบรรยากาศ เรื่องนํ้ามันล้านลิตรซึ่งไม่มีการปฏิบัติอะไรเลย ไปพูดที่กองทัพบกวันที่ไปต้านการรัฐประหาร ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการชุมนุมครั้งนี้เลย ท่านประธานที่เคารพ นี่คือสิ่งที่พวกเรา เป็นผู้ก่อการร้าย หรือแม้แต่กระทั่งที่ พันตํารวจโท ทักษิณบอกว่าถ้ามีการปราบให้ไปรวมตัว ศาลากลางก็เป็นผู้ก่อการร้ายเช่นเดียวกัน นี่ละครับการเป็นผู้ก่อการร้ายในประเทศไทยนั้น รู้สึกว่ามันเป็นกันง่ายเหลือเกินครับท่านประธาน ประกาศเป็นคดีพิเศษเสีย เล่นเอง ชงเอง กินเอง แต่ถ้ามีเฉพาะคําพูดมันไม่พอครับ ท่านประธาน เพราะประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๕/๑ ในวรรคท้ายบอกว่า การกระทําในการเดินขบวน ชุมนุม ประท้วง โต้แย้ง หรือเคลื่อนไหว เพื่อเรียกร้องให้รัฐ ช่วยเหลือ หรือให้ได้รับความเป็นธรรม อันเป็นการใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ไม่เป็น การกระทําความผิดฐานก่อการร้าย ท่านประธานที่เคารพ ประเด็นของผมก็คือว่า ท่านจึงต้องเติมเรื่องไฟใช่ไหม ต้องเติมเรื่องอาวุธใช่ไหม พวกผมได้ประกาศตั้งแต่ ก่อนที่พวกท่านจะเข้ามาสลายว่าท่านเข้ามาจุดใดเอาอาวุธยัดไปด้วย ผมอยากจะถาม ท่านประธานลองใช้ดุลยพินิจว่าคนที่ตาย ๗๘ คนไม่มีอาวุธอยู่ในมือแม้แต่เพียงรายเดียว ผู้ได้รับบาดเจ็บ เสียดวงตา เสียแขน เสียขา แล้วปรากฏว่าหลังจากเขาเลิกชุมนุม ๒ วัน อาวุธไปโผล่ที่วัดปทุมวนารามหมด ในวันที่พวกท่านเข้าไปคุมพื้นที่อย่างเบ็ดเสร็จแล้ว เทพารักษ์มันก็ไปงมได้อาวุธขึ้นมาเต็มหมด ท่านกําลังอธิบายกับประชาชนว่าพวกผม ก่อนจะตายนั้นได้เอาอาวุธมาฝากไว้ที่วัดปทุมวนารามแล้วไปให้พวกท่านยิงด้วยมือเปล่า ใช่ไหม เวลาสู้กับพวกท่านใช้หนังสติ๊ก ใช้บั้งไฟ ใช้ตัวตะไล แต่เวลายิงกับพวกเดียวกันเอง ใช้สไนเปอร์ใช่ไหม มีเหตุผลปัญญาอ่อนในประเทศนี้ในโลกนี้มากกว่านี้หรือไม่ แต่พวกท่าน ต้องเติมเพราะอะไรครับ เพราะแค่คําพูดที่ผมอ่านตามสํานวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่แจ้งข้อหาผมนี่

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วง ประท้วงอะไรครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ นะครับ การอภิปรายต้องอยู่ในประเด็นหรือเกี่ยวกับ ประเด็นที่กําลังปรึกษาหารือกันอยู่ ผมฟังท่านอภิปรายเหมือนท่านกําลังแก้คดีก่อการร้ายครับ ไม่ใช่อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ท่านประธานควบคุมให้ตรงประเด็น ที่นี่ไม่ใช่งานเลี้ยงรุ่น ผู้ก่อการร้ายครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ เขากําลังกล่าวหา ท่านนายกรัฐมนตรีกับท่านรองนายกรัฐมนตรี ก็ให้เขาพูดไปก่อนนะครับ ท่านไม่มีสิทธิ ที่จะไปห้ามเขาได้หรอกครับ เชิญเข้าเนื้อหาครับ ผมอยากฟังรายการ ๒ รายการ ที่ท่านส่งมาให้ทางคณะกรรมการครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ได้ครับท่านประธาน สักครู่เดียว

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าอันนี้มันจะได้รู้เห็น อะไรชัด ๆ ที่ท่านเสนอครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ขอบคุณท่านประธานที่ชี้แนะ ท่านได้ใช้ดุลยพินิจใช่ไหมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เพื่อจะได้เสร็จให้เร็ว

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

แปลว่าท่านไม่ได้สั่งเผานะครับ ท่านประธานที่เคารพ เพื่อให้หายง่วงนอนกันท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ เพราะว่า ลําพังที่พวกผมไปรับทราบข้อกล่าวหาก่อการร้าย นายกษิต ภิรมย์ ยังอุตส่าห์ไปยึด สนามบินสุวรรณภูมิ เท่ครับ แต่พวกผมนี่ไปพูดว่าให้ไปรวมตัวที่ศาลากลางถ้ามีการปราบ เป็นผู้ก่อการร้ายแล้วครับ ไม่มีโอกาสกินอาหารดี ฟังดนตรีเพราะเลยครับท่านประธาน ผมจึงเรียนกับท่านประธานว่าการยัดอาวุธจึงเกิดขึ้นเพราะคนที่ตายตายมือเปล่า ภาพทุกภาพคนตายนี่ครับที่ห้ามไม่ให้นํามาเปิดคลิปแล้วเอาชาร์ท (Chart) มาให้ ท่านประธานได้ดูนี่ผมเสียดาย เพราะฉะนั้นการแจงว่ามีอาวุธที่วัดปทุมวนาราม ถ้าพวกผม มีกําลังตามที่ ศอฉ. ที่มีนายสุเทพเป็นผู้อํานวยการนี่บอกว่ามีกําลัง ๕๐๐ คน ที่ผมบอกว่า ออกใบมรณบัตรล่วงหน้าเลย ๕๐๐ ใบเพราะอะไรครับ ถ้ามีอย่างนั้นจริงนักข่าวไทยและเทศ เป็นร้อย ๆ คน ไม่มีเขตหวงห้ามเลยไปได้ทุกที่ มันปิดตาได้อย่างไร แล้วตํารวจสายข่าวทหาร เต็มไปหมด ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าการยัดอาวุธนั้นเป็นองค์ประกอบ หลังจากมีแค่เรื่องพูดเท่านั้น แล้วทีนี้เรื่องเผาล่ะครับ ท่านประธานสังเกตไหมครับ การเผาที่มีผู้ต้องหา มีศาลากลาง ๔ แห่งเท่านั้นเอง แต่เซ็นทรัล เวิลด์ เซ็นเตอร์วัน อาคารมาลีนนท์ ธนาคารกรุงเทพ หลายสาขา ธนาคารกสิกรไทย จับแมวที่ไหนได้สักตัวไหมครับท่านประธาน เพราะรัฐบาล ประโคมโหมข่าวว่าคนเสื้อแดงใช้ความรุนแรงมีพฤติกรรมก่อการร้ายด้วยการเผา เซ็นทรัล เวิลด์ เวลานี้หลังจากเกิดเหตุวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ผ่านไป ๑๐ กว่าวัน บัดนี้ ทําไมตํารวจนครบาลหรือดีเอสไอซึ่งเป็นหน่วยยาสามัญประจําบ้านของท่านจับผู้ต้องหา คดีวางเพลิงเซ็นทรัล เวิลด์ไม่ได้ เซ็นเตอร์วัน อาคารมาลีนนท์ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ไม่ได้ ผมสงสัยว่าพวกท่านจะเผากันเองแล้วมายัดเยียดเหมือนกับอาวุธ ในวัดปทุมวนาราม ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านเป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง มีอํานาจเต็มไปหมด ทีวีวงจรปิด กล้อง ภาพอะไรเต็มไปหมด แม้กระทั่งหน้าตาที่คุณวรวัจน์ เอามาอธิบายนั้นก็ยังขยายผลได้เลยว่ากําลังจุดไฟที่เซ็นทรัล เวิลด์ เป็นใคร ภาพเหล่านี้ เผยแพร่ในโลกไซเบอร์ (Cyber) เต็มไปหมด แต่ท่านไม่ให้ความสนใจเลย เวลานี้จับได้ ศาลากลาง แต่เซ็นทรัล เวิลด์ เซ็นเตอร์วัน อาคารมาลีนนท์ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ผมอาจจะไม่บอกพวกท่านว่าทําอะไร แต่ผมบอกบริษัทประกันภัย ก่อนจ่ายสตางค์ตรวจดูครับ นี่เป็นองค์ประกอบว่าพวกผมถูกดําเนินคดีข้อหาก่อการร้าย จากเดิมพูดอย่างเดียวบอกให้คนไปศาลากลาง แต่ปรากฏว่าองค์ประกอบอันนี้มันไม่เข้าข่าย การก่อการร้าย ท่านก็จึงยัดเยียดอาวุธ ถ้าพวกผมมีอาวุธจริงทําไมพวกผมตาย ๗๘ คน

(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ประท้วงอะไรอีกคุณวรงค์ ประท้วงผมหรือครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมขออนุญาต ประท้วงท่านผู้กําลังอภิปรายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๒ ท่านประธานอย่าลืมนะครับว่า ญัตตินี้คือญัตติของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่กําลังอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรองนายกรัฐมนตรี แต่ขณะที่ผมกําลังฟังอยู่นี้มันขัดแย้งกัน มันกลายเป็นแกนนํา นปช. กําลังมาแก้ข้อกล่าวหาตัวเอง ซึ่งผมมองดูแล้วว่ามันขัดแย้งกับผลประโยชน์ของตัวเอง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ ครับ ให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ผมวินิจฉัยครับ ก็ปล่อยให้เขาพูดเพราะเขาเป็นคนยื่นญัตติไม่ไว้วางใจ ผมอนุญาต แล้วท่านช่วยเข้าเรื่อง อย่าวกวนครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ไม่วนเลยครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ ถามนายกรัฐมนตรีกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ว่าทําไมทุกศพ ที่เสียชีวิตเป็นส่วนใหญ่นั้นไม่เข้าสู่การชันสูตรพลิกศพตามวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๔๘ มาตรา ๑๔๙ มาตรา ๑๕๐ เพราะเมื่อมีการได้รับสํานวนชันสูตรพลิกศพแล้ว ให้พนักงานอัยการทําคําร้องขอต่อศาลชั้นต้นแห่งท้องที่ที่ศพนั้นอยู่เพื่อให้ศาลทําการไต่สวน และทําคําสั่งแสดงว่าผู้ตายเป็นใคร ตายที่ไหน เมื่อใด และถึงเหตุและพฤติการณ์ที่ตาย ถ้าตายโดยคนร้ายให้กล่าวว่าใครเป็นผู้กระทําร้ายเท่าที่จะทราบได้ภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับสํานวน ถ้ามีความจําเป็นให้ขยายเวลาออกไปได้ไม่เกิน ๒ ครั้ง ครั้งละ ไม่เกิน ๓๐ วัน แต่ต้องบันทึกเหตุผลและความจําเป็นในการขยายระยะเวลาทุกครั้งไว้ ในสํานวนชันสูตรพลิกศพ ความตายทั้งทหารและประชาชน ความตายของทหาร ในวันที่ ๑๐ ทําไมท่านไม่ชันสูตรพลิกศพของ พันเอก ร่มเกล้า และพลทหารว่าเขาได้เสียชีวิต เพราะอะไร ตามวิธีพิจารณาความอาญาทําไมท่านจึงไม่ได้ชันสูตรพลิกศพประชาชน ที่ตายในวันที่ ๑๐ และระหว่างวันที่ ๑๓ ถึงวันที่ ๒๐ เพราะพวกท่านใช่ไหม พอเข้าสู่วิธีพิจารณาความอาญาท่านก็ใช้คนคนหนึ่งไม่อยากจะ เอ่ยชื่อเพราะเป็นบุคคลภายนอก ให้ไปแสดงว่าเหตุที่ตายเพราะคนร้ายทําให้ตาย ไม่ได้มี การไต่สวนตามวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๐ ว่าด้วยการชันสูตรพลิกศพที่จะต้อง ไต่สวนที่ศาลอาญาหรือศาลชั้นต้นว่าตายด้วยเหตุอะไร ใครทําให้ตาย ท่านทําไมไม่ไป สอบสวนล่ะครับว่าวิธีพิจารณาความอาญาที่ว่านี้มันจะตอบเลยว่าทหารตายเพราะอะไร ประชาชนตายเพราะอะไร เพราะท่านได้ละเลยสิ่งเหล่านี้ ท่านจึงมุ่งเข้าสู่เรื่องข้อหา ก่อการร้ายและล้มสถาบันเพื่อให้ท่านได้พ้นผิดในข้อหาบงการใช้จ้างวานฆ่า ต้องการ เอาคําว่าผู้ก่อการร้าย ล้มสถาบัน เพื่อกลบความเป็นฆาตกรต่างหากครับท่านประธาน ผมจึงบอกว่าการอภิปรายของผมในวันนี้เพื่อทวงความเป็นธรรมให้กับคนที่ตาย นายสุเทพ จะป้ำยสีอย่างไรก็ตามเป็นเพียงบางคน และเขาก็ไม่ต้องได้รับความตายถ้าเขามีพฤติกรรม อย่างนั้น เขาก็ต้องถูกดําเนินคดีตามกฎหมาย แต่การเอาพฤติกรรมว่าเขาโดนคดีอะไร แล้วไปประหารชีวิตเขา คุณไม่มีสิทธิ ประมวลกฎหมายอาญานั้นไม่ได้ให้สิทธิใครไปฆ่าใคร แต่กระบวนการศาลยุติธรรมจะเป็นคนตัดสิน

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณจตุพร ก็รายเก่าประท้วง เชิญครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ จริง ๆ แล้ว เกรงใจท่านจตุพรเพราะว่าอีก ๒-๓ วันคงไม่เจอหน้ากันอีกนาน แต่ผมกําลังสงสัยว่า คุณจตุพรอภิปรายผิดข้อ ๖๑ หรือไม่ คุณจตุพรอภิปรายเหมือนถูกไม่ไว้วางใจ และกําลังชี้แจง จริง ๆ คุณจตุพรต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ไม่ทราบตกใจ เสียงปืนสติเคลื่อนไปหรือเปล่าครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อภิปรายไม่ไว้วางใจก็แล้วกัน อย่างที่คุณจตุพรพูด เขาจะไม่ประท้วงอีกครับ คุณจตุพรอยู่ในกรอบก็แล้วกันครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ที่ผมอธิบายนี่คือการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่านายอภิสิทธิ์กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ จงใจใส่ร้ายประชาชนเพื่อทําให้ตัวเองพ้นผิดจากคดีบงการใช้จ้างวานฆ่าประชาชน ๗๘ ศพ และพยายามฆ่าอีก ๑,๕๐๐ กว่าชีวิต นี่อย่างไรละครับคือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ท่านประธานที่เคารพ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้อธิบายเรื่องกรณีไทยคมที่ลาดหลุมแก้ว ถามนายสุเทพครับ วันที่ท่านไปขออนุมัติกับศาลอาญาเรื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์ ซึ่งศาลอนุมัติให้ตัดได้ครั้งละ ๖ ชั่วโมง ถามคําถามกลับกันว่าวันที่ท่านสั่งกําลังทหาร เข้าไปยึดสถานีไทยคมนั้นท่านได้ไปขออนุมัติต่ออธิบดีศาลอาญาหรือไม่ ถ้าท่านกล่าวว่า พวกผมไปทวงคืนไทยคม แล้วท่านเอาสิทธิอะไรเข้าไปยึดไทยคม ความจริงพวกท่านไม่ได้ ปิดสัญญาณพีเพิล แชนแนลหรอกครับ พวกท่านปล้นสัญญาณ ใช้ตัวยิงสัญญาณ จากไทยคมยิงไปตัดสัญญาณของไทยคมเอง ต่อมาภายหลังใช้ที่ กสท. ต่อมาภายหลัง ก็ใช้ ๔ จุดเคลื่อนที่ยิงตัดสัญญาณ ปล้นสัญญาณประชาชน ไม่ใช่ตัดสัญญาณตามวิธีการ ตามกระบวนการตามปกติ ท่านประธานที่เคารพ นี่อย่างไรละครับกฎหมาย กฎหมาย ที่ตัวเองไปใช้โดยอํานาจของอธิบดีศาลอาญา ขออนุมัติในกรณีตัดสัญญาณมือถือ แต่บุกยึดไทยคมไม่ขออนุมัติ แปลว่าไปลาดหลุมแก้วปล้นได้ ตัดสัญญาณ ขออนุมัติ ศาลอาญา เขาอนุญาตให้ท่านทําอย่างนี้หรือครับ เพราะฉะนั้นผมจึงเรียนกับ ท่านประธานว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจของกระผมในวันนี้นั้น คลิปต่าง ๆ ความจริงแล้ว ภาพต่าง ๆ ที่ผมอธิบายกับท่านประธานว่าผมไม่ต้องการอธิบายให้เกิดความชิงชังระหว่าง พี่น้องทหารกับพี่น้องประชาชน คนเหล่านี้ลูกชาวบ้าน อายุ ๒๑ ปีไปจับดันได้ใบแดง บางคนสมัครเป็นทหาร เช้ามาบอกว่า พวกผมเป็นผู้ก่อการร้าย เป็นคนล้มสถาบัน มีอาวุธร้ายแรง ล้างสมองอย่างนี้กันทั้งหมด นี่คือสิ่งที่ปรากฏ เขาจึงยิงใส่เข้าไปโดยคิดว่าประชาชนเขามีอาวุธร้ายแรง เป็นผู้ก่อการร้าย ล้มสถาบัน ยิงตรงทั้งนั้นแหละครับ ทั้งเอ็ม ๑๖ อย่างที่เห็น นี่รัศมีทําการทั้งนั้น ส่องกล้อง รถหุ้มเกราะ ตอนแรกท่านประธานทราบไหมครับว่าพวกผมนี่แหละครับที่ได้ฟังจาก ทหารแตงโม วันที่ ๑๐ ที่จะเอาไปที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยนั้น เพราะรถหุ้มเกราะนี่ ใช้เพื่ออะไรครับ ๑. สําหรับการยํ่าไปข้างหน้าและป้ องกัน ๒. เป็ นที่เก็บศพได้ เป็นอย่างดีเลยท่านประธาน และทําสําเร็จแล้วเมื่อสงกรานต์เลือดปีที่แล้ว เปิดภาพต่อไปครับ เรื่องการปฏิบัติต่อพระ ประชาชน ผู้หญิง นี่คนไทยทั้งนั้นนะท่านประธาน ที่นายสุเทพ กล่าวอ้างกรณีหนึ่งเรื่องพระที่ชื่อ พลทหาร สุขปัญญา คดขวาน้อย กองพันทหารราบที่ ๑ กรมทหารราบที่ ๑๑ รักษาพระองค์ ผมยังสงสัยเลยว่าอ้ายนี่อาสามาเป็นพระปลอม และตํารวจก็ต้ม ร้อยตํารวจโท เชาวริน แล้วก็ไม่ให้ถูกจับได้ เพื่อจะเล่นงานพระคนอื่นต่อ เพราะพระที่เขามาร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดงเขาไม่ได้มาชุมนุมฐานะที่มาไล่รัฐบาล แต่เขาขอบิณฑบาตชีวิต ท่านประธานทราบไหมครับว่าสมเด็จเจ้าคุณวัดชนะสงคราม ก่อนสลายการชุมนุมขอบิณฑบาตชีวิตประชาชนที่อยู่ราชประสงค์ หรือดินแดง ที่บ่อนไก่ พระภิกษุสงฆ์เดินทางไปถึงกรมทหารราบที่ ๑๑ รักษาพระองค์ขอบิณฑบาตชีวิต ไม่มีความเมตตาครับ ส.ว. พลเอก เลิศรัตน์และคณะได้มาเจรจากับพวกผมในวันที่ ๑๘ พวกผมร้องขอว่าหยุดยิงแล้วมาเจรจากัน ไม่ต้องการให้ใครตายกันอีกแล้ว ส.ว. ยังไม่ทันกลับเลย สั่งทหารเคลื่อนแล้ว มติชนรายสัปดาห์ถึงขนาดออกเสียงว่าผมไม่ให้เวลามันอีกแล้ว บ้านเมืองจะไปอย่างนี้นะท่านประธาน สมเด็จเจ้าคุณวัดชนะสงครามท่านบิณฑบาต ร้องขอชีวิต แล้วการอ้างว่าพระที่ถูกจับได้ ถูกมัดอย่างนี้แล้วนําไปขังเลย ท่านประธาน อาวุโสกว่าผม ไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ปี ๒๕๐๘ หรือเป็นพระไตรปิฎก ในการสึกพระนั้นเขาให้ทหารสึกหรือตํารวจสึก เขาให้พระปกครองในเขตนั้น ผมเป็น เด็กวัดบวรนิเวศวิหารมาเป็นสิบปี ผมเคยบวชและเคยต้องเปล่งวาจาสึก แล้วต้องให้ พระปกครองเขามาสึกเสียก่อนจึงจะดําเนินคดี ท่านประธานเป็นผู้อาวุโสจําสมัย จอมพล สฤษดิ์ได้ไหมครับ เจ้าคุณพิมลธรรมเป็นพระรองสมเด็จถูก จอมพล สฤษดิ์ จับขังคุกไม่มีการสึกท่านก็ไม่ได้เปล่งวาจาสึก ถูกขังคุก เมื่อพ้นโทษออกมาหลังจาก จอมพล สฤษดิ์ตาย สมณศักดิ์ซึ่งปกติถ้าหมายความว่าถูกจับสึกแล้วจะต้องเริ่มต้น เป็นสมณะใหม่ แต่ปรากฏว่าคณะสงฆ์ให้สมณศักดิ์ตําแหน่งพระพิมลธรรมเหมือนเดิม แล้วหลังจากนั้นจึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็ นสมเด็จเจ้าคุณ เพราะพระพิมลธรรม เป็นพระภิกษุชาวอีสาน ถ้าไม่ถูกดําเนินการจัดการเวลานั้นจะขึ้นเป็นสังฆราช แต่ก่อนที่ท่าน จะมรณภาพก็ได้ทําหน้าที่เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช แล้วคนที่จับท่านสึก มีอันเป็นไปทุกคนครับ ผมจึงบอกกับนายอภิสิทธิ์ผ่านท่านประธานไปว่าคนเหล่านี้ เขายังไม่ได้สึกจากพระ เพราะพระปกครองยังไม่ได้ทําพิธีสึกให้กับเขา เขาต้องสึกก่อน แล้วจึงจะถูกคุมขัง

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ประท้วงอีกแล้ว ประท้วง เรื่องเดิมใช่ไหมครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

เป็นเนื้อนาบุญจริง ๆ ครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

จะได้พักกินนํ้าอย่างไรครับ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านผู้อภิปรายผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ท่านอภิปรายใส่ร้ายและเทียบเคียง ในเรื่องซึ่งมันแตกต่างราวฟ้ำกับเหว พระพิมลธรรมเป็นพระซึ่งมีสมณศักดิ์เป็นที่ศรัทธาเชื่อถือ ของพี่น้องชาวภาคอีสาน แต่พระซึ่งไปร่วมอยู่ในเหตุการณ์จลาจลมันเปรียบเทียบกันไม่ได้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านไม่ต้องตอบแทน เอาไว้ท่านนายกรัฐมนตรีกับท่านรองนายกรัฐมนตรีตอบ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ท่านจะมาพูดเปรียบเทียบเพื่อให้ เกิดความแตกแยกมากยิ่งกว่านี้ไม่ได้ ท่านประธานต้องควบคุมนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็เขาอภิปรายถูกต้องครับ ไม่มีอะไรที่จะผิดนะครับ คุณจตุพรเชิญ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานคงจะเห็น ในพุทธกาล พระพุทธเจ้ายังมีปางห้ามญาติ ปางห้ามทัพเลย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญอภิปรายต่อครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน 🔗

ผมจึงเรียนกับท่านประธานว่า กรณีที่อ้างพระปลอมรูปหนึ่งหรือจะเป็นพระจริงก็ตาม แต่ตํารวจต้ม ร้อยตํารวจโท เชาวริน เพราะความจริงคนนี้เป็นทหารแล้วมาห่มจีวร แล้วหลังจากนั้นถูกจับมีอาวุธ แล้วก็บอกว่า นี่เป็นพระ แล้วก็มีบัตรทหาร เหมือนกับมีเด็ก ๑ คนถูกจับไปยืนบนยางรถยนต์แล้วก็ บอกว่าคนเสื้อแดงเอาเด็กมาเป็นโล่ ท่านประธานที่เคารพ แต่ไม่เนียนครับ เด็กคนนั้น นุ่งกางเกงสีเหลืองครับ แต่ผมอธิบายเพราะอะไร ไม่มีใครคิดชั่วแบบนั้น ใครเอาเด็ก มาเป็ นโล่ไปยืนบนยางรถยนต์ ใครทําอย่างนั้นก็ชั่วอัปรีย์ที่สุดแล้ว ผมเรียนกับ ท่านประธานนะครับว่าการปฏิบัติการที่เรียกว่าไอโอ (IO) คนที่นั่งประชุม ศอฉ. ก็รู้ว่า การปฏิบัติการในลักษณะอย่างนี้ การปล่อยข่าว รองนายกรัฐมนตรีคงจะทราบดี เวลาที่ท่าน เข่นฆ่าประชาชนนั้นก็มีข่าวว่าท่านถูกทําร้ายบ้าง ถูกยิงบ้าง เรียกว่าเป็นการปฏิบัติการ ไอโอเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของพี่น้องประชาชน

ท่านประธานที่เคารพ นี่คือภาพประชาชนนะครับ นี่คือภาพคนที่ตาย นี่ครับถูกยิง นี่ เสธ. แดง นี่ก็หน่วยการ์ด มือเปล่าทั้งนั้นครับ นี่ผู้หญิงท้อง ชีวิตเหล่านี้ เขาเป็นประชาชน พวกผมนี่นะครับมีพรรคพวกกําลังไปทําสารคดีประวัติชีวิตแต่ละคน คือถ้าคนเป็นผู้ก่อการร้าย รัฐบาลให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ่ายสตางค์อย่างไร ถ้าเป็นผู้ก่อการร้ายทําไมไม่แจ้งกับสํานักพระราชวังว่าให้เงินพระราชทาน กับผู้ก่อการร้ายได้อย่างไร แต่ความจริงล้นเกล้าฯ นั้นท่านรู้ว่านี่คือประชาชน ใครมี พฤติกรรมการก่อการร้ายล่ะครับ มีอาวุธในมือสักคนไหมท่านประธาน มือเปล่าทั้งนั้น นี่ครับ ท่านก็บอกว่าคนที่ตายเป็นผู้ก่อการร้ายเขาเถียงท่านไม่ได้ ต่อมาก็บอกว่าซ่องโจร ถูกข้อหาสารพัด แต่ท่านก็เลือกบางคดีเข้ามายัดเยียดหลังจากกล่าวหาเขาก่อการร้าย เพราะฉะนั้นชีวิตแต่ละคนถ้าเขาเป็ นผู้ก่อการร้ายนี่ ผู้ก่อการร้ายบางคนเป็ นคน บ้านท่านประธาน ภาคท่านประธานมาขับแท็กซี่ เป็ นชาวบ้านรักประชาธิปไตย ตายเมียมารับศพ ยังเด็กแต่เขามีความรักในประชาธิปไตยเขาไม่ควรจะมาตายเลย นี่ละครับท่านประธาน นี่ผู้หญิงท้อง นี่คือสื่อมวลชน ประชาชน ตามสภาพนะครับ พอมี ความตายที่เกิดขึ้นกับสื่อมวลชนต่างประเทศ ความบาดเจ็บที่เกิดขึ้นกับสื่อมวลชนไทย ความตายเกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่วชิรพยาบาล เจ้าหน้าที่ป่อเต็กตึ๊ง และประชาชนผู้บริสุทธิ์ ท่านประธานไม่สังเกตบ้างหรือครับว่าทําไมคนที่ถูกยิงที่ดินแดงยิงล้มแล้วอีกคนหนึ่ง จึงเข้าไปถูกยิงอีก อีกคนหนึ่งตามเข้าไปถูกยิงอีก เพราะเขาเห็นว่าคนถูกยิงไม่สมควรที่จะ ถูกยิง และนิสัยสันดานของคนไทยเห็นอะไรที่มันตําตาไม่ได้ คนจึงตายอย่างคนแล้วคนเล่า นี่คือชีวิตของเขาเหล่านั้น เพราะความตายที่เกิดขึ้นกับสื่อมวลชน ความตายที่เกิดขึ้นกับ เจ้าหน้าที่พยาบาลกับกู้ภัย ความตายที่เกิดขึ้นกับประชาชนบริสุทธิ์ พวกท่านเอง ก็ออกโทรทัศน์อีกว่าผู้ก่อการร้ายตั้งใจจะฆ่าเฉพาะนักข่าวต่างประเทศ เจ้าหน้าที่พยาบาล เจ้าหน้าที่กู้ภัย และประชาชนผู้บริสุทธิ์ ท่านพูดภายหลังจากการตายของคนเหล่านั้นทั้งสิ้น แต่ต้องการโยนความผิดให้พ้นตัวเอง เอาความผิดให้พ้นตัวไปใส่ร้ายคนอื่นครับ เจ้าหน้าที่ป่อเต็กตึ๊งแม่เขามาหาผม ถือธงกาชาดไปอุ้มคนเจ็บตัวเองถูกยิงท้ายทอย ทะลุเบ้าตา เขาควรจะตายไหม เขาเป็ นผู้ก่อการร้ายไหม แต่เมื่อไปยิงคนเหล่านี้ ท่านก็มาพูดภายหลัง หลังจากความตายแล้วทั้งสิ้น ท่านประธานที่เคารพ ผมจึงบอกว่า ผมมาทวงความยุติธรรมให้กับคนตาย

ภาพต่อไปครับ ทีวีช่องหอยม่วงที่เคารพครับ ช่วยซูมภาพหน่อยครับ นี่ครับ ภาพที่ยิงใส่ผู้ชุมนุมที่วัดปทุมวนารามที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ พยายามอธิบาย คลิปที่นายวรวัจน์ได้มาฉายว่าเป็นวันที่ ๒๐ ท่านประธานที่เคารพ มีพยานอยู่ใน วัดปทุมวนารามกว่า ๓,๐๐๐ คน มีพระภิกษุสงฆ์อยู่ในวัดปทุมวนารามหลายชีวิต หลายรูป ท่านประธานลองดูสิครับว่านี่เป็นช่วงเย็นของวันที่ ๑๙ พฤษภาคม หลังจากยุติ การชุมนุมไปแล้ว ซึ่งทัศนคติของนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กรณีวัดปทุมวนารามนั้นไม่เป็นมิตรเลยครับ หนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ปี ๒๕๕๓ บอกว่ารายงานข่าวที่ประชุม ครม. นายอภิสิทธิ์ได้กล่าวตอนหนึ่งว่า “แต่ที่ยังเป็นปัญหาอยู่ก็คือการที่กาชาด เอ็นจีโอ (NGO) และองค์กรต่าง ๆ พยายามเข้าไป ช่วยเหลือกลุ่มผู้ชุมนุม การช่วยเหลือแต่ละครั้งมีการนําเสบียงอาหารเข้าไปด้วยจะทําให้ การชุมนุมยืดเยื้อออกไป เหตุผลในการดําเนินการกระชับวงล้อมคือการสกัดกั้นไม่ให้ นําอาหารเข้าไปในพื้นที่ชุมนุม เพราะการแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุดคือการให้ผู้ชุมนุมยุติ ดังนั้น ต้องทําอย่างไรให้ผู้ชุมนุมออกมาแล้วเราสามารถนํากลับบ้านได้เลย” นี่ผมอ่าน ให้ครบถ้วนอย่างยุติธรรมที่สุด กาชาดที่ไปเพราะได้มีการประสานงานมาจากพวกท่าน เพราะตอนแรกก็กล่าวหาว่าพวกผมนั้นเอาเด็กกับคนแก่มาเป็ นโล่กําบัง ผมถาม ท่านประธานด้วยครับ เป็ นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยาวนานที่สุดในสภาแห่งนี้ ถ้าประชาชนเหล่านี้เขาถูกจ้างมา เมื่อความตายที่ศพแรกที่เหลือจะอยู่ไหมครับ ผมอยากจะบอกกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

(นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วงข้างหลังครับ เดี๋ยวคุณจตุพร ประท้วงอะไร

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ จากจังหวัดหนองบัวลําภู ท่านประธานครับ รูปที่ท่านจตุพร ขึ้นอยู่ทีวีไม่ซูมที่รูปเลยครับ โชว์แต่ในสภาผู้แทนราษฎร

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ซูมแล้วครับ

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

แต่ช่อง ๑๑ ไม่มีสักรูปเลย ท่านประธานครับ มีแต่ซูมหน้าท่านจตุพรครับ เป็นรูปที่พี่น้องประชาชนอยากดูจริง ๆ ครับ ช่อง ๑๑ ช่วยกรุณาซูมลงไปที่รูปด้วยครับ ขอกราบขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เจ้าหน้าที่เขาก็ทําเต็มที่ อยู่แล้ว เพราะรูปมันเยอะไม่รู้จะซูมตรงไหน

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ไม่เป็นไรครับ ท่านประธาน ก็ในโรดแมพเรื่องการปรองดอง เรื่องสื่อที่มีความยุติธรรมนี่ก็เข้าสู่ กระบวนการปรองดองแล้วครับ ถ้ากองกําลังติดอาวุธปิดบังใบหน้า นี่กรณีที่ทําให้ คุณอภิสิทธิ์บอกว่าเหมือนตายแล้วเกิดใหม่นี่นะครับ นี่คือชุดดําที่อยู่บริเวณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และนี่ชุดดําที่อยู่ในวันที่ ๒๘ เมษายน ที่อนุสรณ์สถาน นี่คือ ชุดทหารที่คลุมหน้า ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือว่ามีภาพหลายภาพได้อธิบายอย่างชัดเจนว่า การเข้ามาสลายการชุมนุมของประชาชนนั้น การปิ ดหน้าปิดตานั้นมีเหตุผลอะไร ผมจึงเรียนกับท่านประธานนะครับว่าหลังจากชุดดําโผล่ในวันที่ ๑๐ กลายเป็ น ยาสามัญประจําบ้านก็ไปโผล่อีกทีวันที่ ๒๘ พอเกิดการยิงหลังจากโทรทัศน์ช่องหนึ่ง สปริง นิวส์ (Spring News) ท่านอย่าไปปิ ดเขานะครับ ได้ถ่ายภาพขณะที่ทหาร ขี่มอเตอร์ไซค์หลายคันเข้าไปหาทหารด้วยกันแล้วก็มีการยิงออกมา แล้วก็มีทหาร ๑ นาย ได้ล้มลงนั้น ที่เหลือก็กระโดดไปด้านข้าง วันนั้นถ้าวิญํูชนนี่ถ้ายิงออกมาจากด้านข้าง ทําไมทหารที่รอดชีวิตเขาจึงวิ่งไปหลบด้านข้าง เพราะฉะนั้นเขาจึงรู้ว่ากระสุนมาจากด้านหน้า ท่านประธานที่เคารพ ปรากฏว่าหลังจากนั้นอีก ๒ วันชุดดํามาช่วยอีกแล้วแต่พกปืนผิดมา ที่ตายนี่ยิงด้วยปื นยาวความดันสูง แต่ชุดดําที่โผล่มาดันเป็ นปื นสั้น เห็นไหมครับ คืออธิบายบิดเลยแต่พอการชันสูตรปรากฏว่ามันสวนกับรูปชุดดํา ผมจึงเรียนกับ ท่านประธานอย่างไรครับว่าอะไรที่เกิดขึ้นเหมือนกับวันที่ ๒๒ เมษายน ที่สีลม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บอกว่าชุดดําบัดนี้เปลี่ยนเป็นชุดขาวแล้ว นี่ท่านรู้ถึงขนาดนั้น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ มีเฮลิคอปเตอร์บินปับ ปับ ปับ แล้วบอกว่ามีการยิงออกมาจาก หลังพระรูปรัชกาลที่ ๖ ซึ่งคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ เขาก็ไปพิสูจน์ ปรากฏว่าเขาสงสัย โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ชั้น ๗ ชั้น ๘ ท่านประธานที่เคารพ ผมจึงเรียนกับท่านประธานว่า จากการชันสูตรอะไรก็ตามถ้าไม่มีการอธิบายแบบนักการเมืองอธิบาย คุณยังไม่ได้ ชันสูตรเลย คุณยังไม่ได้ตรวจอะไรเลยพูดใส่ทันทีว่ายิงมาจากผู้ชุมนุม แล้วปรากฏว่า พอเจ้าหน้าที่ตํารวจระดับรองผู้กํากับตามไล่จับคนร้ายก็ถูกทหารเอาปืนจี้หัว คําตอบคือ อะไรครับท่านประธาน นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้นในประเทศนี้ เห็นไหมครับ การซุ่มยิงแบบนี้ โชคดีในสภาไม่เป็นที่โล่งครับท่านประธาน ทุกวันโดยความรู้สึกพวกผม ขึ้นเวทีอย่างกับ ซื้อหวย รอดตายอีกแล้วเพราะไม่รู้ใครเป็นใคร แล้วชุดเหล่านี้สไนเปอร์พวกผมก็ไม่เคยเจอมา ท่านประธานลองดูเถอะครับ เราเคยเห็นสงครามโลก ครั้งที่ ๒ นี่ ตอนที่ประเทศเยอรมนี รบกับประเทศรัสเซีย แต่เราไม่เคยเห็นว่าการเอาสไนเปอร์มายิงคนไทยด้วยกัน วันหน้า แต่ละคนจะใช้ชีวิตกันอย่างไร เพราะฉะนั้นผมจึงเรียนกับท่านประธานว่าคนที่เขาตายคือ ประชาชนมือเปล่า เขารักประชาธิปไตย บางคนอาจจะมีคดีติดตัวตามที่นายสุเทพได้บอก แต่เขาก็ไม่ควรจะมาตาย

ท่านประธานที่เคารพ มีคลิปอยากให้ดู ๔ คลิป ความจริงแล้วคลิปสุดท้าย ที่ไม่อนุญาตเพราะจะไปหักล้างสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์กรณีวรวัจน์เขาแจ้งเรื่องมีควันไฟ แต่ว่าไม่มีปัญหาครับ เชิญฉายคลิป ๑ ถึงคลิป ๔ เลยครับ จะได้อธิบายทีเดียวสั้น ๆ ภาพนี้นะครับ ดูกันอย่างช้า ๆ นะครับ คนที่ถ่ายก็คือถ่ายมาจากในประตูนะครับ ท่านประธานก็คงจะแลเห็นนะครับว่ามีการเตะซํ้า คนที่ตีก็คือคนไทย คนที่ถูกตีก็คือ คนไทย แล้วท้ายที่สุดก็จบลงด้วยเสียงปืน เขาควรจะมาตายไหมครับท่านประธาน ตอนนี้ ยังมีชีวิตอยู่นะครับ เห็นไหมครับจบชีวิตด้วยเสียงปืน แน่นิ่งไปแล้ว ผมไม่ต้องการให้เกิดความรู้สึกใด ๆ ทั้งสิ้นนะครับ นี่คนไทยเขาต้องมาทําอย่างนี้กัน เพื่อให้ท่านเป็ นนายกรัฐมนตรี แล้วช่อง ๑๑ ก็สื่อให้ความเป็นธรรมตามโรดแมพ ทุกประการครับ ไม่ได้ถ่ายต่อเนื่องเลยครับ ไม่มีปัญหาครับ คลิปที่ ๒ ภาพนี้ไปทั่วแล้วครับ ทุกเว็บไซต์ คลิปที่ ๓ ไม่ต้อง ข้ามไปได้เลยครับ คลิปที่ ๔ ท่านประธานที่เคารพ ผมเรียนด้วยความรู้สึกจริง ๆ ผ่านท่านประธานไปยังนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพนี่คนไทย ด้วยกันนะครับ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้จะเกิดเหตุในสมัยใดก็ตาม แต่ลุกลามกันจนถึง ทุกวันนี้แล้วก็ไม่จบ หมดงบกี่แสนล้านบาทแล้ว เสียงปืนมันเคยดับได้ด้วยเสียงปืนหรือไม่ นั่น ๑,๘๐๐,๐๐๐ คน ๓ จังหวัด แต่ว่าบรรดาคนที่มาชุมนุมมาเกือบทุกจังหวัด ท่านยิงเขา ๑ คน ญาติพี่น้องเขา เพื่อนเขา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ไม่จบ ยิงคนบริสุทธิ์ ๑ คน ได้คนร่วมขบวนการอีกเต็มไปหมด วันนี้ท่านประธานที่เคารพ ผมไม่ทราบว่าหัวใจของ นายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีทําด้วยอะไร แต่ผมอภิปรายไม่ได้มีความอคติ เป็นส่วนตัว แล้วผมก็ไม่อยากให้ทหารและประชาชนไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตามจะต้อง มาตายบนสถานการณ์เพื่อรักษาตําแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ำยความมั่นคง เขาเป็นพสกนิกร เขาเป็นประชาชน เขาเป็นลูกที่ดีของประเทศนี้ เขาไม่ควรได้รับชะตากรรมจากการมาเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ยุบสภา

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ว่าเข้าไป

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ คุณจตุพร กําลังผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ คลิปที่นํามาแสดงนี่ผมเห็นในเว็บไซต์ในอะไรมาไม่รู้กี่ครั้งกี่หน มันไม่ได้บ่งบอกอะไรเลยว่านายกรัฐมนตรีไปสั่งฆ่าประชาชนตรงไหน อย่างไร มีแต่ภาพ ซึ่งท่านก็พากย์ประกอบไปทั้งสิ้นครับ เหตุการณ์ควบคุมเหตุความไม่สงบ มีทหารยิง ยิงอะไรครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จะให้ผมทําอย่างไร

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ยิงคนกําลังเผาตึกหรือเปล่าครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยว ๆ ท่านอรรถพรจะให้ ทําอย่างไร

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ในฐานะ คนที่มาจากชาวบ้านด้วยกัน เป็ นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยกัน ผมก็อยากจะ สนับสนุนการอภิปรายของท่านจตุพรให้มีนํ้าหนักความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น ผมขอมอบ หลักฐานผ่านท่านประธานสภาคือคุณจตุพรอ้ายโม่งดําครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญต่อให้เสร็จเร็ว ๆ เถอะ มันตีหนึ่งแล้วครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผมกําลัง จะจบแล้วละครับ แต่ผมเรียนกับท่านประธานว่ามาตรการการปรองดอง ๕ ข้อ ท่านประธานที่เคารพ คณะกรรมการที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จัดตั้งเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง ท่านมีหลักประกันอะไรไหมครับว่าคนที่ท่านตั้งจะไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน หรือมีส่วน เกี่ยวข้อง หรือจะกระทําการให้เป็นประโยชน์กับท่าน หรือว่าตรงกับคนที่ปรากฏข่าว ที่มีชื่อในเวลานี้ที่เคยสั่งไม่ฟ้ องกรณี ส.ป.ก. ๔-๐๑ หรือเปล่า ท่านประธานที่เคารพ ผมจึงเรียนกับท่านประธานว่า ๕ ข้อที่นายอภิสิทธิ์บอกว่านี่คือการปรองดอง ทําไม นายอภิสิทธิ์ไม่เริ่มจากตัวเองล่ะครับ เช่นเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ นายอภิสิทธิ์จะต้อง เป็นคนแรกที่ต้องเอาคดีที่ตัวเองถูกดําเนินคดีเข้าสู่คดีพิเศษ

เรื่องสื่อครับอัปยศที่สุด ช่องหอยม่วงนี่ตบตาประชาชน โกหกแบบชนิด ที่ตาซื่อ แม้กระทั่งเวลานี้ก็เอาเปรียบ ตอนเช้านี่ผมก็รู้ว่าเปลี่ยนสัญญาณเวลาอะไร ก็รู้ว่า มีเจตนาอย่างชัดเจน แล้วเวลาถ่ายทอดนี่ถ้าเอาหลักฐานมาทางฝั่งนี้ก็จะเอาภาพคนทํา ภาษามือไปบังรูปอีกที คือลีลาทุกอย่างเอาเปรียบทุกอย่าง ผมจึงเรียนกับท่านประธานว่า ก็เรื่องสื่อที่คุณจะปฏิรูปทําไมไม่เริ่มต้นจากช่องหอยม่วง อย่างน้อยที่สุดคนก็จะได้รู้ว่า คุณได้นําร่องเป็นแบบอย่างแล้ว แต่เวลานี้ปิดสื่อเสื้อแดงหมด ต้องการให้คนไทย บริโภคสื่อด้านเดียว ท่านกําลังต้องการให้ประเทศนี้เป็นรวันดา ต้องการให้มีโทรทัศน์ แห่งความตายใช่ไหม หรือมีบรรยากาศวิทยุยานเกราะเหมือนวันที่ ๖ ตุลาคม ปี ๒๕๑๙ ที่มองคนในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าเป็นคนญวน กินเนื้อหมา ใส่รองเท้าแตะ

ท่านประธานที่เคารพ หรือแม้แต่กระทั่งเรื่องการปฏิรูปประเทศดึงภาคส่วน เข้ามา เวลานี้ท่านไล่คนอีกฝั่งหนึ่งออกไป ท่านยัดเยียดทั้งล้มสถาบัน ก่อการร้าย หรือแม้แต่กระทั่งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือแม้แต่กระทั่งเรื่องการตั้งคณะกรรมการ สอบสวนข้อเท็จจริง ที่บอกว่าโรดแมพถูกใจคนเขาต้องการความสงบไม่ต้องการให้เกิด ความตายขึ้นมาอีก พอท่านเสนอแผนปรองดองซึ่งโดยคนไทยที่ผ่านความสูญเสีย ผ่านความตายมา เหมือนพฤษภาคม ๒๕๓๕ แต่ท่านไม่ได้ปรองดองจริง ปากท่านปรองดอง นํ้าใจเชือดคอ ผมกล่าวหา บ้านเมืองในวันนี้ท่านจะไล่พวกผมไปอยู่ที่ใด พวกผมเหมือนกับท่าน เราเลือกเกิดกันไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะทําความดี เลือกที่จะใช้ชีวิตในประเทศนี้ได้ เรากําหนดชาติพันธุ์ สัญชาติ แม้กระทั่งที่เกิด เชื้อชาติ ไม่ได้ ท่านก็เลือกไม่ได้ แต่ถามท่าน ก็อยากเกิดในประเทศไทย หรือบรรพบุรุษท่านเขาอธิบายว่าท่านมาจากไหน ก็เป็นเรื่อง ไม่สบายใจ แต่ผมอธิบายว่าเมื่อเรามาเป็นคนไทยด้วยกัน ท่านเป็นหัวหน้ารัฐบาล มองคนไทยที่เห็นตรงกันข้ามอย่างมนุษย์ได้ไหม คนที่ตาย ๘๙ ชีวิต ทั้งทหาร ๑ ใน ๘๙ ท่าน ไปสอบสวนหาข้อเท็จจริงว่าแต่ละชีวิตที่เขามาตายด้วยมือเปล่านั้นเขามีอาชีพอะไร พ่อแม่เขาเป็นใคร ลูกเมียเขาอยู่อย่างไร ได้ช่วยกันอย่างน้อยที่สุดเราต่างได้ชดเชยชีวิต ของความเป็นมนุษย์ ท่านมีความรู้สึกอย่างไรเวลาที่พวกท่านว่าพวกผมพาคนมาตาย แล้วพวกท่านทําให้ตาย ท่านภูมิใจคําว่าพวกผมพาคนมาตาย ท่านกําลังอธิบายว่า พวกผมพาคนมาให้ท่านฆ่าใช่ไหม

ผมเรียนกับท่านประธานว่าผมอภิปรายไม่ไว้วางใจบนพื้นฐานอารมณ์ ความรู้สึกที่ไม่ได้เป็นอคติ ผมต้องการให้ประเทศนี้เดินหน้าต่อไป แต่การไล่ล่าข้อหา ก่อการร้ายเหมือนข้อหาภัยสังคมสมัยก่อน มองหน้าใครไม่ถูกใจก่อการร้าย วิเชียร ขาวขํา พูดเท่านั้นก่อการร้าย การุณ โหสกุล ก่อการร้าย พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ล้มสถาบัน ทักษิณ ชินวัตร ก่อการร้าย ล้มสถาบัน บ้านเมืองอยู่กันแบบนี้หรือ ผมจึงบอกกับนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ผ่านทางท่านประธานว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจของกระผมนั้นผมอภิปรายด้วยหัวใจ ด้วยความรู้สึก เสรีภาพ ชีวิต ของผมในวันข้างหน้าจะมีอยู่กี่วันไม่ใช่เรื่องสําคัญ แต่ผมอยากจะเรียนกับท่านประธาน ในฐานะที่ท่านอาวุโส ท่านคิดไหมว่าถ้าประเทศเดินอยู่ในสภาพอย่างนี้ การไล่ล่า คนอีกฝั่งหนึ่ง การกําจัดคนอีกฝั่งหนึ่ง การไล่ต้อนให้คนจนตรอกนั้น การถือปืนไปกําหนด ชะตากรรมของประเทศ ท่านจะถือปืนได้นานเท่าไร ท่านจะกดหัวประชาชนได้นานเท่าไร แต่ว่าท่านมีโอกาสที่จะทําความดี อย่างน้อยที่สุดไปชดเชยกับคนที่ตาย คนที่ได้รับบาดเจ็บ เพราะฉะนั้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจของผมนั้นไม่ได้คาดหวังว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไร แต่อย่างน้อยก็ทําให้หัวใจของพี่น้องประชาชนผู้ที่ถูกท่านไล่ล่า ผู้ที่รอฟังว่าข้อเท็จจริง เป็นอย่างไร เขาได้รับความรู้สึก ส่วนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายสุเทพ จะตัดสินใจอย่างไร นั่นเป็นดุลยพินิจของท่าน ผมได้ทําหน้าที่ในฐานะเป็นคนไทยแล้ว ขอบพระคุณท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เดี๋ยวสักครู่ครับ เนื่องจากท่านประธานคนที่แล้วท่านอยากจะให้คนถูกพาดพิงได้เรียนสักเล็กน้อย เพื่อไม่ให้เสียโอกาส เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศครับ

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เดี๋ยวครับ ผมเตรียมอะไรไว้ หมดแล้วละครับ คือไปตามขั้นตอนครับ เชิญนั่งก่อนเถอะครับ

นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพนะครับ ก็มีหลายท่านแล้วล่าสุดก็คุณจตุพร ขออนุญาตออกชื่อ กล่าวหาผมว่ามีคดีก่อการร้ายมาดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แล้วที่สําคัญก็คือท่านว่าผมเหมือนกับท่าน สถานะเหมือนกัน ก็คงจะไม่ใช่นะครับ ข้อเท็จจริงคือผมไม่ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกรัฐสภา ท่านจตุพร เป็นสมาชิกรัฐสภา ท่านมี ๕ คดี แต่ว่าที่สําคัญคือท่านมีเอกสิทธิ์คุ้มครองในฐานะ เป็นสมาชิกรัฐสภา ผมไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครองครับ อะไรที่ทําผิดผมก็เข้าสู่กระบวนการ ยุติธรรม ชาวบ้านไปฟ้ องตํารวจเพราะเพียงแต่ว่าผมได้ไปขึ้นเวทีพันธมิตร ๑ วัน ที่สนามบินสุวรรณภูมิผมก็ได้รับข้อกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ผมก็ไปพิมพ์ลายนิ้วมือ ต่อหน้าตํารวจเรียบร้อยแล้วครับ ก็อยู่ในกระบวนการ แล้วเมื่อมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศความข้องแวะกับพันธมิตร ผมก็ไม่เคยไปขึ้นเวทีอีกเลย ผมไม่ไปทําความผิดข้างนอกสภาแล้วก็มาฟอกตัวเองในสภา ผมไม่ทําอย่างนั้นเป็นอันขาด และถึงแม้ว่าผมไม่ใช่เป็นสมาชิกรัฐสภาก็พยายามจะทําตาม ข้อบังคับหรือของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๒ โดยเฉพาะการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของปวงชนชาวไทย โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ขอขอบคุณครับท่านประธานที่ได้กรุณาให้ผมได้มีเวลา ๑-๒ นาที ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณชุมพล จุลใส เชิญนิดหน่อย เดี๋ยวคุณจตุพร

นายชุมพล จุลใส ชุมพร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชุมพล จุลใส พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดชุมพร ท่านประธานครับ ผมใช้สิทธิพาดพิง ที่คุณจตุพร ได้กล่าวหากระผมนั้น ผมก็ได้ตอบไปหมดแล้วนะครับท่านประธานแต่เพื่อให้เกิด ความเข้าใจ ให้เกิดความกระจ่าง ผมก็ขอบอกคุณจตุพรว่ามันอยู่ในกระบวนการ ยุติธรรมอยู่แล้ว ท่านประธานครับ ผมเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองนะครับว่าคนที่เผาบ้านเผาเมือง นําพี่น้องประชาชนมาตายคือจตุพร พรหมพันธุ์ พรรคเพื่อไทยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอแล้วครับ เชิญคุณจตุพรนิดหน่อยนะครับ เดี๋ยวท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านจะได้ตอบ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ตอนคุณกษิตไปยึดสนามบิน ท่านเป็นที่ปรึกษา ป.ป.ช. คุณวิชา มหาคุณ ส่วนคุณชุมพล จุลใส คุณจะกล่าวหาผมอย่างไรไม่มีปัญหาครับ แต่ผมอยากจะถามนายสุเทพในฐานะที่คุมสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ใน ก.ตร. นายอภิสิทธิ์คุม กตช. และเป็นประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ บุคคลธรรมดาหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามารถพกพาอาวุธสงครามปื นอูซี่ ในที่ทําการรัฐสภาได้หรือไม่ จะกี่นาทีก็ตาม เพราะท่วงทํานองประกาศชัดเจนปกป้ องชีวิต รองนายกรัฐมนตรี ถามว่ามีสิทธิหรือไม่ เมื่อมีการกระทําความผิดซึ่งหน้า ท่านจะละเว้น การปฏิบัติหน้าที่เพราะเขาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคท่านและสนิทกับท่าน ใช่หรือไม่เท่านั้นเอง ถ้าบอกว่าไม่ผิดกฎหมายก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ จบกันไป แต่ถ้าท่าน บอกว่าผิดกฎหมายผมก็ถามต่อว่าท่านจะดําเนินการเรื่องนี้อย่างไร

(นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีอะไรครับ ไม่ได้พาดพิง อะไรท่าน

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ กรุงเทพมหานคร

พาดพิงครับท่านประธาน ผู้อํานวยการพรรคประชาธิปัตย์

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ การพูดของท่าน ส.ส. จตุพรทําให้ผมและครอบครัว เสียหายครับ ท่านได้กล่าวว่าถ้าหากคนเสื้อแดงเป็นคนเผาบ้านเผาเมืองจริง ๆ ทําไม ศูนย์การค้าเกษรพลาซ่าไม่ถูกเผาทั้ง ๆ ที่เป็นเป้ำหมายที่สําคัญ มีผมเป็นผู้อํานวยการ พรรคประชาธิปัตย์เป็นลูกเขย แล้วก็มีลูกสาวเป็นรองผู้ว่าราชการ กทม. ผมว่าการพูดแบบนี้ เป็นการใส่ร้ายทําให้ผู้ชมทางบ้านจะคิดว่าผมหรือครอบครัวมีส่วนเกี่ยวพันกับการปฏิบัติการ ของคนเสื้อแดง ผมขอยืนยันนะครับ ครอบครัวผมไม่มีส่วนเกี่ยวพันกับคนเสื้อแดง ถ้าหากผมเอาทฤษฎีของท่านกลับมาตั้งบ้างว่าคนเสื้อแดงเป็นคนเผาเซ็นทรัล เวิลด์ เพราะผู้ถือหุ้นใหญ่ของเซ็นทรัล เวิลด์มีเขยนามสกุลเวชชาชีวะเป็นญาติกับท่านนายกรัฐมนตรี ท่านจะว่าอย่างไรครับ ผมว่าอย่างนี้ไม่ถูกต้องนะครับ ขอใช้สิทธิตรงนี้ครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบพระคุณครับ เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรี ก็เขาจบไปแล้วนะครับ เชิญครึ่งนาที

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ที่ผม ยกตัวอย่างห้างเกษรพลาซ่านั้นไม่ได้หมายความว่าท่านเป็นคนไม่ดีหรือจะอะไรก็ตาม แต่ผมเปรียบเปรยว่าถ้าจะคิดเผาทําไมไม่เลือกห้างตรงนี้แล้วไปเลือกห้างอีกห้างหนึ่ง แต่สาระสําคัญครับ ทําไมจึงไม่สามารถจับผู้ต้องหาได้แม้แต่เพียงรายเดียว ไม่ว่า เซ็นทรัล เวิลด์ เซ็นเตอร์วัน อาคารมาลีนนท์ และธนาคารกรุงเทพทุกสาขา ผมเตือนประกัน ไว้ก่อนนะครับ คิดดี ๆ ก่อนนะครับว่าทําไมจึงจับคนเผาไม่ได้ ผิดกับกรณีศาลากลาง เปรียบเทียบได้อย่างชัดเจนครับ ผมเทียบถึงรถเมล์ ๕๒ คันด้วยซํ้า

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรี

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพครับ

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ได้พาดพิงอะไร ถึงคุณพิเชษฐ์เลย ประท้วงผมผิดข้อบังคับข้อไหนล่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงท่านประธานตามข้อ ๘ ท่านประธานทราบไหมครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านอรรถพร พลบุตร ขออนุญาตเอ่ยนามครับ นําอะไรไปให้ท่านประธานครับ ลักษณะสีดํา เหมือนหมวกคลุมหน้า ลักษณะว่าเหมือนได้หลักฐานมาจากตรงไหนว่าเป็นหมวกอ้ายโม่ง ท่านประธานต้องตั้งกรรมการสอบสวนว่าหมวกใบนี้เอามาจากไหน อย่างไรครับ ฝากท่านประธานด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เสร็จการอภิปรายครับ เชิญครับท่านรองนายกรัฐมนตรี

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ได้ทนฟังนายจตุพร พรหมพันธุ์ ตั้งข้อกล่าวหาฉกาจฉกรรจ์มาเกือบ ๒ ชั่วโมง นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้ตั้งคําถามว่าหัวใจ ท่านนายกรัฐมนตรี หัวใจรองนายกรัฐมนตรี ทําด้วยอะไร ผมคิดว่ามีคนไทยหลายล้านคน วันนี้ตั้งคําถามอย่างเดียวกันครับว่าหัวใจคุณจตุพรทําด้วยอะไร มันถึงโหดเหี้ยมอํามหิต ขนาดนั้น ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานครับว่าถ้าคนที่ไม่โหดเหี้ยมอํามหิต ในกมลสันดานอย่างนี้ ไม่สามารถที่จะรับจ้างคนแล้วก็พาผู้คนมาล้มตายเป็นจํานวนมาก ไม่สามารถที่จะกระทําการในลักษณะที่จะเป็นการชวนให้มีการแบ่งแยกชนชั้น แบ่งแยก ดินแดน ในสังคมไทยที่สงบสุขมาตลอดชั่วกาลนาน นี่ผมเชื่อว่าต้องมีคนไทยจํานวนมาก ที่ตั้งข้อสงสัยอย่างนี้ ผมก็อยากจะดูต่อไปครับ ที่ผมต้องพูดอย่างนี้ ท่านประธานครับ เป็นสิทธิของผมจริง ๆ วันนี้ที่จะต้องลุกขึ้นมาอธิบายแล้วก็ปกป้ องตัวเอง ปกป้ องรัฐบาล ปกป้ องเจ้าหน้าที่ที่เขาทํางานเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ด้วยใจที่บริสุทธิ์ ไม่ได้ รับจ้างใครขึ้นมาเพื่อที่เห็นแก่อามิส เห็นแก่เงิน เห็นแก่นายเก่า เห็นแก่อํานาจที่นายเก่า ควรจะได้กลับมา ท่านประธานที่เคารพ ผมจะไม่เอาคลิปที่แสดงความโหดร้ายซึ่งเป็นผล จากการปลุกระดมของนายจตุพรและพรรคพวกที่ได้ทําความวิบัติเสียหายกับประเทศไทย ให้กับหัวใจของคนไทยมาเปิดทั้ง ๆ ที่มีคลิปอย่างนี้อยู่เหมือนกัน แต่ว่าไม่มีประโยชน์อะไร เพราะผมไม่ต้องการตอกยํ้าให้คนไทยด้วยกันเองได้มีความเกลียดชังระหว่างกันมากไปกว่านี้ แต่ผมขอให้นายจตุพรได้ระลึกครับว่าเคยอยู่วัดอยู่วามานาน กินข้าววัดมาก็มาก บาปมี สิ่งที่คุณทําเป็นบาปมหาศาล และชีวิตคุณก็จะต้องรับบาปอย่างนั้น ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่านายจตุพรกล่าวหาว่าผมใส่ร้ายหาว่า เขาเป็นผู้ก่อการร้าย เขาทําผิดอะไร ผมจะบอกเลยครับว่าเรื่องที่ใครเขาจะตั้งข้อหา เป็นผู้ก่อการร้ายหรือไม่ เป็นเรื่องของกระบวนการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะต้องปฏิบัติตามกระบวนการยุติธรรมทุกอย่าง ผมไม่ใช่คนที่จะตัดสินได้ จริงอยู่ครับ ท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ผมไปนั่งเป็นประธานคณะกรรมการ พิจารณาคดีพิเศษ เขาเรียกว่าคณะกรรมการคดีพิเศษซึ่งมีผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ในที่ประชุม กรรมการ เป็นกรรมการอยู่ด้วยหลายฝ่ายหลายคน เป็นอดีตประธานศาลฎีกา เป็นอดีต อัยการสูงสุด เป็นนายตํารวจชั้นผู้ใหญ่ เป็นคนที่เขาได้คัดเลือกมาแล้วตามกระบวนการ ผมกราบเรียนว่าในการประชุมวันนั้นที่ได้พิจารณาว่าคดีนี้ต้องเป็นคดีพิเศษ ที่ประชุมได้ ลงมติเป็ นเอกฉันท์ครับ หมายความว่าทุกท่านที่นั่งร่วมอยู่ในที่ประชุมนั้นลงมติ เป็นเอกฉันท์ทุกคน ไม่ใช่ ๒ ใน ๓ อย่างที่นายจตุพรได้พยายามพูดให้คนเข้าใจผิด ทําไมท่านผู้ทรงคุณวุฒิเหล่านั้นถึงจะได้ลงมติเป็นเอกฉันท์ว่าต้องรับคดีนี้เป็ นคดีพิเศษ ตอนนั้นยังไม่ได้พูดครับว่าใครบ้างที่จะต้องเป็นผู้ถูกข้อหาเป็นผู้ก่อการร้าย แต่เขาได้ พิจารณาพฤติกรรมรวม ๆ ทั้งหมดที่ทํากับประเทศ ที่ทํากับประชาชน ที่ทํากับชาติไทยนี่ ไม่มีครั้งไหนครับที่กลุ่มคนได้ทําการกันอย่างเป็นขบวนการแบ่งหน้าที่กันทําชัดเจนเป็นระบบ พวกหนึ่งใช้เวทีการเมืองเป็นแนวทางในการต่อสู้ ปลุกระดมให้พี่น้องประชาชนผู้ที่มี ความบริสุทธิ์ใจที่ต้องการจะแสดงออกถึงความต้องการในความรักชาติรักประชาธิปไตย พี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ต้องการให้รัฐบาลได้รู้ถึงปัญหาความทุกข์ยากของเขา ปลุกระดมคนเหล่านั้นมาเป็นเครื่องมือ ผมถึงบอกว่าอํามหิต เพราะคนเหล่านั้น บริสุทธิ์จริง ๆ ในขณะเดียวกันก็มีการแบ่งงานให้อีกฝ่ายหนึ่งก่อวินาศกรรมก่อการร้าย ใช้อาวุธสงครามหลายชนิดมาเข่นฆ่าพี่น้องประชาชนคนไทยด้วยกันและเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็น ลูกหลานของประชาชนคนไทยเช่นเดียวกัน นายจตุพรอาจจะเป็นคนที่มีความเก่งกาจ มีความเชี่ยวชาญในการพูดจาปลุกระดม ท่านประธานครับ แต่ว่าวิญํูชนทั้งหลาย ตัดสินใจได้ พิจารณาได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่สี่แยกคอกวัว ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ที่โรงเรียนสตรีวิทยา ไม่ใช่เรื่องที่ฝ่ำยรัฐบาลหรือฝ่ำยเจ้าหน้าที่จะสร้างฉากขึ้นได้ มีแต่พวกใจดําอํามหิตโฉดช้าเหล่านั้นเท่านั้นครับที่ทําได้ เพราะตัดสินใจฆ่าได้แม้กระทั่ง คนพวกเดียวกันฝ่ำยเดียวกันที่ตัวเองได้หลอกลวงให้เข้ามาร่วมในขบวนการครับ แล้วเป็นคนบริสุทธิ์ แล้วก็ฆ่าเจ้าหน้าที่ เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นว่าคนเหล่านี้อํามหิตจริง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่านอกจากมีฝ่ายที่ทํา เรื่องการเมือง มีฝ่ำยที่ทําความรุนแรงด้วยการก่อการร้ายด้วยการไล่ล่าฆ่าสังหาร ยังมีฝ่ายออกทุนอีกครับ มีเป็นขบวนการ ใช้ทุนจํานวนมาก ทั้งจ้างทั้งวานไปขุดเอา กากเดนมนุษย์ที่เป็นผู้ต้องหาคดีต่าง ๆ เอามาฝึกให้เป็นทหารนิรนามรับจ้างแล้วเข้ามา ทําหน้าที่เป็นผู้ก่อการร้ายแฝงอยู่ในกลุ่มคนที่มาชุมนุมด้วยความบริสุทธิ์ ท่านประธานครับ มีคนตั้งคําถามเหมือนที่นายจตุพรถามว่าถ้ารู้ว่าเขาเป็นผู้ก่อการร้ายทําไมถึงไม่เข้ามาจับ ที่เข้าไปจับไม่ได้ก็เพราะว่าผู้ก่อการร้ายเหล่านี้ใช้เด็ก ใช้ผู้หญิง ใช้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ เป็นโล่ เป็นเกราะกําบังอยู่ตลอดเวลา นายจตุพรเองนั้นถ้าไม่ได้อยู่ในที่กําบังของเด็ก ของผู้หญิง ของคนชรา ของผู้บริสุทธิ์ เหล่านั้นถูกจับไปนานแล้ว

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า นายจตุพรได้ตั้งประเด็นหลายข้อ แล้วก็ได้ใช้เวลาพูดจาที่อาจจะทําให้คนรู้สึกได้ว่า ท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี ผมก็ดี เจ้าหน้าที่ตํารวจ ทหาร ที่ทํางานในบ้านเมืองนี้ก็ดี เป็นฝ่ายที่ข่มเหงรังแกมวลชนเสื้อแดงหรือคนบริสุทธิ์ แต่ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่า ทั้งหมดนี่มาจากขบวนการที่วางแผนมาเป็นอย่างดี และมีนายจตุพรเป็นแกนนําสําคัญ อยู่ในขบวนการนี้ ผมยกตัวอย่างคําถามที่นายจตุพรพยายามยกขึ้นมาบอกว่าไฟไหม้ จับได้เฉพาะคนเผาศาลากลาง แต่คนเผาเซ็นทรัล เวิลด์ คนเผาเซ็นเตอร์วัน คนเผาธนาคาร ต่าง ๆ ทําไมจับไม่ได้ อันนี้แสดงให้เห็นชัดเลยทั้งหมดทั้งหลายที่ทํามาทุกวัน ๆ แล้วก็ มาพูดจนเดี๋ยวนี้นั้นโยนความผิดให้คนอื่นทั้งสิ้น พยายามที่จะทําให้เห็นว่านี่เป็ น การสร้างฉาก นี่เป็นเรื่องที่คนอื่นทําขึ้น นี่เป็นเรื่องที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ทําขึ้น ท่านประธานครับ เคยมีเจ้าหน้าที่คนไหน เคยมีพวกผมคนไหน ที่ได้ประกาศมาเป็นเดือน ๆ หลายเดือนแล้ว ที่จริงประกาศมาตั้งแต่ปลายปี ที่แล้วว่าถึงเวลาจะไล่ล่าเอาชีวิต นายอภิสิทธิ์ จะเอาชีวิตนายสุเทพ พูดไปจนถึงขนาดไล่ล่าเอาลูกเอาเมียเขา มีแต่พวกนี้ครับ ผมเป็นนักการเมืองมา ๓๑ ปีไม่เคยเห็นการทํางานการเมืองอย่างนี้ เพิ่งได้มาเห็นคนอย่าง นายจตุพรและพรรคพวกที่ทําคราวนี้ ซึ่งผิดมนุษย์มนาผิดนักการเมืองทั้งหลายในสังคม ประชาธิปไตยทั้งโลกที่เขาทํากัน

ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่าทั้งหมดนี่พวกผมไม่ได้ยัดเยียด ข้อหาให้เลย แต่เป็นพฤติกรรมที่พวกท่านได้แสดงให้ประจักษ์กับพี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งประเทศมาเป็นระยะเวลาหลายเดือนแล้ว ลักษณะของการก่อการร้ายอย่างนี้ ที่ทําอย่างเป็นขบวนการอย่างนี้ ถึงจําเป็นที่จะต้องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษเขาทําเป็นคดีพิเศษ ทําเป็ นคดีธรรมดาโดยอาศัยเจ้าหน้าที่ตํารวจใช้กฎหมายอาญาปกติไม่สามารถ ที่จะไล่ล่าขบวนการนี้ได้ ผมใช้คําว่าไล่ล่านั้น ผมเฉพาะเจาะจงกับผู้ก่อการร้ายที่มีพฤติกรรม ทําลายชาติทําลายบ้านเมืองอย่างกลุ่มของนายจตุพรเท่านั้น ไม่ได้หมายความรวมไปถึง พี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ได้เข้ามาร่วมชุมนุมในคราวนี้แต่ประการใดทั้งสิ้น ผมไม่ใช่ พวกอํามาตย์ พ่อแม่ผมก็เป็นชาวไร่ชาวนาธรรมดา ผมก็เติบโตมาจากชนบท ผมเข้าใจ ความรู้สึกของพี่น้องประชาชนคนในชนบทดี และผมก็รู้สึกเสียใจที่พี่น้องประชาชนเหล่านั้น ต้องกลายมาเป็นเครื่องมือของคนใจดําอํามหิตอย่างนายจตุพรและพรรคพวก ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมเคยได้เห็นเมื่อตอนที่ผมยังเป็นคนที่อายุน้อยอยู่ ในประเทศไทยนี้ก็เคยมี คนพยายามที่จะแบ่งแยกคนไทยกันมาแล้ว ตอนที่ระบบคอมมิวนิสต์เข้ามาสู่ประเทศไทย พยายามที่จะแบ่งแยกชนชั้นให้คนไทยลุกขึ้นมาต่อสู้ประหัตประหารกันเองแต่ว่าไม่ประสบ ความสําเร็จ ผมก็ดีใจที่แนวความคิดนั้นมันหายไปหลายสิบปีแล้ว เพิ่งมาผุดมาโผล่ ขึ้นมาใหม่ตอนที่กลุ่มของนายจตุพรได้ยกขึ้นมาปลุกระดมมวลชนขึ้นมาอีกในคราวนี้ ทําให้พี่น้องประชาชนคนไทยจํานวนหนึ่งเกิดความรู้สึกว่าที่ตัวเองต้องทุกข์ยากต้องลําบาก อยู่ในทุกวันนี้นั้นเพราะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากสังคม ถูกกดขี่โดยชนชั้นอํามาตย์ นี่เป็นเรื่องที่ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าคนคนนี้และกลุ่มขบวนการของเขา พรรคพวกของเขาได้สร้างบาปมหาศาลให้กับประเทศไทย สร้างบาดแผลรอยในใจ ที่ลึกมากสําหรับคนไทย ซึ่งเป็นหน้าที่ของเราคนไทยที่จะต้องเยียวยากันต่อไปในวันข้างหน้า เพราะฉะนั้นนี่คือเหตุผลที่ผมไม่เอาคลิปที่ได้แสดงถึงความโหดร้ายมากกว่านี้มาแสดง เหมือนที่นายจตุพรพยายามจะทํา

ผมกราบเรียนกับท่านประธานที่เคารพว่าพี่น้องเจ้าหน้าที่ตํารวจก็ดี เจ้าหน้าที่ทหารก็ดี ที่เขามาทําหน้าที่ในการแก้ปัญหาของบ้านเมืองในการรักษาความสงบ ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาทั้งหมดนี้ไม่มีใครมองประชาชนเป็นศัตรูอย่างที่คุณจตุพร พยายามจะพูดและพยายามจะยัดเยียดว่าทหารและตํารวจเหล่านั้น หรือผม หรือท่านนายกรัฐมนตรี มองว่าประชาชนเป็นศัตรู ผมปฏิเสธความคิดนี้แทนทุกคน ที่ทํางานด้วยกัน ภาพที่คุณจตุพรเอามาแสดงให้เห็นว่าทหารกําลังใช้กระบองตีคนเสื้อแดง จนกระทั่งหมอบไปแล้วหรือสลบไปแล้วอะไรอย่างนั้นที่พยายามจะพูดครับ ผมให้คน ไปดูแล้วครับ ยอมรับว่าเจ้าหน้าที่ทหารเมื่อมีเพื่อนเสียชีวิตต่อหน้าต่อตา บาดเจ็บ ต่อหน้าต่อตา แล้วก็กลุ่มคนที่ทําร้ายเขาอยู่ใกล้ ๆ ก็ต้องมีอารมณ์บ้าง เพราะว่า มีเจ้าหน้าที่ทหารที่ยังมีอายุน้อยอยู่ แต่ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นการตีลูกกรงของห้องแถวที่มีเสียงดัง แล้วก็มีคนห้าม ไม่ใช่ว่าทุบตีทําร้ายทารุณจนแน่นิ่งไปอย่างที่คุณจตุพรพยายามจะสร้างบทจนทําให้ เห็นว่าเศร้าเหลือเกิน ผมไม่เชื่อหรอกครับว่าที่ตีหน้าเศร้าจะรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะให้มีการสอบสวนว่าเจ้าหน้าที่กลุ่มนี้ได้กระทําการ อย่างนั้นได้อย่างไร ในจํานวนเจ้าหน้าที่ที่มาปฏิบัติการหลายหมื่นคนนี้ก็ยอมรับครับว่า อาจจะมีบางคนที่ได้กระทําการอะไรที่เป็นไปโดยอารมณ์อยู่บ้าง อันนั้นก็เป็นความเสียใจ แต่ว่านั่นไม่ใช่หัวใจของคนส่วนใหญ่ที่มาปฏิบัติหน้าที่ในคราวนี้ ผมก็ขอความเป็นธรรม ให้กับพี่น้องข้าราชการเจ้าหน้าที่ที่มาทํางานให้กับบ้านเมืองในคราวนี้ด้วย

คุณจตุพรบอกว่าถ้ากล่าวหาว่ามีผู้ก่อการร้าย ทําไมเวลามีคนตาย ถึงไม่เจอปืนอยู่ในมือของคนตายเหล่านั้นที่เราหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย อันนี้แหละครับ ที่ผมต้องยอมรับว่าคนเหล่านี้เขาฝึกมาดี ผ่านการฝึกมาอย่างดี แล้วก็แน่นอนครับ เวลาปะทะกับเจ้าหน้าที่มันอยู่ห่างไกลกันครับ ปะทะกันแล้วเจ้าหน้าที่ไม่ได้วิ่งเข้าไป เคลียร์พื้นที่ ไปแย่งชิงอาวุธออกมา พวกเดียวกันก็ต้องเอาอาวุธหนีไปก่อนแล้ว อันนี้ เป็นเรื่องธรรมดา แล้วคนที่ฝึกมาอย่างนี้แน่นอนครับเขาก็ต้องใช้วิธีการอย่างนี้ แล้วก็ มาพูดจาแก้ตัวในสภาอย่างนี้ครับ ท่านประธาน

คุณจตุพรบอกว่ากรณีที่มีคนตายเกือบทั้งหมดตายก่อนที่จะมีเหตุไฟไหม้ ผมไม่ทราบว่าสิ่งที่คุณจตุพรเอามากล่าวต้องการจะสื่อสารอะไร อยากจะสื่อสารว่าที่เขา เผาบ้านเผาเมืองกันนั้นหลังจากที่คุณจตุพรมอบตัวแล้ว ผมไม่รู้ว่าการดําเนินคดี ทางกฎหมายนั้นเขาจะดําเนินคดีกับคุณจตุพรอย่างไร แต่ถ้าถามใจผมผมคิดว่าคุณจตุพร ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ เพราะได้ใช้วิธีการพูดจาอย่างนี้ปลุกระดมกับคน อย่างนี้มาโดยตลอดว่าถึงวันสุดท้ายจะต้องเผาบ้านเผาเมือง ถึงวันสุดท้ายจะต้อง สร้างสงครามประชาชน คําพูดเหล่านี้มีบันทึกเทปเอาไว้ทั้งสิ้น พวกของคุณทั้งสิ้นครับ ที่เป็นฝ่ายพูดจาเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นแม้กระทั่งวันที่ประกาศว่ายุติการชุมนุมจะไปมอบตัว กับทางราชการก็ยังได้พูดจาทิ้งท้ายเอาไว้ว่าการต่อสู้ยังไม่จบ ให้พี่น้องได้ทําอย่างอิสระ ท่านประธานครับ คนที่ติดตามเหตุการณ์มาตลอดเข้าใจได้ รู้ได้ว่าแกนนําต้องการอะไร ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานครับ ผมได้ดูเหตุการณ์ในฉากที่คุณจตุพรกําลังจะ ประกาศยุติการชุมนุม แล้วผมก็มองพี่น้องประชาชนที่เขาบอกว่าเขายังไม่อยากกลับบ้าน เขาอยากจะสู้ต่อไป ผมเห็นการทอดทิ้งมวลชนอย่างน่าละอายที่สุดในสถานการณ์นั้น ผมเห็นความแตกตื่นของคุณจตุพร ๒ หน วันที่จะประกาศยุติการชุมนุมหนหนึ่ง แล้วก่อนหน้านั้นในตอนกลางคืนที่กําลังพูดจาอยู่บนเวที แล้วบอกว่ามีเสียงดัง ซึ่งผม ไม่ทันได้ฟังว่าเป็นเสียงอะไร เห็นทั้งการ์ดทั้งคุณจตุพรหงายท้องลงไปเลย แล้วก็เดินลง หลังเวทีไป เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมรู้สึกและคิดตลอดเวลาก็คือว่าคุณจตุพรไม่ได้ตั้งใจจริง ที่จะร่วมเป็นร่วมตายกับพี่น้องประชาชนเหล่านั้นหรอกครับ ทุกจังหวะที่มีโอกาสที่จะเอา ตัวรอดได้ไปก่อนทุกที ผมจะเรียนท่านประธานครับ การที่คุณจตุพรจะถูกข้อหาเป็นผู้ก่อการร้ายหรือไม่ ไม่ใช่อยู่ที่ผมเป็นคนกล่าวหา ที่ผมพูดกับคุณจตุพรเป็นการตอบโต้ที่คุณจตุพรพยายาม ยัดเยียดความผิดมาใส่ผม เป็นการพูดจากความรู้สึกของผมที่เห็นคุณจตุพรเคลื่อนไหวมา ตลอดเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา และคงเป็นความรู้สึกคล้าย ๆ กับคนไทยอีกหลายล้านคน ที่ได้ติดตามพฤติกรรมของคุณจตุพรมา แต่เรื่องการดําเนินคดีของคุณจตุพรข้างหน้านั้น เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ว่าเขาจะมีประจักษ์หลักฐาน มีเอกสาร มีพยานบุคคล ที่จะดําเนินคดีคุณจตุพรได้อย่างไร อันนั้นผมไม่สามารถที่จะ ก้าวล่วงไปได้ เพียงแต่พูดความรู้สึกในใจให้ฟัง คุณจตุพรบอกว่าผมและคณะ ศอฉ. พยายามจะยัดเยียดคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพให้กับ พลเอก ชวลิต กับนายสมชาย กับคุณจตุพร กับคุณวีระ กับคุณณัฐวุฒิ แล้วก็พูดจาว่าพวกผมใช้สถาบันเป็นเครื่องมือ ในการทําลายคนอื่น ท่านประธานที่เคารพ ผมเป็นคนไทย ผมมีความรู้สึกเหมือนพี่น้อง ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่มีความคิดที่จะเอาสถาบัน มาเป็นเครื่องมือในการทําลายล้างใคร แต่กรณีที่คณะกรรมการคดีพิเศษเขาได้ตัดสิน รับคดีนี้เป็นคดีพิเศษ เพราะว่ากรณีนี้นั้นเป็นการกระทําความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ ที่มุ่งกระทําต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และทําเป็นขบวนการทํากันหลายฝ่าย เหมือนกับ ที่กรณีการก่อการร้ายมีทั้งฝ่ายออกความคิด มีทั้งฝ่ายออกเงิน มีทั้งฝ่ายปฏิบัติ กรณีนี้ ได้มีการประมวลรวบรวมหลักฐานแล้วว่าไม่ใช่ต่างคนต่างทําเป็นอิสระแต่ทําร่วมกัน เป็นขบวนการเชื่อมโยงกัน บางพวกแสดงออกในทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ทางเว็บไซต์ต่าง ๆ บางพวกออกทางสื่อสิ่งพิมพ์เหมือนที่คุณพูดมาเองว่าหนังสือพิมพ์เรดนิวส์ (Red News) ความจริงวันนี้ เนื้อแท้อยู่ตรงนั้น ผมไม่สามารถที่จะเอามากล่าวซํ้าได้ว่าพวกคุณ ได้กระทําความผิดในรายละเอียดอย่างไร เพราะเป็นการมากล่าวซํ้าผมก็จะมีความผิด ไปด้วย บางพวกอาจหาญขึ้นไปปราศรัยบนเวทีของคนเสื้อแดงหลายครั้งหลายหน หลายวาระ คุณจตุพรพยายามที่จะเอาคนอย่าง พลเอก ชวลิต อย่างนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ มาเป็นตัวอย่าง บอกว่า พลเอก ชวลิตเคยเป็นนายกรัฐมนตรี เคยเป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ทําความดีความชอบต่าง ๆ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เคยเป็นปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ประชาชนที่ได้ฟังหรือท่านประธานหลงผิด หลงเชื่อไปว่า คนเหล่านี้ไม่น่าที่จะเป็ นคนที่กระทําการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพได้ ข้อเท็จจริง ทางกฎหมายผมยังไปพูดจาอะไรไม่ได้หรอกครับ ท่านประธานครับ แต่ถ้าผมเป็นคนธรรมดา เป็นคนไทยคนหนึ่งที่ติดตามดูพฤติการณ์ของ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ที่จริงท่าน เป็นบุคคลภายนอก แต่เมื่อคุณจตุพรยกขึ้นมาผมจําเป็นที่จะต้องชี้แจงให้ชัดเจน ในฐานะ เป็นคนไทยคนหนึ่งผมก็มีความสงสัยครับว่าคนอย่าง พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ เคยมี ตําแหน่งใหญ่โตในกองทัพ เคยได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุติยจุลจอมเกล้า เคยได้รับพระมหากรุณาธิคุณมากมาย พลเอก ชวลิตเป็นราชองครักษ์พิเศษ เกษียณอายุ แล้วก็ยังมีฐานะเป็นราชองครักษ์ ผมสงสัยว่า พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ไม่ทราบหรือว่า พวกของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้กระทําความผิดเรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เป็นขบวนการเชื่อมโยงกัน ไม่รู้เลยหรือครับ ไม่เห็นเลยหรือครับ ถ้ารู้ถ้าเห็น เป็นราชองครักษ์ เป็นผู้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ทําไมไม่ลุกขึ้นมาปกป้ อง ทําไมไม่ลุกขึ้นมาห้ามปราม ทําไมยังไปขึ้นเวทีกับคนเหล่านั้น นี่คือเหตุผลข้อเดียว ที่ผมในฐานะผู้อํานวยการ ศอฉ. ต้องการเชิญ พลเอก ชวลิตมาให้ถ้อยคําที่ ศอฉ. ยังไม่ได้คิดตั้งข้อกล่าวหาเลย แต่ว่าคุณจตุพรก็เอาไปพูดใหญ่โตแล้ว เรื่องของคุณสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ผมยังไม่ได้เรียกตัวมา ท่านประธานที่เคารพครับ ส่วนเรื่องนายจตุพร นายวีระ นายณัฐวุฒิ ผมไม่สงสัย ท่านประธานครับ ไม่สงสัย ผมเชื่อว่าในกมลสันดานจริง ๆ มีความคิดอย่างนี้อยู่ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมต้องพูดอย่างนี้เพราะว่าเคยได้เห็น ตัวหนังสือ เคยเห็นบทความที่เขาเขียนในหนังสือพิมพ์ ในเอกสารต่าง ๆ ที่เขาได้ปฏิบัติ เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนว่าถ้านายจตุพรยกคําถามขึ้นมาว่ากรณี ที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ถูกนายวิชา นามสกุลอะไรก็ไม่ทราบ ผมจําไม่ได้แล้ว จดไม่ทัน ไปร้องทุกข์กล่าวโทษในกรณีที่ไม่นํานายทหารเข้าเฝ้ำถวายสัตย์ ซึ่งผมไม่ทราบว่า เป็นการกระทําที่ผิดกฎหมายหรือไม่ อย่างไร เพราะผมไม่เคยรู้มาก่อนว่าท่านนายกรัฐมนตรี ไม่ไปปฏิบัติหน้าที่เองและมอบหมายให้ผมไปทําแทนจะถูกคนตั้งข้อกล่าวหาได้ แต่ก็ไม่เป็นไร เมื่อมีผู้กล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรีก็พร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ส่วนเขาจะดําเนินคดีกับท่านนายกรัฐมนตรีเป็นอย่างไรนั้นก็ว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม แต่คําถามที่คุณจตุพรถามก็คือว่าทําไมทีคดีของนายอภิสิทธิ์จึงไม่เอาเป็นคดีพิเศษ อันนี้แหละเขาเรียกว่าเสี้ยมครับท่านประธาน นี่แหละคือสิ่งที่ผมเรียกว่าเป็นสันดานของ นายจตุพรที่ผมให้อภัยไม่ได้ ต้องรู้ครับท่านประธาน ถ้าคนคนเดียวทําความผิดก็เป็น เรื่องที่จะต้องดําเนินคดีอาญาตามปกติ แต่กรณีที่คณะกรรมการคดีพิเศษเขาหยิบเอา ขบวนการของนายจตุพรและพรรคพวกเป็นคดีพิเศษอีก เพราะทํากันเป็นขบวนการใหญ่ แล้วก็มีเจตนาที่จะล้มล้างสถาบัน นั่นคือสิ่งที่แตกต่างกับเรื่องของคนแต่ละคนที่ถูกข้อหา นี่คือคําตอบที่ผมจะตอบนายจตุพรว่าทําไมบางคดีต้องเป็นคดีพิเศษ ทําไมบางคดี ก็ดําเนินไปตามคดีอาญาปกติ

ท่านประธานที่เคารพครับ นายจตุพรพยายามที่จะพูดให้สภาแห่งนี้ ได้เข้าใจผิดเรื่องของกรณีนายสนธิ ลิ้มทองกุล โดยเอามาเปรียบเทียบว่าดา ตอร์ปิโด ทําความผิดถูกศาลจําคุก ๑๘ ปี นายสนธิ ลิ้มทองกุล เอาเรื่องที่ดา ตอร์ปิโด พูดมาพูดซํ้า ก็เป็นความผิดทําไมไม่เอามาเป็นคดีพิเศษ ผมเอามาเรียนยืนยันกับท่านประธาน ทั้ง ๒ ตัวอย่างนี้เพื่อแสดงให้เห็นเจตนาของนายจตุพรที่ต้องการให้คนมีความเข้าใจผิด อย่างที่ผมกราบเรียนแล้วครับ ไม่ใช่เรื่อง ๒ มาตรฐาน แต่ว่านี่เป็นเรื่องของคนคนเดียว ซึ่งเขาก็จะต้องดําเนินคดีต่อไป คดีของนายสนธิไปถึงไหนแล้วก็เป็นเรื่องที่กระบวนการ ยุติธรรมเขาต้องว่ากันไป ไม่ใช่เรื่องที่ผมจะต้องเข้าไปแทรกแซง เพราะฉะนั้นผมก็ต้องการ ที่จะอธิบายให้นายจตุพรได้เข้าใจ ผมอยากจะเรียนยืนยันกับท่านประธานตรงนี้ เฉพาะประเด็นนี้ว่าผมและคณะที่ทํางานไม่มีความตั้งใจแม้แต่นิดเดียวที่จะอาศัยสถาบัน มาเป็นเครื่องมือทําลายคนอื่นตามที่นายจตุพรกล่าวหาทั้งสิ้น

ท่านประธานที่เคารพครับ นายจตุพรได้ไปอ้างว่าในเหตุการณ์วันที่ ๑๐ เมษายน มีผู้ก่อการร้ายอยู่ ๔ คน ทําไมคน ๔ คนถึงทําให้คนตายได้มากขนาดนั้น ผมไม่ทราบว่านายจตุพรเอามาจากไหนว่ามีผู้ก่อการร้ายเพียง ๔ คน ผมเชื่อว่ามีผู้ก่อการร้าย มากกว่านั้น แต่ว่าเราก็ต้องสืบสวนสอบสวนกันต่อไป ท่านประธานครับ ผู้ก่อการร้ายพวกนี้แต่งชุดเป็นอ้ายโม่ง แต่ว่ามีคนถ่ายรูปมาได้ เสื้อของ อ้ายโม่งนั่นเขียนว่าการ์ด นปช. การ์ด นปช. ครับท่านประธาน คลุมหน้าอยู่ แล้วก็รูปนี้ บังเอิญครับตอนคืนที่ไปยิงที่สี่แยกคอกวัว ตอนที่พวกอ้ายโม่งถือปืนเอ็ม ๗๙ เอ็ม ๑๖ เพื่อที่จะขึ้นไปบนตึกแล้วไปยิงใส่ทหาร นี่เป็นเพียงชุดหนึ่งครับ พวกเสื้อแดงด้วยกันจับได้ เพราะไม่รู้ วันนั้นคนเสื้อแดงบางส่วนเขาไม่รู้ว่ามีอ้ายโม่งโผล่มาในกลุ่มของเขาด้วย ท่านประธานครับ ขณะที่ปลุกปลํ้ากันอยู่นั้นก็มีตํารวจของเราคนหนึ่งได้เข้าไป ร่วมจับกุมด้วย แล้วก็แย่งปืนเอ็ม ๗๙ ได้มา ๑ กระบอก อ้ายโม่งพวกนี้ก็เลยเปิดหน้าครับ แล้วบอกว่าเขามาช่วยพวกเสื้อแดง ผมไม่ให้คุณจตุพรดูหน้าหรอกครับ แต่ผมรู้ว่า ๒ คนนี้ ที่จับได้นี่เห็นหน้าเห็นตาอย่างนี้อีกไม่นานเราจะตามตัวมาได้ครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ คุณจตุพรบอกว่าวันนั้นถ้านายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพสั่งให้คนหยุดปฏิบัติการหลังจากมืดคํ่าแล้วจะไม่มีเหตุตายกันมากขนาดนั้น ผมขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านประธานว่า เมื่อสักครู่ผมได้เรียนไปครั้งหนึ่งแล้ว เจ้าหน้าที่ทหารหยุดปฏิบัติการแล้วเมื่อตอนคํ่าแต่ไม่สามารถถอนตัวออกจากพื้นที่ได้ เพราะว่าแกนนําของคนเสื้อแดงได้ปลุกระดมให้ประชาชนไปล้อมทหารทั้งหน้าทั้งหลัง ถอนตัวไม่ได้ แล้วก็กลายเป็นเป้ำให้ผู้ก่อการร้ายพวกอ้ายโม่งยิงเอ็ม ๗๙ ใส่ ๑๕ นัด ปืนเอ็ม ๗๙ ครับ แต่ละนัดได้ทําร้ายทั้งประชาชนทั้งทหารบาดเจ็บกันเป็นจํานวนมาก แล้วก็ยิงปืนเอ็ม ๑๖ ใส่ทําให้มีคนตายด้วย ท่านประธานครับ ผมเรียนกับท่านประธานครับว่า วันนั้นที่มีประชาชนตายไป ๒๑ คน แล้วก็มีทหารตาย ๕ นาย บาดแผลที่ถูกยิงส่วนใหญ่ ถูกยิงที่ศีรษะทั้งนั้น ผมเชื่อว่าเป็นฝี มือของพวกอ้ายโม่ง พวกสไนเปอร์ที่ไปซุ่มยิง อยู่บนหลังคาตึก ซึ่งไม่ใช่เป็นการกระทําของเจ้าหน้าที่อย่างแน่นอน เพราะพื้นที่สูง บนหลังคาตึกเหล่านั้นเจ้าหน้าที่ไม่สามารถขึ้นไปได้เนื่องจากเป็นพื้นที่อยู่ในแนว ถนนราชดําเนินที่กลุ่มผู้ชุมนุมยึดครองมาเป็นเวลานานแล้ว

ท่านประธานครับ คุณจตุพรก็เอาคําเดิมอ้างว่าที่มาของรัฐบาลนี้ ไม่ชอบธรรม แล้วก็บอกว่าตอนที่เลือกตั้งพรรคของคุณจตุพรได้เสียงข้างมาก พวกเราได้ เสียงข้างน้อย ท่านประธานครับ ผมก็ยํ้ากับท่านประธานอีกครั้งหนึ่งว่าเมื่อตอนเลือกตั้งแล้ว ฝ่ายพรรคพลังประชาชนมีเสียงมาก แล้วก็มาเลือกนายกรัฐมนตรีกันในห้องประชุมนี้ครับ ฝ่ายพวกคุณจตุพรก็เสนอชื่อนายสมัคร สุนทรเวช พวกผมก็เสนอชื่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านชนะ คุณสมัครก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็เป็นผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร พวกผมก็ก้มหน้าก้มตาปฏิบัติหน้าที่ทําหน้าที่ฝ่ายค้านเรียบร้อยดี ไม่ได้ไปชวนคนมาเดินขบวนต่อต้านคุณสมัคร ไม่ได้ไปชวนคนมาก่อการร้ายเพื่อที่จะ ล้มล้างระบบรัฐสภาเมื่อไม่ถูกใจตัวเอง ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง มีเหตุให้ คุณสมัครต้องพ้นตําแหน่งไป ก็มาเลือกกันในสภานี้อีกครับ พวกผมก็เสนอคนเดิมครับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ฝ่ายท่านก็เสนอนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ พวกผมแพ้ก็ก้มหน้าก้มตา เป็นฝ่ายค้านไป ไม่เห็นมันมีปัญหาอะไรครับ ปัญหามาเกิดขึ้นเมื่อตอนนายสมชายพ้นตําแหน่งนายกรัฐมนตรี เลือกตั้งกันใหม่ คราวนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เสียงมากได้เป็นนายกรัฐมนตรี เหตุเกิดตั้งแต่วันนั้นเลยครับ อาการออกเลยครับ ล้อมสภาหมดเลย ไม่ให้พวกผมออกจากสภา เอาก้อนหินขว้างใส่รถ มีคนบาดเจ็บ คุณพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค คุณองอาจ คล้ามไพบูลย์ มีหลายคนที่เดือดร้อน เพราะว่าพวกคุณไม่พอใจ หมายความว่าความชอบธรรมนี่ต้องคุณชนะตลอดใช่ไหมครับ ถ้าเมื่อไรเป็นคนแพ้แล้วไม่ชอบธรรมใช่ไหมครับ ได้อย่างนั้นอย่างเดียวหรือครับ นี่คือ สิ่งที่เป็นเรื่องที่ผมมีสิทธิจะตั้งคําถามกลับไปบ้างเหมือนกันครับท่านประธาน ผมกราบเรียน กับท่านประธานว่าไม่เคยคิดมาก่อนว่าถ้าไม่ได้พวกเดียวกันเข้ามาสืบทอดอํานาจ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของนายเก่าแล้วก็จะต้องทําให้บ้านเมืองนี้พินาศเสียหาย ย่อยยับไปด้วย แต่ผมก็ได้มาเห็นว่าเขาทํากันจริง ๆ ตั้งหน้าตั้งตาทํากันจริง ๆ ทํากันตั้งแต่ วันนั้นเลย แล้วก็เริ่มต้นปฏิบัติการแรงขึ้น ๆ มาโดยตลอด เพราะฉะนั้นผมกราบเรียน ยืนยันกับท่านประธาน กราบเรียนไปถึงพี่น้องประชาชนที่ติดตามฟังรายการนี้อยู่ที่บ้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้รับเลือกในสภาแห่งนี้ตามกระบวนการของรัฐสภาถูกต้อง ชอบธรรมทุกประการ ได้รับเลือกมาโดยวิธีเดียวกับที่นายสมัคร สุนทรเวช ได้รับเลือก ได้รับเลือกวิธีเดียวกับที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้รับเลือก ผิดกันแต่ว่าคราวนี้ไม่ใช่ พวกของฝ่ำยนายจตุพร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมยืนยันว่าที่มาของรัฐบาลนี้ ชอบธรรมถูกต้องตามระบบรัฐสภา

ท่านจตุพรอ้างว่าตอนที่ท่านนายกรัฐมนตรีเสนอแผนปรองดอง ท่านก็บอกว่า ท่านยินดีจะปรองดองด้วยแต่ว่าขอให้พวกผมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ยอมไปรับ การพิจารณาตามกระบวนการยุติธรรม โดยคุณจตุพรอ้างว่าเพราะผมเป็นผู้สั่งฆ่าประชาชน ท่านนายกรัฐมนตรีสั่งฆ่าประชาชน ซึ่งผมได้กราบเรียนชี้แจงมาตั้งแต่เมื่อตอนเช้าแล้วว่า ทั้งหมดที่เราทํานั้นไม่ได้มีเจตนาจะไปเข่นฆ่าประชาชนแต่ประการใดเลยทั้งสิ้น ต้องการ ให้เหตุการณ์สงบ ต้องการให้บ้านเมืองคืนกลับสู่ปกติสุข แต่เมื่อคุณกล่าวหา เมื่อคุณให้ ญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ เขาไปร้องเรียน ผมก็เดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ผมเป็นคนเดินไปที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ยอมเข้าไปสู่กระบวนการยุติธรรมโดยไม่ได้มีข้อแม้ แต่ว่ายังไม่ถูกใจคุณจตุพรและพรรคพวก เพราะคุณจตุพรและพรรคพวกไม่รู้ ไปนึกอะไร ขึ้นมาเกี่ยงว่าผมจะต้องไปมอบตัวที่กองปราบ ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อเท็จจริงก็คือว่า ตอนที่คนไปร้องทุกข์กล่าวโทษผม กล่าวหาผม เขาไปร้องเรียนที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อเขาไปร้องเรียนผมที่นั่น กล่าวโทษผมที่นั่น ผมก็ต้องเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหา ที่นั่น ที่ไม่ถูกใจคุณจตุพรก็คือว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษเขาไม่ได้ควบคุมตัวผม เป็นผู้ต้องหา เพราะผมยังไม่มีสภาพเป็นผู้ต้องหาครับ ท่านประธานครับ ตามกฎหมาย ด้วยความที่ผมเป็นนักการเมือง เป็นผู้มีตําแหน่งในทางการเมือง กรมสอบสวนคดีพิเศษ เขาได้ตั้งข้อกล่าวหาเสร็จ เมื่อผมไปรับทราบข้อกล่าวหาเสร็จเขาต้องสอบสวน แล้วก็ ส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะเป็นผู้ตัดสินว่าผมเป็นผู้ที่สมควร จะเป็นผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กระทําความผิดหรือไม่ ถึงตอนนั้นถึงจะต้องควบคุมตัว ถึงจะต้องประกันตัว คุณจตุพรคงจะรู้เรื่องนี้แต่ว่าแกล้งเอาไปพูดไปทําให้คนสับสน ให้เห็นว่าผมมีเล่ห์เหลี่ยม มีชั้นเชิง ไม่ยอมนําตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามปกติ แล้วใช้อภิสิทธิ์เหนือคนอื่น พูดเรื่อง ๒ มาตรฐานคําเดิม คาถาเดิมอีกแล้ว ท่านประธานครับ ข้อเท็จจริงก็คือว่าขณะนี้คดีที่เขาไปร้องทุกข์กล่าวโทษผมนั้น กรมสอบสวนคดีพิเศษก็จะต้องส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. และ ป.ป.ช. ก็จะสอบสวนเอง โดยชุดใหญ่หรือตั้งอนุกรรมการขึ้นก็แล้วแต่ แล้วเขาจะเป็นคนวินิจฉัยว่าผมควรจะเป็น ผู้กล่าวหาหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ กลุ่มคุณจตุพรก็อ้างเรื่องนี้เป็นเงื่อนไข แล้วก็ตอบปฏิเสธแผนปรองดองของท่านนายกรัฐมนตรี คุณจตุพรกล่าวหาผมครับ ผมจดไว้ทุกคําครับที่กล่าวหานี่ ผมไม่ได้ลุกขึ้นไปไหนเลยนั่งฟัง กล่าวหาว่าถ้านายสุเทพ และนายอภิสิทธิ์ไม่เห็นแก่ตัวคนก็จะไม่ตายมากอย่างนี้

ท่านประธานครับ เรื่องใหญ่ ๆ โต ๆ ความเป็นความตายของบ้านเมือง ท่านนายกรัฐมนตรีได้ตัดสินใจเสนอแผนปรองดองซึ่งคนทั้งชาติเห็นด้วย นายจตุพร กลับเอาเรื่องที่ว่าผมไปมอบตัวที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ไม่ไปมอบตัวที่กองปราบ มาเป็นเงื่อนไข อย่างนี้ไม่คิดว่านายจตุพรเห็นแก่ตัว หรือใจแคบ หรือใจดํา หรืออํามหิต สําหรับประเทศไทย สําหรับประชาชนคนไทย เกินไปหรือเปล่าครับท่านประธาน ผมกราบเรียนต่อท่านประธานครับ คุณจตุพรกล่าวอ้างว่าคณะกรรมการคดีพิเศษ ไม่มีความยุติธรรม ผมเป็น ผอ. ศอฉ. แล้วก็ไปทําหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ บอกว่าท่านอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ คุณธาริตก็มาเป็นกรรมการ ศอฉ. แล้วก็ ปลัดกระทรวงยุติธรรมอะไรต่าง ๆ ก็ว่าไป ผมกราบเรียนกับท่านประธาน ตรงนี้แหละคือ ความบิดเบี้ยวของมันสมองของคุณจตุพรคือไม่เชื่อในระบบ ไม่เชื่อในระบบที่คนไทย ทั้งประเทศเขาเชื่อถือกัน ทั้งหมดนี่เป็นระบบของกระบวนการยุติธรรม คนที่เป็นกรรมการ คดีพิเศษทั้งหลายเป็นผู้ทรงคุณวุฒิทั้งสิ้น ไม่มีใครที่จะไปครอบงําการตัดสินใจของใครได้ กรรมการแต่ละท่านเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ มีอิสระในการที่จะแสดงความเห็นหรือลงมติ ผมถึงได้เรียนตั้งแต่ต้นว่าคดีผู้ก่อการร้ายหรือคดีกระทําความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ ที่มุ่งกระทําต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ทั้ง ๒ คดีนี้ คณะกรรมการคดีพิเศษลงมติ เป็นเอกฉันท์ทั้ง ๒ คดี แสดงว่าทุกคนเห็นด้วยเหมือนกันหมด เพราะนี่เป็นเรื่องสําคัญ ที่จะมีผลได้ผลเสียต่ออนาคตของประเทศไทยทั้ง ๒ เรื่อง ผมกราบเรียนว่าไม่ใช่เรื่อง ผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างที่คุณจตุพรพยายามที่จะให้คนฟังหรือพวกเราที่อยู่ในสภา ได้เข้าใจ คุณจตุพรก็พยายามจะยกกลับมาใหม่เลยครับ พูดไปพูดมาก็วนมาอีกว่า ทําผิดอะไร คุณทักษิณทําผิดอะไร คุณอดิศรทําผิดอะไร ถึงถูกข้อหาเป็นผู้ก่อการร้าย ผมกราบเรียนแล้วครับ คนอื่น ๆ นอกจากคุณจตุพรผมไม่ได้แสดงความเห็นว่าเขาทําผิดอะไร แต่กรณีคุณจตุพรนี่ผมพูดจากหัวใจผมว่าผมรู้หรือผมคิดว่าคุณทําผิดอะไร กรณี คุณทักษิณเป็นเรื่องที่เจ้าพนักงานกรมสอบสวนคดีพิเศษและตัวแทนจากส่วนราชการอื่น อีก ๑๒ ส่วนราชการที่มาร่วมกันทําคดีพิเศษนี้ได้รวบรวมประจักษ์พยานหลักฐานทั้งหลาย แล้วไปยื่นขออนุมัติขอหมายศาลให้ศาลออกหมายจับคุณทักษิณในข้อหาผู้ก่อการร้าย ไปยื่นครั้งแรกศาลอนุมัติมาแล้วครับ ผมจําได้ว่าวันนั้นมีด้วยกัน ๑๐ คน ชื่อคุณทักษิณ ชินวัตร เป็นชื่อที่ ๑ แล้วอีก ๒ ชั่วโมงต่อมาศาลก็ขอเรื่องกลับไป ขอไปพิจารณาใหม่ จนในที่สุดสัปดาห์ต่อมาก็มีการไต่สวน ทางฝ่ายของเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ พนักงานสอบสวนคดีนี้ก็รวบรวมประจักษ์พยานหลักฐานไปให้การต่อศาล มีทนายความพรรคพวกคุณจตุพรก็บอกว่าได้รับมอบอํานาจจากคุณทักษิณให้มาคัดค้าน ปรากฏว่าพอไปดูใบมอบอํานาจเป็นใบมอบอํานาจที่ทําไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ ศาลก็เลยไม่รับ แล้วศาลก็ได้เปิ ดการไต่สวน ในที่สุดศาลก็เห็นด้วยกับพยานหลักฐานทั้งหลาย ยอมออกหมายจับคุณทักษิณในฐานะที่เป็นผู้ก่อการร้าย ผมยกตัวนี้มากราบเรียน ท่านประธานเพื่อชี้ให้เห็นว่าทั้งหมดนี้ไม่ใช่ใครจะชี้นิ้วกล่าวหาใครเอาได้ แล้วไปเล่นงานเขา ตั้งข้อหาเขาโดยไม่เป็นธรรมแบบที่คุณจตุพรกล่าวหาผมและท่านนายกรัฐมนตรี แต่มันมี กระบวนการขั้นตอนของระบบยุติธรรมซึ่งเป็นเรื่องที่คุณจตุพรไม่เชื่อ เพราะบังเอิญ พวกคุณจตุพรเสียเปรียบ เพราะแนวความคิดเดิมของคุณจตุพรเป็ นอย่างนั้น ถ้าเสียเปรียบคือไม่ชอบธรรม ถ้าเสียเปรียบคือใช้ไม่ได้ไม่ถูกต้อง ท่านประธานที่เคารพ แต่ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ในแผ่นดินนี้ยอมรับในขั้นตอนในกระบวนการ ยุติธรรมของประเทศเราซึ่งได้ปฏิบัติสืบทอดกันมาเป็นระยะเวลานาน แล้วก็เชื่อถือได้ เป็นมาตรฐานโลกเหมือนกัน

ท่านประธานที่เคารพครับ คุณจตุพรพยายามที่จะอ้างว่าการที่คุณจตุพร และพรรคพวกได้พูดจาในที่ต่าง ๆ เวทีต่าง ๆ โอกาสต่าง ๆ ว่าถ้าเกิดมีการปราบปราม คนเสื้อแดงเมื่อไรให้พี่น้องประชาชนไปรวมกันที่ศาลากลาง คนบางคนของคุณจตุพร ยังบอกด้วยครับว่าให้เอานํ้ามันใส่ขวดที่จะทําเป็นระเบิดเพลิงเอาไปด้วย เขาคงไม่ไป เวียนเทียนศาลากลางนะครับ ผมคิดว่าอย่างนั้น เพราะฉะนั้นที่คุณจตุพรนัดเขาไป มันแปลเป็นอย่างอื่นไม่ได้ คนไทยส่วนใหญ่ในแผ่นดินนี้ที่ได้ยินพวกคุณปลุกระดมคน ทุกวัน ๆ ให้ชวนไปศาลากลางในวันที่จะต้องมีการสลายการชุมนุมหรือต้องยุติการชุมนุม ที่กรุงเทพมหานคร คิดเหมือนผมครับท่านประธานว่าพวกนี้ยุยงคนให้ไปเผาศาลากลาง คณะกรรมการคดีพิเศษจะคิดเหมือนผมหรือไม่ผมไม่ทราบ แต่ถ้าถามผมผมคิดอย่างนี้ ผมเชื่ออย่างนี้ด้วยความบริสุทธิ์ใจของผม ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นถ้าท่านจตุพร ตั้งคําถามมาถามผมว่าผิดอะไรถึงถูกข้อกล่าวหาเป็ นผู้ก่อการร้าย ผมตอบแทน กรมสอบสวนคดีพิเศษไม่ได้แต่ผมตอบแทนตัวเองได้ว่าคุณชวนคนไปเผาศาลากลาง คุณปลุกระดมให้คนเผาบ้านเผาเมือง คุณชวนคนมาฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ คุณชวนคนมา ฆ่าเจ้าหน้าที่ของรัฐ นี่แหละสมควรที่จะได้รับข้อหาผู้ก่อการร้าย แต่คุณอาจจะ ไม่ถูกข้อหาอย่างนี้ก็เพราะว่าผมไม่ไช่คนที่จะไปดําเนินคดีกับคุณ

ท่านประธานครับ คุณจตุพรพยายามจะพูดว่าพวกผมไปใส่ร้ายคนชุดดํา ไปใส่ร้ายคนที่หาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย คุณจตุพรยกมาเลยบอกว่าเวลาสู้กับท่านใช้หนังสติ๊ก ใช้บั้งไฟ ใช้ตะไล แต่เวลาสู้กันเองใช้สไนเปอร์ปัญญาอ่อนหรือเปล่า คุณจตุพรถามผม ผมเชื่อว่าพวกคุณจตุพรไม่ปัญญาอ่อนหรอกครับ แต่พวกคุณจตุพรคิดเอาว่าคนอื่น ในประเทศนี้โง่กว่าพวกคุณปล่อยให้พวกคุณหลอกได้ นี่คือความเสียหายอย่างยิ่ง ของประเทศไทยที่มีคุณจตุพรได้เกิดมาในแผ่นดินนี้ในยุคนี้ ท่านประธานครับ ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่าเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายของพวกผมไม่มีใครที่จะตั้งใจไปยัดอาวุธ ใส่มือพวกคุณจตุพรหรือไปเอาอาวุธที่ไปค้นมาได้ที่คุณจตุพรหาว่าผมสร้างฉากกันนี่ครับ อาวุธที่ผมได้นําแสดงให้คณะทูตานุทูตเขาได้เห็น ให้สื่อมวลชนได้เห็นนั้นเป็นอาวุธ ที่เจ้าหน้าที่ได้จับกุมมาจากพวกของคุณจตุพรในเวลาต่าง ๆ กันในช่วง ๒ เดือนเศษนี้ แล้วก็ได้เอามาแสดงให้กับชาวต่างประเทศได้เห็นเพราะพวกคุณจตุพรไปโฆษณาชวนเชื่อว่า ด้วยอํานาจเงินที่คุณทักษิณมีว่าจ้างบริษัท อัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) อะไรต่าง ๆ ที่เป็นลอบบี้ยิสท์ (Lobbyist) นี่พยายามทําให้คนต่างประเทศได้เห็นว่าพวกคุณไม่ได้รับ ความเป็นธรรม พวกคุณถูกกลั่นแกล้ง ไม่มีผู้ก่อการร้ายในพวกคุณ ไม่มีอาวุธ เพราะฉะนั้น ผมจึงต้องเอาของจริงมาแสดงให้เขาดู แล้วก็ไม่ใช่อาวุธใหม่เอี่ยมอย่างที่คุณว่า ของจริงยังมีปรากฏกันอยู่ ท่านประธานจะเอาคณะกรรมการไปดูเมื่อไรก็ได้นะครับ ไม่ใช่อาวุธใหม่เอี่ยมที่คุณจตุพรพยายามจะพูดเพื่อให้คนเข้าใจว่าพวกผมเอาอาวุธ ของทหารมาแสดง

ท่านประธานที่เคารพครับ คุณจตุพรยังบอกว่าตอนที่ไปตัดสัญญาณ โทรศัพท์ ผมต้องไปขออนุมัติศาลอาญาเพื่อให้ศาลออกหมายมีคําสั่งให้ไปตัดสัญญาณ โทรศัพท์ ผมเอาสิทธิอะไรไปยึดบริษัท ไทยคม ผมกราบเรียนต่อท่านประธานครับ โดยที่เราเห็นกันแล้วครับว่ากลุ่มของคุณจตุพรที่กําลังทําร้ายบ้านเมืองมีอาวุธ มีเครื่องมือ ที่สําคัญก็คือสถานีโทรทัศน์พีทีวีนี่ครับ เราเห็นเลยครับว่าถ้าขืนปล่อยให้พีทีวีได้ถูกใช้ เป็นเครื่องมือในการปลุกระดมของคุณจตุพรและพวกจะก่อให้เกิดความเสียหายกับบ้านเมือง อย่างใหญ่โตมโหฬาร ไม่มีวันได้สงบสุขกันง่าย ๆ เมื่อเรามีพระราชกําหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉินซึ่งให้อํานาจเอาไว้ ผมได้ใช้อํานาจตามกฎหมายนี้แจ้งให้ บริษัท ไทยคมได้ยกเลิกการส่งสัญญาณของสถานีโทรทัศน์พีทีวี ผมไม่ได้ไปยุบเลิก บริษัทเขาหรือสถานีของเขา แต่ว่าที่ทํากับบริษัท ไทยคมได้เพราะบริษัทนี้มีสัญญากับรัฐอยู่ ในสัญญาข้อหนึ่งที่ทําระหว่างบริษัท ไทยคมกับกระทรวงไอซีที (ICT) นั้นมีข้อความบังคับ เอาไว้ว่าถ้ากรณีที่เป็นเหตุเกี่ยวกับความมั่นคงสามารถที่จะออกให้บริษัทยกเลิก หรือไม่กระทําการอย่างหนึ่งอย่างใดได้ เพราะฉะนั้นผมก็ได้ใช้อํานาจตามพระราชกําหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงประกอบกับสัญญาที่บริษัท ทําไว้กับกระทรวงไอซีที

ท่านก็พยายามจะพูดเรื่องพระจริง พระปลอม แล้วก็บอกว่าพระปลอมนั้น ที่จริงเป็นทหาร ผมเชื่อว่าคุณจตุพรรู้ความจริงอยู่หมดแล้ว พระหรือว่าคนที่แกล้งทําเป็นพระ เพราะว่าที่จริงไม่ใช่พระอย่างที่ผมแสดงรูปไปหลายทีแล้ววันนี้ เคยเป็นทหารเกณฑ์ครับ ปลดประจําการไป ๒-๓ ปีแล้ว แต่ว่าคุณจตุพรก็พยายามที่จะพูดว่านี่เป็นทหารปลอมมา เพื่อให้คนเข้าใจผิด ผมก็เอาเรื่องนี้มาเรียนกับท่านประธานเพื่อยํ้าให้เห็นว่าสิ่งที่คุณจตุพร พยายามจะแสดงมาตลอดเวลานี่หวังเพื่อจะให้คนในบ้านเมืองนี้เข้าใจผิดทั้งสิ้น

ท่านประธานครับ ผมถูกคุณจตุพรกล่าวหาผมและท่านนายกรัฐมนตรีว่า เป็นคนใจดําอํามหิตสั่งทหารไปฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ ฆ่าสื่อมวลชน ฆ่าเจ้าหน้าที่พยาบาล กู้ภัย อะไรต่าง ๆ แล้วไปใส่ร้ายคนอื่น คนอื่นที่ว่าก็คือกลุ่มคุณจตุพร ผมคิดว่าผมไม่ต้อง แก้ตัวหรอกครับตรงนี้ เรื่องทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้น พฤติกรรมทั้งหมดที่คุณจตุพรและพวก ได้ทํามาตลอดเวลาหลายเดือนนี้กับสิ่งที่พวกผมได้ปฏิบัตินี้มันได้ปรากฏต่อสายตาของ พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่เขารักหวงบ้านเมือง ผมคิดว่าคนไทยตัดสินใจได้ คนไทยเข้าใจได้ วินิจฉัยได้ ผมเคารพในความมีเหตุมีผล ในความรักบ้านรักเมืองของ พี่น้องประชาชนคนไทย เพราะฉะนั้นสิ่งที่คุณจตุพรกล่าวหาผมและท่านนายกรัฐมนตรีวันนี้ ไม่ได้ทําให้ผมรู้สึกหวั่นไหวอะไรเลยครับ

ผมกราบเรียนกับท่านประธานว่าคุณจตุพรกล่าวหาผมว่าผมเป็นพวก ปากปรองดอง ใจเชือดคอ ไม่มีครับ ไม่เคยคิดที่จะเชือดคอใคร รู้สึกอย่างนี้ก็คิดอย่างนี้ คุณจตุพรว่าผมมาตรง ๆ กล่าวหาผม ผมก็กล่าวหาคุณจตุพรด้วยหัวใจเหมือนกัน เรียนตรง ๆ ครับ เคยเห็นว่าคุณจตุพรเป็นคนมีความสามารถ แต่ว่ามาถึงวันนี้ได้เห็นแล้วว่า ความสามารถที่คุณจตุพรมีนี้เป็นอันตรายต่อประเทศไทยอย่างยิ่ง เป็นอันตรายต่อ ชาติไทยของเราอย่างยิ่ง เป็นอันตรายต่อพี่น้องประชาชนชาวไทยอย่างยิ่ง นี่คือความจริงใจ ที่ผมอยากจะเรียนต่อท่านประธานผ่านไปทางคุณจตุพร ขอบคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็พอสมควรกระมังครับ คือตกลงกันตีหนึ่งนี่ตีสองเอาสักนาทีสองนาที

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

อย่างนี้ท่านประธานครับ คือท่านประธานจะปิดประชุมไม่มีปัญหาอะไร แต่ผมก็จดทุกประเด็นไว้เช่นเดียวกัน วันพรุ่งนี้ผมก็มาต่อประเด็นได้ไม่มีปัญหาอะไร อย่างน้อยคุณสุเทพก็จะได้นอนหลับ อย่างมีความสุขคืนนี้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือได้รับเรื่องจาก เลขานุการวิปฝ่ำยค้านว่าในวันพรุ่งนี้ที่ค้างการอภิปราย ๒ ท่านคือ คุณสถาพรกับ นายแพทย์ชลน่าน ๒ ท่านนะครับ ยกยอดไปวันพรุ่งนี้ แล้วก็กระผมขอพักการประชุม ในวันนี้ วันที่ ๑ วันนี้นะครับ ประชุมเวลา ๐๘.๓๐ นาฬิกา ๒ ท่านต้องรีบมานะครับ เพื่อจะได้อภิปราย กระผมขอพักการประชุมครับ

พักประชุมเวลา ๐๒.๑๒ นาฬิกา

ของวันอังคารที่ ๑ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๓

เริ่มประชุมต่อเวลา ๐๘.๓๐ นาฬิกา

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

วันนี้ เป็นการประชุมเพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ซึ่งเราได้เริ่ม ตั้งแต่เมื่อวานนี้นะครับ แล้วท่านประธานก็ได้สั่งพักประชุมเมื่อเวลา ๐๒.๑๑ นาฬิกา ของวันนี้ แล้วก็ได้นัดให้มีการประชุมต่อในวันนี้เวลา ๐๘.๓๐ นาฬิกา

ผมก็จะขอดําเนินการประชุมต่อเลยนะครับ แต่ก่อนที่จะเปิดโอกาส ให้ท่านสมาชิกได้อภิปราย ประธานก็ขอแจ้งข้อมูลการใช้เวลาในการอภิปรายที่ผ่านมาดังนี้นะครับ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๔๔ นาฬิกา ที่ได้เริ่มเมื่อวานนี้จนมาถึงที่ท่านประธานได้สั่งพักการประชุม เมื่อเวลา ๐๒.๑๑ นาฬิกา เราได้ใช้เวลาไปแล้วรวม ๑๔ ชั่วโมง ๑๗ นาที ก็จําแนกได้ดังนี้นะครับ เวลาที่ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรชี้แจงหรือที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหารือ หรือประท้วง ใช้สิทธิพาดพิง หรือกรณีอื่น ๆ รวมใช้เวลาไป ๓ ชั่วโมง ๔๖ นาที เวลา ที่คณะรัฐมนตรีได้อภิปรายซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อภิปรายไปแล้ว ๔ ท่าน ใช้เวลาไปแล้ว ๓ ชั่วโมง ๑๔ นาทีเช่นกันนะครับ เวลาที่ฝ่ายค้านได้อภิปรายไปแล้วรวม ๑๓ ท่าน ใช้เวลา ไปแล้ว ๙ ชั่วโมง ๑๗ นาที ฉะนั้นเราใช้เวลาไปแล้วรวมทั้งหมด ๑๔ ชั่วโมง ๑๗ นาที ก็ขอให้ทุกฝ่ำยบริหารเวลาตามที่ท่านได้ตกลงกันระหว่างวิปทั้ง ๒ ฝ่ำยนะครับ ท่านประธานวิปฝ่ายค้าน ท่านวิทยามีอะไรครับ เชิญครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานผู้ประสานงาน พรรคร่วมฝ่ำยค้าน ก่อนอื่นต้องขอกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าเมื่อวานนี้ ตลอดจนก่อนที่จะมีการเลื่อนการประชุม ตลอดระยะเวลาที่ฝ่ำยค้านได้ทําหน้าที่ ในการนําเสนอข้อมูลต่อการยื่นญัตติขอเปิ ดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนมากมาย ทั่วประเทศ มีสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานขอร้องผ่านไปยังรัฐบาล โดยเฉพาะการแก้ไขเกี่ยวกับการถ่ายทอดส่งสัญญาณไปถึงพี่น้องประชาชนในภาคอีสาน หลาย ๆ จังหวัด ในภาคเหนือ ในภาคกลาง ต้องเรียนตามตรงนะครับ ไม่น่าเชื่อนะครับว่า เมื่อวานนี้เกิดอะไรขึ้นไม่ทราบ ทีแรกผมก็นึกว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ของสมาชิก เพื่อเรียกร้องให้พี่น้องประชาชนนั้นได้ตระหนักว่าวันนี้กําลังอภิปรายนะ หรือการนําเสนอ ข้อมูลให้ดูนะ เป็นการหาเสียงอย่างนั้นหรือ แต่ไม่ใช่ครับท่านประธาน ในฐานะเป็ นผู้ประสานงานนั้นได้ติดตาม ได้ตรวจสอบ และได้รับการร้องเรียน จากพี่น้องประชาชนว่าการรับสัญญาณแต่ละช่วงของพี่น้องไม่ว่าจะเป็นลําลูกกาซึ่งอยู่ จังหวัดปทุมธานี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดลพบุรี จังหวัดสระบุรี จนกระทั่ง ภาคอีสานหลาย ๆ จังหวัดครับ จึงต้องนําเรียนต่อท่านประธานนะครับว่าวันนี้ก็เป็น อีกวันหนึ่งที่ฝ่ายค้านจะต้องทําหน้าที่สะท้อนถึงข้อเท็จจริง แล้วก็ต้องยอมรับอีกอย่างหนึ่ง ครับท่านประธาน เป็นการติดตาม เป็นการให้ความสนใจครั้งสําคัญของพี่น้องประชาชน ทั่วประเทศ ต้องกราบเรียนท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีด้วย ผมไม่ได้พาดพิงเรื่องอะไรนะครับ เดี๋ยวถ้าท่านมา ท่านประธานจะมีวิธีไหนก็แล้วแต่ หรือท่านรัฐมนตรีได้ยินแล้ว เมื่อวานนี้ท่านบอกว่าท่านได้แก้ไขทั้งบทความที่วิ่งซึ่งเจตนา หรือไม่เจตนาก็แล้วแต่ หรือการขึ้นข้อความที่ส่อไปในเชิงพาณิชย์ แต่บังเอิญไปเกี่ยวข้องว่า ส.ส. ในซีกของฝ่ายค้านจะสร้างความขัดแย้งใด ๆ อย่างนี้เป็นต้น ผมยืนยันครับว่ามี มีผู้ชมที่อยู่ทางบ้านโทรมาบอกจริง จึงได้กราบเรียนท่านประธานนะครับว่าขอความกรุณาว่า เรื่องการให้ข้อมูลข่าวสารนั้นเป็นไปตามข้อบังคับอยู่แล้วว่าสภาจะจัดให้มี เพราะฉะนั้น วันนี้เป็นการติดตามงานต่อเนื่อง การทําหน้าที่ของฝ่ายค้านจึงได้กราบเรียนท่านประธาน ขอได้โปรดประสานงานถึงรัฐมนตรีผู้เกี่ยวข้องให้ดําเนินการเพื่อให้พี่น้องประชาชนนั้น ได้รับข้อมูลข่าวสารโดยทั่วถึงครับ ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็เป็นข้อสังเกตของท่านประธานวิปฝ่ายค้าน ก็ฝากท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบที่เกี่ยวข้อง นําข้อสังเกตไปพิจารณานะครับ

ผมขออภัยนิดนะครับ เมื่อสักครู่ได้แจ้งตัวเลขรวมในการใช้เวลาของเรา ผิดพลาดไปนะครับ คือรวมทั้งที่ประท้วง ทั้งประธานใช้ ทั้งพาดพิงและที่อภิปราย โดยสมาชิกก็ดี โดยรัฐมนตรีก็ดี ตัวเลขรวมยอดทั้งหมด ๑๖ ชั่วโมง ๑๗ นาที ก็ขอแก้ไข จาก ๑๔ ชั่วโมง ๑๗ นาที เป็น ๑๖ ชั่วโมง ๑๗ นาที จะเปิดโอกาสให้ทางฝ่ายรัฐบาล ท่านเชนมีอะไรครับ

นายเชน เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ท่านประธานว่าเมื่อวานนี้ผมเองไม่อยากที่จะประท้วงอะไร แต่ต้องกราบเรียน ท่านประธานว่ามีเรื่องหนึ่งซึ่งรู้สึกจะไม่ค่อยสบายใจ มีเพื่อนสมาชิกบางคนได้กล่าวถึง บุคคลภายนอกมาก ซึ่งท่านประธานขณะนั้นคือท่านอภิวันท์ท่านก็บอกว่าคุณจตุพรพูดถึง บุคคลภายนอกไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครองก็ต้องรับผิดชอบตัวเอง แต่ว่าท่านประธานครับ ผมอยากเรียนท่านประธานว่าการกระทําเช่นว่านั้นมันผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ วรรคสอง ที่ว่า ห้ามผู้อภิปรายแสดงกิริยาหรือการใช้วาจาไม่สุภาพ ใส่ร้ายหรือเสียดสีบุคคลใด หรือห้ามกล่าวถึงพระมหากษัตริย์ หรือออกชื่อสมาชิกหรือบุคคลใดโดยไม่จําเป็น ซึ่งเป็น ข้อบังคับการประชุม กระผมคิดว่าถ้าไม่เอ่ยถึงคนอื่นโดยไม่จําเป็นก็จะเป็นประโยชน์ แล้วก็ไม่ก่อให้มีเรื่องวุ่นวายมาตามหลัง

ท่านประธานครับ อีกประเด็นหนึ่ง การหารือของท่านประธานวิปฝ่ายค้าน เมื่อสักครู่นี้ มันเป็นเรื่องแปลกใจเหมือนกันครับท่านประธาน พวกเราก็ได้รับโทรศัพท์ จํานวนมาก เพราะว่าเวลาออกข่าวไปถึงชาวบ้านที่ดู รับฟังการถ่ายทอดทีวี อยู่ทางบ้าน หลายคนก็โทรมาบอกว่านี่นอนดูอยู่ ทําไมเขาบอกว่าไม่ถ่ายทอด เขาดู การถ่ายทอดอยู่ ผมคิดว่านี่มันคงเป็นปัญหาบางพื้นที่หรือมีอุปสรรคที่น่าตรวจสอบจริง ๆ แต่กราบเรียนท่านประธานว่าหลายคนได้โทรมาตลอดเวลาที่มีการพูดถึงว่าไม่ออก เขาก็บอกว่าเขานอนดูอยู่แล้วก็มีการถ่ายทอด ท่านประธานครับ อันนี้เป็นข้อสังเกต ที่ผมเรียนท่านประธานว่ามีความแตกต่างกันบ้าง ขอบคุณครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ ผมคิดว่าจะเปิดโอกาสอีกข้างละ ๑ ท่านเท่านั้นนะครับ เดี๋ยวเราจะได้ ดําเนินการต่อ เชิญครับ

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ มหาสารคาม

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม เกี่ยวกับข้อปรึกษาที่เรากําลัง พูดจากันถึงเรื่องการถ่ายทอด กระผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าเราควรที่จะให้ นํ้าหนักและหยิบยื่นไมตรีอันสมควรแก่กิจกรรมที่เรากําลังทํา ผมใคร่กราบเรียน ท่านประธานว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ว่ามาตรา ๑๕๘ และมาตรา ๑๕๙ ก็ตาม ถ้าเนื้อแท้ก็เป็นความสง่างามของสภาแห่งนี้ที่จะถ่ายทอดการประชุม ไม่ว่าฝ่ายอภิปราย หรือฝ่ำยตอบคําถามโดยคณะรัฐมนตรีหรือท่านนายกรัฐมนตรีก็ตาม ชาวบ้าน ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก กระผมจะไม่ตําหนิติฉินในเรื่องใด ๆ ให้เป็นที่มัวหมอง ของผู้ใดผู้หนึ่ง แต่กระผมกราบเรียนท่านว่าถ้าหากทุกคนทํางานอย่างตรงไปตรงมา ก็จะเป็นความสง่างามยิ่งขึ้น กระผมยกตัวอย่างอย่างเช่นในกรณีที่มีท่านสมาชิกอภิปราย แล้วขอท่านประธานในการโชว์ภาพโชว์เอกสาร ถ้าหากทางทีวีได้ซูมมายังภาพที่กําลังโชว์อยู่ ความโดดเด่นของการพูดจาการอภิปรายนั้นก็จะมียิ่งขึ้นอรรถรสก็จะมีความสมบูรณ์แบบ ยิ่งขึ้น นั่นประการที่ ๑

ประการที่ ๒ อาจจะเป็ นอุบัติเหตุหรือเป็ นเหตุผลกลใดไม่ทราบได้ เป็นเหตุให้การถ่ายทอดไปยังพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ นั้นค่อนข้างจะมีปัญหา รัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องคือท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ได้พูดอธิบายว่าได้มีการเปลี่ยนช่องสัญญาณ ให้ช้าบ้าง ก็ได้หันไปองศาใดองศาหนึ่ง ผมคิดว่าจานดาวเทียมนั้นอยู่บนหลังคา ซึ่งการติดตั้งจะต้องมีช่างได้ทําการติดตั้ง การที่จะให้เจ้าของโทรทัศน์ปีนหลังคาขึ้นไป บิดองศาตั้งองศานั้นก็คงจะเป็นไปได้ยาก

ประการที่ ๓ การซูมภาพต่าง ๆ ในขณะที่มีการอภิปรายนั้นกระผมอยาก กราบเรียนขอความร่วมมือว่าแทนที่จะซูมหน้าซูมผู้พูดซึ่งเขาเด่นอยู่แล้ว ให้เป็นภาพ ที่โดดเด่นจะดีกว่า เป็นการประกอบการอภิปรายได้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น กระผมกราบเรียน ท่านประธานเพียงเท่านี้ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ให้อีกท่านหนึ่งด้านซีกนี้ เชิญท่านผุสดีครับ เดี๋ยวเราจะได้เชิญผู้อภิปรายอภิปรายแล้วครับ

นางผุสดี ตามไท แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพคะ วันนี้เป็นวันที่ ๒ ของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ดิฉันอยากจะขออนุญาตจริง ๆ ขอความกรุณาและขอหารือท่านประธาน เมื่อคืนนี้ด้วยความไม่สบายใจอย่างยิ่ง ดิฉันพยายามยกมือประท้วงท่านประธาน นั่นก็คือเรื่องที่อยากจะขอความกรุณา ท่านประธานช่วยควบคุมการประชุม ดิฉันคิดว่าการที่บังเอิญจะเป็นด้วยอารมณ์หรืออะไร พาไปก็ไม่ทราบ แต่ว่าพฤติกรรมการโห่ฮาอย่างนี้ไม่ได้ค่ะ แล้วนอกจากการโห่ฮาแล้วยังมี การตะโกนใช้คําที่ไม่สุภาพอีกด้วย ดิฉันคิดว่าอันนี้เป็นการสะท้อนภาพพจน์ คือไม่ว่า จะเป็น ส.ส. หรือเป็นสมาชิกจากซีกใดก็ตาม ดิฉันคิดว่าอยากจะขอความกรุณาให้ท่านประธาน ช่วยควบคุมอย่างเคร่งครัดด้วย วันนี้ภาพพจน์ของสภาก็ตกตํ่ามากพออยู่แล้ว ดิฉันก็อยากจะร้องขอว่าถ้าเป็นไปได้นอกเหนือจากการกระทําตามข้อบังคับแล้ว ท่านอาจจะต้อง ใช้ความสามารถพิเศษในการดึงพลังสร้างสรรค์ของสมาชิกจากสภาแห่งนี้เพื่อจะช่วยกัน ทําหน้าที่ให้ได้สมบูรณ์ ขอบพระคุณค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็คงต้องร่วมมือกันทั้ง ๒ ฝ่าย ทั้งประธานที่ทําหน้าที่ควบคุมการประชุมและเพื่อนสมาชิก ก็ได้โปรดตระหนักว่าเราเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่แสดงออกไป ก็เป็นเหมือนสะท้อนให้พี่น้องประชาชนได้เห็น ก็ขอความกรุณาท่านสมาชิกด้วย

เชิญท่านผู้อภิปราย ท่านสถาพร มณีรัตน์ แต่ก่อนท่านจะอภิปราย ก็อยากเรียนที่ประชุมว่าในการอภิปราย ท่านสถาพร มณีรัตน์ ท่านได้เสนอรูปภาพ เหตุการณ์การชุมนุมให้คณะกรรมการ ๕ ภาพ และอุปกรณ์ประกอบคือท่านมีผ้าปิดจมูก ผ้าพันคออะไรนี่นะครับ กรรมการได้พิจารณาแล้วก็อนุญาตให้ท่านได้ใช้ทั้งหมด ตามที่ท่านเสนอ ก็ขอให้ใช้เฉพาะที่ท่านได้รับอนุญาต เดี๋ยวให้ท่านสถาพรก่อนนะครับ หรือท่านจะใช้สิทธิก่อน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสถาพรเดี๋ยวให้ท่านนายกรัฐมนตรีก่อนนะครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ต้องการหารือเท่านั้นเองครับว่า เพื่อนสมาชิกที่จะอภิปราย เนื่องจากเมื่อวานนี้ได้รับแจ้งจากทางกรรมการประสานงานว่า จะเป็นการอภิปรายรัฐมนตรีท่านอื่น แต่ว่าเปลี่ยนแล้วใช่ไหมครับ ผมจะได้ทราบว่า จะชี้แจงในเวลาที่เหมาะสมช่วงไหนครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านประธานวิปฝ่ายค้านครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วิทยา บุรณศิริ ในฐานะประธานผู้ประสานงาน ก็ต้องขออนุญาตเรียน ท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรีต่อกรณีของท่านสอบถามเกี่ยวกับเรื่องการปฏิบัติ หน้าที่ของฝ่ายค้าน สืบเนื่องจากเมื่อวานนี้มีการประท้วงและมีการใช้เวลาในช่วงคําตอบ ของรองนายกรัฐมนตรีท่านได้ชี้แจงใช้เวลาล่วงเลย แล้วก็มีตัวละครต่าง ๆ นั้น ซึ่งเราเองก็เรียนตามตรงว่าได้จัดเตรียมสมาชิกในการอภิปรายในส่วนของเรื่อง เหตุการณ์นั้นไว้ ๒ ท่าน รวมแล้วเป็น ๓ ท่าน ในส่วนของวันนี้ก็จะมี แล้วก็จะเป็นเรื่อง การสรุป ขออนุญาตว่านําเสนอในส่วนของเหตุการณ์นั้นอีก ๒-๓ ท่าน แล้วหลังจากนั้น ก็จะเป็นเรื่องเศรษฐกิจว่าไปเลยนะครับ แล้วก็จะมีท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ตอนบ่ายสามโมงมาเรื่องของเศรษฐกิจ หรือสุดท้ายคุณจตุพรในเรื่องของเศรษฐกิจ หรือใครก็แล้วแต่ตอนนั้นให้จบ ก็เรียนท่านประธานเพื่อที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะได้เตรียมตัวได้ถูก ขอบคุณครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสถาพร มณีรัตน์ อภิปราย ท่านมีเวลา ๓๐ นาทีครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ท่านประธานที่เคารพ คําอภิปรายของผมนั้นเป็นข้อเท็จจริงที่จะได้อภิปรายไม่ไว้วางใจนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และคณะที่ได้กระทําการล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง คําอภิปรายของผมนั้น เป็นข้อเท็จจริงทั้งหมด ผมไม่บังอาจที่จะใช้สภาแห่งนี้มาโกหกมดเท็จเพื่อทําให้พี่น้อง ประชาชนไม่สบายใจ ท่านประธานที่เคารพ กระผมเองเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เฝ้ำติดตามการเคลื่อนไหวของพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด เพราะเราเชื่อมั่นว่า การเคลื่อนไหวของพี่น้องประชาชนนั้นเขาเรียกว่าการเคลื่อนไหวภาคประชาชนที่กรอบ รัฐธรรมนูญได้ดําเนินการ และบางครั้งเป็นการแสดงออกทางการเมืองที่สงบ สันติ และปราศจากอาวุธ ท่านประธานผ่านไปยังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมขออนุญาตยืนยันเลยว่า การเคลื่อนไหวของพี่น้องประชาชนที่เรียกตัวเองว่า นปช. โดยใช้สีแดงเป็นสัญลักษณ์ ในการเคลื่อนไหว เขาเหล่านั้นเป็นชนชั้นกลางในภาคชนบทที่ได้สะสมผลกระทบ จากนโยบายของรัฐบาลมาเป็นระยะเวลายาวนาน ชนชั้นกลางในชนบทนั้นมีสัญลักษณ์ จะมีรถปิคอัพ (Pickup) จะมีการทํามาหากินตามเศรษฐกิจพอเพียงและมีเงินทอง ตามสมควรกับอัตภาพ ท่านได้ตั้งโจทย์ผิดอย่างมหันต์ในการมองของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า เป็ นผู้ก่อการร้าย ท่านตั้งโจทย์ผิดอย่างมหันต์ที่มองพี่น้องประชาชนว่าเป็ นศัตรู เขาเหล่านั้นได้ขับเคลื่อนมาเป็นเวลาหลายปี ได้ตั้งองค์กรจัดตั้งที่เชื่อมั่นว่าเข้มแข็งที่สุด ตั้งแต่เรามีระบอบประชาธิปไตยมาตั้งแต่ปี ๒๔๗๕ เราเชื่อมั่นว่าองค์กรภาคประชาชนเหล่านี้ จะขับเคลื่อนตามระบบ ตามวิถีระบอบประชาธิปไตย ท่านประธานที่เคารพ เขาก็เคลื่อนไหว อย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมา แต่ผมเชื่อโดยสุจริตใจว่าพรรคประชาธิปัตย์มีส่วนได้เสีย ในการทําลายองค์กรภาคประชาชนที่เข้มแข็ง เพราะว่านโยบายบางส่วน ข้อคิดเห็นบางส่วน มองกันแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับนโยบาย ของรัฐบาลและนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ท่านได้ทําลายองค์กรประชาชนเหล่านี้ อย่างราบคาบ ผมจึงจําเป็นอธิบายความเพื่อความสบายใจของพี่น้องประชาชนหลายส่วน และเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพราะตลอดระยะเวลา ของการขับเคลื่อนภาคประชาชนนั้น ท่านอยู่แต่ในกรมทหารราบที่ ๑๑ ท่านได้ตั้งองค์กร ของท่านภายใต้การนําว่า ศอฉ.

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วงแล้วครับ ท่านบุญยอดประท้วงแต่เช้ามีอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ขอยํ้านะครับผมอยู่ใน พรรคประชาธิปัตย์ ถ้าใครมาใส่ร้ายป้ำยสีพรรคประชาธิปัตย์ ผมก็ต้องลุกขึ้นประท้วงครับ และท่านก็ไม่ได้ให้เหตุผลอะไรที่มันเป็นสาระสําคัญนะครับ ท่านบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ ทําลายองค์กรประชาชน พูดลอย ๆ อย่างนี้ไม่ได้หรอกนะครับ ท่านประธานวินิจฉัยเลยครับ

(ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านพงศ์พันธ์ไม่ต้องหรอกครับ ท่านประท้วงหรือครับ ประท้วงอะไรครับ เดี๋ยวผมจะ วินิจฉัยนี่ก่อนครับ อย่าเพิ่งประท้วง นั่งลงก่อนครับ ท่านสถาพรขอความกรุณาเวลา อภิปราย คือข้อบังคับเราก็ได้พูดชัดเจนว่าอย่าได้กล่าวหาโดยยังไม่ได้มีข้อสรุป ทีนี้ท่านกําลังอภิปรายท่านนายกรัฐมนตรี ฉะนั้นถ้าท่านจะกล่าวหา หรือท่านจะว่ากล่าว เสนอแนะ จะซักจะถาม ก็ต้องว่าท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บริหาร อย่าไปพาดพิงถึงสถาบันอื่น หรือพรรคการเมือง ขอให้ระมัดระวังนะครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

ผมได้อธิบายความเชื่อมโยงระหว่าง การเป็นพรรคการเมืองและการดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรี ท่านอย่าเพิ่งกินปูนร้อนท้องสิครับ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านบุญยอดครับ ผมได้ตักเตือนท่านผู้อภิปราย ท่านประสงค์จะให้ผู้อภิปรายถอนคําพูด ถอนตรงไหนครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร คํากล่าวที่สมาชิกได้กล่าว เป็นการใส่ร้ายป้ำยสีทําให้เสียหาย ท่านต้องถอนคําพูดนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถอนถ้อยคําไหนครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

พรรคประชาธิปัตย์ทําลาย องค์กรประชาชนครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสถาพรครับ ขอความกรุณาท่านพิจารณาทบทวนถอนคําพูด แล้วก็ถ้าท่านจะใช้ คําพูดอื่นที่เหมาะสมกว่านี้ได้ไหมครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

ท่านประธานที่เคารพ ผมเชื่อโดยสุจริตใจ เป็นความเชื่อของผม ผมไม่จําเป็นต้องถอน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสถาพรครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

ก็มันเชื่อมโยงกัน ผมกําลังจะอธิบาย ความว่าองค์กรประชาชน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ ประธานขอวินิจฉัยให้ท่านถอนคําพูดตรงนี้ แล้วท่านก็ใช้คําอื่นจะได้อภิปราย ต่อครับ ถอนเถอะครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

เมื่อท่านประธานวินิจฉัยให้ผมถอน ผมไม่ติดใจครับ เพราะผมรู้อยู่แล้วว่าการเอ่ยอ้างพรรคประชาธิปัตย์

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ต้องอภิปราย ถอนเถอะครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

ผมถอนครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อภิปรายต่อ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

ท่านประธานที่เคารพ เมื่อองค์กร ประชาชนเขาขับเคลื่อนมาก็ไม่มีอะไรครับท่านประธาน มีอุดมการณ์ทางการเมือง มีความเชื่อโดยสุจริตใจว่าเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่สามารถเคลื่อนไหวได้ ด้วยความสงบ สันติ และเปิดเผย เขาเคลื่อนไหวมาเป็นเวลาหลายปีครับ จัดตั้งในหมู่บ้าน ตําบล อําเภอ มีการอบรม มีการสั่งสมประสบการณ์ทางการเมือง เอาประสบการณ์ที่เคย เคลื่อนไหวมาเป็นบทเรียน ที่แนวคิดเขาบอกว่าการต่อสู้ย่อมสรุปบทเรียน เพราะเขาเชื่อ โดยสุจริตใจว่าประเทศไทยนี้มี ๒ มาตรฐาน คนรากหญ้า คนชั้นตํ่า คนที่เป็นไพร่ ไม่สามารถจะยืนอยู่อย่างสง่าบนถนนทางการเมืองได้ถ้าไม่รวมตัวกันในการที่จะทําให้ การเมืองที่เป็นการเมืองโดยการมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง ก็มีแค่นี้แหละครับ เขาก็รวมตัวกัน มีการอบรมสัมมนา มีการจัดโต๊ะจีน เชิญวิทยากรทางการเมืองไปปราศรัย แล้วก็ลงขัน เป็นค่านํ้ามูกนํ้ามัน ถ้าไม่ทําการอย่างนี้ก็จะถูกกล่าวหาจากคดีก่อการร้ายเป็นคดี รับจ้างประท้วง ด้วยเหตุผลดังกล่าวเขาก็มีอุปกรณ์ปิดปากอย่างนี้แหละท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านบุญยอดไม่ประท้วงแล้วนะครับ ท่านสถาพรได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการให้นํามา เสนอได้ ส่วนวิธีการนําเสนอท่านจะปิดปากท่านหรือท่านจะยกโชว์

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

ผมจะมอบอันนี้ปิดปากผู้ประท้วง สักหน่อย

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ต้องประท้วง ประธานไม่อนุญาตครับ เชิญอภิปรายต่อ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

ที่จริงคุณบุญยอดต้องใช้อันนี้ปิดปาก เอะอะอะไรก็ประท้วง

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อภิปรายต่อ ไม่แล้วครับท่านบุญยอด ประธานไม่อนุญาต นั่งเลยครับ เดี๋ยวถ้าพาดพิง จบแล้วจะให้ใช้สิทธิ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ นอกจาก ผ้าปิดจมูก เพราะรู้ว่ามาครั้งนี้รัฐบาลใช้แก๊สนํ้าตาแน่ เขารู้โดยสุจริตใจ อันนี้ซื้อ ๓๐ บาท ขายทั่วไป แล้วมีผ้าพันคอเป็ นเชิงสัญลักษณ์ก็มาพันกันอย่างนี้ แล้วผ้าพันคอนี่ ท่านประธาน เขาทําอย่างนี้ ยุบสภาเป็นธงของเขา ที่จะให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ทําอะไรเกินเลยนอกจากให้ยุบสภา เลือกตั้งกันใหม่ ประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน จะได้ตัดสินอนาคตของตัวเอง หนังสติ๊กมีบ้างครับ นี่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน วิธีการอะไร ก็ไม่นั่นหรอกครับ ก็ยิงกันอย่างนี้ เด็กบ้านนอกคอกนาอย่างพวกกระผมที่ไม่ใช่นักเรียนนอก ใช้เป็นครับ วิธีการก็คือออกแรงนิดหน่อย โน้มอย่างนี้แล้วก็ยิง ปกติจะใช้ยิงนกเพื่อไป ประกอบอาหารตามบ้านนอกคอกนา แล้วยิงวัว ยิงควาย เวลามันออกนอกฝูง แต่พอ เข้ากรุงเทพฯ เขาเอามายิงคนที่ไม่ค่อยมีสัจจะครับ ไม่ตายครับ นอกจากหัวร้างข้างแตก ก็ยิงกันอย่างนี้ละครับ แล้วก็มีแห มีอวน นี่คืออาวุธของผู้ก่อการร้ายในมุมมองของท่าน ภาพของเขาถ้าแต่งตัวครบสูตรจะเป็นอย่างนี้ครับ นี่ผู้หญิงผูกเหมือนผมนี่ละครับแล้วก็ดันโล่ ถ้าตํารวจ ทหาร เข้ามาเขาก็ดันกันอย่างนี้ละครับ นี่คือความสวยสดงดงาม ถ้ารัฐบาลใจกว้าง พี่น้องของกระผม พี่น้องของท่านประธาน พี่น้องประชาชน เขาก็ขับเคลื่อนกันเข้ามา ท่านประธานที่เคารพ เขามาที่ถนนราชดําเนิน มาที่สะพานผ่านฟ้ำลีลาศ ท่านไม่เห็นหรือครับ บรรยากาศวันนั้นมากันเป็นแสนเป็นล้าน ลูกเด็กเล็กแดง คนเฒ่าคนแก่ มาเพื่อให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยุบสภา เขามีเจตนารมณ์ชัดเจนแล้วก็เปิดเผย ไม่มีอะไรที่จะทํา ให้เคลือบแคลงสงสัย ผมเองได้สัมผัส ได้ติดตามการเคลื่อนไหวของพี่น้องประชาชน บางครั้งก็ได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรบรรยายการเมืองโดยตรงในระบบสภาผู้แทนราษฎร ผมก็ไปครับ เหมือนท่านนายกรัฐมนตรีถูกเชิญไปเวทีต่าง ๆ พอขึ้นโพเดียม (Podium) เราก็บรรยายก็บอกกล่าวกันอย่างนี้ละครับ ไม่ว่าต่างจังหวัดหรือในกรุงเทพฯ เวลาเขาจัดโต๊ะจีน เขาเชิญ ส.ส. ไปบรรยาย ส.ส. ไปปราศรัย เราก็ไป นี่คือการทําหน้าที่ผู้แทนปวงชนชาวไทย นอกจากจะทําหน้าที่ในสภาแห่งนี้เรายังทําหน้าที่ให้ความรู้ให้ความเป็นจริงกับสังคม ของพี่น้องประชาชน งดงามเป็นอย่างยิ่ง หลังจากนั้นกลิ่นอายของความรุนแรง กลิ่นอาย ของความกระหายโลหิต ที่รัฐบาลชุดนี้จะมอบให้กับพี่น้องประชาชนที่สุจริต เหมือนเป็น การวางเกม นอกจากประกาศ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ก็ประกาศ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เสร็จแล้วก็กล่าวหา มีการใช้สื่อ ของรัฐทุกกรณี มีการปิดพื้นที่สื่อของคนเสื้อแดง มีการใช้อํานาจรัฐกล่าวหาวิทยุชุมชน กล่าวหาทีวีของคนเสื้อแดง ปลุกระดมบ้าง ก็เขาพูดอย่างนี้มาเป็นเวลา ๒-๓ ปี ทําไม ไม่ดําเนินการ ทําไมไม่ส่งหนังสือเตือน ทําไมไม่แจ้งเตือน ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งเขาก็ตําหนิติฉินเสื้อแดงอย่างสุจริต ยกยอปอปั้นรัฐบาล ท่านไม่ส่ง หนังสือเตือนเขาเลยครับ หรือใครเป็นพวกเสื้อแดงนี่ผิดหมด ใครเป็นพวกของท่านถูกหมด บรรยากาศที่กําลังจะมีกลิ่นอายเลือดนั้นเป็นอย่างนี้จริง ๆ ท่านเริ่มประกาศภาวะฉุกเฉิน เริ่มใช้อํานาจรัฐเต็มรูปแบบ เริ่มใช้อํานาจทหารนําอํานาจทางการเมือง มีการตั้งองค์กร ศอฉ. อยู่ที่กรมทหารราบที่ ๑๑ ซึ่งเป็นถิ่นของท่าน มีการโยกย้ายองคาพยพของอํานาจรัฐ ไปไว้ในค่ายทหารทั้งหมด ปิดทําเนียบ ประชุม ครม. ที่กรมทหารราบที่ ๑๑ ประกาศ ที่กรมทหารราบที่ ๑๑ ท่านก็ไปกินไปนอนอยู่ที่กรมทหารราบที่ ๑๑ เป็นข้อเท็จจริง ที่ปฏิเสธประชาชนไม่ได้ โดยกล่าวอ้างว่ามีการชุมนุมทางการเมืองที่ไม่ปกติ แต่ท่านครับ วันที่ ๑๐ เมษายนนั้นปฏิเสธไม่ได้ครับว่ากระบวนการในการเริ่มที่จะล้อมปราบ พี่น้องประชาชนมันส่งสัญญาณตั้งแต่วันที่ ๑๐ เมษายน ท่านประธานที่เคารพ วันที่ ๑๐ เมษายนนั้น ผมเองไปสังเกตการณ์ ท่านลองคิดดูสิครับประมาณหกโมงเย็น ท่านจําภาพนี้ได้ไหมครับ เฮลิคอปเตอร์บินวนอยู่นั่นแหละครับ รอบที่ ๑ โปรยใบปลิว บอกว่าถ้าผู้หนึ่งผู้ใดไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมให้ออกจากสถานที่นี้โดยเร็ว บินรอบที่ ๑ ๓ ลําโปรยใบปลิวครับ รอบที่ ๒ โปรยหมายจับแกนนํา ๒๔ คน เฮลิคอปเตอร์ ๓ ลําบินวน อยู่บริเวณถนนราชดําเนินนี่แหละครับ บริเวณทําเนียบรัฐบาล บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ นี่คือข้อเท็จจริง พอรอบที่ ๓ ๖ โมงนิด ๆ พี่น้องประชาชนกําลังรับประทานอาหารเย็น ส้มตํา แกงส้ม แกงแค แหนม ทางเหนือเรียกนํ้าพริกหนุ่ม กําลังกินข้าวกันอยู่ดี ๆ ท่านก็โยนแก๊สนํ้าตามาจากเฮลิคอปเตอร์ เขาเรียกว่าแก๊สนํ้าตาฟ้ำประทาน มันมาจาก ฟากฟ้ำ เรียนท่านประธานที่เคารพผ่านไปนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ชีวิตของการเป็น นักประชาธิปไตยท่านยังคงไม่เคยโดนแก๊สนํ้าตามันเจ็บมันแสบครับ นี่ยังไม่โดนหัวใครนะครับ เวลาโยนลงมาคนกําลังกินข้าว พี่น้องของเรากําลังกินข้าว มันฉุน มันแสบ ความรู้สึก จากการเรียกร้องประชาธิปไตย เริ่มเห็นเค้าลางว่าท่านต้องการความรุนแรง ๑ ทุ่ม เฮลิคอปเตอร์ยังอยู่ครับ แล้วท่านก็เคลื่อนรถถังมาจากสะพานผ่านฟ้ำลีลาศ มีการเอาหน่วยบูรพาพยัคฆ์หน่วยนี้มีชื่อเสียงโด่งดังในการปราบปรามคนไทยด้วยกัน เมื่อเดือนเมษายน ปี ๒๕๕๒ มาจากเมืองกาญจน์ มาจากจังหวัดปราจีนบุรีสนธิกําลัง มาด้วยกัน มันเป็นตอนกลางคืนครับท่านนายกรัฐมนตรี อย่ามาบอกนะครับว่ากําลังจะ ถอนกําลังกลับ ไม่ได้ถอนกําลังกลับ ถอนกําลังกลับที่ไหน กําลังเข้ามาเลยครับ เข้ามาถนนดินสอ โรงเรียนสตรีวิทยา มันเป็นถนนแคบ ๆ พี่น้องเขาทํากับข้าวกับปลา เตะถังแก๊สเขา เข้ามาถึงก็ไม่ฟังอีร้าค่าอีรมใส่เข้าไปเลยครับ นี่คือปฐมบท มีคนตาย ๒๐ กว่าคน ด้วยความเชื่อมั่นโดยสุจริตใจ ผมก็นึกว่า นายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งเมื่อเห็นพี่น้องประชาชนเสียชีวิตน่าจะสํานึก น่าจะ ทบทวน เปล่าเลยครับ กลับบอกว่าเป็นอ้ายโม่ง ตัวละครคนใหม่เริ่มทันทีเลย นี่คือ การสร้างกระบวนการทําลายองค์กรประชาชน เริ่มตั้งแต่เฮลิคอปเตอร์ รถถัง แล้วก็อ้ายโม่ง มีการแถลง ศอฉ. ที่กรมทหารราบที่ ๑๑ ว่าเจออ้ายโม่ง มีการเอาคลิปโจรชุดดํา วันนี้ จับได้หรือยังครับ เวลาล่วงเลยมา ๙๐ วันแล้ว คนชุดดําอยากเห็นจริง ๆ ครับ หรือว่าเป็น พวกเดียวกับท่าน ทําไมจับไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นเหตุการณ์วันที่ ๑๐ โดยวิญํูชนที่เป็น นักประชาธิปไตยโดยการที่มาจากการเลือกตั้ง มีคนบาดเจ็บล้มตาย ๒๐ กว่าคน น่าจะมี สํานึกรับผิดชอบในทางการเมืองแล้วครับ ผู้ใหญ่บ้านบ้านผมนี่เวลาแข่งกันถ้าชาวบ้าน ตีหัวกันแกไม่สมัครเฉยเลย แกบอกว่าแกต้องรับผิดชอบ แต่นายกรัฐมนตรีที่อ้างว่ามาจาก การเลือกตั้ง คนตายในวันที่ ๑๐ เมษายน ปฏิเสธไม่ได้ครับ ถ้าวันนั้นไม่มีรถถังมาตอนเย็น ไม่มีเฮลิคอปเตอร์มาหยอดแก๊สนํ้าตา ก็ไม่มีคนตายครับ แล้วท่านก็พรํ่าพรอดต่อสภา แห่งนี้ว่าจะต้องเป็นไปตามหลักสากลจากเบาไปหาหนัก อันนี้กลับหัวกลับหางจากหนัก ไปหาเบาเลย พอมีคนตายท่านก็ออกทีวีบอกว่ามีคนเสื้อดํายิงกัน แต่มีข่าวลือทั้งกองทัพ มีข่าวลือทั้งประเทศว่าเกมนี้เป็นการแย่งชิงอํานาจในกองทัพกันเองระหว่างบูรพาพยัคฆ์ กับวงศ์อีกวงศ์หนึ่งเขาเรียกว่าวงศ์เทวัญ เท็จจริงอย่างไรผมไม่อาจทราบ แต่ข่าวลือนี้ กระฉ่อนไปทั้งประเทศ กระฉ่อนไปทั้งกองทัพ เพราะฉะนั้นคนเสื้อแดงจึงตกเป็นเหยื่อ ของขบวนการครั้งนี้ มีนายพลบาดเจ็บสาหัส มีนายพันเสียชีวิต มีนายพันอีกหลายคน ทําไมครับ คนเสื้อแดงไม่รู้หรอกครับว่านายพันและนายพลเหล่านั้นมันอยู่ตั้งไกล อยู่เลยตึก ๒ ตึก ๓ ตึก จากแยกอนุสาวรีย์ไปอีกประมาณเกือบ ๗๐๐ เมตร เพราะฉะนั้น เป็นไปไม่ได้เลยถ้าไม่ใช่คนมีสี ไม่ใช่คนในเครื่องแบบ และไม่ใช่คนที่ใกล้ชิดอํานาจรัฐ กระทําการอันนี้ ผมก็เชื่อโดยสุจริตใจว่าคนเสื้อแดง องค์กรประชาชนเป็นเหยื่อของการแย่งชิง อํานาจในกองทัพและชิงอํานาจจากท่านทั้งหลาย นี่เชื่อโดยสุจริตใจ และเขาลือกันทั้งบ้าน ทั้งเมือง เพราะฉะนั้นผมจึงกล่าวหาท่านว่าท่านรู้เห็นเป็ นใจเป็นผู้ออกคําสั่งในการปราบ ประชาชนในวันที่ ๑๐ เมษายน ท่านไม่ได้ทําตามกฎกติกาสากลที่จะต้องมีตํารวจ ที่จะต้องมีรถนํ้า และสุดท้ายมีกระบองและแก๊สนํ้าตา ท่านมีแก๊สนํ้าตาแต่โยนมาจาก เฮลิคอปเตอร์ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านเติบโตมาจากประเทศอังกฤษ เวลาคนอังกฤษ ประท้วงนี่เขาเอาเฮลิคอปเตอร์แล้วมาหย่อนแก๊สนํ้าตาหรือครับ ท่านเคยเห็นไหมครับ ก็มีประเทศไทยครั้งนี้ละครับ ไม่ใช่ลูกเดียวนะครับ วน ๓ รอบก็ ๓ รอบ ลมมันก็พัดไป ถูกพี่น้องประชาชนที่เขาไม่รู้เรื่องรู้ราวเขาก็ด่ากันทั้งเมือง ท่านไม่รู้เพราะท่านอยู่ใน กรมทหารราบที่ ๑๑ ท่านเป็นไข่ในหินแวดล้อมด้วยนายพล นายพัน ขุนศึก ท่านไม่รู้ ท่านจะรู้ก็เมื่อถูกครับท่าน ถูกครับนาย สบายครับท่าน ท่านไม่รู้ตรงนั้นหรอกครับ แล้วก็ มีความสุขกัน ถ้าท่านมีญาณวิถีในการเป็นนักประชาธิปไตย ท่านจะรู้ทันทีเลยว่า นี่มันไม่ใช่แล้ว นี่คือเกมซ้อนเกมแล้ว และนี่คือเกมการทําลายที่รุนแรงที่สุดตั้งแต่ การปกครองในระบอบประชาธิปไตย

ท่านประธานที่เคารพ หลังจากนั้นมีการปิดสื่อ มีการกล่าวหาสื่อ พยายาม กีดกันสื่อเสื้อแดง ผมกล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรีครับ สื่อที่อยู่ตรงข้ามทําไมไม่ปิด พฤติกรรมเหมือนกัน เพียงแต่ว่าพลิกซ้ายพลิกขวาเท่านั้นเอง ผู้จัดรายการสํารอก เหมือนกันในการก่นด่าฝ่ายตรงข้าม กระเหี้ยนกระหือรือเหมือนกันเหมือนกันเปี๊ยบเลย เพียงแต่กลับข้าง ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ข้อมูลของผมนี้ถ้าท่านกลับบ้านเสาร์ อาทิตย์ ท่านมีเวลาลองไปเปิดคลื่นเหล่านั้น ผมเชื่อว่าท่านไม่มีเวลาเพราะท่านกําลังมีความสุขกับ ถูกครับท่าน ได้ครับนาย กําลังมีความสุขกับเฟซบุคซึ่งเป็นสื่อเทียม นี่คือของจริงครับท่าน เพราะฉะนั้นมันเป็น ๒ มาตรฐาน พี่น้องประชาชนยิ่งโกรธครับ หลังจากวันที่ ๑๐ ยิ่งมา เจอภาพที่พี่น้องประชาชนทนดูไม่ได้ ท่านประธานครับ นี่คือการสลายหรือเรียก กระชับวงล้อมต้องการพื้นที่คืน นี่คือข้อเท็จจริง ชายคนนี้เป็นผู้ชุมนุมปราศจากอาวุธ แล้วทหารคนนี้ได้ตะโกนบอกยกมือขึ้นไม่เช่นนั้นจะยิงกบาล นี่ครับ ผมถามว่า นี่กลางเมืองหลวงกรุงเทพมหานครอมรรัตนโกสินทร์ ความศิวิไลซ์ (Civilize) หายไปไหน หมดครับ ท่านได้ใช้การทหารนํา การเป็นผู้นําอย่าเบื่อหน่ายการเจรจาครับ มันต้องเจรจา สงครามโลกเขาฆ่ากันเกือบตาย ฆ่ากันเกือบหมดโลก เขาก็เจรจา เจรจาอยู่นั่นแหละครับ แต่ท่านได้ใช้ลิ่วล้อมือซ้ายมือขวาของท่านบอกหมดเวลาในการเจรจา แล้วท่านก็ใช้วิธีนี้ครับ ถ้าท่านไม่เบื่อหน่ายในการเจรจา ท่านไม่อดทน ท่านมีสํานึกของการเป็นผู้นําที่มากกว่านี้ เราจะไม่มีเหตุการณ์อย่างนี้ครับ เราจะไม่มีผู้หญิงสวมกอดร้องห่มร้องไห้ ไม่มีบรรยากาศทหาร นี่ผมต้องกล่าวหาเหมือนกันว่าคนเหล่านี้ต้องไปนอนคิดใหม่ว่าคุณเป็ นทหาร ใช้เงินภาษีของประชาชนทั้งนั้นได้อย่างไร นี่เป็นปริศนาครับ การดําเนินการนั้นท่านได้นํา ความรุนแรงมาสู่สังคม แต่ท่านไม่เคยหวั่นไหวครับ ท่านก็ลอยหน้าลอยตาแถลงข่าว ศอฉ. แล้วบอกว่าจะต้องมีชัยชนะ จะต้องดําเนินการปราบผู้ก่อการร้ายที่แฝงมากับผู้ชุมนุม โดยความสํานึกของคนที่อยู่ภาคสนาม ท่านเอาไพร่พล ขุนศึก มาไม่ตํ่ากว่า ๗๐,๐๐๐ คน ทหารเกณฑ์ขนาดหมดเวลาในการเกณฑ์ทหารท่านยังไม่ให้กลับบ้านเลยครับ ทั้งหมด ประมาณ ๕๐,๐๐๐ คน ผมถามเถอะครับ แมลงที่อยู่ในม็อบแทบจะไม่ออกเลยครับ นี่คือความเป็นจริงที่เป็นความเจ็บปวดของพี่น้องประชาชนที่สูญเสีย หลังจากนั้น ท่านนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังไม่ยอมรับครับ ยังบอกว่าให้เป็นไปตาม กฎหมาย ท่านอภิสิทธิ์ครับ เราเป็นนักการเมือง เรานั่งอยู่ในตําแหน่งนายกรัฐมนตรี แล้วตั้งกรรมการตรวจสอบตัวเอง วัฒนธรรมสังคมการเมืองไทยเป็นสังคมระบบอุปถัมภ์ ใครมีอํานาจคนนั้นคือเจ้าเข้าครอง เพราะฉะนั้นเป็นการไม่เหมาะเลยที่นายกรัฐมนตรี จะมาแต่งตั้งกรรมการเพื่อตรวจสอบพฤติกรรมของตัวเอง เป็นการไม่บังควรอย่างยิ่ง สังเกตดูพฤติกรรมของดีเอสไอสิครับ เอะอะอะไรก็มาแถลงข่าวเลยครับ บอกว่าคนนั้นผิด คนนี้ต้องจับ บอกล่วงหน้า ๒ วัน ๓ วัน กล่าวหาเกินเลยกว่าข้อเท็จจริง นี่คือองค์กรหนึ่ง ที่สูญเสียไปแล้วคือดีเอสไอ สังคมได้เคลือบแคลงสงสัยทั้ง ๆ ที่วัตถุประสงค์องค์กรนี้ เป็นองค์กรที่ดีครับ เพราะฉะนั้นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถ้ายังจะดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรีบนซากศพ คราบเลือด คราบนํ้าตา คราบความสูญเสียของประเทศ ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะได้ดํารง ตําแหน่งนี้ ท่านต้องรับผิดชอบทางการเมืองและไม่มีประเทศไหนในโลกที่ตัวเองออกคําสั่ง แล้วก็แต่งตั้งคณะกรรมการมาตรวจสอบคําสั่งของตัวเอง ชงเอง กินเอง เออเอง แล้วสังคม จะปรองดองได้อย่างไรครับ มันจะปรองดองได้อย่างไร คนออกคําสั่งให้ล้อมปราบ ประชาชนมาออกคําสั่งให้ตั้งกรรมการสอบสวนตัวเอง ไม่วิกลจริตก็ถือว่าหนาที่สุดแล้วครับ เรียนท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรีครับ เก้าอี้ตัวนั้นมันไม่สง่างามหรอกครับ เพราะท่านถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกรร้อยศพ ท่านถูกกล่าวหาจากพี่น้องประชาชน ส่วนหนึ่งว่าท่านมีส่วนในการสั่งฆ่าประชาชน ท่านจะเดินไปขึ้นโพเดียมก็ไม่สง่างามครับ ท่านจะเดินไปทั่วโลกก็ไม่สง่างาม คําถามนี้จะทิ่มแทงการเป็นนักประชาธิปไตยของท่าน ไปตลอดชีวิต เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเป็นข้อเท็จจริงทั้งหมดทั้งมวลที่กระผม ได้อภิปรายเพื่อให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้สํานึกทางการเมือง ได้รับผิดชอบ ต่อความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน แน่นอนที่สุดใครทําผิดจริง ๆ ก็ขอให้ดําเนินการตามกฎหมายจริง ๆ ใครออกคําสั่งที่เกินเลยกว่าข้อกฎหมายก็ขอให้ ดําเนินการอย่างจริงจัง มิฉะนั้นมันจะไม่มี ๒ มาตรฐาน มันจะมีมาตรฐานเดียวคือ มาตรฐานที่ใครเป็นเจ้าเข้าครองก็ใช้อํานาจนั้นอย่างเต็มที่ ท่านได้เรียกให้พี่น้องประชาชน มาปฏิรูป แต่ผมเชื่อว่าถ้านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังนั่งอยู่บนเก้าอี้นายกรัฐมนตรี จะไม่มีการสมานฉันท์หรือปรองดองใด ๆ ที่ไปสู่ความสําเร็จ และประเทศชาติจะประสบ เคราะห์กรรม

ท่านประธานที่เคารพ ท้ายที่สุดนี้ผมยังยืนยันว่าถึงแม้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังไม่ได้ลาออกหรือรับผิดชอบทางการเมือง แต่กฎธรรมชาติของท่าน ไม่สามารถที่จะหลบเลี่ยงได้ นั่นคือกฎ ๓ กฎของการอยู่ในนิติรัฐ

กฎข้อที่ ๑ ท่านจะต้องถูกดําเนินการตามกฎหมาย ไม่ว่าใครก็ตาม ท่านต้องถูกดําเนินการตามกฎหมายครับ นั่นคือกฎข้อที่ ๑

กฎข้อที่ ๒ ท่านต้องถูกกฎของสังคมเป็นคนดําเนินการ วันนี้ท่านไม่สง่างาม สังคมได้ตั้งข้อสังเกตให้ท่าน สังคมได้เชื่อไปส่วนหนึ่งว่าท่านมีส่วนฆ่าประชาชน วันนี้ท่านมองสบตาพี่น้องประชาชนที่สูญเสียทรัพย์สิน สูญเสียญาติพี่น้อง ไม่เต็มตาครับ ตาของท่านจะเหม่อลอยและกลับกลอก เพราะลึก ๆ ของคนที่อยู่ในอํานาจแล้ว มีคนบาดเจ็บล้มตายจะไม่กล้าสบตากับพี่น้องประชาชนอย่างเต็มลูกตา ไม่เหมือนพวกเรา

กฎข้อที่ ๓ กฎแห่งกรรมครับ ท่านประธานที่เคารพ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือใครก็ตามแต่ที่ทําให้พี่น้องบาดเจ็บล้มตาย ทรัพย์สินเสียหาย เราเป็นคนศาสนาพุทธ เราเชื่อในกฎแห่งกรรม ไม่ช้าก็เร็วกฎนั้นย่อมนําสนองต่อผู้ที่กระทําการที่ไม่ถูก

ท้ายที่สุดนี้คําอภิปรายของผมแน่วแน่ มั่นคง และยืนยันชัดเจนว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และพวกเป็นผู้มีส่วนในการปราบปรามประชาชน ในการเข่นฆ่า ประชาชน ผมไม่สามารถไว้วางใจนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และคณะให้ดํารงตําแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นรองนายกรัฐมนตรี เพื่อที่จะบริหาร บ้านเมืองภายใต้ความสูญเสียเกิดขึ้นแม้แต่วันเดียว ผมยืนยันว่าข้อมูลทั้งหมดที่ผม อภิปรายนั้นเป็นข้อเท็จจริง กราบเรียนด้วยความเคารพ กราบขอบคุณครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประธานให้สิทธิท่านบุญยอดตามข้อ ๖๓ วรรคสอง พาดพิงเอาเฉพาะที่ท่านเสียหาย และสั้น ๆ เชิญครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ผมขออนุญาต ใช้สิทธิถูกพาดพิงทําให้เสียหายนะครับ ท่านสมาชิกเมื่อสักครู่นี้เอาผ้าสีแดงมาปิดปาก แล้วก็พูดว่าน่าจะเอาไปให้นายบุญยอดปิดปากบ้างจะได้ไม่ต้องประท้วง สิ่งที่ทําให้ผม เสียหายก็คือว่า ท่านประธานครับ ผมไม่ได้มีปัญหากับผ้าสีแดงหรอกครับ หรือผ้าสีแดงนั้น จะเป็นของใครต่าง ๆ ก็ตาม แต่ผมเรียนวิชาสุขศึกษามาครับท่านประธาน วิชาสุขศึกษานั้น บอกว่าของบางอย่างนั้นเราไม่ควรใช้ร่วมกัน ท่านก็เอาไปปิดปากท่านก่อนแล้ว พอจะให้ ผมมาใช้ผมใช้ไม่ได้หรอกครับ เพราะว่าเราไม่รู้นะครับว่าคนบางคนมีเชื้ออะไรอยู่บ้าง ในตัว ก็จะทําให้เกิดการแพร่กระจายไปหรือไม่ ผมก็ไม่สามารถที่จะเอามาใช้ได้ เรื่องของ การประท้วง ผมต้องขอยืนยันต่อท่านประธานนะครับว่าพวกผมจะไม่ประท้วงเลย ถ้าไม่มีอะไรที่เป็นเรื่องที่ผิดข้อบังคับ และรวมทั้งผมขอเรียนต่อประธานว่าท่านประธาน ก็เป็นคนหนึ่งที่ผมขอให้ท่านทําหน้าที่อย่างเต็มที่ ถ้าท่านเห็นว่ามีใครผิดข้อบังคับ ท่านเตือนก่อน การประท้วงจะไม่เกิดขึ้นครับ พวกผมมีมารยาทมากพอที่จะทําให้ สภาแห่งนี้เป็นสภาอันทรงเกียรติ ขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอแล้วครับ ท่านสถาพรอะไรอีกครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

มิฉะนั้นผ้าปิดจมูกสีแดงจะเสียหาย ผมอุปมาอุปไมยว่าให้นายบุญยอด สุขถิ่นไทย หุบปาก

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวก็จะพาดพิงอีกแล้ว พอแล้วครับ ท่านสถาพรพอแล้วครับ ประธานไม่อนุญาต คือไม่อย่างนั้นเขาชี้แจงพาดพิง ท่านก็ลุกขึ้นชี้แจงพาดพิงกลับไปกลับมา เดี๋ยวท่านฐิติมา ก็ไม่ได้อภิปราย นั่งเถอะครับ ไม่อนุญาตแล้ว เชิญนั่งครับ พอแล้วครับ ท่านสถาพร นั่งลงครับ ไม่ต้องหรอกครับ ท่านสถาพรท่านอภิปรายจบแล้ว แล้วผมก็ให้สิทธิ ท่านบุญยอดพาดพิง พอแล้วครับ ผู้อภิปรายท่านต่อไปขอเชิญท่านฐิติมา ฉายแสง ท่านมีเวลา ๔๐ นาที ท่านฐิติมาไม่ได้ขออนุญาตนําภาพประกอบใด ๆ นะครับ เชิญอภิปรายครับ

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันไม่ได้ขออนุญาตเรื่องภาพไว้ แต่ว่าเป็นภาพที่หลายคนใช้อยู่แล้ว และได้รับอนุมัติอยู่แล้วนะคะ ท่านประธานคะ ดิฉันได้รับมอบหมายจากพรรคเพื่อไทย ให้เป็นผู้หนึ่งที่อภิปรายไม่ไว้วางใจ วันนี้ดิฉันเองจะนําเสนอข้อมูลให้สภาแห่งนี้ รวมทั้ง พ่อแม่พี่น้องประชาชนที่ชมอยู่ทางบ้านหรือฟังวิทยุอยู่ก็ตาม

(นายธนิตพล ไชยนันทน์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านหารือหรือจะประท้วงอะไรครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ท่านประธานครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ผมยืนขึ้นและยกมือเหนือศีรษะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประท้วงอะไรครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ผมประท้วงนะครับท่านประธาน ต้องกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ คือเมื่อสักครู่นี้ผมก็นั่งฟังการอภิปราย ของคุณฐิติมา แล้วท่านประธานก็ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมชัดเจนว่าท่านฐิติมาไม่ได้ขอ ในเรื่องของการนําเอกสารที่เป็นภาพหรือคลิปมาแสดงต่อที่ประชุม แล้วในขณะนี้ คุณฐิติมาก็บอกว่าได้มีคลิปหรือภาพที่จะนํามาแสดงต่อที่ประชุมซึ่งเป็ นภาพ ที่แสดงอยู่แล้วแต่ไม่ได้ขอที่ประชุม แล้วไม่ได้ผ่านคณะกรรมการตรวจสอบครับ ผมกราบเรียนท่านประธานครับ เมื่อวานนี้ก็เกิดกรณีอย่างนี้เช่นเดียวกัน บรรทัดฐาน ที่ท่านประธานได้ตัดสินไว้ก็คือว่า ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ท่านวิเชียร ขาวขํา ท่านก็ขอ อย่างนี้เช่นเดียวกัน ท่านประธานในที่ประชุมก็ไม่ได้ให้ครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่า เพื่อความยุติธรรม ท่านประธานคงต้องทําให้ความชัดเจนเกิดขึ้น หากต้องการนําภาพ ถึงจะเป็นภาพซํ้าที่เคยมีการแสดงมาเก่ามาอย่างไรก็ตามก็จะต้องผ่านคณะกรรมการ ตรวจสอบครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านธนิตพลครับ ประธานจะเป็นผู้ควบคุมและประธานก็ได้วางบรรทัดฐานชัดเจนว่า ภาพคลิปที่จะนํามาแสดง ผู้ที่อภิปรายจะต้องเป็นผู้ขออนุญาตผ่านคณะกรรมการ ก็ไม่ใช่ว่าไม่ขออนุญาตแล้วก็ไปหยิบภาพที่คนอื่นเขาขออนุญาตเอามาใช้ ก็ไม่ใช่กติกา ที่เราตกลงกันไว้นะครับ ฉะนั้นประธานจะควบคุมเองครับ ขอบคุณครับ เชิญท่านฐิติมา ต่อครับ

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

กราบขอบพระคุณค่ะท่านประธาน ดิฉันต่อนะคะว่าวันนี้ดิฉันจะนําเสนอข้อมูลให้สภาแห่งนี้ รวมทั้งพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอแล้วครับ ชัดเจนแล้วครับ คือประธานจะไม่อนุญาตให้นําภาพซึ่งไม่ได้ขออนุญาต ด้วยตัวผู้อภิปรายเองมาประกอบครับ

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา 🔗

ท่านประธานที่เคารพคะ วันนี้ข้อมูล ที่ดิฉันจะนําเสนอนั้นจะเป็ นเรื่องที่พูดถึงพฤติกรรมและการบริหารงานที่ผิดพลาด แบบขาด ๆ เกิน ๆ ของนายกรัฐมนตรีที่ชื่ออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านบริหารราชการแผ่นดิน เสียจนนําความเสียหายมาสู่ประเทศชาติอย่างใหญ่หลวง ข้อมูลหลายประการนั้น ดิฉันเชื่อว่าบางคนอาจจะไม่เคยได้รับรู้รับทราบมาก่อน แต่ว่าก็คงได้มาเห็นภาพอยู่ใน การอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ ก็เป็นเพราะว่าพี่น้องประชาชนนั้นได้รับข้อมูลข่าวสาร เพียงด้านเดียวค่ะท่านประธาน รัฐบาลชุดนี้มีความสามารถพิเศษเหนือใครที่จะทําให้ ทั้งโทรทัศน์ ไม่ว่าจะเป็นดี สเตชัน (D Station) หรือพีเพิล แชนแนล หรือวิทยุ หรือเว็บไซต์ ต่าง ๆ ไม่สามารถที่จะนําเสนอข้อมูลเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบข้อมูลจาก ฝั่งตรงข้ามของรัฐบาลเอามาเปรียบเทียบกับข้อมูลของรัฐบาลได้เลย ดิฉันจึงอยากจะ ขอร้องผ่านท่านประธานไปยังพี่น้องประชาชนว่าในวันนี้นั้นได้โปรดตั้งใจฟัง แล้วก็ตั้งใจชม ตั้งใจที่จะเปรียบเทียบข้อมูลที่ดิฉันนําเสนอในการอภิปรายครั้งนี้ด้วยค่ะ

ท่านประธานคะ ท่านประธานได้ฟังมาก่อนหน้านี้ว่าผู้อภิปรายมีหลายท่าน ที่พูดถึงที่มาที่ไปถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ตั้งแต่เดือนเมษายนปีที่แล้วจนมา ๑๒ มีนาคม ของปีนี้นะคะ การชุมนุมของพี่น้องประชาชนที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยกันเรียกว่า สผ ๒/๒๕๕๓ (วิ.) เป็นพิเศษ กุลนที ๒๑๗๒ เกือบล้านคนเลยทีเดียว จนถึงโศกนาฏกรรมที่มีผู้คนบาดเจ็บล้มตายเป็นจํานวนมาก และมากกว่าครั้งใด ๆ ในประวัติศาสตร์ด้วยซํ้า ท่านประธานคะ ถ้าคุณอภิสิทธิ์เป็นคน มีความจําทางการเมืองยาวสักนิดหนึ่ง จําได้ว่ามีคนเขาพูด มีคนเขาเตือน เตือนให้ คุณอภิสิทธิ์ระวังไว้ก่อนหน้านี้ และคําเตือนของคุณอภิสิทธิ์เองด้วยที่เตือนคนอื่นเอาไว้ ในขณะที่เป็นผู้นําฝ่ำยค้านในสภาผู้แทนราษฎร ถ้าคุณอภิสิทธิ์จําได้และเห็นด้วย เรื่องร้าย ๆ ต่าง ๆ ความรุนแรง ความสูญเสียต่าง ๆ ของประเทศชาติ ของชีวิต ทรัพย์สิน ของผู้คนจะไม่เกิดขึ้น แต่ในบางครั้งดิฉันก็อดสงสัยไม่ได้นะคะว่าคุณอภิสิทธิ์นั้นเป็นคนมี ความจําทางการเมืองสั้นหรือว่านิสัยดั้งเดิมท่านเป็นคนไม่อยู่กับร่องกับรอยกันแน่ ดิฉันจําได้ว่าดิฉันเองอภิปรายไปในช่วงเดือนเมษายนปี ที่แล้ว ซึ่งท่านประธานก็คงจะ ได้ชมการอภิปรายของดิฉัน ดิฉันนําซีดีคําพูดที่ว่าไม่ว่าประชาชนจะ ๑ คน หรือ ๑๐๐,๐๐๐ คนออกมาชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลนั้นพิจารณาตนเอง ไม่ได้ขัดกับ หลักการประชาธิปไตย จนกระทั่งคําพูดนี้มันเป็นวลียอดฮิต (Hit) ที่พูดกันสั้น ๆ ว่าจะ ๑ คน หรือ ๑๐๐,๐๐๐ คน คําพูดตรงนี้เป็นคําพูดของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในช่วงที่เป็น ผู้นําฝ่ำยค้านในสภาผู้แทนราษฎรที่เตือนท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ว่าให้รัฐบาลนั้นมีความสํานึกรับผิดชอบทางการเมืองแล้วก็ยุบสภา แต่เมื่อถึงคราวตนเอง ท่านไม่ปฏิบัติตามที่ท่านพูดไว้เลย มันเหมือนคําพังเพยที่ว่าว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง และเป็นมากกว่าด้วยซํ้า เมื่อมีคนยกเรื่องจะ ๑ คนหรือ ๑๐๐,๐๐๐ คนที่ยอดฮิตนี้ขึ้นมาโจมตีท่าน ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ก็ออกมาแก้ตัวว่ามันคนละสถานการณ์กัน ท่านประธานคะ เหตุการณ์ในช่วงกลุ่มพันธมิตรออกมาชุมนุมเรียกร้องกับเหตุการณ์ในช่วงของ กลุ่มเสื้อแดงออกมาชุมนุมเรียกร้องมันต่างอะไรกันคะ มันต่างกันแค่เพียง ๑๐๐,๐๐๐ คน ของกลุ่มพันธมิตรออกมาชุมนุมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก แต่เกือบล้านคนของคน เสื้อแดงออกมาชุมนุมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรียุบสภา คืนอํานาจให้กับประชาชน ให้มีการเลือกตั้งใหม่มันต่างกันแค่นี้ แต่นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ยังสามารถ พูดออกมาได้ว่ามันคนละสถานการณ์กัน ท่านประธานดูนะคะว่าดิฉันเองอยากจะถาม ท่านประธานว่ารู้จักศรีธนญชัยไหมคะ ถ้าคุณอภิสิทธิ์เป็นคนปกติเหมือนคนอื่นเขา คือเมื่อได้รับคําเตือนหรือว่าคนออกมาชุมนุมเรียกร้องเกือบล้านคนแบบนี้ คุณอภิสิทธิ์เอง ก็จะต้องยุบสภา ทําตามแนวทางที่เคยให้ไว้กับคุณสมัคร สุนทรเวช ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ป่านนี้ประเทศไทยก็คงจะก้าวเดินตามระบอบประชาธิปไตยที่ควรจะเป็น ไม่ต้องมา สูญเสียอย่างทุกวันนี้ แต่นี่ท่านมีพฤติกรรมที่เฉพาะตัวจริง ๆ ค่ะ นั่นคือเป็นเด็กดื้อ เอาแต่ใจตนเอง ต้องการเอาชนะคะคาน มันเลยทําให้ประเทศชาติล่มจมอยู่ ณ ทุกวันนี้ ท่านประธานคะ การแก้ปัญหาการเมืองมันต้องแก้ด้วยการเมืองไม่ใช่แก้ด้วยการปราบ ด้วยวิธีการทางทหารอย่างที่ทํา แต่รัฐบาลจะเรียกการปราบนี้ว่าอะไรก็ตามทีเถอะ มันก็คือการตัดสินใจที่ผิดพลาด เป็นการบริหารราชการแผ่นดินที่ผิดพลาดอย่างร้ายแรง มีคนเตือน ผู้หลักผู้ใหญ่ในสังคมก็เตือนว่าอย่าใช้กําลังรุนแรงนะ อย่าใช้ทหารมาปราบ ผู้ชุมนุมนะ อย่าใช้อาวุธสงครามนะ อย่าทํานะอภิสิทธิ์ถ้าทําแบบนั้นจะเป็นทรราชตั้งแต่ อายุยังน้อย เขาก็เตือนแล้วเตือนเสมอก่อนที่จะเกิดโศกนาฏกรรมนี้ด้วยซํ้า เตือนแล้วเตือนอีก และเป็นอย่างไรคะ สุดท้ายผู้บริสุทธิ์ต้องมาบาดเจ็บล้มตาย ท่านประธาน ทําไมดิฉันถึงพูดว่า ผู้บริสุทธิ์รู้ไหมคะ ดิฉันได้มีโอกาสไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล และโรงพยาบาลราชวิถี ผู้บาดเจ็บเขาถูกยิงตรงช่วงที่ดินแดงกับซอยรางนํ้า คนที่บาดเจ็บนั้น บางคนเป็ นคนขี่จักรยานขายลอตเตอรี่ อย่างเช่นชื่อคุณธนศักดิ์ถูกยิงที่หลัง ต้องตัดม้ามทิ้งในขณะที่ทําอะไร ขี่มอเตอร์ไซค์จะไปรับแม่กลับบ้าน หรือบางคน เป็นผู้หญิงกําลังรอรถเมล์อยู่ ท่านประธานคะ ดิฉันเองไปปลอบใจผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ บอกว่าเสียใจด้วยนะคะที่ถูกลอบยิง เขาตอบดิฉันว่าอะไรรู้ไหมคะ เขาบอกว่าไม่ได้ลอบยิง ทหารยิงตรง ๆ เลย ทําไมต้องทําอย่างนี้ เขาร้องไห้ เขาบอกทําไมต้องทําอย่างนี้กับเขาด้วย เขาไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย พวกนี้เป็นไม่กี่คนในหลายสิบคนที่ดิฉันไปเยี่ยม ซึ่งไม่ได้ เกี่ยวข้องกับการชุมนุมเลยค่ะท่านประธาน มันเกิดคําถามว่าทําไมทหารถึงยิงคนทั่วไป ทําไมทหารถึงยิงผู้ชุมนุมอยู่ในเขตอภัยทานที่วัดปทุมวนาราม ดิฉันอยากจะถาม ท่านนายกรัฐมนตรีเหมือนกันว่ารู้ไหมคะว่าทําไม แต่ดิฉันมีคําตอบ ที่เขายิงเพราะทําให้ คนบาดเจ็บล้มตายมากแบบนี้ ทหารเขาเป็นแบบนี้ก็เพราะท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั้นปลุกพวกเขาจนได้ที่ ปลุกเขาเอาไว้ด้วยการออกข่าวปลุกปั่น บิดเบือนใส่ร้ายผู้ชุมนุมว่าเป็นผู้ก่อการร้ายโดยใช้สื่อของรัฐฝ่ายเดียวปลุกให้คนทั่วไป และทหารนั้นเกลียดชังผู้ชุมนุม ทหารจึงกล้าและไม่ลังเลใจเลยที่จะยิงผู้ชุมนุม ที่มีมือเปล่า โดยไม่สนใจแม้กระทั่งว่าคนคนนั้นจะเกี่ยวข้องกับการชุมนุมหรือไม่ นี่คือผลลัพธ์ของการออกสื่อที่บิดเบือนใส่ร้ายของรัฐฝ่ำยเดียว แล้วมันไม่ต่างกับ เหตุการณ์ในช่วง ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ซึ่งรัฐบาลใช้สถานีวิทยุยานเกราะออกข่าวปลุกปั่น ประชาชนให้เกลียดชังนักศึกษา กล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ จนกระทั่งประชาชน กลุ่มกระทิงแดง ทหาร ตํารวจ บุกเข้าไปในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทําร้ำย และฆ่านักศึกษา ทําให้เกิดความแตกแยกในสังคมซึ่งในช่วงนั้นยากที่จะลืมเลือนจริง ๆ ค่ะ ท่านประธาน ดิฉันอยากจะฝากบอกท่านนายกรัฐมนตรีด้วยนะคะว่าท่านจะปล่อยให้ สังคมไทยนั้นแตกแยกมากไปกว่านี้หรือคะ ท่านรู้ไหมคะว่ามีผู้คนกล่าวว่าสังคมในช่วงที่ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดํารงตําแหน่งอยู่เป็นสังคมที่แตกแยกมากที่สุด รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย หลังจากที่ท่านปราบปรามผู้ชุมนุมไปแล้วจนได้พื้นที่ ราชประสงค์คืนไปแล้ว ท่านก็ยังไม่หยุดดําเนินการนะคะ ท่านยังไล่ล่าแถมตั้งข้อหา ตามใจชอบ ดังนั้นสังคมไทยมันจึงแตกแยกมากขึ้นและรุนแรงมากขึ้น มันไม่เป็นไปตาม คําที่ท่านพูดพรํ่าอยู่เสมอว่าต้องการปรองดองหรือว่าท่านนายกรัฐมนตรีต้องการ ให้แตกแยกมากขึ้นคะ หรือยังคงแตกแยกอยู่คะ เพราะยิ่งแตกแยกความรุนแรงในสังคม มันก็ยิ่งมากขึ้น มันแบ่งฝักแบ่งฝ่าย แบ่งสีกันมากขึ้น คนที่เชียร์ท่านหรือสนับสนุนท่าน ก็เร่งเร้าให้ท่านปราบปรามอีกฝ่ายหนึ่ง ท่านก็จะหาเป็นเหตุผลในการปราบว่ามีคนมา สนับสนุนท่านแบบนี้ เพราะท่านต้องการอะไร ท่านต้องการเป็นผู้ชนะ ชนะแล้วจะได้ ทุกอย่างตามที่ต้องการเลย เลือกตั้งก็เลื่อนวันได้ งบประมาณท่านก็เสวยสุขกันไป แล้วก็ โกงกินกันเสียเต็มที่ได้เลย

วันก่อนค่ะท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรีได้ตอบชี้แจงการอภิปราย ของดิฉันเรื่องเกี่ยวกับการจัดทํางบประมาณประจําปี ๒๕๕๔ ท่านยืนยันแผนปรองดอง และกําหนดวันเลือกตั้ง ๑๔ พฤศจิกายน ในวันนั้นท่านพูดไว้คือวันพุธที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๓ แต่หลังจากนั้น ๒ วันเองความจําทางการเมืองของท่านก็หายไปอีกแล้ว ท่านพูด กับนักการทูต เอกอัครราชทูตหลาย ๆ ประเทศ ท่านบอกว่าการจัดการเลือกตั้งใหม่ภายในปีนี้ คงเป็นไปได้ยาก เพราะขณะนี้ความแตกแยกในสังคมร้าวลึกเกินไป ดูสิท่านประธาน เป็ นคนมีความจําทางการเมืองสั้นขนาดไหน เพิ่งอาทิตย์ที่แล้วเอง ๒ วันเองท่านก็ไม่อยู่ กับร่องกับรอยแล้ว การกระทําของท่าน การตัดสินใจของท่าน มันช่างต่างกัน และตรงข้ามกันกับคําพูดที่ท่านเคยพูดไว้ มันเหลือเชื่อจริง ๆ เหลือเชื่อที่ปี ๒๕๕๒ เป็นต้นมา ประเทศไทยมีผู้นําที่ไม่รักษาคําพูดได้มากมายขนาดนี้ เอาละค่ะ ดิฉันมีภาพประกอบ ในเรื่องข้อมูลของท่านนายกรัฐมนตรีที่เคยพูดไว้นะคะท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านฐิติมาครับ ท่านไม่ได้ขออนุญาตใช้ภาพประกอบเลยนะครับ เพราะผมได้เรียนถาม ทางฝ่ายเลขาธิการ เพราะปกติใครอนุญาตเขาก็จะมีหนังสือรับรองของคณะกรรมการ มาเป็นเฉพาะตัวนะครับ คือแม้ว่าจะมีการอนุญาตภาพนั้นไปก่อนแต่ถ้าผู้อภิปราย ไม่ได้ยื่นขออนุญาตจะนําเอามาใช้ไม่ได้ เป็นกติกาที่เราได้ตกลงกันไว้นะครับ

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

ท่านประธานคะ มันเรื่องเหลือเชื่อ อีกเช่นเดียวกันที่ประเทศไทย รัฐสภาแห่งนี้มีวิธีการแบบนี้ได้ด้วย

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

ท่านประธาน ดิฉันจะสาธยาย

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มันเป็นกติกาที่เราตกลงร่วมกันซึ่งท่านก็ทราบอยู่ ถ้าท่านไปยื่นขออนุญาตก็ไม่มีปัญหา เท่านั้นเองครับ

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา 🔗

เข้าใจค่ะ ดิฉันเข้าใจผิดนึกว่า ใช้ภาพเดิมไปก่อนได้ ดิฉันจะสาธยายคําพูดแล้วก็ภาพให้ประชาชนจินตนาการตาม ท่านนายกรัฐมนตรีเคยพูดไว้เมื่อวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๑ ว่าผมไม่นึกไม่ฝันว่าเรามีรัฐ ที่ได้ทําร้ายประชาชนถึงขั้นเสียชีวิต บาดเจ็บสาหัส ภาพที่หลาย ๆ คนนําเสนอไปเมื่อวาน หรือภาพในหนังสือพิมพ์ หรือภาพที่โฆษก ศอฉ. ฉายแล้วฉายเล่า ให้ประชาชนได้ดู ๓ เวลาหลังอาหารไปแล้ว คือภาพที่มีการยิงจนสมองกระจาย มีคนบาดเจ็บ ถูกยิงที่ขา ถูกยิงที่ไหล่ แล้วก็คําพูด ที่ดิฉันได้พูดไปว่าดิฉันไปเยี่ยมเขาที่โรงพยาบาล แล้วเขาถูกยิงอย่างไร แบบนั้นหรือคะ ที่คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เคยพูดไว้ แล้วนึกฝันไหมคะว่ารัฐวันนี้ทําร้ายประชาชนเสียชีวิต แล้วบาดเจ็บสาหัสขนาดไหน จําได้บ้างไหม

ประโยคต่อไปบอกว่าแล้วเรายังมีรัฐที่พยายามยัดเยียดความผิดกลับไปให้ ประชาชนอีก เป็นพฤติกรรมที่รับไม่ได้ครับ เมื่อวานมีคนนําเสนอภาพพระ ท่านถูกถอดจีวร แล้วมัดมือเอาไว้ หรือมีผู้หญิงที่ถูกปิ ดตาหรือในข่าวที่ออกทั่วไปผู้คนเขาแก้ผ้า ถอดเสื้อผ้าแล้ว เขาบอกว่าเขาไม่มีอาวุธยังจะมาหาว่าเขาเป็นผู้ก่อการร้ายได้อีก หรือในที่ชุมนุมเราเห็นกันอยู่แล้ว มันไม่ต่างกับพวกกลุ่มพันธมิตรหรอกที่ออกข่าวกันทั้งวันเลย มีแต่ผู้หญิงสวย ๆ ทั้งนั้นด้วย

ท่านประธานคําพูดต่อไป คุณอภิสิทธิ์ก็พูดไว้ในวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๑ บอกว่าเพราะถึงผู้ชุมนุมจะทําผิดแต่รัฐบาลก็ไม่มีสิทธิจะทําร้ายประชาชน เมื่อสักครู่ คุณสถาพร มณีรัตน์ ก็ได้เสนอภาพที่ทหารถือปืนแล้วจ่อไปที่ประชาชน แล้วยกมือยอมแพ้ ทหารถือปืนกันมากมายขนาดนี้ เอารถหุ้มเกราะมากมายขนาดนี้ สมัยนี้มีสิทธิหรือคะ สมัยของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์มีสิทธิที่จะทําร้ายประชาชนหรือคะ จําคําของตัวเองไม่ได้หรือคะ ทําไมคะ รัฐบาลอภิสิทธิ์นี่หรือคะสามารถสั่งทหารให้ใช้อาวุธสงครามยิงใส่ประชาชนได้ เป็ นรัฐบาลนี้รัฐบาลเดียวเลยหรือคะ ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลอื่นควรจะทํา แต่เคยพูดไว้แล้วดันทําเสียเอง

ท่านประธานคะ คําพูดต่อไปพูดว่าเป็นคนหรือเปล่า กระทํากับบุคคล ถึงขั้นเสียชีวิตแล้วยังยัดเยียด ปรักปรําใส่ร้ายเขาอีกว่าเขาพกพาอาวุธ บอกแบบนี้ แล้วบอกว่าผมไม่เคยเห็นคนแบบนี้ ถ้าเป็นมนุษย์ธรรมดาที่ผมรู้จักก็คงไม่เป็นแบบนี้ นี่พูดไว้ พูดไว้แล้วอย่างไร บอกว่านายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ว่าเป็นคนหรือเปล่า ที่กระทํากับผู้ชุมนุมจนเสียชีวิต ยัดเยียดเขา ปรักปรําใส่ร้าย แล้วการชุมนุมของคนเสื้อแดงล่ะคะ ท่านประธาน สมัยของท่านล่ะปรักปรําว่าเขามีอาวุธ เมื่อวานเห็นภาพไหมคะว่าผู้ชุมนุมนั้น พกพาอาวุธไหม ศพแล้วศพเล่าไม่มีอาวุธอยู่ในมือเลย คนมีเครื่องหมายกาชาดอยู่ที่ตัว ยังถูกยิงเลย คนมีเครื่องหมายกาชาดหมายความว่าอะไร เขาไปช่วยชีวิตคน เขามีสําลีอยู่ในมือ ขว้างยังไม่ค่อยจะออกไปจากมือเขาเลย เขามีอาวุธเสียที่ไหนท่านประธาน เขาจะทําร้าย ทหารได้อย่างไร แล้วทหารมาบอกว่าตัวเองนั้นยิงป้ องกันตัว ป้ องกันตัวจากอะไร ท่านประธานคะ นี่หรือคะที่บอกว่ายิงตํ่ากว่าเข่า คนไทยทําไมเข่ามันสูงเท่าหัวคะ ท่านประธาน คนที่ชื่ออภิสิทธิ์ที่เคยต่อว่าคนอื่นว่าเขาเป็นคนหรือเปล่า ปรักปรําเขา คนคนนั้นหายไปไหนคะท่านประธาน ทําไมจึงทําเสียเองล่ะคะ ดิฉันเห็นแต่ภาพทหาร ที่ถือปืน แล้วมีคนตายนอนแอ้งแม้งอยู่ที่กลางถนน ไม่มีอาวุธอยู่ในมือเลยยังปรักปรําเขาได้

เรื่องต่อไปบอกว่าเขาเป็นเด็กสาวซึ่งจบการศึกษาดี ไปชุมนุมด้วยความเชื่อ อย่างบริสุทธิ์ว่าเขาไปพิทักษ์ความถูกต้อง ท่านพูดไว้เหมือนกันวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๑ พูดถึงน้องโบ ซึ่งดิฉันก็เสียใจที่น้องโบตายไป แต่เธอคนนี้ล่ะคะ อาสาพยาบาลที่เมื่อวาน คุณอรุณี ชํานาญยา ก็ได้พูดถึงคือคุณกมลเกษ อรรถฮาร์ท เธอไปช่วยชีวิตคนค่ะ เธอไปช่วย รักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บ เธอไปทําในสิ่งที่ถูกต้องหรือเปล่าคะ ถ้าดิฉันจะพูดบ้างว่า เขาเป็นเด็กสาวซึ่งจบการศึกษาดี ไปทํางานอาสาพยาบาลช่วยเหลือผู้บาดเจ็บในที่ชุมนุม เขาไปทําหน้าที่ที่เขาคิดว่าเป็นความถูกต้อง นี่หรือคะคือผลตอบแทนที่เธอได้รับ กระสุน ๓ นัดเข้าไปสู่ลําตัวเธอ ความตายหรือคะที่มอบให้กับคุณงามความดีของเธอ นี่หรือคะ

คุณอภิสิทธิ์ยังพูดต่อด้วยว่าผมสนใจว่าต้องมีคนรับผิดชอบต่อการสูญเสีย ที่เกิดขึ้นกับประชาชนครับ ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะเรียนถามนายกรัฐมนตรีว่า ท่านยังสนใจคําว่าการสูญเสียครั้งนี้อีกหรือเปล่า ท่านจะหาคนรับผิดชอบได้ไหม มีคนตายไปตอนนี้ ๙๐ คน บาดเจ็บอีกเกือบ ๒๐๐ คน และสูญหายอีกเท่าไรไม่รู้ เพราะฉะนั้นต้องมีคนรับผิดชอบ หรือว่าท่านจะโยนความรับผิดชอบไปให้ผู้ก่อการร้าย ขณะนี้ชีวิตพวกเขาก็เหมือนผักเหมือนปลาอยู่แล้วนะคะท่านประธาน

อันต่อไปท่านพูดอีกนี่เป็ นคําพูดของท่านอภิสิทธิ์ทั้งนั้นเลยบอกว่า บัดนี้เขาสูญเสียไปแล้ว นายกรัฐมนตรียังไปยัดเยียดข้อหาใส่เขาอีก พฤติกรรมอย่างนี้ ไม่มีทางนําพามาซึ่งความสมานฉันท์ ความปรองดอง พูดไว้อีกเมื่อ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๑ แล้วมาสมัยของท่าน การกระทําความรุนแรงต่อเสื้อแดงหรือประชาชนทั่วไป แสดงให้เห็นว่า ท่านได้แต่พูดพรํ่าว่าจะปรองดอง สมานฉันท์ แต่แล้วก็ฆ่าเขา ยิงเขา ยัดเยียดข้อหาเขา พฤติกรรมแบบนี้หรือคะท่านประธานที่มันจะนําพามาซึ่งความสมานฉันท์ ความปรองดอง คําพูดว่าปรองดองของท่านนายกรัฐมนตรีมันเป็นโวหารที่สวยหรูแต่มันไม่มีความจริง ในการสร้างความปรองดอง มันไม่มีความจริงใจจริง ๆ ว่าจะให้เกิดขึ้นกับคนในชาติ อย่างแท้จริง เพราะในฐานะที่นายกรัฐมนตรีท่านก็พูดว่าจะปรองดอง แต่ในขณะเดียวกัน ท่านก็ให้โฆษก ศอฉ. ออกมาพูดกล่าวร้ายกับประชาชนผู้ชุมนุมว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ต้องจัดการปราบปรามเด็ดขาด ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ยังพูดหลายครั้งเลยนะคะว่า ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกที่มีการเจรจากับผู้ชุมนุม ท่านคะ การเจรจาจะเกิดขึ้นกี่ครั้งก็ตาม ไม่สูญเสียเท่ากับลั่นกระสุนใส่ประชาชนเพียงนัดเดียวค่ะ อยากจะให้ท่านนายกรัฐมนตรี ได้รับทราบด้วย

คําพูดสุดท้ายของนายกรัฐมนตรีบอกว่าเราเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ทําในสิ่งที่เราพอทําได้ ถ้าการทิ้งตําแหน่งนั้นทําให้บ้านเมืองสงบแก้ไขปัญหาได้ เราทําทันที แต่ในสมัยนี้ท่านก็ลั่นว่าพอถึงสมัยของท่านท่านไม่ยุบสภา ประชาชนไม่ได้ ประโยชน์ ปฏิบัติการกระชับวงล้อมขอคืนพื้นที่ ยอมรับการสูญเสียเถอะว่ามันต้องมี

(นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านฐิติมาครับ มีผู้ประท้วง ท่านผู้ประท้วงผิดข้อบังคับข้อไหนครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธาน ผิดข้อบังคับ ข้อ ๘ ที่ไม่ควบคุมการประชุมให้เรียบร้อย เพราะว่าท่านปล่อยให้สมาชิกทําผิด ข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ท่านประธานรู้สึกเหมือนผมไหมครับว่าตอนนี้ประเด็นมันซํ้าไปซํ้ามา หลาย ๆ คนครับ อย่างเช่นคําพูดของท่านอภิสิทธิ์ก็มีคนมาพูดตั้งหลายครั้งแล้ว การยิงประชาชนอะไรอย่างนี้เราฟังจนซํ้าซากแล้ว ผมไม่ทราบว่าทางฝ่ายค้านถ้าประเด็น ซํ้าอย่างนี้ท่านต้องใช้คนมากมายมาอภิปรายเรื่องนี้ทําไมครับ ในเมื่อเรามีรัฐมนตรี อีกตั้ง ๔ ท่านที่ต้องอภิปราย

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ท่านฟังให้จบก่อนสิครับ นี่คือข้อเสีย อีกอย่างหนึ่งก็คือสมาชิกมีสิทธิตามข้อ ๖๓ ที่จะประท้วงและท่านประธานก็ต้องรับฟังนะครับ เมื่อวานนี้มีปัญหามากก็เพราะว่าพอเขาลุกขึ้นประท้วงท่านประธานก็บอกว่าอย่า ผมรู้แล้วว่า จะประท้วงอะไร มันไม่ได้หรอกครับ เขามีสิทธิที่เขาจะต้องพูดให้จบ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือผมทราบประเด็นแล้วครับที่ท่านประท้วง

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ก็ให้ผมพูดนิดเดียวครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จะได้วินิจฉัย เพราะไม่ใช่การอภิปรายครับ ข้อบังคับข้อไหนอะไรครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ผมไม่ได้อภิปรายครับ ผมให้เหตุผล ประกอบการประท้วงของผมครับ คือท่านประธานทําผิดข้อ ๘ ที่ปล่อยให้สมาชิกทําผิด ข้อ ๖๑ ท่านเข้าใจนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านพูดซํ้าแล้วครับ ผมเข้าใจแล้วครับ เชิญนั่งลงครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ท่านพิจารณาด้วยนะครับ ผมไม่อยาก ให้เสียเวลาสภานะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ประธานวินิจฉัยนะครับ ญัตตินี้คือญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรี ซึ่งผู้ยื่นญัตติได้ระบุชัดเจนในญัตติว่าท่านนายกรัฐมนตรีมีพฤติการณ์ ที่เขาไม่ไว้วางใจอยู่ ๑๒ ข้อ ท่านผู้อภิปรายกําลังยกเหตุผลที่ท่านไม่ไว้วางใจซึ่งก็อยู่ใน ๑๒ ข้อ ประธานนั่งอ่านอยู่ และวิธีอภิปรายของท่านก็เป็นแนวของท่าน ท่านก็หยิบยก คําพูดท่านนายกรัฐมนตรีในอดีตกับปัจจุบันมาเปรียบเทียบเพื่อโน้มน้าวท่านสมาชิก ส่วนเราฟังแล้วบางคนอาจจะบอกว่าซํ้าเคยได้ยินมาแล้ว ท่านได้ยินแต่คนอื่นเขาอาจจะ ไม่ได้ยินนะครับ แต่ในที่สุดแล้วพรุ่งนี้เราจะได้ลงมติกันจากการอภิปรายของสมาชิก แต่ละท่าน ฉะนั้นอดทนหน่อยครับ เป็ นสิทธิที่ท่านผู้อภิปรายจะได้อภิปราย และขณะเดียวกันก็เป็นสิทธิของท่านนายกรัฐมนตรีหลังจากท่านฟังแล้วท่านก็จะขึ้นมา ชี้แจงมาหักล้างข้อกล่าวหาดังกล่าว เชิญท่านฐิติมาต่อครับ

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

ท่านประธานคะ ประเด็นอยู่ตรงนี้ค่ะว่า คนที่พูดจาไม่อยู่กับร่องกับรอยแบบนี้ เราจะยอมให้เป็นผู้นําของประเทศ ให้เป็ น นายกรัฐมนตรี เราจะยอมได้อย่างไร มีความสามารถในการโต้วาทีแก้ตัวไปวัน ๆ พูดอะไร ไว้กับใคร แนะนําอะไรกับใครก็ลืม เวลาคนเขาจับได้ไล่ทันก็มาแก้ตัวว่าคนละสถานการณ์กัน คนอย่างนี้สังคมไทยไม่ควรให้เอาเป็นแบบอย่างเลยนะคะ ไม่ว่าจะเด็ก เยาวชน ข้าราชการ พ่อค้าแม่ค้า ประชาชน ไม่ได้เลย เพราะท่านไม่ยอมรับในความผิดพลาดของตนเอง ไม่ยอมรับในคําพูดที่ท่านเคยพูดไว้ ท่านไม่ใช่ลูกผู้ชาย ในความเป็นจริงดิฉันก็ว่า ไม่ใช่ลูกผู้ชายเพราะท่านไม่ได้เกณฑ์ทหาร มีคําภาษิตโบราณที่กล่าวเปรียบเปรยไว้กับ คนที่ทําตัวไม่ใช่ลูกผู้ชายว่าให้เอาผ้าซิ่นมานุ่ง แต่คนปัจจุบันนี้เรารู้อยู่แล้วว่าหญิงหรือชาย

(นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านฐิติมามีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ เชิญท่านผู้ประท้วงครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานว่าเป็ นการพูด ที่แรงไปไหมครับในสภาที่ใช้คําอย่างนี้ ท่านทําผิดข้อ ๖๑ นะครับ ผมว่าเป็นคําพูดที่รุนแรง ที่บอกว่าไม่เป็นลูกผู้ชายแล้วเอาผ้าซิ่นมานุ่งนี่ครับ ถ้าเขาว่าท่านประธาน ท่านประธาน ก็คงโกรธครับ ฉะนั้นผมขอให้ท่านประธานสั่งให้เขาถอนเถอะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านฐิติมาครับ ประธานวินิจฉัยขอความกรุณาท่านฐิติมา เนื่องจากว่าเป็นการพูดจาเสียดสี ตามข้อ ๖๑ ขอความกรุณาท่านฐิติมาได้ถอนคําว่าไม่เป็นลูกผู้ชายควรเอาผ้าซิ่นมานุ่ง ออกนะครับ

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

ท่านประธานที่เคารพคะ แค่เพียง คําพูดมันไม่เท่ากับการตายของคนมากมายเลย

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถอนก่อนครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

มันไม่เกี่ยวกันเลยนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอความกรุณาท่านถอนคําพูดครับ

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

ถอนคําว่าอะไรคะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถอนคําที่ท่านบอกว่าไม่เป็นลูกผู้ชายสมควรเอาผ้าซิ่นมานุ่ง

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

ถึงแม้ดิฉันจะเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจ หรือคะว่าไม่ใช่ลูกผู้ชาย

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอให้ท่านถอนเถอะครับ คือมันผิดข้อบังคับถ้าท่านสมาชิกอภิปรายกันด้วยถ้อยคํา อย่างนี้นะครับ

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

ไม่เป็นไรค่ะ ได้ ท่านประธาน ได้ ๆ ดิฉันจะได้พูดต่อไป เอาค่ะ ไม่ใช่ลูกผู้ชาย ภาษิตโบราณเขาเคยว่าไว้แบบนี้ เป็นแบบนี้ แบบนี้ไม่รู้อะไรต้องเอาผ้าซิ่นมานุ่ง

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ท่านก็ยังไม่ถอนนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถอนนะครับ

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

บอกถอนไปแล้วอย่างไร

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ ท่านถอนแล้วครับ อย่างนี้ท่านฐิติมาครับ อภิปรายต่อไปก็ได้กรุณาระมัดระวัง ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ด้วยนะครับ

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา 🔗

ท่านประธานคะ แต่สังคมไทยปัจจุบัน หญิงชายมันเท่าเทียมกัน คํากล่าวนี้มันเลยไม่เจ็บปวดเหมือนในอดีต แต่สําหรับคนชื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั้นแม้แต่ผ้าซิ่นดิฉันก็ไม่ให้นุ่ง เพราะไม่มีความเป็นคนเหลืออีกต่อไปแล้ว การสลายการชุมนุมในช่วงที่พันธมิตรมาปิดล้อมรัฐสภา มีคนเสียชีวิต ๒ คน ดิฉันเสียใจ บอกอีกครั้งหนึ่ง แต่ ๒ คนนั้นไม่ได้เสียชีวิตอยู่บริเวณรอบรัฐสภา ท่านเสียชีวิตห่างไกล จากบริเวณรัฐสภาไปประมาณครึ่งกิโลเมตร นายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ยังถูกว่า ว่าเป็นคนหรือเปล่า แล้วขณะนี้ล่ะตายไป ๙๐ ศพ บาดเจ็บเมื่อกี้ดิฉันคงพูดผิดไป บาดเจ็บเกือบ ๒,๐๐๐ ราย สูญหายอีกเท่าไรไม่รู้ คุณอภิสิทธิ์คุณเป็นคนหรือเปล่า ท่านประธานคะ มนุษย์เรานี่คบกันดี ๆ มาโกหกกันครั้งเดียวเพื่อประโยชน์ส่วนตนนี่ เขาไม่คบกันแล้วนะคะ แต่เมื่อวานรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ ด้วยอีกคนหนึ่งที่มาโกหกเต็มไปหมด มาบอกว่าประชาชนจะเป็นมิจฉาชีพโดนยิง ยิงแล้วก็มีความสามารถพิเศษในการที่จะเอา อาวุธหายไปไหนก็ไม่รู้ เขาตายแล้วเขาเป็ นอย่างไร เขากลืนอาวุธลงไปหรือคะ การโกหกบ่อยครั้งแบบนี้จะให้เป็นผู้นําประเทศได้อย่างไรท่านประธาน

นอกจากคุณอภิสิทธิ์จะบริหารบ้านเมืองจนทําให้สังคมไทยแตกแยก ร้าวลึกลงไปแล้ว ท่านมีความสามารถอีกนะคะ มีความสามารถในการทําลายเกียรติภูมิ ของกองทัพจนสิ้นซากด้วย ก่อนหน้านี้ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. บอกไว้ ตลอดเวลาว่าจะไม่ใช้กําลังสลายการชุมนุม ด้วยเหตุผลว่าการเมืองจะต้องแก้ด้วยการเมือง แต่ต่อมารัฐบาลก็คงคิดว่า พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา นั้นลอยตัวสบาย ๆ ก็เลยทําการ กระชับวงล้อมของคุณอนุพงษ์เสียเอง โดยแต่งตั้งให้เป็นผู้กํากับปฏิบัติงานและหัวหน้า ผู้รับผิดชอบในเขตท้องที่ตามประกาศ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน อีกทั้งดิฉันคิดว่าทหารก็ยอมแลกกับงบประมาณ ความดีความชอบ เลยทําการสลาย การชุมนุมด้วยความรุนแรง แม้จะได้รับคําเตือนหรือการทักท้วงจากหลายฝ่าย ทําให้ ทหารนั้นถูกเกลียดชังและเสียเกียรติภูมิของทหารไปในที่สุด นั่นมันคือการใช้กองทัพ อย่างสิ้นเปลือง เพียงแต่ต้องการอะไร ต้องการรักษาสถานภาพของการเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องการรักษาเก้าอี้นายกรัฐมนตรีเท่านั้นเอง จะเสียเลือดเสียเนื้อไปสักเท่าไรไม่สน

ท่านประธานคะ นายกรัฐมนตรีมีเรื่องที่ไม่น่าไว้วางใจให้ดํารงตําแหน่ง นายกรัฐมนตรีนั้นมากมายเหลือเกิน พูดในเวลาเพียงเท่านี้มันไม่จบจริง ๆ แต่เรื่องต่อจากนี้ไป ดิฉันจําเป็นต้องหยิบยกขึ้นมาพูดด้วย เพราะว่ามันเป็นการกระทําที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และกฎหมาย ดิฉันพบว่านายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์นั้นไม่ได้บริหารราชการแผ่นดินให้เป็นไปตาม แผนการบริหารราชการแผ่นดินที่ได้แถลงไว้ก่อนรับตําแหน่งซึ่งขัดต่อกฎหมายค่ะ ท่านประธาน ในวิสัยทัศน์ของรัฐบาลซึ่งอยู่ในแผนการบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๕๒ ถึง พ.ศ. ๒๕๕๔ ในช่วงเปิดญัตติท่านประธานวิปฝ่ายค้านก็ได้บอกแล้ว เรื่องแผนการบริหารราชการแผ่นดิน ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์บอกว่าจะดําเนินการ ให้บรรลุภารกิจภายใต้แนวทางพื้นฐานหลัก ๔ ประการ ในประการที่ ๑ เรื่องปกป้ อง และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และประการที่ ๓ เรื่องฟื้นฟูเศรษฐกิจนั้น ดิฉันจะไม่ ขอโต้แย้งในตอนนี้นะคะ แต่ว่าประการที่ ๒ เรื่องการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ บนพื้นฐานของความถูกต้อง ยุติธรรม และการยอมรับของทุกภาคส่วน และประการที่ ๔ เรื่องพัฒนาประชาธิปไตยและระบบการเมืองให้มีความมั่นคง มีการปฏิบัติตามกฎหมาย และบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคและเป็นธรรมและเป็นที่ยอมรับของสากลนั้น ดิฉันคงต้องโต้แย้ง ท่านประธานคะ ถ้าเรามาตีความกันเราคงต้องดูทีละช่วงของข้อความ จะเห็นชัดว่านายกรัฐมนตรีนั้นไม่ได้ทําตามหลักการที่ท่านได้ทําไว้เองเลยในเรื่องเกี่ยวกับ การปรองดองและบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม ความปรองดอง สมานฉันท์นั้นจะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง การที่ท่านมาขอคืนพื้นที่ หรือขอกระชับพื้นที่จนเกิดการบาดเจ็บล้มตายเป็ นจํานวนมากนั้น แบบนี้หรือคะ ที่มันปรองดอง ท่านทําถูกต้องแล้วหรือคะ นอกจากจะผิดกฎหมายอาญาบ้านเมืองแล้ว ยังขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง เพราะท่านละเมิดต่อหลักสิทธิในการมีชีวิตอยู่ ของประชาชน เพื่อต้องการคืนพื้นที่สาธารณะ สําหรับคําว่ายุติธรรม ท่านประธานคะ หลังจากที่แกนนําประกาศยกเลิกการชุมนุมให้ประชาชนแยกย้ายกลับบ้านไปแล้ว รัฐบาลกลับไม่หยุดค่ะ ไม่หยุดดําเนินการ ยังดําเนินการไล่ล่าอยู่ ยังทําการจับกุม ยัดเยียดข้อกล่าวหาตามอําเภอใจ เมื่อวานก็มีเอสเอ็มเอสส่งมาด้วยนะคะ แล้วก็ข้อมูลที่พวกเราก็รู้อยู่ว่ายังมีคนที่ถูกยัดเยียด ข้อกล่าวหาอีกว่าเป็ นผู้ก่อการร้ายเพิ่มเติม มันต่างกันกับตอนที่กลุ่มพันธมิตร ยึดทําเนียบรัฐบาล ยึดสนามบินดอนเมือง ยึดสนามบินสุวรรณภูมิ การกระทําที่ผิด กฎหมายนั้นมันเข้าองค์ประกอบ องค์ประกอบของความหมายของคําว่าผู้ก่อการร้ายชัดเจน แต่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ก็ไม่ได้รีบเร่งดําเนินคดี ปล่อยปละละเลยมาเป็นเวลาปีเศษ จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้ไปถึงที่ใดเลย แต่ขณะที่กลุ่มคนเสื้อแดงท่านกลับรีบเร่งจับกุม หาว่าเป็นผู้ก่อการร้ายทั้ง ๆ ที่องค์ประกอบในกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๕/๑ ที่เป็นเรื่อง ความผิดเกี่ยวกับก่อการร้ายก็ระบุไว้ในวรรคท้ายอย่างชัดเจนอยู่แล้วว่าการกระทํา ในการเดินขบวน ชุมนุม ประท้วง โต้แย้ง

(นางพจนารถ แก้วผลึก ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วงครับ ประท้วงอะไรครับ ผิดข้อบังคับข้อไหนครับ

นางพจนารถ แก้วผลึก ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน พจนารถ แก้วผลึก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดชลบุรี ดิฉันขอประท้วงท่านผู้อภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ดิฉันทนฟังมาพักใหญ่ ตั้งแต่ เมื่อวานจนวันนี้ท่านผู้อภิปรายหลาย ๆ ท่านพาดพิง เสียดสี โกหก ให้ร้ายรัฐบาล ให้ร้ายท่านนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะพาดพิงถึงกลุ่มพันธมิตร ดิฉันมองว่าเจตนารมณ์ ของคน ๒ กลุ่มในการเคลื่อนไหวผิดกัน โดยเฉพาะกลุ่มพันธมิตรออกมาเพื่อปกป้ อง สถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ แต่อีกกลุ่มหนึ่งชุมนุมแกนนําคนเสื้อแดงไม่ได้ปกป้ องสถาบัน ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เผาบ้านเผาเมือง

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ใช่ ประท้วงแล้ว ท่านจะอภิปรายแล้ว เอาละครับ ประธานทราบประเด็นแล้วครับ

นางพจนารถ แก้วผลึก ชลบุรี

ท่านประธานคะ ๒ ปี ดิฉันไม่เคย ประท้วงใคร และไม่เคยมาพูดอะไร วันนี้ดิฉันคิดว่าความชอบธรรมของท่านมีหรือยัง ที่มาพูดปาว ปาว ปาว

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

นั่งลงครับ ไม่ใช่การอภิปราย ถ้าท่านจะประท้วงท่านต้องบอกประธานว่าผิดข้อบังคับ ข้ออะไร แล้วประธานจะวินิจฉัย ถ้าท่านอภิปรายแบบนี้ไม่ใช่การประท้วง นั่งลงครับ กรุณานั่งลงครับ ประธานจะวินิจฉัย คือประธานได้เรียนท่านสมาชิกว่าวันนี้เป็นญัตติ ขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ การไม่ไว้วางใจก็เป็นการกล่าวหาผู้ที่ เขาไม่ไว้วางใจคือ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี และท่านรัฐมนตรี ฉะนั้น การกล่าวหาก็คงต้องเอาพฤติกรรมทั้งหลายที่อยู่ในญัตตินี้มาพูดจา คงจะไม่มา ยกยอปอปั้นกัน เขาก็กล่าวหาไป เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรีมาท่านก็จะชี้แจงหักล้างเองครับ ฉะนั้นขอความกรุณาท่านสมาชิกได้กรุณาอดทน วันนี้เป็ นสิทธิที่ฝ่ำยค้านเขาใช้ ตามรัฐธรรมนูญ เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรีก็ชี้แจง แล้วพรุ่งนี้เราก็มาลงมติจะไว้วางใจ ไม่ไว้วางใจ ขอความกรุณานะครับ

(ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านเชาวรินท่านประท้วงอะไรครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ผมประท้วง สุภาพสตรีที่ประท้วงเมื่อสักครู่ และท่านประธานต้องวินิจฉัยให้ถอนคําว่า ฝ่ายหนึ่งคือ พันธมิตรรักษาราชบัลลังก์ ปกป้ องสถาบันพระมหากษัตริย์ ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งจ้องจะ ล้มล้าง ตรงนี้ไม่ได้ต้องลบออกไปเสียจากรายงานการประชุม ต้องให้ถอนออกไป แล้วท่านประธานต้องเตือนผู้ประท้วงว่าเวลาประท้วงนั้นต้องใช้ความละมุนละม่อม เดี๋ยวก็เหมือนเพื่อนผมอีกคนเมื่อวานนี้หรอก

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ท่านสมาชิกผู้ประท้วงครับ มีสมาชิกประท้วงว่าท่านใช้ถ้อยคําที่ไม่เหมาะสม ซึ่งประธาน ก็วินิจฉัยตามที่ผู้ประท้วงได้ประท้วง ก็ผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ เช่นกันที่ไปพูดจาพาดพิงถึง สถาบันโดยไม่จําเป็น แล้วก็เป็นการไปกล่าวหาเรื่องความจงรักภักดี ไม่จงรักภักดี ขอความกรุณาท่านถอนเถอะครับ จะได้ออกจากรายงานการประชุม

นางพจนารถ แก้วผลึก ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน พจนารถ แก้วผลึก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ในสิ่งที่ดิฉันพูด ดิฉันไม่ได้กล่าวหาใครนะคะ ถ้าสมาชิกท่านใดเดือดร้อนก็พิจารณาด้วยตัวท่านเอง และอีกอย่างหนึ่งดิฉันกําลังพูดถึงผู้อภิปรายท่านนั้นที่กําลังพูดต่าง ๆ นานา พาดพิง ถึงบุคคลภายนอก ดิฉันจึงต้องออกมาพูด

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือประธานขอวินิจฉัยให้ท่านถอนคําพูดที่ท่านพูดเมื่อสักครู่ไปกล่าวหาเรื่อง ความไม่จงรักภักดี ถอนเถอะครับ

นางพจนารถ แก้วผลึก ชลบุรี

ท่านประธาน ดิฉันไม่ได้กล่าวหาใคร ไม่ได้บอกเลยว่าใครไม่จงรักภักดี

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถอนเถอะครับ ท่านพูดออกมามันเป็นการเสียหายกับผู้ที่เขาฟังอยู่เขาจะเข้าใจว่า ผู้อภิปรายในขณะอภิปราย

นางพจนารถ แก้วผลึก ชลบุรี

แล้วดิฉันอยากถามว่าสิ่งที่ท่านพูด ทุกวันนี้มีความชอบธรรมหรือเปล่าคะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอให้ท่านถอนครับ ประธานขอให้ท่านถอนครับ

นางพจนารถ แก้วผลึก ชลบุรี

ดิฉันไม่ได้กล่าวหาใคร ดิฉันอยากจะ ถามว่าท่านมีความชอบธรรมที่เอามาพูดพาดพิงคนโน้นคนนี้

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมให้ท่านถอนที่ท่านพูดว่าไม่จงรักภักดีนะครับ

นางพจนารถ แก้วผลึก ชลบุรี

ดิฉันกล่าวหาใครหรือเปล่าคะ ดิฉันกล่าวหาท่านที่ขึ้นมาว่าดิฉันหรือเปล่าคะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจะถอนไหมครับ

นางพจนารถ แก้วผลึก ชลบุรี

ดิฉันไม่ถอนค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่ถอน ประธานขอใช้สิทธิเชิญท่านออกนอกห้องประชุม เชิญออกนอกห้องประชุมครับ

(นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้วินิจฉัยให้นางพจนารถ แก้วผลึก ถอนคําพูด แต่นางพจนารถ แก้วผลึก ไม่ถอนคําพูด ตามคําวินิจฉัย และได้เดินออกจากที่ประชุม)
(นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประท้วงอะไรครับ

นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา จันทบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ผมขอประท้วงท่านประธานผ่านไปยังผู้ที่กําลัง อภิปรายนะครับ ผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ วรรคสอง พูดจาเสียดสี นี่คือข้อที่ ๑ แล้วก็พาดพิง ถึงสถาบันทหารด้วย ผมไม่เห็นด้วยครับ เดี๋ยวผมจะยกตัวอย่างให้กับท่านประธาน ได้รับทราบคําพูดของผู้ที่กําลังอภิปรายอยู่นะครับ ที่พูดคําว่าเสวยสุขพรํ่าเพรื่อ ตลอดไปถึงผมเห็นคําพูดอย่างนี้ไปพาดพิงสถาบันทหาร ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ถือว่า ทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ วรรคสอง ตลอดไปถึงท่านประธานฟังผมนิดหนึ่ง ผมนั่งฟังตั้งแต่ เมื่อวานไม่มีฝ่ำยค้านท่านใดเลยที่พูดเกี่ยวกับการแก้ปัญหาผลกระทบให้กับ พี่น้องประชาชนที่ได้รับปัญหาเกี่ยวกับเรื่องก่อการร้ายในประเทศ ขอให้พูดสร้างสรรค์ อย่างนี้บ้างครับจะเป็ นพระคุณยิ่ง นี่คือคําฝากของพี่น้องที่ได้รับผลกระทบ จากการก่อการร้ายครั้งนี้ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ ประธานก็ได้กําชับผู้อภิปรายให้คํานึงถึงการใช้ถ้อยคํา อย่าให้ผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ เชิญท่านฐิติมาสรุปได้แล้วครับ แล้วก็ขอให้เคร่งครัดในข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ในการใช้ ถ้อยคําสําหรับการอภิปรายด้วยครับ

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันมีเวลา อีก ๑๐ นาที คงจะไม่ใช่สรุป แต่ท่านประธานคะดิฉันมีสิทธิอันชอบธรรมตามระบอบ นิติบัญญัติที่เรามีอยู่ ดิฉันเป็นผู้ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เพราะฉะนั้นดิฉันจึงมีสิทธิที่จะกล่าวหาได้ และสิ่งที่ดิฉันกําลังอภิปรายอยู่เป็นเรื่องข้อกฎหมาย เป็นเรื่องกฎหมายอาญาว่าด้วย การก่อการร้ายหรือไม่ อย่างไร จึงต้องเปรียบเทียบให้เข้าใจว่าท่านนายกรัฐมนตรีนั้น ปล่อยปละละเลยมาปี กว่าไม่ได้ทําอะไรกับกลุ่มพันธมิตรที่ไปยึดสนามบินซึ่งผิด ข้อกฎหมายว่าด้วยการก่อการร้าย เดี๋ยวจะบอกว่าผิดอย่างไร แต่ดิฉันมาพูดก่อนว่า ในขณะที่กลุ่มเสื้อแดงท่านกลับเร่งรีบจับกุมและกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ทั้ง ๆ ที่ องค์ประกอบในกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๕/๑ เป็นเรื่องความผิดเกี่ยวกับก่อการร้าย ระบุไว้ในวรรคท้ายอย่างชัดเจนบอกว่า การกระทําในการเดินขบวนชุมนุม ประท้วง โต้แย้ง หรือเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้รัฐช่วยเหลือหรือให้ได้รับความเป็นธรรมอันเป็นการใช้ เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ไม่เป็นการกระทําความผิดฐานก่อการร้าย นี่คือวรรคท้ายของ มาตรา ๑๓๕/๑ ท่านยังสามารถที่จะไม่คํานึงบทบัญญัติในกฎหมายอาญาได้ ซํ้ายังไป โกหกกับนักการทูต ไปบอกเขาด้วยว่าเป็นผู้ก่อการร้ายตามกฎหมายไทย ท่านประธานคะ ท่านนายกรัฐมนตรีเรียนจบกฎหมายนะคะ แต่ท่านอ่านกฎหมายไม่ครบมาตราไม่ได้ มันนําพามาซึ่งความไม่เป็นธรรม มันเกิดความเสียหายกับประเทศชาติอย่างใหญ่หลวงได้ ส่วนเรื่องการยึดสนามบินของกลุ่มพันธมิตรที่ดิฉันบอกว่ามันเข้าองค์ประกอบอย่างไร มันเป็นไปตามมาตรา ๑๓๕/๑ (๒) ที่บัญญัติเป็นความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายว่า การกระทําใดอันก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ระบบการขนส่งสาธารณะ ระบบโทรคมนาคม หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะ ประกอบกับการยึดสนามบินมันเข้าองค์ประกอบความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วย ความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๖ ทวิ อีกด้วย ในมาตรา ๖ ทวิ (๒) บัญญัติไว้ว่า ผู้ใดทําลายหรือทําให้เสียหายอย่างร้ายแรงต่อสิ่งอํานวย ความสะดวกของท่าอากาศยานหรือทําให้การบริการของท่าอากาศยานหยุดชะงักลง ต้องระวางโทษประหารชีวิต จําคุกตลอดชีวิต หรือจําคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี ดูสิคะ ท่านประธาน รัฐบาลชุดนี้จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้ดําเนินการส่งไปฟ้ องเสียที ต่างจากคดี ของผู้นํากลุ่มเสื้อแดงไม่ได้ผิดกฎหมายเกี่ยวกับการก่อการร้าย แต่ท่านก็ไล่ล่า และออกหมายยัดเยียดข้อกล่าวหาก่อการร้ายได้ ความยุติธรรมอยู่ไหนคะ ในวิสัยทัศน์ ในแผนการบริหารราชการแผ่นดินนั้นความยุติธรรมอยู่ไหน แล้วความปรองดองมันจะเกิด ได้อย่างไรคะท่านประธาน ดิฉันขอฝากบอกท่านนายกรัฐมนตรีด้วยนะคะว่าจากการกระทํา ของคุณทั้งหมดนั้นที่ทํามาจนกระทั่งมีคนเสียชีวิต จนกระทั่งเกิดโศกนาฏกรรมนั้น ใหญ่หลวงมาก อยากจะบอกว่าในวันใดที่ท่านมีทุกข์ อาจจะเกิดจากการเจ็บป่ วย หรือพลัดพรากจากคนที่คุณรัก ท่านนายกรัฐมนตรีคุณจะรู้สึกกระวนกระวายใจ หวั่นไหว เศร้าหมอง ซึ่งในทางธรรมะเขาเรียกว่าจิตตกหรือว่าจิตเศร้าหมอง และในวันนั้นมาถึง ท่านจะนึกถึงเหตุการณ์อันร้ายแรงเศร้าหมองตรงนี้ ที่คนชุมนุมถือธงโบกไปโบกมา แต่เขาถูกยิงที่กะโหลกกระจายเลือดไหลนอง ภาพแบบนี้มันจะเข้ามาครอบงําจิตใต้สํานึก ของท่าน เหมือนท่านตกนรกทั้งเป็น มันคือกรรมตามทันนั่นเอง

ดังนั้นที่ดิฉันอภิปรายมาทั้งหมดนั้นจึงสามารถสรุปได้ว่าคุณอภิสิทธิ์นั้น เป็นผู้นําที่ไม่มีคุณธรรม ไม่มีเมตตาธรรม เป็นผู้นําที่ขาดหลักธรรมาภิบาล เป็นผู้นําที่ไม่ดี ท่านบริหารราชการล้มเหลว มีผู้คนล้มตาย บ้านเมืองลุกเป็นไฟ เราคงไม่สามารถที่จะทน ให้คุณอภิสิทธิ์นั้นบริหารราชการแผ่นดินหรือกระทําแบบนี้อีกต่อไปได้แล้ว เพราะว่า ยิ่งปล่อยไว้นานวันเท่าไรยิ่งทําให้คนบาดเจ็บล้มตายมากขึ้น ดิฉันจึงไม่สามารถที่จะ ไว้วางใจให้คุณอภิสิทธิ์ทําหน้าที่นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยได้อีกต่อไปค่ะ ท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กระผมขออนุญาตท่านประธานใช้โอกาสนี้ในการชี้แจง การอภิปรายของเพื่อนสมาชิกที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้อภิปรายเป็นระยะเวลากว่า ๑ วันแล้ว แม้ว่าท่านรองนายกรัฐมนตรี สุเทพ เทือกสุบรรณ จะได้ชี้แจงต่อเหตุการณ์ที่เป็นรายละเอียดและการปฏิบัติการ ผมคิดว่ามีความจําเป็ นที่ผมจะต้องได้ชี้แจงถึงภาพรวมของเหตุการณ์ที่จะทําให้ พี่น้องประชาชนมีความเข้าใจอย่างชัดเจนถึงสภาพปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น พร้อมกันนี้ ก็ขอกราบเรียนท่านประธานว่าจําเป็ นจะต้องใช้ภาพฉาย ทั้งที่เป็ นภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว ซึ่งได้มีการนําเสนอต่อคณะกรรมการเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อกล่าวหาที่สมาชิกฝ่ายค้านได้กล่าวหาผม ได้กล่าวหาท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ บางครั้งก็กล่าวหาไปถึงคณะรัฐมนตรีหรือกองทัพ เป็นข้อหาที่ร้ายแรงมากครับ เป็นข้อหาซึ่งหากเป็นจริงแน่นอนที่สุดพวกกระผมก็ไม่ควร ที่จะยืนอยู่ตรงนี้ และการกล่าวอ้างสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับแนวความคิด แนวทาง การทํางานทางการเมือง ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประชาชน ผมถือเป็นเรื่องที่มีความสําคัญมาก สําหรับนักการเมืองในวิถีทางประชาธิปไตย ไม่ใช่เฉพาะแต่ท่านหรอกครับ ถ้าผมเป็น อย่างที่ท่านพูด ผมก็ไม่ควรยืนอยู่ตรงนี้ครับ อันนี้เป็นข้อเท็จจริงซึ่งผมขอยืนยันได้ว่า ตลอดระยะเวลาของการทํางานทางการเมืองที่ผ่านมาของผม และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมาซึ่งเป็นช่วงที่มีความยากลําบากที่สุดในการตัดสินใจ ในการบริหารราชการแผ่นดินของผมผมตระหนักเสมอว่าสิ่งสําคัญที่สุดก็คือเราต้องรักษา หลักการของบ้านเมือง ชีวิตของพี่น้องประชาชนอย่างดีที่สุดเท่าที่เราจะทําได้ ผมจําเป็น ที่จะต้องเท้าความกราบเรียนท่านประธานเพื่อให้เห็นภาพว่าสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในเรื่อง ของเหตุการณ์นี้ บางทีถ้าเรามาตัดตอนอยู่เฉพาะเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งเราอาจจะ มองไม่เห็นภาพที่แท้จริง บางครั้งก็มีการพูดถึงเฉพาะเหตุการณ์วันที่ ๑๙ พฤษภาคม หรือเหตุการณ์วันที่ ๑๐ เมษายน หรือกรณีใดกรณีหนึ่ง แต่ผมต้องยืนยันว่าเมื่อรัฐบาลนี้ เข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน นั่นไม่ใช่จุดเริ่มต้นของความขัดแย้งทางการเมืองซึ่งลุกลาม มาจนถึงปัจจุบันนี้ ความขัดแย้งทางการเมืองเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้นานพอสมควร อยู่ที่ ความเห็นของแต่ละฝ่ำยว่ามันเริ่มต้นที่จุดไหน อย่างไร บางฝ่ำยก็ขุ่นข้องหมองใจ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ เพราะเกิดการปฏิวัติ รัฐประหาร ซึ่งพรรคการเมืองและนักการเมืองในวิถีทางประชาธิปไตยนั้นย่อมไม่เห็นด้วยกับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นในวันที่ ๑๙ กันยายน แต่บางฝ่ายก็มองว่าความขัดแย้งทางการเมืองก็เกิดขึ้น ก่อนหน้านั้นจากการที่มีรัฐบาลหรือผู้นําซึ่งก็ได้มีการละเมิดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ในหลายต่อหลายเรื่อง แม้กระทั่งเรื่องที่มีการอภิปรายกันในครั้งนี้ก็คือเรื่อง สิทธิมนุษยชนและเสรีภาพของประชาชนในหลายต่อหลายกรณี มีการกล่าวหาผมรุนแรง ถึงขนาดที่ว่าเป็นผู้นําประเทศในยุคซึ่งประชาชนต้องมาเสียชีวิตมากที่สุด ผมก็กราบเรียนว่า การเสียชีวิตของประชาชนนั้นผมเชื่อว่าไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่ถามว่าแต่ละยุคแต่ละสมัย มีปัญหาเช่นนี้ไหม มีครับ ถามว่าก่อนการปฏิวัติ รัฐประหาร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเช่น ที่ตากใบ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่กรือเซะ ถามว่าเป็นการปฏิบัติการของรัฐบาลโดยตรงหรือไม่ ประชาชนเสียชีวิตหรือไม่ ไม่นับอีกเป็นพันศพนะครับ จากนโยบายฆ่าตัดตอนซึ่งได้มี การศึกษาแล้วก็ยังมีแนวทางของการดําเนินการตามกฎหมายที่จะเกิดขึ้นต่อไปด้วย แต่ทั้งหมดนี้จะผิดจะถูกก็ต้องมีการพิสูจน์กัน เกิดเหตุการณ์ที่ตากใบนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้นคือนายกรัฐมนตรีทักษิณก็พูดชัดเหมือนกันบอกว่าในมุมมองของท่าน ท่านบอกว่าท่านรักษากฎหมาย จะผิดจะถูกก็ต้องตรวจสอบ แล้วท่านก็บอกว่าท่านก็ไม่แสดง ความรับผิดชอบโดยการลาออกหรือการตัดสินใจทางการเมืองโดยเด็ดขาด อันนี้ก็อยากจะ กราบเรียนให้เห็นว่าทุกยุคทุกสมัยก็จะมีเรื่องในทํานองนี้ แต่กรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในส่วนของการชุมนุมของพี่น้องประชาชนก็มีการไป เปรียบเทียบกับเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๖ ตุลาคม ๑๗ พฤษภาคม ผมให้ความสําคัญกับ เหตุการณ์เหล่านี้ในประวัติศาสตร์มาโดยตลอด แล้วผมก็เห็นตรงกับที่ท่านเห็นครับว่า ถ้ารัฐมีเจตนาในการที่จะใช้กําลัง แล้วคิดว่าการใช้กําลังนี่จะเป็นวิธีการในการเอาชนะคะคาน ทางการเมือง สามารถที่จะปราบปรามประชาชนแล้วนําไปสู่ความสงบได้ มันเป็นไปไม่ได้ หรอกครับ ผมทราบดี ผมตระหนักดี และผมกล้ายืนยันว่าถ้าเหตุการณ์ตั้งแต่ เดือนเมษายนและเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาไม่มีกองกําลังที่ติดอาวุธ ผมมั่นใจครับว่า จะไม่มีการสูญเสียชีวิต ซึ่งผมจะได้กราบเรียนท่านประธานในรายละเอียดต่อไป แต่ก่อนจะลําดับเหตุการณ์ต่าง ๆ ให้เห็นผมต้องยํ้าอีกครั้งว่าความขัดแย้งที่มันเกิดขึ้น ในทางการเมืองนั้นมันมีมาตั้งแต่ก่อนปฏิวัติ รัฐประหาร หลังปฏิวัติ รัฐประหาร แล้วต่อมา ก็มีรัฐบาลที่มาจากสภาชุดนี้อีก ๒ ชุด นายกรัฐมนตรีอีก ๒ ท่าน ก็เกิดเหตุการณ์ชุมนุม ทางการเมืองเช่นเดียวกัน วันที่ผมเข้ามารับตําแหน่งนี่ครับ ยังไม่ทันรับตําแหน่งเลยครับ เพียงแค่ลงมติในสภาแห่งนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครัฐบาลหลายท่านจะออกไป จากสภาแห่งนี้หลังการลงมติยังต้องเผชิญกับมวลชนซึ่งมีความพยายามที่จะทําร้าย โดยการขว้างปาสิ่งของ แม้กระทั่งที่จะจุดไฟเผารถที่ออกไปจากสภาแห่งนี้ ผมถึงทราบ ตั้งแต่วันแรกครับว่าปัญหาเรื่องความแตกแยกเป็นปัญหาใหญ่ และผมก็ได้พยายาม ทุกวิถีทางในการที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการเผชิญหน้าหลายครั้งหลายหน แม้กระทั่ง ในหลายกรณีซึ่งทําให้ถูกตําหนิติติงจากหลาย ๆ ฝ่าย รัฐบาลชุดนี้ถูกตําหนิว่าไปแถลงนโยบาย ต่อรัฐสภา แต่ไปแถลงที่กระทรวงการต่างประเทศ ถามว่าทําไมเราตัดสินใจอย่างนั้น ก็เพราะเราไม่ต้องการให้เกิดการเผชิญหน้ากับมวลชนซึ่งขณะนั้นมาชุมนุมอยู่รอบ ๆ รัฐสภา พยายามหลีกเลี่ยงอย่างนี้มาโดยตลอดครับ แต่ในที่สุดท่านก็จะเห็นครับว่า มีการปลุกเร้ามวลชน ใช้เงื่อนไขหลายเงื่อนไขผสมผสานกันไป บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่ผมคิดว่า มีเหตุมีผลโดนใจพี่น้องประชาชน เขาก็เป็นมวลชนที่มาสนับสนุนกลุ่มมวลชนที่เรียกว่า นปช. หรือกลุ่มคนเสื้อแดง หลายคนชื่นชอบอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ พึงพอใจกับ นโยบายหลายนโยบาย เช่น กองทุนหมู่บ้าน รักษาพยาบาล ๓๐ บาท พักหนี้เกษตรกร หรือโครงการอื่น ๆ อยากจะให้นายกรัฐมนตรีทักษิณกลับมามีอํานาจก็มาชุมนุม เพื่อสนับสนุน อันนี้เราก็เข้าใจครับ เพราะผู้นําทางการเมืองทุกคนก็ย่อมมีผู้สนับสนุน แต่ว่าการชุมนุมในทางการเมืองนั้นก็กลับปรากฏว่าเริ่มมีปัญหาของกลุ่มคนบางกลุ่ม ซึ่งเกินเลยไปกว่าการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ แล้วก็นําไปสู่ความเสียหายมากมาย ซึ่งมันเกิดขึ้นตั้งแต่ปีที่แล้วครับ ประชุมอาเซียนที่พัทยาในที่สุดก็ต้องยกเลิกไป ผมคิดว่า หลายท่านก็จําได้ แล้วการปลุกเร้าในช่วงเดือนเมษายนปีที่แล้วที่ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี มีการวิดีโอลิงค์ (Videolink) โฟนอินเรียกร้อง แล้วก็พูดไปถึงขั้นว่าอย่ากลับบ้านมือเปล่า พูดไปถึงว่าอาจจะต้องมีการปฏิวัติประชาชน สงครามประชาชนอะไรต่าง ๆ มากมาย ก็นําไปสู่เหตุการณ์ในเดือนเมษายนปีที่แล้ว เกิดสภาพที่เรียกว่าเป็นการจลาจลหลายจุดในกรุงเทพมหานคร ดินแดง ถนนเพชรบุรี ถนนนางเลิ้ง สุดท้ายก็ต้องมีการประกาศพระราชกําหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน แล้วเหตุการณ์ก็จบลงได้ เหตุการณ์ที่จบลงไปนั้นผมยังจําได้เลยครับว่า หลายคนพยายามจะบอกว่ามันเป็นชัยชนะหรือมันเป็นความพ่ายแพ้ของฝ่ำยหนึ่งฝ่ายใด หรือไม่ ผมก็กลับมายืนอยู่ตรงนี้ในสภาแห่งนี้ครับว่าผมไม่มองว่ามันเป็นเรื่องของชัยชนะ ของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด แต่เป็นเรื่องที่สภาก็ต้องมาทําความเข้าใจกัน มาหาทางในการสมานฉันท์ ปรองดอง มาตรวจสอบเหตุการณ์ แล้วก็หยิบยกเอาประเด็นข้อเรียกร้องต่าง ๆ เช่นการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญหรือข้อเรียกร้องอื่น ๆ ทางการเมืองเข้ามาพิจารณา สุดท้ายคณะกรรมการประมวลเหตุการณ์ก็ได้ทําเอกสารกันออกมาอาจจะ ไม่สามารถมีข้อยุติได้หรอกครับ เพราะว่าสมาชิกของแต่ละฝ่ำยพูดกันตรง ๆ ก็เห็น ไม่ตรงกันหรอกครับว่าจะสรุปว่าเป็ นอย่างไร แต่ก็ได้มีการประมวลเหตุการณ์ มีการรายงานต่อผม ต่อคณะรัฐมนตรี ตามลําดับ ส่วนข้อเสนอในเรื่องของรัฐธรรมนูญ ผมก็ได้เชิญวิปทุกฝ่ำยเข้าไปปรึกษาหารือก็บอกว่าแม้ ๓ ฝ่ำยนี้ไปเป็ นกรรมการ แล้วเสนอการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมา ๖ ประเด็น แต่ผมก็บอกว่าปฏิเสธไม่ได้ว่า มีคนภายนอกจํานวนมากวิพากษ์วิจารณ์ว่าการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเป็นไป เพื่อประโยชน์ของฝ่ำยการเมืองฝ่ายเดียว ถ้าเราเดินหน้าโดยไม่มีการตรวจสอบกับ ความต้องการของประชาชนอาจจะเกิดปัญหาความขัดแย้งที่ลุกลามออกไปสู่ท้องถนนอีก ผมก็เสนอทางออกว่าทําประชามติสิ ผลออกมาอย่างไรเรา ๓ ฝ่ายก็ดําเนินการตามนั้น วันที่ไปที่ทําเนียบรัฐบาลทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันครับ แต่หลังจากนั้นมาประมาณวันสองวัน ทางพรรคฝ่ำยค้านก็ตัดสินใจว่าจะไม่ดําเนินการตามแนวทางดังกล่าว โดยมีการย้อนกลับ ไปยังข้อเรียกร้องเดิมว่าถ้าจะทําประชามติหรือจะแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนั้น ให้ไปยกเอารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ทั้งฉบับกลับมาใหม่ ซึ่งแม้ว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ จะได้รับการยอมรับว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ดี แต่ช่องโหว่ช่องว่างก็มากมาย จนกระทั่ง ทุกพรรคการเมืองเมื่อปี ๒๕๔๙ ก็เคยเสนอว่าต้องมีการรื้อปรับครั้งใหญ่เหมือนกัน สุดท้าย มันก็เดินไม่ได้ สิ่งสําคัญยิ่งกว่านั้นก็คือว่าตลอดระยะเวลาที่เราพยายามหาทางออก ทางการเมือง ตรงนี้ก็มีการหยิบยกเงื่อนไขว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันชอบธรรมหรือไม่ชอบธรรม ซึ่งก็ได้มีการชี้แจงกันไปหลายครั้งว่ารัฐบาลนี้ก็มาตามกระบวนการของการลงมติ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้ และแม้กระนั้นก็ตามเมื่อมีผู้คนติดใจเห็นว่า เป็นเงื่อนไขของความขัดแย้ง ท่านก็จะสังเกตครับว่าแม้แต่ต่อผู้สนับสนุนผมและรัฐบาล ชุดนี้พยายามจะบอกว่าอยู่ให้ครบวาระ ยังไม่เคยมีครั้งใดเลยครับที่ผมไปลั่นวาจา กับผู้สนับสนุนของตัวเองหรือกับสาธารณะว่าผมจะต้องอยู่ครบวาระ เพราะผมถือว่า การดํารงตําแหน่งครบวาระมันไม่สําคัญเท่ากับการมีทางออกที่เหมาะสมทางการเมือง และบ้านเมือง เพราะฉะนั้นผมมีการเสนอเงื่อนไขมาหลายครั้งว่าพร้อมที่จะยุบสภา ถ้าการยุบสภานั้นจะเอื้ออํานวยให้เศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ของประเทศเดินได้ ผมเคยพูดหลักการกว้าง ๆ ๓ หลักการว่าถ้าเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวชัดเจน ถ้ากติกา เป็นที่ยอมรับ ถ้าบรรยากาศทางการเมืองนั้นทําให้เรามั่นใจว่าการเลือกตั้งจะเป็น การเลือกตั้งที่สงบ สันติ เป็นธรรม ก็ยุบสภาได้ ตอนที่ตกลงกันในเรื่องการทําประชามติ รัฐธรรมนูญ ผมก็ยังบอกเลยว่าดูภาวะเศรษฐกิจแล้ว แล้วถ้าหากว่ากระบวนการประชามติ ดําเนินไป บ้านเมืองสงบเรียบร้อยในกระบวนการประชามตินั้นผมก็ยังบอกเลยว่าแก้ไข เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเสร็จยุบสภาได้ นี่คือข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ว่าเป็นแนวทางที่ผมได้พยายามเสนอหาทางออกทางการเมือง มาตั้งแต่ก่อนที่มีการชุมนุมเรียกร้องในครั้งนี้ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ในขณะที่หลายฝ่าย ก็พยายามที่จะแสวงหาทางออกในที่นี้ และผมก็ต้องขอเรียนยืนยันว่าสมาชิกฝ่ายค้านเอง หลายคนก็ให้ความร่วมมือกับกระบวนการนี้เป็นอย่างดี ก็มีสมาชิกบางส่วนซึ่งคงไม่ค่อย สนใจนักในเรื่องของการที่จะสร้างกระบวนการปรองดองและหาคําตอบทางการเมือง ในแบบนี้ และผมได้เห็นได้ประสบด้วยตัวเองจากเหตุการณ์ที่ผมคงต้องหยิบยกขึ้นมาพูด อีกครั้งหนึ่ง แล้วก็คงต้องใช้โอกาสนี้ในการตอบคําอภิปรายของ ส.ส. จตุพรที่จะบอกว่า เงื่อนไขความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมันมีความพยายามสร้างด้วยการบิดเบือนความจริง หลายครั้งหลายหนมาโดยตลอด เดือนเมษายนปีที่แล้วหลายคนก็คงจําได้ว่าวันที่ ผมไปประกาศเพื่อแถลงข่าวในเรื่องของการที่จะใช้พระราชกําหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน กลุ่มมวลชนที่เข้ามาทําร้าย พยายามเข้ามาทําร้าย ทุบรถ ภาพปรากฏต่อสื่อมวลชนทั่วไปชัดเจน หนึ่งในแกนนําพามาคือนายสุพร อัตถาวงศ์ เวทีใหญ่รับรู้ครับ ผมก็เคยแปลกใจว่าความเกลียดชังมันมากมายอะไรขนาดที่ว่า มีการกระทําในลักษณะที่จะรุมทําร้ายกันขนาดนั้น ผมมาทราบภายหลังครับว่าในบริเวณ กระทรวงมหาดไทยนั้นมวลชนที่จะเข้ามาทําร้ายจริง ๆ ช่วงแรกคงมีไม่มาก คืออาจจะ เตรียมกันมาก็มีอยู่บ้าง แต่ว่าที่ได้ผลมากก็คือว่าจะมีคนคอยไปพูดกับมวลชนว่ารถยนต์ ของนายกรัฐมนตรีได้ชน ได้ทับ ผู้ชุมนุมเสื้อแดงบ้าง รปภ. ของนายกรัฐมนตรีไปยิง เสื้อแดงบ้าง ทําให้เกิดความโกรธแค้นแล้วก็เป็นภาพที่ปรากฏขึ้นมา สุดท้ายเหตุการณ์ ผ่านพ้นมาได้ สิ่งที่เราได้รับรู้รับทราบอีก ๒ อย่างก็คือว่า

ประการที่ ๑ มีความพยายามในการที่จะบิดเบือนข้อเท็จจริง แม้กระทั่ง ที่จะบอกว่าผมไม่ได้อยู่ในรถยนต์ในกระทรวงมหาดไทย ไม่ได้ทําโดยคนใดคนหนึ่งหรอกนะครับ ทําเป็นขบวนการผลิตซํ้า สร้างความเข้าใจที่ผิดตลอดเวลาแล้วก็อ้างว่าเป็นการสร้างฉาก ลวงโลก

ประการที่ ๒ นอกจากจะบอกว่าไม่ได้อยู่ในรถแล้ว เมื่อเกิดการกระทํา ความผิดต่าง ๆ ก็มีการผลิตถ้อยคําที่บอกว่าแดงเทียม แม้แต่การเจรจาที่ถ่ายทอดสด เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี่นายจตุพรยังกล้าพูดสิ่งที่เป็นเท็จ เช่น เลขาธิการ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นไม่ได้ถูกทําร้าย คนเสื้อแดงไปช่วยจากการที่รถชนกําแพง อย่างนี้เป็นต้น ถ้านี่ไม่ใช่ความจงใจในการสร้างความเกลียดชังที่เกิดขึ้น ผมก็ไม่ทราบว่า มันคืออะไร ยิ่งไปกว่านั้นการพยายามที่จะสร้างความเกลียดชังนี่ทําได้ทุกรูปแบบ ถ้าบังเอิญคดีที่เกิดขึ้นที่กระทรวงมหาดไทยและหลายเหตุการณ์ในเดือนเมษายนปีที่แล้ว ทําเร็วนะครับ ท่านก็จะต้องบอกอีกว่ากลั่นแกล้งเสื้อแดง แต่คดีของพันธมิตรช้า ความจริง ขณะนี้คดีในเดือนเมษายนหลายเรื่องก็คืบหน้าไปช้ากว่าคดีของพันธมิตรอีก แต่พอช้านายจตุพรก็บอกว่าไม่กล้าดําเนินคดีเพราะว่าเดี๋ยวรู้ ว่าเป็ นแดงเทียม จะเป็นอย่างนี้ตลอดครับท่านประธาน ผมก็ถือว่าเรื่องใดที่ผมใช้สิทธิทางกฎหมาย ผมก็ทํา เบื่อแล้วครับที่จะฟ้ องร้อง เฉพาะกับ คุณจตุพรหลายคดีมาก รวมทั้งเรื่องที่กล่าวหาว่าผมหนีทหาร ผมก็ฟ้ องร้องแล้ว ไม่ใช่ ไม่ฟ้ อง เหตุการณ์ที่ ๒ ที่ทําให้ผมมองเห็นว่ามันมีคนบางกลุ่มซึ่งต้องการสร้าง ความแตกแยก ความเกลียดชังจริง ๆ ก็คือการเอาเหตุการณ์ในเดือนเมษายนแล้วก็ ไปสร้างเรื่องผ่านการตัดต่อคลิปเสียงจากรายการเชื่อมั่นประเทศไทยของผม ๒ ครั้ง แล้วก็ ไปทําเป็นคลิปเสียงที่บอกว่าผมนี่สั่งฆ่าประชาชน สั่งให้มีการสร้างสถานการณ์ เขาพิสูจน์ แล้วครับ เขาเอาคลื่นเสียงคําพูดของผมในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยไปดูว่ามันตรงกับ คลื่นเสียงที่ถูกนําไปตัดต่อในคลิปเสียงดังกล่าวหรือไม่ พบว่า ๗๐ กว่าจุดที่ยกไปจาก รายการเชื่อมั่นประเทศไทย ตอนแรกผมก็คิดว่าก็คงจะเป็นคนที่นึกสนุกกระมังครับ มีทักษะ มีความสามารถสูง ในการที่จะตัดต่อคลิปเสียง แล้วตอนหลังก็สังเกตว่ามันไม่ใช่ เพราะแม้ว่าจะมีการแถลงจากหลายฝ่ายแล้วว่ามีการตัดต่อ แต่ก็มีการใช้คลิปเสียงนี้ ในการที่จะไปสร้างความเกลียดชังอยู่ตลอดเวลา ท่านประธานครับ ผมเห็นเรื่องนี้ชัดเจน ก็คือว่าในช่วงของการชุมนุมเรียกร้ องแรก ๆ ในเดือนมีนาคม ผมเดินทางไป ที่จังหวัดหนองคายก็มีกลุ่มคนเสื้อแดงมาชุมนุมต่อต้าน ผมก็ได้ฟังครับ พยายามฟังว่า ความคับแค้น ความอัดอั้นตันใจ ความเกลียดชังมันมาจากไหน ผมเห็นสิ่งที่เขาตะโกน ได้ฟังสิ่งที่เขาพูด มันก็มาจากคลิปเสียงอย่างนี้ละครับ ผมยังเคยพูดในสภาแห่งนี้เลยว่า ถ้าผมมีพฤติกรรมพูดจาอย่างคลิปเสียงนั้นจริง ผมเป็นประชาชนผมก็จะมาร่วมชุมนุม ต่อต้าน เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับ ผมยํ้าเสมอว่า การเคลื่อนไหวการชุมนุมต่าง ๆ ที่มันเกิดขึ้นมันมีความสลับซับซ้อนเป็นพิเศษ และผมยํ้า ตลอดว่ารัฐบาลนี้จะไม่มองประชาชนที่มาเรียกร้องด้วยความสุจริตใจเป็ นศัตรู โดยเด็ดขาด การชุมนุมของคนเสื้อแดงไม่ได้เพิ่งมาเริ่มมีนาคมนี้ หลังเมษายนปีที่แล้ว เป็นต้นมาก็มีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงหลายต่อหลายครั้ง ทั้งในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และในภูมิภาค มาตรการในการดูแลเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้ อยก็มีครับ บางช่วงก็สามารถที่จะดูแลได้โดยกฎหมายปกติ แต่หลายช่วงในที่สุดก็ต้องใช้ การประกาศพื้นที่ความมั่นคงตามกฎหมายการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ซึ่งเพิ่งออกมาเมื่อปี ๒๕๕๑ เพื่อที่จะสามารถบูรณาการให้เจ้าหน้าที่ตํารวจ ทหาร ทํางานด้วยกันได้อย่างเข้มแข็งมากขึ้น เพราะผมก็ยอมรับว่าทางฝ่ายตํารวจเองก็ยังมี ความไม่มั่นใจเกี่ยวกับเรื่องของการควบคุม เรื่องของมวลชนและการชุมนุมหลังจากกรณี วันที่ ๗ ตุลาคม มีการฟ้ องร้องไปที่ ป.ป.ช. และมีการวินิจฉัย อีกส่วนหนึ่งก็คืออํานาจ ตามกฎหมายการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรก็ทําให้เราได้พยายามที่จะ ตรวจตราในเรื่องของอาวุธและเรื่องอื่น ๆ ให้มีความรัดกุมมากขึ้น เพราะฉะนั้นจะเป็นช่วง ตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม มกราคม มีการชุมนุมของคนเสื้อแดงหลายต่อหลายครั้ง ท่านจะเห็นครับว่าการใช้สิทธิในการชุมนุมก็ยังสามารถที่จะทําได้เป็นปกติ ขณะเดียวกัน ก็เริ่มมีการตั้งข้อสังเกตว่ากระบวนการการเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนซึ่งอาจจะ นิยมชมชอบท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณอาจจะไม่พอใจ เดือดร้อนจากความเหลื่อมลํ้า ที่มีอยู่ในสังคม ซึ่งอาจจะเป็ นคนจํานวนมากหรือส่วนใหญ่ กําลังมีคนบางกลุ่ม หรืออีกหลายกลุ่มเข้ามาแทรกเข้ามาซึม เห็นไหมครับ ในกลุ่มของคนเสื้อแดงเองยังมี กลุ่มแดงสยาม ซึ่งก็มีเรื่องของความคิดอุดมการณ์อีกแบบหนึ่งไปไกลกว่าข้อเรียกร้องของกลุ่มคนเสื้อแดง ตามปกติ วิพากษ์วิจารณ์สถาบันหลัก แล้วก็พูดถึงการเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้าง นั่นก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่ง บางทีก็มาเคลื่อนไหวด้วย บางทีก็แยกตัวออกไป แกนนําบางคน เช่นนายอริสมันต์พูดชัดเจนขึ้นครับว่าการขับเคลื่อนมวลชนคนเสื้อแดงต่อไปจะมี องค์ประกอบอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องคือพรรคการเมืองในสภาและกองกําลังติดอาวุธ นี่ละครับคือที่มาของความยุ่งยาก ความซับซ้อน ไม่นับว่าอดีตนายกรัฐมนตรีเอง ซึ่งมีบทบาทในการติดต่อสื่อสารเชื่อมโยง แม้กระทั่งการเป็นผู้นําก็เป็นเงื่อนไขในหลาย ๆ เงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวชุมนุม ดังจะเห็นได้ว่าเมื่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองได้มีการตัดสินในเรื่องของการยึดทรัพย์ก็มีปฏิกิริยา จากมวลชนรวมไปถึงปรากฏการณ์ที่เราเริ่มเห็นในเรื่องของการก่อวินาศกรรมหรือการก่อเหตุ รุนแรง เช่นการปาระเบิด มีเป้ำหมายเช่นธนาคารกรุงเทพสาขาต่าง ๆ เกิดขึ้น ซึ่งก็มี การจับกุมคนที่กระทําความผิดได้ในบางกรณี

ผมกราบเรียนเล่ามาทั้งหมดนี้เพื่อจะบอกครับว่านั่นคือเงื่อนไขซึ่งมันแตกต่าง ไปจากหลายเหตุการณ์ในอดีต วันนี้มีหลายคนซึ่งเคยอยู่ในเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๖ ตุลาคม หรือแม้กระทั่ง ๑๗ พฤษภาคม แยกย้ายกันไปมากนะครับ คนเดือนตุลาคม เสื้อเหลืองก็มี เสื้อแดงก็มี ไม่เป็นทั้งเสื้อเหลือง ไม่เป็นทั้งเสื้อแดงก็มี ผู้นํานักศึกษา สมัยเดือนพฤษภาคมปัจจุบันมาเป็นสื่อมวลชน เพิ่งเขียนบทความตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ ต่างประเทศด้วย ชี้ให้เห็นว่าการชุมนุมเคลื่อนไหวมันมีพัฒนาการมันมีความแตกต่างมาก ตุลาคม พฤษภาคม ในอดีตไม่มีระบบการ์ดหรอกครับ ไม่มีเรื่องของกองกําลังติดอาวุธ อย่างแน่นอน และนั่นคือความยากลําบากของสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในวันที่รัฐบาลนี้เข้ามา และต้องบริหารสถานการณ์ตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นมา ท่านประธานจะเห็นว่าหลักแรก ที่รัฐบาลใช้ในการจัดการกับการชุมนุมในเดือนมีนาคมนั้นก็คือยึดเอาหลักคําวินิจฉัย ของศาลเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการชุมนุม ซึ่งเคยมีการวินิจฉัยมา ตั้งแต่วันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๑ แล้วก็มาตอกยํ้าอีกครั้งในวันที่ ๕ เมษายนของปีนี้ครับว่า สิทธิซึ่งรัฐธรรมนูญรับรองไว้ในการชุมนุมนั้นนอกจากจะต้องเป็นการชุมนุมโดยสงบ และปราศจากอาวุธแล้ว กรณีที่สร้างความเดือดร้อนหรือไปละเมิดสิทธิของคนอื่น ที่เป็นการชุมนุมสาธารณะก็จะมีการกําหนดขอบเขตเอาไว้ เช่น เมื่อมีการยึดพื้นที่ สะพานผ่านฟ้ำลีลาศ ยึดพื้นที่ราชประสงค์ ศาลก็มีคําวินิจฉัยชัดเจนนะครับว่ากรณี ที่เป็นการไปปิดเส้นทางคมนาคมที่สําคัญหรือกระทบกระเทือนต่อการประกอบธุรกิจ และการดําเนินชีวิตของคนปกติทั่วไปอย่างมีนัยสําคัญ ก็ถือว่าเกินเลยขอบเขตของ การชุมนุมตามรัฐธรรมนูญที่บัญญัติให้สิทธิรับรองไว้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าศาล หรือรัฐบาลมองว่าเมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วจะเข้าไปสลายชุมนุมตามใจชอบด้วยวิธีการใดก็ได้ ไม่ใช่ครับ ผมถึงได้เรียนครับว่าที่ท่านอ้างคําพูดของผมในอดีตผมเอามาปฏิบัติ ชุมนุม ๑ คน ๑๐๐,๐๐๐ คนต้องฟังเสียง ผมก็พยายามมาโดยตลอดที่จะรับฟังข้อเรียกร้อง เรื่องรัฐธรรมนูญก็พยายามหาคําตอบแล้วถูกปฏิเสธ เรื่องความเหลื่อมลํ้าในสังคม รัฐบาลนี้ก็พยายามครับ นโยบายใดซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีทักษิณ ซึ่งพี่น้องประชาชนมีความพึงพอใจเราก็ต่อยอดเพิ่มเงินให้กับกองทุนหมู่บ้านอย่างนี้เป็นต้น โครงการในเรื่องของการรักษาพยาบาล

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนายกรัฐมนตรีครับ มีผู้ประท้วง ท่านสุนัยประท้วงอะไรครับ ผิดข้อบังคับข้อไหนครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ไม่อยากขัดจังหวะ ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ แต่ขอประท้วงท่านนายกรัฐมนตรี ข้อ ๖๑ ที่ท่านพูดวกวนอย่างนี้ หลายรอบแล้ว แต่นั่นไม่เป็นไรให้ท่านพูดต่อได้ แต่คนเป็นนายกรัฐมนตรีการที่จะมาพูด บางประเด็นแล้วตัดตอนบางเรื่อง บางเรื่อง บางเรื่องไป เช่น รัฐธรรมนูญท่านก็จะให้แก้ แล้วพรรคไหนล่ะครับที่มีมติไม่แก้รัฐธรรมนูญ แล้วท่านนายกรัฐมนตรีไม่ใช่หรือครับที่พูด บอกว่าพอจะแก้รัฐธรรมนูญคณะกรรมการ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ให้ผู้ประท้วงประท้วงเสร็จ ประธานวินิจฉัยเองครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

คณะกรรมการสมานฉันท์เสนอเป็น ๖ ประเด็น แล้วก็เหลือ ๒ ประเด็น แล้วสุดท้ายท่านก็ไม่รับผิดชอบนําเรื่องเข้าไป

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุนัยครับ ท่านบอกประเด็นประท้วงท่านมาครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ประเด็นที่ท่านกล่าวเท็จครับ กล่าวเท็จแบบไม่เนียนเท่าไร ตัดตอนแต่ไม่เนียนเท่าไร ดังนั้นคนเป็นนายกรัฐมนตรี ผมว่าอย่าบิดเบือนเลย อย่างนี้ครับท่านประธาน นิดเดียวครับ เพราะประเด็นเรื่อง ไม่แก้รัฐธรรมนูญนั้นท่านรับผิดชอบแล้วเป็ นที่มาแห่งการตายของคนครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ ท่านสมาชิกครับ ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรีท่านจะชี้แจง ผมวินิจฉัยครับ ท่านสุนัยครับ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้ทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ แล้วก็ พวกเราก็อภิปรายกล่าวหาท่านมาตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้ตามญัตติ ทีนี้ก็เป็นสิทธิท่าน ที่จะต้องมาชี้แจงหักล้างแล้วก็อธิบายในส่วนของท่าน ฉะนั้นก็ขอความกรุณาพวกเรา ได้กรุณาฟัง ให้โอกาสทั้ง ๒ ฝ่าย ท่านวิทยามีอะไรครับ ท่านประธานวิปมีอะไรครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ต้องเรียนท่านประธานผ่านไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ต่อการประท้วงของท่านสุนัย จริง ๆ ผมก็เห็นด้วย ผมมีสิทธิ ที่จะพูดนะครับ ก็ต้องขออนุญาตท่านประธานว่าในฐานะที่เป็ นผู้ยื่นญัตติด้วย และในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ผมจะพูดตอนนี้จนจบเลยก็ได้ครับ เพราะฉะนั้นท่าน ก็ต้องฟังนะครับ ไม่ใช่ประท้วงอย่างเดียว

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวิทยาท่านจะใช้สิทธิประท้วงหรือหารือ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

เกี่ยวเนื่องหารือเลยครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

หารือเรื่องอะไรครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ผมกราบเรียนท่านประธาน ผมกําลังจะบอกท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่าระยะเวลาที่ท่านนายกรัฐมนตรีนั้น มีโอกาสที่จะสรุป เวลาที่บอกไว้ก็คือ ๓ ทุ่ม แต่ท่านนายกรัฐมนตรีกล่าววกไปวนมา ที่ผู้ประท้วงตามข้อ ๖๑ คือท่านสุนัย ผมก็คิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีเองก็ต้องกระชับ เพราะฉะนั้นเพื่อให้การบริหารเวลาให้เป็ นไปในทิศทางที่ฝ่ำยค้านได้ยื่นญัตติ ยังมีรัฐมนตรีอีกหลายท่านที่รอการอภิปรายอยู่ และเพื่อนก็รออยู่ ต้องขอโทษ ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ เดี๋ยวท่านมีโอกาสสรุปตอน ๓ ทุ่ม จะได้เนื้อหาที่ดี ท่านจะสรุป ก็ขอให้เนียนก็แล้วกัน ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับท่านวิทยา อย่างนี้ครับท่านสมาชิก การอภิปรายเรื่องเหตุการณ์การสลาย การชุมนุม เดี๋ยวจะเหลือท่านผู้อภิปรายอีกท่านเดียวคือนายแพทย์ชลน่าน จากนั้นจะเข้า เรื่องการทุจริตเรื่องอะไรแล้วนะครับ ทีนี้ท่านนายกรัฐมนตรีจะขอใช้สิทธิช่วงนี้ไปก่อน แล้วเดี๋ยวโอกาสหลังท่านก็จะได้ชี้แจงอีก แต่ตอนนี้ก็ให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้อภิปราย ต่อนะครับ

(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ไม่ต้องประท้วงแล้วครับ พอแล้วครับ ไม่ต้องประท้วงแล้วครับคุณหมอวรงค์ คืออย่างนี้ ผมก็พยายามที่จะรักษาบรรยากาศในที่ประชุม หมอวรงค์ครับ เชิญนั่งเถอะครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมประท้วง การทําหน้าที่ของท่านประธานตามข้อ ๒๓ ท่านประธานต้องเข้าใจว่าขณะนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ใช้อํานาจของท่านนายกรัฐมนตรีตามข้อบังคับ ข้อ ๒๓ เนื่องจากว่า ท่านมีสิทธิที่จะชี้แจงอะไรก็ได้โดยที่ท่านประธานต้องอนุญาต แต่ขณะเดียวกัน เพื่อนสมาชิกขึ้นมาขอหารือ มันไม่ใช่ครับท่านประธาน เขายังไม่มีสิทธิที่จะขึ้นมาขอหารือ ในระหว่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีกําลังชี้แจง ผมจึงประท้วงการทําหน้าที่ของท่าน ถือว่าท่านไม่เป็นกลางครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประธานก็ใช้ข้อบังคับนะครับ มีผู้ประท้วง ประธานก็ให้สิทธิผู้ประท้วงก็เหมือนให้สิทธิ กับทางท่าน เผอิญท่านวิทยาในฐานะเป็นประธานวิปฝ่ายค้าน ซึ่งท่านจะเป็นผู้จัดลําดับ การอภิปรายของทางนี้ ผมก็ให้โอกาสให้เกียรติท่านจะได้ทําให้การประชุมมันราบรื่นนะครับ

(นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

พอแล้วครับ เดี๋ยวให้ท่านนายกรัฐมนตรีชี้แจงแล้วนะครับ ถ้าอย่างนั้นผมจะให้ ผู้ประท้วงข้างหลังก่อนครับ ท่านธนิตพลท่านนั่งก่อน มีอะไรครับ ประท้วงอะไรครับ

นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม เชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคภูมิใจไทย ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธาน นั่งดูมา ๒ วันแล้วครับ ท่านได้โปรดกรุณาใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘ ในฐานะที่ท่านต้องทําหน้าที่ให้เข้มงวดกว่านี้ครับ ท่านสมาชิกท่านกรุณาฟังผมนิดหนึ่งครับ ปกติผมจะไม่ลุกอยู่แล้วนะครับ ท่านสมาชิกลุกขึ้นประท้วงก็ไม่ได้อ้างข้อบังคับข้อไหน ประท้วงเรื่องอะไรก็ไม่ได้อ้าง แถมยังมาต่อตูดแถมท้ายตบหัวคนเข้าบ้าน อ้างว่าพาดพิง ท่านทําหน้าที่ดี ๆ ครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เมื่อกี้เขาอ้างข้อ ๖๑ นะครับ ผมก็วินิจฉัยไปแล้ว ท่านธนิตพลมีอะไรครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ท่านประธานครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ผมประท้วงท่านประธาน ๒ เรื่องครับ

เรื่องแรกก็คือว่าที่ท่านประธานบอกว่าการที่ผู้ประท้วงท่านจะเปิดโอกาส ให้เขาประท้วง ผมถามท่านประธานครับ ประท้วงและใช้วิธีการอภิปรายในขณะที่ประท้วง ท่านประธานใช้ข้อบังคับข้อที่เท่าไรครับ

ข้อต่อมา ผมก็ฟังเพื่อนสมาชิกนั่งอภิปรายกันมา ๑๐ กว่าคน ท่านนายกรัฐมนตรียังไม่ได้ตอบ และท่านประธานจะบอกว่าอย่างนี้ให้ท่านนายกรัฐมนตรี ตอบทีเดียวเลย อย่างที่ท่านประธานวิทยาพูด ผมคิดว่ามันจะเป็ นการปิ ดปาก ของฝ่ำยรัฐบาลเกินไป ท่านประธานครับ เวลาเราได้จัดกันลงตัวแล้วนะครับ ขอให้ท่านประธานเพียงแค่ทําหน้าที่อย่างยุติธรรมเท่านั้นก็พอครับ ท่านประธานช่วยตอบ ผมด้วยครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประธานก็ได้เรียนกับสมาชิกนะครับว่าตอนนี้เป็ นสิทธิท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านถูกกล่าวหาตามญัตติมาตลอดก็ให้ท่านชี้แจงครับ ส่วนท่านสมาชิกที่ประท้วง ก็ถามประท้วงข้อไหน ประธานก็วินิจฉัย ก็อย่างที่ท่านพูดนะครับ ประธานก็ทําตาม ข้อบังคับนะครับ ท่านวิรัตน์มีอะไรอีกครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ ในฐานะที่ได้รับมอบหมายจากท่านประธานวิปรัฐบาล ท่านวิทยา แก้วภราดัย แล้วก็วิปฝ่ายค้านโดยท่านไพจิต ศรีวรขาน ได้มีการคุยกันตั้งแต่ วันอาทิตย์ครับ แล้วได้มีการทําบันทึกเสนอท่านประธานสภาเพื่อทราบ คือผมก็ถาม ในที่ประชุมครับว่าฝ่ายค้านต้องการเวลาเท่าไร คําตอบก็คือ ๑๘ ชั่วโมง ได้เต็มครับ ฝ่ายรัฐบาล ๑๓ ชั่วโมงครึ่ง รวมหารือรวมทั้งหลาย เพราะฉะนั้นภาระของรัฐบาลซึ่งยังมี เวลา รัฐบาลใช้เวลาไปน้อยมาก จึงขอกราบเรียนท่านประธานว่าขอให้ท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีได้ชี้แจงตามจังหวะที่ประสงค์นะครับ เพราะว่าฝ่ำยค้านก็ได้ใช้สิทธิ อย่างเต็มที่ แล้วรัฐบาลเองก็ให้ความร่วมมือตั้งแต่เมื่อวานที่มาลงชื่อเสียบบัตรให้ เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพก็คือรัฐบาลมีความตั้งใจที่อยากให้การอภิปรายนี้เดินได้ แต่ขอให้ฝ่ายค้านให้ความร่วมมืออย่างที่ว่า ตอนนี้เป็นจังหวะที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ชี้แจงก็ขอให้เดินต่อนะครับ

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุนัยไม่ต้องประท้วงละครับ จะได้ให้ท่านนายกรัฐมนตรีชี้แจงครับ ขอความกรุณา เถอะครับ ประท้วงอะไรอีกล่ะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมประท้วง ท่านประธานที่ควบคุมการประชุมเป็นการประท้วงที่เห็นร่วมกันกับฝ่ายรัฐบาล เมื่อสักครู่ เขาประท้วงท่านว่าท่านไม่เป็นกลาง ผมค่อนข้างจะเห็นด้วยว่าท่านไม่เป็นกลางจริง ๆ เพราะเอียงข้างรัฐบาลมาก

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

นั่งลงครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

เดี๋ยวครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ ไม่ประท้วงแล้วครับ ๆ พอแล้วครับ คืออย่างนี้ครับท่านวิรัตน์ท่านเป็น กรรมการร่วมที่ประธานท่านตั้ง

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

แล้วคุณวิทยานี้ไม่ใช่หรือครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เมื่อกี้ก็ให้สิทธิท่านวิทยาในฐานะประธานวิปฝ่ายค้านก็ให้อภิปรายแล้วก็ให้ทางตัวแทนวิป รัฐบาล

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ ผมจะ ไม่ประท้วงท่านนายกรัฐมนตรีอีกแล้วนะครับ ขอให้ท่านพูดได้เลย ท่านนายกรัฐมนตรี ก็เป็นสมาชิกคนหนึ่ง ท่านก็เคยอภิปรายไม่ไว้วางใจเขาเหมือนกัน เวลาพวกเราก็ไม่พอ ท่านก็พูดวกวนหลายครั้ง แล้วบางประเด็นเรื่องเกณฑ์ทหารท่านไม่ต้องพูดถึง

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ ท่านประท้วงซํ้าประเด็นแล้ว นั่งเถอะครับ พอแล้วครับ ให้ท่านชี้แจง เป็นสิทธิ ที่ท่านจะชี้แจงแล้วครับ นั่งฟังหน่อยครับ เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ความจริงบางประเด็นก็เป็นเรื่องที่สมาชิกอภิปรายเมื่อวานนี้ แล้วที่ผมพยายามอธิบาย ให้เห็นภาพเพื่อตอบคําถามของเพื่อนสมาชิกหลายคนว่ารัฐบาลไม่คิดแก้ปัญหา ในทางการเมืองเลยหรือ และผมไม่ได้ตัดตอนเรื่องรัฐธรรมนูญ ๖ ประเด็นนะครับ แล้วก็ มีการประชุมกับวิปทุกฝ่าย ผมก็เล่าตามความเป็นจริง ส่วน ๒ ประเด็นที่มาเกิดทีหลัง เป็นเรื่องระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน ซึ่งขณะนี้ก็ยังมีการหารือกันอย่างต่อเนื่องก็ว่ากันไป ที่ผมกําลังจะย้อนกลับไปก็คือว่าเมื่อมีการมาชุมนุมใหญ่ตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นมา หลายเรื่องเราก็พยายามทําความเข้าใจครับ เช่น เรื่องความเหลื่อมลํ้า ความผูกพันอยู่กับ นโยบายของรัฐบาลในอดีต ผมก็ได้กราบเรียนเมื่อสักครู่ว่ารัฐบาลเห็นว่านโยบายไหน เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนก็มีการต่อยอดสานต่อ ยกตัวอย่างเรื่องกองทุนหมู่บ้าน ไปยกตัวอย่างเรื่องหนึ่งตําบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือเรื่องของการรักษาพยาบาล บางเรื่อง เราก็ริเริ่มใหม่ครับ ในเรื่องของการเรียนฟรี ในเรื่องของเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ยคนพิการ และการประกันรายได้เกษตรกร เพื่อให้มีเงินตกไปถึงมือพี่น้องเกษตรกรในชนบท ก็พยายามทํา ส่วนเรื่องการเมืองอย่างที่ผมกราบเรียนแล้ว ที่ผมบอกว่า ๑ คน หรือ ๑๐๐,๐๐๐ คนมาต้องฟัง ก็เพราะฟังถึงได้มีความพยายามไปเจรจา แต่การเจรจา ถ้าบอกว่าต้องจบลงตรงที่ยอมตามที่ผู้ชุมนุมเรียกร้องอย่างนั้นไม่ต้องเจรจาครับ แล้ววันที่ ผมพูดกับรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร รัฐบาลนายกรัฐมนตรีสมชาย ทั้ง ๒ ท่านก็ตอบ แล้วผมก็ไม่เคยปฏิเสธข้อคิดของท่านนะครับว่าการจะไปยอมตามข้อเรียกร้อง ของผู้ชุมนุมเฉย ๆ คงจะไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีกลุ่มคนอีกจํานวนมากซึ่งเขาอาจจะ ไม่เห็นด้วยกับผู้ชุมนุมแต่ไม่ได้ออกมาชุมนุม แล้วก็มีการแสดงออกผ่านเครือข่ายต่าง ๆ อย่างที่เราทราบกันดี นี่คือประเด็นว่าจากเดือนมีนาคมทั้งเดือนเป็นต้นมา เราพยายาม ที่จะหาทางออกกันในเรื่องนี้แต่การชุมนุมมันมีทั้งปัญหาพฤติกรรมคู่ขนานกับปัญหา การยกระดับ คู่ขนาน ก็คือว่าระหว่างที่มีการชุมนุมโดยสงบโดยพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่นั้น ก็ไปเกิดเหตุการณ์ยิงเอ็ม ๗๙ การก่อการร้าย การก่อวินาศกรรม ขึ้นตามจุดต่าง ๆ เป็นระยะ ๆ อย่างที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพเล่าให้ฟังเมื่อคืนนี้ การยกระดับก็คือว่า มีความพยายามในการใช้แรงกดดันเข้าไปรุกในสถานที่ราชการบ้างหรือพื้นที่อย่างเช่น ที่ไทยคมบ้าง จนกระทั่งก็มีความพยายามที่จะแสดงให้เห็นว่าอํานาจรัฐนั้นล้มเหลวแล้ว ดังนั้นรัฐบาลก็ต้องพยายามแก้ปัญหานี้ครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการชุมนุมแบ่งออก เป็น ๒ ส่วน เรารู้ว่ากรณีราชประสงค์นั้นเป็นพื้นที่ที่มีความละเอียดอ่อนเข้าไปก็มีปัญหา ได้ง่าย ในที่สุดท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพก็ได้ชี้แจงไปเมื่อคืนว่าวันที่ ๑๐ เมษายน เราก็พยายามที่จะเปิดการจราจรสําหรับสะพานที่เชื่อมโยงกรุงเทพมหานครกับฝั่งธนบุรี แล้วก็เข้าไปปฏิบัติการตั้งแต่บ่ายโมงครึ่ง แล้วก็พยายามที่จะถอนกําลังออกมาในช่วง หกโมงเย็น ท่านประธานครับ ความสูญเสียมันเริ่มขึ้นในช่วงนี้ ก็มีหลายท่านบอกว่ารัฐบาล ไปสร้างเรื่องใช่ไหม บอกว่ามีคนที่เป็นชุดดํากระทําการก่อการร้าย เป็นการแต่งเรื่องขึ้นมา หรือเปล่า ผมขออนุญาตท่านประธานครับว่าอยากให้ท่านได้ดูคลิปทั้งที่เป็นภาพเคลื่อนไหว และภาพนิ่งนะครับ แล้วก็มีเสียงหรือมีคําบรรยายด้วยให้เห็นครับว่าชุดดํานั้นมีจริงหรือไม่ อย่างไร เกี่ยวข้องกับมวลชนเสื้อแดงอย่างไรครับ เชิญคลิปแรกครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปวิดีโอ)

ท่านประธานที่เคารพครับ คลิปนี้เป็นการบ่งบอกว่ามวลชนเสื้อแดงจํานวนมากไม่ทราบหรอกครับว่าจะมีปัญหา ในเรื่องของกลุ่มคนชุดดํา แต่ขณะเดียวกันก็มีคนบางกลุ่มซึ่งอาจจะอยู่ในระดับของการ์ด หรือแกนที่รู้ครับ แล้วก็บนอาคารซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผู้ชุมนุมนั้นควบคุมอยู่ ภาพนิ่งที่แสดงให้เห็น ต่อมาก็คือว่ามีควันปื นที่ยิงออกมาจากตึกนั้น นอกจากนั้นยังมีอีกหลายคลิปครับ ซึ่งเป็ นการบ่งบอกว่าการยิงออกมาจากที่สูงเป็ นการยิงโดยกลุ่มคนชุดนี้ ซึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีก็ได้ยืนยันไปแล้วว่าในปฏิบัติการต่าง ๆ ในวันที่ ๑๐ เมษายนนั้น ในส่วนของกองทัพไม่มีกําลังพลที่เป็นลักษณะของพลแม่นปืนซุ่มยิงหรือไปอยู่ตาม อาคารสูงครับ แต่คลิปต่อไปนี้จะแสดงให้เห็นถึงปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในคํ่าคืน วันนั้นครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสุนัยประท้วงอะไรครับ เดี๋ยวรอให้คลิปจบก่อน เชิญนั่งลงก่อนครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ขออนุญาต รบกวนอีกทีหนึ่ง ไม่ใช่ประท้วง เพราะว่าบอกท่านนายกรัฐมนตรีแล้วว่าไม่ประท้วง ท่านแล้ว เพียงแต่อย่างนี้ครับว่า

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

คือถ้อยคําในคลิปนี่เหมือน เมื่อวานนี้ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมกําลังฟังอยู่นะครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

คือประท้ วงในสิ่งที่ ท่านนายกรัฐมนตรีนําเสนอคลิปแล้วไม่ได้บอกรายละเอียด

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปแล้วท่านสุนัยประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ประทานโทษครับท่านประธาน ประท้วงในสิ่งที่ท่านนํามาเสนอ คลิปอันนี้มันมีหลักฐานไม่ชัดเจนในข้อซับไตเติล (Subtitle) ก็จะถามท่านเพื่อให้ชัดเจนเสียท่านจะได้อธิบายว่าข้อความ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอย่าเพิ่งประท้วงซ้อนนะครับ ให้ประท้วงให้จบ เดี๋ยวผมวินิจฉัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

อยากให้คลิปท่านสมบูรณ์ว่า ซับไตเติลต่าง ๆ นั่นใครเป็นคนพูด ใช่แกนนําหรือไม่ อย่างไร เท่านั้นละครับ

(นายสุวโรช พะลัง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวผมจะให้ประท้วงทีละคนนะครับ ขอให้ท่านอื่นรอฟังผมวินิจฉัยก่อนนะครับ ผมวินิจฉัยอย่างนี้ว่าเป็นสิทธิที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะทําได้ เพราะว่าท่านถูกกล่าวหา ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ เพราะฉะนั้นถ้าฝ่ายค้านเห็นว่าเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง เดี๋ยวท่านก็เสนอข้อมูลเพื่อหักล้าง แล้วประชาชนเป็นคนฟังเอง คุณสุวโรชประท้วง เรื่องอะไรครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ในการปฏิบัติหน้าที่ของท่าน ผมสังเกตว่า เวลาประท้วง สมาชิกหลายท่านก็บอกท่านประธานแล้วว่าให้ยกข้อบังคับขึ้นมาว่าข้อไหน เมื่อเป็นข้อไหนเสร็จแล้วจบแค่นั้น ไม่ใช่ตวัดแล้วก็ลากไป แบบลักษณะของคุณสุนัย เมื่อสักครู่นั่นตีกิน ตีหัวทุกครั้ง แล้วเอาเปรียบทุกครั้ง มันไม่ได้เป็ นการประท้วง แบบสุภาพบุรุษเลย แต่เป็นการตีรวนกันในสภา ซึ่งผมบอกว่าตรงนี้ท่านประธานเอง ต้องควบคุมการประชุมในข้อบังคับสิครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยอย่างนี้ เมื่อวานก็ได้เรียนเตือนพวกเราว่าการประท้วงมันมีข้อบังคับอยู่ การประท้วงต้องประท้วงว่าจะให้ประธานทําอะไร ไม่ใช่การอภิปราย เพราะฉะนั้นผมได้ วินิจฉัยที่คุณสุนัยประท้วงแล้ว เชิญนั่งลงเถอะครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมทําหน้าที่ด้วยความเป็นธรรมอยู่แล้วครับ เชิญนั่งลงเถอะครับ

(นายวิทยา แก้วภราดัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านวิทยาประท้วงอะไรครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ผมอยากให้ท่านประธานตั้งใจดูบรรยากาศสักนิดเถอะครับ เมื่อสักครู่ที่ท่านประธานชี้ท่านสุนัยขึ้นมาพูด ท่านสุนัยบอกว่าไม่ได้ประท้วงครับ เพราะฉะนั้นท่านจะยืนยันให้ท่านสุนัยประท้วงให้ได้ ผมคิดว่าอย่าไปยืนยันอย่างนั้นเลยครับ เพราะท่านก็ดูบรรยากาศออกว่าเป็นอย่างไร ท่านสุนัยลุกขึ้นจะมาติติงท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่ใช่หน้าที่ครับ เพราะฉะนั้นท่านกํากับให้ดีครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าท่านสังเกตดูให้ดีเมื่อกี้ผมก็ถามว่าสรุปแล้วท่านสุนัยประท้วงอะไร คงไม่ต้องประท้วง แล้วครับ เราจะได้ฟังท่านนายกรัฐมนตรีชี้แจงต่อครับ

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณสุนัยประท้วงอะไรครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

พาดพิงครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้การใช้สิทธิพาดพิงต้องพาดพิงที่ทําให้ตัวเองเสียหาย คุณสุนัยต้องบอกว่าทําให้ ตัวเองเสียหายอะไร ไม่อย่างนั้นเราก็จะใช้สิทธิพาดพิงกันไปมาอย่างนี้ ซึ่งผิดข้อบังคับ การประชุมสภา

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ขอเวลาผมสักนิดหนึ่ง เมื่อสักครู่นี้ที่ท่านบอกกับผมใช้สิทธิพาดพิงอะไร

(นายอสิ มะหะมัดยังกี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ต้องขอคุณหมออสินะครับ คุณสุนัยกําลังใช้สิทธิพาดพิงนะครับ คุณต้องบอกว่า พาดพิงเสียหายอะไร ไม่ใช่การอภิปราย เดี๋ยวผมจะให้สิทธิประท้วงต่อนะครับ ถ้าท่าน ประท้วงซํ้ากันมันทําให้การประชุมเดินหน้าไม่ได้ เชิญท่านนั่งลงก่อนครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านสุวโรช พะลัง กล่าวว่าผมตีหัว เข้าบ้าน ตีกิน อย่างนี้เสียหายไหมครับท่านประธาน แล้วดูคําพูดของผมที่พูดถึง ท่านนายกรัฐมนตรีสิครับเมื่อกี้ผมไปแขวะอะไรท่าน เปล่าเลยครับ แล้วก็ยังมีคุณวิทยา เป็นน้องผมก็มาพาดพิงผมอีก กรณีนี้หาว่าผมไม่ได้ประท้วง จริง ๆ ผมเองไม่อยากจะใช้ คําว่าประท้วงต่อท่านนายกรัฐมนตรีเพราะให้เกียรติท่าน แต่จริง ๆ ผมประท้วงท่าน ในเอกสารที่ท่านให้มานั้นไม่ชัดเจน แต่ผมไม่อยากจะใช้คําว่าผมประท้วงนายกรัฐมนตรี อันนี้คือการให้เกียรติยังไม่ดีใช่ไหม หรือไม่ชอบให้เกียรติ โอเคไม่ถือสาก็จะได้เดินต่อ กราบขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ต้องอย่างนี้นะครับ ต้องขอร้องพวกเราทุกฝ่าย การประท้วงท่านประท้วงได้ และเมื่อท่าน ประท้วงท่านต้องบอกว่าผู้อภิปรายทําผิดอะไร จะให้ประธานทําอะไร ทีนี้วัฒนธรรมของเรา มันเกือบกลายไปเป็นวัฒนธรรมของการประท้วงไปแล้ว พอประท้วงเสร็จเราก็เหน็บแนม อีกฝ่ำยหนึ่งทั้ง ๒ ฝ่ำย ผมไม่ได้บอกว่าใครดีกว่าใคร ต้องขอร้อง แล้วเพื่อให้ การดําเนินการประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ต้องขอร้องทุกฝ่ำยใจกว้างรับฟัง ความเห็นที่แตกต่างได้ เชิญท่านนายกรัฐมนตรีต่อครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี 🔗

ท่านประธานครับ ภาพเคลื่อนไหวเมื่อสักครู่เป็นเพียงการยืนยันว่ามันมีคนกลุ่มหนึ่งซึ่งติดอาวุธปะปนอยู่กับ ผู้ชุมนุม และเห็นได้ชัดว่าผู้ชุมนุมหลายคนไม่รู้ว่ามีคนกลุ่มนี้อยู่ แต่บางคนก็รู้ นอกจากนั้น ก็มีภาพนิ่งอีกหลายภาพนะครับ ผมจะไปเร็ว ๆ ที่แสดงให้เห็นว่าเหตุการณ์ในวันนั้น มีชายชุดดําที่มีอาวุธจะเป็นเอเค ๔๗ (AK47) เอ็ม ๑๖ หรืออาวุธอื่น ๆ เยอะแยะ แล้วบางคน ก็แต่งกายซึ่งมีการบ่งบอกถึงการเชื่อมโยงกับการเคลื่อนไหวของกลุ่ม นปช. ภาพเหล่านี้ ก็เป็นสิ่งที่ผมได้ยืนยันว่าที่ท่านกล่าวหาว่ารัฐบาลอยู่ดี ๆ ไปอ้างกลุ่มคนชุดดํามีอาวุธ กระทําการก่อการร้าย ทําร้ายทหารและประชาชนผู้บริสุทธิ์ เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมา รัฐบาลไม่ได้แต่งขึ้นมา ภาพเหล่านี้ ข้อเท็จจริงเหล่านี้ ปรากฏออกมาต่อสาธารณะแล้ว นั่นเป็นเหตุผลครับว่าทําไมในเหตุการณ์วันที่ ๑๐ เมษายน นอกจากความสูญเสีย ของพี่น้องประชาชน ซึ่งผมเชื่อว่าจํานวนมากหรือเกือบทั้งหมด หรืออาจจะทั้งหมด เป็ นประชาชนที่บริสุทธิ์แล้ว เป็ นครั้งแรกที่มีการสูญเสียของฝ่ำยเจ้าหน้าที่มาก เช่นเดียวกัน ทั้งที่บาดเจ็บ ทั้งที่เสียชีวิต การปะทะกันของเจ้าหน้าที่ทหารกับประชาชนนั้นจะมา เกิดขึ้นในช่วงหลังครับ หลังจากที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้อธิบายไปแล้วว่าพยายาม จะถอนกําลัง แต่ว่ามีการห้อมล้อมอยู่ในพื้นที่ที่ปิด แล้วมีการยิงเอ็ม ๗๙ ลงมา เอ็ม ๗๙ นี่ผมต้องยํ้านะครับว่าเป็นระเบิดซึ่งทางการไม่ได้ใช้เลยในการปฏิบัติการทั้งหลายตั้งแต่ ช่วงต้นจนถึงปัจจุบัน และช่วงที่อาจจะมีการปะทะต่อสู้กันบ้างก็คือหลังจากที่ทหาร บางส่วนได้รับบาดเจ็บ หรือมีคนเจ็บ แล้วมีความพยายามที่จะลําเลียงคนเหล่านี้ออกไป เข้ารับการรักษาพยาบาล แต่ว่าถูกขัดขวางครับ ผมก็มีภาพเคลื่อนไหวให้เห็นสั้น ๆ กับสภาพที่เกิดขึ้นนะครับว่าเวลาที่มีความพยายามที่จะเอาคนเจ็บออกมาแล้วมันเกิดอะไร ท่านประธานที่เคารพครับ ทั้งหมดนี้ผมอยากจะกราบเรียนว่าถ้าไม่มีกลุ่มคนชุดดํา ถ้าไม่มีความเข้าใจผิดซึ่งเกิดขึ้น จากการปลุกเร้าให้เกิดความเกลียดชัง มันไม่เกิดหรอกครับ ผมไม่โทษพี่น้องคนเสื้อแดงซึ่งมาชุมนุม แล้วก็พบกับเหตุการณ์การปะทะกันที่เกิดขึ้น แต่ผมกราบเรียนอย่างที่ยํ้าตั้งแต่ต้นว่าเหตุแทรกซ้อนทั้งหมดนี้มันมาจากกลุ่มคนที่มี การใช้อาวุธแล้วก็เกิดความเข้าใจผิด แม้กระทั่งความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน ผมก็เชื่อว่าโดยสภาพโดยธรรมชาติผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ก็คิดว่าน่าจะเป็ นจากฝี มือ ของเจ้าหน้าที่ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่คิดอย่างนั้นนะครับ แล้วคลิปต่อไปนี้ก็จะเป็นตัวอย่าง ของกลุ่มคนที่อยู่ในที่ชุมนุมครับ เขาก็เห็นเหตุการณ์และเขาก็เห็นว่าไม่ใช่เจ้าหน้าที่ เป็นผู้กระทํา ท่านประธานที่เคารพครับ นั่นคือเหตุผลที่ผมกราบเรียนครับว่าวันนี้เราอย่าเพิ่ง ที่จะมาปรักปรําแล้วก็บอกว่าคนนั้นคนนี้ทํา สถานการณ์มันสลับซับซ้อนกว่าที่คิด และจึงเป็นเหตุผลว่าทําไมผมเสนอว่าจําเป็นที่จะต้องมีการค้นหาข้อเท็จจริง ซึ่งผมจะได้ พูดต่อไปในเรื่องของแผนที่ได้นําเสนอในเรื่องของการปรองดอง

ท่านประธานที่เคารพครับ ผ่านเหตุการณ์วันที่ ๑๐ เมษายนไป ผมก็ทราบว่า สถานการณ์ก็ยิ่งยากลําบากมากขึ้น ประการหนึ่งก็คือว่าเมื่อมีกลุ่มคนที่ติดอาวุธกระทําการ ซึ่งเป็นการประทุษร้ายต่อประชาชน ต่อเจ้าหน้าที่ แล้วก็เข้าข่ายในเรื่องของการก่อการร้าย ก็ต้องมีการเดินหน้าสืบสวนสอบสวนเพื่อเอาคนเหล่านี้มาลงโทษในการกระทําความผิด มีการจับกุมกลุ่มคนซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ครับ ไม่ใช่ไม่มี หนึ่งในนั้นคือนายเมธีครับ ซึ่งตอนแรกพวกเราก็บอกว่าน่าจะเป็นหนึ่งในแกนนํา แต่อาจจะไม่ใช่ที่เรียกว่าแกนนํา ระดับสูงสุด อาจจะว่าเป็นแกนนําระดับ ๒ หรืออะไรก็แล้วแต่ นายเมธีถูกจับนั้นมีเรื่อง ของการที่ได้นําเอาอาวุธที่ได้ยึดไปจากทางทหาร แล้วก็มีการยอมรับว่าอาวุธเหล่านี้ มีการนําไปใช้เกี่ยวโยงกับใคร อย่างไรบ้าง แต่ทันทีที่เขาถูกจับแกนนําหลักบอกทันทีว่า นายเมธีนั้นนอกแถว ไม่แสดงความรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็ยอมรับว่า เป็นกลุ่มคนซึ่งเคลื่อนไหวด้วยกัน ขึ้นเวทีด้วยกัน นี่คือสภาพข้อเท็จจริง ผมเองก็มี ความยากลําบากมากขึ้นว่าหลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นจะเดินหน้าในการที่จะเจรจากันอีก กับใคร อย่างไร กระผมก็กราบเรียนว่าก็ต้องใช้วิธีว่ามีคนกลางครับ ซึ่งเขาอยากจะมา ช่วยเหลือคลี่คลายสถานการณ์ มาพบผมบ้าง คนในรัฐบาลบ้าง ไปพบกับทางแกนนํา ผู้ชุมนุมบ้าง ดูสิว่ามันมีทางออกอย่างไรที่จะสามารถยุติเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ แต่ระหว่างนั้น ท่านก็จะเห็นนะครับว่าการยกระดับของการชุมนุมมันมีต่อเนื่อง กลุ่มที่ชุมนุมที่ราชประสงค์ ซึ่งชุมนุมมาเป็นเวลาหลายสัปดาห์ แล้วก็ส่งผลกระทบค่อนข้างมากในทางเศรษฐกิจ นั่นไม่เป็นไรหรอกครับ เราก็ทราบกันดีอยู่แล้ว แต่ความเดือดร้อนก็ไม่ใช่น้อย เริ่มมีการพูดว่า อาจจะเคลื่อนต่อไปที่ถนนสีลมหรือพื้นที่อื่น ๆ รัฐบาลก็ต้องส่งกําลังของเจ้าหน้าที่เข้าไป คุ้มกัน ก็มีกองกําลังทหาร ตํารวจ ไปอยู่ที่พื้นที่บริเวณสีลม ก็ขอกราบเรียนนะครับว่า พี่น้องประชาชนในพื้นที่สีลมจํานวนมากเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่อยู่ที่นั่นกับเขา แล้วก็ แสดงออกในการขอบคุณที่พี่น้องทหาร ตํารวจ เข้าไปดูแลเขาในพื้นที่ แต่เหตุการณ์มันก็ไม่หยุดอยู่เพียงแค่นั้นครับ ๑ เหตุการณ์ซึ่งแทบจะไม่ได้ยินพูดกัน ในสภาในช่วงเมื่อวานนี้และวันนี้เลยครับ ก็คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ ๒๒ เมษายน ที่มีการยิงเอ็ม ๗๙ ไปลงที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้ำศาลาแดง และถนนพระราม ๔ ต่อเนื่อง ถนนสีลมจนมีผู้เสียชีวิต ก็เป็นหนึ่งในชีวิตที่สูญเสีย แต่ชัดเจนเลยว่ากรณีอย่างนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่แน่นอน และวิถีการยิงเอ็ม ๗๙ แม้ว่าจะยัง ไม่ได้ข้อยุติเสียทีเดียวก็ออกมาจากทิศทางของการชุมนุมที่มีอยู่ครับ แรงกดดันที่เกิดขึ้น มีทุกด้านเลยครับ ด้านหนึ่งแน่นอนก็ยังพยายามหาทางว่าทําอย่างไรที่เราจะหาทางที่จะมี แนวทางทางการเมืองเจรจาปรองดองกันได้ แต่อีกด้านหนึ่งประชาชนที่เขาไม่เห็นด้วยกับ ผู้ชุมนุม เห็นการปฏิบัติการของชุดดําแล้วก็เรียกร้องออกมาต่อต้านการชุมนุมแรงขึ้น ผมก็กังวลว่าจะมีลักษณะของม็อบชนม็อบขึ้นมาเช่นเดียวกัน ก็บริหารจัดการ ด้วยความยากลําบาก วันที่ ๒๒ นั้นก็นึกว่าตํารวจ ทหาร ไปยืนกั้น ๒ ฝั่งถนนจะไม่เกิด การปะทะกัน ก็ปรากฏว่ากลับมีการยิงเอ็ม ๗๙ ออกมาจนเกิดการเสียชีวิตจนได้ ท่านประธานครับ ความเดือดร้อนเหล่านี้เป็นแรงกดดันอย่างมากที่เกิดขึ้นกับรัฐบาลด้วย ในแง่ของการบังคับใช้กฎหมาย แม้แต่ในพื้นที่ที่มีการชุมนุมหลักคือบริเวณราชประสงค์นั้น พี่น้องประชาชนที่มีที่อยู่อาศัยหรือทํางานที่นั่นก็ร้องเรียนเข้ามาว่าจะเข้าออกจากบ้าน ตัวเองต้องถูกตรวจจากด่านของการ์ด นปช. ก็มี ซึ่งก็เป็นความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็น แรงกดดันต่อการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐบาลอย่างมาก

(นายวิทยา บุรณศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนายกรัฐมนตรีครับ คุณวิทยามีอะไรครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ผมต้องกราบเรียนท่านประธาน ผมประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ให้ประธานปฏิบัติหน้าที่โดยเคร่งครัด ผมได้กราบเรียนท่านประธานผ่านไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประธานก่อนหน้าท่าน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ประท้วงเรื่องอะไรนะครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ก็ประท้วงท่านประธาน ให้ทําหน้าที่ ท่านต้องบอกท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่านต้องกระชับหน่อย เดี๋ยวก็แบบ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพอย่างเมื่อคืนนี้ครับไปอะไรก็ไม่รู้ เอากระชับเลยว่าพวกเรา ถามอะไร ท่านจะตอบอะไร ท่านเอาให้ชัด

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ต้องประท้วงนะครับ เดี๋ยวผมจะวินิจฉัยครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าไม่อย่างนั้นผมก็ไม่สามารถที่จะทําหน้าที่ได้ ผมกําลังอภิปรายไม่ไว้วางใจท่าน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคุณวิทยานั่งลงก่อนครับ ผมจะวินิจฉัยนะครับ เชิญนั่งลงก่อนครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ท่านประธานต้องทําหน้าที่ ตรงนั้นด้วย ไม่ใช่นั่งฟังจนตาเคลิ้มเดี๋ยวมันก็บ่ายโมง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อย่างนี้ครับ เดี๋ยวขอผมวินิจฉัยก่อนครับ ขอเชิญท่านวิทยานั่งลงก่อนครับ ผมจะวินิจฉัย ในเมื่อฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรีและคณะ ท่านนายกรัฐมนตรี และคณะก็มีสิทธิที่จะตอบนะครับ ตราบใดที่ยังอยู่ในเวลาที่ได้ตกลงกันไว้ ท่านมีสิทธิ ที่จะเลือกตอบเมื่อไรก็ได้นะครับ อันนี้คือข้อบังคับ เพราะฉะนั้นผมวินิจฉัยว่า ท่านนายกรัฐมนตรีอภิปรายต่อได้นะครับ ผมกํากับนะครับ ก็คือกํากับให้เป็นไปตาม ข้อบังคับนะครับ ต้องอย่างนี้ท่านวิทยาครับ คือการจะวินิจฉัยว่าวนไปวนมาหรือไม่ พี่น้องประชาชนจะเป็นผู้วินิจฉัยนะครับ ส่วนประธานจะเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหา ได้อภิปรายอย่างเต็มที่นะครับ อันนี้คือข้อบังคับของเรา ส่วนการตกลงเรื่อง ใครจะอภิปรายเมื่อไร อย่างไร เป็ นหน้าที่ของวิปทั้ง ๒ ฝ่ำยต้องไปตกลงกันเอง เชิญท่านนายกรัฐมนตรีต่อครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อความสบายใจของทุกฝ่ำยนะครับ รัฐบาลกับฝ่ำยค้านได้แบ่งเวลากัน ชัดเจนแล้วนะครับ รัฐบาลจะไม่ใช้เวลาเกินสัดส่วนที่ขอไว้ และถ้าหากว่าคืนนี้ ซึ่งจะเป็นช่วงที่ผมพูดในช่วง ๓ ทุ่มครึ่ง

(นายวิทยา บุรณศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนายกรัฐมนตรีครับ มีประท้วงอีกแล้วครับ ผมต้องขออย่างนี้เลยครับ พวกเรา อย่าประท้วงเกินความจําเป็นนะครับ ท่านวิทยาประท้วงอะไรครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

เอาอย่างนี้ครับ ผมเอา ข้อเท็จจริง ไม่ต้องประท้วง เดี๋ยวให้ฝ่ายรัฐบาลอ่านเวลาที่เหลือเลย ให้ท่านนายกรัฐมนตรี รับทราบด้วย ท่านจะได้รู้ว่าท่านควรทําตัวอย่างไร วิปฝ่ายรัฐบาลช่วยอ่านเลยนะครับ เพราะว่านี่คือการบริหารเวลา แล้วเดี๋ยวท่านรัฐมนตรีชวรัตน์ท่านคอยดูนะครับ องครักษ์ พิทักษ์นายก็จะต้องใช้เวลาอีก เพราะฉะนั้นการทําหน้าที่เรายังเหลือเรื่องที่เราบริหารกัน แล้วจะต้องให้จบ รัฐมนตรีอีก ๕ ท่านจะต้องใช้เวลาในการอภิปราย เก็บเวลาไว้ให้ รัฐมนตรีได้ใช้บ้างสิครับ เพราะท่านรองนายกรัฐมนตรีใช้ไปเยอะแล้ว

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยอย่างนี้นะครับ การบริหารเรื่องเวลาการอภิปรายนี่เป็นหน้าที่ของวิปทั้ง ๒ ฝ่าย แต่ตราบใดถ้าทั้ง ๒ ฝ่ายยังใช้เวลาอยู่ตามข้อตกลงซึ่งได้กําหนดไว้ ถือว่าเป็นวิธีการ ที่ชอบธรรมทั้งสิ้นนะครับ เชิญท่านประธานวิปรัฐบาล

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพครับ ขอให้ทางฝ่ายค้านมั่นใจได้นะครับ พวกผมรัฐบาลจะบริหารเวลาตามที่ได้ตกลงกัน แต่ก็ขอเพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านอดใจฟังสักนิดครับ เพราะท่านพูดไว้เยอะครับ เวลาชี้แจง ท่านต้องกล้าฟังด้วยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยครับ ท่านนายกรัฐมนตรีมีสิทธิอภิปรายโดยจะใช้เวลาอยู่ในกรอบที่ได้ตกลงกันไว้ เชิญอภิปรายต่อครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี 🔗

ท่านประธานครับ ฝ่ายค้าน ใช้เวลาวันครึ่งอภิปรายเฉพาะเรื่องนี้ครับ ผมเพิ่งใช้โอกาสนี้ชี้แจงยาว ๆ เป็นครั้งแรก แล้วก็ถ้าหากว่าเวลามันไปกินในส่วนของรัฐบาลนั้นเราจะบริหารจัดการกันเองครับ ไม่ไปรบกวนเวลาของฝ่ายค้าน ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุการณ์ที่มันสะเทือนใจ นอกเหนือจากความเดือดร้อนของพี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมแล้วคงปฏิเสธ ไม่ได้ก็คือเหตุการณ์ที่มีการบุกโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนะครับ ผมก็คงจะไม่จําเป็นต้องไปฉายภาพอะไรซํ้า เพียงแต่บอกว่าอันนี้ก็เกิดขึ้นจากปัญหา ความไม่เข้าใจ ความกังวล ความหวาดระแวง อยู่ตลอดเวลาว่าใครมีสภาพในการที่จะคุม จุดข่มสูงหรือบรรดาตึกสูงต่าง ๆ ได้ แต่ว่าเป็นที่ยอมรับกันเลยครับว่าพื้นที่อย่างเช่น โรงพยาบาล ซึ่งตามหลักสากลนี่ไม่มีฝ่ำยไหนเข้าไป แม้กระทั่งในยามศึกสงคราม ก็เกิดปัญหาขึ้น ท่ามกลางแรงกดดัน แรงต่อต้านต่าง ๆ นี่ครับ วันที่ ๓ พฤษภาคมนี่ ผมยังตัดสินใจว่าจะเสนอแผนปรองดอง ๕ ข้อ แล้วแผนปรองดอง ๕ ข้อนั้น ถ้าหากว่า ทุกฝ่ำยเข้ามาร่วมทําบ้านเมืองให้สงบ ๑๔ พฤศจิกายน ผมก็บอกว่าก็เป็ นเวลา ที่เหมาะสมที่จะมีการเลือกตั้ง ท่านประธานครับ ช่วงเวลาทั้งหมดนี่ท่านไม่ทราบหรอกว่า ทั้งผม ทั้งท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ แม้กระทั่งผู้บัญชาการเหล่าทัพ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม ถูกกดดันมากเพียงไรครับว่าทําอย่างไรจะให้การชุมนุมยุติลง จะด้วยวิธีใดก็ตาม แต่เราก็ยืนยันว่าต้องหาทางออกที่มันดีที่สุดที่เป็ นทางออก ทางการเมืองเสียก่อน ก็เสนอแผนปรองดองไปครับ สุดท้ายแผนนี้ทุกฝ่ายขานรับจริง แต่ผู้ชุมนุมหลังจากที่บอกว่าพร้อมที่จะเข้าร่วมขบวนการ อีก ๑ สัปดาห์ผ่านไป ก็ยังไม่ยุติการชุมนุม นั่นคือที่มาของการที่เราก็จําเป็นที่จะต้องบอกว่าถ้าเช่นนั้นเราจะมี มาตรการในการแก้ไขปัญหาอย่างไร เช่นเดิมครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่าเราไม่ต้องการ ให้เกิดการปะทะ การเผชิญหน้า เกิดการสูญเสีย เราก็ตัดสินใจว่าถ้าเช่นนั้นเราลองมาดูสิว่า พื้นที่ที่เขาชุมนุมกันอยู่นี่ พูดง่าย ๆ มันเป็นเหมือนเส้นกากบาท เส้นทางหลักของ กรุงเทพมหานคร ใจกลางย่านธุรกิจ เรารู้ว่าถ้าเข้าไปนี่ครับ การปะทะ การสูญเสียจะเกิดขึ้นมาก หลักที่เราวางไว้ก็คือว่าถ้าเช่นนั้นเราจะใช้มาตรการในลักษณะที่กดดันไม่ให้มีการเอา ผู้ชุมนุมเข้าไปเติม กดดันในเรื่องของสาธารณูปโภค แล้วก็มีการปิดล้อมโดยการตั้งด่าน ของทางทหารครับ ก็จะทําเป็นลักษณะของสี่เหลี่ยมบริเวณรอบ ๆ พื้นที่อีกทีหนึ่ง ไม่ได้เข้าไปครับ ไม่ได้เข้าไปในพื้นที่ชุมนุมหลักเลยในช่วงนี้ ด่านของทหารนั้นครั้งนี้ ต้องมีความพยายามที่จะระมัดระวังจากบทเรียนในวันที่ ๑๐ เมษายน ก็คือว่าต้องอยู่ห่าง พอที่จะไม่ให้โดนโจมตีจากเอ็ม ๗๙ ซึ่งการข่าวและหลายเหตุการณ์ในช่วงที่ผมกราบเรียนมาทั้งหมดยืนยันว่าอยู่ในบริเวณ พื้นที่ใกล้เคียงกับสวนลุมพินีก็ไปตั้งด่านครับ แต่การตั้งด่านครั้งนี้เพื่อที่จะให้สามารถ รักษาพื้นที่ได้ก็มีกฎในเรื่องของการที่จะต้องดูแลป้ องกัน อย่างที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ ได้กราบเรียนไป สิ่งที่เกิดขึ้นท่านประธานครับ มวลชนที่ราชประสงค์ก็ยังชุมนุมตามปกติ โดยสงบ ไม่มีใครเข้าไปรบกวน เขาเองก็ไม่ได้ไปสร้างความเดือดร้อนให้กับใครครับ แต่ชุดดํา กองกําลังติดอาวุธ และมีการไประดมมวลชนจากข้างนอก ก็มาใช้แนวทาง ที่เขาเรียกว่าเป็นขนมชั้นครับ มาซ้อนไว้อีก ทางเหนือก็จะมีตั้งแต่ดินแดงไล่ลงมา ถนนราชปรารภ ทางใต้บริเวณถนนพระราม ๔ ก็มีปัญหาตั้งแต่คลองเตย บ่อนไก่ ไปจนถึง สะพานเหลือง อย่างนี้เป็ นต้นครับ ถามว่าปฏิบัติการของคนชุดดําชุดนี้ทําอะไร ผมก็ยืนยันครับว่ามีการใช้กําลัง แล้วถ้าท่านบอกว่าตกลงชุดดํามีจริงหรือไม่ ไปดูสิว่า ทําไมสื่อต่าง ๆ ไม่สามารถเข้าไปได้ ขอกราบเรียนว่ามีครับ ไม่ใช่ไม่มี นิตยสารออนไลน์ (Online) ที่ชื่อเอเชีย ไทม์ส (Asia Times) เพิ่งตีพิมพ์บทความสําคัญเป็นสกูป (Scoop) พิเศษ ใช้คําว่าพูดง่าย ๆ คือเปิดหน้ากากชุดดํา มีผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ๒ คน ขอเข้าไปดู แล้วก็ใช้เวลาอยู่กับคนชุดดําในคืนวันที่ ๑๕ พฤษภาคม มีเงื่อนไขเดียวคือถ่ายรูปออกมาไม่ได้ แต่เขาเล่าละเอียดครับว่าชุดดําเหล่านี้มีจริงมีอาวุธออกไปปฏิบัติการในพื้นที่ที่ทหารตั้งด่าน กลับเข้ามาทําอะไร อย่างไร เป็นการยืนยันอีกครั้งหนึ่งครับว่าเรื่องทั้งหมดไม่ใช่เรื่อง ที่มีการเสกสรรปั้นแต่งขึ้นมาแต่เป็นของจริง แล้วผมก็จะขออนุญาตให้ท่านประธาน เพื่อนสมาชิก และพี่น้องประชาชน ได้ดูครับว่าช่วงที่มีการปะทะกันและมีการสูญเสียกันมาก ในขณะนั้น ปฏิบัติการที่เกิดขึ้นจากคนที่มีอาวุธไม่ว่าจะเป็นเอ็ม ๑๖ หรือเอ็ม ๗๙ แม้กระทั่งมีเรื่องของการใช้เครื่องยิงระเบิดแสวงเครื่อง มีเยอะแยะไปหมด ที่สําคัญที่สุดครับ ในเวลานั้น ศอฉ. เองก็ได้รับทราบข่าวมาและเตือนล่วงหน้าว่าปฏิบัติการของคนกลุ่มนี้ จะไม่ได้มีเป้ำหมายในการทําร้ายเจ้าหน้าที่ของรัฐเท่านั้น ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ โฆษกของ ศอฉ. และโฆษกรัฐบาล ออกเตือนพี่น้องประชาชนครับว่าการข่าวของเราก็คือคนชุดนี้ พร้อมที่จะทําร้ายกลุ่มคนบางกลุ่ม เช่น ผู้สื่อข่าว อาสาสมัครและชาวต่างประเทศ ผมอยากให้ท่านประธานได้ดูคลิปต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในช่วงนี้ครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปวิดีโอ)

นี่คือกลุ่มคนซึ่งใช้เอ็ม ๑๖ ยิง ในบริเวณสวนลุมพินี ถัดมานะครับดูที่บ่อนไก่ครับใช้เอ็ม ๑๖ ยิงแล้วก็วิ่งเข้าวิ่งออก ถัดมามีการจุดระเบิดหลังยางรถยนต์ กลุ่มคนที่เข้ามาก็มีหลายประเภทครับ นี่ดมกาว อยู่หลังยางรถ แล้วก็ภาพที่ออกไปเรื่องที่ไม่มีใครอยากเชื่อก็คือการเอาเด็กเป็ นโล่มนุษย์ คุณจตุพรบอกว่าใส่กางเกงเหลือง ไม่ดูผ้าที่พันอยู่ล่ะครับ และอยู่ที่ไหน ปฏิบัติการอะไร สิ่งนี้เป็นสิ่งที่หลายประเทศประณาม เพราะเป็นการยืนยันว่าในที่สุดแล้วมันมีกลุ่มติดอาวุธ ปฏิบัติการใช้ความรุนแรง แต่พร้อมที่จะเอาคนบริสุทธิ์ เด็ก มาเป็นเหยื่อ มาเป็นโล่ป้ องกันตัวเอง มีอีกหลายภาพครับผมจะไล่ไปเร็ว ๆ เพื่อไม่ให้เสียเวลาว่ามีชายที่คลุมหน้า มีปืน มีคนที่ แต่งกายคล้ายทหารออกปฏิบัติการนะครับ บางทีก็มีเสื้อข้างหลังเขียนอาร์มี (Army) เขียนโปลิศ (Police) แต่งชุดลายพราง แต่ว่ามีสัญลักษณ์ของการเป็นฝ่ายผู้ชุมนุม หลายต่อหลายเรื่องครับที่เราเห็นเกิดขึ้นในช่วงนั้น มีการยิงปื นออกมาจากแนวยางรถยนต์ แล้วก็มีการยิงเครื่องยิงระเบิดแสวงเครื่องครับ นี่เอ็ม ๗๙ ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนั้นเราจะพบว่าในหลายกรณีมีความพยายามที่จะวางถังแก๊ส ระเบิดถังดับเพลิง แล้วก็ต่อมาเมื่อมีการค้นอาวุธต่าง ๆ ในพื้นที่ที่มีการยึดออกมา ไม่ใช่เป็นเรื่องจัดฉาก หรอกครับ เป็นเรื่องที่มีอยู่จริงในพื้นที่ ซึ่งในที่สุดวันที่ ๑๙ เราจําเป็นต้องเข้าไปก็คือ ในบริเวณใกล้เคียงกับสวนลุมพินี นี่คือที่มาของปัญหาการกระชับวงล้อม และทําไม วันที่ ๑๙ นี่เราจึงต้องบอกว่าเราต้องเข้าไปดูแลแก้ไขปัญหาพื้นที่ตรงนั้น ผมกราบเรียน ครับว่าวันที่ ๑๘ มีหลายท่านอภิปรายบอกว่ารัฐบาลไม่พยายามเจรจา ผมกราบเรียนว่า ผมได้รับการติดต่อจากท่านประธานวุฒิสภา ผมได้รับการติดต่อจากเพื่อนสมาชิกรัฐสภา ซึ่งทํางานกับกลุ่มองค์กรเอกชน ผมพูดคุยครับ แต่ข้อเสนอซึ่งเสนอมานี่มันไม่เป็นจริง เช่นยืนยันว่าหลังหกโมงเย็นของวันที่ ๑๘ จะไม่มีการปฏิบัติการใด ๆ นอกพื้นที่ ราชประสงค์ แต่เราพบว่าคืนวันที่ ๑๘ ยังมีการยิงเอ็ม ๗๙ อยู่ เสร็จสรรพช่วงกระชับ วงล้อมมีการยิงเอ็ม ๗๙ กว่า ๑๐๐ ลูก มีข้อเสนอว่าจะเอาประชาชนที่เคลื่อนไหว ที่ดินแดง บ่อนไก่ คลองเตย สะพานเหลือง และพื้นที่อื่น ๆ ทั้งหมดไปรวมกัน ที่แยกราชประสงค์ ซึ่งไม่ได้เป็นการแก้ไขปัญหาอะไรเลย ผมก็ยืนยันในขณะนั้นครับว่า แผนปรองดอง ๕ ข้อ ยกเว้นเรื่องของปัญหาการกําหนดวันเลือกตั้งนี่ยังเป็นแผนซึ่งรัฐบาล มีความตั้งใจ กลับเข้ามาร่วมเถิด ยุติการชุมนุมเถอะ นั่นจะเป็นวิธีการยุติการสูญเสียที่ดี ที่สุด เมื่อไม่ได้รับการตอบสนอง การเข้าไปควบคุมพื้นที่สวนลุมพินีเกิดขึ้นตอนเช้า ของวันที่ ๑๙ ผมก็ขอกราบเรียนว่าวันนั้นมีผู้สูญเสียช่วงเช้า ๖ คน ๒ คนก็เป็นทหาร ๑ นาย แล้วก็เป็นผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ๑ คน เพราะฉะนั้นในวันที่ ๑๙ นี่เองครับปฏิบัติการต่าง ๆ เข้าไปแล้วก็ดําเนินการได้จนถึงแยกสารสินได้ตั้งแต่ประมาณช่วงสายของวันที่ ๑๙ แล้วก็ เป็ นจุดที่ทําให้ในที่สุดแกนนําของผู้ชุมนุมจึงบอกว่าถ้าเช่นนั้นก็จะยุติการชุมนุม จะมีการมอบตัว ก็มีการประสานงานกันครับ แต่เราห่วงมาโดยตลอดเหมือนกันนะครับว่า การบริหารการยุติการชุมนุมจะทําอย่างไร ผมขอกราบเรียนว่าประเด็นนี้เป็นประเด็น ที่เป็นปัญหามากตั้งแต่ยุคที่มีการพูดถึงการเจรจาในการทําแผนปรองดองต่าง ๆ แล้วก็ เงื่อนไขใหญ่ ๆ ๕ ข้อ วันเลือกตั้งก็ดีเคยตกลงกันได้นี่ครับ แต่เป็นไปได้อย่างไรครับว่า กลับมาถูกปฏิเสธด้วยเงื่อนไขอย่างเช่นว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพไปเข้ากระบวนการ ยุติธรรมผิดที่ คือแทนที่จะไปกองปราบ ไปดีเอสไอทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้นผู้ชุมนุมเอง คุณจตุพรเองพูดบนเวทีว่าคดีของนายสุเทพนี่ต้องไปที่ดีเอสไอด้วยจึงจะเป็นมาตรฐาน เดียวกัน เราก็เป็นห่วงครับ การบริหารจัดการการยุติการชุมนุมนี่ครับ เมื่อผู้ชุมนุมบอกยุติ มอบตัว ปฏิบัติการของทหารนี่เราก็บอกว่าขอให้หยุดอยู่กับที่ จะอยู่ถนนสารสิน จะอยู่ถนนเพลินจิต หรือประมาณถนนชิดลม จะอยู่ปทุมวัน หรือจะอยู่ถนนราชปรารภ อย่าเข้าไป เพราะว่าถ้าเข้าไปแล้วเดี๋ยวปะทะกับพี่น้องประชาชนซึ่งกําลังจะออกจากพื้นที่ การชุมนุมกลับบ้าน มีความกังวล มีความวิตก มีความระแวงอยู่แล้วว่าจะถูกจับไหม จะถูกทําร้ายไหม แต่มันก็มีสัญญาณครับมีสัญญาณออกมาก่อนที่การชุมนุมจะยุติว่าเมื่อมีการมอบตัวแล้ว การชุมนุมจะไม่ยุติจริง หรือการปฏิบัติการของกลุ่มที่ก่อวินาศกรรมหรือก่อการร้าย จะไม่ยุติจริง คําพูดบนเวทีถ้าไล่มาตั้งแต่ปีที่แล้วพูดเสมอว่าถ้ามีปัญหา ถ้าจะมีการเข้ามา สลายการชุมนุมพูดถึงการเตรียมการในการเผา การวางเพลิง การใช้ระเบิดเพลิง มาโดยลําดับเราก็กังวลครับ ผมมีข้อสังเกตที่น่าสนใจอยู่ประการหนึ่งก็คือว่า ในการชุมนุมครั้งนี้มีการจับกุมชาวต่างประเทศ ๑ ราย ที่เป็นคนอังกฤษ น่าสนใจก็คือว่า ชายคนนี้ก่อนถูกจับเราพบในคลิปซึ่งเผยแพร่ทางเว็บไซต์ ยูทูบ (Web site Youtube) ก่อนที่จะมีการยุติการชุมนุม คลิปนี้มีคนไปถ่ายเห็นฝรั่งคนนี้ชุมนุม ท่านประธานครับ ฝรั่งคนที่ทําการถ่ายทําเป็นผู้บรรยายของคลิป เจอฝรั่งคนนี้ก็บอกว่ามีข่าวว่าจะมี การนําเอารถถังบุกเข้ามาในบริเวณพื้นที่การชุมนุม ฝรั่งคนนี้ตอบว่าถ้าเข้ามาละก็ จะเข้าไปทําลาย ไปเผา ไปปล้นสินค้าในเซ็นทรัล เวิลด์ครับ ท่านประธานที่เคารพ ฝรั่งคนนี้ ดูผิวเผินก็อาจจะบอกว่าพูดจาคึกคะนองไปตามอารมณ์ แล้วก็หลังจากที่มีข่าวปรากฏ ออกไปจากคลิปนี้เขาก็ไปสัมภาษณ์หนังสือพิมพ์อังกฤษฉบับหนึ่งว่าเขาไม่ได้หมายความ อย่างนั้นจริงหรอก เขาพูดจาไปตามอารมณ์ แต่มันน่าสนใจตรงที่ว่าหลังจากนั้นเขาไป ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์อีกฉบับหนึ่งคืออีฟว์นิง สแตนดาร์ด (Evening Standard) ของประเทศอังกฤษเหมือนกัน ถูกถามว่าในที่สุดวันที่เผาเซ็นทรัล เวิลด์เขาอยู่ด้วยไหม ฝรั่งคนนี้ตอบว่าไม่ได้อยู่ครับ ก็ถูกถามต่อถ้าเช่นนั้นไปอยู่ที่ไหน เขาตอบว่าอยู่ที่ช่อง ๓ และเห็นการเผาช่อง ๓ อย่างเป็นระบบ มีการเตรียมการ มีการจัดการ เสร็จแล้วเขาก็บอกว่า วันนี้เหตุการณ์ผ่านไปอีกประมาณเดือนสองเดือนก็จะต้องมีการกลับมาชุมนุมใหม่ หรือมีการลงใต้ดิน ผมไม่คิดว่าฝรั่งคนนี้พูดจาตามอารมณ์หรอกครับ เพราะทําไมพูดจา สอดคล้องกับแกนนํา หรือแนวร่วมบางส่วน แม้กระทั่งอดีตนายกรัฐมนตรี สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเป็นตัวบ่งบอกครับว่าทั้งหมดที่ท่านมากล่าวหาว่าเราเสกสรรปั้นแต่งเรื่อง การก่อการร้าย ขบวนการต่าง ๆ ไม่เป็นความจริง ผมคิดว่าสิ่งที่ผมได้นําเสนอในวันนี้ น่าจะชัดเจนนะครับ แผนที่เอาประชาชนจํานวนมากที่เป็นผู้บริสุทธิ์มาชุมนุมมาเป็น เครื่องมือต้องการที่จะให้ชาวโลกเห็นว่าประเทศไทยกําลังก้าวเข้าสู่ความเป็นรัฐที่ล้มเหลว ประชาชนลุกฮือขึ้นมาจุดไฟเผาทั้งในกรุงเทพฯ และในต่างจังหวัด นี่ผมยังไม่ได้เอาคลิป หรือข้อความที่มีการพูดถึงเรื่องศาลากลาง ซึ่งแกนนําบางคนได้พูดบนเวทีก่อนยุติ การชุมนุมด้วย เราจับกุมนะครับ ไม่ใช่ไม่จับกุม ตอนนี้จับไปแล้ว ๒ หมายจับ แล้วอีก ๑๒ หมายจับ แล้วก็อยู่ในระหว่างการดําเนินการอีกหลายสิบคนครับ ผมก็กราบเรียนว่า นี่คือข้อเท็จจริงที่เป็นความยากลําบากที่สุดในการตัดสินใจในแต่ละช่วงว่าจะดําเนินการ บริหารสถานการณ์อย่างไร

ท่านประธานที่เคารพ เหตุการณ์สุดท้ายที่จําเป็นต้องพูดถึงคือเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นที่วัดปทุมวนารามครับ วัดปทุมวนารามนั้นมีผู้เสนอให้เป็นเขตอภัยทาน แล้วก็ มีการประสานงานมาที่รัฐบาลด้วยแกนนําผู้ชุมนุมด้วย องค์กรเอกชนด้วย มีสมาชิก ท่านหนึ่งไปหยิบยกรายงานข่าวในหนังสือพิมพ์ว่าผมไปมีความขัดแย้งกับกาชาด หรือองค์กรอื่น ๆ ที่จริงรายงานนั้นคลาดเคลื่อน แล้วก็ทันทีที่มีข่าวออกไปตั้งแต่ลงในเว็บไซต์ ผมก็รีบประสานงานกับทางกาชาด ก็ทําความเข้าใจกันครับ รัฐบาลก็ทราบดีครับว่าพื้นที่ ตรงนั้นเป็นพื้นที่สําหรับเด็ก ผู้หญิง คนชรา ซึ่งต้องการที่จะเข้าไปพักพิงเพื่อเป็ น ที่ปลอดภัย แล้วก็ได้มีการกําชับใน ศอฉ. โดยตลอดว่าพื้นที่นั้นมีความละเอียดอ่อน เป็นพิเศษ นั่นคือเหตุผลที่ผมยํ้าว่าทําไมเมื่อการชุมนุมยุติลง และมีการมอบตัวอยู่ในช่วง ที่พี่น้องประชาชนสามารถที่จะเดินทางกลับบ้านได้ เราพยายามที่จะไม่ให้เจ้าหน้าที่ มีการเคลื่อนไหวจากทิศที่มาจากสนามกีฬาหรือปทุมวันเข้ามาสู่พื้นที่ตรงนั้น แต่ในที่สุด ที่จําเป็นต้องเข้ามาเพราะต้องเข้ามาคุ้มครองหน่วยดับเพลิงที่ไฟไหม้สยามสแควร์ แล้วก็ เข้ามาที่พูดถึงรางรถไฟฟ้ำบีทีเอสนั่นละครับ มาถึงประมาณบริเวณแยกเฉลิมเผ่า ถามว่า มีการยิง มีการต่อสู้ไหม มีครับ เพราะเราก็สอบถามหน่วยปฏิบัติกันว่าเกิดอะไรขึ้น ก็ได้รับ คํายืนยันครับว่าในช่วงระยะเวลาประมาณ ๑๘.๐๐ นาฬิกา ถึง ๑๘.๓๐ นาฬิกา มีการปะทะกัน กับกองกําลังติดอาวุธที่อยู่พื้นล่างครับ นี่ละครับวิถีกระสุนที่ยิงกันไปกันมาที่เกิดขึ้น แล้วก็เป็นห้วงเวลาเดียวกับที่เพื่อนสมาชิกได้แสดงคลิปที่อยู่ในวัด แล้วก็มีผู้บรรยาย ภาษาอังกฤษบอกว่าเกิดการต่อสู้กันระหว่างการ์ดเสื้อแดงกับทางเจ้าหน้าที่ทหาร จริง ๆ แล้วเราจะเห็นนะครับว่ามีการแสดงให้เห็น จําลองเหตุการณ์ในวันนั้นเพราะว่าจะมี รถที่จอดขวางอยู่ไปตรวจสอบรอยกระสุนจากการยิงที่เกิดขึ้นได้ครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ แต่หลังจากนั้นมันก็มีข่าวเกิดขึ้นเกี่ยวกับบุคคลที่เสียชีวิตที่วัดปทุมวนาราม ผมก็ไปสอบถามพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุครับ หลายเรื่องที่ฟังมาก็ตรงกับที่เพื่อนสมาชิก ฝ่ำยค้านพูด หลายเรื่องก็ไม่ตรงเช่นที่มีการอ้างว่ามีบุคคลหนึ่งบอกว่ามีการขว้าง แก๊สนํ้าตาเข้าไปหลังวัดเพื่อให้คนออกมาหน้าวัด ไม่มีครับ แต่ยอมรับว่ามีผู้สูญเสียชีวิต ที่น่าจะเกิดขึ้นหน้าวัดและในบริเวณเต็นท์พยาบาลจริง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น และต้องมีการสอบสวน ผมกราบเรียนครับว่าในวันนี้ความเชื่อของแต่ละคนก็อาจจะ แตกต่างกันไป แต่ว่าผมขอให้ความเป็นธรรมกับ ศอฉ. ว่ามีเหตุผลอะไรที่เจ้าหน้าที่ของรัฐ จะต้องไปดําเนินการกับคนที่อยู่ในวัดในเมื่อการชุมนุมก็ยุติลงแล้ว ภารกิจที่เขาเข้าไป ในบริเวณแถวแยกเฉลิมเผ่านั้นก็เพื่อไปคุ้มครองการดับเพลิงที่สยามสแควร์เท่านั้น ที่เซ็นทรัล เวิลด์นั้นไม่ต้องพูดถึงละครับ แล้วใครที่ยังข้องใจเรื่องว่าการเผาเซ็นทรัล เวิลด์ เกิดอย่างไร รปภ. เซ็นทรัล เวิลด์เขาให้สัมภาษณ์หนังสือโพสต์ทูเดย์ (Post Today) เมื่อ ๒ วันก่อนชัดเจน บรรยายละเอียดเลยครับ ทําอะไรกันอย่างไรบ้าง มีอาวุธอย่างไร ดับแล้วเผาอีก และเขาต้องมีหน้าที่ในการต่อสู้คุ้มครองพนักงานของเซ็นทรัล เวิลด์ที่ติดอยู่ ในบริเวณพื้นที่อย่างไร ท่านประธานครับ มีการพูดกันมากเรื่องทหารอยู่บนรางรถไฟฟ้ำ หรือไม่ ท่านรองนายกรัฐมนตรีก็ชี้แจงเรื่องรูป เรื่องเวลา แต่ประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าเรามีผลการชันสูตรพลิกศพของ ๖ ศพ ที่พบที่วัดปทุมวนารามนะครับ ดาวสีนํ้าเงินจะเป็ นจุดที่กระสุนเข้า สีเหลืองคือ จุดที่ออกครับ ท่านดูทั้ง ๖ กรณีนะครับ ในทุกกรณีไล่ไปได้เลยครับ ท่านจะพบความเป็นจริง อย่างหนึ่งครับว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเป็นการยิงจากที่สูง วิถีกระสุนที่เกิดขึ้น จะเป็นในแนวราบ เพียงแต่ว่าผู้ถูกยิงอยู่ในอิริยาบถซึ่งอาจจะแตกต่างกัน เช่น ยืน นั่งยอง ๆ หมอบ ซึ่งจะสอดคล้องนะครับว่ากรณีของการรักษาพยาบาลที่กําลังเกิดขึ้น ในเต็นท์นั้นจะมีพยาบาลซึ่งพยายามช่วยคนเจ็บ ผมกราบเรียนครับว่าอย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องค้นหาข้อเท็จจริงต่อไป จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่การจะกล่าวหาว่าความสูญเสียที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากการสั่งการ จากการปฏิบัติการ อย่างเหี้ยมโหดของรัฐ ผมว่าไม่เป็นธรรม ที่จริงแล้วผมเองไม่อยากจะตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมาสอบสวนหรอกครับ องค์กรอิสระเขาทําหน้าที่ได้อยู่แล้ว คือคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แต่ก็ปรากฏว่าฝ่าย นปช. และอดีตนายกรัฐมนตรีไม่ยอมรับกลไก ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และจะอย่างไรก็ตามเข้าใจว่าท่านทั้งหลาย ก็ได้ไปยื่นถอดถอน ซึ่งทําให้ ป.ป.ช. จะต้องเข้ามาสอบสวนในเรื่องนี้อยู่แล้ว ก็จะเป็น การสอบทานอีกทางหนึ่ง ผมก็จะพยายามไปหาบุคคลที่เป็นที่ยอมรับนับถือในสังคม ให้เข้ามาทําหน้าที่อีกทางหนึ่ง นี่ก็เป็น ๑ ใน ๕ แผนของการปรองดอง

ผมกราบเรียนสั้น ๆ สุดท้ายครับว่าวันนี้ผมและรัฐบาลตั้งใจเดินหน้า เรื่องแผนปรองดอง สมาชิกท่านหนึ่งเข้าใจผมผิดนะครับ ผมพูดวันที่ ๒๖ ผมพูด ๕ ข้อ แต่ไม่ได้หมายรวมถึงเรื่องกําหนดวันเลือกตั้ง เพราะผมบอกแล้วว่าสมมุติฐานเกี่ยวกับ วันเลือกตั้งนั้นเป็นเรื่องของการที่ทุกฝ่ายเข้ามาร่วมแล้วก็ทําให้บ้านเมืองสงบโดยเร็ว ๕ ข้อนอกจากเรื่องการค้นหาข้อเท็จจริง การจะมาช่วยระดมกันสํารวจความต้องการ ของประชาชน แก้ปัญหาความเหลื่อมลํ้า เรื่องของสื่อซึ่งผมก็จะรับฟังจากที่ท่าน ได้ตั้งข้อสังเกตว่าจะเอ็นบีทีจะสื่ออื่น ๆ ซึ่งยังเป็นปัญหาอยู่จะเข้าไปแก้ไขจัดการกันอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญหรือปัญหาการเมืองอื่น ก็จะมีคณะนักวิชาการเข้ามาดู รวมไปถึงในข้อแรกที่ผมได้เสนอไว้ในแผนปรองดองว่า เราจะพยายามทําให้ปัญหาในเรื่องของการล่วงละเมิดสถาบัน ๑. ไม่เกิดขึ้น ๒. ไม่ถูกนํามาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ผมมีความจริงใจในการเดินหน้าทําสิ่งนี้ครับ แล้วผมก็เชิญชวนประชาชนทุกกลุ่ม และผมรู้ว่าพี่น้องคนเสื้อแดงที่มาเรียกร้อง ความเป็นธรรมเป็นกลุ่มคนซึ่งผมอยากจะให้เข้ามาร่วมในกระบวนการปรองดองให้ได้ มากที่สุด สมาชิกฝ่ายค้าน พรรคการเมืองฝ่ายค้านจะมีบทบาทสําคัญครับ นี่ไม่ได้มอง จากมุมมองของผมเท่านั้นนะครับ แม้กระทั่งมุมมองของต่างประเทศก็มีการพูดในทํานองนี้ครับ ผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรปที่เขาแถลงหลังเหตุการณ์วันที่ ๑๙ แล้วนะครับ เขาก็ต้องการที่จะเห็นแผนที่ผมได้นําเสนอในวันที่ ๓ พฤษภาคม ที่เป็นแผน ๕ ข้อ เป็นฐานของการที่จะเดินหน้าในการปรองดอง และเรียกร้องให้ผู้ชุมนุมได้เข้ามาร่วมกับ ทางรัฐบาลในวิธีการที่สร้างสรรค์โดยไม่มีการใช้ความรุนแรง เพื่อจะช่วยกันทําสิ่งที่ดี สําหรับประเทศ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา กระทรวงการต่างประเทศเองก็แถลงครับ เขาก็แสดงความขอบคุณที่แกนนําเสื้อแดงได้เข้ามอบตัวแล้วก็ยุติการชุมนุม เขาแสดงความห่วงใยนะครับ ผมแปลตามที่เขาพูดเลยว่าที่มีผู้สนับสนุนเสื้อแดงบางส่วน ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการวางเพลิง และการเข้าโจมตีหรือทําร้ายนักข่าว นอกจากประณามแล้วก็เรียกร้องให้แกนนําบางส่วนนั้น รวมทั้งนักการเมืองฝ่ำยค้านที่จะหยุดสิ่งเหล่านี้ แล้วก็เข้ามาร่วมในแผนของ การปรองดอง

ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ท่านอภิปรายไม่ไว้ วางใจผม และท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ พวกเรามีโอกาสชี้แจงครับ ขอยืนยันความตั้งใจ ในแนวทางต่าง ๆ ที่ได้เคยกล่าวไว้ และสํานึกอยู่เสมอในความรับผิดชอบที่เราจะต้องมี ข้อเท็จจริงที่มีการตรวจสอบหากออกมาอย่างไร ผมและท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ พร้อมรับครับ อย่าไปคิดว่ากรรมการที่ตั้งโดยรัฐบาลจะแปลว่าจะต้องไปสรุปเข้าข้างรัฐบาล เราไม่แทรกแซง ในรัฐบาลนี้ท่านประธานวิป ประทานโทษเอ่ยนาม ท่านวิทยา แก้วภราดัย เคยตั้งมาแล้วกรรมการอิสระ สอบเสร็จบอกให้ท่านรับผิดชอบ ท่านก็รับผิดชอบ แสดงความรับผิดชอบ เราพร้อมที่จะทําสิ่งเหล่านี้ แต่สิ่งสุดท้ายที่ผมอยากจะขอยํ้า มี ๒ ประเด็น

ประเด็นแรก คือมีการพาดพิงถึงกองทัพและทหาร ผมคงไม่สามารถที่จะไป บอกได้ว่าในทุกส่วนทุกพื้นที่ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี่การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ทั้งหมด จะเป็นอย่างไร แต่ผมขอเรียนครับว่ากําลังพลในหลายเหตุการณ์ได้แสดงออกอย่างชัดเจน ถึงความอดทน อดกลั้น มีระเบียบมีวินัย ถืออาวุธถูกทําร้าย ไม่ใช้อาวุธนั้นตอบโต้ มีหลายภาพที่เกิดขึ้น ผู้นําเหล่าทัพให้ความเป็นธรรมกับท่าน ท่านผู้บัญชาทหารบก ทํางานอยู่กับพวกผมนี่ครับ บางช่วงถูกตําหนิติติงอย่างรุนแรง ถูกต่อว่าต่อขาน เช่นเดียวกับผมและท่านรองนายกรัฐมนตรีว่าไม่ทําอะไรเลยหรือ เพื่อรักษาความสงบ เรียบร้อย ทําไมไม่กล้าที่จะใช้กําลังลุยเข้าไปให้เรื่องมันจบ แต่ท่านเหมือนกับผม เหมือนกับท่านรองนายกรัฐมนตรี บอกว่าเราต้องค้นหาทุกวิถีทางเสียก่อนให้มันมีคําตอบ ทางการเมือง ให้มันมีความพยายามที่จะใช้ทุกวิถีทางให้เกิดการสูญเสียน้อยที่สุด หรือไม่สูญเสียเลย ผมกราบเรียนท่านประธานว่าทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ผมอยากจะขอชี้แจง ต่อข้อกล่าวหาซึ่งผมถือว่าฉกาจฉกรรจ์ที่มีต่อผม ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ และบางครั้งพาดพิงไปถึงทางเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติ ทั้งในระดับผู้บังคับบัญชา และในระดับปฏิบัติในพื้นที่ ผมกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปจะเป็นนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ๓๐ นาที คุณหมอได้รับอนุญาตให้นําแผ่นภาพ ๘ ภาพ ยกเว้นภาพที่ ๑ ภาพที่ ๓ และภาพที่ ๕ ไม่อนุญาต แล้วก็จะมีคลิปประกอบ การบรรยาย แต่คณะกรรมการไม่อนุญาตให้เปิดเสียง ซึ่งเราก็ต้องเคารพการตัดสินใจ ของคณะกรรมการ แล้วก็จะมีการเสนอภาพอีก ๑๐ แผ่น จํานวน ๑๒ ภาพ ขอเชิญนายแพทย์ชลน่านครับ

(นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณวรวัจน์มีอะไรครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานครับ ผมวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตเรียน ท่านประธานนิดหนึ่ง จริง ๆ จะเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรีเรื่องของการปรองดอง แต่ก็อยากเรียนท่านประธานตรงนี้ว่าที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าภาพที่ยิงมาจากมุมสูง เป็นไปไม่ได้เลย ผมขออนุญาตท่านยืนยันตรงนี้นิดหนึ่งว่าภาพรอยกระสุนที่อยู่บนพื้นยิง จากแนวราบไม่ได้ ต้องยิงจากด้านบนเท่านั้นครับ เพราะฉะนั้นท่านนายกรัฐมนตรีจะใช้ ข้อมูลตรงนี้ก่อให้เกิดการบิดเบือนว่าเป็นการยิงในแนวระนาบ ทหารที่อยู่ตรงนั้นไม่ได้ยิง เกรงว่าจะทําให้คนเข้าใจผิด ก็ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีช่วยแก้ไขด้วยว่าภาพที่ยิงไปที่รถ แล้วภาพมุมกระสุนที่ยิงเจาะลงบนพื้นจะเกิดขึ้นจากกรณียิงจากข้างบนลงมาเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นก็ขอความกรุณาอย่าใช้ข้อมูลที่อาจจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดตรงนี้ได้ พอดีตอนนี้ไม่ใช่คิวที่จะอภิปราย แต่ขออนุญาตใช้เวลาชี้แจงสั้น ๆ เพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ๓๐ นาที

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ท่านประธานครับ กระผมในฐานะที่เป็นตัวแทน พี่น้องปวงชนชาวไทย มีความจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องกราบเรียนกับท่านประธาน ด้วยการตอกยํ้าอย่างชัดเจน โดยเฉพาะหลังจากที่กระผมเองได้ฟังคําชี้แจงของผู้ที่พวกเรา กล่าวหา ๒ ท่านคือ ท่านนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กระทําผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง ฝ่าฝืนสิทธิมนุษยชน ลุแก่อํานาจ เข่นฆ่าพี่น้องประชาชน เพื่อให้ได้มาซึ่งอํานาจทางการเมืองของตนเองและพวกพ้อง ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมต้องตอกยํ้าอย่างนี้มันเป็นสิทธิของพี่น้องประชาชน ถ้าพี่น้อง ประชาชนทุกคนสามารถมาพูดในสภาแทนผมได้ ผมเชื่อว่าอย่างน้อย ๑๐ ล้านคน อยากจะพูดเหมือนผมในขณะนี้ โดยเฉพาะหลังจากที่ได้ฟังคําชี้แจงของ ๒ ท่านที่ตกเป็น ผู้ที่พวกเรากล่าวหาว่ากระทําผิดอย่างร้ายแรงต่อประเทศชาติบ้านเมือง ท่านประธานครับ เรื่องที่ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ขบวนการ เหตุการณ์ ทั้งหลายทั้งปวง โดยเฉพาะที่ท่านนายกรัฐมนตรียกเอามาเพียงส่วนหนึ่ง แล้วมาตอบ ข้อซักถาม แล้วกล่าวอ้างบอกว่ามีคนชุดดํา มีผู้ก่อการร้าย มีความจําเป็นต้องปราบ สุดท้ายฆ่าประชาชน นั่นเป็นเพียงเหตุการณ์สั้น ๆ เท่านั้นเองครับ ดูเสมือนดูตามที่ชี้แจง จะเป็นจริงอย่างนั้น แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าได้ติดตามอย่างละเอียดครบถ้วนมา ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ผมตัดตอนมาตั้งแต่วันที่ ๑๙ กันยายนเป็นต้นมาก็แล้วกัน สิ่งที่เกิดขึ้นและปรากฏในสภาแห่งนี้ นั่นคือการแสดงออกที่เป็นลักษณะของ ๒ มาตรฐาน เป็นการแสดงออกที่ทุกคนบอกได้เลยว่าเป็นลักษณะของ ๒ มาตรฐาน ๒ รูปแบบ รูปแบบ เปิดเผยและรูปแบบซ่อนเร้น ผมขีดเส้นใต้ครับ รูปแบบเปิดเผยและรูปแบบซ่อนเร้ น นโยบาย แผนงาน โครงการ การกระทํา โดยเฉพาะคําพูด การแสดงออก เป็นอีกเรื่องหนึ่งครับ ทุกคนติดคําว่าเทพ นั่นเขาเรียกเทพครับ แสดงออกอย่างเทพแต่ผลการกระทําสิ่งที่ ปรากฏออกมานั้นเขาเรียกมารครับ โดยเฉพาะเป็นมารร้ายต่อประเทศไทย ๒ อย่างนี้มัน ไม่เคยไปด้วยกันครับ ปากไม่ตรงกับใจ ใจคิดอีกอย่าง ปากพูดอีกอย่าง เพราะฉะนั้นผล การกระทําที่ออกมามันก็เลยเป็นไปอีกอย่าง ตัวอย่างง่าย ๆ ในขณะนี้ ในห้องประชุมแห่งนี้ และที่ไปปรากฏต่อสายตาพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ภาพของฝ่ายค้านที่นํามาเสนอ ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย ภาพแผ่นภาพ ปรากฏเป็นอย่างลางเลือนในจอของช่อง ๑๑ หรือหลายคนเรียกว่าช่องหอยม่วง แต่ขณะที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แสดงภาพ แสดงคลิป เกี่ยวกับเหตุการณ์ ชัดแจ๋วครับท่านประธานนี่แหละครับคือตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ท่านก็ ยังจะกระทํา ไม่ต้องตอบหรอกครับว่าไม่จริง สายตาทุกคนพูดได้อยู่ และที่สําคัญครับ ทําไมหลายพื้นที่ถึงดูไม่ได้ด้วย รัฐมนตรีมาชี้แจงบอกว่ามีระบบรับหลายรูปแบบ พื้นดิน จาน โดยเฉพาะโทษจานดํา ท่านประธานครับ ดูอยู่ดี ๆ เมื่อวานก็ดูได้ วันก่อนก็ดูได้ แต่เมื่อวานเริ่มดูไม่ได้เพราะอะไรครับ นั่นคือเทคนิคการปรับคลื่น ปรับไปอีกช่องของไทยคม ทําให้พี่น้องคนที่เขาไม่มีความรู้ความสามารถด้านเทคโนโลยีตามไม่ทัน อันนี้คือ ตัวอย่างเล็ก ๆ นะครับ ท่านประธานครับ ด้วยรูปแบบการแสดงออกที่ตรงข้ามกับผล ของการกระทํา มันก็เลยปรากฏเหตุการณ์ที่เป็นสิ่งที่พี่น้องปวงชนชาวไทยเสียใจที่สุดในโลก ก็คือรัฐบาลชุดนี้ นายกรัฐมนตรีคนนี้ รองนายกรัฐมนตรีคนนี้ เป็นผู้บงการสังหารหมู่ ประชาชน แล้วที่สําคัญการบงการสังหารหมู่ประชาชนตรงนี้ปฏิเสธความรับผิดชอบ โดยอ้าง ความชอบธรรมอย่างมีความสุข อ้างความชอบธรรมอย่างมีความสุข เห็นได้อย่างไรครับ ท่านประธาน เห็นได้ขณะที่ท่านดูภาพคลิปวิดีโอ (Clip video) ของการปะทะกันที่บริเวณ สี่แยกคอกวัวกับอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนดินสอ ท่านดูอย่างมีความสุข เพราะท่าน กําลังจะบอกว่านี่อย่างไรมีชุดดํา มีผู้ก่อการร้าย มีขบวนการ ก็มีความจําเป็นต้องดําเนินการ ตามกฎหมาย ที่ท่านใช้คําพูดบอกว่านิติรัฐอยู่ตลอดเวลา ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรี บอกว่ามีขบวนการของการดําเนินการอย่างเป็นรูปแบบ เป็นระบบ ปลุกเร้าให้เกิดมวลชน รองนายกรัฐมนตรีก็พูดเมื่อคืนนี้ ปลุกเร้าให้เกิดมวลชน สร้างกองกําลังติดอาวุธ และผสมผสานด้วยฐานพรรคการเมือง เพื่อก่อให้เกิดขบวนการในการใช้คําว่าล้มรัฐบาล และปฏิวัติประชาชน ท่านนายกรัฐมนตรีพูดตอนสุดท้ายบอกว่าขบวนการเหล่านี้จะสร้าง เงื่อนไขให้เกิดคําว่ารัฐที่ล้มเหลว คือไม่สามารถบริหารปกครองบ้านเมืองได้ ไม่สามารถ บังคับใช้กฎหมายได้ ก็จะเป็นเหตุให้รัฐบาลชุดนี้อยู่ไม่ได้ ท่านประธานครับ นั่นคือจินตภาพ จินตนาการของสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ได้ดําเนินการ จินตภาพ จินตนาการ ที่มองอีกฝ่ายหนึ่ง เป็นคู่แข่งทางการเมืองที่ต้องกําจัด มองคู่แข่งทางการเมืองว่าเป็นศัตรู ไม่ให้โอกาส เพราะฉะนั้นกระบวนการ วิธีการต่าง ๆ ต้องดําเนินการและสร้างขึ้นมา ท่านกล่าวหาว่า กลุ่ม นปช. ต่อต้านเผด็จการแห่งชาติเป็นขบวนการการก่อการร้ายอย่างเป็นรูปแบบ เป็นระบบ

ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับว่า สิ่งที่รัฐบาลทําถ้าผมจะกล่าวหาในญัตตินี้ก็ได้เช่นกัน ท่านเพิกเฉย แสดงออกเฉพาะหน้าฉาก แต่หลังฉากท่านบอกว่าท่านไม่ได้ทํา แน่นอนครับ ท่านอาจจะไม่ได้ทํา ท่านสามารถ ปฏิเสธความรับผิดชอบได้ แล้วคนชุดดําที่พวกพี่น้องเสื้อแดงเขาก็สงสัยว่ามาจากไหน ทําไมกระชับวงล้อมแล้วถึงมีคนไปอยู่บนตึกสูงได้ ทั้ง ๆ เป็นเขตควบคุมของทหาร ทําไมสี่แยกคอกวัว ทําไมถนนดินสอ มีคนซุ่มยิงขณะที่เกิดเหตุ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าต้องพิสูจน์ แน่นอนครับ พวกผมก็อยากพิสูจน์ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีกับท่านรองนายกรัฐมนตรี ในเรื่องของผลการปฏิบัติการครั้งนี้ อย่าว่าแต่เสียหายต่อชีวิตของพี่น้องประชาชน ทหาร ตํารวจ เลยครับ ๘๙ ศพ ตายที่ต่างจังหวัด ๒ ศพ ตายที่นี่ ๘๗ ศพ รวมทั้ง วันที่ ๒๒ ด้วยนะครับ บาดเจ็บ ๑,๘๘๖ คน รออยู่ในห้องไอซียูอีก ๒๐๐ กว่าคน ท่านประธานครับ เรื่องเหล่านี้เองเป็ นสิ่งที่เป็ นผลพวงที่เกิดจากการกระทํา ซึ่งตัวผู้บริหารเอง ตัวผู้อํานวยการ ศอฉ. เองสามารถจะเลือกวิธีการได้ แต่ท่านไม่เลือก ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรีพยายาม ที่จะเอาภาพถ่ายที่เป็ นคลิปวิดีโอแล้วมาบอกกับสภาแห่งนี้ว่านี่อย่างไรคนชุดดํา ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ ภาพถ่ายที่เอามาแอบอ้าง ที่มาแสดงในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคําพูดของแกนนําที่ปรากฏอยู่ในคลิป เช่น เก็บไว้ในใจอย่าบอกใคร คําพูดของคนที่ปรากฏในคลิปบอกว่าทรราช เปื้อนเลือด กระบอกปื น มีคนชุดดํา เดินไปเดินมา มีภาพยิงจากตึกสูง ท่านประธานครับ ผมเองเป็นกรรมการคนหนึ่งที่ตรวจ ชันสูตรพลิกศพ พี่น้องประชาชนคนเสื้อแดงตายวันนั้นทันที ๑๗ ศพ ๑๗ ศพ โดนยิงหัว เป็นส่วนใหญ่ครับ ไม่ยิงหัวก็ส่วนร่างกายที่เป็นส่วนบน ปืนลักษณะเป็นปืนอาวุธร้ายแรง ที่เราเรียกว่าปืนความเร็วสูง แน่นอนครับ เอ็ม ๑๖ บอกชัด ๆ เลย ดูจากวิถีกระสุนลักษณะการทําลาย เอ็ม ๑๖ โดนหัวแบะ ทําลายเครื่องใน กลไกต่าง ๆ ที่ผ่านเข้าไปเละหมด ท่านประธานครับ อันนี้คือสิ่งที่มันปรากฏขึ้นเป็นภาพ ผมจะไม่แสดงแล้วเพราะผมไม่มีเวลา เพราะเพื่อน ๆ ตัวท่านนายกรัฐมนตรีเองได้แสดง ไปแล้ว ท่านประธานครับ สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้นผมไม่อยากจะโต้ท่านนายกรัฐมนตรีหรอกว่า นี่อย่างไรครับ เป็นสิ่งที่ท่านบอกว่าท่านไม่ได้ทํา แต่แล้วใครกระทํา ถ้าสมมุติว่าท่านเอง ก็ไม่รู้ พวกพี่น้องเสื้อแดงไม่รู้ ท่านบอกว่าคนเสื้อแดงบางคนรู้ ก็เอาภาพคนให้สัมภาษณ์ ณ สถานการณ์มากล่าวอ้างว่านี่อย่างไรคนยิง ท่านประธานครับ นั่นอย่างไรคือเงื่อนไข ที่ไปสร้างกองกําลังติดอาวุธที่เราก็ไม่ทราบฝ่ายว่ามาจากไหนให้สามารถปฏิบัติการได้ หลังจากวันที่ ๑๐ เป็นต้นมา ท่านนายกรัฐมนตรีกล่าวหาว่ามีการยกระดับในการชุมนุม ไม่ว่าจะขยายไปสีลม โดยการกล่าวอ้างนะครับ มีการยกระดับในการชุมนุมโดยการกระทํา ให้เกิดความวุ่นวาย เช่นมีการยิงเอ็ม ๗๙ อะไรต่าง ๆ ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้ เสมือนที่เป็นการเตรียมการและมีแผนไว้พร้อม ผมพูดเหมือนนายกรัฐมนตรีเลยครับ ท่านประธานครับ พี่น้องเสื้อแดงเขามีวัตถุประสงค์ชัดเจนเลย ไม่ว่าจะเป็นขบวนการ หรือไม่เป็นขบวนการ ชัดเจนคือเพียงขออํานาจของเขาคืนเท่านั้นเอง เขาต้องการเลือกตั้งใหม่ เขาต้องการใช้สิทธิของเขาใหม่ เพราะเขาเชื่อโดยความบริสุทธิ์ใจเลยว่ารัฐบาลชุดนี้ มาด้วยความไม่ชอบตามระบอบประชาธิปไตย ถึงแม้จะอ้างว่าชอบด้วยระบบรัฐสภา ผลการเลือกตั้งทั่วไปเห็นชัดเจนว่าประชาชนเขาไม่ได้ไว้วางใจให้ท่านมาเป็นผู้บริหาร ประเทศ ท่านพูดในที่นี้เอาดีใส่ตัวเองครับ แต่ท่านไม่ได้บอกว่าขณะที่ท่านพยายาม ล้มรัฐบาลสมชาย ล้มรัฐบาลสมัคร ท่านทําอะไร ฐานพรรคการเมือง กลุ่มมวลชนครับ ผู้บงการที่มีอํานาจอยู่หลังพรรคการเมืองของท่าน อันนี้ก็คือขบวนการ แล้วผมจะกล่าวหาว่า นี่คือขบวนการการทําร้ายประเทศไทยได้ไหมครับท่านประธาน ผู้มีอํานาจอยู่ หลังพรรคการเมือง สร้างฐานมวลชนขึ้นมา พรรคการเมืองหนุน เหมือนกันเปี๊ ยบ ท่านประธาน ความคิดนี้ไม่ใช่จะออกมาง่าย ๆ นะครับ มันเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องมา ตั้งแต่ปี ๒๔๗๕ เป็นต้นมา เกิดการปฏิวัติ รัฐประหาร เป็นมาอย่างนี้ตลอด ผมสงสาร นายกรัฐมนตรีท่านอาจจะไม่รู้ด้วยความบริสุทธิ์ใจของท่าน หรือรู้แต่ว่าจําเป็นต้องกระทํา เพราะรูปแบบการแสวงหาอํานาจ การครอบครองอํานาจในขณะนี้มีขบวนการที่ผมพูด อย่างนี้ละครับ พรรคการเมืองแสดงหน้าฉากอย่างสวยงาม นําเสนอในสิ่งที่เป็นนโยบาย ทําให้คนเชื่อถือ ต้องยอมรับครับท่านนายกรัฐมนตรีคนนี้เก่งมากในการนําเสนอ โน้มน้าว ชักจูง ด้วยรูปร่างลักษณะท่าทาง วิธีการ ที่มาที่ไป ได้หมดครับ ก็เลยเป็นที่หมายปองว่า นี่คือตัวแสดงหน้าฉากที่แท้จริงที่จะเป็นประโยชน์

ท่านประธานครับ ขบวนการของกลุ่มมวลชนที่เกิดขึ้นมาชุมนุมประท้วง ขับไล่รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีสมชายแตกต่างจากกลุ่มมวลชนที่ท่านกล่าวว่า เสื้อแดงมาขับไล่ไหมครับ ไม่ได้แตกต่างกันหรอกครับ แต่เสื้อแดงผมกราบเรียน ท่านประธานเลยครับ ข้อเรียกร้องเขาชัดเจน เพียงแต่คุณคืนอํานาจ ยุบสภา ทุกอย่างจบ เท่านั้น ท่านบอกว่าท่านเองพยายามที่จะเข้าสู่การแก้ปัญหาด้วยวิธีที่เป็นนิติรัฐ นิติธรรม ตามคําสั่งของศาล ท่านประธานครับ เหตุการณ์วันที่ ๑๐ ผมจะไม่ลงลึกในรายละเอียด กลับไปที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพบอกว่ารัฐบาล ศอฉ. เองได้สั่งให้ยุติการสลาย การชุมนุมก่อนหกโมงเย็น ท่านประธานครับ แล้วบอกว่าสาเหตุที่มีการปะทะกันเนื่องจากมีพี่น้องเสื้อแดง เข้าไปปิดล้อม ปิดล้อมกองกําลังเลยทําให้เกิดการปะทะกัน เกิดการยิงกัน ท่านประธานครับ วันนั้นผมอยู่ในเหตุการณ์โชคดีที่ไม่ถูกยิง ท่านยิง ประกาศการสลายการชุมนุม นี่เป็นหน้าฉากนะครับ ชัดเจนครับ เข้ามาทางกองทัพภาคที่ ๑ สะพานมัฆวานรังสรรค์ มีการปะทะ มีการต่อสู้ดันกัน สุดท้ายท่านก็บอกว่าอาศัยมาตรฐานหลักสากล ทหาร หยุดเลย แต่ท่านประธานครับ จากการหยุดตรงนั้นท่านก็บอกว่าใช้มาตรฐานสากล แต่นายเกรียงไกร คําน้อย เสียชีวิตวันที่ ๑๑ เวลา ๐๓.๓๐ นาฬิกา ณ โรงพยาบาลวชิรพยาบาล จากเหตุการณ์ปะทะถูกกระสุนจริงครับที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ เข้าไปรับการรักษา ที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล เวลา ๑๖.๓๘ นาฬิกา นี่คือเป็นตัวอย่างครับ กลางวันแสก ๆ ท่านก็ยังใช้กระสุนจริง ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าอาจจะเกิดที่สี่แยกคอกวัวตอบในสภา แห่งนี้ ไม่อาจหรอกครับ สี่แยกคอกวัวเกิดหลัง ๑๘.๐๐ นาฬิกา นี่เขาเข้าไปโรงพยาบาล ๑๖.๓๐ นาฬิกา ชัดเจนครับ ชัดเจนเลยท่านใช้กระสุนจริง ท่านบอกว่ากระสุนจริงมีไว้ ยิงขึ้นฟ้ำ แต่ถ้าร่างต่าง ๆ ที่ประทับบนบ่าและเล็งเข้าใส่พี่น้องประชาชนยิงตรง ๆ กัน อันนี้ คือตัวอย่างครับท่าน ผมไม่กล่าวหาหรอกครับว่าท่านไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล เพราะว่าสมาชิกได้อภิปรายไปเยอะ แต่การใช้ปื นลักษณะแบบนี้ ท่านประธาน มาตรฐานสากลเขาใช้กันหรือครับในการควบคุมฝูงชน ในการสลายการชุมนุม สไนเปอร์ ทาโวร์ ประสิทธิภาพดีที่สุดที่เข้ามาใหม่ของหน่วยรบพิเศษที่จังหวัดลพบุรี แล้วก็ จังหวัดปราจีนบุรี วันสุดท้ายเข้ามา ๕๐ กระบอก ท่านประธานครับ อันนี้เป็นแหล่งข่าว ที่ผมไม่อยากจะบอกว่าเป็นตํารวจชั้นผู้ใหญ่ที่บอกกับผม เพราะผมเองไปรอรับมอบตัว ของแกนนําที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติ เวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา กับท่านรัฐมนตรีวิชาญ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานในสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ยก ขึ้นมาแล้วชี้แจงต่อสภาแห่งนี้ โดยเฉพาะเรื่องที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าพยายามที่จะใช้ แผนในการปรองดอง เสนอแผนปรองดอง ตั้งแต่วันที่ ๓ พฤษภาคม หลังจากที่มี การประชุมของวุฒิสภาตามมาตรา ๑๖๑ ท่านบอกท่านได้รับความกดดันอย่างมาก ผมเห็นใจว่าท่านได้รับความกดดัน แต่ว่าภายใต้ความกดดันของท่านผมเอง กลับประหลาดใจอย่างที่สุดนะครับ เพราะว่าท่านได้คบคิดอาวุธชนิดใหม่ออกมาเพื่อมา ใช้หาความชอบธรรมและเข่นฆ่าประชาชน คํานั้นคือคําว่าปรองดองครับ รัฐบาลชุดนี้ เก่งมากการประดิษฐ์คํา ขอพื้นที่ กระชับพื้นที่ ปรองดอง นี่อย่างไรครับวาทะคําเหล่านี้ ล้วนใช้เป็นเครื่องมือในการแสวงหาความชอบธรรม แล้วไปฆ่าพี่น้องประชาชนโดยที่ไม่ผิด เสมือนว่าได้ใบสั่งฆ่าโดยได้รับการอนุญาตไลเซนส์ ทู คิล (License to kill) ท่านประธานครับ มีคนเดียวในนี้ ผมเองดีใจนะครับ วันที่ ๑๑ ผมฝันว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะประกาศยุบสภา เพราะเกิดความสูญเสีย แต่สิ่งที่เสียใจที่สุดก็คือว่านายกรัฐมนตรีไม่ประกาศยุบสภา ไม่รับผิดชอบ แถมบอกว่านั่นอย่างไรกองกําลังติดอาวุธ บุคคลไม่ทราบฝ่าย คนชุดดํา ตอนนั้นยังหาคําพูดไม่ได้ครับ พอวันที่ ๑๒ นี่เองครับผู้ก่อการร้ายออกมาเลย เป็นยันต์กันผีไม่ให้ท่านได้รับผิดในสิ่งที่ท่านไม่มีส่วนรู้เห็นเป็นใจ แน่นอนครับท่านไม่ได้ กระทําแน่ เพราะผมบอกแล้วว่าท่านเองเป็ นคนทําหน้าฉากแต่มีคนทําหลังฉาก อีกกลุ่มหนึ่ง ต้องตอบให้ได้ครับประเทศนี้บ้านเมืองนี้ใครเป็นคนทํา ถ้าปล่อยให้บ้านนี้เมืองนี้ เป็นอย่างนี้ นั่นคือความอัปยศอดสูของประเทศนี้บ้านเมืองนี้ และที่ร้ายกาจที่สุดครับ สถาบันที่พวกเราเคารพเทิดทูนกลับถูกสิ่งเหล่านี้ออกมาเพื่อที่จะใช้แอบอ้างเป็นบันได เราต่อสู้ในเชิงกลับนะครับ ถ้าเราทําลายขบวนการเหล่านี้ออกไปได้ผมว่าประเทศนี้ บ้านเมืองนี้จะมีระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขล้นเกล้าฯ ของพวกเราที่พวกเราเทิดทูนและพี่น้องประชาชนก็เป็นพสกนิกรของพระองค์ท่าน จงรักภักดี แน่นอนครับ ไม่มีใครไม่จงรักภักดี เพื่อสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ ทรงสร้างทุกสิ่งทุกอย่างมา บรรพบุรุษ บุรพมหากษัตริย์ของเรา ตรงนี้ไม่ปฏิเสธครับ ไม่มีหรอกครับที่ใครจะทําอย่างนั้น ขบวนการเหล่านี้ต้องตีให้แตก ต้องเอาออกไปจาก ประเทศไทยให้ได้

ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธาน ที่ท่านนายกรัฐมนตรี ใช้คําว่าแผนการปรองดองมาเป็นเครื่องมือ ผมต้องบอกเป็นเครื่องมือจริง ๆ ครับท่านประธาน ท่านยื่นวันที่ ๓ พฤษภาคม บอกว่าจะไม่มีการเจรจาใด ๆ รับก็รับไม่รับก็ไม่รับ ฝ่าย นปช. เอง เขาเองต้องการจริง ๆ ในเรื่องที่จะคืนอํานาจ และสิ่งเหล่านี้ถ้าไม่รับ นปช. คือตายครับ ถ้ารับโอกาสมีได้อยู่บนความลางเลือนว่าจะได้เลือกตั้งวันที่ ๑๔ จริงหรือไม่ เพราะท่านเอง มีเงื่อนไขว่าต้องสงบและเรียบร้อย ต้องมีความสงบและเรียบร้อยภายในของประเทศถึงจะ มีการเลือกตั้ง และผมกราบเรียนท่านประธานเลยครับว่าความสงบเรียบร้อยนี้เป็นคํา แสดงหน้าฉากเท่านั้น แต่เบื้องหลังฉากที่ผมพูดแล้วว่าการนําเสนอกับการกระทํา มันแตกต่างกัน มันจะไม่สงบและเรียบร้อย ไม่มีทางครับ เอ็ม ๗๙ บ้านนี้เมืองนี้ เป็นประเทศผลิตเอ็ม ๗๙ ขายหรืออย่างไรครับท่านประธานทําไมรัฐบาลไม่เร่งจัดการ บอกออกมาชัดเจนว่าไม่มีใช้ในกองทัพ เพราะฉะนั้นคําว่าปรองดองของท่านนี่มันเป็น ยาพิษขนานเอกที่ทําลายทําร้ายประเทศไทย ผมกราบเรียนเลยครับ ท่านพยายามยํ้าตลอดว่า แผนปรองดอง ๕ ข้อท่านจะเป็นจริง ท่านอย่าได้ฝันนะครับ ตราบใดที่ท่านยังไม่เยียวยา ให้ความเป็นธรรมกับทุกคนในสังคมนี้ได้ที่ท่านพยายามทําแล้วให้เกิดความแตกแยก อย่างที่สุด ทหารลูกหลานของพี่น้องประชาชนมองหน้ากันดี ๆ นะครับ รักกันกลับมายิงกัน โดยสิ่งที่ท่านพยายามที่จะใส่เข้าไปในหัวเขา ยกตัวอย่าง เจ้าหน้าที่ของช่อง ๑๑ ครับ ผมเชื่อว่าเขาทํางานด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่สิ่งที่เขาปฏิเสธไม่ได้คือการสั่งการ ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าหลังจากวันที่ ๑๐ เข้าสู่กระบวนการของ วันที่ ๑๓ ถึงวันที่ ๑๙ ท่านเองว่าท่านรู้แล้วว่าถ้ามีการปะทะกันก็จะเกิดความสูญเสีย เกิดความเสียหาย ท่านรู้อยู่แก่ใจครับ เมื่อมีการปะทะกันจะต้องมีความสูญเสียและมี ความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน แต่ท่านก็ยังปล่อยให้กระทําโดยอ้างว่าเป็นการกระทํา เพื่อที่จะกระชับและบีบคั้นให้ผู้ชุมนุมยุติการชุมนุม แต่ท่านประธานครับ ขนาดที่บีบคั้น เขามา นี่ห่างจากศาลาแดง ๕๐ เมตรเป็นเต็นท์แรก ๆ ที่พี่น้อง นปช. เขาใช้พักอาศัยอยู่ ๑๔ ศพครับ ๑๔ ศพที่อยู่หลังเวทีนับตั้งแต่ ๕๐ เมตรห่างจากศาลาแดงเข้ามา นี่ละครับ กระชับพื้นที่ รักษาชีวิต ท่านรู้อยู่แก่ใจครับ แล้วท่านเองใน ศอฉ. ก็พูดกันชัดเจนครับบอกว่า แผนให้กระชับพื้นที่นี่เขียนเป็นฉากคัดออกมาเลย วงล้อมอันที่ ๑ ตายอย่างน้อย ๓๐-๕๐ คน บาดเจ็บ ๑๐๐ คน กระชับบีบอันที่ ๒ ตาย ๑๐๐-๒๐๐ คน บาดเจ็บ ๕๐๐-๑,๐๐๐ จัดการ เบ็ดเสร็จเด็ดขาดวันสุดท้ายตาย ๑,๐๐๐ คน บาดเจ็บไม่น้อยกว่า ๕,๐๐๐ คน โชคดีนะ ท่านประธานครับ การกระชับพื้นที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาดวันสุดท้ายนี่แกนนําได้ประกาศยุติ การสลายการชุมนุม แต่แน่นอนครับ พี่น้อง นปช. เราเองก็รักตัวกลัวตาย ด้วยกําลังที่เหลือน้อยใครหนีได้ก็หนี ออกก่อน ๑๑ โมงมีครับ เพราะเที่ยงท่านเข้ายึดพื้นที่ทั้งหมด ท่านยึดพื้นที่ทั้งหมดนะครับ พี่น้อง นปช. ส่วนใหญ่แตกกระเส็นกระสายออกไปวัดปทุมวนาราม สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ตึกร้าง อาคารพัก มีคนเดียวยืนถือธงอยู่หน้าเวทีขอต่อสู้ต่อ หายไปแล้วครับ ผมไม่แน่ใจว่า ไปต่อสู้ในพิภพใด ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าขบวนการ การต่อต้านให้มีกองกําลังติดอาวุธ มีการสู้รบกับฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ ท่านประธานครับ ผมเองด้วยใจเป็นธรรมนะครับ สมมุติฐานของการล้อมปราบขณะที่เขาชุมนุมเขาต้อง มีการป้ องกันตัว ไม่ว่าจะสร้ำงบังเกอร์เอาไม้ไผ่มาทําเป็ นรั้ว ไม่ปฏิเสธครับ สรรหาอาวุธที่เขาจะมีได้ ไม่ว่าจะเป็ นหนังสติ๊ก สลิงชอต (Slingshot) ที่นักข่าว ต่างประเทศบอก ปื นพกสั้นที่ท่านเห็น ที่นายกรัฐมนตรีบอก ภาวการณ์นั้นคือ ภาวการณ์การต่อสู้เพื่อจะเอาชีวิตรอดนะครับ ถ้าสมมุติเขาแสวงหาอาวุธได้มากกว่านั้น ผมเชื่อว่าเขาทํา เพราะภาวะวิกฤติอย่างนั้นคือการเอาชีวิตรอด แต่ผมไม่ได้ส่งเสริมนะครับ และใครทําครับ ท่านนายกรัฐมนตรีเอง ท่านสุเทพเอง นั่นละครับที่สั่งทหารกระชับเข้าไป บังคับให้เขาต้องทํา คุณมาต่อสู้กับผมสิ นี่คือวิธีการที่อยุติธรรมที่สุด เพราะรู้อยู่แล้วว่า เขาไม่สามารถต่อสู้ได้ คุณจะเอาอาวุธที่ไหนมาครับ กระชับวงล้อมบีบรัดตั้งแต่ วันที่ ๑๒ เป็นต้นมา ขนไปทางไหนครับ ขึ้นฟ้ำก็ไม่ได้ มุดดินก็ไม่ได้ วิธีการตัดนํ้า ตัดไฟ ทําให้พี่น้องที่อยู่ชุมชนรอบข้างเดือดร้อน ไร้มนุษยธรรม คนแก่ ๆ หิ้วนํ้าตั้งแต่ชั้น ๑ ถึง ชั้น ๑๒ นี่คือผลของการกระทําของท่านนะครับ ท่านรู้อยู่แก่ใจว่าเสียหาย รู้อยู่แล้วว่า ถ้ากระทําอย่างนี้จะเกิด โดยอ้างว่ามีสัญญาณจากการปราศรัยบนเวที การพูดออกสื่อ แม้แต่เอาคําสัมภาษณ์ของฝรั่งออกมาเมื่อสักครู่ แล้วก็มาสรุปว่าฝรั่งคนนี้พูดเหมือน แกนนํา นปช. ดีนะครับไม่ยกตัวอย่างพูดเหมือนแกนนํา นปช. พูดเหมือนรองประธาน อภิวันท์ วิริยะชัย ดูหน้าตาที่เขาพูดสิครับ นั่นคือสิ่งที่เขาได้ยินบนเวที นั่นคือมาตรการ การต่อสู้เป็นเงื่อนไข เขาต่อสู้ด้วยสันติ อหิงสา ถ้าคุณมาล้อมปราบผมนี่ผมไม่มีอะไร จะทําแล้วนอกจากชีวิตและความเสียหายที่เกิดขึ้น ตายคือตาย นั่นคือข้อต่อรอง ทางยุทธศาสตร์ของการต่อสู้ของคนที่ไม่มีอะไรเลย ท่านกลับเอาไปแอบอ้างว่านี่อย่างไร คือการเตรียมการ ๕ โมง ไฟไหม้ที่ตึกเซ็นทรัล เวิลด์ ท่านเข้ายึดพื้นที่ แกนนํามอบตัว ๑๓.๒๐ นาฬิกา หลังจากนั้นท่านเข้ายึดพื้นที่ สถาปนาพื้นที่ได้ทั้งหมด แต่ท่านบอกว่า มีกองกําลังซุ่มยิงอยู่ ไฟไหม้ ๕ โมงครับท่านประธาน ตึกสยามก็ ๕ โมงเย็น ทําไมกองกําลัง ท่านมีประสิทธิภาพ มีความสามารถมากมาย ทําไมท่านไม่ตรึงพื้นที่ไว้ ท่านรู้อยู่แล้วว่า ระบบไฟ ระบบนํ้า ของเขามีสํารองได้ในระยะจํากัด ตึกเซ็นทรัล เวิลด์เป็นตึกที่ได้รับ การยกย่องเป็นศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุด ได้รับรางวัลด้วย ระบบการป้ องกันอัคคีภัย เขาแน่นหนาเป็นไปตามกฎหมายทุกอย่างครับ สํารองนํ้า สํารองไฟ มีการจัดการในตัว ของมันเองได้หมด ท่านประธานครับ ถ้าไม่ตัดวงจรมัน ถ้าไม่ตัดวงจรนํ้า ถ้าไม่ตัดวงจรไฟ ที่จะเสริมเข้าไปมันจะไหม้ถึงขนาดนี้หรือครับ ที่สําคัญท่านรู้อยู่แก่ใจอยู่แล้วว่าจะเกิดไฟไหม้ ท่านกลับตัดอย่างนี้ แล้วไม่สนับสนุน คนที่จะคอยเข้าไปช่วยเหลือ มีดับเพลิงไหมครับ มีรถไหม ไม่มี ท่านก็อ้างบอกว่า มีกองกําลังมาซุ่มยิงเขาเข้าไม่ได้ ก็กองกําลังที่ท่านรู้เห็นเป็นใจครับ แล้วทําบอกไม่รู้ ไม่รู้มาจากไหน ท่านอาจจะไม่รู้ด้วยความบริสุทธิ์ใจจริงผมไม่ว่า ท่านประธานครับ สิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดเรื่องวัดปทุมวนาราม ท่านก็มาสรุปว่า เอาละ เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นนี่มันเป็นความเชื่อที่แตกต่างกัน เหตุการณ์มันเกิดขึ้น ท่านจะพยายามให้ ความยุติธรรม นั่นคือท่านยอมรับเลยครับว่ามันเกิดขึ้น ท่านยอมรับว่ามันเกิดขึ้น ท่านอาจจะคาดคิดหรือไม่คาดคิดผมไม่แน่ใจ เพราะว่าบทบาทการแสดงของท่านคือ การแสดงออกหน้าฉาก หลังฉากคนอีกกลุ่มหนึ่งทํา ถามว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่เจ้าหน้าที่ จะไปทําหลังจากมีการสลายการชุมนุมไปแล้ว ยุติการชุมนุมไปแล้ว มีครับท่านประธาน คนทํานี่เขาหวังผลอย่างรุนแรงครับ เขาเชื่อมั่นว่าผลการกระทําของเขานี่เขาจะไปเติม เสริมความเป็นผู้ก่อการร้าย จุดมุ่งหมายทําลายเสื้อแดงให้สิ้นราบ เพราะว่าภาพเหล่านั้น คือเสื้อแดงเผา สร้างความเกลียดชังให้กับพี่น้องประชาชนคนในกรุงเทพฯ และคนรัก ความเป็นธรรม เห็นไหมเสื้อแดงมันเลว มันไปเผาบ้านเผาเมือง สร้างความเป็นธรรม ให้กับตัวเองเพื่อจะทําลายพรรคการเมืองคู่แข่ง เห็นไหมพรรคการเมืองคู่แข่งมันสนับสนุน นี่ครับคือแผนการทําลาย นี่ครับท่านลงทุนถึงขนาดนี้ ท่านลงทุนเผาบ้านเผาเมืองขนาดนี้ เพื่อจะทําลายคู่แข่งทางการเมืองอย่างนั้นหรือ ความร้ายกาจของท่านกระทําผิดกฎหมาย ไร้จรรยาบรรณ ไร้มนุษยธรรม อย่างนี้บริหารประเทศชาติบ้านเมืองไม่ได้หรอกครับ

ท่านรองนายกรัฐมนตรีบอกว่าคุณจตุพรไม่ควรจะอยู่ในประเทศไทย เพราะเป็นคนใจอํามหิต อยู่ไปก็ทําให้ประเทศชาติบ้านเมืองเสียหาย ผลการกระทํา ของกลุ่ม นปช. ที่เขาทําเปิดเผยมาตลอด เรียกร้องก็ชัดเจนมาตลอด แต่คนที่แอบแฝง อยู่เบื้องหลังนั่นนะครับคือคนอํามหิตที่สุด กระชากหน้ากากมันออกมาสิครับท่านประธาน ถ้าไม่กระชากหน้ากากมันออกมา ต่อให้เราพูดในสภาแห่งนี้ ๑๐๐ ปีประเทศไทยก็เป็น อย่างนี้ คืนอํานาจที่แท้จริงให้กับพี่น้องประชาชนเถอะครับ คืนไปเถอะครับเขาอยากได้ แล้วเรามาช่วยกันสร้าง แผนปรองดองของท่านผมบอกเลยไม่มีทางสําเร็จ ท่านจะไปตั้ง กรรมการมาตรวจสอบข้อเท็จจริง ตั้งกรรมการมาปฏิรูปประเทศ เห็นกันอยู่ครับกรรมการ ตรวจสอบข้อเท็จจริงปีที่แล้วพวกเราทํางานกันแทบตายครับไม่ได้เอาผลมาใช้ประโยชน์เลย ไม่มีคนตายสักคน พันเอก ร่มเกล้าได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ปราบขบวนการเสื้อแดง ที่สามเหลี่ยมดินแดง ยกย่องมาก ครั้งนี้ตายครับท่านประธาน แล้วผมเองถูกเป็นผู้ต้องหา บอกว่าน่าจะเป็ นคนชี้เป้ำเพราะเป็ นคนที่ถกเถียงพูดกล่าวกับ พันเอก ร่มเกล้า ในที่ประชุม ท่านประธานครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีบอกว่ามีการล้อมทหารในวันที่ ๑๐ ขณะที่มาสะพานมัฆวานรังสรรค์แบบแสดงออก แต่ที่สี่แยกคอกวัวครับ เสริมสร้าง อ้างกําลังเป็นลักษณะของการใช้กําลังพลเดินเท้ามา ประกอบขบวนรถมาด้านหลัง แล้วเป็นเรื่องแปลกมากครับท่านประธาน ในถนนตะนาวเป็นอย่างนี้ครับ กองบัญชาการ พลตรี วฤทธิ์ พันเอก ร่มเกล้านี่อยู่ที่ข้างวัดบวรนิเวศวิหารอยู่ด้านหลังสุดเลย นั่นคือ ศูนย์บัญชาการ แต่เป็นเรื่องแปลกครับ ในถนนดินสอเต็มไปด้วยรถถัง รถหุ้มเกราะฮัมวี (HUMMWV) หลังจากที่ท่านประกาศยุติการชุมนุมแล้วนี่ ท่านเอาอะไรมาพูดครับ บอกว่ายุติแล้วทําไมเคลื่อนรถถังมาตรงนั้นได้ ในขณะที่กองหนุนที่สะพานพระปิ่นเกล้า เต็มเลย แล้วพี่น้องเสื้อแดงจะไปล้อมข้างหลังได้อย่างไร เพราะเขาปะทะ อยู่ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ เขารักษาแนวอยู่ที่แยก จปร. พอมีการเคลื่อนมา ที่สี่แยกคอกวัวเท่านั้นครับเขาถึงดึงกําลังตรงนี้ปะทะไว้ ซากรถถังที่ถูกดึง อาวุธสงคราม ที่ท่านใช้ในวันนั้น ท่านประธานครับ อาวุธสงครามที่พี่น้องประชาชนพยายามต่อสู้ด้วยมือเปล่าวิ่งขึ้นไป บนรถถังกระชากลงมา พระขันนอตที่ล้อรถถังนะครับ บางกลุ่มพยายามจะผลักให้ล้ม มันเป็ นไปไม่ได้หรอกถ้าไม่มีระเบิดลงตรงจุดบัญชาการนะครับพี่น้องเสื้อแดงตายเกลี้ยง ยึดพื้นที่สําเร็จแน่คืนนั้น ไม่รู้ว่าใครยิง เอ็ม ๗๙ แน่นอนครับเพราะมีร่องรอยชัด ท่านประธานครับ ในการต่อสู้วันนั้นท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่ามีคนชุดดําใช้ปืนยิงทั้งพี่น้องประชาชน และทหาร ผมเองเป็นกรรมการตรวจสอบเรื่องของการตรวจศพ ทหาร ๕ นายที่เสียชีวิต เกิดจากสะเก็ดระเบิดทั้งหมดครับ ไม่มีใครโดนอาวุธปื นตายเลยครับ ขณะที่ฝ่ำย ประชาชนโดนอาวุธปืนตายทั้งหมด ๒๑ ศพ ทันที ๑๗ ศพ ผมไปชันสูตรกับตาครับ หลังสู่หน้าหน้าสู่หลังมีหมดครับ นักข่าวญี่ปุ่นเข้าตรงนี้ทะลุออกตรงนี้ แนวยิงหลายจุด เฉียงจากด้านบนลงล่างหมด บางจุดเข้าตรง ๆ ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้นําภาพบอกว่า การ์ด นปช. ไปจับคนซุ่มยิงบนตึกได้ ผมก็ได้ข่าวเช่นนั้นครับเพราะผมเดินไปดู ผมอยากรู้จังเลยครับว่าคนเหล่านั้นขึ้นไปบนตึกสูงได้อย่างไร ท่านบอกว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าแถวนั้นเป็นที่คุมที่อยู่ของพี่น้องเสื้อแดง ท่านประธานครับ สี่แยกคอกวัว อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยตอนนั้นเรายอมรับกําลังพลเรามีไม่มาก มีไม่ถึงครับ แต่ไม่สามารถขึ้นไปควบคุมตึกได้ มีแต่คนมีความรู้ความสามารถเท่านั้นที่สามารถทําได้ รู้จุดได้ ทําไมรู้จุดว่าลิฟต์อยู่ตรงนี้ ข้อสันนิษฐานของเพื่อนผมหลายคนอาจจะถูกก็ได้ครับ อาจจะมีการแย่งชิงฐานอํานาจกันก็ได้ ท่านเลยเอาเหตุการณ์นั้นมาสมอ้างขยายต่อเลย เข้าล็อก เพราะว่าภาพรวมท่านเองจริง ๆ ผมกราบเรียนท่านประธานเลยว่าท่านอาจจะ ไม่คิดถึงจุดนี้ก็ได้เพราะการตอบสนองครั้งแรกออกมาเอะอะมาก กองกําลังไม่ทราบฝ่าย ชุดดําสุดท้ายเป็นผู้ก่อการร้าย ท่านมีเตรียมการท่านอาจจะบอกว่าผู้ก่อการร้ายมาก่อน แต่ว่าพอมีคนเตะลูกเข้าสู่เท้าเท่านั้นเองครับท่านประธานเล่นต่อเลย เพราะเป้ำหมายรวม ท่านตั้งไว้แต่แรกแล้วคือกําจัดคู่แข่งทางการเมือง ท่านคิดหนักเพราะว่าขบวนการ นปช. เขาเข้มแข็งมาก เขาเข้มแข็งตั้งแต่ที่จะเป็นโรงเรียน นปช. ให้ความรู้ความเข้าใจ เรื่องประชาธิปไตยไปดูหลักสูตรเขาได้ สามารถเปิดเผยได้ แล้วเขาก็ประกาศชัดเจนด้วยว่า เขาเองต้องการอํานาจที่แท้จริง ประชาธิปไตยที่แท้จริงไม่เกี่ยวกับพรรคการเมือง แต่ถ้ามีพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งมาเดินคู่ขนานกับเขา มีอุดมการณ์คล้ายกับเขานี่ เขายอมรับ เขาไม่เคยปฏิเสธพรรคประชาธิปัตย์ครับ เขาไม่เคยปฏิเสธพรรคภูมิใจไทย แล้วเขาก็ไม่ได้บอกว่าเขารับพรรคเพื่อไทยอย่างเดียว เขาพูดชัดเจนบอกว่าถ้าพรรคเพื่อไทย ตระบัดสัตย์ไร้ซึ่งอุดมการณ์ที่แตกต่างกันเขาก็ไม่รับ นี่คือขบวนการที่เขาสั่งสมความรู้ ความเข้าใจที่ท่านใช้คําว่าเป็นขบวนการในการก่อการร้าย ไม่ยุติธรรมกับพี่น้องประชาชนครับ โอกาสที่ปวงชนชาวไทยจะได้เรียนรู้เรื่องประชาธิปไตยมันยากมากท่านประธาน ขบวนการเหล่านั้นช่วยฉุดดึงเขาขึ้นมาบ้างแต่สุดท้ายเขาต้องมาตาย เรียนรู้เพื่อไปตาย ความโหดเหี้ยมของการใช้อํานาจรัฐของรัฐบาลชุดนี้ที่เป็นรัฐบาลเพียงหน้าฉากเท่านั้น ผมไม่โทษท่านหรอกครับ คนอยู่เบื้องหลังท่านเป็นคนทํา

ท่านประธานที่เคารพ สิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกจะทําปรองดอง ถ้าทุกอย่างไม่ได้รับการเยียวยาแก้ไขให้ได้รับความเป็นธรรมแล้วนี่ยากครับ แผนขั้นที่ ๑ เรื่องที่ ๑ ผมไม่ได้ปฏิเสธพวกเราช่วยกันอยู่แล้ว เรื่องสื่อทําได้ครับโดยเฉพาะสื่อที่อยู่ ในมือท่าน สื่อที่เลือกข้าง สื่อที่เลือกฝ่ำย ใช้สื่อเป็ นเครื่องมือเลิกเสียทีเถอะครับ ท่านประธานให้ความเป็นธรรม ท่านไปไล่ปิดสัญญาณคนอื่นเขาจนถูกกล่าวหาว่าละเมิด สิทธิ ละเมิดรัฐธรรมนูญเรื่องการรับฟังข้อมูลข่าวสาร เข้าไปโดยละเมิดกฎหมายอีก ยึดไทยคม แล้วบอกว่าพวกเราเองไปยึดสถานที่ราชการ ยึดไทยคม ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกอย่างนั้น ผมกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีเลยครับ พี่น้องเสื้อแดงไม่ได้ไปยึดไทยคมครับ เขาเพียงแต่ไปขอคลื่นสัญญาณคืนเท่านั้น เพราะท่านใช้ทหารไปยึดเอาไว้ นี่คือภาพจริงครับ ท่านต้องแยกแยะขบวนการของการต่อสู้ ภาพรวมขบวนการการต่อสู้ที่เป็นเชิงที่ตัดเป็นช่วง ๆ เป็นวัน ๆ ออกมา อย่าได้เหมารวม อย่าเอาเรื่องเล็กไปขยายเป็นเรื่องใหญ่ แล้วมาชี้บอกอย่างไร ชุดดําผู้ก่อการร้าย

ท่านประธานครับ ด้วยเหตุของความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่พี่น้องประชาชน เสียชีวิตไป ๘๙ ราย อยู่ในไอซียูอีก ผมไม่แน่ใจว่าเขาจะเป็นอย่างไร บาดเจ็บ พิการ สูญเสียสภาวะของความเป็นคนที่มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนชาติไทย และที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือรอยแผลในใจ ถามว่าพี่น้องประชาชนเขาแค้นไหมครับ เขาแค้น ผมกราบเรียน ท่านประธานผมไม่ได้พูดด้วยความแค้น แต่คนทุกคนที่เขาได้รับการกระทําเขาแค้น จะทําอย่างไรให้เขาหายแค้น นอกจากความเป็ นธรรมเท่านั้นครับ เพราะฉะนั้น ท่านประธานด้วยความเคารพครับ ถ้าจะให้บ้านนี้ ประเทศนี้ เมืองนี้ กลับมา อํานาจ อธิปไตยที่แท้จริงต้องเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง คนที่เกี่ยวข้องที่เป็นคู่ขัดแย้ง ควรจะต้องรับผิดชอบ ท่านอย่าได้ปฏิเสธนะครับว่าการเป็นการตายที่เกิดขึ้นท่านไม่รับรู้ ท่านปฏิเสธได้ครับถ้าท่านไม่เป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าท่านไม่เป็นรองนายกรัฐมนตรี ที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงด้านความมั่นคงพูดไปเถอะ แต่ขณะที่ท่านนั่งอยู่นี้คนตาย อยู่ในบ้านท่าน ท่านบอกผมไม่รู้ มีผู้ก่อการร้ายทํา แค่นี้ท่านก็ผิดแล้วครับ ละเว้นต่อหน้าที่ ละเว้นต่อกฎหมาย กระทําผิดต่อหน้าที่ราชการอย่างเด่นชัด ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองต้องกราบขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่บอกว่า ผบ.ทบ. อดทนอดกลั้นในการถูก ประณามและพยายามจะให้ความเป็ นธรรมกับ นปช. ผมก็เห็นด้วย เพราะบอกว่า เอาการเมืองนําการทหาร ปัญหาการเมืองเราแก้ด้วยการเมือง แต่อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ได้ใช้ครับ ใช้ทหารแก้การเมือง คนละเรื่องกัน บอกว่าเป็ นนักประชาธิปไตย อีกคนเป็น ทหาร นี่ครับคือภาพกลับตาลปัตรที่มันเป็นอย่างนี้ในประเทศนี้บ้านเมืองนี้ไม่เคยมีการพูด ความจริงกันครับ กลับมาเถอะกลับมาสู่ข้อเท็จจริง ผมเรียกร้องพี่น้องประชาชนคนไทย ที่ท่านรักความจริง อยากให้ประเทศนี้บ้านนี้กลับสู่ความเป็นจริง ความจริงทั้งหมด ที่ท่านเก็บไว้ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นวันที่ ๑๐ วันที่ ๒๒ วันที่ ๒๘ เมษายน วันที่ ๑๒-๑๙ หรือ ๒๐ พฤษภาคม ท่านมีที่ถ่ายด้วยกล้อง ท่านบันทึกด้วยวิดีโอ ท่านเก็บ อยู่ในเฟซบุคของท่าน เชิญครับ เชิญเอามารวบรวมซึ่งกันและกันเข้าสู่ศูนย์แสดง ความเป็นจริงแห่งประเทศไทย ศูนย์นี้จะเปิดในเร็ว ๆ นี้เพื่อรับข้อมูล รับเรื่องราวต่าง ๆ ที่มาแลกเปลี่ยนกัน ท่านประธานที่เคารพครับ พี่น้องเหล่านี้เองไม่มีสิทธิที่จะไปนําเสนอ อย่างอื่นได้แน่นอนครับ โดยเฉพาะสื่อที่เป็นสื่อของรัฐถูกปิดกั้น เพราะฉะนั้นเมื่อเรา รวบรวมแล้วเรานัดกันครับที่ท้องสนามหลวง ฉายไปเลยครับ ๓๐ จอ บอกเล่าความจริง ของประเทศไทยผ่านเรื่องราวการเล่าเรื่องด้วยภาพ รัฐบาลจะยอมไหมถ้าความจริงอย่างนี้ จะปรากฏขึ้น ผมว่าอย่างนี้คือการพิสูจน์ข้อเท็จจริงของประเทศไทยที่เป็นจริง ชุมนุม โดยสงบครับ ใช้สนามหลวงไม่ก่อความวุ่นวาย

ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธาน ถ้าความจริงอย่างนั้นปรากฏ ความปรองดองก็จะเกิดขึ้น แต่ถ้าความปรองดองที่เกิดขึ้นไม่เกิดขึ้นตรงนี้เพราะมี ความวุ่นวาย เพราะไม่มีความสงบเกิดขึ้น ผมโทษรัฐบาล โทษนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมได้กล่าวกับท่านประธานทั้งหลายทั้งปวง ที่ได้กราบเรียนไป ผมเองเห็นว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ลุแก่อํานาจ ละเมิดกฎหมาย ละเมิดรัฐธรรมนูญ ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ถ้าปล่อยให้บริหารราชการแผ่นดินไปบ้านเมืองนี้จะเข้าสู่กลียุค ทําความเสียหายให้กับ ประเทศชาติบ้านเมือง ตัดใจเถอะครับ ท่านพิจารณา ถ้าท่านไม่รับกฎตามข้อกฎหมาย กฎศีลธรรมก็จะเล่นงานท่านเพราะท่านทําผิดศีลมาตลอดทุกเรื่อง ตั้งแต่ฆ่าสัตว์ ฆ่าคน ขโมยสิทธิอันชอบธรรมของคนอื่น ประพฤติผิดในกามผมไม่รู้ มุสาอย่างชัดเจน โดยการแสดงออกหน้าฉากอีกเรื่องกระทําเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมกราบเรียน ท่านประธานในขณะนี้ ผมและพรรคเพื่อไทย พรรคร่วมฝ่ำยค้าน ไม่อาจไว้วางใจ ให้ท่านทําหน้าที่ในฐานะที่เป็นผู้บริหารประเทศชาติบ้านเมืองต่อไปได้ กราบขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ ครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ผมเข้าใจว่าเท่าที่ผมฟังการประสานงานกัน อาจจะเป็นผู้อภิปรายในส่วนที่เกี่ยวกับสถานการณ์เป็นท่านสุดท้าย เพราะฉะนั้น ผมขออนุญาตใช้เวลาช่วงนี้ได้ชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อเป็นการเปิดเผยทําความเข้าใจให้กับ ท่านสมาชิกและพี่น้องประชาชนที่ติดตามเรื่องอยู่ได้เข้าใจอย่างถ่องแท้

ท่านประธานครับ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายแพทย์ชลน่านได้ยก เอาเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายนขึ้นมาพูดจา แล้วก็ได้พูดเลยไปถึงเรื่องของ วันที่ ๑๙ พฤษภาคม รวมทั้งเรื่องของอ้ายโม่ง เรื่องของการเผาอาคารบ้านเมืองทั้งหลาย ผมขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ว่าท่านพยายามจะเอาภาพหลายช่วงหลายตอนมาโยง มาเรียบเรียงใหม่ เพื่อที่จะทําให้เกิดความเข้าใจที่สับสนสําหรับผู้ที่ฟัง ผู้ที่ดูอยู่ ขณะที่พูดถึง เหตุการณ์วันที่ ๑๐ เมษายน ท่านก็เอาภาพของพลแม่นปืนเฝ้ำระวังที่อยู่บนหลังคาตึก ออกมาแสดง เพื่อที่จะพูดจาให้ประชาชนเข้าใจสับสนว่าพวกสไนเปอร์ที่อยู่บนหลังคาตึกสูง ในคืนวันที่ ๑๐ เมษายนนั้นเป็นเจ้าหน้าที่ ที่จริงผมได้ชี้แจงยํ้าไป ๒ ครั้ง ๓ ครั้งแล้ว ในการอภิปรายเมื่อวานนี้ เมื่อคืนนี้ ว่ารูปที่พวกท่านเพียรพยายามเอามาชี้แจงนั้นเป็นรูป ของเจ้าหน้าที่ที่กําลังปฏิบัติภารกิจเป็นส่วนระวังป้ องกันภาคพื้นดิน ในวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ไม่ใช่วันที่ ๑๐ เมษายน อย่างที่คุณพยายามจะยัดเยียดให้คนเข้าใจผิด ผมมีชื่อทหาร ผมมีชื่อผู้ควบคุมอยู่ที่นี่ แล้วก็เป็นเรื่องที่พิสูจน์ได้ ผมไม่ต้องการเอามาพูด ให้เขาเดือดร้อน แต่ผมกราบเรียนว่ารูปนี้เป็ นรูปเหตุการณ์วันที่ ๑๕ พฤษภาคม ที่ซอยงามดูพลีเขาเฝ้ำระวังอยู่ตรงนั้น เพราะป้ องกันไม่ให้กลุ่มคนผู้ก่อการร้ายเข้ามา โจมตีด่านของทหาร แล้วตรงนี้มีคลิปด้วย และได้แสดงในสภานี้แล้วด้วย แล้วจะได้เห็นว่า การทํางานของเจ้าหน้าที่นั้นทํากัน ๒ คน มีพลยิงแล้วก็มีผู้ควบคุมคอยควบคุม การปฏิบัติทุกขั้นตอน คนยิงก็จะทวนคําสั่งทุกครั้ง ท่านประธานครับ ท่านนายแพทย์ชลน่าน เป็นคนเก่งนะครับ พยายามที่จะพูดจาให้คนสับสน ผมอยากจะเรียนว่าที่ท่านถามว่า เรื่องผู้ก่อการร้ายทั้งหลายใครเป็นคนทํา ใครอยู่หลังฉาก ที่จริงคําถามนี้ท่านไม่ควรจะมา ตั้งถามผมหรอกครับ ควรจะถามแกนนํา พวกที่วางแผน พวกที่รู้เรื่อง พวกที่คุณรู้จัก ท่านพยายามจะยัดเยียดให้พวกผมต้องกลายมาเป็นจําเลยว่าเป็นคนวางแผน เป็นคน จัดฉาก เป็นคนสร้างสถานการณ์ เป็นคนกํากับอ้ายโม่ง ผมคิดว่าพวกเราที่ฟังอยู่ พี่น้องประชาชนที่ติดตามสถานการณ์อยู่ ไม่ได้โง่เขลาเบาปัญญาอย่างที่คุณคิดหรอกครับ เห็นกันมาหมดกระจ่างชัดทุกวันทุกเหตุการณ์ ๑. อ้ายโม่งมีจริง อ้ายโม่งนี่ละ คือตัวผู้ก่อการร้าย ๒. ผู้ก่อการร้ายเหล่านี้มีความสัมพันธ์อยู่กับผู้ก่อการร้ายที่เป็น หัวหน้าใหญ่ ที่เป็นผู้บงการ ที่เป็นผู้ออกทุน ที่เป็นผู้สั่งการ แล้วก็ปฏิบัติการคู่ขนานไปกับ การเรียกร้องสิทธิและเสรีภาพของพี่น้องประชาชนที่บริสุทธิ์ พี่น้องประชาชน เขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรอกครับแล้วพวกท่านก็ไม่ต้องพยายามมายัดเยียดว่า ผมเห็นประชาชนเป็นศัตรู ตั้งใจจะเอาผิดอะไรกับประชาชน ไม่ใช่ครับ ผมเชื่อว่าพี่น้อง ประชาชนเหล่านั้นเป็นผู้บริสุทธิ์ คิดดีคิดชอบต้องการเห็นบ้านเมืองได้พัฒนาไปสู่แนวทางที่ดี แต่คนที่ใจคด ใจไม่ซื่อ คิดไม่ซื่อต่อชาติ คิดไม่ซื่อต่อแผ่นดิน คิดไม่ซื่อต่อบ้านเมืองนั้น คือแกนนําของพวกคุณคือคนที่คิดแบบที่คุณพยายามคิดอยู่วันนี้ครับ

ผมอยากจะกราบเรียนเพื่อให้ท่านสมาชิกและพี่น้องประชาชนได้ทราบ ตรงไปตรงมาชัดเจนอีกครั้งหนึ่งครับว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐบาล คนของฝ่ำยรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีและผมไม่ได้สร้างสถานการณ์เหล่านี้ขึ้นเพื่อที่จะทําลายคู่แข่ง ทางการเมืองอย่างที่คุณกล่าวหาผมเมื่อสักครู่ คนอย่างท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ คนอย่างผม ไม่ใจบาปหยาบช้าที่จะลงทุนเผาบ้านเผาเมืองเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ ทางการเมืองในการทําลายคู่แข่งทางการเมือง ไม่มีทางแน่นอนครับ คนที่ใจดําอํามหิต ทําได้อย่างนี้ก็คือคนที่เป็นผู้ก่อการร้ายตัวจริงที่อยู่กับพวกคุณ แล้วยังคิดอยู่ไม่เลิก จนวันนี้ ผมกราบเรียนกับท่านประธานที่เคารพครับ ท่านพยายามที่จะพูดจายัดเยียด ให้เกิดความแตกแยกในบ้านเมือง ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว จนมาถึงวันนี้ เป้ำหมายของพวกคุณมีอย่างเดียวคือพยายามที่จะยัดเยียดให้คนในประเทศนี้เข้าใจให้ได้ว่า ท่านนายกรัฐมนตรีและผมสั่งให้ทหารฆ่าประชาชน คุณยํ้าอยู่ตลอดเวลาเรื่องทหาร ฆ่าประชาชน ทําไปทําไมครับ ทหารเหล่านั้นเขามาจากไหนครับ ทหารที่เขาปฏิบัติหน้าที่ ในภารกิจนี้ที่มาอยู่ช่วยดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ๓๐,๐๐๐ คน ๔๐,๐๐๐ คนนี้ เขาเป็นลูกชาวบ้าน เขาเป็นลูกชาวไร่ชาวนา เขาเป็นลูกประชาชนธรรมดาเหมือนเรา เขามีหัวจิตหัวใจ เขารักญาติ รักพี่น้อง รักพ่อรักแม่เขา เหมือนคนของพวกคุณนั่นละครับ คุณคิดหรือครับว่าถ้าท่านนายกรัฐมนตรีหรือผมไปสั่งการผู้บัญชาการทหารบก ผบ.ทบ. ผบ.ทบ. เขาจะรับฟังคําสั่งผม คุณจําไม่ได้หรือครับสมัยที่พวกคุณเป็นรัฐบาลสั่งให้ ผบ.ทบ. คนนี้เขาเข้าไปทําร้ายประชาชน เขาปฏิเสธ ยังเป็น ผบ.ทบ. คนเดิมอยู่ครับ เขาไม่มีหัวจิตหัวใจที่จะไปสั่งลูกน้องเขาฆ่าประชาชน แล้วไม่มีทางครับที่ ผบ.ทบ. จะไปสั่ง ผู้ใต้บังคับบัญชา สั่งทหารให้ฆ่าประชาชน สั่งไม่ได้ครับ ไม่มีทางที่ทหารเหล่านั้นเขาจะ ปฏิบัติ ในทางตรงกันข้ามครับในตลอดเวลา ๒ เดือนกว่าที่ทํางานมาด้วยกัน ท่านผู้บัญชาทหารบก ท่านผู้บัญชาการทหารในระดับรอง ๆ ลงมาได้ยํ้าเตือนกําลังพล ผู้ปฏิบัติการทุกระดับให้ตระหนักอยู่ตลอดเวลาว่าพี่น้องประชาชนเหล่านั้น เป็นเจ้าของประเทศ เราเป็นทหารของประชาชน เราเป็นทหารของแผ่นดิน ต้องปฏิบัติต่อ พี่น้องประชาชนให้ดีที่สุดด้วยความเคารพ ด้วยความสุภาพ นี่คือสิ่งที่กําลังพลทุกคน ได้รับการยํ้าเตือนอยู่ตลอดเวลา การกล่าวหาของคุณในเรื่องนี้ การกล่าวหาของพวกคุณ ที่พยายามยํ้ากันอยู่ ๒ วันมานี้ไม่ยุติธรรมอย่างยิ่งสําหรับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเหล่านั้น

ท่านประธานที่เคารพครับ นายแพทย์ชลน่านก็พยายามจะอ้างว่า เป็นกรรมการเข้าไปชันสูตรศพผู้ที่เสียชีวิตเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน แล้วก็พยายามจะบอกว่า พี่น้องประชาชนที่เสียชีวิตนั้นถูกยิงทุกคน ทหารถูกระเบิด ถ้าท่านเป็นกรรมการพิสูจน์จริง อย่างที่ท่านอ้าง ท่านโกหกครับ เพราะว่าในรายงานแพทย์ที่อยู่ในมือผม มีทหาร ๒ นาย ที่เสียชีวิตถูกยิงครับ อีก ๓ นายถูกสะเก็ดระเบิด ซึ่งเป็นไปได้ว่าเป็นระเบิดแบบเอ็ม ๖๗ หรือเศษระเบิดของเอ็ม ๗๙ ผู้บาดเจ็บ วันนั้นมีทหารบาดเจ็บ ๓๐๐ กว่านาย แล้วผู้บาดเจ็บจํานวนมากได้รับบาดเจ็บเพราะกระสุนปืนความเร็วสูง แล้วก็คนหนึ่ง ในจํานวนนั้นคือนายทหารระดับผู้บังคับกองพัน ผมไม่ได้ตั้งใจจะมาหักล้างท่าน เพื่อจะเอาแพ้เอาชนะในสภานี้ แต่ผมเห็นว่าสิ่งที่ท่านพยายามแสดงออกและพยายามพูดกัน ในสภานี้นั้นทําลายประเทศชาติ ทําลายส่วนรวม ทําลายบ้านเมือง ทําให้เกิด ความแตกร้าว แตกแยกลึกลงไปอีกในแผ่นดินนี้ ผมไม่สามารถพูดเป็นอย่างอื่นได้ครับ ท่านอ้างว่าวันนี้ท่านตั้งใจมาอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรีและผม แต่ผมฟัง คําอภิปรายของพวกท่านมาทั้งวันทั้งคืนจนถึงวันนี้นั้นไม่ใช่ครับ ท่านตั้งใจที่จะพูดจา ปลุกระดมไปถึงพี่น้องประชาชนให้ลุกฮือขึ้นมาอีก สาธุชนคนที่ฟังการอภิปรายอยู่นี้ วินิจฉัยได้ครับ เจตนาของท่านไม่บริสุทธิ์ครับ ท่านพยายามบิดเบือนความจริง หลายเรื่องหลายราว ยกตัวอย่างเช่นท่านบอกว่าเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคมนั้น เจ้าหน้าที่ไม่ได้พูดความจริง คนเสียชีวิตมีตั้ง ๑๔ คน ไม่ใช่ ๖ คน ผมกราบเรียนต่อ ท่านประธานว่าผมพูดตามรายงานข้อเท็จจริงที่ส่วนราชการทุกฝ่ายเขาเห็นพ้องต้องกันว่า มีการเสียชีวิตในการปฏิบัติงานวันนั้น ๖ คน ๑ คนเป็นทหาร ๑ คนเป็ นผู้สื่อข่าว ต่างประเทศ ๔ คนเป็นประชาชน คุณก็บอกว่าเสียชีวิต ๑๔ คน แล้วก็จะโยนความผิด เป็นเจ้าหน้าที่ ผมกราบเรียนกับท่านประธานครับ ในการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ทหาร ทุกขั้นตอนได้ให้พี่น้องสื่อมวลชนทั้งหลายเดินตามหลังไปด้วย ถ้ามีกรณีเป็นตายตั้ง ๑๔ คนอย่างนั้น แน่นอนครับ สื่อมวลชนทั้งหลายต้องเอามารายงานข่าว ไม่มีใครที่จะไป ปิดบังได้ ท่านนายแพทย์ชลน่านก็พูดเหมือนกับคนอื่น ๆ ที่ได้เตรียมกันไว้แล้วคือพยายาม ที่จะโยนความผิดให้กับฝ่ายเจ้าหน้าที่หรือฝ่ายอื่นว่าการเผาเซ็นทรัล เวิลด์หรือการเผา สถานที่ต่าง ๆ เหล่านั้นเป็นการสร้างสถานการณ์ เป็นฝีมือของฝ่ายผม โดยยกเหตุผลว่า เมื่อวันที่ ๑๙ นั้นทหารควบคุมพื้นที่ตรงราชประสงค์ได้หมดแล้ว ซึ่งไม่จริง ผมกราบเรียน ยํ้ากับท่านประธานครับ แล้วขณะที่ผมพูดอย่างนี้มีกําลังพลอีก ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ คน ได้ยินแล้วเป็ นพยานกับผม ถ้าผมพูดผิดจากข้อเท็จจริงไม่มีวันที่คนเหล่านั้น จะนับถือผมอีกต่อไป

ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อเท็จจริงก็คือว่าการที่รัฐบาลกระชับวงล้อมไป ในวันที่ ๑๙ พฤษภาคมนั้น ด้านทิศใต้ได้ขยับจากแนวถนนพระราม ๔ มาถึงซอยสารสิน และหยุดอยู่ตรงนั้น ด้านทิศเหนือที่ถนนราชปรารภ ที่ซอยหมอเหล็งได้รับคําสั่งตั้งแต่ต้นครับว่า กําลังพล เจ้าหน้าที่ที่ตั้งด่านอยู่ที่นั่นไม่ให้ขยับ ผู้บัญชาการทหารบกสั่งกําลังพลตรงนั้นว่า ไม่ให้ยิงกระสุนแม้แต่นัดเดียว เพราะต้องการเปิดทางให้พี่น้องประชาชนออกทางนั้นได้ เช่นเดียวกับที่สั่งการให้กับกองกําลังที่ดูแลอยู่ที่สี่แยกปทุมวัน ไม่ให้ขยับ ไม่ให้ใช้อาวุธปืนยิง แม้กระทั่งถูกยิงก็ไม่ให้โต้ตอบ กองกําลังส่วนนี้เพิ่งมาเคลื่อนที่เมื่อตอนที่พวกผู้ก่อการร้ายเผาโรงหนังสยาม เผาเซ็นทรัล เวิลด์แล้ว เพราะได้รับการร้องขอจากเจ้าหน้าที่ดับเพลิงของ กทม. ให้เข้ามาคุ้มกันเจ้าหน้าที่ ดับเพลิงซึ่งถูกผู้ก่อการร้ายยิง ทางด้านทิศตะวันออกเข้ามาได้แค่ชิดลมครับพื้นที่บริเวณ รอบ ๆ สี่แยกราชประสงค์นั้นยังมีพี่น้องประชาชนผู้ชุมนุมที่เขายังไม่ยอมกลับ ๒,๐๐๐ คน ๓,๐๐๐ คนยังอยู่ตรงนั้น ยังมีกลุ่มผู้ก่อการร้ายแฝงตัวแทรกอยู่กับผู้ชุมนุมเราถึงได้ให้ เจ้าหน้าที่ของเราหยุดอยู่แค่นั้นเพราะถ้าขืนเข้าไปต้องยิงต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายจะต้อง เป็นเหตุให้พี่น้องประชาชนซึ่งมีอารมณ์คุกรุ่นอยู่เกิดปัญหาขึ้นได้ นี่คือข้อเท็จจริงครับ ผมพูดเรื่องนี้ให้ได้ยินกันทั้งประเทศ ให้กําลังพลทุกนายที่ปฏิบัติการได้ทราบว่าผมได้พูด ความจริงอย่างนี้กับคนที่ไม่ยอมรับความจริงที่เขาพยายามจะบิดเบือนข้อเท็จจริง อยู่ในสภาแห่งนี้วันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ นั่นคือคําตอบว่าทําไมถึงเข้าไปป้ องกัน ตึกเซ็นทรัล เวิลด์ไม่ได้ เพราะยังมีผู้ก่อการร้ายอยู่ พยายามที่จะยิงรบกวนเจ้าหน้าที่ตลอดวัน ของวันที่ ๑๙ พฤษภาคมและเลยไปจนถึงเวลากลางคืนแม้กระทั่งเช้ามืดของวันที่ ๑๙ ยังมีอยู่ ท่านก็พยายามยกเอาเหตุผลมาง่าย ๆ ครับ ฟังดูดีว่าในเมื่อเจ้าหน้าที่ล้อมอยู่ ทั้งหมดแล้ว ทําไมจึงหาตัวผู้ก่อการร้ายไม่ได้ มันมีช่องทางที่จะออกได้หลายช่องทาง หลายซอกหลายซอย ผ่านชุมชนผ่านย่านต่าง ๆ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องติดตามกัน ต่อไปครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านก็หันไปเล่นงานเรื่องแผนปรองดอง ของท่านนายกรัฐมนตรี ท่านโจมตีว่าแผนปรองดองของท่านนายกรัฐมนตรีนี้เป็นยาพิษ ที่จะมาทําร้ายประเทศ ท่านบอกว่าไม่มีทางสําเร็จ ผมเข้าใจตั้งแต่แรกแล้วครับว่าพวกท่าน ไม่ยอมรับเรื่องแผนปรองดองนี้ พวกท่านไม่ต้องการเห็นการแก้ไขปัญหาชาติบ้านเมือง อย่างนี้เป็นผลสําเร็จโดยฝีมือของรัฐบาลนี้หรอกครับเพราะถ้ารัฐบาลนี้ทํางานสําเร็จ แก้ไขปัญหาของประชาชนได้ คลี่คลายความเจ็บปวด ความบาดหมาง บาดแผลในหัวใจ ประชนได้ พวกท่านก็ไม่มีข้ออ้างที่จะยุยงปลุกปั่นให้ประชาชนเขาลุกฮือขึ้นมาก่อการได้ ผมกราบเรียนกับท่านประธานครับว่าที่ท่านอภิปรายมาทั้งหมด ผมเห็นด้วยกับท่าน ประเด็นเดียวแหละครับ ที่ท่านพูดว่าอํานาจอธิปไตยต้องเป็นของประชาชน ผมเห็นด้วยตรงนี้ อํานาจอธิปไตยในประเทศนี้ต้องเป็นของประชาชนครับ ไม่ใช่ของเจ้านายของพวกคุณ ที่เป็นผู้บงการใหญ่สั่งการอยู่ทุกวันนี้ อํานาจอธิปไตยนี้เป็นของประชาชนชาวไทยทุกคน ที่จะต้องชี้ว่าประเทศไทยควรจะเดินไปทางไหน ไม่ใช่ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร

ผมกราบเรียนกับท่านประธานยืนยันตรงนี้ครับ ท่านจะไว้ใจผม หรือไม่ไว้ใจผมนั่นเรื่องหนึ่ง แต่ผมกราบเรียนกับท่านประธานครับว่าท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี ตัวผมเองก็ดี ท่านผู้บัญชาการทหารบก ท่านผู้บัญชาการเหล่าทัพ เจ้าหน้าที่กําลังพลทุกฝ่าย ทั้งพลเรือน ตํารวจ ทหาร ที่ทํางานอยู่ในศูนย์อํานวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ทุ่มเท ทํางานเพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง เพื่อความผาสุกของประชาชน และเราตั้งใจ ที่จะทําทุกอย่างเพื่อที่จะรักษาชาติ รักษาแผ่นดิน พิทักษ์รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ นี่เป็นสิ่งที่อยู่ในหัวใจของพวกเราและเราจะยืนหยัดทําเรื่องนี้ต่อไปครับ การกระทําของเรา ทุกอย่างจะต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อกฎหมาย เราต้องการให้รัฐนี้ ประเทศนี้ เป็นประเทศ ที่ปกครองโดยกฎหมาย ขอบพระคุณครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

จะขอใช้สิทธิซักถามต่อเนื่องใช่ไหมครับ ผมต้องขออย่างนี้นะครับ ฝ่ายค้านจะต้องบริหาร เวลาให้ดีนะครับ เดี๋ยวผมจะอนุญาตให้ถามได้นะครับแต่ท่านก็ต้องใช้เวลาในส่วน ของฝ่ายค้านนะครับ นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ต้องขออนุญาตท่านประธานที่จะลุกขึ้นเพื่อที่จะได้ นําเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรี

ประเด็นแรก ท่านเองอาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อน ท่านอาจจะได้ฟังหรือไม่ได้ฟัง ที่ผมอภิปรายไป ประเด็นที่ผมได้แสดงภาพนี้ต่อท่านและชี้ไปที่อาวุธปืน จริงอยู่ครับภาพนี้ มีที่มาชัดเจนครับ คือวันที่ ๑๕ ถูกต้องตามที่ท่านพูดทุกอย่าง แต่ประเด็นผมไม่ได้บอกว่า ภาพนี้เกิดเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ไม่ใช่อย่างนั้นครับ ผมกล่าวว่าการประกอบกําลัง การใช้ อาวุธในการสลายการชุมนุมไม่เป็ นไปตามหลักสากล ผมชี้ให้เห็นปื นสไนเปอร์ เอ็ม ๑๖ ติดลํากล้องหรือทาโวร์ติดลํากล้องตัวนี้ครับ อันนี้คือวัตถุประสงค์ครับ ไม่ได้ ต้องการสร้างให้พี่น้องมีความสับสน ประเด็นผมอยู่ที่ว่าท่านประกอบ กําลังประกอบอาวุธ ไม่เป็นไปตามหลักสากล ดีนะครับที่ผมไม่เอารูปรถถังขึ้นมา นั่นประเด็นที่ ๑ ครับ ท่านประธานครับ

สิ่งที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานในสิ่งที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้พูดมา และทําให้ผม ถ้าไม่ชี้แจงน่าจะเสียหาย เพราะท่านบอกว่าผมโกหก ท่านประธานครับ ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีผู้เสียชีวิตในวันที่ ๑๐ นั้น ผมยอมรับครับว่า ผมได้ไปตรวจศพจริง ๆ ที่สถาบันนิติเวชของตํารวจ ๑๐ ศพครับ ของทหารอีก ๓ ศพ ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎอีก ๒ ศพ ผมไม่ได้ตรวจแต่ว่าแพทย์ที่ตรวจเป็นคณะทํางานร่วมกัน เป็นหนึ่งในกรรมการ แพทย์เหล่านั้นก็เอารายงานผลมาเล่าสู่ที่ประชุมฟัง รายงาน ของท่านบอกว่ามีทหารถูกอาวุธปืนยิงตาย ประเด็นของผมถือว่าเป็นประเด็นสําคัญครับ เพราะผมกําลังจะบอกว่าท่านบอกว่าคนชุดดํายิงทหารและยิงพี่น้องประชาชน จริงอยู่ครับ บาดเจ็บอาจจะมีจากกระสุนปืน ลูกปืน เพราะว่ามีการปะทะกัน แล้วแปลกลูกปืนเข้ามา จากไหนก็ไม่ทราบหลายที่หลายทาง แต่ในมือผมทหารที่ผมเห็นกับตาที่ตรวจ ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎ ๓ นาย ผมอ่านชื่อเลยก็ได้ท่านประธานครับ เพื่อความชัดเจน และมีใบชันสูตรชัดครับ ๓ นายที่ผมได้ตรวจร่วมด้วย ท่านที่ ๑ ต้องขออภัยผู้ตายจริง ๆ ที่ต้องยกชื่อท่านขึ้นมา ท่าน พลเอก ร่มเกล้า ทุวธรรม ตรงนี้ชัดเจน ระเบิดครับ พลฯ สิงหา อ่อนทรง นี่ผมได้เห็นครับ ระเบิดครับ พลฯ อนุพงษ์ หอมมาลี ผมได้เห็นกับตา ระเบิดครับ แต่มี ๒ นายที่ผมไม่ได้เห็นศพโดยตรงแต่ว่าแพทย์ที่ตรวจเขาว่าไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล วชิรพยาบาลคือ พลฯ อนุพงษ์กับ พลฯ ภูริพัฒน์ แต่สิ่งที่ได้รับรายงานคือเกิดจากสะเก็ดระเบิด อันนี้คือข้อมูลที่ได้รับก็อาจจะคลาดเคลื่อนจากท่าน แต่อันนี้คือสิ่งที่ผมได้ข้อเท็จจริงมา

ประเด็นต่อไป ท่านประธานครับ การเสียชีวิต ๑๔ คน ผมยกภาพเพียง ๑ รายที่นอนตายอยู่ในเต็นท์ห่างจากศาลาแดง ๕๐ เมตรมาเป็นตัวอย่าง ข้อมูลตรงนี้ ผมไม่ยืนยันแหล่งข้อมูลครับ เพียงคําบอกเล่าของคนที่อยู่ในเหตุการณ์ ก็ถูกของท่านรองครับว่า ท่านเองได้รับรายงานที่เป็นทางการคือ ๖ รายในวันนั้น อันนี้ผมไม่ได้เถียงท่านเลยครับ เพราะว่าขณะนี้ข้อสงสัยเรามีผู้บาดเจ็บ ผู้ล้มตาย และผู้สูญหาย ท่านไปดูในภาพคลิป ของอัลจาซีราที่เขานําเสนอออกมา สัมภาษณ์คนที่อยู่ในเหตุการณ์ เขาเล่าเลย แต่ผมไม่อยากเอามาเป็นหลักฐาน นั่นคือคําบอกเล่า เขาบอกเขาเห็นเลยว่าที่ศาลาแดง มีทหารยกศพของคนตายขึ้นรถไป ๔ ศพ อันนี้ยกตัวอย่างนะครับ นั่นคือข้อเท็จจริง ผมต้องกราบเรียนว่าเป็นข้อเท็จจริง ในสิ่งที่ผมพูดบางเรื่องคือข้อเท็จจริง บางเรื่องเป็น เรื่องจริง

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองต้องกราบขอบคุณท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ผมได้ฟังคําชี้แจงท่าน บางเรื่องท่านบอกเป็นความเชื่อโดยสุจริตใจ ของท่าน ความเชื่อโดยสุจริตใจ เช่น ยกตัวอย่างท่านพูดถึงจตุพร พรหมพันธุ์ กับกลุ่ม นปช. และขบวนการ ท่านเชื่อโดยสุจริตใจว่านี่คือผู้ก่อการร้าย บอกเป็นความเห็นส่วนตัวท่าน อันนี้ผมก็ยังดีใจนะครับเพราะว่าท่านพูดตรงนี้ เมื่อวานนี้สภานี้บันทึกเป็นความเชื่อ โดยสุจริตใจของท่าน ท่านไม่กล่าวอ้างคนอื่นว่ามาเชื่อร่วมด้วยหรือไม่ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้อํานวยการศูนย์อํานวยการ แก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ความเชื่อโดยสุจริตใจท่าน ผมเชื่อว่าไม่ได้มาจากในใจท่านอย่างเดียวหรอกครับ ไม่ได้มาจากในใจท่านอย่างเดียว คิดเองทําเอง ผมไม่เชื่ออย่างนั้น นี่ผมก็เชื่อด้วยความสุจริตใจของผม เพราะการรับรู้ การเรียนรู้ ประสาทสัมผัสคนมาจากหลายที่หลายทาง โดยเฉพาะคนที่มีผลมีอิทธิพลต่อ จิตใจเขารับมาเต็ม ๆ ได้ และการที่จะถ่ายทอดความเชื่อเหล่านี้ไปให้คนอื่น อิทธิพล ผลต่อการทําหน้าที่การงานโดยเฉพาะสายการบังคับบัญชา เชื่อโดยสนิทใจครับ เขาเหล่านั้นรับไปเต็ม ๆ โดยความเชื่อของท่าน ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

จะขอให้คุณจตุพรอภิปรายสักนิดหนึ่ง แล้วเดี๋ยวท่านตอบทีเดียวเลยดีไหมครับ แล้วแต่ท่านจะตอบตอนนี้เลยไหมครับ เชิญครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ ผม สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ไม่ได้จะมาขัดจังหวะคุณจตุพรนะครับ แต่ว่า ประเด็นของท่านชลน่านเป็นประเด็นที่ผมกังวลใจ เมื่อสักครู่ท่านเปิดประเด็นใหม่ว่า ท่านอ้างผู้สื่อข่าวต่างประเทศบอกว่าเห็นทหารยกศพ ๔ ศพที่ศาลาแดงขึ้นรถทหารไป ผมไม่มองท่านในแง่ร้ายนะครับ แต่ผมคิดว่าคําพูดอย่างนี้มันไปเจอสมกับสิ่งที่ท่านพูดมา ก่อนหน้านั้นเล็กน้อยว่าท่านสงสัยในตัวเลขผู้บาดเจ็บ ผู้ล้มตาย และผู้สูญหาย ผมเรียนครับ อย่าได้พยายามที่จะสร้างสถานการณ์ความรู้สึกที่ผิด ๆ เลยครับ ไม่มีการขโมยศพเอาไปซ่อน หรือพาไปให้สูญหาย ทําลายหลักฐานอะไรทั้งสิ้นครับ ไม่มีแรงจูงใจใด ๆ ที่เจ้าหน้าที่ทหารจะต้องทําอย่างนั้น มีการอภิปรายกันมาก่อนหน้านี้ และเมื่อกี้ก็พูดอีกว่ามีคนที่เป็นคุณผู้หญิงที่สู้อยู่สุดท้ายหายตัวไป ท่านทําข่าวกันใหญ่โตครับ ผมก็สั่งเจ้าหน้าที่ให้พยายามติดตามหาสุภาพสตรีท่านนี้ ก็ทําตามหน้าที่ครับ แต่ว่าผม เห็นข่าวในหนังสือพิมพ์เมื่อเช้า คนที่พวกท่านอ้างว่าหายเขาได้แสดงตัวไปแล้ว เขาอยู่ใน กรุงเทพฯ นี่เอง มีผู้สื่อข่าวไปสัมภาษณ์แล้ว และผมเชื่อว่านักการเมืองอย่างท่านก็ต้อง ตรวจข่าวหนังสือพิมพ์ทุกวัน ที่น่าเสียใจก็คือว่าทั้ง ๆ ที่เป็นข่าวอย่างนั้นแล้ว ท่านก็ยังเอา มาพูดมายํ้าเพื่อทําให้เห็นว่ามีคนสูญหายจริงในเหตุการณ์คราวนี้ นี่เป็ นเรื่องที่ ผมต้องเรียนกับท่านว่าผมเสียใจจริง ๆ ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณจตุพร พรหมพันธุ์ ผมเรียนอย่างนี้ครับ ขณะนี้ฝ่ำยค้านเหลือเวลาอีกประมาณ ๖ ชั่วโมงครึ่ง ขอให้ท่านบริหารเวลาให้ดีนะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน คงจะได้แลเห็นว่าผมได้อดทนฟังนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ตั้งแต่เมื่อคืนนี้หลายรอบ ด้วยความอดทน เมื่อชี้แจงจบต้องมีการปิดประชุมเพราะเวลาดึก ผมก็บอกว่าขอให้ นอนหลับฝันดีก็แล้วกัน เพราะว่าสิ่งที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้พูดนั้นถ้าพูดจริง นี่เป็นผู้ก่อการดีเลย แต่ความจริงที่ท่านได้อธิบายความนั้นหลายเรื่องเป็นความเท็จ ท่านพยายามอธิบายว่าผมมีกมลสันดานอย่างไร ผมก็บอกว่าผมแตกต่างกับท่าน กมลสันดานของผมไม่หน้าด้าน และพูดความเท็จในสภา และใส่ร้ำยคนตาย ท่านประธานที่เคารพ วันนี้ที่วิธีพิจารณาความอาญาที่นายสุเทพจะต้องมีความสําเหนียก นั่นคือประจักษ์พยาน คือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บกว่า ๑,๕๐๐ คนที่เขายังมีชีวิตอยู่ ทําไม ไม่ไปตรวจสอบล่ะครับ ทําไมไม่มีการสอบสวนล่ะครับ เพราะคนเหล่านี้ถึงเวลา ต้องดําเนินคดีกับนายสุเทพ และนายอภิสิทธิ์ และผู้เกี่ยวข้อง ในข้อหาพยายามฆ่า ประจักษ์พยานพวกนั้นจะอธิบายได้อย่างชัดเจนว่าใครเป็นคนยิงเขา ใครทําให้ลูกตา เขาหลุด ใครทําให้ขาเขาขาด ใครทําให้แขนเขาขาด ใครทําให้เขาพิการ ท่านประธานมีความรู้สึกเหมือนกับผมไหมครับว่าสิ่งที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กล่าวหาว่า พวกผมจ้างคนมาตาย ในโลกนี้มีใครจ้างคนไปตายบ้าง ถ้าจ้างได้ผมจะขอจ้าง นายสุเทพไปตายบ้างเอาไหม ผมจะชวนประชาชนลงขัน เพราะในโลกแห่งความเป็นจริง มีการจ้างไปฆ่าคนอื่นเท่านั้น จ้างมือปืนไปฆ่า แต่จ้างคนไปตายมีที่ไหน ประชาชนที่เขา มาชุมนุมเขาเรียกร้องเพียงแค่ยุบสภาคืนอํานาจให้กับประชาชน แล้วท่านก็ใส่ร้ายว่า ผมจ้างประชาชนแล้วเอาเขามายิง ถ้าผมทําตัวเป็นปฏิปักษ์กับท่าน แล้วผมจะไปยิง ประชาชนทําไมล่ะ ท่านลองตอบผมมาสิครับว่าในตึกสูงในวันที่ ๑๐ เมษายน ที่เอกสารลับ ๓๗ หน้าที่ผมเคยเปิด แล้วก็ออกมารับกัน ใครเล่าครับที่ไปขอใช้ตึกสูง มีตึกสูงอยู่ ๒ อาคารเท่านั้นที่มีการใช้ในการปฏิบัติการในวันนั้น ๑. คือโรงเรียนสตรีวิทยา ๒. สํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ถ้าไม่ใช่รัฐบาลอย่างพวกท่านมันจะมีแมวที่ไหนไปซุ่มยิง ใส่ประชาชนในวันนั้น แต่การโกหกอย่างหน้าด้าน ท่านบอกว่าผมมีกมลสันดานเลวทรามตํ่าช้า จ้างคนมาตาย ยิงพวกเดียวกันเอง เหี้ยมโหดอํามหิต ท่านประธานที่เคารพ ควายยังคิด ไม่ได้เลยครับ มนุษย์ทุกชีวิตที่เขาตาย ท่านใส่ร้ายว่าถูกคดีซ่องโจรบ้างอะไรบ้าง อธิบาย บางคนแล้วก็ไปใส่ร้ายทั้งหมด การชันสูตรพลิกศพไม่ได้เป็นไปตามวิธีพิจารณาความอาญา เพราะพวกท่านต้องการบิดเบือนคดีคนตายที่ไปทําสํานวนในดีเอสไอบอกว่าเหตุที่ทําให้ตาย ไม่มีการไต่สวนในศาลชั้นต้นตามวิธีพิจารณาความอาญาที่ผมอธิบายเมื่อคืนว่าตาย เพราะอะไร ใครทําให้ตาย พวกท่านไปใส่ว่าคนร้ายทั้งที่ไม่มีการไต่สวนเพราะประจักษ์พยาน ที่เอาคนตายเหล่านั้นไปส่งโรงพยาบาลเขาได้อธิบายความอย่างชัดเจนว่าใครทําให้คนนี้ตาย คนที่บาดเจ็บ ใครเป็นคนที่ทําให้บาดเจ็บ แม้กระทั่งที่ผมอยากจะฝากไปเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังนายสุเทพและนายอภิสิทธิ์ กรณี พันเอก ร่มเกล้าน่าสนใจมาก มีอดีต นายทหารผ่านศึกคนหนึ่งเขาเป็นคนเสื้อแดง เขาได้เข้าไปช่วย พันเอก ร่มเกล้าที่ถูกยิงนัดแรก แล้วปรากฏว่าเขาได้อธิบายความว่าหลังจากยิงนัดแรกเขาได้เข้าไปช่วย แล้วหลังจากนั้น ปรากฏว่าชุดที่อยู่ในแถวที่ ๓ ได้ตามมายิงซํ้า แล้วก็มายิงโดนเขาตลอดขา เขาอยู่ในขณะ กายภาพบําบัดในเวลานี้ ที่ผมอธิบายความมาตั้งแต่ต้นว่าทําไมไม่มีการชันสูตรพลิกศพล่ะครับ จะได้ตอบข้อสงสัยว่า พันเอก ร่มเกล้าเขาเสียชีวิตเพราะเหตุอะไร ผมไม่ได้เคยมอง พันเอก ร่มเกล้าว่าเขาจะเป็นศัตรูกับผม หรือนายทหารคนใดก็ตาม แต่ผมมองเหมือนกันว่า ทั้งเขาและประชาชนไม่ควรจะมาตายเพื่อนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ท่านประธานที่เคารพ ทหารที่เป็ นทหารเกณฑ์ พลทหารที่ถูกยิงตายที่เชิงสะพานวันชาติ ทําไมไม่ตอบ ผลชันสูตรพลิกศพล่ะครับ เพราะประจักษ์พยานบริเวณนั้นเขาก็บอกว่ายิงกันเอง หรือแม้แต่กระทั่ง ๕ ทุ่มครึ่งแล้วท่านประธาน ตรงข้ามกับสภา ลูกจ้างของสวนสัตว์ดุสิต กําลังจะแต่งงาน อายุ ๒๓ ปี กําลังมีชีวิตที่งดงาม กําลังจะขึ้นมอเตอร์ไซค์ ในมือมีเพียง ลูกกุญแจที่พวกเราอธิบายความเมื่อวานนี้ ๕ ทุ่มครึ่งยังตามไล่ยิงกันในสวนสัตว์เลย

ผมเรียนกับท่านประธานว่าทั้งหมดนั้นที่นายสุเทพพยายามจะใส่ร้าย การอธิบายโยนความผิดเรื่องการเผานั้น เพราะเวลาปี เศษที่มีนายสุเทพ เป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ส.ส. พรรคเพื่อไทย ในเหตุการณ์สงกรานต์เลือดครั้งที่แล้วได้ไปแจ้งความดําเนินคดีที่ สน. ดินแดง ให้ดําเนินคดีกับกรณีรถแก๊สและกรณีการเผารถเมล์ ถามว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจภายใต้ การกํากับของนายสุเทพเวลาปีเศษทําไมจับผู้ต้องหาเผารถเมล์ ๕๒ คัน แล้วเอารถแก๊ส มาจอดที่ดินแดง และโรงพยาบาลสงฆ์ แล้วนําไปส่งคืนที่คิงเพาเวอร์ (King Power) ไม่ได้ ท่านประธานที่เคารพ มันก็เป็นความเจ็บปวด ความขมขื่น ท่านประธานลองไปเปิดคลิปภาพ ที่นายสุเทพชี้แจงเรื่องการดําเนินคดีกับพันธมิตรที่ยึดสนามบินเมื่อเดือนพฤษภาคม เมื่อปีที่แล้วดูสิครับ บอกว่าอีก ๒ สัปดาห์จะส่งฟ้ องแล้ว บัดนี้เป็นอย่างไรครับผ่านไป ปีหนึ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นายสุเทพนี่โกหกจนเคยตัว การกล่าวหาผมเรื่องวันชุมนุม วันเลิกการชุมนุมที่เสียดสีว่าเอาตัวรอด แล้วก็บอกว่ายุติการชุมนุม แล้วให้ผู้ชุมนุม ดําเนินการอย่างอิสระ นายสุเทพพูดเท็จครับ นายสุเทพลองเอาคลิปเสียงมาสิครับ ถ้าผมพูดผมก็หมาแล้วครับ ท่านประธานที่เคารพ ในสภาบอกว่าสุนัข แต่ว่าถ้าผมไม่ได้ พูดล่ะครับนายสุเทพจะเป็นอะไร แต่การพูดในลักษณะบิดเบือนเพื่อต้องการจะบอกว่า การเผาเซ็นทรัล เวิลด์ เซ็นเตอร์วัน ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ผมไม่ขัดข้องเลยครับ แต่ผมสงสัยว่าทําไมมันจับกุมไม่ได้ ผมจึงนึกถึงกรณีเผารถเมล์ ๕๒ คัน คนขับ ๕๒ คน กระเป๋ำกับกระปี๋อีก ๕๒ คน ๑๐๔ คน ไม่มีประจักษ์พยานที่จะเอาคนผิดมาลงโทษเลย ผมถูกกรณีแบบนี้ครับท่านประธาน เมื่อสงกรานต์เลือดปีที่แล้วนายสุเทพพูดอะไรเป็นจริงหมด มาปีนี้ก็เช่นเดียวกันท่านบอกว่าผมทิ้งประชาชน จ้างเขามาตายมายิงเขาเอง แล้วก็บอกว่า ทิ้งประชาชน พวกผมมองแววตาประชาชนที่หน้าเวที นายสุเทพอาจจะเคยนําม็อบโพกหัว ผ้าสีแดงเหมือนกัน กรณีเรียกร้องสร้างเขื่อนแก่งกรุงก็อยู่กลางถนนมาก่อนเหมือนกันแหละ อย่ามาทําอวดดีเลย แววตาของประชาชนเขาพร้อมที่จะตาย เขาพร้อมที่จะเสียชีวิต แล้วมันแตกต่างกับวันที่นายสุเทพไปพบผมในวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ปี ๒๕๓๕ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเรียกสุจินดากับจําลอง ศรีเมือง เข้าเฝ้ำเพื่อหย่าศึก แล้วปรากฏว่าผิดเวลาการถ่ายทอด นายสุเทพลุกลี้ลุกลนขอตัวกลับทั้งที่เป็นผู้ใหญ่ที่สุด ผมพอคิดจะเอาเป็ นที่พึ่งได้ พอรู้ว่าเขาจะมีการปราบปรามก็ทิ้งเด็กนักศึกษา มาก็มาทีหลัง แต่คิดว่าจะชนะจึงมา ผมยังจําความเย็นของมือนายสุเทพได้เลย ท่านประธานที่เคารพ ผมไม่ได้ทิ้งประชาชน แต่พวกท่านโหดอํามหิต สิ่งที่ท่านพูดทั้งหมด ถ้าท่านไม่ได้ทํามันเป็นความงาม แต่พูดอย่างแล้วทําอย่าง ผู้ก่อการร้ายที่คลุมอ้ายโม่ง ทั้งหลายนี่นะ ที่ท่านถามว่าเมื่อคืนเห็นได้อย่างไร รู้ได้อย่างไรว่า ๔ คน ก็มันมีภาพ มาแสดงแบบนี้ แล้วกรณีอย่างนี้ครับทําไมไม่ไปตามจับกุมล่ะครับ ก็รัฐธรรมนูญที่ผมอ่าน ให้ท่านฟังว่าไม่ว่าจากเจ้าหน้าที่รัฐหรือบุคคลอื่นเป็นหน้าที่ของพวกท่าน ท่านประธาน ที่เคารพ การเผาเซ็นทรัล เวิลด์นั้น วันนั้นประชาชนยังหนีตายเข้าไปในวัดปทุมวนารามเลย ท่านจะบิดเบือนว่ายิงจากรัศมีกระสุนอย่างไร โลกแห่งวิทยาศาสตร์ที่เป็ นจริง แล้วตรงไปตรงมาเขาพิสูจน์ได้ แต่ประจักษ์พยานที่เขาอยู่ในวัดปทุมวนารามที่เห็นคนถูกยิงล้มควํ่าไป ๖ ชีวิตนั้น เขาตอบได้ว่ากระสุนมาจากไหน ใครเป็นผู้ยิง เขาตายไปแล้ว ๖ ชีวิต ใครจะบิดเบือน ตามหลังอย่างไรก็ได้ แต่การสืบสวนสอบสวนตามวิธีพิจารณาความอาญานั้นต้องว่ากัน ตามกระบวนการที่เป็ นความจริง แต่การมาบิดเบือนว่าคนที่ตายเขาเป็ นคนร้าย ท่านส่งพวงหรีดไปงานศพเขาทําไม ไปจ่ายเงินที่โม้จะจ่ายเงินในทําเนียบ ถ้าเขาเป็น ผู้ก่อการร้ายนี่ท่านจ่ายเงินให้เขาทําไม ทําไมท่านไม่แจ้งกับสํานักพระราชวังว่า ผู้ก่อการร้ายไม่มีสิทธิที่จะรับเงิน แต่ท่านก็รู้เต็มอกว่าเขาคือประชาชน

ผมเรียนกับท่านประธานนะครับว่า นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ถ้าคุณยังมี ความเป็ นมนุษย์อยู่ เวลาซูมภาพออกช่องหอยม่วงของคุณนี่ เมื่อวานนี้ฝ่ำยค้าน เวลาที่ถ่ายคลิปซูมไกลชนิดที่ใช้กล้องจุลทรรศน์มองไม่เห็น แต่เวลาของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกภาพชัดแจ๋วคมชัด ทําบาปแบบนี้ความสูงจะเหลือครึ่งหนึ่งในชาติหน้า ท่านประธาน ที่เคารพ ผมจะสรุปอย่างนี้ครับท่านประธาน นายสุเทพได้บิดเบือนกรณีเรื่องดีเอสไอกับ กองปราบ ผมไม่ได้ขัดข้องว่าคุณจะไปที่ใด แต่เพียงการไปรับทราบว่าคนไปร้องทุกข์ กล่าวโทษมันไม่ได้อยู่ในวิธีพิจารณาความอาญา เอาอธิบดีดีเอสไอมาตอบสิครับว่า เป็นวิธีพิจารณาความอาญาแล้ว มันไม่ได้อยู่ แต่คุณเล่นปาหี่กับดีเอสไอเสร็จแล้วก็บอกว่า เข้าสู่กระบวนการแล้ว ไม่พอใจจะให้ไปกองปราบอีก คุณจะไปมอบตัวกับใครนั้น ถ้าเข้าสู่ กระบวนการวิธีพิจารณาความอาญาในฐานะผู้ต้องหา เพราะมีคนไปแจ้งความว่า นายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีเป็นตัวการบงการใช้จ้างวานฆ่า มีคนตาย มีคนบาดเจ็บ ประจักษ์พยานชัดเจน ท่านจะอธิบายอย่างไรท่านก็ต้องไปต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม แต่พฤติกรรมที่ไม่ยอมรับสภาพนี่ครับ คนเรานี่ครับ คือมนุษย์เราถ้าทําความผิด พวกผมบอกว่าไม่ขอนิรโทษกรรม ไม่ว่าจะเป็ นคดีก่อการร้ำยหรือล้มสถาบัน เพราะผมต้องการจะต่อสู้ เพราะผมไม่ได้เป็นอย่างนั้น ก็ต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม เพราะผมต้องการจะลากคอนายสุเทพและนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เช่นเดียวกัน จะมีคนไปแจ้งความดําเนินคดีข้อหาฆ่ากับท่าน ทุกชีวิตที่ตายครับ ผู้บาดเจ็บก็คือพยายามฆ่า จะแยกออกจากมาตรา ๑๕๗ เหมือนกับกรณีการอุ้มฆ่า นายโมฮัมเหม็ด อัลรูไวลี่ ตามที่ผมได้เรียนกับท่านประธานเมื่อคืนนี้ ท่านประธานที่เคารพ ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เอาภาพเด็กมานั้น ในภาพเห็นชัดเจนว่าระหว่างพ่อเด็กกับเด็ก ที่พวกผมก็สงสัยกันตั้งแต่เวลานั้นที่เขาเรียกว่าเป็นการปฏิบัติการไอโอ (IO) นั้นเป็นเรื่องจริง หรือไม่ ผมพยายามเสาะหาว่าพ่อลูกคู่นี้เป็นใครและใครเป็นคนทํา ถ้าโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์นี่ ต้องตักเตือน แต่ถ้าใครมีพฤติกรรมบอกว่าเอาเด็กเป็นโล่กําบังนี่ท่านไม่ต้องมาประณาม ผมเลย ผมจะประณามพวกผมกันเองแม้กระทั่งตัวผมว่าเป็นคนเลวทรามตํ่าช้า แต่ถ้าใคร เช่นเดียวกันไปสร้างสถานการณ์ถ่ายภาพอันนี้ เพราะอยู่ดี ๆ ภาพอันนี้ออกเผยแพร่สื่อ ทั้งหมด ไปทําเพื่อใส่ร้ายประชาชนผู้ชุมนุมว่าเอาเด็กมาเป็นโล่กําบังก็ควรจะได้รับ การประณามว่าเป็นคนเลวทรามตํ่าช้าเช่นเดียวกัน

ท่านประธานที่เคารพ ความจริงวันนี้ท่านมีคิวกับผมเรื่องการขอพื้นที่คืน ที่เกาะสมุย มีวาระกับผมอยู่แล้ว แต่ผมเรียนกับท่านประธานว่านายสุเทพเป็นคนที่มี กมลสันดานโกหก ใส่ร้ายกล่าวความเท็จ บอกว่าผมจ้างประชาชนมาตาย ยิงใส่ประชาชน คนที่เลวที่สุดยังคิดไม่ได้เลยครับในโลกนี้ ผมขอบคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี

คงจะไม่มีโอกาสมากนัก ที่จะได้มีโอกาสโต้ตอบในสภากับท่านจตุพร พรหมพันธุ์ ผมขออนุญาตเรียนชี้แจง เฉพาะประเด็นที่เห็นว่าเป็นความสําคัญเพื่อป้ องกันการเข้าใจผิด เพราะว่าทางคุณจตุพร กับผมก็ได้อภิปรายกันเยอะแล้ว

ท่านประธานครับ เรื่องที่คุณจตุพรได้เตรียมการเอาไว้คือว่าให้ญาติ ของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บไปแจ้งความดําเนินคดีกับผมนั้น ผมกราบเรียนกับ ท่านประธานครับ ผมพร้อมที่จะเดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ตัวเองทุกอย่าง ทุกประการ ขอให้คุณจตุพรสบายใจได้ แต่ว่าการที่คุณจตุพรขึ้นมารอบนี้ก็ยังรักษา นิสัยเดิมไว้ไม่เปลี่ยนแปลงนะครับก็คือพยายามจะบิดเบือนเอาสิ่งที่ผมไม่ได้พูดแล้วก็ เอามาพูด เช่น เอามาอ้างว่าผมพูดว่าคุณจตุพรจ้างคนมาแล้วเอามายิง อันนี้ถอดเทปก็ได้ ผมไม่ได้พูดหรอกครับ คุณจตุพรพยายามที่จะชี้ให้เห็นว่ามีลับลมคมในในการทํางาน ของเจ้าหน้าที่ พูดตั้งแต่เมื่อคืนแล้วครับ เรื่องของการชันสูตรพลิกศพว่าไม่ได้ดําเนินการ ตามวิธีพิจารณาความอาญา ผมมีเอกสารของเจ้าหน้าที่ที่เป็นรายงาน ทุกศพได้รับ การชันสูตรพลิกศพตามวิธีการทางกฎหมายทุกประการ ยืนยันว่าเขาได้ทํางาน ตามขั้นตอนของกฎหมายทุกกรณี สําหรับที่พูดยํ้าเรื่องเจ้าหน้าที่ของสวนสัตว์ดุสิตที่ถูกยิง ที่เขาดินเมื่อคืนวันที่ ๑๐ เอกสารที่อยู่ในมือของผมนี้ก็เป็นเอกสารของเจ้าหน้าที่ตํารวจ ที่รายงาน พนักงานสอบสวน ชื่อ พันตํารวจโท รุ่งเพชร เมฆี อยู่ที่ สน. ดุสิต ได้ดําเนินการ พิสูจน์ชันสูตรศพเรียบร้ อยทุกอย่าง แล้วคดีนี้ก็ยังต้องติดตามสอบสวนต่อไป ผมก็อยากจะเรียนกับท่านประธานไว้ด้วยครับว่าในการติดตามคดีนี้ในเบื้องต้นในคืนนั้น มีการยิงออกจากบริเวณที่รัฐสภานี้แต่ว่าก็จะต้องดูกันต่อ อย่างที่ผมกราบเรียนแล้ว ท่านประธานครับ พยายามจะแก้ตัวเรื่องการเผาบ้านเผาเมืองคล้าย ๆ ว่าตัวเองไม่ได้ทํา กลุ่มพวกตัวเองไม่ได้ทํา ยํ้าเรื่องการวางเพลิงเซ็นทรัล เวิลด์ เซ็นเตอร์วัน ธนาคารต่าง ๆ ว่าจับไม่ได้ พูดให้คนสงสัยว่าที่จับไม่ได้เพราะว่าฝ่ายผมทํา พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ก็ช่วยไตร่ตรองนะครับ แต่ข้อเท็จจริงเป็นอย่างนี้ครับ ตอนที่มีการวางเพลิงเซ็นทรัล เวิลด์ เหมือนที่ผมได้กราบเรียนตอนที่ชี้แจงกับท่านนายแพทย์ชลน่านว่าในวันที่ ๑๙ พฤษภาคมนั้น หลังจากที่เจ้าหน้าที่หยุดการปฏิบัติการ หยุดนิ่งอยู่กับที่ทุกด้านแล้ว พื้นที่ในบริเวณ สี่แยกราชประสงค์ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มผู้ก่อการร้ายซึ่งแฝงตัวอยู่ใน หมู่พี่น้องประชาชนที่ยังไม่กลับบ้านในวันนั้น ไม่มีหน่วยไหนของเจ้าหน้าที่ของเรา ที่จะเคลื่อนเข้าไปถึงบริเวณดังกล่าว หน่วยที่ใกล้ที่สุดของเจ้าหน้าที่ทหารก็คือหน่วยที่เป็น ของกองพลทหารราบที่ ๙ ที่เข้ามาถึงสถานีรถไฟฟ้ำบีทีเอส แล้วก็มีการยิงต่อสู้กับ ผู้ก่อการร้ายที่ซ่อนตัวอยู่ที่ตอม่อของรถไฟฟ้ำบีทีเอส ก็ต้องถอยไปอยู่ที่นั่นจนกระทั่งรุ่งเช้า หน่วยบรรเทาสาธารณภัยหรือหน่วยดับเพลิงของ กทม. ที่เขาพยายามจะเข้าไปดับเพลิง แล้วก็ถูกต่อต้านโดยกลุ่มผู้ก่อการร้ายทําให้เขารู้สึกไม่ปลอดภัย และเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ เขาต้องถอนตัวไป ท้ายที่สุดกว่าที่จะส่งเข้าไปดับเพลิงตรงบริเวณนั้นได้ต้องเข้าตรงซอย ข้าง ๆ วังสระปทุม ด้านหลังสยามพารากอน นี่เป็นความยากลําบากในการปฏิบัติงาน ของเจ้าหน้าที่ เรื่องนี้เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครที่ทําหน้าที่ดับเพลิงอยู่ทราบดีเพราะผมได้ ประสานงานกับท่านปลัดกรุงเทพมหานครและเจ้าหน้าที่ทั้งคืนในคืนนั้น ส่วนที่ท่านอ้างว่า การเผาศาลากลางจังหวัดไปจับกุมได้ สถานการณ์ไม่เหมือนกันครับ พื้นที่ ที่สี่แยกราชประสงค์นี่กลุ่มของคุณจตุพรยึดครองมาเป็นเวลาเดือนเศษ พวกผมเข้าไม่ถึง จริง ๆ ครับ ถ้าเข้าถึงนี่คุณจตุพรเสร็จผมไปนานแล้ว ผมเอาเข้าคุกไปนานแล้ว แต่ว่า เข้าไม่ถึงครับเพราะว่าคุณจตุพรแอบอยู่หลังเด็ก หลังผู้หญิง หลังคนแก่ นี่มันเป็นเหตุ ที่ทําให้ลําบากในการปฏิบัติหน้าที่ แต่ที่ต่างจังหวัดนั้น

(นายวิทยา บุรณศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ท่านวิทยาประท้วง

ครับ ท่านก็พยายามตอบ ให้เป็นที่พอใจทุกฝ่ายแล้วครับ เชิญสรุปได้กระมังครับท่านรองนายกรัฐมนตรี

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี

ครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ กรณีการจับกุมผู้กระทําความผิดในการเผาศาลากลางจังหวัดทั้ง ๔ แห่งนั้น ทําง่ายกว่านี้ครับ เพราะว่าเขาเพิ่งเข้ามาในวันนั้น เห็นหน้า เห็นตัว แล้วก็เป็นคนอยู่ ต่างจังหวัดรู้ว่าใครเป็นใคร จับได้ในขณะก่อเหตุก็จับ จับไม่ได้ก็ตามไปจับที่บ้าน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตรายงานเพื่อบันทึกไว้ในสภาแห่งนี้ว่ากลุ่มของคุณจตุพร และพรรคพวกนี่ครับที่ได้ทําเหตุเผาบ้านเผาเมืองนี่ทั้งหมดทั้งสิ้น ๓๙ คดี จับกุมผู้ต้องหา ได้แล้ว ๒ คดีครับ เผาที่ถนนดินแดงนะครับจับกุมผู้ต้องหาได้ ๑ คน เผาธนาคารกรุงเทพ สาขาพระโขนงจับกุมผู้ต้องหาได้ ๑ คน และอยู่ระหว่างขอออกหมายจับนะครับ มีภาพแล้ว และคิดว่าจะจับได้อีก ๒ คดี ที่ไปเผาอาคารมาลีนนท์ที่ช่อง ๓ นะครับ อยู่ระหว่าง ขอออกหมายจับ ๘ คนเผาอาคารเซ็นทรัล เวิลด์ อยู่ระหว่างขอออกหมายจับ ๔ คน ไม่รู้ตัวผู้กระทําความผิดจนเดี๋ยวนี้ ๓๕ คดีครับ อันนี้ก็ขออนุญาตกราบเรียน คุณจตุพร ก็พยายามจะยํ้าว่าเมื่อปีที่แล้วเกิดเหตุที่เผารถเมล์ ที่พวกคุณออกมาเผาบ้านเผาเมือง ไปคราวที่แล้วนะครับยังจับกุมผู้ต้องหาไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ผมเป็นผู้ควบคุมกํากับดูแล เจ้าหน้าที่ตํารวจ คุณจตุพรบอกว่ามันเป็นเรื่องที่น่าขมขื่น ผมเรียนท่านประธานไปถึง คุณจตุพรผมก็ขมขื่นครับ คดีที่พวกคุณจะทุบผมที่กระทรวงมหาดไทยจะเอาให้ตายวันนั้น ก็ยังไม่ก้าวหน้าเหมือนกันครับ อันนี้ก็เป็ นเรื่องที่ผมก็จะต้องดําเนินการต่อไป ผมก็กราบเรียนท่านประธานครับ ไม่ได้ตั้งใจจะมาพิรี้พิไรหรอกครับ แต่ว่าข้อหา ที่คุณจตุพรและพรรคพวกกล่าวหาผมในวันนี้ อภิปรายในวันนี้ก็ฉกาจฉกรรจ์ ผมก็นั่งฟัง ท่านพูดทุกนาทีไม่ได้แสดงปฏิกิริยาคัดค้านหรือว่าทําให้ท่านไม่สบายใจ เสียสมาธิ แต่ว่าเมื่อพูดมาก็ต้องชี้แจงเพราะว่าคนตัดสินนั้นคือสมาชิกสภาทุกคนและพี่น้องประชาชน ที่ติดตามดูทางทีวีหรือฟังทางวิทยุครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับท่าน

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ใช้สิทธิพาดพิง ๑ นาทีครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ค่อยพาดพิงตอนที่เขาสรุป ได้ไหม

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

นิดเดียว ๑ นาทีครับท่านประธาน เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องเท่านั้นเอง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายจตุพร พรหมพันธุ์ ผมไม่เคยมีพฤติกรรมที่จะไปซุกกระโปรงใครหรือจะเอาเด็ก และผู้หญิงมาแวดล้อมเพื่อให้ตัวเองปลอดภัย ใครก็ตามทําอย่างนั้นเป็นคนเลวทรามตํ่าช้า และขอประณาม การจะจับกุมคนที่เผาสถานที่ต่าง ๆ เป็นหน้าที่ของท่านต้องดําเนินการ เพื่อจะเอามาดําเนินคดี แต่ว่าหยุดใส่ร้ายคนเสียที คนเรานุ่งกางเกง ขอบคุณครับ ท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรี พาดพิง หรือเปล่าครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พาดพิงหรือเปล่าครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ผมใช้สิทธิพาดพิงนะครับ คุณจตุพรนี่พาดพิงผม ๒ เรื่องคือ ๑. ท่านเอ่ยชื่อผมและบอกว่า ถ้าคุณยังมีความเป็นมนุษย์ นี่ประเด็นหนึ่ง อีกประเด็นหนึ่งพูดถึงเรื่องเกิดชาติหน้า พูดถึงเรื่องความสูง ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าความจริงผมไม่ได้มีชื่อ ถูกอภิปรายกับเขาแต่ว่าก็มีความตั้งใจที่จะแวะเวียนมาพูดถึงอยู่เรื่อย บังเอิญท่านพูดว่า ถ้ายังมีความเป็นมนุษย์ ท่านใช้คํานี้ แล้วก็บอกถึงการทําหน้าที่ของช่อง ๑๑ ผมเรียน ท่านประธานก่อนครับว่าการทําหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในช่อง ๑๑ กรมประชาสัมพันธ์นั้น เขาก็ทําหน้าที่ตามหน้าที่ของเขาตามปกติ การตําหนิติติงวิพากษ์วิจารณ์ทําได้ครับ แล้วเขาก็จะปรับปรุงแก้ไขตามที่ประชาชนหรือคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องติติงแก้ไขมาก็อย่าไป โทษเขา สําหรับผมนี่ผมยืนยันครับ ท่านใช้คําว่าถ้าคุณยังมีความเป็นมนุษย์นี่ผมยืนยันครับ ผมทําหน้าที่ด้วยความเป็ นมนุษย์แล้วก็สํานึกในความเป็ นมนุษย์อย่างเต็มเปี่ ยม สื่อของรัฐทุกประเภท ทุกช่อง และผมรวมถึงสื่ออื่น ๆ ซึ่งก็ให้ความเป็นธรรมกับเขา ไม่เคยมีใครที่จะเอาเหตุการณ์นี้มาเป็นเรื่องหากิน ไม่มีใครครับในสื่อรัฐที่จะเอาศพ มาหากิน หรือมาใช้วิธีการที่จะใช้สถานการณ์ในการที่จะขยายความขัดแย้งให้เกิดขึ้น ต่อไปอีก ความจริงบทบาทหน้าที่เรื่องกรมประชาสัมพันธ์คุณจตุพรกับพรรคพวกน่าจะรู้ดี ท่านเคยทํารายการความจริงวันนี้ที่ช่อง ๑๑ แล้วก็ทําให้หลายคนที่นั่นขมขื่น เพราะท่าน ใช้สื่อของรัฐนี่ในการไปกล่าวหาเขาอย่างที่เขาไม่มีสิทธิที่จะมาชี้แจงได้เลย และเป็น การกล่าวหาหลายเรื่องไม่มีพยานหลักฐานด้วย แต่ช่อง ๑๑ ปัจจุบันนี้ไม่ทํา ผมคิดว่า ผมทําหน้าที่สมบูรณ์ในความเป็นมนุษย์

ส่วนเรื่องที่ท่านพูดถึงผมจะเกิดชาติหน้าความสูงเท่าไรนี่ ผมเรียน ท่านประธานสั้น ๆ ครับว่าความหยาบคายกักขฬะนี่ผมไม่ว่าอะไรหรอกครับก็แผ่ส่วนบุญ ไปให้ เผื่อว่าถ้าเกิดชาติหน้าฉันใดจะได้คิดทําประโยชน์เพื่อประเทศ เพื่อเพื่อนมนุษย์ ส่วนผมเกิดชาติหน้าจะสูงตํ่าดําขาวอย่างไรไม่เป็นไร ขอให้เกิดเป็นข้ารับใช้แผ่นดินนี้ และไม่เสียชาติเกิดที่เกิดมาเป็นคนไทยก็พอแล้วครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ช่วยกรุณารักษาจริยธรรม แต่ละท่านด้วยนะครับ ต่อไปก็เป็นคุณสงวน พงษ์มณี ๓๐ นาทีครับ

(นางผุสดี ตามไท ได้ยืนและยกมือขึ้น)

มีอะไรครับ พาดพิง หรือเปล่าครับ

นางผุสดี ตามไท แบบสัดส่วน

ประท้วงค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ประท้วงผม

นางผุสดี ตามไท แบบสัดส่วน

ค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ประท้วงข้อไหนครับ

นางผุสดี ตามไท แบบสัดส่วน

ท่านประธานคะ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขออนุญาตประท้วง ท่านประธานในข้อ ๘ ท่านไม่ควบคุมการประชุมให้เรียบร้อย เหตุผลที่ดิฉันอยากจะ ขอกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าดิฉันนั่งฟังตั้งแต่เช้า ท่านผู้ทําหน้าที่ประธานนี่ไม่เคย ที่จะห้ามที่จะให้สมาชิก

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมเพิ่งมานั่งไม่ถึง ๕ นาที

นางผุสดี ตามไท แบบสัดส่วน

ไม่เป็ นไรค่ะ เมื่อกี้นี้ของท่าน ก็เหมือนกันค่ะที่ผู้อภิปรายจะเลือกใช้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อกี้ท่านก็เฮนิดหน่อย ผมก็เรียนไปแล้วว่าให้รักษาจริยธรรมหน่อย

นางผุสดี ตามไท แบบสัดส่วน

ขออนุญาตฟังดิฉันนิดหนึ่งนะคะ คือการที่จะบอกว่านุ่งกระโปรง นุ่งกางเกง นุ่งกางเกงแล้วมีศักดิ์ศรีไม่ไปซุกใต้กระโปรงใคร ท่านประธานคะ ดิฉันต้องขออนุญาตตรงนี้เลยนะคะว่าสภานี้ควรจะเลิกใช้คําอย่างนี้ เสียที ท่านทั้งหลายนับถือสิทธิมนุษยชนนะคะ กระโปรง กางเกง สิทธิและศักดิ์ศรี ของความเป็นมนุษย์มีค่าเท่ากัน ต้องเลิกพูดค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอ พอ พอแล้วครับ ขอบคุณครับ คือหาเรื่องพูดจนได้ เชิญคุณสงวนครับ

นายสงวน พงษ์มณี ลําพูน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ในฐานะสมาชิกพรรคฝ่ำยค้าน วันนี้พรรค ได้มอบหมายให้ผมมาทําหน้าที่ในส่วนที่เป็นเรื่องของเศรษฐกิจ จริง ๆ แล้วผมนี่น่าจะพูด เรื่องที่มันถึงเลือดถึงเนื้อ ถึงชีวิต แต่ทุกคนก็แทงหวยผิด ผมเลือกที่จะมาพูดเรื่องนี้ครับเรื่องที่ท่านทั้งหลายได้ใช้โอกาสกระทําต่องบประมาณของ แผ่นดินอย่างถึงพริกถึงขิงครับ ผมคิดว่าผมขอใช้เอกสารเหล่านี้ต่อท่านประธาน ท่านประธานก็ได้กรุณาอนุญาตแล้วครับ แผ่นแรกกับแผ่นที่ ๒ จะเป็ นตัวตน ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ส่วนแผ่นที่ ๓ จะเป็นตัวตนของ ครม. ว่าคุณได้ทํา อะไรกับแผ่นดินนี้ไว้ เรื่องทั้งหมดที่ผมจะพูดนี่นะครับ ผมจะพูดถึงท่านโสภณ จะพูดถึง ท่านชวรัตน์ และผมมีสิทธิที่จะพูดถึงท่านนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๑ ท่านรัฐมนตรีท่านเตรียมดูมาตรา ๑๗๑ ไว้ให้ดีนะครับ เพราะมาตรานี้ศาลอาญาใช้กับ ท่านทักษิณว่าทุกเรื่องที่ ครม. ทํา นายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบทั้งสิ้น ผมเตรียมว่า ผมต้องพูดอย่างไร เตรียมตั้งนานใช้เวลามาก เตรียม ๒ ชั่วโมง จะมาพูด ๑ ชั่วโมง พอมาพูดครึ่งชั่วโมงผมก็ปรับตัวของผมเอง ผมจะกล่าวโทษท่านก่อน แล้วท่านก็ตอบผม มาหรือตอบสภามาตามหัวข้อที่ผมกล่าวโทษไว้เท่านั้นเองครับ ผมจะกล่าวโทษท่าน อย่างนี้ครับ

ผมกล่าวโทษข้อ ๑ ท่านได้อนุมัติเงินรัฐบาลจ่ายแทนบริษัท จ่ายแทน ค่าอะไรครับ ค่าที่ปรึกษาของบริษัทของรัฐมนตรี ครม. อนุมัติเงินจ่ายเงินค่าคอนซัลท์ (Consult) ค่าที่ปรึกษาแทนบริษัทของรัฐมนตรี

ข้อ ๒ ครม. อนุมัติโครงการใหม่ เงินใหม่ ๙๘ ล้านบาท ให้บริษัท ของรัฐมนตรี อันนี้ผมมีเอกสารคือมติ ครม. วันที่ ๑๐ เดือน ๓ ปี ๒๕๕๒ มาเป็ น ข้ออธิบาย

ข้อ ๓ ผมจะอธิบายให้เห็นว่าผมกล่าวโทษท่านอย่างนี้นะครับ มท. ๑ และนายกรัฐมนตรี ต้องถือว่าและนายกรัฐมนตรีได้กระทําการอันขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๗ และฝ่าฝืนบทบัญญัติของกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา ๑๐๑ เดี๋ยวท่านดูว่าจริงหรือเปล่า

ข้อ ๔ มท. ๑ ในขณะที่รักษาการนายกรัฐมนตรีได้มีความพยายามกระทําการ อันเอื้อประโยชน์ต่อบริษัทของตัวเอง เป็ นอย่างไรท่านดู เดี๋ยวมีเอกสารให้ดู ผมไม่ใช้เวลามากหรอกครับท่านประธาน

และอันสุดท้ายข้อ ๕ ทั้งหมดตั้งแต่ข้อ ๑ ถึงข้อ ๔ ผมพูดถึงแอร์พอร์ต ลิงค์ (Airport link) แต่ข้อ ๕ ผมพูดถึงรถไฟฟ้ำสายสีม่วง ข้อ ๕ นี่คืออะไรครับ มีคณะกรรมการ ของกระทรวงคมนาคมอนุมัติวงเงินโดยไม่มีอํานาจ ผมจะเปรียบเทียบดูตั้งแต่ท่านสุรยุทธ์ ท่านสมัคร ต้องใช้มติ ครม. กําหนดวงเงิน นี่ท่านใช้อะไร ใช้คณะกรรมการแล้วแจ้งให้ ครม. ทราบ อันนี้ผมว่าไม่เกี่ยวกับ ครม. แต่เกี่ยวกับกระทรวงคมนาคม แล้วปรับเงิน อย่างไรครับ ปรับเงินแบบทําเอกสารและใช้เอกสารอันเป็นเท็จต่อ ครม. ที่ผมพูดถึงพริกถึงขิง หรือเปล่าเดี๋ยวดูต่อไป ท่านประธานครับ เอกสารฉบับนี้กรุณาซูมให้ดูหน่อยไม่ได้หรือครับ ช่อง ๑๑ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสงวนครับ ท่านได้ส่ง เอกสารหลักฐานให้กรรมการเขาตรวจ

นายสงวน พงษ์มณี ลําพูน

เรียบร้อยครับ ส่งตั้งแต่เมื่อคืนครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

แล้วยังไม่ผ่านผมเลย

นายสงวน พงษ์มณี ลําพูน

เซ็นมาหมดแล้วครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีลายเซ็นผมไหม

นายสงวน พงษ์มณี ลําพูน

มีครับ มีเซ็นตรงนี้ เซ็นมาหมดแล้วครับ เซ็นทุกแผ่น ของผมเซ็นทุกแผ่น

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เซ็นว่าอย่างไรครับ

นายสงวน พงษ์มณี ลําพูน

เซ็นตรงนี้อนุญาต ท่านก็ไม่ให้เซ็นตรงนี้ ตัวนี้คือตัวนี้ผมไปขยายเท่านั้นเอง ผมให้ข้อสอบก่อน ๑ คืนด้วยซํ้าไป ไม่ใช่ ๓ ชั่วโมง ผมให้เมื่อคืนนี้แล้วท่านวิรัตน์เป็นคนนําส่ง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ท่านรับผิดชอบ ไม่เป็นไรครับ

นายสงวน พงษ์มณี ลําพูน 🔗

ท่านประธานครับ อันนี้ตัวตนของ มท. ๑ ท่านครับ ข้อโต้แย้งที่ผมพบในหนังสือพิมพ์ เรื่องนี้ถึง ป.ป.ช. และ กกต. เรียบร้อยแล้ว โดยข้อเท็จจริงท่าน มท. ๑ ท่านไม่มีคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรีมาตั้งแต่ต้น มีคนบอกผมว่า ก็เป็นตั้งแต่สมัยท่านสมัครไม่เห็นว่าอะไร เป็นตั้งแต่สมัยท่านสมชายไม่เห็นว่าอย่างไร ตอนนี้ก็ต้องไม่เป็นอะไร คุณสมบัติของบุคคลนี้เป็นเรื่องของคนนะครับ ผมพูดเรื่องนี้ ตอนท่านสมัครถูกแจ้งข้อหาว่าท่านเป็นลูกจ้าง ท่านก็คุยกับผมแล้วก็บอกว่านี่เป็นเรื่อง บุคคล คุณสงวน ไม่มีใครร้องก็ไม่ผิด บ้านเรามันสังคมกล่าวหา แต่ท่านสมัครยืนยัน กับผมว่าท่านจะใช้ตําแหน่งของท่านกํากับดูแลไม่ให้ตําแหน่งรัฐมนตรีเอื้อประโยชน์กับ บริษัทเขา เพราะว่าการเป็นคู่สัญญากับแอร์พอร์ต ลิงค์กับโครงการอื่น ๆ มันเป็นก่อนที่จะ มาเป็นรัฐมนตรีแต่ถ้ามีคนร้องก็ผิด นี่ผมตอบท่านอย่างนี้ นี่เป็นคําตอบของท่านสมัคร ท่านครับ ในหนังสือมติชนขึ้นหัวเรื่องอย่างนี้นะครับ มิสเตอร์คอนเนคชัน (Mister Connection) ผมให้ท่านไปแล้วนะครับ นี่นะครับแกะรอยท่านชวรัตน์หุ้นส่วนธุรกิจตระกูลดังขุมทรัพย์ ๓๐๐ ล้านบาท เขียนอย่างนี้ครับ ผมอ่านเฉพาะตอนท้าย ท่านครับ บทความบทนี้ จากมติชนครับ เขาว่าอย่างไรครับ เขาบอกว่าท่านทักษิณทําไม่เนียนเท่ากับท่านชวรัตน์ เขาว่าอย่างนี้นะครับ เขาอ้างว่าท่านทักษิณก่อนจะเป็นนายกรัฐมนตรีในปี ๒๕๔๔ โอนหุ้นทั้งผัวทั้งเมียให้กับลูกไว้ แต่ตอนหลังคือมาขายแล้วมันมีประโยชน์ ยังถูกศาล พิพากษาว่าทับซ้อนแล้วยึดทรัพย์ แต่ท่านชวรัตน์เขาเขียนอย่างนี้นะครับ ขณะที่ปู่จิ้น นี่ผมอ่านจากหนังสือนะครับ เลือกใช้วิธีจัดการอย่างเนียน ๆ ว่าจ้างนิติบุคคลเข้ามา บริหารสินทรัพย์ วันนี้ทักษิณเผชิญปัญหาวิบากกรรมเรื่องซุกหุ้น รวยผิดปกติ ถูกยึดทรัพย์ แต่ขิงแก่มากคอนเนคชัน (Connection) สบาย ๆ ธุรกิจเฟื่องฟูแถมมีบริวารอู้ฟู่อีกมากมาย นี่ฉบับนี้เขาเขียนอย่างนี้นะครับท่าน ผมคิดว่าผู้เขียนท่านลืมอ่านรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ผมขออนุญาตอ่านรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญทั้งปี ๒๕๔๐ และปี ๒๕๕๐ มีข้อความ เหมือนกันอย่างหนึ่ง ห้าม ส.ส. และ ส.ว. เป็นคู่สัญญากับรัฐอันมีลักษณะผูกขาด และตัดตอน ผมไปให้ข้อมูลกับ กกต. ๑ ชั่วโมงกับ ๕๐ นาทีพูดแต่เรื่องคําว่าสัญญาสัมปทาน เป็นคู่สัญญาในการประมูลรับเหมาก่อสร้าง เป็นการผูกขาดตัดตอนหรือเปล่า ก็ไปได้ ตัวอย่างมาหลายอย่างครับ กลายเป็นว่าการเป็นคู่สัญญาต่อไปนี้พี่น้องประชาชนฟังนะครับ นักการเมืองทั้งหลายจงฟังนะครับ ถ้าบริษัทของท่านเป็นคู่สัญญากับรัฐท่านไม่มีสิทธิ มาเป็นนักการเมืองเลย ที่จังหวัดลําพูนมี ส.จ. คนหนึ่งเช่าโกดัง เช่าเสร็จอีก ๖ เดือน จะหมดเวลาเช่า ตัวเองสมัครเป็น ส.จ. ตอนนั้น อ.ต.ก. ไปเช่าเอาลําไยมาวาง มันมีปัญหา ตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ จนกระทั่งถึงบัดนี้ยังไม่ได้เอาออกจากโกดัง ในที่สุดในขณะที่ดํารงตําแหน่ง ส.จ. มีคนร้องเรื่องนี้ครับ เขาถูกพัก ๕ ปี นี่เช่าโกดังนะท่านประธานครับ มีนายกองค์การ บริหารส่วนตําบลตําบลหนึ่งเอาเงินของตําบลให้กับกลุ่มเกษตรกร กลุ่มแม่บ้าน มีหมู่บ้าน ตัวเอง เมียตัวเองเกิดไปเป็นประธานกลุ่มเข้าให้ ได้เงินด้วย ถูกสอบครับ วันนี้อ้างว่าใช้เงิน ไม่สุจริต ภรรยาเขาต้องใช้เงิน ตอนนี้ยังไม่หมดวิบากกรรม ยังจะฟ้ องเขาว่าเอามาอนุมัติ ให้ภรรยาตัวเองอีก นี่แสดงว่าการเป็นคู่สัญญากับรัฐนี่จะกระทําไม่ได้เลยทั่วประเทศนี่ โดนหมด บางเทศบาลโดนอย่างไรครับ ไปซื้อนํ้ามันในร้านของพ่อตัวเอง อามะ ภันเต พัก ๕ ปี วันนี้ท่านดูนะครับ นี่ปี ๒๕๔๐ ก็เขียนอย่างนี้คําว่าสัญญาผูกขาดตัดตอน หมายความว่าอย่างไร วันนั้นสนทนากันชั่วโมงครึ่ง สรุปอย่างนี้ท่านประธานครับ คําว่า ผูกขาดโดยพจนานุกรมเขาว่าอย่างไรครับ เขาบอกว่า ตัดมาสงวนสิทธิไว้เป็นของตัวเอง ประมูลเสร็จก็สงวนสิทธิทําเอง ตัดตอนหมายความว่าโครงการนี้อาจจะมีหลายสัญญา เอามาเพียงสัญญาก็เข้าข่ายนี้แล้ว นั่นแสดงว่าสัญญาทุกอย่าง บริษัทนี่เป็นคู่สัญญา กับรัฐ เมื่อเป็นคู่สัญญากับรัฐเมื่อไรจะไม่สามารถมาทําหน้าที่เป็นผู้บริหารองค์กรภาครัฐ ได้เลย ไม่ว่า อบต. เทศบาล หรือรัฐมนตรี ท่านครับ เขาบอกว่าอย่างนี้ท่านประธาน ปี ๒๕๕๐ มาตรา ๒๖๕ ให้นําเรื่องคู่สัญญาตามวรรคสองมาใช้กับคู่สมรสและบุตร เพราะว่าอย่างไรครับ เพราะมีคําว่าทางตรงและทางอ้อม แต่กฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา ๑๐๐ ออกตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เขียนไว้ การกระทําของภรรยาหรือคู่สมรส ให้ถือว่า เป็นการกระทําของเจ้าหน้าที่ของรัฐ คนเขียนรัฐธรรมนูญฉบับ ๒๕๕๐ นี้ เขาไม่ต้องการ ให้คุณทักษิณกลับมาบริหารประเทศ เขาก็เขียนกันคุณทักษิณ วันนี้ใครรํ่ารวยทําธุรกิจเหมือนคุณทักษิณก็ซวยไป ถ้าใครไม่แก้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๙ เหมือนที่ ส.ว. เสนอ สมัครไม่ได้อีกมากมายในคราวหน้า ท่านประธานครับ ในมาตรานี้ มันเขียนต่ออย่างนี้ ผมเอามาตรา ๒๖๙ มาบรรยาย เพราะว่ามีคําโต้ผมตอนที่ไปร้อง กกต. จากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในหนังสือมติชนเหมือนกันบอกว่า ลาออกแล้ว ภรรยาก็ลาออกแล้ว น่าจะหมด ท่านครับ แล้วก็ถือหุ้นไม่เกิน ๕ เปอร์เซ็นต์ ก็ว่าไปโน่นเลย มาตรา ๒๖๙ ที่ท่านลาออกจากบริษัทของท่านแล้วมาเป็นรัฐมนตรี ท่านเชื่อไหมครับ ท่านลืมอ่านรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ท่านลาออกเฉพาะตัวท่านแต่ภรรยา ไม่ลาออก ในสมัยท่านสมัครนั้น ภรรยาท่านก็ยังเป็นประธานบริษัทอยู่ แล้วก็อย่างไรครับ พอสมัยท่านสมชายก็ยังเป็นอยู่ ท่านประธานครับ แต่ขณะนี้ภรรยาออกแล้ว แต่ว่าบริษัท ดิ้นหลุดจากข้อห้ามของรัฐธรรมนูญหรือยัง ยังครับท่านประธาน เพราะอะไรครับ เพราะว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เขียนว่าให้รวมถึงบุตรด้วย ท่านดูนะครับบริษัทนี้ชื่อบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) (Sino-Thai Engineering & Construction) ท่าน มท. ๑ ผมจะไม่เอ่ยชื่อถึงบุคคลภายนอกแม้มีรายชื่อนะครับ แต่ผมจะพูดในลักษณะของลักษณนามว่าเป็นใครมาอย่างไร ท่าน มท. ๑ ท่านเป็นประธาน บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) ท่านลาออกแล้ว เพื่อมาเป็นรัฐมนตรี แต่ว่าภรรยาท่านยังไม่ออก ท่านผิดแล้วนะครับ สีนํ้าเงินนี่ลูกของท่าน ลูกชายถืออยู่ ๕๕ ล้านหุ้น คนแรกนะครับ ลูกสาวถือ ๑๙,๘๐๐,๐๐๐ หุ้น ลูกชายอีกคนหนึ่ง ถือ ๑๙,๘๐๐,๐๐๐ หุ้น ลูกสะใภ้ถือ ๑๘๙,๐๐๐ หุ้น นี่คือถือหุ้นนะครับ ลูกสะใภ้นี่ต้องถือว่า ทางอ้อม บริษัทของลูกชายซึ่งถือหุ้นใหญ่ยังมาถืออีก ๔๐,๐๐๐ หุ้น ท่านประธานครับ บริษัทนี้ตัวตนของมันก็คือบริษัทของท่าน มท. ๑ นี่คือบริษัทของรัฐมนตรี และ ครม. ที่นั่งอยู่ในสภาที่เป็ น ครม. คุณอนุมัติ อนุญาตให้บริษัทของรัฐมนตรีได้หรือ ถ้าผู้ว่าราชการ กทม. อนุมัติให้บริษัทของรองผู้ว่าราชการติดคุกหรือเปล่า คิดดูให้ดีนะครับ นี่เป็นปัญหาข้อกฎหมายนะท่านประธานครับ ผมพูดด้วยข้อกฎหมายว่าตัวตนของท่าน คือตรงนี้ แล้วที่ผมบอกว่าท่านขาดคุณสมบัติตั้งแต่ต้นเพราะอะไรครับ ท่านประธาน ดูแผ่นนี้หน่อยครับ นี่คือบริษัทของท่านเอง ในขณะที่ท่านเป็ นประธานบริษัท เป็นคู่สัญญากับรัฐในเรื่องอะไรครับศูนย์ราชการ ท่านครับ สัญญาที่ ๑ สัญญาที่ ๒ สัญญาที่ ๔ สัญญาที่ ๕ และสัญญาที่ ๖ บริษัทของท่านทั้งนั้นครับ แม้สร้างเสร็จยังติด คํ้าประกันอีกหลายปี มี อบต. อบต. หนึ่งขึ้นป้ำยเลยคนนี้เป็นรอง คนนี้เป็นที่ปรึกษา คนนี้เป็นนายก พอชนะเลือกตั้งตูม คนที่เป็นรองนายกเป็นรองนายกไม่ได้เพราะอะไรครับ เพราะว่าเขาไปรับจ้างทําท่อ ๔๐,๐๐๐ บาท ติดคํ้าประกันอีก ๖ เดือน เขาต้องรอ หมดคํ้าประกันถึงมาเป็นรองนายกได้ นี่คือข้อกฎหมายที่ต้องปฏิบัติเหมือนกันทั่วประเทศ ๒ ฉบับนี้ผมถือว่าเป็นตัวตนของท่านรัฐมนตรี ซึ่งถือว่ารัฐมนตรีท่านนี้เป็นเจ้าของ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ วรรคท้าย เป็นของลูกก็ต้องถูกจํากัดโดยข้อกฎหมาย บริษัทนี้ไม่มีความผิดด้วยนะ ตอนนี้บริษัทนี้มีปัญหาในการทําเป็นคู่สัญญากับรัฐใหม่เพราะอะไรครับ ก็เพราะว่าท่านเอง มาเป็นผู้บริหารประเทศ ถ้าท่านชวรัตน์ไม่ได้เป็นผู้บริหารประเทศตรงนี้ไม่มีปัญหา ผมขึ้นเลยนะครับ เพราะผมมีเวลาน้อย ขึ้นตัวตนของ ครม. ท่านประธานดูเลยครับ นี่เป็นมติ ครม. ในวันที่ ๑๐ เดือน ๓ ปี ๒๕๕๒ ท่านอนุมัติอะไรบ้าง อนุมัติ ๓๑๐ ล้านบาท จ่ายเป็น ค่าที่ปรึกษา ๒ เรื่อง ๓๑๐ ล้านบาท อันนี้ผมกล่าวหาว่า ครม. ของท่านอนุมัติเงินหลวง ให้กับบริษัท จ่ายแทนบริษัท รัฐมนตรีในเรื่องที่ปรึกษา ท่านอาจจะบอกว่าจ่ายได้ ไม่เป็นไร ผมจะมีข่าวข่าวนี้ ท่านประธานท่านฟังนิดหนึ่ง หนังสือฐานเศรษฐกิจ วันอาทิตย์ ที่ ๒๔ ถึงวันพุธที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๑ พูดถึงเรื่องนี้ว่าอย่างไร เขาขึ้นหัวเรื่องอย่างนี้ครับ แล้วผมจะเล่าเรื่องว่าความเป็นจริงมันเป็นมาอย่างไร บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) เล่นแง่ยืดอายุของแอร์พอร์ต ลิงค์ ใช้สิทธิตาม ครม. ขยายเวลาอีก ๑๘๐ วัน นี่หัวเรื่องนะครับ ก็กลายเป็นว่ามี ครม. ของท่านสุรยุทธ์อนุญาต ให้ต่อสัญญา แต่ว่าเอาเข้าจริง ๆ ต่อ ๕๕๐ วัน ประเด็นสําคัญมันคืออย่างนี้ ในข่าวเขียน บอกว่าสัญญาเดิมจะต้องเสร็จวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ แต่มันไม่เสร็จเพราะเงื่อนไข ต่าง ๆ แล้วมันต่อได้อยู่แล้ว การต่อสัญญาคือไม่ต้องเสียค่าปรับวันละ ๑๒.๙ ล้านบาท ๑๐๐ วัน ๑,๒๙๐ ล้านบาท อันนี้ ๕๐๐ กว่าวันเสียเท่าไร แต่เขาเขียนว่าแต่บริษัทก็ยิ้มได้ เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าจะต้องเสียค่าจ้างเพิ่มเฉพาะผู้รับจ้าง ก็เสียเพิ่มเพียง ค่าจ้างที่ปรึกษาเพิ่มขึ้นมาไม่กี่ร้อยบาทเท่านั้นเองเห็นไหมครับ ก็หมายความว่าโดยระเบียบแล้ว บริษัทต้องเสียค่าที่ปรึกษาเอง แต่ตรงนี้ ครม. อนุมัติบอกว่าให้จ่ายให้ทั้ง ๒ สัญญา ทั้ง ๒ ที่ปรึกษา ๓๑๐ ล้านบาท โดยบอกว่าอย่างนี้ครับท่านประธาน โดยรัฐบาล เป็นผู้รับผิดชอบภาระค่าใช้จ่าย อันนี้ข้อ ๑ ที่ผมกล่าวหา

ข้อ ๒ เป็นเรื่องใหญ่ครับท่านประธาน เป็นลําดับที่ ๓ ท่านนายกรัฐมนตรี อาจจะไม่รู้เพราะว่ามันมาอย่างเร็วมาก เดี๋ยวผมจะเล่ามันมาเร็วอย่างไร อนุมัติก่อสร้าง ทางเดินยกระดับ อันนี้อนุมัติใหม่ ๙๘ ล้านบาท ผมกล่าวหาท่านว่า ครม. ชุดนี้อนุมัติเงิน ให้กับบริษัทรัฐมนตรีอีก ๙๘ ล้านบาทในการก่อสร้างเพิ่มเติม ซึ่งความจริงก็จะต้อง ให้เขาทํา แต่ว่าเมื่อท่านมานั่งอยู่ใน ครม. ด้วย ไม่มีสิทธิตามหมวดว่าด้วยผลประโยชน์ ขัดกัน ผมกล่าวหาท่านครบแล้วในเรื่องแอร์พอร์ต ลิงค์ แต่ผมจะมีเรื่องเล่าให้ท่านฟัง อย่างนี้ ท่านประธานฟังให้ดีนะครับ ตอนนี้ท่านชวรัตน์ท่านเข้ามาเป็ นรัฐมนตรี ในเดือนกรกฎาคม ปี ๒๕๕๑ รถไฟ โดยกระทรวงคมนาคมเหมือนกันได้ทําหนังสือฉบับหนึ่งขอในเงื่อนไขเหล่านี้ ในสมัยท่านสมัครเดือนกรกฎาคม ท่านฟังให้ดีเดือนกรกฎาคม หนังสือนี้แช่เย็น อยู่ที่ทําเนียบ ท่านสมัครให้ไม่ได้ เพราะมันทับซ้อนแช่เย็นอยู่ตรงนั้น ผมไม่ต้องใช้เวลามาก พอแช่เย็นอยู่ตรงนั้นเสร็จทําอย่างไรครับ พอสมัยท่านสมชายท่านก็แช่เย็นอีก แต่ภายใต้การแช่เย็นของท่านมีคําแนะนําจากใครก็ไม่รู้ไปว่าก็ภรรยาท่านยังเป็ น ประธานบริษัทอยู่นี่มันจะไปทําอะไรได้ละ เดือนพฤศจิกายนปลายเดือนท่านก็ให้ภรรยา ของท่านลาออกจากการเป็นประธานบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) ลูกก็เป็นแทนเป็นกรรมการบริหารแทน บังเอิญวันที่ ๒ ท่านสมชาย ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสิทธิออกไป ท่านชวรัตน์เป็นนายกรัฐมนตรีเต็ม ๆ รักษาการเต็ม ๆ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านฟังให้ดีนะครับ วันที่ ๒ ท่านได้เป็นนายกรัฐมนตรีท่านคงจําได้วันที่ ๔ มีหนังสือจดแจ้งมาเลยว่าคุณทัศนีย์ภรรยาของท่านจดแจ้งออกจากบริษัทแล้วครับ แต่บริษัทนี้ยังเป็นของลูกอยู่ ท่านชวรัตน์ได้เอาหนังสือฉบับนี้เซ็นในเช้าวันที่ ๙ วันที่ ๒ รักษาการ วันที่ ๔ ภรรยาจดแจ้งลาออก ดูรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ วันที่ ๙ ประชุม ครม. นัดแรก พอประชุม ครม. นัดแรกเป็นอย่างไรท่านประธานครับ เอาเข้าเลยครับเซ็นเองเข้าวาระ เรื่องที่ ๓ ในวาระจร ในขณะนั้น ครม. ก็ไม่พิจารณา เพราะมันยังทับซ้อนอยู่ แต่เวลาแถลง แถลงบอกว่าเนื่องจากเป็นรัฐบาลรักษาการ แถลงแบบรักษาหน้าครับก็พูดอย่างนี้ แต่พอมาถึงสมัยท่านอภิสิทธิ์ฝุ่ นยังตลบอยู่เลยครับ วันที่ ๑๐ เดือนมีนาคม ท่านโสภณ ซารัมย์ นี่ผมไม่ต้องอ่านผมจําจนขึ้นใจเลย เปลี่ยนแต่หัวเรื่อง เปลี่ยนที่หนังสือ ท่านประธานฟังให้ดี เปลี่ยนว่าขอยืนยันการขออนุมัติเรื่องนั้นเลย เติมหัวเข้าไปว่าขอยืนยัน การขออนุมัติ แต่ไปเจอเรื่องสุดท้ายมีเรื่องสุดท้ายเข้ามาว่าอย่างไรครับสํานักงบประมาณ บอกว่าเงิน ๙๘ ล้านบาทนี่ต้องลงทุนร่วมกัน เขียนไว้ แล้วกระทรวงคมนาคมเขาก็บอกว่า เขาลงทุนร่วมกันกับผู้รับสัมปทาน เขาบอกว่ากระทรวงคมนาคมก็เห็นด้วยกับแนวคิดของ สํานักงบประมาณอย่างยิ่ง เห็นด้วยอย่างยิ่งครับท่านประธาน แต่ไปเขียนตรงนั้นว่าจะให้ บริษัทปรับปรุงภูมิทัศน์แทนดูสิท่าน แล้ว ครม. เข้ามา ครม. ก็ อามะภันเต เลยนะครับท่าน ออกมาอย่างนี้ ๙๘ ล้านบาทหลังอนุมัติใหม่ล้วน ๆ ท่านประธาน ถ้าท่านจะเถียงผม ไม่ต้องมาเถียงผมท่านเถียงเอกสารครับ วันนี้ผมยืนยันว่าท่านเป็นเจ้าของบริษัท เพราะว่า กฎหมายบอกว่าถ้าเป็นของลูกก็ต้องถือว่าเป็นของท่านด้วยแต่ทีนี้หลายคนบอกว่าบริษัท นี่เขาเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์นะเขาก็ประมูลมาตามปกติไม่มีอะไร คุณไปอ่าน มาตรา ๑๐๑ เขาบอกว่าถ้าคุณจะถือหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ในหุ้นที่ขายได้ในตลาดหลักทรัพย์นี่ เกิน ๕ เปอร์เซ็นต์ก็ไม่เป็นไร คุณจะต้องโอนไม่ใช่จ้าง ให้บริษัทซึ่งไปบริหารเขาเขียนอย่างนี้ ซึ่งไม่ใช่บริษัทที่เป็นคู่สัญญา แต่ต้องไม่ใช่บริษัทที่เป็นคู่สัญญา โอนหุ้นให้เขาแล้วก็ ถือหุ้นมากกว่านั้นได้อยู่แบบคุณไชยาที่โดนที่ต้องด้วยเรื่องนี้ ท่านก็ยังกลับมาเป็น รัฐมนตรีได้ใช่ไหมครับ เพราะบริษัทของท่านนั้นไม่ใช่บริษัทที่เป็นคู่สัญญากับรัฐ แต่มาตรา ๑๐๑ เขาเขียนว่าการที่จะโอนให้กับบริษัทซึ่งบริหารหลักทรัพย์นี่แล้วยังถือหุ้น ได้มากกว่าไม่ต้องโอนให้ใคร ต้องไม่เป็นบริษัทที่เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามมาตรา ๑๐๐ (๒) เพราะฉะนั้นบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) เป็นคู่สัญญากับรัฐตามมาตรา ๑๐๐ (๒) ผมพูดเรื่องนี้อีกทีเพราะยืนยันว่าบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) เป็นของรัฐมนตรี เพราะฉะนั้น ข้อกล่าวหาชุดแรกของผมคืออะไรครับ ท่านฟังให้ดี รัฐบาลชุดนี้โดย ครม. ภายใต้การนํา ของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ท่านต้องรับผิดชอบ มาตรา ๑๗๑ แล้วอนุมัติเงินใหม่ให้กับ บริษัทของรัฐมนตรี ท่านไปแก้ตัวเอาเองที่ ป.ป.ช. ก็แล้วกัน

ผมจะใช้เวลาเผื่อไปนิดหนึ่งเรื่องของรถไฟฟ้ำสายสีม่วง เพราะผมจะใช้ เวลาไม่มาก เพื่อนผมก็รอเยอะ รถไฟฟ้ำสายสีม่วง ผมจะพูดอย่างนี้ แผ่นนี้ที่ผมให้ดู มติ ครม. ๒๕๕๐ ของท่านสุรยุทธ์ วงเงิน ๓๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานดูนะครับ วงเงินสัญญาที่ ๑ เท่านี้ สัญญาที่ ๒ เท่านี้ สัญญาที่ ๓ เท่านี้ รวมแล้ว ๓๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท มติ ครม. ๒๕๕๑ ของท่านสมัคร ใช้ปึ๊งขนาดนี้ท่านประธานครับ ใช้ปึ๊งใหญ่ขนาดนี้ ท่านดูนะครับ เพื่อจะบอกว่าจําเป็นต้องเพิ่มเงินจาก ๓๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านโสภณครับ ผมพูดไม่ใช่พูดกับท่านโสภณ ผมพูดผ่านท่านประธานไปยังท่านโสภณ ใช้ปึ๊ งขนาดนี้ อธิบายว่าเหล็กมันขึ้นไปถึง ๔๐-๔๑ เปอร์เซ็นต์ นํ้ามันขึ้นไปถึง ๑๔๔ เหรียญต่อบาร์เรล จําเป็นต้องขึ้นจาก ๓๑,๐๐๐ ล้านบาทเป็น ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท แต่ใน ๓๑,๐๐๐-๓๖,๐๐๐ ล้านบาท เขาแยกอย่างนี้ เขาแยกว่าค่างานทั้ง ๔ สัญญา ๒๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานครับ เงินเผื่อเหลือเผื่อขาดจ่ายก็ได้ไม่จ่ายก็ได้ เงินค่าเค (K) ๓,๙๐๐ กว่าล้านบาท ถูกต้อง ภาษีมีแวท (VAT) เท่าไรครับ ๒,๓๕๙ ล้านบาท แวทนี่มาจากไหนครับ เขาเขียนว่าที่ต้องกําหนดทั้งแวท เพราะว่ามันจะกู้เงินที่ไหนยังไม่รู้ ถ้ากู้เงินในประเทศส่วนนี้ก็ออกไป วงเงินมันจะเหลืออยู่เท่าไรครับ ๓๓,๖๙๖ ล้านบาท ถ้าเราหักแวทออกไป นี่ถ้ากู้เงินต่างประเทศนะครับ วงเงินที่อนุมัติโดย ครม. ปี ๒๕๕๑ หรือปี ๒๕๕๐ มันจะเอาแวทไปลบลงถ้ากู้ต่างประเทศ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ๒,๓๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าหักจาก ๓๖,๐๕๕ ล้านบาท จะเหลือ ๓๓,๖๙๖ ล้านบาท ผมยํ้าตรงนี้ว่า ครม. ปี ๒๕๕๑ อนุมัติเงินแค่ ๓๓,๐๐๐ ล้านบาท เป็นวงเงินสําหรับการก่อสร้าง เรื่องนี้ ผมเน้นตรงนี้เพราะอะไรครับ เพราะผมกําลังจะบอกว่าหนังสือที่ลงวันที่ ๖ สิงหาคม ของกระทรวงคมนาคมนั้นทําเท็จอยู่อย่างนี้ ที่ ครม. ไม่ต้องรับผิดชอบ คือทํา และใช้เอกสารอันเป็นเท็จโดยในหนังสืออ้างว่าอย่างนี้ อ้างว่าอนุมัติไปเถอะ อย่างไรก็ไม่เกิน วงเงิน ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท ไม่เกินได้อย่างไรครับท่านประธาน กู้เงินต่างประเทศคุณต้อง หักแวทออก พูดอย่างนี้พี่น้องประชาชนก็เข้าใจ ถ้ากู้เงินต่างประเทศไม่ต้องเสีย ภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ ๗ แต่ถ้ากู้ใรประเทศต้องเสียร้อยละ ๗ ถ้าต้องเสียร้อยละ ๗ นี่ ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท แต่ถ้าไม่เสีย ๓๓,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าไปกู้ต่างประเทศเสีย ๓๓,๐๐๐ ล้านบาท ผมสรุปอย่างนี้นะครับ วงเงินที่แท้จริงถ้ำกู้ต่างประเทศคือ ๓๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๓๓,๖๙๖ ล้านบาท แต่ในหนังสือฉบับที่กระทรวงคมนาคม เสนอมาต่อ ครม. บอกว่าอย่างไร อนุมัติทั้งหมดไม่เกินวงเงินซึ่งอนุมัติไว้แล้วในวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๑ คือ ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท หนังสือนี้จึงกลายเป็ นหนังสือเท็จ กระทรวงคมนาคมจะเจอข้อกล่าวหาร่วมกับนายกรัฐมนตรีนะครับ ต้องรับผิดชอบร่วมกัน ตามมาตรา ๑๗๑ ร่วมอย่างไรครับท่านประธาน ทําและใช้เอกสารอันเป็นเท็จหลอกลวง ครม. ให้อนุมัติวงเงิน อันนี้เป็นความผิดที่ ๑ รถไฟฟ้ำสายสีม่วงครับท่านประธาน และรถไฟฟ้ำสายสีม่วงยังมีแถมอย่างนี้อีกครับท่านประธาน โอ้โฮ ท่านประธาน อันนี้มันถึงพริกถึงขิงจริง ๆ ท่านประธานครับ ท่านดูสิครับ อนุมัติ ๒๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่ค่างาน อันนี้เงินเผื่อเหลือเผื่อขาด เงินเผื่อเหลือเผื่อขาดนี่แหละ มท. ๑ ท่านก็อธิบายได้ดีกว่าผม เพราะอะไรครับ เพราะว่า ท่านอยู่ในแวดวงนี้ เงินเผื่อเหลือเผื่อขาดไม่ใช่อยู่ที่ผู้ประมูล ผู้รับจ้าง มันจะอยู่ที่ หน่วยงาน ถ้ามันแพงขึ้นเติมให้ ถ้ามันอยู่ที่เก่าไม่ต้องจ่าย เขาเรียกว่าเงินสํารองจ่าย จริง ๆ แล้วมันแปลว่าเงินเผื่อเหลือเผื่อขาด เรียกทั่วไปว่าค่าเคนี่แหละ โอ้โฮ ค่าเคลดลง จาก ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท บอกว่าแบบมันชัดเจน อะไรมันชัดเจน เหลือ ๔๓๕ ล้านบาท มันหักไปเท่าไรครับ ลดไป ๓,๕๓๗ ล้านบาท เอา ๔๓๕ ล้านบาท ลบออกจากตัวเดิม หมายความว่าค่าเคนี่ตัดออกไป ๓,๕๓๗ ล้านบาท แวทไม่ต้องเสีย ทั้งแวททั้งค่าเครวมกันแล้วนี่ จะได้ ๕,๘๙๖ ล้านบาท ผมเช็กไปเช็กมาเอาไปรวมไว้กับค่างาน เอาไปรวมไว้กับ ค่างาน ๒๙,๐๐๐ ล้านบาท เป็ น ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ถามไปยังนายกรัฐมนตรี ช่วยตรวจสอบว่าประเทศนี้มีการคิดเงินอย่างนี้ได้ที่ไหน ผมอยากศึกษาจังเลย เอาทั้งแวท ซึ่งไม่ต้องจ่าย เป็ นวงเงินแวทไม่ต้องจ่ายกับค่าเคที่หายไปไปรวมเป็ นค่างาน ๓๕,๐๐๐ ล้านบาทแล้วให้ใคร ท่านดูให้ ใคร ให้ ๒ สัญญาคือสัญญาที่ ๑ และสัญญาที่ ๒ เพิ่มขึ้น ให้ ๒ สัญญาเองครับ ๒ สัญญา สัญญาที่ ๒ เป็นของ มท. ๑ อุ๊ยตาย นี่ขนาดนี้เลยหรือ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เกินเวลาแล้ว

นายสงวน พงษ์มณี ลําพูน

เกินแล้วครับ เขาให้ผมครับ ผมเหลืออีก ๕ นาที ขอหักจากคนอื่นได้เลยครับมันติดพัน ท่านประธานครับ ตรงนี้ถือว่าเป็นความผิด ชัดแจ้ง แล้วผมจะเล่าให้ท่านฟังอีกอย่างหนึ่ง ผมพูดถึงหนังสือวันที่ ๖ สิงหาคม ที่ขอปรับ ราคา ครม. มีสิทธิแค่รับทราบ คณะกรรมการชุดนี้ ท่านรัฐมนตรีทั้งหลายเอ๋ย คุณมีอํานาจอะไร มาขึ้นค่างานเองโดยไม่ขออนุมัติ ครม. นี่เสนอให้รับทราบ โอ้โฮ ถ้าเป็ นอย่างนี้ เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้ คือไม่ต้องมีอํานาจใน ครม. อีกแล้ว ต่อไปคณะกรรมการชุดไหน ก็ขอลดได้เลย อ้างว่าวงเงินนี้สภาพัฒน์ก็เห็นด้วย ใครก็เห็นด้วย ผมไม่เชื่อ เพราะเรื่องนี้ เป็นเรื่องใหม่ แล้วก็เป็นเรื่องที่น่ากลัวที่สุดถ้าทําอย่างนี้ จนผมนึกในใจว่า โอ้โฮ นี่รัฐบาลนี้ มันเป็นรัฐบาลปูเสฉวนจริง ๆ คือกระดองหอยมันแข็งแรงเหลือเกินจะทําอะไรก็ไม่ผิด นี่ผมมีเงินเดือนเท่าท่าน เป็นหนี้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทยังหักไม่หมด ยังถูกห้ามทําธุรกรรม ทางการเงิน วันนี้รับเงินยังไม่ได้ท่านประธาน โอ้โฮ บ้านนี้เมืองนี้ผมเลยกลายเป็น ผู้สนับสนุนผู้ก่อการร้าย ไม่ว่ากัน เพราะผมไม่มีปัญญาทําอย่างนี้ นี่ถ้าหากว่า ผมกระแนะกระแหนใครไม่สบายใจ ผมก็ขอถอน เพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะว่า ผมไม่อยากให้เสียเวลา แต่ผมกําลังจะบอกคุณว่าผมเสือกจํา ผมจําได้หมด ผมมีตาราง อย่างนี้ ท่านประธานดูตารางนี้เขาเรียกว่าขั้นตอนการประกวดราคางานโยธา โครงการ รถไฟฟ้ำสายสีม่วงช่วงบางใหญ่-บางซื่อ ขั้นตอนที่ ๑๑ คือขั้นตอนที่ว่าเสนอราคาเปิดซอง ที่ ๓ แล้ว ขั้นตอนตกลงราคานะครับ รถไฟฟ้ำสายสีม่วงนี่ละครับ สัญญาที่ ๑ ตกลงราคา ๒๑ มกราคม ๒๕๕๒ สัญญาที่ ๒ ตกลงราคา ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๒ สัญญาที่ ๓ ตกลงราคา ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๒ แต่การขอปรับเงินมาขอปรับเงินวันที่ ๖ สิงหาคม แล้วคุณไปตกลงเขาได้อย่างไร ขอปรับเงินวันที่ ๖ สิงหาคม แล้ว ครม. อนุมัติเมื่อไรครับ วันที่ ๑๑ ครับ อุ๊ยตาย อกอีแป้ นจะแตก ท่านประธานที่เคารพ มันถึงพริกถึงขิงจริง ๆ แล้วในวันที่ ๑๗ มิถุนายน ครม. บอกว่าอย่างไรครับ ข้อ ๑.๑ บอกว่าอย่างนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันนํ้ามันมันแพง เชื้อเพลิงมันแพงขึ้น ราคาอะไรก็ขึ้น ก็เลยขอไปเพราะกลัวว่าผู้เสนอราคาจะถอนตัว และจะไม่มีใครมาประมูล ก็คุณรับเขาไปแล้วแล้วไปเขียนอย่างนี้ได้อย่างไร ทั้งหมด ที่ผมพูดมานี่ผมบอกแล้วจะมีคนพูดต่อคือท่านเฉลิมท่านขอให้ผมพูดบ้าง ผมก็เลยอ่านทั้งคืน เพื่อจํามาเล่าให้ท่านฟัง ทั้งหมดที่ผมพูดนี่ท่านประธานผมมีหลักฐานชัดเจน แล้วแจ้งความไว้แล้วที่ กกต. เรื่องคุณสมบัติ อยู่ในชั้นอนุกรรมการ ที่ ป.ป.ช. ก็มีแล้ว เรื่องอะไรอนุกรรมการก็กําลังสอบอยู่ แต่ผมบอกท่านว่าทั้งหมดทั้งมวลผมจะไม่รบกวน เวลาเพื่อนฝูงมาก ผมกําลังจะบอกท่านว่าอย่างนี้ ท่านครับ วันนี้เราไม่ต้องถอยหลัง คนละก้าวแล้ว ขอเราเดินหน้าคนละก้าว แล้วมาสู่จุดซึ่งรักษาบ้านรักษาเมืองร่วมกัน เงินรถไฟฟ้ำสายสีม่วงผมทราบว่าสภายังไม่ลงมติ เพราะจะต้องไปขออนุมัติเงินกู้จากสภา วุฒิสภาคราวก่อนเรานัดกันแล้วไม่ได้มาใช่ไหมท่านประธานถ้าผมจําไม่ผิด ก็ยังไม่ลงมติ ผมพูดครั้งนี้เพื่อให้ท่านวุฒิสมาชิกได้ฟัง และท่านนายกรัฐมนตรีรู้ว่าจะให้กู้อยู่หรือเปล่า มันจะต้อง ๓๓,๐๐๐ ล้านบาทครับท่าน มันไม่ใช่ ๓๖,๐๐๐ ล้านบาทเพราะถ้าอนุมัติ ๓๖,๐๐๐ ล้านบาทนี่เอกสารนั้นมันเท็จ มันต้องลบแวทออก ผมยํ้าตรงนี้ครับท่าน ส่วนตรงนี้ค่าเคท่านจะปรับอย่างไรผมไม่สนตรงนั้นท่านอธิบายได้ แต่ค่าแวทไม่ได้ วงเงินไม่ได้ เพราะท่านไม่ขอใหม่ ปูเสฉวนจริง ๆ

ผมขอพูดประโยคสุดท้ายครับท่านประธาน จริง ๆ แล้วผมได้ยิน ท่านนายกรัฐมนตรีพูดทั้งวัน ผมนั่งฟัง ผมสบายใจ ได้ยินท่านสุเทพพูดยิ่งสบายใจ แต่คนอย่างผม ผมอยากขอเป็นประชาชนที่ท่านและทหารรักผมเหมือนท่านรักประชาชน คนอื่น ผมขอพูดเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ เดี๋ยวให้จบทั้ง ๓ คนก่อนได้ไหมท่านรัฐมนตรีให้จบ ๓ คนแล้วตอบทีเดียวเลย เพราะเนื้อหาอันเดียวกัน ท่านนายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ๓๐ นาที เชิญครับ และวิปฝ่ายค้านที่จะอภิปราย ๒ กระทรวงนี้ก็เอาให้เสร็จเลยเพื่อจะได้ตอบทีเดียวครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ท่านประธานครับ วันนี้มีการพูดเรื่องการอภิปรายไม่วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ทั้ง ๕ คน รวมเป็น ๖ คน ๖ คนนี้ถือเป็นโชคลาง น่าจะหกคะเมนตีลังกาได้ ความจริง ผมไม่อยากพูดถึงท่านนายกรัฐมนตรี เพราะผมมีคิวพูดถึงท่าน มท. ๑ ท่านชวรัตน์ แต่ผมฟังท่านนายกรัฐมนตรีตอบเป็นเวลานานผมเลยมีความกังวลมาก ท่านอภิสิทธิ์ครับ คนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกที่จะเป็นได้ คนเรานี้พูดอะไรไว้ก่อนพูดเราเป็นนายคําพูด แต่หลังพูดแล้วคําพูดเป็นนายเรา นี่เป็นสัจธรรม ผมอยากเรียนท่านประธานว่าเรามีสิทธิ เลือกจะเป็นวีรบุรุษได้ เรามีสิทธิเลือกที่จะเป็นรัฐบุรุษได้ และในทางเดียวกันถ้าเลือกผิด เราจะกลายเป็นทรราช เป็นเผด็จการ ผมอยากเรียนท่านประธานว่าผมกังวลใจมาก ผมเคยบอกท่านว่าอย่าใช้กําลังทหารเลย ท ทหาร ผมบอกท่านประธาน ไม่มี ท ทหาร อดทน มันมีอยู่ใน ก ข เท่านั้นในหนังสือ ถ้าใช้กําลังทหารมันมีแต่ใช้กําลังอาวุธเพราะเขา มีอาวุธ ก็อย่างที่ผมคาดการณ์ครับท่านตัดสินใจใช้กําลังทหาร ท่านมาพูดแล้ว โอ้โฮ ผมดูแล้วไม่รู้ จะปรองดองกันอย่างไรครับ ท่านพูดรายละเอียดพูดเล็กพูดน้อยทุกอย่างละเอียดยิบ คนนั้นก่อการร้าย ทหารตั้ง ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ คนจับผู้ก่อการร้าย ๔-๕ คนไม่ได้ อยู่บนตึกจับไม่ได้ แล้วท่านจะไปจับอะไรครับ ผู้ก่อความไม่สงบในภาคใต้ไม่มีทางเลยครับ นี่เขาอยู่ในวงล้อมเลยครับ เขาอยู่ในวงล้อมมีด่านทุกอย่างท่านยังจับไม่ได้เลย แล้วก็ชอบพูด ใส่ร้ายเรื่องผู้ก่อการร้าย พวกผมไม่ได้กล่าวหาทหารนะครับว่าทหารทุกคนเป็นคนทําร้าย ประชาชน มีทหารไม่ดีบางคนเท่านั้นละครับที่ใช้อาวุธ ไม่ดีบางคน บางคนทําอะไรไม่ดีไว้ ท่านประธานครับ ผมอยากเรียนครับว่าการสลายการชุมนุมของท่าน ท่านก็พูดเพราะเหลือเกิน ขอพื้นที่คืน ขอกระชับพื้นที่ กระชับพื้นที่ครั้งแรกครับ พลตรี ขัตติยะ สวัสดิผล กระชับทีเดียวครับสมองกระจุยเลย นั่นคือการสั่งกระชับพื้นที่วินาทีแรก ใช้สไนเปอร์ ไรเฟิล ปืนนี้ท่านประธานเขาใช้ทําอะไรครับ เขาใช้ในการฆ่าศัตรูต่างประเทศครับ เป็นสงครามระหว่างประเทศ ผมบอกท่านประธานเลยการใช้อาวุธแบบนี้ไม่ว่าจะใช้เอ็ม ๑๖ เอ ๒ (A2) หรือใช้ปืนไรเฟิลมันไม่มีใครทํากันในการสลายการชุมนุม ไม่มีครับ ไม่เคย เกิดขึ้นในโลกนี้ครับ ประเทศไทยเป็นครั้งแรกที่มันเกิดขึ้น ผมเป็นหมอผมเคยบอก ท่านอภิสิทธิ์นะครับว่ามือผมเปื้อนเลือดแต่เปื้อนเลือดของผมนี่ภูมิใจ แต่ตอนนั้นท่านดูมือ ของท่านหรือยังครับ ท่านภูมิใจไหมกระชับพื้นที่ ผมเป็นหมอสูติ ผมไม่เคยใช้กระชับพื้นที่เลย ผมกระชับมดลูกอีก มดลูกหย่อน คนมีความสุขครับ แต่ท่านไปกระชับพื้นที่คนตาย มากมายมหาศาล ผมไปดูประวัติตระกูลท่าน ท่านเป็ นตระกูลหมอเลยนะครับ ตระกูลหมอเลย มีภรรยาที่สวยงาม นิสัยดี มีลูก ๒ คน ดีทั้งคู่ ท่านนับถือศาสนาพุทธ แล้วผมไปดูก็ดีนะท่านนับถือศาสนาพุทธ ศาสนาพุทธสอนให้คนเป็นคนดี ให้อภัยครับ ท่านเคยให้อภัยหรือยังครับ ให้อภัยหน่อย ไม่มีใครที่ไม่เคยทําผิด ศาสนาพุทธเขาสอน ถึงกฎแห่งกรรม ใครทํากรรมดีได้ดี ใครทํากรรมชั่วได้ชั่ว ใครฆ่าคนก็ถูกคนอื่นฆ่า ใครโกง คนก็ถูกคนอื่นโกง ใครด่าคนก็ถูกคนอื่นด่า เหมือนผมถ้าผมด่าคนคนก็ด่าผมมันเป็นเรื่อง ธรรมดา นี่แหละอยากฝากท่านนายกรัฐมนตรีครับว่าท่านเลือกเถอะครับ รูปที่เห็นนี้ เห็นไหมครับ ออง ซาน ซูจีท่านพูดถึงเขาบ่อยครั้งเหมือนกัน โคลสหน่อยครับออง ซาน ซูจี ได้รางวัลโนเบล (Nobel) สาขาสันติภาพเมื่อ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๓๔ ชนะเลือกตั้งตลอดเลยครับ แต่เขาไม่แย่งตําแหน่งนายกรัฐมนตรี เขาชนะเลือกตั้งตลอด เขาเป็นคนที่ในกลุ่มอาเซียน ยกย่องนับถือ ท่านเอาอย่างเขาไหมครับ ผมดูคําพูดท่านผู้ที่มาชุมนุมเรียกร้อง ท่านประธานครับ เขามาเพราะอะไร เรียกร้องประชาธิปไตยครับ เรียกร้องประชาธิปไตย เท่านั้นเองครับ คําพูดของท่านนี่ถ้าผมไม่อ่านอีกครั้งหนึ่งเตือนสติท่าน ท่านพูดต้องอ่าน อีกครั้งครับ ขออนุญาตประธานอ่าน ประชาชนเพียง ๑ คนหรือ ๑๐๐,๐๐๐ คนเรียกร้อง ให้รัฐบาลพิจารณาตัวเองนั้นไม่ได้ขัดหลักการประชาธิปไตย โดยเฉพาะถ้ามีข้อสงสัยว่า บริหารประเทศนั้นละเมิดกฎหมาย ละเมิดสิทธิประชาชน หรือทุจริตคอร์รัปชัน ๓ อัน เข้าหมดเลยครับ เขามาเรียกร้องถูกต้อง ท่านบอกว่ารัฐบาลลาออกอย่าระแวงเลย ตั้งรัฐบาลนะผมไม่แย่งหรอก ยุบสภาช่วยกัน ท่านพูดตลอด แต่ตอนนี้เป็นอย่างไรครับ ผมไม่อยากพูดถึงเลยครับ ผมว่าประชาชนรู้ดี ผมอยากเรียนว่าท่านทําอะไรบ้างในตําแหน่งนายกรัฐมนตรี เป็ นนายกรัฐมนตรี ทําอะไรบ้างครับ ไม่มีอะไรครับ วัน ๆ ครับกู้ กู้เงิน กู้แล้วมาโกง ๒. ตามจับทักษิณ นี่ครับ โคลสหน่อยครับ อยู่ดี ๆ ก็ไปบอกให้ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณเลือกสัญชาติ ถามท่านนายกรัฐมนตรีท่านมีสิทธิอะไร ท่านมีสิทธิอะไรจะไปบอกให้เขาเลือกสัญชาติ หลานผมนี่เกิดที่ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ เขาเลือกเองครับ ไม่มีใครมีสิทธิเลือกสัญชาติ ให้ใคร แต่ทําไมเขาได้สัญชาติ ที่บางประเทศเขาให้เพราะเขาให้เป็นกิตติมศักดิ์ ท่านจะไป ยุ่งอะไรกับเขาครับ จะจับก็จับเลยครับถ้าจับได้ จับได้จับเลย ไม่เห็นทําอะไรครับวัน ๆ ผมอยากกราบเรียนนะครับว่าวันนี้เข้าประเด็นครับว่าเรื่องทุจริต เวลาจํากัดเหลือเกิน ผมอยากกราบเรียนครับว่าวันนี้ที่ผมพูดถึงนายกรัฐมนตรีเพราะว่าถ้าตอบแล้ว ผมรู้สึกกังวลใจ เอาเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน เรื่องนี้ผมอยากให้ท่านเป็นมาตรฐานเดียว ใช้รัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน ปี ๒๕๕๐ นายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบครับ นี่ครับชัดเจน หลังจากปฏิวัติ คตส. สั่งเลยครับ ตรวจสอบนายกรัฐมนตรีทักษิณทุกเรื่อง ทุจริตกล้ายาง ก็เอาเรื่องเขา ทุจริตซีทีเอกซ์ (CTX) ก็จะเอาเรื่องนายกรัฐมนตรีทักษิณ ทุจริตสนามบิน สุวรรณภูมิ ทุจริตแอร์พอร์ต ลิงค์ ทุจริตทุกอย่าง แล้วเดี๋ยวนี้เป็นอย่างไรครับ หรือว่าคนที่ กระทําการทุจริตไปอยู่พวกท่าน ไปอยู่ข้างเดียวกันเลยเงียบ เงียบไป ผมอยากเรียนครับว่า ท่านต้องทํามาตรฐานเดียวครับ ตอนนี้ทุจริตของท่านมีอะไรชาวบ้านรู้หมด ตั้งแต่เล็ก ไปถึงใหญ่ ปลากระป๋ องก็เน่า ข้าวก็บูด ชุมชนพอเพียงก็โกงกันสนุกสนาน โครงการ ไทยเข้มแข็ง รีไซคลิ่ง (Recycling) กลิ้งกันสนุกสนาน ถนนดี ๆ ทําครับ ถนนไม่ดีไม่ทํา กินกันครับ กิโลเมตรละ ๔,๕๐๐,๐๐๐ บาท เขาบอกนะครับ กิโลเมตรละ ๔,๕๐๐,๐๐๐ บาท ทางหลวงชนบทยังแค่ ๓,๒๐๐,๐๐๐ บาท ก่อสร้างถนนนะครับ นั่นเขาก่อสร้าง อันนี้เทยางรีไซคลิ่ง ๔,๕๐๐,๐๐๐ บาท ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์เก็บกัน ๑๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทุจริตในกระทรวงสาธารณสุข ท่านนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบอะไรครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการรับผิดชอบแล้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการรับผิดชอบแล้ว หมอบรรลุบอกว่า ผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๑ ชัดเจนครับ นายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ ท่านรับผิดชอบ หรือยังครับ ยังไม่พออีกครับท่านประธาน เยอะไปหมดเลยครับ ทุจริตตําแหน่ง ซื้อขายตําแหน่ง ไม่ว่าจะใน มท. ๑ ในกระทรวงมหาดไทย เป็นยุคที่ตกตํ่าที่สุด ตกตํ่ามาก เหลือเกิน บางคนทนไม่ไหวออกมาต่อต้าน ย้ายเสียแล้วอธิบดีกรมการปกครอง เดี๋ยวเพื่อนสมาชิกจะพูดต่อ ทุจริตคอมพิวเตอร์ยังไม่พอครับ แม้แต่เครื่องมือต่าง ๆ ผมอยากกราบเรียนครับ อันนี้สไนเปอร์ ไรเฟิล ไม่อยากโชว์ครับเดี๋ยวประท้วงมาก นี่ครับ จีที ๒๐๐ (GT200) โคลสหน่อยครับ เป็นเรื่องที่อัปยศที่สุดเรื่องจีที ๒๐๐ นี่ยังไม่ได้เข้าจุดไคลแมกซ์ (Climax) มีใหม่เอี่ยมเลยนะครับ มีใหม่เอี่ยมเรื่องอาวุธปื น เดี๋ยวจะเอามาแฉให้ดู จีที ๒๐๐ มันเป็ นอย่างไรครับ ซื้อไปตอนนี้ผมรวบรวมได้ ๑,๔๒๖ เครื่อง ทั้งกระทรวงกลาโหมและกระทรวงมหาดไทย จีที ๒๐๐ และอัลฟ่า ๖ (Alpha6) ดูสิครับ โคลสหน่อยครับ เครื่องนี้น่ารังเกียจที่สุด ซื้อเข้ามาได้อย่างไรครับ คุณสรยุทธ์ ช่อง ๓ เขาบอกราคา ๑๕๐ บาทต่ออัน ท่านนายกรัฐมนตรีไปตรวจหรือยังครับ ๑๕๐ บาทหรือว่า ๑๘๐ บาท ทําอะไรหรือยังครับ ท่านเป็นคนสั่งตรวจสอบเองว่ามันเป็น สิ่งที่ใช้ไม่ได้ ให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตรวจสอบ ถามท่านหน่อยครับ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีบอกว่าใช้ไม่ได้ เสียเงินไปเท่าไร มีเครื่องราคาตั้งแต่ ๔๙๐,๐๐๐ บาท ไปถึง ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท ๑,๖๐๐,๐๐๐ บาท ราคาแตกต่างกัน แต่เครื่องเหมือนกันคือราคาจริง ๆ ราคากลางคือ ๗๒๐,๐๐๐ บาท ราคากลางระหว่าง ๔๙๐,๐๐๐ บาท กับ ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท เป็น ๗๒๐,๐๐๐ บาท แต่ราคาจริง ๑๕๐ บาท ทําเข้าไปได้อย่างไรครับ บอกแล้วก็ไม่ฟัง บอกว่าอันนี้มันใช้ไม่ได้แล้ว ทิ้งไป เงินหลวงครับ เงินผมนะ เงินพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ไม่ใช่เงินท่านคนเดียวจะปล่อยให้ทุจริตคดโกงได้ มันทําได้หรือครับ ประเทศนี้มันโชคดีหรือครับที่คุณอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี โชคดีไหม ปล่อยให้ทุจริตคดโกงขนาดนี้ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาทท่านประธานไปหาร ไปคูณ บวก ลบกัน ๑,๔๒๖ เครื่อง คูณกับ ๑๕๐ บาทเป็นเงิน ๒๑๓,๙๐๐ บาท ท่านใช้เงิน ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่เป็นเรื่องเก่า แต่ทําไมต้องเอามาพูด พูดให้เห็นท่านปล่อยปละละเลยการทุจริตคอร์รัปชัน อย่างร้ายแรง ท่านอยู่ได้อย่างไร หรือว่าเขาขี่คอท่าน ท่านทําอะไรไม่ได้เลย เป็นบุญคุณ เขาจะทําอะไรก็ช่างอย่างนั้นหรือครับ จะโกงจะกินอย่างไรก็ไม่เป็นไรอย่างนั้นหรือ ยอมขนาดนั้นหรือแค่ตําแหน่งนายกรัฐมนตรียอมเลยหรือครับ ทีนี้มาพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่นานมานี้ครับ ผมได้รับข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทยเขารู้สึกกังวลใจมากครับ เพราะอะไรครับ เขากลัวคนไทยจะยิงกันตายกันยิงเละเทะ ขณะนี้ก็ยิงกันเสียชีวิตเป็นร้อยศพ รัฐบาลชุดนี้จะชื่ออะไรแต่คนตายเป็นร้อยศพแล้วครับ ปรากฏว่าสมัย พลเอก สิทธิ จิรโรจน์ ท่านมีข้อกําหนดบอกห้ามให้ตั้งร้ำนค้าปื น อาวุธปื นไม่ให้มี ขนาด พลเอก อิสระพงศ์ หนุนภักดี ท่านยังออกข้อบังคับมาเลยครับ นี่ออกข้อบังคับมาจํากัด ไม่ให้เปิดร้านขายปืนและลูกกระสุนปืน ไม่ให้ครับ เขาปฏิบัติกันมาตลอด ไม่ให้เปิดร้านใหม่ สําหรับเอกชน แต่ปรากฏว่าท่านประธานครับ ถามว่าเคยมีคนจัดซื้อไหม มีครับ ในสมัยหลายรัฐมนตรีว่าการแต่เขาไม่ได้เปิดร้าน เขาอนุมัติให้ซื้อเป็ นสวัสดิการ แก่ข้าราชการของกรมการปกครอง ของข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ของกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจําตําบล สารวัตรกํานัน สมาชิกอาสากองรักษาดินแดน ผู้บริหาร สมาชิกสภา สมัยนั้นมีท่านโภคินเคยอนุมัติแต่ไม่ได้เปิดร้านใหม่นะครับ ท่านประธาน อนุมัติให้นําเข้าปืนแต่ไม่ได้เปิดร้านเพื่อการค้า ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๔๗ นี่ ๗,๖๑๓ กระบอก วันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๔๗ ประมาณ ๒๐,๐๐๐ กระบอก ท่านโภคินให้ตอนนั้นเกิดเหตุการณ์ร้ายทางภาคใต้ เขาก็เลยให้ซื้อขายอาวุธปืนเข้ามา แต่ไม่เคยเปิดร้านขายปืนเอกชนให้เป็นการค้าเลย เพราะว่าอะไรครับ เขากลัวว่าปืนนั้นจะเอามายิงกัน จะมีการฆ่ากันตายมากขึ้น แต่ไม่รู้ เหมือนกันรัฐบาลชุดนี้เห็นการฆ่ากันตายเป็นเรื่องธรรมดาหรืออย่างไร ผมไม่เข้าใจครับ ทําไมจะต้องทําแบบนี้ครับ ความจริงเรื่องที่เกิดขึ้นนี่มันมาแดงตอนไหนครับ บังเอิญครับ อันนี้ก็เป็นรูปนะครับ วันนี้ผมจะอภิปรายท่านนี้รูปหล่อมากครับ ดํานาเลยครับ ดูท่าสิครับ โคลสหน่อย อันนี้ไม่เสียหายครับ โคลสหน่อยครับช่อง ๑๑ นี่ลูกพี่คุณนะ คุณโคลสหน่อยสิครับ รูปหล่อนะครับ ดํานา แต่นักข่าวบอกว่าทําไมดํานาเดินหน้า ผมก็ไม่รู้นักข่าวเขาบอกผมงง ท่านอย่าไปดูถูกชาวนานะท่านจะเป็นนายกรัฐมนตรี ของคนอีสานอย่าไปดํานาเดินหน้านะ ดํานามันต้องถอยหลังอย่าไปเดินหน้า ท่านจะเป็น นายกรัฐมนตรีของคนอีสานนะ นี่อัลฟ่ำ ๖ ท่านบอกไม่ซื้อ ซื้อไปเถอะ แต่คนนี้ ผมไม่ให้ดูนะ ดูท่านชวรัตน์คนเดียว เห็นไหมครับ ชี้ใหญ่เลยครับ ลอต (Lot) หลังอัลฟ่า ๖ จ่ายเงินไปเกือบหมดแล้ว นี่ครับเรื่องของเรื่องเกิดขึ้นจาก

(นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

นายแพทย์ประสิทธิ์ครับ มีผู้ประท้วง ประท้วงอะไรครับ ใกล้จะจบอยู่แล้ว

นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม เชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมต้องขออนุญาตประท้วงท่านผู้กําลังอภิปราย ท่านกําลังพูดเท็จ ในสภาครับ ไม่มีใครหรอกดํานาเดินไปข้างหน้าครับ ถ้าดํานาเดินไปข้างหน้าเหยียบต้นข้าว ตายหมด แสดงว่าหมอประสิทธิ์ไม่เคยทํานา เคยทําคลอดอย่างเดียวครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ 🔗

ก็นี่ละครับ นักข่าวเขาเห็น ผมไม่ได้ บอกท่านว่าดํานาเดินหน้านะ นักข่าวเขาบอกว่าท่านดํานาเดินหน้า หรือท่านเซไป ก็ไม่ทราบ ผมไม่ทราบแต่นักข่าวเขาเล่าให้ผมฟัง ท่านจะเป็นนายกรัฐมนตรีท่านต้อง ดํานาถอยหลัง นายกรัฐมนตรีคนอีสาน นี่ครับคุณสุดเขต พงษ์มณี ขออภัยที่เอ่ยนาม ลูกชายพี่สงวนนี่ครับ บังเอิญเขาอยากตั้งร้านค้า เขาอยากซ่อมอาวุธปืนที่จังหวัดลําพูน เขาไปขออนุญาตเมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๒ โคลสหน่อยครับ อันนี้เป็นหนังสือตอบรับ จากนายอําเภอครับ เขาขอไปประมาณต้น ๆ ปี เดือนเมษายนตอบมาครับ โคลสหน่อยครับ นายอําเภอตอบมาบอกมีคําสั่งมาว่า นี่ครับชัดเจนครับ ไม่ให้เพิ่มร้านค้าอาวุธปื น ตอบมาเมื่อวันที่ ๑ ปลัดกระทรวงมหาดไทยส่งไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดลําพูนว่า ไม่ให้มีการเพิ่มร้านค้าอาวุธปื น เครื่องกระสุนปื น หรือร้านประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนแปลง เพราะอะไรครับ รัฐบาลไม่มีนโยบาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่มีนโยบายที่จะให้เปิดร้านค้าปืน นี่ชัดเจนไม่มีนโยบาย ตอบไปสวยเลย ไม่มีเลยครับ แต่ท่านประธานดูครับ แค่ ๔ เดือนครับ มีการแต่งเรื่อง ชงเรื่อง ไม่รู้ว่ารัฐมนตรีรู้หรือไม่รู้ แต่เขาว่า มีคนที่ใกล้ชิดกับรัฐมนตรี อยู่ห้องใหญ่ไม่รู้ใหญ่กว่ารัฐมนตรีหรือเปล่า เขาเรียกว่า ส. ซิกตี้ ส. ซิกตี้ เมื่อก่อนมีแค่เทน (Ten) เปอร์เซ็นต์เดี๋ยวนี้มี ส. ซิกตี้ วิ่งเก็บหมดครับ เก็บหมดทุกอย่าง นี่ครับมาเลยครับนี่ใบอนุญาต ไม่กี่เดือนครับมีร้ำนค้า มีเจ้าของบริษัทหนึ่ง ไปขอเริ่มต้นเลยครับตั้งแต่เดือนกันยายน ผมได้มา ๔ ใบครับ ใบอนุญาตเปิดร้านค้า ขายปืนและอุปกรณ์ ประเทศไทยนับถือศาสนาพุทธนะท่านประธานจะให้เอาอาวุธปืนเป็น ๗๐๐,๐๐๐-๘๐๐,๐๐๐ กระบอก ๑,๐๐๐,๐๐๐ กระบอกไปยิงกันหรือ เปิดทีหนึ่งไม่ใช่เปิด ร้านสองร้านครับ ใบอนุญาตลายเซ็นชัดเจนครับ ลายเซ็นชัดเจนของท่าน เห็นชอบ เห็นชอบจริง ๆ เขาบอกว่า ส. ซิกตี้เรียกคนละ ๔.๕ ล้านบาท ผมก็ไม่ทราบว่าเป็นใครครับ ร้ำนค้าใบหนึ่งเพราะในอดีตมีคนไปติดต่อ รัฐมนตรีหลายคนเขามาเล่าให้ผมฟัง เอ่ยนามท่านก็ได้ท่านเฉลิม อยู่บํารุง แต่ท่านไม่เอาครับ ท่านไม่อยากให้มีการเข่นฆ่า ประชาชนต้องยิงกันเละตุ้มเป๊ ะอย่างที่เห็น ใบละ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท พวกเดียวกัน ๔.๕ ล้านบาท แต่ไม่รู้เรื่อง ๖,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทกี่ใบครับ นี่ผมได้มา ๔ ใบครับ เซ็นกันสนุกเลย ใบสุดท้ายเซ็นยังเซ็นผิดเลยท่านประธาน เดี๋ยวผมจะส่งให้ ประธานครับ นี่ครับไปขอท่านมานิตย์เห็นชอบวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๒ อนุมัติ วันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๒ เหมือนกัน ทําไมเป็ นอย่างนี้ ทําไมอนุมัติย้อนหลัง หรืออย่างไร เพราะมันเขียนเร็วเกินไปกระมัง ก็ไม่เข้าใจ อย่างนี้ทุจริตไหมครับ อย่างนี้ ทุจริตเชิงอะไรนะครับ มันเชิงนโยบายหรือเชิงใบประกอบ ใบอนุญาต ไม่เข้าใจจริง ๆ ท่านนายกรัฐมนตรีทนอยู่ได้อย่างไร กี่ใบครับทั้งหมดตอนนี้ ๙๓ ใบครับ ใบละ ๔,๕๐๐,๐๐๐ บาท ๔๒๐ กว่าล้านบาท อาจจะเป็นฟิฟตี้ (Fifty) ก็ได้นะจากซิกตี้ (Sixty) เป็นฟิฟตี้ครับ ต้องแบ่งครึ่ง ทําไมมันน่าเกลียดน่าชังอย่างนี้ท่านประธาน ทําอย่างไร ท่านประธาน อะไรก็ไม่พอหรือครับคนเราตั้งแต่เล็กไปถึงใหญ่ รถไฟฟ้ำสายสีม่วง ก็ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่ถ้ารถเมล์อีก ๔,๐๐๐ คันล่ะครับที่กําลังจะอนุมัติ กําลังทํา ทีโออาร์ (TOR) สนามบินสุวรรณภูมิอีกกี่แสนล้านบาท พอเถอะครับ สงสารประเทศไทย เถอะครับ สงสารเถอะครับ ทําไมจะทุจริตกันมากมายขนาดนี้ เป็นไปเกือบทุกกระทรวง ทบวง กรม แต่วันนี้ที่เห็นชัดเจนคือการอนุมัติเป็นของเอกชนนะครับ ไม่มีการอนุมัติ มานานเหลือเกิน แต่ถามว่ามีการนําเข้าปืน ซื้ออาวุธปืน เขาเป็นสวัสดิการกับข้าราชการ อันนี้เป็นของเอกชนเลยครับ ท่านประธานใบอนุญาตปืนนี่มันเหมือนกับใบสัมปทานป่าไม้ ได้แล้วได้ยาวเหยียดเลยครับ ใครได้ก็โชคดีไป สัมปทานป่าไม้แถวบ้านผม ๑,๐๐๐ ไร่ มันตัดกัน ๒๐ ปียังไม่หมดเป็นเลย ๑,๐๐๐ ไร่ ถามท่านมานะได้ครับหนองบัวแดงตัดกัน อยู่ ๒๐-๓๐ ปี จนเลิกสัมปทานไป ไม่อย่างนั้นยังมีใบสัมปทานป่าไม้อยู่ นี่ก็เช่นเดียวกันครับ ใบทะเบียนปื น ๙๓ ใบ ผมไม่รู้เซ็นเพิ่มอีกเท่าไรมันจะอยู่ไปตลอดชีวิตเลยครับ นําเข้าไม่รู้เท่าไร ซื้ออะไรเท่าไรเยอะแยะไปหมด ๙๓ แห่ง ท่านประธานจะทําไปทําไม โปรเจกต์ (Project) เมกะโปรเจกต์ (Megaproject) มากมาย บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จกัด (มหาชน) ก็โอ้โฮ อื้อฮือ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่ท่านได้รับไปจากเงินที่ เดี๋ยวผมว่าผู้อภิปรายรายต่อไปเขาจะพูด

ผมอยากกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าถึงวันนี้ผมอยากเรียนว่ารัฐบาล ชุดนี้ไม่ลาออกก็ยุบสภาไปเถอะ อย่างที่พูดไว้ท่านอภิสิทธิ์ ผมว่าอยู่ไม่ได้นะครับ ท่านจะ เป็นอะไรผมว่าประชาชนตัดสินแล้ว ท่านจะปรองดองผมว่าวันนี้ไม่รู้จะปรองดองกัน เป็นอย่างไร ผมอยากฝากท่านประธานเพื่อผ่านไปถึงนายกรัฐมนตรี ท่านนับถือศาสนาพุทธ แต่ผมไม่ทราบเหมือนกันทําไมจิตใจท่านโหดร้าย อํามหิต ผมกล่าวหาท่านครับ สั่งเข่นฆ่า ประชาชน ท่านเป็นรัฐบาล ๑๐๐ ศพ เป็นนายกรัฐมนตรี ๑๐๐ ศพ ผมถึงไม่ไว้วางใจท่าน ให้บริหารงานอีกต่อไป ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมถามท่านวิปฝ่ายค้าน เห็นว่าจะให้ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง เป็นคนซักถามรัฐบาลนะครับ แต่ความเป็นจริง รายชื่อเก่ามีอยู่ ๒ ท่าน คือคุณชวลิตกับคุณพงศ์พันธ์จะเอาอย่างไรตกลงกันให้เรียบร้อยครับ เพราะเดี๋ยวนี้เวลาลดลงเหลืออยู่ประมาณไม่ถึง ๔ ชั่วโมงครับ มีเวลาอยู่ ๓ ชั่วโมง ของฝ่ายค้าน เหลือเวลา ๓ ชั่วโมงแบ่งเวลาให้ถูกต้องนะครับ แล้วเอกสารอะไรต่าง ๆ ของท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ท่านได้ให้ทางคณะกรรมการเขาตรวจสอบแล้ว หรือยังครับ เชิญครับ

นายเฉลิมชาติ การุญ สกลนคร

ท่านประธานครับ ผม เฉลิมชาติ การุญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคภูมิใจไทย ผมขออนุญาต ในระหว่างที่ยังไม่มีการอภิปรายตอนนี้นะครับ ขอใช้สิทธิพาดพิงโดยท่านผู้อภิปราย ที่จบลงไปเมื่อสักครู่ได้พาดพิงถึงพรรคภูมิใจไทยของผม โดยการใช้รูปหลักฐานที่นํามา แสดงซึ่งเป็นรูปของท่าน มท. ๑ กําลังดํานา แล้วก็มีเสื้อสัญลักษณ์ของพรรคภูมิใจไทยติดอยู่ สิ่งที่ผมอยากใช้สิทธิพาดพิงวันนี้เนื่องจากว่าท่านผู้อภิปรายได้พูดในทํานองที่ว่าการดํานา และเป็นการดํานาแบบเดินหน้านี่ถือว่าเป็นการดูถูกชาวนา และเผอิญว่ากิจกรรม ที่ท่าน มท. ๑ ไปดําเนินการ ไปจัดกิจกรรมดํานาตรงนั้นเป็นการจัดกิจกรรมที่ตําบลนาหัวบ่อ บ้านหนองไผ่นาดี จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นในพื้นที่ของผมนะครับ ผมขอเรียนว่าจริง ๆ แล้ว

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือเขาไม่ได้พาดพิงอะไร

นายเฉลิมชาติ การุญ สกลนคร

ผมเสียหายครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เขายกย่องว่าท่าน มท. ๑ นี่รู้จักดํานา แล้วก็จะเป็นนายกรัฐมนตรีภาคอีสานเขาว่าอย่างนั้น เข้าไปแทนคุณเฉลิม แทนทักษิณอีกละนะครับ ก็ดีอยู่แล้วนะครับ ไม่เป็นไร ไม่เสียหาย ชาวจังหวัดสกลนคร ก็ได้ดูภาพอยู่แล้วครับ

นายเฉลิมชาติ การุญ สกลนคร

ผมเชื่อท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเลยครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย แบบสัดส่วน เขตเลือกตั้งของผมประกอบด้วยกรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี และจังหวัดสมุทรปราการ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้ง ท่านได้กรุณา ติดตามการอภิปรายของผม ซึ่งผมได้รับความกรุณาจากเพื่อนสมาชิกกรุณาอนุญาต อนุมัติให้ผมอภิปรายโดยไม่จํากัดเวลา และผมมีโอกาสสรุปตอนท้ายต่อจาก ท่านนายกรัฐมนตรี

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอความกรุณา เพราะเวลาของพรรคฝ่ายค้านเหลืออยู่ ๓ ชั่วโมง

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน 🔗

ผมจัดกันเรียบร้อยแล้ว ครับท่านประธาน เบื้องต้นเอกสารของผมได้ส่งไปตรวจสอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท่านประธานครับ ก่อนยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจเป็นทางการ ดูหมิ่นดูแคลนกันเหลือเกินว่าพรรคฝ่ายค้านฆ่าตัวตาย พรรคฝ่ายค้านคิดอย่างไรถึงได้ยื่น ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจเพราะครั้งหนึ่งไม่ยื่น ผมจะเรียงลําดับ ตามกระทรวง

กระทรวงแรก ที่ผมจะไปเยี่ยมคือกระทรวงคมนาคม เพื่อป้ องกัน การประท้วงเพราะคนประท้วงอาจจะไม่เข้าใจข้อเท็จจริง เหตุและผลในการอภิปรายครั้งนี้ กระทรวงคมนาคมเกี่ยวพันกับท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพราะท่านเป็น ประธานที่ประชุมในคณะรัฐมนตรี แล้วก่อให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมือง ๖,๐๐๑ ล้านบาท เกี่ยวพันกับท่านรองนายกรัฐมนตรี ผอ. ศรส. ผอ. ศอฉ. เพราะกระทรวงคมนาคมเสนอเรื่องเมื่อ ๖ สิงหาคม ๒๕๕๒ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นคนเซ็นอนุมัติให้เข้าพิจารณาใน ครม. เมื่อ ๑๗ สิงหาคม การประชุม ครั้งที่ ๑ ระเบียบวาระที่ ๕ ท่านสมคบกันปล้นเอาทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนเอาไปให้ บริษัทพรรคพวกบริษัทหนึ่ง ช. การช่างได้ไป ๓,๓๐๐ ล้านบาท เศษผมไม่พูด อีกบริษัทหนึ่ง ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) ผมไม่รังเกียจท่านชวรัตน์ ท่านทําธุรกิจ ผมอิจฉาไม่ได้ว่าญาติพี่น้องทําธุรกิจ แต่เงิน ๒,๓๐๐ ล้านบาทนั้น รวมแล้ว ๖,๐๐๑ ล้านบาท เป็นการสมคบกันประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง นั่นกระทรวงที่ ๑

กระทรวงที่ ๒ ผมจะเชิญชวนไปกระทรวงมหาดไทย ไม่ได้โกรธเกลียด เป็นการส่วนตัว ไม่มีเหตุผลอะไร หน้าที่ต่างกันความสัมพันธ์คงเดิม ท่านให้สัมภาษณ์ มติชน เมื่อวานผมก็อ่าน ท่านจะพูดถึงลูกชายผมเป็นเด็กดี ขอบพระคุณ ท่านยังตั้งให้เป็น มิสเตอร์ทอยเลท (Mister Toilet) ขอบพระคุณ แต่ท่านพูดไม่หมดว่าผมส่งลูกไปอยู่กับท่าน ไม่ใช่ เหตุเพราะท่านไม่มีจิตวิญญาณเป็นนักการเมือง มีตําแหน่งสําคัญในพรรคเพื่อไทย ท่านจึงไม่รู้กลไกของพรรคพลังประชาชนและพรรคเพื่อไทย การจัดตําแหน่งเลขา เขาจัดโดยพรรค แต่บังเอิญลูกผมไปอยู่กับท่าน ท่านรู้จักกับผมดีสมัยท่านชาติชาย ท่านก็เลยรับเด็กไว้ ผมขอบพระคุณ แต่ท่านอย่าพูดครึ่ง ๆ กลาง ๆ

กระทรวงที่ ๓ ผมจะไปเยี่ยมท่านรัฐมนตรีที่แอบอ้างว่าสมองดีเหลือเกิน อวดดีถือเด่น ขึ้นเวทีพันธมิตรด่าเขมร ด่าประเทศจีน ด่าพรรคคอมมิวนิสต์ ด่ารัฐบาล ประเทศจีน นายกษิต ภิรมย์ ท่านเตรียมตอบผม ๑๒ เมษายน ๒๕๕๓ ท่านไปบรรยาย ที่มหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอปกินส์ (John Hopkins) ท่านวิพากษ์วิจารณ์สถาบัน คนคิดอย่างนี้ได้ ต้องตัดหัวเจ็ดชั่วโคตร เดี๋ยวผมจะบอกท่านประธาน ผมไม่ได้บอกให้นายกรัฐมนตรีฟัง ผมบอกให้ประธานฟังแล้วพี่น้องที่ชมการถ่ายทอดทั้งบ้านทั้งเมือง พี่น้องจะได้รู้ว่า นักการเมืองคนไหนมันมีความคิดที่ไม่จริงจังจริงใจกับสถาบัน

เลเซ มาเจสเต้ (Lese-majeste) จะทําสถาบันกษัตริย์ วูด ไลค์ เดอะ บริติช (Would like the British) เหมือนประเทศอังกฤษ ขอประทานโทษต้องพูดภาษาอังกฤษเล็กน้อย ให้เหมือนดัทช์ (Dutch) คือประเทศฮอลแลนด์ ให้เหมือนเดนิช (Danish) คือ ประเทศเดนมาร์ก นั่นเขาเป็นสัญลักษณ์ของพระมหากษัตริย์ กษัตริย์ของเรายิ่งใหญ่ที่สุด ในโลก นายกษิต ภิรมย์ ไปพูด ผมมีคลิปแต่ผมไม่ขออนุญาตเปิด ผมจะเอาแถลงข่าว แล้วเปิ ดให้รู้ กําพืดว่าใครกันแน่ที่มีพฤติกรรมอย่างนั้น ท่านสนุกกันเหลือเกิน คนนั้นก่อการร้าย พวกท่านก่อการดี แล้วจะได้รู้สักทีบ้านนี้เมืองนี้ ท่านประธานที่เคารพ ผมรู้นะครับอภิปรายเสร็จถ้าใครยกมือก็เรื่องของท่านไม่ใช่เรื่องของผมยกไปเลย ผ่านความไว้วางใจไปเลยแต่จะได้รู้กันว่าท่านนายกรัฐมนตรีที่แอบอ้างความซื่อสัตย์ บริสุทธิ์ ท่านประพฤติปฏิบัติอย่างไร ก็มาเหน็บแนมผมบอกว่าฝ่ายค้านมายื่นญัตติ ขอเปิ ดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจมันคิดอย่างไร ก็ปรากฏว่าประชาชน ๕๒ เปอร์เซ็นต์เขาเห็นด้วยในการไม่ไว้วางใจ หุบปากได้หรือยังอ้ายบรรดาพลพรรค พรรคการเมืองบางพรรค ผมพยายามไม่ระบุ ไม่อยากให้ประท้วง สวนดุสิตโพลล์ (Dusit Poll) สํารวจ ๑,๕๑๖ คน เห็นด้วยยื่นญัตติไม่ไว้วางใจรัฐบาล ๕๒ เปอร์เซ็นต์ เรื่องไหนที่เขาอยากรู้ เขาบอกเขาอยากรู้ที่สุดคือการสลายการชุมนุม ทั้งหมดนี้ประมาณ ๖๑ เปอร์เซ็นต์ พูดคําสองคําใส่ชื่อเฉลิมเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นไม่ได้ ต้องถามประชาชน ประชาชนไม่ชอบ ผมไม่ได้คุยหรอกครับแต่โพลล์เขาออกมาเขาอยากฟังผม ทั่วประเทศ ๗๔.๕๖ เปอร์เซ็นต์ ผมยอมรับครับท่านประธานที่เคารพ ผมไม่เก่งเหมือน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพราะชีวิตผมเริ่มจากตํารวจ สายเลือดไทยแท้ไม่ได้มีเวียดนาม ปู่ เป็ นกํานันตําบลบางเมาะ พ่อเป็ นตํารวจตั้งแต่จ่าสี่บั้ง ไม่รํ่าไม่รวยหรอกครับ อยู่บางขุนเทียน ผมพูดในสภาตั้งแต่ปี ๒๕๓๓ นายเฉลิมพันธ์ ศรีวิกรม์ เถียงกับผม เรื่องรวยจน ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ฟ้ องได้ถ้าผิด ผมบอกคุณเฉลิมพันธ์คุณจะรวย เท่าไรก็แล้วแต่ เพราะคุณอยู่ราชประสงค์ ผมอยู่บางขุนเทียน ถ้าเอาที่บางขุนเทียนไว้ ราชประสงค์ ผมรวยกว่าคุณเฉลิมพันธ์ ผมพูดตั้งแต่ปี ๒๕๓๓ นี่ผ่านมา ๒๐ ปี ท่านประธานคงจําได้ ทีนี้ที่บอกเฉลิมเป็นนายกรัฐมนตรี สู้นายกรัฐมนตรีไม่ได้ ผมกราบ ยอมแพ้ตั้งแต่ต้น ถ้าผมเป็นนายกรัฐมนตรี

๑. พี่น้องเรียกร้องการชุมนุมไม่มีตายแม้แต่คนเดียว

๒. ถ้าผมเป็นนายกรัฐมนตรีผมไม่ใช้กําลังทหารสลายการชุมนุม เพราะว่า ทั่วโลกเขาไม่ทํากัน ผมอาจจะเรียนไม่ครอบคลุม ผมจบปริญญาเอกทางกฎหมายแต่ผม เคยสอบทุนรัฐบาลอังกฤษไปเรียนควบคุมฝูงชนที่ประเทศมาเลเซีย ที่อูลู คินต้า แคมป์ (Ulu Kinta Camp) เมืองยะโฮว์บาห์รู ๓ เดือน ตํารวจรุ่นเก่า ๆ ผมฝึกมาทั้งนั้น ทหาร ร. ๑๑ เมื่อปี ๒๕๑๖ ปี ๒๕๑๗ ผมนี่เป็นครูฝึกเขา ผมจะไม่ใช้กําลังทหารสลายการชุมนุม ผมใช้ ตํารวจ

๓. ผมจะไม่โง่ที่จะสลายการชุมนุมเวลากลางคืน เมื่อวานรองนายกรัฐมนตรี พูดจาบอกเดี๋ยวนี้เข้าวัดเข้าวาไปบวชแล้วที่วัดสวนโมกข์ ไปเวียนเทียนที่วัดชลประทาน ตอบให้หมดสิครับว่าที่สั่งสลายการชุมนุมท่านสั่งกลางวันเมื่อถึงกลางคืนต้องยุติ โดยเด็ดขาด ทําไมไม่ยุติ ทําไมก่อให้เกิดเหตุตาย ผมจะไม่อภิปรายก่อให้เกิด ความแตกแยกในสังคมไทย เพราะสุดท้ายรัฐบาลอภิสิทธิ์อยู่ไม่ได้ แต่ทหารไทย ตํารวจไทย พี่น้องประชาชนคนไทย ต้องอยู่ได้ในแผ่นดินไทยแบบสมัครสมานสามัคคี ผมยังน้อย ๆ เรื่องการสลายการชุมนุม แต่ผมจะไปปิดการอภิปราย จะไม่มีภาพใครยิงใครที่ไหน ใครฆ่าใครจากผม ผมจะไม่ทํา ๓-๔ ข้อที่บอก แล้วสุดท้ายถ้าผมเป็นนายกรัฐมนตรีผมจะไม่พกความโง่มานั่งประชุม ครม. ให้พรรคร่วมรัฐบาลขี่คอกระทําการทุจริตคิดมิชอบ เปลี่ยนแปลงงบประมาณ ขัดมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน เอาไปเป็นเงิน ๖,๐๐๑ ล้านบาท ผมไม่โง่ นี่แหละสิ่งที่ผมสู้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ได้

ท่านประธานครับ เบื้องต้นผมจะเชิญชวนท่านประธานมาเยี่ยมในเรื่อง กระทรวงคมนาคม เอกสารทุกชิ้นทางเจ้าหน้าที่กรุณาตรวจสอบเรียบร้อย เกือบพลาดครับ ท่านประธาน เมื่อวานเขาบอกว่าเรื่องทุจริตไม่ต้องตรวจ ผมก็รีบกลับไปทําการบ้าน เมื่อคืนนี้ตีสองผมไม่หลับครับ เพราะเพื่อนสมาชิกมอบความไว้วางใจให้ผม ประชาชน ๗๔.๕๖ อยากฟังผม ผมต้องพยายามนําเสนอให้ดีที่สุด โครงการรถไฟฟ้ำ สายสีม่วง และก่อนผมจะพูดไป ถ้าจะมีใครบอกว่าผมเป็นสาวก พันตํารวจโท ทักษิณ เพราะพูดถึง พันตํารวจโท ทักษิณ เพราะเนื้อเรื่องมันเกี่ยวข้อง ทําความเข้าใจเบื้องต้น ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง เป็นสาวกที่แท้จริงของ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร แล้วถ้าเลือกตั้งรอบหน้าพรรคมอบให้ผมเป็นผู้นําหาเสียง เป็นแม่ทัพหาเสียง ผมจะชื่นชม ชื่นชอบ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร โดยบอกว่าถ้าพี่น้องประชาชนอยากให้ พรรคเพื่อไทยตั้งรัฐบาลให้เลือกพรรคเพื่อไทยเยอะ ๆ ถ้าหาคนเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้ ผมจะเป็น ๖ เดือน แล้วแก้กฎหมายส่วนที่เกี่ยวข้อง ใครผิดถูกเลิกกันทีหนึ่ง ลืมความหลัง เริ่มต้นใหม่ ฝรั่งบอก ฟอร์เกท อิท เดอะ พาสท์ สตาร์ท ออฟ เดอะ นิว (Forget it the past start of the new) เลิกกันที จบ ถ้าผมมีโอกาส ๓ จังหวัดเลือกตั้งซ่อม จังหวัดสกลนคร มาจังหวัดศรีสะเกษ มาจังหวัดมหาสารคาม ผมบอกพี่น้องเอา พันตํารวจโท ทักษิณ กลับบ้าน ให้เลือกพรรคเพื่อไทย ชนะไหมล่ะครับ จังหวัดสกลนครชนะยับเยิน จังหวัดศรีสะเกษชนะแบบขี้เหร่ จังหวัดมหาสารคามหายใจรดต้นคอ

ท่านประธานครับ โครงการรถไฟฟ้ำสายสีม่วง ระยะทางทั้งหมด ๔๖ กิโลเมตร สายบางใหญ่-บางซื่อ อนุมัติหลักการสมัย พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี อนุมัติเอาไว้ว่าต้องมีรถไฟฟ้ำเพื่อที่จะลดความแออัดการจราจร ให้พี่น้องประชาชนสัญจรไปมาได้ พันตํารวจโท ทักษิณคิดไว้ แอร์พอร์ต ลิงค์ใครคิดครับ พันตํารวจโท ทักษิณคิดไว้ ผมจําได้ว่ามีนักการเมืองบางคนคัดค้าน ไม่เห็นด้วย วิพากษ์วิจารณ์รุนแรง แต่วันเปิดวันแรกไปนั่งรถแอร์พอร์ต ลิงค์สายตาแฉล้มแช่มช้อย เหมือนเด็กได้ตุ๊กตาหรือได้ของเล่น ด่าเขาเอาไว้ อ้ายนี่ไม่ดี อ้ายนี่มันเลว อ้ายนี่มันเพราะ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) ได้ พอเขาสร้างดีอะไรดี แหม เที่ยวแรกนั่งเลยครับ ผมชอบมาตั้งแต่ต้นแต่ไม่มีโอกาสไปนั่ง อ้ายพวกด่าเขาว่าเขา ไม่ควรสร้าง ไม่ควรตั้ง ด่ากันไปด่ากันมา สนามบินสุวรรณภูมิ ซีทีเอกซ์ ด่าเขา ๓ วัน ๘ คืน ไม่มีอะไรเลย นี่คือรถไฟฟ้ำสายสีม่วง

ขอดูแผ่นที่ ๑ แผ่นที่ ๑ ผมนําท่านประธานมาและนํารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ท่านนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อย่าเอาแต่ไปตอบเรื่อง ที่ทะเลาะกัน ๓ วัน ๘ คืน สรุปไม่ได้หรอกครับ แต่รัฐบาลอายไหม สื่อต่างชาติ หนังสือพิมพ์ไทมส์ เขาเรคคอมเมนด์ (Recommend) ลงข่าวเมื่อ ๓๑ พฤษภาคมเมื่อวานนี้ รัฐบาลไทยสั่งเจ้าหน้าที่รัฐฆ่าพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ ผมเก็บไว้บนห้อง ผมไม่กล้ามาแสดง พอเหตุการณ์อย่างนี้ผมต้องกลับมาสนใจภาษาอังกฤษแล้วติดตาม เขาวิพากษ์วิจารณ์ รัฐบาลไทยค่อนข้างรุนแรง ผมไม่อยู่ในเหตุการณ์ผมไม่รู้หรอกและที่ท่านพูดจ้อย ๆ ท่านก็ไม่รู้เพราะท่านอยู่กรมทหารราบที่ ๑๑ เห็นออกมาตอนเช้ากู๊ด มอร์นิ่ง เลดี้ แอนด์ เจนเทิลเมน (Good morning lady and gentlemen) โดยเฉพาะดอกเตอร์ปณิธาน ออกบ่อยจนโทรทัศน์แถวบ้านผมเขาทุบแตกหมดก็ต้องซื้อใหม่ ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๔๗ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ในฐานะนายกรัฐมนตรี ได้อนุมัติให้กระทรวงคมนาคม โดย รฟม. ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจจัดทําโครงการรถไฟฟ้ำ สายสีม่วงช่วงบางซื่อ-บางใหญ่ ระยะทางไปกลับ ๔๖ กิโลเมตร ในข้อ ๖ ของ ครม. เขาบอกว่าอนุมัติให้ รฟม. ดําเนินการกู้เงินจากสถาบันการเงินภายในประเทศ เพราะช่วงนั้นประเทศมีเงินจ่ายหนี้ไอเอ็มเอฟ (IMF) เสร็จเศรษฐกิจดี ท่านทักษิณ วางนโยบายเศรษฐกิจขั้นพื้นฐาน ส่งออกดี ราคาข้าวแพง ราคายางแพง ๑๐๐ กว่าบาท ข้าว ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท สตางค์มี ก็บอกว่าอย่าเลยเราอย่าไปกู้เจบิค (JBIC) กู้ไจก้า (JICA) กู้ประเทศนั้นประเทศนี้ไม่เอา ก็กู้เงินภายในประเทศ ท่านประธานครับ แล้วท่านผู้ชมทางบ้าน ผมยํ้าในข้อ ๖ ที่เขาอนุมัติให้ รฟม. ดําเนินการกู้เงินจากสถาบันการเงิน ภายในประเทศ เขาจึงเตรียมค่าแวทเอาไว้ ๗ เปอร์เซ็นต์ ถ้ากู้เงินภายในประเทศต้องเสีย ค่าแวท ๗ เปอร์เซ็นต์เป็นจํานวนเงินประมาณ ๒,๓๐๐ ล้านบาท ท่านอย่ามาเถียงตัวเลข กลม ๆ กับผม เพราะกระทรวงคมนาคมชุดนี้ทุจริตตั้งแต่ประตูขึ้นยันห้องทํางานรัฐมนตรี ร่วมกันคดโกงตั้งแต่กระทรวงหูกวางมาถึงทําเนียบรัฐบาล ตัวเลขเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่าเถียง เอาสารัตถะเอาความเป็นจริงว่ามันเป็นอย่างไร เขาบอกอนุมัติให้ รฟม. ดําเนินการกู้เงิน จากสถาบันการเงินภายในประเทศ เขาจึงเตรียมจัดงบภาษีมูลค่าเพิ่มเอาไว้โดยประมาณ ๒,๓๐๐ กว่าล้านบาทเศษ

แผ่นที่ ๒ เมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายนหลังการปฏิวัติ รัฐประหาร ครม. ท่าน พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ เห็นชอบในหลักการที่ พันตํารวจโท ทักษิณทําไว้ ให้ รฟม. ลําดับความจําเป็นเร่งด่วนรวม ๔ โครงการ ๑๑๘ กิโลเมตร โครงการรถไฟฟ้ำสายสีม่วง เป็นหนึ่งในจํานวนนี้ ระยะทาง ๔๖ กิโลเมตรไปกลับ พอมาวันที่ ๒ ตุลาคม รัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้มีมติเห็นชอบตามที่สํานักงานคณะกรรมการพัฒนา การเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเสนอ รฟม. ดําเนินโครงการรถไฟฟ้ำสายสีม่วง ระยะทาง ๒๓ กิโลเมตรไปกลับ ๔๖ กิโลเมตร ในส่วนงานก่อสร้างงานโยธาทั้งหมด เพื่อทําความเข้าใจครับท่านประธานและท่านผู้ชมทางบ้าน โครงการรถไฟฟ้ำสายสีม่วง เขาแบ่งส่วนประกอบเป็น

๑. งบก่อสร้าง

๒. งบภาษีมูลค่าเพิ่ม เพราะต้องคืนให้ประเทศ

๓. งบสํารอง กรณีมีการปรับเปลี่ยน ปัญหา กรณีเกิดผลกระทบ ประปา ไฟฟ้ำ โทรศัพท์ ต้องสร้างสถานี ๒๐ สถานี เขาเก็บเงินไว้

งบสร้างรางซึ่งเป็นโครงการสุดท้าย เขาจึงตั้งไว้ ๔ โครงการ

ท่านสุรยุทธ์ จุลานนท์ เอ่ยนามท่าน จําเป็นจริง ๆ ไม่เอ่ยไม่ได้ ท่านอนุมัติ กรอบวงเงินไว้ทั้งหมดออน เดอะ โปรเจกต์ (On the Project) ทั้งโครงการ ๓๑,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขผมไม่พูดถึงแล้วจํายาก ท่านสุรยุทธ์ตั้งกรอบวงเงินไว้ ๓๑,๐๐๐ ล้านบาท ต่อมา พอรัฐบาลท่านสมัคร สุนทรเวช ก็บอกว่าโครงการนี้น่าทํา แต่ ๓๑,๐๐๐ ล้านบาท มันไม่พอ เพราะช่วงนั้นนํ้ามันแพง นายชวรัตน์เป็นรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลก็รู้ เหล็กราคาแพง เหล็กรูปพรรณราคาแพงมาก นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในขณะนั้นจึงทําหนังสือจากกระทรวงคมนาคมมาถึงสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และนําเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรี ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสันติบอกว่า โครงการก่อสร้างนี้งบทั้งหมด ๓๑,๒๑๗ ล้านบาทไม่พอ ขอเพิ่ม ๕,๐๐๐ ล้านบาท ผมเป็นคนซักว่าท่านจะเอา ๕,๐๐๐ ล้านบาทไปทําไม นายสันติอธิบายละเอียดยิบ นํ้ามันจากเท่านี้เป็นเท่านี้ เหล็กจากเท่านี้เป็นเท่านี้ เหล็กรูปพรรณจากเท่านี้เป็นเท่านี้ ในที่สุด ครม. เมื่อ ๑๗ มิถุนายน ปี ๒๕๕๒ นายสมัครเป็นนายกรัฐมนตรี นายสันติ เป็ นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายเฉลิมอยู่ว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะรัฐมนตรีอนุมัติวงเงินจาก ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเป็น ๓๖,๐๕๕ ล้านบาท ท่านประธานครับ กรอบวงเงินที่ ครม. อนุมัติเมื่อ ๑๗ มิถุนายน มีรายการรวมยอดทั้งสิ้น ๓๖,๐๕๕ ล้านบาท เขาบอกเอาไว้เสร็จ รายการที่ ๑ งานตรง ไดเรกท์ คอสท์ (Direct cost) งานตรงผมไม่ใช่วิศวะ ศึกษาทําการบ้านพอควรจึงอภิปรายเรื่องนี้ไม่ง่ายครับ ศึกษา ๒-๓ รอบจึงเกิดความเข้าใจ ถ้างานตรงเขาบอกว่า ๒๙,๐๐๐ ล้านบาท เศษอีก ๗๐๖ ล้านบาทผมไม่พูด เดี๋ยวคนฟังเข้าใจยาก เขาบอกกรอบวงเงินค่างาน ตรง ๒๙,๐๐๐ ล้านบาท ฝรั่งเรียกไดเรกท์ คอสท์ รายการที่ ๑ รายการที่ ๒ วงเงินสํารอง โพรวิชันแนล ซัม (Provisional sum) เขากําหนดเอาไว้ ๓,๙๗๒ ล้านบาท เดย์ เวิร์ก (Day work) เล็ก ๆ เขาเอาไว้เพียง ๑๘ ล้านบาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม เพราะท่านทักษิณอนุมัติ ไว้ต้องหาเงินในประเทศ ต้องเตรียมภาษีมูลค่าเพิ่ม จึงมีการกําหนดกรอบวงเงิน ภาษีมูลค่าเพิ่มเอาไว้ ๒,๓๕๙ ล้านบาท ท่านประธานครับ ครม. สมัยผมเป็นสมัยท่านสมัคร สมัยคุณสันติรับผิดชอบ เราทํางานละเอียดครับ นายกรัฐมนตรีนั่งหัวโต๊ะไม่มีวันโง่ ให้รัฐมนตรีต่างกระทรวงมาหลอกลวง หลอกเท็จ เอาเงินไปให้พรรคพวก เอาเงินไปให้ บริษัทหัวหน้าพรรคตัวเอง ทุจริต ติดคุก นายสุเทพก็ติดคุก นายอภิสิทธิ์ก็ติดคุก ปฏิเสธ ความรับผิดชอบไม่ได้เพราะเป็นประธานที่ประชุมกําหนดวงเงินสร้างขึ้นโดยไม่มีการอนุมัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอาจจะไม่โดนติดคุก แต่ท่านต้องเอาปี๊บคลุมหัว เพราะบริษัทของท่านได้ประโยชน์โดยไม่มีที่มาที่ไป แล้วท่านเป็นหนึ่งในคณะรัฐมนตรี หรือท่านไม่ได้ร่วมประชุมก็รอดตัวไป ท่านประธานครับ เขาบอกละเอียดว่ารายการที่ ๑ ที่ยอดรวม ๒๙,๗๐๖ ล้านบาท เขาแบ่งเป็น ๓ สัญญา สัญญาที่ ๑ เขากําหนดวงเงินไว้ ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท สัญญาที่ ๒ กําหนดกรอบวงเงินไว้ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท สัญญาที่ ๓ สถานีจอดแล้วจรแล้วก็อู่ซ่อม เขากําหนดไว้ ๔,๘๙๐ ล้านบาท สัญญาที่ ๖ สร้างราง เขากําหนดไว้ ๔,๐๗๗ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ เหลือ ๓,๔๖๕ ล้านบาท นี่คือยอดวงเงิน ๓๖,๐๕๕ ล้านบาท เขามี ๔ โครงการ โครงการที่ ๑ แบ่งเป็น ๓ สัญญาที่ประมูลแล้ว สัญญาที่ ๑ สัญญาที่ ๒ สัญญาที่ ๓ ส่วนสัญญาที่ ๖ ยังไม่ได้ประมูล แต่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม จะด้วย ครม. โง่หรือไม่เข้าใจไม่ทราบ ยังไม่ได้ประมูล ยังไม่ได้สร้าง ๔,๐๗๗ ล้านบาท ไปเอามา ๔๓๙ ล้านบาท มาแบ่งให้ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) กับบริษัท ช. การช่าง จํากัด (มหาชน)

ท่านประธานครับ แผ่นที่ ๗ เขาเขียนไว้ชัด นายโสภณอย่ามาตอบ กลับไป สอนหนังสือที่บ้านได้แล้ว เรื่องนี้ทําไว้ในสมัยท่านทักษิณ ถูกต้อง อนุมัติวงเงินในสมัย ท่านสุรยุทธ์ ๓๑,๐๐๐ ล้านบาท ถูกต้อง อนุมัติสมัยท่านสมัคร คุณสันติ ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท ถูกต้อง แต่ในการอนุมัติวงเงินเขาบอกรายละเอียดว่างานก่อสร้าง งานโยธา โครงการ รถไฟฟ้ำสายสีม่วง บางใหญ่-บางซื่อ กรอบวงเงินที่ ครม. อนุมัติเอาไว้เมื่อ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๑ ค่างานตรง ๑๑,๐๐๙ ล้านบาท สัญญาที่ ๑ สัญญาที่ ๒ ๑๐,๓๔๒ ล้านบาท สัญญาที่ ๓ ตรงนี้สถานีจอดแล้วจรกับสถานีอู่ซ่อม ๔,๘๙๐ ล้านบาท สัญญาที่ ๖ ยังไม่ได้ประมูลคือสัญญาการก่อสร้างราง เบ็ดเสร็จตัวเลขทั้งหมดเขาบอกว่าต้องมีเงิน สํารอง ๓,๙๐๐ ล้านบาท เขาบอกว่าต้องมีภาษีมูลค่าเพิ่ม ๒,๓๐๐ ล้านบาท รวมแล้ว ตัวเลขกลม ๆ ๓๖,๐๕๕ ล้านบาท แต่ค่าก่อสร้างเขาคิดเอาไว้เพียง ๒๙,๐๐๐ ล้านบาท พอมาวันที่ ๑๑ สิงหาคม ขอมติ ครม. ก่อนที่ผมจะข้ามไปผมบอกกับท่านประธานว่า โครงการนี้ขายซองสมัยนายสันติ พร้อมพัฒน์ หลังจากได้รับงบเพิ่มมา ๕,๐๐๐ ล้านบาท ขายซองสมัยนายสันติ นายโสภณอย่าตอบผมว่าเกิดสมัยนายสันติ ไม่ใช่ ถ้ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมีความรู้ความสามารถแค่นี้กลับไปอย่าอยู่ ขายซอง ในสมัยนายสันติแต่มาเปิดซองเปิดประมูลในสมัยนายโสภณ ซารัมย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ท่านให้รองผู้ว่าการ รฟม. เป็นประธานการเจรจาโดยมีโบนัส โดยมีรางวัล ว่าถ้าเจรจาเข้าเป้ำ รับรู้กันได้เขาเรียกว่าข้อสอบรั่ว บริษัท ช. การช่าง จํากัด (มหาชน) รู้ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) รู้ว่าจะตั้ง ราคาเอาไว้เท่านี้ คุณเรียกเท่านี้เดี๋ยวจะต่อรองเท่าไรเดี๋ยวผมจะบอก รองผู้ว่าการ รฟม. รับใช้จนตัวตาย แล้วคุณได้ตายจริง ๆ หลังจากนั้นได้ขึ้นเป็นผู้ว่าการ รฟม. ซึ่งเป็น การยกเว้นกฎเกณฑ์ครั้งแรกในเมืองไทย ปกติคนเป็นรองผู้ว่าการจะต้องบริหารงานมา ๒ ปีถึงจะสอบเป็นผู้สรรหาดํารงตําแหน่งได้

ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม นายโสภณ ซารัมย์ เจ้าของรหัสราชรถ ๑ มีตําแหน่งเป็นอะไรในพรรคภูมิใจไทยผมไม่ทราบ แต่พรรคนี้ มีนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล เป็นหัวหน้าพรรค รับผิดชอบพรรค อย่าตอบผมคุณชวรัตน์ เรารู้จักกันมานานว่าคุณไม่ได้เกี่ยวข้องกับบริษัทแล้ว คุณจะพูดอย่างไรไม่มีใครเชื่อ ลูกหลานมีหุ้น ผมไม่ว่า ลูกคุณก็หลานผม แต่งานนี้มันน่าเกลียด ได้อภิสิทธิ์เป็นการกระทําที่วิ่งราวกลางวัน ใส่เสื้อแดง แขวนกระดิ่ง ผมอยากจะบอกแม่ทัพนายกองทั้งหลายถ้ามี ถ้าหนุนรัฐบาลชุดนี้อยู่ ท่านทั้งหลายกลับหลังหันกลับเข้ากรม กอง อย่าหนุนต่อ วันนี้ยังตัดสินใจไม่ได้ ฟังต่อไป ท่านประธานครับ วันที่ ๖ สิงหาคม นายโสภณ ซารัมย์ ได้ทําหนังสือถึงเลขาธิการ คณะรัฐมนตรีให้นําเรื่องเข้า ครม. ผมสรุปสาระสั้น ๆ นายโสภณบอกว่า ๒ ประเด็น ผมจะเอาไฮไลท์ (Highlight) เอกสารผมมีหมด อย่าบอกว่าใครให้ผม ถ้าบอกผมตอบได้ แต่เพียงว่ามีรัฐมนตรีที่ร่วมประชุมกับพวกคุณคนหนึ่งเขาเอาแผ่นดิสก์ (Disk) ให้ผม เพราะเขาบอกเขารู้แต่เขาคัดค้านไม่ได้ เพราะพรรคภูมิใจไทยคิดค่าเหนื่อยมาก เหลือเกิน ท่านประธานครับ นายโสภณบอกว่า ๒.๒.๒. การปรับเปลี่ยนโครงสร้าง ราคาค่าก่อสร้างงานโยธาภายใต้กรอบวงเงินเดิม อนุมัติเมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน มีค่างานตํ่ากว่า ความเป็นจริง ฝรั่งบอกอันเดอร์ เอสทิเมท (Under estimate) นายโสภณบอกต่อ ราคาสินค้า วัสดุก่อสร้างได้มีการปรับตัวสูงขึ้นมาก ในช่วงการประกวดราคาซึ่งเป็นการประกวดราคา สมัยนายโสภณเป็ นรัฐมนตรีไม่ใช่นายสันติ นายสันติเห็นว่า ๓๑,๐๐๐ ล้านบาท ไม่พอ ขอเป็น ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท เรียบร้อยมาแล้ว นายโสภณได้งบ ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท ที่ต้องทํา ๔ โปรเจกต์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งงบภาษีมูลค่าเพิ่ม ๒,๓๐๐ ล้านบาท อยู่ในงบ ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท ผมขออนุญาตนําท่านประธานมาว่า นายโสภณบอกว่า แต่เพื่อที่จะคงกรอบตัวเลขกรอบวงเงินตามมติ ครม. ๓๖,๐๕๕ ล้านบาท จึงจําเป็นต้อง ลดเงินสํารองจ่ายซึ่งมี ๓,๙๐๐ ล้านบาท เหลือ ๔๓๕ ล้านบาท คุณบอกให้เขารู้ว่าคุณจะ ลด นี่ละเขาเรียกว่าฉ้อฉล ใช้เล่ห์เพทุบาย นายโสภณบอกว่าและไม่คิดภาษีมูลค่าเพิ่ม คุณไม่คิดได้เพราะกู้จากไจก้า แต่ ๒,๓๐๐ ล้านบาท คุณต้องคืนทางราชการ มันเป็นแนชชันแนล แอสเซท (Business asset) สมบัติของชาติ มันไม่ใช่สมบัติตระกูลชาญวีรกูล หรือว่าตระกูล ช. การช่าง หรือตระกูล ซารัมย์ ที่คุณเอาไปให้เขา คุณไม่มีสิทธิ เพราะเป็นงบหลวงตั้งเอาไว้คิดว่ากู้เงินในประเทศ เมื่อไม่กู้เงินส่วนนี้ต้องแบค ทู เบสิก (Back to basic) กลับสู่คลังเท่านั้น นายโสภณ ซารัมย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมขบวนการในการเอาเรื่อง เข้า ครม. ท่านประธานครับ นายโสภณบอกต่อว่าถ้าหากเอาเงินส่วนอื่น เช่น งบวงเงิน สํารอง ๓,๙๐๐ ล้านบาท งบภาษีมูลค่าเพิ่ม ๒,๓๐๐ ล้านบาท และงบสร้างราง ซึ่งคุณไปลดราคาโดยที่ยังไม่ประมูล ๔๓๙ ล้านบาท รายละเอียดในเรื่องขออนุญาต ครม. นายโสภณบอกว่าจะเอาเงินส่วนนี้ไปใส่ในงบค่างานโดยตรง ซึ่งโครงการเขากําหนดเอาไว้ ๒๙,๐๐๐ ล้านบาท นี่มันปล้นทรัพย์สมบัติของพี่น้องประชาชนไหม มันโกงไหม มันทุจริตไหม ท่านประธานครับ งบส่วนนี้ถ้าคุณเอาไปใช้แล้วต่อไปประปา ไฟฟ้ำ โทรศัพท์ ได้ผลกระทบ สถานีจอดรถจรต่าง ๆ ๓,๙๐๐ ล้านบาทที่เขาทําเอาไว้จะเอาเงินส่วนไหนมาใช้ ถ้าคุณเอาไปใส่เป็นค่างานตรงซิวิล คอสท์ (Civil cost) เงินส่วนนี้เอามาจากไหน คุณไปตัดมา ๔๓๙ ล้านบาทจากงบสร้างรางคุณไปลดราคาโดยยังไม่มีการประมูล ต่อไปมีการประมูล แล้วทําไม่ได้คุณจะเอาเงินจากไหน ผมเรียนท่านประธานเงินทั้งหมดนี้ รัฐบาลชุดนี้โกงก่อน แล้วหาทีหลัง เอาไปใช้ก่อนโดยอ้างว่าทั้งหมดวงเงินก็ยังอยู่ในกรอบ ๓๖,๐๕๕ ล้านบาท ถูกต้อง แต่เงินจํานวนนี้มันทํา ๔ โครงการ คุณเหมารวมเอาไปไว้โครงการเดียว คุณทุจริตประพฤติมิชอบ สมัยนายสันติ ๓๑,๐๐๐ ล้านบาทไม่พอเขาต้องขออนุมัติ ครม. ว่าเท่านี้ไม่พอ ขอเป็น ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท โดยให้เหตุให้ผล ครม. อนุมัติ ถ้านายโสภณ สุจริตใจจริง ถ้านายสุเทพมีความรู้อย่างที่คุยอย่างที่อ้าง ถ้านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีความซื่อสัตย์สุจริตอย่างที่หนังสือพิมพ์ ผู้คน บอกไว้ คุณอนุมัติออกมาได้อย่างไร ผมถึงบอก ถ้าผมเป็นนายกรัฐมนตรีผมไม่ให้ ถ้าให้ขอเงินเพิ่มต้องเปิดประมูลใหม่ นี่บริษัท ช. การช่าง จํากัด (มหาชน) ได้แล้ว บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) ได้แล้ว ต่อรองราคาแล้วไม่พอจึงเอาส่วนอื่นมาใส่ ถึงตรงนี้ ผมบอกท่านประธานว่าสมคบกันทุจริตปล้นบ้านกินเมือง ในขณะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีท่านประธานครับ ถึงจะพาดพิงบุคคลภายนอกแต่ไม่มีทางเลือก โน เชนจ์ (No change) โน ชอยซ์ (No choice) ผมต้องพูดถึง สัญญาที่ ๑ ซิวิล คอสท์ กลุ่มซีเคทีซี (CKTC) บริษัท ช. การช่าง จํากัด (มหาชน) วันประมูลเขาเสนอราคา ๑๖,๗๒๔ ล้านบาท คณะกรรมการซึ่งเป็นร่างทรงทําทุกอย่างเพื่ออยากเป็นผู้ว่าการ มันมีนักการเมืองทุจริต นักการเมืองคดโกงอยู่เบื้องหลัง ตัวเลข ๑๖,๗๒๔,๕๐๐,๐๐๐ บาทที่บริษัท ช. การช่าง จํากัด (มหาชน) เสนอ เป็นตัวเลขที่รู้ล่วงหน้า แล้วคณะกรรมการโดยการอยู่เบื้องหลัง ของนักการเมืองหากินก็ไปเจรจาต่อรองสุดท้าย บริษัท ช. การช่าง จํากัด (มหาชน) คุณเสนอมา ๑๖,๗๒๔,๕๐๐,๐๐๐ บาท ขอต่อรองเหลือ ๑๔,๒๔๒ ล้านบาท บริษัท ช. การช่าง จํากัด (มหาชน) ยอม เห็นไหมลดทันที ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพราะมันรู้ ราคาจริงบอกไว้เท่าไร ราคาจริงบอก ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท ตั้งไว้สมัยสมัคร สุนทรเวช พอมากลุ่มที่ ๒ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) ของนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล อย่าออกมายืนว่าท่านไม่เกี่ยวข้อง อย่าพูด ดูนามสกุลสิ ยํ้าอีกครั้ง ลูกท่านก็หลานผม แต่ผมทําหน้าที่ของผม เล่นการเมืองฝ่ายค้าน ผมตรงไป ตรงมา ใครจะมองผมอย่างไรผมไม่แคร์ ไปทางไกลรู้กําลังม้า นานเวลารู้นํ้าใจคน ท่านประธานครับ สัญญาที่ ๒ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) เสนอราคา ตํ่าสุด วงเงินก่อสร้าง ๑๕,๓๒๐ ล้านบาท อ้ายคณะกรรมการต่อรองราคาสุดท้ายเหลือ ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท กลุ่มพาร์ (Par) เขาเสนอมา ๖,๓๙๙ ล้านบาท เจรจาต่อรอง สุดท้ายเหลือ ๕,๐๐๐ ล้านบาทมีการคุยกันว่าราคาทั้งหมดมันเหมือนหวยล็อก มันเหมือน เปิดไฮโลแทง แต่มันได้แทงกันใน ๓ บริษัท เปิดไฮโลเสร็จมันไล่บริษัทอื่นกลับหมด เหลือบริษัท ช. การช่าง จํากัด (มหาชน) เหลือบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) เหลือกลุ่มพา ร์ไปประชุมปรึกษาหารือแล้วรู้ตั้งมา ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ตั้งมาเท่านี้ ลดเหลือเท่านี้ ท่านประธานครับ สัญญาที่ ๑ ที่บริษัท ช. การช่าง จํากัด (มหาชน) ประมูลได้ไป ๑๔,๒๔๒ ล้านบาท ครม. ยุคพร้อม ยุคสังคมมีแค้น แล้วบอกว่าสัญญาที่ ๑ เราให้แค่ ๑๑,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้น เราไม่ให้มากกว่านี้ แต่เขาต่อรองกัน เหลือ ๑๔,๒๔๒ ล้านบาท คณะกรรมการต่อรองภายใต้การกํากับของนักการเมืองชั่ว นักการเมืองเลว เอาเงินไปเพิ่มให้บริษัท ช. การช่าง จํากัด (มหาชน) ๓,๒๓๓ ล้านบาท โดยไม่มีการอนุมัติจากมติคณะรัฐมนตรี ปล้นไหมครับ อ้ายหัวแถวที่นั่งเป็นประธานที่ประชุม ว่าอย่างไร นายอภิสิทธิ์ว่าอย่างไร ต่อมาสัญญาที่ ๒ เจรจาต่อรองแล้วเหลือ ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท เหลือ ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท มีของบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) เดิม ครม. อนุมัติไว้ ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท แต่มาอนุมัติต่อรองกันสมัยนายโสภณ ซารัมย์ ของบริษัท ช. การช่าง จํากัด (มหาชน) ต้องสูญเสียเงินไป ๓,๒๓๓ ล้านบาท ของบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) ต้องเอาไปเพิ่มให้ ๒,๖๕๘ ล้านบาท นี่ไม่เรียกว่าปล้นแล้วให้ผมเรียกว่าอย่างไร ท่านประธานครับ ต่อมา สัญญาที่ ๓ อ้ายนี่คนนอก ทําเพื่อให้แลดูไม่น่าเกลียด เพิ่มมาอีก ๑๑๐ ล้านบาท รวมทั้งหมด ๔ โครงการ นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเสนอ ครม. เพื่อทราบ เอาเงินทั้งหมดไปใส่ไว้งบค่าก่อสร้างอย่างเดียว เอกสาร ครม. เมื่อสักครู่ ท่านประธานครับ โสภณเสนอถูกต้องไหมเสนอตามระบบราชการถูกต้อง ใครเซ็นเข้า ครม. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผอ. ศรส. ผอ. ศอฉ. รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง จีบปากจีบคอพูดถกเถียง ตอบมาหน่อยสิว่าคุณไม่รู้ ถ้าเป็นรองนายกรัฐมนตรีเซ็นหนังสือ ไม่รู้ใครก็เป็ นได้ เดี๋ยวผมจะให้อ้ายเม้งเยาวราชมาเป็ นนายกรัฐมนตรี อ้ายเฮง เป็นรองนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เซ็น ครม. โสภณเสนอวันที่ ๖ สุเทพเซ็น วันที่ ๗ ครม. ประชุมวันที่ ๑๑ การประชุมครั้งที่ ๑ ระเบียบวาระที่ ๕ มีมติ ครม. ว่า อย่างไรท่านประธานครับ มีมติ ครม. ๒ ข้อ ข้อ ๑ รับทราบความคืบหน้าการดําเนิน โครงการรถไฟฟ้ำสายสีม่วง คุณรับทราบอย่างไรเขาเอาเงินไปใช้ผิดประเภท แล้วมติ คณะรัฐมนตรีที่มีไว้ ๑๗ มิถุนายน ปี ๒๕๕๑ และมติคณะรัฐมนตรี ศาลฎีกาเคยบอกว่า คดีหวย ๒ ตัว ๓ ตัว ท่านทักษิณที่ออกไม่ผิด แต่เนื่องจาก ครม. ก่อนหน้านั้นได้มีมติ คณะรัฐมนตรีห้ามออกสลากพิเศษ ศาลเลยหยิบประเด็นว่าฝ่าฝื นมติคณะรัฐมนตรี มาลงโทษ มติคณะรัฐมนตรี ปี ๒๕๕๑ ๓๖,๐๕๕ ล้านบาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม ๒,๓๐๐ ล้านบาท วงเงินสํารอง ๓,๙๐๐ ล้านบาท ค่าราง ๔,๐๗๗ ล้านบาท นายโสภณ ซารัมย์ สมคบกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สมคบกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นําเรื่องเข้า ครม. แล้วโยกเงิน ส่วนอื่นเอาไปใส่ในงบก่อสร้าง รวมเป็น ๓๖,๐๕๕ ล้านบาท เงินไม่เกินหรอกครับ หลานผมเรียนมัธยมศึกษาปี ที่ ๒ สวนกุหลาบยังคิดเป็นว่าโครงการนี้มัน ๔ ส่วน คุณเอาเงินไปใส่ไว้ส่วนเดียว เอามา ๖,๐๐๑ ล้านบาทต่อไปคุณจะทํางานนี้ให้สําเร็จ คุณต้องขอเงินเพิ่มใช่ไหม ตอบว่าใช่ ผีถึงป่าช้า แล้วความโง่บัดซบไปลดราคาค่าก่อสร้างราง ๔๓๙ ล้านบาท โดยบอกว่าบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) กับบริษัท ช. การช่าง จํากัด (มหาชน) ค่าก่อสร้างมันแพงเลยต้องเอาค่าราง มาช่วยอีก ๔๓๘ ล้านบาท ก็ในเมื่อคนอื่นสร้างแพงแล้วของทางราชการก็สร้างแพง คุณเอาเงินไปได้อย่างไร เห็นไหมครับ เห็นกับประโยชน์พวกพ้อง ทุจริต แสวงหาประโยชน์ ที่มิควรได้ ครม. มีมติ ๒ ข้อ ๑. รับทราบความคืบหน้าการดําเนินโครงการรถไฟฟ้ำ สายสีม่วง บางใหญ่-บางซื่อ เขาเปลี่ยนแปลงโยกงบเงิน คุณมีเรื่องเดียวอนุมัติ หรือไม่อนุมัติ คุณไม่ใช่รับทราบ มติอย่างนี้คนอย่างผมเป็นรัฐมนตรี ๖ หน ถ้าผมบอกว่า เป็นมติที่ฉลาดไม่ได้หรอกครับ ต้องบอกว่าเป็นมติที่โง่ถ้าไม่โง่ก็จงใจทุจริตแบ่งปัน ผลประโยชน์หยาดเหงื่อแรงงานของพี่น้องประชาชนไปตกในบริษัทวงญาตินายชวรัตน์ ชาญวีรกูล ท่านประธานครับ เห็นไหมครับ รับทราบความคืบหน้า รับทราบการปรับ กรอบวงเงิน ๔๓๙ ล้านบาท เอาไปให้เขา ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ เรื่องอย่างนี้ถ้านายโสภณ ซารัมย์ เห็นว่ามีความจําเป็น ราคามันแพง นายโสภณต้องทําเรื่องเข้า ครม. ขออนุมัติเพิ่มวงเงินแล้วยกเลิกสัญญา ที่บริษัท ช. การช่าง จํากัด (มหาชน) ได้ ที่บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) ได้ ถ้าบริษัททั่วไปเขารู้ว่าราคาจะแพงอย่างนี้ ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท เวลาประมูล เขาก็มีโอกาสที่จะเสนอเงื่อนไขดี ๆ นี่คุณหลอกคนทั้งประเทศ แต่คุณหลอกผม และพรรคเพื่อไทยไม่ได้ คุณจําไว้เลย อภิปรายเสร็จยกมือสนับสนุนไปเลย โกงอย่างนี้ ทุจริตอย่างนี้ ผมไม่กล้าพูดจาหยาบกว่านี้เดี๋ยวประท้วง ท่านประธานเห็นไหมครับ ตารางรายละเอียดการโยกเงินงบประมาณรายการอื่นมาโปะไว้ในงบค่างานตรง เสนอโดย นายโสภณ ซารัมย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังที่คนไทยเกลียดทั้งประเทศกลับไปรับรางวัลเมืองนอกประชุมอยู่ด้วย หรือเปล่า ถ้าประชุมอยู่ด้วยก็เก็บผ้าเก็บผ่อนดี ๆ ถ้าฟ้ำเปลี่ยนสีผมเป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อไร เรือนจําแดน ๑ คลองเปรมพวกคุณได้ไปอยู่แน่นอน ท่านประธานครับ ราคาค่าก่อสร้าง งานโยธา วันเปิ ดซองบริษัท ช. การช่าง จํากัด (มหาชน) ตั้ง ๑๖,๗๒๔ ล้านบาท โสภณเสนอ ๑๔,๘๔๒ ล้านบาท บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) เสนอ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ต่อรองเหลือ ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท ทําไมคุณไม่ใส่ ไปบ้างล่ะว่ามติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ปี ๒๕๕๑ เขาบอกมาว่า ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท นี่หมื่นเดียว คุณตบตา ครม. หรือว่ามันโง่กันทั้ง ครม. ถึงเห็นก็รับทราบ ๆ ท่านประธานครับ ผมไปนั่งทําตัวเลข ยํ้ากับท่านประธานอีกครั้งหนึ่งเมื่อคืนตีสองไม่ได้นอน งบเงินสํารอง เขาตั้งเอาไว้ทั้งหมด ๓,๙๐๐ ล้านบาท คุณตัดหมด คุณไปตัดได้อย่างไร ๒๐ สถานี ประปา ไฟฟ้ำ โทรศัพท์ ต่อไปจะสร้าง คุณตัดไปใส่ให้ ๒ บริษัทหมด และที่สําคัญที่สุด ภาษีมูลค่าเพิ่ม ๒,๓๐๐ ล้านบาท เมื่อไม่กู้เงินในประเทศต้องตัดเงินจํานวนนี้ ใช้ไม่ได้ ผมเรียนท่านประธานนะครับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมกระทําการทุจริตคิดมิชอบโดยมีความร่วมมือของรัฐบาลชุดนี้ เป็ นเรื่องน่าเกลียด เป็ นเรื่องน่าบัดซบ เอาเงินธนาคาร ๖,๐๐๑ ล้านบาท ท่านประธานครับ ในส่วนนายโสภณ ซารัมย์ ผมสรุปว่าโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้ำ สายสีม่วงมีขบวนการ

(นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเฉลิมครับ มีผู้ประท้วง พักดื่มนํ้ารอก่อน

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่รู้เขาประท้วงเรื่องอะไร ประท้วงอะไร ประท้วงประธานหรือประท้วงอะไร

นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านนักการเมืองผู้อาวุโส ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ผมนั่งฟังท่านอภิปรายมายาวนานมาก ผมประท้วงตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ วรรคสองครับ การที่ท่านอภิปรายกิริยาวาจาทั้งข่มทั้งขู่ ผมนับดูนี่หลายสิบครั้งแล้วครับ คําว่าโง่บัดซบ ตอนนี้มีผู้คนฟังกันมากมายโดยเฉพาะเยาวชนเขาฟังอยู่นะครับนักการเมืองชาติชั่วอย่างนี้ ท่านก็ไม่ควรจะพูดเพราะท่านก็เป็นนักการเมืองเหมือนกัน แล้วขณะเดียวกันคําพูดที่พูด คําว่าอ้ายนั่นอ้ายนี่ อ้ายคนนี้ ผมว่าภาษาไทยมันเพราะอยู่แล้ว ใช้คําพูดที่เหมาะสมหน่อยครับ ขอให้ท่านกรุณาวินิจฉัยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมจะพยายามควบคุม

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมพูดแบบใส่อารมณ์เพราะคนชั่วมันร่วมกันโกงทรัพย์สมบัติของบ้านเมืองไป ๖,๐๐๑ ล้านบาท ใส่อารมณ์จริง ๆ ท่านประธาน ถ้าผมพูดแล้วไม่ดีต่อไปก็ไม่มีคนเลือกผม ไม่มีปัญหา ผมท้าทาย ท่านประธานครับ เรื่องนายโสภณผมสรุปว่าโครงการนี้มีขบวนการ ข้าราชการประจําเป็นรูปแบบคณะกรรมการชุดต่าง ๆ แสวงหาประโยชน์ เอื้อประโยชน์ โดยทุจริต วิธีการโยกเงินในงบต่าง ๆ ของโครงการ

(นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยังประท้วงต่อหรือครับ ผมวินิจฉัยไปแล้ว

นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ อุดรธานี

หลังจากถัดมาครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม เชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคภูมิใจไทย เมื่อสักครู่นี้ท่านผู้อภิปรายท่านผู้อาวุโสก็ยังพูดคํา ที่รุนแรงเหมือนเดิมครับ เมื่อสักครู่ท่านใช้คําว่าอ้ายโสภณ แต่แถว ๆ บ้านผมคําว่าอ้าย คือพี่นะครับ อ้ายนะครับ ไม่ใช่ ไอ้ นะครับ ไอ้คือภาษาภาคกลาง จิกหัวกันพูดครับแบบนี้ ช่วยกรุณาถอนด้วยครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน 🔗

ถอนก็ได้ครับคําว่าไอ้ อ้ายพวกทุจริตเรียกได้ เพราะทุจริตเรียกคุณไม่ได้ คุณทุจริต คุณอัปรีย์ คุณโกงเงิน บ้านเมืองเรียกคุณไม่ได้หรอกครับ อย่ามาประท้วงผมเลย ฟังดูเสียว่าพรรคพวกคุณ คดโกงหรือไม่เพื่อจะได้นอนคิด ๑ คืน พรุ่งนี้ก็ยกมือให้แก่กันอย่ามายกให้ผมเพราะผม ไม่อยากเป็นนายกรัฐมนตรี เวลายังไม่ใช่ของผม ผมรอได้ ท่านประธานครับ วิธีการ โยกเงินงบต่าง ๆ ของโครงการอื่น ๆ ในวงเงิน ๓๖,๐๕๕ ล้านบาทมารวมไว้ในงบ ค่าก่อสร้างโยธา เสร็จเรียบร้อยที่เอามารวมไว้ถ้าจะให้งบโยธามากขนาดนี้ต้องบอก ล่วงหน้าให้คนอื่นเขารู้นี่ไม่บอก แล้วถ้าคุณจะเพิ่มงบงานโยธาอย่างเดียวคุณต้อง ขออนุมัติ ครม. ในระหว่างเจรจาเมื่อราคามันเกินคุณต้องยกเลิกเพื่อให้มันมีความเป็นธรรม กับคนอื่น อย่ามาตอบผม ผมไม่ฟัง ผมจะสรุปตอนท้าย คุณติดปีกก็บินไม่พ้น คุณโกง คุณทุจริต ท่านประธานครับ ระยะทางไปกลับ ๔๖ กิโลเมตร ค่าสร้างราง ๔,๐๗๗ ล้านบาท ต้องแพงกว่าสายสีนํ้าเงิน นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขอลดราคา ๔๓๙ ล้านบาทเอาไปให้บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) ของนายชวรัตน์ กับ บริษัท ช. การช่าง จํากัด (มหาชน) โดยอ้างว่าต้องให้ ทั้งหมด ๓๖,๐๕๕ ล้านบาทเพราะค่าก่อสร้างแพง แล้วค่ารางของเราก็แพงทําอย่างไร คิดบ้างไหมนี่มันสมบัติของชาติมันไม่ใช่สมบัติของพวกคุณ ท่านประธานครับ งบเงินสํารอง ๓,๙๗๒ ล้านบาทเอาไปหมด ครม. อนุมัติวันที่ ๑๗ มิถุนายน กรอบเงิน ๓๖,๐๕๕ ล้านบาท ๔ โครงการคุณเอาไปใส่ที่เดียว คุณฝ่าฝืนมติคณะรัฐมนตรี ข้อเท็จจริงเรื่องนี้ อาจมีการสร้างรถไฟฟ้ำสายสีม่วงแล้วเสร็จในโอกาสต่อไป ใครมาเป็นรัฐบาลต้องใช้เงิน เพิ่มอีก ๖,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่า บริษัท ช. การช่าง จํากัด (มหาชน) เขาได้ไปแล้ว บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) ได้ไปแล้วเขาจะคืนหรือ แล้วบริษัทอื่นที่เขาเสียโอกาสจะทําอย่างไร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่โม้โอ้อวดว่าซื่อสัตย์สุจริตตอบหน่อย ท่านประธานครับ ถ้าคิด ตัวเลขอย่างนี้มันไม่ใช่ ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท มันจะเป็น ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท โครงการเสร็จ ผมเรียนท่านประธานนะครับว่าในสัญญาที่ ๑ สัญญาที่ ๒ และสัญญาที่ ๓ ประมาณการ ได้ว่าอยู่เฉย ๆ บริษัท ช. การช่าง จํากัด (มหาชน) ได้เงินเพิ่ม ๓,๒๓๓ ล้านบาท เฉย ๆ ครับ ฝืนมติคณะรัฐมนตรี บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) ได้เงินเพิ่ม ๒,๖๕๘ ล้านบาท อายเขาบ้างไหมประพฤติปฏิบัติอย่างนี้ แล้วก็ดูหมิ่นดูแคลน พวกผมไม่มีข้อมูล ก็พวกคุณสมคบกันมาโกง รวมกันมาโกง ท่านประธานที่เคารพ ถ้างบประมาณอย่างนี้ ถ้าคุณสุจริตใจคุณมีอํานาจคุณต้องยกเลิกการประมูล แล้วให้ โอกาสบริษัทอื่นเขามาแข่งขันด้วยวงเงิน ๓๖,๐๕๕ ล้านบาทในเรื่องซิวิล คอร์ป (Civil corp.) เพียงอย่างเดียว เมื่อกู้เงินต่างประเทศไม่ต้องใช้งบภาษีมูลค่าเพิ่ม ๒,๓๐๐ ล้านบาท คุณเอาไปใช้ได้อย่างไร คุณขอเพิ่มราคาได้แต่ต้อง ครม. อนุมัติ นี่คุณแจ้งเพื่อทราบ สปน. ก็ซื่อบื้อ เห็นทราบมา ๒ ข้อ ทราบผลดําเนินการลดเงิน ๔๓๙ ล้านบาท

ผมขอเรียนสรุป นายโสภณ ซารัมย์ กระทําการอันเป็ นความผิด ตามมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงาน ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ นายโสภณมีตําแหน่งเป็นรัฐมนตรีมีอํานาจกํากับโดยทั่วไป ซึ่งการบริหารราชการแผ่นดินในกระทรวงคมนาคม ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหาร ราชการแผ่นดิน พุทธศักราช ๒๕๓๔ แก้ไขเพิ่มเติม โดยมาตรา ๗๒ รฟม. เป็นหน่วยงาน ของรัฐในสังกัดกระทรวงคมนาคม พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอ ราคาต่อหน่วยงานของรัฐ ปี ๒๕๔๒ ให้อํานาจนายโสภณในฐานะรัฐมนตรีกํากับ โดยทั่วไปซึ่งกิจการของ รฟม. และมีอํานาจยับยั้งการกระทําที่ขัดต่อนโยบายของรัฐบาล และมติคณะรัฐมนตรีได้ เงินจํานวนนี้คุณเอาไปเพิ่มให้ มันขัดต่อมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๑ แต่นายโสภณ ซารัมย์ ละเว้นไม่ดําเนินการ เป็นเหตุให้ รัฐบาล พี่น้องประชาชนคนไทย และ รฟม. ต้องสูญเสียเงินไปถึง ๖,๐๐๑ ล้านบาท นอกจากไม่ยับยั้งหรือสั่งยกเลิกการกระทําดังกล่าวแล้วนายโสภณ ซารัมย์ กลับเห็นชอบด้วยกับ ข้อเสนอของคณะกรรมการ รฟม. ในการประกวดผลราคาดังกล่าว ทั้งนี้มีมูลเหตุจูงใจ เพื่อให้ผู้ได้รับสัญญาที่ ๑ และสัญญาที่ ๓ ได้ประโยชน์มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย จํานวนเงินทั้งหมด ๖,๐๐๑ ล้านบาท กรณีเช่นนี้จึงถือว่านายโสภณ ซารัมย์ มีความผิด ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ และยังมีความผิดต่อเนื่องกับกฎหมายหลายฉบับ

สําหรับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายสุเทพ เซ็นเอกสารให้เอกสารนายโสภณเข้าสู่ ครม. นายอภิสิทธิ์เป็นประธานที่ประชุมทําให้ ความผิดมีผลสําเร็จ จึงถือว่าร่วมกันทุจริตและกระทําความผิดตามบทบัญญัติกฎหมาย อันเดียวกัน

ท่านประธานที่เคารพครับ ต่อไปก็เป็นรายการของนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล ตรงนี้เมื่อลูกพรรคโดนแล้วก็มาถึงคิวหัวหน้าพรรค คนก็บอกว่าคุณเฉลิมคุณอภิปราย หวังจะไปตัดตอนพรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่ ผมบอกเปล่า ผมไม่ได้ตัดตอนพรรคภูมิใจไทย แต่มันเป็นหน้าที่ของผมที่จะต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจ

เรื่องที่ ๑ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่สร้างความฉาวโฉ่ เป็นสมุหนายกคนแรกที่ข้าราชการเกลียดทั้งกระทรวง ไม่มีใคร ให้ความเคารพด้วยความจริงใจ ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ๗ เดือนเศษ ท้านายชวรัตน์ไปทําโพลล์สํารวจได้เลยว่าระหว่างชวรัตน์กับเฉลิมข้าราชการ คิดอย่างไร และผมไม่ไว้วางใจนายชวรัตน์ ไม่ตอบก็ได้ ยืนขึ้นแล้วบอกว่าไม่จริง ไม่รู้ ไม่เห็น ไม่ใช่ ได้ แต่อย่าไปใช้รัฐมนตรีช่วยว่าการมาตอบ ไม่ใช่หน้าที่ของนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ เพราะงานไม่ได้เกี่ยวข้องกับคุณ ที่ผมจะอภิปรายต่อไป นายชวรัตน์ ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์มติชนบอกว่ากับผมชอบกัน ถูกต้อง ใครบอกว่าผมเกลียดท่าน แต่ท่านมาเล่นการเมือง เห็นไหมละครับ ๒,๖๐๐ กว่าล้านบาท บริษัทวงศาคณาญาติ ท่านได้ไปฟรี ๆ ใครทําให้ท่านล่ะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นใครล่ะ ลูกพรรคท่าน เรื่องแรกท่านบอกว่าท่านตั้งวันเฉลิม อยู่บํารุง เป็นมิสเตอร์ทอยเลท ผมก็ขอบคุณท่านที่ให้โอกาสลูกผม อ้ายเด็กคนนี้หนุ่ม ๆ เขาก็หน้าตาดี เพื่อนผม เป็นผู้อํานวยการภาพยนตร์ ละคร เคยมาขอแต่เขาไม่เต็มใจ เขาก็เลยไม่ได้ไปเล่น ท่านก็ให้โอกาสเขา แต่สิ่งหนึ่งที่ท่านพูดเป็นปริศนาว่านาทีหนีตายของใครล่ะ ตอนผมลี้ภัย ท่านไม่ได้ช่วยผม ไม่รู้ว่าท่านพูดถึงใคร หรือว่าปํ้า ๆ เป๋ อ ๆ จําไม่ได้ ใครช่วยผมผมถือว่า มีบุญคุณ ถึงมีบุญคุณอย่างไรท่านอยู่ในตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไม่ได้ หมดความชอบธรรม ท่านประธานครับ อาวุธปื นที่เขาสั่งเอามาเป็ นสวัสดิการ ทุกรัฐมนตรีเขาเซ็นโควตาให้ มีคนเดียวไปเปิดดู ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ไม่เซ็น ผมมันต้นทุนตํ่า พอเซ็นมาเขาหาว่าผมคอร์รัปชัน แต่เซ็นเข้ามาข้าราชการซื้อ เขามีคนจอง เขาซื้อราคาถูกกระบอกหนึ่ง ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาท ก่อนท่านเข้าไปเป็นรัฐมนตรีก็มีการเซ็นอนุมัติอาวุธปืนสวัสดิการหลายรัฐมนตรี โภคินก็เซ็น คงศักดิ์ก็เซ็น อิสระพงศ์เซ็น โกวิทย์เซ็น แต่เฉลิมไม่เซ็น เซ็นมาผมไม่ได้ว่าผิด ๗๐,๐๐๐ กระบอก ตํารวจนครบาล ภูธร ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ กรมการปกครอง อาสาสมัครเขาซื้อเขาก็ได้ราคาถูก พอท่านเข้ามาไม่กี่วันที่เขาอนุมัติไว้ มีบัตรสนเท่ห์ใบหนึ่ง เลทเตอร์ โน เนม (Letter no name) ไม่มีชื่อ ลงวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๕๒ เจ้าหน้าที่ กระทรวงมหาดไทยมันบอกผม เขียนเอง ทําบัตรสนเท่ห์เองเพื่ออะไร ตั้งกรรมการสอบ ในที่สุดท่านยกเลิกกรณีโควตาพิเศษที่รัฐมนตรีล่วงหน้าเขาเซ็นไว้ท่านยกเลิกหมด ท่านประธานที่เคารพ ถ้านายชวรัตน์จะยกเลิกอย่างเดียวยังแลดูดี ปรากฏว่าหลังจากนั้น ไม่กี่วันหรอกครับออกฤทธิ์แล้วครับ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล ได้สร้างวีรกรรมที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยในอดีต ๒๗ ปีไม่มีใครเซ็นเปิดร้านค้าปื น ท่านเซ็นเปิดทั้งหมด ๙๓ ร้านค้า ถ้าพูดอย่างนี้ให้ประโยชน์มันเกิดตรงไหน เด็กที่พูดภาษาไทยเป็นเขารู้ ๑ ร้านค้าเสีย ๔,๕๐๐,๐๐๐ บาท กระทรวงมหาดไทยยุคนี้ยุคขี้โกงแกมฉลาดหรือฉลาดแกมโกง เอานิสัยตํารวจมาใช้ ร้านไหนที่รับใบอนุญาตเปิดค้าอาวุธปืนมีบันทึกเรียบร้อยว่า ไม่เสียเงิน ไม่ได้จ่ายเงิน ได้มาโดยบริสุทธิ์ ทําทําไม กินปูนร้อนท้อง สวาปามกันแล้ว ให้สัมภาษณ์ใช้ไม่ได้ บอกเลยถ้าถามผมว่าถ้าคุณเนวินรับเงิน คุณศักดิ์สยามรับเงิน ให้ไปถาม ๒ คนเอาเอง คุณรู้หรือว่าจะมีใครถามคุณ หรือคุณคิดว่าอ้าย ๒ คนมันรับเงิน ไม่มีใครพูดถึง ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์มติชนให้สัมภาษณ์ไปหัวเราะไป อยู่ ๆ ก็หลุด ออกมาว่าถ้าถามว่าเนวินรับเงิน ศักดิ์สยามรับเงินไปถามสิ ผมไม่ถาม แต่มีคนรับเงิน ๔,๕๐๐,๐๐๐ บาทต่อร้านค้า ไม่ต้องยืนตอบว่ารวยแล้ว อ้ายคนรวยมันชั่วกว่าคนจนก็มี ไม่ใช่คนรวยจะดีเสมอไป เอาหลักฐานมาผมพร้อมออก ไม่มีหรอกครับ มันเต็มใจ ทั้งผู้ให้และผู้รับ ท่านอาจารย์หยุดบอกว่าถึงไม่มีเจตนาทุจริตแต่เถยจิตมันเป็นโจร ในประมวลกฎหมายอาญาภาคหนึ่งเล่มสีนํ้าตาล คนเรียนกฎหมายจําได้

(นายรังสิกร ทิมาตฤกะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเฉลิมครับ มีผู้ประท้วงครับ ผู้ประท้วงประท้วงผิดข้อบังคับอะไรครับ

นายรังสิกร ทิมาตฤกะ บุรีรัมย์

ขออนุญาตประท้วงท่านประธานครับ กระผม รังสิกร ทิมาตฤกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ขอให้ท่านประธานได้ควบคุม การประชุม เนื่องจากผู้อภิปรายได้อภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ก็เฝ้ำดูอยู่และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็จะต้องตัดสินใจในการที่จะให้ความไว้วางใจ หรือไม่ ในขณะเดียวกันเราก็อยากจะฟังที่เนื้อหา ให้ท่านประธานได้ควบคุมการใช้วาจา ที่กล่าวถึงบุคคลภายนอกโดยไม่จําเป็น เพราะว่าแม้กระทั่งผู้อภิปรายมีเอกสิทธิ์ก็ตาม แต่ความเสียหายนั้นได้เกิดขึ้นกับการอภิปรายซึ่งคนได้ฟังทั้งประเทศ มันจะเป็นข้อมูล ที่คลาดเคลื่อนได้นะครับ และขอให้ท่านประธานได้โปรดวินิจฉัยในการควบคุมการใช้ คําพูด การใช้คําว่าขี้โกงอะไรก็ตามนะครับและการกล่าวถึงบุคคลภายนอก ขออนุญาต ท่านประธานได้โปรดวินิจฉัยด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประธานขอวินิจฉัยนะครับ คือญัตตินี้เป็นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผู้อภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็กล่าวหาท่านรัฐมนตรีที่เขาไม่ไว้วางใจนี่นะครับ ฉะนั้นเดี๋ยวกล่าวหาเสร็จท่านรัฐมนตรี ท่านก็จะเป็นผู้ลุกขึ้นมาชี้แจง ในส่วนที่พาดพิงไปถึงบุคคลภายนอกซึ่งไม่ใช่รัฐมนตรี หรือสมาชิก ผู้อภิปรายต้องรับผิดชอบเพราะเรามีการถ่ายทอดสดออกไป ฉะนั้นผู้ที่ เสียหายก็มีสิทธิที่จะร้องขอให้ประธานสภาได้แถลงข้อเท็จจริงและสงวนสิทธิให้ฟ้ องร้อง ทั้งทางแพ่ง ทางอาญาได้ ฉะนั้นผู้อภิปรายต้องรับผิดชอบกรณีที่ท่านจําเป็นต้องพาดพิง ถึงบุคคลอื่น แต่โดยปกติถ้าไม่จําเป็นข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ก็ชัดเจนนะครับ ไม่จําเป็นก็อย่าไป พาดพิง แต่ถ้าท่านพาดพิงท่านก็รับผิดชอบตามที่กฎหมายรัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้ ก็เชิญอภิปรายต่อและได้โปรดระมัดระวังด้วยครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะพยายามพาดพิงให้น้อย และที่ผมพาดพิง ๒ บริษัท เพราะมันร่วมกับคณะรัฐมนตรี ปล้นเงินของพวกผมไป ฟ้ องเลย ผมพร้อมเป็นจําเลย แต่เรื่องร้านค้าปืน ออกใบอนุญาต เก็บมาร้านละ ๔,๕๐๐,๐๐๐ บาท แล้วมีบันทึกเรียบร้อยว่าไม่เสียเงิน แถววังบูรพา ผมเดินมาตั้งแต่อายุ ๒๕ ปี เพราะผมเป็นนายตํารวจที่ชอบยิงปืน ผมรู้จักร้านขายปืนเยอะ เขาเล่าให้ฟัง ก็ ๒๗ ปีไม่มีเปิด มาเปิดในสมัยนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล แล้วไม่ให้ผม ตั้งข้อสงสัยอย่างไร และเปิดร้านปืน ท่านประธานครับ ประโยชน์มันตามมาอย่างไร

เรื่องที่ ๑ ร้านปืนจะมีโควตาสั่งอาวุธปืนสั้นปีละ ๓๐ กระบอก ปืนยาว ๕๐ กระบอก สั่งกระสุนได้อีก นักเลงโตหรือถึงชอบให้มีปืนเยอะ ๆ ในประเทศไทย นโยบายเขาไม่สั่งเข้า นโยบายเขาสั่งเข้ามาเป็นสวัสดิการเพื่อให้ข้าราชการ ทหาร ตํารวจ กรมการปกครอง ได้ซื้อในราคาถูก คุณเปิดร้านปืนเขาซื้อมาก็ขายราคาแพง รู้ไหม นายชวรัตน์ ผมไว้วางใจไม่ได้

เรื่องที่ ๒ สอบเข้าโรงเรียนนายอําเภอ จังหวัดบุรีรัมย์เข้าได้ประมาณ ๑๗ คนถ้าผมจําไม่ผิด จังหวัดนี้ทําไมมันฉลาดนัก ไม่อิจฉา ผู้ว่าราชการจังหวัด คุณดูผมอภิปรายแล้วคุณไม่พอใจฟ้ องผมเลย ไปงานเลี้ยงแห่งหนึ่งข้าราชการเขาไปดูงาน ยืนบนเวทีอวดดีถือเด่น เปลี่ยนรัฐบาลเมื่อไรอย่าครวญคราง ยืนประกาศเลย ท่านทั้งหลายเป็นนักกฎหมาย ท่านจบเนท่านเป็นนี่ ๆ ท่านจบเนติบัณฑิต แต่ผมก็จบเน เหมือนกัน ผมไม่บอกว่าใคร ไม่อยากให้ประท้วง นี่คือจังหวัดบุรีรัมย์ ๑๗ คน อาจจะ ตัวเลขคลาดเคลื่อน มันเป็นไปได้อย่างไร ถ้าผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่ไว้วางใจครั้งนี้ไม่มีนายชวรัตน์ เสียแต้ม ไม่ได้ ท่านประธานครับ สอบเข้าโรงเรียนนายอําเภอ จนกระทั่งวันนี้ ป.ป.ช. ตั้งกรรมการสอบ เขาถึงบอกนายชวรัตน์อยู่ไหนลูกน้องตายหมด กรมการปกครองก็ต้องรับงานไป เรียกมาสั่ง มีรัฐมนตรีสั่งราชการ มีผู้ควบคุมรัฐมนตรี ผมไม่ได้ดูถูกดูแคลน ทั้งกระทรวงเขารู้ เซ็นตรงไหน เซ็นตรงไหน เซ็นตรงไหน ทําตรงไหน เป็นทําไม ออกไปเถอะ เสียหายสมุหนายก แต่งตั้งนายอําเภอ อําเภอดี ๆ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ท่านไม่เอาหรอกผมรู้ว่าท่านสปอร์ต (Sport) พอมีเงิน แต่คนใกล้ชิด มันโกง ท่านปล่อยให้พรรคพวกทุจริต เก็บเงินหมด ถ้าไม่จริงเอามาสาบานกับผมต่อหน้าพระบรมรูปกรมพระยาดํารงราชานุภาพเอาไหม หรือข้ามไปโบสถ์พระแก้ว หรือศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ว่าถ้าผมใส่ร้ายให้ผมวิบัติ ถ้าผม พูดจริงให้รัฐบาลวิบัติ เอาเลยเมื่อไรก็ได้ ท่านประธานครับ แต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๑๐ ล้านบาท ๑๕ ล้านบาท ผู้ว่าราชการจังหวัดหลายคนออกมาบอก จะเอาสตางค์ที่ไหนไปให้ อย่าแกล้งโง่ วิธีการเก็บเงิน ท่านประธานที่เคารพ เขาเก็บเงิน ภายหลัง เขามีงบฉุกเฉินจังหวัดละ ๑๐๐ ล้านบาท เมื่อก่อน ๕๐ ล้านบาทเป็น ๑๐๐ ล้านบาท ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ทําไมล่ะ นี่อย่างไรเงิน เขาโทรศัพท์ไป ส่งผู้ค้าไปแล้วก็คิด เป็นเม็ดเงิน ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเบี้ยเลี้ยงไม่เคยเบิก รถและนํ้ามัน ไม่เคยเอา งบอาหารกลางวันไม่เคยเอา และผมเป็นคนทําบันทึกเมื่อ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๑ มีความเห็นเสนอขึ้นเงินเดือนกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผมไม่ใช่พวกคุณเพราะพวกคุณ คิดไม่เป็น ท่านประธานครับ พอมาแต่งตั้งอธิบดี ๒๐๐ ล้านบาท ๓๐๐ ล้านบาท ๕๐๐ ล้านบาท อธิบดีมันจะเอามาจากไหน เขาเก็บอธิบดีกรมการปกครองท้องถิ่น เขาเก็บ อธิบดีกรมการปกครอง เขาเก็บอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน อย่ามาตอบบอกว่าคุณเฉลิม เคยเก็บถึงรู้ ผมไม่เคย จับพระพูดต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผมอยู่แบบมีเกียรติมีศักดิ์ศรี ผมยืนเต็มเท้าเมื่อผมอยู่กระทรวงมหาดไทย ผมเป็น มท. ๑ ที่มีเกียรติยศ ไม่เคยหากิน ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่เคยมีใครมาสั่งผมได้ ยกเว้นความถูกต้องความชอบธรรม เท่านั้นนายชวรัตน์รู้ไว้ ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อสอบเข้าเรียนนายอําเภอข้อสอบรั่ว อัปยศที่สุดตั้งแต่มีกรมการปกครองมา ลายมือผู้สอบเหมือนกัน เว้นวรรค และ หรือ ซึ่ง แก่ กับ ช่องไฟเหมือนกันหมด มันสอบอย่างไร ท่านไม่เดือดร้อนหรอก ท่านจะอ้างไม่รู้ ไม่ได้ วันนี้ ป.ป.ช. สอบแล้ว ท่านอ้างใช้งบประมาณเทิดทูนสถาบัน พลพรรคของท่านพูด ในสภา นอกสภา เทิดทูนสถาบันจงรักภักดี ผมถามนายชวรัตน์ คนอย่างนายชวรัตน์ กับ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ใครจงรักภักดีมากกว่ากัน ดูมุมไหนก็ได้ ผมยืนถวาย การอารักขาตั้งแต่ร้อยตํารวจตรียันร้อยตํารวจเอก อยู่กองปราบ ๑๑ ปีถวายการอารักขา เจ้าฟ้ำเจ้าแผ่นดินเป็นเรื่องภาคภูมิใจ แหมพรรคภูมิใจไทยจงรักภักดี พันตํารวจโท ทักษิณ ไม่จงรักภักดี รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าชั้นทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ ทักษิณ ชินวัตร

(นายสนอง เทพอักษรณรงค์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเฉลิมครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านผู้ประท้วงประท้วงอะไรครับ

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ บุรีรัมย์

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย จังหวัดบุรีรัมย์ ขอประท้วงผู้อภิปรายในข้อ ๖๑ ในเรื่องของการเสียดสีใส่ร้าย ผมไม่ปฏิเสธที่ท่านได้ อภิปรายบอกว่าพรรคภูมิใจไทยอ้างความจงรักภักดี พวกเราเป็นอย่างนั้นจริง ๆ แต่ท่าน จะมีความคิดอย่างไรเป็นเรื่องของท่าน เพราะที่ผ่านมาท่านก็ได้พยายามแสดงกิริยา ใช้วาจาที่ไม่เหมาะสมหลายครั้ง เพื่อนสมาชิกเขาได้อภิปรายได้มีการทักท้วงท่านก็ยังใช้ อย่างพรํ่าเพรื่อ ผมว่าผมเลื่อมใสท่านครับ แต่ทางที่ดีน่าจะไปออกเดี่ยวไมโครโฟน เหมือนกับ โน้ต อุดม แต้พานิช ดีกว่า

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ ถ้าอย่างนั้นเอาประเด็นที่ประท้วงพอแล้วครับ ประธานวินิจฉัยท่านเฉลิม ขอความกรุณาท่านเฉลิมได้เคร่งครัดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่จะ พาดพิงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ แล้วก็ขอความกรุณาในการใช้ถ้อยคํา

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

เรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ขอให้ เคร่งครัดข้อบังคับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน 🔗

ทีเขาออกไปพูดกันปาว ๆ ว่าเขาจงรักภักดี ผมจะพูดในสภาว่าผมจงรักภักดีผิดตรงไหน ไม่ผิดหรอกครับ แล้วข้อ ๖๑ ผมไม่ผิด สไตล์ (Style) ผม ผมเป็นคนถึงลูกถึงคน วันนี้ผมเป็นฝ่ายค้าน ผมต้องรําแบบ ทศกัณฐ์ แต่ถ้าผมเป็นนายกรัฐมนตรี ผมต้องรําแบบพระราม พระลักษณ์ มันต้องแล้วแต่ สถานการณ์ ผมเติบโตมาเป็นนายตํารวจ เรียนหนังสือก็เรียน ได้รับพระราชทาน สายสะพายสายสุดท้ายปี ๒๕๓๒ เกียรติยศมีไหมครับ มี ความรู้มีไหม ให้ใช้วิจารณญาณ ดูกันเอาเอง

ต่อมาก็นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล เรื่องสอบเข้านายอําเภอ เขาด่ากันแหลกลาญ อ้างไม่รู้ได้อย่างไร ลูกน้องถูกตั้งกรรมการสอบ โอ้โฮ ไประดม อบต. อบจ. กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน คนของท่านใครไม่รู้ไปบอกรัฐบาลชุดนี้ขึ้นค่าครองชีพ ผมเป็นคนเสนอไว้ อายไหม คิดเป็ นหรือ ผมเสนอไว้เมื่อ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ผมเสนอไว้ ทําไมไม่นึกถึง คุณงามความดีบ้าง ท่านพูดให้ตาย สํารวจความคิดเห็นเลย ข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ถ้าท่านได้ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของผมจะให้เตะจากนี่ถึงบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) ไปกลับ

ท่านประธานที่เคารพ อีกอันหนึ่งโครงการคอมพิวเตอร์ กรมการปกครอง ราคา ๓,๔๙๐ ล้านบาท เช่า ๖ ปีจะครบ กรมการปกครองเขาบอกว่าควรเปลี่ยนเจ้าใหม่ ก็มีบอกเอาเจ้าเก่า กรมการปกครองไม่ยอม ย้ายข้าราชการ ๑๑ คน สุดท้ายย้ายไป ปักษ์ใต้ แล้วเป็นอย่างไรครับ ไปเอาปลัดจังหวัดบุรีรัมย์ ข้าราชการจังหวัดนี้มันฉลาด เหลือเกินหรือ ไปเอาข้าราชการจังหวัด เอาปลัดจังหวัดมาเป็น ผอ. โครงการ สุดท้าย ไฟนอล (Final) ต้องเอาเจ้าเก่า ตั้งกรรมการสอบ มีข้อดีข้อเสีย ข้อดีข้อเสียเสร็จ เรื่องเสนอ ไปที่ท่าน ถ้าเห็นว่าบ้านเมืองจะฉิบหายแล้วไม่เป็นไร เซ็นเถอะครับ ถ้ายังมีหิริโอตตัปปะ ยึดมั่นถือมั่นบนความถูกต้อง ๓,๔๙๐ ล้านบาท โปรเจกต์ทั้งหมด เรื่องนี้มีคนได้สตางค์ แช่งเอาไว้ล่วงหน้า ถ้าใครคอร์รัปชันเรื่องนี้ให้พบกับความวิบัติ

ท่านประธานที่เคารพ ปืนลูกซอง ๑๖ เมษายน ๒๕๕๓ ๑๗ เมษายน ๒๕๕๓ กระทรวงมหาดไทยไปเอามาจากต่างจังหวัด ๒ วันรวมกัน ๓,๐๐๐ กระบอก กระสุน ๒,๐๐๐ นัด เอามาทําไม ก็อดฟาเธอร์ (Godfather) หรือผมไม่พูดให้กระทบใจ จะมา อ้างว่าปลัดเป็นคนเซ็น ปลัดมันกล้าหรือ ปลัดมานิตย์ผมก็รู้จัก วันละคน คนละวัน ปลัดเขาพบกับผมที่บ้าน ผมรู้จักหมด ท่านไปถามสักคนสิผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งหลาย ผมเคยไปเอารัดเอาเปรียบไหม ไปเอามาจากต่างจังหวัด ของ ชรบ. แล้วระหว่างเอามา จังหวัดนั้นเขาดูแลความสงบอย่างไร ท่านประธานครับ นี่คือเรื่องของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย จะว่าอิจฉาก็ไม่ได้หรอกครับ ค่าเคบริษัท แอร์พอร์ต ลิงค์ โครงการ สมัยท่านสมชายเป็นนายกรัฐมนตรีท่านเป็นประธานที่ประชุมเสนอขอค่าเค ประชุม กระทรวงการต่างประเทศผมไม่ให้ แต่พอรัฐบาลอภิสิทธิ์ได้ไหมครับ ได้ คนเขานินทา ไว้วางใจท่านไม่ได้หรอกครับ ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาผมยังมีเวลาสรุป

ต่อมาก็คนสําคัญของงาน กษิต ภิรมย์ ท่านกษิต ภิรมย์ แต่ก่อนจะถึงกษิต ผมอยากจะพูดไว้ก่อนเพื่อไปปิดท้าย

ผมมีคิวกับนายกรัฐมนตรีพอสมควร เรื่องสั่งสลายการชุมนุม เรื่องสู่ ตําแหน่งนายกรัฐมนตรี หลาย ๆ เรื่องที่จะต้องคุยกับนายกรัฐมนตรี ในกรณีที่ผมจะต้อง อภิปรายสรุป ท่านนายกรัฐมนตรีไม่มีมาตรฐาน การดําเนินคดีกับพันธมิตรและเสื้อแดง ท่านเป็นฝ่ายค้านสร้างพฤติกรรมเครดิตสูงมาก ๑ คน ๑๐๐,๐๐๐ คน ต้องฟังรัฐบาล ประเทศเกาหลีประท้วงมีคนประท้วงเรื่องเนื้อวัว ลาออก ให้สมัครลาออก จัดงบประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาทให้หน่วยงาน ทําลายประชาธิปไตย นโยบายเศรษฐกิจล้มเหลว แก้ปัญหาภาคใต้ไม่ได้ ทํางบประมาณลงพื้นที่ภาคใต้มากไป แทรกแซงการทํางาน ของตํารวจ ผบ. ตร. ไม่ว่าง ท่านก็ตั้ง เขาบอกจะตั้งต้องว่างหรือปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ ท่านจะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตํารวจ นายกรัฐมนตรีต้องตอบให้ได้ คนตายเพราะใคร อ้ายโม่งชุดดําเป็นใคร ใครเผาเซ็นทรัล เวิลด์ ถ้าคนร้ายคิดเผา เขาเผาคอนติเนนตัล (Continental) เพราะมันของพรรคประชาธิปัตย์ต้องตอบให้ได้ปื นยาวเอามาเข้า ที่เกิดเหตุได้อย่างไร เจ้าหน้าที่อยู่รอบหมด ๒๑๖ ด่านที่ตั้งตรวจก่อนคนมาชุมนุม ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ ท่านพบกับผมตอนที่ผมสรุปคําอภิปราย ผมต้องบอกกับ ท่านประธานว่านายกรัฐมนตรีมีส่วนรู้เห็นรับเงินจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ๒๕๘ ล้านบาท มันไม่ใช่เงินนายประชัย เป็นเงินที่ไปปล้นมาจากตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย ท่านเป็นรองหัวหน้าพรรค เป็นกรรมการบริหารพรรค เงิน ๒๕๘ ล้านบาท ผมไม่พูดเรื่องยุบพรรค พูดถึงท่านมีส่วนร่วมในการทําผิดตามพระราชบัญญัติ ตลาดหลักทรัพย์ พุทธศักราช ๒๕๓๕ หรือไม่ ผมต้องพูดว่าเงิน กกต. ได้มา ใช้ไม่ตรง วัตถุประสงค์ ท่านเป็นคนรับรองงบดุล ถือว่ารับรองงบดุลอันเป็นเท็จ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผมต้องบอกกล่าว ท่านกับผมยังมีพันธกรณี แจกที่ดิน ส.ป.ก. ๔-๐๑ เอาไปแจกเศรษฐีภูเก็ต เอาไปแจกสามีคุณอัญชลี ซึ่งเป็น ส.ส. สมัยนั้น นั่งหน้าห้องท่าน คนที่รับแจกวันนี้เป็น ส.ส. พรรคของท่าน สู้ความกันมา ส.ป.ก. เขาสู้ ศาลชั้นต้น ส.ป.ก. แพ้ ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา ศาลอุทธรณ์ชนะให้คืนที่ มูลค่าหลายหมื่นล้านบาท ท่านเป็นรัฐมนตรีศาลฎีกาตัดสินว่าที่ได้รับไปไม่ถูก จึงให้คืน ส.ป.ก. ท่านต้องรับผิดชอบ มาตรา ๑๕๗ อายุความ ๑๕ ปี แต่ท่านมีหน้าที่ดูแลรักษาทรัพย์ มาตรา ๑๕๑ ท่านปฏิเสธไม่ได้ เอาไปรวมกันตอนสรุปไม่ไว้วางใจ

คุณกรณ์ จาติกวณิช ที่ผมใช้เวลาของเพื่อน ๆ ผมขอโทษด้วย ถ้าเห็นว่า ผมพูดตรงนี้แล้วพอ ท่านจะไปสรุป ผมไม่ขัดข้อง เพราะถ้าผมไม่เปิดหัวไว้แล้วเดี๋ยวสรุป ก็แปลว่าเปิดประเด็นใหม่ พอเปิดประเด็นใหม่รัฐบาลก็ไม่ยอมจะทะเลาะกัน สําหรับ นายกรณ์บริหารราชการผิดพลาดบกพร่อง กู้มาโกง กู้ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พระราชกําหนด พระราชบัญญัติ กําหนดทิศทางงบไทยเข้มแข็ง อะไรต่าง ๆ นี่ผมเปิดหัวไว้

ต่อมาก็เป็นรายการคนจริงคนจังคนดังกระทรวงการต่างประเทศ ท่านให้ สัมภาษณ์ว่าเวลามาอภิปรายในสภาให้ใช้สมองว่ากัน นับจากนี้ต่อไปท่านฟังผมอภิปราย

(นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเฉลิมมีคนประท้วงครับ ประท้วงอะไรครับ

นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา จันทบุรี

ท่านประธาน ก่อนที่เข้ากระทรวง การต่างประเทศนะครับ ผมขอประท้วงในนามของกระทรวงมหาดไทยสักนิดหนึ่ง กราบเรียนท่านประธานครับ ผมขอประท้วงท่านเฉลิมที่กําลังอภิปราย ผม ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ส.ส. จันทบุรี ท่านเฉลิมได้ผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ วรรคสอง พูดจาโกหก ในสภา เรื่องการเพิ่มเงินเดือนให้กับกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผมนี่แหละเป็นผู้เสนอเพิ่มเงินเดือน ให้กับกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประท้วงนะครับ ไม่ใช่อภิปรายครับ

นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา จันทบุรี

ผมเลยประท้วงท่านเฉลิม ที่ท่านเฉลิมว่าท่านได้เตรียมการเพิ่มเงินเดือนกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ไม่เป็นความจริงครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ท่านนั่งเถอะครับ ผมเข้าใจประเด็นที่ท่านประท้วงแล้ว คือท่านเฉลิม ท่านก็อภิปรายท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แล้วท่านก็ให้ข้อมูลฝ่ายท่าน เดี๋ยวถ้ามันจริงหรือไม่จริงอย่างไรก็จะเป็นสิทธิของทางฝ่ำยรัฐมนตรีท่านจะชี้แจง เป็นเรื่องระหว่างท่านเฉลิมกับท่านรัฐมนตรีเดี๋ยวเขาจะชี้แจงหักล้างกันเอง เชิญท่านเฉลิม ต่อครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ท่านครับ เรื่องนี้มันโกหกกัน ไม่ได้ มันมีเอกสารหลักฐานเสนอสมัยผม วันที่ ๓๑ กรกฎาคม ปี ๒๕๕๑ เอาอย่างนี้ ถ้าไม่จริงเขกหัวผมที ผมให้เขกเลย ถ้าจริงก็ทําความสะอาดห้องนํ้าภารโรงของสภา

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านเฉลิมอภิปรายต่อ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ รายการต่อไปผมแวะมาเยี่ยมกระทรวงการต่างประเทศ นายกษิต ภิรมย์ ผมไม่พูดเรื่อง ท่านเป็นผู้ก่อการร้าย ผมไม่พูดเรื่องท่านมอบตัว ผมไม่พูดท่านขึ้นเวทีพันธมิตร ผมไม่พูดว่า ท่านด่าฮุนเซน ผมไม่พูดท่านด่าพรรคคอมมิวนิสต์จีน ผมไม่พูดถึงเรื่องท่านด่ารัฐบาลจีน เพราะนั่นคือพฤติกรรมสั่งสมที่ท่านประพฤติปฏิบัติมาตลอด ผมไม่บอกว่าท่านดําเนิน นโยบายต่างประเทศท่านเอาแต่ใจ ท่านแซงก์ชัน (Sanction) ประเทศนั้นประเทศนี้ แล้วท่านตอบแทนเขาไม่ได้หรอกครับ พลเอก ชาติชายเคยสอนผมว่านโยบายต่างประเทศ ต้องยึดหลักพูดกันได้ยินแต่เตะกันไม่ถึงหมายความว่าอย่างไร หมายความว่าประเทศ บ้านใกล้เรือนเคียงเขาจะต้องเป็นมิตรกับเราแล้วไม่ทะเลาะกัน ผมไม่พูดถึงว่าท่านไล่ล่า พันตํารวจโท ทักษิณ เพราะผมจะอธิบายความตอนท้ายว่าวันนี้ดีเอสไอกับหน่วยงาน ๔ หน่วยงานกําลังแสดงความโง่เง่าให้คนไทยรับรู้รับทราบ เพราะสนธิสัญญาเมื่อปี ๒๕๓๓ พลอากาศเอก สิทธิเซ็นไว้ ผมเป็นรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ชาติชาย เป็นนายกรัฐมนตรี ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน คดีที่มีโทษประหารชีวิต เขาไม่ส่งให้แก่กัน คดีที่เป็นเรื่องการเมืองหรือเชื่อว่าเป็นเรื่องการเมืองเขาไม่ส่งให้แก่กัน ไม่ว่าจะเป็นความผิดฐานใดก็ตามในสหประชาชาติเขาก็ไม่ส่งรัฐบาลไทย หน่วยงานไทย เช้าสายบ่ายเย็นไม่รู้ เลขาธิการตํารวจสากลเขาแถลงที่กรุงปารีสเขาบอกเขาไม่ส่ง ผมเสียดายว่าเวลาพรรคให้น้อย ปกติมันต้อง ๒ ชั่วโมงแล้วสรุปต่างหาก ไม่เป็นไร ผมบอกท่านเลย ประเทศกัมพูชาท่านก็ไปรุ่มร่ามกับเขา ท่านไปพูดถึงประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ช่วยรัฐมนตรีเขามาเขาเชิญฝ่ำยค้าน เขาเชิญรัฐบาลก็รัฐบาลไม่ไป ไปโกรธเขา เรียกเขามาเตือน ผู้ช่วยรัฐมนตรีของท่านเก่งกาจสามารถ ไปประเทศดูไบนี่ก็บินไป ประเทศมอนเตเนโกร มันเคยเปิดดูกฎหมายระหว่างประเทศไหม นายกษิตต้องกลับไป ทบทวนสมองตัวเองใหม่ คุณบกพร่องอะไรสักอย่างหนึ่งแล้ว เพราะการขอผู้ร้ายข้ามแดน มันเป็นอํานาจหน้าที่ของอัยการเท่านั้น ท่านนะเมสเซนเจอร์ (Messenger) รู้หรือเปล่า เวลาให้สัมภาษณ์หรือลูกน้องให้สัมภาษณ์ท่านตบปากให้หน่อย ไม่ใช่หน้าที่ของท่าน กรณีถ้าขอเป็นผู้ร้ายข้ามแดนมี ๒ ประเด็น

ประเด็นที่ ๑ ขอมาเพื่อนําตัวฟ้ องคดีต่อศาล

ประเด็นที่ ๒ ขอมาเพื่อเอาตัวมาควบคุมตามคําพิพากษาของศาล คดีที่ดิน รัชดาภิเษกเป็นคดีการเมืองเขาไม่ให้ แล้วคดีที่เมียซื้อที่แล้วผัวติดคุก ในโลกนี้มีที่เดียว คือเมืองไทย คุณจะขอเป็นผู้ร้ายข้ามแดนได้

๑. โทษจําคุกเกิน ๑ ปี

๒. เป็นความผิดที่มีคําพิพากษาแล้ว

๓. ต้องไม่ใช่เรื่องการเมือง

๔. ต้องเป็นความผิดที่ประเทศผู้ซึ่งเราจะขอตัวเขาถือเป็ นความผิด เมียซื้อที่แล้วผัวติดคุกไม่มี

เอาละ ท่านจะตั้งข้อหาเป็ นผู้ก่อการร้ำยข้ามแดนอะไรก็แล้วแต่ รัฐธรรมนูญเขียนไว้ใช่ไหม ให้สันนิษฐานจําเลย ผู้ต้องหาเป็นผู้บริสุทธิ์ เว้นแต่จะมี คําพิพากษาถึงที่สุดจึงว่าเขาทําผิดได้ เคยอ่านรัฐธรรมนูญไหม ทีพวกพันธมิตรหลายคนเป็นผู้ต้องหาตํารวจจ่อแล้วจ่ออีก พอจะจับเอาสํานวนคืน พอจะจับสั่งสอบเพิ่มเติม หัวหน้าพนักงานสอบสวนบอกหลักฐานครบ ลูกพี่บอกไม่ครบ ไปดูใหม่เป็นผู้ต้องหาครับ ทําไมนายกรัฐมนตรีเรียกมาปรึกษา มาทําเนียบรัฐบาล เต็มหมด วันนั้นผู้ต้องหามาปรึกษากับนายกรัฐมนตรีเรื่องแผนปรองดอง ท่านประธาน ที่เคารพ นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลคิดก็ผิดแล้วเรื่องแผนปรองดอง ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ถนอมไปตั้งกรรมการ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ อาจารย์เสนีย์ไปตั้งกรรมการ พฤษภาทมิฬ ท่านสุจินดาไปตั้งกรรมการ นี่อภิสิทธิ์ผู้ถูกกล่าวหา สุเทพยังอยู่ คุณตั้งกรรมการฟอร์ วอท (For what) ตั้งทําไม ลิเกหลงโรง ปาหี่ เชิญทูตเขามาชี้แจง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศก็แสดงความจงรักภักดี เก่งเหลือเกิน ฟังผมต่อไปนี้ ท่านประธานที่เคารพ เมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๕๓ นายกษิต ภิรมย์ ผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายซึ่งได้มอบตัว ต่อตํารวจสถานีตํารวจนครบาลทุ่งสองห้อง ได้เดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกา ได้รับ การบรรยายที่จอห์นส ฮอปกินส์ ยูนิเวอร์ซิตี้ (Johns Hopkins University) ผมขออนุญาต ท่านประธานอ่านภาษาอังกฤษเล็กน้อย สําเนียงอาจจะไม่ดี แต่ผมมีแผ่นดิสก์ทั้ง ๒ เรื่อง ที่ผมอภิปรายของโสภณ ซารัมย์ กับกษิต ภิรมย์ เดี๋ยวขึ้นไปข้างบนแจกผู้สื่อข่าว นายกษิต ภิรมย์ ได้ไปบรรยายหัวข้อการพัฒนาการเมืองและเศรษฐกิจไทย โพลิติคอล แอนด์ อีโคโนมิคส์ ดีเวลลอปเมนท์ อิน ไทยแลนด์ (Political and Economics Development in Thailand) เมื่อ ๑๒ เมษายน การบรรยายทั้งหมดรวมตอบคําถามบันทึกเป็นวิดีโอคลิป (Video clip) มีความยาว ๑ ชั่วโมง ๗ นาที ๒๙ วินาที สามารถดาวน์โหลด (Download) ได้ เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอปกินส์ นายกษิต ภิรมย์ ผู้ก่อการร้ายได้บรรยาย เป็น ๒ ช่วง ช่วงแรก บรรยาย ๓๐ นาที ช่วงที่สอง ตอบคําถาม เขาถาม ๕ คําถาม ในการบรรยายนายกษิตเริ่มต้นการบรรยายตั้งแต่ความจําเป็นของประเทศสหรัฐอเมริกา ในการกลับมาสร้างความสัมพันธ์กับภูมิภาคอาเซียน โดยนายกษิตมองว่าประเทศ สหรัฐอเมริกาควรเข้ามาช่วยเหลือในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ เพื่อลดช่องว่าง ระหว่างประเทศที่รํ่ารวยและยากจน ส่วนที่ ๒ เป็ นส่วนที่สําคัญ นายกษิต ภิรมย์ เป็นคนบรรยายว่าประเทศไทยหากจะพัฒนาให้ก้าวหน้าในเรื่องการเมืองและเศรษฐกิจ จะมีจุดใดบ้างต้องพัฒนาให้ทันสมัยมากขึ้น นายกษิตผู้ต้องหาก่อการร้ำย บุกสนามบินสุวรรณภูมิ บุกสนามบินดอนเมือง ได้พูดถึงเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจ ให้สอดคล้องกับระบบโลกาภิวัตน์ โกลบัลไลเซชัน ซิสเต็ม (Globalization system) พูดเรื่องการเชื่อมโยงอาเซียนเข้าด้วยกัน พูดเรื่องการสร้างสปิริตทางประชาธิปไตย พูดเรื่อง การพัฒนาไปสู่สังคมที่เปิดกว้าง โอเพ่น โซไซตี้ (Open society) สิทธิในการแสดงความเห็น การพัฒนาระบอบประชาธิปไตยให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดดูเหมือน เป็นการบรรยายปกติทั่วไป ผมมีคลิป ผมมีวิดีโอ แต่ผมไม่จําเป็นต้องเปิดที่นี่ ผมไม่อยากให้ ประท้วง ไม่อยากให้เสียบรรยากาศในการอภิปราย ในนาทีที่ ๓๓.๕๗ นายกษิต ภิรมย์ ผู้ก่อการร้ายได้พูดถึงสถาบันพระมหากษัตริย์บอกว่า สถาบันจะถูกปฏิรูปอย่างไร คุณเป็นใคร คุณเป็นข้าแผ่นดินเหมือนพวกผม คุณพูดได้ อย่างไร คุณจะปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ คุณบังอาจ คุณกําเริบ คุณฮึกเหิม ท่านประธานที่เคารพครับ นายกษิตบอกว่าจะปฏิรูปอย่างไรเพื่อนําไปสู่ระบบโลกาภิวัตน์ อันทันสมัยของโลก เหมือนกับสถาบันของสหราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ประเทศเดนมาร์ก หรือประเทศลิกเตนสไตน์ที่ได้พัฒนาก้าวผ่านไปแล้วในการปรับตัวเองเข้าสู่โลกที่ทันสมัย คําพูดของคุณอย่างนี้แปลว่าสถาบันของเราต้องถูกปฏิรูปโดยแนวคิดของคุณใช่ไหม เป็ นความคิดที่วิบัติ เป็ นความคิดที่ไม่ดี กล่าวหาได้เลยเป็ นความคิดที่เลวทราม ผมไม่กล้าว่าคุณจะล้มสถาบัน เพราะพวกคุณกล่าวหาพวกผมว่าจะล้มเจ้า ไม่มีหรอกครับ พวกผมจงรักภักดี นายกษิต ภิรมย์ ได้พูดเป็นภาษาอังกฤษความว่า ไอ ธิงค์ วี แฮฟว ทู ทอล์ค อะเบาท์ ดิ อินสติติวชัน ออฟ เธอะ โมนาร์ชี ฮาว วูด อิท แฮส ทู รีฟอร์ม อิทเซลฟ์ แล้วก็ ทู เธอะ โมเดิร์น โกลบัลไลซ์ด เวิลด์ ไลค์ วอท เธอะ บริติช (I think we have to talk about the institution of the monarchy. How would it has to reform itself…. to the modern globalized world like what the British) คือเหมือนกับประเทศอังกฤษ ออร์ เดอะ ดัทช์ (or the Dutch) คือประเทศฮอลแลนด์ ออร์ เดอะ เดนิช (or the Danish) คือประเทศเดนมาร์ก ผมรู้จักประเทศเดนมาร์กดีกว่าคุณ เพราะผมเคยไปลี้ภัยที่นั่น และคุณกษิตก็พูดต่อว่า ออร์ เดอะ ลิกเตนสไตน์ (or the Lichtenstein) ผมไม่ใช่ นักเรียนนอก ผมไม่ใช่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คุณเอาประเทศไทย ที่มีพลเมือง ๖๓ ล้านคน เรามีพระมหากษัตริย์ที่มีเกียรติยศอันยิ่งยงเป็นมิ่งขวัญ ของชนชาวไทยมาเปรียบเทียบกับประเทศเหล่านี้ได้อย่างไร โดยเฉพาะประเทศ ลิกเตนสไตน์เขามีพลเมืองนับหมื่นคน นายกษิต ภิรมย์ คุณพูดต่อว่า ออร์ เดอะ ดัทช์ ออร์ เดอะ เดนิช ออร์ เดอะ ลิกเตนสไตน์ โมนาร์ชี แฮฟว กอน ทรู ทู แอดจัสท์ อิทเซลฟ์ ทู เดอะ โมเดิร์นไนซ์ด เวิลด์ (or the Danish, or the Lichtenstein monarchy have gone through to adjust itself to the modernized world) นี่คือนาทีที่ ๓๓.๕๗ จากนั้นไม่พอ นายกษิตซึ่งถูกกล่าวหาเป็นผู้ก่อการร้ายได้พูดในนาทีที่ ๓๔.๕๐ นายกษิตพูดว่า ดังนั้น มันคือขั้นตอนที่เราจะต้องข้ามไปและผมคิดว่าเราควรมีความกล้าหาญเพียงพอที่จะ ก้าวข้ามไปทั้งหมดและจะต้องพูด แม้เรื่องที่เป็นสิ่งต้องห้ามคือเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ คุณเลวร้าย คุณเป็นนักการเมืองที่ไม่มีจิตใจ พวกผมรู้หมดแต่ไม่เคยยกย่องตัวเอง ท่านประธานที่เคารพครับ นายกษิตพูดต่อ แม้เป็นเรื่องเป็นสิ่งต้องห้ามคือเรื่องสถาบัน พระมหากษัตริย์ เราควรจะเป็นอย่างประเทศลิกเตนสไตน์หรือประเทศลักเซมเบิร์กที่ได้ ก้าวผ่านพ้นไปแล้ว ภาษาอังกฤษนายกษิตพูดว่า โซ อิท อีส อะ โพรเซส แธท วี แฮฟว ทู โก ธรู แอนด์ ไอ ธิงค์ วี ชูล์ด บี เบรฟ อีนาฟ ทู โก ธรู ออล ออฟ ธีซ แอนด์ ทู ทอล์ค อีเวนท์ เดอะ ทาบู ซับเจคท์ ออฟ ดิ อินสติติวชัน ออฟ เธอะ โมนาร์ชี วี แฮฟว ทู บี ไลค์ เธอะ ลิกเตนสไตน์ ออร์ เธอะ ลักเซมเบิร์ก แธท แฮฟว กอน ธรู แธท แอนด์ โซ ออน (So, it is a process that we have to go through. And I think we should be brave enough to go through all of these. And to talk, even the taboo subject of the institution of the monarchy. We have to be like the Lichtenstein or the Luxembourg that have gone through that, and so on.) พอมานาทีที่ ๕๖.๓๗ นายกษิตพูดว่า เรื่องที่เราพูดถึงก็คือกฎหมาย หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เลเซ มาเจสเต้ เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์ บ้านเรา มีกฎหมายคุ้มครองเรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ นายกษิตผู้ก่อการร้ายตัวจริง ที่นายอภิสิทธิ์ตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้พูดว่า กฎหมาย หมิ่นพระบรมเดชานุภาพซึ่งทุกคนรู้ว่าเป็นอุปสรรคสําคัญที่อยู่คู่กับสถาบันกษัตริย์ตลอดมา นี่ควรเป็นตัวอย่างหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพ พวกผมทั้งหมด พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัว ไม่ได้มองเลยว่ากฎหมายเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เลเซ มาเจสเต้ที่เป็ นอุปสรรคต่อสถาบัน ไม่เลยครับ อ้ายพวกจงรักภักดีมองว่า เป็นอุปสรรค นายกษิตมองว่าเป็นอุปสรรค พวกผมพรรคเพื่อไทยทั้งหมดไม่มีใครมองว่า เป็นอุปสรรค เป็นพระเดชพระคุณที่มีกฎหมายเลเซ มาเจสเต้

(นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเฉลิมครับ มีผู้ประท้วงนะครับ เดี๋ยวครับ ท่านผ่องศรีประท้วงอะไรครับ

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดลพบุรี ดิฉันขออนุญาตประท้วง ท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ เรื่องการควบคุมการอภิปราย แล้วก็ขออนุญาต นิดเดียวด้วยค่ะ ด้วยความเป็นห่วงฝ่ายค้านเนื่องจากว่าเวลาถ้าท่านไม่บริหารก็จะทําให้ ท่านเสียโอกาสเองนะคะ ขณะนี้ขออนุญาตแจ้งเลยนะคะว่าเหลือเวลาของฝ่ายค้าน อีกประมาณแค่ ๓ ชั่วโมง ๓๐ นาที ถ้าท่านไม่บริหารให้ดีเป้ำหมายของท่านที่จะอภิปราย ได้ครบทุกกระทรวงก็จะไม่ได้บรรลุเป้ำหมายนะคะ ส่วนของรัฐบาลก็จะบริหารให้เป็นไป ตามข้อตกลงค่ะ เพื่อให้ปิดการอภิปรายได้ก่อนเวลา ๒๔ นาฬิกา ขอกราบขอบพระคุณค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็เป็นหน้าที่ของฝ่ำยค้านต้องบริหารเวลาที่เหลือนะครับ ฉะนั้นท่านเฉลิมก็เชิญต่อ เอาให้กระชับหน่อยก็ดีครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเป็นคนอยู่สภามานาน แล้วผมเป็นคนรู้จัก ผมเป็นคนมีเวลา ผมรู้เวลาว่าถ้าผม อภิปรายมันได้เนื้อได้หนังครบแล้ว แล้วพรรคพวกก็บอกว่าไม่ต้องสรุปคุณเฉลิม การสรุป ก็ใช้เวลาผม แต่อ้ายคนที่หมิ่นเหม่ต่อสถาบัน บังอาจ อวดดี อัปรีย์ อย่างนี้ผมอภิปราย ไม่จบไม่ได้หรอกครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเฉลิมครับ ขอความกรุณาใช้ถ้อยคําให้สุภาพหน่อยนะครับ ผมขอให้ถอนคําว่าอัปรีย์ ได้ไหมครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ถอนได้ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถอนแล้วครับ นั่งครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

แล้วบอกว่าคนอย่าง นายกษิต ภิรมย์ มีตําแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไปบรรยาย อย่างนี้ โทษท่านมีสถานเดียวหัวขาด หยาบไหมครับท่านประธานที่เคารพ ในนาทีที่ ๕๖.๓๗ นายกษิตได้บรรยายว่ากฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ทุกคนรู้ว่า เป็นอุปสรรคสําคัญที่อยู่คู่กับสถาบันพระมหากษัตริย์ พวกผมไม่เคยมองเป็นอุปสรรค พวกผมมองเป็นเรื่องที่ดี เป็นกฎหมายคุ้มครองเจ้าฟ้ำเจ้าแผ่นดิน จึงได้บัญญัติไว้ ในประมวลกฎหมายลักษณะอาญามีสังคายนากฎหมายเมื่อปี ๒๕๐๐ แล้วก็มาแก้ไข เป็นประมวลกฎหมายอาญา ในบทบัญญัติกฎหมายอาญา ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมีหมด พวกผมชื่นชอบ ผมกําลังจะแก้กฎหมายมาตราหนึ่งถ้าผมมีอํานาจ ๑. ห้ามบุคคลหนึ่ง บุคคลใดกล่าวอ้างว่าจงรักภักดีมากกว่าบุคคลอื่น และห้ามบุคคลหนึ่งบุคคลใดกล่าวหา บุคคลหนึ่งบุคคลใดว่าไม่จงรักภักดีต้องระวางโทษจําคุกสิบปี แล้วกฎหมายเลเซ มาเจสเต้ ผมจะคงเอาไว้ถ้าผมมีวาสนา ท่านประธานครับ ในนาทีที่ ๕๖.๓๗ นายอภิสิทธิ์บอกว่ากฎหมายเลเซ มาเจสเต้ ขอประทานโทษ นายกษิตบอกว่ากฎหมายเลเซ มาเจสเต้เป็นอุปสรรค พูดเป็นภาษาอังกฤษว่า วอท ดู วี ทอล์ค อะเบาท์ อีส เลเซ มาเจสเต้ ลอว์ ยู โนว แธท วอส เธอะ โบน ออฟ คอนเทนชัน ออล อะลอง อะเบาท์ ดิ อินสติติวชัน ออฟ เธอะ โมนาร์ชี ธีส วูด บี วัน เอกแซมเพิล แวร์ วี อาร์ รีดดี้ ทู ทอล์ค อะเบาท์ ดิ อินสติติวชัน ออฟ เธอะ โมนาร์ชี แอนด์ โซ ออน (…..What do we talk about is lèse-majesté law, you know that was the bone of contention all along about the institution of the monarchy. This would be one example where……We are ready to talk about the institution of the monarchy and so on…)

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้อภิปรายถึงรัฐมนตรีทุกคน ผมจึงขอสรุป ตรงนี้ เพราะว่าเพื่อนเขาอาจจะไม่มีเวลา เอาเวลาของผมไป ผมไม่สรุปเพราะถือว่าพูด ครอบคลุมไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าในพรรคไปประชุมแล้วจะให้ผมสรุปก็มาบอกผมผมจะได้ เตรียมตัว ด้วยเหตุผลดังกล่าวแล้วข้างต้น ผมจึงไม่สามารถไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ไว้วางใจนายโสภณ ซารัมย์ ไม่ไว้วางใจนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล นายกษิต ภิรมย์ ดารารับเชิญ ที่แตะเยอะ ๆ หน่อยก็มีโสภณ ซารัมย์ ชวรัตน์ ชาญวีรกูล กษิต ภิรมย์ กรณ์นิดเดียว สุเทพที่จริงผมไม่ได้ใส่ชื่อเขานะแต่พรรคพวกเขามีข้อมูล ก็ไปบอกท้าทายผม เฉลิมน็อก (knock) ไม่ได้ นี่มันยังไม่จําหรือสุเทพ น็อกคาสภาเรื่อง ส.ป.ก. ๔-๐๑ ผมไม่ได้พกความแค้น ผมพกความคิด แต่ถ้ามีเวลาให้ผมสรุป นายกรัฐมนตรี ก็พบกับผมเรื่องสลายม็อบ เรื่องพฤติกรรม เรื่องไม่มีมาตรฐาน ถ้าพรรคพวก อยากสรุปกันเองไม่ว่า เพราะฉะนั้นฝ่ายรัฐบาลกรุณาไม่ต้องมาสอนผมว่าเดี๋ยวเวลาหมด ก็มันรู้อยู่แล้ว พอนายกรัฐมนตรีตอบก็พวกเราสรุป ส่วนใครจะสรุปเรื่องของฝ่ายค้าน ผมถือว่าผมได้ใช้เวลาของพรรคพวกมามากแล้ว ผมยํ้ากับท่านประธานก่อนนั่งอีกครั้งหนึ่ง เรื่องทั้งหลายทั้งปวงมันเกิดขึ้น มันเกิดจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เขาเรียกร้องให้ยุบสภา ท่านให้กระสุนเขา ท่านต้องเลิกพูดชุดดํา มือที่สาม ใครตายก็ตาม เราเป็นนายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ นายแน่มากอภิสิทธิ์ ตายเหยียบร้อย เจ็บ ๒,๐๐๐ กว่าคน ไม่รู้สึกรู้สา ลอยหน้าลอยตาตอบ

ท่านประธานที่เคารพครับ การเมืองวันนี้กฎ ๙ ข้อนายกรัฐมนตรีว่าอย่างไรครับ เอาเงินจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมาผลาญกัน ว่าอย่างไรครับ ๒๙ ล้านบาท กกต. ยังสุขสําราญดีหรือ ผมไว้วางใจไม่ได้เลยครับ เดี๋ยวให้ผมไปเคลียร์ในพรรคกันก่อน ถ้าเขาไม่ให้ผมสรุปก็ไม่มีปัญหา ถ้าให้ผมสรุปผมก็ยังมีคิวตอนท้าย ผมจึงไม่สามารถ ไว้วางใจนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีตามญัตติได้ ผมเคยเรียก จอมพล อภิสิทธิ์ เพราะนึกว่าเป็นเผด็จการคนสุดท้อง แต่ว่าสมัย จอมพล ถนอม ประภาส ตายนิดเดียวละครับ สมัย พลเอก สุจินดา ตายน้อยนิดเดียวละครับ มาวันนี้บอกกับ ท่านประธานและพี่น้องประชาชนคนทั่วประเทศ ผมตั้งฉายานายอภิสิทธิ์ว่า สิบโท อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เหมือนกับ คอบลอน อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมโสภณ ซารัมย์ ครับ

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขอชี้แจงประเด็นที่ท่านสมาชิกฝ่ายค้านได้ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจผม แล้วก็ยื่นถอดถอนผม ต่อวุฒิสภา

ผมก็กราบเรียนว่าประเด็นที่ท่านสมาชิกอภิปรายที่จบไปนั้น ต้องขอบคุณนะครับที่รู้ว่าผมเป็นครู แล้วผมก็กราบเรียนท่านประธานไปยังสภาแห่งนี้ว่า ชีวิตการเป็นครู ๒๕ ปีได้มาดํารงตําแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นสิ่งที่ ผมภาคภูมิใจ และเป็นสิ่งที่ผมอยากกราบเรียนต่อท่านประธานสภาไปยังสภาแห่งนี้ว่า ความเป็นครูของผมจะไม่ได้กล่าวเท็จต่อสภาแห่งนี้ ส่วนใครที่สงสัยในเรื่องความบริสุทธิ์ใจ ในการทํางานผมนี่สิ่งศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่จะตัดสิน ฉะนั้นใครก็ตามที่สงสัยผมพร้อมที่จะ กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ตลอดเวลา ฉะนั้นผมขอกราบเรียนท่านประธานสภาว่าวันนี้ ท่านได้กล่าวหาผมแม้แต่ใช้คําพูดอะไรต่าง ๆ ผมเรียนต่อท่านประธานสภาไปยัง ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ด้วยว่าท่านจะได้ยกมือให้ผมโดยไม่ต้องกังวลใจว่า ผมไม่ได้โง่บัดซบ สิ่งที่ผมมีอยู่ในตัวนี้ผมไม่เอามาทิ้งในตําแหน่งที่บอกว่าเป็นรัฐมนตรี แล้วทําอะไรให้ประเทศชาติบ้านเมืองเหมือนกับรัฐมนตรีที่ทําไว้ในอดีต ฉะนั้น ท่านกล่าวหาผมในกรณีรถไฟฟ้ำสายสีม่วงซึ่งเป็นประเด็นที่ผมต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานสภาไปยังสภาแห่งนี้ว่าผมขอลําดับที่ไปที่มาเพื่อให้ท่านสมาชิกได้เข้าใจ

ผมกราบเรียนอย่างนี้นะครับเรื่องนี้ที่ไปที่มาของโครงการรถไฟฟ้ำ สายสีม่วง (บางใหญ่-บางซื่อ) ที่ผมจะกราบเรียนประธานสภานะครับว่าโครงการที่ท่าน กล่าวอ้างว่าในรัฐบาลยุคพรรคไทยรักไทยหรือท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณได้เกิดโครงการนี้ขึ้น ผมไม่ปฏิเสธครับแต่ว่าท่านพูดไว้เฉย ๆ ท่านพูดโดยไม่มีรายละเอียดว่าจะทําอะไร กรอบรายละเอียดท่านพูดไว้ว่าอยากได้รถไฟฟ้ำสายนี้ ที่ต้องยกเครดิตให้จริง ๆ ก็คือ วันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๕๐ รัฐบาล คมช. ในยุคนั้นที่มีท่าน พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรีได้มีมติคณะรัฐมนตรีกําหนดกรอบวงเงินในโครงการรถไฟฟ้ำ สายสีม่วงนี้ ๓๑,๒๑๗ ล้านบาทอย่างที่ท่านสมาชิกอภิปราย นี่ครับคนที่เขาต้นกําเนิด จริง ๆ คือรัฐบาลยุค คมช. ที่มีมติชัดเจนว่ากรอบวงเงินที่เขาใช้สร้างอย่างเป็นทางการ ส่วนก่อนหน้านั้นคุยไว้เฉย ๆ โครงการก็ลําดับมาเป็นตามลําดับ จนมาถึงรัฐบาลที่ท่าน กล่าวถึงคือรัฐบาลอดีต ฯพณฯ สมัคร สุนทรเวช ยุคพรรคพลังประชาชน ในวันที่ ๒๖ ปรากฏว่าก็เป็ นรูปเป็ นร่างอีกเหมือนกัน ในวันที่ ๒๖ มีนาคมรัฐบาลชุดนั้น โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ไปเซ็นสัญญาฉบับแรก นี่คือสัญญาฉบับแรก ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไปเซ็นเป็นหนังสือแลกเปลี่ยนความร่วมมือระหว่าง รัฐบาลไทยกับรัฐบาลญี่ปุ่นในกรอบที่คล้าย ๆ หนังสือคํ้าประกัน เขาคํ้าประกันกันบอกว่า เขาจะกู้เงินในวงเงิน ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท ขณะนั้นก็คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไปเซ็นกันที่สถานทูตญี่ปุ่ น โดยมี เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นเป็นตัวแทนของรัฐบาลญี่ปุ่น ฉะนั้นในวันที่ ๒ นี่เขากําหนดกรอบวงเงิน โดยไม่รู้แหล่งวงเงินว่าจะใช้เงินที่ไหน วันที่ ๒๖ บรรลุข้อตกลงระหว่างประเทศไทย กับประเทศญี่ปุ่นรู้ว่าต้องใช้เงินของประเทศญี่ปุ่นมาก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้ำสายสีม่วง แล้วรัฐบาลก็เซ็นฉบับแรกไว้ ๑๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่เป็นรูปเป็นร่างแล้ว ต่อมา ในวันที่ ๓๑ ผู้แทนของรัฐบาลไทยในขณะนั้น นี่คือยุคของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมขณะนั้นและผู้ว่าการ รฟม. ได้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นไปเซ็นสัญญาเงินกู้ นี่คือ เรียกว่าสัญญาเงินกู้ โลน อะกรีเมนท์ (Loan agreement) ฉบับนี้ ๑๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่คือสัญญาเงินกู้ก้อนแรก และในวันเดียวกันนี้ในการไปครั้งนี้ก็ไปเซ็นฉบับที่ ๒ ฉบับที่ ๒ นี้เป็นการเซ็นเมโมแรนดัม (Memorandum) ข้อตกลงที่จะใช้เงินในโครงการนี้ ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เซ็นวันเดียวกันนี้ ๒ ฉบับ สิ่งที่ท่านทําวันนั้นการเซ็นเงินกู้ที่จะ ใช้เงินจากไจก้า ครั้งนั้นรู้แล้วว่าเป็นตัวแทนของไจก้า คนที่เป็นตัวแทนของรัฐบาลไทย ในนาม รฟม. ก็คือนายประภัสร์ จงสงวน คนที่เป็ นตัวแทนของรัฐบาลญี่ปุ่ นก็คือ นายมัตซูโมโตะคือตัวแทนไจก้ากับตัวแทนผู้ว่าการ รฟม. เขาเซ็นกัน เซ็น ๒ ฉบับ ฉบับหนึ่งความตกลง ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ทั้งกรอบทั้งโครงการนี้ ฉบับที่ ๒ ก็ ๑๗,๐๐๐ กว่าล้านบาทสัญญาเงินกู้ก้อนแรก การเซ็นครั้งนั้นมีเงื่อนไขของการเซ็นว่า ดังนี้ เงื่อนไขที่ไปเซ็นครั้งนั้นก็คือ

๑. เงินนี้จะนํามาใช้จ่าย นี่คือเงื่อนไขของการเซ็นระหว่างไจก้า

๒. การประกวดราคาต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของไจก้า

๓. การกู้เงินต้องไม่ครอบคลุมถึงภาษีมูลค่าเพิ่ม

๔. การดําเนินการในการประกวดราคาต้องได้รับความเห็นชอบจากไจก้า ทุกขั้นตอน กรณีที่มีข้อพิพาทต้องใช้อนุญาโตตุลาการเป็นตัวตัดสิน

๕. ต้องยอมรับค่าธรรมเนียมเงินกู้คอมโพเนนท์ ชาร์จ (Component charge) ร้อยละ ๐.๑ หากไม่มีการเบิกจ่ายภายใน ๑๒๐ วัน

๖. การยกเลิกการประกวดราคาต้องเป็ นตามเงื่อนไขที่ตกลง และความเห็นชอบจากไจก้า

เงื่อนไขของการตกลงที่จะยกเลิกสัญญาคือ

๑. ราคาสูงกว่ากรอบเป็นจํานวนมาก

๒. ไม่มีการแข่งขัน

๓. คุณสมบัติ ไม่มีการผ่านคุณสมบัติของบริษัทที่ยื่น

๓ ประการนี้ นี่คือสิ่งที่ท่านไปเซ็นไว้เมื่อวันที่ ๓๑ ทั้ง ๒ ฉบับ และการทํา ครั้งนั้นท่านทําผิดครั้งแรก เพราะการไปเซ็นกรอบสัญญาเงินกู้กับการเจรจากู้เงิน ต้องนําเข้ารัฐสภาเพื่อให้สมาชิกรัฐสภาได้พิจารณาตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ท่านไม่ได้ทํา ท่านทําผิดรัฐธรรมนูญ ท่านอย่ามากล่าวหาผม ในรัฐบาลชุดนี้ เมื่อเข้ามาบริหารประเทศจึงได้เอาสัญญาเงินกู้ ๒ ฉบับและกรอบการเจรจาเข้าสู่รัฐสภา ให้พิจารณาให้ความเห็นชอบเพื่อให้โครงการนี้ได้ถูกต้อง ต่อไปโครงการนี้ก็เดินไปตามลําดับ จนมาถึงวันที่ ๑๗ มิถุนายน อย่างที่ท่านกล่าวถึง เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมขณะนั้นอย่างที่ท่านพูด ไม่ผิดครับคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้เสนออนุมัติเพิ่มกรอบวงเงินจาก ๓๑,๒๑๗ ล้านบาท เป็น ๓๖,๐๕๕ ล้านบาท นี่คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เสนอในวันที่ ๑๗ มิถุนายน ในการเสนอครั้งนี้ดําเนินการไม่ละเอียดพออีก คือการเสนอ กรอบวงเงินครั้งนี้โดยคิดจากการใช้ค่าเคมาคํานวณบวกกับอัตราเงินเฟ้ อซึ่งจะไม่สะท้อน กับราคาที่เป็ นจริง ที่จริงเขาต้องคิดราคายูนิต คอสท์ (Unit cost) ราคาต่อหน่วย ปรากฏว่าการเสนอกรอบวงเงินครั้งนั้นก็เสนอแบบไม่ละเอียดพอ มันจึงเกิดปัญหาขึ้นมา ซํ้าสอง ในขณะเดียวกันระหว่างที่มีการเสนออนุมัติกรอบสัญญาอนุมัติกรอบวงเงินนี้ ท่านทราบไหมครับว่าระหว่างนี้ในวันที่มีการขายซองประกวดราคากันแล้ว ในวันที่ ๓๑ มีนาคม มีการลงนามเซ็นสัญญาแหล่งเงิน ท่านก็กลับมาทําทีโออาร์ เพื่อประกวดราคา จนได้ทีโออาร์ประกวดราคาระหว่างวันที่ ๒๒ เมษายน ถึงวันที่ ๒ พฤษภาคม การดําเนินการมาเรื่อย ๆ จนถึงขั้นร่างทีโออาร์ประกวดตามวิธีการจัดซื้อจัดจ้าง ตามระเบียบที่ รฟม. มี แล้วก็ตามระเบียบที่ไปตกลงกับไจก้าเอาไว้ ฉะนั้นทีโออาร์ กําหนดเสร็จ ร่างเสร็จ ทําเสร็จในวันที่ ๒๒ เมษายน ถึงวันที่ ๒ พฤษภาคม มีการขาย เอกสารการประกวดราคา ส่วนที่ผมกราบเรียนว่าวันที่ ๑๗ มีการขยายกรอบวงเงิน ขยายกรอบวงเงินขณะที่มีการขายซองประกวดราคาแล้ว จึงมีคนนําเรื่องนี้ไปร้องที่ ป.ป.ช. ป.ป.ช. ก็รับเรื่องนี้ไว้ไต่สวน ประกอบกับการทําครั้งนั้นคือไปขยายคุณสมบัติ ของผู้เข้ารับงานครั้งนี้คือไปปรับปรุงคุณสมบัติให้เพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันก็ไปปรับ คุณสมบัติของผู้รับเหมาให้สูงขึ้น คนที่จะเข้าคุณสมบัติงานนี้ได้ ๑๑ รายก็เหลือ ๖ ราย คนก็ไปร้อง ป.ป.ช. อีก ป.ป.ช. ก็รับเรื่องนี้ไว้ตรวจสอบ ฉะนั้นผมกราบเรียนว่าสิ่งที่วันนี้ การทํางานโครงการที่รัฐมนตรีกํากับหน่วยงานของรัฐวิสาหกิจอยู่นี่ต้องกํากับครับ ไม่ใช่ไปแทรกแซงจนเขาร้อง ป.ป.ช. ฉะนั้นโครงการก็พัฒนาไปเรื่อย ๆ จนมาถึง เดือนสิงหาคม ในเดือนสิงหาคมมีการยื่นซองประกวดราคา ขายซองในรัฐบาล ยุคท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร พรรคพลังประชาชน อนุมัติกรอบวงเงินในยุคพรรคพลังประชาชน ท่านนายกรัฐมนตรีสมัครอย่างที่ท่านเรียนแล้ว ท่านพูดไม่จบ ท่านพูดครึ่งเดียว วันนี้สิ่งที่ ท่านพูดมันจึงเป็นเท็จ แล้วก็ขายซองในยุคนี้ ฉะนั้นการขายซองประกวดราคา การยื่นซอง ประกวดราคาเขาเขียนราคาไว้หมดแล้วว่าบริษัทไหนจะใส่เท่าไร เขาเขียนไว้หมด เขามีอยู่ ๓ ซองที่จะยื่นคือ ๑. ซองคุณสมบัติ ๒. ซองเทคนิค ๓. ซองราคา ถ้าซองคุณสมบัติผ่าน ก็ไปเปิดซองเทคนิค ซองเทคนิคผ่านก็ไปเปิดซองราคา ทั้งหมดนี้ก็เป็นไปตามระเบียบ วิธีการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานตามโครงการปกติ ก็ดําเนินการมาจนถึงวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๑ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ รัฐบาลชุดนี้เข้ามา บริหารประเทศ ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๑ สิ่งที่เกี่ยวข้องกับผมคือในเดือนมิถุนายน ๒๕๕๒ ถึงเดือนกรกฎาคมนี่ปรากฏว่าเขามี การเปิดซองราคาครบทั้ง ๓ ซองราคา เขาเปิดกันในเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคม และคณะกรรมการก็ให้ความเห็นชอบราคาทั้ง ๓ สัญญานี้ แต่ที่จริงผมไม่ทราบ ผมมาทราบเมื่อวันที่ ๒๗ วันที่ ๒๗ กรกฎาคมมีหนังสือถึงกระทรวงคมนาคมฉบับหนึ่ง นี่คือหนังสือถึงกระทรวงคมนาคมเมื่อวันที่ ๒๗ สาระสําคัญของหนังสือที่ รฟม. มีถึง กระทรวงคมนาคม ให้กระทรวงคมนาคมเห็นชอบการประกวดราคา เห็นควรให้กระทรวง คมนาคมเสนอให้ ครม. อนุมัติให้ รฟม. ไปเซ็นสัญญา นี่คือสิ่งที่ รฟม. ทํามาถึงกระทรวง คมนาคม หนังสือก็มาตามระเบียบวิธีบริหารราชการ ก็ไปที่สํานักงานปลัดกระทรวง สํานักงานปลัดกระทรวงเขาก็ส่งไปที่สํานักกฎหมาย สํานักกฎหมายเขาดูแล้วว่ามันไม่มี ข้อความใด ๆ ที่จะต้องให้รัฐมนตรีไปเห็นชอบการประกวดราคา ฉะนั้นสํานักกฎหมาย เขาจึงมีหนังสือโต้ตอบไปที่ รฟม. อันนี้คือสํานักกฎหมายที่เขาโต้ตอบไป รฟม. ว่าในกรณี ที่ขอให้เสนอ ครม. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบผลการประกวดราคาและอนุมัติให้ รฟม. ไปทําสัญญากับผู้ว่าจ้างนั้น สํานักกฎหมายพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องและมติ คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๕๐ เห็นว่าไม่มีข้อความใด ๆ ในเรื่องดังกล่าว ที่จะนําเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อขอความเห็นชอบอีก สํานักกฎหมายจึงแจ้งให้ รฟม. พิจารณาประเด็นนี้ด้วย สรุปคือเขาส่งคืน เขาบอกว่าไม่ใช่หน้าที่ของรัฐมนตรีที่จะมา ให้ความเห็นชอบราคา ไม่ใช่หน้าที่ของ ครม. ที่จะมาอนุมัติให้ รฟม. ไปทําสัญญา หลังจากนั้นในวันที่ ๔ วันที่ ๕ มีหนังสือมาถึงกระทรวงคมนาคม ๒ ฉบับติดต่อกัน ฉบับแรกเขาบอกว่าเขารายงาน อันนี้คือเขารายงานให้กระทรวงได้เห็นว่าเขาปรับราคางาน สิ่งที่เขาเสนอในวันที่ ๔ วันที่ ๕ ก็คือหนังสือที่มาที่กระทรวงคมนาคมเสนอให้ รฟม. ขอรับทราบผลการประกวดราคา ๓ สัญญาและเปลี่ยนโครงสร้างภายในจากกรอบวงเงิน ๓๖,๐๕๕ ล้านบาท สิ่งที่ผมได้เห็นจากหนังสือ ๒ ฉบับ นี่คือสิ่งที่ รฟม. เสนอมาที่ผม ที่ผมเห็นหนังสือฉบับนี้ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างที่ท่านสมาชิกได้อภิปราย แต่ท่านอภิปรายไม่ครบ นี่คือหนังสือเอกสาร

(นายรณฤทธิชัย คานเขต ได้ยืนและยกมือขึ้น )
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ ท่านรัฐมนตรีมีผู้ประท้วง ประท้วงอะไรครับ

นายรณฤทธิชัย คานเขต ยโสธร

ท่านประธานที่เคารพครับ รณฤทธิชัย คานเขต จังหวัดยโสธร อยากให้ท่านรัฐมนตรีเวลาพูดถึงวัน ขอเดือนกับปีด้วยจะได้ชัด ๆ เลยว่าตอนที่ทําสัญญาวันที่เท่าไร เดือนอะไร ปีอะไร จะได้ชัด ๆ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ได้ประท้วงนะครับ ก็ให้ท่านรัฐมนตรีช่วยให้ข้อมูลให้ชัดเจน เรื่องวัน เดือน ปี เชิญครับ พอแล้วครับ

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 🔗

ขอบคุณครับ ผมเน้นอีกครับ ที่จริงผมก็พูดไว้ชัดเลยครับว่าสิ่งที่เกี่ยวข้องกับผมก็คือผมมารับตําแหน่ง เมื่อวันที่ ๒๑ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์มารับตําแหน่งในรัฐบาลชุดนี้เมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๕๑ และในเดือนมิถุนายน ๒๕๕๒ จนถึงเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๒ คณะกรรมการ รฟม. เขาเห็นชอบผลการประกวดราคา แต่ขั้นตอนนี้ผมยังไม่ทราบ ผมมาทราบตอนวันที่ ๒๗ ที่มีหนังสือมาที่กระทรวงคมนาคมที่บอกว่าให้รัฐมนตรีขออนุมัติคือในฉบับที่ลงวันที่ ๒๗ อันนี้คือหนังสือโต้ตอบ โต้ตอบไปเขาบอกว่าไม่ใช่อํานาจของรัฐมนตรีที่จะเห็นชอบราคา ไม่ใช่อํานาจของรัฐมนตรีที่จะเสนอให้ ครม. อนุมัติให้ รฟม. ไปดําเนินการ เขาส่งคืน โดยหนังสือฉบับนี้ คือหนังสือโต้ตอบไป ลงวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๕๒ นี่คือหนังสือ ที่ฝ่ายกฎหมายเขาโต้ตอบไปยัง รฟม. จนเป็นเหตุให้มีหนังสือฉบับต่อมาก็คือหนังสือ ที่เสนอในวันที่ ๔ วันที่ ๕ สาระของหนังสือ นี่คือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับผม ที่ท่านสมาชิก ได้อภิปราย นี่คือเอกสารที่ รฟม. เสนอมาที่ผม รฟม. เสนอมาที่ผม ผมได้เห็นเอกสาร ทั้งหมดอย่างเป็นทางการ คนที่เป็นรัฐมนตรีเขาเสนอหนังสือมาอย่างเป็นทางการต้องรู้ ผมได้ใช้อํานาจหน้าที่ ผมพิจารณาหนังสือฉบับนี้เพราะสาระหนังสือฉบับนี้สิ่งที่ผม ได้เห็นมีการเปิดซองสัญญาทั้ง ๓ ซองแล้ว แล้วมีการเปลี่ยนแปลงราคาที่เห็นอยู่ ๒ เรื่อง ๑. ได้มีการปรับเปลี่ยนสัญญางานที่ ๖ ที่เขาเสนอมาให้ผม ๒. ได้มีการปรับเปลี่ยน โครงสร้างภายใน ผมกราบเรียนนะครับว่าวันนี้สัญญาที่ ๑ ที่ท่านสมาชิกเขาบอกว่า กรอบวงเงินให้ไว้ ๑๓,๔๑๕ ล้านบาท แล้วผู้รับเหมาเขายื่นมา ๑๖,๐๗๒ ล้านบาท มันไม่ได้ยื่นในยุคผม แล้วท่านมาบอกว่าคิดมาก่อนว่าจะโกง แสดงว่าคิดตั้งแต่สมัยท่าน ก็มันเขียนซองไว้ตั้งแต่เดือนสิงหาคมก่อนที่ผมจะมารับตําแหน่ง แล้วท่านไปบอกว่า สมรู้ร่วมคิดมาต่อรองกัน เงื่อนไขของไจก้าเขาไม่ให้ต่อรอง เขาจึงใช้วิธีประชุม ฉะนั้น ท่านกล่าวหาผมว่ารู้กันมาก่อนถึงใส่สูง ๆ แล้วต่อรองลง เขาเขียนไว้ยุคท่าน ไม่ใช่ยุคผม ผมจะไปรู้ได้อย่างไร ในสัญญาที่ ๒ เขาสอบราคา ๑๒,๖๐๒ ล้านบาท ผู้รับเหมาเขายื่นมา ๑๕,๓๒๐ ล้านบาท เขาประชุมจนได้ราคา หาข้อยุติคือ ๑๓,๑๐๐ ล้านบาท ก็ลดลงอีก ส่วนสัญญาที่ ๓ เขาบอกว่ากรอบ ๕,๙๖๒ ล้านบาท ราคาที่ผู้รับเหมาเขายื่นมาก็คือ ๖,๓๙๙ ล้านบาท ราคาที่เขาประชุมยุติกันก็คือ ๕๒๕ ล้านบาทมันก็ลดอีก สรุปทั้ง ๓ ซองนี่ ราคาที่ผมเห็นในเอกสารที่เสนอรัฐมนตรีมาทั้งหมดที่ผู้รับเหมาเขายื่นมา ภาพรวมก็คือ ๓๘,๔๔๓ ล้านบาท แต่เขาประชุมได้ราคายุติกันที่ ๓๒,๔๑๗ ล้านบาท ท่านกล่าวหา ผมว่าเอาเงิน ๖๐,๐๐๐ ล้านบาทไปโกง ผมเอาคืนรัฐมา ๖,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่ท่านมา กล่าวหาผมแบบนี้ เพราะเขายุติราคามันตํ่าลง ทีนี้เมื่อมันมีการเปลี่ยนโครงสร้างภายใน ผมจะกราบเรียนว่าท่านได้กล่าวหาผมว่าโครงการนี้เอาแวทไปใช้ ท่านก็กล่าวเท็จอีก เพราะท่านไปเซ็นไว้ตั้งแต่ข้อตกลงของไจก้าแล้วว่าการกู้เงินของไจก้าต้องไม่นําไปใช้ เป็นภาษีอากรก็คือแวท ท่านไปเซ็นไว้แล้ว ข้อตกลงนี้ท่านไปเซ็นไว้ก่อนผมอีก ฉะนั้นเมื่อ รัฐมนตรีในวันที่ ๑๗ มิถุนายน รัฐมนตรีที่เขาเสนอครั้งนั้นเขารู้แล้วว่าโครงการนี้ไม่มีแวท เขารู้แล้วเขาจึงเสนอกรอบวงเงินไป ท่านไปเอาเอกสารอะไรมาพูด รัฐมนตรีรู้แล้วว่ากู้ไจก้า ไม่มีแวทเพราะข้อตกลงของการกู้ไจก้ามันไม่มีแวท ท่านรู้ตั้งแต่ต้นแล้วว่าโครงการนี้ มันไม่มีแวท ผมก็มาพิจารณาว่าสิ่งที่ผมจะทําต่อไปเมื่อผมทราบ ๑. มีการเปลี่ยนแปลง โครงสร้างราคา ๒. มีการปรับสัญญาที่ ๖ คือเรื่องระบบรางจาก ๔,๐๗๗ ล้านบาท เหลือ ๓,๖๓๘ ล้านบาทอะไรนี่ นี่มีการเปลี่ยน ผมก็ไปดูอีกในฐานะเป็นรัฐมนตรีที่กํากับ ผมก็ไปดูว่ามันมีที่ไปที่มาอย่างไร สิ่งที่ผมได้ซักถามกับหน่วยงานที่ผมกํากับ หน่วยงาน ที่ผมกํากับเขาบอกว่าการเปิดซองประกวดราคาจะต้องมีคณะกรรมการเปิดซองประกวดราคา ก็มีตั้งแต่กระทรวงคมนาคม สภาพัฒน์ อัยการสูงสุดอะไรต่าง ๆ นี้คือเป็นคณะกรรมการ เขาเปิดซองประกวดราคาตามวัน เดือน ปี ที่กําหนดไว้ในสัญญาที่ยื่นในรัฐบาลที่แล้ว หลังจากนั้นมีการประชุมสัญญาที่ ๑ ๓๓ ครั้ง สัญญาที่ ๒ ๑๑ ครั้ง สัญญาที่ ๓ ๑๘ ครั้ง จนได้ยุติราคาอย่างที่ผมกราบเรียนไปแล้ว คณะกรรมการ บอร์ด รฟม. เขายังสงสัยว่า กรณีราคานี่มันเป็นราคาที่ถูกต้องสะท้อนกับความเป็นจริงหรือไม่ เขาก็ตั้งคณะกรรมการ ที่มาจากคนนอกมาตรวจสอบราคา ซึ่งอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงการคลัง สํานักงานตํารวจแห่งชาติ กรมทางหลวง ซึ่งเขามีวิชาชีพในการก่อสร้างมาตรวจสอบ ราคานี้ว่าเป็นราคาที่ถูกต้องหรือยัง เป็นราคาที่เป็นตามหน่วยหรือยัง เมื่อคณะกรรมการ ชุดนี้เขาการันตี (Guarantee) ความถูกต้องว่าราคาที่เขาคิดทั้งหมดเขาต่อรองทั้งหมดนี่ เป็นราคาที่ถูกต้อง เขาก็จะเสนอไปตามคณะกรรมการก็คือบอร์ด รฟม. บอร์ด รฟม. ซึ่งมี อํานาจตามกฎหมายที่จะอนุมัติเห็นชอบราคาไม่ใช่รัฐมนตรี บอร์ด รฟม. เป็นผู้มีอํานาจ ตามกฎหมายตาม พ.ร.บ. รฟม. มาตรา ๗๒ ที่ให้รัฐมนตรีกํากับเท่านั้น ฉะนั้นบอร์ด รฟม. เขาก็อนุมัติในราคาที่คณะกรรมการทั้งสามนี้ได้ข้อยุติมาก็คือราคานี้อย่างที่ท่านสมาชิก ได้กล่าวไปแล้วก็คือ ราคาสัญญาที่ ๑ สัญญาที่ ๒ สัญญาที่ ๓ ส่วนนอกนั้นบอร์ด รฟม. เขาไปพิจารณาเพิ่มเติมอีกว่าเมื่อได้ราคาตามที่สัญญาออกมาแล้ว จะต้องส่งไปที่ไจก้าเพื่อให้ความเห็นชอบราคาตามเงื่อนไขที่ท่านไปกู้เอาไว้นั่นแหละ ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ท่านไปกู้เอาไว้เพราะว่าท่านไปกู้ มีเงื่อนไขว่าขั้นตอน การประกวดราคาต้องได้รับความเห็นชอบจากไจก้า เขาก็ส่งไปไจก้า ไจก้าก็ให้ ความเห็นชอบในสัญญาที่ ๑ มา ฉะนั้นทุกขั้นตอนตั้งแต่รัฐมนตรีก่อนผมก็ปฏิบัติตาม ขั้นตอนระเบียบวิธีปฏิบัติราชการโดยปกติ วันนี้เมื่อไจก้าเขาให้ความเห็นชอบในราคานี้ มาแล้ว คณะกรรมการ บอร์ด รฟม. เขาเสนอตรงนี้มาเพราะมันมีการเปลี่ยนโครงสร้าง ภายใน อย่างที่ผมกราบเรียนแล้วก็คือไม่มีแวทเพราะแวทมันใช้ไม่ได้ตั้งแต่ต้น เมื่อผม พิจารณาหนังสือทั้ง ๒ ฉบับนี้ ผมจึงใช้อํานาจหน้าที่ผม นี่คือการใช้อํานาจหน้าที่ผม ครั้งแรกในโครงการนี้ก็คือเสนอ ครม. ให้รับทราบผลการปฏิบัติงานของ รฟม. นี่คือหนังสือ ที่ผมเสนอ รฟม. อย่างที่ท่านสมาชิกเอามากล่าว ผมเสนอ ครม. ไปแล้ว เรื่องการดําเนิน โครงการรถไฟฟ้ำสายสีม่วง (บางใหญ่-บางซื่อ) สิ่งที่ผมเสนอท่านสมาชิกอ่านแล้ว ผมไม่อ่านอีก บอกว่าเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงอะไรต่าง ๆ

๓.๑ ผมเสนอให้รับทราบความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้ำสายสีม่วง (บางใหญ่-บางซื่อ) ดังกล่าว ข้างต้นก่อนที่ รฟม. จะไปดําเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง

๓.๒ พิจารณาให้ความเห็นชอบการปรับกรอบวงเงินราคางานโยธา สัญญาที่ ๖ ระบบราง จากเดิมที่มติคณะรัฐมนตรีอนุมัติไว้เมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๑ จากวงเงิน ๔,๐๗๗ ล้านบาทเป็น ๓,๖๓๘ ล้านบาท

นี่คือสิ่งที่ผมเสนอ เสนอในรายละเอียดนี้ นี่คือสิ่งที่ผมเสนออย่างที่ ท่านสมาชิกได้กล่าวว่า ๒.๒ เมื่อมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างงานโยธา ภายใต้กรอบวงเงินเดิม ผมก็เสนอให้เห็นว่าราคางานตรงไดเรกท์ คอสท์ จาก ๒๙,๗๒๔ ล้านบาท เป็น ๓๕,๖๒๐ ล้านบาท ตามที่คณะกรรมการประกวดราคา คณะกรรมการคนนอก ตามที่คณะกรรมการ บอร์ด รฟม. ตามที่ไจก้าให้ความเห็นชอบในราคาค่างาน เงินสํารองจ่าย จาก ๓,๙๗๒ ล้านบาท ปรับลดลง ๔,๔๐๐ ล้านบาท เหลือ ๔๓๕ ล้านบาท ท่านก็มา กล่าวหาผม ท่านไปยื่นถอดถอนผมบอกว่าเงินพวกนี้คือเงินเอาไว้ชดเชยสําหรับผู้รับเหมา ที่จริงเงินพวกนี้คือเงินค่างาน เขาก็เอามาใช้ ฉะนั้นตรงที่ท่านสงสัยว่าแล้วต่อไปมันมี การย้ายเสาไฟฟ้ำ ผมก็ทราบ ผมก็ไล่ ถ้ามันมีการย้าย เขาบอกว่า ๓๔๕ ล้านบาทพอไหม พอ ที่ปรึกษาเขาก็ยืนยันว่าพอ จะให้ผมทําอย่างไรล่ะครับ มันพอก็ต้องพอสิครับ เพราะหน่วยงานเขายืนยันว่ามันพอ ข้อ ๓ ภาษีมูลค่าเพิ่มจากร้อยละ ๗ ๒,๓๕๙ ล้านบาท ไม่มีเป็น ๐ ไม่มีเป็น ๐ นี่มันไม่มีตั้งแต่รัฐมนตรีท่านเสนอครั้งแรกในวันที่ ๑๗ ท่านรู้แล้วว่า กู้ไจก้ามาทําโครงการนี้ใช้แวทไม่ได้ มันใช้แวทไม่ได้ตั้งแต่ต้นแล้ว ทราบกันตั้งแต่ต้นแล้วว่า โครงการนี้ไม่สามาถนํามาใช้แวทได้ เอาเงินมาใช้จ่ายค่าแวทไม่ได้ ผมจึงเสนอเพิ่มเติม ไปอย่างนี้ มติคณะรัฐมนตรี

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีครับ ขอความกรุณากระชับหน่อยนะครับ มีผู้ที่จะอภิปรายเหลืออยู่

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

ผมกราบเรียนนะครับ ถ้าผมชี้แจงไม่ครบถ้วน ผมจะถูกข้อกล่าวหาว่าผมโกง รัฐบาลชุดนี้โกง

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาตรงประเด็นเลยครับ

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

ผมกราบเรียนว่า มติคณะรัฐมนตรีได้รับทราบสิ่งที่ผมเสนอดังต่อไปนี้

๑. รับทราบความคืบหน้าการดําเนินโครงการรถไฟฟ้ำสายสีม่วง (บางใหญ่-บางซื่อ) ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอโดยให้กระทรวงคมนาคม การรถไฟฟ้ำ ขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยรับข้อสังเกตของสํานักงบประมาณไปดําเนินการโครงการนี้

๒. รับทราบการปรับกรอบวงเงินงานโยธา อย่างที่ท่านได้อ่านไปแล้วว่า จาก ๔,๐๗๗ ล้านบาท เหลือ ๓,๖๓๘ ล้านบาท ให้รับความเห็นของสภาพัฒน์ ไปดําเนินการ

นี่คือมติของคณะรัฐมนตรี ข้อ ๑ รับทราบผลการดําเนินงาน ก็อย่างที่ ผมกราบเรียน ข้อ ๒ รับทราบการปรับกรอบงานโยธาคืองานระบบรางจาก ๔,๐๗๗ ล้านบาท เหลือ ๓,๖๓๘ ล้านบาท และรับทราบตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเสนอ เพิ่มเติม ผมเสนอเพิ่มเติมอะไรครับ นี่คือสิ่งที่ผมเสนอเพิ่มเติม ผมเสนอเพิ่มเติมว่า มีการปรับโครงสร้างราคา ข้างในคือราคางานต่อหน่วยจาก ๒๙,๗๒๔ ล้านบาท เป็น ๓๕,๖๒๐ ล้านบาท โพรวิชันแนล ซัม เงินเผื่อเหลือเผื่อขาดจาก ๓,๙๐๐ ล้านบาท เหลือ ๔๐๐ กว่าล้านบาท แวทไม่มี นี่คือสิ่งที่ผมเสนอเพิ่มเติม รัฐมนตรีก็ให้ความเห็นชอบ ในสิ่งที่ผมเสนอเพิ่มเติม มติคณะรัฐมนตรีได้รับทราบ และรับทราบความเห็น ของสํานักงบประมาณไปปฏิบัติ สํานักงบประมาณว่าอย่างไรครับ นี่คือความเห็น ของสํานักงบประมาณ สํานักงบประมาณลงความเห็นเมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๒ หนังสือด่วนที่สุด ผมไม่อ่านเสียเวลา สํานักงบประมาณพิจารณาแล้วขอเรียนดังนี้

๑. เห็นควรที่คณะรัฐมนตรีจะรับทราบความก้าวหน้าการดําเนินการ โครงการรถไฟฟ้ำสายสีม่วง (บางใหญ่-บางซื่อ) และขอให้ดําเนินการประกวดราคา ในส่วนการดําเนินการประกวดราคางานโยธาสัญญาที่ ๑ สัญญาที่ ๒ สัญญาที่ ๓ ตามที่ กระทรวงคมนาคมเสนอ

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีครับ มีผู้ประท้วง ท่านพิเชษฐ์ประท้วงอะไรครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ด้วยความเคารพท่านรัฐมนตรีนะครับ ที่ท่านได้ชี้แจงนั้นผมว่ามันยาวเกินไป คิดว่า อยากจะให้ท่านรวบรัดแล้วก็ส่งเอกสารทั้งหมดให้ท่านประธาน แล้วก็ขณะนี้เวลา ของรัฐบาลหมดแล้ว อย่างไรก็ต้องกระชับด้วยนะครับ เวลาของรัฐบาลที่ตั้งไว้ หมดแล้วนะครับ ขอบคุณครับ

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

ไม่ได้หรอกครับ เพราะว่าท่านยื่นถอดถอนผม ผมต้องชี้แจง ผมต้องตอบ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีครับ ฟังประธานวินิจฉัย ประธานวินิจฉัยเป็นสิทธิท่านรัฐมนตรีต้องชี้แจง เพียงแต่ขอความกรุณาให้รวบรัดหน่อย

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 🔗

ขอบคุณครับ ผมจะพยายามรวบรัด สํานักงบประมาณเขาเห็นควรให้รับทราบความก้าวหน้า งานโยธาสัญญาที่ ๑ สัญญาที่ ๒ สัญญาที่ ๓ ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ ซึ่งเป็นไป ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๕๐ และให้เร่งรัดการดําเนินการให้เป็นไป ตามขั้นตอนการประกวดราคานานาชาติ เป็นไปตามเป้ำหมายและแผนงาน เขาให้ รับทราบว่ามตินี้เป็ นไปตามมติคณะรัฐมนตรีที่กําหนดไว้เมื่อ ๒ ตุลาคม ๒๕๕๐ และให้เร่งรัดการดําเนินการ

ส่วนที่ ๒ ที่ท่านกล่าวหาผมอีก ส่วนที่ ๒ เขาบอกว่าตามที่มติคณะรัฐมนตรี กําหนดไว้เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๑ ในวงเงินงานโยธา ๓๖,๐๕๕ ล้านบาท นี่เขาบอกว่า เมื่อครบทั้งระบบรางแล้วจะครบตามกรอบวงเงินงานโยธาที่เห็น ฉะนั้นความเห็น ของสํานักงบประมาณเขายังเติมท้ายบอกว่า อนึ่ง ขอเรียนเป็นข้อสังเกตเพิ่มเติม การดําเนินโครงการรถไฟฟ้ำสายสีม่วงเห็นสมควรให้ รฟม. เร่งรัดการดําเนินการโดยวางแผน การดําเนินการการเบิกจ่ายการกู้เงินให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงเพื่อผลสัมฤทธิ์ ของโครงการในการจ่ายคอมมิทเมนท์ ชาร์จ (Commitment charge) ร้อยละ ๐.๑ ซึ่งเป็น ภาระของรัฐ สรุปก็คือให้เร่งดําเนินการเพราะรัฐจะต้องไม่เสียค่าเบี้ยเงินกู้ ขณะนี้เราก็เสีย ไปถึง ๓๑ ล้านบาทคือคอมมิทเมนท์ ชาร์จ นี่คือความเห็นของสํานักงบประมาณ

ส่วนความเห็นของสภาพัฒน์ สภาพัฒน์รับทราบผลการดําเนินการและให้ พิจารณากรอบวงเงินที่ดําเนินการไปให้ละเอียดถี่ถ้วน ผมสรุปอย่างนี้ แม้แต่สํานัก งบประมาณก็ยังระบุว่าสัญญาที่ ๖ ซึ่งเกี่ยวข้องกับรางเหล็กนี่มันลดลงเป็นจํานวนมาก ก็ถือว่าเป็นการลดที่สมเหตุสมผล นี่คือผมสรุปท้ายที่สํานักงบประมาณได้ให้ความเห็น ฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้สิ่งที่ผมดําเนินการในฐานะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมได้กํากับการทํางานของ รฟม. เป็นไปตามอํานาจหน้าที่ที่กระผมมีอยู่ ผมจึงสรุปว่า

ประการแรก ท่านกล่าวหาผมว่าผมเสนอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติ ให้ความเห็นชอบของ รฟม. ไม่ใช่ รัฐมนตรีไม่มีหน้าที่ไปเห็นชอบการประกวดราคา คณะรัฐมนตรีไม่มีอํานาจ รัฐมนตรีก็ไม่มีอํานาจไปเห็นชอบ เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการ รฟม. ที่เขาทําตามอํานาจหน้าที่ และที่ท่านไปตกลงโดยมีเงื่อนไขของไจก้าทุกประการ ส่วนที่ท่านกล่าวหาผมบอกว่าการขยายกรอบวงเงิน ณ ขณะนั้นไม่รู้แหล่งวงเงินก็ไม่ใช่ ท่านรัฐมนตรีในอดีตท่านก็รู้ดี ส่วนที่ ๓ ท่านบอกว่าผมทําไมไม่ใช้อํานาจในการยกเลิก การประกวดราคา กราบเรียนว่าผมไม่มีอํานาจ ฉะนั้นการที่จะยกเลิกการประกวดราคาได้ ก็ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของไจก้าอย่างที่ผมกราบเรียนแล้ว ๑. ไม่มีผู้ใดผ่านคุณสมบัติ ๒. ราคาสูง ๓. ไม่มีการแข่งขัน ก็เป็นเงื่อนไขที่เราไปเซ็นกันไว้ในอดีต ฉะนั้นวันนี้ส่วนที่ ท่านกล่าวหาว่านําเงินเผื่อเหลือเผื่อขาดมาใช้ ซึ่งท่านบอกไปแล้วว่าเงินเผื่อเหลือเผื่อขาดนั้น เอาไว้สําหรับชุดสํารองจ่ายผู้รับเหมาก็ไม่ใช่ ก็เป็นเงินค่างาน ที่ผมกราบเรียนแล้วว่าราคา ที่ปรากฏที่ผมเห็นด้วยก็คือเป็ นราคาที่ตรวจสอบแล้วว่าเป็ นราคาที่สมจริงสมจัง ผมจึงเสนอให้คณะรัฐมนตรีได้รับทราบผลการปฏิบัติงาน อันนี้คือโครงการรถไฟฟ้ำ สายสีม่วง แล้วทําให้เกิดโครงการนี้ขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ และเชื่ออีกว่าใน ๓ ปีข้างหน้า พี่น้องประชาชนในกรุงเทพฯ จะได้ใช้บริการรถไฟฟ้ำสายสีม่วงอย่างน้อยวันละ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน

ประการที่ ๒ ที่ท่านสมาชิกได้กล่าวถึงเรื่องโครงการแอร์พอร์ต ลิงค์ ผมกราบเรียนอย่างนี้ว่าโครงการแอร์พอร์ต ลิงค์ ที่จริงเรื่องนี้โครงการที่ท่านกล่าวหาผม รายละเอียดครั้งแรกเขาเสนอตั้งแต่รัฐบาลยุค คมช. ๔๔๘ ล้านบาท จนมาถึงรัฐบาล ยุคพรรคพลังประชาชนเขาเสนอตํ่ากว่าในรัฐบาล คมช. คือ ๔๐๘ ล้านบาท เป็นค่าอะไรครับที่ท่านกล่าวหาผมว่าผมเอาไปเอื้อบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) บริษัทนี้เขาได้งานก่อนที่ผมจะมารับตําแหน่งอยู่แล้ว เขาเอาไปทําอะไรครับในเงิน ๔๐๘ ล้านบาท เอาไปใช้อยู่ ๓ เรื่อง เรื่องแรก ๑๑๕ ล้านบาท ๑๑๕ ล้านบาทเป็นค่าที่ปรึกษาในการขยายเวลาในการก่อสร้าง เดิมมันมี ๙๐๐ วัน แต่เมื่อมีเหตุการณ์อยู่ ๒ เหตุการณ์ เหตุการณ์แรกคือเกิดอุทกภัย มติคณะรัฐมนตรี ในยุคนั้นนะครับไม่ใช่ยุคผม ยุคนั้นเขามีมติคณะรัฐมนตรีให้ช่วยเหลือผู้ประกอบการ เขาก็เลยขยายค่าสัญญางานเพิ่มไปอีก ๑๘๐ วัน มันก็จําเป็นจะต้องใช้ค่าที่ปรึกษา เพิ่มขึ้นอีก ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาทนี้ก็ยังไม่มีการอนุมัติเบิกจ่าย แล้วก็ ไม่ใช่เงินของที่บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) จะได้ไป

ส่วนประการที่ ๒ คือเป็นไปตามความเห็นของคณะกรรมการ เราส่งมอบ พื้นที่ในการก่อสร้างสัญญานี้ช้า ไม่ได้ส่งช้าในยุคผม ก็ยุคนั้นมันมีปัญหาอยู่ที่การบุกรุก ที่รถไฟหลังโรงพยาบาลเดชา ส่วนนี้ใช้ ๑๐๙ ล้านบาท เขาก็ใช้ตามมติคณะรัฐมนตรีเดิม ไม่ใช่ยุคผมนะครับที่เสนอมา แต่ว่ามันปฏิบัติในยุคของผม ส่วนค่าที่ปรึกษาวิศวกรอิสระ จํานวน ๑๙๕ ล้านบาทก็เป็นไปตามสัญญา เราจะต้องมีค่าไอซีอี (ICE) ของที่ปรึกษา ของรถไฟฟ้ำในเรื่องความปลอดภัยก็เป็นเรื่องปกติ

ส่วนรายการที่ ๓ ที่ใช้อีก ๘๙ ล้านบาท ท่านบอกว่ามาสร้างสะพาน ก็ท่านออกแบบไม่ละเอียด ฉะนั้นงานที่ ๑ เขาก็ไปสร้างสะพานระหว่างสถานีพญาไท ระหว่างแอร์พอร์ต ลิงค์ไปยังสถานีรถไฟฟ้ำบีทีเอส วงเงิน ๑๑ ล้านบาท ก็อยู่ระหว่าง ทําทีโออาร์ ไม่รู้ว่าบริษัทไหนจะได้ ส่วนที่ ๒ ก็คือทางเชื่อมระหว่างสถานีมักกะสัน กับแอร์พอร์ต ลิงค์กับรถไฟฟ้ำใต้ดินสถานีเพชรบุรี ๘๗ ล้านบาท ก็ทําทีโออาร์ ไม่รู้ว่า บริษัทไหนจะได้ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับที่บอกว่าผมไปเอื้อบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) ไม่เป็นจริงอย่างที่ท่านกล่าวหาทุกประการนะครับ

ฉะนั้นผมกราบเรียนว่าสิ่งที่ผมทําหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมและรัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ดําเนินการใด ๆ ที่ผิดกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ ดําเนินการใด ๆ ผิดกับคณะรัฐมนตรี ฉะนั้นผมกราบเรียนว่าโครงการทั้ง ๒ โครงการนี้ ได้ทําถูกต้องทุกประการ เป็นประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนและรัฐบาลครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านผู้อภิปรายท่านต่อไปครับ ท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ ๔๐ นาทีนะครับ

(นายสันติ พร้อมพัฒน์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านมีอะไรครับ ประท้วงหรือครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ แบบสัดส่วน

พาดพิงนิดหน่อยครับ ผม สันติ พร้อมพัฒน์ เป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่ท่านโสภณได้พูดถึงในเรื่องของ การเสนอ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านใช้สิทธิพาดพิงนะครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ แบบสัดส่วน

ใช่ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาสั้น ๆ ครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สันติ พร้อมพัฒน์ ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ตามที่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ท่านโสภณได้บอกว่าผมเองนั้นเป็นผู้ขอปรับกรอบวงเงินจาก ๓๑,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ของ ครม. ในสมัย คมช. เป็น ๓๖,๐๕๕ ล้านบาท ก็ต้องเรียนว่า เป็นความจริงนะครับ ซึ่งในขณะที่ผมปรับกรอบวงเงินนั้นใน ครม. ได้มีมติว่าขณะนั้น นํ้ามันและวัสดุต่าง ๆ มีราคาสูงขึ้นมาก นํ้ามัน ณ วันคิดราคาจนถึงวันที่จะมีการเปิดซอง ประกวดราคานั้นจาก ๗๐ กว่าเหรียญต่อบาร์เรลมาถึงในวันนั้นประมาณ ๑๔๐ เหรียญ ต่อบาร์เรลนะครับก็ทําให้วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ นั้นมีราคาสูงขึ้น ทางที่ปรึกษาและ รฟม. ถึงได้เสนอขอปรับกรอบวงเงินจาก ๓๑,๐๐๐ ล้านบาทมาเป็น ๓๖,๐๕๕ ล้านบาทนะครับ ในมติ ครม. ที่ทางกระทรวงโดย รฟม. ผ่านมาทางกระทรวงโดยผมเซ็นเข้า ครม. นั้น ปรากฏว่าเราได้แยกใน ๓๖,๐๕๕ ล้านบาทนั้นเป็นค่างานโยธาคําว่าค่างานโยธานั้น หมายความว่าการก่อสร้าง สิ่งก่อสร้างทั้งหมดตลอดเส้นทางเป็นเงิน ๒๙,๗๒๔ ล้านบาท

(นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวมีผู้ประท้วงครับ ประท้วงอะไรครับ

นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม เชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคภูมิใจไทย ผมขอประท้วง ท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ เมื่อสักครู่นี้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม แต่ผู้ที่กําลังอภิปรายขณะนี้เป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ถ้าท่านไม่ควบคุมตามข้อบังคับ ต่อไปนี้ถ้าพาดพิงถึงกระทรวงใดก็เอาอดีตรัฐมนตรี กระทรวงนั้น ๆ มาแก้ไข มาแก้ตัวกันอย่างนี้ไม่ถูกต้องครับท่านประธานครับ ช่วยกรุณา วินิจฉัยครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ประธานวินิจฉัยนะครับ ประธานให้สิทธิพาดพิงเพราะว่าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมคนปัจจุบันได้พาดพิงตัวเลขของอดีตรัฐมนตรี ฉะนั้นถ้าพาดพิงอย่างนี้ ท่านก็มีสิทธิที่จะชี้แจง ซึ่งก็ให้โอกาสท่านสั้น ๆ นะครับ เพียงแต่ท่านจะชี้แจงเพื่อเราจะได้ ทราบข้อเท็จจริง ซึ่งก็เป็นตัวเลขที่มันหนีไปไหนไม่ได้นะครับ เป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่ ก็ให้ท่านชี้แจง ช่วยกรุณารวบรัดหน่อยนะครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ แบบสัดส่วน

ขอบคุณท่านประธานครับ ในสมัย ที่ผมได้ขอปรับกรอบวงเงินก็เป็นค่างานโยธา ๒๙,๗๒๔ ล้านบาท ในการก่อสร้างโครงการ ใหญ่ ๆ จะมีปัญหาว่าเวลาขุดเจาะลงไปใต้ดินแล้วอาจจะมีปัญหาต่าง ๆ ที่คาดไม่ถึง ก็จึงได้กันเงินเอาไว้เป็นเงินสํารองจ่ายเผื่อเหลือเผื่อขาดทั้งโครงการ ๓,๙๗๒ ล้านบาท แล้วก็มีภาษีมูลค่าเพิ่ม ๒,๓๕๙ ล้านบาท จากการที่ท่านรัฐมนตรีโสภณได้บอกว่า ในขณะที่ไปกู้เงินรู้อยู่แล้วว่าเงินกู้ต่างประเทศนั้นไม่ต้องมีแวท ผมขอเรียนว่าการกู้เงินนั้น เป็นหน้าที่ของกระทรวงการคลังที่มีหน้าที่ที่จะกู้เงินสําหรับมาใช้จ่ายในโครงการของรัฐ การกู้เงินมานั้นไม่ได้ผูกตายตัวว่าจะต้องใช้เงินอันนั้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์

(นายรังสิกร ทิมาตฤกะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ ประท้วงอะไรครับ

นายรังสิกร ทิมาตฤกะ บุรีรัมย์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาต ประท้วงท่านประธานครับ ผม รังสิกร ทิมาตฤกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตประท้วงท่านประธานให้ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘ โดยเคร่งครัด เนื่องจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นได้อภิปรายไม่ไว้วางใจท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมและได้มีการชี้แจงแล้ว ส่วนการที่อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ใช้สิทธิพาดพิงนั้นผมถือว่าท่านไม่ได้รับความเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้น และการชี้แจง ของท่านนั้นก็จะยาวแล้วก็จะเสียเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ำยค้าน ไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะฉะนั้นผมอยากให้ท่านประธานได้โปรดวินิจฉัยด้วยครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือท่านก็จะจบอยู่แล้วนะครับ ให้โอกาสนิดเดียว จะจบแล้ว ท่านสันติครับ ขอความกรุณา เดี๋ยวมีเพื่อนสมาชิกอภิปรายอีกหลายท่านนะครับ เอาให้ชัดเจน ตรงประเด็นไปเลยครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ถ้าผมไม่ชี้แจง การพาดพิง ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงเสมือนหนึ่งผมเป็นต้นเหตุของการโกงแผ่นดิน ๖,๐๐๑ ล้านบาทตามที่ท่านเฉลิมได้พูดไว้ ถ้าผมไม่ชี้แจงเสียหายนะครับ ท่านประธาน จะไม่เปิดโอกาสให้ผม

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับเชิญ แต่หมายความว่าให้ตรงประเด็นไปเลยครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ แบบสัดส่วน

ในเรื่องของแวท ๗ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานก็คงจําได้ ในคราวที่รัฐบาลยื่นขอกู้เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแรกเป็นพระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทหลังโครงการ ไทยเข้มแข็ง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทหลังเป็นพระราชบัญญัติ ซึ่งในพระราชบัญญัติ เงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทหลังที่ไม่ผ่านวุฒิสภานั้นมีงบของโครงการรถไฟฟ้ำสายสีม่วงนี้ อยู่ในนั้นด้วย ในครั้งนั้นผมยังได้เคยทักท้วงว่ารัฐบาลปลอมมติ ครม. เพราะว่างบที่ผมขอขยายกรอบวงเงินตามมติ ครม. วันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๑ นั้น ๓๖,๐๕๕ ล้านบาท ผมยังบอกท่านอภิสิทธิ์ว่าให้ไปตรวจสอบให้ดี แต่ในงบไทยเข้มแข็ง เล่มหนา ๆ วันนั้นใส่ลงไปว่า มติ ครม. ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๑ ๔๑,๐๐๐ ล้านบาท วันนั้น ผมบอกว่าพอเริ่มต้นก็คิดจะโกง ๕,๐๐๐ ล้านบาทแล้วหรือ ท่านประธานครับ หนังสือนั้น ยังอยู่ไปเปิดดูได้ว่าเป็นอย่างนั้นใช่หรือไม่

(นายรังสิกร ทิมาตฤกะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วงครับ ท่านประท้วงประเด็นเดิมหรือเปล่าครับ

นายรังสิกร ทิมาตฤกะ บุรีรัมย์

ไม่ใช่ประเด็นเดิมครับ ผม รังสิกร ทิมาตฤกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ผมก็ยังประท้วง ท่านประธาน เพราะท่านประธานได้กล่าวไปแล้วว่าจะสรุปแล้ว ผู้อภิปรายในการใช้สิทธิ พาดพิงนั้น ๑. ไม่ได้รับความเสียหาย ๒. ท่านไม่ได้ใช้สิทธิพาดพิงแต่ท่านกลับเป็น ผู้อภิปรายเสียเอง ใช้คําว่าโกง แล้วก็ใช้บทความที่เกี่ยวกับว่ารัฐบาลชุดนี้โกง ซึ่งท่านกลับกลายเป็นผู้อภิปรายไม่ไว้วางใจเสียอีก เพราะฉะนั้นผมถือว่าท่านประธาน ต้องกระชับด้วยการวินิจฉัยแล้วว่าจะสรุปอย่างไร หรือว่าท่านจะปรับมาเป็นผู้อภิปรายเอง ก็ให้ปรับทัพใหม่ว่าขอเป็นผู้อภิปรายไม่ไว้วางใจเสียเองครับ อย่ามาประท้วงครับ และขอใช้สิทธิพาดพิงแบบนี้มันไม่เข้าหลักการ ก็กราบขอบพระคุณครับ วินิจฉัยด้วยครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสันติครับ ท่านใช้สิทธิพาดพิงตรงไหนที่มันทําให้ท่านเสียหายท่านแก้ประเด็นนั้นเลย อย่าให้เป็นเชิงอภิปราย สรุปเลยครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ แบบสัดส่วน

ถ้าหากว่างบไทยเข้มแข็งไม่ถูก วุฒิสภาตีตกไป รัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ก็จะใช้เงินกู้ในประเทศ เพราะฉะนั้น ทางกระทรวงการคลังถ้าเก็บเงินภาษีได้มากขึ้น มีสตางค์มากขึ้น ก็อาจจะใช้เงินกู้ ในประเทศ เพราะฉะนั้นเรื่องแวทจะต้องใช้หรือไม่ การกู้เงินมีแวทหรือไม่นั้น เป็นเรื่อง ของกระทรวงการคลัง เป็ นหน้าที่ของกระทรวงการคลัง อันนี้ที่ผมจะต้องชี้แจง การพาดพิงตรงนี้นะครับ

อีกประเด็นหนึ่ง ในเรื่องของงบเผื่อเหลือเผื่อขาดและแวท ๗ เปอร์เซ็นต์ เป็ นเงิน ๖,๐๐๑ ล้านบาทนั้น รัฐมนตรีพูดเสมือนหนึ่งว่างบเหล่านี้ผมได้ขอปรับ กรอบวงเงินเอาไว้แล้ว ผมขอเรียนอย่างนี้ว่ามติ ครม. วันที่ ๑๑ สิงหาคม หน้าที่ ๕ ข้อที่ ๒.๒.๒ การปรับเปลี่ยนโครงสร้างราคาก่อสร้างงานโยธา ภายใต้กรอบวงเงินเดิม จากการที่กรอบวงเงินค่าก่อสร้างงานโยธาตามมติ ครม. เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๑ มีค่างานตํ่ากว่าความเป็นจริง และราคาวัสดุก่อสร้างได้มีราคาปรับสูงขึ้น ในช่วง การประกวดราคามีผลทําให้ค่างานตรงก็คืองานโยธาตามผลประกวดราคาสูงกว่าค่างาน ตรงตามมติ ครม. วันที่ ๑๗ มิถุนายน แต่เพื่อที่จะคงกรอบวงเงินตามมติ ครม. ดังกล่าว จํานวน ๓๖,๐๕๕ ล้านบาท จึงจําเป็นต้องลดเงินสํารองจ่ายจากเดิม ๓,๙๗๒ ล้านบาท เหลือ ๔๓๕ ล้านบาท และไม่คิดภาษีมูลค่าเพิ่มเนื่องจากเป็นเงินกู้ต่างประเทศ ๒ ตัวนี้ รวมกันประมาณ ๖,๐๐๑ ล้านบาท ท่านประธานครับ ถ้าหากจะปรับกรอบวงเงินจาก ๒๙,๗๒๔ ล้านบาท เป็น ๓๕,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้น ผมถามว่าอํานาจเป็นของ ครม. ใช่หรือไม่ เงินแผ่นดิน เงินภาษีมูลค่าเพิ่ม ๒,๓๕๙ ล้านบาท ถ้าไม่ได้ใช้ แล้วบังเอิญกระทรวงการคลังไปกู้มาแล้วถ้าไม่ได้ใช้ต้องส่งคืนคลังใช่หรือไม่ หรือไม่กู้เงินก้อนนั้นมา แต่รัฐมนตรีได้บอกแล้วว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังขณะนี้ ก็จําเป็นจะต้องปรับเงินก้อนนี้ไปเพิ่มในไดเรกท์ คอสท์คืองานโยธา ไปเพิ่มทั้ง ๆ ที่ เปิดซองประกวดราคาไปแล้ว ไปเพิ่มให้กับบริษัท ๒ บริษัท อย่างที่ท่านเฉลิมได้พูดไว้ กับการที่บอกว่าราคาเพิ่มขึ้นนะครับ แต่สัญญาที่ ๖ ยังไม่ได้ประมูล ยังไม่ได้ประกวดราคา ยังอยู่ใน รฟม. อยู่ กลับบอกว่าวัสดุ เช่น เหล็ก นํ้ามัน ราคาลดลง เพราะฉะนั้นจะต้อง ลดลงเป็นเงิน ๔๓๘ ล้านบาท และสัญญาที่ ๓ ซึ่งผู้ประมูลได้ก็คือบริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จํากัด (มหาชน) และบริษัท รวมนครก่อสร้าง (ประเทศไทย) จํากัด ถูกต่อรอง ปรับลดลงไป ๙๓๖ ล้านบาท เสร็จแล้วเงินเหล่านี้ถูกนําไปรวมเป็นงานโยธาให้กับ ๒ บริษัท

(นายสุวโรช พะลัง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสันติครับ มีผู้ประท้วงครับ ท่านสุวโรชประท้วงครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ แบบสัดส่วน

รวมแล้ว ๖,๐๐๑ ล้านบาท ผมจบ แค่นี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จบแล้วครับ ท่านสุวโรชจบแล้วครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ครับผม ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านชวลิตครับ ก่อนท่านชวลิตจะอภิปรายผมอยากเรียนให้ทุกฝ่ำยได้ทราบ ท่านโสภณมีอะไรอีกครับ ผมว่าเดี๋ยวค่อยให้ท่านชี้แจง

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

นิดเดียวครับ ต่อเนื่องนิดเดียวครับ นิดเดียวจริง ๆ ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

สั้น ๆ นะครับ

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ที่จริงถ้าขึ้นมาเหมือนเถียง ผมไม่ใช่ประเด็นนั้น กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม โสภณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สิ่งที่ท่านอดีตรัฐมนตรี ท่านได้กล่าวถึงมันไม่ใช่ มันเป็นเท็จ ท่านบอกว่าท่านเสนอในวันที่ ๑๗ ให้คณะรัฐมนตรี ได้รับทราบ เสนอแวทไปพร้อมนี่ แสดงว่าท่านเสนอในสิ่งที่ผิดไปให้คณะรัฐมนตรี พิจารณา เพราะว่าท่านไปตกลงกันวันที่ ๓๑ แล้วว่าการกู้เงินของไจก้าไม่สามารถนําไปใช้ แวทได้ ฉะนั้นผมเรียนแค่นี้นะครับว่าถ้าท่านจะมายืนยันก็เหมือนเถียงกัน ฉะนั้นผมเรียน ชี้แจงว่าข้อตกลงการใช้แวทไม่แวทนี่มันเป็นไปตามข้อตกลงที่ท่านไปเซ็นไว้เมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๑ ในรัฐบาลยุคท่านนั่นแหละ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ คือก่อนท่านชวลิตจะอภิปราย อยากจะเรียนทั้ง ๒ ฝ่ายทราบนะครับ เราได้ สรุปเวลา ณ ขณะนี้ของฝ่ายค้านเหลืออยู่ ๓ ชั่วโมง รวมทั้งอภิปรายสรุปด้วยนะครับ และของคณะรัฐมนตรีก็เหลืออยู่ ๒ ชั่วโมง ๔๐ นาที ก็ได้โปรดกรุณาบริหารเวลา เชิญท่านชวลิตครับ ท่านประธานวิปรัฐบาลเชิญครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย ประธานวิปฝ่ายรัฐบาล ขออนุญาตอย่างนี้ครับท่านประธาน ถ้าเกิดมี เพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านลุกขึ้นอภิปรายอย่างเมื่อสักครู่นะครับ และใช้เวลานานอย่างนั้น ผมขออนุญาตให้หักเวลาในฝ่ายค้านด้วยครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านชวลิตครับ ท่านไพจิตมีอะไรครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน รองประธานวิปฝ่ายค้านนะครับ ที่ได้หารือกันไว้เมื่อกี้เฉลียวใจที่ท่านประธาน บอกว่าของท่านรัฐมนตรีเหลือ ๒ ชั่วโมง ความจริงรัฐมนตรีนี่ตกลงกันคือ ๖ ชั่วโมง พวกผม ๑๘ ชั่วโมง แล้วมีเวลาประท้วง ๗ ชั่วโมงครึ่ง ผมไล่ดูเวลาของรัฐมนตรีนี่หมดแล้ว ผมพยายามประท้วงว่าเวลาชี้แจงต้องแบ่งเวลากันไม่อย่างนั้นก็จะมีปัญหา ก็ต้อง กราบเรียนท่านประธานว่าเราพยายามที่จะให้ความร่วมมือซึ่งกันและกันในการทําหน้าที่ ให้จบได้ตามที่รัฐบาลกําหนดว่าต้องจบก่อน ๖ ทุ่ม

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้นะครับ ให้ทั้ง ๒ ฝ่ายไปตรวจสอบเวลาให้แน่นอนก่อนนะครับ เดี๋ยวเราก็มา แจ้งต่อที่ประชุม เชิญท่านชวลิต ๔๐ นาทีครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดนครพนม ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้รับมอบหมายจากพรรค ให้อภิปรายไม่ไว้วางใจนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ใน ๓ เรื่องด้วยกัน

เรื่องแรก ขอกล่าวหานะครับว่านายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยและพวกเข้าครอบครองที่สาธารณประโยชน์ซึ่งเป็นสมบัติของแผ่นดิน ที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันเอาไปทําประโยชน์ส่วนตัว โดยอาศัยบารมี อํานาจ ทางการเมืองในกระทรวงมหาดไทยเบียดบังเอาไปเป็นประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง ท่านประธานครับ ข้อกล่าวหาดังกล่าวมีความเป็นมาและพยานหลักฐานดังนี้

ข้อ ๑ มีประชาชนในเขตอําเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มีหนังสือ ลงวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๕๓ ถึงนายอําเภอปากช่อง ร้องขอให้มีการตรวจสอบว่า มีนายทุนบุกรุกครอบครองทางสาธารณประโยชน์ไปอยู่ในการครอบครองของตน โดยทางสาธารณประโยชน์นั้นอยู่ที่บ้านหนองผักแว่น หมู่ที่ ๗ ตําบลขนงพระ อําเภอ ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

ข้อ ๒ ทางสาธารณประโยชน์ดังกล่าวกว้างประมาณ ๕ เมตร ยาวประมาณ ๑,๐๐๐ เมตร ทั้งนี้ได้มีนายทุนเข้ามาครอบครองเป็นระยะทางประมาณ ๕๐๐ เมตร ทําประตูปิดไว้ไม่ให้ประชาชนทั่วไปเข้าไปใช้ประโยชน์ในทางสาธารณประโยชน์ ดังกล่าว ทางที่ถูกปิดนั้นเป็นทางสาธารณะข้างในเป็นสนามกอล์ฟ ผมขออนุญาต ที่จะให้เห็นภาพนะครับว่านี่คือทางสาธารณประโยชน์มีการทําประตูปิดกั้นไว้ไม่ให้ พี่น้องประชาชนได้เข้าไปภายใน ทั้ง ๆ ที่เป็นทางที่ใช้สัญจรไปมาเป็นเวลาไม่ตํ่ากว่า ๔๐-๕๐ ปี หลักฐานทางที่ดินครับ ผมมีเวลาจํากัด ที่ดินหลายแปลง ผมเอาแปลงเดียว ที่ดินแปลงที่ ๑ เป็ นโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๔๙ หน้าสํารวจ ๔๓๓๘ ตําบลขนงพระ อําเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เนื้อที่ ๑๓๐ ไร่ ๓๖ ตารางวา เจ้าของที่ดินชื่อ นางอนิลรัตน์ นิติสาโรจน์ ผมมีพยานหลักฐานอะไรบ้าง พยานหลักฐานทางการปกครอง ยืนยันว่ามีทางสาธารณประโยชน์ผ่านที่ดินแปลงดังกล่าว และประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน โดยมีหลักฐานสําคัญคือรายงานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาแนวทาง เขตทางสาธารณประโยชน์ ครั้งที่ ๑/๒๕๕๐ เมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๐ เวลา ๑๐.๐๐ น. ณ ห้องประชุมที่ว่าการอําเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยมีผู้ยืนยันว่า มีทางสาธารณประโยชน์ผ่านที่ดินแปลงดังกล่าวคือ

๑. นายอินทร์ เถาว์กลาง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๗ ตําบลขนงพระ ให้ข้อเท็จจริง ว่าทางสาธารณประโยชน์สายดังกล่าวตนเห็นมากว่า ๔๐ ปีแล้ว ถนนดังกล่าวมีความ กว้างประมาณ ๕ เมตร ยาวประมาณ ๑,๐๐๐ เมตร เป็นถนนที่รถสิบล้อ รถแทรกเตอร์ สามารถเข้าออกได้โดยสะดวก

๒. นายหรรษวัฒน์ อิ่มจันทึก กํานันตําบลขนงพระให้ข้อเท็จจริงว่า เป็ นกํำนันตํำบล ขนงพระ ตั้งแต่ปี ๒๕๓๒ ได้ ใช้ เ ส้ นทางนี้มาตลอ ด เป็นทางสาธารณประโยชน์ กว้างประมาณ ๕ เมตร ยาวประมาณ ๑,๐๐๐ เมตรเช่นกัน

ท่านประธานครับ จะเห็นได้ว่าทั้งกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นผู้ปกครองท้องที่ ต่างให้ข้อเท็จจริงสอดคล้องกันว่ามีทางสาธารณประโยชน์ กว้าง ๕ เมตร ยาวประมาณ ๑,๐๐๐ เมตรผ่านที่แปลงดังกล่าวจริง ประการสําคัญครับ ถนนสาธารณะดังกล่าวนั้น เคยมีกรณีพิพาท และศาลได้พิพากษาในกรณีเรื่องการบุกรุกทางสาธารณะแปลงดังกล่าว ไว้แล้ว แล้วปัญหาเกิดขึ้นตรงไหนครับท่านประธาน ปัญหาเกิดขึ้นตรงที่นายทุน ปิดทางสาธารณะระยะทางประมาณ ๕๐๐ เมตร ปิดทําไม ปิดเพราะด้านในเป็นสนามกอล์ฟ สนามกอล์ฟอะไร สนามกอล์ฟเรนโชว์ ชานวี มีบ้านพักตากอากาศเป็นสถานที่ประชุม ทางการเมือง เป็นที่เก็บตัวของนักการเมืองของพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ส่วนอันนี้ เป็นป้ำยชื่อทางเข้าสนามกอล์ฟนะครับ คําตอบสุดท้ายจะอยู่ตรงนี้ครับท่านประธาน เจ้าของที่ดินที่เป็นสนามกอล์ฟนั้นมีบ้านพักตากอากาศและสถานที่ประชุมทางการเมือง ชื่อนางอนิลรัตน์ นิติสาโรจน์ ชื่อ นามสกุล นี้อาจจะไม่คุ้นเคย แต่ถ้าได้ดูนามสกุลเดิม ของคุณอนิลรัตน์ก็คือนามสกุลชาญวีรกูล บิดาชื่อนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล ซึ่งเป็ น คนเดียวกับที่ดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคนปัจจุบัน

จึงขอถามว่าคุณอนิลรัตน์เป็นบุตรของท่านจริงหรือไม่ และเป็นเจ้าของที่ดิน หมู่ที่ ๗ ตําบลขนงพระ อําเภอปากช่องจริงหรือไม่ รวมทั้งเป็นเจ้าของสนามกอล์ฟเรนโชว์ ชานวี หรือเป็ นของท่านเอง หรือเป็ นของครอบครัวของท่าน ท่านและครอบครัว ได้ใช้อํานาจอะไรในการปิดทางสาธารณประโยชน์ไม่ให้พี่น้องประชาชนได้เข้าไป ใช้ประโยชน์ หรือท่านมีข้อโต้แย้งว่าไม่ใช่ทางสาธารณประโยชน์ นี่เป็นประเด็นที่ ๑ หรือเรื่องที่ ๑ นะครับ

เรื่องที่สองครับ ผมต้องขอขอบคุณ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ที่ได้กรุณาอภิปรายเปิดหัวให้ผมทําให้ผมได้ลงรายละเอียดในเชิงลึกได้สะดวกขึ้น เรื่องที่ผมจะอภิปรายต่อไปนี้ก็คือเรื่องทุจริตคอมพิวเตอร์งานทะเบียนงบประมาณ ๓,๔๙๐ ล้านบาท ผมลงลึกในรายละเอียดเลย เรื่องนี้เอากันอย่างตรง ๆ ไม่เกรง หน้าอินทร์หน้าพรหม เอาง่าย ๆ ประการแรก ย้ายข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้าง ไปก่อนการจัดซื้อจัดจ้างไม่กี่วัน ข้าราชการที่ถูกย้ายนั้นมีถึง ๔ กลุ่ม

กลุ่มแรก เป็นคณะกรรมการในการจัดทําทีโออาร์หรือร่างกําหนดขอบเขต ของงาน

กลุ่มที่สอง เป็นคณะกรรมการในการทดสอบระบบเทคนิคของคอมพิวเตอร์

กลุ่มที่สาม เป็นการย้ายประธานกรรมการประกวดราคา

กลุ่มที่สี่ เป็นการย้ายหัวเลยย้ายอธิบดีกรมการปกครอง

ท่านประธานครับ ทั้งหมดนี้ใน ๓ กลุ่มแรกย้ายก่อนที่จะมีการประกวดราคา

กลุ่มแรก ประธานทีโออาร์ นายวิเชียร ชิดชนกนาถ เป็นผู้อํานวยการ เป็นตัวตั้งตัวตีในการรักษาผลประโยชน์ของทางราชการดีนักย้ายไปไกลเลยครับ ท่านประธาน ไปอยู่ ศอ.บต. ดูแลงานคอมพิวเตอร์ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ นี่คนดูงาน ระดับชาติจะต้องไปอยู่ชายแดนทั้ง ๆ ที่เขารักษาผลประโยชน์ของทางราชการ

กลุ่มที่สอง คณะกรรมการทดสอบด้านเทคนิค ส่วนใหญ่เป็นสุภาพสตรี ย้ายทีเดียว ๑๒ คนออกไปอยู่ต่างจังหวัดครับท่านประธาน ออกไปอยู่ต่างจังหวัด เป็นที่น่าอเนจอนาถอย่างยิ่ง เขามีครอบครัว เขามีงานที่สําคัญคืองานระดับชาติ แต่ให้ไป ช่วยงานของผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งท่านสามารถที่จะหาคนหรือผู้มีความรู้คอมพิวเตอร์ ธรรมดา ๆ ก็มาทําได้ ทั้ง ๑๒ คนนั้นไปอยู่จังหวัดต่าง ๆ ก็ไปนั่งตบยุง ผมเอาเรื่องนี้ เข้าคณะกรรมาธิการ ชวเลขจดไว้ชัดครับ ทั้งประธานทีโออาร์ ทั้งเจ้าหน้าที่เทคนิค บอกว่า งานที่พวกเขาทํานี่งานระดับชาติแต่ให้ไปอยู่งานในจังหวัดต่าง ๆ ไปทําแล้วก็แค่งาน ธรรมดา ๆ แล้วเกิดผลอย่างไรท่านประธาน เดือดร้อนเรื่องถึงเข้าคณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ ติดตามเรื่องนี้ เพราะเขาไม่สามารถที่จะใช้งานที่จะเชื่อมโยงกับ ระบบข้อมูลของกรมการปกครองได้ ผมจําได้กระทรวงการต่างประเทศถึงกับบ่น ลอยออกมาจาก ครม. ให้สื่อมวลชนหรือพี่น้องประชาชนได้รับทราบว่าขณะนี้ไม่ว่าจะเป็น การตรวจภาพอาชญากร ตรวจภาพลายพิมพ์นิ้วมือ ย้ายเจ้าหน้าที่เทคนิคเขาออกไปก่อน เพื่อหวังที่จะจัดซื้อจัดจ้างให้สะดวกเท่านั้น นี่เป็นเรื่องที่น่าอัปยศอดสูที่สุด

ในกลุ่มที่สาม คณะกรรมการประกวดราคา ผอ. จักรี ชื่นอุระ เป็นคนแรก ที่ถูกเปลี่ยน ต่อมามี ผอ. อวยชัย อินทร์นาค ขอย้ายตัวเองอ้างปัญหาสุขภาพไปอยู่ จังหวัดบุรีรัมย์ ใครมาแทนทราบไหมครับท่านประธาน ปลัดจังหวัดบุรีรัมย์มาเป็นประธาน คณะกรรมการประกวดราคา สงสัยครับว่าทําไมจะต้องเป็ นจังหวัดบุรีรัมย์ ชื่อคุณพิภพ ดําทองสุข ผมไม่ได้กล่าวหาว่าคุณพิภพทุจริตนะครับ แต่ผมตั้งข้อสังเกตว่าทําไมจะต้อง เป็นจังหวัดบุรีรัมย์ ต่อมาย้ายอธิบดีกรมการปกครอง เดี๋ยวผมจะพูดในประเด็นที่ ๓ ข้ามไปก่อน

มาถึงเรื่องการโกง เมื่อกี้ย้ายแล้วมาโกงในขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง โกงอย่างไรครับท่านประธาน ทีโออาร์เขามีกําหนดไว้ไปแก้ไขเพิ่มเติมขึ้น ๓ ข้อ ผมทราบลอยมาว่าธงคําตอบว่าสิ่งที่เพิ่มเติมจะเป็นประโยชน์ คําตอบนั้นไม่มีผล หรอกครับ เพราะกรมบัญชีกลางตอบข้อหารือมาว่าไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมในทีโออาร์ได้ ตอบมาชัดเจนเขาเป็นหน่วยงานกลาง ท่านจะอ้างว่าเป็นคําปรารภ ไม่จริง มีกรรมการ ประกวดราคาทําเอกสารลงชื่อมา ๒ คน ผมไม่อยากเอ่ยชื่อน้อง ๒ คนนี้ เพราะผมไม่ฆ่าน้อง กรรมการ ๒ คนเซ็นมา นี่ในเรื่องของการแก้ไขทีโออาร์ มีแก้ไขอะไรอีก แก้ไขกระบวนการ ในการทดสอบระบบคอมพิวเตอร์ กระบวนการทดสอบเขาให้ทางกรมการปกครอง เป็ นคนออกข้อสอบเพื่อให้บริษัทได้ทําข้อสอบนั้น แต่การจัดซื้อจัดจ้างครั้งนี้ แปลกประหลาดที่สุด ให้บริษัทออกข้อสอบเอง ตอบเอง แล้วอย่างนี้มันก็ไม่เป็นไปตาม ทีโออาร์ที่กําหนดไว้ กรมบัญชีกลางเขาทักท้วงมาครับท่านประธาน ใน ๒ ประเด็นที่ผมกล่าวเมื่อสักครู่ นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะเรียนให้ท่านประธานได้รับทราบ แล้วโยงถึงรัฐมนตรีได้อย่างไร ถามว่ารัฐมนตรีทราบไหมเรื่องนี้

๑. ทราบแน่นอน เพราะเป็นข่าวครึกโครมไปทั่วประเทศ

๒. ในช่วงที่มีการประกวดราคาได้ผู้รับจ้างที่เสนอราคาตํ่าสุด

ในขณะเดียวกันเมื่อมีผู้ร้องเรียน กรมบัญชีกลางทักท้วงอธิบดีกรมการปกครอง ก็ไม่เซ็นและอยู่ในช่วงที่จะเดินทางไปราชการต่างประเทศ ที่ผมว่าการเมืองแทรกแซง ก็คือว่าหน้าห้องท่านรัฐมนตรีหรือคณะทํางานท่านรัฐมนตรีเป็นข้าราชการประจํา ผมไม่เอ่ยชื่อเพราะเป็นน้อง แต่เอาเอกสารการประกวดราคาไปให้อธิบดีกรมการปกครอง เซ็นถึงสนามบินสุวรรณภูมิ อธิบดีไม่เซ็นครับเพราะทักท้วงไว้แล้วว่ามีผู้ ร้องเรียน กรมบัญชีกลางทักท้วงไว้ไม่เซ็น ฝ่ายการเมืองเร่งรัดจะเอาวันนั้นให้ได้ รองอธิบดี คนที่ ๑ ซึ่งคุมงานทะเบียนด้วยก็ไม่กล้าเซ็นครับแต่ออกข่าวว่าไปราชการต่างจังหวัด รองลําดับมา เซ็นครับ แล้วตอนนี้รองอธิบดีท่านนั้นไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ผมเอาเรื่องนี้ มาพูดต่อเนื่องจากที่ท่านเฉลิม อยู่บํารุง ได้อภิปรายไว้ ลงลึกในรายละเอียดเพื่อให้เห็นว่า เอากันด้าน ๆ ครับ ย้ายข้าราชการที่เกี่ยวข้อง ๔ กลุ่มออกไปก่อน ๒. แก้ไขทีโออาร์ ซึ่งผิดชัดเจน นี่เป็นเรื่องที่ ๒ ที่ผมได้รับมอบหมายมา

เรื่องที่สาม เรื่องแต่งตั้งโยกย้ายในกระทรวงมหาดไทย ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ได้พูดไปแล้วในส่วนที่เกี่ยวกับข่าวคราวทั้งหลายในเรื่องการซื้อตําแหน่ง ผมจะเพิ่มเติมในส่วนที่เกี่ยวกับคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ อาวุโส ความเหมาะสม วัฒนธรรม องค์กรของกระทรวงมหาดไทยซึ่งตรงนี้ถือเป็นหัวใจของคนกระทรวงมหาดไทยครับ แต่ปัจจุบันนี้ตั้งแต่รัฐมนตรีท่านนี้เข้ามารับตําแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดของผมเหมือนกับ ตุ๊กตาที่ฝ่ำยการเมืองจะหยิบจะจับไปวางตรงไหนก็ได้ซึ่งเป็ นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะผู้ว่าราชการจังหวัดถ้าในสมัยโบราณเขาก็บอกว่านี่คือข้าหลวง ดูแลว่าราชการ ต่างพระเนตรพระกรรณ แต่เดี๋ยวนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดไร้ ศักดิ์ศรีครับ ผมพูด ด้วยความอึดอัดเพราะอะไร ผมเป็นนายอําเภอเก่าอยู่ที่นี่ ๒๗ ปี การเมืองมาแล้วก็ไป แต่คนกระทรวงมหาดไทยนี่จะต้องดํารงศักดิ์ศรีไว้อยู่ตลอดไป ผู้ว่าราชการจังหวัด อยู่ในตําแหน่งเพียง ๔ เดือน ท่านย้ายเขาแล้ว มีจังหวัดไหนบ้าง จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดเชียงราย จังหวัดยโสธร จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดกําแพงเพชร ๖ จังหวัด คําสั่งแรก ท่านตั้งไว้ต้นปี อยู่แค่ ๔ เดือนย้ายเขาแล้ว ไม่มีประเพณีแบบนี้ก่อน วัฒนธรรมองค์กรไม่มี ถ้าผิดต้องสอบเขา ตั้งกรรมการสอบ ๔ เดือนนี่ทําอะไรได้ครับท่านประธาน ของในกระเป๋ำบางทียังเอาออกไม่หมด ไม่ต้องไปพูดถึงว่าลงไปตรวจสอบศึกษาพื้นที่ได้แค่ไหน อย่างไร ไม่ต้องพูดถึง นี่ข้อแรก

ข้อที่สอง แต่งตั้งโยกย้ายโดยไม่ดูคุณสมบัติที่เขาได้มีวัฒนธรรมองค์กรมา คนจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอย่างน้อยจะต้องดํารงตําแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด ๔ ปี ๕ ปีขึ้นไป แต่ในสมัยของท่าน ๓ ปีมากเป็นพิเศษ ๓ ปีเคยมีไหม มี แต่น้อยมาก ต้องเก่งจริง ๆ นี่จึงเป็นที่มาของการกล่าวหาว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์ ถึงมีคนออกมาร้องมากมาย ไม่ว่าจะเป็นคณาจารย์ นายกสมาคมข้าราชการพลเรือน อดีตผู้ว่าราชการจังหวัด มากมาย ประธานคณะกรรมาธิการการปกครอง วุฒิสภา ประธานคณะกรรมาธิการ การปกครอง สภาผู้แทนราษฎร ถ้ามันไม่มีปัญหาจริง ๆ พวกนี้ไม่ออกมาหรอกครับ นี่มีปัญหามากมายอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ๓ ปี ได้เป็ นผู้ว่าราชการจังหวัด หนักกว่านั้นครับท่านประธาน วัฒนธรรมองค์กรของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ตั้งใหม่เขาจะต้องให้ไปไต่เต้าจากจังหวัดที่ไกล ทุรกันดาร ค่อย ๆ สร้างสมประสบการณ์ ขึ้นมาให้เติบโตขึ้น ๆ ปกติผู้ว่าราชการจังหวัดใหม่เขาตั้งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดน ใช่ไหม แต่สมัยท่านเป็ นชายแดนเหมือนกัน แต่ชายแดนกรุงเทพมหานคร เป็ นผู้ว่าราชการจังหวัดครั้งแรกขึ้นเลยจังหวัดสมุทรปราการ ไม่เคยมีครับ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดครั้งแรกขึ้นเลยจังหวัดนนทบุรี ไม่เคยมีครับ เขาต้องไปไต่เต้า มาก่อน ผมมีอะไรโกรธเคืองกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดไหม ไม่มี รักชอบพอกัน ผมไม่เอ่ยชื่อบุคคล แต่พูดในหลักการ ท่านทําลายวัฒนธรรมองค์กรตรงนี้ไม่ได้ คนเขา เสียขวัญกําลังใจหมด ขวัญกําลังใจสําคัญมากสําหรับข้าราชการ นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะ เพิ่มเติมกับท่าน การย้ายอธิบดีกรมการปกครอง นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิพาณิชย์ ไม่มีหรอกครับ ย้ายให้เดินทางภายใน ๒๔ ชั่วโมง เก็บข้าวของยังไม่ทัน แล้วตลกครับท่านประธาน ย้าย ๒๗ เมษายน วันรุ่งขึ้น ๒๘ เมษายน สาธิตระบบคอมพิวเตอร์งานทะเบียน ฟังแล้ว ตลกไม่ออก ท่านอธิบดีวงศ์ศักดิ์มีหนังสือถึงประธานกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม สํานักงาน ก.พ. ร้องขอความเป็นธรรม ท่านนามสกุลสวัสดิพาณิชย์นะครับ ชื่อเสียง วงศ์ตระกูลของท่านสําคัญ ถ้าพวกเรามีอายุมากหน่อยคงจําชื่อ ดอกเตอร์ก่อ สวัสดิพาณิชย์ ได้ ท่านเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านร้องอะไรบ้าง ท่านร้องว่าสาเหตุที่ถูกย้ายเพราะการเมืองมาบีบ บีบอะไร บีบโครงการเกี่ยวกับเรื่อง คอมพิวเตอร์งานทะเบียน ระบุไปในคําร้องเลยนะครับ ถ้าไม่จริงท่านคงไม่กล้าระบุลงไป ในคําร้อง ผมมีหลักฐาน ระบุลงไปอีก โครงการอะไรที่การเมืองมาบีบ สมาร์ทการ์ด (Smartcard) บัตรประจําตัวประชาชน ผมไม่มีเวลาอภิปรายเพราะว่าเรามาอภิปรายในช่วงท้าย ๆ ผมเลยไม่ได้อภิปราย สมาร์ท การ์ด แต่ฝากบอกไปว่าพี่น้องประชาชนกําลังจะเดือดร้อนเพราะขณะนี้ บัตรประจําตัวประชาชนอาจจะทําแล้วได้ใบเหลืองแต่ไม่ได้บัตรตัวจริง เพราะปัญหา สมาร์ทการ์ดที่มีการร้องเรียนกันอยู่ ณ ขณะนี้

เรื่องที่ ๓ ที่ท่านอธิบดีกรมการปกครองร้องไว้ก็คือว่าท่านได้รับโทรศัพท์ ด้วยวาจาจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี สั่งการด้วยวาจา ขอให้จัดอาวุธ ปืนลูกซอง ๓,๐๐๐ กระบอกพร้อมกระสุนส่งให้ ศอฉ. อาวุธปืนนั้นอยู่ในหมู่บ้านชายแดน จังหวัดชายแดน หมู่บ้าน อพป. ชรบ. ท่านอธิบดีกรมการปกครองเห็นว่าอาวุธปืนลูกซอง ดังกล่าวนี่อยู่จังหวัดชายแดน อยู่ในความดูแลของผู้ว่าราชการจังหวัด ถึงแม้ตรงนั้น นายอําเภอจะดูแลก็จริงแต่มีผู้บังคับบัญชาเหนือกว่าคือผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านก็ตอบ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ ไปว่าไม่ได้อยู่ในอํานาจของท่าน ก็ต้องส่ง เรื่องนี้ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือกว่า อาวุธปื นลูกซองนี้เกิดในช่วงกําลังมีเรื่องชุมนุมกัน แล้วก็มีการใช้อาวุธปื นยิงกัน ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ รับในสภาที่ท่านวิทยา บุรณศิริ ซักถาม สั่งเอง อาวุธจริง กระสุนจริง พอเปลี่ยนเรื่องนี้มาอยู่ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผมไม่ไว้วางใจท่านเพราะอะไร หน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยหน้าที่บําบัดทุกข์บํารุงสุข ท่านเอาอาวุธปืนลูกซองนี่มาให้ฆ่าคนไทยด้วยกันเองได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่ผมไม่ไว้วางใจท่าน มีกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน โทรศัพท์หาผมมากมาย ทําอย่างไรดีท่าน ส.ส. ทางราชการจะเอา อาวุธปืนลูกซอง บังเอิญผมอยู่จังหวัดนครพนมจังหวัดชายแดน ผมไม่รู้ จะหาทางออก อย่างไรก็เลยแนะไปว่าเอาอย่างนี้แล้วกันพ่อกํานัน พ่อผู้ใหญ่ ประชาคมเสีย บ้านท่าน มีคนมาในพื้นที่ที่กรุงเทพมหานครไหม มาชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยมีไหม มี มีแล้ว จะส่งอาวุธปืนนี้มาไหม เขาก็ลงมติกันไม่ส่งครับ แต่มันก็มีบางส่วนเล็ดลอดมา ผมได้ถาม ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมว่าส่งอาวุธปื นลูกซองนี้มากรุงเทพฯ หรือเปล่า ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็ตอบว่าส่ง แต่ส่งมาซ่อม ผมพยายามกลั้นหายใจเชื่อ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็ไม่ไปรบเร้าอะไรท่านเลย เพราะเป็นพี่ที่เคารพอีกไม่กี่เดือน ก็จะเกษียณแล้ว แต่เป็นที่เห็นชัดเจนแล้วว่าอาวุธปืนลูกซองที่มานั้นมาจากรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทยส่งลงมาให้ ศอฉ. นี่ประเด็นส่วนของอธิบดีกรมการปกครอง

ต่อมาการแต่งตั้งโยกย้ายนายอําเภอที่เกษียณอายุในปี ๒๕๕๒ ไม่มี ในประวัติศาสตร์อีกเหมือนกันที่นายอําเภอที่เกษียณอายุสิ้นกันยายนแล้วจะว่างเว้น ตําแหน่งไม่มีนายอําเภอถึง ๕ เดือนเพราะอะไร เพราะการเมืองเข้ามาบีบ ถามว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยทราบไหม ทราบ เพราะนักข่าวได้ถามท่าน และที่สําคัญก็คือปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงมหาดไทยตอบคําถามนี้ครับว่า เรื่องมาถึงผมแล้ว แต่เหนือฟ้ำยังมีฟ้ำ โผก็เลยยังไม่คลอดเพราะอะไร เพราะต้องต่อรองโผ กับทางตํารวจ ผู้กํากับกับนายอําเภอจะต้องไปด้วยกัน มีการแลกเปลี่ยนกัน ข่าวมัน ออกมาชัดเจนว่าท่านจะวางฐานในการเตรียมการเลือกตั้งทั้งฝ่ายปกครอง ทั้งฝ่ายตํารวจ มันชัดเจนครับท่านประธาน มันชัดเจนมาก เพราะปลัดกระทรวงมหาดไทยบอกเอง เหนือฟ้ำยังมีฟ้ำก็คือมีคนเหนือท่านสั่งการอีกครั้งหนึ่ง นี่คือสิ่งที่ผมเห็นว่าการแต่งตั้ง นายอําเภอในปีนี้ไม่ชอบมาพากลอย่างยิ่ง

นอกจากนั้นการแต่งตั้งนายอําเภอจากระดับ ๘ เป็นระดับ ๙ ไม่น่าเชื่อครับ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ท่านพงศ์โพยม วาศภูติ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านมี หนังสือถึงประธานกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมของสํานักงาน ก.พ. ทักท้วงว่า การแต่งตั้งไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์ตามกฎหมายระเบียบบริหารราชการของพลเรือน เอาง่าย ๆ คนเป็ นนายอําเภอ ปี ๒๕๔๑ ลําดับอาวุโสต้น ๆ ไม่ได้รับการแต่งตั้ง คนเป็นนายอําเภอ ปี ๒๕๕๐ ลําดับอาวุโสที่ ๔๐๐ กว่าได้รับการแต่งตั้งเป็นระดับ ๙ ท่านปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ผมไม่เอ่ยหรอกครับว่าเป็นใครเพราะน้องทั้งนั้น ผมไม่ฆ่าน้องครับ นี่คือสิ่งที่ฉาวโฉ่ เละที่สุดในกระทรวงมหาดไทยตั้งแต่มีการตั้ง กระทรวงมา เกิดขึ้นในยุคท่านสมัยท่าน ในช่วงที่มีปัญหามาก ๆ ท่านเคยออกตัวว่า ท่านเหมือนเดินอยู่กลางทะเลทราย ท่านคงจําได้นะครับ ท่านบอกว่าท่านเหมือนอยู่ กลางทะเลทราย พายุพัดมา ทรายก็มาเกาะตัวท่าน ไม่ใช่ทรายครับ ใกล้เคียงกัน เห็บครับ ท่านต้องเอาเห็บที่ดูดเลือดเนื้อกินภาษีพี่น้องประชาชนออกไป นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะ สะท้อนว่าความเหลวแหลกในการบริหารราชการของท่านนั้นไม่อาจไว้วางใจได้

ท่านประธานที่เคารพ การอภิปรายครั้งนี้คงมีผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด นายอําเภอ ทั่วประเทศ พร้อมทั้งกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นแสน ๆ ดูการถ่ายทอดสด ถ้าผมพูดไม่จริงผมก็เสียกับตัวเอง แต่ที่ผมทําภาระหน้าที่ ของผมในวันนี้ก็เพื่อที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาระบบในฐานะที่เป็นบ้านที่ ๒ ของผม บ้านเคยอยู่ อู่เคยนอน ผมไม่เนรคุณสิ่งที่ผมเคยได้ประโยชน์จากบ้านที่ผมเคยอยู่ ท่านประธานครับ ผมมีเวลาเหลืออีกเพียงเล็กน้อย ก็คงจะต้องมอบให้เพื่อนได้ใช้ ไปดําเนินการทางการเมืองในการอภิปรายต่อไปจากข้อมูลทั้งหมดผมไม่อาจไว้วางใจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ชื่อนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล ครับ ขอบคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คิดว่า สมาชิกที่จะอภิปรายท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหมดแล้วนะครับ ยังมีท่านใดจะ อภิปรายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไหมครับ จะได้เปิดโอกาสให้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยได้ตอบชี้แจงเลย เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านชวรัตน์ ชาญวีรกูล ครับ

นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอชี้แจงต่อ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติในประเด็น ที่สมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิปราย ๕ ประเด็นครับ ก่อนที่จะลงรายละเอียดผมอยากจะ ขอถือโอกาสตอบท่านเฉลิมที่ได้อภิปรายผมเมื่อกี้นี้ ก็ใช้คําพูดที่กล่าวหาผมแบบค่อนข้าง จะรุนแรง ผมไม่ถือโทษท่านครับ ผมถือว่าที่ท่านนับถือ พลเอก ชาติชาย คล้าย ๆ กับผม ก็ต้องจําคําพูดของน้าชาติไว้ว่าการเมืองไม่มีมิตรแท้และไม่มีศัตรูที่ถาวร ผมก็อภัย ให้ท่านครับ ผมขออนุญาตเข้าประเด็นเลยนะครับ

ประเด็นที่ ๑ เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ท่านประธานครับ กรณีที่ท่านสมาชิก ผู้อภิปรายผมได้กล่าวหาผมว่ามีพฤติกรรมทุจริตในการช่วยเหลือบริษัทในเครือญาติ ให้ได้เป็นคู่สัญญากับงานภาครัฐนั้น ผมขอใช้โอกาสนี้กราบเรียนชี้แจงต่อท่านประธานว่า ผมไม่เคยมีพฤติกรรมใด ๆ ที่จะเข้าไปช่วยเหลือพวกพ้องให้ได้รับประโยชน์จากรัฐไม่ว่า จะเป็นเรื่องการเป็นคู่สัญญากับรัฐ การช่วยเหลือให้ได้รับความก้าวหน้าทางราชการ ซึ่งผมมักจะถูกต่อว่าจากพรรคพวกที่พยายามขอให้ช่วยเหลืออยู่เป็นประจําว่าไม่ค่อย ช่วยเหลือพรรคพวก ซึ่งผมก็ต้องทําใจเพราะผมตระหนักถึงภาระหน้าที่ของผมว่ามีเพียง เป้ำหมายเดียวคือถือประโยชน์ของรัฐเป็นสิ่งสูงสุด ผมขอกราบเรียนยืนยันว่าผมได้วางมือ จากการบริหารธุรกิจโดยสิ้นเชิงตั้งแต่เมื่อคราวพ้นจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในปี ๒๕๔๐ ซึ่งก็เป็นเวลากว่า ๑๐ ปีแล้ว ในบางครั้งก็มีผู้เชิญไปรับตําแหน่งที่ปรึกษา หรือกรรมการในบางบริษัท ซึ่งก็เป็นเพียงแค่การให้เกียรติกันในสังคม แต่ถือว่าไม่มีงาน ประจํา ไม่มีภาระรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น กิจการที่เกี่ยวข้องกับคนในครอบครัวของผม ก็ล้วนแต่เป็นบริษัทมหาชนที่มีผู้บริหารมืออาชีพคอยดูแลอยู่ ไม่มีความจําเป็นใด ๆ ที่ต้อง มาขอความช่วยเหลือเกื้อกูลจากผมแม้แต่นิดเดียว นอกจากนี้ผมเชื่อว่าผมคงไม่มี ความสามารถไปช่วยเหลือใครได้ เพราะไม่ได้ข้องแวะกับภาคธุรกิจมานานแล้ว สภาพธุรกิจปัจจุบันก็เปลี่ยนไปมาก อยากจะช่วยก็คงช่วยไม่ได้ ภารกิจในตําแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็มากมายจนแทบไม่มีเวลาเป็นตัวของตัวเอง โชคดีหน่อยที่ลูก ๆ โตกันแล้วและไม่เคยก่อปัญหาให้ผมต้องปวดหัวก็เลยสามารถ ปฏิบัติงานได้เต็มที่

ท่านประธานครับ ผมขอยืนยัน ณ สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ว่าธุรกิจ ของครอบครัวผมไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือใด ๆ จากตําแหน่งหน้าที่ของผม และผมเองก็ไม่เคยได้รับทราบความเป็นไปของธุรกิจของครอบครัว จึงไม่อาจชี้แจง ในประเด็นที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติกล่าวหาผม โดยเฉพาะเรื่องรถไฟฟ้ำสายสีม่วงได้ คงต้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องและมีข้อมูลเป็ นผู้ชี้แจงหากมีการพาดพิงถึงพวกเขาต่อไป ท่านประธานสภาที่เคารพ ผมใช้ชีวิตมาจนอายุปูนนี้แล้ว ประสบกับความสําเร็จ ความล้มเหลว ความสมหวัง ความผิดหวัง มามากแล้ว

(นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรีมีผู้ประท้วงครับ คุณวันเพ็ญประท้วงอะไรครับ

นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เพชรบูรณ์

ดิฉัน วันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ท่านรัฐมนตรี ที่กําลังชี้แจงอยู่ ณ ที่นี้ถ้าจะให้มีความสง่างาม

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องบอกว่าประท้วงอะไรนะครับ

นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เพชรบูรณ์

ข้อ ๖๑ ค่ะท่าน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ประท้วงเรื่องอะไรครับ

นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เพชรบูรณ์

ท่านอ่านเหมือนอ่านบท ดิฉัน อยากให้ท่านสง่างามสมกับตําแหน่งของรัฐมนตรี อยากให้ท่านพูดจากความรู้สึกและจากใจ ของท่าน ขอบพระคุณค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยครับ ไม่ต้องประท้วงต่อเนื่องนะครับ ผมวินิจฉัยเป็นสิทธิของแต่ละท่าน บางท่านก็ถนัดการอภิปรายปากเปล่า บางท่านก็ถนัดการอภิปรายโดยอ่านหัวข้อ ก็เป็นเรื่องของแต่ละบุคคล เชิญท่านรัฐมนตรีต่อครับ

นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน เหตุผมที่ผมต้องอ่าน ผมต้องขอเรียนชี้แจงด้วยครับ เนื่องจากผมไม่ได้ถูก อภิปรายอย่างเดียว ยังถูกเสนอให้ถอดถอนอีกด้วย เพราะฉะนั้นผมจะต้องเตรียมหลักฐาน ที่ผมพูดในสภานี้เพื่อที่จะให้ ป.ป.ช. เขาวินิจฉัยอีกทีครับ

ท่านประธานสภาครับ ผมขอยืนยัน ณ สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้อีกครั้งหนึ่งว่า ธุรกิจของครอบครัวผมไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือใด ๆ จากตําแหน่งหน้าที่ของผม และผมเองก็ไม่เคยได้รับทราบ ความเป็นไปของธุรกิจของครอบครัวจึงไม่อาจชี้แจง ในประเด็นที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติกล่าวหาผม โดยเฉพาะเรื่องโครงการรถไฟฟ้ำ สายสีม่วง คงต้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องและมีข้อมูลเป็นผู้ชี้แจงหากมีการพาดพิงถึงพวกเขา ต่อไป ท่านประธานสภาที่เคารพ ผมใช้ชีวิตมาจนอายุปูนนี้ ประสบกับความสําเร็จ

(พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรีมีผู้ประท้วงครับ ผมต้องขอพวกเราอย่าประท้วงเกินความจําเป็นนะครับ เชิญ พันตํารวจโท สมชายประท้วงอะไรครับ

พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ นครราชสีมา

ท่านประธานครับ พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครราชสีมา ขอประท้วง ท่านประธานตามข้อ ๖๑ ท่านประธานปล่อยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มท. ๑ นั่งอ่านเอกสาร ทั้ง ๆ ที่เพื่อนสมาชิกทั้งหลายที่เขาอภิปรายไม่ไว้วางใจเขาได้อภิปราย ในเนื้อหาสาระชัดเจนแล้ว วันนี้ท่านอ่านเฉย ๆ ต้องขออนุญาตท่านประธาน ท่านประธาน จะอนุญาตอ่าน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยไปแล้วนะครับ

พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ นครราชสีมา

ไม่ใช่ครับ ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยไปแล้ว ขอเชิญนั่งลงเถอะครับท่านสมชาย ประท้วงเรื่องใหม่ใช่ไหมครับ

พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ นครราชสีมา

ท่านประธาน ท่านดู ระเบียบให้ชัด ๆ สมาชิกเอาเอกสารมาอ่านโดยไม่ได้ขออนุญาตจากท่านประธาน ท่านประธานยังไม่ได้อนุญาตให้อ่าน ถ้าอย่างนี้ก็ไม่ต้องมาตอบหรอกครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยอย่างนี้นะครับ

พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ นครราชสีมา

ยังไม่ได้ขอ ท่านประธานเลยครับ ในที่ประชุมมีใครเห็นบ้างครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านนั่งลงครับ

(นายรังสิกร ทิมาตฤกะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณรังสิกรประท้วงอะไรครับ เดี๋ยวผมวินิจฉัยทางนี้ก่อนนะครับ เป็นสิทธิของท่านรัฐมนตรี ที่จะตอบโดยการอภิปรายปากเปล่าหรืออ่านตามหัวข้อที่ได้เขียนมาไว้ก็เป็นสิทธิที่ท่านจะ กระทําได้ ไม่มีข้อจํากัดใด ๆ ทั้งสิ้น คุณรังสิกรประท้วงอะไรครับ

นายรังสิกร ทิมาตฤกะ บุรีรัมย์

ท่านประธานที่เคารพ ต้องขออนุญาต กราบขอบพระคุณท่านประธาน คําวินิจฉัยของท่านประธานถูกต้องแล้วครับ ไม่ประท้วง ต่อครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ขอเชิญท่านรัฐมนตรีอภิปรายต่อครับ

นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ขอบคุณครับ

(พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมชายประท้วงอะไรครับ

พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ นครราชสีมา

ท่านประธาน ดูข้อ ๖๑ ให้ชัด ๆ หน่อยสิครับท่านประธาน ผมไม่อยากให้ท่านประธานขัดกับระเบียบข้อบังคับ การประชุมนะครับท่านประธาน บอกชัดเจนในการอภิปรายต้องอยู่ในประเด็นหรือเกี่ยวกับ ประเด็นที่กําลังปรึกษาหารือกันอยู่ ท่านตอบไม่เป็นอะไรครับ ต้องไม่ฟุ่มเฟือย วนเวียน ซํ้าซากหรือซํ้ากับผู้อื่น และห้ามไม่ให้นําเอกสารใด ๆ มาอ่านให้ที่ประชุมฟังโดยไม่จําเป็น ท่านประธานครับขออนุญาตครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยไปแล้วนะครับ ท่านอื่นไม่ต้องประท้วงหรอกครับจะทําให้เสียเวลาของสภา ถึงแม้ว่าในข้อบังคับ ข้อ ๖๑ เขียนไว้ว่าไม่สมควรอ่านนะครับ นั่นหมายความว่า ถ้าไม่จําเป็น แล้วเรื่องบุคลิกของแต่ละท่านเป็นเรื่องส่วนตัวนะครับ ท่านตอบไป ประชาชนเขาจะฟังนะครับว่าท่านตอบแล้วเข้าใจหรือไม่ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ไม่ต้อง ประท้วงหรอกครับ แล้วผมจะไม่อนุญาตให้ท่านใดประท้วงครับ เพราะว่าเวลาเหลือจํากัด แล้วนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีต่อครับ

นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 🔗

ขอบคุณมากครับท่านประธาน ความจริงเมื่อวานนี้ท่านประธานเปิดประเด็น ท่านวิทยา บุรณศิริ ขอโทษต้องเอ่ยนาม ท่านก็อ่านมาตลอดเลยครับ ไม่เห็นมีใครประท้วงเลย

ประเด็นที่ ๒ การออกใบอนุญาตร้านจําหน่ายอาวุธปืน ท่านประธานสภา ที่เคารพ ผมขอกราบเรียนว่านับจาก พ.ศ. ๒๕๓๕ ถึง พ.ศ. ๒๕๕๒ เป็นเวลาประมาณ ๑๘ ปี จํานวนร้านค้าอาวุธปืนทั่วประเทศมีจํานวน ๓๓๕ ใบอนุญาต เนื่องจากรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทยในช่วงนั้นสั่งห้ามเพิ่มจํานวนร้านค้าอาวุธปืน ก่อให้เกิด การผูกขาดทางการค้า เป็นผลให้อาวุธปืนแต่ละชนิดมีราคาแพงขึ้นเรื่อย ๆ ประชาชนที่มี รายได้น้อยหมดโอกาสที่จะซื้อหาอาวุธปืนมาป้ องกันตนเองและทรัพย์สิน และเกิดปัญหา อื่น ๆ ตามมาเช่นมีการค้าขายอาวุธปื นเถื่อนมากขึ้นเป็ นต้น เมื่อนายกสมาคม ผู้ประกอบธุรกิจอาวุธปื นแห่งประเทศไทยได้แจ้งให้ผมทราบถึงปัญหาดังกล่าว กระทรวงมหาดไทยก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการจํากัดจํานวนร้านค้า อาวุธปื นให้คงมีเท่าเดิม โดยไม่ให้เพิ่มใหม่นั้นน่าจะเป็ นผลเสียมากกว่าผลได้ โดยดูตัวอย่างได้จากนโยบายแท็กซี่เสรี ในอดีตเกิดปัญหาการผูกขาดไม่ให้เพิ่มจํานวน รถแท็กซี่ ราคาป้ำยรถแท็กซี่แพงกว่าค่าตัวรถเสียอีก เกิดปัญหาในการให้บริการ อย่างมากมาย รถก็เก่า ไม่สะอาด มีจํานวนน้อย ประชาชนก็ได้รับความเดือดร้อน ในการสัญจร พอเปลี่ยนนโยบายใหม่ให้ขออนุญาตบริการรถแท็กซี่แบบเสรีได้ปรากฏว่า ประชาชนได้รับการบริการที่ดีขึ้น มีทางเลือกและการสัญจรไปมาก็สะดวกรวดเร็ว ท่านประธานครับ ในระบบการค้าอาวุธปืนก็เช่นกัน หากอนุญาตให้เพิ่มจํานวนร้านค้า อาวุธปืนมากขึ้นให้สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงจะทําให้เกิดการแข่งขันทางการค้า อาวุธปืนก็จะมีราคาถูกลง ประชาชนก็สามารถมีทางเลือกมากขึ้น และได้รับประโยชน์ อย่างเต็มที่ ดังนั้นเมื่อกรมการปกครองเสนอเรื่องให้มีการปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์ให้เพิ่ม จํานวนร้านค้าเสียใหม่ ให้เพิ่มได้ตามความเหมาะสมเพื่อจะแก้ปัญหาดังกล่าว ซึ่งรัฐมนตรีมีอํานาจดําเนินการได้ตามกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืน ผมจึงเห็นชอบด้วย และการพิจารณาอนุญาตให้ตั้งร้านค้าอาวุธปืนเพิ่มใหม่ได้พิจารณาตามคุณสมบัติ และหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกําหนดไว้ รายใดที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมาย เข้าหลักเกณฑ์ตามกําหนด เมื่อมีการเสนอมาตามขั้นตอนมาถึงผมก็จะได้รับการอนุมัติ ทุกราย โดยไม่มีการเรียกร้องผลประโยชน์ตอบแทนใด ๆ ทั้งสิ้น และในขณะนี้ได้พิจารณา อนุมัติไปแล้ว จํานวน ๑๑๓ ใบอนุญาต ไม่ใช่ ๙๓ ใบอนุญาตอย่างที่ท่านเฉลิมได้ชี้แจง จากผู้ยื่นคําขอทั้งสิ้น ๑๓๗ ราย ส่วนที่ยังไม่อนุญาตเป็นเพราะไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ ที่กฎหมายกําหนด หรือเพราะเอกสารหลักฐานยังไม่ครบถ้วน ดังนั้นในปัจจุบันจึงมีร้านค้าอาวุธปืนทั่วราชอาณาจักรรวมทั้งสิ้น ๔๔๘ ใบอนุญาต แต่ละร้านค้าที่ได้รับใบอนุญาตไปในปีหนึ่ง ๆ ก็จะได้รับโควตาขายปืนยาวได้ไม่เกิน ๕๐ กระบอก และปืนสั้นได้ไม่เกิน ๓๐ กระบอกเท่ากัน ซึ่งหากขายได้ทั้งหมดก็คงจะยัง ไม่มีกําไรมากมายเพียงพอที่จะนํามาเป็ นผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่เจ้าหน้าที่ เพื่อแลกเปลี่ยนกับการออกใบอนุญาตเหมือนกับที่ผู้อภิปรายได้กล่าวหา หากพิจารณาแล้ว จํานวนที่อนุญาตไป ๑๑๓ ร้าน ก็จะเป็นการเพิ่มปืนยาวเพียงปีละ ๕,๖๕๐ กระบอก ปืนสั้นเพียงปีละ ๓,๓๙๐ กระบอก ถ้าเทียบกันกับปริมาณที่ค้าขายอยู่เดิมยังอยู่ในระดับ ที่ไม่มากเกินไปครับ

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ตั้งแต่ผมมารับตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยใหม่ ๆ มีผู้ค้าอาวุธปื นมาวิ่งเต้นเสนอผลประโยชน์เพื่อมิให้ มีการออกใบอนุญาตอาวุธปืนเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดระบบผูกขาด ซึ่งผมคิดว่าในอดีตที่ผ่านมา ก่อนที่ผมจะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็คงจะมีผู้มาวิ่งเต้นไม่ให้ มีการออกใบอนุญาตร้านค้าอาวุธปืนเพิ่มเติมเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามผมขอเรียนว่า ผมได้พิจารณาจากประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับเป็นสําคัญในการพิจารณา ซึ่งก็ได้พิสูจน์ แล้วว่าอาวุธปื นมีราคาถูกลงกว่าเดิม ที่ไม่มีการอนุญาตร้านค้าอาวุธปื นเพิ่มเติม การมีร้านค้าอาวุธปืนจํานวนมากขึ้นนั้นไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหาคดีอาชญากรรมมากมาย ตามที่คนห่วงใย เพราะผู้ที่จะขออนุญาตมีและใช้อาวุธปืนได้นั้นจะต้องมีการตรวจสอบ คุณสมบัติอย่างละเอียดจากนายทะเบียนท้องที่อีกชั้นหนึ่ง คนที่จะมีอาวุธปื นไว้ ในครอบครองได้จะต้องเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย ว่าด้วยอาวุธปืนเท่านั้น เรื่องนี้ผู้ที่เคยไปยื่นคําร้องขออนุญาตมีและใช้อาวุธปืนจะทราบถึง ความยากลําบากว่าเข้มงวดขนาดไหน มิใช่ว่าใครมีสตางค์แล้วจะสามารถซื้อหาอาวุธปืน ได้ตามอําเภอใจ ผู้ที่ต้องขอซื้อปืนแต่ละกระบอกจะต้องดําเนินการตามระเบียบกฎหมาย ดังนี้

๑. จะต้องไปยื่นคําร้องขออนุญาตซื้ออาวุธปืน

(นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรีครับ มีผู้ประท้วงครับ คุณสุชาติประท้วงอะไรครับ ถ้าเป็นประท้วงเรื่องเดิม ผมไม่อนุญาตให้ประท้วงแล้วนะครับ ผมวินิจฉัยไป ๒ ครั้งแล้วครับ

นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายนํ้าเงิน พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี ผมไม่ได้ประท้วงเรื่องเดิม ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงเรื่องใหม่ พอดีเมื่อกี้ชาวบ้านเขาโทรมาบอกผมครับว่า ถ้าจะอ่านนะครับ ผมไม่ได้พูดเรื่องเอกสารนะครับ ก็ถ่ายแจกตอบไปเลยครับ เพื่อไม่ให้ เสียเวลาสภา

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมถือว่าเป็นการประท้วงเรื่องเดิมนะครับ เพราะฉะนั้นผมวินิจฉัยไปแล้วครับ ไม่ให้สิทธิ ประท้วงอีกนะครับ ต้องขอร้องพวกเราครับ ก็ขออย่าประท้วงเรื่องนี้อีกนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอภิปรายต่อครับ

นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 🔗

๒. จะต้องตรวจสอบประวัติ โดยนายทะเบียนท้องที่จะแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตํารวจ ตรวจสอบประวัติพิมพ์ลายนิ้วมือส่งกองพิสูจน์หลักฐานว่าเคยต้องคดีหรือไม่

๓. เมื่อนายทะเบียนท้องที่ได้รับแจ้งการตรวจสอบประวัติจากทางตํารวจแล้ว จึงจะพิจารณาว่าจะออกใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืนหรือไม่ เพราะฉะนั้นกว่าจะซื้อปืนได้ ๑ กระบอกต้องขออนุญาตและผ่านการตรวจสอบมากมายหลายขั้นตอน จึงไม่ต้องกังวลว่า คนร้ายจะได้รับอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน

ในกรณีที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์ จากการออกใบอนุญาตร้านค้าอาวุธปืน ผมขอให้ท่านได้กรุณาให้ข้อมูลต่อผมว่าใครจ่าย ให้ใคร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร ผมจะได้ดําเนินการตรวจสอบและจัดการกับผู้ที่กระทําผิด แต่ถ้าหากท่านไม่สามารถให้ข้อมูลผมก็ไม่ทราบว่าจะดําเนินการอย่างไรครับ

ประเด็นต่อไปเป็ นประเด็นที่ ๓ การสอบเข้าโรงเรียนนายอําเภอ และการแต่งตั้ง โยกย้าย ข้าราชการในกระทรวงมหาดไทย ท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาตกราบเรียนผ่านไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าขณะนี้อยู่ในระหว่าง การพิจารณาดําเนินการของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งไม่ว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะชี้มูลมาอย่างไร กระทรวงมหาดไทยก็จะต้องดําเนินการไปตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. วินิจฉัยอยู่แล้ว นอกจากนี้กระทรวงมหาดไทยเองก็มิได้นิ่งนอนใจในเรื่องดังกล่าว เมื่อมีการเสนอข่าวต่อสื่อสารมวลชนว่าเกิดการร้องเรียนว่ามีการทุจริตในการสอบเข้า โรงเรียนนายอําเภอ กระทรวงมหาดไทยเองก็ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนในเรื่อง ดังกล่าว โดยมีท่านศักดิ์ เตชาชาญ ขออภัยที่ต้องเอ่ยนาม ซึ่งท่านเคยดํารงตําแหน่ง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และเป็ นผู้ทรงคุณวุฒิใน อ.ก.พ. กระทรวงมหาดไทย เป็ นประธานกรรมการ ซึ่งท่านสามารถเชื่อถือได้และหลายท่านในที่นี้ก็รู้จักท่าน เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีผู้แทนจากสํานักงานอัยการสูงสุดถึง ๒ ท่าน รวมเป็นกรรมการ และมีรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ๑ ท่าน เป็นกรรมการในคณะกรรมการดังกล่าว ซึ่งผลการสอบสวนจะออกมาเป็ นอย่างไร กระทรวงมหาดไทยก็ต้องดําเนินการ ตามผลการสอบสวนดังกล่าวทุกประการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ โดยส่วนตัวแล้วผมไม่เชื่อว่าจะมีการทุจริต ในการสอบเข้าโรงเรียนนายอําเภอแต่อย่างใด โดยพิจารณาจากเหตุผล ๒ ประการ

ข้อ ๑ ปลัดอําเภอที่มาสอบแต่ละท่านต่างก็มีเงินเดือนนิดเดียว

ข้อ ๒ ปัจจุบันมีผู้จบจากโรงเรียนนายอําเภอที่ขึ้นทะเบียนบัญชีคงค้างอีก ๑๗ รุ่น รวมทั้งสิ้น ๑,๕๓๒ คน ในขณะที่แต่ละปีมีตําแหน่งนายอําเภอว่างจากเกษียณอายุ หรือได้รับการแต่งตั้งไปดํารงตําแหน่งในที่อื่น ๆ ไม่มากนัก ต้องรออีกอย่างน้อย ๘-๑๐ ปี ถึงจะสามารถบรรจุผู้ที่จะจบหลักสูตรเป็นนายอําเภอได้ทั้งหมด บางท่านจบหลักสูตร นายอําเภอแล้วได้เป็นนายอําเภอเพียง ๑ ปีก็เกษียณ และบางท่านก็เกษียณก่อนที่จะ ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายอําเภอเสียอีก ดังนั้นปลัดอําเภอซึ่งมีเงินเดือนน้อยอยู่แล้ว คงไม่มีใครยอมเสียเงินเสียทองเพื่อที่จะเข้าเรียนหลักสูตรนายอําเภออย่างที่ท่านได้ข้อมูล กล่าวหาแต่อย่างใด

สําหรับประเด็นการโยกย้ายข้าราชการในกระทรวงมหาดไทย ผมขอ กราบเรียนว่าการโยกย้ายดังกล่าวเป็นการโยกย้ายเพื่อความเหมาะสมในการปฏิบัติราชการ และเป็นการย้ายในระดับเดียวกัน

ท่านประธานที่เคารพ กรณีการรวบรวมอาวุธปืนลูกซองเป็นการดําเนินการ ตามคําสั่งของ ศอฉ. ซึ่งเป็ นหน่วยงานตามพระราชกําหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน การสั่งการของ ศอฉ. เป็นการสั่งการที่เป็นไปตามกฎหมาย ใครไม่ปฏิบัติตามก็จะมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ แล้ วกรณีดังกล่าว กระทรวงมหาดไทยจะไม่ดําเนินการได้อย่างไร

ในประเทศไทยมีหมู่บ้าน อพป. จํานวน ๑๓,๒๔๒ หมู่บ้าน ซึ่งทุกหมู่บ้าน ได้รับมอบอาวุธปืนลูกซองหมู่บ้านละ ๑๕ กระบอก คิดแล้วทั่วประเทศมีจํานวนรวม ๑๙๘,๖๓๐ กระบอก ลองคิดดูว่าหากมีผู้นําอาวุธปืนเหล่านี้ไปใช้ในการก่อเหตุการณ์ ความไม่สงบจะเกิดความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินมากกว่าศาลากลางจังหวัด ที่ถูกเผาทั้งหมด ๔ จังหวัดเสียอีก

ท่านประธานที่เคารพ ตลอดเวลาที่ผ่านมากระทรวงมหาดไทยได้ทํา หลายสิ่งหลายอย่างในช่วงที่บ้านเหมืองเกิดวิกฤติเพื่อความสงบของบ้านเมือง โดยที่ สังคมทั่วไปไม่ได้รับรู้ เพื่อป้ องกันความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งการที่ ศอฉ. และกระทรวงมหาดไทยทําอย่างนี้ท่านน่าจะขอบคุณและชื่นชมมากกว่า ที่จะมาวิจารณ์โดยที่ไม่ทราบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน และกรณีที่มีการกล่าวหาว่า มีการเล่นพรรคเล่นพวกในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการนั้น ขอเรียนว่าในการบริหาร งานบุคคลของกระทรวงมหาดไทยได้มีการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และแนวทางที่ ก.พ. กําหนดไว้ทุกประการและทุกขั้นตอน มีหลักเกณฑ์และคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรอง ซึ่งคณะกรรมการบางชุดก็มีผู้แทนของ ก.พ. และมีผู้ทรงคุณวุฒิร่วมเป็นกรรมการ รวมอยู่ด้วย ดังนั้นการดําเนินการจึงโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ หากมี การเล่นพรรคเล่นพวกแล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดอุดรธานี และจังหวัดอุบลราชธานี คงไม่ถูกเรียกให้มาช่วยราชการที่กระทรวงหลังจาก ศาลากลางจังหวัดถูกเผา

ประเด็นที่ ๔ การจัดซื้อระบบคอมพิวเตอร์ของกรมการปกครอง ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ในเรื่องการจัดซื้อระบบคอมพิวเตอร์ที่ได้มีการอภิปราย มาแล้ ว เพื่อให้การบริการด้านงานทะเบียนและบัตรประจําตัวประชาชน ของกรมการปกครอง ในวงเงิน ๓,๔๙๘ ล้านบาท ผมได้ตรวจสอบแล้วคงเป็นความเข้าใจ คลาดเคลื่อนของผู้อภิปราย เนื่องจากไม่ปรากฏว่ามีโครงการจัดซื้อระบบคอมพิวเตอร์ ดังกล่าวในหน่วยงานของกระทรวงมหาดไทยแต่อย่างใด คงมีแต่เพียงโครงการเช่าระบบ คอมพิวเตอร์เพื่อใช้ประโยชน์ทางด้านการทะเบียนและบัตรประจําตัวประชาชน ซึ่งได้ กําหนดระยะเวลาเช่าไว้นานถึง ๗๒ เดือน ในอัตราค่าเช่าเดือนละประมาณ ๔๕ ล้านบาท ซึ่งเป็นประเด็นที่สื่อมวลชนและสังคมได้ติดตามมาโดยตลอดนั้น ผมขอเรียนว่าเรื่องนี้ ยังไม่ได้เสนอมาถึงผมเพื่อพิจารณาแต่อย่างใด จึงยังมิได้มีการอนุมัติให้ดําเนินการ ทําสัญญาใด ๆ ทั้งสิ้น แต่อย่างไรก็ตามผมได้ตรวจสอบแล้วปรากฏว่าเรื่องดังกล่าว กรมการปกครองดําเนินการและเสนอมาถึงสํานักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยแล้ว แต่เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีความสําคัญและใช้งบประมาณจํานวนมาก ปลัดกระทรวง มหาดไทยจึงต้องดําเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดก่อน โดยผมได้ให้หลักการ กับท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยในการพิจารณาว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามระเบียบ กฎหมาย และต้องยึดประโยชน์ของทางราชการและประชาชนเป็นหลัก ท่านประธานสภา ที่เคารพ ผมเรียนว่าโครงการดังกล่าวมีประโยชน์มากอย่างที่สังคมคาดไม่ถึง หลายประการดังนี้

ประการแรก การเช่าระบบคอมพิวเตอร์ดังกล่าวเป็นการดําเนินงานในรอบที่ ๒ หลังจากที่การดําเนินงานในรอบแรกหมดสัญญาลง ซึ่งจําเป็ นจะต้องดําเนินการ เพื่อใช้ประโยชน์ในเรื่องการบริการงานทะเบียนและบัตรประจําตัวประชาชนแก่ประชาชน ทั้งประเทศ ซึ่งเรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ เพื่อป้ องกันการสวมตัว ในการทําบัตรประจําตัวประชาชนหรืออื่น ๆ อีกมากมาย ทั้งยังมีหลายหน่วยงาน จําเป็นต้องใช้ฐานข้อมูลดังกล่าวในการปฏิบัติงานและให้บริการแก่ประชาชน อาทิ กระทรวงการต่างประเทศใช้ตรวจสอบข้อมูลบุคคลประกอบการออกหนังสือเดินทาง สํานักงานตํารวจแห่งชาติ สํานักงานประกันสังคม กรมการขนส่งทางบก และสํานักงาน หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ต่างก็ใช้ข้อมูลบุคคลจากระบบดังกล่าว

ประการที่สอง โครงการดังกล่าวสิ้นสุดสัญญาในรอบแรกตั้งแต่วันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา ซึ่งโดยข้อเท็จจริงแล้วกรมการปกครองควรจะต้อง ดําเนินการหาผู้รับจ้างในรอบที่ ๒ นี้ให้เสร็จสิ้นก่อนวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ เพื่อให้ สามารถปฏิบัติงานได้อย่างต่อเนื่อง แต่ขณะนี้มิได้อยู่ในช่วงดําเนินการตามสัญญาทําให้ จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาระบบทุกเดือนเดือนละ ๒๐ ล้านบาท ขณะนี้ ผ่านมาแล้วเป็นเวลา ๔ เดือน บริษัทผู้ที่ดูแลระบบเดิมให้สามารถใช้งานได้ได้ยื่นหนังสือ ขอค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาระบบเดือนละ ๒๐ ล้านบาท หมายถึงจะต้องใช้ภาษี ของพี่น้องประชาชนเป็นเงินถึง ๘๐ ล้านบาท และหากล่าช้าออกไปอีกซึ่งจะต้องเสียเงิน ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นทุกเดือนเดือนละ ๒๐ ล้านบาท ดังนั้นโครงการดังกล่าวจึงต้องเร่งรัด ดําเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วครับ

ท่านประธานครับ ก่อนหน้าที่ได้มีการวางแผนและเตรียมการใช้งบประมาณ เพื่อจ้างดูแลรักษาระบบอย่างแนบเนียนโดยใช้เงื่อนไขของกําหนดเวลาที่ทําให้ต้องใช้ วิธีพิเศษในการจ้างดูแลระบบจนกว่าจะมีผู้ให้เช่ารายใหม่ หากยิ่งดําเนินการโครงการ ล่าช้ารัฐก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายดูแลระบบไปทุกเดือนเดือนละ ๒๐ ล้านบาท ซึ่งผมเห็นว่า เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องและไม่ควรที่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายดังกล่าวแม้แต่บาทเดียว ผมจึงให้ ปลัดกระทรวงมหาดไทยไปดูแลความถูกต้องอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเรื่องดังกล่าวอยู่ในระหว่าง เร่งรัดดําเนินการเพื่อเสนอมาให้ผมพิจารณาต่อไป ทุกท่านอาจคิดไม่ถึงว่าหากมี การดําเนินการล่าช้านอกจากทางราชการจะเสียประโยชน์แล้วยังจะต้องเสียเงิน งบประมาณอีกเดือนละ ๒๐ ล้านบาท เรื่องใดควรเสียเงินงบประมาณและเรื่องใดไม่ควร เสียเงินงบประมาณ ผมหวังว่าทุกท่านคงเข้าใจนะครับ

ท่านประธานสภาครับ ผมขอยืนยันว่าสิ่งที่ดําเนินการอยู่ก็เพื่อรักษา ประโยชน์สูงสุดของทางราชการ ขอความกรุณาจากท่านทั้งหลายได้พิจารณาเหตุผล ต่าง ๆ ที่ผมได้นําเสนอมานี้อย่างรอบด้าน อย่าได้ฟังความเพียงข้างเดียวซึ่งจะทําให้เกิด ความเข้าใจผิดที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง

ประเด็นสุดท้ายนะครับ ผมจะขอตอบเรื่องการครอบครองที่ดินนะครับ ว่าตามที่มีผู้อภิปรายเกี่ยวกับการครอบครองที่ดินที่อําเภอปากช่องนั้น ผมขอเรียนว่า ผมไม่มีที่ดินและไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดินที่อําเภอปากช่องเลยแม้แต่แปลงเดียว ผู้ถือครองที่ดิน ที่ท่านผู้อภิปรายเอ่ยนามมาเป็นญาติของผม แต่ที่ดินดังกล่าวทราบมาว่ามีเอกสารสิทธิ และออกโฉนดไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงเป็นไปไม่ได้ที่ที่ดินดังกล่าวจะรุกลํ้าที่สาธารณะ หรือปิดกั้นทางสาธารณะตามที่กล่าวหาแต่อย่างใด เพื่อไม่ให้เสียเวลาผมก็ขอชี้แจงแค่นี้ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวิทยา บุรณศิริ จะใช้สิทธิพาดพิงต้องขอรวบรัดเพราะว่าการพาดพิงเมื่อกี้ไม่ได้เป็น เรื่องเสียหายนะครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ใช้เวลานิดเดียวเนื่องจากว่า ผมก็เห็นคุณค่าแห่งเวลานะครับ ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ต้องขอประทานโทษนะครับ ผมอาจจะตัดสินใจผิดที่ยื่นอภิปราย ถอดถอนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผมต้องขอโทษที่ทําความลําบากให้กับท่าน แต่อย่างไรก็แล้วแต่ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงนะครับว่าการยื่นญัตติที่เราได้ยื่นถอดถอน รัฐมนตรีมีเนื้อหาสาระของทางกฎหมาย เพราะฉะนั้นการอ่านในที่ประชุมนั้นประเพณีเขาปฏิบัติ เพราะฉะนั้นการที่พรรคเพื่อไทย พรรคฝ่ำยค้านได้มอบหมายให้ผมเป็ นผู้ดําเนินการในการอ่านญัตติถอดถอน และไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีนั้นเป็นการปฏิบัติตามประเพณีครับ แล้วก็มีเนื้อหาสาระ ทางกฎหมาย ต้องขอประทานโทษท่านด้วยนะครับที่ท่านพาดพิงถึงผมว่าวิทยา บุรณศิริ ก็ยังอ่านได้ ใช่ครับ ผมอ่านออกเขียนได้ด้วยครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะขอชี้แจงตอนนี้ ท่านครับ ขณะนี้ยังมี ผู้ที่จะอภิปรายกระทรวงการต่างประเทศอีก ๒ ท่าน แต่ท่านใช้สิทธิได้ครับ จะตอบเลย ตั้งแต่ตอนนี้หรือจะรอตอบทีเดียวกันเลยครับ ท่านขอตอบตอนนี้ก่อนนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีกษิตครับ

นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 🔗

กราบเรียน ท่านประธาน กระผม นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผมขอ ตอบสั้น ๆ ๓ ประเด็นนะครับ

ประเด็นแรก ก็เรื่องเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์นะครับ ผมขอ กราบเรียนชี้แจงท่านประธานว่าเป็นนโยบายของรัฐบาล แล้วก็เป็นหน้าที่ของรัฐมนตรี ของรัฐบาลที่จะต้องปกป้ องรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ ในช่วงปี ๒๕๕๒ ที่ผ่านมานั้น ได้มีการนําข้อมูลที่บิดเบือนไปเผยแพร่ในสื่อต่าง ๆ ทั้งภายในประเทศ นอกประเทศ แล้วก็ในเว็บไซต์ โดยเฉพาะประเด็นที่ว่าสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา ของประเทศ ทําให้สถาบันได้รับความเสียหาย แล้วก็เป็นภาระหน้าที่อันชอบธรรม ที่จะต้องไปแก้ไข แล้วก็ในการตอบคําถามหรือจะชิงพูดเสียก่อน เช่น ในกรณีที่ผมได้ไป กล่าวสุนทรพจน์สั้น ๆ ที่มหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอปกินส์ เมื่อเดือนเมษายน ประเด็น หรือสิ่งที่ได้พูดมันคืออะไรครับ คือสถาบันพระมหากษัตริย์ของประเทศไทยไม่เหมือนกับ ประเทศอื่น สถาบันพระมหากษัตริย์ของประเทศไทยมีการวิวัฒนาการแล้วก็ปรับตัวเอง มาโดยตลอด แล้วก็ได้ช่วยปรับตัวของประเทศไทยไปด้วย อาทิ การนําการเรียนรู้เกี่ยวกับ ภาษาอังกฤษมาในช่วงรัชกาลที่ ๔ การปฏิรูปการปกครอง การเลิกการหมอบคลาน ในการเข้าเฝ้ำ การเลิกทาสในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว การนําความคิด การปกครองระบอบประชาธิปไตยมาทดลองใช้ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รวมทั้งการยกร่างธรรมนูญการปกครองในระบอบประชาธิปไตยในสมัยรัชกาลที่ ๗ แล้วก็ในสมัยของเราพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ได้ทรงพระราชทานปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงแก่พสกนิกรเพื่อสู้กับความท้าทายกับโลกยุคสมัยนี้คือยุคโลกาภิวัตน์ ต่าง ๆ เหล่านี้เป็นการแสดงให้เห็นว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ทําคุณประโยชน์ให้กับ ประเทศชาติอย่างมากมาย ในขณะเดียวกันรัฐบาลไม่ต้องการให้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เป็นเครื่องมือทางการเมือง นอกจากนี้ประเด็นนี้อยู่ในความสนใจของต่างประเทศ อย่างกว้างขวางและมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากมาย จึงกล่าวได้ว่ารัฐบาลตระหนักดี และได้แก้ไขโดยตั้งคณะกรรมการพิเศษเพื่อกลั่นกรองกรณีที่มีการกล่าวหาเพื่อป้ องกัน การใช้กฎหมายดังกล่าวโดยมิชอบนะครับ นอกจากนั้นแล้วกระทรวงการต่างประเทศ ได้ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ดําเนินการเทิดทูนและปกป้ องสถาบันพระมหากษัตริย์ อยู่อย่างตลอดเวลาทุกวันนะครับ โดยมีการดําเนินการต่าง ๆ อาทิ การจัดผู้นําความคิด ไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์บทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ในต่างประเทศ การจัดทํา เอกสารเผยแพร่การติดตามการกระทําการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในต่างประเทศ ต่าง ๆ เหล่านี้เป็นต้นนะครับ

ส่วนประเด็นที่สอง เกี่ยวกับความสัมพันธ์กับต่างประเทศนั้น ผมขอกล่าว สั้น ๆ ว่าดูที่ผลดีกว่านะครับ เมื่อไม่นานมานี้ที่กรุงวอชิงตันผมก็ได้ร่วมโต๊ะรับประทาน อาหารคํ่ากับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของประเทศสหรัฐอเมริกา ของประเทศจีน แล้วก็ของประเทศรัสเซีย แล้วก็ล่าสุดเมื่อไม่กี่วันมานี้ที่นครนิวยอร์ก ๑๘๒ ประเทศได้ลงคะแนนสนับสนุนให้ประเทศไทยมีที่นั่งในคณะมนตรีว่าด้วย สิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ เราได้ ๑๘๒ เสียงจาก ๑๘๘ ประเทศนะครับ แล้วก็ สมาชิกของสหประชาชาติมีทั้งหมด ๑๙๒ ประเทศ เราได้ ๑๒ เสียง ได้ที่ ๒ จาก ๑๔ ประเทศ นอกจากนั้นแล้วในช่วงปีที่ผ่านมานั้นผมพบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผู้นําต่างประเทศหรือว่าเทียบเท่า ๑๐๐ กว่าคน แล้วก็ได้ร่วมประชุมทั้งในเวทีทวิภาคี ภูมิภาคเฉพาะกิจ เช่นล่าสุดก็ที่โอไอซี (OIC) ทางด้านองค์กรอิสลาม เมืองหลวงของ ประเทศทาจิกิสถาน ดูชานเบ ก็ได้กล่าวสุนทรพจน์ต่อผู้นํากว่า ๕๐ ประเทศ แล้วก็ การดําเนินการของรัฐบาลไทยเกี่ยวกับประเด็นปัญหาของภาคใต้ก็ได้รับการตอบสนอง ด้วยดี ที่จริงแล้ววันนี้ผมก็ต้องอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์เพื่อร่วมประชุมระหว่างอาเซียน กับกลุ่มกัลฟ์ สเตท (Gulf state) ของตะวันออกกลางรอบ ๆ อ่าวเปอร์เซีย แล้วผมก็มี กําหนดการที่จะเดินทางไปประเทศแอฟริกาจะไปประชุมกับประเทศเคนยา แล้วก็จะ ต่อไปที่ประเทศยุโรป ต่าง ๆ เหล่านี้เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าเราได้รับการยอมรับ ในบทบาท ในแนวความคิดสร้างสรรค์ต่าง ๆ อาทิ ในเรื่องของการเชื่อมโยงที่เรียกว่า คอนเนกทิวิตี้ (Connectivity) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นการริเริ่ม ของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ แล้วก็ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการอาเซียน แล้วก็ในหมู่ประเทศที่เรียกว่าพวกไดอะลอก พาร์ทเนอร์ (Dialog partner) แล้วก็ การดําเนินการก็ไม่ใช่ตัวกระผมอย่างเดียวนะครับ ของรัฐบาลโดยรวมได้รับการยอมรับ จากต่างประเทศมากมาย จะไม่ใช่เป็นแค่ตัวท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีกรณ์ก็ได้รับ รางวัลเป็นรัฐมนตรีคลังของโลกเมื่อไม่นานมานี้ เราต้องภูมิใจร่วมกัน แล้วก็บรรดา เพื่อน ๆ รัฐมนตรีทั้งหลายก็ไปร่วมประชุมในเวทีต่าง ๆ ของโลก แล้วก็ได้รับการต้อนรับ อย่างดีโดยตลอด

(นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรีครับ มีผู้ประท้วงครับ นายแพทย์ประสิทธิ์ประท้วงอะไรครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ผมขอประท้วงท่านรัฐมนตรีในข้อ ๖๑ ฟุ่ มเฟื อย ท่านตอบสิครับ ที่ท่านไปพูด ท่านเฉลิมพูด วินาทีที่เท่าไร เท่าไร เท่าไร ท่านพูดจริงไหม นี่ท่านไปพูดอะไร ก็ไม่รู้ โอ้โฮ ผลงานเยอะแยะ เพื่อนบ้านข้าง ๆ ประเทศเขายังไม่เอาท่านเลย ข้างบ้าน มีประเทศไหนเอาท่าน ท่านตอบสิครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมจะวินิจฉัยนะครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ตอบให้ตรงประเด็นนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณหมอประท้วงว่าท่านรัฐมนตรีตอบไม่ตรงคําถามอย่างนั้นใช่ไหมครับ ไม่ได้ตอบตามที่ ผู้กล่าวหาถามใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นผมวินิจฉัยเป็นสิทธิของท่านรัฐมนตรีจะตอบอะไร หรือจะไม่ตอบอะไรก็ได้นะครับ อยู่ที่ประชาชนจะฟังแล้วมีนํ้าหนักหรือไม่ อย่างไร เชิญท่านรัฐมนตรีต่อครับ

(นายวิทยา บุรณศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น

ท่านวิทยาประท้วงอะไรครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ท่านรัฐมนตรีครับ เดี๋ยวมี ผู้อภิปรายครับท่านประธาน กราบเรียนด้วยความเคารพ เดี๋ยวประเด็นของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศท่านเก็บไว้ ขออนุญาต เคารพท่านในส่วนนี้ เดี๋ยวท่านตอบ อีกทีหนึ่ง ขอบคุณมากครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็เป็นสิทธิของท่านรัฐมนตรีจะตอบเท่านี้ก่อนก็ได้นะครับ หรือจะรอตอบพร้อมกันก็ได้ แล้วแต่ท่านครับ

นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ท่านประธานครับ ผมขอเวลาอีก ๒-๓ นาที ในเรื่องที่เกี่ยวกับประเทศกัมพูชานะครับ ประเด็นเดียวเท่านั้นเอง ผมดําเนินนโยบายด้วยความรักชาติ ปกป้ องศักดิ์ศรี ของประเทศไทย ผมไม่ใช่คนไทยที่มีใจเป็นเขมรครับ

(นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านดอกเตอร์พีรพันธุ์ประท้วงอะไรครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ท่านประธานครับ ผม พีรพันธุ์ พาลุสุข คือประเด็นที่รัฐมนตรีกําลังตอบยังไม่ได้พูดเลยครับ ประเด็นที่ท่านเฉลิมพูดไปคือ เรื่องที่จอห์นส ฮอปกินส์อย่างเดียว

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมได้วินิจฉัยไปแล้วนะครับ เป็นสิทธิของผู้ตอบจะตอบอย่างไรก็ได้นะครับ แต่ถ้าตอบ ไม่ตรงกับคําถาม ประชาชนก็จะเป็นคนวินิจฉัยเองครับ ขอเชิญนั่งลงครับ เป็นสิทธิของ ผู้ตอบครับ เชิญนั่งครับ แล้วเรื่องนี้ไม่ต้องประท้วงอีกแล้วนะครับ เชิญนั่งครับ ดอกเตอร์พีรพันธุ์ครับ เนื่องจากว่าเรามีเวลาจํากัด ยังมีคนอภิปรายอีกหลายท่านนะครับ เชิญนั่งลงเถอะครับ

นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ส่วนประเด็นถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ผมเพียงแค่ไปปรากฏตัวที่สนามบิน สุวรรณภูมิ ได้รับเชิญให้ไปพูดแล้วผมก็ถูกชาวบ้านไปฟ้ องตํารวจว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ผมก็ได้ไปมอบตัวให้กับตํารวจครับ ผมก็คิดว่าแค่ไปพูดเป็นผู้ก่อการร้าย ผมก็เป็นห่วง ผู้ก่อการร้ายรุ่นใหม่นะครับ อันนี้ก็ด้วยความห่วงใยในฐานะเป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอให้ทุกท่านรักษาความสงบครับ ไม่ต้องประท้วงแล้วครับ เพราะว่าท่านอภิปราย จบไปแล้วครับ ต่อไปจะเป็นดอกเตอร์สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ๓๐ นาทีนะครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เนื่องจากเวลาจํากัด ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า วันนี้การอภิปรายของผมนั้นได้บอกโจทย์ให้รัฐบาลเรียบร้อยแล้วเพราะเอกสารต่าง ๆ ที่ผมจะนํามาเสนอนี้ต้องส่งไปให้กรรมการได้ตรวจสอบ แล้วก็มีพรรคประชาธิปัตย์ เห็นข้อมูลหมดแล้วครับ ผมก็เชื่อว่ารัฐมนตรีทั้ง ๒ คน ทั้งนายกรณ์ จาติกวณิช กับท่านโสภณ ซารัมย์ น่าจะเตรียมคําตอบให้ดี ไม่เป็นไรครับท่านประธาน วันนี้ผมจะ อภิปรายให้พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้เห็นวิธีการเอื้อผลประโยชน์ให้พวกพ้อง ในรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเป็ นแรงจูงใจให้พรรคร่วมรัฐบาลกอดกันแน่นแฟ้ น อยู่ร่วมกัน อย่างดูดดื่มเพื่อหาผลประโยชน์เข้าพรรคของตนเอง และเพื่อให้รัฐบาลอยู่ได้นานที่สุด ที่สําคัญที่สุดแกนนํารัฐบาลอย่างพรรคประชาธิปัตย์ก็จะทําเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ เพื่อให้ผู้มีพระคุณหรือพรรคร่วมรัฐบาลได้รับประโยชน์ที่เรียกกันว่าบุญคุณต่างตอบแทน หรือทดแทนพระคุณ ท่านประธานครับ ผมจะชี้ให้เห็นถึง ๑. การทุจริตประพฤติมิชอบ

(นายประมวล เอมเปีย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีคนประท้วงครับ คุณสุรพงษ์ครับ คุณประมวลประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายประมวล เอมเปีย ชลบุรี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ประมวล เอมเปีย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดชลบุรี ท่านครับ ผมประท้วง ท่านผู้อภิปรายครับ ต้องถอนคําพูดว่าหาเงินเข้าพรรคครับ อย่างนี้ไม่ถูกครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมได้ยินไม่ถนัดนะครับ ต้องบอกว่าอะไรนะครับ

นายประมวล เอมเปีย ชลบุรี

บอกว่าหาเงินเข้าพรรคครับ อย่างนี้ ไม่ถูกต้องครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยนะครับ เป็ นเรื่องของการกล่าวหานะครับ เพราะฉะนั้นท่านสงสัยว่า เป็นการหาเงินเข้าพรรค มีสิทธิอภิปรายได้ครับ

นายประมวล เอมเปีย ชลบุรี

ท่านประธานครับ ถ้าจะกล่าวหา

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านต้องฟังผมวินิจฉัยนะครับ ผมวินิจฉัยว่ามีสิทธิกล่าวหาได้นะครับ แต่เดี๋ยวเราก็ต้อง เปิดโอกาสให้ท่านรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่านชี้แจงว่าเหตุการณ์ที่กล่าวหานั้นไม่เป็นจริงอย่างไร

นายประมวล เอมเปีย ชลบุรี

ท่านประธานครับ ท่านผู้อภิปราย ถ้าจะกล่าวหาทําไมไม่กล่าวหารัฐมนตรีเป็นรายคน ท่านกล่าวหารัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ทําไมต้องเอ่ยพรรคด้วยล่ะครับ แล้วพวกผมไปเกี่ยวข้องอะไรด้วยครับ ผมเป็นสมาชิก พรรคนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็เป็นอย่างนี้ครับ เพราะว่าท่านผู้อภิปรายกล่าวพาดพิงมันจะทําให้เขาใช้สิทธิพาดพิง ในการขออภิปรายได้นะครับ โดยการบอกว่าหาเงินเข้าพรรค แต่อย่างไรก็ตามผมขอให้ ในการอภิปรายพยายามสงวนคําพูดสักนิดไม่อย่างนั้นก็จะถูกประท้วงอย่างนี้นะครับ แต่จริง ๆ อภิปรายได้ครับเพราะว่าเป็นการกล่าวหาเดี๋ยวท่านรัฐมนตรีก็จะเป็นคนตอบว่า ข้อกล่าวหานั้นเป็นจริงหรือไม่เป็นจริงอย่างไร

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ท่านประธาน ผมพูดครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญนั่งลงเถอะครับ ได้วินิจฉัยไปแล้วนะครับ แต่ก็ต้องขอผู้อภิปรายครับ เพราะว่า ถ้าอภิปรายอย่างนี้เดี๋ยวก็จะถูกประท้วงไปเรื่อยนะครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ท่านประธานฟังผมนิดหน่อยครับ ผมพูดคําว่าเพื่อหาผลประโยชน์เข้าพรรคไม่ได้พูดเรื่องเงินเลยครับ ผลประโยชน์ มันมีหลายอย่าง ไม่ได้พูดแม้แต่เงินเลย

(นายธนิตพล ไชยนันทน์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ คุณธนิตพลประท้วงอะไรครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตากครับ เนื่องจากท่านประธาน คงทราบนะครับ แล้วก็ผมเรียนท่านสุรพงษ์เพื่อทราบด้วยครับว่าทางวิปรัฐบาล กับวิปฝ่ายค้านเราได้คุยกันแล้วเวลาเหลือน้อยมาก เพราะฉะนั้นจะขอความกรุณาครับ พวกผมเองก็จะพยายามคุมไม่มีการประท้วงกัน แต่ถ้าเกิดคุณสุรพงษ์ยังอภิปรายพาดพิง เกี่ยวกับพรรคการเมืองโดยไม่ได้อภิปรายอยู่ในประเด็นของรัฐมนตรี ผมคิดว่าที่เราตกลงกันไว้ พวกผมเองรวมไปถึงฝ่ายค้านก็จะบริหารเวลาลําบากครับ ผมขอพูดครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ท่านประธานต้องควบคุมการประชุมครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยนะครับ ในช่วงนี้เรามีเวลาจํากัดผมต้องขอความร่วมมือของทั้ง ๒ ฝ่ายนะครับ ขอให้ความร่วมมือด้วยนะครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ได้ครับท่านประธาน

(นายธนา ชีรวินิจ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณธนาอย่าเพิ่งประท้วงนะครับ ผมกําลังวินิจฉัยอยู่นะครับ ก็ต้องให้ผู้อภิปรายงดเว้น การพาดพิงถึงผู้อื่นด้วยไม่อย่างนั้นก็จะมีการพาดพิงกันไปมา เชิญคุณธนาประท้วงอะไรครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านสมาชิกที่ลุกขึ้นอภิปรายเมื่อสักครู่นี้ได้ระบุว่าจะอภิปราย ไม่ไว้วางใจท่านรัฐมนตรีกรณ์ จาติกวณิช ใช่ไหมครับ การที่ท่านยื่นญัตติครั้งนี้ท่านไม่ไว้วางใจท่านกรณ์ แต่ท่านไม่ได้ยื่นถอดถอนท่านกรณ์ เพราะฉะนั้นท่านอภิปรายเรื่องทุจริตไม่ได้ครับ แล้วไม่มีสิทธิที่จะพูดเรื่องการหาผลประโยชน์ ใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่อยู่ในญัตติที่ท่านยื่น ท่านไม่มีสิทธิอภิปรายเรื่องการทุจริตเลยครับ ท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญดอกเตอร์สุรพงษ์ ถ้าไม่ได้ยื่นถอดถอนท่านกรณ์ก็จะไม่มีสิทธิอภิปรายในเรื่อง การทุจริตคิดมิชอบนะครับ แต่ท่านอภิปรายเรื่องอื่นได้นะครับ ขอความร่วมมือ ด้วยนะครับ อย่ากล่าวพาดพิงถึงผู้อื่น ถ้าไม่อย่างนั้นจะเสียเวลาประท้วงครับ เรามีเวลา อยู่อีก ๔ ชั่วโมงกว่า ๆ เชิญครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ท่านประธานครับ ผมจะ ชี้ให้เห็นถึงการทุจริตประพฤติมิชอบทําให้รัฐเสียหาย เอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง ระหว่าง การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยกับบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จํากัด (King Power Duty Free Co.,Ltd) และผมจะนําความสัมพันธ์ของเจ้าของบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จํากัด กับแกนนําของพรรคการเมืองที่มีรัฐมนตรีนั่งบริหารและกํากับดูแลการท่าอากาศยาน แห่งประเทศไทยอยู่ในขณะนี้ ท่านประธานครับ ผมได้ตรวจสอบพบว่าการท่าอากาศยาน แห่งประเทศไทยคิดค่าปรับการใช้พื้นที่เกินสัญญาน้อยกว่าความเป็นจริง ๗๗๖ ล้านบาท ถึง ๑,๓๕๙ ล้านบาท เป็นการเอื้อประโยชน์ให้บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จํากัด ท่านประธานครับ ขออนุญาตแสดงภาพนี้นะครับ เพราะว่าพี่น้องประชาชนคนไทยบางคน ไม่เคยเดินทางไปต่างประเทศ เวลาเดินทางไปต่างประเทศก่อนจะขึ้นเครื่องบินจะมีโอกาส ไปชอปปิ้ง (Shopping) ร้านกุชชี (Gucci) ร้ำนชาแนล (Chanel) ที่ขายกระเป๋ำ ขายนํ้าหอม นอกจากนั้นร้านดิออร์ (Dior) ที่อยู่ในสนามบินสุวรรณภูมิที่เป็นร้านค้า ปลอดอากร ร้านดิวตี้ ฟรี (Duty free) ที่ขายเหล้า ขายบุหรี่ อันนี้คือสัมปทานที่บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จํากัด ได้จากการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ท่านประธานครับ ข้อกล่าวหาของผม

ข้อกล่าวหาที่ ๑ นายอภิสิทธิ์ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับนายกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังปล่อยปละละเลยไม่ดูแลปกป้ องผลประโยชน์ของรัฐ ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ที่กระทรวงการคลังถือหุ้นในการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์

ข้อกล่าวหาที่ ๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในฐานะผู้กํากับดูแล การบริหารงานของการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการควบคุม การดําเนินงานของการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยให้โปร่งใส ปราศจากการทุจริต ประพฤติมิชอบ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับส่อไปในทางทุจริต ไม่ชอบมาพากล เอื้อประโยชน์ ให้บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จํากัด อันนี้คือข้อกล่าวหาครับท่านประธาน

ผมอยากจะให้ท่านประธานได้รับทราบว่าผมได้เอกสารจาก ผอ. สํานักบริหารหนี้สาธารณะยืนยันชัดเจนว่ากระทรวงการคลังถือหุ้นในการท่าอากาศยาน แห่งประเทศไทย ๗๐ เปอร์เซ็นต์ อีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ได้ขายหุ้นให้กับผู้ถือหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ เพราะฉะนั้นหากมีการทุจริตเกิดขึ้น นอกจากจะทําความเสียหายให้กับรัฐแล้ว ยังเป็นการโกงผู้ถือหุ้นด้วยซึ่งไม่เป็นธรรม ท่านประธานครับ ความเป็นมาของเรื่องนี้มันเริ่มมาจาก

(นายธนา ชีรวินิจ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณธนาประท้วงอะไรครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมกราบเรียนว่าท่านประธานต้องไปอ่านญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล โดยเฉพาะข้อ ๒ ท่านกรณ์ จาติกวณิช เป็นเรื่องการดําเนินนโยบายด้านการเงิน การคลัง ที่ท่านอ้างไม่ไว้วางใจคือผิดพลาด ไม่มีเรื่องไหนเลยครับที่เป็นเรื่องทุจริตอย่างที่ท่านได้กล่าวถึงเมื่อสักครู่นี้ เพราะฉะนั้น เมื่อท่านไม่ได้ระบุเรื่องนี้ไว้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นั่นประเด็นที่ ๑ ท่านอภิปรายไม่ได้

ประเด็นที่ ๒ เรื่องที่ท่านพูดนั้นเป็ นการขออภิปรายท่านรัฐมนตรี ว่าทุจริตประพฤติมิชอบ ซึ่งตามกฎหมายรัฐธรรมนูญท่านต้องยื่นถอดถอน ซึ่งท่าน ก็ไม่ได้ดําเนินการ เพราะฉะนั้นท่านไม่มีสิทธิอภิปรายรัฐมนตรีกรณ์ จาติกวณิช ในเรื่องนี้ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยเมื่อกี้พอฟังแล้วคุณสุรพงษ์ไม่ได้ พูดถึงรัฐมนตรีกรณ์เลยครับ พูดถึง นายกรัฐมนตรี แล้วก็ท่านรัฐมนตรีกรณ์ในส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แต่ก็ไม่ได้ กล่าวหาว่าทุจริต

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ผมกล่าวหานายอภิสิทธิ์ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องให้ผมวินิจฉัยก่อนครับ ฟังก่อนครับ แล้วก็พูดพาดพิงถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมในฐานะเจ้ากระทรวงว่าบริหารงานผิดพลาดทําให้งบประมาณของแผ่นดิน เสียหายไป เพราะฉะนั้นผมวินิจฉัยว่าอภิปรายได้ครับ แล้วผมเชื่อว่าทั้ง ๓ ท่านก็พร้อมจะ รับฟังเดี๋ยวท่านก็ชี้แจงเองครับ เชิญคุณธนา

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ท่านประธานได้ใช้ดุลยพินิจในการวินิจฉัยคลาดเคลื่อนหลายครั้งในวันนี้ วันนี้ มีเพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งขออนุญาตเอ่ยนามไม่ได้เสียหาย ท่านสุนัยลุกขึ้นมาท่านบอกว่า ท่านไม่ได้ประท้วง แต่ท่านประธานก็พยายามที่จะยัดเยียดว่าท่านสุนัยประท้วง แล้วให้มี การพูดจา ผมกราบเรียนท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มันอย่างนี้ครับผมให้ประท้วงเรื่องนี้ก่อน แล้วเดี๋ยวผมจะชี้แจง ผมก็ถามท่านว่าถ้าท่านใช้ สิทธิพาดพิงผมไม่อนุญาตให้พูด แต่ท่านประท้วงมันเป็นสิทธิของผู้ประท้วงที่เมื่อเช้า

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตท่านประธานว่าการที่ท่านประธานวินิจฉัยเมื่อสักครู่นี้ขัดต่อบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญชัดเจนครับ รัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจนเลยว่าในกรณีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมต้องขอให้ประท้วงทีละคนนะครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

รัฐธรรมนูญได้ระบุไว้ชัดเจนว่า ในกรณีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ดําเนินการยื่น

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมกําลังฟัง ท่านอื่นประท้วงก็ต้องฟังผมจะวินิจฉัยคนที่ประท้วงอยู่ปัจจุบัน คุณธนา เชิญต่อครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ในบทบัญญัติแห่งกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นระบุไว้ ชัดเจนถึงอํานาจหน้ำที่ ของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการที่จะขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีมีอยู่ ๒ ประเด็นครับ

ประเด็นที่ ๑ เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะการบริหารราชการผิดพลาด อย่างนี้ไม่ต้องยื่นถอดถอน แต่ถ้ามีเรื่องทุจริตต้องยื่นถอดถอนด้วย ถ้าไม่ได้ยื่นถอดถอน ท่านจะอภิปรายรัฐมนตรีว่าทุจริตประพฤติมิชอบไม่ได้นั่นประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ การอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นท่านต้องอภิปรายให้เป็นไปตาม ญัตติที่ท่านยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร

ในข้อ ๒ ท่านประธานไปอ่านสิครับ ท่านประธานต้องดูก่อนในนี้ระบุว่า ยื่นนายกรณ์ จาติกวณิช ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังดําเนินนโยบายด้าน การเงินการคลังผิดพลาดบกพร่อง ไม่ดําเนินการตามแผนงานบริหารราชการ พ.ศ. ๒๕๑๒-๒๕๕๔ และแผนนิติบัญญัติ แล้วก็พูดถึงการบริหารจนเกิดหนี้สาธารณะสูง แล้วก็พูดถึงเรื่องของการกู้เงิน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมเข้าใจการประท้วงของคุณธนาแล้วไม่ต้องอภิปรายยาว ผมจะวินิจฉัยอย่างนี้ เมื่อกี้ ดอกเตอร์สุรพงษ์บอกว่าอภิปรายท่านนายกรัฐมนตรี ท่านกรณ์ แล้วก็ท่านรัฐมนตรีโสภณ ซารัมย์ ในเรื่องการบริหารงานผิดพลาด แต่ท่านก็ต้องไม่พูดถึงเรื่องการทุจริต ถ้าพูดถึง การบริหารงานผิดพลาดในเรื่องทําให้งบประมาณเสียหายไปท่านพูดได้

(นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณชูวิทย์ประท้วงอะไรครับ

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธาน ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุบลราชธานี ผมประท้วงท่านประธาน ข้อ ๘ ควบคุมการประชุมซึ่งขณะนี้พวกเราอภิปรายไม่ไว้วางใจ วันนี้ท่านรัฐมนตรีกรณ์ เตรียมตอบอยู่แล้วว่าบริหารงานผิดพลาดอย่างไร ไม่ใช่จะประท้วง เพราะเรายังไม่ได้พูด อะไรเลย

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องอย่างนี้ ผมวินิจฉัยเลยครับ ขอร้องพวกเราเปิดใจกว้างรับฟังทั้ง ๒ ฝ่าย ผมให้โอกาส ประท้วงแล้วก็รับฟังการประท้วงทุกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเช้าที่พูดถึงเรื่องคุณสุนัย เพราะคุณสุนัยลุกขึ้นยืน ผมก็ถามว่าประท้วงอะไร แต่ฟังการอภิปรายแล้วเหมือนไม่ได้ มีการประท้วง ผมก็ถามตกลงจะประท้วงเรื่องอะไร คุณธนาเชิญนั่งครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานนิดเดียว คําวินิจฉัย ท่านประธานถูกครึ่งหนึ่งอีกครึ่งหนึ่งยังไม่ถูก ถ้าท่านจะอภิปรายนายกรัฐมนตรีกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมจากข้อที่เสนอของสมาชิกนั้นผมไม่ติดใจ เพราะท่านได้ ยื่นญัตติไว้แล้ว แต่ท่านจะพูดพาดพิงถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในเรื่องดังกล่าว ไม่ได้ เพราะไม่ได้ระบุไว้ในญัตติของการไม่ไว้วางใจครับ พูดพาดพิงไม่ได้เลยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยอย่างนี้นะครับ ในการอภิปรายบางครั้งมันก็ต้องมีเรื่องที่พาดพิงถึง เมื่อพาดพิง ผมก็จะเปิดโอกาสให้ผู้ที่ถูกพาดพิงถึงแม้ว่าจะไม่ถูกอภิปราย ถ้าทําให้ท่านเสียหาย ท่านก็ต้องมีโอกาสในการชี้แจง ผมขอความกรุณาทุกฝ่ายตอนนี้อย่าเพิ่งประท้วงครับ เหลือเวลาอีกจํากัด จะได้อภิปรายต่อนะครับ ก็ขอดอกเตอร์สุรพงษ์ เพราะว่าท่านไม่ได้ยื่น ถอดถอนรัฐมนตรีกรณ์ไว้

(นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คงไม่ให้ประท้วงนะครับ เพราะว่าเวลามีจํากัด ต้องเข้าใจผมด้วยนะครับ ผมก็ต้องมี ความพยายามที่จะบริหารเวลาให้เป็นไปตามกําหนด เพราะฉะนั้นขอให้ทุกฝ่ายนั่งลง เชิญดอกเตอร์สุรพงษ์ต่อครับ ผมไม่อนุญาตแล้วครับ ไม่อย่างนั้นมันก็จะประท้วงกันไปมา เชิญนั่งลงเถอะครับคุณสุชาติ เชิญนั่งครับ ก็ผมอนุญาตให้คุณสุรพงษ์อภิปรายแล้วครับ เพราะฉะนั้นไม่ต้องประท้วงแล้วครับ มันเป็นสิทธิในการประท้วงแล้วผมก็ต้องฟังเหตุผล มันประท้วงเรื่องเดียวกัน ซึ่งเป็นสิทธิของประธานที่จะไม่อนุญาต เชิญท่านนั่งลงครับ ท่านสุชาติผมเชิญให้นั่งลงครับ เชิญนั่งลงนะครับ ผมเชิญนั่งลงเป็นครั้งสุดท้าย ไม่อย่างนั้น ทําให้เสียเวลาครับ เชิญดอกเตอร์สุรพงษ์ต่อครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่ 🔗

ท่านประธานครับ ที่จริงแล้ว กรณีนี้เนื่องจากบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จํากัด ได้ถูกการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย บอกว่าให้บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จํากัด จ่ายพื้นที่ส่วนเกิน ๙๐๐ กว่าล้านบาท ตามที่มันเป็นข่าวเมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ปี ๒๕๕๒ ไม่ว่าจะเป็นเดลินิวส์ ไทยรัฐ กรุงเทพธุรกิจ ลงข่าว ทุกคนก็คงจะเข้าใจว่าเมื่อปรับ ๙๐๐ ล้านบาท ในการใช้พื้นที่ ดิวตี้ ฟรีเกินสัญญาไป ๖,๐๐๐ ตารางเมตร ทุกคนก็คงคิดว่าจบแล้วเพราะว่า การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยได้เงินค่าปรับเรียบร้อย แต่ผมในฐานะที่เป็นประธาน คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน ผมมีข้อสงสัย ขึ้นมาทันที เพราะผมจําได้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณท่านต้องการให้เปิดสนามบิน สุวรรณภูมิตั้งแต่ ๒๘ กันยายน ๒๕๔๘ แต่บังเอิญในช่วงนั้นเกิดปัญหาขึ้นมา ก็มาเปิด เอาได้ในปี ๒๕๔๙ ผมจําได้ครับว่าถ้ามีการใช้พื้นที่เกิน มันก็ควรที่จะรู้ตัวตั้งแต่สัญญา เริ่มต้น แต่เหตุไฉนถึงได้ปล่อยให้ล่วงเลยมาถึงเกือบ ๓ ปี แล้วการท่าอากาศยาน แห่งประเทศไทยถึงไปคิดค่าปรับกับบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จํากัด อันนี้คือข้อสงสัย ผมเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เชิญปลัดกระทรวงการคลัง เชิญ ผอ. สํานัก คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ เชิญประธานกรรมการการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย เชิญกรรมการผู้อํานวยการใหญ่การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยเข้ามาชี้แจง ในคณะกรรมาธิการเมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ แต่เป็ นที่น่าเสียใจครับ ไม่มีใครมาชี้แจง โดยเฉพาะการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยไม่ได้ส่งคนมาเลย กระทรวงการคลัง ท่านรัฐมนตรีก็ไม่ได้มา ให้ตัวแทนมาครับ ผมก็ได้ศึกษาสัญญาที่ได้มี การลงนามกันไว้ สัญญาที่อยู่ในมือผมเป็นหลักฐาน เป็นสัญญาอนุญาตให้ประกอบ กิจการจําหน่ายสินค้าปลอดอากร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานภูมิภาค ระหว่างบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) กับบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จํากัด ลงนามกันเมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๔๗ สัญญานี้ ทสภ. ๑-๐๗/๒๕๔๗ สัญญาระบุไว้ว่าอนุญาตให้ประกอบกิจการจําหน่ายสินค้า ปลอดอากร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานภูมิภาค สัญญาทําขึ้น ระหว่างการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยกับบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จํากัด สัญญานี้มีกําหนดระยะเวลา ๑๐ ปี เริ่มตั้งแต่ ๒๙ กันยายน ๒๕๔๘ ถึง ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๘ แต่บังเอิญสัญญาไปเริ่มต้นได้เมื่อ ๒๘ กันยายน ๒๕๔๙ คือหลังจากที่มีการปฏิวัติ ในรัฐบาลท่านสุรยุทธ์ สัญญามันมีประเด็นที่สําคัญที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ไปให้พี่น้องประชาชนได้รับฟัง ตลอดจนเพื่อนสมาชิกถ้าเปิดใจกว้างฟังนะครับ

สัญญาข้อ ๔.๒ บังเอิญเขียนไว้ว่า ค่าตอบแทนชําระค่าผลประโยชน์ให้แก่ การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยจะคิดในอัตราร้อยละ ๑๕ ของยอดจําหน่ายสินค้า ปลอดอากรทั้งหมดในรอบเดือน อันนี้จะใช้อัตรานี้เป็นเวลา ๕ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ จนถึงปี ๒๕๕๓ หมายความว่าการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยจะได้รับเงิน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ของยอดขายในแต่ละเดือนของบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จํากัด คําถามมันเกิดขึ้นในใจผมว่าการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยจะรู้ได้อย่างไรว่า บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จํากัด ขายได้แต่ละเดือนเท่าไร จําไว้นะครับท่านประธาน อันนี้คือคําถามที่เกิดในใจผม

ทีนี้มาดูสัญญาข้อ ๔.๓ ก็เขียนไว้ค่อนข้างจะดีครับท่านประธาน บอกว่า ถ้าผลประโยชน์ตอบแทนของบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จํากัด ถ้าตกลงชําระให้ตาม ข้อ ๔.๒ คือ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เกิดว่าเดือนไหนขายได้น้อยกว่ามันก็มีค่าตอบแทนขั้นตํ่า กําหนดไว้ กําหนดไว้ในแต่ละปีเลยครับ อย่างปี ๒๕๔๙ กําหนดไว้เป็นเงิน ๑,๒๐๐ ล้านบาท เฉลี่ยแล้วเดือนละ ๑๐๐ ล้านบาท ถ้าเดือนไหนบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จํากัด ขายไม่ถึงก็ต้องจ่าย ๑๐๐ ล้านบาทในปี ๒๕๔๙ มันก็ไล่กันไปอย่างนี้ แต่ประเด็น ที่สําคัญที่สุด ข้อ ๔.๔ อันนี้ต้องฝากไว้ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีฟังทั้ง ๒ ท่านนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีฟัง

สัญญาข้อ ๔.๔ เขาบอกอย่างนี้ครับ ถ้าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นตํ่า ตามข้อ ๔.๓ กําหนดจากจํานวนพื้นที่จําหน่ายสินค้าผู้รับอนุญาตเข้าประกอบกิจการภายใน ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิรวมกันไม่ตํ่ากว่า ๕,๐๐๐ ตารางเมตร ๕,๐๐๐ ตารางเมตร ที่สุวรรณภูมิก็จะต้องเสียผลประโยชน์ตอบแทนขั้นตํ่าตามที่ตัวเลขเมื่อกี้ผมได้กล่าวไว้ ทีนี้มันมีในสัญญาข้อ ๔.๔ วรรคสอง เขาบอกว่าหากปรากฏว่าในวันที่สัญญานี้มีผล ใช้บังคับ พื้นที่จําหน่ายสินค้ามีจํานวนเนื้อที่เพิ่มขึ้นจากที่กําหนดไว้ในวรรคแรก คือมีเนื้อที่เกินกว่า ๕,๐๐๐ ตารางเมตร ทอท. การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย สงวนสิทธิในการพิจารณาเพิ่มค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นตํ่าได้ใหม่ตามที่เห็นสมควร เดี๋ยวผมจะพาท่านประธานไปกับพี่น้องประชาชนที่ฟังว่าการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยนั้น มีการใช้พื้นที่จริงๆ เท่าไรนับแต่วันที่สัญญาเริ่มต้น ผมนี่เป็นคนที่พอเชิญเขามาก็สอบถาม ขอหลักฐานต่าง ๆ บังเอิญที่ปรึกษาในคณะกรรมาธิการของผมทํางานอยู่ที่ การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยก็เลยได้ข้อมูลมาครับ ข้อมูลของผมเป็นหลักฐาน อยู่ในมือครับ เดี๋ยวผมจะมอบให้ท่านประธานด้วย เพราะทุกอย่างที่ผมอภิปรายในวันนี้ ผมนําหลักฐานมาแสดง ไม่ได้กล่าวเท็จ พูดความจริงทั้งหมดครับท่านประธาน ในฉบับนี้ มันเขียนไว้ว่าเป็นหลักฐาน ทอท. ที่ ๑๐๘๙๖-๑๐๘๙๗/๔๙ ทสภ. ที่ ๒๕๕๕-๒๕๕๖/๔๙ เรื่องการรายงานข้อมูลพื้นที่ประกอบกิจการจําหน่ายสินค้าปลอดอากรและการบริหาร จัดการกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ณ อาคารโดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เรียนผู้อํานวยการ ทสภ. หนังสือฉบับนี้ลงวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๔๙ ท่านประธานจําได้ สัญญาเริ่มวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๔๙ นายกรัฐมนตรีทักษิณไม่อยู่แล้วนะครับ รัฐบาลสุรยุทธ์เปิดสนามบิน ท่านประธาน วันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๔๙ มีการไปตรวจและมีข้อสรุปมาว่า บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จํากัด ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ได้ไปตรวจวัดพื้นที่ตั้งแต่วันที่ ๑ ถึงวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ พบอย่างนี้ครับ พบว่า พื้นที่ร้านค้าปลอดอากรแบ่งออกเป็น ๓ ส่วน ส่วนแรกคือ คอมเมอร์เชียล (Commercial) หรือที่ค้าขายพูดง่าย ๆ ๙,๕๓๘ ตารางเมตร พื้นที่เอ็มอี (ME) หรือ เมนเทนแนนซ์ (Maintenance) เก็บระบบอะไรก็สุดแล้วแต่ ๘๐๙ ตารางเมตร พื้นที่สโตร์ (Store) หรือเข้าใจว่าเป็นที่เก็บสินค้า ๑,๔๗๑ ตารางเมตร รวมเป็นพื้นที่ทั้งหมด ๑๑,๘๒๐ ตารางเมตร อันนี้รู้เมื่อเดือนธันวาคม ปี ๒๕๔๙ ท่านประธานครับ การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย รู้ว่าบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จํากัด ใช้เนื้อที่ร้านค้าปลอดอากรเกินกว่าที่ตกลงไว้ ในสัญญาตั้งแต่เดือนธันวาคม ๒๕๔๙ สัญญาเริ่มเดือนกันยายน ๒๕๔๙ บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จํากัด ก็รู้ว่าตนเองใช้เนื้อที่เกินสัญญาเพราะไปร่วมกันตรวจวัดพื้นที่ กับการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ท่านประธาน ท่านมาดูนี่ครับ แผ่นนี้เดี๋ยวต้อง อธิบายสักเล็กน้อย อดทนนิดเดียวท่านประธาน คืออย่างนี้ครับ พื้นที่ตามสัญญา ถ้า ๕,๐๐๐ ตารางเมตร ปี ๒๕๔๙ เฉพาะสนามบินสุวรรณภูมิ การท่าอากาศยาน แห่งประเทศไทยจะต้องได้รับตามขั้นตํ่า ตามที่เมื่อกี้ผมได้บอกไว้สัญญาข้อ ๔.๓ ปี ๒๕๔๙ จะได้รับ ๒๙๔ ล้านบาท ปี ๒๕๕๐ ๑,๑๙๗ ล้านบาท ปี ๒๕๕๑ ๑,๒๕๔ ล้านบาท ถ้าใช้เนื้อที่ ๕,๐๐๐ ตารางเมตร แต่ปรากฏว่าถ้าเป็นตามที่การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ไปวัดเมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๔๙ ที่ผมบอก ๑๑,๘๒๐ ตารางเมตร คํานวณง่าย ๆ เลย บัญญัติไตรยางศ์ การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยจะได้รับ ๖๙๖ ล้านบาท ในปี ๒๕๔๙ ๒,๘๒๙ ล้านบาทในปี ๒๕๕๐ ๒,๙๖๔ ล้านบาทในปี ๒๕๕๑ ท่านประธาน บังเอิญวันที่ ๙ กันยายน ผมเชิญการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยมาชี้แจง การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยได้ส่งเจ้าหน้าที่ระดับล่าง พร้อมทั้งเอกสารฉบับนี้ เป็นตารางการจ่ายเงินค่าเช่าพื้นที่และการปรับ ๙๐๐ กว่าล้านบาทที่เป็นข่าวว่าตัวเลขนั้น มาอย่างไร เดี๋ยวผมจะมอบให้ท่านประธาน ท่านประธานครับ ผมเอามาสรุปในนี้ คิดคํานวณจากพื้นที่ที่การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยมาทําเมื่อวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๕๒ ปรากฏว่าไปตรวจวัดพื้นที่ไปตรวจวัดครั้งใหม่แทนที่จะเป็น ๑๑,๘๒๐ ตารางเมตร ไปวัดได้ ๑๑,๒๘๑ ตารางเมตร แล้วก็คํานวณว่าบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จํากัด จะต้องจ่ายในส่วนที่ใช้พื้นที่เกินในปี ๒๕๔๙ ๕๒๒ ล้านบาท ปี ๒๕๕๐ ๒,๒๔๙ ล้านบาท ปี ๒๕๕๑ ๒,๓๕๘ ล้านบาท โดยในพื้นที่ส่วนนี้การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย เขาชี้แจงว่ามีการขอคืนเพื่อไปทําเป็ นห้องนํ้า พื้นที่บางส่วนเอาไปทําเป็ นพื้นที่ โครงการหลวง แล้วยังมีบอกว่าเอ็มอีหรือสโตร์ พื้นที่ในส่วนนั้นที่จัดระบบเอ็มอี หรือเก็บสินค้านั้นถือว่าไม่ใช่ร้านค้า อันนี้คือเจ้าหน้าที่เขาชี้แจง แต่อย่างไรก็ตามผมก็เอาตัวเลขที่ผมคํานวณโดยใช้พื้นที่ที่การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย วัดเมื่อ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๔๙ เอามาลบกับจํานวนเงินที่การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย มาคิดเมื่อ ๑ กันยายน ๒๕๕๒ ท่านประธาน ตัวเลขมันแตกต่างกันครับ ในปี ๒๕๔๙ เงินมันหายไป ๑๗๔ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๐ หายไป ๕๗๙ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๑ หายไป ๖๐๕ ล้านบาท เบ็ดเสร็จมันหายไป ๑,๓๕๙ ล้านบาท เห็นไหมครับจากที่ว่าปรับกันแล้ว เพราะว่าเวลาไปคิดค่าปรับนั้นการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยบอกว่าไปดูจาก ๑๕ เปอร์เซ็นต์ของยอดขาย เพราะยอดขายของบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จํากัด มันเกิน คํานวณออกมาในแต่ละเดือนมันเกินรายได้ขั้นตํ่าเกินยอดนี้จาก ๕,๐๐๐ ตารางเมตร ก็ต้องชดเชยค่าปรับ ๙๐๐ ล้านบาท แต่ยังหายไปอีก ๑,๓๐๐ กว่าล้านบาท ผมเอง ผมก็ไม่อยากจะไปปรักปรํา ผมมีข้อสังเกต ๒ ประเด็นที่ผมสงสัย

ประเด็นที่๑ การตรวจวัดพื้นที่ที่ดําเนินการเมื่อ ๑๒ ธันวาคม ที่การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยนําส่งคณะกรรมาธิการ มีพื้นที่ไม่ตรงกัน ๑๑,๘๒๐ ตารางเมตร และ ๑๑,๒๘๑ ตารางเมตร เราไม่ว่ากัน เดี๋ยวผมจะพิสูจน์ ให้ท่านประธานเห็นว่ามันยังมีหน่วยงานกลางที่จะให้ความจริงแก่เราได้นะครับ ท่านประธาน

ประเด็นที่ ๒ ที่ผมสงสัยคือการแจ้งยอดขายสินค้าที่การท่าอากาศยาน แห่งประเทศไทยจะต้องตรวจสอบยอดขายของบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จํากัด เพื่อจะได้เรียกเก็บผลประโยชน์ตอบแทนในแต่ละเดือน ทําไมรู้ไหมครับท่านประธาน เรื่องนี้ผมเคยเชิญการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยมาชี้แจงในคณะกรรมาธิการ เมื่อ ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๒ เชิญมาชี้แจงเรื่องพอยท์ ออฟ เซล (Point Of Sale) หรือพีโอเอส (POS) เนื่องจากในสัญญา ข้อ ๔.๒ ที่ผมได้มามันระบุชัดเจนว่าเวลาทําบัญชี เมื่อมียอดการขายแล้วจะต้องเชื่อมคอมพิวเตอร์จากบริษัท คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จํากัด ไปยังการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยเพื่อให้ระบบมันเชื่อมกันจะได้ไม่เกิดการโกง เพราะเวลาขายของไม่รู้ว่ายอดตัดสต็อก (Stock) ไปเหลือเท่าไร ปรากฏว่าการท่าอากาศยาน แห่งประเทศไทยไม่ได้ให้บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จํากัด เชื่อมโยงระบบ การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยบอกว่าเวลาจะคิด ๑๕ เปอร์เซ็นต์จากยอดขายก็ไปดู จากรายงานของผู้ตรวจสอบบัญชี ผู้ตรวจสอบบัญชีถ้าท่านประธานเคยทําธุรกิจจะเข้าใจ ถ้าห้างร้านใหญ่ ๆ เขาจะบอกผู้ตรวจสอบว่าคุณตรวจตามนี้เถอะจะได้ไม่ต้องเสียภาษีเยอะ จะได้โกงได้ ทุจริตง่าย อย่างนี้ไม่ได้ท่านประธาน และการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ก็บอกกับผมว่ายอดขายแต่ละเดือนเดี๋ยวทางบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จํากัด เขาจะรวบรวมส่งมา แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จํากัด เขาขาย ไปได้เท่าไรในแต่ละเดือน ถ้าไม่มีการเชื่อมระบบคอมพิวเตอร์หรือพอยท์ ออฟ เซล เวลาบาร์ โค้ด (Bar code) ท่านประธานเคยไปโลตัส (Lotus) ไปร้านค้าซูเปอร์มาร์เก็ต (Supermarket) เวลารูดปุ๊ บมันจะตัดสต็อกทันทีเห็นไหมครับ ตัวดํา ๆ ขีด ๆ อันนั้น เขาเรียกพอยท์ ออฟ เซลนะครับ เพราะฉะนั้นมันส่อไปให้เห็นว่าน่าจะมีการเอื้อประโยชน์ ซึ่งกันและกันไหม รวมหัวกันทุจริตไหมระหว่างการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย กับบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จํากัด บังเอิญโชคดีครับ ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการ การเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน พอนึกถึงสินค้าปลอดภาษีนึกถึง ศุลกากรทุกที ศุลกากรบังเอิญอยู่ภายใต้การกํากับดูแลของท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังนะครับ ผมก็เชิญกรมศุลกากรมา มาเมื่อต้นปีนี้แหละครับ ๒๑ มกราคม ๒๕๕๓ โชคดีครับท่านรองอธิบดีมา พร้อมทั้งเอกสารฉบับนี้เอามามอบให้ผมครับ ผมอยากจะอ่านให้ท่านประธานได้เห็น ๒ เรื่องใหญ่ ๆ

เรื่องแรก เรื่องการเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ ปรากฏว่าในข้อตกลงระหว่าง บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จํากัด กับกรมศุลกากร เรื่องระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับร้านค้า ปลอดอากร ที่ ๒๐/๒๕๔๙ ท่านประธานผมขออนุญาตอ่านนะครับ ข้อ ๒.๖ เขียนไว้ว่า ร้านค้าปลอดอากรต้องมีระบบควบคุมภายในที่ดีและมีประสิทธิภาพ เช่นมีระบบบัญชี และการควบคุมการรับจ่ายและตรวจเช็กของคงเหลือสต็อกด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ที่สามารถเชื่อมโยงกับระบบคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากรตามรูปแบบที่กรมศุลกากร กําหนดเป็นต้น เพื่อจะได้ตรวจสอบว่ายอดขายสินค้าปลอดอากรเหลือเท่าไรและขายไป เท่าไร แต่ก็เป็นที่น่าเสียใจอีกครับ กรมศุลกากรบอกผมว่าบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จํากัด ก็ไม่ได้เชื่อมระบบคอมพิวเตอร์มาที่กรมศุลกากร ท่านประธาน เหมือนกับบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จํากัด ไม่ได้เชื่อมระบบคอมพิวเตอร์ไปที่การท่าอากาศยาน แห่งประเทศไทย เพราะฉะนั้นมันเป็นที่สังเกต เห็นไหมท่านประธานโอกาสทุจริตเกิดขึ้นได้ เราถึงเห็นว่ามีสินค้าลักลอบออกมาขายในตลาดมืด มาขายให้เศรษฐีซื้อไวน์ทีเป็นลัง ๆ ได้ ท่านประธาน ทีนี้ประเด็นที่สําคัญที่สุดครับ มันมีแบบคําขอจัดตั้งร้านค้าปลอดอากร ที่กรมศุลกากรมอบให้ผม เดี๋ยวผมจะมอบให้ท่านประธานนะครับ แบบ กศก. ๔๐ ลงวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๔๙ เขียนที่บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จํากัด เพราะบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จํากัด ทําหนังสือถึงอธิบดีกรมศุลกากรขอจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บน ในวันที่ ๔ ขอมา ๙,๙๒๕ ตารางเมตร ขออนุญาตท่านประธานโชว์แผ่นนี้ครับ อันนี้คือ ข้อสรุปที่ผมทํามา กรมศุลกากรได้รับแบบฟอร์มขอจัดตั้งจากบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จํากัด วันแรก ๒๕ กันยายน ๒๕๔๙ อย่างที่ผมได้อ่านไป ๙,๙๒๕ ตารางเมตร วันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๔๙ ๘๖๐ ตารางเมตร ผมเอาแค่ ๒ ตัวเลขนี้เพราะสถานที่ในการเปิด สนามบินสุวรรณภูมิมา ๒๘ กันยายน ๒๕๔๙ เพราะฉะนั้นบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จํากัด รู้อยู่แล้วว่าตัวเองใช้พื้นที่ ๑๗,๘๖๕ ตารางเมตร และกรมศุลกากรก็ได้ตัวเลขนี้ เพราะเอกสารนี้ไปอยู่ที่กรมศุลกากร เพราะฉะนั้นผมก็เลยคิดง่าย ๆ เพื่อให้เกิด ความเป็นธรรม เดี๋ยวจะหาว่าผมกล่าวหาข้าราชการไปโกงกินหรือรัฐมนตรีไปรู้เห็นเป็นใจ ท่านประธานครับ ผมก็คํานวณเอาพื้นที่ที่กรมศุลกากรอนุมัตินี่แหละครับ เทียบบัญญัติไตรยางศ์เพื่อจะได้หาว่าถ้าใช้พื้นที่เกินตามที่บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จํากัด ขออนุญาตไปกรมศุลกากร ๑๐,๗๘๕ ตารางเมตร จะต้องเป็นค่าใช้จ่ายเท่าไร ที่บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จํากัด จะต้องจ่ายให้การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย คูณออกมาครับ ปี ๒๕๔๙ ได้ ๖๖๓ ล้านบาท ปี ๒๕๕๐ ได้ ๒,๕๗๖ ล้านบาท ปี ๒๕๕๑ ได้ ๒,๖๙๘ ล้านบาท ท่านประธาน เมื่อเอาไปลบกับสิ่งที่การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย คิดเมื่อ ๑ กันยายน และส่งมาให้ผมนั้นเอาลบกันครับ มันขาดหายไปในปี ๒๕๔๙ ๑๑๑ ล้านบาท ปี ๒๕๕๐ ๓๒๕ ล้านบาท ปี ๒๕๕๑ ๓๓๙ ล้านบาท เป็นทั้งหมด ๗๗๖ ล้านบาท อันนี้มันหายไปเฉยเลยครับท่านประธาน มันก็เป็นตัวเลขที่ผมได้เกริ่น ในตอนต้นว่าบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จํากัด จ่ายเงินเพิ่มเมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ให้การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยไป ๙๐๐ ล้านบาทนั้นยังขาดเงินที่บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จํากัด ต้องจ่ายเพิ่มอีก ๗๗๖ ล้านบาท ถ้าเป็นพื้นที่ที่แจ้งต่อกรมศุลกากร พื้นที่นี้ไม่ได้บอกว่าเป็นสโตร์หรือเป็นเอ็มอี เพราะว่า กรมศุลกากรไปวัดตามมาตรฐานกรมศุลกากรเลย เขารายงาน เขายืนยัน ผมมีคําถอดชวเลข ของรองอธิบดีครับ แล้วถ้าคิดตามตัวเลขที่การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยเอง วัดเมื่อ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๔๙ การจัดเก็บค่าพื้นที่ก็น้อยกว่าไปถึง ๑,๓๕๙ ล้านบาท สิ่งที่ผมนําเสนอในวันนี้ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าได้หลักฐานเอกสารจาก เจ้าหน้าที่ของการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยและกรมศุลกากรที่มีความชัดเจน อยู่ในตัวเอง ผลประโยชน์ที่รัฐต้องสูญเสียไปนั้นอาจจะไปตกอยู่ในกระเป๋ำผู้บริหาร ของการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยหรือนักการเมืองบางคนบางกลุ่มที่เห็นแก่ได้ โกงบ้านโกงเมือง ทุจริต อย่างไร้ยางอาย ที่สําคัญที่สุดโกงประชาชนที่ถือหุ้นอยู่ใน การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ผมเชื่อว่า ประชาชนฟังการอภิปรายในครั้งนี้น่าจะได้เห็นภาพที่ชัดเจนและแจ่มแจ้ง โดยผมเห็นว่า ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายโสภณ ซารัมย์ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา ๑๕๗ มีการเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง ซึ่งผมอยากจะให้ท่านประธาน ได้เห็นครับว่าความสัมพันธ์ของรัฐมนตรีที่มีแกนนํามีความสนิทสนมกับเจ้าของบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จํากัด บังเอิญวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ลงภาพนี้บอกว่า

(นายรังสิกร ทิมาตฤกะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีคนประท้วงครับ คุณรังสิกรประท้วงอะไรครับ

นายรังสิกร ทิมาตฤกะ บุรีรัมย์

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม รังสิกร ทิมาตฤกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาต ประท้วงผู้ที่กําลังอภิปรายตามข้อ ๖๑ เนื่องจากท่านนั้นกําลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แต่ในขณะเดียวกันขณะที่อภิปรายนั้นท่านได้ชูภาพ บุคคลภายนอก ซึ่งกําลังจะกล่าวหาว่ามีส่วนสนิทสนมกับการทุจริตซึ่งท่านกําลังอภิปราย ผมถือว่าเรื่องนี้นั้นนอกจากไม่มีความจําเป็นแล้ว ไม่มีความเป็นธรรมกับบุคคลที่ถูกเสนอ ภาพขึ้นมาซึ่งเขาไม่มีโอกาสที่จะมาชี้แจง ภาคธุรกิจก็ว่ากันไป ส่วนการอภิปราย ไม่ไว้วางใจนั้นตรงนี้ผมถือว่าไม่เป็ นธรรม เกิดความเสียหายต่อบุคคลภายนอก ท่านประธานได้โปรดพิจารณาวินิจฉัยควบคุมด้วยครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็วินิจฉัยอย่างนี้นะครับ ท่านเอารูปภาพนี้มันลงในสื่อมวลชนอยู่แล้วเป็นที่รู้กันดีนะครับ แต่เวลาท่านพูดพาดพิงบุคคลภายนอกก็ต้องขอให้พาดพิงด้วยความจําเป็น และเอกสิทธิ์ จะไม่คุ้มครองถ้าท่านพูดพาดพิง ท่านต้องรับผิดชอบเอง แต่ถึงแม้ว่าจะพูดพาดพิง เดี๋ยวรัฐมนตรีท่านจะตอบได้นะครับ เชิญครับ เนื่องจากเวลาของท่านสุรพงษ์หมดแล้ว เพราะว่าประธานวิปโน้ตขึ้นมาให้ผมช่วยกําชับให้แต่ละท่านรักษาเวลาด้วยครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ท่านประธาน คืออย่างนี้ หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจเอาภาพนี้ไปลงและเขียนไว้วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ๐๖.๐๐ น. มิตรภาพขอบสนามโปโล ผมก็เอาภาพนี้มาแสดงให้เห็นว่าท่านเนวินเป็นที่รู้กัน พูดง่าย ๆ ท่านคือแกนนําพรรคภูมิใจไทยนั่นแหละ

(นายรังสิกร ทิมาตฤกะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงนะครับ คุณรังสิกรประท้วงเรื่องเดิมหรือเปล่าครับ

นายรังสิกร ทิมาตฤกะ บุรีรัมย์

เรื่องเดิมแต่เป็ นอีกข้อมูลหนึ่ง ซึ่งต้องขออนุญาตท่านประธานได้โปรดวินิจฉัย เนื่องจากว่าท่านกําลังอภิปรายเกี่ยวกับ การไม่ไว้วางใจซึ่งเกี่ยวกับการทุจริตอะไรต่าง ๆ ที่ท่านเป็นผู้กล่าวหา แต่ในขณะเดียวกัน ผู้ที่กลับมาชี้แจงคือท่านรัฐมนตรี ในขณะเดียวกันไปพาดพิงถึงบุคคลภายนอกที่เขา ไม่มีโอกาสที่จะเข้ามาชี้แจง แม้ว่าท่านจะเป็นผู้ที่รับผิดชอบได้ตามข้อกฎหมาย แต่ความเสียหายนั้นมันเกิดขึ้น ก่อนที่จะรับผิดชอบ เกิดขึ้นกับสภาแห่งนี้ที่ถ่ายทอดสดไปทั้งประเทศ เพราะฉะนั้น ผมขออนุญาตขอความเป็นธรรมและผมไม่อยากประท้วงให้เสียเวลา และถ้าท่านกระทํา อย่างนี้อีกผมก็ประท้วงอีก เสียเวลาการอภิปรายของฝ่ายค้านโดยใช่เหตุด้วยซํ้าไปครับ เพราะฉะนั้นอยากให้เคารพในสิ่งเหล่านี้แล้วผมจะไม่ประท้วง ท่านประธานได้โปรด ควบคุมและวินิจฉัยด้วยครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอวินิจฉัยนะครับ ขอท่านดอกเตอร์สุรพงษ์อย่าไปพาดพิงคนภายนอกโดยไม่จําเป็น ความจริงท่านมีสิทธิพูดได้แต่เนื่องจากว่าเรามีเวลาจํากัดนะครับ ไม่ให้ประท้วงอีกครับ ขอท่านไม่ต้องพาดพิงบุคคลภายนอกนะครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ผมจะชี้ให้เห็นว่าการเอื้อประโยชน์ ให้พวกพ้องตามข้อกล่าวหาที่เขียนไว้ในญัตติ เพื่อให้ภาพนั้นได้รู้ว่ามันเป็นอย่างไร แค่นั้นเอง แต่ว่าไม่เป็นไรครับท่านประธาน อีกสิ่งหนึ่งที่ผมได้กล่าวหาท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คือว่าท่านทําเป็นมองไม่เห็นในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีการทดแทนพระคุณ ต่างตอบแทนหรือไม่ รูปนี้ครับท่านประธาน อันนี้ปฏิเสธไม่ได้เพราะว่าคนนี้ คุณเนวินนี่ ไปร่วมตั้งรัฐบาลกับคุณอภิสิทธิ์ มันก็เป็นบุญคุณต่างตอบแทน ถ้าผมจะไม่โยงมันก็ไม่ได้ ท่านประธาน มันชัดอย่างนี้ครับแล้วจะให้คิดอย่างไร ผมก็คิดของผมเอง ผมอดสงสัย ของผมเองไม่ได้ท่านประธาน เพราะฉะนั้นการอภิปราย

(นายรังสิกร ทิมาตฤกะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

นั่นนะครับผมพูดยังไม่ทันขาดคําก็มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ คุณรังสิกรประท้วงเรื่องเดิม ใช่ไหมครับ

นายรังสิกร ทิมาตฤกะ บุรีรัมย์

ครับ นิดเดียวครับ เรื่องเดิมแต่เป็น ข้อมูลใหม่ครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมต้องขอคุณรังสิกรอย่างนี้เลยครับ เพื่อรักษาเวลาไว้นะครับ ก็ต้องขอดอกเตอร์สุรพงษ์ อย่าไปพูดพาดพิงผู้อื่นอีกนะครับ เพราะว่าเรามีความจําเป็นเรื่องเวลานะครับ จะได้ออมชอม แก่กันทั้ง ๒ ฝ่ายนะครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ท่านประธาน ผมสรุปแล้วครับ ผมขอสรุปอย่างนี้นะครับว่าผมเองอภิปรายด้วยข้อมูลที่ได้จากเจ้าหน้าที่ ทั้งข้าราชการ ต้องขอบคุณกรมศุลกากร ต้องขอบคุณการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยที่ได้ให้ข้อมูล ข้อเท็จจริงทั้งหมดแก่ผม ผมในฐานะประธานคณะกรรมาธิการก็ติดตามตรวจสอบ เชิญมาทั้งหมด ๘ ครั้งครับท่านประธาน นับแต่วันที่ ๑๙ สิงหาคมจนถึงวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๕๓ ผมเชิญหน่วยงานต่าง ๆ มาชี้แจงแล้วรวบรวมข้อมูลทั้งหมด ตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นการที่นายอภิสิทธิ์กับนายโสภณ ซารัมย์ ละเว้น การปฏิบัติหน้าที่จะด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็สุดแล้วแต่ แต่มันคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้อง เพราะฉะนั้นผมและพรรคเพื่อไทย จึงไม่สามารถที่จะไว้วางใจให้ทั้ง ๒ ท่านทําหน้าที่ต่อไปอีกได้ ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง 🔗

ต่อไป ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ๒๐ นาทีนะครับ เอื้อประโยชน์ในการที่จะพยายามย้ายการบินไทยจากสนามบินดอนเมืองไปที่สุวรรณภูมิ เพื่อเอื้อประโยชน์ในการที่จะขอขยายสนามบินสุวรรณภูมิเฟส ๒ (Phase 2) โครงการ ถนนไร้ฝุ่น โครงการกรมทางหลวงตามโครงการไทยเข้มแข็ง โครงการแอร์พอร์ต ลิงค์ ซึ่งมีการสรุปไปแล้ว และโครงการการก่อสร้างสถานีรถ บขส. ๑๖ จังหวัด นี่เป็นโครงการ ตัวอย่าง ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมเองมีประเด็นที่จะกล่าวหาท่านรัฐมนตรีโสภณ ซารัมย์ ดังนี้

ประการที่ ๑ ข้อกล่าวหาท่านโสภณ ซารัมย์ คือการบริหารราชการแผ่นดิน โดยกําหนดนโยบายเพื่อมุ่งแสวงหาผลประโยชน์ในทางทรัพย์สินและผลประโยชน์ ในทางการเมืองโดยไม่คํานึงถึงประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน

ประการที่ ๒ รัฐมนตรีโสภณ ซารัมย์ รู้เห็นเป็นใจหรือยินยอมให้พวกพ้อง หรือผู้สนับสนุนทางการเมืองของตนเองเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์จากโครงการที่ได้ กําหนดขึ้น

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอลงไปที่โครงการรถตู้เถื่อน ในปัจจุบันนี้ จะเห็นได้ว่ามีรถตู้เถื่อนนี้เกลื่อนเมือง ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ เป็นต้นมา ขณะที่ผม ทําหน้าที่ประธานคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ได้มีการร้องเรียน ได้มีการเข้าหารือจากผู้ประกอบการและผู้ได้รับความเดือดร้อนจากรถตู้เถื่อนมากมาย เหลือเกิน รถตู้เถื่อนในปัจจุบันนี้มีประมาณ ๗,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ คัน ท่านรัฐมนตรีก็มี ความพยายามจากการที่ติดตาม มีความพยายามที่จะให้รถตู้เถื่อนเหล่านี้เข้าสู่ระบบ เป็นรถที่ถูกต้องตามกฎหมายให้บริการประชาชน ซึ่งปัจจุบันนี้รถตู้เหล่านี้มีทั้งที่มีคุณภาพ และไม่มีคุณภาพ ท่านรัฐมนตรีก็มีความพยายาม แต่ขณะความพยายามเหล่านั้น ไม่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน มีการทุจริต มีข้อกล่าวหาในกระบวนการในการที่จะให้รถตู้เข้าสู่ กระบวนการที่เป็นรถตู้ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ท่านรัฐมนตรีได้ให้ยาหอมกับเจ้าของรถตู้ โดยมีการเชิญเจ้าของผู้ประกอบการรถตู้ทั้งหลายมารับฟังคําชี้แจงจากรัฐมนตรีว่าจะให้ รถตู้เหล่านี้เข้าสู่กระบวนการเป็นรถตู้ที่ให้บริการถูกต้องตามกฎหมาย แต่แล้วท่านทําได้ หรือไม่ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ อยากจะถามรัฐมนตรีว่าทําได้หรือไม่ แล้วขณะนี้ ทําไมรถตู้เถื่อนมันมีเกลื่อนเมืองมากมายเพิ่มขึ้นเป็นลําดับ ประการที่ ๒ ที่ต้องกล่าวหา ท่านรัฐมนตรีว่ารู้เห็นเป็นใจกับพวกพ้องที่มีการทุจริตหรือไม่ นั่นก็คือการที่ให้รถตู้เข้าสู่ กระบวนการที่เป็ นรถตู้ถูกต้องตามกฎหมายนั้นจะมีค่าใช้จ่ายคือค่าขึ้นทะเบียน ค่าธรรมเนียมแรกเข้าประมาณ ๒๐,๐๐๐ บาท ค่าทําบัตรประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาท และค่าประกันสัญญารถร่วมอีกประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาท เบ็ดเสร็จไม่เกิน ๔๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานที่เคารพครับ แต่มีขบวนการที่เรียกเก็บเงินจากผู้ประกอบการ ผู้ประกอบการ จํานวนมากได้มีการโทรศัพท์ ได้มีการนําหลักฐานมาชี้แจงว่าได้ถูกทางผู้รับผิดชอบ เรียกเก็บเงินคันละ ๓๕๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ รัฐมนตรีต้องชี้แจงว่าจริงหรือไม่ เงินเหล่านี้ถ้าคํานวณจากรถตู้เถื่อน ที่มีอยู่อย่างน้อยประมาณ ๕,๐๐๐ คัน จะเป็นเงินจํานวนไม่น้อยกว่า ๑,๗๐๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ เงินเหล่านี้ไปไหน ท่านรัฐมนตรีได้รับหรือเปล่าไม่ทราบ แต่เป็นข้อกล่าวหาที่กระผมกล่าวหาท่านรัฐมนตรีว่ามันเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ท่านรู้หรือไม่ว่า มีการคอร์รัปชันเกิดขึ้นในกรม ในกระทรวงของท่าน

เรื่องที่ ๒ ที่ผมจะกล่าวหา เกี่ยวกับเรื่องของงบไทยเข้มแข็งที่เป็นส่วนของ กระทรวงคมนาคมที่ได้รับไป แล้วไปดําเนินการเป็นโครงการแยกย่อย เป็นโครงการต่าง ๆ ทั้งที่เป็นของกรมทางหลวงชนบทและกรมทางหลวง ท่านประธานที่เคารพครับ มันก็ เกิดปัญหาขึ้นมาอีกแล้วละว่าในกระทรวงคมนาคมที่ได้รับงบไทยเข้มแข็งเหล่านี้ มีเมกะโปรเจกต์มากมายเหลือเกิน เป็นถนนมากมาย ในงบที่ท่านได้รับไปนี่ผมขอ ยกตัวอย่างนะครับ อย่างเช่น ถนนสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร ๑๗ กิโลเมตร ๔๕๐ ล้านบาท ถนนเลี่ยงเมือง จังหวัดพิษณุโลก ๒๒ กิโลเมตร ๗๐๐ ล้านบาท อะไรทํานองนี้มีมากมาย เอกสารนี่รวมทั้งหมดแล้วก็ประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ในงบประมาณนี้ผมก็ดีใจ กับพี่น้องประชาชนไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนอยู่จังหวัดไหนก็ตาม ดีใจแทนพี่น้องประชาชน ที่ได้รับงบประมาณในการที่จะไปดูแลเรื่องถนน แต่ที่ทราบมาและมีการติดตามจาก คณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณทราบว่าถนนที่ท่านไปทํานั้น ประการแรก เป็นถนนที่ดี ๆ อยู่แล้วท่านก็จัดงบประมาณลงไปเพื่อจัดให้บริษัทยักษ์ใหญ่ที่ทําได้ คือระบบรีไซคลิ่งเป็นระบบที่บริษัทใหญ่ ๆ เท่านั้นในประเทศไทยมีไม่กี่บริษัทที่สามารถ ทําถนนในระบบนี้ได้ ท่านประธานที่เคารพ นั่นก็คือไม่ใช่ประเด็นสําคัญอีกละ ประเด็นสําคัญอยู่ที่ขบวนการ มันมีขบวนการที่เกิดขึ้นเขาเรียกว่ามีขบวนการนายหน้า หรือผู้ ประสานงาน เพราะกระทรวงคมนาคมโดยเฉพาะกรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบทเขาจะมีนโยบายในการทําสัญญาล่วงหน้า นั่นก็คือเป็นบ่อเกิด ของการทุจริตล่วงหน้า ท่านประธานที่เคารพครับ มีการทําสัญญาเป็นหลักฐาน มีหนังสือ ทําสัญญาค่าใช้จ่ายของผู้ประสานงาน มีหนังสือแสดงความจํานงที่จะเข้าพบผู้บริหาร โครงการ มีแบบฟอร์มหนังสือแต่งตั้งตัวแทนผู้ประสานงาน ท่านประธานที่เคารพครับ มันก็น่าแปลกที่กระทรวงนี้ได้มีผู้แอบอ้างหรือไม่ เจ้ากระทรวงจะต้องตอบ และที่สําคัญ ในการแต่งตั้งครั้งนี้มีหลักฐานที่จะต้องนําไปชี้แจงให้กับทางผู้ประสานงานที่รับเรื่อง ในการที่จะให้ว่าใครที่จะได้รับงบประมาณในการไปดําเนินการ

ท่านประธานที่เคารพครับ รายการเอกสารที่ต้องนําไปชี้แจงประกอบไปด้วย

๑. คัมพานี โพรไฟล์ (Company profile) ปกสีนํ้าเงิน ตัวหนังสือสีทอง ๑ เล่ม นั่นหมายถึงผลงานของบริษัทที่จะเข้าไปทํางาน

๒. ใบรับงาน ๑ ชุด อันนี้เป็นเรื่องธรรมดา

๓. หนังสือสัญญาแต่งตั้งตัวแทนพร้อมติดอากรแสตมป์ ๒ ชุด รายละเอียด ตามตัวอย่าง มีตัวอย่างให้เรียบร้อยหมดครับท่านประธาน

๔. เงินค่าแบบนี่เป็นธรรมดา

นี่เป็นเรื่องสําคัญที่ต้องกล่าวหาในวันนี้ นั่นหมายถึงต้องมีค่าคอมมิชชัน (Commission) ด้วยที่จะต้องแนบมา ค่าคอมมิชชัน ๑ เปอร์เซ็นต์ จํานวน ๑๔ ใบ ต้องแยกเป็นย่อย ๆ ด้วย ๑๔ ใบ และ ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ อีก ๒ ใบ รวมเบ็ดเสร็จแล้ว ประมาณ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ นี่เป็นค่าเรียกเก็บในการที่จะไปคุยและทําสัญญา

เกิดเหตุการณ์เช่นนี้มากมายเหลือเกินผู้รับเหมาโอดครวญ ผู้รับเหมา ร้องเรียนมากมายว่ามีการเรียกเก็บเงินจํานวนมากจนกระทั่งไม่สามารถที่จะรับงานได้ ในบางโครงการ เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ในกระทรวงคมนาคม ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐมนตรีต้องชี้แจงว่ามีเกิดเหตุการณ์เช่นนี้จริงหรือไม่ เท่านั้นยังไม่พอ ขณะนี้ท่านจัดสรร งบประมาณลงไปในการก่อสร้างสถานีรถ บขส. ในแต่ละจังหวัด ตกลงกันยังไม่ได้ เพราะเรียกเก็บถึง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ นี่เป็นข้อกล่าวหาจริงหรือไม่รัฐมนตรีต้องชี้แจง ที่เจ็บชํ้ามากกว่านั้นอีกเนื่องจากว่ามีการจัดสรรงบประมาณลงไปในพื้นที่ในแต่ละจังหวัด ซึ่งเป็นงบประมาณที่ทางรัฐบาลได้จัดลงไปในงบแปรญัตติ ในส่วนของกระทรวงคมนาคม เมื่องบประมาณลงไปในพื้นที่ก่อนที่จะมีการดําเนินการมีกลุ่มคนบางกลุ่มไปแอบอ้าง บอกว่าเป็นคนของรัฐมนตรีจริงหรือไม่ตรวจสอบดู นี่เป็นข้อกล่าวหาบอกว่าเป็นคน ของรัฐมนตรี งบประมาณที่จัดมาเหล่านี้จะต้องดําเนินการตามคําบอกกล่าว ของผู้ที่เป็นตัวแทนเท่านั้น งบประมาณที่ได้ถูกจัดสรรลงไปครั้งแรกในพื้นที่ที่กําหนด ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับการร้องเรียนมาว่ามีปัญหาในพื้นที่ตรงนี้ ๆ แต่มีบุคคล ดังกล่าวไปแจ้งกับทางผู้รับผิดชอบเพื่อโยกย้ายเปลี่ยนแปลงพื้นที่ในการดําเนินงาน ประชาชนร้องเรียนมาว่าทั้ง ๆ ที่เขาได้รับงบประมาณในครั้งแรกเป็นงบประมาณที่ควรจะ ได้รับในพื้นที่ที่เดือดร้อน แต่เปล่าเลย งบประมาณเหล่านั้นได้ถูกโยกย้ายเปลี่ยนแปลงไป ตามคําบอกกล่าวของตัวแทนที่อ้างว่าเป็นคนของรัฐมนตรี นี่คือความเจ็บปวดที่ผ่านมา

ท่านประธานที่เคารพ ผมเองได้มีการเข้าไปติดตามดูแลในส่วนของ กระทรวงคมนาคมในหลายภาคส่วน แต่เนื่องจากว่าเอกสารหลักฐานที่ควรจะได้รับ แต่เราก็ไม่ได้รับตามที่เราต้องการ มีข้อกล่าวหาอีกประการหนึ่งก็คือในเรื่องของมันมีกลิ่น ไม่ค่อยดีเกี่ยวกับเรื่องที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทยมีมากเหลือเกินที่จะสามารถแปลงสินทรัพย์เป็นทุน ท่านรัฐมนตรีทราบดีที่ทําเลทองตรงไหน ที่ตรงไหนที่มีมูลค่าแพง ๆ ที่จะสามารถประกอบ เป็นธุรกิจได้ก็จะมีการเช่าในราคาที่สูง ทราบมาว่ามีการหมกเม็ด มีการงุบงิบในเรื่อง การเช่าที่การรถไฟแห่งประเทศไทยโดยเฉพาะบริษัทยักษ์ใหญ่ที่กําลังจะทําห้างสรรพสินค้า ท่านประธานที่เคารพครับ ตรงนี้เป็นที่ครหาว่ามีการงุบงิบในเรื่องการต่อสัญญาเช่าก็ดี ในเรื่องของการเช่าพื้นที่ใหม่ก็ดี ทําให้ประชาชนที่เขาอยู่รอบข้างเกิดความสงสัยว่า เอ๊ะ รัฐบาลชุดนี้ทําอะไร ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมได้เรียนมาถึงตรงนี้ เป็นความไม่ชอบมาพากล เป็นข้อกล่าวหาที่กระผมในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่สามารถที่จะรับการบริหารของท่านรัฐมนตรีท่านนี้ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ขอให้ท่านรัฐมนตรีได้บริหารประเทศชาติบ้านเมือง ดูแลพี่น้องประชาชนอย่างเป็นธรรม ท่านใช้อํานาจใช้การบริหารเอื้อพวกพ้องผ่านมาน่าจะเพียงพอแล้ว น่าจะยุติในเรื่อง ของการที่จะใช้อํานาจให้กับคนไม่กี่คน ทําให้เสื่อมเสีย และผลประโยชน์ของประเทศชาติ ได้ตกไปอยู่กับกลุ่มคนไม่กี่คน ผมจึงไม่อาจไว้วางใจท่านได้ ขอบคุณท่านประธานครับ

ช่วงนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมจะขอตอบก่อนนะครับ คุณพิษณุจะอภิปราย เกี่ยวกับกระทรวงคมนาคมหรือเปล่าครับ เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมครับ

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผมขอชี้แจงสั้น ๆ เพื่อสภานี้จะได้ใช้ประโยชน์อย่างอื่นในเวลาที่เหลือ ผมกราบเรียนนะครับ

เรื่องแรก ที่ท่านอภิปรายถึงเรื่องบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จํากัด ผมลําดับให้ท่านเป็นข้อ ๆ ดังนี้ ในปี ๒๕๔๗ ในรัฐบาลยุคของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ท่านได้ไปทําสัญญาฉบับนี้ไว้กับบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จํากัด และในปีต่อมาก็คือ ปี ๒๕๔๙ เปิดสนามบิน ต่อมาในยุคของ คมช. เห็นว่าการทําสัญญาครั้งนี้ไม่ชอบ มีการใช้พื้นที่เกินตารางที่กําหนดอะไรก็ว่าไปจึงเป็นเหตุที่จะยกเลิก ปรากฏว่าบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จํากัด ก็ไปฟ้ องไว้ที่ศาล ศาลก็คุ้มครอง เมื่อมีการคุ้มครอง การทํานิติกรรมอะไรทั้งหลายก็หยุดลง มายุคพรรคพลังประชาชนเป็ นรัฐบาล บอร์ดในขณะนั้นก็มีมติให้เจรจา ระหว่างที่เจรจาครั้งนี้เจรจากันไปกันมาค่าเช่าที่ค้างอยู่ ประมาณ ๒ ปี ๓ เดือนไม่ได้ถูกดําเนินการ ฉะนั้นในส่วนที่การเจรจาสรุปในยุคนี้ ก็มีการคิดพื้นที่ว่าเกิน การคิดพื้นที่เกินที่ทําสัญญาไว้ก่อนที่จะมีการชําระ เขาก็ไปคํานวณ ค่าใช้จ่ายซึ่งจะคํานวณในอัตราเดิม ต่อมาในวงเงินที่จ่ายกัน ๙๙๐ ล้านบาทอย่างที่ ท่านผู้กล่าวหาได้พูดเมื่อกี้นี้ ในพื้นที่ที่เป็นส่วนเกินนี่เขาก็นํามาจ่าย ทอท. ก็ได้ประโยชน์ ส่วนพื้นที่ที่ยังไม่มีข้อยุติก็อยู่ระหว่างการเจรจาก็หาข้อยุติอยู่ นี่คือลําดับที่ผมเรียน ให้ท่านเห็น ส่วนการคํานวณที่ท่านพูดถึง ในอดีตไม่ว่ายุคไหนในการคํานวณก็ใช้วิธีสุ่มตรวจ สุ่มตรวจ จากยอดขาย ซึ่งเมื่อสมัยผมมาดําเนินการ ผมก็ได้ตรวจสอบเรื่องนี้ว่ามีที่ไปที่มา การเจรจา ผมก็เห็นด้วยอย่างท่านสมาชิกที่กล่าว ในยุคผมจึงเร่งให้มีการตรวจสอบบัญชี โดยใช้ระบบออนไลน์ ฉะนั้นในยุคผมเร่งที่จะดําเนินการใช้ระบบออนไลน์ให้เกิดประโยชน์ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนว่าลําดับสั้น ๆ เป็ นอย่างนี้ ส่วนเรื่องของศุลกากร ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านจะได้มาชี้แจง

ประเด็นที่ท่านกล่าวหาผมอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องรถตู้ ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ เรื่องรถตู้ ในยุคผมนี่แหละ ผมไปประกาศที่เมืองทองธานี ผมต้องการแก้ไขการจัดระเบียบ รถตู้ ซึ่งมีวิ่งกันเพ่นพ่านอยู่ประมาณ ๖,๐๐๐ คันในกรุงเทพฯ ขณะนี้มีเจ้าพ่อเจ้าแม่ เก็บกันเยอะแยะ ผมก็เลยอยากจัดให้มันถูกระเบียบ ก็ได้มีหนังสือของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมไปที่อธิบดีกรมการขนส่งทางบกว่าให้พิจารณาอยู่ ๓ เรื่อง เรื่องแรก ระเบียบกฎหมายขัดหรือไม่ ต้องเป็นการจัดระเบียบรถตู้ ถ้าผลกระทบกับบริษัทที่เป็น คู่สัญญาอื่นต้องมีมาตรการเยียวยา ๓ เรื่องเป็นการจัดระเบียบปฏิบัติได้ถูกกฎหมาย ฉะนั้นเรื่องรถตู้เถื่อนผมไม่ได้ปฏิเสธหรอกครับ มีรถตู้เถื่อนเยอะแยะแล้วก็เก็บส่วยกันมา ในอดีต ฉะนั้นผมก็ไปประกาศต่อหน้ารถตู้ทั้งหมดว่าโครงการนี้ทําเพื่อช่วยเหลือคนจน จะไม่มีการเสียค่าเบี้ยบ้ายรายทางอย่างที่ท่านกล่าวถึงนั้นไม่มี แล้วก็ประกาศ เบอร์โทรศัพท์ของรัฐมนตรีไว้ ณ วันนั้นว่าใครที่เสียเบี้ยบ้ายรายทางกรุณาแจ้งมาที่ผม ก็มีคนแจ้งเหมือนกัน ขณะนี้ผมก็ตรวจสอบ ที่ผมกราบเรียนว่าปฏิบัติอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการเสียอย่างที่ท่านกล่าวถึง เท็จทั้งหมดนะครับ แล้วก็ไม่จริงด้วย เป็นประโยชน์ แก่คนรถตู้ ฉะนั้นก็ขอประกาศใช้เวทีนี้ พี่น้องประชาชนฟังอยู่ที่บ้านก็บอกว่าใครก็ตาม ที่มีรถตู้ที่ขึ้นทะเบียนอยู่ ๖,๐๐๐ คัน เดี๋ยวนี้เขามาลงทะเบียนอยู่แล้ว ๓,๐๐๐ กว่าคัน ก็ดําเนินการตรวจสอบแล้วไม่ผิดก็ทยอยออกตามเส้นทางที่ผลการศึกษากําหนดเอาไว้ ในระยะทางที่ห่าง ๒๐๐ กิโลเมตรถึงอนุญาตให้มีรถตู้ดําเนินการได้ ฉะนั้นกราบเรียนว่า ปัญหาเรื่องรถตู้เป็นปัญหาที่ทําให้ถูกต้อง แล้วเป็นปัญหาช่วยเหลือคนจน เป็นปัญหา การจัดระเบียบการขนส่งทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพราะขณะนี้มีการจอดอยู่ ใต้ทางด่วนเยอะแยะผมทราบดีนะครับ แล้วก็เป็นการแก้ปัญหาที่แท้จริง

ส่วนเรื่องท่านกล่าวหาการคอร์รัปชันโครงการอะไรต่าง ๆ ผมกราบเรียน ที่ท่านชี้แจงยกขึ้นมาว่ามีนายหน้านายตา ท่านส่งเอกสารมาให้ผม ผมจะได้เอา คนเหล่านั้นติดคุกให้มันแล้ว ๆ ไป ฉะนั้นผมกราบเรียนว่าสิ่งที่กระทรวงคมนาคม ดําเนินการนี้เป็ นไปอย่างถูกต้องและเป็ นประโยชน์แก่พี่น้องประชาชน และรัฐ ไม่เสียประโยชน์แต่อย่างใด ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญคุณพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ๑๕ นาทีครับ

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากว่าขณะนี้ เป็นเวลา ๒ ทุ่ม ๓๕ นาที แล้วก็มีเวลาอีกไม่มาก เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่สภาแห่งนี้ ผมขออนุญาตโอนเวลาแล้วก็บวกเวลาให้กับท่านผู้อภิปรายท่านต่อไป นั่นก็คือท่านจตุพร พรหมพันธุ์ ๔๐ นาที ขอขอบคุณครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคุณจตุพร ๔๐ นาทีนะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาต นําแผ่นชาร์ท (Chart) ที่ให้มีการตรวจสอบเรียบร้อยได้นํามาแสดงในการอภิปราย ไม่ไว้วางใจ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อนุญาตครับ เชิญครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน 🔗

ผมต้องขอเรียนกับท่านประธานว่า บุคคลที่ผมจะอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อไปนี้นั้นคือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ได้ข่าวว่าวันนี้ท่านไปวัดความดันมาก็จะได้อภิปรายด้วยท่วงทํานอง ที่สบาย ๆ การยื่นญัตติขอเปิ ดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้มีประเด็นของการกระทําการทุจริตผิดกฎหมายจึงได้มีการยื่นไปยัง ประธานวุฒิสภาเพื่อให้วุฒิสภามีมติตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ถอดถอนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ออกจากตําแหน่งรองนายกรัฐมนตรีประกอบกับ การอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยพฤติการณ์คือจงใจปกปิดและแจ้งบัญชีแสดงรายการ ทรัพย์สินและหนี้สินของตนอันเป็นเท็จขณะดํารงตําแหน่งทางการเมือง นี่เป็นประเด็นแรก

ท่านประธานที่เคารพ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ขณะดํารงตําแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในระหว่างวันที่ ๑๒ ธันวาคม ปี ๒๕๔๐ จนกระทั่ง ถึงวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๔ นั้นได้แสดงบัญชีทรัพย์สินอย่างมีเงื่อนงําและน่าสงสัย ขออนุญาตท่านประธานได้ดูแผ่นชาร์ทพร้อม ๆ กัน ท่านประธานที่เคารพ เพื่อสะดวก ในการอภิปรายและนายสุเทพจะได้สบายใจว่านี่เป็นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน และหนี้สินวันรับตําแหน่ง วันพ้นจากตําแหน่ง และวันครบ ๑ ปีหลังจากพ้นจากตําแหน่ง และวันรับตําแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เอกสารทุกอย่างนั้นได้คัดเอามาจาก บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินที่นายสุเทพได้แสดงไว้ต่อ ป.ป.ช. ท่านประธานที่เคารพ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้แสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ไว้ดังต่อไปนี้ ในขณะเข้ารับตําแหน่งเมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ปี ๒๕๔๐ มีเงินสด ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เงินฝากในธนาคารพาณิชย์ ๓ บัญชี เงินสะสมธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) ๓๐๐,๐๐๐ บาท เงินสะสมธนาคารกรุงเทพ จํากัด (มหาชน) เป็นตัวเลขตามลําดับ เงินให้กู้ยืมยกบางรายการบริษัท สุราษฎร์ โกลเด้น แลนด์ ๑๕ ล้านบาท ที่ดิน ๕๓ แปลง ๘๕ ล้านบาท บ้านบวกคอนโดมิเนียม (Condominium) ๒ ห้อง ๓๔ ล้านบาท อาคารพาณิชย์ ๑๐ คูหา ๓๕ ล้านบาท รถยนต์ ๑ คัน ทะเบียน ๓ ฝ - ๔๖๑๖ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท รวมทรัพย์สินที่ได้แสดงขณะเข้ารับตําแหน่ง ๒๐๐,๕๘๔,๘๘๓ บาท วันที่พ้นจากตําแหน่ง ๓ ปี ๓ เดือน เงินสด ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทหมดไปไม่เหลือสักบาท เงินฝากธนาคารพาณิชย์ จาก ๓ บัญชีเป็น ๑๖ บัญชี เงินสะสม ๓๐๐,๐๐๐ บาทไม่มี เงินสะสมธนาคารกรุงเทพ จํากัด (มหาชน) ๗๐๐,๐๐๐ กว่าบาทไม่มี เงินฝากประจําธนาคารพาณิชย์ขณะเข้ารับตําแหน่ง ๔๐๐,๐๐๐ บาท วันพ้นจากตําแหน่ง ๔,๙๐๐,๐๐๐ บาท หลักทรัพย์การจดทะเบียน วันรับตําแหน่ง ๑๔ ล้านบาท วันพ้นจากตําแหน่งก็ ๑๔ ล้านบาท หลักทรัพย์อื่นวันที่ เข้ารับตําแหน่งไม่มี วันพ้นจากตําแหน่ง ๑,๔๙๕,๐๐๐ บาท ที่น่าสนใจคือเงินให้กู้ยืมจาก บริษัท สุราษฎร์ โกลเด้น แลนด์ จํากัด ๑๕ ล้านบาทนั้นวันที่พ้นจากตําแหน่งหายวับครับ ไม่เหลือหนี้สินอีกเลย ที่ดิน ๕๓ แปลง ๘๕ ล้านบาท วันที่พ้นจากตําแหน่งเพิ่มมาเป็น ๗๑ แปลง แต่ราคาเหลือ ๘๒,๐๙๕,๖๕๐ บาท บ้านกับคอนโดมิเนียมขณะเข้ารับตําแหน่ง ๒ ห้อง ๓๔ ล้านบาท วันที่พ้นจากตําแหน่งเพิ่มมาอีก ๑ ห้อง ราคาก็คง ๓๔ ล้านบาท อาคารพาณิชย์ จะเข้ารับตําแหน่ง ๑๐ คูหา ๓๕ ล้านบาท วันที่พ้นจากตําแหน่งเพิ่มมาเป็น ๑๕ คูหา เพิ่มมาอีก ๕ คูหา ราคาเหลือ ๓๐ ล้านบาท รถยนต์ไม่มี รวมทรัพย์สินลดลง ๓๔,๐๕๑,๓๘๕ ล้านบาท แต่ประเด็นที่น่าสนใจคือบัญชีแสดงรายการหนี้สิน ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ขณะเข้ารับตําแหน่งเป็นหนี้สินบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ ศรีมิตร จํากัด (มหาชน) ๓๐ ล้านบาท ลงวันที่ ๒๓ ธันวาคม ปี ๒๕๓๖ วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ปี ๒๕๓๔ หนี้สินส่วนนี้หมดไป บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ไอทีเอฟ จํากัด (มหาชน) ๑๕ ล้านบาท ลงวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๓๘ วันพ้นจากตําแหน่ง ๑๕ ล้านบาทหมดไป บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์นครหลวงเครดิต จํากัด (มหาชน) ๒๐,๔๑๒,๐๐๐ บาท ลงวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๓๗ วันพ้นจากตําแหน่งหมดไป ท่านประธานที่เคารพ มีธนาคารอาคารสงเคราะห์ เช่น ขณะเข้ารับตําแหน่งมีหนี้สิน ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท วันพ้นจากตําแหน่งเหลือ ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท ธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท วันพ้นจากตําแหน่ง ๙,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มีหนี้สินที่เพิ่มเติม เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาประชาชื่น ๒๔ ล้านบาท ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขารัชโยธิน ๑๔ ล้านบาท รวมหนี้สินขณะเข้ารับตําแหน่ง ๗๙,๘๗๘,๐๘๐ บาท วันพ้นจากตําแหน่ง หนี้สินลดลง ๒๕ ล้านบาท ผมเรียนกับท่านประธานว่าข้อพิรุธต่าง ๆ ที่น่าสนใจก็คือว่าเงินกู้ยืมจํานวน ๑๕ ล้านบาทที่ยืมจากบริษัท สุราษฎร์ โกลเด้น แลนด์นั้น ได้มีการยืมกันจริงหรือไม่ และเอาเงินส่วนไหนไปใช้หนี้ ๑๕ ล้านบาท เพราะนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้แจงขณะเข้ารับตําแหน่งรัฐมนตรีในปี ๒๕๔๐ แจ้งว่ามีรายได้ประจํา จากทางราชการเป็นเงินเดือนปีละ ๑,๒๕๔,๐๐๐ บาท รวม ๓ ปี ๓ เดือน ก็ประมาณไม่ถึง ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท ไม่มีรายได้อย่างอื่น แต่ได้แจ้งรายได้ของบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ๓ คน มีรายได้จากสวนยาง ปาล์ม ทุเรียน ปีละ ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท รวม ๓ ปีก็ประมาณ ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท รายได้จากค่าเช่าบ้าน ค่าเช่าที่ดิน ปี ละ ๔๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานที่เคารพ หนี้สินที่หายไปก้อนแรกคือเงินกู้ ๑๕ ล้านบาทจากบริษัท สุราษฎร์ โกลเด้น แลนด์ ซึ่งไม่มีที่มาที่ไปว่าเมื่อตัวเองมีรายได้ปีละ ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท แม้ว่าจะไป กู้ยืมเพิ่มก็ไม่สามารถที่จะนํามาใช้หนี้เพียงพอ เพราะการเป็ นหนี้ของบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ศรีมิตร จํากัด (มหาชน) บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ไอทีเอฟ จํากัด (มหาชน) บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์นครหลวงเครดิต จํากัด (มหาชน) รวม ๓ รายการนั้น ประมาณทั้งหมด ๖๕ ล้านบาท เมื่อท่านมีรายรับในตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม เพียงแค่ ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ปรากฏว่าสามารถใช้หนี้ ๖๕ ล้านบาท หนี้สถาบันการเงินและหนี้เงินกู้ยืม บริษัท สุราษฎร์ โกลเด้น แลนด์อีก ๑๕ ล้านบาท เป็น ๘๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพ พวกกระผมจึงมีข้อสงสัยกันว่าทั้งที่มีข้อสงสัยเรื่องรายละเอียด เรื่องอาคาร เรื่องที่ดิน แต่เอาละยกประโยชน์ให้กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แต่การแสดง บัญชีทรัพย์สินของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ นั้นคําถามที่เกิดขึ้นก็คือว่านายสุเทพ เอาเงินก้อนใดไปใช้หนี้ จํานวน ๘๐ ล้านบาท อ้างว่าไปยืมเพิ่มธนาคารไทยพาณิชย์ จํากัด (มหาชน) ทั้งสาขาประชาชื่น รัชโยธิน ก็รวมเพียงแค่ ๓๘ ล้านบาท ไม่ถึงครึ่ง ผมเรียนกับท่านประธานนะครับว่าเพราะมีการซื้อที่ดินเพิ่มเติม ซื้อคอนโดมิเนียมเพิ่มเติม ซื้อตึก ซื้ออาคาร เพิ่มเติม แต่ปรากฏว่าหนี้สินต่าง ๆ ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย และเป็นที่ น่าสังเกตครับ เพราะขณะที่ท่านดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนั้น บริษัทเงินทุน ทั้ง ๓ แห่งถูกระงับกิจการตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ หนี้ของนายสุเทพก็ติดอยู่กับบริษัทเงินทุน ปรส. ได้เอาหนี้ของบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ศรีมิตร จํากัด (มหาชน) บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ ไอทีเอฟ จํากัด (มหาชน) ไปรวมกับกลุ่มสินทรัพย์ บีแอล ๑๙ (BL19) บีแอล ๒๐ (BL 20) สินทรัพย์ ๒ กลุ่มนี้รวมอยู่ในกองทุนรวมบางกอก แคปปิตอล (Bangkok Capital) เป็นเจ้าหนี้ของนายสุเทพ อยู่กับบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์นครหลวงเครดิต จํากัด (มหาชน) ๒๐,๔๑๒,๐๐๐ บาท ยังตรวจหาไม่พบว่าใครเป็นเจ้าหนี้ และมีการชําระหนี้กันอย่างไร เมื่อใด ทั้งหมดครับ ท่านประธานที่เคารพ ความจริงแล้วนั้นมีรายละเอียดมากมายว่า คณะกรรมการ ปรส. ได้เอาสินทรัพย์ของ ๕๖ สถาบันการเงิน โดยมีหนี้สินของนายสุเทพ รวมอยู่ด้วยไปขายให้กับกองทุนรวมบางกอก แคปปิตอลซึ่งจดทะเบียนกองทุนรวม โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ท่านประธานที่เคารพ มีรายละเอียดมากมาย ไม่ว่ากองทุนรวม บางกอก แคปปิตอลซื้อสินทรัพย์ซึ่งเป็นสิทธิของ ๕๖ สถาบันการเงินตามสินทรัพย์ ของ ๔ กลุ่ม รวมเป็นเงินต้นคงค้าง ๑๐๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ ปรส. นําเอาสินทรัพย์ ๔ กลุ่มไปขายให้กับกองทุนรวมบางกอก แคปปิตอล เพียงแค่ ๒๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท เฉลี่ยเพียงแค่ ๒๑ เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้กองทุนรวมบางกอก แคปปิตอลได้ไปยื่นขอ จดทะเบียนเป็นกองทุนรวมไทย แคปปิตอล แอลแอลซี (Thai Capital LLC) ซึ่งไปจดอยู่ ในหมู่เกาะเคย์แมน (Cayman) เหมือนกับต้นโพธิ์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านประธานที่เคารพ ที่ผมต้องการอธิบายเรื่องนี้สั้น ๆ ในเวลาจํากัด เพราะมีเรื่องใหญ่ มากกว่านั้นก็คือว่าหนี้สินทั้งหมด จํานวน ๘๐ ล้านบาท มีหนี้สิน ๖๕ ล้านบาทเกี่ยวข้อง กับพฤติกรรมในการไปปิดสถาบันการเงิน ไปขายสินทรัพย์ที่มีมูลค่า ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ขายได้เพียงแค่ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ขาดทุน ๖๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่คนที่ได้คือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ไม่ได้ล้มบนฟูกครับ ผมกล่าวหาว่าท่านปล้นบนฟูกครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมเคยถามนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในวันที่ตั้งกระทู้ถามกรณี เคยอภิปรายบีบีซี (BBC) ถึงนายบรรหาร ศิลปอาชา ที่ประกาศจะจับนายบรรหารนั้น นายสุเทพก็ไม่ตอบคําถามผม แล้วบอกว่ารอจังหวะอยู่ มีรายได้จากเงินเดือน ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท สามารถใช้หนี้ ๘๐ ล้านบาท และหนี้สถาบันการเงินซึ่งเกี่ยวข้อง กับผลประโยชน์ทับซ้อน นายสุเทพเอาเงินที่ใดมาใช้หนี้ ท่านประธานที่เคารพ นี่เป็นคําถามแรกจากการยื่นถอดถอนและการอภิปรายไม่ไว้วางใจในเวลาอันจํากัด ต่อมาครับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้ไปทําหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการ คดีพิเศษ ที่พวกผมได้อภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อวานนี้และวันนี้ร่วมผสมกันนั้น ในการประชุม ครั้งที่ ๒/๒๕๕๒ เมื่อวันพุธที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา ที่ห้องประชุมคณะรัฐมนตรี ชั้น ๒ นายสุเทพเป็นประธานคณะกรรมการ และท่านประธาน จะแลเห็นเลยว่าพฤติกรรมของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ นั้นได้กระทําการโดยการไตร่ตรอง เอาไว้ก่อน เพราะรู้ว่าตัวเองจะกระทําความผิดในวันข้างหน้า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้เป็ นประธานในการประชุม ระเบียบวาระที่ ๑ ประธานขอให้คณะกรรมการ ร่วมพิจารณาหลักเกณฑ์ในการรับคดีของกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายสุเทพบอก ตอนหนึ่งว่าต้องการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษได้แสดงขีดความสามารถและประสิทธิภาพ ให้สมกับการเป็นกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพราะฉะนั้นคดีที่ดําเนินการต้องไม่มาก แต่ว่า ทําได้รวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยํา ยึดหลักเกณฑ์นี้ไว้ก่อนในการพิจารณาคดีพิเศษ เมื่อยึดหลักการเช่นนี้แล้วกรณีการร้ องเรียนเกี่ยวกับที่ดินหรือคดีบุกรุกป่ำไม้ กรมสอบสวนคดีพิเศษก็ไม่ควรรับไว้ดําเนินการ ให้เป็นอํานาจหน้าที่ของสํานักงานตํารวจ แห่งชาติในการดําเนินการ ท่านประธานที่เคารพ ในวันดังกล่าวได้มีคดีการกระทําการบุกรุก พื้นที่ราชพัสดุ อําเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ท่านประธานที่เคารพ พันตํารวจเอก สุชาติได้รายงานว่าผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีรายงานผลการตรวจสอบว่าได้มีการบุกรุกที่ดิน ราชพัสดุ อําเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี เนื้อที่ประมาณ ๖,๐๐๐ ไร่ ซึ่งอยู่ในความดูแลของ กรมทหารช่าง ซึ่งเป็ นพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ตามพระราชดําริของสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสวนป่าสิริกิติ์ตามพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะเสด็จ ไปที่ป่าดังกล่าวทุกปี พระองค์มีพระราชเสาวนีย์กับหน่วยทหารป่าช่วยดูแลป่าบริเวณนี้ ทําให้หน่วยทหารมีความกังวลใจ จนกระทั่งหน่วยงานของกรมทหารช่างเข้าไปตรวจ พบว่ามีการบุกรุกที่ดินประมาณ ๖,๐๐๐ ไร่ จึงขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ แต่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้พูดตัดบทให้คณะกรรมการคดีพิเศษทําตามนโยบายที่ให้ไว้ จึงมีมติ ไม่รับเป็นคดีพิเศษ ท่านประธานที่เคารพ การรุกป่าสวนผึ้งแห่งนี้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้ทําเรื่องให้มีการทบทวนเพราะเป็นเรื่องสําคัญของชาติ และการบังคับใช้กฎหมาย ในพื้นที่ไม่เป็นผล ดังนั้นการประชุมในครั้งถัดมา วันที่ ๓ เมษายน เป็นการประชุม ครั้งที่ ๓/๒๕๕๒ โชคดีนายสุเทพติดภารกิจเข้าประชุมไม่ได้ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค จึงทําหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการ และมีมติรับกรณีคดีอําเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี เป็นคดีพิเศษ แล้วถึงบางอ้อคืออะไรท่านประธานที่เคารพ นายสุเทพได้กระทําการเรื่องนี้ โดยไตร่ตรองไว้ตั้งแต่ต้น เพราะในการบุกรุกที่ ๖,๐๐๐ ไร่ จากจํานวน ๕๐๐,๐๐๐ ไร่นั้น ก็เป็ นพรรคพวกที่นายสุเทพรู้จัก บางคนก็ชัดเจนว่ามีความสนิทกับนายสุเทพ เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพ เรื่องนี้แม้กระทั่งเป็นพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็หาที่จะมีความสนใจไม่ และไม่รับเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษ จนกระทั่งการประชุมครั้งถัดมาตัวเองไม่เข้าประชุม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานจึงรับเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษ แล้วความจริงก็เข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน มากมาย แต่ในเวลาที่จํากัดนี้ ท่านประธานที่เคารพ นี่เป็นผืนป่ำที่มีคุณค่ามากที่สุด เจ้าฟ้ำ เจ้าแผ่นดินเสด็จเป็นประจําทุกปีแต่นายสุเทพหาสําเหนียกไม่ เห็นแก่พวกพ้องมากกว่า ราชวงศ์ในการที่จะปกป้ องผืนป่าผืนนี้

ผมเรียนกับท่านประธานนะครับว่านี่เป็ นเรื่องหนึ่ง ความจริงแล้ว ต้องอธิบายความยาวกว่านี้ แต่ในห้วงเวลาที่จํากัดการยื่นถอดถอนในประเด็นที่ ๒ นั้น คือการไม่ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินที่มีอยู่จริง และปกปิ ดบัญชีทรัพย์สินให้อยู่ ในการครอบครองของบุคคลอื่นในลักษณะตัวแทนถือครองกรรมสิทธิ์โดยทางอ้อม หรือนอมินี (Nominee) เกี่ยวกับที่ดิน หมู่ที่ ๖ ตําบลแม่นํ้า อําเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี จากการทํานิติกรรมการซื้อขายที่ดิน นายสุเทพได้ให้นายแทน เทือกสุบรรณ บุตรชาย ผมต้องขออภัยก่อนกันว่าผมไม่มีวัตถุประสงค์ที่จะดึงลูกดึงเมียใคร มาเกี่ยวข้องในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องทรัพยากรธรรมชาติของแผ่นดิน ที่ใครก็ตามไม่ว่าจะเกิดในตระกูลใดไม่มีสิทธิที่จะเอาทรัพยากรของแผ่นดินมาไว้ครอบครอง ไม่ว่าจะเป็นตระกูลใดในประเทศนี้ ท่านประธานที่เคารพ บุตรชายได้เป็นตัวแทน ของนายสุเทพกระทําการซื้อขายถือครองที่ดินดังกล่าวแทนนายสุเทพ ที่ดินที่นายสุเทพ ให้นายแทน เทือกสุบรรณ ใช้ชื่อเป็ นเจ้าของถือกรรมสิทธิ์แทนคือโฉนดที่ดิน เลขที่ ๒๘๑๐๙ เล่ม ๒๘๒ ระวาง ๔๙๒๘ เลขที่ดิน ๓๙ ตําบลแม่นํ้า อําเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เนื้อที่ ๖๒ ไร่ ๑ งาน ๙๗ ตารางวา ท่านประธานที่เคารพ ความที่น่าสงสัยว่าพฤติการณ์ของคดีนี้มันอยู่ตรงที่ว่าข้อเท็จจริงนั้นมันได้มีความเป็นมา มากมาย ตั้งแต่การเป็น ส.ค. ๑ จนกระทั่งเป็น น.ส. ๓ ก. จนกระทั่งเป็นโฉนด ได้มีการเพิ่ม เนื้อที่กันมาโดยตลอด ท่านประธานที่เคารพ การออก น.ส. ๓ ก. ขออนุญาตเอาแผนที่ ขึ้นมานะครับ นี่เป็นภาพถ่ายทางอากาศนะครับ เดี๋ยวผมจะอธิบายตามให้ชัดเจน ทีหลังนะครับ การออก น.ส. ๓ ก. ที่ ๓๓๐๒ เล่ม ๓๔ เลขรูปภาพ ๒๐๖ เริ่มต้นขอ ๖ กรกฎาคม ๒๕๔๓ เมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๔๔ ห้างหุ้นส่วนจํากัด เรืองปัญญา คอนสตรัคชั่น ซึ่งเป็นพรรคพวกของท่านนี่ครับ เป็นพ่อครัวในการชุมนุมของพันธมิตร ได้นําหลักฐาน ส.ค. ๑ เลขที่ ๙๕ หมู่ที่ ๖ ตําบลแม่นํ้า อําเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี จํานวนเนื้อที่ ๗ ไร่ ปรากฏว่าช่างแผนที่รังวัดได้เนื้อที่งอกขึ้นมา ๑๖ ไร่ ๓ งาน ๙๗ ตารางวา เพิ่มมากกว่าเดิม ๙ ไร่ ๓ งาน ๙๗ ตารางวาง เพิ่มถึง ๑๔๒.๗ เปอร์เซ็นต์ ส.ค. ๑ เลขที่ ๙๕ ที่ดินหมู่ที่ ๖ ตําบลแม่นํ้า อําเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๔๙๘ นั้นจะได้เห็นพฤติกรรมชัดเจนก็คือว่าเจ้าของ ส.ค. ๑ ชื่อนายจรูญ ศรีแผ้ว จํานวนเนื้อที่ ๗ ไร่ เวลาแสดงทิศข้างเคียง ที่อยู่ใน ส.ค. ๑ นะครับ เช่นว่าทิศเหนือจดสวนนายเที่ยง ลิ้มสุวรรณ ทิศใต้จดสวนนายข้อง ทิศตะวันออก จดสวนนายหุ้ย ทิศตะวันตกจดสวนของนายปุริม ทวยเจริญ แต่ปรากฏว่าในการออก หนังสือรับรองประโยชน์เมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๔๓ ห้างหุ้นส่วนจํากัด เรืองปัญญา คอนสตรัคชั่น ได้ไปขอออกเป็น น.ส. ๓ ก. ทิศเหนือเปลี่ยนเลยครับ ยาวประมาณ ๒ เส้น ที่จากจดสวนนายเที่ยง ลิ้มสุวรรณ มาเป็นจดนายสุขุม สัมฤทธิ์ ทิศใต้จากจดสวน ของนายข้องไปจดนายประธูป ภู่ไพบูลย์ ทิศตะวันออกเดิมจดสวนนายหุ้ย ปรากฏ ขยายยาว ๔ เส้น จดห้างหุ้นส่วนจํากัด เรืองปัญญา คอนสตรัคชั่น ทิศตะวันตกจดสวน นายปุริม ปรากฏว่าในการไปออก น.ส. ๓ ก. นั้นไปจดพื้นที่ของนายสามารถ ทองศรี แล้วห้างหุ้นส่วนจํากัด เรืองปัญญา คอนสตรัคชั่นบอกว่าที่ดินแปลงนี้ในการทําสัญญา กับทั้งปวงนั้นได้มีการบันทึกเอาไว้ว่าได้ครอบครองและทําประโยชน์ตั้งแต่ปี ๒๕๓๗ ปรากฏว่าห้างหุ้นส่วนจํากัด เรืองปัญญา คอนสตรัคชั่นได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ตามประมวลกฎหมายแพ่งในวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๓๙ คือห้างหุ้นส่วนนี้ไปครอบครอง ก่อนถึง ๒ ปี นี่ผมยกตัวอย่าง ๑ แปลงจากจํานวน ๒ แปลง ท่านประธานที่เคารพ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็อาจจะบอกว่านายแทน เทือกสุบรรณ บุตรชาย อายุ ๓๐ ปี แล้วมีธุรกิจเป็น ๑๐๐ ล้านบาท แต่วันที่นายแทนได้ทําสัญญาซื้อขายเมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๔๔ นั้น อายุ ๒๑ ปี แล้วเรียนหนังสืออยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย และปรากฏว่าระหว่าง ผู้ซื้อกับผู้ขายส่งตัวแทนมาทําหน้าที่แทนทั้งนั้น ไม่ว่าห้างหุ้นส่วนจํากัด เรืองปัญญา คอนสตรัคชั่น และนายแทน เทือกสุบรรณ ได้ทําสัญญาซื้อขายในราคาประเมิน ๖,๒๕๖,๔๕๐ บาท ผมเรียนกับท่านประธานว่าถ้าเราดูแค่นี้นายสุเทพจะไปเกี่ยวข้อง กันอย่างไร นายแทนอายุ ๒๑ ปี เวลาที่ท่านกล่าวหา เวลาที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองได้มีกรณีโอนหุ้นระหว่าง พันตํารวจโท ทักษิณกับบุตรชาย บุตรสาวก็ยังเชื่อว่าเป็นนิติกรรมที่เป็นนอมินี แต่สิ่งที่ท่านประธานจะได้ดูต่อไปนี้ ในห้วงเวลาอันจํากัด นี่เป็นหนังสือรับรองการทําประโยชน์ เช่นว่าห้างหุ้นส่วนจํากัด เรืองปัญญา คอนสตรัคชั่น นายแทน ๑๖ ไร่ผู้รับสัญญา แต่ที่น่าสนใจก็คือว่าหลังจาก ขยายที่จาก ๑๕ ไร่ ไป ๔๘ ไร่ แล้วก็ไป ๖๒ ไร่ตอนเป็นโฉนด น่าสนใจอย่างนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพ ถ้านายแทน เทือกสุบรรณ เป็นผู้ถือที่แห่งนี้หรือเป็นเจ้าของ อย่างแท้จริง มีกรณีนี้ครับนายแทน เทือกสุบรรณ นี่ครับสารบรรณการจดทะเบียน ประเภทการจดทะเบียนคือให้ ผู้ให้สัญญา นายแทน เทือกสุบรรณ ผู้รับสัญญา นางศรีสกุล พร้อมพันธุ์ จํานวน ๔ ไร่เศษ ไม่มีการซื้อขาย แต่เวลาที่นายแทน เทือกสุบรรณ ให้กับตัวเองมีเนื้อที่ ๑ ไร่เท่านั้นเอง เห็นไหมครับ ถ้าตัวเองเป็นเจ้าของเอาที่แห่งนี้ต้องการจะไปจัดสรรยกให้นางศรีสกุล พร้อมพันธุ์ ๔ ไร่ จัดสรรให้กับตัวเองเพียงแค่ ๑ ไร่ เนื้อที่อธิบายชัดเจนก็คือว่านี่แผนที่เกาะสมุย โครงการเอ็นเอส ๓ (NS3) ปี ๒๕๑๘ บริเวณตําบลแม่นํ้า อําเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เส้นสีเหลืองเป็นเส้นที่มีการออกโฉนดเกินจํานวนเนื้อที่ที่เป็นจริง เนื้อที่ที่แท้จริงอยู่ในเส้นสีชมพูนี้เท่านั้นเอง ถามว่าทําไมจึงต้องมีการรุกที่เพิ่มโดยการออก โฉนดจาก ส.ค. ๑ บวม มาเป็น น.ส. ๓ ก. บวม แล้วก็เป็นโฉนดบวม เพราะการบุกรุกเข้าไป ในพื้นที่ลาดชันซึ่งเป็นสมบัติของพี่น้องเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายสุคนธ์ หนูภักดี เป็นผู้ตรวจหัวหน้าฝ่ายในแบบคํานวณพื้นที่พิกัด ปรากฏว่าไม่กล้าเซ็นครับ แล้วก็ใช้วิธีอย่างไรครับ ไม่มาทํางานครับ แล้วก็ให้นายธนารักษ์ ชํานาญกิจ เป็นผู้คํานวณแทน ซึ่งนายสุคนธ์ หนูภักดี นายสุเทพก็รู้ว่าเป็นใครเขายังไม่กล้าเซ็นเลย ผมเรียนกับท่านประธานว่าคือผมไม่ต้องการจะไปพาดพิงก็เป็นน้องภรรยาของ ส.ส. ในพื้นที่ท่านนั่นแหละ แต่เนื้อที่สภาพที่ดินทั้งหมดเป็นพื้นที่ภูเขาเกือบทั้งแปลง ขออนุญาต ท่านประธานได้ดูรูปภาพนะครับ นี่ละครับ นี่เป็นพื้นที่ที่นายแทน เทือกสุบรรณ นอมินี ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งเริ่มต้นจาก ส.ค. ๑ เพียงแค่ ๑๕ ไร่ ซึ่งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็จะอธิบายว่าตัวเองไปเกี่ยวข้องกันอย่างไร หรือว่านายแทนจะไปเกี่ยวข้อง กันอย่างไร เพราะตัวเองไปซื้อขณะเป็น น.ส. ๓ ก. จาก ส.ค. ๑ มาเป็น น.ส. ๓ ก. งอกขึ้นมา ๔๘ ไร่เศษ พอไปออกโฉนดบวมหนักเข้าไปอีกเป็น ๖๒ ไร่ รายละเอียดมากมาย มีเอกสารทุกชิ้น แต่ในเวลาที่จํากัด ๔๐ นาที ผมมีความจําเป็นต้องอธิบายกันแบบสรุปว่า นับตั้งแต่ ส.ค. ๑ มีพิรุธชัดเจนว่าน่าจะเป็น ส.ค. ๑ บินอยู่ในพื้นที่สาธารณะ เป็นพื้นที่ ลาดชันเกิน ๓๕ องศา ความสูงเกิน ๒๐๐ เมตรจากระดับนํ้าทะเล และในการเข้าไป เพื่อที่จะจดทะเบียนมาเป็น น.ส. ๓ ก. นั้น ปรากฏชัดเจนว่าในขณะเป็น ส.ค. ๑ และเป็น น.ส. ๓ ก. นั้นไม่สามารถอธิบายเลยว่าเป็นแปลงเดียวกันได้อย่างไร ผมเรียนกับ ท่านประธานว่าพฤติการณ์สวมเขากันแบบนี้เป็นพฤติการณ์ที่นักการเมืองอย่างนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ไปทําหน้าที่เป็ นประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ บอกว่าดีเอสไอ กรมสอบสวนคดีพิเศษไม่ควรรับเรื่องการบุกรุกป่าทรัพยากรธรรมชาติมาเป็นคดีพิเศษ เพราะอะไรครับ เพราะบุตรชายของตัวเองซึ่งขณะอายุ ๒๑ ปี เรียนหนังสืออยู่เมืองนอกจะมีเงิน ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท หรือจะมาลงทุนทําถนนหรือว่าทําอะไรก็ตาม แต่สาระสําคัญ ท่านประธานที่เคารพ สื่อมวลชนอย่างหนังสือมติชนได้ลงรายละเอียดไว้มากมาย ได้ฉายถึงพฤติกรรมของการเป็นนักการเมืองว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้มีพฤติการณ์ การกระทําที่ซํ้าซาก นับตั้งแต่การมอบ ส.ป.ก. ๔-๐๑ ที่จังหวัดภูเก็ต นี่นะครับวันนั้น ยังหนุ่มรูปวันที่ไป ส.ป.ก. ๔-๐๑ แล้วท้ายที่สุดศาลฎีกาจังหวัดภูเก็ตได้ตัดสิน เมื่อวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๕๐ ให้ผู้ได้รับที่จากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ คืนที่ดังกล่าว ให้ตกเป็นของแผ่นดิน ซึ่งเป็นความผิดชัดเจน และถ้าเรื่องนี้เป็นมาตรการเดียวกัน มาตรฐานเดียวกัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ต้องถูกดําเนินคดีในความผิดต่อเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และมาตรา ๑๕๑ เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทํา จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อํานาจ ในตําแหน่งโดยทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่รัฐ ท่านประธานที่เคารพ ผมเรียนกับ ท่านประธานว่าการบุกรุกเขาแพงที่ตําบลแม่นํ้า อําเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผมก็เป็นคนจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นคนเล็ก ๆ ได้ใช้แผ่นดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นบ้านเกิด เทียบไม่ได้กับตระกูลเทือกสุบรรณ แต่พวกผมไม่มีพฤติกรรมในการไปบุกรุก พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติหรือพื้นที่ป่าเพื่อประโยชน์ของตัวเอง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นถึงรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กํากับทั้งดีเอสไอ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทยซึ่งดูแลกรมที่ดิน กระทําผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๕ เรื่องแนวนโยบาย ด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทําความผิดในการออกโฉนดที่ดิน ที่ผิดประมวลกฎหมายที่ดิน และเจตนาพิเศษต้องการหาประโยชน์ในการออกโฉนด คือการจัดสรรแบ่งขายให้กับคนต่างชาติเป็นส่วนใหญ่ มีคนในชาติก็อาจจะเป็นส่วนน้อย แต่การเบียดบังเอาทรัพยากรธรรมชาติซึ่งเป็นของคนไทยทั้งชาติมาเป็นของตัวเองนั้น นายสุเทพไม่มีสิทธิ เพราะฉะนั้นจําเป็นต้องดําเนินการเพื่อที่จะเพิกถอนที่ดินดังกล่าว ให้กลับคืนมาเป็นของรัฐดังเช่น ส.ป.ก. ๔-๐๑ ที่เคยแจกไว้ที่จังหวัดภูเก็ต

ท่านประธานที่เคารพ คนที่เป็นรองนายกรัฐมนตรีควรที่จะเป็นแบบอย่าง สําหรับประชาชน พฤติการณ์การเปิดความในใจว่าไม่ต้องการให้คดีบุกรุกป่ามาเป็น คดีพิเศษนั้น ยอมแม้กระทั่งเอาโครงการพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ ไม่รับเป็นคดีพิเศษก็เพื่อประโยชน์ของตัวเองในวันนี้ ผมเรียนกับท่านประธานนะครับว่า ผมไม่สามารถไว้วางใจนายสุเทพ ไม่ใช่เพราะว่าผมไม่พอใจในเรื่องอื่น ในเรื่องอื่น ผมได้พูดกันไปครบหมดแล้ว กมลสันดานนายสุเทพกับผมได้วิพากษ์วิจารณ์กัน ครบถ้วนแล้ว แต่พฤติกรรมในการปล้นแผ่นดิน ผมไม่สามารถไว้วางใจนายสุเทพให้เป็น รองนายกรัฐมนตรีของประเทศนี้ได้อีกต่อไป ขอบพระคุณท่านประธาน

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์ เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้ เวลาของฝ่ายค้านหมดแล้วนะครับ เกินไป ๑๐ นาที แล้วเวลาฝ่ายรัฐบาลยังเหลือ ๑ ชั่วโมง ๑๖ นาที แบ่ง ๓ ท่าน ให้ท่านวินิจฉัย เชิญท่านสุเทพครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ขอกราบเรียนท่านประธานเพื่ออธิบายข้อเท็จจริงในเรื่องที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้อภิปรายเมื่อสักครู่ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็เห็นใจในความพยายามของนายจตุพร พรหมพันธุ์ เป็นอย่างยิ่งที่พยายามจะยกเรื่องมาอภิปรายผมในวันนี้ ที่ต้องเห็นใจคือ อย่างนี้ครับท่านประธาน คือกรณีที่ท่านพยายามจะยกขึ้นมาเป็นประเด็นเพื่อที่จะ อภิปรายผม ผมตอบยากจริง ๆ ที่ตอบยากคือผมไม่เข้าใจว่าท่านบวกเลขผิดโดยตั้งใจที่จะ เล่นงานผม ท่านโง่จริง ๆ หรือว่าท่านแกล้งโง่ ผมไม่ทราบ ท่านประธานครับ นี่คือบัญชี แสดงทรัพย์สินของกระผมเล่มนี้ครับ ผมได้แสดงต่อ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๔๐ ก่อนที่จะไปรับตําแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในนี้ก็เขียน ภาษาไทยชัดเจนแบ่งแยกเป็นหมวดเป็นหมู่เอาไว้ ในส่วนที่เป็นทรัพย์สินเขาก็มีว่า ข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๓ ข้อ ๔ เงินให้กู้ยืม คําว่าเงินให้กู้ยืมนี่หมายความว่าเงินที่ให้คนอื่นยืม ๑๕ ล้านบาท บริษัท สุราษฎร์ โกลเด้น แลนด์ จํากัด แล้วก็มีหลักฐานการกู้ยืมอยู่ข้างในชัดเจน ลงไปจนถึงกลุ่มสุดท้ายเขาเขียนว่าหนี้สิน แล้วก็บอกว่าเงินเบิกเกินบัญชี เงินกู้ยืม ธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) ๑๐ ล้านบาท เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินอื่น ๗๙,๘๗๘,๐๘๐ บาท รายละเอียดอยู่ข้างหลัง ที่ผมบอกว่าไม่ทราบว่าคุณจตุพรเป็นคนโง่ หรือแกล้งโง่ก็คือว่าแกเอา ๒ ยอดนี้มาบวกกันแล้วก็บอกว่าผมมีหนี้จํานวนนี้อยู่ แล้วก็พยายามที่จะอธิบายกับท่านประธานกับท่านสมาชิกว่าพอผมพ้นตําแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมหนี้เหล่านี้ก็หายไป แต่ที่ผมสันนิษฐานว่าแกแกล้ง ก็คือว่าแกก็ไปขมวดครับว่าหนี้ที่ผมเป็นหนี้สถาบันการเงินอยู่ ๓-๔ แห่งคือบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ศรีมิตร จํากัด (มหาชน) บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ไอทีเอฟ จํากัด (มหาชน) บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์นครหลวงเครดิต จํากัด (มหาชน) คุณจตุพรก็เอาไปโยง เป็นประเด็นว่าบริษัทพวกนี้ในที่สุดถูก ปรส. ขายสัญญาสินทรัพย์ทั้งหลายให้กับกองทุน ซึ่งคุณจตุพรก็ไปกล่าวหาเขาว่าเป็นกองทุนที่จดทะเบียนโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งอันนั้นผมก็ไม่สามารถไปรับผิดชอบแทนคุณจตุพรได้ แล้วก็หาว่าผมไม่ได้ล้มบนฟูก แต่ว่าปล้นบนฟูกตามสํานวนที่พยายามจะพูด คนก็เข้าใจยากครับ ผมจะสรุปให้ฟัง อย่างนี้ครับว่ายอดหนี้สินเฉพาะของบริษัทเงินทุน ๓ รายการนี้เป็นอย่างนี้ครับ เป็นหนี้ กับบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ศรีมิตร จํากัด (มหาชน) ๓๐ ล้านบาท เป็นหนี้บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ไอทีเอฟ จํากัด (มหาชน) ๑๕ ล้านบาท เป็นหนี้บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ นครหลวงเครดิต จํากัด (มหาชน) ๒๐,๔๑๒,๐๐๐ บาท รวมแล้วก็คือเป็นหนี้ ๖๕ ล้านบาท ๓ รายการนี้ครับ ทีนี้ท่านประธานครับ ในปี ๒๕๔๐ มันเกิดวิกฤตการณ์ทางการเงิน สถาบันการเงินเหล่านี้เขามีปัญหาแล้วในที่สุด ปรส. คือองค์การเพื่อการปฏิรูประบบ สถาบันการเงินก็ได้เอาไปประมูลขาย คนที่ประมูลซื้อบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ศรีมิตร จํากัด (มหาชน) และบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ ไอทีเอฟ จํากัด (มหาชน) ไปได้นั้นก็คือบริษัท กองทุนรวมบางกอก แคปปิตอล ผมเป็น ลูกหนี้ครับ มีสัญญาเงินกู้ มีหลักทรัพย์คํ้าประกัน แต่ว่าเจ้าหนี้เปลี่ยนไปเป็นบริษัท กองทุนรวมบางกอก แคปปิตอล เขาก็เรียกผมไปเจรจาครับให้ผมชําระหนี้เขา โดยอ้างว่า เขาซื้อสัญญากู้ของผมมาแล้ว ในการเจรจาก็ตกลงกันครับ ในสมัยนั้นท่านประธาน ก็คงทราบได้ว่าบรรดาลูกหนี้ทั้งหลายก็ต้องไปตกลงกับเขาว่ามีหนี้อยู่เท่านี้จะใช้หนี้เท่าไร เท่าไร เท่าไร ก็ปรากฏว่าในยอดหนี้ ๒ บริษัทคือบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ศรีมิตร จํากัด (มหาชน) กับบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ไอทีเอฟ จํากัด (มหาชน) จํานวน ๔๕ ล้านบาทนี่ครับ บริษัท กองทุนรวมบางกอก แคปปิตอลเขาบอกว่าให้ผมชําระเขา ๒๔,๕๐๐,๐๐๐ บาทเท่านั้นครับ แต่ว่าจะต้องชําระภายในวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๔๓ คือพวกนี้ได้สัญญาไปแล้วก็อยากจะ ได้เงินคืนเร็ว ๆ แล้วก็ตกลงกัน ผมก็ตกลงครับ โดยตกลงว่าจะต้องจ่ายหนี้ให้เขา ๒๔,๕๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็บวกค่าธรรมเนียมอีก ๒๔๕,๐๐๐ บาท นัดชําระเป็น ๒ งวด งวดแรก วันที่ ๔ มกราคม ๒๕๔๓ เป็นเงิน ๒,๔๕๐,๐๐๐ บาท งวดที่สอง ในวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๔๓ เป็นเงิน ๒๒,๐๕๐,๐๐๐ บาท ผมทําอย่างไรครับท่านประธาน ผมก็ไปเจรจากับธนาคารไทยพาณิชย์ จํากัด (มหาชน) ขอกู้เงินเขา ๒๕ ล้านบาท เพื่อนําไปใช้หนี้ ๒๔,๕๐๐,๐๐๐ บาท เอาหลักทรัพย์เดิมที่ผมเคยจํานองไว้กับ ๒ บริษัท หลักทรัพย์นี้ก็ไปจํานองกับธนาคารไทยพาณิชย์ จํากัด (มหาชน) แล้วก็เอาไปใช้หนี้บริษัท กองทุนรวมบางกอก แคปปิตอล ผมมีหลักฐานการกู้เงินจากธนาคารไทยพาณิชย์ จํากัด (มหาชน) คือหนังสือสัญญากู้เงิน ลงวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๔๓ แล้วหลักฐานการชําระหนี้ ก็มีชัดเจน จ่ายด้วยเช็คของธนาคารไทยพาณิชย์ จํากัด (มหาชน) ที่เขาออกให้ผมนั่นเอง แล้วก็จ่ายตรงไปที่บริษัท กองทุนรวมบางกอก แคปปิตอลเพื่อไถ่ถอนหลักทรัพย์ของผม มาจํานองไว้กับธนาคารไทยพาณิชย์ จํากัด (มหาชน) ไม่ใช่เรื่องยากเย็นซับซ้อนอะไรเลย คนมีปัญญาคนไหนก็เข้าใจเรื่องอย่างนี้ได้ทั้งนั้น ผมได้แนบหลักฐานเหล่านี้แสดงไว้ ในบัญชีทรัพย์สินของผมโดยถูกต้องทุกอย่างอยู่ที่หนังสือเล่มนี้ครับ ท่านประธานครับ เป็นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินหลังจากที่ผมพ้นจากตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ไม่มีอะไรพิสดารซับซ้อนเลยครับ อยู่ครบถ้วนทุกอย่าง รวมทั้ง ใบเสร็จรับเงินของบริษัท กองทุนรวมบางกอก แคปปิตอลด้วย ส่วนหนี้อีกยอดหนึ่ง ซึ่งผมเป็นกับบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์นครหลวงเครดิต จํากัด (มหาชน) เขาก็ถูกประมูลซื้อ โดยบริษัท กองทุนรวมโกลบัลไทย คนละกองทุนครับ กองทุนนี้ผมเป็ นหนี้บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์นครหลวงเครดิต จํากัด (มหาชน) อยู่ ที่จริงผมกู้เขา ๒๒ ล้านบาท แต่ว่าผ่อนเขาไปบ้างก็เหลือ ๒๐,๔๑๒,๐๐๐ บาท พอถึงวันที่ไปเจรจากับบริษัท กองทุนรวมโกลบัลไทยเขาก็บอกผมว่าถ้าเอาเงินมาใช้เขา ๑๕ ล้านบาทภายในวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๔๓ ถือว่าเรียบร้อย ผมก็ใช้วิธีเดิมครับเอาหลักทรัพย์ที่ผมคํ้าประกันอยู่กับ บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์นครหลวงเครดิต จํากัด (มหาชน) ไปกู้เงินธนาคารไทยพาณิชย์ จํากัด (มหาชน) คราวนี้ผมกู้ที่รัชโยธินคือที่สํานักงานใหญ่ มีสัญญาเงินกู้ครบถ้วน แล้วเอาไปใช้หนี้กัน คนมีปัญญาดูบัญชีอย่างนี้เข้าใจครับ แล้วก็เป็นหลักฐานที่เปิดเผย อยู่ที่ ป.ป.ช. ผมถึงบอกว่าผมก็รู้สึกเห็นใจที่ท่านก็พยายามนะครับ แต่ว่าก็ด้วยภูมิปัญญา ที่มีอยู่เท่านี้ก็เข้าใจได้เท่านั้น

ส่วนที่ท่านตั้งข้อหาว่าเงินที่ผมให้เขากู้ยืมไป ๑๕ ล้านบาทนั้น แล้วท่าน เอาไปบวกรวมกับหนี้ผมกลายเป็น ๘๐ กว่าล้านบาท ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าเรียนเลข ที่โรงเรียนอะไรก็ไม่รู้ ผมเรียนยืนยันว่าเป็นเงินที่ผมให้บริษัท สุราษฎร์ โกลเด้น แลนด์ จํากัด เขากู้ไป เป็นญาติ ๆ กัน เขากู้ไปทําจัดสรร ทําห้องแถว พอถึงเวลาเขาก็เอาห้องแถว ๕ ห้องมาใช้คืนผม เงินให้กู้ยืมในบัญชีที่ผมแสดงก็หมดไป แต่ว่าได้ห้องแถวเพิ่มขึ้นมา ๕ ห้องเท่านั้นเองครับ นี่คือสิ่งที่ผมกราบเรียนเรื่องบัญชีหนี้สินที่คุณจตุพรบอกว่ามีพิรุธ ท่านประธานสภาและสมาชิกก็กรุณารับฟังก็แล้วกันว่าพิรุธที่เขาว่าเป็นอย่างไร

ท่านประธานครับ ส่วนที่เขาบอกว่าเมื่อก่อนผมมีที่ดิน ๕๓ แปลง แล้วก็ แสดงบัญชีมูลค่าที่ดินเอาไว้ ๘๕ ล้านบาท พอตอนออกจากตําแหน่งที่ดินงอกเป็น ๗๑ แปลง แต่มูลค่าที่ดินเหลือเพียง ๘๒ ล้านบาท อันนี้ถ้าคนเป็ นผู้แทนราษฎร ในรุ่นเดียวกับผมก็จะเข้าใจได้เลยครับ สมัยก่อนเวลาเราคิดคํานวณมูลค่าที่ดินที่จะยื่น ในบัญชีทรัพย์สินเสนอต่อ ป.ป.ช. นั้นเราก็คํานวณตามราคาตลาดที่คนซื้อขายกัน แต่พอมาถึงปี ๒๕๔๔ ฝ่ายธุรการ ป.ป.ช. เขาบอกว่าการที่จะคํานวณราคาที่ดินนั้นต้องให้ กรมที่ดินเป็ นผู้กําหนดราคาประเมิน แล้วก็เป็ นรายแปลง ที่ดินทุกแปลงของผม ทั้ง ๗๑ แปลงนี้จึงถูกคํานวณราคาใหม่โดยเจ้าหน้าที่ของกรมที่ดินเขารับรองมาแต่ละแปลง แล้วพอบวกกันแล้วมันก็ได้ ๘๒ ล้านบาท ผมก็ไม่ทราบว่าเป็นความผิดของผมตรงไหน นี่ก็คือสิ่งที่ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานและสมาชิก ก็ไม่เป็นปัญหาครับ ถ้าสงสัย เอกสารเหล่านี้จะมาขอดูจากผมได้ใหม่ หรือจะไปขอที่ ป.ป.ช. ดูก็สุดแล้วแต่ท่าน จะดําเนินการไป ผมจึงไม่เห็นเลยว่าทั้งหมดนี้เป็นประเด็นที่จะต้องมาอภิปรายไม่ไว้วางใจ อะไรกัน

ข้ อกล่าวหาข้ อที่ ๒ พยายามจะกล่าวหาว่าผมทําการบุกรุก ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ ไปบุกรุกที่ดินที่เกาะสมุย แล้วก็บรรยายยาวเหยียด อย่างที่ว่าครับ ผมกราบเรียนสั้น ๆ กับท่านประธานครับ ลูกชายผมเขาชอบเกาะสมุย ไปเรียนหนังสือกลับมาก็ต้องไปนอนที่เกาะสมุย ที่จริงไม่ใช่ลูกชายคนเดียวหรอกครับ ลูกสาวด้วยก็ชอบไปที่เกาะสมุย วันนี้ลูกสาวผมก็ยังเป็นวิศวกรรับจ้างบริษัทเขาทํางาน ก่อสร้างโรงแรมที่เกาะสมุยก็อยากจะทํางานอยู่ที่นั่นเพราะว่าชอบ เขาไปก็รู้จักเพื่อนฝูง มากมายแล้วก็ไปซื้อที่ดินแปลงนี้อยู่บนภูเขา ใช่ครับ ที่เกาะสมุยเหมือนกับที่เกาะภูเก็ต เหมือนกับที่เกาะอื่น ๆ เกาะพะงัน ที่ไหนต่าง ๆ พื้นที่ราบมีน้อย พี่น้องประชาชนทั้งหลาย ที่เป็นชาวบ้านเขาก็จะประกอบอาชีพทําไร่บนเขา แล้วก็ปลูกมะพร้าว ปลูกสวนยาง ปลูกทุเรียน ปลูกสวนผลไม้ต่าง ๆ ในปีที่ลูกชายผมไปซื้อที่เข้าใจว่าเป็นปี ๒๕๔๔ ที่จริง ซื้อมาหลายแปลงเป็นสวนซึ่งมีเอกสารสิทธิ ทั้งหมดผมเข้าใจว่ามีประมาณ ๗ แปลง ที่ที่คุณจตุพรเอามาพูดนี่เป็นเพียง ๑ ใน ๗ แปลงนั้น ด้วยสาเหตุที่หวังว่าจะพูดอะไร ที่ทําให้คนสงสัยผมได้ก็เลยหยิบเอาแปลงนั้นมา ผมไม่ต้องแสดงรูปหรอกครับเพราะว่า คุณจตุพรได้กรุณาเอารูปมาแสดงให้เห็นแล้ว ท่านประธานก็จะเห็นต้นมะพร้าว จะเห็น อะไรซึ่งเป็นลักษณะของการใช้ประโยชน์ที่ดินเหล่านั้นอยู่แล้ว ท่านประธานครับ ลูกชายผมก็ซื้อที่ดินมาโดยถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่างทุกประการ แล้วก่อนซื้อเขาก็ได้ ไปปรึกษาผู้คนที่เขารู้จักที่นั่นว่าที่ดินมีเอกสารสิทธิอย่างนี้ซื้อได้ไหม อย่างไร เขาก็ไปซื้อที่ดินมาครับ เจ้าของที่ดินก็ใช่ครับ ถูกต้อง ห้างหุ้นส่วนจํากัด เรืองปัญญา คอนสตรัคชั่น ที่จริงถ้าพูดแค่นี้ก็ไม่เป็นปัญหาครับ บังเอิญนายจตุพรและพรรคพวก เขาผูกปีโกรธเคืองอยู่กับพันธมิตร เจ้าของห้างหุ้นส่วนจํากัด เรืองปัญญา นี่เป็นพันธมิตร แล้วเข้าใจว่าเป็นพันธมิตรที่มาตั้งเต็นท์หุงหาอาหารปักษ์ใต้เลี้ยงคนที่มาชุมนุมอยู่ ก็บ่มเพาะเป็นความแค้น เขาก็เลยพลอยเดือดร้อนกับการอภิปรายของผมในคราวนี้ไปด้วย ก็ต้องขอโทษด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ นายจตุพรก็บอกว่าตอนที่ห้างหุ้นส่วนจํากัด เรืองปัญญา คอนสตรัคชั่น เอา ส.ค. ๑ ไปออกเป็น น.ส. ๓ เนื้อที่เพิ่มขึ้น แล้วก็เมื่อขายให้ นายแทน ปี ๒๕๔๔ นายแทนเข้าไปทําประโยชน์ ทําประโยชน์เสร็จก็ไปขอออกโฉนดเนื้อที่ เพิ่มขึ้น ผมเรียนกับท่านประธานครับ เป็นอย่างนี้กันทั้งประเทศไทย คนที่ได้สิทธิ ครอบครองที่ดินที่เขาเรียกว่า ส.ค. ๑ บางทีไปแจ้งไว้ ๑๐ ไร่ พอไปสํารวจรังวัดทํา น.ส. ๓ ก็กลายเป็น ๑๕ ไร่ ๑๗ ไร่ นี่เป็นเรื่องปกติ แต่เวลาจะทําโฉนดเขาพิถีพิถันมากกว่านั้น มีช่างรังวัดออกไปสํารวจกันจริง ๆ มีวิธีการคํานวณเนื้อที่ชัดเจน ก็มีเนื้อที่เพิ่มขึ้น แต่ไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไรครับ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตประจําวันของพี่น้องประชาชน คนต่างจังหวัดทุกจังหวัดเหมือนกัน อันนี้เป็นปกติ ผมก็ไม่ลงไปในรายละเอียดว่าจะต้อง อธิบายเพิ่มเติมอย่างไร แต่จุดที่คุณจตุพรพยายามจะเอามาโยงก็คือว่าผมได้ไปวางแผน ไว้ล่วงหน้าเล็งเห็นผลว่าจะต้องมีปัญหาถูกข้อกล่าวหาเรื่องการบุกรุกที่ภูเขาตรงนี้ เพราะฉะนั้นตอนที่ไปเป็นประธานคณะกรรมการคดีพิเศษก็เลยไปออกมติเอาไว้ใหม่ว่า ต่อไปนี้คดีที่เกี่ยวกับการบุกรุกที่ราชพัสดุไม่ต้องเอามาเป็นคดีพิเศษ คือพยายามโยง ให้คนที่เขาไม่ทราบเรื่องราวข้อเท็จจริงเข้าใจผิดในตัวผมด้วย ผมกราบเรียนท่านประธาน อย่างนี้ครับ ตามปกติเรื่องคดีไหนจะเป็นคดีพิเศษหรือไม่เขาเขียนไว้ในกฎหมายชัดเจน เป็นพระราชบัญญัติว่าด้วยกรมสอบสวนคดีพิเศษและวิธีการที่จะรับคดีพิเศษ ถ้าเรื่อง เข้าตามข้อกฎหมายที่เขากําหนดเอาไว้ว่าคดีอะไรบ้าง ประเภทไหนบ้างที่จะต้องเป็น คดีพิเศษ อย่างนั้นไม่ต้องเข้าที่ประชุมของคณะกรรมการ ที่นอกเหนือจากที่กฎหมาย กําหนดเอาไว้จึงให้เป็นดุลยพินิจของคณะกรรมการ คณะกรรมการก็มาประชุมกัน ผมไม่ได้ดูข้อเท็จจริงครับว่าเรื่องจริงเรื่องนี้เป็นอย่างไร แต่ว่าเมื่อคุณจตุพรเอามาอภิปราย ซึ่งผมไปเปิดหาเอกสารไม่ทันว่าในวันที่ผมเป็นประธานคณะกรรมการคดีพิเศษครั้งหนึ่ง ผมไม่รับคดีบุกรุกที่ราชพัสดุจังหวัดราชบุรีเป็นคดีพิเศษ ผมเรียนกับท่านประธาน และท่านสมาชิกผู้มีเกียรติครับว่าคณะกรรมการคดีพิเศษ ผมเข้าใจว่ามีประมาณ ๒๐ คน เห็นจะได้ มีผู้ทรงคุณวุฒิมากครับ ผมเรียนกับท่านประธานว่าบางท่านก็เป็นอดีตประธาน ศาลฎีกา เป็นอดีตอัยการสูงสุด เป็นเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นผู้ทรงความรู้ ในสาขาต่าง ๆ ผู้ทรงคุณวุฒิต่าง ๆ แล้วแต่ละท่านนั้นมีศักดิ์ศรี มีเกียรติยศ มีเกียรติภูมิ มีคุณวุฒิ ท่านมีความเป็นอิสระในการพิจารณา ประธานไม่สามารถไปชี้นําเขาได้หรอกครับ เราปรึกษาหารือกันแล้วก็มีมติกัน แล้วก็ลงมติ จะรับหรือไม่รับในคดีไหนก็มีเหตุ มีผล ในตัวของเรื่องราวนั้นเอง ไม่ใช่เรื่องที่ผมจะไปเล็งเห็นผลไว้ล่วงหน้าว่าผมจะถูกคุณจตุพร มายื่นให้ ป.ป.ช. สอบเรื่องนี้ในวันนี้ ถ้าผมรู้ล่วงหน้าอย่างนี้ตั้งแต่ต้นก็เป็นผู้วิเศษไปแล้ว รู้ไม่ได้ครับ คิดไม่ถึง แต่ว่าผมก็ไม่รู้ว่าคุณจตุพรคิดได้อย่างไร นี่ก็สุดยอดจริง ๆ ครับ ต้องยอมรับ

ท่านประธานที่เคารพครับ ก็พยายามจะหาเรื่องอีกครับ โยงไปโน่นครับ ส.ป.ก. ๔-๐๑ ที่จังหวัดภูเก็ต คงยังนึกว่าเรื่องนี้ยังติดตลาดอยู่กระมังครับ ผมอยากจะ ขออนุญาตใช้เวลาตรงนี้กราบเรียนกับท่านประธานว่าในสมัยที่ท่านชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี สภาแห่งนี้ซึ่งได้ศึกษาเรื่องปัญหาของพี่น้องประชาชนที่เข้าไป ครอบครองทํากินอยู่ในที่ดินของรัฐประเภทต่าง ๆ ทั่วประเทศ ทั้งที่เป็นป่ำไม้บ้าง เป็นที่ราชพัสดุบ้าง ทั้งที่เป็นที่สาธารณะบ้าง ทํากินมาตั้งแต่ปู่ แต่ย่า ถึงพ่อถึงลูก ไม่มีเอกสารสิทธิผิดกฎหมายเพราะว่าเป็นผู้บุกรุกที่ทํากินของรัฐ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ก็ได้ร่วมกันคิดว่าต้องใช้วิธีการปฏิรูปที่ดินเอามาแก้ปัญหาเรื่องนี้ ได้ร่วมกันแก้ไขกฎหมาย ว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพิ่มเติมให้สํานักงานการปฏิรูปที่ดินสามารถที่จะรับเอาที่ดิน ป่าสงวนที่เสื่อมสภาพแล้ว ที่สาธารณประโยชน์ที่ประชาชนไม่ได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันอีกแล้ว หรือแม้แต่ที่ราชพัสดุ ถ้ากระทรวงการคลังเห็นชอบด้วยให้สํานักงานปฏิรูปที่ดิน เอามาจัดสรรออกเอกสารสิทธิให้กับผู้ที่ครอบครองอยู่ทุกราย เนื้อหากฎหมาย เป็นอย่างนั้นครับ ผมก็ได้มาเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้วก็รับหน้าที่กํากับดูแลงานของสํานักงานการปฏิรูปที่ดิน ได้ดําเนินการตามนโยบาย ของรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ให้สํานักงานการปฏิรูปที่ดินเอาที่ดิน ในเขตป่าสงวนที่เสื่อมสภาพแล้ว ที่เป็นไร่ เป็นนา เป็นสวน ของประชาชนเหล่านั้น มาจดทะเบียน สํารวจรังวัด ออกเอกสารสิทธิชนิดพิเศษที่เรียกว่า ส.ป.ก. ๔-๐๑ ให้กับ ผู้ที่ครอบครองทุกรายทั่วประเทศ ได้ดําเนินการไปประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ รายทั่วประเทศ แต่ว่าโชคร้ายครับ ในการไปออกเอกสารสิทธิให้กับประชาชนที่จังหวัดภูเก็ตประมาณ ๒๐,๐๐๐ ราย มีอยู่ ๘ รายกลายเป็นคนมีฐานะดี เป็นคนรวยว่าอย่างนั้นเถอะ วันนั้น ผมก็ถูกฝ่ายค้านซึ่งเป็นพรรคพวกนายเก่าของคุณจตุพรเขานี่แหละครับ รุมตีกันใหญ่เลยครับ บอกว่าผมปล้นแผ่นดิน เอาป่าสงวนไปจัดสรรให้กับคนรวย ท่านประธานนึกนะครับ ๘๐๐,๐๐๐ กว่ารายทั่วประเทศ มีอยู่ ๘ รายที่เป็นปัญหา แต่ว่ามีวิธีการในการโฆษณาชวนเชื่อดี ก็เลยกลายเป็นเหตุ แล้วก็ได้ต่อสู้กันครับ จุดอ่อนของผมก็มีอย่างเดียวคือที่สภา ช่วยกันแก้ไขกฎหมายปฏิรูปที่ดินไปเรียบร้อยแล้ว แต่ว่าไม่ไปแก้คําจํากัดความของคน ที่จะได้รับเอกสาร ส.ป.ก. ๔-๐๑ คือคนที่เป็นเกษตรกร ไม่ได้ไปแก้ให้ครอบคลุมผู้ที่ ครอบครองทํากินอยู่ทุกราย แต่ไปยึดเอาคําจํากัดความเดิมว่าเกษตรกรที่จะได้ที่ดิน ตามกฎหมายนี้ต้องเป็นคนจน ต้องเป็นคนที่ไม่มีที่ดินทํากินมาก่อน อะไรต่าง ๆ อย่างนี้ครับ อันนั้นก็เลยกลายเป็นปัญหา และผมก็ได้แสดงความรับผิดชอบในทางการเมืองว่า เมื่อผมกําหนดนโยบายผิด เจ้าหน้าที่ทั้งหลายที่ได้ออกเอกสารสิทธิให้ประชาชนไป ทั้งประเทศก็ไม่ต้องมีความผิดที่จะต้องมารับผิดชอบ เป็นเรื่องที่ผมจะต้องรับผิดชอบ เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องรับผิดชอบ เพราะว่าถ้าขืนให้เขาไปสอบสวนเจ้าหน้าที่ ที่เรียกว่า คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัด และคณะปฏิรูปที่ดินกลาง กว่าเรื่องราวจะจบ ผู้ว่าราชการจังหวัดที่เป็นประธานคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัด ข้าราชการทั้งหลาย ไม่ต้องขึ้นเงินเดือนกัน ถูกสอบสวน มีปัญหาในชีวิตราชการมากมาย ผมก็รับครับ ท่านประธานว่าเรื่องนี้ถ้าผิด เป็นความผิดของผม เป็นความผิดของนโยบาย วันนั้นผมได้ ตัดสินใจแสดงความรับผิดชอบต่อเรื่องนี้ด้วยการลาออกจากตําแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมลาออกแล้ว ๖ เดือน ฝ่ายค้านมายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ อย่างนี้ครับ แต่บังเอิญโชคร้ายพรรคร่วมรัฐบาลวันนั้นเกิดถอนตัวกลางคัน ในที่สุดก็เลย ต้องเป็นเรื่องยุบสภา วันนี้คุณจตุพรก็อุตส่าห์ยกเรื่องนี้ขึ้นมาอีกเพื่อที่จะเป็นการตอกยํ้าว่าผมเป็นคนมีปัญหา เรื่องที่ดิน แล้ววันนี้ก็เอาคําเดิมมากล่าวหาผมว่าปล้นแผ่นดิน เบียดบังทรัพยากรของชาติ ผมกราบเรียนกับท่านประธานครับว่าผมไม่ได้ปล้นครับ แล้วก็ไม่มีใครปล้น คนที่ได้ เอกสารสิทธิ ส.ป.ก. ๔-๐๑ ไปนั้นเป็นคนเดิมที่เขาทํากินอยู่ในที่ดินแปลงนั้นมาก่อน ผมเห็นใจเจ้าของที่ดิน ๘ รายที่พลอยเดือดร้อนไปกับการที่ผมถูกเล่นงานในทางการเมือง ก็ถูกดําเนินคดีคือไปสู้คดีกัน ในที่สุดศาลก็พิพากษายึดเอาตามคําจํากัดความ ของเกษตรกรที่อยู่ในกฎหมายเดิม เขาก็คืนที่ดินให้ ส.ป.ก. เรื่องก็จบเท่านั้นครับ ไม่มีอะไร ที่จะลึกลับซับซ้อนไปกว่านั้น แต่ว่าวันนี้ที่เอาตรงนี้มาก็คล้าย ๆ ว่าจะเพิ่มนํ้าหนัก ในการที่จะกล่าวหาผมว่าผมสมควรจะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ แล้วไปบอกว่าลูกชายผม ได้ที่ดินที่เกาะสมุยแปลงนี้มาแล้วได้เอาไปจัดสรรจะแบ่งขายให้กับชาวต่างชาติ เอาทรัพยากรของชาติไทยไปให้ชาวต่างชาติอะไรต่ออะไร นี่ก็จินตนาการไปเยอะ เหลือเกินครับ ลูกผมยังไม่ได้จัดสรรสักแปลงเลย ที่ทั้งหมดนี้แบ่งแยกออกมาเป็น ๒ แปลง แปลงหนึ่งก็ให้กับคุณศรีสกุล พร้อมพันธุ์ อีกแปลงหนึ่งเขาตั้งใจจะมอบให้กับเพื่อนเขา แต่ว่ายังตกลงกันไม่ได้ว่าคนนอกจะไปรับโอนเมื่อไรก็ใส่ชื่อเขาไว้ซึ่งเป็นเจ้าของเดิม ลูกผมไม่ค่อยมีสติปัญญาแบบคุณจตุพร เขาเรียนจบปริญญาตรีมาจากมหาวิทยาลัย เมลเบิร์นที่ประเทศออสเตรเลีย แล้วก็เรียนจบปริญญาโทที่นิด้า แล้วเขาเข้าใจว่าที่ดินนี้ ซึ่งเขาเป็นเจ้าของเมื่อแบ่งแยกแล้วเขายังใส่ไว้ในชื่อเขาเหมือนเดิมได้ไม่ผิดปกติอย่างใด ผมคิดว่าคนที่มีที่ดินเวลาจะแบ่งแยกที่ดินเป็นหลาย ๆ แปลงก็ยังใส่ชื่อตัวเองไว้ได้ ไม่ได้เป็นอย่างที่คุณจตุพรว่าว่าทีแบ่งให้คุณศรีสกุลแบ่งให้เขาไปตั้ง ๔ ไร่ แล้วทีแบ่ง ยกให้ตัวเองเอาไว้ ๑ ไร่ มันตลกครับ ผมคิดว่าถ้าจะอภิปรายอย่างนี้มันเสียเวลา คนเขาครับ แต่ว่าผมเรียนยืนยันท่านประธาน แล้วก็ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ทั้งหมด ที่เกิดขึ้นการซื้อที่ดินตอนที่ลูกผมไปซื้อมาก็ดี การที่ไปออกเป็นโฉนดที่ดินก็ดี เป็นสิ่งที่ ได้กระทําเมื่อตอนที่ผมเป็ นฝ่ำยค้าน ผมเป็ นฝ่ำยค้านอยู่หลายปี ตั้งแต่ออกจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมาแล้ว แล้วก็อย่าได้ไปสงสัยว่าจะมีเจ้าหน้าที่ มาเข้าด้วยช่วยเหลือผมนะครับ เพราะว่าตอนที่พวกท่านเป็นรัฐบาลไม่มีใจที่จะมาเอื้อเฟื้อ ผมหรอกครับ ถ้าเอาผมตายไปได้ทําไปแล้ว แล้วเรื่องนี้ก็เป็นจริงครับ ในวันที่คุณยงยุทธ ติยะไพรัช เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยกกําลัง ไปบุกเกาะสมุยมาแล้ว ไปค้นหาที่ดินของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ มาแล้วทุกแปลง บังเอิญหาไม่เจอในสารบบ ไปเจอสุเทพเหมือนกัน นามสกุลอื่นเล่นงานเขาเกือบตาย มีรายงานอยู่นี่ครับลงวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ท่านประธานที่เคารพครับ ตอนที่คุณเฉลิม มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ส่งไปอีก ไปตรวจที่ดินแปลงนี้ของผมมาแล้ว เอามาอภิปรายแล้ว มีบันทึกอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรตอนสู้กับผม มีบันทึก ในสภาผู้แทนราษฎรตอนคุณวิรัตน์ กัลยาศิริ อภิปรายรัฐมนตรีเฉลิม ผมไม่นึกว่าวันนี้ คุณจตุพรจะไปรื้อเรื่องนี้มาอภิปรายอีก ผมเรียนอย่างนี้ครับ ผมไม่ใช่คนดื้อด้านอะไรครับ ถ้าเห็นว่าในการซื้อการขาย ในการทํานิติกรรมซึ่งทําถูกต้อง แล้วถ้าท่านเห็นว่ายังผิด ตรงไหนท่านไปเอาใครมาเถอะครับ สอบสวนอย่างไร จะดําเนินคดีอย่างไร ผมยินดีทั้งนั้น จะเอาคืนไปทั้งแปลงเลยก็ได้ไม่เป็นปัญหาอะไร ผมเป็นคนเชื่อกฎหมายอยู่แล้วครับ ไม่มีกระด้างกระเดื่องอะไร เพราะฉะนั้นก็ให้ท่านประธานแล้วก็ท่านสมาชิกได้สบายใจ แล้วก็ขอความเห็นใจให้กับลูกผมด้วยนะครับ ที่จริงเขาไม่ควรจะต้องมีปัญหา แต่บังเอิญ เพราะเป็นลูกผม เป็นคนที่เป็นเป้ำหมายของคุณจตุพรและพรรคพวกเขา เพราะฉะนั้น ก็ขอกราบเรียนท่านประธานทราบไว้แค่นี้ครับ ขอบคุณครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

อีกนิดเดียวครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือเวลานะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

๒-๓ นาทีเท่านั้นเองครับ เพื่อความเข้าใจตรงกันเท่านั้นเอง เรื่องแรกครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอความกรุณาเถอะครับ โต้กันไปโต้กันมาไม่จบหรอกครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

สั้น ๆ ครับ เพื่อให้เข้าใจนิดเดียวเองครับ การประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษเป็นเรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ เมื่อยึด หลักเกณฑ์เช่นนี้แล้วนะครับ กรณีที่ดินที่บุกรุกป่าสงวน

(นายทศพร เทพบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วงนะครับคุณจตุพร

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

กรมสอบสวนคดีพิเศษไม่ควรรับไว้ ดําเนินการ ให้เป็นอํานาจหน้าที่ของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ นี่เป็นคําพูดของประธาน ในที่ประชุม ไม่ได้อธิบายอะไร และที่ดินงอกนะครับ ซึ่งมีการติดคุกกันมากมายเลยครับ งอกจาก น.ส. ๓ ก. ๑๔ ไร่ นี่แหลมเข้ามาเลย รวมแม้กระทั่งเรื่องเงินกู้ พวกผมสงสัย ๑๕ ล้านบาทนี่นะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าพอแล้ว คุณจตุพรครับ ประทานอภัยครับ ไม่ต้องประท้วงหรอกครับ จบแล้วผมไม่อนุญาตแล้วครับ เชิญท่านกรณ์ครับ

นายทศพร เทพบุตร ภูเก็ต

ท่านประธานครับ พาดพิงครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านพีระพันธุ์ครับ ทางโน้นก็ประท้วงอยู่

นายทศพร เทพบุตร ภูเก็ต

ท่านประธานครับ ขออนุญาตพาดพิง เรื่อง ส.ป.ก. ครับ วันนี้มีการพูดถึง ส.ป.ก. ๒ ครั้งแล้ว ผมขอใช้สิทธิ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวครับ พอแล้วครับ คือท่านไม่มีสิทธิ รัฐมนตรีเขามีสิทธิก็ให้เขาก่อน เชิญนั่งลงก่อนนะครับ

นายทศพร เทพบุตร ภูเก็ต

ท่านครับ ผมเสียหายนะครับ ขอความกรุณา

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญนั่งลงก่อนครับ

นายทศพร เทพบุตร ภูเก็ต

เดี๋ยวขอต่อนะครับท่านครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับท่านรัฐมนตรี สั้น ๆ ครับ เวลาน้อยเหลือเกินครับ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ผมต้องขออนุญาตท่านประธานและเพื่อนสมาชิกใช้เวลาเพียงเล็กน้อย เพื่อให้เกิด ความชัดเจนในประเด็นที่ทางท่านสมาชิกได้กรุณาพาดพิงมาถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งเผอิญท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพทําหน้าที่ เป็นประธานของคณะกรรมการคดีพิเศษ ส่วนตัวผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นรองประธาน หน่วยงานหลักที่ทําหน้าที่เป็นคนที่ดูแลภารกิจก็คือทางกรมสอบสวน คดีพิเศษ ก็มีท่านอธิบดี ท่านรองอธิบดี ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าในกรมสอบสวน คดีพิเศษก็จะเป็นเหมือนที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ว่าคดีที่จะเข้ามาสู่ อํานาจของกรมสอบสวนคดีพิเศษมันมีอยู่ ๒ ประเภท ประเภทที่ ๑ ก็คือตามที่กฎหมาย กําหนดไว้ชัดเจนว่าเป็นคดีพิเศษโดยทันที ตามมาตรา ๒๑ (๑) ส่วนคดีอื่น ๆ จะเป็น คดีพิเศษได้ก็ต้องเป็ นตามมาตรา ๒๑ (๒) ก็คือต้องมาเข้าคณะกรรมการคดีพิเศษ เป็นผู้พิจารณา ทีนี้ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการบุกรุกที่ดินของรัฐในประเภทต่าง ๆ นั้นก็มี การร้องเรียนกันเข้ามาทั้งประชาชน ทั้งผู้ที่ถูกบุกรุกกล่าวหากันเอง ทั้งในส่วนของ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เผอิญในช่วงนั้นก็เป็นช่วงแรก ๆ ที่รัฐบาลนี้เข้ามารับหน้าที่ ผมได้รับรายงานจากท่านอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษในขณะนั้นคือท่าน พันตํารวจเอก ทวี สอดส่อง ว่าในพื้นที่บริเวณตรงนี้ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เรียกว่าสวนผึ้งที่จังหวัดราชบุรีซึ่งเป็น ที่ดินที่ราชพัสดุแล้วก็เผอิญเป็นพื้นที่ที่ทหารดูแล แล้วเป็นพื้นที่ที่ใหญ่มาก ใหญ่มากแล้วก็ มีพื้นที่ที่เป็นที่ตั้งค่ายของผู้อพยพด้วย บริเวณที่เป็นที่เกิดเหตุผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าบุกรุก เป็นผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าไปทําสัญญาเช่าในระหว่างหุบเขา ปิดหัวกับหางไว้ ส่วนตรงกลางนั้น บุกรุกโดยที่ไม่มีใครสามารถเข้าไปดูแลได้ก็เป็นประเด็นปัญหา อยากจะขอให้ทาง กรมสอบสวนคดีพิเศษเข้าไปดูแล เผอิญมันมีประเด็นอยู่นิดเดียวครับว่าในจังหวะนั้น เรื่องนี้มีการไปกล่าวหาอยู่ที่สถานีตํารวจเจ้าของพื้นที่เรียบร้อยแล้ว ทางตํารวจก็ทําคดีนี้อยู่ เรียบร้อยแล้ว แล้วก็มีประเด็นพิพาทกันในระหว่างที่ ขออภัยนะครับ ทหารที่ดูแล กับเจ้าหน้าที่ตํารวจว่าเรื่องมันไม่ไปถึงไหนอะไรทํานองอย่างนี้ เมื่อเรื่องมาถึง กรมสอบสวนคดีพิเศษ ท่านอดีตอธิบดีก็หารือว่าควรจะเอาเข้าไปหารือในคณะกรรมการ คดีพิเศษดูก่อนว่าเรื่องนี้ควรที่จะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ ก็มีเท่านี้แหละครับ ก็นําไปหารือ ในคณะกรรมการคดีพิเศษ ซึ่งวันนั้นท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพก็ทําหน้าที่เป็นประธานตามที่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายไว้ ก็มีประเด็นถกเถียงกันเหมือนที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้บอกว่า มีกรรมการหลายท่าน แล้วก็มีผู้ทรงคุณวุฒิหลายคน เผอิญมีกรรมการที่เป็นตัวแทนจาก สตช. หรือสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ท่านก็ยืนยันเห็นว่าเรื่องนี้ทางตํารวจทําอยู่แล้ว ยังไม่ควรที่จะให้ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษรับเป็นคดีพิเศษไปทํา ทางท่านรองนายกรัฐมนตรี ทําหน้าที่ประธานท่านก็เห็นว่าถ้าอย่างนั้นคดีลักษณะแบบนี้ก็ขอให้วางหลักเกณฑ์ ไว้ก่อนว่าอย่าเพิ่งรับเป็นคดีพิเศษ แต่ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเขาไปทํางานก่อน แล้วเผอิญท่านผู้อภิปรายอาจจะได้ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ซึ่งก็รู้ตามเอกสารแต่ไม่ได้รู้ว่า ผมได้คุยอะไรกับท่านรองนายกรัฐมนตรีหรือว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายอะไร ท่านรองนายกรัฐมนตรีก็บอกผมว่าให้ไปทบทวนอีกทีแล้วกัน ในเมื่อทางตัวแทนของ สตช. เขาบอกอย่างนี้ก็อย่าไปขัดแย้งกัน แต่ก็ลองไปดูถ้าคิดว่ามันไปไม่ไหวหรือเจ้าหน้าที่ตํารวจ ทําไม่ได้ก็ให้เข้ามาเป็นคดีพิเศษใหม่ เรื่องก็เลยนํากลับเข้ามาในการประชุมครั้งต่อไป ซึ่งเผอิญวันนั้นท่านรองนายกรัฐมนตรีติดภารกิจไม่สามารถทําหน้าที่เป็นประธานได้ ก็ให้ผมทําหน้าที่เป็นประธาน แล้วก็ยืนยันว่าเรื่องนี้ควรจะให้เป็นคดีพิเศษ คณะกรรมการ ก็เห็นสอดคล้องกันว่าเมื่อยืนยันเช่นนั้นก็ขอให้เป็นคดีพิเศษก็เท่านั้นเองครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญท่านกรณ์ สัก ๑๐ นาทีพอกระมังครับ พาดพิงนะครับ เชิญพาดพิงสัก ๒ นาที เวลามันน้อยครับ

นายทศพร เทพบุตร ภูเก็ต

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม ทศพร เทพบุตร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดภูเก็ต ขออนุญาตพาดพิงนะครับ เรื่อง ส.ป.ก. ที่ได้มีการพูดถึง ในวันนี้ ๒ ครั้ง ก็ชัดเจนเป็นเรื่องของ ส.ป.ก. ที่จังหวัดภูเก็ต แล้วในขณะที่ท่านพูด ท่านพูดแล้วทําให้คนที่เสียหายนอกจากตัวกระผมเองซึ่งเป็นผู้รับ ส.ป.ก. ในวันนั้น แล้วก็ยังมีอีกหลายท่าน ซึ่งเมื่อกี้ท่านสุเทพก็ได้พูดถึงว่าผู้รับที่รับในวันนั้นแล้วก็เสียหายอีก ๘ ราย ซึ่งวันนี้ศาลก็ได้ตัดสินกันไปหมดแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ใช่เฉพาะตัวผมซึ่งอยู่ใน ห้องประชุมแห่งนี้ มีบุคคลภายนอกได้รับความเสียหายด้วย ผมก็ขอความเป็นธรรม ให้คนเหล่านั้นว่าคนเหล่านั้นทุกรายอยู่และครอบครองทํากินอยู่ในที่ดินแปลงนั้นมาก่อน ที่จะมีการประกาศเขตป่า และหลังจากนั้นป่าสงวนแห่งชาติก็ได้มอบที่ดินเหล่านั้นให้กับ ส.ป.ก. แล้ว ส.ป.ก. ก็เอามาออกเอกสารสิทธิให้ ทุกรายที่มีปัญหาในที่ดินเหล่านั้นไม่มีใคร บุกรุกป่า ขออนุญาตยืนยัน แล้วท่านสุเทพท่านก็กํากับเฉพาะนโยบาย คนที่มีการพิจารณาว่า บุคคลใดบ้างที่ควรจะได้รับสิทธิรับ ส.ป.ก. ในวันนั้นเป็นระดับจังหวัดเท่านั้น แล้วในวันนี้ ศาลก็ได้พิจารณาคดีกันไปเรียบร้อยถึงศาลฎีกาแล้ว แล้วทุกรายก็ได้คืนที่ดินให้กับรัฐ ไปเรียบร้อย ไม่ได้มีผู้เสียหายใดทั้งสิ้น กราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านกรณ์ ๑๐ นาที นอกนั้นเวลาให้นายกรัฐมนตรีนิดหน่อยครับ

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านประธานครับ ความจริงผมเป็ น ๑ ใน ๕ รัฐมนตรีที่ทางฝ่ำยค้านได้ยื่นญัตติ ขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ แต่ก็ปรากฏว่าไม่มีท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากฝ่ายค้านท่านใดที่ได้อภิปรายกระผม แต่อย่างไรก็แล้วแต่ได้มีการอ้างถึงการบริหาร ที่ผิดพลาดของกระผมในญัตติที่ท่านได้นําเสนอ ซึ่งกระผมคงจะไม่รบกวนเวลาของสภา ในการที่จะชี้แจงในทุก ๆ ประเด็นในญัตติของท่าน เพียงแต่กระผมจะขออนุญาต ที่จะใช้เวลาเล็กน้อยในการที่จะชี้แจงข้อกล่าวหาของท่านข้อเดียวที่ท่านได้กล่าวว่า ผมดําเนินนโยบายทางการเงิน การคลังและการงบประมาณของประเทศผิดพลาด และได้มุ่งแสวงการก่อหนี้สาธารณะ จนขณะนี้หนี้สาธารณะอยู่ในระดับที่สูงกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ผมขออนุญาตเรียนสั้น ๆ ก่อนว่าญัตติของท่านนี้ผมอาจจะถือเป็นญัตติเท็จ ก็เกือบจะได้นะครับ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ผมจะขออนุญาตคิดเสียว่าข้อมูลที่คลาดเคลื่อน อย่างมีนัยสําคัญในญัตติที่ท่านได้ยื่นไว้เป็นความเข้าใจผิดของท่านเอง เนื่องมาจาก ท่านอาจจะไม่ได้ทําการบ้านมา ประเด็นสําคัญก็คือหนี้สาธารณะ ณ ปัจจุบันของประเทศ ไม่ได้อยู่ในระดับที่สูงกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้ใกล้เคียงเลยด้วยซํ้าไปครับ ณ ปัจจุบันในช่วงของการบริหารจัดการของทางรัฐบาลชุดปัจจุบันหนี้สาธารณะ ของประเทศได้ขึ้นไปอยู่ในระดับที่สูงที่สุดที่ ๔๔ เปอร์เซ็นต์ แล้วท่านอาจจะไม่ทราบว่า หลังจากนั้นก็ได้ปรับลดลงมาจนตัวเลข ณ สิ้นเดือนพฤษภาคมหนี้สาธารณะของประเทศเรา ปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ ๔๑.๙ เปอร์เซ็นต์ สืบเนื่องมาจากอัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจ ที่ทําให้ตัวหารของหนี้สาธารณะนั้นลดลง ท่านมักจะอ้างนอกจากนั้นว่าหนี้สาธารณะ หมายถึงหนี้ต่อหัวของประชากรเพื่อสร้างความกังวลให้กับพี่น้องประชาชน ผมขออนุญาต เรียนอันดับแรกว่าหนี้อย่างไรก็แล้วแต่เป็นเครื่องมือสําคัญในการบริหารเศรษฐกิจ บริษัทจะลงทุนก็ต้องกู้ยืม ชาวนาจะปลูกข้าวก็ต้องกู้ยืม ประเทศชาติเช่นเดียวกันจะลงทุน เพื่อนํามาสู่การพัฒนาก็มีความจําเป็นที่จะต้องกู้ยืม เพราะฉะนั้นในส่วนของรัฐบาลเอง เราก็คิดเสียว่าเราได้นําเงินออมของพี่น้องประชาชนของเรามาใช้ในการลงทุนในโครงการ ต่าง ๆ ที่เราเชื่อว่าเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน แล้วสุดท้ายหนี้สาธารณะท่านพูดถูก อยู่ประเด็นหนึ่งก็คือเป็นหนี้ที่ต้องชําระด้วยภาษี แต่ข้อเท็จจริงในระบบภาษีของเราก็คือ คนรวยส่วนใหญ่ที่เสียภาษีส่วนมากของประเทศ เพราะฉะนั้นไม่ได้เป็นภาระต่อพี่น้อง ประชาชนที่ยากจนมากเท่ากับเป็นภาระของพี่น้องประชาชนที่มีรายได้สูง ในส่วนของ การอ้างว่าเราได้มีการบริหารเศรษฐกิจผิดพลาด ผมก็ไม่ทราบว่าท่านวัดความผิดพลาด หรือความสําเร็จของเศรษฐกิจอย่างไร แต่จริง ๆ แล้วไม่สลับซับซ้อนครับ มีอยู่ ๒ มิติ ที่จะต้องพิจารณา

ประเด็นแรก ก็คือเรื่องของเสถียรภาพและอัตราการขยายตัว ซึ่งผมคง ไม่พูดมาก แต่อยากที่จะเรียนว่า ณ วันที่เราเข้ามารับภาระหน้าที่ เศรษฐกิจในไตรมาสแรก ติดลบ ๗.๑ เปอร์เซ็นต์ หลังจากนั้นก็ปรับดีขึ้นมาเรื่อย ๆ เป็ นลบ ๔.๙ ลบ ๒.๗ และปรากฏในไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้วว่ามีอัตราขยายตัวที่เป็นบวก ๕.๙ เปอร์เซ็นต์ จนกระทั่งมาถึงไตรมาสแรกของปีนี้ที่มีอัตราขยายตัวสูงถึง ๑๒ เปอร์เซ็นต์ ถ้าจะดูในแง่ ของการลงทุนก็เช่นเดียวกันเป็ นดัชนีที่ติดลบอย่างมากในช่วงที่เรามารับภาระ แต่ก็ปรากฏว่าได้แก้สถานการณ์ให้มาเป็ นบวกจนได้ นอกจากนั้นถ้าดูในแง่ ของเสถียรภาพด้วยตัวชี้วัดอื่น ๆ ดุลบัญชีเดินสะพัดก็เป็นบวกมาโดยตลอดในรัฐบาลนี้ ทุนสํารองระหว่างประเทศก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อัตราแลกเปลี่ยนของเราก็เข้มแข็ง เพราะฉะนั้นสะท้อนถึงเสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่ดี เงินเฟ้ อไม่ได้เป็นปัญหาตลอดช่วง ระยะเวลาของการบริหารจัดการของเรา เพราะฉะนั้นไม่ว่าดูด้วยดัชนีใดก็แล้วแต่ในเรื่อง ของเสถียรภาพผมยืนยันได้ว่าไม่ล้มเหลวอย่างที่ท่านได้กล่าวอ้าง ส่วนในแง่ประโยชน์ ของประชาชนว่าเราบริหารเศรษฐกิจแล้วพี่น้องประชาชนได้ประโยชน์อย่างไร ถ้าดู ในระดับมหภาค โดยปกติก็จะวัดกันด้วยดัชนีไม่กี่ตัว อัตราการว่างงานซึ่งผมขออนุญาต เรียนว่าเราเข้ามาในช่วงวิกฤติ อัตราการว่างงานปรับขึ้นไปอยู่ระดับสูงสุดในช่วงปีที่แล้ว ที่ ๒ เปอร์เซ็นต์ของแรงงานของประเทศ และเราก็ได้บริหารเพื่อแก้ไขปัญหาการว่างงาน ทําให้อัตราการว่างงานปรับลดลงมาเหลือเพียงแค่ ๑ เปอร์เซ็นต์ก็คือประมาณ ๓๕๐,๐๐๐ รายที่ยังว่างงานอยู่ ในแง่ของการบริโภคก็เป็นตัวชี้วัดที่ดีถึงเงินในกระเป๋ำ ของพี่น้องประชาชน ซึ่งในช่วงที่เราเข้าบริหารจัดการก็มีการบริโภคภายในประเทศเพิ่มขึ้น ทุก ๆ ไตรมาส เพราะฉะนั้นวัดโดยดัชนีใดก็แล้วแต่ถ้าดูในแง่ประโยชน์ของประชาชน ผมยืนยันได้ว่ารัฐบาลนี้ประสบความสําเร็จ ถ้าดูในเชิงนโยบายเพราะท่านได้พูดถึง การจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลนี้ก็ต้องขออนุญาตเรียนนะครับว่าการจัดสรรงบประมาณ เราก็ได้จัดสรรให้เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน เดิมทีก่อนที่เราจะมารับภาระ พี่น้องประชาชนลูกหลานเรียนฟรีได้ ๑๒ ปี เราก็เพิ่มงบประมาณทําให้ลูกหลานของเรา สามารถที่จะเรียนฟรีได้ถึง ๑๕ ปี รัฐบาลก่อนหน้านี้ได้เคยให้คํามั่นไว้กับ อสม. ทั่วประเทศว่าจะจัดงบประมาณให้ รัฐบาลนี้มาเราก็ทําจริงด้วยการจัดเบี้ย อสม. ให้เดือนละ ๖๐๐ บาท โครงการดี ๆ ที่รัฐบาลก่อนหน้านี้ทําไว้เราก็ต่อยอดให้ กองทุนหมู่บ้าน ก็สามารถกู้ยืมเพิ่มเติมได้จากธนาคารของรัฐในสังกัดกระทรวงการคลัง ส่วนความพยายาม ในการแก้ไขปัญหาหนี้ของรัฐบาลก่อนหน้านี้ด้วยการจัดให้มีการขึ้นทะเบียนแต่ไม่ได้ ดําเนินการในการแก้ไขปัญหาต่อไป เราก็หยิบยกขึ้นมาด้วยมาตรการการแก้หนี้นอกระบบ ส่วนเรื่องของการช่วยเหลือเกษตรกรเช่นเดียวกันครับ เราได้จัดสรรเม็ดเงินงบประมาณ ไปประกันรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกร ทําให้จากเดิมโครงการจํานําสินค้าเกษตร ของรัฐบาลก่อนหน้านี้ช่วยเหลือเกษตรกรได้เพียง ๘๐๐,๐๐๐-๙๐๐,๐๐๐ รายนะครับ ณ ปัจจุบันมีเกษตรกรที่ได้ประโยชน์จากนโยบายและการใช้การจัดสรรเม็ดเงินงบประมาณ ของรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์สูงถึงเกือบ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ราย เพราะฉะนั้น การจัดสรรงบประมาณผมก็ยืนยันได้เช่นเดียวกันว่าเป็นการจัดสรรที่พี่น้องประชาชน ได้ประโยชน์ ผมกลับไปตรวจเช็กในแง่ของการกระจายเม็ดเงินงบประมาณ เช่นเดียวกัน ถ้าดูในส่วนของเม็ดเงิน พ.ร.ก. ที่กู้ยืมมานะครับ ผมได้ตรวจเช็กว่าได้รับกันทุกจังหวัด และถ้าดูตามกระทรวงก็ได้มีการกระจายไปในกระทรวงสําคัญ ๆ รวมถึงกระทรวงที่ในช่วง อาทิตย์ที่แล้วที่มีการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ท่านได้ตั้งคําถามไว้ค่อนข้างมากว่าทําไมเราจัดสรรงบประมาณให้ในสายตา ของท่านค่อนข้างน้อย อย่างเช่นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านก็คงไม่ทราบว่า ในส่วนของตัวกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นเป็นกระทรวงที่ได้รับเม็ดเงินงบประมาณ จาก พ.ร.ก. สูงที่สุดเมื่อเทียบกับทุก ๆ กระทรวง เพราะฉะนั้นเมื่อดูในทุกมิติผมจึงกล้า ที่จะยืนยันได้นะครับว่าไม่มีประเด็นใดที่ท่านอภิปรายไม่ไว้วางใจทีมงานเศรษฐกิจ ของรัฐบาลได้นะครับ แล้วก็คงเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งที่ท่านก็ได้เลือกที่จะไม่อภิปราย ในประเด็นนี้ อย่างไรก็แล้วแต่ผมและเพื่อนสมาชิกทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยการนํา ของท่านนายกรัฐมนตรี ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ตระหนักนะครับว่าประเด็นปัญหาปากท้อง ของพี่น้องประชาชนยังมีอีกมากมาย ประเด็นปัญหาเศรษฐกิจของเราก็ยังต้องมีแก้ไขกัน อีกมาก เพราะฉะนั้นเราก็ยังคงจะตั้งใจทํางานกันต่อไปครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ มีเวลา ๒๕ นาที

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ให้ ๓๐ นาทีเลยครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับก่อนจะ ใช้สิทธิผมขอหารือท่านประธานสักนิดหนึ่งนะครับ เพราะว่าข้อบังคับแล้วก็แนวปฏิบัติ ครั้งนี้อาจจะไม่ค่อยเหมือนกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่ผ่าน ๆ มา คือกราบเรียน ท่านประธานว่าในญัตติที่ขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ มีการเขียนข้อกล่าวหา ๑๒ ข้อ แต่ว่ามีเพื่อนสมาชิกซึ่งใช้เวลาอภิปราย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ก็คือผมแล้วก็ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพนั้นมุ่งไปเพียงข้อ ๒ เป็นหลักเท่านั้นเอง ซึ่งผมก็ได้ใช้สิทธิชี้แจงไปแล้ว ทีนี้ผมก็ไม่ทราบว่าประเด็นที่ไม่ได้มีการอภิปรายประสงค์ จะให้ผมชี้แจงหรือไม่ และที่สําคัญไปกว่านั้นก็คือว่าผู้ที่จะสรุปญัตติในช่วงการอภิปราย ตอนบ่ายเอ่ยบางประเด็นไว้เพียง ๑ ประโยค ๒ ประโยค ซึ่งก็ตั้งคําถามว่าเวลาท่านสรุป ท่านมีสิทธิที่จะขยายความไปมากกว่า ๑ ประโยคหรือ ๒ ประโยคนั้นหรือไม่ เพราะว่า ถ้าพูดเกินเลยจากที่ท่านพูดไปผมก็ถือว่าผิดข้อบังคับ เนื่องจากไม่ได้สรุปในสิ่งที่ได้อภิปราย ไปแล้ว แล้วก็จะไม่เป็นธรรมกับผมเพราะว่าผมจะไม่มีโอกาสชี้แจง อยากให้ท่านประธาน ได้วินิจฉัยในเบื้องต้นก่อนนะครับว่ากรณีอย่างนี้จะให้ปฏิบัติอย่างไร

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านนายกรัฐมนตรีครับ คือว่าผู้เสนอญัตติขอเปิ ดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจก็มีอยู่ ๑๒ ข้อ หรือ ๑๒ ประเด็นนะครับ ส่วนประเด็นต่าง ๆ ที่เขาไม่ติดใจเขาไม่ได้อภิปราย แล้วก็อยู่ที่ผู้สรุป คือเวลาผู้สรุปเหลือประมาณ ๑ ชั่วโมงครับ โดยผู้เสนอญัตติคือคุณเฉลิมเป็นผู้สรุปนะครับ เพราะฉะนั้นเวลาที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะสรุปก็ได้ ไม่สรุปก็ได้ เป็นเรื่องที่ท่านนายกรัฐมนตรี จะวินิจฉัย เชิญวิป

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม วิทยา บุรณศิริ ประธานผู้ประสานงาน พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้ยื่นญัตติแล้วก็ตัวแทนของพรรค ต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่าสิ่งที่ฝ่ายค้านได้นําเสนอ ขออนุญาตชี้แจงไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็ ท่านรัฐมนตรีทุก ๆ ท่านด้วยนะครับ ข้อกล่าวหาโดยญัตติที่ได้ตั้งไว้ถูกต้องครับจํานวนที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้กล่าวคือ ๑๒ ประเด็นของท่าน ส่วนท่านอื่น ๆ นั้นก็เป็นตามรายละเอียดที่สมาชิกและตัวกระผมเอง ได้ทําบันทึกถึงท่าน นั่นเป็นข้อกล่าวหา ส่วนประเด็นที่ติดใจหรือไม่ ท่านจะตอบหรือไม่นั้น เป็นสิทธิที่ท่านพึงจะเลือกว่าตอบหรือไม่ตอบ แต่นั่นคือข้อกล่าวหาที่สมาชิกได้เขียน เป็นลายลักษณ์อักษรและกระผมเองได้อ่านต่อสภาแห่งนี้น่าที่จะครอบคลุมถึงรายละเอียด ส่วนประเด็นที่มาขยายผลหรืออภิปรายให้สภาแห่งนี้มีความเข้าใจและพี่น้องประชาชน ที่อยู่ทางบ้านซึ่งเป็นประเด็นที่ฝ่ายค้านตั้งใจกระทํานั้นถือเป็นสิ่งที่ฝ่ายค้านนั้นมีเจตนา เจาะจง ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ นั้นกระผมเองได้อ่านตามที่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยได้กล่าว กระผมได้อ่าน นั่นคือสิ่งที่ผมกล่าวหาท่านนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านจะตอบนั้นก็เลือกบางประเด็นที่คิดว่าเป็นสาระสําคัญที่ท่านตอบได้ ท่านก็ตอบ ท่านไม่ตอบก็ไม่เป็นไร เพราะว่าสภาแห่งนี้จะได้รับทราบไว้ ขอบคุณครับ ท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าเวลามันจํากัด ท่านนายกรัฐมนตรีสรุปก็สรุป ไม่สรุปก็จะได้ให้ฝ่ายค้านเขาสรุป

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ ผมตั้งใจ จะใช้สิทธิครับ เพียงแต่สอบถามว่าในกรณีที่ผู้สรุปญัตติหยิบยกประเด็นที่ยังไม่ได้ มีการอภิปรายขึ้นมานี่ ผมจะมีสิทธิชี้แจงไหมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีสิทธิครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพครับ

(ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวท่านให้ผมวินิจฉัย เรื่องของท่านนายกรัฐมนตรีถามก่อนครับ ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิมสักเดี๋ยวครับ คือเขาเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ ๑๒ ข้อ แล้วเขาก็ได้อภิปราย ซักถามตั้งแต่เมื่อวานตอนเช้าแล้วนะครับ ฉะนั้นปัญหาก็อยู่ที่ ๑๒ ข้อนี้ละครับ ไม่นอกเหนือจากอันนี้ครับ อันไหนที่ท่านนายกรัฐมนตรียังไม่ได้ชี้แจงจะเพิ่มเติมในจํานวน ๑๒ ข้อ ตรงไหนมันบกพร่องก็เติมไปได้ให้มันเต็มครับ ไม่มีปัญหา เชิญเจ้าของญัตติ ว่าอย่างไรครับ เดี๋ยวเวลาของท่านจะหมด เวลาของท่านมีน้อยนิดเดียวนะครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย โดยหลักการอภิปราย ไม่ไว้วางใจ เมื่อฝ่ายค้านได้อภิปรายไปแล้ว รัฐบาลตอบ อยู่ที่ฝ่ายค้านสรุป การสรุปนั้น วิธีปฏิบัติก็จะสรุปเนื้อหาสาระที่ได้มีการอภิปรายเอาไว้ ถ้าหากท่านนายกรัฐมนตรีชี้แจงเสร็จ แล้วผมเป็นคนสรุป ผมเปิดประเด็นใหม่ ท่านนายกรัฐมนตรีตอบได้ แต่มันไม่ใช่ สระอะ สระอา สระอิ สระอี ผิดไม่ได้เลยในสาระสําคัญสารัตถะ ถ้าผมไปเปิดประเด็นใหม่ ขออนุญาต ว่าท่านนายกรัฐมนตรีเอาที่ดินคุณพ่อที่หัวหินไปขายให้ใคร อย่างนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกผมตอบได้แล้ว เพราะว่าไม่ใช่เรื่องอภิปราย แต่ถามว่าเรื่อง การสลายการชุมนุมบางเรื่องมันอาจจะถามท่าน แต่เป็นสถานการณ์ใกล้เคียง อย่างนี้ ผมเชื่อว่าไม่ใช่ประเด็นใหม่ อย่างผมฝากท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่า นายกรัฐมนตรีแถลงในสภา บอกการชันสูตรพลิกศพ หมอบอกว่าไม่ได้ยิงจากที่สูง วิถีกระสุนทางราบ หมอบอกเขาไม่เอกซ์เปิร์ท (Expert) ด้านนี้ เขาอธิบายความไม่ได้เลย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเฉลิมครับ รอไว้ที่ท่าน สรุปดีกว่าครับ คือตอนนี้เวลาของทางฝ่ายรัฐบาล

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ผมพูดให้เกิดความสบายใจว่า พวกผม ๑. จงรักภักดี ๒. ไม่เอาเปรียบในสภา ผมเป็นคนสรุป ท่านนายกรัฐมนตรีสบายใจได้ อะไรที่ไม่พูดไม่สรุป อะไรที่พูดกันเยอะอาจจะสรุปไม่ทัน แต่ว่าผมจะทําหน้าที่ของพวกผม ให้ดีที่สุดครับท่านประธานครับ เวลาเท่าไรครับ ท่านนายกรัฐมนตรีลงเมื่อไรครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ ให้ท่านนายกรัฐมนตรี สรุปสักนิดหน่อยครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ผมใช้เวลาไม่นานครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

กรุณานิดหนึ่ง ผม ๖ คนนะ ผมต้องพูด ๖ คน ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีกรุณาสักนิดหนึ่งก็จะเป็นพระคุณนะครับ ท่านจะได้นั่งฟังผมบ้าง โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของท่าน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี อย่างที่กราบเรียนท่านประธานไปนะครับว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจกรณีของผมส่วนใหญ่นั้นเป็นการอภิปรายต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ผมคิดว่าสิ่งที่กระผมได้กราบเรียนต่อท่านประธานที่ประชุมผ่านไปยัง พี่น้องประชาชนในช่วงสาย ๆ ของวันนี้มีความสมบูรณ์อยู่พอสมควร แล้วก็อยากจะสรุปสั้น ๆ เพื่อจะยืนยันว่ารัฐบาลและตัวกระผมเองนั้นมีความจริงใจในการที่จะหาแนวทางแก้ไข ปัญหาความแตกแยกต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ต้น แล้วก็มีความเชื่อมั่นมาโดยตลอดว่า ปัญหาต่าง ๆ ก็จะคลี่คลายได้ในทางสันติ แต่อุปสรรคที่สําคัญที่สุดปฏิเสธไม่ได้ว่า เมื่อเกิดกรณีการชุมนุมซึ่งเกินเลยขอบเขตของรัฐธรรมนูญ แล้วก็สร้างความเดือดร้อน ความเสียหายให้แก่คนจํานวนไม่น้อย ประกอบกับการที่มีกองกําลังติดอาวุธก่อการร้าย ก่อวินาศกรรม การตัดสินใจในแต่ละช่วงแต่ละขณะจึงมีความยากลําบากเป็นพิเศษ แต่การตัดสินใจแต่ละครั้งก็ขอยืนยันอย่างที่ผมและท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ ได้กราบเรียนที่ประชุมไปแล้ว คือความพยายามที่จะให้เกิดความเสียหายโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต่อชีวิตและต่อทรัพย์สินให้น้อยที่สุด และถ้ามีกรณีใดซึ่งจะต้องเลือกอย่างที่เห็นชัดเจน ในเหตุการณ์วันที่ ๑๙ ระหว่างทรัพย์สินกับชีวิตนั้นเราถือว่าเรื่องของชีวิตมีความสําคัญกว่า ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องที่กระผมกราบเรียนไปแล้วว่ายังมีหลายเรื่องซึ่งจะเป็นปมที่จะต้อง มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ นอกเหนือจากเรื่องนี้ที่อภิปรายผมแล้วดูจะมีเรื่องที่พาดพิงมาถึงกระผมอยู่เป็นบางเรื่อง อย่างที่กระผมได้กราบเรียนว่าท่านผู้อภิปรายสรุปอภิปรายเมื่อช่วงบ่าย แล้วก็แตะเอาไว้ ประมาณ ๓-๔ เรื่อง

เรื่องแรก คือกรณีที่โยงเรื่องของรถไฟฟ้ำสายสีม่วงซึ่งบังเอิญเป็นเรื่องที่มี การนําเสนอเข้าสู่คณะรัฐมนตรี ส่วนเรื่องอื่น ๆ ที่มีเพื่อนสมาชิกโยงมาถึงกระผมนั้น ความจริงท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบโดยตรงก็ได้ชี้แจงไปโดยสมบูรณ์แล้ว เฉพาะกรณี รถไฟฟ้ำสายสีม่วงนั้นก็ขอกราบเรียนว่าสิ่งที่เป็นการเสนอคณะรัฐมนตรีในวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๒ นั้นเป็นเรื่องที่เป็นการรายงานความคืบหน้าของโครงการ นั่นคือเหตุผลว่า ทําไมจึงมีมติของคณะรัฐมนตรีเพื่อรับทราบ กับประเด็นที่ ๒ ก็คือขอปรับกรอบวงเงิน ค่างานโยธาของสัญญาที่ ๖ คืองานระบบรางลดลงไปจาก ๔,๐๗๗ ล้านบาท เป็ น ๓,๖๓๘ ล้านบาท แต่ที่สอบถามว่าคณะรัฐมนตรีเมื่อมีการพิจารณาเรื่องนี้ ปล่อยปละละเลยไม่สนใจในเรื่องต่าง ๆ หรือไม่ครับ ก็กราบเรียนสั้น ๆ ว่าไม่ใช่ มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องกรอบวงเงินต่าง ๆ ก็มีการอภิปรายในสภานี้ก็หลายครั้ง เพราะฉะนั้นถ้าดูมติคณะรัฐมนตรีในข้อ ๒ จะเห็นได้ชัดว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติกําชับ ลงไปว่าให้กระทรวงคมนาคมรับไปตรวจสอบ ติดตาม กํากับ ดูแล การดําเนินการต่าง ๆ ให้ถูกต้อง และอยู่ในกรอบวงเงินตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๑ ดังนั้นมติคณะรัฐมนตรีในวันนั้นเป็นอย่างไร การดําเนินการในขณะนี้คณะรัฐมนตรีชุดนี้ ก็มีมติให้ดําเนินการไปตามนั้น โดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก็จะเป็น ผู้ไปกํากับดูแลตามอํานาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการรถไฟฟ้ำมหานคร ซึ่งก็จะขึ้นอยู่กับ แต่ละเรื่องว่าการตัดสินใจในเรื่องไหน อย่างไรนั้นเป็นอํานาจในระดับไหนของผู้บริหาร ของคณะกรรมการ หรือของรัฐมนตรีที่จะเข้าไปกํากับดูแล ยับยั้ง อันนี้ก็กราบเรียน ให้ทราบ แล้วก็ขอเรียนชี้แจงเป็นหลักการโดยทั่วไปว่าผมเองให้ความสําคัญกับทุกเรื่อง ที่มีการนําเสนอเข้าสู่คณะรัฐมนตรี แล้วก็จะพยายามดูแลรับฟังปัญหาหรือข้อมูลที่มี การพูดถึงเรื่องนั้น ๆ ไม่ว่าจะจากฝ่ายใดก็ตาม แล้วก็จะมีการซักถามเอาใจใส่เพื่อรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวมให้ดีที่สุด แล้วก็ทํางาน ด้วยความเข้าใจที่ดีกับรัฐมนตรีกระทรวงต่าง ๆ ที่ได้มีการนําเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี นอกจากนั้นเรื่องที่ได้มีการอภิปรายผมผ่านจริง ๆ นะครับ ประโยคสองประโยค ผมจับความได้ก็ขอชี้แจงสั้น ๆ ประโยคสองประโยคเหมือนกันเช่นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ การใช้อํานาจของผมในเรื่องของการแต่งตั้งรักษาการผู้บัญชาการสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ก็ขอยํ้าว่าการดําเนินการทุกครั้งเป็นไปตามข้อกฎหมาย แล้วก็เคยมีผู้ไปร้องเรียนเรื่องนี้ต่อ กกต. ครับว่าผมใช้อํานาจเข้าไปแทรกแซงไม่ถูกต้อง ๔ ประเด็น ซึ่ง กกต. ก็ได้วินิจฉัย ยกคําร้องทั้ง ๔ ประเด็น เป็นการยืนยันว่าการใช้อํานาจต่าง ๆ ของผมนั้นชอบด้วย กฎหมายแล้ว

มีเรื่องที่พาดพิงไปถึงสิ่งที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจตั้งแต่ปีที่แล้วก็คือกรณี ที่นําไปสู่คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ก็กราบเรียนสั้น ๆ อีกครั้งครับว่ากรณีเงินบริจาค ๒๕๘ ล้านบาท เกิดขึ้นในขณะที่ผมเป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งขณะนั้น งานที่เกี่ยวข้องกับทางด้านนี้กระผมไม่ได้รับมอบหมายให้ดูแล แต่ถ้าความรับผิดชอบ ตามกฎหมายเป็นเรื่องของคณะกรรมการบริหารพรรคก็เป็นเรื่องที่การดําเนินการ ตามกระบวนการตามรัฐธรรมนูญจะต้องเดินต่อไป และผมก็ไม่มีปัญหาในการที่จะ รับผิดชอบตามกฎหมาย ตามกระบวนการที่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว

ส่วนกรณีการใช้จ่ายเงิน ๒๙ ล้านบาทก็เช่นเดียวกันครับ เกิดขึ้นในช่วง ที่กระผมเป็นรองหัวหน้าพรรค ไม่ได้มีความรับผิดชอบโดยตรงในส่วนของการใช้จ่ายเงิน ในตรงนี้ แต่ที่ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องก็เพราะว่าหลังจากที่มีการเลือกตั้งเสร็จสิ้นครับ มีการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพรรค ผมมาดํารงตําแหน่งหัวหน้าพรรคมีหน้าที่ ในการเซ็นรับรองบัญชีค่าใช้จ่ายการเลือกตั้ง แล้วตอนสิ้นปีก็ต้องรับรองงบดุล บัญชี ค่าใช้จ่ายการเลือกตั้งนั้นกระผมก็ได้มีการดําเนินการตามเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ที่พรรคในฐานะที่ผมเข้ามารับตําแหน่งหัวหน้าพรรค แล้วก็เซ็นส่งให้ กกต. กกต. ก็มีการตรวจสอบ มีการทักท้วงในบางประเด็นแต่ไม่ใช่ประเด็นที่มีการร้องเรียน ในขณะนี้ ก็มีการปรับแก้แล้วเราก็เอาบัญชีฉบับที่ กกต. ได้รับรองนั่นละครับไปผนวกเป็น งบดุลในช่วงสิ้นปี กระผมก็เซ็นไปครับ นี่คือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับที่มีการหยิบยกในเรื่อง ที่เกี่ยวข้องกับเงินบริจาคหรือการใช้จ่ายเงิน ๒๙ ล้านบาทของพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อปี ๒๕๔๘

ท่านประธานที่เคารพครับ นั่นคือที่ผมรวบรวมได้ทั้งหมดนะครับ ที่เป็น การอภิปรายเพิ่มเติมเกี่ยวข้องกับผมนอกเหนือจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมขอใช้เวลา อีกเพียงสั้น ๆ เท่านั้นที่อยากจะกราบเรียนว่าวันนี้รัฐบาลได้เปิดโอกาสให้มีการอภิปราย ไม่ไว้วางใจทั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเป็ นรายบุคคลในสมัยประชุมวิสามัญ ความจริงญัตตินี้เคยมีความคิดที่จะยื่นในสมัยสามัญ แต่ว่าพรรคฝ่ายค้านตัดสินใจไม่ยื่น ผมเข้าใจว่าอันนั้นก็เป็นยุทธศาสตร์การเคลื่อนไหวซึ่งไปสัมพันธ์กับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่นอกสภา วันนี้ก็กลับเข้ามาสู่กระบวนการตรงนี้ พวกกระผมก็เคารพสิทธิของสมาชิกฝ่ายค้าน ที่จะต้องทําหน้าที่ตรวจสอบในฐานะปวงชนชาวไทย เป็นการยืนยันว่าผมและรัฐบาลชุดนี้ ต้องการเห็นกระบวนการรัฐสภาทําหน้าที่อย่างดีที่สุด การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเรื่อง ปกติครับที่จะมีการปะทะคารมหรือเกิดความรู้สึกระหว่างพรรครัฐบาลกับพรรคฝ่ายค้าน กับประชาชนที่สนับสนุนพรรครัฐบาล พรรคฝ่ำยค้านที่ติดตามชมอยู่ทางโทรทัศน์ ทางวิทยุ ผมถือว่าเป็ นเรื่องปกติ แต่สิ่งที่ผมต้องยํ้าเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด และเป็นสิ่งเดียวที่ผมห่วงใยและเป็นเรื่องที่ไม่สบายใจกับการอภิปรายก็คือผมไม่ต้องการ ให้พี่น้องประชาชนมีความรู้สึกเสื่อมศรัทธาในระบบสภาของเรา และไม่ต้องการให้พี่น้อง ประชาชนนั้นมีความรู้สึกที่แตกแยกมากยิ่งขึ้น วันนี้ถือว่าแต่ละฝ่ำยได้ใช้เหตุใช้ผล ในการที่จะมาหักล้างเป็นการตรวจสอบ เป็นการชี้แจงข้อมูล แต่หลังจากวันนี้ไปพรุ่งนี้ ก็มีการลงมติ ไม่ว่าผลการลงมติจะเป็นอย่างไร พวกท่านและพวกผมก็ยังจะคงเป็น นักการเมืองในระบบนี้ สิ่งที่ผมปรารถนาจะเห็นก็คือว่าเราช่วยกันประคับประคองให้ระบบรัฐสภาของเรานั้น ทําหน้าที่ได้อย่างเป็นที่พึ่งที่หวังของพี่น้องประชาชน ผมไม่อยากให้มีการสร้างความเข้าใจผิด หรือความเกลียดชัง ผมต้องยํ้าอีกครั้งว่าท่านจะอภิปราย หรือมีมุมมอง หรือมีข้อเสนอ อย่างไร ผมก็ต้องยืนยันว่ารัฐบาลนี้ไม่มองคนที่มีความคิดเห็นแตกต่างทางการเมือง เป็นศัตรู ไม่มีความประสงค์ที่จะไปกวาดล้างใครหรอกครับ เพราะในระบอบประชาธิปไตย มันจะเป็นระบอบประชาธิปไตยได้คนที่เห็นแตกต่างกันต้องมีที่ยืนบนเวทีการเมือง เพียงแต่ว่าสิ่งที่รัฐบาลจําเป็นจะต้องทําในการรักษากฎหมาย ในการรักษาบ้านเมือง ก็คือว่าการต่อสู้ทางการเมืองนั้นพึงใช้วิธีการที่ถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นวิถีทาง ที่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง นั่นหมายถึง ต้องไม่มีการใช้ความรุนแรง ต้องไม่มีการใช้การกระทําที่ผิดกฎหมาย ผมถึงยํ้าครับ สิ่งที่ผม ได้นําเสนอไปแล้วก็ยืนยันว่าในบ้านเมืองของเราต้องเผชิญกับปัญหากองกําลังติดอาวุธ การก่อการร้ายซึ่งมาเกี่ยวข้องกับกระบวนการทางการเมือง แต่ก็อยากจะเรียกร้องว่า ทุกฝ่ายต้องสนับสนุนให้รัฐบาลนั้นบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ถ้าไม่ตรงไปตรงมา ก็ต้องมีกระบวนการในการตรวจสอบ แต่ความคิดเห็นที่แตกต่างทางการเมืองถ้าแยกตัว ออกมาจากกระบวนการนี้ได้ทั้งหมดบ้านเมืองเราจะเดินไปข้างหน้าได้ นั่นคือความหมาย ของการฟื้นฟู การปรองดองที่แท้จริง

ผมยังขอยืนยันกับท่านประธานสภาว่ารัฐบาลมีความตั้งใจจริงในการที่จะ เดินหน้าในเรื่องของแผนปรองดอง และแผนปรองดองซึ่งมีทั้งหมด ๕ ข้อ บางเรื่องก็คงจะ ได้ข้อยุติในระยะเวลาที่ไม่นานจนเกินไป เช่น การมีคณะกรรมการมาตรวจสอบเหตุการณ์ เช่น การมีคณะกรรมการมาดูแลประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญหรือประเด็น ในทางการเมืองอื่น บางเรื่องก็ใช้เวลาอยู่บ้าง อาจจะต้องมีการปรับทั้งกฎ กติกา หรือแนวทาง การปฏิบัติ เช่นเรื่องของสื่อสารมวลชน บางเรื่องผมมั่นใจครับว่าถ้าพวกเราทุกคน ร่วมแรงร่วมใจกัน เช่นกรณีของการปกป้ องสถาบันพระมหากษัตริย์ มันไม่น่าจะยาก ขอให้ ร่วมมือกันจริงจังในการที่จะไม่ให้มีการล่วงละเมิดด้วยวิธีการใดก็ตาม และความร่วมมือ จากทุกฝ่ายคือหัวใจของความสําเร็จตรงนี้ แต่เรื่องที่สําคัญที่สุดและใช้เวลานานที่สุด มันหนีไม่พ้นกรอบแผนปรองดองในเรื่องของการฟื้นฟูประเทศ ปฏิรูปประเทศ ในเรื่อง ปัญหาความเหลื่อมลํ้าโครงสร้างของสังคม ซึ่งผมยังมีความมั่นใจอย่างหนึ่งว่าถ้าเป็น นักการเมืองที่มาจากวิถีทางของการเลือกตั้ง วิถีทางของประชาธิปไตยแล้ว เป้ำหมายสูงสุด ก็คือการเข้ามาทําตรงนี้ครับ ช่วยคนที่ด้อยโอกาส ช่วยคนที่เสียเปรียบที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ จะด้วยการปฏิบัติหน้าที่ จะด้วยกฎระเบียบกฎหมาย โครงสร้างทางเศรษฐกิจ หรือเรื่องอื่นใด แก้ตรงนี้ให้เป็นจริงสําหรับคนส่วนใหญ่ของประเทศ ผมตั้งใจทําโครงการนี้เป็นโครงการใหญ่ เป็นแผนใหญ่ จะมีทั้งการสํารวจความคิดเห็น จะมีทั้งการจัดเวทีในการระดมความคิดเห็น ต่าง ๆ เพื่อนําไปสู่การแก้ปัญหาอย่างมีส่วนร่วมด้วย เพราะต้องการให้คนทั้งประเทศ มาเป็นเจ้าของโครงการของการปฏิรูปประเทศไทยอย่างแท้จริง ผมขอความร่วมมือจาก เพื่อนสมาชิก ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกคนทุกกลุ่มไม่ว่าท่านมีความคิดเห็น ทางการเมืองอย่างไรเพื่อทําสิ่งนี้ งานนี้ไม่มีทางเสร็จในอายุของรัฐบาลชุดนี้ แล้วก็ ไม่มีใครรู้ว่าหลังการเลือกตั้งครั้งหน้าใครจะมาเป็นรัฐบาล แต่ผมอยากให้งานนี้เป็นงาน ที่ไม่ว่าใครเข้ามาเป็นรัฐบาล ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลจะร่วมมือกันทํางานเพื่อพี่น้องประชาชน

ผมจึงอยากจะกราบเรียนสั้น ๆ เพียงเท่านี้ครับ เพื่อที่จะบอกว่ากระบวนการ ๒ วันที่ผ่านมาผมถือว่าเป็นกระบวนการและเป็นสิทธิอันชอบธรรมของสมาชิกรัฐสภา อะไรที่กระทบกระทั่งกันบ้างพวกเรานักการเมืองในสภาแห่งนี้เข้าใจ แต่บางครั้ง พี่น้องประชาชนก็อาจจะไม่เข้าใจหรือไม่สบายใจ แต่อยากให้พวกเราเดินหน้าประเทศไทย รัฐบาลนี้พร้อมที่จะรับการตรวจสอบตามวิถีทางของรัฐสภา และยืนยันในการที่จะเปิดพื้นที่ ให้กับทุกฝ่ายไม่ว่าความคิดเห็นทางการเมืองจะเป็นอย่างไร ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปก็ผู้เสนอ ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง เชิญครับ ท่านมีเวลาชั่วโมงครึ่ง ให้เต็มที่เลยครับ ถ้าเกินชั่วโมงครึ่งก็ขอปิดเลยครับ เรียนให้ทราบล่วงหน้า

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ส.ส. พรรคเพื่อไทย แบบสัดส่วน กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดสมุทรปราการ ในฐานะประธาน ส.ส. พรรคเพื่อไทย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม ขออนุญาตนิดหนึ่งครับ ผมจะขออนุญาตที่ประชุมแจกเอกสารนัดประชุมพรุ่งนี้ เดี๋ยวผมจะผิดอีก ต้องขออนุญาตแจกเลย เชิญเจ้าหน้าที่แจก

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ได้ครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน 🔗

ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณ สมาชิกพรรคเพื่อไทยที่ได้กรุณาอนุญาตให้ผมเป็นผู้สรุปญัตติไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีอีก ๔ ท่านครับ ผมขอบพระคุณท่านทั้งหลาย ด้วยความจริงใจ ขอบพระคุณสมาชิกพรรคไทยรักไทย มาพรรคพลังประชาชน แล้วก็ มาพรรคเพื่อไทย ประมาณ ๑๙ ล้านคนที่เอาใจสนับสนุนพวกกผมที่ทําหน้าที่ในวันนี้ พวกผมลบคําสบประมาทไปได้ว่าประชาชนไม่เห็นด้วยในการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ โพลล์ออกมา ๕๒ เปอร์เซ็นต์ ลบคําสบประมาทไปได้ว่ากรณี สลายการชุมนุม กรณีชุมนุม คนเชื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไปแล้ว ๖๑ เปอร์เซ็นต์อยากรู้ข้อเท็จจริง พรรคของท่านนายกรัฐมนตรีออกมาดูหมิ่นดูแคลนผมว่าไม่มีใครเขาอยากฟัง ไม่มีใคร อยากเห็นหน้า โพลล์ออกมา ๗๔.๕๖ เปอร์เซ็นต์ว่ายังอยากฟังผม ท่านนายกรัฐมนตรี ได้พูดเมื่อสักครู่ท่านอยากจะสร้างความปรองดอง ง่าย ๆ ก่อนลืมท่านนายกรัฐมนตรี ๑. ท่านยกเลิกพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินสิครับ เพราะกฎหมายฉบับนี้เจตนารมณ์เขาออกใช้ในพื้นที่ภาคใต้ และถ้ากระผมจําไม่ผิด พวกท่านไม่เห็นด้วยแล้วส่งกฎหมายฉบับนี้เอาไปให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความบอกเป็น กฎหมายเผด็จการ เป็นกฎหมายติดหนวด ถ้าผมจําไม่ผิด ถ้าจําผิดต้องขอโทษด้วย ท่านเรียนกฎหมายเหมือนกับผมเรียนนี่ ท่านต้องดูเจตนารมณ์ของกฎหมาย เป้ำประสงค์ ในการออกกฎหมาย พระราชกําหนด พระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกา กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ เขามีที่มาที่ไป เขาเอาไว้ใช้ในพื้นที่ภาคใต้ ท่านเลิกเสียถ้าท่านอยากปรองดอง ถ้าท่านอยากปรองดองท่านอย่าปิ ดสื่อฝ่ำยตรงข้าม ถ้าท่านปิ ดพีเพิล แชนแนล ท่านต้องปิดเอเอสทีวี ถ้าเปิดเอเอสทีวีท่านต้องเปิดพีเพิล แชนแนล คนเขาจะได้เห็นว่า ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ บางครั้งผมเรียกนายอภิสิทธิ์อย่าโกรธผมเพราะบางทีมันติดปาก ผมไม่ได้คิดร้ายอะไรกับท่าน ท่านมาจากการเลือกตั้งมีบุญวาสนาไปนั่งตรงนั้นก็ได้ พวกผมไม่มีบุญวาสนารอไปก่อน ไม่มีปัญหาและอยากจะปรองดองจริงไหม ไม่ใช่เช้า แถลง ศอฉ. ดอกเตอร์ปณิธาน ขณะนี้มีอ้ายโม่งชุดดํา มีผู้ก่อการร้าย รัฐบาลชุดนี้คือ ผู้กล่าวร้าย เป็นไปได้อย่างไรรัฐบาลมีเจ้าหน้าที่รัฐ ทหาร ตํารวจ เจ้าหน้าที่ปกครอง กระทรวงมหาดไทย กรมประมวลข่าวกลาง สํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ จับอ้ายโม่งชุดดําในฐานะผู้ก่อการร้ายไม่ได้เลยแม้แต่คนเดียว ยิงตายทีไรใส่รองเท้าแตะ ยิงตายทีไรตรวจสอบประวัติขายลอตเตอรี่ หันมาอีกทีเด็กอายุ ๑๒ ขวบ ตรวจสอบประวัติไหมครับ แผนประทุษกรรมคนร้ายเขามีเรียนกันมา เขารู้กันมา ผมเรียนโรงเรียนสืบสวนกรมตํารวจ รุ่น ๓๘ ถ้าคนตายมีพฤติกรรมทางคดีความอย่างไร เขาตรวจ พัวะ พัวะ พัวะ เขาเปิดแฟ้ มเขารู้เลย

ท่านประธานที่เคารพ ก่อนที่กระผมจะไปตรงอื่น ท่านนายกรัฐมนตรี ได้อภิปรายเรื่องรถไฟฟ้ำสีม่วง เสียดายครับ ท่านพูดแบบคนขาดสติปัญญา เพราะท่านไม่ได้ฟัง กรณีรถไฟฟ้ำสายสีม่วง กระทรวงคมนาคมขออนุมัติ ครม. เขาไม่ได้รายงานผลงานให้ท่านทราบ เขาเอางบส่วนอื่น ไม่ว่าจะเป็นงบเงินสํารอง ๓,๙๐๐ ล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นงบภาษีมูลค่าเพิ่ม ๒,๓๐๐ ล้านบาท เขาลดราคาค่ารางรถ ๔๓๙ ล้านบาท เขาเอามาใส่ไว้ในงบก่อสร้าง ครม. มีมติ ๑๗ มิถุนายน บอกว่างบก่อสร้าง ให้ ๒๙,๐๐๐ ล้านบาท งบเงินสํารอง ๓,๙๐๐ ล้านบาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม ๒,๓๐๐ ล้านบาท ที่มีภาษีมูลค่าเพิ่มเพราะคิดว่าจะต้องกู้เงินภายในประเทศต้องเสียภาษีร้อยละ ๗ เมื่อไม่ได้กู้เงินในประเทศ เงินเหล่านี้ไม่ใช่เอาไปให้บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) ไม่ใช่เอาไปให้บริษัท ช. การช่าง จํากัด (มหาชน) ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ฟังแล้วมาพูดเสียรังวัด ผมไม่ได้เก่งกว่าท่าน แต่การพิจารณา ในคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ แปลว่าเรื่องเบา ๆ ถ้าอนุมัติแปลว่าต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ท่านโชคดีจริง ๆ ท่านเป็นรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีครั้งเดียว ท่านเป็น นายกรัฐมนตรี ผมนี่ ๖ สมัยแล้วยังไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีกับเขา และชีวิตก็ไม่เคยคิดเป็น ถ้าจําเป็นต้องเป็นจริง ๆ ก็เตรียมตัวอยู่เหมือนกัน ท่านนายกรัฐมนตรีก็พูดต่อว่า ให้ตรวจสอบให้อยู่ในวงเงิน ท่านมิสอันเดอร์สแตนด์ (Misunderstand) เลยนะนี่ วงเงิน ๓๖,๐๕๕ ล้านบาท แต่เขาทํา ๔ โครงการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมคนนี้เอาเงิน ส่วนอื่นมาใส่ไว้ในงบก่อสร้างซึ่งตั้งไว้ ๒๙,๐๐๐ ล้านบาท เอาตรงอื่นมาใส่จนเป็น ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ากระผมจําไม่ผิดนายกรัฐมนตรีพูดอย่างนี้ครั้งหนึ่งแล้วเมื่อคนวิจารณ์ นายกรัฐมนตรีบอกว่าเห็นวงเงินมัน ๓๖,๐๕๕ ล้านบาท ถูกต้อง แต่นั่นมันเป็นงบก่อสร้าง อย่างเดียว มันเจรจากันราคาถูก บริษัท ช. การช่าง จํากัด (มหาชน) ได้ฟรี ๆ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) ได้ฟรี ๆ ๒,๖๐๐ ล้านบาท ถ้าคิดอย่างนายกรัฐมนตรีคิดก็แปลว่าโครงการมันเสร็จ เงินไม่เกิน แต่มันเอาส่วนอื่นไปใช้ ถามว่าถ้าไม่กู้เงินในประเทศภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ต้องเสีย ทําไมไม่คืนทางราชการ ถามต่อว่า งบฉุกเฉิน ๒๐ สถานีที่ซ่อม ที่จอดรถจรทั้งหมด ๓,๙๐๐ ล้านบาท ถ้าเอาไปใส่เฉพาะ งบก่อสร้าง สัญญาที่ ๑ สัญญาที่ ๒ สัญญาที่ ๓ ต่อไปเอาเงินจากไหน ค่ารางไป ๒๐ กิโลเมตร กลับ ๒๓ กิโลเมตร ระยะทาง ๔๖ กิโลเมตร ตั้งเอาไว้ ๔,๐๗๗ ล้านบาท ยังไม่ได้ประมูล เลยครับท่านประธาน กระทรวงคมนาคมไปขอลดวงเงิน ๔๓๙ ล้านบาท โดยบอกว่า ๒ บริษัทค่าก่อสร้างมันแพงต้องลดตรงนี้ ถ้ารัฐมนตรีคิดแค่นี้ว่าของเขาแพง แล้วเวลา ของเราก่อสร้างก็แพงเหมือนกัน แล้วทําอย่างไร เมื่อมีมติคณะรัฐมนตรีอนุมัติวงเงินเมื่อ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๑ ถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงวงเงินต้องเป็ นมติคณะรัฐมนตรี ด้วยความเคารพจริง ๆ ท่านทักษิณออกสลาก ๒ ตัว ๓ ตัว ศาลฎีกาตัดสินบอกไม่ผิด แต่ที่ผิดเพราะไม่ได้เลิก มติคณะรัฐมนตรีที่ออกสมัยพี่ชวน หลีกภัย พี่ชวนเป็นนายกรัฐมนตรีมีมติคณะรัฐมนตรีว่า ไม่ให้ออกหวยพิเศษซึ่งยกเลิกก็ได้ ก็นี่นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ไม่ได้ยกเลิกแล้วท่านเห็นชอบ โดยการรับทราบ ๆ เขาผลาญเงิน ๖,๐๐๑ ล้านบาท ยังรับทราบ ๆ ผมจะไว้วางใจท่าน อย่างไร ท่านประธานครับ ระหว่างผมขึ้นไปข้างบนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตอบไม่ตรงข้อเท็จจริง ๙ ประการ

ประการที่ ๑ เรื่องนี้ไม่ได้ขออนุมัติสภาในการกู้เงินจากไจก้า เพราะตอนนั้น มันยังไม่ฮิต ไม่มีเรื่องเขาพระวิหาร

ประการที่ ๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมต้องดูว่าสํานักกฎหมาย กระทรวงคมนาคมมั่ว มีความเห็นเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี จริง ๆ แล้วต้องเสนอเรื่องให้ ครม. พิจารณาอนุมัติ ไม่ใช่เพียงเพื่อรับทราบ คุณเปลี่ยนแปลงวงเงิน คุณมาเปลี่ยนแปลง หลังบริษัทพวกคุณประมูลได้ ถ้าราคาแพงอย่างนี้แล้วคุณบอกตอนขายซอง แล้วบอก ตอนเปิดประมูลว่าจาก ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท จะให้ ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท จาก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท จะให้ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท คนอื่นเขาก็มีสิทธิประมูลเหมือนกัน นายโสภณ ซารัมย์ เป็นรัฐมนตรีมีหน้าที่กํากับดูแล อะไรแพงไปถูกไปยกเลิกได้ ครม. ยกเลิกได้ ถ้าเขาขอไป ๆ ท่านอนุมัติ วันหนึ่งเขาขอสุเทพไปอยู่พรรคภูมิใจไทยให้เขาไหมล่ะ ผมเรียนยกตัวอย่าง ให้เห็นง่าย ๆ เงินอย่างนี้เป็นเงินภาษีอากรของพี่น้องประชาชน ไม่ใช่เงินนายอภิสิทธิ์ ไม่ใช่เงินนายโสภณ ไม่ใช่เงินนายชวรัตน์ ท่านประธานที่เคารพครับ

ประการที่ ๓ ที่บอกเงื่อนไขไจก้า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมชี้แจง ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ อย่ามานึกว่าผมไม่เป็นนักเรียนเมืองนอกแล้วผมจะไม่เข้าใจ เจบิก ไจก้า ไจก้า เจบิก มันพวกเดียวกัน ท่านบอกว่าอ้างเงื่อนไข ไจก้าไม่ให้ต่อรองนั้น จริง ๆ แล้วเมื่อ รฟม. รายงานพร้อมอ้างเหตุผลไปไจก้า ไจก้าก็ยินยอมให้ต่อรองได้มาตลอด ไม่เช่นนั้นทําไมจึงไม่เอาราคาแรกเลย ตั้งเมื่อบริษัทผู้รับเหมาตั้งราคา เขาตั้ง ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท เขาตั้ง ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท เหลือ ๑๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ราคา จริง ๆ อนุมัติ ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท ลดลงมา ราคาจริง ๆ อนุมัติไม่ถึง เขาจึงเสนอเอาเงินส่วนอื่นไปใช้ ครม. ทั้งหมดที่นั่งประชุมถ้าไม่รู้ก็แปลว่าปัญญาทึบ ให้เขาไปได้อย่างไร ๖,๐๐๑ ล้านบาท ไจก้าเขาให้เจรจาได้ ผมถามท่านประธานไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ทักษิณเขาบอกว่าโครงการนี้ต้องกู้เงินภายในประเทศ เพราะช่วงนั้นเงินในประเทศเรามีก็เตรียมแวทไว้ ๗ เปอร์เซ็นต์ เป็นเงินประมาณ ๒,๓๐๐ ล้านบาทเศษ เมื่อกรณีไปกู้จากต่างประเทศเงื่อนไขนี้มันหมดไป แล้วคุณเอาเงิน ค่าแวทไปให้บริษัท ช. การช่าง จํากัด (มหาชน) ไปให้บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) ได้อย่างไร ถ้าคุณจะให้คุณต้องขออนุมัติจะได้รู้ว่า คณะรัฐมนตรีอนุมัติ

ประการที่ ๔ ไจก้าเคยเตือนให้ยกเลิกการประกวดราคา ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ไจก้าเคยเตือน รฟม. รู้ไว้ว่าหากตัวเลขค่างานก่อสร้างแตกต่าง จากเดิมมากก็ควรให้ รฟม. ยกเลิกประกวดราคาได้ แต่ รฟม. โดยบอร์ด รฟม. ดันทุรัง ต่อรองเพิ่มราคาให้ผู้รับเหมาสัญญาที่ ๑ สัญญาที่ ๒ สัญญาที่ ๓ ได้ไปน้อยนิด ๑๑๐ ล้านบาท ใครบอกท่านว่าไจก้าบอกว่าเลิกไม่ได้ ประธานพิจารณาคือรองผู้ว่าการ รฟม. ขณะนั้นมันกําลังจะแคนดิเดท (Candidate) ขึ้นเป็นผู้ว่าการ แต่คุณสมบัติยังไม่ครบ ๑ ปี มันก็ทําได้ทุกอย่างไร นึกว่าผมไม่รู้หรือ ไม่ต้องเป็นรัฐบาลอย่างคุณหรอก ผมเป็นฝ่ายค้านผมตรวจสอบ พวกผมฝีมือทั้งนั้น บางครั้งพรรคพวกนายกรัฐมนตรีบอก โอ๊ย พรรคเพื่อไทยมันหานายกรัฐมนตรีไม่ได้ ผมบอกตั้งแต่ภารโรงยันหัวหน้าพรรคเป็ นได้หมดแต่มันขาดเสียง มีอยู่ก็ไปที่อื่น มีอยู่เขาก็เอาไปหมด เลยต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่

ท่านประธานครับ คณะกรรมการประกวดราคา ผมเรียนท่านประธาน รัฐมนตรีนึกว่าผมไม่รู้ การประชุมคณะกรรมการประกวดราคาที่ประชุมหลายครั้ง เพราะหาช่องทางโกงไม่ได้ เสร็จเรียบร้อยผู้แทนสํานักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนสภาพัฒน์ เขาไม่ยอม จึงเปลี่ยนตัวผู้แทนทั้ง ๒ หน่วยงานออกไป ต่อมาเปลี่ยนผู้แทนสํานักงาน อัยการสูงสุดประมาณ ๓-๔ คน เพราะเขาไม่ร่วมขบวนการทุจริตคดโกงกินกับโครงการนี้ เลยเปลี่ยนเขา ถามว่าสภาพัฒน์และกระทรวงการคลังเขาไม่ส่งตัวแทนเข้าประชุม ในคณะกรรมการประกวดราคาอีกเลย เขาไม่รู้หรอกครับว่าบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) เป็ นใคร เขาไม่รู้หรอกครับ นายชวรัตน์ เป็นหัวหน้าพรรคไหน เขาไม่รู้หรอกครับ นายโสภณเป็นลูกพรรคของใคร เรื่องปรับลด ราคาสัญญาค่าราง สัญญาที่ ๖ ท่านประธานที่เคารพ ยังไม่ได้ประมูล อยู่ ๆ กระทรวง คมนาคมไปขอเอามา ๔๓๙ ล้านบาท ถามว่าทําไม อ้างจะเอาเงินไปให้บริษัท ช. การช่าง จํากัด (มหาชน) บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) บอกงบก่อสร้างไม่พอ แล้วนี่ต่อไปจะสร้างเงินไม่พอคุณเอาจากไหน ที่นายกรัฐมนตรี พูดสักครู่ท่านไม่ได้ศึกษา ก็เหมาะแล้วที่ผมไม่ไว้วางใจ ท่านบอกว่าโครงการมันอยู่ ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท ใช่ แต่ถ้าโครงการนี้จะทําให้เสร็จวันหน้าต้องหามาอีก ๖,๐๐๐ ล้านบาท โดยประมาณ มันก็จะกลายเป็น ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ มติ ครม. ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๒ ที่ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ เซ็นเรื่องเข้า ครม. พิจารณาครั้งที่ ๑ ระเบียบวาระที่ ๕ มติ ครม. บอกว่ารับทราบเรื่องเปลี่ยนราคาสัญญาราง ท่านรับทราบ ได้อย่างไร เขาลดเงิน ถ้าลดแล้วคืนคลังไม่เป็นไร นี่มันลดแล้วไปให้พวกบริษัทพรรคพวก ก็บริษัทซึ่งเป็นญาติมิตรกับหัวหน้าพรรคการเมืองที่ร่วมรัฐบาล ต่อไปก็หมายความว่า ที่ ครม. เขาอนุมัติคุณจะทํากันอะไรที่ไหน อย่างไรก็ทราบ ทราบ ทราบ บ้านเมืองก็หายนะ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องนี้เมื่อสักครู่นายกรัฐมนตรีไม่ฟัง ผมจะใช้เวลาสั้น ๆ อีกนิดเดียวครับเพื่อให้เห็น ถ้าเรื่องนี้พรรคร่วมรัฐบาลยกมือให้แก่กันก็เอาเถอะครับ ผมไม่ได้ขัดข้อง ถึงใส่ชื่อผมเป็นนายกรัฐมนตรีแต่คิวผมยังไม่ถึง ผมรอได้รอบหน้า ผมไม่จําเป็นต้องเป็นนายกรัฐมนตรียามที่เกิดเหตุการณ์สะเทินนํ้าสะเทินบก ท่านประธาน เมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน เขามีบันทึกอนุมัติเอาไว้ให้สร้างรถไฟฟ้ำสายสีนํ้าเงิน เห็นไหม ข้อ ๖ อนุมัติให้ รฟม. ดําเนินการกู้เงินจากสถาบันการเงินภายใน จึงเป็นที่มาของการตั้ง งบประมาณภาษีมูลค่าเพิ่ม ๒,๓๐๐ ล้านบาท เมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ รัฐบาล ท่าน พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ก็อนุมัติหลักการระยะทาง ๔ โครงการ ๑๑๘ กิโลเมตร รวมถึงรถไฟฟ้ำสายสีม่วง (บางซื่อ-บางใหญ่) ด้วย พอมาวันที่ ๒ ตุลาคม ผมเอาสั้น ๆ วันที่ ๒ ตุลาคม ครม. ท่านสุรยุทธ์อนุมัติกรอบวงเงินไว้ ๓๑,๒๑๗ ล้านบาท ท่านนายกรัฐมนตรีจะได้เห็น ท่านก็ร่วมโกงด้วย อย่ามาประท้วง เป็นหัวหน้ารัฐบาล นั่งเป็นประธานที่ประชุม โครงการรถไฟฟ้ำสายสีม่วงเขามี ๔ โปรเจกต์ ๑. งานก่อสร้าง ซิวิล คอสท์ ๒. งบภาษีมูลค่าเพิ่ม ๓. งบเงินสํารอง ๔. งบก่อสร้าง รวมแล้ว ๔ ส่วน เป็น ๓๖,๐๕๕ ล้านบาท นายโสภณ ซารัมย์รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม เอาของทุกส่วนไปให้งบก่อสร้างทั้งก้อน ท่านสันติ พร้อมพัฒน์ เสียดาย ผมไม่ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แต่ผมมีความเข้าใจ ผมจะอภิปรายเรื่องไหน ผมต้องศึกษา บอกท่านประธานผ่านนายกรัฐมนตรีผมไม่พร้อมผมไม่มาหรอก พร้อมกับที่เอาข้อมูลมาบอกวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๑ นายสันติเป็นรัฐมนตรีดูแล้วว่า ๓๑,๐๐๐ ล้านบาทไม่พอ นํ้ามันแพง เหล็กแพง อุปกรณ์แพง จึงบันทึกขออนุมัติ ครม. สมัยนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี ผมอยู่กระทรวงมหาดไทย ขอเพิ่มวงเงิน ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔ โครงการ เป็น ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท ครม. อนุมัติ ท่านเห็นไหมครับ ขอเพิ่มได้ไหม ได้ แต่ต้องขอให้อนุมัติ

ต่อไป ท่านประธานที่เคารพ กรุณาดูนิดเถอะครับ ท่านนายกรัฐมนตรี จะไม่ได้พูดจาสุ่มสี่สุ่มหกว่าเขารายงานให้ทราบว่างบรายการที่ ๓๖,๐๕๕ ล้านบาท นั่นถูกต้มแล้วยังไม่รู้หรือ เขาเอาไป ๖,๐๐๑ ล้านบาท ๓๖,๐๕๕ ล้านบาท เขาประกอบ ไปด้วยอะไรครับ ประกอบไปด้วยค่างานตรง ๒๙,๐๐๐ ล้านบาท โพรวิชันแนล ซัม ๓,๙๐๐ ล้านบาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม ๒,๓๕๙ ล้านบาท นี่ไม่รวมค่าราง ๔,๐๗๗ ล้านบาท กระทรวงคมนาคมตัดไป ๔๓๙ ล้านบาท เอาไปให้ ๒ บริษัท ท่านประธานดูสิครับ ครม. เขาอนุมัติเอาไว้เมื่อไรครับ ๑๗ มิถุนายน ครม. เขาอนุมัติเลยสัญญาที่ ๑ เขาให้ ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท สัญญาที่ ๒ เขาบอก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท สัญญาที่ ๓ สถานี จอดรถจรเขาบอกเอาไป ๔,๘๙๐ ล้านบาท เขาบอกเสร็จ อ่านหรือเปล่าตอนที่เข้า ห้องประชุมเขาเสนอไป ถ้าอ่านก็ไม่พูดอย่างนี้ ทีนี้พอมาวันที่ ๑๑ สิงหาคม ครม. ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านบอกว่ารับทราบการปรับกรอบวงเงิน ค่างานโยธาสัญญาที่ ๖ ระบบรางเอาเข้าไป ๔๙๓ ล้านบาท อีกข้อหนึ่งข้อ ๒.๒.๒ เขาบอกเลยว่าเขาดําเนินการก่อสร้าง ภาษีมูลค่าเพิ่มก็ไม่ต้องเสีย ถ้าไม่ต้องเสีย คุณก็เอาเงินคืนหลวงสิ คุณเอาไปใส่ค่าก่อสร้างได้อย่างไร วงเงินสํารองมันจะต้อง มีการสร้างสถานี ๒๐ สถานี เขาตั้งไว้ ๓,๙๐๐ ล้านบาท ค่าปรับราคารวมค่าเค ๓,๙๐๐ ล้านบาท นายโสภณ ซารัมย์ โดยมติคณะรัฐมนตรีที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นประธานที่ประชุมได้อนุมัติโดยใช้วิธีการรับทราบให้กระทําการเอาทรัพย์สินของชาติ ไปเป็นประโยชน์ของ ๒ บริษัทคือ บริษัท ช. การช่าง จํากัด (มหาชน) และบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) ท่านประธานครับ ถ้ากระผมพูดอย่างนี้ พี่น้องประชาชนคนทางบ้าน ช่อง ๑๑ ไม่ต้องโคลส อย่ามาโคลส ผมสงวนลิขสิทธิ์ รู้มันเท่านี้แหละ เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม โสภณ ซารัมย์ ทําหนังสือถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ข้อ ๒.๒.๒ บอร์ดเสร็จ อ้างมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๑ มีค่างาน ตํ่ากว่าความเป็นจริงและราคาวัสดุก่อสร้างมีการปรับตัวสูงขึ้น ผมว่าไม่ครับ ก็ขอเพิ่มไปสิว่าที่เอาไปไม่พอเหมือนสันติเขาทําอย่างไร ๓๑,๐๐๐ ล้านบาทไม่พอ เขาบอกขอ ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท ครม. ก็ให้ อันนี้ให้ส่วนอื่นเข้ามาใส่ค่าก่อสร้าง ไม่โกงวันนี้ แล้วจะเรียกว่าโกงวันไหน บอกตารางไปเสร็จวันที่ ๑๗ มิถุนายน ค่าก่อสร้าง ๒๙,๗๒๔ ล้านบาท ท่านนายกรัฐมนตรีอ่านหรือเปล่า ที่ไปบอก ๓๖,๐๕๕ ล้านบาท ไม่ใช่ ค่าก่อสร้าง ๒๙,๗๒๔ ล้านบาท เงินสํารองจ่าย เงินเผื่อเหลือเผื่อขาดปรับราคา ภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อไม่มีต้องเอาคืน

(นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีอะไร คุณประท้วงอะไร

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ตัวเลขนะครับ บนจอ เพราะว่าตรงนี้ในห้องก็มองไม่เห็นนะครับ เฉพาะในห้องก็มองไม่เห็นครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ตัวเลขมันเล็กไป

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน 🔗

ไม่เป็นไรคุณวิชาญ ให้เขาอยู่กันไปเถอะ ไม่เป็นไร อยู่ไปเถอะ โกงกันให้สนิท บ้านเมืองจะได้หายนะ ผมไม่ได้หวังเป็นนายกรัฐมนตรี อย่ามาโหวตให้สักเสียงหนึ่ง ท่านประธานครับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ วันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๒ เซ็นอนุมัติเข้าประชุมใน ครม. ครั้งที่ ๑ วาระที่ ๕ สุเทพผิดไหม ก็เซ็นให้เข้า ไม่ผิด ประชุมกับเขาด้วยหรือเปล่า ถ้าประชุมด้วยก็ต้องรับผิดชอบ ปฏิเสธไม่ได้ ท่านประธานครับ ต่อมาพอวันที่ ๑๙ สิงหาคม ครม. อนุมัติวันที่ ๑๑ สิงหาคม รองเลขาธิการ ครม. ก็ทําหนังสือแจ้งไปยังสภาพัฒน์ รายงานเสร็จเรียบร้อย ท่านประธานครับ เลขาธิการคนนี้เป็นพวกใครก็รู้อยู่ มติ ครม. ๑. รับทราบความคืบหน้า โครงการรถไฟฟ้ำ ๒. รับทราบปรับกรอบวงเงิน รับทราบไม่ได้ ต้องอนุมัติเท่านั้น เพราะคุณเอาเงินตรงอื่นเอาไปใช้อีกที่หนึ่ง ต่อมาท่านประธานครับ คณะกรรมการ ต่อรองราคาบอกเลย บริษัท ช. การช่าง จํากัด (มหาชน) เสนอตํ่าสุด ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ครม. วันที่ ๑๗ มิถุนายน ตั้งไว้ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท อ้ายหมอนี่เสนอ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท คณะกรรมการไปเจรจาบอกเหลือ ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท ทําไมคุณไปเจรจาเกินกว่าราคา ที่มติคณะรัฐมนตรี วันที่ ๑๗ มิถุนายนเขากําหนดไว้ คุณมีอํานาจอะไร คุณไม่มีอํานาจ ถ้าเจรจาตกลงไม่ได้ รายงานรัฐมนตรี รัฐมนตรีมีอํานาจยกเลิก ถ้าไม่ยกเลิกต้องขอราคาใหม่ แล้วประกาศประมูลใหม่ ไม่ให้หรือให้บริษัทพวกพ้องเอาเงินไปใช้ ไม่ใช่เงินคุณโสภณ ไม่ใช่เงินชวรัตน์ ไม่ใช่เงินนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เป็นภาษีอากรของพี่น้องประชาชน คนทั่วประเทศ พอมาสัญญากลุ่มที่ ๒ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) เสนอ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ก็เขาอนุมัติไว้หมื่นเดียว คุณไปเจรจาอย่างไร ไปเจรจาให้เหลือ ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท กลุ่มที่ ๓ วงเงินก่อสร้าง ๖,๓๙๙ ล้านบาท เจรจาต่อรองเหลือ ๕,๐๐๐ ล้านบาท อ้ายนี่ได้น้อย ได้ ๑๑๐ ล้านบาท ปรากฏว่าบริษัท ช. การช่าง จํากัด (มหาชน) ได้ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท เอางบส่วนอื่น ๆ ซึ่งเป็นทรัพย์สิน ของประเทศชาติ แนชชันแนล แอสเซทเอาไปให้ ๒ บริษัทนี้ ผมเรียนอย่างนี้ตัวเลขชัด ๆ พี่น้องประชาชนจะได้รู้ว่ารัฐบาลชุดนี้มันทุจริตแบบคลาสสิก (Classic) มันมีวิธีการโกงกิน มันมีวิธีการยักย้ายถ่ายด้วยเล่ห์กล เล่ห์เพทุบาย ครม. อนุมัติวันที่ ๑๗ มิถุนายน สัญญาที่ ๑ สุดท้ายเลยไปตกลงกับคณะกรรมการ เหลือ ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท กรอบวงเงินเดิมอนุมัติเอาไว้แค่ ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท ต้องเอาเงินไปใส่ให้เขา ๓,๒๓๓ ล้านบาท สัญญาที่ ๒ เจรจาครั้งแรกเขาตั้ง ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท ครม. อนุมัติไว้ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปให้เขา ๒,๖๕๘ ล้านบาท สัญญาที่ ๓ บอกมา ๕,๐๐๐ ล้านบาท กรอบวงเงิน ๔,๘๙๐ ล้านบาท ครม. อนุมัติ ต้องเอาอีก ๑๑๐ ล้านบาทไปให้เขา ถามว่ามีความจําเป็นอะไร ที่ต้องเอาภาษีอากรของพี่น้องประชาชนไปให้บริษัทพวกนี้ มีเหตุผลอะไร นี่มันวิ่งราว กลางวัน ใส่เสื้อแดง แขวนกระดิ่ง โกงบ้านกินเมือง ท่านประธานครับ รู้ไหมครับ รู้ครับ รู้ว่าอย่างไร เห็นไหมครับ แสดงว่า ครม. ไม่ได้อ่าน เขาบอกไว้ชัด สัญญาที่ ๑ เสนอสุดท้าย ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท ของจริงตั้งไว้ ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท สัญญาที่ ๒ เสนอสุดท้าย ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท ของจริงตั้งไว้ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วทําไมคุณไม่เลิกสัญญา นายโสภณ ซารัมย์ ทําไมไม่เลิก ไจก้าก็ให้เลิกได้ อํานาจคุณมี คุณเลิกได้ หรือถ้าไม่เลิก คุณต้องขออนุมัติ ครม. ให้เพิ่มวงเงิน แต่คุณขออนุมัติไม่ได้เพราะบริษัทอื่นเขาเสียเปรียบ เขารู้ว่าสัญญาที่ ๑ ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท เขารู้คุณให้ ๑๔,๐๐๐ ล้านบาทหรือ สัญญาที่ ๒ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เขาจะรู้คุณให้ ๑๓,๐๐๐ ล้านบาทหรือ สัญญาที่ ๓ คุณไปเพิ่มให้อีก ๑๑๐ ล้านบาท คุณไปลดราคาค่าราง งานนี้พวกผมต้องดําเนินการอย่างต่อเนื่อง ออกไปสิ พระราชกําหนด ถ้ามึงโกงกันอย่างนี้ ทุจริตอย่างนี้ แล้วยังมาข่มขู่พวกผมไม่ให้เคลื่อนไหว ท่านประธานผมเคยติดคุกตอนหนุ่ม ๆ ตอนนี้อายุ ๖๓ ปี ผมก็พร้อมจะติดคุกถ้าไม่สามารถ กําจัดทรราชแผ่นดิน คดโกงแผ่นดิน เอาภาษีอากรหยาดเหงื่อของพี่น้องประชาชนไปใช้ เป็นประโยชน์ส่วนตนและพรรคพวก ผมรู้แม้กระทั่งอัยการเขาโกรธ สภาพัฒน์เขาไม่กล้า ประชุม เพราะเขากลัวติดคุก กระทรวงคมนาคมอย่ามาอ้างว่า รฟม. เสนอ ท่านต้อง ทําตามเพราะกฎหมายที่เกี่ยวข้องอนุญาตให้ท่านดําเนินการได้ ผมเรียนอย่างนี้ รฟม. เป็นหน่วยงานของรัฐในสังกัดกระทรวงคมนาคม พระราชบัญญัติระเบียบบริหาร ราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ แก้ไขเพิ่มเติม รฟม. เป็นหน่วยงานของรัฐ โดยมาตรา ๗๒ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ ปี ๒๕๔๒ ให้อํานาจหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมกํากับโดยทั่วไปซึ่งกิจการของ รฟม. และมีอํานาจยับยั้งการกระทําที่ขัดต่อนโยบายของรัฐบาลและมติคณะรัฐมนตรี ครม. อนุมัติเมื่อวันที่ ๑๗ สัญญาที่ ๑ ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท ทําไมนายโสภณ ซารัมย์ ยินยอมให้เขาให้ ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท สัญญาที่ ๒ ครม. อนุมัติ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ทําไมนายโสภณ ซารัมย์ ถึงเอาอีก ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไปให้บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) สัญญาที่ ๓ เอาไปแถมอีก ๑๑๐ ล้านบาท ท่านร่วมกันโกง ร่วมกันทุจริต เมื่อนายโสภณไม่ดําเนินการทําให้รัฐและ รฟม. ต้องสูญเสียเงินไป ๖,๐๐๑ ล้านบาท ฝากไปยังนายกรัฐมนตรีเลิกพูด งบ ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท ใช่ ๓๖,๐๐๐ ล้านบาทมันเอาส่วนอื่นมาหมด ถ้าต่อไปจะทําโครงการนี้ก็ต้องหาเงินมา อย่ามาเถียง อย่ามาทําเป็นคนปัญญาอ่อน ใครก็ตามที่บอกว่าเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อไม่ต้องจ่าย เอาไปใช้อะไรก็ได้มันไม่ใช่ คอนซัลแทนท์ (Consultant) เขาให้คําปรึกษา เขาบอกเอาไว้ว่าเมื่อไม่ใช้งบ ๒๙,๐๐๐ ล้านบาทก็พอ

ด้วยเหตุนี้แหละครับผมถึงไม่สามารถไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรี นายโสภณ ซารัมย์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กํ้ากึ่ง ๕๐ : ๕๐ เรื่องนี้ เซ็นเข้าไปแล้ว ร่วมประชุมหรือเปล่าไม่รู้ เพราะอ้ายหมอนี่งานเยอะ หลายตําแหน่ง ผอ. ศรส. ผอ. ศอฉ. เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ อดีตกํานันตําบลท่าสะท้อน ผมบอกพรรคพวกว่าสุเทพ มันเหนื่อย ส่วนตัวผมนี่บอกทุกคนว่ารักกันเลยไม่ได้ใส่ชื่อในญัตติไม่ไว้วางใจ นี่นายโสภณ ซารัมย์

เรื่องที่ ๒ ท่าน มท. ๑ ท่านตอบผมนั่งฟังแล้วผมไม่โกรธ ผมไม่เกลียด ผมขํา ท่านบอกที่ต้องเปิดร้านปืนขึ้น เทียบเคียงเปิดแท็กซี่เสรี นี่มันเอาสมองส่วนไหน มาคิด ๑ ร้านนี่มันได้ประโยชน์ ๔,๕๐๐,๐๐๐ บาท ไม่มีใครเห็นรับเงิน แต่ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ (Talk of the town) ทอล์ค ออฟ เดอะ ฮาร์ท ออน ทาวน์ (Talk of the heart on town) หลังวังรู้หมด แล้วฉลาดมีบันทึกเรียบร้อย ข้าพเจ้า นายดํา นามสกุลขาว ได้รับ อนุญาตให้เปิดร้านค้าอาวุธปืน ข้าพเจ้าไม่เสียเงิน เอานิสัยตํารวจมาใช้ บันทึกเรียบร้อย ก็มึงไม่เอาสตางค์แล้วมึงไปบันทึกกันทําไม บอกว่าเปิ ดร้านปื นเหมือนการค้าเสรี ผมบอกว่าเปิด ๙๓ ร้าน หนอยแน่อวดดีสวนผม เฮ้ย เขาเปิด ๑๑๓ ร้าน ก็แปลว่า คนได้เงินได้มากขึ้นสิ มันเอาอะไรมาตอบ แล้วบอกว่าที่เอาปืนลูกซองไปนี่เพราะเอามา ดูแล เอามาตรวจสอบ ๓,๐๐๐ กระบอก เอาไปให้เจ้าหน้าที่รัฐ ผมไม่บอกว่าให้ใคร เซ็นชื่อรับเรียบร้อย กระสุน ๒,๐๐๐ นัดแถมยังเอาปืนลูกซองตามร้านค้าอีก ๕๐๐ กระบอก ท่านประธาน ผมเป็นร้อยตํารวจตรี ร้อยตํารวจโทเข้าแต่ร้านปืนออกร้านปืน เพราะผม เป็นนักยิงปืน รู้จักเจ้าของร้านขายปืนไปถาม เป็นอย่างไร แหม แพงนิดหนึ่ง ๒๐ กว่าปี ไม่มีใครเปิด แล้วยังบอกว่าการเปิดร้านปืนทําให้คนซื้อของราคาถูก ไม่ใช่ ถ้าอนุมัติสวัสดิการ ถึงซื้อราคาถูก เปิดร้านปืนเขาถือว่าเป็นพาณิชย์ เขาซื้อของราคาแพงที่เขาอนุมัติกันไว้ ตํารวจภาค ๑ ภาค ๒ ภาค ๓ ภาค ๔ ภาค ๘ กรมการปกครอง อส. เขามีชื่อขอซื้อ ราคาถูก ๓๐,๐๐๐ บาท แต่ผมเป็นรัฐมนตรีผมไม่เซ็นเลยแม้แต่กระบอกหนึ่ง นี่พอเขาเซ็น ไว้ยกเลิก มีบัตรสนเท่ห์ แล้วไปเปิดผมบอก ๙๓ ร้าน เขาบอก ๑๑๓ ร้าน บอกแหมที่เปิด ร้านปืนเสรี ให้ปืนราคาถูกไม่มี แพงขึ้น พอเปิดเสร็จปืนสั้นได้ปีละ ๓๐ กระบอก ปืนยาว ๕๐ กระบอก กระสุนต่างหาก นี่คือความเสียหาย สอบเข้านายอําเภอเสียสตางค์ ตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๑๕ ล้านบาท และที่สําคัญที่สุดไม่ถึงตัวรัฐมนตรี แล้วไปบอกรู้จักกับผมสมัย พลเอก ชาติชาย จริงครับ แต่รู้จักตอนผมเป็นรัฐมนตรี คุณชวรัตน์เป็นเซ็งลี้นั้งคือพ่อค้า ผมเป็นรัฐมนตรี ปี ๒๕๓๑ รู้จักคุณชวรัตน์ต้องพบ พลเอก ชาติชาย ยืนหน้าห้องในขณะผมนั่งคุยกับท่านชาติชาย อย่าพูดคลุมเครือ รู้จักกัน สมัยไหนไม่สําคัญ สําคัญว่ารู้จักกันจริง ๆ แล้วรู้จักอย่างไร

ท่านประธานครับ ต่อมาก็นายกษิต ภิรมย์ ท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะไม่ได้ฟัง ไปบรรยายที่จอห์นส ฮอปกินส์ ยูนิเวอร์ซิตี้ นาทีที่ ๓๓.๕๗ จะปฏิรูประบบสถาบัน พระมหากษัตริย์ ผมมีวิดีโอบอกว่าจะปฏิรูประบบสถาบันพระมหากษัตริย์ในนาทีที่ ๓๓.๕๗ นายกษิต ได้พูด ไอ ธิงค์ วี แฮฟว ทู ทอล์ค อะเบาท์ ดิ อินสติติวชัน ออฟ เธอะ โมนาร์ชี ฮาว วูด อิท แฮฟว ทู รีฟอร์ม อิทเซลฟ์ ทู เธอะ โมเดิร์น โกลบัลไลซ์ด เวิลด์ ไลค์ วอท เธอะ บริติช ออร์ เธอะ ดัทช์ ออร์ เธอะ เดนิช ออร์ เธอะ ลิกเตนสไตน์ โมนาร์ชี แฮฟว กอน ธรู ทู แอดจัสท์ อิทเซลฟ์ ทู เธอะ โมเดิร์นไนซ์ด เวิลด์

นายกษิต ภิรมย์ รัฐบาลท่านที่อ้างว่าจงรักภักดี อย่างนี้ต้องประหารชีวิต คุณเป็ นใคร คุณไปคิดจะปฏิรูประบบสถาบันพระมหากษัตริย์ ด้วยความเคารพ ท่านประธาน พันตํารวจโท ทักษิณ และครอบครัว และพวกผม ไม่มีหรอกครับ ที่ไม่จงรักภักดี

นาทีที่ ๓๔.๕๐ นายกษิตพูดเพิ่มเติม โซ อิท อีส อะ โพรเซส แธท วี แฮฟว ทู โก ทรู แอนด์ ไอ ธิงค์ วี ชูล์ด บี เบรฟ อีนาฟ ทู โก ธรู ออล ออฟ ธีซ แอนด์ ทอล์ค อีเวนท์ เธอะ ทาบู ซับเจคท์ ออฟ ดิ อินสติวชัน ออฟ เธอะ โมนาร์ชี วี แฮฟว ทู บี ไลค์ เธอะ ลิกเตนสไตน์ ออร์ เธอะ ลักเซมเบิร์ก แธท แฮฟว กอน ธรู แธท แอนด์ โซ ออน

ในนาทีที่ ๕๖.๓๗ นายกษิตพูดว่า วอท ทู วี ทอล์ค อะเบาท์ อีส เลเซ มาเจสเต้ ลอว์ ยู โนว แธท วอส เธอะ โบน ออฟ คอนเทนชัน ออล อะลอง อะเบาท์ ดิ อินสติติวชัน ออฟ เธอะ โมนาร์ชี (…..What to we talk about is lese-majeste law you know that was the bone of contention all along about the institution of the monarchy.) คือจะปฏิรูประบบกฎหมายเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ คุณเป็นใคร คุณพูดได้อย่างไร คุณนึกว่าพวกผมไม่รู้หรือ ด้วยเหตุนี้ผมไว้วางใจคุณไม่ได้ แล้วพวกผม ทั้งหมดจะตามเช็กบิลคุณเรื่องนี้จนถึงที่สุด คุณต้องรับผิดชอบในสิ่งที่คุณไปพูด ผมไม่หวังหรอกครับว่าพรรคร่วมจะยกมือให้ผม ไม่ต้อง ไม่ต้องการ

ทีนี้ก็มาถึงท่านสุเทพก็มาพาดพิงผม ผมนั่นไม่อยากยุ่งอยู่แล้วก็มาพูดถึง เรื่อง ส.ป.ก. ส.ป.ก. ไม่ใช่ที่บุกรุก แต่มันเรื่องเอาที่ดินไปแจกเศรษฐี มันผิดคํานิยาม เกษตรกร แล้วไปแจกที่ภูเก็ต บังเอิญคนที่ได้รับเป็นบิ๊ก เนม (Big name) ราคามันแพง สู้กัน ๓ ศาล ศาลฎีกาตัดสิน ๗ มิถุนายน ๒๕๕๐ บอกคุณเอาที่ ส.ป.ก. มาได้อย่างไร ที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีบอกมันนโยบายผิดพลาด นโยบายดี ดีหมด แต่ไปแจกที่ภูเก็ต ทั้งหมด ๔๘๙ ราย ด้วยความเคารพผมไม่อยากพาดพิง ท่าน ส.ส. คนหนึ่งก็ขึ้นมาบอกว่า ท่านไม่ได้บุกรุก ผมไม่เคยอภิปรายว่าท่านบุกรุก แต่คุณสมบัติท่านรับไม่ได้ เขาแจก เกษตรกรผู้มีรายได้น้อยด้อยโอกาส ไม่มีรายได้เพียงพอต่อการยังชีพ และมีอาชีพ เกษตรกรรมตามคํานิยามอาจารย์สัญญาเขียนไว้ คุณสุเทพก็เอาไปแจก ปัญหามันเกิด ตรงนี้ คุณไปแจกทั่วประเทศไม่มีปัญหา ตามมาก็คือว่าผมกับเนวิน ชิดชอบ นี่ไม่ได้พูด ให้ทะเลาะกัน ท่านประธานก็อยู่ในสภา ผมมี ๕ เสียงพรรคเล็ก ๆ ท่านประธานบอกเฉลิม อภิปรายเลย ผมพูด ๓ ชั่วโมง เนวินปิดท้ายก็เป็นที่มาของการยุบสภา ยํ้าอีกครั้งหนึ่ง ที่ ส.ป.ก. ดีแจกคนยากคนจน แต่เวลาเอาไปแจกเศรษฐีปัญหามันจึงเกิด จตุพร พรหมพันธุ์ เขาอภิปรายความสรุปว่าที่แปลงนี้เป็นจํานวนหลายแปลงเศรษฐีได้รับ ส.ป.ก. ไม่ยอม ฟ้ องศาลแพ่ง ศาลภูเก็ตตัดสินว่า ส.ป.ก. แพ้ ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา บอกว่า ส.ป.ก. ชนะ วันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๕๐ ก็บอกว่าให้ดําเนินการเอาที่ดินคืน ก็เอาที่ดินคืนมา ปัญหามีว่า ตอนท่านทักษิณ ชินวัตร มีคดีศาลฎีกาตัดสิน แป๊ บ แป๊ บ แป๊ บ ออกมาบอกต้องดําเนินคดี เรื่องนั้นเรื่องนี้ ปัญหามาถึงวันนี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งเป็นคนแจก ส.ป.ก. ๔-๐๑ แล้วศาลฎีกาตัดสินว่าต้องคืนให้กับ ส.ป.ก. ก็ต้องหันไปดูกฎหมาย ๒ มาตรา ป. วิ. อาญา มาตรา ๑๕๗ อายุความมันขาด ๑๕ ปีนี่เกินแล้ว ไปดูมาตรา ๑๕๑ มาตรา ๑๕๑ ก็เขียน ไว้ชัดว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทํา จัดการรักษาทรัพย์ใด ใช้อํานาจในตําแหน่ง อันเป็นการเสียหาย เสียหายหรือไม่ผมไม่ใช่ศาล ถ้า ร้อยตํารวจเอก เฉลิมไม่อภิปราย เนวิน ชิดชอบ ไม่อภิปรายที่เหล่านี้ได้คืนไหมก็ไม่มีใครรู้ ก็เก็บเอาไปไร่ละ ๓๐ ล้านบาท ไร่ละ ๔๐ ล้านบาท นี่แหละครับเป็นความภาคภูมิใจของผม เมื่อกระผมทําหน้าที่ฝ่ายค้าน ผมทําเต็มที่ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าเงิน ๒๕๘ ล้านบาทท่านไม่รู้ ท่านพูดง่ายไป ถ้าเงินนายประชัยผมไม่พูด นี่มันเงินตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปล้นเอามา แล้วเอามาให้คนใกล้ชิดพรรคพวกท่าน ผมไม่อยากลงรายละเอียด ถามว่าคนเกี่ยวข้อง ต้องรับผิดชอบไหม ต้องสิครับ ดีเอสไอต้องดําเนินคดีกับบริษัท ทีพีไอ โพลีน จํากัด (มหาชน) ความผิดตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มาตรา ๓๕ พวกท่านถ้าปรากฏชัด มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นตัวการร่วมกันตาม ป. วิ. อาญา มาตรา ๘๓ ท่านพูดงิน ๒๙ ล้านบาท พรรคประชาธิปัตย์ขอท่านเป็นกรรมการบริหารพรรค ท่านเป็นรองหัวหน้าพรรค จะบอกไม่รู้ ไม่ได้ เอามาแล้วไม่ใช้ตามวัตถุประสงค์ เอาไปใช้อะไร บอก ประจวบ สังข์ขาว ช่วยไปอ้างว่า ทําป้ำยให้หน่อย ไม่ได้ทําจริง วันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๔๘ จ่ายเช็คใบเดียว เช็คพรรคประชาธิปัตย์จ่ายให้นายประจวบ สังข์ขาว บริษัท เมซไซอะ บิซิเนส แอนด์ ครีเอชั่น จํากัด ประจวบรับเช็ค ๒๓ ล้านบาท วันรุ่งขึ้นวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๔๘ วันเดียวถอนเงินมาเอาไปให้พรรคพวกคนใกล้ชิดพรรคพวกท่านทั้งนั้น เงินหลวง บริษัท เมซไซอะ บิซิเนส แอนด์ ครีเอชั่น จํากัด จดทะเบียนล้านเดียว ไม่มีปัญญาทํางานครบ ๒๓ ล้านบาทแล้วเบิกเงิน ไม่มีหรอกครับ หลอกลวง ทําสัญญาอันเป็นเท็จ แต่สัญญา ๙ โครงการ เงินบริษัท ทีพีไอ โพลีน จํากัด (มหาชน) ๒๕๘ ล้านบาท ไม่รวม ๓๖ ล้านบาท ที่รับมาจากโรงแรมเพรสซิเดนท์ พวกท่านโชคดี คนเชียร์ สังคมอุ้มสม เป็นพวกผมนะหรือ เอาเงินตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมาตายแล้ว อธิบดีดีเอสไอ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เรื่องนี้เขาตั้งคดีไว้แล้ว กลัวใครที่ไม่ทํา

ผมบอกท่านประธานนิดเถอะครับว่าเรื่องการสลายม็อบผมไม่ได้เริ่ม ตั้งแต่ต้น แต่ผมก็คิดว่าประเด็นที่พรรคพวกเขาได้อภิปรายกันไว้มีแนวคิดหลายมุม ผมไม่โทษเจ้าหน้าที่รัฐเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะท่านนายกรัฐมนตรีไม่ยอมยุบสภา คนเขาเกลียดชังท่านเพราะเขาไม่ได้เลือกท่านมาเป็นแกนนําจัดตั้งรัฐบาล เดวิด คาเมรอน หัวหน้าพรรคคอนเซอร์เวทีฟว (Conservative) ชนะที่ ๑ เสียงไม่เกินกึ่ง กอร์ดอน บราวน์ หัวหน้าพรรคเลเบอร์ (Labour) ถึงกฎหมายอังกฤษให้กอร์ดอน บราวน์ ตั้งรัฐบาลได้ แต่กอร์ดอน บราวน์ บอกไม่เอา ท่านได้ ๑๖๕ เสียง ๑๖๖ เสียง ผมจําไม่ได้ แต่พวกผมได้ ๒๓๓ เสียง ผมไปหาเสียงทุกที่ ผมปราศรัยให้พรรคว่าถ้าเลือกพรรคพลังประชาชนได้ที่ ๑ รับท่านทักษิณกลับบ้าน สมัครเป็ นนายกรัฐมนตรี ผมเป็ นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ครบเรียบร้อย เลือกตั้งรอบนี้ผมจะรณรงค์ความผิดหลัง ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ทุกภาคส่วนที่มีความผิด นิรโทษ อภัยโทษเลิกกันหมด แล้วรับ พันตํารวจโท ทักษิณกลับบ้าน ถ้าพี่น้องประชาชน ไม่เห็นด้วยอย่าเลือกพรรคเพื่อไทย ถ้าชอบพรรคการเมืองใหม่เลือกพรรคการเมืองใหม่ ให้หัวหน้าพรรคเขาเป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าชอบท่านอภิสิทธิ์เลือกพรรคประชาธิปัตย์ ขอให้เลือกเกินกึ่งหนึ่ง ผมไม่ปิดบัง ผมไม่ซ่อนเร้น ผมถามท่านนายกรัฐมนตรีสิว่าทําไม ท่านสลายการชุมนุม รองนายกรัฐมนตรีบอกว่าสั่งกลางวันแต่มันต่อกลางคืน ท่านต้อง สั่งหยุด มีที่ไหนในโลกให้ทํางานในเวลากลางคืน ทําไมท่านต้องใช้กําลังทหาร ทําไมไม่ใช้ ตํารวจ เหตุการณ์ ๗ ตุลาคม ด้วยความเคารพ ตาย ๒ คน สารวัตรจ๊าบตายในรถ น้องโบตาย หน้า บช.น. ใครตายผมก็เสียใจ แต่มันไม่ได้ตายด้วยแก๊สนํ้าตา ก็รู้อยู่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เขาตรวจแล้ว นายกรัฐมนตรีจะเป็นจะตาย กินไม่ได้นอนไม่หลับ ทําเรื่องร้องสํานักงาน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ร้อง ป.ป.ช. จนกระทั่ง ป.ป.ช. ชี้มูล นี่ตายเกือบร้อยศพ ท่านบอกเจ้าหน้าที่ยิงหัวเข่า มันไม่ถูกหัวเข่า มันถูกหัวกบาล กี่ศพ ๆ หัวกบาลทั้งนั้น ท่านประธานครับ ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีท่านใช้เจ้าหน้าที่รัฐแล้วมีอาวุธ ท่านรู้ว่า เขาต้องป้ องกันตัว ผมถามท่านนายกรัฐมนตรี ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๙ ท่านไม่ประสงค์ให้คนตาย แต่ท่านก็เล็งเห็นผลว่าถ้าเข้าไปแล้วทหารเขาไม่ชํานาญ เรื่องปราบจลาจล เป็นหน้าที่ของตํารวจ ถ้าผมจําไม่ผิดโลกนี้มีโลกคอมมิวนิสต์เท่านั้น ที่เขาใช้ทหาร ท่านใช้ทําไม ซีเอ็นเอ็น (CNN) รายงาน ท่านบอกว่าผู้ก่อการร้าย ท่านนายกรัฐมนตรี เคยเจอสไนเปอร์ ไรเฟิลไหม เคยเจอเอ็ม ๑๖ ไหม เคยเจอเอชเคไหม เคยเจออาก้าไหม ที่อยู่ในครอบครองของผู้ตาย ไม่มี ใครผิดถูกผมไม่รู้ ผมถาม ท่านนายกรัฐมนตรีผ่านท่านประธาน ๑๘ พฤษภาคม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช กับคณะ ส.ว. ประมาณ ๗-๘ คน ให้สัมภาษณ์ว่าได้รับมอบหมายจากประธานวุฒิสภา ไปเจรจากับ นปช. บอกว่านายกรัฐมนตรีรับว่าจะคุยด้วย ผมไม่ทราบ ไม่ต้องตอบ ให้สังคมตัดสิน ปรากฏว่าตอนเย็นแถลงข่าว นปช. บอกพร้อมเจรจา ส.ว. บอกกลับก่อน รุ่งขึ้นเจรจา เช้ามืดวันนั้นนายกรัฐมนตรีสั่งกําลังทําไม อย่าพูดนะว่ากําลังอยู่บริเวณนั้น ก็ ว. ๒ ว. ๘ ให้เลิก ว. ๑๐ ให้ ว. ๑๕ ที่ ร. ๑๑ ว. ๑๕ หน่วยเขาก็กลับแล้ว ทหารไม่อยาก ทํางานตรงนี้เพราะไม่ใช่หน้าที่ของเขา เรื่องเกิดระหว่างนายกรัฐมนตรีกับประชาชน นี่ท่านเอาทุกภาคส่วน ท่านเอาทุกองคาพยพ ก่อให้เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรง ท่านประธานครับ ผมเรียนท่านประธานต่อว่าเมื่อ นปช. มอบตัวเวลา ๑๔.๐๐ นาฬิกา ของวันที่ ๑๙ เผาเซ็นทรัล เวิลด์ ผมไม่รู้หรอกครับใครเผา ถ้ารู้ก็จะเก่งเกิน ไม่เหมือน รัฐบาลรู้หมด อ้ายโม่งอยู่ตรงนี้ อ้ายโม่งอยู่ตรงนั้น ถึงผมจะเป็นนายตํารวจที่แม่นปืน แต่ผมยิงเอ็ม ๗๙ ไม่เป็น เมื่อก่อนนี้ก็มีปืนติดกล้องเล็ง มี ปลย. ๘๘ มี ปลย. ๘๗ ปื นติดกล้องเล็งแบบสไนเปอร์ ไรเฟิลไม่มี ทาโวร์ไม่มี ผมยิงแม่น ๓๕๗ ผมยิ่งแม่นปืน ๑๑ มม. ผมถามท่านประธานด้วยความเคารพว่า หลังจาก นปช. มอบตัว เขาไปหัวหิน เขาอยู่ในความดูแลของตํารวจ ทําไมมีการเผา เซ็นทรัล เวิลด์ ผมเป็นตํารวจ ผมวิเคราะห์ของผม ความเคียดแค้นมีแน่ ถ้าเคียดแค้น ฝั่งตรงข้ามต้องเผาโรงแรมคอนติเนนตัล ไม่ใช่เผาเซ็นทรัล เวิลด์ เพราะโรงแรม คอนติเนนตัลใคร ๆ ก็รู้ เหมือนแบงก์กรุงเทพถูกยิงตลอดเพราะเขาไม่ชอบแบงก์กรุงเทพ ถ้าเขาเกลียด ถ้าเขาโกรธ เขาต้องเผาโรงแรมคอนติเนนตัล ผมไม่อยากให้ถูกเผา คุณเฉลิมพันธ์กับผมก็ชอบกันทั้งผัวทั้งเมีย เมื่อปี ๒๕๓๙ ผมเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ไฟไหม้อาคารเกษรพลาซ่า ผมไปบัญชาการดับเพลิงให้ เอาเฮลิคอปเตอร์ไปโรยแล้วเอาคนออก ช่วย ๓๐๐ ชีวิต เอาดอกไม้มาให้ผมกําเดียว ไม่ได้มีอะไรกัน ทําไมนายกรัฐมนตรีไม่มีวิสัยทัศน์ ทําไมท่านไม่ลุคเอาท์ (Lookout) ทําไมไม่มองไปข้างหน้า ก็พี่น้องประชาชนที่มาชุมนุมก็พวกเราทั้งนั้น ถ้าจะบอกว่า ผู้ชุมนุมเผาต้องจับให้ได้ว่าเขาเผา ถ้าจะกล่าวหาว่าเขาเผาแล้วเราจับไม่ได้ แล้วไป กล่าวหา สมานฉันท์เกิดได้อย่างไร โมทีฟว์ (Motive) แรงจูงใจ ผมจะบอกนายกรัฐมนตรีให้ ผมเขียนสํานวนมา ๑๑ ปี ผมไม่เชื่อว่าผู้ชุมนุมเผา ผมเชื่อว่ามีคนเผา ถ้าผู้ชุมนุมเผา ด้วยความโกรธเคืองรัฐบาลต้องเผาโรงแรมคอนติเนนตัล เพราะลูกสาวเป็นรองผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ลูกเขยเป็นผู้แทนราษฎรเขตบ้านผม พรรคประชาธิปัตย์ ผู้อํานวยการพรรค ผมไม่เชื่อ นายกรัฐมนตรีต้องตอบสังคมให้ได้ว่าคนตายแต่ละคน ไม่มีอาวุธ ผู้ก่อการร้ายใส่รองเท้าแตะ ผู้ก่อการร้ายขายลอตเตอรี่ ผมเจ็บปวด ผมไม่รู้ ใครทําผิด ผมรู้แต่ว่ายิงเอ็ม ๗๙ ๗ นัด ถ้าคนร้ายมันยิงเอ็ม ๗๙ เป็น ยิงมา ๒ นัด วิถีกระสุนพลาดมันปรับการยิงแล้วครับ ไม่ใช่ ๗ นัด ๘ นัดลงที่เดิม นั่นภาษาวงการตํารวจ เขาบอกว่ายิงสร้างสถานการณ์เพื่อปราบปรามผู้บริสุทธิ์ ใครยิงผมไม่ทราบ ท่านประธาน ที่เคารพครับ เมื่อท่านว่าเขาเป็ นผู้ก่อการร้ำย ท่านอย่าเฉยสิครับ ตรวจสอบ พิมพ์ลายนิ้วมือ ตรวจชันสูตรศพที่วัดปทุมวนาราม หมอเขาพูดได้แต่เพียงว่าตายอย่างไร ตายทันทีด้วยวิถีกระสุนอย่างไร แค่ไหน แต่รัศมีการยิงเป็ นหน้าที่พนักงานสอบสวน ท่านเอาอะไรมาตอบ ใครเขียนให้ตอบ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากกราบเรียนไว้ ตรงนี้ ไม่ได้โทษใครผิดใครถูก เรื่องนี้จะเป็นอุทาหรณ์อีกนาน ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ผมมียศ เป็นร้อยตํารวจโท นักศึกษาไล่จอมพล ล้อม บช.น. ตํารวจกองปราบติด ๓๐๐ นาย ผู้การกองปราบเรียกผมให้ช่วยหน่อย ผมเอาปืนยาวจี้รถเมล์บอกมาช่วย มาโดยไม่กลัวตาย เพราะไม่รู้ว่านักศึกษาอยู่ที่ไหน เอาตํารวจออกไปได้ ๓๐๐ นาย ไม่ถึง ๑ ชั่วโมง บช.น. ถูกเผา เดิมก็โทษนักศึกษา เอาเข้าจริงไม่ใช่ พวกผสมโรง ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิมครับ เหลืออีก ๕ นาทีครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ไม่ครับ ๒ ยามครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ครับ ได้ตกลงกันไว้แล้ว เรียบร้อย

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ผมรักษาเวลาก่อน ๒๔.๐๐ นาฬิกา

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ขอ ๑๕ นาทีได้ไหมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ครับ ก็ตามข้อตกลงครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ข้อตกลงบอกให้ผม ๒ ยาม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ตกลงไม่มีถึง ๒ ยามครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพจริง ๆ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๒๓.๓๐ นาฬิกาครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ครั้งนี้ขอแล้วจะไม่ขออีก ขออีกสัก ๑๕ นาที มันอยู่ในเวลาครับ ไม่เสียหาย พูดได้เป็นอนุสติ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอนาฬิกามันถึงเลข ๗ หยุดก็แล้วกัน

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

อีก ๑๐ นาทีนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน 🔗

ได้ครับ ท่านประธานครับ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ จอมพล ถนอมบวชเป็นเณรจากประเทศสิงคโปร์เข้ามาเมืองไทย อยู่วัดบวรนิเวศวิหาร สุธรรม แสงประทุม นี่ละครับเป็ นเลขานุการศูนย์นิสิต ชุมนุมสนามหลวงเข้าลานโพธิ์ ถูกปลุกระดมเหมือนเดี๋ยวนี้ครับ เดี๋ยวนี้เรียกผู้ก่อการร้าย สมัยนั้นบอกคอมมิวนิสต์ เมื่อก่อนปลุกระดมด้วยวิทยุ เดี๋ยวนี้ปลุกระดมด้วยสถานีโทรทัศน์ ท่านจะอาศัยสมานฉันท์อย่างไร ท่านยังให้อ้าย ๒ ดอกเตอร์ออกโทรทัศน์ด่าโคตรพ่อ โคตรแม่พวกผม แล้วสมานฉันท์อย่างไร ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ผมก็โง่เข้าไปค้น หลังนักศึกษาออกแล้ว ค้นเจออาวุธ สุธรรมถูกจับไปขังกองปราบ ๗ วัน ผมเยี่ยมทุกวัน ผมถูกเรียกไปด่า ลื้อไปเยี่ยมคอมมิวนิสต์ ๒ ปี ๖ เดือน ความจริงปรากฏนักศึกษาไม่ผิด ผมเรียนท่านประธาน ถ้านายกรัฐมนตรีจะตั้งกรรมการสมานฉันท์ทรงนี้ ทรงนี้คือแบบนี้ ไม่เรียบร้อยครับ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ จอมพล ถนอมไปเมืองนอกตั้งกรรมการได้ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ขอประทานโทษ อาจารย์เสนีย์เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านออกตั้งกรรมการได้ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ จอมพล ถนอมไปเมืองนอกตั้งกรรมการได้ พฤษภาคมท่านสุจินดาออก ตั้งกรรมการได้ วันนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็ นนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เป็นผู้อํานวยการ ศอฉ. เป็นประธานคดีพิเศษให้สัมภาษณ์ทุกวัน ดีเอสไอเดี๋ยวมี ๑๐ เดี๋ยวมี ๒๐ พระราชกําหนดไม่เลิก แล้วมันจะสมานฉันท์อย่างไร ใครจะสอบให้รัฐบาลผิด เป็นไปไม่ได้ครับ ที่ท่านบอกว่าจะยังไม่เลือกตั้ง นายกรัฐมนตรีอยู่ไปเลย อย่าไปยุบ ทุจริตชัด ๆ ก็อย่าไปปรับออก ก็ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีได้เพราะพรรคไหนล่ะ ผมเรียนต่อ คนเขาขายข้าวผัดอยู่ร้านบึงกุ่ม เอาข้าวมา ๖๐๐ ห่อ เขาสั่งซื้อถูกจับ กล่าวหาชุมนุม ผิดพระราชกําหนด อ้าว แล้วพวกขายของราชประสงค์ไม่ผิดหรือ ทําไมไม่ดูเจตนา เขาเอาข้าวมาขาย เขาขายใครก็ได้ เขามาขายผู้ชุมนุมจับเขา เรื่องอย่างนี้อย่ามาบอก กับผมว่าแล้วจะไปตรวจสอบ อย่ามาตรวจสอบ เอ็ม ๑๖ สไนเปอร์ ไรเฟิล เอชเค อาก้า ๒๑๖ ด่าน ตั้งด่านตรวจก่อนชุมนุม สมรรถภาพเจ้าหน้าที่มีทําไมไม่พบอาวุธเลย กระชับพื้นที่ตั้งแต่วันที่ ๑๓ พฤษภาคม ล้อมรอบ เจ้าหน้าที่ ๗๐,๐๐๐ คน เจ้าหน้าที่ ๕๐,๐๐๐ คน คนร้ายเอาอาวุธสงครามเข้าไปได้อย่างไร เอาอาวุธสงครามไปก่อเหตุหนีออกมาได้อย่างไร เลิกเสียทีเถอะครับเรื่องเก่า ๆ วันนี้ ไปค้นพวก นปช. เดี๋ยวเจอเอ็ม ๑๖ เดี๋ยวเจอลูกระเบิด เดี๋ยวเจอนั่นเจอนี่ ทั้งหลายทั้งปวง อะไรเกิดขึ้น ท่านเป็นหัวหน้ารัฐบาลท่านต้องรับผิดชอบ ท่านปฏิเสธไม่ได้ ผมไม่รู้ ผมไม่เห็น ท่านนายกรัฐมนตรีเก่งมาก ท่านเด็ดมาก ท่านเหี้ยมมากในฐานะผู้นํา ผมเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คนไปล้อมจังหวัดกระบี่ผมหนีแล้วครับ ผมไม่เอา เพราะเป็นเรื่องของผมกับผู้ไปล้อม มันไม่ใช่เรื่องเจ้าหน้าที่ที่จะต้องทะเลาะกับผู้มาล้อม และไล่ผม ผมเข้าใจเวลาท่านไปต่างจังหวัด ผมเคยโดนมาแล้ว มันไม่ยุติธรรม แต่เรา จะทําอย่างไร เราเป็นนักการเมือง ถ้านายกรัฐมนตรีไม่ทิฐิ มองว่าพวกนี้ไม่ใช่ศัตรู เขามาขอให้ยุบสภาแต่กลับได้กระสุนกลับบ้านเยอะมาก หายต่างหาก บาดเจ็บ ๒,๐๐๐ คน ใครจะสั่งใครจะทําผมไม่ทราบ ผมถามท่านนายกรัฐมนตรีว่าเอาอาวุธสงคราม เข้ามาได้อย่างไร สิ่งหนึ่งที่ท่านทํางานกันอยู่ ผมบอกกับท่านประธานว่าท่านนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ท่านจําคําพูดผมไว้ มันยังมีตํานานวันหน้าว่า กรณีผู้ชุมนุมทั้งหมดถ้าท่านว่าเขาผิดท่านต้องจับทั้งหมด ทําไมส่วนหนึ่งที่ตามใจรัฐบาล ท่านให้กลับบ้าน มีรถมารับ แจกสตางค์ ๒๐๐ บาท ส่วนที่ไม่กลับท่านจับเขา ผิดพระราชกําหนด จับก่อการร้าย ผมไม่ได้อิจฉาคนที่ไม่ถูกจับ แต่ผมกําลังจะบอกว่า พวกท่านไม่มีมาตรฐาน ทําไมจับต้องจับหมดเพราะผิดเหมือนกัน ไม่จับต้องไม่จับหมด ทําไมท่านแยก ท่านไม่ได้หวังลอว์ เอนฟอร์ซเมนท์ (Law enforcement) ท่านไม่ได้หวัง เรื่องบังคับใช้กฎหมาย ท่านหวังเสถียรภาพตัวท่านเท่านั้นที่จะอยู่ในตําแหน่งนานที่สุด ท่านคิดเท่านี้ เป็ นความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติ ผมถามท่านประธานไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรีว่ากรณีความผิดซึ่งหน้า ชุมนุมก็ผิดความผิดซึ่งหน้า ตาม ป. วิ. อาญา มาตรา ๗๘ คือความผิดซึ่งเห็นกําลังกระทํา ทําไมต้องไปขอหมายศาล ท่านโยนภาระ ไปศาล ด้วยเหตุผลดังกล่าวผมไม่สามารถไว้วางใจท่านและผู้ที่มีชื่อในญัตติได้ ผมขอเวลา ๒ นาที

รัฐบาลท่านกล่าวหาว่าคนอื่นทําลายสถาบัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศจะรีฟอร์ม (Reform) สถาบันว่าอย่างไร ท่านปิดสื่อ บังคับสื่อฝ่ายตรงข้าม แล้วสื่อพวกท่านว่าอย่างไร ท่านไม่สนใจสื่อต่างประเทศเรื่องของท่าน ท่านอยู่แล้ว มีคอร์รัปชันอย่างนี้จะอยู่ต่อผมบังคับไม่ได้

ท่านประธานที่เคารพครับ การลงคะแนนวันพรุ่งนี้จะเป็นการลงคะแนน ครั้งประวัติศาสตร์จริง ๆ ถึงรัฐบาลจะชนะ แต่พี่น้องประชาชนคนไทยโดยเฉพาะ คนเรียกร้องประชาธิปไตย ถ้าเลือกปฏิบัติส่วนหนึ่งจับ ส่วนหนึ่งปล่อย วันหนึ่งบูมเมอแรง (Boomerang) วันหนึ่งพวกท่านจะต้องเป็นผู้ต้องหาคดีละเว้น หลอกไปแต่วัดปทุมวนาราม เอาไป ตชด. คลองห้า พระสงฆ์องค์เจ้า ถ้าจะบอกว่าสึกเอง ทําอย่างโน้นอย่างนี้ ผมไม่เห็น แต่ถ้าไปกระตุกผ้าเอง ผิดพระธรรมวินัย การลงคะแนนประวัติศาสตร์ให้ลูกหลานในอนาคตจะได้ดูว่าพรุ่งนี้นักการเมืองคนไหน ที่จะไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ท่านประธานที่เคารพ แม้ศาลแพ่งท่านบอกให้สลายการชุมนุมได้ นั่นเขาเขียนแบบนักกฎหมาย แต่ต้องใช้ความละมุนละม่อม เขาจากเบาไปหาหนัก รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ใช้มาตรการหนักลงมาหาเบา ผมไม่สามารถไว้วางใจ ท่านได้ เราไม่ได้เป็นศัตรูกัน หน้าที่ต่างกัน ความสัมพันธ์คงเดิม ผมไม่ได้อาฆาตมาดร้าย ไม่ได้อภิปรายถึงรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ ไม่ได้มีอะไรเป็นอย่างอื่น เพราะข้อมูลส่วนผม มีน้อยก็ไม่ได้พูดถึง แต่ยํ้าอีกครั้งหนึ่ง ส.ป.ก. เป็นเรื่องดีแต่ต้องแจกคนจนไม่ใช่แจกเศรษฐี ขอขอบพระคุณท่านประธาน และขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกที่กรุณาอนุญาตให้ผมใช้เวลา ๒ รอบ อภิปรายรอบแรก ๒ ชั่วโมง รอบนี้ชั่วโมงครึ่ง ขอบพระคุณท่านประธานที่ได้เมตตา ผมด้วยดีเสมอมา ตั้งแต่ร้อยตํารวจโทยันรัฐมนตรี ๖ สมัย ขอบพระคุณเพื่อนฝ่ายรัฐบาล เป็นครั้งแรกที่อภิปรายแล้วท่านไม่ประท้วง เป็นบรรยากาศไมตรีที่ดีมาก โดยเฉพาะ ประมวล เอมเปีย และอรรถพร พลบุตร

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

วันนี้ท่านอภิปราย เรียบร้อยมาก

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ ผมไม่สามารถไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรีได้ รองนายกรัฐมนตรีสุเทพ กรณ์ จาติกวณิช ไม่ได้พูดถึงท่าน ไม่เป็นไร เก็บเป็นการบ้านไว้ก่อน ไม่ไว้วางใจคุณกษิต นอกจากไม่ไว้วางใจแล้วยังต้องมีมาตรการต่อไป เรื่องที่ท่านไปบรรยายจะปฏิรูปสถาบัน พวกผมยอมไม่ได้ ขอขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ บัดนี้ การอภิปรายทั่วไปสิ้นสุดลงแล้วนะครับ ท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่าน ผมขอนัดประชุม เพื่อลงมติในวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๓ เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา กระผมขอขอบพระคุณ ในความร่วมมือทั้งฝ่ำยค้านและฝ่ายรัฐบาลในวันนี้ หวังว่าพรุ่งนี้คงพร้อมเพรียงกัน ทั้ง ๔๗๕ ท่าน ขอขอบคุณครับ ปิดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๒๓.๓๗ นาฬิกา