ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง หารือเรื่องญัตติไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยชี้แจงเหตุผลและข้อเรียกร้องให้ยกเลิกพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เปิดสื่อฝ่ายตรงข้ามอย่างพีเพิลแชนแนล และเอเอสทีวี เพื่อความโปร่งใส พร้อมวิพากษ์วิจารณ์ประสิทธิภาพของรัฐบาลในการปราบปรามผู้ก่อการร้ายและการตรวจสอบเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่ขาดความน่าเชื่อถือ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง วิจารณ์การอนุมัติวงเงินโครงการโดยชี้ว่าไม่ถูกต้องตามกฎหมายและเป็นการใช้เงินภาษีประชาชน โดยเรียกร้องให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาใหม่แทนที่จะเป็นเพียงรับทราบ และยกตัวอย่างกรณีสุเทพ เทือกสุบรรณเพื่อเน้นย้ำความรับผิดชอบของรัฐบาล ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง ระบุว่าวงเงินโครงการระบบรางจำนวน ๓๖,๐๕๕ ล้านบาทถูกจัดสรรไม่ถูกต้อง โดยชี้ว่ากระทรวงคมนาคมได้ตัดงบประมาณค่าก่อสร้างส่วนหนึ่งไปให้บริษัทคู่สัญญา ๒
ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณ สมาชิกพรรคเพื่อไทยที่ได้กรุณาอนุญาตให้ผมเป็นผู้สรุปญัตติไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีอีก ๔ ท่านครับ ผมขอบพระคุณท่านทั้งหลาย ด้วยความจริงใจ ขอบพระคุณสมาชิกพรรคไทยรักไทย มาพรรคพลังประชาชน แล้วก็ มาพรรคเพื่อไทย ประมาณ ๑๙ ล้านคนที่เอาใจสนับสนุนพวกกผมที่ทําหน้าที่ในวันนี้ พวกผมลบคําสบประมาทไปได้ว่าประชาชนไม่เห็นด้วยในการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ โพลล์ออกมา ๕๒ เปอร์เซ็นต์ ลบคําสบประมาทไปได้ว่ากรณี สลายการชุมนุม กรณีชุมนุม คนเชื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไปแล้ว ๖๑ เปอร์เซ็นต์อยากรู้ข้อเท็จจริง พรรคของท่านนายกรัฐมนตรีออกมาดูหมิ่นดูแคลนผมว่าไม่มีใครเขาอยากฟัง ไม่มีใคร อยากเห็นหน้า โพลล์ออกมา ๗๔.๕๖ เปอร์เซ็นต์ว่ายังอยากฟังผม ท่านนายกรัฐมนตรี ได้พูดเมื่อสักครู่ท่านอยากจะสร้างความปรองดอง ง่าย ๆ ก่อนลืมท่านนายกรัฐมนตรี ๑. ท่านยกเลิกพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินสิครับ เพราะกฎหมายฉบับนี้เจตนารมณ์เขาออกใช้ในพื้นที่ภาคใต้ และถ้ากระผมจําไม่ผิด พวกท่านไม่เห็นด้วยแล้วส่งกฎหมายฉบับนี้เอาไปให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความบอกเป็น กฎหมายเผด็จการ เป็นกฎหมายติดหนวด ถ้าผมจําไม่ผิด ถ้าจําผิดต้องขอโทษด้วย ท่านเรียนกฎหมายเหมือนกับผมเรียนนี่ ท่านต้องดูเจตนารมณ์ของกฎหมาย เป้ำประสงค์ ในการออกกฎหมาย พระราชกําหนด พระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกา กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ เขามีที่มาที่ไป เขาเอาไว้ใช้ในพื้นที่ภาคใต้ ท่านเลิกเสียถ้าท่านอยากปรองดอง ถ้าท่านอยากปรองดองท่านอย่าปิ ดสื่อฝ่ำยตรงข้าม ถ้าท่านปิ ดพีเพิล แชนแนล ท่านต้องปิดเอเอสทีวี ถ้าเปิดเอเอสทีวีท่านต้องเปิดพีเพิล แชนแนล คนเขาจะได้เห็นว่า ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ บางครั้งผมเรียกนายอภิสิทธิ์อย่าโกรธผมเพราะบางทีมันติดปาก ผมไม่ได้คิดร้ายอะไรกับท่าน ท่านมาจากการเลือกตั้งมีบุญวาสนาไปนั่งตรงนั้นก็ได้ พวกผมไม่มีบุญวาสนารอไปก่อน ไม่มีปัญหาและอยากจะปรองดองจริงไหม ไม่ใช่เช้า แถลง ศอฉ. ดอกเตอร์ปณิธาน ขณะนี้มีอ้ายโม่งชุดดํา มีผู้ก่อการร้าย รัฐบาลชุดนี้คือ ผู้กล่าวร้าย เป็นไปได้อย่างไรรัฐบาลมีเจ้าหน้าที่รัฐ ทหาร ตํารวจ เจ้าหน้าที่ปกครอง กระทรวงมหาดไทย กรมประมวลข่าวกลาง สํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ จับอ้ายโม่งชุดดําในฐานะผู้ก่อการร้ายไม่ได้เลยแม้แต่คนเดียว ยิงตายทีไรใส่รองเท้าแตะ ยิงตายทีไรตรวจสอบประวัติขายลอตเตอรี่ หันมาอีกทีเด็กอายุ ๑๒ ขวบ ตรวจสอบประวัติไหมครับ แผนประทุษกรรมคนร้ายเขามีเรียนกันมา เขารู้กันมา ผมเรียนโรงเรียนสืบสวนกรมตํารวจ รุ่น ๓๘ ถ้าคนตายมีพฤติกรรมทางคดีความอย่างไร เขาตรวจ พัวะ พัวะ พัวะ เขาเปิดแฟ้ มเขารู้เลย
ท่านประธานที่เคารพ ก่อนที่กระผมจะไปตรงอื่น ท่านนายกรัฐมนตรี ได้อภิปรายเรื่องรถไฟฟ้ำสีม่วง เสียดายครับ ท่านพูดแบบคนขาดสติปัญญา เพราะท่านไม่ได้ฟัง กรณีรถไฟฟ้ำสายสีม่วง กระทรวงคมนาคมขออนุมัติ ครม. เขาไม่ได้รายงานผลงานให้ท่านทราบ เขาเอางบส่วนอื่น ไม่ว่าจะเป็นงบเงินสํารอง ๓,๙๐๐ ล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นงบภาษีมูลค่าเพิ่ม ๒,๓๐๐ ล้านบาท เขาลดราคาค่ารางรถ ๔๓๙ ล้านบาท เขาเอามาใส่ไว้ในงบก่อสร้าง ครม. มีมติ ๑๗ มิถุนายน บอกว่างบก่อสร้าง ให้ ๒๙,๐๐๐ ล้านบาท งบเงินสํารอง ๓,๙๐๐ ล้านบาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม ๒,๓๐๐ ล้านบาท ที่มีภาษีมูลค่าเพิ่มเพราะคิดว่าจะต้องกู้เงินภายในประเทศต้องเสียภาษีร้อยละ ๗ เมื่อไม่ได้กู้เงินในประเทศ เงินเหล่านี้ไม่ใช่เอาไปให้บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) ไม่ใช่เอาไปให้บริษัท ช. การช่าง จํากัด (มหาชน) ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ฟังแล้วมาพูดเสียรังวัด ผมไม่ได้เก่งกว่าท่าน แต่การพิจารณา ในคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ แปลว่าเรื่องเบา ๆ ถ้าอนุมัติแปลว่าต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ท่านโชคดีจริง ๆ ท่านเป็นรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีครั้งเดียว ท่านเป็น นายกรัฐมนตรี ผมนี่ ๖ สมัยแล้วยังไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีกับเขา และชีวิตก็ไม่เคยคิดเป็น ถ้าจําเป็นต้องเป็นจริง ๆ ก็เตรียมตัวอยู่เหมือนกัน ท่านนายกรัฐมนตรีก็พูดต่อว่า ให้ตรวจสอบให้อยู่ในวงเงิน ท่านมิสอันเดอร์สแตนด์ (Misunderstand) เลยนะนี่ วงเงิน ๓๖,๐๕๕ ล้านบาท แต่เขาทํา ๔ โครงการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมคนนี้เอาเงิน ส่วนอื่นมาใส่ไว้ในงบก่อสร้างซึ่งตั้งไว้ ๒๙,๐๐๐ ล้านบาท เอาตรงอื่นมาใส่จนเป็น ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ากระผมจําไม่ผิดนายกรัฐมนตรีพูดอย่างนี้ครั้งหนึ่งแล้วเมื่อคนวิจารณ์ นายกรัฐมนตรีบอกว่าเห็นวงเงินมัน ๓๖,๐๕๕ ล้านบาท ถูกต้อง แต่นั่นมันเป็นงบก่อสร้าง อย่างเดียว มันเจรจากันราคาถูก บริษัท ช. การช่าง จํากัด (มหาชน) ได้ฟรี ๆ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) ได้ฟรี ๆ ๒,๖๐๐ ล้านบาท ถ้าคิดอย่างนายกรัฐมนตรีคิดก็แปลว่าโครงการมันเสร็จ เงินไม่เกิน แต่มันเอาส่วนอื่นไปใช้ ถามว่าถ้าไม่กู้เงินในประเทศภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ต้องเสีย ทําไมไม่คืนทางราชการ ถามต่อว่า งบฉุกเฉิน ๒๐ สถานีที่ซ่อม ที่จอดรถจรทั้งหมด ๓,๙๐๐ ล้านบาท ถ้าเอาไปใส่เฉพาะ งบก่อสร้าง สัญญาที่ ๑ สัญญาที่ ๒ สัญญาที่ ๓ ต่อไปเอาเงินจากไหน ค่ารางไป ๒๐ กิโลเมตร กลับ ๒๓ กิโลเมตร ระยะทาง ๔๖ กิโลเมตร ตั้งเอาไว้ ๔,๐๗๗ ล้านบาท ยังไม่ได้ประมูล เลยครับท่านประธาน กระทรวงคมนาคมไปขอลดวงเงิน ๔๓๙ ล้านบาท โดยบอกว่า ๒ บริษัทค่าก่อสร้างมันแพงต้องลดตรงนี้ ถ้ารัฐมนตรีคิดแค่นี้ว่าของเขาแพง แล้วเวลา ของเราก่อสร้างก็แพงเหมือนกัน แล้วทําอย่างไร เมื่อมีมติคณะรัฐมนตรีอนุมัติวงเงินเมื่อ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๑ ถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงวงเงินต้องเป็ นมติคณะรัฐมนตรี ด้วยความเคารพจริง ๆ ท่านทักษิณออกสลาก ๒ ตัว ๓ ตัว ศาลฎีกาตัดสินบอกไม่ผิด แต่ที่ผิดเพราะไม่ได้เลิก มติคณะรัฐมนตรีที่ออกสมัยพี่ชวน หลีกภัย พี่ชวนเป็นนายกรัฐมนตรีมีมติคณะรัฐมนตรีว่า ไม่ให้ออกหวยพิเศษซึ่งยกเลิกก็ได้ ก็นี่นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ไม่ได้ยกเลิกแล้วท่านเห็นชอบ โดยการรับทราบ ๆ เขาผลาญเงิน ๖,๐๐๑ ล้านบาท ยังรับทราบ ๆ ผมจะไว้วางใจท่าน อย่างไร ท่านประธานครับ ระหว่างผมขึ้นไปข้างบนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตอบไม่ตรงข้อเท็จจริง ๙ ประการ
ประการที่ ๑ เรื่องนี้ไม่ได้ขออนุมัติสภาในการกู้เงินจากไจก้า เพราะตอนนั้น มันยังไม่ฮิต ไม่มีเรื่องเขาพระวิหาร
ประการที่ ๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมต้องดูว่าสํานักกฎหมาย กระทรวงคมนาคมมั่ว มีความเห็นเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี จริง ๆ แล้วต้องเสนอเรื่องให้ ครม. พิจารณาอนุมัติ ไม่ใช่เพียงเพื่อรับทราบ คุณเปลี่ยนแปลงวงเงิน คุณมาเปลี่ยนแปลง หลังบริษัทพวกคุณประมูลได้ ถ้าราคาแพงอย่างนี้แล้วคุณบอกตอนขายซอง แล้วบอก ตอนเปิดประมูลว่าจาก ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท จะให้ ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท จาก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท จะให้ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท คนอื่นเขาก็มีสิทธิประมูลเหมือนกัน นายโสภณ ซารัมย์ เป็นรัฐมนตรีมีหน้าที่กํากับดูแล อะไรแพงไปถูกไปยกเลิกได้ ครม. ยกเลิกได้ ถ้าเขาขอไป ๆ ท่านอนุมัติ วันหนึ่งเขาขอสุเทพไปอยู่พรรคภูมิใจไทยให้เขาไหมล่ะ ผมเรียนยกตัวอย่าง ให้เห็นง่าย ๆ เงินอย่างนี้เป็นเงินภาษีอากรของพี่น้องประชาชน ไม่ใช่เงินนายอภิสิทธิ์ ไม่ใช่เงินนายโสภณ ไม่ใช่เงินนายชวรัตน์ ท่านประธานที่เคารพครับ
ประการที่ ๓ ที่บอกเงื่อนไขไจก้า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมชี้แจง ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ อย่ามานึกว่าผมไม่เป็นนักเรียนเมืองนอกแล้วผมจะไม่เข้าใจ เจบิก ไจก้า ไจก้า เจบิก มันพวกเดียวกัน ท่านบอกว่าอ้างเงื่อนไข ไจก้าไม่ให้ต่อรองนั้น จริง ๆ แล้วเมื่อ รฟม. รายงานพร้อมอ้างเหตุผลไปไจก้า ไจก้าก็ยินยอมให้ต่อรองได้มาตลอด ไม่เช่นนั้นทําไมจึงไม่เอาราคาแรกเลย ตั้งเมื่อบริษัทผู้รับเหมาตั้งราคา เขาตั้ง ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท เขาตั้ง ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท เหลือ ๑๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ราคา จริง ๆ อนุมัติ ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท ลดลงมา ราคาจริง ๆ อนุมัติไม่ถึง เขาจึงเสนอเอาเงินส่วนอื่นไปใช้ ครม. ทั้งหมดที่นั่งประชุมถ้าไม่รู้ก็แปลว่าปัญญาทึบ ให้เขาไปได้อย่างไร ๖,๐๐๑ ล้านบาท ไจก้าเขาให้เจรจาได้ ผมถามท่านประธานไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ทักษิณเขาบอกว่าโครงการนี้ต้องกู้เงินภายในประเทศ เพราะช่วงนั้นเงินในประเทศเรามีก็เตรียมแวทไว้ ๗ เปอร์เซ็นต์ เป็นเงินประมาณ ๒,๓๐๐ ล้านบาทเศษ เมื่อกรณีไปกู้จากต่างประเทศเงื่อนไขนี้มันหมดไป แล้วคุณเอาเงิน ค่าแวทไปให้บริษัท ช. การช่าง จํากัด (มหาชน) ไปให้บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) ได้อย่างไร ถ้าคุณจะให้คุณต้องขออนุมัติจะได้รู้ว่า คณะรัฐมนตรีอนุมัติ
ประการที่ ๔ ไจก้าเคยเตือนให้ยกเลิกการประกวดราคา ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ไจก้าเคยเตือน รฟม. รู้ไว้ว่าหากตัวเลขค่างานก่อสร้างแตกต่าง จากเดิมมากก็ควรให้ รฟม. ยกเลิกประกวดราคาได้ แต่ รฟม. โดยบอร์ด รฟม. ดันทุรัง ต่อรองเพิ่มราคาให้ผู้รับเหมาสัญญาที่ ๑ สัญญาที่ ๒ สัญญาที่ ๓ ได้ไปน้อยนิด ๑๑๐ ล้านบาท ใครบอกท่านว่าไจก้าบอกว่าเลิกไม่ได้ ประธานพิจารณาคือรองผู้ว่าการ รฟม. ขณะนั้นมันกําลังจะแคนดิเดท (Candidate) ขึ้นเป็นผู้ว่าการ แต่คุณสมบัติยังไม่ครบ ๑ ปี มันก็ทําได้ทุกอย่างไร นึกว่าผมไม่รู้หรือ ไม่ต้องเป็นรัฐบาลอย่างคุณหรอก ผมเป็นฝ่ายค้านผมตรวจสอบ พวกผมฝีมือทั้งนั้น บางครั้งพรรคพวกนายกรัฐมนตรีบอก โอ๊ย พรรคเพื่อไทยมันหานายกรัฐมนตรีไม่ได้ ผมบอกตั้งแต่ภารโรงยันหัวหน้าพรรคเป็ นได้หมดแต่มันขาดเสียง มีอยู่ก็ไปที่อื่น มีอยู่เขาก็เอาไปหมด เลยต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่
ท่านประธานครับ คณะกรรมการประกวดราคา ผมเรียนท่านประธาน รัฐมนตรีนึกว่าผมไม่รู้ การประชุมคณะกรรมการประกวดราคาที่ประชุมหลายครั้ง เพราะหาช่องทางโกงไม่ได้ เสร็จเรียบร้อยผู้แทนสํานักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนสภาพัฒน์ เขาไม่ยอม จึงเปลี่ยนตัวผู้แทนทั้ง ๒ หน่วยงานออกไป ต่อมาเปลี่ยนผู้แทนสํานักงาน อัยการสูงสุดประมาณ ๓-๔ คน เพราะเขาไม่ร่วมขบวนการทุจริตคดโกงกินกับโครงการนี้ เลยเปลี่ยนเขา ถามว่าสภาพัฒน์และกระทรวงการคลังเขาไม่ส่งตัวแทนเข้าประชุม ในคณะกรรมการประกวดราคาอีกเลย เขาไม่รู้หรอกครับว่าบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) เป็ นใคร เขาไม่รู้หรอกครับ นายชวรัตน์ เป็นหัวหน้าพรรคไหน เขาไม่รู้หรอกครับ นายโสภณเป็นลูกพรรคของใคร เรื่องปรับลด ราคาสัญญาค่าราง สัญญาที่ ๖ ท่านประธานที่เคารพ ยังไม่ได้ประมูล อยู่ ๆ กระทรวง คมนาคมไปขอเอามา ๔๓๙ ล้านบาท ถามว่าทําไม อ้างจะเอาเงินไปให้บริษัท ช. การช่าง จํากัด (มหาชน) บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) บอกงบก่อสร้างไม่พอ แล้วนี่ต่อไปจะสร้างเงินไม่พอคุณเอาจากไหน ที่นายกรัฐมนตรี พูดสักครู่ท่านไม่ได้ศึกษา ก็เหมาะแล้วที่ผมไม่ไว้วางใจ ท่านบอกว่าโครงการมันอยู่ ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท ใช่ แต่ถ้าโครงการนี้จะทําให้เสร็จวันหน้าต้องหามาอีก ๖,๐๐๐ ล้านบาท โดยประมาณ มันก็จะกลายเป็น ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ มติ ครม. ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๒ ที่ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ เซ็นเรื่องเข้า ครม. พิจารณาครั้งที่ ๑ ระเบียบวาระที่ ๕ มติ ครม. บอกว่ารับทราบเรื่องเปลี่ยนราคาสัญญาราง ท่านรับทราบ ได้อย่างไร เขาลดเงิน ถ้าลดแล้วคืนคลังไม่เป็นไร นี่มันลดแล้วไปให้พวกบริษัทพรรคพวก ก็บริษัทซึ่งเป็นญาติมิตรกับหัวหน้าพรรคการเมืองที่ร่วมรัฐบาล ต่อไปก็หมายความว่า ที่ ครม. เขาอนุมัติคุณจะทํากันอะไรที่ไหน อย่างไรก็ทราบ ทราบ ทราบ บ้านเมืองก็หายนะ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องนี้เมื่อสักครู่นายกรัฐมนตรีไม่ฟัง ผมจะใช้เวลาสั้น ๆ อีกนิดเดียวครับเพื่อให้เห็น ถ้าเรื่องนี้พรรคร่วมรัฐบาลยกมือให้แก่กันก็เอาเถอะครับ ผมไม่ได้ขัดข้อง ถึงใส่ชื่อผมเป็นนายกรัฐมนตรีแต่คิวผมยังไม่ถึง ผมรอได้รอบหน้า ผมไม่จําเป็นต้องเป็นนายกรัฐมนตรียามที่เกิดเหตุการณ์สะเทินนํ้าสะเทินบก ท่านประธาน เมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน เขามีบันทึกอนุมัติเอาไว้ให้สร้างรถไฟฟ้ำสายสีนํ้าเงิน เห็นไหม ข้อ ๖ อนุมัติให้ รฟม. ดําเนินการกู้เงินจากสถาบันการเงินภายใน จึงเป็นที่มาของการตั้ง งบประมาณภาษีมูลค่าเพิ่ม ๒,๓๐๐ ล้านบาท เมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ รัฐบาล ท่าน พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ก็อนุมัติหลักการระยะทาง ๔ โครงการ ๑๑๘ กิโลเมตร รวมถึงรถไฟฟ้ำสายสีม่วง (บางซื่อ-บางใหญ่) ด้วย พอมาวันที่ ๒ ตุลาคม ผมเอาสั้น ๆ วันที่ ๒ ตุลาคม ครม. ท่านสุรยุทธ์อนุมัติกรอบวงเงินไว้ ๓๑,๒๑๗ ล้านบาท ท่านนายกรัฐมนตรีจะได้เห็น ท่านก็ร่วมโกงด้วย อย่ามาประท้วง เป็นหัวหน้ารัฐบาล นั่งเป็นประธานที่ประชุม โครงการรถไฟฟ้ำสายสีม่วงเขามี ๔ โปรเจกต์ ๑. งานก่อสร้าง ซิวิล คอสท์ ๒. งบภาษีมูลค่าเพิ่ม ๓. งบเงินสํารอง ๔. งบก่อสร้าง รวมแล้ว ๔ ส่วน เป็น ๓๖,๐๕๕ ล้านบาท นายโสภณ ซารัมย์รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม เอาของทุกส่วนไปให้งบก่อสร้างทั้งก้อน ท่านสันติ พร้อมพัฒน์ เสียดาย ผมไม่ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แต่ผมมีความเข้าใจ ผมจะอภิปรายเรื่องไหน ผมต้องศึกษา บอกท่านประธานผ่านนายกรัฐมนตรีผมไม่พร้อมผมไม่มาหรอก พร้อมกับที่เอาข้อมูลมาบอกวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๑ นายสันติเป็นรัฐมนตรีดูแล้วว่า ๓๑,๐๐๐ ล้านบาทไม่พอ นํ้ามันแพง เหล็กแพง อุปกรณ์แพง จึงบันทึกขออนุมัติ ครม. สมัยนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี ผมอยู่กระทรวงมหาดไทย ขอเพิ่มวงเงิน ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔ โครงการ เป็น ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท ครม. อนุมัติ ท่านเห็นไหมครับ ขอเพิ่มได้ไหม ได้ แต่ต้องขอให้อนุมัติ
ต่อไป ท่านประธานที่เคารพ กรุณาดูนิดเถอะครับ ท่านนายกรัฐมนตรี จะไม่ได้พูดจาสุ่มสี่สุ่มหกว่าเขารายงานให้ทราบว่างบรายการที่ ๓๖,๐๕๕ ล้านบาท นั่นถูกต้มแล้วยังไม่รู้หรือ เขาเอาไป ๖,๐๐๑ ล้านบาท ๓๖,๐๕๕ ล้านบาท เขาประกอบ ไปด้วยอะไรครับ ประกอบไปด้วยค่างานตรง ๒๙,๐๐๐ ล้านบาท โพรวิชันแนล ซัม ๓,๙๐๐ ล้านบาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม ๒,๓๕๙ ล้านบาท นี่ไม่รวมค่าราง ๔,๐๗๗ ล้านบาท กระทรวงคมนาคมตัดไป ๔๓๙ ล้านบาท เอาไปให้ ๒ บริษัท ท่านประธานดูสิครับ ครม. เขาอนุมัติเอาไว้เมื่อไรครับ ๑๗ มิถุนายน ครม. เขาอนุมัติเลยสัญญาที่ ๑ เขาให้ ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท สัญญาที่ ๒ เขาบอก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท สัญญาที่ ๓ สถานี จอดรถจรเขาบอกเอาไป ๔,๘๙๐ ล้านบาท เขาบอกเสร็จ อ่านหรือเปล่าตอนที่เข้า ห้องประชุมเขาเสนอไป ถ้าอ่านก็ไม่พูดอย่างนี้ ทีนี้พอมาวันที่ ๑๑ สิงหาคม ครม. ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านบอกว่ารับทราบการปรับกรอบวงเงิน ค่างานโยธาสัญญาที่ ๖ ระบบรางเอาเข้าไป ๔๙๓ ล้านบาท อีกข้อหนึ่งข้อ ๒.๒.๒ เขาบอกเลยว่าเขาดําเนินการก่อสร้าง ภาษีมูลค่าเพิ่มก็ไม่ต้องเสีย ถ้าไม่ต้องเสีย คุณก็เอาเงินคืนหลวงสิ คุณเอาไปใส่ค่าก่อสร้างได้อย่างไร วงเงินสํารองมันจะต้อง มีการสร้างสถานี ๒๐ สถานี เขาตั้งไว้ ๓,๙๐๐ ล้านบาท ค่าปรับราคารวมค่าเค ๓,๙๐๐ ล้านบาท นายโสภณ ซารัมย์ โดยมติคณะรัฐมนตรีที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นประธานที่ประชุมได้อนุมัติโดยใช้วิธีการรับทราบให้กระทําการเอาทรัพย์สินของชาติ ไปเป็นประโยชน์ของ ๒ บริษัทคือ บริษัท ช. การช่าง จํากัด (มหาชน) และบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) ท่านประธานครับ ถ้ากระผมพูดอย่างนี้ พี่น้องประชาชนคนทางบ้าน ช่อง ๑๑ ไม่ต้องโคลส อย่ามาโคลส ผมสงวนลิขสิทธิ์ รู้มันเท่านี้แหละ เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม โสภณ ซารัมย์ ทําหนังสือถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ข้อ ๒.๒.๒ บอร์ดเสร็จ อ้างมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๑ มีค่างาน ตํ่ากว่าความเป็นจริงและราคาวัสดุก่อสร้างมีการปรับตัวสูงขึ้น ผมว่าไม่ครับ ก็ขอเพิ่มไปสิว่าที่เอาไปไม่พอเหมือนสันติเขาทําอย่างไร ๓๑,๐๐๐ ล้านบาทไม่พอ เขาบอกขอ ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท ครม. ก็ให้ อันนี้ให้ส่วนอื่นเข้ามาใส่ค่าก่อสร้าง ไม่โกงวันนี้ แล้วจะเรียกว่าโกงวันไหน บอกตารางไปเสร็จวันที่ ๑๗ มิถุนายน ค่าก่อสร้าง ๒๙,๗๒๔ ล้านบาท ท่านนายกรัฐมนตรีอ่านหรือเปล่า ที่ไปบอก ๓๖,๐๕๕ ล้านบาท ไม่ใช่ ค่าก่อสร้าง ๒๙,๗๒๔ ล้านบาท เงินสํารองจ่าย เงินเผื่อเหลือเผื่อขาดปรับราคา ภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อไม่มีต้องเอาคืน